45 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว UNRC ประมาณ 2 เดือน ก็ตองเคลื่อนยายจากศูนยฝก ขึ้นรถไฟจากเมืองปูซานไปยังแนวรบ เพื่อเขาสมทบกับหนวยกองพันทหารไทยที่ปฏิบัติหนาที่อยูในแนวรบ (เหนือเสนขนานที่ 38) โดยเขาผลัดเปลี่ยนกับกำลังผลัดที่ 1 ซึ่งจะตองจบภารกิจ และเดินทางกลับประเทศไทย ตอไป เมื่อกองพันทหารไทยผลัดที่ 2 เคลื่อนยายโดยรถไฟไปถึงปลายทางคือเมืองอูจองบู ก็ถูกลำเลียงโดยรถยนตไปเขาคายพักในสนามซึ่งเปนพื้นที่เขตหลังแนวตั้งรับในพื้นที่ของกอง พลทหารมาที่ 1 (อเมริกัน) มีชื่อยอวา เฟสทแคป (First Cav.) ติดเครื่องหมายรูปหัวมา ในรูปอารมพื้นสีเหลืองที่ตนแขนซาย ในชวงนี้คงทำการฝกซอมเปนหนวย เพื่อเตรียมตัวเขา ปฏิบัติการรวมกับหนวยทหารอเมริกันในแนวหนา พักอยูในเขตหลังของแนวรบประมาณ 1 เดือนก็ถูกสงไปผลัดเปลี่ยนกับหนวยในแนวหนา โดยเขาวางกำลังตั้งรับในแนวหนา เหนือแนวเสนขนานที่ 38 บริเวณเหนือของเมืองอูจองบู ซึ่งนอกจากวางกำลังตั้งรับเพื่อรักษา พื้นที่ในแนวตานทานหลักแลว ยังตองสงกำลังเปนหนวยระวังปองกันที่เรียกวากองรักษา ดานรบ (หนวยขนาดเล็กอยูระยะใกล) กับกองรักษาดานทั่วไป (มีหนึ่งหมวดเพิ่มเติมกำลัง อยูไกลออกไป) ทำหนาที่ระวังปองกันดานหนาแนว และแจงขาวการเขามาของขาศึก ตลอดเวลากองรักษาดานเหลานี้ถูกขาศึกลอบเขาตีเวลากลางคืนหลายหน แตสวนมาก ถูกตอบโตตองถอยกลับไป มีอยูครั้งหนึ่งที่ขาศึกใชกำลังมากและใชเครื่องยิงระเบิดขนาด ใหญกับปนใหญระดมยิงกอนการเขาตี ทำใหไดรับความสูญเสียเกือบทั้งหมวด ตัวผูบังคับ หมวดและรองผูบังคับหมวดตองเสียชีวิตในที่มั่น นอกนั้นเสียชีวิตและบาดเจ็บเกือบหมด
46 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว มีไมกี่คนที่เล็ดลอดหนีออกมาได ขาศึกเขายึดที่ตั้งไดเมื่อตอนใกลรุง แตก็ตองรีบถอนตัว ออกไป เพราะพอเชามีแสงอาทิตยขึ้นจะถูกเครื่องบินขับไลฝายเราโจมตีทันที พอรุงเชา ทางกองพันไดสงกำลังออกเพื่อกูสถานการณและรวบรวมผูเสียชีวิตกับผูบาดเจ็บ รวมทั้ง กำลังทหารที่ยังหลงเหลืออยู เอากลับมาดำเนินการเพื่อสงกลับไปเขตหลัง แลวจัดกำลังใหม เขารักษาพื้นที่ทดแทนใหเสร็จกอนค่ำ ระหวางที่ปฏิบัติหนาที่อยูที่เกาหลีเปนเวลา 13 เดือน กองพันทหารไทยตองเปลี่ยน ภารกิจวางกำลังตั้งรับในแนวหนาสลับกับการเคลื่อนยายลงมาเปนกองหนุนของกองพลบาง หรือถอนตัวมาเปนกองหนุนของกองทัพบาง ซึ่งในชวงที่เปนกองหนุนนี้ไมตองเขาประจำอยู กับสนามเพลาะหนวยตาง ๆ คงกระจายกันกางเตนทอยู ใชเวลาปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ ใหพรอมรบ อะไรที่ตองซอมใหญก็สงคืนเบิกของใหมมาแทน อะไรที่หนวยซอมในสนาม สามารถซอมไดก็สงซอมหนวยสนับสนุน สำหรับเสื้อผานั้นไมตองหวง พอลงไปอาบน้ำ ที่ Shower point ซึ่งอยูหลังแนวลงไป ก็ถอดของเกาสงคืน เดินผานการฉีดน้ำยา ฆาตัวแมลงตาง ๆ และไปอาบน้ำจากฝกบัวเสร็จก็เปลี่ยนเอาชุดใหมทั้งชุดไดเลย แถมสั่งซื้อของจาก P.X. ไดดวย หรือจะสั่งซื้อจากหางสรรพสินคาในอเมริกาทางไปรษณีย ก็ได ชั่วเวลาเดือนเศษก็ไดรับของ การจายเงินก็จายจาก Post office ในสนามไดเลย ทหารไทยโดยเฉพาะนายทหาร มักจะสั่งซื้อเปนของ เชน วิทยุหิ้วได ปนพก และอื่น ๆ ที่จะ หอบหิ้วไปกับตัวได เพื่อนำกลับบานเมื่อจบภารกิจแลว หรือถาไมใหญโตนักสามารถหอสง ทางไปรษณียก็สามารถสงกลับได และในชวงนี้ จะมีการผลัดเปลี่ยนกันไปพักผอนที่โตเกียวในญี่ปุน คนละ 15 วัน หลายคนที่เก็บเบี้ยเลี้ยงไว ก็มักนำไปจับจายใชสอยที่โตเกียว ซื้อของฝากทางบานกันบาง ไปเที่ยวหาความสำราญในรูปแบบตาง ๆ กันบาง บางคนพอกลับถึงหนวยในสนามก็หมดตัว ตองเริ่มตนเก็บเบี้ยเลี้ยงกันใหม ในชวงเวลาที่กองพันลงมาพักเปนกองหนุนในแนวหลังนี้ ขาพเจาก็ไดรับสิทธิไปพัก ผอนที่กรุงโตเกียวของญี่ปุนเปนเวลา 15 วัน การพักนี้เรียกวาเปนคำยอภาษาอังกฤษวา R&R (Rest and Rehabilitation) โดยขาพเจาเปนหัวหนากลุม มีลูกนองที่จัดมาจากทุกกองรอย ในกองพันรวมเปนจำนวน 20 คน ทุกคนตองเตรียมเงินสำหรับซื้อของฝากญาติพี่นอง หรือของตัวเอง กับตองเตรียมสำหรับเที่ยวหาความสุขตามถนัดอีกดวย โดยจะไดรับแจก pocket money สำหรับการพักผอนอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อถึงกำหนดวันเดินทาง จึงเรียก รวมลูกนองในกลุมชี้แจงเรื่องที่ตองรูและปฏิบัติ แลวก็ไปขึ้นเครื่องบินทหารที่เมืองอูจองบู ซึ่งอยูใตเขตหลังของแนวรบ บินไปญี่ปุน เปาหมายคือสนามบินทหารที่เมืองโตเกียว
47 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว แตบังเอิญเครื่องบินมีปญหา ตองแวะกลางทางและตองคางคืนในคายทหารของอเมริกัน 1 คืน รุงขึ้นจึงเดินทางตอไปโตเกียว พอถึงสนามบินก็มีนายทหารติดตอของ บก.กองกำลัง ทหารไทยที่โตเกียวมารอตอนรับ มีการบรรยายสรุปเรื่องที่จำเปนตองปฏิบัติและเรื่อง ที่ควรรูใหทราบ แลวนำไปเขาที่พัก ณ โรงแรม สวนนายทหารใหพักบานพักที่เชาใหนอน นอกคาย ทุกคนที่ไดมาพักลวนมีความมุงหมายคลายกันคือ เที่ยวใหสนุกกับหาซื้อของที่จะ นำไปฝากทางบาน หรือของใชที่จะนำไปใชเอง ในตัวเมืองที่พักอยูจะมีสารวัตรของทุกชาติ ที่มารวมรบและใชบริการพักผอนที่นี่คอยดูแลเรื่องวินัย และการชวยเหลือเมื่อจำเปนแก ทหารที่มาพักผอน เมื่อครบกำหนดวันกลับเขาแนวรบ ทุกคนตองมารวมกันในคายที่พัก เพื่อขับรถไป สนามบิน แลวขึ้นเครื่องบินกลับไปยังอูจองบู เพื่อกลับเขาหนวยตอไป ซึ่งขากลับนี้ นอกจาก จะมีของที่ตองบรรทุกไปบนเครื่องแลว ยังมีของติดตัวกันพะรุงพะรังอีกดวย ปรากฏวา กระเปาแฟบกันหมดทุกคน ทุกครั้งที่มีทหารไทยไปพักผอน เมื่อถึงกำหนดวันกลับ มีหลายผลัดที่มารวมพลไมครบคงหลบซอนอยูที่โตเกียวแตตอมาไมกี่วันเงินหมดก็ตองรีบ มารายงานตัวที่ บก.