ก ตามที่โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต ๒ ได้มอบหมายให้ คณะกรรมการจัดทำหลักสูตรสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยได้วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖0) นั้นเพื่อจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖6 คณะทำงานได้ร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำคำอธิบายรายวิชา มาตรฐาน ตัวชี้วัด โครงสร้างรายวิชา หน่วยการ เรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม การออกแบบการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลเพื่อให้ สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน โดยแยกเป็น ๒ ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา(ป.๑-๖) และระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑-๓) ซึ่งเอกสารหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเล่ม นี้จะเป็นแนวทางให้ครูใช้ในการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของโรงเรียนได้ชัดเจนตามวิสัยทัศน์ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่สถานศึกษาต้องการ โดยนำหน่วยการเรียนรู้ ตัวชี้วัด ไปออกแบบการเรียนรู้ จัดทำ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ลงสู่ห้องเรียนคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลกับผู้เรียน ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม เก่ง ดีและมีสุข สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในหลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ฉบับนี้ประกอบด้วย ความนำ คุณภาพผู้เรียน โครงสร้างเวลาเรียน สาระมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดรายปี คำอธิบายรายวิชา การจัดหน่วยการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้สื่อการเรียน/แหล่งเรียนรู้ ซึ่งทางโรงเรียนได้กำหนดไว้ในสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในหลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ฉบับนี้ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจ และสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องและบรรลุผลตามที่ต้องการ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในหลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ฉบับนี้ สำเร็จลุล่วงไป ด้วยดีก็ด้วยความร่วมมือจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ผู้ปกครองนักเรียน คณะครูและผู้ที่ มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมดำเนินการ ทางโรงเรียนจึงขอขอบพระคุณท่านมา ณ โอกาสนี้ (นางสาวธีริศรา แสงมั่ง) ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต ๒ คำชี้แจง
ข หน้า คำชี้แจง ก สารบัญ ข ส่วนที่ 1 ความนำ 1 สาระสำคัญ 2 วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ 2 วิสัยทัศน์ 2 พันธกิจ 2 เป้าประสงค์ 3 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3 ค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ 4 ส่วนที่ 2 หลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 5 สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5 ความนำ 5 เป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ 8 ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 9 จิตวิทยาศาสตร์ 10 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 11 คุณภาพผู้เรียน 12 โครงสร้างเวลาเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 14 สาระมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชั้นปี 15 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 15 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 53 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 93 สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 135 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 136 เกณฑ์การตัดสินผลการเรียน 136 บรรณานุกรม 147 ภาคผนวก ภาคผนวก ก คำอภิธานศัพท์ 149 ภาคผนวก ข คำสั่งโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ 154 คณะผู้จัดทำ 160 สารบัญ
1 ส่วนที่ 1 ความนำ
2 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖6 จัดทำขึ้นโดยยึดมาตรฐาน ตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เน้นการเชื่อมโยง ความรู้กับกระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้ และแก้ปัญหาที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ทุกขั้นตอน มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริง อย่างหลากหลาย เหมาะสมกับระดับชั้น โดยกำหนดสาระสำคัญ ดังนี้ ๑. วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ชีวิตในสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตการดำรงชีวิตของ มนุษย์และสัตว์การดำรงชีวิตของพืช พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ๒. วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสารการเคลื่อนที่ พลังงาน และคลื่น ๓. วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรียนรู้เกี่ยวกับ องค์ประกอบของเอกภพ ปฏิสัมพันธ์ ภายในระบบสุริยะ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา กระบวนการ เปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ และผลต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ๔. เทคโนโลยี ๔.๑ การออกแบบและเทคโนโลยีเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต ในสังคมที่มีการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือ พัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดย คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ๔.๒ วิทยาการคำนวณ เรียนรู้เกี่ยวกับการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา เป็นขั้นตอนและ เป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ในการแก้ปัญหาที่ พบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จัดการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีมาตรฐาน เพื่อบ่มเพาะความสามารถทางวิทยาศาสตร์ ปลูกฝังการสังเคราะห์ความรู้และแก้ปัญหาให้กับนักเรียน ตระหนักถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น มีจิตสาธารณะและเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑. ยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒. จัดการศึกษามุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาทาง วิทยาศาสตร์ การจัดการ ทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจโดยใช้เทคโนโลยี ตลอดจนสร้าง ทัศนคติที่ดีด้านการเรียนรู้ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สาระสำคัญ วิสัยทัศน์ พันธกิจ วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์
3 ๓. พัฒนาศักยภาพของครูและนักเรียนตามแนวทางของการปฏิรูปการศึกษาให้ทันกับโลกปัจจุบัน 4. ส่งเสริมให้ผู้เรียนตระหนักถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น (Safety Management) ๑. ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ ๒. ผู้เรียนความสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ มีความสามารถในการแก้ปัญหา การจัดการ ทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจเพื่อนำความรู้ความเข้าใจในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไป ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และการดำรงชีวิต ๓. ครูผู้สอนมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะที่สำคัญ เพื่อเตรียม ความพร้อมเด็กในศตวรรษที่ ๒๑ 4. ผู้เรียนตระหนักถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น (Safety Management) ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖6 ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้ ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอด ความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม ๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ เกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่าง ถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลง ของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีกาตัดสินใจ ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนิน ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้าง เสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับ การเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง และผู้อื่น สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ) เป้าประสงค์
4 ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะ กระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหา อย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม หลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมี ความสุข ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้ ๑. รักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตเป็นสาธารณะ 1. ความรักชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม 6. มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน 7. เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง 8. มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ 9. มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 11. มีความเข้มแข็งทั้งร่ายกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลสมีความละอายเกรง กลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา 12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง ค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ คุณลักษณะที่พึงประสงค์
5 ส่วนที่ 2 หลักสูตรโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
6 ความนำ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) นี้ได้กำหนดสาระการเรียนรู้ออกเป็น 8 สาระ ได้แก่ สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ สาระที่ 4 ชีววิทยา สาระที่ 5 เคมี สาระที่ 6 ฟิสิกส์ สาระที่ 7 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ และสาระที่ 8 เทคโนโลยี ซึ่ง องค์ประกอบของหลักสูตร ทั้งในด้านของเนื้อหา การจัดการเรียนการสอนและการวัดและประเมินผลการเรียนรู้นั้น มี ความสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นให้มีความต่อเนื่องเชื่อมโยง กันตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้กำหนด ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนเป็นพื้นฐาน เพื่อให้สามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในการ ดำรงชีวิต หรือศึกษาต่อในวิชาชีพที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์ได้ โดยจัดเรียงลำดับความยากง่าย ของเนื้อหาทั้ง 8 สาระ ใน แต่ละระดับชั้นให้มีการเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียน พัฒนาความคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญทั้งทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ กระทรวงศึกษาธิการตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่มุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต่อผู้เรียนมากที่สุด จึงมอบหมายให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ (สสวท.) จัดทำตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ ปรับปรุง พ.ศ.2560) ขึ้น เพื่อให้สถานศึกษา ครูผู้สอน ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา หนังสือเรียน คู่มือครู สื่อประกอบการเรียนการสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผล โดยตัวชี้วัดและสาระการ เรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ที่จัดทำขึ้นนี้ได้ปรับปรุงให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันภายในสาระการเรียนรู้ เดียวกันและระหว่างสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตลอดจนการเชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ทาง วิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ด้วย นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลง และความ เจริญก้าวหน้าของวิทยาการต่าง ๆ และทัดเทียมกับนานาชาติ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สรุปเป็น แผนภาพได้ ดังนี้ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
