The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การบริหารเชิงกลยุทธ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kwankaotatiyarat, 2021-09-19 00:25:44

การบริหารเชิงกลยุทธ์

การบริหารเชิงกลยุทธ์

การบริหาร
เชิงกลยุทธ์

Strategic management

สมาชิกในกลุ่ม

1.นางสาวจุฑาภรณ์ ทิพโชติ
2.นางสาวขวัญข้าว ตะติย

รัตน์
3.นายจิระพันธุ์ วิภาคะ

ทำไมผู้นำต้องมี เพื่อคิดค้นวิธีใหม่และแตกต่าง เพื่อให้
กลยุทธ์ สำเร็จง่ายและรวดเร็วกว่าวิธีการปกติ

(STRATEGY) ผู้นำที่มีกลยุทธ์ ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์
ใด จะได้เปรียบ เสียเปรียบ เป็นต่อหรือ

เป็นรอง ก็สามารถพลิกแพลง ให้เป็น
ฝ่ายได้เปรียบได้เสมอ

การคิดเชิงกลยุทธ์จึงถูกนำมาใช้ใน
วงการต่างๆ เพื่อหาทางให้ตนเองมี
ชัยชนะเหนือคู่แข่ง

d ถ้าเป็นแวดวงธุรกิจการค้า ก็เกิดจากแรง
ผลักดันจากลูกค้า หรือมีการแข่งขันเพิ่มขึ้น
สาเหตุสำคัญ
ที่ต้องใช้ ปัจจัยด้านคุณภาพเป็นที่ต้องการมากขึ้น
กลยุทธ์ใน
ปัจจุบัน มีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการ
สร้างความได้เปรียบ

องค์กรต่างๆกำลังเผชิญกับสภาวะการ
เปลี่ยนแปลงภายนอกอย่างรวดเร็ว

ปัจจัยด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจและ

เทคโนโลยีเป็นแรงผลักดัน (Force) ให้องค์กรต้อง

เร่งปรับตัว
สร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ลดละเลิกวัฒนธรรม
เก่าที่เป็นอุ ปสรรคต่อความสำเร็จเพื่ อให้องค์กรอยู่
รอดปลอดภัยและเติบโตอย่างยั่งยืน

d Jack Welch
อดีต CEO
บริษัท GE Capital

“หากการเปลี่ยนแปลงภายนอกองค์กรเร็ว
กว่าการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรแล้ว นั้น

องค์กรกำลังจะพบกับจุดจบ”



ดังนั้น ผู้นำองค์กรจึงมีบทบาทสำคัญในการนำ
การเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรให้ทันกับการ
เปลี่ยนแปลง ภายนอกองค์กร

ทรัพยากรการ

บริหาร

(Management
resources )

4 M’S




1. คน (Man)
2. เงิน (Money)
3. วัตถุดิบ (Material)
4. วิธีการ/จัดการ
(Method/Management)

6 M’S




1. คน (Man)
2. เงิน (Money)
3. วัตถุดิบ (Material)
4. วิธีการ/จัดการ
(Method/Management)
5. เครื่องจักรกล (Machine)
6. การตลาด (Market)

8 M’S




1. คน (Man)
2. เงิน (Money)
3. วัตถุดิบ (Material)
4. วิธีการ/จัดการ
(Method/Management)
5. เคร่ืองจักรกล (Machine)
6. การตลาด (Market)
7. ขวัญและกาลังใจ (Morale)
8. ข้อมูลข่าวสาร (Message)

d กลยุทธ์แห่งความสำเร็จ

ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการบริหาร คือผู้ที่สามารถ
จัดการปัจจัยการบริหาร อย่างน้ อย 2-3 ตัวได้อย่าง
เชี่ยวชาญ




ดังนั้น เราต้อง
1.เรียนรู้เรื่องการบริหารคน (Man)
2.เรียนรู้ วิธีการ จัดการ (Method/Management)

