แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรีปงบประมาณ 2561 ที่ปรึกษา นายแพทยอภิรักษ พิศุทธอาภรณ นายแพทยสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี บรรณาธิการ นางเกศรินทร ไทยศรีวงศ นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ดานสงเสริมพัฒนา) ผูชวยบรรณาธิการ นางสาวณัฐธยาน วงษวาทย แพทยแผนไทย นางสาวรัษฏาวัลย โพธิขันธ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ จังหวัดจันทบุรี
กิตติกรรมประกาศ แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบันจังหวัดจันทบุรี เลมนี้สําเร็จลุลวงดวยดี จากความกรุณาชวยเหลือ แนะนํา ใหคําปรึกษา ดวยความเอาใจใสอยางดียิ่งจากอาจารยเพ็ญศรีสงวนทรัพย และ อาจารยอาจิณ สวางชีพ อาจารยแพทยแผนไทยผูทรงคุณวุฒิคณะผูจัดทําขอกราบขอบพระคุณเปนอยางสูงมา ณ โอกาสนี้ ขอขอบคุณนายพินิต ชินสรอย เภสัชกรปฏิบัติการ โรงพยาบาลวังน้ําเย็น ที่สนับสนุนขอมูลที่เปนประโยชนใน การจัดทําแนวทางเวชปฏิบัติฯเลมนี้ ขอขอบคุณคณะกรรมการบริหารระบบและเครือขายบริการสุขภาพ จงหวั ัดจันทบุรี คณะกรรมการพัฒนาระบบ บริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาการแพทยแผนไทยและการแพทยผสมผสาน จังหวัดจันทบุรีและทีมสหสาขา วิชาชีพทุกทาน ที่ชวยตรวจสอบและใหขอเสนอแนะตางๆ ทําใหการจัดทําแนวทางเวชปฏิบัติฯเลมนี้มีความ สมบูรณครบถวนมากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณ นายแพทยอภิรักษ พิศุทธอาภรณ นายแพทยสาธารณสุข จังหวัดจันทบุรี นางเกศรินทร ไทยศรีวงศ นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ ดานสงเสริมพัฒนา บุคลากรกลุมงานการแพทยแผนไทย และการแพทยทางเลือก สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรีทุกทาน ที่ใหการสงเสริมและสนับสนุนปจจัยสําคัญ อันนํามาสูความสําเร็จของการดําเนินงานในครั้งนี้ทั้งดานนโยบาย บุคลากร วัสดุอุปกรณสถานที่ งบประมาณ โดยเฉพาะ อยางยิ่งคําชี้แนะตางๆที่ทําใหการจ ัดทําแนวทางเวชปฏิบัติเลมนี้สําเร็จลุลวงดวยดี คณะผูจัดทําหวังวา แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบันจังหวัดจันทบุรีปงบประมาณ 2561 เลมนี้จะเปนประโยชนตอผูปฏิบัติงาน สงผลดีตอผูรับบริการ และเปนการอนุรักษพัฒนาองคความรแพทยูแผนไทย ใหคงอยูเพื่อการพึ่งพาตนเองของประเทศชาติลดการนําเขายาจากตางประเทศ ใหคนไทยสุขภาพดีวิถีไทย เพื่อการ นําไปสูการสรางประเทศทมี่ั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ตอไป ทายที่สุด คณะผูจัดทําขอมอบคุณความดีทั้งหมด ที่เกิดจากการจัดทําและใชประโยชนจากแนวทางเวชปฏิบัติฯ เลมนี้ใหแกเหลาคณาจารยที่ไดประสิทธิประสาทวิชา ตลอดจนผูมีพระคุณทุกทาน เพื่อเปนกตัญูกตเวทิตาคุณ สําหรับ ขอบกพรองตางๆ ที่เกิดขึ้นนั้น คณะผูจัดทําตองขอภัยไวณ ที่นี้และยินดีที่จะรับฟงคําแนะนําจากทุกทานที่ไดนําไปใช เพื่อเปนประโยชนในการพัฒนางานการแพทยแผนไทยสืบตอไป คณะผูจัดทํา ก
คํานํา ภูมิปญญาดานการแพทยแผนไทยซึ่งเปนภูมิปญญาดั้งเดิมของคนไทย ที่ใชในการดูแลรักษาอาการเจ็บปวย มา ตั้งแตสมัยโบราณกาล ในปจจุบันไดมีการพัฒนาจนสามารถเขาสูระบบการบริการในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ซึ่ง ประชาชนใหความสนใจและใชบริการมากขึ้นตามลําดับ สํานักงานสาธารณสุข จังหวัดจันทบุรีไดรับการคัดเลือกใหเปน จังหวัดนํารองโครงการเมืองสมุนไพร ในปพ.ศ. 2561 และมีนโยบาย “สงเสริมการใชยาสมุนไพรในการดูแลสุขภาพของ ประชาชน และเนนการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน” จึงไดมีการออกประกาศ เรื่อง การสงเสริมการใชยา สมุนไพรในระบบบริการสุขภาพ จังหวัดจันทบุรีป 2561 แตในปจจุบันไมมีแนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทน ยาแผนปจจุบัน สําหรับบุคลากรทางการแพทยและสาธารณสุข ดังนั้นสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรีจึงไดจัดทํา แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรีเพื่อเปนแนวทางในการสั่งใชยาสมุนไพรใน การดูแลรักษาผูปวยใหเปนไปในทิศทางเดียวกันอยางถูกตอง เหมาะสมและปลอดภัย ทั้งยังเพิ่มความเชื่อมั่นในการใชยา สมุนไพรเพื่อบําบัดรักษาโรคตอไป แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรีที่จัดทําขึ้นตามประกาศสํานักงาน สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรีเรื่องรายการยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน 7 รายการ ไดแก 1. ยาขมิ้นชัน ใชทดแทนยา Simethicone Tablet 2. ยามะขามแขก ใชทดแทนยา Bisacodyl Tablet 3. ยาผสมเพชรสังฆาต ใชทดแทนยา Daflon, Sidual 4. ยาแกไอผสมมะขามปอม ใชทดแทนยา Brown Mixture 5. ยาประสะมะแวง ใชทดแทนยา Bromhexene Tablet 6. ยาเถาวัลยเปรียง ใชทดแทนยา Indomethacin Capsule 7. ครีมพญายอ ใชทดแทนยา Acyclovir Cream รายการยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน 7 รายการ นี้จําทําขึ้น เพื่อใชรักษาและบรรเทาอาการ 4 ระบบ ไดแกระบบทางเดินอาหาร (อาการทองอืด ทองเฟอ อาการทองผูก โรคริดสีดวงทวาร) ระบบทางเดินหายใจ (อาการไอ) ระบบผิวหนัง (โรคงูสวัดและเริม) และระบบกลามเนื้อ (อาการปวดกลามเนื้อ) ซึ่งรูปแบบการจัดทําแนวทาง เวชปฏิบัติประกอบดวยขอมูล 3 สวน สวนที่ 1 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน ประกอบดวย เนื้อหา 3 สวน สวนที่ 1 แนวทางการทําเวชปฏิบัติประกอบดวย ดังนี้1.คําจํากัดความ 2. แผนภูมิแนวทางเวชปฏิบัติการ ใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน (CPG) 3. คําอธิบายการใชแผนภูมิและแนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทน ยาแผนปจจุบัน (CPG) ประกอบดวย เกณฑการสงตอแพทยแผนปจจุบัน เกณฑการสงตอแพทยแผนไทย การรักษาดวย ศาสตรการแพทยแผนไทย การใหคําแนะนําการประเมินผลการรักษาและการจําหนายและการสิ้นสุดผลการรักษา สวนที่ 2 ยาสมุนไพร ไดแก 1. กรอบบัญชียา 2. ชื่อยา 3. ตัวยาสําคัญ 4. รูปแบบยา 5. สูตรตํารับ 6. รสยา 7. ขอบงใช 8. ขนาด และวิธีใช 9. จํานวนที่จาย/ครั้ง 10. ระยะเวลา 11. ขอหามใช 12. ขอควรระวัง 13. เหตุการณไมพึงประสงค 14. Drug Interaction 15. ขอมูลอื่น และ 16. การเปรียบเทียบการใชยาสมุนไพรเพื่อทดแทนยาแผนปจจุบัน สวนที่ 3 ภาคผนวก คณะผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวา แนวทางเวชปฏิบัติเลมนี้จะเปนประโยชนตอบุคลากรทางการแพทยและ สาธารณสุขในการใหบริการประชาชน และชวยสงเสริมปริมาณการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบันและสงเสริมยา สมุนไพรใหเปนที่ยอมรับมากขึ้น และหากทานมีขอเสนอแนะเพิ่มเติม หรือหากใชแนวทางเวชปฏิบัติเลมนี้แลวมี ขอบกพรองหรือมีสิ่งที่ควรแกไข ขอไดโปรดแจงกลุมงานแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก สํานักงานสาธารณสุข จังหวัดจันทบุรีเพื่อนํามาพิจารณาปรับปรุงแกไขแนวทางเวชปฏิบัติเลมนี้ใหมีความสมบูรณยิ่งขึ้นตอไป คณะผูจัดทํา ข
