รวมแผนการสอน
นางสาวมทั นยี า มิฆเนตร
6081123079 สาขาวชิ าภาษาอังกฤษ
นักศึกษาฝึกสอนโรงเรยี นสตรีวัดอปั สรสวรรค์
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บา้ นสมเด็จเจ้าพระยา
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 1
รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23102) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3
แผนการจดั การเรียนรู้ O-NET ภาคเรียนท่ี 2/2564 จำนวน 20 คาบ
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง Sign & Notice จำนวน 2 คาบ
1. สาระสำคญั
ในบทเรียนนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องหมายและป้ายประกาศต่าง ๆ เมื่อจบบทเรียนนักเรียน
จะตอ้ งบอกความหมายของเครื่องหมายและปา้ ยประกาศได้
2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัด
สาระที่ 1 : ภาษาเพื่อการสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/1 ปฏิบัติตาม คำขอร้อง คำแนะนำคำช้แี จง และคำอธิบายท่ีฟังและอา่ น
3. สาระการเรยี นรู้ Meaning
คำศัพท์และสำนวนภาษา
Vocabulary a notice giving information, directions, a
warning, etc. (ปา้ ย)
Sign (n.)
Warning sign (n.) an early signal that something bad or
Regulatory sign (n.) dangerous might happen (ปา้ ยเตอื น)
Prohibition sign (n.) Regulatory signs describe a range of sign
Information signs (n.) that are used to indicate or reinforce traffic
laws, regulations or requirements which
apply either at all times or at specified
times or places upon a street or highway,
the disregard of which may constitute a
violation, or signs in general that regulate
public behavior in places open to the
public. (ป้ายบังคับ)
a safety sign prohibiting behavior likely to
cause a risk to health or safety. (ป้ายห้าม)
a very legibly printed and very noticeable
placard that informs people of the
purpose of an object or gives them
instruction on the use of something. (ปา้ ย
ใหข้ อ้ มูล)
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ความรู้ / ความสามารถ (K)
1) นักเรียนสามารถตอบคำถามจากแบบฝึกเกย่ี วกบั เคร่อื งหมายและปา้ ยประกาศต่าง ๆ ได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1) นักเรียนสามารถอ่านประโยคได้อย่างถกู ตอ้ ง
2) นักเรยี นสามารถเขียนคำศัพท์เก่ยี วกับเครื่องหมายและป้ายประกาศตา่ ง ๆ ได้
ดา้ นเจตคติ (A)
1) นักเรยี นเขา้ ชน้ั เรียนตรงเวลา
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ มีวนิ ัย
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยูอ่ ยา่ งพอเพียง ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
ใฝเ่ รียนรู้ มีจติ สาธารณะ
รกั ความเปน็ ไทย
7. ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21
ทักษะการอ่าน (Reading)
ทักษะการเขยี น (Writing)
ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทักษะด้านการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทักษะด้านความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทกั ษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการส่ือสารสารสนเทศและรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื (Communication information and media
literacy)
ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ความมีคณุ ธรรม จริยธรรม (Compassion)
8. การบูรณาการ
9. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
(เทคนคิ การสอนแบบ 3P2W)
คาบที่ 1
1. ขั้นนำ (Warm up)
- ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยการทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนว่านักเรียนเคยเห็นเครื่องหมาย หรือป้าย
ประกาศแบบใดมาบ้าง โดยนักเรียนสามารถตอบได้หลากหลาย ในกรณ๊ที่นักเรียนตอบเป็นภาษาไทย ครูช่วย
พดู เสรมิ เป็นภาษาองั กฤษ
2. ขั้นนำเสนอ (Present)
- นกั เรียนอ่านใบความรู้เร่ือง Sign & Notice
- ครูนำเสนอเนื้อหาผ่านทาง PowerPoint หลังจากนั้น ครูอธิบายเกี่ยวกับเครื่องหมายและป้าย
ประกาศเพมิ่ เตมิ
3. ขั้นฝึกฝน (Practice)
- นักเรียนทำกจิ กรรมจับคู่รูปภาพป้ายและคำอธิบายจากใบงานเร่ือง Sign & Notice
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยใหน้ ักเรยี นอาสาสมคั รพูดเฉลยคำตอบ
4. ขั้นนำไปใช้ (Product)
- นกั เรียนทำกจิ กรรม Kahoot! ตอบคำถามเกี่ยวกบั เครอื่ งหมายและปา้ ยประกาศตา่ ง ๆ
- ครูเปิดภาพเครื่องหมายและป้ายประกาศต่าง ๆ จากนัน้ สมุ่ วงลอ้ ให้นักเรยี นบอกวา่ ในภาพนั้นคือป้าย
อะไร
5. ขั้นสรปุ (Wrap up)
- ครแู ละนักเรยี นสรุปสิง่ ที่เรียนไปอกี ครงั้
คาบท่ี 2
1. ขน้ั นำ
- ครนู ำเข้าส่บู ทเรยี นโดยการทบทวนเกยี่ วกับเครือ่ งหมายและปา้ ยต่าง ๆ ทเ่ี รยี นไปในคาบท่ีแล้ว
2. ขัน้ ฝกึ ฝน
- นักเรียนทำแบบฝึกเรื่อง Sign & Notice โดยก่อนทำ ครูจะอ่านโจทย์และทำพร้อมกัน 2-3 ข้อ
จากน้ันนกั เรียนทำแบบฝึกเอง
- ครสู ุม่ นักเรยี นบอกคำตอบแตล่ ะข้อ และอธบิ ายคำตอบทถี่ กู ต้อง
3. ขน้ั สรปุ
- ครูและนกั เรียนสรปุ สิ่งทเ่ี รยี นไปอีกครั้ง
10. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เคร่ืองมอื ที่ใชใ้ นการประเมนิ
วธิ กี าร/เครื่องมอื ผลงาน/ช้นิ งาน เกณฑก์ ารผ่าน
K- ความรู้ - กจิ กรรมจบั คู่ -นกั เรยี นได้รบั 1
รปู ภาพป้ายและ คะแนนเมือ่
คำอธบิ ายจากใบ นกั เรยี นเลือก
งานเร่ือง Sign & คำตอบในแบบฝกึ
Notice แต่ละข้อได้ถูกต้อง
- แบบฝึกเร่ือง Sign ครบถ้วน
& Notice นักเรียนไดร้ ับ 0
คะแนนเม่อื นักเรยี น
เลอื กคำตอบในแบบ
ฝึกแต่ละข้อผดิ
P- ทกั ษะ/ กระบวนการ แบบประเมนิ ทักษะ การอ่านขอ้ ความ ประเมินการพูดโดย
การพดู จากใบงานเร่ือง ใช้แบบประเมินการ
Sign & Notice อา่ นออกเสยี ง
ข้อความ และใช้
เกณฑ์ผา่ นระดับ
พอใช้
A- เจตคติ การวัดและ - เข้าชน้ั เรียนตรง
เวลาคิดเป็นรอ้ ยละ
ประเมินผลดา้ น 70
ความมวี ินยั และใฝ่
เรียนรู้วดั จากการ
สังเกตพฤตกิ รรม
การเข้าชน้ั เรยี นและ
การตอบคำถาม
รวมถงึ การเข้าเรยี น
ตรงเวลา
เกณฑ์การประเมนิ
เรือ่ งท่จี ะประเมิน 0 (ปรับปรุง) เกณฑร์ ะดบั คุณภาพ
1 (ผา่ น) 2 (ดี) 3 (ดเี ย่ียม)
K- ความรู้ เลือกคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลือกคำตอบใน เลือกคำตอบใน
แบบฝกึ แต่ละข้อ แบบฝกึ แต่ละข้อได้ แบบฝกึ แต่ละข้อได้ แบบฝึกแต่ละข้อได้
ผดิ เกินครงึ่ ถกู ต้องเกนิ ครง่ึ ถูกต้องเปน็ สว่ น ถกู ต้องครบถว้ น
ใหญ่
P- ทกั ษะ/ ออกเสยี งคำศพั ท/์ ออกเสยี งคำศพั ท์ ออกเสียงคำศัพท์ ออกเสียง
กระบวนการ ประโยคผดิ หลกั การ และประโยคได้ และประโยคได้ คำศัพทแ์ ละประโยค
ออกเสียงทำให้ ถกู ต้องเป็นสว่ นใหญ่ ถกู ต้องตามหลักการ ได้
สือ่ สารไม่ได้ ขาดการออกเสียง ออกเสียงมีเสยี ง ถูกต้องตามหลัก
เนน้ หนกั เน้นหนกั ในคำ/ การออกเสียง
ประโยคเปน็ สว่ น ออกเสยี งเน้น
ใหญ่ หนกั ในคำ/ประโยค
อย่างสมบรู ณ์
A- เจตคติ เขา้ ชั้นเรียนสายมาก เข้าชัน้ เรยี นสายไม่ เขา้ ช้ันเรียนสายไม่ เขา้ ช้นั เรยี นตรง
วา่ 10 นาทขี นึ้ ไป เกิน 10 นาที เกิน 5 นาที เวลา
11. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
11.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) PowerPoint
2) ใบความรูเ้ ร่ือง Signs & Notice
11.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- ใบความรู้ตะลยุ องั กฤษ พิชิต O-net
12. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- แบบฝกึ เรือ่ ง Sign & Notice
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2
รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23102) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
แผนการจัดการเรียนรู้ O-NET ภาคเรียนที่ 2/2564 จำนวน 20 คาบ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง Active and Passive Voice จำนวน 1 คาบ
1. สาระสำคญั
ในบทเรยี นนนี้ ักเรยี นจะไดเ้ รียนรู้การใชโ้ ครงสร้างไวยากรณ์เก่ียวกบั เรื่อง Active and Passive Voice ว่า
ใช้อยา่ งไร
2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 : ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/1 ปฏิบัตติ าม คำขอร้อง คำแนะนำคำชี้แจง และคำอธิบายที่ฟังและอา่ น
3. สาระการเรยี นรู้
หนา้ ทท่ี างภาษา
- Active Voice คือ ประโยคที่ประธานเป็นผู้กระทำกริยา ซึ่งกริยาตัวนั้น ๆ สามารถเป็นได้ทั้งกริยาที่มี
กรรมมารองรับ (Transitive verb) และกรยิ าทไี่ มต่ ้องมีกรรมมารองรบั (Intransitive verb) ก็ได้
- Passive Voice คอื ประโยคท่ีประธานเปน็ ผู้ถูกกระทำจากผู้อ่นื ดังนั้น กรยิ าทใ่ี ช้ต้องเป็นกริยาท่ีมีกรรม
มารองรบั (Transitive verb) เทา่ นนั้ โดยจะเน้นใหค้ วามสำคัญกับสง่ิ ทถ่ี ูกกระทำเป็นสำคญั
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ / ความสามารถ (K)
1) นักเรยี นสามารถเขา้ ใจการใช้โครงสรา้ งไวยากรณเ์ กย่ี วกบั เรือ่ ง Active and Passive Voice ไดอ้ ย่าง
ถกู ต้อง
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นักเรยี นสามารถเขียนประโยคโดยใช้โครงสรา้ งไวยากรณ์เกีย่ วกับเร่ือง Active and Passive Voice ได้