7 แผนภาพ สาระ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) วิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ⚫ สาระชีววิทยา ⚫ สาระเคมี ⚫ สาระฟิสิกส์ ⚫ สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ สำหรับวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม สาระชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ และโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ จัดทำขึ้นสำหรับ ผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ ที่จำเป็นต้องเรียน เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญและ เพียงพอสำหรับการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ - มาตรฐาน ว 2.1-ว 2.3 สาระที่ 4 เทคโนโลยี - มาตรฐาน ว 4.1-ว 4.2 สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ - มาตรฐาน ว 3.1-ว 3.3 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ - มาตรฐาน ว 1.1-ว 1.3
8 เป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติโดยมนุษย์ใช้กระบวนการสังเกต สำรวจตรวจสอบ และการทดลองเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและนำผลมาจัดระบบ หลักการ แนวคิดและทฤษฎีดังนั้นการ เรียนการสอนวิทยาศาสตร์จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เป็นผู้เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเองมากที่สุด นั่นคือให้ได้ทั้ง กระบวนการและองค์ความรู้ตั้งแต่วัยเริ่มแรกก่อนเข้าเรียน เมื่ออยู่ในสถานศึกษาและเมื่อออกจากสถานศึกษาไป ประกอบอาชีพแล้ว การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในสถานศึกษามีเป้าหมายสำคัญดังนี้ 1. เพื่อให้เข้าใจหลักการ ทฤษฎีที่เป็นพื้นฐานในวิทยาศาสตร์ 2. เพื่อให้เข้าใจขอบเขต ธรรมชาติและข้อจำกัดของวิทยาศาสตร์ 3. เพื่อให้มีทักษะที่สำคัญในการศึกษาค้นคว้าและคิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4. เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะ ในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ 5. เพื่อให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมวลมนุษย์และสภาพแวดล้อม ในเชิงที่มีอิทธิพลและผลกระทบซึ่งกันและกัน 6. เพื่อนำความรู้ความเข้าใจในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อสังคมและ การดำรงชีวิต 7. เพื่อให้เป็นคนมีจิตวิทยาศาสตร์มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เรียนรู้อะไรในวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่เน้นการ เชื่อมโยงความรู้กับ กระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้และ แก้ปัญหาที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริงอย่าง หลากหลาย เหมาะสมกับระดับชั้น โดยกำหนดสาระสำคัญ ดังนี้ ✧ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ชีวิตในสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต การดำรงชีวิตของ มนุษย์และสัตว์การดำรงชีวิตของพืช พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ✧ วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสารการเคลื่อนที่ พลังงาน และคลื่น ✧ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรียนรู้เกี่ยวกับ องค์ประกอบของเอกภพ ปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา กระบวนการ เปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ และผลต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ✧ เทคโนโลยี ● การออกแบบและเทคโนโลยีเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมี ความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบ ต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ● วิทยาการคำนวณ เรียนรู้เกี่ยวกับการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์แก้ปัญ หา เป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
9 ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์คือการศึกษาเกี่ยวกับทุกๆสิ่งที่อยู่รอบตัวอย่างมีระเบียบแบบแผน เพื่อให้ได้ ข้อสรุปและสามารถนำความรู้ที่ได้มาอธิบายปัญหาต่างๆซึ่งการจะตอบหรืออธิบายปัญหาที่สงสัยได้ นั้นจำเป็นต้องมี ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(science process skill) หมายถึงความสามารถ และความ ชำนาญใน การคิดเพื่อค้นหาความรู้และการแก้ไขปัญหาโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์อาทิการสังเกต การวัดการคำนวณ การจำแนก การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลาการจัดกระทำและสื่อความหมาย ข้อมูลการลงความคิดเห็นการ พยากรณ์การตั้งสมมติฐานการกำหนดนิยามการกำหนดตัวแปรการทดลอง การวิเคราะห์และแปรผลข้อมูลการสรุปผล ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วถูกต้องและแม่นยำทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์13 ทักษะแบ่งเป็น2 ระดับคือ 1. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน 8 เป็นทักษะเพื่อการแสวงหาความรู้ทั่วไป ประกอบด้วย ทักษะที่ 1 การสังเกต(Observing) หมายถึงการใช้ประสาทสัมผัสของร่างกายอย่างใดอย่างหนึ่งหรือ หลาย อย่างได้แก่หูตา จมูกลิ้นกายสัมผัสเข้าสัมผัสกับวัตถุหรือเหตุการณ์เพื่อให้ทราบและรับรู้ข้อมูลรายละเอียดของสิ่ง เหล่านั้นโดยปราศจากความคิดเห็นส่วนตนข้อมูลเหล่านี้จะประกอบด้วยข้อมูลเชิง คุณภาพเชิงปริมาณและ รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการสังเกต ทักษะที่ 2 การวัด(Measuring) หมายถึงการใช้เครื่องมือสำหรับการวัดข้อมูลในเชิงปริมาณของสิ่ง ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลเป็นตัวเลขในหน่วยการวัดที่ถูกต้อง แม่นยำได้ ทั้งนี้ การใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด รวมถึงเข้าใจวิธีการวัด และแสดงขั้นตอนการวัดได้อย่างถูกต้อง ทักษะ ที่ 3 การคำนวณ (Using numbers) หมายถึง การนับจำนวนของวัตถุ และการนำตัวเลขที่ได้ จาก นับ และตัวเลขจากการวัดมาคำนวณด้วยสูตรคณิตศาสตร์ เช่น การบวก การลบ การคูณ การหาร เป็นต้น โดยการ เกิดทักษะการคำนวณจะแสดงออกจากการนับที่ถูกต้อง ส่วนการคำนวณจะแสดงออกจากการเลือกสูตรคณิตศาสตร์ การแสดงวิธีคำนวณ และการคำนวณที่ถูกต้อง แม่นยำ ทักษะที่ 4 การจำแนกประเภท (Classifying) หมายถึง การเรียงลำดับ และการแบ่งกลุ่มวัตถุหรือ รายละเอียดข้อมูลด้วยเกณฑ์ความแตกต่างหรือความสัมพันธ์ใดๆอย่างใดอย่างหนึ่ง ทักษะที่ 5 การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา(Using space/Time relationships) สเปสของวัตถุหมายถึง ที่ว่างที่วัตถุนั้นครองอยู่ ซึ่งอาจมีรูปร่างเหมือนกันหรือแตกนั้น โดยทั่วไป แบ่งเป็น3มิติ คือ ความกว้าง ความยาว และความสูง ความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสของวัตถุได้แก่ ความสัมพันธ์ ระหว่าง 3 มิติ กับ 2 มิติ ความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งที่อยู่ของวัตถุหนึ่งกับวัตความสัมพันธ์ระหว่างสเปสของวัตถุ กับเวลาได้แก่ความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของวัตถุกับช่วงเวลา หรือความสัมพันธ์ของสเปสของวัตถุที่ เปลี่ยนไปกับช่วงเวลา ทักษะที่ 6 การจัดกระทำ และสื่อความหมายข้อมูล(Communication) หมายถึง การนำข้อมูลที่ได้ จาก การสังเกต และการวัด มาจัดกระทำให้มีความหมาย โดยการหาความถี่ การเรียงลำดับ การจัดกลุ่ม การ คำนวณค่า เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายได้ดีขึ้น ผ่านการเสนอในรูปแบบของตาราง แผนภูมิ วงจร เขียนบรรยาย เป็นต้น ทักษะที่ 7 การลงความเห็นจากข้อมูล(Inferring) หมายถึง การเพิ่มความคิดเห็นของตนต่อข้อมูลที่ ได้จาก การสังเกตอย่างมีเหตุผลจากพื้นฐานความรู้หรือประสบการณ์ที่มี ทักษะที่ 8 การพยากรณ์(Predicting) หมายถึง การทำนายหรือการคาดคะเนคำตอบ โดยอาศัย ข้อมูลที่ได้ จากการสังเกตหรือการทำซ้ำผ่านกระบวนการแปรความหายของข้อมูลจากสัมพันธ์ภายใต้ความรู้ ทางวิทยาศาสตร์
10 2. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณา 5 ทักษะ การเป็นทักษะกระบวนการขั้นสูงที่มี ความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อแสวงหาความรู้โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เป็นพื้นฐาน ในการ พัฒนา ประกอบด้วย ทักษะที่ 9 การตั้งสมมติฐาน(Formulating hypotheses) หมายถึง การตั้งคำถามหรือคิดคำตอบ ล่วงหน้าก่อนการทดลองเพื่ออธิบายหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ ว่ามีความสัมพันธ์ สมมติฐานสร้างขึ้นจะ อาศัยการสังเกต ความรู้ และประสบการณ์ภายใต้หลักการ กฎ หรือทฤษฎีที่สาม อธิบายคำตอบได้ ทักษะที่ 10 การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (Defining operationally) หมายถึง การกำหนด และ อธิบายความหมาย และขอบเขตของคำต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาหรือการทดลองเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ตรงกัน ระหว่างบุคคล ทักษะที่ 11 การกำหนด และควบคุมตัวแปร(Identifying and controlling variables) หมายถึง การ บ่งชี้ และกำหนดลักษณะตัวแปรใดๆให้เป็นเป็นตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้น และตัวแปรต้นให้เป็นตัวแปรตาม และตัว แปรใดๆให้เป็นตัวแปรควบคุม ทักษะที่ 12 การทดลอง (Experimenting) หมายถึง กระบวนการปฏิบัติ และทำซ้ำในขั้นตอนเพื่อหา คำตอบจากสมมติฐาน แบ่งเป็น3ขั้นตอน คือ 1. การออกแบบการทดลอง หมายถึง การวางแผนการทดลองก่อนการทดลองจริงๆเพื่อกำหนดวิธีการ และ ขั้นตอนการทดลองที่สามารถดำเนินการได้จริง รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นขณะการทดลองเพื่อให้ การทดลองสามารถดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี 2. การปฏิบัติการทดลอง หมายถึง การปฏิบัติการทดลองจริง 3. การบันทึกผลการทดลอง หมายถึง การจดบันทึกข้อมูลที่ได้จากการทดลองซึ่งอาจเป็นผลจากการ สังเกต การวัดและอื่น ๆ ทักษะที่ 13 การตีความหมายข้อมูล และการลงข้อมูล(Interpreting data and conclusion)หมายถึง การแปรความหมายหรือการบรรยายลักษณะและสมบัติของข้อมูลที่มีอยู่ การตีความหมายข้อมูล บางครั้งอาจต้องใช้ ทักษะอื่น ๆ เช่น ทักษะการสังเกต ทักษะการคำนวณ จิตวิทยาศาสตร์ คุณลักษณะด้านจิตวิทยาศาสตร์ ลักษณะชี้บ่ง/พฤติกรรม ๑.เห็นคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ ๑.๑ นิยมยกย่องกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ๑.๒ นิยมยกย่องความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ๑.๓ เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ ๑.๔ ตระหนักความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ๒.คุณลักษณะทางวิทยาศาสตร์ ๒.๑ ความมีเหตุผล ๒.๑.๑ การยอมรับข้อสรุปที่มีเหตุผล ๒.๑.๒ มีความเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต้องมีสาเหตุ ๒.๑.๓ นิยมยกย่องบุคคลที่มีความคิดอย่างมีเหตุผล ๒.๑.๔ เห็นคุณค่าในการสืบหาความจริงก่อนที่จะยอมรับหรือปฏิบัติตาม ๒.๒ ความอยากรู้อยากเห็น ๒.๒.๑ ชื่อว่าวิธีการทดลองค้นคว้าจะทำให้ค้นพบวิธีการแก้ปัญหาได้ ๒.๒.๒ พอใจใฝ่หาความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ๒.๒.๓ ชอบทดลองค้นคว้า
11 คุณลักษณะด้านจิตวิทยาศาสตร์ ลักษณะชี้บ่ง/พฤติกรรม ๒.๓ ความใจกว้าง ๒.๓.๑ ตระหนักถึงความสำคัญของความมีเหตุผลของผู้อื่น ๒.๓.๒ ยอมรับฟังความคิดเห็นและคำวิจารณ์ของผู้อื่น ๒.๔ ความมีระเบียบในการทำงาน ๒.๔.๑ ตระหนักถึงการระวังรักษาความปลอดภัยของ ตนเองและเพื่อนในขณะทดลองวิทยาศาสตร์ ๒.๔.๒ เห็นคุณค่าของการระวังรักษาเครื่องมือที่ใช้มิให้แตกหักเสียหาย ในขณะทดลองวิทยาศาสตร์ ๒.๕ การมีค่านิยมต่อความ เสียสละ ๒.๕.๑ ตระหนักถึงการทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายโดยไม่คำนึงถึง ผลตอบแทน ๒.๕.๒ เต็มใจที่จะอุทิศตนเพื่อการสร้างผลงานทางวิทยาศาสตร์ ๒.๖ การมีค่านิยมต่อความซื่อสัตย์ ๒.๖.๑ เห็นคุณค่าต่อการเสนอผลงานตามความเป็นจริงที่ทดลองได้ ๒.๖.๒ ตำหนิบุคคลที่นำผลงานผู้อื่นมาเสนอเป็นผลงานของตนเอง ๒.๗ การมีค่านิยมต่อการ ประหยัด ๒.๗.๑ ยินดีที่จะรักษาซ่อมแซมสิ่งที่ชำรุดให้ใช้การได้ ๒.๗.๒ เห็นคุณค่าของการใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างประหยัด ๒.๗.๓ เห็นคุณค่าของวัสดุที่เหลือใช้ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต กับสิ่งมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบ นิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้า และออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้าง และหน้าที่ ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การ เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ สสารกับโครงสร้าง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และ การเกิด ปฏิกิริยาเคมี มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะ การเคลื่อนที่แบบ ต่าง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
