The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปผลการอบรมโครงการ SW CHILD

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nongtata2254, 2021-03-09 07:54:45

SW CHILD

สรุปผลการอบรมโครงการ SW CHILD

Keywords: social work,child

สรุปผลการอบรม

โครงการอบรมเชงิ ปฏิบตั ิการ “การพฒั นาสมรรถนะผู้ปฏิบตั ิงานดา้ นสงั คมสงเคราะห์
สำหรับเด็กและครอบครวั ระดับชมุ ชนในภาวะวิกฤตฉกุ เฉนิ และการแพรข่ องโรคระบาด”

ระหว่างวันท่ี 15-18 ธนั วาคม 2563

ณ สถาบนั พระประชาบดี อำเภอธญั บรุ ี จงั หวดั ปทมุ ธานี
ปีงบประมาณ 2564

บทสรปุ

สถาบนั พระประชาบดี ได้ดำเนนิ การจัดการฝึกอบรมโครงการอบรมเชงิ ปฏบิ ัตกิ าร “การพฒั นาสมรรถนะ

ผู้ปฏิบัตงิ านด้านสงั คมสงเคราะห์ สำหรบั เด็กและครอบครัวระดับชุมชนในภาวะวิกฤตฉุกเฉนิ และการแพร่ของโรค

ระบาด” ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2563 ณ สถาบันพระประชาบดี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โดยมี

วตั ถุประสงค์ เพ่ือให้ผูป้ ฏิบัตงิ านด้านสังคมสงเคราะห์ของกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์ มี

การเพิ่มพูนทักษะและความสามารถในการปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมของผู้ปฏิบัติงาน

ด้านสังคมสงเคราะห์ สามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมี

ประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทันเวลา โดยโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาสมรรถนะผู้ปฏิบัติงานด้านสังคม

สงเคราะห์ สำหรับเด็กและครอบครัวระดับชุมชนในภาวะวกิ ฤตฉุกเฉินและการแพร่ของโรคระบาดมีรูปแบบการ

ฝึกอบรมที่เป็นกระบวนการการมีส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์ สภาพปัญหาและกา รเสริมพลังการแลกเปลี่ยน

เรียนรู้ การถ่ายทอดประสบการณ์ ภาคทฤษฎี ฝกึ ภาคปฏบิ ัติ การจำลองสถานการณแ์ ละการประชุมกลุม่ ยอ่ ย เพ่ือ

ยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิ การสังคมส่งเสริมการพัฒนาเชิงวิชาชีพให้ กับ

ผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์ ให้เกิดการพัฒนางานอย่างมีประสิทธภิ าพมีความชัดเจนสามารถตอบสนองต่อ

ความต้องการของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไดอ้ ย่างรวดเรว็ ทันเวลา การอบรมผเู้ ขา้ รับการอบรม จะได้รับ

ความรู้ มี 3 หลักสตู รย่อย ดงั น้ี

1) หลักสูตร การสนับสนุนทางจิตใจและจิตสงั คมสำหรับเด็กระดับครอบครัวและชมุ ชนเบือ้ งต้น

ในภาวะวิกฤตฉุกเฉินและการแพรข่ องโรคระบาด

2) หลักสูตร การคุ้มครองเด็กในภาวะวกิ ฤตฉุกเฉินและการแพรข่ องโรคระบาด (เบอ้ื งต้น)

3) หลักสูตร การปฐมพยาบาลทางจิตใจสำหรับเด็กและครอบครัวในภาวะวิกฤตฉกุ เฉินและการ

แพรข่ องโรคระบาด

ทั้งนี้ การฝึกอบรมดังกล่าว มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกระทรวงการ

พฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์ จำนวน 34 คน ประกอบดว้ ย

1. สำนกั งานปลดั กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 7 คน

2. กรมพฒั นาสงั คมและสวสั ดิการ จำนวน 9 คน

3. กรมกจิ การเดก็ และเยาวชน จำนวน 11 คน

4. กรมส่งเสรมิ และพฒั นาคุณภาพชวี ติ คนพิการ จำนวน 7 คน

การฝกึ อบรมได้ดำเนินการเป็นไปด้วยความเรยี บร้อย จนส้ินสดุ โครงการ รวม 4 วัน และการฝึกอบรม

ได้มกี ารทดสอบผเู้ ขา้ รบั การอบรม ทง้ั กอ่ นและหลังการฝกึ อบรม การแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์

การประชมุ กลุ่มย่อย และการจดั กิจกรรมต่าง ๆซ่ึงก่อให้เกดิ การมีสว่ นร่วมและเกิดผลสัมฤทธ์ิ

2

บรรลุวตั ถุประสงค์ของโครงการ รายงานสรุปผลการฝกึ อบรมมีรายละเอยี ดประกอบดว้ ย
1. สรปุ ผลการประเมินรายบคุ คล มีความรู้ความเข้าใจตามเน้ือหาวิชา โครงการอบรมเชิง

ปฏิบัตกิ ารการพฒั นาสมรรถนะผูป้ ฏบิ ตั ิงานด้านสังคมสงเคราะห์ ในภาพรวม 3 เทคนคิ หลักสตู ร โดยหลกั การ
ประเมนิ มาจากคะแนน Pre-Post Test คิดเปน็ เฉลยี่ เปน็ รอ้ ยละมดี ังน้ี

1)หลักสูตร การสนบั สนุนทางจิตใจและจิตสังคมสำหรับเดก็ ระดับครอบครัวและชมุ ชนเบ้ืองต้น
ในภาวะวกิ ฤตฉุกเฉินและการแพรข่ องโรคระบาด

-คะแนนเฉล่ยี Pre-Test คิดเปน็ ร้อยละ 15.20
-คะแนนเฉลี่ย Post-Test คิดเป็นร้อยละ 27.29 คะแนนเฉลี่ย Post-Test เพิ่มขึ้นจากคะแนน
Pre-Test คดิ เปน็ รอ้ ยละ 79.50
2) หลกั สตู ร การคุ้มครองเด็กในภาวะวกิ ฤตฉกุ เฉินและการแพร่ของโรคระบาด (เบอื้ งต้น)
-คะแนนเฉลีย่ Pre-Test คดิ เป็นรอ้ ยละ 25.19
-คะแนนเฉล่ีย Post-Test คิดเป็นร้อยละ 35.46 คะแนนเฉลี่ย Post-Test เพิ่มขึ้นจากคะแนน
Pre-Test คิดเปน็ รอ้ ยละ 40.75
3) หลักสูตร การปฐมพยาบาลทางจติ ใจสำหรับเด็กและครอบครัวในภาวะวิกฤตฉุกเฉินและการ
แพรข่ องโรคระบาด
-คะแนนเฉล่ยี Pre-Test คดิ เปน็ ร้อยละ 50.00
-คะแนนเฉล่ีย Post-Test คิดเป็นร้อยละ 64.25 คะแนนเฉลี่ย Post-Test เพิ่มขึ้นจากคะแนน
Pre-Test คดิ เปน็ รอ้ ยละ 28.57

2. สรุปผลการประเมินวิทยากร จากความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรมทีไ่ ดร้ ับประโยชน์และ
คุณค่าต่อการนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงาน ในภาพรวม 3 เทคนิคหลักสูตร โดยเรียงลำดับความพึงพอใจ
มากทีส่ ุด 3 ลำดบั แรก ไดแ้ ก่

1) หลักสตู ร การสนบั สนนุ ทางจิตใจและจิตสงั คมสำหรับเดก็ ระดับครอบครวั และชุมชนเบ้ืองต้น
ในภาวะวกิ ฤตฉกุ เฉินและการแพรข่ องโรคระบาด คดิ เป็นรอ้ ยละ 91.61

2) หลักสูตร การคุ้มครองเด็กในภาวะวิกฤตฉุกเฉินและการแพร่ของโรคระบาด (เบื้องต้น) คิดเป็นร้อยละ
92.26

3) หลักสูตร การปฐมพยาบาลทางจติ ใจสำหรับเด็กและครอบครัวในภาวะวิกฤตฉุกเฉินและการ
แพรข่ องโรคระบาด คดิ เปน็ ร้อยละ 94.19

สรุปผลการประเมินผลการจดั อบรมในภาพรวม 3 เทคนิคหลักสูตร จากความพงึ พอใจของผูเ้ ขา้
รบั การอบรม 4 ดา้ น ดังนี้

3

2.1 ด้านวิทยากร มีความพึงพอใจรูปแบบการบรรยายของวิทยากร เนื้อหา ความสามารถ
ในการถ่ายทอดกิจกรรม ความเหมาะสมของเวลาและวิทยากรมีคุณวุฒิ ประสบการณ์ ความรู้ตรงกับเนื้อหา
การอบรมในภาพรวมของ 3 เทคนคิ หลกั สตู ร คิดเปน็ รอ้ ยละ 90.73

