The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ 100 ปี คุณพ่อนพ พิณสายแก้ว NEW (หน้าปก +เ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paradanbr, 2023-08-14 09:52:45

100ปี คุณพ่อนพ พิณสายแก้ว

หนังสือ 100 ปี คุณพ่อนพ พิณสายแก้ว NEW (หน้าปก +เ

100 ป คุณพอ พลเอก นพ พิณสายแกว 16 สิงหาคม 2566 คิดดี ทำดี ทำใจผองใส


100 ป คุณพอ พลเอก นพ พิณสายแกว 16 สิงหาคม 2566


C 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ชีวประวัติ พลเอก นพ พิณสายแกว


1 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว บิดา นายชื่น พิณสายแกว มารดา นางเล็ก พิณสายแกว ภูมิลำเนา บานเลขที่ตอนวัยเยาว 1891 ตำบลบางพลัด อำเภอบางกอกนอย จังหวัดธนบุรี เกิด ปกุน 16 สิงหาคม 2466 พี่นองรวมบิดา-มารดา 5 คน (4 คนถึงแกกรรมกอน) ภริยา 1. นางสมศิริ สวัสดิไชย (ถึงแกกรรม) 2. นางสมมุข ภมรทัต (พิณสายแกว) บุตรชาย –หญิง (มารดา นางสมศิริ) 1. พลโทหญิง สุรียพร คุณาไทย สมรส พลเอก ชูศิลป คุณาไทย 2. พลเอก อภิชัย พิณสายแกว 3. นายอภิชาติ พิณสายแกว 4. นายอภิเชษฐ พิณสายแกว หลาน ชาย 6 คน หญิง 1 คน เหลน ชาย 1 คน หญิง 3 คน ที่อยูระหวางรับราชการ 662/63 ซอย 52 ถนนจรัญสนิทวงศ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ยายบานไปอยูที่ 111/1 หมูที่ 4 แขวงทาแรง เขตบางเขน กรุงเทพฯ กําเนิด


2 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว พ.ศ. สถานศึกษา 2483 โรงเรียนวัดบวรนิเวศ 2484 โรงเรียนเตรียมทหารบก 2487 โรงเรียนนายรอยทหารบก 2492 อุปสมบทวัดบวรนิเวศวิหาร 2497 หลักสูตรทางทหาร Basic infantry officer course and motor officer course ที่ Fort Benning เมือง Columbus รัฐ Georgia สหรัฐอเมริกา 2501 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก 2506 โรงเรียนการประชาสัมพันธ สำนักนายกรัฐมนตรี 2507 โรงเรียนการรบรวม กองบินยุทธการ ทหารบก 2514 หลักสูตรวิทยาการทัพบก (วทบ.) ชุดที่ 13 2520 หลักสูตรวิทยาลัยปองกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุนที่ 20 การศึกษา


3 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว วาที่รอยตรี 1 มีนาคม 2488 รอยตรี (ร.ต.) 1 ตุลาคม 2488 รอยโท (ร.ท.) 1 มกราคม 2491 รอยเอก (ร.อ.) 1 มกราคม 2495 พันตรี (พ.ต.) 1 มกราคม 2501 พันโท (พ.ท.) 1 ตุลาคม 2505 พันเอก (พ.อ.) 1 ตุลาคม 2508 พลตรี (พล.ต.) 1 ตุลาคม 2521 พลโท (พล.ท.) 1 ตุลาคม 2524 พลเอก (พล.อ.) 30 พฤษภาคม 2539 (เปนกรณีพิเศษ) ยศทางทหาร


4 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 2494 รอง ผบ.รอย บก.พัน.ร. กรมผสมที่ 1 2495 ผบ.รอย 2 พัน.ทหารราบ กรมการทหารบก 2496-2497 ผบ.รอย 4 พัน 1 รอย 1 กรมผสมที่4 2498 นายทหารฝายยุทธการและการฝก กองพันทหารราบที่ 1 กรมผสมที่ 4 2499 ประจำแผนกยุทธการ ศูนยการทหารราบ 2501 นายทหารนักเรียน รร.เสนาธิการทหารบก 2502 ประจำแผนกศูนยการทหารราบ 2503-2506 นายทหารฝายเสนาธิการ โรงเรียนนายรอยพระจุลจอมเกลา 2508-2512 นายทหารฝาย เสนาธิการประจำกรมกำลังพลทหารบก 2513 หัวหนากอง กรมกำลังพลทหารบก กองทัพบก 2515-2517 นายทหารฝายเสนาธิการประจำสำนักงานผูบังคับบัญชา 2520 รองเจากรมกำลังพลทหารบก 2521 เจากรมกำลังพลทหารบก (ยศพลตรี) 2524 ผูชวยเสนาธิการทหารบกฝายกำลังพล (ยศพลโท) 2526 เกษียณราชการ ตําแหนงรับราชการ


5 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 2488-2489 ไปราชการสนามเนื่องในกรณีฉุกเฉิน สงครามมหาเอเชียบูรพา 2494-2495 รวมรบกับสหประชาชาติ ในสงครามเกาหลี 2501 ระหวางประกาศใชกฎอัยการศึก 2500-2501 2507-2526 ปฏิบัติราชการปราบปราม ผกค. 2509 ปฏิบัติราชการสนามพิเศษ ในประเทศที่สาม 2522 มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหเปนราชองครักษเวร 2522 มีพระบรมราชองการโปรดเกลาฯ ใหเปนนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค ราชการพิเศษ


6 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 2493 เบญจมาภรณมงกุฏไทย 2495 เหรียญชัยสมรภูมิเกาหลี 2496 เบญจมาภรณชางเผือก 2500 จัตุรถาภรณมงกุฎไทย 2504 จัตุรถาภรณชางเผือก 2506 ตริตาภรณมงกุฎไทย 2509 ตริตาภรณชางเผือก 2513 ทวีติยาภรณมงกุฏไทย 2514 เหรียญพิทักษเสรีชน และเหรียญราชการชายแดน 2515 ทวีติยาภรณชางเผือก 2522 ประถมาภรณมงกุฎไทย 2525 ประถมาภรณชางเผือก 2526 มหาวชิรมงกุฎ 2536 มหาปรมาภรณชางเผือก เครื่องราชอิสริยาภรณและเหรียญราชการ


7 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว บรรพบุรุษนิรนาม นางจันทร์ –นายหนู เหมือนทอง นางจีน+นายค า ประโมทะกะนางเพียร+นายเอี่ยม ทรัพย์ประดิษฐ์นางมอญ+นายโม่ พ่วงพันธ์งามนายเชยอธิสุข+นางสังวาลย์ นายวิเชียรอธิสุข+นางพาชื่น นางเล็ก+นายชื่น พิณสายแก้ว นายศิริ พิณสายแก้ว+นางประยงศ์นางน้อย+ร.ต.ท.สังเวียน พ่วงพันธ์งามนายนิต พิณสายแก้ว+นางสนพล.อ.นพ พิณสายแก้ว+นางสมศิริร.ท.จ ารัส พิณสายแก้ว+นางเสาวลักษณ์ นางค า+นายแม้น นายปรีชา พิณสายแก้ว นายอารีย์ พิณสายแก้ว นางฉวีวรรณ บุญเลิศ นายวิสิทธิ์ พ่วงพันธ์งาม พล.ต.วิทยา พ่วงพันธ์งาม นายประพันธ์ พ่วงพันธ์งาม นางทัศนีวัลย์ พิณสายแก้ว นางพรรณิภา แย้มพันธ์ นางจิราภรณ์ มีค า พล.ท.หญิง สุรีย์พร + พล.อ.ชูศิลป์ คุณาไทย พล.อ.อภิชัย พิณสายแก้ว+ นางจิตรา นายอภิชาติพิณสายแก้ว นายอภิเชษฐ์ พิณสายแก้ว นายจ ารัส (พิณสายแก้ว)สิทธิพงศ์


9 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว คํานิยม


11 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว สารจากประธานมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท


12 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว


13 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว


14 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว สารจากรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหมและนายกสภาทหารผานศึก


15 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว สารจากประธานวุฒิสภา


16 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว สารจากนายกสมาคมทหารผานศึกเกาหลีในพระบรมราชูปถัมภ


17 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว


18 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว สารจาก คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี


19 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว สารจากเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจําประเทศไทย


20 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว สารจากผูอํานวยการองคการสงเคราะหทหารผานศึก


21 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ความทรงจําของผมกับ พล.อ.นพ พิณสายแกว คุณหมอสุรีย�พร คุณาไทย บุตรสาวคนโตของ พล.อ. นพ พิณสายแก�ว ได�บอกกับผมว�า จะทําบุญให�คุณพ�อเนื่องในวาระที่ พล.อ.นพ พิณสายแก�ว หรือที่ผมเรียกติดปากว�า “พี่นพ” จะมีอายุครบ 100 ป� และขอให�ผมซึ่งเป�นญาติพี่น�องที่ใกล�ชิดกัน ได�เขียนความทรงจําเกี่ยวกับพี่นพ เท�าที่ผมพอจะจําได� ย�อนไปในอดีต เมื่อคราวพ�อและแม�ของผม (นายเชย-นางสังวาลย� อธิสุข) ได�ย�ายบ�าน ที่พักอาศัยจากบ�านเดิมที่อยู�ในซอยจรัญสนิทวงศ� 42 บางยี่ขัน มาอาศัยอยู�ที่บ�านคุณแม�ของพี่นพ (คุณป�าเล็ก) อยู�เป�นระยะเวลานานพอสมควร เพื่อหาสถานที่ปลูกบ�านใหม� จนได�รับความกรุณาจาก ญาติผู�ใหญ�ขายที่ดินให�แปลงหนึ่งเพื่อปลูกบ�านอยู�ติดกับทางเดินสาธารณะข�างคลองบางจากในละแวก วัดเปาโรหิตย�กับวัดทอง คลองบางจาก ซึ่งอยู�ไม�ไกลจากที่บ�านคุณแม�ของพี่นพมากนัก จึงเป�นโอกาส ที่ผมและพี่นพได�ใกล�ชิดสนิทสนมกันมาตั้งแต�บัดนั้น ในช�วงระยะเวลาต�อมา พี่นพซึ่งรับราชการทหารก็ได�ไปปฏิบัติหน�าที่อยู�ต�างจังหวัด เป�นเวลานาน ก�อนที่จะได�ย�ายเข�ามาปฏิบัติหน�าที่อยู�ที่กรมกําลังพลทหารบก ในกรุงเทพฯ ซึ่งช�วงนั้นเอง พี่นพได�ตัดสินใจปลูกบ�านใหม�อยู�ติดกับบ�านครอบครัวของผม เพื่อความสะดวก ในการเดินทางไปทํางาน ทําให�ครอบครัวของผมมีเพื่อนบ�านที่อบอุ�นและมีความใกล�ชิดกันมาก ขึ้นไปอีก จนในระยะหลัง ซึ่งพี่นพได�ย�ายไปอยู�บ�านที่ย�านรามอินทราแล�ว ซึ่งถือว�าไกลพอสมควร กับบ�านเดิมของท�านที่ย�านคลองบางจาก ผมยังคงติดต�อและไปมาหาสู�กับพี่นพที่บ�านรามอินทรา ของท�านอยู�เป�นประจําเท�าที่โอกาสจะเอื้ออํานวย รวมถึงได�มีโอกาสได�ร�วมฉลองวันเกิดของพี่นพ และงานทําบุญเลี้ยงพระในโอกาสอันมงคลอยู�เสมอ ๆ และยังถือเป�นโอกาสให�ญาติพี่น�องได�พบปะกัน อีกด�วย ตามปกติแล�ว พี่นพถือได�ว�าเป�นผู�ที่มีสุขภาพแข็งแรงมากมาโดยตลอด มีวินัยในการ ออกกําลังกายอย�างสมํ่าเสมอแม�จะมีอายุมากแล�ว ท�านเป�นผู�ที่มีจิตใจแจ�มใส มีความเมตตาและ ความโอบอ�อมอารีต�อญาติพี่น�อง ลูกหลาน และมิตรสหายทุกคนไม�ว�าจะใกล�ชิดมากหรือไม�มาก ซึ่งเมื่อถึงคราวเดือดร�อนไปขอความช�วยเหลือ พี่นพก็ไม�เคยเกี่ยงงอน จะช�วยเหลือเท�าที่ท�าน จะช�วยเหลือเกื้อกูลได� จึงถือว�าพี่นพเปรียบเสมือนร�มไทรใหญ�ของญาติพี่น�องและลูกหลานโดยแท� ในโอกาสอันเป�นวันสําคัญครบรอบอายุ 100 ป� ของพี่นพ ในป� 2566 นี้ ผมในฐานะ ญาติพี่น�องคนหนึงของท�าน ขอร�วมแสดงความยินดีที่พี่นพมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีตามวัย และขออารธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได�โปรดปกป�องรักษาให�พี่นพ มีความสุขกาย สุขใจ สุขภาพร�างกายแข็งแรง และเป�นร�มโพธิ์ ร�มไทรของญาติพี่น�อง ลูกหลาน ไปตราบนานเท�านาน วิเชียร อธิสุข อดีตรองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร�และเทคโนโลยี 12 กรกฎาคม 2566


