รายงานประจําป 2566 ANNUAL REPORT 2023 กรมการขนสงทางบก กระทรวงคมนาคม วิสัยทัศนกรมการขนสงทางบก “เปนองคกรแหงนวัตกรรมในการควบคุม กํากับ ดูแล ระบบการขนสงทางถนน ใหมีคุณภาพและปลอดภัย”
รายงานประจ�ำปี 2566 ANNUAL REPORT 2023 กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
กรมการขนส ่งทางบกให้ความส�ำคัญอย ่างยิ่งกับการมุ ่งมั่นพัฒนาองค์กร เพื่อผลักดันภารกิจ ให้บรรลุเป้าหมายซึ่งต้องได้รับการพัฒนาให้มีทิศทางเดียวกันกับการเจริญเติบโตของประเทศ สอดคล้องกับ สภาพสังคม เศรษฐกิจ และความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและ เพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศส�ำหรับการแข ่งขันในเวทีโลก การด�ำเนินงานต ่าง ๆ ให้ไปสู ่เป้าหมาย แม้ว ่าจะต้องใช้เวลาและต้องอาศัยความร ่วมมือจากหลายฝ ่าย รวมทั้งมีปัญหาอุปสรรคบางประการก็ตาม กรมการขนส่งทางบกยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนากระบวนการท�ำงาน เพื่อน�ำพาองค์กรไปยังจุดหมายที่ตั้งไว้อันจะส่งผล ต่อความผาสุกของประชาชน โดยในปี2566 ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาระบบการขนส่งทางถนน รวมทั้งน�ำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมายกระดับการปฏิบัติงาน เช่น การพัฒนาระบบจองคิวท�ำธุรกรรมผ่าน DLTSmart Queue การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบ e-Learning การพัฒนาระบบการขออนุญาตหรือต่ออายุ ใบอนุญาตประกอบการขนส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DLT E-Transport License) ในเขตกรุงเทพมหานคร การสนับสนุนให้ประชาชนใช้รถพลังงานไฟฟ้าหรือรถ EV โดยการลดภาษีประจ�ำปีส�ำหรับรถที่ขับเคลื่อน ด้วยพลังงานไฟฟ้า พร้อมผลักดันให้ผู้ประกอบการขนส่งน�ำรถโดยสาร EV มาให้บริการ รวมถึงการบรรจุเนื้อหา การคาดการณ์อุบัติเหตุ(Hazard Perception) ในการอบรมภาคทฤษฎีเพื่อขอรับและขอต่อใบอนุญาตขับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ส่งผลให้กรมการขนส่งทางบกได้รับรางวัลส�ำเภา - นาวาทอง จากหอการค้าไทยและ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและได้รับรางวัลเลิศรัฐจากส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) ติดต่อกันเป็นปีที่ 21 นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบกยังมีนโยบายด�ำเนินโครงการส�ำคัญในปี2567 อีกหลายโครงการ เช่น โครงการรับช�ำระภาษีประจ�ำปีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์การขยายผลการให้บริการระบบงานใบอนุญาต ประกอบการขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ (DLT E-Transport License) ให้ครอบคลุมทุกจังหวัด การจัดระเบียบ รถยนต์รับจ้างผ่าน Application การก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ระยะที่ 2 และการก่อสร้างศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม เป็นต้น สุดท้ายนี้ผมใคร่ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ที่ได้บูรณาการการท�ำงานร่วมกัน อุทิศแรงกาย แรงใจ สติปัญญา ให้กับการปฏิบัติภารกิจของ กรมการขนส่งทางบก ขอเป็นก�ำลังใจให้ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบด้วยความเข้มแข็ง ซื่อสัตย์สุจริต และมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนางานให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนยิ่งขึ้น (นายจิรุตม์ วิศาลจิตร) อธิบดีกรมการขนส่งทางบก สารจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
สารบัญ หน้า สารจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ส่วนที่ 1 : ภาพรวมกรมการขนส่งทางบก 1 1.1 บทบาทหน้าที่ 2 1.2 ทิศทางองค์กร 2 1.3 โครงสร้างองค์กรและบุคลากร 5 1.4 งบประมาณ 16 ส่วนที่ 2 : ผลการปฏิบัติราชการกรมการขนส่งทางบก 17 2.1 ผลการด�ำเนินงานตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 18 2.2 ผลการปฏิบัติราชการที่สอดคล้องกับผลผลิตตามพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 19 2.3 ผลการปฏิบัติราชการที่ส�ำคัญ 23 ส่วนที่ 3 : รายงานทางการเงิน 65 3.1 งบแสดงฐานะการเงิน 66 3.2 งบแสดงผลการด�ำเนินงานทางการเงิน 68 3.3 งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน 69 3.4 รายงานรายได้แผ่นดิน 70 ส่วนที่ 4 : เรื่องอื่น ๆ 71 4.1 การด�ำเนินการด้านกฎหมาย 72 4.2 กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) 75 4.3 ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก 78 4.4 การเชื่อมโยงข้อมูลการจัดท�ำกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ 81 4.5 การศึกษาดูงานกับหน่วยงานภายนอก 81 4.6 การด�ำเนินการกับผู้ก่อความเสียหายให้กรมการขนส่งทางบก 82 4.7 OR THAILAND GrandPrix2023 83 4.8 การแข่งขัน “สุดยอดนายช่างขนส่ง ครั้งที่1” 83 4.9 กิจกรรมจิตอาสา 84 4.10 การน้อมร�ำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งราชวงศ์จักรี 85 4.11 วันธงชาติไทย 86 4.12 รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ 87 ส่วนที่ 5 : ข้อมูลสถิติที่ส�ำคัญ 91
ภาพรวม กรมการขนสงทางบก ส่วนที่ 1
1.1 บทบาทหน้าที่ ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2552 และกฎกระทรวง แบ ่งส ่วนราชการกรมการขนส ่งทางบก กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2552 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ได้ก�าหนดให้ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม มีภารกิจเกี่ยวกับการก�ากับดูแล ตรวจสอบ ตรวจตรา ให้มีการปฏิบัติตาม กฎหมาย กฎ ระเบียบ ประสานและวางแผนให้มีการเชื่อมต่อระบบการขนส่งอื่น ๆ เพื่อให้ระบบการขนส่งทางบก เกิดความคล่องตัว สะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และปลอดภัย โดยให้มีอ�านาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ด�าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง (2) ด�าเนินการแก้ไข ป้องกัน และส่งเสริมสวัสดิภาพการขนส่งทางบก (3) ส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายระบบการขนส่งทางบก (4) ด�าเนินการจัดระบบและระเบียบการขนส่งทางบก (5) ร ่วมมือและประสานงานกับองค์การและหน ่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต ่างประเทศ ในด้านการขนส่งทางบก และในส่วนที่เกี่ยวกับอนุสัญญาและความตกลงระหว่างประเทศ (6) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่กฎหมายก�าหนดให้เป็นอ�านาจหน้าที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรี มอบหมาย 1.2 ทิศทางองค์กร วิสัยทัศน์กรมการขนส่งทางบก เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมในการควบคุม ก�ากับ ดูแล ระบบการขนส่งทางถนน ให้มีคุณภาพและปลอดภัย พันธกิจ 1. พัฒนาระบบการขนส ่งทางถนนให้ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ รองรับคนทั้งมวล และเพิ่มประสิทธิภาพ ด้านโลจิสติกส์ รวมทั้งเชื่อมโยงกับการขนส่งรูปแบบอื่น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งภายในและระหว่าง ประเทศ 2. พัฒนาและส ่งเสริมระบบการขนส ่งทางถนนและการใช้รถใช้ถนนให้มีความปลอดภัย และเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม 3. พัฒนานวัตกรรมและน�าเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการควบคุม ก�ากับ ดูแล ระบบการขนส่งทางถนน และ บังคับใช้กฎหมาย 4. พัฒนาการบริการและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน ให้เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อย่างมีบูรณาการ และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ภาพรวมกรมการขนส่งทางบก ส่วนที่ 1 กรมการขนส่งทางบก 2 รายงานประจ�าปี 2566
แผนปฏิบัติราชการ แผนปฏิบัติราชการเรื่องที่ 1 : “ปฏิรูปทั้งระบบ” เพื่อให้ระบบการขนส่งสาธารณะมีคุณภาพสอดคล้อง กับความต้องการของประชาชน แผนปฏิบัติราชการเรื่องที่ 2 : “สานต่อความส�ำเร็จ” เพื่อให้ระบบการขนส่งสินค้ามีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และแข่งขันได้ แผนปฏิบัติราชการเรื่องที่ 3 : “เดินหน้าทุกด้าน ทุกพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม” เพื่อให้ระบบขนส่งทางถนน มีความปลอดภัย แผนปฏิบัติราชการเรื่องที่ 4 : “สร้างมาตรฐานใหม่ตามสากล” เพื่อให้ระบบการขนส่งทางถนน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แผนปฏิบัติราชการเรื่องที่ 5 : “ปรับเปลี่ยนเป็นดิจิทัลเพิ่มขึ้น” เพื่อการให้บริการที่เป็นเลิศและการมุ่งสู่ การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม เป้าหมาย เป้าหมายที่ 1 : ระบบการขนส่งสาธารณะมีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เป้าหมายที่ 2 : ระบบการขนส่งสินค้ามีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และแข่งขันได้ เป้าหมายที่ 3 : ระบบขนส่งทางถนนมีความปลอดภัย เป้าหมายที่ 4 : ระบบการขนส่งทางถนนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป้าหมายที่ 5 : การให้บริการที่เป็นเลิศและการมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม ค่านิยมองค์กร“ONE DLT” O (Objective) เป้าหมายชัดเจน N (Network) มีบูรณาการ E (Eminence) งานโดดเด่น D (Digital Transformation) เน้นเทคโนโลยีดิจิทัล L (Legitimacy) ก�ำกับตามกฎหมาย T (Transparency) โปร่งใส เป็นธรรม การท�ำงานอย่างมีเป้าหมายชัดเจน มีมาตรฐานอย่างมืออาชีพ (รู้จริง ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และผลงานเกินความคาดหมาย) โดยบูรณาการเป็นเครือข่ายทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก เพื่อความมีชื่อเสียง ผลงานโดดเด่นและตรงกับความต้องการ ของประชาชน ด้วยการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และเทคโนโลยีดิจิทัล ในการควบคุม ก�ำกับ ดูแล ระบบการขนส่งทางถนน และการให้บริการประชาชน ได้อย่างเหมาะสม ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการควบคุม ก�ำกับ ดูแล ตามกฎหมายที่เข้มแข็ง รวมถึงการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 3
