The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียนสุขศึกษาม.1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by big_school_, 2022-03-09 07:36:49

สุขศึกษา ม.1

เอกสารประกอบการเรียนสุขศึกษาม.1

โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ องครกั ษ์

สถาบนั วิจยั พัฒนา และสาธิตการศกึ ษา มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ

สขุ ศึกษา ม. 1เอกสารประกอบการเรยี นการสอน (เลม่ 1)

=ชือ่ นามสกลุ
ช้ัน เลขที่ รหสั ประจำตวั

คำนำ

เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้รายวิชาสุขศึกษา ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1
สาขาวิจัยและพัฒ นาการสอนสุขศึกษาและพลศึกษาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ สถาบันวิจัย พัฒนา และสาธิตการศึกษา ได้จัดทำข้ึนตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัดชั้นปีและสาระการเรียนรู้แกนกลางของหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 โดยในเอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ประกอบ
ไปด้วยเนื้อหาที่ สาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์และสาระท่ี 2 ชีวิตและ
ครอบครัว และใบงานในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาสุข
ศึกษา โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์
สถาบันวิจัย พัฒนา และสาธิตการศึกษาสำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนสาธิต
มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ องครักษ์

สาขาวิจัยและพัฒนาการสอนสุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ สถาบันวิจัย พัฒนา และสาธิตการศึกษา หวังเป็นอย่างย่ิงว่า
เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้รายวิชาสุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 นี้จะช่วยให้ผู้เรียน
ได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ มีเจตคติที่ดีและมีทักษะในการปฏิบัติหรือการป้องกันเกี่ยวกับ
สุขภาพได้เป็นอย่างดี หากมีข้อเสนอแนะเพ่ิมเติมจะนำไปพิจารณาเพื่อดำเนินการปรับปรุง
พัฒนาแก้ไขหนังสือให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป ณ โอกาสนี้ต้อง
ขอขอบพระคุณคณะผู้บริหารสถาบันวิจัย พัฒนา และสาธิตการศึกษาท่ีให้การสนับสนุน
สง่ เสริมและเป็นกำลังใจในการจัดทำหนังสอื เล่มน้ีให้สำเร็จลุล่วงดว้ ยดี

นายติณณภพ มาลาพุด
ผจู้ ดั ทำ

สารบญั

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ระบบประสาทและระบบต่อมไร้ทอ่ หนา้
ระบบประสาทและความสำคัญต่อการเจรญิ เตบิ โตในวัยร่นุ
ระบบต่อมไร้ท่อและความสำคญั ตอ่ การเจรญิ เติบโตในวยั รุ่น 1
ใบงานที่ 1.1 2
ใบงานท่ี 1.2 8
ใบงานท่ี 1.3 14
ใบงานท่ี 1.4 15
ใบงานท่ี 1.5 16
17
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 การเจรญิ เติบโตตามเกณฑม์ าตรฐานของวัยร่นุ 18
ภาวะการณ์เจรญิ เตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานและปจั จยั อื่นทเ่ี ก่ยี วข้อง 19
เกณฑม์ าตรฐานการเจรญิ เตบิ โตของเด็กไทย 20
วธิ กี ารควบคุมนำ้ หนักของตนเองใหอ้ ยูใ่ นเกณฑม์ าตรฐาน 23
แนวทางการพฒั นาตนเองให้เจริญเติบโตสมวยั 32
ใบงานท่ี 2.1 36
ใบงานที่ 2.2 38
40
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 วยั รุน่ และพัฒนาการทางเพศ 42
การเปลี่ยนแปลงทางดา้ นร่างกาย จิตใจ และอารมณข์ องวัยร่นุ 43
พฒั นาการทางเพศของวยั รนุ่ 46
การยอมรับการปรบั ตวั ตอ่ การเปลย่ี นแปลง 48
ความหลากหลายทางเพศ 49
LGBTQA+ 52
ใบงานที่ 3.1 55
ใบงานท่ี 3.2 57
ใบงานที่ 3.3 59
ใบงานที่ 3.4 61

สารบญั (ต่อ) หนา้

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 การป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศ 63
ใบงานท่ี 4.1 64
ใบงานท่ี 4.2 65
ใบงานที่ 4.3 67

สุขศกึ ษาช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 1

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1

ระบบประสาทและระบบต่อมไรท้ อ่

มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนษุ ย์
ตวั ชีว้ ัด 1.1 อธบิ ายความสำคัญของระบบประสาทและต่อมไรท้ อ่ ทมี่ ีผลต่อสขุ ภาพ
การเจรญิ เตบิ โต และพฒั นาการของวัยร่นุ

1.2 อธบิ ายวธิ ีดูแลรักษาระบบประสาทและระบบตอ่ มไร้ท่อให้ทำงานตามปกติ

สาระสำคญั

การทำงานของร่างกายต้องอาศัยระบบอวัยวะต่างๆ ที่จะทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่ง
การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายจะต้องมีความสัมพันธ์ มีความเช่ือมโยงต่อกัน ไม่สามารถ
แยกออกจากกันได้ ดังนั้นการดูแลรักษาสุขภาพจึงมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบต่างๆ
ในรา่ งกายเพราะหากขาดการดูแลรักษาสขุ ภาพ หรอื มพี ฤติกรรมสุขภาพท่ีไม่เหมาะสม อาจจะทำ
ให้ระบบอวัยวะในร่างกายทำงานไม่ปกติและอาจเกดิ ปัญหาต่างๆข้ึนมาได้ ซ่ึงในช่วงวัยรุ่นน้ีมีการ
เปลี่ยนแปลงท้ังทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาเป็นอย่างมาก หน่ึงในระบบท่ี
สำคัญและควรศึกษาและรจู้ ักวธิ ีการดูแลรักษานัน่ ก็คอื ระบบประสาทและระบบต่อมไร้ทอ่

สาระการเรยี นรู้

1. ระบบประสาทและความสำคญั ตอ่ การเจริญเติบโตในวัยรุ่น
2. ระบบต่อมไร้ท่อและความสำคญั ตอ่ การเจรญิ เตบิ โตในวยั รุน่
3. วธิ ดี ูแลรกั ษาระบบประสาทและระบบต่อมไรท้ ่อใหท้ ำงานตามปกติ

สุขศกึ ษาช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ระบบประสาทและระบบตอ่ มไร้ท่อ
เจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของวยั ร่นุ

2

ระบบประสาทเป็นระบบของอวัยวะในร่างกายท่งี านสัมพันธ์กบั ระบบต่างๆ โดยทำหน้าท่คี วบคมุ การ
ทำงานและรักษาความสมดลุ ของรา่ งกาย เชน่ การควบคุมการเคลอ่ื นไหว การควบคมุ การหายใจ ควบคุมความ
ดันโลหิต การเรียนรู้ ความรู้สึก การจดจำ การรับประทานอาหาร การสืบพันธุ์ เป็นต้น ระบบประสาท
แบ่งออกเป็น 2 สว่ น ดังน้ี

1. ระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System)

ประกอบไปด้วยสมอง (Brain) และไขสันหลัง (Spinal Cord) เป็นศูนย์กลางในการประสาน
การทำงานของอวยั วะต่างๆ ของรา่ งกาย ทำให้ระบบอวัยวะต่างๆ สามารถทำงานไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

สมอง (Brain)
สมองมีหน้าท่ีควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว, พฤติกรรม และภาวะธำรงดุล

(homeostasis) เช่น การเต้นของหัวใจ, ความดันโลหิต, สมดุลของเหลวในร่างกาย และอุณหภูมิ เป็นต้น
หน้าท่ีของสมองยังมีเก่ียวข้องกับการรู้ (cognition) อารมณ์ ความจำ การเรียนรู้การเคล่ือนไหว (motor
learning) และความสามารถอนื่ ๆ ที่เก่ียวกบั การเรียนรู้ โดยสมองแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ สมองสว่ นหน้า
(Forebrain) สมองสว่ นกลาง (Midbrain) และสมองสว่ นทา้ ย (Hindbrain)

Midbrain สมองส่วนหนา้ (Forebrain)
เซรีบรัม มีขนาดใหญ่สดุ มีรอยหยักเป็นจำนวนมาก ทำหน้าท่ีเกี่ยวกับ

การเรียนรู้ ความสามารถต่างๆ เป็นศูนย์การทำงานของกล้ามเน้ือ การพูด
การมองเห็น การดมกลิ่น การชิมรส

ทาลามสั ทำหน้าทเ่ี ป็นสถานถี ่ายทอดกระแสประสาทเพ่ือส่งไปจุดต่างๆ
ในสมอง รับร้แู ละตอบสนองความร้สู ึกเจ็บปวด ทำใหม้ ีการส่งั การแสดงออก
พฤตกิ รรมด้านความเจ็บปวด

ท่ีมาภาพ : http://mwits2210th.blogspot.com/2014/05/nervous-system.html ไฮโพทาลามัส ทำหน้าท่เี ป็นศูนย์กลางของระบบประสาทอัตโนมัติ และ
สร้างฮอร์โมนเพื่อควบคุมการผลิตฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองซึ่งจะทำการ
สมองสว่ นท้าย (Hindbrain) ควบคุมสมดุลของปริมาณน้ำและสารละลายในเลือด และยังเกี่ยวกับการ
พอนส์ ทำหน้าทีค่ วบคมุ การทำงานบางอย่างของรา่ งกาย เช่น การเคี้ยว ควบคมุ อณุ หภมู ริ า่ งกาย อารมณค์ วามร้สู กึ วงจรการตน่ื และการหลบั การหิว
การอิม่ และความรสู้ กึ ทางเพศ
อาหาร การหล่ังน้ำลาย การเคล่ือนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า
การหายใจ การฟงั สมองสว่ นกลาง (Midbrain)
เป็นสมองที่ต่อจากสมองส่วนหน้า เป็นสถานีรับส่งประสาท ระหว่าง
เมดลั ลา ออบลองกาตา เปน็ ทางผ่านของกระแสประสาทระหว่างสมอง
กบั ไขสันหลัง เป็นศนู ย์กลางการควบคมุ การทำงานเหนืออำนาจจิตใจ เชน่ ไอ สมองส่วนหน้ากับส่วนท้ายและส่วนหน้ากับนัยน์ตาทำหน้าที่เก่ียวกับการ
จาม สะอึก หายใจ การเตน้ ของหัวใจ เปน็ ตน้ เคลอ่ื นไหวของลูกตาและมา่ นตาจะเจริญดีในสัตว์พวกปลา กบ ฯลฯ และทำ
หนา้ ทีเ่ กยี่ วกับการไดย้ ิน และการสัมผสั
เซรีเบลลัม อยู่ใต้เซรีบรัม ควบคุมระบบกล้ามเน้ือให้สัมพันธ์กันและ
ควบคมุ การทรงตัวของรา่ งกาย

สขุ ศึกษาชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ
เจริญเตบิ โตและพัฒนาการของวยั รุ่น

3

ไขสนั หลัง (Spinal Cord)

อวัยวะท่ีมีลักษณะเป็นท่อยาวผอม ซ่ึงมีเน้ือเย่ือประสาทเป็นส่วนประกอบสำคัญ อันได้แก่
เซลล์ประสาท (neuron) และ เซลล์เกลีย (glia) หรือเซลล์ท่ีช่วยค้ำจนุ เซลล์ประสาท ซึ่งไขสันหลังจะเป็นส่วน
ท่ียาวต่อลงมาจากสมอง (brain) สมองและไขสันหลังจะรวมกันเป็นระบบประสาทกลาง (central nervous
system) ซึง่ บรรจุภายในและถูกปกป้องโดยกระดูกสันหลัง (vertebral column) หนา้ ที่หลักของไขสันหลังคือ
การถ่ายทอดกระแสประสาท (neural signals) ระหว่างสมองและส่วนต่างๆของร่างกาย ท้ังน้ีเพียงตัวไขสัน
หลังเอง ยังสามารถควบคุมการเกิดรีเฟล็กซ์ (reflex) เช่นการยกขาทันทีเมื่อเผลอเหยียบตะปู และศูนย์สร้าง
รปู แบบการเคล่อื นไหวกลาง (central pattern generator)

ตำแหน่งของไขสนั หลังท่ีอยภู่ ายในกระดกู สนั หลงั ภาพใกลข้ องไขสนั หลัง

ทีม่ าภาพ : https://th.wikipedia.org/wiki/ไขสนั หลงั

2. ระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral nervous system)

เปน็ ระบบประสาททีเ่ ชื่อมตอ่ จากส่วนต่างๆ ของสมองและไขสนั หลัง ไปยังสว่ นตา่ งๆของร่างกาย และ
นำความรู้สึกจากส่วนต่างๆ ของร่างกายเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางและส่งกลับไปยังอวัยวะต่างๆ ซ่ึง
ประกอบไปดว้ ย 2 สว่ น คอื

ระบบประสาทสมองและไขสนั หลงั
(1) เส้นประสาทสมอง มี 12 คู่ ทอดออกจากพ้ืนล่างของสมอง ผ่านไปยังรูต่างๆ ที่พ้ืนของ

กะโหลกศรีษะ โดยเส้นประสาทสมองบางคู่จะทำหน้าท่ีรับความรู้สึก บางคู่ทำหน้าท่ีเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว
และบางคู่จะทำหน้าท่รี วม คอื ท้ังรบั ความรสู้ ึกและทำการเคลือ่ นไหว

(2) เส้นประสาทไขสนั หลัง เป็นเส้นประสาทท่ีออกจากสันหลัง มีจำนวนทั้งหมด 31 คู่ ทุกคู่
จะทำหนา้ ท่รี วมคอื ท้งั รับความร้สู กึ และทำการเคลอื่ นไหว

ภาพแสดงเสน้ ประสาทสมอง
และเสน้ ประสาทไขสนั หลงั

ท่มี าภาพ : http://www.vcharkarn.com/userfiles/74451/1%20(47)(1).jpg ท่มี าภาพ : http://www.il.mahidol.ac.th/

สุขศึกษาชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ระบบประสาทและระบบตอ่ มไรท้ ่อ
เจริญเตบิ โตและพัฒนาการของวยั รุ่น

4

ระบบประสาทอัตโนมตั ิ (Autonomic Nervous System = ANS)
เป็นระบบประสาทที่ประกอบไปด้วยเซลล์ประสาทจำนวนมาก แต่เซลล์ประสาทเหล่าน้ีจะ

