The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรมการศึกษา ด้านการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ที่เป็นเลิศ ระดับภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สำนักงานศึกษาธิการภาค 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การนิเทศภายใน โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครู สู่คุณภาพผู้เรียน : ULIT - S Supervision Model โรงเรียนอุลิตไพบูลย์ชนูปถัมภ์ จ.ชัยนาท

นวัตกรรมการศึกษา ด้านการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ที่เป็นเลิศ ระดับภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สำนักงานศึกษาธิการภาค 1

รายงานนวัตกรรมการปฏิบตั ทิ ่ีดี (Best Practices)
การนเิ ทศภายในโดยใชโ้ รงเรียนเป็นฐานเพือ่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะครู

สคู่ ณุ ภาพผู้เรียน : ULIT - S Supervision Model

ประเภทนวตั กรรมด้านการนิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผล
ภายใตโ้ ครงการ Innovation For Thai Education (IFTE)

ประจำปกี ารศกึ ษา 2565

นายเมธี วฒั นสิงห์
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนอลุ ติ ไพบูลยช์ นูปถมั ภ์

โรงเรียนอุลิตไพบลู ย์ชนปู ถัมภ์
สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษาอุทยั ธานี ชยั นาท

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ



คำนำ

รายงานการพัฒนานวัตกรรมด้านการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล เรื่อง การนิเทศภายใน
โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพ่ือเสรมิ สร้างสมรรถนะครสู ู่คุณภาพผู้เรยี น : ULIT - S Supervision Model
ภายใต้โครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษา
ปี 2565 สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษาอุทัยธานี ชยั นาท

กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียน เป็นวิธีการสำคัญอย่างหนึ่งที่มีผลต่อการพัฒนาคุณภาพ
ผู้เรยี นให้สูงขน้ึ เพราะเป็นกิจกรรมที่ชว่ ยใหผ้ ปู้ ฏบิ ัติงานภายในโรงเรียนสามารปฏบิ ัติงานในขอบเขตท่ี
ตนเองรับผิดชอบประสบผลสำเรจ็ เป็นไปตามมาตรฐานและสอดคล้องกับระเบียบวธิ กี ารดำเนินงานท่ี
กำหนดไวน้ ำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรยี นรอบดา้ นตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพื้นฐานและ
มาตรฐานการศึกษา และเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นวัฒนธรรม ในการทำงานให้พัฒนา
ศกั ยภาพสงู ขน้ึ เพื่อสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อยา่ งมีคุณภาพ สอดคลอ้ งสถานการณ์และบริบท
ของพ้นื ที่

ขอขอบคุณข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนอุลิตไพบูลยช์ นูปถัมภ์ทุกท่านท่ี
ได้ให้ความร่วมมือ ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมจนประสบผลสำเร็จสามารถนำไปใช้ในการนิเทศ กำกับ
ติดตาม ตลอดจนดูแลช่วยเหลือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอน ในรูปแบบออนไซต์
(On-site) และ รูปแบบออนไลน์ (On-line) อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติด
เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID – 19)

เมธี วัฒนสิงห์



สารบญั

หน้า

คำนำ ก
สารบญั ข
กระบวนการวางแผนกลยทุ ธ์ 1
การวิเคราะห์ SWOT ตามบริบทของสถานศึกษา 2
โมเดลคณุ ภาพของโรงเรยี นอุลิตไพบูลยช์ นปู ถมั ภ์ 3
องคป์ ระกอบที่ 1 ด้านความสำคัญของนวัตกรรม 5
5
ตวั ชว้ี ดั ท่ี 1 ความเปน็ มาและสภาพของปัญหา 7
ตวั ชี้วดั ท่ี 2 แนวทางการแก้ไขปัญหาและหรอื การพัฒนา 9
ตวั ชว้ี ัดท่ี 3 ประโยชน์และความสำคัญ 10
องค์ประกอบที่ 2 ด้านกระบวนการพัฒนานวัตกรรม จำนวน 6 ตวั ชี้วดั ดังน้ี 10
ตวั ชี้วดั ที่ 1 วัตถปุ ระสงค์และเป้าหมายการพฒั นา 10
ตัวชี้วดั ท่ี 2 หลักการ ทฤษฎี แนวคิดในการพฒั นา 17
ตัวช้วี ดั ที่ 3 การออกแบบและแนวทางการพัฒนา 22
ตวั ชว้ี ัดที่ 4 การมีส่วนรว่ มในการพฒั นา 22
ตวั ช้ีวดั ที่ 5 การนำไปใช้ 26
ตวั ชี้วดั ที่ 6 การประเมินและการปรบั ปรงุ 27
องคป์ ระกอบที่ 3 ด้านผลท่เี กดิ ข้นึ จากการดำเนินงานตามนวัตกรรม จำนวน 9 ตัวช้ีวดั ดังน้ี 27
3.1 ผลท่เี กิดข้นึ กับสถานศึกษาและผ้บู รหิ าร 27
ตวั ชว้ี ัดที่ 1 มีขอ้ มลู สารสนเทศของสถานศึกษา 28
ตวั ชีว้ ัดที่ 2 มีการดำเนินงานการบรหิ ารจดั การของสถานศกึ ษา การจัดการเรียนรู้
การนเิ ทศติดตามและประเมินผล อย่างเปน็ ระบบ 29
ตัวชวี้ ัดที่ 3 การมเี ครอื ข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศกึ ษา 29
ตัวชว้ี ัดท่ี 4 การยอมรับที่มีตอ่ สถานศึกษา 34
3.2 ผลทีเ่ กดิ ขนึ้ กับครผู ้สู อน 34
ตัวชีว้ ดั ท่ี 1 การออกแบบการจัดการเรยี นรู้ 35
ตัวชี้วดั ท่ี 2 การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 36
ตัวชว้ี ัดท่ี 3 การพฒั นาสือ่ การเรยี นรู้ 37
ตวั ชว้ี ัดท่ี 4 การวดั และการประเมินผล 39
3.3 ผลที่เกิดขึ้นกบั ผเู้ รียน 39
ตัวชว้ี ัดที่ 1 ผูเ้ รยี นมีผลการพฒั นาจากการใช้นวัตกรรม 43
ภาคผนวก 60
บรรณานกุ รม

รายงานนวัตกรรมการปฏิบัติทีด่ ี (Best Practices)
การนเิ ทศภายในโดยใช้โรงเรยี นเป็นฐานเพอื่ เสริมสร้างสมรรถนะครสู ่คู ณุ ภาพผู้เรยี น
: ULIT - S Supervision Model ภายใตโ้ ครงการ Innovation For Thai Education (IFTE)

นวัตกรรมการศึกษา เพ่ือพัฒนาการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565
นวัตกรรม  ด้านการนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผล

โรงเรียนอุลิตไพบูลย์ชนูปถัมภ์ดำเนินการวางแผนกลยุทธ์ เพื่อให้การจัดการศึกษาสอดคล้อง
กบั สภาพความเปลย่ี นแปลงทางเศรษฐกจิ สงั คม และความเจรญิ กา้ วหนา้ ทางวิทยาการ เป็นการสร้าง
กลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาใหส้ ามารถตอบสนองความต้องการของผมู้ ีส่วนได้ส่วนเสีย
ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ใน สังคมโลกเป็นตามเจตนารมณ์ของ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พุทธศักราช 2542 พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการด้วยระบบที่มี
คณุ ภาพ เพื่อให้การขับเคลื่อนดงั กล่าวบรรลุเปา้ หมาย จงึ ได้มีการดำเนนิ งาน 7 ขนั้ ตอน ดังน้ี

ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์ภารกิจและผลผลติ หลกั แหล่งข้อมูลหรือเอกสารท่ีต้องนำมาวิเคราะห์
ให้รู้ถึงภารกิจของโรงเรียน ได้แก่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 9 นโยบายของ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาอุทัยธานี
ชยั นาท เป็นตน้

ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์สภาพแวดล้อม โดยแยกเป็นสภาพแวดล้อมภายนอกและ
สภาพแวดล้อมภายในโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ทราบถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค เพื่อนำ
ข้อมลู ที่ไดไ้ ปกำหนดทศิ ทางพฒั นาโรงเรียน

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดทิศทาง เป็นการกำหนดทิศทางขององค์กรประกอบด้วย การกำหนด
วสิ ยั ทัศน์ การกำหนดพันธกิจ และการกำหนดเปา้ หมาย

ขั้นตอนที่ 4 กำหนดกลยุทธ์ เป็นการจัดทำแผนระยะยาวบนฐานของโอกาสและอุปสรรค
ที่ได้จากการวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมภายนอก และการวเิ คราะหจ์ ดุ แข็ง จดุ ออ่ นท่ีได้จากการวิเคราะห์
สภาพแวดลอ้ มภายใน โดยโรงเรียนกำหนดและเลอื กกลยุทธท์ ีด่ ีที่สดุ ทเี่ หมาะสมกบั โรงเรียนที่สดุ

ขั้นตอนที่ 5 นำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ โดยการแปลงกลยุทธ์ไปสู่แผนปฏิบัติการ กำหนด
รายละเอยี ดดา้ นตา่ ง ๆ เช่น กจิ กรรม เวลา ผูป้ ฏิบัติ งบประมาณ ตวั ชี้วัด เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 6 ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ โดยการทบทวนกิจกรรมในแผนปฏิบัติการและ
เตรยี มความพร้อม และดำเนนิ การตามแผน

ขั้นตอนที่ 7 นิเทศ ติดตาม ประเมินผล เป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการติดตาม
ตรวจสอบ ประเมนิ ผลกลยทุ ธท์ ่ีนำไปปฏบิ ัติ

2

แผนภาพกระบวนการวางแผนกลยทุ ธ์

วเิ คราะหภ์ ารกจิ และผลผลติ หลัก ดำเนินการ
วเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอก- ภายใน
นิเทศ ติดตาม
วิสัยทัศน์ พนั ธกิจ เป้าหมาย ประเมินผล

กลยทุ ธ์

แผนปฏิบัตกิ าร

- กิจกรรม - เวลา - ผูป้ ฏิบัติ
- งบประมาณ - ตัวชว้ี ัด

ปรับปรุง พฒั นาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
และสรุปรายงาน

การวเิ คราะห์ SWOT ตามบริบทของโรงเรยี นอลุ ติ ไพบูลยช์ นปู ถมั ภ์

SWOT ผลการวิเคราะห์

S จุดแขง็ - มีการกำหนดโครงสร้างสายงานอยา่ งเป็นระบบ
- มีคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน สมาคมศิษย์เกา่ คณะกรรมการสมาคม
(Strengths) ผู้ปกครองและครู เขา้ มามสี ่วนร่วมในการจดั การศึกษา
- ผูบ้ รหิ ารมีวสิ ัยทัศนท์ ่ดี ี พฒั นาการจดั การศึกษาอย่างตอ่ เนอ่ื ง
- ครมู ีความรู้ในรายวิชาท่สี อนและสอนตรงตามสาขาวชิ า
- นกั เรียนมคี วามตั้งใจใฝ่เรียนรู้และให้ความร่วมมอื ในการร่วมกิจกรรมตา่ ง ๆ

W จุดออ่ น - นักเรียนขาดทักษะการคิดวเิ คราะห์และการนำความรู้มาประยุกตใ์ ช้ให้เกิด
(Weakness) ประโยชน์
- ครูมีกระบวนการจดั การเรยี นการสอนไมห่ ลากหลาย ไมน่ ่าสนใจ และขาดทักษะ
การใช้สื่อเทคโนโลยี ทท่ี ันสมยั
- สถานทใ่ี นการจดั การเรียน การสอน ไม่เอื้อต่อผเู้ รยี น
- ผปู้ กครองบางกลมุ่ ไมส่ ง่ เสริมสนับสนนุ นกั เรยี นใหม้ ีความกระตือรอื รน้ ในการเรยี น

3

SWOT ผลการวิเคราะห์

O โอกาส - คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน ศษิ ย์เกา่ ทจี่ บการศึกษาจดั ตั้งสมาคมส่งเสรมิ
(Opportunities) สนบั สนนุ การจดั การศึกษาและให้ทุนการศึกษาแก่นกั เรยี น
- ผู้ปกครอง ชุมชน นำแนวปฏบิ ัตติ ามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาใชใ้ นการ
T สิง่ รบกวน ดำเนินชีวติ
คุกคาม อุปสรรค -- มี พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เปิดโอกาสให้ผู้มสี ว่ นเก่ียวข้องทกุ ภาค
ส่วน เขา้ มามี สว่ นรว่ มในการจดั การศึกษาสง่ ผลให้ การจดั การศกึ ษามปี ระสทิ ธิภาพ
(Threat) มากข้นึ
- นโยบายของรัฐบาล (เรยี นฟรี 15 ปี อย่างมคี ณุ ภาพ ) เออื้ ประโยชน์ให้
นักเรยี นที่มีฐานะยากจนได้มีโอกาสไดศ้ ึกษาในระดับท่สี งู ขึ้น

- ผู้ปกครองนักเรยี นบางสว่ นมีรายได้ต่ำไปประกอบอาชีพต่างถิ่น/หย่าร้าง/เสียชีวติ
เดก็ ต้องอาศัยอยู่กับญาติ ส่งผลใหน้ ักเรียนมี
พฤติกรรมบางอยา่ งที่ไม่เหมาะสม
- ผู้ปกครองบางส่วนขาดความรู้ความเขา้ ใจ
ในการใชส้ ือ่ เทคโนโลยีท่ีทันสมัย ทำใหไ้ มส่ ามารถตดิ ตามพฤติกรรมเสีย่ งของ
นกั เรยี นทนั
- ผู้ปกครองและนักเรียนเกิดปัญหาภาวะทางเศรษฐกิจในครอบครัว
- นโยบายด้านการศกึ ษามกี ารเปลีย่ นบอ่ ยคร้ัง ไม่มีความต่อเน่ือง

จากการวางแผนกลยุทธ์และการวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อน SWOT ตามบริบทของ
สถานศึกษาทำให้มีการพัฒนากระบวนการทำงานด้วยระบบโมเดลคุณภาพของโรงเรียนอุลิต
ไพบลู ยช์ นปู ถมั ภ์ คือ ULIT-S Model เพ่อื ใช้พัฒนากระบวนการทำงานในสถานศกึ ษา

แผนภาพ ULIT-S Model

4

ความหมายของ ULIT-S Model
ULIT – S Model

Unity ความมเี อกภาพ

Universe ความเปน็ สากลเปน็ หน่งึ เดยี ว :

การขบั เคลื่อนพัฒนาและผลกั ดนั

U สถานศึกษาให้มีประสทิ ธผิ ลและได้รับ

รางวลั ท่ีสงู ขึน้

Utility เสรมิ สรา้ งคุณประโยชนใ์ หก้ ับชมุ ชน องค์กร

บคุ ลากร

Learning องค์กรแห่งการเรียนรู้

Literacy การร้หู นังสอื (Read & Write) อ่านอย่าง

L เขา้ ใจและเขียนอยา่ งมีประสิทธภิ าพ

Digital Literacy ทักษะความเขา้ ใจและใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ทิ ลั ท่ี

มปี ระสิทธภิ าพ

Information การใชข้ อ้ มูลสารสนเทศ

I Innovation การสร้าง/ใช้ นวตั กรรม

Integration การบูรณาการ

Teamwork การทำงานเป็นทีม

T Technology เทคโนโลยีการบริหารและการเรียนรู้

Teaching เทคนคิ การสอน

Sufficiency Economy ศาสตร์พระราชาและน้อมนำหลักปรชั ญา

เศรษฐกิจสูก่ ารปฏิบตั ิ

S Supervision การนิเทศการศึกษา

SBM : School Based การบริหารโดยใช้โรงเรียนเปน็ ฐาน

Management

เมอ่ื นำโมเดลคณุ ภาพมาใชใ้ นการบรหิ ารจัดการในสถานศึกษา รว่ มกับการวเิ คราะหจ์ ดุ แขง็
จุดอ่อน SWOT ของสถานศึกษาพบว่า การนิเทศการศึกษาเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องขับเคลื่อน
เพ่ือเสริมสร้างสมรรรถนะครูสู่คุณภาพผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพโดยผู้บริหารเห็นว่าควรมีการจัดทำ
นวัตกรรมข้นึ เพ่ือสง่ เสริมการนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลใหเ้ ป็นระบบ กอ่ ให้เกิดความประโยชน์ท้ัง
ต่อครูผู้สอนและผเู้ รียน

5

องค์ประกอบท่ี 1 ด้านความสำคญั ของนวตั กรรม จำนวน 3 ตัวชี้วัด ดงั น้ี
ตวั ชี้วดั ท่ี 1 ความเป็นมาและสภาพของปญั หา

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ
มาตรา 258 ให้มกี ลไกและระบบการผลิตคัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและ อาจารย์ใหไ้ ด้ผู้
มีจิตวิญญาณของความเป็นครูมีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทน ที่เหมาะสมกับ
ความสามารถและประสิทธิภาพในการสอนรวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการ บริหารงาน
บุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ เพื่อให้ ผู้เรียนสามารถ
เรียนได้ตามความถนัดและปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุ เป้ าหมาย โดย
สอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
2560:77-80) นอกจากนี้ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ตามรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทยเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ย่ังยืน เป็น
ประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยยุทธศาสตร์ที่ 4.3
ดา้ นการพฒั นาและเสรมิ สร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายการพฒั นา ท่ีสำคญั เพ่ือพัฒนาคน
ในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่งและมีคุณภาพ มีทักษะที่จำเป็น ในศตวรรษท่ี 21
การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิตมุ่งเน้นการพัฒนาคนเชิงคุณภาพในทุก ช่วงวัย ตั้งแต่ช่วงการ
ตั้งครรภ์ ปฐมวัย วัยเด็ก วัยรุ่น วัยเรียน วัยผู้ใหญ่ วัยแรงงานและวัยผู้สูงอายุ เพื่อสร้างทรัพยากร
มนุษย์ที่มีศักยภาพ มีทักษะ ความรู้ เป็นคนดี มีวินัย เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ในทุกช่วงวัย ปฏิรูป
กระบวนการเรียนรู้ท่ีตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเนน้ ผูเ้ รียนให้มีทักษะการ
เรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู
การเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบ การเรียนรู้ตลอดชีวิต
(ประกาศ เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี : 43-44) สอดคล้องกับแผนการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2560–
2579 ในยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคม แห่งการเรียนรู้
มเี ปา้ หมายให้ผเู้ รยี นมที ักษะและคุณลักษณะพน้ื ฐานของพลเมอื งไทย มีทักษะ คุณลักษณะทจ่ี ำเป็นใน
ศตวรรษที่ 21 มีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษาและมาตรฐาน
วิชาชพี และพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ได้ตามศักยภาพ สถานศกึ ษาทกุ ระดบั การศกึ ษาสามารถจัดกิจกรรม/
กระบวนการเรียนร้ตู ามหลักสตู รอยา่ งมีคุณภาพและมาตรฐาน แหล่งเรยี นรู้ ส่อื ตำราเรียน นวัตกรรม
และสอื่ การเรยี นรู้ มีคณุ ภาพและมาตรฐาน ประชาชนสามารถ เข้าถงึ ไดโ้ ดยไมจ่ ำกดั เวลาและสถานท่ี
มีระบบและกลไกการวัดการติดตามและประเมินผล มีประสิทธิภาพ มีระบบการผลิตครูอาจารย์และ
บุคลากรทางการศึกษาได้มาตรฐานระดับสากล ตลอดทั้งครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาได้รบั
การพฒั นาสมรรถนะตามมาตรฐาน (แผนการศกึ ษาชาติ พ.ศ. 2560–2579 : ญ-ฎ)