12 มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสาร และพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของ คลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้ง นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซีดาวฤกษ์และ ระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ ที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลก และ บนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และ ศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิด สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม คุณภาพผู้เรียน ❖ เข้าใจลักษณะและองค์ประกอบที่สำคัญของเซลล์สิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์การดำรงชีวิตของพืช การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของยีนหรือโครโมโซม และตัวอย่างโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ประโยชน์และผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ ปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบนิเวศและการถ่ายทอดพลังงานในสิ่งมีชีวิต ❖ เข้าใจองค์ประกอบและสมบัติของธาตุ สารละลาย สารบริสุทธิ์สารผสม หลักการแยกสาร การ เปลี่ยนแปลงของสารในรูปแบบของการเปลี่ยนสถานะ การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมีและสมบัติทาง กายภาพ และการใช้ประโยชน์ของวัสดุประเภท พอลิเมอร์เซรามิกส์และวัสดุผสม ❖ เข้าใจการเคลื่อนที่ แรงลัพธ์และผลของแรงลัพธ์กระทำต่อวัตถุ โมเมนต์ของแรง แรงที่ปรากฏใน ชีวิตประจำวัน สนามของแรง ความสัมพันธ์ของงาน พลังงานจลน์พลังงานศักย์โน้มถ่วง กฎการอนุรักษ์พลังงาน การ ถ่ายโอนพลังงาน สมดุลความร้อน ความสัมพันธ์ของปริมาณทางไฟฟ้า การต่อวงจรไฟฟ้าในบ้าน พลังงานไฟฟ้า และ หลักการเบื้องต้นของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ❖ เข้าใจสมบัติของคลื่น และลักษณะของคลื่นแบบต่าง ๆ แสง การสะท้อน การหักเหของแสงและ ทัศนูปกรณ์ จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
13 ❖ เข้าใจการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์การเกิดฤดูการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์การเกิด ข้างขึ้นข้างแรม การขึ้นและตกของดวงจันทร์การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ และความก้าวหน้า ของโครงการสำรวจอวกาศ ❖ เข้าใจลักษณะของชั้นบรรยากาศ องค์ประกอบและปัจจัยที่มีผลต่อลมฟ้าอากาศ การเกิดและผลกระทบ ของพายุฟ้าคะนอง พายุหมุนเขตร้อน การพยากรณ์อากาศ สถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก กระบวนการ เกิดเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์และการใช้ประโยชน์พลังงานทดแทนและการใช้ประโยชน์ลักษณะโครงสร้างภายในโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก ลักษณะชั้นหน้าตัดดิน กระบวนการเกิดดิน แหล่งน้ำผิวดิน แหล่ง น้ำใต้ดิน กระบวนการเกิดและผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย ❖ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีได้แก่ ระบบทางเทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับศาสตร์อื่น โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์วิเคราะห์เปรียบเทียบ และ ตัดสินใจเพื่อเลือกใช้เทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ประยุกต์ใช้ความรู้ทักษะ และ ทรัพยากรเพื่อออกแบบและสร้างผลงานสำหรับการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันหรือการประกอบอาชีพ โดยใช้ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย รวมทั้งคำนึงถึงทรัพย์สินทางปัญญา ❖ นำข้อมูลปฐมภูมิเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์วิเคราะห์ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศได้ตาม วัตถุประสงค์ใช้ทักษะการคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริง และเขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพื่อช่วยในการ แก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างรู้เท่าทันและรับผิดชอบต่อสังคม ❖ ตั้งคำถามหรือกำหนดปัญหาที่เชื่อมโยงกับพยานหลักฐาน หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่มีการกำหนด และควบคุมตัวแปร คิดคาดคะเนคำตอบหลายแนวทาง สร้างสมมติฐานที่สามารถนำไปสู่การสำรวจตรวจสอบ ออกแบบและลงมือสำรวจตรวจสอบโดยใช้วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม เลือกใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีสารสนเทศที่ เหมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัย ❖ วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของข้อมูลที่ได้จากการสำรวจตรวจสอบจากพยานหลักฐาน โดยใช้ ความรู้และหลักการทางวิทยาศาสตร์ในการแปลความหมายและลงข้อสรุปและสื่อสารความคิด ความรู้จากผลการ สำรวจตรวจสอบหลากหลายรูปแบบ หรือใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างเหมาะสม ❖ แสดงถึงความสนใจ มุ่งมั่น รับผิดชอบ รอบคอบ และซื่อสัตย์ในสิ่งที่จะเรียนรู้มีความคิดสร้างสรรค์ เกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาตามความสนใจของตนเอง โดยใช้เครื่องมือและวิธีการที่ให้ได้ผลถูกต้อง เชื่อถือได้ศึกษา ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ แสดงความคิดเห็นของตนเองรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น และยอมรับการ เปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบ เมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม ❖ ตระหนักในคุณค่าของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ความรู้ และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ แสดงความชื่นชม ยกย่อง และเคารพสิทธิในผลงานของผู้คิดค้น เข้าใจผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบของการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ต่อ สิ่งแวดล้อมและต่อบริบทอื่น ๆ และศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทำโครงงานหรือสร้างชิ้นงาน ตามความสนใจ ❖ แสดงถึงความซาบซึ้ง ห่วงใย มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ และความ หลากหลายทางชีวภาพ
14 โครงสร้างเวลาเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายวิชาพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษา ระดับชั้น รหัสวิชา/ชื่อวิชา เวลาเรียนรายภาค/หน่วยกิต มัธยมศึกษาปีที่ 1 ว 21101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ 60 ชั่วโมง /1.5 หน่วยกิต ว 21103 เทคโนโลยี๑ 20 ชั่วโมง /0.5 หน่วยกิต ว 21102 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 60 ชั่วโมง /1.5 หน่วยกิต ว 21104 เทคโนโลยี2 20 ชั่วโมง /0.5 หน่วยกิต มัธยมศึกษาปีที่ 2 ว 22101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3 60 ชั่วโมง /1.5 หน่วยกิต ว 22103 เทคโนโลยี3 20 ชั่วโมง /0.5 หน่วยกิต ว 22102 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4 60 ชั่วโมง /1.5 หน่วยกิต ว 22104 เทคโนโลยี 4 20 ชั่วโมง /0.5 หน่วยกิต มัธยมศึกษาปีที่ 3 ว 23101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5 60 ชั่วโมง /1.5 หน่วยกิต ว 23103 เทคโนโลยี 5 20 ชั่วโมง /0.5 หน่วยกิต ว 23102 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 60 ชั่วโมง /1.5 หน่วยกิต ว 23104 เทคโนโลยี 6 20 ชั่วโมง /0.5 หน่วยกิต รายวิชาเพิ่มเติม ระดับมัธยมศึกษา ระดับชั้น รหัสวิชา/ชื่อวิชา เวลาเรียนรายภค(หน่วยกิต) มัธยมศึกษาปีที่ 1 ว21201 เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 1 20 ชั่วโมง / 0.5 หน่วยกิต ว21202 เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 2 20 ชั่วโมง / 0.5 หน่วยกิต มัธยมศึกษาปีที่ 2 ว22201 เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 3 20 ชั่วโมง / 0.5 หน่วยกิต ว22202 เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 4 20 ชั่วโมง / 0.5 หน่วยกิต มัธยมศึกษาปีที่ 3 ว23201 เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 5 20 ชั่วโมง / 0.5 หน่วยกิต ว23202 เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 6 20 ชั่วโมง / 0.5 หน่วยกิต
15 สาระมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชั้นปี ตัวชี้วัดสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอด พลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ใน ระบบนิเวศ ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.1 - - - สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.1 ว 1.2 ม.1/1 เปรียบเทียบรูปร่าง ลักษณะ และโครงสร้างของเซลล์พืช และเซลล์สัตว์รวมทั้งบรรยาย หน้าที่ของผนังเซลล์เยื่อหุ้ม เซลล์ไซโทพลาซึม นิวเคลียส แวคิวโอล ไมโทคอนเดรีย และ คลอโรพลาสต์ ว 1.2 ม.1/2 ใช้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสง ศึกษาเซลล์และโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์ - เซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานของ สิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตบางชนิดมีเซลล์ เพียงเซลล์เดียว เช่น อะมีบา พารา มีเซียม ยีสต์บางชนิดมีหลายเซลล์ เช่น พืช สัตว์ - โครงสร้างพื้นฐานที่พบทั้งใน เซ ลล์ พื ช และเซ ลล์ สัต ว์ แล ะ ส าม ารถ สั งเก ต ได้ ด้ ว ย ก ล้ อ ง จุลทรรศน์ใช้แสง ได้แก่ เยื่อหุ้ม เซลล์ไซโทพลาซึม และนิวเคลียส โครงสร้างที่พบในเซลล์พืชแต่ไม่ พบในเซลล์สัตว์ได้แก่ ผนังเซลล์ และ คลอโรพลาสต์ - โครงสร้างต่าง ๆ ของเซลล์มี หน้าที่แตกต่างกัน - ผนังเซลล์ ทำหน้าที่ให้ความ แข็งแรงแก่เซลล์ - เยื่อหุ้มเซลล์ ทำหน้าที่ห่อหุ้ม เซลล์และควบคุมการลำเลียงสาร เข้าและออกจากเซลล์ 1. ประวัติความเป็นมาของชุมชน 1.1 ต้นไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.2 ดอกไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.3 เพลงประจำจังหวัด/อำเภอ ฯลฯ 2. สภาพภูมิประเทศ 2.1 ที่ตั้ง อาณาเขต 2.2 ภูมิประเทศ 2.3 ภูมิอากาศ 2.4 ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งแวดล้อมกับวิถีการดำเนินชีวิต ฯลฯ 3. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 3.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญ ในจังหวัด 3.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 3.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
16 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - นิวเคลียส ทำหน้าที่ควบคุมการ ทำงานของเซลล์ - ไซโทพลาซึม มีออร์แกเนลล์ที่ทำ หน้าที่แตกต่างกัน - แวคิวโอล ทำหน้าที่เก็บน้ำและ สารต่าง ๆ - ไมโทคอนเดรีย ทำหน้าที่เกี่ยวกับ การสลายสารอาหารเพื่อให้ได้ พลังงานแก่เซลล์ - คลอโรพลาสต์เป็นแหล่งที่เกิด การสังเคราะห์ด้วยแสง 4. เศรษฐกิจและอาชีพที่สำคัญ ของจังหวัดลพบุรี 4.1 ด้านเกษตรกรรม 4.2 ด้านอุตสาหกรรม 4.3 ด้านการค้าและบริการ 4.4 การประกอบอาชีพ 4.5 ภูมิปัญญาท้องถิ่น 4.6 รายได้ของประชากร ฯลฯ ว 1.2 ม.1/3 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง รูปร่าง กับการทำหน้าที่ของ เซลล์ - เซล ล์ข องสิ่ งมี ชี วิตมี รูป ร่าง ลักษณะ ที่หลากหลาย และมีความ เหมาะสมกับหน้าที่ของเซลล์นั้น เช่น เซลล์ประสาทส่วนใหญ่ มีเส้น ใย ป ร ะ ส า ท เป็ น แ ข น ง ย า ว นำกระแสประสาทไปยังเซลล์อื่น ๆ ที่อยู่ไกลออกไป เซลล์ขนราก เป็น เซลล์ผิวของรากที่มีผนังเซลล์และ เยื่ อ หุ้ ม เซ ล ล์ ยื่ น ย าว อ อ ก ม า ลักษณะคล้ายขนเส้นเล็ก ๆ เพื่อ เพิ่มพื้นที่ผิวในการดูดน้ำและธาตุ อาหาร ม.1 ว 1.2 ม.1/4 อธิบายการจัดระบบของ สิ่งมีชีวิต โดยเริ่มจากเซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ จนเป็นสิ่งมีชีวิต - พืชและสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตหลาย เซลล์มีการจัดระบบ โดยเริ่มจาก เซลล์ไปเป็นเนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบ อวัยวะ และสิ่งมีชีวิตตามลำดับ เซลล์หลายเซลล์มารวมกันเป็น เนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อหลายชนิดมา รวมกันและทำงานร่วมกันเป็น อวัยวะ อวัยวะต่าง ๆ ทำงาน ร่วมกันเป็นระบบอวัยวะ ระบบ อวัยวะทุกระบบทำงานร่วมกันเป็น สิ่งมีชีวิต ว 1.2 ม.1/5 อธิบายกระบวนการแพร่และ ออสโมซิสจากหลักฐานเชิง ประจักษ์และยกตัวอย่างการ แพร่และออสโมซิสใน - เซลล์มีการนำสารเข้าสู่เซลล์เพื่อ ใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ของเซลล์ และมีการขจัดสารบางอย่างที่เซลล์ ไม่ต้องการออกนอกเซลล์การนำ สารเข้าและออกจากเซลล์มี