หนวยทหารติดตอของไทย และถูกสงตัวกลับไปสนามรบตอไป เมื่อหนวยลงมาเปนกองหนุนไดประมาณ 2 เดือน ก็ตองกลับขึ้นไปประจำแนวตั้ง รับ แตจะไมซ้ำกับที่เดิม ตองเคลื่อนยายหนวยเวลากลางคืนไปขึ้นแนวในดานอื่น ๆ ตอไป ปฏิบัติหนาที่เชนนี้สลับกันไปจนครบกำหนดที่กำลังผลัดเปลี่ยนชุดใหญจากประเทศไทย มาถึง เมื่อรับสงหนาที่กันแลว กำลังพลผลัดที่ 2 ที่ขาพเจาสังกัดอยูดวยก็ถูกสงกลับ ประเทศไทยทางเรือจากทาเรือที่เมืองปูซาน ตอนจะขึ้นเรือก็มีการสั่งเสียรองหมรองไหกัน ระหวางหนุมทหารไทยกับสาวเกาหลี โดยเฉพาะสาวเกาหลีใชน้ำตาเรียกความสงสารจาก ทหารไทยไดเกงมาก สำหรับขาพเจาโชคดี มีโอกาสกลับทางเครื่องบินตองเดินทางโดย เครื่องบินทหารอเมริกันจากเกาหลีไปโตเกียวอีกครั้ง พักอยูที่นั่นหนึ่งสัปดาหแลวจึงจับ เครื่องบินของสายการบินไทยกลับกรุงเทพฯ รวมเวลาไปปฏิบัติงานอยูที่เกาหลี 13 เดือน โดยที่ระหวางปฏิบัติหนาที่อยูในเกาหลีนี้เองขาพเจาก็ไดรับการเลื่อนยศจากรอยโท เปนรอยเอก ระหวางอยูในสนาม โดยผบ.พล.ร.ที่ 2 (Ivanho) ซึ่งกองพันทหารไทยเปนหนวย ขึ้นตรงกับกองพลนี้เปนผูประดับยศใหในสนามนั่นเอง
48 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว เหตุการณหลังกลับจากสงครามเกาหลี หลังจากกลับจากเกาหลี เมื่อไดพักตามกำหนดแลวก็เขารายงานตัวที่หนวยตน สังกัด คือกองพันทหารราบของศูนยการทหารราบ ในตำแหนงผูบังคับกองรอยอาวุธเบา ที่ 1 เมื่อรับหนาที่แลวประมาณเดือนเศษ ก็มีปญหาสำคัญเกิดขึ้นกับกองรอยที่ขาพเจาเปน ผูบังคับบัญชา กลาวคือ ภายในกองรอยอาวุธเบานอกจากจะมีอาวุธปนเล็กยาว, เล็กสั้น, ปนกลเบากับเครื่องยิงลูกระเบิดขนาดเล็กแลว ยังมีเครื่องยิงจรวดตอสูรถถังที่เรียกวา บาซูกา อยูดวย แตเพื่อความสะดวกในการฝก ทางกองพันจึงมอบหมายใหกองรอยที่ 4 (ซึ่งเปนกองรอยอาวุธหนัก) รับผิดชอบฝกทหารใหมที่ถูกบรรจุเปนพลประจำเครื่องยิงจรวดฯ ของทุกกองรอย กองรอยที่ 1 จึงตองสงทหารพรอมเบิกกระสุนจริงของบาซูกาใหกับ กองรอยที่ 4 ไปเพื่อใชในการฝกยิงดวยกระสุนจริง แตภายหลังปรากฏวามีผูรองเรียนไปยัง กองทัพบกเปนใจความวา มีผูทุจริตนำกระสุนจริงของบาซูกาที่ใชในการฝกไปขายกับบุคคล ภายนอก กองทัพบกจึงตั้งจเรทหารบกเปนประธานกรรมการ มาทำการสอบสวน ปรากฏเปนความจริง และผูกระทำผิดรับสารภาพ สามารถนำกระสุนจริงกลับมาไดบางสวน นอกนั้นถูกขายไปบางแลว ทางกองทัพบกจึงสั่งลงโทษผูทำผิดตองออกจากราชการ ผูบังคับบัญชาบางคนของผูรับการฝกทุกคน ถูกงดบำเหน็จประจำปนั้น และถูกลงทัณฑ สวนขาพเจาในฐานะที่เพิ่งกลับจากราชการตางประเทศ นอกจากถูกงดบำเหน็จแลวตองถูก ยายไปเปนผูบังคับกองรอยที่ 1ของกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 ที่นครสวรรค ซึ่งเปนการ ถูกลงโทษเพียงครั้งเดียวในชีวิตการรับราชการของขาพเจา การปฏิบัติงานในตำแหนงผูบังคับ กองรอยอาวุธเบานี้เปนไปดวยดี ทั้งนี้เพราะขาพเจาอยูที่ศูนยการทหารราบ มีความรูและ ประสบการณในกิจกรรมของทหารราบ จากการปฏิบัติมาแลวเปนอยางดี จึงเปนเหตุใหผู บังคับบัญชาและผูใหญที่นี่ ใชงานในดานการฝกการอบรมเรื่องตาง ๆ แกกำลังพลในระดับ หนวยขึ้นตรงของกองพันอยูเสมอ ๆ และในระหวางนี้เอง ขาพเจาก็พยายามฟนฟูภาษา อังกฤษ และเขาสอบแขงขันไปเรียนในโรงเรียนทหารราบของอเมริกัน ที่ Fort Benning Georgia ผลปรากฏวาสอบได จึงตองไปศึกษาหลักสูตร Basic Infantry Officer Course กับหลักสูตร Infantry Motor Officer Course รวมเวลา 1 ป 2 เดือน ซึ่งการเรียน ในตอนแรกจะลำบาก ตองขยันอานตำราและเปด Dictionary กับฝกฝนการฟงและ การพูดภาษาอยูตลอดเวลา แตก็สามารถผานการทดสอบมาไดโดยตลอด และมีโอกาสได ไปเที่ยวเมืองใกล ๆ กับ Fort Benning เมื่อโรงเรียนหยุดปลายปเปนระยะเวลาเดือนเศษ จึงไดไปเที่ยวถึงวอชิงตันและนิวยอรค โดยมี ร.ต.สมคิด จงพยุหะ ซึ่งเรียนอยูชั้นเดียวกัน กับ ร.ต.ณรงค กิตติขจร ซึ่งเรียนอยูในรุนถัดไปหนึ่งรุนรวมไปดวย ไดไปดูระบำโป กินอาหาร ใน restaurant ระดับ international รวมทั้งการหาความสำราญตามถนัด จนมีประสบการณ
49 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว การถูกลวงกระเปาที่นิวยอรค จากนั้นเมื่อกลับเขาคายก็เขารับการศึกษาหลักสูตร Motor Officer อีกประมาณ 4 เดือน จึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินของกองทัพอเมริกัน ซึ่งตองหยุดพักตามฐานทัพตาง ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟก เนื่องจากตองรอเที่ยวบินที่จะบิน เขากรุงเทพฯ จึงเดินทางตอได เมื่อถึงกรุงเทพฯ และรายงานตัวกับกรมยุทธศึกษาทหารบกแลว ก็ตองไป รายงานตัวที่ตนสังกัด คือ ร.4 พัน 1 นครสวรรค ตอนนี้ไดเลื่อนขั้นเปนนายทหารการฝก ของกองพัน (ฝอ.3) และไดรับหนาที่ใหทำงานรวมกับคณะที่ปรึกษาของ Jusmag (ที่ปรึกษา ทางทหารของกองทัพอเมริกัน) ที่มาฝกการใชอาวุธและยุทธวิธีแบบใหม โดยทำหนาที่ เปนลาม จากนั้นตอมาอีกประมาณ 4 เดือน ขาพเจาก็ถูกยายกลับเขามาอยูที่กองวิชาการ ของศูนยการทหารราบที่ลพบุรี ระหวางรับราชการในชวงนี้ ขาพเจาก็ตัดสินใจจะเขาศึกษา ในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ซึ่งตองมีการสอบแขงขันกัน เพราะรับเขาศึกษาจำนวนจำกัด จึงตองเตรียมตัวดวยการเขามาติว (กวดวิชา) วิชาเฉพาะของทหารทุกเหลา และวิชายุทธวิธี ในการรบ โดยเฉพาะวิชาการรบของกองทหารขนาดใหญ ซึ่งมีตำราเลมใหญหนาประมาณ เกือบ 2 นิ้ว ที่จะตองทองจำหลักการและหลักเกณฑตาง ๆ เปนจำนวนมาก โดยวันเสาร อาทิตยตองเดินทางจากลพบุรีเขากรุงเทพฯ เพราะอาจารยผูติวสวนใหญเปนอาจารยใน โรงเรียนเสนาธิการทหารบกซึ่งอยูในกรุงเทพฯ ขาพเจาใชเวลาเตรียมตัวเปนเวลา 1 ปเต็ม จึงเขาสอบ เมื่อทราบผลการสอบได ขาพเจาก็ไดเลื่อนยศเปนพันตรี เขาศึกษาเปนนักเรียนโรงเรียนเสนาธิการทหารบกชุดที่ 37 ซึ่งเปนรุนแรกที่ใชหลักสูตร 1 ป (เดิม 2 ป) โดยใชหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการของอเมริกา เปนหลักและเปนรุนแรกที่ตองยายโรงเรียนไปเรียนที่สวนสนจังหวัดประจวบคีรีขันธ เมื่อจบจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบกแลว ขาพเจาก็ตองถูกบรรจุเปนประจำแผนกยุทธการ ของศูนยการทหารราบอีกครั้งหนึ่งเปนเวลา 2 ป จึงไดยายมาเปนฝายเสนาธิการ โรงเรียนนายรอยพระจุลจอมเกลาฯ และตอมาไดรับพระราชทานยศเปนพันโท ซึ่งขาพเจา มีความภูมิใจวาเปนโชคดีที่ไดมีโอกาสกลับมารับใชโรงเรียนนายรอย อันเปนตนกำเนิดวิชาชีพ ทหารของขาพเจา รับใชโรงเรียนนายรอยอยู 5 ปเศษ จึงถูกยายไปเปนนายทหารประจำ กรมกำลังพลทหารบก โดยไดรับพระราชทานยศเปนพันเอก ซึ่งขาพเจามีโอกาสปฏิบัติ ราชการอยูที่กรมกำลังพลทหารบกไมถึง 1 ป ทางราชการไดจัดตั้งหนวยงานพิเศษขึ้น เพื่อรับสถานการณกอการรายของพรรคคอมมิวนิสตแหงประเทศไทย ใชชื่อวากองบัญชาการ ปราบปรามคอมมิวนิสต แตตอมาเปลี่ยน เปนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน โดยขั้นตนมีสำนักงานอยูที่วังสวนกุหลาบ ตอมาภายหลังไดยายเขามาอยูในบริเวณสวนรื่นฤดี ในการจัดตั้งหนวยนี้ใชกำลังทหารเปนหลัก ทั้งผูบังคับบัญชา และฝายอำนวยการก็ใชทหาร เปนหลัก โดยมีขาราชการพลเรือน ตำรวจเขามารวมดวยเรียกวาฝายกิจการพลเรือน ขาพเจาพรอมดวยนายทหารชั้นรอยเอก 1 คน กับเสมียนชั้นนายสิบอีก 2 คน ไดถูกจัดเปน
50 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ทีมงานกำลังพลของหนวยจัดตั้งใหมนี้ โดยขึ้นตรงตอผูชวยเสนาธิการทหารบกฝายยุทธการ ซึ่งทำหนาที่เปนหัวหนาฝายปราบปรามของกองอำนวยการนี้ เนื่องจากเปนหนวยที่ตองใช กำลังทั้งทหาร ตำรวจ และขาราชการพลเรือน กับราษฎรอาสาสมัคร เขาปฏิบัติการรวมกัน แตกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ หรือเรียกรวมวาแบบธรรมเนียมทางดานกำลังพลของแตละ สายไมเหมือนกัน การออกไปทำงานตอสูกับผูกอการรายแลวไดรับอันตรายบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตก็ไดรับผลตอบแทนไมหมือนกัน จึงจำเปนตองสรางกฎเกณฑขึ้นมาใหม ใหทุกคนที่เขาปฏิบัติการ พวกไดรับอันตรายก็ตองไดรับสิทธิเหมือนกัน หรือพวกปฏิบัติการ ดวยกันก็ตองไดรับสิทธิเทากันทุกราย ซึ่งเปนเรื่องละเอียดออน และยุงยากมากที่จะปรับปรุง ใหใชกฎเกณฑอยางเดียวกัน แตก็สามารถทำไดสำเร็จ ทั้งนี้เนื่องจากไดรับการสนับสนุน จากผูใหญและผูบังคับบัญชาชั้นสูง รวมทั้งระดับเจาหนาที่แตละสายงานของหนวยตนสังกัด เปนอยางดียิ่ง ขาพเจาปฏิบัติงานในหนาที่หัวหนาฝายกำลังพลของกองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายใน ตั้งแตวันที่ 8 ธันวาคม 2508 ตอมาก็ไดรับคำสั่งใหไปปฏิบัติราชการ พิเศษในประเทศที่ 3 เปนเวลา 1 ป แลวจึงกลับมาปฏิบัติหนาที่หัวหนาฝายกำลังพลของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงตอไปตามเดิม จนถึงปลายป พ.ศ. 2520 จึงไดเขา ดำรงตำแหนงรองเจากรมกำลังพลทหารบก และในปตอมาจึงไดรับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกลาฯใหดำรงตำแหนงเจากรมกำลังพลทหารบก และไดรับพระราชทานยศพลตรี ในระหวางทำหนาที่รอง และเจากรมกำลังพลทหารบก ก็ยังไดรับความไววางใจจากผูบังคับ บัญชา ใหดูแลงานกำลังพลของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในเชนเดิมควบคูไปดวย ชวงเวลาที่เปนรองเจากรมและเจากรมกำลังพลนั้น ไดมีเหตุการณสำคัญเกิดขึ้น 2 ครั้ง คือ เหตุการณใชกำลังพลเขายึดอำนาจรัฐ แตไมสำเร็จ สามารถผานพนเหตุการณไปได ดวยดี แตก็ตองเหน็ดเหนื่อยไมนอยทีเดียว และในเดือนตุลาคม 2524 นั้นเอง ขาพเจาก็ได รับพระมหากรุณาโปรดเกลาฯ ใหดำรงตำแหนงผูชวยเสนาธิการทหารบกฝายกำลังพล ตามดวยไดรับพระราชทานยศพลโท จนกระทั่งเกษียณอายุจากราชการทหารเมื่อ 1 ตุลาคม 2526 รวมเวลาตั้งแตจบจากโรงเรียนเตรียมทหารบกแลวขึ้นทะเบียนเปนทหารประจำการ เปนเวลา 42 ป ในตอนที่ขาพเจาเกษียณตองพนจากการรับราชการทหารแลวนั้น ตอมาจนถึง ป พ.ศ. 2539 ขาพเจาไดรับพระมหากรุณาธิคุณจากองคพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานใหขาพเจาไดรับยศพลเอก เปนกรณีพิเศษ ซึ่งนับเปน พระมหากรุณาธิคุณเปนลนพนแกขาพเจาเปนอยางยิ่ง
51 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 51 ชีวิตหลังเกษียณ
53 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ชีวิตหลังเกษียณจากราชการ ตั้งแต 1 ตุลาคม 2526 ผมเปนทหารนอกราชการ แตยังตองชวยราชการปฏิบัติงาน ใน กอ.รมน. ตอจนถึง 25 ธันวาคม 2526 ในระหวางนี้ คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี (หัวหนากลุมผูลงทุนบริษัทสุราทิพย)ไดมาพบที่บานเพื่อเชิญใหผมไปชวยปฏิบัติงานในหนาที่ ประธานกลุมบริษัทสุราทิพย ผมไดพิจารณาแลวเห็นวาลักษณะของงานเปนการบริหาร ระดับสูง ตองการการตัดสินใจอยางถูกตอง และเปนงานที่มีประโยชนตอประเทศชาติดาน เศรษฐกิจและความมั่นคง ซึ่งผมมั่นใจวารับหนาที่นี้ไดจึงไดตอบรับกับคุณเจริญ และ ไดไปรับหนาที่ตั้งแตวันที่ 1 มกราคม 2527 เปนตนไป ซึ่งทั้งนี้ผมตองขอขอบคุณ คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ไวในโอกาสนี้ดวย การปฏิบัติงานในหนาที่ประธานกรรมการกลุมบริษัทสุราทิพย ในวันที่ไปรับหนาที่ใหม ณ สำนักงานของเครือบริษัท ที.ซี.ซี. ของคุณเจริญฯ กับคณะผูลงทุนรวมกันรับสัมปทานการผลิตสุราของกรมสรรพสามิต (มีทั้งสุราขาว 28 ดีกรี กับสุราพิเศษยี่หอหงสทอง) ซึ่งแบงเปน 12 บริษัทๆละ 1 เขต รวมเปน 12 เขต ทั่วประเทศ เวนแตเขตกรุงเทพมหานครที่ไมมีสิทธิเขามาขายได การผลิตซึ่งจะตองปฏิบัติตามสัญญา ที่ทำไวกับกรมสรรพสามิตที่สำคัญคือ ตองสรางโรงงานผลิตตามเขตตาง ๆ รวม 12 โรง (เนื่องจากมีโรงงานอยูแลว 1 โรง ตองสรางใหม 11 โรง) และตองจายเงินคาสิทธิการผลิต ลวงหนาจำนวนมาก และตองผลิตสุราออกจำหนายใหไดปละ 16 ลานลิตร เปนเวลา 15 ป ถาขายไมหมดก็ตองจายเงินเต็มตามจำนวนที่กำหนดไว ทั้งนี้เนื่องจากขณะนั้นรัฐบาล กำลังตองการเงินไปบริหารประเทศ เพราะเศรษฐกิจกำลังตก เงินคงคลังมีนอยมาก
