96 รหัสตัวชี้วัดปลายทาง (รายปี) มาตรฐาน ว ๑.๑ ป.๕/๒, ป.๕/๔ มาตรฐาน ว ๑.๓ ป.๕/๑ มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๕/๔ มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๕/๔ มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๕/๕ มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๕/๒ มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๕/๒, ป.๕/๓ มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ รวมทั้งสิ้น ๘ มาตรฐาน ๓๒ ตัวชี้วัด
97 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รายวิชา วิทยาศาตร์และเทคโนโลยี5 (วิทยาศาสตร์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว๑5๑๐๑ เวลา 80 ชั่วโมง / ปี ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ตัวชี้วัด ระหว่างทาง ตัวชี้วัด ปลายทาง ชีวิตกับ สิ่งแวดล้อม ว ๑.๑ ป.๕/๑ ว ๑.๑ ป.๕/๓ ว ๑.๑ ป.๕/๒ ว ๑.๑ ป.๕/๔ - การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต - สิ่งมีชีวิตกลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - สภาพภูมิประเทศของโรงเรียน และหมู่บ้านวังตาอินทร์ - ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตำบลยางราก - สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี ๑0 5 การดำรงพันธุ์ ของสิ่งมีชีวิต ว ๑.๓ ป.๕/๒ ว ๑.๓ ป.๕/๑ - ลักษณะทางพันธุกรรมของพืช สัตว์ และมนุษย์ - ลักษณะที่คล้ายคลึงกันของตนเอง กับพ่อแม่ ๑0 5 การ เปลี่ยนแปลง ของสสารใน ชีวิตประจำวัน ว ๒.๑ ป.๕/๑ ว ๒.๑ ป.๕/๒ ว ๒.๑ ป.๕/๓ ว ๒.๑ ป.๕/๔ -การเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร -การละลายของสารในน้ำ -การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิด การเปลี่ยนแปลงทางเคมี สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี ๑๐ ๑0 แรงใน ชีวิตประจำวัน ว ๒.๒ ป.๕/๑ ว ๒.๒ ป.๕/๒ ว ๒.๒ ป.๕/๓ ว ๒.๒ ป.๕/๕ ว ๒.๒ ป.๕/๔ - การหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรง ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ - แรงเสียดทานและผลของแรง เสียดทาน 10 10 เสียงและการได้ ยิน ว ๒.๓ ป.๕/๑ ว ๒.๓ ป.๕/๒ ว ๒.๓ ป.๕/๓ ว ๒.๓ ป.๕/๔ ว ๒.๓ ป.๕/๕ - การได้ยินเสียงผ่านตัวกลางต่าง ๆ - เสียงสูง เสียงต่ำ เสียงดัง และ เสียงค่อย - การใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - เพลงประจำจังหวัดลพบุรีและ อำเภอโคกเจริญ - ดนตรีและการละเล่นพื้นบ้านของ จังหวัดลพบุรี - สภาพปัญหามลภาวะทางเสียงใน จังหวัดลพบุรี ๑๐ ๑๐
98 ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ตัวชี้วัด ระหว่างทาง ตัวชี้วัด ปลายทาง ดาว ว ๓.๑ ป.๕/๑ ว ๓.๑ ป.๕/๒ - ความแตกต่างของดาวเคราะห์กับ ดาวฤกษ์ - ตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและ ตกของกลุ่มดาว ๑๐ ๑0 น้ำในท้องถิ่น ของเรา ว ๓.๒ ป.๕/๑ ว ๓.๒ ป.๕/๒ -แหล่งน้ำในท้องถิ่นและการใช้ ประโยชน์ -ความจำเป็นของน้ำต่อชีวิตและ การประหยัดน้ำ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - ภูมิประเทศในพื้นที่จังหวัดลพบุรี - ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อม กับสิ่งมีชีวิตในพื้นที่จังหวัดลพบุรี - ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความ เชื่อ ศาสนาในอำเภอโคกเจริญ - แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติใน จังหวัดลพบุรี - สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี 10 10 ปรากฏการณ์ ธรรมชาติที่ เกี่ยวข้องกับวัฏ จักรน้ำ ว ๓.๒ ป.๕/๔ ว ๓.๒ ป.๕/๕ ว ๓.๒ ป.๕/๓ - วัฏจักรน้ำ - เมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้าง แข็ง - ฝน หิมะ และลูกเห็บ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - ภูมิประเทศในพื้นที่จังหวัดลพบุรี - ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อม กับสิ่งมีชีวิตในพื้นที่จังหวัดลพบุรี - ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความ เชื่อ ศาสนาในอำเภอโคกเจริญ - แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติใน พื้นที่จังหวัดลพบุรี - สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี ๑๐ ๑0 คะแนนระหว่างปี - ๗๐ คะแนนกลางปี - - คะแนนปลายปี - ๓๐ รวมเวลาเรียนทั้งปี/คะแนน ๘๐ ๑๐๐
99 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รายวิชา วิทยาศาตร์และเทคโนโลยี5 (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว๑5๑๐๑ เวลา 40 ชั่วโมง / ปี ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ตัวชี้วัด ระหว่างทาง ตัวชี้วัด ปลายทาง เหตุผลเชิง ตรรกะกับการ แก้ปัญหา ว 4.2 ป.5/1 - การแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเชิง ตรรกะ - การทำนายผลลัพธ์จากปัญหา อย่างง่าย 6 15 การเขียน โปรแกรมโดย ใช้เหตุผลเชิง ตรรกะ ว 4.2 ป.5/2 - การออกแบบโปรแกรมด้วยการ เขียนข้อความ - การออกแบบโปรแกรมด้วยการ เขียนผังงาน - การเขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษา Scratch - การตรวจสอบข้อผิดพลาดของ โปรแกรม 10 15 ข้อมูล สารสนเทศ ว 4.2 ป.5/3 ป.5/4 - รู้จักข้อมูล - ลักษณะของข้อมูลที่ดี - แหล่งข้อมูล - การรวบรวมข้อมูล - การประมวลผลข้อมูล - การสืบค้นข้อมูลโดยใช้ อินเทอร์เน็ต 12 20 การใช้ อินเทอร์เน็ต อย่างปลอดภัย ว 4.2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5 - การติดต่อสื่อสารผ่าน อินเทอร์เน็ต - อาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต - มารยาทในการติดต่อสื่อสาร ผ่านอินเทอร์เน็ต - ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ - การนำเสนอข้อมูลและการทำ แบบสำรวจความคิดเห็นออนไลน์ 12 20 คะแนนระหว่างปี - ๗๐ คะแนนกลางปี - - คะแนนปลายปี - ๓๐ รวมเวลาเรียนทั้งปี/คะแนน ๘๐ ๑๐๐ * หมายเหตุ : วัดผลรวมในรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ว15101) โดยใช้อัตราส่วน (70:30)
100 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 5 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว๑52๐๑ เวลา 4๐ ชั่วโมง / ปี วิเคราะห์โครงงานวิทยาศาสตร์อธิบายประเภทและลงมือคิดเรืองที่จะทำโครงงานวิทยาศาสตร์ศึกษา เอกสารที่เกี่ยวข้อง เขียนเค้าโครงงาน ลงมือปฏิบัติการทดลองเขียนรายงานโครงงาน และแสดงผลงานโครงงาน วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะ การ สืบค้นข้อมูล การอภิปราย การอธิบาย การวิเคราะห์การเปรียบเทียบ การสำรวจตรวจสอบ การทำนาย การทดลอง และการสรุป เพื่อให้เกิดทักษะกระบวนการ ความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ ในชีวิตประจำวัน ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ผลการเรียนรู้ 1.บอกความหมายและประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ รวมทั้งกระบวนการทำงานของนักวิทยาศาสตร์ได้ 2. อธิบายขั้นตอนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งสามารถวิเคราะห์โครงงานวิทยาศาสตร์ได้ 3. ออกแบบวิธีการทดลอง เลือกใช้อุปกรณ์ และทำการทดลองได้อย่างมีระบบ 4. จัดทำเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ รวมถึงทำโครงงานวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ตามความสนใจของ นักเรียนได้ 5. นักเรียนมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ 6. นำเสนอและจัดแสดงผลงานของโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
101 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รายวิชา เสริมทักษะวิทยาศาสตร์5 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว๑52๐1 เวลา 40 ชั่วโมง / ปี หน่วยการ เรียนรู้ที่ ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน (100) 1 1. บอกความหมายและ ประเภทของโครงงาน วิทยาศาสตร์ รวมทั้ง กระบวนการทำงานของ นักวิทยาศาสตร์ได้ บอกความหมายและ ประเภทของ โครงงาน วิทยาศาสตร์ ความหมายและ ประเภทของ โครงงาน วิทยาศาสตร์ 4 5 2 2. อธิบายขั้นตอนการ ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งสามารถ วิเคราะห์โครงงาน วิทยาศาสตร์ได้ วิเคราะห์โครงงาน วิทยาศาสตร์ ลำดับขั้นตอนในการ ทำโครงงาน วิทยาศาสตร์ 6 10 3 3. ออกแบบวิธีการ ทดลอง เลือกใช้อุปกรณ์ และทำการทดลองได้ อย่างมีระบบ ทำการทดลองได้ อย่างมีระบบ ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์น่า รู้ 10 15 4 4. จัดทำเค้าโครงของ โครงงานวิทยาศาสตร์ รวมถึงทำโครงงาน วิทยาศาสตร์ง่ายๆ ตาม ความสนใจของนักเรียนได้ จัดทำเค้าโครงของ โครงงาน วิทยาศาสตร์และ สร้างโครงงาน วิทยาศาสตร์ กระบวนการทำงาน ของนักวิทยาศาสตร์ 10 10 5 5. นักเรียนมีเจตคติทาง วิทยาศาสตร์และเจตคติ ที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ เจตคติที่ดีต่อวิชา วิทยาศาสตร์ กระบวนการทำงาน ของนักวิทยาศาสตร์ 2 10 6 6. นำเสนอและจัด แสดงผลงานของ โครงงานวิทยาศาสตร์ได้ นำเสนอและจัด แสดงผลงาน กระบวนการทำงาน ของนักวิทยาศาสตร์ 8 20 สอบปลายปี 30 รวม 40 100
102 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา คอมพิวเตอร์ 5 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว๑52๐2 เวลา 8๐ ชั่วโมง / ปี ศึกษาความหมาย บทบาท และประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ ชื่อและหน้าที่ของอุปกรณ์และ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ความหมาย ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ตและสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ใช้ งานโปรแกรม Microsoft Office Excel เบื้องต้น จัดรูปแบบของข้อมูลบนเวิร์กชีต ใช้สูตรและฟังก์ชั่นในการ คำนวณ อธิบายการใช้งาน ออกแบบและสร้าง E-book ด้วยโปรแกรม Canva โดยการสืบค้น รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลใกล้ตัว และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถอธิบายสิ่งที่เรียนรู้ และสร้างสรรค์ผลงานจากสิ่งที่ได้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการ แก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ผลการเรียนรู้ 1. บอกความหมาย บทบาทและประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศได้ 2. บอกชื่อและหน้าที่ของอุปกรณ์และองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ได้ 3. บอกความหมาย ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ตและสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้ 4. ใช้งานโปรแกรม Microsoft Office Excel เบื้องต้นได้ 5. จัดรูปแบบของข้อมูลบนเวิร์กชีต และใช้สูตรและฟังก์ชั่นในการคำนวณได้ 6. อธิบายการใช้งาน ออกแบบและสร้าง E-book ด้วยโปรแกรม Canva ได้ 7. ประยุกต์เพื่อใช้งานได้และเห็นความสำคัญของชิ้นงาน รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู้