กรมการขนส่งทางบก รายงานประจ�ำปี 2566 4
1.3 โครงสร้างองค์กรและบุคลากร แผนภูมิโครงสร้างกรมการขนส่งทางบก ส�านักงานเลขานุการกรม กองแผนงาน กองการเจ้าหน้าที่ ส�านักกฎหมาย ส�านักการขนส่งสินค้า ส�านักวิศวกรรมยานยนต์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส�านักการขนส่งผู้โดยสาร ส�านักบริหารการคลัง และรายได้ กองตรวจการ ขนส่งทางบก กลุ่มพัฒนา ระบบบริหาร กลุ่มตรวจสอบ ภายใน ส�านักมาตรฐาน งานทะเบียนและภาษีรถ ส�านักงานขนส่ง กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ส�านักงานขนส่ง กรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 ส�านักงานขนส่ง กรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 ส�านักงานขนส่ง กรุงเทพมหานครพื้นที่ 4 ส�านักงานขนส่ง กรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ส�านักงานขนส่งจังหวัด ในส่วนงานบริการ ส�านักสวัสดิภาพ การขนส่งทางบก ส�านักงานขนส่งจังหวัด ในส่วนงานวิชาการ ส�านักงานขนส่งจังหวัด ในส่วนงานสนับสนุน รองอธิบดี (ฝายบริหาร) รองอธิบดี (ฝายวิชาการ) รองอธิบดี (ฝายปฏิบัติการ) ผู้ตรวจราชการกรม อธิบดี กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 5
คณะผู้บริหาร (ปีงบประมาณ 2566) นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีฝ่ายปฏิบัติการ นายบัญญัติ คันธา รองอธิบดีฝ่ายบริหาร ตั้งแต่ 29 ธันวาคม 2565 นางสิริรัตน์ วีรวิศาล รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมการขนส่งทางบก 6 รายงานประจ�าปี 2566
บุคลากร กรอบอัตราก�ำลังของกรมการขนส่งทางบกมีจ�ำนวนทั้งสิ้น 6,472 อัตรา โดยในปีงบประมาณ 2566 บุคลากร ที่มีอยู่จริง มีจ�ำนวน 6,277 อัตรา การพัฒนาบุคลากร กรมการขนส่งทางบกด�ำเนินการจัดอบรมให้แก่บุคลากรเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาทักษะในการปฏิบัติงาน จ�ำนวน 61 โครงการ/หลักสูตร ประกอบด้วย * โครงการฝึกอบรม/หลักสูตรที่จัดให้เจ้าหน้าที่ 15 โครงการ/หลักสูตร จ�ำนวน 5,378 คน * การจัดส่งบุคลากรเพื่อเข้ารับการพัฒนากับหน่วยงานภายนอก 43 โครงการ/หลักสูตร จ�ำนวน 435 คน * การเรียนรู้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์E-learning (หลักสูตรบังคับ) 3 หลักสูตร จ�ำนวน 5,855 คน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. การเสริมสร้างวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ 1.1 โครงการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารงานขนส่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการด�ำเนินงานด้านความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เมื่อวันที่ 15 - 17 มีนาคม 2566 ณ โรงแรม พูลแมน ขอนแก่น ราชาออคิด จังหวัดขอนแก่น มีผู้เข้าร่วมประชุม จ�ำนวน 93 คน ประเภท จ�ำนวนตามกรอบอัตราก�ำลัง จ�ำนวนที่มีอยู่จริง ข้าราชการ 4,040 3,904 พนักงานราชการ 1,555 1,537 ลูกจ้างประจ�ำ 222 222 ลูกจ้างประเภทอื่น ๆ (เงินนอกงบประมาณ) 655 614 รวม 6,472 6,277 ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2566 กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 7
1.2 โครงการฝึกอบรม หลักสูตร “การบริหารส�ำหรับผู้บังคับบัญชาระดับต้น” จ�ำนวน 2 รุ่น - รุ่นที่ 28 เมื่อวันที่ 13 มกราคม - 11 กุมภาพันธ์2566 แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้ ช่วงที่ 1 วันที่ 13 - 14 มกราคม 2566 ณ โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ช่วงที่2วันที่16-21 มกราคม 2566ในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting ช่วงที่ 3 วันที่ 10 - 11 กุมภาพันธ์2566 ณ โรงแรมบางแสนเฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 119 คน - รุ่นที่ 29 เมื่อวันที่ 3 - 18 กุมภาพันธ์2566 แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้ ช่วงที่ 1 วันที่ 3 - 4 กุมภาพันธ์2566 ณ โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ช่วงที่ 2 วันที่ 6 - 9 และ 13 - 14 กุมภาพันธ์2566 ในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting ช่วงที่3วันที่17-18กุมภาพันธ์2566 ณ โรงแรมเฮลท์แลนด์รีสอร์ท แอนด์สปา พัทยาจังหวัดชลบุรี มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 122 คน กรมการขนส่งทางบก 8 รายงานประจ�ำปี 2566
1.3 โครงการฝึกอบรม หลักสูตร “การบริหารส�ำหรับผู้บังคับบัญชาระดับกลาง” รุ่นที่ 15 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม - 1 เมษายน 2566 แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้ - ช่วงที่ 1 วันที่ 2 - 3 มีนาคม 2566 ณ โรงแรมไพน์เฮิร์สท จังหวัดปทุมธานี - ช่วงที่ 2 วันที่ 7 - 11, 20 - 23 มีนาคม 2566 อบรมในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting - ช่วงที่ 3 วันที่ 31 มีนาคม - 1 เมษายน 2566 ณ โรงแรมเคป ราชา โฮเทล จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 72 คน 2. การพัฒนาบุคลากรเพื่อเสริมสร้างความรู้ทักษะที่จ�ำเป็นต่อการปฏิบัติงาน 2.1 โครงการฝึกอบรม หลักสูตร“การเสริมสร้างสมรรถนะด้านการเงิน และการคลังส�ำหรับผู้ปฏิบัติงาน” อบรมในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting เมื่อวันที่26 มิถุนายน 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 230 คน กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 9
2.2 โครงการฝึกอบรม หลักสูตร“การท�ำงานเป็นทีม/การให้บริการ”จัดในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting และ ระบบ VDO Conference จ�ำนวน 2 รุ่น ประกอบด้วย - รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 431 คน - รุ่นที่ 2 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 373 คน 3. การพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล 3.1 โครงการฝึกอบรม หลักสูตร “การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวัตกรรมในองค์กร” อบรมในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting เมื่อวันที่12กรกฎาคม 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 137 คน 3.2 โครงการฝึกอบรม หลักสูตร“เทคโนโลยีสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลด้านการขนส่ง”อบรมในรูปแบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 326 คน กรมการขนส่งทางบก 10 รายงานประจ�ำปี 2566
3.3 โครงการฝึกอบรม หลักสูตร“การพัฒนาศักยภาพการคิดเชิงวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์” อบรมในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting เมื่อวันที่13กรกฎาคม 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 217 คน 4. การเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตในการท�ำงาน 4.1 โครงการฝึกอบรม หลักสูตร “การบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการใช้ทรัพย์สินราชการ” อบรมในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม ZoomCloud Meetingและระบบ VDO Conferenceเมื่อวันที่18กรกฎาคม 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 521 คน 4.2 โครงการฝึกอบรม หลักสูตร“การเสริมสร้างธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริตและการป้องกันการขัดกัน แห่งผลประโยชน์” อบรมในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting และ ระบบ VDO Conference เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 743 คน กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 11
4.3 โครงการฝึกอบรม หลักสูตร “การสร้างความผูกพันในองค์กร” จัดในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting และ ระบบ VDO Conference จ�ำนวน 2 รุ่น ประกอบด้วย - รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 480 คน - รุ่นที่ 2 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 412 คน 5. โครงการอื่นๆ ตามนโยบายกรมการขนส่งทางบก 5.1 โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานด้านวิชาการขนส ่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการด�ำเนินงาน ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (นักวิชาการขนส่ง ระดับช�ำนาญการพิเศษ) เมื่อวันที่ 6 - 8 กรกฎาคม 2566 ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต จังหวัดปทุมธานีมีผู้เข้าฝึกอบรม จ�ำนวน 113 คน 5.2 โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานด้านวิชาการขนส ่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการด�ำเนินงาน ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (นักวิชาการขนส่ง ระดับช�ำนาญการ และระดับปฏิบัติการ) เมื่อวันที่ 22 - 23 กรกฎาคม 2566จัดในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 402คน กรมการขนส่งทางบก 12 รายงานประจ�ำปี 2566
5.3 โครงการฝึกอบรม หลักสูตร “ยกระดับการตรวจสภาพยานยนต์ไฟฟ้าส�ำหรับบุคลากรกรมการขนส่ง ทางบก เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน” ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ณ โรงแรมสวิสโซเทล รัชดาภิเษก กรุงเทพ ฯ จ�ำนวน 3 รุ่น ประกอบด้วย - รุ่นที่ 1 วันที่ 15 - 16 กรกฎาคม 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 167 คน - รุ่นที่ 2 วันที่ 5 - 6 สิงหาคม 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 179 คน - รุ่นที่ 3 วันที่ 19 - 20 สิงหาคม 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 177 คน กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 13
