5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั ตอน กิจกรรม รปู แบบการ
การสอน จดั การเรียนรู้
เชิงรุก
สอนคร้งั ท่ี 1 ขั้นท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement : E) ใช้เวลา 20 นาที
เวลา 4 ช่วั โมง ครชู แ้ี จงหัวข้อเรือ่ งท่จี ะเรียนหนว่ ยการเรยี นที่ 3
แลว้ ทดสอบก่อนเรียน 10 นาที
(ขนั้ นำ) 1. ครใู หผ้ ู้เรยี นท้ังหอ้ งช่วยกันแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั อปุ กรณ์เครอื ขา่ ย
คอมพิวเตอรแ์ ละการติดตัง้ ใชง้ าน
2. ครูใหผ้ ู้เรยี นดูภาพสถานการณ์จริงในชวี ิตประจำวนั ทผี่ ้คู นสว่ นใหญจ่ ะ
เก่ียวขอ้ งกับการใช้อินเทอร์เน็ต แลว้ ให้ผู้เรยี นรว่ มกับครชู ่วยกันตัง้ คำถาม
ในเรอ่ื งท่อี ยากเรียนรใู้ นสง่ิ ท่ีเกิดขน้ึ จริงในชีวติ จรงิ โดยการแสดงความ
คดิ เห็นในสงิ่ ทีอ่ ยากเรยี นรู้ โดยการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ในพ้นื ฐานความรู้เดิม
ในเรือ่ งอุปกรณเ์ ครอื ข่ายคอมพิวเตอร์และการติดตัง้ ใช้งาน
3. ครใู หผ้ ู้เรยี นมองออกไปยังนอกห้องเรียน หอ้ งประชมุ อนิ ทนลิ ที่มบี ริการ
Wi-Fi และมีนกั เรยี นนกั ศกึ ษานง่ั ใชบ้ ริการเครอื ข่ายอนิ เทอร์เน็ตระหวา่ งพกั
และให้ผ้เู รียนสงั เกตการใชบ้ ริการอนิ เทอร์เนต็ ในหอ้ งปฏิบตั ิการ
คอมพวิ เตอรท์ ่ผี ู้เรียนใชอ้ ยู่ ทีม่ ีปัญหาบางเคร่อื งก็ใชอ้ นิ เทอร็เนต็ ได้ บาง
เครอื่ งก็ใช้ไม่ไดส้ าเหตุเนือ่ งจากปญั หาใด (20 นาท)ี
4. ผู้เรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นและหาคำตอบในหอ้ งเรยี น เกีย่ วกบั
การใหบ้ ริการอินเทอร็เน็ตในวทิ ยาลัยฯ และการใหบ้ ริการอนิ เทอร็เนต็ จาก
สถานประกอบการอืน่ เชน่ โรงแรม สนามบิน หอประชุม และรา้ นขาย
กาแฟ เพอ่ื ต้งั คำถามและหาคำตอบดังน้ี (30 นาท)ี
4.1 ต่อเชอ่ื มอินเทอร์เน็ตได้อย่างไร
4.2 ทำไมการใหบ้ รกิ ารอินเทอร็เน็ตของวิทยาลยั ฯ ช้า
4.3 วิทยาลัยฯ ใหบ้ รกิ ารความเร็วอินเทอร์เนต็ เท่าไหร่
4.4 การตดิ ตัง้ ระบบเครือขา่ ยท้องถน่ิ และติดตง้ั ระบบเครอื ขา่ ยอนิ
เทอรเ็ นต็ ไรส้ าย ทำอย่างไร
5. ครใู ห้ผเู้ รยี นศกึ ษาใบงานท่ี 3 และสถานการณ์ปัญหาที่ 3
(ผลลพั ธ์ : ผู้เรียนไดน้ ำความรู้เดมิ มาใชใ้ นการบูรณาการพดู คยุ เจรจา
โต้ตอบกบั ครแู ละเพือ่ นในช้ันเรยี น กล้าคดิ กลา้ ทำ กลา้ แสดงออก สามารถ
แสดงความคิดเหน็ การใหบ้ รกิ ารเครอื ข่ายอินเทอร์เนต็ ของวทิ ยาลัยฯ ตั้ง
คำถามในสงิ่ ท่ีอยากรู้ อยากเรยี นและท้าทายความสามารถการเรียนของ
ตวั เอง)
(ขั้นสอน) ขัน้ ที่ 2 เชือ่ มโยงปญั หา (Transfer : T) ใช้เวลา 1 ช่ัวโมง
1. ครสู อนเน้อื หาเกยี่ วกบั อุปกรณ์เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละการตดิ ตงั้ ใช้
งาน
และนำอุปกรณเ์ คร่ือขา่ ยมาสาธิตและยกตัวอย่างการใชง้ านเพ่ือประกอบให้
ผ้เู รียนได้เรยี นรูอ้ ปุ กรณเ์ ครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ และเรียนรูว้ ิธกี ารตดิ ตงั้ ตงั้ ใช้
งานของระบบเครือขา่ ยท้องถ่ิน และระบบเครือข่ายไร้สาย
2. ผู้เรียนทำความเข้าใจกับเนือ้ หาและได้เรยี นรู้หน้าทีก่ ารทำงานของ
อปุ กรณ์เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์และการติดต้งั ใชง้ าน
3. ครสู อนแนวคิดและการใช้อุปกรณ์เครอื ข่ายคอมพิวเตอรใ์ นการ และ
แกป้ ัญหาระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ในชีวติ ประจำวนั
4. ผเู้ รียนสรุปประเดน็ ความร้ทู ไี่ ดศ้ ึกษาจากการเรียน โดยเชอ่ื มโยงกับใบ
งานและสถานการณ์ปญั หาท่ีผ้สู อนและผู้เรยี นจำลองสถานการณท์ อ่ี าจ
เกดิ ขนึ้ ได้จริง ในกรณที ี่ถ้าผ้เู รียนต้องตดิ ต้ังเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ให้
สามารถใชง้ าน
ใบงานที 3 อุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์และการติดตั้งใช้งาน
เรอื่ ง อปุ กรณเ์ ครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์และการออกแบบการตดิ ตั้งใช้งาน
คำชี้แจง ใหน้ กั ศกึ ษาการออกแบบติดตัง้ เครือข่ายไรส้ ายในพ้ืนทีใ่ ช้
งานตามพน้ื ทสี่ าธารณะทถ่ี ูกจำกัดบริเวณทเี่ ตรียมไวส้ ำหรบั บรกิ ารลกู คา้
ตามสถานทตี่ ่าง ๆ เช่น รา้ นนม รา้ นกาแฟ หา้ งสรรพสินคา้ และหอประชุม
ในสถานศกึ ษา ทีน่ กั ศึกษาสนใจไปใช้บรกิ ารมา 1 แหง่ โดยวาดผงั การ
ออกแบบและติดตง้ั เครือขา่ ยไร้สาย พรอ้ มภาพประกอบการใหบ้ ริการ
เครือข่ายไร้สาย
ภาพ : ผังการออกแบบการตดิ ตั้งอุปกรณร์ ะบบเครอื ข่ายไร้
สาย
สถานท…่ี ……………………
ภาพ : ภาพประกอบการให้บริการเครอื ข่ายไรส้ าย
▪ ภาพบรรยากาศผู้คนกำลงั ใชบ้ ริการ Wi-Fi
▪ ภาพประชาสัมพันธก์ ารใหบ้ รกิ าร Wi-Fi (ถา้ ม)ี
สถานที…่ ……………………
สถานการณป์ ัญหา ท่ี 3 อุปกรณเ์ ครอื ข่ายคอมพิวเตอร์และการตดิ ตั้งใช้งาน
เรื่อง อุปกรณเ์ ครือขา่ ยคอมพิวเตอร์และการออกแบบการตดิ ตง้ั ใชง้ าน
คำช้แี จง งานศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ ไดร้ บั แจง้ จากหัวหน้าแผนก
วชิ าการบญั ชใี หไ้ ปชว่ ยแก้ไขปัญหาการใชง้ านระบบเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ นต็
การใช้บริการ Wi-Fi และการแชรเ์ คร่อื งพมิ พ์ใชง้ านรว่ มกัน ใน
ห้องปฏิบตั ิการคอมพิวเตอรก์ บั งานบัญชี ห้อง 935 และ หอ้ ง 433 หลงั
ตรวจสอบพบวา่ จำเป็นต้องติดต้ังสายสัญญาณอินเทอร์เนต็ ใหม่จำนวน 12
จดุ และยังตรวจพบอกี ว่าผใู้ ช้บรกิ ารไมส่ ามารถเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi ได้
และมีความตอ้ งการใช้งานเครื่องพิมพร์ ่วมกันในหอ้ งปฏบิ ัติการ หาก
นกั ศึกษาไดร้ บั มอบหมายจะปฏบิ ตั ิอยา่ งไร โดยให้ปฏิบตั ิการการแกป้ ัญหา
ตามลำดบั ของกิจกรรมตอ่ ไปนี้
กิจกรรมท่ี 1 ติดต้งั การเช่ือมต่อสายสัญญาณอนิ เทอร์เน็ตใหม่
แล้วตรวจสอบการใชง้ าน
กิจกรรมท่ี 2 ติดตงั้ การเชอื่ มตอ่ สายสัญญาณอนิ เทอรเ์ น็ต
เครอื ขา่ ยไร้สายผ่านอุปกรณต์ ่าง ๆ
กจิ กรรมท่ี 3 ตงั้ ค่าการแชรเ์ ครอ่ื งพมิ พ์ให้สามารถใชง้ านรว่ มกันได้
ในหอ้ งปฏบิ ตั ิการ
(ผลลัพธ์ : ผู้เรยี นได้เรียนรเู้ กย่ี วกบั อปุ กรณเ์ ครือข่าย คณุ สมบัติในการ
ทำงานแต่ละอุปกรณท์ ่ีแตกต่างกัน เรียนรู้การออกแบบการติดต้ังเครอื ขา่ ย
เบ้อื งตน้ และสามารถตดิ ตั้งเครอื ข่ายใช้งานได้ เชน่ การต่อระบบ
เครอื ข่ายทอ้ งถ่ินแบบแลน และระบบเครอื ข่ายแบบไร้สาย สามารถการ
ตดิ ตง้ั ใชง้ านได้ สามารถแก้ไขปัญหาระบบเครอื ข่ายอนิ เทอร็เนต็ เบอ้ื งตน้ ได้
การตัง้ คา่ การแบ่งปันเครื่องพมิ พ์ ลดภาระการให้บริการของเจา้ หน้าที่ศนู ย์
ขอ้ มูลในวทิ ยาลัยฯ ได้เป็นอยา่ งดีในแต่ละวนั )
ขั้นตอนที่ 3 ระดมสมอง (Brainstorm : B) ใช้เวลา 20 นาที
1. ผู้เรยี นแบง่ กลมุ่ ละ 5 คนนำสถานการณป์ ญั หามาระดมสมองร่วมกนั กับ
เพ่ือนในกล่มุ เพือ่ ทบทวนความรเู้ ดมิ และศึกษาค้นควา้ อุปกรณ์เครอื ข่าย
คอมพวิ เตอรแ์ ละการติดตง้ั ใช้งาน เพื่อประกอบการพจิ ารณาแกไ้ ขปัญหา
สถานการณจ์ ริงที่เกิดขน้ึ เปน็ ประจำในห้องปฏบิ ตั ิการบัญชี เพอ่ื ให้สามารถ
ใช้บริการอนิ เทอรเ์ นต็ ได้อยา่ งตอ่ เนอ่ื งและนำไปใช้ได้จรงิ ในการแกไ้ ขปัญหา
อินเทอร์เนต็ ในชีวิตประจำวนั ได้
2. ผู้เรยี นรว่ มกันสรปุ ขนั้ ตอนออกแบบและตดิ ตัง้ เครอื ขา่ ย ท้งั เครือขา่ ย
ท้องถิ่น และเครือขา่ ยไร้ และการตดิ ตง้ั ใช้งาน ให้สามารถใชง้ านไดจ้ ริง
(ผลลัพธ์ : ผูเ้ รียนให้ความรว่ มมือกับกลุม่ ช่วยเหลอื ซงึ่ กนั และกัน ยอมรับ
ฟังความคดิ เหน็ ของคนอื่นที่นำเสนอแนวทางการออกแบบและติดตั้งระบบ
เครือข่ายในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์บัญชี ช่วยกันทดลองการเข้าหัว
RJ45 แล้วนำไปใช้เชื่อมตอ่ อินเทอรเ์ น็ตและ ทดสอบการติดต้ังเครือข่ายไร้
สาย เพื่อให้ผลงานของกลุ่มออกมาใช้งานได้ ทำให้ผู้เรียนเกิดความมุ่งม่ัน
อยากทำใหส้ ำเรจ็ มีความรัก สามัคคี และให้การสนบั สนนุ กันอย่างจริงใจ)
ขน้ั ตอนที่ 4 สังเกตการณ์ (Observe : O) ใชเ้ วลา 10 นาที
1. ผู้เรยี นศึกษาข้อมูลผลการระดมสมองของกล่มุ อืน่ และนำผลการระดม
สมองของกล่มุ ตวั เองแลกเปล่ียนเรียนร้จู ากกลุ่มอ่ืน แลว้ จดบันทกึ ประเดน็
ความรู้ใหม่ทีไ่ ด้รับ
เพื่อนำมาเป็นประเด็นข้อสรปุ ในการออกแบบและติดต้งั เครอื ขา่ ย ให้
สามารถใช้งานได้
2. สังเกตการณ์ผลการระดมสมองท่ีแต่ละกลุ่มนำความรู้ ข้อค้นพบ
ขอ้ ผดิ พลาดจากการออกแบบและติดตัง้ เครือข่ายในแต่ละครง้ั นำขอ้ สรปุ ที่
ได้จากการเรียนรู้มาวิเคราะหเ์ พอ่ื พิจารณาแก้ไขปัญหาใหม้ ที ักษะใน
ออกแบบและติดตัง้ ระบบเครอื ข่ายให้สามารถใชง้ านได้งา่ ย โดยไม่
ส้ินเปลืองอปกุ รณเ์ กนิ ความจำเปน็
(ผลลัพธ์ : ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรกู้ ับกลุ่มอนื่ ๆ ไดศ้ ึกษาแนวคดิ ใน
การปฏิบัตอิ อกแบบและตดิ ต้ังเครือข่ายให้สามารถใชง้ านไดแ้ ละ
ข้อผดิ พลาดที่เกิดขึ้น เพ่ือเป็นแนวทางในการนำไปปฏบิ ัตไิ ดจ้ รงิ )
ข้นั ตอนท่ี 5 นำไปปฏบิ ัติสร้างช้ินงาน (Practice : P)
ใช้เวลา 2 ช่วั โมง
1. ผเู้ รียนนำประเด็นขอ้ สรุปของกล่มุ มาพจิ ารณาในการออกแบบและตดิ ต้ัง
ระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ที่ไดร้ ับผิดชอบ
2. ผู้เรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบสัญญาณอนิ เทอร์เน็ตอีกครัง้ หนง่ึ เพื่อวเิ คราะห์
อาการในกรณที ไ่ี มส่ ามารถเชอื่ มต่ออนิ เทอร์เนต็ ได้ หากต้องตดิ ตั้ง
สายสัญญาณใหม่กด็ ำเนนิ การติดต้ังเครือข่ายท้องถนิ่ ใหม่ และตรวจเชค
สัญญาณเครือข่ายไร้สายผ่านอปุ กรณ์มอื ถือ
3. เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์พร้อมใช้งาน และสามารถใช้บริการเครือข่าย
อนิ เทอรเ์ นต็ ของวทิ ยาลยั ฯ ทำให้ผเู้ รยี นมีความรู้ความเข้าใจเรอื่ งอปุ กรณ์
เครือขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ ละสามารถตดิ ต้งั ใชง้ านได้ด้วยตวั เอง
สอนครง้ั ท่ี 2 (ผลลพั ธ์ : ผู้เรียนช่วยกนั ในแต่ละกลุ่มทไี่ ด้รับผิดชอบ สามารถออกแบบ
เวลา 4 ชั่วโมง และตดิ ต้ังเครอื ข่ายห้องเรยี นคอมพวิ เตอรบ์ ญั ชีพร้อมใชง้ านบริการ
อนิ เทอร์เน็ตได้ทุกเครอื่ ง)
ขน้ั ตอนที่ 6 สะทอ้ นแนวคิด (Reflect :) ใช้เวลา 30 นาที
1. ผเู้ รยี นได้นำผลการศกึ ษาค้นคว้าอปุ กรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่จำเป็น
ใชง้ าน งานในการออกแบบและติดตัง้ เครือข่าย มาแบง่ ปันขอ้ มลู ให้เพือ่ น
ทกุ คนไดท้ ราบ
2. ผเู้ รยี นสามารถเลือกใชอ้ ปุ กรณต์ ดิ ตัง้ เครอื ข่าย และสามารถเข้าหวั สาย
UTP กบั หวั ตอ่ แบบ RJ45 มีมาตรฐานในการจดั เรยี งสายสญั ญาณในการ
ติดต้งั เครือข่ายท้องถ่นิ ได้ และตดิ ต้ังเครอื ข่ายไร้สายได้
3. ผูเ้ รยี นนำเสนอผลงานกลุ่มหนา้ ช้นั เรยี นเพอื่ แลกเปล่ียนเรยี นรู้จาก