103 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รายวิชา คอมพิวเตอร์ 5 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว๑52๐2 เวลา 80 ชั่วโมง / ปี หน่วยการ เรียนรู้ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก (คะแนน) 1 เทคโนโลยีสารสนเทศ น่ารู้ ความหมาย บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ 10 10 ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 รู้จักคอมพิวเตอร์ ความหมายและวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ 10 10 ชื่อและหน้าที่ของอุปกรณ์และองค์ประกอบ ของคอมพิวเตอร์ 3 ท่องโลกอินเตอร์เน็ต บอกความหมาย ประโยชน์และโทษของ อินเทอร์เน็ต 10 10 การสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้ 4 มารู้จักกับโปรแกรม ตารางงานกันเถอะ การใช้งานโปรแกรม Ms Excel เบื้องต้น 10 10 ส่วนประกอบหน้าต่างโปรแกรม Ms Excel การใช้เมนูและแถบเครื่องมือ การบันทึกแฟ้ม ปิดแฟ้มและออกจากโปรแกรม 5 แต่งแต้มเวิร์กชีต การจัดรูปแบบของข้อมูลบนเวิร์กชีต 10 10 การใช้งานเมนูแทรก (Insert) 6 สูตรและฟังก์ชั่น สูตรและฟังก์ชั่นในการคำนวณ 10 10 7 E-book หนังสือสร้างง่าย ออกแบบ E-book ด้วยโปรแกรม Canva 20 10 สร้าง E-book ด้วยโปรแกรม Canva ร่วมกับโปรแกรม Ms. PowerPoint สร้าง E-book ด้วยโปรแกรม Canva ด้วยรูปแบบสำเร็จรูป วัดผลปลายปี 30 รวม 80 100
104 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง ว 1.2 ป.6/1 ระบุ สารอาหารและบอก ประโยชน์ของ สารอาหาร แต่ละ ประเภทจากอาหารที่ ตนเองรับประทาน - สารอาหารที่อยู่ในอาหารมี 6 ประเภท ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ วิตามินและน้ำ - อาหารแต่ละชนิด ประกอบด้วยสารอาหาร ที่ แตกต่างกัน อาหารบางอย่าง ประกอบด้วยสารอาหาร ประเภทเดียว อาหารบางย่าง ประกอบด้วยสารอาหาร มากกว่าหนึ่งประเภท - สารอาหารแต่ละประเภทมี ประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่าง กัน โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้ พลังงานแก่ร่างกาย ส่วนเกลือ แร่ วิตามินและน้ำ เป็น สารอาหารที่ไม่ให้พลังงานแก่ ร่างกาย แต่ช่วยให้ร่างกาย ทำงานได้เป็นปกติ – การรับประทานอาหาร เพื่อให้ร่างกายเจริญ เติบโต มี การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ตามเพศและวัย และ มี สุขภาพดี จำเป็น ต้อง รับประทานให้ได้พลังงาน เพียงพอกับความต้องการของ ร่างกาย และให้ได้สารอาหาร ครบถ้วนในสัดส่วนที่ เหมาะสมกับเพศ และวัย - ว 1.2 ป.6/2 บอก แนวทางในการเลือก รับประทานอาหาร ให้ ได้สารอาหารครบถ้วน ในสัดส่วนที่เหมาะสม กับเพศและวัย รวมทั้ง ความปลอดภัยต่อ สุขภาพ ว 1.2 ป.6/3 ตระหนัก ถึง ความสำคัญของ สารอาหาร โดยการเลือก รับประทานอาหาร ที่มี สารอาหารครบถ้วนใน สัดส่วน ที่เหมาะสมกับ เพศและวัย รวมทั้ง ปลอดภัยต่อสุขภาพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
105 ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง รวมทั้งต้องคำนึงถึงชนิดและ ปริมาณของวัตถุ เจือปนใน อาหารเพื่อความปลอดภัยต่อ สุขภาพ ว 1.2 ป.6/4 สร้าง แบบจำลองระบบย่อย อาหาร และบรรยาย หน้าที่ของอวัยวะใน ระบบย่อยอาหาร รวมทั้งอธิบายการย่อย อาหารและการดูดซึม สารอาหาร - ระบบย่อยอาหาร ประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก ตับ และ ตับอ่อน ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกัน ในการย่อยและดูดซึม สารอาหาร - ปาก มีฟันช่วยบดเคี้ยวอำ หารให้มีขนาดเล็กลงและมีลิ้น ช่วยคลุกเคล้าอาหารกับ น้ำลาย ในน้ำลาย มีเอนไซม์ ย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล – หลอดอาหาร ทำหน้าที่ ลำเลียงอาหารจากปาก ไปยัง กระเพาะอาหาร ภายใน กระเพาะอาหารมีการย่อย โปรตีนโดยกรดและเอนไซม์ที่ สร้างจากกระเพาะอาหาร - ลำไส้เล็กมีเอนไซม์ที่สร้าง จากผนังลำไส้เล็กเองและจาก ตับอ่อนที่ช่วยย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน โดย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน ที่ผ่านการย่อยจนเป็น สารอาหารขนาดเล็กพอที่จะ ดูดซึมได้ รวมถึงน้ำ เกลือแร่ และวิตามิน จะ ถูกดูดซึม ที่ผนังลำไส้เล็กเข้าสู่ กระแสเลือด เพื่อลำเลียงไปยัง ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่ง โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน จะถูกนำไปใช้เป็นแหล่ง พลังงานสำหรับใช้ในกิจกรรม ต่าง ๆ ส่วนน้ำ เกลือแร่ และ ว 1.2 ป.6/5 ตระหนัก ถึง ความสำคัญของ ระบบย่อยอาหาร โดย การบอกแนวทางในการ ดูแล รักษาอวัยวะใน ระบบย่อยอาหารให้ ทำงานเป็นปกติ
106 ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง วิตามิน จะช่วยให้ร่างกาย ทำงานได้เป็นปกติ - ตับสร้างน้ำดีแล้วส่งมายัง ลำไส้เล็กช่วยให้ไขมันแตกตัว - ลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่ดูดน้ำ และเกลือแร่ เป็นบริเวณที่มี อาหารที่ย่อยไม่ได้ หรือย่อย ไม่หมด เป็นกากอาหาร ซึ่งจะ ถูกกำจัดออกทางทวารหนัก - อวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อย อาหาร มีความสำคัญ จึงควร ปฏิบัติตน ดูแลรักษาอวัยวะ ให้ทำงานเป็นปกติ สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้าง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะ ของสสาร การ เกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง - ว 2.1 ป.6/1 อธิบาย และ เปรียบเทียบการ แยกสารผสม โดยการ หยิบออก การร่อน การ ใช้ แม่เหล็กดึงดูด การ รินออก การกรอง และ การตกตะกอน โดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้ง ระบุวิธีแก้ปัญหา ในชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับการแยกสาร - สารผสมประกอบด้วยสาร ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน เช่น น้ำมันผสมน้ำ ข้าวสาร ปนกรวดทราย วิธีการ ที่ เหมาะสมในการแยกสารผสม ขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติ ของสารที่ผสมกันถ้า องค์ประกอบของสารผสมเป็น ของแข็งกับของแข็งที่มีขนาด แตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจ ใช้วิธีการหยิบออกหรือการ ร่อนผ่านวัสดุ ที่มีรู ถ้ำมีสารใด สารหนึ่งเป็นสารแม่เหล็กอาจ ใช้วิธี การใช้แม่เหล็กดึงดูด ถ้ำ องค์ประกอบเป็นของแข็ง ที่ไม่ละลายในของเหลว อาจ ใช้วิธีการรินออก การกรอง ๔. เศรษฐกิจและอาชีพที่ สำคัญของจังหวัดลพบุรี ๔.๕ ภูมิปัญญาท้องถิ่น - การใช้ความรู้ ภูมิปัญญา ในอำเภอโคกเจริญเพื่อนำมา แยกสารต่าง ๆ ออกจากกัน ในชีวิตประจำวัน
107 ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง หรือการตกตะกอน ซึ่งวิธีการ แยกสารสามารถนำไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบ ต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง - ว 2.2 ป.6/1 อธิบาย การเกิดและ ผลของแรง ไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุ ที่ ผ่านการขัดถู โดยใช้ หลักฐาน เชิงประจักษ์ - วัตถุ 2 ชนิดที่ผ่านการขัดถู แล้ว เมื่อนำเข้าใกล้กัน อาจ ดึงดูดหรือผลักกัน แรงที่ เกิดขึ้นนี้เป็นแรงไฟฟ้า ซึ่งเป็น แรงไม่สัมผัส เกิดขึ้นระหว่าง วัตถุที่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งประจุ ไฟฟ้ามี 2 ชนิด คือ ประจุ ไฟฟ้าบวกและประจุไฟฟ้าลบ วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าชนิด เดียวกันผลักกัน ชนิดตรงข้าม กันดึงดูดกัน - มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงานปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสาร และพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง ว 2.3 ป.6/1 ระบุ ส่วนประกอบและ บรรยายหน้าที่ของแต่ ละ ส่วนประกอบของ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย จากหลักฐานเชิง ประจักษ์ - วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ประกอบ ด้วยแหล่งกำเนิด ไฟฟ้า สายไฟฟ้า และ เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ ไฟฟ้า แหล่งกำเนิดไฟฟ้า เช่น ถ่านไฟฉาย หรือแบตเตอรี่ ทำ หน้าที่ให้พลังงานไฟฟ้า สายไฟฟ้าเป็นตัวนำไฟฟ้าทำ หน้าที่เชื่อมต่อระหว่าง แหล่งกำเนิดไฟฟ้า และ - ว 2.3 ป.6/2 เขียน แผนภาพและต่อ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
108 ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง เครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เครื่องใช้ไฟฟ้ามีหน้าที่เปลี่ยน พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่น ว 2.3 ป.6/3 ออกแบบการทดลอง และทดลองด้วยวิธีที่ เหมาะสมในการ อธิบายวิธีการและผล ของการต่อเซลล์ไฟฟ้า แบบอนุกรม - เมื่อนำเซลล์ไฟฟ้าหลาย เซลล์มาต่อเรียงกัน โดยให้ ขั้วบวกของเซลล์ไฟฟ้าเซลล์ หนึ่งต่อกับขั้วลบของอีกเซลล์ หนึ่งเป็นการต่อแบบอนุกรม ทำให้มีพลังงานไฟฟ้า เหมาะสมกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบ อนุกรมสามารถนำไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น การต่อเซลล์ไฟฟ้าในไฟ ฉาย ว 2.3 ป.6/4 ตระหนัก ถึง ประโยชน์ของความรู้ ของการต่อ เซลล์ไฟฟ้า แบบอนุกรม โดยบอก ประโยชน์และการ ประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน ว 2.3 ป.6/5 ออกแบบการทดลอง และทดลองด้วยวิธีที่ เหมาะสมในการ อธิบายการต่อหลอด ไฟฟ้าแบบอนุกรมและ แบบขนาน - การต่อหลอดไฟฟ้าแบบ อนุกรมเมื่อถอดหลอดไฟฟ้า ดวงใดดวงหนึ่งออกทำให้ หลอดไฟฟ้าที่เหลือดับทั้งหมด ส่วนการต่อหลอดไฟฟ้าแบบ ขนาน เมื่อถอดลอดไฟฟ้าดวง ใดดวงหนึ่งออก หลอดไฟฟ้าที่ เหลือก็ยังสว่างได้ การต่อ หลอดไฟฟ้าแต่ละแบบ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น การต่อหลอดไฟฟ้าหลาย ดวงในบ้านจึงต้องต่อหลอด ไฟฟ้าแบบขนานเพื่อเลือกใช้ หลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งได้ ตามต้องการ ว 2.3 ป.6/6 ตระหนัก ถึง ประโยชน์ของความรู้ ของการต่อ หลอดไฟฟ้า แบบอนุกรมและ แบบ ขนาน โดยบอก ประโยชน์ ข้อจำกัด และ การประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวัน ว 2.3 ป.6/7 อธิบาย การเกิดเงามืด เงามัว จากหลักฐานเชิง ประจักษ์ - เมื่อนำวัตถุทึบแสงมากั้น แสงจะเกิดเงาบนฉากรับแสงที่ อยู่ด้านหลังวัตถุ โดยเงามี รูปร่างคล้ายวัตถุที่ทำให้เกิด
