๑๐๑ คำอธิบายรายวิชา ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง .......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ศึกษา วิเคราะห์วิธีการทำงานเพื่อช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และส่วนรวม เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการทำงานได้อย่างเหมาะสมกับงาน โดยการสาธิต ทดลองปฏิบัติและนำผลมา อภิปราย กำหนดแนวทางในการทำงาน ฝึกการทำงาน โดยเน้นขั้นตอนกระบวนการและนิสัยการทำงาน สังเกตการณ์ปฏิบัติงานและผลงาน แล้วนำมาอภิปรายหาข้อบกพร่องและวิธีแก้ไข เพื่อให้มีความรู้ความ เข้าใจ ทักษะเบื้องต้น และทำงานร่วมกับสมาชิกในครอบครัวได้ ปรับปรุงงานอยู่เสมอ เห็นคุณค่าของการ ทำงานและมีนิสัยรักการทำงานโดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์ และกระบวนการทำงานกลุ่มเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และเห็น คุณค่าของการทำงานและนำความรู้ที่เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจริยธรรม คุณธรรม ค่านิยมที่เหมาะสม และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รหัสตัวชี้วัด ง ๑.๑ ป.๒/๑ ง ๑.๑ ป.๒/๒ ง ๑.๑ ป.๒/๓ รวมทั้งหมด ๓ ตัวชี้วัด
๑๐๒ คำอธิบายรายวิชา ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๒๐ ชั่วโมง ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ อธิบายวิธีการและประโยชน์การทำงานเพื่อตนเอง ครอบครัว และส่วนรวม เช่น การเลือกใช้เสื้อผ้า การ จัดเตรียมอุปกรณ์การเรียน การทำความสะอาดรองเท้า กระเป๋านักเรียน การกวาด ถู ปัดกวาด เช็ดถู บ้านเรือน การทำความสะอาดห้องเรียน ใช้วัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมืออย่างเหมาะสม ประหยัดและ ปลอดภัย เช่น การปลูกผักสวนครัว การบำรุงรักษาของเล่น การซ่อนแซมของใช้ส่วนตัว การประดิษฐ์ของ ใช้ในโอกาสต่างๆ โดยใช้วัสดุในท้องถิ่น เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการจัดการ ทักษะ กระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม มีลักษณะนิสัย ในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รหัสตัวชี้วัด ง 1.1 ป.3/1 , ป.3/2, ป.3/3 รวมทั้งสิ้น 1 มาตรฐาน 3 ตัวชี้วัด
๑๐๓ คำอธิบายรายวิชา ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๘๐ ชั่วโมง ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ศึกษา วิเคราะห์ เหตุผลในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย โดยทำงานตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็นขั้นตอน กระบวนการทำงาน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย์ เข้าใจและปฏิบัติงานโดยใช้พลังงาน ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการทำงาน บอกความหมายและ ความสำคัญของอาชีพ โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์ และกระบวนการทำงาน กลุ่ม เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และเห็นคุณค่าของการทำงาน และนำความรู้ ที่เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม ที่เหมาะสม และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ง ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ ง ๒.๑ ป.๔/๑ รวมทั้งหมด ๒ มาตรฐาน ๕ ตัวชี้วัด
๑๐๔ คำอธิบายรายวิชา ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๘๐ ชั่วโมง ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ศึกษา วิเคราะห์อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ใช้ ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัด และคุ้มค่า สำรวจ ค้นหา รอบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ในชุมชน ระบุความแตกต่างของอาชีพ โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์ และกระบวนการทำงานกลุ่ม เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และเห็นคุณค่าของการทำงาน และนำความรู้ที่ เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่ เหมาะสม และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รหัสตัวชี้วัด ง ๑.๑ ป.๕/๑ ง ๑.๑ ป.๕/๒ ง ๑.๑ ป.๕/๓ ง ๑.๑ ป.๕/๔ ง ๒.๑ ป.๕/๑ ง ๒.๑ ป.๕/๒ รวมทั้งหมด ๖ ตัวชี้วัด
๑๐๕ คำอธิบายรายวิชา ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๘๐ ชั่วโมง .............................................................................................................................................................................................................................................................................................................. อภิปรายแนวทางในการทำงานและปรับปรุงการทำงานแต่ละขั้นตอน มีการแก้ไขปรับปรุง ผลงาน เช่น การดูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน การปลูกไม้ดอก หรือไม้ประดับ หรือปลูกผัก หรือเลี้ยง ปลาสวยงาม การบันทึกรายรับ รายจ่ายของห้องเรียน การจัดเก็บเอกสารการเงิน ฝึกทักษะการจัดการ ในการทำงาน และมีทักษะการทำงานร่วมกัน เช่น การเตรียม ประกอบ จัดอาหารให้สมาชิกในครอบครัว การติดตั้ง ประกอบ ของใช้ในบ้าน การประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่งให้สมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนใน โอกาสต่าง ๆ ฝึกปฏิบัติมารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัวและผู้อื่น สำรวจตนเพื่อวางแผนในการ เลือกอาชีพตามความสนใจ ความสามารถ และทักษะ มีคุณธรรมในการประกอบอาชีพ เช่น ความซื่อสัตย์ ความขยัน อดทน และความความรับผิดชอบ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการในการ ทำงาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหา ความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ในการดำรงชีวิตและครอบครัว รหัสตัวชี้วัด ง ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒, ป.๖/๓ ง ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ รวมทั้งสิ้น ๒ มาตรฐาน ๕ ตัวชี้วัด
๑๐๖ คำอธิบายรายวิชา รายวิชาตามโครงสร้างเวลาหลักสูตรโรงเรียนชุมชนบ้านอมก๋อย พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ระดับประถมศึกษา รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ระดับชั้น รหัส ชื่อรายวิชา เวลาเรียนรายปี ชั้น ป. ๑ อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๒๐๐/ปี) ชั้น ป. ๒ อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ ๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๒๐๐/ปี) ชั้น ป. ๓ อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ ๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๒๐๐/ปี) ชั้น ป. ๔ อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๘๐/ปี) ชั้น ป. ๕ อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๘๐/ปี) ชั้น ป. ๖ อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๖ ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๘๐/ปี)
๑๐๗ คำอธิบายรายวิชา อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ศึกษา เรียนรู้ คำสั่งที่ใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร และสระ ของภาษา ต่าง ประเทศ และภาษาไทย การสะกดคำและหลักการออกเสียง คำ กลุ่มคำ และความหมาย เกี่ยวกับ ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม และนันทนาการ ภายในวงคำศัพท์ ประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ คำ บทอ่านเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว หรือนิทานที่มีภาพประกอบ บทสนทนาที่ใช้ใน การทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ คำศัพท์ สำนวนภาษา ประโยคที่ใช้บอกความต้องการ การ แนะนำตนเอง ประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคลและเรื่องใกล้ตัว วัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา คำศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสำคัญ ของเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับ วัย คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น การใช้ภาษาในการฟัง การพูดในสถานการณ์ง่าย ๆ ที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน การใช้ภาษา ต่างประเทศในการรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว โดยใช้ทักษะการสื่อสาร ฝึกปฏิบัติ เลือก ระบุ ตอบคำถาม รวบรวม ทำท่าทางประกอบ และ เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ ใฝ่รู้ ใฝ่ เรียน มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รหัสตัวชี้วัด ต ๑.๑ ป ๑/๑ ป ๑/๒ ป ๑/๓ ป ๑/๔ ต ๑.๒ ป ๑/๑ ป ๑/๒ ป ๑/๓ ป ๑/๔ ต ๑.๓ ป ๑/๑ ต ๒.๑ ป ๑/๑ ป ๑/๒ ป ๑/๓ ต ๒.๒ ป ๑/๑ ต ๓.๑ ป ๑/๑ ต ๔.๑ ป ๑/๑ ต ๔.๒ ป ๑/๑ รวม ๑๖ ตัวชี้วัด
๑๐๘ คำอธิบายรายวิชา อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง .................................................................................................................................................................................................................................................................................. .............................. ศึกษา เรียนรู้ คำสั่งและคำของร้องที่ใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร และสระ ของภาษา ต่างประเทศและภาษาไทย การสะกดคำ ความหมายของคำ ประโยค หลักการอ่านออกเสียง คำ กลุ่มคำ ประโยคที่เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาการ เครื่องดื่ม และนันทนาการ เป็น วงคำศัพท์สะสมประมาณ ๒๕๐-๓๐๐ คำ ประโยค บทสนทนา หรือนิทานที่มีภาพประกอบบทสนทนา ที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ คำศัพท์ ประโยค ข้อความ และสำนวนภาษา ที่ใช้ใน การ แนะนำตนเอง บอกความต้องการ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคลและเรื่องใกล้ตัว วัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา คำศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสำคัญของเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่ เหมาะสมกับวัย คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น การใช้ภาษาในการฟัง การพูดใน สถานการณ์ง่าย ๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน การใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว โดยใช้ทักษะการสื่อสาร ฝึกปฏิบัติ เลือก ระบุ ตอบคำถาม ทำท่าทางประกอบ และเข้า ร่วมกิจกรรมเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจสามารถนำเสนอสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มี เจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รหัสตัวชี้วัด ต ๑.๑ ป ๒/๑ ป ๒/๒ ป ๒/๓ ป ๒/๔ ต ๑.๒ ป ๒/๑ ป ๒/๒ ป ๒/๓ ป ๒/๔ ต ๑.๓ ป ๒/๑ ต ๒.๑ ป ๒/๑ ป ๒/๒ ป ๒/๓ ต ๒.๒ ป ๒/๑ ต ๓.๑ ป ๒/๑ ต ๔.๑ ป ๒/๑ ต ๔.๒ ป ๒/๑ รวม ๑๖ ตัวชี้วัด
๑๐๙ คำอธิบายรายวิชา อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ศึกษา เรียนรู้ คำสั่งและคำขอร้องที่ใช้ในห้องเรียน คำ กลุ่มคำ ประโยคเดี่ยว บทพูดเข้า จังหวะ การสะกดคำ การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง สัญลักษณ์และความหมายเกี่ยวกับ ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่มและนันทนาการ เป็นวงคำศัพท์ สะสมประมาณ ๓๕๐-๔๕๐ คำ ประโยค บทสนทนา หรือนิทานที่มีภาพประกอบ บทสนทนาที่ใช้ใน การทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ประโยค ข้อความและสำนวนภาษาที่ใช้ในการแนะนำตนเอง บอกความต้องการ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง แสดงความรู้สึก กลุ่มคำที่มีความหมายเกี่ยวกับเกี่ยวกับ บุคคล สัตว์ สิ่งของ มารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา คำศัพท์ที่เกี่ยวกับเทศกาล วันสำคัญ งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย ความแตกต่างของเสียงตัวอักษร กลุ่มคำและประโยคของภาษา ต่างประเทศและภาษาไทย คำศัพท์ที่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น การใช้ภาษาในการฟัง การพูดในสถานการณ์ง่าย ๆ ที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียน การใช้ภาษาต่างประเทศ ในการรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว โดยใช้ทักษะการสื่อสาร ฝึกปฏิบัติ เลือก ระบุ ตอบคำถาม ทำท่าทางประกอบ เข้าร่วมกิจกรรม และจัดหมวดหมู่ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ ใฝ่รู้ ใฝ่ เรียน มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รหัสตัวชี้วัด ต ๑.๑ ป ๓/๑ ป ๓/๒ ป ๓/๓ ป ๓/๔ ต ๑.๒ ป ๓/๑ ป ๓/๒ ป ๓/๓ ป ๓/๔ ป ๓/๕ ต ๑.๓ ป ๓/๑ ป ๓/๒ ต ๒.๑ ป ๓/๑ ป ๓/๒ ป ๓/๓ ต ๒.๒ ป ๓/๑ ต ๓.๑ ป ๓/๑ ต ๔.๑ ป ๓/๑ ต ๔.๒ ป ๓/๑ รวม ๑๘ ตัวชี้วัด
๑๑๐ คำอธิบายรายวิชา อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๘๐ ชั่วโมง ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ศึกษา เรียนรู้ คำสั่ง คำขอร้อง คำขออนุญาต ที่ใช้ในห้องเรียน คำแนะนำต่าง ๆ คำ กลุ่มคำ ประโยคเดี่ยว ข้อความ บทพูดเข้าจังหวะ การสะกดคำ การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง สัญลักษณ์ เครื่องหมายและความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อขาย ลมฟ้าอากาศ เป็นวงคำศัพท์สะสมประมาณ ๕๕๐ - ๗๐๐ คำ ประโยค บทสนทนา นิทานที่มีภาพประกอบ คำถามเกี่ยวกับการจับใจความของเรื่อง บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ คำศัพท์ สำนวนภาษา ประโยค ข้อความที่ใช้ แสดงความต้องการของตนเอง การให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง การแนะนำตนเอง เพื่อน บุคคลใกล้ตัว การ ขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ การแสดงความรู้สึก ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา คำศัพท์และข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล วันสำคัญ งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย ความ แตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ความเหมือน ความแตกต่าง ระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย การค้นคว้า รวบรวม และการนำเสนอคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น การใช้ภาษาในการ พูด การ อ่าน ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในห้องเรียนและสถานศึกษา โดยใช้ทักษะการสื่อสาร ฝึกปฏิบัติ เลือก ระบุ ตอบคำถาม ทำท่าทางประกอบ นำเสนอ และ เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ ใฝ่รู้ ใฝ่ เรียน มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รหัสตัวชี้วัด ต ๑.๑ ป ๔/๑ ป ๔/๒ ป ๔/๓ ป ๔/๔ ต ๑.๒ ป ๔/๑ ป ๔/๒ ป ๔/๓ ป ๔/๔ ป ๔/๕ ต ๑.๓ ป ๔/๑ ป ๔/๒ ป ๔/๓ ต ๒.๑ ป ๔/๑ ป ๔/๒ ป ๔/๓ ต ๒.๒ ป ๔/๑ ป ๔/๒ ต ๓.๑ ป ๔/๑ ต ๔.๑ ป ๔/๑ ต ๔.๒ ป ๔/๑ รวม ๒๐ ตัวชี้วัด
๑๑๑ คำอธิบายรายวิชา อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๘๐ ชั่วโมง ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ศึกษา เรียนรู้ คำสั่ง คำขอร้อง ที่ใช้ในห้องเรียน ภาษาท่าทาง คำแนะนำง่าย ๆ ประโยค ข้อความ บทกลอน การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง กลุ่มคำ ประโยคผสม ข้อความ สัญลักษณ์ เครื่องหมายและความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและ นันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อขาย ลมฟ้าอากาศ และเป็นวงคำศัพท์สะสมประมาณ ๗๕๐- ๙๕๐ คำ ประโยค บทสนทนา นิทาน หรือเรื่องสั้น ๆ คำถามเกี่ยวกับใจความสำคัญของเรื่อง บท สนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่างสุภาพ คำสั่ง คำขอร้อง คำขออนุญาต คำแนะนำที่มี ๑-๒ ขั้นตอน คำศัพท์ ประโยค ข้อความ สำนวนภาษา ที่ใช้ขอและให้ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง แนะนำตนเอง เพื่อน บุคคลใกล้ตัว บอกความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับ ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ พูดแสดงความ รู้สึก แสดงความคิดเห็นและการให้เหตุผลประกอบ เครื่องหมายวรรคตอน ภาพ แผนผัง แผนภูมิแสดงข้อมูลต่าง ๆ การใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทาง ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม ข้อมูลและความสำคัญของเทศกาล วันสำคัญ งานฉลองและชีวิตความ เป็นอยู่ของเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรม ความเหมือน ความแตกต่าง ระหว่างการออก เสียง ประโยคชนิดต่าง ๆ การใช้เครื่อง หมายวรรคตอน และ การลำดับคำตามโครงสร้างประโยค ของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย เทศกาลและงานฉลองของเจ้าของภาษากับของไทย การค้นคว้า การ รวบรวม และการนำเสนอคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น การใช้ภาษาในการฟัง พูด อ่าน เขียน ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา การใช้ ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น และรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ โดยใช้ทักษะการสื่อสาร ฝึกปฏิบัติ เลือก ระบุ ตอบคำถาม ทำท่าทางประกอบ เข้าร่วมกิจกรรม ศึกษาค้นคว้า รวบรวม นำเสนอ และสืบค้นข้อมูล เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ นำเสนอ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ มารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รหัสตัวชี้วัด ต ๑.๑ ป ๕/๑ ป ๕/๒ ป ๕/๓ ป ๕/๔ ต ๑.๒ ป ๕/๑ ป ๕/๒ ป ๕/๓ ป ๕/๔ ป ๕/๕ ต ๑.๓ ป ๕/๑ ป ๕/๒ ป ๕/๓ ต ๒.๑ ป ๕/๑ ป ๕/๒ ป ๕/๓ ต ๒.๒ ป ๕/๑ ป ๕/๒
๑๑๒ ต ๓.๑ ป ๕/๑ ต ๔.๑ ป ๕/๑ ต ๔.๒ ป ๕/๑ รวม ๒๐ ตัวชี้วัด
๑๑๓ คำอธิบายรายวิชา อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๖ รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๘๐ ชั่วโมง ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ศึกษา เรียนรู้ ภาษาท่าทาง คำแนะนำ ข้อความ นิทาน บทกลอน การใช้พจนานุกรม หลักการ อ่านออกเสียง ประโยคหรือข้อความ สัญลักษณ์ เครื่องหมายและความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหารเครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อขาย ลมฟ้า อากาศ และเป็นวงคำศัพท์สะสมประมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คำ ประโยค บทสนทนา นิทานหรือเรื่องเล่า คำถามเกี่ยวกับใจความสำคัญของเรื่อง บทสนทนาที่ใช้ในการกล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูด แทรกอย่างสุภาพ คำสั่ง คำขอร้อง คำขออนุญาตและคำแนะนำที่มี ๒-๓ ขั้นตอน คำศัพท์ ประโยค ข้อความ สำนวนภาษา ที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง แนะนำตนเอง เพื่อน บุคคลใกล้ตัว บอกความ ต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับ ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ การพูดแสดงความรู้สึก แสดงความ คิดเห็นและการให้เหตุผลประกอบ คำ กลุ่มคำ และประโยคที่มีความหมายสัมพันธ์กับภาพ แผนผัง แผนภูมิและตาราง การใช้ถ้อยคำ น้ำเสียงและกิริยาท่าทางอย่างสุภาพ เหมาะสม ตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ข้อมูล และความสำคัญของเทศกาล วันสำคัญ งานฉลอง และชีวิตความ เป็นอยู่ของเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม ความเหมือน ความแตกต่าง ระหว่างการออก เสียงประโยคชนิดต่าง ๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลำดับตามโครงสร้างประโยค ของภาษา ต่างประเทศและภาษาไทย เทศกาล งานฉลอง ประเพณี ของเจ้าของภาษากับของไทย การค้นคว้า การ รวบรวม และการนำเสนอคำศัพท์ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น การใช้ภาษาสื่อสาร ใน สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและ รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว โดยใช้ทักษะการสื่อสาร ฝึกปฏิบัติ เลือก ระบุ ตอบคำถาม ทำท่าทางประกอบ เข้าร่วมกิจกรรม ศึกษาค้นคว้า รวบรวม นำเสนอ และสืบค้นข้อมูล เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ นำเสนอ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ มารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รหัสตัวชี้วัด ต ๑.๑ ป ๖/๑ ป ๖/๒ ป ๖/๓ ป ๖/๔ ต ๑.๒ ป ๖/๑ ป ๖/๒ ป ๖/๒ ป ๖/๔ ป ๖/๕ ต ๑.๓ ป ๖/๑ ป ๖/๒ ป ๖/๓ ต ๒.๑ ป ๖/๑ ป ๖/๒ ป ๖/๓
๑๑๔ ต ๒.๒ ป ๖/๑ ป ๖/๒ ต ๓.๑ ป ๖/๑ ต ๔.๑ ป ๖/๑ ต ๔.๒ ป ๖/๑ รวม ๒๐ ตัวชี้วัด
๑๑๕ ส่วนที่ ๔ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้าน เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข โรงเรียนชุมชนบ้านอมก๋อย ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยแบ่งออกเป็น ๔ ลักษณะ ดังนี้ ๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ตรง ได้ฝึกปฏิบัติจริงและค้นพบความถนัดของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม ตามความสนใจจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย มีทักษะในการดำเนินงาน ส่งเสริมให้มีวุฒิภาวะทาง อารมณ์ สังคม ศีลธรรม จริยธรรม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชีพได้อย่าง เหมาะสม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชั่วโมงต่อปีการศึกษา (ระดับ ประถมศึกษา) แนวการจัดกิจกรรมแนะแนว ๑. จัดกิจกรรมเพื่อให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากขึ้น โดยใช้กระบวนการทาง จิตวิทยา การจัดบริการสนเทศ โดยจัดให้มีเอกสารเพื่อใช้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ด้วยการสังเกต การสัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองก่อนและระหว่างเรียน การเยี่ยม บ้านนักเรียน การให้ความช่วยเหลือผู้เรียนในเรื่องสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทำระเบียนสะสม สมุด รายงานประจำตัวนักเรียน และบัตรสุขภาพ ๒. จัดกิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ เพื่อรู้จักและเข้าใจตนเอง มีทักษะในการ ตัดสินใจ การปรับตัว และการวางแผนเพื่อเลือกศึกษาต่อ เลือกอาชีพ ๓. จัดบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนเป็นรายบุคคล และรายกลุ่ม ในด้านการศึกษาอาชีพ และส่วนตัว โดยมีผู้ให้คำปรึกษาที่มีคุณวุฒิ และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการให้คำปรึกษา ตลอดจนมีห้อง ให้คำปรึกษาที่เหมาะสมช่วยเหลือผู้เรียนที่ประสบปัญหาด้านการเงิน โดยการให้ทุนการศึกษาแก่ผู้เรียน และติดตามเก็บข้อมูลของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา ๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้ผู้เรียน ได้ฝึกฝนทักษะ ได้ เรียนรู้ โดยการปฏิบัติจริงเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะดีเด่นของความเป็นประชาธิปไตย ฝึกการเป็นผู้นำ ผู้
๑๑๖ ตาม ฝึกการทำงานร่วมกัน ฝึกการแสดงความคิดเห็น ฝึกความรับผิดชอบ ก่อให้เกิดความสามัคคี รักหมู่ คณะ ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนเป็นรายบุคคล กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย ๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ ทุกคน ได้ฝึกอบรมวิชาลูกเสือ - เนตรนารี เพื่อส่งเสริมหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริมความสามัคคี มีวินัย และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม โดยดำเนินการจัดกิจกรรมตามข้อกำหนดของคณะกรรมการลูกเสือ แห่งชาติ วัตถุประสงค์ พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ได้กำหนดวัตถุประสงค์ของการ ฝึกอบรม เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สังคม เพื่อให้เกิดความสามัคคี และความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เพื่อความสงบสุข และ ความมั่งคงของประเทศชาติตามแนวทางดังต่อไปนี้ 1. ให้มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง 2. ให้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 3. ให้รู้จักบำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ 4. ให้รู้จักทำการฝีมือและฝึกฝนการทำกิจกรรมต่างๆตามความเหมาะสม 5. ให้รู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณีวัฒนธรรม และความมั่งคงชองชาติ แนวการจัดกิจกรรม กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบานการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุม กอง โดยให้ผู้เรียนศึกษาและฝึกปฏิบัติดังนี้ ๑. เตรียมลูกเสือสำรอง นิยายเรื่อเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจกรรมลูกเสือสำรอง การทำ ความเคารพเป็นหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถวเบื้องต้น คำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสำรอง ๒. ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๑ , ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหาธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศต่างๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การ บันเทิง การผูกเงื่อน คำปฏิญาณ และกฎของลูกเสือสำรองโดยใช้กระบานการทำงาน กระบวนการ แก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติ ทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และ คติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และ