5.4 การบรรยายในหัวข้อ“ทางเลือกกบข.ส�ำหรับข้าราชการเกษียณ” ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 อบรมในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meetingเมื่อวันที่15กันยายน 2566 มีผู้เข้ารับฟังการบรรยาย จ�ำนวน 64 คน 6. การจัดส่งบุคลากรเพื่อเข้ารับการพัฒนากับหน่วยงานภายนอก 6.1 หลักสูตรนักบริหารระดับสูง ส�ำนักงาน ก.พ. รุ่นที่ 15 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน - 19 ธันวาคม 2565 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 1 คน 6.2 หลักสูตรนักบริหารระดับสูง ของกระทรวงคมนาคม (นบส.คค.) รุ่นที่ 5 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม - 30 สิงหาคม 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 4 คน 6.3 หลักสูตรนักบริหารระดับกลาง ของกระทรวงคมนาคม (นบก.คค.) รุ่นที่ 18 เมื่อวันที่ 2 มีนาคม - 2 มิถุนายน 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 1 คน 6.4 หลักสูตรนักบริหารระดับต้น ของกระทรวงคมนาคม (นบต.คค.) รุ่นที่ 15 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม - 21 กรกฎาคม 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 1 คน 6.5 หลักสูตรผู้ตรวจราชการระดับกรม เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม - 14 กรกฎาคม 2566 มีผู้เข้ารับการฝึก อบรม จ�ำนวน 1 คน 6.6 การจัดส่งบุคลากรเข้ารับการพัฒนากับหน่วยงานภายนอกจ�ำนวน 37โครงการ/หลักสูตรระหว่างเดือน ตุลาคม 2565 - กันยายน 2566 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 166 คน 7. การพัฒนาข้าราชการบรรจุใหม่ การพัฒนาข้าราชการบรรจุใหม่ โครงการหลักสูตร “ฉันคือ...ข้าราชการที่ดี” จ�ำนวน 8 รุ่น (รุ่นที่63 - 70) จัดขึ้นระหว่าง ตุลาคม 2565 - กันยายน 2566 ทั้งในรูปแบบปกติและรูปแบบออนไลน์ โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ�ำนวน 261 คน กรมการขนส่งทางบก 14 รายงานประจ�ำปี 2566
8. การเรียนรู้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หลักสูตรบังคับ จ�ำนวน 3 หลักสูตร ดังนี้ 1. หลักสูตรของส�ำนักงาน ก.พ. 2. หลักสูตรของส�ำนักงานพัฒนาบุคลากรภาครัฐดิจิทัล (องค์การมหาชน) (TDGA) 3. หลักสูตรของหน่วยงานหรือสถาบันอื่น จัดขึ้นระหว่างเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2566 มีผู้เข้ารับการเรียนรู้จ�ำนวน 5,855 คน 9. การประกาศเกียรติคุณข้าราชการดีเด่น กรมการขนส่งทางบกจัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณและเข็มเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นข้าราชการ พลเรือนดีเด่น เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญก�ำลังใจและแสดงความชื่นชมแก่ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นข้าราชการพลเรือน ดีเด่น จ�ำนวน 2 ราย ดังนี้ - นางสาวกอบกุล อินทรัตน์ นักวิชาการขนส่งช�ำนาญการพิเศษ ส�ำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก - นายฐากูร แก้วใส นิติกรช�ำนาญการ ส�ำนักกฎหมาย 10. คนต้นแบบกรมการขนส่งทางบกและคนต้นแบบคมนาคม คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกบุคลากรเพื่อเสนอชื่อเป็นคนต้นแบบกรมการขนส่งทางบกและคนต้นแบบ คมนาคม ได้มีมติให้นายไพศาล ธนะเดชไพบูลย์ เจ้าพนักงานขนส่งอาวุโส ส่วนใบอนุญาตขับรถ ส�ำนักงานขนส่ง กรุงเทพมหานครพื้นที่5ได้รับเลือกเป็น “คนต้นแบบกรมการขนส่งทางบก ประจ�ำปี2566”และกรมการขนส่งทางบก ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติพร้อมมอบประกาศเกียรติคุณ ณ ห้องประชุม 1 กรมการขนส่งทางบก เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังคัดเลือกให้นายไพศาลธนะเดชไพบูลย์เป็น “คนต้นแบบคมนาคม ประจ�ำปี2566” อีกด้วย กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 15
1.4 งบประมาณ ผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณประจ�ำปีงบประมาณพ.ศ.2566มีภาพรวมการใช้จ่ายจ�ำนวน3,630.7036ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 99.995 ของวงเงินงบประมาณ จ�ำนวน 3,630.8817 ล้านบาท (รวมงบบุคลากรที่ได้รับจัดสรรเพิ่ม จ�ำนวน 85.0702 ล้านบาท) จ�ำแนกเป็นรายจ่ายประจ�ำ จ�ำนวน 2,763.8317 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 99.998 และ รายจ่ายลงทุน จ�ำนวน 866.8719 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 99.987 ตารางแสดงการเบิกจ่ายงบประมาณประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ผลการเบิกเงินจ่ายงบประมาณ พ.ศ. 2566 รายการ จัดสรร ผลการเบิกจ่ายงบประมาณประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 คงเหลือ จ่ายจริง ผูกพัน/ส�ำรองเงิน รวม จ�ำนวนเงิน % จ�ำนวนเงิน % จ�ำนวนเงิน % จ�ำนวนเงิน % งบประมาณทั้งสิ้น 3,630.8817 3,175.3646 87.454 455.3390 12.541 3,630.7036 99.995 0.1781 0.005 รายจ่ายประจ�ำ 2,763.8979 2,730.4755 98.791 33.3562 1.207 2,763.8317 99.998 0.0662 0.002 รายจ่ายลงทุน 866.9838 444.8891 51.315 421.9828 48.673 866.8719 99.987 0.1119 0.013 หน่วย : ล้านบาท กรมการขนส่งทางบก 16 รายงานประจ�ำปี 2566
ผลการปฏิบัติราชการ กรมการขนสงทางบก ส่วนที่ 2
2.1 ผลการด�าเนินงานตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ผลการปฏิบัติราชการกรมการขนส่งทางบก องคประกอบ/ ตัวชี้วัด น�้าหนัก เป้าหมาย ผลการ ด�าเนินงาน คะแนน ที่ได้ คะแนน ถ่วงน�้าหนัก ค่าเป้าหมาย ขั้นต้น (50.00) ค่าเป้าหมาย มาตรฐาน (75.00) ค่าเป้าหมาย ขั้นสูง (100.00) Performance Base ตัวชี้วัด 1 อัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต่อประชากรแสนคน 10 26.92 (คนต่อประชากร 1 แสนคน) 26.13 (คนต่อประชากร 1 แสนคน) 25.34 (คนต่อประชากร 1 แสนคน) 26.73 (คนต่อประชากร 1 แสนคน) 56.01 5.60 Performance Base ตัวชี้วัด 2 จ�านวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะลดลง (ราย) 20 127 (ราย) 124 (ราย) 121 (ราย) 78 (ราย) 100 20 Performance Base ตัวชี้วัด 3 ร้อยละของการออกหนังสือเรียกตัวผู้กระท�าความผิดที่ตรวจพบจากระบบ GPS 20 74.93 (ร้อยละ) 85.29 (ร้อยละ) 95.65 (ร้อยละ) 99.87 (ร้อยละ) 100 20 Performance Base ตัวชี้วัด 4 ร้อยละของผู้ใช้งานระบบงานการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก 20 57.42 (ร้อยละ) 60.00 (ร้อยละ) 70.00 (ร้อยละ) 96.96 (ร้อยละ) 100 20 Potential Base ตัวชี้วัด 5 การพัฒนาองค์การสู่ดิจิทัล : การพัฒนาระบบบัญชีข้อมูล (Data Catalog) เพื่อน�าไปสู่การเปดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) 15 50.00 (คะแนน) 75.00 (คะแนน) 100.00 (คะแนน) 100.00 (คะแนน) 100 15 Potential Base ตัวชี้วัด 6 การประเมินสถานะของหน่วยงานในการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) 15 445.00 (คะแนน) 448.68 (คะแนน) 452.36 (คะแนน) 474.46 (คะแนน) 100 15 คะแนนรวม 95.60 สรุปผลประเมิน : ระดับคุณภาพ ส่วนที่ 2 กรมการขนส่งทางบก 18 รายงานประจ�าปี 2566
2.2 ผลการปฏิบัติราชการที่สอดคล้องกับผลผลิตตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ผลผลิตที่ 1 การพัฒนาระบบการขนส่งทางถนน เป้าหมายการให้บริการ ประชาชนได้ใช้ระบบการขนส่งทางถนนที่มีคุณภาพ ตัวชี้วัด ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการระบบขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ผล ร้อยละ 79.50 กิจกรรม ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ 1. ศึกษาและด�ำเนินการ จ�ำนวนการศึกษาและการด�ำเนินการด้านการขนส่งทางถนน ด้านการขนส่งทางถนน เป้าหมาย : 13 เรื่อง ผล : 13 เรื่อง เท่ากับเป้าหมาย 2. แก้ไขเรื่องร้องเรียน จ�ำนวนการแก้ไขเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะได้แล้วเสร็จ เกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะ ไม่น้อยกว่า เป้าหมาย : ร้อยละ 85 ผล : ร้อยละ 95.96 สูงกว่าเป้าหมาย 3. การต่ออายุการรับรอง Q mark จ�ำนวนผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับการต่ออายุการรับรอง Q mark ไม่น้อยกว่า เป้าหมาย : ร้อยละ 30 ผล : ร้อยละ 30 เท่ากับเป้าหมาย ร้อยละของผู้ประกอบการ รถโดยสารประจ�ำทาง ที่ได้รับการพัฒนา ส่งเสริม ก�ำกับ ดูแล เป้าหมาย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ผล ร้อยละ 90.95 กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 19
ผลผลิตที่ 2 การพัฒนาความปลอดภัยและก�ำกับดูแลการขนส่งทางถนน เป้าหมายการให้บริการ ประชาชนมีความปลอดภัยในการเดินทางทางถนน ตัวชี้วัด จ�ำนวนอุบัติเหตุทางถนนของรถโดยสารสาธารณะลดลงจากปีก่อนร้อยละ 2 ผล ลดลงร้อยละ 18.18 กิจกรรม ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ 1. อบรมให้ความรู้/พัฒนา จ�ำนวนผู้ผ่านการอบรมและทดสอบ ผู้ขับรถและบุคลากร เป้าหมาย : 4,300,000 ราย ผล : 5,327,837 ราย ด้านการขนส่งทางถนน สูงกว่าเป้าหมาย 2. พัฒนาความปลอดภัยของตัวรถ จ�ำนวนรถที่เข้ารับการตรวจสภาพ เป้าหมาย : 4,500,000 คัน ผล : 5,975,424 คัน สูงกว่าเป้าหมาย 3. ควบคุมก�ำกับดูแล จ�ำนวนรถและผู้ขับรถที่ผ่านการตรวจสอบ ให้เป็นไปตามกฎหมาย เป้าหมาย : 2,230,000 ราย ผล : 3,524,299 ราย สูงกว่าเป้าหมาย จ�ำนวนการก�ำกับดูแลสถานประกอบการเอกชนที่ได้รับอนุญาต/ ได้รับการรับรอง เป้าหมาย : 4,400 ครั้ง ผล : 4,461 ครั้ง สูงกว่าเป้าหมาย ผู้ผ่านการทดสอบตาม เกณฑ์มาตรฐานที่ก�ำหนด เป้าหมาย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ผล ร้อยละ 88.44 กรมการขนส่งทางบก 20 รายงานประจ�ำปี 2566
ผลผลิตที่ 3 การพัฒนาการให้บริการประชาชน เป้าหมายการให้บริการ ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการให้บริการ ตัวชี้วัด ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการด้านทะเบียนและภาษีรถ และด้านใบอนุญาตขับรถ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ผล ร้อยละ 96.40 กิจกรรม ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ 1. ด�ำเนินการด้านทะเบียน จ�ำนวนการด�ำเนินการด้านทะเบียนและภาษีรถ และภาษีรถ เป้าหมาย : 35,500,000 ครั้ง ผล : 45,365,656 ครั้ง สูงกว่าเป้าหมาย 2. ด�ำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถ จ�ำนวนการด�ำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจ�ำรถ และผู้ประจ�ำรถ เป้าหมาย : 5,300,000 ครั้ง ผล : 6,288,724 ครั้ง สูงกว่าเป้าหมาย ร้อยละของผู้ช�ำระภาษี ตามกฎหมายว่าด้วย รถยนต์ผ่านระบบออนไลน์ เป้าหมาย ร้อยละ 2.33 ผล ร้อยละ 2.58 กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 21