คําชี้แจง การใชแนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี คําชี้แจงการใชแนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรีมีวัตถุประสงคเพื่อให ผูอานเขาใจในความหมายหรือคําจํากัดความของโรคหรือกลุมอาการตาง ๆ รวมถึงคําอธิบายเกี่ยวกับเกณฑการคัดกรอง การใชยาสมุนไพร การใหคําแนะนําในการปฏิบัติตัว การประเมินผลการรักษา ซึ่งแนวทางเวชปฏิบัติเลมนี้เปนแนวทาง เวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จํานวน 7 รายการ ตามประกาศสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี เรื่อง การสงเสริมการใชยาสมุนไพรในระบบบริการสุขภาพ จังหวัดจันทบุรีป 2561 โดยมุงหวังใหหนังสือเลมนี้ เปนแนวทางสําหรับบุคลากรทางการแพทยและสาธารณสุขในสถานบริการของรัฐ ในการดูแลรักษาผูปวยใหเปนไปใน ทิศทางเดียวกันอยางถูกตอง เหมาะสมและปลอดภัย อีกทั้งยังเปนการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งของผูรับบริการและ ผูใหบริการ แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรีเปนแนวทางที่มีการบูรณาการทั้ง ศาสตรการแพทยแผนไทยและการแพทยแผนปจจุบันในการดูแลรักษาผูปวย โดยนํามาเรียบเรียงเปนหัวขอตางๆ ที่จําเปนและเปนประโยชนตอผูใชซึ่งเนื้อหาของแนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบันเลมนี้ ประกอบดวยเนื้อหา 3 สวน ดังนี้ 1. คําจํากัดความ 2. แผนภูมิแนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน (CPG) 3. คําอธิบายการใชแผนภูมิและแนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน (CPG) ประกอบดวย 3.1 เกณฑการสงตอแพทยแผนปจจุบัน หมายถึง การพิจารณาตามเกณฑที่กําหนดในแตละโรคหรืออาการ เมื่อผูปวยมีภาวะแทรกซอนหรือมีอาการรุนแรงมากขึ้น ที่เกินระดับความสามารถที่จะรักษาดวยศาสตรการแพทยแผน ไทย เพื่อสงตอแพทยแผนปจจุบัน 3.2 เกณฑการสงตอแพทยแผนไทย หมายถึง การพิจารณาตามเกณฑที่กําหนดในแตละโรคหรืออาการ เมื่อผูปวยไดรับยาสมุนไพรแลวอาการไมดีขึ้น จึงพิจารณาสงตอแพทยแผนไทยเพื่อทําหัตถการทางการแพทยแผนไทย รวมดวย 3.3 การรักษาดวยศาสตรการแพทยแผนไทย หมายถึง การรักษาดวยยาสมุนไพรที่เหมาะสมตอโรค หรืออาการ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบยา ขอบงใชขอหามและขอควรระวัง รวมถึงอันตรกิริยาระหวางยา สมุนไพรกบยาแผนป ั จจุบัน ที่ควรหลีกเลี่ยงหรือพิจารณาการใชตามความเหมาะสม 3.4 การใหคําแนะนํา หมายถึง ขอควรปฏิบัติที่เหมาะสมและจําเปนตอโรคหรืออาการ รวมกับการรักษา ดวยยาสมุนไพร เพื่อใหอาการดําเนินโรคดีขึ้น 3.5 การประเมินผลการรักษา หมายถึง การประเมินผลและการติดตามผลการรักษาหลังไดรับการรักษา ดวยยาสมุนไพร โดยใชหลักการประเมินตามวิธีการทางการแพทยแผนปจจุบันรวมกับวิธีการทางการแพทยแผนไทย เพื่อ พิจารณารับการรักษาตอเนื่องดวยยาสมุนไพร สงตอแพทยแผนปจจุบัน หรือยุติการรักษา 3.6 การจําหนายและการสิ้นสุดผลการรักษา หมายถึง การยุติการรักษาดวยยาสมุนไพร เมื่อผูปวยไมมี อาการหรืออาการแสดงของโรคหรืออาการ ค
สารบัญ หนา กิตติกรรมประกาศ ก คํานํา ข คําชี้แจงการใชแนวทางเวชปฏิบัติในการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน ค สารบัญ ง แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน (อาการ/โรคระบบทางเดินอาหาร) 1 อาการทองอืด ทองเฟอ 2 อาการทองผูก 6 โรคริดสีดวงทวาร 10 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน (อาการ/โรคระบบทางเดินหายใจ) 14 อาการไอ 15 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน (อาการ/โรคระบบผิวหนัง) 19 โรคงูสวัดและเริม 20 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน (อาการ/โรคระบบกลามเนื้อ) 25 อาการปวดกลามเนื้อ 26 รายละเอียดรายการยาตามบัญชียาจากสมุนไพร 30 เอกสารอางอิง 40 ภาคผนวก 43 รายนามคณะผูจัดทํา ประกาศสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี เรื่อง การสงเสริมการใชยาสมุนไพรในระบบบริการสุขภาพ จังหวัดจันทบุรี2561 รหัสยาสมุนไพร 24 หลัก รายการยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน 7 รายการ ง
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 1 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน อาการ/โรคระบบทางเดินอาหาร (อาการทองอดืทองเฟอ อาการทองผูก โรครดสิ ีดวงทวาร)
2 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี อาการทองอืด ทองเฟอ คําจํากัดความ อาการทองอืด ทองเฟอ หมายถึง ความไมสบายหรือความปวดที่เกิดขึ้นบริเวณชองทองสวนบน ซึ่งมัก มีอาการเรื้อรังหรือเปนๆ หายๆ ซึ่งบางครั้งอาจรวมถึงมีอาการอื่นที่อาจจะเกิดจากระบบทางเดินอาหารรวมดวย เชน อาการเจ็บหลังชองอก (Retrosternal Pain) คลื่นไสอาเจียน เบื่ออาหาร แนนทอง อิ่มเร็ว แสบรอนชองอก แตสําหรับในปจจุบันความหมายและคําจํากัดความของอาการทองอืด ทองเฟอ หลายการศึกษาใชตามหลักเกณฑ ของ Rome Working Teams Formulations III ที่ไดใหไวตั้งแต ป2006 ดังนี้ เกณฑการวินิจฉัยภาวะทองอืด ทองเฟอ โดย Rome Working Teams Formulations III (2006) อาการปวดทองหรือไมสบายทองที่สันนิษฐานวานาจะมีสาเหตุจากความผิดปกติของกระเพาะอาหารหรือลําไส เล็กสวนตน (Gastroduodenum) อาการเหลานี้ไดแก 1. ปวดทองบริเวณใตลิ้นป (Epigastric Pain) คือ อาการปวดที่เกิดขึ้นบริเวณระหวางสวนปลายของ Sternum กับสะดือ และอยูระหวางเสน Mid Clavicular Line ทั้ง 2 ขาง 2. แสบรอนทองบริเวณใตลิ้นป (Epigastric Burning) คือ อาการปวดที่เปนอาการแสบรอน (Burning) และไมราวขึ้นไปบริเวณหนาอก 3. แนนหรืออึดอัดทองหลังมื้ออาหาร (Post-Prandial Fullness) คือ ความรูสึกไมสบายเหมือนกับวา อาหารคางอยูในกระเพาะอาหารนานผิดปกติ 4. อิ่มเร็วกวาปกติ (Early Satiation) คือ รูสึกวากระเพาะอาหารเต็มเร็วผิดปกติหลังจากเริ่ม รับประทานอาหารทงทั้ี่ปริมาณอาหารที่รับประทานเขาไปนอยและทําใหไมสามารถรับประทานอาหารปริมาณปกติที่เคย รับประทานหมด จากคําจํากัดความของ Rome Working Teams Formulations III (2006) ไดแยกผูปวยที่มีอาการ ของกรดไหลยอนเปนอาการเดนออกจากผูปวยที่มีอาการทองอืด ทองเฟอ อื่นๆ โดยใหคําอธิบายตอในคําจํากัดความวา “... ผูปวยทองอืด ทองเฟอ บางรายอาจมีอาการเรอ หรือคลื่นไสอาเจียนไดบางรายอาจมีอาการแสบรอนกลางหนาอก (Heartburn) มีน้ํายอยจากกระเพาะอาหารขึ้นมาบริเวณลําคอ (Acid Regurgitation) แตไมใชอาการเดน …”
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 3 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาขมิ้นชันรักษาผูปวยที่มีอาการทองอืด ทองเฟอ ดีขึ้น ไมดีขึ้น หาย ไมดีขึ้น หมายเหตุ: ยาขมิ้นชัน ใชทดแทนยา Simethicone Tablet สงตอแพทยแผนปจจุบัน ยาขมิ้นชัน ขนาด 500 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 2-3 แคปซูล วนละั 3 ครั้ง หลังอาหารเชา กลางวัน เย็น (นาน 1 สัปดาห) การใหค ําแนะนํา *ดูหนาคําอธิบาย การรักษาดวยยาสมุนไพร เกณฑการคัดออก - มะเร็งในระบบทางเดินอาหาร - ลําไสอดตุัน - โรคหัวใจขาดเลือด - โรคนิ่วในถุงน้ําดี - ผูปวยที่ไดรับยา Warfarin อาการทองอืด ทองเฟอ ยุติการรักษา ไมอยูในเกณฑการคัดออก อยูในเกณฑการคัดออก หาย ติดตามอาการ 1 สัปดาห รับประทานยา ตอเนื่อง 3 สัปดาห ติดตามอาการ
4 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี คําอธิบาย 1. เกณฑการสงตอแพทยแผนปจจุบัน 1.1 กรณีที่ผูปวยอยูในเกณฑการคัดออก 1.2 กรณีใชยาสมุนไพรแลวอาการไมดีขึ้น 2. การรักษาดวยศาสตรการแพทยแผนไทย ยาขมิ้นชัน รูปแบบ: ยาแคปซูล ขนาด 500 มิลลิกรัม ขอบงใช:ขับลม บรรเทาอาการจุกเสียด แนนทอง ทองอืด ทองเฟอ แสบทองบริเวณใตลิ้นป ขนาดและวิธีใช: รับประทานครั้งละ 2-3 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเชา กลางวัน เย็น จํานวนที่จาย/ครั้ง: 45-60 แคปซูล ขอหามใช: หามใชกับผูที่ทอน้ําดีอุดตันหรือผูที่ไวตอยานี้ ขอควรระวัง: - ควรระวังการใชกับหญิงตั้งครรภยกเวนภายใตการดูแลของแพทย - ควรระวังการใชในผูที่มีอาการทองผูกรวมดวย หากมีอาการทองผูกรวมดวย ควรพิจารณา เปลี่ยนยาตัวอื่น เชน ธรณีสัณฑะฆาต ตรีผลา เปนตน - ควรระวังการใชกับเด็กอายุต่ํากวา 12 ป - ควรระวังการใชกับผูปวยโรคนิ่วในถุงน้ําดียกเวนภายใตการดูแลของแพทย Drug Interaction: คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยาขมิ้นชัน Warfarin ยับยั้งการเกาะกลุม ของเกล็ดเลือด (มีโอกาสเลือดออกงาย และเลือดแข็งตัวชา) หลีกเลี่ยง การใชยาสมุนไพร Aspirin 300 mg Isosorbide Mononitrate ยับยั้ง CYP 3A4, CYP 1A4 ทําใหยาที่เมตาบอไลทผาน เอนไซมเหลานี้แปรสภาพลดลง ทําใหระดับยาในเลือดสูงขึ้นได หลีกเลี่ยง การใชยาสมุนไพร Diclofenac Simvastatin Amlodipine Atovastatin