109 ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง ว 2.3 ป.6/8 เขียน แผนภาพรังสีของแสง แสดงการเกิดเงามืด เงามัว เงา เงามัวเป็นบริเวณที่มีแสง บางส่วนตกลงบนฉาก ส่วนเงา มืดเป็นบริเวณที่ไม่มีแสงตกลง บนฉากเลย สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตและการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง ว 3.1 ป.6/1 สร้าง แบบจำลองที่ อธิบาย การเกิด และ เปรียบเทียบ ปรากฏการณ์สุริยุปราคา และ จันทรุปราคา - เมื่อโลกและดวงจันทร์ โคจร มาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน กับดวงอาทิตย์ในระยะทางที่ เหมาะสม ทำให้ดวงจันทร์บัง ดวงอาทิตย์ เงาของดวงจันทร์ ทอดมายังโลก ผู้สังเกตที่อยู่ บริเวณเงาจะมองเห็น ดวง อาทิตย์มืดไป เกิด ปรากฏการณ์สุริยุปรำคำ ซึ่งมี ทั้งสุริยุปราคาเต็มดวง สุริยุปราคาบางส่วน และ สุริยุปราคาวงแหวน หากดวงจันทร์และโลกโคจร มาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน กับดวงอาทิตย์ แล้วดวงจันทร์ เคลื่อนที่ผ่านเงาของโลก จะ มองเห็นดวงจันทร์มืดไป เกิด ปรากฏการณ์จันทรุปราคา ซึ่ง มีทั้งจันทรุปราคาเต็มดวง และจันทรุปราคาบางส่วน - ว 3.1 ป.6/2 อธิบาย พัฒนาการ ของ เทคโนโลยีอวกาศ และ ยกตัวอย่างการนำ เทคโนโลยีอวกาศ มาใช้ ประโยชน์ใน - เทคโนโลยีอวกาศเริ่มจาก ความต้องการของมนุษย์ใน การสำรวจวัตถุท้องฟ้าโดยใช้ ตาเปล่า กล้อง-โทรทรรศน์ และได้พัฒนาไปสู่การขนส่ง เพื่อสำรวจอวกาศด้วยจรวด
110 ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง ชีวิตประจำวันจากข้อมูล ที่รวบรวมได้ และยานขนส่งอวกาศ และ ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี อวกาศบางประเภทมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ดาวเทียมเพื่อการ สื่อสาร การพยากรณ์อากาศ หรือการสำรวจทรัพยากร ธรรมชำติ การใช้อุปกรณ์วัด ชีพจรและการเต้นของหัวใจ หมวกนิรภัย ชุดกีฬา มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก และบน ผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลกรวมทั้งผลต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง ว 3.2 ป.6/1 เปรียบเทียบ กระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และ อธิบายวัฏจักรหิน จากแบบจำลอง - หินเป็นวัสดุแข็งเกิดขึ้นเอง ตามธรรมชำติ ประกอบ ด้วย แร่ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไป สามารถจำแนกหินตำมกระ บวนการเกิดได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ หินอัคนี หิน ตะกอน และหินแปร - หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัว ของแมกมา เนื้อหิน มีลักษณะ เป็นผลึก ทั้งผลึกขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก บางชนิดอาจ เป็นเนื้อแก้ว หรือมีรูพรุน - หินตะกอน เกิดจากการทับ ถมของตะกอนเมื่อถูกแรงกด ทับและมีสารเชื่อมประสานจึง เกิดเป็นหิน เนื้อหินกลุ่มนี้ส่วน ใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดตะกอน มีทั้งเนื้อหยาบและเนื้อ ละเอียด บางชนิดเป็นเนื้อ ๒. สภาพภูมิประเทศ ๒.๑ ที่ตั้งอาณาเขต ๒.๒ ภูมิประเทศ - ภูเขา และหินชนิดต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี - แหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัด ลพบุรี ๗. แหล่งท่องเทียว/แหล่ง เรียนรู้ สังเกตและศึกษาหินและ แหล่งน้ำจากแหล่งท่องเที่ยว ต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี เช่น ๗.๑ แหล่งท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์ - พระนารายณ์ราชนิเวศน์ - บ้านวิชาเยนทร์ - พระปรางค์สามยอด
111 ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง ผลึกที่ยึดเกาะกันเกิดจากการ ตกผลึกหรือตกตะกอนจากน้ำ โดย เฉพาะน้ำทะเล บางชนิด มีลักษณะเป็นชั้น ๆ จึงเรียก อีกชื่อว่าหินชั้น - หินแปร เกิดจากการแปร สภาพของหินเดิมซึ่งอาจเป็น หินอัคนี หินตะกอน หรือหิน แปร โดยการกระทำของความ ร้อน ความดัน และปฏิกิริยา เคมี เนื้อหินของหินแปรบาง ชนิดผลึกของแร่เรียงตัวขนาน กัน เป็นแถบ บางชนิดแซะ ออกเป็นแผ่นได้ บางชนิด เป็น เนื้อผลึกที่มีความแข็งมาก - หินในธรรมชาติทั้ง ประเภท มีการเปลี่ยนแปลงจาก ประเภทหนึ่งไปเป็นอีก ประเภทหนึ่ง หรือประเภท เดิมได้ โดยมีแบบรูปการ เปลี่ยนแปลงคงที่และต่อเนื่อง เป็นวัฏจักร - ปรางค์แขก - พระที่นั่งไกรสรสีหราช - ศาลพระกาฬ ๗.๒ แหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติ - ทุ่งทานตะวัน - เขื่อนป่าสักชนสิทธิ์ - น้ำตกวังก้านเหลือง ๗.๓ แหล่งเรียนรู้ทาง วัฒนธรรม - โบราณสถานวัดบันไดหิน - วัดเขาวงพระจันทร์ ๘. สภาพปัจจุบัน/ปัญหา ในชุมชนและสังคม ๘.๒ สภาพปัญหาใน จังหวัดลพบุรี - ปัญหาการทำลาย ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การทำลายสิ่งแวดล้อมใน พื้นที่จังหวัดลพบุรีอันทำให้ สภาวะอากาศแปรปรวน เช่นภัยแล้ง น้ำท่วม พายุฤดู ร้อน ว 3.2 ป.6/2 บรรยาย และยกตัวอย่างการใช้ ประโยชน์ของหิน และ แร่ในชีวิตประจำวัน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ หินและแร่แต่ละชนิดมี ลักษณะและสมบัติแตกต่าง กัน มนุษย์ใช้ประโยชน์จากแร่ ในชีวิตประจำวัน ในลักษณะ ต่าง ๆ เช่น นำแร่มาทำ เครื่องสำอาง ยาสีฟัน เครื่องประดับ อุปกรณ์ทาง การแพทย์ และนำหินมาใช้ใน งานก่อสร้างต่าง ๆ เป็นต้น ว 3.2 ป.6/3 สร้าง แบบจำลองที่ อธิบาย การเกิดซากดึกดำบรรพ์ และ คาดคะเน สภาพแวดล้อมในอดีต ของซากดึกดำบรรพ์ - ซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการ ทับถม หรือการประทับรอย ของสิ่งมีชีวิตในอดีต จนเกิด เป็นโครงสร้างของซากหรือ ร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏ อยู่ในหิน ในประเทศไทยพบ
112 ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง ซากดึกดำบรรพ์ที่หลากหลาย เช่น พืช ปะการัง หอย ปลา เต่า ไดโนเสาร์ และรอยตีน สัตว์ - ซากดึกดำบรรพ์สามารถใช้ เป็นหลักฐานหนึ่งที่ช่วย อธิบายภาพแวดล้อมของพื้นที่ ในอดีตขณะเกิดสิ่งมีชีวิตนั้น เช่น หากพบซากดึกดำบรรพ์ ของ หอยน้ำจืด สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นอาจ เคยเป็นแหล่งน้ำจืดมาก่อน และหากพบซากดึกดำบรรพ์ ของพืช สภาพแวดล้อม บริเวณนั้นอาจเคยเป็นป่ามา ก่อน นอกจากนี้ซากดึกดำ บรรพ์ยังสามารถใช้ระบุอายุ ของหิน และเป็นข้อมูลใน การศึกษาวิวัฒนาการของ สิ่งมีชีวิต ว 3.2 ป.6/4 เปรียบเทียบการเกิด ลม บก ลมทะเล และมรสุม รวมทั้ง อธิบายผลที่มีต่อ สิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม จาก แบบจำลอง - ลมบก ลมทะเล และมรสุม เกิดจากพื้นดินและพื้นน้ำร้อน และเย็นไม่เท่ากัน ทำให้ อุณหภูมิอากาศเหนือพื้นดิน และพื้นน้ำแตกต่างกัน จึงเกิด การเคลื่อนที่ของอากาศจาก บริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำไปยัง บริเวณที่มีอุณหภูมิสูง - ลมบกและลมทะเลเป็นลม ประจำถิ่นที่พบบริเวณชายฝั่ง โดยลมบกเกิดในเวลากลางคืน ทำให้มีลมพัดจากชายฝั่งไปสู่ ทะเล ส่วนลมทะเลเกิดใน เวลากลางวัน ทำให้มีลมพัด จากทะเลเข้าสู่ชายฝั่ง
113 ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง ว 3.2 ป.6/5 อธิบายผล ของมรสุม ต่อการเกิดฤดู ของประเทศไทย จากข้อมูลที่รวบรวมได้ - มรสุมเป็นลมประจำฤดูเกิด บริเวณเขตร้อนของโลก ซึ่ง เป็นบริเวณกว้างระดับภูมิภาค ประเทศไทยได้รับผลจาก มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงประมาณกลางเดือนตุ ลำคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้เกิด ฤดูหนาว และได้รับ ผลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ในช่วงประมาณกลางเดือน พฤษภาคมจนถึงกลางเดือนตุ ลำคมทำให้เกิดฤดูฝน ส่วน ช่วงประมาณกลางเดือน กุมภาพันธ์จนถึงกลางเดือน พฤษภาคมเป็นช่วงเปลี่ยน มรสุมและประเทศไทยอยู่ใกล้ เส้นศูนย์สูตร แสงอาทิตย์ เกือบตั้งตรงและตั้งตรง ประเทศไทย ในเวลาเที่ยงวัน ทำให้ได้รับความร้อนจำกดวง อาทิตย์อย่างเต็มที่อากาศจึง ร้อนอบอ้าวทำให้เกิดฤดูร้อน ว 3.2 ป.6/6 บรรยาย ลักษณะและผลกระทบ ของน้ำท่วม การกัด เซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ - น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว และ สึ นามิ มีผลกระทบต่อชีวิตและ สิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน - มนุษย์ควรเรียนรู้วิธีปฏิบัติ ตนให้ปลอดภัย เช่น ติดตาม ข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เตรียมถุงยังชีพ ให้พร้อมใช้ ตลอดเวลา และปฏิบัติตาม คำสั่งของผู้ปกครองและ เจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเมื่อ เกิดภัยทางธรรมชำติและธรณี พิบัติภัย ว 3.2 ป.6/7 ตระหนัก ถึง ผลกระทบของภัย ธรรมชาติและ ธรณีพิบัติ ภัย โดยนำเสนอแนวทาง ในการเฝ้าระวังและ ปฏิบัติตน ให้ปลอดภัย จากภัยธรรมชาติและ ธรณีพิบัติภัยที่อาจเกิดใน ท้องถิ่น
114 ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง ว 3.2 ป.6/8 สร้าง แบบจำลองที่อธิบาย การเกิดปรากฏการณ์ เรือนกระจก และผล ของปรากฏการณ์เรือน กระจกต่อสิ่งมีชีวิต - ปรากฏการณ์เรือนกระจก เกิดจากแก๊สเรือนกระจกใน ชั้นบรรยากาศของโลก กักเก็บ ความร้อนแล้ว คายความร้อน บางส่วนกลับสู่ผิวโลก ทำให้ อากาศ บนโลกมีอุณหภูมิเห มะสมต่อการดำรงชีวิต - หากปรากฏการณ์เรือน กระจกรุนแรงมากขึ้น จะมีผล ต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โลก มนุษย์ จึงควรร่วมกันลด กิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือน กระจก ว 3.2 ป.6/9 ตระหนัก ถึง ผลกระทบของ ปรากฏการณ์ เรือน กระจก โดยนำเสนอ แนวทาง การปฏิบัติตน เพื่อลดกิจกรรม ที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือน กระจก สาระที่ ๔ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง ว 4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผล เชิงตรรกะ ในการอธิบาย และออกแบบวิธีการ แก้ปัญหาที่พบใน ชีวิตประจำวัน - การแก้ปัญหาอย่างเป็น ขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ - การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็น การนำกฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไข ที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้ พิจารณาในการแก้ปัญหา - แนวคิดของการทำงานแบบ วนซ้ำ และเงื่อนไข - การพิจารณากระบวนการ ทำงานที่มีการทำงานแบบวน ซ้ำ หรือเงื่อนไขเป็นวิธีการที่ จะช่วยให้การออกแบบวิธีการ แก้ปัญหาเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ศึกษาข้อมูล รวบรวม ข้อมูลและนำข้อมูลที่ได้มา บูรณาการในหน่วยการ เรียนรู้ ดังนี้ เศรษฐกิจและอาชีพที่ สำคัญของจังหวัดลพบุรี 1. ด้านเกษตรกรรม - การเพาะปลูก - การเลี้ยงสัตว์ - การประมง 2. สินค้า OTOP ของ จังหวัดลพบุรีและอำเภอโคก เจริญ แหล่งท่องเที่ยว/แหล่ง เรียนรู้
