The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

314_บูรณาการ-วิทยาศาสตร์ ป.2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pornlada Srihabong, 2024-02-29 03:09:50

314_บูรณาการ-วิทยาศาสตร์ ป.2

314_บูรณาการ-วิทยาศาสตร์ ป.2

หน่วยบูรณาการกล่มุสาระการเรียนรู้วทิยาศาสตร ์ และเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่2 อาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.สมหวัง นิลพันธ์ ผู้จัดทา นางสาวพรลดา ศรีหาบงรหัสนักศึกษา 6494110048 วิชา ED 13309 การจัดการเรียนร ู้แบบบูรณาการณ์ ระดับประถมศึกษา สาขาวิชาการประถมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ก ค าน า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์(E-Book) เล่มน้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวิชาED 13309 การจัดการเรียนรู้แบบ บูรณาการในระดบั ประถมศึกษา จดัทา ข้ึนเพื่อเป็นความรู้ส าหรับผูท้ี่สนใจจะศึกษาเกี่ยวกบัหน่วยบูรณาการ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดบัช้นั ประถมศึกษาปีที่2และผูอ้่านสามารถนา ไปปรับ ใช้ในรายวชิาอื่นๆได้ใหม้ีความเขา้ใจมากยงิ่ข้ึนเพื่อเป็นประโยชน์ในการจดัการเรียนรู้ ผูจ้ดัทา หวงัเป็นอย่างยิ่งว่าหนงัสืออิเล็กทรอนิกส์(E-Book) เล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ส าหรับคนที่สนใจ หรือกา ลงัหาขอ้มูลเกี่ยวกบัหน่วยบูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีระดบัช้ัน ประถมศึกษาปี ที่2 น้ีอยไู่ม่มากก็นอ้ย หากมีขอ้แนะนา หรือขอ้ผดิพลาดประการใด ผจู้ดัทา ขอนอ้มรับไวแ้ละ ขออภยัมา ณ ที่น้ีดว้ย ผู้จัดทา นางสาวพรลดา ศรีหาบง


ข สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า ก สารบัญ ข 1.ความหมายการบูรณาการ 1 2.หลักการแนวคิดและทฤษฎขีองบรูณาการ 2-3 3.รูปแบบบูรณาการ 4 4.วธิีบูรณาการ 5 5.การบรูณาการภายในศาสตร์เดียวกนักลุ่มการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลย ี 6 5.1 สาระมาตรฐาน / ตัวชี้วัด 6-11 5.2 โครงสร้างรายวิชา 12-13 -ค าอธิบายรายวิชา 14 6.ตัวอย่างหน่วยบูรณาการภายในศาสตร์เดียวกนักลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2 6.1ชื่อหน่วย 15 6.2สาระ มาตราฐาน/ตัวชี้วัด 15-16 6.3สาระส าคัญ 16-17 6.4จุดประสงค์การเรียนรู้ 17-19 6.5สาระการเรียนรู้ 20 6.6การจัดการเรียนรู้ทเี่น้นผู้เรียนเป็นส าคัญ 21 6.7การวัดและการประเมิน 21-23


1 6.8ชิ้นงาน/ภาระงาน 23 6.9สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 23-24 6.10เวลาเรียน 24 -โครงสร้างรายวิชา 25-26 7.ตัวอย่างแผนบรูณาการภายในศาสตร์เดียวกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 27-36 8.บูรณาการข้ามศาสตร์ 8.1ทฤษฎบีูรณาการข้ามศาสตร์ 37-38 8.2ตัวอย่างหน่วยบูรณาการข้ามศาสตร์ 39 8.3ตัวอย่างแผนบูรณาการข้ามศาสตร์ 39-49 ภาคผนวก 50


2 1. ความหมายการบูรณาการ การบูรณาการมีนกัวิชาการหลายท่านไดใ้ห้ความหมายในลกัษณะใกลเ้คียงกนั ไวด้งัน้ีความหมายการบูรณาการตรง กบัคา ภาษาองักฤษว่า Integration มีรากศพัท์มาจากภาษาลาตินว่า Integrate คา วา่บูรณาการในความหมายทวั่ ไป หมายถึง การทา สิ่งที่บกพร่องใหส้มบูรณ์แบบ โดยการเพิ่มเติมบางส่วนที่ขาดอยใู่ห้สมบูรณ์หรือการนา ส่วนประกอบยอ่ยมารวมกนั ต้งัแต่สองส่วนเพื่อทา ให้เป็นส่วนประกอบใหญ่ของท้งัหมด ดงัน้นัการบูรณาการเป็นการเชื่อมสิ่งหน่ึงหรือหลายสิ่งเขา้มา เป็นส่วนประกอบกบัอีกสิ่งหน่ึงให้มีความสมบูรณ์กลายเป็นส่วนหน่ึงของแกนหลกัหรือส่วนประกอบที่ใหญ่กวา่ (เกรียง ศกัด์ิเจริญวงศศ์กัด์ิ, 2546) พระธรรมปิ ฎก (ป.อ.ปยุตโต) (2540) ได้ให้ความหมายบูรณาการ หมายถึง การทา ให้หน่วยย่อยที่มีอยู่ท้ังหลายที่ สัมพนัธ์อิงอาศยัซ่ึงกนัและกนัเขา้มาร่วมทา หน้าที่ประสานกลมกลืนให้เป็นองค์รวมหน่ึงเดียวที่มีความหมายครบถ้วน สมบูรณ์ในตัว ประเวศ วะสี(2545)ไดใ้หค้วามหมายของการบูรณาการเป็นความเชื่อมโยงขององคป์ระกอบต่างๆ ไปดว้ยกนัอยา่งลง ตวัและอยา่งสมดุล ทิศนา แขมณี(2548)ไดใ้หน้ ิยามของการบูรณาการ หมายถึงการทา ใหส้มบูรณ์โดยการนา หน่วยยอ่ยๆ ที่มีความสมัพนัธ์ มาท าหนา้ที่อยา่งผสมผสานกลมกลืนเป็นหน่ึงเดียวใหค้รบถว้นสมบูรณ์ในตวัเองไม่ไดแ้ยกเป็นส่วนๆ บีเน่ (Beane, 1991) การบูรณาการเป็นการเชื่อมโยงความรู้ประสบการณ์ในลกัษณะผสมผสานเขา้ดว้ยกนัท้ังหมด เพื่อใหส้อดคลอ้งสมบูรณ์โดยรวมกนัมากกวา่การแยกส่วน การบูรณาการ (Integration) หมายถึง การประสานกลมกลืนกันของแผนกระบวนการ สารสนเทศ การจัดสรร ทรัพยากร การปฏิบัติการ ผลลัพธ์ และการวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนเป้าประสงค์ที่ส าคัญของสถาบัน (Organization-wide Goal) การบูรณาการที่มีประสิทธิผลเป็นมากกวา่ความสอดคลอ้งไปในแนวทางเดียวกนั (Alignment) ซึ่งการด าเนินการของ แต่ละองค์ประกอบภายใน ระบบการจัดการ ผลการด าเนินการมีความเชื่อมโยงกันเป็นหน่ึงเดียวอย่างสมบูรณ์ (คณะกรรมการการอุดมศึกษา, 2557, หน้า 35) สรุปจากความหมายที่กล่าวมาการบูรณาการหมายถึงกระบวนเชื่อมประสานสิ่งหน่ึงหรือหลายสิ่งผสมผสานสิ่งที่มีอยู่ เขา้มารวมกนั ใหม้ีความประสานสมัพนัธ์แบบองคร์วมเป็นหน่ึงเดียวครบถว้น สมบูรณ์เป็นเอกภาพในตวัแบบไม่แยกส่วน จนกลายเป็นส่วนหน่ึงของแกนหลกัหรือส่วนประกอบที่ใหญ่ขึ้น


3 2.หลักการแนวคดิและทฤษฎขีองบรูณาการ ปรัชญาการศึกษาแบบ Progressivism ของ John Dewey -การศึกษาคือชีวิตคน : คนต้องศึกษาตลอดชีวิต (ความรู้มากมายมหาศาล) -เน้นเรียนเป็ นศูนย์กลาง -การเรียนโดยการแกป้ ัญหา -ส่งเสริมร่วมมือการช่วยเหลือซ่ึงกนัและกนั -สร้างเสริมการอยรู่ ่วมกนั ในวถิีประชาธิปไตย ทฤษฎีการเรียนรู้ในด้าน Cognitive ที่ใช้ Constructivism Approachหลักส าคัญของ Constructivism คือ ผู้เรียนต้องสร้าง ความรู้เองครูเป็นผูช้่วยโดยจดัหาขอ้มูลข่าวสารที่มีความหมายใหแ้ก่ผูเ้รียน หรือใหโ้อกาสผูเ้รียนไดค้น้ผบดว้ยตนเองและ เป็ นผู้ลงมือกระท า ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายของ Ausubel ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Ausubel เน้นความส าคญัของการเรียนรู้อยา่งมี ความเขา้ใจและมีความหมายการเรียนรู้จะเกิดข้ึนเมื่อผเู้รียนไดเ้ชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้ใหม่เขา้กบัความรู้เดิมที่อยใู่นสมองของ ผู้เรียน ทฤษฎีการเรียนรู้ปัญญานิยม (Cognitive Theory) บรูเนอร์กล่าวไวว้า่วธิีการที่ผูเ้รียนใชเ้ป็นเครื่องมือในการคน้พบความรู้มี3 ข้นัคือวิธีการที่ใชรู้ปธรรม วิธีการ ที่ใช้ก่ึงสัญลกัษณ์และวิธีการที่ใช้สัญลกัษณ์และเชื่อว่าถา้ผูส้อนเขา้ใจพฒันาการทางเชาวน์ปัญญาของผูเ้รียนและจัด สภาพแวดลอ้มของหอ้งเรียนใหผ้เู้รียนไดม้ีโอกาสเรียนรู้ตามข้นัพฒันาการของตน กรมวิชาการ. (2549 : 3-4) ไดแ้บ่งประเภทการจดัการเรียนรู้แบบบูรณาการออกเป็น 2 แบบ คือ การบูรณาการภายในวิชา เป็นการเชื่อมโยงการสอนระหวา่งเน้ือหาวชิาในกลุ่มประสบการณ์หรือรายวชิาเดียวกนัเขา้ดว้ยกนั ลกัษณะของการบูรณาการ ลกัษณะของการบูรณาการ มีลกัษณะโดยสรุป ดงัน้ี 1. การบูรณาการเชิงเน้ือหาสาระ เป็นการผสมผสานเชื่อมโยงเน้ือหาสาระในลกัษณะการหลอมรวมกนั โดยการต้งัเป็น หน่วย( Unit ) หรือหัวเรื่อง ( Theme ) 2. การบูรณาการเชิงวธิีการ เป็นการผสมผสานวธิีการสอนแบบต่าง ๆ เขา้ในการสอน โดยการจดักิจกรรมการเรียนการ สอนที่หลากหลายวธิีการสนทนา การอภิปราย การใชค้า ถาม การบรรยาย การคน้ควา้และการทา งานกลุ่ม การไปศึกษา นอกห้องเรียน และการน าเสนอข้อมูลเป็ นต้น


4 3. การบูรณาการความรู้กบักระบวนการเรียนรู้โดยออกแบบการเรียนรู้ใหม้ีท้งัการใหค้วามรู้และกระบวนการไปพร้อม ๆ กนัเช่น กระบวนการแสวงหาความรู้กระบวนการแกป้ ัญหาและกระบวนการสร้างความคิดรวบยอดเป็นตน้ 4. การบูรณาการความรู้ความคิด กบัคุณธรรม โดยเนน้ท้งัพุทธิพิสัยและจิตพิสัยเป็นการเรียนที่สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมไปพร้อม ๆ กนัเพื่อที่นกัเรียนจะไดเ้ป็น “ผมู้ีความรู้คู่คุณธรรม ” 5. การบูรณาการความรู้กบัการปฏิบตัิเนน้การปฏิบตัิจริงควบคู่ไปพร้อมๆ กบัการจดักิจกรรมการเรียนรู้ 6. การบูรณาการความรู้ในโรงเรียนกบัชีวิตจริงของนกัเรียน พยายามให้เด็กไดเ้รียนรู้เน้ือหาที่สัมพนัธ์กบัชีวิตจริงของ นกัเรียน เพื่อใหน้กัเรียนไดเ้ห็นคุณค่าและความหมายในสิ่งที่เรียน (สิริพัชร์ เจษฎาวิโรจน์. 2546: 25) ลักษณะส าคญัของการบูรณาการ 1.เป็นการบูรณาการระหวา่งความรู้กระบวนการและการปฏิบตัิ 2.เป็นการบูรณาการระหวา่งวชิาไดอ้ยา่งกลมกลืน 3.เป็นการบูรณาการระหวา่งสิ่งที่เรียนกบัชีวติจริง 4.เป็นการบูรณาการเพื่อจดัความซ้า ซอ้นของเน้ือหาต่างๆ 5.เป็นการบูรณาการใหเ้กิดความสมัพนัธ์กนัระหวา่งความคิดรวบยอดของวชิาต่าง ๆ เพื่อทา ใหเ้กิดการเรียนรู้ที่มีความหมาย