2.2 การบริหารจัดการของสถาบันพระประชาบดี มีความพึงพอใจ การประชาสัมพันธ์ข้อมูล
การติดต่อประสานงานและการอำนวยความสะดวกผู้เข้ารับอบรม ความเหมาะสมของสถานการณ์ อาหาร
อาหารว่าง เครื่องด่ืม ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวก ในภาพรวมของ 3 เทคนิคหลักสูตรคิดเป็นร้อยละ 89.84

2.3 ความพึงพอใจและประโยชน์ทไ่ี ด้รับจากการอบรม มคี วามพึงพอใจท่ไี ด้เข้าร่วมการอบรมใน
ครั้งนี้ และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน ตลอดจนสามารถนำไปเผยแพร่และ
ถา่ ยทอดได้ ในภาพรวมของ 3 เทคนิคหลักสตู ร คดิ เปน็ ร้อยละ 90.97

2.4 ความพึงพอใจตลอดทง้ั โครงการในภาพรวม 3 เทคนิคหลักสตู ร คดิ เป็นรอ้ ยละ 92.67

3. สถาบนั พระประชาบดี ได้ปรบั ปรุงการดำเนนิ การในหลกั สตู รให้ทันสมยั และสอดคลอ้ งกับ
นโยบายของกระทรวงฯ ดงั น้ี

3.1 ลดการใช้กระดาษ โดยใช้วิธีให้ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการบรรยาย ผ่านช่องทาง
QR CODE รวมทั้งการตอบแบบประเมินผลออนไลน์ต่าง ๆ ด้วยการใช้งาน Google form มีผลทำให้ลดการใช้
กระดาษ

3.2 มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงาน โดยการใช้ Application Line (แอพพลิเคชั่นไลน์)
ใช้ในการติดต่อสื่อสารภายในกลุ่มเฉพาะผู้เข้าอบรมและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้เข้าอบรมทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายมี
ความสะดวกและรวดเร็วและใช้เป็นช่องทางในการประเมินผลออนไลนต์ า่ ง ๆ

3.3 เพิ่มเติมให้ผู้เข้ารับการอบรม ได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในหลักสูตร
ที่จะนำข้อเสนอด้านตา่ งๆ มาปรับปรงุ พัฒนาหลกั สตู รใหเ้ กิดประสิทธิภาพยิ่งขน้ึ ตอ่ ไป

4

สารบัญ หนา้
2
บทสรุป 6
ความเปน็ มาและความสำคญั 11
สาระสำคัญของหลกั สตู ร 28
-สาระสำคัญ : หลกั สูตร การสนบั สนนุ ทางจติ ใจและจติ สังคมสำหรบั เด็กระดับครอบครวั และ
39
ชุมชนเบอ้ื งตน้ ในภาวะวกิ ฤตฉกุ เฉนิ และการแพรข่ องโรคระบาด 54
-สาระสำคัญ : หลกั สูตร การคุม้ ครองเดก็ ในภาวะวกิ ฤตฉกุ เฉนิ และการแพร่ของโรคระบาด (เบ้อื งต้น)
-สาระสำคญั : หลกั สูตร การปฐมพยาบาลทางจิตใจสำหรบั เด็กและครอบครัวในภาวะวกิ ฤตฉกุ เฉนิ 71
77
และการแพร่ของโรคระบาด 79
ผลการประเมนิ 84
ภาคผนวก
-หลกั การโครงการ
-กำหนดการ

5

ความเป็นมาและความสำคญั

6

โครงการอบรมเชิงปฏบิ ตั กิ าร
การพฒั นาสมรรถนะผปู้ ฏบิ ัตงิ านด้านสงั คมสงเคราะห์
สำหรบั เด็กและครอบครวั ระดบั ชมุ ชน ในภาวะวกิ ฤตฉุกเฉินและการแพรข่ องโรคระบาด

ความเปน็ มาและความสำคัญ
ในสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ – 19) เดก็ และครอบครัว

เป็นกลุ่มได้รับผลกระทบ เด็กเป็นกลุ่มเปราะบางที่คนในครอบครัวและชุมชนซึ่งเป็นบุคคลแวดล้อมเด็กควรมี
ความรู้ความเข้าใจในการการสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคม สถาบันพระประชาบดี กระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ ได้พิจารณาเห็นว่าเพื่อเพิ่มพูนทักษะและความสามารถในกาปฏิบัติงานด้านสังคม
สงเคราะห์และสวัสดิการสังคมของผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์สามารถนำองค์ความรู้และปร ะสบการณ์ไป
ประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทันเวลา และสามารถนำไปขยายผลต่อในระดับชุมชน
สถาบันพระประชาบดี จึงได้ดำเนินการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาสมรรถนะผู้ปฏิบัติงานด้านสังคม
สงเคราะห์สำหรับเด็กและครอบครัวระดับชุมชนในภาวะวิกฤตฉุกเฉนิ และการแพร่ของโรคระบาด โดยเน้นกระบวนการมี
ส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์สภาพปัญหาและการเสริมพลังเพื่อยกระดั บคุณภาพการปฏิบัติงานด้านสัง คม
สงเคราะห์และสวัสดิการสังคม ส่งเสริมการพัฒนาเชิงวิชาชีพให้กับผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์ให้เกิด
การพัฒนางานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความชัดเจน สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสีย ได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือของผู้ปฏิบัติงานด้านสังคม
สงเคราะหใ์ ห้มีความเขม้ แขง็ มสี มั พันธภาพทีด่ ใี นการพัฒนางาน ม่งุ เน้นไปสู่การแกไ้ ขปัญหาในการปฏิบัติงานด้าน
สังคมสงเคราะห์และสวัสดกิ ารสังคม ผา่ นหลกั สตู รสำหรับผปู้ ฏิบัตงิ านด้านเด็กและครอบครัวระดับชุมชนในภาวะ
วิกฤตฉุกเฉนิ และการแพร่ของโรคระบาด (MENTAL HEALTH AND PSYCHOSOCIAL SUPPORT (MHPSS) มี 3
หลกั สูตรยอ่ ย ดงั นี้

1) หลักสูตร การสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคมสำหรับเด็กระดับครอบครัวและชุมชนเบื้องต้น
ในภาวะวิกฤตฉุกเฉินและการแพรข่ องโรคระบาด

2) หลักสูตร การคุ้มครองเดก็ ในภาวะวิกฤตฉุกเฉนิ และการแพร่ของโรคระบาด (เบอื้ งตน้ )

3) หลกั สูตร การปฐมพยาบาลทางจิตใจสำหรบั เด็กและครอบครวั ในภาวะวิกฤตฉกุ เฉินและการแพร่
ของโรคระบาด

การฝึกปฏิบัติเน้นการคิดวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยวิทยากรสรุปเชื่อมโยงกับ
เนื้อหาหลักซึ่งผู้เข้าอบรมสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการอบรมซึ่งวิทยากรเตรียมให้ผู้เข้า
อบรม

7

วิทยากรหลกั 1. นางสาวอิสราภรณ์ ดาวราม
2. ดร.ณฐั วัฒน์ ลอ่ งทอง

Facilitator 3. นางสาววาสนา เก้านพรตั น์
4. ศ.ระพพี รรณ คำหอม
5. ดร.ขนิษฐา บรู ณพนั ศักดิ์

หลักสูตรฝึกอบรมนี้ ถูกออกแบบมาให้สำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมในฐานะผู้ปฏิบัติงานด้านเด็กและ
ครอบครัว โดยมุ่งการพัฒนาสมรรถนะและรูปแบบการดูแลทางสังคมและเสริมพลังชุมชนในการเฝ้าระวัง ดูแล
และจัดการทางสังคมสำหรับเดก็ และครอบครวั ทีไ่ ด้รับผลกระทบจากภาวะวกิ ฤตฉกุ เฉินตา่ งๆ และการแพร่ของโรค
ระบาด ภายใต้วัตถุประสงค์ และรูปแบบการเรียนรู้ของหลักสูตร รูปแบบการฝึกอบรม มีลักษณะสำคัญ อัน
ประกอบไปด้วย

1. กิจกรรมหลากหลายและเน้นการมสี ว่ นร่วมของผเู้ ขา้ ร่วมการฝกึ อบรม ตวั อยา่ งเชน่ กรณศี กึ ษา สอื่ เกม
บอรด์ เกม กจิ กรรมการเรียนรู้ การฝึกทักษะ เป็นตน้

2. การใช้คำถามเพื่อการเรียนรู้และมีส่วนร่วม การตั้งคำถามแต่ละช่วงมีวัตถุประสงค์หลากหลาย อาทิ
เพื่อทบทวนการเรียนรู้ มุมมอง ความรู้สึกจากกิจกรรม เพื่อวิเคราะห์ สะท้อนมุมมองเพื่อเกิดการอภิปราย เพื่อ
นำเข้าสู่การเรยี นรู้ เปน็ ตน้

