8 การจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี 1
2 8 การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี
หลกั เกณฑ์และแนวปฏบิ ตั ิการจัดการอาชีวศกึ ษา
ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี
และระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ช้นั สูง
8
การจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
8 การจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี 3
หลักเกณฑ์และแนวปฏบิ ัติการจดั การอาชีวศึกษา
ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพ และระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชน้ั สูง
เร่อื งท่ี 8 การจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี
พิมพ์ครงั้ ที่ 1 มนี าคม พ.ศ. 2562
ลขิ สิทธิ์ สำนักมาตรฐานการอาชีวศกึ ษาและวิชาชพี สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ
คณะทีป่ รึกษา : ดร. ประชาคม จันทรชิต รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
นางสาววลั ลภา อยู่ทอง ผชู้ ำนาญการด้านการจดั การเรยี นการสอน
อาชีวศึกษาและกระบวนการเรียนรู้
คณะทำงาน : นางรุง่ นภา จิตตป์ ระสงค์ ผู้อำนวยการศนู ยอ์ าชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี
นายณรงคช์ ยั สขุ สวคนธ์ ผูอ้ ำนวยการวทิ ยาลยั สารพัดชา่ งสมทุ รสงคราม
นางสาวปิญนนั ท์ วณชิ ชากร ศูนย์อาชวี ศึกษาทวภิ าคี
นางสาววรารตั น์ สุขขี วทิ ยาลัยศลิ ปหตั ถกรรมกรงุ เทพ
บรรณาธกิ ารและรูปเล่ม : ผชู้ ำนาญการด้านการจดั การเรยี นการสอน
นางสาววลั ลภา อยทู่ อง อาชวี ศกึ ษาและกระบวนการเรยี นรู้
สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ
นางสาวอารี โอสถจันทร์ สำนักมาตรฐานการอาชวี ศึกษาและวชิ าชีพ
นายณัฐพงศ์ แดงหลา้
เผยแพร่ออนไลน์ :
นายพศิ าล บุญมาวาสนาสง่ สำนักมาตรฐานการอาชวี ศึกษาและวิชาชีพ
นายภานรุ งั สรรค์ แปน้ แก้ว สำนกั มาตรฐานการอาชวี ศกึ ษาและวชิ าชพี
พิมพท์ ี่ สำนกั มาตรฐานการอาชวี ศกึ ษาและวชิ าชีพ สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
4 8 การจดั การอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี
คำนำ
หลักเกณฑแ์ ละแนวปฏบิ ัตเิ กยี่ วกับการจัดการอาชวี ศกึ ษาระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี และระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชนั้ สงู
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ประกาศ
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
พ.ศ. 2562 เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ. 2562 และ
เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ พ.ศ. 2562 ได้
กำหนดเป้าหมายการจัดการอาชีวศึกษาเพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาทุกระดับคุณวุฒิ ประเภทวิชาและ
สาขาวิชา มีคุณภาพอย่างน้อย 4 ด้าน คือ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ด้าน
ความรู้ ดา้ นทักษะและดา้ นความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรบั ผดิ ชอบ พร้อมทงั้ กำหนดให้การ
พัฒนาหลักสูตรหรือปรบั ปรงุ หลักสตู ร ฐานสมรรถนะ การพฒั นาการจดั การเรยี นการสอนและการพฒั นา
คุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาในแต่ละระดับคุณวุฒิ ต้องเป็นไปตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ มาตรฐาน
อาชีพ หรอื ตามความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน ทั้งนี้ เพื่อประโยชนต์ อ่ การรับรอง
หลกั สูตรและคณุ วฒุ ิการศกึ ษาของผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษา
ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนและการจัดการอาชีวศึกษา
ทุกระดับคุณวุฒิอาชีวศึกษาเป็นไปอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานที่สาขาวิชาและสาขางานกำหนด
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ ร่วมกับหน่วย
ศึกษานเิ ทศก์ จึงได้จัดทำหลกั เกณฑแ์ ละแนวปฏิบัติเก่ยี วกับการจัดการอาชวี ศึกษาระดบั ประกาศนียบัตร
วิชาชีพ และระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สูง ในลักษณะของชุดเอกสารและเอกสารออนไลน์ จำนวน
10 เรื่อง ประกอบด้วย การจัดการอาชีวศึกษา การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ การพัฒนาหลักสูตร
เพิ่มเติมและการขออนุมัติเปิดสอน การนำหลกั สูตรไปใช้ การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพและการ
จัดโครงงานพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพ การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร การวัดและประเมินผลอาชีวศึกษา
การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี การเทียบโอนผลการเรียนรู้ และการประกันคุณภาพของหลักสูตร
และการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้หรือปรับใช้ในการ
พัฒนาการจดั อาชีวศึกษาเพ่ือใหผ้ ู้สำเร็จการศกึ ษามคี ณุ ภาพตามมาตรฐานทีก่ ำหนด
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร ครู
นกั วิชาการศึกษาและผมู้ ีส่วนเก่ยี วขอ้ งในการจดั ทำเอกสารฉบบั น้ี มา ณ โอกาสน้ี
สำนักงานคณะการการการอาชวี ศกึ ษา
พฤษภาคม 2562
8 การจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี 5
สำรบญั หน้า
ก
หลักเกณฑแ์ ละแนวปฏบิ ัตเิ กยี่ วกับการจดั การอาชวี ศกึ ษาระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี และระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชนั้ สงู 1
2
• คำช้แี จงการนำไปใช้ 4
• แนวคิด 4
• นิยามศพั ท์ 5
• กรอบและหลักเกณฑ์ทเี่ กี่ยวข้องกับการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี 7
8
- พระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 13
- พระราชบญั ญัตกิ ารอาชวี ศึกษา พ.ศ. 2551 17
- กรอบคณุ วุฒิอาชวี ศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562
- เกณฑ์มาตรฐานคณุ วฒุ อิ าชีวศกึ ษาแตล่ ะระดับ 25
- มาตรฐานการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี 27
- หลกั เกณฑก์ ารใช้หลักสตู ร และระเบยี บการจดั การศกึ ษาและการประเมนิ ผลการเรียน 29
40
ตามหลักสูตร 48
• แนวทางการจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี 50
• กระบวนการจดั การศึกษาระบบทวิภาคี 53
• การจัดทำรายละเอยี ดของรายวชิ าทวิภาคี 55
• การจดั แผนการเรียนในการศึกษาระบบทวิภาคี 57
• การจัดทำแผนการฝึกอาชพี ในการศกึ ษาระบบทวภิ าคี
• การจดั ฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ
• เอกสารและแหล่งความร้แู นะนำเพมิ่ เติมในการจดั การศกึ ษาระบบทวภิ าคี
• บรรณานกุ รม
• คำสงั่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ท่ี 430/2562
ลงวนั ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2562
6 8 การจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวภิ ากคี
คำชแี้ จงกำรนำไปใช้
หลักเกณฑแ์ ละแนวปฏบิ ัตเิ กย่ี วกบั การจดั การอาชวี ศกึ ษาระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี และระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชนั้ สงู
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเก่ียวกับการจัดการอาชวี ศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และ
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง น้ีได้เรียบเรียงขึ้นโดยยึดประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบ
คุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐาน
คุณวฒุ อิ าชีวศกึ ษาระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพ พ.ศ. 2562 และประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เรอื่ ง เกณฑ์มาตรฐานคุณวฒุ ิอาชวี ศกึ ษาระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพชนั้ สงู พ.ศ. 2562 ซึง่ สอดคล้องกับ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และมาตรฐาน
การศึกษาของชาติ นอกจากนี้ ยังได้พิจารณานำข้อมลู ท่ีเกี่ยวข้องกับการจดั การอาชีวศกึ ษาทั้งสองระดับ
ได้แก่ ระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ แนวปฏิบตั ิ ฯลฯ มาเรียบเรียงนำเสนอ เพื่อเผยแพร่แก่สถานศกึ ษา
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้สนใจได้ศึกษาและนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการจัดการ
อาชีวศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพตามมาตรฐาน โดยชุดเอกสารและเอกสารออนไลน์นี้
ประกอบดว้ ย 10 เร่ือง ดังนี้
เรอื่ งท่ี 1 การจดั การอาชวี ศกึ ษา
เร่อื งท่ี 2 การพฒั นาหลกั สูตรฐานสมรรถนะ
เรื่องที่ 3 การพัฒนาหลกั สตู รเพิ่มเติมและการขออนุมัติเปดิ สอน
เรอ่ื งที่ 4 การนำหลักสูตรไปใช้
เรือ่ งท่ี 5 การฝึกประสบการณส์ มรรถนะวชิ าชีพและการจดั โครงงานพัฒนาสมรรถนะวชิ าชพี
เรอ่ื งท่ี 6 การจัดกจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร
เรอ่ื งที่ 7 การวดั และประเมินผลอาชวี ศกึ ษา
เร่อื งท่ี 8 การจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี
เรอ่ื งที่ 9 การเทยี บโอนผลการเรยี นรู้
เรอ่ื งท่ี 10 การประกันคุณภาพของหลกั สูตรและการจัดการเรยี นการสอน
เอกสารแตล่ ะเรอื่ งจะประกอบด้วยแนวคิด นยิ ามศพั ท์ รายละเอยี ดของเนื้อหาสาระและหรือ
แนวปฏิบัติซึ่งสอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ บรรณานุกรมและภาคผนวก ซึ่งแนะนำ
แบบฟอร์ม ตัวอย่าง และแหล่งข้อมูลที่สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ สถานศึกษา หน่วยงาน
หรือผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลหรือเนื้อหาสาระทุกเรื่องตามที่ได้จัดเรียงลำดับเรื่องที่ควรรู้ก่อน-หลัง
หรอื จะเลือกศึกษาเฉพาะเรอื่ งท่สี นใจก็ได้
8 การจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี 1
กำรจดั กำรอำชวี ศกึ ษำระบบทวภิ ำคี
หลกั เกณฑแ์ ละแนวปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั การจัดการอาชวี ศกึ ษาระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี และระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชนั้ สงู
แนวคิด
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีภารกิจในดำเนินการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา
ตามพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และทแี่ กไ้ ขเพมิ่ เติม พ.ศ. 2545 และพระราชบัญญัติ
การอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวิชาชีพให้สอดคล้องกับแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นไปตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ มาตรฐาน
การศึกษาของชาติ กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ
ตลอดจนยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพ โดยเน้นการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ เพื่อพัฒนาคุณภาพของของผู้สำเร็จ
การศึกษาให้มีสมรรถนะด้านวิชาการและด้านวิชาชีพ รวมท้ังคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ
และกิจนิสัยทีเ่ หมาะสมในการทำงานตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ชุมชน สังคม และสามารถ
ประกอบอาชีพอิสระได้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกระบบและวิธีการเรียนได้อย่างเหมาะสมตาม
ศักยภาพ ตามความสนใจและโอกาสของตน สง่ เสริมให้มีการประสานความร่วมมือเพอ่ื จัดการศึกษาและ
พัฒนาหลักสตู รรว่ มกันระหวา่ งสถาบนั สถานศึกษา หน่วยงาน สถานประกอบการและองค์กรตา่ ง ๆ ท้ัง
ในระดบั ชมุ ชน ระดบั ท้องถ่ินและระดบั ชาติ
แผนภาพที่ 1 แสดงกรอบแนวคิดการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี
2 8 การจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี
ในการจัดการอาชีวศึกษาให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น จำเป็นต้องใช้หลักสูตรและ
กระบวนการจัดการเรียนการสอนทีม่ ุ่งเน้นสมรรถนะโดยความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ “การ
จัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี” ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษา
อาชีวศกึ ษาหรอื สถาบันกับสถานประกอบการ รฐั วสิ าหกิจ หรอื หนว่ ยงานของรฐั ทงั้ เรือ่ งการจดั หลักสูตร
การจัดการเรยี นการสอน การวัดผลและการประเมินผล โดยจัดให้ผูเ้ รียนใชเ้ วลาส่วนหนึ่งในสถานศกึ ษา
อาชีวศึกษาหรอื สถาบัน และเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ ซ่ึง
ในการดำเนินการดังกล่าวมีกรอบและหลักเกณฑ์ในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545 พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ.
2551 กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษา ทั้งระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือ
สายปฏิบตั ิการ พ.ศ. 2562 มาตรฐานการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2563 รวมทั้งเกณฑ์การ
ใชห้ ลักสูตร และระเบยี บการจัดการศึกษาและการประเมนิ ผลการเรียนตามหลักสูตรด้วย
นยิ ามศพั ท์
การจดั การอาชวี ศกึ ษา หมายความว่า การจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่าง
ระบบทวภิ าคี สถานศึกษากับสถานประกอบการในเรื่องการจัดหลักสูตร การ
สถานศกึ ษา จัดการเรียนการสอน การจดั การฝึกอาชพี การวัดและการประเมนิ ผล
หมายความว่า สถานศึกษาและส่วนราชการของสถาบันการ-
สถานประกอบการ อาชีวศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถานศึกษา
ของรฐั และเอกชนท่ีจัดการอาชีวศกึ ษา
บนั ทึกขอ้ ตกลงความร่วมมอื หมายความว่า บริษัท ห้างหุ้นส่วน ร้านค้า ทั้งในประเทศและ
(Memorandum of ต่างประเทศที่ร่วมมือกับสถานศึกษาหรือสถาบันในการจัดอาชีวศึกษา
Understanding : MOU) ระบบทวภิ าคี
การฝกึ อาชีพ หมายความว่า หนังสือซง่ึ ฝา่ ยหนึง่ แสดงความสมัครใจจะปฏบิ ตั ิอยา่ ง
หนึ่งอย่างใด และตามเงื่อนไขที่ปรากฏในหนังสือน้ันกับอีกฝ่ายหนึ่ง
โดยที่หนังสือนี้ไม่ถือว่าเป็นสัญญาผูกมัด แต่แสดงความต้องการอัน
แนว่ แน่ของผู้ลงชอ่ื ว่าจะปฏบิ ตั ดิ งั ท่ีได้ระบไุ ว้
หมายความว่า การฝึกภาคปฏบิ ัติตามแผนการฝกึ อาชพี ทอี่ ยู่ในสถาน-
ประกอบการ
8 การจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 3
แผนการฝกึ อาชีพ หมายความวา่ แผนงานของสถานประกอบการในการฝึกอาชพี ให้กับ
ผู้ควบคุมการฝึก ผู้เรียนระบบทวิภาคีให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะในอาชีพ และ
ครูฝกึ พฤติกรรมที่พึงประสงค์ตามลักษณะงานของสถานประกอบการ
สอดคล้องกับหลกั สูตรแต่ละระดบั โดยจัดทำเป็นเอกสารใบงาน
ครนู ิเทศก์ หมายความวา่ ผู้ที่สถานประกอบการมอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานงาน
กับสถานศึกษาในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และรับผิดชอบ
ผู้เรยี นทวภิ าคี ดูแลการฝกึ อาชพี ของผเู้ รียนในสถานประกอบการ
สัญญาการฝึกอาชพี หมายถึง บุคลากรที่อยู่ในสถานประกอบการที่ได้รับการแต่งตั้งให้
เป็นครูฝึกตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษากำหนด มี
หน้าที่ฝึกอบรม หรือสอนงานให้แก่นักเรียน นักศึกษาระบบทวิภาคี
ได้เรียนรู้ลักษณะวิธีการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจ
กระบวนการทำงานให้สำเร็จอย่างมีคุณภาพ มีเทคนิควิธีสอนงานที่
ถูกต้อง และสร้างลกั ษณะนสิ ัยการทำงานท่ีดีให้แก่นักเรียน นักศึกษา
ตลอดจนทำการวดั และประเมินผลในรายวิชาทมี่ กี ารฝึกอาชีพ
หมายความว่า ครูที่สถานศึกษามอบหมายให้ทำหน้าที่นิเทศ ให้
คำแนะนำและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นขณะที่ผู้เรียนฝึกอาชีพในสถาน-
ประกอบการ จัดทำแผนการฝึกอาชีพร่วมกับครูฝึก นิเทศติดตาม
ความก้าวหน้าของผู้เรียน ตลอดจนวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพ
ในรายวชิ านัน้ ๆ
หมายความว่า นักเรียน นักศึกษาฝึกอบรมวิชาชีพตามหลักสูตรท่ี
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษากำหนดในระบบทวิภาคี
หมายความว่า สัญญาข้อตกลงในการฝึกอาชีพระบบทวิภาคี ของ
สถานประกอบการและผ้เู รียนระบบทวิภาคี
4 8 การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
กรอบและหลักเกณฑ์ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั การจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี
• พระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542
มสี าระสำคัญในสว่ นทเ่ี ก่ยี วข้องกบั การจดั การอาชีวศกึ ษา ดังน้ี
มาตรา 20 การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ
สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถาน-
ประกอบการ ทงั้ นี้ ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการอาชีวศึกษาและกฎหมายที่เก่ยี วขอ้ ง
มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนา
ตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถ
พฒั นาตามธรรมชาตแิ ละเตม็ ตามศักยภาพ
มาตรา 23 การจัดการศึกษาต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้
และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่อง 1) ความรู้เกี่ยวกับตนเองและ
ความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม 2) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3) ความรู้
เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้ภมู ิปัญญา 4) ความรู้และ
ทกั ษะดา้ นคณติ ศาสตร์ และ 5) ความร้แู ละทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชวี ติ อยา่ งมคี วามสขุ
มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1) จัด