ประสบการณ์ท่ีได้ออกแบบและตดิ ต้งั เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์แบบท้องถิ่น
และไรส้ ายในส่วนท่รี บั ผิดชอบได้ ทั้งดา้ นประสบความสำเร็จ ขอ้ ผิดพลาด
ที่เกิดขนึ้ จากหลายสาเหตุ และหาแนวทางแก้ไขในสถานการณ์จรงิ ได้
4. ผเู้ รียนประเมนิ ผลงานกลุ่มตวั เองและกลมุ่ อ่นื
(ข้ันสรปุ )
(ผลลัพธ์ : ผู้เรยี นได้เรยี นรกู้ ารออกแบบเครือข่ายคอมพิวเตอรแ์ ละการ
ติดตั้งใชง้ าน สามารถแกไ้ ขปัญหาการใช้บรกิ ารอนิ เทอรเ์ น็ตไม่ได้ จน
ผูเ้ รียนมคี วามร้ปู ระสบการณ์ ทำให้ตรวจสอบความพร้อมของเครอ่ื งกอ่ น
เรียนไดท้ ุกครั้ง และยงั สามารถชว่ ยเหลือเพือ่ น ๆ และรุ่นนอ้ ง แผนกวชิ า
อืน่ ในการใชบ้ ริการอนิ เทอร์เน็ตของวิทยาลัยฯ ได)้
ขนั้ ตอนท่ี 7 นำไปใชง้ านได้จริง (Apply : A) ใช้เวลา 30 นาที
1. ผู้เรียนเห็นคุณคา่ ของอปุ กรณ์เครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์และการตดิ ต้ังใช้งาน
2. ผู้เรยี นมีความร้คู วามเขา้ ใจอุปกรณเ์ ครือข่ายคอมพิวเตอร์และการตดิ ตงั้
ใชง้ านได้ด้วยตัวเองได้ สามารถนำความร้ไู ปใชไ้ ดจ้ รงิ ในชีวิตประจำวัน
3. ผเู้ รยี นสามารต่อยอดความร้แู ละประสบการณ์ทไ่ี ดน้ ำไปออกแบบและ
ติดตัง้ เครอื ข่ายคอมพิวเตอรท์ บี่ ้าน ท่ีสำนกั งาน ได้
4. ผูเ้ รียนเกิดความภาคภมู ิใจ สามารถนำความรแู้ ละประสบการณ์ไปช่วย
แก้ปัญหาและทำความเขา้ ใจการใชบ้ ริการอินเทอรเ์ นต็ ในวทิ ยาลัยฯ ให้รุ่น
น้องได้
(ผลลพั ธ์ : มีความรู้สึกภาคภูมิใจในผลสำเรจ็ ทสี่ ามารถออกแบบและตดิ ตัง้
การใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ ได้ มคี วามรูค้ วามเข้าใจและประสบการณจ์ ริงในการ
แกป้ ัญหาเครือขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ตเบื้องตน้ ได้ เห็นคุณค่าในความสามารถของ
ตัวเองและสามารถแนะนำคนอืน่ ไดจ้ ริง)
6. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
สื่อสงิ่ พมิ พ์
หนังสือเรยี น วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การจัดการอาชีพ ดวงใจ สมภักดี
แหล่งเรยี นรู้
1. ช่องทางการตดิ ตอ่ ส่ือสาร Facebook และ Line
2. สอ่ื ระดมสมอง และการสะทอ้ นคดิ ของผูเ้ รียน Google Document
3. ศกึ ษาจากประสบการณ์ตรงของเจ้าหน้าที่ดแู ลระบบเครอื ข่ายของสถานประกอบการ
4. สบื ค้นจาก Internet และห้องสมุดวทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาร้อยเอด็
7. หลกั ฐานการเรียนรู้
7.1 แฟ้มสะสมงาน ผลงานทีไ่ ด้จากใบงาน เรอ่ื ง อุปกรณ์เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ ละการออกแบบ
การตดิ ตั้งใชง้ าน และสถานการณ์ปัญหา เรอ่ื ง อปุ กรณ์เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์และการออกแบบการติดตัง้ ใช้
งาน
7.2 ส่อื สง่ิ พิมพ์ ข่าวสารเก่ียวกบั อุปกรณ์ระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ และการติดต้งั ใชง้ าน
7.3 การจดั บอรด์ กิจกรรมเตรียมความพรอ้ มสู่ประชาคมอาเซียน เรอื่ ง การตดิ ตงั้ ระบบเครอื ขา่ ย
(Network Design) ในองค์กรทน่ี กั ศึกษาสนใจมาคนละ 1 องคก์ ร และคำศัพทภ์ าษาอังกฤษทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั
ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์มา 3 คำ แลว้ ติดบอร์ดนำเสนอหนา้ ห้องเรียน
7.4 การจัดบอร์ดสรุปผลงาน สถานการณ์ปัญหาในหน่วยการเรียนที่ 3 เรื่อง อุปกรณ์เครือข่าย
คอมพิวเตอรแ์ ละการออกแบบการติดตงั้ ใช้งาน
8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 เครื่องมือประเมิน
1) กิจกรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ
2) แบบประเมนิ ผลการนำเสนอหน้าช้นั เรยี น ข้ันสะท้อนคิด
8.2 เกณฑก์ ารประเมนิ
1) ประเมินผลจากชิ้นงานที่ได้จากใบงาน เรื่อง อุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์และการ
ออกแบบการติดต้ังใช้งาน และสถานการณ์ปัญหา เรื่อง อุปกรณ์เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์และการออกแบบ
การติดตง้ั ใช้งาน
2) ประเมินผลจากการนำเสนอหนา้ ชั้นเรียน
3) การทำกจิ กรรมตรวจสอบความเขา้ ใจถกู ต้องเกิน 80%
4) การทำแบบทดสอบเพ่อื ประเมนิ ผลหลงั การเรยี นรู้ได้ตามเกณฑท์ ี่ตงั้ ไวเ้ ฉลย่ี 80%
9. บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
9.1 ข้อสรุปหลงั การจดั การเรียนรู้
บนั ทกึ หลังการสอน
รหสั วชิ า 30001-2001 รายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การจัดการอาชีพ (ชม.-นก.) 4(3)
ประจำปีการศึกษา ………….. ประจำวนั ที่…………..……เดือน ..............................พ.ศ......................
เมอื่ สอนเสรจ็ แลว้ ผสู้ อนสรปุ ไดว้ ่า
กิจกรรม ใช่ ไม่ใช่
1. สอนไดค้ รบตามเน้ือหา สาระ และตรงตามจุดประสงคข์ องแผน
2. มกี ารใช้สอ่ื การเรียนการสอนตามแผนการสอน
3. เข้าสอนตรงเวลาและสอนเต็มเวลา
4. ดแู ลระเบยี บวินยั นกั เรยี น พร้อมอุปกรณก์ ารเรยี นการสอน
5. ประเมินพฒั นาการผเู้ รยี นอย่างสม่ำเสมอ
6. วดั ผลประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ /ผูเ้ รียนมสี ่วนรว่ มในการวัดผล ประเมนิ ผล
7. บนั ทกึ พฤตกิ รรมผู้เรียนสมำ่ เสมอ
9.2 บันทึกเพมิ่ เติม ผลการใชแ้ ผนการสอนทเ่ี กิดกบั ผู้เรียน
ผลท่เี กดิ กับผู้เรียนดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. ผ้เู รียนได้แสดงออกถึงพน้ื ฐานความร้เู ดิมของคอมพิวเตอร์ สามารถบอกอปุ กรณ์
เครือขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ละการออกแบบการตดิ ตัง้ ใชง้ านได้ ได้
2. ผเู้ รยี นบอกได้วา่ อุปกรณ์เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ท้องถน่ิ และเครอื ขา่ ยไรส้ ายมอี ะไรบ้าง
มีคุณสมบตั ิในการตดิ ต่อส่อื สารได้อย่างไร
3. ผเู้ รยี นบอกไดว้ า่ การเข้าหัวสาย UTP กับ หวั ต่อแบบ RJ45 มีมาตรฐานในการจดั เรียง
สายสัญญาณอย่างไร
4. ผ้เู รยี นมีความรูค้ วามเข้าใจในการอุปกรณ์เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ และการติดตั้งใชง้ าน
เครอื ขา่ ยทอ้ งถนิ่ และเครือข่ายไร้สายเบอื้ งตน้ ได้
ผลทเี่ กดิ กับผูเ้ รยี นด้านทักษะ (Practice)
1. ผเู้ รียนสามารถออกแบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ และสามารถตดิ ต้ังเครอื ขา่ ยแบบ
ท้องถนิ่ ได้ มที ักษะในการเขา้ หัวสาย UTP กับ หัวต่อแบบ RJ45 ตามมาตรฐานในการจดั เรียงสี
สายสญั ญาณไดถ้ ูกต้อง
2. ผู้เรยี นสามารถออกแบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ และสามารถติดตัง้ เครือข่ายแบบไร้
สายได้ มีทักษะในการต้งั ค่าการติดต้ังเพอ่ื เช่อื มต่อระบบ Wi-Fi ได้ สามารถแนะนำคนอ่ืนได้
ผลที่เกดิ กบั ผู้เรยี นดา้ นเจตคติ (Attitude)
5. ผู้เรียนมคี วามรู้สึกตื่นเตน้ ท่ไี ด้เรียนรอู้ ุปกรณ์เครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์และการติดตั้งใชง้ าน
โดยไดเ้ รยี นร้จู ากการปฏบิ ัตจิ รงิ
6. ผูเ้ รยี นมีความกระตือรอื ร้น สนใจในเร่อื งท่ีอยากเรียน มคี วามรับผิดชอบตอ่
การศกึ ษาหาขอ้ มูลประกอบการเรยี น ทำใบงานและสถานการณ์ปญั หา มีความมุง่ มนั่ ท่ีจะแก้ปัญหาการใช้
งานเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ให้สำเรจ็
3. ผูเ้ รยี นมคี วามรับผดิ ชอบ สามารถบริหารเวลาไดด้ ี มคี วามรักสามคั คี ช่วยเหลือซง่ึ กนั
และกนั เพอ่ื ใหก้ ลมุ่ ของตนเองประสบความสำเรจ็ ในการนำเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี น
4. ผลการประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
9.3 แนวทางการพัฒนาในคร้ังต่อไป ควรจดั หาวัสดุในการฝกึ ให้ผ้เู รียนเรยี นรู้เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสือ่ สารโดยได้มกี ารฝกึ ปฏิบัติออกแบบระบบเครือข่ายและตดิ ต้ังใช้งานจรงิ รายบุคคล
เพ่อื ให้ผ้เู รยี นไดม้ ีทกั ษะสามารถนำไปใช้ในการออกแบบและตดิ ต้ังเครอื ขา่ ยท้องถ่ินและเครือขา่ ยไร้สายได้ดี
ยงิ่ ขึน้ ในชวี ติ ประจำวนั และการทำงานในอนาคต
ลงชื่อ ............................................ ผ้สู อน
(.............................................................)
ตำแหน่ง...................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 4
รหสั วิชา/ชือ่ วชิ า 3204-5104 งานคอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ 4 จำนวน 8 ชว่ั โมง
ชื่อหน่วย ระบบสารสนเทศและการจดั การขอ้ มลู ชั่วโมงรวม 32
ชอื่ เร่ือง ระบบสารสนเทศและการจัดการขอ้ มลู สอนคร้งั ที่ 7-8
1. สาระสำคญั
ระบบสารสนเทศ (Information System) คือ กระบวนการประมวลผลข่าวสารทมี่ อี ย่ใู ห้ อยู่
ในรูปของข่าวสารท่ีเปน็ ประโยชนส์ ูงสุด เพอ่ื เปน็ ข้อสรุปทีใ่ ช้สนบั สนุนการตดั สินใจของบคุ คลระดบั บริหาร
กระบวนการทีท่ ำให้เกดิ ขา่ วสารสารสนเทศน้ี เรยี กว่า การประมวลผลสารสนเทศ (Information
Processing) และเรียกวธิ ีการประมวลผลสารสนเทศด้วยเครื่องมือทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ว่า เทคโนโลยี
สารสนเทศ (IT: Information Technology) ประกอบขึน้ ด้วยระบบการจดั เก็บและประมวลผลข้อมูล
ระบบส่อื สารโทรคมนาคม และอปุ กรณส์ นับสนนุ การปฏบิ ัติงานด้านสารสนเทศที่มีการวางแผน จัดการ
ข้อมลู และใชง้ านร่วมกันอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ความกา้ วหนา้ ของเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจบุ ัน สังคมส่วนใหญ่เข้าถงึ ระบบสารสนเทศได้
ง่าย นับวา่ เป็นสังคมฐานความรู้ (Knowledge Based Society) ในการดำเนนิ งานขององค์กรทัง้ ภาครฐั
และเอกชนจงึ เปน็ ส่งิ สำคัญเป็นอยา่ งมาก ในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาชว่ ยในการบรหิ ารจัดการใน
องค์กร โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในการประกอบธุรกิจ องค์กรสว่ นใหญม่ กี ารนำแผนพัฒนากลยุทธ์สารสนเทศที่มี
ประสิทธิภาพมาใช้สนับสนุนการตดั สินใจและความได้เปรยี บในการแขง่ ขนั
2. สาระการเรยี นรู้
2.1 ระบบสารสนเทศ
2.2 ความสำคญั ของระบบสารสนเทศ
2.3 คุณลกั ษณะของระบบสารสนเทศ
2.4 ประโยชนข์ องระบบสารสนเทศ
2.5 ประเภทของระบบสารสนเทศ
2.6 ข้อมูลและวตั ถุประสงคก์ ารจดั การขอ้ มูล
2.7 ระบบแฟม้ ข้อมูล
2.8 ระบบฐานข้อมูล
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 จุดประสงคท์ ั่วไป
3.1.1 เพ่ือใหม้ ีความรู้ความเข้าใจความหมายของระบบสารสนเทศ
3.1.2 เพอื่ ใหม้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจความสำคัญของระบบสารสนเทศ
3.1.3 เพือ่ ให้มคี วามรู้ความเข้าใจคุณลักษณะของระบบสารสนเทศ
3.1.4 เพอ่ื ใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจประโยชนข์ องระบบสารสนเทศ