๑๑๗ ศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุม กอง โดยให้ผู้เรียนศึกษาและปฏิบัติในเรื่อง ๑. ลูกเสือตรี ความรู้เกี่ยวกับขบวนการลูกเสือ คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ๒. ลูกเสือโท การรู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทักษะทางวิชาลูกเสือ งานอดิเรกและเรื่อที่น่าสนใจ คำปฏิญาณ และกฎของลูกเสือ ระเบียบแถว ๓. ลูกเสือเอก การพึ่งพาตนเอง การบริการ การผจญภัย วิชาการของลูกเสือ ระเบียบ แถว โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิ ปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และ คติพจน์ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อสารธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และ ศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หมายเหตุ ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม และผ่านการทดสอบแล้ว จะได้รับเครื่องหมายลูกเสือตรี ลูกเสือโท และลูกเสือเอก ๒.๒ กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม ๓๐ ชั่วโมงต่อปี การศึกษา (ระดับประถมศึกษา) วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ๒. เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิด ประสบการณทั้งทางวิชาการและวิชาชีพตามศักยภาพ ๓. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม ๔. เพื่อให้ผู้เรียนทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้ตามวิถีประชาธิปไตย แนวการจัดกิจกรรมชุมนุม ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชุมนุม วางแผนการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน โดยมี ชุมนุมที่หลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน ประกอบด้วยชุมนุมส่งเสริมจริยธรรม
๑๑๘ ชุมนุมกีฬา ชุมนุมดนตรี-นาฏศิลป์ ชุมนุมคอมพิวเตอร์ ชุมนุมวิทยาศาสตร์ ชุมนุมคณิตศาสตร์ ชุมนุมรักษ์ ภาษาไทยและห้องสมุด ๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้ได้ ทำประโยชน์ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความ รับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทำประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม กิจกรรมสำคัญได้แก่ กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมดำรงรักษา สืบสาน ศาสนา ศิลปะและวัฒนาธรรม กิจกรรมพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสังคม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชั่วโมงต่อปีการศึกษา (ระดับประถมศึกษา) วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และ ประเทศชาติ ๒. เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตาม ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร ๓. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ๔. เพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕. เพื่อให้ผู้เรียนมีจิตสาธารณะและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แนวการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ระดับประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ รวม ๖ ปี จำนวน ๖๐ ชั่วโมง (เฉลี่ยปีละ ๑๐ ชั่วโมง) การ จัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ในระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ นำไปสอดแทรกใน กิจกรรมชุมนุม ทั้งนี้การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ให้ผู้เรียนรายงานแสดงการเข้าร่วม กิจกรรมลงในสมุดบันทึก และมีผู้รับรองผลการเข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้งทั้งกิจกรรมในสถานศึกษาและ กิจกรรมนอกสถานศึกษา ๔. กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้เป็นกิจกรรมที่มุ่งเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะ ชีวิต มีคุณธรรม มีทักษะการแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม สร้างเสริมคุณลักษณะ ค่านิยมที่ดีงาม และ ความมีน้ำใจต่อกัน รวมถึงการเรียนรู้ที่ครอบคลุมหลักองค์ ๔ แห่งการศึกษา ซึ่งได้แก่ ด้านพุทธิศึกษา จริย ศึกษา หัตถศึกษา และพลศึกษา วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ด้านการสื่อสาร ด้านการคิด ด้านการ แก้ปัญหาและด้านการใช้เทคโนโลยี
๑๑๙ ๒. เพื่อสร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยมให้กับนักเรียนเช่นความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีจริยธรรม มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ๓. เพื่อสร้างเสริมทักษะการทำงาน การดำรงชีพ และทักษะชีวิต ๔. เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะทางด้านร่างกายให้กับนักเรียน แนวการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ การจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เป็นกิจกรรมที่สนองต่อความสนใจ ตามความ ถนัดและความต้องการของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพิ่ม โอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง สร้างความรู้ด้วยตนเอง และเรียนรู้อย่างมีความสุข โดยบูรณาการ โครงงานคุณธรรม ซึ่งเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้เรียน ใช้ชุมชน ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี สารสนเทศรอบตัวเป็นแหล่งเรียนรู้ เวลาเรียนสำหรับกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ในส่วนกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่ม เวลารู้ จัดสรรเวลาให้ผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ จำนวน ๔ ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ( ๑๖๐ ชั่วโมง ต่อ ปี ) การจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในระดับประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เป็นการจัด กิจกรรมภายในเวลาเรียน โดยให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมตามที่ตัวเองชอบ และมีผู้รับรองผลการเข้าร่วม กิจกรรมทุกครั้ง ๕.กิจกรรมโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างเป็นรูปธรรมโดยผ่านกระบวนการ เรียนรู้ PLC (Professional Learning Community) ด้วยวิธีการสอนแบบ BEST Model เป็น กิจกรรมตามความถนัด ความสนใจ โดยทำกิจกรรมเป็นรายบุคคล หรือเป็นกลุ่ม มีครูเป็นที่ปรึกษา ตาม แนวทางการจัดกิจกรรมที่กำหนดให้นักเรียนเข้าร่วม วัตถุประสงค์ ๑.เพื่อพัฒนาผู้เรียนในระดับอนุบาล โรงเรียนชุมชนบ้านอมก๋อยให้มีการพัฒนาที่สมวัย ๒.เพื่อพัฒนานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ โรงเรียนชุมชนบ้านอมก๋อย ให้สามารถ อ่านออก เขียนถูกต้อง ด้วยกิจกรรมบูรณาการ Integrated Learning โดยใช้วิธีการสอนแบบ BEST Model ๓.เพื่อพัฒนาผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ โรงเรียนชุมชนบ้านอมก๋อย ให้เด็กทักษะ การคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และเรียนรู้ด้วยตนเองโดยผ่านการลงมือปฏิบัติ(Active Learning) ด้วยวิธีการ สอนแบบ BEST Model ๔.เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ ทางด้านการอ่าน การ เขียนโดยรวมให้สูงขึ้น ๕.เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ ทางด้านการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และเรียนรู้ด้วยตนเองโดยรวมให้สูงขึ้น ๖.เพื่อประเมินความพึงพอใจของครูและนักเรียนต่อการจัดกิจกรรมตามโครงการ
๑๒๐ แนวการจัดกิจกรรมแบบ BEST Model การจัดกิจกรรมวิธีการสอนแบบ BEST Model แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ ๑ รูปแบบการทดลองในระดับชั้นอนุบาล ๑-๒ จัดกิจกรรม ๖ หลักตามหลักสูตรการ จัดการเรียนรู้ปฐมวัย BEST Model รูปแบบการทดลองช่วงชั้นที่ ๑ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบบูรณาการ (Integrated Learning ) ด้วยวิธีการสอนแบบ BEST Model ระยะทดลอง ๘ วัน วันละ ๑.๓๐ ชั่วโมง แต่ละชั่วโมง ดำเนินการเริ่มต้นที่ B: (Brain) รูปแบบการทดลองช่วงชั้นที่ ๒ รับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบโครงการ/โครงงานเป็นฐาน (Project-Base Learning) ด้วยวิธีการสอนแบบ BEST Model ระยะเวลาในการฝึกและทดลอง ๘ วัน วันละ ๑.๓๐ ชั่วโมง ดำเนินการโดยเริ่มจากขั้นตอนใดก็ได้ การสะท้อนคิดหรือการทำ AAR (After Action Review) กำหนดสะท้อนคิด เป็น ๒ ช่วง ได้แก่ ระหว่างการดำเนินกิจกรรม และหลังทำกิจกรรม ระยะที่ ๒ รูปแบบการทดลองในระดับชั้นอนุบาล ๑-๒ จัดกิจกรรม ๖ หลักตามหักสูตรการ จัดการเรียนรู้ปฐมวัย BEST Model (SMART) รูปแบบการทดลองช่วงชั้นที่ ๑ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ จัดกิจกรรมการ เรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated Learning ) ด้วยวิธีการสอนแบบ BEST Model ระยะทดลอง ๕ วัน แต่ละชั่วโมง ดำเนินการเริ่มต้นที่ B: (Brain) รูปแบบการทดลองช่วงชั้นที่ ๒ รับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยผ่านการลงมือปฏิบัติ (Active Learning) ด้วยวิธีการสอนแบบ BEST Model ระยะเวลาในการฝึกและ ทดลอง ๕ วัน ดำเนินการโดยเริ่มจากขั้นตอนใดก็ได้ การสะท้อนคิดหรือการทำ AAR (After Action Review) ระยะที่ ๒ กำหนดสะท้อน คิด หลังทำกิจกรรมเสร็จสิ้น นำเสนอและรายงานผล
๑๒๑ แนวทางการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนชุมชนบ้านอมก๋อย กำหนดแนวทางในการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนดังนี้ ๑. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรายกิจกรรม มีแนวทางปฏิบัติดังนี้ ๑.๑ การตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลา เรียนตลอดปีการศึกษา ๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของ ผู้เรียน ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกผลการเรียนรู้ และผ่านทุกผลการเรียนรู้ โดยแต่ละผลการเรียนรู้ ผ่านไม่น้อยกล่าร้อยละ ๕๐ หรือมีคุณภาพในระดับ ๑ ขึ้นไป ๑.๓ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “ผ” ผ่านการประเมินกิจกรรมและนำ ผลการประเมินไปบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน ๑.๔ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานไม่ เป็นไปตามเกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนต้องจัดซ่อมเสริม ให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” และนำผลการประเมินไปบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน ๒. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อการตัดสิน มีแนวปฏิบัติดังนี้ ๒.๑ กำหนดให้ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ของผู้เรียนทุกคนตลอดระดับการศึกษา ๒.๒ ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด ผู้เรียนจะต้องผ่านกิจกรรม ๔ กิจกรรมสำคัญดังนี้ ๒.๒.๑ กิจกรรมแนะแนว ๒.๒.๒ กิจกรรมนักเรียน ได้แก่ ๑. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ๒. กิจกรรมชุมนุม ๒.๒.๓ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๒.๒.๔ กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ๒.๓ การนำเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน ๒.๔ เสนอผู้บริหารโรงเรียนพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่าน เกณฑ์การจบแต่ละระดับการศึกษา