3. การสรุป เชื่อมโยง มีแนวทางในการสรปุ เพ่อื ใหผ้ ู้เข้าร่วมสามารถเรยี นรไู้ ดต้ ามวัตถุประสงค์
หลักสูตรสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านเด็กและครอบครัว จะเน้นให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีส่วนร่วมด้วยวิธีการต่างๆ
โดยเน้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ เพื่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลาย ดังนั้น การดำเนิน
กระบวนการ จึงเน้นการบรรยายของวิทยากรนอ้ ย จะสร้างใหเ้ กดิ กระบวนการเรยี นรู้ ทางผ้จู ัดทำหลักสูตรจึงสรุป
เทคนิค ไว้ดังนี้

ถามทวน เน้นการตั้งคำถามเพื่อให้เกิดการอภิปราย ชวนคิด โดยใช้คำถามปลายเปิด เช่น เพราะอะไร
อย่างไร เหตใุ ด หรือใชค้ ำถามเพื่อให้เกิดการคิดในมุมมองทีห่ ลากหลาย เช่น ถ้า ... จะเป็นอยา่ งไร, จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้า .. , ถ้าไม่สามารถทำแบบนี้ได้ จะทำอย่างอื่นได้อีกหรือไม่ เป็นต้น โดยคำถามจะใช้ทั้งการตั้งคำถามเพื่อ
อภิปรายกลมุ่ หรอื ใช้คำถามขณะท่มี ีผู้เข้ารว่ มนำเสนอคำตอบ และตง้ั คำถาม การทบทวนมีสว่ นสำคัญอย่างมากท่ี
ในการเรยี นรู้เน่ืองจาก การทบทวนจะเป็นทงั้ การสะท้อนถงึ การฟัง ยังเป็นการดงึ ความสนใจสำหรับการดำเนินการ
ฝึกอบรมกลุ่มใหญ่ อกี ทั้งเป็นการเช่ือมโยงประเดน็ ต่างๆ ที่จะนำเสนอได้อกี ด้วย โดยการทบทวนน้ี จะเป็นท้ังการ
ทบทวนในสิ่งทผี่ ู้พดู นำเสนอ หรือเป็นการสรปุ ใจความสำคัญในส่งิ ที่ผพู้ ดู นำเสนอก็ได้

ชวนคิดและทำ เนื่องจากหลักสูตรนี้เป็นการนำเสนอการอภิปรายกลุ่ม เมื่อมีความคิดเห็นที่แตกต่าง
การชวนให้คิดจึงสำคัญ ดังนั้นการให้ผู้เข้ารว่ มการฝึกอบรมได้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างอสิ ระ ไม่มีถกู ผิด

8

จึงเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ โดยหากมีผู้ที่คิดเห็นต่าง เชื่อมโยงไปถึงผลกระทบของความคิดเห็นนั้นดว้ ย
คำถาม หรือการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความเห็น อาจจะเป็นทั้งในกระดาษ รูปภาพ การพูด หรือการระดม
ความคดิ ก็ได้ เช่น “มใี ครมคี วามคดิ เห็นที่แตกต่างจากน้อี ีกบา้ ง” “หากเลอื กทม่ี องดูเฉยๆ ผลจะเปน็ อย่างไร” เป็นต้น

ผู้เข้าอบรมจะได้ฝึกปฏิบัติผ่านแบบฝึกหัดทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม โดยใช้ทั้งความรู้และประสบการณ์
ผ่านแบบฝึกหัดและกรณีศึกษา เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริงหรือประยุกต์ได้ต่อไปในการทำงานของตนเองและ
องคก์ ร

เตมิ ประเด็น การฝึกอบรมแต่ละชว่ งจะมีวัตถปุ ระสงค์ เพือ่ ลำเลยี งความรู้ ประสบการณจ์ ากการฝึกทักษะ
และทัศนคติในแต่ละช่วง โดยกิจกรรมจะทำให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมได้สะท้อนมุมมองต่างๆ ของตนเอง และ
บางครั้งความร้แู ละมมุ มองตา่ งๆ อาจจะไม่ครบถ้วน ดังนั้นการทีจ่ ะเติมความรู้ ความเขา้ ใจจึงจะมสี ่วนสำคัญอย่าง
มากในการเรียนรู้ อกี ท้ังการเตมิ ประเด็นเหลา่ นยี้ ังเปน็ การยำ้ และสรุปหวั ใจสำคัญ

เน้นส่วนดี การมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในรูปแบบการเรียนรู้ใน
หลกั สตู รน้ี ดงั นั้นนอกจากจะใหผ้ ู้เขา้ ร่วมการฝึกอบรมได้เรยี นรใู้ นรูปแบบทีห่ ลากหลาย เชน่ การอภปิ รายกลุ่ม การ
จับคู่แลกเปลี่ยนความคิด หรือการแสดงความคิดเหน็ เป็นภาพ การระดมความคิดแล้ว สะท้อนสิ่งทีด่ ีที่สังเกตเห็น
จะเป็นการเสริมแรงทางบวกให้เกิดการร่วมมือเพิ่มมากข้ึน มองเห็นส่วนที่ดีที่เห็นจากกระบวนการเรียนรู้ในการ
ฝกึ อบรม สงั เกต และมองพฤติกรรมทดี่ ี ที่เหมาะสม

ภาพรวมหลักสูตร:
“การสนับสนนุ ทางจติ ใจและจติ สงั คมสำหรับเดก็ และครอบครวั ระดับชุมชนในภาวะวิกฤตฉกุ เฉินและการ
แพร่ของโรคระบาด” เน้นทักษะในการปฏิบัติงานการสนับสนุนทางจติ ใจและจิตสังคมสำหรบั เด็กและครอบครวั
ดงั ต่อไปนี้
• ความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคมในผู้ดูแลเด็กระดับครอบครัว
และชุมชน
• การคุ้มครองเดก็ ในภาวะวกิ ฤตฉุกเฉนิ และการแพร่ของโรคระบาด (เบือ้ งตน้ )
• การปฐมพยาบาลทางจติ ใจสำหรบั เดก็ และครอบครวั ในภาวะวกิ ฤตฉุกเฉนิ และการแพร่ของโรคระบาด

9

การสนับสนุนทางจติ ใจ ความรูค้ วามเขา้ ใจเบอื้ งตน้ ใน
และจติ สังคมสาหรบั เด็ก การสนบั สนนุ ทางจิตใจและจิตสงั คม

ระดบั ชุมชน การคมุ้ ครองเดก็ ในภาวะวิกฤตวกิ ฤตฉกุ เฉินและการ
แพรข่ องโรคระบาด

การปฐมพยาบาลทางจิตใจสาหรบั เด็ก

10

สาระสำคญั ของหลกั สตู ร

11

การสนบั สนุนทางจิตใจและจติ สังคม1
MENTAL HEALTH AND PSYCHOSOCIAL SUPPORT (MHPSS)
ในภาวะการระบาดของ COVID-19 ซึ่งเป็นการระบาดใหญ่ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นภาวะภัยพิบัติฉุกเฉิน
ส่งผลกระทบต่อระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคมในวงกว้าง คือกระทบต่อการดำเนินชีวิต ความอยู่รอด
ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต ทำให้เกิดปัญหาต่อจิตใจและสังคมอย่างรุนแรง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และ
บริบทของภาวะการระบาด COVID-19 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ในการทำงานเพื่อดูแล
ชว่ ยเหลอื สนบั สนุนทางด้านจติ ใจและจิตสังคม จึงจำเปน็ ต้องพัฒนาไปอยา่ งต่อเนือ่ งเชน่ เดยี วกัน

นยิ าม
การสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคม หรือ การดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตและจิตสังคม
(Mental Health and Psycho Social Support: MHPSS) ที่ปรากฎในแนวทางการทำงานในสถานการณ์วิกฤต
ฉุกเฉินของคณะกรรมการระหว่างองค์กร ( Inter-Agency Standing Committee; IASC) ได้นิยามว่า

1 การสนับสนุนทางจิตใจและจติ สังคม : การดแู ลช่วยเหลอื ทางสุขภาพจิตและจิตสังคม

12

“การช่วยเหลือใดๆ จากชุมชน ท้องถิ่น หรือจากภายนอกที่มีวัตถุประสงค์เพ่ือปกป้องหรือ ส่งเสริมสุขภาวะ
ทางใจ (psychological well-being) และ/หรอื ป้องกนั หรือรกั ษาปญั หาสขุ ภาพจติ ” 2

ระบบการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วโลกใช้คำว่า MHPSS เพื่อรวบรวมผู้ทำงานหลากหลายมิติที่
เก่ยี วขอ้ งกับภาวะวิกฤตฉุกเฉิน (อยา่ งเช่น สึนามิ, แผ่นดนิ ไหว, น้ำท่วม, ภาวะระบาด COVID-19 และอ่ืนๆ ) อาทิ
ประกอบด้วย ผู้ทำงาน ด้านสุขภาพ สุขภาพจิต และด้านสังคม วัฒนธรรม ในหน่วยงานสุขภาพ สังคม การศึกษา
และชุมชน รวมทั้ง “เน้นย้ำความจำเป็นของวิธีการที่หลากหลายเพื่อเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อให้การช่วยเหลือ
สนบั สนุนอย่างเหมาะสม”

