The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะโรงเรียนบ้าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by งานวิชาการ, 2022-06-09 06:03:24

ร่างหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะโรงเรียนบ้าน

หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะโรงเรียนบ้าน

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสุไหงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 ก

ประกาศโรงเรยี นบ้านสไุ หงโก-ลก
เร่อื ง ใหใ้ ช้หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสุไหงโก-ลก พทุ ธศกั ราช 2565

ตามร่างกรอบหลักสตู รการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2565
...................................................................

ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสุไหงโก-ลก พทุ ธศักราช 2565 ฉบับนี้ ได้ดำเนินการ
ตามร่างกรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2565 กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นของพื้นท่ี
นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดนราธิวาส School Concept ของสถานศึกษา มุ่งพัฒนาพฤติกรรมของผู้เรียน
โดยตรง ยึดความสามารถที่ผู้เรียนพึงปฏิบัติได้เป็นหลัก เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้เรียนจะมีทักษะและ
ความสามารถอย่างเหมาะสม เม่ือผา่ นการเรียนรู้ท่ีเช่ือมโยงสัมพันธ์กับส่ิงท่เี รียนรู้ในโรงเรียนกับชีวิตจริง เกิด
สมรรถนะหลักท่ีจำเป็นสำหรับการทำงาน การแก้ปัญหาและการดำรงชวี ติ ที่สำคัญที่สดุ คอื ผู้เรียนมีสมรรถนะ
บรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายการจัดการศึกษาในรูปของผลลัพธ์พึงประสงค์ Desired Outcome of
Education : DOE ตามมาตรฐานการศกึ ษาชาติ พ.ศ.2561

อาศยั อำนาจตามมาตรา 25 ของพระราชบัญญัติพ้ืนทน่ี วัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 คณะกรรมการ
สถานศึกษาขน้ั พน้ื ฐานโรงเรียนบา้ นสุไหงโก-ลก จึงมมี ติเห็นชอบใหย้ กเลกิ การใช้หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียน
บ้านสุไหงโก-ลก ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช
2560) และให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 ตามร่างกรอบหลักสูตร
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2565 โดยเริ่มใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ในปีการศึกษา 2565
และใหผ้ ู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก ดำเนินการให้เปน็ ไปตามประกาศนี้

ทั้งนี้ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 เล่มน้ี ได้รับความเห็นชอบ
จากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2565 จึงประกาศให้ใช้หลักสูตร
สถานศึกษาฐานสมรรถนะโรงเรียนบ้านสไุ หงโก-ลก ตง้ั แตบ่ ัดน้เี ปน็ ต้นไป

ประกาศ ณ วันท่ี 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

(นางยพุ า อสิเศวตกลุ ) (นายสวา่ ง ชินพงษ์)
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 ข

คำนำ

โรงเรียนบา้ นสไุ หงโก-ลก เปน็ โรงเรยี นนำรอ่ งพนื้ ทน่ี วัตกรรมการศึกษาจังหวัดนราธิวาส รุ่นที่ 1 ตาม
พระราชบัญญัติพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2562 ว่าด้วยพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งมีโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายทั่ว
ประเทศทงั้ สิ้นจำนวน 265 โรงเรียน ใน 8 จังหวดั นำร่อง มาตรา 25 ได้กลา่ วถึงหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐานที่ ่ได้รับการปรับเพื่อนำไปใช้ตามมาตรา 20 (4) ต้องครอบคลุมสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตาม
กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติโดยต้องจัดสาระการเรียนรู้รายวิชาให้หลากห ลายและสอดคล้องกับ
ความสามารถ ความถนัดหรอื ความสนใจของผ้เู รยี น และสภาพภูมสิ งั คม

ในการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษาฐานสมรรถนะโรงเรียนบา้ นสุไหงโก-ลก พทุ ธศักราช 2565 ฉบับนี้
ไดด้ ำเนนิ การตามร่างกรอบหลกั สตู รการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2565 กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นของ
พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดนราธิวาส School Concept ของสถานศึกษา มุ่งพัฒนาพฤติกรรมของ
ผู้เรียนโดยตรง ยึดความสามารถที่ผู้เรียนพึงปฏิบัติได้เป็นหลัก เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้เรียนจะมีทักษะและ
ความสามารถอย่างเหมาะสม เมอื่ ผ่านการเรียนรู้ทีเ่ ช่ือมโยงสัมพันธ์กบั สิ่งท่ีเรยี นร้ใู นโรงเรียนกับชีวิตจริง เกิด
สมรรถนะหลักที่จำเป็นสำหรับการทำงาน การแก้ปัญหา และการดำรงชีวิต ที่สำคัญที่สุดคือผู้เรียนมี
สมรรถนะบรรลคุ วามสำเร็จตามเป้าหมายการจัดการศกึ ษาในรปู ของผลลัพธ์พึงประสงค์ Desired Outcome
of Education : DOE ตามมาตรฐานการศึกษาชาติ พ.ศ.2561

โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก ขอขอบคุณคณะที่ปรึกษา คณะครูและผู้ปกครอง ผู้มีส่วนร่วมใน
กระบวนการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 ฉบับนี้ให้เสร็จ
สมบูรณ์ เพื่อให้ผู้เกี่ยวขอ้ งกับการจัดการศึกษา ใช้เป็นเครื่องมือและทศิ ทางในการพัฒนาผู้เรยี นใหส้ อดคล้อง
กับทิศทางการศึกษาของประเทศในปจั จบุ นั

โรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก
12 พฤษภาคม 2565

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 ค

สารบัญ หน้า

ประกาศโรงเรียนบา้ นสไุ หงโก-ลก ค
คำนำ ง
สารบัญ 1
ส่วนท่ี 1 ส่วนนำ…………………………………………………………………………….…………………. 1
2
ความนำ…………………………………………………………………………………………….... 2
หลักการของหลักสูตร………………………………………………………………………….... 3
จดุ หมาย…………………………………………………………………………………………….... 3
วิสยั ทศั น์……………………………………………………………………………………………... 3
พนั ธกิจ............................................................................................................. 5
สมรรถนะหลกั …………………………………………………………………………………..…. 6
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์……………………………………………………………………… 8
สาระการเรียนรู้…………………………………………………………………………………..… 8
สว่ นที่ 2 โครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษา...................................................................... 11
แนวคิดการจดั การศึกษาของโรงเรียนบา้ นสุไหงโก-ลก School Concept….. 13
โครงสรา้ งเวลาเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ...................…………………………….…. 15
โครงสรา้ งหลกั สูตรชั้นปี……………………………………………………………………..….. 18
ขอบข่ายรายวิชา (Learning Area)……………………………………………………….... 18
ส่วนที่ 3 คำอธบิ ายรายวชิ า/กจิ กรรม……………………………………………………………..…… 23
คำอธบิ ายรายวชิ าภาษาไทย………………………………………………………………..…. 28
คำอธบิ ายรายวิชาคณิตศาสตร์……………………………………………………………..… 33
คำอธบิ ายรายวชิ าภาษาองั กฤษ…………………………………………………………..….. 39
คำอธิบายรายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละระบบธรรมชาติ…………………………………… 42
คำอธบิ ายรายวชิ าเทคโนโลยีดิจิทลั ………………………………………………………….. 47
คำอธิบายรายวิชาสังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ หนา้ ท่พี ลเมือง และศลี ธรรม….. 51
คำอธบิ ายรายวชิ าสุขศึกษาและพลศึกษา……………………………………………….... 56
คำอธิบายรายวชิ าศลิ ปะ……………………………………………………………………..….
คำอธิบาการจัดการในครัวเรอื นและการประกอบการ………………………………..

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 ง

สารบัญ หน้า
58
สว่ นท่ี 4 การวดั และประเมนิ ผลและเกณฑก์ ารจบการศึกษา……………………………..….. 58
การประเมนิ การเรียนรู้………………………………………………………………….……….. 60
การตดั สินผลการเรยี น.....………………………………………………………………..…….. 61
การเลื่อนชน้ั ……………………………………………………………………………………..….. 61
เกณฑ์การจบการศกึ ษา………………………………………………………………………..... 62
63
ภาคผนวก………………………………………………………………………........................................... 95
ข้อมลู ท่วั ไป………………………………………………………………………....................... 98
คำส่งั โรงเรยี นบ้านสุไหงโก-ลก………………………………………………………………... 100
คณะท่ีปรกึ ษา………………………………………………………………………...................
คณะผ้จู ดั ทำ...………………………………………………………………………...................

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 1

สว่ นท่ี 1
สว่ นนำ

ความนำ
โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก เป็นโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดนราธิวาส รุ่นที่ 1 ซึ่งมี

โรงเรียนกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศทั้งสิ้นจำนวน 265 โรงเรียน ใน 8 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ระยอง ศรีสะเกษ
สตูล เชียงใหม่ กาญจนบุรี ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ตามพระราชบัญญัติพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2562 ว่า
ด้วยพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งให้ไว้ ณ วันที่ 26 เมษายน 2563 มาตรา 5 มาตรา 20 มาตรา 25 และ
มาตรา 35 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรสถานศึกษา ระบุไว้ในมาตรา 25 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พ้ืนฐานท่ี ่ ได้รับการปรับเพื่อนำไปใชต้ ามมาตรา 20(4) ตอ้ งครอบคลมุ สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์ และมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วย
การศึกษาแห่งชาติโดยต้องจัดสาระการเรียนรู้รายวิชาให้หลากหลายและสอดคล้องกับความสามารถ ความ
ถนดั หรือความสนใจของผเู้ รียน และสภาพภูมสิ งั คม

ในกรณีที่สถานศึกษานำร่องต้องการปรับหลักสูตร เพิ่มเติมจากหลักสูตรตามมาตรา 20(4) ต้องขอ
ความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการขับเคลื่อน ให้ถือว่าการจัดการ
เรียนการสอนในหลักสูตรตามวรรคหนึ่งและวรรคสองเป็นการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ พระราชบัญญัติดังกล่าวมีเจตนาต้องพัฒนาการ
จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคนไทย ให้มีคุณภาพ มีความใฝ่รู้ มีความคิด
สร้างสรรค์ มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถอยู่และทำงานร่วมกับผูอ้ ื่นซึ่งมคี วามแตกต่างหลากหลายได้
มีความรู้เท่าทันโลก และมีทักษะในการประกอบอาชีพตามความถนัดของผู้เรียนแต่ละคนและให้รัฐ องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกันพัฒนาคุณภาพและประสิทธภิ าพและลดความ
เหลื่อมล้ำ มีการขยายผลนวัตกรรม การจัดการเรียนการสอนและวิธีปฏิบัติที่ดีไปใช้ในสถานศึกษาอื่น พื้นที่
นวัตกรรมทางการศึกษา เป็นการนำร่องในการกระจายอำนาจและให้อิสระแก่หน่วยงานทางการศึกษาและ
สถานศึกษาขัน้ พื้นฐาน สอดคลอ้ งกบั ทิศทางการศกึ ษาของประเทศในปัจจบุ ัน

ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ การออกแบบการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ และ
การวัดและประเมินผลฐานสมรรถนะ โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลกได้ดำเนินการตาม (ร่าง) กรอบหลักสูตร
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2565 โดยให้ความสำคัญกับ “ครูผู้สอน” ช่วยให้ผู้สอนปรับแนวคิด และ
มุมมองในการออกแบบและจัดการเรียนรู้จากการเน้นที่เนื้อหาสาระมาเน้นสมรรถนะ ซึ่งจะช่วยให้ มองเห็น
การพฒั นาศักยภาพผู้เรียนเป็นรายบุคคล อย่างเป็นองค์รวม ลดทจ่ี ะมงุ่ การสอนเนื้อหาความรู้ จำนวนมาก ลด
ภาระและเวลา ในการสอบตามตวั ช้ีวัดจำนวนมาก ทำใหส้ ถานศึกษามพี น้ื ทใี่ นการจดั การเรียนรทู้ สี่ ำคัญจำเป็น
ของบริบทไดม้ ากข้นึ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นสุไหงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 2

ในการออกแบบหลักสูตรฐานสมรรถนะได้ยึดหลักความเป็นเอกภาพของชาติในประชาคมโลก บน
ความแตกตา่ งบรบิ ทเชงิ พื้นท่ี เนน้ การพฒั นาผ้เู รยี นเฉพาะบุคคล อย่างเป็นองค์รวมท่ีพร้อมรับการเปลีย่ นแปลง
และสามารถฟน้ื คืน สภาวะสมดลุ ได้ หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 โรงเรียน
นำรอ่ งการดำเนนิ งานพนื้ ทีน่ วตั กรรมการศกึ ษาจงั หวดั นราธวิ าสตามหลกั สูตรการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน

หลกั การของหลกั สูตร
1. เปน็ หลักสตู รทม่ี เี ปา้ หมายในการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนทเ่ี หมาะสมตามชว่ งวัย เน้นการพัฒนา

ผู้เรียนรายบุคคล (Personalization) อย่างเป็นองค์รวม (Holistic Development) เพื่อการเป็นเจ้าของการ
เรยี นรแู้ ละพฒั นาตนเองอยา่ งต่อเนอ่ื ง (Life-Long Learning)

2. เป็นหลักสูตรที่เชื่อมโยงระหว่างสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะในการกำหนดผลลัพธ์การ
เรียนรู้ (Learning Outcome) เพ่ือการพฒั นาผู้เรียนให้สามารถนำไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตและการทำงาน

3. เปน็ หลักสตู รที่จัดสภาพแวดล้อมและเส้นทางการเรียนรู้ (Learning Pathway) ทีห่ ลากหลาย และ
ระบบสนบั สนุนการเรยี นร้ทู ี่สอดคลอ้ งกับพหปุ ญั ญาและธรรมชาตขิ องผเู้ รียน

4. เป็นหลักสูตรที่มีกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การใช้สื่อและ สถานการณ์
การเรียนรู้ร่วมสมัย มีความหลากหลาย และยืดหยุ่น ตามความสนใจ ความถนัดของผู้เรียน (Differentiated
Instruction) บริบท จดุ เนน้ ของสถานศึกษา และชมุ ชนแวดลอ้ ม

5. เป็นหลักสูตรที่มุ่งใช้การประเมินเพื่อการพัฒนาและสะท้อนสมรรถนะของผู้เรียนตามเกณฑ์การ
ปฏิบัติ (Performance) ที่เป็นธรรม เชื่อถือได้เอื้อต่อการถ่ายโยงการเรียนรู้และพัฒนาในระดับที่สูงขึ้นตาม
ระดบั ความสามารถ

