The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารประกอบของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พ.ศ.2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by a.chalomthip, 2021-07-08 12:11:23

หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ระดับประถมศึกษา พ.ศ.2564

เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารประกอบของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พ.ศ.2564

ประกาศโรงเรียนบา้ นวงั ตาอินทร์
เรอื่ ง ให้ใชห้ ลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านวงั ตาอนิ ทร์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

………………………….......…….

โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต ๒ ได้
ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 และเอกสารประกอบ
หลักสูตรขึ้น ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และฉบับปรับปรุง พุทธศักราช
2560 เพอ่ื กำหนดใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรยี นบ้านวังตาอนิ ทร์ เพ่ือให้การ
จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และ
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ
กำลังคนของชาติใหส้ ามารถเพมิ่ ขดี ความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ การยกระดับคุณภาพการศึกษาและ
การเรียนรู้ให้มีคุณภาพและมาตรฐานสากล สอดคล้องกับประเทศไทย 4.0 โลกในศตวรรษที่ 21 และทัดเทียม
กับนานาชาติ ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและดํารงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ในประชาคมโลก ตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

โดยโรงเรียนไดจ้ ดั ทำและพฒั นาหลักสูตรตามแนวคิดหลักสตู รองิ มาตรฐาน คือ กำหนดมาตรฐานการ
เรียนรู้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดในหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มี
จิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การ
ประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถ
เรยี นร้แู ละพัฒนาตนเองได้เตม็ ตามศักยภาพ

ทั้งนี้ หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช 2564 ได้รับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ 10 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖4 จึงประกาศให้ใช้หลักสูตร
โรงเรียนตั้งแต่บดั นเ้ี ป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖4

ลงช่ือ ลงชื่อ
(นายองอาจ เพชรขนุ ทด ) (นางวาสนา น้ำเพ็ชร )

ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นวงั ตาอนิ ทร์
โรงเรียนบา้ นวงั ตาอินทร์

คำนำ

ยทุ ธศาสตร์ชาติว่าด้วยการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) ได้กำหนด
ยุทธศาสตร์ท่ี 1 สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจรติ อันมีกลยุทธ์ว่าด้วยเรื่องของการปรับฐานความคิดทุกช่วงวัยตั้งแต่
ปฐมวัยให้สามารถแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ส่งเสริมให้มีระบบและกระบวนการ
กล่อมเกลาทางสังคมเพื่อต้านทุจริต ประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือต้านทุจริต เสริมพลัง
การมีส่วนร่วมของชุมชน (Community) และบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อต่อต้านการทุจริต คณะกรรมการป้องกัน
และปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) จงึ ได้มคี ำสัง่ แตง่ ตงั้ คณะอนุกรรมการจัดทำหลักสูตรหรือ
ชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริตขึ้น เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูล
กำหนดแนวทางและขอบเขตในการจัดทำหลักสูตร ยกร่างและจัดทำเนื้อหาหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อ
ประกอบการเรียนรู้ พิจารณาให้ความเห็นเพิ่มเติม กำหนดแผนหรือแนวทางการนาหลักสูตรไปใช้ในหน่วยงานที่
เกีย่ วขอ้ ง และดำเนนิ การอน่ื ๆ ตามทคี่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

คณะอนุกรรมการจัดทำหลักสูตรหรือชุดการเรยี นรแู้ ละสื่อประกอบการเรียนรู้ ดา้ นการป้องกนั การทุจริตได้
ร่วมกนั สร้างหลักสูตรตา้ นทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education) ประกอบด้วย 5 หลักสูตร ดังน้ี 1. หลักสูตร
การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน (รายวชิ าเพิ่มเตมิ การป้องกนั การทุจรติ ) 2. หลกั สตู รอดุ มศึกษา (วยั ใส ใจสะอาด “Youngster
with good heart”) 3. หลักสูตรตามแนวทางรบั ราชการ กล่มุ ทหารและตำรวจ 4. หลักสูตรสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการ
เปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต และ 5. หลักสูตรโค้ชเพื่อการรู้คิดต้านทุจริต หลักสูตรดังกล่าวได้ผ่าน
กระบวนการนำไปทดลองใช้ เพื่อปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ สำหรับการใช้ในกลุ่มเป้าหมายต่อไป นอกจากนี้
คณะอนุกรรมการจัดทำหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริตยังได้
คดั เลือกสอ่ื การเรยี นรู้ จากแหล่งต่างๆ ทัง้ ในประเทศและต่างประเทศ เพอื่ ประกอบการเรยี นการสอนต่อไป

โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์จึงจัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education) เพื่อสร้าง
ความรู้ความเข้าใจและทักษะให้แก่ผู้เรียนในเรื่องการคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์
สว่ นรวม ความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทุจรติ และพลเมืองกบั ความรับผิดชอบ
ต่อสังคม เพื่อร่วมกันป้องกันหรือต่อต้านการทุจริต มิให้มีการทุจริตเกิดขึ้นในสังคมไทย ร่วมสร้างสังคมไทยที่ไม่ทน
ต่อการทจุ รติ ต่อไป หลักสูตรต้านทจุ ริตศึกษา (Anti-Corruption Education) โรงเรยี นบา้ นวงั ตาอนิ ทร์ พุทธศักราช
2564 ฉบับนี้ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ด้วยความร่วมมือและช่วยเหลือจากบุคลหลายฝ่าย ประกอบด้วย ผู้อำนวยการ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2 หน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาลพบุรี เขต 2 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ผู้อำนวยการ
โรงเรียน คณะครูและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมดำเนินการ ทางโรงเรียนจึงขอขอบพระคุณท่านมา
ณ โอกาสน้ี

(นางวาสนา นำ้ เพ็ชร)
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบ้านวังตาอินทร์



สารบญั หนา้

ประกาศโรงเรียน ก
คำนำ ข
สารบญั 1
สว่ นท่ี 1 ความนำ 2
3
ความนำ 3
วิสยั ทศั น์หลกั สตุ รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖4 3
เป้าประสงคห์ ลักสูตร 4
วิสัยทศั น์ 4
พันธกิจ 4
เป้าประสงค์ 5
ตวั ชว้ี ดั 5
คา่ นยิ มในองค์กร 6
อัตลักษณ์ เอกลกั ษณ์ คำขวญั ของสถานศึกษา 6
กลยุทธ์ 7
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 8
คา่ นิยมหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช. 9
หลักสตู รตา้ นทุจริตศึกษา 10
สว่ นที่ 2 โครงสร้างหลักสูตรโรงเรยี นบ้านวงั ตาอินทร์ ระดบั ประถมศกึ ษา 11
โครงสรา้ งหลกั สูตรโรงเรียนบา้ นวังตาอนิ ทร์ 19
โครงสรา้ งเวลาเรยี นของหลกั สูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖4
สว่ นท่ี 3 หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education) 20
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ระดับประถมศกึ ษา 20
หลกั สตู รตา้ นทจุ รติ ศึกษา (Anti-Corruption Education) 21
ความนำ 21
รายละเอียดของหลักสตู รตา้ นทุจริตศกึ ษา (Anti-Corruption Education) 21
หลักสตู รการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน 22
22
๑. ชือ่ หลกั สูตร “รายวิชาเพ่ิมเติม การป้องกันการทุจริต” 22
๒. จุดมงุ่ หมายของรายวชิ า เพ่ือให้นกั เรยี น 22
๓. คำอธบิ ายรายวิชา
๔. ผลการเรยี นรู้
๕. โครงสร้างรายวชิ า



สารบญั (ต่อ) หนา้

๖. กิจกรรมการเรียนรู้ 30
๗. ตารางชวั่ โมงการจดั การเรยี นการสอน 30
สอ่ื /แหล่งเรียนรู้ 31
การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 32
เกณฑก์ ารตัดสินผลการเรยี น 40
บรรณานกุ รม 41

ภาคผนวก 43
ภาคผนวก ก คำอภิธานศัพท์ 47
ภาคผนวก ข คำส่งั โรงเรยี นบ้านวังตาอินทร์ 50
ภาคผนวก ค ประกาศ/คำส่ัง กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 66

คณะผจู้ ัดทำ



สว่ นที่ 1
ความนำ

1

ความนำ

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑
ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และ
วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมีคำสั่งให้โรงเรียนดำเนินการใช้หลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๑ โดย
ให้ใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ ต้ังแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นมา ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ
โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมี
พัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและ
เป้าหมายของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน

โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ จึงได้ทำการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖0 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และสาระภมู ศิ าสตรใ์ นกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เพอื่ นำไปใชป้ ระโยชนแ์ ละเป็นกรอบ
ในการวางแผนและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพ
ผู้เรียน ให้มีกระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคั ญของ
ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัด
ประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถกำหนดทศิ ทางในการจัดทำ
หลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดับตามความพร้อมและจุดเน้น โดยมีกรอบแกนกลางเป็นแนวทางที่ชัดเจน
เพ่ือตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพรอ้ มในการก้าวสสู่ ังคมคุณภาพ มีความรอู้ ยา่ งแท้จริง และมีทักษะ
ในศตวรรษที่ ๒๑

มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชวี้ ดั ท่ีกำหนดไวใ้ นเอกสารนี้ ช่วยทำให้หน่วยงานทเี่ กี่ยวข้อง ในทกุ ระดับเห็นผล
คาดหวังทีต่ ้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผูเ้ รียนท่ีชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถช่วยให้หน่วยงานท่ีเกีย่ วข้อง
ในระดบั ทอ้ งถน่ิ และสถานศึกษารว่ มกนั พฒั นาหลักสตู รได้อย่างม่ันใจ ทำให้การจดั ทำหลกั สูตรในระดับสถานศึกษามี
คุณภาพและมีความเป็นเอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และ
ช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังนั้นในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับตัง้ แต่ระดับชาติจนกระทั่ง
ถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน รวมทงั้ เปน็ กรอบทศิ ทางในการจัดการศกึ ษาทุกรปู แบบ และครอบคลมุ ผเู้ รียนทกุ กล่มุ เป้าหมาย
ในระดบั การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน

การจัดหลักสูตรการศึกษาข้ันพืน้ ฐานจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวงั ได้ ทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ใน
การวางแผน ดำเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู่
คณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรทู้ ก่ี ำหนดไว้

2

วสิ ัยทัศน์หลกั สูตรสถานศกึ ษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๖4

หลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนเป็นบุคคลแห่งการ
เรียนรู้สู่มาตรฐานสากลและเป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งร่างกาย ความรู้คู่คุณธรรม มีความเป็นผู้นำของสังคมมี
จติ สำนกึ ในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกโดยใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยึดมัน่ ในการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐานสามารถใช้นวัตกรรมและ
เทคโนโลยีรวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาในการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิตโดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็น
สำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ เมื่อจบการศึกษาตาม
หลกั สูตร จะได้รบั การพัฒนาคณุ ภาพ 3 มติ ิ ดงั นี้

1. ทักษะวชิ าการ
มคี วามรคู้ วามสามารถ ครบถ้วนทุกกลมุ่ สาระการเรยี นรู้

2. ทกั ษะชีวติ
ทกั ษะชวี ติ มี 4 ดา้ น ไดแ้ ก่
1. การจัดการกับอารมณ์และความเครยี ด
2. การสร้างสัมพันธภาพท่ีดีกบั ผู้อนื่
3. การตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อ่ืน
4. การคดิ วเิ คราะหต์ ัดสนิ ใจและแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์

3. ทกั ษะอาชีพ
สง่ เสริมให้คนพบตัวเอง สามารถใช้กระบวนการคิดวเิ คราะหใ์ นทกุ ข้ันตอน นอกจากจะชว่ ยให้คดิ เป็น สร้าง
ความเขม้ แขง็ เพ่อื การประกอบอาชีพในอนาคตอย่างยั่งยนื

เปา้ ประสงค์หลักสตู ร (Corporate objective)

๑. เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนทุกคนได้รับการปลูกฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรม มีคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ มีการพัฒนาเต็ม
ตามศักยภาพ มีทักษะชีวิต มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนว
ทางการดำเนินชีวิต เป็นผู้นำที่ดีของสังคมและมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้และการสื่อสาร
อย่างหลากหลาย ผเู้ รียนมีศกั ยภาพเป็นพลโลก (World Citizen)

2. เพื่อให้สถานศึกษามีระบบการบริหารและจัดการศึกษาด้วยระบบคุณภาพ ( Quality System
Management) เพ่อื รองรับการกระจายอำนาจอยา่ งทัว่ ถึง

3. เพื่อให้บุคลากรทุกคนมีทักษะวิชาชีพในการพัฒนาการเรียนการสอนและใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีท่ี
ทนั สมยั ยกระดับการจดั การเรียนการสอนเทียบเคยี งมาตรฐานสากล (Worle Class standard)

4. เพื่อให้การใช้งบประมาณและทรัพยากรของทุกหน่วยงานเป็นไปตามเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และประสิทธผิ ลสงู สุด

วิสยั ทัศน์ (Vision)

โรงเรียนบา้ นวังตาอนิ ทร์ สร้างคุณภาพผู้เรยี น สมู่ าตรฐานสากล
ชมุ ชนมสี ่วนรว่ มจดั การศึกษา น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

3

พันธกจิ (Mission)