54 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว เมื่อผมรับหนาที่เปนประธานของกลุมบริษัทสุราทิพยทั้ง 12 บริษัทแลว ก็ตองศึกษา ใหทราบพื้นฐานดานตางๆของบริษัท ไดมีโอกาสดู Cash flow ของป 2527 ซึ่งกำลังกอสราง โรงงานทั้ง 12 โรง ก็ตกใจ เพราะเปนเงินกูจำนวนมากที่ตองเสียดอกเบี้ย แลวยังตอง สงเงินใหแกรัฐบาลตามจำนวนที่ผลิตสุราตามโควตา กับคาสิทธิประโยชนประจำป อีกดวย เมื่อไดศึกษารายละเอียดถึงภาระหนาที่ของบริษัท มีทั้งการหาเงินมาสงใหรัฐ ลวงหนาตามสัญญา การหาเงินมากอสรางโรงงาน 12 โรง คาดอกเบี้ยที่บริษัทกูเงินจาก สถาบันการเงินเกือบทุกแหงในประเทศ และคาใชจายในการดำเนินงานของบริษัทดวยแลว ก็รูสึกวิตกกังวลวาจะรับไหวหรือไม แตเมื่อคิดดูแลว บรรดาผูถือหุนของกลุมบริษัทซึ่งมีฐานะ การเงินดีตามปกติอยูแลวเขายังกลาลงทุนทำไดก็คิดวาเขาคงมองเห็นทางสำเร็จไวแลว เขาจึงกลาลงทุน ประกอบกับไดทราบวาทางราชการก็ตองการใหนักธุรกิจกลุมนี้ เปนแหลงหาเงินให เพื่อแกปญหาการขาดเงินบริหารประเทศ จึงไดรวมมือรวมใจ ทุมเทการทำงานกันอยางเต็มความสามารถเพื่อความสำเร็จ
55 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว งานกอสรางโรงงาน 12 โรง เมื่อบริษัทฯไดรับสัมปทานการผลิตและขายสุราของกรมสรรพสามิตแลว ก็มี งานสำคัญที่ตองดำเนินการตามสัญญาในขั้นตน คือการกอสรางโรงงานผลิตสุราและ โซดากับน้ำควบคูกันไป เปนจำนวน 12 โรง กระจายในพื้นที่ของเขตการคาสุราของ กรมสรรพสามิตทั่วประเทศ (เวนเขต กทม.) จำนวน 12 เขต (เขตละ 1 โรงงาน) ซึ่งใน จำนวน 12 เขตนี้ มีอยู 1 เขต ที่บริษัทฯประมูลไดรับสิทธิการผลิตและขายสุราไวกอนแลว (1 เขต มี 11 จังหวัด) และตองสรางใหเสร็จภายในเวลา 2 ป แตละโรงงานใชพื้นที่ ไมต่ำกวา 20 ไร ในระหวางการกอสราง เนื่องจากตองเริ่มสรางพรอมกันทั้ง 12 โรง จึงมีบริษัท ผูรับเหมาเขามาดำเนินการตามผลการประมูลไดรับสิทธิการกอสรางเปนราย ๆ ไป ซึ่งมีทั้งเรื่องการปรับปรุงพื้นที่ การวางผังโรงงาน โรงงานยอยแตละประเภทที่จะสนับสนุน การผลิตสุรา โซดา และน้ำ การแยกแหลงเก็บวัตถุดิบและอุปกรณหีบหอ โดยเฉพาะวัสดุ พิธีวางศิลาฤกษกอสรางโรงงานผลิตสุรา
56 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว สำเร็จรูปที่จะตองสั่งจากตางประเทศเปนพิเศษตามสเปคของแบบโครงสรางโรงงาน ตามสัญญาซึ่งทุกอยาง ตองวางแผนอยางรอบคอบ เพราะผูรับเหมาแตละโรงมีหลายกลุม หลายอุปกรณ หลายอาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินการของโรงงาน เชน อาคาร เรือนโรง ถนน เฉพาะเครื่องกลตางๆที่จะประกอบกันเพื่อใหเครื่องกลทำงาน สัมพันธกัน ตั้งแตสงวัตถุดิบเขาไปที่ตนทาง ผานกรรมวิธีตาง ๆ ไปตามลำดับ จนถึงปลาย ทางออกมาเปนกลองบรรจุสุรา หรือลังบรรจุขวดน้ำ และขวดโซดา เรื่องดังกลาวที่มีผูรับเหมาแตละโรง มีหลายกลุม หลายเรื่อง และการติดตั้งหรือ การใชพื้นที่ก็ตองจัดสรรใหมใหตรงเวลาเดียวกันในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งคอนขางยุงยาก หรือมีการขัดของกันอยูเสมอ ตองมีการประชุมกันเปนสวนรวมทุกสัปดาหเพื่อแกปญหา ตาง ๆ ใหแกผูรับเหมาในแตละเรื่องใหสามารถสรางโรงงานขนาดใหญ 12 โรงใหเสร็จ ภายในเวลาที่กำหนด รวมถึงการสั่งซื้ออุปกรณบางชนิด ซึ่งมีหลายชนิดเปนอุปกรณพิเศษ ที่ตองสั่งซื้อจากตางประเทศ โดยตองวางแผนการสั่งซื้อและเวลารับของใหสอดคลองกับ ความตองการในการกอสราง โดยหลีกเลี่ยงไมใหสั่งของเขามากองรอคอยการติดตั้งอยูนาน เพราะจะทำใหเกิดความเสียหายมาก จากดอกเบี้ยของเงินที่สั่งซื้อ การเสี่ยงกับการที่ อุปกรณเหลานั้นจะชำรุด หรือเปลี่ยนสภาพ เสียกอนจะใชงาน อยางนอยที่สุดก็คือ สิ้นเปลืองพื้นที่เก็บรักษา ทำใหมีปญหา เพราะมีอุปกรณตองมาติดตั้ง และมาทำงานหลาย อยาง หลายผูรับเหมา แตพื้นที่ก็ไดกำหนดไวพอดีๆ ไมมีที่เหลือเฟอมากนัก ทั้งหมดจึงตอง มีการทำแผนรวมกัน และมีการประชุมเพื่อทราบปญหา และพิจารณาแกไขปญหานั้น รวมกัน แลวรับไปปฏิบัติ ผมตองทำหนาที่ประธานของที่ประชุมผูเกี่ยวของทุกสัปดาห เพราะมีปญหาให ตองแกไขและประสานงาน ระหวางผูรับเหมาแตละกลุม และบริษัทที่เกี่ยวของ ทั้ง12โรง เปนเวลา 2 ปเต็ม จึงสามารถสงโรงงานใหแกกรมสรรพสามิตไดตามกำหนด นอกจากการแกปญหาในดานการกอสรางโรงงานสุรา 12 โรงแลว ผมตองเผชิญ กับเหตุการณตอตานการกอสรางโรงงานจากประชาชนในจังหวัดที่โรงงานกำลังกอสรางอยู บางแหง ดวยการชุมนุม และมีผูนำกลาวโทษในลักษณะตอตานการกอสรางโรงงาน โดยอางวา จะทำใหน้ำในลำน้ำเสีย จากการปลอยน้ำเสียของโรงงาน ลงในลำน้ำที่อยูใกล เคียง และยกหัวขอเรื่องที่ชูขึ้นมาเพื่อตอตาน โดยถือเปนการมอมเมาประชาชน หนังสือพิมพประจำจังหวัดบางจังหวัด ถึงกับถายรูปรองระบายน้ำฝนของถนนภายใน หรือใกลโรงงาน มาลงขาวในหนังสือพิมพ โดยเขียนขาววา โรงงานเตรียมทอระบายน้ำเสีย ลงน้ำสาธารณะก็มี