การพฒั นาคุณภาพศึกษาให้เกิดคุณภาพส่ิงหนงึ่ เป็นคุณภาพของผ้เู รียนทเี่ ชื่อม่ันว่าผู้เรียนจะมี
คุณภาพตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้
และตวั ช้วี ดั (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) ตลอดท้งั มที กั ษะในศตวรรษท่ี 21 น้ัน จะต้องมกี ระบวนการ สู่

6

ความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 3 กระบวนการ คือ กระบวนการบริหาร กระบวนการ
เรยี นการสอน และกระบวนการนเิ ทศการศึกษา ซง่ึ กระบวนการนิเทศการศึกษา เปน็ ภารกจิ จำเป็นต่อ
การจัดการศึกษาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรหลายฝ่ายโดยเฉพาะ อย่างยิ่งทางด้านการ
พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนที่เป็นเป้าหมายสุดท้าย บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ในหน่วยงานจัด
การศึกษาจำเป็นต้องพัฒนาและปรับปรุงตนเอง ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ การปฏิบัติงาน
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อช่วยเหลือ
ชี้แนะและพัฒนางานให้ประสบผลสำเร็จทันต่อสภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อีกทั้งเป็น
องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเหลือ สนับสนุนให้กระบวนการบริหาร และกระบวนการเรียน การสอนมี
คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของประเทศ ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญ ในการส่งเสริม ระบบประกัน
คุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะการจัดการศึกษาในระยะการปฏิรูปการศึกษา การจัดการศึกษาในยุค
ประเทศไทย 4.0 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 มาตรฐาน การศึกษา ของ
กระทรวงศึกษาธิการและมาตรฐานการศึกษาของชาติ ปี 2561 ตลอดทั้ง ยุทธศาสตร์ชาติ มุ่งเน้นให้
ผู้เรียนมีคุณภาพมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทักษะการเป็นผู้นำ ทักษะ
การเป็นนักนวัตกรและทักษะการนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม ซึ่งกระบวนการ ขับเคลื่อนคุณภาพ
การศึกษา การนิเทศการศึกษามีความสำคัญต่อการพัฒนา ปรับปรุง และเพิ่ม ประสิทธิภาพในการ
จัดการการศึกษาในสถานศกึ ษา เพื่อให้ผู้บริหารและครูผู้สอนมีความรู้ ความเข้าใจในด้านการบรหิ าร
จัดการ ด้านหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนที่มปี ระสทิ ธิภาพ รวมทั้งการปฏิบัติงานอ่ืน ๆ ที่ส่งผล
ตอ่ การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา

ในการจดั การนิเทศภายในโรงเรยี นนั้นจึงจำเป็นอย่างยิง่ ถ้าหากจะให้ประสบผลสำเร็จปัจจัยที่
สำคัญ คือ ผู้บริหาร เพราะผู้บริหารมีบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญในการนิเทศภายในโรงเรียน ที่
สนับสนนุ ให้เกิดการนิเทศภายในโรงเรียนให้ได้ตามมาตรฐาน กติ ตพิ ร ปญั ญาภญิ โญผล (อา้ งถงึ ในพัชริ
นทร์ ช่วยศิริ, 2554) กล่าวว่า ผู้บริหารมีส่วนสำคัญที่ผลักดันการนิเทศภายในโรงเรียนให้บรรลุผล
เปน็ ประโยชนต์ อ่ การปรับปรุงการเรียนการสอนทั้งมวลในโรงเรยี น ผู้บรหิ ารโรงเรยี นเปน็ ผู้ที่อยู่ใกล้ชิด
ก ั บ ค ร ู ย ่ อ ม ร ู ้ ส ภ า พ ป ั ญ ห า แ ล ะ ค ว า ม ต ้ อ ง ก า ร ข อ ง บ ุ ค ล า ก ร ภ า ย ใ น โ ร ง เ ร ี ย น เ ป ็ น อ ย ่ า ง ดี

การศึกษาสภาพปัญหาการนิเทศภายในโรงเรียนที่ทำให้การนิเทศภายในโรงเรียนไม่ประสบ
ผลสำเร็จเท่าทีค่ วร เนื่องจากผูบ้ ริหารและบุคลากรในโรงเรียนส่วนใหญไ่ ม่ตระหนกั ว่าตนมีสว่ นสำคญั
ทีจ่ ะผลกั ดันให้เกิดการพฒั นาผบู้ รหิ ารโรงเรยี นมี ความรูส้ ึกว่าการนิเทศภายในโรงเรียนเป็นงานประจำ
จึงมอบให้เป็นงานของฝ่ายบริหารงานวิชาการ คณะกรรมการการนิเทศภายในโรงเรียนรับผิดชอบ
ดำเนินการแทน โดยไม่ได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่บุคลากรส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญและประโยชน์
ของการนิเทศภายในโรงเรียนคิดวา่ เป็นการไปสังเกตการสอนของครูในชัน้ เรียนและไม่รู้จุดมุง่ หมายที่
แท้จริงของการนิเทศภายในโรงเรียนว่าเป็นไปเพื่อความร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาบุคลากรทุกคน
เนอ่ื งจากเข้าใจว่าการนเิ ทศเปน็ การไปตรวจสอบ จบั ผิด ประเมินวพิ ากษว์ จิ ารณ์ จงึ ไมใ่ ห้ความร่วมมือ
ร่วมคิด ร่วมทำ นอกจากนี้ผู้บริหารขาดความมั่นใจในการนิเทศภายในโรงเรียน สื่อ เครื่องมือ

7

นวัตกรรมใหม่ๆ ทางการ นิเทศไม่ได้นำมาใช้เพื่อสนับสนุนให้เกิดการนิเทศภายในโรงเรียนอย่าง
แทจ้ รงิ

จากสภาพปญั หาดงั กล่าว ผรู้ ายงาน จึงเห็นว่าการจัดระบบการนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผล
ท่ดี จี ะช่วยส่งเสริมครูผู้สอนให้มีการพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ผู้เรียนมี
คุณภาพมีความรู้ที่จะสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง และอีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญ คือปัญหา
การแพร่ระบาดของเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้คุณภาพของผู้เรียนต่ำลง ผลการทดสอบระดับชาติ
ข้ันพื้นฐานของนักเรยี นระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 และช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศกึ ษา 2564 ไม่
เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานท่ีตัง้ ไว้เน่ืองจากผเู้ รยี นสามารถเลือกสอบไดต้ ามความสมัครใจ รปู แบบการ
เรยี นการสอนก็ต้องมกี ารปรับเปลย่ี นเพอื่ ใหส้ อดคล้องกบั สถานการณ์และบรบิ ทของโรงเรยี น ด้วยการ
จัดการเรียน การสอนแบบผสมผสาน (Blended learning) ด้วยการเรียนในชั้นปกติ (On–site) การ
จัดการเรียน การสอนออนไลน์ ครูผู้สอนทำการสอนผ่านระบบอิเล็กทรอนิค (On – Line) การเรียน
ผ่านระบบ แอพพลิเคชัน (On – demand) และการเรียนแบบครูผู้สอนเดินทางไปแจกเอกสารใบ
งานให้กับผ้เู รยี นท่บี ้าน (On – hand) ดงั นน้ั จงึ จำเปน็ ตอ้ งพฒั นาครแู ละบุคลากร ใหม้ คี วามเช่ียวชาญ
ทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทย มีทักษะและ
คุณลักษณะทจ่ี ำเป็นในศตวรรษท่ี 21

ผู้รายงาน ในฐานะผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้ตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพครูและ
ผู้เรียนจึงพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อเสริมสร้าง สมรรถนะครู สู่
คณุ ภาพผเู้ รยี น : ULIT - S Supervision Model เพอื่ พฒั นาครแู ละบุคลากร ใหม้ ีความเช่ยี วชาญทาง
วิชาชีพ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานและ
มาตรฐานการศึกษา และเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นวัฒนธรรม ในการทำงานให้พัฒนา
ศักยภาพสงู ข้นึ เพื่อสามารถจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้อยา่ งมคี ุณภาพ สอดคลอ้ งสถานการณ์และบริบท
ของพน้ื ที่

ตัวชี้วดั ที่ 2 แนวทางการแกไ้ ขปญั หาและหรอื การพัฒนา

การนิเทศภายในโดยใชโ้ รงเรยี นเปน็ ฐานเพือ่ เสรมิ สรา้ งสมรรถนะครูสูค่ ุณภาพผู้เรยี น เป็นการ
นิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนโดยเน้นการบูรณาการ งาน/โครงการต่าง ๆ ได้แก่
การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อ
เทคโนโลยี การอ่านออกเขียนได้ การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการประกันคุณภาพ
การศึกษา เพ่ือให้ผู้เรียนมคี ณุ ภาพและมคี ณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ตามหลกั สูตร

การพัฒนาคุณภาพการศึกษา จะสำเร็จได้ตามเป้าหมาย จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญใน
การพัฒนา คือกระบวนการบริหาร กระบวนการจัดการเรียนรู้ และกระบวนการนิเทศ ที่ต้องร่วมกัน
สนับสนุนส่งเสริมไปด้วยกันในลักษณะของ “เกลียวเชือก” กระบวนการนิเทศการศึกษ า

8

(supervision) เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุง กระบวนการเรียนการสอนของ
ครู โดยมุ่งให้เกิดการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพส่งผลถึงคุณภาพของผู้เรียนกระบวนการนิเทศ
การศกึ ษาช่วยทำให้เกิดการพัฒนาคน พฒั นางาน สร้างการประสานสัมพันธ์ และขวญั กำลงั ใจ ซง่ึ ต้อง
ดำเนินงานให้ ประสานสัมพันธ์ กับกระบวนการอื่นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ บรรลุตาม
เป้าหมาย ทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนถาวร ดังที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน,2549 : 52) กล่าวว่า “การจัดการที่ดีเป็นกุญแจ
นำไปสู่ความสำเร็จขององค์กร การนิเทศท่ีดนี ำไปสู่การจัดการทีด่ ”ี
แนวทางการพฒั นาการนิเทศ

1. วเิ คราะหส์ ภาพปญั หา ประเมินความตอ้ งการจำเป็นในการพฒั นาในการจดั การเรียนรู้
2. กระบวนการการบรหิ ารจัดการกำกับ ดูแล การจัดการเรียนการสอน วิเคราะห์สมรรถนะ
ในการจัดการเรยี นรู้ของครูผู้สอนและคณุ ภาพของผูเ้ รียน
3. นเิ ทศตดิ ตามและประเมินผลการจดั การเรียนรู้ แลกเปล่ียนความคิด แนะนำปรับปรุงการ
จัดการเรียนร้ใู นชน้ั เรียน
4. สร้างนวัตกรรมการนิเทศเพือ่ พฒั นาแก้ไขปัญหาการจดั การเรยี นการสอนเพ่ือพฒั นา
สมรรถนะของครใู นโรงเรียนส่คู ุณภาพผู้เรียนในชน้ั เรียน

แผนภาพแนวทางการพฒั นาการนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผล

การบรหิ าร
สภาพ คณุ ภาพ
ปัญหา การจดั การเรยี นรู้ ผู้เรยี น

การนิเทศ ติดตามและประเมินผล

UL I TS

9

ตวั ช้ีวดั ที่ 3 ประโยชน์และความสำคญั

การนิเทศ เป็นกระบวนการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ ทันต่อสถานการณ์
นโยบาย การศกึ ษา หลกั สูตรและองค์ประกอบตา่ ง ๆ ซึง่ ความสำคัญของการนเิ ทศการสอนมีดังน้ี

1. ในด้านการช่วยเหลือแก่ครูโดยตรง การสนับสนุน ส่งเสริมให้ความช่วยเหลือและอำนวย
ความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ ความรู้ทางวิชาการหรือสถานที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการ
จัดการเรียนสอน อีกทั้งยังช่วยเหลือโดยใช้กระบวนการนิเทศภายในมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุง
การสอนและสำรวจความคิดเห็นควาต้องการควาช่วยเหลอื ตา่ ง ๆ เกีย่ วกับการสอนของครู

2. ด้านการพัฒนาทางวชิ าชีพ การสนับสนุนส่งเสริมครู ด้วยการจัดทำคูม่ ือและจัดอบรมการ
สนับสนุนให้ครูมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ โดยการจัดอบรมให้กับครูแกนนำหรือผู้นิเทศภายใน
โรงเรียน เพ่อื ท่ีจะนำความรแู้ ละแนวทางไปเผยแพร่ให้กบั ครใู นโรงเรียนหรือกลุ่มเครือขา่ ย

3. ด้านทักษะการทำงานกลุ่ม การสนับสนุนส่งเสริมครู ด้วยการเปิดโอกาสใหค้ รูเลอื กทำงาน
ตามที่ตนเองถนัดและสนใจ การพิจารณาความสามารถของแต่ละบุคคลก่อนจะมอบหมายงานและ
การเสริมสรา้ งบรรยากาศทีด่ ใี นการทำงานรว่ มกนั

4. ด้านการพัฒนาหลักสูตร การสนับสนุนส่งเสริมครูโดยให้มีการร่วมจัดทำหลักสูตร
สถานศึกษาและการนำหลักสูตรไปใช้ นอกจากน้ีการส่งเสริมกระตุ้นครูให้จัดการเรียนการสอนให้
สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตรและการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่ครูเกี่ยวกับการนำ
หลกั สูตรไปใช้ จัดการเรียนการสอน

5. ด้านการวิจัยในชั้นเรียน การสนับสนุน ส่งเสริมครู โดยการสร้างความตระหนักและสร้าง
แรงจูงใจให้ครูทำวิจัยในชั้นเรียน การวางแผน กำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ สำหรับงานวิจัยของ
โรงเรียนอย่างชัดเจนและเป็นระบบและการสำรวจความสามารถพื้นฐานของครูเกี่ยวกับการทำวิจัย
เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดการฝึกอบรม รวมทั้งยังส่งเสริมให้ครูผู้สอนสร้างสื่อ นวัตกรรมเพื่อ
ส่งเสริมใหก้ ารจัดการเรียนการสอนมปี ระสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น

6. การกำกับ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน มีการเน้นที่ทักษะ กระบวนการ และ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระยะเริ่มแรก เพราะจะทำให้ครูผู้สอน มีประสบการณ์และทักษะในการ
ปฏิบัติงาน ส่งผลให้ครูผู้สอนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของตนเองให้ดียิ่งขึ้น ผลสัมฤทธ์ิ
ของนักเรียนก็จะสูงขึ้น ตามไปดว้ ย

นอกจากการนิเทศจะมีความสำคัญในด้านต่าง ๆ แล้วยังมีประโยชน์ต่อการพัฒนาทางด้าน
วิชาการ ความรู้ นวัตกรรมทางการศึกษา หลักสูตร นโยบายการจัดการศึกษา มีการปรับเปล่ียนอย่าง
รวดเร็วและต่อเนื่อง สามารถแก้ไขปัญหาในการจัดการศึกษา ป้องกันความผิดพลาดในการจัด
การศึกษา ก่อให้เกิด ความคิดสร้างสรรค์ในการจัดการศึกษาและยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้
สูงขึ้น ช่วยพัฒนาคุณภาพครู คุณภาพของผู้เรียน สร้างขวัญ กำลังใจและความมั่นใจให้กับครูเพิ่มขน้ึ
อกี ดว้ ย

10

องคป์ ระกอบท่ี 2 ด้านกระบวนการพฒั นานวตั กรรม จำนวน 6 ตัวชีว้ ดั ดังน้ี
ตัวชีว้ ดั ที่ 1 วตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายการพฒั นา
วตั ถุประสงค์

1) เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ตามบริบทของ
โรงเรียนอุลิตไพบูลย์ชนูปถัมภ์

2) เพื่อสร้างความเข้มแข็งของการนิเทศภายในโรงเรียนด้านการพัฒนาและการใช้ หลักสูตร
สถานศึกษา การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การจัดการเรียนการสอน แบบผสมผสาน
(Blended learning) การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และการประกันคุณภาพ
การศกึ ษา

เป้าหมาย
1) ทีมนิเทศทุกคนมีความตระหนัก มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถดำเนินการ นิเทศ ได้

อยา่ งมีคณุ ภาพและมปี ระสิทธิภาพ
2) ครูทุกคนได้รับการนิเทศอย่างทั่วถึงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนา คุณภาพ

ผ้เู รียนได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
3) ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของผเู้ รียนท้งั ระดับสถานศึกษา ผลการทดสอบระกบั ชาติ

ขั้นพื้นฐาน O-NET ผู้เรียนมีสมรรถนะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นไปตามจุดเน้นของ
หลกั สูตร

ตวั ชีว้ ดั ที่ 2 หลกั การ ทฤษฎี แนวคิดในการพฒั นา

การนิเทศการศกึ ษามคี วามหมายแตกต่างกนั ตามแนวคดิ ความเชอื่ จุดมุ่งหมายและแนวทาง
การจัดการศึกษาที่ได้เปล่ียนแปลงไปแต่ละยุคแต่ละสมยั ดังนั้นความหมายของการนิเทศจึงมีลักษณะ
ต่างกันทั้งตามความหมายของรูปศัพท์และตามความหมายตามแนวทางของการบริหารกล าวคือ
ความหมายตามรูปศัพท์ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2525 ได้ให้ความหมาย
ของ “การนเิ ทศ” วา หมายถึง การชแี้ จง การแสดง การจำแนก