1. พฒั นานกั เรยี นให้มผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นสงู ขึน้
2. สง่ เสรมิ นกั เรียนใหร้ ู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอยา่ งเต็มศักยภาพ
3. สง่ เสรมิ นักเรยี นให้มีคณุ ธรรม จริยธรรม ประพฤติตนตามวิถไี ทย
4. สง่ เสรมิ นักเรยี นให้มีทกั ษะอาชีพและนำเอาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั
5. สง่ เสรมิ ใหค้ รูจดั การเรยี นการสอน โดยใชส้ ่ือเทคโนโลยีทที่ นั สมัย เทคนคิ การสอนต่างๆ เพือ่ ให้นักเรียนมี
คุณภาพ
6. สง่ เสรมิ ให้ครูทุกคนไดร้ บั การพฒั นาใหเ้ ปน็ ครูมืออาชีพ
7. สง่ เสรมิ ใหผ้ ้ปู กครอง ชมุ ชน และองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ เขา้ มามีสว่ นร่วมในการจดั การศกึ ษา

8. พัฒนาโรงเรียนใหม้ ีการบริหารงานจดั การทมี่ ีคุณภาพให้เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล
9. พัฒนาโรงเรียนให้มีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ต่างๆทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนที่ทันสมัยมาใช้ในการ
จัดการเรยี นการสอน

เปา้ ประสงค์ (Goal)

1. นกั เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นสูงขึ้น
2. นักเรยี นร้จู กั แสวงหาความรดู้ ้วยตนเองอยา่ งเตม็ ศักยภาพ
3. นักเรยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม ประพฤติตนตามวิถไี ทย
4. นักเรียนมีทกั ษะอาชีพและนำเอาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั
5. ครูจดั การเรยี นการสอน โดยใชส้ อ่ื เทคโนโลยีที่ทันสมัย เทคนคิ การสอนต่างๆ เพื่อให้นักเรยี นมคี ณุ ภาพ
6. ครูทกุ คนได้รบั การพฒั นาใหเ้ ปน็ ครูมอื อาชพี
7. ผปู้ กครอง ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเขา้ มามีส่วนร่วมในการจดั การศึกษา
8. โรงเรยี นมกี ารบรหิ ารงานจดั การที่มีคณุ ภาพใหเ้ ป็นโรงเรยี นมาตรฐานสากล
9. โรงเรียนมีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ต่างๆทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการ

เรยี น
การสอน

ตวั ชวี้ ัด

1. รอ้ ยละของนกั เรียนที่ไดผ้ ลการเรียนระดบั 3 ขนึ้ ไปในระดบั ช้นั ป.1-ม.3 ทุกกลุม่ สาระ
2. คะแนนเฉลี่ยทุกรายวชิ าจากการทดสอบระดบั ชาติ O-NET, NT, RT สูงกวา่ ค่าเฉล่ียระดบั ประเทศ
3. รอ้ ยละ 80 ของนักเรยี นรจู้ กั แสวงหาความรูด้ ้วยตนเองอยา่ งเต็มศักยภาพ
4. รอ้ ยละ 90 ของนกั เรยี นมีคุณธรรม จรยิ ธรรม ประพฤติตนตามวิถีไทยและสามารถดำรงชีวติ อยใู่ นสังคม
อยา่ งมคี วามสุข
5. รอ้ ยละ 90 ของนักเรยี นทีจ่ บช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 มีพฤติกรรมด้านทกั ษะอาชพี
6. ร้อยละ 90 ของนกั เรยี นทป่ี ฏบิ ตั ิตนตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปใช้ในชวี ิตประจำวัน
7. ร้อยละ 80 ของครูจัดการเรียนการสอน โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย เทคนิคการสอนต่างๆ เพื่อให้
นักเรียนมคี ุณภาพ

4

8. รอ้ ยละ 100 ของครูทุกคนไดร้ บั การพฒั นาให้เปน็ ครมู ืออาชีพ
10. ผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมทุกครั้งในการจัดการศึกษา หรือ
ประชมุ หาแนวทางการจดั การศกึ ษา
11. โรงเรียนมกี ารบรหิ ารงานจดั การท่ีมคี ุณภาพให้เป็นโรงเรยี นมาตรฐานสากล ระดบั ดีข้ึนไป
12. โรงเรยี นมีแหลง่ เรียนรูต้ ่างๆทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี นท่ีทันสมัยมาใช้ในการจดั การเรียนการสอน
อย่างมคี ุณภาพ

ค่านิยมในองคก์ ร

โรงเรียนบา้ นวงั ตาอินทร์ ไดก้ ำหนดคา่ นยิ มซึง่ เป็นวฒั นธรรมองค์กร ในการปฏบิ ตั ิงาน คือ SMART
มคี วามหมาย ดงั น้ี

“SMART”

• Skill

S • มีความรู้ ทักษะและความสามารถในการปฏบิ ตั งิ าน

• Moral

M • มคี ุณธรรม จริยธรรรม ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

• Altruism

A • คานึงถึงประโยชน์ของผู้เรียนและสว่ นรวมเป็นทต่ี ้ัง

• Relation

R • สรา้ งความสมั พันธ์ทดี่ ใี นองค์กรและชุมชน

• Technology

T • กา้ วทนั เทคโนโลยที ท่ี ันสมัย

อตั ลกั ษณ์ของสถานศึกษา

คุณธรรม นำความรู้ อยู่อย่างพอเพียง

เอกลักษณ์ของสถานศกึ ษา

เรียนดี กฬี าเดน่ เนน้ คณุ ธรรม นอ้ มนำเศรษฐกิจพอเพียง

5

คำขวัญของโรงเรียน

ประพฤติดี มีวิชา สามัคคี มวี ินัย

กลยทุ ธ์

จากวิสัยทัศน์ของโรงเรียน “โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ สร้างคุณภาพผู้เรียน สู่มาตรฐานสากลชุมชนมี
ส่วนร่วมจัดการศึกษา น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ จึงกำหนดกลยุทธ์
ดงั ต่อไปน้ี

กลยทุ ธร์ ะดับโรงเรียน
โรงเรยี นบ้านวงั ตาอนิ ทร์ มกี ลยทุ ธใ์ นการจดั การศกึ ษา ทัง้ หมด 5 กลยทุ ธ์ ดังน้ี
กลยุทธ์ที่ 1 พฒั นาคุณภาพผ้เู รียน
กลยทุ ธท์ ี่ ๒ พัฒนาศกั ยภาพครแู ละบุคลากรส่มู อื อาชพี
กลยทุ ธ์ที่ ๓ พัฒนาโรงเรียนใหม้ ีคณุ ภาพสู่มาตรฐานสากล
กลยุทธ์ท่ี 4 ส่งเสรมิ การมสี ่วนร่วมของชมุ ชน
กลยุทธ์ท่ี 5 สรา้ งสถานศกึ ษาและชมุ ชนเป็นแหล่งเรยี นรู้

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนบ้านว)ังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้
ผเู้ รยี นเกิดสมรรถนะสำคญั และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดังนี้

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้ วยหลัก
เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเอง
และสงั คม

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพ่ือ
การตัดสินใจเก่ียวกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่าง
ถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปลีย่ นแปลงของเหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรู้มาใชใ้ นการป้องกันและแก้ไขปญั หา และ
มีกาตดั สนิ ใจท่ีมีประสิทธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทเ่ี กดิ ข้ึนต่อตนเอง สังคมและส่งิ แวดล้อม

6

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสรา้ ง
เสริมความสมั พนั ธ์อนั ดีระหวา่ งบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งตา่ ง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับ
การเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อ
ตนเองและผ้อู ืน่

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การ
แก้ปญั หาอย่างสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม

คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์

หลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มุ่งพฒั นาผูเ้ รยี นให้มีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เพื่อใหส้ ามารถอยรู่ ่วมกับผู้อืน่ ในสังคมได้อย่างมี
ความสุข ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้

๑. รกั ษช์ าติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซอื่ สตั ยส์ ุจริต
๓. มวี ินยั
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
๖. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจติ เปน็ สาธารณะ

คา่ นิยมหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช.

1. ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. ซอื่ สตั ย์ เสยี สละ อดทน มีอุดมการณ์ในสง่ิ ทีด่ งี ามเพ่อื สว่ นรวม
3. กตญั ญตู ่อพอ่ แม่ ผูป้ กครอง ครบู าอาจารย์
4. ใฝ่หาความรู้ หมน่ั ศกึ ษาเล่าเรยี นท้งั ทางตรง และทางอ้อม
5. รกั ษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอันงดงาม
6. มศี ลี ธรรม รักษาความสัตย์ หวังดตี ่อผู้อนื่ เผ่ือแผ่และแบ่งปัน
7. เข้าใจเรยี นรูก้ ารเปน็ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุขที่ถูกตอ้ ง
8. มรี ะเบียบวนิ ัย เคารพกฎหมาย ผูน้ ้อยรจู้ ักการเคารพผ้ใู หญ่
9. มสี ติรูต้ ัว รคู้ ิด รู้ทำ รูป้ ฏบิ ตั ติ ามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั
10. รจู้ ักดำรงตนอยโู่ ดยใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
11. มีความเข้มแข็งทั้งร่ายกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลสมีความละอายเกรง กลัว
ต่อบาปตามหลกั ของศาสนา
12. คำนงึ ถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง

7

หลักสูตรต้านทจุ รติ ศึกษา

หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)
ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา สำหรับใช้ในทุก
ระดบั การศึกษา ในสว่ นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน ไดจ้ ดั ทำหลกั สูตร้านทจุ ริตศึกษา รายวิชา
เพ่ิม เติม “การป้องกันการทุจริต” ขึ้นและคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา เมื่อวันที่ 22
พฤษภาคม 2561 และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอน
ในสถานศึกษา โดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของการกระทำ
ทุจริตในลักษณะต่าง ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมความเสียหายท่ีเกิดจากการทุจริตความสำคัญของการต่อต้านการ
ทุจริตรวมท้ังจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธ์ิของการจัดหลักสูตรในแต่ละช่วงวัยของผู้เรียนด้วย หลักสูตรต้านทุจริต
ศึกษา (Anti – Corruption Education) รายวิชาเพ่ิมเติม “การป้องกันการทุจริต” ประกอบด้วย 4 หน่วยการ
เรยี นรู้ ไดแ้ ก่

1) การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
2) ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริต
3) STRONG : จติ พอเพียงต้านทุจริต
4) พลเมอื งกับความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
ที่สถานศึกษาจัดให้กับผู้เรียนเพ่ือปลูกฝังป้องกันการทุจริตไม่ให้เกิดขึ้นและโดยเริ่มปลูกฝังผู้เรียนตั้งแต่ช้ั น
ปฐมวัยจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการ มีสมรรถนะท่ีสำคัญและมี
คุณลักษณะทพี่ งึ ประสงค์

8

ส่วนที่ 2

โครงสร้างหลกั สตู ร โรงเรียนบา้ นวังตาอินทร์
ระดบั ประถมศกึ ษา

9

โครงสร้างหลกั สตู รโรงเรยี นบ้านวังตาอินทร์

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้ผู้สอนและผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการ
เรียนรูต้ ามหลกั สตู รของสถานศึกษามีแนวปฏิบตั ิ ดังน้ี

ระดบั การศึกษา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ )พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน

พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ จดั การศึกษา ดังน้ี
ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-6) การศึกษาระดับนี้เป็นช่วงแรกของการศึกษาภาคบังคับ

มุ่งเน้นทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดต่อสื่อสาร กระบวนการ
เรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลท้ั งในด้านร่างกาย
สตปิ ญั ญา อารมณ์ สังคม และวัฒนธรรม โดยเนน้ จดั การเรยี นร้แู บบบรู ณาการ

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓) เป็นช่วงสุดท้ายของการศึกษาภาคบังคับ มุ่งเน้นให้
ผู้เรียนได้สำรวจความถนัดและความสนใจของตนเอง ส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพส่วนตน มีทักษะในการคิด
วิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ และคิดแก้ปัญหา มีทักษะในการดำเนินชีวิต มีทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือใน
การเรยี นรู้ มคี วามรับผิดชอบต่อสังคม มีความสมดุลท้ังด้านความรู้ ความคิด ความดีงาม และมคี วามภูมิใจในความเป็น
ไทย ตลอดจนใช้เป็นพืน้ ฐานในการประกอบอาชีพหรือการศึกษาต่อ

การจดั เวลาเรียน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร)์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖4) ตามหลักสูตรแกนกลาง

การศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้จดั เวลาเรียนตามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ 8 กลุ่มสาระ และกจิ กรรมพฒั นา
ผ้เู รียน โดยจัดใหเ้ หมาะสมตามบรบิ ท จุดเนน้ ของโรงเรยี น และสภาพของผเู้ รียน ดงั น้ี

ระดับประถมศึกษา (ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖) จดั เวลาเรยี นเปน็ รายปี โดยมีเวลาเรียนวันละ ๖ ชั่วโมง
ระดบั มัธยมศกึ ษา (ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑-3) จดั เวลาเรยี นเป็นรายภาค โดยมเี วลาเรยี นวันละ ๖ ชวั่ โมง

โครงสร้างหลกั สูตร

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ประกอบดว้ ยโครงสร้างเวลาเรียนและโครงสร้างหลกั สตู รชน้ั ปี ดังนี้

1. โครงสร้างเวลาเรียน เป็นโครงสร้างที่แสดงรายละเอียดในภาพรวม เวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ ที่เป็นเวลาเรียนพื้นฐาน เวลาเรียนรายวิชาเพิ่มเติม และเวลาในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
จำแนกแต่ละช้ันปี ในระดบั ประถมศกึ ษา ดงั น้ี

10

โครงสร้างเวลาเรยี นของหลักสูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖4

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช 2564 กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียน

ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖ ดังนี้

เวลาเรียน

กลุ่มสาระการเรยี นรู/้ กจิ กรรม ระดบั ประถมศึกษา

ป.๑ ป.๒ ป.3 ป.๔ ป.4 ป.6

กลุ่มสาระการเรยี นรู้

ภาษาไทย ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐

คณิตศาสตร์ ๑๖๐ 160 ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 120 120 120 120 120 120
 วทิ ยาศาสตร์
 เทคโนโลยี(วทิ ยาการคำนวณ)

สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ 120 ๑๒๐ ๑๒๐

 ศาสนาศลี ธรรม จริยธรรม
 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง วัฒนธรรมและการดำเนินชวี ติ ใน

สังคม ๘๐ ๘0 ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
 ภมู ศิ าสตร์
 เศรษฐศาสตร์

 ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

ศลิ ปะ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

การงานอาชพี ๔๐ ๔๐ ๔๐ 4๐ 4๐ 4๐

ภาษาตา่ งประเทศ ๑20 ๑20 ๑20 ๘๐ ๘๐ ๘๐

รวมเวลาเรยี น (พ้ืนฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ 840 ๘4๐ ๘4๐

รายวชิ าเพม่ิ เตมิ

เสรมิ ทกั ษะภาษาไทย ๔๐ ๔๐ ๔๐ 4๐ 4๐ 4๐

ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 80 80 80 - - -

เสรมิ ทกั ษะคณติ ศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ - - -

เสรมิ ทักษะวทิ ยาศาสตร์ -- - ๔๐ ๔๐ ๔๐

คอมพิวเตอร์ -- - 80 80 80

สาระการเรียนรเู้ พมิ่ เตมิ หลักสูตรตา้ นทุจริตศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

รวมเวลาเรียน (เพม่ิ เติม) 200 200 200 200 200 200

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน

 กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

 กจิ กรรมนักเรยี น

- ลกู เสอื -เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

- ชมุ นมุ * ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐

 กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐

รวมเวลาเรียน(กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น) 120 120 120 120 120 120

รวมเวลาเรยี น ........๑,๑๖๐........ช่ัวโมง/ปี

11

หมายเหตุ 1. การจัดสาระการเรยี นรู้หนา้ ที่พลเมือง จดั รวมในรายวิชา สังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
2. การจดั รายวชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โดยจัดสอบสอน แบบแยกรายวชิ าวทิ ยาการคำนวณ

40 ชั่วโมง/ปี สอนคู่ขนานกับรายวิชาวิทยาศาสตร์ 80 ชั่วโมง/ปี รวมเวลาเรียน 120 ชั่วโมง/ปี และตัดเกรด
รว่ มกนั โดยบริหารจัดการด้านคะแนนดังน้ี รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ให้นำ้ หนักคะแนน 70 และวิชาวิทยาการคำนวณให้
นำ้ หนักคะแนน 30 รวมคะแนน 100 คะแนน

3. ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ในกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี และ
ชุมนุม

4. กิจกรรมชุมนุมนักเรียนเลือกเรียนตามความสนใจ ดังน้ี 1. ชุมนุมคลีนิครักการอ่าน 2. ชุมนุม
ประดษิ ฐ์ของชำรว่ ย(ป.1-3) 3. ชุมนมุ จบั จบี ผ้า(ป.4-6) 4. ชมุ นมุ นาฎศลิ ป์(ป.4-6) และ 5. ชมุ นุมคอมพวิ เตอร์

๒. โครงสร้างหลักสูตรชั้นปี เป็นโครงสร้างที่แสดงรายละเอียดเวลาเรียนของรายวิชาพื้นฐาน รายวิชา/กิจกรรม
เพิ่มเติม และกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี นจำแนกแตล่ ะชน้ั ปี ดังนี้

12

โครงสร้างหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์

ระดับประถมศึกษา ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๑

รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น
ช่ัวโมง/ปี ชว่ั โมง/สัปดาห์
รหสั วิชา รายวิชาพน้ื ฐาน
ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๘๔๐ 21
160 4
ค๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ 160 4
120 3
ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ 80 2
ส๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑ 80 2
๔๐ ๑
พ๑๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑ 120 3
ศ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ 200 5
ง๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๔๐ ๑
80 2
อ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
รหสั วชิ า รายวิชาเพ่มิ เติม 120 3
๔๐ ๑
ท๑๑๒๐๑ เสรมิ ทักษะภาษาไทย 1
อ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร 1 ๑
๔๐ ๑
ค๑๑๒๐๑ เสริมทักษะคณติ ศาสตร์ 1 ๓๐ ๑

ส๑๑๒๐๑ การป้องกนั การทุจริต 1 ๑๐ ผนวกในกิจกรรม
รหัสกจิ กรรม กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ชมุ นุม
ก๑๑๙๐๑
 กิจกรรมแนะแนว

ก๑๑๙๐๒  กิจกรรมนกั เรียน
ก๑๑๙๐๓  ลกู เสือ/เนตรนารี
 ชุมนมุ *

ก๑๑๙๐๔  กิจกรรมเพื่อสงั คมและ ๑,๑60 29
สาธารณประโยชน์
 กจิ กรรมเพิ่มความรู้

รวมเวลาเรียนทั้งหมดตามโครงสรา้ งหลกั สตู ร

13

โครงสร้างหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอนิ ทร์

ระดับประถมศึกษา ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2

รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น
ช่ัวโมง/ปี ชว่ั โมง/สัปดาห์
รหสั วิชา รายวิชาพน้ื ฐาน
ท๑2๑๐๑ ภาษาไทย 2 ๘๔๐ 21
ค๑2๑๐๑ 160 4
ว๑2๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 2 160 4
ส๑2๑๐๑ 120 3
ส๑2๑๐๒ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 80 2
พ๑2๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 2 ๔๐ ๑
ศ๑2๑๐๑ ๔๐ ๑
ง๑2๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ 2 80 2
อ๑2๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 2 ๔๐ ๑
รหสั วชิ า ศิลปะ 2 120 3
ท๑2๒๐๑ การงานอาชีพ 2 200 5
อ๑2๒๐๑ ๔๐ ๑
ค๑2๒๐๑ ภาษาองั กฤษ 2 80 2
ส๑2๒๐๑ ๔๐ ๑
รหัสกจิ กรรม รายวิชาเพ่มิ เติม ๔๐ ๑
ก๑2๙๐๑ เสรมิ ทักษะภาษาไทย 2 ๑๒๐ ๓
ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร 2 ๔๐ ๑
ก๑2๙๐๒ เสริมทักษะคณติ ศาสตร์ 2
ก๑2๙๐๓ ๑
การป้องกนั การทุจริต 2 ๔๐ ๑
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ๓๐ ๑

 กิจกรรมแนะแนว ๑๐ ผนวกในกิจกรรม
 กิจกรรมนกั เรียน ชมุ นุม

 ลกู เสือ/เนตรนารี
 ชุมนมุ *

ก๑2๙๐๔  กิจกรรมเพื่อสงั คมและ ๑,๑60 29
สาธารณประโยชน์
 กจิ กรรมเพิ่มความรู้

รวมเวลาเรียนทั้งหมดตามโครงสรา้ งหลกั สตู ร

14

โครงสร้างหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวงั ตาอนิ ทร์

ระดับประถมศึกษา ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3

รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น
ชัว่ โมง/ปี ชว่ั โมง/สัปดาห์
รหัสวชิ า รายวิชาพน้ื ฐาน
ท๑3๑๐๑ ภาษาไทย 3 ๘๔๐ 21
ค๑3๑๐๑ 160 4
ว๑3๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 3 160 4
ส๑3๑๐๑ 120 3
ส๑3๑๐๒ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3 80 2
พ๑3๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 3 ๔๐ ๑
ศ๑3๑๐๑ ๔๐ ๑
ง๑3๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ 3 80 2
อ๑3๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 3 ๔๐ ๑
รหัสวชิ า ศลิ ปะ 3 120 3
ท๑3๒๐๑ การงานอาชีพ 3 200 5
อ๑3๒๐๑ ๔๐ ๑
ค๑3๒๐๑ ภาษาอังกฤษ 3 80 2
ส๑3๒๐๑ ๔๐ ๑
รหัสกิจกรรม รายวิชาเพ่มิ เติม ๔๐ ๑
ก๑๓๙๐๑ เสรมิ ทกั ษะภาษาไทย 3 ๑๒๐ ๓
ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 3 ๔๐ ๑
ก๑๓๙๐๒ เสรมิ ทักษะคณติ ศาสตร์ 3
ก๑๓๙๐๓ ๔๐ ๑
การป้องกันการทจุ รติ 3 ๓๐ ๑
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
๑๐ ผนวกในกิจกรรม
 กิจกรรมแนะแนว ชมุ นุม
 กิจกรรมนักเรียน

 ลกู เสอื /เนตรนารี
 ชุมนมุ *

ก๑๓๙๐๔  กิจกรรมเพื่อสงั คมและ ๑,๑60 29
สาธารณประโยชน์
 กจิ กรรมเพ่ิมความรู้

รวมเวลาเรียนท้ังหมดตามโครงสร้างหลกั สตู ร

15

โครงสรา้ งหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นวงั ตาอินทร์

ระดบั ประถมศกึ ษา ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4

รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน

รหสั วิชา รายวิชาพืน้ ฐาน ช่วั โมง/ปี ชว่ั โมง/สัปดาห์
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔
ค๑๔๑๐๑ ๘40 21
ว๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ 160 4
ส๑๔๑๐๑ 160 4
ส๑๔๑๐๒ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ 120 3
พ๑๔๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔ ๘๐ ๒
ศ๑๔๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ ๔ ๔๐ ๑
ง๑๔๑๐๑ ๘๐ ๒
อ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๔ ๘๐ 2
รหสั วชิ า ศิลปะ ๔ 40 1
ท๑๔๒๐๑ ๘๐ ๒
ว14201 การงานอาชีพ ๔ 200 5
ว๑๔๒๐2 4๐ 1
ส๑๔๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔ 40 1
รหัสกิจกรรม รายวิชาเพ่ิมเติม 80 2
ก๑๔๙๐๑ ๔๐ ๑
เสริมทักษะภาษาไทย 4 ๑๒๐ 3
ก๑๔๙๐๒ เสริมทักษะวทิ ยาศาสตร์ 4 ๔๐ ๑
ก๑๔๙๐๓
คอมพิวเตอร์ ๔ ๔๐ ๑
๓๐ ๑
การป้องกนั การทุจรติ ๔
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน ๑๐ ผนวกในกิจกรรม
ชมุ นมุ
 กิจกรรมแนะแนว
 กิจกรรมนักเรียน

 ลูกเสอื /เนตรนารี
 ชมุ นุม*

ก๑๔๙๐๔  กิจกรรมเพื่อสังคมและ ๑,๑60 29
สาธารณประโยชน์
 กิจกรรมเพิ่มความรู้

รวมเวลาเรียนทงั้ หมดตามโครงสร้างหลักสตู ร

16

โครงสร้างหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านวังตาอนิ ทร์

ระดบั ประถมศึกษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5

รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น

รหสั วิชา รายวชิ าพืน้ ฐาน ช่วั โมง/ปี ชว่ั โมง/สัปดาห์
ท๑5๑๐๑ ภาษาไทย 5
ค๑5๑๐๑ คณิตศาสตร์ 5 ๘40 ๒1
ว๑5๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5 160 4
ส๑5๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5 160 4
ส๑5๑๐๒ ประวัติศาสตร์ 5 120 3
พ๑5๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 5 ๘๐ ๒
ศ๑5๑๐๑ ศิลปะ 5 ๔๐ ๑
ง๑5๑๐๑ ๘๐ ๒
อ๑5๑๐๑ การงานอาชีพ 5 ๘๐ 2
รหัสวชิ า ภาษาอังกฤษ 5
ท๑5๒๐๑ 40 1
ว15201 รายวิชาเพ่ิมเติม ๘๐ ๒
ว๑5๒๐2 เสริมทกั ษะภาษาไทย 5 200 5
ส๑5๒๐๑ 4๐ 1
รหสั กจิ กรรม เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 5
ก๑5๙๐๑ คอมพิวเตอร์ 5 40 1
80 2
ก๑5๙๐๒ การปอ้ งกนั การทุจรติ 5 ๔๐ ๑
ก๑5๙๐๓ กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ๑๒๐ 3

 กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๑
 กิจกรรมนักเรยี น
๔๐ ๑
 ลกู เสือ/เนตรนารี ๓๐ ๑
 ชมุ นมุ * ๑๐
ผนวกในกิจกรรม
ก๑5๙๐๔  กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑,๑60 ชมุ นุม
 กจิ กรรมเพ่ิมความรู้
29
รวมเวลาเรียนทั้งหมดตามโครงสร้างหลกั สตู ร

17

โครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอนิ ทร์

ระดบั ประถมศกึ ษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6

รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรียน

รหัสวชิ า รายวชิ าพืน้ ฐาน ชั่วโมง/ปี ช่วั โมง/สัปดาห์
ท๑6๑๐๑ ภาษาไทย 6
ค๑6๑๐๑ คณิตศาสตร์ 6 ๘40 ๒1
ว๑6๑๐๑ 160 4
ส๑6๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 6 160 4
ส๑6๑๐๒ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม 6 120 3
พ๑6๑๐๑ ๘๐ ๒
ศ๑6๑๐๑ ประวตั ศิ าสตร์ 6 ๔๐ ๑
ง๑6๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 6 ๘๐ ๒
อ๑6๑๐๑ ๘๐ 2
รหัสวชิ า ศิลปะ 6 40 1
ท๑6๒๐๑ การงานอาชีพ 6 ๘๐ ๒
ว16201 ภาษาองั กฤษ 6 200 5
ว๑6๒๐2 4๐ 1
ส๑6๒๐๑ รายวชิ าเพม่ิ เติม 40 1
รหัสกิจกรรม เสรมิ ทกั ษะภาษาไทย 6 80 2
ก๑6๙๐๑ เสริมทกั ษะวทิ ยาศาสตร์ 6 ๔๐ ๑
๑๒๐ 3
ก๑6๙๐๒ คอมพิวเตอร์ 6 ๔๐ ๑
ก๑6๙๐๓
การป้องกันการทจุ รติ 6 ๔๐ ๑
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ๓๐ ๑