5 3.รูปแบบบูรณาการ รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ (Models of Integration)มีหลายรูปแบบ ข้ึนอยู่กบัวตัถุประสงค์และความ เหมาะสมของ ตวัผูเ้รียนและสาระการเรียนรู้มีผูเ้สนอแนวความคิดเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการไว้ หลายแนวคิด ซึ่ง กรมวิชาการ (อ้างถึงใน กุลิสรา จิตรชญาวณิช, 2562 : 86) ไดส้รุปเกี่ยวกบัการจดัการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยใชเ้กณฑใ์นการจา แนกดงัน้ี จา แนกตามจา นวนผสู้อน แบ่งออกเป็น 3รูปแบบ ดงัน้ี 1การบูรณาการแบบผู้สอนคนเดียว 2การบูรณาการแบบคู่ขนาน 3การบูรณาการแบบโครงการ จา แนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้แบ่งออกเป็น 2รูปแบบ ดงัน้ี 1การบูรณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้ 2การบูรณาการระหวา่งกลุ่มสาระการเรียนรู้ จา แนกตามประเภทของการบูรณาการแบ่งออกเป็น 2รูปแบบ ดงัน้ี 1การบูรณาการแบบสหวิทยาการ 2 การบูรณาการแบบพหุวิทยาการ


6 4.วธิีการบูรณาการ 1.การบูรณาการเชิงเน้ือหาสาระเป็นการผสมผสานเชื่อมโยงเน้ือหาสาระในลักษณะการหลอมรวมกนั โดยการต้งัเป็ น หน่วย( Unit )หรือหัวเรื่อง ( Theme ) 2.การบูรณาการเชิงวิธีการเป็ นการผสมผสานวิธีการสอนแบบต่าง ๆ เขา้ในการสอน โดยการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนที่หลากหลายวิธีการสนทนาการอภิปรายการใช้ค าถาม การบรรยายการค้นคว้าและการท างานกลุ่ม การไปศึกษานอก ห้องเรียน และการน า เสนอข้อมูลเป็ นต้น 3.การบูรณาการความรู้กบักระบวนการเรียนรู้โดยออกแบบการเรียนรู้ใหม่ท้งัการให้ความรู้และกระบวนการไปพร้อม ๆ กนัเช่นกระบวนการแสวงหาความรู้กระบวนการแกปั้ ญหาและกระบวนการสร้างความคิดรวบยอดเป็ นต้น 4.การบูรณาการความรู้ความคิดกับคุณธรรม โดยเน้น ท้งัพุทธิพิสัยและจิตพิสัยเป็ นการเรียนที่สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมไปพร้อม ๆ กนั เพื่อที่นักเรียนจะได้เป็น ผู้มีความรู้คู่คุณธรรม 5.การบูรณาการความรู้กบัการปฏิบัติเน้นการปฏิบัติจริงควบคู่ไปพร้อมๆ กบัการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 6.การบูรณาการความรู้ในโรงเรียนกบั ชีวิตจริงของนักเรียนพยายามให้เด็ดก็ได้เรียนรู้เน้ือหาที่สัมพันธ์กบชี ั วิตจริงของ นักเรียนเพื่อให้นักเรียนได้เห็นคุณค่าและความหมายในสิ่งที่เรียน


7 5. การบูรณาการภายในศาสตร ์ เดียวกนักล่มุสาระวทิยาศาสตร ์ และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๒ 5.1 สาระ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เขา้ใจหน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวติความสัมพนัธ์ของโครงสร้างและหนา้ที่ของระบบต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ ทา งานสมัพนัธ์กนัมีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้สื่อสารสิ่ง ที่เรียนรู้และนา ความรู้ไปใชใ้นการดา รงชีวิตของตนเองและ ดูแลสิ่งมีชีวติ ตวัช้ีวดัช้นั ปี ว 1.1 ป. 2/1 - มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ใจสมบตัิของสิ่งมีชีวติหน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ ของโครงสร้างและหนา้ที่ของระบบต่าง ๆของสตัวแ์ละมนุษยท์ ี่ทา งานสมัพนัธ์กนัความสมัพนัธ์ของโครงสร้างและหนา้ที่ ของอวยัวะต่าง ๆ ของพืชที่ทา งานสมัพนัธ์กนัรวมท้งันา ความรู้ไปใชป้ระโยชน ตวัช้ีวดัช้นั ปี ว 1.2 ป. 2/1 ระบุวา่พืชตอ้งการแสงและน้า เพื่อการเจริญ เติบโต โดยใชข้อ้มูลจากหลกัฐานเชิงประจกัษ์ ว 1.2 ป. 2/2 ตระหนักถึงความจา เป็นที่พืชตอ้งไดร้ับน้า และ แสงเพื่อการเจริญเติบโต โดยดูแลพืชให้ไดร้ับ สิ่ง ดงักล่าวอยา่งเหมาะสม ว 1.2 ป. 2/3 สร้างแบบจ าลองที่บรรยายวัฏจักรชีวิตของ พืชดอก มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความส าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ เปลี่ยนแปลงทางพนัธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและววิฒันาการของสิ่งมีชีวิต รวมท้งันา ความรู้ ไปใช้ประโยชน ตวัช้ีวดัช้นั ปี ว.1.3 ป. 2/1 เปรียบเทียบลกัษณะของสิ่งมีชีวติและ สิ่งไม่มีชีวิต จากข้อมูลที่รวบรวมได้ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ใจสมบตัิของสสารองคป์ระกอบของสสารความสัมพนัธ์ระหวา่งสมบตัิของสสารกบั โครงสร้างและ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลกัและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการ เกิดปฏิกิริยาเคมี ตวัช้ีวดัช้นั ปี ว 2.1 ป. 2/1 เปรียบเทียบสมบตัิการดูดซบัน้า ของวสัดุโดยใช้หลกัฐานเชิงประจกัษแ์ละระบุการนา สมบตัิการดูด ซบัน้า ของวสัดุไปประยกุตใ์ชใ้นการทา วตัถุในชีวติประจา วนั ว 2.1 ป. 2/2 อธิบายสมบตัิที่สงัเกตไดข้องวสัดุที่เกิดจากการนา วสัดุมาผสมกนัโดยใชห้ลกัฐานเชิงประจกัษ์ ว 2.1 ป. 2/3 เปรียบเทียบสมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุ เพื่อน ามาท าเป็ นวัตถุในการใช้งานตามวัตถุประสงค์ และอธิบายการนา วสัดุที่ใชแ้ลว้กลบัมาใชใ้หม่โดยใชห้ลกัฐานเชิงประจกัษ์ ว 2.1 ป. 2/4 ตระหนกัถึงประโยชน์ของการนา วสัดุที่ใชแ้ลว้กลบัมาใชใ้หม่โดยการนา วสัดุที่ใชแ้ลว้กลบัมา ใช้ ใหม่


8 มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ใจธรรมชาติของแรงในชีวติประจา วนัผลของแรงที่กระทา ต่อวตัถุลกัษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของ วตัถุรวมท้งันา ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตวัช้ีวดัช้นั ปี ว 2.2 ป. 2/1 - มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ใจความหมายของพลงังาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลงังาน ปฏิสัมพนัธ์ระหว่างสสารและ พลงังาน พลงังานในชีวิตประจา วนัธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวขอ้งกบัเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมท้งันา ความรู้ไปใชป้ระโยชน์ ตวัช้ีวดัช้นั ปี ว 2.1 ป. 2/1 บรรยายแนวการเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งกา เนิดแสงและอธิบายการมองเห็นวตัถุจากหลกัฐาน เชิงประจักษ์ ว 2.1 ป. 2/2 ตระหนกัในคุณค่าของความรู้ของการมองเห็น โดยเสนอแนะแนวทางการป้องกนัอนัตราย จากการ มองวตัถุที่อยใู่นบริเวณที่มีแสงสวา่งไม่เหมาะสม สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ใจองค์ประกอบ ลกัษณะกระบวนการเกิด และวิวฒันาการของเอกภพ กาแล็กซีดาวฤกษ์และระบบ สุริยะ รวมท้งัปฏิสัมพนัธ์ภายในระบบสุริยะ ที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใชเ้ทคโนโลยีอวกาศ พ้ืนฐานในการ พัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิ ดโลกทัศน์ของตน ตวัช้ีวดัช้นั ปี ว 3.1 ป. 2/1 - มาตรฐาน ว.3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบตัิภยักระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟอูากาศและ ภูมิอากาศโลกรวมท้งัผลต่อสิ่งมีชีวติและสิ่งแวดลอ้ม ตวัช้ีวดัช้นั ปี ว 3.2 ป. 2/1 ระบุส่วนประกอบของดิน และจา แนกชนิดของดินโดยใช้ลกัษณะเน้ือดินและการจบัตวัเป็นเกณฑ์ ว 3.2 ป. 2/2 อธิบายการใช้ ประโยชน์จากดิน จากข้อมูลที่ รวบรวมได้ สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ใจแนวคิดหลกัของเทคโนโลยีเพื่อการดา รงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยา่งรวดเร็วใชค้วามรู้ และทกัษะทางดา้นวทิยาศาสตร์คณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแกป้ ัญหาหรือพฒันางานอยา่งมีความคิดสร้างสรรค์ดว้ย กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคา นึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ สิ่งแวดลอ้ม ตวัช้ีวดัช้นั ปี ว 4.1 ป. 2/1 - มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ใจและใชแ้นวคิดเชิงคา นวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็น ข้นัตอนและเป็นระบบ ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทา งาน และการแกป้ ัญหาไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทนัและมี จริยธรรม ตวัช้ีวดัช้นั ปี ว 4.2 ป. 2/1 แสดงลา ดบัข้นัตอนการทา งานหรือการแกป้ ัญหาอยา่งง่ายโดยใชภ้าพ สญัลกัษณ์หรือขอ้ความ


9 ว 4.2 ป. 2/2 เขียนโปรแกรมอยา่งง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ว 4.2 ป. 2/3 ใชเ้ทคโนโลยใีนการสร้างจดัหมวดหมู่คน้หาจดัเก็บ เรียกใชข้อ้มูลตามวตัถุประสงค์ ว 4.2 ป. 2/4 ใชเ้ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่งปลอดภยั ปฏิบตัิตามขอ้ตกลงในการใชค้อมพิวเตอร์ร่วมกนัดูแล รักษาอุปกรณ์เบ้ืองตน้ ใชง้านอยา่งเหมาะสม ตัวชี้วัด สาระแกนกลาง สาระท้องถิ่น สาระสถานศึกษา ว 1.1 ป.2/1 - ว 1.2 ป.2/1 • พืชตอ้งการน้า แสง เพื่อการเจริญเติบโต ว 1.2 ป.2/2 ว 1.2 ป.2/3 • พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตและมีดอก ดอกจะมีการ สืบพันธุ์ เปลี่ยนแปลงไปเป็ นผล ภายในผลมีเมล็ด เมื่อเมล็ดงอก ต้น อ่อนที่อยู่ภายในเมล็ดจะเจริญ เติบโตเป็นพืชตน้ ใหม่พืช ตน้ ใหม่จะเจริญเติบโต ออกดอกเพื่อสืบพนัธุ์มีผลต่อไปได้ อีกหมุนเวียน ต่อเนื่องเป็นวฏัจกัรชีวติของพืชดอก ว 1.3 ป.2/1 •สิ่งที่อยู่รอบตัวเรามีท้ังที่เป็นสิ่งมีชีวิตและ สิ่งไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตตอ้งการอาหาร มีการหายใจ เจริญเติบโตขบัถ่าย เคลื่อนไหวตอบสนองต่อสิ่งเร้า และสืบพันธุ์ได้ลูกที่มี ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ส่วนสิ่งไม่มีชีวิตจะไม่มี ลกัษณะดงักล่าว ว2.1 ป.2/1 • วัสดุแต่ละชนิดมีสมบตัิการดูดซบัน้า แตกต่างกนั จึงน าไป ทา วตัถุเพื่อใชป้ระโยชน์ไดแ้ตกต่างกนัเช่น ใช้ผ้าที่ดูดซับ น้า ไดม้ากทา ผา้เช็ดตวั ใชพ้ลาสติก ซ่ึงไม่ดูดซบัน้า ทา ร่ม ว2.1 ป.2/2 • วสัดุบางอยา่งสามารถนา มาผสมกนัซ่ึงทา ให้ได้สมบัติที่ เหมาะสม เพื่อน าไปใช้ประโยชน์ตาม ตอ้งการ เช่น แป้ง ผสมน้า ตาลและกะทิใชท้า ขนมไทย ปูนปลาสเตอร์ผสม เยื่อกระดาษใช้ท ากระปุกออมสิน ปูนผสมหิน ทราย และ น้า ใชท้า คอนกรีต ว2.1 ป.2/3 • การน าวัสดุมาท าเป็ นวัตถุในการใช้งานตาม วัตถุประสงค์ ข้ึนอยู่กับสมบตัิของวสัดุวสัดุที่ใช้แล้วอาจน ากลับมาใช้ ว2.1