ทำงานเป็นอิสระไม่อยู่ภายใตอ้ ำนาจจิตใจ (involuntary) หรือการควบคุมของระบบประสาทส่วนกลาง ดังนั้น
การทำงานของเซลล์ประสาทอัตโนมัติจึงทำงานได้โดยไม่ต้องอาศัยคำสั่งจากสมอง เส้นประสาทจากระบบ
ประสาทอัตโนมัติจะกระจายอยู่ตามบริเวณกล้ามเน้ือเรียบของอวัยวะภายในทุกชนิด รวมทั้งต่อมต่าง ๆ
ทง้ั หลายในรา่ งกายอีกดว้ ย ระบบประสาทอตั โนมตั ิแบ่งได้เป็น 2 ระบบย่อย คือ

(1) ระบบประสาทซิมพาเธติก (Sympathetic nervous System) ศูนย์กลางอยู่บริเวณ
ไขสันหลัง (Spinal cord) ประกอบด้วยเส้นประสาทที่ออกจากบริเวณไขสันหลังต้ังแต่อกจนถึงเอว ระบบนีจ้ ะ
ทำงานในกรณีที่บุคคลตกอยใู่ นสภาวะฉุกเฉนิ ร่างกายจะเกดิ ปฏิกริ ยิ าต่ืนตัวเพื่อเตรียมพรอ้ มที่จะสู้หรือหนจี าก
สถานการณ์เหล่านั้น ปฏิกิริยาของร่างกายที่เกิดข้ึนเม่ือระบบประสาทซิมพาเธติกทำงาน ได้แก่ ขนลุกต้ังชัน
ชีพจรเต้นเร็วกว่าปกติ เหง่ือออกมาก ความดันโลหิตเพ่ิมข้ึน หัวใจเต้นเร็วและรัว ต่อมอะดรีนัล (adrenal
gland) หรอื ต่อมหมวกไตจะหล่ังฮอร์โมนอะดรนี าลนี (adrenalin) เพ่อื เพม่ิ พลังงานพเิ ศษใหก้ บั รา่ งกายเปน็ ต้น

(2) ระบบประสาทพาราซิมพาเธติก (parasympathetic nervous system) มีศูนย์กลาง
อยู่ท่ีก้านสมอง (medulla) และไฮโปทาลามัส (hypothalamus) โดยระบบน้ีจะทำงานควบคู่กับระบบซิม
พาเธติก กล่าวคือ เม่ือระบบซิมพาเธติกทำงานสิ้นสุดลง ร่างกายพ้นจากสภาวะฉุกเฉินไปแล้ว ระบบพาราซิม
พาเธติกจะช่วยทำให้ร่างกายกลับคืนสู่สภาวะปกติ เช่น เส้นขนจะราบลง ชีพจรหัวใจและความดันโลหิตจะ
กลับคืนสภาพเดิม เป็นต้น นอกจากน้ียังกระตุ้นให้ต่อมอะดรนี ัลหล่ังฮอรโ์ มนนอร์อะดีนาลีน (noradrenalin)
เพอ่ื ช่วยให้รา่ งกายกลบั ส่ภู าวะปกติอกี คร้ัง

ภาพแสดงการทำงานของระบบประสาทอัตโนติ

ทมี่ าภาพ : http://www.sopon.ac.th/sopon/sema_web/secondary_m1/HealthEducation_m1/

สุขศกึ ษาชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ
เจรญิ เติบโตและพัฒนาการของวยั ร่นุ
สาระนา่ รู้
5

ปฏกิ ริยา รเี ฟลกซแ์ อกชัน (reflex action)
เป็นกิริยาของหน่วยปฏิบัติงานท่ีเกิดข้ึนในทันทีทันใดโดยมิได้มีการเตรียมหรือคิดล่วงหน้า เป็นการ
สงั่ งานของไขสันหลงั ไมต่ ้องอาศยั คำสัง่ จากสมองสว่ นเซรีบรมั

ที่มาภาพ : http://www.sopon.ac.th/sopon/sema_web/secondary_m1/HealthEducation_m1/

เส้นประสาท (Nerve)
มีหน้าท่ีรับและส่งกระแสประสาท หรือกระแสความรู้สึกต่าง ๆ ของร่างกาย ผ่านเข้าสู่ไขสันหลัง
ไปยังสมอง และจากสมองไปยังส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย

ทมี่ าภาพ : http://www.sopon.ac.th/sopon/sema_web/secondary_m1/HealthEducation_m1/

สขุ ศกึ ษาช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระบบประสาทและระบบตอ่ มไรท้ อ่
เจริญเตบิ โตและพัฒนาการของวยั รุ่น

6

ความสำคัญของระบบประสาททมี่ ผี ลตอ่ สขุ ภาพ การเจรญิ เติบโต และพฒั นาการของวยั รุ่น

ระบบประสาท เป็นระบบอวยั วะภายในรา่ งกายทีม่ คี วามสำคัญตอ่ สขุ ภาพ การเจรญิ เตบิ โตและ
พัฒนาการของวยั รุ่น ซ่ึงสามารถสรุปได้ ดังนี้

1. ระบบประสาทที่มีผลตอ่ สขุ ภาพ ระบบประสาทมีความสำคญั และสง่ ผลตอ่ สขุ ภาพในวัยรุน่ ดงั น้ี
1.1 ควบคุมการทำงานของอวัยวะภายในของ

รา่ งกาย ซึ่งเมื่ออวัยวะต่างๆ ทำงานได้ดี ก็จะส่งผลต่อสภาวะสุขภาพ
ของบคุ คลใหม้ ีสุขภาพดี

1.2 ควบคุมภาวะแวดล้อมภายในร่างกายให้สมดุล
โดยจะรักษาสมดุลของสารละลายต่างๆ ภายในร่างกายให้คงท่ีจาก
ปัจจัยต่างๆ เช่นอุณหภูมิของอากาศท่ีอยู่รอบตัวเรา หรืออาหารท่ี
รับประทาน

1.3 ช่วยใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีระร่างกายที่
เหมาะสม จะช่วยให้บุคคลสามารถตระหนักถึงส่ิงที่เข้ามาคุกคามต่อ

วิถีการดำเนินชีวิตของตนเอง และสามารถท่ีจะปรับเปล่ียนวิถีการ การเกดิ ความเครยี ดสะสมในวัยรนุ่
ดำเนินชีวติ ให้เอื้อต่อการมสี ขุ ภาพทด่ี ไี ด้ อาจก่อใหเ้ กิดผลกระทบตอ่ พฒั นาการได้

2. ระบบประสาททม่ี ีต่อการเจรญิ เติบโตของรา่ งกาย

2.1 ทำให้เกิดการดำรงชีวิตท่ีเอ้ือต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย เป็นบทบาทที่สำคัญของ

ระบบประสาทในการควิ ิเคราะห์ เพอื่ หารูปแบบในการดำรงชวี ติ ท่ีเหมาะสมตอ่ ตวั เอง

3. ระบบประสาททมี่ ีผลต่อพัฒนาการ

3.1 เกิดพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย ระบบปบะสาทและระบบต่อมไร้ท่อจะร่วมกันทำให้

อวัยวะตา่ งๆ มีความพรอ้ มในการทำหนา้ ทข่ี องตนเอง เพอื่ ก่อใหเ้ กดิ พฒั นาการทถ่ี ูกต้อง

3.2 เกิดพัฒนาการทางความคิดสติปัญญา

และจริยธรรมท่ีเหมาะสม ทำให้คนเรามีศักยภาพที่จะพัฒนา

ความคิดและสตปิ ญั ญาตลอดจนจริยธรรมของตนเองไดม้ ากขน้ึ

3.3 การควบคุมพฤติกรรม พบว่าพฤติกรรม

ต่างๆ ที่แสดงออกของมนุษย์ล้วนอยู่ภายใต้การทำงานของ

ระบบประสาทท้งั สน้ิ

ระบบประสาทน้ันเปน็ ตัวควบคุมการกระทำตา่ งของมนษุ ย์
ไม่ว่าจะเป็นการต่ืนนอน เล่นกฬี า หรอื ทำกิจกรรมตา่ งๆ

สขุ ศกึ ษาชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ
เจริญเติบโตและพัฒนาการของวยั รุ่น

7

วิธีการดูแลรักษาระบบประสาทให้ทำงานตามปกติ

การดแู ลรกั ษาระบบประสาทเพือ่ สามารถทำให้ทำงานได้ตามปกตนิ ้นั มขี ้อควรปฏบิ ัติ ดงั น้ี
1. รบั ประทานอาหารใหค้ รบ 5 หมู่ ใน 1 วัน ได้แก่

1.1 อาหารหมู่ท่ี 1 ได้แก่ เน้ือสัตว์ นม ไข่ อาหารทะเล และ
ถ่ัวเมลด็ แห้ง เป็นตน้

1.2 อาหารหมทู่ ่ี 2 ได้แก่ ขา้ ว แปง้ เผอื ก มัน น้ำตาล เป็นตน้
1.3 อาหารหมูท่ ่ี 3 ผักตา่ งๆ
1.4 อาหารหม่ทู ่ี 4 ผลไม้ต่างๆ
1.5 อาหารหมู่ท่ี 5 ไขมนั จากพชื และสัตว์
และควรดื่มนำ้ ให้เพียงพอ อย่างนอ้ ย 6 – 8 แกว้ ตอ่ วนั

ทีม่ าภาพ : https://img.kapook.com

2. พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะการนอนหลับ ไม่ควรที่จะนอนดึกจนเกินไป ควรนอนตั้งแต่หัวค่ำ
และตนื่ นอนตั้งแตเ่ ช้า เพราะจะทำให้ร่างกายมกี ารเจริญเติบโตได้เต็มที่ โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคอื ตง้ั แต่
เวลา 21.00 น. – 05.00 น. ซึ่งในช่วงเวลานี้เป็นช่วงท่ีฮอร์โมนการเจริญเติบโต (growth hormone) จะหลั่ง
ออกมาในสมองมากทส่ี ุด

3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังอย่าง
สม่ำเสมอ จะช่วยพัฒนาการทำงานของระบบประสาทและระบบ
กล้ามเน้ือให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมการออก
กำลังกายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการประสานการทำงาน
ระหวา่ งประสาทกับกล้ามเนื้อหรอื กลไกของทกั ษะกฬี าต่างๆ

4. ไมส่ ูบบหุ ร่ี และไม่ดมื่ สุรา เพราะส่ิงเสพติด เช่น สุราเม่ือด่ืม
เข้าไปจะออกฤทธ์ิกดประสาทส่วนกลางที่ควบคุมการเคลื่อนไหว
การทรงตัว และการมองเห็นทำใหไ้ มส่ ามารถทำงานได้ตามปกติ ถ้าด่ืม ท่มี าภาพ : http://www.marengok.com/
ในปรมิ าณทม่ี ากจะทำใหป้ ระสาทควบคมุ การสัง่ การช้าลงและไมส่ ามารcoถnคtวeบnคt/มุuตplนoเaอdงsไ/ด2้011/03/whisky-cigarette.jpg/

5. ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุที่อาจทำใหเ้ กิดอันตรายตอ่ สมอง ไขสนั หลัง และเส้นประสาท อาจจะ
ทำใหเ้ ป็นอมั พาต หรือหลบั ตลอดชีวติ กลายเป็นเจ้าหญิงหรือเจา้ ชายนิทรา

6. สังเกตหรือสำรวจความผิดปกติของระบบประสาท เช่น ปวดศีรษะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชา ซึม
หมดสติ ชกั เป็นต้น

7. หม่ันสำรวจและดูแลสุขภาพของตนเองอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสุขภาพประจำปี หรือการตรวจ
สมรรถภาพท่ีเก่ียวข้องกับอวัยวะที่รับความรูส้ ึกของระบบประสาท เช่น การมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น
เปน็ ต้น

สขุ ศึกษาช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1 ระบบประสาทและระบบตอ่ มไร้ท่อ
เจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของวยั รนุ่

8

ระบบต่อมไร้ท่อเป็นระบบท่ีมีความซับซ้อน โดยจะทำหน้าท่ีควบคุมระบบต่างๆ ในร่างกายโดยการ
หล่ังสารทเี่ รยี กว่า ฮอรโ์ มน (hormone) สกู่ ระแสเลือด ได้แก่ ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ ตอ่ มพาราไทรอยด์
ตอ่ มไพเนียล ตบั อ่อน รังไข่ อัณฑะ และตอ่ มไทมสั โดยต่อมไร้ท่อหลายต่อมซึ่งตั้งอยู่บรเิ วณ ศีรษะ ลำคอ และ
ลำตัว เป็นผู้ผลิตฮอร์โมน เนื่องจากต้อมไร้ท่อเหล่านี้เป็นต่อมท่ีไม่มีท่อโลหิต จึงใช้วิธีดูดซึมฮอร์โมนจากต่อม
ไร้ท่อผ่านผนังของเส้นโลหิตฝอยซ฿งอยู่ภายในต่อมนั้น หลังจากน้ันโลหิตก็จะพาฮอร์โมนไปยังเซลล์ต่างๆ
ทว่ั ร่างกาย เพ่อื ควบคมุ การทำงาน ท้ังระบบประสาทและระบบต่อมไรทอ่ จะทำงานประสานกัน เพื่อควบคุมให้
รา่ งกายทำงานไดต้ ามปกติ

ฮอร์โมนมีส่วนสำคัญมากในการควบคุมการเจริญเติบโตและการทำงานต่างๆ ภายในร่างกายของเรา
ดงั เช่น การที่ร่างกายจะสามารถเจรญิ เติบโตได้ตามปกติก็จะต้องอาศยั ฮอร์โมนบางชนิด นอกจากนีฮ้ อรโ์ มนยัง
มหี น้าที่ควบคุมเกย่ี วกบั การทำให้ร่างกายอบอุ่น การสะสมไขมัน การทำให้มีหนวดหรือขน และการใช้น้ำตาล
ในร่างกาย เป็นต้น ฮอร์โมนแต่ละชนิดจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายแตกต่างกันออกไป แต่
ฮอรโ์ มนทกุ ชนิดจะทำงานรว่ มกนั อยา่ งสมดลุ เสมอ

โครงสร้างและหน้าท่ีของระบบตอ่ มไรท้ ่อ

ในรับบต่อมไร้ท่อนี้จะมีโครงสร้างและหน้าที่แตกต่างกันออกไป ซ่ึงจะนำเสนอในส่วนท่ีสำคัญและ
ควรรู้ ดงั น้ี

ทีม่ าภาพ : sites.google.com/site/healthgrade6content

1. ต่อมใต้สมองหรือต่อพิทูอิทารี่ ( pituitary gland ) เป็นต่อมท่ีมีขนาดประมาณ 1 – 1.5
เซนตเิ มตร เปน็ ตอ่ มทีอ่ ยู่ตดิ กบั สว่ นล่างของสมองสว่ นไฮโปทาลามัส ซง่ึ แบ่งออกเปน็ 2 สว่ น คือ