2) นักเรียนสามารถอ่านประโยคที่เกี่ยวกับโครงสร้างไวยากรณ์เกี่ยวกับเรื่อง Active and Passive Voice
ได้
ด้านเจตคติ (A)
1) นักเรียนเขา้ ช้นั เรียนตรงเวลา
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต มีวนิ ยั
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
ใฝ่เรยี นรู้ มจี ิตสาธารณะ
รักความเปน็ ไทย
7. ทักษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21
ทกั ษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขยี น (Writing)
ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
ทักษะด้านการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทกั ษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการสอื่ สารสารสนเทศและรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื (Communication information and media
literacy)
ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ความมีคุณธรรม จรยิ ธรรม (Compassion)
8. การบูรณาการ
-
9. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
(เทคนิคการสอนแบบ 3P2W)
1. ข้ันนำ (Warm up)
- ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยการเขียนประโยค Active & Passive voice นักเรียนแปลประโยคจากความ
เขา้ ใจของนักเรยี น
2. ขั้นนำเสนอ (Present)
- ครูอธิบาย Active & Passive voice ว่ามีการใช้ที่แตกต่างกันอย่างไร โดยนำเสนอเนื้อหาผ่านทาง
PowerPoint Slide Presentation ประกอบกบั ให้นักเรยี นดูเอกสารเพิม่ เตมิ
3. ขน้ั ฝึกฝน (Practice)
- ครูให้ตัวอย่างประโยคโดยใช้ Active & Passive voice หลังจากนั้น ให้นักเรียนเปลี่ยนจาก Active
เป็น Passive และ Passive เป็น Active
- ครูตรวจสอบคำตอบโดยสุ่มวงล้อให้นกั เรยี นทไี่ ด้รบั การคดั เลือกพูดเฉลยคำตอบ
4. ขน้ั นำไปใช้ (Product)
- นกั เรียนทำแบบฝึกเร่ือง Active & Passive voice โดยก่อนทำ ครูจะอา่ นโจทย์และทำพร้อมกัน 2-3
ข้อ จากนั้นนกั เรียนทำแบบฝึกเอง
- ครูสมุ่ นักเรยี นอ่านคำตอบทถี่ ูกต้อง และอธิบายสอดแทรกเนือ้ หาเพ่มิ เติม
5. ขั้นสรุป (Wrap up)
- ครแู ละนกั เรยี นสรปุ สง่ิ ท่เี รียนไปทงั้ หมดพรอ้ มกันอีกครง้ั
10. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เครอื่ งมือท่ีใช้ในการประเมนิ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
วิธกี าร/เคร่อื งมือ ผลงาน/ชน้ิ งาน เกณฑ์การผ่าน
K- ความรู้
- แบบฝึกเรอ่ื ง -นักเรียนได้รับ 1
P- ทักษะ/ กระบวนการ
Active & Passive คะแนนเมือ่
voice นักเรียนเลือก
คำตอบในแบบฝึก
แต่ละข้อได้ถูกต้อง
ครบถว้ น
นกั เรยี นไดร้ บั 0
คะแนนเมือ่ นักเรียน
เลือกคำตอบในแบบ
ฝกึ แต่ละข้อผดิ
แบบประเมนิ ทักษะ การอ่านขอ้ ความ ประเมินการพดู โดย
การพูด จากแบบฝกึ เรื่อง ใชแ้ บบประเมนิ การ
Active & Passive อา่ นออกเสยี ง
voice ขอ้ ความ และใช้
เกณฑผ์ ่านระดบั
พอใช้
A- เจตคติ การวดั และ - เขา้ ช้ันเรียนตรง
เวลาคดิ เป็นร้อยละ
ประเมนิ ผลด้าน 70
ความมีวนิ ัยและใฝ่
เรียนรู้วัดจากการ
สงั เกตพฤตกิ รรม
การเข้าช้นั เรยี นและ
การตอบคำถาม
รวมถึงการเขา้ เรียน
ตรงเวลา
เกณฑ์การประเมนิ
เรอ่ื งทีจ่ ะประเมิน 0 (ปรับปรงุ ) เกณฑ์ระดบั คณุ ภาพ
1 (ผ่าน) 2 (ดี) 3 (ดเี ย่ียม)
K- ความรู้ เลือกคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน
แบบฝึกแต่ละข้อ แบบฝกึ แต่ละข้อได้ แบบฝึกแต่ละข้อได้ แบบฝึกแต่ละข้อได้
ผิดเกินคร่งึ ถกู ต้องเกนิ คร่ึง ถกู ต้องเปน็ ส่วน ถูกต้องครบถว้ น
ใหญ่
P- ทักษะ/ ออกเสยี งคำศพั ท์/ ออกเสยี งคำศัพท์ ออกเสยี งคำศพั ท์ ออกเสยี ง
กระบวนการ ประโยคผดิ หลักการ และประโยคได้ และประโยคได้ คำศัพท์และประโยค
ออกเสียงทำให้ ถูกต้องเปน็ ส่วนใหญ่ ถูกต้องตามหลักการ ได้
สือ่ สารไม่ได้ ขาดการออกเสียง ออกเสียงมเี สยี ง ถูกต้องตามหลัก
เน้นหนัก เน้นหนักในคำ/ การออกเสยี ง
ประโยคเปน็ ส่วน ออกเสยี งเน้น
ใหญ่ หนักในคำ/ประโยค
อย่างสมบูรณ์
A- เจตคติ เข้าช้นั เรยี นสายมาก เข้าชน้ั เรียนสายไม่ เขา้ ชั้นเรียนสายไม่ เขา้ ช้ันเรียนตรง
วา่ 10 นาทขี ้นึ ไป เกนิ 10 นาที เกนิ 5 นาที เวลา
11. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
11.1 สื่อการเรียนรู้
1) PowerPoint
2) ใบความรู้เรื่อง Active and Passive Voice
11.2 แหลง่ การเรียนรู้
- ใบความรู้ตะลยุ อังกฤษ พิชิต O-net
12. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- แบบฝกึ เร่อื ง Active and Passive Voice
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3
รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23102) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
แผนการจดั การเรยี นรู้ O-NET ภาคเรยี นที่ 2/2564 จำนวน 20 คาบ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3 เร่ือง Conjunction จำนวน 1 คาบ
1. สาระสำคญั
ในบทเรยี นนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้การใชโ้ ครงสรา้ งไวยากรณ์เกี่ยวกบั เรื่อง Conjunction ว่าใช้เมื่อไหร่และ
ใช้อย่างไร
2. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ดั
สาระที่ 1 : ภาษาเพื่อการส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/1 ปฏบิ ตั ิตาม คำขอร้อง คำแนะนำคำช้แี จง และคำอธิบายท่ีฟงั และอ่าน
3. สาระการเรยี นรู้
หน้าท่ีทางภาษา
- คำสันธาน (Conjunction) คือ คำที่ใช้เชื่อมคำ หรือประโยคเข้าด้วยกัน โดย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
คือ Coordinating conjunctions, Subordinating Conjunctions และ Correlative Conjunctions
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ / ความสามารถ (K)
1) นักเรยี นสามารถเขา้ ใจการใช้โครงสรา้ งไวยากรณ์เก่ยี วกับเรอ่ื ง Conjunction ได้อย่างถูกต้อง
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรียนสามารถเขียนประโยคโดยใชโ้ ครงสร้างไวยากรณเ์ ก่ียวกับเรือ่ ง Conjunction ได้
2) นกั เรยี นสามารถอา่ นประโยคทเ่ี ก่ยี วกบั โครงสรา้ งไวยากรณเ์ กีย่ วกบั เร่ือง Conjunction ได้
ด้านเจตคติ (A)
1) นักเรยี นเข้าช้ันเรียนตรงเวลา
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ซื่อสัตยส์ ุจริต มวี นิ ัย
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งม่นั ในการทำงาน
ใฝเ่ รียนรู้ มจี ติ สาธารณะ
รกั ความเปน็ ไทย
7. ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21
ทกั ษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขียน (Writing)
ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการส่ือสารสารสนเทศและรูเ้ ทา่ ทนั ส่ือ (Communication information and media
literacy)
ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ความมีคุณธรรม จรยิ ธรรม (Compassion)
8. การบูรณาการ
-
9. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
(เทคนิคการสอนแบบ 3P2W)
1. ขน้ั นำ (Warm up)
- ครูนำเขา้ สบู่ ทเรียนดว้ ยการเปิดภาพทีป่ ระกอบไปดว้ ยการใช้รูปแบบประโยค Conjunction หลังจาก
น้นั ให้นกั เรียนท้ังชั้นช่วยกันอ่านและแปลความหมาย
- ครแู ปลความหมายซ้ำอีกคร้ัง และแจ้งเนอ้ื หาบทเรียนสำหรบั คาบนี้
2. ขัน้ นำเสนอ (Present)
- ครูนำเสนอเนื้อหาผ่านทาง PowerPoint Slide Presentation โดยอธิบายการใช้ Conjunction ให้
นักเรียนอยา่ งละเอียด
3. ขนั้ ฝึกฝน (Practice)
- ครูให้ตัวอย่างคำและประโยค แล้วให้นักเรียนเลือกคำสันธานมาใช้ให้ตรงกับบริบทของตำและ
ประโยคทคี่ รูกำหนดให้ถกู ตอ้ ง
- ครตู รวจสอบคำตอบนักเรยี นโดยการส่มุ เรยี กรายชือ่ ผ่านการใช้วงลอ้ ส่มุ
4. ขั้นนำไปใช้ (Product)
- นักเรียนทำแบบฝกึ เรื่อง Conjunction โดยก่อนการลงมอื ทำน้ัน ครูจะอ่านโจทย์และทำไปพรอ้ มกนั
กบั นกั เรยี น 2-3 ข้อ จากน้นั ครูมอบหมายให้นกั เรยี นทำแบบฝึกเอง
- ครูสุ่มนกั เรียนอา่ นคำตอบที่ถกู ตอ้ ง และอธบิ ายใหข้ ้อมลู เรอ่ื งการใช้ Conjunction เพ่ิมเติม
5. ขน้ั สรปุ (Wrap up)
- ครแู ละนกั เรียนสรุปสง่ิ ที่เรียนไปท้งั หมดพรอ้ มกันอีกคร้ัง
10. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เคร่อื งมือทีใ่ ชใ้ นการประเมนิ
วิธีการ/เคร่อื งมือ ผลงาน/ชนิ้ งาน เกณฑ์การผา่ น
K- ความรู้ - แบบฝกึ เร่ือง -นักเรียนได้รับ 1
Conjunction คะแนนเมือ่
นักเรียนเลอื ก
คำตอบในแบบฝกึ
แต่ละข้อได้ถกู ต้อง
ครบถว้ น
นักเรยี นได้รับ 0
คะแนนเมอื่ นักเรยี น
เลอื กคำตอบในแบบ
ฝกึ แตล่ ะข้อผิด
P- ทักษะ/ กระบวนการ แบบประเมนิ ทกั ษะ การอา่ นขอ้ ความ ประเมินการพดู โดย
การพูด จากแบบฝึกเร่ือง ใชแ้ บบประเมนิ การ
Conjunction อา่ นออกเสยี ง
ขอ้ ความ และใช้
เกณฑผ์ ่านระดับ
พอใช้
A- เจตคติ การวัดและ - เขา้ ชน้ั เรียนตรง
เวลาคดิ เป็นรอ้ ยละ
ประเมนิ ผลดา้ น 70
ความมีวินยั และใฝ่
เรียนรู้วัดจากการ
สงั เกตพฤติกรรม
การเขา้ ช้ันเรียนและ
การตอบคำถาม
รวมถึงการเขา้ เรียน
ตรงเวลา
เกณฑก์ ารประเมนิ
เรอ่ื งท่จี ะประเมนิ 0 (ปรับปรุง) เกณฑ์ระดับคณุ ภาพ
1 (ผา่ น) 2 (ดี) 3 (ดีเยี่ยม)
K- ความรู้ เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลือกคำตอบใน เลือกคำตอบใน
แบบฝึกแต่ละข้อ แบบฝกึ แตล่ ะข้อได้ แบบฝกึ แต่ละข้อได้ แบบฝกึ แต่ละข้อได้