17 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ชีวิตประจำวัน หลายวิธีเช่น การแพร่เป็นการ เคลื่อนที่ของสารจากบริเวณที่มี ความเข้มข้นของสารสูงไปสู่บริเวณ ที่มีความเข้มข้นของสารต่ำ ส่วน ออสโมซิส เป็นการแพร่ของน้ำ ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์จากด้านที่มีความ เข้มข้นของสารละลายต่ำไปยังด้าน ที่มีความเข้มข้นของสารละลาย สูงกว่า ว 1.2 ม.1/6 ระบุปัจจัยที่จำเป็นในการ สั งเค ร าะ ห์ ด้ ว ย แ ส งแ ล ะ ผลผลิตที่ เกิดขึ้น จากการ สังเคราะห์ด้วยแสง โดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ - กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ของพืชที่เกิดขึ้นในคลอโรพลาสต์ จำเป็นต้องใช้แสง แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์คลอโรฟิลล์และน้ำ ผลผลิตที่ได้จาก การสังเคราะห์ ด้วยแสง ได้แก่ น้ำตาลและแก๊ส ออกซิเจน ว 1.2 ม.1/7 อธิบายความสำคัญของการ สังเคราะห์ด้วยแสงของพืชต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ว 1.2 ม.1/8 ตระหนักในคุณค่าของพืชที่มี ต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยการร่วมกันปลูกและดูแล รักษาต้นไม้ในโรงเรียนและ ชุมชน - การสังเคราะห์ด้วยแสง เป็น กระบวนการที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิต เพราะเป็นกระบวนการเดียว ที่ ส า ม า รถ น ำ พ ลั งงาน แ ส งม า เป ลี่ ย น เป็ น พ ลั ง ง า น ใน รู ป สารประกอบอินทรีย์และเก็บสะสม ในรูปแบบต่าง ๆ ในโครงสร้างของ พืช พืชจึงเป็นแหล่งอาหารและ พลังงานที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตอื่น นอกจากนี้กระบวนการสังเคราะห์ ด้วยแสงยังเป็นกระบวนการหลัก ในการสร้างแก๊สออกซิเจนให้กับ บรรยากาศเพื่อให้สิ่งมีชีวิตอื่น ใช้ ในกระบวนการหายใจ ว 1.2 ม.1/9 บรรยายลักษณะและหน้าที่ ของไซเล็มและโฟลเอ็ม ว 1.2 ม.1/10 เขียนแผนภาพที่บรรยายทิศ ทางการลำเลียงสารในไซเล็ม และโฟลเอ็มของพืช - พืชมีไซเล็มและโฟลเอ็ม ซึ่งเป็น เนื้อเยื่อมีลักษณะคล้ายท่อ เรียงตัว กันเป็นกลุ่มเฉพาะที่ โดยไซเล็มทำ หน้าที่ลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร มี ทิศทางลำเลียงจากรากไปสู่ลำต้น ใบ และส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อใช้ ในการสังเคราะห์ด้วยแสงรวมถึง กระบวนการอื่น ๆ ส่วนโฟลเอ็ม ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารที่ได้จาก
18 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น การสังเคราะห์ด้วยแสง มีทิศทาง ล ำ เลี ย งจ า ก บ ริ เว ณ ที่ มี ก า ร สังเคราะห์ด้วยแสงไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของพืช ว 1.2 ม.1/11 อธิบายการสืบพันธุ์แบบอาศัย เพศ และไม่อาศัยเพศของพืช ดอก ว 1.2 ม.1/12 อธิบายลักษณะโครงสร้างของ ดอกที่มีส่วนทำให้เกิดการ ถ่ าย เรณู รว ม ทั้ งบ รรย าย ก ารป ฏิ ส น ธิข อ งพื ช ด อ ก ก า ร เกิ ด ผ ล แ ล ะ เม ล็ ด การกระจายเมล็ด และการ งอกของเมล็ด ว 1.2 ม.1/13 ตระหนักถึงความสำคัญของ สัตว์ที่ช่วยในการถ่ายเรณูของ พืชดอก โดยการไม่ทำลายชีวิต ของสัตว์ที่ช่วยในการถ่ายเรณู - พืชดอกทุกชนิดสามารถสืบพันธุ์ แบบอาศัยเพศได้และบางชนิด สามารถสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ได้ - การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็น การสืบพันธุ์ที่มีการผสมกันของ สเปิร์มกับเซลล์ไข่ การสืบพันธุ์ แบบอาศัยเพศของพืชดอกเกิดขึ้น ที่ดอก โดยภายในอับเรณูของส่วน เกสรเพศผู้มีเรณูซึ่งทำหน้าที่สร้าง สเปิร์ม ภายในออวุลของส่วนเกสร เพศเมีย มีถุงเอ็มบริโอ ทำหน้าที่ สร้างเซลล์ไข่ - การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็นการสืบพันธุ์ที่พืชต้นใหม่ไม่ได้ เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างสเปิร์ม กับเซลล์ไข่ แต่เกิดจากส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ราก ลำต้น ใบ มีการ เจริญเติบโตและพัฒนาขึ้นมา เป็น ต้นใหม่ได้ - การถ่ายเรณูคือ การเคลื่อนย้าย ของเรณูจากอับเรณูไปยังยอดเกสร เพศเมีย ซึ่งเกี่ยวข้องกับลักษณะ และโครงสร้างของดอก เช่น สีของ กลีบดอก ตำแหน่งของเกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย โดยมีสิ่งที่ช่วยใน การถ่ายเรณูเช่น แมลง ลม - การถ่ ายเรณู จะน ำไป สู่ก าร ปฏิสนธิซึ่งจะเกิดขึ้นที่ถุงเอ็มบริโอ ภายในออวุล หลังการปฏิสนธิจะได้ ไซโกต และเอนโดสเปิร์ม ไซโกตจะ พัฒนาต่อไปเป็นเอ็มบริโอ ออวุล พัฒ นาไปเป็นเมล็ด และรังไข่ พัฒนาไปเป็นผล
19 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - การถ่ายเรณู จะน ำไป สู่การ ปฏิสนธิซึ่งจะเกิดขึ้นที่ถุงเอ็มบริโอ ภายในออวุล หลังการปฏิสนธิจะได้ ไซโกต และเอนโดสเปิร์ม ไซโกตจะ พัฒนาต่อไปเป็นเอ็มบริโอ ออวุล พัฒ นาไปเป็นเมล็ด และรังไข่ พัฒนาไปเป็นผล - ผลและเมล็ดมีการกระจายออก จากต้นเดิม โดยวิธีการต่าง ๆ เมื่อ เมล็ดไปตกในสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมจะเกิดการงอกของเมล็ด โดยเอ็มบริโอภายในเมล็ดจะเจริญ ออกมา โดยระยะแรกจะอาศัย อ าห ารที่ ส ะ ส ม ภ าย ใน เม ล็ ด จนกระทั่งใบแท้พัฒนา จนสามารถ สังเคราะห์ด้วยแสงได้เต็มที่ และ สร้างอาหารได้เองตามปกติ ว 1.2 ม.1/14 อธิบายความสำคัญของธาตุ อาหารบางชนิดที่มีผลต่อการ เจริญเติบโตและการดำรงชีวิต ของพืช ว 1.2 ม.1/15 เลือกใช้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหาร เหมาะสมกับพืชใน สถานการณ์ที่กำหนด - พืชต้องการธาตุอาหารที่จำเป็น หลายชนิดในการเจริญเติบโตและ การดำรงชีวิต - พืชต้องการธาตุอาหารบางชนิด ในปริมาณมาก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน ซึ่งในดิน อาจมีไม่เพียงพอ สำหรับการ เจริญเติบโตของพืช จึงต้องมีการ ให้ธาตุอาหารในรูปของปุ๋ยกับพืช อย่างเหมาะสม ว 1.2 ม.1/16 เลือกวิธีการขยายพันธุ์พืชให้ เหมาะสมกับความต้องการ ของมนุษย์โดยใช้ความรู้ เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ของพืช ว 1.2 ม.1/17 อธิบายความสำคัญของ เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อพืชในการใช้ประโยชน์ ด้านต่าง ๆ - มนุษย์สามารถนำความรู้เรื่องการ สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศและไม่ อาศัยเพศ มาใช้ในการขยายพันธุ์ เพื่อเพิ่มจำนวนพืช เช่น การใช้ เมล็ดที่ได้จากการสืบพันธุ์แบบ อาศัยเพศมาเพาะเลี้ยง วิธีการนี้จะ ได้พืชในปริมาณมาก แต่อาจมี ลักษณะที่แตกต่างไปจากพ่อแม่ ส่วนการตอนกิ่ง การปักชำ การต่อ กิ่ง การติดตา การทาบกิ่ง การ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นการนำ
20 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพันธุกรรม การ เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.1 - - - ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ความรู้เรื่องการสืบพันธุ์แบบไม่ อาศัยเพศของพืชมาใช้ในการ ขยายพันธุ์เพื่อให้ได้พืชที่มีลักษณะ เหมือนต้นเดิม ซึ่งการขยายพันธุ์แต่ ละวิธีมีขั้นตอนแตกต่างกัน จึงควร เลือกให้เหมาะสมกับความต้องการ ของมนุษย์โดยต้องคำนึงถึงชนิด ของพืชและลักษณะการสืบพันธุ์ ของพืช ว 1.2 ม.1/18 ตระหนักถึงประโยชน์ของการ ขยายพันธุ์พืช โดยการนำ ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน - เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พืช เป็นการนำความรู้เกี่ยวกับ ปัจจัยที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต ของพืชมาใช้ในการเพิ่มจำนวนพืช และทำให้พืชสามารถเจริญเติบโต ได้ในหลอดทดลอง ซึ่งจะได้พืช จำนวนมากในระยะเวลาสั้น และ ส า ม า ร ถ น ำ เท ค โน โล ยี ก า ร เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาประยุกต์เพื่อ การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ปรับปรุง พั น ธุ์พื ช ที่ มี ค ว าม ส ำคั ญ ท าง เศ ร ษ ฐ กิ จ ก า ร ผ ลิ ต ย า แ ล ะ สาระสำคัญในพืช และอื่น ๆ
21 สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้าง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และ การเกิดปฏิกิริยาเคมี ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.1 ว 2.1 ม.1/1 อธิบายสมบัติทางกายภาพ บางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ โดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้จาก การสังเกตและการทดสอบ และใช้สารสนเทศที่ได้จาก แหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งจัด กลุ่มธาตุเป็นโลหะ อโลหะ กึ่ง โลหะ - ธาตุแต่ละชนิดมีสมบัติเฉพาะตัว และมีสมบัติทางกายภาพบาง ประการเหมือนกันและบางประการ ต่างกัน ซึ่งสามารถนำมาจัดกลุ่ม ธาตุเป็นโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ธาตุโลหะมีจุดเดือด จุดหลอมเหลว สูง มีผิวมันวาว นำความร้อนนำ ไฟฟ้า ดึงเป็นเส้นหรือตีเป็นแผ่น บาง ๆ ได้และมีความหนาแน่นทั้ง สูงและต่ำ ธาตุอโลหะ มีจุดเดือด จุดหลอมเหลวต่ำ มีผิวไม่มันวาว ไม่ นำความร้อน ไม่นำไฟฟ้า เปราะ แตกหักง่าย และมีความหนาแน่น ต่ ำ ธาตุ กึ่ งโล ห ะมี ส ม บั ติ บ าง ประการเหมือนโลหะ และสมบัติ บางประการเหมือนอโลหะ 1. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 1.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญ ในจังหวัด 1.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 1.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน 2. เศรษฐกิจและอาชีพที่สำคัญ ของจังหวัดลพบุรี 2.1 ด้านเกษตรกรรม 2.2 ด้านอุตสาหกรรม 2.3 ด้านการค้าและบริการ 2.4 การประกอบอาชีพ 2.5 ภูมิปัญญาท้องถิ่น ว 2.1 ม.1/2 2.6 รายได้ของประชากร วิเคราะห์ผลจากการใช้ธาตุ โลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ และ ธาตุกัมมันตรังสีที่มีต่อ สิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม จาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 2.1 ม.1/3 ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้ ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ ธาตุกัมมันตรังสีโดยเสนอ แนวทางการใช้ธาตุอย่าง ปลอดภัย คุ้มค่า - ธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ที่ สามารถแผ่รังสีได้จัดเป็นธาตุ กัมมันตรังสี - ธาตุมีทั้งประโยชน์และโทษ การ ใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ ธาตุ กัมมันตรังสีควรคำนึงถึงผลกระทบ ต่อสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ว 2.1 ม.1/4 เปรียบเทียบจุดเดือด จุด หลอมเหลวของสารบริสุทธิ์ และสารผสม โดยการวัด อุณหภูมิเขียนกราฟ แปล - สารบริสุทธิ์ประกอบด้วยสาร เพี ยงชนิดเดียว ส่วนสารผสม ประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้น ไป สารบริสุทธิ์แต่ละชนิดมีสมบัติ บางประการที่เป็นค่าเฉพาะตัว เช่น
22 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ความหมายข้อมูลจากกราฟ หรือสารสนเทศ จุดเดือดและจุดหลอมเหลวคงที่ แต่ ส า ร ผ ส ม มี จุ ด เดื อ ด แ ล ะ จุ ด หลอมเหลวไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับชนิด และสัดส่วนของสารที่ผสมอยู่ ด้วยกัน ว 2.1 ม.1/5 อธิบายและเปรียบเทียบความ หนาแน่นของสารบริสุทธิ์และ สารผสม ว 2.1 ม.1/6 ใช้เครื่องมือเพื่อวัดมวลและ ปริมาตรของสารบริสุทธิ์และ สารผสม - สารบริสุทธิ์แต่ละชนิดมีความ หนาแน่น หรือมวลต่อหนึ่งหน่วย ปริมาตรคงที่ เป็นค่าเฉพาะของสาร นั้น ณ สถานะและอุณหภูมิหนึ่ง แต่สารผสมมีความหนาแน่นไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับชนิดและสัดส่วนของสาร ที่ผสมอยู่ด้วยกัน ว 2.1 ม.1/7 อธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างอะตอม ธาตุและ สารประกอบ โดยใช้ แบบจำลองและสารสนเทศ - สารบริสุทธิ์แบ่งออกเป็นธาตุและ สารประกอบ ธาตุประกอบด้วย อนุภาคที่เล็กที่สุดที่ยังแสดงสมบัติ ของธาตุนั้นเรียกว่า อะตอม ธาตุแต่ ละชนิดประกอบด้วยอะตอมเพียง ชนิดเดียวและไม่สามารถแยกสลาย เป็นสารอื่นได้ด้วยวิธีทางเคมีธาตุ เขียนแทนด้วยสัญ ลักษณ์ ธาตุ สารประกอบเกิดจากอะตอมของ ธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปรวมตัว กัน ท างเคมีใน อัตราส่วน คงที่ มีสมบัติแตกต่างจากธาตุที่เป็น องค์ประกอบ สามารถแยกเป็นธาตุ ได้ ด้ ว ย วิ ธี ท างเค มีธ า ตุ แ ล ะ สารประกอบสามารถเขียนแทนได้ ด้วยสูตรเคมี ว 2.1 ม.1/8 อธิบายโครงสร้างอะตอมที่ ประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน โดยใช้แบบจำลอง - อะตอมประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน โปรตอน มีประจุไฟฟ้าบวก ธาตุชนิดเดียวกัน มีจำนวนโปรตอนเท่ากันและเป็น ค่าเฉพาะของธาตุนั้น นิวตรอนเป็น กลางทางไฟฟ้า ส่วนอิเล็กตรอนมี ประจุไฟ ฟ้ าลบ เมื่ออะตอมมี จำนวนโปรตอนเท่ากับจำนวน อิเล็กตรอน จะเป็นกลางทางไฟฟ้า โปรตอนและนิวตรอนรวมกันตรง