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 5 คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยาขมิ้นชัน Paracetamol เหนี่ยวนําเอนไซนCYP 2A6 ทําใหยาที่เมตาบอไลทผาน เอนไซมเหลานี้ แปรสภาพเพิ่มขึ้น ทําใหระดับยาในเลือดลดลงได พิจารณาการใชยา ตามความเหมาะสม 3. การใหคําแนะนํา 3.1 รับประทานอาหารใหตรงเวลา และเคี้ยวอาหารใหละเอียด 3.2 ไมควรรับประทานอาหารอิ่มเกินไป 3.3 หลีกเลี่ยงอาหารจําพวกถั่วที่มีรสมัน เชน ถั่วลิสง ถั่วแมคคาเดเมีย อัลมอนดถั่วปากอา เปนตน 3.4 หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสมันจัด เชน ของทอด ขาวขาหมูเปนตน 3.5 หลีกเลี่ยงเนื้อสัตวยอยยาก เชน เนื้อวัว เนื้อควาย เปนตน 3.6 หลีกเลี่ยงความเครียด 3.7 ปองกันไมใหเกิดอาการทองผูก เชน ออกกําลังกายอยางนอย 30 นาทีรับประทานอาหารที่มีกากใย 4. การประเมินผลการรักษา 4.1 นัดติดตามอาการ 1 สัปดาหถาไมมีอาการจึงยุติการรักษา 4.2 นัดติดตามอาการ 1 สัปดาหถาอาการไมดีขึ้น สงตอแพทยแผนปจจุบัน 4.3 นัดติดตามอาการ 1 สัปดาหถาอาการดีขึ้น ใหรับประทานยาตอเนื่อง 3 สัปดาห 4.4 นัดติดตามอาการ 3 สัปดาหถาไมมีอาการจึงยุติการรักษา 4.5 นัดติดตามอาการ 3 สัปดาหถาอาการไมดีขึ้น สงตอแพทยแผนปจจุบัน 5. การจําหนายและการสิ้นสุดการรักษา พิจารณาสิ้นสุดการรักษาเมื่ออาการทองอืด ทองเฟอ หาย
6 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี อาการทองผูก คําจํากัดความ อาการทองผูก หมายถึง ภาวะที่มีความถี่ในการถายอุจจาระนอยกวาปกติ ในคนปกติจะถายอุจจาระตั้งแตวัน ละ 3 ครั้ง ถึง 3 ครั้งตอสัปดาหดังนั้นถาผูใดถายอุจจาระนอยกวา 3 ครั้งตอสัปดาหก็ถือวาผิดปกติอาการทองผูกอาจ สัมพันธกับการถายอุจจาระลําบาก ตองใชเวลาเบงนานมากกวาปกติหรือมีอาการเจ็บทวารหนักเวลาถาย คนที่มีอาการ ทองผูกเกิดขึ้นนานติดตอกันเกิน 3 เดือน จะถือวามีอาการทองผูกเรื้อรัง อาการทองผูกที่ใชกันทางการแพทยแผนปจจุบัน ใชเกณฑของ Rome III Criteria โดยมีหลักเกณฑในการ วินิจฉัย ดังนี้ 1. ถายอุจจาระ นอยกวา 3 ครั้งตอสัปดาห 2. ตองเบงถายมากกวาปกติ 3. อุจจาระเปนกอนแข็ง (Lumpy or Hard Stool) 4. รูสึกถายอุจจาระไมสุด 5. มีความรูสึกวาถายไมออกเนื่องจากมีสิ่งอุดกั้นบริเวณทวารหนัก 6. ตองใชนิ้วมือชวยในการถายอุจจาระ มีอาการครบเกณฑดังกลาวขางตน ตั้งแต 2 อาการขึ้นไป เปนมานานมากกวา 3 เดือนและเริ่มมีอาการครั้งแรก (ไมจําเปนตองครบเกณฑ) นานกวา 6 เดือน จะถือวาผูปวยมีปญหาทองผูก
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 7 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยามะขามแขกรักษาผูปวยที่มีอาการทองผูก หมายเหตุ: ยามะขามแขก ใชทดแทนยา Bisacodyl Tablet ไมดีขึ้น ดีขึ้น สงตอแพทยแผนปจจุบัน อยูในเกณฑการคัดออก อาการทองผูก ยุติการรักษา เกณฑการคัดออก - เยื่อบุชองทองอักเสบ - มะเร็งในระบบทางเดินอาหาร - ทางเดินอาหารอุดตัน - ปวดทองโดยไมทราบสาเหตุ - ผูปวยที่ไดรับยา Warfarin ไมอยูในเกณฑการคัดออก ติดตามอาการ 1 สัปดาห ยามะขามแขก ขนาด 400 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 2-3 แคปซูล วนละั 1 ครั้ง กอนนอน (นาน 1 สัปดาห) การใหคําแนะนํา *ดูหนาคําอธิบาย การรักษาดวยยาสมุนไพร
8 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี คําอธิบาย 1. เกณฑการสงตอแพทยแผนปจจุบัน 1.1 กรณีที่ผูปวยอยูในเกณฑการคัดออก 1.2 กรณีใชยาสมุนไพรแลวอาการไมดีขึ้น 2. การรักษาดวยศาสตรการแพทยแผนไทย ยามะขามแขก รูปแบบ: ยาแคปซูล ขนาด 400 มิลลิกรัม ขอบงใช: บรรเทาอาการทองผูก (ไมถายอุจจาระมากกวา 3 ครั้งตอสัปดาห) อุจจาระแหงแข็ง เบงถายลําบาก ตองเบงถายนาน ขนาดและวิธีใช: รับประทานครั้งละ 2-3 แคปซูล วันละ 1 ครั้ง กอนนอน จํานวนที่จาย/ครั้ง: 20-30 แคปซูล ขอหามใช: ผูปวยที่มีภาวะทางเดินอาหารอุดตัน (Gastrointestinal Obstruction) และผูปวยปวดทองโดยไมทราบสาเหตุ ขอควรระวัง: - ควรระวังการใชยานี้ในเด็กอายุต่ํากวา 12 ป - ผูปวยลําไสอักเสบ (Inflammatory Bowel Disease) - ควรระวังในผูปวยที่เปนโรคหัวใจ - การรับประทานยาในขนาดสูง อาจทําใหเกิดไตอักเสบ (Nephritis) - ไมควรรับประทานยาติดตอกันนานเกิน 1 สัปดาหจะทําใหทองเสีย ซึ่งสงผลใหมีการสูญเสียน้ําและเกลือแรมากเกินไปโดยเฉพาะโพแทสเซียม และ การใชยาติดตอกันเปนระยะเวลานานจะทําใหลําไสใหญชินตอยา ถาไมใชยาจะ ไมถาย - ควรระวังการใชยานี้กับหญิงตั้งครรภและหญิงใหนมบุตร Drug Interaction: คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยามะขามแขก Warfarin ยับยั้งการเกาะกลุม ของเกล็ดเลือด (มีโอกาสเลือดออกงาย และเลือดแข็งตัวชา) หลีกเลี่ยง การใชยาสมุนไพร Aspirin 300 mg Astemizole Sennoside B inhibited CYP 2J2 catalyzed astemizole with 28%inhibition. (in vitro)
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 9 คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยามะขามแขก Digoxin Sennoside กระตุน การขับออกของ Potassium อาจทําใหมีอาการ หัวใจเตน ผิดปกติการมองเห็นผิดปกติ ปวดศีรษะ ออนเพลีย หลีกเลี่ยง การใชยาสมุนไพร Corticoadrenal steroids Sennoside กระตุนการขับ ออกของ Potassium ออก อาจทําใหเกิดภาวะอาการ hypokalemiaไดแกอาการ กลามเนื้อลา ตะคริว ปวด กลามเนื้อ หัวใจเตนระริก Diuretic drugs (furosemide (Lasix), HCTZ และอื่นๆ) Theophylline 3. การใหคําแนะนํา 3.1 รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เชน ผัก ผลไมขาวกลอง เปนตน 3.2 หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสฝาด เชน กลวยดิบ ฝรั่ง เปนตน 3.3 หลีกเลี่ยงเนื้อสัตวยอยยาก เชน เนื้อวัว เนื้อควาย เปนตน 3.4 ดื่มน้ํา วันละ 8-10 แกว 3.5 ออกกําลังกาย อยางนอย 30 นาทีจะชวยใหลําไสเคลื่อนไหวดีขึ้น 3.6 หลีกเลี่ยงความเครียด 3.7 ไมควรกลั้นอุจจาระ ควรขับถายใหตรงเวลา 3.8 ไมควรใชยาแกทองผูกเปนประจํา 4. การประเมินผลการรักษา 4.1 นัดติดตามอาการ 1 สัปดาหถาอาการดีขึ้นจึงยุติการรักษา 4.2 นัดติดตามอาการ 1 สัปดาหถาอาการไมดีขึ้น สงตอแพทยแผนปจจุบัน 5. การจําหนายและการสิ้นสุดการรักษา พิจารณาสิ้นสุดการรักษาเมื่อสามารถถายอุจจาระไดเปนปกติทุกวัน
10 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี โรคริดสีดวงทวาร คําจํากัดความ ริดสีดวงทวาร คือ ภาวะที่หลอดเลือดดําบริเวณทวารหนักเกิดการโปงพอง (ขอด) เปนหัว ซึ่งอาจมีไดหลายหัว และเปนพรอมกันไดหลายแหง ริดสีดวงทวารแบงออกเปน 2 ชนิด คือ ริดสีดวงภายในและริดสีดวงภายนอก 1. ริดสีดวงภายใน คือ กลุมหลอดเลือดดําที่อยูใตชั้นเยื่อบุลําไสภายในรูทวารหนักโปงพอง แบงตามความรุนแรงเปน 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ริดสีดวงไมยื่นออกมานอกขอบทวาร ระยะท 2 ี่ริดสีดวงยื่นออกมานอกขอบทวารขณะถายอุจจาระ และเลื่อนกลับเขาไปใน ทวารหนักหลังถายอุจจาระ ระยะท 3 ี่ริดสีดวงยื่นออกมานอกขอบทวารขณะถายอุจจาระ และหลังถายอุจจาระ ตองดันกลับเขาไปในทวารหนัก ระยะท 4 ี่ริดสีดวงยื่นออกมานอกทวารหนักตลอดเวลา 2. ริดสีดวงภายนอก คือ กลุมหลอดเลือดดําที่อยูใตผิวหนังบริเวณปากทวารหนักโปงพอง ซึ่งสามารถ มองเห็นและคลําไดเพราะผิวหนังรอบๆ ทวารจะถูกดันจนโปงออกมา อาการและอาการแสดงทางคลินิก มีเลือดออกทางทวารหนักระหวางที่ถายอุจจาระ สามารถสังเกตไดจากการมีเลือดเปอนกระดาษชําระ มีเลือดปน ออกมากับอุจจาระ มีเลือดไหลออกมาเปนหยดโดยไมรูสึกเจ็บปวด บางคนอาจรูสึกเจ็บที่ทวารหนักและ ถายอุจจาระ ลําบาก ถาริดสีดวงอักเสบหรือโผลมานอกทวารหนักอาจทําใหรูสึกปวดรุนแรงถึงกับนั่งหรือยืนไมสะดวก และคลําไดกอน นุมๆ สีคล้ําที่ปากทวารหนัก