ผดิ เกินคร่งึ ถกู ต้องเกนิ ครงึ่ ถกู ต้องเปน็ ส่วน ถกู ต้องครบถว้ น
ใหญ่
P- ทกั ษะ/ ออกเสยี งคำศพั ท์/ ออกเสยี งคำศพั ท์ ออกเสยี งคำศพั ท์ ออกเสยี ง
กระบวนการ ประโยคผิดหลักการ และประโยคได้ และประโยคได้ คำศัพทแ์ ละประโยค
ออกเสยี งทำให้ ถกู ต้องเปน็ สว่ นใหญ่ ถูกต้องตามหลักการ ได้
ส่อื สารไม่ได้ ขาดการออกเสียง ออกเสียงมเี สยี ง ถูกต้องตามหลัก
เนน้ หนกั เน้นหนักในคำ/ การออกเสียง
ประโยคเป็นส่วน ออกเสียงเน้น
ใหญ่ หนักในคำ/ประโยค
อย่างสมบูรณ์
A- เจตคติ เข้าชนั้ เรียนสายมาก เข้าชนั้ เรียนสายไม่ เขา้ ชั้นเรยี นสายไม่ เข้าชัน้ เรยี นตรง
วา่ 10 นาทีข้ึนไป เกิน 10 นาที เกนิ 5 นาที เวลา
11. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
11.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) PowerPoint
2) ใบความรเู้ รื่อง Conjunction
11.2 แหล่งการเรียนรู้
- ใบความรู้ตะลยุ องั กฤษ พิชิต O-net
12. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- แบบฝึกเรอื่ ง Conjunction
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 4
รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23102) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
แผนการจดั การเรียนรู้ O-NET ภาคเรียนท่ี 2/2564 จำนวน 20 คาบ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4 เรื่อง Shopping จำนวน 2 คาบ
1. สาระสำคัญ
ในบทเรียนน้ีนักเรียนจะได้เรยี นรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ สำนวน และประโยคท่ีใชใ้ นการถาม-ตอบในการซื้อขาย
สนิ ค้า
2. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 : ภาษาเพื่อการสอื่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/1 ปฏบิ ตั ิตาม คำขอร้อง คำแนะนำคำชแี้ จง และคำอธิบายที่ฟังและอา่ น
3. สาระการเรียนรู้
หนา้ ทท่ี างภาษา
- การถาม-ตอบในการซ้ือขายสนิ คา้
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ความรู้ / ความสามารถ (K)
1) นักเรียนสามารถเติมประโยคเก่ียวกับการซ้ือขายสินคา้ ได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรียนสามารถอา่ นประโยคได้
2) นกั เรยี นสามารถเขยี นคำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใช้ในการถาม-ตอบในการซ้ือขายสนิ ค้า ได้
ด้านเจตคติ (A)
1) นกั เรยี นเขา้ ชนั้ เรยี นตรงเวลา
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ซือ่ สตั ยส์ ุจริต มีวินัย
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อยา่ งพอเพียง มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ มีจติ สาธารณะ
รกั ความเป็นไทย
7. ทักษะของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21
ทักษะการอ่าน (Reading)
ทักษะการเขยี น (Writing)
ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
ทักษะด้านความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทักษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เทา่ ทันสอื่ (Communication information and media
literacy)
ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ความมีคุณธรรม จรยิ ธรรม (Compassion)
8. การบูรณาการ
-
9. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
(เทคนิคการสอนแบบ 3P2W)
คาบท่ี 1
1. ขั้นนำ (Warm up)
- ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยการเปิดภาพที่เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าในห้างสรรพสินค้า และครูถาม
นักเรียนเกี่ยวกับการซือ้ สินค้าของนักเรียน โดยสอบถามว่า นักเรียนเคยได้ยิน หรือเคยใช้ภาษาองั กฤษคำไหน
บ้างทเ่ี กย่ี วกับการซ้อื ขาย
2. ขนั้ นำเสนอ (Present)
- ครูนำเสนอเนื้อหาผ่านทาง PowerPoint Slide Presentation จากนั้น ครูอธิบายในส่วนของการใช้
คำ วลี และประโยคต่าง ๆ ทีใ่ นการซื้อขายสนิ ค้า พร้อมท้ังให้นักเรียนอ่านใบความรู้ในระหว่างการจัดกิจกรรม
การสอนของครไู ปด้วย
3. ขนั้ ฝกึ ฝน (Practice)
- นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง Shopping โดยให้นักเรียนเติมคำศัพท์/ สำนวน/ ประโยคที่ใช้ในการซ้อื
สินคา้ ลงในชอ่ งว่างให้ตรงกบั บริบททไ่ี ดเ้ รยี นไป
4. ขัน้ นำไปใช้ (Product)
- นักเรียนทำกิจกรรมถาม-ตอบเกี่ยวกับการไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าของนักเรียน โดยก่อนทำ
นกั เรียนชว่ ยกนั แปลความหมายของคำถามแต่ละข้อ จากน้ันนักเรียนสลับกนั ถาม-ตอบ
- ครสู มุ่ วงลอ้ ตามเลขทีข่ องนักเรียนเพ่ือคัดเลือกตัวแทนมาอ่านคำตอบจากการถาม
5. ขนั้ สรปุ (Wrap up)
- ครูและนักเรยี นสรปุ สิง่ ท่ีเรียนไปทง้ั หมดพรอ้ มกนั อีกครง้ั
10. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เครื่องมอื ท่ใี ชใ้ นการประเมนิ
วิธีการ/เคร่อื งมอื ผลงาน/ช้นิ งาน เกณฑก์ ารผา่ น
K- ความรู้ - แบบฝกึ เรื่อง -นักเรียนไดร้ บั 1
Shopping คะแนนเมอ่ื
นักเรยี นเลอื ก
คำตอบในแบบฝึก
แตล่ ะข้อได้ถูกต้อง
ครบถว้ น
นักเรียนได้รบั 0
คะแนนเมอ่ื นักเรยี น
เลอื กคำตอบในแบบ
ฝึกแต่ละข้อผิด
P- ทักษะ/ กระบวนการ แบบประเมินทักษะ การถาม-ตอบจาก ประเมินการพดู โดย
การพูด แบบฝกึ เรื่อง ใช้แบบประเมนิ การ
สนทนากิจกรรมคู่
Shopping ข้อความ และใช้
เกณฑ์ผ่านระดับ
พอใช้
A- เจตคติ การวัดและ - เขา้ ชัน้ เรยี นตรง
ประเมนิ ผลด้าน เวลาคดิ เปน็ รอ้ ยละ
ความมวี ินัยและใฝ่ 70
เรียนรูว้ ดั จากการ
สงั เกตพฤติกรรม
การเขา้ ชน้ั เรียนและ
การตอบคำถาม
รวมถงึ การเข้าเรยี น
ตรงเวลา
เกณฑ์การประเมิน
เรอ่ื งทีจ่ ะประเมนิ 0 (ปรับปรุง) เกณฑ์ระดบั คุณภาพ
1 (ผ่าน) 2 (ดี) 3 (ดีเย่ียม)
K- ความรู้ เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลือกคำตอบใน เลอื กคำตอบใน
แบบฝกึ แตล่ ะข้อ แบบฝกึ แต่ละข้อได้ แบบฝึกแต่ละข้อได้ แบบฝึกแต่ละข้อได้
ผดิ เกินครึ่ง ถกู ต้องเกนิ คร่งึ ถูกต้องเปน็ ส่วน ถกู ต้องครบถว้ น
ใหญ่
P- ทักษะ/ ออกเสยี งคำศัพท์/ ออกเสยี งคำศัพท์ ออกเสียงคำศัพท์ ออกเสยี ง
กระบวนการ ประโยคผดิ หลักการ และประโยคได้ และประโยคได้ คำศัพทแ์ ละประโยค
ออกเสียงทำให้ ถกู ต้องเปน็ ส่วนใหญ่ ถกู ต้องตามหลักการ ได้
สื่อสารไม่ได้ ขาดการออกเสยี ง ออกเสียงมีเสียง ถูกต้องตามหลัก
เน้นหนกั เน้นหนักในคำ/ การออกเสยี ง
ประโยคเปน็ ส่วน ออกเสียงเนน้
ใหญ่ หนักในคำ/ประโยค
อย่างสมบูรณ์
A- เจตคติ เข้าชนั้ เรยี นสายมาก เขา้ ช้ันเรียนสายไม่ เขา้ ชั้นเรียนสายไม่ เข้าชนั้ เรียนตรง
วา่ 10 นาทีขึน้ ไป เกนิ 10 นาที เกิน 5 นาที เวลา
11. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
11.1 สื่อการเรียนรู้
1) PowerPoint
2) ใบความรู้เรื่อง Shooping
11.2 แหล่งการเรยี นรู้
- ใบความรู้ตะลุยอังกฤษ พิชิต O-net
12. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- แบบฝกึ เร่ือง Shopping
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 5
รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23102) ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3
แผนการจดั การเรยี นรู้ O-NET ภาคเรียนท่ี 2/2564 จำนวน 20 คาบ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 5 เร่ือง Food จำนวน 1 คาบ
1. สาระสำคญั
ในบทเรียนนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร และเมื่อจบบทเรียน นักเรียน
จะตอ้ งจบั คู่ภาพและคำศัพทใ์ หต้ รงกันได้
2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
สาระท่ี 1 : ภาษาเพ่ือการส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/3 ระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และ
ขอ้ ความท่ฟี งั หรืออา่ น
3. สาระการเรยี นรู้
คำศพั ท์และสำนวนภาษา
- Food
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ / ความสามารถ (K)
1) นักเรยี นสามารถสะกดและบอกความหมายของคำศัพท์ที่เกยี่ วขอ้ งกับอาหารได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นักเรยี นสามารถอา่ นประโยคได้
ดา้ นเจตคติ (A)
1) นักเรยี นเข้าช้ันเรียนตรงเวลา
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซ่อื สัตยส์ ุจริต มีวนิ ยั
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุ่งมั่นในการทำงาน
ใฝเ่ รียนรู้ มีจติ สาธารณะ
รักความเป็นไทย
7. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษที่ 21
ทักษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขยี น (Writing)
ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทักษะด้านการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
ทักษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการสอื่ สารสารสนเทศและรเู้ ทา่ ทนั สือ่ (Communication information and media
literacy)
ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ความมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม (Compassion)
8. การบรู ณาการ
-
9. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. ขน้ั นำ (Warm up)
- ครนู ำเข้าสู่บทเรียนโดยการถามอาหารจานโปรดของนกั เรียน โดยใชร้ ูปแบบตวั อยา่ งประโยคดงั นี้
1) What is your favorite dish?/ What are your favorite dishes?
