The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ลูกเสือม.ต้น เเก้ไข

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thaplanfe, 2021-06-10 01:23:40

ลูกเสือม.ต้น เเก้ไข

ลูกเสือม.ต้น เเก้ไข

*การลกู เสือ มีเป้าหมายเพ่ืออบรมส่งั สอนและฝึกฝนใหบ้ ุคคลเป็ นพลเมืองดี ซ่ึง

วตั ถุประสงคข์ องคณะลูกเสือแหง่ ชาติ นัน้ เพ่ือพฒั นาลกู เสือทง้ั ทางกาย สติปัญญา
จิตใจ และ ศีลธรรม ใหเ้ ป็ นพลเมืองดี มีความรบั ผิดชอบ และชว่ ยสรา้ งสรรคส์ งั คมใหม้ ี
เกิดความสามคั คี และมคี วามเจริญกา้ วหนา้ และหลกั การของการลูกเสือ มงุ่ สง่ เสริม
สรา้ งสรรคใ์ หล้ กู เสือและ ผบู ้ งั คบั บญั ชาลกู เสือยึดถือเป็ นแนวปฏิบตั ิในการดาํ เนิน
กิจกรรมลูกเสือและใชใ้ นการดาํ เนินชีวติ ของตนเองใหเ้ กดิ ความสุขใหเ้ ป็ นคนดี คนเกง่
พ่งึ ตนเอง เห็นอกเห็นใจและชว่ ยเหลือผูอ้ ่ืนได้ มีความจงรกั ภกั ดีตอ่ ชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ โดยยึดหลกั การ คาํ ปฏิญาณและกฎของ ลูกเสือเป็ นหลกั ปฏิบตั ิ และ
พรอ้ มท่ีจะให้ “บริการ” ตามทศั นะของการลกู เสือ ทงั้ น้ี ตอ้ งคํานึงถึง สภาวะแวดลอ้ ม
สถานภาพ และขีดความสามารถของตนเอง โดยการสาํ รวจตนเอง ครอบครวั ชุมชน
และสงั คมเพ่ือการพฒั นา และมแี นวทางการพฒั นาตนเอง ครอบครวั ชุมชน และสงั คม

พระราชบญั ญตั ลิ ูกเสอื พ.ศ. 2551 ไดใ้ หค้ วามหมายของคาว่า “ลูกเสือ” หมายถึง
เด็กและเยาวชนทัง้ ชายและหญงิ ท่ีสมคั รเขา้ เปน็ ลกู เสือทงั้ ในสถานศกึ ษา และนอก

สถานศึกษา สว่ นลกู เสือทเ่ี ป็นหญงิ ใหเ้ รยี กว่า “เนตรนารี”

วตั ถุประสงคข์ องการพฒั นาลูกเสือ หลกั การสาคญั ของการลกู เสือ

คณะลกู เสอื แหง่ ชาติ ได้กาหนดวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือ เบเดน โพเอลล์ ได้กาหนดหลักการสาคญั ของการ
พฒั นาลูกเสือท้งั ทางกายสตปิ ัญญา จติ ใจ และ ลูกเสอื ไว้ 8 ประการ
ศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มคี วามรับผดิ ชอบ และ
ช่วยสร้างสรรค์สังคมใหม้ คี วามสามคั คีและมคี วาม
เจริญก้าวหน้า

พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ วั รชั กาลที่ 6
ทรงกอ่ ตัง้ กิจการลูกเสอื ไทย เม่อื วนั ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454. พ.ศ. 2463

คาปฏิญาณ ลูกเสอื สามัญ ลกู เสือสามญั กฎของลูกเสือ มี 10 ขอ้ ดงั น้ี
ร่นุ ใหญ่ ลูกเสอื วสิ ามัญ และ ขอ้ 1 ลูกเสอื มีเกียรตเิ ชอ่ื ถอื ได้
ขอ้ 2 ลูกเสือมคี วามจงรักภกั ดีตอ่
ผูบ้ งั คับบัญชาลกู เสือ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ และซ่อื ตรง
คาปฏญิ าณกล่าวว่า ดว้ ยเกียรติของขา้ ข้า ต่อผมู้ พี ระคณุ
สัญญาว่า ข้อ 3 ลกู เสือมหี น้าท่กี ระทาตนใหเ้ ป็นประโยชนแ์ ละ
ขอ้ 1 ขา้ จะจงรกั ภักดตี ่อชาติ ชว่ ยเหลือผอู้ ่นื
ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ ข้อ 4 ลูกเสือเป็นมติ รของคนทกุ คนและเปน็ พี่น้องกับ
ลกู เสอื อ่นื ทั่วโลก
ขอ้ 2 ข้าจะชว่ ยเหลือผู้อืน่ ทกุ เมอื่ ข้อ 5 ลูกเสอื เป็นผู้สภุ าพเรยี บรอ้ ย
ข้อ 3 ข้าจะปฏบิ ตั ิตามกฎของลูกเสอื ขอ้ 6 ลูกเสอื มคี วามเมตตากรณุ าตอ่ สตั ว์
ขอ้ 7 ลกู เสือเชื่อฟงั คาสง่ั ของบดิ ามารดา และ
ผู้บงั คบั บัญชาดว้ ยความเคารพ
ขอ้ 8 ลกู เสอื มใี จร่าเริงและไมย่ ่อท้อต่อความลาบาก
ข้อ 9 ลูกเสอื เปน็ ผ้มู ัธยัสถ์
ขอ้ 10 ลกู เสอื ประพฤตชิ อบดว้ ยกาย วาจา ใจ

