The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์<br>ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sasirat Panyasit, 2024-02-10 11:01:26

ผลการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

ผลการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์<br>ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

Keywords: ผลการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์<br>ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

88


89


90


91


92 แบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน เลขที่ ชื่อ-สกุล สมรรถนะ สำคัญของผู้เรียน (การคิดวิเคราะห์) รวม ผ่าน/ไม่ วิเคราะห์ ผ่าน เนื้อหา 5 วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ 5 วิเคราะห์ หลักการ 5 15 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25


93 ความหมายระดับคุณภาพ เกณฑ์ระดับคะแนนรวม 5 หมายถึง ดีมาก 11-15 = 5 4 หมายถึง ดี 7-10 = 4 3 หมายถึง ปานกลาง 4-6 = 3 2 หมายถึง พอใช้ 2-3 = 2 1 หมายถึง ปรับปรุง 0-1 = 1 เกณฑ์การผ่าน ได้ระดับคุณภาพ ระดับดี ขึ้นไป ลงชื่อ..................................................ผู้ประเมิน ....................../ ....................../ ......................


94 เกณฑ์การประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน รายการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 วิเคราะห์ เนื้อหา ระบุข้อมูล สําคัญสรุป ความรู้ให้เข้าใจ ง่ายถูกต้อง ชัดเจน ระบุข้อมูล สําคัญสรุป ความรู้ให้เข้าใจ ง่ายถูกต้อง ระบุข้อมูล สําคัญสรุป ความรู้ให้เข้าใจ ง่าย ระบุข้อมูล สําคัญสรุป ความรู้ ไม่สามารถระบุ ข้อมูลสําคัญ และสรุปความรู้ ได้ วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ เหตุและผลที่ สอดคล้องกัน เป็นลําดับ ขั้นตอนถูกต้อง ชัดเจน เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ เหตุและผลที สอดคล้องกัน เป็นลําดับ ขั้นตอน ถูกต้อง เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ เหตุและผลที่ สอดคล้องกัน เป็นลําดับ ขั้นตอน เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ เหตุและผลที่ สอดคล้องกัน ไม่สามาร เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ เหตุและผลได้ วิเคราะห์ หลักการ เชื่อมโยงสรุป ความคิดรวบ ยอดเป็น หลักการได้ ชัดเจนถูกต้อง ครบถ้วน เชื่อมโยงสรุป ความคิดรวบ ยอดเป็น หลักการได้ ถูกต้อง เชื่อมโยงสรุป ความคิดรวบ ยอดเป็น หลักการได้ บางส่วน เชื่อมโยงสรุป ความคิดรวบ ยอดเป็น หลักการได้ แต่ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถ เชื่อมโยง สรุปความคิด รวบยอดเป็น หลักการได้


95 แบบประเมินพฤติกรรมการทดลอง กลุ่มที่ การทดลองตาม แผนที่กำหนด การใช้อุปกรณ์ และ/หรือ เครื่องมือ การบันทึกผล การทดลอง การสรุปผลการ ทดลอง การดูแลและการ เก็บอุปกรณ์ และ/หรือ เครื่องมือ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ....................................................................ผู้ประเมิน ………………………/………………………/………………………


96 เกณฑ์การให้คะแนน ประเด็นที่ประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 การทดลองตาม แผนที่กำหนด 3 คะแนน = ทดลองตาม วิธีการและขั้นตอนที่ กำหนดไว้อย่าง ถูกต้อง มีการปรับ-ปรุง แก้ไขเป็นระยะ คะแนน = ทดลองตาม วิธีการและขั้นตอนที่ กำหนดไว้โดยครู เป็นผู้แนะนำในบางส่วน มีการปรับปรุงแก้ไขบ้าง 1 คะแนน = ทดลองตาม วิธีการและขั้นตอนที่ กำหนดไว้หรือ ดำเนินการข้ามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ไม่มี การปรับปรุงแก้ไข การใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ 3 คะแนน = ใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ใน การทดลองได้อย่าง คล่องแคล่ว และถูกต้อง ตามหลักการปฏิบัติ 2 คะแนน = ใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ใน การทดลองได้อย่าง ถูกต้อง ตามหลักการ ปฏิบัติ แต่ไม่คล่องแคล่ว 1 คะแนน = ใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ไม่ถูกต้อง การบันทึกผลการ ทดลอง 3 คะแนน = บันทึกผล เป็นระยะ อย่างถูกต้อง มี ระเบียบ และ เป็นไปตามการทดลอง 2 คะแนน = บันทึกผล เป็นระยะ ไม่ระบุหน่วย ไม่เป็นระเบียบ และเป็นไปตามการ ทดลอง 2 คะแนน = บันทึกผล เป็นระยะ ไม่ระบุหน่วย ไม่เป็นระเบียบ และเป็นไปตามการ ทดลอง การสรุปผลการ ทดลอง 3 คะแนน = สรุปผลการ ทดลองได้อย่างถูกต้อง กระชับ ชัดเจนและ ครอบคลุมข้อมูล จากการวิเคราะห์ทั้งหมด 2 คะแนน = สรุปผลการ ทดลองได้ถูกต้อง แต่ยัง ไม่ครอบคลุมข้อมูลจาก การวิเคราะห์ทั้งหมด 1 คะแนน = สรุปผลการ ทดลองได้ตามความเห็น โดยไม่ใช้ข้อมูลจากการ ทดลอง การดูแลและการ เก็บอุปกรณ์และ/ หรือเครื่องมือ 3 คะแนน = ดูแล อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทดลอง และมีการทำความ สะอาด และเก็บอย่าง ถูกต้องตามหลักการ 2 คะแนน = ดูแล อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทดลอง และมีการทำความ สะอาด แต่เก็บไม่ถูกต้อง 1 คะแนน = ไม่ดูแล อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทดลอง และไม่สนใจทำความ สะอาดรวมทั้งเก็บไม่ ถูกต้อง