จดุ หมาย
1. รู้จัก รัก เห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น จัดการอารมณ์และความเครียด ปัญหาและภาวะวิกฤต

สามารถฟ้นื คนื สู่สภาวะสมดลุ (Resilience) และมีสุขภาวะและมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อน่ื
2. มีทักษะการคิดขั้นสูงอย่างมีคุณธรรม มีความสามารถในการนำและกำกับการเรียนรู้ของตนเอง

อย่างมีเป้าหมาย
3. ส่อื สารอยา่ งฉลาดร้สู ร้างสรรค์มพี ลงั ดว้ ยความรบั ผิดชอบตอ่ ตนเองและสังคม
4. จดั ระบบและกระบวนการทำงานให้บรรลผุ ลสำเร็จตามเป้าหมาย มีความเป็นผปู้ ระกอบการ ภาวะ

ผ้นู ำ และจดั การความขัดแย้งภายใตส้ ถานการณ์ทมี่ ีความซบั ซอ้ น
5. ปฏิบตั ิตนอย่างรบั ผิดชอบ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก
6. เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ของโลกและจักรวาล เข้าถึงและรู้เท่าทันวิทยาการ เทคโนโลยี

เพอื่ การดำรงชวี ิตและอยรู่ ว่ มกับธรรมชาตอิ ยา่ งย่งั ยนื

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสุไหงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 3

วสิ ัยทศั นข์ องโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก
เปน็ องค์กรทม่ี ีคณุ ภาพ พัฒนาผเู้ รียนใหม้ ีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

พันธกจิ

1. จัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนเพื่อเพิ่มขีด
ความสามารถในการแข่งขันโดยพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต
ทักษะวิชาชีพ คณุ ลักษณะในศตวรรษที่ 21

2. สง่ เสริมผู้เรยี นใหม้ คี ณุ ธรรม จริยธรรม และทักษะชีวติ ในสังคมพหุวฒั นธรรม
3. พัฒนาครแู ละบคุ ลากรใหม้ คี วามเชยี่ วชาญทางวชิ าชพี
4. สนบั สนนุ ผเู้ รยี นใหม้ โี อกาสทางการศึกษาได้รบั สทิ ธิเท่าเทียมกนั
5. พฒั นาระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการ และส่งเสรมิ ให้ทุกภาคสว่ นมีส่วนรว่ มในการจัดการศึกษา
6. จดั ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือสนับสนุนการบรหิ ารจดั การและการจัดการเรียนรู้
7. สง่ เสรมิ การจัดการศกึ ษาเพื่อพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ทเี่ ป็นมติ รกบั สิ่งแวดล้อมยึดหลักปรชั ญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง
8. จัดการศกึ ษาใหส้ อดคล้องกบั อตั ลกั ษณ์ของสถานศึกษาและรองรับการพฒั นาเขตพัฒนาเศรษฐกิจ

พเิ ศษและเมืองต้นแบบ “สามเหล่ียม มน่ั คง มั่งค่ัง ยงั่ ยืน”

สมรรถนะหลกั
สมรรถนะหลัก 6 ด้าน เป็นเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตาม (ร่าง) กรอบ

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2565 ซึ่งกำหนดให้เป็นพื้นฐานที่นักเรียนทุกคนต้อง ได้รับการ
พฒั นาให้เปน็ ความสามารถติดตวั เม่อื จบการศกึ ษามลี ักษณะเป็นสมรรถนะขา้ มสาระการเรยี นรู้ หรือคร่อมวิชา
สามารถพัฒนาให้เกิดขึน้ แกผ่ ู้เรียนไดใ้ นสาระการเรียนรู้ตา่ ง ๆ ที่หลากหลาย หรือสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้ใน
การพัฒนาผู้เรียนให้เรียนรู้สาระต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เป็นสมรรถนะที่มีลักษณะ “content – free” คือ ไม่ขึ้นกับ
เนื้อหาสาระของศาสตร์ใด ๆ อย่างไรก็ตามสมรรถนะหลักโดยตัวมันเองไม่ได้ปราศจากความรูแ้ ต่ความรู้ที่เปน็
องคป์ ระกอบของสมรรถนะหลักจะเป็นองค์ความร้เู ชิงกระบวนการ (Procedural Knowledge) ซงึ่ เป็นชดุ ของ
ขน้ั ตอนหรอื การปฏบิ ัตเิ พื่อดำเนินการ ใหบ้ รรลุเปา้ หมายของสมรรถนะนัน้ ๆ เป็นไดท้ ัง้ กระบวนการที่ใช้เฉพาะ
ศาสตร์หรอื บรู ณาการข้ามศาสตร์ เชน่ ความรทู้ ่ีเปน็ องคป์ ระกอบของสมรรถนะการคิดขั้นสูงเป็นเป็นชุดความรู้
ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคิดประเภทต่าง ๆ เช่น การคิดวิเคราะห์ การคิดเชิงวิพากษ์และการคิดสร้างสรรค์
สมรรถนะหลกั ทจ่ี ำเปน็ ตอ้ งพัฒนาให้กับนกั เรียนมี 6 ดา้ น ดังน้ี

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 4

สมรรถนะ
หลัก 6 ด้าน

สมรรถนะหลกั นยิ ามสมรรถนะ
1. การจัดการตนเอง การรู้จัก รัก เห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น การพัฒนาปัญญาภายใน
ตั้งเป้าหมาย ในชีวิตและกำกับตนเองในการเรยี นรู้และใช้ชีวิต การจัดการ
2. การคดิ ขน้ั สูง อารมณ์และความเครียด รวมถึงการจัดการปัญหาและภาวะวิกฤต
สามารถฟื้นคืนสู่สภาวะสมดุล (Resilience) เพื่อไปสู่ความสำเร็จของ
3. การสื่อสาร เป้าหมายในชวี ติ มีสขุ ภาวะทดี่ ีและมสี มั พนั ธภาพกับผู้อน่ื ไดด้ ี
สามารถคิดวิเคราะห์สังเคราะห์และตัดสินใจอย่างมีวิจารญาณบนหลัก
4. การรวมพลังทำงาน เหตุผลอย่างรอบด้าน โดยใช้คุณธรรมกำกับการตัดสินใจได้อย่างมี
เปน็ ทีม วิจารณญาณ มีความสามารถคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลด้วยความเข้าใจถึง
ความเช่อื มโยงของสรรพส่งิ ที่อยู่ร่วมกนั อยา่ งเปน็ ระบบ ใช้จินตนาการและ
ความรู้สร้างทางเลือกใหม่ เพือ่ แกป้ ัญหาท่ซี ับซอ้ นได้อย่างมเี ป้าหมาย
มีความสามารถรับรู้รบั ฟัง ตคี วาม และส่งสารด้วยภาษาต่าง ๆ ท้งั
วัจนภาษาและอวัจนภาษา โดยใช้กระบวนการคิด ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้
ความเข้าใจในระบบคุณค่า การแก้ปัญหาร่วมกันผ่านกลวิธีการสื่อสาร
อยา่ งฉลาดรสู้ รา้ งสรรค์ มีพลงั โดยคำนงึ ถงึ ความรับผดิ ชอบต่อสังคม
สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงาน กิจการ และการประกอบการ
ใด ๆ ทั้ง ของตนเอง และร่วมกับผู้อื่น โดยใช้การรวมพลังทำงานเป็นทีม
มีแผน ขั้นตอน ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย มีภาวะผู้นำ มีความ
โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ มีการ ประสานความคดิ เห็นท่แี ตกตา่ งสู่การตัดสินใจ
และแก้ปัญหาเป็นทีมอย่าง รับผิดชอบร่วมกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและ
จดั การความขัดแย้งภายใต้ สถานการณท์ ่ีย่งุ ยาก

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 5

สมรรถนะหลกั นิยามสมรรถนะ
5. การเปน็ พลเมืองท่ี การปฏิบัติตนอยา่ งรบั ผดิ ชอบ มีคุณธรรม จริยธรรม ในฐานะพลเมืองไทย
เขม้ แข็ง และพลโลก รู้เคารพสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น เคารพในกฎกติกา
และกฎหมาย มีส่วนร่วมทางสังคมอย่างมีวิจารณญาณ อยู่ร่วมกับผู้อื่น
6. การอย่รู ่วมกับ ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย เห็นคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็น
ธรรมชาติและวทิ ยาการ มนษุ ย์รคู้ ุณค่าของประวตั ิศาสตร์รเู้ ทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงของสถานการณ์
อยา่ งยั่งยนื ในประเทศและโลก มีบทบาทในการตัดสินใจและสรา้ งการเปลีย่ นแปลงใน
ชุมชน สังคม และประชาคมโลก โดยยึดมั่นความเป็นไทย ความเท่าเทียม
และเปน็ ธรรม ค่านิยม ประชาธปิ ไตย และสันติวิธี
มีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ของโลกและเอกภพ และ
ความสัมพันธข์ องคณติ ศาสตร์วิ ทยาศาสตร์และธรรมชาติในชวี ติ ประจำวัน
ใช้และรู้เท่าทันวิทยาการเทคโนโลยีมีความอยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกต
เห็นคุณค่า สามารถแก้ปัญหา หรือสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เพื่อการ
ดำรงชีวติ และอยรู่ ว่ มกบั ธรรมชาตอิ ย่างย่งั ยืน

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เป็นค่านยิ มร่วมที่ต้องการให้เกิดขึ้นกบั ผเู้ รยี น อนั เปน็ คุณลักษณะท่ีสังคม

ต้องการในด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและจิตสำนึกเพื่อให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งใน
ฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก ประกอบดว้ ย

1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติมีทัศนคติที่
ถูกต้องต่อบ้านเมือง ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ เคารพ
สถาบัน พระมหากษัตริย์และยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข

2. ซื่อสัตย์สุจริต เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยดึ มัน่ ในความถูกต้อง ประพฤติตรง ตามความ
เป็นจริงต่อตนเองและผู้อื่นทั้งทางกาย วาจาและใจ ยึดหลักความจริงและความถูกต้องในการ
ดำเนนิ ชวี ิต มคี วามละอายและเกรงกลวั ตอ่ การกระทำผิด

3. มีวนิ ัย หมายถงึ คุณลักษณะท่ีแสดงออกถึงการยึดมั่นในข้อตกลง กฎเกณฑแ์ ละระเบียบ ขอ้ บังคับ
ทัง้ ของตนเอง ครอบครวั โรงเรยี นและสงั คมเป็นปกติวสิ ยั และไม่ละเมิดสิทธขิ องผูอ้ ่ืน

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 6

4. อยู่อย่างพอเพียง เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล
รอบคอบ มีคุณธรรม อยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความรับผิดชอบไม่เบียดเบียนผู้อื่น เห็นคุณค่าของ
ทรัพยากรต่าง ๆ มีการวางแผนป้องกันความเสี่ยงและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มีภูมิคุ้มกันใน
บุคคลที่ดีและปรับตัว เพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ
โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 โรงเรียนนำร่องการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรม
การศึกษา จังหวดั นราธวิ าสตามหลักสตู รการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน

5. มีจิตสาธารณะ เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือสถานการณ์ท่ี
ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น ชุมชน และสังคม ด้วยความเต็มใจและกระตือรือร้นโดยไม่หวัง
ผลตอบแทน

สาระการเรียนรู้
กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2565 กำหนดสาระการเรียนรู้ที่สำคัญจำเป็น

สำหรบั นกั เรยี น 9 สาระการเรียนรดู้ งั น้ี
1. สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
2. สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
3. สาระการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ
4. สาระการเรียนรู้ศิลปะ
5. สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
6. สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ประวตั ิศาสตร์หนา้ ทพ่ี ลเมือง และศีลธรรม
7. สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ
8. เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั
9. การจดั การในครวั เรอื นและการประกอบการ

การจัดการเรียนรู้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมรรถนะหลักผ่านการพัฒนาสมรรถนะเฉพาะของ
สาระการเรียนรู้โดย

▪ การพัฒนาสมรรถนะหลักผ่านสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นักเรียนจะได้รับการพัฒนาและฝึกทักษะ
ด้านการฟัง ดู พูด อ่าน และเขียน และฝึกทักษะการใช้ภาษาไทยเพื่อการเรียนรู้และการทำงานอย่าง
เข้าใจธรรมชาติของภาษา สถานการณ์และกิจกรรมที่นำมาใช้พัฒนาความสามารถทางภาษาจะ
สง่ เสรมิ ให้นกั เรยี นเกดิ สมรรถนะหลกั ท้งั 6 ดา้ น

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 7

▪ การพัฒนาผ่านสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์นักเรียนจะไดร้ ับการพัฒนาความสามารถทางคณิตศาสตร์
ด้านการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร อย่างเป็นองค์รวมคู่กับการพัฒนาและส่งเสริมให้ผูเ้ รยี น
เกิดสมรรถนะหลกั ทงั้ 6 ดา้ น

▪ การพัฒนาสมรรถนะหลักผา่ นสาระการเรียนร้ภู าษาอังกฤษ นักเรียนจะได้รบั การพฒั นาและฝึกทักษะ
การฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้วยคำและประโยคง่าย ๆ สั้น ๆ เพื่อแสดง
ความคดิ เหน็ และสะทอ้ นความรสู้ กึ กับบุคคลท่ีอยใู่ กล้ตัว รวมถึงการใชภ้ าษาเพ่ือการเรียนรู้และทำงาน
รว่ มกบั ผูอ้ ่ืน กจิ กรรมการเรียนรู้สง่ เสรมิ ให้นักเรียนเกิดสมรรถนะหลักท้งั 6 ดา้ น

▪ การพัฒนาผ่านสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา นักเรียนต้องได้รับการส่งเสริมให้เจริญเติบโต
และมีพัฒนาการตามวัยผ่านการเล่นกิจกรรม กีฬาอย่างสนุกสนานและปลอดภัย รู้จักใช้ข้ อมูล
สารสนเทศเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น สามารถใช้ทักษะเพื่อการดำเนิน
ชีวิตอย่างมีความสุข กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดสมรรถนะด้านการจัดการตนเอง การ
คิดขั้นสูง การสื่อสารการรวมพลังทำงานเป็นทีม การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และการอยู่ร่วมกับ
ธรรมชาติและวิทยาการอยา่ งย่งั ยืน