23 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 23 เรื่องราวในชีวิต


25 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ชีวิตแรกเกิดจนถึงเริ่มวัยเรียน ขาพเจาเกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2466 ณ บานสวนในคลองบางจาก ตำบลบางพลัด อำเภอบางกอกนอย จังหวัดธนบุรี (ซึ่งขณะนั้นยังไมรวมกับจังหวัดพระนคร) ไมมีถนนรถยนต จะไปไหนมาไหนตองเดินไปตามทางเดินสาธารณะ หรือทางเดินในสวน ถาไปไกลหนอย ก็ตองไปเรือตามลำคลอง ในครอบครัวมีแมเปนหัวหนาครอบครัว พอตายตั้งแตขาพเจา อายุ 2 ขวบ จึงจำหนาพอไมได มียายอายุใกล 80 ปอยูดวย มีพี่นองรวมกัน 5 คน พี่ชายคนโตชื่อ พี่ศิริ รองลงมาเปนพี่สาวชื่อ พี่นอย พี่คนที่สามชื่อ พี่นิตย ขาพเจา เปนคนที่ 4 มีนองชายคนเดียวชื่อ จำรัส ตอนเปนเด็กเล็ก ๆ ไมตองรับผิดชอบงานการอะไร ที่เปนเรื่องเปนราว สวนใหญก็วิ่งเลนกันในบรรดาพี่นองและญาติรุนราวคราวเดียวกัน ซึ่งมีบานอยูใกล ๆ กีฬาที่เลนก็คือกีฬาพื้นบาน เชน ลูกหิน ลูกขาง ตีวงลอแขงกัน ขี่มากานกลวย กีฬาที่เลนเปนกลุมก็พวก ตี่จับ ไมหึ่ง เสือตบตูด ถาเปนหนารอนหรือ หนาน้ำ ก็เลนกระโดดน้ำหรือวายน้ำในคลอง บางครั้งถามีเรือบดก็เลนเรือบดลำเล็ก ๆ นั่งไดไมเกิน 2 คน สำหรับงานการที่อาจถูกใชใหทำก็มีพวกเก็บพริก เก็บมะนาว เก็บผักตาง ๆ โตขึ้นมาหนอยก็มีขูดมะพราว ตำน้ำพริก คั้นกะทิ ชวยกันรองน้ำฝนหรือ ตักน้ำใสตุม แตที่ขี้เกียจที่สุดคือการถูเรือน เมื่อยามวางจากการเลนหรือถูกใชงานก็มักจะ ขึ้นปนปายตนไม เก็บผลไมกิน ไดแกละมุด ชมพู โดยมีผลไมที่มีอยูเกือบตลอดเวลาคือ กลวยน้ำวา และกลวยหอม ในตอนเย็นหลังอาหาร ก็มักจะมานั่งรวมกันที่ลานหนาบาน พอพลบค่ำก็ขึ้นบาน (ใตถุนสูง) ซึ่งบางวันก็มีญาติที่บานอยูบริเวณใกลเคียงมาคุยดวยกับแม และพี่ศิริพี่นอย สวนพวกเราตัวเล็ก ๆ ก็นั่งบางนอนบาง ฟงเขาคุยกันพักเดียวก็หลับไปจน เขาเลิกคุย พอญาติกลับบานจึงถูกปลุกใหไปเขามุงนอน ชีวิตความเปนอยูในชวงนี้ที่ชอบ มากที่สุดนอกจากการ เลนแลวก็คือการไดตามผูใหญไปดูงานตามวัด ซึ่งจะมีภาพยนตรบาง ลิเกบาง ละครรำบาง บางทีก็มีหุนกระบอก หนังตะลุง โขน บางครั้งตองเดินไปตามทางใน สวนจึงจะถึงที่ที่มีงาน ถาเดือนหงายก็เดินสะดวก แตถาเดือนมืดก็ตองอาศัยแสงดาว หรือคบไฟหรือไฟฉายนำทาง พอตอนอายุประมาณ 5 ขวบ ก็เริ่มหัดอานหนังสือ โดยพี่ชายคนโตสอนใหในตอนค่ำ ขาพเจาพรอมหนังสือนั่งอานบนพื้นที่เปนระเบียง ภายในบานซึ่งมีหลังคา สวนพี่ผูสอน นั่งบางเอนหลังบาง ถือไมเรียวอยูบนพื้นบานที่สูงกวา พื้นระเบียง สอนใหอานตัวอักษรกับตัวสระและการผสมออกเสียง ตอนไหนถาเรางวงสัปหงก ก็ตีไมเรียวลงมาตองสะดุงตื่น เปนอยูเชนนี้นานพอสมควรจึงไปเรียนหนังสือกับพระที่วัด ใกลบาน


26 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ชีวิตวัยเรียนชั้นประถมถึงมัธยม ชีวิตในวัยเรียนเริ่มตนที่วัดใกลบาน คือวัดเปาโรหิต พระทานเปดสอนเด็ก ที่มีบานอยูบริเวณใกลเคียงกับวัด มีเพื่อน ๆ มาเรียนกันประมาณ 10 คน เรียนอยูจนถึง อายุ 7 ขวบจึงไปเขาเรียนชั้นประถมหนึ่งเมื่อป พ.ศ. 2473 ที่โรงเรียนวัดบวรมงคล ซึ่งเปนโรงเรียนรัฐบาล อยูหางจากบานเปนระยะทางประมาณ 1 กม. ตองเดินทางจากบาน ไปโรงเรียนตามทางรถไฟสายพระยาวรพงษ ตอนเย็นกลับถึงบานก็หิว ตองขึ้นตนไม หาผลไมใสทอง ที่สวนจะมีละมุด ชมพู มะมวง มะปราง ขนุน สมโอ มังคุด กะทอน ทุเรียน แลวแตฤดูกาลของ ผลไมซึ่งมีตลอดทั้งป ในชวงนี้เริ่มโตขึ้นบาง นอกจากเรียนหนังสือ แลว ในวันหยุดหรือ ปดเทอมก็ตองชวยเหลืองานในสวนบาง เชนรดน้ำตนไมตนใหญ ๆ ถางหญา ตัดและปลูกตนไม หรือไมก็ลอกทองรองสวนซึ่งชอบมาก เพราะจะไดมีโอกาสจับ ปลาตัวใหญ ๆ และกุงดวย ทำใหสนุกสนานมากขึ้น สวนดานการเรียนนั้น ไดเรียนจนจบชั้นประถมปที่ 4 อันเปนชั้นสูงสุดของโรงเรียน นี้ ดังนั้นจึงตองไปเขาเรียนตอชั้นมัธยม 1 ที่ โรงเรียนมัธยมวัดบวรนิเวศ เมื่อ ป พ.ศ. 2477 โดยคุณนาเชย อธิสุข เปนผูนำไปฝากใหอยูกับ พระครูปริตโกศล ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อเรียนหนังสือ โดยไมตองเสียคาเลาเรียน และไมตองเดินทางไปโรงเรียน เนื่องจาก ระยะทางคอนขางไกลจากบาน ไมสามารถไปเรียนหนังสือไดทัน ขาพเจาตองมาอยูที่วัดเพื่อเรียนหนังสือ เมื่อมีอายุยางขึ้น 11 ขวบ ชีวิตความเปนอยู ก็เปลี่ยนไป นอกจากเรียนหนังสือแลวก็ตองทำกิจกรรมเด็กวัด คือดูแลรับใชพระอาจารยที่ เราอาศัยอยูในความอุปการะของทาน และทำกิจกรรมตาง ๆ ของทางวัด นอกนั้นก็ตองดูแล เรื่องของตัวเอง นอกจากขาพเจาแลว ก็จะมีเด็กเปนลูกศิษยอาจารยเดียวกัน 2 - 3 คน ระหวางโรงเรียนปดเทอม ก็ผลัดเปลี่ยนกันลากลับไปเยี่ยมบาน เปนโอกาสที่จะไดชวยเหลือ งานทางบานโดยเฉพาะงานทำสวน ในชวงเวลานี้ไดใชชีวิตเปนเด็กวัด เรียนหนังสือตั้งแต ชั้นมัธยมปที่ 1 ถึงปที่ 6 และสำเร็จมัธยมปที่ 6 เมื่อป พ.ศ. 2482 จึงไปสอบเขาเรียน ไดที่โรงเรียนเตรียมทหารบก


27 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ชีวิตในโรงเรียนเตรียมทหารบก และโรงเรียนนายรอยทหารบก หลังจากที่ขาพเจาสอบเขาเรียนไดที่โรงเรียนเตรียมทหารบกแลว จึงตอง ออกจากวัดเพื่อไปเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารบก 2 ป เริ่มตั้งแตปการศึกษา 2483 การศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหารบกครั้งนั้น ผูใดจะเปนนักเรียนประจำอยูที่โรงเรียนก็ได หรือจะเปนนักเรียนไปกลับก็ได สำหรับนักเรียนประจำตองปฏิบัติตนเชนเดียวกับ นักเรียนนายรอย จปร. คือตื่นนอนเวลา 05.30 น. ลางหนาและแตงชุดกีฬาเพื่อ ออกกำลังกายใหเสร็จภายใน 10 นาที แลวฝกกายบริหารครึ่งชั่วโมง หรือวิ่งเปนแถว ไปที่สนามหลวง วนหนึ่งรอบแลววิ่งกลับโรงเรียน เมื่ออาบน้ำเสร็จแลว 06.30 น. เขาหอง ฝกฝนตนเอง ถึงเวลา 07.00 น. เขาแถวไปกินขาวที่โรงเลี้ยง เสร็จแลวเวลา 08.00 น. เขาหองเรียน เวลา 12.00 น. เลิกเรียนเขาแถวเดินไปรับประทานอาหารที่โรงเลี้ยง ในชวงที่เดินแถวไปโรงเลี้ยงอาหารนี้ ถาแถวของตอนใด (หมายถึงหองเรียนแตละหอง) เดินไมเรียบรอย เชน เทาไมพรอมกัน แถวไมตรงกัน หรือเลนกันในแถว ก็จะถูกลงโทษ ใหวิ่งรอบศาลาวงกลมจนกวาผูบังคับหมวด หรือผูชวยผูบังคับหมวดจะสั่งใหหยุดจึงจะเขา โรงเลี้ยงกินอาหารได ตอนบายเริ่มเวลา 13.00น. เขาหองเรียนหนังสือตอจนถึง 15.00 น. เลิกจากหองเรียนตองรีบแตงตัวเปนชุดฝกถาบายวันนั้นเปนวันฝก หรือชุดกีฬาถาเปน วันเลนกีฬา หรือชุดกางเกงขายาวถาตองออกไปฝกเขียนภาพภูมิประเทศขางนอกโรงเรียน ซึ่งการเขียนรูปนี้ตอนปลาย ๆ ปที่ 1 จะตองขี่จักรยานเขาแถวออกไปเขียนภาพภูมิประเทศ ขางนอกโรงเรียน เมื่อรีบแตงตัวเสร็จก็เริ่มกิจกรรมตาง ๆ เชนการฝก การเรียน หรือ การออกไปเขียนภาพขางนอกโรงเรียน จนถึง 17.00 น.จึงเลิก ถาเปนการเลิกฝกโดยมีอาวุธ ก็ตองรีบทำความสะอาดอาวุธเขาเก็บในหองอาวุธ จากนั้นถาเปนนักเรียนไปกลับก็ตอง เปลี่ยนเครื่องแตงกายเปนชุดออกนอกโรงเรียน คือกางเกงขายาว เสื้อคอตั้งติดกระดุมเจ็ดเม็ด สีกากีแกมเขียว สวมหมวกทรงหมอตาล แลวจึงกลับบานได สวนผูเปนนักเรียนอยูประจำ ก็ทำธุระสวนตัว เชน ขัดรองเทา เพื่อเตรียมรับตรวจกอนออกนอกโรงเรียนในวันสุดสัปดาห ฯลฯ แลวอาบน้ำพักผอนจนถึง 18.00 น. จึงเขาแถวไป รับประทานอาหารเย็นที่โรงเลี้ยง เสร็จแลวพักผอนจนถึง 19.00 น. เขาหองฝกฝนตนเอง จนถึง 21.00 น. เลิกฝกฝนตนเอง และเขาแถวสวดมนตกอนนอน เขานอนเวลา 21.30 น. หลังแตรนอนเปาแลวนักเรียนจะ ลุกมาเดินเพนพานไมได จะมีผูชวยผบ.หมวด ซึ่งเปนนักเรียนชั้นสูงสุด หรือไมก็ ผบ.หมวด ซึ่งเปนนายทหาร มักจะแอบมาเดินตรวจเงียบ ๆ ถาใครออกจากมุงมาเดินเพนพาน จะถูกลงโทษใหวิดพื้นหรือวิ่ง