สุขภาพจิต (Mental Health) หมายถงึ องคก์ ารอนามัยโลกได้นิยามคำวา่ สุขภาพจติ หมายถงึ “สภาพสขุ
ภาวะที่บุคคลรับรู้ ศักยภาพของตน สามารถรับมือกับความเครียดในชีวิต สามารถทำงานให้เกิด ประโยชน์และ
สรา้ งสรรคแ์ ละสามารถทำประโยชน์ให้แก่สงั คมของตนเอง”

จิตสังคม (Psychosocial) หมายถึง ความสัมพันธ์หรือเช่ือมโยง ที่รวมมิติ จิตใจ พฤติกรรม และสังคม
ของบคุ คล ครอบครัว และสังคม เขา้ ด้วยกนั เพื่อสง่ เสรมิ สุขภาวะท่ดี ขี องบุคคล

การสนับสนุนทางจิตสังคม (Psychosocial support) หมายถึง ช่วยให้ผู้ประสบภัยที่ประสบ เหตุการณ์
วิกฤติไดฟ้ ืน้ คนื กลบั สสู่ ภาวะปกติ และป้องกนั การเจบ็ ป่วยทางจิตท่ีอาจเกิดข้นึ

ผลกระทบทางจิตใจและจติ สังคมในภาวะวิกฤตฉกุ เฉนิ
โดยทัว่ ไปสภาวะทางจติ ใจและผลกระทบทางสังคมที่เกิดขน้ึ ในภาวะการระบาดของ covid-19 หรือ ภาวะ
วกิ ฤตฉกุ เฉิน ซ่ึงแบง่ ออกเป็น 6 ระยะ คอื
ระยะที่ 1: ระยะกอ่ นเรม่ิ (Pre-Disaster or Crisis Phase) จะเปน็ ช่วงที่มีขอ้ มูลการเตอื นภยั ตา่ งๆ เร่ิมส่ง
สญั ญาณเข้ามา เช่น การระบาดที่ อฮู ่ัน และเร่มิ กระจายไปยังประเทศตา่ งๆ ประเทศไทยไดร้ บั การเตอื น สอ่ื เริ่มให้
ขา่ วเกยี่ วกบั การระบาดของ covid-19 ทำใหร้ สู้ ึกกงั วล สบั สน และไม่มัน่ คง
ระยะที่ 2: ระยะผลกระทบ (Impact Phase) เปน็ ชว่ งเกดิ การระบาดในประเทศ ชุมชน ของตนเอง เริ่มมี
การรายงานผู้ตดิ เชอื้ และไดร้ บั ผลกระทบ ทง้ั รายบคุ คลและกลมุ่ ภาวะทางจติ ใจรายบุคคลผู้ท่ตี ิดเช้อื เกดิ อาการช็อค
และผู้ใกล้ชิดเกดิ ความกลัว ตน่ื ตระหนก เปน็ ต้น
ระยะที่ 3: ระยะแรก (Heroic phase) หลังเกดิ เหตกุ ารณจ์ นถงึ ประมาณ 14 วันแรก ระยะแรกจะเปน็ ชว่ ง
ที่อยู่ในหลากหลายมิติ ทั้งภาวะตื่นตระหนก ตกใจ เฉยเมย ไม่ยินดียินร้าย มึนชา เหมือนอยู่ในความฝัน ไม่เช่ือ
เรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าสามารถ ทำลายชีวิตและสูญเสีย ขาดแคลนรายได้ ทรัพย์สินมากมาย จากนั้นจะเป็นช่วงท่ี
หลายคนรว่ มกนั ทำงานเปน็ อย่างดี ให้ความใส่ใจและเตม็ ใจในการชว่ ยชวี ิต ช่วยเหลอื คนอื่นและดูแลทรัพย์สินของ
ตนเอง เป็นผลใหเ้ กิดการใชพ้ ลงั งานอยา่ งมากและต่นื ตวั

2 Inter-Agency Standing Committee (IASC). IASC Guidelines on Mental Health and Psychosocial Support in
Emergency Settings. IASC: Geneva, 2007.

13

ระยะที่ 4: ระยะ (honeymoon phase) ที่อยู่ในช่วง 2 – 6 สัปดาห์ ผู้ประสบภัยได้รับการดูแลอย่างดี
จากรัฐบาลและองค์กรเอกชนมากมายทั้งตรงและไม่ตรงกบั ความต้องการ แต่ยังพอให้มองเห็นโอกาสในการสร้าง
ชีวิตและสร้างฐานะขน้ึ มาใหม่ ถงึ แมว้ ่าจะอยู่ในสถานการณท์ ่สี ูญเสียมากมาย

ระยะที่ 5: ระยะมองเห็นตามสภาพเป็นจริง (disillusionment phase) เป็นภาวะที่มองเห็นตามความ
เปน็ จรงิ เกิดขนึ้ ในชว่ งกลางมรี ะยะเวลานานตั้งแต่ 2 เดอื น – 1 ปี หรอื นานกว่า (อาจขนั้ อยูก่ บั การระบาดระลอก 2
ของ covid-19 ในแต่ละประเทศ เป็นต้น) ผู้ประสบภัยจะมองเห็นว่าความช่วยเหลือและการกลับคืนสภาพ
แบบเดมิ ลา่ ช้า เกดิ ความลม้ เหลวซำ้ ซาก และเรมิ่ มองเหน็ ความเปน็ จรงิ ในการสร้างตัวเองใหม่ในวิถที างท่ีพึ่งตนเอง
มากทส่ี ุด สรา้ งความเขม้ แขง็ ในตนเอง ความหวงั ทีจ่ ะพ่งึ คนอื่นนอ้ ยลง

ระยะที่ 6: ระยะฟน้ื ฟู (reconstruction phase) เป็นภาวะท่ตี อ้ งการฟ้ืนฟู เพื่อกลับมาสูค่ วามปกตอิ กี ครั้ง
ทัง้ ในสว่ นของบุคคลและชุมชน ระยะน้ีใชเ้ วลาหลายปี การปรบั ตัวทัง้ วิถีชวี ิตแบบเก่าและใหม่ท่กี ำลังพดู ถึงกนั อย่าง
กวา้ งขวาง พรอ้ มทัง้ การรบั มือกบั ภาวะภยั พิบตั ิฉกุ เฉินในอนาคต

จากทั้ง 6 ระยะทีก่ ล่าวมา ทกุ คนร่วมท้งั เราต้องทำงานหนกั พักผอ่ นไมพ่ อ จติ ใจหวั่นไหว ซึมเศร้า ท้อแท้
เครยี ด วิตกกงั วล ทอ้ แท้ อาจมีหลายพฤติกรรมทางลบ ท่ีเกิดขน้ึ เช่น พฤติกรรมแยกตวั ก้าวร้าว รุนแรง รู้สึกไม่
ปลอดภัย และมีปัญหาสุขภาพได้ง่าย สมาธิและความสนใจต่อคนรอบข้างลดลง ซึ่งหากเป็นผู้ที่มีความรบั ผดิ ชอบ
ในการดูแลเด็กและเยาวชนด้วยแล้ว จะส่งผลกระทบต่อเด็กและวัยรุ่นที่อยู่ในบ้านเดียวกันได้ง่าย และสร้าง
ผลกระทบในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนในครอบครัวหรือชุมชนของผู้ติดเชื้อ หรือผู้ติดเชื้อท่ี
ใกลช้ ดิ ต่อเดก็ และเยาวชนสญู เสยี ชีวติ ดว้ ย

อะไรท่ีต่างออกไปในภาวะการระบาด covid-19
ในภาวะภัยพิบัติ วิกฤตฉุกเฉิน หรือการแพร่ระบาดของโรคใด ๆ ผู้คนจะรู้สึกเครียดและวิตกกังวล เป็น
ปฏิกิริยาที่พบบ่อย ในผู้ที่ได้รับผลกระทบ (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) และในภาวะการระบาด covid-19 และ
มาตราการในการยตุ ิการแพร่ระบาด อาจมีข้อสังเกตถงึ ผลกระทบทางจิตใจและสงั คมทตี่ ่างออกไป อาทิ
• บริบทของภาวะการระบาด COVID-19 มกี ารเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเน่ือง เป็นโรคอุบัติใหม่
และมีการแพร่ระบาดที่คาดการณ์ในการรับมือลดความเสี่ยง ยากในการเตรียมการณ์และคาดการณ์ วางแผน
ทำงานของผปู้ ฏิบัติงาน ทงั้ ยังมคี วามเส่ียงต่อการติดเชื้อและทำให้คนอื่นติดเช้ือ โดยเฉพาะเม่ือวิธีการแพร่ระบาด
ของ COVID-19 ยงั ไม่ชดั เจน การเกดิ เหตุการณย์ อ้ นกลบั เหมอื นการแพรร่ ะบาดในแตล่ ะระลอก
• หลีกเล่ียงการเขา้ สถานพยาบาลเพราะกลวั ตดิ เชือ้ ขณะรับบรกิ าร
• การเปล่ยี นวิถีการใช้ชวี ิต ไม่สามารถทำงานได้ระหว่างถูกแยกกนั โรค (isolation) และถกู ใหอ้ อกจากงาน
• การแบ่งแยกออกจากสังคม หรือถูกกักกันโรค (quarantine) เพราะมีความเสี่ยงสัมผัสโรค รู้สึกหมด
หนทาง เบ่ือหน่าย โดดเดีย่ ว และซมึ เศร้าจากการถูกแยกกักโรค