1.1 ต่อมใต้สมองส่วนหน้า (anterior pituitary) ทำหน้าท่ีในการผลิตฮอรโมน โดยฮอร์โมนจากต่อม
ใต้สมองสว่ นหน้าหรืออะดิโนไฮโปไฟซีส (anterior pituitary gland หรือ adenohypophysis) เป็นฮอร์โมน
พวกโปรตีน ทำหน้าที่สรา้ งฮอร์โมนต่างๆ ดงั นี้

สขุ ศกึ ษาช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ระบบประสาทและระบบตอ่ มไร้ทอ่
เจริญเตบิ โตและพัฒนาการของวยั รุ่น

9

(1) โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) เป็นฮอร์โมนท่ีควบคุมการเจริญเติบโตของ
ร่างกายให้เป็นปกติ หากมีมากเกินไปจะทำให้ร่างกายสูงใหญ่ผิดปกติ และอาจทำให้หัวใจโต แต่ถ้า
หากมีหารผลิตฮอร์โมนนี้น้อยเกินไปจะทำให้ร่างกายเตี้ย แคระแกร็น การเจริญเติบโตของอวัยวะ
ต่างๆหยดุ ชะงักได้

(2) ทรอฟิฮอร์โมน (Trophic Hormone) เปน็ ฮอร์โมนที่ควบคุมปฏิกิริยาของต่อมอื่นๆ
ซง่ึ จะหล่ังออกมาก็ต่อเมื่อไดร้ ับการกระตุ้นจากฮอรโ์ มนท่ผี ลิตจากไฮโพทาลามัส บางชนิดทำหน้าท่ไี ป
กระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์ ต่อมหมวกไต และบางชนิดจะไปกระต้นการทำงานของต่อมเพศ
ให้เปน็ ปกติ

(3) ฮอร์โมนโพรแลกติน (Prolactin Hormone) ทำหน้าที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของ
เต้านมและต่อมน้ำนมให้สร้างน้ำนมในขณะที่มารดาตั้งครรภ์ และผลิตน้ำนมออกมาหลังการ
คลอดบุตร

1.2 ต่อมใต้สมองส่วนหลัง (Posterior Lobe of Pituitary Gland) เป็นท่ีเก็บฮอร์โมนสอง
ชนดิ ที่หลัง่ จากของใยประสาทแอกซอน (axon)ของนิวโรซีครีทอรีเซลล์ทตี่ ัวเซลล์อยู่ทสี่ มองส่วนไฮโพทาลามัส
ฮอร์โมนจะเคล่ือนที่ตามเส้นประสาทแอกซอนและมาเก็บไว้ท่ีต่อมใต้สมองส่วนหลัง เมื่อเซลล์ประสาทได้รับ
การกระตุ้น ฮอร์โมนท่ีเก็บไว้จะถูกหล่ังเข้าสู่กระแสเลือดไปยังอวัยวะเป้าหมายเป็นพวกโปรตีนฮอร์โมน
ฮอร์โมนสองชนิดที่สร้างจากต่อมใตส้ มองส่วนหลงั คือวาโซเพรสซินหรือแอนตไ้ี ดยูเรตกิ ฮอร์โมน (vasopressin
หรือ antidiuretic hormone) ADH และออกซิโทซนิ (oxytocin)

(1) วาโซเพรสซินหรือแอนต้ีไดยูเรติกฮอร์โมน (antidiuretic hormone = ADH)
ทำหน้าท่ีกระตุ้นการดูดน้ำกลับเข้าสู่ท่อหน่วยไตเม่ือปริมาณน้ำในเลือดลดลงจึงควบคุมการเกิดน้ำ
ปัสสาวะ ถ้าขาดฮอร์โมนนี้จะเปน็ โรคเบาจืด จะปัสสาวะบ่อยเนอ่ื งจาก ท่อหนว่ ยไตดดู นำ้ กลบั เขา้ ส่ทู ่อ
ได้น้อย

(2) ออกซิโทซิน (oxytocin) ทำหน้าที่กระตุ้นกล้ามเน้ือมดลูกให้บีบหรือหดตัวเป็น
ระยะๆเพ่ือให้ทารกคลอด กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเน้อื รอบๆต่อมนำ้ นมทำให้มีการหล่ังน้ำนมเพื่อ
เล้ียงทารก การดูดนมของทารกช่วย กระตุ้นให้มีการหลั่งออกซิโทซิน มากข้ึนทำใหกล้ามเนื้อรอบๆ
ต่อมนำ้ นมมกี ารบบี ตัวขับนำ้ นมออกมามากข้ึน

ทม่ี าภาพ : sites.google.com/site/healthgrade6content

สขุ ศกึ ษาชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ระบบประสาทและระบบต่อมไรท้ อ่
เจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของวยั รุ่น

10

2. ต่อมไทรอยด์ (Thyroid gland) เป็นต่อมไร้ท่อท่ีใหญ่ท่ีสุดในร่างกาย มี 2 ข้างอยู่ด้านข้างของ
หลอดลมส่วนบน บริเวณลูกกระเดือกข้างละต่อม ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนแคลซิโทนิน (Calcitpnin) ซ่ึงทำ
หน้าทีค่ วบคุมปรมิ าณแคลเซียมในเลอื ด ไทรอกซิน (thyroxin) มาควบคุมการเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย
การเจริญเติบโต แลกเปล่ียนน้ำและเกลือแร่ ควบคมุ กรดไขมัน เปลี่ยนกรดอะมิโนเป็นกลูโคส ถ้ารา่ งกายผลิต
ไทรอยด์ฮอร์โมนมากเกินไป จะทำให้การเผาผาญสารอาหารต่างๆในร่างกายสูงข้ึน คือ หิวเร็ว กินเก่ง
แตน่ ำ้ หนักตัวลด หวั ใจเตน้ เร็วและใจสั่น แต่ถ้าหากผลิตน้อยเกินไปจะทำให้ระบบเผาผลาญอาหารในรา่ งกาย
ผดิ ปกติ ร่างกายจะเตี้ย แคระแกร็น ผิวหนังหยาบกร้าน หากร่างกายได้รับสารไอโอดนี ไม่เพยี งพอจำทำให้เกิด
โรคคอพอก ทำใหต้ อ่ มไทรอยดม์ ีขนาดโตขึ้นและการผลิตฮอรโ์ มนไทรอกซนิ กจ็ ะนอ้ ยลง

3. ต่อมพาราไทรอยด์ (Parathyroid Glad) เป็นต่อมไร้ท่อที่เล็กที่สุด มี 2 คู่ อยู่ด้านหลังของต่อม
ไทรอยด์ ทำหน้าท่ีผลิตพาราไทรอยด์ฮอร์โมนเพ่ือควบคุมระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระแสเลือด
ถ้าต่อมพาราไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไปจะไปละลายแคลเซียมออกจากกระดูกเข้า สู่กระแสเลือดทำให้
เลอื ดมีระดับแคลเซียมสูงขน้ึ อาจทำให้เกิดนิ่วในไต กระดูกพรุน ปวดกระดกู และข้อ แตถ่ ้ามีฮอร์โมนตำ่ ทำให้
ระดับแคลเซียมในเลือดตำ่ เกิดผลตอ่ กล้ามเนือ้ และระบบประสาท ทำใหก้ ล้ามเนอื้ กระตกุ

4. ต่อมหมวกไต (Adrenal Gland) มี 2 ตอ่ ม อยู่ข้างบนและข้างหน้าทป่ี ลายด้านบนของไตทง้ั 2 ข้าง
ไตขา้ งซา้ ยจะมีขนาดใหญ่และอยู่สูงกว่า มีรปู คลา้ ยพระจันทร์เสยี้ ว ซ่งึ แต่ละส่วนกม้ ีหนา้ ท่ที ีแ่ ตกต่างกันไป ดังน้ี

4.1 ต่อมหมวกไตส่วนนอก ทำหน้าท่ีในการผลิต
ฮอร์โมนออกมา 2 ชนิด คอื ฮอร์โมนกลูโคคอรต์ คิ อยด์ (Glucocorticoid)
มาควบคุมเมแทบอลิซึมและการเผาผาญในรา่ งกาย ส่วนอกี ฮอรโ์ มนหนึ่ง
คือ ฮอร์โมนมิเนอราโลคอร์ติคอยด์(Mineralocorticoid) เป็นฮอร์โมนที่
ช่วยควบคุมสมดลุ ของน้ำ และระดับเกลือแรใ่ นรา่ งกาย

4.2 ต่อมหมวกไตส่วนใน ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมน
อะดรีนาลนิ (Adrenalin) หรือเอพเิ นฟริน (Epinephrin) ซึง่ เป็นฮอรโ์ มน
ฉุกเฉินที่มีผลมาจากการถูกกระตุ้น นอกจากน้ียังผลิตฮอร์โมนนอร์
อะดรีนาลิน (Noradrenalin) หรือนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrin) ที่
จะมผี ลทำใหเ้ ส้นเลอื ดแดงทไ่ี ปเลีย้ งอวยั วะหดหรอื บีบตวั

5. ตอ่ มไพเนยี ล (Pineal Gland) ปน็ ต่อมเลก็ ๆ ที่ชว่ ย
สร้างฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ทำหน้าท่ียับยั้งการเจริญเติบโต
ของต่อมเพศในช่วงระยะกอ่ นวัยหนุ่มสาว แตเ่ ม่ือเข้าสู่ช่วงวัยรนุ่ อาจ ทีม่ าภาพ : theisarock.wordpress.com
มีผลต่อการตกไข่ และมีประจำเดือนในเพศหญิง หากมีมากเกินไป
จะส่งผลให้เป็นหนุ่มเป็นสาวช้ากว่าปกติแต่ถ้าหากต่อมไพเนียลถูก
ทำลาย เช่นเกดิ เน้ืองอกในสมอง ก้จะทำให้เป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่า
ปกติ

ที่มาภาพ : theisarock.wordpress.com

สขุ ศึกษาชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ระบบประสาทและระบบตอ่ มไร้ท่อ
เจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุน่

11

ท่ีมาภาพ : www.slideshare.net

6. ต่อมไทมัส (Thymus Gland) อยู่บริเวณด้านหน้าทรวงอก ซึ่งมีขนาดท่ีเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ
โดยในระยะท่ีทารกอยู่ในครรภ์มารดาต่อมนีจ้ ะมีขนาดใหญ่มากและจะมีขนาดใหญ่ที่สดุ เม่ืออายุ ๖ ปี จากนั้น
จะเจริญชา้ ๆ และคอ่ ยๆ หดหายไป

7. ตับอ่อน (Pancreas) เป็นต่อมขนาดใหญ่ ซ่ึงสามารถเป็นได้ทั้งต่อมมีท่อและต่อมไร้ท่อ ทำหน้าที่
ดังน้ี

7.1 ตอ่ มมที ่อ (Duct gland) ทำหน้าท่ีในการสรา้ งนำ้ ยอ่ ยข้นึ มา เพ่อื ใชใ้ นการยอ่ ยอาหาร
7.2 ต่อมไร้ท่อ (Endocnine Gland) เป็นต่อมที่สร้างฮอร์โมนของตับอ่อน ได้แก่ ฮอร์โมน
อนิ ซลู นิ (Insulin) และกลูคากอน (Glucagon) ออกมา ซ่งึ ในแต่ละฮอร์โมนดังกลา่ วก็จะมหี น้าท่ตี ่างๆ ดังน้ี

(1) อินซลู ิน เป็นฮอร์โมนท่ชี ่วยควบคุมปฏิกิรยิ าทางเคมีของไฮโบคารเ์ ดรต โปรตีน และ
ไขมัน ซ่ึงหากร่างกายขาดฮอร์โมนน้ี จะทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติปริมาณกรดไขมัน
และคโี ตนบอดี (Ketone Body) ในเลือดเพ่ิมข้ึน จะมปี ัสวะมากกว่าปกติ

(2) กลูคากอน เป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่กระตนุ้ ไกลโคเจนที่สะสมอย่ใู นตับให้เปลี่ยนเป็น
กลูโคสเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตและกระตุ้นเบต้าเซลล์ ให้หล่ังอินซูลินท่ีลำไส้เล็ก และกระเพาะ
อาหาร หากขาดฮอร์โมนนี้ก้จะไม่มีผลกระทบทำให้เกิดโรค เน่ืองจากยังมีฮอร์โมนอีกหลายชนิดที่
สามารถทำหน้าทแ่ี ทนได้

สุขศกึ ษาชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ระบบประสาทและระบบต่อมไร้ทอ่
เจรญิ เติบโตและพัฒนาการของวัยรุ่น
8. ตอ่ มเพศ (Gonad) ในเพศชายคอื อัณฑะ ส่วนตอ่ มเพศในเพศหญงิ คอื รงั ไข่
8.1 อัณฑะ (Testis) จะทำหน้าท่ีสร้างตัวอสุจิ ซ่ึง 12

เป็นเซลล์สืบพันธ์ุของเพศชายและผลิตฮอร์โมนเพศชายออกมา คือ
เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ซึ่งจะทำให้เกิดการเปล่ียนแปลง
ของเพศชายในชว่ งวัยรนุ่

8.2 รังไข่ (Overy) มีหน้าที่สร้างไข่ ซ่ึงเป็นเซลล์
สืบพันธ์ุของเพศหญิง ละผลิตฮอร์โมนเพศหญิง คือเอสโตรเจน
(Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ทำให้เกิดการ
เปลย่ี นแปลงทีแ่ สดงถึงลักษณะของเพศหญิงเม่ือเข้าสชู่ ่วงวัยรุ่น

ความสำคัญของระบบตอ่ มไรท้ อ่ ที่มผี ลตอ่ สุขภาพ การเจริญเติบโต และพัฒนาการของวัยร่นุ

ระบบประสาท เปน็ ระบบอวยั วะภายในรา่ งกายทีม่ คี วามสำคญั ต่อสขุ ภาพ การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของ

วัยรนุ่ ซ่งึ สามารถสรปุ ได้ ดงั น้ี

1. ระบบต่อมไรท้ อ่ ที่มีผลตอ่ สุขภาพ ระบบประสาทมคี วามสำคัญและส่งผลตอ่ สขุ ภาพในวยั ร่นุ ดงั นี้