3.1.5 เพื่อใหม้ คี วามรู้ความเข้าใจประเภทของระบบสารสนเทศ
3.1.6 เพ่อื ให้มคี วามรู้ความเข้าใจขอ้ มูลและวตั ถปุ ระสงค์การจดั การข้อมูล
3.1.7 เพือ่ ใหม้ คี วามรู้ความเข้าใจระบบแฟ้มข้อมูล
3.1.8 เพือ่ ใหม้ คี วามรู้ความเข้าใจระบบฐานข้อมูล
3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
3.2.1 อธิบายความหมายของระบบสารสนเทศได้
3.2.2 อธบิ ายความสำคัญของของระบบสารสนเทศได้
3.2.3 บอกคุณลกั ษณะของระบบสารสนเทศได้
3.2.4 บอกประโยชน์ของระบบสารสนเทศได้
3.2.5 จำแนกประเภทของระบบสารสนเทศได้
3.2.6 อธิบายข้อมลู และวตั ถปุ ระสงคก์ ารจัดการข้อมูลได้
3.2.7 อธิบายระบบแฟม้ ข้อมูลได้
3.2.8 อธบิ ายระบบฐานขอ้ มูลได้
3.3 จดุ ประสงค์นำทางด้านทักษะ
3.3.1 ปฏบิ ัติการเขยี นแผนภาพระบบแฟม้ ขอ้ มลู ของระบบสารสนเทศท่นี ักศึกษาสนใจได้
3.3.2 ปฏิบัตกิ ารเขียนแผนภาพระบบฐานข้อมลู ของระบบสารสนเทศท่ีนักศกึ ษาสนใจได้
3.4 จดุ ประสงค์นำทางด้านคณุ ธรรม จริยธรรม และอัตลักษณ์คณุ ธรรมของวิทยาลยั
3.4.1. มีคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
อาชีพ
3.4.2 มีเจตคติทดี่ ตี อ่ การเรยี น เรือ่ ง ระบบสารสนเทศและการจัดการขอ้ มลู
3.4.3 ความรับผดิ ชอบ ตรงต่อเวลา มีสัมมาคารวะ (อตั ลกั ษณค์ ุณธรรมวิทยาลยั ฯ)
4. สมรรถนะประจำหนว่ ย
แสดงความรู้ เรื่อง ระบบสารสนเทศและการจัดการขอ้ มูล
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นตอน รูปแบบการ
การสอน กิจกรรม จัดการเรียนรู้
เชงิ รุก
สอนคร้งั ท่ี 1 ข้ันท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement : E) ใชเ้ วลา 20 นาที
เวลา 4 ชวั่ โมง ครูชีแ้ จงหัวขอ้ เรอื่ งท่ีจะเรยี นหน่วยการเรยี นท่ี 4
แล้วทดสอบก่อนเรยี น 10 นาที
(ขัน้ นำ) 1. ครูให้ผู้เรียนทง้ั หอ้ งช่วยกันแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ระบบสารสนเทศ
และการจัดการข้อมูล
2. ครูให้ผู้เรยี นดูภาพสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวนั ท่ผี คู้ นสว่ นใหญจ่ ะ
เกย่ี วขอ้ งกบั ขอ้ มูล และการประมวลผลใหไ้ ด้สารสนเทศเพอ่ื นำไปใช้ใน
งานท่ีตวั เองไดร้ ับผิดชอบในการทำงานในแต่ละวัน แล้วให้ผู้เรียนรว่ มกับ
ครูชว่ ยกนั ต้งั คำถามในเร่ืองท่อี ยากเรยี นรู้ในส่งิ ทเี่ กิดขึ้นจริงในชวี ิตจรงิ
โดยการแสดงความคิดเหน็ ในสิ่งท่อี ยากเรียนรู้ โดยการแลกเปล่ียนเรยี นรู้
ในพื้นฐานความร้เู ดิม ในเรือ่ งของข้อมลู และสารสนเทศ
3. ครูใหผ้ ู้เรียนสงั เกตข้อมลู ทอ่ี ยู่รอบ ๆ ตัวเอง เช่น การจดบนั ทกึ
น้ำหนักของ
เพือ่ น ๆ ในห้องแล้วชว่ ยกันเกบ็ รวบรวมข้อมลู เพ่อื นำไปประมวลผล หา
ค่าเฉล่ยี นนำ้ หนกั ของเพอื่ น ๆ โดยการประมวลผลดว้ ยมอื ตวั เลขที่ได้
คือสารสนเทศ ทง่ี านสวัสดกิ ารต้องนำไปใช้ในการรายงานสุขภาพผเู้ รยี น
เปรียบเทียบใหผ้ ู้เรยี นไดเ้ ข้าใจขอ้ มูล และสารสนเทศ ชีน้ ำใหผ้ ู้เรียนตอ่
ยอดความคิดในกรณที ่ีมขี อ้ มูลจำนวนมากในลักษณะงานทีแ่ ตกต่างกัน
จำเปน็ ต้องใช้คอมพิวเตอรเ์ ข้ามาช่วยในการจัดเก็บและรวบรวม เพื่อ
นำไปประมวลผล เพอ่ื ใหไ้ ด้สารสนเทศทีจ่ ำเป็นในการนำไปใช้ในการ
บรหิ ารจัดการงานในองค์กร ดังนนั้ ขอ้ มูลจำนวนมากต้องมีวธิ ีการ
ประมวลผลดว้ ยคอมพิวเตอรต์ อ้ งมวี ิธกี ารจัดเก็บรวบรวมในระบบข้อมลู
แฟ้มข้อมลู ฐานข้อมูลอยา่ งไร (20 นาที)
4. ผูเ้ รยี นช่วยกนั แสดงความคิดเห็นและหาคำตอบในหอ้ งเรียน เรือ่ ง
ระบบสารสนเทศและการจดั การขอ้ มูล เพื่อต้ังคำถามและหาคำตอบดงั นี้
(30 นาที)
4.1 อะไรคอื ข้อมลู อะไรคือสารสนเทศ
4.2 ทำไมตอ้ งใช้คอมพิวเตอรใ์ นการประมวลผลขอ้ มูล
4.2 คอมพิวเตอรใ์ นการประมวลผลขอ้ มูลอย่างไร
4.3 ระบบแฟ้มขอ้ มลู ระบบฐานข้อมลู คอื อะไร ตา่ งกันอย่างไร
4.4 สารสนเทศมีความสำคญั ต่อองค์กรอย่างไร
5. ครูให้ผเู้ รียนศกึ ษาใบงานท่ี 4 และสถานการณป์ ญั หาที่ 4
(ผลลพั ธ์ : ผู้เรยี นได้นำความร้เู ดมิ มาใชใ้ นการบูรณาการพูดคุยเจรจา
โต้ตอบกบั ครแู ละเพอ่ื นในชั้นเรียน กลา้ คิด กล้าทำ กล้าแสดงออก
สามารถแสดงความคิดเห็น ต้ังคำถามในส่ิงท่ีอยากรู้ อยากเรยี นและท้า
ทายความสามารถการเรียนของตวั เอง)
(ขั้นสอน) ข้ันท่ี 2 เชอ่ื มโยงปัญหา (Transfer : T) ใช้เวลา 1 ชว่ั โมง
1. ครูสอนเน้อื หาเกย่ี วกับระบบสารสนเทศและการจัดการขอ้ มูล
ครนู ำใบรายชอ่ื ห้องของผู้เรียนท่เี ป็นสารสนเทศจากงานทะเบียนเปน็
ตวั อยา่ งเสนอแนวคิดให้ผู้เรยี นเกิดการเชอ่ื มโยงความรเู้ ขา้ สรู่ ะบบการ
ประมวลผลข้อมลู ดว้ ยระบบคอมพวิ เตอร์
2. ผู้เรียนทำความเข้าใจสารสนเทศจากงานต่าง ๆ ที่ผเู้ รยี นพบเห็นใน
ชวี ติ ประจำวนั เชน่ สมุดบญั ชเี งินฝาก บัตรประชาชน บตั รจองตว๋ั หนัง
งบแสดงฐานะการเงนิ ของบรษิ ทั เปน็ ตน้
3. ครสู อนแนวคิดให้ผู้เรียนเขา้ ใจกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
ต้ังแต่การป้อนขอ้ มูล การประมวลผล จนแสดงผลลัพธ์ออกมาเป็น
สารสนเทศทน่ี ำไปใช้ได้ ตามลกั ษณะงาน ทำให้ผเู้ รียนเขา้ ใจระบบขอ้ มูล
ระบบแฟม้ ข้อมลู ระบบฐานข้อมูล และระบบสารสนเทศ
4. ผเู้ รยี นสรปุ ประเด็นความร้ทู ไี่ ดศ้ กึ ษาจากการเรียน โดยเชือ่ มโยงกบั ใบ
งานและสถานการณ์ปญั หาที่ผ้สู อนและผู้เรียนจำลองสถานการณท์ ีม่ ีอยู่
จรงิ ใหเ้ ปน็ ความรพู้ ื้นฐานในการทำงานตามกระบวนการทางเทคโนโลยี
สารสนเทศ
ใบงานที 4 ระบบสารสนเทศและการจดั การขอ้ มูล
เรอ่ื ง ระบบสารสนเทศ
คำชแ้ี จง ให้ศึกษาสารสนเทศทีไ่ ดจ้ ากกระบวนการทางเทคโนโลยี ใน
การทำงานดา้ นตา่ ง ๆ ภายในหน่วยงาน หรือองคก์ รที่นกั ศึกษาสนใจ
เช่น ระบบสารสนเทศสำนกั งานตรวจสอบบญั ชี ระบบสารสนเทศงาน
บรหิ ารโรงแรม ระบบสารสนเทศงานบรหิ ารสถานศึกษา เปน็ ต้น โดย
วิธีการสังเกต หรอื สมั ภาษณ์ แลว้ นำมาวิเคราะหร์ ะบบสารสนเทศทไ่ี ดใ้ น
การนำเสนอดงั ตอ่ ไปนี้
ภาพ : สารสนเทศ
ทีเ่ กดิ จากกระบวนการทางเทคโนโลยี
ชอื่ งาน :
ชือ่ หนว่ ยงาน :
1. อธบิ าย รูปแบบขน้ั ตอนและวธิ กี ารปฏิบตั งิ าน หรอื ลกั ษณะงานท่ที ำ
เป็นประจำ
2. ความสำคัญของระบบสารสนเทศในงาน
3. คุณลกั ษณะของระบบสารสนเทศท่ดี ีในงาน
4.ประเภทของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศจำแนกตามช่ือหนว่ ยงาน
ระบบสารสนเทศจำแนกตามหน้าทข่ี องงาน
สถานการณ์ปญั หา ที่ 4 ระบบสารสนเทศและการจัดการขอ้ มูล
เรือ่ ง ระบบสารสนเทศและการจัดการขอ้ มูล
คำช้แี จง ให้ผ้เู รียน นำใบรายชือ่ หอ้ งเรียนมาพมิ พต์ ารางการเกบ็
ข้อมูลคะแนนในการเรยี น รายวชิ า เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจดั การ
อาชพี ของเพ่ือนในกลุ่ม ด้วยโปรแกรม Microsoft-Excel 2016 แลว้ ใช้
หลกั การการจัดการข้อมูลมาบูรณาการตอบคำถามตามกิจกรรมท่ีเกิดขน้ึ
ในการนำเสนอดังตอ่ ไปน้ี
ตารางการเกบ็ ข้อมลู คะแนนห้อง ........../…….
ชอื่ แฟม้ ข้อมูล :
ชื่อสารสนเทศยอ่ ย :
ชอื่ ระบบสารสนเทศในงาน :
กจิ กรรมท่ี 1 ให้ทำตารางแสดงความสมั พันธ์ การเรยี งลำดบั ช้นั ของ
หน่วยข้อมลู
กจิ กรรมที่ 2 ใหบ้ อกประเภทของแฟ้มข้อมลู
แฟม้ ข้อมลู หลัก : แฟม้ ข้อมูลนักเรียน
: แฟ้มขอ้ มูลรายวิชา
แฟ้มขอ้ มลู รายการเปลยี่ นแปลง : แฟ้มขอ้ มูลการลงทะเบยี นประจำภาค
เรยี นท่ี……
ลักษณะของการประมวลผลข้อมูล : การประมวลผลแบบกลุม่
กจิ กรรมท่ี 3 ให้เขียนแผนภาพระบบแฟม้ ข้อมูลนักศึกษาเกี่ยวข้องกับ
งานใดบ้าง
กิจกรรมท่ี 4 ใหเ้ ขียนแผนภาพระบบฐานขอ้ มูลนักศึกษา
(ผลลัพธ์ : ผู้เรียนได้เรียนรู้เก่ียวกับระบบสารสนเทศและการจัดการ
ข้อมลู ได้เรียนรู้กระบวนการทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ ทำใหไ้ ด้
สารสนเทศที่มีความสำคัญและจำเป็นทีต่ อ้ งนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั และ
การบรหิ ารจัดการงานในองค์กร สารสนเทศของงานหนึ่งอาจเป็นไดแ้ ค่
ข้อมลู ของอกี งานหนึ่งที่ต้องนำมาประมวลผลให้ได้สารสนเทศตามความ
ต้องการของผูใ้ ช้ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในระบบแฟ้มขอ้ มลู สามารถ
อธบิ ายไดเ้ มื่อพบเห็นสารสนเทศของานต่าง ๆ)
ขั้นตอนท่ี 3 ระดมสมอง (Brainstorm : B) ใช้เวลา 20 นาที
1. ผูเ้ รียนแบง่ กลุ่มละ 5 คนนำสถานการณ์ปัญหามาระดมสมองร่วมกัน
กบั เพื่อนในกลมุ่ เพอ่ื ทบทวนความรู้เดิมและศึกษาค้นคว้าระบบ
สารสนเทศและการจดั การข้อมลู
ชว่ ยกบั ยกตวั อยา่ งของสารสนเทศของลกั ษณะงานท่ีสนใจ แลว้ ทำความ
เขา้ ใจในกระบวนการทางเทคโนโลยสี ารสนเทศของระบบงาน เรยี นรู้
เร่อื งของข้อมูล ระบบแฟม้ ข้อมูล ระบบฐานขอ้ มูล การจดั การข้อมูล
ระบบสารสนเทศทดี่ มี ีความจำเปน็ ในการใช้งานอยา่ งไร จนเข้าใจ
สามารถเขียนแผนภาพอธิบายไดท้ กุ คนเมอ่ื เจอสถานการณ์จรงิ ใน
ชวี ิตประจำวนั
2. ผ้เู รยี นรว่ มกันสรปุ ระบบสารสนเทศและการจัดการขอ้ มูล และ
ยกตวั อยา่ งกรณีศึกษาสำหรับนำเสนอหนา้ ชั้นเรียน
(ผลลัพธ์ : ผเู้ รยี นใหค้ วามร่วมมือกบั กล่มุ ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกัน
สอนคร้งั ที่ 2 ยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของคนอ่ืนในการยกตัวอยา่ งมาเปน็ กรณศี กึ ษา
เวลา 4 ชว่ั โมง เพ่ือชว่ ยกนั ทำความเข้าใจ และตกผลึกในความรู้ความเขา้ ใจในระบบ
สารสนเทศและการจดั การข้อมูล)
ขั้นตอนที่ 4 สงั เกตการณ์ (Observe : O) ใชเ้ วลา 10 นาที
1. ผ้เู รยี นศกึ ษาขอ้ มูลผลการระดมสมองของกลุม่ อนื่ และนำผลการระดม
สมองของกลุ่มตวั เองแลกเปลีย่ นเรยี นรจู้ ากกลุม่ อ่ืน แล้วจดบนั ทกึ
ประเดน็ ความรใู้ หมท่ ่ไี ด้รบั
เพอื่ นำมาเปน็ ประเดน็ ขอ้ สรุปในกรณศี กึ ษาระบบสารสนเทศและการ
จัดการขอ้ มูล ของกลุ่มตัวเอง
2. สังเกตการณ์ผลการระดมสมองทแ่ี ต่ละกล่มุ นำความรู้ ข้อค้นพบ
กรณศี ึกษา เรอ่ื งสารสนเทศทแ่ี ปลกใหม่ ทำใหเ้ กิดความรใู้ หม่ท่ีผ้เู รียน
อาจไม่คาดคิด ทำใหค้ วามรู้เรอ่ื งข้อมูล การจดั ระบบขอ้ มลู ความสำคัญ
ของสารสนเทศในยคุ ดจิ ิตอล และการแข่งขนั ทางเศรษฐกจิ การคา้ มี
บทบาทกับองคก์ รภาครฐั และธุรกจิ เปน็ อย่างมากในทกุ วันน้ี
(ผลลัพธ์ : ผเู้ รยี นได้แลกเปลีย่ นเรียนรู้กบั กลมุ่ อนื่ ๆ ไดศ้ กึ ษาแนวคิด
ความรูใ้ หมจ่ ากกรณีศึกษาของกลุม่ อน่ื ๆ สามารถวิเเคราะหก์ ารจดั การ
ขอ้ มลู และเรียนรู้ระบบสารสนเทศไดด้ มี ากขึน้ )
ขน้ั ตอนท่ี 5 นำไปปฏบิ ตั ิสร้างชน้ิ งาน (Practice : P)
ใช้เวลา 2 ช่ัวโมง
1. ผเู้ รียนนำประเด็นข้อสรปุ ของกลุ่มมาพจิ ารณาในการทำใบงาน และ
สถานการณ์ปัญหา เรอื่ ง ระบบสารสนเทศและการจัดการขอ้ มูล ตาม
กิจกรรมที่กำหนด
เร่ิมตงั้ แตก่ ารสรา้ งตารางข้อมลู การจัดเก็บ การแสดงความสัมพันธ์การ
เรียงลำดบั ช้ันของหนว่ ยข้อมูล การบอกประเภทของขอ้ มูล การเขยี น
แผนภาพระบบแฟม้ ขอ้ มลู และการเขยี นแผนภาพระบบฐานขอ้ มูล