การนิเทศตรงกับคำภาษาองั กฤษวา supervision ซึ่งประกอบดว้ ย super และ vision คำวา
Super หมายถึง ดีมาก วิเศษ vision หมายถึง การเห็น การมอง การดูพลังในการจินตนาการ ฉะน้ัน
Supervision หมายถึง การมองเห็นที่ดีมาก เห็นโดยรวม การดูจากที่สูงกวา การมองจากเบ้ืองบน
การมีโลกทรรศนะกว้างขวางกว่าหรือผู้ที่ทำหนาท่ีนเิ ทศ คือใหความช่วยเหลือ แนะนำชแ้ี จง ปรับปรุง
เพื่อช่วยเหลือใหบุคลากรใตความรับผดิ ชอบ แกปญหาท่ีเกิดขึ้นแลวหรือเผชิญอยู่ให้สำเร็จลุล่วงไปได้
ด้วยดี

สเปียร์ส (Spears) ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการที่จะทำให้
เกิดการปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนของครู โดยการทำงานร่วมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการนี

11

เป็นกระบวนการกระตุ้นความเจริญก้าวหน้าของครู และมุ่งหวังที่จะช่วยเหลือครู เพื่อให้ครูได้ช่วย
ตนเองได้

กูด (Good) ได้ให้ความหมายของการนิเทศการศึกษาว่า เป็นความพยายามของผู้ทำหน้าท่ี
นิเทศที่จะช่วยในการให้คำแนะนำแก่ครู หรือผู้อื่นที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้สามารถ
ปรบั ปรุงการสอนของตนให้ดีข้ึน ชว่ ยให้เกดิ ความเจรญิ งอกงามในดา้ นอาชีพ ชว่ ยพฒั นาความสามารถ
ของครู

แฮร์รสิ (Harris) ได้กล่าวถึงความหมายของการนิเทศการศึกษาวา่ หมายถงึ สิ่งท่ีบุคลากรใน
โรงเรียนกระทำต่อบุคคลหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะคงไว้ หรือเปลี่ยนแปลงปรับปรุง
การดำเนินการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์และส่งผลสะท้อนไปถึงการพัฒนานักเรียน
ดว้ ย

มาคส์ และสทูปส์ (Marks and Stoops) ได้กล่าวถึงการนิเทศการศึกษาว่า คุณค่าของ
การนิเทศการศึกษาอยู่ที่การพัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และ
สง่ ผลสะท้อนไปถงึ การพัฒนานกั เรยี นด้วย

ชาญชัย อาจิณสมาจาร ได้ให้คำจำกัดความว่า การนิเทศการศึกษา คือกระบวนการ
สร้างสรรค์ ที่ไม่หยุดนิ่งในการให้คำแนะนำและการชี้ช่องทางในลักษณะที่เป็นกันเองแก่ครูและ
นักเรยี น เพื่อการปรับปรงุ ตวั เขาเอง และสภาพการเรียนการสอน เพอื่ ให้บรรลเุ ปา้ หมายทพี่ ึงประสงค์

สันต์ ธรรมบำรุง ได้ให้ความหมายว่า การนิเทศการศึกษา หมายถึงการช่วยเหลือ การ
แนะนำการชี้แจง การบริการ การปรับปรุงที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ในการที่จะส่งเสริมให้ครู
ปรบั ปรงุ การสอนให้ดีขนึ้

ดังนั้น จึงอาจสรุปความหมายของการนิเทศการศึกษา หมายถึง กระบวนการพัฒนาครู
เพื่อให้ครูปรับปรุงและพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้การจัดการศึกษาบรรลุจุดมุ่งหมายท่ี
วางไว้ การนเิ ทศการศึกษาจึงเป็นกระบวนการในการแนะนำชว่ ยเหลือ ครู ให้สามารถจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการนิเทศนั้นอยู่บนหลักการของประชาธิปไตย ได้แก่ การเคารพซึ่ง
กนั ระหว่างผนู้ ิเทศและผูร้ บั การนเิ ทศ

การนิเทศการศึกษาจัดขึ้นเพื่อปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น ในการปรับปรุง
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้นี้จะสำเร็จได้ผลดีเพียงไรนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับทักษะและความสามารถของ
ศึกษานิเทศก์ผู้ทำงานร่วมกับครู ตลอดจนเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ ที่ศึกษานิเทศก์นำมาใช้ในการ
นิเทศการศึกษาโดยใหค้ รมู ีโอกาสค้นควา้ งานท่ีจะต้องทำด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความงอกงามข้ึน เมื่อ
ได้เรียนรู้และมีความเจริญงอกงามแล้ว ย่อมจะได้รู้จักปรับปรุงงานด้านการเรียนการสอนให้ได้ผลดีมี
ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การนิเทศการศึกษามิใช่เน้นการปรับปรุงตัวครู โดยเห็นว่า ครูยังทำหน้าที่ ไม่
สมบูรณ์ในการสร้างความเจริญงอกงามให้แก่ผู้เรียน หากแต่ให้ความสำคัญไปถึงนโยบายการศึกษา
จดุ ประสงค์ของการให้การศึกษา การพจิ ารณาความเหมาะสมของหลักสูตรท่ีใช้ วสั ดุอปุ กรณ์การสอน

12

และวิธีสอนของครู สิง่ แวดล้อมของครูและผ้เู รียนในขณะทเ่ี รยี น ตลอดจนปญั หาด้านต่าง ๆ ในส่วนตวั
ครูและผู้เรยี นซง่ึ สิง่ เหลา่ น้ีอยใู่ นขอบเขตการนเิ ทศการศึกษาทง้ั ส้ิน

หลกั การสำคญั ของการนเิ ทศการศึกษา
บริกสแ์ ละจัสท์แมน (Briggs and Justman) ได้เสนอหลักการนิเทศสำหรับผบู้ รหิ ารไว้ดงั นี้

1) การนิเทศการศึกษาตอ้ งเป็นประชาธิปไตย
2) การนเิ ทศการศกึ ษาจะตอ้ งเป็นการส่งเสรมิ และการสร้างสรรค์
3) การนิเทศการศึกษาควรจะต้องอาศัยความรว่ มมือของวทิ ยากรหลายคนมากกว่าท่ีจะแบ่ง
ผูน้ ิเทศออกเปน็ รายบุคคล
4) การนิเทศการศึกษา ควรตั้งอยู่บนรากฐานของการพัฒนาวิชาชีพมากกว่าจะเป็น
ความสัมพนั ธส์ ่วนบุคคล
5) การนเิ ทศการศกึ ษา จะต้องคำนึงถงึ ความถนัดของแต่ละบุคคล
6) จุดมุ่งหมายสูงสุดของการนิเทศการศึกษา คือหาทางช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรู้
ความสามารถตามความมุ่งหมายของการศึกษา
7) การนเิ ทศการศึกษาจะต้องเก่ียวข้องอยู่กับการส่งเสริมความรสู้ ึกอบอนุ่ ให้แก่ครู และการ
สร้างมนษุ ยสมั พนั ธอ์ ันดีระหว่างหมู่คณะ
8) การนเิ ทศการศกึ ษาควรเรมิ่ ตน้ จากสภาพการณ์ปัจจุบนั ทก่ี ำลังประสบอยู่
9) การนิเทศการศึกษาควรเป็นการสง่ เสรมิ ความก้าวหน้า และความพยายามของครใู หส้ ูงข้นึ
10) การนิเทศการศึกษาควรเป็นการส่งเสริมและปรับปรุงสมรรถวิสัย ทัศนคติ และ
ขอ้ คดิ เห็นของครใู ห้ถกู ตอ้ ง
11) การนเิ ทศการศกึ ษา พยายามหลีกเล่ียงการกระทำอยา่ งเป็นพธิ กี ารมาก ๆ
12) การนิเทศการศึกษาควรใชเ้ ครอื่ งมือ และกลวิธีง่าย ๆ
13) การนิเทศการศกึ ษาควรตั้งอยบู่ นหลกั การและเหตุผล
14) การนเิ ทศการศกึ ษาควรมจี ุดมุง่ หมายทแี่ นน่ อน และสามารถประเมนิ ผลได้ดว้ ยตนเอง

เบอร์ตัน และบรุคเนอร์ (Burton and Brueckner) ได้สรุปหลักการนิเทศการศึกษาไว้
4 ประการ คอื

1) การนเิ ทศการศึกษาควรมคี วามถูกต้องตามหลักวชิ า การนเิ ทศการศกึ ษาทดี่ คี วรจะเป็นไป
ตามวัตถุประสงค์ และนโยบายทว่ี างไว้ ควรเปน็ ไปตามความจรงิ และกฎเกณฑท์ ่แี น่นอน

2) การนิเทศการศกึ ษาควรเปน็ วทิ ยาศาสตร์ การนเิ ทศการศึกษาควรเปน็ ไปอย่างมรี ะเบียบมี
การปรับปรุงและประเมินผล การนิเทศควรจะมาจากการรวบรวมข้อมูล และการสรุปผลอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพเปน็ ทเ่ี ช่อื ถือได้

13

3) การนิเทศการศึกษาควรเป็นประชาธิปไตย การนิเทศการศึกษาจะต้องเคารพในความ
แตกตา่ งของบุคคล เนน้ ความร่วมมือรว่ มใจกนั ในการดำเนินงาน และใช้ความรู้ความสามารถในการ
ปฏิบตั ิงานเพือ่ ให้งานนน้ั ไปสูเ่ ป้าหมายท่ตี ้องการ

4) การนิเทศการศึกษาควรจะเป็นการสร้างสรรค์ การนิเทศการศึกษาควรเป็นการแสวงหา
ความสามารถพเิ ศษของบุคคล แล้วเปดิ โอกาสใหไ้ ด้แสดงออกและพัฒนาความสามารถเหล่านั้นอย่าง
เต็มที่

ไวลส์ (Wiles) ได้เสนอแนะหลักการนิเทศการศกึ ษาไวด้ งั นี้
1) ให้ความสำคญั กับครทู กุ คนและทำใหเ้ ห็นว่าต้องการความชว่ ยเหลอื จากเขา
2) แผนงานหรอื ความเจรญิ กา้ วหน้าเป็นผลจากการทำงานเปน็ ทมี
3) หาโอกาสพบปะสงั สรรคเ์ ปน็ กนั เองกับครโู ดยสมำ่ เสมอ
4) เปิดโอกาสให้สมาชกิ ไดแ้ สดงความคดิ เห็นและส่งเสริมให้มคี วามคิดรเิ ริม่
5) เปน็ มิตรไมตรกี บั บคุ คลทั่วไป
6) ปรึกษากบั หมคู่ ณะเก่ียวกบั การเปลย่ี นแปลงใด ๆ อนั จะพึงมี
7) พิจารณาสภาพที่เป็นปัญหาของสมาชิก อาจจะซักถามสัมภาษณ์หรือให้คณะครูเสนอ

ปญั หาทีอ่ ยู่ในความสนใจร่วมกัน
8) หากศกึ ษานิเทศก์กระฉับกระเฉงมชี ีวิตชีวา หมู่คณะย่อมจะเปน็ เช่นกนั
9) บทบาทการนำของศกึ ษานเิ ทศกค์ ือ การประสานงานและการช่วยเหลอื ทางวิชาการ
10) ฟงั มากกว่าพดู
11) การปฏิบตั ิงานเรมิ่ ดว้ ยปญั หาของสมาชกิ
12) วางแผนปฏบิ ัติงานของหมคู่ ณะไว้
13) ตำแหน่งหน้าที่มิได้ทำให้ศึกษานิเทศก์ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือความเป็นมิตร

ไมตรกี บั หมคู่ ณะต้องชะงักงนั
14) พยายามใชป้ ระสบการณ์ด้านความสามารถต่าง ๆ ของครอู าวโุ สให้เกิดประโยชน์ในการ

นิเทศมากทสี่ ุด
15) ตัดสนิ ใจแน่วแน่ทันต่อเหตุการณ์
16) เอาใจใสร่ งู้ านในหนา้ ทด่ี ี
17) สำรวจและปรบั ปรงุ ตนเองอยูเ่ สมอ
18) สนใจในสวสั ดิภาพของสมาชกิ
19) มคี วามรับผิดชอบ ปลูกฝงั ความรบั ผิดชอบใหแ้ กห่ มู่คณะ

14

มารค์ และคณะ (Marks) ได้ให้หลกั เบื้องต้นของการนเิ ทศการศึกษาไว้ดังน้ี
1) การนิเทศการศึกษา ตอ้ งอาศัยความร่วมมือจากทุกฝา่ ย
2) การนเิ ทศการศึกษา ต้องถือหลกั วา่ เป็นการบริการ ซ่งึ ครูเป็นผ้ใู ชบ้ ริการ
3) การนิเทศการศึกษา ควรสอดคล้องกบั ความต้องการของครู
4) การนเิ ทศการศึกษา ควรเป็นการสร้างสรรคท์ ัศนคติ และความสมั พนั ธ์ระหว่างผูน้ ิเทศกบั

ผูร้ ับการนิเทศ
5) การนิเทศการศึกษา ควรเน้นใหเ้ ห็นความสำคัญของงานวิจยั และพยายามหาทางให้ครู

ศึกษางานวจิ ัย แล้วนำมาปฏิบัตติ ามนัน้
6) การนิเทศการศึกษา ควรยึดหลักการประเมินผลการนิเทศทั้งผู้นเิ ทศและผู้รับการนิเทศ

วินัย เกษมเศรษฐ์ ได้กล่าวไว้ว่า การนิเทศการศึกษาที่มีประสิทธิภาพจะต้องอาศัยหลักการต่าง ๆ
ดงั น้ี

1) หลักสภาพผนู้ ำ (Leadership) คอื การใช้อิทธพิ ลของบุคคลทจ่ี ะทำให้กจิ กรรมตา่ ง ๆ ของ
กลุ่มเป็นไปตามเปา้ ประสงค์

2) หลักความร่วมมือ (Cooperation) คือการกระทำร่วมกัน และรวมพลังทั้งหมดเพ่ือ
แก้ปัญหาด้วยกัน โดยยอมรับและยกย่องผลของความร่วมมือในการปรับปรุงการเรียนการสอนจาก
หลายฝ่ายและทำหน้าที่และความรับผิดชอบชัดแจ้งในการจัดองค์การ การประเมินผล ตลอดจนการ
ประสานงาน

3) หลักการเห็นใจ (Considerateness) คือการนิเทศการศึกษาจะต้องคำนึงถึงตัวบุคคลท่ี
ร่วมงานดว้ ยการเหน็ ใจ จะทำให้ตระหนกั ในคุณคา่ ของมนษุ ยสมั พันธ์

4) หลักการสรา้ งสรรค์ (Creativity) คือการนิเทศการศึกษา จะตอ้ งทำให้ครเู กิดพลังท่ีจะคิด
เร่มิ สิง่ ใหม่ ๆ แปลก ๆ หรอื ทำงานด้วยตนเองได้

5) หลักการบูรณาการ (Integration) เป็นกระบวนการซึ่งรวมสิ่งกระจัดกระจายให้สมบูรณ์
มองเหน็ ได้

6) หลักการมุ่งชุมชน (Community) เป็นการแสวงหาปัจจัยที่สำคัญในชุมชน และการ
ปรับปรุงปัจจัยเหลา่ นน้ั เพ่อื ส่งเสริมความเปน็ อยู่ในชุมชนใหด้ ีข้นึ

7) หลักการวางแผน (Planning) หมายถึงกระบวนการวิเคราะห์ซึ่งเกี่ยวกับการแสวงผลใน
อนาคตการกำหนดจุดประสงค์ที่ต้องการล่วงหน้า การพัฒนาทางเลือกเพื่อปฏิบัติให้บรรลุถึง
จดุ ประสงคแ์ ละการเลอื กทางปฏบิ ัติให้เหมาะสมทสี่ ุด

8) หลักการยืดหยนุ่ (Flexibility) หมายถึง ความสามารถที่จะถกู เปล่ียนแปลงได้ และพร้อม
อยูเ่ สมอทจ่ี ะสนองความต้องการสภาพท่ีเปลี่ยนแปลงไป

9) หลักวัตถุวิสัย (Objectivity) หมายถึงคุณภาพที่เป็นผลจากหลักฐานตามสภาพความจริง
มากกวา่ ความเห็นบุคคล

15

10) หลักการประเมินผล (Evaluation) หมายถึงการหาความจรงิ โดยการวัดทแ่ี นน่ อน และ
หลายอยา่ ง

วิจิตร วรตุ บางกรู และคณะ ไดเ้ สนอแนะหลักสำคัญในการนเิ ทศการศกึ ษาไว้ดังน้ี
1) หาทางให้ครูรู้จักช่วยและพงึ่ ตัวเอง ไม่ใชค่ อยจะอาศัยและหวังพ่ึงศึกษานิเทศก์หรือคนอ่ืน

ตลอดเวลา
2) ช่วยให้ครูมีความเชือ่ มั่นในตนเอง สามารถที่จะวิเคราะห์และแยกแยะปัญหาต่าง ๆ ด้วย

ตนเองได้
3) ต้องทราบความต้องการของครู แลว้ วางแผนการนเิ ทศเพื่อตอบสนองความตอ้ งการน้นั ๆ
4) ศึกษาปัญหาต่าง ๆของครูและทำความเข้าใจกับปัญหานั้นๆ แล้วพิจารณาหาทางช่วย

แกไ้ ข
5) ชักจูงใหค้ รูชว่ ยกนั แยกแยะและวิเคราะห์ปัญหารว่ มกนั
6) การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอน ควรเปิดโอกาสให้ครูได้ใช้ความคิดและลงมือ

กระทำเองใหม้ ากท่ีสดุ
7) รับฟังความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของครู แล้วนำมาพจิ ารณาร่วมกนั
8 ) ช่วยจดั หาแหล่งวิทยากร อุปกรณก์ ารสอน ตลอดจนเครอ่ื งมอื เครื่องใช้ต่าง ๆ ให้แกค่ รู
9) ชว่ ยจดั หาเอกสาร หนงั สอื และตำราต่าง ๆ ใหแ้ ก่ครู
10) ช่วยให้ครูรูจ้ ักจดั หาหรือจัดทำวัสดุอุปกรณ์การสอนที่ขาดแคลนด้วยตนเอง โดยใช้วัสดุ

ในท้องถน่ิ ท่มี ีอยู่
11) หาทางให้สถานศึกษา ชุมนุมชน และหน่วยงานที่ใกล้เคียง มีความสัมพันธ์กันและ

