The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ป.1-ภาษาไทย ACTIVE LEARNING (2)-ผสาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Inta Inthira, 2023-09-06 22:58:54

ป.1-ภาษาไทย ACTIVE LEARNING (2)-ผสาน

ป.1-ภาษาไทย ACTIVE LEARNING (2)-ผสาน

แผนการจัดการเรียนรู ป.1 ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ภาษาไทย กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย โรงเรียนวันเจริญสามัคคี สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประถมศึกษาสุรินทร เขต 3 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ นางอินทิรา ละอองคํา ครูผูสอน ป.1


แผนการจัดการเรียนรู โรงเรียนวันเจริญสามัคคี สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร เขต 3 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


บริษัทธารปญญา จำกัด สงวนลิขสิทธิ์© ๒๕๖๒ แผนจัดการเรียนรู อานออกเขียนได ประถมศึกษาปที่ ๑ เลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ หามมิใหนำแผนการจัดการเรียนรูนี้ ไปใชเพื่อการจำหนายหรือการคาใดๆ ในทุกรูปแบบ ไมวาจะเปนหนังสือ หรือในระบบคอมพิวเตอรทุกชนิด


2 คำแนะนำการใชแผนการจัดการเรียนรูอานออก เขียนได หนังสืออานออกเขียนไดชุดนี้ออกแบบขึ้นมา เพื่อใหนักเรียนเรียนรูอยางเปนขั้นเปนตอน ไมมีการขาม ขั้นตอน แตละเลมจะกาวไปทีละขั้น (step) คุณครูทุกทานที่ใชแผนการจัดการเรียนรูนี้โปรดทำความเขาใจ หลักการของแผนการจัดการเรียนรูชุดนี้ดังนี้ ๑. กระบวนการสอน ๕ ขั้น แบบ Brain-based Learning (BBL) กระบวนการสอนอานออกเขียนไดในแผนการจัดการเรียนรูนี้ยึดการสอนที่แบงออกเปน ๕ ขั้น ดัง รายละเอียดขางลางนี้เพื่อประกันผลสำเร็จ วานักเรียนจะอานออก เขียนไดแมนยำ คือ ๑.๑ อุนเครื่อง (Warm-up) การอุนเครื่อง (warm-up) เปนกิจกรรมที่ทำเพื่อใหสมองตื่นตัว เตรียมพรอมที่จะเรียนรู วิชาตอไป หรือระหวางชั่วโมง ถาเนื้อหาที่จะเรียนรูนั้นคอนขางยาก คุณครูสังเกตวา นักเรียนเริ่มหมดความสนใจหรือออนลา ควรใหทำ Warm-up เพื่อกระตุนสมอง การ Warm-up นั้นทำได๓ วิธีคือ ๑) Brain Exercise ๒) การเคลื่อนไหวเปนจังหวะ (Rhythm) อาจมีเสียงเพลงและคำกลอนประกอบ และ ๓) ยืดเสนยืดสาย (Stretching) ๑.๒ ขั้นนำเสนอความรู(Present) นักเรียนทุกคนมีความตางกัน มีประสบการณมีพื้นฐานเฉพาะตัว ดังนั้น การนำเสนอความรู (การสอน) จึงควรเปดโอกาสใหเด็กทุกคนไดเรียนรูอยางมีประสิทธิภาพ โดยนำเสนอความรู ใหมผานสื่อการเรียนรูที่นาสนใจ เชน สื่อของจริง บัตรภาพ บัตรคำ บัตรตัวเลข ชารตบทกลอน บทเพลง กระดานเคลื่อนที่ เปนตน ๑.๓ ขั้นลงมือเรียนรู-ฝกทำ-ฝกฝน (Learn-Practice) เปดโอกาสใหนักเรียนฝกทำ โดยลงมือทดลองใชความรูดวยกิจกรรมตางๆ เชน ฝกทำ โดยใชสื่อจากมุมสื่อ BBL พานักเรียนไปดูของจริง สำรวจและบันทึกจากสิ่งที่พบเห็น ทำ กิจกรรมจากใบงาน เชน กิจกรรมตัดปะ เลนเกมบิงโก ใชอุปกรณเคาะลงบนขอความ หรือ คำศัพทใหเด็กไดเคลื่อนไหว เชน ลุกขึ้นจากโตะเพื่อไปทำกิจกรรม และควรมีใบงานที่ให นักเรียนไดประยุกตใชความรูและคิดสรางสรรคดวยตัวเอง ๑.๔ ขั้นสรุปความรู(Summary) แมวาการเรียนรูจะดำเนินมาตั้งแตขั้นเริ่มเรียนรูความรูใหม (present) ขั้นที่นักเรียนได ทดลองนำความรูใหมนั้นมาลงมือปฏิบัติฝกลองทำดวยตัวเอง (learn-practice) ลงมือ ทำแบบฝกหัดแลวก็ตาม แตในที่สุด การนำประสบการณทั้งหมดมาสรุปรวบยอด เปน ความรูที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ก็มีความจำเปนอยางยิ่ง โดยเฉพาะเรามักสังเกตไดวานักเรียนอาจ ทำการฝกผิดพลาด ทำแบบฝกหัดไมถูก สรางความรูจาก concept ที่ผิด เปนตน ความผิดพลาดเหลานี้แมจะเกิดขึ้นเพียง ๑๐-๓๐% แตก็แสดงวา มีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้นแลว การเขียนกากบาทหรือ comment นักเรียนวา ยังมีสิ่งผิดพลาด ก็ไมไดชวยอะไรมากนัก ทางเดียวที่จะแกไขไดก็คือ การใหฝกซํ้าในสวนผิดนั้น และตองทำการสรุปความรูรวมกับ นักเรียน ๑.๕ ประยุกตใชความรู(Apply) ถาเปนไปไดและมีเวลา กระบวนการเรียนรูควรทำไปถึงขั้นใหนักเรียนประยุกตใชความรู ในสถานการณใหมๆ ในขั้นนี้โดยมากนักเรียนจะเริ่มนำความรูไปสราง (make) หรือ


3 ผลิต (produce) ชิ้นงานใหมๆ เชน แตงนิทาน ทำหนังสือเลมเล็ก แสดงละคร โตวาที จัดบอรดผลงาน นิทรรศการ เปนตน แตงานขั้นนี้เปนไปไดยากที่จะทำทุกชั่วโมง ทุก เนื้อหาที่เรียน เพราะเวลาเรียนไมพอ อีกทั้ง เนื้อหาที่เรียนมีมากเกินกวาที่จะเนนให นักเรียนลงมือทำกิจกรรมตางๆ ไดหมดสิ้น ดวยเหตุนี้ขั้นประยุกตใชความรูจึงอาจ เลือกทำเฉพาะหัวขอที่สำคัญ หรือหัวขอที่พอจะนำไปประยุกตใชไดสำหรับเด็กแตละวัย ในหัวของายๆ เชน การประสมพยัญชนะกับสระ อาจจะยังไมมีความจำเปนที่จะตอง ประยุกตใชความรูเปนตน แตทั้งนี้ก็ขึ้นอยูกับความรูความสามารถ และความชำนาญ ของผูสอนเอง ๒. วิธีการปรับแผนการจัดการเรียนรูในชั่วโมงการสอนจริง แมวาในแผนการจัดการเรียนรูชุดนี้ในทุกบทจะเสนอแนะการสอนครบ ทุกขั้นตอน แตในชั่วโมง การสอนจริง คุณครูอาจปรับแผนบางขั้นการสอนใหกระชับ รวดเร็ว ลัดขั้นตอนไดตามความเหมาะสม ไม จำเปนตองเดิน ๕ ขั้นอยางเครงครัด สำหรับอานออก เขียนไดเลม ๑ นักเรียนยังไมรูจักพยัญชนะและสระ คุณครูอาจตองสอนละเอียด ใชเวลายาวนาน และอดทน แตเมื่อนักเรียนเริ่มแมนยำแลว กาวสูเลมที่ ๒ และ ๓ นักเรียนอาจจะอานไดมากขึ้น สะกดไดดีขึ้น ทำใหเรียนคำที่มีวรรณยุกตและคำที่มีตัวสะกดไดรวดเร็ว เมื่อนักเรียนเรียนเร็วขึ้นมากแลว บางขั้นคุณครูก็ไมควรเสียเวลามากเกินไป เชน จำนวนใบงานในขั้นลงมือ เรียนรูกับขั้นสรุปความรูอาจลดจำนวนลง หรือบูรณาการสองขั้นนี้รวบเปนขั้นเดียวกันก็ได สวนขั้น ประยุกตใชความรูนั้น เราเพิ่มเขามาเพื่อใหแผนการจัดการเรียนรูสมบูรณเสนอแนะครบถวน แตคุณครูอาจ ไมมีเวลาทำในชั่วโมงการสอนจริง เพราะจำนวนชั่วโมง ๒๐๐ ชั่วโมงตอปที่กำหนดไวนั้นนาจะไมพอสำหรับ กระบวนการสอนใหครบทุกขั้น ๓. ทานสามารถสรางแผนการจัดการเรียนรูที่ดีกวา คุณครูทุกคน โรงเรียนทุกโรงเรียนลวนมีความแตกตางกัน ไมมีแผนการจัดการเรียนรูใดใชไดกับทุก หองเรียน ๑๐๐% คุณครูที่มีความรูความสามารถ มีประสบการณสูง เอาใจใสนักเรียนมาก จะทราบดีวา แผนการจัดการเรียนรูแตละแผนจะตองเพิ่มหรือลด แมกระทั่งตองเปลี่ยนกระบวนการใดบาง เพื่อให เหมาะสมกับนักเรียนในหองเรียนของตน ดังนั้น คุณครูสามารถนำแผนการจัดการเรียนรูชุดนี้ไปพัฒนาตอ ยอด สรางเปนแผนการจัดการเรียนรูใหมๆ เพื่อใหเปนประโยชนสูงสุดตอการเรียนรูของนักเรียน ๔. ในกรณีที่ตองการปรับใชแผนการจัดการเรียนรูนี้กับหนังสือเรียนชุดอื่นๆ ที่ไมใช ชุดอานออก เขียนไดชุดน ี้ ในกรณีที่คุณครูใชหนังสือเรียนชุดอื่นๆ ที่ไมใชชุดอานออก เขียนไดของเรา ทานสามารถนำ แผนการจัดกาเรียนรูชุดนี้ไปประยุกตใชไดแมจะไมครบขั้นตอน ทำไมไดทั้งหมด และเนื้อหาของหนังสือไม ตรงกัน คุณครูก็สามารถนำเอาเทคนิคการสอนในบางขั้นตอน เขาไปประยุกตใชในชั่วโมงการสอนของทาน โดยเลือกขั้นตอนที่จะชวยใหนักเรียนมีความสุขในการเรียนรูสนใจการเรียนมากขึ้น เรียนไดเร็วขึ้น มีสื่อ และใบงานชวยในการสอนตามความเหมาะสม