10 ตัวชี้วัด สาระแกนกลาง สาระท้องถิ่น สาระสถานศึกษา ป.2/4 ใหม่ไดเ้ช่น กระดาษใชแ้ลว้ อาจน ามาท าเป็ นจรวดกระดาษ ดอกไม้ประดิษฐ์ถุงใส่ของ ว 2.2 ป.2/1 - ว 2.3 ป.2/1 • แสงเคลื่อนที่จากแหล่งกา เนิดแสงทุกทิศทาง เป็ นแนว ตรง เมื่อมีแสงจากวัตถุมาเข้าตาจะท าให้มองเห็นวตัถุน้ัน การมองเห็นวัตถุที่เป็ น แหล่งกา เนิดแสงแสงจากวตัถุน้ัน จะเข้าสู่ตาโดยตรง ส่วนการมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่ แหล่งก าเนิดแสง ต้องมีแสงจากแหล่งก าเนิดแสงไป กระทบวัตถุแล้ว สะทอ้นเขา้ตาถา้มีแสงที่สวา่งมาก ๆ เขา้ สู่ตาอาจเกิดอนัตรายต่อตาได้จึงตอ้งหลีกเลี่ยงการมอง หรือใชแ้ผ่นกรองแสงที่มีคุณภาพ เมื่อจ าเป็ น และต้องจัด ความสวา่งให้เหมาะสม กบัการทา กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การ อ่านหนังสือการดูจอโทรทัศน์การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ และแท็บเล็ต ว 2.3 ป.2/2 ว 3.1 ป.2/1 - ว 3.2 ป.2/1 • ดินประกอบดว้ยเศษหิน ซากพืช ซากสตัวผ์สมอยู่ในเน้ือ ดิน มีอากาศและน้ าแทรกอยู่ตามช่องว่าง ในเน้ือดิน ดิน จา แนกเป็น ดินร่วน ดินเหนียวและดินทราย ตามลักษณะ เน้ือดินและการจับตัว ของดินซ่ึงมีผลต่อการอุ้มน้ าที่ แตกต่างกนั • ดินแต่ละชนิดน าไปใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกัน ตาม ลักษณะและสมบัติของดิน ว 3.2 ป.2/2 ว 4.1 ป.2/1 - ว 4.2 ป.2/1 • การแสดงข้นัตอนการแกป้ ัญหา ทา ไดโ้ดยการเขียน บอก เล่าวาดภาพ หรือใชส้ญัลกัษณ์ • ปัญหาอย่างง่าย เช่น เกมตวัต่อ ๖-๑๒ ชิ้น การแต่งตวัมา โรงเรียน ว 4.2 ป.2/2 • ตวัอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมสั่งให้ตัวละคร ท างานตามที่ต้องการ และตรวจสอบ ขอ้ผิดพลาด ปรับแก้ ไขใหไ้ดผ้ลลพัธ์ตามที่กา หนด


11 ตัวชี้วัด สาระแกนกลาง สาระท้องถิ่น สาระสถานศึกษา • การตรวจหาขอ้ผิดพลาด ทา ไดโ้ดยตรวจสอบคา สงั่ ที่แจ้ง ขอ้ผิดพลาด หรือหากผลลพัธ์ไม่เป็นไปตาม ที่ต้องการให้ ตรวจสอบการทา งานทีละคา สงั่ • ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใช้ บตัรคา สงั่แสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org ว 4.2 ป.2/3 • การใชง้านซอฟตแ์วร์เบ้ืองตน้เช่น การเขา้และออกจาก โปรแกรม การสร้างไฟล์การจดัเก็บ การเรียกใช้ไฟล์การ แกไ้ขตกแต่งเอกสาร ทา ได้ในโปรแกรม เช่น โปรแกรม ประมวลค าโปรแกรมกราฟิ ก โปรแกรมน าเสนอ • การสร้าง คัดลอก ย้าย ลบ เปลี่ยนชื่อ จัดหมวด หมู่ไฟล์ และโฟลเดอร์อยา่งเป็นระบบจะทา ให้เรียกใช้ค้นหาข้อมูล ไดง้่ายและรวดเร็ว ว 4.2 ป.2/4 • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยัเช่น รู้จัก ขอ้มูลส่วนตวัอนัตรายจากการเผยแพร่ขอ้มูลส่วนตวัและ ไม่บอกขอ้มูลส่วนตวักบับุคคลอื่นยกเว้นผู้ปกครองหรือ ครูแจง้ผูเ้กี่ยวขอ้งเมื่อ ตอ้งการความช่วยเหลือเกี่ยวกบัการ ใช้งาน • ข้อปฏิบัติในการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์เช่น ไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ทา ความสะอาด ใชอุ้ปกรณ์อยา่งถูก วิธี • การใชง้านอย่างเหมาะสม เช่น จดัท่านั่งให้ถูกตอ้งการ พักสายตาเมื่อใช้อุปกรณ์เป็ นเวลานาน ระมัดระวังอุบัติเหตุ จากการใช้งาน รวม 16 ตัวชี้วัด


12 5.2 โครงสร้างรายวิชา รายวิชา วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2 รหัสวิชา ว12101 เวลา 80 ชั่วโมง / ปี ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด เนื้อหา จ านวน (ชั่วโมง) น ้าหนัก คะแนน 1. วัฏจักรชีวิตของ พืช ดอก ว 1.2 ป2/1 ว 1.2 ป2/2 ว 1.2 ป2/3 -พืชตอ้งการแสงและน้ าเพื่อการ เจริญเติบโต -ความจ าเป็นที่พืชต้องได้รับน้ า และแสง เพื่อการเจริญเติบโต -วัฎจักรชีวิตของพืชดอก 14 14 2. สิ่งมีชีวติและ สิ่งไม่มีชีวติ ว 1.3 ป2/1 -ลัก ษณะของ สิ่ง มีชีวิต และ สิ่งไม่มีชีวติ 8 5 3. ธ ร ร ม ช า ติ ข อ ง สสาร ว 2.1 ป2/1 ว 2.1 ป2/2 ว 2.1 ป2/3 ว 2.1 ป2/4 -สมบัติการดูดซับน้ าของวัสดุ และการน า สมบัติการดูดซับน้ า ของวัสดุไปประยุกต์ใช้ในการท า วัตถุในชีวิตประจ าวัน -สมบตัิที่สังเกตไดข้องวสัดุที่เกิด จากการน าวสัดุมาผสมกนั -สมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุเพื่อ น ามาท า เป็ นวัตถุในการใช้งาน และการน าวัสดุที่ใช้แล้วกลับมา ใชใ้หม่ -ประโยชน์ของการน าวัสดุที่ใช้ แล้วกลับมา ใชใ้หม่ 18 15 4. แ ส ง แ ล ะ ก า ร เคลื่อนที่ ว 2.3 ป2/1 ว 2.3 ป2/2 -แสงและการเคลื่อนที่ของแสง จากแหล่งกา เนิดแสง -การมองเห็นวัตถุและอันตราย จากการ มองวตัถุที่อยใู่นบริเวณที่ มีแสงสวา่งไม่เหมาะสม 10 8 5. ดิน ว 3.2 ป2/1 ว 3.2 ป2/2 -ส่วนประกอบของดิน และ จ าแนกชนิด ของดินโดยใช้ ลกัษณะเน้ือดินและการจบัตวัเป็น เกณฑ์ -การใช้ประโยชน์จากดิน 10 8


13 6. วิทยาการค านวณ ว 4.2 ป2/1 ว 4.2 ป2/2 ว 4.2 ป2/3 ว 4.2 ป/4 -ข้ันตอนการท างานหรือการ แก้ปัญหาอย่าง ง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ -การเขียนโปรแกรมอยา่งง่ายโดย ใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ -การใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จดัหมวดหมู่คน้หา จัดเก็บ และ เรียกใช้ข้อมูล -การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างปลอดภัย และดูแลรักษา อุปกรณ์เบ้ืองตน้ 20 10 รวม 15 80 60 คะแนนระหว่างเรียน 60 คะแนนสอบกลางปี 10 คะแนนสอบปลายปี 30 รวมคะแนนทั้งปี 100


14 ค าอธิบายรายวิชาพื้นฐาน กล่มุสาระการเรียนรู้วทิยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว12101 รายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปี ที่2 เวลา 80 ชั่วโมง จ านวน 2 หน่วยกิจ ศึกษา วิเคราะห์ความตอ้งการแสงและน้า เพื่อการเจริญเติบโตของพืช วฏัจกัรชีวิตของพืชดอกลกัษณะของสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวติ สมบัติของวัสดุการน าสมบัติของวัสดุไปประยุกต์ใช้ในการท าวัตถุในชีวิตประจ าวัน ประโยชน์ของการน า วสัดุที่ใชแ้ลว้กลบัมาใชใ้หม่การเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งกา เนิดแสงการมองเห็นวตัถุโดยเสนอแนะแนวทางการป้องกนั อนัตราย ส่วนประกอบของดิน การจา แนกชนิดของดินโดยใชล้กัษณะเน้ือดินและการจับตัวเป็ นเกณฑ์ การใช้ประโยชน์จาก ดิน การแกป้ ัญหาโดยใชภ้าพ สัญลกัษณ์หรือขอ้ความ การเขียนโปรแกรมอยา่งง่าย โดยใชส้ื่อซอฟตแ์วร์การใชเ้ทคโนโลยี ในการสร้างจดัเก็บ เรียกใชข้อ้มูลการใชเ้ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่งปลอดภยั โดยใชก้ระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบ เสาะหาความรู้การส ารวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูลการเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเขา้ใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้มีความสามารถในการตดัสินใจเห็นคุณค่าของการน า ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน มีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม รหัสตัวชี้วัด ว 1.2 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3 ว 1.3 ป.2/1 ว 2.1 ป.2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4 ว 2.3 ป.2/1, ป.2/2 ว 3.2 ป.2/1, ป.2/2 รวม 12 ตัวชี้วัด


15 6.ตัวอย่างการจัดท าหน่วยบรูณาการภายในศาสตร ์ เดียวกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปี ที่2 6.1 ชื่อหน่วยกลุ่มสาระการเรียนรู้วทิยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปี ที่2 พืช ผัก สวนครัว รั้วกินได้ 6.2 สาระ มาตรฐาน ตัวชี้วัด สาระที่ 1วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ใจสมบตัิของสิ่งมีชีวติหน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวติการลา เลียงสารเขา้และออกจากเซลล์ความสมัพนัธ์ ของโครงสร้างและหนา้ที่ของระบบต่าง ๆของสตัวแ์ละมนุษยท์ ี่ทา งานสมัพนัธ์กนัความสมัพนัธ์ของโครงสร้างและหนา้ที่ ของอวยัวะต่าง ๆ ของพืชที่ทา งานสมัพนัธ์กนัรวมท้งันา ความรู้ไปใช้ประโยชน ตวัช้ีวดัว 1.2 ป. 2/1 ระบุว่าพืชตอ้งการแสงและน้า เพื่อการเจริญ เติบโต โดยใช้ข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ใจสมบตัิของสิ่งมีชีวติหน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวติการลา เลียงสารเขา้และออกจากเซลล์ความสัมพันธ์ ของโครงสร้างและหนา้ที่ของระบบต่าง ๆของสตัวแ์ละมนุษยท์ ี่ทา งานสมัพนัธ์กนัความสมัพนัธ์ของโครงสร้างและหนา้ที่ ของอวยัวะต่าง ๆ ของพืชที่ทา งานสมัพนัธ์กนัรวมท้งันา ความรู้ไปใชป้ระโยชน์ ตวัช้ีวดัว 1.2 ป. 2/2 ตระหนกัถึงความจา เป็นที่พืชตอ้งไดร้ับน้า และแสงเพื่อการเจริญเติบโต โดยดูแลพืชให้ได้รับ สิ่งดงักล่าวอยา่งเหมาะสม สาระที่ 2วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ใจสมบตัิของสสารองคป์ระกอบของสสารความสมัพนัธ์ระหวา่งสมบตัิของสสารกบั โครงสร้างและ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลกัและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการ เกิดปฏิกิริยาเคมี ตวัช้ีวดัว 2.1 ป. 2/1 เปรียบเทียบสมบตัิการดูดซบัน้า ของวสัดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์และระบุการน าสมบัติ การดูดซบัน้า ของวสัดุไปประยกุตใ์ชใ้นการทา วตัถุในชีวิตประจ าวัน สาระที่ 3วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว.3.2เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟูอากาศและ ภูมิอากาศโลก รวมท้งัผลต่อสิ่งมีชีวติและสิ่งแวดลอ้ม ตวัช้ีวดัว3.2 ป. 2/1 ระบุส่วนประกอบของดิน และจ าแนกชนิดของดินโดยใช้ลกัษณะเน้ือดินและการจบัตวั เป็ น เกณฑ์