ช่วยเหลือซ่งึ กันและกัน
12) ต้องยอมรับนับถือบุคลากรที่ร่วมงานในโรงเรียนนั้น ๆ และแสดงให้เขาเห็นว่าเขามี

ความสำคัญในสถานศกึ ษานน้ั ๆ ดว้ ย
13) ช่วยให้ครูได้แถลงกิจกรรม และผลงานต่าง ๆ ของสถานศึกษาให้ชุมชนทราบโดย

สม่ำเสมอ
14) ต้องทำความเขา้ ใจกับผูบ้ ริหารสถานศึกษาในส่วนท่ีเป็นหน้าที่และความรบั ผิดชอบของ

กนั และกัน
15) ช่วยประสานงานระหว่างสถานศกึ ษากบั องคก์ ารหรือหน่วยงานที่เกย่ี วข้อง
16) รวบรวมขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ทเี่ หน็ ว่าเป็นประโยชน์มาทำการวเิ คราะหแ์ ละวจิ ยั
17) ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรอื่ งราวตา่ ง ๆ ของการศึกษาอย่างแจ่มแจ้ง เพอื่ จะได้ดำเนนิ การ

ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย

16

กระบวนการนเิ ทศการศกึ ษา
กระบวนการนเิ ทศการศึกษา หมายถึงการดำเนนิ การในการนิเทศใหไ้ ด้รบั ความสำเรจ็
แฮรสิ (Harris) ได้กำหนดขัน้ ตอนของกระบวนการนิเทศการศึกษาไว้ดังนี้

1) ขั้นวางแผน (Planning) ได้แก่ การคิด การตั้งวัตถุประสงค์ การคาดการณ์ล่วงหน้าการ
กำหนดตารางงาน การค้นหาวิธีปฏบิ ตั ิงาน และการวางโปรแกรมงาน

2) ขัน้ การจัดโครงการ (Organizing) ได้แก่ การตงั้ เกณฑ์มาตรฐาน การรวบรวมทรัพยากรท่ี
มีอยู่ทัง้ คนและวสั ดุอุปกรณ์ ความสัมพันธแ์ ตล่ ะขน้ั การมอบหมายงาน การประสานงาน การกระจาย
อำนาจตามหน้าท่ี โครงสรา้ งขององคก์ าร และการพฒั นานโยบาย

3) ข้นั การนำเข้าสู่การปฏิบัติ (Leading) ไดแ้ ก่ การตดั สนิ ใจ การเลือกสรรบุคคล การเร้าจูง
ใจให้มีกำลังใจคิดริเริ่มอะไรใหม่ ๆ การสาธิต การจูงใจ และให้คำแนะนำ การสื่อสาร การกระตุ้น
สง่ เสรมิ กำลังใจ การแนะนำนวัตกรรมใหม่ ๆ และใหค้ วามสะดวกในการทำงาน

4) ขั้นการควบคุม (Controlling) ได้แก่ การสั่งการ การให้รางวัล การลงโทษ การให้โอกาส
การตำหนิ การไล่ออก และการบงั คับใหก้ ระทำตาม

5) ขนั้ ประเมนิ ผล (Appraising) ได้แก่ การตัดสินการปฏบิ ตั งิ าน การวิจัย และการวัดผลการ
ปฏบิ ตั งิ าน กจิ กรรมท่สี ำคัญ คอื พิจารณาผลงานในเชงิ ปฏบิ ัตวิ ่าได้ผลมากน้อยเพียงใด และวัดผลด้วย
การประเมินอย่างมีแบบแผน มีความเที่ยงตรง ทั้งนี้ควรจะมีการวิจัยด้วย จะเห็นว่า กระบวนการ
นิเทศการศึกษาเป็นการทำงานอย่างมีแบบแผน โดยเริ่มจากการวิเคราะห์งานการเรียนการสอนของ
ครู เพื่อจะได้ทราบปัญหา ระบุปัญหาที่จะต้องรีบแก้ไขปรับปรุงก่อนหลัง แล้วจึงวางแผนที่จะ
ดำเนินการโดยหาทางเลือกที่จะแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ต่อจากนั้นก็ดำเนินการตามแนวขั้นตอนตามลำดบั
จนถงึ ขัน้ การประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานแลว้ จงึ นำผลการปฏิบัติไปปรบั ปรุงแก้ไขต่อไป

โรงเรียนอุลิตไพบูลย์ชนูปถัมภ์ได้พัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพือ่
เสรมิ สรา้ งสมรรถนะครูสูค่ ุณภาพผู้เรยี น ULIT - S Supervision Model ดว้ ยการใช้แนวคิดการนเิ ทศ
การศึกษา ประกอบด้วย ความมีเอกภาพ (Unity) ความเขา้ ใจเหน็ พอ้ งตอ้ งกนั (Understanding) การ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Learning & Sharing) การสร้างแรงผลักดันสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning
Enterprise) การใช้ข้อมูลสารสนเทศ (Information) การสร้างนวัตกรรม (Innovation) การบูรณา
การ(Integration) การทำงานเป็นทีม (Teams) การฝึกอบรม (Training) การส่งเสริมและสนับสนุน
(Supporting) และการนิเทศโดยใชโ้ รงเรยี นเป็นฐาน (SBM)

17

ตวั ชวี้ ดั ท่ี 3 การออกแบบและแนวทางการพัฒนา

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาด้วยกระบวนการนิเทศภายใน
1. สภาพปัจจุบันของการปฏิบตั ิงานตามกระบวนการนิเทศภายในของโรงเรียน ประกอบด้วย
5 ด้าน ได้แก่ การสำรวจความต้องการจำเป็นของโรงเรียน การวางแผนการนิเทศ การดำเนินการ
นเิ ทศภายในโรงเรียน การประเมนิ ผลการนิเทศ และการปรับปรงุ แกไ้ ข
2. ความต้องการในการนิเทศภายในของครูผู้สอน ได้แก่ ด้านการนิเทศ ด้านหลักสูตร ด้าน
การจดั การเรียนการสอน ด้านสอ่ื การเรียนการสอน และด้านการวัดผลประเมินผล
3. แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยกระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา
มี 5 ข้นั ตอน

ขั้นที่ 1 การกำหนดผู้รับผิดชอบและภารกิจการนิเทศและการจัดระบบข้อมูลและ
สารสนเทศ

ขั้นที่ 2 การวางแผนการนเิ ทศ
ข้ันที่ 3 ดำเนินการนิเทศภายใน
ขั้นที่ 4 การประเมินผลการนิเทศและการรายงานผล
ขัน้ ที่ 5 การปรบั ปรงุ แกไ้ ข

โรงเรียนอุลิตไพบูลย์ชนูปถัมภ์มีโมเดลคุณภาพในการบริการจัดการสถานศึกษาและการ
บริหารจัดการด้วยระบบดูแลช่วยเหลือตามศาสตร์พระราชา เช้าใจ เข้าถึง พัฒนา จึงนำโมเดล
คุณภาพมาพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมในการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ด้วยโมเดล ULIT - S
Supervision Model

ULIT - S Supervision Model

U Unity ความมีเอกภาพ
Understanding ความเข้าใจเห็นพ้องต้องกัน

L Learning & Sharing การแลกเปลี่ยนเรยี นรู้
Learning Enterprise การสร้างแรงผลักดันสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้

Information การใชข้ อ้ มลู สารสนเทศ

I Innovation การสร้าง/ใช้ นวตั กรรม

Integration การบูรณาการ

T Teams การทำงานเป็นทีม
Training การฝกึ อบรม

S Supporting การสง่ เสริมและสนบั สนุน
SBM การใชโ้ รงเรยี นเปน็ ฐาน

18

ความมีเอกภาพ (Unity) คือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันขององค์ประกอบในการบริหาร
จัดการสถานศึกษาทั้งด้านโครงสร้างรูปแบบวิธีการดำเนินงานหรือการจัดระเบียบ ให้เกิด ความเป็น
หน่ึงเดยี ว การมจี ดุ มุง่ หมายรว่ มกัน มีทิศทางเดยี วกนั เพ่อื ผลรวม และการเช่อื มโยง ส่วนตา่ ง ๆ ให้มา
สัมพันธ์กัน เน้นความเป็นระเบียบ ความมั่นคงไปจนถึง มีความสามัคคีกัน เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย
ร่วมกันมงุ่ ไปสู่ความสำเรจ็

ความเข้าใจเห็นพ้องต้องกัน(Understanding) การทำให้ทุกคนให้การยอมรับชื่นชม คนอื่น
โดยไม่รู้สึกหรือแสดงการต่อต้านเพือ่ วิพากษ์วิจารณ์ เกิดการรับรู้และเข้าใจร่วมกนั ทุกคนจะมีโอกาส
ได้รับรู้และแสดงออกอย่างทัดเทียมกันว่าเห็นสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างไร และอยากจะเห็น
ความสำเร็จในอนาคตเป็นอย่างไร ซึ่งทำให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้ข้อเท็จจริง เหตุผล ความรู้สึกและการ
คิดวิเคราะห์ ตลอดจนการแสดงออกลักษณะต่าง ๆ ตามที่เป็นจริง เมื่อทุกคน ได้แสดงออกโดยได้รับ
การยอมรบั จากคนอื่น ๆ จะทำให้ทุกคนมีความรู้สึกทด่ี ีและเกิดพลัง อยากเหน็ ความสำเร็จในอนาคต
อย่างไร เป็นการใช้จินตนาการท่ีไม่ถูกจำกัดด้วยปัจจัย และสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้เกิดความคิด
สร้างสรรค์ การมองการไกล นั่นคือการจินตนาการ (Imagination) ช่วยให้เกิด วิสัยทัศน์ (Vision)
และเมื่อนำวิสัยทัศน์ของแต่ละคนมารวมกันก็จะยิ่งมีพลังมากขึ้นกลายเป็น วิสัยทัศน์ร่วมหรือ
อดุ มการณ์ร่วมในการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา

การเรียนรู้การแบ่งปันความรู้ (Learning & Sharing) การแบ่งปันความรู้และทรัพยากร
ต่าง ๆ ให้กับบุคลากรและการศึกษา การระดมสมองทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การมองการไกล
การมองภาพกว้างและคิดสิ่งใหม่ในวิธีการกระบวนการทำงานนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกระบว นทัศน์
(Paradigm Shift ) และสร้างบรรทดั ฐานแบบพงึ่ พาและอาศัยซง่ึ กันและกนั (Norms of Reciprocal)
การมีส่วนร่วมในการพัฒนา การร่วมรู้ ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมปฏิบัติและดำเนินการทีอ่ าศัย จิตสำนึก
สาธารณะภายใต้ระบบการจัดการที่เกิดจากความร่วมมือเพื่อสร้างศักยภาพก่อให้เกิด สมรรถนะ
(Competency) และขีดระดับความสามารถที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ วิธีการที่นำมาสร้าง
กระบวนการเรียนรู้อย่างบูรณาการได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ที่หลอมรวมการพัฒนา
การศกึ ษาอยา่ งมีดุลยภาพ

การสร้างแรงผลักดันสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Enterprise) เพราะ“ความรู้”คือ
“อำนาจ”ความรู้ ซึ่งหมายถึงสารสนเทศผนวกกับทักษะ ประสบการณ์ ของบุคลากร ความรู้จะเป็น
ตัวสร้างมูลค่าเพิ่มขององค์การที่พร้อมจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ ในองค์การในการบริหารความสำเร็จ
จำเป็นต้องขยายผลจากการทำใหว้ สิ ยั ทัศนม์ ีความชัดเจนขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความกระตือรือร้นขององค์กร
ในการเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้และเพิ่มพูนสมรรถนะ ที่จะก่อเกิดความก้าวหน้าในการดำเนิน
กจิ การไปสเู่ ป้าหมายร่วมกนั ขององค์การ ประสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธผิ ลขององค์การ ขึ้นกับความสามารถ
ของบุคลากรในองค์การ ในการเรียนรู้ถึงสถานการณ์ แนวคิด เทคนิคการดำเนินงาน นวัตกรรม และ
เทคโนโลยตี า่ ง ๆ และการเรียนรู้จากประสบการณ์ ซง่ึ กนั และกันภายในองค์การ การสรา้ งแรงผลักดัน
ทำให้องค์กร ต้องการพัฒนาไปสู่องค์กร แห่งการเรียนรู้ เพื่อสร้างความคุ้มค่าจากภูมิปัญญา และ
ความรอบรทู้ มี่ อี ยู่เปลีย่ นสินทรพั ย์ทางปัญญา ใหเ้ ปน็ ทนุ ด้วยการจัดการความรอบร้ลู ะภูมิปญั ญา ซง่ึ มี
ผลใหเ้ กิดการเปลย่ี นรปู แบบการทำงาน ให้เป็นแบบ Knowledge Worker

19

การใช้ข้อมูลสารสนเทศ (Information) ระบบสารสนเทศ เป็นทรัพยากรที่จำเป็นอย่างย่ิง
ผู้ใดได้รับข้อมูลระบบสารสนเทศที่ถูกต้องรวดเร็วจะเป็นผู้ได้ เปรียบเพราะสามารถใช้สารสนเทศ
เหล่านั้น ในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ อย่างถูกต้องรวดเร็ว ดังนั้น ข้อมูลสารสนเทศมีความสำคัญ ต่อ
การตัดสินใจดำเนนิ การบริหารงานด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะทางการศึกษา ที่ต้องกำหนดนโยบาย ต้องมี
ข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง มีคุณภาพ ทันสมัย ช่วยให้การวางแผนการบริหารงาน การตัดสินใจ
ดำเนินงานไปอย่างมีประสิทธภิ าพ ดังน้ี

1) ระบบสารสนเทศพื้นฐานโรงเรียน ข้อมูลสารสนเทศมีความจำเป็น และสอดคล้อง กับ
กจิ กรรมการพฒั นาคณุ ภาพสถานศึกษา มาตรฐานการจดั การศึกษา ทสี่ อดคลอ้ งกบั ระบบ การประกัน
คุณภาพภายในและภายนอกสถานศึกษาระบบสารสนเทศมีความจำเป็นต้องแสดงข้อมูล การพัฒนา
คุณภาพการศกึ ษาของสถานศึกษา

2) ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับตัวผู้เรียน การจัดระบบสารสนเทศ เกี่ยวกับผู้เรียน เป็น
ขั้นตอนระบบสารสนเทศที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้เรียนทั้งหมดโดยมีตัวอย่างรายงานของ ระบบ
สารสนเทศ เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผูเ้ รียน ผลงานและ
การแสดงออกของผเู้ รียนด้วยรูปแบบการเรียนรูข้ องผู้เรียน ดังน้ี

2.1) ข้อมลู พืน้ ฐานของผูเ้ รยี น ไดแ้ ก่ ข้อมลู ของผู้เรยี น เชน่ ด้านร่างกาย สุขภาพ สุขนสิ ัย
2.2) ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนของผ้เู รียน ไดแ้ ก่ ความรแู้ ละทักษะพื้นฐาน
2.3) คุณลักษณะอังพึงประสงค์ของผู้เรียน ได้แก่ ความสามารถในการแสวงหาความรู้
และมีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน และความสามารถในการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวันหรืองานอาชีพ และ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีการมีจิตสำนึกและเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย
ศลิ ปวัฒนธรรมไทย ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
การใชน้ วัตกรรม (Innovation) นวตั กรรม หมายถึงสิ่งใหม่ หรือวธิ ีการใหมใ่ นการทำสง่ิ ใด สิ่ง
หนึ่ง ดังนั้น นวัตกรรมการศึกษาจึงหมายถึงสิ่งใหม่ๆ ที่ใช้ในการเรียนการสอน และวิธีการสอน แบบ
ใหม่ๆ นวัตกรรมการศึกษาเป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ อาจแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ คือ วิธี
สอนและสอ่ื การสอน นวัตกรรมการศึกษาเป็นสง่ิ ท่ผี ู้สอนใชใ้ นการพัฒนาผเู้ รยี น เพ่ือเกิด กระบวนการ
เรียนรู้ทั้ง 3 ขั้น คือ ขั้นการรับรู้ ขั้นการทำความเข้าใจในสิ่งที่รับรู้มา และขั้นการปรับ เปลี่ยน
ผู้บริหารจึงต้องนิเทศเพื่อกระตุ้นให้ผู้สอนได้คิดค้นสร้างสรรค์ นวัตกรรมการศึกษา อย่างต่อเนื่อง
อันจะนำไปส่เู ปา้ หมาย คอื การพัฒนาผเู้ รียนใหเ้ ป็นคนเกง่ ดมี สี ขุ และมีทักษะ ในศตวรรษที่ 21
การบูรณาการ (Integration) การบริหารจัดการศึกษาจะต้องมีการบูรณาการจุดมุ่งหมาย
สาระ วิธีการ และทรัพยากรการบริหารที่เกี่ยวข้องและจำเป็น ต่อการดำเนินงาน ให้เกิดการจัด
ประสบการณ์และสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กัน ผสมผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการ
เรียนรู้แบบองค์รวมสอดคล้องกับความต้องการและวิถีชีวติ จริงของผู้เรียน โดยมุ่งเน้นการดำเนินงาน
อย่างมีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกันของปัจจัยนำเข้า กระบวนการและผลลัพธ์ ด้วยการวางแผนกลยุทธ์
การมีส่วนร่วมของผูเ้ กีย่ วข้องและมีความเป็นอิสระคล่องตัวในการบริหาร จัดการ ที่มีขอบเขตและคง
ความเป็นเอกลักษณ์ของตน รวมทั้งมีการนิเทศติดตามการดำเนินงาน ของกลุ่มงานที่สอดคล้องกับ
มาตรฐานการดำเนินการโดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบกัลยาณมิตร จนบรรลุผลสัมฤทธิ์อย่าง
มีประสิทธผิ ล ประสทิ ธิภาพและเกดิ ประโยชน์

