The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มรายงานผลการประเมิน NT-O-net ปีการศึกษา 2562 วิเคราะห์ รายงานราย เขต รายประเทศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by evaluation.obec, 2021-08-10 06:15:23

เล่มรายงานผลการประเมิน NT-O-net 2562

เล่มรายงานผลการประเมิน NT-O-net ปีการศึกษา 2562 วิเคราะห์ รายงานราย เขต รายประเทศ

Keywords: evaluation

จากตารางที่ 42 ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขน้ั พ้ืนฐาน (O-NET) ชน้ั
ประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2562 ระหว่างสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ทม่ี ีขนาดแตกต่างกนั กับระดบั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน และระดับประเทศ พบวา่

กลุ่มสถานศึกษาท่ีมีคะแนนเฉล่ยี การทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) รวม และรายกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ สูงกว่าระดับประเทศและระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ
สถานศกึ ษาขนาดใหญ่พิเศษ (501 คนข้ึนไป)

ผลการเปรียบเทยี บการทดสอบระดับชาติขั้นพนื้ ฐาน (O-NET) ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6 ปีการศึกษา
2562 ระหว่างสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีขนาดแตกต่างกัน กับระดับ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน และระดับประเทศ นำเสนอในรปู แผนภมู ิ ดงั น้ี

แผนภูมทิ ่ี 23 ผลการเปรยี บเทยี บการทดสอบระดับชาติขน้ั พื้นฐาน (O-NET) ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 ปี
การศกึ ษา 2562 ระหว่างสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน ท่ีมีขนาดแตกต่างกัน
กบั ระดบั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน และระดบั ประเทศ

60 47.22
31.24
50 33.11
29
40
35.14
30 46.39

30.88
32.38
28.52
34.54

47.5
31.35
33.35
29.16

35.34
46.76

30.06
33.17

28.89
34.72
46.01

29.27
32.84

28.63
34.19
50.83
34.8
37.21
35.61
39.61

20

10

0 เล็ก (61-120) กลาง ใหญ่ ใหญ่พิเศษ
ขนาดเลก็ (1-120) เลก็ พเิ ศษ (1-60)
ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ) เฉลย่ี รวม
ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์

ตารางที่ 43 ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดบั ชาตขิ ัน้ พืน้ ฐาน (O-NET) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ปกี ารศกึ ษา
2562 ระหว่างสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีขนาดแตกต่างกัน กับระดับ
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน และระดับประเทศ

ขนาดสถานศกึ ษา ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ เฉลี่ยรวม
(ภาษาอังกฤษ)
ขนาดเลก็ (1-120) 51.55
เลก็ พเิ ศษ (1-60 คน) 49.91 22.23 28.67 28.69 32.79
เลก็ (61-120 คน) 51.63
กลาง (121 -300 คน) 51.87 21.37 28.60 28.38 32.07

22.27 28.68 28.71 32.82

22.41 28.75 28.44 32.87

ขนาดสถานศกึ ษา ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาตา่ งประเทศ เฉลยี่ รวม
(ภาษาองั กฤษ)
ใหญ่ (301 - 500 คน) 51.28
57.63 22.33 28.64 28.48 32.68
ใหญพ่ เิ ศษ (501 คนขึน้ ไป) 55.91
55.14 28.83 30.83 34.78 38.02
ค่าเฉลยี่ สพฐ.
ค่าเฉล่ยี ประเทศ 26.98 30.22 32.98 36.52

26.73 30.07 33.25 36.30

จากตารางท่ี 43 ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดบั ชาตขิ ัน้ พนื้ ฐาน (O-NET) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปี
ที่ 3 ปกี ารศึกษา 2562 ระหว่างสถานศึกษาสังกดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน ทม่ี ีขนาดแตกตา่ ง
กัน กบั ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน และระดบั ประเทศ พบวา่

สถานศกึ ษาทีม่ ีคะแนนเฉลี่ยโดยรวมและรายกลุม่ สาระการเรยี นรู้สงู กว่าระดับประเทศและ
ระดับ สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน คือสถานศึกษาขนาดใหญ่พเิ ศษ (501 คนข้นึ ไป)

ผลการเปรยี บเทยี บการทดสอบระดับชาติข้นั พ้ืนฐาน (O-NET) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ปีการศกึ ษา
2562 ระหวา่ งสถานศึกษาสังกดั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน ท่ีมีขนาดแตกตา่ งกัน กับระดับ
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน และระดับประเทศ นำเสนอในรปู แผนภมู ิ ดังน้ี

แผนภูมิท่ี 24 ผลการเปรยี บเทียบการทดสอบระดบั ชาติข้นั พนื้ ฐาน (O-NET) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ปี
การศึกษา 2562 ระหวา่ งสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน ที่มีขนาดแตกต่างกนั
กบั ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน และระดับประเทศ

60 51.55
22.23
50
28.67
40 28.69

30 32.79
49.91

21.37
28.6
28.38
32.07
51.63

22.27
28.68
28.71
32.82
51.87

22.41
28.75
28.44
32.87
51.28

22.33
28.64
28.48
32.68
57.63
28.83
30.83
34.78
38.02

20

10

0 เล็กพเิ ศษ (1-60) เล็ก (61-120) กลาง ใหญ่ ใหญพ่ เิ ศษ
ขนาดเล็ก (1-120)

ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ ภาษาตา่ งประเทศ(ภาษาอังกฤษ) เฉลีย่ รวม

ตารางที่ 44 ผลการเปรียบเทยี บการทดสอบระดบั ชาติขัน้ พื้นฐาน (O-NET) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ปีการศกึ ษา
2562 ระหวา่ งสถานศกึ ษาสงั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ทีม่ ีขนาดแตกต่าง
กนั กับระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานและระดบั ประเทศ

ขนาดสถานศกึ ษา ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สงั คม ภาษาต่างประเทศ เฉล่ยี รวม
ศึกษาฯ (ภาษาอังกฤษ)

ขนาดเล็ก (1-120) 34.71 17.25 25.26 31.83 22.04 26.22

เลก็ พเิ ศษ (1-60 คน) 34.46 15.24 25.83 32.02 21.13 25.74

เล็ก (61-120 คน) 34.72 17.35 25.23 31.82 22.08 26.24

กลาง (121 -300 คน) 35.21 17.29 25.35 31.88 22.24 26.39

ใหญ่ (301 - 500 คน) 35.54 17.81 25.64 32.12 22.69 26.76

ใหญ่พเิ ศษ (501 คนขน้ึ ไป) 43.94 26.58 29.86 36.59 29.74 33.34

คา่ เฉลี่ย สพฐ. 43.02 25.62 29.40 36.10 28.97 32.62

ค่าเฉลี่ยประเทศ 42.21 25.41 29.20 35.70 29.20 32.34

จากตารางที่ 44 ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขน้ั พ้นื ฐาน (O-NET) ช้นั มธั ยมศึกษา
ปีที่ 6 ปีการศึกษา 2562 ระหว่างสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีขนาด
แตกตา่ งกนั กบั ระดบั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน และระดับประเทศ พบว่า

สถานศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) โดยรวม
และรายกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงกว่าระดับประเทศ และระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ
สถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ (501 คนขน้ึ ไป)

ผลการเปรยี บเทยี บการทดสอบระดับชาตขิ ั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 6 ปีการศึกษา
2562 ระหว่างสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีขนาดแตกต่างกัน กับระดับ
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน และระดับประเทศ นำเสนอในรปู แผนภมู ิ ดังนี้

แผนภูมิที่ 25 ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปี
การศึกษา 2562 ระหว่างสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีขนาดแตกต่างกัน
กับระดับสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน และระดบั ประเทศ

60

50 34.71
17.25
40
25.26
30 31.83

20 22.04
26.22
34.46

15.24
25.83
32.02

21.13
25.74
34.72

17.35
25.23
31.82

22.08
26.24
35.21

17.29
25.35
31.88

22.24
26.39
35.54

17.81
25.64
32.12

22.69
26.76
43.94
26.58
29.86
36.59
29.74
33.34

10

0 เลก็ พิเศษ (1-60) เลก็ (61-120) กลาง ใหญ่ ใหญ่พิเศษ
ขนาดเล็ก (1-120)

ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษาฯ ภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ) เฉล่ียรวม

ตารางท่ี 45 ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขน้ั พื้นฐาน (O-NET) ของสถานศกึ ษาสงั

ช้นั ขนาดสถานศกึ ษา ภาษาไทย คณ
2561 2562 ผลต่าง 2561
34.77 3
ขนาดเล็ก (1-120) 53.95 47.22 -6.73 33.92 3
35.07 3
เลก็ พิเศษ (1-60) 52.95 46.39 -6.56 33.52 3
32.47 2
เล็ก (61-120) 54.30 47.50 -6.80 40.41 3
35.65 3
กลาง (121-300) 53.28 46.76 -6.52 37.50 3
ป.6 ใหญ่ (301-500) 52.24 46.01 -6.23 25.87 2
25.85 2
ใหญพ่ ิเศษ (501 คนขึ้นไป) 57.85 50.83 -7.02 25.87 2
25.51 2
ค่าเฉลีย่ สพฐ. 54.61 47.95 -6.66 25.50 2
32.23 2
ค่าเฉลี่ยประเทศ 55.90 49.07 -6.83
30.28 2
ขนาดเลก็ (1-120) 50.17 51.55 1.38 30.04 2

เล็กพเิ ศษ (1-60) 50.39 49.91 -0.48

เล็ก (61-120) 50.16 51.63 1.47

ม.3 กลาง (121-300) 50.12 51.87 1.75
ใหญ่ (301-500) 49.77 51.28 1.51

ใหญ่พิเศษ (501 คนขน้ึ ไป) 57.10 57.63 0.53

ค่าเฉลี่ย สพฐ. 55.04 55.91 0.87

คา่ เฉลยี่ ประเทศ 54.42 55.14 0.72

งกดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐานทม่ี ีขนาดต่างกัน ปกี ารศึกษา 2561 กับ 2562

ณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)
2562 ผลตา่ ง 2561 2562 ผลต่าง
31.24 -3.53 38.12 33.11 -5.01 2561 2562 ผลตา่ ง
30.88 -3.04 37.39 32.38 -5.01
31.35 -3.72 38.37 33.35 -5.02 33.45 29.00 -4.45
30.06 -3.46 37.85 33.17 -4.68
29.27 -3.20 37.33 32.84 -4.49 32.60 28.52 -4.08
34.80 -5.61 41.30 37.21 -4.09
31.60 -4.05 38.83 34.30 -4.53 33.75 29.16 -4.59
32.90 -4.60 39.93 35.55 -4.38
22.23 -3.64 33.66 28.67 -4.99 33.25 28.89 -4.36
21.37 -4.48 33.27 28.60 -4.67
22.27 -3.60 33.68 28.68 -5.00 32.84 28.63 -4.21
22.41 -3.10 33.75 28.75 -5.00
22.33 -3.17 33.49 28.64 -4.85 41.00 35.61 -5.39
28.83 -3.40 37.57 30.83 -6.74
35.47 30.86 -4.61
26.98 -3.30 36.43 30.22 -6.21
26.73 -3.31 36.10 30.07 -6.03 39.24 34.42 -4.82

26.33 28.69 2.36

26.08 28.38 2.30

26.35 28.71 2.36

26.08 28.44 2.36

26.18 28.48 2.30
30.32 34.78 4.46

29.10 32.98 3.88
29.45 33.25 3.80

ตารางที่ 45 (ต่อ) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาตขิ นั้ พ้นื ฐาน (O-NET) ของสถานศกึ

ชั้น ขนาดสถานศกึ ษา ภาษาไทย คณิตศาสตร์

ขนาดเลก็ (1-120) 2561 2562 ผลต่าง 2561 2562 ผล
39.09 34.71 -4.38 20.17 17.25 -2
เลก็ พเิ ศษ (1-60) 38.84 34.46 -4.38 18.55 15.24 -3
39.10 34.72 -4.38 20.26 17.35 -2
เล็ก (61-120) 39.24 35.21 -4.03 20.69 17.29 -3
40.17 35.54 -4.63 21.43 17.81 -3
ม.6 กลาง (121-300) 49.18 43.94 -5.24 32.25 26.58 -5
ใหญ่ (301-500) 48.16 43.02 -5.14 31.04 25.62 -5
47.31 42.21 -5.10 30.72 25.41 -5
ใหญ่พเิ ศษ (501 คนขึน้ ไป)

ค่าเฉลย่ี สพฐ.

คา่ เฉล่ียประเทศ

กษาสังกดั สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐานท่ีมขี นาดต่างกัน ปีการศกึ ษา 2561 กบั 2562

วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษาฯ ภาษาตา่ งประเทศ
(ภาษาอังกฤษ)

ลต่าง 2561 2562 ผลตา่ ง 2561 2562 ผลตา่ ง 2561 2562 ผลต่าง

2.92 26.57 25.26 -1.31 31.70 31.83 0.13 22.47 22.04 -0.43

3.31 27.01 25.83 -1.18 31.59 32.02 0.43 21.96 21.13 -0.83

2.91 26.55 25.23 -1.32 31.71 31.82 0.11 22.49 22.08 -0.41

3.40 26.29 25.35 -0.94 31.76 31.88 0.12 22.94 22.24 -0.70

3.62 26.76 25.64 -1.12 32.20 32.12 -0.08 23.59 22.69 -0.90

5.67 31.25 29.86 -1.39 35.90 36.59 0.69 32.10 29.74 -2.36

5.42 30.75 29.40 -1.35 35.48 36.10 0.62 31.15 28.97 -2.18

5.31 30.51 29.20 -1.31 35.16 35.70 0.54 31.41 29.20 -2.21

จากตารางที่ 45 ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของ
สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีขนาดต่างกัน ปีการศึกษา 2561 กับ
2562 พบวา่

ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 สถานศึกษาทุกขนาดมีผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน
(O-NET) ปกี ารศกึ ษา 2562 ลดลงจากปกี ารศึกษา 2561 ในทกุ กลุ่มสาระการเรียนรู้

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สถานศึกษาที่มีผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)
ในปกี ารศึกษา 2562 ลดลงจากปีการศึกษา 2561 จำแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้ภาษาไทย
คอื สถานศกึ ษาขนาดเล็กพิเศษ (1-60) คณติ ศาสตร์และวิทยาศาสตร์ พบว่ามีคะแนนเฉล่ียลดลงทุก
ขนาดสถานศึกษา วิทยาศาสตร์ สำหรับภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) พบว่ามีคะแนนเฉลี่ย
เพ่มิ ข้นึ ทุกขนาดสถานศึกษา

ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6 สถานศึกษาที่มผี ลการทดสอบระดับชาติขนั้ พื้นฐาน (O-NET)
ในปีการศึกษา 2562 ลดลงจากปีการศึกษา 2561 จำแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่า
ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) มีคะแนนเฉลี่ยลดลง
ทุกขนาดสถานศึกษา สำหรับสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม พบว่ามีเฉพาะสถานศึกษาขนาด
ใหญ่ (301-500) ทมี่ ีคะแนนเฉลีย่ ปีการศกึ ษา 2562 ลดลงจากปกี ารศกึ ษา 2561

บทท่ี 4

สรุปและอภิปรายผล

การประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับชาติ ปีการศึกษา 2562 ทำให้ได้ข้อมูลสารสนเทศ
คุณภาพผู้เรียนในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค ระดับสำนักงานศึกษาธิการภาค ระดับสำนักงาน
ศึกษาธิการจังหวัด ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และคุณภาพผู้เรียนจำแนกตามกลุ่ม
สถานศึกษาทม่ี ีบริบทแตกตา่ งกนั ซง่ึ มสี าระสำคญั ที่สรปุ และอภิปรายผล ดงั นี้

จากผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ประจำปีการศึกษา 2562 ขอนำเสนอสรุปผลการประเมินออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) ผลการประเมิน
คุณภาพผู้เรียน (NT) และ 2) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในแต่
ละส่วนประกอบด้วย 5 ประเด็น คือ 1) ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับประเทศ 2) ผล
การประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับภูมิภาค 3) ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับศึกษาธิการ
จังหวัด 4) ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและ 5) ผลการ
ประเมนิ คณุ ภาพผู้เรียนจำแนกตามกลมุ่ สถานศกึ ษาที่มบี ริบทแตกตา่ งกนั

การประเมินคณุ ภาพผเู้ รยี น (NT)

4.1 การประเมินคุณภาพผเู้ รียน (NT)
4.1.1 สรุปผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ใน

ระดับประเทศ
ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยโรงเรียนสังกัด

กระทรวงศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ สังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามลำดบั เมอ่ื พิจารณารายดา้ นปรากฏผล ดังน้ี ด้านภาษาไทย (Thai Language) พบวา่ โรงเรียน
สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชนและสังกัด สำนักการศึกษา
กรุงเทพมหานคร ตามลำดับ ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics) พบว่า โรงเรียนสังกัดกระทรวงการ
อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ สังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ตามลำดับ ส่วนผลการเปรียบเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ใน
ภาพรวมสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศและเมื่อ
พิจารณารายด้าน พบว่า ความสามารถด้านภาษาไทยมีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ ส่วน
ความสามารถด้านคณิตศาสตรม์ ีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ

4.1.2 สรุปผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในระดับ
ภูมิภาค

1) ผลการเปรียบเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำแนกตามภูมิภาค พบว่า ภาคใต้ มีคะแนน
เฉลี่ยรวมสูงสุด รองลงมา คือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และ
ภาคใต้ชายแดน ตามลำดับ และเมอื่ พจิ ารณารายด้านพบว่า ด้านภาษาไทย (Thai Language) ภาคใต้
มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ภาคกลางและภาคตะวันออก ตามลำดับ ด้านคณิตศาสตร์
(Mathematics) ภาคใตม้ ีคะแนนเฉลี่ยสงู สุด รองลงมา คือ ภาคตะวันออกและภาคกลาง ตามลำดับ

2) ผลการเปรียบเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ปีการศึกษา 2562 ระหว่างสำนักงานศึกษาธิการภาคกับระดับประเทศ พบว่า มีสำนักงาน
ศึกษาธิการภาค จำนวน 9 แห่ง มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศทุกด้าน/ทุกกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ 50 มีสำนักงานศึกษาธิการภาคจำนวน 4 แห่งมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือ
เท่ากบั ระดบั ประเทศ บางด้าน/บางกลุ่มสาระการเรียนรู้ คดิ เปน็ ร้อยละ 22.22 มีสำนกั งานศกึ ษาธกิ ารภาค
จำนวน 5 แห่ง มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศทุกด้าน/ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ
27.78

3) ผลการเปรียบเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ปีการศึกษา 2562 ระหว่างสำนักงานศึกษาธิการภาคกับระดับประเทศ จำแนกรายด้าน พบว่า
สำนักงานศึกษาธิการภาคที่มีผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เฉลี่ย
รวมทั้งสองด้านต่ำกว่าระดับประเทศ จำนวน 7 แห่ง และสูงกว่าหรือเทา่ กับระดับประเทศ จำนวน
11 แห่ง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านภาษาไทย (Thai Language) คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า
ระดับประเทศ จำนวน 6 แห่งและสงู กว่าหรือเท่ากับระดับประเทศ จำนวน 12 แหง่ ด้านคณิตศาสตร์
(Mathematics) คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ จำนวน 7 แห่งและสูงกว่าหรือเท่ากับ
ระดบั ประเทศ จำนวน 11 แหง่

4.1.3 สรุปผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในระดับ
ศกึ ษาธิการจงั หวัด

1) ผลการเปรียบเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปี
การศึกษา 2562 ระหว่างสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกับระดับประเทศ พบว่า สำนักงาน
ศกึ ษาธกิ ารจังหวัดมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศทุกด้าน จำนวน 37 จงั หวัด สูงกว่า
หรือเท่ากับระดับประเทศบางด้าน จำนวน 13 จังหวัด และต่ำกว่าระดับประเทศทุกด้าน จำนวน
27 จังหวัด

2) ผลการเปรยี บเทียบการประเมินคุณภาพผ้เู รียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3 ปี
การศึกษา 2562 ระหว่างสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกับระดับประเทศ พบว่า มีสำนักงาน
ศึกษาธิการจังหวัด ที่มีคะแนนเฉลี่ยรวมต่ำกว่าระดับประเทศ จำนวน 33 จังหวัด และสูงกว่าหรือ
เท่ากับระดับประเทศ จำนวน 44 จังหวัด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านภาษาไทย (Thai
Language) มีคะแนนเฉลย่ี ต่ำกว่าระดับประเทศ จำนวน 33 จงั หวัด สงู กวา่ หรอื เทา่ กับระดับประเทศ
จำนวน 44 จังหวัด ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics) มีคะแนนต่ำกว่าระดับประเทศ จำนวน 34
จังหวดั สูงกว่าหรือเทา่ กับระดับประเทศ จำนวน 43 จังหวัด ตามลำดบั

3) ผลการเปรียบเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปี
การศึกษา 2562 จำแนกกลุ่มคุณภาพ พบว่า สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มดี
(จำนวน 36 จังหวัด) รองลงมา คือกลุ่มพอใช้ (จำนวน 25 จังหวัด) และกลุ่มดีมากและกลุ่มปรับปรุง
(จำนวน 8 จังหวัด) ตามลำดับ

4.4 ผลการประเมินคุณภาพผู้เรยี น (NT) ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ในระดับสำนักงานเขต
พน้ื ทกี่ ารศึกษา

1) ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ปีการศึกษา 2562 พบว่า ผลการ
เปรียบเทยี บคะแนนเฉลยี่ การประเมนิ คุณภาพผู้เรยี น (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2562
พบว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับระดับสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐานทุกด้าน จำนวน 86 เขตสูงกว่าหรือเท่ากับระดับสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน บางด้าน จำนวน 29 เขตและต่ำกวา่ ระดบั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พนื้ ฐานทุกดา้ น จำนวน 73 เขต ตามลำดบั

2) การเปรยี บเทียบคะแนนเฉล่ยี ของสำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษากบั ระดับสำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน จำแนกเปน็ รายดา้ น พบวา่ สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาท่ีมี
คะแนนเฉลี่ยรวม 2 ด้านต่ำกว่าระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นพื้นฐาน จำนวน 83 เขต
และสูงกว่าหรือเท่ากับระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นพื้นฐาน จำนวน 105 เขต เมื่อ
พิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าด้านภาษาไทย (Thai Language) มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน จำนวน 96 เขต สูงกว่าหรอื เท่ากบั ระดับสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้นพื้นฐาน จำนวน 92 เขต ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics) คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นพื้นฐาน จำนวน 79 เขต สูงกว่าหรือเท่ากับระดับสำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ พน้ื ฐาน จำนวน 109 เขต ตามลำดับ

3) ผลเปรียบเทียบผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปี
การศกึ ษา 2562 จำแนกกล่มุ คุณภาพ พบวา่ จำนวนและร้อยละของสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
จำแนกกล่มุ คณุ ภาพจากการประเมินคณุ ภาพผเู้ รยี น (NT) ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 3 ปกี ารศึกษา 2562
พบว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีคุณภาพอยู่ในระดับดี จำนวน 81 เขต รองลงมาคืออยู่ในระดับ
พอใช้ จำนวน 69 เขต และอยู่ในระดบั คุณภาพดีมากและปรบั ปรงุ จำนวน 19 เขต

4.5 สรุปผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) จำแนกตามกลุ่มสถานศึกษาที่มีบริบท
แตกตา่ งกนั

1) ผลการเปรียบเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ของกลุ่มสถานศึกษาโครงการพิเศษ พบว่า คะแนนเฉลี่ยรวมสูงกว่าระดับประเทศและระดับ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ โรงเรียนอัตราการแข่งขันสูง/ยอดนิยม โรงเรียน
อนุบาลประจำจังหวัด โรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนอนุบาลประจำเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียน
โครงการลดเวลาเรียน เพ่มิ เวลารู้ โรงเรียนแมเ่ หลก็ โรงเรียนดปี ระจำตำบล โรงเรียนในโครงการประชา
รัฐรุ่น 3 โรงเรียนในโครงการประชารัฐรุ่น 2 ส่วนโรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ
ไดแ้ ก่ โรงเรียนในโครงการ DLTV โรงเรียนในโครงการประชารัฐ รนุ่ 1 โรงเรยี นไทยรฐั วทิ ยา โรงเรียน
ในฝัน โรงเรียนเครือข่าย โรงเรียนเกาะแก่ง โรงเรียนพื้นที่สูง โรงเรียนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ
จงั หวัดชายแดนภาคใต้ และโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์/ศึกษาสงเคราะห์

2) ผลเปรียบเทียบการประเมนิ คณุ ภาพผู้เรยี น (NT) ของกลุ่มสถานศกึ ษาที่มขี นาด
แตกต่างกัน พบว่า คะแนนเฉลี่ยรวมสูงกว่าระดับประเทศและระดับสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ สถานศึกษาขนาดเล็ก (1-120) ขนาดใหญ่พิเศษ (501 คนขึ้นไป) และ
ขนาดเล็ก (61-120 คน) สว่ นสถานศกึ ษาเลก็ พิเศษ (1-60 คน) ขนาดกลาง (121 -300 คน) และขนาด
ใหญ่ (301 - 500 คน) มีคะแนนเฉลี่ยรวมต่ำกว่าระดับประเทศและระดับสำนักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน เม่อื พจิ ารณารายด้าน พบวา่ ด้านภาษาไทย (Thai Language) กลุ่มสถานศึกษา
ที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อพิจารณา
รายด้าน ได้แก่ สถานศึกษาขนาดเล็ก (1-120) และขนาดใหญ่พิเศษ (501 คนขึ้นไป) นอกนั้นมี
คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศและระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้าน
คณิตศาสตร์ (Mathematics) กลุ่มสถานศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ ได้แก่
สถานศึกษาขนาดเล็ก (1-120) ขนาดเล็ก (61-120 คน) และขนาดใหญ่พิเศษ (501 คนขึ้นไป) ส่วน
สถานศกึ ษาที่มีคะแนนเฉลย่ี ต่ำกว่าระดบั ประเทศ ไดแ้ ก่ สถานศึกษาขนาดเลก็ พเิ ศษ (1-60 คน) ขนาด
กลาง (121 -300 คน)และขนาดใหญ่ (301 - 500 คน) สำหรับสถานศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า
ระดบั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน ไดแ้ ก่ สถานศกึ ษาสถานศึกษาขนาดเล็ก (1-120)
ขนาดเล็ก (61-120 คน)และขนาดใหญ่พิเศษ (501 คนขึ้นไป) ส่วนสถานศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำ
กวา่ ระดบั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน ไดแ้ ก่ สถานศกึ ษาขนาดเล็กพเิ ศษ (1-60 คน)
ขนาดกลาง (121 -300 คน) และและขนาดใหญ่ (301 - 500 คน)

4.6 อภปิ รายผลการประเมินคุณภาพผู้เรยี น (NT) ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ปกี ารศกึ ษา 2562
จากผลการประเมนิ คุณภาพผู้เรียนระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2562 พบประเด็นที่สามารถ

นำเสนอการอภิปรายผล 5 หัวข้อ คือ 1) ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับประเทศ 2) ผลการ
ประเมนิ คุณภาพผู้เรยี นในระดับภูมิภาค 3) ผลการประเมินคุณภาพผูเ้ รียนในระดับศึกษาธิการจังหวัด

4) ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ 5) ผลการประเมิน
คุณภาพผูเ้ รียนจำแนกตามกลุม่ สถานศึกษาทีม่ ีบรบิ ทแตกต่างกัน โดยมกี ารอภิปรายผลดังตอ่ ไปน้ี

4.6.1 อภิปรายผลการประเมินคุณภาพผูเ้ รียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศกึ ษา
2562 ในระดบั ประเทศ

จากข้อสรุปที่พบว่า ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) โดยโรงเรียนสังกัด
กระทรวงศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ สังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามลำดับ เมื่อพิจารณารายด้านปรากฏผล ดังน้ี ด้านภาษาไทย (Thai Language) พบว่า โรงเรียน
สังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชนและสังกัด สำนักการศึกษา
กรุงเทพมหานคร ตามลำดับ ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics) พบว่า โรงเรียนสังกัดกระทรวงการ
อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ สังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ตามลำดบั ทงั้ นอ้ี าจเนื่องจากโรงเรียนสงั กัดกระทรวงการอดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม
ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนสาธิตในกำกับของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้การดูแลของคณะ
ศึกษาศาสตรห์ รือคณะครศุ าสตร์ของมหาวทิ ยาลยั ต่าง ๆ เพ่อื ใหเ้ ป็นสถานฝกึ ปฏิบัติการทางการศึกษา
และเป็นสถานที่ฝึกการปฏบิ ัตงิ านของคณะศึกษาศาสตร์ หรือ คณะครุศาสตร์ก่อนที่นิสิตนักศึกษาจะ
สำเร็จการศึกษาไปเป็นคุณครูในอนาคตหรือเพื่อใช้เป็นสถานที่ศึกษาวิจัยงานต่าง ๆ ดังนั้นจึงเป็น
โรงเรียนทมี่ ีความพรอ้ มในด้านสื่อการสอน และบคุ ลากรท่ีมคี วามร้คู วามเชีย่ วชาญในวชิ าท่สี อน อีกทั้ง
การคัดเลือกนักเรียนก็ใช้วิธีการสอบคัดเลือก จึงได้นักเรียนที่มีความรู้ ความสามารถตามเกณฑ์ของ
โรงเรยี นจงึ สง่ ผลใหม้ ีผลการประเมนิ คณุ ภาพผเู้ รียน (NT) ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 3 สงู ทสี่ ุด

นอกจากนี้จากผลการเปรียบเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ปีการศึกษา 2562
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ในภาพรวมสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีคะแนนเฉล่ีย
สูงกวา่ ระดับประเทศและเมื่อพิจารณารายด้าน พบวา่ ความสามารถด้านภาษาไทยมีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า
ระดบั ประเทศ สว่ นความสามารถด้านคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉลีย่ สูงกว่าระดับประเทศ

ทั้งนี้การทีค่ วามสามารถด้านภาษาไทยของนักเรยี นในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐานต่ำกว่าระดับประเทศ อาจเนื่องจากในปีการศึกษา 2562 ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการประเมินจาก
ประเมินสมรรถนะ 3 ด้าน คือความสามารถด้านภาษา ความสามารถด้านคำนวณ และความสามารถด้าน
เหตุผล มาเป็นการประเมินความสามารถด้านภาษาไทย และความสามารถด้านคณิตศาสตร์ และตัวชี้วัดท่ี
นำมาใช้ในการออกข้อสอบ จากเดิมในปีการศึกษา 2561 ใช้ตัวชี้วัดแบบบูรณาการแต่ในปีการศึกษา 2562
ตัวชี้วัดเปลี่ยนเป็นตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 และในกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ภาษาไทย ลักษณะข้อสอบที่เปลี่ยนไปคือ มีเนื้อหาการแต่งคำขวัญและการเขียนจดหมายลาครู
เพม่ิ ขึน้ ซึ่งครผู สู้ อนสว่ นใหญไ่ ม่ได้ศกึ ษาโครงสรา้ งขอ้ สอบในปกี ารศกึ ษา 2562 เพราะคิดวา่ น่าจะเหมอื นกับ
ในปีการศกึ ษา 2561 จงึ สง่ ผลใหม้ คี ะแนนเฉลย่ี ต่ำกว่าระดับประเทศ

4.6.2 อภิปรายผลการประเมินคณุ ภาพผูเ้ รียน (NT) ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 ปีการศกึ ษา
2562 ในระดับภมู ิภาคและระดับศึกษาธิการจังหวัด

จากข้อสรุปผลการเปรียบเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปี
การศึกษา 2562 จำแนกตามภูมภิ าคและศกึ ษาธกิ ารจงั หวัด พบประเดน็ ท่นี ่าสนใจ คอื

สำนักงานศึกษาธิการภาคที่มีผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
เฉลี่ยรวมทั้งสองด้านต่ำกว่าระดับประเทศ จำนวน 7 แห่งและสูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศ
จำนวน 11 แห่ง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านภาษาไทย (Thai Language) คะแนนเฉลี่ย
ต่ำกว่าระดับประเทศ จำนวน 6 แห่งและสูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศ จำนวน 12 แห่ง ด้าน
คณิตศาสตร์ (Mathematics) คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ จำนวน 7 แห่งและสูงกว่าหรือ
เท่ากบั ระดบั ประเทศ จำนวน 11 แหง่

และจากข้อสรปุ ผลการเปรียบเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3
ปีการศึกษา 2562 ระหว่างสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกับระดับประเทศในภาพรวมพบว่า มีสำนักงาน
ศึกษาธิการจังหวัด ที่มีคะแนนเฉลี่ยรวมสูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศ จำนวน 44 จังหวัด คิดเป็น
ร้อยละ 57.14 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านภาษาไทย (Thai Language) มีคะแนนเฉลี่ยสูง
กว่าหรือเท่ากับระดับประเทศ จำนวน 44 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 57.14 ด้านคณิตศาสตร์
(Mathematics) มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศ จำนวน 43 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ
55.84 และเม่ือจำแนกตามกลุ่มคุณภาพพบวา่ สำนกั งานศึกษาธิการจังหวดั ท่ีอยู่ในกลุ่มคุณภาพระดับดี
ขน้ึ ไป จำนวน 44 แห่ง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 57.14