23 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น กลางอะตอมเรียกว่า นิวเคลียส ส่วนอิเล็กตรอนเคลื่อนที่อยู่ในที่ว่าง รอบนิวเคลียส ว 2.1 ม.1/9 อธิบายและเปรียบเทียบการ จัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาค และการ เคลื่อนที่ของอนุภาคของสสาร ชนิดเดียวกันในสถานะ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้แบบจำลอง - สสารทุ กช นิ ดป ระกอบ ด้วย อนุภาค โดยสารชนิดเดียวกันที่มี สถานะของแข็ง ของเหลว แก๊ส จะ มีการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาค การเคลื่อนที่ของ อนุภาคแตกต่างกัน ซึ่งมีผลต่อ รูปร่างและปริมาตรของสสาร - อนุภาคของของแข็งเรียงชิดกัน มี แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมาก ที่สุด อนุภาคสั่นอยู่กับที่ ทำให้มี รูปร่างและปริมาตรคงที่ - อนุภาคของของเหลวอยู่ใกล้กัน มี แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อย กว่าข องแข็งแต่ ม ากกว่าแก๊ ส อนุภาคเคลื่อนที่ได้แต่ไม่เป็นอิสระ เท่าแก๊ส ทำให้มีรูปร่างไม่คงที่ แต่ ปริมาตรคงที่ - อนุภาคของแก๊สอยู่ห่างกันมาก มี แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อย ที่สุด อนุภาคเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ทุกทิศทาง ทำให้มีรูปร่างและ ปริมาตรไม่คงที่ ว 2.1 ม.1/10 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง พลังงานความร้อนกับการ เปลี่ยนสถานะของสสาร โดย ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์และ แบบจำลอง - ความร้อนมีผลต่อการเปลี่ยน สถานะของสสาร เมื่อให้ความร้อน แก่ของแข็ง อนุภาคของของแข็ง จะมีพลังงานและอุณหภูมิเพิ่มขึ้น จนถึงระดับหนึ่ง ซึ่งของแข็งจะใช้ ความร้อนในการเปลี่ยนสถานะเป็น ของเหลว เรียกความร้อนที่ใช้ใน การเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็น ของเหลวว่า ความร้อนแฝงของการ หลอมเหลว และอุณหภูมิขณะ เป ลี่ ย น ส ถ าน ะ จ ะ ค งที่ เรีย ก อุณหภูมินี้ว่า จุดหลอมเหลว - เมื่อให้ความร้อนแก่ของเหลว อนุภาคของของเหลวจะมีพลังงาน
24 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น และอุณหภูมิเพิ่มขึ้นจนถึงระดับ หนึ่ง ซึ่งของเหลวจะใช้ความร้อนใน การเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส เรียก ความร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานะ จากของเหลวเป็นแก๊สว่า ความ ร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ และ อุณหภูมิขณะเปลี่ยนสถานะจะคงที่ เรียกอุณหภูมินี้ว่า จุดเดือด - เมื่อทำให้อุณหภูมิของแก๊สลดลง จนถึงระดับหนึ่งแก๊สจะเปลี่ยน สถานะเป็นของเหลว เรียกอุณหภูมิ นี้ว่า จุดควบแน่น ซึ่งมีอุณหภูมิ เดียวกับจุดเดือดของของเหลวนั้น - เมื่อทำให้อุณหภูมิของของเหลว ลดลงจนถึงระดับหนึ่ง ของเหลวจะ เปลี่ยนสถานะเป็นของแข็ง เรียก อุณหภูมินี้ว่า จุดเยือกแข็ง ซึ่งมี อุณหภูมิเดียวกับจุดหลอมเหลวของ ของแข็งนั้น สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะการเคลื่อนที่แบบ ต่าง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.1 ว 2.2 ม.1/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างความดัน อากาศกับความสูงจากพื้นโลก - เมื่อวัตถุอยู่ในอากาศจะมีแรงที่ อากาศกระทำต่อวัตถุในทุกทิศทาง แรงที่อากาศกระทำต่อวัตถุขึ้นอยู่ กับขนาดพื้นที่ของวัตถุนั้น แรงที่ อากาศกระทำตั้งฉากกับผิววัตถุต่อ หนึ่งหน่วยพื้นที่ เรียกว่าความดัน อากาศ - ความดันอากาศมีความสัมพันธ์ กับความสูงจากพื้นโลก โดยบริเวณ ที่สูงจากพื้นโลกขึ้นไป อากาศเบา บางลง มวลอากาศน้อยลง ความ ดันอากาศก็จะลดลง -
25 สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสาร และพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.1 ว 2.3 ม.1/1 วิเคราะห์แปลความหมาย ข้อมูล และคำนวณปริมาณ ความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยน อุณหภูมิและเปลี่ยนสถานะ โดยใช้สมการ Q = mcΔt และ Q = mL ว 2.3 ม.1/2 ใช้เทอร์มอมิเตอร์ในการวัด อุณหภูมิของสสาร - เมื่อสสารได้รับหรือสูญเสียความ ร้อนอาจทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ เปลี่ยนสถานะ หรือเปลี่ยนรูปร่าง - ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสาร เปลี่ยนอุณหภูมิขึ้นกับมวล ความ ร้อนจำเพ าะ และอุณ หภูมิที่ เปลี่ยนไป - ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสาร เปลี่ยนสถานะขึ้นกับมวลและความ ร้อนแฝงจำเพาะ โดยขณะที่สสาร เปลี่ยนสถานะ อุณ หภูมิจะไม่ เปลี่ยนแปลง 1. สภาพภูมิประเทศ 1.1 ที่ตั้ง อาณาเขต 1.2 ภูมิประเทศ 1.3 ภูมิอากาศ 1.4 ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งแวดล้อมกับวิถีการดำเนินชีวิต 2. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 2.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญ ในจังหวัด 2.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 2.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน 3. สภาพปัจจุบัน /ปัญหา ใน ชุมชนและสังคม 3.1 สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี - ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐาน - ปัญหาการอพยพย้ายถิ่น - ปัญหาการทำลายธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม - ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว ว 2.3 ม.1/3 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการ ขยายตัวหรือหดตัวของสสาร เนื่องจากได้รับหรือสูญเสีย ความร้อน ว 2.3 ม.1/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของ ความรู้ของการหดและขยายตัว ของสสารเนื่องจากความร้อน โดยวิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหา และเสนอแนะวิธีการนำ ความรู้มาแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน - ความร้อนทำให้สสารขยายตัว หรือหดตัวได้เนื่องจากเมื่อสสาร ได้รับความร้อนจะทำให้อนุภาค เคลื่อนที่เร็วขึ้น ทำให้เกิดการ ขยายตัวแต่เมื่อสสารคายความร้อน จะทำให้อนุภาคเคลื่อนที่ช้าลง ทำ ให้เกิดการหดตัว - ความรู้เรื่องการหดและขยายตัว ของสสารเนื่องจากความร้อน นำไปใช้ประโยชน์ได้ด้านต่าง ๆ เช่น การสร้างถนน การสร้างราง รถไฟ การทำเทอร์มอมิเตอร์ ว 2.3 ม.1/5 วิเคราะห์สถานการณ์การถ่าย โอนความร้อนและคำนวณ ปริมาณความร้อนที่ถ่ายโอน ระหว่างสสารจนเกิดสมดุล ความร้อนโดยใช้สมการ Qสูญเสีย = Qได้รับ - ความร้อนถ่ายโอนจากสสารที่มี อุณหภูมิสูงกว่า ไปยังสสารที่มี อุณหภูมิต่ำกว่าจนกระทั่งอุณหภูมิ ของสสารทั้งสองเท่ากันสภาพที่ สสารทั้งสองมีอุณ หภูมิเท่ากัน เรียกว่า สมดุลความร้อน - เมื่อมีการถ่ายโอนความร้อนจาก สสารที่มีอุณหภูมิต่างกันจนเกิด สมดุลความร้อน ความร้อนที่
26 สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซีดาวฤกษ์และ ระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบน ผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.1 ว 3.2 ม.1/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการ แบ่งชั้นบรรยากาศ และ - โ ล ก มี บ ร ร ย า ก า ศ ห่ อ หุ้ ม นักวิทยาศาสตร์ใช้สมบัติและ องค์ประกอบของบรรยากาศในการ 1. สภาพภูมิประเทศ 1.1 ที่ตั้ง อาณาเขต 1.2 ภูมิประเทศ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น เพิ่มขึ้นของสสารหนึ่งจะเท่ากับ ความร้อนที่ลดลงของอีกสสารหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามกฎ การอนุรักษ์ พลังงาน ว 2.3 ม.1/6 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการ ถ่ายโอนความร้อนโดยการนำ ความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความร้อน ว 2.3 ม.1/7 ออกแบบ เลือกใช้และสร้าง อุปกรณ์เพื่อแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวันโดยใช้ความรู้ เกี่ยวกับการถ่ายโอนความ ร้อน - การถ่ายโอนความร้อนมี3 แบบ คือ การนำความร้อน การพาความ ร้อน และการแผ่รังสีความร้อน การ นำความร้อนเป็นการถ่ายโอนความ ร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลาง ไม่เคลื่อนที่ การพาความร้อนเป็น การถ่ายโอนความร้อนที่อาศัย ตัวกลาง โดยที่ตัวกลางเคลื่อนที่ไป ด้วย ส่วนการแผ่รังสีความร้อนเป็น การถ่ายโอนความร้อนที่ไม่ต้อง อาศัยตัวกลาง - ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอนความ ร้อนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวันได้เช่น การเลือกใช้ วัสดุเพื่อนำมาทำภาชนะบรรจุ - อาหาร เพื่อเก็บความร้อน หรือการ ออกแบบระบบระบายความร้อนใน อาคาร ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.1 - - -
27 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น เปรียบเทียบประโยชน์ของ บรรยากาศแต่ละชั้น แบ่งบรรยากาศของโลกออกเป็น ชั้น ซึ่งแบ่งได้หลายรูปแบบตาม เกณ ฑ์ที่แตกต่างกัน โดยทั่วไป นัก วิทยาศาสตร์ใช้เกณ ฑ์การ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความสูง แบ่งบรรยากาศได้เป็น 5 ชั้น ได้แก่ ชั้นโทรโพสเฟียร์ชั้นสตราโตสเฟียร์ ชั้นมีโซสเฟียร์ชั้นเทอร์โมสเฟียร์ และชั้นเอกโซสเฟียร์ - บรรยากาศแต่ละชั้นมีประโยชน์ ต่อสิ่งมีชีวิตแตกต่างกัน โดยชั้นโทร โพสเฟียร์มีปรากฏการณ์ลมฟ้า อากาศที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ของสิ่งมีชีวิต ชั้นสตราโตสเฟียร์ ช่วยดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลต จากดวงอาทิตย์ไม่ให้มายังโลกมาก เกินไป ชั้นมีโซสเฟียร์ช่วยชะลอ วัตถุนอกโลกที่ผ่านเข้ามา ให้เกิด การเผาไหม้กลายเป็นวัตถุขนาด เล็ ก ล ด โอ ก าส ที่ จ ะ ท ำค ว าม เสียหายแก่สิ่งมีชีวิตบนโลก ชั้น เทอร์โมสเฟียร์สามารถสะท้อน คลื่นวิทยุ และชั้นเอกโซสเฟียร์ เห ม าะ ส ำห รับ ก ารโค จ รข อ ง ดาวเทียมรอบโลกในระดับต่ำ 1.3 ภูมิอากาศ 1.4 ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งแวดล้อมกับวิถีการดำเนินชีวิต 2. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 2.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญ ในจังหวัด 2.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 2.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน 3. สภาพปัจจุบัน /ปัญหา ใน ชุมชนและสังคม 3.1 สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี - ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐาน - ปัญหาการอพยพย้ายถิ่น - ปัญหาการทำลายธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม - ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว ว 3.2 ม.1/2 อธิบายปัจจัยที่ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบของลมฟ้า อากาศ จากข้อมูล ที่รวบรวม ได้ - ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของ อากาศในเวลาหนึ่งของพื้นที่หนึ่งที่ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่ กับองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความกด อากาศ ลม ความชื้น เมฆ และ หยาดน้ำฟ้า โดยหยาดน้ำฟ้าที่พบ บ่อยในประเทศไทยได้แก่ ฝน อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ล ม ฟ้ า อ า ก า ศ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับ ปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณรังสีจาก ดวงอาทิตย์และลักษณะพื้นผิวโลก ส่งผลต่ออุณหภูมิอากาศ อุณหภูมิ อากาศและปริมาณไอน้ำส่งผลต่อ