เร่อื งที่ 2 ความสาคญั ของการลูกเสอื กับการพฒั นา

การลกู เสือทัว่ โลกมีจดุ ประสงค์ หลกั การ วธิ ีการ และอุดมการณ์เดยี วกัน คอื การพฒั นา
ศกั ยภาพบคุ คลใหเ้ ปน็ พลเมืองดี มีจิตสาธารณะ มีความรับผดิ ชอบในการพัฒนา ตนเอง การ
พัฒนาสัมพันธภาพระหว่างบุคคล และการพัฒนาสัมพันธภาพภายในชมุ ชนและ สังคม

การพฒั นาตนเอง การพฒั นาสมั พันธภาพ การพฒั นาสมั พนั ธภาพ
ระหวา่ งบคุ คล
ทางกาย ภายในชุมชนและสงั คม
ทางจิตใจ การพฒั นาสมั พันธภาพระหว่าง
ทางอารมณ์ บุคคล หมายถึง ความผูกพัน การพฒั นาสัมพันธภาพภายใน
ทางสติปัญญา ค ว า ม เ ก่ี ย ว ข้ อ ง เ ป็ น ชุม ชนและสังค ม ห ม ายถึง
ทางสงั คม กร ะบ ว นก า รติ ด ต่ อ เก่ี ย ว ข้ อ ง กระบ วนการ เป ล่ียนแปลง
ทางความรู ้ ระหวา่ งบุคคลต้ังแต่สองคนขึ้น ภายในสังคมทั้งด้านเศรษฐกิจ
ทางอาชีพ ไปเพ่ือทาความรู้จักกัน โดย สังคม การเมือง การปกครอง
ส่ิงแวดลอ้ ม วัตถปุ ระสงคร์ ่วมกันด้วยความ และวัฒนธรรม เพื่อประชาชนมี
เต็มใจ มีความรู้สึกท่ดี ีต่อกัน ชวี ิตความเปน็ อยทู่ ่ีดีขึ้น

การลูกเสือเป็นขบวนการทางการศกึ ษาสาหรบั เด็กและเยาวชนท่ีมีวัตถุประสงค์ เพ่ือสร้างบุคลิกภาพ
และพัฒนาการทางสังคมให้กบั เดก็ และเยาวชนเพอื่ ให้เปน็ พลเมืองดีของ ประเทศ โดยใช้วิธีการของ
ลกู เสอื ที่ยดึ มั่นในกฎและคาปฏิญาณ ซึ่งลูกเสอื กบั การพฒั นา ความเปน็ พลเมอื งดเี กี่ยวกับความหมาย
ของพลเมอื งดีความเป็นพลเมอื งดีในทศั นะของ การลกู เสอื และแนวทางการพัฒนาการลูกเสือไทยเพ่ือ
ส่งเสริมความเปน็ พลเมอื งดี

ขอบขา่ ยเนื้อหา

เรื่องที่ 1 ประวตั ิการลกู เสอื ไทย เรื่องที่ 2 ความรู้ทวั่ ไปเกีย่ วกบั
1.1 พระราชประวตั ขิ อง คณะลูกเสอื แหง่ ชาติ
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ 2.1 คณะลกู เสอื แหง่ ชาติ
เจ้าอยูหวั 2.2 การบรหิ ารงานของคณะ
1.2 กาเนดิ ลกู เสือไทย ลูกเสอื แหง่ ชาติ
1.3 กจิ การลูกเสอื ไทยแต่ละยุค 2.3 การลกู เสือในสถานศึกษา

พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หวั ทรงเล็งเหน็ ความสาคญั ของกจิ การลูกเสอื จึงไดท้ รงพระราชทาน
กาเนิดลกู เสอื ไทยข้นึ เม่อื วันท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454

พระองคด์ ารงตาแหน่งสูงสุดของคณะลูกเสือแหง่ ชาติ หลงั จากนน้ั พระมหากษตั ริยไ์ ทยทกุ ประองค์ทรงเป็น
พระประมุขของคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ ประวตั ลิ กู เสือไทย แบ่งออกเป็น 5 ยคุ ได้แก่

1 2 3 4 5
ยุคกอ่ ต้ัง (พ.ศ. ยุคส่งเสรมิ ยุคประคับ ยคุ ก้าวหนา้ ยุคถงึ ประชาชน
2454 - 2468)
(พ.ศ. 2468 - ประคอง(พ.ศ. (พ.ศ. 2489 - (พ.ศ. 2514 -
2482) 2482 - 2489) 2514) ปจั จบุ ัน)

