The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือนครสวรรค์ศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by maew747, 2022-05-24 08:06:08

หนังสือนครสวรรค์ศึกษา

หนังสือนครสวรรค์ศึกษา

เขานางพันธุรัต เป็นเขาลูกเล็กท่ีสามารถเดินขึ้นไปชมทัศนียภาพบนยอดเขาผ่านบันได 60 ข้ัน ซึ่งบริเวณลาน
ชมวิวจากเขานางพันธุรัตแห่งนี้จะพบถ้ําขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ด้านหน้าประดิษฐานพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่ และมีพระพุทธ
รูปองค์เล็กอีก 4 องค์ อยู่เคียงกัน ชาวบ้านเชื่อกันว่าบริเวณน้ี คือ ถํ้าพญานาค หากต้องการเดินเข้าชมถ้ําควรนำ�ไฟฉาย
ติดตัวไปด้วย ภายในถ้ําคอ่ นช้างช้ืน และเปน็ ทางตนั ไมส่ ามารถเดินทะลุออกไปได้ ตอ้ งเดินกลบั มาทางเดมิ
เขาพระพทุ ธบาทหรอื เขาลกู ใหญ่ บริเวณหนา้ เขาจะมีโรงเรียนร้างเป็นจุดสังเกต อยหู่ า่ งจากเขานางพันธุรตั ราว ๆ
300 เมตร ด้านบนเป็นท่ีประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และเจดีย์เก่าแก่อายุประมาณ 400 ปี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้น
สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และมีระฆังท่ีนำ�ไปแขวนใหม่ประมาณ 20 ใบ บนยอดเขามีรอยพระพุทธบาทจำ�ลองอยู่
โดยการข้ึนไปนมัสการต้องเดินข้ึนบันได 700 ขั้น และต้องปีนบันไดลิงอีก 5 ช่วง ด้วยเส้นทางไม่ค่อยสะดวกทำ�ให้ท่ีนี่
เคยถูกใชเ้ ปน็ สถานที่จัดการแข่งขันชิงตำ�แหน่งผูพ้ ชิ ิตยอดเขาหนอ่ เป็นคนแรก

ภาพที่ 4.21 ภาพมุมสูงของเขาหนอ่ เขาแกว้ และฝูงคา้ งคาวบินออกหากินจากปากถ้�ำ

ต่อมาทางจังหวัดนครสวรรค์ได้สร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ไว้เป็น
อนุสรณ์ ระลึกถึงพระองค์ท่านเม่ือครั้งเสด็จประทับแรม ณ ท่ีแห่งน้ี ส่วนบริเวณเชิงเขามีฝูงลิงจำ�นวนมาก และฝูงค้างคาว
ในเวลาเย็น
สําหรับเขาแก้วอยู่ในบริเวณเดียวกันกับเขาหน่อ ปัจจุบันมีถนนคั่นกลางอย่างชัดเจน เขาแก้วมีถํ้าหลายถ้ําอันเป็น
ทอ่ี ยขู่ องฝงู คา้ งคาว โดยเฉพาะในเวลาพลบคา่ํ ฝงู คา้ งคาวจะพากนั บนิ ออกหากนิ จากปากถา้ํ นบั ลา้ นตวั สรา้ งความนา่ ตน่ื ตา
ต่ืนใจ และความประทับใจแก่ผู้พบเห็น จุดนี้เองที่ทำ�ให้ อบต.บ้านแดน พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยสร้างศาลาสำ�หรับ
ชมค้างคาวไว้บริการนักท่องเที่ยว หากเป็นช่วงวันเสาร์ และอาทิตย์บริเวณน้ีจะเต็มไปด้วยนักท่องเท่ียวที่มาเฝ้ารอชม
ฝงู คา้ งคาว และนงั่ รบั ประทานอาหารคา่ํ จากรา้ นอาหารชาวบา้ นที่บริการในบริเวณน้ัน

◆ วนอทุ ยานถ้ำ�เพชร - ถ้�ำ ทอง

ตัง้ อยู่ท่ี ตำ�บลตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ห่างจากที่ว่าการอำ�เภอตาคลี 10 กิโลเมตร ตรงเขาชอนเดื่อซึ่งเป็นป่า
สลบั กบั ภเู ขาหินปนู และมีเสน้ ทางศึกษาธรรมชาติ ซงึ่ มีเร่อื งเลา่ วา่ ในราว พ.ศ. 2453 หลวงพ่อรุ่ง เจา้ อาวาสวดั หนองสนี วล
ในขณะน้ัน ได้นำ�คันศรสัมฤทธิ์เป็นนาคราช 3 เศียร ซึ่งมีทั้งสาย และลูก ที่เก็บได้จากเขาชอนเดื่อถวายพระบาทสมเด็จ
พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยูห่ ัว รชั กาลท่ี 6 จงึ พระราชทานนามศรโบราณน้วี ่า “พระแสงศรกำ�ลงั ราม” ตอ่ มาหลวงพอ่ รุ่งได้จาร
วัน เดือน ปีที่พบศรไว้ ณ สถานที่พบศรบริเวณเชิงเขาชอนเดื่อ โดยเขียนจารไว้กับก้อนศิลาหินอ่อน ทางด้านเชิงเขา
96 นครสวรรคศ์ ึกษา ตอนท่ี 4

ทิศตะวันตปรากฏถํ้าพญานาค ภายในถ้ํามีบ่อนํ้าท่ีเป็นแหล่งนํ้าท่ีราษฎรใกล้เคียงนำ�มาใช้ได้ตลอดปี เข้าใจว่าน้ําบนเขา
ทัง้ หมดคงจะไหลซมึ ลงทรายท่ีถา้ํ น้ี บนเขามีถํ้าหินปูนใหญ่นอ้ ยกว่า 70 ถา้ํ ปจั จุบนั ไดร้ ับการพฒั นา และเปดิ ใหเ้ ขา้ เทีย่ วชม
แล้วจำ�นวน 9 ถํ้า ส่วนใหญ่เป็นถํ้าที่ยังมีชีวิตซึ่งมีน้ําหยดลงมาภายในถํ้าจนเกิดเป็นหินงอกหินย้อย อาทิ ถํ้าดาวดึงส์ที่อยู่

ทางทศิ เหนอื ปรากฏหอ้ งโถงขนาดใหญส่ ามารถ
จุคนได้ประมาณ 400 - 500 คน มีช่องระบาย
อากาศด้านบน ส่วนถา้ํ เจ้าพ่อเสอื ถํ้าวิมานลอย
ถํ้ามหาโพธิ์ทอง ถํ้าประกายเพชร อยู่ทางทิศ
ตะวันตกลึกเข้าไป 50 เมตร มีห้องโถงขนาด
ใหญ่ 5 หอ้ ง มีหนิ งอกหนิ ยอ้ ยรูปต่าง ๆ แลว้ แต่
จะตีความเช่น ปลาโลมา และกำ�แพงเมืองจีน
เปน็ ตน้ ถา้ํ ประดบั เพชรอยทู่ างทศิ ใตเ้ ปน็ หอ้ งโถง
4 หอ้ ง มหี นิ งอกหนิ ยอ้ ยสนี า้ํ ตาลออ่ น - ขาวนวล
สอ่ งประกายระยบิ ระยบั เหมอื นเพชร ถา้ํ วงั ไขม่ กุ
ท่ีอยู่ทางทิศใต้เช่นกัน ก็มีหินงอกหินย้อยสี
น้ําตาลเข้ม น้ําตาลอ่อนจนถึงสีขาวนวล และมี
ภาพท่ี 4.22 วนอุทยานถ้ำ�เพชร - ถ้�ำ ทอง ห้องโถง 3 ห้อง หินงอกหินย้อยส่องแสงคล้าย

เกลด็ เพชรจนมองดรู าวกบั พระราชวงั ทน่ี ม่ี มี คั คเุ ทศกน์ �ำ ทางประกอบค�ำ อธบิ าย โดยจ�ำ กดั มคั คเุ ทศกห์ นง่ึ คนตอ่ นกั ทอ่ งเทย่ี ว
10 คน นอกจากถ้ําหินปนู แลว้ วนอทุ ยานยงั มีเส้นทางศึกษาธรรมชาตทิ ี่สามารถเรยี นรู้เรื่องพชื สมนุ ไพรไดอ้ กี ด้วย พร้อมท้ัง
จุดชมววิ บนผาชมพทู ร่ี ะดบั ความสูง 345 เมตร ท่ีสามารถมองเห็นสภาพภมู ปิ ระเทศโดยรอบวนอุทยาน

◆ เขาพระ - เขาสูง

ตัง้ อยทู่ ่ี ต�ำ บลหนองกลบั อ�ำ เภอหนองบวั จงั หวดั นครสวรรค์ เปน็ ดนิ แดนทม่ี ที รพั ยากรทรงคณุ คา่ อาทิ หนิ แกรนติ
สชี มพู หินสีดำ� และหินมรกต บนยอดเขาพระมีหนิ กอ้ นสชี มพูขนาดใหญว่ างเรียงรายทับซ้อนกนั เด่นตระหง่านนา่ มหศั จรรย์
และยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเหน็ ทศั นียภาพอันสวยงามของอำ�เภอหนองบวั กอ่ นเดนิ ถงึ ยอดเขาจะต้องผา่ นซอยอกเขา
หรือซอยอกหินหนีบที่มีขนาดแคบเพียงแค่ 30 เซนติเมตร ซึ่งเป็นจุดท่ีท้าทายต่อการขึ้นไปพิสูจน์ความสวยงามของยอด
เขาพระ - เขาสูงแห่งน้ี ทั้งยังพบพรรณไม้นานาชนิดท่ีน่าศึกษา นอกจากนี้ภายในบริเวณยังมีโครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดำ�ริ ได้แก่ อ่างเก็บนํ้า หลวงพ่อไกร อ่างเกบ็ นํา้ คลองไม้แดง และอา่ งเกบ็ นํา้ คลองวงั เหยี ง

