โดย
คณะผู้จัดทำ
วัดเทพพล
วดั เทพพล
เขตตล่ิงชัน
กรุงเทพมหานคร
1
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรสี นิ ทรมหาวชิราลงกรณ
มหศิ รภมู พิ ลราชวรางกรู กิตสิ ิริสมบูรณ์อดุลยเดช
สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร
พระวชิรเกลา้ เจา้ อย่หู ัว
2
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
3
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรสี นิ ทรมหาวชิราลงกรณ
มหศิ รภมู พิ ลราชวรางกรู กิตสิ ิริสมบูรณ์อดุลยเดช
สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร
พระวชิรเกลา้ เจา้ อย่หู ัว
4
สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ า
เจ้าฟ้ามหาจักรสี ริ ินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี
สิรกิ จิ การณิ ีพรี ยพฒั น รัฐสีมาคณุ ากรปยิ ชาติ
สยามบรมราชกุมารี
5
ประมวลภาพยอ้ นอดีต...
วดั เทพพล
8
9
คำ� น�ำ
จากค�ำบอกเล่าถงึ ประวตั วิ ดั ใหม่เทพพล ตงั้ แต่สมยั อยุธยาเป็น
ราชธานี ทราบวา่ ทแ่ี หง่ น้เี คยเป็นวดั มาแลว้ หลายสมยั และดว้ ยความไมเ่ จรญิ
ทางดา้ นวตั ถุ อาคารสมยั ก่อนจงึ ก่อสรา้ งดว้ ยไมเ้ ป็นสว่ นมาก ประกอบกบั
ไมไ่ ดส้ รา้ งเจดยี ไ์ วภ้ ายในวดั เน่อื งจากเป็นวดั บา้ นนอก ชาวบา้ นมเี งนิ ไมม่ าก
มีผลท�ำให้ไม่เหลือถาวรวัตถุไว้ให้ศึกษาค้นคว้ามาท�ำเป็ นประวัติได้
หากผทู้ ไ่ี ดอ้ า่ นบนั ทกึ ประวตั ฉิ บบั น้แี ลว้ เหน็ วา่ ยงั มสี ว่ นหน่งึ สว่ นใดผดิ พลาด
คลาดเคลอ่ื น ขอไดโ้ ปรดแจง้ กบั ผดู้ ำ� เนินการจดั ทำ� ดว้ ยเพอ่ื ทำ� การปรบั ปรงุ
ต่อไป รวมทัง้ ผู้ท่ีเห็นว่ามีประวัติบางส่วนท่ีตนได้รับฟังมาแต่มิได้ม ี
การบนั ทกึ ไวใ้ นเล่มน้ี กข็ อใหแ้ จง้ มา คณะผจู้ ดั ทำ� เหน็ ว่า วดั ใหมเ่ ทพพล
เป็นวดั ทม่ี คี ณุ คา่ ทงั้ ทางประวตั ศิ าสตรแ์ ละมคี วามเป็นมาหลายอยา่ งทน่ี ่าสนใจ
ควรค่าแก่การจดั ท�ำเป็นบันทึก เพ่ือแจกจ่ายให้กับชาวบ้านบางพรม
และละแวกใกลเ้ คยี ง เพอ่ื ใหไ้ ดท้ ราบถงึ ประวตั ขิ องวดั และทราบถงึ ปฏปิ ทา
ของพระภกิ ษทุ อ่ี ยทู่ ว่ี ดั น้ี เทา่ ทค่ี ณะผจู้ ดั ทำ� ไดส้ บื ทราบจากทา่ นผสู้ งู อายทุ งั้ หลาย
ทท่ี ราบเร่อื งประวตั ขิ องวดั ใหม่เทพพลได้ โดยเรม่ิ ด�ำเนินการเกบ็ ขอ้ มูล
มาตงั้ แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๓๐ จนกระทงั่ ปัจจบุ นั กร็ ว่ ม....๓๐....ปี กวา่ จะมาเป็น
บนั ทกึ เลม่ ลา่ สดุ น้ีได้ คณะผจู้ ดั ทำ� ตอ้ งขอขอบพระคณุ ทา่ นผสู้ งู อายทุ กุ ทา่ น
ทไ่ี ดใ้ หร้ ายละเอยี ดมา และขอขอบพระคณุ ชาวบางพรมทกุ ทา่ นทใ่ี หค้ วามสนใจ
ภายในเล่มอาจมบี างส่วนท่ผี ดิ พลาด ผู้จดั ท�ำขอน้อมรบั ความผดิ นัน้ ไว้
ทงั้ หมด
คณะผจู้ ดั ทำ�
10
ประวตั ิ วัดเทพพล
แขวงบางพรม เขตตล่งิ ชนั กรุงเทพมหานคร
11
ประวัติวัดฉบบั กรมการศาสนา
ระบอุ ายวุ ดั นบั ยอ้ นถอยหลงั ไปเมอ่ื ประมาณ ๔๕๔ ปีเศษลว่ งมาแลว้
ประมาณปี พ.ศ. ๒๑๐๘ เป็นรชั สมยั ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
มกี ารสร้างวดั เทพพลข้นึ แต่เน่ืองด้วยในสมยั นัน้ ความเจริญรวมศูนย์
อยู่ท่ีกรุงศรีอยุธยาราชธานี ดังนัน้ การสร้างวัดเทพพลในสมัยนัน้
จงึ หาความโออ่ า่ เหมอื นเมอื งหลวงไมไ่ ด้ ถาวรวตั ถสุ ว่ นมากเป็นไมแ้ ละดนิ เผา
ปัญหาการรกั ษาถาวรวตั ถใุ หค้ งอยใู่ นสภาพทม่ี นั่ คงจงึ ทำ� ไดย้ าก เพราะอยใู่ นชว่ ง
ภาวะสงครามระหว่างไทย - พม่าอนั ยาวนาน เม่อื พม่ายกทพั มาตไี ทย
อยนู่ านถงึ ๒ ปี ไดเ้ ผาวดั วาอารามและพระพทุ ธรปู เพอ่ื เอาทอง เหตุการณ์
ทเ่ี ป็นหลกั ฐานปรากฏใหเ้ หน็ ว่าขา้ ศกึ ยกทพั ผ่านตลงิ่ ชนั คอื บานประตู
วดั สะพานท่ปี ระตูไมแ้ กะสลกั ถูกจามด้วยขวาน ซ่งึ ยงั มหี ลกั ฐานใหเ้ หน็
ถงึ ปัจจบุ นั ทำ� ใหพ้ ออนุมานไดว้ า่ วดั เทพพลคงสญู ไปในชว่ งนนั้
ต่อมาราว พ.ศ. ๒๔๐๐ ไดม้ กี ารบูรณะปฏสิ งั ขรณ์ขน้ึ ใหม่อกี ครงั้
โดยการน�ำของยายฉิม ไดอ้ อกปากเชญิ ชวน สมคั รพรรคพวกมาช่วยกนั
หกั รา้ งถางพง และเรมิ่ ตน้ งานก่อสรา้ งดว้ ยเงนิ ๓ ชงั่ จนกระทงั่ กลายเป็น
“วดั ใหม”่ ทช่ี าวบา้ นเรยี กขาน ในกาลตอ่ มาสมยั หลวงป่เู ปลง่ เป็นเจา้ อาวาส
(พ.ศ. ๒๔๖๕ - ๒๔๘๕) มวี ดั เกดิ ขน้ึ หลายแหง่ ตา่ งกล็ ว้ นแตเ่ รยี กวดั ใหมท่ งั้ สน้ิ
หลวงป่ ูเปล่งจงึ ตดั สนิ ใจเปลย่ี นช่อื วดั จากเดมิ เป็น “วดั เทพพล” นัน่ เอง
และมกี ารเพมิ่ เตมิ เป็น “วดั ใหมเ่ ทพพล” ในภายหลงั
12
ประวัติวัดเทพพลตามคำ� บอกเล่า...