การที่ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2562 ของ
สำนักงานศกึ ษาธิการภาค สูงกว่า หรือเท่ากับระดับประเทศ จำนวน 11 แหง่ จากทงั้ หมด 18 แห่ง ซึ่ง
คิดเป็นร้อยละ 61 และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดที่มีคะแนนเฉลี่ยรวมสูงกว่าหรือเท่ากับ
ระดับประเทศ จำนวน 44 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 57.14 ทั้งนี้เนื่องจากสำนักงานศึกษาธิการภาคได้
กำหนดนโยบายในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนลงไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ได้แก่
โครงการ TFE (Teams for Education) ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นโครงการที่บูรณาการ
ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ในแต่ละจังหวัดเพื่อร่วมกันยกระดับ
คุณภาพผู้เรียนจากโรงเรียนในทุกสังกัดในแต่ละจังหวัด ซึ่งดำเนินการโดยการวิเคราะห์ข้อมูล การ
ติดตาม ประเมินผลการพัฒนาและการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนรูปแบบ/แนว
ทางการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ระดับภาค โดยดำเนินการต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา จึงส่งผลให้
คะแนนเฉลี่ยในภาพรวมของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการภาคจึงสูงกว่าคะแนนเฉล่ีย
ระดับประเทศเกนิ กวา่ ครงึ่ ของสำนักงานศึกษาธกิ ารจงั หวัดและศกึ ษาธกิ ารภาคทั้งหมด

นอกจากน้ีอาจเนื่องจากครูผู้สอนโรงเรียนเอกชนได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษา สถานศึกษาได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูได้รับการพัฒนาในเรื่องการวัดและ
ประเมินผล จากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สถานศึกษามีการจัดทำแผนการยกระดับผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน (NT, O-NET) ครจู ัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยใช้ส่อื นวตั กรรม เทคโนโลยสี มยั ใหม่

ครูมีการสอนซ่อมเสริมโดยใช้แบบทดสอบที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดและหลากหลายรูปแบบ ครูใช้สื่อ
เทคโนโลยีสารสนเทศประกอบการอธบิ าย หรอื ตอบข้อสงสยั ของนักเรียนขณะสอนเสริมและสอนปกติ
ครูใช้จิตวิทยาการสอนมีการเสริมแรงผู้เรียนโดยการให้รางวัลในการประสบกับความสำเร็จในการ
เรียนรู้ เพอื่ ให้นักเรยี นมคี วามมุง่ มัน่ ต้ังใจในการเรยี นรู้

4.6.3 อภิปรายสรุปผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ปีการศกึ ษา 2562 ในระดับสำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา

จากข้อสรุปสรุปผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา
2562 ในระดบั สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษา พบประเด็นท่ีนา่ สนใจ คือ

สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาที่มคี ะแนนเฉลี่ยรวม 2 ด้านสูงกว่าหรอื เท่ากับระดับสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้นพื้นฐาน จำนวน 105 เขตจากทัง้ หมด 188 เขต เมื่อพจิ ารณาเป็นรายด้าน
พบว่าด้านภาษาไทย (Thai Language) มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับระดับสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน จำนวน 92 เขต ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics) คะแนนเฉล่ีย
สูงกว่าหรือเท่ากับระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน จำนวน 109 เขต นอกจากนี้มี
สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามีผลการประเมินอยู่ในระดบั คณุ ภาพดขี ึน้ ไป จำนวน 100 เขต รองลงมาคือ
อยูใ่ นระดับพอใช้ จำนวน 69 เขต และอยู่ในระดับคณุ ภาพปรับปรุง จำนวน 19 เขต

ทั้งนี้เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดกิจกรรมเพื่อให้
สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาในสังกัดได้ดำเนินการเพื่อยกระดับคุณภาพผูเ้ รยี นสำหรับผู้เรียนในสังกัด
ดังนี้ 1) การวิเคราะห์ผลการประเมินระดับชาติและจัดทำฐานข้อมูล โดยการค้นหามาตรฐาน และ
ตัวชี้วัดที่ต้องแก้ไขและเนื้อหาสาระการเรียนรู้ที่ต้องแก้ไข จากนั้นวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา
กำหนดแนวทางแก้ปัญหาในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้และกำหนดกลยุทธ์และแผนการยกระดับ
ผลสัมฤทธิ์ฯ 2) การสร้างความตระหนัก สื่อสาร และความเข้าใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยการเผยแพร่
และชี้แจงโครงสร้าง/รูปแบบ/ลักษณะข้อสอบไปยังสถานศึกษา 3) การพัฒนาครูและบุคลากรท่ี
เกย่ี วขอ้ งในเร่ืองการจดั การเรียนการสอน และวัดและประเมินผลในชั้นเรียนทส่ี อดรับกับการประเมิน
ระดับชาติ 4) การวางระบบสนบั สนุน สง่ เสริม และสรา้ งความเข็มแขง็ ในการยกระดบั คุณภาพผู้เรียน
โดยการใหบ้ รกิ ารขอ้ สอบท่ีมคี ุณภาพ และไดม้ าตรฐานจากส่วนกลางใหแ้ กส่ ถานศึกษา ผ่านระบบคลัง
ข้อสอบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 5) การกำกับและติดตามการดำเนินงาน
โดยการจัดกลุ่มสถานศึกษาเพือ่ การนิเทศออกเป็นกลุ่มคุณภาพ 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มดีมาก กลุ่มดี กลุ่ม
พอใช้ และกลุ่มปรับปรุง จากนั้นผู้บริหารสถานศึกษา นิเทศ กำกับ ติดตามการออกแบบการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลของครูผู้สอน ครูผู้สอนให้ความสำคัญกับการประเมิน
ระหว่างเรียน และการนำผลการประเมินไปใช้ นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พื้นฐานได้ติดตาม ช่วยเหลือ และชี้แนะการดำเนินงานแก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอย่างต่อเนื่อง
มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ศึกษานิเทศก์ และครูผู้สอนในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการวัดและ
ประเมินผลในชั้นเรียน การสร้างแบบทดสอบแบบเขียนตอบ การสร้างเครื่องมือประเมิน

ความสามารถในการคิด การสร้างแบบทดสอบวินิจฉัยผู้เรียน เป็นต้น อย่างต่อเนื่องทุกปี ส่งผลให้
ศึกษานิเทศก์มีความรู้ ความสามารถ เกี่ยวกับการสร้างแบบทดสอบ และเครื่องมือการประเมิน
คุณภาพผู้เรียนที่หลากหลาย สามารถให้คำแนะนำ และข้อเสนอแนะแก่คุณครูในสังกัดได้เป็นอย่างดี
อีกทั้ง คุณครูผู้สอนก็มีความสามารถในการสร้างแบบทดสอบ และเครื่องมือวัดที่มีคุณภาพได้
นอกจากนี้มีการจัดอันดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จากผลการประเมินดังกล่าว ส่งผลให้
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีความตื่นตัว ผู้บริหารสำนักงานตระหนักถึงความสำคัญจำเป็นของการ
ประเมินคุณภาพผู้เรียน ทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยมี
เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จึงส่งผล
ใหผ้ ลการประเมนิ คุณภาพผูเ้ รยี น (NT) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 ปกี ารศึกษา 2562 ในระดบั สำนักงาน
เขตพื้นท่กี ารศกึ ษาสงู กว่าระดบั ประเมนิ เกนิ ครงึ่ ของสำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาท้ังหมด

4.6.4 อภิปรายสรุปผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ปกี ารศกึ ษา 2562 จำแนกตามกลุม่ สถานศึกษาที่มบี รบิ ทแตกต่างกนั

จากข้อมูลสรุปผลเปรียบเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปี
การศึกษา 2562 ของสถานศึกษาในโครงการพิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พื้นฐานกับระดับประเทศและระดับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า คะแนน
เฉลีย่ รวมสูงกว่าระดับประเทศและระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ได้แก่ โรงเรียน
อัตราการแข่งขันสูง/ยอดนิยม โรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด โรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียน
อนุบาลประจำเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียนโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โรงเรียนแม่เหล็ก
โรงเรียนดีประจำตำบล โรงเรียนในโครงการประชารัฐรุ่น 3 โรงเรียนในโครงการประชารัฐรุ่น 2 ส่วน
โรงเรียนท่ีมคี ะแนนเฉล่ียตำ่ กว่าระดับประเทศ ได้แก่ โรงเรียนในโครงการ DLTV โรงเรียนในโครงการ
ประชารัฐ ร่นุ 1 โรงเรยี นไทยรัฐวิทยา โรงเรียนในฝนั โรงเรียนเครือข่าย โรงเรยี นเกาะแก่ง โรงเรียน
พนื้ ทส่ี ูง โรงเรยี นในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกจิ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์/
ศึกษาสงเคราะห์

ผลเปรียบเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2562
ของสถานศึกษาในโครงการพิเศษ พบประเด็นท่ีนา่ สนใจ คอื โรงเรียนในโครงการประชารัฐรุ่น 2 และ 3
มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ ส่วนโรงเรียนประชารัฐรุ่น 1 มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ
ทั้งนี้อาจเนื่องจากการดำเนินการโครงการ “โรงเรียนประชารัฐ” เป็นหนึ่งในโครงการที่
กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) "สานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษา
พื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ" ร่วมกับภาคประชาสังคม และภาคเอกชนกว่า 25 องค์กรชั้นนำ
ระดับประเทศ เพ่อื ยกระดับการจัดการศึกษาในสถานศึกษาข้ันพน้ื ฐานโดยมีเป้าหมายเชงิ คุณภาพ เช่น
พัฒนานักเรียนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม พัฒนาการจัดการเรียนรู้และความรู้ของครู พัฒนาโครงสร้าง
พื้นฐานดิจิทัลและระบบข้อมูลการศึกษาของโรงเรียน เป็นต้น นอกจากนี้สิ่งที่โรงเรียนจะได้รับจากการ
เป็นต้นแบบโรงเรียนประชารัฐ คือ 1) ครู ได้รับความรู้และประสบการณ์จากกระบวนการจัดการ

ตลอดจนได้รับการพัฒนา-การเรียนรู้ต่าง ๆ 2) โรงเรียน ได้รับการเติมเต็มจากภาคเอกชน ทั้งในด้าน
โครงสร้างพื้นฐาน สื่อการเรียนการสอน ระบบฐานข้อมูล เป็นต้น 3) ผู้บริหาร ได้รับการพัฒนา
คุณสมบัติและสมรรถนะความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการ 4) ผู้ปกครอง ชุมชน ได้มีส่วนร่วมใน
การจัดการศึกษาและสนับสนุนการศึกษามากขึ้น จะเห็นว่าเป้าหมายที่แท้จริงของโครงการโรงเรียน
ประชารัฐไม่ได้อยู่ที่การยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน แตเ่ น้นพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานดิจิทัล และการ
พฒั นาระบบข้อมูลการศึกษาของโรงเรียน สว่ นการพฒั นาผู้เรียนเน้นให้เป็นคนดี มคี ุณธรรม มากกว่าให้
เป็นคนเก่ง นอกจากนี้การคัดเลือกโรงเรียนประชารัฐรุ่นที่ 1 ก็แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ กล่าวคือการ
คดั เลอื กโรงเรียนประชารฐั รุน่ ท่ี 1 คดั เลอื กจากสถานศึกษาขนาดกลาง หรอื ขนาดเล็ก ท่มี ีคณุ สมบัติดังน้ี
1) มีความต้องการเข้าร่วมพัฒนาตามโครงการ 2) กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีส่วนร่วมในการ
สนับสนุนการบริหารจัดการ 3) ชุมชนให้การยอมรับ และยินดีสนับสนุน ส่วนเกณฑ์ในการคัดเลือก
โรงเรียนประชารัฐรุ่นที่ 2 และ 3 คือ ต้องเป็นโรงเรียนที่มีศักยภาพ เป็นโรงเรียนหลัก มีนักเรียนไม่น้อย
กว่า 120 คน เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และมีสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ จะเห็นได้ว่า
โรงเรียนประชารัฐรุ่นที่ 2 และ 3 เป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน มากกว่า รุ่นที่ 1 จึงส่งผลให้
คะแนนเฉล่ียของรุ่นท่ี 2 และ 3 สงู กว่าระดบั ประเทศ แต่ รุ่นที่ 1 ต่ำกวา่

4.6.5 อภิปรายผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 ปกี ารศกึ ษา
2562ของกล่มุ สถานศึกษาทีม่ ขี นาดแตกต่างกนั

จากข้อมูลสรปุ ผลการเปรยี บเทียบการประเมินคุณภาพผู้เรยี น (NT) ช้นั ประถมศกึ ษา
ปีที่ 3 ปีการศึกษา 2562 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาที่มี
ขนาดแตกต่างกันกับระดับประเทศและระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรวม
พบว่า กลุ่มสถานศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยรวมสูงกว่าระดับประเทศและระดบั สำนกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ สถานศึกษาขนาดเล็ก (1-120) ขนาดใหญ่พิเศษ (501 คนขึ้นไป) และ
ขนาดเล็ก (61-120 คน) ส่วนสถานศึกษาเล็กพเิ ศษ (1-60 คน) ขนาดกลาง (121 -300 คน) และขนาด
ใหญ่ (301 - 500 คน) มีคะแนนเฉลี่ยรวมต่ำกว่าระดับประเทศและระดับสำนักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน

ทั้งนี้การท่ีผลการประเมนิ คุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในสถานศึกษา
ขนาดเล็กพิเศษ ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ อาจเนื่องจากการ
ประเมินคุณภาพผู้เรียน เป็นการประเมินในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ครูผู้สอน และนักเรียน ยังให้
ความสำคัญน้อยเพราะไม่ตระหนักว่าการประเมินคร้ังนี้นำไปประโยชน์ได้อย่างไรบ้างและไม่มีผลต่อ
การศึกษาต่อของนักเรียน นอกจากน้ีปัญหาสำคัญที่พบในโรงเรียนขนาดเล็กคือ การขาดแคลน
ทรัพยากร เพราะการจัดสรรงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยืนอยู่บน
บรรทัดฐานของค่าใช้จ่ายรายหัว แม้จะบวกเพิ่มพิเศษอย่างไรก็ได้ไม่เท่าโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียน
มากอยู่ดี การลงทุนด้านค่าก่อสร้างอาคาร ค่าครุภัณฑ์ วัสดุสื่อต่าง ๆ ก็มีข้อจำกัด ครูส่วนใหญ่ขาด
ทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในสภาพที่ครูไม่ครบชั้นและนักเรียนมจี ำนวนน้อยในแต่ละ
ชั้น ครูสอนไม่เต็มเวลาและไม่เต็มความสามารถ เพราะมีภารกิจอื่นที่นอกเหนือจากการสอนสำหรับ

ปัญหาทพี่ บในโรงเรียนขนาดเลก็ และโรงเรียนขนาดกลางหลายแหง่ ที่นักเรียนมีคะแนนการประเมินต่ำ
พบว่ามีจำนวนครูไม่พอเพียงในบางกลุ่มสาระ ผบู้ รหิ ารต้องแก้ไขโดยการนำครใู นกลุ่มสาระอื่นไปสอน
ในกลุ่มสาระที่ครูขาด ทำให้คุณวุฒิของครูไม่ตรงตามสาระการสอนส่งผลถึงคุณภาพการสอนของครู
ทำให้ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นของนกั เรียนไมด่ ีข้ึน

การทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติ (O-NET) ปกี ารศึกษา 2562

4.7 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติ (O-NET) ปกี ารศกึ ษา 2562
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6 สถานศึกษาสังกดั กระทรวงอุดมศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และ

นวัตกรรม มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา โฮมสคูล และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม
การศึกษาเอกชน ตามลำดับ และเมื่อพิจารณารายกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่า กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย สถานศึกษาสังกัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีคะแนนเฉล่ีย
สูงสดุ รองลงมาโฮม สคลู และสังกัดสำนกั งานคณะกรรมการส่งเสริมการศกึ ษาเอกชน ตามลำดบั กลมุ่
สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ สถานศกึ ษาสังกดั กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม มี
คะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาโฮม สคูล และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ตามลำดบั กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สถานศกึ ษาสังกัดกระทรวงอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วิจัย
และนวัตกรรม มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา โฮม สคูล และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม
การศกึ ษาเอกชน ตามลำดบั กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) สถานศึกษาสังกัด
กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาโฮมสคูล และ
สังกดั สำนักงานคณะกรรมการสง่ เสรมิ การศึกษาเอกชน ตามลำดับ

ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 สถานศึกษาสังกดั โฮมสคูล มคี ะแนนเฉลีย่ สงู สดุ รองลงมา กระทรวง
อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามลำดับ และเมื่อพิจารณารายกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่า กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
สถานศึกษาสังกัด กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด
รองลงมาสังกัดโฮมสคูล และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน/สำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษามัธยมศึกษา ตามลำดับ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สถานศึกษาสังกัด กระทรวง
อุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ัยและนวตั กรรม มคี ะแนนเฉล่ียสูงสุด รองลงมา สังกัดโฮมสคลู และสังกัด