97 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายบุคคล คนที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการประเมิน ความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่และ งานที่ได้รับมอบหมาย หมายเหตุ 3 2 1 1 เด็กชายจารุเดช นามีผล 2 เด็กชายจิรายุ วงษ์ภูธร 3 เด็กชายวชิรา ญาติสังกัด 4 เด็กชายชนภัทร เสนสุข 5 เด็กชายนรากร รอดกลาง 6 เด็กชายธนะเทพ เขียวขำ 7 เด็กชายพสธร เหล็กกล้า 8 เด็กชายณัฐนนท์ มูลเชียงใต้ 9 เด็กชายณัฐพงศ์ หนูราช 10 เด็กชายสรธร ปะโลม 11 เด็กชายปพนพัชร์ ไพสิฐพัชรกุล 12 เด็กหญิงจุไรรัตน์ กันหา 13 เด็กหญิงกัญญาภัทร จันทะพิทักษ์ 14 เด็กหญิงกัญญาพัชญ์ แดงสีอ่อน 15 เด็กหญิงกัญญาภรณ์ สุวรรณชัยรบ 16 เด็กหญิงกุลธิดา จันทรา 17 เด็กหญิงกัญญาณัฐ บุญเลิศ 18 เด็กหญิงฐานิตา มาโพธิ์ชัย 19 เด็กหญิงกัลญา ด้วงสะดี 20 เด็กหญิงชลธิชา ภูอินอ้อย 21 เด็กหญิงจุฑาธิษดิ์ กันยา 22 เด็กหญิงศศิกานต์ สุวรรณรัตน์ 23 เด็กหญิงเกศรินทร์ ศิริรักษ์ 24 เด็กหญิงศศิประภา เรืองสิทธิ์ 25 เด็กหญิงพิมพ์ลภัทร พันก้อม


98 เกณฑ์การให้คะแนน ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง


99 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 21 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว15101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การเปลี่ยนแปลง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง การละลายของสารในน้ำ เวลา 3 ชั่วโมง วัน เดือน พ.ศ ผู้สอน นางสาวศศิรัตน์ ปัญญาสิทธิ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ป.5/2 อธิบายการละลายของสารในน้ำ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ 2. สาระสำคัญ เมื่อใส่สารลงในน้ำแล้วสารนั้นรวมเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำทั่วทุกส่วน แสดงว่าสารเกิดการละลาย เรียก สารผสมที่ได้ว่าสารละลาย 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.นักเรียนสามารถอธิบายการละลายของสารที่เป็นของแข็ง ของเหลว แก๊ส ในน้ำได้ (K) 2.นักเรียนสามารถทดลองการละลายของสารในน้ำได้(P) 3.นักเรียนสามารถรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ (A) 4. สาระการเรียนรู้ ความหมายของการละลาย การละลาย (Dissolve) คือ การที่สารชนิดหนึ่ง (ตัวถูกละลาย) แตกตัวออกเป็นอนุภาคเล็ก ๆ และแทรกตัวใน สารอีกชนิดหนึ่ง (ตัวทำละลาย) โดยทั่วไปเราพิจารณาว่า - สารที่มีปริมาณมากกว่าเป็น ตัวทำละลาย (Solvent)