28 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว สำหรับขาพเจา ตอนเรียนหนังสือชั้นมัธยมก็ไมไดอยูบานมาเปนเวลา 6 ป และ เมื่อจบจากเตรียมทหารบกแลว ขึ้นเปนนักเรียนนายรอย ก็จะตองมาอยูที่โรงเรียนอีก จึงตกลงใจวาในตอนเปนนักเรียนเตรียมฯ นี้ ขออยูที่บานเปนนักเรียนไปกลับดีกวา สวนการเดินทางมาโรงเรียนก็อาศัยขี่จักรยาน จากทาน้ำวัดราชาธิวาสก็พอมาเรียน ไดทันเวลา 08.00 น. ในตอนที่ตกลงใจสมัครเปนนักเรียนไปกลับนั้น ไมไดคิดถึง การเดินทางกลับบานในตอนเย็น แตพอถึงฤดูหนาว พระอาทิตยลับขอบฟาเร็ว พอหกโมงเย็น ก็มืดแลว ฉะนั้นเมื่อเลิกการฝกหรืออบรมเวลาหาโมงเย็น กวาจะทำความสะอาดอาวุธ เขาเก็บ เปลี่ยนเครื่องแตงกาย แลวขี่จักรยานกลับมาที่ทาเรือลงเรือจาง (เรือแจว) ถึงฝง ธนบุรีก็มืดแลวแตตองเดินตอไปตามทางเทากลับบานคนเดียวเพราะค่ำแลวไมมีใครเดิน ทางเดินมีใหเลือก 2 ทาง ซึ่งทั้ง 2 ทางจะตองเดินผานวัด 2 วัด ทางหนึ่งขึ้นจากเรือ ที่วัดภคินีนาถ ตองเดินไปผานวัดเปาโรหิต สวนอีกทางหนึ่งขึ้นจากเรือที่วัดบวรมงคล ไปผานวัดทอง ซึ่งทั้ง 4 วัดตองเดินผานโบสถที่มีศพเก็บอยูขางโบสถ และอีกดานหนึ่ง เปนที่เผาศพ บางวันไฟที่เผาศพยังคุอยู แตไมมีคนอยูแลว ตลอดทางเปนตนไมทึบ ไมมีบานคนอยูริมทางเลย มีอยู 2-3 หลังก็ลึกเขาไปในสวนมากกวา 100 เมตร ไมมีแสงสวาง ตลอดเสนทางที่เดินผานไป แมคนที่เดินสวนมาก็ไมมี เมื่อตองเดินผานวัดนับเปนภาระจำเปน ที่ตองใชกำลังใจอยางสูง เปนเชนนี้อยูถึง 2 ฤดูหนาว จึงยายไปอยูประจำเปนนักเรียน นายรอยทหารบก ในชวงที่กำลังเรียนเปนนักเรียนเตรียมทหารบกอยู 2 ป ไดมีเหตุการณ ทางประวัติศาสตรที่สำคัญเกิดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกคือ การเริ่มตนของสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มดวยเยอรมันบุกโปแลนด เมื่อ 1 กันยายน 2482 ตามดวยการประกาศสงครามกับ อังกฤษและฝรั่งเศส และตอมากับอเมริกา ซึ่งเรียกวาฝายสัมพันธมิตร สวนฝายเยอรมันมี อิตาลีกับญี่ปุนประกาศเปนฝายอักษะกลายเปนสงคราม โลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยซึ่งปกครอง ดวยระบอบประชาธิปไตย มี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เปนนายกรัฐมนตรี ยังมิไดเขารวม ในสงคราม คงวางตัวเปนกลางไมเขาขางฝายใด แตไดมีการรณรงคโฆษณาประชาสัมพันธ ใหประชาชนรักชาติ ดวยการปลุกระดมดานการกระจายเสียงทางวิทยุซึ่งมีอยูสถานีเดียว สวนกำลังปองกันประเทศนอกจากจะมีกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศแลว ก็มีหนวยยุวชนทหารอยูทั้งในกรุงเทพฯ และตางจังหวัด รัฐบาลจึงตกลงใจยื่นขอเสนอ เรียกรองดินแดนคืนจากฝรั่งเศสเมื่อเดือนกันยายน 2483 แตฝรั่งเศสไมยินยอมไทย จึงสงกำลังกองทัพมุงเขายึดดินแดนทางตะวันออกของประเทศไทยที่ติดกับเขมรโดยมุงยึด พื้นที่ที่เสียไปใหแกฝรั่งเศสคืนมาคือเมืองจำปาศักดิ์ เสียมราฐ พระตะบอง และศรีโสภณ


29 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว เมื่อปลายป 2483 ผลปรากฏวากองทัพไทยรุกคืบหนาเขาไปในดินแดนลาวและเขมร ซึ่งเปนเมืองขึ้นของฝรั่งเศส และในขณะนั้นฝรั่งเศสกำลังถูกฝายเยอรมันกับอิตาลีโจมตี อยูที่ยุโรป ตองถอยรนโดยตลอด ไมสามารถจะสงกำลังทหารมาเพิ่มเติมในอินโดจีนได คงใชแคหนวยทหารที่ประจำการอยูในอินโดจีนตามปกติ ออกมาตอสูกับกองทัพไทย แตก็พายแพแกฝายไทยในทุกแหงที่มีการปะทะกัน กองทัพไทยจับไดเชลยศึกเปน ทหารฝรั่งเศส รวมทั้งยุทโธปกรณ เชน ปนและรถถังขนาดเล็ก ไดนำเอาทั้งยุทโธปกรณ และเชลยศึกที่ฝายเราจับมาได มาแสดงใหประชาชนชมที่เขาดิน เมื่อกองทัพไทยบุกลึกเขาไปในดินแดนของอินโดจีนมากขึ้น ฝายญี่ปุนซึ่งมีแผนการ ที่จะรวมวงไพบูลยกับเยอรมันและอิตาลีในการทำสงครามโลกกับฝายสัมพันธมิตร คงเห็น วาอาจขัดกับแผนการรุกของตน จึงเสนอเขามาไกลเกลี่ยใหไทยยุติการรบกับฝรั่งเศส ในอินโดจีน โดยประนีประนอมใหไทยไดรับดินแดนที่เรียกรองคืนมา สงครามอินโดจีนจึงยุติ รัฐบาลไทยไดสงขาราชการไทยเขาไปปกครองเปนลักษณะจังหวัด 4 จังหวัด และปกครอง อยูจนสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลงเมื่อเดือนสิงหาคม 2488 โดยที่ไทยอยูทางฝายญี่ปุน ซึ่งเปนผูแพสงคราม จึงตองอพยพขาราชการกลับและคืนดินแดน 4 จังหวัดใหกับ ฝรั่งเศสไปตามเดิม เหตุการณสงครามอินโดจีนนี้มีผลตอโรงเรียนนายรอยก็คือ กองทัพบก จำเปนตองเตรียมกำลังพลชั้นนายทหารสัญญาบัตร โดยไดระดมพลเรียกทหารกองหนุน เขาประจำการ ทั้งนายทหาร นายสิบ และพลทหาร และไดใหนักเรียนนายรอย กับ นักเรียนเทคนิคชั้นสูง 2 รุน เขาเรียนหลักสูตรเรงดวน ในระยะเวลาอันสั้น และแตงตั้งเปน นายทหารสัญญาบัตรบรรจุเขาประจำการในหนวยกำลังรบ สวนนักเรียนนายรอยตำรวจ ซึ่งเรียนอยูในโรงเรียนนายรอยเขาเรียนหลักสูตรเรงรัดของนักเรียนนายรอย และบรรจุ เขาเปนนายทหารบกเปนเหลาชวยรบ สวนพวกเราเขาใหมเปนนักเรียนชั้นต่ำสุดก็คงเรียน ไปตามปกติ เวนแตวาในหวงเวลาระหวางป 2483 นี้เปนหวงเวลาที่ในกรุงเทพฯ มีการใช สื่อมวลชน ซึ่งขณะนั้นมีแตหนังสือพิมพ วิทยุกระจายเสียง กับการแสดงละคร และ การเดินขบวน ทำการปลุกระดมใหคนไทยฮึกเหิมมีจิตสำนึกในการตอสูเพื่อปองกัน ประเทศชาติ อาทิเชน วิทยุกระจายเสียงซึ่งมีเพียงสถานีเดียว คือสถานีของ กรมโฆษณาการ มีรายการคูสนทนาระหวางนายมั่นกับนายคง ปลุกระดมใหคนไทยตอสูกับ ผูรุกรานจนถึงที่สุด จะยอมสูตายทั้งประเทศ เมื่อแพก็จะเผาทุกสิ่งทุกอยางใหหมด ไมยอมใหขาศึกศัตรูใชประโยชนจากทรัพยากรของเราได สวนการแสดงละครก็เปนหนาที่ ของกรมศิลปากร ซึ่งมีคุณหลวงวิจิตรวาทการ เปนทั้งผูเขียนบทละคร ประพันธเนื้อรองและ ทำนองซึ่งเปนเพลงปลุกใจใหมีความฮึกเหิมเสียสละไดอยางดียิ่งสวนละครก็จะนำเอา