๑๒๒ ส่วนที่ ๕ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เน้นกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลทั้งในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และวัฒนธรรม โดยเน้นการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ดังนี้ ๑. การสอนแบบบูรณาการในชั้นเรียน เป็นการบูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นลักษณะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่นำเอาสาระการเรียนรู้จากหลายกลุ่ม สาระมาเชื่อมโยงกันเพื่อจัดการเรียนรู้ภายใต้หัวข้อเรื่องเดียวกัน ๒. การสอนแบบบูรณาการนอกชั้นเรียน เป็นการบูรณาการความรู้กับการปฏิบัติ เน้น การปฏิบัติจริง ควบคู่ไปพร้อมๆ กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบการจัดกิจกรรมร่วมหลักสูตร (อ้างอิงจากคู่มือการจัดกิจกรรมร่วมหลักสูตรโรงเรียนชุมชนบ้านอมก๋อย) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยบูรณาการจากกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ ช่วงชั้นที่ ๑ (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑) มาตรฐาน ส๓.๑ : เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิต และการบริโภค การใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการ ดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ มาตรฐานช่วงชั้นที่ ๑ เข้าใจระบบวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ ชีวิตประจำวันได้ มาตรฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงแยกตามชั้นปี ช่วงชั้นที่ ๑ (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑) ๑. รู้จักช่วยเหลือตนเอง ๒. ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด ๓. รู้จักการออม ๔. รู้จักแบ่งปันสิ่งของที่มีให้กับผู้อื่น
๑๒๓ วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ที่สามารถบูรณาการ สาระปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการเรียนการสอน สาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ ช่วงชั้นที่ ๑ (ประถมศึกษาปีที่ ๑) ๑. ภาษาไทย ท ๑.๑( ๑ ): สามารถอ่านได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน อ่านได้คล่องและเร็ว เข้าใจความหมายของ คำ และข้อความที่อ่าน ท ๒.๑( ๑ ): สามารถเขียนคำได้ถูกความหมายและสะกดการันต์ถูกต้อง ใช้ความรู้ และประสบการณ์ เขียนประโยคข้อความและเรื่องราวแสดงความคิด ความรู้สึก ความต้องการและ จินตนาการ รวมทั้งใช้กระบวนการเขียน พัฒนางานเขียน ท ๓.๑( ๑ ): สามารถจับใจความสำคัญสิ่งที่ได้ฟัง และได้ดูและเข้าใจเนื้อเรื่อง ถ้อยคำ การใช้น้ำเสียง และกิริยาท่าทางของ ผู้พูดและแสดง ทรรศนะเรื่องที่ฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ ท๓.๑( ๒ ): สามารถ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม สนทนา แสดงความคิดเห็นเล่าเรื่องถ่ายทอด ท ๔.๑( ๑ ): สามารถสะกดคำ โดยนำเสียงและรูปของพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ประสมเป็นคำ อ่าน และเขียนคำได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของภาษา ท ๔.๑( ๒ ): เข้าใจความหมาย และหน้าที่ของคำ กลุ่มคำ และประโยค การเรียงลำดับคำ และเรียบ เรียงประโยคตามลำดับความคิดเป็นข้อความที่ชัดเจน ท ๔.๑( ๓ ): สามารถ ใช้ภาษาสื่อสารในชีวิตประจำวันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยถ้อยคำสุภาพและ รู้จักไตร่ตรองก่อนพูดและเขียน ท ๔.๑( ๖ ): สามารถนำปริศนา คำทาย และบทร้องเล่นในท้องถิ่นมาใช้ในการเรียนและเล่น ท ๔.๒( ๑ ): สามารถใช้ทักษะทางภาษาเป็นเครื่องมือการเรียนการแสวงหาความรู้และการทำงาน ร่วมกับผู้อื่น และใช้เทคโนโลยีการสื่อสารพัฒนาการเรียน ท ๔.๒( ๒ ): เข้าใจความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียน ใช้ภาษาได้เหมาะกับบุคคลและ สถานการณ์การสื่อสาร ใช้ภาษาในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการพัฒนาการอ่านและ การเขียน เห็นคุณค่าการใช้ตัวเลขไทย ท ๔.๒( ๓ ): ใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนตามความเป็นจริงเหมาะแก่กาลเทศะและบุคคล ท ๕.๑( ๑ ): สามารถอ่านนิทานเรื่องสั้นง่าย ๆ สำหรับเด็ก สารคดี บทความ บทร้อยกรอง และบท ละครเหมาะกับวัยของเด็ก ให้ได้ความรู้และความบันเทิง ได้ข้อคิดเห็นจากการอ่านและ นำไปใช้ในชีวิตจริง 2. คณิตศาสตร์ ค ๑.๑( ๑ ): มีความคิดรวบยอดและความรู้สึกเชิงจำนวน (number sense) เกี่ยวกับจำนวนนับและ ศูนย์ ค๑.๒( ๑ ): มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณและการหาร จำนวนนับและศูนย์ ค ๑.๒( ๓ ): แก้ปัญหาเกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนนับและศูนย์ พร้อมทั้ง ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ และสามารถสร้างโจทย์ได้ ค ๑.๓( ๑ ): เข้าใจเกี่ยวกับการประมาณค่าและนำไปใช้แก้ปัญหาได้ ค ๑.๔( ๑ ): เข้าใจเกี่ยวกับการนับทีละ ๑, ๒,๓,๔,๕,๑๐,๒๕,๕๐ และ ๑๐๐ และสามารถนำไปประยุกต์ได้
๑๒๔ ค ๒.๑( ๒ ): เข้าใจเกี่ยวกับเงินและเวลา ค ๒.๒( ๒ ): บอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที (ช่วง ๕ นาที) วัน เดือน ปี และจำนวนเงินได้ ค ๒.๒( ๑ ): นำความรู้เกี่ยวกับการวัด เงิน เวลา ไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ค ๔.๒( ๑ ): วิเคราะห์สถานการณ์หรือปัญหาและสามารถเขียนให้อยู่ในรูปประโยคสัญลักษณ์ได้ ค ๕.๑( ๑ ): รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่พบเห็นในชีวิตประจำวันได้ ค ๕.๑( ๒ ): จำแนกและจัดประเภทตามลักษณะของข้อมูลและนำเสนอได้ ค ๖.๑( ๑ ): ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหาได้ ค ๖.๑( ๒ ): ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาในสถานการณ์จริงได้ ค ๖.๒( ๑ ): ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม ค ๖.๓( ๑ ): ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสารสื่อความหมายและนำเสนอได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสม ค ๖.๔( ๑ ): นำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงในการเรียนรู้เนื้อหาต่างๆในวิชาคณิตศาสตร์และ เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับวิชาอื่นได้ ค ๖.๕( ๑ ): มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำงาน 3. วิทยาศาสตร์ ว ๒.๒( ๑ ): สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ว ๒.๒( ๒ ): อภิปรายและนำเสนอวิธีการต่าง ๆ ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัดคุ้มค่าและมี ส่วนร่วมในการปฏิบัติ ว ๓.๑( ๒ ): อภิปรายเกี่ยวกับชนิดและสมบัติของวัสดุที่นำมาทำของเล่น ของใช้ในชีวิตประจำวัน อธิบายได้ว่าของเล่น ของใช้ อาจมีส่วนประกอบหลายส่วน ใช้วัสดุหลายชนิด วัสดุแต่ละ ชนิดใช้ประโยชน์แตกต่างกัน สามารถเลือกใช้วัสดุ และ สิ่งของต่าง ๆได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย ว ๕.๑( ๓ ): สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายได้ว่า พลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ได้มาจากแหล่งพลังงานใน ธรรมชาติที่แตกต่างกันแหล่งพลังงานบางอย่างมีจำกัด จึงต้องใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด 4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส ๑.๑( ๒ ): รู้และบอกหลักธรรมเบื้องต้นของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือเพื่อนำมาใช้ใน ชีวิตประจำวัน ส ๑.๒( ๑ ): ชื่นชมการทำความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน ส ๑.๒( ๒ ): เห็นคุณค่าและตั้งใจทำความดี และบอกเหตุผลการทำความดีของตนเองและผู้อื่นให้บุคคล ในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ได้รับรู้และชื่นชมเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ส ๑.๓( ๑ ): รู้และปฏิบัติตนตามคำแนะนำเกี่ยวกับหลักศีลธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และ หลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเองกลุ่มเพื่อน และ สิ่งแวดล้อม ใกล้ตัวเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ส ๒.๑( ๑ ): รู้และปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีชีวิตประชาธิปไตย ยอมรับในความสามารถเห็นคุณค่า ในตนเอง และผู้อื่นในฐานะสมาชิกที่ดีของครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ส ๒.๑( ๓ ): รู้และปฏิบัติตนตามบรรทัดฐานและวัฒนธรรมในครอบครัวท้องถิ่น ตลอดจน เอกลักษณ์ที่
๑๒๕ สำคัญของชาติ รวมทั้งเคารพในความคิด ความเชื่อ และการปฏิบัติของบุคคลอื่นที่แตกต่าง กันไปโดยปราศจากอคติ ส ๒.๒( ๒ ): เคารพและปฏิบัติตนตามข้อตกลง กติกา กฎระเบียบ การอยู่ร่วมกันในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจตามรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศ ส ๓.๑( ๑ ): รู้และเข้าใจรายรับรายจ่ายของตนเอง และครอบครัว ส ๓.๑( ๒ ): เข้าใจและปฏิบัติตามบทบาท หน้าที่ของตนเองและครอบครัวในฐานะผู้ผลิตและผู้บริโภค อย่างฉลาด คุ้มค่า และมีคุณธรรม ส ๓.๑( ๓ ): รู้และเข้าใจความหมายของทรัพยากรในทางเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ส ๓.๑( ๔ ): เข้าใจระบบและวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ ชีวิตประจำวันได้ ส ๓.๒( ๑ ): รู้และเข้าใจการทำงานที่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งการผลิตและการบริการ ส ๓.๒( ๒ ): รู้และเข้าใจการซื้อขายการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ส ๔.๒( ๒ ): เข้าใจข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัวและชุมชน ส ๔.๒( ๓ ): เข้าใจประวัติความเป็นมาของตนเองครอบครัวและชุมชนบนพื้นฐานของการใช้ข้อมูลอย่าง เป็นระบบ ส ๔.๒( ๒ ): เข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างสรรค์วัฒนธรรมที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน ส ๔.๒( ๓ ): รู้จักผลงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของคนไทย ส ๔.๓( ๓ ): รู้และเข้าใจประวัติบุคคลสำคัญในท้องถิ่นของตนเองและนำไปเป็นแบบอย่าง ในการ ประพฤติปฏิบัติ ส ๕.๑( ๑ ): รู้ลักษณะทางกายภาพหน้าที่ และองค์ประกอบเชิงภูมิศาสตร์และสรรพสิ่งเข้าใจความ สัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ในพื้นที่ใกล้ตัว ส ๕.๒( ๑ ): รู้จักสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติในชุมชน เข้าใจการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การใช้ ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของคนในชุมชน รักและรู้คุณค่าของ ธรรมชาติ ส ๕.๒( ๒ ): รู้และเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมทางสังคมในชุมชน เข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่างตาม สภาพแวดล้อมของชุมชนปฏิบัติตนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมของ ชุมชน ส ๕.๒( ๓ ): เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาวะประชากรกับสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่ใช้ทรัพยากรอย่าง คุ้มค่าและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในครอบครัวและโรงเรียน ส ๕.๒( ๔): รับรู้ สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว 5. สุขศึกษาและพลศึกษา พ ๒.๑( ๑ ): รักตนเอง เข้าใจในอิทธิพลของครอบครัวที่มีต่อสุขภาพและชีวิต พ ๒.๑( ๓ ): ดูแล รักษาความสะอาดร่างกายได้อย่างถูกต้อง พ ๓.๑( ๑ ): ควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายขณะอยู่กับที่ เคลื่อนที่และการใช้อุปกรณ์ประกอบ พ ๓.๑( ๓ ): รู้ประโยชน์ของการเล่นเกม การออกกำลังกายที่มีผลต่อสุขภาพ พ ๓.๒( ๒ ): ปฏิบัติตามระเบียบ กฎ กติกา คำแนะนำในการเล่นเป็นกลุ่มและให้ความร่วมมือกับผู้อื่น พ ๓.๒( ๔ ): ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากกลุ่มด้วยความเต็มใจ และให้ความร่วมมือจนงาน ประสบความสำเร็จ