57 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ซึ่งเหตุการณดังกลาว มักจะปรากฏใหเห็นในวันสำคัญของโรงงาน เชนวันทำพิธี วางศิลาฤกษ วันทำพิธีเปดโรงงาน หรือวันที่ผูใหญในคณะรัฐบาลเดินทางไปชมโรงงาน เปนครั้งคราว การแกไขเหตุการณดังกลาว ก็ตองทำกันหลายแบบหลายวิธี กลาวคือ การชี้แจง แกสื่อมวลชน ทั้งสวนกลางและสวนทองถิ่นของจังหวัดที่มีปญหาการลงขาว ทางเอกสารสื่อ มวลชนโดยตรง ไปพบปะกับหัวหนากลุมมวลชนที่ตอตาน และหาทางทำความเขาใจ โดยพาไปดูที่โรงงาน อธิบายปญหาที่สงสัย วาจะทำความเสียหายใหแกประชาชนไดเขาใจ หรือการออกเอกสาร เชนใบปลิว อธิบายเหตุผลและขอเท็จจริงใหทราบในนามของบริษัท รวมทั้งการเชิญผูที่ตอตานคนสำคัญๆ มาดูและฟงคำอธิบาย พรอมกับเชิญเจาหนาที่ ของกรมสรรพสามิต ในทองถิ่น มาชี้แจงใหทราบดวย ในชวงกอสรางโรงงานนี้ นอกจากผมตองเดินทางไปเยี่ยมเยียนและขอทราบขอมูล ขาวสารตามโรงงานตางๆ ตามแตโอกาสที่จะอำนวยให หรือเวลามีปญหาตองแกไข และตองเปนประธานในการประชุมผูเกี่ยวของ ตั้งแตระดับกรรมการและพนักงานผูเกี่ยวของ กับผูรับเหมาที่มีปญหา เพื่อพิจารณาแกปญหาตางๆถามี และรับฟงความคืบหนาในการ กอสรางในแตละเรื่อง รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวของอื่นๆของการกอสราง เชนเรื่องปญหาขัดของ ระหวางผูรับเหมาดวยกันในพื้นที่ของโรงงานเดียวกัน ก็ตองตัดสินปญหาใหงานของทุกฝาย ดำเนินไปตามแผนไดโดยไมหยุดชะงัก ซึ่งการที่จะทราบปญหาและใหผูเกี่ยวของกับปญหา เขาใจในเหตุการณ และตกลงในการปฏิบัติในเรื่องที่เกี่ยวของกัน เพื่อหลีกเลี่ยงไมให การปฏิบัติงานของกลุมหนึ่ง ไปขัดขวางการปฏิบัติงานของกลุมอื่นๆ ที่ตองปฏิบัติงานอยู ในบริเวณพื้นที่เดียวกัน ใหเปนไปไดโดยสะดวกดวยกันทุกฝาย ซึ่งเปนการหลีกเลี่ยงมิให การกอสรางในแตละสวนตองเสียเวลาไปโดยไมจำเปน เพื่อใหงานกอสรางเสร็จเรียบรอย ทันตามกำหนด ผมตองปฏิบัติหนาที่ดังกลาว และเดินทางไปดูงานที่โรงงานแตละแหง รวมทั้ง การติดตอประสานงานกับเจาหนาที่กรมสรรพสามิตที่เกี่ยวของเพื่อแกปญหาที่ขัดของ และทราบความคืบหนาการกอสรางเสมอ ๆ ในชวงเวลา 2 ปของการกอสรางโรงงาน จนกระทั่งสำเร็จ สามารถประกอบพิธีเปดโรงงานทั้ง 12 โรงไดทันตามกำหนด งานถัดจากการกอสรางโรงงานแลวเสร็จก็คือ การประกอบพิธีเปดโรงงานสุราทั้ง 12 โรง ในพื้นที่เขตการขายสุราของกรมสรรพสามิต 12 เขต ซึ่งผมตองไปทำหนาที่ เปนผูกลาวสงมอบโรงงานทั้ง 12 โรงแกประธานในพิธีฯ ทั้งสวนกลางและสวนทองถิ่น
58 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ในระดับปลัดกระทรวงหรือผูวาราชการจังหวัดที่เกี่ยวของ ซึ่งเมื่อประกอบพิธีเปดและ สงมอบโรงงานแลว บริษัทฯก็ไดเริ่มการผลิตและจำหนายสุรา น้ำดื่ม และโซดา ควบคูกันไป ดวย เมื่อผลิตแลวก็เปนเรื่องของการจัดจำหนายในตลาดตอไป ซึ่งเปนงานใหญ และ ตองวางทั่วเขตการขายที่กำหนดให คือทั่วประเทศ ยกเวนกรุงเทพมหานคร เรื่องของ การตลาดนี้ ผมก็ตองมีสวนเขาไปชวยเหลือดูแลในดานการปองกันและปราบปรามการผลิต และจำหนายสุราเถื่อน ผมเดินทางไปเกือบทั่วประเทศไทย รวมมือกับเจาหนาที่ กรมสรรพสามิต เขาดำเนินการตรวจคน บางแหงก็ตองใชกำลังตำรวจหรือทหาร (ถาเปน เรื่องในเขตทหาร) กับเจาหนาที่สรรพสามิต เขาดำเนินการจับกุมและยึดของกลาง บางแหงก็ใชการพูดเจรจาชี้แจงเหตุผล รวมทั้งการสนับสนุนจัดหาอุปกรณให เพื่อประกอบ อาชีพสุจริต หารายไดเลี้ยงครอบครัว แทนที่จะทำสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งก็ไดผลอยางมาก การปราบปรามการผลิตและการคาสุราเถื่อนนี้ ตองกระทำอยางตอเนื่องเปนป ๆ จึงจะได ผล การเขาไปแกไขในพื้นที่โดยวิธีทำความเขาใจและใหการชวยเหลือในดานการหารายได ทางอื่นโดยสุจริต จะสงผลดีไปไดเปนเวลานาน ดีกวาวิธีจับของกลางแลวปรับหรือ ลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งบริษัทฯไดยึดถือวิธีปฏิบัติดังกลาวมาตลอด และไดผลดีดวยกัน ทั้งสองฝาย งานการปองกันปราบปรามสุราเถื่อนนี้ ผมตองออกไปตามทองที่รวมกับ หนวยหนางานบริษัทฯ ประสานงานกับเจาหนาที่สรรพสามิตและตำรวจในพื้นที่ เขาดำเนินการรวมกันเสมอ นอกจากการแกปญหาในระหวางการกอสรางโรงงาน และการแกปญหาในชวง เปดโรงงาน กับการแกปญหาและการรณรงคอื่นๆ เชน การปราบปรามการผลิตและจำหนาย สุราเถื่อนแลว ก็ยังมีปญหาเกี่ยวของกับคูแขงในการผลิตและคาสุราภายในประเทศอีกปญหา หนึ่ง ซึ่งตองคอยระมัดระวังในการปองกันตนและแกขอกลาวหา รวมทั้งการตอสูกับคูแขง ทางดานการขอผอนปรนเงื่อนไขการปฏิบัติ หรือราคาสุรา ของบริษัทคูแขงอีกดวย เชนถูกกลาวหาวาปลอยน้ำเสียลงแมน้ำลำคลองบาง หรือการขอลดหยอนในเรื่องราคา หรือคาธรรมเนียมภาษีอากรกับทางราชการ เปนตน ซึ่งเปนการตอสูปองกันการเสียเปรียบ ในเชิงการคา ระหวางผูคาสินคาประเภทเดียวกัน ตองนำหลักฐานที่เปนขอเท็จจริงเขาไป ชี้แจงกับหนวยงานที่เปนเจาของเรื่อง และชี้ใหเห็นขอไดเปรียบเสียเปรียบ เสนอแนะจุดหรือ สภาพที่จะทำใหเกิดสภาพการคา ที่มีสิทธิในการจำหนาย และความเสมอภาคในเรื่องราคา ของสินคาที่มีคุณภาพทัดเทียมกัน รวมทั้งในเรื่องการจายภาษีใหแกรัฐ ก็ตองทัดเทียมกัน ไมวาสินคาประเภทเดียวกันนั้น จะมีสังกัดหนวยราชการที่ตางกัน ก็ตองไดรับความเสมอ ภาคกัน ซึ่งก็สามารถไดเขาไปชี้แจงถึงในระดับรัฐสภา และไดรับผลอันเปนที่นาพึงพอใจ