▪ การพัฒนาผ่านสาระการเรียนรู้ศิลปะ นักเรียนจะได้รับการพัฒนาด้านจิตใจ อารมณ์และความรู้สึก
และส่งเสริมให้แสดงออกเพื่อสื่อสารสิ่งที่ได้รับรู้ด้วยผลงานทางศิลปะ การร้อง เล่น เต้น และ
เคลื่อนไหวตามเสียงดนตรีอย่างมีจินตนาการ แสดงออกถึงความซาบซึ้งด้วยการวิเคราะห์ วิพากษ์
และเชื่อมโยงผลงานศิลปะ (ทัศนศิลป์ดนตรีนาฏศิลป)์ กับวัฒนธรรม ในชีวิตประจำวันและในท้องถิน่
กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดสมรรถนะด้านการจัดการตนเอง การคิดขั้นสูง การสื่อสาร
การรวมพลังทำงานเป็นทีม การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการ
อยา่ งยัง่ ยืน

▪ การพัฒนาผ่านสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมือง และศีลธรรม นักเรียนจะ
ได้รับการพัฒนาให้เข้าใจในประวัติศาสตร์สังคม วัฒนธรรมของครอบครัว โรงเรียนและชุมชน รู้
เคารพสิทธิของผู้อื่นและรบั ผิดชอบตามบทบาทหนา้ ท่ีของตนเอง ใช้ชีวิตประจำวนั อย่างรับผิดชอบต่อ
สิ่งแวดล้อม กำกับตนเองในการใช้จ่ายของครอบครัว โรงเรียนและชุมชนและใฝ่ทำความดีและไม่
เบยี ดเบยี นผ้อู นื่ กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสรมิ ให้นักเรียนเกดิ สมรรถนะดา้ นการจัดการตนเอง การคิดข้ัน
สูง การสื่อสาร การรวมพลังทำงานเป็นทีม การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ
และวทิ ยาการอย่างยงั่ ยืน

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 8

▪ การพัฒนาผ่านสาระการเรียนรู้บูรณาการวิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาตินักเรียนจะได้รับ การ
พัฒนาให้เข้าใจระบบธรรมชาติด้วยการจัดประสบการณ์เรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสิ่งที่ใกล้ตัวที่
สนใจและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น เน้นให้ผู้เรียนสืบเสาะและแก้ปัญหา โดยใช้
ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน ใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงแหล่งข้อมูลอย่าง
ปลอดภัย สร้างเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปรับตัวและอยู่ร่วมกับธรรมชาติรักษา
สิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากร กิจกรรมการสืบเสาะและแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์จะ
ส่งเสริมใหน้ กั เรยี นเกิดสมรรถนะดา้ น การจัดการตนเอง การคิดขั้นสงู การสื่อสาร การรวมพลังทำงาน
เป็นทมี การเปน็ พลเมืองทเ่ี ข้มแข็ง และการอยูร่ ว่ มกับธรรมชาตแิ ละวิทยาการอยา่ งย่งั ยนื

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 8

สว่ นท่ี 2
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษา

โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก ยึดกรอบโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2565 จัดทำ
โครงสร้างเวลาเรียน ที่ตอบสนอง School Concept ของโรงเรียน โดยจัดแบ่งสาระการเรียนรู้/กิจกรรม เป็น
กลุ่มการเรียนรู้ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มพื้นฐานการเรียนรู้ กลุ่มบูรณาการ และกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ดังปรากฏในโครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษาของโรงเรียนบ้านสไุ หงโก-ลก ดงั น้ี

2.1 แนวคดิ การจดั การศกึ ษา โรงเรยี นบ้านสุไหงโก-ลก

ทนุ ชมุ ชน
พื้นที่ภมู ศิ าสตร์
1. โรงเรียนอยู่ในชมุ ชนเขตเศรษฐกจิ พิเศษ
2. โรงเรียนตง้ั อยใู่ นชมุ ชนเมือง ทำใหก้ ารเดนิ ทางสะดวก
3. โรงเรียนเป็นศูนย์กลางทางการศกึ ษาของชมุ ชน
ภมู ิปญั ญา
1. การทำผ้าปาเต๊ะ บาติก
2. การทำโรตีสำเรจ็ รูป
เครอื ขา่ ยภายนอก
1. โรงเรียนสุไหงโก-ลก
2. วิทยาลยั การอาชีพสไุ หงโก-ลก
3. สมาคมหอการค้านราธวิ าส
อาชีพ
1. คา้ ขายระหว่างประเทศและในประเทศ
2. รบั ราชการ
3. ทำสวนผลไม้
4. รับจา้ งทัว่ ไป
5. ธรุ กจิ การโรงแรม
วัฒนธรรมประเพณี
1. ทำบุญสารทเดือนสบิ
2. ประเพณสี งกรานต์
3. ประเพณีลอยกระทง

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 9

4. งานสมโภชน์เจ้าแม่โต๊ะโมะ๊
5. ถือศลี กนิ เจ
6. การเขา้ สนุ ตั
7. การกวนอาซูรอ
8. วนั ฮารรี ายอ
การมีสว่ นร่วมของชุมชน
1. การมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมวนั สำคัญทางศาสนา
2. การมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมตา่ ง ๆ เช่น กฬี าสี สมั พนั ธ์ชุมชน ฯลฯ

ทุนโรงเรยี น
ด้านทรพั ยากร
1. ได้รบั จดั สรรเงินงบประมาณเพียงพอในการปฏิบตั งิ าน
2. ไดร้ บั การสนบั สนุนทางดา้ นงบประมาณจากหน่วยงานตน้ สังกดั องคก์ รตา่ งๆ ท้ังภาครฐั และ
เอกชน รวมทั้งผู้นำท้องถ่นิ และผูป้ กครองนักเรยี น
ดา้ นสถานที่
1. อาคารสถานทเี่ พยี งพอ เหมาะสมกับจำนวนนักเรยี น
2. วสั ดุ อุปกรณ์ เพียงพอต่อการดำเนนิ งานและการจดั การเรยี นการสอน
3. อาคารสถานที่มีความพร้อมในการให้บรกิ าร
ดา้ นบคุ ลากร
1. บคุ ลากรของโรงเรยี นมจี ำนวนเพยี งพอต่อจำนวนนกั เรยี น
2. บคุ ลากรมีความมุ่งมนั่ การพฒั นาในด้านการจดั กระบวนการเรียนรู้
ด้านผปู้ กครอง
1. ผปู้ กครองมสี ่วนรว่ มในการจดั การศึกษาของโรงเรยี นให้ความรว่ มมอื อยา่ งเข้มแข็ง
2. ผูป้ กครองสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน

ทนุ นกั เรยี น
1. ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1-3 เนน้ การอา่ นออกเขียนได้และคดิ คำนวณ และกจิ กรรมเป็นฐาน
2. ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4-6 เน้นการเรียนรูแ้ บบ Active Learning โครงงานเปน็ ฐาน

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 10

2.2 School Concept โรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก

โรงเรยี นพหวุ ัฒนธรรม ศิลปกรรมสร้างสรรค์ สมรรถนะหลัก 6 ดา้ น
เลิศลำ้ เทคโนโลยี ส่ือสารตามวิถชี ายแดน ในกรอบหลกั สตู รฐานสมรรถนะของกระทรวงศึกษาธกิ าร

สมรรถนะหลกั ของโรงเรยี น การจดั การ การคิด การ การรวม การเปน็ การอยู่รว่ มกับ
ตนเอง ขนั้ สงู ส่อื สาร พลงั ทำงาน พลเมืองท่ี ธรรมชาติและ
1. อ่านออก เขยี นได้ และสื่อสารได้ เขม้ แข็ง วิทยาการอยา่ งยงั่ ยนื
2. การคดิ คำนวณมเี หตผุ ล เปน็ ทมี
3. มีทกั ษะชวี ิตบนพื้นฐานหลักศาสนา / /
4. สำนึกรกั ท้องถนิ่ บา้ นเกดิ / // /
5. มคี วามสามารถใช้เทคโนโลยี
/ // / / /

/ // / / /

/ // / / /

/ // / / /

คำนยิ าม
โรงเรียนเนน้ ทักษะทางวิชาการ สง่ เสริมดา้ นการส่อื สาร คิดคำนวณและการใช้เทคโนโลยี บนพนื้ ฐาน

ของคณุ ธรรม ในสังคมพหวุ ัฒนธรรม

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 11

2.3 โครงสรา้ งเวลาเรยี น

ชว่ งชน้ั ท่ี 1 (ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1-3)

เวลาเรยี น

รายวิชา/กิจกรรม ชว่ งช้นั ท่ี 1 (ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1-3)
เวลาเรยี น เวลาเรยี นบรู ณาการ เวลาเรียน

รายสาระการเรียนรู้ ขา้ มสาระการเรยี นรู้ รวม

กล่มุ สาระการเรียนรู้

ภาษาไทย 20% 160

คณิตศาสตร์ 20% 160 55% 440

ภาษาอังกฤษ 15% 120

วิทยาศาสตรแ์ ละระบบธรรมชาติ 10% 80 10% 80

บรู ณาการขา้ มกลมุ่ สาระการเรียนรู้ (แดนดินถน่ิ สไุ หงโก-ลก)

สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ หน้าทพ่ี ลเมือง 15% 120
และศลี ธรรม

สขุ ศึกษาและพลศึกษา 5% 40 25% 200

ศิลปะ 5% 40

กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน

ชมรม 5% 40

แนะแนว ลูกเสือ-เนตรนารี เพ่ือสังคมและ 5% 40 10% 80
สาธารณประโยชน์

รวม 800 ชัว่ โมง/ปี

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสุไหงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 12

ช่วงชัน้ ท่ี 2 (ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4-6)

เวลาเรยี น

ช่วงชั้นท่ี 1 (ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4-6)

รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น เวลาเรียนบรู ณาการ
รายสาระการ ข้ามสาระการเรยี นรู้
เวลาเรยี นรวม
เรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้

ภาษาไทย 13.33% 120

คณติ ศาสตร์ 13.33% 120 39.99% 360

ภาษาองั กฤษ 13.33% 120

วิทยาศาสตรแ์ ละระบบธรรมชาติ 8.89% 80 13.33% 120
เทคโนโลยดี จิ ิทลั 4.44% 40

บูรณาการขา้ มกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ (แดนดินถิ่นสุไหงโก-ลก)

สงั คมศึกษา ประวตั ิศาสตร์ หน้าท่พี ลเมือง 13.33% 120
และศีลธรรม

สขุ ศึกษาและพลศึกษา 8.89% 80 35.55% 320
ศิลปะ 8.89% 80

การจัดการในครวั เรอื นและการ 4.44% 40
ประกอบการ

ชมรม 4.44% 40 11.10% 100
ลกู เสอื -เนตรนารี เพ่ือสงั คมและ 4.44% 40 900 ช่ัวโมง/ปี
สาธารณประโยชน์ 2.22% 20
แนะแนว

รวม

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 13

2.4 โครงสรา้ งหลักสตู รช้นั ปี

ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 1 สพฐ. เวลาเรยี นของโรงเรยี น
รอ้ ยละ/ปี ชม./ปี ชม./สปั ดาห์
รายวิชา/กจิ กรรม
20% 160 4
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ 20% 160 4
ท11101 ภาษาไทย
ค11101 คณิตศาสตร์

อ11101 ภาษาองั กฤษ 15% 120 3

ว11101 วทิ ยาศาสตรแ์ ละระบบธรรมชาติ 10% 80 2
บรู ณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ (แดนดินถิน่ สไุ หงโก-ลก) 15% 120 3
ส11101 สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ หน้าท่พี ลเมืองและศีลธรรม

พ11101 สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 5% 40 1

ศ11101 ศลิ ปะ 5% 40 1

กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน 40 1
40 1
11901 ชมรม 5% 800 20

11902 แนะแนว ลกู เสือ-เนตรนารี เพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ 5%

รวม 100%

รวมเวลาเรยี น 800 ชม.

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 14

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 สพฐ. เวลาเรยี นของโรงเรยี น
ร้อยละ/ปี ชม./ปี ชม./สปั ดาห์
รายวิชา/กิจกรรม
13.33% 120 3
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ 13.33% 120 3
ท14101 ภาษาไทย 13.33% 120
ค14101 คณิตศาสตร์ 8.89% 80 3
4.44% 40 2
อ14101 ภาษาองั กฤษ 1
ว14101 วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ
ว14201 เทคโนโลยีดิจิทัล 13.33% 120 3
บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรยี นรู้ (แดนดินถ่นิ สไุ หงโก-ลก) 8.89% 80 2
ส14101 สงั คมศึกษา ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม 8.89% 80 2
พ14101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 4.44% 40 1
ศ14101 ศลิ ปะ
ง14101 การจัดการในครัวเรือนและการประกอบการ 4.44% 40 1
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 4.44% 40 1
14901 ชมรม 2.22% 20 0.5
14902 ลกู เสอื -เนตรนารี เพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ 100%
14903 แนะแนว 900 ชม. 900 22.5

รวม
รวมเวลาเรียน

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 15

2.5 ขอบขา่ ยรายวิชา (Learning Area)

Theme ช่วงชนั้ ที่ 1

หวั เร่อื ง ประถมศึกษาปที ่ี 1 ประถมศึกษาปที ี่ 2 ประถมศึกษาปีท่ี 3
(Theme) เลา่ ขานบา้ นเกดิ เปดิ ประตสู ู่ชุมชน เย่ยี มยลเพื่อนบ้าน

แนวคิด เรียนรู้ รจู้ ัก อา่ น เขยี น เรยี นรู้ รู้จัก อ่าน เขียน วาด เรยี นรู้ เข้าใจ มีทกั ษะ สามารถอา่ น
(Concept) นำเสนอ แลกเปล่ยี น สืบคน้ ภาพแผนผัง แผนท่ีอย่างง่าย เขียนเพ่อื สื่อสาร นำเสนอ แลกเปลยี่ น
ข้อมลู เกีย่ วกับประวัตติ นเอง สบื ค้น นำเสนอ แลกเปล่ียน สบื ค้น ถา่ ยทอดข้อมลู วถิ ชี วี ติ ในชุมชน
ครอบครัว โรงเรยี นและชุมชน ข้อมูลประวตั ชิ มุ ชน วถิ ีชวี ติ ใน สไุ หงโก-ลกท่มี ีความเหมอื น/ความต่าง
เพอื่ เปน็ สมาชกิ ที่ดีของ ชุมชน การเดนิ ทาง เศรษฐกิจ กบั ประเทศเพื่อนบา้ น รจู้ กั เขา้ ใจ
ครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน วฒั นธรรม ประเพณี สถานท่ี ลกั ษณะทางภมู ิมศิ าสตร์ ภาษาพ้นื ถิ่น
สำคัญในชุมชนทเ่ี กี่ยวข้องกบั ภาษาเพื่อนบา้ น ภาษาราชการ ศกึ ษา
ชีวติ ประจำวันของคนในชมุ ชน ด่านชายแดน เหน็ ความสำคัญของการ
ตลาด สถานรี ถไฟ โรงพยาบาล คา้ ขายในชุมชนทเ่ี ชอ่ื มโยงกับการค้า
วดั มัสยดิ คดิ แยกแยะสิ่งทค่ี วร/ ชายแดน การแลกเปลี่ยน เงินตรา
ไมค่ วรปฏิบัติในสถานท่ีต่างๆ สกลุ เงนิ เปน็ สมาชกิ ทีด่ ีของสงั คม
เพื่อเปน็ สมาชกิ ที่ดีของชุมชน