จากอดตี ของวดั น้ี แตเ่ ดมิ พน้ื ทบ่ี รเิ วณน้ีเป็นทว่ี า่ ง ๆ เสยี สว่ นมาก
ในสมยั ก่อนนัน้ พน้ื ทต่ี งั้ แห่งน้ีเช่อื กนั ว่าเคยเป็นวดั รา้ ง ส่วนทด่ี นิ โดยรอบ
หลายแห่ง เป็นท่ีรกร้างว่างเปล่าไม่มีผู้คนเข้าไปจับจองเป็นเจ้าของ
ท่ดี นิ ท่ปี ราศจากเจ้าของนัน้ จงึ มมี าก ลกั ษณะภูมปิ ระเทศเป็นสวนบ้าง
เป็นป่ ารกร้างบ้าง ซ่งึ ยากแก่การถากถาง ประชาชนแถบน้ีจงึ ไม่ด้นิ รน
ท่ีจะเข้าไปจบั จอง จนกระทงั่ ยายฉิม ซ่ึงเป็นคนพ้ืนเพแถวบางพรม
เป็นผดู้ ำ� รมิ คี วามคดิ รเิ รมิ่ ทจ่ี ะบรู ณะพน้ื ทส่ี ว่ นน้ีเพอ่ื กอบกูใ้ หเ้ ป็นวดั ขน้ึ มา
อกี ครงั้ โดยเรมิ่ ใชจ้ ่ายทรพั ยส์ นิ เรมิ่ ตน้ ไปประมาณ ๓ ชงั่ ซง่ึ คดิ เป็นเงนิ
ในปัจจุบนั แลว้ ประมาณ ๒๔๐ บาท แต่ในสมยั นัน้ ทองน้�ำหนัก ๑ บาท
มคี า่ ไมถ่ งึ หน่ึงรอ้ ยบาท ถา้ จะน�ำจำ� นวนเงนิ ๒๔๐ บาท มาเทยี บกบั ปัจจบุ นั
คดิ เป็นเงนิ ๑๓,๗๕๐ บาท ซง่ึ แตเ่ ดมิ ยายฉมิ สรา้ งนนั้ กย็ งั ไมม่ อี ะไรมากนกั
ค่อย ๆ เพมิ่ เติมทีละนิดทีละหน่อย จนกลายเป็นวดั ข้นึ มาในสมยั นัน้
ใชช้ อ่ื วดั วา่ “วดั ใหม”่ ซง่ึ มี“หลวงป่ รู นื่ ” เป็นเจา้ อาวาส ประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๐
13
ประวตั ิเจา้ อาวาสตั้งแต่ยคุ อดตี จนถึงปัจจุบนั
๑. หลวงปรู่ นื่
มารดาท่านช่อื “ยายกลำ�่ ” สว่ นบดิ านนั้ ไมท่ ราบนาม มพี น่ี ้อง
รวมกนั ๔ คน ไดแ้ ก่ นายชา้ ง นายยศ นางกลอ่ ม และหลวงป่รู น่ื
เม่ือท่านได้รบั ต�ำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านก็บ�ำรุงวดั ท่านเป็น
เจา้ อาวาสอยู่ประมาณ ๒๐ กว่าปี หลวงป่ ูร่นื ท่านมดี หี ลายดา้ นดว้ ยกนั
โดยเฉพาะในสมยั ทา่ นนนั้ ขน้ึ ชอ่ื เรอ่ื ง “การเลน่ แรแ่ ปรธาต”ุ จากคำ� บอกเลา่
ของลุงซง่ึ ยงั มชี วี ติ อยชู่ ว่ งปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ซง่ึ ทา่ นเป็นฆราวาสทไ่ี ปทำ� บุญ
ทว่ี ดั อยบู่ อ่ ย ๆ ทา่ นเลา่ ใหฟ้ ังวา่ เมอ่ื ๗๐ กวา่ ปีมาแลว้ การทจ่ี ะเลน่ แรแ่ ปรธาตุ
ได้นัน้ ต้องมีความรู้หลายด้านด้วยกัน แล้วท่านก็ยกตัวอย่างการท�ำ
“น้�ำประสานเกลือ” โดยใช้ เกลอื และกระเบง (พชื ) น�ำมาตำ� น�ำตวั ยา
ทงั้ สองมาผสมกนั ใสน่ ้�ำแลว้ คนใหเ้ ขา้ กนั เมอ่ื น้�ำแหง้ จนขน้ึ เป็นเกลอื จงึ น�ำไป
ใสเ่ ตาสบู เมอ่ื สบู ไดท้ ก่ี จ็ ะน�ำไปใสเ่ บา้ หลอม ทำ� หลาย ๆ ครงั้ จนกลายเป็น
สขี าวคลา้ ยปรอท เมอ่ื เป็นกอ้ นกลมคลา้ ยลกู อม ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางประมาณ
๑.๕ เซนตเิ มตร จะแขง็ มาก ยากต่อการละลาย ระหว่างท�ำมคี วามเขา้ ใจว่า
ทา่ นคงจะตอ้ งใชค้ าถากำ� กบั ไวด้ ว้ ย และผลทใ่ี ชด้ มี ากและเหมาะกบั สมยั นนั้
คอื เมอ่ื อมแลว้ ทำ� ใหไ้ มอ่ ยากน้�ำ เพราะสมยั นนั้ การคมนาคมไมส่ ะดวกนกั
จำ� เป็นตอ้ งใชก้ ารเดนิ เทา้ และทางน้�ำเป็นสว่ นใหญ่ การเดนิ ทางโดยทางน้�ำนนั้
ไมม่ ปี ัญหาอะไรมากนกั แตส่ ำ� หรบั การเดนิ เทา้ ระยะไกล ๆ ปัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ บอ่ ย
คอื กระหายน้�ำ การมนี ้�ำประสานเกลอื กจ็ ะชว่ ยใหไ้ มอ่ ยากน้�ำ และทว่ี เิ ศษ
นอกเหนอื จากน้คี อื มคี นเกา่ คนแกท่ า่ นเลา่ วา่ ถา้ อมจนชนิ ซง่ึ จติ จบั แตล่ กู อมน้ี
14
จะท�ำใหต้ วั เบาจนบางครงั้ การเดนิ เหนิ เบาจนไมร่ สู้ กึ เหน่ือย หรอื บางครงั้
คลา้ ยกบั เหาะไป จงึ ไมต่ อ้ งสงสยั เลยวา่ ทำ� ไมในสมยั นนั้ จงึ สามารถเดนิ เทา้
ไดน้ าน ๆ โดยไมต่ อ้ งพกั อาจเป็นเพราะมี “น้�ำประสานเกลอื ” ซง่ึ กน็ บั วา่
โชคดีท่ีวัดใหม่เทพพลแห่งน้ีมีครูบาอาจารย์ท่มี คี วามรู้ความสามารถ
หลงั จากท่ี “หลวงป่ รู ืน่ ” มรณภาพแลว้ “หลวงป่ ทู มุ ” ก็ขน้ึ รบั ต�ำแหน่ง
เจา้ อาวาสต่อจากหลวงป่รู น่ื
15
๒. หลวงปทู่ ุม
ท่านเป็ นพระท่ีปฏิบัติตนตามกฎระเบียบวินัยสงฆ์ตามท ่ี
องคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ทา่ นปทู างเอาไว้ หลวงป่ทู มุ ทา่ นเป็นพระ
ทจ่ี รงิ จงั กบั การประพฤตมิ าก จงึ ท�ำใหพ้ ระลูกวดั มรี ะเบยี บสำ� รวมไปดว้ ย
