The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารประกอบของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พ.ศ.2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by a.chalomthip, 2023-06-29 00:13:25

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น พ.ศ.2566

เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารประกอบของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ พ.ศ.2566

48 ลำดับ ที่ หน่วยการเรียนรู้/ เรื่อง มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน ผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิด เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ ทำงานและขึ้นงานหรือวิธีการที่ไใด้ ซึ่ง สามารถทำได้หลายวิธีเช่น การเขียน รายงาน การทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจัดนิทรรสการ การนำเสนอผ่าน สื่อออนไลน์ 5 กลไกไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ มฐ.ว4.1 ม.1/5 วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะพลาสติก อุปกรณ์และ เครื่องมือในการสร้างขึ้นงาน 3 10 สอบกลางภาค 1 10 สอบปลายภาค 1 20 รวม 20 100


49 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว 2๑๒01 ชื่อวิชา เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ศึกษาวิเคราะห์ ตั้งคําถาม กำหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สำคัญในการสํารวจตรวจสอบ หรือศึกษา ค้นคว้า เรื่องที่สนใจ ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้ สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้ และวางแผนการสํารวจ ตรวจสอบหลาย ๆ วิธี เลือกเทคนิควิธีการสํารวจตรวจสอบ ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผล เที่ยงตรงและ ปลอดภัย โดยใช้วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม รวบรวมข้อมูลจัดกระทำ ข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ วิเคราะห์และ ประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับสมมติฐาน และความผิดปกติของ ข้อมูลจากการสํารวจตรวจสอบ สร้างแบบจําลอง หรือรูปแบบที่อธิบายผล หรือแสดงผลของการสํารวจตรวจสอบ สร้างคําถามที่นําไปสู่การสํารวจตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และนําความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่หรืออธิบาย เกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการและผลของโครงงาน หรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ บันทึกและอธิบายผลการสังเกตการ สํารวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่ง ความรู้ต่าง ๆ ให้ได้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ ที่ค้นพบ เมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับ แนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือ ชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ และมีจิตวิทยาศาสตร์เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้มี ความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. มีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ ๒. มีความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการทางวิทยาศาสตร์และอธิบายทักษะกระบวนการ ๓. มีทักษะการสังเกต การวัด การจัดจําแนกประเภท การหาความสัมพันธ์ของพื้นที่ การจัดกระทำและสื่อ ความหมายข้อมูลเบื้องต้น รวมทั้งการลงความเห็นจากข้อมูล ๔. ทำกิจกรรมที่นําไปสู่ความเข้าใจเกี่ยวกับ การตั้งสมมติฐาน ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุม การทดลองและสามารถการตีความหมายข้อมูลจากผลการทดลอง ๕. มีความเข้าใจเกี่ยวกับนิยามเชิงปฏิบัติการ ๖. ออกแบบการทดลองและมีทักษะการทดลอง รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้


50 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา ว 21๒0๑ ชื่อวิชา เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 2๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 0.5 หน่วยกิต ลำดับที่ หน่วยการเรียนรู้/เรื่อง เวลา (ชั่วโมง) คะแนน 1 จิตวิทยาศาสตร์ 4 ๑๐ 2 ความหมายและความสำคัญของทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ ๑ ๕ 3 ทักษะการสังเกตและการวัด ๒ ๑๐ 4 ทักษะการจําแนกและจัดกระทำข้อมูล ๒ ๑๐ ๕ ทักษะการพยากรณ์ ๑ ๑๐ ๖ ทักษะการกำหนดปัญหาและ ตั้งสมมติฐาน ๒ ๑๐ ๗ ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร ๒ ๕ ๘ การวางแผนการทดลองและการดำเนินการ 2 ๑๐ ๙ การลงข้อสรุป ๒ ๑๐ สอบกลางภาค 1 10 สอบปลายภาค ๑ 20 รวม 20 100


51 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว 2๑๒0๒ ชื่อวิชา เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ทำปฏิบัติการ การแพร่ ออสโมซิส การเก็บตัวอย่างพืช สัตว์ การตรวจสอบเซลล์ด้วยกล้องจุลทรรศน์ ปฏิบัติการทางฟิสิกส์ การพับเครื่องร่อน การตรวจสอบสารอาหาร การวัดค่าต่างๆ ด้วยเทคนิคทางเคมี และ และ ปฏิบัติการทางชีววิทยาอื่น ๆ โดยใช้ทักษะการ สังเกต การลงมือทำ และฝึกการจดบันทึกผลการทดลองอย่างเป็น ระเบียบ ผลการเรียนรู้ ๑. มีความเข้าใจ และทักษะในการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ๒. มีความรู้ความเข้าใจและทักษะในการใช้ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ๓. มีทักษะในการใช้ดูแลรักษากล้องจุลทรรศน์และคํานวณหากําลังขยายของกล้องจุลทรรศน์ ๔. ทำการทดลองวิทยาศาสตร์อย่างง่ายในเชิงเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ ๕. ทำงานเป็นกลุ่ม มีความริเริ่มสร้างสรรค์ในการแสดงความคิดเห็น ๖. จดบันทึกผลการทดลองและเขียนรายงานการปฏิบัติการทดลองได้ถูกต้อง โดยยึดระบบเลขนัยสําคัญ ๗. ทำปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์อย่างอิสระเพื่อวิเคราะห์เชิงปริมาณและคุณภาพ รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรียนรู้


52 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา ว 21๒02 ชื่อวิชา เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 2๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 0.5 หน่วยกิต ลำดับที่ หน่วยการเรียนรู้/เรื่อง เวลา (ชั่วโมง) คะแนน ๑ ข้อควรปฏิบัติในการทดลองวิทยาศาสตร์ ๑ ๑๐ ๒ อุปกรณ์ทั่วไปในห้องปฏิบัติในการทางวิทยาศาสตร์ ๓ ๑๐ ๓ การใช้อุปกรณ์ในการวัด ๒ ๑๐ ๔ เทคนิคพื้นฐานในห้องปฏิบัติในการ ทางวิทยาศาสตร์ ๔ ๑๐ ๕ การใช้กล้องจุลทรรศน์ ๒ ๑๐ ๖ การจดบันทึกและเขียนรายงาน ปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ๒ ๑๐ ๗ ตัวอย่างการทดลอง 4 ๒๐ สอบกลางภาค 1 10 สอบปลายภาค ๑ 20 รวม 20 100


53 ตัวชี้วัดสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบ นิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.๒ - - - สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.2 ว 1.2 ม.2/1 ระบุอวัยวะ และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะ ที่เกี่ยวข้องในระบบหายใจ ว 1.2 ม.2/2 อธิบายกลไก การหายใจเข้าและออก โดย ใช้แบบจำลอง รวมทั้งอธิบาย กระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊ส ว 1.2 ม.2/3 ตระหนักถึง ความสำคัญของระบบหายใจ โดยการบอกแนวทางในการ ดูแลรักษาอวัยวะในระบบ หายใจให้ทำงานเป็นปกติ - ระบบหายใจมีอวัยวะต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้อง ได้แก่ จมูก ท่อลม ปอด กะบังลม และกระดูกซี่โครง - มนุษย์หายใจเข้า เพื่อนำแก๊ส ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อนำไปใช้ ในเซลล์ และหายใจออก เพื่อกำจัด แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจาก ร่างกาย - อากาศเคลื่อนที่เข้าและออกจาก ปอดได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง ปริมาตรและความดันของอากาศ ภายในช่องอกซึ่งเกี่ยวข้องกับการ ทำงานของกะบังลม และกระดูก ซี่โครง - การแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนกับ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกาย เกิดขึ้นบริเวณถุงลมในปอดกับ หลอดเลือดฝอยที่ ถุงลม และ ระหว่างหลอดเลือดฝอยกับเนื้อเยื่อ - การสูบบุหรี่ การสูดอากาศที่มี สารปนเปื้อน และการเป็นโรค เกี่ยวกับระบบหายใจบางโรค อาจ 1. สภาพภูมิประเทศ 1.1 ที่ตั้ง อาณาเขต 1.2 ภูมิประเทศ 1.3 ภูมิอากาศ 1.4 ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งแวดล้อมกับวิถีการดำเนินชีวิต 2. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 2.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญ ในจังหวัด 2.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 2.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน 4. เศรษฐกิจและอาชีพที่สำคัญ ของจังหวัดลพบุรี 4.1 ด้านเกษตรกรรม 4.2 ด้านอุตสาหกรรม 4.3 ด้านการค้าและบริการ 4.4 การประกอบอาชีพ 4.5 ภูมิปัญญาท้องถิ่น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2


54 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งมีผล ให้ความจุอากาศของปอดลดลง ดังนั้นจึงควรดูแลรักษาระบ บ หายใจ ให้ทำหน้าที่เป็นปกติ 4.6 รายได้ของประชากร ฯลฯ 5. ภาษา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น 5.1 ภาษาและวรรณกรรม 5.2 ศิลปกรรมและโบราณคดี 5.3 ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อศาสนา 5.4 ดนตรี และการละเล่นพื้นบ้าน 5.5 ภาษาอาเซียน เช่น ภาษา เวียดนาม ภาษาลาว เป็นต้น ฯลฯ 7. แหล่งท่องเที่ยว/แหล่งเรียนรู้ 7.1 แหล่งท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์ 7.2 แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 7.3 แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม 7.4 แหล่งเรียนรู้ทางการศึกษา 7.5 แหล่งเรียนรู้ ศาสนา ฯลฯ 8. สภาพปัจจุบัน /ปัญหา ใน ชุมชนและสังคม 8.1 สภาพปัจจุบันของจังหวัด ลพบุรี - การคมนาคมและโลจิสติกส์ ฯลฯ 8.2 สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี - ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐาน - ปัญหาการอพยพย้ายถิ่น - ปัญหาการทำลายธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ว 1.2 ม.2/4 ระบุอวัยวะ และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะ ในระบบขับถ่ายในการกำจัด ของเสียทางไต - ระบบขับถ่ายมีอวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ โดยมีไตทำหน้าที่ ก ำ จั ด ข อ ง เสี ย เช่ น ยู เรี ย แอมโมเนีย กรดยูริก รวมทั้งสารที่ ร่างกายไม่ต้องการออกจากเลือด และควบคุมสารที่มีมากหรือน้อย เกินไป เช่น น้ำ โดยขับออกมาใน รูปของปัสสาวะ ม.2 ว 1.2 ม.2/5 ตระหนักถึง ความสำคัญของระบบขับถ่าย ในการกำจัดของเสียทางไต โดยการบอกแนวทางในการ ป ฏิ บั ติตน ที่ ช่วยให้ ระบ บ ขับถ่ายทำหน้าที่ได้อย่างปกติ - การเลือกรับประทานอาหารที่ เหมาะสม เช่น รับประทานอาหาร ที่ไม่มีรสเค็มจัด การดื่มน้ำสะอาด ให้เพียงพอ เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วย ให้ระบบขับถ่ายทำหน้าที่ได้อย่าง ปกติ ว 1.2 ม.2/6 บรรยายโครงสร้างและหน้าที่ ของหัวใจ หลอดเลือด และ เลือด ว 1.2 ม.2/7 อธิบายการ ทำงานของระบบหมุนเวียน เลือดโดยใช้แบบจำลอง - ร ะ บ บ ห มุ น เ วี ย น เ ลื อ ด ประกอบด้วย หัวใจ หลอดเลือด และเลือด - หัวใจของมนุษย์แบ่งเป็น 4 ห้อง ได้แก่ หัวใจ ห้องบน 2 ห้อง และ ห้องล่าง 2 ห้อง ระหว่างหัวใจห้อง บนและหัวใจห้องล่างมีลิ้นหัวใจกั้น - หลอดเลือด แบ่งเป็น หลอดเลือด อาร์เตอรี หลอดเลือดเวน หลอด เลือดฝอย ซึ่งมีโครงสร้างต่างกัน - เลือด ประกอบด้วย เซลล์เม็ด เลือด เพลตเลต และพลาสมา


55 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ว 1.2 ม.2/8 ออกแบบการทดลองและ ทดลอง ในการเปรียบเทียบ อัตราการเต้นของหัวใจ ขณะ ปกติและหลังทำกิจกรรม ว 1.2 ม.2/9 ตระหนักถึงความสำคัญของ ระบบหมุนเวียนเลือด โดยการ บอกแนวทางในการดูแลรักษา อวัยวะในระบบหมุนเวียน เลือดให้ทำงานเป็นปกติ - ชีพจรบอกถึงจังหวะการเต้นของ หัวใจ ซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจ ใน ขณ ะป กติ แล ะห ลังจากท ำ กิจกรรมต่าง ๆ จะแตกต่างกัน ส่วน ความดันเลือด ระบบหมุนเวียน เลือดเกิดจากการทำงานของหัวใจ และหลอดเลือด - อัตราการเต้นของหัวใจมีความ แตกต่างกันในแต่ละบุคคล คนที่ เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดจะ ส่งผลทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไม่เป็น ปกติ - การออกกำลังกาย การเลือก รับประทานอาหาร การพักผ่อน และการรักษาภาวะอารมณ์ให้เป็น ปกติ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการ ดูแลรักษาระบบหมุนเวียนเลือดให้ เป็นปกติ - ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว ฯลฯ ว 1.2 ม.2/10 ระบุอวัยวะ และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะ ในระบบประสาทส่วนกลางใน การควบคุม การทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย ว 1.2 ม.2/11 ตระหนักถึง ค ว า ม ส ำ คั ญ ข อ ง ร ะ บ บ ป ร ะ ส า ท โด ย ก า ร บ อ ก แนวทางในการดูแลรักษา ร ว ม ถึ ง ก า ร ป้ อ ง กั น ก า ร ก ร ะ ท บ ก ร ะ เทื อ น แ ล ะ อันตรายต่อสมองและไขสัน หลัง - ร ะ บ บ ป ร ะ ส า ท ส่ ว น ก ล า ง ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง จะทำหน้าที่ร่วมกับเส้นประสาท ซึ่ง เป็นระบบประสาทรอบนอก ในการ ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงการแสดงพฤติกรรม เพื่อ การตอบสนองต่อสิ่งเร้า - เมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นหน่วยรับ ความรู้สึก จะเกิดกระแสประสาท ส่ งไป ต า ม เซ ล ล์ ป ร ะ ส า ท รั บ ความรู้สึก ไปยังระบบประสาท ส่วนกลาง แล้วส่งกระแสประสาท มาตามเซลล์ประสาทสั่งการ ไปยัง หน่วยปฏิบัติงาน เช่น กล้ามเนื้อ - ระบบประสาทเป็นระบบที่มีความ ซับซ้อนและมีความสัมพันธ์กับทุก ระบบในร่างกาย ดังนั้น จึงควร ป้ อ ง กั น ก า ร เกิ ด อุ บั ติ เห ตุ ที่ ก ร ะ ท บ ก ร ะ เทื อ น ต่ อ ส ม อ ง ห ลี ก เลี่ ย งก ารใช้ ส ารเส พ ติ ด ห ลี ก เลี่ ย งภ าว ะ เค รี ย ด แ ล ะ