30 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว เหตุการณในประวัติศาสตรที่สำคัญมาเลนมากมายหลายเรื่อง แตละเรื่องก็จะมีเพลงปลุกใจ ใหรักชาติ พวกเราทั้งนักเรียนนายรอยและนักเรียนเตรียมก็จะไดรับเชิญไปชมละครเหลานี้ เปนรอบพิเศษเกือบทุกเรื่อง เมื่อละครเลิกก็จะใหตัวละครสาว ๆ สวย ๆ ออกมายืนหนาเวที นำพวกเรารองเพลงปลุกใจ เปนการเสริมกำลังใจใหพวกเราที่เปนทหาร สำหรับเหตุการณทางประวัติศาสตรที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นก็คือ หลังจากญี่ปุนเขามาเจรจาใหสงครามอินโดจีนระหวางฝรั่งเศสกับไทย ยุติลงแลว เหตุการณในเอเซียก็สงบเปนปกติ จนถึงเชาตรูของวันที่ 8 ธันวาคม 2483 ญี่ปุนไดยกกองทัพเรือเขาโจมตีฐานทัพเรือของสหรัฐอเมริกาที่อาวเพิรล (Pearl Harbour) ในเกาะฮาวาย และยกพลขึ้นบกที่ชายฝงเวียดนามและหลายเกาะในมหาสมุทรแปซิฟค สำหรับประเทศไทย ญี่ปุนไดยกพลขึ้นบกที่บางปู (เตรียมมุงเขากรุงเทพฯ) กับชายฝงทะเล ในภาคใต ที่สำคัญคือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ ซึ่งมีกองบินของกองทัพอากาศไทยตั้งอยู กับที่จังหวัดชุมพร และจังหวัดนครศรีธรรมราช อันเปนที่ตั้งของมณฑลทหารบกที่ 5 ซึ่งเปนจุดที่มีหนวยทหารไทยกับยุวชนทหารเขาตอสูตานทานอยูเปนเวลา 2 วัน รัฐบาลไทย จึงสั่งใหหยุดการตอสู เพราะไดเจรจากับญี่ปุนเขารวมวงไพบูลยทำสงครามกับ ฝายสัมพันธมิตร ดวยเหตุผลเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดความเสียหายอยางรุนแรงตอประเทศชาติ และประชาชน เพราะกองทัพญี่ปุนนั้นเกรียงไกรกวากองทัพไทย ไมทราบวาจะเหนือกวา กันกี่รอยเทา แมฐานทัพเรือสหรัฐอเมริกาที่อาวเพิรล ในเกาะฮาวาย อันเปนฐานทัพเรือ นอกประเทศที่ใหญและเขมแข็งมากที่สุดในแปซิฟค ก็ยังตองพินาศ จากเหตุการณที่มีการตอสูขัดขวางกับกองทัพอันเกรียงไกรของญี่ปุนเปนเวลา 2 วัน แลวจึงมีการลงนามในสัญญารวมวงไพบูลยกับญี่ปุน ขาพเจาคาดเดาและคิดวาไมผิด คือจะตองเปนแผนการอันแยบยลของรัฐบาลนำโดย จอมพลแปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ซึ่งจะสังเกตเห็นวากอนญี่ปุนยกพลขึ้นบก สื่อมวลชนทุกชนิดของ ไทย จะเปนหนังสือพิมพ การแสดงละครปลุกใจ หรือการสนทนาทางสถานีวิทยุ ลวนเปน เรื่องปลุกใจใหฮึกเหิม ยอมเสียสละเพื่อชาติดวยชีวิต แมพฤติการณเรียกรองดินแดน ในอินโดจีนคืนจากฝรั่งเศส ก็เปนการปลุกระดมคนไทยใหรักชาติ เสียสละเพื่อชาติ เมื่อ ประกอบเขากับเหตุทางไทย จะเปนหนังสือพิมพ การแสดงละครปลุกใจ หรือการสนทนา ทางสถานีวิทยุ ลวนเปนเรื่องปลุกใจใหฮึกเหิม ยอมเสียสละเพื่อชาติดวยชีวิต แมพฤติการณ เรียกรองดินแดนในอินโดจีนคืนจากฝรั่งเศส ก็เปนการปลุกระดมคนไทยใหรักชาติ เสียสละเพื่อชาติ เมื่อประกอบเขากับเหตุการณ และที่ชุมพรอยู 2 วัน จึงปรากฏตัวใหพบ และนั่งเจรจากับเอกอัครราชทูตญี่ปุน ผลจากการตอตานครั้งนี้ญี่ปุนก็ไดรับความสูญเสีย


31 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว บางเหมือนกัน และดวยเหตุผลที่วาญี่ปุนมีแผนที่จะใชกำลังบุกทะลุทะลวงผานพื้นที่ของ ทวีปเอเซีย เขาไปบรรจบกับกำลังของฝายอักษะซึ่งเปนวงไพบูลยรวมกันใหไดที่ยุโรป อันมีพื้นที่กวางขวางและยาวไกล ทั้งยังตองใชกำลังมหาศาลในการยึดครองประเทศ ที่เปนเกาะขนาดใหญในมหาสมุทรแปซิฟคอันกวางใหญไพศาล และตองใชกำลังกองทัพ อยางมากมายเชนกัน จึงไมอยากจะเปนศัตรูกับไทย และยังสามารถใชประโยชนใหเปนกำลัง ปองกันพื้นที่ทางปกขวาของกองทัพญี่ปุนจากการโจมตีของจีนซึ่งเปนฝายสัมพันธมิตร กับอังกฤษ อเมริกามิใหใชกำลังเขามากดดันจากทางดานทิศเหนือได เมื่อไทยยอมเขารวมวงไพบูลยกับฝายอักษะแลว จึงไดมอบหมายใหกองทัพไทย ขึ้นไปทางตอนเหนือจนติดชายแดนจีนที่เชียงตุงเพื่อเปนการปองกันปกขวาของกองทัพญี่ปุน เหตุการณที่กลาวมานี้พอประมวลไดวา รัฐบาลไทยคงจะพอทราบวัตถุประสงคและ แผนการขยายอำนาจในทวีปเอเซียของญี่ปุนกอนแลวเปนเวลานานพอสมควรจึงไดวางแผน และปฏิบัติการปลุกระดมขวัญและกำลังใจของประชาชน รวมทั้งหนวยราชการและทหาร ตำรวจ เพื่อใหมีจิตใจตอสูใหกองทัพญี่ปุนไดรับความเสียหายบาง แลวจึงหาโอกาสเจรจา เพื่อใหญี่ปุนยอมตกลง ดวยการใหผานดินแดนของไทยไปโดยประเทศชาติและประชาชน ไมตองไดรับความเสียหายมาก แลวคอยแกไขเหตุการณตามสถานการณที่อาจเปลี่ยนแปลง ตอไปในอนาคต สวนในขั้นนี้ขอใหประเทศชาติปลอดภัยจากการตอสูภายในประเทศ ไวกอน นับเปนแผนยุทธศาสตรอันลึกซึ้งของชาติที่จอมพลแปลกนำมาใชเพื่อความอยูรอด ของประเทศชาติ เหตุการณครั้งนี้เปนผลใหทหารยุวชนทหาร และลูกเสือในภาคใต ตองสูญเสียชีวิตไปเปนจำนวนพอสมควร หลังจากเหตุการณญี่ปุนยกพลขึ้นบก ในตอนเชามืดของวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ซึ่งวันรุงขึ้นจะมีงานฉลองรัฐธรรมนูญ บรรดานักเรียนเทคนิค นักเรียนนายรอย และ นักเรียนเตรียมทหารบก ถูกสั่งเตรียมพรอม 100% หามออกนอกโรงเรียน และตองแตงชุด ฝกตลอดเวลาอยูหลายวัน แตก็ยังคงเรียนอยูตามปกติ และในชวงเวลานี้เองนักเรียนเทคนิค กับนักเรียนนายรอยชั้นสูงสุดจำนวน 2 ชั้น ก็ตองเขารับการอบรมหลักสูตรเรงดวน และ ออกเปนนายทหารสัญญาบัตรบรรจุอยูในหนวยกำลังรบอีก 2 รุน กับที่เรงดวนออกไปกอน แลว 2 รุน ในครั้งสงครามอินโดจีน รวมเปนเรงดวนออกไป 4 รุน ขาพเจาเขาเรียนใน โรงเรียนเตรียมทหารบก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2483 พอถึงเดือนพฤษภาคม 2485 เลื่อนขึ้น เปนนักเรียนนายรอยชั้นปที่ 1 ตองกลายเปนนักเรียนชั้นสูงสุดของหลักสูตรนี้ เพราะรุนกอน รวม 4 รุน ตองออกไปเปนนายทหารกันหมดแลว เลยตองเปนนักเรียนชั้นสูงสุดตลอดไป จนจบการศึกษาตามหลักสูตรปกติในป 2488


32 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว หลังจากรัฐบาลไทยลงนามในสัญญารวมวงไพบูลยกับญี่ปุนแลว การศึกษาของ โรงเรียนนายรอยและโรงเรียนเทคนิคทหารบก ยังคงดำเนินการตอไปตามปกติ ทามกลาง สถานการณสงครามระหวางฝายอักษะ (คือเยอรมัน อิตาลี และญี่ปุน) กับฝายสัมพันธมิตร (คืออเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และจีน) สวนประเทศไทยนั้น ก็ตองถูกบังคับใหประกาศ สงครามกับอเมริกาและอังกฤษ ตองรับผิดชอบยกกำลังทหารออกปฏิบัติในพื้นที่ตอนเหนือ ของไทยและพมา เปนการปองกันปกขวาใหแกกองทัพญี่ปุน ที่จะบุกผานพมา อินเดีย เขาไปบรรจบกับเยอรมัน ที่ยุโรปตะวันออก ดังนั้น กองทหารของญี่ปุนนอกจากจะกวาดลาง กำลังของฝายสัมพันธมิตร ที่มีอยูในฟลิปปนส อินโดจีน เวียดนาม ลาว มาเลเซีย สิงคโปร และพมาแลว ก็ไดเคลื่อนกองทัพเขาไทย ผานออกไปทางตะวันตก ผานพมา และเพื่อสะดวก แกการเคลื่อนยายกำลังพลและอุปกรณสัมภาระตาง ๆ นอกจากญี่ปุนจะมีที่ตั้งหนวยทหาร อยูในพื้นที่ประเทศไทยแลว ยังตองสรางเสนทางลำเลียง โดยเฉพาะทางรถไฟ ตอจากเมือง กาญจนบุรีเขาไปในพมาอีกดวย ซึ่งทางรถไฟสายนี้ ญี่ปุนไดใชเชลยศึก ที่ถูกจับมาจาก ประเทศเมืองขึ้นของอังกฤษและฝรั่งเศส มีทั้งคนยุโรป และออสเตรเลีย ที่เปนชาติศัตรู เชลยเหลานี้นอกจากจะตองทำงานหนักแลว ยังตองเจ็บปวยลมตายเปนจำนวนมาก จากไขมาเลเรีย จนไดชื่อวาทางรถไฟสายมรณะ (มีภาพยนตรประวัติศาสตรเรื่อง “สะพานขามแมน้ำแคว” ออกมาฉายเมื่อเสร็จสิ้นสงครามแลวหลายป) ในการขนยายอาวุธ และสิ่งอุปกรณรวมทั้งกำลังพลตามทางรถไฟสายนี้นี่เอง ที่เกิดขบวนการไทยถีบ (พวกคน ไทยที่แอบขึ้นไปซอนตัวบนรถไฟแลวใชเทาถีบกลองหรือลังใสสัมภาระของญี่ปุนลง ขางทางระหวางที่รถไฟกำลังวิ่ง) โดยคณะบุคคลผูรักชาติมุงแกแคนทำความเสียหายใหแก กองทัพญี่ปุน แตก็มีผลกระทบนอยมาก ป พ.ศ. 2486 ขาพเจาเลื่อนขึ้นเปนนักเรียนนายรอยชั้นปที่ 2 คงศึกษาตอไปตาม ปกติภายในกรุงเทพฯ ประชาชนยังคงดำรงชีวิตไดตามสภาพที่ขาดแคลน ดานกองทัพบก ก็ไดสงกำลังหนวยทหารรุกคืบขึ้นไปทางเหนือ ผานพมาไปจนถึงเมืองเชียงตุง และยึดเมือง เชียงตุงไวได ฝายเชียงตุงซึ่งเปนเชื้อสายเดียวกับไทยอยูแลว ก็ไมมีปฏิกิริยาใดๆ มีเหตุการณ ปะทะกับกำลังของกองทัพจีนบาง แตฝายเราก็ไมเสียหายจากการสูรบมากมายนัก ที่ตอง ตอสูและสูญเสียกำลังพลมากพอสมควรคือไขมาเลเรีย ซึ่งขณะนั้นมีแตยาควินินเทานั้น ที่พอหามารักษาได แตก็ตองเสียชีวิตไปไมใชนอย สำหรับเหตุการณสำคัญในกรุงเทพฯ มีเพียงฝายสัมพันธมิตร ไดสงเครื่องบินนำลูกระเบิดมาทิ้งเปนครั้งแรก ที่บริเวณวัดเลียบและ ฝงธนบุรีบริเวณสะพานพระพุทธยอดฟา ในตอนเชาตรู (ประมาณ 04.00 น.) ของวันที่ 8 เดือนธันวาคม 2485 (เปนวันครบรอบ 1 ปที่ญี่ปุนยกกำลังบุกเอเซีย) เกิดความเสียหาย