พระราชประวตั ิของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หวั

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงเป็นพระราชโอรสใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ
สมเด็จพระศรพี ัชรนิ ทราบรมราชินีนาถ (สมเดจ็ พระนางเจา้ เสาวภาผ่องศรี) ทรงพระราชสมภพ เม่ือวันืเสารที่ 1
มกราคม พ.ศ. 2423 ได้รับ พระราชทานพระนามวา่ สมเดจ็ เจ้าฟ้าวชิราวุธ เม่ือทรงพระเยาว์ได้ศึกษาวิชาหนังสือ
ไทยกบั พระยาศรีสนุ ทรโวหาร เพง่ิ ได้พระชนมายุได้ 13 พรรษา เสด็จไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ ใน สาขา
ประวตั ิศาสตร์ รฐั ศาสตร์ กฎหมาย วรรณคดี ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด และวิชาทหารบกที่ โรงเรียนแฮนด์เฮิสต์
รวม 9 ปี
พระองค์ได้เสด็จเถลิงถวัลยร์ าชสมบัตติ ่อจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ เม่อื วันท่ี 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ขณะน้ันมี
พระชนมายไุ ด้ 31 พรรษา ตลอดรชั สมยั ของพระองค์ ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจทานุบารุงประเทศชาติใน
ดา้ นการปกครอง การทหาร การศึกษา การสาธารณสขุ การคมนาคม การศาสนา โดยเฉพาะทางวรรณคดีทรงพระ
ราชนพิ นธ์ ทงั้ ร้อยแก้ว ร้อยกรองประมาณ 200 เร่อื ง ดว้ ยพระปรีชาสามารถของพระองค์ ประชาชนจึงถวาย พระ
สมญาแด่พระองค์ว่า “พระมหาธีรราชเจ้า” ทรงอยู่ในราชสมบัติเพียง 16 ปี เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 25
พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 พระชนมายุ 46 พรรษา แต่เนื่องด้วยพระราชกรณียกิจ ของพระองค์ ทาให้เกิด
คุณประโยชน์แก่บ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง รัฐบาลกับประชาชนจึงร่วมใจกัน สร้างพระบรมรูปของพระองค์
ประดษิ ฐานไว้ทส่ี วนลมุ พินี และคณะลกู เสือแห่งชาติ ร่วมด้วย คณะลูกเสือท่ัวราชอาณาจักร ได้สร้างพระบรมรูป
ของพระองคป์ ระดิษฐานไวห้ นา้ ค่ายลูกเสือ วชริ าวุธ อาเภอศรรี าชา จังหวัดชลบุรี

กาเนดิ ลูกเสือไทย

ในการตัง้ ลูกเสือก็เพื่อให้คนไทยรักชาติ “ลกู เสือบใ่ ช่เสือสัตว์ไพร
บ้านเมือง เป็นผู้นับถือศาสนาและ มี เรายืมมาใช้ดว้ ยใจกล้าหาญปานกัน
ความสามัคคี ไม่ทาลายซึ่งกันและกัน
เป็นรากฐานแห่งค ว ามมั่นค งขอ ง ใจกล้ามิใชก่ ล้าอธรรม์
ประเทศชาติ ทรงให้ ทมี่ าของช่ือลูกเสือ เช่นเสืออรัญสัญชาติชนคนพาล
ไวว้ ่า
ใจกล้าตอ้ งกล้าอยา่ งทหาร
กล้ากอปรกจิ การแกช่ าตปิ ระเทศเขตคน”

1) รัชสมยั พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2454 –2468)

2) รัชสมยั พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อย่หู ัว รัชกาลท่ี 7 (พ.ศ. 2468 –2477)

3) รชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล รัชกาลที่ 8
(พ.ศ. 2477 – 2489)

4) รัชสมยั พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอลยุ เดช รชั กาลท่ี 9
(พ.ศ. 2489 – 2559)

5) รัชสมยั สมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู รัชกาลที่ 10 (พ.ศ.
2559 - พ.ศ. 2561 ถึงปจั จบุ นั )



การลูกเสอื ในสถานศกึ ษา

ขอบขา่ ยรายวชิ า
เรอื่ งที่ 1 ประวตั ิผใู้ ห้กาเนิดลูกเสอื โลก
เรื่องท่ี 2 องคก์ ารลกู เสอื โลก
เรื่องท่ี 3 ความสมั พันธร์ ะหว่างลกู เสอื ไทย
กบั ลูกเสือโลก

เรอื่ งที่ 1 ความรู้
ประวัติผู้ให้กาเนดิ ลกู เสอื โลก เพ่มิ เติม

ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ เป็นผใู้ ห้กาเนิดลกู เสือโลก

ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (B.P)
ลอรด์ เบเดน โพเอลล์ เปน็ ผู้ใหก้ าเนดิ ลูกเสอื โลก มีช่ือเต็มวา่ โรเบิรต์ สตเิ ฟนสัน
สมิท เบเดน โพเอลล์ (Robert Stephenson Smyth Baden Powell) เรียก
ย่อ ๆ ว่า บี.พี. (B.P.) เกิดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2400 ท่ีกรุงลอนดอน
ประเทศอังกฤษ บิดาช่ือ เอช.จี.เบเดน โพเอลล์ เป็นศาสตราจารย์ สอนวิชา
เรขาคณิต และธรรมชาติศกึ ษา ณ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มารดาช่ือ เฮนริ
เอทต้า เกรซ สมิท เป็นธิดาของ พลเรือเอก ดับบิว. ที. สมิท แห่งราชนาวี
อังกฤษ

เร่อื งท่ี 2
องค์การลูกเสอื โลก

องค์การลกู เสือโลก ประกอบด้วย 3 องคก์ รหลกั

1 . ส มั ช ช า ลู ก เ สื อ 2. คณะกรรมการ 3.สานกั งานลูกเสอื
โลก (WORLD SCOUT ลกู เสอื โลก(WORLD โลก (WORLD
CONFERENCE) SCOUTBUREAU)
คอื ทปี่ ระชมุ ใหญ่ COUTCOMMITTEE) คือ สานกั เลขาธิการ
คอื คณะกรรมการท่ี ลกู เสอื โลก เป็น
ความรู ้เพ่ ิมเติม ผบู้ ังคบั บญั ชา
บริหารองค์การลูกเสอื
โลกมีจานวน
ทั้งหมด 14 คน

ความรูเ้ พ่ิมเตมิ

พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช พ.ศ.2551

เร่ื องท่ี 3 ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งลูกเสือไทยกบั ลูกเสือโลก