2. การปฏิบัติสร้างชิน้ งานจากสถานการณป์ ัญหาทำให้ผูเ้ รียนเกิดการ
เรยี นรู้ และแยกแยะความสัมพันธ์ และจัดเรยี งลำดับชัน้ ของหน่วยข้อมลู
ได้ถูกต้อง
(ข้นั สรปุ ) (ผลลพั ธ์ : ผูเ้ รียนชว่ ยกันในแต่ละกลุ่มทไ่ี ดร้ ับผิดชอบ สามารถสรา้ ง
ตารางขอ้ มูล เขา้ ใจระบบสารสนเทศและการจดั การขอ้ มลู สามารถการ
เขียนแผนภาพระบบแฟม้ ขอ้ มูล และการเขียนแผนภาพระบบฐานข้อมูล
ประกอบสารสนเทศตามขอ้ กำหนดได้)
ข้ันตอนท่ี 6 สะท้อนแนวคิด (Reflect :) ใช้เวลา 30 นาที
1. ผู้เรยี นไดน้ ำผลการศึกษาคน้ คว้าและปฏิบัติใบงาน และสถานการณ์
ปัญหาเรอ่ื ง ระบบสารสนเทศและการจัดการข้อมูล มาแบ่งปันขอ้ มลู ให้
เพื่อนทุกคนไดท้ ราบ
2. ผู้เรียนสามารถเลอื กสารสนเทศที่ตัวเองสนใจมานำเสนอแลกเปล่ียน
เรียนรู้กบั เพ่อื น ทำให้ไดเ้ รยี นรู้การจดั การข้อมูลในรปู แบบต่าง ๆ และ
กระบวนการทที่ ำให้ไดส้ ารสนเทศ ไดเ้ กิดแนวคิดในการตอ่ ยอดในเร่ือง
ความสำคญั ของสารสนเทศทม่ี บี ทบาทในชวี ติ ประจำวนั และการแขง่ ขนั
ในวงการธรุ กิจในยุคเทคโนโลยีมกี ารพัฒนาอยา่ งตอ่ เนื่อง
3. ผูเ้ รียนนำเสนอผลงานกลมุ่ หนา้ ช้นั เรยี นเพือ่ แลกเปลย่ี นเรยี นร้จู าก
ประสบการณ์ที่ไดย้ กตวั อย่างกรณศี ึกษาสารสนเทศของงานต่าง ๆ มาเปน็
แนวคดิ ในการทำกจิ กรรมสถานการณ์ปัญหาเรอ่ื ง ระบบสารสนเทศและ
การจดั การขอ้ มลู
4. ผ้เู รียนประเมินผลงานกลุ่มตัวเองและกลุม่ อ่ืน
(ผลลพั ธ์ : ผเู้ รียนไดเ้ รียนร้รู ะบบสารสนเทศและการจดั การขอ้ มลู
สามารถบอกไดว้ า่ สารสนเทศของงานต่าง ๆ นั้นมกี ระบวนการสารสนเทศ
อย่างไร สามารถบอกความสัมพันธ์ของข้อมลู ลำดบั ชน้ั ของขอ้ มูล
อธบิ ายแผนภาพระบบแฟม้ ข้อมูล และแผนภาพระบบฐานขอ้ มลู ได้)
ข้ันตอนท่ี 7 นำไปใชง้ านได้จรงิ (Apply : A) ใช้เวลา 30 นาที
1. ผู้เรียนเห็นคณุ ค่าของระบบสารสนเทศและการจดั การขอ้ มลู
2. ผูเ้ รยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจระบบสารสนเทศและการจัดการขอ้ มูล
สามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริงในการใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผล
ข้อมลู
3. ผเู้ รียนสามารต่อยอดความรแู้ ละประสบการณ์ท่ีไดน้ ำไปจัดระบบ
ข้อมูลและสารสนเทศในสำนกั งานได้
(ผลลัพธ์ : มีความร้สู กึ ภาคภมู ิใจทเ่ี ขา้ ใจระบบสารสนเทศและการ
จดั การข้อมลู เหน็ คณุ ค่าของระบบสารสนเทศและการจดั การขอ้ มลู มี
ความมน่ั ใจในการใช้คอมพวิ เตอรใ์ นการทำงานและพัฒนาไปยงั การใช้
คอมพวิ เตอรใ์ นงานอาชีพบญั ชไี ด้อย่างแทจ้ รงิ )
6. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
สื่อสงิ่ พมิ พ์
หนังสอื เรยี น วชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชพี ดวงใจ สมภักดี
แหลง่ เรยี นรู้
1. ช่องทางการติดต่อสอ่ื สาร Facebook และ Line
2. สือ่ ระดมสมอง และการสะท้อนคิดของผู้เรยี น Google Document
3. ศึกษาจากประสบการณต์ รงของเจา้ หน้าทงี่ านตา่ ง ๆ ในองค์กรภาครัฐ หรือเอกชน เช่น
งานการเงนิ งานบญั ชี หรอื งานทะเบียน
4. สบื ค้นจาก Internet และห้องสมดุ วทิ ยาลยั
7. หลักฐานการเรียนรู้
7.1 แฟ้มสะสมงาน ผลงานทไ่ี ด้จากใบงาน เรื่อง ระบบสารสนเทศ และสถานการณปญั หา
เรื่อง ระบบสารสนเทศและการจัดการขอ้ มูล
7.2 สื่อสงิ่ พิมพ์ ขา่ วสารเกยี่ วกับระบบสารสนเทศและการจัดการขอ้ มูล
7.3 การจดั บอร์ดกิจกรรมเตรยี มความพร้อมสปู่ ระชาคมอาเซียน เรือ่ ง การนำเทคโนโลยีสารสนเทศ
ไปใชใ้ นการทำงานด้านต่าง ๆ ภายในองค์กร ท่ีเป็นสากลมชี ่ือเสียงในประเทศต่าง ๆ เช่น ประเทศสงิ คโปร์
ใช้เทคโนโลยเี ครือ่ ง Library E-Kiosk เป็นเครอื่ งยมื -คืน และจ่ายคา่ ปรบั หนังสอื ทต่ี ดิ ต้ังตามห้องสมุดท่วั
ประเทศ
7.4 การจัดบอร์ดสรุปผลงาน สถานการณ์ปัญหาในหน่วยการเรียนที่ 4 เรื่อง ระบบสารสนเทศและ
การจัดการข้อมูล
8. การวัดและประเมินผล
8.1 เครอื่ งมอื ประเมิน
1) กิจกรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ
2) แบบประเมนิ ผลการนำเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น ขนั้ สะทอ้ นคิด
8.2 เกณฑก์ ารประเมิน
1) ประเมินผลจากชน้ิ งานที่ได้จากใบงาน เรื่อง ระบบสารสนเทศและการจัดการข้อมูล
2) ประเมินผลจากการนำเสนอหนา้ ช้ันเรียน
3) การทำกิจกรรมตรวจสอบความเขา้ ใจถูกตอ้ งเกนิ 80%
4) การทำแบบทดสอบเพ่ือประเมินผลหลงั การเรียนรไู้ ด้ตามเกณฑท์ ่ตี ง้ั ไว้เฉล่ีย 80%
9. บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
9.1 ข้อสรปุ หลังการจดั การเรียนรู้
บนั ทึกหลงั การสอน
รหัสวิชา 30001-2001 รายวชิ า เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจดั การอาชีพ (ชม.-นก.) 4(3)
ประจำปีการศกึ ษา ……………….. ประจำวันที่…………..……เดือน .................................... พ.ศ.................
เมอ่ื สอนเสร็จแล้วผ้สู อนสรปุ ได้ว่า
กจิ กรรม ใช่ ไม่ใช่
1. สอนได้ครบตามเนอื้ หา สาระ และตรงตามจุดประสงคข์ องแผน
2. มีการใช้ส่ือการเรยี นการสอนตามแผนการสอน
3. เขา้ สอนตรงเวลาและสอนเตม็ เวลา
4. ดแู ลระเบียบวินยั นักเรียน พรอ้ มอปุ กรณ์การเรยี นการสอน
5. ประเมินพัฒนาการผู้เรียนอยา่ งสม่ำเสมอ
6. วดั ผลประเมนิ ผลตามสภาพจริง/ผเู้ รียนมสี ว่ นร่วมในการวัดผล ประเมนิ ผล
7. บนั ทึกพฤติกรรมผเู้ รียนสมำ่ เสมอ
9.2 บันทึกเพมิ่ เติม ผลการใช้แผนการสอนทีเ่ กิดกบั ผู้เรยี น
ผลทเ่ี กดิ กบั ผ้เู รยี นด้านความรู้ (Knowledge)
1. ผเู้ รยี นไดแ้ สดงออกถึงความรู้ความเข้าใจเรอ่ื งขอ้ มลู และสารสนเทศได้ชัดเจน สามารถ
บอกไดว้ ่าอะไรคือข้อมูล อะไรคอื สารสนเทศ
2. ผเู้ รยี นบอกได้วา่ สารสนเทศได้มาด้วยวิธใี ด สารสนเทศมีความสำคญั อย่างไร
ผลทเ่ี กดิ กับผู้เรียนดา้ นทักษะ (Practice)
1. ผูเ้ รยี นสามารถทำตารางแสดงความสัมพนั ธ์ของขอ้ มลู และเรยี งลำดบั ขัน้ ของหนว่ ย
ขอ้ มูลได้
2. ผู้เรียนสามารถสามารถการเขียนแผนภาพระบบแฟ้มขอ้ มลู และการเขยี นแผนภาพ
ระบบฐานข้อมูลประกอบสารสนเทศตามข้อกำหนดได้
ผลทเี่ กิดกับผู้เรยี นด้านเจตคติ (Attitude)
1. ผเู้ รยี นมีความรสู้ กึ สับสนในเรอื่ งการจดั การข้อมลู เม่ือไดท้ ดลองสร้างตารางขอ้ มูลและ
เขยี นแผนภาพระบบแฟม้ ขอ้ มูล และการเขยี นแผนภาพระบบฐานขอ้ มลู ทำให้มีความเข้าใจมากยิง่ ข้นึ
2. ผูเ้ รยี นมีความกระตอื รอื รน้ สนใจในเร่ืองที่อยากเรยี น มีความรบั ผิดชอบต่อ
การศกึ ษาหาขอ้ มูลประกอบการเรียน ทำใบงานและสถานการณ์ปญั หา มีความม่งุ มนั่ ทจ่ี ะทำความเข้าใจ
ระบบสารสนเทศและการจดั การข้อมูล เพ่ือเป็นพื้นฐานในการเรยี นรเู้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในรายวิชาท่ตี อ้ ง
ใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการจดั ทำบัญชีในระดับสูงข้นึ
3. ผู้เรยี นมีความรบั ผดิ ชอบ สามารถบรหิ ารเวลาไดด้ ี มีความรกั สามคั คี ชว่ ยเหลือซงึ่ กนั
และกัน เพื่อให้กลมุ่ ของตนเองประสบความสำเร็จในการนำเสนอผลงานหน้าชน้ั เรยี น
4. ผลการประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความรับผดิ ชอบอย่ใู นเกณฑ์ดีมาก
9.3 แนวทางการพฒั นาในครง้ั ตอ่ ไป ควรใหผ้ ู้เรยี นไปศกึ ษาหาความรูเ้ รอื่ งระบบสารสนเทศและ
การจัดการข้อมลู กบั เจา้ หนา้ ทีร่ ะบบงานต่าง ๆ ที่นำคอมพวิ เตอรม์ าใช้ในงาน เช่น เจา้ หนา้ ทีบ่ ัญชี ทีท่ ำ
บญั ชีดว้ ยคอมพิวเตอร์
ลงชือ่ ............................................ ผู้สอน
(..............................................................)
ตำแหนง่ .............................................................
แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยท่ี 5
รหัสวิชา/ชื่อวชิ า 3204-5104 งานคอมพิวเตอร์ธุรกจิ 4 จำนวน 8 ช่ัวโมง
ชอ่ื หน่วย การสืบคน้ ข้อมูลสารสนเทศเพ่อื พฒั นาตวั เองสอู่ าชพี ชั่วโมงรวม 40
ชอ่ื เรอ่ื ง การสืบค้นขอ้ มูลสารสนเทศเพอ่ื พฒั นาตัวเองสอู่ าชพี สอนครง้ั ท่ี 9-10
1. สาระสำคญั
การสืบคน้ ข้อมลู สารสนเทศในปัจจบุ นั นิยมสืบค้นดว้ ยเวบ็ ไซต์ www.google.co.th เน่อื งจากเป็น
เวบ็ ไซต์ที่มีคณุ สมบัติท่ีเชอ่ื มโยงไปยังแหลง่ ข้อมูลท่ีหลากหลายขยายวงกวา้ งขึ้นอยา่ งต่อเนอ่ื ง สามารถ
สืบคน้ ได้ง่าย การทจ่ี ะสืบคน้ ขอ้ มูลไดถ้ กู ตอ้ ง รวดเร็ว ตรงประเดน็ ขนึ้ อยู่กับลกั ษณะข้อมูลที่ต้องการสบื ค้น
และวธิ ีการสบื คน้ ดงั นน้ั การที่ได้เรยี นรู้วธิ ีการสบื ค้นขอ้ มูลและแหล่งในการเรียนร้ทู ี่จะใช้ในการสบื คน้ ขอ้ มูล
สารสนเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญ เมอ่ื ไดข้ ้อมูลสารสนเทศท่ีต้องการแล้วจำเปน็ ตอ้ งมีการจดั การสารสนเทศโดย
การจัดเก็บ การค้นคืน การส่งผ่าน อยา่ งเปน็ ระบบเพอ่ื ให้สามารถนำไปในการอา้ งองิ และประยุกตใ์ ชง้ าน
ใหเ้ กดิ ประโยชนใ์ นการพัฒนาตนเองส่อู าชีพไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลย่งิ ข้ึน
2. สาระการเรียนรู้
2.1. ความหมายของการสบื คน้ ข้อมูลสารสนเทศ
2.2. ประเภทของการสบื ค้นขอ้ มลู สารสนเทศ
2.3. การสืบค้นขอ้ มลู ด้วย Google
2.4. การสืบค้นข้อมลู จากฐานขอ้ มูล ThaiLIS
2.5. การจัดการขอ้ มูลสารสนเทศ
2.5.1 การจัดเกบ็ ขอ้ มูลสารสนเทศ
2.5.2 ประเภทของไฟลข์ ้อมูล
2.6. การสืบค้นข้อมูลเพอ่ื พฒั นาตัวเองสูอ่ าชพี ดว้ ย www.v-cop.co.th
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 จดุ ประสงคท์ ั่วไป
3.1.1 เพ่อื ใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจความหมายของสบื ค้นขอ้ มูลสารสนเทศ
3.1.2 เพ่ือใหม้ ีความร้คู วามเขา้ ใจประเภทของการสืบคน้ ขอ้ มูลสารสนเทศ
3.1.3 เพือ่ ใหม้ คี วามรู้และทกั ษะในการการสบื ค้นข้อมูลด้วย Google
3.1.4 เพ่อื ให้มคี วามรแู้ ละทกั ษะในการสืบคน้ ข้อมลู จากฐานข้อมลู ThaiLIS
3.1.5 เพอ่ื ให้มคี วามรู้และทักษะในการจดั การข้อมลู สารสนเทศ
3.1.6 เพือ่ ใหส้ ามารถประยุกตใ์ ช้การสืบคน้ ขอ้ มลู เพอื่ พัฒนาตวั เองสอู่ าชพี
3.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
3.2.1 บอกความหมายของการสืบคน้ ขอ้ มลู สารสนเทศได้
3.2.2 อธิบายประเภทของการสบื ค้นข้อมูลสารสนเทศได้
3.2.3 ประยุกตใ์ ชก้ ารสืบคน้ ขอ้ มลู ดว้ ย Google ได้
3.2.4 ประยุกต์ใชก้ ารสืบคน้ ขอ้ มลู จากฐานข้อมูล ThaiLIS ได้
3.2.5 ประยุกตใ์ ช้การจัดการขอ้ มูลสารสนเทศได้
3.2.6 ประยกุ ตใ์ ช้การสืบค้นขอ้ มลู เพ่ือพฒั นาตัวเองสู่อาชพี ได้
3.3 จดุ ประสงค์นำทางด้านทกั ษะ
3.3.1 ปฏิบัติการประยุกตใ์ ชก้ ารสืบค้นขอ้ มลู ดว้ ย Google ได้
3.3.2 ปฏบิ ตั กิ ารประยกุ ต์ใชก้ ารสบื คน้ ข้อมลู จากฐานขอ้ มูล ThaiLIS ได้
3.4 จุดประสงค์นำทางดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และอัตลักษณค์ ุณธรรมของวิทยาลยั