◆ น้�ำ ตกวงั น้ำ�วงิ่

เป็นนํ้าตกขนาดเล็ก ตั้งอยู่ท่ีหมู่ที่ 2 ตำ�บลลำ�พยนต์ อำ�เภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ ห่างจากตัวจังหวัด
100 กิโลเมตร สามารถใช้เสน้ ทางสายตากฟา้ - โคกส�ำ โรง กอ่ นถงึ วดั ถํ้าพรสวรรค์ 2 กิโลเมตร เลย้ี วซา้ ยจากถนนเข้าไปอีก
700 เมตร น้าํ ตกวงั ว่งิ เกดิ จากน้ําผดุ ไหลลดหลนั่ กนั อยา่ งสวยงามมที ัง้ หมด 3 ช้ัน มีนํา้ ตลอดทั้งปี บรรยากาศโดยรอบร่มร่นื
เย็นสบาย

97นครสวรรคศ์ ึกษา ตอนท่ี 4

◆ ป่าไพศาลี

หรอื อีกช่อื หนึง่ ว่าสวนรกุ ขชาติ 100 ปี โดยมเี นอ้ื ท่ี 1,465 ไร่ อนั เปน็ รอยต่อ 3 จังหวดั ไดแ้ ก่ จงั หวัดนครสวรรค์
จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดลพบุรี ได้รับการประกาศจัดตั้งเม่ือปีงบประมาณ พ.ศ. 2540 ตามนโยบายของกรมป่าไม้
ที่ประสงค์ให้มีการจัดต้ังสวนพฤษศาสตร์ และสวนรุกขชาติข้ึนในภูมิภาคของประเทศเป็นที่ระลึกในโอกาสการสถาปนา
กรมปา่ ไม้ครบรอบ 100 ปี ในวนั ท่ี 18 กนั ยายน พ.ศ. 2539 โดยส�ำ นักงานป่าไม้เขตนครสวรรคเ์ สนอพ้นื ท่ปี า่ เส่อื มโทรม
บริเวณลุ่มนํ้าตกซบั สมบรู ณ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาคอก ปา่ เขาโลมนาง และปา่ เขาสอยดาว หมู่ 6 บา้ นซับสมบูรณ์
ตำ�บลวังข่อย อำ�เภอไพศาลี เป็นพื้นที่เป้าหมายในการจัดต้ัง และต่อมาได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ ประกาศจัดตั้ง
ให้เป็นสวนรุกขชาติ 1 ใน 5 แห่ง ของประเทศใช้ช่ือว่า “สวนรุกขชาติ 100 ปี กรมป่าไม้” ทำ�หน้าที่อนุรักษ์แหล่ง
พันธุกรรมพืช และปลูกรวบรวมพันธุ์ไม้ในท้องถ่ิน เพ่ือประโยชน์ด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัยทางพฤกษศาสตร์ และจัดเป็น
แหลง่ เรยี นรู้ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว บรเิ วณภายในยงั มแี หลง่ ทอ่ งเทย่ี วทางธรรมชาตอิ นั สมบรู ณ์ ไดแ้ ก่ นา้ํ ตกซบั สมบรู ณ์ และนา้ํ ตก
ซับใหญ่ โดยน้ําตกทั้งสองแห่งน้ีจะมีน้ําเฉพาะเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนตุลาคม สภาพป่าประกอบด้วย ป่าเบญจพรรณ
ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบแล้ง และป่าทุ่งหญ้า จึงมีความหลากหลายทางระบบนิเวศเหมาะเป็นแหล่งท่ีอยู่อาศัยของสัตว์ป่านานา
ชนิด ทั้งยังควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติ และมีจุดชมวิวบนยอดเขาท่ีสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงาม
รวมถึงจุดพักแรมบนยอดสอยดาวเพ่ือชมพระอาทิตย์ข้ึน และตก ในฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นมาก ผู้ท่ีต้องการเรียนรู้
และศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ท่ีนี่มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติจากน้ําตกซับสมบูรณ์ถึงนํ้าตกซับใหญ่ โดยมีระยะทาง
ในการเดินป่า 7 - 15 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินท่องเท่ียวป่า 1 - 3 วัน ฤดูกาลท่องเท่ียว คือ เดือนกรกฎาคม - ธันวาคม
ของทุกปี

◆ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

เป็นอุทยานที่มีพื้นท่ีครอบคลุม 2 จังหวัด
คือ จังหวัดกำ�แพงเพชร และจังหวัดนครสวรรค์ ท้ังยัง
เป็นหน่ึงในผืนป่าตะวันตกท่ีมีพ้ืนท่ีป่าสมบูรณ์มาก
ที่สุด โดยมีพ้ืนที่ 558,750 ไร่ ทิศเหนือติดกับอุทยาน
แห่งชาติคลองลาน จังหวัดกำ�แพงเพชร ทิศใต้ติดกับ
เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี
และทิศตะวันตกติดกับเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า อุ้มผาง
จังหวัดตาก และได้รับการประกาศเป็นอุทยานแหง่ ชาติ
เม่ือวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2530 ป่าส่วนใหญ่
ประกอบไปดว้ ย ปา่ เบญจพรรณ ปา่ ดงดบิ และปา่ เตง็ รงั
มพี นั ธไ์ุ มท้ ส่ี �ำ คญั และมคี า่ มากมายรวมทง้ั สตั วป์ า่ หายาก
สำ�หรับช่วงท่ีเหมาะแก่การท่องเท่ียวมากที่สุด คือ ภาพที่ 4.23 อุทยานแห่งชาติแมว่ งก์

ฤดหู นาว ประมาณเดอื นพฤศจกิ ายน - กมุ ภาพันธ์ สถานท่ีท่องเที่ยวภายในเขตอทุ ยานฯ ปรากฏอยู่หลายแหง่ แต่ส่วนใหญ่
อยู่ในพ้ืนที่ของจังหวัดกำ�แพงเพชร ส่วนบริเวณที่ทำ�การอุทยานฯ ได้แก่ ช่องเย็น ที่มีอากาศหนาวเย็นท้ังปี และยังเป็นจุด
ดูนกท่ีสำ�คัญอีกแห่งหน่ึง ซ่ึงสามารถพบนกหายากได้ท่ีน่ี เช่น นกเงือกคอแดง นกภูหงอนพม่า นกพญาปากกว้างหางยาว
นกหวั ขวานใหญห่ งอนเหลือง เปน็ ต้น สว่ นสถานท่ที ่องเท่ยี วในอทุ ยานฯ ทขี่ ้นึ อยู่กับพ้นื ทีข่ องจังหวดั นครสวรรค์ ไดแ้ ก่

98 นครสวรรค์ศึกษา ตอนท่ี 4

น้าํ ตกแมเ่ รวา (น้ําตกแม่รีวา) เปน็ นํา้ ตกขนาดใหญ่มีจำ�นวน 5 ชน้ั ช้ันท่ี 3 มีความสงู ท่สี ุด 100 เมตร นํา้ ไหล
เกือบตลอดปี อยู่ห่างจากที่ทำ�การอุทยานฯ 21 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปเท่าน้ันโดยใช้เวลาไป - กลับ ประมาณ
3 - 4 วนั ในการเดินทางไปยังน้ําตกเรวาทุกครงั้ ต้องตดิ ตอ่ เจา้ หนา้ ทน่ี ำ�ทางของอทุ ยานฯ กอ่ นเสมอ
ล่องแก่งแม่วงก์ มีความยากอยู่ท่ีระดับ 2 - 3 เป็นการล่องแก่งตามลำ�นํ้าแม่วงก์ซ่ึงมีความคดโค้งไปมา และไป
สิ้นสุดท่ีแก่งลานนกยูง บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ระยะทาง 7 กิโลเมตร ใช้เวลาในการล่องแก่ง 1.30 ช่ัวโมง และ
หน่วยพทิ กั ษ์อุทยานฯ ยงั มบี ้านพกั และสถานทีก่ างเตน็ ท์ไว้บริการแกน่ ักท่องเที่ยว