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 11 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาผสมเพชรสังฆาตรักษาผูปวยโรคริดสีดวงทวาร หาย ดีขึ้น ไมดีขึ้น ไมดีขึ้น หมายเหตุ : ยาผสมเพชรสังฆาต ใชทดแทนยา Daflon, Sidual ริดสีดวงทวาร สงตอแพทยแผนปจจุบัน ไมอยูในเกณฑการคัดออก ยุติการรักษา - ปวด/เจ็บรอบทวารหนักมาก - มีสารคดหลั ั่งไหลจากทวาร - ถายดํา - ทางเดินอาหารอุดตัน - โรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร - โรคริดสีดวงทวารภายนอก - โรคริดสีดวงทวารภายในระยะ 3,4 - หญิงตั้งครรภหร ือหญิงใหนมบุตร - ผูปวยที่ไดรับยา Warfarin - คลําพบกอนแข็ง ผิวขรุขระ - คลําไดผน ังลําไสตรงขรุขระ มีรองแผล - มีแผลรอบ ๆ ทวารหนัก - ซีด หรือ ไข> 38.0 °c เกณฑการคัดออก อยูในเกณฑการคัดออก ยาผสมเพชรสังฆาต ขนาด 500 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 3 แคปซลูวันละ 3 ครั้ง กอนอาหารเชา กลางวัน เย็น (นาน 3 สัปดาห) การใหค ําแนะนํา *ดูหนาคําอธิบาย การรักษาดวยยาสมุนไพร ติดตามอาการ 3 สัปดาห รับประทานยา ตอเนื่อง 3-6 เดือน ติดตามอาการ หาย
12 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี คําอธิบาย 1. เกณฑการสงตอแพทยแผนปจจุบัน 1.1 กรณีที่ผูปวยอยูในเกณฑการคัดออก 1.2 กรณีรักษาดวยยาสมุนไพรแลวอาการไมดีขึ้น 2. การรักษาดวยศาสตรการแพทยแผนไทย ยาผสมเพชรสังฆาต รูปแบบ: ยาแคปซูล ขนาด 500 มิลลิกรัม ขอบงใช: บรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนัก ขนาดและวิธีใช: รับประทานครั้งละ 3 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารเชา กลางวัน เย็น จํานวนที่จาย/ครั้ง : 180 แคปซูล ขอหามใช: หามใชในหญิงตั้งครรภและหญิงใหนมบุตร ขอควรระวัง: - Drug Interaction : คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยาผสมเพชรสังฆาต Warfarin ไมพบรายงาน หลีกเลี่ยงการใชยาสมุนไพร Aspirin 300 mg 3. การใหคําแนะนํา 3.1 งดอาหารแสลงที่ทําใหอาการกําเริบ เชน เนื้อสัตวยอยยาก (เนื้อวัว เนื้อควาย) ของคาว (หอยแครง ปลาหมึก ปลาดุก ปลาไหล) ปลาไมมีเกล็ด (ปลากระเบน ปลากระบาง) ผลไมที่มีรสหวานจัด (ทุเรียน ลําไย) เปนตน 3.2 รับประทานอาหารที่มีกากใย เชน ขาวกลอง ผัก ผลไมเปนตน 3.3 ดื่มน้ํา วันละ 8-10 แกว 3.4 ดูแลสุขภาพและความสะอาดของทวารหนักเสมอ ภายหลังการถายอุจจาระควรใชน้ําลาง ทําความสะอาด 3.5 ควรออกกําลังกายอยางนอย 30 นาทีเพื่อใหลําไสทํางานไดดีขึ้น 3.6 หลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายเคืองตอระบบทางเดินอาหาร เชน อาหารรสจัด ชา กาแฟ และเครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอลเปนตน 3.7 หลีกเลี่ยงการกลั้นอุจจาระหรือเบงถายอุจจาระ 3.8 หลกเลี ี่ยงการใชยาระบายอยางรุนแรง หรือการสวนถายอุจจาระเปนประจําจนเปนนิสัย
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 13 4. การประเมินผลการรักษา 4.1 นัดติดตามอาการทุก 3 สัปดาหเพื่อพิจารณาปรับยาตามความเหมาะสม เปนเวลา 3 สัปดาห ถาอาการไมดีขึ้น สงตอแพทยแผนปจจุบัน 4.3 นัดติดตามอาการ 3 สัปดาหถาอาการดีขึ้น ใหรับประทานยาตอเนื่อง 3-6 เดือน 4.4 นัดติดตามอาการ 3-6 เดือน ถาไมมีอาการจึงยุติการรักษา 4.5 นัดติดตามอาการ 3-6 เดือน ถาอาการไมดีขึ้น สงตอแพทยแผนปจจุบัน 5 การจําหนายและการสิ้นสุดการรักษา พิจารณาสิ้นสุดการรักษาเมื่อไมพบกอนริดสีดวง และไมมีเลือดออกขณะขับถายหรือหลังขับถายอุจจาระ
14 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน อาการ/โรคระบบทางเดินหายใจ (อาการไอ)
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 15 อาการไอ คําจํากัดความ อาการไอเปนกลไกการตอบสนองของรางกาย โดยมีสิ่งกระตุนตัวรับสัญญาณการไอหรือมีสารระคายเคือง ในบริเวณทางเดินหายใจสวนบนและสวนลาง ไดแกชองหูและเยื่อบุแกวหู, จมูก, โพรงอากาศขางจมูกหรือไซนัส, โพรงหลังจมูก, คอหอย, กลองเสียง, หลอดลม, ปอด, กระบังลมและเยื่อหุมปอด นอกจากนี้ยังพบตัวรับสัญญาณ การไอบริเวณเยื่อหุมหัวใจและกระเพาะอาหารดวย ชนิดของอาการไอ แบงตามระยะเวลาของอาการไอ แบงได 2 ชนิด คือ 1. ไอเฉียบพลัน คือ มีระยะเวลาของอาการไอนอยกวา 3 สัปดาหสาเหตุสวนใหญเกิดจากการติดเชื้อใน ระบบทางเดินหายใจสวนบน เชน หวัด, โพรงไซนัสอักเสบเฉียบพลัน, คอหรือกลองเสียงอักเสบ, หลอดลมอักเสบ, อาการ กําเริบของโรคถุงลมโปงพอง, ปอดอักเสบ, การที่มีสิ่งแปลกปลอมอยูในหลอดลมหรือสัมผัสกับสารระคายเคืองใน สิ่งแวดลอม เชน ควันบุหรี่ควันไฟ กลิ่นสเปรยมลพิษทางอากาศ เปนตน 2. ไอเรื้อรัง คือ มีระยะเวลาของอาการไอมากกวา 3 สัปดาหสาเหตุสวนใหญเกิดจากโรคหลอดลมอักเสบ เรื้อรัง, รับประทานยารักษาความดันโลหิตสูงชนิด Angiotensin-Converting Enzyme Inhibitor (ACE-I) เปนระยะ เวลานาน, โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพหรือโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังแลวมีน้ํามูกไหลลงคอ, โรคหืด, โรคกรดไหลยอน (GERD), การใชเสียงมากทําใหเกิดสายเสียงอักเสบเรื้อรัง, เนื้องอกบริเวณคอกลองเสียงหรือหลอดลม, โรคของสมองสวนที่ควบคุม การไอ และโรควัณโรคปอด ผูปวยที่มีอาการไอเรื้อรังบางรายอาจมีสาเหตุมากกวาหนึ่งชนิด ดังนั้นจึงมีความจําเปนที่ ตองไดรับการตรวจหาสาเหตุและรักษาตามสาเหตุ
16 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาแกไอผสมมะขามปอมและยาประสะมะแวง รักษาผูปวยที่มีอาการไอ ดีขึ้น หมายเหตุ: ยาแกไอผสมมะขามปอม ใชทดแทนยา Brown Mixture, ยาประสะมะแวง ใชทดแทนยา Bromhexene Tablet * สามารถเปลี่ยนยาตามความเหมาะสม หรือสามารถจายยาสมุนไพรคูกันได หาย ดีขึ้น * ไอเรื้อรัง สามารถใชยาบรรเทาอาการไอไดตอเนื่อง ตามดลยพุินิจของแพทย ไมดีขึ้น การรักษาดวยยาสมุนไพร ไอ รักษาอาการไอรวมกับอาการอื่น เชน - กรณีมไขี ควรใชยาลดไขหรือยาจนทนั ลีลา, ยาเขียวหอม - กรณีเจ็บคอ ใชยาฟาทะลายโจร - กรณีเปนหวัด ใชยาปราบชมพูทวปี - กรณีเปนกรดไหลยอน ใชยาธาตุบรรจบ - อาการอื่นๆ ขึ้นอยูกับแพทยพิจารณา สงตอแพทยแผนปจจุบัน ยุติการรักษา ยาประสะมะแวง ซองละ 20 เม็ด อมเมื่อมีอาการไอ ครั้งละ 3-5 เม็ด กรณีมีเสมหะเหนียวขน บดยาประสะมะแวง 3-5 เม็ด ผสมนามะนาว้ํ 1/2 ชอนชา และเกลือ 1/8 ชอนชา จิบ เมื่อมีอาการ การใหค ําแนะนํา *ดูหนาคําอธิบาย ไอมีเสมหะ ยาแกไอผสมมะขามปอม ขนาด 60 มิลลิลตริ จิบเมื่อมีอาการ ครั้งละ 1-2 ชอนชา การใหคําแนะนํา *ดูหนาคําอธิบาย ไอแหง ระคายคอ มีเสมหะ ติดตามอาการ 3 วัน รับประทานยา ตอเนื่อง 2 สัปดาห ติดตามอาการ ไมดีขึ้น
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 17 คําอธิบาย 1. เกณฑการสงตอแพทยแผนปจจุบัน กรณีใชยาสมุนไพรแลวอาการไมดีขึ้น 2. การรักษาดวยศาสตรการแพทยแผนไทย 2.1 ยาแกไอผสมมะขามปอม รูปแบบ: ยาน้ํา ขนาด 60 มิลลิลิตร ขอบงใช: บรรเทาอาการไอ ลดอาการระคายคอ ขับเสมหะ ขนาดและวิธีใช: จิบเมื่อมีอาการไอ จํานวนที่จาย/ครั้ง: 2-3 ขวด ขอหามใช: ไมพบรายงาน ขอควรระวัง: - ควรระวังการใชในผูปวยที่ทองเสียงาย เนื่องจากมะขามปอมมีฤทธิ์เปน ยาระบาย Drug Interaction: - ควรระวังการใชยานี้รวมกับสารกันเลือดเปนลิ่ม (Anticoagulant) และยาตานการจับตัวของเกล็ดเลือด (Antiplatelets) เนื่องจากตํารับยาแก ไอผสมมะขามปอม มีสมุนไพรทั้งหมด 5 ชนิด พบวามีฤทธิ์ทําใหเกิด Antiplatelets, Anticoagulant จํานวน 2 ชนิด ไดแกสารสกัดน้ํา มะขามปอมและสารสกัดรากชะเอมเทศ - ควรระวังการใชยานี้รวมกับยาที่ขับออกผาน P-Glycoprotein เนื่องจากตํารับยาแกไอผสมมะขามปอมมีสมุนไพรทั้งหมด 5 ชนิด พบวามี ฤทธิ์ยับยั้งการทํางานของ P-Glycoprotein จํานวน 2 ชนดิ ไดแกสารสกัด น้ํามะขามปอม และสารสกัดรากชะเอมเทศ คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยาแกไอผสม มะขามปอม Warfarin ยับยั้งการเกาะกลุม ของเกล็ดเลือด หลีกเลี่ยงการใชยาสมุนไพร Aspirin 300 mg