เนอื้ หาสาระและกิจกรรมใหส้ อดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนงึ ถงึ ความแตกต่าง
ระหว่างบุคคล 2) จัดฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์
ความรู้มาใชเ้ พื่อปัองกันและแกไ้ ขปญั หา 3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนไดเ้ รียนรู้จากประสบการณจ์ ริง ฝึกการ
ปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง 4) จัดการเรียนการสอนโดย
ผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา 5) ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ
สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้
รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไป
พร้อมกันจากสอ่ื การเรียนการสอนและแหลง่ วิทยาการประเภท ต่าง ๆ และ 6) จัดการเรยี นร้ใู ห้เกดิ ขึ้นได้
ทุกทที่ ุกเวลาทกุ สถานท่ี มกี ารประสานความรว่ มมือกับบดิ ามารดา ผ้ปู กครอง และบุคคลในชุมชนทกุ ฝา่ ย
เพ่ือรว่ มกนั พัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
8 การจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี 5
• พระราชบัญญัตกิ ารอาชีวศกึ ษา พ.ศ. 2551
มสี าระสำคัญในส่วนทเี่ ก่ียวข้องกบั การจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี ดงั น้ี
มาตรา 8 การจดั การอาชีวศึกษาและการฝกึ อบรมวชิ าชพี ให้จัดได้โดยรูปแบบ ดังตอ่ ไปน้ี
(1) การศึกษาในระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เน้นการศึกษาในสถานศึกษา
อาชีวศึกษาหรือสถาบันเป็นหลัก โดยมีการกำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาการวัด
และการประเมินผลทเี่ ปน็ เง่อื นไขของการสำเรจ็ การศึกษาทแ่ี นน่ อน
(2) การศึกษานอกระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพ ที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนด
จุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลา การวัดและการประเมินผลที่เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จ
การศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตร จะต้องมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความ
ต้องการของบคุ คลแตล่ ะกลมุ่
(3) การศึกษาระบบทวิภาคี เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่าง
สถานศกึ ษาหรือสถาบนั กับสถานประกอบการ รฐั วิสาหกิจ หรือหนว่ ยงานของรฐั ในเรือ่ งการจัดหลักสูตร
การเรียนการสอน การวัดและประเมินผล โดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือ
สถาบนั และเรียนภาคปฏิบัตใิ นสถานประกอบการ รัฐวิสาหกจิ หรือหน่วยงานของรฐั
เพื่อประโยชน์ในการผลิตและพัฒนากำลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน
สามารถจัดการศึกษาตามวรรคหนึ่งในหลายรูปแบบรวมกันก็ได้ ทั้งนี้ สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือ
สถาบันนั้นต้องมุ่งเนน้ การจดั การศึกษาระบบทวิภาคเี ปน็ สำคัญ
มาตรา 9 การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพตามมาตรา 6 มาตรา 7 และ
มาตรา 8 ให้จัดตามหลกั สตู รทีค่ ณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษากำหนด ดงั ต่อไปน้ี
(1) ประกาศนียบัตรวิชาชพี
(2) ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ช้ันสงู
(3) ปรญิ ญาตรสี ายเทคโนโลยีหรอื สายปฏบิ ัติการ
คณะกรรมการการอาชีวศึกษาอาจกำหนดหลักสูตรที่จัดขึ้นเพื่อความรู้หรือทักษะในการ
ประกอบอาชพี หรอื การศึกษาตอ่ ซึ่งจัดขึน้ เป็นโครงการหรือสำหรับกลุ่มเปา้ หมายเฉพาะได้
มาตรา 51 ในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีที่เป็นความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา
อาชีวศึกษาหรือสถาบัน และสถานประกอบการ ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษา
หรอื สถาบัน และสถานประกอบการ
6 8 การจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี
มาตรา 52 สถานประกอบการใดที่ประสงค์จะดำเนินการจัดการอาชีวศึกษาและการ
ฝึกอบรมวิชาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นคำขอต่อเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพื่อให้
ได้รับการรับรองประโยชน์ตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้ถือว่าไม่เป็นการขัดหรือแย้งกับการจัดการศึกษา
ข้นั พืน้ ฐานรปู แบบศูนย์การเรยี นตามกฎหมายวา่ ด้วยการศึกษาแหง่ ชาติ
การยืน่ คำขอและการพจิ ารณาให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์และวิธกี ารทกี่ ำหนดในกฎกระทรวง
การจัดการอาชีวศกึ ษาในสถานประกอบการให้จดั การสอนตามหลกั สตู รการอาชีวศึกษา และ
การฝึกอบรมวิชาชีพ หรือจัดการสอนตามหลักสูตรที่สถานประกอบการร่วมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษา
หรือสถาบันจดั ทำขน้ึ โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการตามวรรคสาม ให้เป็นไปตามท่ีคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กำหนด
มาตรา 53 สถานประกอบการหรือภาคเอกชนอาจเข้าร่วมดำเนินการจัดตั้งศูนย์วิจัย
ห้องทดลองหรือห้องปฏิบัติการเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ ในสถานศึกษา
อาชีวศึกษาหรือสถาบันของรัฐหรือเอกชนได้ตามความตกลงของสถานศึกษาหรือสถาบันและสถาน -
ประกอบการนั้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ด้านความร่วมมือในการพัฒนากำลังคน การวิจัยและพัฒนาเพ่ือ
เสรมิ สรา้ งมาตรฐานการอาชีวศึกษา และเพ่ิมพูนประสบการณ์ของครู คณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา
ในสถานศกึ ษาหรอื สถาบันใหท้ นั ตอ่ ความเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยี
รายได้และทรัพย์สินที่เกิดจากการดำเนินการของสถานประกอบการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นรายได้
ของสถานศึกษาหรอื สถาบันนั้น
หลักเกณฑ์และวิธีการในการเข้าร่วมดำเนินการของสถานประกอบการหรือภาคเอกชนตาม
วรรคหน่ึง ใหเ้ ป็นไปตามขอ้ บงั คบั ของสถาบนั
มาตรา 54 สถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพ หรือองค์กรอื่น ที่ให้ความร่วมมือในการ
จดั การอาชวี ศกึ ษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ อาจได้รบั สิทธิและประโยชนด์ ังตอ่ ไปนี้
(1) การสนับสนุนด้านวชิ าการและทรพั ยากรตามสมควรแก่กรณี
(2) การเชิดชูเกียรติแก่สถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพ หรือองค์กรอื่นที่ให้ความร่วมมือ
ในการจดั การอาชีวศกึ ษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ
มาตรา 55 ครูฝึกในสถานประกอบการตามมาตรา 52 และมาตรา 53 ต้องมีคุณสมบัติ
อย่างใดอยา่ งหน่งึ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาและผ่านการศึกษาหรือฝึกอบรมวิชาการศึกษา
ด้านอาชีพ
8 การจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี 7
(2) เป็นผู้ชำนาญการด้านการอาชีพ โดยสำเร็จการศึกษาวิชาชีพไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพ หรือผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ หรือมาตรฐานอื่นตามที่คณะกรรมการ
การอาชวี ศึกษากำหนด
(3) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพเฉพาะสาขา ซึ่งสำเร็จการศึกษาวิชาชีพไม่ต่ำกว่าระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพทีม่ ีประสบการณ์ในสาขาอาชีพนั้นไม่น้อยกว่าห้าปี หรือสำเร็จการศึกษาวิชาชพี
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงที่มีประสบการณ์ในสาขาอาชีพนั้นไม่น้อยกว่าสามปี หรือผู้ผ่านการ
ทดสอบมาตรฐานฝีมอื แรงงานแห่งชาติและมีประสบการณ์ในการทำงานในสาขาอาชีพนน้ั ไม่นอ้ ยกว่าหา้ ปี
(4) เป็นผู้มีประสบการณ์และประสบความสำเรจ็ ในอาชีพเฉพาะสาขา มผี ลงานเป็นท่ียอมรบั
ในสังคมและทอ้ งถน่ิ และสามารถถ่ายทอดความรู้ได้
หลักเกณฑ์ในการแต่งตั้ง การทดสอบ การฝึกอบรม และการออกใบรับรองการเป็นครูฝึก
ในสถานประกอบการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑท์ คี่ ณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษากำหนด
• กรอบคุณวุฒิอาชีวศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2562
เป็นกรอบในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ สำหรับใช้เป็น
แนวทางในการพัฒนาหลักสตู รหรือปรบั ปรุงหลักสูตรฐานสมรรถนะตามกรอบคุณวฒุ ิแห่งชาติ มาตรฐาน
อาชีพ หรือตามความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน การพัฒนาการจัดการเรียนการ
สอน การพัฒนาคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา และเพื่อประโยชน์ต่อการรับรองหลักสูตรและคุณวุฒิ
การศึกษาของผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษา มสี าระสำคัญท่เี ก่ียวข้อง ดงั นี้
1. ระดับคุณวุฒิอาชีวศึกษาตามกรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ มี 3 ระดับ คือ ระดับ
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยี
หรือสายปฏิบตั ิการ
2. คณุ ภาพของผสู้ ำเร็จการศกึ ษาทุกระดบั คณุ วุฒิอาชีวศกึ ษา ประเภทวชิ าและสาขาวชิ าตอ้ ง
ครอบคลมุ อย่างนอ้ ย 4 ด้าน คือ ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ ดา้ นความรู้ ด้าน
ทักษะ และด้านความสามารถในการประยุกต์ใชแ้ ละความรับผิดชอบ
3. รูปแบบการจัดการศึกษา โครงสร้างหลักสูตร ชื่อคุณวุฒิ จำนวนหน่วยกิต ระยะเวลาใน
การศึกษา และการเทียบโอนผลการเรียน ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ
ตามทคี่ ณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษากำหนด
8 8 การจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี
• เกณฑ์มาตรฐานคณุ วฒุ ิอาชีวศึกษาแตล่ ะระดบั
เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับน้ี ใช้สำหรับการพัฒนาหลักสูตรแต่ละระดับ
ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษา และสถานศึกษาของรัฐและเอกชน
ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ตามเกณฑ์มาตรฐาน
คุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ. 2562 และเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษา
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชัน้ สูง พ.ศ. 2562 ดงั น้ี
1. คณุ ภาพของผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษาแต่ละระดบั ครอบคลุม 4 ด้าน ดงั นี้
ระดับคุณวฒุ ิ คุณภาพของผู้สำเรจ็ การศึกษา
ประกาศนยี บัตรวิชาชพี (1) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ ได้แก่ มีคุณธรรม
จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ เจตคติและกิจนิสัยที่ดี ภูมิใจและรักษา
เอกลักษณ์ของชาติไทย เคารพกฎหมาย เคารพสิทธิของผู้อื่น มีความ
รับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ของตนเองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิตสาธารณะ และมีจิตสำนึกรักษ์
สง่ิ แวดลอ้ ม
(2) ด้านความรู้ ได้แก่ ความรูใ้ นหลกั การทั่วไปของงานอาชพี เฉพาะและการ
วิเคราะห์เบื้องต้น รวมทั้งมีความรู้ภาษาอังกฤษและเทคโนโลยี
สารสนเทศท่ีสามารถใช้ในการส่อื สารเบอื้ งต้นได้
(3) ด้านทักษะ ได้แก่ ทักษะการเลือกและประยุกต์ใช้วิธีการ เครื่องมือและ
วัสดุขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติงาน ทักษะการสื่อสารและเทคโนโลยี
สารสนเทศ ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทักษะการคิดวิเคราะห์และการ
แกป้ ัญหา และทักษะดา้ นสขุ ภาวะและความปลอดภัย
(4) ด้านความสามารถในการประยกุ ตใ์ ช้และความรับผดิ ชอบ ไดแ้ ก่ สามารถ
ปฏิบัติงานตามแบบแผน ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ซับซ้อน ให้
คำแนะนำพื้นฐานที่ต้องใช้การตัดสินใจ วางแผนและแก้ไขปัญหาโดย
ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมในบางเรื่อง ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะทาง
วิชาชีพ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการแก้ปัญหาและการ
ปฏิบตั ิงานในบริบทใหม่ รวมทั้งรับผดิ ชอบต่อตนเองและผูอ้ ่นื
8 การจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี 9
ระดบั คุณวฒุ ิ คณุ ภาพของผู้สำเร็จการศกึ ษา
ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ (1) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ได้แก่ มีคุณธรรม
ชนั้ สงู จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ เจตคติและกิจนิสัยที่ดี ภูมิใจและรักษา
เอกลักษณ์ของชาติไทย เคารพกฎหมาย เคารพสิทธิของผู้อื่น มีความ
รับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ของตนเองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิตสาธารณะ และมีจิตสำนึกรักษ์
สิ่งแวดลอ้ ม
(2) ด้านความรู้ ได้แก่ ความรู้ทางทฤษฎีและเทคนิคเชิงลึกภายใต้ขอบเขต
ของงานอาชีพ รวมทั้งความรู้ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่อื สารในระดบั ทเ่ี ชือ่ มโยงกบั การทำงาน
(3) ด้านทักษะ ได้แก่ ทักษะในการปรับใช้กระบวนการปฏิบัติงานให้
เหมาะสม ทักษะด้านความปลอดภัยที่เชื่อมโยงกันในการทำงานที่
หลากหลาย ทักษะการเรียนรตู้ ลอดชวี ติ ทกั ษะการคิด วิเคราะห์และการ
แก้ปัญหา ทักษะในการวางแผน การบริหารจัดการ การประสานงาน
และการประเมนิ ผลในการปฏบิ ัติงานดว้ ยตนเอง
(4) ดา้ นความสามารถในการประยุกตใ์ ชแ้ ละความรบั ผดิ ชอบ ไดแ้ ก่ สามารถ
ปฏิบัติงานตามแบบแผนและปรับตัวภายใต้ความเปลี่ยนแปลง สามารถ
แกป้ ญั หาทีไ่ มค่ ุ้นเคยหรอื ซับซอ้ นและเปน็ นามธรรมเปน็ บางครั้ง
10 8 การจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี
2. การจัดการศึกษา การจัดการศึกษาในหลักสูตรอาชีวศึกษาแต่ละระดับสามารถจัดแบบ
ในระบบและระบบทวิภาคี โดยใช้ระบบทวิภาค ซึ่งกำหนดให้ 1 ปีการศึกษาแบ่งเป็น 2 ภาคเรียน และ
ใน 1 ภาคเรยี น มรี ะยะเวลาจดั การศกึ ษารวมการวัดผล 18 สัปดาห์ โดย
2.1 ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี (ปวช.) ใชร้ ะยะเวลาการศกึ ษา 6 ภาคเรียน กำหนดให้
เรียนไดไ้ ม่เกิน 12 ภาคเรียน สำหรับการลงทะเบียนเรยี นแบบเตม็ เวลา และไม่เกนิ 16 ภาคเรยี น สำหรับ
การลงทะเบียนเรียนแบบไม่เตม็ เวลา
2.2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ใช้ระยะเวลาการศึกษา 4 ภาคเรียน
กำหนดให้เรียนได้ไม่เกิน 8 ภาคเรียน สำหรับการลงทะเบียนเรียนแบบเต็มเวลา และไม่เกิน 12 ภาค
เรียน สำหรับการลงทะเบียนเรียนแบบไม่เตม็ เวลา
3. การคดิ หนว่ ยกิต พิจารณาตามลักษณะรายวชิ าและเวลาทใ่ี ชใ้ นการจัดการเรยี นรู้ ดงั นี้
ลักษณะรายวิชา การคดิ คา่ หน่วยกติ
3.1 รายวิชาทฤษฎที ี่ใช้เวลาในการบรรยายหรือ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 18 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวม
อภิปราย เวลาการวัดผล มีคา่ เทา่ กบั 1 หนว่ ยกิต
3.2 รายวิชาปฏิบัติที่ใช้เวลาในการทดลองหรือ 2 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ หรือ 36 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวม
ฝกึ ปฏิบัตใิ นหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร เวลาการวัดผล มีคา่ เท่ากบั 1 หน่วยกิต
3.3 รายวิชาปฏิบัติที่ใช้เวลาในการฝึกปฏิบัติใน 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 54 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวม
โรงฝกึ งานหรอื ภาคสนาม เวลาการวัดผล มคี า่ เท่ากบั 1 หนว่ ยกิต
3.4 การฝกึ อาชพี ในการศกึ ษาระบบทวภิ าคี ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 54 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวมเวลา
การวัดผล มีค่าเทา่ กับ 1 หนว่ ยกิต
3.5 การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพใน ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 54 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวมเวลาการ
สถานประกอบการ วดั ผล มคี ่าเท่ากบั 1 หนว่ ยกติ
3.6 การทำโครงงานพัฒนาสมรรถนะวชิ าชีพ ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 54 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวมเวลาการ
วดั ผล มคี ่าเท่ากบั 1 หนว่ ยกติ
8 การจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี 11
4. โครงสร้างหลักสูตร ประกอบด้วยหมวดวิชาและกิจกรรมเสริมหลักสูตร หน่วยกิตรวม
และระยะเวลาในการศึกษา ดงั นี้
โครงสรา้ งหลกั สตู ร ตามเกณฑม์ าตรฐานคุณวฒุ ิฯ ปวช. (หน่วยกิต) ปวส. (หนว่ ยกิต)
21 18
4.1 หมวดวชิ าสมรรถนะแกนกลาง ไม่นอ้ ยกวา่ 69 56
(19) (15)
4.2 หมวดวิชาสมรรถนะวชิ าชีพ ไม่นอ้ ยกว่า (24) (21)
(18) (12)
4.2.1 กลมุ่ สมรรถนะวิชาชีพพนื้ ฐาน ไมน่ อ้ ยกว่า (4) (4)
(4) (4)
4.2.2 กลมุ่ สมรรถนะวชิ าชพี เฉพาะ ไมน่ อ้ ยกวา่ (10) (6)
- -
4.2.3 กลมุ่ สมรรถนะวชิ าชพี เลอื ก ไม่นอ้ ยกวา่ 80-90
100-110
4.2.4 ฝกึ ประสบการณ์สมรรถนะวชิ าชพี
4.2.5 โครงงานพฒั นาสมรรถนะวชิ าชีพ
4.3 หมวดวชิ าเลอื กเสรี ไม่น้อยกวา่
4.4 กจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตร (ไม่นอ้ ยกว่า 2 ชม./สัปดาห)์
หน่วยกติ รวมระหว่าง
ทั้งนี้ การจัดการศึกษาให้เป็นตามโครงสร้างหลักสูตรของประเภทวิชา สาขาวิชาและสาขา
งานที่กำหนด โดยรายวชิ าทวิภาคจี ะอยู่ในกลุ่มสมรรถนะวชิ าชพี เลอื ก
5. การจัดการศึกษา การประเมินผลการเรียน และการสำเร็จการศึกษา ให้สถานศึกษา
อาชวี ศกึ ษาหรอื สถาบนั พจิ ารณาดำเนินการตามเกณฑม์ าตรฐานคุณวุฒิอาชีวศกึ ษาแตล่ ะระดับ ดังน้ี
5.1 การจัดการศึกษาร่วมกบั สถานประกอบการ ให้จดั ได้ใน 2 ลกั ษณะ คือ การฝกึ อาชพี
ในการศึกษาระบบทวิภาคี และการฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพในการศึกษาในระบบตาม
หลกั เกณฑแ์ ละแนวปฏิบตั ทิ ีค่ ณะกรรมการการอาชวี ศึกษากำหนด