100 - สารที่มีปริมาณน้อยกว่าเป็น ตัวถูกละลาย (Solute) - สารละลายที่มีน้ำเป็นตัวทำละลายเรียกว่า aqueous solution (aq) การที่อนุภาคของตัวถูกละลายจะเข้าไปแทรกตัวอยู่ระหว่างอนุภาคของตัวทำละลายได้หรือไม่ จะ ขึ้นอยู่กับแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของตัวทำละลายกับตัวทำละลาย แรงดึงดูดโมเลกุลระหว่างตัวทำละลายกับ ตัวถูกละลาย และแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลตัวถูกละลายกับตัวถูกละลาย ปกติแล้ว การที่ตัวถูกละลายจะ ละลายในตัวทำละลายหนึ่ง ๆ ได้นั้น สารทั้งสองชนิดจะต้องมีสมบัติเหมือนกัน ตามกฎ like dissolves like ก็คือ ตัวถูกละลายที่มีขั้วจะละลายในตัวทำละลายที่มีขั้ว เพราะแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลมีขั้วเป็นแรงไดโพลไดโพล (dipole - dipole) แต่จะไม่ละลายในตัวทำละลายที่ไม่มีขั้ว เช่น เอทานอล (CH3CH2OH) ละลายใน น้ำ (H2O) แต่ไม่ละลายในเฮกเซน (C6H14) ในทางตรงข้าม ตัวถูกละลายที่ไม่มีขั้วจะละลายในตัวทำละลายที่ ไม่มีขั้ว เพราะแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลไม่มีขั้ว เป็นแรงแวนเดอร์วาลล์ (Van der Waals force) เหมือนกัน แต่จะไม่ละลายในตัวทำละลายที่มีขั้ว เช่น คาร์บอนเตตระคลอไรด์ (CCl4) ละลายในเบนซีน (C6H6) ไม่ละลายในน้ำ แต่ถ้าในกรณีที่สารหนึ่งมีขั้วน้อยกว่าอีกสารตัวหนึ่ง ความสามารถในการละลายก็ลดลง หรือ อาจจะกล่าวอีกนัยคือละลายได้เพียงบางส่วนเท่านั้น จากที่กล่าวมาจะเป็นการละลายของของเหลวในของเหลวด้วยกัน ในกรณีที่เป็นการละลายของ ของแข็งในของเหลวก็สามารถอธิบายโดยใช้แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลเช่นเดียวกัน ถ้าตัวถูกละลายเป็น สารประกอบไอออนิก ซึ่งมีแรงดึงดูดระหว่างไอออนสูงมาก ก็จะละลายในตัวทำละลายที่มีขั้วแรงได้ดีกว่าตัวทำ ละลายที่มีขั้วน้อยกว่า เพราะฉะนั้น สารประกอบไอออนิกจึงละลายได้ดีในตัวทำละลายที่มีขั้วแรงมากๆ เช่น เกลือ (โซเดียมคลอไรด์ : NaCl) ละลายได้ดีในน้ำ มากกว่าในตัวทำละลายที่เป็นสารประกอบพวก ไฮโดรคาร์บอน (hydrocarbon compounds)


101 การละลายจะเป็นประเภทใดขึ้นอยู่กับชนิดของสารและตัวทำละลายที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่สารเกิดการละลาย ตัวละลายที่เป็นของแข็งจะแยกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ และยึดเหนี่ยวกับโมเลกุลของตัวละลาย กระบวนการนี้ เกี่ยวข้องกับพลังงาน ถ้าพลังงานที่ใช้แยกอนุภาคของของแข็งมีปริมาณน้อยกว่า พลังงานที่เกิดจากการยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาคของตัวละลายกับตัวทำละลาย การละลายของสารนี้จะปล่อยพลังงานออกมา สารละลายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น การละลายประเภทนี้เรียกว่า การละลายประเภทคายความร้อน ในทางกลับกัน ถ้าพลังงานที่ใช้ในการแยกอนุภาคของตัวละลายที่เป็นของแข็งมีปริมาณมากกว่า พลังงานที่เกิด จากการยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของตัวละลายกับตัวทำละลาย การละลายของสารนี้จะดูดพลังงาน สารละลายจะมีอุณหภูมิต่ำลง การละลายประเภทนี้เรียกว่า การละลายประเภทดูดความร้อน การละลายของ ของเหลวหรือแก๊สในตัวทำละลายชนิดต่างๆ เกิดขึ้นได้ในทำนองเดียวกัน การละลายของสารแต่ละชนิดจะเป็น การละลายของสารประเภทดูดหรือคายความร้อนเป็นสมบัติเฉพาะตัวของสาร 5. กระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL) 1. ขั้นกําหนดปัญหา 1.ครูทักทายกับนักเรียน จากนั้นครูนำน้ำตาลทรายแดงและน้ำเปล่าที่บรรจุในแก้วใส มาให้นักเรียน สังเกตสถานะของสสารทั้ง 2 อย่างที่ครูเตรียมมา ครูนำน้ำตาลทรายแดงใส่ลงในน้ำเปล่า และคนสสารทั้ง 2 ชนิด อย่างช้า ๆ ประมาณ 5 นาทีแล้วตั้งทิ้งไว้ จากนั้นให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารทั้ง 2 ชนิด 2.ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “น้ำตาลทรายแดง และน้ำเปล่า มีสถานะของสสารเป็นอย่างไร และเมื่อทำการคนสสารทั้ง 2 ชนิด แล้วตั้งทิ้งไว้ จะได้ผลเป็นอย่างไร” โดยให้แต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการ เฉลยว่าถูกหรือผิด (แนวตอบ : น้ำตาลทรายแดง มีสถานะเป็นของแข็ง ส่วนน้ำเปล่าในแก้ว มีสถานะเป็นของเหลว ซึ่งเมื่อ คนสสารทั้ง 2 ชนิด ประมาณ 5 นาที แล้วตั้งทิ้งไว้ พบว่าน้ำตาลทรายแดงจะละลายเป็นเนื้อเดียวกับน้ำเปล่า ได้ เป็นของเหลวเหมือนน้ำ และมีสีน้ำตาลเหมือนน้ำตาลทรายแดง)