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน/สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ตามลำดับ

วิทยาศาสตร์ สถานศึกษาสังกัดโฮมสคูล มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา กระทรวงอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน/สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ตามลำดับ กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) สถานศึกษาสังกัดโฮมสคูล มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา

กระทรวงอดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม มีคะแนนเฉลย่ี สูงสดุ และสงั กดั สงั กัดสำนักงาน
คณะกรรมการส่งเสริมการศกึ ษาเอกชน ตามลำดับ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สถานศึกษาในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด
รองลงมาคือ สังกัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและสังกัดกรมยุทธศึกษา
ทหารกองบัญชาการทหารสูงสุด ตามลำดับ และเมื่อพิจารณารายกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่า กลุ่ม
สาระการเรียนรู้ภาษาไทย สถานศึกษาในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา
สังกัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา
ตามลำดับ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สถานศกึ ษาในกำกบั กระทรวงศึกษาธิการ มคี ะแนนเฉล่ีย
สูงสุด รองลงมา สังกัดกรมยุทธศึกษาทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด และสังกัดสำนักพัฒนาสังคม
กรุงเทพมหานคร ตามลำดับ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สถานศึกษาในกำกับ
กระทรวงศึกษาธิการ มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา สังกัด กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย
และนวัตกรรม มีคะแนนเฉลี่ย และสังกัดกรมยุทธศึกษาทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ตามลำดับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ สถานศึกษาในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด
รองลงมา สังกดั กระทรวงอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร์ วจิ ัยและนวตั กรรม และสังกัดกรมยุทธศกึ ษาทหาร
กองบัญชาการทหารสูงสุด ตามลำดับ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
สถานศึกษาในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา สังกัด กระทรวงอุดมศึกษา
วทิ ยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสงั กัดกรมยุทธศึกษาทหาร กองบัญชาการทหารสงู สุด ตามลำดับ

1) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปี
การศึกษา 2562 ระหว่างสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน กบั ระดบั ประเทศ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี
คะแนนเฉลี่ยรวมต่ำกว่าระดับประเทศ และเม่ือพจิ ารณารายกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ พบวา่ ทุกกลมุ่ สาระ
การเรยี นร้มู ีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดบั ประเทศ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี
คะแนนเฉลี่ยรวมสูงกว่าระดับประเทศ เมื่อพิจารณารายกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่ากลุ่มสาระการ
เรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ ส่วนกลุ่มสาระการ
เรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) มคี ะแนนเฉลีย่ ต่ำกวา่

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ระดบั สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน มคี ะแนนเฉล่ีย
รวมสูงกว่าระดับประเทศ และเมื่อพิจารณารายกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีคะแนน
เฉล่ยี สูงกว่าระดับประเทศ ส่วนกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) มคี ะแนนเฉล่ีย
ต่ำกว่า

2) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของ
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ระหวา่ งปีการศึกษา 2562 กบั ปกี ารศึกษาทผี่ ่านมา

ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 ในภาพรวมมีคะแนนเฉลี่ยลดลง และเมื่อพิจารณารายกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ พบว่า ทกุ กลุ่มสาระการเรียนรู้มคี ะแนนเฉลย่ี ลดลง

ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ในภาพรวมมคี ะแนนเฉลย่ี ลดลง และเมื่อพิจารณารายกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ พบว่ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ส่วน
กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์และวทิ ยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลีย่ ลดลง

ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ในภาพรวมมีคะแนนเฉลี่ยลดลง และเมื่อพิจารณารายกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ พบว่า กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ
(ภาษาอังกฤษ) มคี ะแนนเฉลย่ี ลดลง ส่วนกล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา มีคะแนนเฉลี่ยเพ่ิมขึน้

3) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2559 – 2562
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน

ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 คะแนนผลการทดสอบในภาพรวมมีแนวโน้มที่ไม่ชดั เจน และเม่ือ
พิจารณารายกลมุ่ สาระการเรียนรู้ พบว่า ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ มแี นวโน้มไมช่ ัดเจน

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คะแนนผลการทดสอบในภาพรวมมีแนวโน้มที่ไม่ชัดเจน เม่ือ
พิจารณารายกลุ่มสาระการเรียนรู้พบว่าภาษาไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนคณิตศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) มแี นวโน้มทไ่ี ม่ชัดเจน

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 คะแนนผลการทดสอบในภาพรวมมีแนวโน้มไม่ชัดเจน เมื่อ
พิจารณารายกลุ่มสาระการเรียนรู้พบว่า ภาษาไทยมีแนวโน้มลดลงและคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
สังคมศกึ ษาฯและ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) มแี นวโนม้ ทไ่ี มช่ ดั เจน

4.8 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติขนั้ พน้ื ฐาน (O-NET) ระดับภูมภิ าค
1) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ปีการศึกษา 2562 ของ

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน จำแนกตามภูมิภาค
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยรวมสูงสุด รองลงมา คือ ภาคใต้

ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใตช้ ายแดน ตามลำดับ เม่ือพิจารณารายกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ พบว่า ภาษาไทย ภาคใต้มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคตะวันออก และภาค
กลาง ตามลำดับ คณิตศาสตร์ ภาคใต้มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคตะวันออก และภาคเหนือ
ตามลำดับ วิทยาศาสตร์ ภาคใต้มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคตะวันออก และภาคกลาง
ตามลำดบั และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ภาคตะวนั ออก มีคะแนนเฉล่ยี สูงสดุ รองลงมา ภาค
กลาง และภาคใต้ ตามลำดบั

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคใต้มีคะแนนเฉลี่ยรวมสูงสุด รองลงมาคือภาคตะวันออก ภาค
กลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ชายแดน ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ เมื่อพิจารณา
รายกลุ่มสาระการเรยี นรู้ พบว่า ภาษาไทย ภาคใตม้ ีคะแนนเฉลย่ี สูงสุด รองลงมา ภาคตะวนั ออก และ
ภาคเหนือ ตามลำดับ คณิตศาสตร์ ภาคใต้มีคะแนนเฉลี่ยสงู สดุ รองลงมา ภาคตะวันออก และภาคใต้

ชายแดน ตามลำดับ วิทยาศาสตร์ ภาคใต้มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคตะวันออก และ
ภาคเหนือ ตามลำดับ และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด
รองลงมา ภาคกลาง และภาคใตช้ ายแดน ตามลำดบั

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ภาคกลาง
ภาคใต้ ภาคใต้ชายแดน ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ เมื่อพิจารณารายกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ พบว่า ภาษาไทย ภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคใต้ และภาค
กลาง ตามลำดับ คณิตศาสตร์ ภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคกลาง และภาคใต้
ตามลำดับ วิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคใต้ และชายแดนใต้
ตามลำดับ สังคมศึกษาฯ ภาคใต้มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคตะวันออก และภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ภาคตะวันออก มีคะแนน
เฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคกลาง และภาคใตช้ ายแดน ตามลำดับ

2) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาตขิ ัน้ พืน้ ฐาน (O-NET) ระหวา่ งปีการศกึ ษา
2562 กับ ปีการศกึ ษาท่ีผ่านมา จำแนกตามภูมิภาค

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทั้ง 5 ภูมิภาคและภาคใต้ชายแดน มีคะแนนเฉลี่ยในปีการศึกษา
2562 ลดลงจากปี 2561 และ เมื่อพิจารณารายกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่า ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ มี
คะแนนเฉลี่ยลดลง

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั้ง 5 ภูมิภาคและภาคใต้ชายแดน มีมีคะแนนเฉลี่ยในปีการศึกษา
2562 ลดลงจากปี 2561 และ เมือ่ พจิ ารณารายกลุ่มสาระการเรยี นรู้ พบวา่ ทกุ กลุ่มสาระการเรียนรู้ มี
คะแนนเฉลี่ยลดลง

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้ง 5 ภูมิภาคและภาคใต้ชายแดน มีคะแนนเฉลี่ยในปีการศึกษา
2562 ลดลงจากปี 2561 และ เมือ่ พจิ ารณารายกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบวา่ ทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ มี
คะแนนเฉลยี่ ลดลง

3) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระหว่าง
สำนกั งานศึกษาธิการภาค กบั ระดบั ประเทศ ปกี ารศกึ ษา 2562

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีสำนักงานศึกษาธิการภาค จำนวน 9 แห่งมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือ
เท่ากบั ระดบั ประเทศ ทกุ ดา้ น/ทุกกลุม่ สาระการเรยี นรู้ คิดเปน็ รอ้ ยละ 50 มสี ำนกั งานศึกษาธกิ ารภาคจำนวน
4 แห่ง มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศ บางด้าน/บางกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีสำนักงาน
ศกึ ษาธิการภาคจำนวน 5 แหง่ มีคะแนนเฉลยี่ ต่ำกว่าระดับประเทศทุกด้าน/ทุกกลมุ่ สาระการเรียนรู้

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานศึกษาธิการภาค จำนวน 6 แห่งมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือ
เท่ากับระดับประเทศ ทุกด้าน/ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีสำนักงานศึกษาธิการภาคจำนวน 4 แห่ง มี
คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศ บางด้าน/บางกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีสำนักงานศึกษาธิการ
ภาคจำนวน 8 แหง่ มีคะแนนเฉล่ยี ต่ำกว่าระดับประเทศทุกด้าน/ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สำนักงานศึกษาธิการภาค จำนวน 4 แห่งมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือ
เท่ากับระดับประเทศ ทุกด้าน/ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีสำนักงานศึกษาธิการภาคจำนวน 3 แห่ง มี

คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศ บางด้าน/บางกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีสำนักงานศึกษาธิการ
ภาคจำนวน 11 แห่ง มีคะแนนเฉล่ยี ต่ำกวา่ ระดบั ประเทศทุกด้าน/ทุกกลุ่มสาระการเรยี นรู้

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานศึกษาธิการภาค จำนวน 2 แห่งมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือ
เท่ากับระดับประเทศ ทุกด้าน/ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีสำนักงานศึกษาธิการภาคจำนวน 6 แห่ง มี
คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศ บางด้าน/บางกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีสำนักงานศึกษาธิการ
ภาคจำนวน 10 แห่ง มีคะแนนเฉลยี่ ต่ำกว่าระดับประเทศทุกด้าน/ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

4.9 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพืน้ ฐาน (O-NET) ระดับสำนักงานศึกษาธิการ
จังหวดั

1) ผลการเปรยี บเทียบการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ น้ั พ้ืนฐาน (O-NET) ปี
การศึกษา 2562 ระหวา่ งสำนกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวัด กบั ระดับประเทศ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับ
ระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 25 จังหวดั สงู กวา่ หรือเท่ากับระดับประเทศ บางกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ จำนวน 15 จงั หวัด และต่ำกวา่ ระดบั ประเทศทุกกลุ่มสาระการเรยี นรู้ จำนวน 37 จงั หวดั

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับ
ระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 19 จังหวัด สูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศบางกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ จำนวน 16 จงั หวัด และตำ่ กวา่ ระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 42 จงั หวัด

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับ
ระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 16 จังหวัด สูงกว่าหรือเท่ากับระดับประเทศบางกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ จำนวน 20 จงั หวดั และตำ่ กว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้จำนวน 41 จงั หวัด

2) ผลการเปรียบเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปี
การศกึ ษา2562 ระหว่างสำนกั งานศกึ ษาธิการจังหวัดกับระดับประเทศ จำแนกตามกลมุ่ สาระการ
เรียนรู้

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับ
ระดับประเทศ จำนวน 39 จังหวัด รองลงมาคือ คณิตศาสตร์ จำนวน 35 จังหวัด วิทยาศาสตร์ จำนวน
31 จังหวัด และภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) จำนวน 25 จงั หวัด ตามลำดับ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับ
ระดบั ประเทศ จำนวน 35 จังหวัด รองลงมาคือ คณติ ศาสตร์ จำนวน 29 จงั หวดั วิทยาศาสตร์ จำนวน
26 จงั หวดั และภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) จำนวน 19 จังหวัด

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มีมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับ
ระดับประเทศ จำนวน 34 จังหวัด รองลงมาคือ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน 33
จังหวัด คณิตศาสตร์ จำนวน 27 จังหวัด วิทยาศาสตร์ จำนวน 23 จังหวัด และภาษาต่างประเทศ
(ภาษาอังกฤษ) จำนวน 17 จังหวัด

4.10 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับเขตพื้นที่
การศึกษา

1) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปี
การศึกษา 2562 ระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พ้นื ฐาน

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีคะแนนเฉลี่ย สูงกว่าหรือ
เท่ากับระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 23 เขต
สูงกว่าหรือเท่ากับระดับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน บางกลุ่มสาระการเรียนรู้
จำนวน 54 เขต และต่ำกว่าระดับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทุกกลุ่มสาระการ
เรยี นรู้ จำนวน 108 เขต ตามลำดับ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามคี ะแนนเฉลี่ย สูงกว่าหรือเท่ากับระดบั
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 19 เขต สูงกว่าหรือเท่ากับ
ระดับระดับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน บางกลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 37 เขต และต่ำ
กว่าระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ทกุ กลุม่ สาระการเรียนรู้ จำนวน 170 เขต ตามลำดับ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ สูงกว่าหรือ
เท่ากับระดับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 12 เขต
สูงกว่าหรือเท่ากับระดับระดับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน บางกลุ่มสาระการเรียนรู้
จำนวน 16 เขต และต่ำกว่าระดับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทุกกลุ่มสาระการ
เรยี นรู้ จำนวน 71 เขต ตามลำดับ

2) จำนวน และร้อยละ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) สูงกว่าหรือเท่ากับระดับสำนักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับ
ระดับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 70 เขต รองลงมาคือ คณิตศาสตร์
จำนวน 58 เขต วิทยาศาสตร์จำนวน 57 เขต และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) จำนวน 23 เขต
ตามลำดับ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับ
ระดับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน จำนวน 51 เขต รองลงมาคือ วิทยาศาสตร์ จำนวน
38 เขต ถัดมาคือ คณิตศาสตร์ จำนวน 29 เขต และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) จำนวน 22
เขต ตามลำดบั

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าหรือเท่ากับ
ระดบั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน จำนวน 23 เขต รองลงมาคือ ภาษาไทย จำนวน
21 เขต วิทยาศาสตร์ จำนวน 20 เขต คณิตศาสตร์ จำนวน 19 เขต และ ภาษาต่างประเทศ
(ภาษาองั กฤษ) จำนวน 13 เขต ตามลำดับ

4.11 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) จำแนกตามกลุ่ม
สถานศึกษาที่มบี รบิ ทแตกตา่ งกัน

1) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปี
การศึกษา 2562 ระหวา่ งสถานศึกษาในโครงการพิเศษกับระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน และระดบั ประเทศ

สถานศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยรวมการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)
สูงกว่าระดับประเทศ ได้แก่ โรงเรียนอัตราการแข่งขันสูง/ยอดนิยม โรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด
โรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนในโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มความรู้ และโรงเรียนอนุบาลประจำ
เขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษา

เม่ือเปรยี บเทยี บกับระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พบว่าสถานศึกษาที่
มีคะแนนเฉลี่ยรวมการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) สูงกว่าระดับ สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ โรงเรียนในโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มความรู้ โรงเรียน
มาตรฐานสากลโรงเรียนอตั ราการแข่งขนั สูง/ยอดนิยม โรงเรยี นอนุบาลประจำจังหวัด โรงเรียนอนุบาล
ประจำเขตพื้นที่การศึกษา และ ส่วนโรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ โรงเรียนในโครงการ DLTV โรงเรียนดีประจำตำบล โรงเรียนในโครงการ
ประชารัฐ รุ่น 1 -3 โรงเรียนเครือข่าย โรงเรียนแม่เหล็ก โรงเรียนในฝัน โรงเรียนพื้นที่สูง โรงเรียน
เกาะแก่ง โรงเรียนไทยรัฐวิทยา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์/ศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนในเขต
พฒั นาพเิ ศษเฉพาะกจิ จงั หวัดชายแดนภาคใต้ ตามลำดับ

2) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 3 ปีการศึกษา 2562 ระหว่างสถานศึกษาโครงการพิเศษ กับระดับสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขัน้ พนื้ ฐานและระดบั ประเทศ

ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปี
การศึกษา 2562 ระหว่างสถานศึกษาโครงการพิเศษ กับระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน และ ระดับประเทศ พบว่า สถานศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยรวมการทดสอบระดับชาติขัน้ พื้นฐาน
(O-NET) สูงกว่าระดับประเทศ ได้แก่ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย โรงเรียมาตรฐานสากลโรงเรียน
เฉลิมพระเกียรติ โรงเรียนอัตราแขง่ ขันสงู /ยอดนยิ ม และโรงเรียนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกจิ จังหวัด
ชายแดนใต้ ส่วนสถานศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ ได้แก่ โรงเรียนในโครงการ DLTV
โรงเรียนในโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โรงเรียนดีประจำตำบล โรงเรียนประชารัฐ รุ่น 1 – 3
โรงเรียนในผัน โรงเรียนเครือข่าย โรงเรียนแม่เหล็ก โรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด โรงเรียนอนุบาล

ประจำเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียน ไทยรัฐวิทยา โรงเรียนพื้นที่สูง โรงเรียนเกาะแก่ง และ โรงเรียน
ราชประชานเุ คราะห/์ ศกึ ษาสงเคราะห์

3) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ปีการศกึ ษา 2562 ระหวา่ งสถานศกึ ษาโครงการพเิ ศษ กบั ระดบั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา
ข้ันพนื้ ฐานและระดบั ประเทศ

สถานศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) รวมสูงกว่า
ระดับประเทศ และระดับสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน ไดแ้ ก่ โรงเรียนมาตรฐานสากล
โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย โรงเรียนอัตราการแข่งขันสูง/ยอดนิยม และโรงเรียนในเขตพัฒนา
พิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนสถานศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศและระดับ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ไดแ้ ก่ โรงเรยี นดปี ระจำตำบล โรงเรยี นประชารัฐ รุน่ 1 – 3
โรงเรียนแม่เหล็ก โรงเรียนในฝัน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ โรงเรียนพื้นที่สูง โรงเรียนเกาะแก่ง
โรงเรยี นไทยรัฐวิทยา และโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์/ศึกษาสงเคราะห์ ตามลำดับ

4.12 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของกลุ่ม
สถานศกึ ษาทีม่ ขี นาดแตกต่างกัน

1) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดบั ชาติข้นั พืน้ ฐาน (O-NET) ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี
6 ปีการศึกษา 2562 ระหว่างสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีขนาด
แตกต่างกัน กับระดบั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน และระดบั ประเทศ

กลุ่มสถานศึกษาที่มีคะแนนเฉลีย่ การทดสอบระดับชาตขิ ั้นพืน้ ฐาน (O-NET) รวม และรายกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ สูงกว่าระดับประเทศและระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ
สถานศกึ ษาขนาดใหญ่พิเศษ (501 คนข้นึ ไป)

2) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปี
การศึกษา 2562 ระหว่างสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีขนาดแตกต่าง
กนั กับระดบั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน และระดบั ประเทศ

สถานศกึ ษาทีม่ คี ะแนนเฉลยี่ โดยรวมและรายกลุม่ สาระการเรยี นรูส้ ูงกว่าระดับประเทศและ
ระดบั สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน คือสถานศึกษาขนาดใหญพ่ ิเศษ (501 คนข้นึ ไป)

3) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปี
การศึกษา 2562 ระหว่างสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีขนาดแตกต่าง
กนั กบั ระดบั สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานและระดับประเทศ

สถานศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) โดยรวม
และรายกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงกว่าระดับประเทศ และระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ
สถานศกึ ษาขนาดใหญ่พิเศษ (501 คนขน้ึ ไป)

4) ผลการเปรียบเทียบการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของสถานศึกษาสังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานที่มีขนาดตา่ งกนั ปกี ารศึกษา 2561 กับ 2562

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สถานศึกษาทุกขนาดมีผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน
(O-NET) ปกี ารศกึ ษา 2562 ลดลงจากปีการศกึ ษา 2561 ในทุกกลมุ่ สาระการเรียนรู้

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 สถานศึกษาท่ีมผี ลการทดสอบระดับชาติขั้นพนื้ ฐาน (O-NET) ในปี
การศึกษา 2562 ลดลงจากปีการศึกษา 2561 จำแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้ภาษาไทย คือ
สถานศึกษาขนาดเล็กพิเศษ (1-60) คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยลดลงทุก
ขนาดสถานศึกษา วิทยาศาสตร์ สำหรับภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) พบว่ามีคะแนนเฉลี่ย
เพ่มิ ข้นึ ทกุ ขนาดสถานศกึ ษา

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 สถานศกึ ษาที่มผี ลการทดสอบระดบั ชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET) ในปี
การศึกษา 2562 ลดลงจากปีการศึกษา 2561 จำแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่า ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) มีคะแนนเฉลี่ยลดลงทุกขนาด
สถานศึกษา สำหรับสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม พบว่ามีเฉพาะสถานศกึ ษาขนาดใหญ่ (301-
500) ท่ีมคี ะแนนเฉลยี่ ปีการศึกษา 2562 ลดลงจากปกี ารศึกษา 2561

4.13 อภิปรายผลผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ้ันพื้นฐาน (O-NET) ปกี ารศึกษา
2562

1) อภิปรายผลการเปรียบเทยี บผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET)
ปีการศึกษา 2562 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขัน้ พ้ืนฐานกับระดบั ประเทศ

ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ผลการเปรยี บเทยี บผลทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขั้นพื้นฐาน
(O-NET) ปีการศึกษา 2562 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษา ขั้นพื้นฐานกับระดับประเทศ พบว่า ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละต่ำกวา่
ระดบั ประเทศ ทง้ั น้อี าจเนอ่ื งจากการใชห้ ลกั สตู รสถานศึกษาของครผู ู้สอนได้รบั การแปลงจากหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2551 มาใช้ยังไม่มีความเหมาะสมกับสถานศึกษาและครูส่วน
ใหญ่ขาดการวิเคราะห์หลักสูตร ตามตารางการวิเคราะห์หลักสูตรในกลุ่มสาระการเรียนรู้ การจัด
กระบวนการเรียนการสอนยังไม่เป็นไปตามตัวชี้วัดในหลักสูตรของกลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมถึงการ
วัดผลและประเมินผลไม่ครบองค์ประกอบ 6 ระดับตามคุณภาพของตัวชี้วัด ความรู้จำ ความเข้าใจ
การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ การคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์และการประเมินคุณค่า และอาจ
เนื่องมาจาก สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีปริมาณที่มาก มี
นักเรียนหลากหลายความรู้ความสามารถ โดยส่วนใหญ่นักเรียนในสถานศึกษายังขาดความพร้อมในการ
เรียนรู้ มีสภาพปัญหาที่ยังไม่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้และคุณภาพชีวิต ได้แก่ การขาด
แคลนอุปกรณ์เครื่องใช้ ตลอดถึงเทคโนโลยีในการเรียนรู้ ขาดทุนการศึกษา ครอบครัวมีฐานะท าง
เศรษฐกิจไม่ดี อยู่ในพื้นที่ชนบท เกาะแก่ง ภูเขา สถานศึกษาเป็นหน่วยงานขนาดเล็กเป็นส่วนใหญ่ ขาด
แคลนครู มีครูไมค่ รบช้ันเรยี น ขาดความพรอ้ มด้านงบประมาณ เปน็ ต้น

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการเปรียบเทียบผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน
(O-NET) ปีการศึกษา 2562 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐานกับระดับประเทศ พบว่า ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละสูงกว่า
ระดับประเทศ ยกเว้น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ
ต่ำกว่าระดับประเทศ ทั้งนี้อาจเนื่องจาก นักเรียนสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ที่เป็นการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งเป็น
ระดับชั้นเรียนที่จะเป็นฐานของการดำเนินชีวิต ทั้งในการศึกษาต่อและ การประกอบอาชีพในสถาน
ประกอบการ นักเรียนให้ความสนใจในการเรียนรู้ ครู และผู้บริหารสถานศึกษาให้การดูแลช่วยเหลือ
ภายใต้การสนับสนุนทรัพยากรและงบประมาณจากต้นสังกัด ทั้งงบประมาณรายหัวนักเรียน
งบประมาณปัจจัยพื้นฐานยากจน งบประมาณอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ อีกทั้งสำนักงาน
ศึกษาธิการภาคได้กำหนดนโยบายในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนลงไปยังสำนักงาน
ศึกษาธิการจังหวัด ได้แก่ โครงการ TFE (Teams for Education) ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เป็นโครงการที่บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ในแต่ละจังหวัด
เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพผู้เรียนจากโรงเรียนในทุกสังกัดในแต่ละจังหวัด ซึ่งดำเนินการโดยการ
วิเคราะห์ข้อมูล การติดตาม ประเมินผลการพัฒนาและการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอด
บทเรียนรูปแบบ/แนวทางการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ระดับภาค โดยดำเนินการต่อเนื่องตลอดปี
การศึกษา จึงส่งผลให้คะแนนเฉลี่ยในภาพรวมของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ และ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีนโยบายการลดภาระงานครูเพิ่มคุณภาพผู้เรียน
(จัดสรรอตั ราครธู รุ การ) นโยบายระบบเครือข่ายไฮสปีดอินเตอรเ์ น็ต และการลงพน้ื ท่ีของผู้อำนวยการ
เขตพื้นที่การศึกษา ส่วนโครงการที่ส่งผลให้คะแนน O-NET สูงขึ้นได้ เช่น การพัฒนาการอ่านออก
เขียนได้ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยระบบ DLTV การพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร และการลด
เวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ รวมถึงวิธีการบริหารงานแบบจิ๊กซอว์โมเดล คือ จะแบ่งโรงเรียนออกเป็นกลุ่ม
ย่อย เพื่อให้มีเป้าหมายของการดำเนินการ ซึ่งจะให้มีผู้รับผิดชอบแต่ละกลุ่มโรงเรียน และสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะลงไปเติมเต็มให้ครบ เช่น ขาดงบประมาณ ขาดแคลนครู หรือ
เทคนคิ การเรยี นการสอน เป็นต้น เพ่อื เป็นการเติมเต็มงบประมาณพิเศษในการเพ่มิ คุณภาพการศึกษา
ไดเ้ กิดขึ้นอย่างเท่าเทียมในอนาคต

ส่วนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) คะแนนเฉลี่ยร้อยละต่ำกว่า
ระดับประเทศ ทั้งนี้อาจเนื่องจากนักเรียนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์เนื่องจากแบบทดสอบ O-NET
จะเนน้ การคิดวิเคราะห์หาคำตอบมากกวา่ การจดจำ คำถาม ประเภทความจำมีน้อยมาก เพราะฉะน้ัน
เม่ือนักเรียนขาดทกั ษะการคิดวเิ คราะห์แลว้ ก็ทำให้ไมส่ ามารถตอบคำถามไดถ้ ูกต้อง และนกั เรียน และ
สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีปริมาณที่มาก มีนักเรียน
หลากหลายความรู้ความสามารถ มีสภาพปัญหาที่ยังไม่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้และ
คุณภาพชีวิต การขาดอุปกรณ์เครื่องใช้ ตลอดถึงเทคโนโลยีในการเรียนรู้ ขาดทุนการศึกษา

ครอบครวั มฐี านะทางเศรษฐกจิ ไมด่ ี อยู่ในพื้นทชี่ นบท เกาะแกง่ ภเู ขา สถานศกึ ษาเปน็ หนว่ ยงานขนาด
เลก็ เปน็ ส่วนใหญ่ ขาดแคลนครูโดยเฉพาะกลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ และมีครไู ม่ครบชั้นเรยี น

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผลการเปรียบเทียบผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน
(O-NET) ปีการศึกษา 2562 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐานกับระดับประเทศ พบว่า ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละสูงกว่า
ระดับประเทศ ยกเว้น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ
ต่ำกว่าระดับประเทศ ท้ังนอี้ าจเน่ืองจากครูผ้สู อนระดับชน้ั มธั ยมศึกษาให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์
ผลการประเมิน/ผลการทดสอบ O-NET เพื่อนำผลมาพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนการสอน มีการ
สร้างทัศนคติที่ดี ให้กับนักเรียน พ่อ แม่ และผู้ปกครอง ในการให้ความสำคัญกับการทดสอบ
O-NET ครูผู้สอนใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายและทันสมัย เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการ
คิด วิเคราะห์ และประเมินค่าให้กับนักเรียน ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
และอาจเนื่องมาจากนักเรียนสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็น
นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่มีวุฒิภาวะ และความรับผิดชอบสูงกว่านักเรียนในระดับ
มัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนให้ความสนใจในการเรียนรู้ ครู และผู้บริหารสถานศึกษาให้การดูแล
ชว่ ยเหลอื ภายใตก้ ารสนับสนนุ ทรัพยากรและงบประมาณจากต้นสังกัด ทัง้ งบประมาณรายหัวนักเรียน
งบประมาณปัจจัยพื้นฐานยากจน งบประมาณอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ อีกทั้งในสถานการณ์
ปัจจุบันคณะครู ผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีความตระหนัก
และให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาใหเ้ หมาะสมกับการเปลีย่ นแปลงของประเทศไทย
ยุค 4.0 และทกั ษะท่ีผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21

ส่วนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) คะแนนเฉลี่ยร้อยละต่ำกว่า
ระดับประเทศ ที่ปรากฏผลเช่นนี้เนื่องจากนักเรียนไม่ให้ความสำคัญการสอบ O-NET มีความ
ประหม่าและตืน่ เตน้ ในการทดสอบ ขาดทักษะ กระบวนการคดิ และเทคนคิ ในการทำข้อสอบ นักเรียน
บางส่วนอ่านหนังสือไม่ออก – ไม่คล่อง จึงทำให้มีผลสัมฤทธิต์ ่ำ นักเรียนส่วนมากมีฐานะยากจน ต้อง
ช่วยผู้ปกครองทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ทำให้ขาดเรียนบ่อย รวมทั้งไม่มีเวลาทบทวนเนื้อหาของบทเรียน
เท่าที่ควร จึงส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ต่ำ มีสภาพปัญหาที่ยังไม่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการ
เรียนรู้และคุณภาพชีวติ ได้แก่ การขาดแคลนอุปกรณ์เครื่องใช้ ตลอดถึงเทคโนโลยใี นการเรียนรู้ ขาด
ทุนการศึกษา ครอบครัวมีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดี อยู่ในพื้นที่ชนบท เกาะแก่ง ภูเขา สถานศึกษาเป็น
หน่วยงานขนาดเลก็ เปน็ ส่วนใหญ่ ขาดแคลนครู และมีครูไมค่ รบชน้ั เรยี น ขาดแคลนครโู ดยเฉพาะกลุ่ม
สาระการเรียนรตู้ ่างประเทศ

2) อภิปรายผลการเปรียบเทยี บผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน (O-NET)
ปีการศึกษา 2562 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขน้ั พ้นื ฐาน จำแนกตามภมู ภิ าค

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยรวมสูงสุด รองลงมา คือ ภาคใต้
ภาคกลาง ภาคเหนอื ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ชายแดน ตามลำดับ เมือ่ พจิ ารณารายกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ พบว่า ภาษาไทย ภาคใต้มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคตะวันออก และภาค
กลาง ตามลำดับ คณิตศาสตร์ ภาคใต้มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคตะวันออก และภาคเหนือ
ตามลำดับ วิทยาศาสตร์ ภาคใต้มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคตะวันออก และภาคกลาง
ตามลำดบั และภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ภาคตะวันออก มคี ะแนนเฉล่ยี สูงสุด รองลงมา ภาค
กลาง และภาคใต้ ตามลำดับ ที่ปรากฎผลเช่นนี้เนื่องจากครูให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้รับการส่งเสริมด้านการพัฒนาคุณภาพศึกษา เนื่องจากอยู่ในเขต
พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ (EEC) และพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รวมถึงสถานศึกษาได้รับการ
ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูได้รับการพัฒนาในเรื่องการวัด และประเมินผลจากสำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษามีการจัดแผนการยกระดับ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (NT, O-NET) อีกทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันคณะครู ผู้บริหารสถานศึกษา
โรงเรยี น และสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามีความตระหนกั และให้ความสำคญั กับการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยยุค 4.0 และทักษะที่ผู้เรียนในศตวรรษที่
21

ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคใตม้ ีคะแนนเฉล่ียรวมสูงสดุ รองลงมาคือภาคตะวันออก ภาค
กลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ชายแดน ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ เมื่อพิจารณา
รายกลมุ่ สาระการเรียนรู้ พบว่า ภาษาไทย ภาคใต้มคี ะแนนเฉลย่ี สูงสุด รองลงมา ภาคตะวันออก และ
ภาคเหนือ ตามลำดับ คณิตศาสตร์ ภาคใต้มีคะแนนเฉล่ียสงู สดุ รองลงมา ภาคตะวันออก และภาคใต้
ชายแดน ตามลำดับ วิทยาศาสตร์ ภาคใต้มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคตะวันออก และ
ภาคเหนือ ตามลำดับ และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด
รองลงมา ภาคกลาง และภาคใต้ชายแดน ตามลำดับ ทั้งนี้เนื่องมาจาก ภาคใต้มีแนวทางการพัฒนา
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้เป็นพื้นที่ฐานการสร้างรายได้ที่หลากหลาย ในส่วน
ของการศึกษาระดบั ภาคกำหนดให้มีการพฒั นาและบรู ณาการการจัดทำยุทธศาสตรก์ ารศึกษาในระดับ
พื้นท่ี สนับสนุนการตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์ วิจัย
และพัฒนาทางการศึกษาและบริบทที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมให้หน่วยงานทางการศึกษาในระดับพื้นท่ี
ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลโดยยึดหลักเกณฑ์ วิธีการ ตามที่กฎหมายกำหนด กำกับ
ดแู ล ตดิ ตาม และประเมินผลการดำเนินงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สง่ เสรมิ และบูรณาการ
ข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา ประสานงานและบูรณาการการศึกษาในระดับพื้นที่ และพัฒนา
องคก์ รให้มีขีดสมรรถนะสงู การจัดการศกึ ษาในระดบั สำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษา และระดับปฏิบัติ

