การศึกษา ต�ารายาสมุนไพร แผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา โครงการ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และปรับปรุงแหล่งเรียนรู้และแหล่งศิลปวัฒนธรรม หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา ส�านักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ISBN จัดพิมพ์โดย หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ถนนน�้ากระจาย อ่างทอง (ซอยบ้านศรัทธา) ต�าบลพะวง อ�าเภอเมือง จังหวัดสงขลา ๙๐๑๐๐ ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๐ จ�านวน ๔๕๐ เล่ม ที่ปรึกษา นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายขจร มุกมีค่า รองอธิบดีกรมศิลปากร นางสาวอนงค์ หนูแป้น ผอ.ส�านักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา นางพรทิพย์ โพธิ์ทอง ผอ.หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช นายสมชาย หอมจันทร์ หน.หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา นางสาวบุบผา ชูชาติ อดีต หน.หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา นางสุปราณี นิลตีป หน.หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ หาดใหญ่ นายพิชัย แก้วขาว นายบุญเลิศ จันทระ นายชัยวัฒน์ สีแก้ว นายบุญชอบ เรืองนุ้ย เรียบเรียง นายจรัญ ทองวิไล คณะท�างาน นายสุรพันธ์ สุวรรณโณ นางศรีแพรพันธ์ รอดเจริญ นางสาวพินปกา อนันต์ นางบุษราภรณ์ ดวงจันทร์ นายจารึก สายชนะพันธ์ นางอาภาภรณ์ เรืองนุ้ย นายบุญเจือ สังราชกิจ นางสุดจิต ชูฉิมนะ พิมพ์ที่ โรงพิมพ์ เวิลด์ มีเดีย กราฟฟิค อ�าเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ๙๐๑๑๐ เลขที่ ๒ ถนนทุ่งเสา ๒ ต�าบลหาดใหญ่ อ�าเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ๙๐๑๑๐ โทรศัทพ์ ๐๗๔-๔๖๕-๔๘๗-๘ ๐๘๑-๙๕๗-๖๗๑๖ ภาพจาก https://sites.google.com/site/watluangpreechakul/herb ข้อมูลทางบรรณานุกรมของส�านักหอสมุดแห่งชาติ National Library of Thailand Cataloging in Publication Data หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา. 4 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ค�ำน�ำ การแพทย์พื้นบ้านเป็นระบบความรู้ดั้งเดิมของบรรพชน ที่ใช้เพื่อการบริบาลรักษาโรคของสมาชิกใน ครัวเรือน และชุมชนหมู่บ้านมาแต่ครั้งอดีต การใช้ยาสมุนไพรเพื่อการบริบาลและรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ในอดีตถือว่ามีความจ�าเป็นและมีความส�าคัญเป็นอย่างมาก ทั้งนี้โดยสามารถเห็นได้จากแพทย์พื้นบ้านหรือ หมอพื้นบ้านในอดีตซึ่งมีอยู่เกือบจะทุกหมู่บ้าน หมอพื้นบ้านเหล่านี้จะคอยให้การบริบาลรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ต่าง ๆ แก่คนในชุมชนท้องถิ่นของตนเอง โดยใช้ยาสมุนไพรในการบริบาลรักษาโรคเป็นหลักฉะนั้นในอดีต ยาสมุนไพรและหมอพื้นบ้านถือว่ามีอิทธิพลต่อบุคคลในชุมชนท้องถิ่นมาก หมอพื้นบ้านเหล่านี้ส่วนมากจะมี ต�ารับต�ารายาสมุนไพรเป็นของตัวเองซึ่งนิยมบันทึกลงในบุดขนาดเล็กซึ่งสามารถพกพาติดตัวได้สะดวก ส่วนที่ เป็นต�ารับต�าราของวัดนั้นพบว่า นิยมบันทึกลงในบุดขนาดกลางและจารลงในหนังสือใบลานขนาดเล็กประเภท ลานก้อม ปัจจุบันต�ารับต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณอันเป็นองค์ความรู้และมรดกทางภูมิปัญญาของบรรพชน ดังกล่าวนี้ยังคงตกทอดหลงเหลืออยู่ตามบ้านเรือนของหมอพื้นบ้านและตามวัดวาอารามต่าง ๆ จ�านวนมาก พอสมควร การที่หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา ได้น�าต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณของวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา มาปริวรรตศึกษาในครั้งนี้ก็เพื่อการอนุรักษ์และเผยแพร่องค์ความรู้และมรดก ทางภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทยของบรรพชนให้เป็นที่ประจักษ์และปรากฏแพร่หลายเป็นประโยชน์เกื้อกูล แก่อนุชนและบุคคลผู้สนใจทั่วไป การปริวรรตศึกษาตัวยาสมุนไพรซึ่งหมอพื้นบ้านในอดีตได้จดบันทึกไว้นั้น ถือว่ามีความยากพอสมควร ในเรื่องของการอ่านและการอธิบายตัวยาบางชนิดซึ่งคนสมัยโบราณรู้จักกันดี แต่เมื่อกาลเวลาล่วงเลยมาเป็น ระยะเวลายาวนานเกือบหนึ่งร้อยปี การเรียกชื่อตัวยาสมุนไพรซึ่งเป็นชื่อที่เรียกขานกันในท้องถิ่นภาคใต้บางตัว อาจเคลื่อนคลาดแตกต่างกันออกไปกับชื่อปัจจุบัน หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นในลักษณะดังกล่าวนี้ผู้ปริวรรต ศึกษาต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย จรัญ ทองวิไล นักภาษาโบราณ หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา 5 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
สารบัญ ค�าน�า หน้า ค�านิยม การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ..................... ๑ ประวัติต้นฉบับ ....................................................................................................................................... ๒ สารัตถะของเรื่อง .......................................................................................................... ......................... ๓ เนื้อเรื่อง .................................................................................................................................................. ๔ คุณค่าและภูมิปัญญาที่ปรากฏในต�ารายาสมุนไพร ............................................................................. ๙ การปริวรรตศึกษา ................................................................................................................................. ๑๑ บรรณานุกรม .................................................................................................................................................... ๙๖ 6 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ต�ารายาสมุนไพรฉบับวัดบ้านลุ่ม เป็นต�ารายาสมุนไพรส�าหรับใช้รักษาโรคาพยาธิต่าง ๆ โรคบางประเภท อาจจะใช้ยาสมุนไพรเพียงขนานเดียวในการรักษา แต่โรคบางประเภทจะใช้ตัวยาหลายขนานด้วยกัน ยาแต่ละ ขนานจะบอกสรรพคุณและวิธีการใช้ยาในการรักษาโรคไว้ละเอียดพอสมควร เช่น หัวบุกรอ หนักสองบาท ดีปลีหนักบาทสลึง หัวอุตพิดบาทสลึง ขิงเจ็ดสลึง พริกบาท ๑ แห้วหมูบาทสลึง สะค้านบาทสองสลึง ยา ทั้งนี้ตากแห้งต�าผง ลายน�้าผึ้งรวง กลอนเท่าลูกพุทรา กินแก้ไอหายแล ฯ ยาบางขนานจะใช้คาถาเสกก�ากับ ยาด้วย เช่น ยาขี้เรื้อนแล้วตกแต่งดอกไม้ ธูปเทียน หมากพลู บูชาเสกด้วยคาถานี้ อะมะรัตตะนัตตายะ มะหาเตโช อันตะราตัสสะ เตชะสะฑุ นิทธิตา ตัตตะรายะ ยะทาตตะ สาวาหะ ฯ ยาบางขนานเมื่อก่อนกิน ท่านให้ระลึกถึงท่านผู้มีบุญคุณเพื่อแสดงความกตัญูญูด้วย เช่น แห้วหมูชั่ง ๑ เจตมูนเพลิงชั่ง ๑ ดีปลีชั่ง ๑ บอระเพ็ดชั่ง ๑ พริกไทยชั่ง ๑ รากสะค้านชั่ง ๑ ขมิ้นชั่ง ๑ เทียนหนักบาท ๑ เมื่อจะกินให้ร�าลึกถึงท่าน เขาอ้อ (สันนิษฐานว่าจะเป็นเจ้าอาวาส วัดเขาอ้อรูปใดรูปหนึ่ง ส�านักวัดเขาอ้อถือว่า เป็นวัดที่มีสรรพวิทยาการ ต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งต�ารายาสมุนไพรด้วย) ยานี้ลายน�้าผึ้งรวงกินมีก�าลังมากนักแลท่านเอย ฯ ยาบาง ขนานท่านอ้างสรรพคุณที่วิเศษสุดของตัวยา โดยยกตัวอย่างบุคคลที่กินยาแล้วได้ผลส�าเร็จมาเป็นบุคลาธิษฐาน ด้วย เช่น สิทธิการิยะ จักกล่าวยาดับโรคทั้งปวงแก้กลอนปัตคาดราชยักษ์แลมิได้เจ็บหลังเลย แก้สารพัดพยาธิ ทั้งปวงมิได้มีเลยต�ารานี้ ท่านได้ท�ากินมามากแล้ว ท่านให้เอากันเกราทั้งรากทั้งเปลือก ๒ ต�าลึง ใบหมากหลอด ๒ ต�าลึง เอื้องเพชรม้า ๑ ต�าลึง พาหมี ๑ ต�าลึง ใบมะรุม ๑ ต�าลึง เจตะมูนเพลิง ๑ ต�าลึง ว่านหางช้าง ๑ ต�าลึง หัวเขาคัน ๑ ต�าลึง ยาทั้งนี้ต�าผงลายน�้าผึ้งกินเท่าลูกบัววันละเม็ดเสกด้วยคาถา ยานี สามคาบ ถ้ากินได้ ๑๐ วัน พยาธิ ๗ จ�าพวก หายสิ้นแล ถ้ากินได้เดือน ๑ ก�าลังเท่าช้างสารแล ถ้ากินได้ ๒ เดือนคงกระพันชาตรี ถ้ากินได้ ๓ เดือนรูปงาม ถ้ากินได้ ๔ เดือนเสียงเพราะ ถ้ากินได้ ๕ เดือนมีปัญญามาก ถ้ากินได้ ๖ กินได้ ๗ เดือน ทรงไตรปิฎกได้ ถ้ากินได้ปี ๑ จักขุดังกายพฤกษ์เทวดารักษามิขาด มีอายุยืน เมื่อจะกินให้บ่ายหน้าไปสู่บูนให้ ล�านึกถึงพระฤษี ๒ พระองค์ ถ้าผู้ใดมิเชื่อ มิประสิทธิ์เลย ถ้าผู้ใดรู้แล้วบอกต่อ ๆ กันไปจะได้อานิสงส์แสนกัลป์ ท่านเจ้าต�ารานี้ได้กินมา ๒๐ พระองค์แล้ว องค์หนึ่งอยู่เมืองลานช้างชื่อหลวงเมือง ท่านได้กินมีอายุยืนได้ ๑๐๗ ปีมีรูปงามดังบ่าวรุ่น ๑๕ ปี ท่านจึงแต่งต�ารานี้ให้พระอาจารย์ ต�ารานี้ได้มาแต่เมืองลังกา ยากินถ่าย สักหน่อย ฯ 7 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ประวัติต้นฉบับ ตัวอย่างหน้าต้นและหน้าสุดท้ายของหนังสือบุด ต�ารายาเล่มนี้ เป็นสมบัติของวัดบ้านลุ่ม ต�าบลทับช้าง อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ ของหอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา ลงพื้นที่ส�ารวจเอกสารโบราณในเขตพื้นที่อ�าเภอนาทวี จังหวัด สงขลา เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๖ จึงได้พบเอกสารต้นฉบับต�ารายาเล่มนี้ บันทึกอยู่ในหนังสือบุดขาว เขียนด้วยหมึกด�า บันทึกเป็นอักษรไทย ภาษาไทยกลางปนภาษาไทยถิ่นใต้ ลักษณะการประพันธ์เป็นแบบ ร้อยแก้วตลอดเล่มตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง การจดบันทึกอักษรในหนังสือบุด บันทึกหน้าละ ๖ บรรทัด จ�านวน ทั้งสิ้น ๑๕๐ หน้า เมื่อพิจารณาลายมือตัวอักษรที่จดบันทึกแล้วชวนให้สันนิษฐานว่า ผู้จดบันทึกหรือผู้คัดลอก คงจะมี ๒ คนเป็นอย่างน้อย ต�ารายาสมุนไพรเล่มนี้เมื่อพิจารณาจากต้นฉบับหนังสือบุดแล้วถือว่า ยังมีสภาพสมบูรณ์มาก ปัจจุบัน ต้นฉบับหนังสือต�ารายาเล่มนี้ยังคงเก็บรักษาอยู่ที่วัดบ้านลุ่ม ต�าบลทับช้าง อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ฉบับ ที่น�ามาปริวรรตศึกษาในหนังครั้งนี้เป็นฉบับที่ทางหอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา ได้ส�าเนามาจากต้น ฉบับเดิมของวัดบ้านลุ่ม หนังสือบุดเล่มนี้ตามเนื้อหาสาระของเรื่องไม่ปรากฏชื่อเจ้าของต�ารา ผู้จดบันทึก หรือ ผู้คัดลอกแต่อย่างใด ทั้งวัน เดือน ปี ที่จดบันทึกหรือคัดลอกก็ไม่ปรากฏเช่นเดียวกัน จากการสัมภาษณ์ท่าน เจ้าอาวาสวัดบ้านลุ่มในขณะนั้นทราบเพียงว่า เป็นสมบัติของเจ้าอาวาสรูปก่อน ในลักษณะนี้ไม่อาจทราบได้ แน่นอนว่าเป็นสมบัติของท่านเองหรือว่าได้รับมอบมาอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อพิจารณาจากต้นฉบับการเขียนและ อักขระวิธีการเขียนซึ่งใช้พยัญชนะ ฃ และ ฅ อยู่นั้นสันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุไม่น้อยกว่า ๘๐ ปี ชิงช้าชาลี สามขัน เกลือสามขัน ดองดฯ หัวบุกรอ หนักสองบาท ดีปลีหนักบาทสลึง หัวอุตพิดบาทสลึง ขิงเจ็ดสลึง พริกบาท ๑ แห้วหมูบาทสลึง สะค้านบาทสองสลึง ยาทั้งนี้ตากแห้งต�าผง ลายน�้าผึ้งรวง กลอนเท่า ลูกพุทรา กินแก้ไอหายแล ฯ หน้าต้นล�าดับแรกเป็นค�ากล่าวนมัสการพระรัตนตรัยว่า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะฯ ต่อจากนั้นก็บรรยายตัวยาสมุนไพรที่ใช้บริบาลรักษาโรคต่าง ๆ เช่น 8 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
หน้าสุดท้ายมีข้อความก่อนจบเรื่องว่า อาจารย์ท่านผู้วิเศษจึงบอกยา เจตมูลเพลิงเอามาโดยจ�านง พริก ขิง กระเทียม ขิงแห้ง แสวงหา แห้วหมู เอามาโดยใจจง มูกมันใบตลอดอันฤทธิ์รง ดีปลีเชือกประสงค์แปดสิ่งมา เสมอภาคตากแห้งแล้วต�าผง คุลีการ มั่นคงตามที่ว่า บดให้ละเอียดคือแป้งทา เอาน�้าผึ้งรวงมาให้ครบไว เป็นกระสายลายโอสถ พระขรรค์เพชร เสร็จแล้วคิดถึงคุณดังใจหมาย จึงเอาสักกัตตะวาที่ว่าไว้ เสกให้ได้ตามก�าลังเทพดา บวชไว้เจ็ดวันบนเพลิงการ สมาทานรับเอาศีลมารักษา ภุมโม เป็นวันมีศักดาอาราธนาให้กินมีเดโช พระขรรค์เพชรจะล้างให้ม้วยมุด โรคร้ายให้รันทดมิสู้อยู่ โรคร้ายหมดเป็นพลับพลู เราจะอยู่เป็นสุขทุกเวลา ฯ 9 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
เนื้อเรื่องแบ่งออกเป็น ๓ ตอน คือ เนื้อเรื่องตอนต้นขึ้นต้นด้วยค�านมัสการคือ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ว่า ๓ ครั้ง เนื้อเรื่องตอนที่สอง เป็นการบรรยายถึงสรรพคุณของตัวยาแต่ละประเภทที่ใช้ในการบริบาลรักษาโรค ซึ่งประกอบด้วยโรคและตัวยาสมุนไพรหลากหลายชนิดที่ใช้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตัวยาสมุนไพร แต่ละขนานจะบอกจ�านวนและปริมาณในการใช้ยาด้วย เช่น ถ้าไอเอาพริก +๑ เกลือ + ๑ ไพลแห้ง +๑ บดลายน�้ามะนาวกินแล ฯ ในส่วนของเนื้อหา นอกจากจะกล่าวถึงยาสมุนไพรแต่ละขนานที่ใช้ในการบ�าบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ต่างๆ แล้ว ยังกล่าวถึงคาถาอาคมที่ใช้เสกตัวยาแต่ละขนานก่อนที่จะน�าไปต้มหรือบดต�าผงเป็นลูกกลอน เพื่อใช้ กิน ทา หรือพ่น เพื่อบ�าบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เหล่านั้นด้วย เนื้อเรื่องตอนที่สาม ตอนสุดท้าย กล่าวถึงว่า ผู้ที่มีโรคภัยไข้เจ็บอยู่แล้วควรเสาะแสวงหายามาเพื่อ รักษาตัวเอง เพื่อก�าจัดโรคภัยไข้เจ็บเหล่านั้นให้หมดสิ้นไป เพื่อที่จะได้ด�ารงชีพอยู่ด้วยความสุขสบายทุกวันคืน สารัตถะของเรื่อง ต�ารายาสมุนไพลฉบับนี้ ผู้บันทึกได้รวบรวมต�ารายาสมุนไพรไว้เป็นจ�านวนมากหลากหลายขนานด้วยกัน เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้ริดสีดวง ยาแก้ผิดระดู ยาแก้หอบไอ ยาแก้เสลด ยาแก้ไข้ ยาแก้บิด ยาแก้ร้อนใน ยาแก้สลบ ยาแก้ลิ้นกระด้างคางแข็ง ยากวาดซาง ยาแก้มูตรแดง ยาแก้ลมจุกเสียด ยาแก้ฝีตาเดือน ยาแก้ลม จุกอก ยาแก้มือตายตีนตาย ยาแก้มะเรียน เป็นต้น นอกจากการใช้พืชสมุนไพร (พืชวัตถุ) เป็นยาเพื่อรักษาโรคแล้ว ยาบางขนานยังประกอบไปด้วย สัตว์วัตถุ เช่น ปลาดุก หอย เขาควายเผือก กระดูกกา นอแรด เขากวาง เป็นต้น และธาตุวัตถุ เช่น ดินประสิว การบูร เกลือสินเธาว์ น�้าประสานทอง เป็นต้น ยาบางขนานยังต้องใช้เวทมนต์คาถาเสกก�ากับตัวยาด้วย เช่น จักกล่าวยาผีไม้ ผีไทรแลคุณ แลไข้เลือด แลลม ๑๐๘ จ�าพวก อาจารย์กล่าวไว้ เอาว่านหางช้าง ๑๒ ใบลงพระเจ้า ๑๖ ใบหนาด ๑๒ ลงพระเจ้า ๑๖ ถอยหลัง ไพลสามแว่นลง มะ อะ อุ ขิงสามแว่นลง อุ อะ มะ บอระเพ็ด ๙ แว่นลง อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ ภุ พะ พญามือเหล็ก ๔ ลงด้วย ฤ ฤา ฦ ฦา พญาหญ้า ๗ ลงด้วย สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ แห้วหมู ๑๐๘ ลงอิติปิโส ใบมะนาว ๓๖ ลงเกลา โลมา แก่นขรูลงตรีนิสิงเห หวายลิง ๕ ลงพระเจ้า ๕ องค์ ..... ฯลฯ นอกจากนี้ยังกล่าวถึง คาถาต่าง ๆ ด้วย เช่น โอม หึง หาย สรรพพราย วินาสสันติ ฯ ก�าราบพรายแล ฯ พุทธัง บังตาผี บังพระธรณี สวาหะฯ บังตาผีแล ฯ โย โพธิมารัง วัคคะภิกกะ โหระธาจะ พระคาถานี้ให้ว่าเมื่อต้องพายุ ให้ว่าเต็มกลั้นเป่า ไปลมงดแล ฯ ตัวอย่างหน้าต้นและหน้าสุดท้ายของหนังสือบุด + + + 10 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