33 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว เล็กนอย แกบริเวณสะพานพุทธและโรงไฟฟาวัดเลียบ หลังจากนั้นก็มีเครื่องบินมาทิ้งระเบิด บางนาน ๆ ครั้ง จนถึงชวงครึ่งปหลังของ พ.ศ.2486 เปนตนไป สัมพันธมิตรไดมาทิ้งระเบิด ตามจุดสำคัญ ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และตางจังหวัดถี่มากขึ้น โดยเฉพาะตามที่ตั้งทางทหารของ ญี่ปุน รวมทั้งตำบลสำคัญ และเสนทางลำเลียง เชน สะพานรถไฟ สะพานพระพุทธยอดฟา สะพานพระรามหก ชุมทางรถไฟ ทำใหทางรถไฟสายเหนือขาด รถไฟวิ่งผานไมไดหลายแหง รัฐบาลไดประกาศทางวิทยุ ใหประชาชนขุดหลุมหลบภัยไวใกลบาน บางครอบครัวที่อยู กรุงเทพฯ ก็อพยพออกไปอยูจังหวัดใกลเคียง ที่ไมตกเปนเปาหมายการทิ้งระเบิด ในโรงเรียน นายรอยก็ตองขุดหลุมหลบภัย และไดมีโอกาสลงไปหลบภัยอยูหลายครั้ง มีอยูครั้งหนึ่งเวลา ประมาณสามทุม เสียงหวูดเตือนภัยไดดังขึ้น (คนไทยทั่วไปเรียกวา “เสียงหวอ”) พวกเราที่ ไมใชเวรยามก็วิ่งลงหลุมหลบภัย แตมีลูกระเบิดมาตกที่บริเวณถนนวิสุทธิกษัตริยดานหลัง โรงเรียนนายรอย หางไปประมาณ 300 เมตร เกิดไฟไหมและลุกลามขึ้น พวกเราคิดวาถา ปลอยใหไฟไหมตอไป เครื่องบินลำที่มาทีหลังเห็นแสงไฟไหม ก็จะพากันทิ้งลงมาอีก เพราะ คิดวาเปนที่หมาย ดวยการเรียนรูทางวิชาการทหารมาบาง พวกเราหลายคนจึงออกจาก โรงเรียนทางประตูหลัง ออกไปชวยกันดับเพลิงจนกระทั่งไฟมอดลง รอดพนจากการซ้ำเติม ลงมาอีก เมื่อกองทัพฝายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดกรุงเทพฯมากขึ้น รัฐบาลไทยจึงตกลงใจยาย เมืองหลวงไปอยูเพชรบูรณเปนผลใหหนวยราชการตาง ๆ ตองยายไปปฏิบัติงานที่เพชรบูรณ โดยมีการเกณฑราษฎรจากจังหวัดตาง ๆ จำนวนมากทั่วประเทศ เวนภาคใต ไปสราง เมืองหลวงใหม ทั้งสรางถนน สรางอาคารสำนักงาน สรางบานพัก และสิ่งอำนวยความสะดวก ตาง ๆ ซึ่งผูถูกเกณฑไปทำงานครั้งนี้ ตองเสียชีวิตดวยไขมาเลเรียเปนจำนวนไมนอย นับเปนผูเสียสละชีวิตเพื่อชาติ ไมแพเหลาทหารที่ไปปฏิบัติการในตอนเหนือของประเทศไทย สำหรับโรงเรียนเตรียมทหารบก โรงเรียนนายรอย และโรงเรียนเทคนิคทหารบก ก็ตองยายเชนเดียวกัน โดยขึ้นรถไฟในตอนค่ำของวันที่ 10 ม.ค. 2487 จากสถานีสามเสน ไปจนถึงสถานีตะพานหิน จังหวัดพิจิตรในวันรุงขึ้น พักแรมที่ตะพานหิน 2 คืน จากนั้นตอง เดินทางดวยเทาไปตามถนนโรยหิน สะพายเป (บรรจุผาเตนท เครื่องนอน เครื่องแตงกาย และของใชประจำตัว)กับปนประจำกายสวมหมวกเหล็กเดินทางไปตามถนนสายตะพานหิน - เพชรบูรณ ซึ่งสองขางทางเปนปาทึบบาง โปรงบาง ตองเดินขามเขาพับผาไปแลว จึงเขาเขตวังชมภูของเพชรบูรณ จากนั้นตองเดินทางอีก 7 กิโลเมตร ถึงจังหวัดเพชรบูรณ แลวเดินทางตออีก 6 กิโลเมตร จึงถึงบริเวณที่ตั้งใหมของโรงเรียน รวมเปนระยะทางประมาณ


34 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 108 กิโลเมตร ในเวลา 7 วัน ไปเขาที่พักที่บริเวณบานปาแดง หางจากตัวเมืองเพชรบูรณ ไปอีก 6 ก.ม. การเดินทางครั้งนี้เปนการเดินทางดวยเทาที่ยาวที่สุดในชีวิตของขาพเจา การเดินทางจะออกเดินประมาณตี 5 ใชเวลาเดินประมาณ 5 - 6 ชั่วโมงก็จะเขาที่พัก ตามศาลาวัดหรือกลางทุงนา ซึ่งชุดเตรียมการจะลวงหนามาเตรียมที่พักไวกอน เมื่อมาถึง ที่พักก็ตองกางเตนทนอน แตถาที่พักเปนศาลาวัดก็จัดที่นอนบนศาลา กลางคืนจะ ผลัดเปลี่ยนกันอยูยาม ถึงจังหวัดเพชรบูรณ 17 ม.ค. 2487 พักที่บริเวณนอกจังหวัด 1 คืน รุงขึ้นออกเดิน ทางไปเขาที่พักที่ปาแดง 18 ม.ค. 2487 ในวันเดินทางถึงจุดหมายปลายทางที่บานปาแดง นักเรียนทั้งหมดตองเขาที่พักชั่วคราวดวยการกางเตนทรวม เตนทละ 6 คนโดยนำผาเตนท ประจำกายของแตละคน มากลัดกระดุมใหติดกันเปนผืนเดียว แลวหาไมมาทำเปนโครงเพื่อ กางเตนทใหสามารถนอนไดเตนทละ 6 คน ขาพเจามีเพื่อนรวมเตนท คือ ปฐม เสริมสิน, เฉลิม หิญชีรนันท, ภิงการ สุจริตกุล, วีระ บุญเฉลียว และแสนย เทภาสิต พวกเรานักเรียน นายรอยชั้นปที่ 2 ซึ่งเปนชั้นสูงสุดขณะนั้นเขาพักชั่วคราวที่บริเวณปาชาวัดทุงแจง สวนชั้น อื่น ๆ และนักเรียนเทคนิคกับนักเรียนเตรียมก็พักตอ ๆ กันไป เรียงรายตามพื้นที่ฝงซายของ ลำหวยปาแดงไปจนถึงวัดโพธิ์กลาง รวมเปนระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร สำหรับ ศาลาวัดโพธิ์กลาง เปนที่พักของบก.กรมยุทธศึกษา และบก.โรงเรียนเทคนิค สวนบก. โรงเรียนนายรอย และ บก.โรงเรียนเตรียม ท.บ. อยูที่ศาลาวัดทุงแจง โดยมีหนวยเสนารักษ อยูที่โรงเรียนวัดทุงแจงดวย เนื่องจากพื้นที่ซึ่งถูกกำหนดใหเปนที่ตั้งถาวรของกรมยุทธศึกษา ซึ่งมีหนวยขึ้นตรง คือ โรงเรียนเตรียมทหารบก โรงเรียนนายรอยฯ โรงเรียนเทคนิคฯ และกองการศึกษา กับหนวยขึ้นตรงอื่น ๆ ไดถูกกำหนดใหอยูทางฝงขวาของลำหวยปาแดง (อยูคนละฝงกับที่ ตั้งชั่วคราว) ซึ่งขณะที่เดินทางมาถึงแลว สภาพพื้นที่ยังเปนปาเชิงเขา ฉะนั้นงานขั้นตอไป คือ ตองถางปาและสรางอาคารขึ้นเอง โดยมีนักเรียนทั้งหมดกับคนงานที่ทางรัฐบาลเกณฑ มาจากจังหวัดตาง ๆ เปนผูสราง ซึ่งคนงานที่ถูกเกณฑมา และมีความรูในการสรางอาคาร ไมไผ จะเปนผูแนะนำและชวยเหลือการกอสราง ใหแกนักเรียน อาคารที่ตองสรางก็คือ กองบังคับการของหนวยตางๆ โรงนอนของนักเรียนทั้งหมด หองเรียนของแตละชั้น โรงครัว และโรงอาหาร บานพักครู อาจารย บานพักนายทหาร นายสิบ และคนงาน อาคารของ หนวยเสนารักษ งานที่บรรดานักเรียนตองทำคือ เริ่มถางพื้นที่สำหรับกอสราง ไปตัดตนไม จากปาลากออกมารวมไว ณ บริเวณที่จะตองสรางอาคาร ตองไปซื้อและขนแฝกมุงหลังคา