 กจิ กรรมแนะแนว ๑๐ ผนวกในกิจกรรม
ชุมนุม
 กจิ กรรมนกั เรียน
 ลูกเสอื /เนตรนารี
 ชุมนุม*

ก๑6๙๐๔  กิจกรรมเพ่ือสงั คมและ ๑,๑60 29
สาธารณประโยชน์
 กจิ กรรมเพ่ิมความรู้

รวมเวลาเรียนท้ังหมดตามโครงสร้างหลักสูตร

18

สว่ นที่ 3

หลักสตู รตา้ นทจุ ริตศึกษา (Anti-Corruption Education)
กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ระดับประถมศึกษา

19

หลกั สูตรต้านทจุ รติ ศึกษา (Anti-Corruption Education)

ความนำ

ยุทธศาสตรช์ าตวิ า่ ด้วยการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจรติ ระยะท่ี 3 (พ.ศ. 2560 -2564) ยุทธศาสตร์
ที่ 1 “สร้างสงั คมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต” ได้มุ่งเนน้ ให้ความสำคัญในกระบวนการปรับสภาพสังคมใหเ้ กิดภาวะท่ี “ไม่
ทนต่อการทุจริต” โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมในทุกระดับช่วงวัย ตั้งแต่ปฐมวัย เพื่อสร้าง
วฒั นธรรมตอ่ ต้านการทุจริต และปลกู ฝังความพอเพยี ง มีวินัย ซอื่ สัตย์สุจรติ ยดึ ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์
สว่ นตน เป็นการดำเนินการผ่านสถาบนั หรือกลุ่มตวั แทนท่ที ำหนา้ ท่ีในการกลอ่ มเกลาสังคมให้มีความเปน็ พลเมืองที่ดี
มีจิตสาธารณะ เสียสละเพื่อส่วนรวมและเสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนมีพฤติกรรมที่ไม่ยอมรับและต่อต้านการทุจริตใน
ทุกรูปแบบและได้กาหนดกลยุทธ์ 4 กลยุทธ์ กล่าวคือ กลยุทธ์ที่ 1 ปรับฐานความคิดทุกช่วงวัย ตั้งแต่ปฐมวัยให้
สามารถแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม กลยุทธ์ท่ี 2 ส่งเสริมให้มีระบบและกระบวนการ
กล่อมเกลาทางสังคมเพื่อต้านทุจริต กลยุทธ์ที่ 3 ประยุกต์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือต้านทุจริต
และกลยุทธ์ที่ 4 เสริมพลังการมีส่วนร่วมของชุมชน(Community)และบรู ณาการทกุ ภาคสว่ นเพื่อต่อต้านการทุจรติ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้มีคำสั่งที่ 646/2560 ลงวันที่ 26 เมษายน 2560 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำ
หลักสูตร หรือชุดการเรยี นรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริตซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒหิ รือ
ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานด้านการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน จากท้ัง
ภายในและภายนอกหน่วยงาน รวมทั้งผูท้ รงคุณวฒุ จิ ากองค์กรภาคเอกชนเพื่อดำเนินการจัดทำหลักสูตรหรือชุดการ
เรยี นรู้และสอ่ื ประกอบการเรียนรู้ ดา้ นการป้องกนั การทจุ ริต นำไปใชใ้ นการเรยี นการสอนให้กับนักเรยี น นักศึกษาใน
ทุกระดับชั้นเรียนทัง้ ในส่วนของการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวยั อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ท้ัง
ภาครัฐและเอกชน รวมทั้งอาชีวศึกษาและการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย นอกจากนี้ ยังรวมถึง
สถาบันการศึกษาอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการศึกษาในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถาบันการ ศึกษาทาง
ทหาร เป็นต้น เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งระบบ รวมทั้งบุคลากรภาครัฐและ
รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งภาคประชาชน เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสานึกในการแยกแยะประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์
สว่ นรวมจติ พอเพยี งตา้ นทจุ ริต และสรา้ งพฤติกรรมท่ีไม่ยอมรบั และไม่ทนต่อการทุจรติ

เพื่อเป็นการป้องกันการทุจริต โดยเริ่มปลูกฝังนักเรียนตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงจัดทำรายวิชาเพิ่มเติม “การป้องกันการทุจริต” ให้สถานศึกษาทุกแห่งนาไป
ใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพ่ือปลูกฝังและสร้างวฒั นธรรมต่อต้านการทุจรติ ใหแ้ ก่นักเรียนสรา้ งความตระหนักให้
นักเรียน ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน มีจิตพอเพียงต้านทุจริต ละอายและเกรงกลัวที่จะไม่
ทจุ รติ และไม่ทนตอ่ การทุจรติ ทุกรปู แบบ

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะองค์กรรับผิดชอบการจัดการศึกษาให้แก่นักเรียน
ตั้งแต่ระดับปฐมวัย จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จึงได้จัดทำรายวิชาเพิ่มเติม “การป้องกันการทุจริต”ประกอบด้วย
เนื้อหา 4 หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ 1) การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 2)
ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต๓) STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต และ 4) พลเมืองและ ความ
รับผดิ ชอบตอ่ สงั คม ซ่ึงท้ัง 4 หน่วยนี้ จะจดั ทำเป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ ตงั้ แตช่ ้นั ปฐมวยั จนถึง ช้ันมัธยมศึกษาปี
ที่ 6 เพือ่ ใหส้ ถานศึกษาทกุ แห่งนำไปใช้ในการจัดการเรยี นการสอน เพอื่ ปลูกฝังและป้องกนั การ ทจุ ริตให้แก่นักเรียน
ทุกระดบั ท้งั น้ี เป็นการสรา้ งพลเมืองท่ีซ่ือสัตย์สุจริตใหแ้ ก่ประเทศชาติ ปญั หาคอรร์ ปั ชันลดลง และดัชนีภาพลักษณ์
คอร์รัปชันของประเทศไทย มีค่าคะแนนสูงขึ้น บรรลุตามเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วย การป้องกันและ
ปราบปรามการทจุ ริตระยะที่ 3 (พ.ศ.2560 - 2564)

20

โรงเรยี นบ้านวังตาอินทร์ หวังเปน็ อย่างยิ่งว่าหลกั สตู รต้านทุจรติ ศึกษา : Anti-Corruption Education จะ
สรา้ งความรู้ความเข้าใจและทักษะให้แกผ่ ู้เรยี นในเรื่องการคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชน์
ส่วนรวม ความอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริต STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต และพลเมอื ง กบั ความรับผิดชอบ
ตอ่ สงั คม เพ่ือรว่ มกนั ป้องกันหรือต่อตา้ นการทุจริต มิให้มีการทุจรติ เกิดขึ้นในสังคมไทย ร่วมสร้างสังคมไทยท่ีไม่ทน
ตอ่ การทจุ รติ ตอ่ ไป

รายละเอยี ดของหลกั สตู รต้านทุจรติ ศกึ ษา (Anti-Corruption Education)

กรอบการจัดทำหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต โดยท่ี
ประชุม ได้เห็นชอบร่วมกันในการจัดทำหลักสูตรหรือชดุ การเรียนรู้และส่ือประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการ
ทุจรติ หัวข้อวชิ า 4 วิชา ประกอบด้วย

1) การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม
2) ความอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต
3) STRONG : จติ พอเพียงต้านทุจรติ
4) พลเมอื งและความรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม
เนื้อหาหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต โดยได้แบ่งกลุ่มตามการเรียนการสอนในแต่
ละช่วงชัน้ และการฝึกอบรมในแต่ละกลมุ่ เป้าหมาย เป็น 5 กลมุ่ ดังนี้
กลุ่ม 1 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ระดับปฐมวัย และ ป.1-ม.6) มีชื่อหลักสูตรว่า “รายวิชา
เพมิ่ เตมิ การป้องกันการทจุ รติ
กล่มุ 2 หลกั สูตรอดุ มศึกษา มชี ่อื หลกั สูตร “วัยใส ใจสะอาด “Youngster with good heart”
กลุ่ม 3 หลักสูตรกลุ่มทหารและตำรวจ มีชื่อหลักสูตร “หลักสูตรตามแนวทางรับราชการ กลุ่ม
ทหารและตำรวจ”
กลุ่ม 4 หลักสูตรวิทยากร มีชื่อหลักสูตร “สร้างวิทยากรผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อ
การทจุ ริต”
กลุ่ม 5 หลกั สูตรโคช้ มีชื่อหลักสตู ร “โคช้ เพือ่ การรู้คิดตา้ นทจุ ริต”

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินการจัดทำเป็นแผนการจัดการเรียนรู้โดยแยกเป็น 13 ระดับชั้นปี
ไดแ้ ก่ ระดับปฐมวัย ระดบั ประถมศกึ ษาช้ันปีที่ 1 - 6 และระดับมธั ยมศึกษาชนั้ ปที ่ี 1 - 6 ในแต่ละระดับชน้ั ปี จะใช้
เวลาเรียนทั้งปี จำนวน 40 ชั่วโมง ต้องจัดทำเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนการสอนให้แตกต่างกัน ตามความ
เหมาะสมและการเรียนรูใ้ นแต่ละชว่ งวยั

หลกั สตู รการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน

๑. ชอ่ื หลักสตู ร “รายวชิ าเพม่ิ เติม การปอ้ งกันการทุจริต”
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดทำหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการ
เรียนรู้ ดา้ นการปอ้ งกนั การทุจริต สำหรับใช้เป็นเนอื้ หามาตรฐานกลางให้สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
นำไปใช้ในการเรียนการสอนให้กับกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทุกระดับชั้นเรียน เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการแยก
ประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม จิตพอเพียง การไม่ยอมรับและไม่ทนต่อการทุจริต โดยใช้ชื่อว่า

21

หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education) หลักสูตรที่ ๑ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีแนว
ทางการนำไปใช้ตามความเหมาะสมของแตล่ ะโรงเรียน ดังน้ี

๑. นำไปจัดเปน็ รายวิชาเพ่มิ เตมิ ของโรงเรยี น
๒. นำไปจดั ในชว่ั โมงลดเวลาเรยี นเพ่มิ เวลารู้
๓. นำไปบูรณาการกับการจัดการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
(สาระหนา้ ท่พี ลเมือง) หรอื นำไปบูรณาการกบั กลุม่ สาระการเรียนรอู้ นื่ ๆ

๒. จุดมุ่งหมายของรายวชิ า เพ่อื ให้นักเรียน
๒.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชนส์ ่วนรวม
๒.๒ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
๒.๓ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับ STRONG / จติ พอเพียงตอ่ ต้านการทจุ ริต
๒.๔ มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั พลเมอื งและมคี วามรับผิดชอบต่อสงั คม
๒.๕ สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชน์ส่วนรวมได้
๒.๖ ปฏิบตั ติ นเป็นผ้ลู ะอายและไมท่ นตอ่ การทจุ ริตทกุ รปู แบบ
๒.๗ ปฏบิ ัติตนเปน็ ผ้ทู ่ี STRONG / จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ
๒.๘ ปฏิบัติตนตามหน้าที่พลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

๓. คำอธบิ ายรายวชิ า
ศกึ ษาเกีย่ วกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความไม่

ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อสังคมในการ
ตอ่ ต้านการทจุ รติ โดยใช้กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบตั จิ ริง การทำโครงงานกระบวนการ
เรียนรู้ ๕ขั้นตอน (๕ STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียน เพื่อให้มีความ
ตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของการต่อต้านและการป้องกนั การทุจรติ

๔. ผลการเรยี นรู้
๑. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวม
๒. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต
๓. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกบั STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจรติ
๔. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับพลเมอื งและมคี วามรับผิดชอบต่อสงั คม
๕. สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
๖. ปฏิบตั ติ นเป็นผลู้ ะอายและไมท่ นต่อการทจุ รติ ทุกรปู แบบ
๗. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผูท้ ี่ STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ตา้ นการทุจริต
๘. ปฏิบตั ติ นตามหน้าทีพ่ ลเมอื งและมีความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
๙. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอ่ ต้านและป้องกนั การทจุ รติ

รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรยี นรู้

22

5. โครงสรา้ งรายวิชา
5.1 ระดบั ปฐมวยั

ลำดับ หนว่ ยการเรียนรู้ เร่อื ง จำนวนชัว่ โมง

1 การคิดแยกแยะระหว่าง การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ 14

ผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม

ผลประโยชนส์ ว่ นรวม - การคดิ แยกแยะ

- ระบบคดิ ฐาน 2

- ของเลน่

- การรบั ประทานอาหาร

- การเข้าแถว

- การเก็บของใช้ส่วนตัว

- ทำงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

- การแบ่งปนั

- การแตง่ กาย

- การทำกิจวัตรประจำวัน (การใช้น้ำ ไฟฟ้า

กระดาษ การทิ้งขยะ)

2 ความละอายและความไม่ทน ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริต 12

ต่อการทจุ รติ - ของเลน่

- การรบั ประทานอาหาร

- การเขา้ แถว

- การเก็บของใช้สว่ นตวั

- ทำงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

- การแบ่งปัน

- การแต่งกาย

- การทำกจิ วัตรประจำวนั

3 STRONG / จ ิ ต พ อ เ พ ี ย ง STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทุจรติ 9

ต่อต้านการทุจรติ - ความพอเพยี ง

- ความโปรง่ ใส

- ความตื่นรู้ / ความรู้

- ตา้ นทจุ ริต

- มงุ่ ไปข้างหน้ำ

- ความเอื้ออาทร

- การรับประทานอาหาร

- การชว่ ยเหลือเพ่ือน

- การใชก้ ระดาษ

23

ลำดับ หนว่ ยการเรยี นรู้ เรื่อง จำนวนชั่วโมง
5
4 พลเมืองกับความรับผิดชอบ พลเมอื งกบั ความรบั ผิดชอบต่อสังคม
40
ตอ่ สงั คม - ความรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง

- ความรับผิดชอบต่อผู้อน่ื

- การตรงตอ่ เวลา

- การทำความสะอาดหอ้ งเรยี น

- การชว่ ยเหลอื ตนเอง

รวม

* หมายเหตุ การจัดประสบการณแ์ ตล่ ะกจิ กรรมจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที

5.2 ระดับประถมศึกษา
1) ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 1

ลำดับ หน่วยการเรียนรู้ เรือ่ ง จำนวนช่วั โมง

1 การคิดแยกแยะระหว่าง การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ 16

ผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชนส์ ่วนรวม

ผลประโยชนส์ ว่ นรวม - การคิดแยกแยะ

- ระบบคิดฐาน 2

- ระบบคิดฐาน 10

2 ความละอายและความไม่ทน ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ 10

ตอ่ การทุจริต - การทำการบา้ น

- การทำเวร

- การสอบ

- กิจกรรมนักเรยี น

3 STRONG / จ ิ ต พ อ เ พ ี ย ง STRONG / จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทจุ ริต 4

ต่อตา้ นการทุจริต - ความพอเพียง

- ความโปรง่ ใส

- ต้านทจุ รติ

- ความเออื้ อาทร

4 พลเมืองกับความรับผิดชอบ พลเมอื งกับความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม 10

ต่อสังคม -ความหมายบทบาทและสิทธิ -การเคารพสิทธิ

หน้าที่ต่อตนเองและผ้อู ่ืน

- ระเบยี บ กฎ กติกา กฎหมาย

- ความรบั ผิดชอบ (ต่อตนเองกบั ตอ่ ผู้อื่น)

- ความเปน็ พลเมือง

รวม 40

24

2) ประถมศกึ ษาปที ่ี 2

ลำดบั หน่วยการเรียนรู้ เรอื่ ง จำนวนชวั่ โมง

1 การคิดแยกแยะระหว่าง การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ 16

ผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม

ผลประโยชนส์ ว่ นรวม - การคดิ แยกแยะ

- ประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์สว่ นรวม

- ระบบคดิ ฐาน 2

- ระบบคิดฐาน 10

2 ความละอายและความไม่ทน ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ ริต 10

ตอ่ การทุจริต - การทำการบ้าน

- การทำเวร

- การสอบ

- กจิ กรรมนกั เรยี น

3 STRONG / จ ิ ต พ อ เ พ ี ย ง STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทจุ ริต 4

ต่อตา้ นการทจุ รติ - ความพอเพยี ง

- ความโปรง่ ใส

- ต้านทจุ รติ

- ความเอื้ออาทร

4 พลเมืองกับความรับผิดชอบ พลเมอื งกบั ความรับผดิ ชอบต่อสังคม 10

ต่อสงั คม - เร่ืองการเคารพสทิ ธหิ น้าทีต่ ่อตนเองและผอู้ ่นื

- การเคารพสทิ ธิหน้าทตี่ อ่ ชุมชนและสงั คม

- ระเบียบ กฎ กตกิ า กฎหมาย

- ความรับผิดชอบ (ต่อหอ้ งเรียน)

- คณุ ลักษณะของพลเมอื งทีด่ ี

- หน้าท่ขี องพลเมอื งทีด่ ี

รวม 40

25

3) ประถมศึกษาปีที่ 3

ลำดบั หน่วยการเรยี นรู้ เรือ่ ง จำนวนชวั่ โมง

1 การคิดแยกแยะระหว่าง การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ 16

ผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์สว่ นรวม

ผลประโยชน์สว่ นรวม - การคดิ แยกแยะ

- ระบบคดิ ฐาน 2

- ระบบคิดฐาน 10

- ผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม

- การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและ

ผลประโยชนส์ ว่ นรวม

2 ความละอายและความไม่ทน ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจรติ 10

ต่อการทจุ รติ - การทำการบา้ น

- การทำเวร

- การสอบ

- การแต่งกาย

- กิจกรรมสง่ เสริมความถนดั และความสนใจ

3 STRONG / จ ิ ต พ อ เ พ ี ย ง STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต 4

ต่อต้านการทจุ รติ - ความพอเพยี ง

- ความโปรง่ ใส

- ตา้ นทุจริต

- ความเอื้ออาทร

4 พลเมืองกับความรับผิดชอบ พลเมอื งกบั ความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม 10

ตอ่ สงั คม - เรื่องการเคารพสทิ ธิหนา้ ท่ตี ่อตนเองและผู้อื่นท่ีมี

ตอ่ ชมุ ชน

- เร่อื งการเคารพสทิ ธิหนา้ ทต่ี ่อตนเองและผู้อ่ืนที่มี

ต่อประเทศชาติ

- ระเบียบ กฎ กตกิ า กฎหมาย

- ความรบั ผิดชอบ (ต่อโรงเรียน)

- ความเป็นพลเมือง

รวม 40

26

4) ประถมศึกษาปที ี่ 4

ลำดบั หน่วยการเรยี นรู้ เรือ่ ง จำนวนชวั่ โมง

1 การคิดแยกแยะระหว่าง การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ 14

ผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม

ผลประโยชนส์ ว่ นรวม - การคดิ แยกแยะ

- ระบบคิดฐาน 2

- ระบบคดิ ฐาน 10

- ความแตกต่างระหวา่ งจริยธรรมและการทุจรติ

- ประโยชนส์ ว่ นตนและประโยชน์ส่วนรวม

2 ความละอายและความไม่ทน ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต 10

ตอ่ การทจุ รติ - การทำการบา้ น

- การทำเวร

- การสอบ

- การแต่งกาย

- กิจกรรมนักเรยี น (ภายใน ร.ร.)

- การเขา้ แถว

3 STRONG / จ ิ ต พ อ เ พ ี ย ง STRONG / จติ พอเพียงตอ่ ต้านการทจุ รติ 6

ตอ่ ต้านการทจุ ริต - การดารงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียง

- ความโปรง่ ใส

- ความตื่นรู้ / ความรู้

- ตา้ นทจุ รติ

- ม่งุ ไปข้างหน้ำ

- ความเอือ้ อาทร

4 พลเมืองกับความรับผิดชอบ พลเมืองกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม 10

ต่อสงั คม - เร่อื งการเคารพสิทธิหน้าทต่ี ่อตนเองและผู้อื่นที่มี

ตอ่ ครอบครัว

- ระเบยี บ กฎ กตกิ า กฎหมาย

- ความรับผดิ ชอบ (ตอ่ ชมุ ชน)

- ความเป็นพลเมือง

รวม 40

27

5) ประถมศกึ ษาปที ี่ 5

ลำดับ หน่วยการเรียนรู้ เรอื่ ง จำนวนชวั่ โมง

1 การคิดแยกแยะระหว่าง การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ 14

ผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์สว่ นรวม

ผลประโยชนส์ ่วนรวม - การคิดแยกแยะ

- ระบบคิดฐาน 2

- ระบบคิดฐาน 10

- ความแตกตา่ งระหวา่ งจริยธรรมและการทจุ ริต

- ประโยชนส์ ่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม

- การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและ

ผลประโยชนส์ ว่ นรวม

- ผลประโยชน์ทบั ซอ้ น

2 ความละอายและความไม่ทน ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ 10

ต่อการทจุ รติ - การทำการบ้าน

- การทำเวร

- การสอบ

- การแต่งกาย

- กจิ กรรมนักเรียน (ในหอ้ งเรียน โรงเรียน ชมุ ชน)

- การเข้าแถว

3 STRONG / จ ิ ต พ อ เ พ ี ย ง STRONG / จติ พอเพยี งตอ่ ตา้ นการทุจริต 6

ต่อตา้ นการทุจริต - ความพอเพียง

- ความโปรง่ ใส

- ความตนื่ รู้ / ความรู้

- ต่อต้านทุจริต

- ม่งุ ไปขา้ งหนำ้

- ความเอือ้ อาทร

4 พลเมืองกับความรับผิดชอบ พลเมืองกับความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม 10

ต่อสังคม - เรื่องการเคารพสิทธหิ น้าทีต่ ่อตนเองและผอู้ ่ืน

- ระเบยี บ กฎ กตกิ า กฎหมาย

- ความรบั ผิดชอบ (ต่อสังคม)

- ความเปน็ พลเมอื ง

รวม 40

28

6) ประถมศกึ ษาปที ่ี 6

ลำดบั หนว่ ยการเรียนรู้ เรอื่ ง จำนวนชวั่ โมง

1 การคิดแยกแยะระหว่าง การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ 14

ผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม

ผลประโยชนส์ ่วนรวม - การคดิ แยกแยะ

- ระบบคิดฐาน 2

- ระบบคดิ ฐาน 10

- ความแตกตา่ งระหวา่ งจริยธรรมและการทุจรติ

- ประโยชนส์ ่วนตนและประโยชนส์ ่วนรวม

- การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและ

ผลประโยชนส์ ว่ นรวม

- ผลประโยชน์ทบั ซอ้ น

- รปู แบบของผลประโยชน์ทับซอ้ น

2 ความละอายและความไม่ทน ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ 10

ตอ่ การทุจรติ - การทำการบา้ น

- การทำเวร

- การสอบ

- การแตง่ กาย

- กิจกรรมนักเรียน (ในห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน

สงั คม)

- การเขา้ แถว

3 STRONG / จ ิ ต พ อ เ พ ี ย ง STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทุจริต 6

ตอ่ ต้านการทจุ ริต - การสร้างจิตสานึกความพอเพียงต่อต้านการ

ทจุ ริต

- ความโปรง่ ใส

- ความต่นื รู้ / ความรู้

- ต้านทุจริต

- มุ่งไปข้างหน้ำ

- ความเออื้ อาทร

4 พลเมืองกับความรับผิดชอบ พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม 10

ต่อสังคม - เร่ืองการเคารพสทิ ธิหนา้ ท่ตี ่อตนเองและผู้อื่นที่มี

ต่อประเทศชาติ

- ระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย

- ความรับผดิ ชอบ (ต่อประเทศชาติ)

- ความเป็นพลเมอื ง

รวม 40

29

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคิดและแนวการสอน

กจิ กรรมการเรยี นรูท้ ีใ่ ชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน เน้นการใชท้ ฤษฎีการเรยี นรู้ การสรา้ งความรู้ ได้แก่
1) ทฤษฎคี อนสตรคั ติวิสต์ (Construction Theory)
2) ทฤษฎีคอนสตรัคตวิ สิ ตเ์ ชิงสงั คม (Social Constructivism Theory)
3) ทฤษฎีคอนสตรัคตวิ สิ ตเ์ ชิงปญั ญา (Cognitive Constructivism)
4) ทฤษฎปี ระมวลผลข้อมูล (Information Processing Theory)
5) ทฤษฎพี หุปัญญา (Theory of Multiple Intelligences)
6) ทฤษฎีการเรยี นรแู้ บบร่วมมือ (Cooperative Learning Theory)
ในการจัดการเรียนการสอน โดยภาพรวมจะใช้กลยุทธ์การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ คือจัดตามความ
แตกต่างของเด็กแต่ละคน ด้วยการสอนโดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ การฝึกปฏิบัติจริงการทำ
โครงงานสืบสวนสอบสวน กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5STEPs) การอภิปราย การแก้ปัญหาตลอดจนใช้เทคนคิ
การสอนท่หี ลากหลายเหมาะกบั ผเู้ รียนแตล่ ะวยั

7. ตารางช่ัวโมงการจดั การเรียนการสอน

ประกอบดว้ ย 4 หนว่ ยการเรยี นรู้ คอื

1) การคิดแยกแยะผลประโยชนส์ ว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม

2) ความไมท่ นและความอายตอ่ การทุจรติ

3) STRONG : จิตพอเพยี งต้านทุจรติ และ

4) พลเมืองกับ ความรับผิดชอบตอ่ สงั คม

โดยกาหนดชัว่ โมงการจัดการเรียนการสอนดังนี้

ท่ี หน่วยการเรียนรู้ ระดับการศึกษา
ปฐมวยั (ชวั่ โมง) ป.1-3(ชวั่ โมง) ป.4-6(ชั่วโมง)

1 การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน 14 16 16

และประโยชนส์ ่วนรวม

2 ความไม่ทนและความอายต่อการทจุ ริต 12 10 10

3 STRONG : จิตพอเพียงต่อต้านการทจุ ริต 9 46

4 พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม 5 10 10

รวม 40 40 40

โดยหลกั สตู รรายวิชาเพม่ิ เติม การป้องกันการทุจริต การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน กาหนดเป็น 1 หลกั สตู ร และแยก
เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ 7 ระดับชั้นปี ได้แก่ ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 1 – 6 ทั้งนี้ ในแต่ละ
ระดบั ชน้ั ปี จะใช้เวลาเรียนทั้งปี จำนวน 40 ช่ัวโมง ซง่ึ จะมเี น้ือหาและกิจกรรมการเรยี นการสอนท่แี ตกต่างกัน ตาม
ความเหมาะสมและการเรยี นรูใ้ นแตล่ ะช่วงวยั