หากพระรปู ใดไมส่ ามารถทำ� ได้ บางครงั้ ทา่ นกต็ อ้ งใชไ้ มแ้ ขง็ บา้ ง ไมอ้ อ่ นบา้ ง
ตามพระธรรมคำ� สอน ซง่ึ ทา่ นจะเลอื กใชต้ ามกาล
วยั รนุ่ ในสมยั นนั้ ชอบตรี นั ฟันแทง ทำ� ตวั เป็นอนั ธพาล เป็นนกั เลง
หัวไม้กันมาก แต่เม่ือเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มบวรพระพุทธศาสนาแล้ว
ก็ต้องถอดเข้ยี วเล็บกองไว้หน้าวดั หากท�ำไม่ได้ก็คงต้องโดนไม้ตะพด
หลวงป่ทู มุ เป็นแน่ หลวงป่ทู มุ เป็นสมภารอยปู่ ระมาณ ๑๐ ปี จากนนั้ ทา่ นกล็ าสกิ ขา
เพอ่ื ไปประกอบกจิ สว่ นตวั เน่อื งจากทา่ นเหน็ วา่ หากเป็นเพศบรรพชติ เกรงวา่
จะไมเ่ หมาะสมดว้ ยประการทงั้ ปวง หลงั จากนนั้ “หลวงป่ แู ปล่ง” กเ็ ขา้ รบั
ตำ� แหน่งเจา้ อาวาสแทนหลวงป่ทู มุ
ชาวบา้ นบางพรมรว่ มถวายผ้าป่าในอดีต
16
๓. หลวงปู่แปล่ง
ทา่ นมาจากวดั เพลงกลางสวน แต่กอ่ นทจ่ี ะมาอยทู่ ว่ี ดั เพลงฯ นนั้
ท่านมพี ้นื เพอยู่ท่สี ุพรรณบุรี ในสมยั ของหลวงป่ ูแปล่ง ท่านได้เพม่ิ เตมิ
ชอ่ื ของวดั โดยเพมิ่ เตมิ คำ� วา่ “เทพพล” ขน้ึ ตอ่ ทา้ ย ในสมยั นนั้ ชอ่ื เตม็ ของวดั
จงึ ชอ่ื วา่ “วดั ใหม่เทพพล” หลวงป่แู ปลง่ นนั้ มลี กั ษณะจุดเดน่ หลาย ๆ อยา่ ง
คล้ายหลวงป่ ูทุม คือ เป็นพระท่ีเคร่งครดั ในระเบียบวินัยของวัดมาก
หลวงป่แู ปลง่ เป็นเจา้ อาวาสวดั ใหมเ่ ทพพลอยปู่ ระมาณ ๒๐ ปี กม็ าถงึ สมยั ของ
“หลวงป่ เู จียม”
ชาวบา้ นมาท�ำบญุ วดั ใหม่เทพพลในอดตี
17
๔. หลวงป่เู จียม
หลวงป่ ูเจียมท่านมีประวัติท่ีน่าสนใจอยู่หลายเร่ืองด้วยกัน
จนดคู ลา้ ยกบั พระอภญิ ญา เดมิ ทหี ลวงป่เู จยี มมาจากจงั หวดั สมทุ รปราการ
ทา่ นอยทู่ ว่ี ดั ลกู ววั แลว้ จงึ ธดุ งคจ์ นมาถงึ วดั ใหมเ่ ทพพลน้ี ทา่ นมาดว้ ยกนั ๓ องค์
คอื ๑. หลวงพอ่ เจยี ม ๒. หลวงพอ่ ขำ� ๓. หลวงพอ่ เปรอ่ื ง ทา่ นเดนิ ทางมา
พรอ้ มกนั
กอ่ นหน้าทห่ี ลวงป่เู จยี มจะเขา้ รบั ตำ� แหน่งเจา้ อาวาสนนั้ ทา่ นเป็น
ลูกวดั อยู่ท่วี ดั ใหม่เทพพลประมาณ ๕ ปีก่อน แล้วจงึ ขน้ึ เป็นเจ้าอาวาส
จากการแตง่ ตงั้ จากชาวบา้ นจำ� นวนมากในละแวกนนั้ ซง่ึ เหน็ พอ้ งตอ้ งกนั วา่
ท่านมคี วามเหมาะสมท่สี ุด จงึ ได้มคี วามเหน็ ยกให้หลวงป่ ูเจยี มข้นึ เป็น
เจา้ อาวาสต่อจากหลวงป่ ูแปล่ง แต่ก่อนนัน้ พน้ื ทว่ี ดั มอี ยู่ประมาณ ๕ ไร่
ในส่วนทเ่ี พมิ่ เตมิ ทหี ลงั น้ี ชาวบา้ นไดซ้ ้อื เพมิ่ เตมิ ใหใ้ นภายหลงั ต้องขอ
อนุโมทนากบั ทา่ นผใู้ จบญุ ทกุ ทา่ นดว้ ย ทงั้ น้หี ากสภาพวดั ทจ่ี ะแสดงขน้ึ ไดน้ นั้
ตอ้ งมาจากการผนกึ กำ� ลงั กนั ของสาธชุ นทกุ ทา่ น ในเรอ่ื งของหลวงป่เู จยี มนนั้
18
ท่านเป็นพระทม่ี าจากลุ่มน้�ำเคม็ ตามทก่ี ล่าวมาแลว้ และท่านเป็นญาตกิ บั
หลวงป่คู ำ� ทธ่ี ดุ งคม์ าดว้ ยกนั บางทา่ นคงสงสยั วา่ แลว้ ในขณะนนั้ พระลกู วดั
ทม่ี อี าวุโสกวา่ ทางหลวงป่เู จยี มทำ� ไมไมข่ น้ึ เป็นเจา้ อาวาส คอื ในขณะนนั้
พระลูกวดั ดงั กล่าวกไ็ ดอ้ ยู่คลุกคลกี บั หลวงพ่อเจยี มมากนั ตงั้ ๕ พรรษา
ก็มีความเคารพนับถือกัน และในเร่ืองของการจะมาเป็นผู้ดูแลวดั นัน้
เป็นเรอ่ื งยากและพระลกู วดั ในขณะนนั้ กม็ คี วามรสู้ กึ วา่ ตนเองยงั ไมพ่ รอ้ มบา้ ง
มคี ณุ สมบตั ไิ มเ่ หมาะสมบา้ ง และขอ้ สำ� คญั ทส่ี ดุ คอื การทท่ี า่ นหลวงพอ่ เจยี ม
เป็นเจา้ อาวาสนัน้ เป็นการแต่งตงั้ จากชาวบา้ นจ�ำนวนมากในละแวกนัน้
ซ่ึงเหน็ พ้องต้องกนั ว่าท่านมคี วามเหมาะสมท่สี ุด จงึ ได้ลงความเหน็ กนั
ยกให้หลวงป่ ูเจียมข้นึ เป็นเจ้าอาวาส เป็นองค์ถดั ต่อจากหลวงป่ ูแปล่ง
ดูแล้วคล้ายกับเราสมัยน้ี คือ การเลือกตัง้ เป็ นประชาธิปไตยกันมา
ตงั้ นานแลว้ น่ี หลงั จากชาวบา้ นไดล้ งมตเิ รยี บรอ้ ยท่านหลวงป่ ูเจยี มกข็ น้ึ
แบกภาระอนั หนักอ้งึ ประวตั ขิ องหลวงป่ ูเจยี มนัน้ มมี ากมายแต่เท่าท่ไี ด้
สอบถามจากบุคคลซง่ึ ยงั มชี วี ติ อย่ใู นสมยั ปัจจุบนั ไดค้ วามว่าในขณะนัน้
ทางวดั มพี น้ื ทอ่ี ยปู่ ระมาณ ๕ ไร่
มาวา่ กนั ตอ่ ในเรอ่ื งประวตั ขิ องหลวงป่เู จยี ม ในชว่ งบา่ ยของวนั นนั้
ทางวดั ไดจ้ ดั เตรยี มงานขน้ึ เพอ่ื การสรา้ งบญุ ของบรรดาชาวบา้ นในยา่ นนนั้