5.2 ให้จัดเตรียมความพร้อมในด้านอาคารสถานที่ ครุภัณฑ์ ครูและบุคลากรทางการ
ศกึ ษาใหเ้ หมาะสม สอดคลอ้ งกับการจดั การเรียนการสอนในแตล่ ะลักษณะการผลิตและการพฒั นาผู้เรียน
5.3 ให้กำหนดวิธกี ารพัฒนาคณุ ภาพการจดั การอาชีวศกึ ษาและการจัดการเรียนการสอน
เพื่อพัฒนาคุณลักษณะให้ตรงตามศักยภาพของผู้เรียน และระดับคุณวุฒิของแต่ละประเภทวิชา และ
สาขาวชิ า
5.4 ให้จัดการเรียนการสอนที่เน้นการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ โดยให้ผู้เรียนจัดทำโครงงาน
พัฒนาสมรรถนะวิชาชีพท่สี อดคล้องกับสาขาวชิ าทีเ่ รียน
12 8 การจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี
5.5 ให้จัดกิจกรรมเสริมหลกั สูตร เพื่อส่งเสริมสมรรถนะแกนกลาง และสมรรถนะวิชาชีพ
ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ระเบียบวินัย ปลูกฝังจิตสำนึกและจิตอาสา เสริมสร้างการเป็น
พลเมืองไทยและพลโลกในด้านการรักชาติ เทิดทูนพระมหากษัตริย์ ส่งเสริมการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทะนุบำรุงศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย
อนรุ ักษ์สง่ิ แวดล้อม ส่งเสรมิ การกีฬาและนันทนาการ สง่ เสรมิ การดำรงตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง และส่งเสริมให้ผู้เรียนทำงานโดยใช้กระบวนการกลุ่มในการบริการวิชาการ วิชาชีพ หรือทำ
ประโยชนต์ ่อชมุ ชนและสงั คม
5.6 ให้ผูเ้ รียนไดร้ บั การประเมินมาตรฐานวชิ าชพี
5.7 การจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตร ให้เป็นไปตามระเบียบ
กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตร โดยความ
เห็นชอบของคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
5.8 การสำเร็จการศึกษา ต้องได้จำนวนหน่วยกิตสะสมครบถ้วนตามโครงสร้างที่กำหนด
ไว้ในหลักสูตร ได้คะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00 จากระบบ 4 ระดับคะแนน และผ่านเกณฑ์การ
ประเมินมาตรฐานวชิ าชพี
5.9 ใหส้ ำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษา และสถานศึกษา
กำหนดระบบการประกันคณุ ภาพของหลักสตู รและการจดั การเรียนการสอนในสาขาวชิ าทเ่ี ปิดสอน โดยมี
องค์ประกอบอยา่ งนอ้ ย 4 ดา้ น คือ ดา้ นหลักสูตรทย่ี ึดโยงกับมาตรฐานอาชพี ด้านครู ทรัพยากรและการ
สนบั สนุน ดา้ นวิธีการจัดการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล และดา้ นผสู้ ำเร็จการศึกษา
6. การพัฒนาปรับปรุง อนุมัติ และประกาศใช้หลักสูตร ให้พจิ ารณาดำเนินการ ดงั นี้
6.1 การพัฒนาหลักสูตรหรือปรับปรุงหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการ
อาชวี ศกึ ษาและสถานศกึ ษา โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
6.2 การอนุมัติหลักสูตร ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดย
ความเห็นชอบของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
6.3 การประกาศใชห้ ลักสตู ร ให้ทำเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร
6.4 ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตร
ให้จัดทำเป็นระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษา
6.5 การพัฒนาหรือปรับปรุงรายวิชาหรือกลุ่มวิชาเพิ่มเติม ให้สถานศึกษาสามารถ
ดำเนนิ การไดต้ ามเง่ือนไขของหลกั สตู ร โดยต้องรายงานให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทราบ
8 การจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี 13
6.6 การประเมินการประกันคุณภาพของหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ให้
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษาและสถานศึกษาดำเนินการเพื่อนำไปสู่
การพฒั นาหลกั สตู รหรือการปรับปรุงหลักสตู รท่ีอยู่ในความรบั ผดิ ชอบอย่างตอ่ เน่ือง อยา่ งนอ้ ยทกุ 5 ปี
• มาตรฐานการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้มีประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง
มาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เพื่อใช้เป็น
กรอบแนวทางในการจดั การศึกษาระบบทวิภาคีให้เป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ สอดคล้องกบั กรอบคุณวุฒิ
อาชวี ศึกษาแหง่ ชาตแิ ละเกณฑม์ าตรฐานคุณวุฒิอาชวี ศึกษาแต่ละระดับ เพ่ือใหผ้ ้สู ำเรจ็ การศกึ ษามีคุณภาพ
มาตรฐานเป็นไปตามมาตรฐานการศกึ ษาวชิ าชพี ของสาขาวิชาและสาขางานท่ีเรยี น โดยมสี าระสำคัญดงั น้ี
1. หลักการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษา
หรือสถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ในเรื่องการจัดหลักสูตร การเรียน
การสอน การวัดและการประเมินผล โดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษาหรือสถาบันการ
อาชีวศกึ ษาและเรียนภาคปฏบิ ัติในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจหรือหนว่ ยงานของรฐั เพื่อมุ่งเน้นผลติ
ผูส้ ำเรจ็ การศกึ ษาในแตล่ ะระดบั คุณวุฒอิ าชีวศึกษาให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ มีทกั ษะ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม
จรรยาบรรณวิชาชีพ และกิจนิสัยที่เหมาะสม ปฏิบัติงานได้จริง สามารถวางแผน สร้างและพัฒนางาน
พัฒนาตนเองและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข มีความก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพ
มีสมรรถนะที่สามารถนำไปปฏิบัติงานหรือประกอบอาชีพอิสระได้ตามมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพและ
มาตรฐานสมรรถนะของอาชีพ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ และแผนการศกึ ษาแห่งชาติ
2. คุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษา ต้องครอบคลุมอย่างน้อย 4 ด้าน คือ ด้าน
คุณธรรม จริยธรรมและคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ ด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านความสามารถในการ
ประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบ ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาในแต่ละระดับ และตาม
มาตรฐานการศึกษาวิชาชีพของประเภทวิชา สาขาวิชาและสาขางานที่เรียน โดยผู้เรียนในอาชีวศึกษา
ระบบทวิภาคีจะมีคณุ ลกั ษณะพิเศษคอื สามารถปฏบิ ตั งิ านในสาขาวิชาที่ฝึกอาชีพไดท้ ันที
3. การจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ต้องเป็นไปตามโครงสร้างหลักสูตร จำนวนหน่วยกิต
รูปแบบและระยะเวลาที่กำหนดตามเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ และแต่ละสาขาวชิ า
โดยกำหนดระยะเวลาของการฝึกอาชีพในสถานประกอบการของแต่ละหลักสตู ร ไมน่ อ้ ยกวา่ 2 ภาคเรยี น
หรือ 1 ปีการศกึ ษา
14 8 การจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี
4. การจัดเตรียมความพร้อม สถานศึกษาอาชีวศกึ ษาหรอื สถาบันต้องจัดเตรียมความพร้อม
ในดา้ นผู้สอน บุคลากรและทรัพยากรสนบั สนนุ การจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี ดังน้ี
4.1 จัดให้มีครูผู้สอนวิชาชีพในสาขาวิชาที่จัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีไม่น้อยกว่า
ร้อยละสามสิบ และต้องได้รับการพัฒนาวิชาชีพที่สอนไม่น้อยกว่าแปดสิบชั่วโมงต่อคนต่อปีการศึกษา
จากสถานประกอบการท่รี ว่ มจดั การอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี
4.2 จดั ใหม้ ผี ู้มปี ระสบการณ์ มคี วามชำนาญและมีความเชีย่ วชาญดา้ นวชิ าชีพมาถา่ ยทอด
ทักษะvประสบการณ์และความรู้แก่ผูเ้ รียนและผู้สอนไม่น้อยกว่าสองครัง้ ครั้งละไม่ตำ่ กว่าสองชั่วโมงตอ่
สาขาวิชาตอ่ ภาคเรยี น
4.3 จัดหรือร่วมกับสถานประกอบการในการจัดวัสดุ ครุภัณฑ์ พื้นที่และอุปกรณ์
การศึกษาสำหรับผูเ้ รยี นใหเ้ พยี งพอต่อการจัดการเรียนการสอนและการฝกึ อาชพี
5. การดำเนินการจดั อาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี
5.1 ด้านสถานศกึ ษาอาชวี ศึกษาหรอื สถาบัน ต้องดำเนนิ การดังนี้
5.1.1 ผู้บริหารและบุคลากรต้องส่งเสริมและสนบั สนุนการจัดการอาชีวศึกษาระบบ
ทวภิ าคอี ยา่ งเปน็ ระบบและตอ่ เน่ือง
5.1.2 จดั การเรยี นในสาขาวชิ าตรงความตอ้ งการสถานประกอบการ
5.1.3 จัดทำบนั ทึกขอ้ ตกลงความร่วมมือระหวา่ งสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษาหรอื สถาบัน
และสถานประกอบการ
5.1.4 จดั ทำสญั ญาการฝึกอาชพี ระหว่างผ้เู รยี นกบั สถานประกอบการ
5.1.5 จัดทำแผนการเรียน แผนการฝึกอาชีพ และแผนการนิเทศตลอดหลักสูตร
รว่ มกับสถานประกอบการ
5.1.6 จัดให้มีการปฐมนิเทศก่อนการฝึกอาชีพ และปัจฉิมนิเทศหลังเสร็จสิ้นการฝกึ
อาชีพ
5.1.7 จดั เตรยี มความพร้อมผู้เรียนก่อนการฝึกอาชพี
5.1.8 จัดให้มีครนู เิ ทศกก์ ารฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ
5.1.9 จัดให้มีการกำกับ ติดตามและประเมินผลการฝึกอาชีพร่วมกับสถาน
ประกอบการ
5.1.10 จัดให้มีการประชาสัมพันธ์การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีให้สถาน
ประกอบการ ผู้เรียนและผปู้ กครองทราบ
8 การจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี 15
5.2 ด้านสถานประกอบการ ต้องให้ความร่วมมอื ดงั น้ี
5.2.1 ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรมและ
คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์
5.2.2 จัดลักษณะงานที่ฝึกอาชีพให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในสาขาวิชาที่ผู้เรียน
กำลงั ศกึ ษา
5.2.3 จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการกับสถานศึกษา
อาชีวศึกษาหรือสถาบนั
5.2.4 จัดทำสญั ญาการฝึกอาชพี ระหวา่ งผเู้ รยี นกบั สถานประกอบการ
5.2.5 จัดทำแผนการเรียน แผนการฝึกอาชีพและแผนการนิเทศตลอดหลักสูตร
ร่วมกบั สถานศึกษาอาชวี ศกึ ษาหรอื สถาบัน
5.2.6 จัดการประเมนิ การฝกึ อาชีพร่วมกับสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษาหรือสถาบัน
5.2.7 จดั ให้มีครูฝึกในสถานประกอบการ
5.2.8 จดั ให้มผี ูป้ ระสานงานและผู้ควบคมุ การฝึกอาชีพของสถานประกอบการ
5.2.9 จัดให้มีการประชาสัมพันธ์การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีให้กับผู้เรียน
ผู้ปกครอง และชุมชนทราบ
5.2.10 จัดสวัสดิการและหรือเบย้ี เลย้ี งทเ่ี หมาะสมใหก้ ับผ้เู รยี นตามขอ้ ตกลง
6. คุณสมบตั ิและจำนวนครูฝึกในสถานประกอบการ ต้องเป็นไปตามเกณฑด์ งั นี้
6.1 มคี ณุ สมบัตติ ามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา
6.2 มจี ำนวนตามเกณฑท์ ่ีกำหนด คอื
6.2.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ต้องมี
ครฝู ึกหนง่ึ คนตอ่ ผเู้ รียนไมเ่ กนิ สบิ คน
6.2.2 ระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ต้องมีครูฝึกหนึ่งคนต่อ
ผ้เู รยี นไม่เกนิ แปดคน
6.3 ได้รบั การแตง่ ตง้ั ให้เปน็ ครฝู กึ ตามหลกั เกณฑ์ท่ีคณะกรรมการการอาชีวศึกษากำหนด
7. พ้ืนความรู้และคณุ สมบตั ิของผ้เู รยี น ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ดงั น้ี
7.1 มีพื้นความรู้และคุณสมบัติเป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัด
การศึกษาและการประเมนิ ผลการเรยี นตามหลกั สตู ร
7.2 ได้รับการคัดเลือกจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน หรือสถานประกอบการ
หรือโดยสถานศึกษาอาชีวศกึ ษาหรือสถาบนั ร่วมกบั สถานประกอบการ
16 8 การจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี
8. การจัดการเรียนการสอนและการฝึกอาชีพของสถานประกอบการ ต้องเป็นไปตาม
เกณฑ์ดงั น้ี
8.1 สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคส์ าขาวชิ าและมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพของสาขาวิชาและ
สาขางาน
8.2 ผู้เรียนต้องจัดทำบันทึกการฝึกอาชีพ บันทึกคุณธรรม จริยธรรมและจิตอาสา แฟ้ม
สะสมผลงานตามแบบทสี่ ำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษากำหนด
9. การนเิ ทศผเู้ รยี นในสถานประกอบการ
9.1 การนเิ ทศในประเทศ ใหด้ ำเนนิ การดังน้ี
9.1.1 ให้ครนู เิ ทศกไ์ ปนิเทศในสถานประกอบการอยา่ งน้อย 3 ครง้ั ตอ่ 1 ภาคเรียน
9.1.2 ให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนิเทศในประเทศอย่างสม่ำเสมอและให้
รายงานผลการนเิ ทศตอ่ ผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื สถาบันการอาชวี ศึกษาทราบ
9.1.3 ใหใ้ ชว้ ิธกี ารนเิ ทศทหี่ ลากหลาย
9.2 การนเิ ทศในตา่ งประเทศ ใหด้ ำเนนิ การดงั น้ี
9.2.1 ใหค้ รนู เิ ทศกไ์ ปนิเทศอย่างนอ้ ยหน่งึ ครงั้ ต่อภาคเรียน หรือ
9.2.2 ให้ภาคเี ครือขา่ ยในต่างประเทศเป็นผนู้ เิ ทศแทนในทุกภาคเรยี น หรือ
9.2.3 ให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนิเทศต่างประเทศอย่างสมำ่ เสมอ
9.2.4 การไปนิเทศในต่างประเทศต้องได้รบั อนญุ าตจากผู้มีอำนาจตามระเบียบก่อน
การเดนิ ทาง
9.3 การไปนิเทศการฝึกอาชีพให้เป็นไปตามแผนการฝึกอาชีพที่จัดทำขึ้น หากการฝึก
อาชีพไม่ครบถ้วนสถานศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษาต้องจัดการฝึกอาชีพให้เป็นไปตามจุดประสงค์
สาขาวิชา
9.4 ครูนิเทศก์ต้องผ่านการอบรมการนิเทศการฝึกอาชีพจากสำนักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษาหรือผู้ไดร้ บั มอบหมาย
9.5 ชั่วโมงนิเทศการฝึกอาชีพในสถานประกอบการให้คิดเป็นเวลาชั่วโมงสอนปกติ
หากช่ัวโมงสอนเกินภาระงานทก่ี ำหนด สามารถเบิกคา่ สอนเกนิ ภาระงานไดต้ ามระเบียบ
9.6 การเดินทางไปนิเทศให้เบิกค่าใชจ้ า่ ยในการเดินทางไปราชการไดต้ ามระเบียบ
10. การวัดผลและประเมินผลการเรียนและการสำเร็จการศึกษา ให้เป็นไปตามระเบียบ
กระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจดั การศกึ ษาและการประเมนิ ผลการเรียนตามหลักสตู รแตล่ ะระดับ การ
วัดและประเมินผลการเรียนรู้ให้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ และใช้วิธีการประเมินอย่างหลากหลายตาม
8 การจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี 17
สภาพจริง สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอนการฝึกอาชีพ โดย
คำนงึ ถงึ พัฒนาการของผู้เรยี นและสมรรถนะทตี่ ้องการ
11. การประกันคุณภาพหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ให้ทุกหลักสูตรกำหนด
ระบบการประกนั คุณภาพไวใ้ ห้ชดั เจนตามเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศกึ ษาแต่ละระดบั ดงั น้ี
11.1 กำหนดสมรรถนะรายวิชา โดยปรับปรุงรายวิชาเดิมหรือพัฒนารายวิชาใหม่ให้
สอดคลอ้ งกับความต้องการของสถานประกอบการ
11.2 การประกันคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษา มีคุณวุฒิตามเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิ
อาชีวศึกษาแต่ละระดับ และมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพของสาขาวิชาและสาขางาน มีทักษะและ
ความสามารถในการกำกบั ดูแล มีความเชี่ยวชาญ ในการแก้ไขปัญหาการปฏิบัตงิ าน สถานประกอบการ
มีความพึงพอใจในศกั ยภาพผสู้ ำเร็จการศึกษา
11.3 มใี บรับรองการฝึกอาชพี จากสถานประกอบการ รัฐวสิ าหกจิ หรอื หนว่ ยงานของรัฐ
ทีน่ ักเรียนหรอื นกั ศึกษาไดไ้ ปฝึกอาชีพดว้ ย
• หลักเกณฑ์การใชห้ ลกั สตู ร และระเบยี บการจัดการศกึ ษา
และการประเมนิ ผลการเรียนตามหลกั สตู ร
สำหรบั หลักเกณฑก์ ารใช้หลักสตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ พุทธศกั ราช 2562 หลักเกณฑ์การ
ใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2563 และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วย
การจัดการศึกษาและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรทั้งสองฉบับ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การจัด
การศึกษาระบบทวิภาคี มีสาระสำคญั ดงั น้ี
1. การจัดการเรียนการสอน เน้นการปฏบิ ตั ิจรงิ สามารถจดั การเรียนการสอนไดห้ ลากหลาย
รูปแบบ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีผลลัพธ์การเรียนรู้สอดคล้องกับระดับคุณวุฒิตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ
และเกณฑม์ าตรฐานคุณวุฒิอาชวี ศกึ ษาแต่ละระดบั ดังน้ี
1.1 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในหลักการ
วิธีการและการดำเนินงาน มีทักษะการปฏิบัติงานตามแบบแผนในขอบเขตสำคัญและบริบทต่าง ๆ ที่
สัมพันธ์กันซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานประจำ ให้คำแนะนำพื้นฐานที่ต้องใช้ในการตัดสินใจ วางแผนและแก้ไข
ปัญหาโดยไม่อยู่ภายใตก้ ารควบคุมในบางเร่ือง สามารถประยุกตใ์ ช้ความรู้ ทักษะทางวชิ าชีพ เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารในการแก้ปัญหาและการปฏิบัติงานในบริบทใหม่ รวมทั้งรับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง
และผู้อื่น ตลอดจนมีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ เจตคติและกิจนิสัยที่เหมาะสมในการ
ทำงาน
18 8 การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
1.2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจใน
ทฤษฎีและเทคนิควิธีการดำเนินงาน มีทักษะการปฏิบัติงาน ตามแบบแผนและปรับตัวได้ภายใต้ความ
เปลี่ยนแปลง สามารถบูรณาการและประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะทางวิชาการที่สัมพันธ์กับวิชาชีพ
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร ในการตดั สินใจ วางแผน แก้ปัญหาบริหารจดั การ ประสานงานและ
ประเมินผลการดาํ เนินงานได้อย่างเหมาะสม มีส่วนร่วมในการวางแผนและพัฒนา ริเริ่มสิ่งใหม่ มีความ
รบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง ผูอ้ ื่นและหมูค่ ณะ รวมท้ังมคี ุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชพี เจตคติและกิจ
นิสยั ทเี่ หมาะสมในการทํางาน
2. การจดั การศกึ ษา เวลาเรยี นและจำนวนหนว่ ยกิต มีหลกั เกณฑด์ งั น้ี
2.1 ระดับประกาศนียบตั รวิชาชพี (ปวช.)