4 หนวยที่ ชื่อหนวยการเรียนรู จำนวนชั่วโมง ๑ สระ -า ๓ ๒ สระ -ี๓ ๓ สระ -ู๓ ๔ สระ -ือ ๓ ๕ สระ แ- ๓ ๖ สระ -ะ ๓ ๗ สระ -ิ๓ ๘ สระ เ- ๓ ๙ สระ -ุ๓ ๑๐ สระ โ- ๓ ๑๑ สระ -ำ ๓ ๑๒ สระ ไ- ๓ ๑๓ สระ เ-า ๓ ๑๔ สระ ใ- ๓ ๑๕ สระ -ัว ๓ แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ ๑


5 หนวยที่ ชื่อหนวยการเรียนรู จำนวนชั่วโมง ๑๖ สระ -อ ๓ ๑๗ สระ เ -ีย ๓ ๑๘ สระ เ -ือ ๓ ๑๙ สระ เ-อ ๓ ๒๐ สระ เ-าะ ๓ ๒๑ สระ เ-ะ ๓ ๒๒ สระ แ-ะ ๓ ๒๓ สระ เ-อะ ๓ ๒๔ สระ -ึและ สระ โ-ะ ๔ ๒๕ สระ -ัวะ และ เ -ียะ ๔ รวม ๗๗ แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ ๑ หมายเหตุ จำนวนบทเรียน กิจกรรมการเรียนรูหรือเวลาในการสอน สามารถปรับเปลี่ยน และยืดหยุนไดตามความเหมาะสม ขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน


6 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๑ สระ -า จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๑ บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกตและเลขไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ สาระสำคัญ การอานคำที่ประสมดวยสระ -า ตองหัดอานดวยการสะกดคำ แจกลูก เชน คำวา กา ใหอานวา กอ อา กา รวมทั้งใชบทคลองจองที่มีคำ สระ -า ใหเด็กไดทอง อาน การมองเห็น การฟง จะชวยใหผูเรียนสามารถเรียนรูไดดี ยิ่งขึ้น จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ -า ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ -า ได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. คุณครูทักทายนักเรียน ใหนักเรียนแนะนำตัว เพื่อทำความรูจักกัน ๒. คุณครูใหนักเรียนเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน “คุณปา” ในทาที่มี จังหวะ สนุกสนาน ๓. ใหนักเรียนจับคูกับเพื่อน แลวตบมือเปนจังหวะ คือ ตบมือตัวเอง ยื่นมือขวาตบมือเพื่อน ตบมือตัวเอง ยื่นมือซายตบมือเพื่อน ๔. คุณครูติดชารตบทกลอน “คุณปา” บนกระดานเคลื่อนที่ หรือแสดง เนื้อเพลงบนจอ ชี้อานใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนอานตามจนคลอง


7 ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูสอนอานสะกดคำที่ ประสมดวยสระ -า โดยใชกระดานเคลื่อนที่และไมชี้อานตามไปดวย สอนให นักเรียนอานพรอมๆ กันวา ก - า - กา / ย - า - ยา / ท - า - ทา ฯลฯ ไปจนครบทุกคำ ๒. คุณครูชูบัตรคำศัพทที่ประสมดวยสระ -า ใหนักเรียนอาน ฝกอานหลายๆ รอบจนคลอง ๓. ใหนักเรียนหัดอานคำ สระ -า จากหนังสือเรียน ในขณะที่นักเรียนอาน ใหใชนิ้วชี้ตามตัวหนังสือไปดวย ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. แบงนักเรียนเปน ๒ - ๓ กลุม เขาแถวตอนลึกหนากระดาน ๒. คุณครูจะพูดคำศัพทใหนักเรียนที่อยูหัวแถวเขียนคำศัพทบนกระดาน เมื่อเขียนเสร็จใหไปตอทายแถว เปลี่ยนคนเขียนไปเรื่อยๆ จนครบทุกคน ๓. เฉลยพรอมกันบนกระดาน กลุมไหนเขียนถูกตองมากที่สุดเปนฝายชนะ ๔. นักเรียนทุกคนเขียนคำศัพทที่ไดจากกิจกรรมลงในสมุดของตนเอง ๕. หลังการทำกิจกรรมใหทำแบบฝกหัดเพิ่มเติม ในหนังสือเรียน ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “จับคูสระ -า” ใหนักเรียน ๒. นักเรียนตัดใบงาน แลวจับคูภาพและ คำ สระ -า ๓. ติดภาพและคำที่จับคูแลวลงในสมุด ๕. ขั้นประยุกตใชความรู คุณครูใหนักเรียนหาคำที่ประสมสระอา จากสิ่งรอบตัว เชน หนังสือดอกสรอย ก.ไก หนังสือสำเนียง เสียงสัตว หนังสือพิมพซองขนม ฯลฯ คนละ ๕ คำ เขียนลงในสมุดของตนเอง แลวแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนอีก ๕ คำ อาจบันทึกดวยรูปแบบตาราง เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. ชารตบทกลอน “คุณปา” ๒. บัตรพยัญชนะ บัตรสระ -า ๓. กระดานเคลื่อนที่ / เครื่องฉาย power point ๔. บัตรภาพ บัตรคำ สระ -า ๕. ใบงาน “จับคูสระ -า” การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ กอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ) ลงชื่อ……………………………….………… (นางสาวอินทิรา นวนจันทร) ตำแหนง ครู ชำนาญการพิเศษ เสนอแผนวันที่ .........เดือน ................ พ.ศ……………


8 กิจกรรมเสนอแนะ ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… ……………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………… ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… ………………………………………………………..…………….……………………………………………………………………………………… บันทึกขอเสนอแนะของผูบริหารสถานศึกษา/หรือผูที่ไดรับมอบหมาย ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… ……………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………… ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… ……………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)…………………………………… (นายสงัด แผนทอง) ตำแหนง รองผูอำนวยการโรงเรียนวันเจริญสามัคคี วันที่………เดือน………………….พ.ศ………… บันทึกขอเสนอแนะของผูบริหารสถานศึกษา/หรือผูที่ไดรับมอบหมาย ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… ……………………………………………………………….……….……………………………………………………………………………………… ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… …………………………………………………………….………….……………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)…………………………………… (นายสัญญา แองสุข) ตำแหนง ผูอำนวยการโรงเรียนวันเจริญสามัคคี วันที่………เดือน………………….พ.ศ…………


9 บันทึกผลการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ ………. ผลการจัดการเรียนรู ( นักเรียนทั้งหมด ............. คน นักเรียนผานเกณฑการประเมินระดับดี...................คน คิดเปนรอยละ................. นักเรียนผานเกณฑการประเมินระดับปานกลาง..................คน คิดเปนรอยละ................. นักเรียนไมผานเกณฑการประเมินระดับปรับปรุง........คน คิดเปนรอยละ................. ผลการประเมินพฤติกรรมระหวางเรียน ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… …………………………………………………………….……………………………………………………………………………………… …………………………………………………………….……………………………………………………………………………………… ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… …………………………………………………………….……………………………………………………………………………………… ปญหาและอุปสรรคระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… …………………………………………………………….……………………………………………………………………………………… ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… …………………………………………………………….……………………………………………………………………………………… การปรับปรุงและพัฒนา ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… ………….…………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… …………………………………………………………….……………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………….………… (นางสาวอินทิรา นวนจันทร) ตำแหนง ครู ชำนาญการพิเศษ วันที่………เดือน……….……….พ.ศ. .......... ทราบ ทราบ .............................................................. ...................................................... .............................................................. ...................................................... .............................................................. ...................................................... (นายสงัด แผนทอง) (นายสัญญา แองสุข) รองผูอำนวยการโรงเรียนวันเจริญสามัคคี ผูอำนวยการโรงเรียนวันเจริญสามัคคี


10 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๒ สระ -ี จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหา ในการดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๓ เรียบเรียงคำเปนประโยคงาย ๆ สาระสำคัญ บทคลองจอง มีสวนชวยในการเรียนรูเรื่องการอาน เชน บทคลองจอง “ผีตัวดำ” นอกจากจะสอดแทรกคำที่ ประสมดวยสระ -ีแลว เนื้อหาในบทคลองจองที่สนุกสนาน จะกระตุนความสนใจ สงเสริมทักษะการอาน กอนจะ นำไปสูบทเรียนที่ผูเรียนตองหัดสะกดแจกลูกคำ จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ -ี ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ -ี ได ๓. นักเรียนสามารถแตงประโยคงายๆ ได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ การแตงประโยค กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. คุณครูนำเขาบทกลอน “ผีตัวดำ” โดยถามวา “ใครกลัวผีบาง” ใหนักเรียน ทองบทกลอนจนคลอง และ เคลื่อนไหวประกอบบทกลอน “ผีตัวดำ” ใน ทา ที่มีจังหวะสนุกสนาน เชน ตบมือ - ไขวมือตบโตะ - ตบมือ - ไขวมือตบโตะ ๒. คุณครูติดชารตบทกลอน “ผีตัวดำ” บนกระดานเคลื่อนที่คุณครูชี้อาน ใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนรองตามไปทีละประโยคจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู


11 ๑. คุณครูสอนอานสะกดคำ โดยใชบัตรคำที่สามารถ เปด-ปดได ๒. คุณครูแสดงบัตรคำใหเห็นพยัญชนะกอน เชน ตัว ส. เสือ ครูพานักเรียนออกเสียงวา “สอ” แลวเปด สระ -ี ตาม แลวออกเสียงวา “อี” และอานรวมเปนคำ วา “สี” จากนั้นสะกดซํ้าอีกครั้ง สอ - อี- สี ๓. ฝกอานคำและเริ่มอานประโยคสั้นๆ จากหนังสือเรียน และใหนักเรียนชี้นิ้วตามขณะอาน ฝกอานหลายๆ รอบจนคลอง ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. คุณครูติดบัตรคำบนกระดาน ดานหนึ่งติดบัตรคำ สระ -ีอีกดานหนึ่ง ติดบัตรคำ สระ -า ดังตัวอยาง ๒. ใหนักเรียนชวยกันจับคูคำบนกระดาน เชน อีกา ทาสีเปนตน ๓. อานออกเสียงคำที่ไดจนครบทุกคำ จากนั้นเขียนคำที่ไดลงในสมุด ๔. หลังการทำกิจกรรม ใหนักเรียนทำแบบฝกหัดในหนังสือเรียน ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน สระ -ีสรางสรรค(D-GO : Windows 6 บาน) ใหนักเรียน ๒. นักเรียนทำใบงานแลวติดลงในสมุด ๓. นักเรียนอานคำและประโยคจากใบงาน ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. ใหนักเรียนทุกคนยืนขึ้น คุณครูจะเริ่มเลาเรื่องเปนคนแรก เปนเรื่องสั้นๆ ที่มีคำสระ -ีอยูดวย ๒. ใหนักเรียนแตงเรื่องตอกันไปเรื่อยๆ แตตองมีคำที่มีสระ -ีอยูในประโยคที่แตงตอ ๓. เมื่อถึงคนสุดทาย ใหรวมกันสรุปบทเรียน วาแตละคนไดเรียนรูคำศัพทสระ -ีคำใดบาง เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. ชารตบทกลอน “ผีตัวดำ” ๒. กระดานเคลื่อนที่ ๓. บัตรภาพ บัตรคำ สระ -ีสระ -า / บัตรคำเปดปดได ๔. ใบงาน “สระ -ีสรางสรรค(3D-GO : Windows 6 บาน)” การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ กอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ)


12 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๓ สระ -ู จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรูความคิด และความรูสึก ในโอกาสตางๆ อยางมีวิจารณญาณและสรางสรรค มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๓.๑ ป.๑/๑ ฟงคำแนะนำ คำสั่งงายๆ และปฏิบัติตาม มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ


13 สาระสำคัญ คำที่สะกดดวยสระ -ูมีรูปแบบการสะกดเหมือนกับสะ สระ -า และ สระ -ี ซึ่งเปนสองบทแรก ผูเรียนจึงเริ่มคุนเคย เมื่อถึงสระ -ูนอกจากสอนเรื่องการสะกด คำแลว จึงตองสอดแทรกประโยค ที่มีคำจากสระตางๆ ที่เรียนมาแลว จะทำให ผูเรียนเขาใจความหมาย และบริบทของคำไดมากขึ้น จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ -ู ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ -ูได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ การฟงและปฏิบัติตามคำแนะนำ คำสั่งงายๆ กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. คุณครูติดชารตบทกลอน “ดูหนูสูรูงู”บนกระดานเคลื่อนที่ คุณครูอานใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียน รองตามจนคลอง ๒. ใหนักเรียนเคลื่อนไหวรางกายประกอบบทกลอน “ดูหนูสูรูงู” ในทา ที่มีจังหวะสนุกสนาน เชน ตบมือ - ตบโตะดวยมือซาย - ตบมือ - ตบโตะดวยมือขวา ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูแนะนำสระ -ูและการออกเสียงสระ -ู ๒. คุณครูสอนอานแจกลูกสะกดคำ โดยใชบัตรพยัญชนะติดบนบอรดตะแกรงแลวใชไมไอศกรีม สระ -ู วางใตบัตรพยัญชนะ แลวออกเสียงสะกดคำเปนตัวอยาง เชน งอ - อู- งู ๓. เปลี่ยนพยัญชนะเปนตัวอื่นๆ แลวใหนักเรียนสะกดคำพรอมกัน ฝกอานหลายๆ รอบจนคลอง ๔. ฝกอานพรอมกันในหนังสือเรียน ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. คุณครูติดบัตรคำบนบอรดตะแกรง หรือ ฉายบน power point แลวใหนักเรียนอานพรอมกัน ๒. นักเรียนนักลอมเปนวงกลม คุณครูนำ “กะหลํ่าปลีคำศัพท” (กระดาษที่เขียนคำศัพทขยำซอนกัน เปนกอนกลมคลายกะหลํ่าปลีเชน คำวา งูปูนา คูนา ดูกา เปนตน) ใหนักเรียน ๓. คุณครูเปดเพลงหรือใหนักเรียนรองเพลง แลวสงกะหลํ่าปลีคำศัพทตอกันไปเรื่อยๆ เมื่อเพลงหยุด กะหลํ่าปลีคำศัพทอยูที่ใคร นักเรียนคนนั้นจะตองแกะกระดาษออก ๑ แผน จากนั้นชูกระดาษ อานคำศัพทและใหนักเรียนคนอื่นอานตาม ๔. เมื่อจบเกมใหนักเรียนทบทวนความรูโดยทำแบบฝกหัดในหนังสือเรียน ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “สระอูของฉัน” ใหนักเรียน ๒. นักเรียนทำใบงาน โดยเขียนคำสระอูลงใน GO : Picture


14 ๓. ติดใบงานลงในสมุด ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. ใหนักเรียนทองบทกลอน “ดูหนูสูรูงู” พรอมกันอีกครั้ง ๒. พูดคุยถามตอบเกี่ยวกับเรื่องราวในบทกลอน เชน หนูงูจากนั้นใหนักเรียนวาดภาพ ระบายสี โดยใชเรื่องราว ตัวละคร หรือคำศัพทจากบทกลอนดังกลาว เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. ชารตบทคลองจอง “ดูหนูสูรูงู” ๒. บอรดตะแกรง / กระดานเคลื่อนที่ / เครื่องฉาย power point ๓. บัตรภาพ บัตรคำ แถบประโยค ไมไอศกรีมสระอู ๔. ใบงาน สระอูของฉัน (GO : Picture) การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ กอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ)


15 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๔ สระ -ือ จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๔ ตอคำคลองจองงายๆ สาระสำคัญ คำคลองจอง คือ คำที่สัมผัสกัน มีสระ หรือ พยัญชนะทายเหมือนกัน เชน คำคลองจอง สระ -ือ มีมือ - ถือมา เมื่อนักเรียนเรียนเนื้อหามากขึ้น ก็ควรเรียนรูคำคลองจอง เพราะเสียงคำคลองจองจะชวยกระตุนความจำ ความ เขาใจ จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ -ือ ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ -ือ ได ๓. นักเรียนสามารถเขียนคำคลองจองได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ คำคลองจอง


16 กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. คุณครูใหนักเรียนทองบทกลอน “มาดื้อ” จนคลอง และเคลื่อนไหว ประกอบบทกลอน ในทาที่มีจังหวะสนุกสนาน เชน ตบโตะ ๒ ครั้ง - ไขวมือตบโตะ ๒ ครั้ง ๒. คุณครูติดชารตบทกลอน “มาดื้อ”บนกระดานเคลื่อนที่คุณครูชี้อาน ใหนักเรียนอานตามทีละประโยคพรอมกัน ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูแนะนำใหนักเรียนรูจักสระ -ือ แลวใหนักเรียนใชนิ้วเขียนสระ - ือ กลางอากาศพรอมกับ ออกเสียง ๒. คุณครูสอนการสะกดคำแจกลูก พยัญชนะ + สระ -ือ โดยใชบัตรคำติดบนกระดานเคลื่อนที่ ใชคนละสี เชน ติดสระอือสีแดง ใชพยัญชนะสีน้ำเงิน ๓. คุณครูชี้อาน เชน คอ - อือ - คือ แลวเปลี่ยนพยัญชนะไปเรื่อยๆ ใหนักเรียนออกเสียงพรอมกัน ๔. อานออกเสียงแตละคำอีกครั้ง เชน กือ คือ มือ ถือ สือ ฝกอานหลายๆ รอบจนคลอง ๕. อานคำที่มีสระอื่นอยูดวย เชน มือชา ตาจือ มีมือ จากนั้นอานในหนังสือเรียน ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. ใหนักเรียนจับคูกัน จากนั้นคุณครูแจกใบงาน “เซียมซีสระ -ือ” ใหนักเรียนตัดเปนชิ้น แลวนำใสแกว (๑๖ คำ) ๒. นักเรียนคนหนึ่งเขยาหรือหยิบเซียมซีขึ้นมา ๑ ใบ แลวใหเพื่อนอีกคนอาน ๓. ผลัดกันเลนจนกระทั่งเซียมซีหมดแกว ๔. อานคำในเซียมซีพรอมกันอีกครั้งทั้งหอง ๕. หลังการทำกิจกรรม ใหนักเรียนทำแบบฝกหัดในหนังสือเรียน ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “ถุงมือ สระ -ือ (GO : Picture)” ใหนักเรียน ๒. นักเรียนตัดใบงานตามรอยประ ๓. เขียนคำที่สะกดดวย สระ -ือ ลงในใบงาน GO ๔. ติดลงในสมุด ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ ๓ - ๕ คน ๒. คุณครูแจกกระดาษใหกลุมละ ๑ แผน ๓. คุณครูอธิบายเรื่องคำคลองจอง แลวใหนักเรียนเขียนคำคลองจองลงในกระดาษ ๔. ใหเวลาประมาณ ๑๐ นาทีแลวนำเสนอหนาชั้นเรียน เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / แผนชารต หรือ เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ บัตรคำ แถบประโยค ในขั้นที่ ๒ - ๓ ๓. ใบงาน เซียมซีสระ -ือ ๔. ใบงาน ถุงมือสระ -ือ (GO : Picture) และ กระดาษสำหรับเขียนคำคลองจอง ๕. แกวกระดาษ หรือ พลาสติกสำหรับใบงาน เซียมซีสระ -ือ