1.1 ควบคุมการทำงานของอวัยวะภายใน

ของร่างกาย ซึ่งเมื่ออวัยวะต่างๆ ทำงานได้ดี ก็จะส่งผลต่อ

สภาวะสขุ ภาพของบคุ คลใหม้ ีสขุ ภาพดี

1.2 ควบคุมภาวะแวดล้อมภายในร่างกาย

ให้สมดุล โดยจะรักษาสมดุลของสารละลายต่างๆ ภายใน

ร่างกายให้คงท่ีจากปัจจัยต่างๆ เช่นอุณหภูมิของอากาศท่ีอยู่ เปน็ การทำงานผดิ ปกตขิ องฮอรโ์ มนวาโซเพรสซินจากต่อม
รอบตัวเรา หรืออาหารท่ีรบั ประทาน
ใตส้ มองสว่ นหลัง จะทำใหเ้ กดิ การปสั สาวะบอ่ ย
2. ระบบตอ่ มไรท้ อ่ ท่มี ีตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของรา่ งกาย

2.1 กระตุ้นการใช้สารอาหารและผลิตพลังงานภายในร่างกายเพ่ือการเจริญเติบโต ทำให้

อวัยวะต่างๆภายในร่างกายนั้นได้รบั สารอาหารอย่าเพียงพอ ซง่ึ จะช่วยให้การเจริญเติบโตของร่างกายเป็นไป

ตามวัย

2.2 กระตุ้นการเจริญเติบโตของร่างกาย ระบบต่อมไร้ท่อมีหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนท่ี

เรียกวา่ โกรทฮอร์โมน เพอ่ื ไปกระต้นุ การเจรญิ เตบิ โตของร่างกาย

2.3 กระตุ้นการเจริญเติบโตทางเพศ กระตุ้นการเจิญเติบโตของอวัยวะที่เก่ียวข้องกับ

การสบื พนั ธ์ใุ หม้ กี ารเจริญเตบิ โต และมีความพร้อมในการทำหน้าทขี่ องตนเอง

สขุ ศกึ ษาช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ระบบประสาทและระบบตอ่ มไรท้ อ่
เจรญิ เติบโตและพัฒนาการของวยั รุ่น

13

3. ระบบตอ่ มไรท้ อ่ ทีม่ ผี ลต่อพัฒนาการ
3.1 เกิดพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย ระบบปบะสาทและระบบต่อมไร้ท่อจะร่วมกันทำให้

อวยั วะตา่ งๆ มีความพรอ้ มในการทำหน้าท่ขี องตนเอง เพ่ือกอ่ ให้เกดิ พฒั นาการท่ถี ูกต้อง
3.2 กระตุ้นให้เกิดพัฒนาการทางเพศท่ีเหมาะสม ทำให้วัยรุ่นเกิดพัฒนาการทางเพศ

ท่สี อดคลอ้ งกบั เพศของตนเอง

วธิ กี ารดูแลรกั ษาระบบตอ่ มไรท้ ่อใหท้ ำงานตามปกติ

การดูแลรกั ษาระบบต่อมไรท้ อ่ เพื่อสามารถทำให้ทำงานได้ตามปกตนิ ้นั มขี ้อควรปฏิบตั ิ ดังนี้

1. รบั ประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ใน 1 วนั ไดแ้ ก่

1.1 อาหารหมทู่ ่ี 1 ได้แก่ เนอ้ื สัตว์ นม ไข่ อาหารทะเล และถ่ัว

เมล็ดแหง้ เป็นต้น

1.2 อาหารหมทู่ ่ี 2 ได้แก่ ข้าว แปง้ เผือก มนั น้ำตาล เปน็ ต้น

1.3 อาหารหมทู่ ี่ 3 ผักต่างๆ

1.4 อาหารหมทู่ ่ี 4 ผลไมต้ ่างๆ

1.5 อาหารหมู่ท่ี 5 ไขมนั จากพืชและสตั ว์

และควรดื่มน้ำใหเ้ พยี งพอ อยา่ งนอ้ ย 6 – 8 แก้ว ต่อวัน ที่มาภาพ : https://img.kapook.com

2. พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะการนอนหลับ ไม่ควรท่ีจะนอนดึกจนเกินไป ควรนอนตั้งแต่หัวค่ำ
และตื่นนอนตั้งแตเ่ ช้า เพราะจะทำให้ร่างกายมีการเจริญเติบโตได้เต็มท่ี โดยช่วงเวลาท่เี หมาะสมท่ีสุดคือต้ังแต่
เวลา 21.00 น. – 05.00 น. ซึง่ ในช่วงเวลาน้ีเป็นช่วงที่ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (growth hormone) จะหล่ัง
ออกมาในสมองมากท่สี ุด

3. หมัน่ สำรวจและดูแลสุขภาพของตนเองอยา่ งสมำ่ เสมอ การตรวจสขุ ภาพประจำปี การวัดอตั ราการ
เจรญิ เติบโตของร่างกายให้เป็นไปตามเกณฑม์ าตรฐาน ซ่ึงเป็นการบง่ ชถี้ ึงการทำหนา้ ท่ีประสานงานร่วมกันของ
ระบบต่างๆ ในร่างกาย อนั เปน็ ผลมาจากการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ

4. หลีกเล่ียงปัจจัยเส่ียงที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับต่อมไร้ท่อ เช่น การหลีกเล่ียงอาหารรสจัด
การรับประทานยาบางชนิดท่มี ผี ลกบั ต่อมไร้ท่อ

5. ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง อย่างสม่ำเสมอ เพ่ือช่วยทำให้ร่างกาย
แข็งแรง อีกทั้งในระหว่างการออกกำลังกาย ต่อมไร้ท่อบางชนิด จะถูกกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนมากข้ึน
รา่ งกายจะสะสมกลูโคสเก็บไว้ในตับและกลา้ มเนือ้ เพื่อเปน็ พลงั งานสำรองไว้ใขใ้ นระหว่างการออกกำลงั กาย

สขุ ศกึ ษาชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1

14

หนา้ ทแ่ี ละส่วนประกอบของสมอง

ชื่อ นามสกุล ชนั้ เลขที่

คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นเขยี นจำแนกสว่ นประกอบต่างๆของสมองและบอกหนา้ ท่ีใหถ้ ูกตอ้ ง

1

2

4
3

5 67

สขุ ศึกษาช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1

15

ระบบประสาทอัตโนมัติ

ชื่อ นามสกุล ชัน้ เลขท่ี

ตอนท่ี 1 คำชแ้ี จง : ให้นักเรียนยกตวั อย่างพฤติกรรมที่ควบคุมโดยระบบประสาทภายใต้อำนาจจติ ใจ และนอก

อำนาจจิตใจ มาอย่างน้อย 3 พฤติกรรม

พฤติกรรมท่ีควบคุมโดย

ระบบประสาทภายใต้อำนาจจิตใจ ระบบประสาทภายนอกอำนาจจิตใจ

ตอนท่ี 2 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเปรียบเทียบความแตกต่างของพฤติกรรมที่ถูกควบคุมโดยระบบประสาท
อตั โนมตั ิแบบซิมพาเทตกิ กับพาราซมิ พาเทติกลงในแผนผงั ด้านลา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง

ซมิ พาเทติก หัวขอ้ ที่เปรียบเทียบ พาราซมิ พาเทติก

การเตน้ ของหัวใจ

รูม่านตา

ความดนั โลหติ

การเต้นของชพี จร

การหดตัว ขยายตัวของเส้นเลอื ด

สขุ ศึกษาชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1

16

การดแู ลรักษาระบบประสาท

ช่ือ นามสกลุ ช้นั เลขที่

คำช้ีแจง : ให้นักเรียนเติมข้อความลงในแผนผังความคิดโครงสร้างของระบบประสาท และบอกวิธีการดูแล
รกั ษาระบบประสาทมาอย่างนอ้ ย 5 ขอ้

ระบบประสาท

ระบบประสาทสว่ นกลาง ระบบประสาทส่วนปลาย

ไขสนั หลัง สมอง ระบบประสาทสมอง ระบบประสาท
และไขสนั หลัง อตั โนมัติ

วธิ ีการดแู ลรกั ษาระบบประสาท

สุขศกึ ษาช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1

17

ระบบต่อมไรท้ อ่

ชอื่ นามสกลุ ช้นั เลขท่ี

คำช้แี จง : ใหน้ ักเรียนเขียนจำแนกสว่ นประกอบตา่ งๆของตอ่ มไร้ทอ่ และบอกหน้าทีใ่ ห้ถกู ตอ้ ง

สขุ ศึกษาชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1

18

ฮอร์โมน และการดูแลรักษาระบบต่อมไรท้ อ่

ชอื่ นามสกุล ช้ัน เลขท่ี

ตอนที่ 1 คำชี้แจง : ให้นักเรียนนำข้อความในกรอบไปเติมหน้าคำถามให้สัมพันธ์กัน และบอกวิธีการดูและ
รกั ษาระบบต่อมไรท้ ่อมาอยา่ งน้อบ 5 ขอ้

โพรแลกติน ออกซิโทนิน วาโซเพรสซนิ ไทรอกซิน อะดรีนาลีน แคลซิโทนนิ

กลูโคคอรต์ คิ อยด์ อินซูลนิ และกลูคากอน โกรทฮอรโ์ มน เอสโตรเจนและโพรเจสเทอโรน

1. ควบคุมการเผาผลาญในรา่ งกาย
2. การหล่งั น้ำนมขณะเด็กดดู นม
3. ควบคุมกระบวนการเมแทบอลซิ ึมในรา่ งกาย
4. ควบคมุ ระดบั นำ้ ตาลในกระแสเลือด
5. ฮอร์โมนของเพศหญงิ
6. กระตนุ้ ประสาทให้รา่ งกายเตรยี มพร้อมเวลาฉุกเฉิน
7. ควบคุมการเจรญิ เตบิ โตของร่างกาย
8. ควบคุมปริมาณแคลเซยี มในเลอื ด
9. ควบคุมการเจรญิ เติบโตของเต้านม
10. ควบคุมการทำงานของไตและนำ้ ในรา่ งกาย

วธิ ีการดแู ลรักษาระบบตอ่ มไรท้ ่อ

สุขศกึ ษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 19

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2

การเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวัยรุ่น

มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์

พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดำรงสุขภาพ การป้อง
กนั โรค และการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพอื่ สขุ ภาพ

ตวั ชวี้ ดั 1.3 วิเคราะห์ภาวะการเจรญิ เตบิ โตทางรา่ งกายของตนเองกบั เกณฑ์
1.4 แสวงหาแนวทางในการพัฒนาตนเองให้เจรญิ เตบิ โตสมวยั
1.3 ควบคุมนำ้ หนักของตนเองใหอ้ ยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

สาระสำคญั

ในช่วงวัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงท้ังทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและ
สติปัญญา โดยเฉพาะด้านร่างกาย วัยรุ่นจะมีการพัฒนาของน้ำหนักและส่วนสูงเป็นอย่างมาก
ซึ่งถ้าหากขาดการดูแลสุขภาพ หรือมีพฤติกรรมสุขภาพท่ีไม่ดี ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมา
เพราะฉะน้ันจึงควรที่จะรู้จักดูแลสุขภาพและตรวจสอบเกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโตและ
พัฒนาการของตนเองให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐาน และแสวงหาแนวทางพัฒนาตนเองให้
เจริญเติบโตสมวยั อย่างมคี ณุ ภาพ

สาระการเรยี นรู้

1. ภาวะการณเ์ จริญเตบิ โตตามเกณฑ์มาตรฐานและปัจจยั อืน่ ท่ีเกี่ยวข้อง
2. เกณฑม์ าตรฐานการเจรญิ เติบโตของเด็กไทย
3. วิธีการควบคมุ นำ้ หนกั ของตนเองใหอ้ ยู่ในเกณฑม์ าตรฐาน
4. แนวทางการพัฒนาตนเองให้เจรญิ เตบิ โตสมวัย

สุขศึกษาชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 การเจริญเติบโตตามเกณฑ์มาตรฐานของวัยรุ่น
เจรญิ เติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น

20

การเจริญเติบโตของวัยรุ่นน้ันจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งภายในและภายนอกบางคน
เจรญิ เติบโตชา้ บางคนเจริญเตบิ โตเร็วและในขณะทบ่ี างคนมีการเจริญเตบิ โตทสี่ มวยั

ภาวะการเจริญเตบิ โตของวยั รุน่

การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของวัยรนุ่ เป็นผลมาจากการทำงานของฮอรโ์ มนที่หลง่ั ออกมาจากต่อม
ไร้ทอ่ ซง่ึ ควบคุมกลไกการทำงานของอวัยวะตา่ งๆ ท่ีมีผลตอ่ การเจรญิ เติบโตทีเ่ ราสามารถสงั เกตได้ มดี งั นี้

1. มีการเปล่ียนแปลงทางร่างกายอย่างรวดเร็ว 2. เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธ์ุ หรือมีวุฒิภาวะทาง
โดยเฉพาะน้ำหนัก ส่วนสูงท่ีเพ่ิมข้ึนทำให้วัยรุ่น เพศ คือ ในวัยรุ่นชายจะมีการเคลื่อนตัวของ
จำนวนมากไม่สามารถที่จะปรับตัว ต่อการ อสุจิ ท่ีเรียกว่าฝันเปียก ส่วนในวัยรุ่นหญิงน้ัน
เปลย่ี นแปลงทเี่ กิดขึ้นได้ทัน จึงส่งผลให้เกิดความ จะมปี ระจำเดือนตลอดจนเกิดการเปลี่ยนแปลง
แปรปรวนทางอารมณ์ไดง้ า่ ย ทางร่างกายที่บ่งบอกลักษณะเฉพาะของเพศ
หญงิ และเพศชาย

3. เริ่มมีการคนค้นหาตัวเอ1ง. ๒โด.เยรมิ่ ีแเขร้างสจ่วู ูงยั ใเจจเรปิญ็นพันธุ์ หรือมีวฒุ ภิ าวะทาง
ส่ิงสำคัญ ชอบเก็บตัวอยู่ตเพามศลคำือพัใงนเมวื่ยัอรอ่นุ ยชู่บา้ายนจะมกี ารเคล่อื นตวั
เใแพนตอื่ข่ชนณอจะบะเรดม่วียอี มวทิ กกธันลพิ กุ่มลาเตมรอ่เื่อชกออื่ายฟรู่ดกงั พำับขนเรปอ่อเ้ังนพแงชลื่จอมอีวี่ ยส่กินะตุจ็ลนอมซิดยีทปแ่ึงนา่ ่ีเใงปร้อรนมียยะลวากลจักยงงวำร่าทแุ่เนฝลดาันนะืองี้เปนรี่ยาตกงลกสอว่ าดนยจในทนวี่ บเัยก่รงิุ่นดบหกอญากริง