คุณค่าและภูมิปัญญาที่ปรากฏในต�ำรายาสมุนไพร ๑. ภูมิปัญญาในการรวบรวมต�ำรับยา ซึ่งปรากฏว่ามีอยู่จ�านวนมากหลากหลายขนาน หลายประเภท เพื่อใช้รักษาโรคาพยาธิต่างๆ เช่น ยา แก้ไอ ในต�าราปรากฏว่ามีอยู่ถึง ๑๑ ขนานด้วยกันคือ ขนานที่ ๑ ชิงช้าชาลี ๓ ขัน เกลือ ๓ ขัน ดองด้วยน�้าส้ม แก้ไอแล ฯ ขนานที่ ๒ ข่าทั้งสอง ชะเอาะด�า ชะเอาะขาว ชะเอาะลาย ชะเอาะนก อุตพิด เจตะมูนย่านเอายาวค่าตัว เกลือแล่งหนึ่ง บุกคางคก ดองกับน�้าส้ม กินแก้ไอ หายแล ฯ ขนานที่ ๓ หัวบุกรอหนัก ๒ บาท ดีปลีหนักบาทสลึง หัวอุตพิดบาทสลึง ขิงเจ็ดสลึง พริกบาท ๑ แห้ว หมูบาทสลึง สะค้านบาทสองสลึง ยาทั้งนี้ตากแห้งต�าผง ลายน�้าผึ้งรวง กลอนเท่าลูกพุทรา กินแก้ไอ หายแล ฯ ขนานที่ ๔ พริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ รากส้มกุ้งขึ้น ๑ หนักสิ่ง(ละ)สองสลึง เกลือ ใบส้มป่อยสิ่ง(ละ)สลึง ต�าผงละลายน�้าใบมะขาม ใบส้มป่อยก็ได้ เอาอุ่นขึ้นไฟละลายยานี้ กินแก้ไอแล ฯ ขนานที่ ๕ เทียนทั้งสอง หรดาล ๑ ต�าลึง หัวอุตพิด ๑ สลึง พับแพ้วแดง ๔ บาท ๔ สลึง ดีปลี ๒ บาท ๒ สลึง หัวบุก ๑ ต�าลึง พริก ๑ บาท ยาทั้งนี้ต�าผงลายน�้าผึ้งรวงกิน ไอ ถึงสี่ปีหายแล ฯ ขนานที่ ๖ ถ้าไอออกเลือด รากออกเลือดก็ดี ให้กลั้นใจเก็บเอาหญ้าแพรกเจ็ดยอด บดละลายสุรา ปั้นเอาน�้า แล้วจึงเอาพริก ๑ กระเทียม ๑ บดละเอียด ปรุงลงกินหายแล ฯ ขนานที่ ๗ รากหัสคุณ ๑ พริก ขิง กระเทียม เกลือ ทั้งนี้ตากแห้งต�าผง ให้เอาปลาดุกมากัน เอายานี้ ทาปิ้งไฟให้สุก กินแก้ไอ หายแล ฯ ขนานที่ ๘ เจตะมูนเพลิง เกลือ ปูน ผงลาม กินแก้ไอ ฯ ขนานที่ ๙ ลูกคัดเค้าต�าผงละลายน�้าดังเปลือกยาง พริก ๗ กระเทียม เกลือ ๗ ปรุงลงกินหาย แก้ไอ ฯ ขนานที่ ๑๐ บุกทั้ง ๓ ชะเอาะทั้ง ๓ ข่าทั้ง ๒ ส้มกุ้งขึ้น ๑ ชันเกราะ ๑ ยาขม ๑ เอาแต่เปลือกทาง บุกเอาเปลือกต้น น�้ามะนาวบีบลง แล้วตากให้แห้ง สูบแก้ ริดสีดวง หอบ ไอ แล ฯ ขนานที่ ๑๑ ชะเอาะทั้ง ๓ บุกทั้ง ๓ ชราทั้ง ๕ ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู เกลือทะนาน ๑ พริกทะนาน ๑ เจตะมูนทั้ง ๒ ส้มกุ้งขึ้น ลูกมะกรูด ลูกมะนาว ทั้งสองสิ่งนี้เอาเท่าอายุ หัวกลอยเอาสามชิ้น ยาทั้งนั้นเอาเสมอภาคดองกับน�้าส้มกิน แก้ริดสีดวง ๑๒ จ�าพวก หืด ไอ หายสิ้นแล ฯ ต�ารับยาส�าหรับสตรี ต�ารับยาเกี่ยวกับสตรีที่ปรากฏในต�าราจะเกี่ยวข้องกับเลือดลมเป็นส่วนมาก เช่น ยาแก้เลือดเสียในสตรี จักกล่าวโทสันฑฆาต และสัตรีสันฑฆาตและโลหิตสันฑฆาตเกิดแก่กระสัตรีภาพ ต่าง ๆ นานา ก็ดี ท�ายานี้กินเถิด ท่านให้เอากระวาน ๑ กานพลู ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ เทียนขาว ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ สมุลแว้ง ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ บาท พริกไทย ๑ ต�าลึง ๑ บาท ต�าผงแล้วเอาสารส้ม ๔ ต�าลึง ๑ บาท ใส่กระทะเคี่ยวด้วยน�้าให้ละลายแล้วเอายาผงใส่ลงแล้วกวนให้แห้ง บดกับน�้าผึ้งรวงกินหนัก ๑ สลึง แก้โลหิตพิการ 11 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ยาแก้มะเรียนในสตรี หญิงใดเป็นมะเรียนขี้ ให้เอาปลาดุก ๓ ตัว พริก กระเทียม ขิง ข่า เปลือกไข่เน่า ต�าปั้นเอาน�้าถ้วย ๑ เป็นน�้าแกงปลาดุก เคย เกลือพร้อม กินหายแล ฯ ตับค่าง ๑ ปลิงทะเล ๑ ฝนด้วยน�้าปูน กินหายแล ฯ ๒. ภูมิปัญญาในการใช้เวทมนต์คาถาในการบริบาลรักษาโรค การใช้เวทมนต์คาถาเป็นการสร้างความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ให้เกิดกับตัวยาสมุนไพร ซึ่งหมอยสมุนไพร ในสมัยโบราณจะใช้เวทมนต์คาถาในการรักษาโรคควบคู่กันไปกับการให้ยา การใช้คาถาอาคมเพื่อเสกตัวยา หรือการใช้คาถาอาคมปัดเป่าให้กับผู้ป่วยนั้น นอกจากจะเพิ่มความขลังความศักดิ์สิทธิ์ให้กับตัวยาแล้ว อีกประ กรหนึ่งเป็นการให้ผู้ป่วยเกิดก�าลังใจ และเกิดความศรัทธาในตัวหมอ เมื่อผู้ป่วยมีก�าลังใจดีขึ้นแล้ว การบริบาล รักษาโรคก็อาจจะทุเลาเบาบางได้เร็วยิ่งขึ้น ตัวอย่างต�ารับยาที่ใช้คาถาอาคมเข้ารักษาผู้ป่วยด้วย ตัวอย่าง หมากหลอด ๗ เม็ดลงพระธรรม ๗ คัมภีร์ หัวข่า ๔ หัวลง ทุ สะ นิ โส สมอไทย ๕ ลูกพระเจ้า ๕ องค์ หัวแห้วหมู ๓ หัวลง มะ อะ อุ บอระเพ็ด ๔ องคุลีลง นะ มะ พะ ทะ ใบคนที ๓๓ ใบลงอาการ ๓๓ ยาด�า หนัก ๑ บาท เสกในมาติกา แลแช่น�้าผึ้งรวง ๕ คืนแล้วบดผง เสกอาการ ๓๒ แล้วกินกลอนเท่าลูกพุทธรักษา กินวันละ ๑ กลอน ๒ กลอน ๓ กลอนแล้วกินวันกลอนทุกวันไปแล ฯ ถ้าเหยี่ยวมิออกเอาข้าวเหนียวด�าคั่วตอกลายน�้าตาลก็ได้ น�้าผึ่งรวงกิน ๒๙ ใบ ลงนะโมถอยหลัง โกฐทั้ง ๕ ลง เทียนทั้ง ๕ ลงตัวนี้ ตาไม่ไผ่ ๔ ลง กะ จะ ภะ สะ หัวคล้า ๔ ลง อิ กะ วิ ติ ก้านสะเดา ๓๓ ก้านลงอาการ ๓๒ พริก ถ้วย ๑ ลั่นทม ๓๓ รากหมากผู้ ๑ รากหมากเมีย ๑ รากปราง ๑ เปลือกม่วงคัน ๑ เปลือกไข่ ไก่ฟัก ๑ ฝักราชพฤกษ์ ๓ ยาทั้งนี้เมื่อต้มขึ้นเสกด้วยพระเจ้า ๑๖ อิ ติ ปิ โส ถอด นะ โม ถอยหลัง เสกด้วย ประจุขาดอาการ ๓๒ ตรีนิสิงเห คาถาออกพรรษา ค�านับครูหมาก ๓ ค�า เทียน ๓ เล่ม ดอกไม้ ๓ ดอก เงินผูกคอหม้อ ๑ บาท บ่ายหน้าไปบูน ยันต์ก้นหม้อ สัพเพเท แล ฯ ยาขี้เรื้อนแล้วตกแต่งดอกไม้ ธูปเทียน หมากพลู บูชาเสกด้วยคาถานี้ อะมะรัตตะนัตตายะ มะหาเตโช อันตะรา ตัสสะ เตชะสะฑุ นิทธิตา ตัตตะรายะ ยะทาตตะ สาวาหะ ฯ เสกด้วยคาถานี้แล้วใส่ขวดไว้อย่าให้ ต้องลม ถ้าเป็นป้างก็ดี ลมเสียดร้าย ตีนขัดก็ดี เอายานี้ลายน�้ามะงั่ว น�้ารอนบีบน�้ามะงั่วหน่อยหนึ่งกินหายแล ฯ ถ้าไข้เจ็บหัว เจ็บทั้งตัว สะท้านก็ดี องคชาติละลอกก็ดี เอายานี้ลายน�้ามะงั่วน�้านาว อุ่นไฟกินหายเมื่อยล้า อายน�้าร้อนกินหายแล ฯแก้ไข้เรื้อ เอาขมิ้นอ้อย ๕ ท่อนลงพระเจ้า ๕ องค์ ๒ ตัว พลูบ้าน ๕ ใบลงอักขระนี้ใบ (ละ) ๒ ตัว (นะมิ โมมิ พุมิ ธามิ ยะมิ ) ใบสองตัว รากเพกาสามท่อนลง (มะ อะ อุ ) ท่อน(ละ)ตัว ต้มเสกในพระ อิติปิโส ถอยหลัง ๑๐๘ นะ โม พุ ท ธา ยะ ๑๐๘ นะมิ กลั้น ๑ โมมิ กลั้น ๑ พุมิ กลั้น ๑ ธามิ กลั้น ๑ ยะมิ กลั้น ๑ ต้มเสกกินเถิด ฯ ยารุเลือดในสตรี ยารุเลือด เอารากเจตะมูลเพชร ๑ ลูกในดีปลี ๑ รากไม้เท้ายายหม่อม ๑ ต้มกิน ลงแล ฯ ยาแก้เลือดลงสลบไปงายหนึ่ง วันหนึ่ง เอายานี้แก้ ดีวัวนิล ๑ ดีควายขาว ๑ ดีตะพาบน�้า ๑ ตับค่าง ๑ ประสมเข้ากัน เอาน�้ามะนาวเป็นกระสาย บดท�าแท่นไว้ละลายเหล้า คัดฟันตรอกฟื้นแล ฯ ยารุเลือด เอาราก พาดไฉน ๑ ยาด�า ๑ ฝนด้วยน�้าจอกหนึ่งกินลงแล ฯ ถ้าลงหนักให้อาบน�้า ถ้ามิฟังกินน�้ามะพร้าว งดแล ฯ หญิง ใดคลอดลูกสลบไป วันหนึ่ง งายหนึ่ง ถ้าคางแข็ง อ่อนแก้มิได้ ถ้าคางแข็งแก่ได้ ให้เอายานี้แก้ เอาน�้าเปลือก สะเดาจอก ๑ น�้าหัวไพลจอก ๑ รังมดแดงเอาทั้งรัง เอาน�้าจอก ๑ ตับค่างครึ่งตับ ปลิงขบควายขาว ผูกหัวผูก ท้ายปิ้งให้แห้ง ๒ สิ่งนี้ฝนใส่ในยาเคี่ยวให้แห้ง เทียนปักปากทะ สามเล่ม หมากสามค�า ใส่ในเพดาน เคี้ยวแห้ง แล้วลงรักติดทองเสกด้วยตัดผนวช ถ้าหญิงใดเป็นดังกล่าวมานี้ ให้คัดฟันตรอกหยุด ฟื้นแล ฯ 12 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
๓. ภูมิปัญญาในการสรรหาสมุนไพรมาประกอบเป็นต�ำรับแต่ละขนาน ในสมัยโบราณ หมอแพทย์แผนโบราณไม่นิยมปลูกพืชสมุนไว้เพื่อการใช้รักษาโรคเอง แต่จะนิยมเข้าป่าไปหาพืชสมุนไพรมา ประกอบเป็นตัวยาเป็นหลัก ซึ่งการเข้าป่าไปหาพืชสมุนไพรของหมอพื้นบ้านนั้นมีคติความเชื่อที่หลากหลาย อาจจะมีข้อแตกต่างกันไปบ้างตามที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากครูบาอาจารย์ของแต่ละท่าน ดังเช่นในต�ารา ยาสมุนไพรฉบับวัดบ้านลุ่มนี้ ได้กล่าวถึงสรรพคุณของตัวยาซึ่งแตกต่างกันไปตามยามต่าง ๆ ในแต่วัน ดังนี้ สิทธิการิยะฯ ถ้าจะเอายาถูก ให้รู้ว่ายาอยู่ที่ไหน คืออยู่รากหรือแก่น หรือเปลือก หรืออยู่ใบ ต้องให้รู้จง ได้แล ฯ ถ้าวัน ๑ เมื่อเช้าอยู่ต้น เมื่อสายอยู่ใบ เมื่อเที่ยงอยู่ราก ครั้นค�่าหาไม่ได้ ไม่มียาแล ฯ วัน ๒ เมื่อเช้า อยู่ราก เมื่อสายอยู่แก่น เมื่อเที่ยงอยู่ใบ ครั้นค�่าอยู่เปลือกแล วัน ๓ เมื่อเช้าอยู่ใบ สายอยู่เปลือก เที่ยงอยู่ต้น ค�่าอยู่รากแล ฯ วัน ๔ เมื่อเช้าอยู่ต้น สายอยู่ใบ เที่ยงอยู่ราก ค�่าอยู่เปลือกแล ฯ วัน ๕ เมื่อเช้าอยู่แก่น สายอยู่ เปลือก เที่ยงอยู่ราก ค�่าอยู่แก่นแล ฯ วัน ๖ เมื่อเช้าอยู่ใบ สายอยู่ราก เที่ยงอยู่เปลือก ค�่าอยู่แก่นแล ฯ วัน ๗ เมื่อเช้าอยู่ราก สายอยู่ต้น เที่ยงอยู่ใบ ค�่าอยู่แก่นแล ฯ การกินยาเพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์แท้จริง โบราณท่านให้ดูเทพจรโดยถือเอาวันทางจันทรคติ ที่ปรากฏใน ต�ารา ดังนี้ อนึ่งถ้าจะกินยา ให้ดูแลถูกตามเทพจร กินประสิทธิแล ถ้าเดือนขึ้นค�่าหนึ่ง เทพจรอยู่ฝ่าตีนกินยาดี ๒ ค�่าอยู่หลังตีนกินยาทนท่อง ๓ ค�่าอยู่หัว กินยามิดี ๔ ค�่าอยู่แขนกินยาดี ๕ ค�่าอยู่มือกินยามิดี ๖ ค�่าอยู่ใจ กินยามักตาย ๗ ค�่ากินยาดี ๘ ค�่ากินยามักตาย ๙ ค�่ากินยาดี ๑๐ ค�่ากินยาสะอึก ๑๑ ค�่ากินยามักตาย ๑๒ ค�่า กินยามิดี ๑๓ ค�่ากินยามิดี ๑๔ ค�่า กินยามิดี ๑๕ ค�่า กินยามิดี