14

• การถูกแยกออกจากคนทร่ี กั และผู้ดูแลเนอ่ื งจากมาตรการกักกนั โรค และรสู้ ึกหมดหนทางในการปกป้อง
คนท่รี ัก และกลัวการสูญเสยี คนท่ีรกั จากการติดเชอื้ ไวรัส

• ความเสี่ยงที่สุขภาพกายและสุขภาพจติ จะแย่ลงในคนทเ่ี ส่ยี งอยู่แลว้ เชน่ ผู้สูงอายุ (มาตรการท่ี 1) และ
ผ้พู ิการ (มาตรการท่ี 2) หากผู้ดูแลถูกกักกนั โรคและการดูแลช่วยเหลืออนื่ ๆ ยังมไี มพ่ ร้อม

• ผู้ดูแลเด็กอาจรู้สึกกังวลมากขึ้น เมื่อเด็กต้องอยู่บ้านคนเดียว (เนื่องจากโรงเรียนปดิ ) โดยไม่มีการดูแล
และช่วยเหลือที่เหมาะสม การปิดโรงเรียนอาจส่งผลกระทบได้หลากหลายต่อผู้หญิงที่ต้องดูแลเกือบทุกอย่างใน
ครอบครวั ทำใหเ้ กิดขอ้ จำกัดการทำงานและโอกาสในการหารายได้ตามมา และผปู้ ฏิบัตงิ านดูแลเด็กทัง้ ภาครฐั และ
เอกชนไม่สามารถจดั child-friendly space หรอื พนื้ ทีเ่ ปน็ มติ รต่อเด็กได้เหมอื นกบั ภาวะวกิ ฤตฉกุ เฉนิ รูปแบบอ่ืน ๆ

• การตีตราทางสังคมและการแบ่งแยกกีดกนั พบใน COVID-19 ได้ เช่น ผทู้ ่ีเคยติดเช้อื สมาชิกครอบครัว
ของผตู้ ดิ เชอื้ และบคุ ลากรสุขภาพ เจา้ หน้าท่ีดา่ นหน้าอืน่ ๆ การเหยยี ดเชือ้ ชาติผู้ทีม่ าจาก หรือคิดว่ามาจากพื้นที่
การระบาด รวมทงั้ ในเด็กลกู หลาน ญาติใกลช้ ิดของผูต้ ิดเช้ือหรือผู้ที่มาจากพืน้ ที่เสยี่ ง ขนั้ ตอนเพ่ือแก้การตีตราและ
แบ่งแยก กีดกันต้องทำในทุกระยะของการจัดการ COVID-19 ในภาวะฉุกเฉิน ควรให้การดูแลเพื่อส่งเสริม
การบูรณาการของประชาชนทไี่ ด้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยไมต่ ั้งเป้าหมายสงู เกนิ ไป (แนวทาง “ทำทั้งสังคม”)

• ปฏิเสธไม่รับดูแลเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองหรือเด็กที่ถูกแยกออกจากครอบครัว ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุ
เน่ืองจากกลัวติดเช้ือ เพราะผูป้ กครองหรอื ผ้ดู แู ลถูกนำตวั ไปกักกนั โรค

• ผลกระทบตอ่ จติ ใจและจิตสงั คม และความเสย่ี งด้านการคุ้มครองเดก็ เชน่ ความรุนแรงในครอบครัว
• ผู้ปกครองมีความยากลำบากในการดูแลเด็กและต้องทำงานที่บ้านไปพร้อมกัน เนื่องจากโรงเรียนปิด
ขาดทกั ษะ อปุ กรณ์ หรือพน้ื ท่ีสำหรบั สรา้ งการเรยี นรู้ให้กบั เด็ก

15

ทำไมจงึ ต้องทำงานกับ “เดก็ ” อยา่ งเฉพาะเจาะจงในภาวะระบาด covid-19

16

อนุสัญญาว่าดว้ ยสิทธิเด็ก
ภาวะการระบาด COVID-19 ส่งผลกระทบต่อ อาทิ การดำรงชีวติ ,พัฒนาการ, โภชนาการ, การศกึ ษา และ
การเขา้ ถึงและคุณภาพของการดูแลสขุ ภาพกายและใจของเดก็ ซงึ่ ปรากฎในอนุสญั ญาวา่ ดว้ ยสิทธเิ ด็ก อาทิ
● มาตรา 6 เด็กทกุ คนมสี ทิ ธทิ ีจ่ ะมชี ีวติ รัฐต้องดแู ลให้เดก็ รอดชวี ิตและมพี ฒั นาการท่ีดีที่สดุ
● มาตรา 17 เด็กมีสิทธิได้รับข้อมูลข่าวสารจากอินเตอร์เนต็ วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หนังสือ และ
แหล่งข้อมูลอื่นๆ โดยที่ผู้ใหญ่ ควรดูแลข้อมูลที่เด็กได้รับไม่ให้เป็นอันตรายต่อเด็ก ขณะที่รัฐควรส่งเสริมให้ส่ือ
เผยแพรข่ ้อมูลทเ่ี ปน็ ประโยชนจ์ ากแหล่งท่มี าที่หลากหลาย และในภาษาทีเ่ ด็กเขา้ ใจ
● มาตรา 19 รัฐจะต้องให้ความคมุ้ ครองเด็กจากความรนุ แรง การถูกละเมดิ และการละเลยจากผ้ใู หก้ ารดแู ล
● มาตรา 24 เด็กมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่ดีที่สุด มีน้ำดื่มที่สะอาด ตลอดจนโภชนาการ
ที่ถูกสุขลักษณะในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันผู้ใหญ่และเด็กควรได้รับข้อมูลเร่ืองความเป็นอยู่และ
สุขภาพที่ดี และใน มาตรา 24 ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนถึงการพิจารณา “อันตรายและความเสี่ยงทั้งหลายของ
มลพิษหรือวกิ ฤตจากส่ิงแวดล้อม” ทมี่ ีตอ่ เดก็ ด้วย
● มาตรา 26 รัฐควรใหค้ วามช่วยเหลอื ทัง้ ทางการเงิน และด้านอนื่ ๆ แก่เด็ก ทีค่ รอบครวั ยากจน
● มาตรา 27 เด็กมีสิทธิได้รับความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า และที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย
เพอ่ื ใหเ้ ด็กมีพฒั นาการทด่ี ีที่สุดเทา่ ท่จี ะเปน็ ได้ รัฐควรใหค้ วามช่วยเหลือแกค่ รอบครัวและเดก็ ทีข่ าดปัจจัยเหล่านี้
● มาตรา 28 เด็กทุกคนมีสทิ ธไิ ด้รับการศึกษา การเรียนระดับประถมศึกษา ไม่ควรมีค่าใช้จ่าย และต้อง
จัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาไว้รองรบั สำหรับเด็กทุกคน เด็กควรได้รับการศึกษาถึงระดับสูงสุดเท่าที่จะเป็นได้
ขณะท่รี ะเบียบวนิ ยั ภายในโรงเรียนตอ้ งไม่ขัดต่อสิทธิของเด็กและปราศจากความรนุ แรง
● มาตรา 29 การศกึ ษาของเด็กตอ้ งช่วยเขาพฒั นาศกั ยภาพและพรสวรรค์และตอ้ งสอนให้เด็กเข้าใจสิทธิ
ของเขา และเคารพสิทธิของผู้อื่น รวมทั้งวัฒนธรรมที่แตกต่าง เพื่อให้เด็กสามารถเติบโตในสภาพแวดล้อมท่ี
ปลอดภัย รวมถงึ เขา้ ใจการอยู่รว่ มกบั ส่งิ แวดลอ้ มธรรมชาติด้วย