4. เริ่มมจี ิจารณญาณในการคิดและการตดั สนิ ใจ ลักษณะเฉพาะของเพศหญงิ และเพศชาย
มากขึน้ สามารถแยกแยะได้วา่ อะไรดีไม่ดี 5. ยึดตัวเองเป็นสำคัญ มีความคิด ความเข้าใจที่
เป็นตัวเองมากข้ึน มักต่อต้านในส่ิงท่ีไม่ยุติธรรม
จนทำให้บางคร้ังเป็นผลทำให้เกิดช่องระหวา่ งวัย

เดก็ กับวัยผู้ใหญ่

1. ๒.เร่ิมเข้าสู่วัยเจริญพันธ์ุ หรือมีวุฒิภาวะทาง
เพศ คือ ในวยั รุ่นชายจะมกี ารเคลอื่ นตัว

สขุ ศกึ ษาชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 การเจริญเตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวัยรนุ่
เจริญเติบโตและพฒั นาการของวัยรุ่น

21

ปัจจยั ท่ีเกย่ี วข้องกบั การเจริญเตบิ โต

การทว่ี ยั ขรอุน่ งมวีคัยวรานุ่มแตกต่างกันในการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการนัน้ ข้ึนอยกู่ บั ปัจจยั 2 กลุ่ม ดงั น้ี

1. ปัจจัยภายใน หมายถึง ปัจจัยท่ีมีอยู่แล้วภายในร่างกายของมนุษย์ แล้วส่งผลต่อการเจริญเติบโต

และพฒั นาการของวัยรุ่น ประกอบดว้ ย

1.1 พันธุกรรม เป็นการถ่ายทอดลักษณะเฉพาะต่างๆ

จากบรรพบุรุษไปสู่ลูกหลาน ทำให้มนุษย์มีลักษณะบางอย่างท่ีแตกต่าง

กันออกไปดังพันธุกรรมจึงเป็นเครื่อง กำหนดขอบเขต ลักษณะ และ

ความสามารถของบคุ คลซง่ึ ลักษณะท่ัวไปของการถา่ ยทอดทางพันธกุ รรม ลกั ษณะสผี ิว หน้าตา สามารถ
มี 2 ลกั ษณะซงึ่ แยกแล้วไดด้ งั นี้ ถา่ ยทอดทางพนั ธกุ รรมได้

(1) ลกั ษณะทางกาย ได้แก่

1. สัดส่วนของร่างกาย ความสูงหรือความเตี้ย รูปลักษณะภายนอก เช่น ผมหยิก ตา

เล็ก สขี องตา สีของผม ผวิ ขาว-ดำ เปน็ ตน้

2. กลุ่มเลือดท่แี ตกต่างกันไป เช่น A,B,O และ AB เป็นตน้

3. เพศ ซึ่งการเป็นเพศชายหรอื หญงิ น้ัน ข้นึ อยู่กับโคโมโซม ที่ไดร้ บั จากพอ่ แม่

4. ความผิดปกติและโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น โรค โลหิตจางโรคด่างขาว

โรคผวิ หนังเกล็ดปลา เปน็ ตน้
(2) ลกั ษณะทางสติปัญญา พบว่าเดก็ ที่เกดิ ในตระกูลท่ีมีระดับสติปญั ญาต่ำจะมีแนวโน้ม

ของเชาว์ปญั ญาท่ี ต่ำไปด้วย แต่ก็ไม่เสมอไปทกุ ราย เน่ืองจากพบว่าอิทธพิ ลของสิ่งแวดล้อม การกระตุ้น และ
การเพิม่ โอกาสในการเรยี นรู้ของเดก็ จะช่วยในการเพมิ่ สตปิ ญั ญาเพิ่มมากขึ้นได้

1.2 พ้ืนฐานทางอารมณ์ จิตใจ พบวาบุคคลท่ีมีพ้ืนฐานทางอารมณ์ จิตใจท่ีมัง่ คง จะทำให้มี
พัฒนาการทางด้านต่างๆ ดีข้ึน ไม่ว่าจะเป็นในด้านร่างกาย สังคม บุคลิกภาพ หรือสติปัญญา โดยอารมณ์นั้น
เป็นผลเนอื่ งมากจากพันธุกรรมและปจั จัยแวดลอ้ มภายนอกประกอบกนั ดงั้ น้ันวยั รุ่นซึ่งเปน็ วัยซึ่งเปน็ วัยที่มีการ

เปลี่ยนแปลงระดับฮอรโ์ มน ต่างๆ ภายในรา่ งกาย ค่อนคา่ งมาก จงึ เป็นวัยทม่ี กี ารเปลีย่ นแปลง หรือมีการขน้ึ ลง

ของอารมณ์อย่างรวดเร็ว ซ่ึงหากไม่สามารถปรับพนื้ ฐานของตนเองให้อยใู่ นระดับที่เหมาะสมได้ ก็จะส่งผลต่อ

การเจริญเตบิ โตและพัฒนาการไดใ้ นทสี่ ดุ

2. ปัจจัยภายนอก หมายถึง ปัจจัยท่ีเกิดข้ึนภายนอกร่างกายทั้งท่ีมีอยู่เองตามธรรมชาติ หรือไม่ได้

เกดิ ขึ้นเองตามธรรมชาตแิ ต่ส่งผลต่อการเจรญิ เตบิ โต และพัฒนาการของวยั รุ่น

2.1 การอบรมเล้ียงดูและสัมพนั ธภาพภายในครอบครัว เป็นปัจจัยท่ีมีความสำคัญอยา่ งมาก

ต่อพฒั นาการดา้ นตา่ งๆ ของมนษุ ย์ การซมึ ซบั สง่ิ ต่างๆ ทีไ่ ดจ้ ากการอบรมเลย้ี งดขู องพ่อแม่หรอื ผู้ปกครอง และ

การอยู่ในครอบครัวท่ีมีการอบรมเล้ียงดูท่ีดี มีความรัก ความเอาใจใส่ และความเข้าใจ ก็จะทำให้เด็กมีการ

เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมท้ังวุฒิภาวะทางด้านร่าง กาย อารมณ์ สังคม รวมถึงการมีบุคลิกภาพที่ดี

ตลอดจนมพี ฒั นาทีส่ มวัย สามารถใช้ชวี ิตอยู่รวมกับผ้อู ่ืนได้อย่างมีความสุข แต่ถา้ หากครอบครวั ขาดการ อบรม

สุขศกึ ษาชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1

22

เลยี้ งดูและมสี มั พันธภาพทีไ่ มด่ แี ล้ว ก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การม่วั สมุ่ ของวัยรนุ่ การเสพสาร

เสพติดหรอื กามมเี พศสัมพันธก์ อ่ นวัยอนั ควร เปน็ ต้น

2.2 สภาพแวดล้อมทางสงั คม เป็นปัจจัยที่มีผล

ต่อการเจริญ เติบโตและพัฒ นาการของมนุษย์ในทุกด้าน

หากมนุษย์อาศัยอยู่ในสภาพสังคมท่ีดี เอื้ออำนวยต่อพัฒนาการ

ด้านต่างๆ ก็จะทำให้มีการเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย และมี

พัฒนาการด้านอารมณ์ สังคม สติปัญญา บุคลิกภาพ และด้าน

อนื่ ๆ ดีตามไปด้วย แต่ถ้าต้องการเผชิญอยู่ในสังคมท่ีไม่เหมาะสม

เช่น อยู่ในชุมชนท่ีเส่ือมโทรม ครอบครัวแตกแยก ก็จะส่งผลให้ การอยู่ในสภาพแวดล้อมท่ีไม่เหมาะสม

เจริญเติบโตและพัฒนาการด้านต่างๆ ดำเนินไปได้ไม่ดีเทา่ ท่คี วร อาจส่งผลตอ่ พฒั นาการได้

2.3 อาหารท่ีบรโิ ภค มีความสำคัญมากต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ในทุก

ช่วงวัย โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นน้ัน เป็นวัยท่ีต้องการสารอาหารต่างๆ ที่ครบถ้วนท้ัง 5 หมู่ และในปริมาณ

ที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อช่วยทำให้ร่างกายและอวัยวะต่างๆ สามารถเจริญเติบโตได้อย่าง

สมวยั

2.4 การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย จะช่วยให้เด็กมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการ

ที่สมวัย โดยช่วยในการเสริมสร้างกระดูกเพ่ิมความแข็งแรงของกล้ามเน้ือ เสริมสร้างจิตใจให้แจ่มใสร่าเริง

อนั เป็นผลทำให้มีสุขภาพกายและสขุ ภาพจติ ที่ ดคี วบคู่กันไป

2.5 การเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้การเจริญเติบโตและพัฒนาการต่างๆ

หยุดชะงักท้ังในลักษณะช่วั คราวหรอื ถาวรซึ่งอาจทำใหเ้ กดิ ความพกิ ารของรา่ งกาย เกิดผลกระทบทางอารมณ์

ของผ้ปู ว่ ย รวมถึงส่งผลกระทบตอ่ สงั คมรอบขา้ งโดยวยั รุน่ นับเป็นวยั ทม่ี ีความเสี่ยงตอ่ การเจ็บปว่ ยหรืออุบัติเหตุ

ไดค้ ่อนข้างมากเนอื่ งจากมีความคึกคะนองชอบเสี่ยง ชอบท้าทาย ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบตั ิเหตหุ รือการบาดเจ็บได้

โดยง่าย

ปจั จัยที่เกย่ี วข้องกบั การเจรญิ เตบิ โต

ปจั จยั ภายใน ปัจจัยภายนอก

พ้นื ฐานทางอารมณ์ จิตใจ

พันธุกรรม การอบรมเล้ยี งดู อาหารท่บี รโิ ภค

การเจบ็ ป่วยหรอื อุบตั เิ หตุ การออกกำลงั กาย
ลักษณะทางกาย
ลกั ษณะทางสตปิ ัญญา สภาพแวดลอ้ มทางสังคม

สขุ ศกึ ษาชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1 การเจริญเตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวยั ร่นุ
เจริญเติบโตและพัฒนาการของวยั รนุ่

23

ในการตรวจสอบประเมนิ ภาวะสุขภาพของคนว่าบุคคลนั้นมีภาวะสขุ ภาพเป็นอยา่ งไร จะต้องมีตวั ช้ีวัด
ทางด้านสุขภาพน่ันก็คือน้ำหนักตัว น้ำหนักตัวสามารถบ่งบอกภาวะสุขภาพของบุคคลน้ันว่ามีน้ำหนักตัว
เหมาะสมหรือไมก่ ับช่วงวัยและส่วนสงู ของตนเอง หากบุคคลน้ันมีนำ้ หนักที่เหมาะสมกับสว่ นสูง ได้มาตรฐาน
เหมาะสมกับวัย ก็จะบ่งชีไ้ ด้ว่าบุคคลน้ันเป็นบุคคลท่ีมีภาวะสุขภาพดี ในขณะเดียวกันถ้าบุคคลน้ันมีน้ำหนักที่
ไมไ่ ดม้ าตรฐานไมไ่ ดส้ ัดสว่ นกบั ความสงู ของตน ก็อาจกอ่ ใหเ้ กิดผเสยี ตอ่ สขุ ภาพตามมาได้

ความหมายและคำจำกัดความของนำ้ หนกั และสว่ นสงู

น้ำหนัก หมายถึง น้ำหนักร่วมที่ประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ได้แก่ ไขมัน กล้ามเน้ือ อวัยวะต่างๆ
โครงกระดูก และของเหลวภายในร่างกาย ซึ่งส่วนเหล่าน้ีจะมีผลทำให้แต่ละคนมีน้ำหนักตัวมากหรือน้อย
แตกต่างกนั

น้ำหนกั ปกติ หมายถงึ นำ้ หนกั ของบคุ คลทส่ี ัมพันธก์ ับอายุ สว่ นสงู และโครงสรา้ งของร่างกาย
นำ้ หนกั ผดิ ปกติ หมายถึง นำ้ หนักทไ่ี ม่สมั พันธก์ บั อายุ สว่ นสูง และโครงสรา้ งของร่างกาย
ส่วนสูง หมายถึง ความยาวของร่างกายตั้งแต่ส่วนบนสุดของศีรษะลงมาจนถึงฝ่าเท้า โดยส่วนสูงจะ
เพม่ิ ขึน้ เรอ่ื ยๆ และหยดุ การเจริญเติบโตในช่วงวยั รนุ่ ตอนปลาย

น้ำหนกั และสว่ นสงู ตามเกณฑอ์ ายุ

น้ำหนักและส่วนสูงนั้นได้ถูกนำมาใช้เพื่อเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการเปรียบเทียบ เพื่อวิเคร าะห์
ภาวการณ์เจริญเติบโตวา่ มีการเจริญเติบโตหรือมีพัฒนาการตามเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งถ้าหากไม่เป็นไป
ตามเกณฑ์มาตรฐาน ก็จะได้มีการแก้ไข หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ส่งเสริมให้มีพัฒนาการที่สมวัย
สำหรับเกณธม์ าตรฐานท่ีใชใ้ นการเปรียบเทียบมีอยู่ 2 รปู แบบ คือ

1. เกณฑม์ าตรฐานที่เปน็ ข้อมูลตัวเลข
เป็นการแสดงข้อมูลออกมาเป็นตัวเลขว่าในช่วงอายุต่างๆ ควรจะมีน้ำหนักและส่วนสูงเป็น

อย่างไร โดยใช้ข้อมูลตารางแสดงน้ำหนักและสว่ นสูงทคี่ วรจะเป็นในช่วงอายุ 7-19 ปีตามเกณฑ์มาตรฐานการ
เจรญิ เติบโตของเพศชายและเพศหญงิ ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2543 เน่อื งจากช่วงอายดุ ังกลา่ ว
ถอื เปน็ วัยทม่ี ีการเจรญิ เตบิ โตและมีพฒั นาการในดา้ นต่างๆ ต่อเนอ่ื งกนั มา ซงึ่ สามารถดูไดจ้ ากตาราง ดงั นี้

สขุ ศกึ ษาชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 การเจริญเตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวยั รุ่น
เจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รนุ่

24

ตารางแสดงน้ำหนกั และส่วนสูงท่คี วรจะเปน็ ในช่วงอายุ 6-19 ปตี ามเกณฑ์มาตรฐานการเจรญิ เตบิ โตของ
เพศชายและเพศหญงิ