3.4.1. มีคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
อาชีพ
3.4.2 มีเจตคตทิ ด่ี ีต่อการเรียน เรือ่ ง การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศเพ่ือพฒั นาตวั เองสู่อาชพี
และรักษ์คา่ นยิ มหลัก 12 ประการ
3.4.3 ความรบั ผดิ ชอบ ตรงตอ่ เวลา มีสัมมาคารวะ (อัตลักษณค์ ุณธรรมวิทยาลัยฯ)
4. สมรรถนะประจำหน่วย
แสดงความรู้ เร่อื ง การสืบคน้ ข้อมลู สารสนเทศเพ่ือพฒั นาตวั เองสูอ่ าชีพ
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ รูปแบบการ
ตอนการสอน กจิ กรรม จัดการเรียนรู้
เชงิ รกุ
สอนคร้งั ท่ี 1 ข้ันที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement : E) ใชเ้ วลา20 นาที
เวลา 4 ชว่ั โมง ครชู ี้แจงหัวขอ้ เรอ่ื งที่จะเรยี นหน่วยการเรียนที่ 5
แลว้ ทดสอบก่อนเรยี น 10 นาที
(ข้นั นำ) 1. ครใู ห้ผู้เรยี นทัง้ ห้องชว่ ยกันแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับการสืบคน้ ข้อมูล
สารสนเทศเพอ่ื พัฒนาตวั เองสู่อาชีพ
2. ครูให้ผู้เรยี นดูภาพสถานการณ์จริงในชวี ติ ประจำวันที่ผคู้ นส่วนใหญ่จะ
เกย่ี วข้องกับการใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบคน้ ขอ้ มูล แล้วให้ผู้เรยี นรว่ มกบั
ครชู ว่ ยกนั ตัง้ คำถามในเร่ืองทอ่ี ยากเรยี นรู้ในสงิ่ ทเ่ี กิดขนึ้ จริงในชวี ติ จรงิ โดย
การแสดงความคิดเห็นในสงิ่ ที่อยากเรียนรู้ โดยการแลกเปลี่ยนเรียนร้ใู นพน้ื
ฐานความรูเ้ ดมิ ในเรือ่ งการสบื คน้ ขอ้ มลู สารสนเทศเพ่ือพัฒนาตวั เองสู่
อาชพี
3. ครใู หผ้ ู้เรยี นดูภาพเวบ็ ไซตท์ ี่ใหบ้ ริการสืบคน้ ขอ้ มูล เว็บไซต์หางานแล้ว
ให้ผูเ้ รียนสังเกตการใชบ้ ริการอินเทอรเ์ น็ตในการสืบคน้ หาข้อมูลในรปู แบบ
ตา่ ง ๆ เช่น การสืบค้นดคู ลิปวดี ีโอ การสืบคน้ หารูปภาพ การสืบค้นหา
ขอ้ มลู (20 นาท)ี
4. ผู้เรียนชว่ ยกันแสดงความคิดเหน็ และหาคำตอบในหอ้ งเรยี น เกยี่ วกับ
การใชบ้ ริการอินเทอรเ็ น็ตในการสบื คน้ ขอ้ มูลประกอบการทำรายงาน และ
พัฒนาตวั เองสู่อาชีพ แล้วตัง้ คำถามและหาคำตอบดังน้ี ( 30 นาที)
4.1 จะใช้เวบ็ ไซต์ใดสืบคน้ ข้อมลู แล้วได้ข้อมูลตามต้องการ
4.2 จะใชเ้ วบ็ ไซต์ใดสืบค้นฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์
4.3 จะหาง่านผ่านอนิ เทอร์เน็ต จะสืบคน้ เว็บหางานอย่างไร
4.4 การค้นหางานผา่ นเวบ็ ไซต์ www.v-cop.go.th จะช่วยพฒั นา
ตวั เองสอู่ าชีพได้อยา่ งไร
5. ครูให้ผเู้ รียนศึกษาใบงานท่ี 5 และสถานการณป์ ญั หาท่ี 5
(ผลลัพธ์ : ผู้เรยี นไดน้ ำวธิ กี ารที่เคยสืบค้นขอ้ มลู ใชใ้ นการบรู ณาการพดู คยุ
เจรจา โตต้ อบกบั ครูและเพือ่ นในชนั้ เรยี น กลา้ คดิ กลา้ ทำ กล้าแสดงออก
สามารถแสดงความคิดเหน็ ตั้งคำถามในสงิ่ ท่ีอยากรู้ อยากเรยี นและท้า
ทายความสามารถการเรยี นของตัวเอง)
(ขั้นสอน) ข้ันที่ 2 เชือ่ มโยงปญั หา (Transfer : T) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง
1. ครูสอนเนือ้ หาเกยี่ วกับการสบื ค้นข้อมลู สารสนเทศเพื่อพัฒนาตวั เองสู่
อาชีพ
โดยสอนเทคนิคการสบื ค้นดว้ ย Google เพอื่ สืบค้นหาขอ้ มลู ในรูปแบบตา่ ง
ๆ ตามต้องการ การใชเ้ ทคนคิ ในการคน้ หาเพือ่ เข้าถึงขอ้ มลู ได้โดยตรง
สอนการสบื คน้ ฐานข้อมูลงานวิจัยดว้ ย ThaiLis เพื่อหาตัวอย่างงานวจิ ัย
วทิ ยานพิ นธส์ ำหรบั อา้ งองิ ในการทำรายงานวจิ ัย หรอื วชิ าโครงการ
2. ผูเ้ รียนทำความเขา้ ใจกับเน้ือหาและได้เรยี นรเู้ ทคนิควิธกี ารสืบค้นข้อมลู
สารสนเทศด้วย Google และ ThaiLis
3. ครูสอนแนวคดิ และการสบื ค้นข้อมูลสารสนเทศเพื่อพฒั นาตัวเองส่อู าชีพ
เพ่ือชีแ้ นะให้ผู้เรยี นไดร้ วู้ ่าการเตรียมความพร้อมเพ่อื พัฒนาตัวเองสอู่ าชพี มี
แนวทางหรอื ตวั อย่างบนเวบ็ ไซต์ที่ใหบ้ ริการหางานมากมาก โดยไดแ้ นะนำ
เว็บไซต์ตามนโนบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ท่ี
สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนสามารถปรบั ปรงุ Resume ของตัวเองเพื่อการสมคั รงาน
ในระหว่างทเี่ รยี นอยู่ เพ่อื หางานทำตลอดจนจบการศึกษาไปเปน็ ศษิ ยเ์ ก่า
แลว้ กย็ ังสามารถหางานผ่านระบบนี้ได้
4. ผู้เรยี นสรุปประเด็นความร้ทู ไี่ ด้ศกึ ษาจากการเรียน โดยเชอ่ื มโยงกบั ใบ
งานและสถานการณป์ ญั หาที่ผ้เู รียนต้องไดน้ ำความร้แู ละทกั ษะการสบื ค้น
ข้อมูลไปใช้จริงในการทำรายงาน และทำงานวิจัย และศกึ ษาการสืบคน้
ข้อมูลเพือ่ พัฒนาตัวเองส่อู าชีพได้
ใบงานที 5 การสบื คน้ ขอ้ มูลสารสนเทศ
เรือ่ ง การสบื คน้ ข้อมลู ประกอบการทำรายงานวจิ ยั วิชาโครงการ
คำชแ้ี จง ให้ผู้เรยี นประยุกต์ใช้คำสงั่ การสบื คน้ ขอ้ มูลสารสนเทศดว้ ย
เว็บไซต์ Google และ ThaiLIS ประกอบการทำรายงานวจิ ยั วชิ าโครงการ
ท่บี ูรณาการวชิ าชีพทางการบัญชอี อกมาเปน็ ช้นิ งาน โดยยกตัวอยา่ งการ
สบื คน้ ด้วย Google ประกอบการเขยี นหลักการและเหตุผลของโครงการ
และการสืบคน้ คน้ ฐานขอ้ มูลงานวจิ ยั ด้วย ThaiLIS ในสว่ นของงานวจิ ัยท่ี
เกีย่ วข้อง
สถานการณ์ปัญหา ท่ี 5 การสืบค้นขอ้ มลู สารสนเทศ
เรอ่ื ง การสบื ค้นขอ้ มลู สารสนเทศเพอื่ พัฒนาตัวเองสอู่ าชพี
คำชี้แจง ให้ผเู้ รียนประยกุ ต์ใช้การสืบค้นข้อมลู สารสนเทศดว้ ยเว็บไซต์
Google เพื่อเช่ือมโยงไปเว็บไซต์อื่น เกีย่ วกับการพฒั นาตวั เองสอู่ าชีพ
เชน่ การเขยี น Resume เพอ่ื การสมคั รงาน การกรอกใบสมคั รงานหลาย
หลายภาษา ตลอดจนการปรบั ปรงุ ข้อมูลศูนยก์ ำลงั คนอาชีวศึกษาของ
ตวั เองเพื่อการสมัครงานผา่ นระบบ www.v-cop.go.th
(ผลลัพธ์ : ผู้เรียนไดเ้ รียนรูเ้ กยี่ วกบั การสบื คน้ หาแหลง่ สมัครงาน จาก
เว็บไซต์หางานต่าง ๆ การออกแบบ Resume เพ่ือการสมคั รงาน
ปรับปรุงข้อมลู ในระบบศนู ย์กำลงั คนอาชวี ศึกษา คน้ หางานท่ตี อ้ งการแลว้
สมัครงานเพ่อื ใหส้ ถานประกอบการตดิ ตอ่ กลบั )
ข้นั ตอนท่ี 3 ระดมสมอง (Brainstorm : B) ใช้เวลา 20 นาที
1. ผู้เรยี นแบ่งกลุ่มละ 5 คนนำสถานการณป์ ัญหามาระดมสมองร่วมกันกับ
เพื่อนในกล่มุ เพ่ือสืบคน้ หาแหล่งสมคั รงาน ออกแบบ Resume เพอื่ การ
สมัครงาน ช่วยกนั เสนอความคิดเห็นว่าสมัครงานอยา่ งไรให้ได้งาน ตอ้ ง
เตรียมตัวอย่างไร นายจา้ งต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถในอาชพี ตา่ ง
ๆ อยา่ งไร ต้องเตรยี มตัวพัฒนาตัวเองอย่างไรให้มคี วามร้แู ละทกั ษะใน
อาชีพ โดยใช้การสบื ค้นขอ้ มลู ประกอบการพฒั นาตวั เองสู่อาชีพให้ได้งาน
จรงิ
2. ผเู้ รียนรว่ มกันสรุปขน้ั ตอนการสืบคน้ ข้อมลู เพือ่ พัฒนาตัวเองสู่อาชพี ให้ได้
งานจรงิ
(ผลลัพธ์ : ผเู้ รยี นให้ความร่วมมือกับกลมุ่ ช่วยเหลือซง่ึ กนั และกนั ยอมรับ
ฟังความคดิ เหน็ ของคนอน่ื ทน่ี ำเสนอแนวคิดในการออกแบบ Resume
ตามสไตล์ของตัวเองสบื ค้นหาเว็บไซต์เพือ่ การสมัครงาน หาข้อมลู ความ
ตอ้ งการแรงงานทนี่ ายจา้ งต้องการการศึกษาหาความรใู้ นการพฒั นาตวั เองสู่
อาชีพ การปรบั ปรุงข้อมลู ในระบบศูนย์กำลังคนอาชีวศึกษา การสมัคร
งานในระบบเพอื่ รอการติดตอ่ กลบั ทำให้ผู้เรียนเกดิ ความม่งุ ม่นั อยาก
สบื ค้นขอ้ มูลประกอบการทำรายงานและคน้ หาแหลง่ สมคั รงาน ผเู้ รียนมี
ความรกั สามัคคี และใหก้ ารสนับสนนุ กันอยา่ งจริงใจ)
ขน้ั ตอนที่ 4 สงั เกตการณ์ (Observe : O) ใช้เวลา 10 นาที
1. ผ้เู รียนศึกษาขอ้ มูลผลการระดมสมองของกลมุ่ อืน่ และนำผลการระดม
สมองของกลุ่มตวั เองแลกเปล่ียนเรยี นร้จู ากกลมุ่ อื่น แล้วจดบันทึกประเด็น
ความรู้ใหม่ที่ไดร้ ับ
เพื่อนำมาเปน็ ประเดน็ ข้อสรุปในการสืบคน้ ข้อมูลเพอ่ื พฒั นาตวั เองสู่อาชีพ
2. สงั เกตการณ์ผลการระดมสมองท่ีแต่ละกล่มุ นำความรู้ ข้อคน้ พบ เทคนคิ
การสืบค้นข้อมลู ประกอบการทำ Resume เพือ่ การสมัครงาน เพ่ือใหไ้ ด้
งาน
(ผลลัพธ์ : ผู้เรยี นไดแ้ ลกเปลีย่ นเรียนรู้กับกลมุ่ อนื่ ๆ ได้ศกึ ษาแนวคิด
เทคนคิ ในการสืบค้นขอ้ มลู ประกอบการทำรายงาน และการพฒั นาตวั เองสู่
อาชีพ สามารถนำไปใช้ในการหางานไดจ้ รงิ )
สอนครง้ั ท่ี 2
เวลา 4 ชั่วโมง ข้ันตอนที่ 5 นำไปปฏบิ ัตสิ ร้างชนิ้ งาน (Practice : P)
ใชเ้ วลา 2 ช่ัวโมง
1. ผ้เู รียนนำประเด็นขอ้ สรุปของกลุ่มมาพิจารณาในการสบื คน้ ขอ้ มลเพื่อ
พฒั นาตวั เองสู่อาชีพ
2. ผู้เรยี นช่วยกันสบื ค้นหาขอ้ มลู ของแหล่งรบั สมัครงาน วธิ ีการสมคั รงาน
สืบค้นตวั อยา่ งการเขยี น Resume ประกอบการสมัครงาน
3. ผ้เู รยี นเขา้ ไปปรับปรงุ ขอ้ มูลตัวเองในระบบ ศูนย์กำลังคนอาชวี ศกึ ษา
(ข้ันสรปุ ) (ผลลัพธ์ : ผเู้ รียนชว่ ยกนั ในแต่ละกลุม่ ท่ีได้รับผิดชอบ ปฏิบัตกิ ารสบื ค้น
ขอ้ มลู ประกอบการทำรายงานวจิ ยั ตามใบงานท่ีกำหนด ปฏิบตั กิ ารสืบค้น
เว็บไซต์หางาน สบื ค้นหาขอ้ มูลประกอบการปรบั ปรุง Resume เพื่อการ
สมัครงาน ได้เห็นแนวทางการพฒั นาตวั เองสกู่ ารทำงานให้มีอาชพี ได้จรงิ ใน
อนาคต)
ขน้ั ตอนที่ 6 สะทอ้ นแนวคิด (Reflect : R) ใชเ้ วลา 30 นาที
1. ผู้เรียนได้นำผลการศกึ ษาการสบื คน้ ขอ้ มลู ดว้ ย Google โดยใช้เทคนคิ ใน
การสืบคน้ ข้อมูลเพื่อให้เข้าถงึ ขอ้ มูลท่ีต้องการได้
2. ผู้เรยี นไดน้ ำผลการศกึ ษาการสืบค้นขอ้ มูลด้วย ThaiLis โดยศึกษา
เง่ือนไขการใชง้ านต้งั แต่การสมคั ร เรยี นรู้การเขา้ ถึงฐานข้อมูลงานวิจยั ได้
เเกิดแนวคิดในการพัฒนาวิชาชพี ในการนำไปทำโครงงานวิชาชพี ทางการ
บัญชี แลว้ นำองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่ผู้เรยี นค้นพบมาแบง่ ปนั ขอ้ มลู ใหเ้ พ่ือนทกุ
คนได้ทราบ
3. ผูเ้ รียนนำเสนอผลงานกลุ่มหน้าชั้นเรียนเพื่อแลกเปล่ียนเรยี นร้จู าก
ประสบการณท์ ไี่ ด้สืบค้นขอ้ มลู ในรูปแบบตา่ ง ๆ จนเปน็ แนวทางทต่ี ้อง
นำไปใช้ในการสืบค้นข้อมูลในการพฒั นาตวั เองสูอ่ าชีพนกั บญั ชี หรอื อาชีพ
อนื่ ๆ ไดใ้ นอนาคต
4. ผ้เู รยี นประเมินผลงานกลมุ่ ตัวเองและกลมุ่ อืน่
(ผลลพั ธ์ : ผเู้ รยี นไดเ้ รียนรู้เทคนิคการสืบค้นขอ้ มลู ดว้ ย Google และการ
สบื คน้ ฐานขอ้ มูลงานวจิ ยั ด้วย ThaiLis ได้เห็นแนวทางในการคน้ ควา้ หา
ขอ้ มลู ในประกอบการทำรายงาน และสืบค้นเว็บไซตท์ ่ใี ห้บริการสมัครงาน
ได้เหน็ แนวทางในการออกแบบ Resume ในการพฒั นาตวั เองสู่อาชีพ ได้
แลกเปล่ียนแนวคิดใหม่ ๆ กบั เพอ่ื น เกิดแนวคิดในการเรียนอย่างมี
เป้าหมายในอนาคตได้ชัดเจนมากย่งิ ขึ้น)
ขัน้ ตอนที่ 7 นำไปใช้งานไดจ้ ริง (Apply : A) ใช้เวลา 30 นาที
1. ผูเ้ รยี นเห็นคณุ ค่าของการใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ ในการสืบคน้ ขอ้ มลู เพื่อพัฒนา
ตวั เองสู่อาชพี ได้
2. ผเู้ รยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจเทคนิคการใช้ Google ในการสืบคน้ ข้อมลู
ใหไ้ ดข้ ้อมูลที่ตอ้ งการ
2. ผเู้ รียนมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจการใช้เวบ็ ไซตศ์ ูนยก์ ำลังคนอาชวี ศกึ ษา
www.v-cop.go.th ในการปรบั ปรุง Resume เพอื่ การสมัครงานและคน้ หา