16 มาตรฐาน ว.3.2เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟูอากาศและ ภูมิอากาศโลกรวมท้งัผลต่อสิ่งมีชีวติและสิ่งแวดลอ้ม ตวัช้ีวดัว 3.2 ป. 2/2 อธิบายการใช้ประโยชน์จากดิน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ มาตรฐาน ว.3.2เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟูอากาศและ ภูมิอากาศโลกรวมท้งัผลต่อสิ่งมีชีวติและสิ่งแวดลอ้ม ตวัช้ีวดัว 3.2 ป. 2/2 อธิบายการใช้ประโยชน์จากดิน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ใจและใชแ้นวคิดเชิงคา นวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็น ข้นัตอนและเป็นระบบ ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทา งาน และการแกป้ ัญหาไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทนัและมี จริยธรรม ตวัช้ีวดัว4.2 ป. 2/4 ใชเ้ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่งปลอดภยั ปฏิบตัิตามขอ้ตกลงในการใชค้อมพิวเตอร์ร่วมกนั ดูแลรักษาอุปกรณ์เบ้ืองตน้ ใชง้านอยา่งเหมาะสม 6.3 สาระส าคัญ แผนที่ 1.การเจริญเติบโตทางด้านล า ต้น ใบ และรากการเจริญเติบโตทางด้านการสืบพันธุ์การเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต “วัฏจักรชีวิตของพืชดอก”แบ่งไดเ้ป็น 3 ระยะระยะที่ 1 ระยะเป็ นผลและเมล็ด ระยะที่ 2 ระยะเป็นตน้อ่อน ระยะที่ 3 ระยะที่ โตเต็มที่ แผนที่2. พืชตอ้งการน้า สารอาหารแสงแดดที่ช่วยในการสร้างอาหารจากการสังเคราะห์ดว้ยแสง สิ่งเหล่าน้ีเป็นปัจจยั สา คญัทา ให้พืชเจริญเติบโตตามธรรมชาติแต่ถา้เราตอ้งการให้พืชเจริญงอกงาม มีความสมบูรณ์แข็งแรงเราตอ้งหมนั่ดูแล รักษาพืชโดยเอาใจใส่ แผนที่3.การสืบพนัธุ์แบบอาศยัเพศของพืชดอกจะตอ้งมีการปฏิสนธิระหวา่งเซลลส์ ืบพนัธุ์เพศผูแ้ละ เซลล์สืบพันธุ์ เพศเมีย มาปฏิสนธิแลว้เกิดเป็นพืชตน้ ใหม่การถ่ายเรณูเป็นกระบวนการที่เกี่ยวขอ้งกบัการสืบพนัธุ์แบบ อาศัยเพศของพืช คือการที่เรณูไปตกบนยอดเกสรเพศเมีย ซ่ึงอาจเกิดข้ึนเองภายในดอกที่มีท้งัเกสรเพศผเู้กสรเพศเมีย แผนที่4. พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะออกดอก ดอกได้รับการผสมพันธุ์กลายเป็ นผลผลมีเมล็ดซึ่งสามารถงอกเป็ น ต้นพืชได้อีกหมุนเวียนเป็ นวัฏจักร พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตและมีดอกดอกจะมีการสืบพันธุ์เปลี่ยนแปลง ไปเป็ นผล ภายใน ผลมีเมลด็เมื่อเมลด็งอกตน้อ่อนที่อยภู่ายในเมลด็จะเจริญเติบโตเป็นพืชตน้ ใหม่ แผนที่ 5.การสืบพนัธุ์แบบอาศยัเพศของพืชดอกจะตอ้งมีการปฏิสนธิระหวา่งเซลลส์ ืบพนัธุ์เพศผูแ้ละ เซลล์สืบพนัธุ์ เพศเมีย มาปฏิสนธิแลว้เกิดเป็นพืชตน้ ใหม่การถ่ายเรณูเป็นกระบวนการที่เกี่ยวขอ้งกบัการสืบพนัธุ์แบบ อาศยัเพศของพืช คือ การที่เรณูไปตกบนยอดเกสรเพศเมีย ซ่ึงอาจเกิดข้ึนเองภายในดอกที่มีท้งัเกสรเพศผเู้กสรเพศเมีย


17 แผนที่ 6. พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะออกดอก ดอกได้รับการผสมพันธุ์กลายเป็ นผลผลมีเมล็ดซึ่งสามารถงอกเป็ น ต้นพืชได้อีกหมุนเวียนเป็ นวัฏจักร พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตและมีดอกดอกจะมีการสืบพันธุ์เปลี่ยนแปลง ไปเป็ นผล ภายใน ผลมีเมลด็เมื่อเมลด็งอกตน้อ่อนที่อยภู่ายในเมลด็จะเจริญเติบโตเป็นพืชตน้ ใหม่ แผนที่7. ส่วนประกอบของเมลด็ ประกอบดว้ย3 ส่วน ไดแ้ก่เปลือกหุม้เมลด็ตน้อ่อนหรือเอ็มบริโอและอาหารที่สะสม ไว้ส าหรับการเจริญเติบโตของตน้อ่อนพืชตอ้งการน้า แสง เพื่อการเจริญเติบโต ดินประกอบดว้ยเศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ ผสมอยใู่นเน้ือดิน มีอากาศและน้า แทรกอยตู่ามช่องวา่งในเน้ือดิน แผนที่ 8. ดินทราย ดินเหนียว ดินร่วน แผนที่ 9. ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสา คญัต่อการดา รงชีวิตของพืช สัตวแ์ละมนุษยซ์ ่ึงสิ่งมีชีวิตเกือบ ทุกชนิด ใชด้ินในการดา รงชีวติไม่ทางใดก็ทางหน่ึง แผนที่ 10. ดินเกิดจากซากพืชซากสตัวแ์ละหินที่สึกกร่อนมารวมกนัดินแต่ละประเภทมีสมบตัิที่แตกต่างกนัซ่ึงสามารถ น าไปใชป้ระโยชน์ไดแ้ตกต่างกนัตามสมบตัิของดิน 6.4จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้(K) 1. อธิบายวัฎจักรของพืชได้ (K) 2. บอกประโยชน์และวิธีการดูแลของพืชได้ (K) 3. อธิบายข้นัตอนการสืบพนัธุ์ของพืชดอกได้(K) 4. สงัเกตและอธิบายวฏัจกัรของพืชดอกใบเล้ียงคู่และใบเล้ียงเดี่ยวได้(K) 5. อธิบายการงอกของเมล็ดพืชได้ (K) 6.ระบุวา่น้า และแสงเป็นปัจจยัที่จา เป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชได้(K) 7.ระบุส่วนประกอบของดิน (K) 8. ระบุสีและลกัษณะเน้ือดินของดินจากบริเวณต่าง ๆ ได้(K) 9. บอกการใช้ประโยชน์จากดินได้ (K) 10. บอกวิธีการดูแลรักษาดินได้ (K)


18 ด้านทักษะ (P) (ทักษะตามธรรมชาติวิชา) 1. ทักษะการสังเกต (Observation) 2. ทักษะการวัด (Measurement) 3. ทักษะการจ าแนกประเภท (Classification) 4. ทักษะการใช้จ านวน (Space/ Space Relationship and Space/Time Relationship) 5. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล(Using Number) 6. ทักษะการจัดกระท าและสื่อความหมายข้อมูล (Organizing Dataand Communication) 7. ทักษะการหาความสมัพนัธ์ของสเปชกบัเวลา (Infering) 8. ทักษะการพยากรณ์ (Prediction) (ทักษะตามศตวรรษที่ 21) 1. ทักษะการเรียนรู้ 2. ทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยี 3. ทักษะชีวิต ด้านคุณลกัษณะเจตคติ(A) (คุณลักษณะตามธรรมชาติวิชา) 1. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้มาจากการศึกษาปรากฏการณ์ธรรมชาติ 2. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์อาศัยการลงความเห็นจากหลักฐานที่ได้โดยการสังเกต 3. ความรู้วิทยาศาสตร์อาศัยการสังเกตและการลงความเห็น 4.ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ 5. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ 6. สงัคมและวฒันธรรมมีอิทธิพลต่อความรู้วทิยาศาสตร์ 7. วิธีการได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ 8. กฎและทฤษฎีทางวทิยาศาสตร์ของความรู้ที่แตกต่าง


19 9. ความเป็ นอัตนัยของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (คุณลักษณะตามศตวรรษที่ 21) 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่ เรียนรู้ 5. อยอู่ยา่งพอเพียง 6. มุ่งมนั่ในการทา งาน 7. รักความเป็ นไทย 8. มีจิตสาธารณะ สมรรถนะ 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวฒันธรรมในการใชภ้าษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง 2. ความสามารถในการคิด เป็ นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอยา่งสร้างสรรค์การคิด อยา่งมีวจิารณญาณ และการคิดเป็นระบบ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกตอ้ง เหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลกัเหตุผลคุณธรรมและขอ้มูลสารสนเทศ 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนา กระบวนการต่างๆ ไปใชใ้นการดา เนินชีวติประจา วนั การเรียนรู้ดว้ยตนเองการเรียนรู้อยา่งต่อเนื่องการทา งาน และการอยรู่ ่วมกนั ในสงัคม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ และมีทักษะ กระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพฒันาตนเองและสังคม ในดา้นการเรียนรู้การสื่อสารการทา งาน การแกป้ ัญหาอยา่ง สร้างสรรค์ ถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม


20 6.5 สาระการเรียนรู้ 1.พืชเป็นสิ่งมีชีวิต พืชแต่ละชนิดมีกาเจริญเติบโตในที่แตกต่างกัน พืชบางชนิดเจริญเติบโตไดด้ีบนพ้ืนดินบางชนิด เจริญเติบโตได้ดีในน้า บางชนิดเจริญเติบโตบนตน้ ไมอ้ื่น พืชทุกชนิดตอ้งอาศัยปัจจัยหลายอย่างในการดา รงชีวิตและ เจริญเติบโต 2.พืช นา มาเป็นอาหาร สร้างที่อยอู่าศยัยารักษาโรคและทา เป็นเครื่องนุ่งห่ม นอกจากปัจจยัหลกัที่มีความสา คญัต่อการ ดา รงชีวติมนุษย์พืชยงัมีความสา คญัต่อสิ่งมีชีวติและสิ่งแวดลอ้มอื่นๆ 3.พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตและมีดอกดอกจะมีการสืบพนัธุ์เปลี่ยนแปลงไปเป็นผลภายในผลมีเมล็ดเมื่อเมลด็งอกตน้อ่อน ที่อยภู่ายในเมล็ดจะเจริญเติบโตเป็นพืชตน้ ใหม่พืชตน้ ใหม่จะเจริญเติบโตออกดอกเพื่อสืบพนัธุ์ผลต่อไปไดอ้ีกหมุนเวียน ต่อเนื่องเป็นวฏัจกัรชีวติของพืชดอก 4.พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตและมีดอกดอกจะมีการสืบพันธุ์เปลี่ยนแปลงไปเป็ นผลภายในผลมีเมล็ดเมื่อ เมลด็งอกตน้อ่อน ที่อยภู่ายในเมล็ดจะเจริญเติบโตเป็นพืชตน้ ใหม่พืชตน้ ใหม่จะเจริญเติบโตออกดอกเพื่อสืบพนัธุ์ผลต่อไปไดอ้ีกหมุนเวียน ต่อเนื่องเป็นวฏัจกัรชีวติของพืชดอก 5.การงอกของเมล็ด ต้องได้รับสภาพแวดล้อมภายนอกที่เหมาะสมมากระตุ้นการเปลี่ยนแปลงภายในเมล็ด ซึ่งเกี่ยวขอ้ง กบัหลายกระบวนการเริ่มต้งัแต่เมลด็มีการดูดน้า เพื่อทา ใหเ้ซลลไ์ดร้ับน้า เขา้ไป จึงเริ่มมีการทา งานของเอนไซมส์า หรับยอ่ย อาหารที่เก็บสะสมไวใ้นการพฒันาของตน้กลา้ 6.พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีการเจริญเติบโตและจะดา รงชีวิตอยู่ได้ต้องอาศัยแสงและน้ าในการด ารงชีวิตรวมท้ัง อาศัย สิ่งแวดลอ้มต่างๆ ดว้ย ปัจจยัที่จา เป็นต่อการดา รงชีวิตของพืชคือ น้า แสงแดด อากาศและแร่ธาตุต่าง ๆเพื่อนา ไปใชใ้นการ สร้างอาหารแร่ธาตุที่จา เป็นต่อพืชมีหลายชนิด เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แร่ธาตุอาหารต่างๆ 7.ดินเป็ นทรัพยากรธรรมชาติซ่ึงประกอบดว้ยเศษหิน ซากพืช ซากสัตวผ์สมอยใู่นเน้ือดินมีอากาศและ น้า แทรกอยตู่าม ช่องวา่งในเน้ือดิน ดินจา แนกเป็น ดินร่วน ดินเหนียวและดินทรายตามลกัษณะเน้ือดินและการจบัตวัของดินซ่ึงมีผลต่อการ อุม้น้า ที่แตกต่างกนัเราจึงสามารถนา ดินแต่ละชนิดไปใชป้ระโยชน์ไดแ้ตกต่างกนั 8.ถา้ใชล้กัษณะเน้ือดินและการจบัตวัเป็นเกณฑ์จะแบ่งดินออกเป็น 3 ประเภท คือ ดินเหนียว ดินร่วน และดินทราย 9.ดินแต่ละชนิดนา ไปใชป้ระโยชน์ไดแ้ตกต่างกนัตามลกัษณะและสมบตัิของดิน 10.ดินเกิดจากหินที่สึกกร่อน ผพุงัเป็นเวลานานหลายปีโดยเกิดจาก - น้า ฝน ค่อยๆ ซึมผ่านรอยแยก ทา ให้รอยแยกแตกกร่อนมากข้ึน แรงของคลื่นและกระแสน้า ก็สามารถทา ให้หินสึก กร่อนได้ -อากาศ ที่ร้อนจดัในเวลากลางวนัและเยน็จดัในเวลากลางคืน ทา ใหห้ ินแตกไดง้่าย -รากของพืช ที่พยายามชอนไชหาอาหาร ท าให้หินเป็ นรอยแยกได้