◆ ท่งุ หินเทิน ภาพที่ 4.24 หนิ ซ้อนกันในแนวดิง่

เป็นส่ิงมหัศจรรย์ที่เกิดจากปรากฏการณ์
ทางธรณีวิทยาท่ีสร้างสวนหินธรรมชาติข้ึน โดย
ลักษณะเป็นหินก้อนมนขนาดใหญ่ผุพังสึกกร่อน
จนเกิดรูปลักษณ์ท่ีสวยงามในรูปแบบหินทรงตัว
หรือ balanced rocks ซง่ึ หมายถงึ หนิ ทม่ี รี ูปร่าง
และขนาดต่างกันมากวางซ้อนกันในแนวด่ิงด้วย
จุดศูนย์ถ่วงท่ีพอดี โดยก้อนหินเหล่านี้วางตัวอยู่
ภายในพื้นท่ีกว้างใหญ่ถึง 14 ไร่ กระจัดกระจาย
อยู่ทว่ั บรเิ วณ บ้างกต็ งั้ ซ้อนกนั เปน็ กลุ่ม ๆ บางก้อ
นีลักษณะพิเศษด้วยการต้ังซ้อนกันเพียงเล็กน้อย
นั บ เ ป็ น ส ว น หิ น ธ ร ร ม ช า ติ ท่ี แ ป ล ก ต า ที่ ห นึ่ ง
โดยทงุ่ หินเหินตง้ั อยูท่ ีว่ ัดท่งุ หินเทิน หมทู่ ี่ 5 ตำ�บล
ปางสวรรค์ อำ�เภอชมุ ตาบง จงั หวดั นครสวรรค์

3. ทอ่ งเทย่ี วเชงิ ศลิ ปวฒั นธรรม
• ศาลเจา้ พอ่ เทพารักษ์ - เจา้ แมท่ ับทมิ

หรือ “ศาลเจ้าพ่อแควใหญ่” ตั้งอยู่บริเวณชุมชนปากน้ําโพ ริมฝั่งขวาของแม่น้ําเจ้าพระยา ตรงข้ามกับตลาด
ปากน้ําโพ โดยเป็นศูนย์รวมศรัทธาไทย - จีนที่เหนียวแน่นของจังหวัดนครสวรรค์ ตัวศาลเป็นศาลเก่าไม่ปรากฏหลักฐาน
และปีท่สี ร้างมีเพียง “ระฆงั ” ทอี่ ยใู่ นบรเิ วณศาลเจ้าที่พอระบไุ ด้วา่ มอี ายุอยตู่ ้ังแตช่ ว่ ง พ.ศ. ใด ตวั ระฆังเขียนด้วยภาษาจีน
โดย “นายหงเปียว แซ่ผู่” ได้นำ�มาจากตำ�บลแม่จิว อำ�เภอปุ้นเชียง เกาะไหหลํา สาธารณรัฐประชาชนจีน มาถวายไว้ที่
ศาลเจ้าเทพารักษ์เพ่ือใช้เป็นระฆังประจำ�ศาลประมาณ พ.ศ. 2413 และมีเรื่องเล่ากันว่าเดิมยังมีศาลเจ้าตั้งอยู่ริมแม่น้ําน่าน
(แควใหญ)่ ด้วยกัน 2 ศาล คอื ศาลเจา้ พอ่ กวนอูและศาลเจ้าพอ่ เทพารักษ์เปน็ ศาลเล็ก ๆ อย่ใู กลก้ นั สนั นิษฐานว่าตวั ศาล
คงผุพังลงตามกาลเวลา ชาวปากน้ําโพจึงได้ร่วมใจกันตั้งศาลขึ้นมาใหม่เป็นศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ในปัจจุบันตัวศาลเจ้า
โครงสร้างเป็นปูน ตอนกลางเป็นอาคารไม้ด้ังเดิม ภายในนอกจากแท่นบูชาเทพยดาฟ้าดินแล้ว ยังมีที่ประดิษฐานเจ้าพ่อ
เทพารักษห์ รือปึงเถา่ กง เจา้ พ่อกวนอู เจ้าแมท่ ับทิมหรอื จุยปว๊ ยเน้ีย เจ้าแมส่ วรรค์ และเจา้ พอ่ สามตา

99นครสวรรค์ศึกษา ตอนท่ี 4

ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ยังถูกอัญเชิญเข้าร่วม
การแหเ่ จ้าพ่อ - เจา้ แม่ปากนํ้าโพอกี ด้วย โดยประเพณี
นี้เกิดขึ้นหลังจากโรคห่า และฝีดาษระบาดเมื่อ พ.ศ.
2460 - 2462 ชาวปากน้ําโพได้รับความเดือดร้อน
มีผู้คนเจ็บป่วย และล้มตายจำ�นวนมาก สมัยนั้น
ด้วยการแพทย์สมัยใหม่ไม่เป็นที่แพร่หลายทำ�ให้
ชาวบ้านหันไปพ่ึงหมอจีน (ซินแส) เพื่อช่วยรักษาโรค
แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดโรคระบาดได้ ชาวบ้านจึงหันไป
พ่ึงสิ่งศักดิ์สิทธ์ิและมีเหตุบังเอิญท่ีชาวบ้านไปบนบาน
ต่อเจ้าพ่อเทพารักษ์หรือปุนเถ้ากง เพื่อขอให้ท่านช่วย ภาพที่ 4.25 ศาลเจ้าพ่อเทพารกั ษ์ - เจ้าแม่ทับทิม

ปัดเป่าโรคร้ายให้หายไปจากหมู่บ้าน และได้ทำ�การเชิญเจ้าเข้าทรงเพ่ือทำ�พิธีรักษาโรคด้วยการเขียน “ฮู้” หรือกระดาษ
ยันต์เสร็จแล้วนำ�ไปเผาใส่นํ้าดื่มกิน ปรากฏว่าโรคที่คร่าชีวิตคนในหมู่บ้านได้หยุดการระบาดลง ผู้คนหายจากโรค ทำ�ให้
เป็นทเ่ี ลือ่ งลือถงึ ความศักดิ์สิทธิ์ของเจา้ พอ่ เทพารกั ษ์ ดงั นนั้ ชาวปากนํา้ โพจึงไดร้ ว่ มกนั อญั เชญิ เจา้ พอ่ - เจ้าแม่ ท่อี ยใู่ นศาล
เจ้าพ่อเทพารักษ์มาแห่รอบตลาดเพื่อความเป็นสิริมงคลตั้งแต่นั้นมา ปัจจุบันองค์เจ้าพ่อ - เจ้าแม่ ที่นำ�มาร่วมในขบวนแห่
หมายถึง องค์เจ้าพ่อ - เจ้าแม่ และเทพเจ้าต่าง ๆ ท่ีอยู่ในศาลเจ้า 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าพ่อ - เจ้าแม่หน้าผา และศาลเจ้าพ่อ
เทพารักษ์ ในขบวนแห่จะมีการแสดงต่าง ๆ อย่างย่ิงใหญ่ทุกปีเพราะจัดในช่วงเทศกาลตรุษจีน นอกจากน้ียังมีพิธีลุยไฟ
การแสดงปาฏิหาริย์จากเทพเจ้าในรา่ งม้าทรงใหน้ ักท่องเที่ยวชมกันอกี ด้วย ศาลเแหง่ นีเ้ ปิดทกุ วัน เวลา 08.00 - 17.00 น.

• สะพานเดชาติวงศ์

สะพานเดชาติวงศ์ ได้เร่ิมสร้างข้ึนเม่ือปี พ.ศ. 2485 สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาโดยกรมทางหลวง ซ่ึงสร้าง
สะพานแหง่ นีโ้ ดยมจี ดุ ประสงคใ์ หเ้ ปน็ เสน้ ทางทเ่ี ช่อื มโยงระหวา่ งภาคกลาง และภาคเหนอื แทน
เส้นทางเรือ โดยมีพิธีเปิดให้ใช้งานได้เม่ือวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2493 โดยมีพันตรี หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์
อธิบดีกรมทางหลวงในสมัยนั้นเป็นประธานเปิดสะพาน ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 กรมทางหลวงได้งบประมาณทางหลวง
หมายเลข 32 ตอน บางปะอนิ - นครสวรรค์ จงึ ไดส้ รา้ งสะพานขน้ึ อกี สะพานหนง่ึ คกู่ บั สะพานเดชาตวิ งศเ์ ดมิ เรยี กวา่ สะพาน
เดชาติวงศ์ 2 โดยเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กคู่ขนานไปกับสะพานเดชาติวงศ์เดิม และเปิดใช้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน
พ.ศ. 2514 ต่อมาได้มีการสร้างสะพานเดชาติวงศ์ 3
เมื่อวันท่ี 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 และสร้างเสร็จ
และเปิดใช้งานเม่ือวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2536
ในปัจจุบันสะพานเดชาติวงศ์จะเปิดใช้งานเพียง
2 สะพาน คอื สะพานเดชาติวงศ์ 2 และ 3 สว่ นสะพาน
เดชาติวงศ์ 1 ทางจงั หวดั นครสวรรคเ์ ปิดไว้เป็น สะพาน
ภาพท่ี 4.26 สะพานเดชาติวงศ์ ประวัติศาสตร์ ซ่ึงใช้ในการจัดงานต่าง ๆ ของจังหวัด
หรือเปิดให้ใช้งานได้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น เกิดอุบัติเหตุ
การจราจรตดิ ขัด เป็นต้น และในช่วงเทศกาลการจราจร
จะหนาแนน่ มาก เชน่ ช่วงสงกรานต์, ปใี หม่ ฯลฯ