115 ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง - ตัวอย่างปัญหา เช่น การ ค้นหาเลขหน้าที่ต้องการให้เร็ว ที่สุด การทายเลข 1 – 1,000,000 โดยตอบให้ถูก ภายใน 20 คำถาม, การ คำนวณเวลาในการเดินทาง โดยคำนึงถึงระยะทาง เวลา จุดหยุดพัก 1. แหล่งท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์ - พระนารายณ์ราชนิเวศน์ - บ้านวิชาเยนทร์ - พระปรางค์สามยอด - ปรางค์แขก - วัดสันเปาโล - พระที่นั่งไกรสรสีหราช - ศาลพระกาฬ - พิพิธภัณฑ์ซับจำปา 2. แหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติ - ทุ่งทานตะวัน - เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ - น้ำตกวังก้านหลวง - อ่างเก็บน้ำซับเหล็ก - เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับ ลังกา 3. แหล่งท่องเที่ยวทาง วัฒนธรรม - วัดพระศรีมหาธาตุ - วัดเชิงท่า - โบราณสถานวัดบันไดหิน - ศาลพระกาฬ - วัดนครโกษา - วัดมณีชลขัณฑ์ - วัดพระยาออก - วัดเสาธงทอง - วัดกวิศรารามราชวรวิหาร - วัดไลย์ - วัดเขาสมอคอน - วัดเขาวงพระจันทร์ - วัดชีป่าสิตาราม - วัดเวฬุวัน หรือวัดจีนแล ว 4.2 ป.6/2 ออกแบบและเขียน โปรแกรมอย่างง่าย เพื่อใช้ แก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน ตรวจหาข้อผิดพลาด ของโปรแกรม และ แก้ไข - การออกแบบโปรแกรม สามารถทำได้โดยเขียน เป็น ข้อความ หรือผังงาน - การออกแบบและเขียน โปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปร กา รวนซ้ำ การตรวจสอบเงื่อนไข – หากมีข้อผิดพลาดให้ ตรวจสอบการทำงานทีละ คำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำให้ผล ลัพธ์ไม่ถูกต้อง ให้ทำการแก้ไข จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง - การฝึกตรวจหำข้อผิดพลาด จากโปรแกรมของผู้อื่นจะช่วย พัฒนาทักษะการหาสาเหตุ ของปัญหาได้ดียิ่งขึ้น - ตัวอย่างปัญหา เช่น โปรแกรมเกม โปรแกรมหาค่า ค.ร.น เกมฝึกพิมพ์ - ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียน โปรแกรม เช่น Scratch, logo ว 4.2 ป.6/3 ใช้ อินเทอร์เน็ต ในการ ค้นหาข้อมูลอย่างมี ประสิทธิภาพ - การค้นหาอย่างมี ประสิทธิภาพ เป็นการค้นหา ข้อมูลที่ได้ตรงตามความ ต้องการในเวลาที่รวดเร็วจาก แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือหลาย แหล่ง และข้อมูล มีความ สอดคล้องกัน – การใช้เทคนิค การค้นหาขั้นสูง เช่น การใช้
116 ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ระหว่างทาง ปลายทาง ตัวดำเนินการ การระบุ รูปแบบของข้อมูล หรือชนิด ของไฟล์ - การจัดลำดับผลลัพธ์จากกา ค้นหาของโปรแกรมค้นหา - การเรียบเรียง สรุปสำระ สำคัญ (บูรณาการกับวิชา ภาษาไทย) ว 4.2 ป.6/4 ใช้ เทคโนโลยี สารสนเทศ ทำงานร่วมกันอย่าง ปลอดภัย เข้าใจสิทธิและ หน้าที่ ของตน เคารพใน สิทธิของผู้อื่น แจ้ง ผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูล หรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม - อันตรายจากการใช้งานและ อาชญากรรม ทาง อินเทอร์เน็ต แนวทางในการ ป้องกัน - วิธีกำหนดรหัสผ่าน - การกำหนดสิทธิ์การใช้งาน (สิทธิ์ในการเข้าถึง) - แนวทางการตรวจสอบและ ป้องกันมัลแวร์ – อันตราย จากการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่อยู่ บนอินเทอร์เน็ต
117 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รหัสวิชา ว๑6๑๐๑ เวลา 12๐ ชั่วโมง / ปี ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารในท้องถิ่นอำเภอโคกเจริญ สารอาหารและประโยชน์ของสารอาหารแต่ละ ประเภท แนวทางในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ ความสำคัญของสารอาหาร ระบบย่อยอาหาร และหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อย อาหาร แนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทำงานเป็นปกติการเกิดและผลของแรงไฟฟ้า ส่วนประกอบและหน้าที่ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วิธีการและผลของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ประโยชน์และการประยุกต์การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมใน ชีวิตประจำวัน การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน และการประยุกต์การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและ แบบขนานในชีวิตประจำวัน การเกิดเงามืดเงามัว เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว การแยกสาร ผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน รวมทั้งวิธีแก้ปัญหา ในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการแยกสาร ภูมิปัญญาท้องถิ่นอำเภอโคกเจริญเพื่อแยกสาร ทรักยากรหินในพื้นที่จังหวัด ลพบุรี กระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และวัฏจักรหิน การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม ผลของ มรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย ลักษณะและผลกระทบของน้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว และสึนามิผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย แนวทางในการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัย ธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นในท้องถิ่น การเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก และผลของปรากฏการณ์เรือน กระจกต่อสิ่งมีชีวิตและภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติในจังหวัดลพบุรี ปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ ศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้โปรแกรม Scratch ศึกษาการแก้ปัญหาโดย ใช้เหตุผลเชิงตรรกะ การใช้งานอินเทอร์เน็ต การค้นหาข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ต การประเมินความน่าเชื่อถือ ศึกษา การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและความปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยี โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้อธิบาย แก้ไขปัญหา หรือสร้างสรรค์พัฒนางาน ในชีวิตจริงได้ ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี กับกระบวนการทาง วิศวกรรมศาสตร์ และให้มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และ การแก้ปัญหาที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการคิด และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน รวมทั้งส่งเสริม ให้ผู้เรียนเกิดจิตวิทยาศาสตร์และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์รู้จักและรักษาประเพณีอันดีงามของหมู่บ้าน วังตาอินทร์และจังหวัดลพบุรี รหัสตัวชี้วัดระหว่างทาง (รายปี) มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๔ มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๕, ป.๖/๘ มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๖/๒, ป.๖/๖, ป.๖/๘ มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.6/๒
118 รหัสตัวชี้วัดปลายทาง (รายปี) มาตรฐาน ว ๑.๒ ป.๖/๓, ป.๖/๕ มาตรฐาน ว ๒.๑ ป.๖/๑ มาตรฐาน ว ๒.๒ ป.๖/๑ มาตรฐาน ว ๒.๓ ป.๖/๔, ป.๖/๖, ป.๖/๗ มาตรฐาน ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒ มาตรฐาน ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๗, ป.๖/๙ มาตรฐาน ว ๔.๒ ป.6/๑, ป.6/๓, ป.6/๔ รวมทั้งสิ้น ๗ มาตรฐาน ๓๐ ตัวชี้วัด
119 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รายวิชา วิทยาศาตร์และเทคโนโลยี6 (วิทยาศาสตร์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รหัสวิชา ว๑6๑๐๑ เวลา 80 ชั่วโมง / ปี ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ตัวชี้วัด ระหว่างทาง ตัวชี้วัด ปลายทาง ร่างกายของเรา ว 1.๒ ป.6/1 ว 1.๒ ป.6/2 ว 1.๒ ป.6/4 ว 1.๒ ป.6/3 ว 1.๒ ป.6/5 - อาหาร สารอาหาร และพลังงาน - ระบบย่อยอาหารของร่างกาย ๑0 ๑0 สารรอบตัวเรา ว 2.1 ป.6/1 - สารผสม - วิธีการแยกสารผสม สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - ภูมิปัญญาท้องถิ่นของอำเภอโคก เจริญในการแยกสารใน ชีวิตประจำวัน 10 10 ไฟฟ้า ว 2.3 ป.6/1 ว 2.3 ป.6/2 ว 2.3 ป.6/3 ว 2.3 ป.6/5 ว 2.2 ป.6/1 ว 2.3 ป.6/4 ว 2.3 ป.6/6 - แรงไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า - วงจรไฟฟ้าใกล้ตัว - การต่อวงจรไฟฟ้า 12 10 ปรากฏการณ์ ของโลก ว 2.3 ป.6/8 ว 2.3 ป.6/7 - เงามืดและเงามัว - จันทรุปราคาและสุริยุปราคา 12 10 เทคโนโลยี อวกาศ ว 3.1 ป.6/1 ว 3.1 ป.6/2 - ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อวกาศ 12 ๑0 หินในท้องถิ่น ว 3.2 ป.6/2 ว 3.2 ป.6/1 ว 3.2 ป.6/3 - ประเภทของหิน - วัฏจักรของหิน - ประโยชน์ของหินและแร่ - ซากดึกดำบรรพ์ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - ที่ตั้งอาณาเขตของอำเภอโคก เจริญ - ภูมิประเทศของจังหวัดลพบุรี - แหล่งท่องเทียว/แหล่งเรียนรู้ใน จังหวัดลพบุรี - สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี ๑2 10 ลม ภัย ธรรมชาติ ปรากฏการณ์ เรือนกระจก ว 3.2 ป.6/6 ว 3.2 ป.6/8 ว 3.2 ป.6/4 ว 3.2 ป.6/5 ว 3.2 ป.6/7 ว 3.2 ป.6/9 - ลมบก ลมทะเล และลมมรสุม - ภัยธรรมชาติและปรากฏการณ์ เรือนกระจก 12 10
120 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - ที่ตั้งอาณาเขตของอำเภอโคก เจริญ - ภูมิประเทศของจังหวัดลพบุรี - แหล่งท่องเทียว/แหล่งเรียนรู้ใน จังหวัดลพบุรี - สภาพปัญหาในจังหวัดลพบุรี คะแนนระหว่างปี - ๗๐ คะแนนกลางปี - - คะแนนปลายปี ๑ ๓๐ รวมเวลาเรียนทั้งปี/คะแนน ๘๐ ๑๐๐
121 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รายวิชา วิทยาศาตร์และเทคโนโลยี6 (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รหัสวิชา ว๑6๑๐๑ เวลา 40 ชั่วโมง / ปี ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ตัวชี้วัด ระหว่างทาง ตัวชี้วัด ปลายทาง การแก้ปัญหา โดยใช้เหตุผล เชิงตรรกะ ว 4.2 ป. 6/1 -เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา -แนวคิดในการแก้ปัญหา 8 15 การออกแบบ และเขียน โปรแกรมอย่าง ง่าย ว 4.2 ป.6/2 -การออกแบบโปรแกรมด้วยการ เขียนข้อความ -การออกแบบโปรแกรมด้วยการ เขียนผังงาน -การเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Scratch -การตรวจหาข้อผิดพลาดของ โปรแกรม 8 20 การใช้งาน อินเทอร์เน็ต อย่างมี ประสิทธิภาพ ว 4.2 ป. 6/3 -การค้นหาข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ต -การจัดลำดับผลลัพธ์การค้นหา -การประเมินความน่าเชื่อถือ 16 15 ความปลอดภัย ในการใช้งาน เทคโนโลยี สารสนเทศ ว 4.2 ป. 6/4 -การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ -การติดตั้งซอฟต์แวร์จาก อินเทอร์เน็ต 8 20 คะแนนระหว่างปี - ๗๐ คะแนนกลางปี - - คะแนนปลายปี ๑ ๓๐ รวมเวลาเรียนทั้งปี/คะแนน ๘๐ ๑๐๐ * หมายเหตุ : วัดผลรวมในรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ว16101) โดยใช้อัตราส่วน (70:30)