หลวงป่เู จยี มกอ็ อกมาเดนิ ดกู ารเตรยี มงานในลานวดั นนั่ เอง ทา่ นเอามอื ป้อง
ทห่ี น้าผากแลว้ แหงนดทู อ้ งฟ้าปรากฏวา่ ฝนเรมิ่ ตงั้ เคา้ มาแลว้ จากทางไปนา
บรรดาพระลูกวดั รวมทงั้ ผู้ท่ีมาช่วยงานบุญ ต่างก็เป็นกงั วลกบั เร่ืองน้ี
ถา้ ฝนตกลงมาในระหว่างมงี าน ผคู้ นคงจะไม่ออกจากบา้ น จนกระทงั่ ฝน
ขาดเมด็ เป็นแน่ เมอ่ื เหตกุ ารณเ์ ป็นเชน่ นห้ี ลวงป่เู จยี มจงึ เดนิ เขา้ กฏุ ิหลงั จากนนั้
19
กไ็ มม่ ใี ครรไู้ ดเ้ ลยวา่ ทา่ นจะทำ� อยา่ งไรกบั การแกไ้ ขสถานการณ์น้ี พระลกู วดั
รวมทงั้ ผมู้ าชว่ ยงานตา่ งกท็ ำ� งานกนั ไปอยา่ งไมส่ บายใจนกั กไ็ ดแ้ ต่บนบาน
ศาลกลา่ ว ในเวลาตอ่ มาหลวงป่เู จยี มเดนิ ออกจากกฏุ พิ รอ้ มกบั ผา้ ทม่ี ลี กั ษณะ
เป็นธง เม่อื ท่านเดนิ มาถึงจงึ สงั่ ให้พระลูกวดั เตรยี มน�ำธงข้นึ สู่ยอดเสา
แล้วท่านก็เรมิ่ ท�ำพธิ ขี องท่าน ซ่ึงหลายคนท่ที �ำงานกนั อยู่ก็หยุดวางมอื
แลว้ รบี มายงั จดุ ทห่ี ลวงป่เู จยี มอยู่ เมอ่ื หลวงป่เู จยี มทำ� พธิ เี ชญิ ธงขน้ึ ถงึ ยอดเสา
หลวงป่พู ดู เบา ๆ วา่ เอาละฝนไมต่ กแลว้ และทกุ คนไปทำ� งานกนั ต่อเถอะ
ทกุ คนจงึ เดนิ กลบั ไปยงั จดุ ทท่ี ำ� งานคา้ งไว้ แตก่ ย็ งั ใจจดจอ่ อยกู่ บั เรอ่ื งเมอ่ื ครนู่ ้ี
และทุกคนก็ได้แต่คอยสังเกตการณ์ เม่ืองานเร่ิมต้นพระภิกษุสงฆ ์
ได้เจรญิ พระพุทธมนต์ โฆษกประกาศเชญิ ชวนให้ผู้มศี รทั ธามาร่วมกนั
บำ� เพญ็ กศุ ลทง่ี านวดั ใหมเ่ ทพพล จนกระทงั่ งานสำ� เรจ็ เสรจ็ สน้ิ เป็นทเ่ี รยี บรอ้ ย
ไมป่ รากฏวา่ มฝี นตกลงในงานเลยแมแ้ ตเ่ มด็ เดยี ว ทกุ คนทอ่ี ยใู่ นเหตุการณ์
ต่างเกดิ ความปล้มื ปิตยิ นิ ดี ลุงท่มี าช่วยงานคนหน่ึงถงึ กบั พูดออกมาว่า
เป็นบญุ ตาจรงิ ๆ ทไ่ี ดเ้ หน็ ความหมายของลงุ คงหมายถงึ เรอ่ื งทห่ี ลวงป่เู จยี ม
ทำ� พธิ ไี ลฝ่ นใหพ้ น้ บรเิ วณงาน หลงั จากนนั้ ไมน่ านนกั ขา่ วน้กี แ็ พรก่ ระจายไปทวั่
ยงั ความดอี กดใี จใหก้ บั บรษิ ทั ทม่ี ศี รทั ธาต่อพระศาสนา อยา่ งน้อยเรากร็ วู้ า่
พระดดี ยี งั มอี กี มาก น่ีบงั เอญิ เป็นความจำ� เป็นทห่ี ลวงป่จู ะตอ้ งทำ� พธิ ไี ลฝ่ น
ดังกล่าว แต่เน้ือแท้แล้วหลวงป่ ูมิได้ยินดีกับค�ำชมเชยของผู้ใดเลย
และการไดผ้ ลนัน้ กท็ �ำไปเพ่อื ใหพ้ ุทธบรษิ ทั ไดม้ าทำ� บุญสุนทาน ไม่ไดท้ �ำ
เพอ่ื อวดอา้ งคณุ วเิ ศษเลยแมแ้ ต่น้อย สว่ นพระรปู อน่ื ๆ ทม่ี คี วามดี แตท่ า่ น
มิได้มีความจ�ำเป็ นท่ีต้องตามออกมาแสดงก็มีอย่างมากมายด้วยกัน
และเรอ่ื งทอ่ี ศั จรรยใ์ นหลายเรอ่ื งทจ่ี ะน�ำมาเลา่ ใหฟ้ ังนนั้ ทา่ นมไิ ดต้ งั้ ใจใหใ้ ครเหน็
20
สว่ นเรอ่ื งทเ่ี รารมู้ าไดน้ นั้ สว่ นมากมาจากการบงั เอญิ ทบ่ี รรดาพระลกู ศษิ ยล์ กู หา
บงั เอญิ มาพบเหน็ เขา้ กอ่ นน�ำมาเลา่ สกู่ นั ฟัง เมอ่ื พดู ถงึ น้�ำเมาเรามเี รอ่ื งแปลก
จะเล่าใหฟ้ ังก่อนทจ่ี ะมงี านวดั เม่อื ใด หลวงป่ ูเจยี มเป็นต้องน�ำทรายเสก
ทม่ี อี ยใู่ นกฏุ ิ ออกมาโปรยทวั่ บรเิ วณงานจนทำ� ใหบ้ รรดาลกู ศษิ ยส์ งสยั วา่ ทา่ น
ทำ� ไปเพอ่ื อะไร หลวงป่เู จยี มทา่ นกใ็ หส้ งั เกตเอาเอง เพยี งบอกใหเ้ ป็นนยั ๆ วา่
“คนเมามนั มาก” ต่างคนตา่ งกว็ เิ คราะหก์ นั ไปตา่ ง ๆ นา ๆ จนกระทงั่ งานเรมิ่
จนงานสน้ิ สดุ ลง บรรดานกั สงั เกตการณต์ า่ งกไ็ ดส้ นุกกนั ทว่ี า่ ภายในบรเิ วณงาน
หาคนเมาไมไ่ ดเ้ ลยกเ็ ป็นเรอ่ื งแปลก ทงั้ ๆ ทน่ี อกงานกม็ กี ารตงั้ วงสรุ ากนั
แต่กด็ จี ะไดไ้ มต่ อ้ งตกอกตกใจกนั
ดา้ นหลงั วดั ในปัจจุบนั นัน้ อดตี เคยเป็นทุง่ นาอนั กวา้ งใหญ่และ
มฝี งู นกอยกู่ นั มากมายทม่ี าอาศยั วดั อยู่ ซง่ึ สญั ชาตญาณของสตั วม์ นั คงรวู้ า่
เป็นเขตอภยั ทานมาอยแู่ ลว้ กไ็ ดร้ บั แตค่ วามสขุ นกพวกนนั้ มนั คงคดิ ไมผ่ ดิ
จนกระทัง่ อยู่มาวันหน่ึงมีชายฉกรรจ์รูปร่างล่�ำสัน ในมือถือปืนแก๊ป
ปืนแก๊ปนนั้ จะตอ้ งมกี รรมวธิ กี ารยงิ ทย่ี งุ่ ยาก คอื ตอ้ งน�ำดนิ ประสวิ ตอ่ ไปทาง
กระบอกปืน เอากาบมะพรา้ วอดั แลว้ ตอนยงิ ตอ้ งขน้ึ นก แลว้ เอาแก๊ปวาง