56 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อดูแลรักษาระบบประสาทให้ ทำงานเป็นปกติ ม.2 ว 1.2 ม.2/12 ระบุอวัยวะ และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะ ในระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย แ ล ะ เพ ศ ห ญิ ง โ ด ย ใ ช้ แบบจำลอง ว 1.2 ม.2/13 อธิบายผล ของฮอร์โมนเพศชายและเพศ หญิงที่ควบคุมการเปลี่ยน แปลงของร่างกาย เมื่อเข้าสู่ วัยหนุ่มสาว ว 1.2 ม.2/14 ตระหนักถึง การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว โดยการ ดูแลรักษาร่างกายและจิตใจ ของตนเองในช่วงที่มีการ เปลี่ยนแปลง - ม นุ ษ ย์ มี ร ะ บ บ สื บ พั น ธุ์ ที่ ประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ที่ทำ หน้าที่เฉพาะ โดยรังไข่ในเพศหญิง จะทำหน้าที่ผลิตเซลล์ไข่ ส่วน อัณฑะในเพศชายจะทำหน้าที่สร้าง เซลล์อสุจิ - ฮอร์โมนเพศทำหน้าที่ควบคุมการ แสดงออกของลักษณะทางเพศที่ แตกต่างกัน เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว จะมีการสร้างเซลล์ไข่และเซลล์อสุจิ การตกไข่ การมีรอบเดือน และถ้ามี การปฏิสนธิของเซลล์ไข่และเซลล์ อสุจิจะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ ว 1.2 ม.2/15 อธิบายการ ตกไข่ การมีประจำเดือน การ ปฏิสนธิและการพัฒนาของ ไซโกต จนคลอดเป็นทารก ว 1.2 ม.2/16 เลื อ ก วิธีก ารคุ ม ก ำเนิ ด ที่ เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ กำหนด ว 1.2 ม.2/17 ตระหนักถึงผลกระทบของ การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร โด ย ก ารป ระ พ ฤ ติ ต น ให้ เหมาะสม - ก า ร มี ป ร ะ จ ำ เ ดื อ น มี ความสัมพันธ์กับการตกไข่ โดยเป็น ผลจากการเปลี่ยนแปลงของระดับ ฮอร์โมนเพศหญิง - เมื่อเพศหญิงมีการตกไข่และเซลล์ ไข่ได้รับการปฏิสนธิกับเซลล์อสุจิจะ ทำให้ได้ไซโกต ไซโกตจะเจริญเป็น เอ็มบริโอและฟีตัส จนกระทั่งคลอด เป็นทารก แต่ถ้าไม่มีการปฏิสนธิ เซลล์ไข่จะสลายตัว ผนังด้านใน ม ด ลู ก รว ม ทั้ งห ล อ ด เลื อ ด จ ะ สลายตัวและหลุดลอกออก เรียกว่า ประจำเดือน - การคุมกำเนิดเป็นวิธีป้องกันไม่ให้ เกิดการตั้งครรภ์ โดยป้องกันไม่ให้ เกิดการปฏิสนธิหรือไม่ให้มีการฝัง ตัวของเอ็มบริโอ ซึ่งมีหลายวิธี เช่น การใช้ถุงยางอนามัย การกินยา คุมกำเนิด


57 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสาร พันธุกรรม การ เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้าง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และ การเกิดปฏิกิริยาเคมี ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.๒ - - - ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.2 ว 2.1 ม.2/1 อธิบายการแยกสารผสมโดย การระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทก ราฟีแบบกระดาษ การสกัด ด้วยตัวทำละลาย โดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.1 ม.2/2 แยกสารโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่นอย่างง่าย โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ การสกัดด้วยตัวทำละลาย การแยกสารผสมให้เป็นสารบริสุทธิ์ ทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสมบัติของ สารนั้น ๆ การระเหยแห้งใช้แยก สารละลายซึ่งประกอบด้วยตัว ละลายที่เป็นของแข็งในตัวทำ ละลายที่เป็นของเหลว โดยใช้ความ ร้อนระเหยตัวทำละลายออกไปจน หมด เหลือแต่ตัวละลาย การตก ผ ลึ ก ใ ช้ แ ย ก ส า ร ล ะ ล า ย ที่ ประกอบด้วยตัวละลายที่เป็น ของแข็งในตัวทำละลายทำเป็น ของเหลว โดยทำให้สารละลาย อิ่มตัว แล้วปล่อยให้ตัวทำละลาย ระเหยออกไปบางส่วน ตัวละลาย จะตกผลึกแยกออกมา การกลั่น อย่างง่ายใช้แยกสารละลายที่ ประกอบด้วย ตัวละลายและตัวทำ ละลายที่เป็นของเหลวที่มีจุดเดือด ต่างกันมาก วิธีนี้จะแยกของเหลว บริสุทธิ์ออกจากสารละลายโดยให้ ความร้อนกับสารละลาย ของเหลว จะเดือดและกลายเป็นไอแยกจาก สารละลายแล้วควบแน่นกลับเป็น ของเหลวอีกครั้ง ขณะที่ของเหลว เดือด อุณหภูมิของไอจะคงที่ โคร มาโทกราฟีแบบกระดาษเป็นวิธีการ 1. ประวัติความเป็นมาของชุมชน 1.1 ประวัติศาสตร์เมืองละโว้ 1.2 คำขวัญประจำ จังหวัด/อำเภอ 1.3 ตราประจำจังหวัด/อำเภอ 1.4 ต้นไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.5 ดอกไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.6 เพลงประจำจังหวัด/อำเภอ ฯลฯ 2. สภาพภูมิประเทศ 2.1 ที่ตั้ง อาณาเขต 2.2 ภูมิประเทศ 2.3 ภูมิอากาศ 2.4 ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งแวดล้อมกับวิถีการดำเนินชีวิต ฯลฯ 3. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 3.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญ ในจังหวัด 3.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 3.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน


58 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น แยกสารผสมที่มีปริมาณน้อยโดยใช้ แยกสารที่มีสมบัติการละลายในตัว ทำละลายและการถูกดูดซับด้วยตัว ดูดซับแตกต่างกัน ทำให้สารแต่ละ ชนิดเคลื่อนที่ไปบนตัวดูดซับได้ ต่างกัน สารจึงแยกออกจากกันได้ อัตราส่วนระหว่างระยะทางที่สาร องค์ประกอบ แต่ละชนิดเคลื่อนที่ ได้บนตัวดูดซับ กับระยะทางที่ตัว ทำละลายเคลื่อนที่ได้ เป็นค่า เฉพาะตัวของสารแต่ละชนิดในตัว ทำละลายและตัวดูดซับหนึ่ง ๆ การ สกัดด้วยตัวทำละลาย เป็นวิธีการ แยกสารผสมที่มีสมบัติการละลาย ใน ตัวทำละลายที่ต่างกันโดยชนิด ของตัวทำละลายมีผลต่อชนิดและ ปริมาณของสารที่สกัดได้การสกัด โดยการกลั่นด้วยไอน้ำ ใช้แยกสาร ที่ระเหยง่าย ไม่ละลายน้ำ และไม่ ทำปฏิกิริยากับน้ำออกจากสารที่ ระเหยยาก โดยใช้ไอน้ำเป็นตัวพา ว 2.1 ม.2/3 นำวิธีการแยกสารไปใช้ แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยบูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เทคโนโลยีและ วิศวกรรมศาสตร์ ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ ก า ร แ ย ก ส า ร บู ร ณ า ก าร กั บ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีโดยใช้ ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า งวิ ศ ว ก ร ร ม สามารถน ำไป ใช้แก้ปั ญ ห าใน ชีวิตประจำวันหรือปัญหาที่พบใน ชุมชนหรือสร้างนวัตกรรม โดยมี ขั้นตอน ดังนี้ - ระบุปัญหาในชีวิตประจำวันที่ เกี่ยวกับการแยกสารโดยใช้สมบัติ ทางกายภาพ หรือนวัตกรรมที่ ต้องการพัฒนา โดยใช้หลักการ ดังกล่าว - รวบ รวม ข้ อ มู ล แล ะแ น วคิ ด เกี่ยวกับการแยกสาร โดยใช้สมบัติ ทางกายภาพที่สอดคล้องกับปัญหา ที่ระบุ หรือนำไปสู่การพัฒ นา นวัตกรรมนั้น


59 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.2 - ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา หรือ พัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวกับการแยก สารในสารผสม โดยใช้สมบัติทาง กายภาพ โดยเชื่อมโยงความรู้ด้าน วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ ค ณิ ต ศ า ส ต ร์ เทคโนโลยีและกระบวนการทาง วิศวกรรม รวมทั้งกำหนดและ ควบคุมตัวแปรอย่างเหมาะสม ครอบคลุม - วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา หรือพัฒนานวัตกรรม รวบรวม ข้อมูล จัดกระทำข้อมูลและเลือก วิธีการสื่อความหมายที่เหมาะสมใน การนำเสนอผล - ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุง วิธีการแก้ปัญหา หรือนวัตกรรมที่ พัฒ นาขึ้น โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ที่รวบรวมได้ - นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา หรือผล ของนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น และผล ที่ ได้ โด ย ใช้ วิ ธี ก ารสื่ อ ส าร ที่ เหมาะสมและน่าสนใจ ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการทดลองและ ทดลองในการอธิบายผลของ ชนิดตัวละลาย ชนิดตัวทำ ละลาย อุณหภูมิที่มีต่อสภาพ ละลายได้ของสาร รวมทั้ง อธิบายผลของความดันที่มีต่อ สภาพละลายได้ของสาร โดย ใช้สารสนเทศ - สารละลายอาจมีสถานะเป็น ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส สารละลายประกอบด้วยตัวทำ ละลาย และตัวละลาย กรณี สารละลายเกิดจากสารที่มีสถานะ เดียวกัน สารที่มีปริมาณมากที่สุด จัดเป็นตัวทำละลาย กรณี สารละลายเกิดจากสารที่มีสถานะ ต่างกัน สารที่มีสถานะเดียวกันกับ สารละลายจัดเป็นตัวทำละลาย - สารละลายที่ตัวละลายไม่สามารถ ละลายในตัวทำละลายได้อีกที่ อุณหภูมิหนึ่ง ๆ เรียกว่าสารละลาย อิ่มตัว - สภาพละลายได้ของสารในตัวทำ ละลาย เป็นค่าที่บอกปริมาณของ สารที่ละลายได้ในตัวทำละลาย


60 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 100 กรัม จนได้สารละลายอิ่มตัว ณ อุณหภูมิและความดันหนึ่ง ๆ สภาพละลายได้ของสารบ่งบอก ความสามารถในการละลายได้ของ ตัวละลาย ในตัวทำละลาย ซึ่ง ความสามารถในการละลายของ สารขึ้นอยู่กับชนิดของตัวทำละลาย และตัวละลายอุณหภูมิและความ ดัน - สารชนิดหนึ่ง ๆ มีสภาพละลายได้ แตกต่างกันในตัวทำละลายที่ แตกต่างกัน และสารต่างชนิดกัน มีสภาพละลายได้ในตัวทำละลาย หนึ่ง ๆ ไม่เท่ากัน - เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สารส่วนมาก สภาพละลายได้ของสารจะเพิ่มขึ้น ยกเว้นแก๊สเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สภาพการละลายได้จะลดลง ส่วน ความดันมีผลต่อแก๊ส โดยเมื่อความ ดันเพิ่มขึ้น สภาพละลายได้จะ สูงขึ้น - ความรู้เกี่ยวกับสภาพละลายได้ ของสาร เมื่อเปลี่ยนแปลงชนิดตัว ละลาย ตัวทำละลาย และอุณหภูมิ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวัน เช่น การทำน้ำเชื่อม เข้มข้น การสกัดสารออกจาก สมุนไพรให้ได้ปริมาณมากที่สุด ม.2 ว 2.1 ม.2/5 ระบุปริมาณตัวละลายใน สารละลาย ในหน่วยความ เข้มข้นเป็นร้อยละ ปริมาตร ต่อปริมาตร มวลต่อมวล และ มวลต่อปริมาตร ว 2.1 ม.2/6 ตระหนักถึงความสำคัญของ การน ำความ รู้เรื่องค วาม เข้มข้นของสารไปใช้ โดย ยกตัวอย่างการใช้สารละลาย - ความเข้มข้นของสารละลาย เป็น การระบุปริมาณ ตัวละลายใน สารละลาย หน่วยความเข้มข้นมี หลายหน่วย ที่นิยมระบุเป็นหน่วย เป็นร้อยละ ปริมาตรต่อปริมาตร มวลต่อมวล และมวลต่อปริมาตร - ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร เป็นการระบุปริมาตรตัวละลายใน สารละลาย 100 หน่วยปริมาตร เดียวกัน นิยมใช้กับสารละลายที่ เป็นของเหลวหรือแก๊ส