122 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 6 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รหัสวิชา ว๑62๐๑ เวลา 4๐ ชั่วโมง / ปี วิเคราะห์โครงงานวิทยาศาสตร์อธิบายประเภทและลงมือคิดเรืองที่จะทำโครงงานวิทยาศาสตร์ศึกษา เอกสารที่เกี่ยวข้อง เขียนเค้าโครงงาน ลงมือปฏิบัติการทดลองเขียนรายงานโครงงาน และแสดงผลงานโครงงาน วิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะ การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การอธิบาย การวิเคราะห์การเปรียบเทียบ การสำรวจตรวจสอบ การทำนาย การ ทดลอง และการสรุป เพื่อให้เกิดทักษะกระบวนการ ความรู้ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ ในชีวิตประจำวัน ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ผลการเรียนรู้ 1. บอกความหมายและประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ รวมทั้งกระบวนการทำงานของนักวิทยาศาสตร์ได้ 2. อธิบายขั้นตอนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งสามารถวิเคราะห์โครงงานวิทยาศาสตร์ได้ 3. ออกแบบวิธีการทดลอง เลือกใช้อุปกรณ์ และทำการทดลองได้อย่างมีระบบ 4. จัดทำเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ รวมถึงทำโครงงานวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ตามความสนใจของ นักเรียนได้ 5. นักเรียนมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ 6. นำเสนอและจัดแสดงผลงานของโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
123 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รายวิชา เสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 6 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รหัสวิชา ว๑62๐1 เวลา 40 ชั่วโมง / ปี หน่วยการ เรียนรู้ที่ ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน (100) 1 1. บอกความหมายและ ประเภทของโครงงาน วิทยาศาสตร์ รวมทั้ง กระบวนการทำงานของ นักวิทยาศาสตร์ได้ บอกความหมายและ ประเภทของ โครงงาน วิทยาศาสตร์ ความหมายและ ประเภทของ โครงงาน วิทยาศาสตร์ 4 5 2 2. อธิบายขั้นตอนการ ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งสามารถ วิเคราะห์โครงงาน วิทยาศาสตร์ได้ วิเคราะห์โครงงาน วิทยาศาสตร์ ลำดับขั้นตอนในการ ทำโครงงาน วิทยาศาสตร์ 6 10 3 3. ออกแบบวิธีการ ทดลอง เลือกใช้อุปกรณ์ และทำการทดลองได้ อย่างมีระบบ ทำการทดลองได้ อย่างมีระบบ ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์น่า รู้ 10 15 4 4. จัดทำเค้าโครงของ โครงงานวิทยาศาสตร์ รวมถึงทำโครงงาน วิทยาศาสตร์ง่ายๆ ตาม ความสนใจของนักเรียน ได้ จัดทำเค้าโครงของ โครงงาน วิทยาศาสตร์และ สร้างโครงงาน วิทยาศาสตร์ กระบวนการทำงาน ของนักวิทยาศาสตร์ 10 10 5 5. นักเรียนมีเจตคติทาง วิทยาศาสตร์และเจตคติ ที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ เจตคติที่ดีต่อวิชา วิทยาศาสตร์ กระบวนการทำงาน ของนักวิทยาศาสตร์ 2 10 6 6. นำเสนอและจัด แสดงผลงานของ โครงงานวิทยาศาสตร์ได้ นำเสนอและจัด แสดงผลงาน กระบวนการทำงาน ของนักวิทยาศาสตร์ 8 20 สอบปลายปี 30 รวม 100
124 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา คอมพิวเตอร์ 6 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รหัสวิชา ว๑62๐2 เวลา 8๐ ชั่วโมง / ปี ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับ ความสำคัญ ประโยชน์ การวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ จัดเก็บ รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจจากแหล่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ในฮาร์ดดิสก์ และ อุปกรณ์บันทึกข้อมูล ศึกษาชื่อและหน้าที่ ของอุปกรณ์พื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์เบื้องต้น รวมทั้งศึกษาถึงประโยชน์ ขั้นตอนการใช้งานคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนการใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ( Problem – based Learning) เพื่อเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือ ปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์การแก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ ใหม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการ แก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มี คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ผลการเรียนรู้ 1. เข้าใจ และอธิบายองค์ประกอบของเว็บไซต์ได้ 2. สร้างเว็บไซต์อย่าง่าย ออกแบบและตกแต่งเว็บไซต์อย่างง่ายได้ 3. นำเสนอผลงานตนเองผ่านทางเว็บไซต์ได้ 4. สร้างงานอย่างมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบ 5. เลือกใช้โปรแกรมปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม 6. นักเรียนสามารถใช้งานโปรแกรม Canva เพื่อตกแต่ง และออกแบบชิ้นงานได้ 7. นักเรียนสามารถใช้งาน E-mail ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู้
125 โครงสร้างรายวิชา/มาตรฐานตัวชี้วัด/หน่วยการเรียนรู้ รายวิชา คอมพิวเตอร์ 6 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รหัสวิชา ว๑62๐2 เวลา 80 ชั่วโมง / ปี หน่วยการ เรียนรู้ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก (คะแนน) 1 ความรู้เกี่ยวกับ อินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตคืออะไร 10 10 อินเทอร์เน็ตทำอะไรได้บ้าง อุปกรณ์และวิธีการติดตั้ง โปรแกรมที่ใช้เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต 2 การใช้งาน อินเทอร์เน็ต เว็บเพจและเว็บไซต์คืออะไร 10 10 การจัดกลุ่ม เว็บ การใช้โปรแกรม Web Browser การค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต การใช้งานอินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัย 3 จดหมาย อิเล็กทรอนิกส์ ไปรษณีย์ที่ให้บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ 12 10 การเริ่มต้นใช้งานเพื่อขอที่อยู่จาก Gmail การเขียนจดหมายและการส่งจดหมาย การส่งจดหมายพร้อมด้วยข้อมูลอื่นๆ 4 การใช้งานบริการ Google Form รู้จักกับบริการ Google 12 10 การสร้างแบบสอบถามโดยใช้ Google Form 5 การสร้างเว็บไซต์อย่าง ง่าย มารู้จักโปรแกรมที่ใช้สร้างเว็บไซต์ 12 10 การสร้างเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม Google Site การกำหนดพื้นหลัง การแทรกวัตถุต่าง ๆ การสร้างเว็บไซต์Portfolio ของฉัน การเผยแพร่เว็บไซต์ 6 การใช้งานโปรแกรม Canva รู้จักกับโปรแกรม Canva 12 10 ลงทะเบียนใช้งานโปรแกรม Canva ออกแบบแบนเนอร์(ส่วนหัว)โดยใช้โปรแกรม Canva ตกแต่งเว็บไซต์โดยใช้โปรแกรม Canva 7 การประยุกต์เพื่อใช้ใน งานอาชีพ ค้นหาข้อมูลและนำเสนอเว็บ ที่มีความสำคัญผลงานนักเรียน Portfolio 12 10 วัดผลปลายปี 30 รวม 80 100
126 สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ทักษะ กระบวนการและคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้ มีหลากหลายประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีในท้องถิ่นการเลือกใช้สื่อควรเลือกให้มี ความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลีลาการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียนการจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและ ผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมีคุณภาพจากสื่อต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนำมาใช้ ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่าง พอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงสถานศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ มีหน้าที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรดำเนินการดังนี้ ๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่ายการเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษา ท้องถิ่น ชุมชน สังคมโลก ๒. จัดทำและจัดหาสื่อการเรียนรู้สำหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้งจัดหาสิ่ง ที่มีอยูในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ ๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ๔. ประเมินคุณภาพของสื่อการเรียนรู้ที่เลือกใช้อย่างเป็นระบบ ๕. ศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ๖. จัดให้มีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้สื่อการเรียนรู้เป็น ระยะ ๆ และสม่ำเสมอ ในการจัดทำ การเลือกใช้และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษาควรคำนึงถึงหลักการ สำคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม มี การใช้ภาษาที่ถูกต้อง รูปแบบการนําเสนอที่เข้าใจง่าย และน่าสนใจ สื่อ/แหล่งเรียนรู้
127 อัตราส่วนคะแนน คะแนนระหว่างปีการศึกษา : สอบปลายปีการศึกษา = 7๐ : 3๐ รายการวัด คะแนน ระหว่างภาค มีการวัดและประเมินผล ดังนี้ ๑. คะแนนระหว่างปีการศึกษา ๑.๑ วัดโดยใช้แบบทดสอบ ๑.๒ วัดทักษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ (เลือกวัดตามแผนการจัดการเรียนรู้) ๑.๒.๑ ภาระงานที่มอบหมาย - การทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะ - การแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ - การศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ - การร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ๑.๒.๒ แฟ้มสะสมงานวิทยาศาสตร์ ๑.๒.๓ โครงงานวิทยาศาสตร์ ๑.๒.๔ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑.๓ วัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์และเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ ๒. คะแนนสอบกลางปีการศึกษา วัดและประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบ 70 60 10 คะแนนสอบปลายปีการศึกษา มีวัดและประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบ 30 รวม 100 ๑. การวัดและประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบ ๑.๑ เกณฑ์ให้คะแนนแบบทดสอบแบบเลือกตอบ พิจารณาจากความถูกผิดของการเลือกตอบ ตอบถูกให้ ๑ คะแนน ตอบผิดให้ ๐ คะแนน ๑.๒ เกณฑ์ให้คะแนนแบบทดสอบแบบถูกผิด พิจารณาจากความถูกผิดของคําตอบ ตอบถูกให้ ๑ คะแนน ตอบผิดให้ ๐ คะแนน ๑.๓ เกณฑ์ให้คะแนนแบบทดสอบแบบเติมคำ พิจารณาจากความถูกผิดของคำตอบ ตอบถูกให้ ๑ คะแนน ตอบผิดให้ ๐ คะแนน ๑.๔ เกณฑ์ให้คะแนนแบบทดสอบแบบจับคู่ พิจารณาจากความถูกผิดของการจับคู่ จับคู่ถูกให้ ๑ คะแนน จับคู่ผิดให้ ๐ คะแนน ๑.5 เกณฑ์ให้คะแนนแบบทดสอบแบบเปรียบเทียบ พิจารณาจากความถูกผิดของการเปรียบเทียบ เปรียบเทียบถูกให้ ๑ คะแนน เปรียบเทียบผิดให้ ๐ คะแนน การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เกณฑ์การวัดผลประเมินผล