102 3.ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน 4.ครูกำหนดสถานการณ์ “ออร์แกนไปกินก๋วยเตี๋ยวในขณะที่ปรุงก๋วยเตี๋ยวโดยออร์แกนได้ใส่น้ำตาล ทรายขาวลงไปในถ้วยก๋วยเตี๋ยวแล้วสังเกตเห็นว่าน้ำตาลทรายขาวได้ละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำก๋วยเตี๋ยวและ เมื่อเติมน้ำน้ำพริกเผาที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบกลับสังเกตได้ว่าน้ำมันที่ออกจากพริกเผานั่นไม่ละลายเป็นเนื้อ เดียวกันกับน้ำก๋วยเตี๋ยว” 5.จากสถานการณ์ข้างต้นนักเรียนคิดว่าสาเหตุที่ทำให้น้ำตาลทรายขาวละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำ ก๋วยเตี๋ยวแต่น้ำมันในพริกเผาไม่ละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำก๋วยเตี๋ยวเกิดจากอะไร 6.ให้นักเรียนระบุปัญหาเพื่อค้นหาคำตอบของปัญหา (แนวตอบ เมื่อสารต่างๆ ผสมกับน้ำจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร) 2.ขั้นทำความเข้าใจกับปัญหา 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิเคราะห์แยกแยะเกี่ยวกับสิ่งที่ โจทย์ปัญหาให้ไว้ และสิ่งที่ ต้องการทราบ เพื่อค้นหาคําตอบ 2. ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น หนังสือเรียน อินเตอร์เน็ต เป็นต้น เพื่อที่จะ ศึกษาทําความเข้าใจกับโจทย์ปัญหา 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนดําเนินการศึกษาค้นคว้า ระดมความคิด ทําความเข้าใจกับ สถานการณ์ปัญหา 4. นักเรียนออกแบบการทดลองร่วมกัน โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ครูเตรียมให้อย่างหลากหลายซึ่งนักเรียน จะพิจารณาเลือกอุปกรณ์การทดลองให้เข้ากับปัญหาที่ตั้งไว้และได้คําตอบของปัญหานั้น 3. ขั้นดําเนินการศึกษาค้นคว้า 1.นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนการดำเนินงานศึกษาค้นคว้าตามประเด็นที่ต้องการศึกษา โดยแบ่งหน้าที่การทำงานกันในกลุ่ม 2. นักเรียนแต่ละกลุ่ม ออกแบบขั้นตอนการศึกษาค้นคว้า ทดลอง เพื่อปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การละลายของสารในน้ำ ใส่ใบงานที่ครูแจกให้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่ม ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การละลายของสารในน้ำ ตามขั้นตอนที่ นักเรียนแต่ละกลุ่มได้ออกแบบไว้ 4. ขั้นสังเคราะห์ความรู้ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มนําข้อมูลที่ได้จากการศึกษาทดลอง มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในกลุ่ม 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันคิดพิจารณาต่อไปว่าความรู้ที่ได้มามีความถูกต้องสมบูรณ์และครบถ้วน ตามประเด็นที่ต้องการศึกษาหรือไม่ ถ้าข้อมูลยังไม่เพียงพอก็ร่วมกันอภิปรายและช่วยกันศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม เพื่อนําเสนอหน้าชั้นเรียน 5. ขั้นสรุปและประเมินค่าของคําตอบ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายข้อมูลของกลุ่มตนเองและกลุ่มอื่นๆว่าข้อมูลที่ได้นั้นมีความ ถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์หรือไม่ โดยครูให้คําแนะนําเพิ่มเติม