ความเป็นมา
ของกลยุทธ์

DESIGN PROCESS

ปรากฏวิธีการทางกลยุทธ์ใน
วรรณกรรมเรื่องของมหาภารตยุทธ์
ที่กล่าวถึงศึกสงครามของบรรดา
เทพ ในศาสนาฮินดูซึ่งมีการกำหนด
วิธีการศึกสงครามด้วยกลอุบาย
ต่างๆ อาจเรียกกระบวนการกลยุทธ์
ของบรรดาเทพในมหาภารตยุทธ์ว่า
Design Process

POSITIONING PROCESS

ซุนวู่นักปราชญ์จีนโบราณได้
เสนอแนวคิดในการแสวงหาตำแหน่ง
ของกองทัพเพ่ื่อกำหนดความได้เปรียบ
เหนือกว่าคู่ต่อสู้ (Competitive
Advantage) โดยประโยคสำคัญที่รู้จัก
กันอย่างแพร่หลาย เช่น รู้เขารู้เรา รบ
ร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง กระบวนการ
เชิงกลยุทธ์ของซุนวู่ จึงอาจเรียกว่า
Positioning Process

EMERGENT PROCESS

มูซาชิ ซามูไรชาวญี่ปุ่นที่
เรียนรู้ศิลปะเอาชนะคู่ต่อสู้โดย
อาศัยประสบการณ์จากการต่อสู้จริง
ที่อุบัติขึ้นในแต่ละครั้งจึงอาจเรียก
กระบวนการเชิงกลยุทธ์นี้ว่า
Emergent Process

PLANNING PROCESS

นโปเลียน นายพลผู้นำทัพ
แห่งฝรั่งเศสใช้กลอุบายในการทำ
สงครามเอาชนะคู่ต่อสู้โดยการ
กำหนดและประเมินกำลังตลอดจน
บั่นทอน กำลังคู่ต่อสู้อย่างเป็นระบบ
จึงอาจเรียกกระบวนการเชิงกลยุทธ์
นี้ว่า Planning Process

การเปิ ดสอนวิชานโยบาย
ธุรกิจซึ่งเป็ นฐานรากสำคัญของ
กลยุทธ์ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี
ค.ศ. 1912 โดยในเบื้องต้นเปิดเป็น
วิชาเลือกสำหรับนักศึกษาปริญญาโท
ด้านการบริหารธุรกิจปี สุดท้ายใน
มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดและต่อมาอีก
8 ปีวิชานี้กลายเป็นวิชาบังคับสำหรับ
นักศึกษา

ความหมายของกลยุทธ์
และการบริหารเชิงกลยุทธ์

“กลยุทธ์” (Strategy) มีผู้ให้ความหมายไว้หลาก
หลาย มีความแตกต่างกัน ดังนี้

เป็ นวิธีในการปฏิบัติที่องค์การเลือกใช้เป็ นเครื่ องมือ
เพื่อให้องค์การ สามารถบรรลุยังเป้ าหมายที่กำหนดไว้ใน
อนาคตจากสภาพปั จจุบันที่เป็ นอยู่

สุมาลี จิระจรัส (2548 : 23)



แผนงานสำคัญที่องค์การจะใช้เป็ นแนวทางในการบรรลุ
สู่เป้ าหมายหลักขององค์การ

สุพานี สฤษฎ์วานิช (2552 : 361)

รูปแบบเฉพาะของการตัดสินใจและการปฏิบัติที่ผู้
บริหารใช้เพื่อให้บรรลุเป้ าหมายขององค์การ

ฮิล (Hill, 1998)

แผนแม่บทที่ครอบคลุมทุก
กระบวนการปฏิบัติงานของ
องค์การ เป็นตัวกำหนดทิศทางการดำเนินงานในระยะยาว
และเป็นแนวทางการใช้ทรัพยากรที่มีให้บรรลุเป้ าหมายได้
อย่างยั่งยืนและได้เปรียบทางการแข่งขัน