128 ๑.6 เกณฑ์การให้คะแนนแบบทดสอบแบบเขียนตอบ พิจารณาจากคำตอบในภาพรวมทั้งหมด โดยกำหนด ระดับคะแนนเป็น ๔ ระดับ ดังนี้ ระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ๓ ตอบได้ถูกต้อง สามารถอธิบายเหตุผลได้อย่างชัดเจน ๒ ตอบได้ถูกต้อง สามารถอธิบายเหตุผลได้เป็นบางส่วน แต่ยังไม่ชัดเจน ๑ ตอบได้ถูกต้อง แต่ไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ ๐ ตอบไม่ถูกต้อง และไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ ๑.๗ เกณฑ์การให้คะแนนแบบทดสอบแบบต่อเนื่อง (๑) เกณฑ์การให้คะแนนแบบทดสอบแบบต่อเนื่องที่กำหนดสถานการณ์ พิจารณาจากความถูกผิดของคำตอบ ตอบถูกให้ ๑ คะแนน ตอบผิดให้ ๐ คะแนน (๒) เกณฑ์การให้คะแนนแบบทดสอบแบบต่อเนื่องสองขั้นตอน โดยกำหนดระดับคะแนนเป็น ๓ ระดับ ดังนี้ ระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ๒ เลือกคำตอบและบอกเหตุผลประกอบถูกต้อง ๑ เลือกคำตอบถูกต้อง แต่บอกเหตุผลประกอบไม่ถูกต้อง หรือ เลือกคำตอบไม่ถูกต้อง แต่บอกเหตุผลประกอบได้สอดคล้องกับคำตอบที่เลือก ๐ เลือกคำตอบและบอกเหตุผลประกอบไม่ถูกต้อง ๑.๘ เกณฑ์การให้คะแนนแบบทดสอบแสดงวิธีทำ โดยกำหนดระดับคะแนนเป็น ๕ ระดับ ดังนี้ ระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ๔ คำตอบถูกต้องและแสดงวิธีทำที่มีประสิทธิภาพ โดยแสดงถึงการคิดอย่างเป็นระบบ และการคิดวิเคราะห์ ๓ คำตอบถูกต้องและแสดงวิธีทำถูกต้องสมบูรณ์ ๒ คำตอบถูกต้อง แสดงวิธีทำถูกต้องแต่ยังไม่สมบูรณ์ ๑ คำตอบถูกต้อง มีการแสดงแสดงวิธีทำแต่ยังไม่ถูกต้องสมบูรณ์ ๐ คำตอบไม่ถูกต้อง และแสดงวิธีทำไม่ถูกต้อง
129 ๒. การวัดและประเมินผลด้านทักษะ/กระบวนการ/สมรรถนะ ๒.๑ ภาระงานที่มอบหมาย - ใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะ กำหนดเกณฑ์การทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะ ๔ ระดับ ดังนี้ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การให้คะแนน ๔ (ดีมาก) - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะครบถ้วนและเสร็จตามกําหนดเวลา - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะได้ถูกต้อง - แสดงลำดับขั้นตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะชัดเจน เหมาะสม ๓ (ดี) - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะครบถ้วนและเสร็จตามกำหนดเวลา - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะได้ถูกต้อง - สลับขั้นตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะ หรือไม่ระบุขั้นตอน ของ การทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะ ๒ (พอใช้) - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะครบถ้วน แต่เสร็จหลังกำหนดเวลาเล็กน้อย - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะข้อไม่ถูกต้อง - สลับขั้นตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะ หรือไม่ระบุขั้นตอน ของ การทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะ ๑ (ปรับปรุง) - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะไม่ครบถ้วน หรือไม่เสร็จตามกำหนดเวลา - ทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะไม่ถูกต้อง - แสดงลำดับขั้นตอนของการทำใบงาน/แบบฝึกหัด/แบบฝึกทักษะไม่สัมพันธ์กับ โจทย์หรือไม่แสดงลำดับขั้นตอน - การประเมินผลการแก้ปญหาทางวิทยาศาสตร์ กำหนดเกณฑ์การประเมินผลการแก้ปญหาทางวิทยาศาสตร์ดังนี้ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การพิจารณา ๑. การสังเกต เพื่อระบุปัญหา ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) - เข้าใจและระบุปัญหาได้ถูกต้อง - เข้าใจและระบุปัญหาบางส่วนไม่ถูกต้อง - เข้าใจปัญหาน้อยมากหรือไม่สามารถระบุปัญหา ๒. การตั้งสมมติฐาน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) - ตั้งสมมติฐานของปัญหาได้เหมาะสมและถูกต้อง - ตั้งสมมติฐานของปัญหาได้ซึ่งอาจนำไปสู่คำตอบที่ถูก แต่ยังมีบางส่วนผิด - ตั้งสมมติฐานของปัญหาไม่ถูกต้อง ๓. การรวบรวม ข้อมูล ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) - นำวิธีการแก้ปัญหาไปใช้ได้ถูกต้อง - นำวิธีการแก้ปัญหาไปใช้ได้ถูกต้องเป็นบางครั้ง - นำวิธีการแก้ปัญหาไปใช้ไม่ถูกต้อง ๔. การสรุปผล ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) - สรุปผลได้ถูกต้องสมบูรณ์ - สรุปผลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง - ไม่มีการสรุปผล
130 - การประเมินผลการศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ ๑) กำหนดเกณฑ์การประเมินผลการศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ด้านทฤษฎี เป็น ๔ ระดับ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การพิจารณา ๔ (ดีมาก) - การวางแผนชัดเจนและทำงานเป็นระบบ - แสดงข้อมูลที่ละเอียดชัดเจน - แสดงความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาได้ชัดเจน - ลงข้อสรุปที่ถูกต้องชัดเจน - นำเสนอผลงานอย่างเหมาะสม ๓ (ดี) - การวางแผนชัดเจน - แสดงข้อมูลที่ละเอียด - แสดงความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาได้ชัดเจน - ลงข้อสรุปที่ถูกต้องชัดเจน - นำเสนอผลงานได้ยังไม่ชัดเจน ๒ (พอใช้) - การวางแผนไม่ชัดเจน - แสดงข้อมูลบางส่วนผิดพลาด - แสดงความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาไม่ชัดเจน - ลงข้อสรุปบางส่วนผิดพลาด - นำเสนอผลงานได้ไม่ชัดเจน ๑ (ปรับปรุง) - การวางแผนไม่ชัดเจน - แสดงข้อมูลไม่ถูกต้อง - แสดงความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาไม่ชัดเจน - ลงข้อสรุปไม่ถูกต้อง - นำเสนอผลงานได้ไม่ถูกต้อง ๒) กำหนดเกณฑ์การประเมินผลการศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ที่มีผลงานเป็นสิ่งประดิษฐ์๔ ระดับ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การพิจารณา ๔ (ดีมาก) - มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และแปลกใหม่ - แก้ปัญหาและตอบสนองตามความต้องการ - วางแผนการสร้างมีคุณภาพ แสดงรายละเอียดของชิ้นงานในแต่ละส่วน ชัดเจนสมบูรณ์ - เลือกและใช้เครื่องมือได้เหมาะสม - ใช้งานได้ตามความคาดหวัง ๓ (ดี) - มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และแปลกใหม่ - แก้ปัญหาและตอบสนองตามความต้องการ - วางแผนการสร้างและมีการแสดงรายละเอียดของแต่ละส่วน - เลือกและใช้เครื่องมือได้เหมาะสม - ใช้งานได้ตามความคาดหวัง
131 ระดับคุณภาพ เกณฑ์การพิจารณา ๒ (พอใช้) - มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ - แก้ปญหาและตอบสนองตามความต้องการ - วางแผนการสร้างและมีการแสดงรายละเอียดบางส่วนไม่ชัดเจน - เลือกและใช้เครื่องมือได้เหมาะสม - ใช้งานได้ตามความคาดหวัง ๑ (ปรับปรุง) - ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ - ไม่ตอบสนองต่อการแก้ปญหาและความต้องการ - วางแผนการสร้างไม่ชัดเจน - เลือกและใช้เครื่องมือไม่เหมาะสม - ใช้งานไม่ได้ตามความคาดหวัง - การประเมินผลการร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ การร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ส่วนใหญ่มอบหมายภาระงานเป็นกลุ่มกำหนดเกณฑ์การประเมินผลการร่วม กิจกรรมการเรียนรู้ ดังนี้ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การพิจารณา ๑. การวางแผน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) - วางแผนและมอบหมายหน้าที่ให้สมาชิกได้ชัดเจน - วางแผนแต่มอบหมายหน้าที่ให้สมาชิกไม่ชัดเจน - ไม่มีการวางแผน ๒. ความร่วมมือใน กลุ่ม ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) - ทุกคนทำงานตามหน้าที่รับผิดชอบ - สมาชิกส่วนมากทำงานตามหน้าที่ - สมาชิกไม่ทำงานตามหน้าที่ ๓. ทักษะการ ปฏิบัติการ ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) - ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องเหมาะสม - ปฏิบัติตามขั้นตอนแต่ยังมีข้อผิดพลาดเป็นบางส่วน - ไม่สามารถปฏิบัติได้ตามขั้นตอนและมีความผิดพลาด ๔. การเขียนรายงาน ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) - เขียนรายงานได้ถูกต้องเหมาะสมและนำเสนอได้สมบูรณ์ - เขียนรายงานไม่สมบูรณ์ - รายงานมีข้อผิดพลาดหรือไม่เขียนรายงาน ๕. เวลา ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง) - ปฏิบัติงานเสร็จสมบูรณ์ตามเวลาที่กำหนด - ปฏิบัติงานเสร็จตามเวลาที่กำหนดแต่ไม่สมบูรณ์ - ปฏิบัติงานไม่เสร็จสมบูรณ์ตามเวลาที่กำหนด
132 ๒.๒ แฟ้มสะสมงานวิทยาศาสตร์ การประเมินแฟ้มสะสมงานวิทยาศาสตร์กำหนดเกณฑ์การประเมินเป็น ๔ ระดับ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การพิจารณา ๔ (ดีมาก) - ผลงานมีรายละเอียดอย่างเพียงพอที่แสดงถึงระดับความรู้และ พัฒนาการของผู้เรียน และแสดงถึงความเข้าใจในเรื่องที่ศึกษา ๓ (ดี) - ผลงานมีรายละเอียดอย่างเพียงพอที่แสดงถึงระดับความรู้และ พัฒนาการของผู้เรียน ไม่มีข้อผิดพลาดที่แสดงว่าไม่เข้าใจ ๒ (พอใช้) - ผลงานมีรายละเอียดแสดงไว้ในบันทึกให้เห็นถึงระดับความรู้และ พัฒนาการของผู้เรียน แต่พบว่าบางส่วนมีความผิดพลาดหรือไม่ชัดเจน หรือแสดงถึงความไม่เข้าใจ ในเรื่องที่ศึกษาของผู้เรียน ๑ (ปรับปรุง) - ผลงานมีข้อมูลน้อย ไม่มีรายละเอียดแสดงไว้ในบันทึกหรือแสดงให้เห็น ถึงระดับความรู้และพัฒนาการของผู้เรียน ๒.๓ โครงงานวิทยาศาสตร์ การประเมินผลโครงงานวิทยาศาสตร์กำหนดเกณฑ์การประเมินเป็น ๔ ระดับ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การพิจารณา ๔ (ดีมาก) - แสดงถึงความเข้าใจปญหาอย่างชัดเจน - มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการออกแบบโครงงาน - ใช้เทคนิควิธีการต่าง ๆ ในการจัดทำโครงงานจนประสบผลสำเร็จ - การนำเสนอรายงานเป็นลำดับขั้นตอนดีมากและใช้เป็นแบบอย่างได้ - มีการวางแผนการทำงานเป็นระบบและทำงานเสร็จตามกำหนดเวลา - มีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ที่น่าเชื่อถือและหลากหลาย ๓ (ดี) - แสดงถึงความเข้าใจปัญหา - การออกแบบโครงงานถูกต้องเป็นบางส่วน - ใช้เทคนิควิธีการในการจัดทำโครงงานให้ประสบผลสำเร็จเพียงบางสวน - การนำเสนอรายงานเป็นลำดับขั้นตอน - มีการวางแผนการทำงานและทำงานเสร็จตามกำหนด - มีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย ๒ (พอใช้) - เข้าใจปัญหาแต่ใช้เวลานาน - ต้องอาศัยการแนะนำในการออกแบบโครงงาน - ต้องได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิควิธีการในการจัดทำโครงงาน - ต้องได้รับคำแนะนำในการเขียนรายงาน - มีการวางแผนการทำงาน แต่ไม่ชัดเจนและทำงานเสร็จช้ากว่าที่กำหนดไว้ - มีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลน่าเชื่อถือได้เพียงบางส่วน ๑ (ปรับปรุง) - ไม่เข้าใจปัญหา - การออกแบบโครงงานและการทดลองไม่ถูกต้อง - ต้องได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิควิธีการในการจัดทำโครงงานทุกขั้นตอน - การเขียนรายงานยังมีข้อบกพร่อง - มีการวางแผนการทำงาน ไม่เป็นระบบและทำงานเสร็จช้ากว่าที่กำหนด - มีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลน้อยไม่สัมพันธ์กับโครงงานที่จัดทำ