หรือสถานศึกษาจึงนำนโยบายสู่การปฏิบัติผ่านการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา และ
แผนปฏบิ ัตกิ ารประจำปี

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ภาคกลาง
ภาคใต้ ภาคใต้ชายแดน ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ เมื่อพิจารณารายกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ พบว่า ภาษาไทย ภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคใต้ และภาค
กลาง ตามลำดับ คณิตศาสตร์ ภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคกลาง และภาคใต้
ตามลำดับ วิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคใต้ และชายแดนใต้
ตามลำดับ สังคมศึกษาฯ ภาคใต้มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคตะวันออก และภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ภาคตะวันออก มีคะแนน
เฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ภาคกลาง และภาคใต้ชายแดน ตามลำดับ ที่ปรากฎผลเช่นนี้เนื่องจากภาค
ตะวันออก อยู่ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ (EEC) และพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และมีแนว
ทางการพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้เป็นพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวชายทะเล
นานาชาติ เป็นฐานการกระจายรายได้และการสร้างงาน โดยยกระดับคุณภาพของธุรกิจบริการด้าน
การท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานระดับนานาชาติและเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยว เป็นพื้นที่ที่มี
ศักยภาพด้านประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งรอบอ่าวไทย ให้คงความอุดมสมบูรณ์ของ
ทรัพยากรชายฝ่ังทะเลอย่างย่งั ยืนในส่วนของการศึกษาระดับภาคกำหนดให้มกี ารส่งเสรมิ คุณภาพและ
มาตรฐานการศึกษาทุกระดับและทุกรูปแบบในการจัดการศึกษาสู่อาเซียน ส่งเสริมการพัฒนา
กําลังคนให้ได้รับการผลิตและการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ส่งเสริม
สนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนให้มีองค์ความรู้เทคโนโลยี นวัตกรรม สู่การพัฒนาเศรษฐกิจชั้นนําใน
อาเซียน ส่งเสริม สนับสนุนใหผ้ ู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม มีทักษะในการดําเนินชีวิต และมีจิตอาสาใน
การอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการศึกษาในระดับสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษา และระดับปฏิบัติหรือสถานศึกษาจึงนำนโยบายสู่การปฏิบัติผ่านการจัดทำแผนพัฒนาการ
จดั การศึกษาและแผนปฏิบตั ิการประจำปี

3) อภิปรายผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดบั สำนกั งานศึกษาธิการจงั หวัด
จากผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกับ

ระดับประเทศพบว่าทั้งระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 มี

จำนวนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด คะแนนเฉลี่ยร้อยละต่ำกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการ

เรียนรู้เป็นส่วนใหญ่

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ถึงแม้ว่าสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดได้บูรณาการดำเนินงาน
ยกระดับผลสัมฤทธิ์ในวิชาหลักโดยร่วมมือกับหน่วยงานทางการศึกษา เช่น โรงเรียนในสังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเอกชนในระดับจังหวัดที่ร่วมกันยกระดับ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้หลักให้สูงขึ้น อีกทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้ใช้ความ
ร่วมมือจากสถานศึกษาภายในจังหวัดและดำเนินการตามจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการอย่าง

ต่อเนื่องก็ตาม แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่ำกว่าระดับประเทศเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้อาจ

เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนครู หมายถึง การที่มีครูไม่ครบชั้นและขาดแคลนครูในสาขาวิชาเอก

ครูผู้สอนไม่ครบชั้นและครูยังได้รับหน้าที่หรือภารกิจนอกเหนือจากการสอนมากเกินไป การเข้าถึง

ข้อมูลของครูยังมนี อ้ ย โรงเรียนบางแห่งที่นักเรียนมีคะแนน O-NET ต่ำ ไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ
การสอบบางโรงเรยี นมปี ัญหาเรอ่ื งอินเทอรเ์ นต็ ทไี่ มส่ ามารถใช้ได้อยา่ งสะดวกรวดเรว็ หรือแม้แต่ครูบาง
คนมีปัญหาเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ในการสืบค้นข้อมูลและมีการกระจุกตัวของครูในสถานศึกษา

ขนาดใหญ่ในเขตเมือง หรือครูได้รับมอบหมายกิจกรรมต่าง ๆ ตามนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด

อาจส่งผลทำให้ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนบางวิชาต่ำกว่าระดับประเทศ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากผลที่พบว่าคะแนนเฉล่ียผลสัมฤทธิ์ของสำนักงานศึกษาธิการ
จังหวัดกับระดับประเทศมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละต่ำกว่าระดับประเทศทุกวิชาเป็นส่วนใหญ่ อาจเป็น
เพราะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจการทดสอบทางการศึกษา
ระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET) เพราะการเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ไม่ต้องสอบเข้าเรียน ตาม
นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อีกทั้งยังมีสถานศึกษาสายอาชีพในเขต
จังหวัดเข้ารับนักเรียนเรียนต่อโดยไม่ได้มีการนำผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน
(O-NET) ไปใช้ในการสอบคัดเลือกเข้าเรียน แม้จะมีการส่งเสริมให้สถานศึกษาเน้นย้ำให้ความสำคัญ
และกระตุ้นเตือนให้นักเรียนสนใจและตั้งใจในการสอบ นอกจากนี้ในสถานศึกษาที่เป็นโรงเรียน
มัธยมในจังหวัดส่วนใหญ่เป็นสถานศึกษาขยายโอกาส ขาดแคลนครูในสาขาวิชาเอกที่สำคัญ ภาระ
งานของครูมีมาก โรงเรียนหลายแห่งครูมีงานอื่น ๆ เช่น งานพัสดุ งานการเงิน งานธุรการ รวมถึงงาน
โครงการพิเศษของโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นโครงการอาหารกลางวัน โครงการที่ทำร่วมกับชุมชนซึ่งเป็น
งานทไี่ ดร้ ับมอบหมายเพ่ิมเติมจากงานการสอนทำให้ครมู ีเวลาในการเตรียมการสอนน้อยลงไมส่ ามารถ
สอนได้เต็มที่ จึงส่งผลให้คะแนน O-NET ของนักเรียนในโรงเรียนดังกล่าวต่ำลงไปด้วยจึงส่งผลให้
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดส่วนใหญ่มีคะแนนเฉล่ียร้อยละต่ำกว่าระดับประเทศทุกวิชา

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อาจเนื่องมาจากได้มีนักเรียนบางกลุ่มท่ีมีผลการเรียนในระดับดี ได้

ผ่านการคัดเลือกเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาและระดับอาชีวศึกษา ของสถานศึกษาภายใน

จังหวัดโดยระบบรับตรงและซึ่งส่วนใหญ่จะดำเนินการแล้วเสร็จก่อนการทดสอบทางการศึกษา

ระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) และไม่ได้นำคะแนนจากผลการสอบมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการ

คัดเลือกเข้าศึกษาต่อ หรือนักเรียนบางส่วนเมื่อจบการศึกษาแล้วประกอบอาชีพตามความถนัดของ

ตน ดังนั้น นักเรียนจึงไม่เห็นความสำคัญของผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-

NET) ไม่ตั้งใจทำข้อสอบหรือขาดสอบและอาจมีสาเหตุมาจากมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละ ตัวชี้วัด หรือ

ระดับความรู้ของนักเรยี นที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 กำหนดไว้กับการสอน

จริงของผู้สอนในโรงเรียนส่วนใหญ่ยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงส่งผลให้ความรู้ที่เกิดขึ้นในตัว

นกั เรียนอยใู่ นระดับขน้ั ต่ำกว่าเกณฑ์ และยังสง่ ผลใหผ้ ลการสอบวัด O-NET ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานไป

ด้วย ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด คือ การกำหนดให้นักเรียนผ่านการเรียนรู้ด้วยการลงมือ

ปฏิบัติจริง เช่น การแสดงออกในการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาอย่างมีแบบแผนด้วยตัวของ

ผู้เรียนเอง ส่วนการสอนของครู ต้องออกแบบการสอนที่นำไปสู่การเรียนรู้ที่นักเรียนต้องคิด ปฏิบัติ

และแก้ปัญหา เพือ่ ให้นกั เรียนเปน็ ผู้สรุปความรู้ ความคิดรวบยอดจากการคิด การปฏบิ ตั ิ และสรปุ เป็น

หลักการด้วยตนเอง จึงจะตรงตามจุดประสงค์ที่มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกำหนดแต่ในสภาพ
จริงการสอนของครไู ม่ได้มีการออกแบบการเรียนรู้ท่ีใช้คำถามนำไปสู่การพา นักเรียนคิดและลงมือทำ
ดว้ ยตัวของผเู้ รียนเอง แตส่ ว่ นใหญ่ยังเปน็ การสอนแบบอธิบาย บอกเลา่ ให้ท่องจำเน้อื หาท่ีครูต้องการ
ใหจ้ ำใหค้ รบถว้ น ซ่ึงไมไ่ ดท้ ำใหผ้ ู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ การคดิ การปฏิบัติ และการแก้ปัญหา นกั เรยี นไม่
สามารถสร้างองค์ความรู้เองได้ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนเหล่าน้ีกลายเป็นความรู้ในระดับต่างๆ
ทีเ่ กิดขน้ึ ในตวั ของผู้เรยี นแต่ละคนทำให้ระดบั ความรู้ของนักเรยี นมีความแตกตา่ งกนั

4) อภิปรายผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับเขตพื้นที่
การศกึ ษา

จากข้อสรุปที่พบว่าผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาส่วนใหญ่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 108 เขต จากจำนวนสำนกั งาน
เขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด 185 เขต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาส่วนใหญ่มี
คะแนนเฉลยี่ ต่ำกวา่ ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ทกุ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ จำนวน 170
เขต จากจำนวนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด 226 เขต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานเขต
พ้ืนทกี่ ารศกึ ษาสว่ นใหญ่มคี ะแนนเฉล่ยี ต่ำกว่าระดบั สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ทุก
กลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 71 เขต จากจำนวนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด 99 เขต
คะแนนเฉลี่ยรวมผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษา ต่ำกว่าระดับประเทศทุกระดับชั้น ทั้งนี้อาจเนื่องจากนักเรียนที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษา ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่อยู่นอกเมือง และเป็นเด็กขาดโอกาสทางการศึกษา นักเรียน
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ยังให้ความสำคัญต่อการสอบน้อยเนื่องจากยังไม่รู้ว่าจะนำผลจากการ
สอบไปใช้ทำอะไร เมื่อไหร่และอาจเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนครู หมายถึง การที่มีครูไม่ครบชั้น
และขาดแคลนครูในสาขาวิชาเอกในกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 4 สาระหลัก ดังนั้น ครูผู้สอนที่ไม่ได้
สอนตามวิชาเอกและความถนัดอีกทั้งยังได้รับหน้าที่หรือภารกิจนอกเหนือจากการสอนมากเกินไป
เช่น กิจกรรมต่าง ๆ ตามนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือการที่
องค์กรท้องถิ่นขอความร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ จึงเป็นเหตุให้ครูมีเวลาอยู่ในห้องเรียน
น้อยลงเป็นผลทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนบางวิชาต่ำกว่าระดับประเทศ ส่วนนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถจำแนกนักเรียนออกได้ 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มที่ได้โควตารับตรงจาก
มหาวทิ ยาลัย 2) กลมุ่ ไมเ่ รียนต่อในมหาวิทยาลยั 3) กล่มุ ท่ีได้โควตารับตรงจากมหาวิทยาลัยแต่ยังไม่
พอใจกับคณะ สาขาที่ได้ ซึ่งในกลุ่มสุดท้ายจะให้ความสำคัญต่อการสอบ O-NET มากกว่ากลุ่มที่ 1
และ 2 จะมีการเตรียมตัวมีความสนใจและตั้งใจสอบมากเป็นพิเศษ ส่วนในกลุ่มที่ 1 และ 2 นั้นการ
สอบ O-NET เป็นเพียงเพ่อื ให้จบตามกระบวนการเท่าน้ันไม่มกี ารเตรยี มตัวและต้ังใจสอบ นอกจากนี้
ครผู ูส้ อนสว่ นใหญ่พยายามคดิ หาวิธกี ารสอนที่หลากหลายเพ่ือสง่ เสริมให้นักเรียนเกิดความรู้เกิดทักษะ
ในการเรียน แต่พบว่ายังมีครูที่ใช้วิธีการสอนแบบบรรยายมุ่งเน้นให้เด็กท่องจำ จัดกิจกรรมการเรียน
การสอนท่เี นน้ ครูเป็นสำคัญมากกว่าการเน้นผูเ้ รียนเป็นสำคัญในรายวชิ าทต่ี ่างกนั ครูก็จะมีเทคนิคการ

สอนที่แตกต่างกันออกไป แต่ที่เป็นปัญหาทำให้ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนไม่ดีขึ้นหรือคะแนนสอบ O-

NET ต่ำ อาจจะเนื่องมาจากความพร้อมของนักเรียน ความพร้อมของโรงเรียนทางด้านสื่ออุปกรณ์

ความเพียงพอทางด้านบุคลากร โดยเฉพาะโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กอยู่นอกเมืองจะประสบ

ปญั หาดังกล่าวมากกว่าโรงเรียนทีอ่ ยู่ในเมอื ง

5) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของกลุ่มสถานศึกษา

ที่มีขนาดแตกตา่ งกัน

จากข้อสรุป ผลการทดสอบระดับชาติข้ันพนื้ ฐาน (O-NET) ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า กลุ่ม

สถานศกึ ษาท่ีมีคะแนนเฉล่ยี การทดสอบระดบั ชาตขิ ้ันพื้นฐาน (O-NET) รวม และรายกลุ่มสาระการเรียนรู้
สูงกว่าระดับประเทศและระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือสถานศึกษาขนาด
ใหญ่พเิ ศษ ผลการทดสอบระดบั ชาติขน้ั พ้นื ฐาน (O-NET) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ พบวา่ สถานศกึ ษาที่มีคะแนน
เฉลี่ยโดยรวมและรายกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงกว่าระดับประเทศและระดับ สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน คือสถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ช้ัน
มัธยมศึกษาปที ่ี 6 พบว่า สถานศึกษาท่ีมคี ะแนนเฉลยี่ ผลการเปรยี บเทยี บการทดสอบระดบั ชาติขนั้ พ้ืนฐาน (O-
NET) โดยรวมและรายกลุ่มสาระการเรียนรู้สูงกว่าระดับประเทศ และระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐาน คือ สถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ สาเหตุที่ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของ
สถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าคะแนนเฉลี่ย ระดับประเทศ เนื่องจากสถานศกึ ษา
ที่มีขนาดใหญ่พิเศษ ส่วนมากเป็น โรงเรียนประจำจังหวัดหรือโรงเรียนประจำอำเภอซึ่งมีความพร้อม
ในหลายๆด้าน ทั้งด้านงบประมาณ สนับสนุนอย่างเพียงพอ ด้านอาคารสถานที่ ด้านสื่อเทคโนโลยี
ด้านวัสดุอุปกรณ์ และด้านบุคลากรท่ีมี ความชำนาญเฉพาะวิชาและมบี ุคลากรสายสนับสนุนการสอน
เพียงพอ นอกจากนี้นักเรียนส่วนใหญ่ มาจากครอบครัวที่มีความพร้อม มีการสนับสนุนให้นักเรียนได้
เรียนรู้เพิ่มเติมจากการเรียนในห้องเรียน พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนปัจจัยเอื้อต่าง ๆ จากภายนอก
เช่น การสนับสนุนจากองค์กรเอกชน หน่วยงานอื่น มีการบริหารวัดการที่เป็นระบบ เนื่องจากมี
บุคลากรในการขับเคลื่อนเพียงพอ ครู ทำหน้าที่ในการสอนได้อย่างเต็มที่ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพ จึง
สง่ ผลใหม้ คี ะแนนเฉลยี่ สูงกวา่ คะแนนเฉลี่ยระดบั ประเทศ