17 การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการ ทดสอบกอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ) แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๕ สระ แ- จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ


18 ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ สาระสำคัญ เมื่อประสม สระ แ- กับพยัญชนะ จะทำใหนักเรียนไดเรียนรูคำศัพทใหมเพิ่มขึ้น และสามารถทบทวนความรู ฝกฝนดวยกิจกรรมเสริมที่ทำใหการอานเปนเรื่องนาสนใจ เชน กิจกรรม “พลิกแลวอาน Flip & Read” จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวย สระ แ- ได ๒. นักเรียนเขาใจความหมายของคำที่ประสมดวย สระ แสาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. ใหนักเรียนทองบทกลอน “ลิงกะเสือ” และเคลื่อนไหวประกอบ ในทาที่มีจังหวะสนุกสนาน เชน ตบโตะ - ตบมือ - ตบมือเพื่อน ๒. คุณครูติดชารตบทกลอน “ลิงกะเสือ”บนกระดานเคลื่อนที่ คุณครูชี้อาน ให นักเรียนอานตามทีละประโยคจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูนำเขาบทเรียนโดยใหนักเรียนดูภาพ เชน แมคนแกกาแฟ แลวถามวาในภาพนี้คืออะไร ๒. คุณครูสอนการอานแจกลูก โดยใชบัตรคำที่เปด-ปดได ๓. คุณครูแสดงบัตรคำใหเห็นพยัญชนะกอน เชน ตัว ล. ลิง ครูพานักเรียนออกเสียงวา “ลอ” แลวเปด สระ แ- ตาม พรอมออกเสียงวา “แอ” และอานรวมเปนคำวา “แล” ฝกอานหลายๆ รอบจนคลอง ๔. ฝกอานคำและเริ่มอานประโยคสั้นๆ จากหนังสือเรียน และให นักเรียนชี้นิ้วตามขณะอาน ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. คุณครูใหนักเรียนอานคำจากบัตรภาพบัตรคำ หรือ power point พรอมกัน ๒. แบงนักเรียนเปน ๕ กลุม คุณครูแจกการดคำใหนักเรียน กลุม ละ ๑ ชุด (๙ คำ) ๓. คุณครูอานคำศัพทแลวใหนักเรียนแตละกลุม แขงกันหยิบการด คำตามที่คุณครูอาน ใครหยิบได มากที่สุดเปนผูชนะ ๔. ทำแบบฝกหัดในหนังสือเรียน เพื่อทบทวนความเขาใจ ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “พลิกแลวอาน” (GO : Flip & Read) ๒. นักเรียนทำใบงานแลวติดลงในสมุด


19 ๓. นักเรียนอานออกเสียงพรอมกัน ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. คุณครูนำชารตบทกลอน “ลิงกะเสือ” ใหนักเรียนทุกคนอานออกเสียงอีกครั้ง ๒. ปดขอความบางสวน แลวใหนักเรียนทุกคนชวยกันเลือกบัตรคำบนบอรดตะแกรง ซึ่งจะมีคำตรงกับ ขอความที่หายไป มาติดแทนที่ขอความดังกลาว ๓. ใหนักเรียนเขียนและวาดภาพจากบทกลอน “ลิงกะเสือ” ตามจินตนาการ ลงในสมุดของตนเอง เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. ชารตบทคลองจอง “ลิงกะเสือ” ๒. กระดานเคลื่อนที่ / เครื่องฉาย power point ๓. บัตรภาพ บัตรคำ ๔. ใบงาน “พลิกแลวอาน (Flip & Read)” ๕. การดคำศัพทสระ แการวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการ ทดสอบกอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ) แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๖ สระ -ะ จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรูความคิด และความรูสึก ในโอกาสตางๆ อยางมีวิจารณญาณและสรางสรรค มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๓.๑ ป.๓/๔ พูดสื่อสารไดตามวัตถุประสงค มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ สาระสำคัญ


20 สระ -ะ เปนสระเสียงสั้นสระแรก ที่ผูเรียนจะไดเรียน ควร ทบทวนสระเดิมประกอบ ดวยการสอนคำที่ประกอบดวยสระอื่นๆ เพื่อใหผูเรียนเขาใจคำ การออกเสียงมากขึ้น เชน ชะนีระกา จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ -ะ ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ -ะ ได ๓. นักเรียนสามารถเลาเรืองสั้นๆ โดยใชคำ สระ -ะ เปนหัวขอ ในการพูดได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ การพูดสื่อสารในชีวิตประจำวัน กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. ใหนักเรียนทองบทกลอน “มานะ กะ มานี” และเคลื่อนไหว ประกอบบทกลอน ในทาที่มีจังหวะ สนุกสนาน เชน ตบโตะ - ตบมือ - ตบมือเพื่อน สลับตามจังหวะจนจบ ๒. คุณครูติดชารตหรือฉาย Power Point บทกลอน “มานะ กะ มานี” คุณครูชี้อานใหนักเรียนฟง แลวให นักเรียน อานตามทีละประโยคจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูสอนอานสะกดคำที่ ประสมดวยสระ -ะ โดยใชกระดานเคลื่อนที่และชี้อานตามไปดวย สอนให นักเรียนอานพรอมๆ กันวา ก - ะ - กะ / ช - ะ - ชะ / น - ะ - นะ ฯลฯ ไปจนครบทุกคำ ฝกอานหลายๆ รอบจนคลอง ๒. นักเรียนหัดอานคำ สระ -ะ จากบัตรภาพ บัตรคำ หรือใชสื่อจริงประกอบ เชน ผลมะระ กะลามะพราว เปนตน ๓. ฝกอานเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน ในขณะที่นักเรียนอาน ใหใชนิ้วชี้ตามตัวหนังสือไปดวย ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. คุณครูพาอานคำศัพทสระ -ะ บนกระดานหรือ ฉาย Power point ๒. คุณครูแจกแผนปาย (ขนาดเอสี่) ใหนักเรียนคนละ ๑ แผน เปนคำ ๑ พยางคเชน มะ ยะ มา กะ ๓. นักเรียนจะตองจับคูหรือจับกลุมกับเพื่อนที่ถือคำ ที่สามารถตอกับตนเองแลวเปนคำที่มีความหมาย เชน มะ+ระ มา+นะ ยะ+ลา กะ+ละ+แม เปนตน ๔. คูไหน หรือ กลุมไหน ที่คำตอกันแลวมีความหมาย ใหยกมือแลวอานออกเสียงคำนั้น ใหเพื่อนคนอื่น ออกเสียงตาม ๕. หลังการทำกิจกรรม ใหนักเรียนทำแบบฝกหัดในหนังสือเรียน ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “การดสระ -ะ ๓ มิติ(3D-GO)” ใหนักเรียนทุกคน ๒. นักเรียนทำใบงานโดยตัดแลวติด ใหพลิกเปดภาพและพยัญชนะได


21 ๓. นักเรียนอานออกเสียงคำศัพทพรอมกัน ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. ใหนักเรียนเลือกคำศัพทที่ประสมดวยสระ -ะ ที่ชอบ ๑ คำ ๒. เลาเรื่องจากคำศัพทนั้น เชน กะลา - นักเรียนบางคนเคยเห็นแมขูดมะพราวไปทำขนม ขูดจนเหลือแต กะลา เปนตน คุณครูตองแนะนำแนวทางในการเลา อาจจะเปนประสบการณหรือ ความรูสึก คนละ ๒ - ๓ นาที เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / ชารต หรือ เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ บัตรคำ (คำศัพทบทที่ ๖ พยัญชนะ และสระ) ๓. ใบงาน “การดสระ -ะ ๓ มิติ(3D-GO)” ๔. แกวพลาสติกสำหรับเคาะ การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ กอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ)


22 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๗ สระ -ิ จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ สาระสำคัญ คำที่ประสมดวยสระ -ิจะมีความหมายหลากหลายมากขึ้น หากประสมกับคำที่ประสมสระอื่นๆ นอกจากการ แจกลูกสะกดคำแลว จึงตองเชื่อมโยงกับคำในบทเรียนที่ผานมา สระ -ิเปนสระที่มีรูปรางคลายสระ -ีอาจทำให ผูเรียนเกิดความสับสนไดในขั้นการสอนจึงตองเนนยํ้าใหผูเรียนสามารถแยกแยะสระได จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ -ิ ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ -ิได ๓. นักเรียนสามารถจับประเด็น / ใจความสำคัญ ในบทเรียนนี้คือ คำในเรียน จากการฟงสื่อตางๆ ได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ กระบวนการจัดการเรียนรู