อายุ (ป)ี เพศชาย เพศหญิง
นำ้ หนัก (กก.) ส่วนสงู (ซม.) น้ำหนกั (กก.) ส่วนสูง (ซม.)
16.0 – 25.4 107.6 – 122.0
6 16.4 – 24.9 108.1 – 122.0 17.6 – 28.2 112.9 – 127.4
19.4 – 31.5 117.7 – 133.4
7 18.1 – 28.1 113.4 – 128.0 21.5 – 36.8 123.0 – 140.4
24.0 – 43.4 129.0 – 148.4
8 19.9 – 31.7 118.4 – 133.7 27.4 – 50.3 135.7 – 155.5
31.4 – 55.6 141.8 – 160.4
9 21.8 – 35.8 122.8 – 139.3 35.6 – 59.1 146.3 – 163.6
38.4 – 61.1 148.7 – 165.4
10 23.8 – 40.6 127.1 – 145.2 39.9 – 62.3 149.8 – 166.2
40.7 – 62.9 150.2 – 166.5
11 26.1 – 46.4 132.0 – 152.3 41.0 – 63.1 150.3 – 166.5
41.1 – 63.2 150.3 – 166.6
12 29.4 – 53.9 138.3 – 161.1 41.2 – 63.2 150.3 – 166.6

13 33.8 – 61.6 146.0 – 169.1

14 38.8 – 67.5 153.3 – 174.4

15 42.6 – 70.7 157.8 – 177.0

16 45.1 – 72.8 160.1 – 178.4

17 46.8 – 74.3 161.2 – 179.0

18 47.9 – 75.3 161.6 – 179.2

19 48.9 – 76.2 162.2 – 179.5

ท่ีมา : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ , พ.ศ. 2563

2. เกณฑม์ าตรฐานท่ีเปน็ กราฟแสดงเกณฑอ์ า้ งองิ การเจรญิ เติบโต
เป็นการนำข้อมูลตัวเลขมาแสดงเป็นกราฟเพ่ือแสดงถึงระดับการเจริญเติบโตและแนวโน้ม

ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำกราฟแสดงเกณฑ์อ้างอิงมาตรฐานการ
เจริญเติบโตของเดก็ ไทยทั้งเพศชายและเพศหญงิ ในช่วงอายุ 6 – 19 ปี โดยการเปรยี บเทียบน้ำหนักและสว่ นสูง
ตามเกณฑ์มาจรฐานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง มดี ังน้ี

สขุ ศกึ ษาช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 การเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวยั รุ่น
เจรญิ เติบโตและพฒั นาการของวัยรุ่น

25

สขุ ศกึ ษาช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 การเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวยั รุ่น
เจรญิ เติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น

26

สขุ ศกึ ษาช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 การเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวยั รุ่น
เจรญิ เติบโตและพฒั นาการของวัยรุ่น

27

สขุ ศกึ ษาช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 การเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวยั รุ่น
เจรญิ เติบโตและพฒั นาการของวัยรุ่น

28

สขุ ศกึ ษาช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 การเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวยั รุ่น
เจรญิ เติบโตและพฒั นาการของวัยรุ่น

29

สขุ ศกึ ษาช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 การเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวยั รุ่น
เจรญิ เติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น

30

สขุ ศึกษาชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 การเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวยั รุ่น
เจรญิ เติบโตและพฒั นาการของวยั รนุ่

31

2. กระดูกและฟนั

2.1 การเจรญิ เติบโตของกระดกู โครงกระดูกทำใหร้ า่ งกายของมนุษย์มรี ปู รา่ งและสดั ส่วน ซึง่ วัยร่นุ มี
อัตราการเพิ่มของสว่ นสูงทีเ่ ห็นไดช้ ัด คือ ช่วง

จากเกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กไทยท้ังที่เป็นตัวเลข และกราฟแสดงเกณฑ์อ้างอิงการ
เจริญเตบิ โตดังกลา่ วข้างต้นนัน้ นักเรียนสามารถศึกษาและนำเกณฑ์ดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับน้ำหนักส่วนสูง
และอายขุ องตนเอง ซึง่ นกั เรียนควรมกี ารประเมนิ การเจรญิ เติบโตของตนเอง ด้วยการชั่งน้ำหนกั และวดั สว่ นสูง
อยา่ งนอ้ ยภาคเรียนละ 1 คร้ัง ซงึ่ การประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางร่างกาย มวี ธิ กี าร 4 วธิ ี ดังน้ี

1. การประเมนิ น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ 2. การประเมินส่วนสงู ตามเกณฑ์อายุ
เป็นการเปรียบเทียบน้ำหนักที่ควรจะ เป็นการเปรียบเทียบส่วนสูงท่ีควรจะ
เป็นตามช่วงอายุต่างๆ หากเด็กมี เป็นตามช่วงอายุตา่ งๆ หากเด็กมสี ว่ นสูง
น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์อายุ ก็จะบ่งช้ีถึง ต่ำกว่าเกณฑ์อายุ ก็จะบ่งช้ีว่าเด็กมีการ
ปัญหาของการขาดสารอาหารโปรตีน ขาดสารอาหารอย่างยาวนานและมกั จะ
และพลังงาน ซึ่งมีผลกระทบต่อการ สั ม พั น ธ์ กั บ ฐ า น ะ ท า ง เศ ร ษ ฐ กิ จ ข อ ง
เจรญิ เติบโตโดยรวม ครอบครวั

3. การประเมนิ น้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูงในวงการแพทย์ โดยส่วนใหญจ่ ะนยิ มใชค้ า่ ดชั นมี วลกาย
(body mass index : BMI) ในการประเมิน ซึ่งใชป้ ระเมินภาวะอ้วนและผอมในผูใ้ หญ่ตง้ั แต่ อายุ
20 ปี ข้ึนไป โดยมสี ูตรการคำนวณ ดังนี้

BMI = นำ้ หนกั ตวั (กิโลกรัม)

ส่วนสูง2 (กิโลกรัม)

การประเมินคา่ ดัชนมี วลกาย

คา่ BMI นอ้ ยกวา่ ๑๘.๕ หมายถึง น้ำหนักนอ้ ยกว่ามาตรฐาน

คา่ BMI ๑๘.๕๐ ถึง ๒๒.๙๙ หมายถงึ นำ้ หนักปกติ

คา่ BMI ๒๓.๐๐ ถงึ ๒๔.๙๙ หมายถงึ น้ำหนกั เกิน

คา่ BMI ๒๕.๐๐ ถงึ ๒๙.๙๙ หมายถึง อ้วน

ค่า BMI ๓๐.๐๐ ขน้ึ ไป หมายถงึ อว้ นมาก

ที่มา : กองออกกำลงั กายเพ่อื สุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

สุขศกึ ษาชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 การเจรญิ เติบโตตามเกณฑ์มาตรฐานของวัยร่นุ
เจริญเตบิ โตและพัฒนาการของวยั รนุ่

32

กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้น้ำหนักตัวเป็นดัชนีวัดด้านสุขภาพท่ีสำคัญ เพราะน้ำหนักตัวมีผล
โดยตรงต่อสุขภาพ ผู้ท่ีมีน้ำหนักตัวเหมาะสมกับวัย และได้สัดส่วนกับความสูงของตนเอง จะช่วยให้มีสุขภาพ
ที่ดี ปลอดภัยจากโรค และมีชีวิตยืนยาว ในทางตรงข้ามผู้ที่มีน้ำหนักตัวไม่ได้มาตรฐาน จะส่งผลกระทบต่อ
สุขภาพหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือคนอ้วนและผู้ท่ีมีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน
หรือคนผอม ซ่ึงมีสาเหตุและผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ ดังนี้

ความอว้ น
ความอ้วน (Obesity) กับการมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน มีความหมาย
คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ คนท่ีมีกล้ามเนื้อใหญ่โตและแข็งแรง
อาจจะมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานได้ และคนท่ีมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน
อาจจะยังไม่ใช่คนอ้วนก็ได้ ตามหลักท่ัวไป ถ้าคนเรามีน้ำหนักมากกว่าปกติ
ต้ังแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไปจัดว่ามีน้ำหนักเกินมาตรฐาน และถ้ามากกว่าร้อยละ
20 ข้ึนไปจงึ จดั วา่ เป็นคนอ้วน

สาเหตขุ องความอว้ น
1. พันธุกรรม มีความสัมพันธ์กับเรื่องความอ้วน แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันที่แน่นอนว่า พันธุกรรม
มีสว่ นสัมพนั ธก์ ับเรือ่ งของความอว้ นอย่มู ากนอ้ ยเพยี งใด
2. ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ถ้าต่อมไทรอยด์ซึ่งทำหน้าท่ีผลิตฮอร์โมนไทร็อกซิน ผลิตฮอร์โมนได้
น้อยลง จะเป็นผลทำให้คนเราอ้วนและถ้าต่อมไฮโปทาลามัส ทำงานผิดปกติจะทำให้คนเรามีความต้องการ
รบั ประทานอาหารมากกว่าปกติได้
3. ขาดการออกกำลังกาย จะทำให้ปริมาณอาหารที่สะสมในร่างกายแปรสภาพเป็นไขมันรวมอยู่ใน
กลา้ มเนื้อมากขนึ้ และทำใหอ้ ้วนได้
4. บริโภคอาหารมากเกนิ ความต้องการของรา่ งกาย เปน็ สาเหตสุ ำคัญที่ทำใหเ้ กิดความอ้วน ตามปกติ
การเปลยี่ นแปลงน้ำหนกั ของร่างกายนั้นยอ่ มขน้ึ อยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างอาหารท่ีรบั ประทานเขา้ ไป กบั การ
ที่ร่างกายสามารถนำอาหารน้ันๆ ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ ถ้าอาหารที่รับประทานเข้าไปมากกว่ากำลังงานท่ี
ร่างกายต้องการใช้ น้ำหนักก็จะเพ่ิมข้ึน ถ้ารับประทานเข้าไปเท่ากับท่ีต้องใช้น้ำหนักก็จะคงที่และถ้า
รบั ประทานเขา้ ไปนอ้ ยกว่าทีต่ อ้ งใช้น้ำหนักก็จะลดลง ดงั ทีแ่ สดงในภาพ

สุขศึกษาชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 การเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑ์มาตรฐานของวัยรุน่
เจรญิ เติบโตและพฒั นาการของวัยรนุ่

33

ภาพแสดงความสมั พันธ์ระหว่างกำลังงานที่ได้รับจากอาหารและกำลังงานทใ่ี ช้ในชวี ิตประจำวัน

ผลกระทบต่อสขุ ภาพของคนอ้วน
จากการศึกษาพบว่า คนอ้วน จะมี อัตราการเจ็บป่วยและอัตราตายสูงกว่าคนที่มีนํ้าหนักตัวอยู่ใน
เกณฑป์ กติ ซง่ึ โรคแทรกซ้อนท่ีพบได้บ่อยๆ ในคนท่ีมรี ปู ร่างอ้วน ก็คือ
1. โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วนเปน็ ปัจจัยสำคัญท่มี ีผลต่อ ระบบหัวใจและหลอดเลือดอย่างเห็น
ได้ชัด เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลอื ดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตบี ตัน โรคหัวใจวาย หัวใจขาดเลือด ฯลฯ
โรคข้อเสื่อม ปวดเข่า ปวดหลงั ผู้ทมี่ ีปญั หาโรคอ้วน จะมนี ำ้ หนกั กดทับท่ีมากข้ึน ทำให้ขอ้ ต่อทร่ี ับนำ้ หนกั เส่ือม
เรว็ กว่าปกติ
2. โรคเบาหวาน โรคอ้วน มีผลการศึกษาวิจัยพบว่าเกี่ยวข้องกับอัตราการเกิดโรคเบาหวานอย่างมี
นัยสำคัญ โดยทีห่ ากคุณ อ้วนลงพงุ คุณจะมีความเส่ยี ง ในการเป็นโรคเบาหวานกว่าคนอนื่
3. โรคเกย่ี วกับระบบหายใจ คนทีอ่ ว้ นจะมคี วามลำบากในการหายใจเข้าออก เน่ืองจากไขมันทีม่ ากข้ึน
บรเิ วณรอบทรวงอกจะทำใหก้ ารขยายตวั ของทรวงอกลำบาก นอกจากน้ไี ขมนั ทที่ อ้ งกจ็ ะทำใหก้ ระบังลม
ไม่สามารถหยอ่ นตวั ลงมาได้ ผลตามมาคือ เกดิ ภาวะขาดออกซิเจน ผปู้ ว่ ยจะเหน่อื ยง่าย ออ่ นเพลีย โดยเฉพาะ
อย่างย่ิงในท่านอน มีอาการหายใจลำบากบางคร้งั เป็นมากจะหยุดหายใจเป็นพัก ๆ เวลานอนหลับ ผู้ป่วยท่ีมี
ภาวะดังกล่าว จะมีอาการปวดศีรษะในตอนเช้า ส่วนในเวลากลางวันจะมีอาการง่วงนอน หายใจช้า
เบือ่ เหน่ือยง่าย ไม่อยากทำอะไร ส่งผลให้เกิดความขี้เกยี จ

สุขศึกษาชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 การเจรญิ เติบโตตามเกณฑม์ าตรฐานของวัยรุ่น
เจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของวยั ร่นุ