20

การทำงานเป็นทีม (Teams) คือ บุคคลที่ทำงานร่วมกันอย่างประสานงานภายในกลุ่ม
กล่าวคือ เป็นการรวมตัวของกลุ่มคนที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันในการทำงานเพื่อให้เกิดผลสำเร็จ
“การทำงานเป็นทีม” เป็นความร่วมมือร่วมใจของบุคคลเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายร่วมกัน โดยต้องมี
องค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ (3P) ได้แก่ มีวัตถุประสงค์ (Purpose) ต้องชัดเจน มีการจัดลำดับ
ความสำคัญ (Priority) ในการทำงาน และมีผลการทำงาน (Performance) จากการ รวมกลุ่มที่มี
กิจกรรมร่วมเพื่อใช้ขอ้ มูลร่วมกัน และช่วยในการตัดสิ้นใจให้แกส่ มาชิกที่จะทำงานภายใน ขอบข่ายที่
รับผิดชอบสู่เป้าหมายและเปน็ ประโยชน์สูงสดุ ดงั นัน้ การทำงานเป็นทีมท่ีมีประสิทธภิ าพ มีหลักสำคัญ
ดังนี้ 1) วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและเป้าหมายที่เห็นพ้องต้องกัน 2) ความเปิดเผยต่อกัน และการ
เผชิญหน้าเพือ่ แก้ปัญหา 3) การสนับสนุนและความไว้วางใจตอ่ กัน 4) ความร่วมมือและการ ให้ความ
ขัดแยง้ ในทางสร้างสรรค์ 5) กระบวนการการทำงานและการตัดสินใจท่ีถูกต้องและเหมาะสม 6) การ
ตรวจสอบทบทวนผลงานและวิธีในการทำงาน และ 7) การพัฒนาตนเองการทำงานเป็นทีม ที่มี
ประสิทธิภาพพยายามทีจ่ ะรวบรวมทักษะตา่ ง ๆ ของแต่ละคน

การฝึกอบรม(Training) คือ กระบวนการ ในการพัฒนาและส่งเสริมให้บุคลากร มีความรู้ที่
รอบด้าน ความสามารถ ความเข้าใจ ทักษะในการปฏิบัติงาน ตลอดจนมีทัศนคติ และพฤติกรรมที่ดี
เพื่อให้มีประสิทธภิ าพและประสิทธิผลในการทำงานท่ีดีข้ึน และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ อย่างคุ้มค่า ทั้งใน
ปัจจุบันและอนาคต เน้นให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามต้องการ โดยมีประโยชน์ ที่จะเกิดได้เป็น 3
ลกั ษณะ

1) ประโยชน์ต่อบุคลากร ได้แก่ เป็นการเพิ่มคุณค่าแก่ตนเอง ช่วยลดและป้องกันอุบัติเหตุ
หรือการทำงานที่ผิดพลาด เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจทักษะและความสามารถให้สูงขึ้น และทำให้
มโี อกาสเจรญิ กา้ วหนา้ ในตำแหน่งหน้าทกี่ ารงาน

2) ประโยชน์ต่อผู้บริหาร ได้แก่ ช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน ของ
บคุ คลากร ลดภาวะในการปกครองดูแลและควบคมุ การปฏิบัติงาน ประหยัดเวลาในการ สอนงานแก่
บคุ ลากรทำใหม้ เี วลาในการบรหิ ารงานตามบทบาทหน้าทีแ่ ละความรบั ผิดชอบ

3) ประโยชน์ต่อสถานศึกษาและสังกัด ได้แก่ ทำให้ระบบและวิธีการปฏิบัตงิ านมีสมรรถภาพ
ดียิ่งขึ้น มีการติดต่อประสานงานดียิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นบุคลากร ให้ปฏิบัติงาน เพื่อความเจริญก้าวหนา้
ในหน้าที่การงาน ทำให้เกิดการประหยัดและลดการส้ินเปลืองในการปฏิบัติงาน (วัสดุ/อุปกรณ์/เวลา)
แบ่งเบาหนา้ ทขี่ องผู้บงั คบั บญั ชาในการตอบคำถาม/แนะนำ/สอนงานแก่ผู้ใต้บังคบั บัญชา และช่วยลด
ระยะเวลาของการเรียนรู้งานให้น้อยลง ให้บุคลากรมีโอกาสได้รับรู้ความคิดใหม่ๆ ทำให้ทันต่อความ
เจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ๆ และการเปลีย่ นแปลงตา่ ง ๆ ได้อยา่ งมศี ักยภาพ

การส่งเสริมและสนับสนุน (Supporting) การบริหารจัดการศึกษาและบุคคลากร ให้มี
ประสิทธิภาพในการปฏบิ ัตงิ านตามภารหนา้ ที่ ไดแ้ ก่

1) ทำให้เกิดความเปน็ ธรรมในสภาพการงาน ต้องสร้างความเปน็ ธรรมใหเ้ กิดขึ้น ใน
องค์กร เริ่มตั้งแต่การเข้าสู่องค์กร การอยู่ร่วมในองค์กร การพ้นจากองค์กร ต้องรู้จัก การใช้ระบบ
คณุ ธรรม (Merit System) หรือการใชร้ ะบบความรู้ ความสามารถเปน็ หลกั ในการทำงาน

2) มีสภาพการทำงานที่ดี ต้องมีการจัดสภาพการทำงาน (Working Condition) ให้
เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ทั้งสภาพแวดล้อมภายในและภาพนอก มีอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่

21

เหมาะสมเพียงพอและพร้อมที่จะปฏิบัตงิ าน มีพื้นที่หรือบริเวณท่ีจะปฏบิ ัติหน้าที่ อย่างปลอดภัยและ
สมควรกับตำแหนง่

3) ให้ความสำคัญแก่บุคลากร จะต้องเห็นคุณค่าและให้ความสำคัญแก่บุคลากรทุก
คน เพราะการให้ความสำคัญแก่บุคลากรจะทำให้บุคลากรเกิดความภาคภูมใิ จในงานและตั้งใจปฏิบัติ
หนา้ ที่อยา่ งเตม็ ความสามารถ

4) ให้บุคลากรได้มีส่วนร่วม โดยต้องเปิดโอกาสให้บุคลากร ได้เข้ามามีส่วนร่วม ใน
การทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ

5) ยอมรบั และเช่อื ม่นั ในความสามารถของบุคลากร จากการยอมรับและเช่ือมั่น ใน
ความรู้ความสามารถของบุคลากร เพราะกว่าที่องค์กรจะได้บุคลากรเข้ามาสู่ตำแหน่ง จะต้องผ่าน
ขั้นตอนในการสรรหา (Recruitment) การคัดเลือก (Selection) และขั้นตอนต่าง ๆ อีกมาก จนถึง
ขนั้ ตอนการรับเขา้ สู่องค์การ

6) อบรมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคคลากร มีความรู้และความสามารถ
อย่างมปี ระสทิ ธิผล

การนิเทศโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) ด้วยกิจกรรมการนิเทศ ตรงกับความตองการ
จำเป็นในการพัฒนาครูและผูเ้ รียน ส่งผลให้ครูมสี มรรถนะ มีความเชีย่ วชาญ ทางวิชาชีพ นำไปสู่ การ
พัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี นรอบดา้ นตามหลกั สตู รสถานศกึ ษาและมาตรฐานการศกึ ษา

การนิเทศภายในโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูสู่คุณภาพผู้เรียน
ULIT - S Supervision Model ดงั ภาพ

22

ตวั ชว้ี ดั ท่ี 4 การมีส่วนรว่ มในการพัฒนา
ในการขับเคลื่อนการนิเทศภายในโรงเรียนด้วยนวัตกรรม “การพัฒนารูปแบบการนิเทศ

ภายในโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครู สู่คุณภาพผูเ้ รียน : ULIT - S Supervision
Model ซ่งึ นวตั กรรมนไ้ี ด้มงุ่ เนน้ การมีสว่ นร่วมของบคุ ลากรต่าง ๆ ทเ่ี ก่ียวขอ้ งดงั น้ี

1) ผู้บริหารมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรม ผู้บให้การสนับสนุน ส่งเสริม นิเทศ กำกับ
ตดิ ตามและให้ขวญั กำลงั ใจอย่างเต็มทีใ่ หค้ ำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

2) ครูมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมครู การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
โดยใช้สื่อเทคโนโลยี ส่งเสรมิ ให้ผู้เรียนสามารถการอ่านออกเขียนได้ ยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น
ของผู้เรยี น

3) ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมโดยผู้เรียนมีความพร้อมในการเรียนรู้ สามารถ
แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง มีใจรักในการศึกษาหาความรู้นำไปสู่ การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
มสี ว่ นร่วมในการจัดการเรียนรู้

4) คณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรม มีความรู้
ความเข้าใจ ส่งเสริมสนับสนุนในการพฒั นาการจัดการเรียนรใู้ ห้กบั ผู้เรยี นตลอดปีการศกึ ษา 2564

5) ชุมชนและหน่วยงานอื่นมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรม มีการส่งเสริม สนับสนุนดูแล
สภาพแวดลอ้ มของสถานศกึ ษาให้เหมาะสมต่อการจัดการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ

ตวั ชี้วดั ที่ 5 การนำไปใช้
การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครู สู่

คณุ ภาพผู้เรยี น : ULIT - S Supervision Model มี 5 ขนั้ ตอน ดงั นี้

ขั้นที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ เป็นการกำหนดปัญหาและ
ความต้องการในแกป้ ัญหาหรอื พัฒนา โดยดำเนนิ การ ดงั น้ี

1.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศพื้นฐาน เพื่อเป็นข้อมูล ในการพิจารณา วางแผน
การดำเนินงาน

1.2 แลกเปลี่ยนระดมความคิด วิเคราะห์ เพื่อหาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น และความ ต้องการ
ในการพฒั นาตามสภาพบรบิ ทของโรงเรียน

1.3 จัดลำดับปัญหาและเลือกปัญหาที่เป็นความจำเป็นหรือต้องการในลำดับเร่งด่วนหรือ
ลำดบั ท่ีเหน็ ว่าสำคัญทสี่ ุด

1.4 สร้างการรับรู้ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ด้วยการประชุมปฏิบัติการ
เพ่ือสร้างวสิ ยั ทัศน์และเป้าหมายร่วมกนั ในการดำเนินงาน

23

ข้ันที่ 2 การวางแผนการนเิ ทศ เปน็ การนำปญั หาและความต้องการกำหนดรายละเอียดของ
กจิ กรรมในการจัดทำแผนนเิ ทศ ดงั น้ี

2.1 กำหนดแนวทาง/วธิ ีการพฒั นา ท่ีหลากหลายตามปัญหาท่ีเกิดข้ึนตามความ ต้องการและ
จำเป็น มกี ารใช้กระบวนการชมุ ชนการเรียนรู้วชิ าทางวิชาชีพ (Professional Learning
Community : PLC) เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการพัฒนาวิชาชีพครูและการพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็น
ระบบและตอ่ เนือ่ ง

2.2 เลือกแนวทาง/วธิ ีการในการพฒั นาโดยการมสี ่วนรว่ มของทุกฝ่ายทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
2.3 วางแผนการดำเนนิ งานพัฒนา

1) การประชุมเตรียมการนิเทศ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกัน ความเห็นพ้อง
ตอ้ งกัน (Understanding)

2) สรา้ งทีมนิเทศ เปน็ ทีมงานในการนเิ ทศร่วมกัน (Team Supervision)
3) กำหนดประเดน็ การนเิ ทศ เปน็ การกำหนดเนอื้ หาที่จะนเิ ทศ
4) กำหนดระยะเวลาในการนิเทศ โดยกำหนดระยะเวลาในการนเิ ทศ ที่เหมาะสมกับ
การแกป้ ญั หาและการพฒั นา
5) กำหนดวธิ กี ารนิเทศและกิจกรรมการนเิ ทศทเี่ หมาะสมตามสภาพปัญหาและความ
ต้องการ ประกอบดว้ ยวิธกี ารนิเทศและกิจกรรมการนเิ ทศ ดังนี้

➢ วิธีการนเิ ทศ
การนิเทศแบบพบหน้า (Face to Face)
การนิเทศออนไลน์ (Online Supervition) ผา่ นเครือขา่ ย สงั คม

ออนไลน์ (Social network) ทางเฟซบ๊กุ กรุป๊ (Facebook Groups) แอปฟลเิ คชนั ไลน์
(Applications Line) และการประชุมอบรมออนไลนท์ าง Google Meet และ Zoom meeting

➢ กิจกรรมการนิเทศ
การนเิ ทศแบบการแลกเปล่ยี นความรู้และประสบการณ์(Sharing)
การนเิ ทศด้วยระบบพี่เลย้ี งและการใหค้ ําปรึกษา (Mentoring)
การนิเทศแบบสอนงาน (Coaching)
การนเิ ทศแบบ PLC
การนิเทศด้วยการอบรม (Training)
การประชุมกลมุ่ ย่อย (Buzz session)
การสงั เกตในชั้นเรยี น (Observing in classroom)

2.4 จัดทำแผนนเิ ทศ ประกอบดว้ ย หลกั การและเหตุผล วตั ถปุ ระสงค์ เป้าหมาย แผนการ
ดำเนินการ กิจกรรมสำคญั ปฏิทินการปฏิบัติงาน ทรัพยากรทต่ี ้องการ เคร่ืองมือนิเทศ ผลทค่ี าดว่าจะ
ไดร้ บั

24

ขนั้ ท่ี 3 การสรา้ งสื่อและเคร่ืองมอื นิเทศ
3.1 สร้างส่อื การนเิ ทศทีท่ ำให้การนเิ ทศบรรลวุ ตั ถุประสงค์ เช่น วธิ ีการนิเทศ ทกั ษะการนิเทศ
เทคนิคการนิเทศ โดยเป็นสื่อที่สอดคล้องในยุคศตวรรษที่ 21 เน้นการใช้ ICT ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
การใช้ Line Application การใช้ Clip Video การใช้ Video Line, You Tube, Facebook Live
เป็นตน้
3.2 สร้างเครื่องมือการนิเทศเพื่อเก็บข้อมูลเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและพัฒนา
ตรวจสอบ ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน และการประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งเป็น
เครื่องมือที่มีคุณภาพ ในรูปแบบเอกสารและรูปแบบออนไลน์ ประกอบด้วย แผนการนิเทศ ภายใน
แบบประเมินการนิเทศภายใน แบบสัมภาษณ์ครู แบบสังเกตการณ์นิเทศภายใน และแบบสังเกตการ
สอน แบบบันทกึ PLC และแบบประเมนิ ความพงึ พอใจของผทู้ ี่เกีย่ วข้อง

ขั้นท่ี 4 การปฏบิ ตั กิ ารนเิ ทศ
4.1 ประชุมเตรียมการก่อนการนิเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจของผู้นิเทศให้การนิเทศเป็นไป
อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

➢ จัดตง้ั กล่มุ ไลน์โรงเรยี น (LINE Group) สมาชิกประกอบดว้ ย ข้าราชการครู และ
บุคลากรทางการศึกษาทุกคนในโรงเรียน ใช้สำหรับแลกเปล่ียนข้อมลู ขา่ วสารกันภายในโรงเรียน เป็น
ช่องทางสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ใช้ในการสั่งการ การนิเทศติดตามการดำเนินงาน เป็นช่องทาง
ในแจ้งปัญหาอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอนของครู หรือรายงานผลการจัด การเรียนการสอน
ของครใู นโรงเรียน

➢ จัดตั้งกลุ่มไลน์กลุ่มสาระการเรียนรู้ สมาชิกประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ครูผู้สอนใช้สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันภายในกลุ่มสาระ การ
เรียนรู้ เป็นช่องทางสำหรบั ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา/หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้ ใช้ในการนิเทศ ติดตาม
การจัดการเรียนการสอนของครูในกลุ่มสาระฯ เป็นช่องทางสำหรับครูผู้สอนในการในแจ้ง ปัญหา
อปุ สรรคในการจดั การเรียนการสอน หรอื รายงานผลการจัดการเรียนการสอนของครู ในกลุ่มสาระฯ มี
แนวทางในการดำเนินการ ดังนี้

➢ ครูผู้สอนรายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในไลน์กลุ่มสาระฯ พร้อม
เอกสารหลักฐาน เช่น รูปภาพการจัดกิจกรรม เอกสารประกอบการสอน บันทึกผลหลังสอน และ
ช้ินงานผู้เรียน เป็นต้น

➢ ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ที่ผู้บริหารมอบหมายทำการนิเทศการสอน ให้ข้อเสนอแนะ
ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูผู้สอนที่ได้รายงานมาในไลน์กลุ่มสาระฯ ในขั้นตอนนี้อาจ
ใชร้ ปู แบบ PLC ในการนเิ ทศ

4.2 นเิ ทศตามขนั้ ตอน ระยะเวลา และใช้เคร่อื งมือตามท่ีกำหนด

25

4.3 การสะทอ้ นผลการนิเทศ
4.4 ปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน

ข้ันที่ 5 การประเมนิ ผลและรายงานผล
5.1 ประเมินความก้าวหน้าของการดำเนินงาน เช่น การดำเนินงานของผู้รับการ นิเทศ เพ่ือ
นำผลไปปรบั ปรงุ แนวทางการดำเนนิ งาน
5.2 ประเมนิ ผลการนิเทศเมื่อเสร็จสนิ้ การปฏิบตั ิการนเิ ทศตามระยะเวลาท่ีต้องการ ในการนำ
ผลไปใชใ้ นการพฒั นา หรอื ในแต่ละปีการศกึ ษา
5.3 รายงานผลการนิเทศต่อผเู้ ก่ยี วข้อง
5.4 นำผลการนิเทศที่เป็นปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะไปพัฒนาการนิเทศ ในครั้งต่อไป
หรือในปกี ารศึกษาตอ่ ไป

ภาพข้นั ตอนการนำไปใช้ 5 ขนั้ ตอน

26

ตวั ชี้วัดที่ 6 การประเมินและการปรับปรุง
การประเมินผลการนำรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อพัฒนาสมรรถนะ

ครูสู่คุณภาพ ผู้เรียน ULIT-S Supervision Model ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการและ
ผู้เกย่ี วขอ้ ง ส่งผลให้การนเิ ทศเปน็ ไปตามรปู แบบท่กี ำหนด มีผลงานเชงิ ประจักษ์ ดงั น้ี

1) มีรูปแบบการนิเทศภายในที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพตามบริบทของสถานศึกษา
สามารถช้แี นะ ช่วยเหลอื ครแู ละบุคลากรในการจดั การเรียนรู้เพื่อพฒั นาคุณภาพผู้เรียน และยกระดับ
ผลสัมฤทธิอ์ ยา่ งเปน็ ระบบและนำผลการนิเทศไปใช้ในการพัฒนาและแก้ปญั หา

2) ครูและบุคลากรทุกคนได้รับการนิเทศ มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ สามารถออกแบบ
และจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนได้สอดคล้องกับมาตรฐาน
ตัวชี้วัด และสมรรถนะสำคัญของหลักสูตร นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรอบด้าน มีผลการ
ปฏิบัตงิ านท่ีดเี ลศิ (Best Practice) เป็นแบบอย่างได้

3) ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพ้ืนฐานในระดับดีเย่ียม มีผลสัมฤทธ์ิ ทางการ
เรียนตามค่าเป้าหมายที่กำหนด มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรและมี ทักษะในศตวรรษที่
21