23 ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. ใหนักเรียนทองบทกลอน “หนูมา กะ หนูมี” จนคลอง และเคลื่อนไหว ประกอบในทาที่มีจังหวะสนุกสนาน เชน แตะหัว - แตะไหล ๒. คุณครูแบงนักเรียนเปนสองฝงคือฝงซาย และขวา เมื่อคุณครูชี้ฝงไหน ฝงนั้นตองรองบทกลอนทอนนั้น แตทั้งสองฝงจะยังคงทำทาทาง Brain Gym ตลอดทั้งเพลง ๓. คุณครูติดชารตบทกลอน “หนูมา กะ หนูมี” บนกระดานเคลื่อนที่ คุณครูชี้อานใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนอานตามทีละประโยคจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูสอนอานสะกดคำ โดยใชบัตรคำที่สามารถ เปด-ปดได ๒. คุณครูแสดงบัตรคำใหเห็นพยัญชนะกอน เชน ตัว ท.ทหาร นักเรียนออกเสียงวา “ทอ” แลวเปดสระ -ิ ตาม ซึ่งนักเรียนจะออกเสียงวา “ทิ” และอานรวมเปนคำ วา “ทิ” แลวสะกดซํ้ำอีกครั้ง ทอ - อิ- ทิ ๓. คุณครูชูบัตรคำ ใหนักเรียนอานออกเสียง ฝกอานหลายๆ รอบจนคลอง ๔. ฝกอานคำและเริ่มอานประโยคสั้นๆ ในหนังสือเรียน และใหนักเรียนชี้นิ้วตามขณะอาน ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. คุณครูพาอานคำศัพทสระอิประมาณ ๑๐ - ๑๕ คำ บนกระดานหรือ ฉาย Power Point ๒. คุณครูแจกตารางบิงโกใหนักเรียน ๓. นักเรียนเลือกเขียนคำที่คุณครูพาอานลงในตาราง ๔. คุณครูสุมอานคำบนกระดาน หรือ สุมคำจากการหยิบปงปองสลาก ฯลฯ นักเรียนทำเครื่องหมาย X ทับคำศัพทที่คุณครูอาน ๕. นักเรียนที่บิงโกกอนเปนผูชนะและไดรับรางวัล ๖. หลังการทำกิจกรรม ใหนักเรียนทำแบบฝกหัดในหนังสือเรียน ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “จับคำ จับคู” ใหนักเรียน ๒. นักเรียนตัดใบงานตามรอยประ แลวนำบัตรคำมาติดลงในชองวาง ใหตรงกับภาพ และเขียนคำศัพทที่ ไดอีกครั้ง ๓. อานออกเสียงคำศัพทในใบงานพรอมกัน ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. นักเรียนจับคูกัน เตรียมปากกาคนละสี ๒. คุณครูแจกใบงาน “เจอกอน วงกอน (Word Race)” แลวอานคำในใบงาน ๓. นักเรียนแยงกันวงกลมลอมรอบคำที่คุณครูอาน ๔. เมื่อวงกลมครบทุกคำแลว ใหนับสีปากกา สีปากกาของใครมากที่สุด เปนผูชนะ เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / แผนชารต หรือ เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ บัตรคำ ๓. ใบงาน “จับคำ จับคู” ๔. ใบงาน “เจอกอน วงกอน (Word Race)” ๕. ตารางบิงโก การวัดและประเมินผล


24 ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ กอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ) แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๘ สระ เ- จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ


25 ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๓ เรียบเรียงคำเปนประโยคงายๆ สาระสำคัญ คำที่ประสมดวยสระ เ- จะมีความหมายหลากหลาย เมื่อประสมกับคำที่ประสมดวยสระอื่นๆ เชน ทะเล เซมา เพื่อใหผูเรียนไดเห็นรูปแบบการใชคำมากขึ้น จึงควรใหผูเรียนไดฝกการใชคำแตงประโยค จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ เ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ เ- ได ๓. นักเรียนสามารถแตงประโยคจากคำที่กำหนดให สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ การแตงประโยค กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. ใหนักเรียนทองและเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน “ตาเข กะ ตาขำ” ในทาที่มีจังหวะ สนุกสนาน เชน แตะหัว - แตะไหล - ตบมือ ๒. คุณครูติดแผนชารต หรือ ฉาย Power Point บทกลอน “ตาเข กะ ตาขำ” คุณครูชี้อานใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนอานตามทีละประโยคจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูสอนอานสะกดคำที่ ประสมดวยสระ เ- โดยใชกระดานเคลื่อนที่ และชี้อานตามไปดวย สอนให นักเรียนอานพรอมๆ กันวา จ - เ - เจ / ม - เ - เม / ท - เ - เท ฯลฯ ไปจนครบทุกคำ ๒. นักเรียนหัดอานคำ สระ เ- จากบัตรภาพ บัตรคำ หรือ ใชภาพจริง อานหลายรอบๆ หรือหาคำอื่น เพิ่มเติม เพื่อใหนักเรียนอานจนคลอง ๓. ฝกอานเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน ในขณะที่นักเรียนอาน ใหใชนิ้วชี้ตามคำที่กำลังอานไปดวย ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “อักษรซอนคำ” ใหนักเรียน ๒. นักเรียนหาคำศัพทวงกลมลอมรอบคำนั้น แลวเขียนคำที่ หาไดลงในชองวาง ๓. นักเรียนอานออกเสียงคำศัพทพรอมกัน ๔. ลงมือทำแบบฝกหัดในหนังสือเรียน เพื่อทบทวนความ เขาใจ ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “สระเอของเจาหมี(3D - GO : Fan)” ใหนักเรียน


26 ๒. นักเรียนลงมือทำใบงาน ๓. ติด 3D -GO ลงในสมุด ๔. อานออกเสียงคำศัพททีละคน (หรือพรอมกันก็ได) ๕. ขั้นประยุกตใชความรู คุณครูแจกใบงาน “คำสรางประโยค” ใหนักเรียนลงมือทำใบงาน โดยเลือกคำที่กำหนดใหมาเรียงกัน ใหเปนประโยค ๕ ประโยค ใชคำซ้ำกันไดจากนั้นอานประโยคของตนเอง เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / แผนชารต หรือ เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ บัตรคำ ๓. ใบงาน “อักษรซอนคำ” ๔. ใบงาน “สระเอของเจาหมี(3D - GO : Fan)” ๕. ใบงาน “คำสรางประโยค” การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ กอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ) แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๙ สระ -ุ จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๓ เรียบเรียงคำเปนประโยคงายๆ สาระสำคัญ สระ -ุ มีเสียงและรูปพยัญชนะที่ใกลเคียงกับสระ -ูจึงตองแนะใหผูเรียน ไดเห็นถึงความแตกตางระหวางสอง สระ รวมถึงการทบทวนการใชคำที่ประสมดวยสระ -ุผานการแตงประโยค ซึ่งสามารถเปลี่ยนรูปแบบ จากการแตง ประโยคดวยการเขียน เปนการแตงประโยคผานการพูด เพื่อกระตุนทักษะการคิดและการใชภาษา


27 จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ -ุ ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ -ุได ๓. นักเรียนสามารถแตงประโยคจากคำศัพทในบทเรียน สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ การแตงประโยค กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. ใหนักเรียนทองบทกลอนและเคลื่อนไหวประกอบบท กลอน “กินจุ” ในทาที่มีจังหวะสนุกสนาน เชน ตบมือ – ตบตัก - ตบมือ - ตบตัก สลับตามจังหวะ ๒. คุณครูติดชารตบนกระดานเคลื่อนที่หรือฉาย Power Point บทกลอน “กินจุ” คุณครูชี้อาน ใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนอานตามทีละประโยคจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูแนะนำ -ุและการออกเสียงสระ -ุโดยเนนยํ้า เปรียบเทียบความแตกตางระหวางสระ -ุ และ สระ -ู ๒. คุณครูสอนอานแจกลูกสะกดคำ โดยใชบัตรพยัญชนะติดบนบอรดตะแกรงแลวใชไมไอศกรีม สระ -ุ วางใตบัตรพยัญชนะ กอนจะออกเสียงสะกดคำเปนตัวอยาง เชน จอ - อุ - จุ ๓. เปลี่ยนพยัญชนะเปนตัวอื่นๆ แลวใหนักเรียนสะกดคำพรอมกัน เชน พุผุกุจุคุฯลฯ ฝกหลายๆ รอบ จนคลอง ๔. ฝกอานพรอมกันในหนังสือเรียน ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. นักเรียนทำแบบฝกหัดในหนังสือเรียน ๒. คุณครูพาอานคำศัพทจากบทเรียนอีกครั้ง โดยใชบัตรภาพ บัตรคำ หรือ ฉายภาพและคำบน power point แลวใหนักเรียนอานออกเสียงเอง ๓. ใหนักเรียนเขียนตามคำบอก ๑๐ - ๑๕ คำ อาจตั้งเงื่อนไขพิเศษวา ใครไดคะแนนมากที่สุดจะไดรับ คะแนนหรือรางวัล เพื่อกระตุนสมองใหเกิดความทาทาย ๔. ทำแบบฝกหัดเพิ่มเติมในหนังสือเรียน ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “สมุดจิ๋ว สระอุ” ใหนักเรียน ๒. ตัดตามรอยประ แลวพับ จากนั้นเขียนคำศัพทดานในใหตรงกับภาพ พรอมระบายสีใหสวยงาม ๓. อานคำศัพทที่อยูในสมุดเลมเล็กพรอมกัน


28 ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “เคาะจังหวะสระสนุก” ใหนักเรียน เพื่อทบทวนสระจากบทเรียน บทที่ ๑ - ๘ ๒. คุณครูจะบอกตัวเลขแลวใหนักเรียนเคาะแกว หรือบล็อกไมชิ้นเล็กๆ บนสระตัวนั้นพรอมออกเสียง เชน ครูบอกวา ๑ ๒ นักเรียนจะตองเคาะชองสระ -ะ -า ออกเสียงวา อะ อา เมื่อเห็นวานักเรียนเริ่มคลอง คุณครูสามารถเพิ่มความเร็วและ step การเคาะเปน ๓ ๔ และ ๕ หรือสามารถสั่งหมายเลขสลับกันได เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / แผนชารต หรือ เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ บัตรคำ คำที่ประสมดวยสระ -ุ ๓. ใบงานใบงาน “สมุดจิ๋ว สระอุ” ๔. ใบงาน “เคาะจังหวะสระสนุก” การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ กอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ)


29 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๑๐ สระ โ- จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ สาระสำคัญ สระ โ- เปนคำที่มีรูปรางแตกตางไปจากสระในบทเรียนที่ผานมา จึงตองใชวิธีที่ชวยกระตุนความจำ เชน การ เขียนกลางอากาศและออกเสียง นอกจากนี้สระ โ- ยังเปนสระที่ประสมกับพยัญชนะและคำสระอื่นไดหลากหลาย เหมาะกับการเรียนรูผานการทำกิจกรรมที่สนุกสนาน จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ โ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ โ- ได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. คุณครูถามเกี่ยวกับโยโย วา ใครรูจักหรือเคยเลนโยโยบาง ๒. คุณครูใหนักเรียนทองบทกลอนและเคลื่อนไหวประกอบ บทกลอน “โยโย” ในทาที่มีจังหวะสนุกสนาน เชน ตั้งมือซาย แบไวใชมือขวาตบมือซาย ๑ ครั้ง - ใชมือขวา ตบโตะ ๒ ครั้ง - ใชมือขวาตบบนมือซายของเพื่อนที่นั่งอยู ขางๆ ๓. คุณครูติดชารตหรือฉาย Power Point บทกลอน “โย โย” จากนั้นคุณครูชี้อานใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนรองอานตามทีละประโยคจนคลอง