18 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 2.2 ยาประสะมะแวง รูปแบบ: ยาเม็ด ซองละ 20 เม็ด ขอบงใช: บรรเทาอาการไอมีเสมหะ ทําใหชุมคอ ขนาดและวิธีใช: อมเมื่อมีอาการไอ 3-5 เม็ด กรณีมีเสมหะเหนียวขน บดยาประสะมะแวง 3-5 เม็ดผสมน้ํามะนาว 1/2 ชอนชา และเกลือ 1/8 ชอนชา จิบเมื่อมีอาการ จํานวนที่จาย/ครั้ง: 2-3 ซอง ขอหามใช: ไมพบรายงาน ขอควรระวัง: - ในผูปวยที่ตองจํากัดการใชเกลือ ไมควรใชน้ํามะนาวผสมเกลือ - ไมควรใชติดตอกันนานเกิน 15 วัน หากอาการไมดีขึ้น ปรึกษาแพทย - ไมควรใชในเด็กที่อายุต่ํากวา 6 ป Drug Interaction: คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยาประสะมะแวง Warfarin ยับยั้งการเกาะกลุม ของเกล็ดเลือด หลีกเลี่ยงการใชยาสมุนไพร Aspirin 300 mg 3. การใหคําแนะนํา 3.1 ควรดื่มน้ําอุนหรือน้ําสมุนไพรที่มีรสรอน เชน น้ําขิงสด (ไมใสน้ําตาล) เปนตน 3.2 หลีกเลี่ยงการดื่มน้ําเย็น 3.3 หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กอใหเกิดโรค เชน ขนสัตวฝุนละออง เกสรดอกไมไรฝุน บุหรี่เปนตน 3.4 งดอาหารรสหวานจัด เชน ทุเรียน ลําไย ขนมหวาน เปนตน 3.5 งดอาหารรสมันจัด เชน ขาวมันไกขาวขาหมูของทอด อาหารประเภทกะทิเปนตน 4. การประเมินผลการรักษา 4.1 นัดติดตามอาการ 3 วัน ถาอาการไมดีขึ้น พิจารณาปรับเปลี่ยนยาตามความเหมาะสม แลวนัดติดตามซ้ํา 4.2 นัดติดตามอาการ 3 วัน ถาอาการดีขึ้น ใหรับประทานยาตอเนื่อง 2 สัปดาห 4.3 นัดติดตามอาการ 2 สัปดาหถาไมมีอาการจึงยุติการรักษา 4.4 นัดติดตามอาการ 2 สัปดาหถาอาการไมดีขึ้น สงตอแพทยแผนปจจุบัน 4.5 กรณีไอเร้ือรัง สามารถใชยาเพื่อบรรเทาอาการไอไดตอเนื่องตามดุลยพินิจของแพทย 5. การจําหนายและการสิ้นสุดการรักษา พิจารณาสิ้นสุดการรักษาอาการไอ เมื่ออาการหายจึงสามารถหยุดยาได
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 19 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน อาการ/โรคระบบทางผิวหนัง (โรคงูสวัดและเริม)
20 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี โรคงูสวัด (Herpes Zoster) คําจํากัดความ โรคงูสวัด เกิดจากเชื้ออีสุกอีใส-งูสวัด (Varicella-Zoster Virus/VZV) ที่หลบเขาปมประสาทใตผิวหนัง หลังจาก มีการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ครั้งแรก เชื้อจะแฝงตัวอยูโดยไมมีอาการผิดปกติเมื่อรางกายมีภูมิคุมกันต่ํา เชน อายุมาก มีความเครียด ทํางานหนัก พักผอนไมเพียงพอ ติดเชื้อ HIV เปนมะเร็ง ใชยาตานมะเร็งหรือยากดภูมิคุมกัน เชื้อที่แฝงตัว อยูก็จะแบงตัวเพิ่มจํานวนเกิดการปลุกฤทธิ์คืนและกระจายในปมประสาท ทําใหเสนประสาทอักเสบ (เกิดอาการปวดตาม เสนประสาท) เชื้อกระจายไปตามเสนประสาทที่อักเสบและปลอยเชื้อไวรัสออกมาที่ผิวหนัง เกิดเปนตุมน้ําใสเรียงเปน แนวยาวตามแนวเสนประสาท อาการแสดงทางคลินิก โรคงูสวัด ประกอบดวยรอยโรคที่ผิวหนังรวมกับอาการปวดบริเวณผิวหนังตามแนวเสนประสาท ลักษณะรอยโรค จะมีผื่นหรือตุมน้ําขึ้นที่ผิวหนัง มักเปนขางใดขางหนึ่งของรางกายกระจายตัวตามแนวเสนประสาทรับความรูสึกที่มาเลี้ยง แบงไดเปน 3 ระยะ 1. ระยะอาการนํา (Preeruptive Phase) โดยกอนที่ตุมน้ําขึ้น จะมีอาการปวดแปลบบริเวณเสนประสาทที่ เปนงูสวัด อาจมีอาการคันและแสบรอนคลายถูกไฟไหมเปนพักๆ หรือตลอดเวลา ตรงบริเวณผิวหนังตามแนวเสนประสาท มักพบบริเวณชายโครง ใบหนา แขนหรือขาเพียงขางเดียวอาการปวดมักเปนอยู 3-7 วัน 2. ระยะแพรเชื้อ (Eruptive Phase) อาการมีไขปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว 1-2 วันกอนมีรอยโรค ที่ผิวหนัง ระยะแรกเปนผื่นแดงแบนราบ (Macule) ตอมากลายเปนผื่นนูน (Papule) และตุมน้ํา (Vesicle) ภายใน 3-5 วัน บางสวนกลายเปนตุมหนอง (Pastule) และผื่นตกสะเก็ดภายใน 14-21 วัน 3. ระยะเรื้อรัง (Chronic Phase) อาการปวดประสาทหลังเปนงูสวัด (Postherpetic Neuralgia/PHN) จะมีอาการปวดเกิดขึ้นตอเนื่องตั้งแตแรก หรือเกิดขึ้นภายหลังผื่นหายหมดแลว นาน 1-3 เดือน ลักษณะปวดลึกๆ แบบ ปวดแสบปวดรอนตลอดเวลาหรือปวดแปลบๆ เสียว ๆ คลายถูกมีดแทงเปนพักๆ มักปวดเมื่อไดรับการกระตุนดวยการ สัมผัสเพียงเล็กนอย
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 21 โรคเริม (Herpes simplex) คําจํากัดความ เริม เปนโรคติดเชื้อจากไวรัสที่มีชื่อวา Herpes simplex virus มีอยู 2 ชนิด HSV-1 และ HSV-2 การไดรับเชื้อ ไวรัส ครั้งแรกเกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับผูที่เปนโรค ซึ่งอาจแสดงอาการหรือไมก็ได เชื้อไวรัสจะเขาสูผิวหนังทําให เกิดเปนโรคเริมครั้งแรก หลังจากนั้นเชื้อไวรัสจะเขาหลบซอนที่ปมเสนประสาท เมื่อมีปจจัยกระตุน เชน เปนไขถูกแดด จัด รางกายอิดโรย อารมณเครียด วิตกกังวล การมีประจําเดือน การตั้งครรภการไดรับบาดเจ็บหรือผาตัดบริเวณใบหนา การทําฟน ภูมิคุมกันต่ํา เปนตน เชื้อเริมที่แฝงตัวอยูจะเกิดการแบงตัว ทําใหเกิดโรคซ้ําที่ผิวหนังหรือเยื่อบุการเกิดโรค พบไดหลายตําแหนง เชน ที่ริมฝปากหรือบริเวณอวัยวะเพศ เปนตน อาการแสดงทางคลินิก โรคเริมที่เปนครั้งแรก จะมีระยะฟกตัวประมาณ 3-7 วัน หลังไดรับเชื้อ สวนมากผูปวยมักไมมีอาการ แตถามีอาการจะรุนแรง พบเปนกลุมของตุมน้ํา แตกเปนแผลตื้นๆ มักมีอาการเจ็บ ปวดแสบรอน แผลจะคอยๆแหง ตกสะเก็ดและหายในระยะเวลาประมาณ 2-6 สัปดาหอาจมีอาการไขออนเพลีย ปวดศีรษะ หรือตอมน้ําเหลืองโต รวมดวย เริมสามารถเปนซ้ําไดโดยอาการจะนอยกวาในครั้งแรก ตุมน้ําจะมีขนาดเล็กกวา จํานวนตุมน้ํานอยกวา การเปนครั้งแรก ผูปวยอาจมีอาการนํา เชน อาการคัน แสบรอนบริเวณที่เปน ตอมาจะมีกลุมของตุมน้ําเกิดขึ้น ในตําแหนงใกลเคียงกับตําแหนงเดิมการเปนซ้ํามักไมมีอาการอื่นๆ เชน ไขรวมดวย
22 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี แนวทางเวชปฏิบัติการใชครีมพญายอรักษาผูปวยโรคงูสวัดและเริม หาย ไมดีขึ้น หมายเหตุ: ครีมพญายอ ใชทดแทนยา Acyclovir Cream ดีขึ้น ไมดีขึ้น หาย ติดตามอาการ 1 วัน เกณฑการคัดออก - ไขสูง > 38.0 °c - PPE (Pruritic Papular Eruption) - ผูที่มี/สงสัยภมูิคุมกันบกพรอง - มีภาวะแทรกซอน เชน สมองอักเสบ เยื่อสมองอักเสบ ตับอักเสบ กระจกตา อักเสบ มานตาอักเสบ แผลกระจกตา ประสาทตาอักเสบ - เกิดผื่นงูสวดแพรั กระจาย (Generalized Herpes Zoster) - เปนงูสวัดบรเวณหิดูานนอกหรือแกวหู - มีตุมน้ําใสขึ้นที่บรเวณตาิและชองปาก - ตุมหนอง - มีไขหนาวสั่น คลื่นไสทองเดิน - มีอาการปสสาวะแสบขัดและมีหนองไหล - ตอมน้ําเหลืองโตและมีอาการเจ็บ ไมอยูในเกณฑการคัดออก อยในเกณฑู การคัดออก โรคงูสวัดและเริม สงตอแพทยแผนปจจุบัน ยุติการรักษา ครีมพญายอ ขนาด 5 กรัม ทาบริเวณที่มีอาการ วันละ 5 ครั้ง (นาน 1 วัน) การใหคําแนะนํา *ดูหนาคําอธิบาย การรักษาดวยยาสมุนไพร ทายาตอเนื่อง 1 สัปดาห ติดตามอาการ ติดตามอาการ 1 วัน ดีขึ้น
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 23 คําอธิบาย 1. เกณฑการสงตอแพทยแผนปจจุบัน 1.1 กรณีที่ผูปวยอยูในเกณฑการคัดออก 1.2 กรณีรักษาดวยยาสมุนไพรแลวอาการไมดีขึ้น 2. การรักษาดวยศาสตรการแพทยแผนไทย ครีมพญายอ รูปแบบ: ยาครีม ขนาด 5 กรัม ขอบงใช: บรรเทาอาการของงูสวัดและเริม ขนาดและวิธีใช: ทาบริเวณที่มีอาการวันละ 5 ครั้ง อาการไมพึงประสงค: ไมพบรายงาน ขอหามใช: ไมพบรายงาน ขอควรระวัง: หากทาแลวอาการไมดีขึ้นหรือมีอาการแสบรอนผิวหนังเพิ่มขึ้น ควรหยุดยาทันที Drug Interaction: ไมพบรายงาน ขอมูลเพิ่มเติม: - ขอมูลจากงานวิจัยระบุวา สารสกัดจากใบพญายอ สามารถฆาเชื้อไวรัสที่ กอใหเกิดโรคอีสุกอีใส งูสวัด (Varicella Zoster Virus) ทั้งภายในและภายนอกเซลล คือ ยับยั้งไวรัสโดยตรง และยับยั้งการเพิ่มจํานวนของไวรัส - ขอมูลทางคลินิกผูปวยโรคเริมบริเวณอวัยวะสืบพันธุที่ติดเชื้อครั้งแรกและ ติดเชื้อซ้ํา เมื่อรักษาโดยทาแผลของผูปวยดวยครีมพญายอ (5%) เปรียบเทียบกับยา มาตรฐาน Acyclovir พบวา แผลของผูปวยที่ไดรับการรักษาดวยยาจากสารสกัดใบ พญายอและ Acyclovir จะตกสะเก็ดภายในวันที่ 3 และหายภายในวันที่ 7 แสดงวา ครีมพญายอและครีม Acyclovir มีประสิทธิภาพในการรักษาผูปวยโรคเริมบริเวณ อวัยวะสืบพันธุใหหายไดเร็วพอกัน แตครีมพญายอไมทําใหเกิดอาการแสบระคายเคือง ในขณะที่ครีม Acyclovir ทําใหแสบและราคาแพง - ผูปวยโรคงูสวัด เมื่อรักษาโดยทาแผลดวยครีมพญายอ (5%) วันละ 5 ครั้ง ทุกวัน ปรากฏวาแผลจะตกสะเก็ดภายใน 1-3 วัน และหายภายใน 7-10 วัน พบวา ผูปวยจะหายเร็วกวาการใชยาชนิดอื่น และไมพบอาการขางเคียงใดๆ จากการใชสาร สกัดใบพญายอ 3. การใหคําแนะนํา 3.1 นอนหลับพักผอนใหเพียงพอ วันละ 6-8 ชั่วโมง 3.2 ดื่มน้ํา วันละ 8-10 แกว 3.3 ควรอาบน้ํา ฟอกสบูทําความสะอาดผิวหนังใหสะอาด 3.4 ควรตัดเล็บใหสั้นและหลีกเลี่ยงการแกะเกา เพื่อปองกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซอน
24 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 3.5 ในรายที่เปนเริมที่อวัยวะเพศ ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธหรือควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง ที่จะมีเพศสัมพันธ 3.6 หลีกเลี่ยงปจจัยกระตุนใหเกิดซ้ํา เชน ความเครียด วิตกกังวล ถูกแดดจัด รางกายออนเพลีย เปนตน 3.7 งดอาหารแสลง เชน ไข, หนอไม, อาหารหมักดอง, พืชผักที่ลําตนเปนเถาเลื้อย (ผังบุง, ตาลํ ึง, บวบ, ฟกทอง), อาหารคาว (ปลากระเบน, ปลากระบาง, เนื้อวัว, เนื้อควาย) เปนตน 3.8 ผูที่เปนโรคเริมบอยครั้ง รุนแรง หรือเปนแผลเริมเรื้อรังเกิน 1 เดือน ควรตรวจเลือดหาเชื้อ HIV 4. การประเมินผลการรักษา 4.1 นัดติดตามอาการ 1 วัน ถาอาการดีขึ้น ใหทายาตอเนื่อง 1 สัปดาห 4.2 นัดติดตามอาการ 1 วัน ถาอาการไมดีขึ้น สงตอแพทยแผนปจจุบัน 4.3 นัดติดตามอาการ 1 สัปดาหถาไมมีอาการจึงยุติการรักษา 4.4 นัดติดตามอาการ 1 สัปดาหถาอาการไมดีขึ้น สงตอแพทยแผนปจจุบัน 5. การจําหนายและการสิ้นสุดการรักษา พิจารณาสิ้นสุดการรักษาเมื่อตุมน้ํายุบ แหงตกสะเก็ด และไมมีอาการขางเคียงอื่นๆ รวม เชน อาการคัน มีไขหรืออาการปวดตามแนวเสนประสาท เปนตน
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 25 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน อาการ/โรคระบบกลามเนื้อ (อาการปวดกลามเนื้อ)
26 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี อาการปวดกลามเนื้อ คําจํากัดความ อาการปวด ตามนิยามของ International Association for the Study of Pain (IASP) คือ ความรูสึกไมสบาย ทางกายหรือจิตใจ อันเนื่องมาจากมีแนวโนมที่จะมีการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อหรือแมเปนเพียงความรูสึกวามี การบาดเจ็บ อาการปวดกลามเนื้อ คือ ภาวะตึง ปวด หรืออักเสบ ของเนื้อเยื่อ กลามเนื้อตามสวนตางๆ ของรางกาย ทั้งตามกลามเนื้อมัดเดียวหรือหลายมัด มักมีสาเหตุจากการใชงานกลามเนื้อซ้ําๆ หรือมากเกินไปจากการทํากิจกรรม ประจําวัน โดยเกิดขึ้นไดกับคนทุกเพศทุกวัย
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 27 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาเถาวัลยเปรียงรักษาผูปวยที่มีอาการปวดกลามเนื้อ ดีขึ้น ไมดีขึ้น หาย ไมดีขึ้น หาย หมายเหตุ: ยาเถาวัลยเปรียง ใชทดแทนยา Indomethacin Capsule หาย อาการปวดกลามเนื้อ - Acute Trauma (บาดเจบ็ จากอุบัติเหต/ุการออกกําลังกาย) - โรครูมาตอยด - โรคเกาต - โรคมะเร็งกระดูก หรือมะเร็ง ที่แพรกระจายมาที่กระดูก - โรควัณโรคกระดูก - Transient Ischemic Attack - Myocardial Infarction - SLE - หญิงตั้งครรภ - ผูปวยที่ไดรับยา Warfarin เกณฑการคัดออก สงตอแพทยแผนไทย สงตอแพทยแผนปจจุบัน ยุติการรักษา ยาเถาวัลยเปรียง ขนาด 350 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 3 แคปซลูวันละ 3 ครั้ง กอนอาหารเชา กลางวัน เย็น (นาน 1 สัปดาห) การใหค ําแนะนํา *ดูหนาคําอธิบาย การรักษาดวยยาสมุนไพร ไมอยูในเกณฑการคัดออก อยูในเกณฑการคัดออก ติดตามอาการ 1 สัปดาห รับประทานยา ตอเนื่อง 3 สัปดาห ติดตามอาการ
28 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี คําอธิบาย 1. เกณฑการสงตอแพทยแผนปจจุบัน กรณีที่ผูปวยอยูในเกณฑการคัดออก 2. เกณฑการสงตอแพทยแผนไทย กรณีรักษาดวยยาสมุนไพรแลวอาการไมดีขึ้น 3. การรักษาดวยศาสตรการแพทยแผนไทย ยาเถาวัลยเปรียง รูปแบบ: ยาแคปซูล ขนาด 350 มิลลิกรัม ขอบงใช : บรรเทาอาการปวดกลามเนื้อ ลดการอักเสบของกลามเนื้อ ยกเวน กรณีบาดเจ็บจาก อุบัติเหตุหรือการออกกําลังกาย ขนาดและวิธีใช : รับประทานครั้งละ 3 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารเชา กลางวัน เย็น จํานวนที่จาย/ครั้ง : 60 แคปซูล ขอหามใช: หามใชในหญิงตั้งครรภ ขอควรระวัง: - ควรระวังการใชยาในผูปวยที่เสี่ยงเปนโรคตอมลูกหมากโต - ควรระวังการใชเถาวัลยเปรียงในผูปวยที่เปนแผลในกระเพาะอาหาร อาจทําใหเกิดการระคายเคืองของระบบทางเดินอาหาร Drug Interaction: - ควรระวังการใชยารวมกับกลุมยาตานการอักเสบที่ไมใชสเตียรอยด (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) เนองจากเถาวื่ัลยเปรียง มีกลไกออกฤทธิ์เชนเดียวกัน - ควรระวังการใชยานี้รวมกับยาที่มีฤทธิ์ลดระดับความดันโลหิต เนื่องจากมีการรายงานวาเถาวัลยเปร ียงมีฤทธิ์ทําใหเกิด Hypotension Drug Interaction: คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยาเถาวัลยเปรียง Warfarin ยับยั้งการเกาะกลุม ของเกล็ดเลือด (มีโอกาสเลือดออกงาย และเลือดแข็งตัวชา) หลีกเลี่ยงการใชยาสมุนไพร Aspirin 300 mg
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 29 4. การใหคําแนะนํา 4.1 หลีกเลี่ยงปจจัยที่ทําใหเกิดอาการปวดมากขึ้น ไมอยูในทาใดทาหนึ่งนานๆ หรือมีอิริยาบถ ที่ไมเหมาะสม 4.2 ประคบความรอนชื้น วันละ 2 ครั้ง เชา-เย็น ครั้งละ 10-15 นาที 4.3 ทําทากายบริหาร เชน ทาฤๅษีดัดตน โยคะ ทายืดเหยียดกลามเนื้อ เปนตน 4.4 หลีกเลี่ยงอาหารแสลงที่จะทําใหอาการปวดกําเริบ เชน ขาวเหนียว หนอไมเครื่องในสัตวเหลา เบียรเปนตน 5. การประเมินผลการรักษา 5.1 นัดติดตามอาการ 1 สัปดาหถาอาการดีขึ้นจึงยุติการรักษา 5.2 นัดติดตามอาการ 1 สัปดาหถาอาการไมดีขึ้น สงตอแพทยแผนไทย 5.3 นัดติดตามอาการ 1 สัปดาหถาอาการดีขึ้น ใหรับประทานยาตอเนื่อง 3 สัปดาห 5.4 นัดติดตามอาการ 3 สัปดาหถาไมมีอาการจึงยุติการรักษา 5.5 นัดติดตามอาการ 3 สัปดาหถาอาการไมดีขึ้น สงตอแพทยแผนไทย 6. การจําหนายและการสิ้นสุดผลการรักษา พิจารณาสิ้นสุดการรักษาเมื่อระดับอาการปวด (Pain Score) และอาการรวมอื่นๆ ลดลง
30 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี รายละเอียดรายการยาสมุนไพรตามบัญชียาจากสมุนไพร 1. ยารักษากลุมอาการทางระบบทางเดินอาหาร ยาขมิ้นชัน รูปแบบ: ยาแคปซูล ขนาด 500 มิลลิกรัม ตัวยาสําคัญ: ผงเหงาขมิ้นชัน Curcuma longa L. มีสารสําคัญ curcuminoids ไมนอยกวา รอยละ 5 โดยน้ําหนัก (w/w) และน้ํามันระเหยงายไมนอยกวารอยละ 6 โดยปริมาตรตอน้ําหนัก (v/w) รสยา: ฝาดรอน ขอหามใช: หามใชกับผูที่ทอน้ําดีอดตุันหรือผูที่ไวตอยานี้ ขอควรระวัง : - ควรระวังการใชกับหญิงตั้งครรภยกเวนภายใตการดูแลของแพทย - ควรระวังการใชในผูที่มีอาการทองผูกรวมดวย หากมีอาการทองผูกรวมดวย ควรพิจารณา เปลี่ยนยาตัวอื่น เชน ธรณีสัณฑะฆาต ตรีผลา เปนตน - ควรระวังการใชกับเด็กอายุต่ํากวา 12 ปเนื่องจากยังไมมีขอมูลดานประสิทธิผลและความ ปลอดภยั - ควรระวังการใชกับผูปวยโรคนิ่วในถุงน้ําดียกเวนภายใตการดูแลของแพทย Drug Interaction: - ควรระวังการใชยานี้รวมกับสารกันเลือดเปนลิ่ม (Anticoagulant) และยาตานการจับตัว ของเกล็ดเลือด (Antiplatelets) - ควรระวังการใชยานี้รวมกับยาที่กระบวนการเมแทบอลิซึม ผานเอนไซมCytochrome P450 (CYP 450) เนื่องจากสาร Curcumin ยับยั้ง CYP 3A4, CYP 1A2 แตกระตุนเอนไซมCYP 2A6, CYP 3A4, CYP 2E1 และกระตุนการทํางานของ P-Glycoprotein ขอบงใชขนาดและวิธีใช จํานวนที่ จาย/ครั้ง ระยะเวลา ขับลม บรรเทาอาการจุก เสียด แนนทอง ทองอืด ทองเฟอ รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเชา กลางวัน เย็น *อาการดีขึ้น ใหยาตอเนื่อง เปนระยะเวลา 3 สัปดาห 45 แคปซูล 1สัปดาห นัดติดตามอาการ รักษาอาการแสบทอง บริเวณใตลิ้นป รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารเชา กลางวัน เย็น หรือจายรวมกับฟาทลายโจร 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารเชา กลางวัน เย็น 45 แคปซูล