2) What food do you like the most?
3) What dessert do you like the most?
- หลงั จากน้นั ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ตอบคำถาม ดดยที่ครูจะเขยี นชือ่ คำศัพท์เมนอู าหารทนี่ ักเรียนช่ืนชอบลง
บนกระดาน
2. ข้ันนำเสนอ (Present)
- ครูนำเสนอเนื้อหาผ่านทาง PowerPoint Slide Presentation พร้อมทั้งใหน้ ักเรยี นอ่านใบความรู้ใน
ระหวา่ งการจัดกิจกรรมการสอนของครไู ปดว้ ย
3. ขั้นฝึกฝน (Practice)
- นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง Food โดยให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ดีที่สุด โดยก่อนทำนักเรียนช่วยกัน
แปลความหมายของคำถามแตล่ ะขอ้ จากนั้นครูสมุ่ นกั เรยี นเพื่อตอบคำถามและเฉลยพรอ้ มกนั
4. ขั้นสรุป (Wrap up)
- ครแู ละนักเรยี นสรปุ สงิ่ ทีเ่ รียนไปท้งั หมดพร้อมกันอีกคร้ัง
10. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ในการประเมนิ
วิธีการ/เครอ่ื งมือ ผลงาน/ช้นิ งาน เกณฑ์การผา่ น
K- ความรู้ - แบบฝกึ เรือ่ ง -นกั เรียนไดร้ ับ 1
Food คะแนนเมอ่ื
นักเรียนเลือก
คำตอบในแบบฝกึ
แต่ละข้อได้ถูกต้อง
ครบถว้ น
นกั เรยี นไดร้ ับ 0
คะแนนเม่อื นักเรียน
เลือกคำตอบในแบบ
ฝึกแต่ละข้อผิด
P- ทักษะ/ กระบวนการ แบบประเมนิ ทักษะ การอา่ นข้อความ ประเมนิ การพูดโดย
การพูด จากแบบฝกึ เร่ือง ใช้แบบประเมนิ การ
อ่านออกเสียง
Food ข้อความ และใช้
เกณฑผ์ ่านระดับ
พอใช้
A- เจตคติ การวดั และ - เขา้ ช้นั เรยี นตรง
ประเมนิ ผลดา้ น เวลาคิดเป็นรอ้ ยละ
ความมวี นิ ยั และใฝ่ 70
เรยี นรู้วดั จากการ
สงั เกตพฤตกิ รรม
การเข้าช้ันเรียนและ
การตอบคำถาม
รวมถึงการเขา้ เรยี น
ตรงเวลา
เกณฑ์การประเมิน
เรอ่ื งท่ีจะประเมิน 0 (ปรับปรงุ ) เกณฑ์ระดับคุณภาพ
1 (ผา่ น) 2 (ดี) 3 (ดเี ยี่ยม)
K- ความรู้ เลือกคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน
แบบฝึกแตล่ ะข้อ แบบฝึกแต่ละข้อได้ แบบฝึกแต่ละข้อได้ แบบฝึกแตล่ ะข้อได้
ผิดเกนิ ครง่ึ ถกู ต้องเกนิ ครงึ่ ถกู ต้องเป็นสว่ น ถกู ต้องครบถว้ น
ใหญ่
P- ทักษะ/ ออกเสียงคำศัพท์/ ออกเสียงคำศพั ท์ ออกเสยี งคำศพั ท์ ออกเสยี ง
กระบวนการ ประโยคผดิ หลักการ และประโยคได้ และประโยคได้ คำศัพท์และประโยค
ออกเสียงทำให้ ถูกต้องเปน็ ส่วนใหญ่ ถูกต้องตามหลักการ ได้
สอื่ สารไม่ได้ ขาดการออกเสียง ออกเสียงมเี สียง ถกู ต้องตามหลัก
เน้นหนัก เน้นหนักในคำ/ การออกเสยี ง
ประโยคเปน็ ส่วน ออกเสียงเน้น
ใหญ่ หนกั ในคำ/ประโยค
อย่างสมบรู ณ์
A- เจตคติ เข้าชนั้ เรียนสายมาก เข้าช้นั เรียนสายไม่ เขา้ ช้ันเรยี นสายไม่ เข้าช้นั เรียนตรง
ว่า 10 นาทขี นึ้ ไป เกนิ 10 นาที เกนิ 5 นาที เวลา
11. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
11.1 สื่อการเรยี นรู้
1) PowerPoint
2) ใบความรเู้ ร่ือง Food
11.2 แหล่งการเรียนรู้
- ใบความรู้ตะลุยองั กฤษ พิชิต O-net
12. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- แบบฝกึ เรื่อง Food
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 6
รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23102) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3
แผนการจัดการเรยี นรู้ O-NET ภาคเรยี นท่ี 2/2564 จำนวน 20 คาบ
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 6 เร่ือง The Weather จำนวน 1 คาบ
1. สาระสำคัญ
ในบทเรียนนีน้ ักเรียนจะได้เรยี นรเู้ กี่ยวกบั คำศัพทท์ ีเ่ กย่ี วข้องกบั สภาพอากาศ และเม่อื จบบทเรียน นกั เรียน
จะตอ้ งจบั คูภ่ าพและคำศัพท์ใหต้ รงกันได้
2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
สาระท่ี 1 : ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/3 ระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และ
ข้อความท่ีฟงั หรอื อา่ น
3. สาระการเรียนรู้
คำศพั ทแ์ ละสำนวนภาษา
- The Weather
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ความรู้ / ความสามารถ (K)
1) นกั เรยี นสามารถสะกดและบอกความหมายของคำศัพท์ท่ีเกย่ี วขอ้ งกับสภาพอากาศได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นักเรียนสามารถอ่านประโยคได้
ด้านเจตคติ (A)
1) นักเรยี นเข้าช้นั เรยี นตรงเวลา
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ซ่ือสัตย์สุจรติ มีวนิ ยั
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน
ใฝ่เรียนรู้ มีจติ สาธารณะ
รกั ความเป็นไทย
7. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21
ทักษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขยี น (Writing)
ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแก้ปญั หา (Critical thinking and
problem solving)
ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการส่ือสารสารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สือ่ (Communication information and media
literacy)
ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ความมีคณุ ธรรม จริยธรรม (Compassion)
8. การบรู ณาการ
-
9. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1. ขั้นนำ (Warm up)
- ครูนำเขา้ สู่บทเรียนโดยการถามสภาพอากาศวันนี้ โดยใชร้ ปู แบบตัวอยา่ งประโยคดังนี้
1) What’s the weather like today?
2) What’s the weather like outside?
- หลังจากน้ันใหน้ กั เรียนช่วยกนั ตอบคำถาม โดยท่ีครูจะเขียนคำศัพท์ลงบนกระดาน
2. ขั้นนำเสนอ (Present)
- ครูนำเสนอเนื้อหาผ่านทาง PowerPoint Slide Presentation พร้อมทั้งให้นักเรียนอ่านใบความรู้
เรอ่ื ง The weather ในระหว่างการจดั กิจกรรมการสอนของครไู ปดว้ ย
3. ข้ันฝกึ ฝน (Practice)
- นักเรียนทำแบบฝึกหัดเร่ือง The weather โดยให้นักเรียนเลอื กคำตอบท่ีดีที่สุด โดยก่อนทำนกั เรียน
ช่วยกนั แปลความหมายของคำถามแตล่ ะขอ้ จากนั้นครูสุ่มนกั เรียนเพ่อื ตอบคำถามและเฉลยพร้อมกัน
- ครนู ำนักเรียนทำกจิ กรรมเกม Kahoot! โดยการจบั คู่สภาพอากาศใหต้ รงกบั คำศัพท์
4. ขน้ั สรปุ (Wrap up)
- ครแู ละนักเรียนสรปุ ส่ิงท่เี รียนไปท้ังหมดพรอ้ มกันอีกคร้ัง
10. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ในการประเมิน
วิธกี าร/เครื่องมือ ผลงาน/ช้นิ งาน เกณฑ์การผา่ น
K- ความรู้ - แบบฝกึ เรื่อง The -นักเรียนไดร้ บั 1
weather คะแนนเม่ือ
นกั เรียนเลอื ก
คำตอบในแบบฝกึ
แต่ละข้อได้ถูกต้อง
ครบถ้วน
นกั เรียนไดร้ ับ 0
คะแนนเมือ่ นักเรียน
เลอื กคำตอบในแบบ
ฝกึ แต่ละข้อผิด
P- ทักษะ/ กระบวนการ แบบประเมินทักษะ การอา่ นขอ้ ความ ประเมินการพดู โดย
การพดู จากแบบฝกึ เร่ือง ใชแ้ บบประเมนิ การ
อ่านออกเสียง
The weather ข้อความ และใช้
เกณฑผ์ า่ นระดบั
พอใช้
A- เจตคติ การวัดและ - เข้าชัน้ เรียนตรง
ประเมินผลดา้ น เวลาคิดเป็นร้อยละ
ความมวี ินยั และใฝ่ 70
เรยี นรู้วัดจากการ
สังเกตพฤตกิ รรม
การเขา้ ชน้ั เรยี นและ
การตอบคำถาม
รวมถึงการเข้าเรยี น
ตรงเวลา
เกณฑก์ ารประเมิน
เรื่องท่ีจะประเมนิ 0 (ปรับปรงุ ) เกณฑ์ระดับคณุ ภาพ
1 (ผา่ น) 2 (ดี) 3 (ดีเยี่ยม)
K- ความรู้ เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน
แบบฝึกแตล่ ะข้อ แบบฝึกแตล่ ะข้อได้ แบบฝกึ แต่ละข้อได้ แบบฝกึ แต่ละข้อได้
ผิดเกนิ คร่ึง ถกู ต้องเกินคร่ึง ถูกต้องเปน็ สว่ น ถกู ต้องครบถว้ น
ใหญ่
P- ทักษะ/ ออกเสยี งคำศพั ท์/ ออกเสยี งคำศัพท์ ออกเสยี งคำศพั ท์ ออกเสียง
กระบวนการ ประโยคผิดหลกั การ และประโยคได้ และประโยคได้ คำศัพทแ์ ละประโยค
ออกเสยี งทำให้ ถูกต้องเป็นสว่ นใหญ่ ถกู ต้องตามหลักการ ได้
สอื่ สารไม่ได้ ขาดการออกเสยี ง ออกเสียงมีเสยี ง ถูกต้องตามหลัก
เนน้ หนกั เนน้ หนักในคำ/ การออกเสียง
ประโยคเป็นสว่ น ออกเสยี งเนน้
ใหญ่ หนกั ในคำ/ประโยค
อยา่ งสมบรู ณ์
A- เจตคติ เขา้ ชัน้ เรยี นสายมาก เข้าชน้ั เรยี นสายไม่ เข้าชนั้ เรียนสายไม่ เขา้ ชน้ั เรยี นตรง
ว่า 10 นาทขี ้ึนไป เกิน 10 นาที เกิน 5 นาที เวลา
11. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
11.1 สื่อการเรยี นรู้
1) PowerPoint
2) ใบความรู้เรื่อง The Weather
11.2 แหลง่ การเรียนรู้
- ใบความรู้ตะลยุ อังกฤษ พชิ ิต O-net
- แหลง่ การเรยี นรอู้ อนไลน์ Kahoot!
12. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- แบบฝึกเร่อื ง The Weather
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 7
รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23102) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3
แผนการจดั การเรียนรู้ O-NET ภาคเรียนท่ี 2/2564 จำนวน 20 คาบ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 7 เร่ือง Adjectives to describe people จำนวน 1 คาบ
1. สาระสำคญั
ในบทเรียนนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับคำคุณศัพท์ที่ใช้บรรยายผู้คน ทั้งการ
บรรยายความรู้สึก บรรยายลักษณะภายนอก และบรรยายบุคลิกลักษณะนิสัยของบุคคล และเมื่อจบบทเรียน
นกั เรยี นจะตอ้ งจดั หมวดหมู่คำศพั ท์ท่ไี ด้เรียนให้ตรงกับหัวข้อตา่ ง ๆ ทีใ่ ชใ้ นการบรรยายบคุ คลได้
2. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ดั
สาระท่ี 1 : ภาษาเพื่อการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/3 ระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และ
ข้อความทีฟ่ ังหรืออา่ น
3. สาระการเรียนรู้
คำศัพทแ์ ละสำนวนภาษา
- Adjectives to describe people
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ความรู้ / ความสามารถ (K)
1) นักเรียนสามารถสะกดและบอกความหมายของคำคุณศัพทท์ ่ีใชใ้ นการบรรยายผ้คู นได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นักเรยี นสามารถอา่ นประโยคได้
ดา้ นเจตคติ (A)
1) นกั เรยี นเข้าช้ันเรียนตรงเวลา
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ มีวินัย
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
ใฝ่เรียนรู้ มจี ติ สาธารณะ
รกั ความเปน็ ไทย
7. ทักษะของผ้เู รียนในศตวรรษที่ 21
ทกั ษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขยี น (Writing)
ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทักษะด้านการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะด้านความร่วมมือการทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทกั ษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เทา่ ทันสือ่ (Communication information and media
literacy)
ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ความมคี ุณธรรม จริยธรรม (Compassion)
8. การบูรณาการ
-
9. กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
การจัดการเรยี นรู้โดยใช้เทคนิค 3P2W
1. ขั้นนำ (Warm up)
- ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยเปิดรูปภาพและประโยคตัวอย่างในการบรรยายบุคคล แล้วให้นักเรียนทั้งชั้น
ชว่ ยกนั ตอบโดยแปลความหมายตามความเขา้ ใจของตน ครอู ธบิ ายซ้ำอีกคร้ัง
2. ขัน้ นำเสนอ (Present)
- ครูนำเสนอเนื้อหาผ่านทาง PowerPoint Slide Presentation เกี่ยวกับบรรยายความรู้สึก บรรยาย
ลักษณะภายนอก และบรรยายบุคลิกลักษณะนิสัยของบุคคล พร้อมทั้งให้นักเรียนอ่านใบความรู้เรื่อง
Adjectives to describe people ในระหวา่ งการจัดกจิ กรรมการสอนของครไู ปดว้ ย
- - ครสู ่มุ นักเรยี นบอกความหมายของคำศัพท์
3. ขัน้ ฝกึ ฝน (Practice)
- นักเรยี นเขยี นคำศัพท์ทไี่ ด้เรยี นไป ตามความเขา้ ใจของตนเอง
4. ขั้นนำไปใช้ (Product)
- ครูนำนักเรียนทำกิจกรรมเติมคำศัพท์ให้ถูกต้องในแต่ละประเภท โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม
ดังนี้
1) กลุม่ นกั เรยี นที่เรยี นออนไลนจ์ ากทบี่ ้าน 1 กลุ่ม
2) กลมุ่ นกั เรยี นท่ีเรียนออนไซต์ แบ่งออกเปน็ สองฝ่ังจากการนงั่ เรยี นในชน้ั เรียน 2 กล่มุ
- ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มเร่ิมทำกิจกรรม โดยท่คี รูผสู้ อนจะสุ่มนักเรยี นแต่ละกลุ่มว่ากลุ่มไหนจะได้ใน
หัวขอ้ อะไร โดยใช้วงล้อสมุ่ Wordwall
- เมื่อนักเรียนแต่ละกลุ่มทราบแน่ชัดแล้วว่าตนได้หัวข้อไหน หลังจากนั้นให้แต่ละกลุม่ นำคำศัพท์ที่ได้
เรียนไปเขียนให้ถูกต้องกับหัวข้อที่ตนได้รับ ครูผู้สอนจับเวลา 5 นาที เมื่อครบกำหนดเวลา กลุ่มใดที่สามารถ
เขียนคำศัพทไ์ ด้ครบและถูกต้องมากทสี่ ดุ จะเป็นกลมุ่ ท่ชี นะ
5. ขั้นสรปุ (Wrap up)
- ครูและนักเรยี นสรุปสิง่ ทเ่ี รียนไปทั้งหมดพร้อมกนั อีกครงั้
10. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้ เครอื่ งมอื ที่ใช้ในการประเมนิ
วิธกี าร/เคร่อื งมือ ผลงาน/ช้ินงาน เกณฑก์ ารผ่าน
K- ความรู้ - แบบฝึกเร่ือง -นักเรยี นไดร้ ับ 1
Describing คะแนนเมอื่
People นักเรยี นเลือก
คำตอบในแบบฝกึ
แตล่ ะข้อได้ถูกต้อง
ครบถว้ น
นกั เรยี นได้รับ 0
คะแนนเม่อื นักเรียน
เลือกคำตอบในแบบ
ฝกึ แต่ละข้อผิด
P- ทกั ษะ/ กระบวนการ แบบประเมนิ ทกั ษะ การอ่านขอ้ ความ ประเมินการพดู โดย
การพูด จากแบบฝึกเรื่อง ใชแ้ บบประเมินการ
Describing อ่านออกเสยี ง
People ข้อความ และใช้
เกณฑ์ผา่ นระดับ
พอใช้
A- เจตคติ การวดั และ - เข้าชั้นเรียนตรง
ประเมินผลด้าน เวลาคิดเปน็ ร้อยละ
ความมีวนิ ยั และใฝ่ 70
เรยี นร้วู ดั จากการ
สงั เกตพฤติกรรม
การเขา้ ชั้นเรียนและ
การตอบคำถาม
รวมถงึ การเข้าเรียน
ตรงเวลา
เกณฑ์การประเมนิ
เร่ืองท่ีจะประเมิน 0 (ปรับปรุง) เกณฑ์ระดบั คณุ ภาพ
1 (ผา่ น) 2 (ดี) 3 (ดีเยี่ยม)
K- ความรู้ เลือกคำตอบใน เลือกคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน
แบบฝกึ แตล่ ะข้อ แบบฝึกแต่ละข้อได้ แบบฝึกแต่ละข้อได้ แบบฝกึ แต่ละข้อได้
ผดิ เกินครงึ่ ถูกต้องเกินครึง่ ถูกต้องเป็นสว่ น ถกู ต้องครบถว้ น
ใหญ่
P- ทักษะ/ ออกเสียงคำศพั ท/์ ออกเสียงคำศัพท์ ออกเสียงคำศัพท์ ออกเสียง
กระบวนการ ประโยคผิดหลักการ และประโยคได้ และประโยคได้ คำศัพท์และประโยค
ออกเสยี งทำให้ ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ ถูกต้องตามหลักการ ได้
สื่อสารไม่ได้ ขาดการออกเสยี ง ออกเสยี งมีเสยี ง ถกู ต้องตามหลัก
เนน้ หนกั เน้นหนักในคำ/ การออกเสยี ง
ประโยคเปน็ สว่ น ออกเสยี งเนน้
ใหญ่ หนักในคำ/ประโยค
อย่างสมบรู ณ์
A- เจตคติ เข้าชั้นเรียนสายมาก เขา้ ชัน้ เรยี นสายไม่ เข้าชนั้ เรียนสายไม่ เขา้ ชน้ั เรียนตรง
วา่ 10 นาทีขึ้นไป เกนิ 10 นาที เกนิ 5 นาที เวลา
11. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
11.1 ส่ือการเรียนรู้
1) PowerPoint
2) ใบความรู้เร่ือง Adjectives to describe people
11.2 แหล่งการเรยี นรู้
- ใบความรู้ตะลยุ อังกฤษ พิชิต O-net
- แหลง่ การเรยี นร้อู อนไลน์ ได้แก่
1) Wordwall
2) Google Classroom
12. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- แบบฝึกเร่ือง Adjectives to describe people
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8
รายวชิ าภาษาอังกฤษ 6 (อ23102) ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3
แผนการจดั การเรียนรู้ O-NET ภาคเรียนที่ 2/2564 จำนวน 20 คาบ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 8 เรื่อง Comparison จำนวน 1 คาบ
1. สาระสำคญั
ในบทเรียนนีน้ ักเรยี นจะได้เรียนรู้การใช้ Comparison วา่ ใช้เมือ่ ไหรแ่ ละใช้อย่างไร
2. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ัด
สาระท่ี 1 : ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/3 ระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และ
ขอ้ ความที่ฟงั หรืออ่าน
3. สาระการเรียนรู้
โครงสร้างทางภาษาและไวยากรณ์
- การเปรยี บเทยี บคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ: Positive, Comparative และ Superlative
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
ความรู้ / ความสามารถ (K)
1) นักเรยี นสามารถเติมประโยคให้สมบรู ณโ์ ยการใช้ Comparison ได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นักเรียนสามารถอ่านประโยคได้
ดา้ นเจตคติ (A)
1) นกั เรียนเขา้ ชั้นเรยี นตรงเวลา
5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ซ่อื สตั ย์สจุ รติ มีวินยั
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพยี ง มุ่งม่นั ในการทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
รักความเปน็ ไทย
7. ทักษะของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21
ทกั ษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขยี น (Writing)
ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and
problem solving)
ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
ทักษะด้านความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการส่ือสารสารสนเทศและร้เู ทา่ ทันส่อื (Communication information and media
literacy)
ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ความมคี ณุ ธรรม จริยธรรม (Compassion)
8. การบรู ณาการ
-
9. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
การจดั การเรียนรโู้ ดยใชเ้ ทคนคิ 3P2W
1. ข้ันนำ (Warm up)
- ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับการใช้ comparatives และ
superlatives โดยเปิดPowerPoint เป็นรูปผู้หญิงสามคนที่อายุต่างกัน จากนั้นเปิดประโยคตัวอย่างสาม
ประโยคโดยการเรียกนักเรียนออกมาสองคน และให้คำคุณศัพท์ (adjectives) เช่น young, old เป็นต้น แล้ว
สมุ่ ใหน้ ักเรยี นใช้ comparatives ในการเปรียบเทยี บ และให้นกั เรยี นพดู เปรยี บเทียบโดยใช้ superlatives
- ครูและนักเรยี นชว่ ยกนั สรปุ ว่า Comparison คอื อะไร และใชอ้ ยา่ งไร
2. ขน้ั นำเสนอ (Present)
- ครอู ธิบายข้ันการเปรยี บเทยี บคำคณุ ศัพท์ และหลักการเติม -er, -est, more…than และ the most
- นกั เรยี นอ่านใบความรเู้ รอื่ ง Comparison ประกอบ
3. ข้ันฝกึ ฝน (Practice)
- นักเรียนทำแบบฝึกเรื่อง Comparison โดยเลือกเลือกคำตอบในแบบฝึกให้ถูกต้อง จากนั้นครูสุ่ม
นกั เรยี นเพือ่ ตอบคำถามและเฉลยพร้อมกนั
4. ข้ันสรปุ (Wrap up)
- ครแู ละนักเรียนสรุปสงิ่ ทเ่ี รยี นไปอกี ครง้ั
10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เคร่ืองมอื ทใี่ ชใ้ นการประเมนิ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
วิธกี าร/เคร่ืองมอื ผลงาน/ชิ้นงาน เกณฑ์การผ่าน
K- ความรู้
- แบบฝกึ เรื่อง -นักเรยี นได้รบั 1
P- ทกั ษะ/ กระบวนการ
Comparison คะแนนเมอ่ื
A- เจตคติ
นกั เรียนเลอื ก
คำตอบในแบบฝกึ
แต่ละข้อได้ถูกต้อง
ครบถว้ น
นกั เรียนได้รับ 0
คะแนนเม่ือนักเรยี น
เลอื กคำตอบในแบบ
ฝกึ แต่ละข้อผดิ
แบบประเมินทกั ษะ การอ่านข้อความ ประเมินการพดู โดย
การพูด จากแบบฝึกเร่ือง ใชแ้ บบประเมนิ การ
Comparison อ่านออกเสียง
ข้อความ และใช้
เกณฑ์ผา่ นระดบั
พอใช้
การวัดและ - เข้าชัน้ เรยี นตรง
ประเมินผลดา้ น เวลาคิดเปน็ ร้อยละ
ความมวี นิ ัยและใฝ่ 70
เรยี นรวู้ ดั จากการ
สงั เกตพฤติกรรม
การเข้าช้นั เรยี นและ
การตอบคำถาม
รวมถงึ การเขา้ เรยี น
ตรงเวลา
เกณฑ์การประเมนิ
เรือ่ งท่จี ะประเมนิ 0 (ปรับปรุง) เกณฑ์ระดบั คณุ ภาพ
1 (ผา่ น) 2 (ดี) 3 (ดีเย่ียม)
K- ความรู้ เลือกคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน
แบบฝกึ แตล่ ะข้อ แบบฝกึ แตล่ ะข้อได้ แบบฝึกแต่ละข้อได้ แบบฝกึ แต่ละข้อได้
ผดิ เกนิ คร่ึง ถกู ต้องเกินครึ่ง ถกู ต้องเป็นสว่ น ถูกต้องครบถว้ น
ใหญ่
P- ทกั ษะ/ ออกเสียงคำศัพท์/ ออกเสียงคำศพั ท์ ออกเสียงคำศพั ท์ ออกเสียง
กระบวนการ ประโยคผิดหลกั การ และประโยคได้ และประโยคได้ คำศัพทแ์ ละประโยค
ออกเสยี งทำให้ ถกู ต้องเปน็ สว่ นใหญ่ ถูกต้องตามหลักการ ได้
สอ่ื สารไม่ได้ ขาดการออกเสยี ง ออกเสยี งมีเสียง ถูกต้องตามหลัก
เนน้ หนัก เน้นหนักในคำ/ การออกเสียง
ประโยคเป็นสว่ น ออกเสียงเน้น
ใหญ่ หนักในคำ/ประโยค
อย่างสมบรู ณ์
A- เจตคติ เขา้ ช้ันเรียนสายมาก เขา้ ชน้ั เรยี นสายไม่ เข้าช้นั เรียนสายไม่ เข้าชัน้ เรยี นตรง
วา่ 10 นาทขี ึ้นไป เกนิ 10 นาที เกนิ 5 นาที เวลา
11. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
11.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) PowerPoint
2) ใบความรเู้ รื่อง Comparison
11.2 แหล่งการเรียนรู้
- ใบความรู้ตะลยุ องั กฤษ พิชิต O-net
- แหล่งการเรยี นรู้ออนไลน์ ได้แก่
1) Google Classroom
12. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- แบบฝกึ เรอื่ ง Comparison
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 9
รายวชิ าภาษาอังกฤษ 6 (อ23102) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
แผนการจดั การเรียนรู้ O-NET ภาคเรียนท่ี 2/2564 จำนวน 20 คาบ
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 9 เรอ่ื ง Adverbs จำนวน 1 คาบ
1. สาระสำคัญ
ในบทเรยี นนีน้ ักเรียนจะได้เรยี นรู้เกี่ยวกับประเภทของ Adverb ว่าใชเ้ มอื่ ไหร่และใช้อยา่ งไร
2. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวดั
สาระที่ 1 : ภาษาเพ่ือการส่อื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/3 ระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และ
ขอ้ ความท่ฟี ังหรืออ่าน
3. สาระการเรียนรู้
หน้าท่ที างภาษา
- Adverb(คำกรยิ าวเิ ศษณ์) คอื คำทใ่ี ช้ขยาย (Modify) คำกริยา, คำคณุ ศพั ท์ และคำกรยิ าวิเศษณ์ด้วย
กันเอง เพ่อื ใหไ้ ด้ความหมายชัดเจนย่งิ ขึ้น
โครงสร้างทางภาษา/ไวยากรณ์
S + V + Adv.
S + Adv. + V
S + V + O + Adv.
4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ความรู้ / ความสามารถ (K)
1) นักเรียนสามารถบอกประเภทของ Adverb ได้ถูกต้อง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรยี นสามารถอา่ นประโยคได้
ด้านเจตคติ (A)
1) นกั เรยี นเขา้ ชน้ั เรยี นตรงเวลา
5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่อื สัตย์สจุ ริต มวี นิ ยั
ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง มุ่งมน่ั ในการทำงาน
รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
7. ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21
ทกั ษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขยี น (Writing)
ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
ทักษะด้านการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and
problem solving)
ทักษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทกั ษะด้านการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู้ ทา่ ทันสื่อ (Communication information and media
literacy)
ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ความมคี ุณธรรม จริยธรรม (Compassion)
8. การบรู ณาการ
-
9. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1. ขน้ั นำ (Warm up)
- ครเู ขยี นประโยคลงบนกระดานและขดั เส้นใต้ Adverbs จากนั้นใหน้ ักเรยี นชว่ ยสังเกตว่าคำที่ขีดเส้นใต้
นนั้ ทำหนา้ ทอี่ ะไรในประโยค
2. ข้นั นำเสนอ (Present)
- ครอู ธบิ ายเร่อื งประเภทของ Adverbs และหลกั การใช้
- นกั เรยี นอ่านใบความรู้เร่อื ง Adverbs ประกอบ
3. ขั้นฝึกฝน (Practice)
- นักเรียนทำแบบฝึกเรื่อง Comparison โดยการขีดเส้นใต้คำที่เป็น Adverbs และบอกว่าเป็น
Adverbs ประเภทใด จากน้นั ครสู มุ่ นักเรียนเพ่อื อ่านคำตอบ และอธบิ ายเฉลยพรอ้ มกนั
4. ขั้นสรุป (Wrap up)
- ครแู ละนกั เรยี นสรุปสิง่ ที่เรยี นไปอกี คร้งั
10. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ เครื่องมือทใี่ ชใ้ นการประเมนิ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
วิธกี าร/เคร่ืองมือ ผลงาน/ช้นิ งาน เกณฑก์ ารผ่าน
K- ความรู้
- แบบฝกึ เร่ือง -นักเรยี นไดร้ บั 1
P- ทกั ษะ/ กระบวนการ
Adverbs คะแนนเม่ือ
A- เจตคติ
นักเรียนเลอื ก
คำตอบในแบบฝกึ
แตล่ ะข้อได้ถกู ต้อง
ครบถว้ น
นักเรียนได้รบั 0
คะแนนเมือ่ นักเรียน
เลือกคำตอบในแบบ
ฝึกแต่ละข้อผิด
แบบประเมนิ ทักษะ การอ่านขอ้ ความ ประเมนิ การพูดโดย
การพูด จากแบบฝึกเร่ือง ใช้แบบประเมินการ
Adverbs อา่ นออกเสยี ง
ข้อความ และใช้
เกณฑ์ผ่านระดับ
พอใช้
การวัดและ - เข้าชน้ั เรยี นตรง
ประเมินผลดา้ น เวลาคิดเป็นรอ้ ยละ
ความมวี นิ ัยและใฝ่ 70
เรียนรวู้ ัดจากการ
สังเกตพฤตกิ รรม
การเขา้ ช้ันเรยี นและ
การตอบคำถาม
รวมถึงการเขา้ เรียน
ตรงเวลา
เกณฑก์ ารประเมนิ
เรื่องทีจ่ ะประเมนิ 0 (ปรับปรุง) เกณฑร์ ะดับคณุ ภาพ
1 (ผา่ น) 2 (ดี) 3 (ดีเย่ียม)
K- ความรู้ เลือกคำตอบใน เลือกคำตอบใน เลือกคำตอบใน เลือกคำตอบใน
แบบฝึกแตล่ ะข้อ แบบฝกึ แต่ละข้อได้ แบบฝกึ แตล่ ะข้อได้ แบบฝกึ แตล่ ะข้อได้
ผิดเกนิ คร่งึ ถูกต้องเกนิ ครึง่ ถูกต้องเป็นส่วน ถูกต้องครบถว้ น
ใหญ่
P- ทกั ษะ/ ออกเสยี งคำศพั ท/์ ออกเสียงคำศัพท์ ออกเสยี งคำศัพท์ ออกเสยี ง
กระบวนการ ประโยคผิดหลกั การ และประโยคได้ และประโยคได้ คำศัพทแ์ ละประโยค
ออกเสยี งทำให้ ถกู ต้องเป็นสว่ นใหญ่ ถูกต้องตามหลักการ ได้
สือ่ สารไม่ได้ ขาดการออกเสยี ง ออกเสยี งมเี สียง ถกู ต้องตามหลัก
เนน้ หนกั เน้นหนักในคำ/ การออกเสยี ง
ประโยคเปน็ สว่ น ออกเสยี งเนน้
ใหญ่ หนักในคำ/ประโยค
อย่างสมบรู ณ์
A- เจตคติ เข้าชั้นเรียนสายมาก เขา้ ช้ันเรยี นสายไม่ เขา้ ชน้ั เรยี นสายไม่ เข้าช้ันเรยี นตรง
ว่า 10 นาทีข้ึนไป เกนิ 10 นาที เกิน 5 นาที เวลา
11. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
11.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) PowerPoint
2) ใบความรู้เร่ือง Adverb