2.1.1 การจัดการศึกษาในระบบปกติ ใช้ระยะเวลา 3 ปีการศกึ ษา
2.1.2 การจัดเวลาเรียน ในหนึ่งปีการศึกษาให้แบ่งเป็น 2 ภาคเรียนปกติหรือระบบ
ทวิภาค ภาคเรียนละ 18 สัปดาห์ รวมเวลาการวัดผล และอาจเปิดสอนภาคเรียนฤดูร้อนได้อีกตามท่ี
เห็นสมควร ท้งั น้ี การเรยี นในระบบช้ันเรยี น ให้เปิดทำการสอนไม่นอ้ ยกวา่ สัปดาห์ละ 5 วนั ๆ ละไม่เกิน
7 ช่วั โมง โดยกำหนดใหจ้ ัดการเรียนการสอนคาบละ 60 นาที
2.1.3 จำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 103-110 หน่วยกิต โดยมีจำนวน
หน่วยกติ ของแตล่ ะหมวดวิชาเป็นไปตามโครงสร้างหลกั สูตรของแต่ละสาขาวชิ า ท้งั นี้ การคิดหน่วยกิตให้
ถือตามเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒอิ าชีวศึกษาระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ พ.ศ. 2562
2.2 ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี ชัน้ สงู (ปวส.)
2.2.1 การจัดการศึกษาในระบบปกติ สำหรับผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่าในประเภทวิชาและสาขาวิชาตามที่หลักสูตรกำหนด ใช้
ระยะเวลา 2 ปีการศึกษา ส่วนผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
และผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า ต่างประเภทวิชา
และสาขาวิชาที่กำหนด ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ปีการศกึ ษา
2.2.2 การจัดเวลาเรียน ในหนึ่งปีการศึกษาให้แบ่งเป็น 2 ภาคเรียนปกติหรือระบบ
ทวิภาค ภาคเรียนละ 18 สัปดาห์ รวมเวลาการวัดผล และอาจเปิดสอนภาคเรียนฤดูร้อนได้อีกตามท่ี
เหน็ สมควร ท้งั นี้ การเรยี นในระบบชัน้ เรยี น ให้เปดิ ทำการสอนไม่นอ้ ยกว่าสัปดาห์ละ 5 วนั ๆ ละไม่เกิน
7 ชั่วโมง โดยกำหนดให้จัดการเรยี นการสอนคาบละ 60 นาที
2.2.3 จำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 83-90 หน่วยกิต โดยมีจำนวน
หนว่ ยกติ ของแตล่ ะหมวดวชิ าเปน็ ไปตามโครงสรา้ งหลกั สตู รของแต่ละสาขาวชิ า ทงั้ นี้ การคิดหน่วยกิตให้
ถือตามเกณฑ์มาตรฐานคณุ วุฒิอาชีวศึกษาระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพชัน้ สูง พ.ศ. 2562
8 การจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี 19
โครงสรา้ งหลักสตู ร ตามหลักเกณฑก์ ารใชห้ ลกั สูตร ปวช. ปวส.
(หน่วยกิต) (หนว่ ยกิต)
(หลักสูตรแกนกลาง)
22 21
1. หมวดวชิ าสมรรถนะแกนกลาง ไม่นอ้ ยกว่า 71 56
(21) (15)
2. หมวดวิชาสมรรถนะวชิ าชีพ ไมน่ อ้ ยกว่า (24) (21)
(18) (12)
4.2.1 กลมุ่ สมรรถนะวิชาชพี พนื้ ฐาน (4) (4)
(4) (4)
4.2.2 กลุ่มสมรรถนะวิชาชพี เฉพาะ ไม่น้อยกว่า (10) (6)
- -
4.2.3 กลุม่ สมรรถนะวชิ าชพี เลือก ไมน่ อ้ ยกว่า 103-110 83-90
4.2.4 ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชพี
4.2.5 โครงงานพฒั นาสมรรถนะวชิ าชีพ
3. หมวดวิชาเลือกเสรี ไม่น้อยกวา่
4. กจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร (ไมน่ อ้ ยกวา่ 2 ชม./สปั ดาห์)
หน่วยกิตรวมระหวา่ ง
3. การจัดฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยความ
ร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันกับภาคการผลิตและหรือภาคบริการ หลังจากที่
ผู้เรียนได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีและการฝึกหัดหรือฝึกปฏิบัติเบื้องต้นในสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน
แล้วระยะเวลาหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้สัมผัสกับการ
ปฏิบตั งิ านอาชีพ เครือ่ งมือ เครอ่ื งจักร อุปกรณ์ท่ีทันสมัย และบรรยากาศการทำงานร่วมกัน สง่ เสริมการ
ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนทำได้ คิดเป็น ทำเป็น
และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเกิดความมั่นใจและเจตคติที่ดีในการทำงานและการประกอบ
อาชีพอิสระ โดยมีแนวทางในการจัดฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ ทั้งในระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนยี บตั รวิชาชพี ชัน้ สูง (ปวส.) ดงั น้ี
3.1 สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันต้องจัดให้มีการฝึกประสบการณ์สมรรถนะ
วิชาชีพ ในรูปของการฝึกงานในสถานประกอบการ แหล่งวิทยาการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ
โดยระดับ ปวช. ควรจัดในภาคเรียนที่ 5 และหรอื ภาคเรยี นที่ 6 ส่วนระดบั ปวส. ควรจัดในภาคเรียนท่ี 3
และหรือภาคเรียนที่ 4 ใช้เวลารวมไม่น้อยกว่า 320 ชั่วโมง กำหนดให้มีค่าเท่ากับ 4 หน่วยกิต ทั้งนี้
สถานศึกษาอาชีวศกึ ษาหรือสถาบันสามารถนำรายวชิ าท่ีตรงหรือสัมพนั ธก์ ับลักษณะงานไปเรียนหรือฝกึ
ในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐในภาคเรียนที่จัดฝึกประสบการณ์สมรรถนะ
วิชาชีพเพ่อื เพิม่ พนู ประสบการณส์ มรรถนะวิชาชีพได้ รวมไมน่ ้อยกว่า 1 ภาคเรียน
20 8 การจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี
3.2 การตดั สินผลการเรยี นและให้ระดับผลการเรียนรายวิชาฝกึ งาน ให้ปฏบิ ัตเิ ชน่ เดยี วกับ
รายวิชาอื่น ตามระเบียบกระทรวงศกึ ษาธิการว่าด้วยการจดั การศึกษาและการประเมินผลการเรียนตาม
หลกั สูตรแต่ละฉบบั
4. การจัดโครงงานพฒั นาสมรรถนะวิชาชีพ เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เปดิ โอกาสให้
ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า บูรณาการความรู้ ทักษะและประสบการณ์จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ ลงมือปฏิบัติด้วย
ตนเองตามความถนัดและความสนใจ ตั้งแต่การเลือกหวั ขอ้ หรือเรื่องทีจ่ ะศึกษา ทดลอง พัฒนาและหรอื
ประดิษฐ์คิดค้น โดยการวางแผน กำหนดขั้นตอนกระบวนการ ดำเนินการ ประเมินผล สรุปและจัดทำ
รายงานเพื่อนำเสนอ ซึ่งอาจทำเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มก็ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงการนั้น ๆ
โดยมีแนวทางในการจัดโครงงานพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพ ทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
และระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ชัน้ สงู (ปวส.) ดงั น้ี
4.1 สถานศกึ ษาอาชวี ศึกษาหรือสถาบันต้องจัดให้ผู้เรยี นจัดทำโครงงานพัฒนาสมรรถนะ
วิชาชีพที่สัมพนั ธ์หรือสอดคล้องกบั สาขาวชิ า โดยระดับ ปวช. ควรจัดในภาคเรยี นท่ี 5 และหรอื ภาคเรียน
ที่ 6 ส่วนระดับ ปวส. ควรจัดในภาคเรียนที่ 3 และหรือภาคเรียนที่ 4 รวมจำนวน 4 หน่วยกิต ใช้เวลา
ไม่น้อยกวา่ 216 ช่ัวโมง
4.2 การจัดการเรียนการสอนรายวิชาโครงงาน ให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันจดั
ให้มชี ่วั โมงเรยี นจำนวน 4 ชว่ั โมงต่อสปั ดาห์ สำหรับรายวิชาโครงงาน 4 หนว่ ยกติ และจัดใหม้ ชี ่ัวโมงเรียน
2 ช่ัวโมงต่อสปั ดาห์สำหรบั รายวชิ าโครงงาน 2 หนว่ ยกิต
4.3 การตัดสินผลการเรียนและให้ระดับผลการเรียนรายวิชาโครงงาน ให้ปฏิบัติ
เช่นเดียวกับรายวิชาอื่น ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผล
การเรยี นตามหลกั สูตรแต่ละฉบบั
5. การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสมรรถนะแกนกลางและหรือ
สมรรถนะวิชาชีพ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม ระเบียบวินยั การตอ่ ต้านความรนุ แรง สารเสพตดิ และ
การทุจริต เสริมสร้างการเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ในด้านการรักชาติ เทิดทูนพระมหากษัตริย์
สง่ เสริมการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ ทะนุบำรงุ ศาสนา ศิลปะ
วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย ปลูกฝังจิตสำนึกและจิตอาสาในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทำประโยชน์ต่อ
ชุมชนและท้องถ่ิน ทั้งนี้ โดยใช้กระบวนการกลุม่ ในการวางแผน ลงมือปฏิบัติ ประเมินผล และปรบั ปรงุ
การทำงาน โดยมีแนวทางการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร ทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ
ระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชั้นสูง (ปวส.) ดงั นี้
8 การจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี 21
5.1 สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันต้องจัดให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตร
ไม่น้อยกว่า 2 ชว่ั โมงต่อสปั ดาห์ทุกภาคเรียน
5.2 ในภาคเรียนท่มี ีการฝึกประสบการณส์ มรรถนะวชิ าชีพ หรือฝกึ อาชีพในสถานประกอบการ
สำหรับการจดั การศกึ ษาระบบทวภิ าคี ใหผ้ ู้เรียนเข้ารว่ มกิจกรรมทีส่ ถานประกอบการจดั ขน้ึ
5.3 การประเมินผลกิจกรรมเสริมหลักสูตร ให้เป็นไปตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการวา่
ด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรียนตามหลกั สูตรแต่ละฉบบั
6. การจัดแผนการเรียน เป็นการกำหนดรายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตรที่จะดำเนินการ
เรียนการสอนในแต่ละภาคเรยี น โดยกำหนดให้จัดอัตราส่วนการเรียนร้ภู าคทฤษฎีต่อภาคปฏิบัติในหมวด
วิชาสมรรถนะวิชาชีพ สำหรับระดับ ปวช. ประมาณ 20 : 80 และระดับ ปวส. ประมาณ 40 : 60 ทั้งนี้
ขึ้นอยู่กับลักษณะหรือกระบวนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละสาขาวิชา โดยมีแนวทางในการจัดแผนการ
เรียนทง้ั ในระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวช.) และระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชั้นสงู (ปวส.) ดังน้ี
6.1 การจัดรายวชิ าในแต่ละภาคเรียน ให้คำนึงถึงรายวชิ าทีต่ อ้ งเรียนตามลำดับก่อน-หลัง
ความงา่ ย-ยากของรายวิชา ความต่อเน่อื งและเช่ือมโยงสมั พันธ์กันของรายวชิ า รวมทง้ั รายวิชาที่สามารถ
บรู ณาการจดั การเรียนรรู้ ว่ มกนั ในลกั ษณะของงาน โครงงานและหรือชิ้นงานในแตล่ ะภาคเรยี น
6.2 การจัดรายวิชาบังคับ ในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชพี
ในกลุ่มสมรรถนะวชิ าชพี พืน้ ฐานและกล่มุ สมรรถนะวชิ าชพี เฉพาะ และกจิ กรรมเสริมหลกั สูตร ต้องจัดให้
ครบตามที่กำหนดในโครงสร้างหลกั สตู ร โดย
6.2.1 รายวิชาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง ควรจดั กระจายทุกภาคเรียน
6.2.2 รายวิชาในกลุม่ สมรรถนะวชิ าชีพพน้ื ฐาน โดยเฉพาะรายวิชาท่เี ป็นพ้ืนฐานของ
การเรยี นวิชาชพี ควรจดั ในภาคเรียนท่ี 1
6.2.3 รายวิชาในกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเฉพาะ ควรจัดให้เรียนก่อนรายวิชาในกลุ่ม
สมรรถนะวิชาชพี เลอื กและรายวชิ าในหมวดวชิ าเลือกเสรี
6.3 การจัดรายวิชาชีพเลอื กและรายวิชาเลอื กเสรี ควรให้ผเู้ รียนได้มโี อกาสเลือกเรียนตาม
ความถนัดและหรอื ความสนใจเพือ่ สนบั สนนุ การประกอบอาชีพหรือศกึ ษาตอ่
6.4 การจัดรายวิชาทวิภาคี ที่นำไปเรียนและฝึกในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือ
หน่วยงานของรัฐ โดยประสานงานร่วมกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อ
พิจารณากำหนดภาคเรียนที่จัดฝึกอาชีพ รวมทั้งกำหนดรายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่ตรงกับลักษณะงาน
ของสถานประกอบการ รฐั วสิ าหกิจ หรอื หนว่ ยงานของรฐั ท่ีนำไปร่วมฝกึ อาชีพในภาคเรียนนัน้ ๆ
22 8 การจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี
6.5 การจัดรายวชิ าฝึกงาน ให้พิจารณาดังนี้
6.5.1 ระดับ ปวช. ควรจัดรายวชิ าฝึกงานในภาคเรียนที่ 5 หรือ 6 ครั้งเดียว จำนวน
4 หน่วยกติ 320 ชวั่ โมง (เฉล่ยี 20 ชั่วโมงตอ่ สปั ดาหต์ ่อภาคเรยี น) หรอื จัดใหล้ งทะเบยี นเรยี นเป็น 2 ครง้ั คอื
ภาคเรยี นที่ 5 จำนวน 2 หน่วยกิต และภาคเรยี นที่ 6 จำนวน 2 หน่วยกติ รายวิชาละ 160 ช่วั โมง (เฉลี่ย 10
ช่วั โมงตอ่ สัปดาหต์ ่อภาคเรียน) ตามเง่ือนไขของหลกั สตู รสาขาวิชานนั้ ๆ ส่วนระดบั ปวส. ควรจัดรายวิชา
ฝึกงานในภาคเรียนท่ี 3 หรือ 4 ครั้งเดียว จำนวน 4 หน่วยกิต 320 ชั่วโมง (เฉลี่ย 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อ
ภาคเรียน) หรือจัดให้ลงทะเบียนเรียนเป็น 2 ครั้ง คือ ภาคเรียนที่ 3 จำนวน 2 หน่วยกิต และภาคเรียนที่ 4
จำนวน 2 หน่วยกิต รายวิชาละ 160 ชั่วโมง (เฉลี่ย 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อภาคเรียน) ตามเงื่อนไขของ
หลักสูตรสาขาวชิ าน้ัน ๆ
6.5.2 ให้สถานศกึ ษาพิจารณากำหนดรายวิชาหรือกลุ่มวิชาทตี่ รงกบั ลักษณะงานของ
สถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อนำไปเรียนและฝึกปฏิบัติในภาคเรียนที่จัด
ฝกึ งานดว้ ย
6.5.3 การจัดฝึกงานในภาคฤดูร้อนสามารถทำได้โดยต้องพิจารณาระยะเวลาในการ
ฝกึ ใหค้ รบตามท่หี ลกั สูตรกำหนด
6.6 การจัดรายวิชาโครงงาน ใหพ้ ิจารณาดังนี้
6.6.1 ระดับ ปวช. ควรจัดรายวิชาโครงงานในภาคเรียนที่ 5 หรือ 6 ครั้งเดียว
จำนวน 4 หน่วยกิต หรือจัดให้ลงทะเบียนเรียนเป็น 2 ครั้ง คือ ภาคเรียนที่ 5 จำนวน 2 หน่วยกิต และ
ภาคเรียนที่ 6 จำนวน 2 หน่วยกิต ส่วนระดับ ปวส. ควรจัดรายวิชาโครงงานในภาคเรียนที่ 3 หรือ 4 คร้ัง
เดยี ว จำนวน 4 หนว่ ยกิต หรือจัดให้ลงทะเบยี นเรยี นเป็น 2 ครั้ง คอื ภาคเรียนที่ 3 จำนวน 2 หนว่ ยกติ และ
ภาคเรยี นท่ี 4 จำนวน 2 หนว่ ยกิต
6.6.2 การจัดเวลาเรียนวิชาโครงงาน 4 หน่วยกิต (12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ให้จัดในเวลา
4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนรายวิชาโครงงาน 2 หน่วยกิต (6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ให้จัดในเวลา 2 ชั่วโมงต่อ
สปั ดาห์
6.7 การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร ให้จัดทุกภาคเรียน ภาคเรียนละไม่น้อยกวา่ 2 ชั่วโมง
ต่อสปั ดาห์
6.8 การจดั จำนวนหน่วยกิตรวมในแตล่ ะภาคเรยี น สำหรับการเรียนแบบเตม็ เวลา ไม่เกิน
22 หน่วยกิต สำหรับการเรียนแบบไม่เต็มเวลา ไม่เกิน 12 หน่วยกิต ส่วนภาคเรียนฤดูร้อนจัดได้ไม่เกิน
12 หน่วยกิต ทั้งนี้ เวลาในการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนปกติและภาคเรียนฤดูร้อนโดยเฉลี่ยไม่
ควรเกิน 35 ชั่วโมงตอ่ สัปดาห์ สว่ นการเรียนแบบไมเ่ ตม็ เวลาไม่ควรเกิน 25 ชัว่ โมงต่อสปั ดาห์
8 การจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี 23
ทั้งนี้ หากสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันมีเหตุผลและความจำเป็นในการจัด
หน่วยกิตและเวลาในการจัดการเรียนการสอนแต่ละภาคเรียนที่แตกต่างไปจากเกณฑ์ข้างต้น อาจทำได้
แตต่ ้องไมก่ ระทบตอ่ มาตรฐานและคณุ ภาพการศึกษา
7. การศึกษาระบบทวิภาคี
เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่เกิดจากข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษา
หรือสถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ โดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งใน
สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน และเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือ
หน่วยงานของรัฐ เพื่อให้การจัดการศกึ ษาระบบทวิภาคีสามารถเพ่ิมขีดความสามารถด้านการผลติ และ
พัฒนากำลังคนตรงตามความต้องการของผู้ใช้และเป็นไปตามจุดหมายของหลักสูตร ทั้งนี้ สถานศึกษา
อาชีวศกึ ษาหรอื สถาบนั ต้องดำเนินการ ดงั นี้