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 31 - ควรระวังการใชยานี้รวมกับยาที่มีฤทธิ์ลดระดับความดันโลหิต เนื่องจากมีการรายงานวา ขมิ้นชันมีฤทธิ์ทําใหเกิด Hypotension - ควรระวังการใชรวมกับยารักษาโรคมะเร็งบางชนิด เชน Doxorubicin, Chlormethine, Cyclophosphamide และ Camptothecin เนื่องจาก Curcumin อาจมีผลตานฤทธิ์ยาดังกลาว เหตุการณไมพึงประสงค: เหตุการณไมพึงประสงคจากสรุปรายงานเหตุการณไมพึงประสงคจากการ ใชยา ประจําป2557 Spontaneous Reports of Adverse Drug Reaction 2014 พบวามีรายงาน ทั้งสิ้น 664 รายงาน Cardiovascular: Palpitation (6/664), Faintness (1/664) Dermatologic: Pruritus (32/664), Rash (30/664), Urticaria (16/664), Rash Maculo-Papular (14/664), Itching (5/664), Macular Rash (4/664), Rash Erythematous (3/664), Burning Sensation (2/644), Burning Skin (2/664), Fixed Eruption (2/664), Skin Dry (2/664), Erythema Multiforme (1/664), Papulovesicular Rash (1/664), Rash Bullous (1/664), Rash Pustular(1/664), Pain Burning (1/664), Dermatitis Exfoliative (1/664), Erythema(1/664), Burn (1/664), Heat Rash (1/664), Stevens Johnson Syndrome (1/664) Endocrine Metabolic: Hypoglycaemia (1/664) Gastrointestinal: Nausea (49/664), Abdominal Pain (47/664), Anorexia (36/664), Diarrhoea (34/664), Vomiting (24/664), Eructation(24/664), Flatus (4/664), Constipation (3/664) , Fullness Abdominal (1/664), Stomach Upset(1/664), Appetite Increased (1/664) Hepatic: Jaundice (3/664) Immunologic: Angioedema (5/664), Anaphylactic Shock (2/664), Anaphylaxis (1/664) Musculoskeletal: Back Pain(1/664), Leg Pain (1/664) Neurologic: Dizziness (10/664), Somnolence(3/664), Insomnia (1/664) Ophthalmic: Allergic Conjunctivitis (1/664) Respiratory: Chest Discomfort (45/664), Dyspnoea (34/664), Chest Tightness (4/664), Chest Distress(1/664), Chest Fullness (1/664), Breath Shortness (1/664) Renal: Urinary Frequency(1/664), Urine Odour Foul (1/664), Micturition Frequency (1/664) (2) Other: Fatigue (60/664), Headache (51/664), Therapeutic Response Decrease (35/664), Coughing (18/664), Fever (7/664), Thirst (4/664), Oedema Eyelid (3/664), Face Oedema (2/664), Oedema Legs (2/664), Oedema Mouth (2/664), Buccal Mucosa Ulceration (1/664), Cheilitis (1/664), Hearing Impaired (1/664), Oedema Of Extremities (1/664), OedemaPeripheral (1/664), Taste Perversion (1/664), Tongue Disorder (1/664), Gynaecomastia (1/664), Gum Hyperplasia (1/664)
32 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยาขมิ้นชัน Warfarin ยับยั้งการเกาะกลุม ของเกล็ดเลือด (มีโอกาสเลือดออกงาย และแข็งตัวชา) หลีกเลี่ยง Aspirin 300 mg การใชยาสมุนไพร Isosorbide Mononitrate ยับยั้ง CYP 3A4, CYP 1A4 ทําใหยาที่เมตาบอไลทผาน เอนไซมเหลานี้แปรสภาพลดลง ทําใหระดับยาในเลือดสูงขึ้นไดพิจารณาการใชยา ตามความเหมาะสม Diclofenac Simvastatin Amlodipine Atovastatin Paracetamol เหนี่ยวนําเอนไซนCYP 2A6 ทําใหยาที่เมตาบอไลทผาน เอนไซมเหลานี้แปรสภาพเพิ่มขึ้น ทําใหระดับยาในเลือดลดลงได ขอมูลอื่น: ในกรณีรักษาอาการกรดไหลยอน ขมิ้นชันใชบรรเทาอาการทองอืดที่เกิดจากลมในกระเพาะอาหาร ไมไดมีสรรพคุณสําหรับรักษาอาการกรดไหลยอน จึงควรพิจารณาใชยาตัวอื่นๆ ไดแกยาธาตุบรรจบ (รายละเอียดอยูในขอมูลยาธาตุบรรจบ)
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 33 ยามะขามแขก รูปแบบ: แคปซูล ขนาด 400 มิลลิกรัม ตัวยาสําคัญ: ผงใบหรือผงใบและฝกมะขามแขก (Senna alexandrina Mill.) รสยา: เปรี้ยว อาการไมพึงประสงค : เหตุการณไมพึงประสงคจาก Herb–Drug Interactions: an overview of systematic reviews 2013 พบวามีรายงานทั้งสิ้น 1 รายงาน Dermatologic: Urticarial ขอหามใช - ผูปวยที่มีภาวะทางเดินอาหารอุดตัน (Gastrointestinal Obstruction) - ผูปวยปวดทองโดยไมทราบสาเหตุ ขอควรระวัง - ควรระวังการใชยานี้ในเด็กอายุต่ํากวา 12 ป - ผูปวยลําไสอักเสบ (Inflammatory Bowel Disease) - ควรระวังในผูปวยที่เปนโรคหัวใจ - การรับประทานยาในขนาดสูง อาจทําใหเกิดไตอักเสบ (Nephritis) - ไมควรรับประทานติดตอกันนานเกิน 1 สัปดาหเพราะจะทําใหทองเสีย ซ่ึงสงผลใหมีการ สูญเสียน้ําและเกลือแรมากเกินไปโดยเฉพาะโพแทสเซียม และการใชติดตอกันเปนระยะเวลานาน จะทําใหลําไสใหญชินตอยา ถาไมใชยาจะไมถาย - ควรระวังการใชยานี้กับหญิงตั้งครรภและหญิงใหนมบุตร Drug Interaction: Drug Interaction: ขอบงใชขนาดและวิธีใช จํานวนที่ จาย/ครั้ง ระยะเวลา บรรเทาอาการทองผูก (ไมถาย อุจจาระมามากกวา 3 ครั้ง/ สัปดาห)อุจจาระแหงแข็ง เบง ถายลําบาก ตองเบงถายนาน รับประทานครั้งละ 2-3 แคปซูล วันละ 1 ครั้ง กอนนอน 15-20 แคปซูล 1 สัปดาห นัดติดตามอาการ คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยามะขามแขก Warfarin ยับยั้งการเกาะกลุม ของเกล็ดเลือด (มีโอกาสเลือดออกงาย และเลือดแข็งตัวชา) หลีกเลี่ยง การใชยาสมุนไพร Aspirin 300 mg
34 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยามะขามแขก Astemizole Sennoside B inhibited CYP 2J2 catalyzed astemizole with 28% inhibition. (in vitro) หลีกเลี่ยง การใชยาสมุนไพร Corticoadrenal steroids Sennoside กระตุนการขับ ออกของ Potassium ออก อาจทําใหเกิดภาวะอาการ hypokalemiaไดแกอาการ กลามเนื้อลา ตะคริว ปวด กลามเนื้อ หัวใจเตนระริก Diuretic drugs (furosemide (Lasix), HCTZ และอื่นๆ Theophylline ยาผสมเพชรสังฆาต สูตรที่2 รูปแบบ: แคปซูล ขนาด 500 มิลลิกรัม รสยา: รอนเอียน สูตรตํารับ: ในผงยา 85 กรัม ประกอบดวยเถาเพชรสังฆาต หนัก 50 กรัม กะเม็ง หนัก 15 กรัม โกฐน้ําเตา หัวกระชาย หนักสิ่งละ 10 กรัม ขอหามใช: ไมควรใชยาในหญิงตั้งครรภและหญิงใหนมบุตร ขอควรระวัง: ไมพบรายงาน เหตุการณไมพึงประสงค: จากสรุปรายงานเหตุการณไมพึงประสงคจากการใชยา ประจําป 2557 Spontaneous Reports of Adverse Drug Reaction 2014 พบวามีรายงานทั้งสิ้น 6 รายงาน Dermatologic: Stevens Johnson Syndrome (1/6), Angioedema (1/6), Rash MaculoPapular (3/6), Urticaria (1/6) ขอบงใชขนาดและวิธีใชจํานวนที่ จาย/ครั้ง ระยะเวลา รักษาริดสีดวงทวารภายใน ระยะที่ 1-2 (ฤทธิ์ลดการอักเสบ และทําใหหลอดเลือดดําหดตัว) รับประทานครั้งละ 3แคปซูล วันละ 3 ครั้ง กอนอาหาร เชา กลางวัน เย็น *อาการดีขึ้นรับประทาน ติดตอกันเปนเวลา 3-6 เดือน 60 แคปซูล 1 สัปดาห นัดติดตามอาการ
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 35 Drug Interaction: คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยาผสมเพชรสังฆาต Warfarin ไมพบรายงาน หลีกเลี่ยงการใชยาสมุนไพร Aspirin 300 mg 2. ยารักษากลุมอาการทางระบบทางเดินหายใจ ยาแกไอผสมมะขามปอม รูปแบบ: ยาน้ํา ขนาด 60 มิลลิลิตร รสยา: เปรี้ยวฝาด ขอหามใช: ไมพบรายงาน ขอควรระวัง: ควรระวังการใชในผูปวยที่ทองเสียงาย เนื่องจากมะขามปอมมีฤทธิ์เปนยาระบาย อาการไมพึงประสงค: จากสรุปรายงานเหตุการณไมพึงประสงคจากการใชยา ประจําป 2557 Spontaneous Reports Of Adverse Drug Reaction 2014 พบวามีรายงาน ทั้งสิ้น 5 รายงาน Dermatologic: Rash Erythematous (≥10%), Rash (1/5) Immunologic: Anaphylaxis (1/5) Other: Face Oedema(1/5), Oedema Mouth (1/5) Drug Interaction: - ควรระวังการใชยานี้รวมกับสารกันเลือดเปนลิ่ม (Anticoagulant) และยาตานการจับตัว ของ เกล็ดเลือด (Antiplatelets) เนื่องจากตํารับยาแกไอมะขามปอม มีสมุนไพรทั้งหมด 5 ชนิด พบวามีฤทธิ์ ทําใหเกิด Antiplatelets, anticoagulant จํานวน 2 ชนิด ไดแกสารสกัดน้ํามะขามปอมและสารสกัด รากชะเอมเทศ - ควรระวังการใชยานี้รวมกับยาที่ขับออกผาน P-Glycoprotein เนื่องจากตํารับยาแกไอผสม มะขามปอมมีสมุนไพรทั้งหมด 5 ชนิด พบวามีฤทธิ์ยับยั้งการทํางานของ P-Glycoprotein จํานวน 2 ชนิด ไดแกสารสกัดน้ํามะขามปอมและสารสกัดรากชะเอมเทศ ขอบงใชขนาดและวิธีใช จํานวนที่ จาย/ครั้ง ระยะเวลา บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะเบื้องตน จิบเมื่อมีอาการไอ ครั้งละ 1-2 ชอนชา 2-3 ขวด 3-5 วัน นัดติดตามอาการ บรรเทาอาการระคาย เคืองคอที่ทําใหไอ