61 สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะการเคลื่อนที่แบบ ต่าง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง และปลอดภัย - ร้อยละโดยมวลต่อมวล เป็นการ ระบุมวลตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วยมวลเดียวกัน นิยมใช้ กับสารละลายที่มีสถานะเป็ น ของแข็ง - ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร เป็น ก า ร ร ะ บุ ม ว ล ตั ว ล ะ ล า ย ใน สารละลาย 100 หน่วยปริมาตร นิยมใช้กับสารละลายที่มีตัวละลาย เป็นของแข็ง ในตัวทำละลายที่เป็น ของเหลว - ก า ร ใช้ ส า ร ล ะ ล า ย ใน ชีวิ ต ประจำวัน ควรพิจารณาจากความ เข้มข้นของสารละลายขึ้นอยู่กับ จุดประสงค์ของการใช้งาน และ ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สิ่ ง ชี วิ ต แ ล ะ สิ่งแวดล้อม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.2 ว 2.2 ม.2/1 พยากรณ์การเคลื่อนที่ของ วัตถุที่เป็นผลของแรงลัพธ์ที่ เกิ ด จาก แ รงห ล าย แ รงที่ กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกัน จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ม.2/2 เขียนแผนภาพแสดงแรงและ แรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลาย แรงที่กระทำต่อวัตถุในแนว เดียวกัน ว 2.2 ม.2/3 ออกแบบการทดลองและ ทดลอง ด้วยวิธีที่เหมาะสมใน การอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อ ความดันของของเหลว - แรงเป็นปริมาณเวกเตอร์เมื่อมี แรงหลาย ๆ แรงกระทำต่อวัตถุ แล้วแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุมีค่า เป็นศูนย์วัตถุจะไม่เปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่แต่ถ้าแรงลัพธ์ที่ กระทำต่อวัตถุมีค่าไม่เป็นศูนย์วัตถุ จะเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ - เมื่อวัตถุอยู่ในของเหลวจะมีแรงที่ ของเหลวกระทำต่อวัตถุในทุก ทิศทาง โดยแรงที่ของเหลวกระทำ ตั้งฉากกับผิววัตถุต่อหนึ่งหน่วย พื้นที่ เรียกว่าความดันของ ของเหลว - ความดันของของเหลวมีความ สัมพันธ์กับความลึกจากระดับ ผิวหน้าของของเหลว โดยบริเวณที่ 1. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 1.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญ ในจังหวัด 1.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 1.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน


62 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ลึกลงไปจากระดับผิวหน้าของ ของเหลวมากขึ้น ความดันของ ของเหลวจะเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ของเหลวที่อยู่ลึกกว่า จะมีน้ำหนัก ของของเห ลวด้าน บ น กระท ำ มากกว่า ว 2.2 ม.2/4 วิเคราะห์แรงพยุงและการจม การลอยของวัตถุในของเหลว จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ม.2/5 เขียนแผนภาพแสดงแรงที่ กระทำต่อวัตถุ ในของเหลว - เมื่อวัตถุอยู่ในของเหลว จะมีแรง พยุงเนื่องจากของเหลวกระทำต่อ วัตถุโดยมีทิศขึ้นในแนวดิ่ง การจม หรือการลอยของวัตถุขึ้นกับน้ำหนัก ของวัตถุและแรงพยุง ถ้าน้ำหนัก ของวัตถุและแรงพยุงของของเหลว มีค่าเท่ากัน วัตถุจะลอยนิ่งอยู่ใน ของเหลว แต่ถ้าน้ำหนักของวัตถุมี ค่ามากกว่าแรงพยุงของของเหลว วัตถุจะจม ว 2.2 ม.2/6 อธิบายแรงเสียดทานสถิตและ แ ร ง เสี ย ด ท า น จ ล น์ จ า ก หลักฐานเชิงประจักษ์ - แรงเสียดทานเป็นแรงที่เกิดขึ้น ระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ เพื่อต้าน การเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น โดยถ้า ออกแรงกระทำต่อวัตถุที่อยู่นิ่งบน พื้นผิวให้เคลื่อนที่แรงเสียดทานก็ จะต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุแรง เสียดทานที่เกิดขึ้นในขณะที่วัตถุยัง ไม่เคลื่อนที่เรียก แรงเสียดทานสถิต แต่ถ้าวัตถุกำลังเคลื่อนที่ แรงเสียด ทานก็จะทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่ช้า ลงหรือหยุดนิ่ง เรียก แรงเสียดทาน จลน์ ว 2.2 ม.2/7 ออกแบบการทดลองและ ทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมใน การอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อ ขนาดของแรงเสียดทาน ว 2.2 ม.2/8 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียด ทานและแรงอื่น ๆ ที่กระทำต่อ วัตถุ - ขนาดของแรงเสียดทานระหว่าง ผิวสัมผัสของวัตถุขึ้นกับลักษณะ ผิ ว สั ม ผั ส แ ล ะ ข น าด ข อ งแ ร ง ปฏิกิริยาตั้งฉากระหว่างผิวสัมผัส - กิจกรรมในชีวิตประจำวันบาง กิจกรรมต้องการ แรงเสียดทาน เช่น การเปิดฝาเกลียวขวดน้ำ ก ารใช้ แ ผ่ น กั น ลื่ น ใน ห้ อ งน้ ำ บางกิจกรรมไม่ต้องการแรงเสียด ทาน เช่น การลากวัตถุบนพื้น การใช้น้ำมันหล่อลื่นในเครื่องยนต์


63 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ว 2.2 ม.2/9 ตระหนักถึงประโยชน์ของ ความรู้เรื่องแรงเสียดทานโดย วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และเสนอแนะวิธีการลดหรือ เพิ่ ม แ รงเสี ย ด ท าน ที่ เป็ น ประโยชน์ต่อการทำกิจกรรม ในชีวิตประจำวัน - ความรู้เรื่องแรงเสียดทานสามารถ นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ได้ ว 2.2 ม.2/10 ออกแบบการทดลองและ ทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมใน การอธิบายโมเมนต์ของแรง เมื่อวัตถุอยู่ในสภาพสมดุลต่อ การหมุน และคำนวณโดยใช้ สมการ M = Fl - เมื่อมีแรงที่กระทำต่อวัตถุโดยไม่ ผ่านศูนย์กลางมวลของวัตถุจะเกิด โมเมนต์ของแรง ทำให้วัตถุหมุนรอบ ศูนย์กลางมวลของวัตถุนั้น - โมเมนต์ของแรงเป็นผลคูณของ แรงที่กระทำต่อวัตถุกับระยะทาง จากจุดหมุนไปตั้งฉากกับแนวแรง เมื่อผลรวมของโมเมนต์ของแรงมี ค่าเป็นศูนย์วัตถุจะอยู่ในสภาพ สมดุลต่อการหมุน โดยโมเมนต์ของ แรงในทิศทวนเข็มนาฬิกาจะมี ขนาดเท่ากับโมเมนต์ของแรงในทิศ ตามเข็มนาฬิกา - ของเล่นหลายชนิดประกอบด้วย อุปกรณ์หลายส่วนที่ใช้หลักการ โมเมน ต์ของแรง ความรู้เรื่อง โมเมนต์ของแรงสามารถนำไปใช้ ออกแบบและประดิษฐ์ของเล่นได้ ว 2.2 ม.2/11 เปรียบเทียบแหล่งของ สนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า และสนามโน้มถ่วง และ ทิศทางของแรงที่กระทำต่อ วัตถุที่อยู่ในแต่ละสนามจาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 2.2 ม.2/12 เขียนแผนภาพแสดงแรง แม่เหล็ก แรงไฟฟ้าและแรง โน้มถ่วงที่กระทำต่อวัตถุ - วัตถุที่มีมวลจะมีสนามโน้มถ่วงอยู่ โดยรอบ แรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อ วัตถุที่อยู่ในสนามโน้มถ่วงจะมีทิศ พุ่งเข้าหาวัตถุที่เป็นแหล่งของสนาม โน้มถ่วง - วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าจะมีสนาม ไฟฟ้าอยู่โดยรอบ แรงไฟฟ้าที่ กระทำต่อวัตถุที่มีประจุจะมีทิศพุ่ง เข้าหาหรือออกจากวัตถุที่มีประจุที่ เป็นแหล่งของสนามไฟฟ้า - วัตถุที่เป็นแม่เหล็กจะมีสนาม แม่เหล็กอยู่โดยรอบ แรงแม่เหล็กที่ กระทำต่อขั้วแม่เหล็กจะมีทิศพุ่งเข้า


64 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น หาหรือออกจากขั้วแม่เหล็กที่เป็น แหล่งของสนามแม่เหล็ก ว 2.2 ม 2/13 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ ระหว่างขนาดของแรง แม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และแรง โน้มถ่วงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ ในสนามนั้น ๆ กับระยะห่าง จากแหล่งของสนามถึงวัตถุ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ - ขนาดของแรงโน้มถ่วง แรงไฟฟ้า และแรงแม่เหล็กที่กระทำต่อวัตถุที่ อยู่ในสนามนั้น ๆ จะมีค่าลดลง เมื่อวัตถุอยู่ห่างจากแหล่งของสนาม นั้น ๆ มากขึ้น ว 2.2 ม.2/14 อธิบายและคำนวณอัตราเร็ว และความเร็วของการเคลื่อนที่ ของวัตถุ โดยใช้สมการ จาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ม.2/15 เขียนแผนภาพแสดงการ กระจัดและความเร็ว - การเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นการ เปลี่ยนตำแหน่งของวัตถุเทียบกับ ตำแหน่งอ้างอิง โดยมีปริมาณที่ เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ซึ่งมีทั้ง ป ริม าณ ส เก ล าร์แ ล ะป ริม าณ เวกเตอร์เช่น ระยะทาง อัตราเร็ว การกระจัด ความเร็ว ปริมาณส เกลาร์เป็นปริมาณที่มีขนาด เช่น ระยะท าง อั ต ราเร็ว ป ริม าณ เวกเตอร์เป็นปริมาณที่มีทั้งขนาด และทิ ศท าง เช่น การกระจัด ความเร็ว - เขียนแผนภาพแทนปริมาณ เวกเตอร์ได้ด้วยลูกศร โดยความ ยาวของลูกศรแสดงขนาดและหัว ลูกศรแสดงทิศทางของเวกเตอร์นั้น - ระยะทางเป็นปริมาณสเกลาร์ โดยระยะทาง เป็นความยาวของ เส้นทางที่เคลื่อนที่ได้ - การกระจัดเป็นปริมาณเวกเตอร์ โดยการกระจัดมีทิศชี้จากตำแหน่ง เริ่มต้นไปยังตำแหน่งสุดท้าย และมี ขน าด เท่ ากั บ ระย ะที่ สั้ น ที่ สุ ด ระหว่างสองตำแหน่งนั้น - อัตราเร็วเป็นปริมาณสเกลาร์ โดยอัตราเร็วเป็นอัตราส่วนของ ระยะทางต่อเวลา


65 สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสาร และพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - ความเร็วปริมาณเวกเตอร์มีทิศ เดียวกับทิศของการกระจัด โดย ความเร็วเป็นอัตราส่วนของการ กระจัดต่อเวลา ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.2 ว 2.3 ม.2/1 วิเคราะห์สถานการณ์และ คำนวณเกี่ยวกับงานและ กำลังที่เกิดจากแรงที่กระทำ ต่อวัตถุโดยใช้สมการ = และ = จากข้อมูลที่รวบรวมได้ - เมื่อออกแรงกระทำต่อวัตถุแล้ว ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ โดยแรงอยู่ใน แนวเดียวกับการเคลื่อนที่จะเกิดงาน งานจะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นกับ ขนาดของแรงและระยะทางในแนว เดียวกับแรง - งานที่ทำในหนึ่งหน่วยเวลาเรียกว่า กำลัง หลักการของงานนำไปอธิบาย การทำงานของเครื่องกลอย่างง่าย ได้แก่คาน พื้นเอียง รอกเดี่ยว ลิ่ม สกรูล้อและเพลา ซึ่งนำไปใช้ ประโยชน์ด้านต่าง ๆ ใน ชีวิตประจำวัน 1. เศรษฐกิจและอาชีพที่สำคัญ ของจังหวัดลพบุรี 1.1 ด้านเกษตรกรรม 1.2 ด้านอุตสาหกรรม 1.3 ด้านการค้าและบริการ 1.4 การประกอบอาชีพ 1.5 ภูมิปัญญาท้องถิ่น 1.6 รายได้ของประชากร ม.2 ว 2.3 ม.2/2 วิเคราะห์หลักการทำงานของ เครื่องกลอย่างง่ายจากข้อมูล ที่รวบรวมได้ ว 2.3 ม.2/3 ตระหนักถึงประโยชน์ ของ ความรู้ของเครื่องกลอย่างง่าย โดยบอกประโยชน์และการ ประยุกต์ ใช้ในชีวิตประจำวัน - พลังงานจลน์เป็นพลังงานของวัตถุ ที่เคลื่อนที่ พลังงานจลน์จะมีค่ามาก หรือน้อยขึ้นกับมวลและอัตราเร็ว ส่วนพลังงานศักย์โน้มถ่วงเกี่ยวข้อง กับตำแหน่งของวัตถุ จะมีค่ามาก หรือน้อยขึ้นกับมวลและตำแหน่ง ของวัตถุ เมื่อวัตถุอยู่ในสนามโน้ม ถ่วง วัตถุจะมีพลังงานศักย์โน้มถ่วง พลังงานจลน์และพลังงานศักย์โน้ม ว 2.3 ม.2/4 ถ่วงเป็นพลังงานกล ออกแบบและทดลองด้วยวิธีที่ เหมาะสมในการอธิบายปัจจัย ที่มีผลต่อพลังงานจลน์และ พลังงานศักย์โน้มถ่วง


66 สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซีดาวฤกษ์และ ระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ว 2.3 ม.2/5 แปลความหมายข้อมูลและ อธิบายการเปลี่ยนพลังงาน ระหว่างพลังงานศักย์โน้มถ่วง และพลังงานจลน์ของวัตถุโดย พลังงานกลของวัตถุ มีค่าคง ตัวจากข้อมูลที่รวบรวมได้ - ผลรวมของพลังงานศักย์โน้มถ่วง และพลังงานจลน์เป็นพลังงานกล พลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลังงาน จลน์ของวัตถุหนึ่ง ๆ สามารถเปลี่ยน กลั บ ไป ม าได้ โดย ผล รวม ขอ ง พลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลังงาน จลน์มีค่าคงตัว นั่นคือพลังงานกล ของวัตถุมีค่าคงตัว ว 2.3 ม.2/6 วิเคราะห์สถานการณ์ และ อธิบายการเปลี่ยนและการถ่าย โอนพลังงานโดยใช้กฎการ อนุรักษ์พลังงาน - พลังงานรวมของระบบมีค่าคงตัว ซึ่งอาจเปลี่ยนจากพลังงานหนึ่งเป็น อีกพลังงานหนึ่ง เช่น พลังงานกล เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า พลังงาน จลน์เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน พ ลั ง ง า น เสี ย ง พ ลั ง ง า น แ ส ง เนื่องมาจากแรงเสียดทาน พลังงาน เคมีในอาหารเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ ไปใช้ในการทำงานของสิ่งมีชีวิต - นอกจากนี้พลังงานยังสามารถถ่าย โอนไปยังอีกระบบหนึ่งหรือได้รับ พลังงานจากระบบอื่นได้เช่น การ ถ่ายโอนความร้อนระหว่างสสาร การถ่ายโอนพลังงานของการสั่นของ แหล่งกำเนิดเสียงไปยังผู้ฟัง ทั้งการ เปลี่ยนพลังงานและการถ่ายโอน พลังงาน พลังงานรวมทั้งหมดมีค่า เท่าเดิมตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.2 - - -