ทั้งนี้พบว่ากลุ่มสถานศึกษาขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ มีคะแนนเฉลี่ยรวม และคะแนนเฉลี่ยรายกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ทุกระดับชั้น ต่ำกวา่ ระดับประเทศ และระดับ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งคะแนนดังกล่าวอาจสะท้อนให้เห็นถึงระบบการจัดการ
เรียนการสอน ระบบการบริหารหลักสูตร และระบบการวัดและประเมินผลที่ไม่สอดคล้องกัน จะเห็น
ได้ว่าข้อสอบ O-NET เป็นข้อสอบที่เน้นการคิดวิเคราะห์ ส่วนการเรียนการสอน และการวัด
ประเมินผลของโรงเรียน จะเน้นการท่องจำ เมื่อใกล้สอบ O-NET จะติวข้อสอบให้นักเรียน ผลการ
สอบจึงออกมาในลักษณะนี้ ขณะเดียวกันพฤติกรรมทีเ่ ปล่ียนแปลงไปของนักเรียนช้ัน ป.6 ที่กำลังเข้า
สู่วัยรุ่น ส่วนชั้น ม.3 ซึ่งเป็นวัยรุ่น ทำให้เด็กไม่เอาใจใส่กับการสอบมากเท่าที่ควร คิดว่าเด็กคงเกิด
ความเหนื่อยล้ากับการสอบที่มากเกินไป เพราะมีทั้งสอบเก็บคะแนน สอบกลางภาค สอบปลายภาค
โดยนักเรียนทุกคนต้องสอบ 8 กลุ่มสาระ จึงทำให้เบื่อหน่ายกับการสอบและอาจเนื่องจากโรงเรียน
ขนาดเล็ก และขนาดกลางที่อยู่นอกเมืองจะมีการแข่งขันทางด้านวิชาการ และมีความกระตือรือร้น

ความเอาใจใสใ่ นการเรียนน้อย ส่งผลใหค้ ะแนน O-NET ตำ่ เมอ่ื เทยี บกบั โรงเรียนขนาดใหญใ่ นเมืองที่มี
การแข่งขันทางด้านวิชาการสูง ตัวป้อน (นักเรียน) ของโรงเรียนส่วนใหญ่เกือบร้อยละ 90 จะมี
นกั เรียนทีม่ ีความตั้งใจ กระตือรือร้น และใหค้ วามสำคัญกับการสอบ O-NET มาก และปัญหาท่ีพบใน
โรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนขนาดกลางหลายแห่งที่นักเรียนมีคะแนนการประเมินต่ำ พบว่ามี
จำนวนครูไมพ่ อเพยี งในบางกลุ่มสาระ ผบู้ ริหารต้องแก้ไขโดยการนำครูในกลุ่มสาระอื่น ไปสอนในกลุ่ม
สาระที่ครูขาด ทำให้คุณวุฒิของครูไม่ตรงตามสาระการสอนส่งผลถึงคุณภาพการสอนของครู ทำให้
ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรยี นไมด่ ขี ้นึ

นอกจากนี้อาจเป็นเพราะสถานศึกษาขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ขาดความพร้อม ทางด้านสื่อ
วัสดุอุปกรณ์ เทคโนโลยี นักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ขาดความพร้อม เป็นเด็กด้อยโอกาส มี
ปัญหาทางเศรษฐกิจ เวลาเรียนไม่เต็มเพราะต้องช่วยเหลืองานผู้ปกครอง อีกทั้ง ยังไม่มีเป้าหมายใน
การเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ส่วนใหญ่คาดหวังว่าจบออกมาจะประกอบอาชีพ เพื่อเลี้ยงตนเองและ
ครอบครัว อีกทั้งงบสนับสนุนในการบริหารจัดการค่อนข้างน้อย การได้รับ การสนับสนุนปัจจัยเอ้ือ
ต่างๆ จากภายนอก เซ่น การสนับสนุนจากองค์กรเอกซน หน่วยงานอื่น ค่อนข้างลำบาก มีปัญหาใน
การบริหารจัดการ เซ่น จำนวนครูผู้สอนไม่เพียงพอ และขาดครูที่มีความรู้ ความสามารถในสาขาวิชา
เฉพาะด้าน ทำใหก้ ารจัดการเรียนรู้ไมเ่ ต็มศักยภาพบุคลากรครูมีไม่เพียงพอ กบั จำนวนนักเรียนหรือไม่
ครบตามกล่มุ สาระการเรยี นรู้ทเ่ี ปิดสอนส่ือการเรยี นการสอนไม่ทันสมยั และมี ไม่เพียงพอ สถานศึกษา
ส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนมัธยมประจำตำบล นักเรียนที่เรียนจบระดับช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีผลการเรียนดีจากโรงเรียนเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะไป เข้าศึกษาต่อระดับชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนประจำจังหวัด หรือโรงเรียนประจำอำเภอ ส่งผล ให้มีคะแนนเฉลี่ยต่ำ
กวา่ คะแนนเฉล่ียระดับประเทศ

บทที่ 5

ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบาย

การประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับชาติจากผลการทดสอบความสามารถของผู้เรียนระดับชาติ
(National Test : NT) และผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National
Educational Test : O-NET) พบขอ้ มลู สารสนเทศสำคัญทน่ี ำมาสังเคราะหส์ ู่การจัดทำข้อเสนอแนะ
เชงิ นโยบายท่เี ปน็ ประโยชนต์ ่อหน่วยงานระดบั ต่าง ๆ ดังน้ี

ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบายระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการศึกษาภาค

บังคบั และการจดั การศกึ ษาขั้นพื้นฐานของประเทศ ควรกำหนดทศิ ทางการพัฒนาคุณภาพการจัด
การศึกษาในระดับประเทศ ดังน้ี

1. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน วิเคราะห์ สงั เคราะหย์ ทุ ธศาสตรช์ าติ (พ.ศ.
2561-2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) แผนการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 นโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ จุดเน้นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)
แผนพัฒนาการศึกษาของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)
แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ของกระทรวงศึกษาธิการ และบริบทต่าง ๆ ท่ี
เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบและกำหนดภารกิจ เชื่อมโยงกับบทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน และกำหนดเป็นกรอบแนวทางในการจัดทำแผน กลยุทธ์ แผนปฏิบัติราชการ
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และแผนพฒั นาการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พน้ื ฐาน

2. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพสถานศกึ ษาเพ่ือยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนท้ังในระยะกลางและระยะ
สั้น (แผนพัฒนาการจัดการศึกษา/แผนปฏิบัติการประจำปี)ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580)
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
2560-2579 นโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ จุดเน้นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) แผนพัฒนาการศึกษา
ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) แผนปฏิบัติราชการประจำปี

งบประมาณ พ.ศ.2563 ของกระทรวงศึกษาธิการ และแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.
2563 และแผนพฒั นาการศกึ ษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน

3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่งเสริม สนับสนุน และกำหนดให้
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาวิเคราะห์ผลการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET) เพื่อนำผลไปใช้ในการ
พฒั นาคุณภาพการศึกษาในระดบั สำนักงานเขตพื้นท่ี ดังนี้

3.1 การสร้างความตระหนักถึงความสำคัญในการสอบ O-NET ให้แก่ครูผู้สอนและ
นกั เรียน ทกุ คนในระดับช้ันที่เขา้ สอบ

3.2 การส่งเสรมิ ใหค้ รนู ำผลการประเมินไปใชพ้ ัฒนาการจัดการเรยี นรใู้ นรปู แบบ ต่างๆ
3.3 การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าหมายโดยมุ่งเน้นที่คุณภาพผู้เรียนท่ี สะท้อน
คณุ ภาพความสำเร็จอย่างชดั เจนและเปน็ รูปธรรม
3.4 สง่ เสริม สนับสนุน กระบวนการวิจัยและพัฒนาเพ่ือยกระดับคุณภาพการศึกษา เช่น
กระบวนการวิจัยและพัฒนาด้านการบริหารจัดการ ด้านการนิเทศ การจัดการเรียนรู้ การวิจัย เพื่อ
ศกึ ษาปัญหาเกี่ยวกบั การทดสอบ
3.5 ส่งเสรมิ สนับสนุน และกำหนดให้สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาทำการวิเคราะห์ผล
การทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET) ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้รายมาตรฐาน ตัวชี้วัดที่ต้องได้รบั
การพัฒนาเร่งด่วนของสถานศึกษาแต่ละแห่ง พร้อมจัดกลุ่มคุณภาพสถานศึกษาตามผลการประเมิน
(กล่มุ คณุ ภาพ 4 กลุม่ ได้แก่ กลมุ่ ดมี าก กลุ่มดี กลมุ่ พอใช้ และกลมุ่ ปรับปรุง) เพ่อื จดั ทำแผน ยกระดับ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนท้ังในระยะกลางและระยะส้ันทีส่ อดคลอ้ งกับสภาพปัญหา และระดับคุณภาพ
ของสถานศกึ ษา
3.6 สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน สนับสนุนงบประมาณในการยกระดับ
ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในการทดสอบระดับชาตใิ ห้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยให้ความสำคัญ
กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีผลการทดสอบระดับชาติกลุ่มล่างหรือมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ต่ำมาก
3.7 สง่ เสริม สนับสนุน และกำหนดให้สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ทำการวเิ คราะห์ผล
การทดสอบระดบั ชาติ(NT/O-NET) ที่มีผลการทดสอบระดับชาตติ ่ำกว่าค่าเฉล่ียระดับประเทศ/ ระดับ
สังกัด/ระดับจังหวัด และระดับสำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษา เพื่อศึกษาหาประเด็นปัญหาและร่วมกัน
จัดทำแผนยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนของผ้เู รยี นตามสภาพปัญหาท่แี ทจ้ ริง
4. สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐานสื่อสารและสร้างความเข้าใจเก่ียวกับ การ
ทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET) กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อสร้างความตระหนัก และ
ซกั ซ้อมความพร้อม ตลอดถึงการพัฒนาวิชาชพี ครดู า้ นการวดั ผลและประเมินผลการเรยี นรู้
4.1 จัดทำและเผยแพร่แผนผังโครงสร้างข้อสอบ (Test Blueprint) ไปยังสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อประสานงานการวิเคราะห์ตัวชี้วัดที่ใช้ออกข้อสอบ และวางแผนการเตรียม
ความพรอ้ มการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET) ของสถานศึกษา

4.2 ชี้แจงแนวทางการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET) รูปแบบข้อสอบ และลักษณะ
ข้อสอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อประสานงานเตรียมความพร้อมการทดสอบระดับชาติ
(NT/O-NET) ของสถานศกึ ษา

5. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพัฒนาระบบการทดสอบ และการวัดผล
ประเมินผลในระดับชั้นเรียน เพื่อประโยชน์ในการใช้ผลการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET) และการ
ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้งในระดับสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด และ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน

5.1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำหลักสูตรและคู่มือการใช้
หลกั สูตรการพฒั นาระบบการทดสอบและการประเมนิ ผลในชน้ั เรียน สำหรบั ใชใ้ นการพัฒนาบุคลากร
ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับสถานศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในการทดสอบ
ระดบั ชาติ (NT/O-NET)

5.2 สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐานพัฒนาระบบการวัดและประเมินผล
ในชั้นเรียนที่สอดคล้องสัมพันธ์ระหว่างมาตรฐาน/ตัวชี้วัด การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการ
วดั และประเมินผลในชั้นเรียน โดยพัฒนาบคุ ลากรระดับสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาและสถานศึกษา
ดงั นี้

1) การสร้างแบบสอบอัตนัยและการตรวจข้อสอบที่ได้มาตรฐานตามแนวการ
สอบ NT/O-NET และส่งเสริมให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใช้แบบสอบอัตนัยในสถานศึกษาเพื่อ
เตรียมสอบ NT/O-NET

2) พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลทุกระดับการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ
และมาตรฐานนำไปส่กู ารพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี นเต็มตามศักยภาพ

5.3 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดสรรงบประมาณในการจัดสอบ
Pre O-NET เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ประสานงานกับสถานศึกษา ใน
การสร้างประสบการณ์ในการทำข้อสอบของนักเรียนเกี่ยวกับรูปแบบของข้อสอบ แนวทางการตอบ
รวมทง้ั เทคนิควิธีการต่างๆ ในการทำแบบทดสอบให้แกผ่ ู้เรยี น และนำผลการทดสอบ Pre O-NET มา
จัดทำแผนพัฒนาผูเ้ รียนรายบคุ คลหรอื รายกลุ่ม

6. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพัฒนาระบบ ส่งเสริม สนับสนุนด้านการวัด
และประเมินผลในสถานศึกษา

6.1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนำหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรด้าน
การวัดและประเมินผลมาใช้ในการพัฒนาบุคลากรในระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อพัฒนามาตรฐาน
วิชาชีพครูด้านการวัดและประเมินผล และยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในการทดสอบระดับชาติ
(NT/O-NET)

6.2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาเป็น
วิทยากรแกนนำด้านการวัดและประเมินผลระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับสถานศึกษา สำหรับ
การขยายผลพัฒนาครเู พื่อยกระดับผลสมั ฤทธิ์ของผู้เรียนในการทดสอบระดบั ชาติ (NT/O-NET)

6.3 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานเขต
พ้ืนทกี่ ารศึกษาสำหรับพัฒนาวิทยากรด้านการวัดและประเมินผล ตลอดถึงการพัฒนาครูเพ่ือยกระดับ
ผลสมั ฤทธข์ิ องผเู้ รียนในการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET)

6.4 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่งเสริมการพัฒนาระบบสารสนเทศ
ดา้ นการวัดและประเมินผลให้กบั สำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาและสถานศึกษาในสังกดั

ขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบายระดับสำนักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษา
สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาเป็นหนว่ ยงานประสาน สง่ เสริม สนับสนนุ และพัฒนาการจัด

การศกึ ษารว่ มกบั สถานศึกษา ตลอดถงึ การกำกบั ดแู ล ติดตาม และประเมนิ ผลสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
ในเขตพื้นท่กี ารศึกษา ควรพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษาในเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา ดังนี้

1. สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาจัดทำแผนพัฒนาคณุ ภาพสถานศึกษาทเี่ หมาะสมกบั บริบท
ของตนเองโดยใช้เทคนิค SWOT Analysis หรือเทคนิคอืน่ ๆ เพื่อยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนทั้ง
ในระยะกลางและระยะสน้ั (แผนพฒั นาการจัดการศกึ ษา/แผนปฏิบตั กิ ารประจำปี) ภายใตย้ ทุ ธศาสตร์ชาติ
(พ.ศ.2561-2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) แผนการ
ศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 นโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ จุดเน้นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)
แผนพัฒนาการศึกษาของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) แผนปฏิบัติ
ราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ของกระทรวงศึกษาธิการ และแผนปฏิบัติราชการประจำปี
งบประมาณ พ.ศ. 2563 และแผนพัฒนาการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และแผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาของสำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา

2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาส่งเสริม สนับสนุน กำหนดให้สถานศึกษาในสังกัด
วเิ คราะหผ์ ลการทดสอบระดบั ชาติ (NT/O-NET) เพ่ือนำผลการวิเคราะห์ไปใชป้ ระโยชน์ในการวางแผน
ยกระดบั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน ดังน้ี

2.1 วิเคราะห์ผลการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET) ของแต่ละกลุ่มสาระการ
เรียนร/ู้ รายมาตรฐานการเรียนรู้ที่มคี ะแนนเฉลย่ี ตำ่ กวา่ รอ้ ยละ 50

2.2 วิเคราะห์ผลการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET) ที่มีผลการทดสอบ
ระดับชาติต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ/ระดับสังกัด/ระดับจังหวัด และระดับสำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาเพื่อศึกษาหาประเด็นปัญหา และร่วมกันจัดทำแผนยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ
ผู้เรียนตามสภาพปญั หาที่แทจ้ รงิ

2.3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน กำหนดให้สถานศึกษา
วเิ คราะหผ์ ลการทดสอบระดับชาติ(NT/O-NET) ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรวู้ เิ คราะห์รายมาตรฐาน
ตัวชี้วัดที่ต้องพัฒนาเร่งด่วนของสถานศึกษาแต่ละแห่ง พร้อมจัดกลุ่มคุณภาพตามผลการประเมิน
(กลุ่มคุณภาพ 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มดีมาก กลุ่มดี กลุ่มพอใช้ และกลุ่มปรับปรุง) เพื่อจัดทำแผนพัฒนา

และกำหนดกลยุทธ์ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนระดับสถานศึกษา ที่สอดคล้องสาเหตุของ
สภาพปญั หา

3. สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาจัดสรรงบประมาณให้กบั สถานศึกษาสำหรับพัฒนาครู
หรือการดำเนนิ งานเพ่ือยกระดบั ผลสัมฤทธข์ิ องผู้เรียนในการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET)

4. สำนักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประชาสัมพนั ธ์ สอ่ื สาร และสร้างความเขา้ ใจกับ
สถานศกึ ษา ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาในสงั กัด ตลอดถึงผูม้ สี ่วนไดส้ ว่ นเสียกบั การจดั
จัดการศกึ ษาในเขตพื้นที่เกี่ยวกับการสอบ (NT/O-NET) และประชาสมั พนั ธ์ เผยแพรแ่ ผนผงั โครงสรา้ ง
ขอ้ สอบ (Test Blueprint) ไปยังสถานศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ตวั ช้วี ดั ท่ีใช้ออกข้อสอบ และ
วางแผนการเรียนการสอนเพ่ือเตรียมความพร้อมในการสอบ