11.2 แหล่งการเรียนรู้
- ใบความรู้ตะลุยองั กฤษ พิชิต O-net
- แหล่งการเรยี นรอู้ อนไลน์ ได้แก่
1) Google Classroom
12. ช้ินงาน/ภาระงาน
- แบบฝึกเรื่อง Adverb
หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 10
รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23102) ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
แผนการจดั การเรียนรู้ O-NET ภาคเรียนที่ 2/2564 จำนวน 20 คาบ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 10 เร่อื ง Quantifiers จำนวน 2 คาบ
1. สาระสำคญั
ในบทเรยี นน้นี ักเรียนจะได้เรียนรู้เกีย่ วกบั คำบอกปรมิ าณ (Quantifiers) วา่ ใช้เม่อื ไหรแ่ ละใชอ้ ยา่ งไร
2. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ดั
สาระท่ี 1 : ภาษาเพ่ือการสอื่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/3 ระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และ
ข้อความที่ฟังหรืออ่าน
3. สาระการเรียนรู้
หน้าท่ที างภาษา
- Quantifiers เป็นคำบง่ บอกและกำหนดคำนามในลกั ษณะของปริมาณจำนวน
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ / ความสามารถ (K)
1) นกั เรียนสามารถตอบคำถามโดยใช้ Quantifiers ได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรยี นสามารถอ่านประโยคได้
ด้านเจตคติ (A)
1) นกั เรียนเขา้ ช้ันเรยี นตรงเวลา
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ซอื่ สัตย์สุจรติ มีวินยั
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อยา่ งพอเพียง มงุ่ มั่นในการทำงาน
ใฝ่เรียนรู้ มจี ติ สาธารณะ
รกั ความเปน็ ไทย
7. ทักษะของผูเ้ รียนในศตวรรษที่ 21
ทักษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขียน (Writing)
ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สื่อ (Communication information and media
literacy)
ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ความมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม (Compassion)
8. การบูรณาการ
-
9. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1
1. ขั้นนำ (Warm up)
- ครูเขียนประโยคที่มีคำบอกบริมาณลงบนกระดานและขัดเส้นใต้ Quantifiers จากนั้นให้นักเรียนช่วย
สังเกตวา่ คำที่ขดี เสน้ ใต้นน้ั ทำหน้าท่ีอะไรในประโยค
2. ขัน้ นำเสนอ (Present)
- ครูอธิบายเรื่อง Quantifiers ที่ใช้กับคำนามที่เป็นพหูพจน์และเอกพจน์นับไม่ได้ โดยนักเรียนอ่านใบ
ความร้เู ร่อื ง Quantifiers ประกอบ
3. ข้ันฝกึ ฝน (Practice)
- นักเรยี นทำกจิ กรรม Kahoot! เพ่อื ทบทวนความเข้าใจเก่ยี วกบั Quantifiers
4. ขน้ั สรุป (Wrap up)
- ครูและนักเรยี นสรปุ สิ่งทเี่ รยี นไปอกี ครัง้
คาบที่ 2
1. ขนั้ นำ (Warm up)
- ครนู ำเขา้ สูบ่ ทเรียนโดยการทบทวนเก่ียวกับคำบอกบรมิ าณที่เรียนไปในคาบท่ีแล้ว
2. ขน้ั ฝกึ ฝน (Practice)
- นักเรียนทำแบบฝึกเรื่อง Quantifiers โดยก่อนทำ ครูจะอ่านโจทย์และทำพร้อมกัน 2-3 ข้อ จากน้ัน
นักเรยี นทำแบบฝึกเอง
- ครูสมุ่ นักเรียนบอกคำตอบแตล่ ะขอ้ และอธิบายคำตอบที่ถกู ตอ้ ง
3. ขนั้ สรุป (Wrap up)
- ครแู ละนกั เรยี นสรุปส่งิ ทเี่ รียนไปอีกครงั้
10. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ เคร่ืองมอื ท่ีใชใ้ นการประเมนิ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
วิธีการ/เคร่อื งมอื ผลงาน/ชิ้นงาน เกณฑ์การผ่าน
K- ความรู้
- แบบฝกึ เรอื่ ง -นักเรยี นได้รบั 1
P- ทกั ษะ/ กระบวนการ
Quantifiers คะแนนเมอ่ื
A- เจตคติ
นกั เรียนเลอื ก
คำตอบในแบบฝกึ
แต่ละข้อได้ถูกต้อง
ครบถว้ น
นกั เรียนได้รับ 0
คะแนนเม่ือนักเรยี น
เลอื กคำตอบในแบบ
ฝกึ แต่ละข้อผดิ
แบบประเมนิ ทักษะ การอ่านข้อความ ประเมินการพดู โดย
การพดู จากแบบฝกึ เร่ือง ใชแ้ บบประเมนิ การ
Quantifiers อ่านออกเสียง
ข้อความ และใช้
เกณฑ์ผา่ นระดบั
พอใช้
การวัดและ - เข้าชัน้ เรยี นตรง
ประเมินผลดา้ น เวลาคิดเปน็ ร้อยละ
ความมวี ินยั และใฝ่ 70
เรียนรู้วดั จากการ
สังเกตพฤตกิ รรม
การเขา้ ช้ันเรยี นและ
การตอบคำถาม
รวมถึงการเข้าเรยี น
ตรงเวลา
เกณฑก์ ารประเมิน
เรือ่ งท่จี ะประเมนิ 0 (ปรับปรุง) เกณฑ์ระดบั คุณภาพ
1 (ผ่าน) 2 (ดี) 3 (ดีเยี่ยม)
K- ความรู้ เลือกคำตอบใน เลือกคำตอบใน เลือกคำตอบใน เลอื กคำตอบใน
แบบฝกึ แต่ละข้อ แบบฝกึ แต่ละข้อได้ แบบฝกึ แต่ละข้อได้ แบบฝึกแต่ละข้อได้
ผดิ เกินครง่ึ ถูกต้องเกินครึ่ง ถูกต้องเป็นสว่ น ถกู ต้องครบถ้วน
ใหญ่
P- ทกั ษะ/ ออกเสียงคำศพั ท์/ ออกเสยี งคำศพั ท์ ออกเสยี งคำศัพท์ ออกเสียง
กระบวนการ ประโยคผดิ หลกั การ และประโยคได้ และประโยคได้ คำศัพทแ์ ละประโยค
ออกเสียงทำให้ ถูกต้องเปน็ ส่วนใหญ่ ถกู ต้องตามหลักการ ได้
สอ่ื สารไม่ได้ ขาดการออกเสยี ง ออกเสยี งมีเสียง ถูกต้องตามหลัก
เนน้ หนัก เน้นหนกั ในคำ/ การออกเสยี ง
ประโยคเปน็ ส่วน ออกเสยี งเน้น
ใหญ่ หนกั ในคำ/ประโยค
อย่างสมบรู ณ์
A- เจตคติ เขา้ ชน้ั เรียนสายมาก เข้าช้ันเรียนสายไม่ เข้าชั้นเรียนสายไม่ เข้าชนั้ เรียนตรง
วา่ 10 นาทขี ้นึ ไป เกนิ 10 นาที เกิน 5 นาที เวลา
11. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
11.1 ส่ือการเรียนรู้
1) PowerPoint
2) ใบความร้เู ร่ือง Quantifiers
11.2 แหล่งการเรียนรู้
- ใบความรู้ตะลยุ อังกฤษ พชิ ิต O-net
- แหลง่ การเรยี นรูอ้ อนไลน์ ได้แก่
1) Google Classroom
12. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- แบบฝึกเร่ือง Quantifiers
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 11
รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 ( อ23102) ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
แผนการจัดการเรยี นรู้ O-net
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 31 ภาคเรียนที่ 2/2564
เร่อื ง Question tag จำนวน 1 คาบ
1. สาระสำคญั
ในบทเรยี นน้ีนักเรยี นจะไดเ้ รยี นรู้เก่ยี วกบั Question tag ว่าจะใช้เม่ือไหร่และอย่างไร
2. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้วี ดั
สาระที่ 1 : ภาษาเพอ่ื การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบุหัวขอ้ เรอ่ื ง ใจความสำคัญ รายละเอียดสนบั สนนุ
และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับเร่ืองท่ีฟังและอา่ นจากสือ่ ประเภทต่าง ๆ พร้อมท้งั ให้เหตผุ ล
และยกตัวอย่างประกอบ
สาระที่ 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเก่ียวกบั ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนยี มและประเพณี
ของเจ้าของภาษา
มาตรฐาน ต 2.2 ม.3/2 เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง
ชีวิตความเปน็ อยแู่ ละวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทย และนำไปใช้อย่างเหมาะสม
3. สาระการเรยี นรู้
หนา้ ที่ทางภาษา
- Question tag คอื รปู ประโยคคำถามยอ่ ๆ ทถ่ี ูกนำมาต่อทา้ ยประโยคบอกเล่า เพอ่ื ให้ประโยคนน้ั
กลายเปน็ ประโยคคำถาม หรอื เพื่อให้ผู้ฟังได้มโี อกาสแสดงความคดิ เหน็
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ / ความสามารถ (K)
1) นกั เรยี นสามารถตอบคำถามจากแบบฝึกได้ถูกต้อง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรียนอ่านประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง
ดา้ นเจตคติ (A)
1) นักเรียนเขา้ เรียนตรงเวลา
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ซ่อื สัตยส์ ุจริต มีวนิ ยั
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยอู่ ย่างพอเพยี ง ม่งุ มั่นในการทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ิตสาธารณะ
รักความเปน็ ไทย
7. ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21
ทกั ษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขียน (Writing)
ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะด้านความร่วมมือการทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทกั ษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการส่อื สารสารสนเทศและรูเ้ ทา่ ทนั สอ่ื (Communication information and media
literacy)
ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ความมีคุณธรรม จรยิ ธรรม (Compassion)
8. การบรู ณาการ
-
9. กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ข้นั นำ
1.1 ครพู านักเรียนเลน่ กิจกรรม “ Guessing the picture?”
- ครูนำรูปภาพมาให้นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม (*เนื้อหาของรูปภาพจะเป็นการสอดแทรกเรื่อง
Question tag) เช่น He can’t swim, can he?/ Dogs can’t swim, can they?