ระหวา่ งนกกบั ไกปืนแลว้ จงึ ยงิ ทอ่ี ธบิ ายเพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจวา่ ไมใ่ ชป่ ืนแกป๊ ของเดก็ เลน่
เม่อื ชายคนนัน้ เดนิ มาถงึ หลงั วดั กห็ าทห่ี มอบเพ่อื ไม่ใหน้ กพวกนัน้ ตกใจ
ในใจของหมอน่ีคงคดิ อยากจะไดน้ กมาเป็นอาหาร เขากไ็ มร่ หู้ รอกวา่ หลวงป่ ู
ทา่ นเมตตาตอ่ สตั วท์ วั่ ไปมากขนาดไหน และโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ บรเิ วณทเ่ี ป็น
เขตอภยั ทาน เขากไ็ มน่ ่าจะฆา่ สตั วใ์ นบรเิ วณน้เี ลย ดว้ ยเดชะบญุ ปืนเตรยี มมา
เพอ่ื การฆา่ ชวี ติ นนั้ มนั ไมท่ ำ� งาน พยายามบรรจงทำ� แลว้ ทำ� อกี มนั กย็ งิ ไมอ่ อก
ทงั้ ๆ ท่ใี ช้อยู่ทุกวนั มนั ก็ใช้การได้ดี แต่ท�ำไมพอมายงิ ท่นี ้ีมนั ใช้ไม่ได ้
21
ตกลงว่าวนั นัน้ ฆ่านกไม่ได้จะดว้ ยเหตุผลอนั ใดกไ็ ม่มใี ครยนื ยนั ไดว้ ่าเป็น
เพราะอะไร แตก่ ด็ แี ลว้ ทว่ี า่ ยงิ ไมอ่ อก นกวดั นนั้ จะไดอ้ ยอู่ ยา่ งมคี วามสขุ ตลอดไป
แตป่ ัจจบุ นั น้นี กทว่ี า่ แทบจะหาไมไ่ ดเ้ ลย อาจเป็นเพราะความเจรญิ ซง่ึ เขา้ มา
มากมายจนเป็นการทำ� ลายธรรมชาตไิ ปสว่ นหน่ึง ทเ่ี คยมเี มอ่ื ฟังแลว้ เขา้ ใจ
ชดั เจนถงึ ความหมายของคำ� วา่ “อย่าอวดเก่งกบั ผี อย่าลองดีกบั พระ”
เป็นค�ำสอนทเ่ี ตอื นใหเ้ รารูถ้ งึ การควรมคิ วร การฆ่าสตั ว์ตดั ชวี ติ นัน้ ไม่ด ี
มนั ไมม่ ปี ระโยชน์ มแี ตจ่ ะใหโ้ ทษ สเู้ รามาลองปฏบิ ตั เิ จรญิ กรรมฐานวปิ ัสสนา
กนั ดจู ะดกี วา่
เม่อื กล่าวถงึ หลงั วดั ไปแล้ว คราวน้ีจะมากล่าวถงึ หน้าวดั บ้าง
ในสถานทเ่ี ราทำ� บญุ ตกั บาตรกนั ในปัจจบุ นั เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ มกี ารรอ้ื ยา้ ย
ศาลาไมไ้ ปไวย้ งั ดา้ นหลงั ศาลาหลงั ใหม่ใกลก้ บั วหิ ารหลวงพ่อปานในสมยั
ของหลวงป่เู จยี มนัน้ ไดม้ ตี ะพาบตวั ใหญ่ ชาวบา้ นตงั้ ช่อื ใหม้ นั ว่าเจา้ ด่าง
เพราะกระดองของมนั มแี ตม้ ขาว ๆ เจา้ ดา่ งมคี ณุ สมบตั พิ เิ ศษอยอู่ ยา่ งหน่งึ คอื
ในวนั พระทกุ ๆ ครงั้ เจา้ ดา่ งมนั จะขน้ึ มาทท่ี า่ น้�ำทกุ ครงั้ ไป ชาวบา้ นหลายคน
ต่างก็คดิ กนั ไปต่าง ๆ นา ๆ บางคนก็ว่ามนั จะข้นึ มาเพ่อื จะกนิ อาหาร
เพราะในวนั นนั้ มอี าหารมากทต่ี ดิ จานชามแลว้ น�ำมาลา้ งกจ็ ะมขี า้ วมอี าหาร
ทเ่ี จา้ ด่างกนิ ได้ สว่ นบางคนกค็ ดิ ไปวา่ มนั ขน้ึ มาดคู นทำ� บุญหรอื มนั อาจจะ
ขน้ึ มาฟังพระสวดมนตเ์ ชา้
การสรา้ งวตั ถมุ งคลเครอ่ื งรางของขลงั ของหลวงป่เู จยี มในสมยั นนั้
เพอ่ื ใหบ้ คุ คลนนั้ ยดึ เหน่ียวจติ ใจเอาไว้ เทา่ ทส่ี บื ไดม้ ากม็ ตี ะกรดุ กบั เสอ้ื ยนั ต์
เส้อื ยนั ต์น้ีท�ำครงั้ สมยั สงครามอินโดจีนเพ่อื แจกให้ทหารเป็นส่วนใหญ่
แลว้ บรรดาลกู ศษิ ยล์ กู หามาขอทา่ น ทา่ นกใ็ ห้ ทา่ นคงนกึ ถงึ สภาพสมยั นนั้ ออก
22
เน่ืองจากเกดิ สงครามประชาชน ภายในประเทศมคี วามเป็นอยทู่ แ่ี รน้ แคน้
จะซอ้ื ผา้ ขาวมา้ ซกั ผนื กแ็ สนยาก เครอ่ื งนุ่งหม่ หายากมาก โดยเฉพาะผทู้ ม่ี ี
ฐานะยากจนอยแู่ ลว้ กย็ ง่ิ จนกนั เขา้ ไปใหญ่ บางคนไมม่ เี สอ้ื จะใสเ่ วลาทำ� นา
ท่านลองนึกดูแดดกลางนาร้อนขนาดไหน เม่ือไม่มีทางเลือกจึงได ้
อาราธนาเสอ้ื ยนั ต์ของหลวงป่ ูเจยี มใส่ไปเวลาออกทํานา นอกจากจะเป็น
การป้องกนั ความร้อนแล้วยงั เป็นสิริมงคลอีกด้วย ทํานาไปใจก็นึกถึง
พระพทุ ธเจา้ บา้ ง พระธรรมเจา้ บา้ ง พระสงฆเ์ จา้ บา้ ง หลวงป่เู จยี มทใ่ี หเ้ สอ้ื ยนั ต์
มาคมุ้ กาย หลวงป่เู จยี มทา่ นมองประโยชน์มากมาย
ส่วนในเร่ืองของทหารท่ีน�ำไปใส่ออกรบในสงครามอินโดจีน
ไดฟ้ ังจากผรู้ ผู้ อู้ ยใู่ นเหตุการณ์เลา่ วา่ กระสนุ บา้ ง ของมคี มบา้ ง ไมส่ ามารถ
ทำ� อะไรผทู้ ม่ี เี สอ้ื ยนั ตไ์ ดเ้ ลย ในปัจจุบนั กย็ งั พอหาเสอ้ื ยนั ตท์ ห่ี ลวงป่เู จยี ม
ทา่ นสรา้ งพอมอี ยบู่ า้ ง สว่ นตะกรดุ ทท่ี า่ นหลวงป่เู จยี มสรา้ งนนั้ กม็ อี านุภาพ
ทางดา้ นคงกระพนั ชาตรแี ละเมตตามหานยิ มอกี มากมาย ยากทจ่ี ะพรรณนาได้
ทา่ นทเ่ี คยเป็นศษิ ยม์ ากอ่ นทา่ นหน่ึงไดเ้ ลา่ ใหพ้ วกเราฟังวา่ หลวงป่เู จยี มนนั้
นอกจากจะเป็นพระทเ่ี ครง่ ครดั ในระเบยี บวนิ ยั แลว้ ยงั เป็นพระทท่ี รงคณุ านุภาพ