21 6.6การจัดการเรียนรู้ทเี่น้นผู้เรียนเป็นส าคัญ จะมีรูปแบบการสอนทหี่ลากหลาย ตามธรรมชาติวชิา ได้แก่ การจดัการเรียนรู้ที่เนน้ผเู้รียนเป็นสา คญัจะมีรูปแบบบการสอนที่หลากหลายตามธรรมชาติวชิาไดแ้ก่ 6.6.1รูปแบบการเรียนรู้แบบ 5 E 6.6.2รูปแบบการเรียนรู้แบบโครงงาน 6.6.3รูปแบบการเรียนรู้แบบ PBL 6.6.4รูปแบบการเรียนรู้แบบCIPPA 6.6.5รูปแบบการเรียนรู้แบบ Problem solvijng 6.6.6รูปแบบการเรียนรู้แบบSTEM แต่หน่วยบูรณาการภายในศาสตร์เดียวกัน เรื่อง ผจญภยัตะลุยดินแดนพืชเเละสัตว์กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีช้นั ประถมศึกษาปีที่2 ใช้รูปแบบการสอน 5 E 6.7 การวัดและการประเมินผล สิ่งที่วัด วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เ ก ณ ฑ์ ก า ร วั ด แ ล ะ ก า ร ประเมินผล 1.ด้านพุทธิพสิัย(A) 1.อธิบายวัฎจักรของพืชได้ - ตรวจใบงาน เรื่อง วัฏจักร ชีวิตของพืชดอก - ใบงาน เรื่อง วัฏจักร ชีวิตของพืชดอก - ตอบค าถามวัฏจักรของ พืชดอกได้ถูกต้อง 2.บอกประโยชน์และ วิธีการดูแลของพืชได้ - ตรวจใบงาน เรื่อง ประโยชน์และวิธีการดูแลของ พืช - ประเมินด้วย แบบทดสอบ -ระบุ และวิเคราะห์ ประโยชน์ของพืช ได้ ถูกต้องตามเกณฑ์ - ตอบค าถามได้ถูกต้อง 3.อธิบายข้นัตอนการ สืบพันธุ์ของพืชดอกได้ - ตรวจใบงาน เรื่องการ สืบพันธุ์ของพืชดอก - ใบงาน เรื่องการ สืบพันธุ์ของพืชดอก -ร้อยละ 60 ผา่นเกณฑ์ 4.สังเกตและอธิบายวัฏจักร ของพืชดอกใบเล้ียงคู่และ ใบเล้ียงเดี่ยวได้ - ตรวจใบงาน เรื่อง พืชใบ เล้ียงเดี่ยวและ พืชใบเล้ียงคู - ใบงาน เรื่อง พืชใบเล้ียง เดี่ยวและพืชใบเล้ียงคู่ -ร้อยละ 60 ผา่นเกณฑ์ 5.ระบุสิ่งที่จา เป็นต่อการ งอกของเมล็ดพืช - ตรวจใบกิจกรรม เรื่องเมลด็ พืชต้องการอะไรในการงอก - ใบกิจกรรม เรื่อง เมลด็ พืชต้องการอะไรในการ งอก -ร้อยละ 60 ผา่นเกณฑ์


22 6.ระบุว่าน้ าและแสงเป็น ปัจจัย ที่จ าเ ป็น ต่อการ เจริญเติบโตของพืชได้ - ตรวจใบงาน เรื่ อง ปัจจัยที่ จา เป็นต่อการ ด ารงชีวิตของ พืช - ใบงาน เรื่ อง ปั จจัยที่ จา เป็นต่อการ ด ารงชีวิต ของพืช -ร้อยละ 60 ผา่นเกณฑ์ 7. ระบุส่วนประกอบของ ดิน - สังเกตการณ์ตอบค าถาม ใน ช้นัเรียนและเน้ือหา ในใบงาน -แบบประเมินความรู้ -ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับ คุณภาพดีข้ึนไป 8.ระบุสีและลกัษณะเน้ือดิน ของดินจากบริเวณต่าง ๆ -ระบุลักษณะและสมบัติบาง ประการของดินจากบริ เวณ ต่าง ๆ - สังเกตการณ์ตอบค าถาม ในช้ันเรียนและเน้ือหา ในใบงาน -ร้อยละ 60 ผา่นเกณฑ์ 9.บอกการใช้ประโยชน์จาก ดินได้ - ตรวจสมุดประจ าตัว หรื อ กิจกรรม วิทยาศาสตร์ ป.2 - สมุ ด ป ร ะ จ าตัว ห รื อ แบบฝึ กหัดวิทยาศาสตร์ ป.2 -ร้อยละ 60 ผา่นเกณฑ์ 10.บอกวิธีการดูแลรักษา ดินได้ - ตรวจแบบฝึ กหัด เรื่อง การ ดูแลรักษาดิน -แบบฝึ กหัด เรื่ อง การ ดูแลรักษาดิน -ร้อยละ 60 ผา่นเกณฑ์ 2.ด้านทักษะ(P) 1. สังเกตสีและลกัษณะเน้ือ ดินของดินจากบริเวณต่าง ๆ - สังเกตทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ใน การท า กิจกรรม -แบบประเมินทักษะ กระบวนการ ทาง วิทยาศาสตร์ -ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดบัคุณภาพพอใชข้้ึนไป 2.สังเกตส่วนประกอบของ ดิน - สังเกตทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ใน การท า กิจกรรม -แบบประเมินทักษะ กระบวนการ ทาง วิทยาศาสตร์ -ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพพอใช้ข้ึนไป 3. เขียนแผนภาพความคิด สรุปประโยชน์และวิธีการ ดูแลพืชได้ - ประเมินการสืบสอบข้อมูล -แบบประเมินทักษะ -ร้อยละ 60 ผา่นเกณฑ์ 4.สร้างแบบจ าลองวัฏจักร ชีวิตของพืชดอกพืชดอกใบ เล้ียงคู่และใบเล้ียงเดี่ยวได - ประเมินการน าเสนอผล ทา กิจกรรม - ประเมินการน าเสนอผล ทา กิจกรรม -ร้อยละ 60 ผา่นเกณฑ์ 5. ทดลองว่าพืชต้องการ แสง เพื่อการเจริญเติบโตได้ - ตรวจแบบบันทึกกิจกรรม การทดลองที่ 1 เรื่ อง แสงมี ความส าคัญ กบัพืชหรือไม่ - ใบงาน -แบบประเมินชิ้นงาน - สมุดบันทึก -ร้อยละ 60 ผา่นเกณฑ์ 3.ด้านเจคติ / คุณลักษณะ (A)


23 1.มีความรับผิดชอบต่องาน ที่ได้รับมอบหมาย - สังเกตพฤติกรรมการท างาน -แบบสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ -ผ่านเกณฑร์ะดบัพอใชข้้ึน ไป 2. เป็นคนช่างสงัเกต ช่างคิด ช่างสงสัย และเป็นผู้ที่มี ความกระตือรื อร้นในการ เสาะแสวงหาความรู้ - สังเกตพฤติกรรมที่ดีต่อการ เรี ยนวิชา วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี -แบบสังเกตพฤติกรรม -ผ่านเกณฑร์ะดบัดีมากข้ึน ไป 3. ตระหนักถึงความส าคัญ ในการทดลองทาง วิทยาศาสตร์ - สังเกตพฤติกรรมเป็ น รายบุคคล -แบบสังเกตพฤติกรรม เป็ นรายบุคคล -ผา่นเกณฑก์ารประเมิน ระดับคุณภาพ “ผา่น” 4. มีความอยากรู้อยากเห็น ในวิชาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี - สังเกตคุณลักษณะอันพึง ประสงค์และเจตคติทาง วิทยาศาสตร์ -แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์และเจตคติทาง วิทยาศาสตร์ -ผา่นเกณฑก์ารประเมิน ระดับคุณภาพ “ผา่น” 5. มีความมุ่งมนั่ในการ ทา งานและต้งัใจทา งานอยา่ สม ่าเสมอ - สังเกตความมีวินัยใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการท างานและกล้า แสดงออก -แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ -ระดับคุณภาพ 2 ผา่น เกณฑ์ 6.8 ชิ้นงาน /ภาระงาน แผนภาพความคิด(Mind Mapping)กลุ่มสาระการเรียนรูวทิยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. การถามตอบในช้นัเรียน 2. จดบันทึก 3. ใบงาน 4. แบบฝึ กหัด 5.การตอบค าถามในคาบเรียน 6. แบบทดสอบ 6.9 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.9.1 สื่อ 1. - ใบความรู้ เรื่อง วัฏจักรชีวิตของพืชดอก - ใบงาน เรื่อง วัฏจักรชีวิตของพืชดอก


24 2. -แผนภาพเกี่ยวกบั ประโยชน์ของพืช - ใบงานประโยชน์ของพืช 3. - หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.2 หน่วยการเรียนรู้ที่3 ชีวติพืชน่ารู้ - ใบงาน เรื่อง การสืบพันธุ์ของพืชดอก 4. - ใบงาน เรื่องวฏัจกัรชีวติของพืชใบเล้ียงเดี่ยวและพืชใบเล้ียงคู่ 5. - ใบกิจกรรม เรื่อง เมลด็พืชตอ้งการอะไรในการงอก 6. - หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.2 หน่วยการเรียนรู้ที่3 ชีวติพืชน่ารู้ - ใบงาน เรื่อง ปัจจยัที่จา เป็นต่อการดา รงชีวติของพืช 7. - สื่อสไลด์เรื่อง ส่วนประกอบของดิน - ใบงาน 01 ส่วนประกอบของดิน 8. - ใบกิจกรรมที่1 ลักษณะและสมบัติบางประการของดินมีอะไรบ้าง 9. -PowerPoint เรื่อง ประโยชน์ของดิน -วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใชใ้นกิจกรรมที่1 ประโยชน์ของดิน 10. - หนงัสือเรียนวทิยาศาสตร์ช้นั ประถมศึกษาปีที่2 -แบบฝึ กหัด เรื่อง การดูแลรักษาดิน 6.9.2 ประเภทแหล่งการเรียนรู้ 1. - ห้องเรียน 2. -,อินเทอร์เน็ต 3. - สื่อวดีิทศัน์เกี่ยวกบัการเกิดดิน 4. - เว็บไซต์ 5. -แหล่งการเรียนรู้ท้งัภายในและภายนอกโรงเรียน 6. - ห้องทดลง วิทยาศาสตร์ 6.10 เวลา แต่ละชั่วโมง เวลา 1 ชั่วโมง