แรมค�่าหนึ่งเทพจรอยู่ตีน กินยามีก�าลัง ๒ ค�่า กินยาประสิทธิแล ๓ ค�่า กินมิดี ๔ ค�่ากินพลันตาย ๕ ค�่า มักทนหนัก ๖ ค�่ากินมิดี ๗ ค�่า มิดี ๘ ค�่า กินยามัก ตาย ๙ ค�่า มักทรมาน ๑๐ ค�่า กินยาพลันลง ๑๑ ค�่ามักทนหนัก ๑๒ ค�่า กินยาพลันหาย ๑๓ ค�่า กินยาพลันตาย ๑๔ ค�่า กินยาพลันตาย ๑๕ ค�่า กินยาล�าบากมิดีเลย ฯ นอกจากพืชวัตถุแล้วหมอยาพื้นบ้านยังรู้จักการใช้สัตว์วัตถุและธาตุวัตถุมาเข้าในต�ารับยาด้วยโดยเฉพาะ ธาตุวัตถุนั้นหมอพื้นบ้านจะท�าการสตุก่อนที่จะน�ามาใช้ในการรักษาโรคด้วย ฉะนั้นเราจะเห็นว่าต�ารับยาสมุนไพร ของหมอยาสมัยโบราณ บางต�ารับอาจดูแปลก ๆ เช่น หนามพันทัน ๑๐๘ ใบสะเดา ๑๐๘ ขมิ้นอ้อย ๑๐๘ แว่น ชราด�าขาว รากมะเฟือง รากขี้เหล็ก ตะกั่ว เข็มเล่ม ๑ สัมฤทธิ์ เหล็กลาร้าง ๑ ทรายในโบสถ์ ดอกไม้ชานพระ สารส้ม หัวไพล ใบส้มป่อย คนทีสอเอาราก มะปราง มะปริง รากกระชายฯ ส�าหรับสัตว์วัตถุที่เข้าในต�ารับยา เช่น ปลามิหลัง ปลาช่อน ปลาหมอ นอแรด เขาควายขาว กระดูก ควายขาว งาช้าง หอยบางจ�าพวก เขากวาง ปู ตับค่าง คูร�า เป็นต้น ส่วนธาตุวัตถุที่น�ามาเข้าต�ารับยา เช่น น�้าประสานทอง ดินประสิว หอยเบี้ย มหาหิงคุ์ เม้งผลา การบูร สุพรรณ หรดาล น�้าตาลทศกร สารส้ม เกลือสินเธาว์ พิมเสน ดินสอพอง ตะกั่ว เงิน ทอง เป็นต้น ต�ารับยาบางขนานนิยมตั้งชื่อให้ดูน่าเกรงขามคล้องจองกันบ้าง เช่น ยาเขียวหรคุณ เขียวนักปราชญ์ เขียวล้อมตับดับพิษ เขียวมหากาฬ เหลืองน้อย เหลืองใหญ่ เหลืองมหากาฬ เหลืองมหาครอบ ยาเทพชุมนุมมหานิล เป็นต้น ขึ้น แรม = ค�่า 13 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
๔. ภูมิปัญญาในการบริบาลรักษาโรคโดยวิธีการแพทย์แผนไทย การบริบาลรักษาโรคโดยใช้สมุนไพรของหมอพื้นบ้านปรากฏว่ามีกรรมวิธีการใช้ยาสมุนไพรหลายแบบ ด้วยกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของโรคเป็นหลัก ตัวอย่าง ๔.๑ ยาสมุนไพรประเภทใช้ต้มกิน ยาสมุนไพรประเภทที่ให้ต้มกินปรากฏในต�ารามากกว่าวิธีการอื่น ๆ ตัวอย่างยาบางขนานที่ใช้กรรมวิธีการต้มกิน ดังนี้ ยาริดสีดวง เอาแก่นแสมสารทะเล ๑ รากชุมเห็ดเทศ ๑ รากชาพลู ๑ เอาเท่ากันต้ม ๓ เอา ๑ กินแล ฯ ขนาน ๑ เอาพาโหม ๑ ใบสังแก ๑ ต้มกิน ห้ามเลือดในท้องแล ฯ ยาต้มแก้สรรพริดสีดวง ให้เอาแก่นขี้เหล็ก ๑ รากพิลังกาสา ๑ รากแมงลัก ๑ รากผักคราด ๑ ข่าแก่ ๑ เอาเสมอภาคต้ม ๓ เอา ๑ กินแก้สรรพริดสีดวงทั้งหลายฯ ยาต้มแก้ไข้ร้อนเย็น ตาแดงตาขาวเหลืองให้สะท้านเอายาเกร็ดหอย ๑ ก้านสะเดา ๑ จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ ลูกกระดอม ๑ หญ้าตีนกา ๑ ต้ม ๓ เอา ๑ กินหายแลฯ ๔.๒ ยาสมุนไพรประเภทที่ท�าเป็นผงหรือท�าเป็นลูกกลอน ยาประเภทนี้นิยมใช้สุรา น�้าผึ้งรวง หรือสิ่งอื่นเป็นกระสายก็ได้ ตัวอย่าง ยาแก้บิดเพื่อธาตุ ให้เอาลูกในมะม่วงคัน ๑ อินกาหนี ๑ ลูกจันทน์ ๑ ครั่ง ๑ ดินกิน ๑ เปลือกขลบ ๑ เปลือกมังคุด ๑ เทียนด�า ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ชันเคียน ๑ น�้าประสานทอง ๑ สีเสียดทั้ง ๒ ยาฝิ่น ๑ เอาเสมอภาคต�าผงหยดเข้าในลูกทับทิมแล้วเอาขี้ชันห่อนอกแล้วเอาดินห่อเล่าแล้วหมกไฟให้สุก แล้วบด ท�าแท่นไว้ฝนด้วยน�้าปูนใสก็ได้ น�้าไพลก็ได้ กินแก้ปวดมวนแล ฯ ยาลมจุกอก ให้เอาพริกล่อน ๑ ยาด�า ๑ มหาหิงคุ์ ๑ การบูร ๑ บดละลายน�้าร้อน กินหายแล ฯ ขนานหนึ่งเล่า เอาพริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ รากส้มกุ้งขึ้น ๑ หนักสิ่ง(ละ)สองสลึง เกลือ ใบส้มป่อยสิ่ง (ละ)สลึง ต�าผงลายน�้าใบมะขาม ใบส้มป่อยก็ได้ เอาอุ่นขึ้นบนไฟลายยานี้กินแก้ไอแล ฯ ถ้าให้เจ็บคอเอาตาอ้อยแดง ๑ ดีงู ๑ ยาด�าบดลายน�้าหม้อ ถ้าไม่ฟังเอาเอาะนก ๑ บอระเพ็ด ๑ เถาต�าลึง ๑ เม็ดมะกรูด ๑ เม็ดมะนาว ๑ น�้ามูตรเป็นกระสาย ถ้าคอแห้งเอาผิวมะกรูด ๑ ชะเอม ๑ เม็ดถั่วพู ๑ กระดูกงา ๑ มะขามเปียก ๑ น�้าตาลกรวด ๑ รากดิน ๑ คั่วให้ผงแล้วบดห่อส�าลีให้อมลายดีงู ถ้าสะอึกเอา ผักฉีด ๑ ผักบุ้ง ๑ ว่านร่อนทอง ๑ อึกหมวก ๑ ผมไม้ฉ�าฉา ๑ กะแล ๑ ใบต่างดอก ๑ บดท�าแท่นไว้ลายน�้าจันทน์แดง น�้าเกสรดอกไม้ ฯ หัวบุกรอ หนักสองบาท ดีปลีหนักบาทสลึง หัวอุตพิดบาทสลึง ขิงเจ็ดสลึง พริกบาท ๑ แห้วหมูบาทสลึง สะค้านบาทสองสลึง ยาทั้งนี้ตากแห้งต�าผง ลายน�้าผึ้งรวง กลอนเท่าลูกพุทรา กินแก้ไอหายแล ฯ 14 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
๔.๓ ยาสมุนไพรประเภทที่ใช้อาบหรือแช่เพื่อบ�าบัดรักษาโรค ตัวอย่างที่ปรากฏในต�ารา ดังนี้ ทีนี้กล่าวถึงยาส�าหรับเลือดร้ายให้โทษเป็นเรื่องราวกันไป ท่านให้เอา ตะกั่วบริสุทธิ์ ๑ ตะกั่วด�า ๑ ทอง ส�าริด ๑ เงิน ๑ ทองค�า ๑ เหล็ก ๑ ยาทั้งนี้แช่น�้าอาบบ�าบัดโรคโลหิตให้โทษแล ฯ สิทธิการิยะ ฯ ต้องคุณวัน ๑ ใบขี้กา ๑ ใบอันมีรสแช่น�้าอาบหายแล ฯ ถ้าต้องวัน ๒ เอาหญ้าตีนกา ๑ หญ้าพานงู ๑ แช่น�้าอาบหายแล ฯ ถ้าต้องวัน ๓ เอาใบส้มทั้งปวงมาแช่น�้าอาบหายแล ฯ ถ้าต้องวัน ๔ เอายา เกร็ดหอย ๑ ใบอันเผ็ด แช่น�้าอาบหายแล ฯ ถ้าต้องวัน ๕ เอาใบอันหวานอันหอมแช่น�้าอาบหายแล ฯ ถ้าต้อง คุณวัน ๖ เอาใบอันฝาดทั้งปวงแช่น�้าอาบหายแล ฯ ถ้าต้องคุณวัน ๗ เอาใบอันเผ็ดมาแช่น�้าอาบหายแล ฯ เล็บครุฑ ๑ ทนดี ๑ รากเสนียด ๑ หัวว่าว ๑ รากชุมบา ๑ ถั่วแรด ๑ รากก�าช�า ๑ เปลือกมะพร้าว ๑ ใบขาม ๑ เอาเท่ากันต้มอาบแก้ไข้ให้พอง ให้เชื่อมให้ตัวเหลืองให้หนักตัวทั้งกินทั้งอาบ ฯ ยาสมุนไพรประเภทที่ใช้ทาเพื่อบ�าบัดรักษาโรคหรืออาการความเจ็บปวดบางชนิด ตัวอย่างที่ปรากฏในต�าราดังนี้ ถ้าคลอดลูกขวางอยู่ เอากรุงเขมา ๑ สลึง ผักเสี้ยนผี ๒ สลึง รากเสนียด ๒ สลึง รากพานงูแดง๒ สลึง บดทากระหม่อมคลอดง่ายแล ฯ ขนาน ๑ เอาผักข่วง ๑ ใบเสนียด ๑ ข้าวตอก ๑ คุลีการลายน�้าผึ้งรวงโปะกระหม่อม ถ้าเลือดขึ้นให้ล้าง เสียกลับลงแล ฯ ยาโปะปากแผล เอาหางจากจ�า ๑ ดองเต่าย่างเผา ๑ ใบรัก ๓ สิ่งนี้เผาไฟลายน�้ามันงา ทาแผลหาย ฯ เด็กเยี่ยวมิออก เอายาด�า ๑ พริก ๑ การบูร ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ลูกจันทน์ ๑ บดลายน�้ามะรุม ท�าแท่นไว้ลายสุรา ทาท้อง แก้ผูกพรรดึก ฯ แก้เด็กอ่อน ตัวร้อน เอาเปลือกทองหลางเถื่อน ฝนน�้าสาร ชโลมหายแล ฯ ถ้าเจ็บหัวข้างเดียวก็ดี ทั้งสอง ข้างก็ดี เอาหัวกรุงเขมา ๑ หัวดองดึง ๑ หัวขิง ๑ เปลือกมะรุม ๑ เปลือกทองหลาง ๑ พริก ๑ กระเทียม ๑ ต�าผงลายน�้ามะนาวโปะกระหม่อม ฯ ขิง ๑ ดินสอด�า ๑ ยอดทองหลางเมีย ๑ กระเทียม ๑ หัวพลู ๑ เอาเท่ากันบดละเอียด ลายน�้ามะนาว โปะกระหม่อม เจ็บหัว เวียนหัว หายแล ฯ ถ้าเป็นตาเดือน เอาชะเอาะ ขมิ้นกับสารบดโปะ หาย ฯ ยาตาเดือนเอาหัวล�าเจียก บดด้วยขมิ้นสาร ทาหายแล ฯ ยาตาเดือนเอาใบเสนียดบดด้วยขมิ้นสาร ทาหายแล ฯ ยาตาเดือน เอาขมิ้น หัวบอน ใบชาพลู บดทาหายแล ฯ 15 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
๕. ภูมิปัญญาในการใช้ภาษาถิ่น ภูมิปัญญาในการใช้ภาษาถิ่นใต้ เรียกชื่อตัวยาสมุนไพร กล่าวคือการเรียกชื่อตัวยาสมุนไพรจะเรียกชื่อตามชื่อที่ใช้เรียกกันโดยทั่วไปในท้องถิ่นภาคใต้ ทั้งนี้เข้าใจว่าผู้จดบันทึกมีความประสงค์ที่จะให้ผู้น�าต�าราไปใช้ซึ่งส่วนมากเป็นหมอพื้นบ้านภาคใต้ด้วยกัน จะได้น�าไปใช้ได้ถูกต้องตรงกัน ฉะนั้นการจดบันทึกสื่อสารด้วยภาษาถิ่นใต้จึงถือเป็นภูมิปัญญาของหมอ พื้นบ้านภาคใต้โดยแท้จริง ตัวอย่างการใช้ภาษาถิ่นใต้ในต�ารายา ก่ก่ = กระเทียม หาหิง = มหาหิงคุ์ กรุงเหมา = กรุงเขม่ ชราด�าขาว = เทียนด�า เทียนขาว หมากหลอด = สลอด เหนียด = เสนียด น�้าสานทอง = น�้าประสานทอง หนักได = สลัดได แว้ง = มะแว้ง แบก = ตะแบก ลูกบ้า = ลูกสะบ้า หัวเทียม = กระเทียม หัวชาย = หัวกระชาย หวายค้า = หวายตะค้า ลูกดอม = ลูกกระดอม สุพัน = ก�ามะถันสีเหลือง หัวทือ = กะทือ รากรุม = รากมะรุม ดีปลีเชียก = ดีปลีเชือก ตูม = มะตูม สอพี = สารภี รากโหนด = รากโตนด ใบชุมบา = ใบชบา ขี้เสียด = สีเสียด คูร�า = เลียงผา ขี้หมิน = ขมิ้น ดินสิว = ดินประสิว กุนนี = บานไม่รู้โรย เบี้ย = หอยเบี้ย ปด = รสสุคนธ์ มือตายตีนตาย = ลักษณะที่มือและเท้าไม่สามารถ ใช้การได้เหมือนคนปกติ เลือดร้าย = เลือดเสีย (พิษเลือด) หูงให้คงแต่น�้ามัน = หุงให้เหลือแต่น�้ามัน คุลีการ = คลุกเคล้าให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้ามิฟัง = ถ้าไม่สัมฤทธิ์ผล / ถ้าไม่หาย จากโรค รัดดวง = ริดสีดวง เพการ = พิการ กระสัตรี = สตรี (ผู้หญิง) น�้ายัน = น�้าที่ได้จากการเคี่ยวหรือปั้นจน ได้ที่แล้ว ลายน�้าผึ้งรวง = ละลายน�้าผึ้งรวง ถิมให้เนียน = ต�าให้ละเอียด มืดตา = ตามัว มองเห็นเลือนราง หัวแม่ตีน = หัวแม่เท้า หมูก = จมูก เมลื่อย = เมื่อย อวก , ราก = อาเจียน เหลืองมือ เหลืองตีน = มือเหลือง เท้าเหลือง สตุ = การท�าให้ตัวยาฤทธิ์อ่อนลง หรือท�าให้พิษของตัวยาน้อยลง ใหญ่นุ้ย = ใหญ่น้อย ทั้งเพ = ทั้งหมด ทั้งสิ้น บีบเอาน�้าให้ครัน = บีบเอาน�้าให้มาก หมินเข้า = เหม็นข้าว (เบื่ออาหาร) ตรีโทษ = อาการไข้ที่ลม เสมหะ เลือด ประชุมกัน 3 อย่างให้โทษ, ไข้หนักจวนจะตาย สักหีด = สักนิดหน่อย, สักเล็กน้อย ทุ่ม = ทิ้ง สม = ผสม ชื่อตัวยาสมุนไพร ถ้อยค�า / ส�านวน 16 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ชิงช้าชาลี 1 สามขัน เกลือสามขัน ดองด้วยน�้าส้มแก้ไอแล ฯ ข่าทั้งสอง ชะเอาะด�า ชะเอาะขาว ชะเอาะลาย 2 ชะเอาะนก 3 อุตพิด เจตหมูนย่าน 4 เอายาวค่าตัว เกลือแล่งหนึ่ง บุกคางคก ดองกับน�้าส้มกิน แก้ไอหายแล ฯ หัวบุกรอ หนักสองบาท ดีปลีหนักบาทสลึง หัวอุตพิดบาทสลึง ขิงเจ็ดสลึง พริกบาท ๑ แห้วหมู บาทสลึง สะค้านบาทสองสลึง ยาทั้งนี้ตากแห้งต�าผง ลายน�้าผึ้งรวง กลอนเท่าลูกพุทรา กินแก้ไอหายแล ฯ ขนานหนึ่งเล่า เอาพริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ รากส้มกุ้งขึ้น ๑ หนักสิ่ง(ละ)สองสลึง เกลือ ใบส้มป่อยสิ่ง (ละ)สลึง ต�าผงลายน�้าใบมะขาม ใบส้มป่อยก็ได้ เอาอุ่นขึ้นบนไฟลายยานี้กินแก้ไอแล ฯ เทียนทั้งสอง หรดาล ๑ หัวอุตพิด ๑ สลึง พับแพ้วแดง 5 ๔ บาท ๔ สลึง ดีปลี ๒ บาท ๒ สลึง หัวบุก ๑ ต�าลึง พริก ๑ บาท ยาทั้งนี้ต�าผง 1 ชิงช้าชาลี = ลักษณะเป็นพรรณไม้เถา ชอบเลื้อยพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ ต้นมีรสขมต้มน�้ากิน รักษาพิษฝีดาษ เป็นยา บ�ารุงก�าลัง บ�ารุงธาตุ ท�าให้เจริญอาหาร 2 ชะเอาะด�า ชะเอาะขาว ชะเอาะลาย = ต้นกระดาดด�า(แดง) กระดาดขาว และกระดาดเขียว 3 ชะเอาะนก (ถิ่นใต้) = เอาะนก ไม้ล้มลุกจ�าพวกบอน ขึ้นกระจัดกระจายในป่าดิบชื้น ออกดอกระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน 4 เจตหมูนย่าน = บอระเพ็ด 5 พับแพ้วแดง = ผักแพวแดง เป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ล�าต้นอวบใบมีลักษณะห่อคล้ายถ้วย มีสีแดงทั้งต้น นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯI 17 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ลายน�้า(ผึ้ง)รวงกิน ไอถึงสี่ปีหายแล ถ้าไอออกเลือด รากออกเลือดก็ดี ให้กลั้นใจเก็บเอาหญ้าแพรก เจ็ดยอด บดลายสุราปั้นเอาน�้าแล้วจึงเอา พริก ๑ กระเทียม ๑ บดละเอียดปรุงลงกินหายแล ฯ ถ้าไอให้เอา รากหัสคุณ ๑ พริก ขิง กระเทียม เกลือ ทั้งนี้ตากแห้งต�าผง ให้เอาปลาดุกมากัน เอายานี้ทาปิ้งไฟให้สุกกิน แก้ไอหายแล ฯ เจตมูนเพลิง เกลือ ปูนผงลามกินแก้ไอ ฯ ลูกคัดเค้าต�าผงลายน�้าดังเปลือกยาง พริก ๗ กระเทียม เกลือ ๗ ปรุงลงกินหายแก้ไอ ฯ บุกทั้ง ๓ ชะเอาะทั้ง ๓ 6 ข่าทั้ง ๒ ส้มกุ้งขึ้น ๑ ชันเกราะ ๑ ยาขม ๑ ชะเอาะเอาแต่เปลือก ทาง 7 บุก เอาเปลือกต้น น�้ามะนาวบีบลงแล้วตากให้แห้ง สูบแก้ รัศดวงคอ 8 หอบไอ แลฯ ชะเอาะทั้ง ๓ บุกทั้ง ๓ ชราทั้ง ๕ 9 ลูกจันทน์ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู เกลือทะนาน ๑ พริกทะนาน ๑ เจตมูลทั้ง ๒ 10 ส้มกุ้งขึ้น ลูกมะกรูด ลูกมะนาว ทั้งสองสิ่งนี้เอาเท่าอายุ หัวกลอยเอาสามชิ้น ยาทั้งนั้นเอา เสมอภาคดองกับน�้าส้มกินแก้ริดสีดวง ๑๒ จ�าพวก หืด ไอ หายสิ้นแลฯ อันนี้จะกล่าวถึงยาเลือด ให้เอาครั่งไม้ รากเพดาด สาวเลาสาวยุด 11 รากคัดเค้า รากไม้ไผ่สีสุก หาหึง 12 แทรกสักหีดฯ หนามพันทัน ๑๐๘ 13 ใบสะเดา ๑๐๘ ขมิ้นอ้อย ๑๐๘ แว่น 6 ชะเอาะทั้ง ๓ = กระดาดทั้ง ๓ คือ กระดาดแดง กระดาดขาว กระดาดเขียว 7 ทาง (ถิ่นใต้) = ก้าน 8 รัศดวงคอ (ถิ่นใต้) = ริดสีดวงคอ 9 ชราทั้ง ๕ = เทียนทั้ง ๕ คือ เทียนตาตั๊กแตน เทียนด�า เทียนขาว เทียนแดง เทียนข้าวเปลือก 10เจตมูลทั้ง ๒ = เจตมูลเพลิงแดง เจตมูลเพลิงขาว 11สาวยุด (ถิ่นใต้) = สายหยุด ไม้เถาเนื้อแข็งชนิดหนึ่ง ดอกสีเหลืองกลิ่นหอม พอสายก็หมดกลิ่น 12หาหึง (ถิ่นใต้) = มหาหิงคุ์ 13หนามพันทัน คือ หนามของต้นเค็ดซึ่งออกที่ต้นหรือกิ่งทั้ง ๔ ทิศ จึงจะเรียกว่า หนามพันทัน 18 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ชราด�าขาว 14 รากมะเฟือง รากขี้เหล็ก ตะกั่ว เข็มเล่ม ๑ สัมฤทธิ์ เหล็กลาร้าง ๑ 15 ทรายในโบสถ์ ดอกไม้ชานพระ สารส้มหัวไพล ใบส้มป่อย คนทีสอเอาราก ปราง ปริง รากชาย 16 ฯ ยานี้รมแล ฯ ถ้าว่าบ้า ให้เอาปลามิหลัง 17 พริก ๗ เกลือ ๗ เม็ด กระเทียม ๗ ข่าใหญ่น้อย ๗ ยอดหมากหลอด ก�ามือ ๑ 18 เสก ด้วยคาถาตัดประหนวด เสกพลางสับพลาง 14ชราด�าขาว = เทียนด�า เทียนขาว 15เหล็กลาร้าง = เหล็กกล้า (เรียกเหล็กที่เผาไฟจนแดงแล้วน�าไปเจาะรูด้ามมีด ด้ามพร้า ว่า เหล็กรา) 16ปรางปริงรากชาย = มะปราง มะปริง รากกระชาย 17ปลามิหลัง = ปลาดุกทะเล 18 ยอดหมากหลอด = ยอดสลอด ต้นกระดาด ที่มา : https://medthai.com 19 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ให้กันตัวเสียก่อน ต่อท�าฯ ยานี้สมแขก ๑ ให้ต้มจืดเสียก่อน รากเจตมูนเพลิง ๑ ขิง ๑ กระชาย ๑ ไพล ๑ ดีปลีเจ็ดดอก พริก ๗ ชราทั้ง ๒ ลูกจันทน์ ๑ ลูกสะค้าน ๑ ยาทั้งนี้ต�าผงลายหวายตะค้า 19 ให้วัดสิบสามมุด เอามาต้มลายยานี้ ลงพุทธัง ธัมมัง สังฆัง ท่อน ๑ ห้าพระองค์ 20 ท่อน ๑ เจ็ดพระองค์ท่อน ๑ ต้มเอาน�้าฯ วิ โท ติ พุ ติ สัง โส มา พระสังฆะทัง อาภรณ์ฯ ให้ว่าถอยหลังเสกยา ถ้ารกติดให้เสกน�้านั่งถอยหลังพลางรกออกแลฯ ก้างปลาก็ออกแลฯ เปล้าน้อยใหญ่ พริก กระเทียม ดีปลี เถาสะค้าน สารส้มบาท ๑ กฤษณา ลัมพัก 21 เนื้อไม้ ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู ดองกับเหล่ากินแก้เลือดฯ เลือดค้างกินกับเหล้าฯ ผิดระดูฯ แห้วหมูชั่ง ๑ เจตมูนเพลิงชั่ง ๑ ดีปลีชั่ง ๑ บอระเพ็ดชั่ง ๑ พริกไทยชั่ง ๑ รากสะค้านชั่ง ๑ ขมิ้นชั่ง ๑ เทียนหนักบาท ๑ เมื่อจะกินให้ร�าลึกถึงท่านเขาอ้อ ยานี้ลายน�้าผึ้งรวงกินมีก�าลังมากนักแลท่านเอยฯ กรุงเขม่าเอาใบเสมือนกัน หมากตูม หมากหลอด เอาใบทั้งสอง เอาเปลือกมูกมัน เจตมูนเพ็ด ดีปลี แห้วหมู พริกบดเป็นผงคุลีการ โรยลงด้วยยาทั้งหลาย ครั้นส�าเร็จแล้วน�้าผึ้งรวงลาย หืดไอ บ�าบัดพยาธิเจ็ดจ�าพวกหาย เนื้อหนังกลับกลาย หิด หืด ริดสีดวง มงคร่อหืดไอ 22 กินคลายหายไป สรรพทั้งนี้กล่าวมาทั้งปวง ใช่ที่จะลวงหญิงชายทั้งหลาย จ�าไว้เถิดหนา หญิงไม่มีบุตรกินยานี้ดีสุด อุปเทศกล่าวมา เร่งให้ท�ากิน ระหว่างไม่ชรา นานไปข้างหน้าจะแล ตากัน ยานี้ประเสริฐ เร่งท�ากินเถิด ทั้งรูปงามคือดั่งพระจันทร์ ท่านผู้ ชบสัน 23 19หวายตะค้า = เป็นไม้เถาล�าต้นกลมเรียวเล็ก ผลกลมขนาดปลายนิ้วก้อย เกิดตามป่าดงดิบเขาทั่วไป 20ห้าพระองค์ = พระเจ้า ๕ พระองค์ คือ นะ โม พุท ธา ยะ 21ลัมพัก = กลัมพัก 22มงคร่อหืดไอ = อาการไอหืดที่มีเสมหะติดค้างอยู่ในล�าคอ ลักษณะคล้ายโรคหลอดลมโป่งพอง 23ชบสัน (ถิ่นใต้) = เนรมิต 20 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ออกชื่อฤษีกา ว่าไม่ดีล่อลวงฝูงคน ให้ตายตกนรกไปเถิดหนา ถ้าว่ากล่าวล่อลวงชะนาฯ ยาลมท่านให้ เอาน�้ามันงา ๑ น�้าไพล น�้าขิง น�้าข่าใหญ่น้อย ๑ น�้าขมิ้นอ้อย ๑ น�้าประทือ ๑ 24 น�้าเปลือกมะรุม ๑ น�้าเปลือก พิกุล ๑ น�้าผักเป็ด ๑ เปลือกทองหลาง ๑ ใบรักขาว ๑ จันทน์หอม ๑ หัวหอม ๑ ยาทั้งนี้ต�าเอาน�้าเท่ากัน เอาน�้ามะพร้าวปั้น อย่าเอาน�้าท่าใส่เลยแล้วเคี่ยวให้งวดเอาเครื่องปรุง ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ชราด�า