34

4. โรคมะเร็งบางชนิด มีการศึกษาพบวา่ โรคอ้วนมคี วามสมั พันธก์ ับความชกุ ของโรคมะเร็งบางชนิด
5. โรคความดันโลหิตในเลือดสูง ผู้ที่มีปัญหาโรคอ้วนจะมีความดันโลหิตสูงกว่าคนปกติประมาณ 2.9
เทา่ ถ้านำ้ หนกั ตัวลดลง ลดน้ำหนัก ระดับความดนั โลหิตก็จะลดลงดว้ ย
6. ระดบั ไขมนั ในเลือด คนท่มี ีปัญหาโรคอว้ นมกั จะมีไขมนั ไตรกลเี ซอไรดใ์ นเลอื ดสูง ไขมนั ชนดิ ดีตำ่
7. นิว่ ในถุงนำ้ ดี คนอ้วนมโี อกาสทจี่ ะเป็น น่ิวในถงุ นำ้ ดีอยา่ งเหน็ ไดช้ ัด
8. ปัญหา เส่ือมสมรรถภาพทางเพศ คนท่ีมีปัญหา อ้วนลงพุง ซ่ึงอาจเสี่ยงต่อปัญหาการแข็งตัวของ
อวัยวะเพศชายจนนำไปสู่ความเซ็งในการมเี ซก็ ซก์ ับคูค่ รองได้
9. ปัญหาอ่ืนๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับ โรคอ้วน หรือน้ำหนักเกิน เช่น เส้นเลือดขอด อาการท้องผูก ริดสีดวง
ทวาร โรคเช้ือราท่ีผิวหนงั ปัญหากลิน่ ตวั แรง อึดอดั ไม่สบายเนื้อ ไม่สบายตัว ขยับทำอะไรนิดอะไร
หนอ่ ยก็เหนอ่ื ยง่าย ไมส่ ดช่ืน ไมม่ ชี วี ติ ชีวา การคลอดบุตรยาก แผลผ่าตดั อาจจะหายช้ากวา่ ปกติ เป็นต้น
การแก้ไขปัญหานำ้ หนกั ตวั
การลดน้ำหนกั ตัว มีหลักการปฏบิ ตั ดิ ังนี้
1. มีความต้งั ใจ มุง่ มน่ั จรงิ ที่จะลดน้ำหนัก ลดเอว
2. สร้างความคิดท่ดี ีในการทจ่ี ะลดนำ้ หนัก
3. ตั้งเปา้ หมายที่เปน็ ไปไดข้ องนำ้ หนกั ทลี่ ด
4. ลดนำ้ หนักเพอ่ื สขุ ภาพ ไมค่ วรลดมากจนเกนิ ไป
5. อตั ราการลดน้ำหนกั ทีเ่ หมาะสมคือ สปั ดาหล์ ะครึ่งกโิ ลกรมั – 1 กโิ ลกรัม
6. ควบคมุ พลงั งานจากอาหารทไ่ี ดร้ บั ในแตล่ ะวันกับพลงั งานที่ร่างกายนำไปใชใ้ หส้ มดลุ
7. กนิ อาหารทุกมือ้ ตอ้ งไมง่ ดอาหารมือ้ ใดม้อื หนงึ่
8. งดของหวาน และเครื่องด่มื ทมี่ แี อลกอฮอล์
9. กินผกั ผลไมท้ ี่รสไมห่ วานให้มากข้ึน
10. มคี วามอดทน ถา้ รสู้ ึกหิวท้ังๆท่ีเพ่ิงกนิ ไป ใหห้ นั ไปทำอย่างอื่นแทน
11. เค้ียวอาหารอย่างช้าๆ
12. ออกกำลงั กายอย่างสม่ำเสมออย่างนอ้ ยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆละ 30-60 นาที โดยออกกำลังกายที่มี
ระดบั ปานกลางไมเ่ หนื่อมากจนเกนิ ไป

ความผอม
ความผอม (Thinness) กับการมีน้ำหนักน้อยกวา่ มาตรฐาน (Underweight)
มีความหมายคล้ายกัน คือ คนที่มีโครงร่างเล็กอาจจะมองดูว่าผอมแต่เขาอาจจะมี
น้ำหนักปกติกไ็ ด้ ตามหลักทั่วไปถ้าคนเรามีน้ำหนักน้อยกวา่ ปกติตั้งแต่รอ้ ยละ 10 ขึ้น
ไปจัดว่ามีน้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน และถ้าน้อยกว่าร้อยละ 20 ขึ้นไป จึงจะจัดว่า
เปน็ คนผอม

สุขศกึ ษาชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1 การเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวัยรุ่น
เจรญิ เติบโตและพัฒนาการของวยั รุ่น

35

สาเหตขุ องความผอม
1. พันธกุ รรม มสี าเหตมุ าจากพนั ธุกรรมเช่นเดยี วกบั ความอว้ น
2. โรคภัยไข้เจ็บ มีโรคหลยชนิดที่ทำให้น้ำหนักของรา่ งกายลดลง และผอมได้ เช่นโรคหิด โรคภูมิแพ้
โรคไต โรคหัวใจ วณั โรค เปน็ ตน้
3. อารมณ์ตึงเครียด ความตงึ เครียดทางอารมณ์ ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนไม่หลับจึงทำ
ให้นำ้ หนักลดลงได้
4. บริโภคอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย มีสาเหตุมาจากสุขนิสัยท่ีไม่ดีในการ
รบั ประทานอาหาร จึงทำใหร้ ่างกายขาดอาหารและน้ำหนกั ตำ่ กว่าเกณฑม์ าตรฐานได้
5. โรคท่มี ีแคลเซยี มในร่างกายสงู ผดิ ปกติ เช่น มะเร็งบางชนิด โรคพาราไทรอยด์ทำงานมากผิดปกติ

ผลกระทบต่อสุขภาพของคนอว้ น
การมีน้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐานหรือความผอมไม่ได้ช่วยให้บุคคลน้ันมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
หากแต่จะเป็นการเพ่ิมโอกาสท่ีจะเป็นโรคต่างๆได้มากย่ิงขึ้น เช่น วัณโรค และยังส่งผลเสียต่อระบบต่างๆใน
รา่ งกายไม่ว่าจะเป็นระบบเลือด ระบบกล้ามเนื้อ ระบบทางเดินอาหาร ระบบฮอร์โมนและต่อมไร้ท่อ เป็นต้น
นอกจากน้อี าจแสดงถึงอาการของโรคบางชนดิ เชน่ โรคเบาหวาน วณั โรค และพยาธิลำไส้ชนดิ ตา่ งๆ

การแกไ้ ขปัญหานำ้ หนักตัว
การเพิ่มนำ้ หนักตัว มหี ลกั การปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
1. กนิ อาหารหลากหลายครบ 5 หมู่
2. ออกกำลงั กายสมำ่ เสมอ
ดังนั้น การดูแลและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง
วัยรุ่นทีม่ ีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการทงั้ ทางร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศ เพื่อดำรงไวซ้ ่ึงการ
มีสขุ ภาพทีด่ ี โดยแนวทางในการดแู ลและควบคมุ นำ้ หนกั ให้อยใู่ นเกณฑม์ าตรฐานสามารถทำได้ ดังน้ี
วธิ ีการดแู ลและควบคุมน้ำหนกั ตวั ให้อย่ใู นเกณฑ์มาตรฐาน
1. กินอาหารสมดุล ควบคุมสัดส่วนและปริมาณอาหารแตล่ ะกลุ่มให้พอเหมาะแตล่ ะวัน
2. กนิ อาหารเชา้ ทกุ วันเพราะมอื้ เช้าเป็นมื้อหลกั สำคญั
3. กินอาหารพออิม่ ในแต่ละมอื้
4. กนิ อาหารธรรมชาติไมแ่ ปรรูป
5. กินผักผลไมร้ สไมห่ วานมาก
6. กนิ อาหารม้ือเยน็ ห่างจากเวลานอนไมน่ อ้ ยกวา่ 4 ชม.
7. กินให้นอ้ ยลง เลี่ยงอาหารมนั จดั หวานจัด และ เค็มจดั
8. ออกกำลังกายอย่างสมำ่ เสมอ
9. ประเมินและวเิ คราะหน์ ้ำหนักตวั เป็นระยะอย่างสมำ่ เสมอ

สุขศกึ ษาช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 การเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐานของวยั รุน่
เจริญเตบิ โตและพฒั นาการของวัยร่นุ

36

การส่งเสรมิ พัฒนาตนเองให้เจริญเติบโตสมวัย เปน็ การดูและสุขภาพพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เกิดความ
เหมาะสม สามารถประพฤติปฏบิ ตั ิเป็นประจำจนกลายเปน็ สุขนสิ ัย ซ่ึงแนวทางการพัฒนาตนเองใหเ้ จริญเติบโต
สมวัยต้องอาศํยปัจจัยตา่ งๆท่สี ำคัญ ดังนี้

อาหาร

ในช่วงวัยรุน่ ซงึ่ เป็นช่วงท่ีมกี ารเปลย่ี นแปลงหลายด้านทั้งร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม สตปิ ญั ญาและ
พฒั นาการทางเพศ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ลว้ นมีผลต่อพฤตกิ รรมการบริโภคอาหารของวัยรุน่ เป็นอย่างมาก
จึงมักพบวา่ มีปญั หาท้ังภาวะขาดสารอาหารและภาวะโภชนาการเกิน ภาวะขาดสารอาหารท่ีพบได้บอ่ ยในเด็ก
วัยเรยี นและวยั รุน่ คือ ภาวะขาดโปรตีนและพลังงาน เลือดจางจากการขาดธาตเุ หล็กและขาดไอโอดนี จงึ ทำให้
เด็กเจริญเติบโตช้า เจ็บป่วยบ่อย ความสามารถในการเรียนรู้ช้า ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่ำ ขณะเดียวกัน
ปญั หาโภชนาการเกดิ ก็มีความรุนแรงมากขึน้ เป็นลับดบั ในวยั รุ่นบางกลมุ่

ดังนั้น วัยรุ่นควรได้รับประทานอาหารให้ถูกกลักโภชนาการในปริมาณที่มีสัดส่วนเหมาะสมกับความ
ตอ้ งการของรา่ งกาย

การออกกำลงั กาย

การออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นให้กล้ามเน้ือและกระดูกมีความแข็งแรง มีโครงสร้างร่างกายท่ี
สมบูรณแ์ ละสมสว่ น นอกจากน้ันยังกระตุ้นให้การทำงานของปอด หวั ใจและการไหลเวยี นเลือด ระบบขบั ถา่ ย
และระบบทุกระบบในรา่ งกายสามารถทำงานได้อยา่ งปกติ และสามารถเพ่ิมพูนการตา้ นทานโรคได้เปน็ อย่างดี
ทำให้อารมณ์ดี ไม่เครียด จึงควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30
นาที เป็นอยา่ งนอ้ ย

หลกี เสยี่ งสารเสพตดิ

หลีกเลี่ยงส่ิงเสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นบุหร่ี สุรา หรือสารเสพติดอันตรายอ่ืนๆ
เพราะสารเสพติดเหล่านี้จะส่งผลเสียกบั การพัฒนาการการเจริญเตบิ โตของวัยรุน่ และเป็นการสุ่มเส่ยี งที่จะเสีย
อนาคตได้

สุขศึกษาช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 การเจริญเตบิ โตตามเกณฑ์มาตรฐานของวยั รุ่น
เจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของวยั รุ่น
หลีกเส่ยี งอบุ ัตเิ หตุ
37

การหลีกเล่ยี งสถานการณท์ ี่เส่ียงต่อการเกดิ อุบัติเหตุตา่ งๆ ไมเ่ ขา้ ไปยุ่งเก่ียวในสถานท่ีทมี่ ีการทะเลาะ
วิวาท หรือสถานที่ที่เปน็ อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หลีกเล่ียงการมีเพศสัมพันธก์ ่อนวัยอันควร และการดื่ม
เครอื่ งดื่มที่มแี อลกอฮอล์

การนอนหลับ

การพักผ่อนและการนอนหลับเป็นอีกปัจจัยหน่ึงท่ีจะช่วยให้เกิดการเจริฐเติบโตอย่างเต็มที่ตามวัย
ซงึ่ การพักผอ่ นนอกจากจะพักผอ่ นด้วยกิจกรรมกีฬาหรือนนั ทนาการแล้ว การนอนหลับถือวา่ เป็นการพักผ่อน
ที่ดีทีส่ ดุ และในช่วงวัยเด็กและวยั รนุ่ ควรท่ีจะนอนหลับใหส้ นทิ ใหไ้ ด้วันละ 8 – 10 ชว่ั โมงในแตล่ ะวนั

การตรวจสขุ ภาพ

การตรวจสขุ ภาพประจำปีเป็นส่ิงท่ีสำคัญที่ทุกคน ทกุ วยั ต้องตระหนักและปฏบิ ัตเิ พ่อื เป็นการสำรวจหา
ความผิดปกตขิ องร่างกายอยา่ งน้อยปีละ 1 ครั้ง

นอกจากนี้เราควรปฏิบัติตนในการดูแลตนเองให้เจริญเติบโตสมวัย ด้วยการปฏิบัติตามสุขบัญญัติ
แห่งชาติ 10 ประการ ดังน้ี

1.ดแู ลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด 6.สร้างความสมั พนั ธใ์ นครอบครวั ให้อบอุน่

2.รกั ษาฟันใหแ้ ข็งแรง และแปรงฟันทุกวนั อยา่ งถกู วธิ ี 7.ป้องกนั อุบตั ิภยั ดว้ ยการไมป่ ระมาท

3.ลา้ งมือให้สะอาดก่อนรบั ประทานอาหารและหลังการขบั ถา่ ย 8.ออกกำลังกายสมำ่ เสมอ และตรวจสขุ ภาพประจำปี

4.กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอนั ตราย 9.ทำจิตใจใหร้ ่าเริงแจม่ ใสอยู่เสมอ
หลีกเล่ยี งอาหารรสจัด สฉี ูดฉาด 10.มีสำนกึ ตอ่ ส่วนรวม ร่วมสรา้ งสรรค์สงั คม

5.งดสูบบหุ ร่ี สรุ า สารเสพตดิ การพนัน และการสำสอ่ นทางเพศ

สขุ ศกึ ษาชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1

38

ปจั จัยทเี่ กี่ยวข้องกับการเจรญิ เติบโตของวัยรุ่น

ชื่อ นามสกลุ ช้ัน เลขท่ี

ตอนที่ 1 คำช้ีแจง : ให้นักเรียนวเิ คราะหค์ ำถามแลว้ เขียนคำตอบลงในหวั ขอ้ ดังตอ่ ไปน้ี
1. การเปลี่ยนแปลงร่างกายของเพศชายและเพศหญิงมีความเหมอื นกันหรอื แตกตา่ งกันอย่างไร

2. นกั เรยี นคิดวา่ ปัจจยั ท่เี ก่ยี วข้องกบั การเจรญิ เตบิ โตมีอะไรบ้าง

3. ส่งิ แวดลอ้ มมีอิทธิพลตอ่ การเจริญเติบโตอย่างไร

สุขศึกษาช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1

39

ตอนที่ 2 คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนเติมขอ้ ความลงในแผนผังความคิดเกี่ยวกบั ปจั จยั ท่เี กีย่ วขอ้ งกับการเจรญิ เติบโต
ของวัยรนุ่

ปัจจัยทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั การเจริญเติบโต

สขุ ศกึ ษาชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1

40

วยั รนุ่ กับการเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑ์มาตรฐาน

ชื่อ นามสกุล ชน้ั เลขที่

ตอนที่ 1 คำชีแ้ จง : ให้นักเรยี นหาค่าดชั นีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) จากขอ้ มูลท่กี ำหนดให้

พรอ้ มประเมินผลการเจรญิ เติบโต โดยเปรียบเทยี บกบั เกณฑเ์ ปรยี บเทยี บ

เกณฑ์เปรียบเทียบ ค่าที่ได้ น้อยกวา่ 18.5 แสดงว่า ผอม

สตู รการคำนวณ ระหวา่ ง 18.50 – 22.99 แสดงวา่ ปกติ
น้ำหนกั ตัว (กโิ ลกรัม) ระหวา่ ง 23.00 – 24.99 แสดงวา่ นำ้ หนักเกิน
ระหวา่ ง 25.00 – 29.99 แสดงว่า อ้วน
BMI = ส่วนสงู 2 (เมตร) มากกวา่ 30 แสดงวา่ อว้ นมาก