4) มนี วตั กรรม/วธิ ีปฏิบตั ิที่เป็นเลิศ (Best Practices) ด้านการนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผล
และด้านการจัดการเรียนรู้ เพ่อื พัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี นและเปน็ แบบอยา่ งได้

การนำผลการประเมินไปปรับปรงุ พัฒนา
การพัฒนาระบบการนิเทศภายในการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูสู่

คุณภาพผู้เรียน ULIT - S Supervision Model ให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น อาจดำเนินการได้
โดยพัฒนาระบบการนิเทศด้วยเทคโนโลยีสารเทศ การนำดิจิทัล (Digital Technology) มาใช้ในการ
เพ่มิ ประสิทธิภาพการบริหารอย่างเป็นระบบ เพ่ือเช่อื มโยงขอ้ มลู ดา้ นตา่ ง ๆ ต้งั แต่ข้อมลู ผู้เรียน ข้อมูล
ครู ข้อมลู งบประมาณ และข้อมูลอื่น ๆ ทจี่ ำเป็นมาวเิ คราะหเ์ พื่อให้สถานศึกษา สามารถจัดการเรียนรู้
เพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามสมรรถนะ ความถนัดและสามารถวิเคราะห์เป็นข้อมูลวางแผน
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนตอ่ ไป

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อสนับสนุนการนิเทศภาย ในผู้นิเทศ
ควรผสมผสานระหว่างการนิเทศแบบเผชิญหน้าในชั้นเรียนกับการนิเทศผ่านระบบเครือข่าย
คอมพิวเตอร์ ซึ่งการประยุกต์ใช้นั้นผู้อำนวยการโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาภายใน
โรงเรียน รวมทั้งผู้เรียนทุกคน จำเป็นจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารเพื่อให้มีความทันสมัยก้าวทันการพัฒนาของเทคโนโลยี และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้
เหมาะสมกบั สภาพการณ์ บริบทและความพรอ้ มของโรงเรยี น

27

3.1 ผลทีเ่ กดิ ขน้ึ กับสถานศกึ ษาและผู้บริหาร
ตัวชวี้ ัดท่ี 1 มีขอ้ มลู สารสนเทศของสถานศึกษา

1) มีสารสนเทศและผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลทางการนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผล จดั ทำข้อมูล
สารสนเทศเป็นปัจจุบันในทุกด้านเพื่อเป็นพื้นฐานข้อมูลในการนำมาวิเคราะห์ SWOT สภาพปัญหา
อุปสรรค และปัจจัยภายในและภายนอก มีการเตรียมความพร้อมของบุคลากร อุปกรณ์ สื่อการเรียน
การสอน และส่ือเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยในห้องเรียนที่มีความพร้อมและสามารถจัดกระบวนการ
เรียนรใู้ หก้ ับผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

2) จัดระบบข้อมูลสารสนเทศพื้นฐานที่ครอบคลุมในการพัฒนาคุณภาพการนิเทศ ติดตาม
และประเมินผลอย่าง ครอบคลุม ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เอื้อต่อการใช้งาน ตลอดจน จัดเก็บข้อมูล
สารสนเทศอย่างเป็นระบบ ทันสมัย โดยนำข้อมูลสารสนเทศไปใช้ในการพัฒนาการนิเทศภายใน
สถานศกึ ษา ด้านการเรยี นการสอนมีการตดิ ตงั้ อปุ กรณ์ที่เอื้อต่อการจดั การเรยี นการสอนทุกกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ กำกับติดตามการจัดการเรียนการสอนของครูให้มีประสิทธิภาพส่งผลต่อคุณภาพของ
ผู้เรียน จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ รับฟังเสียงจากครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชนเพ่ือ
จัดทำข้อมูลสารสนเทศการนิเทศภายในสถานศึกษาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ
ให้กับผู้เรยี นอย่างสมำ่ เสมอ

โรงเรยี นอลุ ิตไพบูลย์ชนปู ถมั ภ์ไดด้ ำเนนิ การจัดระบบข้อมลู สารสนเทศ ดงั นี้
➢ขอ้ มลู พ้นื ฐานท่ัวไปเก่ียวกับโรงเรียน

- ที่ต้ัง แผนผัง ประวตั ขิ องโรงเรียน
- วิสยั ทศั น์ พันธกจิ เป้าประสงค์ ปรชั ญาของโรงเรียน
- ระดับชั้นทีเ่ ปิดสอน
- จำนวนห้องเรียน
- จำนวนผ้เู รยี น ครูและบคุ ลกรทางการศึกษา
➢ ขอ้ มลู ด้านวิชาการ
- หลกั สตู รและการเรยี นการสอน
- ข้อมลู พ้นื ฐานผ้เู รยี นรายบุคคล
➢ ขอ้ มลู ดา้ นการนิเทศติดตามและประเมนิ ผล
- ขอ้ มลู ด้านการพฒั นาบุคลากร
- ขอ้ มูลด้านอาคารสถานท่ี วสั ดุครุภัณฑ์ และแหลง่ เรียน
➢ ข้อมลู ด้านผลสมั ฤทธ์ิ
- ผลสัมฤทธ์ขิ องผู้เรยี น
- ผลงานของบุคลากรในโรงเรยี น
- ผลงานของโรงเรยี น
- ผลการศึกษาต่อของผเู้ รยี นระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6

28

3) ผูบ้ ริหารมนี วัตกรรมการนิเทศ ตดิ ตามและการวดั ประเมินส่งผลให้มีข้อมูลครแู ละบุคลากร
ทางการศึกษาในการส่งเสรมิ อบรมพัฒนาการจดั การเรียนร้ตู ่อไป

ตัวชี้วัดที่ 2 มีการดำเนินงานการบริหารจัดการของสถานศึกษา การจัดการเรียนรู้การนิเทศ
ตดิ ตามและประเมินผล อยา่ งเปน็ ระบบ

1) โรงเรียนดำเนนิ การแตง่ ต้งั คณะทำงานของโรงเรียน ประชุมคณะครูทุกท่าน เพื่อชีแ้ จงแนว
ทางการดำเนนิ การเกยี่ วกับการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ทกุ ชั้นเรียนทุกกลุม่ สาระเพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนและการพัฒนายกระดับการเตรียมความพร้อมในจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ
ขั้นพื้นฐาน (O-NET) โดยการวางแผนการดำเนินการตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมที่สอดคล้องกับ
นวตั กรรมทางการศกึ ษาในการขับเคลื่อนและการพฒั นา

2) กำหนดให้ครูผสู้ อนออกแบบการจัดการเรยี นรู้เชิงรกุ (Active Learning) ประชมุ ปรับปรุง
แกไ้ ขปญั หาผู้เรียน จดั กจิ กรรมทีเ่ อ้ือต่อการเรียนรขู้ องผู้เรยี น สง่ เสรมิ พฒั นาผเู้ รียนให้มีประสิทธิภาพ
ผู้บริหารนิเทศติดตามและประเมินผล กำกับดูแลและร่วมแก้ปัญหาผู้เรียนมีภาวะถดถอยทางการ
เรียนรู้ (Learning Loss) จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ส่งเสริมการ
พฒั นานวตั กรรมดว้ ยโมเดล การนเิ ทศภายในโดยใชโ้ รงเรยี นเป็นฐานเพ่ือพัฒนาสมรรถนะครสู คู่ ุณภาพ
ผ้เู รียน ULIT - S Supervision Model

3) กำหนดระยะเวลาการดำเนินงาน ตามปฏทิ นิ การพัฒนา การนเิ ทศติดตามและประเมินผล
โดยใช้ ULIT - S Supervision Model ดำเนินการพัฒนารูปแบบการนิเทศติดตามและประเมินผล
ตลอดปกี ารศึกษา 2564 จนถึงปัจจบุ นั

4) สถานศกึ ษามกี ารดำเนินการตามแผนงานและมรี ะบบการนิเทศ ตดิ ตามอย่างต่อเนือ่ ง
แต่งตั้งผู้รับผิดชอบงานนิเทศภายในโรงเรียน ร่วมประชุมคณะครูทุกท่าน ฝ่ายบริหารงานวิชาการ
โรงเรียนเพื่อช้ีแจงแนวทางการดำเนินการนเิ ทศติดตามและประเมินผลอยา่ งเป็นระบบมีดังนี้

- คณะผู้บรหิ ารและฝ่ายบรหิ ารงานวิชาการประชมุ วางแผนการการกำกบั ติดตาม
การนิเทศการสอน โดยการนำนวตั กรรมทางการศึกษาไปใช้ในการขบั เคล่ือนและพฒั นาตลอดภาค
เรยี นตามตารางปฏทิ ินของฝ่ายบริหารงานวชิ าการโรงเรียน

- แต่งตั้งคณะทำงานการนิเทศ กำกับ ติดตาม โดยคณะผู้บริหาร ฝ่ายบริหารงาน
วิชาการและคณะครูหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มปฏิบัติหน้าที่การนิเทศการสอนโดยการนำ
นวัตกรรมทางการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับวัตถุประ สงค์และ
เปา้ หมายให้ประสบผลสำเรจ็

- คณะผูบ้ รหิ าร ฝ่ายบรหิ ารงานวชิ าการและคณะกรรมการดำเนนิ การนิเทศการสอน
ร่วมประชุมสรุปผลการนำนวัตกรรมทางการศึกษาไปใช้ให้ประสบผลสำเร็จ ในระดับกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรูร้ ะหวา่ งกลุ่มสาระ และร่วมระดมความคิดเห็น เพื่อการบูรณาการเรียน

29

การสอน ให้ตรงกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาและ
ขับเคล่อื นการนเิ ทศภายในของโรงเรียน ปรับปรุง พัฒนาการจดั การเรยี นรู้ อย่างมปี ระสิทธิภาพ

ตวั ชี้วดั ที่ 3 การมเี ครอื ข่ายพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของสถานศกึ ษา
1) คณะผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายบริหารงานต่าง ๆ ร่วมกันวางแผน แนวทางและ

กระบวนการในการขับเคลื่อนโรงเรยี น “การนิเทศภายในโดยใช้โรงเรยี นเปน็ ฐานเพอ่ื พัฒนาสมรรถนะ
ครูสู่คุณภาพผู้เรียน ULIT - S Supervision Model” ร่วมกันกำกับ ดูแล ติดตามประเมินผลและ
สง่ เสรมิ การพฒั นาสมรรถนะของครูผ้สู อนอย่างต่อเนอ่ื ง

2) บุคลากรในสถานศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการวางแผน ดำเนินการ
ตรวจสอบและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประชุมคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจ
เกี่ยวกับการขับเคลื่อนโรงเรียนด้วยโมเดล “การนิเทศภายในโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อพัฒนา
สมรรถนะครูสู่คณุ ภาพผู้เรยี น ULIT - S Supervision Model” โดยให้คณะผู้บรหิ าร ฝ่ายบริหารงาน
วชิ าการรว่ มกับครหู วั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ทุกกลุ่มสาระฯ เปน็ แกนนำในการการนำโมเดลไปใช้ใน
การพัฒนาการนิเทศการจัดการเรียนรู้ สร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้
ความรู้ ให้คำแนะนำในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้อย่างสม่ำเสมอ

3) การขับเคลอื่ นโรงเรียนดว้ ยนวัตกรรมโมเดล “การนเิ ทศภายในโดยใชโ้ รงเรียนเปน็ ฐานเพื่อ
พัฒนาสมรรถนะครูสู่คุณภาพผู้เรียน ULIT - S Supervision Model” โดยการพัฒนาผู้เรียนทุก
ระดับชั้นให้มีคุณภาพ เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และได้ใช้ทักษะใน
ศตวรรษที่ 21 เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการพัฒนายกระดบั การเตรียมความพรอ้ มใน
การจัดการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขน้ั พน้ื ฐาน (O-NET) อีกด้วย

4) มเี ครือขา่ ยผูป้ กครอง ชุมชน และผู้เกยี่ วข้อง ทม่ี ีความรู้ ความเข้าใจ และมสี ่วนร่วมในการ
วางแผน ดำเนินการตรวจสอบและพฒั นาการนิเทศติดตามและประเมินผลอย่างตอ่ เน่ือง

ตัวชีว้ ัดที่ 4 การยอมรบั ท่มี ีต่อสถานศกึ ษา
การนิเทศภายในการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูสู่คุณภาพผู้เรียน

ULIT - S Supervision Model ทำให้ในปีการศึกษา 2564 โรงเรียนอุลิตไพบูลย์ชนูปถัมภ์เป็น
สถานศึกษาที่มีนวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) 100% เพื่อส่งเสริมการพัฒนา
ศกั ยภาพผูเ้ รียนในโลกศตวรรษท่ี 21

30

ท่ี ชือ่ -นามสกุล รายชือ่ นวัตกรรม ระดับช้ัน ตำแหนง่
1 นายเมธี วัฒนสงิ ห์
2 นายวรวิทย์ สุขจนุ่ การนิเทศภายในโดยใชโ้ รงเรยี นเป็นฐานเพ่ือ ผ้อู ำนวยการฯ
1 นายอาทติ ย์ เทยี นยวง เสรมิ สร้างสมรรถนะครูสู่คณุ ภาพผเู้ รยี น
ULIT - S Supervision Model
2 นางยพุ า ยศรงุ่ เรือง
3 นางสาวสรุ ียน์ ิภา ทิพยรตั น์ การขับเคล่ือนระบบการบรหิ ารงานเฝา้ ระวงั รอง
4 นายจามร วนั ชุลี ภายในสถานศกึ ษาด้วย ULIT-SAFE ผ้อู ำนวยการฯ
MODEL
5 นายวรญั ญู ทองคำมาก
6 นางสาวเกตุมณี ระดมทอง กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์

การจดั กิจกรรมการเรยี นร้รู ายวิชาการศกึ ษา
และสรา้ งองค์ความรู้ (IS1) โดยใชโ้ ครงงาน

เป็นฐาน ม.5 ครู
(Project – based Learning)
สำหรับผ้เู รียนช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5

การพฒั นากิจกรรมการเรยี นรู้ แบบร่วมมือ ม.2 ครู
โดยใชเ้ ทคนคิ TGT (Team - Games –
Tournament) ร่วมกับกิจกรรมเอแม็ท (A-
Math) เรือ่ ง สมการ

การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวชิ า ม.5 ครู
คณติ ศาสตร์ เรื่องฟังกช์ นั ระดับชน้ั ม. 3 ครู
มธั ยมศึกษาปีที่ 5 โดยกระบวนการแก้โจทย์
ปญั หาดว้ ยเทคนิค K-W-D-L

การพฒั นาผลการจดั การเรียนวชิ า
คณติ ศาสตรโ์ ดยใช้รปู แบบการจดั การเรยี นรู้
แบบร่วมมือ ดว้ ยเทคนคิ การจัดทมี แข่งขัน
(Teams games tournaments : TGT)
เร่อื ง ความน่าจะเปน็

การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวชิ า ม.4 ครู
คณิตศาสตร์ ของผูเ้ รยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี
4/1 โดยใชแ้ บบฝึกทักษะพฒั นาการเรยี นรู้
เรอื่ ง ความนา่ จะเปน็

การพฒั นาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนวชิ า ครู
คณิตศาสตร์ โดยกิจกรรมการเรยี นรู้แบบซปิ ม.2

ปาท่ีใช้พื้นท่ีอธบิ ายการแยกตัวประกอบของ

31

ที่ ช่ือ-นามสกุล รายช่อื นวัตกรรม ระดบั ช้นั ตำแหนง่
ครู
พหุนามดีกรสี อง สำหรับผเู้ รียนชั้น
ครู
มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ครู
ครู
7 นายเอกราช อุดมมหาไพร แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ทฤษฎีบท ม.2 ครู
พีทาโกรัส ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ครู
ครู
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครู
ครู
1 นางสาวชนญั ธิดา อว่ มทร นวตั กรรม การจดั การเรียนการสอนผ่านส่ือ

ออนไลนด์ ้วย Google Site กับวชิ า ม.5
วทิ ยาศาสตร์กายภาพ 2 สำหรับผูเ้ รียนชน้ั

มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5

2 นางสาวทศั นีย์ โตใหญ่ กิจกรรมระบบการดูแลชว่ ยเหลือผ้เู รยี น

ตามศาสตร์พระราชา “เข้าใจ เขา้ ถงึ ม.1-ม.6

พัฒนา”

3 นางสาวนนั ทิกา จารุไพบูลย์ การพัฒนาระบบการดำเนินกิจกรรม ม.1-ม.6
ห้องเรียนสขี าว โดยใช้ White Model

4 นางสาวธนาภรณ์ เงินเนตร์ การพัฒนานวตั กรรมการจดั การเรยี นการ

สอนหอ้ งเรียนออนไลน์เรยี นก่อน...ไม่รอนะ ม.2

ครู

5 นางสาวศิรเิ พญ็ ช่างเพยี ร การพัฒนาชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ รายวชิ า

วิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน 2 รหสั วชิ า ว21102 ม.1
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 เรอื่ ง หนว่ ยของ

ส่ิงมีชวี ิตและการดำรงชวี ติ ของพชื

6 นายอาทิตย์ เก่งสารกิ ิจ การจดั การเรยี นการสอน Active learning

โดยใชก้ ระบวนการบันได 5 ขั้น (QSCCS) ม.3

ของการพฒั นาผู้เรียนสมู่ าตรฐานสากล

7 นางสาวชนันธิดา กา้ นดอกไม้ การพัฒนานวตั กรรมการจดั การเรียนการ

สอนห้องเรยี นออนไลน์ตามแนวการจัดการ

เรยี นรู้ ม.ปลาย

Active learning ร่วมกบั Google Apps

for Education

8 นางสาวชมพูนุช เจริญพงษานนท์ การพัฒนาโครงงานการสรา้ งเวบ็ ไซตด์ ้วย

google site โดยใชข้ ั้นตอนการจัดกิจกรรม ม.6

การเรียนรูต้ ามแนวทฤษฎีสรา้ งสรรค์ความรู้

32

ที่ ชอ่ื -นามสกุล รายชื่อนวัตกรรม ระดบั ชน้ั ตำแหนง่

ในรายวชิ าโครงงานคอมพวิ เตอร์ ชน้ั ครู
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ครู
ครู
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
ครู
1 นางสาวเบญจวรรณ์ แตนลิ การพัฒนาการอา่ น การเขียน ม.1
ครู
2 นางสาวสริ มิ ณฑ์ ทวกี สิกรรม การใชแ้ บบฝกึ เสรมิ ทกั ษะการอา่ นจบั ม.2 ครู
ใจความ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ครู
ครู
นางสาวจารพุ รรณ ยงั ยม้ิ การพฒั นาการเรยี นรูเ้ ร่ือง โวหาร ภาพพจน์ ม.6 ครู
3 ในวรรณคดไี ทย ของผูเ้ รียนช้นั มัธยมศกึ ษาปี
ท่ี 6
โดยใชเ้ ทคนคิ การจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT

4 นางสาวกนกวรรณ เพชรไทย การพัฒนาผลสัมฤทธ์กิ ารเรยี นวรรณคดีไทย
โดยใช้สือ่ มลั ตมิ เี ดียเพ่ือส่งเสริมความเข้าใจ
และความสนใจในดา้ นวรรณคดี ของผ้เู รียน ม.4

ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรยี นอลุ ติ
ไพบลู ย์ชนปู ถัมภ์

5 นางสาวปาวยี า เอมอ่อน การพัฒนาทกั ษะการอ่านคำประพนั ธ์โดยใช้

เกมเปน็ ฐานผ่านบอร์ดเกมช่วยสอนสำหรับ ม.4
ผูเ้ รียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ

1 นายอุกฤษฏ์ ปานกลาง การสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ วาดเส้น ม.5
2 นางสาวเบญจภา นราทิพยปทมุ สรา้ งสรรค์ ม.4
การสง่ เสริมกระบวนการคดิ ประดิษฐ์ทา่ รำ
นาฏศิลป์

กล่มุ สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

1 นางสาวนสิ า ทรงรตั น์ การจัดกจิ กรรมธนาคารโรงเรียน
อุลติ ไพบลู ยช์ นูปถมั ภ์ โดยใชก้ ระบวนการ
วงจรคุณภาพ P-D-C-A ม.1-ม.6

2 นางสาวจฑุ ามาศ หงิมเพง็ การพฒั นาการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัญ
ชาของเศรษฐกจิ พอเพียง ดา้ นการศึกษา ใน ม.1-ม.6
รปู แบบการถอดบทเรยี น

33

ท่ี ช่ือ-นามสกุล รายชือ่ นวัตกรรม ระดบั ชน้ั ตำแหนง่
ม.5 ครู
3 นายวิเชียรบุรี ขวญั โพก การพัฒนาการเรยี นรู้เรอ่ื ง อริยสจั 4 ของ ม.2 ครู
ผูเ้ รียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ด้วยวธิ ีการ ม.3 ครู
4 นางเทพี เขยี นสาร์ เรียนการสอนแบบโครงงานเป็นฐาน
5 นางภทั ทริ า ฮวบสวรรค์ การพัฒนากระบวนการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี ม.4 ครู
21 ดว้ ยกระบวนการห้องเรียนพอเพียง ม.6 ครู
การจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning
บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ ม.3 ครู
พอเพียง“2 3 4 วถิ ีของผเู้ รียน ถอด
บทเรียนตามหลักคิดเศรษฐกิจพอเพยี ง” ม.5 ครู
ม.2 ครู
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ม.6 ครู
ม.2 ครู
1 นายกา้ น เทียมโคกกรวด การพฒั นาแบบฝึกทักษะกีฬาวอลเล่ยบ์ อล
2 นายจักรพงษ์ ฉายประทีป ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4
การพฒั นาการสอนวิชาสุขศึกษา ดว้ ย
รูปแบบการสอนแบบ classstart
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ

1 นางสาวสิรนิ ุช ฉายประทปี ชุดแบบฝกึ ทกั ษะการอ่าน-เขียน
2 นางสาวสวุ ชั ชา นุม่ สุข ภาษาอังกฤษ เพ่อื เพิ่มผลสมั ฤทธิ์ทางการ
3 นายนติ พิ ล สดรมั ย์ เรียนวิชาภาษาองั กฤษ สำหรับผู้เรียนช้นั
4 นางสาวผุสดาภรณ์ บัวยอ้ ย มธั ยมศึกษาปีท่ี 3
5 นางสาวมณทกานต์ เตรยี มดี การพฒั นากระบวนการเรยี นการสอนแบบ
ร่วมมือด้วยเทคนิคจ๊ิกซอว์ควบคู่การใช้ ชุด
แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการเรียนรู้ เรอื่ ง If
clause ของผูเ้ รยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 5
การใชเ้ กมคำศัพท์ โดยใช้ application
“Kahoot”เพื่อพฒั นาการเรียนรู้
ภาษาอังกฤษ
การพฒั นาการสอนภาษาองั กฤษด้วย
รูปแบบ
การสอนสถานการณจ์ ำลอง (simulation)
ชุดการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะการเรียนรู้
ภาษาจนี

34

ท่ี ชือ่ -นามสกุล รายช่ือนวัตกรรม ระดบั ชน้ั ตำแหนง่
1 นายวฒุ ภิ ัทร ธนภมู พิ านิช ครู
2 นางสาวพัชรร์ ชั ฎ์ แสงมณี กลมุ่ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชีพ ครู

การทำเกษตรพอเพยี ง โดยใช้ PBL ม.ต้น,

(Project Based Learning) ม.ปลาย

การจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้เอกสาร

ประกอบการสอน เรือ่ ง การประกอบอาหาร ม.2

ภาคกลาง(ยำส้มโอ)

3.2 ผลทเี่ กิดข้ึนกับครผู ู้สอน
ตัวชี้วดั ท่ี 1 การออกแบบการจัดการเรียนรู้

การออกแบบการเรียนรู้ เป็นกระบวนการวางแผนการสอนอยางมรี ะบบ โดยมีการวเิ คราะห์
องค์ประกอบการเรียนรู้ ทฤษฎีการเรียนการสอน สื่อ กิจกรรมการเรียนรู้ รวมถึงการประเมินผล
เพื่อให้ครูผู้สอนสามารถถ่ายทอดความรู้สู่ผู้เรียนเรียน และให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ การออกแบบการจดั การเรยี นรู้ทด่ี ี จะช่วยครผู ู้สอนวางแผนการสอนอย่างมรี ะบบ บรรลุ
จุดมงุ่ หมาย โดยมีหลักการออกแบบการเรียนรู้ดงั นี้

1) การออกแบบและพฒั นาการเรียนรู้นั้น เพอื่ ใคร ใครเป็นผเู้ รียนหรอื ใครเป็นกลุ่มเป้าหมาย
ครผู ู้ออกแบบควรมคี วามเข้าใจ และรู้จักกลุ่มผู้เรยี นท่เี ปน็ เป้าหมาย

2) ต้องการให้นกั ผู้เรียนเรยี นรู้อะไร มคี วามรู้ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถอะไร ครผู ู้สอนตอ้ ง
กำหนดจุดมงุ่ หมายของการเรยี นรู้ให้ชัดเจน

3) ผู้เรียนจะเรียนรู้เน้ือหาในรายวิชานน้ั ๆ ได้ดที ีส่ ุดอยา่ งไร ควรใช้วิธกี าร และกิจกรรมการ
เรียนรู้อะไร ที่จะช่วยให้ผเู้ รียน เรียนรู้ไดอ้ ย่างเหมาะสม และมีปัจจัยสง่ิ ใดทตี่ อ้ งคำนึงถงึ บา้ ง

4) เมื่อผู้เรียนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ ครูผู้สอนจะทราบได้อยางไรว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
ขนึ้ และประสบผลสำเรจ็ ในการเรยี นรู้ และจะใช้วธิ กี ารใดในการประเมนิ ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน

การนิเทศภายในโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูสู่คุณภาพผู้เรียน
ULIT - S Supervision Model ด้วยการสร้างความมีเอกภาพ (Unity) ความเข้าใจเห็นพ้องต้องกัน
(Understanding) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Learning & Sharing) การสร้างแรงผลักดันสู่องค์กรแห่ง
การเรียนรู้ (Learning Enterprise) การใช้ข้อมูลสารสนเทศ(Information) การสร้างนวัตกรรม
(Innovation) การบูรณาการ(Integration) การทำงานเป็นทีม (Teams) การฝึกอบรม (Training)
ส่งเสริมและสนับสนุน (Supporting) และการนิเทศโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) ด้วยเทคนิคหรือ
วิธีการจัดการนิเทศภายในเหมาะสมกับสภาพการณ์และบุคลากรภายในโรงเรียน สอดคล้องกับความ
ตองการ ความจำเปนในการพฒั นาครูและผเู้ รียน สง่ ผลใหค้ รูมีสมรรถนะมีความเช่ยี วชาญ ทางวชิ าชีพ
นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและมาตรฐาน การศึกษา และมี
ทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยมีการขบั เคล่ือนการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ดงั น้ี

35

ภาพการออกแบบการจดั การเรียนรดู้ ว้ ยการขับเคลือ่ นการนเิ ทศภายในโดยใช้โรงเรียน
เปน็ ฐานเพ่ือเสรมิ สร้างสมรรถนะครูสคู่ ณุ ภาพผู้เรยี น ULIT - S Supervision Model

ตวั ชว้ี ดั ที่ 2 การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้เชิงรกุ (Active Learning)

1) จัดให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน กิจกรรมต้องสะท้อนความต้องการใน
การพฒั นาผเู้ รียนและเน้นการนำไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตจริงของผูเ้ รยี น

2) สร้างบรรยากาศของการมีส่วนร่วม และการเจรจาโตต้ อบท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์
ทดี่ กี บั ครผู ู้สอน และเพอื่ นในชนั้ เรยี น

3) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนได้เคลื่อนท่ี ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในทุก
กจิ กรรมรวมท้ังกระตุ้นให้ผู้เรยี นประสบความสำเร็จในการเรียนรู้

4) จัดสภาพการเรียนรู้แบบร่วมมอื สง่ เสริมให้เกดิ การร่วมมือในกลมุ่ ผเู้ รยี น
5) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ท้าทาย และให้โอกาสผู้เรียนได้รับวิธีการสอนท่ี
หลากหลายวางแผนเกี่ยวกับเวลาในจัดการเรียนการสอนอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของเนื้อหา และ
กจิ กรรมครผู สู้ อนตอ้ งใจกว้าง ยอมรบั ในความสามารถในการแสดงออก และความคิดของที่ผเู้ รียน
ครูมีการจัดทำหน่วยและแผนการจัดการเรยี นรู้และนำไปใช้ในการจดั การเรียนรูท้ ี่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วน
ร่วมตามแนวทางการนิเทศโดยใช้พื้นที่เป็นฐานเพือ่ พัฒนาคณุ ภาพการศึกษาสูก่ ารนิเทศภายในโดยใช้
โรงเรียนเปน็ ฐานเพื่อพฒั นาคณุ ภาพของผเู้ รยี น

- มสี ่วนร่วมในชน้ั เรียน
- มุ่งใหผ้ ู้เรียนลงมือปฏบิ ัติ

36

- เรยี นรจู้ ากแหล่งเรียนรทู้ หี่ ลากหลาย
- เรยี นรู้อย่างมคี วามหมาย (Meaningful learning)
- สรา้ งองคค์ วามรู้ได้
- มคี วามเขา้ ใจในตนเอง
- ใชส้ ติปญั ญา ในการคดิ วิเคราะห์
- สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่สอดคล้องกับสมรรถนะสำคัญในศตวรรษ
ท่ี 21
- มที ักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทกั ษะวชิ าชีพ ในการเรยี นรตู้ ามระดบั ช่วงวัย
6) ครมู ีการบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ และนำผลไปใชใ้ นการแก้ปญั หาและพฒั นาผู้เรียน
หรอื ใช้ประกอบการวิจยั ในช้นั เรยี น
7) ผ้เู รียนมที กั ษะการคดิ วเิ คราะห์ระดับสงู สร้างองคค์ วามรู้ไดด้ ้วยตนเอง
8) ผู้เรยี นมที กั ษะวิชาการ ทักษะวิชาชพี และทักษะชีวติ ในการเรยี นรูต้ ามระดับช่วงวัย
9) ผ้บู รหิ ารนเิ ทศกำกบั ติดตามและประเมินผล ส่งเสริมสนับสนนุ การจดั การเรียนรู้เพ่ือพัฒนา
สมรรถนะของครูผู้สอนและคณุ ภาพของผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ

ตวั ช้ีวดั ท่ี 3 การพัฒนาส่ือการเรยี นรู้
1) ผูบ้ รหิ ารนิเทศ ติดตามประเมนิ ผล ให้คำแนะนำ ส่งเสรมิ การออกแบบและพฒั นาสอ่ื

นวัตกรรมเทคโนโลยีให้ทันสมัยมีคุณภาพสะดวกต่อการใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
โรงเรียนได้มีการสร้างนวัตกรรมการนิเทศ ติดตามและประเมินผล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ
ศกึ ษา โดยการประชุมคณะครู กลมุ่ สาระการเรียนรู้ เพือ่ ปรับปรุงงานอย่างตอ่ เนอ่ื ง

2) ครูผู้สอนพัฒนาส่อื โดยการนำรปู แบบโมเดลการนเิ ทศภายในโดยใช้โรงเรยี นเป็นฐานเพือ่
เสริมสร้างสมรรถนะครูสู่คุณภาพผู้เรียน ULIT - S Supervision มาใช้ในการพัฒนาสื่อ สร้าง
นวัตกรรมโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย จัดทำสื่อการเรียนการสอนที่เข้าใจง่าย เช่น การทำคลิปวิดีโอ
การใช้รูปภาพ การใช้เกม หรือการใช้แอพพลิเคชันต่าง ๆ ในการจัดการเรียนรู้ ออกแบบสื่อการเรียน
การสอน มกี ารเชอื่ มโยงกบั เนื้อหาเพ่ือให้เขา้ ใจงา่ ยข้นึ โดยเฉพาะอาจเลือกใชส้ ่ือทม่ี ีอิทธิพลต่อผู้เรียน
เช่น ข่าวสารสถานการณ์เด่น ดารานักแสดง เครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นต้น ร่วมกับเทคนิคการ
ถ่ายทอดผ่านสื่ออย่างเหมาะสมจะส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและกระตุ้นการเรียนรู้ ได้ แต่สิ่ง
สำคัญสำหรับการนำสื่อมาใช้นั้น ครูผู้สอนควรมีการวางแผน ออกแบบ ตรวจสอบ รวมทั้งนำสื่อไป
ทดลองใช้ก่อนแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้สื่อการสอนมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับหัวข้อการ
เรยี นรู้เพมิ่ มากขึ้น อย่างไรก็ตามยังพบว่าปญั หาของการทำส่ือการสอนออนไลน์ของครูผู้สอนเกี่ยวกับ
ขนาดตัวอกั ษรและสีของข้อความท่ีออ่ น ขนาดเลก็ จำนวนข้อความในส่อื มากเกินไป ทำให้มผี ลตอ่ การ
มองเห็นและความสนใจเรียนรู้ลดลง จากการศึกษาของพีรนันท์ วิศาลสกุลวงษ์,สุมิตตา สว่างทุกข์
และมณีรัตน์ พราหมณี พบว่า สื่อการสอนออนไลน์ที่ดี (Good Media) มีความหลากหลาย ร่วมกับ

37

วิธีการสื่อสารของครูผู้สอนที่ดีถึงผู้เรียนให้เกิดความเข้าใจในการใช้สื่อ ส่งเสริมให้การเรียนรู้มี
ประสทิ ธิภาพและผเู้ รียนมีความตระหนักในการเรียนรูด้ ้วยตนเองเพิ่มขึน้ จากประสบการณ์การจัดการ
เรยี น

3) ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบเพื่อใช้ในการเรียนรู้ร่วมกันในชั้นเรียน เลือกใช้สื่อ
สามารถผลิตสื่อและพัฒนาคุณภาพของสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีจากการการจัดกระบวนการและ
กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการ Active Learning ได้

4) ผู้เรียนเรียนมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการประเมินสื่อการเรียนการสอนโดย
ครูผสู้ อนทกุ ทา่ นเป็นผู้ทำแบบสอบถาม/สำรวจ ความพงึ พอใจของผ้เู รยี น ในการใชส้ อื่ การเรียนรู้ เพื่อ
ทราบถึงความสอดคล้องของสื่อการเรียนการสอนที่สามารถนำมาพัฒนาผู้เรียนให้เกิดทักษะและการ
เรียนรู้ได้

5) ครผู ู้สอนมีการนำผลสำรวจความพงึ พอใจของผู้เรยี น บคุ ลากรในสถานศึกษา เก่ยี วกับการ
ใช้สื่อการเรียนรู้ นำมาวิเคราะห์คุณภาพของสื่อการสอน แล้วนำมาพัฒนาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ
มากยิ่งขึน้

ตวั ช้วี ัดที่ 4 การวัดและการประเมนิ ผล
การนิเทศภายในโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูสู่คุณภาพผู้เรียน

ULIT - S Supervision Model ส่งผลให้เกิดการวัดผลประเมินผลที่หลากหลายเหมาะสมกับบริบท
ของโรงเรียนและผู้เรียน มีการกำกับติดตาม คะแนนผู้เรียนโดยครูผู้สอนต้องส่งผลคะแนนก่อนสอบ
กลางภาคและหลังกลางภาค และทำบันทึกข้อความแจ้งรายชื่อผู้เรียนที่มีแนวโน้มไม่ผ่านเกณฑ์การ
ประเมินให้ผู้บริหารและงานฝ่ายบริหารวิชาการทราบเพื่อร่วมกันทำงาน หาแนวทางให้คำปรึกษา
แนะนำในการช่วยเหลอื ผูเ้ รียนใหม้ คี ุณภาพตอ่ ไป

1) การประเมนิ ผลเพ่อื ปรบั ปรุงและพัฒนาผู้เรยี น
- ให้ผู้สอนแจ้งแก่ผู้เรียนทราบตัวชี้วัดมาตรฐานรายปี วิธีการวัดและประเมินผล

ก่อนทำการสอนทกุ ครงั้
- การวัดผลต้องครอบคลุมพฤติกรรมด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการ

และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- ก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผู้สอนต้องประเมินผู้เรียนก่อนการเรียน

เพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐาน และทักษะเบื้องต้นของผู้เรียน โดยใช้เทคนิควิธีการ เครื่องมือท่ี
เหมาะสมกบั การประเมนิ ความรู้ คุณธรรม จรยิ ธรรม และทกั ษะกระบวนการ

- ระหวา่ งภาคเรยี น ใหผ้ ู้สอนประเมินผลการเรียนรู้ของผูเ้ รยี นเปน็ ระยะ ๆ ตามสาระ
และมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ เพื่อพัฒนาการเรียนของผู้เรียน และเพื่อใช้เป็นข้อ มูล
ประกอบการประเมนิ ผลปลายปี