ขาว ๑ 25 พริก ดีปลี ๑ เจตมูนเพลิง ๑ เอาสิ่งสลึงต�าผง ครั้นเคี่ยวใกล้จะแห้ง เอาน�้ามันงา ใส่ลง กวนให้เข้ากันแล้ว เครื่องปรุงใส่ลง เคี้ยวให้คงแต่น�้ามัน ขี้กินน�้ามันทาแก้ลมสิบสองจ�าพวกดีนักแล เสกใน คิริมานนท์ที่ว่า สันนิปาติกา อาพาธาฯ ถ้าจะท�ายาหอบ ให้เอาลูกขี้กาเอาเหยื่อทิ้งเสีย หัวที่แขวะออก เอาไว้ท�าฝาละมีปิด ให้เอาชราด�าขาว กระวาน กานพลู ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ เจตมูนเพ็ดเพลิง พริก ดีปลี ทั้งสอง เกลือ ยาทั้งนี้ต�าผง เอาสิ่งละจอกตรอกลงในลูกขี้กานึ่งให้สุก กินแก้หอบหืดหายแล เอาลูกขี้กาที่พอแก่ อย่าเอาที่สุก ที่อ่อนก็อย่าเอาฯ ยาหอบไอจุกเสียด ท่านให้เอายอด ไทรโขะ 26 ก�ามือ ๑ ทิ่มปั้นเอาน�้ายั่น 27 แทรกยาด�า ดินสอด�ากินหายแลฯ ยาหอบไอปี ๑ ก็ดี ๒ ปีก็ดี พูดดังเสียงเป็ดผู้ ท่านให้เอาใบ เหนียด ๑ 28 ใบพุมลี ๑ ใบมะขาม ต�าปั้นเอาน�้าแล่ง ๑ เอาพริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ ชราทั้ง ๒ บดปลงลงกินหายแลฯ ยาไอ เอาใบเจตมูนเพลิงก�ามือ ๑ 24ประทือ = กระทือ 25ชราด�าขาว = เทียนด�า เทียนขาว 26ไทรโขะ = ไทรต้นเล็กๆ สูงประมาณแค่เข่า มะเดื่อดิน ก็เรียก 27น�้ายั่น (ถิ่นใต้) = น�้าผ่านการปั้นการเคี้ยวจนได้ที่แล้ว 28เหนียด (ถิ่นใต้) = กระเหนียด หรือเสนียด 21 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
แล้วแกงด้วยปลาหมอตัว ๑ กินหายแลฯ ยาแก้เสลดเอาใบถั่วแรด ๑ พริกไทย ๑ ดีปลี ๑ บดชุบส�าลีอม หายแลฯ หนาน ๑ 29 เล่า เอาน�้ามะนาว ๑ ขิง ๑ ขัณฑสกร ๑ ชะเอมเทศ ๑ น�้าตาลกรวด ๑ เกลือ ๑ มะขาม เปียก ๑ เอาเท่ากันเคี้ยวให้เป็นยางกินหายแลฯ ถ้าไอออกเลือดเอาพิมเสน ๑ กานพลู ๑ ดีปลี ๑ พริก ๑ ขิง ๑ เจตมูนเพลิง ๑ เกลือ ๑ เอาเท่ากันต�าผงลายน�้าผึ้งรวงกินหายแลฯ ยาหอบไอแก้เสลดในไส้ในท้อง เอาหัวบุก ๑ แก่นสนเทศ ๑ แก่นแสมสาร ๑ แก่นขี้เหล็ก ๑ ต�าเสา ๑ แก่นประดู ๑ แก่นขรี ๑ แก่นฝาง ๑ เอาเสมอภาค ต้ม ๓ เอา ๑ เมื่อจะกินให้เอาสารส้มใส่ลง ดินกรามใส่ลงกันกินแลฯ ยาหอบไอ เอายาฝิ่น ๑ บดละลายน�้าส้มส่า กินหายแลฯ ถ้าอกแห้งคอแห้ง เอาสนเทศ ๑ เจตมูนแดง ๑ กระเทียม ๑ ขิง ๑ พริก ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ใบหนาด ๑ น�้าสานทอง ๑ 30 ดีปลี ๑ ขิงแดง ๑ สมอดทศ ๑ รากไคร้เครือ ๑ ขัณฑสกร ๑ เอาเท่ากันต�าผง ละลายน�้าผึ้งรวงกินหายแลฯ ยาไอเอาน�้าลูกไผ่ ๑ น�้าอ้อย ๑ คุลีการ 31 เข้ากันกินแก้ไอแลฯ ขนาน ๑ เอา ใบเหนียด ๒ ส่วน ต�าปั้นเอาน�้าตรองแล้ว เอาน�้าไผ่น�้าอ้อยเป็นกระสายคุลีการเข้ากันกินแก้ไอแลฯ ยาไอเอาราก มะก�่าฝนด้วยน�้าแล้วเอามะนาวบีบลงน้อย ๑ เอาพิมเสน ๑ ลูกสะบ้า ๑ เผาไฟให้ไหม้ ลูกจันทน์ ๑ ดีปลี ๑ ยาทั้งบดละเอียดละลายน�้าผึ้งรวงกินเท่าลูกไผ่จ�าเพาะโรคแก้ไอแลฯ ยาไอเอารากมะนาว ๑ รากอัญชัน ๑ ขิง ๑ พริก ๑ กระเทียม ๑ เกลือ ๗ เมล็ดบดละเอียดท�ากลอนอมหายแลฯ ถ้ามิฟังเอาผักเป็ดทั้งต้นทั้งใบต�าให้ผง เอาสองจอก มะนาวจอก ๑ เกลือจอก 29หนาน (ถิ่นใต้) = ขนาน 30น�้าสารทอง = น�้าประสารทอง 31คุลีการ = คลุกเคล้า 22 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
๑ ดีปลี ๒ สลึง พริก ๑ เคี่ยวให้ข้นปั้นก้อนกินแลฯ ยาไอเอาขิง ๑ พริก ๑ ดีปลี ๑ เกลือ๑ เอาสิ่งละ ๗ บดละเอียดปั้นกลอนกินหายแลฯ ยาไอเอาคุนทีสอ ๑ 32 เหนียด ๑ พาหมี ๑ พริก ๑ ดีปลีเชือก ๑ ต�าผงละลาย น�้าผึ้งรวงกินแลฯ ถ้าไอเอาพริก ๑ กระเทียม ๑ ขิง ๑ ข่า ๑ น�้ามันดิบ ๑ บดละเอียดละลายน�้ามะนาวอุ่นไฟ ให้ร้อนกินแลฯ ยาไอเอาพิมเสน ๑ ผิวไม้ไผ่ ๑ บดละเอียดละลายน�้าผึ้งรวงกินแลฯ ยาไอเอาพริก ๑ ขิง ๑ กระเทียมแดง ๑ ฝนด้วยมะขามเปียก ท�ากลอนเท่านิ้วมือ (กิน) หายแลฯ ถ้าไอเอาพริก ๑ บาท เกลือ ๑ บาท ไพลแห้ง ๑ บาท บดละลายน�้ามะนาวกินแลฯ ถ้าไอแห้งเสลดมิออกให้เอารากมะกรูด ๑ ใบคุนที ๑ ใบเสนียด ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ เปลือกเปรียงพระโค ๑ ต�าผงละลายน�้าผึ้งรวงกินแลฯ ถ้าไอเป็นริดสีดวงในคอก็ดี ให้เอา หนักได 33 ทะนาน ๑ น�้าผึ้งทะนาน ๑ เคี่ยวให้เป็นหัวปลาหมอให้กินหายแลฯ ถ้าเลือดเกล็ดขึ้นในคอและ ออกข้างปากก็ดี เอาใบเหนียดอันเหลือง ๓ ใบแล้วเอามาบดด้วย พริก ๑ ขิง ๑ กระเทียม ๑ บดละเอียดโปะ กระหม่อมแลฯ ถ้าไอปี ๑ ก็ดี ๒ ปีก็ดี ให้เอาดีปลี ๑ ลูกจันทน์ ๒ ดอกจันทน์ ๒ ส่วน พริก ๓ ส่วน ขิง ๑ เจตมูน ๑ รากพุทรา ๑ รากเสนียด ๑ เกลือ ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน ต�าผงละลายน�้าผึ้งรวงให้กินแม้นไอนานได้ ๒ ปีก็ดี หายแลฯ ยาไอเอาพริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ ว่านน�้า ๑ เอาเสมอภาคบดละเอียดละลายน�้ากินแลฯ ยาไอเอาขิง ๑ พริก ๑ หาหึง ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ กานพลู ๑ พิมเสน ๑ เปลือกมะกรูด ๑ ต�าผงเอาน�้าขิงละลายท�ากลอนกิน หายแลฯ ยาไอเอาใบลิ้นเหมีย 34 ๑ ใบรักขาว ๑ ตัดหัวท้ายแล้วปั้นเอาน�้ายั่นเคี่ยว 32คุนทีสอ = คนทีสอ 33หนักได = สลัดได 34ลิ้นเหมีย = ผักลิ้นฟ้า หรือเพกา ตัวผู้จะเป็นแต่ดอกไม่มีฝัก 23 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
พริก ๗ ขิง ๗ แว่น เกลือ ๗ เมล็ด แล้วบดลายน�้าผึ้งรวงกินแลฯ ถ้ามิฟังเอาแก่นปด 35 ขูดใส่ด้วย ถ้า มิหายเอาแก่นสนเทศใส่ด้วย ถ้าอายุ ๖ ปีก็หาย ๗ ปี ก็หาย เมื่อจะเคี่ยวยานั้นให้เอาเงินผูกคอหม้อบอกครู ๑ บาท แลเคร่งจงดี ยานี้วิเศษนักเป็นแม่ ๗ ตัวตายออกมาหมดแลฯ ถ้ามิฟังให้ผิงไฟแล้วอาบน�้าหายแลฯ ถ้า มิหายให้เอา จิ้งจาย ๑ 36 ใบชบา ๑ ใบระงับ ๑ 37 ใบบัวหลวง ๑ ใบฝาง ๑ ใบต�าลึง ๑ ขมิ้นต�าจงผงทาหายแลฯ ยาหอบไอให้เอาเดือนคนมาปิ้งให้เกรียมแล้วเผาไฟให้ไหม้บดละเอียดลายเหล้าให้กินแลฯ ถ้ามิหายให้เอาไข่ไก่ ลูก ๑ แขวะเอาเหยื่อแดงไว้แล้วเอาพริกใส่ในเปลือกไข่เต็มแล้ว ทิ่มให้เนียน 38 แล้วกวนด้วยไข่แดงให้สุกไป ด้วยแดดให้กินยาแล้วๆ กินน�้าผึ้งรวงตามยาเข้าไปแลฯ เด็กก็ดี ผู้ใหญ่ก็ดี ฯ ถ้าไอหอบให้เอาผักส้มป่อย ๑ ปิ้งให้เกรียมแล้วเอามะขามเปียก ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ น�้าตาลกรวด ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ บดท�าแท่นไว้กินทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ได้ทั้งเพแลฯ สิทธิการิยะฯ ยาริดสีดวงตา ท่านให้เอาพริก ๑ ขิง ๑ รากอัญชันขาว ๑ รากยอป่า ๑ สมอพิเภก ๑ สารส้ม ๑ เอาเท่ากันต�าผงลายน�้าผึ้งรวงชุบส�าลีชุบนัยน์ตาแลฯ ยาริดสีดวงในคอในทวาร เอา หัวบุก ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ส้มกุ้ง ๑ แก่นเหฺมฺล ๑ รากเจตมูนเพลิง ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากัน บดลายน�้าผึ้งรวงกิน จ�าเพาะริดสีดวงในคอในทวารแลฯ ยาริดสีดวงในจมูก เอาใบหนาด ๑ ใบหูควาย ๑ ใบสนเทศ ๑ รากพาหมี ๑ รากน�้าข้าว ๑ รากมะ 35ปด (ถิ่นใต้) = รสสุคนธ์ 36จิ้งจาย = ซองแมว เป็นไม้จ�าพวกเถายืนต้นมีหนามแหลมที่โคนก้านใบ ผลกลมรีเหมือนลูกพุทรา เมื่อสุกสีเหลือง เกิดตามริมน�้าล�าธาร ป่าโปร่งทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด 37ระงับ,งับ (ถิ่นใต้) = ไมยราบ 38เนียน (ถิ่นใต้) = ละเอียด 24 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