35 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว โดยใชเกวียนเทียมวัวขุดหลุมเพื่อปกเสาตาง ๆ พอทุกอยางพรอมก็เริ่มสราง ซึ่งตองใชเวลา ทั้งหมดประมาณ 6 เดือนจึงเสร็จเรียบรอย สามารถเปดการเรียนการฝกตอได ตอนที่ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ขาพเจาเปนนักเรียนนายรอยชั้นปที่ 2 เมื่อ เดินทางมาถึงเพชรบูรณ ก็ไดรับการเลื่อนชั้นเปนนักเรียนชั้นปที่ 3 โดยไมตองสอบ ยกเวนพวกถูกตัดคะแนนความประพฤติเกินกำหนดตองเรียนซ้ำชั้น ขณะเดียวกัน นองชายของขาพเจาคือ จำรัส พิณสายแกว ก็สอบเขาโรงเรียนเตรียมทหารบกได และ เดินทางมาจังหวัดเพชรบูรณโดยรถยนตไมตองเดินดวยเทา เมื่อปลายเดือนเมษายน 2487 และเขาก็ไดเรียนจนสำเร็จเปนนายทหารแตตองเสียชีวิตดวยโรคสมองอักเสบ ที่จังหวัดเชียงรายเมื่อป 2496 มียศรอยโท ในชวงนี้สถานการณสงครามยังคงดำเนินตอไป ขาวคราวที่ไดรับทราบนั้น สวนมากเปนขาวที่ฝายสัมพันธมิตรไดรับชัยชนะและรุกโตตอบฝายอักษะจนกระทั่งยึดกรุง เบอรลินได ฝายอักษะในยุโรปตองพายแพสงครามทั้งหมด ยังคงเหลือแตญี่ปุนที่ยังคง ตอสูอยู แตก็ไมสามารถจะคืบหนาตอไปได คงเขาไปไดเพียงสุดเขตแดนของพมา ตอกับอินเดีย สวนฝายสัมพันธมิตรไดรุกเขามาตั้งกองบัญชาการที่อินเดีย และเตรียม การรุกเขาเอเซีย มีการเคลื่อนยายกำลังทางบกและทางน้ำมุงเขาเอเซีย ซึ่งมีเหตุการณรบ ทางทะเลระหวางกองเรือรบของอังกฤษ กับกองบินกามิกาเซของญี่ปุน ในบริเวณมหาสมุทร อินเดีย โดยนักบินญี่ปุนขับเครื่องบินบรรทุกลูกระเบิดเต็มที่ ดำดิ่งลงทิ้งบนเรือรบขนาดใหญ ปรากฏ ผลฝายอังกฤษเสียเรือรบที่ใหญที่สุด 2 ลำ คือ Prince of Wales กับ Repulse ถึงตอนนี้กองทัพไทยก็ประเมินสถานการณไดแลววาอนาคตญี่ปุนจะเปนอยางไร นับแตเริ่ม สงครามโลกครั้งที่ 2 เปนตนมา เมื่อไทยจำตองประกาศสงครามกับฝายสัมพันธมิตร มีอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และจีน จึงไดมีคณะเสรีไทยเกิดขึ้นในอเมริกาและยุโรป ซึ่งในตอนทายของสงครามคือปลายป 2487 ฝายสัมพันธมิตรไดเตรียมการบุกเขาขับไล กองทหารญี่ปุนในเมืองไทย โดยรับพวกเสรีไทย (กลุมคนไทยที่อยูประจำ กับนักศึกษาที่อยู ในอังกฤษ, อเมริกาตั้งแตกอนเกิดสงคราม) ที่อาสาสมัครเขารับการฝกและหลายคน ถูกสงใหมาโดดรมลงในเมืองไทยเพื่องานดานการขาว สวนทางประเทศไทยโดยเฉพาะ ทางกองทัพไดมีการติดตอกับจีนและอเมริกาเปนทางลับ และเทาที่ทราบกองทัพบกไทยได สงนักเรียนนายรอยทหารบกชั้นปที่ 2 (หลังขาพเจา 1 รุน) จำนวนหนึ่ง ลอบเดินทาง โดยเครื่องบินไปฝกการรับสงขาวทางวิทยุแบบใชสัญญาณ แลวเดินทางกลับมาโดดรมลง ในเมืองไทยตอนทายของสงคราม โดยมาตั้งสถานีลับสงขาวติดตอกับนักบินของ


36 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ฝายสัมพันธมิตรที่บินมาทิ้งระเบิดที่ตั้งของกองทหารญี่ปุนในเมืองไทย ซึ่งพวกนี้ตองกลับมา โรงเรียนนายรอยหลังจากนักเรียนรุนเดียวกัน ไดออกรับราชการเปนนายทหารไปกอนแลว กองทัพบกจึงไดจัดใหนักเรียนนายรอยจำนวนนี้ ออกเปนนายทหารเหลาทหารมาทั้งหมด ขาพเจาคงเรียนชั้นปสุดทายของหลักสูตรโรงเรียนนายรอยทหารบกอยูที่เพชรบูรณ จนถึงเดือนกุมภาพันธ 2488 ก็ไดรับคำสั่งใหจบการศึกษา และไดรับการแตงตั้งเปน นายทหารชั้นสัญญาบัตรยศ วาที่รอยตรี สังกัด ร.พัน 27 ตั้งแตวันที่ 1 มีนาคม 2488 ซึ่งขณะนั้นกองพันนี้ยังอยูที่เชียงตุง พวกเราทุกคนดีใจเปนอยางยิ่ง ที่ไดสำเร็จเปนนายทหาร สัญญาบัตร กอนสงครามโลกจะยุติลง เปนความสมหวัง ซึ่งพวกเราภาคภูมิใจในการเปน นักเรียนนายรอยที่เรียนจบหลักสูตร 3 ป ตามระยะเวลาที่กำหนดไว โดยไมมีการเรงดวน ใหออกรับราชการกอนเรียนจบตามหลักสูตร นับเปนรุนแรก หลังจากที่ไดเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 2 ทั้งนี้นักเรียนเทคนิคทหารบก รุนที่ 7 ซึ่งเรียนเต็มหลักสูตร 5 ป ก็ออกรับราชการ พรอมกัน ภาระหนาที่ของพวกเราในตอนนี้ก็คือ ตองเก็บของและตำราตาง ๆ แลวเดินทางกลับ กรุงเทพฯเพื่อเขาพิธีประดับยศและรับกระบี่ที่ศาลาวาการกระทรวงกลาโหม กรุงเทพฯ ในวันที่ 1 มีนาคม 2488 การเดินทางออกจากจังหวัดเพชรบูรณ ไมตองเดินทางดวยเทา โดยไดรับความสะดวกจากทางกองทัพบก จัดรถยนตมาสงที่ตะพานหิน แตไมสามารถ ขึ้นรถไฟได เพราะสะพานรถไฟสายเหนือชวงเลยจากจังหวัดนครสวรรคขึ้นไป ขาดหลายแหง รถไฟงดบริการ จึงจำเปนตองเชาเรือบรรทุกขาว ที่เรียกวาเรือเอี้ยมจุน มีคนแจวหัวทาย เปนเรือทำดวยไมสักทั้งลำ มีประทุนหรือหลังคาเปนลำแพน (ไมไผสานกัน) พวกเรา ตองขนสัมภาระลงเรือเอี้ยมจุนประมาณลำละ 8 คน มีคนแจวเรือมาดวย 2 คน ลองมา ตามน้ำ จนถึงจังหวัดนครสวรรคเปนเวลา 3 วัน การเดินทางแบบนี้ ก็เปนประสบการณใหม อีกแบบหนึ่ง ซึ่งขาพเจายังไมเคย ซึ่งก็สนุกดี แตเนื่องจากไมไดจดไว มาเขียนเอาเมื่อเวลา ลวงเลยมาแลว 50 ป จึงจำไมไดวามีใครบางที่มาในเรือลำเดียวกัน แตพอจำไดวาตาม ทางน้ำที่เรือแลนผาน บางตอนเรือแลนหางจากฝงไมมากนัก ที่ริมตลิ่งมีไรแตงโมอยู ไมมีคนเฝามองเห็นลูกแตงโมกระจัดกระจายอยูกับตน เพื่อนมากกวา 1 คนที่วายน้ำแข็งก็ โดดลงน้ำวายไปที่ฝง เอาลูกแตงโมลงน้ำลอยตุบปอง ๆ คนหนึ่งก็เอามาประมาณ 3 ลูก แลวก็พาวายน้ำกลับเรือ แตพอมาถึงเรือบางคนก็เหลือลูกเดียวเปนสวนมาก พวกเพื่อน ๆ ก็พากันขอบใจ และจัดการกับเจาแตงโมนั้นอยางเอร็ดอรอยมาก ระหวางเดินทางมา พวกเราบางคนเหงา ๆ ก็ลองหัดแจวเรือเอี้ยมจุนดูก็ดีเหมือนกัน แตตองคอยระวังเวลา


37 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว เอาปลายแจวลงน้ำแลวใชแรงจาก 2 มือ 2 แขนดันดามแจวไปขางหนาจนสุดตัว เพื่อใหใบ แจวกินน้ำทำใหผลักเรือไปขางหนา ถาไมระวังบางครั้งมัวแตดันดามและดันเต็มแรงหวัง ใหเรือแลนเร็วขึ้น แตถาปลอยใหใบแจวสูงพนน้ำแลวการออกแรงดันที่ดามแจวเต็มแรงโดย ไมมีน้ำตานอยูที่ปลายแจวอะไรจะเกิดขึ้น ผลก็คือหัวคะมำ บางครั้งก็ตกลงน้ำ บางครั้งก็กลิ้ง อยูบนเรือ แตก็สนุกดี พอมาถึงนครสวรรค ก็ไดพักอยูที่ตัวจังหวัด 2 คืน เพื่อรอขึ้นรถไฟ ที่พักนั้น ทางโรงเรียนไมมีเงินใหพักในโรงแรม ตองไปพักที่ที่วาการประปาของนครสวรรค เพราะเปน สถานที่ของทางราชการที่พอจะอาศัยขอรองกันได 2 คืนที่นครสวรรคพอใชได เพราะเปน เมืองใหญกวาเพชรบูรณ มีตลาดคึกคัก มีถนนอยูสองสายเทานั้น และที่นครสวรรคนี้ ก็เปนที่รวมพลของพวกเรา ที่แยกยายกันลงเรือเอี้ยมจุนมา เมื่อรวบรวมพวกพอง ไดครบถวนแลว ผูบังคับบัญชาทานก็พาพวกเราขนของลงเรือขามฟาก ไปขึ้นรถไฟที่นอก สถานีรถไฟนครสวรรค เนื่องจากตัวสถานีถูกทิ้งระเบิดเสียหาย แลวออกเดินทาง เขากรุงเทพฯ ไปจอดที่สถานีสามเสน (สถานีที่หัวลำโพงถูกทิ้งระเบิด) จากนั้นก็ตางคน ตางกลับบาน เพื่อเตรียมการทุกอยางใหพรอมที่จะเขาพิธีประดับยศและรับกระบี่ จากรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหมของประเทศไทย แลวกลับที่ตั้งที่กำหนด


38 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ชีวิตการรับราชการทหาร หลังจากที่ขาพเจาเขาพิธีประดับยศและรับกระบี่จากรัฐมนตรีวาการกระทรวง กลาโหม เมื่อ 1 มีนาคม 2488 แลว ขาพเจาไดรับการบรรจุเปน ผบ.หมวดใน ร.พัน 27 ซึ่งกำลังเดินทางจากทางตอนใตของเมืองเชียงตุงกลับเขามาในประเทศไทย โดยมีที่ตั้งปกติ อยูที่จังหวัดอุบลราชธานี แตเนื่องจากสงครามโลกยังไมยุติ ญี่ปุนยังไมยอมแพสงคราม แตก็ถอยรนมาตามลำดับกำลังสวนใหญซึ่งอยูในพมาจะตองถอยผานประเทศไทย เปนการแนนอน กองทัพไทยจึงไดเตรียมแผนที่จะรักษาความสงบเรียบรอยภายในประเทศ ใหดีที่สุด จึงไดสั่งถอนกำลังรบที่ออกไปปฏิบัติภารกิจอยูนอกประเทศกลับเขามา บางหนวย ก็กลับเขาที่ตั้งปกติ บางหนวยก็ตองไปตั้งรับอยูตามจุดออนตาง ๆ ตามแผนเผชิญเหตุการณ ที่ญี่ปุนจะตองถอนกำลังสวนใหญผานไทย เพื่อกลับไปปองกันประเทศ ดวยเหตุดังกลาว ร.พัน 27 ซึ่งมีที่ตั้งปกติอยูที่จังหวัดอุบลราชธานี จึงถูกกำหนดใหไปวางกำลังปองกัน ชองจอม ที่จังหวัดสุรินทร อันเปนชองทางที่มีถนนรถยนตวิ่งจากเขมรเขามายังจังหวัดสุรินทร ได ซึ่งขณะนั้นมีกำลังทหารญี่ปุนจำนวนหนึ่งอยูในประเทศเขมร ขาพเจาจึงไดรับคำสั่งใหไป รายงานตัวกับจังหวัดทหารบกสุรินทร เพื่อรอการเดินทางกลับของกองพันทหารราบที่ 27 เมื่อกองพันเดินทางถึงจังหวัดสุรินทร ขาพเจาไดเขารายงานตัวและรับหนาที่ เปนผูบังคับหมวดในกองรอยที่ 1 ควบคุมลูกนอง ที่มีทั้งจาและนายสิบกับพลทหารเกณฑ สวนใหญเปนผูที่ปลดเปนกองหนุนไปแลว แตถูกระดมกลับมารับราชการ บางคนรับราชการ ตั้งแตถูกเกณฑเขามา พอครบกำหนด 2 ปทางราชการไมปลดคงถูกเกณฑใหรับราชการ ทหารตอ พวกนี้รับราชการทหารมา 4 – 5 ปก็มี แตขาพเจาก็โชคดีที่สามารถปกครอง บังคับบัญชากำลังพลเหลานี้ได โดยไดรับความรวมมือ และศรัทธาดวยดี เมื่อกองพัน จัดระเบียบการเขาที่ตั้งเรียบรอย ในระยะนี้ จะมีนายทหารที่ถูกโยกยายจากหนวยอื่น เขามาเพิ่มเติม เพื่อเตรียมรับภารกิจปองกันชายแดนดานเขมร และขาพเจาพรอมดวยลูก นองก็ตองถูกสงไปวางกำลังในลักษณะหมวดคอยเหตุ อยูที่บริเวณชองจอม ชายแดนติดกับ เขมร แตเหตุการณก็สงบเรียบรอย คงมีแตขบวนเกวียนบรรทุกปลากรอบจากทะเลสาบเขมร ผานเขามาบอยๆ แตละครั้งจะเปนขบวนยาว จำนวน 20 – 30 เลมเกวียน ซึ่งพวกนี้ ตองเสียคาใชถนนใหแกหมวดการทางที่ชองจอม เพื่อใหสามารถขับเกวียนไปตามถนน โดยปลากรอบไมเสียหายหรือเสียหายนอยที่สุดเลยเปนผลใหพวกลูกนองในหมวดไดกิน ปลากรอบไปดวย