103 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปองค์ความรู้ในภาพรวมของปัญหาจากการปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง เรื่อง การละลายของสารในน้ำ ซึ่งนักเรียนควรสรุปได้ดังนี้ (แนวตอบ ตัวละลายเป็นของแข็งละลายในตัวทำละลายที่เป็นของเหลว ตัวละลายจะแพร่ในตัวทำ ละลาย เมื่อตัวละลายละลายหมด จะมองเห็นสารละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีตะกอน เนื่องจากตัวละลายที่ เป็นของแข็งแทรกอยู่ในตัวทำละลาย เช่น การละลายของน้ำตาลในน้ำ การละลายของเกลือในน้ำ เป็น ต้น ในกรณีที่ตัวละลายไม่ละลายในตัวทำละลาย แสดงว่าตัวละลายไม่สามารถแทรกตัวในตัวทำละลายชนิด นั้นได้จึงมองเห็นไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ) 6. ขั้นนําเสนอและประเมินผลงาน 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปผลการทดลองของกลุ่ม เพื่อนําเสนอหน้าชั้นเรียน 2. นักเรียนนําเสนอผลการทดลองหน้าชั้นเรียน 3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและประเมินผลงานของนักเรียนแต่ละกลุ่ม 6.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1.ใบกิจกรรม เรื่อง การละลายของสารในน้ำ 2.อุปกรณ์การทดลอง ดังนี้ 2.1 พิมเสน 20 กรัม 2.2 น้ำมันพืช 2.3 น้ำเปล่า 2.4 บีกเกอร์ขนาด 250 มิลลิลิตร 3 ใบ 2.5 หลอดทดลอง 3 หลอด 3.หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2


104 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ความสําเร็จ 1.นักเรียนสามารถ อธิบายการละลายของ สารที่เป็นของแข็ง ของเหลว แก๊ส ในน้ำได้ (K) -การตอบคำถาม -ใบกิจกรรม เรื่อง การ ละลายของสารในน้ำ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 % ขึ้นไป 2.นักเรียนสามารถ ทดลองการละลายของ สารในน้ำได้(P) - สังเกตการทํากิจกรรม การทดลองและการ บันทึกผล - แบบประเมิน พฤติกรรมการทดลอง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 % ขึ้นไป 3.นักเรียนสามารถ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมายได้ (A) -สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นใน การทํางาน -แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์รายบุคคล ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ 2 ขึ้นไป


105


106


107


108


109 แบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน เลขที่ ชื่อ-สกุล สมรรถนะ สำคัญของผู้เรียน (การคิดวิเคราะห์) รวม ผ่าน/ไม่ วิเคราะห์ ผ่าน เนื้อหา 5 วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ 5 วิเคราะห์ หลักการ 5 15 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25


110 ความหมายระดับคุณภาพ เกณฑ์ระดับคะแนนรวม 5 หมายถึง ดีมาก 11-15 = 5 4 หมายถึง ดี 7-10 = 4 3 หมายถึง ปานกลาง 4-6 = 3 2 หมายถึง พอใช้ 2-3 = 2 1 หมายถึง ปรับปรุง 0-1 = 1 เกณฑ์การผ่าน ได้ระดับคุณภาพ ระดับดี ขึ้นไป ลงชื่อ..................................................ผู้ประเมิน ....................../ ....................../ ......................


111 เกณฑ์การประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน รายการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 วิเคราะห์ เนื้อหา ระบุข้อมูล สําคัญสรุป ความรู้ให้เข้าใจ ง่ายถูกต้อง ชัดเจน ระบุข้อมูล สําคัญสรุป ความรู้ให้เข้าใจ ง่ายถูกต้อง ระบุข้อมูล สําคัญสรุป ความรู้ให้เข้าใจ ง่าย ระบุข้อมูล สําคัญสรุป ความรู้ ไม่สามารถระบุ ข้อมูลสําคัญ และสรุปความรู้ ได้ วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ เหตุและผลที่ สอดคล้องกัน เป็นลําดับ ขั้นตอนถูกต้อง ชัดเจน เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ เหตุและผลที สอดคล้องกัน เป็นลําดับ ขั้นตอน ถูกต้อง เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ เหตุและผลที่ สอดคล้องกัน เป็นลําดับ ขั้นตอน เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ เหตุและผลที่ สอดคล้องกัน ไม่สามาร เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ เหตุและผลได้ วิเคราะห์ หลักการ เชื่อมโยงสรุป ความคิดรวบ ยอดเป็น หลักการได้ ชัดเจนถูกต้อง ครบถ้วน เชื่อมโยงสรุป ความคิดรวบ ยอดเป็น หลักการได้ ถูกต้อง เชื่อมโยงสรุป ความคิดรวบ ยอดเป็น หลักการได้ บางส่วน เชื่อมโยงสรุป ความคิดรวบ ยอดเป็น หลักการได้ แต่ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถ เชื่อมโยง สรุปความคิด รวบยอดเป็น หลักการได้


112 แบบประเมินพฤติกรรมการทดลอง กลุ่มที่ การทดลองตาม แผนที่กำหนด การใช้อุปกรณ์ และ/หรือ เครื่องมือ การบันทึกผล การทดลอง การสรุปผลการ ทดลอง การดูแลและการ เก็บอุปกรณ์ และ/หรือ เครื่องมือ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ....................................................................ผู้ประเมิน ………………………/………………………/………………………