28 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ความชื้น ความกดอากาศส่งผลต่อ ลม ความชื้นและลมส่งผลต่อเมฆ ม.1 ว 3.2 ม.1/3 เปรียบเทียบกระบวนการเกิด พายุฝนฟ้าคะนองและพายุ หมุนเขตร้อน และผลที่มีต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำเสนอแนวทางการ ปฏิบัติตนให้เหมาะสมและ ปลอดภัย - พายุฝนฟ้าคะนอง เกิดจากการที่ อากาศที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง เคลื่อนที่ขึ้นสู่ระดับความสูง ที่มี อุณหภูมิต่ำ ลง จนกระทั่งไอน้ำใน อากาศเกิดการควบแน่นเป็นละออง น้ำ และเกิดต่อเนื่องเป็นเมฆขนาด ใหญ่ พายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้เกิด ฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อ ชีวิตและทรัพย์สิน - พ ายุห มุนเขตร้อน เกิดเห นื อ ม ห าส มุ ท รห รือ ท ะ เล ที่ น้ ำมี อุณหภูมิสูงตั้งแต่ 26-27 องศา เซลเซียส ขึ้นไป ทำให้อากาศที่มี อุณหภูมิและความชื้นสูงบริเวณนั้น เคลื่อนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น บริเวณกว้าง อากาศจากบริเวณอื่น เคลื่อนเข้ามาแทนที่และพัดเวียน เข้าหาศูนย์กลางของพายุ ยิ่งใกล้ ศูนย์กลาง อากาศจะเคลื่อนที่พัด เวียน เกื อบ เป็ น วงก ลม และมี อัตราเร็วสูงที่สุด พายุหมุนเขตร้อน ทำให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง ฝนตก หนัก ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อ ชีวิตและทรัพย์สิน จึงควรปฏิบัติตน ให้ปลอดภัยโดยติดตามข่าวสาร การพยากรณ์อากาศ และไม่เข้าไป อยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัย ว 3.2 ม.1/4 อธิบายการพยากรณ์อากาศ และพยากรณ์อากาศอย่างง่าย จากข้อมูลที่รวบรวมได้ - การพยากรณ์อากาศเป็นการ คาดการณ์ ลมฟ้ าอากาศ ที่จะ เกิ ด ขึ้ น ใน อ น าค ต โด ย มี ก าร ตรวจวัดองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ การสื่อสารแลกเป ลี่ยน ข้อมูล องค์ประกอบลมฟ้าอากาศระหว่าง พื้นที่ การวิเคราะห์ข้อมูลและสร้าง คำพยากรณ์อากาศ
29 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ว 3.2 ม.1/5 ตระหนักถึงคุณค่าของการ พยากรณ์อากาศ โดยนำเสนอ แนวทางการปฏิบัติตนและ การใช้ประโยชน์จากคำ พยากรณ์อากาศ - การพยากรณ์อากาศสามารถ นำมาใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ เช่น การใช้ชีวิตประจำวัน การคมนาคม การเกษตร การป้องกัน และเฝ้า ระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติ ว 3.2 ม.1/6 อธิบายสถานการณ์และ ผลกระทบการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลกจากข้อมูลที่ รวบรวมได้ - ภูมิอากาศโลกเกิดการ เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดย ปัจจัยทางธรรมชาติแต่ปัจจุบันการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเกิดขึ้นอย่าง รวดเร็วเนื่องจากกิจกรรมของ มนุษย์ในการปลดปล่อยแก๊สเรือน กระจกสู่บรรยากาศ แก๊สเรือน กระจกที่ถูกปลดปล่อยมากที่สุด ได้แก่แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่ง หมุนเวียนอยู่ในวัฏจักรคาร์บอน ว 3.2 ม.1/7 ตระหนักถึงผลกระทบของ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โลก โดยนำเสนอแนวทางการ ปฏิบัติตนภายใต้การ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก - การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม เช่น การ หลอมเหลวของน้ำแข็งขั้วโลก การ เพิ่มขึ้นของระดับทะเล การ เปลี่ยนแปลงวัฏจักรน้ำ การเกิดโรค อุบัติใหม่ และอุบัติซ้ำ และการเกิดภัยพิบัติ ทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น มนุษย์จึง ควรเรียนรู้แนวทางการปฏิบัติตน ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ทั้ง แนวทางการปฏิบัติตนให้เหมาะสม และแนวทางการลดกิจกรรมที่ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลก
30 สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิด สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.1 ว 4.1 ม.1/1 อธิบายแนวคิดหลักของ เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน และวิเคราะห์สาเหตุหรือ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี - เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างหรือ พัฒนาขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งชิ้นงานหรือ วิธีการ เพื่อใช้แก้ปัญหา สนองความ ต้องการ หรือเพิ่มความสามารถในการ ทำงานของมนุษย์ - ระบบทางเทคโนโลยีเป็นกลุ่มของ ส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่สองส่วนขึ้นไป ประกอบเข้าด้วยกันและทำงานร่วมกัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์โดยในการ ทำงานของระบบทางเทคโนโลยีจะ ประกอบไปด้วยตัวป้อน (input) กระบวนการ (process) และผลผลิต (output) ที่สัมพันธ์กัน นอกจากนี้ ระบบทางเทคโนโลยีอาจมีข้อมูล ย้อนกลับ (feedback) เพื่อใช้ปรับปรุง การทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ซึ่งการ วิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีช่วยให้ เข้าใจองค์ประกอบและการทำงานของ เทคโนโลยีรวมถึงสามารถปรับปรุงให้ เทคโนโลยีทำงานได้ตามต้องการ - เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่ง มีสาเหตุหรือปัจจัยมาจากหลายด้าน เช่น ปัญหา ความต้องการ ความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ เศรษฐกิจ สังคม 1. สภาพภูมิประเทศ 1.1 ที่ตั้ง อาณาเขต 1.2 ภูมิประเทศ 1.3 ภูมิอากาศ 1.4 ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งแวดล้อมกับวิถีการดำเนินชีวิต 2. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 2.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญ ในจังหวัด 2.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 2.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน 3. เศรษฐกิจและอาชีพที่สำคัญ ของจังหวัดลพบุรี 3.1 ด้านเกษตรกรรม 3.2 ด้านอุตสาหกรรม 3.3 ด้านการค้าและบริการ 3.4 การประกอบอาชีพ 3.5 ภูมิปัญญาท้องถิ่น 3.6 รายได้ของประชากร 4. แหล่งท่องเที่ยว/แหล่งเรียนรู้ 4.1 แหล่งท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์ 4.2 แหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติ 4.3 แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม 4.4 แหล่งเรียนรู้ทางการศึกษา 4.5 แหล่งเรียนรู้ ศาสนา ว 4.1 ม.1/2 ระบุปัญหาหรือความ ต้องการในชีวิตประจำวัน รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ ปัญหา - ปัญหาหรือความต้องการใน ชีวิตประจำวันพบได้จากหลายบริบท ขึ้นกับสถานการณ์ที่ประสบ เช่น การเกษตร การอาหาร - การแก้ปัญหาจำเป็นต้องสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ต่าง
31 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การ ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา 5. สภาพปัจจุบัน /ปัญหา ใน ชุมชนและสังคม 5.1 สภาพปัจจุบันของจังหวัด ลพบุรี - การคมนาคมและโลจิสติกส์ 5.2 สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี - ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐาน - ปัญหาการอพยพย้ายถิ่น - ปัญหาการทำลายธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม - ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทาง สังคมและวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว ฯลฯ ว 4.1 ม.1/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่ จำเป็น นำเสนอแนวทาง การแก้ปัญหา ให้ผู้อื่น เข้าใจวางแผน และ ดำเนินการแก้ปัญหา - การวิเคราะห์เปรียบเทียบ และ ตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็น โดย คำนึงถึงเงื่อนไข และทรัพยากรที่มีอยู่ ช่วยให้ได้แนวทางการแก้ปัญหาที่ เหมาะสม - การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา ทำได้หลากหลายวิธีเช่น การร่างภาพ การเขียนแผนภาพ การเขียนผังงาน - การกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาใน การทำงานก่อนดำเนินการแก้ปัญหาจะ ช่วยให้ทำงานสำเร็จได้ตามเป้าหมาย และลดข้อผิดพลาดของการทำงานที่ อาจเกิดขึ้น ม.1 ว 4.1 ม.1/4 ทดสอบ ประเมินผล และ ระบุข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งหาแนวทางการ ปรับปรุงแก้ไขและนำเสนอ ผลการแก้ปัญหา - การทดสอบ และประเมินผลเป็นการ ตรวจสอบชิ้นงานหรือวิธีการว่า สามารถแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์ ภายใต้กรอบของปัญหา เพื่อหา ข้อบกพร่อง และดำเนินการปรับปรุง โดยอาจทดสอบซ้ำเพื่อให้สามารถ แก้ปัญหาได้ -การนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอด แนวคิดเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจเกี่ยวกับ กระบวนการทำงานและชิ้นงานหรือ วิธีการที่ได้ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเขียนรายงาน การทำแผ่น นำเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการ การนำเสนอผ่านสื่อออนไลน์ ว 4.1 ม.1/5 ใช้ความรู้และทักษะ เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า หรืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อ แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภัย - วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่าง กัน เช่น ไม้โลหะ พลาสติก จึงต้องมี การวิเคราะห์สมบัติเพื่อเลือกใช้ให้ เหมาะสมกับลักษณะของงาน - การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์เช่น LED บัซเซอร์มอเตอร์วงจรไฟฟ้า - อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้าง ชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการมีหลาย ประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง
32 สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.1 ว 4.2 ม.1/1 ออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้ แนวคิดเชิงนามธรรมเพื่อ แก้ปัญหา หรืออธิบายการ ทำงานที่พบในชีวิตจริง - แนวคิดเชิงนามธรรม เป็นการ ประเมินความสำคัญของรายละเอียด ของปัญหา แยกแยะส่วนที่เป็น สาระสำคัญออกจากส่วนที่ไม่ใช่ สาระสำคัญ - ตัวอย่างปัญหา เช่น ต้องการปูหญ้า ในสนาม ตามพื้นที่ที่กำหนด โดยหญ้า หนึ่งผืนมีความกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตร จะใช้หญ้าทั้งหมด กี่ผืน 1. ประวัติความเป็นมาของ ชุมชน 1.1 ประวัติศาสตร์เมืองละโว้ 1.2 คำขวัญประจำ จังหวัด/ อำเภอ 1.3 ตราประจำจังหวัด/อำเภอ 1.4 ต้นไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.5 ดอกไม้ประจำจังหวัด/ อำเภอ 1.6 เพลงประจำจังหวัด/อำเภอ 2. สภาพภูมิประเทศ 2.1 ที่ตั้ง อาณาเขต 2.2 ภูมิประเทศ 2.3 ภูมิอากาศ 2.4 ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งแวดล้อมกับวิถีการดำเนินชีวิต ฯลฯ 3. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 3.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญ ในจังหวัด 3.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 3.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน ฯลฯ 4. เศรษฐกิจและอาชีพที่สำคัญ ของจังหวัดลพบุรี ว 4.2 ม.1/2 อ อ ก แ บ บ แ ล ะ เขี ย น โปรแกรมอย่างง่าย เพื่อ แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ - การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มี การใช้ตัวแปร เงื่อนไข วนซ้ำ - การออกแบบอัลกอริทึม เพื่อแก้ ปัญหาทางคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ อย่างง่าย อาจใช้แนวคิดเชิงนามธรรม ในการออกแบบ เพื่อให้การแก้ปัญหามี ประสิทธิภาพ - การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนจะ ช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ • ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch, python, java, c • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรม สม การ การเคลื่อน ที่ โป รแกรม คำนวณหาพื้นที่ โปรแกรมคำนวณดัชนี มวลกาย ว 4.2 ม.1/3 รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอข้อมูล และ สารสนเทศ ตาม วัตถุประสงค์โดยใช้ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น เหมาะสม และปลอดภัย รวมทั้งรู้จัก เก็บรักษา