39 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ขาพเจาเปนหมวดรักษาดานอยูที่ชองจอมจนถึงเดือนสิงหาคม ป พ.ศ. 2488 จึงไดรับทราบขาวทางวิทยุกระจายเสียงวา อเมริกานำลูกระเบิดปรมาณูไปทิ้งที่ เมืองนาโงยา และตอมาอีกไมกี่วันก็ทิ้งที่เมืองนางาซากิอีกลูก เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2488 ซึ่งตรงกับวันเกิดของขาพเจา และหลังจากนั้นองคจักรพรรดิญี่ปุนก็ประกาศวางอาวุธยอม แพสงคราม เปนการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 ขาพเจาจึงไดรับคำสั่งใหนำหมวด ถอนตัวมารวมกับกองพันที่จังหวัดสุรินทร ในชวงนี้ไดมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ลาออก และนายควง อภัยวงศ เขารับหนาที่เปนนายกรัฐมนตรีจัดตั้งรัฐบาลใหม หนวยทหาร ที่ปฏิบัติการอยูในสนามไดรับคำสั่งใหถอนตัวกลับที่ตั้งปกติแตเนื่องจากขาดแคลนยาน พาหนะทางรถยนต ทางรถไฟก็ถูกทิ้งระเบิด สะพานสำคัญ ๆ ตามเสนทาง รวมทั้งสถานี ที่เปนชุมทางตาง ๆ ถูกทำลายโดยการทิ้งระเบิด หนวยทหารเปนจำนวนมากตองเดินทาง ดวยเทาเปนระยะทางไกลกลับเขาที่ตั้งปกติ บางแหงรับคำสั่งใหกลับขณะปฏิบัติหนาที่อยู บริเวณตอนใตของเชียงตุง โดยไมไดรับการสนับสนุนดานการขนสง มิหนำซ้ำนายทหาร บางคนที่เคยเปนทหารกองหนุน แลวถูกระดมพลเขามารับใชชาติ ก็ถูกปลดประจำการตั้งแต อยูระหวางเดินทางกลับพรอมกับหนวยสังกัดนั่นเอง นับเปนภาวะที่ทารุณจิตใจของผูที่เสีย สละทำหนาที่เพื่อชาติยามที่ชาติตองการเปนอยางยิ่ง กองพันที่ขาพเจาสังกัดอยูก็เชนกัน ตองถอนกำลังออกจากสุรินทร และเดินทางกลับที่ตั้งปกติ ที่จังหวัดอุบลราชธานี แตโชคดีเพราะทางรถไฟใชได มีรถไฟเดินจากนครราชสีมาไปถึงอุบลฯ ซึ่งตองผาน จังหวัดสุรินทร จึงไมตองเดินเทากลับ และในตอนมาขึ้นรถไฟที่สถานี ปรากฏวามีสาว ๆ สุรินทรที่คุนเคยกันมารอสงที่สถานีรถไฟกันหลายคน เปนประสบการณใหมที่ทำใหตื่นเตน ดีเหมือนกัน ขาพเจารับราชการอยูที่จังหวัดอุบลฯ จนไดเปนรอยโท ในระหวางชวงเวลานี้ ไดมีเหตุการณสำคัญ สำหรับประเทศไทยเกิดขึ้น คือกรณีสวรรคตของพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัวอานันทมหิดล โดยมีรอยกระสุนปนที่พระนลาฏ บนพระตำหนักในพระบรม มหาราชวัง ไดมีการสืบสวนสอบสวนและพิสูจนวิถีกระสุนกัน แตก็ไมไดขอยุติที่สมเหตุผล เทาใดนักในทัศนะของประชาชน สวนเหตุการณทั่วไปก็ยังคงเปนปกติ แตไดมีการลงโทษ มหาดเล็กใกลชิดสองคน ดวยโทษประหารชีวิต ขาพเจาประจำอยูที่จังหวัดอุบลราชธานี จนถึงป 2492 จึงถูกยายไปอยูกองพันทหารราบ ศูนยการทหารราบ จังหวัดลพบุรี ภาระหนาที่ ก็คือฝกทหารใหม การทดลองฝกอาวุธใหม ฝกยุทธวิธีของทหารแบบใหม ทั้งนี้เนื่องจากสหรัฐอเมริกา ไดทำสัญญาใหการชวยเหลือทางทหารแกประเทศไทย


40 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ซึ่งมีทั้งการชวยเหลือทางดานอาวุธใหมหลักการรบแบบใหม รวมทั้งการสงนายทหารนายสิบ ไปศึกษาที่อเมริกา งานสำคัญที่ตองทำอีกอยางก็คือ ตองแสดงการปฏิบัติการทางยุทธวิธี แบบอเมริกัน ใหนายทหารนักศึกษาของโรงเรียนตาง ๆ ของทุกเหลาดูดวย ขาพเจารับราชการอยูที่ศูนยการทหารราบจนถึง 20 กรกฎาคม 2494 ก็ไดรับ คำสั่งการบรรจุเขาอยูในหนวยกองพันทหารราบของไทย ไปปฏิบัติราชการในสมรภูมิเกาหลี เปนผลัดที่ 2 จนถึง สิงหาคม 2495 การเกิดสงครามเกาหลี เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองยุติลงโดยฝายสัมพันธมิตร(ประกอบดวยอังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา รัสเซีย และจีน) เปนฝายกำชัยชนะ ฝายอักษะ (ประกอบดวยเยอรมัน อิตาลี และ ญี่ปุน) เปนฝายแพสงคราม ตามบทบังคับของสัญญาสันติภาพ ประเทศฝายแพสงคราม จะตองปลดปลอยประเทศที่เปนเมืองขึ้น ใหเปนประเทศอิสระ เชน ญี่ปุนตองปลดปลอย เกาหลีเปนอิสระ สวนฝายชนะแมไมมีขอกำหนดในสัญญาฯ แตก็ไดมีขอตกลงกันวา จะชวยประคับประคองประเทศเมืองขึ้นของฝายตน ใหสามารถปกครองตนเองได แลวปลดปลอยใหเปนอิสระตอไป เชน อเมริกาปลดปลอยฟลิปปนส อังกฤษปลดปลอย สิงคโปร มาเลเซีย อินโดนีเซีย พมา อินเดีย และประเทศตาง ๆ ในตะวันออกกลาง กับ ทวีปแอฟริกา สำหรับฝรั่งเศสนั้น ในตอนแรกยังไมยอมปลดปลอยเขมรและเวียดนาม จนเกิดสงครามตอตาน โดยกลุมของโฮจิมินห และฝรั่งเศสตองพายแพแกกองทหาร ของโฮจิมินห ที่เดียนเบียนฟู ฝรั่งเศสจึงยอมปลดปลอยประเทศทั้งสองเปนอิสระ จากเงื่อนไขของสัญญาสันติภาพและขอตกลงของฝายสัมพันธมิตรดังกลาวขางตน ประเทศที่เคยเปนเมืองขึ้นทั้งหลาย สวนมากจะถูกปลดปลอยเปนอิสระ โดยใหเสรีวา แตละประเทศนั้นจะรวมกันเปนประเทศเดียว หรือจะแยกตัวเปนมากกวา 1 ประเทศ เชน มลายู แยกเปนมาเลเซียกับสิงคโปร เปนตน เวนแตมี 2 ประเทศที่แตกตางออกไป คือจากประเทศเดียวเปนสองประเทศ ไดแก เกาหลี แยกเปนเกาหลีเหนือ กับเกาหลีใต ประเทศเวียดนามเปนเวียดนามเหนือ กับเวียดนามใต ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อเสร็จสิ้นสงครามโลก ครั้งที่ 2 ฝายชนะซึ่งไดแก สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส เปนประเทศคายประชาธิปไตย สวนรัสเซียกับจีน เปนประเทศคายคอมมิวนิสต ทั้งสองคายมีคานิยมและความคิดทางการ ปกครองประเทศตางกัน กลาวคือคายประชาธิปไตยถือวาประชาชนเปนใหญ ประชาชนเปน


41 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ผูมีอำนาจในการปกครองและบริหารประเทศ สวนลัทธิคอมมิวนิสตถือวา การปกครอง ประเทศนั้น ตองมีกลุมที่เปนศูนยนำในการบริหารและปกครองประเทศ เพื่อนำไปสู ความเจริญรุงเรือง ทั้งสองฝายจึงมีหลัก หรือวิธีการปกครอง และบริหารประเทศตางกัน ชนิดตรงกันขาม ฝายอเมริกาคงจะเล็งเห็นวา ประเทศในภูมิภาคเอเซียเกือบทั้งหมดเปน ประเทศยากจน ยกเวนญี่ปุน ถาปลอยเปนเอกราชโดยอิสระ ในอนาคตคงจะกลายเปน ประเทศคอมมิวนิสต และดวยเหตุผล เพื่อปองกันการแผขยายอิทธิพลของฝายคอมมิวนิสต ในภาคพื้นเอเซีย อเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส จึงไดดำเนินการใหแบงประเทศเกาหลีเปน ประเทศเกาหลีเหนืออยูในความดูแลของรัสเซีย กับเกาหลีใตอยูในความดูแลของอเมริกา ซึ่งมีกำลังหนวยทหารประจำอยูที่ญี่ปุนจำนวนหนึ่งแลว สำหรับเวียดนาม ในตอนแรกฝรั่งเศส ซึ่งมีเวียดนามกับกัมพูชาเปนเมืองขึ้นอยู เมื่อเสร็จสงครามโลกครั้งที่ 2 แลวยังไมยินยอมให เปนอิสระ คงเขาปกครองตอไป แตเมื่อการสูรบกับฝายคอมมิวนิสตเวียดนาม ซึ่งลอมรอบ เมืองเดียนเบียนฟู โดยฝายคอมมิวนิสตไดชัยชนะ ฝายพันธมิตรจึงไดจัดการแบงเวียดนาม ออกเปน 2 ฝาย คือ เวียดนามเหนือ ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต ฝายเวียดนามใต ปกครองโดยรัฐบาลที่อเมริกาสนับสนุน ทั้งนี้เพื่อใหมีพื้นที่สำหรับเปนฐานในการสกัดกั้น อิทธิพลของคอมมิวนิสตในเอเซีย สวนกัมพูชาไมแบงแยก จากการแบงพื้นที่ของทั้งสอง ประเทศตามที่กลาวมานี้จึงพัฒนาไปสูการเกิดสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนามในที่สุด เริ่มดวยวันที่ 25 มิถุนายน 2493 เกาหลีเหนือไดสงกองทัพภาคพื้นดิน ที่มีกำลังพล จำนวนมากบุกทะลวงผานเสนขนานที่ 38 อันเปนเสนกั้นเขตแดนระหวางเกาหลีเหนือกับ เกาหลีใต รุกไลลงมาทางใตของคาบสมุทรเกาหลี โดยที่เกาหลีใตมีกำลังทหารไมมากนัก และออนแอกวา กำลังทหารของเกาหลีเหนือจึงบุกลงใตยึดเมืองสำคัญ ๆ ของเกาหลีใต โดยไดรับการตานทานเพียงเล็กนอย ฝายอเมริกาเมื่อทราบก็ไดสงกำลังทหารซึ่งมีอยู 1 กองพลทหารมายานเกราะ ตั้งอยูที่เกาะโอกินาวาเพื่อควบคุมญี่ปุน เขาไปตอตานกองทัพ เกาหลีเหนือ แตก็ไมสามารถหยุดยั้งได จนกระทั่งตองสงกำลังทหารพรอมรบจากฮาวาย เขามาเสริม จึงสามารถหยุดกองทัพเกาหลีเหนือไวได กอนที่จะเขาไปใกลเมืองปูซาน อันเปนเมืองใหญที่สุดอยูปลายคาบสมุทรเกาหลี เมื่อสามารถยับยั้งกองทัพเกาหลีเหนือ ไมใหรุกคืบหนาตอไดแลว อเมริกาจึง เคลื่อนยายกำลังรบทยอยเขามาเสริม และดำเนินการทางการทูตเจรจากับประเทศฝาย ประชาธิไตย เขารวมทำสงครามโดยอาศัยองคการสหประชาชาติเปนแกนนำมีอเมริกาเปน กำลังหลัก ปรากฏมีหลายชาติไดสงกำลังไปรวมทำการรบในเกาหลี สำหรับประเทศไทย ไดสงกำลังรบ 1 กองพันเพิ่มเติมกำลัง (หมายถึงมีหนวยสนับสนุนที่จำเปนเพิ่มเติมจากอัตรา กำลังปกติ) โดยถูกจัดใหเปนหนวยขึ้นตรงของกองพลทหารมายานเกราะที่ 1 ซึ่งเปน