ผลผลิตที่ 4 องค์กรมีสมรรถนะสูงและมีการบริหารจัดการที่ดี เป้าหมายการให้บริการ การเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีการบริหารจัดการที่ดี ตัวชี้วัด จ�ำนวนการได้รับรางวัลจากหน่วยงานภายนอกไม่น้อยกว่า 1 องค์กร ผล 2 องค์กร กิจกรรม ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ 1. พัฒนาบุคลากรของ จ�ำนวนโครงการพัฒนาบุคลากรของกรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก เป้าหมาย : 6 โครงการ ผล : 7 โครงการ สูงกว่าเป้าหมาย 2. พัฒนา/ปรับปรุงระบบ จ�ำนวนการพัฒนา/ปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ใช้ในการด�ำเนินงาน และการสื่อสาร เป้าหมาย : 1 โครงการ ผล : 1 โครงการ เท่ากับเป้าหมาย ความเชื่อมั่นต่อองค์กร เป้าหมาย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ผล ร้อยละ 91.50 กรมการขนส่งทางบก 22 รายงานประจ�ำปี 2566
2.3 ผลการปฏิบัติราชการที่ส�ำคัญ ด้านการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบกพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะ เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อการเดินทางและการขนส่ง ด้วยราคาและบริการที่เป็นธรรม เหมาะสมกับค่าครองชีพ ก่อให้เกิดความสามารถในการเข้าถึงระบบการขนส่งสาธารณะ ที่มีประสิทธิภาพ สะดวก ปลอดภัยตรงต่อเวลา โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีผลการด�ำเนินการของภารกิจส�ำคัญ ดังนี้ 1. การพลิกฟื้นระบบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจ�ำทาง เส้นทางหมวด 1 และ หมวด 4 ในส่วนภูมิภาค จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทาง การแพร ่ระบาดของโรค COVID-19 การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพื้นฐาน และการเติบโตของเมืองส่งผลให้ความนิยมในการใช้บริการรถโดยสารประจ�ำทาง ในส่วนภูมิภาคลดลง กรมการขนส่งทางบกจึงด�ำเนินนโยบาย “พลิกฟื้นระบบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจ�ำทาง เส้นทางหมวด 1 และ หมวด 4 ส่วนภูมิภาค” ดังนี้ 1) Workshop ผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก จัด Workshop ผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก (ขนส่งจังหวัด และผู้อ�ำนวยการส�ำนัก/กอง/ศูนย์ ในส่วนกลาง) เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาผ่านการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งได้รับเกียรติจากดร.สุเมธองกิตติกุลรองประธาน และผู้อ�ำนวยการด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI)และนายปิยะโยมา ผู้อ�ำนวยการส�ำนักการขนส่งผู้โดยสารร่วมเสวนาให้ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับสภาพปัญหาของรถโดยสารประจ�ำทาง เส้นทางหมวด 1 และ หมวด 4 ส่วนภูมิภาค ทั้งในเชิงวิชาการและเชิงการปฏิบัติจริง โดย อ.นุชนาถ จันทราวุฒิกร อาจารย์ประจ�ำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้ด�ำเนินรายการ กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 23
2) Workshop นักวิชาการขนส่งระดับช�ำนาญการพิเศษ จัดWorkshop นักวิชาการขนส่งระดับช�ำนาญการพิเศษทั่วประเทศเพื่อร่วมกันหาแนวทางและก�ำหนด แผนงานในการพลิกฟื้นระบบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจ�ำทาง เส้นทางหมวด 1 และ หมวด 4 ส่วนภูมิภาค ให้สอดคล้องกับผลการ Workshop ผู้บริหารของกรมการขนส่งทางบก โดยได้แนวทางการด�ำเนินการ ทั้งรูปแบบ Quick Win (ท�ำได้ทันที) และ Big Win (ท�ำแล้วส่งผลกระทบสูง) 3) การอบรมนักวิชาการขนส่งทั่วประเทศ จัดอบรมให้ความรู้ด้านการวางแผนระบบการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะและระเบียบการปฏิบัติงาน ที่เกี่ยวกับรถโดยสารประจ�ำทาง ให้กับนักวิชาการขนส ่งทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ องกิตติกุล รองประธานและผู้อ�ำนวยการด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และ นางคนางค์นงค์หนูสันเทียะ หัวหน้าส่วนการขนส่งผู้โดยสารประจ�ำทาง1ส�ำนักการขนส่งผู้โดยสารเป็นผู้บรรยาย โดยการอบรมดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมในการลงมือปฏิบัติจริงเพื่อพลิกฟื้นระบบการขนส่งด้วยรถโดยสาร ประจ�ำทางในแต่ละจังหวัดต่อไป ทั้งนี้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จะด�ำเนินการต่อยอดในการพัฒนา ลงพื้นที่ในการส�ำรวจ จัดเก็บข้อมูล เพื่อน�ำมาวิเคราะห์และหาแนวทางการพัฒนาอย่างบูรณาการและตอบโจทย์ความต้องการเชิงพื้นที่ รวมทั้ง จัดอบรม ให้ความรู้ในแต่ละหัวข้อ อาทิการวิเคราะห์ต้นทุน-รายได้การก�ำหนดโครงข่ายการให้บริการรถโดยสารประจ�ำทาง และการวาดแผนที่เส้นทางในระบบดิจิทัล เป็นต้น กรมการขนส่งทางบก 24 รายงานประจ�ำปี 2566
2. การพัฒนาสถานีขนส่งผู้โดยสารและรถโดยสารเพื่อรองรับคนทั้งมวล 1) สรุปภาพรวมสถานีขนส่งผู้โดยสารทั่วประเทศ ผู้ด�ำเนินการ สถานีประเภทจัดให้มี (แห่ง) สถานีประเภทจัดตั้ง (แห่ง) รวม (แห่ง) กรมการขนส่งทางบก 1 - 1 บริษัท ขนส่ง จ�ำกัด (บขส.) 3 6 9 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 99 - 99 เอกชน - 16 16 รวม 103 22 125 ปัจจุบัน ก�ำลังก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมหาสารคาม แห่งที่2ก�ำหนดแล้วเสร็จภายในปี2567 2) การตรวจความพร้อม ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องด�ำเนินการตรวจความพร้อมการให้บริการณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวตามเทศกาลต่าง ๆ 3) การตรวจประเมินสถานีขนส่งผู้โดยสาร ส�ำนักการขนส่งผู้โดยสารได้พัฒนาระบบตรวจประเมินการด�ำเนินการของสถานีขนส่งผู้โดยสารและ การประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารโดยให้ผู้ด�ำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสารเป็นผู้ประเมินตนเอง ควบคู่กับการส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจเยี่ยมและรับฟังข้อเสนอแนะการใช้งานของระบบตรวจประเมินการด�ำเนินการสถานี กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 25
ขนส่งผู้โดยสารและระบบควบคุมการเดินรถโดยสารประจ�าทางและจอแสดงข้อมูลการเดินทางอัตโนมัติภายในสถานี ขนส่งผู้โดยสาร (Smart Bus Terminal) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จ�านวน 25 แห่ง 4) การก�าหนด ย้าย หรือยกเลิกที่หยุดรถโดยสารประจ�าทาง ในการก�าหนด ย้าย หรือยกเลิกที่หยุดรถโดยสารประจ�าทาง เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนหรือมีการเดินรถ ในเส้นทางใหม่ จะมีการตรวจสอบพื้นที่จริงร่วมกับสถานีต�ารวจนครบาล ส�านักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมบันทึกอาคารบ้านเรือนหรือสิ่งก่อสร้างและสภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบกับต�าแหน่งที่หยุดรถโดยสารประจ�าทาง เช่น จ�านวนช่องทางเดินรถ ความกว้างของทางเดินเท้า เป็นต้น และจัดท�าแผนผังสังเขปแสดงต�าแหน่งที่หยุดรถโดยสาร ประจ�าทางหรือสภาพพื้นที่ที่จะพิจารณาก�าหนด ย้าย หรือยกเลิกที่หยุดรถโดยสารประจ�าทาง เพื่อน�าข้อมูลที่ได้เสนอ คณะอนุกรรมการพิจารณาที่หยุดรถโดยสารในเขตกรุงเทพมหานครพิจารณาความเหมาะสมของต�าแหน่งที่หยุดรถ โดยสารประจ�าทางต่อไป โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีการพิจารณาก�าหนด ย้าย หรือยกเลิกที่หยุดรถโดยสาร ประจ�าทาง จ�านวนทั้งสิ้น 296 ป้าย 5) การส่งเสริมรถโดยสารเพื่อคนทั้งมวล และสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น กรมการขนส่งทางบกได้ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจ�าทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร เส้นทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง ตามแนวทางการปฏิรูปรถโดยสารประจ�าทาง จ�านวน 165 เส้นทาง โดยผู้ประกอบการขนส่งได้น�ารถโดยสารไฟฟ้าปรับอากาศ (EV) ที่รองรับการใช้ Wheelchair ให้บริการในเส้นทางที่ออกใบอนุญาตฯ ในปี พ.ศ. 2563 จ�านวน 46 เส้นทาง จ�านวนรถ 1,652 คัน และเส้นทาง ที่ออกใบอนุญาตฯ ในปี พ.ศ. 2565 จ�านวน 77 เส้นทาง จ�านวนรถ 1,156 คัน กรมการขนส่งทางบก 26 รายงานประจ�าปี 2566
3. มาตรฐานคุณภาพรถโดยสารสาธารณะ (Q-Bus) เป็นเครื่องมือส�าหรับคัดกรองผู้ประกอบการขนส ่งที่มีการบริหารจัดการเดินรถได้อย ่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ โดยผู้ประกอบการขนส่งที่ผ่านการประเมินจะได้รับเครื่องหมาย “Q-Bus” (Qualified Bus) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้โดยสารที่มาใช้บริการมีความมั่นใจว่าสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น 1) มาตรฐาน Q-Bus มีเกณฑ์การประเมินที่ครอบคลุมการท�างาน 5 ด้าน สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ผ่านเว็บไซต์ และสื่อต่าง ๆ ของกรมการขนส่งทางบก และการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย รวมทั้งเว็บไซต์ของโครงการ Q-Bus การได้รับการรับรองมาตรฐานจะถูกน�าไปใช้เป็นคะแนนในการพิจารณาขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง เส้นทางที่ก�าหนดใหม่ หรือเส้นทางระหว่างประเทศ การยกเว้นการตรวจสภาพรถตามเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง จากเดิมปีละ 2 ครั้งเหลือเพียง ปีละ 1 ครั้ง 2) การอบรมผู้ตรวจประเมิน เมื่อวันที่ 1-2 มิถุนายน 2566 ได้จัดการอบรมผู้ตรวจประเมินรับรองมาตรฐานคุณภาพรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งมีผู้ผ่านการทดสอบและได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจประเมิน จ�านวนทั้งสิ้น 52 คน กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 27