30

ส่ือ/แหล่งเรยี นรู้

หลักสูตรต้านทจุ ริตศึกษา (Anti-Corruption Education) ควรจัดกิจกรรมด้วยสื่อการเรียนรูท้ ี่เกี่ยวกับการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น วีดิโอ ข่าว VTR นิทาน การ์ตูน ภาพยนตร์สั้น เอกสารแก้ทุจริตคิดฐานสอง
สอ่ื สิงพิมพต์ ่าง ๆ ใบความรู้ ใบงาน วัสดอุ ปุ กรณต์ ่าง ตลอดจนแหล่งเรยี นร้ทู ่ีใชค้ อมพิวเตอรใ์ นการสืบคน้ ดังนี้

สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ทักษะ
กระบวนการและคณุ ลักษณะตามมาตรฐานของหลักสตู รได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ ส่ือการเรยี นรู้ มีหลากหลายประเภท
ทง้ั สื่อธรรมชาติ สอื่ สิ่งพมิ พ์ ส่อื เทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ทม่ี ใี นท้องถิ่นการเลือกใช้ส่ือควรเลือกให้มี
ความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลีลาการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียนการจดั หาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและ
ผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาข้นึ เอง หรือปรบั ปรุงเลือกใช้อย่างมีคุณภาพจากส่ือต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนำมาใช้
ประกอบในการจดั การเรียนรู้ที่สามารถส่งเสรมิ และส่ือสารให้ผู้เรียนเกดิ การเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่าง
พอเพยี ง เพื่อพฒั นาให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงสถานศึกษาเขตพนื้ ที่การศึกษา หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องและผู้
มีหน้าทีจ่ ดั การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน ควรดำเนินการดังน้ี

๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่ายการเรียนรู้ที่มี
ประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การเรียนรู้
ระหว่างสถานศึกษา ทอ้ งถน่ิ ชมุ ชน สงั คมโลก

๒. จดั ทำและจัดหาสื่อการเรียนรู้สำหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสรมิ ความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้งจัดหาสิ่ง
ที่มีอยูในทอ้ งถน่ิ มาประยุกต์ใช้เป็นส่ือการเรยี นรู้

๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้
ธรรมชาติของสาระการเรยี นรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน

๔. ประเมนิ คุณภาพของสอ่ื การเรยี นรู้ทเ่ี ลือกใช้อย่างเป็นระบบ
๕. ศึกษาคน้ คว้า วจิ ยั เพือ่ พฒั นาสอ่ื การเรยี นรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน
๖. จัดให้มีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้สื่อการเรียนรู้เป็น
ระยะ ๆ และสมำ่ เสมอ
ในการจัดทำ การเลือกใช้และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษาควรคำนึงถึงหลักการ
สำคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วตั ถปุ ระสงค์การเรยี นรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนอื้ หามคี วามถูกต้องและทนั สมยั ไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดตอ่ ศีลธรรม มี
การใช้ภาษาทถี่ ูกต้อง รูปแบบการนําเสนอทเ่ี ข้าใจงา่ ย และนา่ สนใจ

31

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คะแนน
70
อัตราส่วนคะแนน คะแนนระหว่างปกี ารศึกษา : สอบปลายปีการศึกษา = 7๐ : 3๐ 60

รายการวดั 10
30
ระหว่างภาค มกี ารวัดและประเมินผล ดังนี้ 100
๑. คะแนนระหว่างปกี ารศึกษา

๑.๑ วดั โดยใช้แบบทดสอบ
๑.๒ วดั ทักษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ (เลอื กวัดตามแผนการจดั การเรียนรู้)

๑.๒.๑ ภาระงานที่มอบหมาย
- การทำใบงาน/แบบฝึกหดั /สมดุ งาน
- กิจกรรมโครงงาน
- การรว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้

๑.๒.๒ แฟ้มสะสมงาน
๑.๒.๓ ทักษะกระบวนการและสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
๑.๓ วัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์และเจตคติที่ดีต่อวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม
๒. คะแนนสอบกลางปีการศึกษา วดั และประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบ

คะแนนสอบปลายปีการศกึ ษา มีวัดและประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบ

รวม

เกณฑก์ ารวัดผลประเมินผล

๑. การวัดและประเมนิ ผลโดยใชแบบทดสอบ
๑.๑ เกณฑใ์ ห้คะแนนแบบทดสอบแบบเลือกตอบ พิจารณาจากความถกู ผดิ ของการเลือกตอบ
ตอบถกู ให้ ๑ คะแนน ตอบผิดให้ ๐ คะแนน
๑.๒ เกณฑใ์ ห้คะแนนแบบทดสอบแบบถกู ผิด พจิ ารณาจากความถูกผิดของคาํ ตอบ
ตอบถูกให้ ๑ คะแนน ตอบผดิ ให้ ๐ คะแนน
๑.๓ เกณฑใ์ ห้คะแนนแบบทดสอบแบบเติมคำ พิจารณาจากความถกู ผดิ ของคำตอบ
ตอบถกู ให้ ๑ คะแนน ตอบผิดให้ ๐ คะแนน
๑.๔ เกณฑใ์ ห้คะแนนแบบทดสอบแบบจับคู่ พิจารณาจากความถกู ผิดของการจับคู่
จับคถู่ ูกให้ ๑ คะแนน จับคู่ผิดให้ ๐ คะแนน
๑.5 เกณฑใ์ ห้คะแนนแบบทดสอบแบบเปรียบเทียบ พจิ ารณาจากความถูกผิดของการเปรียบเทยี บ

เปรยี บเทยี บถกู ให้ ๑ คะแนน เปรียบเทยี บผดิ ให้ ๐ คะแนน

32

๑.6 เกณฑ์การให้คะแนนแบบทดสอบแบบเขียนตอบ พิจารณาจากคำตอบในภาพรวมทั้งหมด โดยกำหนด
ระดับคะแนนเป็น ๔ ระดบั ดังนี้

ระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน
๓ ตอบไดถ้ กู ต้อง สามารถอธิบายเหตุผลได้อย่างชดั เจน
๒ ตอบไดถ้ ูกต้อง สามารถอธิบายเหตผุ ลได้เป็นบางส่วน แต่ยงั ไมช่ ัดเจน

๑ ตอบไดถ้ กู ต้อง แต่ไมส่ ามารถอธิบายเหตผุ ลได้

๐ ตอบไม่ถกู ต้อง และไม่สามารถอธบิ ายเหตผุ ลได้

๑.๗ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบทดสอบแบบต่อเนื่อง
(๑) เกณฑก์ ารให้คะแนนแบบทดสอบแบบต่อเน่ืองท่ีกำหนดสถานการณ์
พจิ ารณาจากความถูกผดิ ของคำตอบ ตอบถูกให้ ๑ คะแนน ตอบผดิ ให้ ๐ คะแนน
(๒) เกณฑก์ ารให้คะแนนแบบทดสอบแบบต่อเนื่องสองข้นั ตอน
โดยกำหนดระดบั คะแนนเป็น ๓ ระดับ ดังน้ี

ระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน

๒ เลือกคำตอบและบอกเหตุผลประกอบถกู ต้อง

๑ เลือกคำตอบถูกต้อง แต่บอกเหตุผลประกอบไม่ถูกต้อง หรือ เลือกคำตอบไม่ถูกต้อง
แตบ่ อกเหตุผลประกอบได้สอดคล้องกบั คำตอบทเี่ ลือก

๐ เลือกคำตอบและบอกเหตุผลประกอบไม่ถกู ต้อง

๑.๘ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบทดสอบแสดงวิธที ำ
โดยกำหนดระดบั คะแนนเป็น ๕ ระดบั ดังน้ี

ระดบั คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน

๔ คำตอบถูกต้องและแสดงวิธีทำที่มีประสิทธิภาพ โดยแสดงถึงการคิดอย่างเป็นระบบ
และการคดิ วิเคราะห์

๓ คำตอบถูกต้องและแสดงวธิ ีทำถูกต้องสมบูรณ์

๒ คำตอบถกู ต้อง แสดงวิธีทำถกู ต้องแตย่ ังไมส่ มบูรณ์

๑ คำตอบถกู ต้อง มีการแสดงแสดงวธิ ีทำแต่ยงั ไมถ่ ูกตอ้ งสมบูรณ์

๐ คำตอบไม่ถกู ต้อง และแสดงวธิ ีทำไม่ถกู ต้อง

33

๒. การวดั และประเมนิ ผลด้านทกั ษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ
๒.๑ ภาระงานทีม่ อบหมาย
- ใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะ
กำหนดเกณฑก์ ารใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะ ๔ ระดับ ดังนี้

ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ์การให้คะแนน

๔ (ดมี าก) - ทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะครบถว้ นและเสรจ็ ตามกําหนดเวลา
- ทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะได้ถกู ต้อง
- แสดงลำดบั ขั้นตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะชัดเจน เหมาะสม

๓ (ด)ี - ทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะครบถว้ นและเสรจ็ ตามกำหนดเวลา
- ทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะได้ถกู ต้อง
- สลบั ข้ันตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะ หรือไม่ระบุข้ันตอน ของ
การทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทกั ษะ

๒ (พอใช้) - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทกั ษะครบถว้ น แต่เสร็จหลังกำหนดเวลาเล็กน้อย
- ทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทักษะขอ้ ไม่ถูกตอ้ ง
- สลับขั้นตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะ หรอื ไม่ระบขุ น้ั ตอน ของ
การทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทกั ษะ

๑ (ปรบั ปรุง) - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทกั ษะไมค่ รบถว้ น หรอื ไม่เสร็จตามกำหนดเวลา
- ทำใบงาน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะไม่ถูกตอ้ ง
- แสดงลำดับขั้นตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะไม่สัมพันธ์กับ
โจทย์หรอื ไม่แสดงลำดับขัน้ ตอน

- การประเมินผลการร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้
การร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ส่วนใหญ่มอบหมายภาระงานเป็นกลุ่มกำหนดเกณฑ์ การ
ประเมนิ ผลการร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้ ดังน้ี

รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ์การพจิ ารณา

๑. การวางแผน ๓ (ดี) - วางแผนและมอบหมายหน้าท่ใี ห้สมาชกิ ได้ชดั เจน
๒ (พอใช้) - วางแผนแต่มอบหมายหน้าที่ให้สมาชิกไมช่ ัดเจน
๒. ความร่วมมอื ใน ๑ (ปรับปรงุ ) - ไมม่ ีการวางแผน
กลมุ่
๓. ทักษะการ ๓ (ดี) - ทกุ คนทำงานตามหน้าทรี่ บั ผิดชอบ
ปฏบิ ตั กิ าร ๒ (พอใช้) - สมาชกิ ส่วนมากทำงานตามหน้าที่
๔. การเขียนรายงาน ๑ (ปรบั ปรุง) - สมาชิกไมท่ ำงานตามหน้าที่

๕. เวลา ๓ (ด)ี - ปฏิบัติตามข้นั ตอนอย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
๒ (พอใช้) - ปฏบิ ตั ติ ามข้นั ตอนแตย่ ังมขี อ้ ผิดพลาดเป็นบางส่วน
๑ (ปรับปรุง) - ไมส่ ามารถปฏิบตั ิไดต้ ามข้นั ตอนและมีความผดิ พลาด

๓ (ดี) - เขยี นรายงานไดถ้ ูกต้องเหมาะสมและนำเสนอได้สมบรู ณ์
๒ (พอใช้) - เขยี นรายงานไมส่ มบรู ณ์
๑ (ปรับปรงุ ) - รายงานมีขอ้ ผดิ พลาดหรือไม่เขียนรายงาน

๓ (ด)ี - ปฏบิ ัติงานเสรจ็ สมบูรณ์ตามเวลาท่กี ำหนด
๒ (พอใช้) - ปฏิบตั ิงานเสร็จตามเวลาทก่ี ำหนดแต่ไมส่ มบรู ณ์
๑ (ปรับปรุง) - ปฏบิ ตั งิ านไม่เสรจ็ สมบูรณ์ตามเวลาทก่ี ำหนด

34

๒.๒ แฟ้มสะสมงาน
การประเมนิ แฟ้มสะสมงาน กำหนดเกณฑ์การประเมนิ เป็น ๔ ระดับ

ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ์การพจิ ารณา
๔ (ดีมาก)
๓ (ด)ี - ผลงานมีรายละเอียดอย่างเพียงพอที่แสดงถึงระดับความรู้และ
๒ (พอใช้) พัฒนาการของผู้เรยี น และแสดงถึงความเข้าใจในเรอื่ งที่ศกึ ษา
- ผลงานมีรายละเอียดอย่างเพียงพอที่แสดงถึงระดับความรู้และ
๑ (ปรับปรุง) พัฒนาการของผู้เรยี น ไมม่ ขี ้อผิดพลาดทแ่ี สดงว่าไมเ่ ขา้ ใจ

- ผลงานมีรายละเอียดแสดงไว้ในบันทึกให้เห็นถึงระดับความรู้และ
พัฒนาการของผู้เรียน แต่พบว่าบางส่วนมีความผิดพลาดหรือไม่ชัดเจน
หรือแสดงถงึ ความไมเ่ ขา้ ใจ ในเรือ่ งท่ศี ึกษาของผู้เรยี น

- ผลงานมีข้อมูลน้อย ไม่มีรายละเอียดแสดงไว้ในบันทึกหรือแสดงให้เห็น
ถึงระดบั ความรู้และพฒั นาการของผู้เรียน

๒.3 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
- การประเมินผลสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ประเมินโดยใช้แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญของ

ผู้เรยี น กำหนดเกณฑ์การประเมิน ดังนี้

ระดับคณุ ภาพ เกณฑ์การให้คะแนน
(๓) ดีเยี่ยม
ผู้เรียนปฏบิ ัตติ นตามสมรรถนะจนเป็นนิสัย และนาํ ไปใช้ในชีวติ ประจำวัน เพอื่ ประโยชน์
(๒) ดี สุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับ ดีเยี่ยมจำนวน ๓-๕
สมรรถนะ และไม่มสี มรรถนะใดไดผ้ ลการประเมินตำ่ กว่าระดับดี
(๑) พอใช้
ผู้เรียนมีสมรรถนะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม
พจิ ารณาจาก
๑. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๑-๒ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผล
การประเมินต่ำกว่าระดับดี หรือ
๒. ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดเี ยี่ยม จำนวน ๒ สมรรถนะ และไมม่ ีสมรรถนะใดได้ผลการ
ประเมนิ ต่ำกว่าระดบั ผ่าน หรือ
๓. ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน ๔-๕ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการ
ประเมินต่ำกว่าระดบั ผ่าน

ผู้เรยี นรับรู้และปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑ์และเงอ่ื นไขทส่ี ถานศกึ ษากำหนด พิจารณาจาก
๑. ได้ผลการประเมินระดับผ่าน จำนวน ๔-๕ สมรรถนะ และไมม่ สี มรรถนะใดได้ผลการ
ประเมินตำ่ กว่าระดบั ผ่าน หรอื
๒. ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน ๒ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใด ได้ผลการ
ประเมินต่ำกว่าระดบั ผ่าน

(๐) ปรบั ปรุง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยพิจารณา จากผล
การประเมนิ ระดบั ตอ้ งปรับปรงุ ตงั้ แต่ ๑ สมรรถนะ

35

เกณฑ์การให้คะแนน ๓ คะแนน
พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ตั สิ มำ่ เสมอ ให้ ๒ คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ิบ่อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีปฏิบตั ิบางคร้งั ให้ ๐ คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัตนิ ้อยครง้ั ให้

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๓-๑๕ ดเี ย่ียม (๓)
๙-๑๒
๕-๘ ดี (๒)
ต่ำกว่า ๕ ผ่าน (๑)
ไมผ่ ่าน (๐)

36

แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

ชื่อ.......................................................นามสกุล....................................................เลขที่. .............ชั้น...................
คำช้ีแจง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี น และขดี ✓ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั คะแนน

ระดบั คณุ ภาพ

สมรรถนะดา้ น รายการประเมนิ ดเี ยี่ยม ดี ผ่าน ไมผ่ ่าน

(3) (2) (1) (0)

1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -ส่งสาร

ในการสอ่ื สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคิด ความ

เข้าใจ ของตนเอง โดยใชภ้ าษาอยา่ งเหมาะสม

1.3 ใชว้ ธิ กี ารสอื่ สารทเ่ี หมาะสม มปี ระสิทธิภาพ

1.4 เจรจาต่อรองเพอ่ื ขจดั และลดปัญหาความขดั แยง้ ตา่ ง ๆ

ได้

1.5 เลอื กรบั และไมร่ บั ข้อมูลข่าวสารดว้ ยเหตุผลและถูกตอ้ ง

สรปุ ผลการประเมิน รวม ........ คะแนน ระดบั ...........

2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์

ในการคิด 2.2 มที ักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์

2.3 สามารถคิดอย่างมวี ิจารณญาณ

2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองค์ความรู้

2.5 ตัดสนิ ใจแกป้ ญั หาเกยี่ วกับตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม

สรปุ ผลการประเมนิ รวม ........ คะแนน ระดับ ...........

3. ความสามารถ 3.1 สามารถแกป้ ญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ทเี่ ผชิญได้

ในการแกป้ ญั หา 3.2 ใชเ้ หตผุ ลในการแกป้ ัญหา

3.3 เขา้ ใจความสมั พนั ธแ์ ละการเปลี่ยนแปลงในสงั คม

3.4 แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรู้มาใชใ้ นการปอ้ งกนั และ

แกไ้ ขปญั หา

3.5 สามารติดสินใจได้เหมาะสมตามวยั

สรุปผลการประเมนิ รวม ........ คะแนน ระดบั ...........

4. ความสามารถ 4.1 เรยี นรูด้ ้วยตนเองไดเ้ หมาะสมตามวัย

ในการใช้ทักษะ 4.2 สามารถทำงานกล่มุ ร่วมกับผอู้ ื่นได้
ชวี ติ 4.3 นำความร้ทู ไี่ ด้ไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวนั

4.4 จดั การปญั หาและความขดั แย้งไดเ้ หมาะสม

4.5 หลกี เลีย่ งพฤตกิ รรมไม่พงึ ประสงคท์ ีส่ ง่ ผลกระทบตอ่

ตนเอง

สรปุ ผลการประเมนิ รวม ........ คะแนน ระดบั ...........

5. ความสามารถ 5.1 เลอื กและใช้เทคโนโลยไี ดเ้ หมาะสมตามวยั

ในการใช้ 5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี

เทคโนโลยี 5.3 สามารถนำเทคโนโลยไี ปใช้พฒั นาตนเอง

5.4 ใชเ้ ทคโนโลยีในการแก้ปญั หาอย่างสร้างสรรค์

5.5 มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยี

สรปุ ผลการประเมิน รวม ........ คะแนน ระดบั ...........

ระดบั คณุ ภาพตามเกณฑก์ ารประเมนิ ในหลักสูตรรายชนั้

ลงช่อื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ

37

3. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
การประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเมินโดยใช้แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์กำหนด

เกณฑใ์ นการประเมนิ ดงั นี้

ระดบั คุณภาพ เกณฑ์การให้คะแนน
(๓) ดเี ย่ียม
ผู้เรยี นปฏิบตั ติ นตามคุณลักษณะจนเป็นนสิ ัยและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อประโยชน์
(๒) ดี สุขของตนเองและสังคม โดยพจิ ารณาจากผลการประเมินทั้ง ๘ คุณลักษณะ คือ ได้ระดับ
๓ จำนวน ๕-๘ คณุ ลักษณะ และไม่มคี ุณลกั ษณะใดได้ผลการประเมนิ ต่ำกว่าระดับ ๒
(๑) ผ่าน
ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม
(๐) ไมผ่ ่าน พิจารณาจาก

๑. ได้ผลการประเมิน ระดับ ๓ จำนวน ๑-๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด
ไดผ้ ลการประเมนิ ตำ่ กว่าระดับ ๒ หรือ

๒. ได้ผลการประเมิน ระดับ ๓ จำนวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผล
การประเมนิ ตำ่ กว่าระดบั ๑ หรอื

๓. ได้ผลการประเมิน ระดับ ๒ จำนวน ๕-๘ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด
ไดผ้ ลการประเมินตำ่ กว่าระดับ ๑
ผู้เรียนรับรู้และปฏบิ ัติตามกฎเกณฑ์และเง่อื นไขทส่ี ถานศึกษากำหนด พิจารณาจาก

๑. ได้ผลการประเมนิ ระดบั ๑ จำนวน คุณลกั ษณะ และไม่มคี ุณลักษณะใดได้ผลการ
ประเมินต่ำกว่าระดับ ๑ หรอื

๒. ได้ผลการประเมิน ระดับ ๒ จำนวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผล
การประเมินตำ่ กว่าระดบั ๑

ผู้เรียนรับรู้และปฏิบตั ิได้ไม่ครบตามเกณฑ์และเงือ่ นไขที่กำหนด โดยพิจารณาจากผลการ
ประเมนิ ระดับ ๐ ตงั้ แต่ ๑ คณุ ลักษณะขึน้ ไป

เกณฑ์การให้คะแนน ๓ คะแนน
พฤตกิ รรมทปี่ ฏบิ ัตสิ มำ่ เสมอ ให้ ๒ คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิบ่อยคร้ัง ให้ ๑ คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิบางครง้ั ให้ ๐ คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบัติน้อยครัง้ ให้

38

แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ช่อื .......................................................นามสกลุ ....................................................เลขท.ี่ .............ช้ัน...................

คำช้ีแจง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน และขีด ✓ ลงในช่องทตี่ รงกับคะแนน

ระดบั คุณภาพ

สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ดเี ยย่ี ม ดี ผา่ น ไม่ผา่ น

(3) (2) (1) (0)

1. รักชาติ - ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้

ศาสน์ กษัตรยิ ์ - เขา้ รว่ มกิจกรรมที่สรา้ งความสามัคคี ปรองดอง และ

เป็น ประโยชน์ตอ่ โรงเรียน

- เข้ารว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถือ ปฏบิ ัติตาม

หลกั ศาสนา

- เข้าร่วมกจิ กรรมท่ีเกีย่ วกับสถาบนั พระมหากษัตริย์

ตามท่ี โรงเรยี นจัดข้นึ

2. ซื่อสัตย์ - ใหข้ ้อมูลท่ีถกู ต้อง และเป็นจริง

สจุ รติ - ปฏิบัตใิ นสงิ่ ท่ีถูกต้อง

3. มวี นิ ยั - ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับของ

รับผดิ ชอบ ครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม

ต่าง ๆ ในชวี ติ ประจำวัน

4. ใฝเ่ รยี นรู้ - รู้จกั ใชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏิบัตไิ ด้

- รู้จกั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

- เชอื่ ฟังคำส่ังสอนของบดิ า

- มารดา โดยไม่โตแ้ ย้ง

– ตง้ั ใจเรยี น

5. อยู่อยา่ ง - ใชท้ รัพย์สินและสงิ่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั

พอเพยี ง - ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรู้คณุ ค่า

- ใช้จ่ายอย่างประหยดั และมีการเก็บออมเงิน

6. ม่งุ มน่ั ในการ - มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทไ่ี ดร้ บั

ทำงาน มอบหมาย

- มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ าน

สำเรจ็

7. รกั ความเปน็ - มีจติ สำนึกในการอนุรกั ษ์วัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย

ไทย - เห็นคณุ คา่ และปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย

8. มีจติ - รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน

สาธารณะ - รู้จักการดูแลรกั ษาทรัพย์สมบัติและสิง่ แวดลอ้ มของ

ห้องเรียนและโรงเรียน

ระดับคณุ ภาพตามเกณฑก์ ารประเมนิ ในหลกั สตู รรายช้นั

ลงชอื่ ...................................................ผ้ปู ระเมิน

39

เกณฑก์ ารตัดสนิ ผลการเรียน

1. เกณฑ์การตัดสินระดบั ผลการเรยี น ความหมาย ช่วงคะแนน
ผลการเรียนดีเยย่ี ม ๘๐ - ๑๐๐
ระดับผลการเรียน ผลการเรียนดมี าก ๗๕ – ๗๙
๔ ๗๐ – ๗๔
๓.๕ ผลการเรยี นดี ๖๕ – ๖๙
๓ ผลการเรียนค่อนข้างดี ๖๐ – ๖๔
๒.๕ ผลการเรยี นปานกลาง ๕๕ – ๕๙
๒ ๕๐ – ๕๔
๑.๕ ผลการเรยี นพอใช้ 0 - ๔๙
๑ ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขน้ั ต่ำ
๐ ผลการเรยี นต่ำกว่าเกณฑ์

๒. เกณฑ์การตดั สินผลการเรยี น ร และ มส.
2.๑) ตดั สินผลการเรียน ร หมายถึง รอการตัดสินและยงั ตัดสินผลการเรียนไม่ไดเ้ นอ่ื งจาก ผู้เรยี นไม่มีข้อมูล

ผลการเรยี นในรายวชิ าครบถ้วน ได้แก่ ไมไ่ ดว้ ัดผลกลางภาคเรยี น/ปลายภาคเรยี น ไม่ไดส้ ่งงานที่ มอบหมายให้ทำซึ่ง
งานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินผลการเรยี น หรอื มีเหตุสุดวสิ ัยท่ีทำให้ประเมนิ ผลการเรยี นไม่ได้

2.2) ตัดสินผลการเรียน มส. หมายถึง ผู้เรียนไม่มีสิทธิเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน เนื่องจากผู้เรียนมี
เวลาเรยี นไมถ่ งึ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นท้ังหมด และไม่ไดร้ ับการผ่อนผันให้เขา้ รับการวัดผลปลายภาคเรยี น

การประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์และการเขียน

เกณฑ์การประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์และการเขียน คะแนนเต็ม 10๐ คะแนน

ระดบั คุณภาพ ความหมาย ชว่ งคะแนน
ดีเยย่ี ม 80 - 10๐
ดี มีผลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิด 65 – 79
ผ่าน วิเคราะห์และเขียน ทมี่ คี ณุ ภาพดีเลิศอยู่เสมอ 5๐ – 64

ไมผ่ ่าน มผี ลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิด 1 - 49
วเิ คราะห์และเขยี น ที่มีคณุ ภาพเป็นทยี่ อมรับได้

มีผลงานท่แี สดงถึงความสามารถในการอ่าน คิด
วิเคราะห์ และเขียน ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ
ได้ แตย่ งั มขี อ้ บกพร่องบางประการ

ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน
คิดวิเคราะห์และเขียน หรือถ้ามีผลงาน ผลงาน
น้นั ยังมขี ้อบกพร่องที่ต้องการได้รับการปรับปรุง
แก้ไขหลายประการ

40

บรรณานกุ รม

กรมวิชาการ.(๒๕๕๕). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๕ และพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาภาคบงั คบั พ.ศ. ๒๕๔๕.กรุงเทพฯ : อกั ษรไทย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๔๕). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๕. กรุงเทพฯ :
ครุ ุสภาลาดพร้าว.

________________. (๒๕๕๑). หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ
: ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (๒๕๕๗,๒๙ กันยายน). แนวปฏิบัติเกี่ยวกับค่านิยมหลัก
๑๒ ประการสู่การปฏิบตั ิ. กรงุ เทพฯ : ผแู้ ตง่ .

_________________________________. (2561). คู่มือหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา( Anti-
Corruption Education). กรงุ เทพฯ : ผู้แต่ง.