36 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยาแกไอผสม มะขามปอม Warfarin ยับยั้งการเกาะกลุม ของเกล็ดเลือด (มีโอกาสเลือดออกงาย และเลือดแข็งตัวชา) หลีกเลี่ยงการใชยาสมุนไพร Aspirin 300 mg ขอมูลอื่น: ยาแกไอผสมมะขามปอม สามารถจายไดในหญิงตั้งครรภและใหนมบุตร ยาประสะมะแวง รูปแบบ: ยาเม็ด ซองละ 20 เม็ด สูตรตํารับ : ในผงยา 96 กรัม ประกอบดวย 1. ผลมะแวงตนผลมะแวงเครือ หนักสิ่งละ 24 กรัม 2. ใบสวาดใบตานหมอนใบกะเพรา หนักสิ่งละ 12 กรัม 3. เหงาขมิ้นออย หนัก 9 กรัม สารสมสะตุหนัก 3 กรัม รสยา : ฝาดขม ขอควรระวัง: - ในผูปวยที่ตองจํากัดการใชเกลือ ไมควรใชน้ํามะนาวผสมเกลือ - ไมควรใชติดตอกันนานเกิน 15 วัน หากอาการไมดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย - ไมควรใชในเด็กที่อายุต่ํากวา 6 ป อาการไมพึงประสงค: จากสรุปรายงานเหตุการณไมพึงประสงคจากการใชยา ประจําป 2557 Spontaneous Reports of Adverse Drug Reaction 2014 พบวามีรายงาน ทั้งสิ้น 2 รายงาน Dermatologic: Rash (1/2) Other: Oedema Mouth (1/2) ขอบงใชขนาดและวิธีใชระยะเวลา บรรเทาอาการไอที่มีเสมหะ อมเมื่อมีอาการไอ ครั้งละ 3-5 เม็ด (กรณีมีเสมหะหนืดขน บดยาประสะมะแวง 3-5 เม็ด ผสมน้ํามะนาว 1/2 ชอนชา และเกลือ 1/8 ชอนชา จิบเมื่อมีอาการ) 1 สัปดาห นัดติดตามอาการ อาการไอจากกรดไหลยอน (อาการไอที่มีอาการแสบอก รวมดวย)
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 37 Drug Interaction: คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยาประสะมะแวง Warfarin ยับยั้งการเกาะกลุม ของเกล็ดเลือด (มีโอกาสเลือดออกงาย และเลือดแข็งตัวชา) หลีกเลี่ยงการใชยาสมุนไพร Aspirin 300 mg 3. ยารักษากลุมอาการทางผิวหนัง ครีมพญายอ รูปแบบ: ยาครีม 5% ขนาด 5 กรัม ตัวยาสําคัญ:สารสกัดเอทิลแอลกอฮอลของใบพญายอแหง Clinacanthus nutans (Burm. f.) ยาครีมที่มีสารสกัดเอทิลแอลกอฮอล (95 เปอรเซ็นต) ของพญายอ รอยละ 4-5 โดยน้ําหนัก (w/w) ขอควรระวัง: หากทาแลวอาการไมดีขึ้น หรือมีอาการแสบรอนผิวหนังเพิ่มขึ้น ควรหยุดยาทันที Drug Interaction: ไมพบรายงาน อาการไมพึงประสงค: ไมพบรายงาน ขอบงใชขนาดและวิธีใชจํานวนที่ จาย/ครั้ง ระยะเวลา รักษาเริม งูสวัด(1) ที่มีอาการ ผื่นขึ้นเปนตุมพองใส รักษา ผื่นสุกใส ตุมน้ําพองใสบริเวณ ผิวหนัง ทาบริเวณที่มีอาการ ทุก 4 ชั่วโมง หรือวันละ 5 ครั้ง ***หลังทา 1 ชั่วโมงหากอาการ ไมดีขึ้นใหใชใบหนุมาน ประสานกาย หรือใบตะขาบบิน 50 กรัม ตําผสมสุรา 2 ชอนโตะ คั้นน้ําทาบริเวณที่มีอาการ 1 หลอด 3 วัน นัดติดตามอาการ ทาจนกวาตุมจะหาย เปนปกติ รักษาอาการผื่นแดง หรือตุม น้ําเล็กๆ คันขึ้นบริเวณที่โดน ยุงกัด หรือเฉพาะในบริเวณที่ สัมผัสกับสิ่งระคาย (เชน สรอยคอ กําไล แหวน ผงซักฟอก ปูน) ทาบริเวณที่มีอาการ 1 หลอด 3 วัน นัดติดตามอาการ ทาจนกวาตุมจะหาย เปนปกติ
38 แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี ขอมูลเพิ่มเติม: - ขอมูลจากงานวิจัยระบุวา สารสกัดจากใบพญายอ สามารถฆาเชื้อไวรัสที่กอใหเกิดโรค อีสุกอีใส งูสวัด (Varicella Zoster Virus) ทั้งภายในและภายนอกเซลลคือ ยับยั้งไวรัสโดยตรง และ ยับยั้งการเพิ่มจํานวนของไวรัส - ขอมูลทางคลินิกผูปวยโรคเริมบริเวณอวัยวะสืบพันธุที่ติดเชื้อครั้งแรกและติดเชื้อซ้ํา เมื่อ รักษาโดยทาแผลของผูปวยดวยครีมพญายอ (5%) เปรียบเทียบกับยามาตรฐาน Acyclovir พบวา แผล ของผูปวยที่ไดรับการรักษาดวยยาจากสารสกัดใบพญายอและ Acyclovir จะตกสะเก็ดภายในวันที่ 3 และหายภายในวันที่ 7 แสดงวาครีมพญายอและครีม Acyclovir มีประสิทธิภาพในการรักษาผูปวยโรค เริมบริเวณอวัยวะสืบพันธุใหหายไดเร็วพอกัน แตครีมพญายอไมทําใหเกิดอาการแสบระคายเคือง ในขณะที่ครีม Acyclovir ทําใหแสบและราคาแพง - ผูปวยโรคงูสวัด เมื่อรักษาโดยทาแผลดวยครีมพญายอ (5%) วันละ 5 ครั้งทุกวัน ปรากฏวา แผลจะตกสะเก็ดภายใน 1-3 วัน และหายภายใน 7-10 วัน พบวาผูปวยจะหายเร็วกวาการใชยาชนิดอื่น และไมพบอาการขางเคียงใดๆ จากการใชสารสกัดใบพญายอ 4. ยารักษากลุมอาการทางระบบกลามเนื้อ ยาเถาวัลยเปรียง รูปแบบ: ยาแคปซูล ขนาด 350 มิลลิกรัม รสยา: รสเอียน ขอหามใช: หามใชในหญิงตั้งครรภ ขอควรระวัง: - ควรระวังการใชยาในผูปวยที่เสี่ยงเปนโรคตอมลูกหมากโต - ควรระวังการใชเถาวัลยเปรียงในผูปวยที่เปนแผลในกระเพาะอาหาร อาจทําใหเกิด การระคายเคืองของระบบทางเดินอาหาร - ควรระวังการใชยารวมกับกลุมยาตานการอักเสบที่ไมใชสเตียรอยด (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) เนื่องจากเถาวัลยเปรียงมีกลไกออกฤทธิ์เชนเดียวกัน - ควรระวังการใชยานี้รวมกับยาที่มีฤทธิ์ลดระดับความดันโลหิต เนื่องจากมีการรายงานวา เถาวัลยเปรียงมีฤทธิ์ทําใหเกิด Hypotension ขอบงใชขนาดและวิธีใชจํานวนที่ จาย/ครั้ง ระยะเวลา ปวดกลามเนื้อทั่วไป หรือปวดกลามเนื้อจาก การเลนกีฬา รับประทานครั้งละ 3แคปซูล วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารเชา กลางวัน เย็น 45 แคปซูล 1 สัปดาห นัดติดตาม บรรเทาอาการปวดเขา อาการ กรณีมีลมในขอเขา รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง กอนอาหารเชา กลางวัน เย็น รวมกับยา ขม * ิ้นชันครั้งละ 1 แคปซูล
แนวทางเวชปฏิบัติการใชยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปจจุบัน จังหวัดจันทบุรี 39 เหตุการณไมพึงประสงค: จากสรุปรายงานเหตุการณไมพึงประสงคจากการใชยา ประจําป 2557 Spontaneous Reports of Adverse Drug Reaction 2014 พบวามีรายงาน ทั้งสิ้น 177 รายงาน Cardiovascular: Palpitation (5/177), Faintness (3/177) Dermatologic: Rash (10/177), Urticaria (7/177), Itching (7/177), Pruritus (3/177), Rash MaculoPapular (2/177), Fixed Eruption (2/177), Papular Rash (2/177), Rash Erythematous (2/177), Bullous Eruption (2/177), Burning Sensation (1/177), Extremities Hot (1/177), Erythema (1/177) Gastrointestinal: Nausea (10/177), Throat Dry (9/177), Abdominal Pain (9/177), Vomiting (6/177), Constipation (5/177), Flatulence (4/177), Anorexia (4/177), FaecesDiscoloured (3/177), Stools Diarrhoea (3/177), Appetite Increased (1/177), Faecal Abnormality (1/177), Watery (1/177), Taste Loss (1/177), Throat Irritation (1/177) Hematologic: HaemorrhageNos(1/177) Immunologic: Angioedema (8 /177), Anaphylaxis (1/177) Musculoskeletal: Back Pain (1/177) , Muscle Pain (1/177), Muscle Rigidity (1/177) Neurologic: Dizziness (5/177), Sleepiness (4/177), Insomnia (3/177), Anaesthesia Local (1/177), Bewilderment (1/177), Giddiness (1/177), Somnolence (1/177), Convulsions (1/177) Ophthalmic: Vision Blurred (1/177) Respiratory: Chest Tightness (4/177), Breathing Difficult (1/177) Renal: Polyuria (5/177), Urine Discolouration (2/177), Urinary Frequency (1/177), Urinary Retention (1/177) Other: Mouth Dry (7/177), Feeling Of Face Oedema (3/177), Fatigue (3/177), Headache (3/177), Coughing (2/177), Oedema Mouth (2/177), Mouth Irritation (1/177), Oedema Of Extremities (1/177), Oedema Peripheral (1/177), Bruise (1/177), Debility (1/177), Fluor (1/177), Tiredness (1/177), Syncope (1/177) Drug Interaction: คูยากับยาสมุนไพรที่เกิด Drug Interaction คูยาที่เกิดอันตรกิริยา ผลอันตรกิริยา การจัดการเมื่อใชรวมกัน ยาสมุนไพร ยาแผนปจจุบัน ยาเถาวัลยเปรียง Warfarin ยับยั้งการเกาะกลุม ของเกล็ดเลือด (มีโอกาสเลือดออกงาย และเลือดแข็งตัวชา) หลีกเลี่ยง การใชยาสมุนไพร Aspirin 300 mg