๑๒๖ พ ๔.๑( ๑ ): เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี พ ๔.๑( ๔ ): รู้ เข้าใจ และมีทักษะในการเลือกบริโภคอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพและปฏิเสธสิ่งที่ เป็น ผลเสียต่อสุขภาพ พ ๔.๑( ๖ ): เอาใจใส่ในการดูแลสุขภาพตนเอง ออกกำลังกาย พักผ่อน และร่วมกิจกรรมนันทนาการ พ ๕.๑( ๑ ): เข้าใจพฤติกรรมที่จะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อสุขภาพ การเกิดอุบัติเหตุ การใช้ยาการใช้สาร เสพติดการเกิดความรุนแรง การเกิดอัคคีภัย และสามารถหลีกเลี่ยง พ ๕.๑( ๒ ): ป้องกัน ช่วยเหลือและดูแลตนเอง จากอุบัติเหตุ มลพิษ และสารเคมี สามารถปฐมพยาบาล ด้วยวิธีง่ายๆ 6. ศิลปะ ศ ๑.๑( ๓ ): ใช้วัสดุ อุปกรณ์ในการทำกิจกรรมทัศนศิลป์อย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ ศ ๑.๑( ๖ ): นำความรู้ทัศนศิลป์ไปใช้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และชีวิตประจำวัน ศ ๑.๒( ๒ ): สนใจงานทัศนศิลป์อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ศ ๒.๑( ๖ ): สร้างสรรค์ทางดนตรีและนำความรู้ทางดนตรีไปใช้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และ ชีวิตประจำวันได้ ศ ๓.๑( ๑ ): แสดงออกอย่างอิสระ ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกและเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยการใช้ กระบวนการทางละครสร้างสรรค์ ศ ๓.๒( ๒ ): แสดงการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ และมีรูปแบบนาฏศิลป์เบื้องต้น 7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี ง ๑.๑( ๔ ): ทำงานด้านความรับผิดชอบ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดออม ง ๑.๑( ๕ ): ใช้พลังงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการทำงานอย่างประหยัด ง ๑.๒( ๒ ): สามารถทำงานตามบทบาทหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายจากกลุ่ม ง ๓.๑( ๓ ): เปรียบเทียบสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันในด้านประโยชน์ความปลอดภัยต่อชีวิตและ สิ่งแวดล้อม ง ๔.๑( ๒ ): เห็นประโยชน์ของข้อมูลและรวบรวมข้อมูลที่สนใจจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่เชื่อถือได้ 8. ภาษาต่างประเทศ ต ๑.๑( ๑ ): เข้าใจคำสั่งคำขอร้อง ภาษาท่าทางและประโยชน์ง่าย ๆ ในสถานการณ์ใกล้ตัว ต ๑.๑( ๓): เข้าใจคำ กลุ่มคำ และประโยชน์โดยถ่ายโอนเป็นภาพหรือสัญลักษณ์ได้ง่าย ต ๑.๑( ๔ ): เข้าใจบทสนทนาเรื่องสั้นหรือนิทานง่าย ๆ ที่มีภาพประกอบ ต ๑.๒( ๔ ): ใช้ภาษาง่าย ๆ เพื่อแสดงความรู้สึกของตนโดยใช้ประโยชน์จากสื่อการเรียนทางภาษาและ ผลจากการฝึกทักษะต่าง ๆ รวมทั้งรู้วิธีการเรียนภาษาต่างประเทศที่ได้ผล ต ๑.๓( ๑ ): ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งใกล้ตัวทั่วไปด้วยท่าทาง ภาพ คำ และข้อความสั้น ๆ ต ๒.๑( ๑ ): เข้าใจรูปแบบพฤติกรรมและการใช้ถ้อยคำสำนวนง่ายๆในการติดต่อปฏิสัมพันธ์ตาม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ต ๒.๑( ๒ ): รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณี เทศกาล งานฉลองในวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ต ๒.๒( ๒ ): เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับวัฒนธรรมไทย ต ๔.๑( ๑ ): ใช้ภาษาต่างประเทศตามสถานการณ์ต่าง ๆ ในสถานศึกษา
๑๒๗ หน่วยการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ “ปฏิบัติตนดี มีความพอเพียง” ๑.ชื่อหน่วยการเรียนรู้: ปฏิบัติตนดี มีความพอเพียง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ๑.วิเคราะห์ความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ส ๓ . ๑ ( ๑ ) ( ๒ ) ( ๓ ) ( ๔ ) ท ๑ . ๑ ( ๑ ) ท ๒ . ๑ ( ๑ ) ท ๔ . ๑ ( ๓ ) ง ๑ . ๑ ( ๔ ) ง ๑ . ๒ ( ๒ ) ง ๑.๒(๒) ง ๓.๑(๓) ค๕.๑(๑) พ๓.๒(๔) ศ๑.๑(๓,๖) ศ ๓.๑(๑) ว ๒.๒ (๒) ว 3.1 (2) ๒.คำอธิบายหน่วยการเรียนรู้ รู้และปฏิบัติตนในการรักษาสุขอนามัย ได้แก่ การทำความสะอาดร่างกาย การแต่งกาย และการ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ใช้อุปกรณ์การเรียน เครื่องใช้ส่วนตัว และ สาธารณูปโภค ตลอดจนใช้จ่ายเงิน อย่างประหยัด คุ้มค่า และรู้จักเก็บออม ปฏิบัติตนเป็นผู้มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ต่อผู้อื่น
ผังมโนทัศน์หน่วยการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ประหยัด และคุ้มค่า แผนการจัดการเรียนรู้ที่ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ วิทยาศาสตร์และเทโนโลยี ว ๒.๒ (๒),ว๓.๑(๒) สังคมศึกษาฯ ส ๓.๑(๑),(๒),(๓),(๔) ศิลปะ ศ๑.๑(๓)(๖) , ศ๓.๑(๑) พ
๑๒๘ ง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ “ปฏิบัติตนดี มีความพอเพียง” นดี มีความพอเพียง ๑ การทำความสะอาดร่างกาย ๒ การใช้สิ่งของที่มีอย่าง ๓ เงินทองของมีค่า ๔ การแบ่งปันต่อผู้อื่น ภาษาไทย ท๑.๑(๑), ท๒.๑(๑), ท๔.๑(๓), การงานอาชีพ ง๑.๑(๔), ง๑.๒(๒), ง.๑.๒(๒), ง ๓.๑(๓) สุขศึกษาและพลศึกษา พ ๒.๑(๑) (๓)พ ๓.๒(๔) พ๔.๑(๑) (๖) คณิตศาสตร์ ค ๕.๑(๑)
๑๒๙ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยบูรณาการจากกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ ช่วงชั้นที่ ๑ (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ) มาตรฐาน ส ๓.๑ : เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิต และการบริโภค การใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการ ดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ มาตรฐานช่วงชั้นที่ ๑ เข้าใจระบบวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ ชีวิตประจำวันได้ มาตรฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงแยกตามชั้นปี ช่วงชั้นที่ ๑ (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒) ๑. ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองและครอบครัวอย่างมีความรับผิดชอบ ๒. รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า ๓. มีวินัยในการใช้จ่าย ๔. รู้จักแบ่งปันสิ่งของและช่วยเหลือ ผู้อื่น ๕. ปฏิบัติตนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างมีความสุข วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ที่สามารถบูรณาการ สาระปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการเรียนการสอน สาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ ช่วงชั้นที่ ๑ (ประถมศึกษาปีที่ ๒) 1. ภาษาไทย ท ๑.๑( ๑ ): สามารถอ่านได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน อ่านได้คล่องและเร็ว เข้าใจความหมายของ คำและ ข้อความที่อ่าน ท ๒.๑( ๑ ): สามารถเขียนคำได้ถูกความหมายและสะกดการันต์ถูกต้อง ใช้ความรู้ และประสบการณ์ เขียนประโยคข้อความและเรื่องราวแสดงความคิด ความรู้สึก ความต้องการและจินตนาการ รวมทั้งใช้กระบวนการเขียน พัฒนางานเขียน ท ๓.๑( ๑ ): สามารถจับใจความสำคัญสิ่งที่ได้ฟัง และได้ดูและเข้าใจเนื้อเรื่อง ถ้อยคำ การใช้น้ำเสียง และ กิริยาท่าทางของ ผู้พูดและแสดง ทรรศนะเรื่องที่ฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ ท ๓.๑( ๒ ): สามารถ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม สนทนา แสดงความคิดเห็นเล่าเรื่องถ่ายทอด ท ๔.๑( ๑ ): สามารถสะกดคำ โดยนำเสียงและรูปของพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ประสมเป็นคำอ่าน และเขียนคำได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของภาษา
๑๓๐ ท ๔.๑(๒ ): เข้าใจความหมาย และหน้าที่ของคำ กลุ่มคำ และประโยค การเรียงลำดับคำ และเรียบเรียง ประโยคตามลำดับความคิดเป็นข้อความที่ชัดเจน ท ๔.๑( ๓ ): สามารถ ใช้ภาษาสื่อสารในชีวิตประจำวันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยถ้อยคำสุภาพและรู้จัก ไตร่ตรองก่อนพูดและเขียน ท ๔.๑( ๖ ): สามารถนำปริศนา คำทาย และบทร้องเล่นในท้องถิ่นมาใช้ในการเรียนและเล่น ท ๔.๒( ๑ ): สามารถใช้ทักษะทางภาษาเป็นเครื่องมือการเรียนการแสวงหาความรู้และการทำงานร่วมกับ ผู้อื่น และใช้เทคโนโลยีการสื่อสารพัฒนาการเรียน ท ๔.๒( ๒ ): เข้าใจความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียน ใช้ภาษาได้เหมาะกับบุคคลและ สถานการณ์การสื่อสาร ใช้ภาษาในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการพัฒนาการอ่านและการ เขียน เห็นคุณค่าการใช้ตัวเลขไทย ท ๔.๒( ๓ ): ใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนตามความเป็นจริงเหมาะแก่กาลเทศะและบุคคล ท ๕.๑( ๑ ): สามารถอ่านนิทานเรื่องสั้นง่าย ๆ สำหรับเด็ก สารคดี บทความ บทร้อยกรอง และบทละคร เหมาะกับวัยของเด็ก ให้ได้ความรู้และความบันเทิง ได้ข้อคิดเห็นจากการอ่านและนำไปใช้ใน ชีวิตจริง ๒. คณิตศาสตร์ ค ๑.๑( ๑ ): มีความคิดรวบยอดและความรู้สึกเชิงจำนวน (number sense) เกี่ยวกับจำนวนนับและศูนย์ ค ๑.๒( ๑ ): มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณและการหาร จำนวนนับและศูนย์ ค ๑.๒( ๓ ): แก้ปัญหาเกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนนับและศูนย์ พร้อมทั้ง ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ และสามารถสร้างโจทย์ได้ ค ๑.๓( ๑ ): เข้าใจเกี่ยวกับการประมาณค่าและนำไปใช้แก้ปัญหาได้ ค ๑.๔( ๑ ): เข้าใจเกี่ยวกับการนับทีละ ๑, ๒,๓,๔,๕,๑๐,๒๕,๕๐ และ ๑๐๐ และสามารถนำไปประยุกต์ได้ ค ๒.๑( ๒ ): เข้าใจเกี่ยวกับเงินและเวลา ค ๒.๒( ๒ ): บอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที (ช่วง 5 นาที) วัน เดือน ปี และจำนวนเงินได้ ค ๒.๓( ๑ ): นำความรู้เกี่ยวกับการวัด เงิน เวลา ไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ค ๔.๒( ๑ ): วิเคราะห์สถานการณ์หรือปัญหาและสามารถเขียนให้อยู่ในรูปประโยคสัญลักษณ์ได้ ค ๕.๑( ๑ ): รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่พบเห็นในชีวิตประจำวันได้ ค ๕.๑( ๒ ): จำแนกและจัดประเภทตามลักษณะของข้อมูลและนำเสนอได้ ค ๖.๑( ๑ ): ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหาได้ ค ๖.๑( ๒ ): ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาในสถานการณ์จริงได้ ค ๖.๒( ๑ ): ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม ค ๖.๓( ๑ ): ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสารสื่อความหมายและนำเสนอได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสม ค ๖.๔( ๑ ): นำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงในการเรียนรู้เนื้อหาต่างๆในวิชาคณิตศาสตร์และ เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับวิชาอื่นได้ ค ๖.๕( ๑ ): มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำงาน
๑๓๑ ๓. วิทยาศาสตร์ ว ๒.๒( ๑ ): สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ว ๒.๒( ๒ ): อภิปรายและนำเสนอวิธีการต่าง ๆ ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัดคุ้มค่าและมี ส่วนร่วมในการปฏิบัติ ว ๓.๑( ๒ ): อภิปรายเกี่ยวกับชนิดและสมบัติของวัสดุที่นำมาทำของเล่น ของใช้ในชีวิตประจำวันอธิบาย ได้ว่าของเล่น ของใช้ อาจมีส่วนประกอบหลายส่วน ใช้วัสดุหลายชนิด วัสดุแต่ละชนิดใช้ ประโยชน์แตกต่างกัน สามารถเลือกใช้วัสดุ และ สิ่งของต่าง ๆได้อย่างถูกต้องปลอดภัย ว ๕.๑( ๓ ): สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายได้ว่า พลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ได้มาจากแหล่งพลังงานใน ธรรมชาติที่แตกต่างกันแหล่งพลังงานบางอย่างมีจำกัด จึงต้องใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด ๔. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส ๑.๑( ๒ ): รู้และบอกหลักธรรมเบื้องต้นของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือเพื่อนำมาใช้ใน ชีวิตประจำวัน ส ๑.๒( ๑ ): ชื่นชมการทำความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน ส ๑.๒( ๒ ): เห็นคุณค่าและตั้งใจทำความดี และบอกเหตุผลการทำความดีของตนเองและผู้อื่นให้บุคคลใน ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ได้รับรู้และชื่นชมเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ส ๑.๓( ๑ ): รู้และปฏิบัติตนตามคำแนะนำเกี่ยวกับหลักศีลธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และหลักธรรม ทางศาสนาที่ตนนับถือในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเองกลุ่มเพื่อน และ สิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเพื่อ การอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ส ๒.๑( ๑ ): รู้และปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีชีวิตประชาธิปไตย ยอมรับในความสามารถเห็นคุณค่า ในตนเอง และผู้อื่นในฐานะสมาชิกที่ดีของครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ส ๒.๑( ๓ ): รู้และปฏิบัติตนตามบรรทัดฐานและวัฒนธรรมในครอบครัวท้องถิ่น ตลอดจน เอกลักษณ์ที่ สำคัญของชาติ รวมทั้งเคารพในความคิด ความเชื่อ และการปฏิบัติของบุคคลอื่นที่แตกต่าง กันไปโดยปราศจากอคติ ส ๒.๒( ๒ ): เคารพและปฏิบัติตนตามข้อตกลง กติกา กฎระเบียบ การอยู่ร่วมกันในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจตามรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศ ส ๓.๑( ๑ ): รู้และเข้าใจรายรับรายจ่ายของตนเอง และครอบครัว ส ๓.๑( ๒ ): เข้าใจและปฏิบัติตามบทบาท หน้าที่ของตนเองและครอบครัวในฐานะผู้ผลิตและผู้บริโภค อย่างฉลาด คุ้มค่า และมีคุณธรรม ส ๓.๑( ๓ ): รู้และเข้าใจความหมายของทรัพยากรในทางเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ส ๓.๑( ๔ ): เข้าใจระบบและวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ ส ๓.๒( ๑ ): รู้และเข้าใจการทำงานที่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งการผลิตและการบริการ ส ๓.๒( ๒ ): รู้และเข้าใจการซื้อขายการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ส ๔.๑( ๒ ): เข้าใจข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัวและชุมชน ส ๔.๑( ๓ ): เข้าใจประวัติความเป็นมาของตนเองครอบครัวและชุมชนบนพื้นฐานของการใช้ข้อมูลอย่าง เป็นระบบ ส ๔.๒( ๒ ): เข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างสรรค์วัฒนธรรมที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน ส ๔.๒( ๓ ): รู้จักผลงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของคนไทย
๑๓๒ ส ๔.๓( ๓ ): รู้และเข้าใจประวัติบุคคลสำคัญในท้องถิ่นของตนเองและนำไปเป็นแบบอย่าง ในการ ประพฤติปฏิบัติ ส ๕.๑( ๑ ): รู้ลักษณะทางกายภาพหน้าที่ และองค์ประกอบเชิงภูมิศาสตร์และสรรพสิ่งเข้าใจความ สัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ในพื้นที่ใกล้ตัว ส ๕.๒( ๑ ): รู้จักสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติในชุมชน เข้าใจการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติของคนในชุมชน รักและรู้คุณค่าของ ธรรมชาติ ส ๕.๒( ๒ ): รู้และเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมทางสังคมในชุมชน เข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่างตาม สภาพแวดล้อมของชุมชนปฏิบัติตนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชน ส ๕.๒( ๓ ): เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาวะประชากรกับสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในครอบครัวและโรงเรียน ส ๕.๒( ๔): รับรู้ สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ๕. สุขศึกษาและพลศึกษา พ ๒.๑( ๑ ): รักตนเอง เข้าใจในอิทธิพลของครอบครัวที่มีต่อสุขภาพและชีวิต พ ๒.๑( ๓ ): ดูแล รักษาความสะอาดร่างกายได้อย่างถูกต้อง พ ๓.๑( ๑ ): ควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายขณะอยู่กับที่ เคลื่อนที่และการใช้อุปกรณ์ประกอบ พ ๓.๑( ๓ ): รู้ประโยชน์ของการเล่นเกม การออกกำลังกายที่มีผลต่อสุขภาพ พ ๓.๒( ๒ ): ปฏิบัติตามระเบียบ กฎ กติกา คำแนะนำในการเล่นเป็นกลุ่มและให้ความร่วมมือกับผู้อื่น พ ๓.๒( ๔ ): ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากกลุ่มด้วยความเต็มใจ และให้ความร่วมมือจนงานประสบ ความสำเร็จ พ ๔.๑( ๑ ): เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี พ ๔.๑( ๔ ): รู้ เข้าใจ และมีทักษะในการเลือกบริโภคอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพและปฏิเสธสิ่งที่ เป็น ผลเสียต่อสุขภาพ พ ๔.๑( ๖ ): เอาใจใส่ในการดูแลสุขภาพตนเอง ออกกำลังกาย พักผ่อน และร่วมกิจกรรมนันทนาการ พ ๕.๑( ๑ ): เข้าใจพฤติกรรมที่จะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อสุขภาพ การเกิดอุบัติเหตุ การใช้ยาการใช้สารเสพ ติดการเกิดความรุนแรง การเกิดอัคคีภัย และสามารถหลีกเลี่ยง พ ๕.๑( ๒ ): ป้องกัน ช่วยเหลือและดูแลตนเอง จากอุบัติเหตุ มลพิษ และสารเคมี สามารถปฐมพยาบาล ด้วยวิธีง่ายๆ ๖. ศิลปะ ศ ๑.๑( ๓ ): ใช้วัสดุ อุปกรณ์ในการทำกิจกรรมทัศนศิลป์อย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ ศ ๑.๑( ๖ ): นำความรู้ทัศนศิลป์ไปใช้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และชีวิตประจำวัน ศ ๑.๒( ๒ ): สนใจงานทัศนศิลป์อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ศ ๒.๑( ๖ ): สร้างสรรค์ทางดนตรีและนำความรู้ทางดนตรีไปใช้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และ ชีวิตประจำวันได้ ศ ๓.๑( ๑ ): แสดงออกอย่างอิสระ ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกและเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยการใช้ กระบวนการทางละครสร้างสรรค์ ศ ๓.๒( ๒ ): แสดงการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ และมีรูปแบบนาฏศิลป์เบื้องต้น
๑๓๓ ๗. การงานอาชีพแลเทคโนโลยี ง ๑.๑( ๔ ): ทำงานด้านความรับผิดชอบ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดออม ง ๑.๑( ๕ ): ใช้พลังงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการทำงานอย่างประหยัด ง ๑.๒( ๒ ): สามารถทำงานตามบทบาทหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายจากกลุ่ม ง ๓.๑( ๓ ): เปรียบเทียบสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันในด้านประโยชน์ความปลอดภัยต่อชีวิตและ สิ่งแวดล้อม ง ๔.๑( ๒ ): เห็นประโยชน์ของข้อมูลและรวบรวมข้อมูลที่สนใจจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่เชื่อถือได้ ๘. ภาษาต่างประเทศ ต ๑.๑( ๑ ): เข้าใจคำสั่งคำขอร้อง ภาษาท่าทางและประโยชน์ง่าย ๆ ในสถานการณ์ใกล้ตัว ต ๑.๑( ๓): เข้าใจคำ กลุ่มคำ และประโยชน์โดยถ่ายโอนเป็นภาพหรือสัญลักษณ์ได้ง่าย ต ๑.๑( ๔ ): เข้าใจบทสนทนาเรื่องสั้นหรือนิทานง่าย ๆ ที่มีภาพประกอบ ต ๑.๒( ๔ ): ใช้ภาษาง่าย ๆ เพื่อแสดงความรู้สึกของตนโดยใช้ประโยชน์จากสื่อการเรียนทางภาษาและผล จากการฝึกทักษะต่าง ๆ รวมทั้งรู้วิธีการเรียนภาษาต่างประเทศที่ได้ผล ต ๑.๓( ๑ ): ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งใกล้ตัวทั่วไปด้วยท่าทาง ภาพ คำ และข้อความสั้น ๆ ต ๒.๑( ๑ ): เข้าใจรูปแบบพฤติกรรมและการใช้ถ้อยคำสำนวนง่ายๆในการติดต่อปฏิสัมพันธ์ตาม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ต ๒.๑( ๒ ): รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณี เทศกาล งานฉลองในวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ต ๒.๒( ๒ ): เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับวัฒนธรรมไทย ต ๓.๑( ๑ ): ใช้ภาษาต่างประเทศตามสถานการณ์ต่าง ๆ ในสถานศึกษา
๑๓๔ หน่วยการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ “ชีวิตสดใส พอใจพอเพียง” ๑.ชื่อหน่วยเรียนรู้ : ชีวิตสดใส พอใจพอเพียง ๒.กลุ่มสาระ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ๓.วิเคราะห์ความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ส ๓.๑(๑-๓) ง ๑.๑(๔,๕) ว ๒.๒(๒) ศ ๑.๑(๑) ศ ๓.๑(๕) ศ ๓.๑ (๖) พ ๔.๑ (๔) ค ๑.๓(๑) ค ๒.๑(๒) ค ๒.๒(๑) ค ๕.๑(๓) ค ๖.๒(๑) ค ๖.๕(๑) ท ๑.๑(๒) ท ๓.๑(๑) ท ๔.๑(๓) ส ๔.๑(๒) ส ๔.๒(๓) ๔.คำอธิบายหน่วยการเรียนรู้ รู้และปฏิบัติตนอย่างมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองและชุมชนใกล้ตัว รู้จักใช้ทรัพยากรอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า สามารถวิเคราะห์รายรับ-รายจ่ายของตนเอง รวมทั้งรู้จักการแบ่งปันทรัพยากรที่มีเพื่อ การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีความภาคภูมิใจในความเป็นอยู่อย่างพอเพียงของตนเองและครอบครัว
ผังมโนทัศน์หน่วยการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ชีวิตสดใ แผนการจัดกา แผนการจัดกา แผนการจัดกา แผนการจัดกา วิทยาศาสตร์ ว ๒.๒(๒) สังคมศึกษาฯ ส 3 ๓.๑(๑),(๒),(๓),ส.๔.๑(๒),ส.๔.๒ ศิลปะ ศ๑.๑(๑),ศ๓.๑(๖) สุขศึกษาและพลศึกษา พ ๔.๑(๓)
๑๓๕ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ “ชีวิตสดใสพอใจพอเพียง” ใสพอใจพอเพียง ารเรียนรู้ที่ ๑ บ้านที่น่าอยู่ ารเรียนรู้ที่ ๒ จิตสำนึก ารเรียนรู้ที่ ๓ รู้ดีมีสุข ารเรียนรู้ที่ ๔ จิตสาธารณะ ภาษาไทย ท๑.๑(๒),๓.๑(๑),ท ๔.๑(๓) ๒(๓) การงานอาชีพ และเทคโนโลยี ง๑.๑(๔),(๕) คณิตศาสตร์ ค ๑.๓(๑),ค.๒.๑(๒),ค.๒.๒(๑),ค.๕.๑(๓) ,ค๖.๕(๑)
๑๒๖ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยบูรณาการจากกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ ช่วงชั้นที่ ๑ (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ) มาตรฐาน ส ๓.๑ : เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิต และการบริโภค การใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อ การดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ มาตรฐานช่วงชั้นที่ ๑ เข้าใจระบบวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ ชีวิตประจำวันได้ มาตรฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงแยกตามชั้นปี ช่วงชั้นที่ ๑ (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓) ๑. รู้จักช่วยเหลือครอบครัวและชุมชน ๒. รู้จักเลือกใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า ๓. วิเคราะห์รายรับ – รายจ่าย ของตนเอง ๔. รู้จักเสียสละแบ่งปันทรัพยากรที่มีเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม ๕. ชื่นชมต่อการปฏิบัติตนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ที่สามารถบูรณาการ สาระปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการเรียนการสอน สาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ ช่วงชั้นที่ ๑ (ประถมศึกษาปีที่ ๓) ๑. ภาษาไทย ท ๑.๑( ๑ ): สามารถอ่านได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน อ่านได้คล่องและเร็ว เข้าใจความหมายของ คำ และข้อความที่อ่าน ท ๒.๑( ๑ ): สามารถเขียนคำได้ถูกความหมายและสะกดการันต์ถูกต้อง ใช้ความรู้ และประสบการณ์ เขียนประโยคข้อความและเรื่องราวแสดงความคิด ความรู้สึก ความต้องการและ จินตนาการ รวมทั้งใช้กระบวนการเขียน พัฒนางานเขียน ท ๓.๑( ๑ ): สามารถจับใจความสำคัญสิ่งที่ได้ฟัง และได้ดูและเข้าใจเนื้อเรื่อง ถ้อยคำ การใช้น้ำเสียง และกิริยาท่าทางของ ผู้พูดและแสดง ทรรศนะเรื่องที่ฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ ท ๓.๑( ๒ ): สามารถ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม สนทนา แสดงความคิดเห็นเล่าเรื่องถ่ายทอด
๑๒๗ ท ๔.๑( ๑ ): สามารถสะกดคำ โดยนำเสียงและรูปของพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ประสมเป็นคำ อ่าน และเขียนคำได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของภาษา ท ๔.๑( ๒ ): เข้าใจความหมาย และหน้าที่ของคำ กลุ่มคำ และประโยค การเรียงลำดับคำ และเรียบ เรียงประโยคตามลำดับความคิดเป็นข้อความที่ชัดเจน ท ๔.๑( ๓ ): สามารถ ใช้ภาษาสื่อสารในชีวิตประจำวันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยถ้อยคำสุภาพ และรู้จักไตร่ตรองก่อนพูดและเขียน ท ๔.๑( ๖ ): สามารถนำปริศนา คำทาย และบทร้องเล่นในท้องถิ่นมาใช้ในการเรียนและเล่น ท ๔.๒( ๑ ): สามารถใช้ทักษะทางภาษาเป็นเครื่องมือการเรียนการแสวงหาความรู้และการทำงาน ร่วมกับผู้อื่น และใช้เทคโนโลยีการสื่อสารพัฒนาการเรียน ท ๔.๒( ๒ ): เข้าใจความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียน ใช้ภาษาได้เหมาะกับบุคคลและ สถานการณ์การสื่อสาร ใช้ภาษาในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการพัฒนาการอ่าน และการเขียน เห็นคุณค่าการใช้ตัวเลขไทย ท ๔.๒( ๓ ): ใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนตามความเป็นจริงเหมาะแก่กาลเทศะและบุคคล ท ๕.๑( ๑ ): สามารถอ่านนิทานเรื่องสั้นง่าย ๆ สำหรับเด็ก สารคดี บทความ บทร้อยกรอง และบท ละครเหมาะกับวัยของเด็ก ให้ได้ความรู้และความบันเทิง ได้ข้อคิดเห็นจากการอ่านและ นำไปใช้ในชีวิตจริง ๒. คณิตศาสตร์ ค ๑.๑( ๑ ): มีความคิดรวบยอดและความรู้สึกเชิงจำนวน (number sense) เกี่ยวกับจำนวนนับและ ศูนย์ ค ๑.๒( ๑ ): มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณและการหาร จำนวนนับและศูนย์ ค ๑.๒( ๓ ): แก้ปัญหาเกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนนับและศูนย์ พร้อมทั้ง ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ และสามารถสร้างโจทย์ได้ ค ๑.๓( ๑ ): เข้าใจเกี่ยวกับการประมาณค่าและนำไปใช้แก้ปัญหาได้ ค ๑.๔( ๑ ): เข้าใจเกี่ยวกับการนับทีละ 1, 2,3,4,5,10,25,50 และ 100 และสามารถนำไปประยุกต์ได้ ค ๒.๑( ๒ ): เข้าใจเกี่ยวกับเงินและเวลา ค ๒.๒( ๒ ): บอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที (ช่วง 5 นาที) วัน เดือน ปี และจำนวนเงินได้ ค ๒.๓( ๑ ): นำความรู้เกี่ยวกับการวัด เงิน เวลา ไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ค ๔.๒( ๑ ): วิเคราะห์สถานการณ์หรือปัญหาและสามารถเขียนให้อยู่ในรูปประโยคสัญลักษณ์ได้ ค ๕.๑( ๑ ): รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่พบเห็นในชีวิตประจำวันได้ ค ๕.๑( ๒ ): จำแนกและจัดประเภทตามลักษณะของข้อมูลและนำเสนอได้ ค ๖.๑( ๑ ): ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหาได้ ค ๖.๑( ๒ ): ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาในสถานการณ์จริงได้ ค ๖.๒( ๑ ): ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม ค ๖.๓( ๑ ): ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสารสื่อความหมายและนำเสนอได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสม
๑๒๘ ค ๖.๔( ๑ ): นำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงในการเรียนรู้เนื้อหาต่างๆในวิชาคณิตศาสตร์และ เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับวิชาอื่นได้ ค ๖.๕( ๑ ): มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำงาน ๔. วิทยาศาสตร์ ว ๒.๒( ๑ ): สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ว ๒.๒( ๒ ): อภิปรายและนำเสนอวิธีการต่าง ๆ ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัดคุ้มค่า และมีส่วนร่วมในการปฏิบัติ ว ๓.๑( ๒ ): อภิปรายเกี่ยวกับชนิดและสมบัติของวัสดุที่นำมาทำของเล่น ของใช้ในชีวิตประจำวัน อธิบายได้ว่าของเล่น ของใช้ อาจมีส่วนประกอบหลายส่วน ใช้วัสดุหลายชนิด วัสดุแต่ ละชนิดใช้ประโยชน์แตกต่างกัน สามารถเลือกใช้วัสดุ และ สิ่งของต่าง ๆได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย ว ๕.๑( ๓ ): สืบค้นข้อมูล อภิปราย และอธิบายได้ว่า พลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ได้มาจากแหล่งพลังงาน ในธรรมชาติที่แตกต่างกันแหล่งพลังงานบางอย่างมีจำกัด จึงต้องใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด ๔. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส ๑.๑( ๒ ): รู้และบอกหลักธรรมเบื้องต้นของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือเพื่อนำมาใช้ใน ชีวิตประจำวัน ส ๑.๒( ๑ ): ชื่นชมการทำความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน ส ๑.๒( ๒ ): เห็นคุณค่าและตั้งใจทำความดี และบอกเหตุผลการทำความดีของตนเองและผู้อื่นให้ บุคคลในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ได้รับรู้และชื่นชมเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่าง สันติสุข ส ๑.๓( ๑ ): รู้และปฏิบัติตนตามคำแนะนำเกี่ยวกับหลักศีลธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และ หลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเองกลุ่มเพื่อน และ สิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ส ๒.๑( ๑ ): รู้และปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีชีวิตประชาธิปไตย ยอมรับในความสามารถเห็น คุณค่าในตนเอง และผู้อื่นในฐานะสมาชิกที่ดีของครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ส ๒.๑( ๓ ): รู้และปฏิบัติตนตามบรรทัดฐานและวัฒนธรรมในครอบครัวท้องถิ่น ตลอดจน เอกลักษณ์ที่สำคัญของชาติ รวมทั้งเคารพในความคิด ความเชื่อ และการปฏิบัติของ บุคคลอื่นที่แตกต่างกันไปโดยปราศจากอคติ ส ๒.๒( ๒ ): เคารพและปฏิบัติตนตามข้อตกลง กติกา กฎระเบียบ การอยู่ร่วมกันในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจตามรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด ของ ประเทศ ส ๓.๑( ๑ ): รู้และเข้าใจรายรับรายจ่ายของตนเอง และครอบครัว ส ๓.๑( ๒ ): เข้าใจและปฏิบัติตามบทบาท หน้าที่ของตนเองและครอบครัวในฐานะผู้ผลิตและ
๑๒๙ ผู้บริโภคอย่างฉลาด คุ้มค่า และมีคุณธรรม ส ๓.๑( ๓ ): รู้และเข้าใจความหมายของทรัพยากรในทางเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ส ๓.๑( ๔ ): เข้าใจระบบและวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ ชีวิตประจำวันได้ ส ๓.๒( ๑ ): รู้และเข้าใจการทำงานที่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งการผลิตและการบริการ ส ๓.๒( ๒ ): รู้และเข้าใจการซื้อขายการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ส ๔.๑( ๒ ): เข้าใจข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัวและชุมชน ส ๔.๑( ๓ ): เข้าใจประวัติความเป็นมาของตนเองครอบครัวและชุมชนบนพื้นฐานของการใช้ข้อมูล อย่างเป็นระบบ ส ๔.๒( ๒ ): เข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างสรรค์วัฒนธรรมที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน ส ๔.๒( ๓ ): รู้จักผลงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของคนไทย ส ๔.๓( ๓ ): รู้และเข้าใจประวัติบุคคลสำคัญในท้องถิ่นของตนเองและนำไปเป็นแบบอย่าง ในการ ประพฤติปฏิบัติ ส ๕.๑( ๑ ): รู้ลักษณะทางกายภาพหน้าที่ และองค์ประกอบเชิงภูมิศาสตร์และสรรพสิ่งเข้าใจความ สัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ในพื้นที่ใกล้ตัว ส ๕.๒( ๑ ): รู้จักสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติในชุมชน เข้าใจการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การใช้ ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของคนในชุมชน รักและรู้คุณค่าของ ธรรมชาติ ส ๕.๒( ๒ ): รู้และเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมทางสังคมในชุมชน เข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่างตาม สภาพแวดล้อมของชุมชนปฏิบัติตนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมของ ชุมชน ส ๕.๒( ๓ ): เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาวะประชากรกับสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่ใช้ทรัพยากรอย่าง คุ้มค่าและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในครอบครัวและโรงเรียน ส ๕.๒( ๔): รับรู้ สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ๕. สุขศึกษาและพลศึกษา พ ๒.๑( ๑ ): รักตนเอง เข้าใจในอิทธิพลของครอบครัวที่มีต่อสุขภาพและชีวิต พ ๒.๑( ๓ ): ดูแล รักษาความสะอาดร่างกายได้อย่างถูกต้อง พ ๓.๑( ๑ ): ควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายขณะอยู่กับที่ เคลื่อนที่และการใช้อุปกรณ์ประกอบ พ ๓.๑( ๓ ): รู้ประโยชน์ของการเล่นเกม การออกกำลังกายที่มีผลต่อสุขภาพ พ ๓.๒( ๒ ): ปฏิบัติตามระเบียบ กฎ กติกา คำแนะนำในการเล่นเป็นกลุ่มและให้ความร่วมมือกับ ผู้อื่น พ ๓.๒( ๔ ): ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากกลุ่มด้วยความเต็มใจ และให้ความร่วมมือจนงาน ประสบความสำเร็จ พ ๔.๑( ๑ ): เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี พ ๔.๑( ๔ ): รู้ เข้าใจ และมีทักษะในการเลือกบริโภคอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพและปฏิเสธสิ่งที่ เป็น ผลเสียต่อสุขภาพ พ ๔.๑( ๖ ): เอาใจใส่ในการดูแลสุขภาพตนเอง ออกกำลังกาย พักผ่อน และร่วมกิจกรรมนันทนาการ
๑๓๐ พ ๕.๑( ๑ ): เข้าใจพฤติกรรมที่จะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อสุขภาพ การเกิดอุบัติเหตุ การใช้ยาการใช้สาร เสพติดการเกิดความรุนแรง การเกิดอัคคีภัย และสามารถหลีกเลี่ยง พ ๕.๑( ๒ ): ป้องกัน ช่วยเหลือและดูแลตนเอง จากอุบัติเหตุ มลพิษ และสารเคมี สามารถปฐม พยาบาลด้วยวิธีง่ายๆ ๖. ศิลปะ ศ ๑.๑( ๓ ): ใช้วัสดุ อุปกรณ์ในการทำกิจกรรมทัศนศิลป์อย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ ศ ๑.๑( ๖ ): นำความรู้ทัศนศิลป์ไปใช้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และชีวิตประจำวัน ศ ๑.๒( ๒ ): สนใจงานทัศนศิลป์อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ศ ๒.๑( ๖ ): สร้างสรรค์ทางดนตรีและนำความรู้ทางดนตรีไปใช้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และ ชีวิตประจำวันได้ ศ ๓.๑( ๑ ): แสดงออกอย่างอิสระ ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกและเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยการใช้ กระบวนการทางละครสร้างสรรค์ ศ ๓.๒( ๒ ): แสดงการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ และมีรูปแบบนาฏศิลป์เบื้องต้น ๗. การงานอาชีพและเทคโนโลยี ง ๑.๑( ๔ ): ทำงานด้านความรับผิดชอบ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดออม ง ๑.๑( ๕ ): ใช้พลังงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการทำงานอย่างประหยัด ง ๑.๒( ๒ ): สามารถทำงานตามบทบาทหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายจากกลุ่ม ง ๓.๑( ๓ ): เปรียบเทียบสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันในด้านประโยชน์ความปลอดภัยต่อชีวิต และสิ่งแวดล้อม ง ๔.๑( ๒ ): เห็นประโยชน์ของข้อมูลและรวบรวมข้อมูลที่สนใจจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่เชื่อถือได้ ๘. ภาษาต่างประเทศ ต ๑.๑( ๑ ): เข้าใจคำสั่งคำขอร้อง ภาษาท่าทางและประโยชน์ง่าย ๆ ในสถานการณ์ใกล้ตัว ต ๑.๑( ๓): เข้าใจคำ กลุ่มคำ และประโยชน์โดยถ่ายโอนเป็นภาพหรือสัญลักษณ์ได้ง่าย ต ๑.๑( ๔ ): เข้าใจบทสนทนาเรื่องสั้นหรือนิทานง่าย ๆ ที่มีภาพประกอบ ต ๑.๒( ๔ ): ใช้ภาษาง่าย ๆ เพื่อแสดงความรู้สึกของตนโดยใช้ประโยชน์จากสื่อการเรียนทางภาษา และผลจากการฝึกทักษะต่าง ๆ รวมทั้งรู้วิธีการเรียนภาษาต่างประเทศที่ได้ผล ต ๑.๓( ๑ ): ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งใกล้ตัวทั่วไปด้วยท่าทาง ภาพ คำ และข้อความสั้น ๆ ต ๒.๑( ๑ ): เข้าใจรูปแบบพฤติกรรมและการใช้ถ้อยคำสำนวนง่ายๆในการติดต่อปฏิสัมพันธ์ตาม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ต ๒.๑( ๒ ): รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณี เทศกาล งานฉลองในวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ต ๒.๒( ๒ ): เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับวัฒนธรรมไทย ต ๔.๑( ๑ ): ใช้ภาษาต่างประเทศตามสถานการณ์ต่าง ๆ ในสถานศึกษา
๑๓๑ หน่วยการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ “ภูมิใจในตนและชุมชนของเรา” ๑. ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : ภูมิใจในตนและชุมชนของเรา ๒.กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ๓. วิเคราะห์ความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ (๑-๓) , ท ๒.๑ (๑-๒) , ท ๓.๑ (๑-๒) , ท ๔.๑ (๑-๓) , ท ๔.๒ (๑-๓) , ท ๕.๑ (๑) ค ๑.๑ (๑-๓), ค ๑.๒ (๑-๓), ค ๑.๓ (๑), ค ๑.๔ (๑-๓), ค ๒.๑ (๑-๔), ค ๒.๒ (๑-๓), ค ๒.๓ (๑), ค ๕.๑ (๑-๓), ค ๖.๑ (๑-๒), ค ๖.๒ (๑), ค ๖.๓ (๑), ค ๖.๔ (๑), ค ๖.๕ (๑) , ว ๒.๑ (๑), ว ๒.๒(๑-๒) , ว ๕.๑ (๑-๓), ว ๖.๑(๑-๔) , ส ๒.๑ (๑), ส ๓.๑(๑-๔) , ส ๓.๒ (๑-๒), ส ๔.๑(๑- ๓) , ส ๔.๒ (๑-๓), ส ๔.๓(๑-๓) , ส ๕.๒ (๑-๔), พ ๒.๑ (๑-๒), พ ๓.๒(๓-๔) ,พ ๔.๑ (๑-๗), พ ๕.๑(๑-๒) , ศ ๑.๒ (๑-๖), ศ ๑.๒(๑-๒) ,ศ ๒.๑ (๑-๓) , ง ๑.๑ (๑-๕), ง ๑.๒(๑-๕) ,ง ๓.๑ (๑-๔) ๔. คำอธิบายหน่วยการเรียนรู้ ศึกษาบทบาทหน้าที่ของนักเรียนที่มีต่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชนทั้งที่เป็น สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น พร้อมตระหนักและเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมใน ชุมชนของตนเอง สำรวจรายได้ของตนเองและครอบครัว จดบันทึกรายจ่ายของตนเอง วิธีการเพิ่ม รายได้ ลดรายจ่าย และความสมดุลของรายรับรายจ่าย การปฏิบัติตนในการเลือกบริโภคและการ ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อนักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่างสมดุล และมีความภาคภูมิใจในตนเองและชุมชน
ผังมโนทัศน์หน่วยการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ชั้น ภูมิใจในตน แผนการจัดการเรียนรู้ท แผนการจัดการเรียนรู้ท แผนการจัดการเรียนรู้ท แผนการจัดการเรียนรู้ท วิทยาศาสตร์ ว ๒.๑ (๑), ว ๒.๒(๑-๒),ว ๕.๑(๑-๓), ว ๖.๑(๑-๔) สังคมศึกษาฯ ส ๒.๑ (๑), ส ๓.๑(๑-๔) , ส ๓.๒ (๑-๒ ส ๔.๑(๑-๓) , ส ๔.๒ (๑-๓), ส ๔.๓(๑-๓ ส ๕.๒ (๑-๔) ศิลปะ ศ ๑.๑ (๑-๖), ศ ๑.๒(๑-๒), ศ ๒.๑ (๑-๓) สุขศึกษาและพลศึกษา พ ๒.๑ (๑-๒), พ ๓.๒(๓-๔) พ ๔.๑ (๑-๗), พ ๕.๑(๑-๒)