42 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว หนวยแรกที่ถูกสงเขามาตอตานการบุกรุกของกองทัพเกาหลีเหนือ แตตอมาเมื่อกองพลทหาร มายานเกราะที่ 1 ( First Cavalry ตราหัวมา) ไดรับการผลัดเปลี่ยนใหกลับไปฟนฟูกำลัง กองทัพทหารไทยก็ยายไปขึ้นกับกองพลทหารราบที่2 ( Iwanho ตราหัวอินเดียนแดง) เมื่อรวบรวมกำลังไดเพียงพอแลว กำลังฝายสหประชาชาติซึ่งประกอบดวยกำลังรบ และการสนับสนุนจากหลายประเทศ จึงไดรุกตอบโตยึดพื้นที่กลับคืน โดยไดผลักดันกำลัง ของเกาหลีเหนือถอยรนไปจนถึงเมืองเปยงยาง อันเปนเมืองหลวงของเกาหลีเหนือ ในตอนนี้กองพันทหารไทยผลัดที่ 1 ไดมีสวนรวมในการรุกไลฝายเกาหลีเหนือเขาไปจนถึง ชานเมืองเปยงยางดวย และกอนที่จะเขายึดเมืองเปยงยาง ก็ปรากฏกำลังทหารของ กองทัพจีนไดทุมกำลังทหารมหาศาลเขาตอตานและรุกไลกองกำลังของสหประชาชาติให ถอยรนลงมาจนถึงเมืองเตกู ซึ่งอยูเหนือเมืองปูซาน เปนเมืองทาเรืออยูปลายคาบสมุทร เกาหลีใต ในตอนนี้อเมริกาไดเปลี่ยนผูบัญชาการกองกำลังสหประชาชาติ จากนายพลเวส โมแลนเปนนายพลแมคอาเธอรเขามารับหนาที่และเตรียมแผนการรุกตอบโตกองทัพจีน กับเกาหลีเหนือ และไดเกิดเหตุการณขัดแยงในการทำแผนการรุกครั้งที่ 2 นี้ขึ้น โดย นายพลแมคอาเธอรเสนอแผนยกพลขึ้นบก ตรงบริเวณสวนแคบที่สุดของคาบสมุทรเกาหลี คือบริเวณเมืองอินชอน ซึ่งอยูตอนเหนือขึ้นไปใกลกับเสนขนานที่ 38 แตฝายรัฐบาลอเมริกา ไมอนุมัติใหกระทำ เพราะเกรงวาจะกลายเปนการรบขนาดใหญกับประเทศจีน นำไปสู สงครามขนาดใหญขึ้นได แตนายพลแมคอาเธอรไมเชื่อฟงคำสั่งของประธานาธิบดีอเมริกา โดยไดดำเนินการยกพลขึ้นบกที่เมืองอินชอน แลวสงกำลังยึดพื้นที่บริเวณคอคอดของพื้นที่ บริเวณเมืองอินชอนไดทั้งหมด เปนเหตุใหกองทัพจีนและเกาหลีเหนือที่รุกล้ำเขามา ลอมเมืองปูซานตกอยูในวงลอมถูกจับเปนเชลยศึกและปลดอาวุธ ทำใหประหยัดชีวิตทหาร ของฝายสหประชาชาติไดอยางมากมาย นับเปนผลสำเร็จภารกิจในทางทหารอยางดียิ่ง โดยสามารถทำลายกำลังฝายศัตรูลงได แตเสียกำลังนอยที่สุด ไมตองใชกำลังรุกโตตอบเปน ระยะทางไกล แตคำสั่งตองเปนคำสั่ง ภายหลังสถาปนาแนวตั้งรับในพื้นที่เหนือเสนขนานที่ 38 ไดแลว นายพลแมคอาเธอรจึงตองถูกสับเปลี่ยนและเดินทางกลับอเมริกา โดยมีประชาชน ชาวอเมริกันใหการตอนรับอยางมโหฬารโดงดังไปทั่วโลกใกลเคียงกับพิธีตอนรับนายพล ด ไวท ดี ไอเซ็นฮาว ที่ไดชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 เดินทางกลับสหรัฐอเมริกา ภายหลังจากฝายสัมพันธมิตรไดรับความสำเร็จในการยกพลขึ้นบกที่บริเวณเมืองอิน ชอน ก็มุงเขายึดพื้นที่บริเวณเหนือเสนขนานที่ 38 เล็กนอย แลววางกำลังตั้งรับอยู ณ บริเวณ นั้น จนกระทั่งยุติสงครามเกาหลีเมื่อป พ.ศ. 2496


43 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว สำหรับหนวยทหารไทยผลัดแรกไดเขารวมปฏิบัติการในสงครามเกาหลีกับกองกำลัง สหประชาชาติตั้งแตเมื่อกำลังสวนหนาของสหประชาชาติรุกตอบโตไปยังเปยงยางเมืองหลวง ของเกาหลีเหนือ เมื่อเขาถึงเมืองเปยงยางถูกทางทหารของจีนทุมกำลังโจมตี ตองถอนรนลง มาเกือบถึงเมืองปูซาน แลวกลับเปนฝายรุกดวยยุทธการยกพลขึ้นบกที่ อินชอน จนสามารถ สถาปนาแนวตั้งรับที่บริเวณเหนือเสนขนานที่ 38 ไดเรียบรอยแลว รัฐบาลไทยจึงไดจัดสง กองกำลังทหารไทยผลัดที่ 2 ไปผลัดเปลี่ยน ซึ่งขาพเจาโชคดีไดรับการพิจารณาบรรจุเขาอยู ในกองกำลังทหารไทยผลัดที่ 2 นี้ดวย


44 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว การไปปฏิบัติราชการในกรณีสงครามเกาหลี ระหวางที่ขาพเจาปฏิบัติราชการเปน ผบ.หมวดอาวุโส ในกองรอยที่ 2 ของ กองพันทหารราบ กรมจเรทหารราบ จังหวัดลพบุรี ประมาณตนเดือนกรกฎาคม 2494 ก็ไดรับคำสั่งกองทัพบก ใหขาพเจาไปปฏิบัติราชการในกองพันทหารราบ ที่สงไปปฏิบัติ ราชการในสงครามเกาหลีผลัดที่ 2 โดยบรรจุเปนรอง ผบ.รอยกองบังคับการ ของกองพัน ทหารราบ (ไทย) ซึ่งมีอยูกองพันเดียว ออกเดินทางโดยเครื่องบินของบริษัทการบินไทย ไปยังโตเกียว ประมาณวันที่ 2 กรกฎาคม 2494 พักอยูที่โตเกียว 3 วัน ก็เดินทางโดยรถไฟ จากโตเกียวไปยังเมืองซาเซโบ อันเปนเมืองทาเรือ อยูทางตอนปลายของเกาะญี่ปุน แลวขึ้นเรือเดินทะเลขามชองแคบเกาหลีไป 1 คืน จึงขึ้นสูแผนดินเกาหลีที่เมืองปูซาน เปนเมืองใตสุดของคาบสมุทรเกาหลี พอลงจากเรือเพื่อขึ้นรถบัสทหารอเมริกันที่มารับ พวกเราทุกคนก็ไดกลิ่นปุยในนาขาวของเกาหลี ซึ่งเขาใชอุจจาระคนเปนปุยปลูกขาว (มีผูเลาวาแขกที่มาที่บานชาวนาเขาจะเลี้ยงอาหารเสร็จแลว ตองปลอยปุยใหกับเจาของบาน เปนการตอบแทน โดยถือเปนธรรมเนียมเครงครัด) หลังจากที่ไดรายงานตัวกับ บก.หนวยทหารไทยที่ปูชานแลว ก็ถูกสงตัวไปเขาแคมป UNRC (United Nation Reception Centre) เปนศูนยรับทหารสหประชาชาติ จากนั้นไดเปลี่ยนเครื่องแบบ เปนชุดสนาม เขารับการฝกอยูที่คายนี้เปนเวลา 1 เดือน ภายในคาย มีหนวยทหารตางชาติ ที่สงกำลังรบมารวมกับกองกำลังสหประชาชาติในเกาหลีหลายชาติ เมื่อขาพเจามาถึง ไดมีทหารไทยผลัดเดียวกับขาพเจา เขามาเพื่อรับการฝกอยูบางแลว โดยสวนใหญเดินทาง มาทางเรือสมุทร เมื่อกำลังพลในผลัดนี้มาพรอมกันแลว จึงเริ่มรับการฝกจากชุดครูฝก ซึ่งมีนายทหารและจากับนายสิบอเมริกันเปนผูฝกอบรม โดยชุดทหารของฝายไทย ซึ่งประจำอยูที่ศูนยฝกนี้ ทำหนาที่เปนลามและผูชวยฝกดวย ขาพเจารับตำแหนงรองผบ.รอยกองบังคับการของกองพัน มีหนาที่รับผิดชอบดูแล หมวดขนสงและยานพาหนะของกองพัน จึงตองเขารับการอบรมวิชาการทางเทคนิคของ ยานยนตทั่วไปในกองพันซึ่ง มีรถจี๊บเล็ก (รถขนาดนั่งได 4 คน) กับรถจี๊บกลาง (นั่งได 12 คน) และรถบรรทุก GMC. (นั่งได 1 หมวด ประมาณ 50 คน) โดยมีจาและนายสิบรับการ ฝกและการแนะนำในหมวดยานยนตของกองพันไปพรอมกันดวย นอกจากนี้กำลังพลใน หมวดขนสงนี้ตองฝกทำการรบแบบหนวยกำลังรบของทหารราบไปดวย เพราะอาจจำเปน ตองปฏิบัติการเชนเดียวกับหนวยรบในบางโอกาส หนวยทหารไทยผลัดที่ 2 นี้ ฝกอยูที่


Click to View FlipBook Version