30 ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูสอนการสะกดคำแจกลูก พยัญชนะ + สระ โ- โดยใชบัตรคำติดบนบอรดตะแกรง ใชคนละสี เชน ติดสระโอสีแดง พยัญชนะสีน้ำเงิน ๒. คุณครูพาอานกอน เชน ทอ - โอ - โท แลวเปลี่ยนพยัญชนะไปเรื่อยๆ ใหนักเรียนออกเสียงพรอมกัน ๓. นักเรียนอานออกเสียงแตละคำอีกครั้ง เชน โท โก โต โบ โม โผ โห ฝกอานหลายๆ รอบจนคลอง ๔. ฝกอานในหนังสือเรียน ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. แบงนักเรียนเปน ๓ กลุม ๒. คุณครูแจกกระดาษปรูฟใหนักเรียนกลุมละ ๑ แผน ๓. นักเรียนชวยกันเขียนคำที่ประสมสระ โ- ใหไดมากที่สุด โดยจำกัดเวลา ๗ - ๑๐ นาที ๔. เมื่อหมดเวลา ติดผลงานแตละกลุมบนกระดาน แลวสรุปวามีคำไหนที่เหมือนกัน หรือแตกตางกัน โดยอานคำเหลานั้นไปดวย ๕. กลุมใดมีคำที่แตกตางจากกลุมอื่นมากที่สุดเปนฝายชนะ ๖. ทำแบบฝกหัดเพื่อทบทวนในหนังสือเรียน ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “จะเอสระโอ” (3D - GO : Windows 5 บาน) ใหนักเรียน ๒. ตัดตามรอยประ แลวพับ จากนั้นตัดคำศัพทมาติดใหตรงกับภาพ ๓. ติดใบงานลงในสมุด ๕. ขั้นประยุกตใชความรู คุณครูแจกในงาน “ดูโลมา” ใหนักเรียนใชปากกาเนนขอความ ไฮไลตหรือขีดคำที่ประสมดวยสระ โในบทอาน ดังกลาว คุณครูพาอานออกเสียงทีละวรรค แลวใหอานตอกันคนละวรรค ตอกันเรื่อยๆ หรืออานพรอมกันทั้งหอง เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ บัตรคำ คำที่ประสมดวยสระโอ ๓. ใบงาน “จะเอสระโอ” (3D - GO : Windows 5 บาน) ๔. ใบงาน “ดูโลมา” ๕. ปากกาเนนขอความ ๖. กระดาษปรูฟ การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ กอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ)


31 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๑๑ สระ -ำ จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ


32 มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๓ เรียบเรียงคำเปนประโยคงายๆ สาระสำคัญ สระ -ำ เปนสระที่มีรูปรางตางจากสระในบทเรียนที่ผานมา เปนสระที่ประกอบดวย นิคหิต (หยาดนํ้าคาง) และ ลากขาง จึงตองเนนยํ้าเปนพิเศษเพื่อใหสามารถจดจำและแยกแยะได จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ -ำ ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ -ำ ได ๓. นักเรียนแตงประโยคเปนเรื่องราวสั้นๆ จากคำศัพทในบทเรียนได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ การแตงประโยค กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. คุณครูใหนักเรียนทองบทกลอนและเคลื่อนไหวประกอบ บทกลอน “ตาสีกะ ตาขำ” ในทาที่มีจังหวะสนุกสนาน ๒. ใหนักเรียนจับคูกับเพื่อน แลวตบมือเปนจังหวะ คือ ตบมือตัวเอง ตบวืด ตบมือตัวเอง ตบมือเพื่อน ๓. คุณครูติดชารตบทกลอน “ตาสีกะ ตาขำ” บนกระดานเคลื่อนที่และชี้อานใหนักเรียนฟง ใหนักเรียน อานตามทีละประโยคจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูสอนอานสะกดคำที่ประสมดวยสระ -ำ โดยใชกระดานเคลื่อนที่ หรือ บอรดตะแกรง สอนให นักเรียนอานพรอม กันวา ก --ำ - กำ / ข --ำ - ขำ / ย --ำ - ยำ ฯลฯ ไปจนครบทุกคำ โดยที่คุณครู ใชไมชี้อานใหนักเรียนอานตามไปดวย ๒. นักเรียนหัดอานคำ สระ -ำ- จากบัตรภาพ บัตรคำ รวมถึงการใชสื่อจริงมาประกอบการสอน เชน ดอกจำปา ผลระกำ สำลียำ สีดำ เปนตน ฝกอานหลายๆ รอบ หลายๆ คำจนคลอง ๓. ฝกอานเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน ในขณะที่นักเรียนอาน ใหใชนิ้วชี้ตามตัวหนังสือไปดวย ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. ใหนักเรียนจับคูกับเพื่อน จากนั้นคุณครูแจกการดคำ สระ -ำ ใหคูละ ๑ ชุด (๑๒ คำ) ๒. วางการดกระจายไวบนโตะ ใหเห็นคำศัพทชัดเจน ๓. คุณครูอานคำที่อยูในการดทีละคำ ใหนักเรียนแยงกันตบ การดคำที่คุณครูอาน ใครตบการดไดใหเก็บไว ที่ ตัวเอง ๔. ใครตบการดไดมากที่สุดเปนผูชนะ จากนั้นใหนักเรียน ผลัดกันอานคำในการด ในคูของตนเอง ๕. หลังการทำกิจกรรม ใหนักเรียนทำแบบฝกหัดในหนังสือ เพื่อทบทวนความเขาใจ


33 ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน เปดโลก สระ -ำ (3D - GO : Windows 6 บาน) ใหนักเรียน ๒. นักเรียนลงมือทำใบงานกัน ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ใหนักเรียนเขียนเรื่องราวสั้นๆ ๓ - ๕ บรรทัดในสมุด จากชุดคำศัพทที่กำหนดใหเชน “ทำ ดำ ยำ ขำ” เปนตน จากนั้นใหอานออกเสียงเรื่องที่เขียนหนาชั้นเรียน เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ บัตรคำ คำที่ประสมดวยสระอำ และ สื่อจริงประกอบการสอน ๓. ใบงาน เปดโลก สระ -ำ (3D - GO : Windows 6 บาน) ๔. การดคำสระ -ำ การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ กอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ) แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๑๒ สระ ไ- จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และ ขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ สาระสำคัญ สระ ไ- เปนสระที่มีรูปรางสูงกวาพยัญชนะ ในการเรียนรูผูสอนจึง ตองแนะใหเห็นความสำคัญของตำแหนงและการเขียนสระ จุดประสงคการเรียนรู


34 ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ ไ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ ไ- ได ๓. นักเรียนแตงประโยคเากคำศัพทในบทเรียนได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. คุณครูใหนักเรียนทองบทกลอนแเคลื่อนไหวประกอบ บทกลอน “หนูไผกะ หนูขำ” ในทาที่มีจังหวะสนุกสนาน เชน ตบมือตัวเอง - ตบ มือซายบนโตะ -- ตบมือขวาบนโตะ ตบมือตัวเอง ๒. คุณครูติดชารตบทกลอน “หนูไผกะ หนูขำ” บนกระดาน เคลื่อนที่ หรือแสดงเนื้อเพลงบนจอ คุณครูชี้ อานใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนอานตามทีละประโยคจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูสอนอานสะกดคำที่ ประสมดวยสระ ไ- โดยใชกระดานเคลื่อนที่ และใชไมชี้อาน ใหนักเรียน อานตามพรอมกันวา ขอ - ไ - ไข / ตอ - ไ - ไต / รอ - ไ - ไร ฯลฯ ไปจนครบทุกคำ ๒. นักเรียนหัดอานคำ สระ ไ- จากบัตรภาพ บัตรคำ รวมถึงการใชสื่อจริงมาประกอบการสอน เชน กำไล ลำไย ไชโย ไอ ฝกอานหลายๆ รอบ หลายๆ คำ จนนักเรียนอานไดคลอง ๓. ฝกอานเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน หนา ๗๑ ในขณะที่นักเรียนอาน ใหใชนิ้วชี้อานตามไปดวย ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “สะกดคำสระ ไ-” ใหนักเรียน ๒. เขียนสระไอบนกระดาษ แลวติดบนไมไอศกรีม ๓. ใชไมไอศกรีมวางบนใบงาน แลวหัดอานไปพรอมๆ กัน ๔. หลังการทำกิจกรรม ใหนักเรียนลงมือทำแบบฝกหัดในหนังสือเรียน ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจก ใบงาน“ไขไกสระไอ (3D - GO : Flip)” ใหนักเรียน ๒. นักเรียนจับคูภาพกับคำติดลงในสมุด ๓. แตงประโยคจากคำนั้น ๔. อานคำและประโยคของตนเองใหเพื่อนฟง ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “ไอศกรีมสระไอ” ใหนักเรียน ๒. นักเรียนจับคูภาพกับคำติดลงในสมุด ๓. เมื่อไดคำแลว ใหนักเรียนแตงประโยคโดยใชคำที่ได ๔. อานคำและประโยคของตนเองใหเพื่อนฟง เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ บัตรคำ คำที่ประสมดวยสระไอ และ สื่อจริงประกอบการสอน ๓. ใบงาน “สะกดคำสระไอ”


35 ๔. ใบงาน“ไขไกสระไอ (3D - GO : Flip)” ๕. ใบงาน “ไอศกรีมสระไอ” การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถ ปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบกอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การ ทดสอบการอาน ฯลฯ)