การลูกเสอื เป็นการอาสาสมัครทางานให้การศึกษาและพัฒนาเยาวชนโดยท่ัวไป ไม่มีการ
แบ่งแยกกีดกนั ในเรอ่ื งเชื้อชาติ ผิวพรรณ วรรณะ ลัทธิทางศาสนาใด ๆ และไม่อยู่ ภายใต้
อิทธิพลหรือเก่ยี วข้องกบั การเมือง โดยยึดปฏิบัติตามอุดมการณ์ของผู้ให้กาเนิดลูกเสือโลก
อย่างมน่ั คง วงการศึกษาท่ัวโลกถือว่า การลูกเสือ เป็นขบวนการที่ให้การศึกษาแก่เยาวชน
นอกระบบโรงเรยี น
การลกู เสอื ไทย โดยคณะลกู เสือแห่งชาติ ได้จดทะเบียนเป็นสมาชิกขององค์การ ลูกเสือโลก
เมือ่ ปี พ.ศ. 2465 ใช้คตพิ จน์ว่า “เสียชพี อย่าเสียสตั ย”์ ท้งั นี้ คณะลูกเสือแห่งชาติ ต้องชาระ
เงินค่าบารุงลูกเสอื โลก ให้แก่สานักงานลูกเสือโลก และต้องปฏิบัติตามธรรมนูญลูกเสือโลก
เพ่ือดารงไว้ เพื่อความเป็นเอกภาพของขบวนการลูกเสอื โลก นอกจากนั้นประเทศไทยยังเป็น
1 ในจานวน 27 ประเทศ ของสานักงานภาคพ้ืนเอเชีย – แปซิฟิก (Asia – Pacific Region :
APR) ซึง่ มีสานักงานใหญ่ ตั้งอยทู่ ่ีกรงุ มาดาติ ประเทศฟลปิ ปนส์

ความรู ้เพ่ ิมเติม

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4
คุณธรรม จริยธรรมของลกู เสือ

ขอบข่ายเนือ้ หา
เร่อื งที่ 1 คาปฏิญาณ และกฎของลูกเสอื
เรื่องท่ี 2 คุณธรรม จริยธรรมจากคาปฏิญาณและกฎของ
ลูกเสือ
เร่ืองที่ 3 การนาคาปฏิญาณ และกฎของลูกเสือท่ีใช้ใน
ชวี ติ ประจาวนั
เรื่องท่ี 4 ความสมั พนั ธร์ ะหว่างคุณธรรมจริยธรรมในคา
ปฏิญาณและกฎ ของลูกเสือกับหลักปรัชญาขอ ง
เศรษฐกิจพอเพยี ง

คาปฏญิ าณของลกู เสอื
ดว้ ยเกียรติของข้า ขา้ สัญญาว่า

ข้อ 1 ขอ้ 2
ข้าจะจงรักภกั ดีต่อชาติ ข้าจะช่วยเหลอื ผ้อู ่นื ทกุ เม่อื
ศาสนา พระมหากษัตริย์

ข้อ 3
ข้าจะปฏบิ ตั ติ ามกฎของลกู เสอื

กฏของลกู เสือ

หมายถึง ขอ้ ปฏิบัติท่ีลูกเสือตอ้ งยดึ เปน็ แนวทางการประพฤติ ปฏิบตั ติ นในชวี ิตประจาวนั กฎของลกู เสือมี
10 ข้อ ดงั นี้

คตพิ จน์

คติพจน์ท่วั ไปของลกู เสือ
เสียชีพอย่าเสียสตั ย์ หมายความว่า ใหล้ กู เสอื รกั ษาความซอ่ื สตั ย์ มีสัจจะยง่ิ ชวี ิตจะไม่ละความสตั ย์

ถงึ แม้จะถูกบบี บังคบั จนเปน็ อันตรายถงึ กบั ชวี ิตกต็ ามก็ไมย่ อม เสียสจั จะเพอ่ื เกยี รติภูมิแห่งตน

ลูกเสอื สารอง : ทาดีท่สี ดุ

คติพจน์ของลูกเสือแต่ละประเภท ลูกเสอื สามญั : จงเตรียมพร้อม
ลูกเสอื สามัญรุ่นใหญ่ : มองไกล

ลูกเสอื วิสามญั : บริการ ความรูเ้ พ่ิมเตมิ

เรื่องท่ี 2 คุณธรรม จรยิ ธรรมจากคาปฏิญาณและกฎของลกู เสอื

1. ความจงรกั ภักดีตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
2. ความรบั ผิดชอบต่อหนา้ ที่
3. ความมีระเบยี บวนิ ยั
4. ความซ่อื สัตย
5. ความเสียสละ
6. ความอดทน
7. การไม่ทาบาป
8. ความสามัคคี



ขอบข่ายเนือ้ หา
เรื่องท่ี 1 วินยั และความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ย

1.1 ความหมายของวินยั และความเป็นระเบยี บเรยี บร้อย
1.2 ความสาคัญของวินัยและความเป็นระเบยี บเรียบรอ้ ย
เร่อื งท่ี 2 ผลกระทบจากการขาดวินัย และขาดความเป็นระเบียบ
เรยี บรอ้ ย
เรื่องท่ี 3 แนวทางการเสริมสร้างวินัยและความเป็นระเบียบ
เรียบรอ้ ย
เร่ืองที่ 4 ระบบหมลู่ กู เสอื เรือ่ งท่ี 5 การพัฒนาภาวะผู้นา - ผตู้ าม