3) ผู้ได้รับการรับรองมาตรฐาน Q-Bus กรมการขนส่งทางบกจัดอบรมโครงการรับรองมาตรฐานคุณภาพรถโดยสารสาธารณะ(Q -Bus) ประจ�ำปี พ.ศ. 2566 ในหัวข้อ “การยกระดับมาตรฐานคุณภาพรถโดยสารสาธารณะ” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรม มิราเคิลแกรนด์คอนเวชั่น โดยมีดร.พงษ์สันธ์บัณฑิตสกุลชัยอาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้บรรยายในหัวข้อ“แนวทางการรักษามาตรฐานคุณภาพรถโดยสารสาธารณะ”เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานคุณภาพรถโดยสารสาธารณะและยกระดับการจัดการเดินรถให้มีความปลอดภัย ยิ่งขึ้นเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของผู้ใช้บริการ 4) ผู้ได้รับการรับรองมาตรฐาน Q-Bus ปัจจุบันมีผู้ประกอบการขนส่งยื่นขอการรับรองมาตรฐาน Q-Bus และผ่านการประเมินได้รับการรับรอง มาตรฐาน จ�ำนวน 12รายโดยแบ่งเป็นผู้ประกอบการรถร่วมบริการรถโดยสารประจ�ำทางจ�ำนวน 2รายและผู้ประกอบ การขนส่งรถโดยสารไม่ประจ�ำทาง จ�ำนวน 10 ราย ดังนี้ * ผู้ประกอบการรถร่วมบริการรถโดยสารประจ�ำทาง - บริษัท เทพสมบัติจ�ำกัด - บริษัท บางกอกบัสไลน์จ�ำกัด สายที่ 91 กรุงเทพฯ - ล�ำปาง (ข) สายที่ 91 กรุงเทพฯ - ล�ำปาง (ข) สายที่ 20 กรุงเทพฯ - ขอนแก่น สายที่ 949 กรุงเทพฯ - ภูเก็ต (ข) สายที่ 993 กรุงเทพฯ - สุราษฎร์ธานี กรมการขนส่งทางบก 28 รายงานประจ�ำปี 2566
* ผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจ�ำทาง - บริษัท เฉลิมภัทรทรานสปอร์ต จ�ำกัด - บริษัท เพาเวอร์เซ็นเตอร์เซอร์วิส(1999)จ�ำกัด - บริษัท เฉลิมภัทร จ�ำกัด - บริษัท พรเทพ มหาศาล จ�ำกัด - บริษัท ภัทรมงคล จ�ำกัด - บริษัท สมศักดิ์ทรานสปอร์ต จ�ำกัด - บริษัท เอ็ม.พี.เอส.ทรานสปอร์ต จ�ำกัด - บริษัท ริช แอนด์เบสท์แทรฟเวิล จ�ำกัด - บริษัท เฟื่องทอง ทรานสปอร์ต จ�ำกัด - บริษัท ราชา อินเตอร์กรุ๊ป จ�ำกัด 4. การจัดเดินรถไฟฟ้ารองรับการปฏิรูปรถโดยสารประจ�ำทางในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มี เส้นทางต่อเนื่อง ช่วงปลายปีพ.ศ. 2564 กรมการขนส่งทางบกได้ประกาศให้ผู้ประสงค์ขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ประจ�ำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส ่งผู้โดยสารในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต ่อเนื่อง ยื่นค�ำขอรับ ใบอนุญาตฯเป็นการทั่วไป จ�ำนวน 77เส้นทางจ�ำนวนรถ800-2,247คัน และช่วงต้นปีพ.ศ.2565กรมการขนส่งทางบก โดยอนุมัติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางพิจารณาค�ำขอและคัดเลือกผู้ยื่นค�ำขอที่มีข้อเสนอแผน ที่ดีที่สุดให้เป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง และทยอยออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งจนครบ 77 เส้นทาง ซึ่ง ผู้ประกอบการขนส่งน�ำรถมาให้บริการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565โดยรถโดยสารประจ�ำทางที่น�ำมาให้บริการประชาชน เป็นรถโดยสารปรับอากาศใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) ลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 รองรับ Wheelchair ติดตั้งระบบ GPS รองรับ E-TicketSystemสามารถต่อเชื่อมกับระบบตั๋วร่วม มีสถานที่เก็บ ซ่อมและบ�ำรุงรักษารถเพียงพอและเหมาะสม และติดตั้งกล้อง CCTV ในรถโดยสารเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร รวมทั้งน�ำระบบ AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลการเดินรถและจ�ำนวนผู้โดยสาร ทั้งนี้ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 มีรถโดยสาร EV ให้บริการ ประชาชน จ�ำนวน 2,199 คัน 5. การจัดรถโดยสารประจ�ำทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้า กรมการขนส ่งทางบกด�ำเนินการก�ำหนด (ปรับปรุง) เส้นทางรถโดยสารประจ�ำทาง หมวด 1 ในเขต กรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่องเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า เพื่อให้การเชื่อมต่อระบบโครงข่ายระหว่าง การขนส่งทางถนนและทางรางมีประสิทธิภาพ อ�ำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนที่ใช้บริการรถไฟฟ้าดังนี้ 1) รถโดยสารประจ�ำทางเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว - รถไฟฟ้าสายสีน�้ำเงิน 38 สถานี จ�ำนวน 141 เส้นทาง - รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม 47 สถานี จ�ำนวน 139 เส้นทาง กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 29
- รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน 12 สถานี จ�ำนวน 67 เส้นทาง - รถไฟฟ้าสายแดง 13 สถานี จ�ำนวน 127 เส้นทาง - รถไฟฟ้าสายสีม่วง 13 สถานี จ�ำนวน 28 เส้นทาง - รถไฟฟ้าสาย ARL 8 สถานี จ�ำนวน 59 เส้นทาง - รถไฟฟ้าสายสีทอง 4 สถานี จ�ำนวน 5 เส้นทาง - รถไฟฟ้าสายสีเหลือง 23 สถานี จ�ำนวน 81 เส้นทาง 2) รถโดยสารประจ�ำทางเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าที่ยังไม่เปิดให้บริการ - รถไฟฟ้าสายสีชมพู30 สถานี จ�ำนวน 82 เส้นทาง - รถไฟฟ้าสายสีส้ม 17 สถานี จ�ำนวน 32 เส้นทาง 6. การจัดระเบียบรถยนต์รับจ้างผ่าน Application กรมการขนส่งทางบกจัดระเบียบรถรับจ้างผ่าน Application โดยด�ำเนินการออกกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ให้สอดรับกับกฎกระทรวงรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2564 เพื่อก�ำกับดูแลการให้บริการรถยนต์รับจ้างผ่าน Application ให้มีความปลอดภัยและเป็นธรรมต่อประชาชน รวมถึง มีความเท่าเทียมกับการให้บริการรถแท็กซี่ในระบบเดิม ทั้งนี้ได้รับรองผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วจ�ำนวน 8ราย คือ Bonku, Hello Phuket, Asia Cab, Grab, Robinhood, Bolt, Air Asia Super App และ InDriver ปัจจุบัน ได้จดทะเบียนรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว จ�ำนวน 2,634 คัน ใน 31 จังหวัด กรมการขนส่งทางบก 30 รายงานประจ�ำปี 2566
7. การช่วยเหลือผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์สาธารณะ กรมการขนส่งทางบกช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพให้บริการรถสาธารณะ ตามพระราชกฤษฎีกาลดภาษี ประจ�ำปีส�ำหรับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ.2565ด้วยการลดภาษีประจ�ำปีส�ำหรับรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) รถยนต์สามล้อรับจ้าง รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่ครบก�ำหนดเสียภาษีประจ�ำปี ระหว่างวันที่1ตุลาคม 2565 - 30กันยายน 2566 โดยปรับลดภาษีร้อยละ 90 จากอัตราที่ก�ำหนดท้ายพระราชบัญญัติ รถยนต์พ.ศ. 2522 เช่น รถแท็กซี่ น�้ำหนักรถ 1,300 กิโลกรัม เดิมจัดเก็บภาษี685 บาท ลดเหลือ 68.50 บาท หรือ น�้ำหนักรถ 2,100 กิโลกรัม เดิมจัดเก็บภาษี1,250 บาท ลดเหลือ 125 บาท รถยนต์สามล้อรับจ้างเดิมจัดเก็บภาษี 185 บาท ลดเหลือ 18.5 บาท รถจักรยานยนต์สาธารณะ เดิมจัดเก็บภาษี100 บาท ลดเหลือ 10 บาท เป็นต้น 8. การอบรมผู้ประกอบการรถแท็กซี่ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 ณ อาคาร 3 ชั้น 2 กรมการขนส่งทางบก นายบัญญัติคันธา รองอธิบดี กรมการขนส่งทางบกเป็นประธานเปิดการอบรมผู้ประกอบการรถแท็กซี่ หัวข้อ“การส่งเสริมความรู้ด้านความปลอดภัย และยกระดับพัฒนาการให้บริการที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานของผู้ประกอบการรถแท็กซี่” ตามโครงการพัฒนาศักยภาพ ผู้ประกอบการรถรับจ้าง (แท็กซี่) ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อให้ผู้ประกอบการรถแท็กซี่มีความรู้ในเรื่อง กฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติอีกทั้งเป็นการก�ำกับ ดูแล การให้บริการของรถแท็กซี่ให้มีคุณภาพและมีความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้ใช้บริการ ยกระดับการให้บริการให้มีคุณภาพมากขึ้น กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 31
ด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ 1. โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของจังหวัดเชียงรายตั้งอยู่ที่ต�ำบลเวียงอ�ำเภอเชียงของจังหวัด เชียงราย ประชิดด่านพรมแดนเชียงของและสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่4รองรับการขนส่งสินค้าทางถนนระหว่าง ประเทศบนเส้นทางสายR3A รวมถึงรองรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งกับระบบรางผ่านแนวการพัฒนาโครงการ รถไฟทางคู่ สายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ โดยด�ำเนินการก่อสร้างโครงการระยะที่ 1 แล้วเสร็จ และเปิดให้บริการ ในลักษณะSoft Openingให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าที่สนใจเข้าใช้บริการพื้นที่และองค์ประกอบต่างๆ ภายในศูนย์ฯ ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2564 ในช่วงระหว่างกระบวนการคัดเลือกเอกชน ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชนพ.ศ.2562 ซึ่งเอกชนจะเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบPPPNetCostลงทุนค่าอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้าอุปกรณ์ส�ำนักงาน และส่วนประกอบ และงานระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ และเป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนของการบริหารจัดการและบ�ำรุงรักษา (Operation & Maintenance : O&M) ตลอดระยะเวลาโครงการ 15 ปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างน�ำส่งร่างสัญญาร่วมลงทุนให้ส�ำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาคาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญา ร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกพร้อมเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีพ.ศ. 2567 นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบกได้รับจัดสรรวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจ�ำปีพ.ศ. 2566 - 2568 ในการด�ำเนินการก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ระยะที่ 2 ซึ่งประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐานและองค์ประกอบที่รองรับการเชื่อมต่อและเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้ากับระบบรางผ่านแนว การพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ โดยมีความก้าวหน้าของงานก่อสร้างร้อยละ 0.422 (ณ วันที่ 30 กันยายน 2566) กรมการขนส่งทางบก 32 รายงานประจ�ำปี 2566