25 โครงสร้างรายวิชา ชื่อหน่วย ชื่อเรื่อง มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ 1.พืช ผัก สวนครัว รั้วกินได้ 1.การเจริ ญเติบโต ของพืช 2.ป ร ะ โ ย ช น์ แ ล ะ การดูแลพืชดอก ว 1.2 ป. 2/1 ว 1.2 ป. 2/1 พืชเป็นสิ่งมีชีวิต พืชแต่ละชนิดมีกาเจริญเติบโตในที่ แตกต่างกนัพืชบางชนิดเจริญเติบโตไดด้ีบนพ้ืนดินบาง ชนิดเจริญเติบโตได้ดีในน้ า บางชนิดเจริญเติบโตบน ตน้ ไมอ้ื่น พืชทุกชนิดตอ้งอาศยัปัจจยัหลายอย่างในการ ด ารงชีวิตและเจริญเติบโต พืช น ามาเป็ นอาหาร สร้างที่อยอู่าศยัยารักษาโรคและ ทา เป็นเครื่องนุ่งห่ม นอกจากปัจจยัหลกัที่มีความสา คญัต่อการดา รง ชีวิตมนุษย์ พืชยังมีความ สา คญัต่อสิ่งมีชีวติและสิ่งแวดลอ้มอื่นๆ วิธีการดูแลพืช คือ การรดน้ าต้นไม้ทุกเช้าเย็น ใส่ปุ๋ย ชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมกัเพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้ดิน ปลูกพืชในที่มีแสงแดดส่องถึงและพรวนดินรอบ ๆ พืช อาทิตย์ละ 1 คร้ัง 3.การสื บพันธ์ของ พืชดอก 4.วัฎจักรชีวิตของ พืชดอก 5.การงอกของเมล็ด พืช ว 1.2 ป. 2/2 ว 1.2 ป. 2/2 ว 1.2 ป. 2/2 พืชดอกเมื่อเจริ ญเติบโตและมีดอกดอกจะมีการ สืบพันธุ์เปลี่ยนแปลงไปเป็ นผลภายในผลมีเมล็ดเมื่อ เมลด็งอกตน้อ่อนที่อยภู่ายในเมลด็จะเจริญเติบโตเป็นพืช ตน้ ใหม่พืชตน้ ใหม่จะเจริญเติบโตออกดอกเพื่อสืบพนัธุ์ ผลต่อไปไดอ้ีกหมุนเวยีนต่อเนื่องเป็นวฏัจกัรชีวติของพืช ดอก พืชดอกเมื่อเจริ ญเติบโตและมีดอกดอกจะมีการ สืบพันธุ์เปลี่ยนแปลงไปเป็ นผลภายในผลมีเมล็ดเมื่อ เมลด็งอกตน้อ่อนที่อยภู่ายในเมลด็จะเจริญเติบโตเป็นพืช ตน้ ใหม่พืชตน้ ใหม่จะเจริญเติบโตออกดอกเพื่อสืบพนัธุ์ ผลต่อไปไดอ้ีกหมุนเวยีนต่อเนื่องเป็นวฏัจกัรชีวติของพืช ดอก การงอกของเมล็ด ต้องได้รับสภาพแวดล้อมภายนอก ที่เหมาะสมมากระตุ้นการเปลี่ยนแปลงภายในเมล็ด ซึ่ ง เกี่ยวขอ้งกบัหลายกระบวนการ เริ่มต้งัแต่เมล็ดมีการดูด น้า เพื่อทา ใหเ้ซลลไ์ดร้ับน้า เขา้ไป จึงเริ่มมีการทา งานของ


26 เอนไซม์สา หรับย่อยอาหารที่เก็บสะสมไวใ้นการพฒันา ของต้นกล้า 6.การด ารงชีวิตของ พืช ว 2.1 ป. 2/1 พืชเป็นสิ่งมีชีวติที่มีการเจริญเติบโตและจะดา รง ชีวติอยไู่ดต้อ้งอาศยัแสงและน้า ในการดา รงชีวติรวม ท้ังอาศัยสิ่งแวดลอ้มต่างๆ ด้วย ปัจจัยที่จ าเป็นต่อการ ดา รงชีวิตของพืชคือ น้า แสงแดด อากาศและแร่ธาตุต่าง ๆ เพื่อนา ไปใชใ้นการสร้างอาหารแร่ธาตุที่จา เป็นต่อพืช มีหลายชนิด เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แร่ธาตุอาหารต่างๆ 7.ส่วนประกอบของ ดิน ว 3.2 ป. 2/1 ดินเป็ นทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย เศษหิน ซาก พืช ซากสัตวผ์สมอยใู่นเน้ือดินมีอากาศและ น้า แทรกอยู่ ตามช่องวา่งในเน้ือดิน ดินจา แนกเป็น ดินร่วน ดินเหนียว และดินทรายตามลกัษณะเน้ือดินและการจับตัวของดิน ซ่ึงมีผลต่อการอุม้น้า ที่แตกต่างกนัเราจึงสามารถนา ดินแต่ ละชนิดไปใชป้ระโยชน์ไดแ้ตกต่างกนั 8.ชนิดของดิน 9.การน าดิ นมาใช้ ประโยชน์ ว 3.2 ป. 2/2 ถา้ใชล้กัษณะเน้ือดินและการจบัตวัเป็นเกณฑ์จะแบ่งดิน ออกเป็ น 3 ประเภท คือ ดินเหนียว ดินร่วน และดินทราย ดินแต่ละชนิดนา ไปใชป้ระโยชน์ได้แตกต่างกันตาม ลักษณะและสมบัติของดิน 10.กา ร ดู แ ล รั ก ษ า ดิน ว 4.2 ป.2/4 ดินเกิดจากหินที่สึกกร่อน ผพุงัเป็นเวลานานหลายปีโดย เกิดจาก - น้า ฝน ค่อยๆ ซึมผา่นรอยแยก ทา ใหร้อยแยกแตกกร่อน มากข้ึน แรงของคลื่นและกระแสน้า ก็สามารถทา ให้หิน สึกกร่อนได้ -อากาศ ที่ร้อนจัดในเวลากลางวัน และเย็นจัดในเวลา กลางคืน ทา ใหห้ ินแตกไดง้่าย -รากของพืช ที่พยายามชอนไชหาอาหาร ท าให้หินเป็ น รอยแยกได้


27 7.ตัวอย่างแผนบูรณาการภายในศาสตร ์ เดียวกนักล่มุสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนการจัดการเรียนรู้ที่1 เรื่อง น ้ากับทานตะวัน ตอนที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิยาศาสตร์ช้ันประถมศึกษาปีที่2 ตัวชี้วัด ว1.1 ป. 2/2 ว8.1 ป.2/4 ป.2/6 ป.2/7 เวลา 3 คาบ สาระส าคัญ เมลด็ ประกอบดว้ยส่วนสา คญั ไดแ้ก่เปลือกหุม้เมลด็เอม็บริโอ(ตน้อ่อน) และอาหารเล้ียงเอม็บริโอเมื่อไดร้ับน้า และ อากาศที่เหมาะสม เมล็ดพืชจะงอกและเจริญเติบโต ส่วนที่งอกจากเมลด็ออกมาตามลา ดบัไดแ้ก่รากลา ตน้และใบ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ 1. นกัเรียนสามารถอธิบายและเปรียบเทียบลกัษณะของเมลด็ทานตะวนัที่แช่น้า และไม่แช่น้า ได้ 2. นกัเรียนสามารถสงัเกตและบอกส่วนประกอบของเมลด็ทานตะวนัไดด้า้นทกัษะ 3. นกัเรียนสามารถสรุปไดว้า่น้า ช่วยใหเ้มลด็ทานตะวนังอก 4. นกัเรียนสามารถบนัทึกภาพส่วนประกอบของเมลด็ทานตะวนัไดด้า้นคุณลกัษณะ 5. นกัเรียนสามารถทา งานร่วมกนัเป็นกลุ่มได้ สาระการเรียนรู้ 1. เมล็ดประกอบด้วย เปลือกหุ้มเมล็ด เอ็มบริโอ (ตน้อ่อน) และอาหารเล้ียงเอม็บริโอ 2. เมื่อไดร้ับน้า เมลด็พืชจะงอกโดยส่วนที่งอกออกจากเมลด็คือรากลา ตน้และใบ ตามลา ดบั สมรรถนะ ความสามารถในการเรียนรู้การสื่อสาร นกัเรียนสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ดว้ยการเล่าเรื่องเขียน หรือวาดภาพ


28 กระบวนการจดัการเรียนรู้ 1. ขั้นน า 1. ครูให้นกัเรียนจดักลุ่ม กลุ่มละ5 คน วิธีการคือแจกลูกอมให้นกัเรียนคละสีใหน้กัเรียนที่ไดลู้กอมชนิดเดียวกนัจบั กลุ่มดว้ยกนั 2. ใหส้มาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกนัต่อจิกซอวภ์าพเมลด็ทานตะวนักบัภาพเมลด็ทานตะวนัที่มีรากงอก 3. ครูต้งัคา ถาม ถามนกัเรียนโดยมีตวัอยา่งคา ถาม เช่น - ภาพเมลด็ทานตะวนัท้งัสองภาพมีลกัษณะเป็นอยา่งไร(ภาพเมลด็ทานตะวนัมีรากงอกออกมา ส่วนอีกภาพไม่มีราก งอกออกมา เมลด็ทานตะวนัที่มีรากงอกมีขนาดเมลด็ใหญ่กวา่ ) - นกัเรียนคิดวา่ภาพท้งัสองภาพน้ีภาพใดจะเกิดก่อนและหลัง (ภาพที่ไม่มีรากงอกเกิด ก่อน) - นกัเรียนคิดวา่ภาพทานตะวนัที่มีรากงอกเมื่อเวลาผ่านไปจะมีการเปลี่ยนแปลงอยา่งไร (เจริญเติบโตข้ึน รากยาว ข้ึน มีใบ ดอกและผล) สิ่งใดที่ทา ใหเ้มลด็ทานตะวนัท้งัสองภาพแตกต่างกนั (น้า ) 2. ขั้นสอน (วิธีการสอนแบบ PEOE) ขั้นคาดคะเน (Predict) ครูต้งัคา ถามเพื่อใหน้กัเรียนคาดคะเนคา ตอบ ตวัอยา่งคา ถาม เช่น -ถา้ครูทดลองเอาเมล็ดทานตะวนัแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม จา นวนเท่า ๆ กนัครูจะใชว้ธิีการใดที่ทา ให้เมลด็ทานตะวนั2 กลุ่ม แตกต่างกนั (กลุ่มหน่ึงแช่น้า อีกกลุ่มไม่แช่น้า กลุ่มที่แช่น้า จะมีรากงอกออกมา) - สิ่งใดจะเกิดข้ึน เมื่อนา เมลด็ทานตะวนัไปแช่น้า (เมลด็ทานตะวนัน่าจะมีรากงอก) -ถา้เราแกะเมลด็ทานตะวนัออกดูนกัเรียนคิดวา่สิ่งใดที่เราจะพบภายในเมลด็ทานตะวนั (ตน้อ่อน) ขั้นทดลอง (Experiment) 1. ครูให้นักเรียนศึกษาการทดลองที่ 1 ในใบกิจกรรมที่1 เรื่อง "น้า กบัทานตะวนัตอน น้า ช่วยให้เมลด็งอกหรือไม่" มีวธิีการทดลอง ดงัน้ี


29 - น ากระดาษเยื่อวางลงบนจาน 2 ใบ - นา เมลด็ทานตะวนัใส่จานละ3 เมล็ด -จานใบที่ 1 ไม่ใส่น้า ส่วนจานใบที่2 ใส่น้า -วางต้งัไว้สงัเกต ทุกๆ 3 วนัสงัเกตและบนัทึกผลในใบกิจกรรมที่1 2. ครูให้นักเรียนศึกษาการทดลองที่ 2 ในใบกิจกรรมที่2 เรื่อง "น้า กบัทานตะวนัตอน มีอะไรภายในเมลด็ทานตะวนั นะ"มีวิธีการทดลอง ดังน้ี - นา เมล็ดทานตะวนัที่แช่น้า ไว้2 คืน มาลอกเปลือกหุ้มเมลด็ทานตะวนัออกแลว้แกะตามรอยแยกของเมล็ด ใชแ้วน่ ขยายส่องดูภายในเมลด็พร้อมบนัทึกผลการสงัเกต ขั้นสังเกต (Observe) ครูต้งัคา ถามเพื่อใหน้กัเรียนช่วยกนัสงัเกตการทดลองโดยมีตวัอยา่งคา ถาม คือ - สิ่งใดที่นกัเรียนจะตอ้งสงัเกตในการทดลองน้ี(การเปลี่ยนแปลง ขนาดเมล็ด ราก) - เมล็ดทานตะวัน จานใดที่มีการเปลี่ยนแปลง (จานที่ 2 ใส่น้า ) - เมลด็ทานตะวนัที่แช่น้า กบัไม่แช่น้า มีลกัษณะเหมือนหรือต่างกนัอยา่งไร(ต่างกนัเมลด็ที่ แช่น้า มีขนาดใหญ่ข้ึน เปลือกนิ่ม มีรากงอกออกมา ส่วนเมลด็ที่ไม่แช่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง) - นกัเรียนลองสงัเกตภายในเมลด็ทานตะวนัเมื่อแกะเปลือกหุม้เมลด็ออกและส่องดูดว้ยแวน่ขยายจะพบอะไรภายใน เมล็ด (ตน้อ่อน) - ปัจจยัใดที่ช่วยในการงอกของเมล็ดทานตะวัน (น้า ) ขั้นอธิบาย (Explain) ครูและนกัเรียนช่วยกนัอธิบายการทดลองไดว้า่ - เมื่อนา เมล็ดทานตะวนัแช่น้า ทา ให้เมล็ดมีขนาดใหญ่ข้ึน และเปลือกหุ้มเมล็ดนิ่ม และทา ให้รากงอกออกมา ส่วน เมลด็ที่ไม่ไดแ้ช่น้า จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง - เมื่อแกะเปลือกหุม้เมลด็ทานตะวนัออกจะพบวา่ภายในมีตน้อ่อน (เอ็มบริโอ) อาหารเล้ียงเอม็บริโอ 3. ข้ันสรุป 1. ครูและนกัเรียนช่วยกนัสรุปการทดลองเพื่อใหไ้ดข้อ้สรุปดงัน้ี -น้า ช่วยใหเ้มลด็ทานตะวนังอก -เมล็ดทานตะวัน ประกอบด้วย เปลือกหุ้มเมล็ด เอ็มบริโอ (ตน้อ่อน) อาหารเล้ียง