17

รูปแบบการพฒั นาการสุขภาวะทางใจ (psychological well-being) ของเด็ก

18

ผลกระทบเชิงนเิ วศสังคมดา้ นการคุ้มครองเดก็ ของไวรสั COVID-19
COVID-19 สามารถเปลี่ยนแปลงบริบทที่เด็กอาศัยอยู่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมาตรการกักกัน เช่น การปิด
โรงเรียน หรือข้อห้ามต่างๆ ในการเคลื่อนไหว สามารถส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันและการสนับสนุน
ทางสังคมของเด็ก ในขณะเดียวกนั เรอ่ื งนี้ยังสามารถเพม่ิ แรงกดดนั ต่อพอ่ แม่ผู้ปกครองในรปู แบบใหมข่ ้นึ ได้ ซึง่ อาจ
จำเปน็ ต้องหาทางเลอื กใหม่ในการเลี้ยงดูบตุ รหรือตอ้ งเลกิ ทำงานไปเลย นอกจากนี้ การตตี ราและการเลือก ปฏิบัติ
อันเกี่ยวข้องกบั ไวรัส COVID-19 อาจทำให้เด็กมีความเสี่ยงต่อความรุนแรงและการรบกวนทางจิตสังคม ในการนี้
มาตรการการควบคมุ โรค ท่ีไม่ได้พจิ ารณาถงึ ความตอ้ งการ และความเปราะบางในเพศภาวะของสตรี และเดก็ หญิง
อาจส่งผลใหเ้ กิดความเส่ียงต่อการไดร้ ับการคมุ้ ครองได้ด้วยเชน่ กัน และอาจนำไปสู่กลไกการเผชญิ กับสถานการณ์
ปัญหาในเชิงลบ ซึ่งในส่วนของเด็กและครอบครัวที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว อันเนื่องมาจากการถูดกีดกันทาง
เศรษฐกจิ และสังคมอยแู่ ล้ว หรือผทู้ ีอ่ าศยั อยู่ในสภาพแวดล้อมทแ่ี ออัดเกนิ ไป ยงิ่ มีความเสีย่ งเป็นพิเศษ

19

แนวทางของ IASC
ในภาวะฉุกเฉินวิกฤต และหรือในภาวะการระบาด COVID-19 กรอบความต้องการการสนับสนุนทาง
จิตใจและจิตสังคม ที่แสดงในมาตรการ ตั้งแต่บริการขั้นพื้นฐานที่ ไปจนถึงบริการจากผู้เชี่ยวชาญ สำหรับผู้ที่มี
ความตอ้ งการในการดูแลเฉพาะทางเพอ่ื ดูแลแก้ไขปัญหาเฉพาะน้นั ๆ
หลักการสำคัญ คือ “ความปลอดภัย” (Do No Harm) คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ความเท่าเทียม และคุณค่าของสังคมและวัฒนธรรม โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วม พัฒนาศัยภาพท่ีมีอยู่ หลายระดบั
และทำงานแบบบรู ณาการสอดคล้อง เนน้ ประสานงานภาคเี ครือขา่ ย ชว่ ยเหลอื สง่ ต่อ

แผนผงั ที่4: ปริ ามดิ มาตราการสนบั สนุนทางจิตใจและจติ สังคม ตามแนวทาง IASC3
3 IASC Reference Group on MHPSS in Emergency Settings (Circulated on: 17 March 2020) รายงาน
ยอ่ แปลเป็นภาษาไทยโดย กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสขุ (6 เมษายน 2563)

20

แนวปฏิบตั ิ 9 มิตเิ พอ่ื สนบั สนนุ ทางจติ ใตและจติ สังคมสำหรบั เด็ก ครอบครัว ผดู้ แู ลเดก็ และชุมชน

21

แนวทางการจัดบรกิ ารและกิจกรรมตาม 9 แนวปฏิบตั ติ ามกรอบ IASC

แผนผงั ท่ี 5: 9 ตัวอยา่ งการจดั บรกิ ารการสนับสนนุ ทางจติ ใจและจิตสังคม ตามแนวทาง IASC

22

รูปแบบการตัดสินใจในการให้บรกิ ารสนับสนนุ ทางด้านจิตใจและจิตสงั คม โดยผ้ปู ฏบิ ตั งิ านในภาวะวิกฤต
ฉกุ เฉินการระบาด covid-19 ตอ่ เด็ก

แผนผงั ท่ี 6 : ต้นไมแ้ ห่งการตัดสินใจการจัดบรกิ าร MHPSS แกเ่ ด็ก

23

การทำงานและจัดการบรกิ ารการสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคม จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในด้านบวก
ได้รับประสบการณ์ที่ดี เช่น เกิดความภาคภูมิใจที่ได้พบวิธีรับมือกับปัญหาและสร้างความเข้มแข็งทางใจ
(resilience) เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์วิกฤติ ชุมชนแสดงความเอื้อเฟื้อและร่วมมือร่วมใจกัน ช่วยเหลือผู้อื่น
ผ่านกิจกรรมช่วยเหลือทางสุขภาพจิต และจิตสังคม (MHPSS) แก่เด็กและสมาชิกในชุมชนระหว่างการระบาด
ของ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่การสร้าง การดูแลช่วยเหลือ สนับสนุนทางด้านจิตใจและจิตสังคมแก่
เดก็ และผู้ดแู ล ในการเรยี นรอู้ ย่างเฉพาะเจาะจง ได้แก่ การคมุ้ ครองเดก็ ในภาวะการระบาด Covid-19 (เบื้องต้น),
การปฐมพยาบาลทางจิตใจสำหรับเด็กในภาวะการระบาด Covid-19 และการสนับสนนุ ทางจิตใจ และจิตสังคมใน
ผู้ดูแลเด็กระดับครอบครัวและชุมชนในภาวะระบาด Covid-19 เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้าน บวกแก่เด็กและ
เยาวชนร่วมกนั

24

การช่วยเหลือด้านจิตใจสำหรับเด็กเบื้องต้น คือ การให้ความช่วยเหลือแก่เด็กผู้ได้รับผลกระทบจาก
สถานการณ์วิกฤต ฉุกเฉิน รุนแรง โดยไม่เลือกชนชั้น สัญชาติ และศาสนา โดยการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ
อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อลดและบรรเทาอาการเจ็บปวดทางจิตใจ โดยตอบสนองความต้องการ
ขนั้ พืน้ ฐาน เสรมิ สร้างความรู้สกึ ปลอดภัยทั้งตอ่ ตนเองและสิ่งแวดล้อม รอบตวั ตลอดจนสร้างสาน ทรัพยากรและ
ติดต่อเครอื ข่ายทางสังคมระหวา่ งผู้เกย่ี วขอ้ งกบั เด็กและครอบครัวและหน่วยงานที่เกีย่ วขอ้ ง

เด็กทตี่ อ้ งการได้รับการดูแลเรง่ ดว่ นเฉพาะ

• เดก็ มกี ารบาดเจ็บทางร่างกาย

• เดก็ ทถ่ี ูกแยกจากครอบครัวหรอื ผดู้ ูแล

• เด็กที่อยู่กับผู้ดูแลที่อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถดูแลเด็กได้ น่ากังวล เช่น ผู้ดูแลมีอาการบาดเจ็บ รุนแรง
ตระหนกต่ืนกลวั

• มีความตอ้ งการพ้นื ฐานจำเป็น เช่น เสอื้ ผา้ ขาดหวน่ิ ของใชจ้ ำเป็น ยาประจำตวั ไมม่ ี

เดก็ ทแี่ สดงความทุกข์ออกมาอย่างเห็นได้ชดั
• รอ้ งไห้ไมห่ ยุด สะอกึ สะอนื้ ร้องกลิ้ง

• ตดิ ผู้ดูแลอยา่ งมาก

25

• ต่นื ตระหนก ตกใจ กลัว ตัวส่นั
เด็กทแี่ สดงความทุกขโ์ ดยความเงยี บ
• ดสู บั สน งุนงง ไม่สามารถจัดการบอกความต้องการของตัวเองได้
• แยกตวั นงิ่ มีเคลอื่ นไหงร่างกายเพียงเล็กน้อย
• ซอ่ น วงิ่ หนี จากคนอ่ืนทีจ่ ะมาเขา้ ใกล้
• ไมพ่ ดู ไมต่ อบสนอง
• มอี าการกลวั มาก

26

รายละเอยี ดสาระสำคญั ของแต่ละหลกั สตู ร

27

สาระสำคัญ

หลกั สตู รการสนบั สนุนทางจิตใจและจติ สงั คมสำหรบั เดก็ ระดบั ชมุ ชนเบือ้ งตน้
ในภาวะวิกฤตฉุกเฉนิ และการแพรข่ องโรคระบาด

28

หลักสูตร การสนับสนุนทางจติ ใจและจติ สงั คมสำหรบั เดก็ ระดบั ชมุ ชนเบ้ืองตน้

ในภาวะวิกฤตฉุกเฉินและการแพรข่ องโรคระบาด

เค้าโครงเนอื้ หา:

1. การสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคมสำหรับเด็กระดับชุมชน

คอื อะไร ?