เร่ืองท่ี 1 วนิ ยั และความเปน็ ระเบียบเรยี บร้อย

ความหมายของวินยั และความเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย ความสาคัญของวินยั และความเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย

หมายถึง การกระทาหรอื งดเว้นการกระทา ตาม มี 2 ประการ
ระเบยี บ กฎเกณฑ์ ขอ้ บงั คบั สาหรับควบคมุ ความ

ประพฤตทิ างกาย วาจา ของคนในสงั คม ให้
เรียบร้อยดงี าม เป็นแบบแผนอนั หนึ่งอันเดยี วกัน

วินัยมี 2 ประการ ประการหน่ึง ประการสอง
เหตุผลเกยี่ วกบั ชมุ ชนเจริญและมี
ประโยชนส์ ว่ นตัวแต่ ความมน่ั คงยง่ั ยืน
ละบุคคล ในเร่อื ง
การ แสวงหาความรู้ ต่อไปได้

วินยั ภายนอก วนิ ัยภายใน

การท่บี คุ คลขาดวนิ ัยและความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ยในตนเองมผี ลทาใหข้ าดวินัย ความ
เป็นระเบยี บเรยี บร้อยทางสังคมไปด้วยวนิ ัยในตนเองเป็นพ้ืนฐานของการควบคุมตัวเอง
ให้มีวินัยทางสงั คมการมวี ินยั ในตนเองจึงเปน็ สิง่ ที่ควรไดร้ บั การส่งเสริมเพ่ือเป็นพื้นฐาน
ของ การควบคมุ ตนเองซึง่ จะนาไปสู่การสรา้ งวินยั ทางสงั คม การมวี ินยั จงึ ถือเป็นพ้ืนฐาน
ในการ ดาเนินกิจกรรมในสังคมและการรวมกันอยู่ของกลุ่มการปลูกฝังวินัยจะทาให้
บคุ คลยอมรบั กฎเกณฑ์ที่สังคมกาหนดและวนิ ยั ยงั เปน็ วฒั นธรรมทางสังคมซ่ึงจะทาให้
เด็กเรียนรู้พฤติกรรม ที่สังคมยอมรับทาให้พัฒนาตนเองสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถ
ควบคมุ ตนเองไดม้ ีมโนธรรมที่ดี และมีความมั่นคงทางอารมณ์ ด้วยเหตุนี้การปลูกฝัง
ความมวี นิ ยั ในตนเองให้แกค่ นในชาติเพอื่ สรา้ ง ความเจริญรุ่งเรืองแก่บ้านเมืองน้ันควร
เรม่ิ ต้นที่เยาวชนโดยให้ประพฤติและฝึกฝนจนเป็นนิสัย เพ่ือจะได้เป็นผู้ใหญ่ท่ีมีวินัยใน
อนาคต

เรอ่ื งที่ 3 แนวทางการเสรมิ สร้างวินัยและความเปน็ ระเบียบเรียบร้อย

การจะพฒั นาวินัยในตนเองจะตอ้ งเริ่มต้นต้งั แต่เด็กในวัยทารกและใหแ้ รงจูงใจ ทางจรยิ ธรรมแก่เดก็ ทโี่ ตแลว้
การพัฒนาวินัยในตนเองจะตอ้ งอาศยั ความร่วมมือจากสถาบันตา่ ง ๆ ท่ีแวดลอ้ มตัวเด็กและตอ้ งใชว้ ิธกี าร

กระตนุ้ หรอื พฒั นาวินยั ในตนเองของเด็กอย่างเหมาะสมดว้ ย

วิธีการพัฒนาวนิ ัยในตนเอง

1. สร้างวนิ ัยด้วยการทาใหเ้ ป็นพฤตกิ รรมเคยชิน
2. การสร้างวินยั โดยใช้ปจั จยั อน่ื ช่วยเสริม
3. สร้างวนิ ยั โดยใชก้ ฎเกณฑ์บังคบั
4. การเสริมสรา้ งวินัยในตนเอง

เรื่องที่ 4 ระบบหมู่ลูกเสอื

ระบบหมู่เปน็ การฝกึ ใหส้ มาชกิ ได้ร่วมกันทางานอย่างเป็นระบบ สร้างวนิ ยั และ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
โดยยดึ หลกั ประชาธิปไตย มนี ายหมแู่ ละรองนายหม่เู ปน็ ผู้นา มีการ ประสานงานกันเป็นอย่างดีท้ังในหมู่
ของตนเองและหมู่อ่นื ๆ มีการรว่ มแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วมในการบริหารงานหมู่ตลอดจนการ
ชว่ ยเหลอื เกือ้ กลู กนั

เรื่องที่ 5 การพัฒนาภาวะผู้นา - ผู้ตาม

ผูน้ าและภาวะผู้นา ผตู้ าม และภาวะผตู้ าม
หมายถงึ บุคคลท่ีได้รับการแต่งตั้ง หมายถงึ ผู้ปฏบิ ัติงานในองค์การท่ี
หรือได้รับการยกย่องให้ เป็นผู้ มี ห น้ า ท่ี แ ล ะ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ท่ี
ตัดสิ นใ จ แ ล ะส า มา ร ถน า พ า จะต้อง รบั คาสั่งจากผู้บังคับบัญชา
สมาชิกในกลุ่มร่วมมือกันปฏิบัติ ม า ป ฏิ บั ติ ใ ห้ ส า เ ร็ จ บ ร ร ลุ
ภารกิจด้วยความเต็มใจ จริงใจ วตั ถปุ ระสงค์
เพือ่ ใหภ้ าระงานลุล่วงไปดว้ ยดี

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6
ลกู เสือ กศน.กบั การพัฒนา

ขอบขา่ ยเนื้อหา
เรือ่ งที่ 1 ลูกเสอื กศน.