59 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ทำใหการดำเนินกิจการของบริษัทฯไมเสียเปรียบคูแขง จนกระทั่งเปนผลใหบริษัทใหญมาก ที่เปนคูแขง ตองเขามาเจรจาขอรวมกิจการกัน และผลสุดทาย บริษัทยักษใหญในการผลิต และคาสุราเหมือนกัน 2 บริษัท ไดเจรจาตกลงรวมกันเปนบริษัทเดียว มีผูบริหารกลุมเดียวกัน มีผูถือหุนเปนกลุมเดียวกันไดในที่สุด และเปนผลใหบริษัทสุราชั้นนำของประเทศคือ บริษัท สุรามหาราษฎร จำกัด ผูผลิตและจำหนายสุราแมโขง กับกลุมบริษัทสุราทิพย ผูผลิตและจำหนายสุราหงสทอง และสุราหงสทั้ง 12 โรง ทั้ง 2 บริษัทไดรวมตัวกันเปน บริษัทเดียวกัน บริหารโดยคณะกรรมการคณะเดียว ดวยวิธีรวมคณะกรรมการทั้งสองฝาย เขาเปนคณะเดียวกัน ซึ่งเปนการขจัดปญหา ไมใหเกิดการแกงแยงแขงขันกันผลิตและ ขายสุราแกประชาชน จนเปนเหตุใหเกิดการมอมเมาประชาชนได ในฐานะที่ผม ไดดำรงตำแหนงเปนประธานกรรมการของกลุมบริษัทสุราทิพย ก็รูสึกมีความยินดี เพราะจะเปนผลประโยชนแกประชาชน และก็ไดรวมมือกันทำงาน กับคณะกรรมการของฝายสุรามหาราษฎรเดิมตอไป ดวยความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน จนกระทั่งทั้ง 2 ฝายหมดอายุสัมปทาน ตองคืนกิจการและโรงงานใหแกรัฐ โดยไดจายเงิน ใหแกรัฐตามสัญญาโดยครบถวน ซึ่งเปนจำนวนเงินที่เรียกไดวามหาศาล สำหรับสิทธิใน การผลิตและขายสุราของรัฐบาล แตดวยความผูกพันทางจิตใจ คุณเจริญและคุณหญิงวรรณา กับคณะผูรวมลงทุนบางคน ก็ไดรวมกันซื้อโรงงานและที่ดิน รวมทั้งสิทธิของตราสุราเดิม จากราชการ มาดำเนินการตอไปจนกระทั่งบัดนี้ ในชวงเวลาของการประกอบพิธีเปดโรงงานทั้ง 12 โรงนี้ สวนมากก็เปนไป โดยเรียบรอย แตมีอยูแหงหนึ่งที่มีเหตุการณไมคาดคิด คือโรงงานสุราที่จังหวัดสุราษฎรธานี ซึ่งทางบริษัทฯไดเชิญผูวาราชการจังหวัดมาเปนประธานในพิธี แตทานตอบปฏิเสธ ดวยเหตุผลบางประการ บริษัทฯจึงไดทำหนังสือเชิญปลัดกระทรวงมหาดไทย คือทานพิศาล มูลศาสตรสาทร ไปเปนประธาน ซึ่งทานยินดีรับไปทำหนาที่ใหดวยความเต็มใจ เพราะคุน เคยและสนิทสนมกับผมเปนอยางดีเนื่องจากเปนผูมีความใกลชิดกับฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท เหมือนกัน ตั้งแตครั้งที่ผมยังรับราชการอยู และในวันประกอบพิธีเปดโรงงาน ที่สุราษฎรธานีนี้เอง ไดมีผูปลุกปนใหประชาชนเดินขบวนตอตานการสรางโรงงานสุราของ กรมสรรพสามิต โดยอางเหตุผลการตอตานวา โรงงานจะปลอยน้ำเสียลงแมน้ำพุมดวง ซึ่งไหลจากเขื่อนเชี่ยวหลานผานมาใกลๆโรงงาน (ทั้งนี้การที่ผูวาราชการจังหวัดไมรับเปน ประธานในพิธีเปดโรงงาน ก็คงจะเนื่องดวยทราบขาวลวงหนา ถึงความเคลื่อนไหวของ ผูรวมกลุมตอตานโรงงานนั่นเอง)
60 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ดวยปรากฏการณดังกลาว ทำใหผมนึกคิดถึงเหตุการณดังกลาวนี้แลว ก็คิดไดวา ในอนาคต อาจมีปญหาการขัดแยงกับประชาชนในพื้นที่มากขึ้น เพราะแมน้ำพุมดวงที่ ไหลผานหนาโรงงานฯไปนี้ มีเขื่อนเชี่ยวหลานกั้นอยู และแมน้ำพุมดวงตอนใตก็ไหลออก จากเขื่อนเชี่ยวหลานประมาณ 15 กม. ก็จะผานหนาโรงงานฯ ซึ่งเปนลักษณะที่อาจเกิด ปญหากับประชาชนอีกได ประกอบกับเขื่อนเชี่ยวหลานเปนเขื่อนสรางใหม ซากตนไมใหญ นอยในบริเวณเขื่อนยังทำใหน้ำในเขื่อนเนา พอถึงฤดูน้ำนอยเขื่อนอาจปลอยน้ำลงมา ซึ่งจะยังคงเปนน้ำเนาอยูและไหลผานโรงงานไป จะถูกประชาชนเขาใจหรืออางเหตุผลวา โรงงานปลอยน้ำเสียลงแมน้ำอีก (ซึ่งระบบการบำบัดน้ำเสียของโรงงาน สรางขึ้นเปนระบบ ปดและมีระบบบำบัดน้ำเสียเปนขั้นตอน และใชเครื่องตรวจคุณภาพน้ำ มาประกอบการ ตรวจสอบคุณภาพดวย ซึ่งน้ำเสียจะผานระบบนี้เปนเวลานานพอสมควร จนแนใจวา น้ำสะอาดจึงปลอยออกไปได) ดวยเหตุดังกลาวนี้ ผมจึงไดใหเจาหนาที่สิ่งแวดลอมของบริษัท ติดตอกับเจาหนาที่ สิ่งแวดลอมของจังหวัดสุราษฎรธานี โดยแจงวา บริษัทฯจะมอบเงินใหจัดสรางอุปกรณตรวจ สอบน้ำ ในแมน้ำพุมดวง 3 แหง คือ ที่ใตเขื่อน ที่กอนถึงหนาโรงงานฯและทายโรง งานฯ แลวขอใหเจาหนาที่สิ่งแวดลอมของจังหวัด พรอมดวยผูแทนโรงงานผูไดรับแตงตั้ง ใหรับผิดชอบเรื่องนี้ รวมกันตรวจและบันทึกคุณภาพน้ำ ณ จุดตรวจคุณภาพน้ำทั้ง 3 แหงนี้ ไวทุกวันที่ 15 ของเดือน แลวเย็บเปนเลมเก็บรักษาไว ณ สำนักงานเจาหนาที่สิ่งแวดลอม ของจังหวัดสุราษฎรธานี เมื่อโรงงานทั้ง 12 โรงไดสรางเสร็จสิ้นตามสัญญา ก็ไดสงมอบใหกับกรมสรรพสามิต แตบริษัทฯไดรับสิทธิใหใชโรงงานทั้ง 12 โรงเพื่อผลิตสุรา โซดา และน้ำดื่ม ออกจำหนายได เปนเวลา 15 ป โดยมีพื้นที่กระจายไดทั่วประเทศ ยกเวนกรุงเทพมหานคร กอนที่จะเริ่ม การผลิต ก็เปนธรรมเนียมไทย คือตองประกอบพิธีเปดโรงงาน แตละโรงจะเปดไมพรอมกัน ทั้งนี้เปนไปตามฤกษยามของแตละพื้นที่ และความสะดวกของประธานในพิธีเปดดวย ผมในฐานะเปนประธานของกลุมบริษัทฯก็จำเปนตองไปรวมประกอบพิธี โดยเชิญผูใหญของ จังหวัดอันเปนที่ตั้งของโรงงาน ทั้งขาราชการผูใหญที่เกี่ยวของในสวนกลาง ไปทำหนาที่เปน ประธานบาง และทั้ง 12 โรงก็สามารถเปดไดเรียบรอยเปนอยางดี ตอมาหลังจากนั้นประมาณ 6 เดือน ก็เกิดเรื่องตามที่คาดคิดไวจนได กลาวคือ มีผูหนึ่งในคณะรัฐมนตรี ไดนำคำรองเรียนของประชาชนที่จังหวัดสุราษฎรธานี เสนอเรื่อง เขาบรรจุในวาระการประชุมของคณะรัฐมนตรี โดยขณะนั้น ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท
61 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว เปนนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเคยรับราชการทหารเปนผูใตบังคับบัญชาของทานอยางใกลชิด ในสมัยที่ทานดำรงตำแหนงเปนผูบัญชาการทหารบก เมื่อผมทราบเรื่อง ก็ไดรีบติดตอ ใหพนักงานเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมของโรงงาน ของ บริษัทฯ ไปขอสำเนาสมุดบันทึกคุณภาพน้ำใตเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่บริษัทฯไดสนับสนุน สรางสถานีตรวจสอบคุณภาพน้ำใตเขื่อนไว โดยนำมาใหทันกอนวันประชุม ซึ่งมีเวลาเพียง 3 วัน แตก็ไดมาอยางเรียบรอย โดยผมไดนำไปกราบเรียน ฯพณฯ ที่บานพรอมเอกสาร และไดกราบเรียนเรื่องราวใหเขาใจ ทานไดกรุณารับและนำไปเขาที่ประชุม ซึ่งไดรับทราบ ขาวในภายหลังวา เมื่อถึงวาระการประชุมเรื่องนี้ ตามขอเสนอของบุคคลในคณะรัฐมนตรี คนหนึ่งเสนอวา ประชาชนในจังหวัดสุราษฎรธานี รองเรียนวาโรงงานสุราของกลุมบริษัท สุราทิพยที่จังหวัดสุราษฎรธานี ปลอยน้ำเสียลงไปในแมน้ำพุมดวง จนทำใหน้ำเสียไปตลอด ลำน้ำ ผูเลาไดเลาวา ทานปลอยใหคณะรัฐมนตรีในที่ประชุมอภิปราย และใหขอเสนอแนะ กันตาง ๆ นานา พอถึงตอนกอนจะสรุปปญหา ทานนายกรัฐมนตรี ก็ไดดูเอกสารบันทึก คุณภาพของแมน้ำพุมดวง ซึ่งบันทึกคุณภาพกอนวันประชุมเปนเวลา 10 วันแลว ปรากฏวา น้ำในแมน้ำพุมดวงเนา มาตั้งแตใตเขื่อนจนถึงทายโรงงานสุรา ทั้งนี้เนื่องจากเขื่อนเชี่ยวหลาน เปนเขื่อนสรางใหม วัชพืชตางๆยังคงจมน้ำ และทำใหน้ำเนาอยูในเขื่อน เมื่อมีฝนตกน้ำใน เขื่อนเพิ่มมากขึ้น จำเปนตองปลอยน้ำจากเขื่อนออกมาตามลำน้ำ น้ำเนาจึงไหลออกมาจาก เขื่อนดวย ขอใหผูเกี่ยวของนำไปพิจารณาแกไขเสีย ไมใชเรื่องของโรงงานสุรา ปรากฏวา ที่ประชุมเงียบหมด ทานจึงใหพิจารณาเรื่องอื่นตอไป เรื่องนี้ที่เขียนไว เพราะคิดวา นาจะเปนปรากฏการณ ที่มีอะไรดลใจ ใหผมฉุกคิดขึ้น ได จากเหตุการณที่ถูกประชาชนเดินขบวนตอตานการสรางโรงงาน ในวันประกอบพิธี เปดโรงงานเทานั้น ที่ทำใหสะกิดความคิดในการปองกันเหตุรายแกโรงงาน ซึ่งผมยังสงสัย อยูวา จะมีเทวดาองคใด แสดงปาฏิหาริยดลใจใหผมคิดการณไกล และไดประโยชนคุมคา อยางนี้ ทั้งๆที่ผมไมเคยมีประสบการณเชนนี้มากอนเลย แตก็คิดลวงหนาไวได หลังจากเปดโรงงานและเริ่มการผลิต ตอไปก็เปนหนาที่ฝายการตลาด ซึ่งจะตองนำ สินคาคือสุราหงสทอง โซดา และน้ำขวด ออกขาย งานที่ตองทำควบคูกันไปกับการตลาด ก็คือ การปราบปรามหรือขจัดการผลิตและจำหนายสุราเถื่อน ซึ่งมีอยูทั่วประเทศ ผมในฐานะประธานของบริษัทฯ ก็จำเปนตองเขาไปดูแล ในเรื่องการรณรงคและ การปราบปรามสุราเถื่อนทองที่ตางๆทั่วประเทศโดยรวมกับเจาพนักงานของกรมสรรพสามิต ในพื้นที่ทำการตรวจคน กวาดลาง ทั้งทางปราบปราม และทางจิตวิทยา โดยเฉพาะกับ
62 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว หนวยทหารตองใชวิธีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน โดยใหการสนับสนุน ในดานการทำ อาชีพอื่น ที่เหมาะสม และสามารถทำได โดยบริษัทฯใหทุนเพื่อใหดำเนินการได ซึ่งไดผลดี มาก ทำใหผูผลิตสุราเถื่อนตองเลิกลมไป ดวยความยินยอมดวยดีเปนจำนวนมาก นับวาเปนการตอสูปราบปรามที่ไดผลคุมคาและมีผลเปนระยะเวลานาน นอกเหนือจากการตอสูการปราบกิจการสุราเถื่อนแลว ยังตองมีภาระหนาที่ในการ ตอสูกับดานคูแขงทางการคาสินคาประเภทเดียวกันดวย ซึ่งนอกจากจะชิงไหวชิงพริบ ในชั้นเชิงทางการตลาดแลว ยังมีการตอสูโดยใชการเมืองเปนเครื่องมืออีกดวย ดวยการรองเรียน และการขอสิทธิตางๆ ที่จะทำใหเกิดความไดเปรียบในธุรกิจการคาสุรา เชนยื่นเรื่องราวขอผอนปรนเงื่อนไข หรือลดหยอนคาธรรมเนียมในบางเรื่อง เพื่อให ตนทุนต่ำ ซึ่งก็ตองเขาไปตอสูเพื่อใหไดรับสิทธิทัดเทียมกันดวย บางครั้งก็ปรากฏผลวาทั้ง สองฝายไมไดรับสิทธิที่ขอผอนผันไปก็มี และเรื่องราวตาง ๆ ดังกลาวมานี้ ผมตองเขาไป ทำหนาที่ซึ่งตองหาขอมูลขาวลับไดถูกตองและรูทันกับเวลา และตองหาทางปดเปาปองกัน และตอสูกับฝายตรงขาม โดยมีเปาหมายมิใหฝายเราเสียเปรียบ และไดรับประโยชนตามที่ ควรจะไดรับ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จตลอดมา จนกระทั่งสุดทายฝายตรงขาม ตองยินยอม ติดตอเขามาขอรวมมือหาทางประนีประนอมกัน และดวยการใชเวลาเจรจาความกัน ไมนานนัก ทั้งสองฝายคือแมโขงและหงสทองก็รวมกันเปนบริษัทเดียวโดยรัฐบาลเปน ตัวกลางในการเจรจาประนีประนอมใหลงตัวไดดวยดี และทั้งสองฝายรวมกันประกอบกิจการ ทั้งของกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง กับกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวง อุตสาหกรรม ใหเปนไปอยางราบรื่น ทำเงินสงใหรัฐบาลตามสัญญาถูกตองดวย จนจบสัญญา
63 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ความภาคภูมิ และความประทับใจ ความภาคภูมิ ของคุณพอ
65 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 1. ป พ.ศ. 2488 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายรอยทหารบก ไดรับการบรรจุเปน ผบ.หมวดในกองพันทหารราบ ที่ 27 ซึ่งเปน หนวยทหารที่กำลังปฏิบัติหนาที่ราชการสนามอยูที่เมืองเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศพมา ในสงครามมหาเอเชียบูรพา และไดถูกกำหนดใหไปวางกำลัง ปองกันชายแดน ที่บริเวณชองจอม จังหวัดสุรินทร
66 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 2. ในปพ.ศ. 2494 ถึงป พ.ศ.2495 ไปราชการสงครามเกาหลีในนาม ของกำลังสหประชาชาติ เปนกำลังพลผลัดที่สอง ปจจุบันเปนกำลังพล คนสุดทายที่ยังมีชีวิตอยู
67 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว Ã Ã
68 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว รวมปฏิบัติภาระกิจ กับกองกําลังสหประชาชาติ ในนามทหารไทย ที่สงครามเกาหลี ป 2494-2495 Ã
69 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 3. ในป พ.ศ. 2497 ถึง พศ. 2498 ไดไปศึกษาตอที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในหลักสูตรทหารราบที่ฟอรทเบนนิ่ง เมืองโคลัมบัส รัฐจอรเจีย ไดเขารับ การศึกษา 2 หลักสูตร คือ Basic Infantry Officer Course กับ Moter Officer Course นับเปนความภาคภูมิใจเชนเดียวกันรวมทั้ง ไดทำหนาที่เปนลามในการฝกทหารใหกับหนวย Jusmag – Thai ของสหรัฐอเมริกา