๑๓๒ นประถมศึกษาปีที่ ๓ “ภูมิใจในตนและชุมชนของเรา” นและชุมชนของเรา ที่ ๑ บทบาทหน้าที่ต่อชุมชนใน ด้านสิ่งแวดล้อม ที่ ๒ รักษ์สาธารณสมบัติ ที่ ๓ ใช้จ่ายอย่างดีมีสุข ที่ ๔ กินอยู่รู้ค่า ภาษาไทย ท ๑.๑ (๑-๓) , ท ๒.๑ (๑-๒) , ท ๓.๑ (๑-๒) , ท ๔.๑ (๑-๓) , ท ๔.๒ (๑-๓) , ท ๕.๑ (๑) ๒), ๓) , การงานอาชีพและ เทคโนโลยี ง ๑.๑(๑-๕),ง ๑.๒(๑-๕), ง ๓.๑ (๑-๔) , คณิตศาสตร์ ค ๑.๑ (๑-๓), ค ๑.๒ (๑-๓), ค ๑.๓ (๑), ค ๑.๔ (๑-๓), ค ๒.๑ (๑-๔), ค ๒.๒ (๑-๓), ค ๒.๓ (๑), ค ๕.๑ (๑-๓), ค ๖.๑(๑-๒), ค ๖.๒ (๑), ค ๖.๓ (๑), ค ๖.๔ (๑), ค ๖.๕ (๑)
๑๓๓ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยบูรณาการจากกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ ช่วงชั้นที่ ๒ (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔) มาตรฐาน ส. ๓.๑ : เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการ ของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ มาตรฐานช่วงชั้นที่ ๒ เข้าใจระบบวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ ชีวิตประจำวัน มาตรฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงแยกตามชั้นปี ช่วงชั้นที่ ๒ (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔) ๑. เข้าใจหลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๒. สำรวจสภาพปัญหาทรัพยากร สิ่งแวดล้อมในชุมชนและเสนอแนวทางแก้ปัญหา ๓. เข้าใจสภาพรายรับ – รายจ่าย ของตนเองและวางแผนการใช้จ่ายตามหลักแนวคิด ของเศรษฐกิจพอเพียง ๔. สำรวจและเห็นคุณค่าของ ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ที่สามารถบูรณาการ สาระปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการเรียนการสอน สาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ ช่วงชั้นที่ ๒ (ประถมศึกษาปีที่ ๔) 1. ภาษาไทย ท ๑.๑(๑) : สามารถอ่านได้คล่อง และอ่านได้เร็วขึ้น เข้าใจความหมายของคำสำนวน โวหาร การ บรรยายการพรรณนา การเปรียบเทียบ การใช้บริบท เข้าใจความหมายของคำ สำนวน และเนื้อเรื่อง และใช้แหล่งความรู้พัฒนาความสามารถในการอ่าน ท ๑.๑(๒) : สามารถแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น วิเคราะห์ความ ตีความ สรุปความ หาคำสำคัญ ในเรื่องที่อ่านและใช้แผนภาพโครงเรื่อง หรือแผนภาพความคิดพัฒนาความสามารถใน การอ่านนำความรู้ความคิดจากการอ่านไปใช้แก้ปัญหาตัดสินใจ คาดการณ์และใช้การ อ่านเป็นเครื่องมือการพัฒนาตน การตรวจสอบความรู้และค้นคว้าเพิ่มเติม
๑๓๔ ท ๒.๑(๑) : สามารถเขียนเรียงความ ย่อความชี้แจงการปฏิบัติงาน การรายงาน เขียนจดหมาย สื่อสาร ได้เหมาะกับโอกาสและจุดประสงค์ เขียนเรื่องราวจากจินตนาการหรือเรื่องราว ที่สัมพันธ์กับชีวิตจริง รวมทั้งใช้กระบวนการเขียนพัฒนางานเขียน ท ๒.๑(๒) : มีมารยาทการเขียนและนิสัยรักการเขียนและการศึกษาค้นคว้า โดยใช้ทักษะการเขียน และการศึกษาค้นคว้าโดยใช้ทักษะการเขียนจดบันทึกข้อมูลความรู้ ประสบการณ์ เหตุการณ์ และการสังเกตอย่างเป็นระบบนำวิธีการของแผนภาพความคิดมาพัฒนางาน เขียน และการรายงาน และเขียนสื่อสารได้ตามจุดประสงค์อย่างมีมารยาททางสังคม ท ๓.๑(๑) : สามารถจับประเด็นสำคัญ และรายละเอียด แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น สรุปความ วิเคราะห์เรื่องตาม ข้อเท็จจริง เข้าใจจุดประสงค์ของเรื่องและของผู้พูด เข้าใจถ้อยคำ การใช้น้ำเสียง กิริยาท่าทางของผู้พูด สามารถรับสารจากการฟังและการดู โดยตั้ง ข้อสังเกตเปรียบเทียบกับประสบการณ์ในชีวิตจริง แสดงความรู้ ความคิดเห็น จาก เรื่องที่ฟังและดูอย่างกว้างขวาง ท ๓.๑(๒) : สามารถสนทนาโต้ตอบพูดแสดง ความรู้ ความคิด พูดวิเคราะห์เรื่องราว พูดต่อหน้า ชุมชนและพูดรายงานโดยใช้ถ้อยคำเหมาะแก่เรื่องและจุดประสงค์ตามหลักการพูดมี มารยาทการฟัง การดู และการพูด ท ๔.๑(๑) : สามารถสะกดคำในวงคำศัพท์ ที่กว้างและยากขึ้น อ่านและเขียนคำได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว ท ๔.๑(๒) : สามารถใช้กลุ่มคำตามชนิดและหน้าที่มาเรียบเรียงเป็นประโยคใช้ประโยคสื่อสารได้ ชัดเจน รู้จักใช้คำที่มีความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย ท ๔.๑(๖) : สามารถเล่านิทานพื้นบ้าน และตำนานพื้นบ้านในท้องถิ่นอย่างเห็นคุณค่า ๒.คณิตศาสตร์ ค ๑.๑(๑) : มีความคิดรวบยอดและความรู้สึกเชิงจำนวน(Number sense)เกี่ยวกับจำนวนนับ เศษส่วน และทศนิยม ค ๑.๑(๒) : อ่าน เขียนตัวหนังสือและตัวเลขแสดงจำนวนนับเศษส่วน ทศนิยมและร้อยละได้ ค ๑.๑(๓) : เปรียบเทียบจำนวนนับ เศษส่วน ทศนิยมและร้อยละได้ ค ๑.๒(๑) : มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณ และการหาร จำนวนนับ เศษส่วน ทศนิยม และร้อยละ ค๑.๒(๒) : บวก ลบ คูณ และหารจำนวนนับ ศูนย์ เศษส่วน และทศนิยม พร้อมทั้งตระหนักถึงความ สมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ ค ๑.๒ (๓) : อธิบายผลที่ได้จากการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนนับ ศูนย์ เศษส่วน และทศนิยม พร้อมทั้งบอกความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินการของจำนวนต่างๆได้ ค ๑.๒ (๔) : แก้ปัญหาเกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนนับ ศูนย์ เศษส่วน ทศนิยม และร้อยละพร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ และ สามารถสร้างโจทย์ได้ ค ๑.๓(๑) : บวก ลบ คูณ หาร จำนวนนับ ศูนย์เศษส่วน ทศนิยม โดยการประมาณได้ ค ๑.๓(๒) : เข้าใจเกี่ยวกับการประมาณค่า และนำไปใช้แก้ปัญหาได้
๑๓๕ ค ๒.๒(๓) : บอกเวลา ช่วงเวลา และจำนวนเงินได้ ค ๒.๓(๑) : นำความรู้เกี่ยวกับการวัด เงิน เวลา ไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆได้ ค ๕.๑(๒) : อ่านและอภิปรายประเด็นต่างๆจากแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง แผนภูมิรูปวงกลม ตาราง และกราฟได้ ค ๖.๑(๑) : ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหาได้ ค ๖.๑(๒) : ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีแก้ปัญหาในสถานการณ์จริงได้ ค ๖.๒(๑) : ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม ค ๖.๓(๑) : ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร สื่อความหมาย และนำเสนอได้ อย่างถูกต้อง และเหมาะสม ค ๖.๔(๑) : นำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงในการเรียนรู้เนื้อหาต่าง ๆ ในวิชาคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับวิชาอื่นได้ ค ๖.๔(๒) : นำความรู้และทักษะจากการเรียนคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และ ในชีวิตจริงได้ ๓. วิทยาศาสตร์ ว ๒.๑(๑) : สังเกต สำรวจตรวจสอบอภิปราย และอธิบายความสัมพันธ์ของกลุ่มสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่ อยู่ต่างๆ เขียนแผนภาพแสดงโซ่อาหาร และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง สภาพแวดล้อมกับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ว ๒.๒(๑) : สังเกต สำรวจตรวจสอบ อภิปราย และอธิบายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ผลของการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมโดยธรรมชาติ และ โดยมนุษย์ แสดงแนวคิดและร่วมปฏิบัติในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ว ๘.๑(๒) : วางแผนการสังเกต สำรวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าหลายๆ วิธี คาดการณ์สิ่งที่จะ พบจากการสำรวจตรวจสอบ และเสนอวิธีการสำรวจตรวจสอบ ๔. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ส ๑.๒(๑) : ชื่นชมการทำความดีของบุคคลในสังคมพร้อมทั้งบอกแนวปฏิบัติของตน เพื่อเป็นหลัก ในการดำเนินชีวิต ส ๑.๒(๒) : เห็นคุณค่าการกระทำความดีของบุคคลสำคัญและเสนอเป็นแนวทางการประพฤติ ปฏิบัติของตนเอง กลุ่มเพื่อนและสังคมใกล้ตัว เพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ส ๑.๓(๑) : รู้และปฏิบัติตนตามหลักศีลธรรม จริยธรรมค่านิยมที่ดีงาม หลักธรรมทางศาสนาที่ ตนเองนับถือในเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง กลุ่มสังคมที่ตนเป็นสมาชิกและสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ ตัวชุมชน และประเทศชาติเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ส ๒.๑(๑) : ภูมิใจและชื่นชมในการเป็นพลเมืองที่ดีตามวิถีชีวิตประชาธิปไตยของตนเอง และบุคคล อื่นในระดับกลุ่ม สังคมท้องถิ่นและประเทศชาติ
๑๓๖ ส ๒.๑(๓) : เข้าใจและปฏิบัติตนตามบรรทัดฐาน และวัฒนธรรมในจังหวัด ภาคและประเทศ รวมทั้ง ตระหนักถึง ความสำคัญในวัฒนธรรมของกลุ่มคนในสังคมที่มีความหลากหลายและ ยอมรับในคุณค่าซึ่งกันและกัน ส ๓.๑(๑) : เข้าใจปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคตัดสินใจใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ส ๓.๑(๔) : เข้าใจระบบและวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ ชีวิตประจำวันได้ ส ๓.๑(๕) : เข้าใจระบบและวิธีการของสหกรณ์ ส ๓.๒(๑) : รู้และเข้าใจปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการทำงานทั้งการผลิตและการบริการ ส ๔.๑(๒) : เข้าใจลักษณะของข้อมูล และการจัดระบบข้อมูลระดับจังหวัด ภาคและประเทศ ส ๔.๒(๒) : เข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมท้องถิ่น ส ๔.๒(๓) : รู้จักและวิเคราะห์ผลงานสำคัญที่เกิดจากการสร้างสรรค์วัฒนธรรมในภูมิภาคต่างๆของ ประเทศไทย ส ๔.๓(๒) : เข้าใจปัจจัยพื้นฐานและผลกระทบจากภายนอกที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปัญญา ท้องถิ่นของตนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ส ๔.๓(๓) : รู้และเข้าใจประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่อดีตถึง ปัจจุบัน จนเกิดความภูมิใจนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ส ๕.๒(๑) : รู้ลักษณะเฉพาะความสำคัญและความแตกต่างของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และ ทรัพยากรธรรมชาติใน ภูมิภาคต่างๆของไทย ตระหนักถึงความจำเป็น วิธีการกระจาย และแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างท้องถิ่นเข้าใจสาเหตุผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและทรัพยากรในท้องถิ่นและประเทศ ส ๕.๒(๒) : เข้าใจความแตกต่างของสิ่งแวดล้อมทางสังคมวัฒนธรรม และวิถีชีวิตในภูมิภาคต่างๆ ของไทย เข้าใจลักษณะการตั้งถิ่นฐานของประชากรและการอพยพย้ายถิ่น ภูมิใจและ รักษาสิ่งแวดล้อมทางสังคม วัฒนธรรมของท้องถิ่นและประเทศ ส ๕.๒(๓) : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติกับสิ่งแวดล้อมทางสังคมและ วัฒนธรรมตระหนักถึงผลจากการกระทำของมนุษย์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ดำเนินชีวิตตาม แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมแก้ปัญหาและ ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ส ๕.๒(๔) : มีทักษะในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมจากแหล่งความรู้ในท้องถิ่น ๕. สุขศึกษาและพลศึกษา พ ๕.๑(๒) : เข้าใจผลกระทบของการใช้ยา บุหรี่ สุรา สารเสพติด ภัยอันตราย และความรุนแรงที่มี ต่อร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม และสามารถหลีกเลี่ยงได้ ๖. ศิลปะ ศ ๑.๒(๒) : พึงพอใจและยอมรับในภูมิปัญญาของการสร้างงานทัศนศิลป์ การสืบทอดการทำงาน ศิลปะที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล
๑๓๗ ศ ๒.๒(๒) : พึงพอใจและยอมรับในภูมิปัญญาของการสร้างงานดนตรี การสืบทอดงานดนตรีที่ เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล ศ ๓.๒(๒) : พึงพอใจ และยอมรับในภูมิปัญญาของการสร้างผลงาน การสืบทอดนาฏศิลป์ที่ เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยและสากล ๗. การงานอาชีพ ง ๑.๑(๕) : ใช้พลังงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการทำงานอย่างคุ้มค่าและถูกวิธี ง ๓.๑(๓) : เลือกเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อม ง ๓.๑(๕) : เปรียบเทียบสิ่งของเครื่องใช้ หรือวิธีการที่ได้จากเทคโนโลยีที่ใช้ในท้องถิ่น ทั้งด้านคุณภาพ ความเหมาะสมเป็นที่ยอมรับ ความคุ้มค่าต่อการใช้งานและเลือกใช้อย่างเหมาะสม ปลอดภัยและมีผลดีต่อสิ่งแวดล้อม ๘. ภาษาต่างประเทศ ต ๑.๒(๓) : ใช้ภาษาง่ายๆ เพื่อขอและให้ข้อมูลอธิบายเกี่ยวกับบุคคล และสิ่งต่างๆที่พบเห็นใน ชีวิตประจำวันและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้ประโยชน์จากสื่อการเรียนทางภาษา และผล จากการฝึกทักษะต่างๆ ต๑.๓(๑) : ให้ข้อมูลง่าย ๆ เกี่ยวกับตนเอง สิ่งแวดล้อม และสังคมใกล้ตัว ด้วยข้อความสั้น ๆ