33 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ซอฟต์แวร์ หรือบริการบน อินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย 4.1 ด้านเกษตรกรรม 4.2 ด้านอุตสาหกรรม 4.3 ด้านการค้าและบริการ 4.4 การประกอบอาชีพ 4.5 ภูมิปัญญาท้องถิ่น 4.6 รายได้ของประชากร ฯลฯ 5. ภาษา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น 5.1 ภาษาและวรรณกรรม 5.2 ศิลปกรรมและโบราณคดี 5.3 ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อศาสนา 5.4 ดนตรี และการละเล่น พื้นบ้าน 5.5 ภาษาอาเซียน เช่น ภาษา เวียดนาม ภาษาลาว เป็นต้น 7. แหล่งท่องเที่ยว/แหล่งเรียนรู้ 7.1 แหล่งท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์ 7.2 แหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติ 7.3 แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม 7.4 แหล่งเรียนรู้ทางการศึกษา 7.5 แหล่งเรียนรู้ ศาสนา 8. สภาพปัจจุบัน /ปัญหา ใน ชุมชนและสังคม 8.1 สภาพปัจจุบันของจังหวัด ลพบุรี - การคมนาคมและโลจิสติกส์ 8.2 สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี - ปั ญ ห า ก า ร ล ะ ทิ้ งถิ่ น ฐ า น - ปั ญ ห าก ารอ พ ย พ ย้ าย ถิ่ น - ปัญหาการทำลายธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม - ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทาง สังคมและวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว - การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูล ปฐมภูมิประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผล จะทำให้ได้สารสนเทศเพื่อ ใช้ในการแก้ปัญหาหรือการตัดสินใจได้ อย่างมีประสิทธิภาพ - การประมวลผลเป็นการกระทำกับ ข้อมูล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีความหมาย และมีประโยชน์ต่อการนำไปใช้งาน สามารถทำได้หลายวิธีเช่น คำนวณ อัตราส่วน คำนวณค่าเฉลี่ย - การใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบน อินเทอร์เน็ต ที่หลากหลายในการ รวบรวม ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผล นำเสนอ จะช่วยให้ แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และ แม่นยำ - ตัวอย่างปัญหา เน้นการบูรณาการกับ วิชาอื่น เช่น ต้มไข่ให้ตรงกับพฤติกรรม การบริโภค ค่าดัชนีมวลกายของคนใน ท้องถิ่น การสร้างกราฟผลการทดลอง และวิเคราะห์แนวโน้ม ว 4.2 ม.1/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างปลอดภัย ใช้สื่อและ แหล่งข้อมูลตามข้อกำหนด และข้อตกลง - ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย เช่น การปกป้องความเป็น ส่วนตัวและอัตลักษณ์ - การจัดการอัตลักษณ์เช่น การตั้ง รหัสผ่าน การปกป้องข้อมูลส่วนตัว - การพิจารณาความเหมาะสมของ เนื้อหา เช่น ละเมิดความเป็นส่วนตัว ผู้อื่น อนาจาร วิจารณ์ผู้อื่นอย่างหยาบ คาย - ข้อตกลง ข้อกำหนดในการใช้สื่อหรือ แหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น Creative commons
34 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ว 21101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกับสารรอบตัว สมบัติของสาร การจำแนกสารด้วยสถานะ เนื้อสาร และจำแนกด้วยขนาด อนุภาค ของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร สารบริสุทธิ์และสารผสม สมบัติของสารบริสุทธิ์และสารผสม การใช้ความรู้ทางเคมี ให้เป็นประโยชน์ต่อการเลือกใช้สารเคมีในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย การศึกษาชีววิทยาโดยอาศัย วิธีการทางวิทยาศาสตร์ศึกษาประเภท โครงสร้างและหน้าที่ของส่วนประกอบ ภายในเซลล์สิ่งมีชีวิตด้วยกล้อง จุลทรรศน์ศึกษากระบวนการลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ด้วยวิธีการแพร่ และการออสโมซิส ศึกษาการดำรงชีวิต ของพืช กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช การลำเลียงสารในพืช การเจริญเติบโตของพืช การสืบพันธุ์ของพืช และเทคโนโลยีชีวภาพของพืช โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการ เรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่ เรียนรู้มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วิทยาศาสตร์จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10, ม.1/11, ม.1/12 ม.1/13, ม.1/14, ม.1/15, ม.1/16, ม.1/17, ม.1/18 ว 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10 รวม 28 ตัวชี้วัด
35 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา ว 21101 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 6๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ ๑ จำนวน 1.5 หน่วยกิต ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลาเรียน (ชั่วโมง) คะแนน (100) 1 สารรอบตัว ว 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10, ม.1/11, ม.1/12 ม.1/13, ม.1/14, ม.1/15, ม.1/16, ม.1/17, ม.1/18 สารรอบตัวประกอบไปด้วยธาตุและ สารประกอบ สารแต่ละชนิดมีสมบัติ ทางกายภาพ และสมบัติทางเคมีที่ เหมือนและ แตกต่างกัน ความร้อนเป็น ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สถานะของสาร ซึ่ง เป็นสมบัติทางกายภาพเปลี่ยนแปลงไป สารบริสุทธิ์ คือ สารที่มีองค์ประกอบ เพียงชนิดเดียว ประกอบไปด้วยธาตุ และสารประกอบ ธาตุแบ่งออกเป็นธาตุ โลหะ ธาตุกึ่ง โลหะ และธาตุอโลหะ ซึ่ง ธาตุบางชนิด สามารถแผ่รังสีได้เรียกว่า ธาตุกัมมันตรังสีเมื่อธาตุมากกว่าหนึ่ง ชนิดมารวมกัน ทางเคมีกลายเป็น สารประกอบที่มีสมบัติแตกต่างไปจาก ธาตุเดิมที่เป็น องค์ประกอบ สาร มากกว่าหนึ่งชนิดมาผสมกัน เรียกว่า สารผสม บางชนิดผสมเป็นเนื้อเดียวกัน เรียกว่าสารละลาย และสารบางชนิด ผสมไม่เป็นเนื้อ เดียวกัน เช่น สาร แขวนลอย คอลลอยด์เป็นต้น 20 25 2 หน่วยพื้นฐาน ของสิ่งมีชีวิต ว 1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10 สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีเซลล์เป็นหน่วยที่ เล็ก ที่สุดเป็นองค์ประกอบ สิ่งมีชีวิตบาง ชนิดสามารถดำรงชีวิต อยู่ได้เพียงเซลล์ เดียว ส่วนบางชนิด จำเป็นต้องมีหลาย เซลล์มารวมกัน กลายเป็นเนื้อเยื่อ ซึ่งมี รูปร่างและหน้าที่แตกต่างกัน องค์ประกอบพื้นฐานของเซลล์ ได้แก่ นิวเคลียส ไซโตพลาซึมและเยื่อหุ้มเซลล์ กระบวนการแพร่และออสโมซิสเป็น กระบวนการที่สิ่งมีชีวิตใช้ลำเลียงสาร เข้า-ออกจากเซลล์ 20 15 3 การดำรงชีวิต ของพืช ว 1.2 ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, พืชดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยส่วนประกอบ ต่าง ๆ ดังนี้ใบไม้มีคลอโรพลาสต์ที่มี สารสีเขียวที่ เรียกว่าคลอโรฟิลล์ซึ่ง 18 20
36 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลาเรียน (ชั่วโมง) คะแนน (100) ม.1/10, ม.1/11, ม.1/12, ม.1/13, ม.1/14. ม.1/15. ม.1/16. ม.1/17. ม.1/18 เกี่ยวข้องกับ กระบวนการสังเคราะห์ ด้วยแสง โดยมีแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์และน้ำเป็นสาร ตั้ง ต้น และได้น้ำตาลกลูโคส ออกซิเจน และน้ำเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีความจำเป็น ต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตในระบบ นิเวศ รากและลำต้น ประกอบไปด้วย เนื้อเยื่อลำเลียงไซเล็มทำหน้าที่ดูดน้ำ และแร่ธาตุ โดยอาศัยกระบวนการแพร่ และออสโมซิส เนื้อเยื่อลำเลียงโฟลเอ็ม ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารโดยใช้ กระบวนการทรานสโลเคชั่น ดอกไม้ เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ของพืช ดอกไม้ที่ถูก ผสมเกสรจะเจริญกลายเป็นผล ซึ่ง ภายในมีเมล็ดทำหน้าที่กระจาย พันธุ์ พืชโดยพืชต้นใหม่ที่งอกออกจาก เมล็ด จะมีลักษณะที่แตกต่างไปจากต้น พ่อแม่ พืชสามารถขยายพันธุ์ โดยใช้ส่วน โครงสร้างพิเศษต่าง ๆ ของพืช เช่น ราก ลำต้น ใบ และมนุษย์สามารถนำ ส่วน ต่าง ๆ ของพืชมาขยายพันธุ์ได้ เช่น การ ปักชำ การติดตา และการ ตอนกิ่ง เป็น ต้น ซึ่งพืชต้นใหม่จะมี ลักษณะไม่แตกต่างไปจากต้นพ่อแม่ มนุษย์นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มา ประยุกต์ใช้กับพืช เช่น การเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อพืช การดัดแปรพันธุกรรมพืช เป็นต้น เพื่อเพียงพอต่อความต้องการ ของมนุษย์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ม. 1/8 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. ประวัติความเป็นมาของชุมชน 1.4 ต้นไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ วัดผลกลางภาคเรียน 1 20 วัดผลปลายภาคเรียน 1 30 รวม 60 100
37 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ว 21102 วิทยาศาสตร์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาเกี่ยวกับอุณหภูมิและการวัดผลของความร้อนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของสาร การถ่ายโอนความ ร้อน การดูดกลืนและการคายความร้อน สมดุลความร้อน องค์ประกอบของบรรยากาศ การแบ่งชั้นบรรยากาศ ผลของรังสี จากดวงอาทิตย์ต่อบรรยากาศ องค์ประกอบของบรรยากาศ ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความดันอากาศ ความชื้นอากาศ ลม เมฆ และฝน พายุฟ้าคะนอง พายุหมุนเขตร้อน มรสุม การพยากรณ์อากาศ และการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของ โลก การออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้แนวคิดเชิงนามธรรมเพื่อแก้ปัญหาหรืออธิบายการ ทำงานที่พบในชีวิตจริง การ ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปร เงื่อนไข วนซ้ำ การออกแบบ อัลกอริทึมเพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างง่าย การเขียนโปรแกรมโดยใช้ซอฟต์แวร์Scratch, python, java และ c การรวบรวมข้อมูลจาก แหล่งข้อมูลปฐมภูมิประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผล การ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย การ จัดการอัตลักษณ์การพิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหา การใช้สื่อและแหล่งข้อมูลตามข้อกำหนดและข้อตกลงได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการ เรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่ เรียนรู้มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วิทยาศาสตร์จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 2.2 ม.1/1 ว 2.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7 ว 3.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7 รวม 15 ตัวชี้วัด
38 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา ว21102 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน ๔๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1 หน่วยกิต ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลาเรียน (ชั่วโมง) คะแนน (100) 1 พลังงานความ ร้อน ว 2.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7 อุณหภูมิ คือ ระดับความร้อนของสาร สามารถวัดได้โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เทอร์มอมิเตอร์ เทอร์มอมิเตอร์มีอยู่ หลายแบบ เช่น เทอร์มอมิเตอร์แบบ กระเปาะ เทอร์มอมิเตอร์แบบดิจิทัล เป็นต้น ขั้นตอนการใช้เทอร์มอมิเตอร์ แบบ กระเปาะ คือ จุ่มเทอร์มอมิเตอร์ ด้านที่เป็นกระเปาะลงในสารที่ต้องการ วัด โดยให้เทอร์มอมิเตอร์อยู่ในแนวดิ่ง แล้วอ่านค่า อุณหภูมิโดยให้สายตาอยู่ ระดับเดียวกับระดับของเหลวในเทอร์มอ มิเตอร์ หน่วยวัดอุณหภูมิมีอยู่หลาย หน่วย ซึ่งแต่ละหน่วยจะมีจุดเยือกแข็ง แ ล ะ จุ ด เดื อ ด แ ต ก ต่ า ง กั น ก า ร เปรียบเทียบค่า อุณหภูมิระหว่างหน่วย วัดอุณหภูมิ จะได้สมการ ดังนี้ C/5= (K-273)/5 = (F-32)/9=R/4 สารเมื่อได้รับความร้อนอาจเกิดการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ สถานะ หรือ รูปร่าง ของสาร ความร้อนที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสารขึ้นอยู่กับ มวล ความร้อน จำเพาะ และอุณหภูมิที่ เปลี่ยนแปลงไป โดยสถานะของสารไม่ เปลี่ยนแปลงความร้อนที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลง สถานะของสารขึ้นอยู่กับ มวลและขึ้นกับความร้อนแฝงจำเพาะ โดยที่อุณหภูมิของสารไม่เปลี่ยนแปลง ความร้อนที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง รูปร่างของสาร เมื่อสารได้รับความร้อน จะทำให้อนุภาคเคลื่อนที่เร็วขึ้น ทำให้ เกิดการขยายตัว ส่งผลให้ขนาดและ รูปร่างเปลี่ยนแปลงไป สารที่มีอุณหภูมิแตกต่างกัน จะเกิดการ ถ่ายโอนความร้อนระหว่างกัน การถ่าย 19 20
39 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลาเรียน (ชั่วโมง) คะแนน (100) โอนความร้อนมี3 แบบ คือ การนำ ความร้อน การพาความร้อน และ การ แผ่รังสีความร้อน การนำความร้อนเป็น การถ่ายโอน ความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยตัวกลางจะ ไม่เคลื่อนที่ การพาความ ร้อนเป็นการถ่ายโอนความ ร้อนที่อาศัย ตัวกลาง โดยตัวกลางมีการ เคลื่อนที่ ส่วนการแผ่รังสีความร้อนเป็นการถ่าย โอนความร้อนที่ไม่อาศัยตัวกลาง วัตถุ เมื่อ รับความร้อนจะดูดกลืนพลังงาน ความร้อน และแผ่รังสีความร้อนออกมา วัตถุแต่ละ ชนิดจะมีการดูดกลืนและคาย ความร้อนได้แตกต่างกัน ซึ่งปัจจัยที่มีผล ต่อการดูดกลืน และคายรังสีความร้อน มี ดังนี้1. สี วัตถุที่มีสีเข้มจะดูดกลืนและ คายความ ร้อนได้ดีกว่าวัตถุที่มีสีอ่อน 2. อุณหภูมิ วัตถุที่มีอุณหภูมิแตกต่างกับ สิ่งแวดล้อมมากจะดูดกลืนและคาย ความ ร้อนได้เร็วกว่าวัตถุที่มีอุณหภูมิ แตกต่างกับ สิ่งแวดล้อมน้อย 3. ผิวของ วัตถุ วัตถุที่มีผิวหยาบและด้าน จะ ดูดกลืนและคายความร้อนได้ดีกว่าวัตถุ ที่มีผิวเรียบและมัน 4. พื้นที่ผิว วัตถุที่มี พื้นที่ผิวมากจะดูดกลืน และคายความ ร้อนได้ดีกว่าวัตถุที่มีพื้นที่ผิว น้อย สารที่ มีอุณหภูมิแตกต่างกันจะเกิด การ ถ่าย โอนความร้อนระหว่างกันจนกระทั่ง อุณหภูมิของสารเท่ากันเรียกสภาพนี้ว่า สมดุลความร้อน โดยความร้อนที่เพิ่มขึ้น ของสารหนึ่งจะเท่ากับความร้อนที่ลดลง ของอีกสารหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามกฎการ อนุรักษ์พลังงาน การถ่ายโอนความร้อน จนเกิดสมดุลความร้อนเป็นไป ตาม สมการ Qสูญเสีย = Qได้รับ