สเคอร์เมอร์ฮอร์น (Schermerhorn, 2002 : 203)

ความหมายของการบริหารเชิงกลยุทธ์

Continuous Process

เน้ นลำดับขั้นตอนความสำคัญก่อนหลังของ
กิจกรรมที่ผู้บริหารรับผิดชอบ

ต้องมีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เกิดความ
เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา เป็นปัจจุบัน

ความหมายของการบริหารเชิงกลยุทธ์

Interactive Process

แต่ละขั้นตอนเป็ นไปอย่างมีปฎิสัมพันธ์กัน
เป็นกระบวนการที่เป็นวงจร (Cycle)

ความหมายของการบริหารเชิงกลยุทธ์

Cross Functional Process

กลุ่มทำงานร่วมประสาน

สมาชิกจากหลายๆ ส่วนงาน สละเวลางานบาง
ส่วนเพื่อทำงานให้กับทีม

ความสำคัญของการบริหารเชิงกลยุทธ์

สุมาลี จิระจรัส (2548:25-26) ได้กล่าวถึงความสำคัญของการบริหาร
เชิงกลยุทธ์ไว้ดังนี้

เป็นการกำหนดทิศทางที่ชัดเจนขององค์การ ผู้กำหนดกลยุทธ์
จะทำการกำหนดวิสัยทัศน์ในอนาคตขององค์การ ทำให้สมาชิกทั้ง
องค์การทราบถึงทิศทางที่ทุกคนจะดำเนินไปอย่างชัดเจน

ช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ในการมองถึง
อนาคตขององค์การ ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงขององค์การใน
อนาคตลงได้

ความสำคัญของการบริหารเชิงกลยุทธ์

ช่วยให้องค์การสามารถดำเนิ นงานและใช้ทรัพยากรที่ตนมีในการ
แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลสำเร็จดีกว่าการบริหารงาน
ตามปกติ

ช่วยลดการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง (Resistance to Change) มุ่งเน้น
การมีส่วนร่วมจากสมาชิก ทำให้ทุกคนเกิดความพึงพอใจในการ
ยอมรับแผนกลยุทธ์นั้น ทำให้การต่อต้านมีน้ อยลง

สร้างความสอดคล้องในการปฏิบัติงาน (Harmony) จากการมีส่วน
ร่วมในการวางแผนกลยุทธ์ ทำให้สมาชิกทุกคนรับทราบและยอมรับ
ทิศทางที่ชัดเจนขององค์การ

บทบาทต่างๆในการบริหารเชิงกลยุทธ์

ผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการอำนวยการ
Top management Board of Directorstors

ทีมวางแผน
Planning Staff

1 กำหนดทิศทางขององค์การ ประโยชน์ของ
(Set Direction) การบริหาร
เชิงกลยุทธ์
สร้างความสอดคล้องในการปฏิบัติ
2 (Harmony)

3 สร้างความพร้อมให้แก่องค์การ
(Provide Readiness)

4 สร้างประสิทธิภาพในการแข่งขัน
(Improve Competitive Efficiency)

1 กลยุทธ์เป็นแผน (Plan) หรือ ลักษณะของ
แนวทางในการบรรลุเป้ าหมาย กลยุทธ์

2 กลยุทธ์เป็นรูปแบบของกิจกรรม (Pattern)
ที่องค์กรดำเนินการเป็ นประจำ

3 กลยุทธ์เป็นสถานะหรือตำแหน่ง (Position) ของ
องค์กรในอุตสาหกรรม

4 กลยุทธ์เป็นมุมมอง (Perspective) ซึ่งก็คือ
วิสัยทัศน์และทิศทางขององค์กร

กระบวนการบริหาร

เชิงกลยุทธ์ 5 ขั้นตอน

กระบวนการบริหารเชิงกลยุทธ์ 5 ขั้นตอน

1.การวิเคราะห์ เป็ นขั้นตอนสำคัญของการจัดการเชิงกลยุทธ์

สภาพแวดล้อม เป็ นการทำให้การกำหนดกลยุทธ์มีความถูกต้อง
เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมจริง
(Environment
Analysis) นักกลยุทธ์จำเป็ นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจความ
สัมพันธ์และแนวโน้ มของสภาพแวดล้อม เพื่อ
กำหนดทิศทางและกลยุทธ์ขององค์กรได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ

ASnWalOysTis เป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์ ซึ่งช่วยให้
ผู้บริหารกำหนดจุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพ
แวดล้อมภายใน โอกาสและอุปสรรคจากสภาพ
แวดล้อมภายนอก ตลอดจนผลกระทบต่อการ
ทำงานขององค์กร

SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์สภาพองค์การ
หรือหน่วยงานในปัจจุบัน เพื่อค้นหาจุดแข็ง จุดเด่น
จุดด้อย หรือสิ่งที่อาจเป็นปัญหาสำคัญในการดำเนิน
งานสู่สภาพที่ต้องการในอนาคต

ประโยชน์ของ
SWOT ANALYSIS

1 นำ SWOT ไปจัดทำแผนกลยุทธ์เพื่อพัฒนาองค์กร

2 การทำ SWOT จะช่วยให้ไหวตัวทันสถานการณ์ และมี
การเตรียมความพร้อมกับการปรับเปลี่ยนของสภาพ
แวดล้อม

3 จุดแข็งขององค์กรจะเป็นความสามารถภายในที่ถูกใช้
ประโยชน์เพื่อการบรรลุเป้ าหมาย

ASnWalOysTis

ASnWalOysTis S มาจาก Strengths หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง ซึ่งเป็น
ผลมาจากปัจจัยภายใน ความสามารถและสถานการณ์ภายใน
องค์กรที่เป็นบวก องค์กรนำมาใช้เป็นประโยชน์ในการทำงาน
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์

W มาจาก Weaknesses หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน
ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน สถานการณ์ภายในองค์กรที่เป็น
ลบและด้อยความสามารถ ซึ่งองค์กรไม่สามารถนำมาใช้เป็น
ประโยชน์ ในการทำงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์

ASnWalOysTis O มาจาก Opportunities หมายถึง โอกาส ซึ่งเกิดจาก
ปัจจัยภายนอก และสถานการณ์ภายนอกที่เอื้ออำนวยให้การ
ทำงานขององค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมายถึง สภาพ
แวดล้อมภายนอกที่เป็ นประโยชน์ต่อการดำเนินการขององค์กร

T มาจากThreats หมายถึงอุปสรรคซึ่งเกิดจากปัจจัย
ภายนอก และสถานการณ์ภายนอกที่ขัดขวางการทำงานของ
องค์กรไม่ให้บรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมายถึงสภาพแวดล้อม
ภายนอกที่เป็ นปั ญหาต่อองค์กร

2. การจัดวางทิศทางขององค์กร
(Establishing Organizational Direction)

องค์ประกอบการจัดวางทิศทางขององค์กร

1.วิสัยทัศน์ (Vision)
2.ภารกิจ (Mission)
3.วัตถุประสงค์ (Objectives)
4.เป้ าหมาย (Goals)

วิสัยทัศน์ (Vision)

เป็นสภาพที่พึงประสงค์ เป็นเป้ าหมายที่มีลักษณะกว้างขวาง
ซ่ึ่งเป็นความต้องการในอนาคต โดยไม่ได้กำหนดวิธีการไว้

วิสัยทัศน์เป็นการสร้างความคิดโดยการสร้างคำถาม ซึ่งมักจะ
เป็นคำถามที่ถามถึงสิ่งที่ดีที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด บริการที่ดีท่ีสุด
ฯลฯ