เปา้ หมาย 1. รูจ้ ัก รกั เห็นคณุ ค่าในตนเอง 1. รจู้ กั เข้าใจวถิ ีชวี ิตชมุ ชน 1. รจู้ ัก เขา้ ใจ ภาษาพน้ื ถ่นิ ภาษา
(Gold)
เรียนรลู้ ักษณะสว่ นตา่ ง ๆ สไุ หงโก-ลก เพ่ือนบ้าน ภาษาราชการท่ใี ช้ใน

และการดูแลรักษาสุขภาพ 2. เรียนรแู้ ละนำเสนอประวตั ิ ชมุ ชนสุไหงโก-ลก

ของร่างกายของตนเอง ของชุมชน วถิ ีชีวิตในชุมชนสุ 2. รจู้ กั และนำเสนอสถานทตี่ ่างๆที่

เรียนรคู้ ำศพั ทพ์ น้ื ฐาน ไหงโก-ลกด้วยวิธีการที่ เกี่ยวขอ้ งกบั การคา้ ขายชายแดน

เกย่ี วกับร่างกายของตนเอง หลากหลาย 3. เข้าใจและสามารถอธิบายการ

2. รู้จกั และนำเสนอประวัติ 3. เล่า อธิบาย ขยายความ แลกเปลย่ี นเงินตราสกลุ ริงกติ

โรงเรียนด้วยวธิ ีการท่ี เพอื่ ให้เพื่อนในโรงเรียนและ มาเลเซียและงินบาทไทย

หลากหลาย คนในชุมชนรับรเู้ กยี่ วกับสิ่ง 4. นำสาระความรู้ ความเข้าใจ

3. เรยี นรแู้ ละนำเสนอประวตั ิ ท่ีควร/ไม่ควรปฏบิ ตั ใิ นการ สร้างสรรค์ชนิ้ งาน ผลงานด้วย

ของชุมชน แหล่งเรียนรู้ เปน็ สมาชิกทีด่ ีของชุมชน วิธกี ารทห่ี ลากหลายเพอ่ื นำเสนอ

ภายในชมุ ชน และ 4. ปฏิบตั ิตนเป็นสมาชิกทด่ี ขี อง แผนท่สี ุไหงโก-ลกและรฐั กลนั ตนั

การละเลน่ พนื้ บ้าน ครอบครวั และชุมชนตาม ของประเทศมาเลเซยี

4. ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ศาสนา มี หลกั ศาสนา มีความ 5. ปฏิบัติตนเปน็ พลเมอื งดี มคี ณุ ธรรม

ความรบั ผิดชอบ มีคณุ ธรรม รับผดิ ชอบ มีคณุ ธรรม ของชุมชนสุไหงโก-ลกบนวิถพี หุ

จริยธรรม จริยธรรม วฒั นธรรม

ผลงาน โครงงาน โครงงาน โครงงาน
(Output) "เล่าขานบา้ นเกดิ " "เปิดประตูสชู่ มุ ชน" "เยีย่ มยลเพ่ือนบา้ น"

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 16

Theme ช่วงชน้ั ที่ 2

หัวเรอ่ื ง ประถมศึกษาปที ่ี 4 ประถมศึกษาปที ี่ 5 ประถมศึกษาปที ่ี 6
(Theme)
แนวคดิ สืบสานวิถีพนื้ ถ่ิน ผนื ดนิ แหง่ ชีวิต นักคดิ นักสรา้ ง นักเล่า
(Concept)
เรียนรู้ รจู้ ัก อ่านเขียน เรยี นรู้ รู้จัก อา่ นเขยี น นำเสนอ เรยี นรู้ เขา้ ใจ มีกระบวนการคดิ การ
เปา้ หมาย
(Gold) นำเสนอ แลกเปลยี่ น สืบค้น แลกเปลย่ี น สบื คน้ ขอ้ มลู ระบบ ทำงานทเ่ี หมาะสมกบั ตนเอง เชือ่ มโยง

ขอ้ มูลเกีย่ วกบั ประเพณงี าน นิเวศทม่ี ลี กั ษณะเฉพาะตวั ของป่า เรือ่ งราวอย่างเป็นเหตุเป็นผล ถา่ ยทอด

บญุ เดือนสิบ เทศกาลฮารีรา พรสุ ริ นิ ธร ความหลากหลายของ และตอ่ ยอดความรู้ ได้อยา่ งตอ่ เนอ่ื งมี

ยอ เทศกาลเชง็ เมง้ งาน สง่ิ มชี วี ิต พชื พรรณ ไมป้ า่ ท่มี ี จนิ ตนาการและความยดื หยุ่นตอ่ การ

สมโภชเจา้ แมโ่ ตะ๊ โมะ ศกั ยภาพในเชิงเศรษฐกิจและ คดิ วเิ คราะห์ คิดสรา้ งสรรคผ์ ลงาน

การละเลน่ เอ็งกอ การเชดิ พันธไ์ุ มท้ ่ีหายาก พชื ท่ใี ช้ในการ ชน้ิ งาน โครงงาน นวัตกรรมทม่ี ีความ

สิงโต ดิเกฮลู ู มะโยง่ อาหาร ก่อสร้าง การทำครวั เรือน การ หลากหลาย เพอื่ นำเสนอเลา่ เรือ่ งราวที่

พนื้ ถิ่น ข้าวยำ ขนมอาเก๊าะ บู นำมาเปน็ ต้นพนั ธุห์ รือใชเ้ ป็นตน้ เก่ียวข้องกบั สุไหงโก-ลกในมติ ติ ่างๆ

ดู บะกุ๊ดเต๋ วฒั ธรรมการแตง่ ตอในการสรา้ งสวนผลไม้ สตั ว์ท่ี โดยการนำเสนอโครงงานสู่ชมุ ชนผา่ น

กาย รวู้ ิธี มีทกั ษะทางสังคม มี อาศัยอยูใ่ นเขตป่าพรุ ป้ายให้ ระบบเคเบ้ิลทีวขี องโรงเรยี น ชอ่ งยทู ปู

ความรับผิดชอบตอ่ ตนเอง ความรูเ้ กี่ยวกบั ชอ่ื พันธ์ไุ ม้ ดอกไม้ เพจ Facebook โรงเรยี นบ้านสไุ หงโก-

และหน้าทใ่ี นครัวเรอื นและ สูตรอาหารตา่ งๆที่ใชพ้ ชื ผัก ลก สอ่ื ออนไลน์ ออฟไลน์ นทิ รรศการ

ชุมชนทต่ี นอาศัย มเี จตคติท่ดี ี ผลไม้ท่ีเจริญเติบโตในบริเวณป่า มชี ีวติ การแสดงละครเวที งานตลาด

ตอ่ การประกอบอาชพี สุจรติ พรุ ประโยชน์ของปา่ พรทุ ใี่ หก้ บั นัดวชิ าการ

ประยกุ ตใ์ ช้ความรูแ้ ละทกั ษะ ธรรมชาติและประชาชนในพน้ื ท่ี

พืน้ ฐานการเป็น ลักษณะของดนิ และการ

ผปู้ ระกอบการทีด่ ตี ามหลกั เปลยี่ นแปลงทางธรณีวิทยาและ

ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง การเปลยี่ นแปลงสภาพดินฟ้า

การพฒั นาสินคา้ และบริการ อากาศของท้องถ่นิ

โดยใช้ทรัพยากร พลังงานและ

เทคโนโลยีอย่างรคู้ ณุ ค่า

พอเพียง เหมาะสมกบั สถานะ

ทางเศรษฐกิจ ใหเ้ กิด

ประโยชน์และคำนึงถึงผลเสยี

ตอ่ ตนเองและสว่ นรวม

1. ศกึ ษา เข้าใจ การแตง่ 1. รวบรวมขอ้ มลู ความรู้ 1. ทบทวน ศกึ ษาเพ่มิ เติมเกย่ี วกับ

กาย ประเพณี เกีย่ วกับความหลากหลาย ภมู ิัญญาท้องถิน่ ทรัพยากร

วฒั นธรรม การละเล่น ด้านระบบนเิ วศของป่าพรุสิ ประเพณีวัฒธรรม อาหาร การ

พน้ื บา้ น อาหารพ้นื เมือง รนิ ธร แต่งกาย ภาษา แหลง่ เรียนรู้

ศลิ ปะการต่อสู้ กีฬา 2. รู้จักและนำเสนอประวัตปิ ่า การละเลน่ ของชุมชนสุไหงโก-ลก

พรุสิรินธรด้วยการเขียน

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 17

หวั เรอ่ื ง ประถมศึกษาปีที่ 4 ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ประถมศึกษาปีที่ 6
(Theme) ผืนดนิ แห่งชีวิต
สบื สานวิถพี นื้ ถน่ิ นักคิด นักสรา้ ง นักเล่า
ผลงาน แผนผังความคดิ การวาด
(Output) ท้องถิ่น ศลิ ปการแสดง ภาพ การพดู การเขยี น 2. สืบค้น รวบรวม จัดระบบข้อมลู
อำเภอสไุ หงโก-ลก กลอน เรยี งความ โครงงาน จัดทำชิน้ งาน ผลงานเพ่อื นำเสนอ
2. อธิบายและเชอ่ื มโยง 3. ประยกุ ต์ใช้พชื ผกั ผลไมท้ ่ี สไุ หงโก-ลกในมิติตา่ งๆด้วยวธิ ีการ
ข้อมลู การแตง่ กาย สามารถรับประทานได้/ ช่องทางท่หี ลากหลาย
ประเพณี วัฒนธรรม รบั ประทานไมไ่ ด้
การละเล่นพน้ื บ้าน เจริญเติบโตในป่าพรสุ ิรินธร 3. รณรงคใ์ หช้ ุมชนสไุ หงโก-ลก
อาหารพน้ื เมือง ศลิ ปะ มาประกอบอาหารหวาน ตระหนักถึงความสำคญั ของการ
การตอ่ สู้ กีฬาทอ้ งถ่ิน และอาหาาคาว คงไว้ซ่ึงการอยูร่ ่วมกนั อย่างสันติ
ศิลปการแสดงอำเภอสุ 4. เปรยี บเทยี บความเหมอื น/ สขุ บนความหลากหลายทาง
ไหงโก-ลก ความต่างของปา่ พรุสริ นิ ธร วฒั นธรรม
3. เห็นความสำคญั และรู้ และปา่ ธรรมชาติท่วั ไปใน
คณุ คา่ ของการประกอบ อำเภอสไุ หงโก-ลก 4. ซาบซึ้งในคณุ คา่ ของภมู ิปญั ญา
อาชพี สุจรติ 5. สำนกึ รักษ์แหลง่ ทรัพยากร ท้องถิ่น ทรัพยากร ประเพณี
4. แยกแยะความเหมอื น/ อันทรงคุณค่าในบา้ นเกดิ วฒั นธรรม สบื สานให้คงอย่อู ยา่ ง
ความแตกต่างของ และรักษาใหด้ ำรงอยูอ่ ย่าง ย่ังยนื
ประเพณี วฒั นธรรม ยั่งยนื
ตา่ งๆในชุมชนพหุ 5. รจู้ กั แยกแยะผิดชอบช่ัวดี
วัฒนธรรม โครงงาน ตดั สนิ ใจเลือกแนวทางการดำเนิน
5. ตระหนักและรับผดิ ชอบ "ผนื ดินแหง่ ชวี ติ " ชวี ติ อยา่ งมเี หตุมผี ล สร้าง
ตอ่ หน้าท่ี ปฏบิ ตั ิตนเปน็ คุณประโยชนต์ ่อสังคมและ
พลเมืองดี มคี ณุ ธรรม ประเทศชาติ เป็นพลเมอื งโลกที่มี
ของชุมชนสไุ หงโก-ลก ความรู้ ความสามารถ บนพื้นฐาน
บนวถิ ีพหุวัฒนธรรม ของวิถที ้องถน่ิ ตามกรอบศลี ธรรม
อนั ดีงาม
โครงงาน
"สบื สานวิถีพ้นื ถิน่ " โครงงาน
"นักคิด นกั สรา้ ง นกั เลา่ "

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 18

ส่วนท่ี 3
คำอธบิ ายรายวิชา

3.1 คำอธิบายรายวิชา สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

รหัสวิชา ชื่อวิชา เวลาเรยี น (ช่ัวโมง)
ท11101 160
ท12101 ภาษาไทย 160
ท13101 ภาษาไทย 160
ท14101 ภาษาไทย 120
ท15101 ภาษาไทย 120
ท16101 ภาษาไทย 120
ภาษาไทย

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 19

คำอธิบายรายวชิ า

ท11101 ภาษาไทย สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1 เวลา 160 ชั่วโมง

ศึกษาและฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการอ่านจาก เรื่อง สุไหงโก-ลกบ้านฉัน อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง
และข้อความวรรณกรรมในท้องถิ่นอำเภอสุไหงโก-ลก อ่านออกเสียงบทร้อยกรอง เรื่อง เล่นกลางแจ้ง เรื่อง
แลว้ จะรักโรงเรยี น พร้อมบอกความหมายของคำและข้อความ เลือกอ่านหนงั สือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ
และนำเสนอเรื่องทอ่ี ่าน และบอกความหมายของเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์สำคัญทพ่ี บเห็นในชวี ิตประจำวนั
เขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เลขไทย เขียนสะกดคำที่ประสมกับสระต่างๆ และสะกดคำพื้นฐาน คำศัพท์
ภาษาถ่นิ ที่ใช้ในทอ้ งถ่ินอำเภอสุไหงโก-ลก คำคล้องจอง ตวั สะกดในมาตราตา่ งๆ อกั ษรนำไดถ้ ูกต้อง เขียนเรื่อง
จากภาพตามจนิ ตนาการ ได้อยา่ งสร้างสรรค์เขียนสื่อสารดว้ ยคำและประโยคได้ตรงตามวัตถุประสงค์ได้ถูกต้อง
และสามารถคดั ลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทดั สวยงาม