36 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๑๓ สระ เ-า จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๓ เรียบเรียงคำเปนประโยคงายๆ สาระสำคัญ สระ เ-า เปนสระที่มีสวนประกอบ ๒ สวน คือ ไมหนา และ ลากขาง ผูเรียนอาจเกิดความสับสน ตอง เปรียบเทียบใหเห็นความแตกตางระหวาง สระ เ-า กับสระอื่นๆ โดยเฉพาะ เ- และ า ใหเห็นวาสระ เ-า นั้นมี ลักษณะพิเศษ จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ -ำ ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ -ำ ได ๓. นักเรียนแตงประโยคเปนเรื่องราวสั้นๆ จากคำศัพทในบทเรียนได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ การแตงประโยค กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน


37 ๑. ใหนักเรียนทองบทกลอนและเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน “เมาคลี” ในทาที่มี จังหวะสนุกสนาน เชน แตะหัว - แตะไหล - ตบมือเพื่อน - ตบมือตัวเอง ๒. คุณครูติดชารตบนกระดานเคลื่อนที่ หรือฉาย Power Point บทกลอน “เมาคลี” คุณครูชี้อานใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนอานตามทีละประโยคจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูสอนอานสะกดคำที่ ประสมดวยสระเอา โดยติดบัตรสระ ใชบัตร เ-า บนกระดานเคลื่อนที่ หรือ บอรดตะแกรง เวนพื้นที่ตรงกลางสำหรับพยัญชนะ ๒. ใชไมพยัญชนะ อาจเปนพยัญชนะติดบนไมไอศกรีม ซึ่งพยัญชนะควรมีสีแตกตางจากสระ เ-า ทาบบน ตำแหนงที่เวนเอาไวแลวใหนักเรียนอานพรอมกันวา ข - เ-า - เขา / ร - เ-า - เรา / ก - เ-า - เกา ฯลฯ ไปจนครบทุกคำ ๓. นักเรียนหัดอานคำ สระ เ-า จากบัตรภาพ บัตรคำ หรือ ใหนักเรียนทำทาทางจากความหมายของคำ ฝกอานหลายๆ รอบจนนักเรียนอานคลอง ๔. ฝกอานเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน ใหนักเรียนอานใชนิ้วอานตามไปดวย ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “เลื่อนไป อานไป” ใหนักเรียน ๒. นักเรียนตัด เขียนพยัญชนะ ระบายสีและประกอบกันใหสามารถเลื่อนอานได ๓. เลื่อนแลวอานออกเสียงพรอมกัน จากนั้นใหนักเรียนทำแบบฝกหัดในหนังสือเรียน ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “วงลอสระ เ-า” ใหนักเรียนทุกคน ๒. ตัดตามรอยประ แลวติดในสมุด ใหเปด-ปดไดจากนั้น สะกดคำในวงลอและเขียนคำศัพทที่ประสม สระ เ-า ดานลาง ๓. นักเรียนอานออกเสียงคำศัพทจากใบงานพรอมกัน ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “ประโยคขั้นบันได” ใหนักเรียน ๒. ตัดตามรอยประ ติดลงในสมุด และตัดภาพมาติดใหตรงกับคำแรกของขั้นบันได ๓. แตงประโยคสั้นๆ จากคำและภาพที่กำหนดให ๔. นักเรียนอานประโยคที่แตงได เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ บัตรคำ คำที่ประสมดวยสระไอ และ สื่อจริงประกอบการสอน ๓. ใบงาน “วงลอสระเอา” ๔. ใบงาน“เลื่อนไป อานไป” ๕. ใบงาน “ประโยคขั้นบันได” การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน


38 ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการ ทดสอบกอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ) แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๑๔ สระ ใ- จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด


39 มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ สาระสำคัญ สระ ใ- เปนสระที่ออกเสียงคลาย สระ ไ- ซึ่งคำที่ประสมดวยสระทั้งสองตัวนี้มีความแตกตางกัน โดยเฉพาะ ความหมาย นอกจากคำที่มีการสะกดธรรมดา เชน ใบ ใน แลว ผูเรียนจะไดเรียนรูคำสระ ใ- ที่มีวรรณยุกตจากบท คลองจอง “ยี่สิบมวน” ไปดวย ถึงจะยังไมเรียนการผันวรรณยุกตแตจะทำใหผูเรียนคอยๆ ซึมซับความรู จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ ใ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ ใ- ได ๓. นักเรียนเขาใจความแตกตางระหวางคำที่ประสมดวยสระ ไ- และ สระ ใสาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. ใหนักเรียนทองและเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน “ยี่สิบมวน” ในทาที่มีจังหวะ สนุกสนาน เชน ตบมือ สองครั้ง - กระทืบเทาซาย - กระทืบเทาขวา ๒. คุณครูติดชารตบนกระดานเคลื่อนที่หรือฉาย Power Point บทกลอน “ยี่สิบมวน” คุณครูชี้อานให นักเรียน ฟง แลวใหนักเรียนอานตามทีละประโยคจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูสอนอานสะกดคำที่ ประสมดวยสระ ใ- โดยใชกระดานเคลื่อนที่ หรือ บอรดตะแกรง ใหนักเรียน อานพรอมกันวา จอ - ใ - ใจ / บอ - ใ - ใบ / สอ - ใ - ใส ฯลฯ ไปจนครบทุกคำ โดยที่คุณครูใชไม ชี้อาน ใหนักเรียนอานตามไปดวย ๒. นักเรียนหัดอานคำ สระ ใ- จากบัตรภาพ บัตรคำ รวมถึงการใชสื่อจริงมาประกอบการสอน หรือใช ทาทางประกอบคำ เชน ใบชา ใย ดีใจ ฝกอานหลายๆ รอบจนนักเรียนอานคลอง ๓. ฝกอานเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน ในขณะที่นักเรียนอาน ใหใชนิ้วชี้ตามตัวหนังสือไปดวย ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. คุณครูเตรียมภาพรูปรางเรือใบ ขนาดใหญติดบน กระดาน ๒. คุณครูใหนักเรียนเขียนคำที่ประสม สระ ใ- ใน กระดาษโพสตอิต คนละ ๑ คำ ๓. นักเรียนนำคำเหลานั้นไปติดบนรูปรางเรือใบ ๔. คุณครูชี้ใหนักเรียนอานคำสระ ใ- บนกระดานพรอม กัน ๕. ทำแบบฝกหัดเพิ่มเติมในหนังสือเรียนเพื่อทบทวน ความเขาใจ ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “ใบนี้มีสระใอ” ใหนักเรียน


40 ๒. ตัดตามรอยประ ระบายสีแลวติดลงในสมุดของตนเอง ๓. นักเรียนเขียนคำที่ประสมสระ ใ- จากกิจกรรมในขั้นที่ ๓ ลงใน GO ใบไม ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. นักเรียนทำไมไอศกรีมเปนคทาสระ ไ- และ ใ- โดยใบงานที่คุณครูแจกตัดตามรอยประแลวติดบนไม ไอศกรีม ๒. ใหนักเรียนจับคูผลัดกันถามตอบ โดยใหอีกฝายพูดคำศัพทแลวใหอีกฝายยกไมคทาสระที่ตรงกับคำนั้น ถาถูกคนทายไดคะแนน ถาผิดคนถามไดคะแนน หลังทำกิจกรรมใครไดคะแนนมากที่สุดเปนฝายชนะ เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ บัตรคำ คำที่ประสมดวยสระใอ และ สื่อจริงประกอบการสอน ๓. ใบงาน “ใบนี้มีสระใอ (3D - GO : Flip)” ๔. ใบงาน “คทาสระ ไ- และ ใ-” การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ กอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ)


41 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๑๕ สระ -ัว จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๔ ตอคำคลองจองงายๆ สาระสำคัญ สระ -ัว เปนสระที่มีสวนประกอบสองสวนคือ ไมหันอากาศ และ ตัว ว เปนสระที่ผูเรียนเริ่มรูสึกวาจำยาก จึง ตองสอดแทรกกิจกรรมประกอบการเรียนรู จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ -ัว ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ -ัว ได ๓. นักเรียนสามารถตอคำคลองจองงายๆ ได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน


42 ๑. ใหนักเรียนทองและเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน “ลิงกะตาขรัว” ในทาที่มีจังหวะ สนุกสนาน เชน ตบตัก สองครั้ง - ตบมือ - ตบโตะ ๒. คุณครูติดชารตบนกระดานเคลื่อนที่หรือฉาย Power Point บทกลอน “ลิงกะตาขรัว” คุณครูชี้อาน ใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนอานตามทีละประโยคจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูติดบัตรสระ -ัว บนกระดานเคลื่อนที่ หรือ บอรดตะแกรง ๒. นำไมไอศกรีมพยัญชนะ วางประสมกับสระ -ัว บนกระดาน (สระกับพยัญชนะตองมีคนละสี) คุณครู ออกเสียงกอนใหนักเรียนออกเสียงตามวา ต - อัว - ตัว / รอ - อัว - รัว / ขอ -อัว - ขัว ฯลฯ เปลี่ยน พยัญชนะเปนตัวอื่นๆ ใหนักเรียนสะกดคำพรอมกัน ๓. คุณครูชูบัตรภาพ บัตรคำ สระ -ัว ใหนักเรียนอานออกเสียง ๔. ฝกอานเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน ในขณะที่นักเรียนอาน ใหใชนิ้วชี้ตามตัวหนังสือไปดวย ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. คุณครูพาอานคำศัพทจากบทเรียนอีกครั้ง โดยใชบัตรภาพ บัตรคำ หรือ ฉายภาพและคำบน power point แลวใหนักเรียนอานออกเสียงเอง ฝกอานหลายๆ รอบ จนนักเรียนอานคลอง ๒. ทบทวนความเขาใจดวยการเขียนตามคำบอก ๑๐ - ๑๕ คำ อาจตั้งเงื่อนไขพิเศษวา ใครไดคะแนน มากที่สุดจะไดรับคะแนนหรือรางวัล เพื่อกระตุนสมองใหเกิดความทาทาย ๓. นักเรียนทำแบบฝกหัดในหนังสือเรียน ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน หัวใจสระ -ัว (3D - GO : Fan) ใหนักเรียน ๒. ใหนักเรียนทำใบงาน ๓. ติดใบงานลงในสมุดของตนเอง จากนั้นใหนักเรียนอานคำที่อยูในใบงาน ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. นักเรียนจับคู หรือจับกลุม กลุมละ ๓ คน คุณครูแจกใบงานคูละหรือกลุมละ ๑ แผน ๒. ตัดบัตรคำคลองจองจากใบงานที่คุณครูแจกใหตามรอยประ จะใหบัตรคำศัพท๓๓ คำ ๓. คละบัตรคำคลองจองแลวแจกคนละเทาๆ กัน ๔. ผลัดกันตอคำคลองจอง กอนลงบัตรคำใหอานคำคลองจองนั้นๆ ดวย เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ บัตรคำ คำที่ประสมดวยสระ -ัว และบัตรสระ -ัว ๓. ไมไอศกรีมพยัญชนะ ๔. ใบงาน หัวใจสระ -ัว (3D - GO : Fan) ๕. ใบงาน บัตรคำคลองจอง การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ กอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ)