100 นครสวรรค์ศึกษา ตอนท่ี 4

• หอชมเมืองนครสวรรค์

เปน็ สถานทีช่ มทศั นียภาพมุมสงู ของจังหวดั นครสวรรค์แหล่งใหม่ที่เพงิ่ เปิดใหบ้ ริหารเดือนตุลาคม พ.ศ. 2551 โดย
ต้ังอย่บู ริเวณเดียวกบั วัดครี ีวงศบ์ นยอดเขา ลักษณะหอสงู 32 เมตร มชี นั้ ตา่ ง ๆ รวม 10 ชั้น แต่ละชน้ั แตกต่างกันไป ดังน้ี
ช้ันท ี่ 1 เป็นพื้นที่ส่วนประชาสัมพันธ์การ
ท่องเที่ยว บอกเล่าความเป็นมาของจังหวัดนครสวรรค์
ภายในมรี ้านคา้ หนึ่งตำ�บลหนึ่งผลติ ภัณฑ์ (OTOP)
ชน้ั ที่ 2 และ 3 แบ่งเป็นสองส่วน โดยมีร้าน
อาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน Internet Cafe ให้พัก
ผอ่ นสบาย ๆ
ชั้นท ่ี 4 - 9 เป็นบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ 10 ซ่ึง
เป็นช้นั ดาดฟ้าสำ�หรับชมทัศนียภาพตัวเมืองนครสวรรค์
และอำ�เภอใกล้เคียงแบบ 360 องศา สามารถมองเห็น
ไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร ทิศตะวันออกจะมองเห็น
ทิวทัศน์เขากบ และบึงบอระเพ็ด ทางทิศใต้จะมองเห็น ภาพท่ี 4.27 หอชมเมอื งนครสวรรค์

อุทยานสวรรค์ ต้นน้ําเจ้าพระยา สะพานเดชาติวงศ์ วัดเขาจอมคีรีนาคพรต ทางด้านทิศตะวันตกจะพบกับความสวยงาม
ของทิวเขา อีกท้ังยังมีการจัดเก้าอ้ีสำ�หรับน่ังพักผ่อน และกล้องส่องทางไกลไว้คอยบริการ และกิจกรรมตอนกลางคืนที่ทาง
เทศบาลฯ จดั ขน้ึ โดยมีการติดตง้ั กล้องดดู าวสำ�หรับผู้สนใจเร่อื งดาราศาสตร์

• หอวฒั นธรรมจังหวัดนครสวรรค์

ตั้งอยู่ในเขตมหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครสวรรค์ ตำ�บลนครสวรรค์ เป็นอาคาร
2 ชน้ั สถาปตั ยกรรมแบบไทยประยกุ ตต์ รมี ขุ
โดยเป็นศูนย์รวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์
โบราณคดแี ละวฒั นธรรมของจังหวัด ภายใน
แบ่งเป็นหอ้ งตา่ ง ๆ จำ�นวน 6 ห้อง ดังน้ี
1. ห้องโสฬส จัดนิทรรศการ
ด้านศิลปวัฒนธรรมระยะยาวหมุนเวียนไป
ตามเนื้อหา และวัตถุประสงค์ ในรูปของ
ศิลปวัตถุ ช้ินส่วนโบราณสถาน เคร่ืองมือ
เคร่อื งใช้สมยั โบราณ ภาพที่ 4.28 หอวัฒนธรรมจังหวดั นครสวรรค์

2. ห้องนิมมานนรดี จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติถาวร ได้แก่ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 5 ครง้ั เสดจ็ ประพาสตน้ เมอื งนครสวรรค์ นทิ รรศการเฉลมิ พระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 ครั้ง เสด็จพระราชดำ�เนินทรงประกอบพระราชกรณียกิจในพื้นท่ีจังหวัด
นครสวรรค์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์มาจัดแสดง นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ
สมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู รัชกาลที่ 10 ท่ที รงมพี ระมหากรณุ าธคิ ุณ

101นครสวรรค์ศึกษา ตอนท่ี 4

ตอ่ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั นครสวรรค์ นทิ รรศการเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมอื่ ครง้ั
เสดจ็ พระราชด�ำ เนินทรงประกอบพระราชกรณียกจิ ณ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครสวรรค์ 3 ครัง้ นอกจากนน้ั ยังมนี ิทรรศการ
หมนุ เวียนต่าง ๆ ทั้งดา้ นศิลปะ และวฒั นธรรมใหแ้ กผ่ ู้สนใจตามวาระ
3. ห้องบุญชู โรจนเสถียร ใช้สำ�หรับจัดแสดงการละเล่นมหรสพพื้นบ้าน ฉายสไลด์ด้านศิลปวัฒนธรรม และ
การท่องเทยี่ ว ประกวดกจิ กรรมดา้ นศิลปวฒั นธรรม อบรมสมั มนา ตลอดจนฉายภาพยนตรอ์ นรุ ักษ์ ภาพยนตรส์ ่วนพระองค์
และภาพยนตร์ตามเทศกาล (เปดิ ทุกวนั พุธ เวลา 13.00 น. และวันอาทติ ย์ เวลา 10.00 น.)
4. ห้องศูนย์ข้อมูลทอ้ งถ่ิน บรกิ ารการศึกษา คน้ ควา้ วิจยั เรือ่ งราวของจงั หวดั นครสวรรคใ์ นดา้ นต่าง ๆ ต้ังแต่
อดีตถงึ ปจั จุบนั ในรูปของเอกสารต�ำ รา งานวจิ ยั สมุดขอ่ ย ใบลาน จดหมายเหตุ แผนที่ ภาพถ่าย สไลด์ เทปบันทึกเสยี ง และ
วิดโี อเทป
5. ห้องประชาสัมพันธ์ เป็นสถานที่ติดต่อประสานงานของศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ และงาน
ประชาสัมพันธ์ของหอวฒั นธรรม
6. ห้องดุสิตา เป็นห้องที่ใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เม่ือเสด็จ
พระราชด�ำ เนินเปน็ องค์ประธานในพธิ เี ปดิ หอวัฒนธรรม โดยยังคงรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพเดมิ
นอกจากนี้ยังมีโรงละครขนาด 110 ที่น่ัง จัดแสดงประเพณีศิลปวัฒนธรรม หอวัฒนธรรมสร้างเสร็จเมื่อเดือน
มิถุนายน พ.ศ. 2535 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำ�เนินมาทำ�พิธีเปิดเม่ือวันที่
17 สิงหาคม พ.ศ. 2535 หอวัฒนธรรมเปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.30 น. โดยไม่มี
อัตราเขา้ ชม

• ศนู ย์แสดงเคร่ืองปัน้ ดินเผาบ้านมอญ ภาพที่ 4.29 พิพิธภณั ฑ์เคร่ืองป้นั ดินเผาบ้านมอญ

สืบทอดมรดกภูมิปัญญาที่ตกทอด
มากว่า 200 ปี ของชาวมอญท่ีอพยพมา
จากอำ�เภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้มา
ตั้งถิ่นฐานมีหลายหลังคาเรือน และประกอบ
อาชีพทำ�เครื่องปั้นดินเผาท่ีได้สืบทอดมาจาก
บรรพบุรุษ จนกลายเป็นหมู่บ้านภูมิปัญญา
การทำ�เคร่ืองปั้นดินเผาในปัจจุบัน ภายใน
เป็นศูนย์สาธิตด้านการทำ�เคร่ืองปั้นดินเผา
และเปิดให้เข้าชมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ อาทิ
โอ่ง กระถาง ของประดับดินเผาตกแต่งสวน
ตกแต่งบ้าน ของท่ีระลึก ศูนย์แสดงเคร่ือง
ปั้นดินเผานี้ ตั้งอยู่หมู่ท่ี 1 ตำ�บลบ้านแก่ง
อำ�เภอเมือง ห่างจากเมืองนครสวรรค์
ประมาณ 16 กิโลเมตร อยู่ติดกับอำ�เภอ
เกา้ เลยี้ ว

102 นครสวรรค์ศึกษา ตอนท่ี 4

• เมืองโบราณโคกไมเ้ ดน

มีอีกชื่อว่า “เมืองบนโคกไม้เดน” สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ที่คนสมัยก่อนเรียกกันว่า
“เมืองบน” สร้างข้ึนในระหว่างพุทธศตวรรษท่ี 11 - 16 (พ.ศ. 1000 - 1500) ลักษณะเป็นรูปรีคล้ายหอยสังข์ ขนาดยาว
ประมาณ 250 เมตร กว้าง 600 เมตร คล้ายเมืองกำ�แพงนครปฐม เมืองเสมาจังหวัดนครราชสีมา และเมืองพญาแร่
จังหวดั ชลบุรี เมอื งโบราณเมอื งบนนมี้ คี ูน้ํา - คนั ดินล้อมรอบ 3 ช้นั สภาพปจั จบุ ันคูเมือง และกำ�แพงเมอื งช้ันนอกบางส่วน
ถูกถนนสายเอเชียตัดผ่านทับไปบางตอน ในอดีตเมืองนี้เป็นอู่ต่อเรือสำ�คัญโดยเป็นหน่ึงในสองของเมืองต่อเรือ ที่เรียกว่า
“อู่บน” หรือเมืองบน ส่วน “อู่ล่าง” คือ เมืองอู่ตะเภา
ในจังหวัดชัยนาท ชื่อเมือง “ไม้เดน” มาจากไม้ผลท่ีพบ
มากในบริเวณน้ี ส่วนนอกเมืองทางด้านทิศตะวันออก
ยังพบกลุ่มโบราณสถานซึ่งส่วนใหญ่เป็นฐานของพระ
สถูปเจดีย์ และบนยอดเขาต่าง ๆ ท่ีสำ�รวจแล้วจ�ำ นวนถึง
16 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนา
รวมทั้งยังมีการขุดพบโบราณวัตถุต่าง ๆ อาทิ รูปป้ัน
ช้างพญาฉัททันต์ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี โดยรูปป้ันต่าง ๆ
ถูกนำ�ออกจัดแสดงท่ีต่างประเทศโดยนักโบราณคดี
ชาวอเมริกัน และออสเตรเลียเรียกกันว่าศิลปะโบราณ
จากบา้ นโคกไมเ้ ดน อ�ำ เภอพยหุ ะครี ี จังหวัดนครสวรรค์
ภาพท่ี 4.30 เมอื งโบราณโคกไม้เดน