ศึกษา ฟังเร่อื งเล่า วรรณกรรม นิทาน บทอาขยาน ร้อยแก้ว ร้อยกรอง เช่น เร่ือง สไุ หงโก-ลกบ้านฉัน
ครอบครัวของฉัน โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลกของฉัน เจ็ดวัน เจ็ดสี เรื่องเล่าจากโต๊ะโม๊ะ แล้วจะรักโรงเรียน ป่า
พรโุ ตะ๊ แดง ออ้ มกอดแห่งรัก เธอและฉัน บา้ นแสนสขุ โรงเรยี น สีรงุ้ ออ้ มกอดแหง่ รัก พ่อของแผ่นดิน สถานีสุ
ไหงโก-ลก เล่นกลางแจ้ง ใต้ร่มพิกุล นิทานหิ่งห้อย รักเมืองไทย นิทานมิตรแท้ นิทานก่อนนอน และสื่อ
วิดีทัศน์ เรื่อง เขตแดนไทย - มาเลเซีย บุคคลสำคัญในอำเภอสุไหงโก-ลก เพื่อบอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านไป
ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่ายๆ สามารถปฏิบัติตาม ถ่ายทอดเนื้อหาของสิ่งที่ฟัง ตั้งคำถาม
และตอบคำถามจากวรรณกรรมเร่อื ง สุไหงโก-ลกบ้านฉนั ได้อย่างถูกตอ้ ง

พูดสื่อสารได้ตามวัตถุประสงค์ พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกอย่างเหมาะสมและเป็นกลาง มี
มารยาท เคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรมท้องถิ่น บอกความหมายของคำที่อ่านและเขียน สรุปจาก
เรื่องที่ฟังได้ ใช้ภาษาพูดได้ถูกต้อง เหมาะสมกับบุคคลและกาลเทศะ โดยใช้การฝึกทักษะกระบวนการทาง
ภาษา ทั้งในด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน กระบวน การคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการ
กลุม่ เพ่อื จับใจความสำคญั และสรุปสาระสำคัญจากเรื่องท่ีอา่ น ใชภ้ าษาไทยไดอ้ ยา่ งถูกต้อง เหมาะสม มสี มาธิ
ในการอ่าน นิสยั รักการอา่ น มีมารยาทในการพูด การอ่าน การเขยี น และการฟัง สามารถวิเคราะห์นำไปใช้ใน
ชีวติ ประจำวันได้อยา่ งสร้างสรรคเ์ กดิ เจตคตทิ ด่ี ีตอ่ การเรียนวชิ าภาษาไทย

ผลลพั ธ์การเรยี นรู้รายปี
1. อ่านพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เลขไทย อา่ นออกเสียงคำ คำคล้องจอง คำศพั ท์ภาษาถิ่น และคำควบ
กลำ้ ไดถ้ กู ต้อง เข้าใจความหมายของคำที่เกย่ี วกับสมาชิกในครอบครวั สามารถเลือกอ่านหนังสือตาม
ความสนใจ เช่น จากส่อื วดิ ที ัศน์ นิทาน และแบบเรยี นไดเ้ หมาะสมกบั วัย

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 20

2. ฟัง และดูสื่อต่างๆ อย่างเข้าใจ และสามารถปฏิบัติตามคำสั่ง ถ่ายทอดเนื้อหาของสิ่งที่ฟัง ตั้งคำถาม
และตอบคำถามจากวรรณกรรมเรอื่ ง สุไหงโก-ลกบ้านฉนั ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง

3. เขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เลขไทย เขียนสะกดคำที่ประสมกับสระต่างๆ และสะกดคำพื้นฐาน
คำศัพท์ภาษาถิ่น คำคล้องจอง ตัวสะกดในมาตราต่างๆ อักษรนำได้ถูกต้อง เขียนเรื่องจากภาพ
ตามจินตนาการ เขียนสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ได้ถูกต้อง และสามารถคัดลายมือได้ถูกต้อง
สวยงาม

4. พูดเพื่อสื่อสารความคิดเห็น ความรู้สึกอย่างเหมาะสมและเป็นกลาง เคารพในความหลากหลาย บอก
ความหมายของคำที่อ่านและเขียน สรุปจากเร่ืองที่ฟังได้ แสดงความคิดเห็น ความรู้สึก ใช้ภาษาพดู
และภาษาเขยี นได้ถกู ตอ้ ง เหมาะสมกับบุคคลและกาลเทศะ

5. มีสมาธิในการอ่าน เข้าใจสิ่งที่อ่าน มีนิสัยรักการอ่าน สามารถวิเคราะห์นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
อย่างสร้างสรรค์ จบั ใจความสำคญั และสรปุ สาระสำคัญจากเร่ืองท่ีอ่าน มีเจตคติ และมารยาทท่ีดีต่อ
การใช้ภาษาไทย

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 21

คำอธิบายรายวชิ า

ท11101 ภาษาไทย สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 เวลา 120 ช่ัวโมง

ฟัง พูด แสดงความรู้ ความคิดเหน็ และบอกความรสู้ กึ เกยี่ วกบั เรื่องประเพณกี วนอาซูรอสัมพันธ์ และ
วันสารทเดือนสิบได้ มีมารยาทในการฟัง การดูการพูด อ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ มีมารยาทใน
การฟังและดู พูด และเข้าใจความหมาย ภาษาถิ่นของตนเอง บอกความแตกต่าง และเปรียบเทียบ ภาษาถ่ิน
กับภาษาไทยมาตรฐาน ได้นำไปในชวี ติ ประจำวันได้ บอกชอ่ื อาหารพื้นเมืองในชุมชนของตนเองได้ แสดงความ
คดิ เหน็ จากเรื่องอาหารพนื้ เมืองอย่างมีเหตุผล จำแนกขอ้ เทจ็ จรงิ ข้อคิดเห็นเรือ่ งประวตั สิ ถานรี ถไฟสุไหงโก-ลก
บอกความหมาย และเปรียบเทียบสำนวนสภุ าษิตได้ แสดงบทบาทสมมติการละเลน่ พืน้ บ้าน

การอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง อ่านจับใจความสำคัญเรื่อง
ชวี ติ ด๊ดี ที ่ี สไุ หงโก-ลก ได้ ตามเวลาท่ีกำหนดและตอบคำถามจากเรื่อง ชวี ติ ดดี๊ ีที่สไุ หงโก-ลก อ่านออกเสยี งบท
ร้อยแก้ว และร้อยกรอง อ่านออกเสียง และอธิบายความหมายของคำควบกล้ำ อักษรนำ คำประสม บอก
การละเล่นพื้นบ้านในชุมชนของตนเอง เขียนเรื่องตามจินตนาการถูกต้อง ตามรูปแบบที่กำหนด เขียนสื่อสาร
โดยใช้คำแต่งกลอนสี่ เกี่ยวกับอาชีพ ในอำเภอสุไหงโ-ลก เขียนคำศัพท์ในบทเรียน เขียนสะกดคำชื่อสมุนไพร
ในชุมชนของตนเอง แต่งประโยคจากคำศัพท์ที่ปรากฎในเรื่อง เขียนสรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่านเพอื่
นำไปใช้ในชีวิตประจำวันเขียนตามจินตนาการ จากหัวข้อตามรูปแบบที่กำหนด แต่งบทร้อยกรองและคำขวัญ
ไดแ้ ละร้หู ลักการใชพ้ จนานุกรม

ผลลัพธ์การเรยี นรูร้ ายปี
1. เน้นพูดอธิบาย ข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู พูดแสดงความรู้ พูดแนะนำสถานที่
ท่องเที่ยวในอำเภอสุไหงโก-ลก พูดแสดงความคิดในเรื่องที่ฟังและดูจากสื่อต่าง ๆ เช่น เรื่อง
เลา่ บทความสนั้ ๆ เรอื่ งราวจากบทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และกลมุ่ สาระการเรียนรู้
อื่น การรายงาน พูดลำดับขั้นตอนการปฏิบัติและพูดลำดับเหตุการณ์ สรุปข้อคิดจากเรื่องวรรณคดี
และวรรณกรรม เช่น นิทานพื้นบ้าน และภาษาถิ่นในอำเภอสุไหงโก-ลก และภาษาท้องถิ่นประเทศ
เพอ่ื นบ้าน เพลงพื้นบา้ น ท่องจำบทอาขยาน บทร้องเลน่ และบทรอ้ ยกรองทีม่ ีคณุ คา่ มีมารยาทในการ
ฟัง การดู และการพดู

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 22

2. การอ่านออกเสียงและบอกความหมายของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองที่ประกอบด้วย คำควบ
กล้ำ อักษรนำ คำประสม อักษรย่อและเครื่องหมายวรรคตอนประโยคที่มีสำนวนเป็นคำ
พงั เพย สภุ าษิต ปรศิ นาคำทาย อา่ นทำนองเสนาะ อ่านจับใจความจากสอื่ ต่าง ๆ เช่น เร่ืองส้ัน ๆ เรื่อง
เล่าจากประสบการณ์ นิทานชาดก บทความ บทโฆษณา งานเขียนประเภทโน้มน้าวใจ ข่าวและ
เหตุการณ์ประจำวัน สารคดีและบันเทิงคดี การอ่านหนังสือตามความสนใจและเหมาะสมกับ
วยั หนังสือท่ีครูและนกั เรียนกำหนดรว่ มกนั มมี ารยาทในการอา่ น

3. เขียนเพ่อื แนะนำสถานท่ีท่องเท่ียวในอำเภอสุไหงโก-ลก เขียนติดต่อค้าขายกับประเทศเพื่อนบา้ น เช่น
คำขวัญ คำแนะนำ นำแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดไปพัฒนางานเขียน เขียนย่อความ
จากสื่อต่าง ๆ เช่น นิทาน ความเรียง ประกาศ จดหมาย คำสอน เขียนจดหมาย ถึงเพื่อนและ
บิดามารดา เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า เขียนเรื่องตามจินตนาการ มี
มารยาทในการเขยี น

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 23

3.2 คำอธบิ ายรายวชิ า สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

รหัสวิชา ชอื่ วิชา เวลาเรยี น (ช่ัวโมง)
ค11101 160
ค12101 คณติ ศาสตร์ 160
ค13101 คณิตศาสตร์ 160
ค14101 คณติ ศาสตร์ 120
ค15101 คณิตศาสตร์ 120
ค16101 คณิตศาสตร์ 120
คณติ ศาสตร์

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 24

คำอธบิ ายรายวิชา

ค11101 คณิตศาสตร์ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 เวลา 160 ช่ัวโมง

การนบั การอ่าน และการเขียนตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ และตวั เลขไทย แสดงจำนวนนบั ไม่เกิน 100 และ 0
การนับทลี ะ 1 และทลี ะ 10 การบอกอนั ดับท่ี การแสดงจำนวนนับรูปความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อย -
สว่ นรวม หลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลกั การเขยี นตัวเลขแสดงจำนวนนบั ในรปู กระจาย การเปรยี บเทียบ
จำนวน การใช้เครื่องหมาย = ≠ > < การเรียงลำดับจำนวน ความหมายของการบวก ความหมายของการลบ
การหาผลบวก การหาผลลบ ความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ โจทย์ปัญหาผ่านสิ่งต่างๆรอบตัว และ
สมาชิกในครอบครัว แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ 1 และทีละ 10 แบบรูปซ้ำของจำนวน รูป
เรขาคณิต และรูปอื่น ๆ การเปรียบเทียบและการวัดความยาวสิ่งของท่ีอยู่ในห้องเรียนและโรงเรียนเป็น
เซนตเิ มตร เปน็ เมตร การเปรยี บเทยี บและการวัดนำ้ หนกั เปน็ กโิ ลกรัม เป็นขีด โจทย์ปัญหาการบวก และโจทย์
ปัญหาการลบเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก การจำแนกรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม วงกลม วงรี ทรงสี่เหลี่ยมมุม
ฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวยจากรูปทรงของสิ่งของต่างๆที่อยู่ในโรงเรียน การใช้ข้อมูลจากแผนภูมิ
รูปภาพ เมื่อกำหนดรูป 1 รูปแทน 1 หน่วย ในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหาของสมาชิกในครอบครัวและ
จำนวนนักเรียนป.1 ในแต่ละชั้น บอกช่วงเวลา ชื่อวัน วันที่ เดือน ปี ระยะเวลา อ่านเวลาจากหน้าปัดนาฬิกา
เกี่ยวกับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน วันสำคัญต่าง ๆ เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์สามารถ
ทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและเชือ่ มั่นในตนเอง และสามารถ
นำไปใชใ้ นสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจำวัน

ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้รายปี
1. นับและบอกจำนวนส่ิงตา่ ง ๆ และแสดงสิง่ ตา่ ง ๆ อา่ นและเขยี นตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย
และตัวหนังสือ เปรียบเทยี บและเรียงลำดับ หาผลบวก ผลลบในประโยคสัญลักษณก์ ารบวก การลบ
และแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวกและการลบของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0
ของส่งิ ต่างๆที่อยู่ในห้องเรยี นและในโรงเรียน
2. ใช้ความสมั พันธ์ของการบวกและการลบ ชว่ ยในการหาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์
การบวกและประโยคสัญลักษณก์ ารลบของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 สิ่งต่างๆท่ีอย่ใู นหอ้ งเรยี น
และในโรงเรียน
3. อ่านและใช้ข้อมลู จากแผนภมู ิรปู ภาพในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา เม่อื กำหนดรปู 1 รูป แทน
1 หน่วย ของสมาชกิ ในครอบครวั และจำนวนนักเรยี นป.1ในแตล่ ะหอ้ งเรยี น

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 25

4. บอกช่วงเวลา ช่อื วนั วนั ท่ี เดอื น ปี ระยะเวลา อา่ นเวลาจากหนา้ ปัดนาฬิกา เก่ยี วกับกจิ กรรม
ในชวี ิตประจำวัน วันสำคัญตา่ งๆ

5. คาดคะเนสงิ่ ของ ชง่ั และบอกนำ้ หนัก เปรียบเทยี บน้ำหนักเป็นกิโลกรมั เปน็ ขดี และแกโ้ จทย์ปัญหา
การบวก การลบเกี่ยวกบั นำ้ หนัก

6. บอกลักษณะ จำแนก ทรงสเี่ หล่ียมมมุ ฉากทรงกลม ทรงกระบอก กรวย เขยี นรูปสามเหลย่ี ม
รปู สเ่ี หลีย่ ม วงกลม และวงรี โดยใช้แบบของรูป และเปรียบเทยี บลกั ษณะของรปู ทรงเรขาคณติ ของ
สิง่ ของต่างๆที่อยู่ในโรงเรียน