ลำดบั ท่ี ข้อความ BMI ผลการเจรญิ เตบิ โต

1 เดก็ ชาย ก มสี ่วนสงู 145 เซนติเมตร น้ำหนกั 40 กิโลกรมั

2 เดก็ หญงิ ข มสี ่วนสงู 150 เซนตเิ มตร นำ้ หนกั 38 กโิ ลกรมั

3 เด็กหญงิ ค มีสว่ นสงู 147 เซนตเิ มตร น้ำหนกั 60 กิโลกรัม

4 เด็กชาย ง มีส่วนสูง 155 เซนตเิ มตร นำ้ หนกั 45 กโิ ลกรัม

5 เดก็ ชาย จ มีส่วนสงู 150 เซนตเิ มตร น้ำหนกั 70 กโิ ลกรัม

6 นาย ฉ มีสว่ นสูง 180 เซนติเมตร น้ำหนกั 75 กโิ ลกรมั

7 นางสาว ช มีส่วนสงู 165 เซนตเิ มตร นำ้ หนกั 45 กิโลกรมั

8 นางสาว ซ มีสว่ นสงู 160 เซนติเมตร น้ำหนกั 80 กโิ ลกรมั

9 นาย ฌ มีส่วนสูง 180 เชนตเิ มตร นำ้ หนัก 85 กิโลกรมั

10 นางสาว ญ มสี ่วนสูง 170 เซนติเมตร นำ้ หนกั 50 กโิ ลกรมั

สขุ ศกึ ษาชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1

41

ตอนท่ี 2 คำช้ีแจง : ให้นักเรียนบอกแนวทางการปฏิบัติตนเพ่ือให้มีการเจริญเติบโตที่สมวัย ตามประเด็นท่ี
กำหนดในแผนผงั ความคิด

การรบั ประทานอาหาร การดมื่ น้ำและนม

การเจริญเตบิ โตทส่ี มวยั

การนอนหลับและการผอ่ นคลาย การออกกำลังกาย

สุขศึกษาช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 42

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3

วัยรนุ่ และพัฒนาการทางเพศ

มาตรฐาน พ 2.1 เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนิน
ชวี ิต

ตวั ช้ีวัด 1.1 อธิบายวิธกี ารปรบั ตวั ตอ่ การเปล่ียนแปลงทางร่างกายจติ ใจ อารมณ์และพัฒนาการ
ทางเพศอยา่ งเหมาะสม

สาระสำคัญ

ในช่วงวัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปล่ียนแปลงท้ังทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม
สติปัญญาและพัฒนาการทางเพศอย่างรวดเรว็ ทำให้วัยรุน่ เกิดความสับสนต่อการปฏิบัติตัว และ
มักก่อให้เกิดปัญหาด้านพฤติกรรมการปรับตัวตามมา ดังน้ันวัยรุ่นจึงควรมีความรู้ ความเข้าใจ
เกยี่ วกับพฒั นาการทางเพศของตนเอง ซึ่งจะช่วยทำให้วัยรุ่นสามารถปฏบิ ัติตวั ได้อย่างถกู ตอ้ งและ
มพี ฤติกรรมทางเพศอยา่ งเหมาะสม

สาระการเรยี นรู้

1. การเปล่ียนแปลงทางดา้ นร่างกาย จติ ใจ และอารมณ์ของวัยรุน่
2. พัฒนาการทางเพศของวัยรุ่น
3. การยอมรบั การปรับตวั ต่อการเปลีย่ นแปลง
4. ความหลากหลายทางเพศ

สุขศกึ ษาชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 วยั รุน่ และพฒั นาการทางเพศ

43

วัยรุน่ หญิง

ในระหว่างชว่ งอายปุ ระมาณ 12 – 15 ปี ร่างกายของเด็กหญิงจะเจริญเติบโตข้ึนอย่างรวดเร็วกวา่ วัย
แรกรนุ่ หรือวัยก่อนวยั รนุ่ โดยส่วนสูงจะเพม่ิ ขึน้ อย่างรวดเร็ว เต้านมขยายใหญ่ข้ึน สะโพกเริ่มมีไขมันมากขึ้นทำ
ให้สะโพกผาย เอวคอด เร่ิมแสดงลกั ษณะความเป็นหญงิ สาว มขี น
ท่ีรักแร้และหัวหน่าว หลังจากอายุ 15 ปี แล้วเด็กหญิงจะมีอัตรา
การเจริญเติบโตลดน้อยลง โดยทั่วไปการเจริญเติบโตในเด็กหญิง
จะเร่ิมขึ้นเร็วและสิ้นสุดลงก่อนเด็กชายประมาณ 1 – 2 ปี ทั้งๆ
ทเี่ ด็กหญิงเคยตัวเล็กกว่าเด็กชายมาก่อนเมื่อตอนอยใู่ นวัยแรกรุ่น
หรอื วยั ก่อนวยั รุ่น

วัยร่นุ ชาย

เด็กชายจะเริ่มโตเร่ิมเม่ืออายุประมาณ 14 ปี ไขมันท่ีมีใน
ส่วนต่างๆ ของร่างกายจะน้อยลง ขณะเดียวกันกล้ามเนื้อจะใหญ่
ข้ึน ทำให้มีลักษณะคล้ายผู้ใหญ่ ขนตามแขนขามีมากข้ึน เสียงห้าว
บางคนเริ่มมีหนวดเครา ในระยะน้ีเด็กชายจะมีส่วนสูงทันเด็กหญิง
และเริ่มรุดหนา้ เดก็ หญิงทั้งน้ำหนกั และส่วนสูงเรือ่ ยไปจนกว่าจะโต
เด็มที่

เด็กวัยรุ่นทั้งหญิงและชายจะมีความสนใจในเรื่องการเจริญเติบโตของตนเองมาก เด็กหญิงจะไม่
ตอ้ งการให้ตัวเองอ้วน เพราะเกรงว่าจะมีรูปรา่ งไม่สวยงาม ส่วนเด็กชายกังวลเกี่ยวกับน้ำหนักและส่วนสูงอีก
ด้วย บางคนเกรงว่าจะสูงหรือเตี้ยเกินไป จนอาจกลายเป็นปมด้อย ดังน้ันวิธีควบคุมน้ำหนักจึงควรท่ีจะชั่ง
น้ำหนักเป็นประจำ เช่น สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ถ้าน้ำหนักน้อยเกินไปควรเพิ่มการรับประทานอาหารให้มากขึ้น
แตถ่ ้านำ้ หนักเพ่ิมมากข้นึ กค็ วรลดปริมาณอาหารลงและออกกำลังกายใหม้ ากข้นึ

สขุ ศึกษาชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 วัยรุ่นและพัฒนาการทางเพศ

44

การเปล่ยี นแปลงทางด้านร่างกาย

น้ำหนักและส่วนสูง จะมีอัตราเพ่ิมสูงสุด (growth spurt) เด็กหญิงจะมีน้ำหนักเพิ่มถึงปีละ 4-5
กิโลกรัม เด็กชายเพิ่มปีละ 5-7 กิโลกรัม ความสูงมีอัตราเพ่ิมสูงสุดเช่นกัน โดยเด็กหญิงจะสูงปีละ 6-7
เซนตเิ มตร เดก็ ชายสูงปลี ะ 7-9 เซนติเมตร

การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ กล้ามเน้ือและกระดูกแขนขา มีอัตราเพ่ิม
สูงสดุ เช่นกัน มีการเพิม่ ประมาณของโปแตสเซียมในร่างกาย ปริมาณนำ้ ในเซลล์ ขนาดของปอด หวั ใจ ปรมิ าณ
ของเม็ดเลอื ด และฮโี มโกลบนิ

การเปลยี่ นแปลงทางรา่ งกายทั้งเพศชายและเพศหญิงมรี ายละเอียดตา่ งๆ ดังนี้

วัยรุ่นชาย วยั รนุ่ หญงิ

1. มีขนข้ึนบริเวณหัวหน่าว มีขนรักแร้ และมีหนวด 1. มีขนข้ึนบริเวณหัวหน่าว อวัยวะเพศ มีขนรักแร้

เครา บางคนอาจมีขนข้ึนบริเวณแผงอก ขนบริเวณ แต่ไมม่ ากเท่าเพศชาย

หนา้ แข้งยาวขน้ึ 2. เรม่ิ มีหนา้ อก เตา้ นมใหญข่ น้ึ

2. ลกู อัณฑะและองคชาตมขี นาดใหญข่ ้นึ ผิวหนังทหี่ ุ้ม 3. มีประจำเดือน (Menstruation) ซ่ึงวัยรุ่นหญิงจะมี

อณั ฑะมีรอยยน่ หนา และมสี ีคล้ำ ประจำเดือนโดยเฉล่ยี เม่ืออายปุ ระมาณ 13 ปี

3. กล่องสียงขยายใหญ่ข้ึน และมองเห็นได้ชัดเรียกว่า 4. สะโพกขยายออก ทำใหม้ ีทรวดทรงสว่ นโค้งเวา้

“ลูกกระเดือก” ทำใหเ้ สียงแตก คือมีเสียงหา้ วขน้ึ 5. ผวิ พรรณนุ่มนวลข้ึน

4. นมแตกพาน คือ เต้านมขยายใหญข่ ึน้ 6. มสี ิวขึน้ บนใบหน้า

5. มีกล้ามเนอื้ เปน็ มดั แขง็ แรง

สุขศกึ ษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วยั รุ่นและพัฒนาการทางเพศ

45

การเปลี่ยนแปลงทางดา้ นจติ ใจและอารมณ์

การเปล่ียนแปลงทางด้านจิตใจและอารมณ์ของวัยรุ่นจะเกิดควบคู่กันไปกับการเปลี่ยนแปลงทาง
ร่างกาย วยั รนุ่ จะเริม่ สนใจตนเองมากข้นึ และตอ้ งการความสนใจจากเพศตรงขา้ ม มักจะแสดงภาวะอารมณท์ ั้ง
ทางบวกและทางลบตามสถานการณืและสภาพแวดล้มท่ีเป็นอยู่ อารมณ์ทางบวกเป็นอารมณ์ท่ีแสดงถงึ ความ
ม่ันคงทางจิตใจ ได้แก่ การรู้จักควบคุมตนเองในอิริยาบถต่างๆ เช่นการพูดจาอย่างชัดถ้อยชัดคำ สุภาพอ่อน
นอ้ ม ถูกกาลเทศะ รู้จักเอือ้ อาทร มจี ิตใจที่พร้อมที่จะเสียสละให้ผูอ้ ื่นมากขน้ึ ชอบความเปน็ อิสระ และมีความ
ภาคภูมิใจพอใจในความเป็นชายและหญิงมากขึ้น บางครั้งการปรับตัวด้านจิตใจและอารมณ์ของวัยรุ่นอาจมี
อปุ สรรคทำให้เกิดอารมณท์ างลบ วัยร่นุ จึงมีอารมณร์ นุ แรง แปรปรวน หงดุ หงิดง่าย โกรธง่าย ฉุนฉยี ว หรืออาจ
มีอารมณืซึมเศร้าอย่างไม่มีสาเหตุ อารมณืไม่ม่ันคงเนื่องจากขาดประสบการณ์ ทำให้แสดงพฤติกรรมออกไป
โดยไม่ยั้งคิด ดังนั้นถ้าหากว่าวัยรุ่นรู้จกั ควบคมุ อารมณ์และมีจติ ใจที่ดี ไม่ตกเป็นทาสของอารมณ์ ก็จะสามารถ
ควบคุมตนเองไม่ใหแ้ สดงพฤติกรรมท่ไี ม่พึงประสงคไ์ ด้ไมย่ าก และตอ้ งทำความเข้าใจฝึกฝนตนเองให้เปน้ ผู้คดิ ดี
ทำดีและพดู ดีอย่เู สมอ

สุขศึกษาชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 วัยรุน่ และพัฒนาการทางเพศ

46

พัฒนาการทางเพศเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านเพศของวัยรุ่น โดยมีความสำคัญท่ีวัยรุ่นน้ันจะต้อง
เรียนรู้ เพื่อให้เข้าใจถึงภาวการณ์เปล่ียนแปลงทางเพศท่ีเกิดขึ้นกับตนเองและผู้อ่ืน เพื่อให้เกิดพัฒนาการทาง
เพศทีด่ ี อันจะชว่ ยสง่ เสริมพฤติกรรมสขุ ภาพท่ถี ูกตอ้ ง

อวัยวะสบื พันธข์ุ องเพศชาย

ตอ่ มสรา้ งน้ำเลยี้ งอสุจิ ท่อนำตวั อสุจิ
ต่อมลกู หมาก หลอดเกบ็ ตวั อสุจิ
อัณฑะ
ถงุ ห้มุ อณั ฑะ

อณั ฑะ ทำหนา้ ท่ผี ลิตตวั อสุจิ มี 2 ขา้ ง ภายในประกอบดว้ ยหลอดสร้างตัวอสจุ ิ ทำหน้าที่สร้างตวั อสุจิ

ถงุ หุม้ อณั ฑะ ทำหน้าที่ปรับอุณหภูมิภายในถงุ ใหต้ ่ำกว่าอณุ หภมู ขิ องร่างกายประมาณ 3 – 4 องศา
เซลเซียส ใหม้ ีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของตัวอสุจิ
หลอดเกบ็ ตัวอสุจิ ทำหน้าทเี่ ปน็ ท่พี ักของตวั อสุจทิ ีส่ ร้างจากหลอดสรา้ งตวั อสจุ ใิ นอัณฑะ

ทอ่ นำตัวอสจุ ิ ทำหน้าทล่ี ำเลยี งตวั อสุจไิ ปเก็บไวท้ ่ีต่อมสรา้ งนำ้ เลยี้ งอสุจิ

ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ ทำหน้าท่ีสร้างสารอาหารสำหรับเลี้ยงตัวอสุจิ ได้แก่ น้ำตาลฟรักโทส วิตามินซี
โปรตีน และสรา้ งของเหลวเพือ่ ให้เกดิ สภาพทเี่ หมาะสมกบั ตัวออ่ นของตวั อสจุ ิ
ต่อมลูกหมาก ทำหน้าที่สร้างสารท่ีเป็นเบสอ่อนๆ เข้าไปในท่อปัสสาวะปนกับน้ำเลี้ยงตัวอสุจิเพื่อลด
ความเป็นกรดทำให้เกิดสภาพทเี่ หมาะสมกับตวั อสุจิ


Click to View FlipBook Version