43 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๑๖ สระ -อ จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน


44 มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ สาระสำคัญ สระ -อ เปนสระที่ใชพยัญชนะตัว -อ เปนสระ ทำใหสระนี้มีความแตกตาง และคอนขางจำงายกวาสระ อื่นๆ จึงควรเสริมดวยกิจกรรมการเรียนรูตางๆ จำชวยกระตุนใหการจดจำและความเขาใจดียิ่งขึ้น จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ -อ ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ -อ ได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. ใหนักเรียนทองและเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน “เจาดางกะเจามอ” ในทาที่มีจังหวะสนุกสนาน เชน ตบมือตัวเอง ๒ ครั้ง - จับแกวสงตอ ๒. คุณครูติดชารต บนกระดานเคลื่อนที่หรือฉาย Power Point บทกลอน “เจาดางกะเจามอ” คุณครูชี้อานใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนอานจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูใหนักเรียนคนหนึ่งมายืนถือปายสระ -อ (ขนาด A4 หรือใหญกวา) แลวแนะนำสระตัวนี้ ๒. ใหนักเรียนอีกคนหนึ่งมาถือปายพยัญชนะ คุณครูอานสะกดคำใหนักเรียนฟงและใหนักเรียนอานตาม เชน รอ - ออ - รอ ๓. เปลี่ยนปายเปนพยัญชนะตัวอื่นๆ แลวใหนักเรียนอานสะกดคำพรอมกัน เชน / งอ - ออ - งอ / ขอ - ออ - ขอ / ยอ - ออ - ยอ เปนตน ฝกหลายๆ รอบจนนักเรียนอานคลอง ๔. ฝกอานเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน ในขณะที่นักเรียนอาน ใหใชนิ้วชี้ตามตัวหนังสือไปดวย ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. คุณครูแจกแกวกระดาษใหนักเรียน ๒ ใบ ๒. เจาะชองสีเหลี่ยมในแกวใบแรก และเขียนสระ -อ ขางๆ ชองสี่เหลี่ยม ๓. เขียนพยัญชนะ เชน ก ข ค บนแกวอีกใบหนึ่ง แลวประกอบใหหมุนสะกดคำได ๔. ใหนักเรียนอานคำศัพทที่ไดจากแกวหมุนพรอม กัน ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “หนาตางสระ -อ (3D - GO : Windows 6 บาน)” ใหนักเรียน ๒. นักเรียนทำใบงานโดยตัดตามรอยประแลวพับ ติดลงในสมุด จากนั้นเขียนคำศัพทใตภาพ ใหถูกตอง


45 ๓. นักเรียนอานคำศัพทในใบงานพรอมกัน ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “สระมหาสนุก” ใหนักเรียน ๑ ชุด / ๑ กลุม กลุมละ ๒ - ๔ คน ๒. นักเรียนทำกิจกรรม ในเวลาที่คุณครูกำหนด ประมาณ ๕ - ๑๐ นาที ๓. หากหมดเวลาใครไดคะแนนมากที่สุดเปนผูชนะ ๔. คุณครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายหลังการทำกิจกรรม เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ “บัตรคำ คำที่ประสมดวยสระ -อ และบัตรสระ -อ” ๓. ใบงาน “หนาตางสระ -อ (3D - GO : Windows 6 บาน)” ๔. ใบงาน “สระมหาสนุก” ๕. แกวกระดาษ ๒ ใบ การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการ ทดสอบกอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ) แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๑๗ สระ เ -ีย จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๓ เรียบเรียงคำเปนประโยคงายๆ สาระสำคัญ


46 สระ เ -ีย เปนสระที่มีสวนประกอบ ๓ สวน ผูเรียนอาจรูสึกวาเปนเรื่องยากในการจดจำและเรียนรูจึงตองเนน ยํ้าลักษณะรูปรางของสระ รวมถึงการใชกิจกรรมตางๆ เพื่อเสริมความเขาใจ จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ เ -ีย ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ เ -ีย ได ๓. นักเรียนสามารถแตงประโยคงายๆ จากคำที่ประสมดวยสระ เ -ีย ได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. ใหนักเรียนทองและเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน “หนู มาไวผมเปย” ในทาที่มีจังหวะ สนุกสนาน เชน ตบมือ - ควํ่าแกว - หงายแกว ๒. ครูติดชารตหรือฉาย Power Point บทกลอน “หนูมาไวผมเปย” คุณครูอานชี้ใหนักเรียนฟง แลวให นักเรียน อานตามทีละประโยคจนคลอง ๒. ขั้นนำเสนอความรู ๑. คุณครูติดบัตรสระ เ -ีย บนกระดานเคลื่อนที่ หรือ บอรดตะแกรง ๒. นำไมไอศกรีมพยัญชนะ วางประสมกับสระ เ -ีย บนกระดาน คุณครูออกเสียงกอนใหนักเรียน ออกเสียงตามวา ป - เ -ีย - เปย/ส- เ -ีย- เ -ียฯลฯเปลี่ยนพยัญชนะเปนตัวอื่นๆแลวใหนักเรียน สะกดคำพรอมกัน ๓. คุณครูชูบัตรภาพบัครคำ ใหนักเรียนอานออกเสียง ๔. ฝกอานเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน ในขณะที่นักเรียนอาน ใหใชนิ้วชี้ตามไปดวย ๓. ขั้นลงมือเรียนรู ๑. คุณครูแจกตาราง “เคาะแลวอาน” ใหนักเรียนคนละ ๑ แผน ๒. คุณครูจะบอกตัวเลข ใหนักเรียนใชลูกสะบา หรือ แกว หรือ ปากกา เคาะในชองนั้น พรอมออกเสียง พยัญชนะและสระในชองนั้น เชน ๑ - ๙ นักเรียนจะเคาะ และออกเสียงวา ต - เ -ีย - เตีย ๓. นักเรียนลองจับคูกัน ผลัดกันบอกตัวเลขใหเพื่อนเคาะ ๔. หลังการทำกิจกรรม ใหนักเรียนลงมือทำแบบฝกหัด ๔. ขั้นสรุปความรู ๑. ใหนักเรียนสรุปความรูโดยเขียนคำศัพทจากบทเรียน และวาดภาพประกอบ ลงในสมุด ไมนอยกวา ๑๐ คำ ๒. นักเรียนแตละคนอานคำศัพทที่เขียนลงไปในสมุด ๓. ผลัดกันอานคำศัพทกับเพื่อนที่นั่งขางๆ ๕. ขั้นประยุกตใชความรู ๑. คุณครูแจกใบงาน “แตงประโยคสระเอีย” ใหนักเรียน ๒. ตัดใบงานตามรอยประ ติดลงในสมุด ๓. ตัดภาพมาติดดานบนคำ ใหเปด - ปด ไดแลวแตงประโยคจากคำนั้นในชองวาง


47 ๔. ผลัดกันอานคำและประโยคของตนเองใหเพื่อนฟง เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู ๑. กระดานเคลื่อนที่ / บอรดตะแกรง / เครื่องฉาย power point ๒. บัตรภาพ บัตรคำ คำที่ประสมดวยสระ เ -ีย ๓. ไมไอศกรีมพยัญชนะ ๔. ใบงาน “เคาะแลวอาน” ๕. ใบงาน “แตงประโยคสระเอีย” ๖. แกวเคาะ / ปากกา / ลูกสะบา การวัดและประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรมการอาน / การสะกดคำ ของนักเรียน ๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำแบบฝกหัดของนักเรียน (การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนไดตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ กอนเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำบอก การทดสอบการอาน ฯลฯ)


48 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูอานออก เขียนไดเลม ๑ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกปที่ ๑ บทที่ ๑๘ สระ เ -ือ จำนวน ๓ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู ๑. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๓ เรียบเรียงคำเปนประโยคงายๆ สาระสำคัญ สระ เ -ือ เปนสระอีกตัวหนึ่ง ที่มีสวนประกอบ ๓ สวนจากสระ และพยัญชนะ อาจสงผลใหเกิดความ สับสนกับสระ เ -ีย ในบทเรียนกอนหนานี้ไดผูสอนจึงตองชี้ใหเห็นจุดแตกตางเพื่อใหผูเรียนเกิดความเขาใจ จุดประสงคการเรียนรู ๑. นักเรียนสามารถอานและเขียนสะกดคำที่ประสมดวยสระ เ -ือ ๒. นักเรียนบอกความหมายของคำที่ประสมดวยสระ เ -ือ ได สาระการเรียนรูแกนกลาง การอานออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคลองจอง การสะกดคำ การแจกลูก และการอานเปนคำ กระบวนการจัดการเรียนรู ๑. ขั้นนำเขาสูบทเรียน ๑. ใหนักเรียนทองและเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน “ใบเบื้อ” ในทาที่มีจังหวะสนุกสนาน ๒. ใหนักเรียนจับคูกับเพื่อน แลวตบมือเปนจังหวะ คือ ตั้ง มือทั้งสองขางขนานระดับไหล - ใชมือซาย ตบมือขวา - ใชมือซายตบโตะ ๒ ครั้ง - มือซายตบมือขวาของเพื่อนที่อยูขางๆ


Click to View FlipBook Version