113 เกณฑ์การให้คะแนน ประเด็นที่ประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 การทดลองตาม แผนที่กำหนด 3 คะแนน = ทดลองตาม วิธีการและขั้นตอนที่ กำหนดไว้อย่าง ถูกต้อง มีการปรับ-ปรุง แก้ไขเป็นระยะ คะแนน = ทดลองตาม วิธีการและขั้นตอนที่ กำหนดไว้โดยครู เป็นผู้แนะนำในบางส่วน มีการปรับปรุงแก้ไขบ้าง 1 คะแนน = ทดลองตาม วิธีการและขั้นตอนที่ กำหนดไว้หรือ ดำเนินการข้ามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ไม่มี การปรับปรุงแก้ไข การใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ 3 คะแนน = ใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ใน การทดลองได้อย่าง คล่องแคล่ว และถูกต้อง ตามหลักการปฏิบัติ 2 คะแนน = ใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ใน การทดลองได้อย่าง ถูกต้อง ตามหลักการ ปฏิบัติ แต่ไม่คล่องแคล่ว 1 คะแนน = ใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ไม่ถูกต้อง การบันทึกผลการ ทดลอง 3 คะแนน = บันทึกผล เป็นระยะ อย่างถูกต้อง มี ระเบียบ และ เป็นไปตามการทดลอง 2 คะแนน = บันทึกผล เป็นระยะ ไม่ระบุหน่วย ไม่เป็นระเบียบ และเป็นไปตามการ ทดลอง 2 คะแนน = บันทึกผล เป็นระยะ ไม่ระบุหน่วย ไม่เป็นระเบียบ และเป็นไปตามการ ทดลอง การสรุปผลการ ทดลอง 3 คะแนน = สรุปผลการ ทดลองได้อย่างถูกต้อง กระชับ ชัดเจนและ ครอบคลุมข้อมูล จากการวิเคราะห์ทั้งหมด 2 คะแนน = สรุปผลการ ทดลองได้ถูกต้อง แต่ยัง ไม่ครอบคลุมข้อมูลจาก การวิเคราะห์ทั้งหมด 1 คะแนน = สรุปผลการ ทดลองได้ตามความเห็น โดยไม่ใช้ข้อมูลจากการ ทดลอง การดูแลและการ เก็บอุปกรณ์และ/ หรือเครื่องมือ 3 คะแนน = ดูแล อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทดลอง และมีการทำความ สะอาด และเก็บอย่าง ถูกต้องตามหลักการ 2 คะแนน = ดูแล อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทดลอง และมีการทำความ สะอาด แต่เก็บไม่ถูกต้อง 1 คะแนน = ไม่ดูแล อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทดลอง และไม่สนใจทำความ สะอาดรวมทั้งเก็บไม่ ถูกต้อง


114 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายบุคคล คนที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการประเมิน ความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่และ งานที่ได้รับมอบหมาย หมายเหตุ 3 2 1 1 เด็กชายจารุเดช นามีผล 2 เด็กชายจิรายุ วงษ์ภูธร 3 เด็กชายวชิรา ญาติสังกัด 4 เด็กชายชนภัทร เสนสุข 5 เด็กชายนรากร รอดกลาง 6 เด็กชายธนะเทพ เขียวขำ 7 เด็กชายพสธร เหล็กกล้า 8 เด็กชายณัฐนนท์ มูลเชียงใต้ 9 เด็กชายณัฐพงศ์ หนูราช 10 เด็กชายสรธร ปะโลม 11 เด็กชายปพนพัชร์ ไพสิฐพัชรกุล 12 เด็กหญิงจุไรรัตน์ กันหา 13 เด็กหญิงกัญญาภัทร จันทะพิทักษ์ 14 เด็กหญิงกัญญาพัชญ์ แดงสีอ่อน 15 เด็กหญิงกัญญาภรณ์ สุวรรณชัยรบ 16 เด็กหญิงกุลธิดา จันทรา 17 เด็กหญิงกัญญาณัฐ บุญเลิศ 18 เด็กหญิงฐานิตา มาโพธิ์ชัย 19 เด็กหญิงกัลญา ด้วงสะดี 20 เด็กหญิงชลธิชา ภูอินอ้อย 21 เด็กหญิงจุฑาธิษดิ์ กันยา 22 เด็กหญิงศศิกานต์ สุวรรณรัตน์ 23 เด็กหญิงเกศรินทร์ ศิริรักษ์ 24 เด็กหญิงศศิประภา เรืองสิทธิ์ 25 เด็กหญิงพิมพ์ลภัทร พันก้อม