- ครูชี้แจงขอบเขตของการเรียนในคาบน้ใี หน้ ักเรียนทง้ั ชน้ั ทราบก่อนการเริ่มต้นเนือ้ หาบทเรียน
2. ขนั้ นำเสนอ
- ครูอธิบายเรื่อง Question tag ว่า Question tag คือ รูปแบบประโยคคำถามแบบย่อที่ถูกนำมา
ต่อท้ายประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ โดยเราจะ Question tag ในภาษาพูดเท่านั้น นอกจากนี้ครูยัง
อธิบายกฎการเปลีย่ น Question tag 10 ข้อ
3. ขน้ั ฝกึ ฝน
- แบบฝึกเรื่อง Question tag โดยการเลือกคำตอบที่ถูกต้องในแต่ละข้อ ครูตรวจคำตอบโดยสุ่ม
นักเรียนบอกคำตอบที่นกั เรียนเลอื ก และอธบิ ายคำตอบท่ถี ูกตอ้ งเพมิ่ เติม
4. ขน้ั สรุป
- ครแู ละนกั เรียนสรุปสิ่งทเ่ี รียนไปอีกคร้ัง
10. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เครอื่ งมือท่ใี ชใ้ นการประเมิน
วธิ กี าร/เครอ่ื งมือ ผลงาน/ชน้ิ งาน เกณฑก์ ารผา่ น
K-ความรู้ - แบบฝกึ เรอ่ื ง -นกั เรียนไดร้ ับ 1
Question tag คะแนนเม่อื
นักเรียนเลือก
คำตอบในแบบฝกึ
แต่ละข้อได้ถกู ต้อง
ครบถ้วน
นกั เรียนไดร้ ับ 0
คะแนนเม่ือนักเรยี น
เลอื กคำตอบในแบบ
ฝึกแต่ละข้อผิด
P-ทกั ษะ/กระบวนการ แบบประเมนิ ทกั ษะ การอา่ นขอ้ ความ ประเมนิ การพูดโดย
การพูด จากแบบฝกึ เรื่อง ใชแ้ บบประเมนิ การ
Question tag อ่านออกเสียง
ข้อความ และใช้
เกณฑผ์ ่านระดบั
พอใช้
A-เจตคติ การวดั และ - เข้าชน้ั เรยี นตรง
เวลาคิดเป็นรอ้ ยละ
ประเมนิ ผลด้าน 70
ความมีวนิ ยั และใฝ่
เรียนรู้วัดจากการ
สงั เกตพฤติกรรม
การเขา้ ชนั้ เรียนและ
การตอบคำถาม
รวมถึงการเขา้ เรยี น
ตรงเวลา
เกณฑก์ ารประเมิน
เรือ่ งทจี่ ะประเมิน 0 (ปรับปรุง) เกณฑร์ ะดับคณุ ภาพ
1 (ผา่ น) 2 (ดี) 3 (ดีเย่ียม)
K-ความรู้ เลือกคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน เลอื กคำตอบใน
แบบฝกึ แต่ละข้อ แบบฝึกแตล่ ะข้อได้ แบบฝกึ แต่ละข้อได้ แบบฝึกแตล่ ะข้อได้
ผดิ เกนิ ครึง่ ถูกต้องเกินคร่งึ ถกู ต้องเป็นส่วน ถกู ต้องครบถว้ น
ใหญ่
P-ทักษะ/ ออกเสยี งคำศพั ท์/ ออกเสยี งคำศพั ท์ ออกเสียงคำศัพท์ ออกเสียง
กระบวนการ ประโยคผิดหลักการ และประโยคได้ และประโยคได้ คำศัพทแ์ ละประโยค
ออกเสยี งทำให้ ถกู ต้องเป็นส่วนใหญ่ ถูกต้องตามหลักการ ได้
ส่ือสารไม่ได้ ขาดการออกเสียง ออกเสยี งมีเสยี ง ถูกต้องตามหลัก
เน้นหนกั เนน้ หนกั ในคำ/ การออกเสียง
ประโยคเปน็ ส่วน ออกเสียงเน้น
ใหญ่ หนกั ในคำ/ประโยค
อย่างสมบูรณ์
A-เจตคติ เขา้ ช้นั เรียนสายมาก เขา้ ชนั้ เรยี นสายไม่ เข้าช้ันเรียนสายไม่ เขา้ ชัน้ เรียนตรง
วา่ 10 นาทีขนึ้ ไป เกิน 10 นาที เกิน 5 นาที เวลา
11. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
11.1 สือ่ การเรียนรู้
1) PowerPoint
2) ใบความรเู้ รื่อง Question tag
11.2 แหลง่ การเรียนรู้
- ใบความรู้ ตะลยุ อังกฤษ พิชิต O-net
12. ช้ินงาน/ภาระงาน
- แบบฝึกเรอ่ื ง Question tag
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 12
รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23102) ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
แผนการจดั การเรียนรู้ O-NET ภาคเรยี นที่ 2/2564 จำนวน 20 คาบ
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 12 เร่ือง Question words จำนวน 1 คาบ
1. สาระสำคัญ
ในบทเรียนน้ีนักเรยี นจะไดเ้ รยี นรู้เกยี่ วกบั Question words ว่าใชเ้ ม่ือไหรแ่ ละใชอ้ ย่างไร
2. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวดั
สาระท่ี 1 : ภาษาเพื่อการสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบหุ วั ขอ้ เรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอียดสนบั สนุน และ
แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั เรื่องที่ฟงั และอ่านจากสอื่ ประเภทตา่ ง ๆ พร้อมท้ังใหเ้ หตผุ ลและยกตัวอยา่ ง
ประกอบ
สาระที่ 2 : ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเกีย่ วกับชวี ิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและประเพณี ของ
เจ้าของภาษา
มาตรฐาน ต 2.2 ม.3/2 เปรยี บเทยี บและอธิบายความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างชีวติ
ความเปน็ อยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั ของไทย และนำไปใช้อยา่ งเหมาะสม
3. สาระการเรยี นรู้
หน้าทท่ี างภาษา
- Question words หมายถงึ คำท่ีใช้ขน้ึ ต้นประโยค เพื่อทำใหป้ ระโยคนน้ั เปน็ คำถาม ซึ่งต้องการใหผ้ ตู้ อบ
ไดต้ อบโดยใช้ข้อมูล หรือข้อเท็จจริง ประโยคคำถามส่วนใหญ่จะขึน้ ต้นดว้ ย Wh
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ความรู้ / ความสามารถ (K)
1) นกั เรยี นสามารถตอบคำถามโดยใช้ Question words ได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรียนสามารถอา่ นประโยคได้
ดา้ นเจตคติ (A)
1) นักเรยี นเข้าชัน้ เรยี นตรงเวลา
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ซอ่ื สัตย์สจุ ริต มวี นิ ัย
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อย่างพอเพยี ง มุง่ มั่นในการทำงาน
ใฝ่เรยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ
รักความเป็นไทย
7. ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21
ทกั ษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขยี น (Writing)
ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ปญั หา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and
leadership)
ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทักษะด้านการส่อื สารสารสนเทศและรเู้ ทา่ ทันสื่อ (Communication information and media
literacy)
ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ความมคี ณุ ธรรม จริยธรรม (Compassion)
8. การบรู ณาการ
-
9. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1. ขน้ั นำ (Warm up)
- ครูเขียนประโยคโดยใช้ Question words จากน้นั ให้นักเรยี นช่วยสงั เกตวา่ ประโยคท่ีเขียนน้ันมีส่วนใด
ที่เหมือนกัน
2. ขั้นนำเสนอ (Present)
- ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Question words ว่ามีคำว่าอะไรบ้าง แต่ละคำนั้นมีการใช้อย่างไร โดย
นกั เรียนอ่านใบความรเู้ ร่อื ง Question tag ประกอบ
3. ข้นั ฝกึ ฝน (Practice)
- แบบฝึกเรื่อง Question words โดยก่อนทำครูจะอ่านโจทย์และทำพร้อมกัน 2-3 ข้อ จากนั้นนักเรยี น
ทำแบบฝึกเอง ครตู รวจคำตอบโดยสมุ่ นกั เรยี นบอกคำตอบที่นกั เรียนเลือก และอธบิ ายคำตอบทถี่ กู ตอ้ งเพ่ิมเติม
4. ขน้ั สรปุ (Wrap-up)
- ครแู ละนักเรยี นสรปุ ส่งิ ทเ่ี รยี นไปอีกคร้ัง
10. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ เครอื่ งมอื ที่ใชใ้ นการประเมนิ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
วิธีการ/เครอ่ื งมือ ผลงาน/ชน้ิ งาน เกณฑก์ ารผา่ น
K- ความรู้
- แบบฝกึ เรื่อง -นกั เรียนได้รับ 1
P- ทกั ษะ/ กระบวนการ Question words คะแนนเมื่อ
A- เจตคติ นกั เรียนเลอื ก
คำตอบในแบบฝึก
แต่ละข้อได้ถูกต้อง
ครบถ้วน
นกั เรยี นไดร้ บั 0
คะแนนเมือ่ นักเรียน
เลือกคำตอบในแบบ
ฝึกแต่ละข้อผดิ
แบบประเมนิ ทกั ษะ การอ่านขอ้ ความ ประเมินการพดู โดย
การพูด จากแบบฝกึ เร่ือง ใช้แบบประเมินการ
Question words อ่านออกเสยี ง
ขอ้ ความ และใช้
เกณฑ์ผ่านระดบั
พอใช้
การวัดและ - เขา้ ชัน้ เรยี นตรง
ประเมนิ ผลดา้ น เวลาคดิ เปน็ ร้อยละ
ความมวี ินยั และใฝ่ 70
เรยี นรู้วดั จากการ
สังเกตพฤติกรรม
การเขา้ ชัน้ เรยี นและ
การตอบคำถาม
รวมถึงการเข้าเรยี น
ตรงเวลา
เกณฑ์การประเมนิ
เร่ืองท่ีจะประเมิน 0 (ปรับปรุง) เกณฑ์ระดบั คุณภาพ
1 (ผ่าน) 2 (ดี) 3 (ดีเย่ียม)
K- ความรู้ เลอื กคำตอบใน เลือกคำตอบใน เลือกคำตอบใน เลือกคำตอบใน
แบบฝึกแตล่ ะข้อ แบบฝึกแต่ละข้อได้ แบบฝกึ แตล่ ะข้อได้ แบบฝึกแต่ละข้อได้
ผดิ เกนิ ครงึ่ ถกู ต้องเกินครงึ่ ถกู ต้องเปน็ ส่วน ถกู ต้องครบถ้วน
ใหญ่
P- ทกั ษะ/ ออกเสียงคำศัพท์/ ออกเสียงคำศพั ท์ ออกเสียงคำศัพท์ ออกเสยี ง
กระบวนการ ประโยคผดิ หลักการ และประโยคได้ และประโยคได้ คำศัพท์และประโยค
ออกเสยี งทำให้ ถูกต้องเป็นสว่ นใหญ่ ถกู ต้องตามหลักการ ได้
สอ่ื สารไม่ได้ ขาดการออกเสยี ง ออกเสียงมเี สยี ง ถกู ต้องตามหลัก
เนน้ หนกั เน้นหนักในคำ/ การออกเสยี ง
ประโยคเป็นสว่ น ออกเสยี งเนน้
ใหญ่ หนกั ในคำ/ประโยค
อย่างสมบรู ณ์
A- เจตคติ เข้าชั้นเรยี นสายมาก เข้าชนั้ เรียนสายไม่ เขา้ ช้ันเรียนสายไม่ เขา้ ช้นั เรยี นตรง
วา่ 10 นาทีข้นึ ไป เกิน 10 นาที เกนิ 5 นาที เวลา
11. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
11.1 สื่อการเรียนรู้
1) PowerPoint
2) ใบความรเู้ รื่อง Question words
11.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- ใบความรู้ตะลุยองั กฤษ พิชิต O-net
- แหล่งการเรยี นรอู้ อนไลน์ ได้แก่
1) Google Classroom
12. ช้ินงาน/ภาระงาน
- แบบฝกึ เร่อื ง Question words