133 ๒.๔ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน - การประเมินผลสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ประเมินโดยใช้แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญของ ผู้เรียน กำหนดเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การให้คะแนน (๓) ดีเยี่ยม ผู้เรียนปฏิบัติตนตามสมรรถนะจนเป็นนิสัย และนําไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อประโยชน์ สุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับ ดีเยี่ยมจำนวน ๓-๕ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี (๒) ดี ผู้เรียนมีสมรรถนะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม พิจารณาจาก ๑. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๑-๒ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผล การประเมินต่ำกว่าระดับดี หรือ ๒. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๒ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการ ประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน หรือ ๓. ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน ๔-๕ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการ ประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน (๑) พอใช้ ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด พิจารณาจาก ๑. ได้ผลการประเมินระดับผ่าน จำนวน ๔-๕ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการ ประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน หรือ ๒. ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน ๒ สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใด ได้ผลการ ประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน (๐) ปรับปรุง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยพิจารณา จากผล การประเมินระดับต้องปรับปรุง ตั้งแต่ ๑ สมรรถนะ เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติน้อยครั้ง ให้ ๐ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๓-๑๕ ดีเยี่ยม (๓) ๙-๑๒ ดี (๒) ๕-๘ ผ่าน (๑) ต่ำกว่า ๕ ไม่ผ่าน (๐)
134 แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ชื่อ.......................................................นามสกุล....................................................เลขที่. .............ชั้น................... คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน และขีด ✓ลงในช่องที่ตรงกับคะแนน สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผ่าน (0) 1. ความสามารถ ในการสื่อสาร 1.1 มีความสามารถในการรับ-ส่งสาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความ เข้าใจ ของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม 1.3 ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ 1.4 เจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ได้ 1.5 เลือกรับและไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยเหตุผลและถูกต้อง สรุปผลการประเมิน รวม ........ คะแนน ระดับ ........... 2. ความสามารถ ในการคิด 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ 2.2 มีทักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ 2.3 สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2.4 มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ 2.5 ตัดสินใจแก้ปัญหาเกี่ยวกับตนเองได้อย่างเหมาะสม สรุปผลการประเมิน รวม ........ คะแนน ระดับ ........... 3. ความสามารถ ในการแก้ปัญหา 3.1 สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้ 3.2 ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา 3.3 เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงในสังคม 3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและ แก้ไขปัญหา 3.5 สามารติดสินใจได้เหมาะสมตามวัย สรุปผลการประเมิน รวม ........ คะแนน ระดับ ........... 4. ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต 4.1 เรียนรู้ด้วยตนเองได้เหมาะสมตามวัย 4.2 สามารถทำงานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ 4.3 นำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 4.4 จัดการปัญหาและความขัดแย้งได้เหมาะสม 4.5 หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง สรุปผลการประเมิน รวม ........ คะแนน ระดับ ........... 5. ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี 5.1 เลือกและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมตามวัย 5.2 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี 5.3 สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้พัฒนาตนเอง 5.4 ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 5.5 มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี สรุปผลการประเมิน รวม ........ คะแนน ระดับ ........... ระดับคุณภาพตามเกณฑ์การประเมินในหลักสูตรรายชั้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
135 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ การประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเมินโดยใช้แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์กำหนด เกณฑ์ในการประเมิน ดังนี้ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การให้คะแนน (๓) ดีเยี่ยม ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัยและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อประโยชน์ สุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินทั้ง ๘ คุณลักษณะ คือ ได้ระดับ ๓ จำนวน ๕-๘ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับ ๒ (๒) ดี ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม พิจารณาจาก ๑. ได้ผลการประเมิน ระดับ ๓ จำนวน ๑-๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับ ๒ หรือ ๒. ได้ผลการประเมิน ระดับ ๓ จำนวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผล การประเมินต่ำกว่าระดับ ๑ หรือ ๓. ได้ผลการประเมิน ระดับ ๒ จำนวน ๕-๘ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับ ๑ (๑) ผ่าน ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด พิจารณาจาก ๑. ได้ผลการประเมิน ระดับ ๑ จำนวน คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินต่ำกว่าระดับ ๑ หรือ ๒. ได้ผลการประเมิน ระดับ ๒ จำนวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผล การประเมินต่ำกว่าระดับ ๑ (๐) ไม่ผ่าน ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยพิจารณาจากผลการ ประเมิน ระดับ ๐ ตั้งแต่ ๑ คุณลักษณะขึ้นไป เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติสม่ำเสมอ ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบ่อยครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ ๑ คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติน้อยครั้ง ให้ ๐ คะแนน
136 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อ.......................................................นามสกุล....................................................เลขที่. .............ชั้น................... คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน และขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับคะแนน สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม (3) ดี (2) ผ่าน (1) ไม่ผ่าน (0) 1. รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ - ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ - เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และ เป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน - เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตาม หลัก ศาสนา - เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามที่ โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต - ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง - ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ - ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของ ครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรม ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ - รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ - รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม - เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา - มารดา โดยไม่โต้แย้ง – ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่าง พอเพียง - ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด - ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า - ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการ ทำงาน - มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับ มอบหมาย - มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งาน สำเร็จ 7. รักความเป็น ไทย - มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย - เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิต สาธารณะ - รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน - รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของ ห้องเรียนและโรงเรียน ระดับคุณภาพตามเกณฑ์การประเมินในหลักสูตรรายชั้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
137 1. เกณฑ์การตัดสินระดับผลการเรียน ระดับผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนน ๔ ผลการเรียนดีเยี่ยม ๘๐ - ๑๐๐ ๓.๕ ผลการเรียนดีมาก ๗๕ – ๗๙ ๓ ผลการเรียนดี ๗๐ – ๗๔ ๒.๕ ผลการเรียนค่อนข้างดี ๖๕ – ๖๙ ๒ ผลการเรียนปานกลาง ๖๐ – ๖๔ ๑.๕ ผลการเรียนพอใช้ ๕๕ – ๕๙ ๑ ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ๕๐ – ๕๔ ๐ ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ 0 - ๔๙ ๒. เกณฑ์การตัดสินผลการเรียน ร และ มส. 2.๑) ตัดสินผลการเรียน ร หมายถึง รอการตัดสินและยังตัดสินผลการเรียนไม่ได้เนื่องจาก ผู้เรียนไม่มีข้อมูล ผลการเรียนในรายวิชาครบถ้วน ได้แก่ ไม่ได้วัดผลกลางภาคเรียน/ปลายภาคเรียน ไม่ได้ส่งงานที่ มอบหมายให้ทำซึ่ง งานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินผลการเรียน หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้ 2.2) ตัดสินผลการเรียน มส. หมายถึง ผู้เรียนไม่มีสิทธิเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน เนื่องจากผู้เรียนมี เวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด และไม่ได้รับการผ่อนผันให้เข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน เกณฑ์การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และการเขียน คะแนนเต็ม 10๐ คะแนน ระดับคุณภาพ ความหมาย ช่วงคะแนน ดีเยี่ยม มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน ที่มีคุณภาพดีเลิศอยู่เสมอ 80 - 10๐ ดี มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับได้ 65 – 79 ผ่าน มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ได้ แต่ยังมีข้อบกพร่องบางประการ 5๐ – 64 ไม่ผ่าน ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน หรือถ้ามีผลงาน ผลงาน นั้นยังมีข้อบกพร่องที่ต้องการได้รับการปรับปรุง แก้ไขหลายประการ 1 - 49 เกณฑ์การตัดสินผลการเรียน การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และการเขียน