115 เกณฑ์การให้คะแนน ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง


116 คำชี้แจง แบบทดสอบฉบับนี้เป็นแบบทดสอบชนิดปรนัย 4 ตัวเอก จำนวน 20 ข้อ ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วทำเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ 1.การเปลี่ยนแปลงในข้อใดเกิดจากการลดความร้อนให้กับสสาร ก.การบูรมีขนาดเล็ก ข.น้ำแข็งขั้วโลกหลอมเหลว ค.การเกิดหยดน้ำรอบๆ แก้วที่ใส่น้ำเย็นไว้ ง.ช็อกโกแลตแท่งหลอมเหลวกลายเป็นช็อกโกแลตเหลว 2.ข้อใดเกิดการหลอมเหลว ก.วางน้ำแข็งก้อนทิ้งไว้กลางแดด ข.ต้มน้ำในหม้อจนมีไอน้ำลอยขึ้นจากหม้อ ค.แช่น้ำในช่อแช่แข็งจนกลายเป็นน้ำแข็ง ง.วางน้ำแข็งแห้งในอุณหภูมิห้องจนมีไอน้ำเกิดขึ้น 3.การเปลี่ยนแปลงข้อใดเกิดจากการเพิ่มความร้อนให้กับสสาร ก.น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ข.การเกิดหยดน้ำรอบๆ แก้วที่ใส่น้ำเย็น ค.ลูกเหม็นมีขนาดเล็กลง ง.ไอโอดีนในสถานะแก๊สสามารถกลับมาเป็นเกล็ดไอโอดีนสถานะของแข็ง 4.ข้อใดเป็นการเปลี่ยนสถานะของสาร การกลายเป็นไอ ก.ต้มน้ำในหม้อจนมีไอน้ำลอยขึ้นจากหม้อ ข.วางน้ำแข็งก้อนทิ้งไว้กลางแดด ค.แช่น้ำในช่องแช่แข็งจนกลายเป็นน้ำแข็ง ง.วางน้ำแข็งแห้งในอุณหภูมิห้องจนมีไอเกิดขึ้น 5.ข้อใดเกิดการหลอมเหลว ก.วางน้ำแข็งก้อนทิ้งไว้กลางแดด ข.ต้มน้ำในหม้อจนมีไอน้ำลอยขึ้นจากหม้อ ค.แช่น้ำในช่องแช่แข็งจนน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ง.วางน้ำแข็งแห้งในอุณหภูมิห้องจนมีไอเกิดขึ้น แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัส ว15101 ประถมศึกษาปีที่ 5


117 6.การตากผ้าให้แห้ง เป็นการเปลี่ยนสถานะแบบใด ก.การระเหิด ข.การเผาไหม้ ค.การหลอมเหลว ง.การกลายเป็นไอ 7.การกลายเป็นไอ เกิดขึ้นเมื่อใด ก.น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ข.ของเหลวได้รับความร้อนสูง ค.แก๊สมีการเปลี่ยนสถานะ ง.ไอน้ำลอยขึ้นมาจากแกงที่กำลังเดือด สถานการณ์(ข้อ 8-9) ห้องน้ำของบัวมีกลิ่นอับชื้น บัวเลยนำลูกเหม็นที่ช่วยในการดับกลิ่นไปวางไว้ภายในห้องน้ำ ในช่วงฤดู ร้อนบัวสังเกตเห็นว่าลูกเหม็นมีขนาดเล็กลงอย่างรวดเร็ว แต่พอถึงช่วงฤดูหนาวลูกเหม็นมีเล็กลงอย่างช้าๆ 8.จากสถานการณ์ข้างต้น อะไรที่ทำให้ลูกเหม็นมีขนาดลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว ก.อุณหภูมิที่สูง ข.น้ำในห้องน้ำ ค.อุณหภูมิที่ลดลง ง.มีฟองแก๊ส 9.จากสถานการณ์ข้างต้น ลูกเหม็นที่มีขนาดลดลงเกิดการเปลี่ยนสถานะอย่างไร ก.เกิดการเปลี่ยนสถานะจากของแข็งกลายเป็นแก๊สอยู่ในสถานะของแข็งบาง ข.เกิดการเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นของเหลว ค.เกิดการเปลี่ยนสถานะจากแก๊สเป็นของแข็ง ง.เกิดการเปลี่ยนสถานะจากแก๊สเป็นของเหลว 10.การระเหิดเกิดขึ้นได้อย่างไร ก.ได้โดยการเพิ่มความร้อนให้กับสสารที่อยู่ในสถานะของเหลวบางชนิดจนถึงระดับหนึ่งจะทำให้สสาร นั้นเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นแก๊ส โดยไม่ผ่านการเป็นของเหลว ข.ได้โดยการลดความร้อนให้กับสสารที่อยู่ในสถานะของแข็งบางชนิดจนถึงระดับหนึ่งจะทำให้สสารนั้น เปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นแก๊ส โดยไม่ผ่านการเป็นของเหลว ค.ได้โดยการเพิ่มความร้อนให้กับสสารที่อยู่ในสถานะของแข็งบางชนิดจนถึงระดับหนึ่งจะทำให้สสาร นั้นเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นแก๊ส โดยไม่ผ่านการเป็นของเหลว