7.1 นำรายวิชาทวิภาคีในกลุ่มสมรรถะวิชาชีพเลือก ระดับ ปวช. รวมไม่น้อยกว่า 18
หน่วยกิต และระดับ ปวส. รวมไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต ไปร่วมกำหนดรายละเอียดของรายวิชากับ
สถานประกอบการ รฐั วิสาหกิจ หรอื หน่วยงานของรัฐที่ร่วมจัดการศึกษาระบบทวภิ าคี ไดแ้ ก่ จุดประสงค์
รายวิชา สมรรถนะรายวิชา คำอธิบายรายวิชา เวลาที่ใช้ฝึกและจำนวนหน่วยกิต ให้สอดคล้องกับ
ลักษณะงานของสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งสมรรถนะวิชาชีพของ
สาขางาน ทั้งนี้ การกำหนดจำนวนหน่วยกิตและจำนวนชั่วโมงที่ใช้ฝึกอาชีพของแต่ละรายวิชาทวิภาคี
ให้เป็นไปตามที่หลักสูตรกำหนด และให้รายงานการพัฒนารายวิชาดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการ
การอาชวี ศึกษาทราบดว้ ย
7.2 ร่วมจัดทำแผนการฝึกอาชีพ พร้อมแนวการวัดและประเมินผลในแต่ละรายวิชากับ
สถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่ร่วมจัดการศึกษาระบบทวิภาคี เพื่อนำไปใช้ใน
การฝึกอาชีพ และดำเนินการวดั และประเมนิ ผลเป็นรายวิชา
7.3 จัดแผนการเรียนระบบทวิภาคีตามความพร้อมของสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ
หรือหน่วยงานของรัฐที่จัดการศึกษาระบบทวิภาคีร่วมกัน โดยอาจนำรายวิชาอ่ืนที่สอดคลอ้ งกับลักษณะ
งานของสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรฐั นั้น ๆ ไปจัดรว่ มดว้ ยก็ได้
8. การเขา้ เรยี น
8.1 พื้นความร้แู ละคณุ สมบตั ขิ องผ้เู ข้าเรียน
8.1.1 ผู้เข้าเรียนระดับ ปวช. ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ตำ่ กว่าระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3
หรือเทียบเท่า และมีคุณสมบัติเป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาและการ
ประเมินผลการเรยี นตามหลกั สตู รประกาศนียบัตรวิชาชีพ
24 8 การจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี
8.1.2 ผู้เข้าเรียนระดับ ปวส. ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกวา่ ระดับมัธยมศึกษาตอน
ปลายหรือเทยี บเท่า หรือระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพหรอื เทียบเท่า และมคี ณุ สมบตั เิ ปน็ ไปตามระเบียบ
กระทรวงศึกษาธิการวา่ ด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการเรยี นตามหลักสูตรประกาศนยี บัตร
วิชาชีพ
ท้ังน้ี ผ้เู ขา้ เรยี นท่ีสำเรจ็ การศึกษาระดบั มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
และผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า ต่างประเภทวิชา
และสาขาวิชาที่กำหนด ต้องเรียนรายวิชาปรับพื้นฐานวชิ าชีพตามที่กำหนดไว้ในหลักสตู รแต่ละประเภท
วิชา สาขาวิชา เพือ่ ใหม้ คี วามรแู้ ละทักษะพื้นฐานทจี่ ำเป็นสำหรับการเรยี นในสาขาวชิ านน้ั
8.1.3 ผู้เข้าเรียนการศึกษาระบบทวิภาคี ระดับ ปวช. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี
บริบรู ณ์ในวันทำสัญญาการฝึกอาชพี สว่ นผเู้ ข้าเรยี นการศกึ ษาระบบทวภิ าคี ระดบั ปวส. ตอ้ งมีอายุไม่ต่ำ
กว่า 17 ปบี รบิ รู ณ์ในวนั ทำสัญญาการฝกึ อาชพี
8.2 การรับผู้เขา้ เรยี น
8.2.1 ใหท้ ำการสอบคัดเลือกหรือคดั เลือกตามที่สถานศกึ ษากำหนด
8.2.2 การรับผู้เข้าเรียนการศึกษาระบบทวิภาคี สถานประกอบการจะเป็นผู้สอบ
คดั เลอื กหรือคัดเลอื กผู้เข้าเรียนเองตามคุณสมบัติท่ีกำหนดและตามจำนวนที่ไดต้ กลงร่วมกับสถานศึกษา
หรอื จะมอบให้สถานศึกษาเปน็ ผดู้ ำเนินการ หรือดำเนินการรว่ มกนั กไ็ ด้
9. การประเมินผลการเรยี น
เน้นการประเมินสภาพจริง โดยให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัด
การศกึ ษาและการประเมินผลการเรยี นตามหลกั สตู รแตล่ ะระดบั
10. การสำเร็จการศกึ ษาตามหลักสูตร
10.1 ได้รายวิชาและจำนวนหน่วยกิตสะสมในทุกหมวดวิชา ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้
ในหลกั สูตรแต่ละระดบั ประเภทวิชาและสาขาวชิ า และตามแผนการเรยี นทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
10.2 ได้คา่ ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไมต่ ่ำกวา่ 2.00
10.3 ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินมาตรฐานวิชาชีพ
10.4 ได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมเสริมหลักสูตรตามแผนการเรียนที่สถานศึกษากำหนด
และ “ผ่าน” ทกุ ภาคเรียน
8 การจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี 25
แนวทางการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี
ดังที่กล่าวมาแล้วว่า การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีเป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิด
จากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือ
หน่วยงานของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการผลิตและพัฒนากำลังคนได้ตรงตามความต้องการของ
ตลาดแรงงาน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมสนับสนุนความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตร การจัดการศึกษา
การวัดและประเมินผลร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน จากสาระของกรอบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวขอ้ ง
กับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีดังกล่าวข้างต้น สามารถสรุปแนวทางการจัดการอาชีวศึกษา
ระบบทวภิ าคีสำหรับสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษาหรือสถาบนั ไดด้ ังนี้
การเรม่ิ ต้นจดั การ ต้องเริ่มต้นจากความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือ
อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สถาบนั กับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรอื หนว่ ยงานของรัฐ
ขอบเขตความรว่ มมือ
ในการจดั การอาชีวศกึ ษา ครอบคลุมถึงการจัดหลักสูตร การวางแผนและเตรียมการ การจัด
แผนการเรียน การจดั ทำแผนการฝกึ อาชีพและแผนการนิเทศ จดั การ
ระบบทวิภาคี เรียน การฝึกอาชีพและการฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ การ
วดั และการประเมินผล รวมทัง้ การจัดทำเอกสารรบั รองการฝกึ อาชพี
องค์ประกอบในการจัด
อาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี - มีบันทึกความร่วมมือระหวา่ งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
สถานศกึ ษาอาชีวศึกษาหรอื สถาบนั กบั สถานประกอบการ รฐั วิสาหกิจ
หรอื หน่วยงานของรฐั
- มสี ัญญาการฝึกอาชพี ระหว่างสถานประกอบการกับผู้เรียน
- มีแผนการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ ตลอดระยะเวลาการฝึก
อาชีพที่กำหนดตามโครงสร้างหลักสูตรและแผนการเรียนของ
สถานศกึ ษาอาชวี ศึกษาหรือสถาบนั
- มีการประเมินมาตรฐานการฝึกอาชีพตามข้อตกลง และตาม
แผนการฝึกอาชีพที่จัดทำร่วมกันระหว่างสถานประกอบการ และ
สถานศึกษาหรือสถาบัน ภายใต้หลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษากำหนด
- มีใบรับรองการฝึกอาชพี จากสถานประกอบการ
- มีวฒุ ิบัตรการศกึ ษาระบบทวภิ าคีลงนามรว่ มกนั 2 ฝ่าย คือ สถาน-
ประกอบการ และสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษาหรอื สถาบนั
แผนภาพที่ 2 แสดงแนวทางการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี
26 8 การจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี
บคุ ลากรทีเ่ ก่ียวข้องกบั - สถานศกึ ษาอาชีวศึกษาหรือสถาบนั ไดแ้ ก่ หวั หนา้ งานอาชีวศึกษา
การจดั อาชวี ศกึ ษา
ระบบทวภิ าคี ระบบทวิภาคี หัวหน้างานความร่วมมือ ครูที่ปรึกษา ครูนิเทศก์
ผู้เรียนอาชวี ศกึ ษา ครูผู้สอน (จำนวนครูวิชาชีพในแผนกไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และต้อง
ระบบทวภิ าคี
ไดร้ บั การพัฒนาจากสถานประกอบการไมน่ ้อยกว่า 80 ชม./คน/ปี)
หลักสูตรที่ใชใ้ นการจัด
อาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี - สถานประกอบการ ได้แก่ ผู้ควบคุมการฝึก ครูฝึก (จำนวนครูฝึก :
กลุม่ วชิ าที่นำไปจัด ผเู้ รยี น ระดบั ปวช. 1:10 คน ระดับ ปวส. 1:8 คน)
การศกึ ษาระบบทวภิ าคี
- มีพื้นความรู้และคุณสมบัติเป็นไปตามข้อกำหนดของระเบียบ
กระทรวงศึกษาว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการ
เรียนตามหลกั สตู รทเ่ี ขา้ เรียน
- ผา่ นการสอบคดั เลือกหรอื คัดเลือกตามคุณสมบัตแิ ละตามจำนวนท่ี
กำหนด โดยสถานประกอบการ สถานศกึ ษาหรอื ดำเนินการรว่ มกนั
- ต้องทำสัญญาการฝึกอาชีพกับสถานประกอบการ
- ต้องเข้ารับการปฐมนิเทศก่อนการฝึกอาชีพและร่วมปัจฉิมนิเทศ
หลงั เสรจ็ สน้ิ การฝึกอาชีพ
- ต้องเข้ารับการฝึกอาชีพตามแผนและระยะเวลา พร้อมจัดทำ
บนั ทกึ การฝึกอาชพี คณุ ธรรม ฯลฯ ตามแบบทก่ี ำหนด
สามารถดำเนินการได้ในทุกระดับหลักสูตร ประเภทวิชา สาขาวิชาและ
สาขางาน ที่ตรงกับลักษณะงานของสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือ
หนว่ ยงานของรัฐทรี่ ่วมจัดการศกึ ษาระบบทวิภาคี
- ให้ใช้รายวิชาทวิภาคีในหมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ กลุ่มสมรรถนะ
วิชาชพี เลือก (สาขางาน) ที่กำหนดไว้ในหลักสูตร (ปวช. ไม่น้อยกว่า
18 หน่วยกติ และ ปวส. ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกติ )
- สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องร่วมกันจัดทำรายละเอียด
ของแตล่ ะรายวชิ าใหส้ อดคลอ้ งกับลักษณะงาน เหมาะสมกับระดับ
ของหลักสูตร สอดคล้องกับจุดประสงค์สาขาวิชา มาตรฐานการศึกษา
วชิ าชพี ของสาขาวชิ าและสาขางาน พรอ้ มทง้ั รายงาน สอศ. ทราบ
- สถานศกึ ษาและสถานประกอบการสามารถพจิ ารณานำรายวชิ าอน่ื
ในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ
หมวดวิชาเลือกเสรี รวมทั้งกิจกรรมเสริมหลักสูตร ที่ตรงกับ
ลกั ษณะงานไปเรียนและฝกึ ในสถานประกอบการในภาคเรียนที่จัด
ฝึกอาชีพในระบบทวภิ าคีดว้ ยได้
- สถานศกึ ษาและสถานประกอบการรว่ มกนั จดั ทำแผนการฝึกอาชีพ
รายวิชาที่นำไปเรียนและฝกึ ในสถานประกอบการ
แผนภาพท่ี 2 แสดงแนวทางการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี (ตอ่ )
8 การจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี 27
ลกั ษณะการจดั การเรยี น - จัดให้ผู้เรียนใช้เวลาเรียนและฝึกปฏิบัติทักษะพื้นฐานส่วนหนึ่งใน
การสอนอาชวี ศกึ ษา สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรอื สถาบนั และใชเ้ วลาฝึกปฏบิ ตั ิงานหรือ
ระบบทวิภาคี ฝึกอาชีพในสถานประกอบการตามแผนการเรยี นที่จัดทำรว่ มกัน
- จดั แผนการเรยี นให้ผ้เู รียนไดร้ ับการฝึกอาชพี ในสถานประกอบการ
ของแตล่ ะหลกั สตู ร ไม่นอ้ ยกว่า 2 ภาคเรียน หรือ 1 ปกี ารศกึ ษา
- จัดให้มีครูนิเทศก์ไปนิเทศในสถานประกอบการ (ในประเทศ อย่าง
นอ้ ย 3 คร้ัง/ภาคเรยี น ต่างประเทศ อยา่ งนอ้ ย 1 ครง้ั /ภาคเรยี น รวมทง้ั
ให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและวิธีการนิเทศที่หลากหลายอย่าง
สมำ่ เสมอ พร้อมทั้งรายงานผูบ้ รหิ ารทราบ)
- สถานศึกษาและสถานประกอบการร่วมกันประเมินผลและให้
ระดับผลเรียนรายวิชาที่นำไปฝึกอาชีพของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ
ตามสภาพจริงและใช้วิธีการที่หลากหลาย ตามระเบียบ ศธ. ว่า
ด้วยการจดั การศกึ ษาและประเมนิ ผลการเรยี นตามหลักสตู ร
แผนภาพท่ี 2 แสดงแนวทางการจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี (ตอ่ )
กระบวนการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี
จุดเร่ิมต้น
สถานประกอบการ ติดต่อสถานศึกษา เพอ่ื แจ้ง สถานศกึ ษา/สถาบนั
- ความประสงค/์ ความต้องการ
• เจา้ ของกิจการ - ระดับ ปวช. / ปวส. /ปรญิ ญาตรี • ผูอ้ ำนวยการ
• ผู้จัดการ - สาขางาน • รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวชิ าการ
• ฝา่ ยบคุ คล - ลกั ษณะงานของสถานประกอบการ
• ฝ่ายฝกึ อบรม - หวั หน้าแผนกวิชา
• ฝา่ ยพฒั นาทรพั ยากร - แนวทเสานงกอาสรถจาัดนกปารรอะกาชอวีบศกึกาษราระบบทวภิ าคี - หัวหน้างานอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี
- ประโยชน์ท่ไี ดร้ บั ของทกุ ฝ่าย
- ระดับ ปวช./ปวส./ปริญญาตรี • รองผู้อำนวยการ ฝา่ ยแผนงานฯ
- สาขางาน - หัวหนา้ งานความร่วมมอื
- ความพรอ้ มของสถานศกึ ษา
• ผู้ท่ีสถานศกึ ษา/สถาบนั มอบหมาย
สนใจทจ่ี ะดำเนนิ การจัดอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคีรว่ มกนั
แผนภาพที่ 3 แสดงความพร้อมโดยภาพรวมในการจดั การศกึ ษาระบบทวิภาคี
28 8 การจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี
การจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นการจัดการเรียนการสอนร่วมกันระหว่างสถานศึกษา
อาชีวศึกษาหรือสถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ มีกระบวนการ
ดำเนินการท่ีสำคัญ ดงั น้ี
1. การสำรวจความพร้อมและความต้องการของสถานศกึ ษาและสถานประกอบการท่ีร่วมจัด
การศึกษาระบบทวภิ าคี
2. การลงนามข้อตกลงความร่วมมือ MOU (Memorandum of Understanding) ระหว่าง
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา / สถาบนั / สถานศกึ ษากับสถานประกอบการ
3. การจัดแผนการเรียน จัดทำรายละเอยี ดของรายวชิ าและแผนการฝกึ อาชีพ
4. การประชาสัมพนั ธ์ แนะแนวผ้เู รยี น
5. การคดั เลอื กผ้เู ขา้ เรียน
6. การทำสัญญาการฝึกอาชพี ระหว่างสถานประกอบการกบั ผ้เู รยี น
7. การปฐมนิเทศผู้เรียนก่อนการฝกึ อาชีพ
8. การจดั การเรยี นการสอนในสถานศกึ ษาและการฝึกอาชพี ในสถานประกอบการ
9. การนิเทศการเรียนและการฝึกอาชพี
10.การวดั ผลและประเมนิ ผลรายวชิ า และการประเมินผลการฝกึ อาชพี
11. การปัจฉมิ นิเทศการฝึกอาชีพ
12. การสำเร็จการศึกษา การจัดทำเอกสารการศกึ ษาและใบรับรองการฝึกอาชีพ
13. การตดิ ตามประเมนิ ผลผ้สู ำเรจ็ การศกึ ษา
14. การสรปุ ผลการดำเนนิ งานและรายงานประจำปี
8 การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี 29
การจัดทำรายละเอียดของรายวิชาทวิภาคี
เน่อื งจากการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีเปน็ การจัดการเรยี นการสอนรายวิชาชีพในกลุ่ม
สมรรถนะวิชาชพี เลือกร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการในสาขางานทีส่ อดคล้องสัมพันธ์
กับลักษณะงานของสถานประกอบการ จึงตอ้ งร่วมกันพิจารณาจดั ทำรายละเอียดของรายวชิ า ทวภิ าคีให้
สอดคลอ้ งกับลักษณะงาน เหมาะสมกบั ระดบั หลักสูตร ตลอดจนสอดคล้องกบั จุดประสงค์สาขาวชิ า และ
มาตรฐานการศึกษาวชิ าชพี ของสาขาวิชาและสาขางาน
• ขน้ั ตอนกระบวนการจดั ทำรายละเอียดรายวิชาทวิภาคี
1. ศกึ ษาโครงสร้างหลกั สูตร
ในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี รายวิชาชีพที่นำไปจัดฝึกอาชีพในสถานประกอบการ
คือ กลุ่มรายวิชาทวิภาคี ในหมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเลือกหรือสาขางาน ซึ่ง
ในระดับ ปวช. กำหนดไว้จำนวนไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต และในระดับ ปวส. จำนวนไม่น้อยกว่า 12
หน่วยกติ โดยรายวชิ ากล่มุ นี้จะมลี กั ษณะ คือ
- รหัสรายวิชา กำหนดเป็น “XXXXX-5101 ถงึ XXXXX-5XXX”
- ชื่อรายวิชา ในระดับ ปวช. กำหนดเป็น “ปฏิบัติงาน ..(ชื่อสาขางาน/ชื่องานท่ี
ปฏบิ ตั ิ)..” และในระดบั ปวส. เปน็ “งาน ..(ชอ่ื สาขางาน/ชื่องาน)..”