1.1 ความเปน็ มาของลกู เสือ กศน.
1.2 ความสาคญั ของลกู เสอื กศน.
เร่ืองท่ี 2 ลกู เสือ กศน. กบั การพัฒนา
เรือ่ งท่ี 3 บทบาทหนา้ ท่ีของลกู เสือ กศน. ทม่ี ีต่อตนเอง ครอบครวั ชุมชน และ
สงั คม
เรื่องที่ 4 บทบาทหนา้ ที่ของลูกเสือ กศน. ท่ีมีต่อสถาบันหลักของชาติ

เรื่องท่ี 1 ลกู เสือ กศน.

ความเป็นมาของ
ลกู เสอื กศน.

ความสาํ คญั ของ
ลกู เสือ กศน.

เรอ่ื งท่ี 2 ลกู เสอื กศน. กับการพฒั นา

ลูกเสือ กศน. เป็นผู้มีความสาคัญต่อการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และ
ประเทศชาตเิ ป็นอยา่ งย่งิ ดังน้ัน ลูกเสือ กศน. ทุกคนพึงนาอุดมการณ์ คาปฏิญาณ กฎ
และ คตพิ จนข์ องลูกเสอื เป็นหลักในการพัฒนาตนเองใหเ้ ปน็ พลเมืองดใี นทศั นะของลูกเสอื
และมี จิตอาสาให้“บริการ”ช่วยเหลือกิจการต่าง ๆ ท่ีมีอยู่ในชุมชน สังคม และสร้าง
ความสัมพันธอ์ นั ดี กบั องคก์ ร หรอื หนว่ ยงานอ่นื ๆ

เรอื่ งที่ 3
บทบาทหน้าท่ีของลกู เสอื กศน. ท่มี ีตอ่ ตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสงั คม

ลูกเสือ กศน. มีบทบาทหน้าท่ีในการพัฒนาตนเอง ซึ่งเน้นการพัฒนา
ความสามารถ ศกั ยภาพ และสมรรถนะที่ทันต่อสภาพความจาเป็น ตามความก้าวหน้า
และการเปลี่ยนแปลง ของสังคมเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีข้ึน ดังน้ัน การพัฒนาตนเอง
จะตอ้ งมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ถงึ ความสาคัญของการพฒั นาในด้านต่าง ๆ รวู้ ธิ ีการวางแผน
พัฒนาตนเอง ในบทบาทของผู้นา และผู้ตาม

การปฏิบัติตนตามคติพจน์ของลูกเสือ กศน. คอื “บริการ” ซง่ึ เป็นเสมือนหัวใจ
ของลูกเสือ กศน. ที่จะต้องยึดมั่นในการเสียสละด้วยการบริการ แต่การบริการน้ีมิได้
หมายถงึ เป็นผู้รบั ใช้หรือคนงานการบรกิ ารในความหมายของการลูกเสือนี้ เรามุ่งที่จะ
อบรมบ่มนสิ ัยและ จิตใจให้ได้รจู้ กั เสียสละ ได้รู้จักวิธีหาความรู้และประสบการณ์ที่เป็น
ประโยชนใ์ นอนาคต และ ในทสี่ ุดกจ็ ะทาให้สามารถประกอบอาชพี โดยปกตสิ ขุ ในสงั คม

ลูกเสอื กศน. พึงตระหนักการนาคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือมาใช้ ในชีวิตประจาวัน
เพอ่ื ความเป็นพลเมอื งดี มีศลี ธรรม มีระเบียบวนิ ัย มีความจงรักภกั ดตี ่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
และรกั ษาไว้ซึง่ เอกลักษณ์ของความเป็นไทย ขนบธรรมเนียมอันดีของ ประเพณีท้องถิ่น เพื่อให้เกิด
ความรัก ความสามัคคีปรองดอง หลักการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยข้ันพื้นฐาน การ
แลกเปล่ยี นความรู้ ความคิดเห็นซึง่ กันและกัน โดยไม่เกยี่ วขอ้ ง กับลทั ธทิ างการเมอื งใด ๆ และพัฒนา
เสริมสร้างทักษะการดาเนินชีวิตตามแบบวิถีชีวิต ระบอบ การปกครองแบบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์เป็ฃนประมุข เป็นวิถีทางให้เกิดความสงบสุข ในการดารงอยู่ของชาติ ตาม
เจตนารมณ์ของลกู เสือชาวบ้านพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และ
สมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นองค์พระประมุขและทรงรับ
กิจการลูกเสอื ชาวบ้านไวใ้ นพระบรมราชานเุ คราะห์ สมาชิก ที่เกย่ี วขอ้ งทกุ คนจะตอ้ งช่วยกันดารงพระ
เกยี รติของพระองค์ไว้

ขอบข่ายเนอื้ หา
เร่ืองท่ี 1 จติ อาสา และการบริการ

1.1 ความหมายของจิตอาสา
1.2 ความสาคญั ของจิตอาสา
1.3 ความหมายของการบริการ
1.4 ความสาคัญของการบรกิ าร
เร่อื งที่ 2 หลกั การของจติ อาสา และการบรกิ าร
2.1 หลักการของจติ อาสา
2.2 ประเภทของจิตอาสา
2.3 หลักการของการบริการ
2.4 ประเภทของการบริการ
เรือ่ งท่ี 3 กจิ กรรมจิตอาสา และการใหบ้ รกิ ารของลกู เสอื กศน.
เรื่องที่ 4 การปฏบิ ตั ติ นในฐานะลูกเสือ กศน. เพ่อื เปน็ จติ อาสา และการบรกิ าร