งานในระบบได้
3. ผ้เู รยี นมีความรู้ความเขา้ ใจเทคนคิ การสบื ค้นฐานขอ้ มูลงานวิจัยดว้ ย
ThaiLis ในการสืบคน้ ข้อมูลประกอบการทำรายงานวิชาโครงการ และวชิ า
อน่ื ๆ ไดต้ รงความต้องการ จากที่เคยไม่ทราบแหล่งข้อมูลในการสบื คน้ มา
ก่อน
4. ผู้เรยี นสามารต่อยอดความรูแ้ ละประสบการณ์ทไี่ ด้นำไปค้นหาขอ้ มูลได้
ตามต้องการได้ ทำให้สามารถพฒั นาตวั เองในการเรยี น และพัฒนาตัวเอง
สอู่ าชพี ได้
5. ผูเ้ รยี นเกิดความภาคภมู ิใจ สามารถนำความรู้และประสบการณไ์ ป
แก้ปัญหาการทำรายงาน และมคี วามหวงั มากข้นึ ในการสืบค้นหา
แหล่งขอ้ มลู ประกอบการพฒั นาตัวเองสูอ่ าชีพทตี่ ้องการ
(ผลลัพธ์ : มีความรู้สกึ ภาคภูมิใจในผลสำเรจ็ ทส่ี ามารถใช้ Google อย่างมี
เทคนิคในการสืบค้นข้อมลู ได้ตามตอ้ งการสามารถสบื คน้ ฐานข้อมูลงานวจิ ัย
ประกอบการทำรายงาน มคี วามเชือ่ มั่นในตัวเองในการสืบค้นขอ้ มูลในการ
พัฒนาตัวเองสอู่ าชีพ ไดร้ ู้จักการสบื ค้นแหลง่ รวมเวบ็ ไซตห์ างาน สามารถ
ใช้เวบ็ ไซตฐ์ านข้อมูลงานวิจัยในการสบื คน้ หาข้อมูลประกอบการทำรายงาน
และเหน็ แนวทางการสืบค้นขอ้ มลู ประกอบการเรียนในรายวิชาอนื่ ๆ ในการ
เรยี นในระดบั สูงขึ้นตอ่ ไปได้)
6. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
สื่อสงิ่ พมิ พ์
หนังสอื เรยี น วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ ดวงใจ สมภกั ดี
แหลง่ เรยี นรู้
1. ชอ่ งทางการติดตอ่ สื่อสาร Facebook และ Line
2. สอ่ื ระดมสมอง และการสะทอ้ นคิดของผู้เรียน Google Document
3. ศึกษาจากประสบการณ์ตรงในการนำข้อมลู มาใช้อ้างองิ ในการทำรายงานจากบรรณารักษ์
หอ้ งสมุด
4. สืบคน้ จาก Internet และหอ้ งสมดุ วิทยาลัย
7. หลักฐานการเรียนรู้
7.1 แฟม้ สะสมงาน ผลงานที่ได้จากใบงาน เรอ่ื ง การสบื ค้นข้อมูลประกอบการทำรายงานวจิ ัยวชิ า
โครงการ และสถานการณ์ปัญหา เร่ือง การสืบค้นข้อมลู สารสนเทศเพอื่ พัฒนาตวั เองส่อู าชพี
7.2 ส่ือสง่ิ พิมพ์ ขา่ วสารเก่ยี วกบั การสืบคน้ ข้อมูลเพ่ือพฒั นาตวั เองสอู่ าชพี
7.3 การจัดบอรด์ กิจกรรมเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซยี น เรอื่ ง การสบื ค้นข้อมูลเพอื่ พฒั นา
ตัวเองสอู่ าชพี โดยสบื ค้นเอกสารทใ่ี ช้สมัครงานท่ีผู้เรียนสนใจอย่างเช่น จดหมายสมคั รงาน แบบฟอรม์
สมัครงาน ประกาศรบั สมัครงาน หลากหลายภาษา เชน่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญ่ีปุน่ ภาษา
เวียดนาม ภาษาลาว เป็นตน้ แล้วตดิ บอรด์ นำเสนอหนา้ ห้องเรียน
7.4 การจดั บอร์ดสรุปผลงาน สถานการณ์ปัญหาในหน่วยการเรียนที่ 5 เร่ือง การสบื คน้ ขอ้ มูลสารสนเทศ
เพอื่ พฒั นาตวั เองสอู่ าชีพ
8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 เครอ่ื งมือประเมนิ
1) กิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ
2) แบบประเมนิ ผลการนำเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น ขัน้ สะทอ้ นคดิ
8.2 เกณฑก์ ารประเมิน
1) ประเมินผลจากช้ินงานท่ีไดจ้ ากใบงาน เรื่อง การสืบค้นขอ้ มูลประกอบการทำรายงาน
วิจยั วิชโครงการ และสถานการณป์ ัญหา เร่อื ง การสบื ค้นข้อมูลสารสนเทศเพอื่ พฒั นาตวั เอง
สู่อาชพี
2) ประเมนิ ผลจากการนำเสนอหน้าชน้ั เรยี น
3) การทำกจิ กรรมตรวจสอบความเขา้ ใจถกู ตอ้ งเกนิ 80%
4) การทำแบบทดสอบเพื่อประเมินผลหลังการเรยี นรไู้ ดต้ ามเกณฑท์ ่ีตงั้ ไว้เฉล่ีย 80%
9. บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
9.1 ขอ้ สรุปหลังการจดั การเรียนรู้
บนั ทกึ หลงั การสอน
รหสั วิชา 30001-2001 รายวชิ า เทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การจัดการอาชพี (ชม.-นก.) 4(3)
ประจำปกี ารศึกษา ................. ประจำวันท่ี…………..….....…เดือน………………………. พ.ศ………………….
เมื่อสอนเสร็จแล้วผ้สู อนสรุปไดว้ ่า
กจิ กรรม ใช่ ไม่ใช่
1. สอนไดค้ รบตามเนือ้ หา สาระ และตรงตามจุดประสงคข์ องแผน
2. มีการใช้สือ่ การเรยี นการสอนตามแผนการสอน
3. เขา้ สอนตรงเวลาและสอนเต็มเวลา
4. ดแู ลระเบยี บวินยั นกั เรียน พร้อมอุปกรณ์การเรยี นการสอน
5. ประเมนิ พัฒนาการผู้เรียนอยา่ งสม่ำเสมอ
6. วดั ผลประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ /ผเู้ รยี นมสี ว่ นร่วมในการวัดผล ประเมนิ ผล
7. บนั ทกึ พฤตกิ รรมผเู้ รยี นสมำ่ เสมอ
9.2 บนั ทึกเพิ่มเติม ผลการใช้แผนการสอนทเ่ี กิดกับผเู้ รียน
ผลท่เี กิดกบั ผู้เรียนด้านความรู้ (Knowledge)
1. ผูเ้ รยี นมีความรูค้ วามเขา้ ใจในการใชเ้ ทคนิคในการสืบค้นขอ้ มลู ดว้ ย Google และการ
สืบค้นข้อมูลประกอบการทำรายงานในการฐานข้อมูล ThaiLis ได้
2. ผเู้ รยี นบอกไดว้ า่ จะหาข้อมลู ประกอบการพฒั นาอาชพี ใหก้ ับตัวเองจากแหล่งข้อมลู
ใดบ้าง
3. ผู้เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจในการสบื ค้นหางานจากเว็บไซต์ www.v-cop.go.th และ
เปน็ พื้นฐานในการเตรยี มตัวสมคั รงานผ่านเวบ็ ไซต์อนื่ ๆ ได้
ผลทีเ่ กิดกบั ผ้เู รียนดา้ นทกั ษะ (Practice)
1. ผู้เรียนมที ักษะในการสืบค้นขอ้ มูลด้วย Google ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
2. ผเู้ รยี นมีทกั ษะในการสืบคน้ ข้อมูลฐานขอ้ มลู วจิ ยั ด้วย ThaiLis ประกอบการทำรายงาน
ได้เป็นอยา่ งดี ทำให้ไดร้ ับคำชมในคุณภาพของผลงานในรายวิชาอื่น ๆ
3. ผเู้ รยี นมที ักษะในการ ปรบั ปรุง Resume ในเว็บไซต์ศูนยก์ ำลงั คนอาชีวศึกษา
สามารถคน้ หางานที่ตรงกับความตอ้ งการตัวเองได้ สามารถสมัครงาน หางานระหวา่ งเรียนได้
ผลทีเ่ กิดกบั ผเู้ รียนดา้ นเจตคติ (Attitude)
1. ผ้เู รยี นมคี วามรสู้ ึกตืน่ เตน้ ท่ไี ด้เรียนรเู้ ทคนคิ การสบื ค้นข้อมลู ในรปู แบบต่าง ๆ ด้วย
Google ทำให้สามารถสบื ค้นขอ้ มูลไดต้ ามต้องการ
2. ผู้เรยี นมคี วามกระตือรือร้นสนใจในเร่อื งทอี่ ยากเรยี นโดยเฉพาะอย่างยงิ่ การสืบคน้
ฐานข้อมลู วจิ ยั ในการพัฒนาการจดั ทำบญั ชี เพ่อื ใช้เปน็ แนวทางในการทำรายงานวิชาโครงการ และนำไปใช้
วางแผนในการหาข้อมลู ประกอบการเรยี นในระดบั สงู ขน้ึ มีความภาคภมู ิใจในความสามารถของตัวเอง มี
ความรับผดิ ชอบต่อการศกึ ษาหาข้อมูลประกอบการเรียน ทำใบงานและสถานการณป์ ัญหา มีความมุง่ ม่ันที่
จะทำผลงานของตวั เองและกลุ่มใหม้ ีคุณคา่ นำไปใชไ้ ด้
3. ผู้เรียนมคี วามรบั ผดิ ชอบ สามารถบริหารเวลาไดด้ ี มคี วามรกั สามคั คี ช่วยเหลือซึง่ กัน
และกนั เพ่อื ใหก้ ลุม่ ของตนเองประสบความสำเร็จในการนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรยี น
4. ผลการประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม และความรับผดิ ชอบอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
9.3 แนวทางการพฒั นาในคร้ังต่อไป ควรเสนอให้ครูทม่ี อบหมายให้ผู้เรียนทำรายงานในวชิ าตา่ ง ๆ
ไดใ้ ชเ้ ทคนิคในการสบื คน้ ขอ้ มูลประกอบการทำรายงาน และเสนอให้ครแู นะนำส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนสืบค้น
ฐานข้อมูลงานวจิ ัยด้วย ThaiLis ประกอบการทำรายงานวิชาโครงการ เพื่อผูเ้ รียนจะได้นำไปตอ่ ยอดแนวคดิ
ในการจดั ทำงานวิจัยหรือนวัตกรรมทางวชิ าชพี บัญชีและการศึกษาในระดับสงู ให้มีประสทิ ธิภาพมากยิ่งข้ึน
ลงชื่อ ............................................ ผู้สอน
(.....................................................)
ตำแหน่ง.................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยท่ี 6
รหัสวชิ า/ชือ่ วิชา 3204-5104 งานคอมพวิ เตอร์ธุรกจิ 4 จำนวน 8 ช่ัวโมง
ชอื่ หนว่ ย การประมวลผลกลุ่มเมฆและการประยกุ ต์ใชเ้ พื่อพฒั นาอาชีพ ช่วั โมงรวม 48
สอนครัง้ ที่ 11-12
ช่อื เรื่อง การประมวลผลกลุม่ เมฆและการประยกุ ตใ์ ช้เพอ่ื พัฒนาอาชีพ
1. สาระสำคัญ
เทคโนโลเทคโนโลยี Cloud Computing กเ็ ปน็ อีกวตั กรรมหน่งึ แหง่ โลกสารสนเทศ ซงึ่ เกดิ จาก
การนำเครื่องคอมพวิ เตอร์จำนวนมากมาเช่อื มต่อเข้าด้วยกัน คอมพวิ เตอร์ท้ังหมดในกลุ่ม Cloud อาจไม่
จำเปน็ ต้องติดตง้ั อย่ใู นสถานทเี่ ดียวกนั มีการเชอ่ื มต่อผา่ นเครือข่ายส่ือสารความเร็วสงู และท่ีสำคญั กค็ ือ
บรรดาคอมพิวเตอรท์ เี่ ชือ่ มตอ่ กันเองนอ้ี าจไม่จำเป็นมฮี าร์ดแวร์และระบบปฏิบตั กิ ารเหมือนกนั ไปทงั้ หมด
เช่น ในกล่มุ Cloud หนึง่ ๆ อาจมีทงั้ เครือ่ งพีซี และเครื่องแอปเปลิ หรอื มองอกี มุมหนง่ึ ระบบปฏบิ ัตกิ าร
(Operating System หรือ OS) ท่ีอาจมอี ยู่หลายชนดิ เป้าหมายของการนำเครอื่ งคอมพวิ เตอร์มาเช่อื มตอ่
กนั เชน่ นี้ กเ็ พื่อจะดึงพลงั ในการประมวลผลของคอมพวิ เตอรท์ ้ังหมดมาประสานกัน เพ่ือนำไปใชจ้ ัดการงาน
ประมวลผลใหญ่ ๆ ที่แต่เดิมอาจตอ้ งใช้คอมพวิ เตอร์คุณภาพสงู ต้นทุนมหาศาล แตก่ บั เทคโนโลยี Cloud
Computing แล้วสามารถใชง้ านผ่านการเชอื่ มต่ออนิ เทอร์เนต็ จากคอมพวิ เตอร์และอปุ กรณเ์ คลื่อนทไ่ี ม่ว่า
จะเปน็ แทบ็ เลต็ โน้ตบกุ๊ หรอื สมาร์ตโฟน ทำใหไ้ ด้รับความนิยมมากในปจั จบุ ันกบั บุคคลทั่วไปและการใช้ใน
การประกอบธรุ กิจบนโลกออนไลน์
2. สาระการเรยี นรู้
2.1. ความหมายของการประมวลผลกลมุ่ เมฆ
2.2. ประเภทของการประมวลผลกลุ่มเมฆ
2.3. ตัวอยา่ งองคก์ รทีม่ ีการนำการประมวลผลกล่มุ เมฆมาใช้
2.4. ประโยชนแ์ ละขอ้ ควรระวัง
2.5. ผู้ใหบ้ ริการเก็บไฟล์ออนไลนแ์ บบ Cloud Storage
2.6. การใช้ Google Drive
2.6.1 การอัฟโหลดไฟลเ์ ข้า Google Drive
2.6.2 การลบไฟล์ออกจาก Google Drive
2.7. การแบ่งปนั ไฟล์
2.7.1 การโอนยา้ ยไฟลท์ ่ีแบ่งปนั ลงสเู่ คร่อื ง
2.7.2 การสร้างเอกสารออนไลน์
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.5 จดุ ประสงค์ทั่วไป
3.1.1 เพอื่ ให้มีความรู้ความเข้าใจความหมายของการประมวลผลกลมุ่ เมฆ
3.1.2 เพื่อใหม้ ีความรคู้ วามเข้าใจประเภทของการประมวลผลกลมุ่ เมฆ
3.1.3 เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจองค์กรที่มีการนำการประมวลผลกลุ่มเมฆมาใช้
3.1.4 เพือ่ ให้มคี วามรู้ความเขา้ ใจประโยชนแ์ ละข้อควรระวงั ในการใช้ Cloud Computing
3.1.5 เพอ่ื ใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจผู้ให้บริการเก็บไฟล์ออนไลนแ์ บบ Cloud Storage
3.1.6 เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจการใช้ Google Drive
3.1.7 เพ่อื ใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจการแบง่ ปันไฟล์
3.6 จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
3.2.1 บอกความหมายของการประมวลผลกลมุ่ เมฆได้
3.2.2 อธบิ ายประเภทของการประมวลผลกลุ่มเมฆได้
3.2.3 อธิบายองคก์ รท่ีมกี ารนำการประมวลผลกล่มุ เมฆมาใช้ได้
3.2.4 บอกประโยชน์ประโยชน์และข้อควรระวังในการใช้ Cloud Computing ได้
3.2.5 อธิบายผู้ใหบ้ รกิ ารเก็บไฟล์ออนไลน์แบบ Cloud Storage ได้