40 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลาเรียน (ชั่วโมง) คะแนน (100) 2 บรรยากาศ ว. 2.2 ม.1/1 ว. 3.2 ม.1/1, ม.1/2 บรรยากาศ คือ ชั้นแก๊สชนิดต่าง ๆ หรือ อากาศที่ห่อหุ้มดาวเคราะห์ทั้งหมด ซึ่ง ประกอบไปด้วยอากาศแห้ง ได้แก่ แก๊ส ชนิดต่าง ๆ ที่ไม่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ ไอ น้ ำ แ ล ะ อ นุ ภ า ค ฝุ่ น ต่ า ง ๆ ซึ่ ง องค์ประกอบของบรรยากาศเหล่านี้มี ความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิต บรรยากาศแบ่ง ออกเป็น 5 ชั้น โดยแบ่ง ตามสภาวะของ อุณ หภูมิ ดังนี้ 1. ชั้นโทรโพสเฟียร์ (troposphere) มีปรากฏการณ์ทางลม ฟ้าอากาศที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของ สิ่งมีชีวิต อุณหภูมิลดลง ตามระดับความ สูง 2. สตราโทสเฟียร์(stratosphere) มี ชั้น โอโซนหนาและทำหน้าที่ช่วยดูดกลืน รังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ อุณหภูมิเพิ่มขึ้นตามระดับความสูง 3. มีโซสเฟียร์(mesosphere) ช่วยให้เกิด การเผาไหม้ของวัตถุนอกโลก อุณหภูมิ ลดลงตามระดับความสูง 4. เทอร์โมส เฟียร์(thermosphere) ชั้นนี้มีโมเลกุล ที่ แตกตั วเป็ น ไออ อน ช่วยสะท้ อ น คลื่นวิทยุ ซึ่งอุณหภูมิเพิ่มขึ้นตามระดับ ความสูง 5. เอกโซสเฟียร์(exosphere) ชั้น นี้ เห ม าะส ำห รับ การโค จรขอ ง ดาวเทียมรอบโลก อุณหภูมิเพิ่มขึ้นตาม ระดับความสูง ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะ ของอากาศ ณ พื้นที่หนึ่งในเวลาหนึ่ง ซึ่ง ลมฟ้าอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบของ ลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความดันอากาศ ความชื้น อากาศ ลม เมฆ และฝน อุณหภูมิอากาศ หมายถึง ระดับของ ความร้อนเย็นของอากาศ ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุณหภูมิอากาศ คือ แสงจากดวงอาทิ ตย์ ป ริม าณ เม ฆ ลั ก ษ ณ ะ พื้ น ที่ แ ล ะ ค ว า ม สู งจ า ก ระดับน้ำทะเล 20 15
41 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลาเรียน (ชั่วโมง) คะแนน (100) ความชื้นอากาศ คือ ปริมาณไอน้ำที่มี อยู่ในอากาศปัจจัยที่ส่งผลต่อความชื้น อากาศ คือ ไอน้ำในอากาศและอุณหภูมิ อากาศ ความดันอากาศ คือ แรงที่ อากาศ กระทำต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ ปัจจัย ที่ส่งผลต่อ ความดันอากาศ คือ จำนวน โมเลกุลของ อากาศ อุณหภูมิอากาศ และความสูงจาก ระดับน้ำทะเล ลม คือ การเคลื่อนที่ของอากาศ ปัจจัย ที่ส่งผล ต่อการเกิดลมคือ ความดันอากาศ หรือ อุณหภูมิอากาศ เมฆ คือ ละอองน้ำหรือ น้ำแข็งใน อากาศที่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน ปัจจัยที่ ส่งผลคือความดันอากาศและ ความชื้น ฝน คือ ละอองน้ำขนาดใหญ่ที่ ตกลงสู่ พื้นดิน ปัจจัยที่ส่งผล คือ ความ ดันอากาศ และความชื้นอากาศ 3 ลมฟ้าอากาศ ว 3.2 ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศจะมีการ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิด ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ได้แก่ มรสุม พายุ ฟ้า คะนอง พายุหมุนเขตร้อน เป็นต้น มรสุม เป็นการหมุนเวียนของลมตาม ฤดูกาล แบ่งออกเป็นมรสุมฤดูร้อนและ มรสุมฤดูหนาว มรสุมฤดูร้อนเกิดจากพื้น ทวีปร้อนกว่าพื้นมหาสมุทร ลมจึงพัดเอา ความชื้นจากมหาสมุทรมาสู่พื้นทวีป มรสุม ฤดูหนาวเกิดจากพื้นทวีปเย็นกว่า พื้น มหาสมุทร ลมจึงพัดจากพื้นทวีปไป ยังพื้น มหาสมุทรพายุฟ้าคะนอง เกิดขึ้น ในวันที่อากาศ ร้อนจัด ทำให้เกิดการ ระเหย ของน้ำ ปริมาณมาก ส่งผลให้เกิด เป็นเมฆคิวมูโลนิมบัส แล้วเกิดการกลั่น ตัวเป็นฝน เกิด ลมกรรโชก ฟ้าแลบ ฟ้า ร้อง และฟ้ าผ่า พายุหมุนเขตร้อน เกิดขึ้นเหนือ มหาสมุทร โดยอากาศ บริเวณ ที่เกิดลอยตัวสูงขึ้น อากาศ บริเวณ รอบข้างเข้ามา แทนที่และ ประกอบกับเกิดการหมุนรอบ ตัวเองของ 19 15
42 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลาเรียน (ชั่วโมง) คะแนน (100) โลก ท ำให้ เกิดเป็ น พ ายุห มุ น การ พ ยากรณ์ อากาศเป็ น ลักษ ณ ะการ คาดหมายสภาวะของลมฟ้าอากาศ และ ปรากฏการณ์ ที่จะเกิดขึ้นช่วงเวลา ข้างหน้า มีการตรวจวัดองค์ประกอบของ ลมฟ้า อากาศ การสื่อสารแลกเปลี่ยน ข้อมูล องค์ประกอบของ ลมฟ้าอากาศ ระหว่าง พื้นที่การวิเคราะห์ข้อมูล และ สร้างคำ พยากรณ์อากาศ เกณฑ์ในการ พยากรณ์อากาศของกรม อุตุนิยมวิทยา ได้แก่ เกณฑ์อากาศร้อน เกณฑ์อากาศ เย็น การกระจาย ของฝน เกณฑ์ปริมาณ ฝน ปริมาณเมฆในท้องฟ้า เกณฑ์สถานะ ของท ะเล ร่องมรสุม ลมพั ด สอบ บริเวณความกดอากาศสูง บริเวณ ความ กดอากาศต่ำ เป็นต้น แผนที่อากาศ เป็น แผนที่แสดงสภาพลม ฟ้าอากาศใน ช่วงเวลาหนึ่ง ข้อมูลในแผนที่ อากาศจะ น ำ ไ ป ใ ช้ พ ย า ก ร ณ์ อ า ก า ศ ก า ร เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก จะ ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปัจจุบันภูมิอากาศของโลกเกิดการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น การ หลอมเหลวของน้ำแข็งขั้วโลก การ เปลี่ยนแปลงวัฏจักรของน้ำ การเกิดโรค อุบัติใหม่และการเกิดอุบัติซ้ำและการ เกิด ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่รุนแรงขึ้น เป็นผล มาจากการกระทำของมนุษย์ ซึ่ง มีสาเหตุ มาจากภาวะเรือนกระจกและรู โหว่โอโซน มนุษย์จึงควรเรียนรู้แนว ทางการปฏิบัติตน ให้เหมาะสม และ แนวทางลดกิจกรรมที่ ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก พายุจะมี ความดันอากาศต่ำอากาศ
43 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลาเรียน (ชั่วโมง) คะแนน (100) ตัวชี้วัด ว ๒.๑ ม.1/๑ - 8 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 2. สภาพภูมิประเทศ 2.1 ที่ตั้ง อาณาเขต 2.2 ภูมิประเทศ 2.3 ภูมิอากาศ 2.4 ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับ วิถีการดำเนินชีวิต วัดผลกลางภาคเรียน 1 20 วัดผลปลายภาคเรียน 1 30 รวม 60 100
44 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ว ๒๑๑๐๓ วิชา เทคโนโลยี ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหา ขั้นตอนการแก้ปัญหาการเขียน รหัสลำลองและผัง การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายที่มีการใช้งานตัวแปร เงื่อนใข และการวนช้ำ เพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ การรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ การประมวลผลข้อมูล การสร้างทางเลือก และประเมินผลเพื่อตัดสินใจซอฟต์แวร์และบริการอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการจัดการข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดอัตลักษณ์ การพิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหาข้อตกลงและข้อกำหนดการใช้สื่อ และแหล่งข้อมูล นำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือการแก้ปัญหาใน ชีวิตจริง รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือกในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตระหนักถึงการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และไม่สร้างความ เสียหายให้แก่ผู้อื่น มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว.4.2 ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๑/๓, ม.๑/๔ รวมทั้งหมด ๔ ตัวขี้วัด
45 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา ว 21103 ชื่อวิชา เทคโนโลยี1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 2๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 0.5 หน่วยกิต ลำดับ ที่ หน่วยการ เรียนรู้/เรื่อง มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน (100) 1 นามธรรมกับการ แก้ปัญหา มฐ.ว 4.2 ม.1/1 ม.1/2 แนวคิดเชิงนามธรรม เป็นการประเมิน ความสำคัญของรายละเอียดของ ปัญหา แยกแยะส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ออกจากส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ การออกแบบอัลกอริทึมเพื่อแก้ปัญหา ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่าง ง่าย อาจใช้แนวคิดเชิงนามธรรมใน การออกแบบเพื่อให้การเก้ปัญหามี ประสิทธิภาพ 5 15 2 เขียนโปรแกรม เบื้องต้น มฐ.ว4.2 ม.1/1 ม.1/2 การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มี การใช้ตัวแปร เงื่อนไข วนซ้ำ ชอต์ฟแวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch, python, java, c 4 15 3 จัดการกับข้อมูล มฐ.ว4.2 ม.1/3 การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลปฐม ภูมิ ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผล จะทำให้ได้สารสนเทศเพื่อใช้ ในการแก้ปัญหาหรือการตัดสินใจได้อย่าง มีประสิทธิภาพ การใช้ซอฟต์แวร์หรือ บริการบนอินเทอร์เน็ตที่หลากหลายใน การรวบรวมประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผล นำเสนอ จะช่วยให้แก้ปัญหา ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำ 5 20 4 ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่าง ปลอดภัย มฐ.ว4.2 ม.1/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัยการพิจารณาความเหมาะสม ของเนื้อหาข้อตกลง ข้อกำหนดในการ ใช้สื่อหรือแหล่งข้อมูลต่าง ๆ 4 20 สอบกลางภาค 1 10 สอบปลายภาค 1 20 รวม 20 100
46 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ว ๒๑๑๐๔ วิชา เทคโนโลยี๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ศึกษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยี การทำงานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และเลือกข้อมูลที่จำเป็นเพื่อออกแบบ วิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันในด้านการเกษตรและอาหาร และสร้างขึ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใช้กระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และปลอดภัย มีคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี ตระหนักถึงผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีกับสังคม มีมารยาท ระเบียบ และข้อบังดับในการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และมีการจัดการ เทคโนโลยีด้วยการลดการใช้ทรัพยากรหรือเลือกใช้เทคโนโลยีที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว.4.1 ม.1/1 ,ม.1/2 ,ม.1/3 ,ม. 1/4 ,ม. 1/5 รวมทั้งหมด 5 ตัวขี้วัด
47 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา ว 21104 ชื่อวิชา เทคโนโลยี2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 2๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 0.5 หน่วยกิต ลำดับ ที่ หน่วยการเรียนรู้/ เรื่อง มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน 1 เทคโนโลยีรอบตัว มฐ.ว4.1 ม.1/1 เทคโนโลยี เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างหรือ พัฒนาขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งขึ้นงาน หรือวิธีการ เพื่อใช้แก้ปัญหาสนอง ความต้องการ หรือเพิ่มความสามารถ ในการทำงานของมนุษย์ 4 15 2 การเปลี่ยนแปลง ของเทคโนโลยี มฐ.ว4.1 ม.1/1 เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงหลอด เวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมี สาเหตุหรือปัจจัยมาจากหลายด้าน เช่น ปัญหาความต้องการ ความก้าวหน้า ของศาสตร์ต่าง ๆ เศรษฐกิจ สังคม 4 15 3 ระบบของ เทคโนโลยี มฐ.ว4.1 ม.1/1 ระบบทางเทคโนโลยี เป็นกลุ่มของ ส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่สองส่วนขึ้นไป ประกอบเข้าด้วยกันและทำงาน ร่วมกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดย ในการทำงานของระบบทางเทคโนโลยี จะประกอบไปด้วยตัวป้อน(input) กระบวนการ(process) และผลผลิต (output) ที่สัมพันธ์กัน นอกจากนี้ ระบบทางเทคโนโลยีอาจมีข้อมูล ย้อนกลับ(feedback) เพื่อใช้ปรับปรุง การทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ 3 15 4 การออกแบบเชิง วิศวกรรม มฐ.ว4.1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 การแก้ปัญหาจำเป็นต้องสืบค้นรวบ รวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การออกแบบ แนวทางการแก้ปัญหา การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูล ที่จำเป็น โดยคำนึงถึงเงื่อนไขและ ทรัพยากรที่มีอยู่การออกแบบแนว ทางการแก้ปัญหาการกำหนดขั้นตอน และระยะเวลาในการทำงานการ ทดสอบ และประเมินผลเป็นการ ตรวจสอบขึ้นงานการนำเสนอ 4 15