เรอื่ งท่ี 1 จติ อาสา และการบริการ

ความหมายและความสาคัญของจิตอาสา ความหมายและความสาคัญของการบริการ

จติ อาสา หมายถึง จิตสานึกเพ่ือส่วนรวมของ บริการ หมายถึง การให้ความช่วยเหลือหรอื การ
คนที่รู้จักความเสียสละ เอาใจใส่ เป็นธุระให้ บาเพญ็ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง ต่อผู้อ่นื และตอ่ ชุมชน
ค วา มร่ วม มือร่ วม ใจ ในก าร ทา ประ โ ย ชน์ เพื่ อ
ส่วนรวม ความสาคญั ของการบรกิ าร เปน็ หัวใจสาคัญของ
ลูกเสือ กศน. ซึ่งต้องพัฒนาจิตใจ ให้อยู่ในศลี ธรรม
ความสาคัญของจิตอาสา เป็นการตระหนักรู้
การแสดงออก ทาประโยชน์เพื่อสังคม ลูกเสือวิสามัญมีคติพจน์ว่า “บริการ” (Service)
คือ การกาหนดแนวทางสาหรับ ยึดเหน่ียวในการ
เป็นลูกเสือวิสามัญว่าจะทาหน้าท่ีในการบริการ
ชว่ ยเหลือผูอ้ ่ืน

คติพจน์ “บรกิ าร” เป็นเสมอื น “หัวใจ” ของการ
เปน็ ลูกเสือวิสามัญว่าจะตอ้ งยดึ ม่ัน การเสียสละ
ด้วยการบรกิ าร

เร่ืองที่ 2 หลักการของจติ อาสา และการบริการ

หลักการของจติ อาสา หลกั การของการบริการ

ให้มคี วามรับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ใหบ้ ริการด้วยความสมคั รใจ
ให้ใหบ้ รกิ ารอย่างมีประสทิ ธิภาพ
บทบาทของตนทม่ี ีตอ่ สงั คมใน ใหบ้ ริการแก่ผทู้ ่ีต้องการรบั บรกิ าร
การรกั ษาประโยชนข์ องส่วนรวม

ใหบ้ ริการด้วยความองอาจ

เรื่องที่ 3 กจิ กรรมจิตอาสา และการให้บรกิ ารของลกู เสอื กศน

กิจกรรมจติ อาสา ลูกเสอื กับการ ประเภทหรือขั้นตอน หลกั การใหบ้ รกิ าร
“บริการ” ในการบริการ
1) จติ อาสารักสะอาด
2) จติ อาสารักษ์โลก 1) ลักษณะนิสัย และ 1) บริการตนเอง 1) เห็นความจาเป็นท่ี
3) จิตอาสาก่อสรา้ ง สติปญั ญา 2) บริการแกม่ ู่คณะ ตอ้ งใหบ้ รกิ าร
4) จิตอาสาเปน็ พี่เลย้ี ง 3) บรกิ ารแก่ชมุ ชน 2) ใหบ้ ริการด้วยความ
5) จิตอาสาบริการ 2) สขุ ภาพและแข็งแรง สมัครใจ
3) การฝีมือและทกั ษะ 3) ให้บริการอย่างมร
ประสิทธิภาพ
4) หน้าที่พลเมืองและ 4 ) ใ ห้ บ ริ ก า ร แ ก่ ผู้
กา ร บ า เ พ็ ญ ป ร ะ โ ย ช น์ ต้องการรบั บรกิ าร
ตอ่ ผ้อู ืน่ 5) บริการด้วยความ
องอาจ

เรื่องที่ 4 การปฏบิ ตั ิตนในฐานะลกู เสือ กศน. เพื่อเป็นจิตอาสา และการบริการ

ความรบั ผิดชอบต่อตนเอง ความรับผิดชอบต่อสังคม

เปน็ ผมู้ จี ติ สานกึ ในความรับผิดชอบต่อ เป็นการชว่ ยเหลือสงั คม ไม่ทาให้ผู้อ่ืน
ตนเอง ซ่ึงนับว่า เป็นพ้ืนฐานของ หรือสังค ม เดือดร้อนได้รับค วาม
ความรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง เสยี หาย

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 8
การเขยี นโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนและสงั คม

ขอบขา่ ยเนอ้ื หา
เร่อื งที่ 1 โครงการเพ่อื พัฒนาชมุ ชนและสังคม

1.1 ความหมายของโครงการ
1.2 ความสาคัญของโครงการ
เร่อื งท่ี 2 ลักษณะของโครงการ
เรื่องท่ี 3 องคป์ ระกอบของโครงการ
เร่อื งท่ี 4 ข้นั ตอนการเขยี นโครงการ
เร่อื งที่ 5 การดาเนนิ การตามโครงการ
เรือ่ งท่ี 6 การสรปุ ผลการดาเนินงานตาม
โครงการเพ่อื เสนอต่อท่ปี ระชุม