- ท-ป-น หรือเวลาเรียนภาคทฤษฎีต่อสัปดาห์-เวลาเรียนภาคปฏิบัติต่อสัปดาห์-
จำนวนหนว่ ยกิตของรายวิชา กำหนดเป็น *-*-*
ทั้งนี้ เนื่องจากสถานประกอบการแต่ละแห่งที่ร่วมจัดการศึกษาระบบทวิภาคีใน
สาขาวิชาและสาขางานเดียวกัน อาจมีลักษณะงานแตกต่างกัน แต่ละงานใช้เวลาในการฝึกปฏิบัติมาก
นอ้ ยไม่เทา่ กนั ซง่ึ ทำให้การคดิ ค่าหนว่ ยกติ ของแตล่ ะรายวิชาไมเ่ ทา่ กนั จงึ ไมส่ ามารถระบใุ ห้ชัดเจนตายตวั
ในโครงสร้างหลักสูตรแกนกลาง สถานศึกษาและสถานประกอบการแต่ละแห่งต้องร่วมกันวิเคราะห์
ลกั ษณะงานของสถานประกอบการและเวลาที่ใช้ในการฝึกปฏบิ ัตงิ านนน้ั ๆ กอ่ น แล้วจึงนำมาคดิ คำนวณ
และกำหนดหน่วยกิตของแต่ละรายวิชาทวิภาคี ตามเกณฑ์การฝึกอาชีพไม่น้อยกว่า 54 ชั่วโมงต่อ
ภาคเรยี น รวมเวลาการวดั ผล มคี ่าเท่ากับ 1 หนว่ ยกิต
30 8 การจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี
รายวชิ าทวภิ าคี หลักสตู รประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ พทุ ธศกั ราช 2562
หมวดวิชาสมรรถนะวชิ าชีพ
กลมุ่ สมรรถนะวิชาชีพเลอื ก (ไม่นอ้ ยกว่า 18 หนว่ ยกิต)
สาขางาน .....
รายวิชาทวภิ าคี
รหสั วิชา ช่อื วชิ า ท-ป-น
*-*-*
2xxxx-5101 ปฏิบัตงิ าน......(ชื่อสาขางาน/ช่อื งานที่ปฏิบัติ)...... 1 *-*-*
*-*-*
2xxxx-5102 ปฏิบัตงิ าน......(ชื่อสาขางาน/ชอ่ื งานทปี่ ฏบิ ัต)ิ ...... 2 *-*-*
*-*-*
2xxxx-5103 ปฏบิ ัติงาน......(ชอ่ื สาขางาน/ช่ืองานท่ปี ฏบิ ตั )ิ ...... 3 *-*-*
*-*-*
2xxxx-5104 ปฏิบตั งิ าน......(ชอื่ สาขางาน/ชอื่ งานที่ปฏบิ ัติ)...... 4
2xxxx-5105 ปฏิบัติงาน......(ชื่อสาขางาน/ชือ่ งานทป่ี ฏิบัต)ิ ...... 5
2xxxx-5106 ปฏบิ ตั ิงาน......(ชือ่ สาขางาน/ชอื่ งานที่ปฏิบตั ิ)...... 6
2xxxx-51… ปฏบิ ัตงิ าน......(ชือ่ สาขางาน/ชอื่ งานทปี่ ฏบิ ตั )ิ ...... …
รายวิชาทวิภาคี หลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี ชัน้ สูง พทุ ธศกั ราช 2563
หมวดวชิ าสมรรถนะวิชาชีพ
กลุ่มสมรรถนะวชิ าชพี เลือก (ไมน่ ้อยกว่า 12 หนว่ ยกติ )
สาขางาน .....
รายวิชาทวภิ าคี
รหสั วิชา ช่อื วิชา ท-ป-น
*-*-*
3xxxx-5101 งาน......(ชื่อสาขางาน/ช่อื งาน)...... 1 *-*-*
*-*-*
3xxxx-5102 งาน......(ชือ่ สาขางาน/ชอ่ื งาน)...... 2 *-*-*
*-*-*
3xxxx-5103 งาน......(ชื่อสาขางาน/ชอ่ื งาน)...... 3
3xxxx-5104 งาน......(ชอ่ื สาขางาน/ช่อื งาน)...... 4
3xxxx-51… งาน......(ชอื่ สาขางาน/ช่อื งาน)...... …
8 การจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี 31
2. ศึกษารายละเอยี ดรายวชิ าทวภิ าคใี นหลกั สูตร
รายละเอียดของรายวิชาทวิภาคีในหลักสูตรแต่ละสาขางาน จะกำหนดไว้ให้เป็นเพียง
ภาพรวม เพอ่ื เป็นกรอบแนวทางสำหรบั สถานศกึ ษาและสถานประกอบการรว่ มกนั จัดทำรายละเอียดของ
แต่ละรายวิชาต่อไป ดงั ตวั อยา่ ง
คำอธิบายรายวชิ าทวภิ าคี หลักสตู รประกาศนยี บัตรวิชาชีพ พุทธศกั ราช 2562
2XXXX-5X.. ปฏิบัติงาน …….……………… ... *-*-*
(……………………………….… Practice ...)
(ต้องเรยี นรายวชิ า …………………………… กอ่ น)
จุดประสงค์รายวชิ า เพือ่ ให้
1. เขา้ ใจหลักการปฏิบัติตนและปฏบิ ัตงิ านในการประกอบอาชพี ผลิตและหรอื บริการทางด้าน………….
2. สามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานผลิตและหรือบริการทางด้าน………………..
ในสถานประกอบการตามภาระหนา้ ทที่ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
3. มีเจตคติทีด่ ีต่องานอาชีพและมีกิจนิสัยในการทำงานด้วยความรับผิดชอบ รอบคอบ ปลอดภัย มี
วินยั ตรงตอ่ เวลา ขยนั ซือ่ สัตย์ อดทนและสามารถทำงานร่วมกบั ผอู้ ื่น
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรู้เกีย่ วกับหลักการปฏิบัติตนและปฏิบัติงานผลิตและหรือบริการทางดา้ น ………………..
ในสถานประกอบการ
2. เตรยี มความพร้อมส่วนบุคคลในการปฏบิ ตั ิงานผลิตและหรอื บริการตามขอ้ กำหนด
3. ปฏบิ ตั งิ านผลติ และหรือบริการทางดา้ น ………… ท่ีได้รับมอบหมายตามหลกั การและกระบวนการ
4. บนั ทึกรายงานประสบการณแ์ ละผลการปฏบิ ัตงิ านผลิตและหรือบรกิ ารตามหลักการ
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาและปฏบิ ตั ิเกย่ี วกับงานผลิตและหรอื บรกิ ารทางดา้ น..................ระดับฝมี ือในสถานประกอบการ
การเตรียมความพร้อมส่วนบุคคล การปฏิบัติตนในงานอาชีพ การรับคําสั่ง การวางแผนการทํางาน การ
จัดเตรยี มเครอื่ งมือและวสั ดอุ ุปกรณใ์ นการปฏิบตั งิ าน การดําเนนิ งานและแกไ้ ขปญั หาการทํางาน การบันทึก
และสรุปรายงานผลการปฏิบัตงิ าน
(ให้สถานศึกษาร่วมกับสถานประกอบการวิเคราะห์ลักษณะงาน สมรรถนะท่ีต้องการและเวลาที่ใชฝ้ กึ
เพื่อวางแผนและกำหนดขอบเขตการฝึกอาชีพ รวมทั้งแนวทางการวัดและประเมินผล ให้สอดคล้องกับ
สมรรถนะวชิ าชีพสาขางาน)
32 8 การจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี
คำอธบิ ายรายวิชาทวภิ าคี หลักสตู รประกาศนียบัตรวิชาชีพชน้ั สูง พทุ ธศักราช 2563
3xxxx-5x… งาน………………………………. … *-*-*
(........................................................ Work …)
(ตอ้ งเรยี นรายวิชา ………………………… ก่อน)
จดุ ประสงค์รายวิชา เพื่อให้
1. เข้าใจหลักการและกระบวนการปฏบิ ตั ิงานอาชพี ทางด้าน …..............………….....................…………
2. สามารถประยุกต์ใช้ความรูแ้ ละทักษะในการวเิ คราะห์ วางแผน ปฏิบัติการและแก้ไขปัญหาในการ
ดำเนนิ งานอาชพี ระดบั เทคนิค ทางด้าน............... ในสถานประกอบการตามภาระงานท่รี บั ผดิ ชอบ
3. มีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพและมีกิจนิสัยในการทำงานด้วยความรับผิดชอบ รอบคอบ ปลอดภัย มี
วินยั ตรงตอ่ เวลา ขยนั ซ่อื สัตย์ อดทน และสามารถทำงานรว่ มกับผอู้ ่นื
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความร้เู กยี่ วกับหลกั การและกระบวนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพทางด้าน .......................................
2. เตรยี มความพร้อมสว่ นบคุ คลในการปฏบิ ัติงานอาชพี ตามข้อกำหนด
3. วางแผน เตรยี มการดำเนินงานทางด้าน ........................................... ตามหลกั การและกระบวนการ
4. ปฏิบตั ิงานระดับเทคนคิ ทางดา้ น ................. ตามหลกั การ กระบวนการ และภาระงานทรี่ บั ผดิ ชอบ
5. บันทกึ สรุป รายงานประสบการณแ์ ละผลการปฏบิ ัตงิ านตามหลกั การ
คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับงานอาชีพระดับเทคนิคทางด้าน .............................ในสถานประกอบการ
การเตรยี มความพรอ้ มส่วนบคุ คล การวเิ คราะหง์ าน การวางแผน การดำเนินงาน การประเมนิ ผลและแกไ้ ข
ปญั หาในการดำเนินงาน การบันทึก สรุป จดั ทำรายงานและนำเสนอผลการปฏบิ ัติงานอาชีพ
(ให้สถานศึกษาร่วมกับสถานประกอบการวิเคราะห์งาน ลักษณะงาน สมรรถนะที่ต้องการและเวลาท่ี
ใช้ฝึก เพื่อจัดทำรายละเอียดของรายวิชา วางแผนและกำหนดขอบเขตการฝึกอาชีพ รวมท้ังแนวทางการวัด
และประเมนิ ผล ใหส้ อดคล้องกับสมรรถนะวชิ าชีพสาขางาน)
8 การจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี 33
3. กำหนดรายละเอียดของรายวชิ าทวิภาคี
รายละเอียดของแต่ละรายวิชาทวิภาคี ซึ่งประกอบด้วย รหัสวิชา ชื่อวิชา จุดประสงค์
รายวิชา สมรรถนะรายวิชา คำอธบิ ายรายวิชา เวลาที่ใช้ในการฝึกและจำนวนหน่วยกิต ต้องดำเนนิ การใน
รูปคณะทำงานระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการที่ร่วมจัดการศึกษาระบบทวิภาคี แล้วจึง
ดำเนินการขออนุมัติและแจ้งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทราบตามเกณฑ์การใช้หลักสูตร
แต่ละระดับ ก่อนที่จะนำไปจัดทำแผนการฝึกอาชีพ พร้อมกำหนดแนวการวัดและประเมินผลในแต่ละ
รายวชิ าต่อไป การจัดทำรายละเอยี ดของรายวชิ าทวภิ าคีมแี นวทางในการดำเนินการ ดงั นี้
1.1 สถานศึกษาร่วมวิเคราะห์ลักษณะงานของสถานประกอบการที่สอดคล้องกับ
สมรรถนะวิชาชพี ของสาขาวิชาและสาขางาน รวมทงั้ เหมาะกบั ระดบั หลักสูตรของผูเ้ รยี น
1.2 นำแต่ละงานมาพจิ ารณาจัดกลุ่มงาน โดยอาจกำหนดเป็นกลุ่มงานที่เป็นอิสระต่อกัน
จะฝึกอาชีพกลุ่มงานใดก่อนก็ได้ สามารถจัดฝึกปฏิบัติเป็นฐานหมุนเวียนกัน หากเป็นกลุ่มงานที่มีความ
ง่าย-ยากต่างกัน กจ็ ำเป็นต้องจัดกลุม่ งานใหเ้ รยี นรแู้ ละฝึกปฏิบตั ิเรียงไปตามลำดับ
1.3 กำหนดรายการงานและเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติในแต่ละกลุ่มงาน ซึ่ง
โดยทั่วไปควรกำหนดให้เหมาะสมและใกล้เคียงกัน กำหนดค่าหน่วยกิตของรายวิชาไม่มากหรือน้อย
เกินไป โดยใช้เกณฑ์การฝึกอาชีพไม่น้อยกว่า 54 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวมเวลาการวัดผล มีค่าเท่ากับ 1
หน่วยกิต ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดเป็นรายวิชา 3-4 หน่วยกิต เพื่อให้สะดวกต่อการจัดการศึกษาระบบ
ทวภิ าคีที่ผูเ้ รยี นตอ้ งฝกึ อาชีพในสถานประกอบการไมน่ ้อยกวา่ 1 ปกี ารศกึ ษา
1.4 กำหนดจุดประสงค์และสมรรถนะท่ีตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกับผเู้ รียนในการฝกึ อาชีพแต่ละ
รายวิชา โดยเน้นครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะ ด้านความสามารถในการประยุกต์ใช้และ
พฤติกรรมที่พงึ ประสงค์
1.5 นำขอ้ มลู ในขอ้ 2.4 มาเขียนรายละเอยี ดของแตล่ ะรายวชิ าตามรูปแบบทกี่ ำหนด
1.6 วพิ ากษ์และบรรณาธกิ ารกิจรายวชิ าทวภิ าคี พร้อมท้งั ปรับแกไ้ ขใหถ้ กู ต้อง
34 8 การจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
ระดับ ปวส. สถานประกอบการ ระดับ ปวช.