ในหลาย ๆ ด้าน รวมทงั้ ยงั เป็นพระหมอในสมยั นัน้ เรียกว่าพระหมอ
ซง่ึ การรกั ษาของทา่ น รกั ษาโรคต่าง ๆ มเี พยี งคา่ ครู คอื ดอกไมธ้ ปู เทยี น
กบั เงนิ ๑ สลงึ
ส่วนอีกทางหน่ึงซ่ึงหลวงป่ ูเจียมได้ท�ำไว้คือการให้ก�ำลังใจ
การใหค้ นทม่ี ที ุกขร์ อ้ นใหบ้ รรเทาไปดว้ ยความเยน็ นนั่ คอื การอาบน้�ำมนต์
การอาบน้�ำมนต์ในสมัยนัน้ ท่านใดท่ีมีความเดือดร้อนมาขอให้ท่าน
อาบน้�ำมนต์ รดน้�ำมนต์ หรอื ประพรมน้�ำมนต์ นนั่ กม็ อี ยมู่ ากมายหลายทา่ น
23
และผลทไ่ี ดร้ บั ขณะอาบกค็ อื ความปิติ ความสบายกาย สบายใจ สดช่นื
ทไ่ี ดร้ บั หลงั จากการอาบ กค็ อื ความเป็นสริ มิ งคล ในเร่อื งน้ีตอ้ งขน้ึ อย่กู บั
ผทู้ ม่ี าใหท้ า่ นชว่ ยเหลอื วา่ มศี รทั ธาหรอื ไม่ ถา้ มศี รทั ธาความเชอ่ื ผลกป็ รากฏได้
และหลงั จากหลวงป่เู จยี มอายไุ ดป้ ระมาณ ๗๐ กวา่ ปีนนั้ กไ็ ดม้ รณภาพลง
ณ วดั เทพพลแห่งน้ี รวมเวลาท่ที ่านมาอยู่ทว่ี ดั น้ีกป็ ระมาณ ๓๐ กว่าปี
เม่ือท่านมรณภาพแล้วทางวดั ก็จดั การพิธีศพของท่านอย่างสมเกียรต ิ
แ ล ะ ต่ อ ม า ก็มีป ร ะ ชุ ม กัน เ พ่ือ ท่ีจ ะ ห า พ ร ะ ภ า ย ใ น วัด ข้ึน รับ ห น้ า ท่ีน้ี ต่ อ
เมอ่ื ผลการสรปุ ประชมุ เสรจ็ ทา่ นพระอาจารยเ์ ปลย่ี นเป็นเจา้ อาวาสรปู ตอ่ ไป
ขน้ึ รบั ตำ� แหน่งหลงั จากน้ีกจ็ ะเป็นประวตั ขิ อง “พระอาจารยเ์ ปรือ่ ง”
รูปป้ันหลวงปูเ่ จียมในวหิ ารหลวงพอ่ โสธร
24
๕. พระอาจารยเ์ ปร่อื ง
ท่านเป็นพระทว่ี ดั ลูกววั เดนิ ทางมาพรอ้ ม ๆ กบั หลวงป่ ูเจยี ม
และหลวงพอ่ คำ� ในขณะนนั้ พระอาจารยเ์ ปรอ่ื งเป็นศษิ ยอ์ าจารยเ์ ดยี วกนั กบั
หลวงป่เู จยี มทไ่ี ดศ้ กึ ษากนั มาทว่ี ดั ลูกววั พระอาจารยเ์ ปร่อื งอายุอ่อนกว่า
หลวงป่ ูเจยี มประมาณ ๒๐ ปี ดงั นัน้ การถ่ายทอดวชิ าของหลวงป่ ูเจยี ม
จงึ ถูกถ่ายทอดมายงั พระลูกวดั หลายรูป ทงั้ น้ี ขน้ึ อยู่กบั ใครมภี ูมปิ ัญญา
ดา้ นใด เน่ืองจากพระแต่ละรูปกม็ คี วามรูว้ ชิ าแตกแยกหลายแขนงกนั ไป
ซง่ึ พระอาจารยเ์ ปรอ่ื งกเ็ ป็นผทู้ ม่ี พี น้ื ฐานดี มกี ารรบั รเู้ รว็ และแมน่ ยำ� ดงั นนั้
สมยั ของพระอาจารยเ์ ปรอ่ื งจงึ มคี วามคลา้ ยคลงึ กนั กบั สมยั ของหลวงป่เู จยี ม
สว่ นจดุ เดน่ ในสมยั พระอาจารยเ์ ปรอ่ื งนนั้ จะเน้นหนกั ไปทางดา้ นการกอ่ สรา้ ง
ภายในวดั และการสรา้ งวตั ถุมงคล เพอ่ื มอบใหก้ บั ศษิ ยานุศษิ ย์ ถาวรวตั ถุ
ทท่ี า่ นไดส้ รา้ งไวใ้ หเ้ ราไดเ้ คารพสกั การะทย่ี งั มใี หเ้ หน็ ในปัจจบุ นั มอี ยดู่ ว้ ยกนั
ถงึ ๒ แหง่ คอื
25
๑. พระอุโบสถ (วิหารเก่า) สร้างข้ึนในปี พ.ศ. ๒๔๙๓
โดยพระอาจารยเ์ ปรอื่ งเรมิ่ ประกาศป่าวรอ้ งใหบ้ รรดาพุทธบรษิ ทั รว่ มสรา้ ง
จงึ เรยี บรอ้ ย เมอื่ กาลเวลาเปลยี่ นไปพระอุโบสถหลงั น้ีกถ็ อยหลงั เสอื่ มโทรม
ลง จงึ มกี ารซ่อมแซมเรอื่ ยมาใหด้ ใู หมต่ ลอดเวลา
๒. ศาลาไม้ เป็นศาลาหลงั ใหญ่ มขี นาดประมาณกวา้ ง ๕ วา
ยาว ๑๐ วา สรา้ งดว้ ยไมท้ งั้ หลงั ศาลาหลงั น้เี ป็นจดุ รวมอกี จดุ หนงึ่ ในวนั พระ
กจ็ ะมกี ารทำ� บุญตกั บาตร ไมว่ า่ วาระสำ� คญั ใด ๆ ทางศาสนากต็ ามจะตอ้ ง
อาศยั ศาลาหลงั น้ปี ระกอบพธิ ตี า่ ง ๆ จนกระทงั่ ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ศาลาหลงั ใหม่
จงึ สรา้ งเสรจ็ หลงั เกา่ ถกู รอ้ื ถอนยา้ ยมาลงหลกั ปักฐานตอ่ จากศาลาหลงั ใหม่
กฏุ ศิ าลาไม้หลังเกา่
26
๖. พระครูวิศิษฎบ์ ญุ ญาคม (บุญมา จนั ทปู โม)
ช่วงน้ีมเี ร่อื งมากมาย ในช่วงสมยั นัน้ เรมิ่ มลี ูกศษิ ย์จากต่างถน่ิ
เข้ามาให้ท่านสัก (การใช้เข็มจุ่มหมึกด�ำแล้วปักลงท่ีเน้ือเพ่ือให้เป็ น
รปู ร่างต่าง ๆ) จากหลายแห่ง เช่น ลกู ศษิ ยจ์ ากสายท่าเตยี น หรอื อ่นื ๆ
มถี าวรวตั ถุเกดิ ขน้ึ หลายอยา่ ง โดยเฉพาะทน่ี ่าสนใจคอื ภาพเขยี นภายใน
พระอุโบสถหลงั เก่า ซ่ึงเขยี นโดยฝีมอื ของท่าน อ.ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ
แตน่ ่าเสยี ดายทภ่ี าพต่าง ๆ ภายในพระอุโบสถยงั ไมแ่ ลว้ เสรจ็ อาจารยก์ ฏู
ไดถ้ งึ แกก่ รรมลงเสยี กอ่ น สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ไดเ้ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ ทรงเป็นองคป์ ระธานในพธิ ฌี าปนกจิ ศพของอาจารย์