30 เอ็มบริโอ 2. ครูต้งัคา ถาม ถามนกัเรียนเพิ่มเติม - เมลด็ที่งอกแลว้ตอ้งอาศยัสิ่งใดบา้งที่จะช่วยใหเ้จริญเติบโตเป็นตน้ ใหม่(ดิน น้า แสงอากาศ) สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. ลูกอมคละสี 2. ภาพจิกซอว์ทานตะวัน 3. เมล็ดทานตะวัน 4. ใบกิจกรรมที่1,2 5. แวน่ขยาย 6. กระดาษ เครื่องมือการวัดประเมินผล 1. ใบกิจกรรมที่1, 2 2. แบบสังเกตพฤติกรรม การวัดและประเมินผล ตัวชี้วัด วิธีวัด เครื่องมือวัด แหล่งข้อมูล ด้านความรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายและเปรียบเทียบลักษณะ ของเมลด็ทานตะวนัที่แช่น้า และไม่แช่น้า 2. นกัเรียนสามารถสงัเกตและบอกส่วนประกอบของ เมล็ดทานตะวันได้ ตรวจใบกิจกรรม 1. ใบกิจกรรม 2. แบบสังเกต 1. ใบกิจกรรม 2. นักเรียน ด้านทักษะ 3. นักเรียนสามารถสรุปได้ว่าน้ าช่วยให้เมล็ด ทานตะวันงอก 4. นักเรียนสามารถบันทึกภาพส่วนประกอบของ เมล็ดทานตะวันได้ ตรวจใบกิจกรรม 1. ใบกิจกรรม 2. แบบสังเกต 1. ใบกิจกรรม 2. นักเรียน ด้านคุณลกัษณะ 5. นกัเรียนสามารถทา งานร่วมกนัเป็นกลุ่มได้ การสังเกต แบบสังเกต นักเรียน


31 เกณฑ์การประเมิน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 ใบกิจกรรม -อธิบายและเปรียบเทียบไดว้า่ เมล็ดที่แช่น้ ากลบั ไม่แช่น้ ามี ความแตกต่างกันได้ด้วย ตนเอง -อธิบายว่าเมล็ดที่แช่น้ ากลับ ไม่แช่น้ ามีความแตกต่างกัน โดยครูเป็นผชู้้ีแนะบา้ง -ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเมล็ด ที่แช่น้ ากลับไม่แช่น้ ามีความ แตกต่างกนั -สามารถสรุปได้ด้วยตนเอง วา่น้า ช่วยใหเ้มลด็งอก -ครูตอ้งช่วยช้ีแนะจึงสามารถ สรุปไดว้า่น้า ช่วยใหเ้มลด็งอก -ไม่สามารถสรุปได้ว่าน้ าช่วย ใหเ้มลด็งอกแมค้รูจะช่วย -บันทึกภาพส่วนประกอบ ของเมล็ดทานตะวนั ได้ว่ามี เปลือกหุ้มเมล็ดเอ็มบริโอหรือ ตน้อ่อนอาหารเล้ียงเอ็มบริโอ และช้ีบอกถูกตอ้งครบ3ส่วน -บันทึกภาพส่วนประกอบ ของเมล็ดทานตะวนั ได้ว่ามี เปลือกหุ้มเมล็ดเอ็มบริโอหรือ กน้อาหารเล้ียงเอ็มบริโอและ ช้ีบอกถูกตอ้ง2ส่วน -มนับันทึกภาพส่วนประกอบ ของเมล็ดทานตะวันได้ว่ามี เปลือกหุ้มเมล็ด เอ็มบริโอหรือ ตน้อ่อนอาหารเล้ียง เอ็มบริโอ และช้ีบอกถูกตอ้ง1ส่วน การทา งานร่วมกนั-สมาชิกในกลุ่มช่วยกันท า การทดลองทุกคนโดยไม่มี การทะเลาะกนั -สมาชิกในกลุ่มส่วนใหญ่ ช่วยกันท าการทดลองไม่มี การทะเลาะกนั -สมาชิกส่วนใหญ่แย่งกันท า การทดลองมีการทะเลาะกนั รวม 12 คะแนนท าได้ 6 คะแนนผา่น


32 แบบสังเกต ชื่อ-สกลุใบกิจกรรม การท างานร่วมกัน การอธิบายและ เปรียบเทียบ การสรุป การบันทึกภาพ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1


33


34


35


36 8. บูรณาการข้ามศาสตร ์ 8.1 ทฤษฎี ความหมายของสะเต็มศึกษา นักวิชาการทางการศึกษาได้ให้ความหมายของสะเต็มศึกษา ไว้หลายความหมาย (นัสรินทร์บือชา, 2558, น.10; พรทิพย์ศิริภัทราชัย, 2556, น.49; พลศกัด์ิแสงพรมศรี, 2559, น.11)ซ่ึงสามารถวิเคราะห์และสรุปความหมายไดว้่า สะเต็ม ศึกษา คือ การจดัการเรียนรู้ที่มีการบูรณาการศาสตร์วิชาต่าง ๆ ได้แก่วิทยาศาสตร์(science) เทคโนโลยี (technology) วิศวกรรม (engineering) และคณิตศาสตร์ (mathematics) เขา้ดว้ยกนั โดยมุ่งเนน้การแกป้ ัญหาในชีวติจริงค้นคว้า สร้างสรรค์ และออกแบบพฒันาผลงานหรือนวตักรรมข้ึน เป็นการส่งเสริมใหน้กัเรียนเกิดการพฒันาทกัษะต่าง ๆ ที่สา คัญ จากความหมายของสะเต็มศึกษาที่กล่าวมาขา้งตน้ สรุปไดว้า่สะเต็มศึกษา หมายถึงการนา ศาสตร์วิทยาท้งั 4 มาบูรณา การการเรียนรู้เข้าด้วยกัน อันได้แก่วิทยาศาสตร์(science) เทคโนโลยี (technology) วิศวกรรม (engineering) และ คณิตศาสตร์ (mathematics) เพื่อพัฒนาให้นักเรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21 ศาสตร์สาขาของสะเต็มศึกษา นกัวิชาการทางการศึกษาหลายท่านไดใ้ห้ศาสตร์ของสะเต็มศึกษาไวม้ากมาย ดงัน้ี(พรทิพย์ศิริภัทราชัย, 2556, น.50) ไดก้ล่าวถึงจุดเด่นของธรรมชาติตลอดจนวธิีการสอนของแต่ละสาขาวชิาไวด้งัน้ี วิทยาศาสตร์ (S) เนน้เกี่ยวกบัความเขา้ใจ ในธรรมชาติการสอนตามแนวทางสะเต็มศึกษาส่งผลให้นักเรียนมีความสนใจ กระตือรือร้น รู้สึกทา้ทาย และเกิดความ มนั่ใจในการเรียนรู้ซ่ึงจะส่งผลให้ประสบความสา เร็จในสาขาวชิาวิทยาศาสตร์ในระดบัช้นัที่สูงข้ึนเทคโนโลยี(T) เป็ นวิชา ที่เกี่ยวขอ้งกบักระบวนการแกป้ ัญหา ปรับปรุง พฒันาสิ่งต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความตอ้งการของมนุษย์ โดยใช้ กระบวนการ ทางเทคโนโลยทีี่เรียกวา่การออกแบบเชิงวศิวกรรม ซ่ึงคลา้ยกบักระบวนการสืบเสาะ ดงัน้ันเทคโนโลยีจึงไม่ได้หมายถึงคอมพิวเตอร์หรือไอซีทีเท่าน้ัน วิศวกรรมศาสตร์ (E) เป็นวิชาที่เกี่ยวเนื่องกับ ความคิดสร้างสรรค์ส่งเสริมการพฒันานวตักรรมต่าง ๆ โดยใชค้วามรู้ทางวทิยาศาสตร์คณิตศาสตร์และเทคโนโลย ี คณิตศาสตร์ (M) ประการแรกเป็นวิชาที่เกี่ยวกบักระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์(mathematical thinking) ซ่ึงไดแ้ก่ การเปรียบเทียบ การจ าแนก/จดักลุ่ม การจดัรูปแบบ การระบุรูปร่างและคุณสมบัติ ประการที่สองภาษาคณิตศาสตร์ เด็ก สามารถถ่ายทอดความคิดหรือเขา้ใจความคิดรวบยอด โดยการสื่อสารผ่านภาษาทางคณิตศาสตร์ได้เช่น มากกวา่นอ้ยกวา่ เล็กกว่าใหญ่กว่า เป็นต้น ประการสุดท้ายคือการส่งเสริมคณิตศาสตร์ข้นัสูง (higher-level mathematical thinking) จาก กิจกรรมการเล่นหรือการท ากิจกรรมในชีวิตประจา วันวศิณีส์อิศรเสนา ณ อยุธยา (2559, น.13-14) สะเต็มศึกษาเป็ นการ จัดการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงความรู้และบูรณาการความรู้จาก ศาสตร์ 4วชิาดงัน้ี วิทยาศาสตร์ (Science) หมายถึง ความรู้ และกฎความเป็นจริงที่อยู่ในธรรมชาติรอบตวัท้งัที่เกี่ยวกบัสิ่งมีชีวิตและ สิ่งไม่มีชีวติ ไดแ้ก่คน สตัว์พืช สิ่งของ เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ใชก้ารสืบคน้ทดลอง พิสูจน์และเรียนรู้เพื่อหาความจริงที่ เกิดข้ึนในโลก


37 เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงธรรมชาติและสิ่งต่าง ๆ ที่อยรู่อบตวัมาใชป้ระโยชน์ใหด้ีข้ึนดว้ย การใชค้วามรู้ความคิด และเทคนิคต่าง ๆ หรืออาจเป็นการพฒันาและนา สิ่งต่าง ๆ มาแกป้ ัญหาและสร้างสรรคใ์นการท า งานและในชีวิตประจ าวนัเช่น การหาขอ้มูลคอมพิวเตอร์การพิมพบ์นคอมพิวเตอร์แทนการเขียน ท บันทึกข้อความได้ รวดเร็วเป็นระเบียบและสามารถเก็บขอ้มูลได้ วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) หมายถึง การออกแบบ แก้ปัญหาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วยหลักการทาง คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เพื่อแกป้ ัญหา สร้างสรรค์ และอ านวยความสะดวกใหก้บัมนุษยซ์ ่ึงวิศวกรรมศาสตร์มกัควบคู่ ไปกบัเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ (Mathematics) หมายถึง หลกัการในการใชส้มการและวธิีต่าง ๆ ในการคา นวณ เพื่อแกป้ ัญหา หาผลลพัธ์ และหาขอ้เท็จจริงเกี่ยวกบัจา นวน ตวัเลข พ้ืนผิว เรขาคณิต โครงสร้าง จากแนวคิดเกี่ยวกบัองคป์ระกอบของสะเต็มศึกษาของนกัวชิาการทางการศึกษาหลายท่าน พบวา่สะเต็มศึกษาเป็น รูปแบบการเรียนรู้แบบสหวิทยาการที่ไม่ใช่การสอนแบบแยกส่วน แต่เป็นลกัษณะบูรณาการของศาสตร์ท้ัง 4 ได้แก่ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์เขา้ดว้ยกนั โดยผนวกกบัการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อให้ นกัเรียนไดก้ระบวนการการน าความรู้มาแกป้ ัญหาในชีวิตประจา วนัได้นกัวิชาการทางการศึกษาแต่ละท่านอธิบายจุดเด่น ของแต่ละวชิาแตกต่างกนัออกไป ผวู้จิยัจึงนา แนวคิดของนักวิชาการทางการศึกษามาจัดท าองค์ประกอบของการสอนบูรณา การแบบสะเต็ม เรื่อง เสียง