• ชุมชนชาวไทยทรงดำ�บ้านไผ่สิงห์

ตัง้ อย่หู ม่ทู ี่ 2 ต�ำ บลไผ่สิงห์ อ�ำ เภอชุมแสง จังหวดั นครสวรรค์ ในอดีตพน้ื ท่บี รเิ วณเป็นทดี่ อนมีปา่ ไผ่ และสัตว์ป่า
อาศัยอยู่เป็นจำ�นวนมาก ยังมีนายพรานช่ือสิงห์ที่มีความชำ�นาญในการดำ�รงชีพในป่าได้มาพักอาศัยอยู่บริเวณป่าแห่งน้ี
เปน็ คนแรก ตอ่ มาชาวไทยทรงดำ�ชอื่ ตาพัก - ยายชอ้ ย ท่อี พยพจากบ้านโคกคม จังหวดั เพชรบรุ ี กไ็ ด้มาสร้างบา้ นอยู่ร่วมกับ
พรานสิงห์พร้อมกับชาวไทยทรงดำ�รุ่นต่อ ๆ มา
ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันเรียกชื่อหมู่บ้านตาม
ลักษณะพ้ืนที่บริเวณน้ัน และผู้อาศัยคนแรกว่า
บ้านไผ่ตาสิงห์ ต่อมาเรียกเพี้ยนเป็นบ้านไผ่สิงห์
จนถึงปัจจุบัน เน่ืองจากชุมชนนี้เป็นกลุ่มชาติ
พันธ์ุจึงมีเอกลักษณ์ และมีความน่าสนใจศึกษา
เรียนรู้ อาทิ ภาษา การแต่งกาย อาหารการกิน
รูปแบบท่ีอยู่อาศัย ขนบธรรมเนียมประเพณี
และพิธีกรรมต่าง ๆ สำ�หรับการเดินทางมายัง
ชุมชนนส้ี ามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 225 สาย
นครสวรรค์ - ชุมแสง อยู่ห่างจากอำ�เภอเมือง
ภาพท่ี 4.31 ศนู ยว์ ัฒนธรรมไทด�ำ นครสวรรค์ 35 กโิ ลเมตร

103นครสวรรค์ศึกษา ตอนท่ี 4

• เมอื งเก่าเวสาลี

ตัง้ อยู่ หมู่ท่ี 5 บา้ นหนองไผ่ ต�ำ บลสำ�โรงชัย อำ�เภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ จากการสำ�รวจของกรมศิลปากร
เมอ่ื พ.ศ. 2511 พบวา่ เปน็ เมอื งสเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ มมุ มน มกี �ำ แพงดนิ 2 ชน้ั มคี เู มอื งคน่ั กลาง ยาว 700 เมตร กวา้ ง 500 เมตร
สนั นษิ ฐานวา่ สรา้ งขน้ึ ในสมยั ทวาราวดี บรเิ วณทต่ี ง้ั ชมุ ชนเปน็ ทร่ี าบลมุ่ มที างนา้ํ ไหลผา่ น และผลจากการขดุ แตง่ ใน พ.ศ. 2539
พบว่าโบราณสถานบริเวณด้านตะวันออกของเมืองเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ประกอบด้วย อุโบสถ มณฑป วิหาร
เจดีย์ จากการศึกษาช้ันดินทางโบราณคดีพบว่าก่อนการสร้างโบราณสถานเมืองเก่าเวสาลี ก็ได้มีชุมชนตั้งอยู่ก่อนแล้วเป็น
ชมุ ชนในสมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตรต์ อนปลาย ทไ่ี ดพ้ ฒั นาเปน็ ชมุ ชนทม่ี คี นู า้ํ คนั ดนิ ลอ้ มรอบในสมยั ทวาราวดี ราว พ.ศ. 1100 -
1400 ขอมได้มีอำ�นาจเจริญรุ่งเรืองในแคว้นสุวรรณภูมิตลอดท้ังในแคว้นโคตรบูร แคว้นโยนก และแคว้นทวาราวดี โดยมี
กรุงละโว้ (ลพบุรี) เป็นราชธานี เมืองเวสาลีนี้จึงได้ถูกสร้างข้ึนในสมัยนั้น อดีตเมืองเวสาลีเคยเป็นเมืองหน้าด่านเล็ก ๆ
ของกรุงละโว้ ดังปรากฏหลักฐาน อาทิ
พระปรางค์ พระพุทธรปู ฝมี ือขอมโบราณ
ซ่ึงเมืองเวสาลีมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ
กรุงสุโขทัย นครโยนก เมืองโอฆะบุรี
และเมืองศรีเทพ โดยที่เมืองเหล่าน้ีได้
สร้างขึ้นไว้เพื่อเป็นเมืองหน้าด่านของ
กรุงละโว้ท้ังส้ิน ภายหลังเมืองเวสาลี
ตกอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงสุโขทัย
และถูกปล่อยร้างมาราว 400 ปี จน
พ.ศ. 2199 รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์
มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ทรงบูรณะ
ปฏิสังขรณ์เมืองละโว้ขึ้นเป็นราชธานีอีก
แหง่ ท้งั ใหช้ อ่ื ว่า “เมืองลพบุร”ี พระองค์
ทรงดำ�ริเห็นว่าหัวเมืองฝ่ายเหนือ ยังไม่ ภาพที่ 4.32 เมืองเกา่ เวสาลี

สงบลงได้ง่ายเพราะมีข้าศึกคอยหนุนหลังประกอบเป็นท่ีราบลุ่มทำ�นาข้าวได้ดีเหมาะแก่การที่จะต้ังกองรักษาด่านไว้
เพ่ือปอ้ งกันข้าศกึ ทางฝา่ ยล้านนา เมืองเวสาลจี ึงได้ถกู บรู ณะขน้ึ ใหม่

• แหลง่ โบราณคดีวัดโพธิ์ประสาท

ตัง้ อยทู่ ี่ ต�ำ บลโพธ์ิประสาท อำ�เภอไพศาลี จงั หวดั นครสวรรค์ เป็นแหลง่ ที่ไดช้ ่อื ว่าเป็นภาพความงามทีอ่ ยใู่ นความ
เกา่ แกข่ องจงั หวดั นครสวรรค์ สำ�รวจขุดคน้ โดยกรมศิลปากร ระหวา่ ง พ.ศ. 2519 - 2536 พบภาชนะเครอ่ื งใช้ทงั้ แบบโลหะ
และแบบดินเผาของคนโบราณ ซึ่งเป็นชุมชนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายท่ีได้มีการพัฒนาเข้าสู่การเป็นชุมชนท่ีมี
คนู ้าํ คันดินล้อมรอบในสมยั ทวาราวดี ทั้งยงั พบเครอื่ งใช้โลหะทีข่ ดุ พบมีอายุกว่า 2,000 ปี เช่น ใบหอกโบราณ เครอ่ื งใชส้ อย
ดินเผา เช่น หม้อดินเผา ตะคันหรือตะเกียง ลูกแวดินเผา และเคร่ืองประดับ เช่น กำ�ไลเปลือกหอย ซ่ึงจัดเป็นศิลปะสมัย
ทวาราวดี ประมาณพทุ ธศตวรรษที่ 12 - 16

104 นครสวรรคศ์ ึกษา ตอนท่ี 4

• ย่านเกา่ ชมุ แสง "สะพานหิรญั นฤมติ ร" ภาพที่ 4.33 สะพานหิรัญนฤมติ

“สะพานหิรัญนฤมิต” หรือสะพานแขวนแห่งอำ�เภอ
ชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ถือเป็นไฮไลท์คู่ชุมชนท่ีน่าสนใจ
สะพานแห่งน้ีสร้างขึ้นในปี 2552 เพ่ือให้ผู้คนจากสองฟากฝั่ง
แม่นํ้าน่านสัญจรข้ามไป - มา โดยห้ามรถยนต์ 4 ล้อ วิ่งผ่าน
อนุญาตเฉพาะจักรยาน มอเตอร์ไซค์ และเดินเท้าเท่านั้นค่ะ
และบริเวณใกล้กับสะพานยังเป็นที่ต้ังของ “ตลาดชุมแสง”
ตลาดโบราณท่เี คยรุ่งเรอื งเมอื่ ราวกว่าร้อยปที แ่ี ลว้ อ่านเร่ืองราว
ของตลาดชมุ แสง และสะพานหริ ัญนฤมิต