งาน ... 1 (ช่ืองาน) งาน ..A.. ปฏิบัตงิ าน ... 1 (ชื่องาน)
งาน ... 2 (ช่อื งาน) งาน ..B..
งาน ... 3 (ช่อื งาน) งาน ..C.. ปฏบิ ตั ิงาน ... 2 (ชอื่ งาน)
งาน ..D.. ปฏบิ ัตงิ าน ... 3 (ชอ่ื งาน)
งาน ... 4 (ชอื่ งาน) งาน ..E.. ปฏิบัตงิ าน ... 4 (ชอื่ งาน)
งาน ..F..
งาน ..G.. ปฏิบัตงิ าน ... 5 (ชื่องาน)
งาน ..H.. ปฏิบตั ิงาน ... 6 (ชอ่ื งาน)
แผนภาพท่ี 4 แสดงตวั อยา่ งการวเิ คราะหง์ านของสถานประกอบการเพ่ือกำหนดรายวชิ าทวิภาคี
จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นว่าในการวิเคราะห์ลักษณะงานในแต่ละหน่วยปฏิบัติงานของ
สถานประกอบการ ตั้งแต่งาน A ถึงงาน H จะมีบางงานที่เหมาะกับความรู้ ทักษะและวัยวุฒิของผู้เรียน
แต่ละระดับ เช่น ระดับ ปวส. คือ หน่วยปฏิบัติงาน B, C และ E ซึ่งสามารถนำมาจัดทำรายละเอียด
รายวิชาเป็นรายวิชาทวิภาคีลำดับที่ 1-3 ส่วนหน่วยปฏิบัติงาน G และ H ลักษณะงานอาจจะไม่ซับซ้อน
ไม่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติมาก ก็สามารถนำลักษณะงานของหน่วยปฏิบัติงานทั้งสอง
หน่วยมาจัดทำรายละเอียดรายวิชาเปน็ รายวชิ าทวิภาคลี ำดับท่ี 4
ส่วนการจัดทำรายละเอียดรายวิชาทวิภาคีในระดับ ปวช. แม้ว่าจะจัดฝึกอาชีพในสถาน-
ประกอบการแห่งเดียวกนั กส็ ามารถพิจารณางานทเ่ี หมาะสมกับระดบั ปวช. และนำมากำหนดรายเอียด
รายวิชาได้เช่นกัน จากตัวอย่างจะเห็นไดว้ ่างานในหน่วยปฏิบัตงิ าน A มีลักษณะเปน็ งานพื้นฐานเบื้องตน้
ของสถานประกอบการ จงึ กำหนดให้เฉพาะผ้เู รียนระดับ ปวช. ได้เรียนรู้และฝึกปฏิบตั ิเปน็ รายวิชาลำดับ
ที่ 1 สว่ นรายวชิ าทวิภาคลี ำดับที่ 2-6 กเ็ ป็นการเรยี นรูแ้ ละฝึกปฏบิ ัติงานย่อยบางงานในหน่วยปฏิบัติงาน
ที่เหมาะกับความรู้ ทักษะและวัยวุฒิของผู้เรียนในระดับ ปวช. ทั้งนี้ สถานศึกษาและสถานประกอบการ
สามารถร่วมกันพิจารณาจัดทำแผนการฝึกอาชีพให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติงานบางงานซ้ำ ๆ จนเกิดความ
ชำนาญ ส่วนหน่วยปฏิบัติงานบางหน่วย เช่น หน่วยปฏิบัติงาน F อาจมีลักษณะงานที่ซับซ้อนเกินกว่า
ผู้เรียนระดบั ปวส. เปน็ ต้น
8 การจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี 35
สำหรับกรอบการเขียนรายละเอียดของแต่ละรายวิชาให้ใช้รูปแบบตามที่กำหนด ส่วน
แนวทางในการเขียนรายละเอียดในแต่ละส่วน ตั้งแต่การกำหนดรหัสวิชา การกำหนดชื่อวิชา การ
กำหนดเวลาที่ใช้ในการฝึกอาชีพและจำนวนหน่วยกิต การเขียนจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา
และคำอธิบายรายวิชา สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ใน “เอกสารหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการ
จัดการอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง เรื่องที่ 2
การพฒั นาหลักสูตรฐานสมรรถนะ”
4. นำเสนออนุมตั ิและรายงานการพฒั นารายวชิ าทวภิ าคี
เม่อื คณะทำงานรว่ มระหวา่ งสถานศึกษาและสถานประกอบการได้กำหนด จดั ทำ วิพากษ์
และบรรณาธกิ ารรายละเอียดของรายวชิ าทวิภาคีในสาขางานเรียบรอ้ ยแล้ว ใหด้ ำเนนิ การตามหลกั เกณฑ์
การใช้หลกั สตู ร ดงั นี้
4.1 นำเสนอผู้อำนวยการสถานศกึ ษาพจิ ารณาอนุมตั ริ ายวชิ าทวิภาคี
4.2 รายงานสำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทราบ
• ข้อแนะนำเพิม่ เติมในการจดั ทำรายละเอียดของรายวชิ าทวิภาคี
1. ให้ใช้รหัสรายวิชาทวิภาคีตามโครงสร้างหลักสูตรของกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเลือกหรือ
สาขางานทก่ี ำหนด
ตวั อยา่ ง 20101-5101 ถึง 20101-5106
หมายถึง รายวิชาทวิภาคีในหลักสูตรระดับ ปวช. (2) ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาชา่ ง
ยนต์ สาขางานยานยนต์ รายวชิ าที่ 1 ถงึ รายวิชาท่ี 6
2. ให้กำหนดชื่อรายวิชาในแต่ละระดับตามโครงสร้างหลักสูตร โดยใช้ชื่อสาขางานหรือช่ือ
งานท่ีปฏบิ ตั ิ เช่น
ตัวอย่างที่ 1 กำหนดชื่อวิชาตามชื่อสาขางาน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการจัดแผนการเรียน
การลงทะเบียนเรียนรายวิชา การประเมินผลการเรียนและการบันทึกผลการเรียนในเอกสารการศึกษาได้
เหมอื นกนั ในทุกกลมุ่ ผเู้ รยี นสาขางานเดยี วกนั แตไ่ ปฝึกอาชพี ตา่ งสถานประกอบการ
20101-5101 ปฏบิ ัตงิ านยานยนต์ 1
20101-5102 ปฏบิ ตั งิ านยานยนต์ 2
20101-5103 ปฏิบตั งิ านยานยนต์ 3
20101-5104 ปฏบิ ัติงานยานยนต์ 4
36 8 การจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี
20101-5105 ปฏิบัติงานยานยนต์ 5
20101-5106 ปฏบิ ตั ิงานยานยนต์ 6
ตัวอย่างที่ 2 กำหนดชื่อวิชาโดยใช้ชื่องานวงเล็บไว้ท้ายชื่อวิชา มีข้อดีคือสามารถแสดงให้
ทราบว่าผู้สำเรจ็ การศกึ ษาไดผ้ า่ นการฝึกอาชพี ในงานใดบ้าง และมีสมรรถนะในสาขางานที่เรียนในเร่ืองใดบ้าง
นอกจากนี้ผู้เรียนในกลุ่มสาขางานเดียวกันที่จำเป็นต้องแยกไปฝึกอาชีพต่างสถานประกอบการซึ่งมีขนาดและ
ลักษณะงานต่างกัน ก็ยังสามารถระบุชื่องานในวงเล็บที่ต่างกันออกไปได้ แต่ยังคงใช้ชื่อวิชาและรหัสวิชา
เดียวกัน หรือทำเพิ่มเติมให้ครอบคลุมลักษณะงานของสาขาวิชา แล้วให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเลือกลงทะเบียน
เรียนให้สอดคลอ้ งกับงานของสถานประกอบการทไี่ ปฝึกอาชพี กไ็ ด้
20101-5101 ปฏิบัติงานยานยนต์ 1 (งานเครอื่ งยนต)์
20101-5102 ปฏบิ ัติงานยานยนต์ 2 (งานเครื่องลา่ งรถยนต์)
20101-5103 ปฏบิ ตั ิงานยานยนต์ 3 (งานปรับอากาศรถยนต์)
20101-5104 ปฏบิ ตั ิงานยานยนต์ 4 (งานบำรงุ รักษารถยนต์)
20101-5105 ปฏิบัติงานยานยนต์ 5 (งานอิเล็กทรอนกิ ส์รถยนต์)
20101-5106 ปฏบิ ัตงิ านยานยนต์ 6 (งานบรกิ ารรถยนต์)
20101-5101 ปฏบิ ตั งิ านยานยนต์ 1 (งานเคร่ืองยนตเ์ ล็ก)
20101-5102 ปฏบิ ัติงานยานยนต์ 2 (งานจกั รยานยนต)์
20101-5103 ปฏิบัติงานยานยนต์ 3 (งานประดับยนต)์
ตัวอย่างที่ 3 กำหนดชื่อวิชาโดยใช้ชื่องาน มีข้อดีคือสามารถแสดงให้ทราบว่าผู้สำเร็จ
การศึกษาได้ผ่านการฝึกอาชีพในงานใดบ้าง และมีสมรรถนะในสาขางานที่เรียนในเรื่องใดบ้าง การกำหนดชื่องาน
แบบนเี้ หมาะกับลักษณะงานอาชพี ท่เี ปน็ มาตรฐานสากลหรือมมี าตรฐานวิชาชีพกำหนดไว้
ส่วนข้อจำกัดก็คือ ผู้เรียนในกลุ่มสาขางานเดียวกันที่แยกไปฝึกอาชีพในสถานประกอบการที่มี
ขนาดและลักษณะงานต่างกันจะไมส่ ามารถใช้ช่ือวิชาเดยี วกนั ต้องจดั ทำรายวชิ าและรายละเอียดรายวชิ าเพ่ิม
ตามลักษณะงานของสถานประกอบทีร่ ่วมมอื จดั การศกึ ษา โดยใชร้ หสั รายวิชาเรียงลำดับต่อกันไป และการจัด
แผนการเรยี นกต็ ้องเปน็ แผนการเรียนเฉพาะกลุ่มผูเ้ รยี น
20101-5101 ปฏบิ ัติงานเครื่องยนต์เล็ก
20101-5102 ปฏบิ ัติงานอิเลก็ ทรอนกิ สร์ ถยนต์
20101-5103 ปฏบิ ัตงิ านระบบฉีดเชื้อเพลงิ ควบคมุ ดว้ ยอิเล็กทรอนิกส์
20101-5104 ปฏบิ ตั งิ านปรับอากาศรถยนต์
20101-5105 ปฏิบัติงานบำรุงรักษารถยนต์
20101-5106 ปฏิบตั งิ านบริการรถยนต์
8 การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 37
20101-5107 ปฏบิ ัตงิ านปรบั แตง่ เคร่ืองยนต์
20101-5108 ปฏิบตั งิ านจกั รยานยนต์
20101-5109 ปฏิบตั ิงานประดบั ยนต์
3. ให้กำหนด ท-ป-น หรือเวลาเรียนภาคทฤษฎีต่อสัปดาห์-เวลาเรียนภาคปฏิบัติต่อสัปดาห์-
จำนวนหน่วยกิตของรายวิชา ตามลักษณะงานที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติตามเกณฑ์ท่ี
กำหนด คือ การฝึกอาชีพไม่น้อยกว่า 54 ชั่วโมงต่อภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีค่า
เท่ากับ 1 หน่วยกิต และหากจำเป็นต้องมีการเรียนรู้ภาคทฤษฎีด้วย โดยอาจจะเป็นการให้ความรู้ก่อน
การฝกึ ปฏบิ ตั ิงาน (ทฤษฎหี วั งาน) หรือการสรปุ องค์ความรู้ แลกเปล่ียนรปู้ ระจำวนั /สปั ดาห์ กำหนดให้ 1
ชั่วโมงต่อสปั ดาห์ มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกติ ท้งั น้ีขนึ้ อยู่กบั ลกั ษณะงานทีจ่ ะตอ้ งพิจารณารว่ มกัน เช่น
ตัวอย่าง รายวิชาทวิภาคใี นระดับ ปวช. ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาช่างยนต์ สาขา
งานยานยนต์
รหสั วชิ า ช่ือวิชา ท-ป-น
20101-5101 ปฏิบัติงานยานยนต์ 1 (งาน...) 1-6-3
20101-5102 ปฏิบตั งิ านยานยนต์ 2 (งาน...) 1-6-3
20101-5103 ปฏิบัติงานยานยนต์ 3 (งาน...) 0-9-3
20101-5104 ปฏิบัตงิ านยานยนต์ 4 (งาน...) 0-9-3
20101-5105 ปฏิบตั งิ านยานยนต์ 5 (งาน...) 0-9-3
20101-5106 ปฏิบัติงานยานยนต์ 6 (งาน...) 0-9-3
4. ให้เขียนจุดประสงคร์ ายวิชาและสมรรถนะรายวชิ าให้สอดคล้องกัน ครอบคลุมพฤติกรรม
การเรียนรู้ทั้งด้านความรู้ (พุทธิพิสัย) ทักษะ (ทักษะพิสัย) เจตคติและกิจนิสัย หรือพฤติกรรมลักษณะ
นิสัย (จติ พสิ ัย) แมว้ า่ ในการฝกึ อาชีพจะเน้นทักษะปฏบิ ัติ แต่ “สมรรถนะ” ในการทำงานนน้ั เกิดจากการ
ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ดังนั้นนอกจากทักษะในการปฏิบัติงานแล้ว
ทักษะทางปัญญา ไม่ว่าการคิด วิเคราะห์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ไขปัญหา ฯลฯ ก็มีความสำคัญต่อการ
ปฏิบัติและพัฒนางานที่รับผิดชอบ ผู้เรียนจึงต้องมีความรู้พื้นฐานที่จำเป็นจากการเรียนในสถานศึกษา
เพอ่ื นำมาประยุกต์ใช้ในการปฏบิ ัตงิ าน ในขณะที่องค์ความรู้ในบางเรือ่ งก็สามารถเกดิ ขึ้นจากการได้ลงมือ
ปฏบิ ตั ิดว้ ยตนเองในสภาพจริงของการทำงานในสถานประกอบการ
38 8 การจดั การอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี
5. ให้เขียนคำอธิบายรายวิชา ครอบคลุมขอบข่ายของเนื้อหาสาระหรืองานที่ต้องการให้
ผู้เรียนได้ศึกษาเรียนรู้และหรือฝึกปฏิบัตเิ พื่อให้บรรลุตามจุดประสงคร์ ายวิชาและสมรรถนะรายวิชา ซ่ึง
ครูผู้สอนและครูฝึกจะต้องทำความเข้าใจในคำอธิบายรายวิชาของรายวิชาที่รับผิดชอบ เพื่อนำไปจัดทำ
แผนการฝกึ อาชีพในแต่ละรายวิชา
กรอบการเขยี นรายละเอยี ดของรายวิชา
รหัสวชิ า …………………. ช่อื วชิ า ………………….. ท-ป-น
……….. (ช่ือวิชาภาษาองั กฤษ) ………..
(ตอ้ งผา่ นรายวิชา ....................... กอ่ น)
จุดประสงคร์ ายวชิ า เพ่ือให้
1. เข้าใจ …....................……………. (ด้านพุทธิพสิ ัย) ............................................................................
2. สามารถ …................………..…. (ดา้ นทักษะพิสยั ) ...........................................................................
3. มเี จตคตแิ ละกิจนิสยั ท่ดี ีในการปฏบิ ัติงานดว้ ยความรับผดิ ชอบ .............. (ดา้ นจติ พสิ ัย) ................
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรู้เกีย่ วกบั ....…..................…………. (ดา้ นทักษะทางปญั ญา) .........................................
2. …… (ดา้ นทกั ษะปฏบิ ตั ิ + พฤตกิ รรมลักษณะนิสยั รปู แบบการเขียน : กรยิ า-กรรม-เง่อื นไข) ........
X. …… (ดา้ นทักษะปฏบิ ัติ + พฤติกรรมลักษณะนสิ ัย รปู แบบการเขียน : กริยา-กรรม-เง่ือนไข) ........
คำอธิบายรายวิชา
ปฏบิ ตั เิ กี่ยวกบั (สำหรบั วชิ าทเ่ี น้นเฉพาะภาคปฏบิ ตั ิ)/ศึกษาและปฏิบตั ิเก่ียวกับ (สำหรับวิชาท่ีเน้นท้ัง
ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ)................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………….. และ ...............................................