7. วัดและเปรยี บเทยี บความยาวระหว่างสิ่งของโดยใช้คำว่า ยาวกวา่ สนั้ กว่า สูงกวา่ เตี้ยกว่า เทา่ กัน
ยาวที่สุด ส้นั ท่สี ดุ สูงที่สดุ เต้ียทส่ี ุด ความยาวท่ีมหี น่วยเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร ของส่งิ ต่างๆท่ีอยู่
ในหอ้ งเรียน

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 26

คำอธบิ ายรายวิชา

ค14101 คณิตศาสตร์ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 เวลา 120 ช่ัวโมง

อา่ น เขียน เปรียบเทียบ และเรยี งลำดับ จำนวนนับทีม่ ากกว่า 100,000 จากประชากรในอำเภอสุไหง
โก-ลก อา่ น เขยี น เปรยี บเทียบ และเรียงลำดบั เศษสว่ น จำนวนคละแสดงปริมาณวตั ถุดบิ ทใ่ี ช้ในการทำข้าวยำ
ตามเศษส่วน จำนวนคละที่กำหนด อ่าน เขียน เปรียบเทียบ และเรียงลำดับ ทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแหน่งแสดง
ปริมาณวัตถุดบิ ที่ใช้ในการทำข้าวยำตามทศนิยมที่กำหนด ประมาณค่าของประชากรในอำเภอสุไหงโก-ลก หา
ผลลัพธ์ในประโยคสัญลักษณ์การบวกและการลบของจำนวนนับที่มากกว่า 100,000 ที่เกี่ยวข้องกับประชากร
ในอำเภอสุไหงโก-ลก หาผลลัพธ์ในประโยคสัญลักษณ์การคูณที่เกี่ยวข้องกับประชากรในอำเภอสุไหงโก-ลก
และประโยคสัญลักษณ์การหารที่เกย่ี วข้องกบั ประชากรในอำเภอสุไหงโก-ลก หาผลลัพธก์ ารบวก ลบ คูณ หาร
ระคน ของจำนวนนับที่เกี่ยวข้องกับประชากรในอำเภอสุไหงโก-ลก แสดงวิธีหาคำตอบและสร้างโจทย์ปัญหา
ของจำนวนนับที่มากกว่า 100,000 ที่เกี่ยวข้องกับประชากรในอำเภอสุไหงโก-ลก หาผลบวกและผลลบของ
เศษส่วน จำนวนคละ และทศนยิ มจากปรมิ าณวัตถุดิบทใี่ ช้ในการทำข้าวยำ แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
การบวกและโจทย์ปัญหาการลบเศษส่วน จำนวนคละ และทศนิยมจากปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในการทำข้าวยำ
บอก บันทึกระยะเวลาเป็นวินาที นาที ชั่วโมง วัน สัปดาห์ เดือน และปีในกิจกรรมงานประเพณีศาลเจ้าแม่
โต๊ะโม๊ะ แก้ปัญหาเกี่ยวกับเวลา โดยใช้ความสัมพันธร์ ะหว่างหน่วยเวลาและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันจาก
กิจกรรมงานประเพณีศาลเจ้าแม่โตะ๊ โม๊ะ ระบุ และอธิบายส่วนประกอบและลกั ษณะของจดุ เส้นตรง ส่วนของ
เส้นตรง รังสี มมุ พร้อมทงั้ เขียนแสดงด้วยสัญลักษณ์จากแผนที่อำเภอสุไหงโก-ลก วัดขนาดของมุม พร้อมบอก
ชนิดของมุม และสร้างมุมขนาดต่าง ๆ โดยใช้ไม้โพรแทรกเตอร์จากแผนที่อำเภอสุไหงโก-ลก อธิบายลักษณะ
และจำแนกรูปสี่เหล่ียมผนื ผ้าและรูปส่ีเหลีย่ มจัตุรสั สร้างรูปสีเ่ หล่ียมผืนผ้าและรูปส่ีเหลีย่ มจัตุรัส หาความยาว
รอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
แก้ปัญหาทีเ่ กีย่ วกับความยาวรอบรูป พื้นทขี่ องรปู สเ่ี หล่ยี มผนื ผ้าและรูปสี่เหล่ียมจตั ุรัส จากผ้าปาเต๊ะผลิตภัณฑ์
ในชุมชน อ่านและใช้ข้อมูลจากแผนภูมิแท่ง ตาราง และหาค่าเฉลี่ยจากสถานการณ์ในอำเภอสุไหงโก-ลก
ออกแบบวธิ ีการเกบ็ รวบรวมข้อมูล และนำเสนอข้อมูลจากสถานการณ์ในอำเภอสุไหงโก-ลก เพ่ือให้ผู้เรียนเห็น
คุณคา่ และมีเจตคติที่ดตี ่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบระเบียบ รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มี
วิจารณญาณ และเช่อื ม่นั ในตนเอง

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 27

ผลลพั ธก์ ารเรยี นรูร้ ายปี
1. อ่านและเขียนแสดงจำนวนด้วยตัวเลขและตัวหนังสือ เขียนแสดงความสัมพันธ์ของจำนวนโดยใช้ค่า
ประจำหลัก ให้เหตุผลในการเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวน บอกค่าประมาณของจำนวนนับ
หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหาร และผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคนอย่างเป็นขั้นตอนและ
ตามลำดบั ข้นั ของการดำเนินการผ่านสถานการณท์ ีเ่ กยี่ วข้องกบั ประชากรในอำเภอสุไหงโก-ลก
2. อธิบายและบอกปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในการทำข้าวยำ ด้วยเศษส่วน ทศนิยม อ่านและเขียนเศษส่วน
ทศนิยม เปรียบเทียบ เรียงลำดับ หาผลบวก ผลลบของเศษส่วน จำนวนคละ และทศนิยมไม่เกิน
๓ ตำแหน่ง เขียนแสดงความสัมพันธ์ของทศนิยมในรูปแบบต่าง ๆ จากปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในการ
ทำข้าวยำ
3. บอก บันทึกระยะเวลา และแก้ปัญหาเกี่ยวกับเวลา โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างหนว่ ยเวลาและนำไป
ปรับใชใ้ นกิจกรรมงานประเพณศี าลเจา้ แม่โตะ๊ โม๊ะ
4. ระบุ และอธิบายส่วนประกอบและลักษณะของจุด เส้นตรง ส่วนของเส้นตรง รังสี มุม พร้อมทั้งเขียน
แสดงด้วยสัญลักษณ์ วัดขนาดของมุม พร้อมบอกชนิดของมุม และสร้างมุมขนาดต่าง ๆ จากแผนท่ี
อำเภอสุไหงโก-ลก
5. อธิบายลักษณะ จำแนก สร้าง และแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูป
สีเ่ หล่ยี มผนื ผา้ และรูปสเ่ี หล่ยี มจตั ุรัสจากสถานการณท์ ี่เกีย่ วกบั ผา้ ปาเตะ๊ ผลิตภัณฑ์ในชุมชน
6. อ่าน ใช้ข้อมูล ออกแบบวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล และนำเสนอข้อมูล โดยใช้แผนภูมิแท่ง ตาราง
เพอ่ื อธิบายหรอื แกป้ ญั หา และหาคา่ เฉลยี่ ในสถานการณท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกับอำเภอสไุ หงโก-ลก

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 28

3.3 คำอธบิ ายรายวิชา สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

รหัสวิชา ชอ่ื วิชา เวลาเรยี น (ช่ัวโมง)
อ11101 120
อ12101 ภาษาองั กฤษ 120
อ13101 ภาษาอังกฤษ 120
อ14101 ภาษาองั กฤษ 120
อ15101 ภาษาองั กฤษ 120
อ16101 ภาษาองั กฤษ 120
ภาษาอังกฤษ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 29

คำอธิบายรายวิชา

อ11101 ภาษาองั กฤษ สาระการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 1 เวลา 120 ช่ัวโมง

ปฏิบัติตามคำสั่งง่ายๆที่ฟัง ระบุตัวอักษรและเสียงอ่านออกเสียงและสะกดคำง่าย ๆเกี่ยวกับตนเอง
ครอบครัวและชุมชนได้ถูกต้องตามหลักการ อ่าน เลือกภาพตรงตามความหมายของคำและกลุ่มคำที่ฟัง ตอบ
คำถามจากการฟังและอ่านบทความสั้นๆเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆในอำเภอสุไหงโก-ลก พูดโต้ตอบด้วย คำสั้น ๆ
ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คำสั่งง่าย ๆ ตามแบบที่สั่ง บอกความต้องการง่ายๆของ
ตนเองตามแบบทฟ่ี งั พูดขอและให้ขอ้ มลู ง่าย ๆ ที่เกี่ยวกับตนเองตามแบบท่ีฟัง พดู ใหข้ ้อมูลเก่ยี วกบั ตนเองและ
เรื่อง ใกล้ตัว พูดและทำท่าประกอบตามวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา บอกชื่อและคำศัพท์เกี่ยวกับอาชีพต่างๆ
ในชุมชน เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย ระบุตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของ
ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ฟังพูดในสถานการณ์ง่าย ๆ ที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน ใช้ภาษาต่างประเทศเพอ่ื
รวบรวมคำศพั ทท์ ี่เก่ยี วขอ้ งใกล้ตัว

โดยใช้กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกลุ่มในการฝึกออกเสียง ฟัง/พูด ถามตอบ และ
สนทนา โต้ตอบ เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทาง
ภาษาและ วัฒนธรรม รวมถึงการรวบรวมความรแู้ ละแสวงหาความเพลดิ เพลินจากภาษาองั กฤษ

เพื่อให้ผู้เรียนมีความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆของอำเภอสุไหงโก-ลก และปฏิบัติตนได้อย่าง
ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดภาวะการเป็น ผู้นำและผู้ตามที่ดี มีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ มีปฏิสัมพันธ์กับ
ผู้อื่น มีวาทศิลป์และมารยาทในการพูด กล้า แสดงออก มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนเพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียน
ภาษาองั กฤษในระดับสูง

ผลลพั ธ์การเรียนรู้รายปี
1. ฟงั พดู และอ่านออกเสียงสะกดคำพ้นื ฐานงา่ ยๆ ถูกต้องตามหลกั การอ่าน เกี่ยวกับอำเภอสุไหงโก-ลก
โดยเลือกใชค้ ำหรือประโยคอย่างง่าย เพ่ือแสดงความคิดเห็นทมี่ ตี ่อเร่ืองท่สี นใจอย่างเหมาะสม
2. พูดสนทนาแลกเปลยี่ นความคิดเห็นเก่ียวกับสถานทีต่ ่างๆ พูดสนทนาสัน้ ๆ เก่ียวกับอาชีพตา่ งๆ
3. บอกความหมายวลภี าษาองั กฤษเกีย่ วกับครอบครวั โดยออกเสยี งภาษาองั กฤษได้อยา่ งถกู ต้อง
4. บอกความหมายของคำเกีย่ วกับตนเองและพูดให้ข้อมูลง่ายเกี่ยวกบั ตวั เอง
5. เขียนประโยคอย่างงา่ ยเกย่ี วกับครอบครัวไดอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสมกับบุคคลตามกาลเทศะ
6. ระบุ บอกความหมายเกย่ี วกบั ส่งิ ของตา่ ง ๆ และห้องต่าง ๆ ในโรงเรียน
7. ตอบคำถามจากบทความสั้นๆเก่ียวกบั ป่าพรุโตีะแดง

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 30

8. ระบแุ ยกแยะเกย่ี วกับการใช้ Pronoun/ Verb to be/ This-That Prepositions/ Colors/
Shapes/ Adjectives Wh-question/ Do-Does/ Have-has/ Articles Wh-question/ Do-
Does/ Have-has/ Countable nous- Uncountable nous Want-wants/Articles/ Singular
nous-Plurai Possessive adjectives/ Add-s,es/ Capital letters

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 31

คำอธิบายรายวชิ า

อ14101 ภาษาองั กฤษ สาระการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 เวลา 120 ชั่วโมง

ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้องและคำแนะนำง่ายๆที่ฟังหรืออ่าน สะกดคำ อ่านออกเสียงคำ กลุ่มคำ
ประโยค ข้อความง่ายๆ เกี่ยวกับวัฒนธรรม การแต่งกาย อาหารและเครื่องดื่ม กีฬาพื้นบ้าน สถานที่สำคัญ
ประเพณี สัญลักษณ์และอาชีพในชุมชนถูกต้องตามหลักการ อ่าน เลือกภาพตรงตามความหมายของคำและ
กลุ่มคำที่ฟัง ตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทความสั้นๆเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆในอำเภอสุไหงโก-ลก พูด
โต้ตอบด้วย คำสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คำสั่งง่ายๆ ตามแบบที่สั่ง บอกความ
ต้องการง่ายๆของ ตนเองตามแบบที่ฟัง พูดขอและให้ข้อมูลง่าย ๆ ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม การแต่งกาย อาหาร
และเครื่องดื่ม กีฬาพื้นบ้าน สถานที่สำคัญ ประเพณี สัญลักษณ์และอาชีพในชุมชน และทำท่าประกอบตาม
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคำศัพท์เกี่ยวกับวัฒนธรรม การแต่งกาย อาหารและเครื่องดื่ม กีฬา
พื้นบ้าน สถานที่สำคัญ ประเพณี สัญลักษณ์และอาชีพในชุมชน เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ี
เหมาะสมกับวัย ระบุตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ฟังพูดในสถานการณ์
ง่ายๆ ใช้ภาษาต่างอังกฤษเพื่อรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว และกิจกรรมต่างๆ ระบุและเชื่อมโยง
ความสมั พันธ์ของภาพกับคำ หรือกลมุ่ คำ โดยใชภ้ าพ แผนภมู ิ แผนภาพ และแผนผงั
โดยใช้กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกลุ่มในการฝึกออกเสยี ง ฟงั /พดู ถามตอบ สนทนาโต้ตอบและ
เขียน เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ
วฒั นธรรม รวมถึงการรวบรวมความรู้และแสวงหาความเพลิดเพลนิ จากภาษาอังกฤษ

เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกับวัฒนธรรม การแต่งกาย อาหารและเครื่องดื่ม กีฬา
พื้นบ้าน สถานที่สำคัญ ประเพณี สัญลักษณ์และอาชีพในชุมชนของอำเภอสุไหงโก-ลก และปฏิบัติตนได้อย่าง
ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดภาวะการเป็น ผู้นำและผู้ตามที่ดี มีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ มีปฏิสัมพันธ์กับ
ผู้อื่น มีวาทศิลป์และมารยาทในการพูด กล้าแสดงออก มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนเพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียน
ภาษาองั กฤษในระดับสงู

ผลลัพธก์ ารเรียนร้รู ายปี
1. อ่านออกเสียง สะกดคำ อา่ นกลุ่มคำ ประโยคข้อความงา่ ย ๆ เก่ยี วกบั เสอื้ ผ้าและการแต่งกาย
สถานที อาหารและเครื่องดื่ม ประเพณี วัฒนธรรมในชุมชน สัญลักษณ์ อาชพี การละเลน่ พนื้ บ้าน
2. เลอื ก/ระบภุ าพหรอื สญั ลักษณ์ตามความหมายของประโยคและข้อความสัน้ ๆที่ฟงั อา่ นและพูดแสดง
ความคดิ เห็นเก่ียวกับประเพณี วัฒนธรรมในชมุ ชน

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 32

3. ระบุแยกแยะเกย่ี วกับการใช้ Present Tense/ Past Tense/Future Tense
Want-wants/ How much/ How many/ Adjectives Yes-No Questions/ Present Continuous
Tense Question Words Question Words Modal Verb Do-does-did/Have-has-had Ordinal
number-Cardinal number/ Was-were

4. พูด นำเสนอ และสนทนาเเกี่ยวกับอาหาร/เครื่องดื่มและโยคที่ใช้แสดงความต้องการและขอความ
ช่วยเหลือตามสถานการณต่างๆ แต่งประโยคสั้นๆ เปรียบเทียบเกี่ยวกับการละเล่นพื้นบ้าน สถานที่
ทอ่ งเท่ียวในชุมชน เทศกาลในชมุ น เชน่ เทศกาลฮารรี ายอ เทศกาลเช็งเมง้ เทศกาลตรุษจีน อาชพี

5. บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล และงานฉลองตามวัฒนธรรมทางเจ้าของภาษากับ
ของไทย

6. ปฏิบัตติ ามคำสง่ั คำขอร้อง และคำแนะนำงา่ ย ๆ ท่ฟี ังและอ่าน
7. เขียนประโยคสัน้ ๆ เกีย่ วกับเสอื้ ผ้า การแตง่ กาย จากปา้ ยสญั ลกั ษณ์ที่กำหนด
8. เปรียบเทียบการแตง่ กายระหว่างคนในชมุ ชนกบั ชาวตา่ งชาติ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 33

3.4 คำอธบิ ายรายวิชา สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

รหสั วชิ า ชื่อวิชา เวลาเรียน (ชั่วโมง)
80
ว11101 วิทยาศาสตรแ์ ละระบบธรรมชาติ 80
80
ว12101 วทิ ยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ 80
80
ว13101 วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ 80

ว14101 วทิ ยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ

ว15101 วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ

ว16101 วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสไุ หงโก-ลก พุทธศักราช 2565 34

คำอธบิ ายรายวชิ า สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ว11101 วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ เวลา 80 ช่วั โมง
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 1

ศึกษา เรียนรู้ วิเคราะห์ ระบุความแตกต่างระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต ความเหมาะสมของการ
ดำรงชีวิตของสัตว์ในแต่ละสภาพแวดล้อม ลักษณะหน้าที่ของส่วนต่างๆ ของสัตว์และพืชที่อยู่ในโรงเรียนและ
ชุมชนในอำเภอสุไหงโก-ลก ความสำคัญของอวัยวะภายนอกและภายในของตัวเรา ตลอดจนการดูแลรักษา
สขุ ภาพ ลักษณะหรอื สมบตั ขิ องวสั ดุท่ใี ช้ทำของเลน่ ของใช้ในชวี ติ ประจำวัน จำแนกวสั ดทุ ่ีใชเ้ ปน็ ของเล่นของใช้
การนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่หรือการ recycle ซึ่งเป็นวิธีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกวิธีหนึ่ง การเกิด
ปรากฏการณ์กลางวันกลางคืน การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว หินในท้องถิ่นที่มีอย่ใู น
อำเภอสุไหงโก-ลก สร้างผลงานจากการใช้เทคโนโลยี จัดเก็บ เรียกใช้ขอ้ มูลตามวัตถปุ ระสงค์

ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูลและ
การอภิปราย แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้การลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ นำเสนอด้วยวิธีการที่หลากหลาย
โดยใช้ภาษาที่เหมาะสมกับวัย แสดงลำดับขั้นตอนการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่าย จากแหล่งเรียนรู้
ภายในโรงเรียน ชุมชนอำเภอสุไหงโก-ลก โดยแสดงเป็นภาพสัญลักษณ์หรือข้อความ ใช้เทคโนโลยีออกแบบ
สร้างสรรค์ชิ้นงาน ผลงานอย่างปลอดภัย ปฏบิ ัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์รว่ มกนั ดูแลรักษาอุปกรณ์
เบื้องต้นใช้งานอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และทันต่อการ
เปลี่ยนแปลงของอำเภอสุไหงโก-ลก เมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน พื้นที่นวัตกรรม มีจิต
วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม

ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้รายปี
1. เน้นการตั้งคําถาม หรือฟังการอ่านจากครู เพื่อรับรู้เก่ียวกับหินจากชีวิตประจําวันของตนเองหรือจาก
กิจกรรมหรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัว หรือที่พบในชุมชนอำเภอสุไหงโก-ลก และร่วมกันอภิปราย นําเสนอ
ประโยชน์ของหิน โดยใชค้ ําพูดของตวั เอง วาดภาพ หรือตอบคำถามผ่านแอพพลเิ คชันออนไลน์
2. รับรู้ความหมายของสภาพแวดล้อม เน้นกระบวนการสืบเสาะร่วมกับเพื่อนในการรวบรวมหลักฐาน
โดยการสาํ รวจและการบันทึกข้อมลู เก่ียวกับสภาพแวดล้อมรอบตัว ในโรงเรยี นและชุมชนอำเภอสุไหง
โก-ลก ท่ีมคี วามเหมาะสมกับการดํารงชวี ิตของตนเอง ครอบครัว สัตวแ์ ละพชื โดยมีครเู ปน็ ผชู้ ่วยเหลือ
กําหนดบรเิ วณและขอบเขต

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นสุไหงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 35

3. การสํารวจบรเิ วณรอบโรงเรียน หรือร่วมกบั ผปู้ กครองสํารวจบริเวณรอบบ้าน นาํ เสนอผลการรวบรวม
ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลเกี่ยวกับความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมที่สํารวจกับ
การดาํ รงชวี ิตของตนเอง สตั วแ์ ละพชื ด้วยภาษาทีเ่ หมาะสมกบั วยั

4. 3.เน้นกระบวนการสืบเสาะและสือ่ สารด้วยภาษาที่เหมาะสมเก่ียวกับปรากฎการณ์บนท้องฟ้าในเวลา
กลางวันและกลางคืนจากสื่อต่างๆ เช่น สถานการณ์จําลอง ภาพข่าว เหตุการณ์ คลิปวิดีโอ และสร้าง
แบบจำลอง โดยอาศัยการแนะนาํ หรอื การให้ความช่วยเหลือ

5. 4.เน้นการตั้งคําถาม รวบรวมข้อมูลโดยสังเกต เปรียบเทียบ จัดกลุ่มของเล่นของใช้ที่รวบรวมได้ และ
ลงข้อสรุป เก่ยี วกับสมบัตขิ องเลน่ ของใชท้ ีท่ ำจากวัสดุเพยี งชนดิ เดียวและหลายชนดิ

6. 5.แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้การลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าถึงแหล่ง
เรยี นรู้และสร้างแบบจำลองดาวบนท้องฟา้ ของเล่นของใช้ตามคาํ แนะนาํ ได้อยา่ งเหมาะสม

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 36

คำอธิบายรายวชิ า สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ว14101 วิทยาศาสตรแ์ ละระบบธรรมชาติ เวลา 80 ช่วั โมง
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4

ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ รู้จักอ่านเขียน แก้ไขปัญหา สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล
นำเสนอ แลกเปลย่ี น ประยุกตใ์ ช้ ออกแบบ สรา้ งแบบจำลองในการเรยี นรู้ การเกดิ เสยี ง การเคลอื่ นที่ของเสียง
เสียงสูง เสียงต่ำ เสียงดัง เสียงค่อย โดยศึกษาจากเครื่องดนตรีพื้นบ้านของอำเภอ คือ กรือโต๊ะ สาเหตุที่ทำให้
เกิดมลพิษทางเสียง วิธีการไม่ประพฤติตนอันเป็นสาเหตุที่ทำใหเ้ กิดมลพิษทางเสียง การปฏิบัติตนให้ปลอดภยั
จากมลพิษทางเสียง สมบัติของสสารในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้แม่น้ำสุไหงโก -ลกเป็น
แหล่งเรยี นรู้ ความเหมือนและความแตกต่างของสมบัติของสสาร สถานะของแหลง่ น้ำผิวดินในอำเภอสุไหงโก-
ลก แหล่งกำเนิดแสง ลกั ษณะการเคลื่อนที่ของแสง การมองเหน็ ส่งิ ต่าง ๆ รอบตวั การมองเห็นดวงอาทิตย์และ
ดวงจันทร์ การมองเหน็ ปรากฏการณก์ ารเปลีย่ นแปลงรปู ร่างของดวงจนั ทร์ การมองเห็นสิง่ ต่าง ๆ ผา่ นวัตถทุ ีม่ า
กั้นแนวการเคลื่อนที่ของแสง เช่น การละเล่นหนังตะลุง ในอำเภอสุไหงโก-ลก ประเภทวัตถุที่สังเกตออกเป็น
วัตถุทึบแสง ตัวกลางโปร่งใส และตัวกลางโปร่งแสง การเกิดเงา การประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องการมองเห็น ผ่าน
ตัวกลางของแสงและวัตถุทึบและการเกิดเงาในการแก้ปัญหาและอธิบายสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
ระบบสุรยิ ะกับการดำรงชวี ติ ของส่ิงมีชวี ิต การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของโลก ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใน
ป่าพรุโต๊ะแดง การจําแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์ มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะของ
สตั วม์ ีกระดูกสันหลังในกลุม่ ปลา กลมุ่ สตั วสะเทนิ นำ้ สะเทินบก กลุ่มสัตวเลอื้ ยคลาน กลุม่ นก และกลุ่มสตั วเลีย้ ง
ลูกด้วยนำ้ นม หน้าที่ของ ราก ลําต้น ใบและดอกของพืชดอก คือ ต้นยางพาราที่เปน็ พืชเศรษฐกิจของอำเภอสุ
ไหงโก-ลก ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของนราธิวาส สมบัติทางกายภาพ ด้านความแข็ง การนําความร้อนของ
วัสดุ การนำสมบัติทางกายภาพของวัสดุไปใช้ในการกวนอาซูรอ การใช้สมบัติทางกายภาพของวัสดุเกี่ยวกับ
ความแข็งและการนำความร้อน ในการทำผ้าคลุมผมสตรีแบบเพชรรีดเพื่อการค้าชายแดนระหว่างประเทศ
ความแตกต่างของสสารทั้ง 3 สถานะโดยศึกษาจากวัสดุในธรรมชาติของแม่น้ำสุไหงโก-ลกเป็นแหล่งเรียนรู้
ตัวกลางของแสง การขึ้นและตกและการเปลี่ยนแปลงรูปร่างดวงจนั ทร์ และความเชื่อมโยงของระบบสุริยะกับ
การดำรงชวี ติ การดูแลรกั ษาส่งิ แวดล้อมของโลก การสบื คน้ ข้อในอินเทอรเน็ต การประเมนิ ความน่าเช่ือถือของ
ขอ้ มูล การรวบรวม นําเสนอขอมลู และสารสนเทศ

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 37

ใช้การสืบเสาะหาความรู้ ตั้งคําถาม คาดคะเนคําตอบหรือสร้างสมมติฐาน วางแผนและสํารวจ
ตรวจสอบโดยใชเครื่องมืออุปกรณ์และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม ประเมินความน่าเชื่อถือ ของข้อมูล
รวมรวมข้อมูล ประมวลผลอย่างง่าย วิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือก ลงความคิดเห็นและ
สรุปผลการสาํ รวจตรวจสอบ เพือ่ ใหเกิดความร้คู วามเข้าใจ มที ักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และมีทักษะ
การเรียนร้ใู นศตวรรษที่ 21 ในดา้ นการใชเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเบื้องต้น มคี วามคิดสรางสรรค์
สามารถทำงานรวมกับผู้อ่ืน ใช้เหตผุ ลเชิง ตรรกะในการแก้ปญหา และอธิบายการทำงาน หรอื คาดการผลลัพธ์
จากปัญหาอยา่ งงา่ ย

ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ในการดํารงชีวิต รู้จักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโลก สามารถสื่อสารอยางมีมารยาทและรู้กาลเทศะ
รู้จักการปกป้องขอมูล ส่วนตัว และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอำเภอสุไหงโก-ลก เมืองต้นแบบสามเหลี่ยม
ม่ันคง มัง่ คัง่ ยง่ั ยนื พ้นื ท่นี วัตกรรม มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม

ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้รายปี
1. ตั้งคำถาม สังเกต สืบค้นข้อมูล อธิบาย ระบุ บอกเกี่ยวกับแหลง่ กำเนดิ แสง ลักษณะการเคลื่อนทีข่ อง
แสง ลักษณะและทิศทางการเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งกำเนิดแสงต่าง ๆ การมองเห็นดวงอาทิตย์
และดวงจันทร์ การมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ผ่านวัตถทุ ี่มากั้นแนวการเคลื่อนที่ของแสง เช่น การละเล่นหนัง
ตะลุง ในอำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่อาศัยการเคลื่อนที่ของแสงเมื่อผ่านตัวกลาง
ของแสง การเกิดเงาลักษณะของเงาที่ปรากฏบนฉากลักษณะและการเกิดเงามืดและเงามัว ความ
สมเหตุสมผลของดาวต่าง ๆ ในระบบสุริยะกับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต วิธีการปฏิบัติตนที่ไม่ส่งผล
กระทบต่อธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มบนโลก เพื่อแสดงความตระหนักว่าโลกเป็นดาวดวงเดียวในระบบ
สุริยะที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต หน้าที่ของราก ลำต้น ใบ และดอกของต้นยางพาราพืชเศรษฐกิจ
ของอำเภอสุไหงโก-ลกโดยใช้ขอ้ มูลที่รวบรวมได้ ความสมเหตุสมผลของดาวต่าง ๆ ในระบบสุริยะกับ
การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวติ
2. นำเสนอความเข้าใจเกี่ยวกับการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวด้วยการเขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดง
การมองเหน็ ความแตกตา่ งของส่ิงมีชวี ิตในปา่ พรุโต๊ะแดง จากข้อมลู ท่ีสงั เกตได้ โครงสร้างและลักษณะ
ของสงิ่ มชี วี ิตท่ีเหมาะสมกับการดำรงชวี ติ ในปา่ พรุโต๊ะแดง