• พพิ ิธภัณฑห์ ลวงพอ่ เดมิ วดั หนองโพ

พิพธิ ภณั ฑห์ ลวงพอ่ เดมิ วดั หนองโพ อ�ำ เภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์ มหี ลวงพอ่ เดมิ พทุ ธฺ สโร (พระครนู วิ าสธรรมขนั ธ)์
เป็นเจา้ อาวาสองคท์ ี่ 5 ของวัดหนองโพ หลวงพ่อเดมิ เปน็ เกจิพระดงั แห่งเมืองตาคลีที่ใคร ๆ กศ็ รทั ธากราบไหวบ้ ูชา และมี
ชื่อว่าเปน็ พระที่มีอาคมจติ ตานุภาพอยา่ งเข้มขงั ไมว่ ่าจะเปน็ มีดหมอ หรอื เหรยี ญหลวงพ่อเดิม และแหวนของหลวงพ่อเดิม
จะเรื่องชื่อมากท่ีกล่าวขานมานาน และปัจจุบันวัดหนองโพมี พระครูนิปุณพัฒนวงศ์ (หลวงพ่อสมพงษ์ ทนฺตจิตโต) เป็น
เจา้ อาวาสองคท์ ่ี 9 ทด่ี แู ลวดั หนองโพอยู่ ปจั จบุ นั น้ี และทางวดั กบั ศษิ ยย์ านศุ ษิ ยม์ คี วามศรทั ธาไดร้ วบรวมเงนิ ทองไดก้ อ่ สรา้ ง
พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเดิม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฐานองค์พระมหาธาตุเจดีย์นิวาสธรรมขันธ์ ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการถาวร เพื่อที่
จะเผยแผ่กิตติคุณของหลวงพ่อเดิม ในฐานะท่ีท่านเป็น สมณะผู้สมัตถะเป็นพระอริยะสงฆ์แห่งบ้านหนองโพ อำ�เภอตาคลี
จังหวัดนครสวรรค์ ดังนั้นจึงรวบรวมกิตติคุณของหลวงพ่อเดิม ไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ออกเป็น 5 ห้อง ห้องที่ 1 ธาราวดี
ศรีหนองโพ ไดร้ วบรวมวถั ตุโบราณต่าง ๆ ท่พี บในหมบู่ า้ นหนองโพท่ซี ้อนทบั กนั มาแล้วกวา่ 4 พนั ปี ห้องท่ี 2 มาตภุ ูมิบ้าน
หนองโพ ได้รวบรวมเรื่องราวต่าง ๆ ของชาวบ้านหนองโพซ่ึงมียาวนานมากว่า 200 ปี ห้องที่ 3 พุทฺธสโร หลวงพ่อเดิม

ได้รวบรวมประวัติของหลวงพ่อเดิมไว้ ท่าน
เป็นพระพัฒนา ห้องท่ี 4 เพิ่มพูนศรัทธา
ได้รวบรวมวัตถุมงคลของหลวงพ่อเดิมไว้ตั้งแต่
รุ่นแรก ๆ และหายาก ห้องท่ี 5 กถาคัมภีร์
ได้รวบรวมตำ�ราต่าง ๆ หาได้ยากไม่สามารถ
หาท่ีไหนได้ และทางเจ้าหน้าท่ี พิพิธภัณฑ์ขอ
ประชาสัมพันธ์การเท่ียวชม ทางพิพิธภัณฑ์จะ
เปิดบริการนักท่องเท่ียว และผู้มาเท่ียวชมได้
ทกุ วนั ตง้ั แตเ่ วลา 09.00 น. ถงึ 17.00 น.จะมี
น้อง ๆ มัคคุเทศก์จิตอาสาจากโรงเรียนหนอง
โพพิทยาให้การต้อนรับ และพาเท่ียวชม
ภาพที่ 4.34 รูปหลอ่ หลวงพอ่ เดมิ พุทธฺ สโร และบรรยายให้ความรูแ้ กผ่ ู้เขา้ ชม

105นครสวรรค์ศึกษา ตอนท่ี 4

• เมอื งโบราณจันเสนและพพิ ิธภณั ฑจ์ นั เสน

ค้นพบคร้ังแรกเม่ือ พ.ศ. 2509 โดยอาจารย์นิจ หิญชีระนันท์ นักวางผังเมือง จากการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ
และได้เข้าไปถ่ายรูปโบราณวัตถุต่าง ๆ ในบริเวณนั้นมาเผยแพร่จนเป็นท่ีรู้จักกันท่ัวไป ต่อมา พ.ศ. 2511 - 2512 ได้มีการ
ศึกษาสภาพของเมืองโบราณ และขุดสำ�รวจทางโบราณคดี โดยความร่วมมือจากนักวิชาการ มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย
ซ่ึงถือว่าเป็นการขุดค้นหาโบราณคดีอย่างมีระบบเป็นคร้ังแรกในประเทศไทย จากการศึกษาครั้งนั้น พบว่าเมืองโบราณ
จันเสนเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีความชัดเจนในการต้ังถ่ินฐานของผู้คนสมัยทวารวดีตอนต้นหรือประมาณ
1,500 ปีก่อน หลังการขุดสำ�รวจแล้วเสร็จข่าว
แพร่ออกไปก็สบโอกาสเป็นช่องทางให้โบราณ
วตั ถุมากมายถูกลกั ลอบขุด และจ�ำ หน่ายให้กบั
พ่อค้าวัตถุโบราณ กระท่ังพระครูนิสัยจริยคุณ
หรอื “หลวงพอ่ โอด” อดตี เจา้ อาวาสวดั จนั เสน
ในสมัยน้ัน เกรงว่าโบราณวัตถุต่าง ๆ จะถูก
ลักลอบขุดไปเสียหมด จึงรวบรวมโบราณวัตถุ
สว่ นทแ่ี ตกหกั เสยี หายจากการถูกลกั ลอบขดุ นน้ั
มาเก็บไว้ท่ีวัดจันเสน โดยปัจจุบันพิพิธภัณฑ์
ตง้ั อยใู่ นสว่ นของพระมณฑปเจดยี ์ เขตวดั จนั เสน
ตรงอาคารส่วนฐานจัดแสดงโบราณวัตถุที่พบ
ภาพที่ 4.35 พพิ ิธภัณฑจ์ ันเสน ทั้งในเขตเมืองโบราณและบริเวณใกล้เคียง

ตลอดจนแสดงถึงพัฒนาการของชุมชนจันเสนตั้งแต่คร้ังอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 -
16.00 น. ทางวัดมีเยาวชนอาสาสมัครจากโรงเรียนวัดจันเสน และโรงเรียนจันเสนเอ็งสุวรรณอนุสรณ์ บริการพาเยี่ยมชม
ภายในบรเิ วณเมอื งโบราณจนั เสน และพพิ ิธภณั ฑ์ด้วย

• เมืองธานยบุรี (ดงแม่นางเมือง)

ตัง้ อยทู่ ี่ ตำ�บลตาสงั และตำ�บลเจรญิ ผล อำ�เภอบรรพตพสิ ัย จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเมืองรูปส่เี หลี่ยมผนื ผ้ามมุ มน
ขนาดประมาณ 500x600 เมตร ชุมชนโบราณดงแม่นางเมืองเลือกท่ีตั้งชุมชนบริเวณท่ีราบลุ่มแม่น้ํา กล่าวคือ ทางด้าน
ตะวนั ออกอยใู่ กล้แม่นา้ํ ปิง สว่ นทางทศิ ตะวนั ออกมคี ลองตะเคยี นตดิ ตอ่ กบั แม่นาํ้ น่านท่ปี ากนํ้าเชงิ ไกร
เมอื งดงแมน่ างเมอื งถอื เปน็ เมอื งขนาดคอ่ นขา้ งใหญ่ ภายในมกี ลมุ่ โบราณสถานอยเู่ ปน็ จ�ำ นวนมาก และยงั คงมสี ภาพ
ให้เห็นอยู่บา้ ง รายงานการสำ�รวจของกรมศลิ ปากรในปี พ.ศ. 2509 - 2510 โดยนายมานติ วัลลิโภดม ระบวุ ่าโบราณสถาน
ท่ีพบจากการสำ�รวจนั้นมีเป็นจำ�นวนมากมีบางส่วนได้รับการขุดแต่ง และบางส่วนที่ยังคงอยู่ภายในดินโดยมีโบราณสถาน
ทส่ี ามารถระบลุ กั ษณะของฐานอาคารได้ 18 แห่ง และบางสว่ นถูกลกั ลอบขุดจนทำ�ให้โบราณสถานเสยี หายไป ถอื ว่าสภาพ
ของโบราณสถานนน้ั ชว่ งนน้ั ยงั อยใู่ นสภาพทไ่ี มถ่ กู รบกวนมากมเี พยี งการรบกวนจากการลกั ลอบจดั หาโบราณวตั ถเุ ทา่ นน้ั
จากการสำ�รวจ และขุดค้นเมืองโบราณดงแม่นางเมืองใน พ.ศ. 2509 โดยกรมศิลปากรได้พบวัตถุโบราณที่สำ�คัญ
จ�ำ นวนมาก เช่น พระพุทธรปู ส�ำ ริด พระพทุ ธรูปหนิ ทรายแบบทวารวดีตอนปลาย พระพิมพ์ดินเผาแบบลพบรุ ี ตลบั สงั คโลก
ปนู ป้ันประดับโบราณสถาน ศิลาจารกึ