118 ง.ได้โดยการลดความร้อนให้กับสสารที่อยู่ในสถานะของแก๊สบางชนิดจนถึงระดับหนึ่งจะทำให้สสาร นั้นเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นแก๊ส โดยไม่ผ่านการเป็นของเหลว 11.การระเหิดกลับเกิดการเปลี่ยนสถานะอย่างไร ก.การเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นแก๊ส ข.การเปลี่ยนสถานะจากแก๊สเป็นของเหลว ค.การเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นของแข็ง ง.การเปลี่ยนสถานะจากแก๊สเป็นขอแข็ง 12.ถุงพิมเสนที่แขวนในตู้เสื้อผ้ามีปริมาณลดน้อยลง เป็นการเปลี่ยนสถานะแบบใด ก.การระเหิด ข.การระเหิดกลับ ค.การหลอมเหลว ง.การแข็งตัว 13.บีมต้องการให้พิมเสนที่อยู่ในสถานะแก๊สกลายเป็นสถานะของแข็งบีมจะทำได้อย่างไร ก.เพิ่มอุณหภูมิให้กับพิมเสน ข.นำพิมเสนไปแช่ในช่องแช่แข็ง ค.ลดอุณหภูมิให้กับพิมเสน ง.ไม่ถูกทุกข้อ 14.การนำน้ำตาลทรายผสมกับน้ำ คนให้เข้ากัน ต้มจนเกิดเป็นน้ำเชื่อม ซึ่งเป็นของเหลวใสไม่มีสี เป็นการ เปลี่ยนแปลงแบบใด ก.การเผาไหม้ของสาร ข.การแข็งตัวของสสาร ค.การหลอมเหลวของสสาระ ง.การละลายของสารในน้ำ 15.ข้อใดไม่ใช่สมบัติของสารละลาย ก.เป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ข.ตัวทำละลายมีปริมาณมากกว่าตัวละลาย ค.ตัวละลายต้องมีสถานะเป็นของแข็งเท่านั้น ง.มีองค์ประกอบ 2 ส่วน คือ ตัวละลาย และตัวทำละลาย 16.สารที่อยู่ในสถานะของเหลวสามารถละลายน้ำได้ ยกเว้น ข้อใด ก.แอลกอฮอล์ ข.น้ำส้มสายชู


119 ค.น้ำแดง ง.น้ำมันพืช 17.สารละลายโซดา มีตัวละลายคือข้อใด ก.น้ำ ข.แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ค.เกลือ ง.น้ำตาล น้ำ + สีผสมอาหาร → น้ำสีผสมอาหาร 18.จากสมการ สารเกิดกรเปลี่ยนแปลงตามข้อใด ก.สารเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ข.เกิดสารละลายของสารในน้ำ ค.เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ง.เกิดการเปลี่ยนสถานะ 19.การทดลองของใครทำให้เกิดสารละลาย ก. บิวนำน้ำผสมกับน้ำมันงา ข.นิวนำเกลือผสมกับพริกป่น ค.จิ๋วนำน้ำผสมกับถั่วปั่นละเอียด ง.หมิวนำน้ำผสมกับน้ำตาลทราย 20.เก๋ทดลองนำด่างทับทิมผสมกับน้ำ แล้วสังเกตเห็นน้ำและด่างทับทิมผสมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน จาก ข้อความ เก๋ควรสรุปผลการทดลองว่าอย่างไร ก.ด่างทับทิมละลายในน้ำได้ ข.ด่างทับทิมผสมกับน้ำกลายเป็นสารเนื้อผสม ค.การผสมด่างทับทิมกับน้ำทำให้เกิดการเปลี่ยนสถานะ ง.การผสมด่างทับทิมกับน้ำทำให้เกิดสารใหม่


120 แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ข้อ เฉลย ข้อ เฉลย 1 ค 11 ง 2 ก 12 ก 3 ค 13 ค 4 ก 14 ง 5 ก 15 ค 6 ง 16 ง 7 ข 17 ข 8 ก 18 ข 9 ก 19 ง 10 ค 20 ก


ภาคผนวก ง ภาพประกอบการวิจัย และผลงานนักเรียน


121


122


123


124 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ นางสาวศศิรัตน์ ปัญญาสิทธิ์ วัน เดือน ปีเกิด 29 มิถุนายน 2544 ประวัติการศึกษา ปี 2562 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนอุดรพัฒนาการ จังวัดอุดรธานี ปี 2566 กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและ เคมีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่อยู่ปัจจุบัน 81 หมู่ 3 ตำบลทมนางาม อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี 41240 เบอร์โทรศัพท์ 098-1123809 E-mail [email protected]


Click to View FlipBook Version