67 สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบน ผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศ โลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.2 ว 3.2 ม.2/1 เปรียบเทียบกระบวนการ เกิด สมบั ติและการใช้ ประโยชน์รวมทั้งอธิบาย ผ ล ก ร ะ ท บ จ า ก ก าร ใช้ เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ - เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพของซาก สิ่งมีชีวิตในอดีต โดยกระบวนการ ทางเคมีและธรณีวิทยา เชื้อเพลิงซาก ดึกดำบรรพ์ได้แก่ถ่านหิน หินน้ำมัน และปิโตรเลียม ซึ่งเกิดจากวัตถุต้น กำเนิด และสภาพ แวดล้อมการเกิด ที่แตกต่างกัน ทำให้ได้ชนิดของ เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ที่มีลักษณะ สมบัติและการนำไปใช้ประโยชน์ แตกต่างกัน สำหรับปิโตรเลียม จะต้องมีการผ่านการกลั่นลำดับส่วน ก่อนการใช้งานเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ เห ม าะสม ต่ อการใช้ป ระโย ช น์ เชื้ อ เพ ลิ งซ าก ดึ ก ด ำบ รรพ์ เป็ น ทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป เนื่องจาก ต้องใช้เวลานานหลายล้านปีจึงจะ เกิดขึ้นใหม่ได้ 1. ประวัติความเป็นมาของชุมชน 1.1 ประวัติศาสตร์เมืองละโว้ 1.2 คำขวัญประจำ จังหวัด/อำเภอ 1.3 ตราประจำจังหวัด/อำเภอ 1.4 ต้นไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.5 ดอกไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.6 เพลงประจำจังหวัด/อำเภอ 2. สภาพภูมิประเทศ 2.1 ที่ตั้ง อาณาเขต 2.2 ภูมิประเทศ 2.3 ภูมิอากาศ 2.4 ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อม กับวิถีการดำเนินชีวิต 3. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 3.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญ ในจังหวัด 3.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 3.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน 4. เศรษฐกิจและอาชีพที่สำคัญ ของจังหวัดลพบุรี 4.1 ด้านเกษตรกรรม 4.2 ด้านอุตสาหกรรม 4.3 ด้านการค้าและบริการ 4.4 การประกอบอาชีพ 4.5 ภูมิปัญญาท้องถิ่น 4.6 รายได้ของประชากร 5. ภาษา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น 5.1 ภาษาและวรรณกรรม 5.2 ศิลปกรรมและโบราณคดี 5.3 ขนบธรรมเนียม ประเพณี ว 3.2 ม.2/2 แสดงความตระหนักถึงผล จากการใช้เชื้อเพลิงซากดึก ดำบรรพ์โดยนำเสนอแนว ทางการใช้เชื้อเพลิงซากดึก ดำบรรพ์ - การเผาไหม้เชื้อเพลิงซากดึกดำ บรรพ์ในกิจกรรม ต่าง ๆ ของมนุษย์ จะท ำให้ เกิดมลพิ ษ ท างอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อมนอกจากนี้แก๊สบางชนิดที่ เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงซากดึก ด ำบ รรพ์ เช่ น แ ก๊ สคาร์บ อ น - ไดออกไซด์และไนตรัสออกไซด์ ยังเป็นแก๊สเรือนกระจกซึ่งส่งผลให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของ โลกรุนแรงขึ้น ดังนั้นจึงควรใช้ เชื้อเพ ลิงซากดึกดำบ รรพ์ โดย คำนึงถึงผลที่เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม เช่น เลือกใช้พลังงาน ทดแทน หรือเลือกใช้เทคโนโลยีที่ลด การใช้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์


68 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ว 3.2 ม.2/3 เป รี ย บ เที ย บ ข้ อ ดี แ ล ะ ข้ อ จ ำ กั ด ข อ งพ ลั งง า น ทดแทนแต่ละประเภทจาก การรวบ รวม ข้อมูลและ นำเสนอแนวทางการใช้ พ ลั ง ง า น ท ด แ ท น ที่ เหมาะสมในท้องถิ่น - เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เป็นแหล่ง พลังงานที่สำคัญในกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์เนื่องจากเชื้อเพลิงซากดึก ดำบรรพ์มีปริมาณจำกัดและมักเพิ่ม มลภาวะในบรรยากาศมากขึ้น จึงมี การใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล พลังงาน คลื่น พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งพลังงาน ทดแทนแต่ละชนิดจะมีข้อดีและ ข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ความเชื่อศาสนา 5.4 ดนตรี และการละเล่นพื้นบ้าน 5.5 ภาษาอาเซียน เช่น ภาษา เวียดนาม ภาษาลาว เป็นต้น 6. แหล่งท่องเที่ยว/แหล่งเรียนรู้ 6.1 แหล่งท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์ 6.2 แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 6.3 แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม 6.4 แหล่งเรียนรู้ทางการศึกษา 6.5 แหล่งเรียนรู้ ศาสนา ว 3.2 ม.2/4 สร้างแบบจำลองที่อธิบาย โครงสร้างภายในโลกตาม องค์ประกอบทางเคมีจาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ - โครงสร้างภายในโลกแบ่งออกเป็น ชั้นตามองค์ประกอบทางเคมีได้แก่ เป ลื อ ก โ ล ก ซึ่ ง อ ยู่ น อ ก สุ ด ประกอบด้วยสารประกอบของ ซิลิกอน และอะลูมิเนียมเป็นหลัก เนื้อโลกคือส่วนที่อยู่ใต้เปลือกโลกลง ไปจนถึงแก่นโลก มีองค์ประกอบ หลักเป็นสารประกอบของซิลิกอน แมกนีเซียม และเหล็ก และแก่นโลก คือส่วนที่อยู่ใจกลางของโลก มี องค์ประกอบหลักเป็นเหล็กและ นิ กเกิล ซึ่ งแต่ ล ะชั้ น มี ลั กษ ณ ะ แตกต่างกัน ว 3.2 ม.2/5 อธิบายกระบวนการผุพังอยู่ กับที่การกร่อน และการ สะสมตัวของตะกอนจาก แบบจำลองรวมทั้งยก ตัวอย่างผลของกระบวนการ ดังกล่าวที่ทำให้ผิวโลกเกิด การเปลี่ยนแปลง - การผุพังอยู่กับที่ การกร่อน และ การส ะสม ตัวของต ะกอน เป็ น กระบ วน การเป ลี่ยนแป ลงท าง ธรณีวิทยาที่ทำให้ผิวโลกเกิดการ เปลี่ยนแปลงเป็นภูมิลักษณ์แบบต่าง ๆ โดยมีปัจจัยสำคัญ คือน้ำ ลม ธาร น้ ำ แ ข็ ง แ ร งโน้ ม ถ่ ว งข อ งโล ก สิ่งมีชีวิต สภาพอากาศ และปฏิกิริยา เคมี - การผุพังอยู่กับที่ คือ การที่หินผุพัง ทำลายลงด้วยกระบวนการต่าง ๆ ได้แก่ ลมฟ้าอากาศกับน้ำฝน และ รวมทั้งการกระทำของต้นไม้กับ แบคทีเรีย ตลอดจนการแตกตัวทาง


69 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น กลศาสตร์ซึ่งมีการเพิ่ มและลด อุณหภูมิสลับกัน เป็นต้น - การกร่อน คือ กระบวนการหนึ่ง หรือหลายกระบวนการที่ทำให้สาร เปลือกโลกหลุดไป ละลายไปหรือ กร่อนไปโดยมีตัวนำพาธรรมชาติคือ ลม น้ำ และธารน้ำแข็ง ร่วมกับปัจจัย อื่ น ๆ ไ ด้ แ ก่ ล ม ฟ้ า อ า ก า ศ สารละลาย การครูดถูการนำพา ทั้งนี้ไม่รวมถึงการพังทลายเป็นกลุ่ม ก้อน เช่น แผ่นดินถล่ม ภูเขาไฟ ระเบิด - การสะสมตัวของตะกอน คือ การ สะสมตัวของวัตถุจากการนำพาของน้ำ ลม หรือธารน้ำแข็ง ว 3.2 ม.2/6 อธิบายลักษณะของชั้นหน้า ตัดดินและกระบวนการเกิด ดิน จากแบบจำลอง รวมทั้ง ระบุปัจจัยที่ทำให้ดินมี ลักษณะและสมบัติแตกต่าง กัน - ดินเกิดจากหินที่ผุพังตามธรรมชาติ ผสมคลุกเคล้ากับอินทรียวัตถุที่ได้ จากการเน่าเปื่อยของซากพืช ซาก สัตว์ทับถมเป็นชั้น ๆ บนผิวโลก ชั้น ดินแบ่งออกเป็นหลายชั้น ขนานหรือ เกือบขนานไปกับ ผิวหน้าดิน แต่ละ ชั้นมีลักษณะแตกต่างกันเนื่องจาก สมบัติทางกายภาพ เคมีชีวภาพ และลักษณะอื่น ๆ เช่น สีโครงสร้าง เนื้อดิน การยึดตัว ความเป็นกรดเบส สามารถสังเกตได้จากการสำรวจ ภาคสนาม การเรียกชื่อชั้นดินหลักจะ ใช้อักษรภาษาอังกฤษตัวใหญ่ ได้แก่ O, A, E, B, C, R - ชั้นหน้าตัดดิน เป็นชั้นดินที่มีลักษณะ ปรากฏให้เห็นเรียงลำดับเป็นชั้นจากชั้น บนสุดถึงชั้นล่างสุด - ปัจจัยที่ทำให้ดินแต่ละท้องถิ่นมี ลักษณะและสมบัติแตกต่างกัน ได้แก่ วัตถุต้นกำเนิดดิน ภูมิอากาศ สิ่งมีชีวิตในดิน สภาพภูมิประเทศ และระยะเวลา ในการเกิดดิน


70 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ว 3.2 ม.2/7 ตรวจวัดสมบัติบางประการ ของดิน โดยใช้เครื่องมือที่ เหมาะสมและนำเสนอแนว ทางการใช้ ประโยชน์ดินจากข้อมูล สมบัติของดิน - สมบัติบางประการของดิน เช่น เนื้อดิน ความชื้นดิน ค่าความเป็น กรด-เบส ธาตุอาหารในดิน สามารถ นำไปใช้ในการตัดสินใจถึงแนว ทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยอาจ นำไปใช้ประโยชน์ ทางการเกษตร หรืออื่น ๆ ซึ่งดินที่ไม่เหมาะสมต่อ การทำการเกษตร เช่น ดินจืด ดิน เปรี้ยว ดินเค็ม และดินดาน อาจเกิด จากสภาพดินตามธรรมชาติหรือการ ใช้ประโยชน์จะต้องปรับปรุงให้มี ส ภ าพ เห ม าะส ม เพื่ อ น ำไป ใช้ ประโยชน์ ว 3.2 ม.2/8 อธิบายปัจจัยและ กระบวนการเกิดแหล่งน้ำผิว ดินและแหล่งน้ำใต้ดิน จาก แบบจำลอง - แหล่งน้ำผิวดินเกิดจากน้ำฝนที่ตก ลงบนพื้นโลก ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ด้วยแรงโน้มถ่วง การไหลของน้ำทำ ให้พื้นโลกเกิดการกัดเซาะเป็นร่องน้ำ เช่น ลำธาร คลอง และแม่น้ำ ซึ่งร่อง น้ำจะมีขนาดและรูปร่างแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน ระยะเวลาใน การกัดเซาะ ชนิดดินและหิน และ ลักษณะภูมิประเทศ เช่น ความลาด ชัน ความสูงต่ำของพื้นที่ เมื่อน้ำไหล ไปยังบริเวณที่เป็นแอ่งจะเกิดการ สะสมตัวเป็นแหล่งน้ำ เช่น บึ ง ทะเลสาบ ทะเล และมหาสมุทร - แหล่งน้ำใต้ดินเกิดจากการซึมของ น้ำผิวดินลงไปสะสมตัวใต้พื้นโลก ซึ่ง แบ่งเป็นน้ำในดินและน้ำบาดาล น้ำ ในดินเป็นน้ำที่อยู่ร่วมกับอากาศตาม ช่องว่างระหว่างเม็ดดิน ส่วนน้ำ บาดาลเป็นน้ำที่ไหลซึมลึกลงไปและ ถูกกักเก็บไว้ในชั้นหินหรือชั้นดิน จน อิ่มตัวไปด้วยน้ำ ว 3.2 ม.2/9 สร้างแบบ จำลองที่อธิบาย การใช้น้ำ และนำเสนอแนว ทางการใช้น้ำอย่างยั่งยืนใน ท้องถิ่นของตนเอง - แหล่งน้ำผิวดินและแหล่งน้ำใต้ดิน ถูกนำมาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของ มนุษย์ส่งผลต่อการจัดการการใช้ ประโยชน์น้ำและคุณภาพของแหล่ง น้ำ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวน


71 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ประชากร การใช้ประโยชน์พื้นที่ใน ด้านต่าง ๆ เช่น ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำฝนใน พื้นที่ลุ่มน้ำ และแหล่งน้ำผิวดินไม่ เพียงพอสำหรับกิจกรรมของมนุษย์ น้ำจากแหล่งน้ำใต้ดินจึงถูกนำมาใช้ มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำใต้ดิน ลดลงมากจึงต้องมีการจัดการใช้น้ำ อย่างเหมาะสมและยั่งยืน ซึ่งอาจทำ ได้โดยการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อให้มี แหล่งน้ำเพียงพอสำหรับการ ดำรงชีวิต การจัดสรรและการใช้น้ำ อย่างมีประสิทธิภาพ การอนุรักษ์ และฟื้นฟูแหล่งน้ำ การป้องกันและ แก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ ว 3.2 ม.2/10 สร้างแบบ จำลองที่อธิบาย กระบวนการเกิดและ ผลกระทบของน้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม หลุมยุบ แผ่นดินทรุด - น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดิน ถล่ ม ห ลุ ม ยุ บ แผ่ น ดิ น ท รุด มี กระบวนการเกิดและผลกระทบ ที่ แตกต่างกัน ซึ่งอาจสร้างความ เสี ย ห าย ร้าย แ รงแ ก่ ชี วิต แ ล ะ ทรัพย์สิน - น้ำท่วม เกิดจากพื้นที่หนึ่งได้รับ ปริมาณน้ำเกินกว่าที่จะกักเก็บได้ทำ ให้แผ่นดินจมอยู่ใต้น้ำ โดยขึ้นอยู่กับ ปริมาณน้ำและสภาพทางธรณีวิทยา ของพื้นที่ - ก า ร กั ด เซ า ะ ช า ย ฝั่ ง เป็ น กระบวนการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่ง ทะเลที่เกิดขึ้นตลอดเวลาจากการกัด เซาะของคลื่นหรือลม ทำให้ตะกอน จากที่หนึ่งไปตกทับถมในอีกบริเวณ ห นึ่ ง แ น ว ข อ ง ช า ย ฝั่ ง เดิ ม จึ ง เปลี่ยนแปลงไป บริเวณที่มีตะกอน เคลื่อนเข้ามาน้อยกว่าปริมาณที่ ตะกอนเคลื่อนออกไป ถือว่าเป็น บริเวณที่มีการกัดเซาะชายฝั่ง - ดินถล่ม เป็นการเคลื่อนที่ของมวล


72 สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิด สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ดินหรือหินจำนวนมากลงตามลาด เขา เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก เป็นหลัก ซึ่งเกิดจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความลาดชันของพื้นที่ สภาพ ธรณีวิทยา ปริมาณน้ำฝน พืชปกคลุม ดิน และการใช้ประโยชน์พื้นที่ - หลุมยุบ คือ แอ่งหรือหลุมบน แผ่นดินขนาดต่าง ๆ ที่อาจเกิดจาก การถล่มของโพรงถ้ำหินปูนเกลือหิน ใต้ดิน หรือเกิดจากน้ำพัดพาตะกอน ลงไปในโพรงถ้ำหรือธารน้ำใต้ดิน แผ่นดินทรุดเกิดจากการยุบตัวของ ชั้น ดิ น ห รือ หิ น ร่ว น เมื่ อ ม ว ล ของแข็งหรือของเหลวปริมาณมาก ที่ รองรับอยู่ใต้ชั้นดินบริเวณนั้นถูก เคลื่อนย้ายออกไปโดยธรรมชาติหรือ โดยการกระทำของมนุษย์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.2 ว 4.1 ม.2/1 คาดการณ์แนวโน้ม เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นโดย พิจารณาจากสาเหตุหรือ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยีและวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ตัดสินใจ เลือกใช้เทคโนโลยีโดย คำนึงถึงผลกระทบที่เกิด ขึ้นต่อชีวิต สังคม และ สิ่งแวดล้อม - สาเหตุหรือปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ การ เปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทำให้เทคโนโลยีมี การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา - เทคโนโลยีแต่ละประเภทมี ผลกระทบต่อชีวิต สังคม และ สิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน จึงต้อง วิเคราะห์เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และตัดสินใจเลือกใช้ให้เหมาะสม 1. ประวัติความเป็นมาของชุมชน 1.1 ประวัติศาสตร์เมืองละโว้ 1.2 คำขวัญประจำ จังหวัด/อำเภอ 1.3 ตราประจำจังหวัด/อำเภอ 1.4 ต้นไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.5 ดอกไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.6 เพลงประจำจังหวัด/อำเภอ 2. สภาพภูมิประเทศ 2.1 ที่ตั้ง อาณาเขต 2.2 ภูมิประเทศ 2.3 ภูมิอากาศ 2.4 ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อม


73 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ว 4.1 ม.2/2 ระบุปัญหาหรือความ ต้องการในชุมชนหรือ ท้องถิ่น สรุปกรอบของ ปัญหา รวบรวม วิเคราะห์ ข้อมูลและแนวคิดที่ เกี่ยวข้องกับปัญหา - ปัญหาหรือความต้องการในชุมชน หรือท้องถิ่น มีหลายอย่าง ขึ้นกับ บริบทหรือสถานการณ์ที่ประสบ เช่น ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม การเกษตร การอาหาร - การระบุปัญหาจำเป็นต้องมีการ วิเคราะห์สถานการณ์ของปัญหาเพื่อ สรุปกรอบของปัญหา แล้ว ดำเนินการสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การออกแบบแนวทางการ แก้ปัญหา กับวิถีการดำเนินชีวิต 3. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 3.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญใน จังหวัด 3.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน 4. เศรษฐกิจและอาชีพที่สำคัญของ จังหวัดลพบุรี 4.1 ด้านเกษตรกรรม 4.2 ด้านอุตสาหกรรม 4.3 ด้านการค้าและบริการ 4.4 การประกอบอาชีพ 4.5 ภูมิปัญญาท้องถิ่น 4.6 รายได้ของประชากร 5. ภาษา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น 5.1 ภาษาและวรรณกรรม 5.2 ศิลปกรรมและโบราณคดี 5.3 ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อศาสนา 5.4 ดนตรี และการละเล่นพื้นบ้าน 5.5 ภาษาอาเซียน เช่น ภาษา เวียดนาม ภาษาลาว เป็นต้น 7. แหล่งท่องเที่ยว/แหล่งเรียนรู้ 7.1 แหล่งท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์ 7.2 แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 7.3 แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม 7.4 แหล่งเรียนรู้ทางการศึกษา 7.5 แหล่งเรียนรู้ ศาสนา 8. สภาพปัจจุบัน /ปัญหา ใน ชุมชนและสังคม 8.1 สภาพปัจจุบันของจังหวัดลพบุรี - การคมนาคมและโลจิสติกส์ ว 4.1 ม.2/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่ จำเป็นภายใต้เงื่อนไขและ ทรัพยากรที่มีอยู่ นำเสนอ แนวทางการแก้ปัญหาให้ ผู้อื่นเข้าใจ วางแผน ขั้นตอนการทำงานและ ดำเนินการแก้ปัญหาอย่าง เป็นขั้นตอน - การวิเคราะห์เปรียบเทียบ และ ตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็น โดย คำนึงถึงเงื่อนไขและทรัพยากร เช่น งบประมาณ เวลา ข้อมูลและ สารสนเทศ วัสดุ เครื่องมือและ อุปกรณ์ช่วยให้ได้แนวทางการ แก้ปัญหาที่เหมาะสม - การออกแบบแนวทางการ แก้ปัญหาทำได้หลากหลายวิธีเช่น การร่างภาพ การเขียนแผนภาพ การ เขียนผังงาน - การกำหนดขั้นตอนระยะเวลาใน การทำงานก่อน ว 4.1ม 2/4 ทดสอบ ประเมินผล และ อธิบายปัญหาหรือ ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ภายใต้กรอบเงื่อนไข พร้อมทั้งหาแนวทางการ ปรับปรุงแก้ไข และ นำเสนอผลการแก้ปัญหา - การทดสอบและประเมินผลเป็น การตรวจสอบชิ้นงาน หรือวิธีการว่า สามารถแก้ปัญหาได้ตาม วัตถุประสงค์ภายใต้กรอบของปัญหา เพื่อหาข้อบกพร่อง และดำเนินการ ปรับปรุงให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ - การนำเสนอผลงานเป็นการ ถ่ายทอดแนวคิดเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจ เกี่ยวกับกระบวนการทำงานและ ชิ้นงานหรือวิธีการที่ได้ซึ่งสามารถทำ ได้หลายวิธีเช่น การเขียนรายงาน การทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจัด นิทรรศการการนำเสนอผ่านสื่อ ออนไลน์


74 สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.2 ว 4.2 ม.2/1 ออกแบบอัลกอริทึม ที่ใช้ แนวคิดเชิงคำนวณในการ แก้ปัญหา หรือการทำงาน ที่พบในชีวิตจริง - แนวคิดเชิงคำนวณ - การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิง คำนวณ - ตัวอย่างปัญหา เช่น การเข้าแถว ตามลำดับ ความสูงให้เร็วที่สุด จัดเรียงเสื้อให้หาได้ง่ายที่สุด - ตัวดำเนินการบูลีน 1. ประวัติความเป็นมาของชุมชน 1.1 ประวัติศาสตร์เมืองละโว้ 1.2 คำขวัญประจำ จังหวัด/อำเภอ 1.3 ตราประจำจังหวัด/อำเภอ 1.4 ต้นไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.5 ดอกไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.6 เพลงประจำจังหวัด/อำเภอ 2. สภาพภูมิประเทศ 2.1 ที่ตั้ง อาณาเขต 2.2 ภูมิประเทศ 2.3 ภูมิอากาศ 2.4 ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อม กับวิถีการดำเนินชีวิต 3. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 3.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญใน จังหวัด 3.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว 4.2 ม.2/2 ออกแบบและเขียน โปรแกรมที่ใช้ตรรกะและ ฟังก์ชันในการแก้ปัญหา ว 4.2 ม.2/3 อภิปรายองค์ประกอบ และหลักการทำงานของ ระบบคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีการสื่อสาร เพื่อ ป ร ะ ยุ ก ต์ ใช้ ง า น ห รื อ แก้ปัญหาเบื้องต้น - ฟังก์ชัน - การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ มีการใช้ตรรกะ และฟังก์ชัน - การออกแบบอัลกอริทึม เพื่อ แก้ปัญหาอาจใช้แนวคิดเชิงคำนวณ ในการออกแบบ เพื่อให้การ แก้ปัญหามีประสิทธิภาพ - การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนจะ ช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ - ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียน โปรแกรม เช่น Scratch, python, ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.2 ว 4.1 ม.2/5 ใช้ความรู้และทักษะ เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์เพื่อ แก้ปัญหาหรือพัฒนางาน ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย - วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่าง กัน เช่น ไม้โลหะ พลาสติก จึงต้องมี การวิเคราะห์สมบัติเพื่อเลือกใช้ให้ เหมาะสมกับลักษณะของงาน - การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้เรื่อง กลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์เช่น LED มอเตอร์บัซเซอร์เฟือง รอก ล้อ เพลา - อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้าง ชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการมีหลาย ประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย รวมทั้งรู้จัก เก็บรักษา 8.2 สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี - ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐาน - ปัญหาการอพยพย้ายถิ่น - ปัญหาการทำลายธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม - ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว


75 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น java, c - ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรม ตัดเกรดหาคำตอบทั้งหมดของ อสมการหลายตัวแปร - องค์ประกอบและหลักการทำงาน ของระบบ คอมพิวเตอร์ - เทคโนโลยีการสื่อสาร - ก ารป ระยุ ก ต์ ใช้ งาน แ ล ะก าร แก้ปัญหาเบื้องต้น 3.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน 4. เศรษฐกิจและอาชีพที่สำคัญของ จังหวัดลพบุรี 4.1 ด้านเกษตรกรรม 4.2 ด้านอุตสาหกรรม 4.3 ด้านการค้าและบริการ 4.4 การประกอบอาชีพ 4.5 ภูมิปัญญาท้องถิ่น 4.6 รายได้ของประชากร 5. ภาษา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น 5.1 ภาษาและวรรณกรรม 5.2 ศิลปกรรมและโบราณคดี 5.3 ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความ เชื่อศาสนา 5.4 ดนตรี และการละเล่นพื้นบ้าน 5.5 ภาษาอาเซียน เช่น ภาษา เวียดนาม ภาษาลาว เป็นต้น 7. แหล่งท่องเที่ยว/แหล่งเรียนรู้ 7.1 แหล่งท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์ 7.2 แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 7.3 แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม 7.4 แหล่งเรียนรู้ทางการศึกษา 7.5 แหล่งเรียนรู้ ศาสนา 8. สภาพปัจจุบัน /ปัญหา ในชุมชน และสังคม 8.1 สภาพปัจจุบันของจังหวัดลพบุรี - การคมนาคมและโลจิสติกส์ 8.2 สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี - ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐาน - ปัญหาการอพยพย้ายถิ่น - ปัญหาการทำลายธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม - ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว ว 4.2 ม.2/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างปลอดภัย มีความ รับ ผิด ช อบ สร้างแล ะ แสดงสิทธิในการเผยแพร่ ผลงาน - ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย โดยเลือกแนวทางปฏิบัติ เมื่อพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เช่น แจ้งรายงานผู้เกี่ยวข้อง ป้องกันการ เข้ามาของข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ไม่ ตอบโต้ไม่เผยแพร่ - การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมี ความรับผิดชอบ เช่น ตระหนักถึง ผลกระทบในการเผยแพร่ข้อมูล - การสร้างและแสดงสิทธิความเป็น เจ้าของผลงาน - การกำหนดสิทธิการใช้ข้อมูล


76 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ว ๒2๑๐1 วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 6๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน 1.5 หน่วยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ศึกษา วิเคราะห์องค์ประกอบของสารละลาย สภาพการละลายได้และปัจจัยที่มีผลต่อการสภาพ ละลายได้ ความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละ ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบประสาท ระบบ สืบพันธุ์ตำแหน่งของวัตถุ ระยะทาง และการกระจัด อัตราเร็วและความเร็ว แรงลัพธ์แรงเสียดทาน แรงและความดัน ของของเหลว แรงพยุงของของเหลว โมเมนต์ของแรง แรงและสนามของแรง โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการ เรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่ เรียนรู้มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วิทยาศาสตร์จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10, ม.2/11, ม.2/12, ม.2/12, ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15, ม.2/16, ม.2/17 ว 2.1 ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6 ว 2.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10, ม.2/11, ม.2/12, ม.2/12, ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15 รวม 35 ตัวชี้วัด