นาว ๑ ใบรักขาว ๑ เสมอภาคสุมกระหม่อมแลฯ ขนาน ๑ เล่า เอาลูกเขือขื่นมาบีบเอาน�้า ให้ครัน 39 เอารากพาหมีสม 40 เข้าสูบแลฯ หนาน ๑ เล่า เอารากข่อย ๑ ดีงู ๑ ยาด�า ๑ ชีพรก ๑ 41 มันการบูร ๑ ประมวล เข้าสูบแลฯ ยาริดสีดวงตกในท้องเอาขมิ้นเผาไฟให้ไหม้เป็นเถ้า ๑ ข่าลิง ๑ พริก ๑ ยาทั้งนี้ต�าผงลายเหล้ากิน แลฯ ยาริดสีดวงขี้ เอาแก่นแสมสารทะเล ๑ รากชุมเห็นเทศ ๑ รากชาพลู ๑ เอาเท่ากันต้ม ๓ เอา ๑ กินแลฯ ยาริดสีดวงในปาก เอาแห้วหมู ๑ น�้าลูกาเล็ด ๑ น�้ามันงา ๑ เอาสิ่ง(ละ)ส่วนหุงให้คงแต่น�้ามันงา แล้วเอาการบูร ๑ น�้าประสานทอง ๑ ดองดึง ๑ ปรุงใส่ลงในขี้ผึ้งสีปากแลฯ ยาริดสีดวงเลือด เอาขิงแห้ง ๑ สารส้ม ๑ ยาทั้งนี้ ฝนด้วยน�้ามะนาวกินแล ฯ ยาริดสีดวงให้ผอมเหลือง เอาการบูร ๑ ใบส้มป่อย ๑ ดีปลี ๑ ขิงแห้ง ๑ หัวหอม ๑ บดลายน�้าผึ้งรวงกินแลฯ ยาริดสีดวงให้ลงเอา พาโหม ๑ บอระเพ็ด ๑ พริก ๑ ดีปลี ๑ ชราทั้ง ๒ พิลังกาสา ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคบดละเอียด ลายน�้าผึ้งรวงกินแลฯ ยาริดสีดวงงอกทวารทั้ง ๙ เอารากหนักได ๑ หมงเหมง ๑ 42 รากสะบ้า ๑ ดีตะเข้ ๑ เอาน�้ามะนาวเป็นกระสายท�าแท่นไว้ทางอกในทวารก็ดี ที่ใดๆ ก็ดี ลายน�้ามะนาวทาแลฯ ยาริดสีดวงผู้หญิงในทวารหนักแลเบา ให้เน่าเป็นโขลงให้เหม็นคาว ลางทีให้คั่งล�าหนอง เป็นดั่งเกลือร้อนกายไข้ปลา ลางคนเป็นดั่งดอกบุกให้คัดเจ็บดั่งใจจะขาดล�าบากอยู่ถึง ๑ ปีก็ดี ๒ ปีก็ดี ๓ ปีก็ดี ๔ ปีก็ดี ๕ ปีก็ดี ถ้าผู้ใดเป็นดังนี้ท่านให้เอาใบรักขาว ๙ 39ให้ครัน (ถิ่นใต้) = ให้มาก 40 สม = ผสม 41ชีพรก คือ การเอากะลามะพร้าวมาเผาให้ไหม้ แล้วเอากะลาที่มีรูมาปิดครอบไว้ แล้วเอามีดพร้าที่มีสนิมมาอังเข้า 42หมงเหม้ง = ต้นคราม 25 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ชุมเห็ดไทย ที่มา : https://www.samunpri.com ชุมเห็ดเทศ ที่มา : https://medthai.com 26 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ใบแล้วเอาใบซองแมวมาเผาไฟให้เป็นถ่าน แล้วขุดหลุมให้ลึกศอก ๑ ให้เอาขี้วัวสดมาใส่ลงในหลุมนั้น แล้วใส่ถ่านลงจึงให้ไฟติดขึ้นให้ดี แล้วจึงเอาใบยาทั้ง ๒ นั้นปกลงที่ไฟนั้นแล้วจึงรมที่เป็นให้ได้สัก ๓ วันหายแลฯ ถ้าริดสีดวงงอกในทวาร เอาใบสังแก 43 ๑ มาตากแห้งแล้วเอาไฟใส่กระเบื้องแล้วจึงเอาใบสงแกใส่ลงแล้ว เอาทะนานครอบลงรมริดสีดวงงอกทวารหายแลฯ ขนานหนึ่ง เอารากดองดึง ๑ รากส้มกุ้ง ๑ ขี้แร้งแห้ง ๑ ฝนด้วยน�้ามะนาวทาริดสีดวงหายแลฯ ขนาน ๑ ริดสีดวงงอก เอาโคกกระสุน ๑ มาสับตากแดดไว้เอาทับพิกุล ๑ ขี้แรด ๑ ประสมเข้ารมริดสีดวงแลฯ รม ๓ วัน หายแลฯ ถ้าเลือดตกทวารหนักเบา ถ้าจะให้งด ให้ท�ายานี้กิน เอาขิงแดงจอก ๑ น�้ามะนาวจอก ๑ สารส้ม ๑ บาท ปรุงลงอุ่นไฟแล้วกินแลฯ ถ้าเป็นริดสีดวงเลือดตกให้เอา ยาต้มกิน เอารากตูม ๑ รากเขือขื่น ๑ รากแวงต้น ๑ โคกกระสุน ๑ เอาเสมอภาคต้ม ๓ เอา ๑ กินหายแลฯ หนาน ๑ เล่า เอารากพาโหม ๑ รากยอป่า ๑ ต้ม ๓ เอา ๑ เอาน�้าผึ้งรวงร�าหัด 44 ลงน้อย ๑ กินแก้ริดสีดวงงอก เลือดตกสิ้นแลฯ หนาน ๑ เอาพาโหม ๑ ใบสังแก ๑ ต้มกินห้ามเลือดในท้องแลฯ ถ้าเลือดในทวารหนักก็ดี ให้เอาชาพลูทั้งรากทั้งต้น ต�าเอาน�้าลายเหล้ากินงดแลฯ หนาน ๑ เอารากพับแพ้วแดง ๑ รากหนักได ๑ งวงกล้วยตีบ ๑ เอายางหนักไดทาริดสีดวงในทวารขาดสิ้นแลฯ หนาน ๑ หุงน�้ามันเอาลูกเขือขื่น ๓ จอก กระเทียมดิบต�าเอาน�้าจอก ๑ หุงให้คงแต่น�้ามันริดสีดวงดีนักแลฯ ยาต้มแก้สรรพริดสีดวง ให้เอาแก่นขี้เหล็ก ๑ รากพิลัง43สังแก (ถิ่นใต้) = สะแก เป็นไม้ต้นขนาดกลาง เกิดตามป่าละเมาะ ป่าโปร่งทั่วไป 44ร�าหัด ก.โรย (ใช้ส�าหรับเอาพิมเสนแทรกยา); ใส่, แทรก 27 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
กาสา ๑ รากแมงลัก ๑ รากผักคราด ๑ ข่าแก่ ๑ เอาเสมอภาคต้ม ๓ เอา ๑ กินแก้สรรพริดสีดวง ทั้งหลายฯ ถ้าจะแก้ริดสีดวงทั้งหลายให้เอาสะค้าน ๑ ดีปลี ๑ พับแพ้วแดง ๑ พริก ๑ ขิง ๑ กระเทียม ๑ เอาเท่ากันบดเป็นส่วน ๑ เอารากเดื่อตัวผู้ ๑ 45 บดด้วยกันลายน�้าผึ้งรวงปั้นกลอนเท่าลูกมะขามป้อมกิน วันละสามลูกทุกวันริดสีดวงทั้งหลายหายแลฯ ถ้าริดสีดวงลงท้อง ให้เอาเจตมูนเพลิง ๑ บอระเพ็ด ๑ เกลือ ๑ เม้งผลา ๑ 46 พริก ๑ กระเทียม ๑ ข่าทั้ง ๒ ปูนหิน ๑ ส้มกุ้งชั่ง ๑ เปลือกแบก ๑ เปลือกพลับ ๑ เปลือกท้อน เปลือกม่วงคัน ๑ เอาเสมอภาคหลามด้วยไม้ไผ่สีสุกเอาพาโหมอุดปากบอกแลฯ ริดสีดวงลงท้อง เอา ตานด�า ๑ 47 ตานหม่อน ๑ ลูกอินกาหนี ๑ 48 ลูกประค�าดีควาย ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ จันทน์ทั้ง ๒ ขี้เสียดเทศ ๑ 49 หลามด้วยไม้ไผ่สีสุกเหล้าครึ่งหนึ่ง น�้าครึ่งหนึ่งแลฯ หนาน ๑ เอาหญ้าสะพัง ๑ เปลือกพลับ ๑ หัวย้านหนัด 50 หน่อไม้ไผ่สีสุก ๗ หน่อ เม้งผลา ๑ แกลบกล้อง ๑ เกลือ ๑ หลามด้วยไม้ไผ่สีสุกกินแลฯ ยาริดสีดวงในท้องทั้งปวง เอาใบยม ๑ เข็มแดง ๑ ขี้เหล็ก ๑ หัวไพล ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ขิง ๑ รากชาพลู ๑ แห้วหมู ๑ พริก ๑ เทียนด�าขาว ๑ ลูกจันทน์ ๑ มะพร้าวซีก ๑ เกลือถ้วย ๑ เคี่ยวให้คงแต่น�้ามันขี้กินน�้ามัน ทาแรกกิน อย่ากินมาก ค่อยกินขึ้นไปแลฯยาริดสีดวง เอาใบขาม ๑ บอระเพ็ด ๑ ปูนหิน แกลบกล้อง ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ พริก ๑ กระเทียม ๑ เกลือ ๑ เสกด้วยสักกัตตะวาและสัพพะโรคกินแลฯ สิทธิการิยะ ยาป้างเด็ก เอาพริก ๑ ขิง ๑ กระเทียม ๑ มะยมเถื่อน ๑ ผักเป็ด ๑ ลูกบ่า ๓ ลูก น�้าผึ้งรวงแทรกการบูรเคี่ยวกินแล 45เดื่อตัวผู้ = มะเดื่อตัวผู้ 46เม้งผลา = หยักไย่บนหลังคาใช้ท�ายามีรสเค็ม มักเรียกชื่อตามต�ารายาว่าหญ้ายองไฟ จัดอยู่ในธาตุวัตถุ 47ตานด�า = เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ใบคล้ายใบมะเกลือ เปลือกสีด�าเหมือนถ่าน ผลเหมือนลูกมะเกลือ อยู่ในตระกูล เดียวกับมะพลับ เกิดตามป่าดงดิบแล้งและป่าโปร่งทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด 48ลูกอินกาหนี = น่าจะเป็นลูกเบญจกานี 49ขี้เสียดเทศ = สีเสียดเทศ 50หัวย้านหนัด = หัวสับปะรด 28 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ยาต้มแก้ไข้ร้อนเย็น ตาแดงตาขาวเหลืองให้สะท้านเอายาเกร็ดหอย ๑ ก้านสะเดา ๑ จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ ลูกกระดอม ๑ หญ้าตีนกา ๑ ต้ม ๓ เอา ๑ กินหายแลฯ ถ้าเหม็นข้าวเอายาข้าวเย็นทั้ง ๒ อ้อยแดง สามปล้อง รากเขาเครือก�ามือ ๑ รากแมงลัก ๑ บอระเพ็ด ๑ หัวตะไคร้ ๑ ลูกกระดอม ๑ ขมิ้นอ้อย ลูกผักชี ๑ ลูกจันทน์ ๑ เทียนด�า ๑ ต้มกินแก้เหม็นข้าว ถ้านอนมิหลับแทรกกัญชากินนอนหลับแลฯ ยาไข้ยาต้ม ให้เอา ขี้เหล็ก ๑ สาวเหลา ๑ ยอเถื่อน ๑ มะลิเถื่อน ๑ เปลือกปาหนัน ๑ สายหยุด ๑ กระดูกไก่ ๑ จิ้งจาย ๑ ๓ เอา ๑ กินแลฯ ยานี้ให้เอาหัวเปราะ ๑ กระชาย ๑ ขิงแดง ๑ ขิงขาว ๑ ชราด�า ๑ ชราขาว ๑ ดีปลี ๑ พริก ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ต�าให้ละเอียดลายน�้าสาร ยาไข้ทั้งกินทั้งชโลมแลฯ ยาไข้นี้กิน ถ้าลืมตัวให้กินจนผู้เจ็บว่าขม ให้เอาหัวบายเย็น ๑ เจตมูนเพลิง ๑ เอายาวค่าตัวนิ้วชี้ ดินสิวดิบลายน�้ามูตรแลฯ ถ้ากินอ่านไม่มีรสเอายานี้ มาต้มปนผักคราด ๑ กะเพราแดง ๑ ฯ ยาแก้ไข้ให้ราก เอาข่าเล็กต�าน�้ายั่นแล้วเอาหัวหอมฝาน 51 ใส่ลงกิน ถ้ามิฟังเอาหัวไพล ๑ หัวเทียม ๑ ต้มกินแลฯ ถ้ามิฟังเอารากขี้กาแดง ๑ รากมะเดื่อ ๑ ต้ม ๓ เอา ๑ กินหายแลฯ ยาหลามแก้ไอ เอาทาง ชะเอาะทั้ง ๕ 52 ลงพระเจ้า ๕ พระองค์ ขมิ้นอ้อน ๓ แว่น ลง มะ อะ อุ หัวเปราะ ๑ หัวกระชาย ๑ ขิง ๑ พริก ๗ กระเทียม ๗ หลามด้วยไม้ไผ่สีสุกใบไผ่จุกปากกินแก้ไข้ทั้งปวงแลฯ เอวะเมทะชะ นะมินโท สะระสังคะโมอัตถะ ฯ เสกยาไข้เรื้อ 51ฝาน (ถิ่นใต้) = ก. หั่น , ตัดเป็นชิ้น ๆ 52ชะเอาะทั้ง ๕ คือต้นกระดาด ได้แก่ กระดาดด�า กระดาดเขียว กระดาดขาว กระดาดแดง และกระดาดลาย 29 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