3.2.6 ประยกุ ต์ใช้ Google Drive ในการพัฒนาอาชพี ได้
3.2.7 ประยกุ ตใ์ ชก้ ารแบง่ ปันไฟล์ได้
3.3 จุดประสงคน์ ำทางดา้ นทักษะ
3.3.1 ปฏิบตั ิการประยกุ ตใ์ ช้ Google Drive ในการพฒั นาอาชีพได้
3.3.2 ปฏิบตั กิ ารประยุกตใ์ ช้การแบง่ ปนั ไฟล์ได้
3.4 จดุ ประสงคน์ ำทางดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และอัตลักษณค์ ณุ ธรรมของวทิ ยาลัย
3.4.1. มีคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
อาชีพ
3.4.2 มีเจตคตทิ ด่ี ีต่อการเรียน เรอื่ ง การประมวลผลกลุ่มเมฆและการประยกุ ตใ์ ชเ้ พอื่ พฒั นาอาชีพ
และรกั ษค์ า่ นิยมหลัก 12 ประการ
3.4.3 ความรบั ผดิ ชอบ ตรงตอ่ เวลา มีสัมมาคารวะ (อตั ลักษณค์ ุณธรรมวทิ ยาลัยฯ)
4. สมรรถนะประจำหนว่ ย
แสดงความรู้ เรอ่ื ง การประมวลผลกลุ่มเมฆและการประยกุ ตใ์ ชเ้ พือ่ พฒั นาอาชีพ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้ กิจกรรม รปู แบบการ
ขั้น จดั การ
ตอนการสอน เรยี นรเู้ ชิง
รกุ
สอนครัง้ ท่ี 1
เวลา 4 ช่วั โมง ขนั้ ท่ี 1 สร้างความสนใจ (Engagement : E) ใช้เวลา20 นาที
ครชู ้แี จงหวั ข้อเรอื่ งทีจ่ ะเรยี นหน่วยการเรยี นท่ี 6
(ขัน้ นำ) แล้วทดสอบกอ่ นเรียน 10 นาที
1. ครูให้ผู้เรียนทัง้ หอ้ งช่วยกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั การประมวลผล
กลุ่มเมฆและการประยุกตใ์ ช้เพื่อพฒั นาอาชีพ
2. ครใู หผ้ ู้เรยี นดูภาพสถานการณ์จรงิ ในชวี ติ ประจำวนั ทีผ่ ูค้ นส่วนใหญจ่ ะ
เก่ยี วข้องกบั การใช้คอมพวิ เตอร์ในการทำงาน ใช้อนิ เทอร์เน็ตในการส่อื สาร
รับและสง่ ข้อมูลไดก้ บั ทุกคนได้ทว่ั โลกแล้วให้ผเู้ รยี นรว่ มกับครชู ่วยกันตงั้
คำถามในเรือ่ งทอี่ ยากเรยี นรู้ในสงิ่ ท่ีเกิดขึ้นจรงิ ในชวี ิตจรงิ โดยการแสดง
ความคิดเหน็ ในส่งิ ทีอ่ ยากเรียนรู้ เร่ือง การประมวลผลกล่มุ เมฆและการ
ประยกุ ต์ใชเ้ พอื่ พัฒนาอาชพี
3. ครูให้ผู้เรียนดภู าพการให้บริการการประมวลผลกลมุ่ เมฆและการ
ประยุกต์ใชเ้ พอ่ื พฒั นาอาชีพ ครูยกตวั อย่างองคก์ รท่นี ำการประมวลผลกลุม่
เมฆมาใชใ้ นการดำเนนิ งานสามารถลดตน้ ทนุ ทำให้ธุรกจิ ประสบความสำเรจ็
ได้ (20 นาท)ี
4. ผู้เรยี นชว่ ยกนั แสดงความคิดเห็นและหาคำตอบในหอ้ งเรยี น เก่ยี วกบั การ
ประมวลผลกลมุ่ เมฆและการประยกุ ต์ใชเ้ พือ่ พฒั นาอาชพี แลว้ ต้ังคำถามและ
หาคำตอบดังนี้ ( 30 นาที)
4.1 การประมวผลผลกลุ่มแมฆ คืออะไร
4.2 ใครคือผใู้ หบ้ รกิ ารประมวผลผลกลุ่มแมฆ
4.3 จะใช้งานการประมวผลผลกล่มุ แมฆอย่างไร
4.4 องค์กรไหนบา้ งทน่ี ำการประมวผลผลกลุ่มแมฆมาใช้ แลว้ ดีอยา่ งไร
4.4 ประโยชนแ์ ละข้อควรระวงั ในการใชป้ ระมวผลผลกลุ่มแมฆ
5. ครใู ห้ผู้เรียนศึกษาใบงานท่ี 6 และสถานการณป์ ญั หาที่ 6
(ผลลพั ธ์ : ผู้เรียนได้นำหวั ขอ้ การประมวผลผลกลุ่มแมฆและการ
ประยุกตใ์ ช้เพอื่ พฒั นาอาชีพ มาพูดคุยเจรจา โตต้ อบกบั ครแู ละเพ่ือนในชั้น
เรียน กลา้ คดิ กล้าทำ กล้าแสดงออก สามารถแสดงความคิดเห็น ตงั้ คำถาม
ในสิ่งทอ่ี ยากรู้ เน่อื งจากหลายคนไมเ่ คยรูจ้ ักการประมวลผลกล่มุ เมฆเลย
กล้าบอกว่าไม่รูท้ ำให้อยากเรยี นและท้าทายความสามารถการเรียนของ
ตวั เอง)
(ขั้นสอน) ข้ันท่ี 2 เชอื่ มโยงปัญหา (Transfer : T) ใช้เวลา 1 ช่ัวโมง
1. ครูสอนเนื้อหาเกยี่ วกบั การประมวผลผลกลุ่มแมฆและการประยกุ ตใ์ ช้เพ่ือ
พฒั นาอาชีพ โดยใช้สือ่ ทีห่ ลากหลายในเรื่อง การประมวลผลกล่มุ เมฆ เพ่ือ
สร้างแรงจูงใจให้ผูเ้ รียนเกิดความรู้สึกตื่นตา ตน่ื ใจในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ท่มี ี
การเปลีย่ นแปลงอย่ทู ุกวันชแี้ นะใหผ้ เู้ รียนเปน็ คนรุ่นใหม่ทตี่ ้องอปั เดต
เร่ืองราวของโลกไอทีอยูเ่ สมอ
2. ผ้เู รียนทำความเข้าใจกับเน้ือหาและได้เรยี นรู้การประมวผลผลกล่มุ แมฆ
และการประยกุ ต์ใช้เพื่อพฒั นาอาชพี จากที่เคยไม่รูจ้ ักมากอ่ น
3. ครสู อนแนวคิดในเรือ่ งการอัปเดตเรือ่ งเทคโนโลยี และการใช้ให้เปน็ สอน
การใชก้ ารประมวผลผลกลมุ่ แมฆและการประยกุ ตใ์ ช้เพ่ือพัฒนาอาชพี
4. ผู้เรยี นสรุปประเด็นความรทู้ ไ่ี ด้ศึกษาจากการเรยี น โดยเชอ่ื มโยงกบั ใบ
งานและสถานการณป์ ญั หาท่ีผเู้ รยี นต้องไดน้ ำความร้แู ละทักษะการ
ประมวผลผลกลมุ่ แมฆและการประยกุ ตใ์ ชเ้ พ่อื พฒั นาอาชพี
ใบงานที 6 การประมวลผลกลุ่มเมฆ และการประยกุ ต์ใช้เพอ่ื พฒั นาอาชพี
เรอ่ื ง การใช้บริการ Cloud Computing
คำชแ้ี จง ใหน้ ักศกึ ษาศกึ ษาการใชบ้ ริการ Cloud Computing ของ
ตัวเองทีใ่ ช้อยู่ เชน่ การทำงานของ Facebook บน Cloud Computing
แล้วนำมาแชร์ใน Google Document เพอ่ื แบ่งปนั ขอ้ มลู ใหเ้ พื่อน ๆ ใน
กลมุ่ แสดงความคดิ เหน็ เสนอแนะความรู้ใหม่ ๆ ในการนำไปประยกุ ตใ์ ชง้ าน
ของแต่ละคน
ภาพการแชร์เอกสาร : แสดงความคดิ เหน็ ของเพื่อนในกลุ่ม
ในการทำงานของ Facebook บน Cloud Computing
อธบิ ายประกอบภาพ
สถานการณป์ ัญหาท่ี 6 การประมวลผลกลมุ่ เมฆ และการประยกุ ต์ใช้เพอ่ื
พฒั นาอาชพี
เร่อื ง การประยุกตใ์ ช้ Cloud Computing เพือ่ พัฒนาอาชีพ
นายสมชาย นักศกึ ษาระดบั ปวส. 1 สาขาวิชาชา่ งกล ไดค้ ิดคน้
สงิ่ ประดษิ ฐค์ นรุ่นใหมม่ แี ผนพฒั นาต่อเน่อื งให้ผลงานมคี ณุ ภาพตอ่ ยอดสู่
อาชพี ได้ ใหผ้ ู้สนใจทดลองใช้แล้วทำการประเมินผลด้วยแบบสอบถาม
ออนไลน์ ตามแบบสอบถามทกี่ ำหนดให้ หากนักศกึ ษาเปน็ สมาชกิ ในกลุ่ม
ไดร้ บั มอบให้ดำเนินการจะมีวิธีการและขนั้ ตอนอย่างไรให้สามารถสร้าง
แบบฟอรม์ แบบสอบถามออนไลน์และแบง่ ปนั สู่สงั คมออนไลน์ได้
(ผลลพั ธ์ : ผู้เรียนไดเ้ รียนรู้เกย่ี วกับการประมวผลผลกลมุ่ แมฆและการ
ประยกุ ตใ์ ช้เพอื่ พัฒนาอาชีพ ได้ศึกษาเรยี นรูก้ ารใชก้ ารประมวลผลกลมุ่ เมฆท่ี
ไมเ่ คยรู้มาก่อนว่า การสร้างอัลบมั้ ภาพไว้ใน Facebook กค็ ือการใช้บรกิ าร
Cloud Computing ได้เรยี นร้กู ารสรา้ งบญั ชีผ้ใู ช้ การฝากไฟลอ์ อนไลน์
การทำงานที่ Sync ผ่านอปุ กรณต์ ่าง ๆ การใชม้ อื ถือในการ Sync ขอ้ มูล
สอื่ สารได้อย่างสะดวก งา่ ยดาย สามารถนำไปประยกุ ตใ์ ช้งานได้ทุกอาชีพที่
จำเป็นตอ้ งมกี ารติดต่อสอ่ื สารผ่านอนิ เทอร์เน็ต)
ขัน้ ตอนท่ี 3 ระดมสมอง (Brainstorm : B) ใช้เวลา 20 นาที
1. ผูเ้ รยี นแบง่ กล่มุ ละ 5 คนนำสถานการณป์ ญั หามาระดมสมองรว่ มกันกบั
เพื่อนในกลุ่มเพ่อื ศกึ ษาและทดลองใช้การประมวผลผลกลุม่ แมฆและการ
ประยุกต์ใชเ้ พอื่ พัฒนาอาชพี การฝากไฟล์ออนไลน์ การ Sync ขอ้ มูลผ่าน
อุปกรณ์ การใช้มอื ถือในการส่ือสารผา่ นอนิ เทอร์เนต การเรยี นร้กู ารใช้
ประโยชนจ์ ากบรกิ าร Cloud Computing ในชวี ิตประจำวันได้จรงิ
2. ผู้เรียนชว่ ยกนั แสดงความคิดเหน็ ในการใชบ้ ริการ Cloud Computing
ในชีวติ ประจำวนั ของตัวเอง
3. ผเู้ รยี นร่วมกนั สรุปข้ันตอนการใช้งานการประมวผลผลกลมุ่ แมฆและการ
ประยกุ ต์ใช้เพ่อื พัฒนาอาชพี ให้สามารถใชง้ านไดง้ านจริง
(ผลลพั ธ์ : ผูเ้ รยี นให้ความร่วมมอื กบั กล่มุ ช่วยเหลือซง่ึ กันและกนั ยอมรับ
ฟังความคดิ เห็นของคนอืน่ ท่ีนำเสนอแนวคดิ ในการประมวผลผลกลมุ่ แมฆ
และการประยกุ ต์ใช้เพ่อื พฒั นาอาชพี การฝากไฟล์ออนไลน์ โดยไม่
จำเปน็ ตอ้ งซ้อื Flash Drive มาใช้งานการใช้ Google Drive การใชบ้ รกิ าร
จาก Cloud Computing เชน่ การสร้างฟอรม์ เพอ่ื เก็บขอ้ มูล ทำใหผ้ ู้เรียน
เกิดความมุ่งม่ันท้าทายอยากเรียน อยากรู้เพราะเปน็ เร่อื งใหม่ที่บางคนไม่เคย
รู้จักมาก่อนเลย ผูเ้ รยี นมคี วามรัก สามคั คี และให้การสนับสนุนกนั อยา่ ง
จรงิ ใจ)
ขัน้ ตอนท่ี 4 สงั เกตการณ์ (Observe : O) ใช้เวลา 10 นาที
1. ผู้เรยี นศึกษาข้อมูลผลการระดมสมองของกล่มุ อ่ืน และนำผลการระดม
สมองของกลมุ่ ตัวเองแลกเปล่ยี นเรียนรู้จากกล่มุ อ่ืน แลว้ จดบนั ทกึ ประเดน็
ความร้ใู หมท่ ี่ไดร้ ับ
เพ่อื นำมาเปน็ ประเดน็ ข้อสรปุ ในการประมวผลผลกลุ่มแมฆและการ
ประยุกตใ์ ชเ้ พือ่ พัฒนาอาชีพ
สอนครง้ั ท่ี 2 2. สงั เกตการณ์ผลการระดมสมองท่แี ต่ละกลมุ่ นำความรู้ ข้อค้นพบ เทคนคิ
เวลา 4 ชั่วโมง การใชบ้ ริการประมวผลผลกลุ่มแมฆและการประยกุ ตใ์ ชเ้ พือ่ พฒั นาอาชพี
(ผลลัพธ์ : ผู้เรยี นได้แลกเปล่ียนเรยี นร้กู ับกลมุ่ อื่น ๆ ได้ศกึ ษาแนวคิดเทคนคิ
ในการประมวผลผลกลุ่มแมฆและการประยุกต์ใช้เพ่ือพฒั นาอาชีพ สามารถ
นำไปใช้ในการทำงานได้จริง)
(ข้ันสรปุ ) ขั้นตอนที่ 5 นำไปปฏบิ ัติสรา้ งชิน้ งาน (Practice : P)
ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
1. ผเู้ รยี นนำประเด็นข้อสรปุ ของกลมุ่ มาพิจารณาในการประมวผลผลกลุ่ม
แมฆและการประยกุ ต์ใช้เพอื่ พัฒนาอาชีพ
2. ผูเ้ รียนช่วยกันสร้างไฟล์ออนไลน์ และอปั โหลดฝากไฟลใ์ น Google
Drive แล้วสรา้ งฟอรม์ ออนไลน์ แบ่งปันข้อมลู ให้สมาชิกตอบรับการเข้า
อบรมหลักสตู รต่าง ๆ ตามขอ้ กำหนดของใบงาน
(ผลลัพธ์ : ผ้เู รยี นช่วยกันในแตล่ ะกลุม่ ทีไ่ ด้รบั ผิดชอบ ปฏิบัติการใช้บริการ
การประมวลผลกลุ่มเมฆ ตามข้อกำหนดของสถานการณ์ปัญหา ทำให้
ผเู้ รียนเห็นแนวทางในการนำไปประยุกต์ใชก้ ับงานอื่น ๆ ไดอ้ ย่างสะดวกและ
ได้ประโยชน์อย่างแทจ้ รงิ )
ข้นั ตอนที่ 6 สะทอ้ นแนวคดิ (Reflect :) ใช้เวลา 30 นาที
1. ผูเ้ รยี นได้นำผลการศึกษาและการปฏบิ ตั ิการประมวผลผลกล่มุ เมฆและ
การประยุกต์ใชเ้ พือ่ พัฒนาอาชพี ได้
2. ผเู้ รยี นได้นำผลการศึกษามาใชบ้ ริการบน Cloud Computing ใน
รูปแบบตา่ ง ๆ ได้ ผู้เรียนได้แลกเปลีย่ นเรียนร้กู ับเพ่ือน ๆ ในกลุ่มทต่ี า่ งคนก็
มอี งค์ความร้ใู หม่ ๆ ในการใช้บริการ Cloud Computing ซงึ่ แต่ละคนมีมือ
ถือที่แตกต่างกัน แต่ละร่นุ อาจมีการใช้โปรแกรแกรมเข้าถึงท่แี ตกต่างกนั
ผู้เรยี นไดเ้ รียนรู้เทคโนโลยใี หม่ ๆ ได้แสวงหาความรดู้ ้วยตวั เอง เป็น
แรงจงู ใจทำใหเ้ กิดความทา้ ทายในการประยกุ ตใ์ ช้บริการ Cloud
Computing
4. ผู้เรียนประเมนิ ผลงานกล่มุ ตัวเองและกลุ่มอ่ืน
(ผลลพั ธ์ : ผูเ้ รียนไดเ้ รยี นรู้การประมวผลผลกลุม่ แมฆและการประยกุ ต์ใชเ้ พื่อ
พฒั นาอาชพี ไดเ้ ห็นแนวทางและประโยชนใ์ นการใช้บรกิ าร Cloud
Computing เกิดแนวคิดในการแสวงหาองคค์ วามร้ใู หม่เพม่ิ เตมิ ซงึ่ มกี าร
เปลี่ยนแปลงและอัปเดตอยู่ทุกวัน)
ขั้นตอนท่ี 7 นำไปใช้งานได้จรงิ (Apply : A) ใช้เวลา 30 นาที
1. ผู้เรียนเหน็ คุณค่าของการประมวผลผลกลุ่มแมฆและการประยกุ ตใ์ ช้เพอื่
พฒั นาอาชีพได้
2. ผ้เู รยี นมีความรคู้ วามเข้าใจการใชบ้ รกิ ารการประมวผลผลกลุ่มแมฆและ
การประยุกตใ์ ชเ้ พือ่ พฒั นาอาชีพ
3. ผูเ้ รยี นสามารถสร้างบญั ชผี ู้ใช้บรกิ าร Cloud Computing ได้
4. ผูเ้ รียนสามารถฝากไฟลอ์ อนไลน์ และใชบ้ รกิ าร Google Drive ในการ
สร้างฟอร์มได้
5. ผูเ้ รียนเกิดความภาคภมู ใิ จ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไป
แก้ปัญหาการใช้ Flash Drive ในการจดั เก็บข้อมูล และเรียนรู้การจัดการ