• นยิ าม

การสนบั สนนุ ทางจติ ใจและจติ สังคม • Inter-Agency Standing Committee (IASC) Framework
สำหรบั เดก็ ระดับชุมชนเบื้องต้น • เน้น “Psychosocial Well-being”
2. ก า ร ส น ั บ ส น ุ น ท า ง จ ิ ต ใ จ แ ล ะ จ ิ ต ส ั ง ค ม ส ำ ห ร ั บ เ ด็ ก

Focus: อะไรที่ต่างออกไปจากการสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคม

สำหรบั เดก็ ใน covid-19

3. ท ำ ไ ม ก า ร ส น ั บ ส น ุ น ท า ง จ ิ ต ใ จ แ ล ะ จ ิ ต ส ั ง ค ม ส ำ ห ร ั บ เ ด็ ก

จงึ สำคัญ

4. เรียนรู้ 9 แนวปฏิบัติสำคัญของ การสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคม

สำหรบั เดก็

5. แนวทางการจัดบริการและกิจกรรมตาม 9 แนวปฏิบัติภายใต้ IASC

Framework

6. ขอบข่ายงานด้าน Focus Care: Address Psychosocial distress and

protection challenge

29

วนั ที่ 16 เดอื น ธันวาคม พ.ศ. 2563
เร่ิมจากทำแบบสอบถามความคิดเห็น ความกังวลต่อโควิด ตอ่ PM2.5 และ ความคาดหวัง ช้ีแจงหัวข้อ

การเรยี น การปฐมพยาบาลทางจิตใจ การสนบั สนนุ ทางจติ ใจและจิตสังคม ในเด็ก
วทิ ยากร อธิบายความหมายของการสนับสนนุ ทางจิตใจที่เกิดขน้ึ ในระยะวกิ ฤตฉิ ุกเฉนิ เราไมไ่ ดม้ ีหน้าท่ีเผชิญเหตุ
เหมอื นเจ้าหน้าที่กู้ภัย แตน่ กั สังคมสงเคราะห์ /นกั จติ วทิ ยา ทำหนา้ ท่สี นับสนุน
สขุ ภาวะทางใจ = ความสามารถทางจติ ใจท่ีจะรับมือกบั สภาวะวิกฤติ เครียด เจ็บปว่ ยทางจติ ใจ
จติ สังคม = ความเชื่อมโยงที่รวมมติ ิจติ ใจ พฤตกิ รรม สังคมทจี่ ะชว่ ยใหค้ นเรารับมือกับสถานการณ์ ภาวะวิกฤติได้
การสนับสนนุ ทางจติ สงั คม = การช่วยผู้ท่อี ยภู่ าวะวิกฤต เผชญิ เหตุ
วิทยากร ใหท้ ำแบบฝึกหัด เป็นกลมุ่ โดยร่วมกนั คดิ ว่า สถานการณ์เรยี กว่าระยะเกิดเหตุ หรือวกิ ฤติ ระยะฟ้ืนฟู
และเขียนคำตอบ เปน็ ขอ้ A B C วทิ ยากรนำอภปิ ราย
กรณศี ึกษา กรณีที่ 1

30

ทำ pre-test
กรณีศึกษา

“การได้รบั การดูแลทางจิตสงั คม ชว่ ยใหค้ วามเจ็บปวดในใจหายไป ไดโ้ อกาสหลายอย่างในชีวิตถึงแม้ความทรงจำ
ยงั คงอย”ู่

วิทยากรกระบวนการ กระบวนกรให้ผู้อบรม 34 คน แบ่งเป็น 7 กล่มุ ใหโ้ จทย์เดียวกนั
ระดมสมอง Big Question

1. จากกรณศี ึกษาในบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ควรไดร้ ับการดูแลเรื่องการดูแลช่วยเหลือสนับสนุน
จิตใจและจติ สงั คมอะไรบ้างในภาวะวกิ ฤต

2. ในความคดิ เห็นของท่านภาวะวิกฤตฉุกเฉนิ ทผ่ี า่ นมามีอะไรบา้ งท่ีเหมือนและต่างกันจากโควิด 19
ในการระดมสมอง ใชเ้ วลาในการระดมสมอง 20 นาที บนเวที จะมีขอ้ คำถามท่ตี ง้ั โชว์ผ่าน ppt นำเสนอ อุปกรณ์
แตล่ ะกล่มุ จะใช้กระดาษฟลิปชารท์ ปากเคมี ใบงาน กรณีศกึ ษา

ระหว่างทีท่ ำกลุ่ม วิทยากรจะชวนคิดชวนคุย ให้แลกเปลี่ยน “มีเรื่องอะไรที่หล่นหายไประหว่างทาง”
วทิ ยากรกระบวนการ จะเดินกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในกลุ่ม และอธบิ าย ช้ใี หเ้ ห็นว่า ในแต่ละ
กลุ่ม ทำอย่างไร วิเคราะห์ แยกแยะ กาย จิต สังคม และมีการขยายวงการช่วยเหลือจากตัวเรามากมาย
“ในการแสดงความคิดเห็นไม่มีถูก ไม่มีผิด ทุกอย่างไปสู่การเรียนรู้” “ทุกทีมทำได้ดี และทำได้ถูก”
หลังจากเอกสารติดผนังเรียบร้อยแล้ว “จากเดิมเป็นกระดาษว่างเปล่า ข้อมูลที่น่าสนใจกำลังจะปรากฏ”
เกิดอะไรขน้ึ บา้ งที่ผา่ นมา

31

กลมุ่ 1
สร้างความสมั พนั ธก์ บั พอ่ ฟืน้ ฟูความสมั พันธก์ บั คนเดยี วทเ่ี หลืออยู่ คือ พ่อ คนเดียวท่ีเหลอื อยู่
กลมุ่ 2

32

กล่มุ 3
กองทุนในการดูแลเด็กทป่ี ระสบปญั หา

กลมุ่ 4

33

กลุ่ม 5 แบ่ง กาย จิต สังคม
กาย - ประสานทางการแพทย์ บาดแผลทางรา่ งกาย
จติ - ประสานนกั จิตวทิ ยา
สังคม - ทำความเขา้ ใจกับครอบครัว ใชเ้ ครอ่ื งมือของนกั สังคมสงเคราะห์ กลมุ่ บำบดั ชุมชน

34

กลุ่ม 6
แนวทางการช่วยเหลือเน้นเป็นองค์รวม กาย จิต สังคม จิตวิญญาณ พึ่งตนเองได้ เด็กต้องมีหลักการทาง
ศาสนา เพ่ือใหจ้ ติ ใจเขม้ แขง็ ลดการเจ็บปว่ ยทางจติ วญิ ญาณ ศาสนาเป็นทีพ่ ่ึงทางจิตใจ สรา้ งพลังศรทั ธา สิ่ง
ที่พมา่ จะสร้างกอ่ น เรมิ่ ในวดั เพราะมคี วามเชอื่ และศรัทธา

35

กลุม่ 7
กาย – บาดแผลทางกายทีก่ ระทบทางจติ ใจ
จติ - ถกู ทอดทงิ้ โดดเดียว การเสริมพลงั อำนาจทางจิตใจ เสรมิ จุดเดน่ ส่งิ ท่เี คยทำได้
สงั คม - ทำความสมั พันธก์ บั ชุมชน เสริมพลงั ในชมุ ชน
การเสริมพลังอำนาจในทุกกลุ่ม บคุ คล ครอบครวั ชุมชน

36

จากการวเิ คราะหค์ วามแตกตา่ ง โรคระบาด+ธรรมชาติ
10-11 ปี จะมีโรคระบาดมากข้นึ เรื่อย ๆ อากาศเปลยี่ นแปลง ร้อนข้ึน หนาวขน้ึ
5 ประกาศ ท่ีเราพบเสมอ ไดแ้ ก่

1) โรคอบุ ตั ิใหม่สุขภาพรอวคั ซีน หลายประเทศ หยดุ การทดลอง
2) ระดมการแยกตัวออกจากตนเอง Isolation จติ อาสาใชแ้ บบเดมิ ไมไ่ ดแ้ ลว้
3) การกักตัว การข้ามพรมแดน การใช้งานทั่วโลก
4) การตตี ราทางสังคม ผนี อ้ ยสูค่ าราโอเกะ
5) ผลกระทบทางสังคมในระยะยาว
ถามตอบ ผ่านโปรแกรม MENTIMETER 6 ขอ้ คำตอบคือ ใช่ ไม่ใช่

37

กรณศี ึกษา กรณที ี่ 2

ส่วนทเ่ี หมือนกัน - เราตอ้ งข้อตกลงร่วมกนั
การทำกลุ่ม support
ปิรามดิ มาตรการสนับสนนุ ทางจิตใจและจิตสังคม ตามแนวทาง IASC หลกั การสำคญั คอื ความปลอดภัย คำนงึ ถงึ
สทิ ธมิ นษุ ยชน ศักดศ์ิ รีความเป็นมนษุ ย์ ความเท่าเทยี ม และคณุ คา่ ของสังคมและวฒั นธรรม
แบบประเมนิ รายงานผลวนั ต่อวัน