38 8.2 ตวั อย่ างหน่ วยบู รณการข้ ามศาสตร์STEM


39 8.3 ตวัอย่างแผนบูรณาการข้ามศาสตร์ แผนการจดัการเรียนรู้ที่5 รายวิชา ฟิ สิกส์ 3 รหัสวิชา ว32203 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5 หน่วยการเรียนรู้บูรณาการแบบสะเตม็เรื่อง เสียง เวลา 18ชั่วโมง เรื่อง ห้องเก็บเสียง เวลา 4ชั่วโมง วิทยาศาสตร์ สาระส าคัญ การสร้างห้องเก็บเสียงเป็นการแกป้ ัญหาลดเสียงดงัรบกวนบริเวณรอบหอ้ง โดยการออกแบบต้องอาศัยหลักในการ วา่ทา อยา่ ไรใหผ้นงัหอ้งสามารถก้นัเสียงใหผ้า่นจากดา้นหน่ึงไปยงัอีกดา้นหน่ึงใหน้อ้ยที่สุด หรือไม่ใหเ้สียงผา่นเลย ซ่ึงผนงั ของห้องเป็ นหัวใจส าคัญในการออกแบบ ห้องเก็บเสียง การสร้างห้องเก็บเสียงได้ดังน้ันต้องอาศัยหลักกระบวนการ เทคโนโลยีหรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการออกแบบและสร้าง โดยเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมตาม สมบัติที่ แตกต่างกนัและเลือกใชเ้ครื่องมือในการวดัให้ตรงตามวตัถุประสงคอ์ยา่งถูกตอ้งและค านึงถึงความปลอดภัย การทดสอบ ประสิทธิภาพของห้องเก็บเสียงวา่สามารถเก็บเสียงไดด้ีหรือไม่โดยใช้การวัดระดับความดังของเสียงภายนอกห้องโดยใช้ หน่วยมาตรฐานและเปรียบเทียบกนัทีละกลุ่ม เมื่อทดสอบและปรับปรุงหอ้งเก็บเสียงจนสา เร็จตามเป้าหมายแล้ว น าเสนอ ข้อมูลเพื่อเผยแพร่หรือถ่ายทอดวธิีการสร้างหอ้งเก็บเสียง ตัวชี้วัด ว 5.1 ม.4-6/2, ว 5.1 ม.4-6/2 เทคโนโลยี สาระส าคัญ การใชเ้ทคโนโลยใีนการตรวจสอบจุดบกพร่องและขอ้แกไ้ขในการสร้างผนงัหอ้งเก็บเสียงจ าลองความสอดคล้อง ตัวชี้วัด ง 3.1 ม.4-6/5 คณิตศาสตร์ สาระส าคัญ ผลการบันทึกขอ้มูลที่ได้จากการตรวจสอบคุณภาพของห้องเก็บเสียงจา ลอง การตีความ ข้อมูลเพื่อน าไปสู่การ ด าเนินการแกไ้ขปัญหา ตัวชี้วัด ค 6.1 ม.4-6/2 ค 6.1 ม.4-6/3


40 วิศวกรรม สาระส าคัญ การสร้างห้องเก็บเสียงไดด้ีน้นต้องอาศัยหลักกระบวนการเทคโนโลยีหรือกระบวนการ ั ออกแบบเชิงวิศวกรรมซึ่งมี ท้งหมด ั 5 ข้นัตอนไดแ้ก่การระบุปัญหา (Identify a challenge) การคน้หาแนวคิดที่เกี่ยวขอ้ง (Explore Ideas) การวางแผน และพัฒนา (Plan and Develop) การทดสอบและการประเมินผล (Test and Evaluate) และการน าเสนอผลลัพธ์ (Present the Solution) ผลการเรียนรู้ใชก้ระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อแกไ้ขสถานการณ์ต่าง ๆได้ความรู้เดิมที่ต้องรู้ความเข้ม เสียง ระดับเสียง สมบัติของเสียง จุดประสงค์การเรียน ด้านความร้(K) นักเรียนสามารถ 4. บอกวธิีตรวจสอบคุณภาพ ดว้ยการน าเทคโนโลยมีาช่วยในการตรวจสอบ 5. วดัและเปรียบเทียบความดงัเสียงในการแข่งขนัหอ้งเก็บเสียงโดยใชห้น่วยมาตรฐาน 6. บอกแนวทางการปรับปรุงและพฒันาของหอ้งเก็บเสียงได้เมื่อผา่นการตรวจสอบคุณภาพ ของชิ้นงาน ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) มีความสามารถออกแบบการวดัคุณภาพของหอ้งเก็บเสียงโดยใช้กระบวนการออกแบบได้ ด้านคุณลกัษณะอนัพงึประสงค์(A) มีความรับผิดชอบท างานที่ไดร้ับมอบหมายไดส้มบูรณ์ตรงตามที่กา หนดและตรงต่อเวลา หลกัฐานร่องรอยการเรียนรู้ สิ่งที่ต้องการวัดและ ประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัด และ ประเมินผล ด้านความรู้(K) นักเรี ยน สามารถ 1.บอกแนวทางการแก้ไข ปัญหาที่ เกิดข้ึนจากการเล่น ดนตรี แล้วมีเสียง รบกวน ห้องข้างๆได้ 2.บอกวิธีตรวจสอบคุณภาพ ด้วยการ น าเทคโนโลยีมา ช่วยในการตรวจสอบ -การตอบปัญหาและอภิปราย ในช้นั เรียน - ตรวจการตรวจใบ กิจกรรม ที 1.1 และ1.2 ใบกิจกรรมที่5 เรื่องรู้แล้วต้อง แกไ้ข ระดับคุณภาพ ดีข้ึนไป


41 3.วัดและเปรียบเทียบความ ดังเสียงใน การแข่งขนัห้อง เก็บ เสียงโ ด ยใ ช้หน่วย มาตรฐาน ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) มีความสามารถ 1.วางแผนและออกแบบ ห้องเก็บ เ สียง โ ด ย ใ ช้ กระบวนการออกแบบได้ 2.เ ลื อ ก ใ ช้ วัส ดุ ใ น ก า ร ออกแบบผนังห้อง เก็บเสียง ได้เหมาะสมกับลักษณะ ของ ห้องซ้อมดนตรี การตรวจใบ กิจกรรมที่1.1 - ใบกิจกรรมที่5 เรื่ องรู้แล้ว ต้องแกไ้ข ระดับคุณภาพ ดีข้ึนไป ด้านคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ (A) 1. มีความรับผิดชอบท างาน ที่ ไ ด้ รั บ ม อ บ ห ม า ย ไ ด้ สมบูรณ์ตรงตามที่ก าหนด และตรงต่อเวลา การสังเกต พฤติกรรมของ นักเรียน แบบสังเกต พฤติกรรมของ นักเรียน ระดับคุณภาพ ดีข้ึนไป สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ใบกิจกรรมที่5รู้แลว้ตอ้งแกไ้ข กจิกรรมการเรียนรู้ ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที) 1.ครูถามนักเรียนวา่กระบวนการออกแบบห้องเก็บเสียง นกัเรียนใชห้ลกัการใดในการออกแบบ (แนวค าตอบ หลักการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม มี 5ข้นัตอน 1. การระบุปัญหา 2. การคน้หาและแนวคิดที่เกี่ยวขอ้ง 3. การวางแผนและพัฒนา 4. การทดสอบและประเมินผล 5. การน าเสนอผลลัพธ์


42 2. ครูน านกัเรียนเขา้สู่กระบวนการออกแบบเชิงวศิวกรรมในข้นัการทดสอบและประเมินผล ขั้นส ารวจและค้นหา (Exploration) (120 นาที) 3.นกัเรียนแต่ละกลุ่มดา เนินการสร้างหอ้งเก็บเสียง เพื่อลดปัญหาเสียงดงัรบกวนไปยงับริเวณภายนอก 4. หลงัจากสร้างหอ้งเก็บเสียงครูใหน้กัเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบวธิีการทดสอบคุณภาพของผนงัเก็บเสียงและสร้างเกณฑ์ การประเมินคุณภาพของหอ้งเก็บเสียง 5. หลงัจากที่นักเรียนสร้างห้องเก็บเสียงข้ึนมาครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มประเมินว่าห้องเก็บเสียงที่สร้างข้ึนผ่านเกณฑ์ หรือไม่ 6.นกัเรียนตอ้งจดบนัทึกทุกข้นัตอนและทุกกระบวนการออกแบบลงในใบกิจกรรมที่5อยา่งละเอียด ข้ันอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (60 นาที) 7.นกัเรียนแต่ละกลุ่มออกมานา เสนอผลงานห้องเก็บเสียงหนา้ช้นัเรียน ว่ามีข้นัตอนในการสร้างอย่างไร มีการปรับปรุง แกไ้ขจุดบกพร่องต่าง ๆ เช่น บรรยายสรุป สร้างแบบจา ลอง รูปวาด ตาราง กราฟ ฯลฯ และนักเรียนต้องอ้างอิงรูปแบบการ ออกแบบของนกัเรียนดว้ยวา่ตรงกบัแนวคิดเรื่องใดบา้ง ขั้นขยายความรู้(Elaboration) (20 นาที) 8.ให้นกัเรียนเขียนรายงานวา่ ไดเ้รียนรู้อะไรบา้งหรือไดแ้นวคิดใดบา้งจากการตรวจสอบและกระบวนการแกไ้ขปัญหา หรือจุดบกพร่อง ที่มีอยพู่ร้อมท้งัแสดงหลกัฐานของขอ้มูลที่มีอยทู่้งัหมดลงในใบกิจกรรมที่5 เรื่อง หอ้งเก็บเสียง 9. ให้นกัเรียนบอกแนวทางการพฒันาชิ้นงานในคร้ังต่อไป จากองคค์วามรู้และแนวคิดที่ไดจ้ากการสร้างห้องเก็บเสียงลง ในใบกิจกรรมที่5 เรื่อง หอ้งเก็บเสียง ขั้นประเมิน (Evaluation) (30 นาที) 10.ใหน้กัเรียนสรุปเกี่ยวกบั ประโยชน์และความรู้ที่นา มาใชแ้ละความรู้ที่ไดจ้ากกิจกรรม หอ้งเก็บเสียง ในประเด็นต่อไปน้ี - นักเรียนได้เรียนรู้อะไรจากการท ากิจกรรมน้ีบา้งเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์(S) เทคโนโลยี (T) วิศวกรรมศาสตร์ (E) และ คณิตศาสตร์ (M) - หอ้งเก็บเสียงที่มีลกัษณะที่ดีควรมีลกัษณะอยา่งไร -ควรใชว้สัดุอยา่งไรในการสร้างหอ้งเก็บเสียง - ปัญหาในการสร้างหอ้งเก็บเสียงมีอะไรบา้งและมีแนวทางการปรับปรุงอยา่งไร การมอบหมายงาน นักเรียนท าใบกิจกรรมที่5 รู้แลว้ตอ้งแกไ้ข


43 บันทึกหลังการสอน ผลการสอน ................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ปัญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... แนวทางแกไ้ข ................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ …………………………………………….


44 เกณฑ์การประเมินใบกิจกรรม เลขที่ ชื่อ-นามสกลุรายการประเมิน คะแนน รวม(12) ระดับ คุณภาพ สรุปผล ผลงาน ถูกต้อง ตามสาระ ความ สะอาด สวยงาม ท างานตาม ขั้นตอน ความคิด สร้างสรรค์ ผ่าน ไม่ผ่าน (3) (3) (3) (3) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 11. 12. 13. 14. 15


45 เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินผลงาน รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 1. ความถูกตอ้งของเน้ือหา เ น้ือ ห า มีควา ม ถูก ต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ เน้ือหามีความถูกตอ้ง มีผิดไม่เกิน 5 จุด เน้ือหามีความถูกตอ้ง มีผิดมากกวา่5 จุด 2. ความสะอาดสวยงาม มีความสะอาด สวยงาม เรียบร้อย ไม่มีร่องรอยการ ลบข้อความ มีความสะอาด สวยงาม เรียบร้อย มีร่องรอยการลบ ขอ้ความไม่เกิน 5 จุด มีความสะอาด สวยงาม เรียบร้อย มีร่องรอยในการ ลบข้อความเกิน 5 จุด 3. ทา งานตามข้นัตอน ก า ร ท า ง า น มี ค ร บ ทุ ก ข้นัตอน การท างานตามข้ันตอน ขาดไป 1-2 ข้นัตอน การท างานตามข้ันตอน ขาดมากกวา่2 ข้นัตอน 4. ความคิดสร้างสรรค์ ผลงานแสดงออกถึง ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แปลกใหม่ ผ ล ง า น แ ส ด ง อ อ ก ถึง ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เกิดจากการเลียนแบบ ผลงานไม่แสดงออกถึง ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ 0 -5 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรุง) 6 -8 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้) 9 -10 คะแนน หมายถึง 2 (ดี) 11 -12 คะแนน หมายถึง 3 (ดีมาก) หมายเหตุระดับคุณภาพ 0 ถือวา่ ไม่ผ่าน


46 แบบสังเกตพฤตกิรรมการทา งานกลุ่ม กล่มุสาระการเรียนรู้วทิยาศาสตร์ภาคเรียนท1 ี่ปี การศึกษา 2562 กล่มุ............................................................................... สมาชิกกลุ่ม 1……………………………………………………………………………………........………………………… 2…………………………………………………………………………………………………………………… 3…………………………………………………………………………………………………………………… 4…………………………………………………………………………………………………………………… 5…………………………………………………………………………………………………………………… ค าชี้แจง: ใหผ้ สู้อน สงัเกตพฤติกรรมของนกัเรียนในระหวา่งเรียนแลว้ขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกบัระดบัคะแนน ล าดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1 ความร่วมมือกนัทา งาน 2 การแสดงความคิดเห็น 3 การรับฟังความคิดเห็น 4 การแบ่งหนา้ที่กนัอยา่งเหมาะสม 5 ความมีน้า ใจช่วยเหลือกนั ลงชื่อ..........................................ผู้ประเมิน ..................../......................./....................


47 เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบตัิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่งสม่า เสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบตัิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน ปฏิบตัิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตดัสินคณุภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่า กวา่ 8 ปรับปรุง


Click to View FlipBook Version