เร่อื งท่ี 1 โครงการเพ่อื พัฒนาชมุ ชนและสงั คม

ความหมายและความสาคัญของโครงการ

กระบวนการทางานท่ปี ระกอบไปด้วยหลาย ๆกิจกรรมซ่ึงมีการทา
โครงการเป็นตามขัน้ ตอน ความจาเป็น มกี ารกาหนดวตั ถปุ ระสงค์ มเี ปา้ หมาย
ระยะเวลา สถานท่ี วธิ ีดาเนนิ การงบประมาณ ผลท่ีคาดว่าจะได้รับรวมทง้ั การ
ประเมนิ ผลการ

เรอื่ งท่ี 2 ลกั ษณะของโครงการ

โ ค ร ง ก า ร เ ป็ น ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ท่ี ส า คั ญ ข อ ง แ ผ น พั ฒ น า ทุ ก ร ะ ดั บ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง โ ค ร ง ก า ร
ต้องมีจุดมุ่งหมาย มีเป้าหมายการปฏิบัติงานท่ีมีระยะเวลาดาเนินการชัดเจน ระบุความต้องการ
งบประมาณ หรือผู้มีส่วนเก่ียวข้องมีการคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อการดาเนินงานโครงการเสร็จ

โครงการท่ีมีระยะเวลาเปน็ ตัวกาหนด โครงการที่มลี กี ษณะงานเปน็ ตัวกาหนด
โครงการระยะส้นั ไม่เกนิ 2 ปี โครงการเดิมหรือโครงการต่อเน่อื ง

โครงการระยะปานกลาง ตั้งแต่ 2-5 ปี โครงการใหม่หรอื โครงการท่จี ดั ขึ้นใหม่
โครงการระยะยาว ต้งั แต่ 5 ปี ขึ้นไป

เร่อื งที่ 3 องคป์ ระกอบของโครงการ

เรื่องที่ 4 ข้นั ตอนการเขียนโครงการ

(1) (5)
สาํ รวจชมุ ชนและสังคมโลก การเขียนและเสนอขออนุมตั ิโดรงการ

(2) (4)
ตรวจสอบขอ้ มลู การกาํ หนดแนวทางการดาํ เนินงาน

(3)
นําขอ้ มูล

เรอ่ื งท่ี 5 การดาเนนิ การตามโครงการ

การดาเนินงานตามโครงการ เป็นการดาเนินงานหลังจากท่ีโครงการได้รับความ
เห็นชอบ หรืออนมุ ัติให้ดาเนนิ งานตามโครงการทีเ่ ขียนเสนอไว้ มขี ้ันตอน ดังนี้

1. ดาเนินการทบทวนหรอื ทาความเขา้ ใจ
2. ใหผ้ รู้ ับผิดชอบโครงการดาเนนิ งานตามวิธดี าเนินการ
3. จัดให้มีการประเมลิ ผล
4. จดั ทารายงงานเสนอต่อผูท้ เ่ี กีย่ วขอ้ ง หรือผอู้ นุมตั ิคงี การ

เร่อื งท่ี 6 การสรุปผลการดาเนนิ งานตาม
โครงการเพ่ือเสนอตอ่ ท่ปี ระชุม

(1) (2)
ผลการดาเนินงานทส่ี อดคล้องกับ ปัญหาและอุปสรรค

วตั ถปุ ระสงค์

(3)
ข้อเสนอแนะ

ขอบขา่ ยเนอื้ หา

เรื่องท่ี 1 แผนท่ี – เขม็ ทศิ
1.1 ความหมายและความสาคัญของแผนท่ี
1.2 ความหมายและความสาคัญของเข็มทศิ

เรื่องท่ี 2 วธิ กี ารใช้แผนที่ – เข็มทิศ
2.1 วธิ ีการใช้แผนที่
2.2 วธิ กี ารใช้เข็มทศิ

เรือ่ งที่ 3 การใช้ Google Map และ Google Earth
เรือ่ งที่ 4 เงื่อนเชือกและการผกู แน่น

4.1 ความหมายของเงื่อนเชือกและการผกู แน่น
4.2 ความสาคญั ของเงื่อนเชือกและการผูกแน่น

เรอื่ งท่ี 1 แผนที่ – เข็มทศิ

ความหมายและ แผนที่ คอื สิง่ ท่ีแสดงรายละเอยี ดของภมู ปิ ระเทศบนพนื้ ผวิ โลกท้งั ทม่ี ีอยตู่ าม
ความสาคญั ของ ธรรมชาติและที่มนษุ ย์สร้างข้ึน โดยจาลองไวบ้ นวัตถุพน้ื ราบดว้ ยมาตราส่วนใด
มาตราส่วนหนึง่ ซงึ่ รายละเอยี ดเหล่าน้ีอาจแสดงด้วยเส้น สี และสญั ลกั ษณ์ต่าง ๆ
แผนที่
ชนดิ ของแผนท่ี

แผนทแ่ี บบนราบ แผนท่ีภาพถ่าย

แผนทีภ่ มู ิประเทศ

ความหมายและความสาคัญของเขม็ ทศิ

เขม็ ทิศ มีความสาคญั ในการบอกทิศทส่ี าคัญทัง้ 4 ทิศ คือ ทิศเหนอื ทิศใต้ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก
หรอื อาจจะบอกรายละเอียดเป็น 8 ทศิ 16 ทิศ หรอื 32 ทิศก็ได้ ในกรณกี ารเดนิ ทางไกลของลูกเสือ เข็มทิศ
เป็นอุปกรณ์ท่ีสาคัญในการบอกทิศทางไปสู่จุดหมายปลายทาง หากกรณีหลงป่าหรือหลงทาง ลูกเสือ
สามารถแจง้ พกิ ดั ใหผ้ ชู้ ่วยเหลอื ได


Click to View FlipBook Version