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. (2561). แผนการจัดประสบการณ์
“รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต”ระดับปฐมวัย. ชุดหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti -
Corruption Education).

___________________________________________________. ( 2561). ห ล ั ก ส ู ต ร ร า ย ว ิ ช า
เพิ่มเตมิ “การป้องกันการทจุ รต”ิ .ชดุ หลกั สตู รตา้ นทจุ ริตศึกษา (Anti - Corruption Education).

___________________________________________________. (2561). หลักสูตรต้านทุจริต
ศึกษา. (Online). Available : https://www.nacc.go.th/ewt_news.php?nid=18384

สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๕๑). แนวทางการบริหารจัดการหลักสตู ร. กรงุ เทพฯ : ชุมนุม
สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด.

_____________________________. (๒๕๕๑). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการ
เรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่ง
ประเทศไทย จำกัด.

_____________________________. (๒๕๕๗). แนวทางการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่
พลเมือง. กรุงเทพฯ : ผู้แตง่ .

41

ภาคผนวก

42

ภาคผนวก ก

คำอภิธานศัพท์

43

อภธิ านศัพท์

การคิดแยกแยะ หมายถึง การคิดจำแนกองค์รวมของสิ่งต่าง ๆ ออกเป็นองค์ย่อย ๆ ทำให้มองเห็น
ความสมั พันธข์ ององค์ประกอบย่อยว่ามคี วามเกย่ี วเนื่องกัน สอดคลอ้ งกนั เป็นเหตุเปน็ ผล และพ่งึ พาอาศยั กนั อย่างไร

ประโยชน์ส่วนตน (Private Interests) หมายถึง การทบี่ คุ คลท่วั ไปในสถานะเอกชน หรอื เจา้ หนา้ ท่ขี องรัฐ
ได้ทำกจิ กรรมหรือได้กระทำการต่างๆ เพ่อื ประโยชน์สว่ นตน ครอบครวั เครือญาติ พวกพอ้ ง หรือของกลุ่มในสังคมที่
มีความสมั พนั ธ์กนั ในรูปแบบต่าง ๆ เชน่ การประกอบอาชีพ การทำธุรกิจ การค้า การลงทนุ เพ่ือหาประโยชน์ในทาง
การเงินหรือในทางธุรกจิ เปน็ ต้น

ประโยชน์ส่วนรวมหรือประโยชน์สาธารณะ (Public Interests) หมายถึง การที่บุคคล ที่เป็นเจ้าหน้าท่ี
ของรัฐ (ผ้ดู ำรงตำแหนง่ ทางการเมือง ขา้ ราชการ พนกั งานรัฐวิสาหกจิ หรือเจ้าหนา้ ที่ ของรัฐในหนว่ ยงานของรฐั ) ได้
กระทำการใดๆ ตามหน้าที่หรือได้ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการดำเนินการ ในอีกส่วนหนึ่งที่แยกออกมาจากการ
ดำเนินการตามหน้าที่ในสถานะของเอกชนกระทำการใด ๆ ตามหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีวัตถุประสงค์หรือมี
เป้าหมายเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หรือ การรักษาประโยชน์ส่วนรวมที่เป็นประโยชน์ของรัฐการทำหน้าที่ของ
เจ้าหน้าทีข่ องรัฐจึงมีความเกีย่ วเน่ือง เชื่อมโยงกับอำนาจหน้าท่ีตามกฎหมายและจะมรี ปู แบบของความสัมพนั ธ์หรือ
มีการกระทำในลักษณะ ต่างๆ กันที่เหมือนหรือคล้ายกับการกระทำของบุคคลในสถานะเอกชน เพียงแต่การกระทำ
ในสถานะ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกับการกระทำในสถานะเอกชน จะมีความแตกต่างกันที่วัตถุประสงค์ เป้าหมาย
หรอื ประโยชน์สุดทา้ ยทแ่ี ตกต่างกนั

การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวมหรือผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of
interests) หมายถึง การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการใด ๆ หรือดำเนินการในกิจการ สาธารณะที่เป็นการ
ดำเนินการตามอำนาจหน้าทีห่ รือความรับผดิ ชอบในกจิ การของรัฐหรือองคก์ ร ของรัฐ เพื่อประโยชน์ของรัฐหรือเพอ่ื
ประโยชน์ของส่วนรวม แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้มีผลประโยชน์ส่วนตน เข้าไปแอบแฝง หรือเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียใน
รูปแบบต่างๆ หรือนำประโยชน์ส่วนตนหรือความสัมพันธ์ ส่วนตนเข้ามามีอิทธิพลหรือเกี่ยวข้องในการใช้อำนาจ
หน้าที่หรือดุลยพินิจในการพิจารณาตัดสินใจ ในการกระทำการใด ๆ หรือดำเนินการดังกล่าวนั้น เพื่อแสวงหา
ประโยชน์ในการทางเงินหรือ ประโยชน์อน่ื ๆ สำหรับตนเองหรือบคุ คลใดบคุ คลหนง่ึ

คุณธรรม หมายถึง หลักของความดี ความงาม ความถูกต้อง ซึ่งจะแสดงออกมา โดยการกระทำทางกาย
วาจา และจิตใจของแตล่ ะบุคคล ซ่งึ เป็นหลกั ประจำใจในการประพฤตปิ ฏิบัติ จนเกดิ เปน็ นิสยั เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อ
ตนเองผูอ้ น่ื และสังคม คุณธรรมในการป้องกันการทุจริต หมายถงึ คณุ ธรรมทก่ี ำหนดในโครงการโรงเรยี น สจุ ริต เพื่อ
ปลูกฝงั ใหแ้ ก่นักเรยี นมีพฤติกรรมสุจรติ ไดแ้ ก่ อยู่อย่างพอเพียง มีวินยั ซือ่ สตั ย์สุจรติ และ จติ สาธารณะ ซ่ึงคุณธรรม
เหล่านี้จะสอดคล้องกบั คุณธรรมอตั ลักษณ์ของโรงเรียนท่ีเข้าโครงการ โรงเรียนคุณธรรม สพฐ.

จริยธรรม หมายถึง หลักสำคัญในการควบคุมพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เปรียบเสมือนโครงสร้าง
พน้ื ฐานที่เจ้าหนา้ ที่ของรัฐตอ้ งยดึ ถือปฏิบตั ิ

ความไม่ทน หมายถึง การแสดงออกต่อการกระทำที่เกิดขึ้นกับตนเอง บุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือสังคมใน
ลกั ษณะทไ่ี มย่ ินยอม ไมย่ อมรับในสิ่งที่เกดิ ข้ึน ความไม่ทนสามารถแสดงออกได้ หลายลกั ษณะทั้งในรปู แบบของกริยา
ทา่ ทางหรือคำพูด

ความละอาย หมายถึง ความเกรงกลวั ต่อสง่ิ ที่ไม่ดี ไม่ถูกตอ้ ง ไมเ่ หมาะสม เพราะเห็นถึงโทษ หรือผลกระทบ
ท่ีจะได้รับจากการกระทำนน้ั จึงไม่กล้าทีจ่ ะกระทำ ทำใหต้ นเองไม่หลงทำในสง่ิ ท่ีผิด นัน่ คอื มีความละอายใจ ละอาย
ตอ่ การกระทำผดิ

ความไม่ทนต่อการทุจริต หมายถึง ความเกรงกลัวต่อสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม และการไม่ยินยอม
ไม่ยอมรับในการกระทำท่ีเกิดขนึ้ กบั ตนเอง บคุ คลที่เกี่ยวข้องหรือสังคมในลกั ษณะ ที่เป็น พฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
เป็นความผิดอยา่ งชัดเจน ซ่ึงความผิดมีบทลงโทษที่รุนแรง เจ้าหน้าท่ีของรฐั ห้ามปฏบิ ตั ิ

44

การทุจริต หมายถงึ ประพฤติช่ัว คดโกง ไม่ซอ่ื ตรง
การทจุ ริตตอ่ หนา้ ที่ หมายถึง การปฏิบัตหิ รือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ ท่อี าจทำให้ผู้อื่นเช่ือว่า
มีตำแหน่งหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งเหนือหน้าท่ีนั้น หรือใช้อำนาจ ในตำแหน่งหรือหน้าที่ทั้งนี้ เพื่อแสวงหา
ประโยชน์ทม่ี คิ วรได้โดยชอบสำหรบั ตนเองหรอื ผูอ้ นื่
กิจกรรมส่งเสริมความถนัดและความสนใจ หมายถึง กิจกรรมที่จัดอย่างเป็น กระบวนการด้านรูปแบบ
วิธีการที่หลากหลาย ในการพัฒนาผู้เรียน ด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์และสังคม มุ่งส่งเสริมเจตคติคุณค่า
ชีวิต ปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ ส่งเสริมให้ ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สร้างจิตสำนึกในธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม ปรับตัวและปฏิบัติตนให้เป็น ประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ และดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข
ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรม นักเรียน ประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์
และนกั ศึกษาวิชาทหาร กจิ กรรมชุมนมุ หรอื ชมรม
พลเมอื ง หมายถงึ คนท่มี ีสิทธิและหน้าที่ในฐานะประชาชนของประเทศใดประเทศหนง่ึ หรอื ประชาชนที่อยู่
ภายใต้ผ้ปู กครองเดียวกนั มีวัฒนธรรมเดยี วกัน
พลเมืองศกึ ษา (Civic education) หมายถึง การจัดการศกึ ษาและประสบการณ์ เรียนร้เู พือ่ พัฒนาผู้เรียน
ให้เป็นพลเมืองดีของประเทศ มีความภาคภูมิใจในความเป็นพลเมือง มีสิทธิ สนใจต่อส่วนรวม และมีส่วนร่วมใน
กิจการบ้านเมืองตามระบอบการปกครองแบบประชาธปิ ไตย หรือ การเรียนรู้เกี่ยวกับรฐั บาล รัฐธรรมนูญ กฎหมาย
ระบบการเมอื งการปกครอง สทิ ธแิ ละความรับผิดชอบของพลเมือง ระบบการบริหารจัดการสาธารณะและระบบตุลา
การ
พลโลก หมายถึง คนทุกคน ทุกบ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด และ ทุกประเทศชาติ ทุกชนเผ่า ทุกสี
ผวิ ทุกชน้ั วรรณะ ไม่มีแบ่งแยก
ระบบคิดฐานสิบ (Analog) หมายถึง ระบบการคิดวิเคราะห์ข้อมูลที่มีตัวเลขหลายตัว และต่อเนื่อง อาจ
หมายถงึ โอกาสท่ีจะเลือกได้หลายทาง เกดิ ความคดิ ท่หี ลากหลาย ซบั ซ้อน หากนำมา เปรียบเทยี บกับการปฏิบัติงาน
ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตอ้ งคิดเยอะ ต้องใช้ ดุลยพินิจเยอะ อาจจะนำประโยชน์ส่วนตนและ
ประโยชนส์ ว่ นรวมมาปะปนกันได้ แยกประโยชน์สว่ นตน และประโยชนส์ ่วนรวมออกจากกนั ไมไ่ ด้
ระบบคิดฐานสอง (Digital) หมายถึง ระบบการคิดวิเคราะห์ข้อมูลที่สามารถเลือกได้ เพียง 2 ทางเท่าน้ัน
คือ 0 (ศูนย์) กับ 1 (หนึ่ง) และอาจหมายถึงโอกาสที่จะเลือกไดเ้ พียง 2 ทาง เช่น ใช่ กับ ไม่ใช่, เท็จ กับ จริง, ทำได้
กับ ทำไม่ได้, ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม เป็นต้น จึงเหมาะกับการนำมาเปรียบเทียบกับการ
ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องสามารถ แยกเรื่องตำแหน่งหน้าที่กับเรื่องส่วนตนออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด
และไม่กระทำการทีเ่ ป็นการขดั กัน ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
วัฒนธรรมสุจริต หมายถึง รูปแบบการประพฤติชอบ ประพฤติในทางที่ถูกต้อง ของกิจกรรมมนุษย์รวมทั้ง
โครงสร้างเชิงสญั ลกั ษณ์ท่ที ำให้กิจกรรมมีความเด่นชัด มีความสำคญั ในวิถีการดำเนนิ ชวี ิต ซงึ่ เปน็ พฤติกรรมเป็นสิ่งที่
ร่วมกันผลิต สร้างขึ้น ร่วมใช้ด้วยการเรียนรู้จากกันและกัน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัย ความเหมาะสม
เพ่อื ความเจริญงอกงาม และสบื ต่อกันมา STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทุจรติ ประกอบดว้ ย

๑) S (sufficient) : ความพอเพยี ง หมายถงึ ผนู้ ำ ผ้บู รหิ าร บคุ คลทุกระดบั องค์กรและ ชมุ ชนน้อม
นำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาปรบั ประยกุ ต์เป็นหลักความพอเพยี งในการทำงาน การดำรงชีวิตการพัฒนา
ตนเองและส่วนรวม รวมถึงการป้องกันการทุจริตอย่างยั่งยืน ซึ่งความพอเพียง ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งของมนุษย์แม้ว่าจะ
แตกต่างกันตามพื้นฐาน แต่การตัดสินใจว่าความพอเพียง ของตนเองต้องตั้งอยู่บนความมีเหตุมีผลรวมทั้งต้องไม่
เบยี ดเบียนตนเอง ผู้อืน่ และสว่ นรวม ความพอเพียงดังกล่าวจึงเปน็ ภูมิคุ้มกนั ให้บุคคลน้ันไม่กระทำการทุจริต ซึ่งต้อง
ใหค้ วามรู้ความเข้าใจ (knowledge) และปลกุ ให้ตืน่ รู้ (realize)

45


Click to View FlipBook Version