ไพบลู ย์ สวุ รรณกฏู เมอ่ื วนั ท่ี ๒๑ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๒๖ (ทายาทโดยตรง
ไดน้ �ำเสนอโครงการ และมเี รอ่ื งราวประวตั ขิ องทา่ น อ.ไพบลู ย์ สวุ รรณกฏู
ท่ีมีความเก่ียวโยงกับสาเหตุ ท่ีได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก
สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ มาพระราชทานเพลงิ ศพ
แก่ทา่ น อ.ไพบลู ย์ ตามขอ้ มลู เพม่ิ เตมิ ดา้ นทา้ ยเลม่ ของหนงั สอื เลม่ น้ี)
27
สว่ นเรอ่ื งของวตั ถุมงคลตา่ ง ๆ มมี ากมายหลายอยา่ งเป็นทน่ี ิยม
ของนกั สะสมพระในสมยั นนั้ สว่ นงานประจำ� ปีจะจดั ลานโลง่ เพอ่ื ประกอบพธิ ี
สำ� หรบั ผทู้ ส่ี กั เพอ่ื เป็นการไหวค้ รู คนทข่ี องขน้ึ กจ็ ะคลานคลกุ ฝ่นุ จนฝ่นุ ตลบ
ไปทวั่ ทงั้ งาน ต่อมาเม่อื มถี นนตดั ผ่าน ความเจรญิ ยงิ่ คบื คลานเขา้ มาใกล ้
จนบดั น้ีทด่ี า้ นหน้าวดั มถี นนผา่ น ผทู้ ม่ี คี วามประสงคจ์ ะมาทำ� บุญกส็ ะดวก
มากขน้ึ ดว้ ย
ตอ่ มาประมาณปี พ.ศ. ๒๕๒๗ พระอาจารยบ์ ญุ มา กไ็ ดล้ าสกิ ขาเพศ
จากบรรพชิตสู่เพศฆราวาส ช่วงต่อจากนัน้ ไม่นานก็เกิดน้�ำท่วมใหญ่
ภายในวดั
28
๗. พระครูสิทธิธรรมโสภณ (สเุ ทพ ภรู ปิ ญโฺ ญ)
ท่านเป็นพระทข่ี ยนั เหน็ อะไรทไ่ี ม่สมควรท่านมกั จะเขา้ จดั การ
ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ค่อยได้ใช้ใคร มกั จะท�ำด้วยตัวท่านเอง
ใครมใี จมาช่วย ท่านกม็ นี ้�ำหวานเล้ยี งอยู่เสมอ ในยุคสมยั ท่านน้ีตรงกบั
ชว่ งทช่ี าวสวนขายทด่ี นิ ไดร้ าคาดีจงึ มผี รู้ ว่ มทำ� บญุ กนั มาก โดยเฉพาะยายเพมิ่
ศตั รลู ้ี เป็นผหู้ ญงิ รา่ งเลก็ ทแ่ี ตเ่ ดมิ เป็นแมค่ า้ เมอ่ื สมยั สาว ๆ ขายของไดก้ ำ� ไร
กเ็ กบ็ เงนิ ไวส้ ว่ นหนง่ึ เมอ่ื มากพอทจ่ี ะซอ้ื ทด่ี นิ ได้ ทา่ นกซ็ อ้ื จนมาถงึ ยคุ ทด่ี นิ แพง
ท่านกน็ �ำออกขายไดก้ �ำไร ท่านกน็ �ำมาสรา้ งถาวรวตั ถุทท่ี ่านจะพงึ เหน็ ได้
เชน่ ศาลาหลงั ใหม่ เมรุ ศาลาสวดพระอภธิ รรม สว่ นโยมทา่ นอน่ื หลายทา่ น
ทม่ี ไิ ดก้ ลา่ วนามมา ณ ทน่ี ้ี ตอ้ งขออภยั ดว้ ย โดยทา่ นทงั้ หลายเหลา่ น้ีกเ็ ป็น
กำ� ลงั ใหญ่ ในการหนุนเน่อื งใหส้ รา้ ง พระอาจารยเ์ ทพและพระโอ (พระพยงค)์
29
รวมทงั้ ศษิ ย์หลายคนได้มดี �ำรทิ ่จี ะสรา้ งรูปเหมอื นหลวงป่ ูปาน โสนันโท
(วดั บางโคนม จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา) เพอ่ื ประดษิ ฐานไวท้ ว่ี ดั ใหมเ่ ทพพล
แหง่ น้ี และจดั งานสมโภชน์ ๓ วนั ทกุ ปี ตอ่ มาหลงั จากปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ไมน่ าน
ลกู ศษิ ยไ์ ดร้ วบรวมเงนิ จำ� นวนลา้ นเศษสรา้ งวหิ ารหลวงป่ปู านไดส้ ำ� เรจ็
สว่ นพระอาจารยส์ เุ ทพมดี ดี า้ นการรกั ษาตา่ ง ๆ ไมว่ า่ จะเป็นเรอ่ื งการ
ประสานกระดกู หรอื อน่ื ๆ
พระอโุ บสถในปจั จุบัน
30
๘. พระครูวนิ ยั ธร (ยศดนยั อภิเสฎฺโฐ) เจ้าอาวาสปจั จุบัน
ตำ� แหน่ง
ชอ่ื พระยศคนัย ฉายา อภิเสฎโฐ อายุ ๔๑ ปี พรรษา ๒๐
วทิ ยฐานะ น.ธ.เอก วดั เทพพล แขวงบางพรม เขตตลง่ิ ชนั
กรงุ เทพมหานคร
ปัจจบุ นั ดำ� รงตำ� แหน่ง เจา้ อาวาส
สถานะเดิม
ชอ่ื นายยศคนยั นามสกุล คำ� หวาน
เกดิ วนั ท่ี ๒๑ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕ ๒๑
นามบดิ า เยอ่ื นามสกลุ คำ� หวาน นามมารดา นอ้ ย นามสกลุ คำ� หวาน
บา้ นเลขท่ี ๖/๑ หมทู่ ่ี ๑ แขวงบางเชอื กหนงั เขตตลงิ่ ชนั
กรงุ เทพมหานคร
31
อปุ สมบท
เมอ่ื วนั ท่ี ๒๙ เดอื นพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
ณพทั ธสมี าวดั เทพพลแขวงบางพรมเขตตลง่ิ ชนั กรงุ เทพมหานคร
นามพระอปุ ัชฌาย์ พระสรภาณโกศล วดั กาญจนสงิ หาสน์
แขวงบางระมาด เขตตลงิ่ ชนั กรงุ เทพมหานคร
นามพระกรรมวาจาจารย์ พระครสู ทิ ธธิ รรมโสภณ วดั เทพพล
แขวงบางพรม เขตตลงิ่ ชนั กรงุ เทพมหานคร
นามพระอนุสาวนาจารย์ พระอธกิ ารเฉลมิ วดั ศริ วิ ฒั นาราม
แขวงบางพรม เขตตลง่ิ ชนั กรงุ เทพมหานคร
วิทยฐานะ
- ทางโลก พ.ศ. ๒๕๔๒ จบการศกึ ษา ปวส.