38

สาระสำคญั

หลักสูตร การคมุ้ ครองเดก็ ในภาวะวิกฤตฉกุ เฉนิ และโรคระบาด (เบอื้ งตน้ )

39

หลกั สูตร การคมุ้ ครองเด็กในภาวะวิกฤตฉกุ เฉนิ และโรคระบาด (เบ้ืองตน้ )

เคา้ โครงเนอื้ หา:

1. Introduction บทนำ

2. การคมุ้ ครองเด็กเบอื้ งตน้ ในภาวะวิกฤตฉกุ เฉนิ และโรคระบาด

3. ระบคุ วามเส่ียงด้านการคุ้มครองเดก็

การคุ้มครองเด็กในเบื้องต้นในภาวะ 4. การบริหารจดั การการค้มุ ครองเด็ก

วิกฤตฉุกเฉินและการแพร่ของโรค (Child Protection Management)
ระบาด 5. การคุ้มครองเด็กแบบทางไกลและการออนไลน์ในภาวะวิกฤตฉุกเฉิน

และโรคระบาด (Remote or Online Child Protection)

40

วนั ที่ 17 เดือน ธนั วาคม พ.ศ. 2563
กจิ กรรม เคลื่อนนาฬิกา
1 เดนิ ไปขวา 2 เดนิ ไปทางซา้ ย 3 เดนิ ถอยหลัง 4 เดินไปหน้า
ทำ pre-test

ทำแบบสอบถามกอ่ นเรยี นรวู้ ันตอ่ วัน
ทบทวน 2 นาที เม่อื วานเรียนรอู้ ะไรไปบา้ ง ภัยพิบตั ทิ ผี่ ่านมานาน ยงั มผี ลกระทบตอ่ จิตใจอยู่

• ผลกระทบทางจิตใจ แต่ละชว่ งกระทบตอ่ จติ ใจ จติ สังคม การปรับตัว การวางแผน เปดิ มุมมอง
• ไม่วา่ ในสถานการณใ์ ด ๆ ไม่มีรูปแบบใด ๆที่เหมาะสม โดยเฉพาะ การช่วยเหลือไม่มีวธิ ีใดทด่ี ีท่ีสุด ไมม่ ี

วธิ ีการโดยเฉพาะ
• ทฤษฎีผลกระทบทางสังคม 6 ระยะ นำไปสกู่ ารวิเคราะห์ วางแผนการชว่ ยเหลอื ได้
• การสรา้ งสมั พันธภาพภายใน ทกุ คนทำงานในกลุ่มท่ีหลากหลาย เด็ก ผู้แวดลอ้ มเด็ก ไมเ่ ฉพาะเดก็ เท่านั้น

จงึ จะทำให้ทกุ อย่างเปน็ ระบบมากข้นึ
• การทำงานฐานชมุ ชน โรคระบาดจะสามารถจัดการ เช่น สาธารณสุขมี อสม. ชุมชน ครอบครวั สำคญั

ที่สุด

41

• ชุมชนบำบัด การจัดทำแผนหมบู่ า้ น มงุ่ เนน้ จิตสงั คม ตดิ ตามคุณภาพชวี ิตหลังเกิดวกิ ฤต ทบทวนการ
ทำงานของตนเอง เราใช้ศิลปะบำบดั

• โลกไม่เหมอื นเดิม นสค.ในประเทศไทย 1 คนรบั ผิดชอบประชาชนโดยประมาณ 100,000คน การ
ทำงานทางสังคม มีความสำคัญมาก

รปู แบบการพัฒนาการสขุ ภาวะทางใจ

การเสรมิ ศกั ยภาพ ทง้ั 9 ประเด็น ของเด็ก
• เด็กท่ีถกู ตีตรา อาจจะต้องจัดกจิ กรรมเพ่ือการเยียวยา ทำอย่างไรจงึ จะสามารถเล่นกับคนนี้ได้(เข้าถงึ เด็ก
ได้) ลดการตตี รา สร้างการยอมรบั ปรบั มมุ มองเชิงบวก เชน่ ใหเ้ ด็กทำบ้านขนมตาล เบอรก์ อรเี่ พ่อื ให้
เห็นศกั ยภาพ และคุณค่าตนเอง ได้รบั การยอมรับจากสมาชกิ ในบา้ น
• กจิ กรรมที่สามารถจัดได้ในชว่ งโควดิ มีตารางกิจกรรมใหเ้ ลือก เช่น องั คาร ดนตรี พุธ กีฬา เข้าถึงกนั ได้
ง่าย ใชก้ ล่มุ เขา้ มาชว่ ย
• เครอื ขา่ ยสนบั สนุนครอบครวั และชมุ ชน รพ.สต.อพม. อสม. มาช่วยสนับสนุนครอบครวั เนน้ เตรยี ม
ความพร้อมของครอบครวั สหวชิ าชีพ มาชว่ ยเตรียมความพรอ้ มครอบครัว มาชว่ ย การถา่ ยทอด
ประสบการณ์ ของผู้ที่เคยติดเชอื้ มาแลกเปลยี่ น

42

กิจกรรมนำเข้าการจัดกลุ่มเดก็ ส่งเสริม สรา้ งพื้นท่ีสร้างสรรค์
- ทำท่าและเดนิ ว่ิง เขียวไป (ปา๊ ด ๆ) เหลือง(กางมือออก) รอ แดงหยดุ (จกึ )
วเิ คราะหเ์ ด็กให้ครบ 9 ประเดน็

43

กิจกรรม เรยี นรมู้ ิติการสรา้ งสรรคใ์ หก้ ับเดก็ ได้เรียนรู้เดก็ ทปี่ ลอดภยั อาจไมป่ ลอดภยั เมือ่ มีภาวะวกิ ฤตฉกุ เฉิน

44

สีแดง อันตราย

หมายถึงเดก็ ทอ่ี ยใู่ นภาวะอันตราย ต้องไดร้ ับการช่วยเหลือทันที

45

สีเหลอื ง เส่ยี ง

เดก็ ท่ีอย่ใู นสถานการณ์ทอ่ี าจจะเกดิ อันตราย ถ้าปล่อยทิ้งไว้ หรอื คาดการณไ์ ด้ว่า ถ้าไมแ่ ก้ไขอาจจะนำไปสู่อ
อันตราย หรอื เกิดผลกระทบไดท้ ง้ั รา่ งกายจติ ใจ อารมณ์ พฒั นาการ ต้องมีการดำเนินการเพือ่ ปอ้ งกันไม่ให้เข้าสู่
ภาวะอนั ตราย แตข่ ณะนั้นอาจจะยังไมเ่ กิดผลกระทบ

46

สเี ขียว พืน้ ทีป่ ลอดภัย

การทีเ่ ดก็ อยูใ่ นไดอ้ ย่างปกตสิ ุข สามารถพัฒนาดา้ นร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สติปญั ญา เปน็ ไปตามพัฒนาการ ซงึ่
เบ้ืองตน้ สามารถตรวจสอบจากความรูส้ กึ ของเด็ก ถ้าสบายใจ สบายตวั ถือว่าอย่ใู นสภาวะปกติ

47

ผลกระทบจาก COVID19
ผลกระทบตอ่ ปญั หาเศรษฐกจิ ยาวนาน ส่งผลต่อเด็ก

• เดก็ ความยากจนพเิ ศษเพิม่ ขนึ้ รายได้นอ้ ยกว่า 35 ปี 2.8 ลา้ นคน (ข้าวไมม่ ีจะกิน จะเอาเงนิ ไหนมาซอ้ื
หน้ากากอนามยั )

• เดก็ ออกจากระบบการศึกษามากขนึ้
• แรงงานเดก็ เด็กสู้ชวี ิต พฒั นายังไมถ่ ึงวัยทตี่ ้องทำงาน เดก็ ถูกผลักออกจากระบบการศึกษาเกิดขึ้นทว่ั

โลก
• เดก็ ถูกกระทำความรนุ แรง สภาพของบ้านไม่เปน็ บา้ น เกดิ ภาวะความเครยี ด ความสมั พนั ธ์ในครอบครวั

ซ่งึ อาจจะไมค่ ่อยดอี ยู่แล้ว สง่ ผลใหเ้ กิดความรุนแรงเพิ่มข้ึน ซึง่ มขี ้อมูลว่าความรุนแรงเพ่ิมข้ึน 7 เทา่ ใน
สถานการณเ์ ชน่ นน้ี 1300 ตอ้ งรบั ภาระงานเพม่ิ ขน้ึ โดยตรง
• เดก็ เสี่ยงต่อการกระทำความผดิ ขโมย เสี่ยงใชเ้ สพตดิ รวมถึงการพนันออนไลน์ ตา่ งๆ
• เดก็ ถกู ลว่ งละเมิดทางเพศและต้งั ครรภ์ไมพ่ รอ้ ม
เราเห็นสญั ญาณปัญหาเหล่าน้ีหรอื ยัง

48

49

50


Click to View FlipBook Version