106 นครสวรรคศ์ ึกษา ตอนท่ี 4

ภาพท่ี 4.36 เมืองโบราณ ดงแม่นางเมือง

จากการสำ�รวจของสำ�นักงานโบราณคดี และ
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ 5 สุโขทัยได้พบหลักฐาน
เป็นพระพุทธรูปหินชวนสลักนูนตํ่า ลักษณะพระพักตร์
เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดี ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่
วัดดงแม่นางเมือง หลักฐานท่ีพบส่วนใหญ่กำ�หนดอายุ
ในช่วงทวารวดีตอนปลายท่ีสำ�คัญจารึกท่ีพบยังระบุ
ศักราชตรงกับ พ.ศ. 1710 ซ่ึงหลังจากนั้นไม่นานทาง
เหนือก็เกิดอาณาจักรสำ�คัญ คือ สุโขทัย ชุมชนที่ดง
แม่นางเมืองจึงลดความสำ�คัญลงเร่ือย ๆ จนกลายเป็น
เมืองร้างในที่สดุ
ต่อมามกี ารสำ�รวจในปี พ.ศ. 2546 ไดม้ ีการส�ำ รวจ และจดั ทำ�ผังโบราณสถาน โดยในปีดังกลา่ วไดพ้ บวา่ มโี บราณ
สถานระบุตำ�แหน่งท่ีต้ังจากการสำ�รวจอ้างอิงในปี พ.ศ. 2510 จำ�นวน 18 แห่ง และไม่สามารถระบุจำ�นวน 8 แห่ง
ซ่ึงโบราณสถานที่มีสภาพร่องรอยให้เห็นอยู่ 11 แห่ง ปัจจุบันพบว่าสภาพของโบราณสถานถูกรบกวน และไม่ได้รับการ
ดูแลอย่างเหมาะสม จํานวนของโบราณสถานที่ยังมีสภาพให้เห็นจึงมีจำ�นวนลดลงซึ่งจากการสำ�รวจในปี พ.ศ. 2560
พบว่าจากโบราณสถานท่ีระบุว่ายังมีสภาพให้เห็นอยู่ลดลงเหลือเพียง 9 แห่ง เท่านั้น จาก 11 แห่ง เนื่องจากถูกชาวบ้าน
ในพื้นที่ปรับหน้าดินเพื่อใช้สำ�หรับทำ�การเกษตร และถูกสร้างเป็นทางคมนาคมแล้วส่วนพื้นที่การตั้งบ้านเรือนที่มีการบุกรุก
เขตเมอื งโบราณสถานพบว่ามกี ารต้งั บา้ นเรอื นกระจายตัวอยูท่ างด้านทศิ เหนืออย่างหนาแนน่
จะเห็นได้ว่าสภาพภูมิทัศน์ของเมืองดงแม่นางเมืองมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับ
พ้ืนที่สำ�หรับใช้ในการเกษตรกรรม และการสัญจร รวมท้ังการเข้ามาอยู่อาศัย และต้ังบ้านเรือนในพ้ืนท่ีทำ�ให้เกิดผลกระทบ
โดยตรงกับสภาพภูมิทัศน์ของเมือง นอกจากน้ีโบราณสถานภายในเมืองดงแม่นางเมืองยังได้ถูกรบกวนเป็นอย่างมาก ไม่ว่า
จะเปน็ สว่ นของก�ำ แพงดนิ คูเมือง และโบราณสถานภายในเมือง ท�ำ ให้โบราณสถานทเี่ คยมีสภาพให้เหน็ อยูไ่ ดห้ มดสภาพไป
ภายในระยะเวลา 10 - 30 ปี และปัจจุบันมีแนวโน้มท่ีจะหมดสภาพเร็วมากกว่าในอดีตจึงควรมีการป้องกันอย่างจริงจัง
ด้วยความร่วมมือของภาครัฐ และชาวบ้านในพ้ืนที่และสร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นท่ีเก่ียวกับการดูแลรักษาสมบัติ
ของชาตเิ พม่ิ เตมิ ด้วย

107นครสวรรค์ศึกษา ตอนท่ี 4

■ บทสรปุ ■

นครสวรรค์ เป็นจังหวัดท่ีตั้งอยู่ระหว่างภาคกลางและภาคเหนือจึงเป็น “ประตูสู่ภาคเหนือ” และเป็น
ศูนย์กลาง การคมนาคมที่สำ�คัญ ของภาคเหนือตอนล่าง และจังหวัดนี้ยังมีความสำ�คัญตรงที่เป็นจุดบรรจบกันของ
แม่น้ําสายสำ�คัญ ๆ หรือที่รู้จักกันในนาม “ปากนํ้าโพ” แม่น้ําปิง วัง ยม และน่านไหลมาบรรจบกันท่ีนี่กลายเป็น
ต้นกำ�เนิดของแม่นํ้าเจ้าพระยา แม่นํ้าสายสำ�คัญของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นท่ีต้ังของบึงนํ้าจืดท่ีใหญ่ท่ีสุดใน
ประเทศไทย คือ บึงบอระเพ็ด ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณพืช ฝูงนกนานาชนิด และยังเป็นท่ี อยู่อาศัยของปลา
อีกนับร้อยชนิด เน่ืองจากมีอาหารอุดมสมบูรณ์ มีพ้ืนท่ีประมาณ 9,957 ตารางกิโลเมตร จังหวัดนครสวรรค์
แบ่งการปกครองออกเป็น 15 อำ�เภอ คือ อำ�เภอเมืองนครสวรรค์ อำ�เภอลาดยาว อำ�เภอตาคลี อำ�เภอชุมแสง
อ�ำ เภอบรรพตพิสัย อำ�เภอทา่ ตะโก อ�ำ เภอพยุหะคีรี อำ�เภอไพศาล อำ�เภอหนองบัว อำ�เภอตากฟ้า อำ�เภอโกรกพระ
อ�ำ เภอเกา้ เล้ยี ว อำ�เภอแมว่ งก์ อำ�เภอแมเ่ ปนิ และอำ�เภอชุมตาบง
นครสวรรค์ เป็นจังหวัดหน่ึงในภาคกลางของประเทศไทยท่ีมีความสวยงาม เเละมีสถานที่ท่องเท่ียวมากมาย
หลายเเห่ง โดยทำ�เลที่ตั้งน้ันเป็นรอยต่อระหว่างภาคกลาง เเละภาคเหนือ จึงทำ�ให้จังหวัดเเห่งน้ีเป็นหน่ึงหนึ่งประตูสู่
ภาคเหนือที่มีความสำ�คัญอย่างยิ่ง ดินเเดนในบริเวณที่ตั้งของจังหวัดนครสวรรค์นั้นเป็นท่ีอยู่อาศัยของมนุษย์มาต้ังเเต่
ยคุ กอ่ นประวตั ศิ าสตรเ์ เลว้ เเละในอดตี มนั คอื เมอื งหนา้ ดา่ นทส่ี �ำ คญั ตง้ั เเตก่ อ่ นสมยั สโุ ขทยั เสยี อกี ในนามวา่ เมอื งพระบาง
กอ่ นทีจ่ ะเปล่ยี นมาเป็นชื่อเมืองชอนตะวัน เเตช่ าวบา้ นนยิ มเรียกกันว่าเมืองปากนํา้ โพ ก่อนจะมาเป็นเมอื งนครสวรรค์
ในรัชสมัยของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยท่นี ีน่ อกจากเป็นประตูสูภ่ าคเหนอื เเลว้ ยงั เปน็
บริเวณต้นกำ�เนิดของเเม่น้ําเจ้าพระยา เเละเน่ืองจากมีคนจีนอพยพมาอาศัยอยู่อย่างมากมายจึงทำ�ให้มีวัฒนธรรม
ของจีนมาผสมจนกลายเป็นหนึ่งในมนต์เสน่ห์ท่ีน่าสนใจ ท้ังแหล่งท่องเท่ียวเชิงประวัติศาสตร์ และศาสนา อันได้แก่
พระจุฬามหาเจดีย์ วัดคีรีวงศ์ วัดจอมคีรีนาคพรต วัดเกรียงไกรกลาง วัดศรีสวรรค์สังฆาราม ศาลาท่ีประทับ ร.5
หน้าวดั เขอ่ื นแดง วัดวรนาถบรรพต วัดนครสวรรค์ วดั เกาะหงส์ วัดศรอี ุทมุ พร วดั พระปรางค์เหลอื ง วัดเกยไชยเหนือ
วดั ปา่ สริ วิ ฒั นวสิ ทุ ธ์ิ รอยพระพทุ ธบาท วดั หนองกลบั วดั ชอ่ งแค ถา้ํ บอ่ ยา วดั ถา้ํ พรสวรรค์ พทุ ธศาสนสถานหลวงพอ่ ด�ำ
เป็นต้น นอกจากน้ีนครสวรรค์ยังมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย มีบึงบอระเพ็ด บึงขนาดใหญ่ซ่ึงเป็นแหล่งรวม
ความหลากหลายทางธรรมชาตทิ ี่สำ�คัญ พบพนั ธุป์ ลานาํ้ จดื กวา่ 148 ชนดิ มีพันธุ์ไม้นํ้าทงั้ หมดกวา่ 93 ชนดิ นับเปน็
แหล่งอาหาร และสถานที่ท่องเท่ียวศึกษาธรรมชาติที่สำ�คัญ และมีช่ือเสียงของจังหวัด อันได้แก่ ต้นแม่นํ้าเจ้าพระยา
อุทยานสวรรค์ บึงบอระเพ็ด เขาหน่อ - เขาแก้ว วนอุทยานถํ้าเพชร - ถํ้าทอง เขาพระ - เขาสูง น้ําตกวังน้ําว่ิง
ป่าไพศาล อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ทุ่งหินเทิน เป็นต้น ในด้านการท่องเท่ียวเชิงศิลปวัฒนธรรม นครสวรรค์มีแหล่ง
ท่องเท่ียวท่มี ีคณุ คา่ ทาง ศิลปะ และขนบธรรมเนียมประเพณีทีบ่ รรพบุรษุ ได้สรา้ งสม และถ่ายทอดเป็นมรดกสบื ทอด
กันมา แหล่งท่องเท่ียวประเภทนี้ประกอบด้วย งานประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน การแสดงศิลปวัฒนธรรม
สนิ ค้าพ้นื เมอื ง การแต่งกาย ภาษา อันไดแ้ ก่ ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ - เจ้าแม่ทบั ทิม สะพานเดชาติวงศ์ หอชมเมือง
นครสวรรค์ หอวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ ศูนย์แสดงเคร่ืองปั้นดินเผาบ้านมอญ เมืองโบราณโคกไม้เดน ชุมชน
ชาวไทยทรงด�ำ บา้ นไผส่ งิ ห์ เมืองเก่าเวสาลี แหลง่ โบราณคดวี ดั โพธ์ปิ ระสาท ยา่ นเก่าชุมแสง “สะพานหริ ัญนฤมติ ร”
พิพิธภณั ฑห์ ลวงพอ่ เดมิ วดั หนองโพ เมืองโบราณจันเสนและพพิ ธิ ภัณฑจ์ นั เสน เป็นตน้