4.1 สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประชุมช้แี จง สรา้ งความเข้าใจและสร้างความ
ตระหนัก แนวทางการทดสอบระดบั ชาติ (NT/O-NET) รูปแบบขอ้ สอบ ลักษณะข้อสอบใหส้ ถานศึกษา
รบั ทราบ และส่งเสรมิ สนบั สนนุ ให้คำปรึกษาในการเตรียมความพร้อมการทดสอบระดบั ชาติ (NT/O-
NET) ของสถานศึกษา

4.2 สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประชาสัมพนั ธ์ขา่ วสารเก่ียวกับการทดสอบระดับชาติ
(NT/O-NET) ส่สู าธารณชนเก่ียวกบั ความสำคัญจำเป็นของการทดสอบระดบั ชาติ และการยกระดบั
ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นของนักเรียน

5. สำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลในชนั้ เรยี น
5.1 สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาพฒั นาครแู ละระบบการวัดและประเมินผลในช้ันเรียน

ทีส่ อดคล้องสมั พันธก์ บั การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนและการวดั และประเมินผลในชั้นเรยี น ดงั น้ี
1) การสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผล โดยเน้นแบบสอบอัตนัย การ

ตรวจข้อสอบทไ่ี ดม้ าตรฐานตามแนวการสอบ NT/O-NET
2) พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลตามแนวทางการทดสอบระดับชาติ

(NT/O-NET) นำไปสกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียนเตม็ ตามศกั ยภาพ
5.2 สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาสง่ เสริมให้สถานศกึ ษาใช้แบบสอบอัตนัยในการพัฒนา

คุณภาพผูเ้ รยี น และเตรียมการทดสอบระดบั ชาติ (NT/O-NET)
5.3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดสรรงบประมาณให้กับสถานศึกษาในการจัดสอบ

Pre O-NET เพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เรียนเกี่ยวกับรูปแบบของข้อสอบ แนวทางในการตอบ
รวมทั้งเทคนิควิธีการต่าง ๆ ในการทำแบบทดสอบให้แก่ผู้เรียน และนำผลการทดสอบ Pre O-NET
จดั ทำแผนพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี นรายบุคคลหรือรายกลุ่มต่อไป

6. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาวางระบบการพัฒนา และการส่งเสริมสนับสนุนด้านการวัด
และประเมินผลในสถานศึกษา

6.1 นำหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรด้านการวัดและประเมินผลมาใช้ในการพัฒนาครู
และบุคลากรทางการศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดบั สถานศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ิ
ของผู้เรียนในการทดสอบระดบั ชาติ (NT/O-NET)

6.2 ส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาเป็นวิทยากรแกนนำระดับเขตพื้นที่การศึกษาและ
ระดับสถานศึกษา สำหรับการพัฒนาครูเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในการทดสอบระดับชาติ
(NT/O-NET)

6.3 ส่งเสริมให้สถานศึกษาและครูสร้างเครือข่าย ชุมชนแห่งการเรียนรู้ และจัด
กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลในระดับเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาและใน
ระดับสถานศึกษา ในลักษณะของ “สถานศึกษาคู่พัฒนา” โดยจับคู่สถานศึกษาในกลุ่มดีมากกับกลุ่ม
ต้องปรับปรุงเป็น “สถานศึกษาคู่พัฒนา” คอยเป็นพี่เลี้ยงชี้แนะ (Coaching) และจัดทีมพี่เลี้ยงคอย
ชว่ ยเหลอื สถานศกึ ษา (Roving Team) ตดิ ตาม ชว่ ยเหลือ และช้ีแนะการดำเนินงานแกส่ ถานศึกษาใน
การยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิของผู้เรยี นในการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET)

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระดบั สถานศกึ ษา
สถานศึกษาเป็นหน่วยงานทางการศึกษาระดับปฏิบัติที่มีหน้าที่ในการให้บริการจดั การศึกษา

กับผู้เรียนโดยตรง เพื่อให้มีผลผลิตทางการศึกษาที่มีปริมาณและคุณภาพเป็นไปตามนโยบายการ
พฒั นาการจัดการศึกษาของตน้ สังกัด สว่ นกลาง และประเทศ จงึ ควรพฒั นาคุณภาพการจัดการศึกษา
ในสถานศึกษา ดงั นี้

1. สถานศึกษาจัดทำแผนพัฒนาคณุ ภาพสถานศึกษาท่ีเหมาะสมกบั บริบทของตนเองโดยใช้
เทคนคิ SWOT Analysis หรือเทคนคิ อ่นื ๆ เพือ่ ยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นทัง้ ในระยะกลางและ
ระยะสั้น (แผนพัฒนาการจัดการศึกษา/แผนปฏิบัติการประจำปี) มีความสอดคล้องกับนโยบายและ
แผนของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษา ตลอดจนบรบิ ทและความตอ้ งการของชมุ ชนและท้องถ่นิ

2. สถานศึกษาจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียน เป็น
รายบุคคล และระดับโรงเรียน ครอบคลุมสาระการเรียนรู้ในการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET) เพ่ือ
ใชใ้ นการวางแผนยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของผูเ้ รียน

3. สถานศึกษาวิเคราะห์ผลการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET) เพื่อนำผลไปใช้โดย
ดำเนินการดงั น้ี

3.1 วิเคราะห์ผลการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้/
มาตรฐานการเรียนรู้ที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าร้อยละ 50 และ/หรือต่ำกว่าระดับประเทศ/สังกัด/
จังหวดั /เขตพื้นที/่ ขนาดโรงเรียนเดยี วกัน พร้อมกบั วิเคราะหผ์ ลการทดสอบระดบั ชาติ (NT/O-NET) ปี
ที่ผ่านมาเปรยี บเทียบกับเกณฑ์เพื่อนำมากำหนดเป้าหมายในการวางแผนยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการ
เรยี นร้รู วมทงั้ วเิ คราะห์ปจั จัยท่ีส่งผลตอ่ คะแนน NT/O-NET

3.2 วเิ คราะหม์ าตรฐาน ตวั ชวี้ ดั และสาระการเรยี นร้ทู ่ีต้องพฒั นาเร่งดว่ นของแต่ละกลุ่ม
สาระการเรยี นรู้

3.3 วิเคราะห์ สภาพปัญหา ประเด็น/สาเหตุของปัญหาที่ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรยี นของผูเ้ รียนตำ่

3.4 จัดกลุ่มคุณภาพของผู้เรียนตามผลการวิเคราะห์และประเมิน (กลุ่มคุณภาพ 4 กลุ่ม
ได้แก่ กลุ่มดีมาก กลุ่มดี กลุ่มพอใช้ และกลุ่มปรับปรุง) เพื่อจัดทำแผนยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ของผู้เรียนระดับสถานศึกษา แล้วกำหนดกลยุทธ์และแผนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนของ
สถานศกึ ษาทีส่ อดคล้องสภาพ ประเด็น/สาเหตุของปัญหา

4. ประชาสัมพันธ์ สื่อสาร สร้างความเข้าใจกับครู นักเรียนและผู้เกี่ยวข้องกับการสอบ
NT/O-NET ใหม้ คี วามพรอ้ มในการปฏบิ ตั หิ น้าท่ีของแต่ละบุคคล

4.1 ประชาสัมพันธ์ แผนผังโครงสร้างข้อสอบ (Test Blueprint) ในแต่ละกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ให้กับผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ เพื่อสร้างความตระหนักรับรู้สาระสำคัญเป้าประสงค์การทดสอบ
ระดับชาติ (NT/ O-NET)

4.2 ช้แี จงแนวทางการสอบ NT/O-NET รูปแบบขอ้ สอบ และลักษณะข้อสอบให้คณะครู
รับทราบ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์มาตรฐาน ตัวชี้วดั ที่ต้องใช้ออกข้อสอบ และวางแผนกิจกรรมการเรียน
การสอนเพ่ือเตรียมความพร้อมในการสอบได้อย่างถูกต้อง

5. พัฒนาระบบการทดสอบและประเมนิ ผลในช้ันเรียนของสถานศึกษา
5.1 พฒั นาระบบการวดั และประเมินผลในชั้นเรียนโดยสร้าง และใชเ้ ครือ่ งมือการวัดและ

ประเมินผลที่หลากหลาย มีความสอดคล้องสัมพันธ์ระหว่างมาตรฐาน/ตัวชี้วัด การจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้

5.2 ส่งเสริมการสร้างและใช้แบบสอบอัตนัยในสถานศึกษาเพื่อเตรียมการทดสอบ
ระดับชาติ (NT/O-NET)

5.4 จัดสอบ Pre O-NET เพื่อสร้างประสบการณ์ ความคุ้นเคยเกี่ยวกับข้อสอบให้แก่
ผ้เู รียน วเิ คราะห์ผลการทดสอบ และนำผลการทดสอบ Pre O-NET มาจัดทำแผนพัฒนาผู้เรียนเป็น
รายบคุ คลและรายกลุ่ม

6. วางระบบการพัฒนาและการสนับสนุนสง่ เสรมิ การวัดและประเมนิ ผลในสถานศกึ ษาที่มุ่ง
พฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน และพฒั นาวิชาชพี ครู

6.1 นำหลักสูตรสำหรบั ใช้ในการพัฒนาบุคลากรระดับสถานศกึ ษามาอบรมคณะครูเพือ่
การยกระดับผลสมั ฤทธขิ์ องผู้เรยี นในการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET)

6.2 ส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาเป็นวิทยากร และแกนนำระดับสถานศึกษาสำหรับ
การพฒั นาครเู พื่อการยกระดับผลสัมฤทธ์ิของผูเ้ รยี นในการทดสอบระดับชาติ (NT/O-NET)

6.3 จัดสรรงบประมาณสำหรับพัฒนาครูและสนับสนุนแผนงาน โครงการเพื่อการ
ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิของผเู้ รยี นในการทดสอบระดบั ชาติ (NT/O-NET)

6.4 ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาสร้างเครือข่ายการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
และจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลทั้งภายในสถานศึกษาและ
ภายนอกสถานศึกษา

7. สถานศึกษาสร้างบรรยากาศด้านการวัดและประเมินผลให้ปรากฏเป็นวัฒนธรรมของ
สถานศึกษาอยา่ งยงั่ ยนื

7.1 ส่งเสริมการใช้หลักสูตรที่เน้นการวัดและประเมินผลเพื่อปรับปรุงและพัฒนา
คุณภาพผเู้ รียน

7.2 ปรับปรุงระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และแนวปฏิบตั ิต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวดั
และประเมินผลให้เหมาะสมและเป็นปัจจบุ ัน

7.3 นิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานด้านวิชาการที่มุ่งพัฒนาครู
และยกระดับผลสัมฤทธิ์การเรยี นรูอ้ ย่างต่อเนอ่ื ง

7.4 สรา้ งและพฒั นารปู แบบการบรหิ ารจดั การการวัดและประเมินผลในสถานศึกษาท่ี
มีความเหมาะสมกับบริบทของสถานศกึ ษา

8. ควรมีการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาและครูผู้สอนไม่ควรให้
ความสำคัญกับผลการสอบโอเนต็ เพียงอยา่ งเดียวเทา่ น้ัน เนื่องจากเป้าหมาย/บริบทของโรงเรียนในแต่
ละสังกัดมีความแตกต่างกัน เช่น สถานศึกษาบางแห่งมุ่งเน้นให้ ผู้เรียนมีความพร้อมทางด้านการอยู่
ร่วมกันกับสังคมและส่งเสริมความสามารถทางด้านการแสดง ดนตรีกีฬา ฯลฯ โดยเป้าหมาย ของ
ผูเ้ รยี นมิไดม้ ่งุ เน้นการสอบโอเน็ตท่ีต้องเข้าศึกษาต่อในระดบั มหาวทิ ยาลัยเพียงอย่างเดียวจึงอาจส่งผล
ให้คะแนนสอบโอเน็ต ของผู้เรียนไม่สูงมากนัก แต่ระบบประเมินสถานศึกษาให้ความสำคัญกับ
ผลสมั ฤทธก์ิ ารสอบโอเน็ตมากกวา่ การพิจารณาถึงการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเนน้ ให้ผู้เรียนสามารถ
อยูร่ ่วมกันกบั สงั คมและผอู้ ่ืนได้อยา่ งมีความสุข

คณะผจู้ ดั ทำ

ท่ปี รึกษา

ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน

ดร.วัฒนาพร ระงับทกุ ข์ รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน

ดร.วิษณุ ทรัพยส์ มบัติ ผูอ้ ำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน

คณะกรรมการกำหนดกรอบ

ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ ผอู้ ำนวยการสำนกั ทดสอบทางการศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน

ดร.ชนาธิป ทยุ้ แป รองผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน

คณะกรรมการจัดทำรายงาน

ดร.ชนาธิป ทยุ้ แป รองผอู้ ำนวยการสำนักทดสอบทางการศกึ ษา

นางสายสวาท รัตนกรรดิ ข้าราชการบำนาญ

นางสาวศราวดี โพธส์ิ ุข ขา้ ราชการบำนาญ

นายสวุ ิทย์ รตั นกรรดิ ขา้ ราชการบำนาญ

นายประเสริฐ สุภิรกั ษ์ ขา้ ราชการบำนาญ

ดร.สธุ รี ตั น์ อรเิ ดช รองผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา

สำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาเชยี งราย เขต 3

ว่าท่ีพันตรเี ทพนา เครือคำ ศึกษานเิ ทศก์

สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแกน่ เขต 2

ดร.รงุ่ นภา แสนอำนวยผล ศกึ ษานิเทศก์

สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาขอนแกน่ เขต 3

นายไกรสร พรมลา ศึกษานเิ ทศก์

สำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาสุโขทยั เขต 1

ดร.อนันต์ มชี ยั ศึกษานเิ ทศก์
สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1

ดร.ลำใย สายโงน ศึกษานเิ ทศก์

สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาศรสี ะเกษ เขต 2

นางสาวปรารณยี ์ ขวัญกิจวงศ์ธร ศึกษานิเทศก์
สำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบครี ีขันธ์
นางรจนา เทยี มจนั ทร์ เขต 2
นายสุขวิทย์ ปู้ทอง ศึกษานิเทศก์
นายวีระวฒั น์ วฒั นา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 7
ดร.จิตตานันท์ สุขสวสั ดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสองพี่น้องวทิ ยา
นายยทุ ธนา ขำเกื้อ สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 9
นายพัทธพงศ์ แก้วละเอยี ด ผอู้ ำนวยการโรงเรียนชยั บาดาลพิทยาคม
นางณฐั พร พรกณุ า สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 5
ดร.วรัญญภรณ์ ชาลีรักษ์ ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวัดหนองอ้อ (ธรรมธรใยประชาสามัคคี)
นางสาวศรีกันยา ธรรมพิทักษ์ สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2
นายก้องเกยี รติ ปิ่นกุมภีร์ ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นหสั คณุ
นางสาวจุฑาภรณ์ สายตรง สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1
นายศราวธุ แจม่ คล้าย ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านหนองสองพ่นี ้อง
นายมีนา จนิ ารักษ์ สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาตรงั เขต 2
นายณฏั ฐภัทร เฉลยไตร นักวิชาการศกึ ษาชำนาญการพเิ ศษ
สำนกั ทดสอบทางการศึกษา
นกั วชิ าการศึกษาชำนาญการพิเศษ
สำนกั ทดสอบทางการศึกษา
นักวิชาการศึกษาปฏบิ ตั ิการ
สำนักทดสอบทางการศกึ ษา
นกั วิชาการศกึ ษาปฏิบัติการ
สำนกั ทดสอบทางการศกึ ษา
พนักงานจา้ งเหมาบริการ
สำนักทดสอบทางการศึกษา
พนกั งานจา้ งเหมาบริการ
สำนกั ทดสอบทางการศึกษา
พนกั งานจา้ งเหมาบริการ
สำนักทดสอบทางการศกึ ษา
พนกั งานจ้างเหมาบริการ
สำนกั ทดสอบทางการศกึ ษา

นายเจรญิ ทาเงิน พนกั งานจ้างเหมาบริการ
สำนักทดสอบทางการศึกษา
บรรณาธกิ ารกิจ
นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ
ดร.วรญั ญภรณ์ ชาลีรกั ษ์ สำนักทดสอบทางการศกึ ษา

ผอู้ อกแบบปก ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสองพี่น้องวทิ ยา
สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 9
นายสุขวทิ ย์ ปทู้ อง พนกั งานจ้างเหมาบริการ
สำนกั ทดสอบทางการศึกษา
นายมนี า จนิ ารกั ษ์

137


Click to View FlipBook Version