เราต้องการสิ่งใด / เราต้องการยืนอยู่ ณ จุดใด / เราต้องมุ่ง
ไปสู่ทิศทางใด

ภารกิจ (Mission)

ภารกิจ เป็นพื้นฐานของการกำหนดการจัดลำดับกลยุทธ์
แผน และการออกแบบงาน

ภารกิจองค์การ เป็นข้อความที่เกี่ยวกับการกำหนดกิจกรรม
ขององค์การ และลักษณะงานขององค์การ

ข้อความภารกิจ เป็นการระบุจุดมุ่งหมายซึ่งแสดงความแตก
ต่างของธุรกิจ หนึ่งจากอีกธุรกิจหนึ่งที่คล้ายคลึงกันหรือทำ
ธุรกิจเดียวกัน โดยระบุ ขอบเขตการปฏิบัติการเกี่ยวกับ
ผลิตภัณฑ์ และการตลาด

วัตถุประสงค์ (Objectives)

หมายถึงเป้ าหมายระยะสั้นที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงซึ่งเป็น
ผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้

ลักษณะของวัตถุประสงค์จะเกี่ยวข้องในประเด็นต่อไปนี้
1. อาจเป็ นทั้งวัตถุประสงค์ทางการเงินและไม่ใช่การเงิน
2.เป็นเป้ าหมายที่ต้องใช้ความพยายาม
3. จะต้องเกี่ยวข้องกับเวลา
4. เป็ นทางเลือกที่มีเหตุผล
5. จะลดข้อขัดแย้ง
6. สามารถวัดได้

เป้าหมาย (Goals)

การกำหนดสิ่งที่ต้องการในอนาคตซึ่งองค์การจะต้องพยายาม
ให้เกิดขึ้น เป็นการกำหนดภารกิจของธุรกิจในรูปของผลลัพธ์
สำคัญที่ต้องการ

เป้ าหมายเชิงกลยุทธ์เป็นสิ่งที่ช่วยผู้บริหารให้คิดเกี่ยวกับสิ่ง
ซึ่งธุรกิจต้องการบรรลุผลในด้านต่างๆ

3.กำหนดกลยุทธ์ เป็ นการพัฒนาแผนระยะยาวบนรากฐานของโอกาส
(Strategic และอุปสรรคที่ได้จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
Formulation)

กำหนดและเลือกกลยุทธ์ที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับ
องค์การที่สุด

ผู้บริหารต้องพยายามตอบคำถามว่าทำอย่างไร
องค์การจึงจะไปถึงเป้ าหมายที่กำหนดไว้ได้ โดยใช้
ความได้เปรียบในการแข่งขันขององค์การกำหนด
เป็ นกลยุทธ์

ปัจจัยสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์

ภารกิจของธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยวิสัยทัศน์,ภารกิจ,เป้ าหมาย,
วัตถุประสงค์, จุดมุ่งหมาย, นโยบาย, และกลยุทธ์

โอกาสและอุปสรรคจากภายนอก
(External Opportunities and Threats)

จุดแข็งและจุดอ่อนจากภายใน
(Internal Strengths and Weaknesses)

4. การนำกลยุทธ์ไป กระบวนการที่ผู้บริหารแปลงกลยุทธ์
ปฏิบัติ (Strategy และนโยบายไปสู่แผนการดำเนินงาน
Implementation) กำหนดรายละเอียดด้านต่าง ๆ

เช่น ด้านงบประมาณหรือวิธีการ
ดำเนินงาน ซึ่งกระบวนการนี้อาจจะ
เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงภายในด้าน
วัฒนธรรม โครงสร้าง หรือระบบการ
บริหาร เพื่อให้สามารถดำเนินการตาม
กลยุทธ์ได้อย่างเป็ นรูปธรรม

กรอบแนวคิดของแมคคินซีย์ (MCKINSEY 7-S FRAMEWORK)

กรอบแนวคิดของแมคคินซีย์ (MCKINSEY 7-S FRAMEWORK)