ไฟล์บน Cloud Computing ได้
(ผลลพั ธ์ : มีความร้สู ึกภาคภมู ิใจในผลสำเรจ็ ทสี่ ามารถใช้บริการ
ประมวผลผลกลุ่มเมฆและการประยกุ ต์ใช้เพอื่ พฒั นาอาชีพ ไดต้ ามต้องการ
มคี วามเชอ่ื ม่นั ในตวั เองในการในการใช้ Cloud Computing และเห็น
แนวทางในการประยกุ ต์ใชก้ ับงานอืน่ และนำไปใชป้ ระกอบการเรียนรายวชิ า
อน่ื ๆ ในการเรียนในระดบั สงู ข้ึนต่อไปได้)
6. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
สอ่ื ส่งิ พิมพ์
หนงั สอื เรียน วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การจัดการอาชีพ ดวงใจ สมภักดี
แหล่งเรียนรู้
1. ช่องทางการติดต่อสื่อสาร Facebook และ Line
2. สอ่ื ระดมสมอง และการสะท้อนคดิ ของผู้เรยี น Google Document
3. ศึกษาจากประสบการณ์ตรงกับผมู้ คี วามรู้ทางดา้ นคอมพวิ เตอร์
4. สืบค้นจาก Internet และหอ้ งสมดุ วิทยาลัย
7. หลกั ฐานการเรยี นรู้
7.1 แฟ้มสะสมงาน ผลงานที่ได้จากใบงาน เร่อื ง การใช้บรกิ าร Cloud Computing และสถานการณ์
ปญั หา เรื่อง การประยกุ ต์ใช้ Cloud Computing เพอื่ พฒั นาอาชีพ
7.2 ส่ือส่ิงพมิ พ์ เร่ือง การใช้บริการ Cloud Computing
7.3 การจดั บอรด์ กิจกรรมเตรยี มความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน เรือ่ ง การใช้บรกิ าร Cloud
Computing ในการจัดเก็บข้อมลู สว่ นตวั ไวก้ ับผ้ใู หบ้ ริการจดั เกบ็ ในเครอื ข่ายสังคมออนไลน์ ผา่ นการ
เช่อื มตอ่ อนิ เทอร์เนต็ จากอปุ กรณ์เคลือ่ นที่ ไมว่ ่าจะเปน็ แท็บเล็ต โนต้ บกุ๊ หรือ สมาร์ตโฟน
7.4 การจัดบอรด์ สรุปผลงาน สถานการณ์ปัญหาในหน่วยการเรยี นที่ 6 เรอื่ ง การประยกุ ตใ์ ช้ Cloud
Computing เพอ่ื พฒั นาอาชีพการสืบคน้ ขอ้ มูลสารสนเทศเพือ่ พัฒนาตัวเองสูอ่ าชพี
8. การวัดและประเมินผล
8.1 เครอ่ื งมือประเมนิ
1) กิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ
2) แบบประเมนิ ผลการนำเสนอหน้าชนั้ เรียน ข้นั สะทอ้ นคดิ
8.2 เกณฑก์ ารประเมนิ
1) ประเมินผลจากชิ้นงานที่ได้จากใบงาน การใช้บริการ Cloud Computing และ
สถานการณป์ ญั หา เรื่อง การประยกุ ต์ใช้ Cloud Computing เพือ่ พฒั นาอาชีพ
2) ประเมินผลจากการนำเสนอหนา้ ช้ันเรียน
3) การทำกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจถกู ต้องเกนิ 80%
4) การทำแบบทดสอบเพื่อประเมินผลหลังการเรียนรไู้ ด้ตามเกณฑท์ ี่ต้งั ไวเ้ ฉลีย่ 80%
9. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้
9.1 ข้อสรุปหลังการจดั การเรียนรู้
บันทกึ หลังการสอน
รหสั วชิ า 30001-2001 รายวชิ า เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจดั การอาชพี (ชม.-นก.) 4(3)
ประจำปีการศกึ ษา ………………… ประจำวันที่…………เดือน …………………………….พ.ศ…………………
เม่อื สอนเสร็จแล้วผสู้ อนสรุปไดว้ า่
กิจกรรม ใช่ ไม่ใช่
1. สอนไดค้ รบตามเนอ้ื หา สาระ และตรงตามจดุ ประสงค์ของแผน
2. มีการใช้สื่อการเรยี นการสอนตามแผนการสอน
3. เขา้ สอนตรงเวลาและสอนเตม็ เวลา
4. ดแู ลระเบียบวินัยนักเรียน พรอ้ มอปุ กรณก์ ารเรียนการสอน
5. ประเมินพัฒนาการผเู้ รียนอย่างสมำ่ เสมอ
6. วดั ผลประเมินผลตามสภาพจริง/ผเู้ รียนมสี ่วนรว่ มในการวัดผล ประเมนิ ผล
7. บนั ทกึ พฤติกรรมผ้เู รียนสม่ำเสมอ
9.2 บนั ทกึ เพม่ิ เติม ผลการใชแ้ ผนการสอนทเี่ กิดกบั ผเู้ รียน
ผลทเ่ี กดิ กับผ้เู รยี นดา้ นความรู้ (Knowledge)
1. ผู้เรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในการประมวผลผลกลุม่ แมฆและการประยกุ ต์ใชเ้ พือ่ พัฒนา
อาชพี สามารถใช้บรกิ าร Cloud Computing ได้
2. ผู้เรียนมคี วามรูค้ วามเข้าใจผใู้ หบ้ ริการ Cloud Computing สามารถเลอื กใช้บริการ
ของใครกไ็ ด้ แล้วแต่ความสะดวก
3. ผู้เรียนบอกไดว้ า่ จะสร้างบัญชผี ู้ใชไ้ ด้อยา่ งไร บอกได้ว่าจะใชบ้ ริการอะไรบา้ ง บอก
วธิ ีการใช้งานไดว้
4. ผเู้ รยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการประมวผลผลกลุ่มแมฆสามารถนำความรูไ้ ป
ประยุกตใ์ ช้งานให้เกดิ ประโยชน์ในการทำงาน เชน่ การสรา้ งฟอรม์ กรอกขอ้ มลู ออนไลน์ สามารถนำไปใช้ใน
การประยุกต์ใชง้ านกับอาชพี อื่น ๆ ได้
ผลท่ีเกดิ กบั ผูเ้ รยี นดา้ นทกั ษะ (Practice)
1. ผูเ้ รยี นมที ักษะในการใช้บรกิ าร Cloud Computing ได้เป็นอยา่ งดี
2. ผูเ้ รียนมีทักษะในการใชบ้ ริการ Cloud Storage ไดเ้ ป็นอย่างดี ทำให้ลดปัญหาการใช้
Flash Drive จัดเกบ็ ข้อมลู และเสีย่ งตอ่ ขอ้ มูลสญู หาย
3. ผเู้ รียนมีทกั ษะในการสร้างบญั ชผี ้ใู ชง้ าน การฝากไฟลอ์ อนไลน์ การใช้บรกิ ารอืน่ ๆ ใน
Google Drvie ทำให้การใช้งานคอมพวิ เตอรส์ ะดวก สบายมากขน้ึ นำไปประยกุ ต์ใช้กับการทำงานได้
ผลทีเ่ กิดกับผู้เรยี นด้านเจตคติ (Attitude)
1. ผูเ้ รยี นมีความร้สู ึกต่ืนเตน้ ที่ได้เรยี นรู้ Cloud Computing เนือ่ งจากบางคนไมเ่ คยรู้มา
กอ่ น
2. ผเู้ รยี นมคี วามกระตอื รือรน้ สนใจในเร่อื งที่อยากเรยี นโดยเฉพาะอย่างย่ิง การใช้บรกิ าร
Cloud Computing อยากเรียนรู้วา่ ใช้อยา่ งไร จะเลือกผู้ใหบ้ ริการรายไหนดี ผู้เรียนมคี วามจำเปน็ จะใช้
บรกิ ารแบบไหน องค์กรภาครัฐและธรุ กิจใชอ้ ยา่ งไร มคี วามภาคภมู ใิ จในความสามารถของตัวเองที่มคี วามรู้
ในเรอื่ งใหม่ ๆ ทำให้มีความมุ่งมน่ั อยากแสวงหาความรู้ใหมใ่ หท้ ันสมัย มีความรับผิดชอบตอ่ ใบงาน และ
สถานการณ์ปัญหาทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย เกิดองค์ความรูใ้ หม่นำมาแลกเปล่ยี นเรียนรู้กบั เพอื่ นในกลุ่ม สามารถ
ประยกุ ต์ใช้งาน Cloud Computing ได้ดี มคี วามมุ่งม่ันที่จะทำผลงานของตัวเองและกลุม่ ให้มีคณุ ค่า
นำไปใช้ประโยชน์ได้
3. ผเู้ รียนมีความรบั ผดิ ชอบ สามารถบริหารเวลาได้ดี มีความรกั สามัคคี ช่วยเหลือซ่ึงกนั
และกนั เพอื่ ใหก้ ลุ่มของตนเองประสบความสำเรจ็ ในการนำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น
4. ผลการประเมินคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบอย่ใู นเกณฑด์ ีมาก
9.3 แนวทางการพัฒนาในครง้ั ตอ่ ไป ควรเชิญวิทยากรท่มี คี วามรคู้ วามเช่ียวชาญในเรอ่ื ง Cloud
Computing ขององคก์ รท่ใี ช้บรกิ ารในเชงิ ธุรกจิ มาใหค้ วามรู้กบั ผ้เู รียน เพ่ือผ้เู รยี นจะไดน้ ำไปต่อยอด
แนวคิดในการประยกุ ตใ์ ช้งานได้มปี ระสทิ ธภิ าพมากยิง่ ขนึ้
ลงชอ่ื ............................................ ผสู้ อน
(........................................................)
ตำแหนง่ ............................................
แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 7
จำนวน 8 ช่วั โมง
รหสั วชิ า/ชื่อวชิ า 3204-5104 งานคอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ 4 ช่วั โมงรวม 56
ช่ือหน่วย การประยุกตใ์ ชโ้ ปรแกรมสำเร็จรูปเพ่ือนำเสนอข้อมูล
สารสนเทศประเภทเอกสารในงานอาชีพ สอนครั้งที่ 13-14
ชอ่ื เรอ่ื ง การพมิ พ์เอกสารออนไลน์
1. สาระสำคัญ
การประยุกตใ์ ช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อนำเสนอขอ้ มูลสารสนเทศประเภทเอกสารทางการบัญชี
โดยทว่ั ไปแล้วองคก์ รปัจจุบันจะมกี ารซือ้ โปรแกรมสำเร็จรปู เฉพาะงานดา้ นการบญั ชมี าใช้ในการบริหาร
จัดการสารสนเทศทางการบัญชอี ยา่ งครบวงจรและนิยมใช้โปรแกรมสำเร็จรปู ในสำนักงานที่มปี ระสทิ ธิภาพ
สงู อยา่ งชดุ โปรแกรมไมโครซอฟตอ์ อฟฟสิ (Microsoft Office) ให้เปน็ สำนักงานอัตโนมัติ นักบัญชีส่วนมาก
นิยมใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟต์เวริ ด์ ในการพิมพเ์ อกสารทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับเอกสารทางธุรกิจทจ่ี ำเปน็ ตอ้ งใชต้ ดิ ต่อ
กบั ลูกค้าและองค์กรอืน่ เชน่ การพมิ พจ์ ดหมายธุรกจิ การพิมพ์หนังสือราชการ รายงานงบดลุ ประจำเดอื น
ต่อกรมบัญชีกลาง การพิมพใ์ บปะหนา้ รายงานงบการเงนิ การพมิ พ์แบบฟอร์มเอกสารทางบญั ชีเป็นต้น
2. สาระการเรียนรู้
2.1 การสร้างเอกสารออนไลนด์ ว้ ย Google Docs
2.2 การใช้โปรแกรมประมวลผลคำ Microsoft Word 2016
2.3 การประยุกต์ใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคำ Microsoft Word 2016 พมิ พเ์ อกสาร
2.4 การประยุกต์ใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคำ Microsoft Word 2016 พมิ พเ์ อกสารทางการบัญชี
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป
3.1.1 เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นมีความรู้ความเขา้ ใจความหมายของเอกสารทางการบญั ชี
3.1.2 เพื่อใหผ้ ู้เรียนมีความเข้าใจและทกั ษะในการใช้โปรแกรมประมวลผลคำ Microsoft Word
2016
3.1.3 เพ่อื ให้ผู้เรียนสามารถประยุกตใ์ ชโ้ ปรแกรมประมวลผลคำ Microsoft Word 2016 ในการ
พิมพเ์ อกสารทางบัญชี
3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
3.2.1 บอกความหมายของเอกสารทางการบญั ชไี ด้
3.2.2 อธบิ ายการใชค้ ำสง่ั โปรแกรมประมวลผลคำ Microsoft Word 2016 ได้
3.2.3 ประยกุ ต์ใช้โปรแกรมประมวลผลคำ Microsoft Word 2016 ในการพมิ พเ์ อกสารทางบัญชไี ด้
3.3 จุดประสงคน์ ำทางด้านทกั ษะ
3.3.1 ปฏบิ ตั กิ ารประยุกต์ใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคำ Microsoft Word 2016 ในการพิมพ์เอกสาร
ได้
3.3.2 ปฏิบัตกิ ารประยกุ ตใ์ ช้โปรแกรมประมวลผลคำ Microsoft Word 2016 ในการพิมพ์เอกสาร
ทางบญั ชีได้
3.4 จดุ ประสงคน์ ำทางดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม และอัตลกั ษณค์ ุณธรรมของวิทยาลัย
3.4.1 มีคุณธรรม จริยธรรม และความรับผดิ ชอบในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจัดการอาชพี
3.4.2 มีเจตคติท่ดี ีตอ่ การเรยี น เร่ืองการประยกุ ต์ใชโ้ ปรแกรมสำเรจ็ รูเพ่ือนำเสนอข้อมูลสารสนเทศ
ประเภทเอกสารทางการบัญชีและรักษค์ ่านิยมหลัก 12 ประการ
3.4.3 ความรบั ผิดชอบ ตรงต่อเวลา มีสมั มาคารวะ (คุณธรรมอตั ลกั ษณ์ของวทิ ยาลัยฯ)
4. สมรรถนะประจำหนว่ ย
แสดงความรู้ เรอ่ื ง การประยุกต์ใชโ้ ปรแกรมสำเร็จรูปเพ่อื นำเสนอข้อมลู สารสนเทศประเภทเอกสาร
ทางการบัญชี
5. กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรม รปู แบบการ
ข้นั ตอนการ จดั การเรียนรู้
สอน
เชิงรุก
สอนครงั้ ที่ 1 ขน้ั ท่ี 1 สร้างความสนใจ (Engagement : E) ใช้เวลา 20 นาที
เวลา 4ชั่วโมง ครูชแี้ จงหัวขอ้ เรื่องทจ่ี ะเรยี นหน่วยการเรยี นท่ี 7
แลว้ ทดสอบก่อนเรียน 10 นาที
(ขนั้ นำ) 1. ครใู ห้ผู้เรียนทงั้ ห้องช่วยกันแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั เอกสารทางการบญั ชี
ในสำนกั งาน
2. ครใู ห้ผู้เรียนดภู าพสถานการณ์จรงิ ในสำนกั งาน แลว้ ให้ผ้เู รยี นรว่ มกับครู
ช่วยกันต้ังคำถามในเรือ่ งท่ีอยากเรยี นรู้ในส่งิ ทีเ่ กิดขน้ึ จรงิ ในสถานการณ์จรงิ