77 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา ว 22101 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1 หน่วยกิต ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชม.) คะแนน (100) 1 สารละลาย ว 2.1 ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6 สารละลายเป็นสารผสมประเภทสารเนื้อเดียว องค์ประกอบที่มีปริมาณมากที่สุด เป็นตัวทำ ละลายและองค์ประกอบอื่น ๆ เป็นตัวละลาย สถานะชองสารละลาย ขึ้นอยู่กับสถานะของตัว ทำละลาย ซึ่งมีทั้ง ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ความเข้มข้น ของสาระละลายมีหน่วยต่าง ๆ เช่น ร้อยละ โดยเทียบอัตราส่วนโดยมวล ปริมาตรต่อปริมาตร หรือหน่วยมวลต่อ ปริมาตร ของตัวละลายกับสารละลาย ปริมาณ ตัว ละลายที่สามารถละลายได้มากที่สุดในตัว ทำละลายและอุณหภูมิที่กำหนด เรียกว่า สภาพละลายได้ของสารที่อุณหภูมินั้น ซึ่ง สารละลายที่ได้จะเป็นสารละลายอิ่มตัว เมื่อทำ ให้การละลายของตัวละลายใน สารละลาย อิ่มตัวลดลง ถ้าตัวละลายเป็น ของแข็ง ตัว ละลายจะแยกตัวออกจาก สารละลายเป็นผลึก 18 ๑0 2 ระบบร่างกาย มนุษย์ ว 1.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม.2/11 ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15 ม.2/16 ระบบหายใจมีอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จมูก ท่อลม ปอด กะบังลม และ กระดูกซี่โครง มนุษย์หายใจเข้า เพื่อนำ แก๊สออกซิเจนเข้าสู่ ร่างกายเพื่อนำไปใช้ในเซลล์และหายใจออก เพื่อกำจัดแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ออกจาก ร่างกาย ระบบขับถ่ายมีอวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ โดยมีไต ทำหน้าที่กำจัดของเสีย เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย กรดยูริก รวมทั้งสารที่ร่างกาย ไม่ ต้องการออกจาก เลือด และควบคุม สารที่มี มากหรือน้อยเกินไประบบ หมุนเวียนเลือด ประกอบด้วย หัวใจ หลอด เลือด และเลือด หัวใจของมนุษย์แบ่งเป็น ๔ ห้อง ได้แก่ หัวใจ ห้องบน ๒ ห้อง และ ห้องล่าง ๒ ห้อง ระหว่าง หัวใจห้องบน และหัวใจห้องล่างมีลิ้นหัวใจกั้น ระบบ ประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมอง แ ล ะ ไข สั น ห ลั ง จ ะ ท ำ ห น้ า ที่ ร่ ว ม กั บ 20 20


78 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชม.) คะแนน (100) ม.2/17 เส้นประสาท ซึ่งเป็นระบบประสาทรอบ นอก ในการควบคุม การทำงานของ อวัยวะต่าง ๆ มนุษย์มีระบบสืบพันธุ์ที่ ประกอบด้วยอวัยวะ ต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ เฉพาะ โดยรังไข่ในเพศหญิง จะทำหน้าที่ ผลิตเซลล์ไข่ส่วนอัณฑะในเพศ ชาย จะทำหน้าที่สร้างเซลล์อสุจิ 3 แรงและการ เคลื่อนที่ ว 2.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม.2/11 ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15 แรงเป็นปริมาณเวกเตอร์เมื่อมีแรงหลาย ๆ แรง กระทำต่อวัตถุแล้วแรงลัพธ์ที่กระทำ ต่อวัตถุมี ค่าเป็นศูนย์วัตถุจะไม่ เปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่แต่ถ้าแรงลัพธ์ที่ กระทำต่อวัตถุมีค่าไม่ เป็นศูนย์วัตถุจะ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนทีเมื่อ วัตถุอยู่ใน ของเหลว จะมีแรงพยุงเนื่องจาก ของเหลว กระทำต่อวัตถุโดยมีทิศขึ้นในแนวดิ่ง การ จมหรือการลอยของวัตถุขึ้นกับน้ำหนัก ของวัตถุและแรงพยุง แรงเสียดทานเป็น แรงที่ เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ เพื่อต้านการ เคลื่อนที่ของวัตถุนั้นโมเมนต์ของแรงเป็นผล คูณของแรงที่กระทำต่อ วัตถุกับระยะทางจาก จุดหมุนไปตั้งฉากกับ แนวแรง เมื่อผลรวมของ โมเมนต์ของแรงมีค่าเป็นศูนย์วัตถุจะอยู่ใน สภาพสมดุลต่อ การหมุน การเคลื่อนที่ของวัตถุ เป็นการ เปลี่ยนตำแหน่งของวัตถุเทียบกับ ตำแหน่ง อ้างอิง โดยมีปริมาณ ที่เกี่ยวข้องกับ การ เคลื่อนที่ซึ่งมีทั้งปริมาณ สเกลาร์และ ปริมาณเวกเตอร์ 20 20 สอบกลางภาค 1 20 สอบปลายภาค 1 30 รวม 60 100


79 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ว ๒2๑๐2 วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 6๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน 1.5 หน่วยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ศึกษา วิเคราะห์งานและกำลัง เครื่องกลอย่างง่าย พลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลังงานจลน์ กฎการ อนุรักษ์ พลังงาน วิธีการแยกสาร การนำความรู้เรื่องการแยกสารไปใช้ประโยชน์ โครงสร้างภายในโลก กระบวนการ เปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก ดิน ชั้นดินและชั้นหน้าตัดดิน แหล่งน้ำผิวดินและแหล่งน้ำ ใต้ดิน ภัยธรรมชาติ จากน้ำท่วม แผ่นดินถล่มและการกัดเซาะชายฝั่ง ภัยธรรมชาติจากหลุมยุบและแผ่นดิน ทรุด เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ พลังงานทดแทน โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการ เรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่ เรียนรู้มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วิทยาศาสตร์จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3 ว 2.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6 ว 3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10 รวม 19 ตัวชี้วัด


80 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา ว 22102 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1 หน่วยกิต ลำดับ ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชม.) คะแนน (100) 1 งานและ พลังงาน ว 2.3 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 งานเกิดขึ้นเมื่อมีแรงมากระทำต่อวัตถุให้ เคลื่อนที่ไปในแนวที่แรงกระทำ เมื่อออก แรงดันวัตถุแต่ไม่มีการเคลื่อนที่ของวัตถุถึง จะออกแรงมากก็ไม่เกิดงาน เนื่องจากไม่มี การเคลื่อนที่ของวัตถุ ดังนั้นงานคือผลของ การใช้แรงกระทำต่อวัตถุ ทำให้วัตถุ เคลื่อนที่ ไปในทิศทางที่แรงกระทำ พลังงานหมายถึง ความสามารถในการทำงาน พลังงานกลมี 2 รูปแบบ คือ 1. พลังงานจลน์ หมายถึงพลังงานในวัตถุที่ กำลังเคลื่อนที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับความเร็วของวัตถุ จากสูตร Ek = ½ mv2 2. พลังงานศักย์ หมายถึงพลังงานที่สะสมอยู่ ในวัตถุ ซึ่งขึ้นอยู่กับตำแหน่งของวัตถุ พลังงานศักย์จำแนกเป็นพลังงานศักย์โน้ม ถ่วง ซึ่งเป็นพลังงานภายนอกที่เอาชนะแรง ของสนามโน้มถ่วง จากสูตร Ep = mgh ส่วนพลังงานศักย์ยืดหยุ่นเป็นพลังงานที่ เกิดขึ้น จากการกดหรือดึงสปริงหรือการออก แรงดึงวัตถุที่มีความยืดหยุ่นให้ยืดออก ค่า พลังงานศักย์ยืดหยุ่นหาได้จากครึ่งหนึ่งของ ผลคูณระหว่างค่าคงตัวสปริงกับระยะ ยืด หรือระยะหดยกกาลังสอง หรือ Ep = ½ kx2 15 15 2 การแยกสาร ผสม ว 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 การแยกสารผสมให้เป็นสารบริสุทธิ์ทำได้ หลายวิธีขึ้นอยู่กับสมบัติของสารนั้น ๆ การ ร ะ เห ย แ ห้ ง ใช้ แ ย ก ส า ร ล ะ ล า ย ซึ่ ง ประกอบด้วยตัวละลายที่เป็น ของแข็งใน ตัว ทำละลายที่เป็นของเหลว โดยใช้ความร้อน ระเหยตัวทำละลายออกไปจนหมด เหลือแต่ ตัวละลาย การตกผลึกใช้แยกสารละลายที่ ประกอบด้วยตัวละลายที่เป็นของแข็งใน ตัว ท ำละลายที่ เป็ น ของเห ลว โดยท ำให้ สารละลายอิ่มตัวแล้วปล่อยให้ตัวทำละลาย ระเหยออกไปบางส่วน ตัวละลายจะตกผลึก แยกออกมา การกลั่นอย่างง่าย และการแยก 15 15


81 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชม.) คะแนน (100) สารโดยวิธีโครมาโทกราฟี 3 โลกและการ เปลี่ยนแปลง ว 3.2 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 โลกเป็นสมาชิกหนึ่งของระบบสุริยะ ซึ่งมีดวง อาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบ เนื่องจาก โลกมีการเปลี่ยนแป ลงอยู่ตลอดเวลา นักวิทยาศาสตร์จึงยังคงศึกษา ต่อไป โลก แบ่งออกเป็นชั้นได้ 3 ชั้น ได้แก่ เปลือกโลก แมนเทิล และแก่นโลก นอกจากนี้ โลกยัง ประกอบด้วยสสารต่าง ๆ มากมาย ซึ่งสสาร เหล่านี้มีสถานะ ต่างกัน และสามารถเปลี่ยน สถานะได้เมื่อ อยู่ในภาวะที่เหมาะสมแผ่น เปลือกโลกมีการเคลื่อนที่อยู่ ตลอดเวลา และ แต่ละแผ่นมีทิศทางการ เคลื่อนที่ต่างกัน สามารถแบ่งการเคลื่อนที่ ของแผ่นเปลือก โลกออกเป็น 3 แบบ คือ เคลื่อนที่มาชนกัน เคลื่อนที่แยกจากกัน และเคลื่อนที่แบบสวน กัน ซึ่งมีผลทำให้เกิดกระบวนการทาง ธรณีวิทยา เช่น การ คดโค้งโก่งงอ การยกตัว และยุบตัว การผุ พังอยู่กับที่ การกร่อน การ พัดพา และการ ทับถม 15 1๕ 4 ทรัพยากร พลังงาน ว 3.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพของซากสิ่งมีชีวิตในอดีต โดยกระบวนการทางเคมีและธรณีวิทยา เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ได้แก่ ถ่านหิน หิน น้ำมัน และปิโตรเลียม ซึ่งเกิดจากวัตถุต้น กำเนิด และสภาพแวดล้อม การเกิดที่ แตกต่างกัน ทำให้ได้ชนิดของเชื้อเพลิงซาก ดึกดำบรรพ์ที่มีลักษณะ สมบัติและการ นำไปใช้ประโยชน์แตกต่างกัน สำหรับ ปิโตรเลียม จะต้องมีการผ่านการกลั่นลำดับ ส่วนก่อนการใช้งาน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์เชื้อเพลิงซาก ดึกดำบรรพ์เป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป เนื่องจากต้อง ใช้เวลานานหลายล้านปีจึงจะ เกิดขึ้นใหม่ ได้เนื่องจากเชื้อเพลิงซากดึกดำ บรรพ์มีปริมาณจำกัดและมักเพิ่มมลภาวะใน บรรยากาศมากขึ้นจึงมีการใช้พลังงาน ทดแทนมากขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล 13 5


82 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชม.) คะแนน (100) พลังงานคลื่น พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งพลังงานทดแทน แต่ละ ชนิด จะมีข้อดีและข้อจำกัดที่ แตกต่างกัน มาตรฐาน ว 3.2 ม.2/1-1๐ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 8. สภาพปัจจุบัน /ปัญหาในชุมชนและสังคม 8.2 สภาพปัญหาใน จังหวัดลพบุรี - ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐาน - ปัญหาการอพยพย้ายถิ่น - ปัญหาการทำลาย ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม - ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและ วัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว สอบกลางภาค 1 10 สอบปลายภาค 1 30 รวม 60 100


83 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ว ๒๒๑๐๓ วิชา เทคโนโลยี๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง/ภาค จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ ศึกษาการออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหา หรือการทำงานที่พบในชีวิตจริง การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ชันในการแก้ปัญหา การเขียนโปรแกรมโดยใช้ซอฟต์แวร์ Scratch, python, java และ c อภิปรายองค์ประกอบและหลักการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี การสื่อสารเพื่อประยุกต์ใช้งานหรือแก้ปัญหาเบื้องต้น ตลอดจนใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีความ รับผิดชอบ สร้างและแสดงสิทธิในการเผยแพร่ผลงาน โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning) และการเรียนรู้แบบใช้ โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning) เพื่อเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์ การแก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และนำเสนอผ่านการทำกิจกรรมโครงงาน เพื่อให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะใน การวิเคราะห์โจทย์ปัญหา จนสามารถนำเอาแนวคิดเชิงคำนวณมาประยุกต์ใช้ในการ สร้างโครงงานได้ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ การนำข้อมูลปฐมภูมิเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ ประเมิน นำเสนอ ข้อมูลและ สารสนเทศได้ตามวัตถุประสงค์ ใช้ทักษะการคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริง และเขียน โปรแกรมอย่างง่าย เพื่อช่วย ในการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างรู้เท่าทันและรับผิดชอบต่อ สังคม ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจใน วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการ ดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ มีความสามารถในการแก้ปัญหาและมีทักษะในการ สื่อสาร มีความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 4.2 ม.2/1 ,ม.2/2 ,ม.2/3 , ม.2/4 รวมทั้งหมด 4 ตัวขี้วัด