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสุไหงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 38

3. ใช้เหตุผลและความสัมพันธ์ของข้อมูลในการคาดการณ์การมองเห็นปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลง
รูปร่างของดวงจันทร์บนท้องฟ้าโดยไม่ด่วนตัดสินใจหรือลงข้อสรุปสร้างคำอธิบายเชื่อมโยงเกี่ยวกับ
โครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต และ
คาดการณ์อย่างสมเหตุสมผลเกี่ยวกับผลที่เกิดขึ้นกับการปรับตัวด้านโครงสร้างและลักษณะของ
สิ่งมีชีวิตและความหลากหลายของส่ิงมชี วี ติ เม่ือสภาพแวดล้อมในป่าพรุโต๊ะแดง เกิดการเปลีย่ นแปลง
จากขอ้ มูลทร่ี วบรวมได้

4. สร้างแบบจำลองและอธิบายสาเหตุของปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของดวงจันทร์ จาก
หลกั ฐานทีร่ วบรวมได้ใชค้ วามคิดสรา้ งสรรค์ในการออกแบบและปรบั ปรุงเคร่ืองมือหรือเครื่องใช้ท่ีมีอยู่
เพ่ือแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการ โดยเลือกใช้ความรู้เรื่องสมบัติด้านความแข็ง และ/หรือ
การนำความร้อนของวสั ดุต่าง ๆ

5. จำแนกประเภท เกี่ยวกับวัตถุทีส่ งั เกตออกเปน็ วัตถุทึบแสงตัวกลางโปรง่ ใส และตัวกลางโปร่งแสงโดย
ใช้ลกั ษณะการมองเหน็ ผา่ นวัตถนุ ้นั เป็นเกณฑ์ ส่งิ มชี วี ิตในป่าพรุโตะ๊ แดงโดยใช้ความเหมือนและความ
แตกต่างของลักษณะของสิ่งมีชีวิต เป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ กลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ สัตว์ในป่าพรุโต๊ะ
แดง ออกเปน็ สัตว์มีกระดูกสันหลงั และสัตวไ์ มม่ ีกระดูกสนั หลัง โดยใชก้ ารมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์
พืชในป่าพรุโต๊ะแดงออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก โดยใช้การมี ดอกเป็นเกณฑ์ จากข้อมูลท่ี
รวบรวมได้

6. ประยุกต์ใช้ความร้เู ร่ืองการมองเหน็ ผ่านตัวกลางของแสงและวัตถุทึบและการเกดิ เงาในการแก้ปัญหา
และอธิบายสถานการณต์ า่ ง ๆ ในชีวิตประจำวนั

7. ร่วมกันสำรวจ แลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อนและบอกความหลายหลายของส่ิงมีชีวิตในแหล่งที่อยู่ต่าง ๆ
ในปา่ พรุโตะ๊ แดง โดยใช้ขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการสงั เกตและใช้เคร่อื งมือชว่ ยในการสงั เกต

8. นักเรียนกระตือรือร้นในการสืบเสาะ ใช้กระบวนการทำงานเป็นทีมโดยแสดงความรับผิดชอบต่อ
บทบาทและงานตามที่ได้รับมอบหมาย วเิ คราะหส์ ถานการณ์ ตัง้ คำถามที่สนใจ ตงั้ สมมตฐิ าน กำหนด
นิยามเชิงปฏิบัติการ วิเคราะห์และเลือกวิธีทดลองที่กำหนดให้เพื่อนำไปสู่การตอบคำถามเกี่ยวกับ
สมบัติด้านความแข็งและสมบัติการนำความร้อนของวัสดุต่าง ๆ โดยสถานการณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อ
แก้ปญั หา คือ การเลือกวัสดุอุปกรณ์ท่นี ำมาใช้ในการกวนอาซูรอ

9. ออกแบบการบันทึกข้อมูลให้สอดคล้องกับสมมติฐานของการทดลอง แลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับผู้อ่ืน
โดยเคารพความคิดเหน็ ทแ่ี ตกต่างและหลากหลายของสมาชิกในทมี เพื่ออธบิ ายและลงข้อสรุปจากการ
ทดลองอย่างตรงไปตรงมา

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 39

3.5 คำอธบิ ายรายวิชา สาระการเรียนรู้เทคโนโลยดี ิจทิ ัล

รหัสวิชา ช่อื วิชา เวลาเรียน (ช่ัวโมง)
40
ว14201 เทคโนโลยดี จิ ิทัล 40
40
ว15201 เทคโนโลยดี ิจทิ ัล

ว16201 เทคโนโลยีดิจิทลั

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 40

คำอธบิ ายรายวิชา

ว14101 เทคโนโลยดี ิจทิ ัล สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 เวลา 40 ชัว่ โมง

การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่มีข้อมูล และเงื่อนไข 1-2
เงอ่ื นไข บอกเลา่ หรือเขยี นอัลกอรทิ มึ ในการแก้ปัญหาเสน้ ทางการเดินทางในอำเภอสไุ หงโก-ลกใหช้ ัดเจนเข้าใจ
ง่ายสามารถสลับ ขั้นตอนเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ในการทำงาน ออกแบบและเขียนโปรแกรมด้วย scratch
เพื่อสร้างชิ้นงานเกี่ยวกับ “วิถีสุไหงโก-ลก” อย่างง่าย ที่มีการทำงานแบบลำดับเพื่อวาดภาพหรือสร้างบท
สนทนา ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดในการทำงานด้วยตนเองหรือ จากคำแนะนำ การใช้ซอฟตแ์ วร์หรือแอปพลิเคชัน
Canva for Education และ Google App for Education ในการทำงานหรือการแก้ปัญหามาใช้ในการ
ประมวลผลและนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวิถีพืน้ ถ่นิ เช่น การหาผลรวม ผลต่าง การหาค่าเฉลี่ย การสร้างตาราง
แผนภูมิสรา้ งทางเลอื ก ที่สอดคล้องกับเงื่อนไขในการทำงานหรือการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ อย่างน้อย 2 ทางเลือก
ตระหนกั ถงึ ความสำคญั และคณุ คา่ ของข้อมลู ค้นหาขอ้ มูลเกี่ยวกบั การแต่งกาย อาหารพืน้ บา้ นอำเภอสุไหงโก-
ลก ด้วยข้อความ ภาพ เสียง ระบุคำค้นที่กระชับ ชัดเจน ตรงประเด็นในการหาข้อมูล เลือกชนิดของข้อมูลท่ี
ต้องการ อ้างอิงแหล่งท่ีมาของข้อมูล ติดต่อสื่อสาร ผ่านอินเทอร์เน็ตอย่างมีมารยาท ตระหนักถึงการปกป้อง
ข้อมูลส่วนตัว พัฒนาชิ้นงานเพื่อแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ด้วย Micro bit และนำไปใช้จริง ระบุปัญหา
วางแผนแกป้ ญั หา เลือกใช้เทคโนโลยี ตรวจสอบผลและปรบั ปรุงแก้ไข

ผลลพั ธก์ ารเรียนรู้รายปี
1. ใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหาในชวี ิตประจำวันหรือสถานการณ์จำลอง หาวิธีการแก้ปัญหา
ท่หี ลากหลายทเ่ี ปน็ ไปได้
2. แสดงวิธีการแก้ปัญหาโดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเหตุและผลด้วยข้อความหรือ แผนภาพ
อธิบายเหตุผลของการตัดสินใจหรือการลงข้อสรุป มีความพยายามและกระตือรือร้นในการ
แก้ปญั หาอย่างอย่างม่งุ มนั่ ไม่ย่อท้อ
3. ออกแบบและเขยี นโปรแกรมเพ่ือแกป้ ญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม
4. ใช้เทคโนโลยดี จิ ิทัลในการออกแบบการบันทึกข้อมลู รวบรวมข้อมูลที่สอดคล้องกับวธิ กี าร จัดเก็บ
จัดเตรียม ประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูลและลงข้อสรุป เพ่ือการแก้ปัญหาหรือตัดสินใจ นำเสนอ
ข้อมูลโดยเลือกใชว้ ิธกี าร สอ่ื สารทีเ่ หมาะสม ตระหนกั ถึงคุณคา่ และขอ้ จำกัดของขอ้ มูล

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก พุทธศักราช 2565 41

5. ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสาร เพื่อทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ประเมินความนา่ เช่ือถือของข้อมูลและแหล่งข้อมูล เคารพในความคดิ เหน็ ท่ีหลากหลาย มีมารยาท
และ จริยธรรมในการส่อื สารอย่างเหมาะสมและปลอดภยั

6. สร้างของเล่น ชนิ้ งานตามความสนใจและคำนงึ ถงึ ความปลอดภยั

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสุไหงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 42

3.6 คำอธิบายรายวิชา สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ หนา้ ทพ่ี ลเมอื งและศลี ธรรม

รหสั วิชา ชื่อวิชา เวลาเรียน (ชั่วโมง)
ส11101 สังคมศึกษา ประวตั ศิ าสตร์ หน้าท่ีพลเมืองและศลี ธรรม 120
ส12101 สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ หนา้ ที่พลเมืองและศีลธรรม 120
ส13101 สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ หนา้ ที่พลเมืองและศีลธรรม 120
ส14101 สงั คมศึกษา ประวัติศาสตร์ หน้าท่ีพลเมืองและศีลธรรม 120
ส15101 สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ หน้าท่ีพลเมืองและศีลธรรม 120
ส16101 สงั คมศึกษา ประวตั ิศาสตร์ หนา้ ที่พลเมืองและศลี ธรรม 120

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสไุ หงโก-ลก พุทธศกั ราช 2565 43

ส11101 สังคมศกึ ษาฯ คำอธบิ ายรายวิชา
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1 สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ประวัติศาสตร์ หนา้ ท่ีพลเมืองและศีลธรรม

เวลา 120 ช่ัวโมง

เรยี นรู้และอธบิ ายประวัติความเป็นมาของศาสนาท่ีตนเองนับถือได้อย่างเหมาะสมปฏิบัติกิจกรรมทาง
ศาสนา ปฏิบัติตนตามมารยาทที่ตนเองนับถือ แสดงความเคารพ พ่อแม่ ครูหรือผู้ใหญ่ได้อย่างเหมาะสม
อธิบายโครงสรา้ งครอบครัวของตนเองได้อย่างถกู ต้อง เล่าเรื่องราวและลำดบั เหตกุ ารณ์ของโรงเรียนบ้านสไุ หง
โก-ลก บอกถึงความเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเหตกุ ารณ์ท่ีมีต่อวิถชี วี ติ ของตนเองครอบครวั โรงเรยี นบา้ น
สุไหงโก-ลก ได้สอดคล้องและเชื่อมโยงกัน ยกตัวอยา่ งบุคคลซ่ึงมีผลงานทีเ่ ป็นประโยชน์แก่โรงเรียนบา้ นสุไหง
โก-ลกและชุมชนของเรา ลำดับเวลาและเหตุการณ์สำคญั ของตนเอง ครอบครัว โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก และ
ชุมชนโดยใช้เส้นเวลาได้อย่างถูกต้อง ปฏิบัติตนตามแนวทางเบญจศีล เบญจธรรมหรือหลักธรรมคำสอนของ
ศาสนาที่ตนนับถือ ฝึกให้มีสติในการฟัง การอ่าน การคิด การถาม และการเขียนสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
ของตนเอง ระบุสาเหตุและวิธีการแก้ไขปัญหาวางแผนการใช้จ่ายและออมเงินอย่างเหมาะสมและนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวันได้อยา่ งเหมาะสม สำรวจข้อมลู เกยี่ วกับตำแหน่ง ระยะและทิศทางของส่งิ ต่างๆและสถานท่ี โดย
ประยุกต์ใช้ แผนที่ แผนผัง รูปถ่าย สัญลักษณ์ เพื่อบอกและอธิบายรายละเอียดของตำแหน่งต่างๆได้ ทำ
กิจกรรมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีมารยาท ปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ ยอมรับข้อตกลง กฎ กติกาที่สร้าง
ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม ปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องที่แสดงถึงการเคารพสถาบันหลักและสัญลักษณ์ของชาติ
ไทย และรว่ มกจิ กรรมในวนั สำคัญต่างๆได้ ตัดสินใจทีจ่ ะเชื่อหรือปฏิบตั ิโดยเขา้ ใจวัตถปุ ระสงค์ ประโยชน์ และ
โทษของสื่อ สารสนเทศ ดิจิทัล สร้างและส่งต่อข้อมูลสารสนเทศ เกิดประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัว
ระมัดระวังในการใช้ของตนเอง ครอบครัว และโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก ในการทำกิจกรรม การทำกิจวัตร
ประจำวันอยา่ งประหยดั คุ้มคา่ และพอเพียง อย่างคุ้มคา่ และเหมาะสม

ผลลพั ธก์ ารเรียนรู้รายปี
1. ศรทั ธา เคารพ และตระหนักรใู้ นพระคณุ ของศาสนาท่ตี นนับถอื
2. ส่อื สารดว้ ยท่าทที ี่สภุ าพ มีสติเคารพพอ่ แม่ ครู หรอื ผ้ใู หญ่ เคารพความแตกตา่ งระหวา่ งกันเพ่ืออยู่
ร่วมกนั อยา่ งสันตสิ ขุ ในครอบครัว โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก
3. ใช้แหล่งข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือในการสอบถาม ค้นหาคำตอบอย่างเป็น
ขนั้ ตอนเก่ยี วกบั เรอื่ งราวของตนเอง ครอบครัว และโรงเรยี นบ้านสุไหงโก-ลก
4. อธบิ ายเรื่องราวตามลำดับเวลาจากอดีตถึงปัจจุบนั ของโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก ที่แสดงถึงความ
ต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเหตุการณ์ที่มีต่อวิถีชีวิตของตนเอง ครอบครัว
โรงเรยี นบา้ นสุไหงโก-ลก


Click to View FlipBook Version