138 กรมวิชาการ.(๒๕๕๕). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ และพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. ๒๕๔๕.กรุงเทพฯ : อักษรไทย. กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๔๕). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๕. กรุงเทพฯ :คุรุสภา ลาดพร้าว. ________________. (๒๕๕๑). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (๒๕๖๐). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (๒๕๕๗,๒๙ กันยายน). แนวทางบริหารจัดการหลักสูตร สถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้คณติศาสตร์และวทิยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : ผู้แต่ง. __________________________________. (๒๕๖๑, ๕ มกราคม). คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ เรื่อง ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดการ เรียนรู้ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : ผู้แต่ง. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๕๑). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตร. กรุงเทพฯ : ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. _____________________________. (๒๕๖๑). เอกสารประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนา บุคลากรหลักเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการจัดทำมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการ เรียนรู้ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สาระภูมิศาสตร์ฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ไปสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : ผู้แต่ง. บรรณานุกรม
139 ภาคผนวก
140 ภาคผนวก ก คำอภิธานศัพท์
141 กำหนดปัญหา (Define problem) ระบุคำถาม ประเด็น หรือสถานการณ์ ที่เป็น ข้อสงสัยเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา หรืออภิปราย ร่วมกัน แก้ปัญหา (Solve problem) หาคำตอบของปัญหาที่ยังไม่รู้วิธีการมาก่อน ทั้ง ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์โดยตรง และ ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคนิคและวิธีการต่าง ๆ เขียนแผนผัง/ วาดภาพ (Construct diagram/ illustrate) นำเสนอข้อมูล หรือผลการสำรวจตรวจสอบด้วย แผนผัง กราฟ หรือภาพวาด คาดคะเน (Predict) คาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยอาศัย ข้อมูลที่สังเกตได้ และประสบการณ์ที่มี คำนวณ (Calculate) หาผลลัพธ์จากข้อมูลโดยใช้หลักการ ทฤษฎี หรือ วิธีการทางคณิตศาสตร์ จำแนก (Classify) จัดกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัยลักษณะที่ เหมือนกันเป็นเกณฑ์ ตั้งคำถาม (Ask question) พูดหรือเขียนประโยค หรือวลีเพื่อให้ได้มาซึ่ง การค้นหำคำตอบที่ต้องการ ทดลอง (Conduct/ experiment) ปฏิบัติการเพื่อหำคำตอบของคำถาม หรือปัญหา ในกำรทดลอง โดยตั้งสมมติฐานเพื่อเป็นแนวทาง ในการ กำหนดตัวแปรและวางแผนดำเนินการ เพื่อตรวจสอบสมมติฐาน นำเสนอ (Present) แสดงข้อมูล เรื่องราว หรือ ความคิด เพื่อให้ผู้อื่น รับรู้หรือพิจารณา บรรยาย (Describe) ให้รายละเอียดของเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ที่ เกิดขึ้นให้ผู้อื่นได้รับรู้ด้วยการบอกหรือเขียน บอก (Tell) ให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่ผู้อื่นด้วยการพูด หรือเขียน บันทึก (Record) เขียนข้อมูลที่ได้จากการสังเกต เพื่อช่วยจำ หรือ เพื่อเป็นหลักฐาน อภิธานศัพท์
142 เปรียบเทียบ (Compare) บอกความเหมือน และ/หรือ ความแตกต่างของ สิ่งที่เทียบเคียงกัน แปลความหมาย (Interpret) แสดงความหมายของข้อมูลจากหลักฐานที่ปรากฎ เพื่อลงข้อสรุป ยกตัวอย่าง (Give examples) ให้ข้อมูล เหตุการณ์ หรือสถานการณ์ เพื่อแสดง ความเข้าใจในสิ่งที่ได้เรียนรู้ ระบุ (Identify) ชี้บอกสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ข้อมูลประกอบอย่างเพียงพอ เลือกใช้ (Select) พิจารณาและตัดสินใจนำวัสดุ สิ่งของ อุปกรณ์ หรือวิธีการมาใช้ได้อย่างเหมาะสม วัด (Measure) หาขนดหรือปริมาณของสิ่งต่าง ๆ โดยใช้เครื่องมือ ที่เหมาะสม วิเคราะห์ (Analyze) แยกแยะ จัดระบบ เปรียบเทียบ จัดลำดับ จัดจำแนก หรือเชื่อมโยงข้อมูล สร้างแบบจำลอง (Construct model) นำเสนอแนวคิดหรือเหตุการณ์ในรูปของ แผนภาพ ชิ้นงาน สมการ ข้อความ คำพูด และ/หรือใช้แบบจำลอง เพื่ออธิบายความคิด วัตถุ หรือ เหตุการณ์ต่าง ๆ สังเกต (Observe) หาข้อมูลด้วยการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้ำ ที่เหมาะสม ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ โดยไม่ใช้ ประสบการณ์เดิม ของผู้สังเกต สำรวจ (Explore) หาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ โดยใช้วีธีการและ เทคนิคที่เหมาะสมเพื่อนำข้อมูลมาใช้ตาม วัตถุประสงค์ที่ กำหนดไว้ สืบค้นข้อมูล (Search) หาข้อมูล หรือข้อสนเทศที่มีผู้รวบรวมไว้แล้วจาก แหล่งต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ สื่อสาร (Communicate) นำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิด ข้อมูล หรือผล จากการสำรวจตรวจสอบด้วยวิธีที่เหมาะสม
143 อธิบาย (Explain) กล่าวถึงเรื่องราวต่าง ๆ อย่างมีเหตุผล และมี ข้อมูล หรือประจักษ์พยานอ้างอิง อภิปราย (Discuss) แสดงความคิดเห็นต่อประเด็น หรือคาถามอย่าง มีเหตุผลโดยอาศัยความรู้และประสบการณ์ของผู้อภิปราย และข้อมูลประกอบ ออกแบบกำรทดลอง (Design experiment) กำหนดและวางแผนวิธีกำรทดลองให้สอดคล้องกับ สมมติฐานและตัวแปรต่าง ๆ รวมทั้งการบันทึกข้อมูล ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัด สาระเทคโนโลยี การใช้ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยชอบธรรม (Fair use) การนำสื่อ หรือข้อมูลที่เป็นลิขสิทธิ์ของผู้อื่นไปใช้โดยชอบด้วยกฎหมายภายใต้เงื่อนไขบางประการ เช่น 1) นำไปใช้ในการศึกษา หรือการค้ำ 2) งานนั้นเป็นงานวิชำการ หรือบันเทิง 3) คัดลอกเพียงส่วนน้อย หรือคัดลอกจานวนมาก 4) ทำให้เจ้าของเสียผลประโยชน์ทางการเงิน มากน้อยเพียงใด การตรวจและแก้ไขข้อผิดพลาด (Debugging) กระบวนการในการค้นหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม เพื่อแก้ไขให้ทำงานได้ถูกต้อง การประมวลผลข้อมูล (Data processing) การดำเนินการต่าง ๆ กับข้อมูลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีความหมาย และมีประโยชน์ต่อการนำไปใช้งานมาก ยิ่งขึ้น การวบรวมข้อมูล (Data collection) กระบวนกรในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary data) ข้อมูลที่รวบรวมโดยตรงจากแหล่งข้อมูลขั้นต้นโดยอาจใช้วิธีการสังเกต การทดลอง การสำรวจ การสัมภาษณ์ เทคโนโลยี (Technology) สิ่งที่มนุษย์สร้าง หรือพัฒนาขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งชิ้นงาน หรือวิธีการ เพื่อใช้แก้ปัญหา สนองความต้องการ หรือเพิ่มความสามารถในการทำงำนของมนุษย์ แนวคิดเชิงคำนวณ (Computational thinking) กระบวนการในการแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลเป็นขั้นตอน เพื่อหำวิธีการแก้ปัญหาในรูปแบบ ที่สามารถนำไปประมวลผลได้ แนวคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) การพิจารณารายละเอียดที่สำคัญของปัญหา แยกแยะสำระสำคัญออกจากส่วนที่ไม่สำคัญ
144 ระบบทางเทคโนโลยี (Technological system) กลุ่มของส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่สองส่วนขึ้นไปประกอบเข้าด้วยกันและทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยในการทำงานของระบบทางเทคโนโลยีจะประกอบไปด้วย ตัวป้อน (input) กระบวนการ (process) และผลผลิต (output) ที่สัมพันธ์กัน นอกจากนี้ระบบทางเทคโนโลยีอาจมีข้อมูลย้อนกลับ (feedback) เพื่อใช้ปรับปรุง การ ทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ เหตุผลเชิงตรรกะ (Logical reasoning) การใช้เหตุผล กฎ กฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไข ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาได้ครอบคลุมทุกกรณี เหตุผลวิบัติ (Logical fallacy) การใช้เหตุผลที่ผิดพลาด ไม่อยู่บนพื้นฐานของความจริง ไม่มีน้ำหนักสมเหตุสมผล มาสนับสนุน หรือชี้นำ ข้อสรุปที่ผิดให้ดูน่าเชื่อถือ อัตลักษณ์ (Identity) ลักษณะเฉพาะ หรือข้อมูลสำคัญที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น ชื่อบัญชีผู้ใช้ ใบหน้า ลายนิ้วมือ อัลกอริทึม (Algorithm) ขั้นตอนในการแก้ปัญหา หรือการทำงาน โดยมีลำดับของคำสั่งหรือวิธีการที่ชัดเจน ที่คอมพิวเตอร์สามารถ ปฏิบัติตามได้ แอพพลิเคชัน (Software application) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ที่ทำงานบนคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์เทคโนโลยีอื่น ๆ
145 คณะผู้จัดทำหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. นางสาวธีริศรา แสงมั่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ 2. นางสาวอรนุช ชะโลมทิพย์ ครูผู้สอน 3. นายอริยะ รู้ยาม ครูผู้สอน คณะบรรณาธิการ 1. นางวาสนา น้ำเพ็ชร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังตาอินทร์ 2. นางสาวอรนุช ชะโลมทิพย์ หัวหน้ากลุ่มบริหารวิชาการ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษา และ หัวหน้างานวิชาการช่วงชั้น 3 3. นางรังสิมา จันทะโพธิ์ หัวหน้างานวิชาการช่วงชั้น 1 4. นางสาวดารินทร์ งามสันเทียะ หัวหน้างานวิชาการช่วงชั้น 2 5. นางสาววินันทา สุดสะเกตุ หัวหน้างานวิชาการระดับปฐมวัย 6. นางสาวธีริศรา แสงมั่ง รองหัวหน้ากลุ่มงานบริหารวิชาการ จัดพิมพ์ต้นฉบับ นางสาวอรนุช ชะโลมทิพย์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา คณะผู้จัดทำ คณะผู้จัดทำ