84 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา ว 22103 ชื่อวิชา เทคโนโลยี3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 2๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 0.5 หน่วยกิต ลำดับ ที่ หน่วยการ เรียนรู้/เรื่อง มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน (100) 1 แนวคิดเชิง คำนวณกับการ แก้ปัญหา ว 4.2 ม.2/1 แนวคิดเชิงคำนวณ คือ แนวคิดใน การแก้ ปั ญ ห าต่ าง ๆ เพ ราะเป็ น กระบวนการที่มีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าแถวตามลำดับของ นักเรียน หรือปัญหาการจัดเรียงเสื้อผ้า อีกทั้งเป็นกระบวนการที่มนุษย์และ คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจร่วมกันได้ ดังนั้นจึงควรนำแนวคิดเชิงคำนวณเข้ามา ใช้ในการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ใน การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ 2 15 2 การออกแบบ ขั้นตอนการ ทำงานด้วยการ เขียนโปรแกรม ด้วยภาษา Python ว 4.2 ม.2/2 การออกแบบขั้นตอนการทำงาน ของโป รแกรม ห รือการออกแบ บ อัลกอริทึม เป็นการออกแบบลำดับ ขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม ซึ่ง สามารถแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ การ ใช้ภาษาธรรมชาติ การใช้รหัสจำลอง และการใช้ผังงาน โดยภาษาไพทอน เป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชนิด หนึ่งที่เหมาะสำหรับผู้ เริ่มต้นเขียน โปรแกรมไปจนถึงการประยุกต์ใช้งาน ในระดับสูง เนื่องจากเป็นภาษาที่มี โครงสร้างและไวยากรณ์ค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้ง่ายต่อความเข้าใจ มี การนำตัวแปร และฟังก์ชันมาช่วยใน การทำงาน ตลอดจนมีโครงสร้างการ ทำงานแบบเรียงลำดับ และโครงสร้าง การท ำงาน แบ บ เลือกท ำ เพื่ อให้ สามารถคำนวณ ประมวลผลได้ตามที่ ต้องการ 8 15 3 ระบบ คอมพิวเตอร์ ว 4.2 ม.2/3 ระบบคอมพิวเตอร์ หมายถึง การ ทำงานของคอมพิวเตอร์ที่มีส่วนต่างๆ ม าท ำงาน ร่ว ม กั น เพื่ อ ให้ บ รรลุ เป้าหมายในการทำงานอย่างมีระบบ ประกอบไปด้วยหน่วยต่าง ๆ ทำงาน ร่วมกันอย่างเป็นระบบ คือ หน่วยรับ 4 20


85 ลำดับ ที่ หน่วยการ เรียนรู้/เรื่อง มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน (100) ข้ อ มู ล ห น่ ว ย ป ระ ม ว ล ผ ล ก ล า ง หน่วยความจำหลัก หน่วยความจำ สำรอง และหน่วยแสดงผลข้อมูล และ ในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการสื่อสารได้ เข้ามามีบทบาทต่อการดำรงชีวิตของ มนุษย์มากขึ้น ซึ่งองค์ประกอบของการ สื่อสารข้อมูลประกอบไปด้วยข้อมูล ข่าวสาร ผู้ส่งสาร สื่อกลาง ผู้รับสาร และโปรโตคอล นอกจากนั้นระบบ เค รือ ข่ าย ใน ปั จ จุ บั น ยั งแ บ่ งเป็ น เครือข่ายส่วนบุคคล เครือข่ายท้องถิ่น เครือข่ายระดับเมือง และเครือข่าย ระดับประเทศ 4 การใช้ เทคโนโลยี สารสนเทศ อย่างปลอดภัย ว 4.2 ม.2/4 เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามี บทบาทกับชีวิตของผู้คนในหลากหลาย ด้ า น แ ล ะ ถื อ เป็ น เค รื่ อ งมื อ ที่ มี ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต ของคนในสังคมปัจจุบัน เมื่อเทคโนโลยี สารสนเทศได้รับการพัฒนาให้มีรูปแบบ ที่มีความน่าสนใจและอยู่ใกล้ชิดกับ มนุษย์มากขึ้น เทคโนโลยีจึงสร้างทั้ง คุณประโยชน์และโทษให้กับผู้ใช้ ทั้งโดย ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ 4 20 สอบกลางภาค 1 10 สอบปลายภาค 1 20 รวม 20 100


86 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ว ๒๒๑๐๔ วิชา เทคโนโลยี๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ ศึกษาสาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ต่อมนุษย์และสังคม ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีต่อสิ่งแวดล้อม ประเภท ของวัสดุอุปกรณ์เพื่อให้สามารถสร้างชิ้นงานได้ตรงกับความต้องการ มีความ ปลอดภัย และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า เครื่องกลในการสร้างชิ้นงาน ได้แก่ รอก คาน ล้อและเพลา พื้นเอียง ลิ่ม สก รู เครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน เครื่องมือวัด เครื่องมือตัด เครื่องมือ ยึดติด เครื่องมือเจาะ เสียงและอุปกรณ์ที่ทำให้ เกิดเสียง อุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเสียง ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดแสง วงจรไฟฟ้าและ การต่อตัวต้านทาน ประเภทและ การต่อวงจรไฟฟ้า ความสัมพันธ์ของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์แนวคิด กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ระบบเทคโนโลยีการคิดเชิงออกแบบ แนวคิดหลักของการคิด เชิงออกแบบ กระบวนการคิดเชิงออกแบบ และความคิดเชิงออกแบบของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning) และการเรียนรู้แบบ สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์การ แก้ปัญหาวางแผนการเรียนรู้ และ นำเสนอผ่านการทำกิจกรรมโครงงาน เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ ความสัมพันธ์ของความรู้วิทยาศาสตร์ที่มีผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยี ประเภทต่าง ๆ และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ส่งผลให้มีการคิดค้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้า ผลของเทคโนโลยี ต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อสังคมและการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการ จัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการตัดสินใจ เป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมใน การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว.4.1 ม.2/1 ,ม.2/2 ,ม.2/3 , ม.2/4 ,ม.2/5 รวมทั้งหมด 5 ตัวชี้วัด


87 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา ว 22104 ชื่อวิชา เทคโนโลยี4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 2๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 0.5 หน่วยกิต ลำดับ ที่ หน่วยการ เรียนรู้/เรื่อง มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน (100) 1 เทคโนโลยีกับ ชีวิต ว 4.1 ม.2/1 มนุษย์ค้นพบและสร้างองค์ความรู้ ห ล าย ส าข า เช่ น วิท ยาศ าส ต ร์ คณิตศาสตร์ สังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศ า ส ต ร์ ที่ ส่ ง ผ ล ต่ อ ก า ร พั ฒ น า เทคโนโลยีอย่างมาก คือวิทยาศาสตร์ เป็นความรู้ที่เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ใน ธรรมชาติทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต โดย มีวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในการ สืบเสาะหาความรู้นั้นอาศัยการสังเกต เป็นพื้นฐาน และคณิ ตศาสตร์ที่ เกี่ยวข้องกับการอธิบายโครงสร้าง ความสัมพันธ์ ระเบียบ รูปแบบ หรือ แบบแผนต่าง ๆ ทั้งที่อยู่ในธรรมชาติ รอบตัวและภาพที่อยู่ในสมอง เท่าที่ มนุษย์จะสามารถรับรู้ได้ทั้งในเชิง นามธรรมและเชิงรูปธรรม โดยอาศัย ก า ร ค ำ น ว ณ แ ล ะ โ ม เด ล ท า ง คณิตศาสตร์มาอธิบาย ดังนั้น การ ค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่มีการอธิบาย ในรูปแบบของสมการทางคณิตศาสตร์ ที่แม่นยำจะช่วยให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย และเทคโนโลยีที่ พัฒนาขึ้นสร้างผลกระทบทั้งทางด้าน มนุษย์และสังคม ด้านเศรษฐกิจ และ ด้านสิ่งแวดล้อม 2 15 2 วัสดุ อุปกรณ์ ทางเทคโนโลยี ว 4.1 ม.2/5 ปั จ จุ บั น วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ แ ล ะ เทคโนโลยีพัฒนาและก้าวหน้าอย่าง รวดเร็วจึงได้มีการนำความรู้เหล่านี้มา พัฒนาและปรับปรุงวัสดุต่าง ๆ เพื่อ ต อ บ ส น อ งต่ อ ค ว าม ต้ อ งก ารที่ หลากหลาย โดยผ่านกระบวนการทาง เทคโนโลยี และถูกส่งต่อจนพัฒนามา เป็ น ก ระ บ ว น ก ารอ อ ก แ บ บ เชิ ง วิศวกรรม โดยการสร้างเครื่องมือหรือ 6 15


88 ลำดับ ที่ หน่วยการ เรียนรู้/เรื่อง มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน (100) ชิ้นงาน ความรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก เสียง แสง ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นสิ่ง สำคัญ ซึ่งจะช่วยทำให้สร้างชิ้นงานได้ เหมาะสมและปลอดภัย 3 กระบวนการ ออกแบบเชิง วิศวกรรม ว 4.1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อ ก แ บ บ เชิ ง วิศวกรรมเป็นกระบวนการที่สามารถ นำมาแก้ปัญหาหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งกระบวนการออกแบบวิศวกรรม จะเริ่มจากการระบุปัญหาหรือสิ่งที่ ต้องการที่จะสร้างขึ้น จากนั้นรวบรวม องค์ความรู้ ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา วางแผนดำเนินการ ประเมินผล และ นำเสนอการแก้ปัญหาหรือผลงานของ ชิ้นงาน 6 20 4 การคิดเชิง ออกแบบ ว 4.1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 การคิดเชิงออกแบบเป็นแนวคิดที่ ใช้ในการแก้ปัญหา โดยยึดเอาคน หรือประสบการณ์ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง และร่วมกันค้นคิดวิธีการแก้ปัญหา ร่วมกันของทีมงานอย่างสร้างสรรค์ ท ำให้ ต้ น แ บ บ ที่ ผ ลิ ต ขึ้ น ม าเป็ น เทคโนโลยีที่มีความที่มีข้อผิดพลาด น้อย และเทคโนโลยีนั้นมีมูลค่าที่ สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาด้วย การเน้นทำความเข้าใจว่าคนต้องการ อะไร แทนที่วิธีการแบบเดิมที่มัก เริ่มต้นจาก “ปัญหา” 4 20 สอบกลางภาค 1 10 สอบปลายภาค 1 20 รวม 20 100


89 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว 2๒๒0๑ ชื่อวิชา เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ 1 ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ตามความสนใจ ตั้งแต่เริ่ม จนทำโครงงานสำเร็จ การทำโครงงานเน้นให้นักเรียนฝึก คิด วิเคราะห์ปัญหาที่สนใจที่จะทำโครงงาน คิดออกแบบการทดลองได้และตัดสินใจเลือกวิธีการที่เหมาะสม มีการวาง แผนการดําเนินงานเพื่อลงมือปฏิบัติทดลองได้อย่างเป็นขั้นตอนและมีระบบ บันทึกผล วิเคราะห์ผล สรุปผล และเขียน รายงาน ตลอดจนนําเสนอผลงานและแสดงผล งานของโครงงานวิทยาศาสตร์ การทำกิจกรรมจะช่วยพัฒนานักเรียน ให้สามารถคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหา ผลการศึกษาค้นคว้าในระดับของนักเรียนจะขยายไปถึงขั้นนําไปใช้แก้ปัญหา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในท้องถิ่นส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนและชุมชน ผลการเรียนรู้ ๑. มีความรู้ความเข้าใจและบอกความหมายของโครงงานวิทยาศาสตร์ รวมทั้งจําแนกชนิดโครงงาน ประเภท ต่าง ๆ ๒. ระบุขั้นตอนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ๓. ระบุปัญหา ตั้งสมมติฐาน กำหนดตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ตัวแปรควบคุมและ กำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการ จากปัญหาและสถานการณ์ที่กําหนดให้ ๔. ออกแบบขั้นตอนการดําเนินงาน และเขียนเค้าโครงโครงงานจากปัญหาและสถานการณ์ที่กําหนดให้ ๕. บันทึกผลการดําเนินงาน แปรความหมายข้อมูล สรุป และวิจารณ์ผลจากข้อสรุป ๖. เขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ ๗. นําเสนอและแสดงผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรียนรู้


90 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา ว 22201 ชื่อวิชา เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 2๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 0.5 หน่วยกิต ลำดับที่ หน่วยการเรียนรู้/เรื่อง เวลา (ชั่วโมง) คะแนน ๑ ความหมายของโครงงานวิทยาศาสตร์ ๑ ๑๐ ๒ ประเภทโครงงานวิทยาศาสตร์ ๒ ๑๐ ๓ ตัวอย่างโครงงานวิทยาศาสตร์ 2 ๕ ๔ การเขียนเค้าโครงโครงงานวิทยาศาสตร์ ๑ ๑๐ ๕ โครงงานประเภทสํารวจอย่างง่าย ๓ ๕ ๖ โครงงานประเภททดลองอย่างง่าย ๓ ๕ ๗ โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์อย่างง่าย ๓ ๕ ๘ การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ ๑ ๑๕ ๙ การนําเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ ๒ ๑๕ สอบกลางภาค 1 10 สอบปลายภาค ๑ 20 รวม 20 100


91 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว 2๒๒0๒ ชื่อวิชา เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ตามความสนใจ ตั้งแต่เริ่ม จนทำโครงงานสำเร็จ การทำโครงงานเน้นให้นักเรียนฝึก คิด วิเคราะห์ปัญหาที่สนใจที่จะทำโครงงาน คิด ออกแบบการประดิษฐ์และทดลองประสิทธิภาพได้ และตัดสินใจเลือก วิธีการที่เหมาะสม มีการวางแผนการ ดําเนินงานเพื่อลงมือปฏิบัติทดลองได้อย่างเป็นขั้นตอนและมีระบบ บันทึกผล วิเคราะห์ผล สรุปผล และเขียน รายงาน ตลอดจนนําเสนอผลงานและแสดงผลงานของโครงงานวิทยาศาสตร์ การทำ กิจกรรมจะช่วยพัฒนา นักเรียนให้สามารถคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหา ผลการศึกษาค้นคว้าในระดับของนักเรียนจะ ขยายไปถึงขั้น นําไปใช้แก้ปัญหาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในท้องถิ่นส่งผลต่อการพัฒนาด้านต่าง ๆ ผลการเรียนรู้ ๑. ระบุปัญหาจากชีวิตประจำวันเพื่อนําไปสู่การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ๒. สืบค้นข้อมูลประกอบการทำโครงงานวิทยาศาสตร์จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และมีความน่าเชื่อถือ ๓. วิเคราะห์ปัญหา วางแผนการทดลอง จัดทำเค้าโครงโครงงานวิทยาศาสตร์ ๔. ทำงานเป็นกลุ่ม มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการแสดงความคิดเห็น การออกแบบหรือดัดแลงการ ทดลอง ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ๕. ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ตามความถนัดและสนใจ ๖. นําเสนอและจัดแสดงผลงานในรูปแบบการนําเสนอปากเปล่า หรือ นิทรรศการ รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้