6. ให้ทวนสอบความรู้ สมรรถนะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของรายวิชาทวิภาคีที่ต้องการ
ให้เกดิ ขึ้นกบั ผ้เู รียนว่าสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการศกึ ษาวชิ าชีพของสาขางานหรือไม่ และเมื่อเปรียบเทยี บ
กับกลุ่มวิชาชีพเลือกของสาขางานในการจัดการศึกษาในระบบแล้ว ผู้สำเร็จการศึกษาทั้งในระบบและ
ระบบทวิภาคีในสาขางานเดียวกันจะมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบกันหรือไม่ มากน้อยเพียงใด เนื่องจาก
เอกสารการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาจะระบุว่าจบการศึกษาในสาขาวิชาและสาขางานเดียวกัน ดัง
ตวั อยา่ ง
8 การจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี 39
มาตรฐานการศกึ ษาวชิ าชีพ ดา้ นสมรรถนะวชิ าชพี สาขางานยานยนต์
3.3.17 ตัดสินใจ วางแผนและแก้ไขปญั หาในงานอาชพี ดา้ นยานยนต์ทไี่ ม่อยภู่ ายใต้การควบคมุ ในบางเรอ่ื ง
3.3.18 ประยุกต์ใช้ความรู้ ทกั ษะทางวชิ าชพี เทคโนโลยี สารสนเทศและการส่อื สารในการแก้ปญั หาและการปฏิบตั ิงานด้าน
ยานยนต์
3.3.19 ใหค้ ําแนะนําพืน้ ฐานท่ตี ้องใช้การตดั สินใจและการปฏบิ ตั งิ านแกผ่ รู้ ว่ มงาน
3.3.20 ซ่อมและบํารงุ รกั ษาเครื่องยนต์เล็กแกส๊ โซลนี และดีเซลตามคมู่ อื
3.3.21 ซอ่ มและบาํ รุงรกั ษารถจกั รยานยนต์ตามคูม่ อื
3.3.22 ตรวจสอบข้อขัดข้อง บาํ รุงรักษาระบบฉดี เชื้อเพลงิ ด้วยอิเลก็ ทรอนิกส์ตามคมู่ ือ
3.3.23 บริการระบบปรบั อากาศรถยนต์
3.3.24 ซ่อมและบาํ รุงรกั ษารถยนตต์ ามคู่มอื
รายวิชาชีพเลือก สาขางานยานยนต์ รายวิชาชพี เลอื ก สาขางานยานยนต์
การศกึ ษาระบบทวภิ าคี การศึกษาในระบบ
20101-5101 ปฏบิ ัตงิ านยานยนต์ 1 1-6-3 การศึกษาในระบบ (ให้เรียนรายวิชาที่ 1-6)
(งานเครอ่ื งยนตเ์ ลก็ ) 20101-2101 งานเครื่องยนต์เลก็ 1-6-3
20101-5102 ปฏบิ ตั งิ านยานยนต์ 2 1-6-3 20101-2102 งานจกั รยานยนต์ 1-6-3
(งานอเิ ลก็ ทรอนกิ สร์ ถยนต์) 20101-2103 งานอิเล็กทรอนิกสร์ ถยนต์เบ้ืองต้น 1-3-2
20101-5103 ปฏิบัติงานยานยนต์ 3 1-6-3 20101-2104 งานระบบฉดี เชื้อเพลงิ ฯ 1-6-3
(งานระบบฉีดเชอ้ื เพลิงฯ) 1-6-3 20101-2105 งานปรับอากาศรถยนต์ 1-3-2
20101-5104 ปฏิบัติงานยานยนต์ 4
20101-2106 งานบํารุงรกั ษารถยนต์ 1-3-2
(งานปรับอากาศรถยนต์)
20101-2109 งานปรบั แตง่ เคร่ืองยนต์ 1-6-3
20101-5105 ปฏบิ ัติงานยานยนต์ 5 0-9-3
20101-2110 งานประดบั ยนต์ 1-3-2
(งานบำรงุ รกั ษารถยนต์)
20101-2111 งานบริการรถยนต์ *-*-4
20101-5106 ปฏบิ ัติงานยานยนต์ 6 0-9-3
(งานบรกิ ารรถยนต์)
แผนภาพที่ 5 แสดงตวั อย่างการกำหนดรายวิชาชีพเลือกระดบั ปวช. สาขางานยานยนต์
สำหรบั การจดั การศกึ ษาในระบบและระบบทวภิ าคีเพอื่ ใหไ้ ดส้ มรรถนะ
ตามมาตรฐานการศกึ ษาวชิ าชพี ของสาขางาน
7. ให้มีการนิเทศ ติดตามประเมินผลการนำรายวิชาทวิภาคีแต่ละรายวิชาไปใช้ในการจัดฝกึ
อาชีพ เพื่อนำมาปรบั ปรงุ แกไ้ ขใหส้ มบูรณ์สำหรับการพฒั นาผู้เรียนใหม้ คี ุณภาพมาตรฐานตามที่กำหนด
40 8 การจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี
การจัดแผนการเรียนในการศึกษาระบบทวภิ าคี
การจัดแผนการเรียนเปน็ การกำหนดรายวิชาตามโครงสร้างหลกั สตู รท่ีจะดำเนนิ การเรียนการ
สอนในแต่ละภาคเรยี น เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รยี นในสาขาวชิ าเดยี วกันมสี มรรถนะในแต่ละช้นั ปเี ปน็ มาตรฐานเดยี วกัน
และเปน็ ไปตามลำดบั ความงา่ ยไปหายาก เพอ่ื นำไปส่กู ารวางแผนการเลอื กรูปแบบการจัดการศึกษา การ
จัดเตรียมครูผู้สอน ทรัพยากรสนับสนุนการเรียนการสอน การจัดการเรียนการสอน การวัดประเมินผล
การประเมนิ สมรรถนะงานตามมาตรฐานการศกึ ษาวิชาชีพทส่ี าขาวิชาและสาขางานกำหนด ตลอดจนการ
จดั ทำเอกสารหลกั ฐานการศึกษาของผู้เรียน
• ขั้นตอนกระบวนการจดั แผนการเรียนในการศกึ ษาระบบทวภิ าคี
การจัดแผนการเรียนในการศึกษาระบบทวิภาคี จำเป็นต้องดำเนินการร่วมกันระหว่าง
สถานศึกษาอาชวี ศึกษาหรอื สถาบัน กับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรฐั ที่ตกลงจัด
การศกึ ษาร่วมกัน ทั้งนีเ้ พื่อจดั ภาคเรยี นและรายวชิ าในแตล่ ะภาคเรยี น โดยเฉพาะภาคเรยี นที่จัดฝึกอาชีพ
ให้สอดคล้องกับสมรรถนะงานและลักษณะงานของสถานประกอบการ สามารถจัดการเรียนและการฝกึ
อาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและพฤติกรรมลักษณะนิสัยเป็นไปตาม
มาตรฐานการศกึ ษาวิชาชพี ของสาขาวชิ าและสาขางานท่ีเรียน มีขั้นตอนในการดำเนินการ ดังนี้
สถานศกึ ษาและสถานประกอบการประชุมร่วมกัน
กำหนดรูปแบบการเรียนและการฝึกอาชีพ
เลือกรายวชิ า
สถานศกึ ษา สถานประกอบการ
แผนการเรยี นตลอดหลักสตู ร แผนการฝกึ อาชพี ตลอดหลักสูตร
แผนการเรียนประจำภาคเรยี น แผนการฝึกอาชีพรายวชิ า/รายหนว่ ย
แผนภาพที่ 6 แสดงกระบวนการจัดแผนการเรยี นในการศึกษาระบบทวภิ าคี
8 การจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี 41
1. ศกึ ษาโครงสรา้ งหลกั สตู ร
เนื่องจากการจัดแผนการเรียนมีความสำคัญตอ่ การจัดการศึกษาและการสำเร็จการศกึ ษา
ของผู้เรียน ดังนั้นสถานศึกษาและสถานประกอบการที่ร่วมจัดการศึกษาทวิภาคีจะต้องศึกษาทำความ
เข้าใจหลักสูตร ประเภทวิชา สาขาวิชาและสาขางาน มาตรฐานการศึกษาวิชาชีพของสาขาวิชาและ
สาขางาน เพื่อเลือกรายวิชาที่จะนำมาจัดแผนการเรียนได้ถูกต้องตามเงื่อนไขที่หมวดวิชาและกลุ่มวิชา
ในหลักสูตรกำหนดว่าเป็นวิชาบังคับ วิชาเลือก วิชาที่ต้องเรียนก่อน-หลัง รวมทั้งต้องศึกษาระเบียบ
หลักเกณฑ์และมาตรฐานทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับการจดั การศกึ ษาทวภิ าคีด้วย
2. กำหนดรปู แบบการเรยี นและการฝกึ อาชพี
สามารถจัดได้หลายรูปแบบขึ้นกับความต้องการและความพร้อมของสถานศึกษาและสถาน-
ประกอบการท่รี ว่ มจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ได้แก่
รปู แบบท่ี 1 ในหนึ่งสัปดาห์ จัดให้เรียนในสถานศึกษาบางวันและจัดฝึกอาชีพในสถาน
ประกอบการบางวนั ซ่งึ โดยปกตใิ นภาคเรียนแรก หรอื ปีการศึกษาท่ี 1 (ระดับ ปวช.) ควรจดั ให้เรียนและ
ฝึกปฏิบัติ ในสถานศึกษาก่อน เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานและเตรียมความพร้อมของผู้เรียนก่อนไปฝึก
อาชีพในสถาน3ประกอบการ และในภาคเรียนถัดมาจึงเริ่มจัดให้เรียนในสถานศึกษาและฝึกอาชีพใน
สถานประกอบการตลอดภาคเรียนต่อเนื่อง โดยควรเริ่มจากในหนึง่ สัปดาห์จัดจำนวนวันให้เรียนและฝกึ
ปฏบิ ตั ใิ นสถานศึกษามากกว่าฝึกอาชพี ในสถานประกอบการ แลว้ คอ่ ยลดจำนวนวนั ท่เี รียนและฝึกปฏิบัติ
ในสถานศึกษาลง และเพิ่มจำนวนวันที่ฝกึ อาชีพในสถานประกอบการในแต่ละสัปดาห์ในภาคเรียนถัดไป
ดังตวั อย่าง
ตัวอย่าง การจัดการเรยี นและการฝึกอาชพี ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี
ปีการศึกษา/ภาคเรยี น จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศกุ ร์
ปวช. 1 ภาคเรียนท่ี 1 เรียน เรยี น เรียน เรียน เรยี น
ปวช. 1 ภาคเรียนที่ 2 เรยี น เรยี น เรยี น เรียน เรียน
ปวช. 2 ภาคเรียนท่ี 1 เรยี น เรยี น เรยี น เรียน ฝกึ อาชพี
ปวช. 2 ภาคเรยี นที่ 2 เรยี น เรียน เรียน ฝกึ อาชีพ ฝึกอาชพี
ปวช. 3 ภาคเรยี นที่ 1 เรยี น เรียน ฝกึ อาชพี ฝกึ อาชพี ฝกึ อาชีพ
ปวช. 3 ภาคเรียนท่ี 2 เรยี น ฝกึ อาชีพ ฝึกอาชพี ฝกึ อาชีพ ฝึกอาชีพ
แผนภาพที่ 7 แสดงตวั อยา่ งการจัดการเรยี นและการฝึกอาชีพ ระดับ ปวช. ในหนงึ่ สปั ดาหต์ ลอดภาคเรียน
42 8 การจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี
ตวั อย่าง การจดั การเรยี นและการฝกึ อาชีพ ระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชีพชัน้ สงู
ปีการศึกษา/ภาคเรยี น จนั ทร์ องั คาร พธุ พฤหัสบดี ศกุ ร์
ปวส. 1 ภาคเรยี นที่ 1 เรยี น เรียน เรียน เรยี น ฝึกอาชพี
ปวส. 1 ภาคเรยี นที่ 2 เรียน เรียน เรียน ฝกึ อาชพี ฝึกอาชพี
ปวส. 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เรียน เรยี น ฝึกอาชีพ ฝึกอาชพี ฝึกอาชพี
ปวส. 2 ภาคเรยี นที่ 2 เรียน ฝกึ อาชีพ ฝึกอาชีพ ฝึกอาชีพ ฝกึ อาชีพ
แผนภาพที่ 8 แสดงตวั อยา่ งการจดั การเรียนและการฝึกอาชีพ ระดับ ปวส. ในหน่งึ สปั ดาห์ตลอดภาคเรียน
การกำหนดรูปแบบการเรียนและฝึกอาชีพรูปแบบที่ 1 นี้ เหมาะกับสถานประกอบการที่อยู่
ใกล้กับสถานศึกษา ซึ่งมีข้อดีตรงที่ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้จากการเรียนในสถานศึกษาสู่การ
ปฏิบัติตามสภาพจรงิ ในสถานประกอบการ ครูผ้สู อนในสถานศึกษาสามารถนิเทศ ติดตามประเมนิ ผลและ
ใหค้ วามรเู้ พ่มิ เตมิ เพื่อพัฒนาการเรยี นรู้ของผู้เรียนได้อยา่ งตอ่ เนือ่ ง
รปู แบบท่ี 2 จัดให้ฝึกอาชีพในสถานประกอบการเป็นภาคเรียน และจัดให้เรียนใน
สถานศกึ ษาเป็นภาคเรยี น ตามโครงสรา้ งหลักสตู ร จำนวนหน่วยกติ รูปแบบและระยะเวลาท่ีกำหนดตาม
เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับและแต่ละสาขาวิชา โดยกำหนดระยะเวลาของการฝึก
อาชีพในสถานประกอบการของแต่ละหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 2 ภาคเรียน หรือ 1 ปีการศึกษา ตาม
มาตรฐานการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี
การกำหนดภาคเรียนการฝึกอาชีพ ควรพิจารณาจากความพร้อมและความต้องการของ
สถานประกอบการท่ีจดั การศึกษาระบบทวภิ าคีร่วมกัน รวมทง้ั ข้อดี-ขอ้ จำกดั ของการจัดการเรียนและฝึก
อาชีพแต่ละรูปแบบ ซึ่งโดยทั่วไป โดยเฉพาะในระดับ ปวช. ท่ีผู้เรียนยังไม่มีทักษะในด้านวิชาชีพ ควรจัด
ให้เรยี นและฝกึ ปฏบิ ตั ทิ ักษะพืน้ ฐาน รวมทัง้ ฝกึ พฤติกรรมและกิจนิสยั ท่ีพึงประสงค์ให้ผู้เรียนมีความพร้อม
ในภาคเรยี นท่ี 1-2 หรือปกี ารศึกษาที่ 1 ก่อน ทัง้ น้ี การจดั แผนการเรยี นและการฝกึ อาชีพเป็นภาคเรยี นนี้
สามารถจัดทำได้หลายรูปแบบ ดังตวั อย่าง
8 การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี 43
ตัวอย่าง การจดั การเรยี นและการฝกึ อาชีพ ระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชพี
วัน จันทร์ อังคาร พุธ พฤหสั บดี ศกุ ร์ เสาร์
ภาคเรยี น
เรียนในสถานศึกษา
ภาคเรยี นท่ี 1 เรยี นในสถานศึกษา
ภาคเรียนที่ 2 เรยี นในสถานศกึ ษา
ภาคเรยี นที่ 3 เรยี นในสถานศึกษา
ภาคเรียนที่ 4 ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ
ภาคเรียนที่ 5 ฝกึ อาชีพในสถานประกอบการ
ภาคเรยี นที่ 6
แผนภาพท่ี 9 แสดงตวั อยา่ งการจดั การเรยี นและการฝกึ อาชพี ระดับ ปวช. ในภาคเรยี นท่ี 5 และ 6
ตัวอย่าง การจดั การเรียนและการฝึกอาชีพ ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี
วัน จนั ทร์ อังคาร พุธ พฤหสั บดี ศุกร์ เสาร์
ภาคเรยี น
เรียนในสถานศึกษา
ภาคเรียนท่ี 1
ภาคเรียนที่ 2 เรยี นในสถานศึกษา
ภาคเรียนท่ี 3 เรียนในสถานศึกษา
ภาคเรียนท่ี 4 ฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ
ภาคเรยี นท่ี 5 ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ
ภาคเรยี นที่ 6 เรยี นในสถานศกึ ษา
แผนภาพที่ 10 แสดงตวั อย่างการจดั การเรยี นและการฝึกอาชีพ ระดบั ปวช. ในภาคเรียนที่ 4 และ 5
แลว้ กลับมาเรยี นในสถานศกึ ษาในภาคเรยี นสดุ ท้าย
44 8 การจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี
ตัวอย่าง การจัดการเรยี นและการฝึกอาชีพ ระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ
วนั จนั ทร์ องั คาร พธุ พฤหสั บดี ศกุ ร์ เสาร์
ภาคเรียน
เรยี นในสถานศึกษา
ภาคเรียนที่ 1
ภาคเรียนที่ 2 ฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ
ภาคเรยี นท่ี 3 เรียนในสถานศึกษา
ภาคเรียนท่ี 4 ฝึกอาชพี ในสถานประกอบการ
ภาคเรยี นที่ 5 เรียนในสถานศึกษา
ภาคเรยี นที่ 6 ฝกึ อาชีพในสถานประกอบการ
แผนภาพท่ี 11 แสดงตวั อย่างการจัดการเรยี นและการฝึกอาชพี ระดับ ปวช. แบบครงึ่ หลักสตู ร สลับภาคเรยี น
โดยเร่มิ ตน้ จากเรยี นและฝึกทักษะทจี่ ำเป็น แล้วจึงไปเรียนและฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ
ตัวอยา่ ง การจดั การเรยี นและการฝกึ อาชพี ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ
วัน จนั ทร์ อังคาร พธุ พฤหสั บดี ศุกร์ เสาร์
ภาคเรียน
เรยี นในสถานศกึ ษา
ภาคเรยี นที่ 1 เรยี นในสถานศกึ ษา
ภาคเรยี นที่ 2
ภาคเรียนที่ 3 เรียนในสถานศกึ ษา
ภาคเรียนที่ 4 ฝกึ อาชีพในสถานประกอบการ
ภาคเรยี นที่ 5 ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ
ภาคเรยี นท่ี 6 ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ
แผนภาพที่ 12 แสดงตวั อยา่ งการจัดการเรยี นและการฝึกอาชพี ระดบั ปวช. แบบครึ่งหลกั สตู ร
โดยเรียนและฝกึ ปฏบิ ตั ใิ นสถานศกึ ษา 3 ภาคเรียนกอ่ นไปฝึกอาชีพ
ในสถานประกอบการ