38

- เมื่อถึงปลายปี หลังจากจบกระบวนการเรียนการสอนทุกกิจกรรมให้มีการ
ประเมินผลการเรียนปลายปี โดยสามารถประเมินทุกสาระการเรียนรู้ ทุกมาตรฐานการเรียนรู้ หรือ
เลือกประเมินเฉพาะสาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้ที่สำคัญ และจำเป็นต่อการศึกษาของ
ผู้เรียนในระดับชั้นถัดไป ทั้งนี้การประเมินจะต้องครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ เวลา
เรยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสำคัญเพื่อตรวจสอบความสามารถตามทมี่ าตรฐานกำหนด
แล้วใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาตัดสินเพื่อผ่านการเลื่อนชั้น ในการประเมินผลปลายปี
ใหม้ กี ารประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี นตามทห่ี ลักสูตรสถานศึกษากำหนด

2) ในการประเมินให้เลือกใช้เครื่องมืออย่างหลากหลาย และเหมาะสมกับตัวชี้มาตรฐาน
พฤติกรรมตามตัวช้ีมาตรฐาน ตามสาระการเรยี นรู้ และมาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการประเมินให้อยู่ใน
รูปของคะแนน ฃระดับพัฒนาการ เกรด หรือคำอธบิ ายเชงิ คุณภาพกไ็ ด้

3) ในกรณีที่ใช้เครื่องมือการประเมินหลาย ๆ ประเภทจำเป็นต้องปรับผลการประเมินที่อาจ
อยู่ในรูปแบบที่หลากหลายใหเ้ ปน็ รูปแบบเดียวกนั กอ่ น (ตามนำ้ หนักความสำคญั )

4) ในการประเมินผลการเรียนรู้ ให้แจ้งระดับผลการเรียนในทุกกลุม่ สาระการเรียนรู้ทีผ่ ู้เรยี น
ได้เรียนเป็นระดบั คณุ ภาพพร้อมคำบรรยาย ซ่งึ เป็นรายละเอยี ดของระดับคณุ ภาพดังน้ี

ผลการเรยี น ความหมาย คะแนน (ร้อยละ)
4 ผลการเรียนดีเยยี่ ม ได้คะแนนต้งั แต่ร้อยละ 80 ข้ึนไป
3.5 ผลการเรยี นดมี าก ได้คะแนนรอ้ ยละ 75-79
3 ผลการเรียนดี ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 70-74
2.5 ผลการเรยี นคอ่ นขา้ งดี ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 65-69
2 ผลการเรียนน่าพอใจ ได้คะแนนร้อยละ 60-64
1.5 ผลการเรียนพอใช้ ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 55-59
1 ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ข้นั ตำ่ ได้คะแนนรอ้ ยละ 50-54
0 ผลการเรียนต่ำกวา่ เกณฑ์ข้ันต่ำ ได้คะแนนรอ้ ยละ 0-49

ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด ให้ครูผู้สอนดำเนินการสอน
ซ่อมเสริม ปรับปรุงแกไ้ ขในกลมุ่ สาระการเรียนร้ทู ี่ไมผ่ า่ นเกณฑ์ด้วยวธิ กี ารทีม่ ปี ระสิทธภิ าพจนผู้เรียนมี
ความรู้ ทกั ษะ กระบวนการ สามารถผ่านเกณฑข์ ั้นต่ำท่ีกำหนดภายในปีการศึกษาท่ีผู้เรียนได้รับผล
การประเมนิ ไม่ผ่าน ผลการประเมนิ ทไ่ี ดใ้ หไ้ ด้ไม่เกิน 1

ในกรณีท่ีผู้เรียนไม่เข้ารับการซ่อมเสริมในระยะเวลาที่กำหนด ให้ครูผู้สอนบันทึกเสนอถึง
หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของ
สถานศึกษาพจิ ารณาเป็นกรณไี ป

5) ผูเ้ รียนตอ้ งเขา้ รับการประเมินปลายปีทุกคน แตถ่ า้ ผู้เรยี นไม่ไดเ้ ข้ารบั การประเมินปลายปี
เพราะเหตจุ ำเป็นหรือเหตุสดุ วิสยั ใหโ้ รงเรยี นจัดให้ผู้เรยี นเข้ารบั การประเมนิ ผลไดใ้ นภายหลัง แต่ต้อง
ไม่เกิน 7 วันนับจากวันสอบวันสุดท้ายของการสอบปลายภาค หากผู้เรียนไม่สามารถมาได้ตาม

59.6246.085.407 39
5533..3720 70.84
กำหนดเวลา ใหค้ รูประจำช้ันทำบนั ทึกเสนอผู้บรหิ ารตามลำดับ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร
58.6542.8876.45หลักสูตรและวชิ าการของสถานศึกษาพจิ ารณาเปน็ กรณีไป
677.725.48.0003
7777..598205.533.3 ผลท่เี กิดข้ึนกบั ผ้เู รยี น
7722..683085.44ตัวช้วี ดั ที่ 1 ผเู้ รียนมีผลการพฒั นาจากการใชน้ วตั กรรม

569.0.060721.05การนิเทศภายในโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูสู่คุณภาพผู้เรียน
55.691.06481.05ULIT - S Supervision Model สง่ ผลใหเ้ กิดผลลัพธ์จากการใช้นวัตกรรมดังน้ี

636.72.7633.8241) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย
เปรยี บเทยี บยอ้ นหลัง 3 ปี (ป2ี 562-ป2ี 564)

แผนภมู ิ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของนักเรยี นระดบั ชน้ั มธั ยมตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย
ทไ่ี ด้ระดับ 3 ขึ้นไป (ระดับดี) ปกี ารศกึ ษา 2562-2564 ของโรงเรยี นอุลติ ไพบลู ย์ชนปู ถัมภ์

ผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนของนักเรียนมัธยมตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย
ทไ่ี ด้ระดับ 3 ข้ึนไป (ระดบั ดี) ปกี ารศกึ ษา 2562-2564

100.00
90.00
80.00
70.00
60.00
50.00
40.00
30.00
20.00
10.00
0.00

ร้อยละของนักเรยี นทม่ี ีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระดับ 3 ขนึ้ ไป (ระดบั ดี) ปกี ารศกึ ษา2562

ร้อยละของนกั เรียนทมี่ ีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนระดบั 3 ขึ้นไป (ระดับดี) ปกี ารศึกษา2563

รอ้ ยละของนกั เรียนท่ีมผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนระดบั 3 ขนึ้ ไป (ระดับดี) ปีการศกึ ษา2564

จากแผนภูมิ พบว่าร้อยละของนักเรียนของโรงเรียนอุลิตไพบูลย์ชนูปถัมภ์ มีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนระดับ 3 ขึ้นไป (ระดับดี) ปีการศึกษา 2562 คิดเป็นร้อยละ 63.26 ปีการศึกษา 2563
คดิ เปน็ ร้อยละ 67.38 และปีการศึกษา 2564 คดิ เป็นร้อยละ 73.24 ในภาพรวมผลสมั ฤทธ์ิทางการ
เรียนของนกั เรียนสูงขึน้

40

2) ผลคะแนนเฉลีย่ การทดสอบระดบั ชาตขิ นั้ พืน้ ฐาน O-NET ของนักเรยี นระดับชั้น
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 และระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 6

แผนภมู ิ คะแนนเฉลี่ยการทดสอบระดบั ชาตขิ ั้นพ้ืนฐาน O-NET ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3

คะแนนเฉลย่ี การทดสอบระดับชาตขิ ้ันพื้นฐาน O-NET ระดับมธั ยมศึกษาปีท่ี 3

2562 คะแนนเฉล่ยี ระดบั โรงเรียน 2563 คะแนนเฉลีย่ ระดับโรงเรียน 2564 คะแนนเฉลยี่ ระดบั โรงเรียน

100

80 58.56
68.06
60
48.11
40 22.26
25.33
20 19.55

30.07
33.49
29.90
31.75
37.22
28.55
35.66

41.03
31.53

0 คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ ภาพรวม
ภาษาไทย

จากแผนภมู ิ พบวา่ ร้อยละของนกั เรยี นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรยี นอุลติ ไพบูลย์ชนูปถัมภ์มี
ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน O-NET ปีการศึกษา 2562 คิดค่าเฉลี่ยร้อยละ 35.66
ปีการศึกษา 2563 คิดค่าเฉลี่ยร้อยละ 41.03 ในภาพรวมสูงขึ้น ส่วนค่าเฉลี่ยภาพรวมปีการศึกษา
2564 คิดคา่ เฉล่ียเปน็ รอ้ ยละ 31.53 ซึง่ มคี า่ เฉล่ยี ลดลง

แผนภูมิ คะแนนเฉลย่ี การทดสอบระดับชาตขิ ้นั พืน้ ฐาน O-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6

คะแนนเฉลีย่ การทดสอบระดบั ชาติขั้นพื้นฐาน O-NET ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6

2562 คะแนนเฉลยี่ ระดบั โรงเรียน 2563 คะแนนเฉลี่ยระดับโรงเรียน 2564 คะแนนเฉลี่ยระดบั โรงเรยี น

100.00

80.00

60.00 41.87
47.52
40.00 46.63

20.00 18.86
21.13
18.69

27.46
32.66

26.44
35.44
36.17
34.94

24.93
25.38
27.96
29.71

32.57
30.93

0.00 คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สังคมศึกษาฯ ภาษาตา่ งประเทศ ภาพรวม
ภาษาไทย

41

จากแผนภูมิ พบว่า ร้อยละของนักเรยี นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 ของโรงเรียนอุลติ ไพบลู ย์ชนูปถัมภ์
มผี ลการทดสอบระดับชาตขิ นั้ พืน้ ฐาน O-NET ปีการศกึ ษา 2562 ค่าเฉลยี่ รอ้ ยละ 29.71 ปีการศึกษา
2563 มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 32.57 ปีการศึกษา 2564 มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 30.93 โดยภาพรวมผลการ
ทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน O-NET ลดลงในบางปกี ารศึกษา เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคตดิ
เชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) และการให้นกั เรียนสามารถเลือกสอบได้ตามความสมัครใจ ทำให้
คา่ เฉล่ยี ลดลงการนำนวตั กรรมการนิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลมาพฒั นาปรับปรุงเพื่อชว่ ยส่งเสริมให้
นักเรยี นตระหนักถึงการทดสอบเพ่ือวัดความร้ใู ห้มปี ระสิทธภิ าพสูงมากยิ่งขึน้

3) จำนวนนกั เรียนท่ีจบหลักสูตรตามกรอบเวลาที่กำหนดปีการศกึ ษา 2562-2564

ระดบั ช้นั ปกี ารศึกษา 2562 ปีการศึกษา 2563 ปกี ารศึกษา 2564

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ทงั้ หมด จบ ร้อยละ ท้ังหมด จบ รอ้ ยละ ทั้งหมด จบ รอ้ ยละ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 หลกั สูตร หลกั สูตร หลกั สูตร

รวม 136 135 99.26 113 112 99.11 122 122 100

73 73 100 70 73 100 92 92 100

209 208 99.63 183 185 99.55 214 214 100

จากตาราง พบว่านักเรียนที่จบหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นตามกรอบเวลาที่กำหนด
ปีการศึกษา 2562-2564 คิดเป็นร้อยละ 99.26 99.11 และ 100 ตามลำดับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ตอนปลาย ปกี ารศกึ ษา 2562-2564 คดิ เปน็ ร้อยละ 100 100 และ 100 ตามลำดับ

4) จำนวนนักเรยี นนกั เรียนท่ีจบหลกั สตู รมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2562-2564

เขา้ ศกึ ษาตอ่ ในระดบั อดุ มศึกษา

สถาบัน ปกี ารศกึ ษา 2562 ปกี ารศึกษา 2563 ปกี ารศกึ ษา 2564
จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ
มหาวทิ ยาลัยของรัฐ
มหาวทิ ยาลัยเปดิ ของรฐั 48 65.76 55 78.00 47 51.08
มหาวทิ ยาลยั ของเอกชน 4 5.48 -- 2 2.20
สถาบนั อาชวี ศกึ ษาของ 3 4.10 -- 1 1.08
7 9.59 7 10.00 16 17.40
รัฐบาล
สถาบันพยาบาล 2 2.74 3 4.00 5 5.43
ศกึ ษาตอ่ สถาบนั อ่ืน ๆ 1 1.37 -- 10 10.86
ประกอบอาชีพ 8 10.96 5 8.00 11 11.95
73 100 70 100 92 100
รวม

จากตาราง พบว่าจำนวนนักเรียนที่จบหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้าศึกษาต่อใน
ระดับอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2562-2564 มีแนวโน้มสูงขึ้นแสดงว่านักเรียนให้ความสำคัญของ

42

การศึกษาต่อ เชื่อมั่นในคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนที่สามารถแข่งขันกับสถาบันอื่นได้ และพบว่า
ปกี ารศกึ ษา 2562-2564 มสี ถติ กิ ารสอบเข้าศึกษาตอ่ ในมหาวทิ ยาลัยของรัฐเพ่มิ สงู ขน้ึ ทุกปี

นอกจากนี้ผลจากการนิเทศภายในโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูสู่
คุณภาพผู้เรียน ULIT - S Supervision Model มีนักเรียนเข้าศึกษาต่อตรงตามแผนการเรียนท่ี
โรงเรียนจดั ในปกี ารศกึ ษา 2564 คิดเปน็ รอ้ ยละ 90

ตารางแสดงสถิตกิ ารเขา้ ศึกษาต่อของนกั เรียนระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6

สถติ กิ ารเข้าศกึ ษาต่อของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6

ปีการศกึ ษา 2562 ปีการศกึ ษา 2563 ปกี ารศกึ ษา
2564
ท่ี ขอ้ มูลสายการเรยี น ศกึ ษาตอ่ ศึกษาต่อ ศึกษาต่อ
ตรง ไม่ตรง ตรง ไม่ตรง
1 แผนการเรยี นวทิ ยาศาสตร์ -คณิตศาสตร์ สาย สาย สาย สาย ตรง ไมต่ รง
2 แผนภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ สาย สาย
3 แผนดนตรี กีฬา การงานอาชีพ 22 9 23 4
25 9
รวม 13 - 20 -
ร้อยละ 24 -
29 - 23 -
35 -
64 9 66 4
84 9
88 12 94 6
90 10

ขอรับรองว่ารายงานนวัตกรรมการปฏิบัติที่ดี (Best Practices) การนิเทศภายในโดยใช้
โรงเรียนเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูสู่คุณภาพผู้เรียน : ULIT - S Supervision Model ของ
นายเมธี วัฒนสิงห์ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุทัยธานี ชัยนาท ฉบับนี้ เป็น
ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติงานในหน้าที่ ไม่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญาใด ๆ และเป็น
ผลงานทดี่ ำเนนิ การมาแลว้ ในปกี ารศกึ ษา 2564 และไมเ่ คยไดร้ ับรางวัลในระดบั ประเทศหรอื เทียบเท่า
มากอ่ น

(นายเมธี วัฒนสงิ ห์)
ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นอลุ ิตไพบูลยช์ นปู ถมั ภ์

43

ภาคผนวก

44

ภาพกิจกรรมสง่ เสรมิ การนิเทศภายใน

45

แบบประเมินความพงึ พอใจในการดำเนนิ งาน ปกี ารศกึ ษา 2564

โครงการ สง่ เสรมิ การนิเทศภายใน งานนเิ ทศการศึกษา ฝา่ ยบริหารวชิ าการ
-----------------------------------------------------

คำช้แี จง : โปรดใส่เคร่อื งหมาย ✓ ตามข้อความที่เห็นว่าเป็นจริงหรอื เหมาะสม

เกณฑ์การประเมิน

ระดบั 1 หมายถึง ประเมนิ ผลอยู่ในระดบั ตำ่ กว่า 50% ระดับ 2 หมายถึง ประเมินผลอยใู่ นระดับ 51-65%

ระดบั 3 หมายถงึ ประเมนิ ผลอยูใ่ นระดับ 66-80% ระดบั 4 หมายถงึ ประเมนิ ผลอยู่ในระดบั 81-90%

ระดบั 5 หมายถงึ ประเมนิ ผลอยู่ในระดบั สูงกวา่ 90%

หวั ข้อการประเมิน ระดับคะแนน 1
5432

1. ดา้ นปัจจัย

1.1 ความเหมาะสมของงบประมาณโครงการ 

1.2 ความเหมาะสมของโครงการกบั สภาพจริง 

1.3 ความรว่ มมือของบคุ ลากร ผูเ้ กี่ยวขอ้ งในการปฏิบัติงาน 

1.4 จำนวนวสั ดุอปุ กรณเ์ พียงพอสำหรบั การดำเนินงาน 

1.5 ความเหมาะสมของสถานทที่ ่ีใช้ในการดำเนนิ งาน 

2. ดา้ นกระบวนการ

2.1 ความสอดคล้องกบั ปัญหาและแนวทางการพฒั นาของโรงเรยี น 

2.2 การดำเนินงานตามขนั้ ตอนและวิธกี ารดำเนินโครงการ 

2.3 ข้นั ตอนและวธิ ีการดำเนนิ โครงการมีการสง่ เสรมิ การมสี ่วนร่วม 

ระหว่างผู้รบั ผิดชอบโครงการ/วิทยากร/ผู้เขา้ รว่ มโครงการ

3. ด้านผลการดำเนินงาน

3.1 ผลการดำเนินงานเป็นไปตามวตั ถปุ ระสงค์ทกี่ ำหนด 

3.2 ผลการดำเนนิ งานเป็นไปตามเป้าหมายเชิงปรมิ าณและเปา้ หมาย 

เชิงคุณภาพท่ีกำหนด

รวม 49

คา่ เฉลี่ยหารด้วย 10 4.9

สรุปผลการประเมนิ

 เปน็ ทพี่ อใจมากทส่ี ุด (4.1 – 5.0)  เปน็ ทพ่ี อใจมาก (3.6 – 4.0)

 เป็นท่ีพอใจ (2.5 – 3.5)  ไม่เป็นที่พอใจ (1.5 – 2.5)

 ไมเ่ ป็นทพ่ี อใจมากทส่ี ุด (ต่ำกว่า 1.5)

ลงชื่อ ..................................................ผู้รับผิดชอบโครงการ
(นางสาวจารุพรรณ ยงั ยิม้ )

46

ภาพการประชมุ ช้ีแจงทำความเข้าใจการนิเทศภายในสถานศึกษา


Click to View FlipBook Version