2. โครงการก่อสร้างศูนย์การขนส่งชายแดน จังหวัดนครพนม มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้ารองรับกิจกรรมการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทย กับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและภาคตะวันตกของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ท�ำการขนส่งผ่านถนนสายR12ผ่าน สปป..ลาว เข้ามาในประเทศไทยโดยข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 และเพื่อเป็นศูนย์ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (OneStop Service) ท�ำให้สามารถด�ำเนินพิธีการที่เกี่ยวกับการน�ำเข้าและส่งออกในจุดเดียว รวมทั้งยังสามารถรองรับ การเปลี่ยนหัวลาก-หางลากระหว่างรถบรรทุกของไทยกับรถบรรทุกต่างประเทศและรองรับการเชื่อมต่อระบบการขนส่ง จากทางถนนไปสู่ทางรถไฟสายบ้านไผ่-นครพนม ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการก่อสร้างในส่วนที่ภาครัฐรับผิดชอบ มีความ ก้าวหน้า ร้อยละ 25.578 (ณ วันที่30 กันยายน 2566) คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี2568 และได้ลงนามในสัญญา ร่วมลงทุนระหว่างกรมการขนส่งทางบกและเอกชนผู้ร่วมลงทุน เมื่อวันที่5เมษายน 2566ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 ที่อนุมัติให้กรมการขนส่งทางบกด�ำเนินโครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ในรูปแบบ PPP Net Costตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐโดยภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่าที่ดิน ค่าก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางและอาคารที่ภาครัฐใช้ประโยชน์ค่าควบคุมงานก่อสร้าง และบ�ำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน รายปีในส่วนอาคารที่ภาครัฐใช้ประโยชน์ขณะที่เอกชนเป็นผู้ลงทุนค่าก่อสร้างในองค์ประกอบอาคารที่ก่อให้เกิดรายได้ และเครื่องมือและอุปกรณ์และเอกชนเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของการด�ำเนินงานและการบ�ำรุงรักษา(Operationand Maintenance : O&M) ในส่วนอาคารและพื้นที่ใช้สอยในการรับผิดชอบของเอกชนและโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลาง ตามรอบระยะเวลารวมทั้งเป็นผู้รับความเสี่ยงทางด้านรายได้และจ่ายค่าสัมปทานให้ภาครัฐตลอดระยะเวลา30 ปีนับจาก ปีเปิดให้บริการซึ่งจะช่วยลดภาระทางด้านงบประมาณในการลงทุนและบุคลากรของภาครัฐและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งสินค้าทางถนน กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 33
นอกจากนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การเริ่มการก่อสร้างโครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัด นครพนม รวมถึงเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ความส�ำคัญ และประโยชน์ของโครงการ ดังกล่าวกรมการขนส่งทางบกจึงได้จัดงานแถลงข่าวสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 โดยมีนายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก หัวหน้า ส่วนราชการในจังหวัดนครพนม บริษัท เอสเอซีแอลจ�ำกัด(ผู้ร่วมลงทุน) ประชาชน สื่อมวลชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน พร้อมถือฤกษ์ประกอบพิธียกเสาเอกอาคารส�ำนักงานกลาง(Main Office) เพื่อความเป็นสิริมงคลกับโครงการ ศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม 3. สถานีขนส่งสินค้าชานเมืองกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรมการขนส่งทางบกก�ำกับดูแลสถานีขนส่งสินค้าชานเมืองกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จ�ำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑล สถานีขนส่งสินค้าคลองหลวง และสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า ท�ำหน้าที่หลักเป็น ศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยเปิดให้บริการตั้งแต่ปีพ.ศ.2543เป็นต้นมาซึ่งมี บทบาทและเป็นกลไกส�ำคัญในการจัดระเบียบและพัฒนาระบบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกเนื่องจากสถานีขนส่งสินค้า เป็นสถานที่รวบรวมและกระจายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในสถานีขนส่งสินค้าประกอบด้วย อาคารชานชาลาขนถ่ายสินค้า อาคารคลังสินค้า อาคารส�ำนักงานกลาง อาคารที่พัก อาคารโรงอาหาร และสิ่งอ�ำนวย ความสะดวกต่างๆเช่น ลานจอดรถบรรทุกเครื่องชั่งน�้ำหนักรถเป็นต้น โดยผลการด�ำเนินการในปีงบประมาณพ.ศ.2566 มีผู้ประกอบการเข้าใช้พื้นที่สถานีขนส่งสินค้าทั้ง 3 แห่ง จ�ำนวน 239 ราย และมีจ�ำนวนรถบรรทุกขนส่งสินค้าประเภท 4 ล้อ 6 ล้อ 10 ล้อ และรถพ่วง เข้ามาขนถ่ายสินค้าภายในสถานีขนส่งสินค้าทั้ง 3 แห่ง รวม 1,899,060 คันต่อปี กรมการขนส่งทางบก 34 รายงานประจ�ำปี 2566
ตารางแสดงจ�ำนวนผู้ประกอบการที่เข้าใช้พื้นที่สถานีขนส่งสินค้า และสัดส่วนการใช้พื้นที่แต่ละประเภท ประเภทพื้นที่ สค.พุทธมณฑล สค.คลองหลวง สค.ร่มเกล้า จ�ำนวน (ราย) สัดส่วน การใช้พื้นที่ (%) จ�ำนวน (ราย) สัดส่วน การใช้พื้นที่ (%) จ�ำนวน (ราย) สัดส่วน การใช้พื้นที่ (%) คลังสินค้า 2 100 3 100 3 89.33 ชานชาลาขนถ่ายสินค้า 11 100 6 58.66 20 91.16 ชานชาลาอเนกประสงค์ 77 99.83 - - - - พื้นที่จ�ำหน่ายอาหาร 9 90 2 30 9 95 พื้นที่ห้องวีไอพี 1 62.5 1 50 2 100 ส�ำนักงานที่อาคารชานชาลา 5 64 5 27.25 25 63.75 ส�ำนักงานที่อาคารบริหาร 0 0 0 0 23 85.58 ห้องพัก 18 78.25 0 0 17 85.58 หมายเหตุ : ข้อมูลจากระบบบริหารสถานีขนส่งสินค้า (Truck Terminal Management System : TTMS) ตารางแสดงจ�ำนวนรถบรรทุกที่ขนถ่ายสินค้าภายในสถานีขนส่งสินค้าทั้ง 3 แห่ง สถานีขนส่งสินค้า จ�ำนวน (คัน) พุทธมณฑล 1,535,380 คลองหลวง 72,944 ร่มเกล้า 290,736 รวม 1,899,060 หมายเหตุ : ข้อมูลจากระบบควบคุมประตูอัตโนมัติ(Gate Control System : GCS) กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 35
4. มาตรฐาน Q Mark & Q Cold Chain มาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก Q Markเป็นเครื่องมือ/กลไกส�ำคัญในการยกระดับและพัฒนา ระบบการขนส่งสินค้าทางถนนด้วยรถบรรทุก ซึ่งประกอบด้วยข้อก�ำหนดจ�ำนวน 39 ข้อ จ�ำแนกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านองค์กรด้านปฏิบัติการขนส่งด้านพนักงาน ด้านยานพาหนะและด้านลูกค้าและภายนอกโดยกรมการขนส่งทางบก ได้ให้การรับรองมาตรฐาน Q Mark แก่ผู้ประกอบการขนส่งตั้งแต่ปี2553 นอกจากนี้ยังได้พัฒนาระบบมาตรฐาน คุณภาพการขนส่งสินค้าเกษตรและอาหารด้วยรถบรรทุกแบบควบคุมอุณหภูมิ(Q Cold Chain) และให้การรับรอง แก ่ผู้ประกอบการขนส ่งในปี2563 เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพการขนส ่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิของ ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าและสร้างความน่าเชื่อถือในคุณภาพการให้บริการขนส่งของประเทศไทยสอดรับกับการขยายตัว ของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain Logistics) ตามมาตรฐานสากล โดยมาตรฐาน Q Cold Chain ประกอบด้วยข้อก�ำหนดจ�ำนวน 10ข้อจ�ำแนกเป็น 4ด้าน ได้แก่ด้านปฏิบัติการขนส่งด้านมาตรฐานรถห้องเย็น และการบ�ำรุงรักษาด้านความสะอาดและด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลซึ่งมาตรฐาน Q Cold Chainถือเป็นมาตรฐาน ขั้นก้าวหน้าต่อยอดจากมาตรฐาน Q Markผู้ประกอบการขนส่งที่ประสงค์จะขอรับการรับรองมาตรฐาน Q Cold Chain ต้องผ่านการตรวจประเมินมาตรฐาน Q Mark มาก่อน ณ วันที่30กันยายน 2566 มีผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับการรับรอง มาตรฐาน Q Mark และ Q Cold Chain รวมทั้งสิ้น 409 ราย แบ่งเป็น Q Mark 394 ราย (รถบรรทุกไม่ประจ�ำทาง จ�ำนวน 384รายและรถบรรทุกส่วนบุคคลจ�ำนวน 10ราย)และ Q Cold Chain15รายโดยมีรายละเอียดตามตาราง ต่อไปนี้ ตารางข้อมูลผู้ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุกของกรมการขนส่งทางบก การประกอบการขนส่ง ด้วยรถบรรทุก ทั่วประเทศ ได้รับการรับรอง Q Mark ได้รับการรับรอง Q Cold Chain ร้อยละ รถบรรทุกไม่ประจ�ำทาง จ�ำนวนผู้ประกอบการ 38,107 384 15 1.05 จ�ำนวนรถบรรทุก 414,757 55,832 386 13.55 รถบรรทุกส่วนบุคคล จ�ำนวนผู้ประกอบการ 344,956 10 0.0029 จ�ำนวนรถบรรทุก 826,493 3,092 0.37 รวมผู้ประกอบการ 383,063 409 -รวมรถบรรทุก 1,241,250 59,310 หมายเหตุ รถบรรทุกไม่ประจ�ำทาง เริ่มให้การรับรอง Q Mark ตั้งแต่ปี2553 รถบรรทุกส่วนบุคคล เริ่มให้การรับรอง Q Mark ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 รถบรรทุกแบบควบคุมอุณหภูมิ(Q Cold Chain) เริ่มให้การรับรองตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 กรมการขนส่งทางบก 36 รายงานประจ�ำปี 2566
ในส่วนของการตรวจประเมินให้การรับรอง Q Mark กรมการขนส่งทางบกด�ำเนินการภายใต้ความร่วมมือ กับสถาบันการศึกษาและองค์กรภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ตรงด้านการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก เพื่อด�ำเนินการ ตรวจประเมินให้กับผู้ประกอบการที่มีความต้องการได้รับการรับรองและเข้าสู่ระบบมาตรฐาน ซึ่งเป็นการด�ำเนินการ ในนาม “หน ่วยตรวจประเมินอิสระ (Inspection Body : IB)” จ�ำนวน 12 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยผู้ตรวจประเมินต้องได้รับการอบรมและผ่านการทดสอบหลักสูตรที่ด�ำเนินการโดยกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ มั่นใจได้ว่าผู้ตรวจประเมินมาตรฐาน Q Mark ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกสามารถด�ำเนินการตรวจประเมิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกได้ก�ำหนดไว้ ในปี2566 กรมการขนส่งทางบกได้น�ำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพในการตรวจ ประเมินมาตรฐานฯให้หน่วยตรวจประเมินอิสระ(IB)สามารถรายงานผลการตรวจประเมินแก่ผู้ประกอบการขนส่งและ กรมการขนส่งทางบกได้แบบ Real Time ผ่าน Mobile Application นอกจากนี้ยังได้พัฒนาระบบการออกหนังสือ รับรองมาตรฐานฯ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการด�ำเนินการรายงานและ ตรวจสอบผลการตรวจประเมินจาก 60 วัน เป็น 20 วัน และลดการใช้กระดาษกว่า 3,200 แผ่น/ปีงบประมาณ และยังมีการน�ำข้อมูลที่ได้จากระบบดังกล่าวมาช่วยวิเคราะห์และพัฒนาแนวทางในการส่งเสริมและยกระดับมาตรฐาน Q Mark และ Q Cold Chain ต่อไป กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 37
5. การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อพัฒนาและส่งเสริมระบบการขนส่งสินค้า ทางถนน และสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าสู่ระบบมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก มาตรฐาน Q Mark และ Q Cold Chain เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง สินค้าและกลุ่มผู้ว่าจ้างขนส่งสินค้า โดยปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้เข้ามาร่วมสนับสนุนและส่งเสริม ระบบมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก เช่น - คณะกรรมการก�ำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ได้ออกค�ำสั่งนายทะเบียน ให้ผู้ให้บริการประกันภัยทุกรายก�ำหนดส่วนลดอัตราเบี้ยประกันภัยลง ร้อยละ 10 ส�ำหรับผู้ที่ได้รับรอง Q Mark - ส�ำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมิน ตามขนาดกิจการให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)ผ่านระบบ Business Development Service : BDS - บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด ให้ส่วนลดประกันภัยส�ำหรับผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับการรับรอง มาตรฐาน Q Mark และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมินให้กับผู้ประกอบการขนส่ง - บริษัท บริดจสโตนประเทศไทย จ�ำกัด สนับสนุนยางรถบรรทุกและสิทธิประโยชน์ในการเข้าใช้บริการ ให้กับผู้ที่ได้รับรอง Q Mark - บริษัท พีทีจีเอ็นเนอยีจ�ำกัด (มหาชน) พิจารณาส่วนลดพิเศษและสิทธิพิเศษส�ำหรับผู้ประกอบการที่ได้ รับรอง Q Mark - บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จ�ำกัด(มหาชน) พิจารณาส่วนลดน�้ำมันเครื่อง บริการเปลี่ยนถ่ายน�้ำมันเครื่อง และบัตรบางจาก ฟลีทการ์ด ให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรอง Q Mark ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกยังคงท�ำงานเชิงรุกเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือขยายพันธมิตรเพื่อพัฒนาระบบ โลจิสติกส์ทางถนนอย่างต่อเนื่องด้วยความเชื่อมั่นว่าการพัฒนามาตรฐาน Q Mark และ Q Cold Chain จะสามารถ พัฒนาศักยภาพการให้บริการขนส่งของผู้ประกอบการ สนับสนุนและส่งเสริมให้ระบบการขนส่งสินค้าของไทยสามารถ แข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและสากล สร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบโลจิสติกส์ของประเทศได้อย่างยั่งยืน กรมการขนส่งทางบก 38 รายงานประจ�ำปี 2566
6. ระบบงานใบอนุญาตประกอบการขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ (DLT E-Transport License) กรมการขนส่งทางบกยกระดับมาตรฐานการให้บริการใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกด้วยการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศเชื่อมโยงข้อมูลกับส�ำนักงาน ก.พ.ร. ส�ำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ศูนย์กลางข้อมูลให้ธุรกิจติดต่อราชการแบบเบ็ดเสร็จ(BizPortal)ระบบการยืนยันตัวบุคคลกลาง (e-Authentication) และกรมบัญชีกลาง (e-Payment) เพื่อให้ประชาชนสามารถด�ำเนินการในรูปแบบออนไลน์ได้อย่างครบวงจรซึ่งถือเป็น ระบบงานแรกของกรมการขนส่งทางบกที่พัฒนารูปแบบการให้บริการเป็น Fully Digital Service คือ การให้บริการ ผ่านระบบดิจิทัลตั้งแต่การยื่นค�ำขอและส่งเอกสารหลักฐานแบบออนไลน์การช�ำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบ e-Payment ของกรมบัญชีกลาง และได้รับใบเสร็จรับเงินและใบอนุญาตประกอบการขนส่งในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ โดยในระยะแรกได้น�ำร่องใช้ระบบงานใบอนุญาตประกอบการขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ (DLT E-Transport License) ส�ำหรับผู้ประกอบการขนส่งไม่ประจ�ำทางด้วยรถบรรทุกในส่วนกลาง ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีผู้ยื่น ค�ำขอออกใบอนุญาตฯและต่ออายุใบอนุญาตฯจ�ำนวน 479รายจากจ�ำนวนทั้งหมด494รายคิดเป็นร้อยละ96.96และ ในปีพ.ศ.2567-2568 มีแผนขยายผลให้ครอบคลุมระบบงานใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกทุกประเภท และทุกพื้นที่ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และระหว่างประเทศ ทั้งนี้สถิติการประกอบการขนส่งสินค้าภายในประเทศ ระหว่างประเทศ และการยื่นค�ำขอผ่านระบบงานใบอนุญาตประกอบการขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ (DLT E-Transport License) ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 เป็นไปตามตารางต่อไปนี้ 6.1 การประกอบการขนส่งภายในประเทศ ประเภท จ�ำนวนผู้ประกอบการขนส่ง (ราย) จ�ำนวนรถ (คัน) รถบรรทุกไม่ประจ�ำทาง - ส่วนกลาง 2,388 87,146 - ส่วนภูมิภาค 35,719 314,097 รวม 38,107 401,243 รถบรรทุกส่วนบุคคล - ส่วนกลาง 9,801 72,041 - ส่วนภูมิภาค 335,155 684,281 รวม 344,956 756,322 รวมทั้งสิ้น 383,063 1,157,565 กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 39
6.2 การประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ ประเภท/ที่ตั้ง ส�ำนักงานใหญ่ ไทย-ลาว ไทย-ลาวเวียดนาม ไทย-มาเลเซีย ไทย-กัมพูชา ไทย-เมียนมา ACTS ผปก. (ราย) รถ (คัน) ผปก. (ราย) รถ (คัน) ผปก. (ราย) รถ (คัน) ผปก. (ราย) รถ (คัน) ผปก. (ราย) รถ (คัน) ผปก. (ราย) รถ (คัน) รถบรรทุกไม่ประจ�ำทาง - ส่วนกลาง 346 10,542 9 199 - - 8 70 6 37 2 32 - ส่วนภูมิภาค 2,420 37,106 5 79 1 37 7 56 8 58 1 10 รวม 2,766 47,648 14 278 1 37 15 126 14 95 3 42 รถบรรทุกส่วนบุคคล - ส่วนกลาง 43 1,033 - ส่วนภูมิภาค 123 870 รวม 166 1,903 - - - - - - - - - - รวมทั้งสิ้น 2,932 49,551 14 278 1 37 15 126 14 95 3 42 6.3 การด�ำเนินการด้านใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจ�ำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ผ่านระบบงานใบอนุญาตประกอบการขนส่งอิเล็กทรอนิกส์(DLT E-Transport License) ในส่วนกลาง ประเภท จ�ำนวนค�ำขอ (เรื่อง) จ�ำนวนใบอนุญาต (ฉบับ) ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่ง 213 216 ต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง 274 263 เพิ่มรถ 741 - บรรจุรถ 301 - ถอนรถ 117 - รวม 1,646 479 ด้านการขนส่งระหว่างประเทศ 1. กรอบความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทย - ลาว ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) ได้ลงนามความตกลงว่าด้วยการขนส่ง ทางถนน เมื่อวันที่5 มีนาคม 2542และข้อตกลงก�ำหนดรายละเอียดการขนส่งทางถนนระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเมื่อวันที่17สิงหาคม 2544เพื่อให้สิทธิ์ในการขนส่งสินค้าและ ผู้โดยสารทั้งข้ามแดนและผ่านแดนซึ่งกันและกัน โดยการขนส่งผ่านแดนจะกระท�ำได้ก็ต่อเมื่อมีความตกลงกับประเทศ ที่สามเท่านั้น ซึ่งในปี2566 กรมการขนส่งทางบกได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหารือด้านการขนส่งทางถนนระหว่าง ไทย - ลาว ระหว่างวันที่ 27 - 29 มีนาคม 2566 ณ อ�ำเภอชะอ�ำ จังหวัดเพชรบุรีมีอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ หัวหน้ากรมขนส่ง สปป.ลาว ท�ำหน้าที่ประธานร่วม พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม กรมการขนส่งทางบก 40 รายงานประจ�ำปี 2566
เช่น กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงกรมศุลกากรส�ำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกระทรวงการต่างประเทศเป็นต้น การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการด�ำเนินการเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการขนส่งทางถนนระหว่าง ไทย - ลาว และหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านการขนส ่งสินค้าและผู้โดยสารที่เกิดขึ้นภายใต้กรอบความตกลง ด้านการขนส่งทางถนนระหว่างไทย - ลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อหารือแนวทางการด�ำเนินงานภายใต้สถานการณ์และ ข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน 2. การคัดเลือกผู้ประกอบการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศ กรมการขนส่งทางบกได้ด�ำเนินการคัดเลือกผู้ประกอบการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศภายใต้ความตกลง ว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขง (Greater Mekong Subregion Cross-Border Transport Facilitation Agreement : GMS CBTA) และความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอ�ำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้า ผ่านแดน (ASEAN Framework Agreement on the Facilitation of Goods in Transit : AFAFGIT) เพื่อส่งเสริม การค้าการลงทุนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID - 19 และเพื่อให้ เป็นไปตามพันธกรณีภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศในการอ�ำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ข้ามพรมแดนและผ ่านแดนระหว ่างภาคีคู ่สัญญาตามแนวเส้นทางที่ก�ำหนด ซึ่งด�ำเนินการตามอ�ำนาจหน้าที่ของ คณะอนุกรรมการพิจารณาก�ำหนดหลักเกณฑ์ผู้ประกอบการขนส่งระหว่างประเทศและคณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือก และกลั่นกรองผู้ประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ ภายใต้ค�ำสั่งคณะกรรมการอ�ำนวยความสะดวกการขนส่งแห่งชาติ และค�ำสั่งคณะกรรมการประสานการขนส่งผ่านแดนแห่งชาติจึงได้ประกาศเชิญชวนผู้สนใจเป็นผู้ประกอบการขนส่งสินค้า และผู้โดยสารระหว่างประเทศตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขง และตาม ความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอ�ำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าผ่านแดน พร้อมทั้งคัดเลือกผู้ประกอบการขนส่ง ระหว่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนดเพื่อรับใบอนุญาตขนส่งทางถนนระหว่างประเทศ(Permit)ตามจ�ำนวนโควต้า ที่ได้รับการจัดสรรตามบันทึกความเข้าใจ ดังนี้ กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 41
1) ภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม ในการเริ่มใช้ความตกลงในการขนส่งข้ามพรมแดน ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขง(Initial Implementationon CrossBorderTransport Agreement : IICBTA) ที่จุดผ่านแดน มุกดาหาร-สะหวันนะเขต และแดนสะหวัน-ลาวบาว จ�ำนวน 315 คัน 2) ภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนสิทธิจราจรระหว่างไทย-กัมพูชา ในการเริ่มใช้ความตกลง ในการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขง (IICBTA) ที่จุดผ่านแดนอรัญประเทศ-ปอยเปต จ�ำนวน 133 คัน 3) ภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-เมียนมา ในการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดน ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขง (IICBTA) ที่จุดผ่านแดนแม่สอด-เมียวดีจ�ำนวน 95 คัน 4) ภายใต้กรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอ�ำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน ในโครงการ ระบบศุลกากรผ่านแดนอาเซียน (ACTS Implementation) จ�ำนวน 42 คัน นอกจากนี้จะด�ำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการคัดเลือกผู้ประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมืออื่น ๆเช่น บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการด�ำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดน ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขงระยะแรก (MoU on the Early Harvest Implementation) เป็นต้น 3. ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการยอมรับใบอนุญาตขับรถ ปัจจุบัน ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน ค.ศ.1949และค.ศ.1968 ซึ่งภายใต้อนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับ จะมีความแตกต่างกัน เช่น อายุการใช้งาน ประเภทรถ เป็นต้น อย่างไรก็ดีแม้ว่า อนุสัญญาแต่ละฉบับจะมีประเทศที่เข้าร่วมเป็นภาคีจ�ำนวนมากแต่ก็ยังมีบางประเทศเช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่ได้ เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนนใดๆส่งผลให้ประเทศจีนไม่ยอมรับใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ และรัฐบาลจีนก็ไม่สามารถออกใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศด้วยเช่นกัน นอกเหนือจากการยอมรับใบอนุญาตขับรถ ระหว่างประเทศแล้วยังมีความตกลงว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศที่ออกโดยประเทศสมาชิกอาเซียน ค.ศ. 1985 ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ตกลงร่วมกันในการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศ ทุกประเภท (เว้นแต่ใบอนุญาตขับรถชั่วคราว/เฉพาะกาล/ผู้หัดขับ) ที่ออกโดยหน่วยงานที่มีอ�ำนาจหรือสมาคมยานยนต์ แห่งชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน ในการนี้เพื่อเป็นการอ�ำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนชาวไทยรวมถึงอ�ำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติที่เข้ามาพ�ำนักในประเทศไทยชั่วคราว สามารถขับขี่ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.2566กรมการขนส่งทางบกจึงได้ด�ำเนินการเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการยอมรับใบอนุญาตขับรถ ดังนี้ 1) โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดท�ำความตกลงว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศ ระหว่างไทย-จีน เพื่อน�ำไปสู่ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สืบเนื่องจากการที่สาธารณรัฐประชาชนจีนไม่ได้เป็นประเทศภาคีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการจราจร ทางถนนณกรุงเจนีวาค.ศ.1949และอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนนณกรุงเวียนนาค.ศ.1968(ในขณะที่ประเทศไทย กรมการขนส่งทางบก 42 รายงานประจ�ำปี 2566
เป็นภาคีในอนุสัญญาทั้งสองฉบับ) ท�ำให้ประชาชนของทั้งสองประเทศไม่สามารถน�ำใบขับขี่ของตนไปใช้ในอีกประเทศได้ ประกอบกับการที่ปัจจุบันจ�ำนวนประชาชนชาวไทยในประเทศจีนและประชาชนชาวจีนในประเทศไทยมีแนวโน้ม เพิ่มสูงขึ้น กรมการขนส่งทางบกจึงได้ด�ำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดท�ำความตกลงว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาต ขับรถภายในประเทศระหว่าง ไทย-จีน และจากผลการศึกษาพบว่า ประเทศไทยยังขาดความพร้อมในหลายด้าน เพื่อรองรับการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศระหว่างไทย-จีน ถึงแม้ผลการศึกษาจะชี้ว่าไทยจะได้รับประโยชน์ ในด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่จะส่งผลกระทบต่อด้านสังคม ด้านความมั่นคงและด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน อย่างมีนัยส�ำคัญ เพราะแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศภาคีอนุสัญญาและความตกลงเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หลายฉบับแต่ยังคงขาดแนวทางการบริหารจัดการ กลไกการประสานงาน และยังคงขาดประสิทธิภาพในการบังคับใช้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งในอนาคตหากไทยต้องการที่จะมี ความร่วมมือด้านการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศไทยจ�ำเป็นต้อง เสริมสร้างประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อการก�ำกับดูแลความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ที่ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตัดสินใจอย่างรอบคอบที่ค�ำนึงถึงผลประโยชน์และผลกระทบ รวมถึงจัดท�ำแผนปฏิบัติการ(ActionPlan) เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่จะมีการจัดท�ำความตกลงว่าด้วยการยอมรับ ใบอนุญาตขับรถภายในประเทศระหว่างไทย–จีน อันจะน�ำไปสู่แนวทางปฏิบัติที่สามารถส่งเสริมระบบการขนส่งทางถนน ให้มีความปลอดภัยต่อไป 2) การหารือร่วมกับผู้บัญชาการส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี นายจิรุตม์วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้เข้าร่วมเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย ในการ หารือกับ Mr. Yoon Hee Keun ผู้บัญชาการส�ำนักงานต�ำรวจแห่งสาธารณรัฐเกาหลี(เกาหลีใต้) และคณะ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566 เพื่อหารือในประเด็นการริเริ่มความร่วมมือในการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศระหว่าง ไทยและเกาหลีใต้เพื่ออ�ำนวยความสะดวกแก่ประชาชนของทั้ง2 ประเทศส่งเสริมการท่องเที่ยวรวมถึงลดกระบวนงาน ในการออกใบอนุญาตขับรถระหว ่างประเทศ (ทั้งไทยและเกาหลีใต้เป็นประเทศภาคีภายใต้อนุสัญญาว ่าด้วย การจราจรทางถนน ค.ศ.1949) โดยฝ่ายไทยได้รับข้อเสนอของเกาหลีใต้ไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณา ในเชิงนโยบาย ซึ่งในเบื้องต้น ไทยพร้อมให้ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง กับเกาหลีใต้เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาริเริ่มความร่วมมือต่อไป กรมการขนส่งทางบก ANNUAL REPORT 2023 43
ด้านความปลอดภัย 1. การก�ำกับดูแลการด�ำเนินงานของสถานตรวจสภาพรถ กรมการขนส่งทางบกเข้มงวดการก�ำกับดูแลการด�ำเนินงานของสถานตรวจสภาพรถ(ตรอ.) โดยออกตรวจสอบ สถานตรวจสภาพรถ ณ ที่ตั้ง เป็นรายไตรมาส (ปีละ 4 ครั้ง) รวมทั้งก�ำชับให้ศูนย์ควบคุมการตรวจสภาพรถ (VICC) ในส�ำนักงานขนส่งทั่วประเทศควบคุมตรวจสอบการด�ำเนินงานของสถานตรวจสภาพรถแบบ real timeผ่านกล้อง CCTV และตรวจสอบผลการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถผ่านระบบสารสนเทศ (ระบบ ตรอ. Online) เพื่อให้ สถานตรวจสภาพรถด�ำเนินการตรวจสภาพรถให้ครบถ้วนถูกต้องตามกฎระเบียบที่ก�ำหนด หากพบว่าสถานตรวจสภาพรถ แห่งใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าวจะด�ำเนินการพิจารณาลงโทษตามข้อหาความผิดที่กรมการขนส่งทางบก ประกาศก�ำหนด สถิติจ�ำนวนสถานตรวจสภาพรถ ประจ�ำปีงบประมาณ 2566 (ณ วันที่30 กันยายน 2566) ประเภท ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค รวมทั้งประเทศ ตรวจทุกขนาดน�้ำหนัก 2 57 59 ตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ 223 3,176 3,399 ตรวจรถจักรยานยนต์ 7 199 206 รวม 232 3,432 3,664 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กรมการขนส่งทางบกได้ตรวจสอบ ตรอ. จ�ำนวน 3,664 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบอาคารสถานที่ ผู้ตรวจสภาพรถ และเครื่องตรวจสภาพรถ เช่น เครื่องวัดควันด�ำ เครื่องวัดระดับเสียง เครื่องวัดความเร็วรอบ เป็นต้น ดังนี้ 1) จ�ำนวนรถที่เข้าตรวจสภาพรถกับ ตรอ. 3,664 แห่ง ทั่วประเทศ รวม 19,639,276 คัน 2) สุ่มตรวจสอบข้อมูลผลการตรวจสภาพรถผ่านระบบสารสนเทศ รวม 3,501,974 ข้อมูล ออกตรวจสอบ ตรอ. ณ ที่ตั้ง (แห่ง) ตักเตือน (แห่ง) ระงับชั่วคราว (แห่ง) เพิกถอน ใบอนุญาต (แห่ง) กรณีอื่น ๆ (แห่ง) พบข้อบกพร่อง ทั้งหมด (แห่ง) 3,664 187 122 0 40 349 3) ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2553 - 2566 ได้เพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้ง ตรอ. รวม 83 แห่ง 4) ด�ำเนินการปรับเปลี่ยนเครื่องวัดควันด�ำแบบกระดาษกรองของ ตรอ. ให้เป็นเครื่องวัดควันด�ำ แบบทึบแสงที่เป็นเครื่องวัดควันด�ำมาตรฐาน จ�ำนวน 1,519 แห่ง กรมการขนส่งทางบก 44 รายงานประจ�ำปี 2566