กลยุทธ์หลักขององค์กร (Strategy) หมายถึงแนวทางการดำเนินงานองค์การ ที่จะ
ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่
กลยุทธ์จะมีความสำคัญต่อการดำเนินงานและความอยู่รอดอย่างเข้าใจ และมีเป้ า
หมายที่ชัดเจน

โครงสร้างทางการบริหาร (Structure) หมายถึงตำแหน่งงาน อำนาจหน้ าที่ ความรับ
ผิดชอบ ขอบเขตการควบคุม และการรวมหรือการกระจายอำนาจใน การตัดสินใจ
ภายในองค์การ

ระบบต่างๆ ในองค์การ (Systems) หมายถึง ระเบียบวิธี กระบวนการ และขั้นตอน
การดำเนินงานทั้งในลักษณะที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการขององค์การ โดยที่
ระบบจะแสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการประสานงานภายในองค์การ
และต้องเกี่ยวข้องเกื้อหนุนกลยุทธ์และโครงสร้างขององค์การ

กรอบแนวคิดของแมคคินซีย์ (MCKINSEY 7-S FRAMEWORK)

รูปแบบการบริหาร (Style) หมายถึงลักษณะของการจัดการและการ บริหารงานของผู้
บริหาร เช่น การติดต่อ สื่อสาร การตัดสินใจ และการเป็นผู้นำ

บุคลากร (Staff) หมายถึงการดำเนินงานด้านทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะการจัด
บุคคลให้เหมาะสมกับงานและการสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ซึ่งช่วยให้เกิด
ความเหมาะสมของบุคคลกับปั จจัยอื่ นๆ

ทักษะการปฏิบัติงาน (Skills) หมายถึง ความสามารถหรือความชำนาญเฉพาะของ
องค์การ เช่น การบริหารงาน การจัดการและควบคุมทางการเงิน หรือการสร้าง
นวัตกรรม เป็นต้น

ค่านิยมร่วม (Shared Value) หมายถึง เป้ าหมายสูงสุด (Super Ordinate Goal)
ที่เป็นปรัชญาหรือความเชื่อพื้นฐานของทุกคน ใช้เป็นหลักพื้นฐานหรือจุดเริ่มต้นของ
แต่ละระบบ โครงการ การถูกถ่ายทอด และปลูกฝังอยู่ในตัวตน

5.การประเมินผล เป็นกระบวนการพิจารณาว่ากลยุทธ์ได้บรรลุเป้ า
หมายและวัตถุประสงค์หรือไม่ ถ้ากระทำเช่นนั้น
และการควบคุม และมีการปฏิบัติเพื่ อแก้ปั ญหา

(Evaluation and ผู้กำหนดกลยุทธ์จะประเมินผลกระทบของ
Control) กลยุทธ์และการตอบสนองที่เหมาะสม

เป็นกระบวนการในการจัดการ ซึ่งต้องตรวจสอบ
แผนกลยุทธ์ และการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์
ให้เหมาะสม

Basic steps in the control process

1. การจัดตั้งมาตรฐาน (Establishment of standards)
2. การวัดผลการปฏิบัติงาน (Measurement of

Performance)
3. การเปรียบเทียบ (Comparison of performance with

standard)
4. การดำเนินการแก้ไข (Taking corrective action)

การตรวจสอบกลยุทธ์ (Strategic Control)

จะมีการวัดผลทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพมี
การกำหนดเกณฑ์และมาตรฐาน โดยมาตรวัดการดำเนิน
งานที่เหมาะสมกับแต่ละองค์การ ซึ่งในแต่ละองค์การจะ
มีมาตรฐานและเกณฑ์การดำเนินงานของตนเองทั้งนี้
การกำหนดมาตรฐานควรมีความระมัดระวังเพื่อให้
สามารถสะท้อนผลการทำงานได้อย่างเป็ นรูปธรรม


Click to View FlipBook Version