92 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รหัสวิชา ว 22202 ชื่อวิชา เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาเรียน 2๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 0.5 หน่วยกิต ลำดับที่ หน่วยการเรียนรู้/เรื่อง เวลา (ชั่วโมง) คะแนน ๑ การระบุปัญหา สมมุติฐาน และตัวแปร ๒ ๑0 ๒ การสืบค้นและรวบรวมข้อมูล ๒ ๑๐ ๓ การวางแผนดำเนินการ 3 ๑๐ ๔ ความน่าเชื่อถือของผลการดำเนินการ ๒ ๑๐ ๕ การจัดกระทำข้อมูล สรุป และ วิจารณ์ผลการดำเนินการ ๒ ๑๐ ๖ การเขียนรายงานและการ นําเสนอผลการดำเนินการ ๕ ๑0 ๗ การประยุกต์ใช้โครงงาน วิทยาศาสตร์ ๓ ๑๐ สอบกลางภาค ๑ 10 สอบปลายภาค 1 20 รวม 20 100


93 ตัวชี้วัดสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบ นิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.3 ว 1.1 ม.3/1 อธิบายปฏิสัมพันธ์ของ องค์ประกอบของระบบ นิเวศที่ได้จากการสำรวจ - ร ะ บ บ นิ เว ศ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย องค์ประกอบที่มีชีวิต เช่น พืช สัตว์ จุลินทรีย์และองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต เช่น แสง น้ำ อุณหภูมิแร่ธาตุแก๊ส องค์ประกอบเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กัน เช่น พืชต้องการแสง น้ำ และแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ ในการสร้าง อ า ห า ร สั ต ว์ ต้ อ ง ก า ร อ า ห า ร และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมใน การดำรงชีวิต เช่น อุณหภูมิความชื้น องค์ประกอบทั้งสองส่วนนี้จะต้อง มีความสัมพันธ์กันอย่างเหมาะสม ระบบนิเวศจึงจะสามารถคงอยู่ ต่อไปได้ 1. ประวัติความเป็นมาของชุมชน 1.1 ประวัติศาสตร์เมืองละโว้ 1.2 คำขวัญประจำ จังหวัด/อำเภอ 1.3 ตราประจำจังหวัด/อำเภอ 1.4 ต้นไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.5 ดอกไม้ประจำจังหวัด/อำเภอ 1.6 เพลงประจำจังหวัด/อำเภอ 2. สภาพภูมิประเทศ 2.1 ที่ตั้ง อาณาเขต 2.2 ภูมิประเทศ 2.3 ภูมิอากาศ 2.4 ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อม กับวิถีการดำเนินชีวิต 3. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 3.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญ ในจังหวัด 3.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 3.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน ว 1.1 ม.3/2 อธิบายรูปแบบความ สัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต กับสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่าง ๆ ในแหล่งที่อยู่เดียวกัน ที่ ได้จากการสำรวจ - สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์ กันในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาวะพึ่งพา กัน ภาวะอิงอาศัย ภาวะเหยื่อกับผู้ล่า ภาวะปรสิต - สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่อาศัยอยู่ ร่วมกันในแหล่งที่อยู่เดียวกัน ในช่วง เวลาเดียวกัน เรียกว่าประชากร - กลุ่มสิ่งมีชีวิตประกอบด้วยประชากร ของสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิด อาศัยอยู่ ร่วมกันในแหล่งที่อยู่เดียวกัน ว 1.1 ม.3/3 สร้างแบบจำลองในการ อธิบายการถ่ายทอด พลังงานในสายใยอาหาร -กลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศแบ่งตาม หน้าที่ได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ สิ่งมีชีวิตทั้ง 3 กลุ่มนี้มีความสัมพันธ์ กัน ผู้ผลิตเป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหาร ได้เอง โดยกระบวนการสังเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


94 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ว 1.1 ม.3/4 อธิบายความสัมพันธ์ของ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ ย่อยสลายสารอินทรีย์ใน ระบบนิเวศ ว 1.1 ม.3/5 อธิบายการสะสมสารพิษ ในสิ่งมีชีวิตในโซ่อาหาร ว 1.1 ม.3/6 ตระหนักถึงความสัมพันธ์ ของสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศ โดยไม่ทำลายสมดุลของ ระบบนิเวศ ด้วยแสง ผู้บริโภค เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ สามารถสร้างอาหารได้เอง และต้อง กินผู้ผลิตหรือสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร เมื่อผู้ผลิตและผู้บริโภคตายลง จะถูก ย่อยโดยผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ซึ่งจะ เปลี่ยนสารอินทรีย์เป็นสารอินทรีย์ กลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดการ หมุนเวียนสารเป็นวัฏจักร จำนวน ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย สารอินทรีย์จะต้องมีความเหมาะสม จึงทำให้กลุ่มสิ่งมีชีวิตอยู่ได้อย่าง สมดุล - พลังงานถูกถ่ายทอดจากผู้ผลิตไปยัง ผู้บริโภคลำดับต่าง ๆ รวมทั้งผู้ย่อย สลายสารอินทรีย์ในรูปแบบสายใย อาหาร ที่ประกอบด้วย โซ่อาหาร หลายโซ่ที่สัมพันธ์กัน ในการถ่ายทอด พลังงานในโซ่อาหาร พลังงานที่ถูก ถ่ า ย ท อ ด ไป จ ะ ล ด ล ง เรื่ อ ย ๆ ตามลำดับของการบริโภค - การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ อาจทำให้ มีสารพิ ษสะสมอยู่ใน สิ่งมีชีวิตได้จนอาจก่อให้เกิดอันตราย ต่อสิ่งมีชีวิต และทำลายสมดุลใน ระบบนิเวศ ดังนั้นการดูแลรักษา ระบบนิเวศให้เกิดความสมดุล และคง อยู่ตลอดไปจึงเป็นสิ่งสำคัญ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - - -


95 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพันธุกรรม การ เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ม.3 ม.3 ว 1.3 ม.3/1 อธิบายความสัมพันธ์ ระหว่าง ยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซม โดยใช้ แบบจำลอง - ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต สามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีก รุ่นหนึ่งได้โดยมียีนเป็นหน่วยควบคุม ลักษณะทางพันธุกรรม - โครโมโซมประกอบด้วย ดีเอ็นเอ และโปรตีน ขดอยู่ในนิวเคลียส ยีน ดี เอ็นเอ และโครโมโซมมีความสัมพันธ์ กัน โดยบางส่วนของดีเอ็นเอทำหน้าที่ เป็นยีนที่กำหนดลักษณะของสิ่งมีชีวิต - สิ่งมีชีวิตที่มีโครโมโซม 2 ชุด โครโมโซมที่เป็นคู่กันมีการเรียงลำดับ ของยีนบนโครโมโซมเหมือนกัน เรียกว่า ฮอมอโลกัสโครโมโซม ยีน หนึ่งที่อยู่บนคู่ฮอมอโลกัสโครโมโซม อาจมีรูปแบบแตกต่างกัน เรียกแต่ละ รูปแบบของยีนที่ต่างกันนี้ว่าแอลลีล ซึ่งการเข้าคู่กันของแอลลีลต่าง ๆ อาจ ส่งผลทำให้สิ่งมีชีวิตมีลักษณะที่ แตกต่างกันได้ - สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีจำนวน โครโมโซมคงที่ มนุษย์มีจำนวน โครโมโซม 23 คู่ เป็นออโตโซม 22 คู่ และโครโมโซมเพศ 1 คู่ เพศหญิง มีโครโมโซมเพศเป็น XX เพศชายมี โครโมโซมเพศเป็น XY 1. ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น 1.1 ทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญใน จังหวัด 1.2 การอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1.3 การพัฒนาทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน ว 1.3 ม.3/2 อธิบายการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรม จากการผสมโดย พิจารณาลักษณะเดียวที่ แอลลีลเด่นข่มแอลลี ลด้อยอย่างสมบูรณ์ - เมน เดลได้ศึกษ าการถ่ายท อด ลักษณะทางพันธุกรรมของต้นถั่วชนิด หนึ่ง และนำมาสู่หลักการพื้นฐานของ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ของสิ่งมีชีวิต - สิ่งมีชีวิตที่มีโครโมโซมเป็น 2 ชุด ยีน แ ต่ ล ะ ต ำแ ห น่ งบ น ฮ อ ม อ โล กั ส โครโมโซมมี2 แอลลีล โดยแอลลีลห นึ่งมาจากพ่อ และอีกแอลลีลมาจาก


96 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ว 1.3 ม.3/3 อธิบายการเกิดจีโนไทป์ และฟีโนไทป์ของลูก และคำนวณอัตราส่วน การเกิดจีโนไทป์และฟี โนไทป์ของรุ่นลูก แม่ ซึ่งอาจมีรูปแบบเดียวกัน หรือ แตกต่างกัน แอลลีลที่แตกต่างกันนี้ แอลลีลหนึ่งอาจมีการแสดงออกข่มอีก แอลลีลหนึ่งได้เรียกแอลลีลนั้นว่า เป็นแอลลีลเด่น ส่วนแอลลีลที่ถูกข่ม อย่างสมบูรณ์เรียกว่าเป็น แอลลีลด้อย - เมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์แอลลีล ที่เป็นคู่กัน ในแต่ละฮอมอโลกัส โครโมโซมจะแยกจากกันไปสู่เซลล์ สืบพันธุ์แต่ละเซลล์โดยแต่ละเซลล์ สืบพันธุ์จะได้รับเพียง 1 แอลลีล และ จะมาเข้าคู่กับแอลลีลที่ตำแหน่ง เดียวกันของอีกเซลล์สืบพันธุ์หนึ่งเมื่อ เกิดการปฏิสนธิจนเกิดเป็นจีโนไทป์ และแสดงฟีโนไทป์ในรุ่นลูก ว 1.3 ม.3/4 อธิบายความแตกต่าง ของการแบ่งเซลล์แบบ ไมโทซิส และไมโอซิส - กระบวนการแบ่งเซลล์ของสิ่งมีชีวิต มี2 แบบ คือ ไมโทซิส และไมโอซิส - ไมโทซิส เป็นการแบ่งเซลล์เพื่อเพิ่ม จำนวนเซลล์ร่างกาย ผลจากการแบ่งจะ ได้เซลล์ใหม่ 2 เซลล์ที่มีลักษณะและ จำนวนโครโมโซมเหมือนเซลล์ตั้งต้น - ไมโอซิส เป็นการแบ่งเซลล์เพื่อสร้าง เซลล์สืบพันธุ์ผลจากการแบ่งจะได้ เซ ล ล์ ให ม่ 4 เซ ล ล์ ที่ มี จ ำน ว น โครโมโซมเป็นครึ่งหนึ่งของเซลล์ตั้งต้น เมื่อเกิดการปฏิสนธิของเซลล์สืบพันธุ์ ลูกจะได้รับการถ่ายทอดโครโมโซมชุด หนึ่งจากพ่อและอีกชุดหนึ่งจากแม่ จึง เป็นผลให้รุ่นลูกมีจำนวนโครโมโซม เท่ากับรุ่นพ่อแม่และจะคงที่ในทุก ๆ รุ่น


97 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ว 1.3 ม.3/5 บอกได้ว่าการเปลี่ยน แปลงของยีนหรือ โครโมโซมอาจทำให้เกิด โรคทางพันธุกรรม พร้อม ทั้งยกตัวอย่างโรคทาง พันธุกรรม ว 1.3 ม.3/6 ตระหนักถึงประโยชน์ ของความรู้เรื่องโรคทาง พันธุกรรม โดยรู้ว่าก่อน แต่งงานควรปรึกษา แพทย์เพื่อตรวจและ วินิจฉัยภาวะเสี่ยงของ ลูกที่อาจเกิดโรคทาง พันธุกรม - การเป ลี่ยนแป ลงของยีนห รือ โค ร โ ม โ ซ ม ส่ ง ผ ล ให้ เกิ ด ก า ร เปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรม ของสิ่งมีชีวิต เช่น โรคธาลัสซีเมียเกิด จากการเปลี่ยนแปลงของยีน กลุ่ม อาการดาวน์เกิดจากการเปลี่ยนแปลง จำนวนโครโมโซม - โรคทางพันธุกรรมสามารถถ่ายทอด จากพ่อแม่ไปสู่ลูกได้ดังนั้นก่อน แต่งงานและมีบุตรจึงควรป้องกันโดย การตรวจและวินิจฉัยภาวะเสี่ยงจาก การถ่ายทอดโรคทางพันธุกรรม ว 1.3 ม.3/7 อธิบายการใช้ประโยชน์ จากสิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรม และ ผลกระทบที่อาจมีต่อ มนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวม ได้ ว 1.3 ม.3/8 ตระหนักถึงประโยชน์ และผลกระทบของ สิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรมที่อาจมีต่อ มนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยการเผยแพร่ความรู้ที่ ได้จากการโต้แย้งทาง วิทยาศาสตร์ซึ่งมีข้อมูล สนับสนุน - มนุษย์เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของ สิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติเพื่อให้ได้ สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามต้องการ เรียกสิ่งมีชีวิตนี้ว่า สิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรม - ในปัจจุบันมนุษย์มีการใช้ประโยชน์ จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมเป็น จำนวนมาก เช่น การผลิตอาหาร การ ผลิตยารักษาโรค การเกษตร อย่างไรก็ ดีสังคมยังมีความกังวลเกี่ยวกับ ผลกระท บ ของสิ่งมีชีวิตดัดแป ร พั น ธุก รรม ที่ มี ต่ อ สิ่ งมี ชี วิต แ ล ะ สิ่งแวดล้อม ซึ่งยังทำการติดตามศึกษา ผลกระทบดังกล่าว ว 1.3 ม.3/9 เปรียบเทียบความ หลากหลายทางชีวภาพ ในระดับชนิดสิ่งมีชีวิตใน ระบบนิเวศต่างๆ - ความหลากหลายทางชีวภาพ มี3 ระดับ ได้แก่ ความหลากหลายของ ระบบนิเวศความหลากหลายของชนิด สิ่งมีชีวิต และความหลากหลายทาง พันธุกรรม ความหลากหลายทาง


Click to View FlipBook Version