จากสถาบนั เทคโนโลยรี าชมงคล เขตดสุ ติ กรงุ เทพมหานคร
- แผนกธรรม พ.ศ. ๒๕๔๔ ชนั้ เอก
สำ� นกั เรยี นวดั กาญจนสงิ หาสน์ กรงุ เทพมหานคร
งานปกครอง
- พ.ศ. ๒๕๕๐ ไดร้ บั แต่งตงั้ ใหด้ ำ� รงตำ� แหน่งผชู้ ว่ ยเจา้ อาวาส
วดั เทพพล แขวงบางพรม เขตตลง่ิ ชนั กรงุ เทพมหานคร
- พ.ศ. ๒๕๖๑ ไดร้ บั แต่งตงั้ ใหเ้ ป็นผรู้ กั ษาการแทนเจา้ อาวาส
วดั เทพพล แขวงบางพรม เขตตลง่ิ ชนั กรงุ เทพมหานคร
- พ.ศ. ๒๕๕๗ มพี ระภกิ ษุจำ� พรรษา ๒๐ รปู สามเณร - รปู
ศษิ ยว์ ดั - คน อารามกิ ชน - คน
32
- พ.ศ. ๒๕๕๘ มพี ระภกิ ษุจำ� พรรษา ๑๘ รปู สามเณร - รปู
ศษิ ยว์ ดั - คน อารามกิ ชน - คน
- พ.ศ. ๒๕๕๙ มพี ระภกิ ษุจำ� พรรษา ๒๓ รปู สามเณร - รปู
ศษิ ยว์ ดั - คน อารามกิ ชน - คน
- พ.ศ. ๒๕๖๐ มพี ระภกิ ษุจำ� พรรษา ๒๕ รปู สามเณร - รปู
ศษิ ยว์ ดั - คน อารามกิ ชน - คน
- มกี ารท�ำวตั รสวดมนต์เชา้ - เยน็ เป็นประจำ� ทุกวนั ทงั้ ใน
และนอกพรรษา ตลอดปี
- มกี ารทำ� อโุ บสถสงั ฆกรรม (สวด - ฟังปาฏโิ มกข)์ ทกุ สน้ิ เดอื น
ตลอดปื
33
34
35
๙36 สถานท่ีกราบไหว้สักการะบชู า ภายในวัดเทพพล
พระประธานอุโบสถ เจดยี ์สมเดจ็ องค์ปฐม พระประธานในวหิ าร
หลวงป่เู ทพโลกอุดร สมเดจ็ พระเจา้ ตากสิน หลวงพอ่ โสธร
หลวงพอ่ ใหญ่ หลวงพ่อปาน ศาลาการเปรยี ญ
โสนันโทเถระ
37
สถานทส่ี �ำคญั ภายในวัดเทพพล
๑. พระอโุ บสถ (หลงั ใหม่) วางศลิ าฤกษ์เมอ่ื วนั ท่ี ๒๗ มถิ ุนายน
พ.ศ. ๒๕๔๒ สรา้ งดว้ ยคอนกรตี เสรมิ เหลก็ จดั งานผกู พทั ธสมี า ฝังลกู นิมติ
เม่อื เดอื นกุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ หน้าบนั เป็นลายธรรมจกั ร ภายในมี
จติ รกรรมฝาผนงั แสดงวถิ ชี วี ติ ประเพณี และการละเลน่ ตา่ ง ๆ อโุ บสถหลงั น้ี
เกดิ จากความรว่ มแรงรว่ มใจของคหบดที ม่ี ชี อ่ื วา่ บญุ เลศิ เป็นเรย่ี วแรงสำ� คญั
พรอ้ มทงั้ ชาวบา้ นบางพรมและใกลเ้ คยี งทศ่ี รทั ธาชว่ ยกนั สรา้ งอโุ บสถหลงั ใหม่
ใหว้ ดั เทพพลมคี วามสงา่ งาม มพี ระประธาน คอื พระพทุ ธพกั ตรม์ นุ ีเทพพล
ปางมารวชิ ยั
38
๒. สมเดจ็ องคป์ ฐมเจดยี ศ์ รเี ทพพล
สร้างปี พ.ศ. ๒๕๕๙ เททองหล่อ เม่ือ
วนั อาทติ ยท์ ่ี ๑๔ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๕๙
แ ต่ เ ริ่ม ล ง เ ข็ม ส ร้า ง พ ร ะ เ จ ดีย์ศ รีเ ท พ พ ล
วนั ท่ี ๑๕ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๘
๓. พระวิหารหลงั เกา่ (อดตี อโุ บสถ
หลงั เก่า) สรา้ งปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ลกั ษณะ
เป็ นทรงไทยหน้าบัน ด้านหน้าเป็ น
พระพุทธรูปปางสมาธิ ด้านหลังเป็ น
สัญ ลัก ษ ณ์ ง า น พ ร ะ ร า ช พิธีเ ฉ ลิม
พระชนมพรรษา ๖ รอบ ของพระบาท
สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ปี พ.ศ. ๒๕๔๒
39
๔. ศ า ล า ห ล ว ง ป่ ูเ ท พ โ ล ก อุด ร
หล่อหลวงป่ ูเทพโลกอุดร เม่อื วนั อาทติ ย์ท ่ี
๑๙ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ สรา้ งศาลาทรงไทย
เพ่ือประดิษฐานองค์หลวงป่ ูเทพโลกอุดร
ภายใน ๓ ปี ซง่ึ แลว้ เสรจ็ แลว้ ท�ำพธิ สี มโภช
ศาลาหลวงป่ ูเทพโลกอุดรเม่ือวนั อาทิตย์ท ่ี
๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ไดร้ บั ความเมตตา
จากครบู าอาจารยอ์ ธษิ ฐานจติ ในมหาพทุ ธาภเิ ษกจำ� นวน ๑๐ รปู มรี ายนาม
ดงั ตอ่ ไปน้ี
๑. หลวงป่เู ทพโลกอุดร
๒. หลวงป่ทู องดี อนีโฆ วดั ใหมป่ ลายหว้ ย จงั หวดั พจิ ติ ร
๓. หลวงพอ่ ฉออ้ น วดั แหลมหนิ จงั หวดั ปราจนี บรุ ี
๔. หลวงพอ่ จรญั ธนปัญโญ วดั ชอ่ งลม จงั หวดั ชมุ พร
๕. หลวงพอ่ ชาญ สมุ งั คโล วดั ถ้ำ� พระธรรมมาสน์
จงั หวดั พษิ ณุโลก
๖. หลวงตากอไผ่ วดั สระมณฑล จงั หวดั อยธุ ยา
๗. หลวงพอ่ สมชาย วดั ปรวิ าส กรงุ เทพฯ
๘. หลวงพอ่ โอ วดั เทพพล กรงุ เทพฯ
๙. หลวงพอ่ ธรี พล ฆฺงคสวุ ณั โณ วดั ทา่ โป่ง จงั หวดั สพุ รรณบุรี
๑๐. ครบู าเอกชยั อรยิ เมธี ครบู าตาทพิ ย์ หมบู่ า้ นพระเจา้ ทนั ใจ
จงั หวดั เชยี งราย
40
๕. อนุสาวรยี ส์ มเดจ็ พระเจา้ ตากสิน
มหาราช หลอ่ เมอ่ื วนั อาทติ ยท์ ่ี ๖ พฤศจกิ ายน
พ.ศ. ๒๕๕๙ วนั ทอดกฐนิ สามคั คี ทางวดั มกี าร
จดั งานสกั การะเทดิ พระเกยี รตพิ ระองค์ท่าน
ทกุ วนั ท่ี ๖ พฤศจกิ ายน ของทกุ ปี
๖. มณฑปหลวงพอ่ โสธรหลวงป่เู จยี ม
อดตี เจา้ อาวาส โดยมเี จา้ ภาพ คอื คณุ บุญเลศิ
คุณใหญ่ ม่วงเจริญ สร้างเม่ือวันท่ี ๒๑
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๔
๗. วิหารหลวงพ่อใหญ่ สร้างเม่อื
พ.ศ. ๒๕๐๐ พระครูวิศิษฎ์ บุญญาคม
(อาจารย์มา) ได้สร้างพระพุทธรูปช่ือว่า
หลวงพอ่ ใหญ่กลางสระน้�ำ
41
๘. วิหารหลวงป่ ปู าน ปี พ.ศ. ๒๕๒๙
วัด เ ท พ พ ล มีก า ร ส ร้ า ง รู ป ห ล่ อ ล อ ย ข น า ด
เ ท่ า อ ง ค์จ ริง ข อ ง พ ร ะ ค รูวิห า ร กิจ จ า นุ ก า ร
หรือหลวงป่ ูปาน โสนันโท (วดั บางโคนม
อ.เสนา จ.พระนครศรอี ยธุ ยา) โดยการน�ำของ
พระพยงค์ กติ ตโิ ก รองเจา้ อาวาสรปู ปัจจุบนั
และสรา้ งวหิ ารหลวงป่ปู าน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔
(จำ� นวนเงนิ ๑,๙๑๙,๘๗๐ บาท)
๙. ศาลาการเปรยี ญใหญ่ (ราคากอ่ สรา้ ง ๔,๔๐๐,๐๐๐ บาท) ปัจจบุ นั
ศาลาอเนกประสงค์ ทุกวนั พระจะมกี ารท�ำบุญตกั บาตร (ถวายกองทาน)
ในชว่ งเชา้
42
43
44
45
หลวงปูเ่ ทพโลกอุดร
วัดเทพพล บางพรม ตล่งิ ชนั กทม.
ภ4า6 พศาลาประดษิ ฐาน หลวงปเู่ ทพโลกอดุ ร
ปู่นาคา ยา่ นาคี
47