70 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 4. มีบทบาทสำคัญในงานดานกำลังพลดวยการสรางกฎเกณฑ กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ หรือแบบธรรมเนียมดานกำลังพล ในการพิจารณา ขอรับสิทธิกำลังพลดานตาง ๆ เปนตน และยังไดเดินทางไปปฏิบัติหนาที่ ราชการพิเศษในประเทศที่สาม เปนเวลา 1 ป ซึ่งเปนหนวยงาน ในการกำกับดูแลของ บก.333 (กองบัญชาการผสม 333)
71 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 5. ไดรับพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯใหดำรงตำแหนงสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภานิติบัญญัติแหงชาติ รวม 4 ครั้ง รวมระยะเวลาปฏิบัติ หนาที่ 11 ป ดังตอไปนี้ 5.1 สมาชิกวุฒิสภา หมายเลขทะเบียนที่ 66/2526 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2526 เปนกรรมาธิการการศึกษาและวัฒนธรรม สมาชิกสภา สิ้นสุดลงโดยเหตุออกตามวาระเมื่อ 22 เมษายน 2532 5.2 สมาชิกวุฒิสภา หมายเลขทะเบียนที่ 68/2532 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2532 สมาชิกสภาพสิ้นสุดลงโดยเหตุ ถูกยึดอำนาจการปกครอง แผนดิน ตามประกาศของคณะรักษาความสงบเรียบรอยแหงชาติ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ 2534
72 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว
73 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 6. ไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ 6.2 มหาปรมาภรณช�างเผือก 5 ธันวาคม 2536 6.1 มหาวชิรมงกุฎ 5 ธันวาคม 2526
74 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 7. ไดรับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานยศพลเอกเปน กรณีพิเศษ เมื่อปพ.ศ. 2539
75 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 8. ไดรับความไววางใจจาก ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปนกรรมการมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท
76 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว
77 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว คุณพอไดรับผิดชอบดูแลสวนยางพาราที่สระแกว ของมูลนิฐิรัฐบุรษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท เมื่อป 2549 มีคณะตาง ๆ มาเยี่ยมและขอดูงาน บรรยางานเกี่ยวกับสวนยางพาราที่จังหวัดสระแกว
78 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว สวนยางพาราที่อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแกว มูลนิธิ พลเอก เปรม ติณสูลานนท พล.อ. อภิชัย (อ็อด) พิณสายแกว (บุตรชาย) พาขาราชการ สถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง ไปดูงานที่สวนยางพารา จ.สระแกว
79 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว 9. ไดเปนประธานกลุมบริษัทสุราทิพยจำกัด ซึ่งเปนบริษัทไดรับสัมปทาน การผลิตและขายสุราของกรมสรรพสามิต ไดนำคณะทำงานของบริษัท รวมกันดำเนินการทุกอยางจนประสบความสำเร็จไดตามวัตถุประสงคของ ทางราชการ และสามารถนำเงินสงใหรัฐบาลตามสัญญาทุกประการเพื่อใช ในการพัฒนาประเทศในภาวะเศรษฐกิจถดถอยขณะนั้น เริ่มตั้งแต ป พ.ศ.2526
80 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว
81 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ภาพในความทรงจํา
83 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว
84 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว
85 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว คุณพอไปลงนามถวายพระพร ร.9 ณ รพ. ศิริราช โดยมี อดีตผอ.รพ.ศิริราช นพ.ชัยวัฒน โมกขะเวส มาตอนรับ
86 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว
87 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ทอดกฐินพระราชทาน วัดไชยชุมพลชนะสงคราม จังหวัดกาณจนบุรี 7 พฤศจิกายน 2535
88 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ทอดกฐินพระราชทาน วัดคลองโพธ จังหวัดอุตรดิตถ 2537 ทอดกฐินพระราชทาน วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย 17 ตุลาคม 2541
89 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว หลังพอแตงงาน มีลูกสาวคนโต หมอสุรียพร อายุไมถึง2ขวบ ป 2491 (มีคนอุมแทน) พอแมยืนริมสุด ซ�ายมือของรูป พอไปเยี่ยมลูกสาว (หมอสุรียพร)ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม ประมาณ ป 2512 มีลูกชายรวมไปดวยอีก 2 คน ครอบครัว
90 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว พอมาใหกําลังใจลูกสาว ขณะเปนผูอํานวยการกองกุมารเวชกรรม ในป พ.ศ. 2542 เตรียมงานเปดอาการพัชรกิติยาภา
91 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว ญาติคุณพอทั้งหมด สกุลอธิสุข และ สกุลทรัพยประเสริฐ
92 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว พล.อ.นพ พิณสายแกว (พอ) นายสิริ พิณสายแกว (พี่ชาย) นางสงา พวงพันธงาม (พี่สาว) หลาน และ เหลน บุตรธิดา ของคุณลุง สิริ-คุณลุงนิด พิณสายแกว และคุณปาสงา พวงพันธงามพี่ชายและพี่สาวของคุณพอ
93 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว พอถายรูปกับลูกทั้ง 4 คน พอถายรูปกับครอบครัวลูกชายคนโต พล.อ.อภิชัย พิณสายแกว
94 100 ปี คุณพ่อ พลเอก นพ พิณสายแก้ว พอถายรูปกับลูก 4 คน และหลาน ๆ แหลน ๆ ทุกเดือนเมษายนของทุกป พอจะนัดลูกหลานและญาติมาทําบุญ ที่วัดเปาวโลหิต อุทิศบุญกุศลใหยาเล็ก (มารดาของพอ)