108 นครสวรรค์ศึกษา ตอนท่ี 4

บรรณานกุ รม

คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล. (2550). จงั หวัดนครสวรรค์. แหลง่ ที่มา :
http://www.ph.mahidol.ac.th/field/2551/html/body_nakornsawan.html. (ออนไลน์).
สืบคน้ เมอื่ : 6 ก.พ. 2562.
งานประเพณีบุญกำ�ฟา้ บ้านวังรอ. (มรบ.). แหล่งท่มี า :
https://iaran.wordpress.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E
%E0%B8%93%E0%B8%B5/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E
0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B
8%8D%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%9A%E0%B9%
89%E0%B8%B2%E0%B8%99/. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ : 9 ก.พ. 2562
งานสืบสานประเพณลี อยกระทงกะลาสาย กะลาสี. (มรบ.). แหลง่ ทมี่ า :
https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/activity/detail/itemid/21921. (ออนไลน์).
สบื ค้นเมื่อ : 11 ก.พ. 2562
ชาวบา้ นบางมะฝอ่ จดั งานบุญเลย้ี งขา้ วแช่ อีกสสี นั ของสงกรานตป์ ากนํา้ โพ. (2558). แหล่งท่ีมา :
https://www.thairath.co.th/content/493025. (ออนไลน์). สืบคน้ เมือ่ : 9 ก.พ. 2562
ดงแมน่ างเมือง แกนหลกั แหง่ การสร้างส�ำ นกึ และประวัตศิ าสตรข์ องคนทอ้ งถิน่ . (2553). แหล่งทีม่ า :
http://lek-prapai.org/home/view.php?id=567. (ออนไลน)์ . สืบคน้ เมื่อ : 9 ก.พ. 2562
ดงแม่นางเมอื ง. (มรบ.). แหล่งที่มา :
http://www.prapayneethai.com/%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9
%88%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD
%E0%B8%87. (ออนไลน์). สืบคน้ เมือ่ : 9 ก.พ. 2562
บ้านเขาทองสบื สานประเพณจี บั มือสาววนั สงกรานต.์ (2559). แหลง่ ทม่ี า :
http://www.workpointtv.com/news/4531. (ออนไลน)์ . สบื คน้ เมอื่ : 11 ก.พ. 2562
บุญสลากภัต บุญวันวสิ าขบชู า ท.ี่ .."วัดตากฟ้า". (2554). แหล่งทม่ี า :
http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/97382. (ออนไลน์). สบื คน้ เมอื่ : 11 ก.พ. 2562
ประเพณแี ข่งเรอื ยาว. (2553). แหล่งท่มี า :
http://hvarn-nakhonsawan.blogspot.com/2010/03/blog-post_4836.html. (ออนไลน)์ .
สืบค้นเมื่อ : 11 ก.พ. 2562
ประเพณีบญุ สลากภัต. (มรบ.). แหล่งที่มา :
https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/activity/detail/itemid/21921. (ออนไลน)์ .
สบื คน้ เมือ่ : 11 ก.พ. 2562
ไม่ไปไม่รู้! 9 สถานทีท่ ่องเที่ยวเมอื งสี่แคว จ.นครสวรรค์. (2018). แหลง่ ท่มี า :
https://travel.mthai.com/blog/155345.html. (ออนไลน์). สืบคน้ เมอื่ : 5 ก.พ. 2562.

สถานท่ที อ่ งเทย่ี วนครสวรรค์ - ท่เี ทีย่ วจังหวดั นครสวรรค.์ (มรบ.). แหล่งท่ีมา :
http://www.bkkfly.com/travel/thailand/nakhonsawan.html. (ออนไลน)์ . สบื ค้นเมื่อ : 10 ก.พ. 2562.
ส�ำ นักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครสวรรค.์ (2558). “100 ป ี วถิ ีปากนา้ํ โพ”: ประเพณีและพธิ ีกรรมของ
ชาวจีนปากนํ้าโพ. กรงุ เทพฯ : บรษิ ทั ซีดีเอ็กซ์เพิร์ท จำ�กัด.
สำ�นักศลิ ปะและวฒั นธรรม มหาวิทยาลัยราชภฏั นครสวรรค์. (2559). “100 ป ี วถิ ีปากนาํ้ โพ”: ประวัตศิ าสตร์ความเป็นมา
ของจงั หวดั นครสวรรค์. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัท ซีดเี อ็กซเ์ พริ ์ท จำ�กดั .
สำ�นักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. (2559). “100 ปี วิถีปากนํ้าโพ”: ความหลากหลายทาง
วัฒนธรรมและชาตพิ ันธ์ใุ นนครสวรรค.์ กรงุ เทพฯ : บริษทั ซีดเี อ็กซเ์ พิรท์ จำ�กัด.
สำ�นกั ศลิ ปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลยั ราชภัฏนครสวรรค.์ (2561). ขอ้ มูลมรดกภูมิปญั ญาทางวัฒนธรรมและศกั ยภาพ
ท้องถ่นิ จงั หวัดนครสวรรค์. นครสวรรค์ : ริมปงิ การพมิ พ.์
สำ�นักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. (2561). ประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ําโพ. นครสวรรค์ :
ริมปงิ การพิมพ.์
สำ�นักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์. วิถีชีวิตวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์. นครสวรรค์ : องค์การบริหารส่วนจังหวัด
นครสวรรค.์
สำ�นักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์ เขต 1. (2561). กรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ินสำ�นักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
นครสวรรค์ เขต 1 (ฉบับปรบั ปรุง ปี พ.ศ. 2561). นครสวรรค์ : ส�ำ นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษานครสวรรค์ เขต 1.
สุชาติ แสงทอง. (2560). นครสวรรคศ์ ึกษา : บนั ทึกเร่ืองราวคนจีนปากนำ้ �โพ. พิมพ์คร้งั ที่ 2. นครสวรรค์ : ริมปิงการพมิ พ์.
แหล่งท่องเที่ยว - การทอ่ งเท่ยี วนครสวรรค์ ข้อมูลทอ่ งเทยี่ วนครสวรรค์ พิจติ ร. แหลง่ ที่มา :
http://www.tourismnakhonsawan.org/th/province-1/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0
%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8
%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7/. (ออนไลน)์ . สืบค้นเม่อื : 9 ก.พ.2562
13 ที่เทย่ี วนครสวรรค์ ไปเทย่ี วเม่อื ไรต้องขอแวะมาเชก็ อนิ . (มรบ.). แหลง่ ทมี่ า :
https://travel.kapook.com/view140348.html. (ออนไลน์). สบื ค้นเม่ือ : 6 ก.พ. 2562.

โครงการวจิ ัยการพัฒนาหนว่ ยการเรียนรู้ท้องถ่นิ บนฐานนครสวรรค์ศึกษา
ดว้ ยการจัดการเรยี นรโู้ ดยใชช้ ุมชนเป็นฐาน เพอ่ื พฒั นากระบวนการเรยี นรู้

ของผ้เู รยี นในศตวรรษที่ 21 สูก่ ารสง่ เสรมิ การทอ่ งเทย่ี วเชงิ วฒั นธรรม


Click to View FlipBook Version