สิทธิการิยะ ฯI นะโม พุทธายะ ฯI มะ อะ อุ ฯ สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ ฯ อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ ฯ กะ จะ ภะ สะ ฯ สะ ธุ วิ มิ มะ สะ อุ ฯ ฯ ยาไข้ร้อนเย็นให้ลงอักขระทุกข้อแล้ว ไว้คนแหง 53 แล้วคนเข้ากัน คนด้วย อัตถิ อิมัสสะมิง ลงในหัวพร้าวฝานให้เป็นแว่น 54 ให้ครบอักขระนั้นแล แล้วให้เสกด้วยสักกัตตะวา ให้ลงตรีนิสิงเห ท้องหม้อปากหม้อแลท่านเอยฯI ยันต์ท้องหม้อ ปากหม้อแล ฯI ยาแก้บิดเพื่อธาตุ ให้เอาลูก ในมะม่วงคัน ๑ อินกาหนี ๑ ลูกจันทน์ ๑ ครั่ง ๑ ดินกิน ๑ เปลือกขลบ ๑ เปลือกมังคุด ๑ เทียนด�า ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ชันเคียน ๑ น�้าประสานทอง ๑ สีเสียดทั้ง ๒ ยาฝิ่น ๑ เอาเสมอภาคต�าผงหยดเข้าใน ลูกทับทิมแล้วเอาขี้ชันห่อนอกแล้วเอาดินห่อเล่าแล้วหมกไฟให้สุก แล้วบดท�าแท่นไว้ฝนด้วยน�้าปูนใสก็ได้ น�้าไพลก็ได้กินแก้ปวดมวนแลเสกด้วยปิดสมุทร ฯI ยาเมล็ดขนานนี้มีนามชื่อว่าหอมล้อมตับดับพิษ เอาดีงู ๑ ชะเอมไทย ๑ เปลือกพุทรา ๑ หัวถั่วพู ๑ กระแจะ ๑ กฤษณาเนื้อไม้ ๑ ใบทองพันชั่ง ๑ จันทน์ทั้ง ๒ ชะลูด ๑ ลายน�้าดอกไม้ ถ้าร้อนภายในลายน�้ามะพร้าวข้าว ถ้าเม่อ 55 ลายน�้าคนธา 56 หวายตะค้า ดีงู ฯ หอมชื่นใจ เอากฤษณาเนื้อไม้ ๑ ใบไม้เท้ายายหม่อม ๑ ใบย่านาง ๑ ใบ อีหล่ม ๑ ชะลูด ๑ แฝกหอม ๑ พิษนาศน์ ๑ จันทน์ขาว ๑ รักนก ๑ อ�าพัน ๑ ดอกสารภี ๑ คันทะลิกา ๑ น�้ากระสายเอาน�้าลูกสมอก็ได้ 53ไว้คนแหง = ไว้คนละที่ 54ฝานให้เป็นแว่น = หั่นให้เป็นแว่น 55เม่อ = เหม่อ คือ ลักษณะการเผลอใจลอย เช่น นั่งเหม่อ นอนเหม่อ 56น�้าคนธา = น�้าสุคนธา คือน�้าหอม 30 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ถ้าเชื่อมเหม่อไปลายน�้าเถาต�าลึง ถ้าคอแห้งลายน�้าดีงู ถ้าไม่ฟังเอาน�้าข้าว ถ้าไมฟังเอาทองค�าเปลว แทรก ฯI หอมแท่นทอง เอาชะมด ๑ กระแจะ ๑ กฤษณาเนื้อไม้ ๑ การบูร ๑ พิมเสน ๑ จันทน์ทั้ง ๒ สมุลแว้ง ๑ ลูกประค�าดีควาย ๑ หวายตะค้า ๑ ดอกจันทน์ ๑ อ�าพัน ๑ รังนก ๑ เกสรดอกบัว ๑ น�้ากระสาย เอาน�้าดอกไม้ก็ได้ ถ้าให้วิปริตขึ้นมา เอาน�้าตาลทราย น�้ามะพร้าวอ่อน น�้าตราลกรวดแทรกฯ ยาเขียว เอาใบ ผักขวง ๑ พานงูแดง ๑ ใบผักเป็ด ๑ ใบอีหล่ม ๑ หญ้าปราบ ๑ เดื่อทุมพอน ๑ ใบย่านาง ๑ เขียวพรมมา คลายร้อนก็ได้ น�้าจันทน์ขาวก็ได้ ถ้าให้ปะหนักมิใคร่จะพูดได้ เอาหมากผู้หมากเมียต้มขึ้นท�าน�้ากระสายฯI เขียวหรคุณ เอาใบคนทา ๑ ใบมะรุม ๑ ใบต�าลึง ๑ ใบคอกิ่ว ๑ ใบปาน ๑ งับน้อย ๑ ผักเป็ด ๑ เอื้องเพชรม้า ๑ จันทน์ทั้ง ๒ ฯ ลายน�้าขิง ๑ ถ้าร้อนในเอา น�้าพร้าวขาว 57 ถ้าร้อนหนาวเท่ากันเอา เดื่อทุมพอน 58 เป็นกระสาย ฯI ฯI เขียวนักปราชญ์ เอาชะราด�า ๑ ตาอ้อยแดง ๑ ใบทองหลาง ๑ ใบเงิน ๑ ใบทอง ๑ หญ้าแพรก ๑ ใบอีหล่ม ๑ ใบผักตบน�้า ๑ ลูกบัว ๑ น�้ากระสายเอาลูกสมอก็ได้ น�้าดีงูก็ได้ ถ้าทนท้องเอาน�้าเถากะปด รากทองคันชั่ง 59 เขียวล้อมตับดับพิษ เอาส้มป่อย ๑ หัวขิง ๑ หัวกระชาย ๑ ใบไผ่ ๑ ถั่วพู ๑ ระงับใหญ่ ๑ นิลโพสี ๑ ดีงู มหาสะด�า ๑ ใบมัดกา ๑ ขมิ้นทอง ๑ จันทน์แดง ๑ พิมเสนต้น ๑ รากบัว ๑ สมอเทศ ๑ ยาด�า ๑ น�้ากระสายดอกไม้ก็ได้ ถ้าปะคอหนักเอาน�้าหวายตะค้า ลูกค�า น�้าคร�่าก็ได้ ถ้าไม่ฟังเอาน�้าหัวกา รากล�าโพง ฯI 57น�้าพร้าวขาว = น�้ามะพร้าวขาว 58เดือทุมพอน = มะเดื่อชุมพร 59ทองคันชั่ง = ทองพันชั่ง 31 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
เขียวมหากาฬ เอาลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ เกสรบัว ๑ หัวกา ๑ หญ้ากะเตรย 60 ว่านร่อนทอง ๑ ถั่วพู ๑ ขิง ๑ หัวหอม ๑ จุกกระเทียม ๑ ใบมัดกา ๑ เขากวาง ๑ นอแรด ๑ งาช้าง ๑ ชะราขาว ๑ โกฐบัว ๑ ฯ น�้ากระสายรากปรางก็ได้ เถาต�าลึงก็ได้ ถ้าคางแข็งเอาน�้ากระดูกงู ถ้าไม่ฟังเอาน�้าตาลกรวด ฯI เหลืองน้อยเอา ทองหลาง ๑ ผักข้าว ๑ พร้าว ๑ 61 พริกไทย ๑ สะแก ๑ แสมสาร ๑ กระวาน ๑ หนังปลาแบน ๑ แววนกยูง ๑ ใบเสนียด ๑ ชบา ๑ ชะงอ ๑ ขมิ้น ๑ กรุงเขมา ๑ ผม ๑ โกฐพุงปลา ๑ ลายน�้าดีงูก็ได้ ถ้าไม่ฟังเอาน�้าเกลือ ดินสิว น�้ากระดูกงู รากเดื่อทุมพอน ฯI เหลืองใหญ่เอาหัวไพล ๑ กะทือ ๑ ขิง ๑ ข่าเล็ก ๑ ข่าตาแดง ๑ ขมิ้นทั้ง ๒ กะเอาะกินดิบ ๑ 62 ชาพลู ๑ เปราะ ๑ มะเฟือง ๑ ปราง ๑ เปลือกหอย ๑ ถ้วยนอสิน ๑ เปลือก หอยหรม 63 น�้ากระสายเถาหมวกก็ได้ อ้อยแดงก็ได้ เอาตามันเจ็ดตาเผาไฟไหม้บดให้ผงลายน�้าดีงูแทรกลง ด้วยกัน ถ้าไม่ฟังเอาน�้ากระดูกงู น�้าเต้าขมแทรกลงด้วยกัน เหลืองมหากาฬประทานเพศ เอาดอกโยธิกา ๑ ว่านหางช้าง ๑ ผักเฉด ๑ ผักบุ้ง ๑ กระชาย ๑ ย่านาง ๑ มะขามเปียก ๑ น�้าตาลทศกอน ๑ 64 น�้าตาลทราย ๑ ใบต�าลึง ๑ชะเอม ๑ ดีงู ต้น ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระดูกแร้ง ๑ กระดูกกา ๑ กระดูกงู น�้าเต้าขม ๑ ฯ ลายน�้าจันทน์ แดง น�้าหัวถั่วพู น�้ารากไม้เท่ายายหม่อม น�้ารังนก เปลือกทองหลาง ฯI เหลืองมหาครอบ ใบมะตูม ๑ ใบสะเดา ๑ ใบสวาด ๑ ขมิ้นทอง ๑ ขิง ๑ ขี้กาแดง ๑ ชาพลู ๑ ผักหนอก ๑ บัวหลวง ๑ ผักตบใหญ่ ๑ ตาอ้อยแดง ๑ 60หญ้ากะเตรย = หญ้าขี้เตย(ถิ่นใต้) คือหญ้าเจ้าชู้ 61พร้าว = มะพร้าว 62 กะเอาะกินดิบ = เอาะดิบ (ถิ่นใต้) ภาคกลางเรียกคูน ภาคเหนือเรียก ตูน 63หอยหรม น่าจะเป็นหอยนางรม 64น�้าตาลทศกอน = ขัณฑสกร คือ น�้าตาลกรวด 32 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
แฝกหอม ๑ ชะนูด ๑ 65 หมรุยด�า ๑ หัวไคร ๑ ผิวไม้ไผ่สีสุก ๑ พิษนาศน์ไทย ๑ ดอกบุญนาค ๑ ลายน�้าแก่นขนุนเปียกก็ได้ น�้าหอยมุกก็ได้ น�้าลูกกอก 66 อินทกานีก็ได้ ถ้าลิ้นกระด้างคางแข็งหวายตะค้าฝน กับน�้าคร�่าฝิ่นแทรก ฯ ถ้าให้เจ็บคอเอาตาอ้อนแดง ๑ ดีงู ๑ ยาด�าบดลายน�้าหม้อ ถ้าไม่ฟังเอาเอาะนก ๑ บอระเพ็ด ๑ เถาต�าลึง ๑ เม็ดมะกรูด ๑ เม็ดมะนาว ๑ น�้ามูตรเป็นกระสาย ถ้าคอแห้งเอาผิวมะกรูด ๑ ชะเอม ๑ เม็ดถั่วพู ๑ กระดูกงู ๑ มะขามเปียก ๑ น�้าตาลกรวด ๑ รากดิน ๑ คั่วให้ผงแล้วบดห่อส�ามลีให้อมลายน�้าดีงู ถ้าสะอึกเอา ผักฉีด ๑ ผักบุ้ง ๑ ว่านร่อนทอง ๑ อึกหมวก ๑ ผมไม้ฉ�าฉา ๑ กะแหล ๑ ใบต่างดอก ๑ บดท�า แท่นไว้ลายน�้าจันทน์แดง น�้าเกสรดอกไม้ ฯI ยาหอมแก้สลบ เอากระดูกแร้ง ๑ กระดูกกา ๑ กระดูกนกตบยุง ๑ นอแรด ๑ เขากวาง ๑ รากดิน ๑ กระดูกงู ๑ หัวเปราะ ๑ จันทน์ขาว ๑ กระดูกนกเป็ดน�้า ๑ อ�าพัน ฯ ยาเทพ ชุมนุม เขาสัตตะ เขานวะเขียว จันทน์ทั้ง ๒ เกสรทั้ง ๙ กฤษณา กลัมพัก ขอนดอก นิลโภสี อ�าพันทอง เหมือดคน พิมเสน หัวแร้ง หัวกา ดูกคุรัม 67 แฝก ชะนูด ลูกพิลังกาสา ฝางแล ไม้ท้าวายหม่อม เถาต�าลึง มหาสะด�า เอา เสมอภาค ถ้าสลบลายน�้าสารแทรกดีงู พิมเสน น�้ามูตร ฯ ยาเขียวแก้การลิ้นกระด้างคางแข็ง เอาผักข้าว ๑ ไฟเดือนห้า ๑ รกช้าง ๑ ชาลี ๑ กุมบก ๑ ดอกจ�าปาทอง ๑ ขิง ๑ ข่าเล็ก ๑ หัวกา ๑ หอมแดง ๑ ค�าไก่ ๑ 68 บดเป็นแท่นไว้ลายน�้าคร�่า ถ้าไม่ฟังน�ามูตร 65 ชะนูด = ชะลูด 66 ลูกกอก = ลูกมะกอก 67ดูกคุรัม = กระดูกเลียงผา 68ค�าไก่ = ประค�าไก่ 33 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ถ้าไม่ฟังน�าดีงู ถ้าไม่ฟังน�ารังนก น�้าตาลกรวด ฯ ฯ มหานิลแต่กวาด ซาง 69 ก็ได้ ถ้าจะให้กินลายน�้า จันทน์ ถ้าขวาดลายน�้าดีงูน�้าร้อน กระดองปูนา ๑ กระดองปูด�า ๑ กระดองแมงดา ๑ กระดูกงู ๑ เทียนไม้ ๑ ทับทิม ๑ ผักเป็ดแดง ๑ ใบอีหล่ม ๑ มะพร้าวทั้ง ๒ คราบงูเขียว ๑ หัวกะทือ ๑ ขิง ๑ กระดูกแร้ง ๑ กระดูกกา ๑ แววนกยูง ๑ หนังแรด ๑ หนังหมี ๑ หนังเสือ ๑ ฯ ยาเล็ดถ้าจะวางให้วางเวลาค�่าแล ฯ ฯ สิทธิการิยะ ฯ หมากหลอด ๗ เม็ดลงพระธรรม ๗ คัมภีร์ หัวข่า ๔ หัวลง ทุ สะ นิ โส สมอไทย ๕ ลูกพระเจ้า ๕ องค์ หัวแห้วหมู ๓ หัวลง มะ อะ อุ บอระเพ็ด ๔ องคุลีลง นะ มะ พะ ทะ ใบคนที ๓๓ ใบลงอาการ ๓๒ ยาด�าหนัก ๑ บาท เสกในมาติกา แลแช่น�้าผึ้งรวง ๕ คืนแล้วบดผง เสกอาการ ๓๒ แล้วกินกลอนเท่าลูกพุทธรักษา กินวันละ ๑ กลอน ๒ กลอน ๓ กลอนแล้วกินวันกลอนทุกวันไปแล ฯ ฯ ท่านประกอบยาโลหิตหญิงแลชายก�าเนิด เกิดมาต่าง ๆ ให้เอาไพลเหลือง ๓๓ แว่น เมล็ดผักกาด ๑ ชั่งเท่ากันไพลลงอักขระนี้แว่น (ละ) ตัว กะ ขะ คะ ฆะ งะ จะ ฉะ ชะ ฌะ ญะ ฏะ ฐะ ฑะ ฒะ ณะ ตะ ถะ ทะ ธะ นะ ปะ ผะพะ ภะ มะ ยะ ระ ละ วะ สะ หะ ฬะ อัง ออฯ แล้วบริกรรมคาถา ๒ บทนี้เมื่อจะ บดยาจนแล้วแล ครั้นบทแล้วปั้นเป็นแท่นตากแดด ไว้ใน ร่มเสกด้วยคาถา ๒ บทนั้นให้ได้ ๑๐๘ แล้ว ไว้เถิด ถ้าหญิงมีครรภ์ฝนให้กินจนได้ ๓ เดือนดีแลมี ปัญญา ถ้าเกิดมาเป็นกระหม่าตาล 69ซาง = โรคชนิดหนึ่งตามต�าราแพทย์แผนโบราณว่า เป็นแก่เด็กเล็ก มีลักษณะเกิดเป็นเม็ดขึ้นในปากในคอ ลิ้นเป็นฝ้า มีอาการ เช่น ไม่กินนม ไม่กินข้าว ปวดหัว ตัวร้อน มีชื่อต่าง ๆ เช่น ซางเพลิง ซางน�้า ซางขโมย ซางโจร 34 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ซาง ฝนด้วยเหล้ากิน ถ้าคลอดลูกระทดระทวยเงืองงงทุรนทุราย ขบฟันลืมตัว ลายน�้ามะนาวกิน อมไว้ แท่น ๑ หายแล ถ้าลมเกลียวด�าฝนน�้ามูตรกิน ฯ ถ้าลมหาว รากฝนส้มกิน ฯ ถ้าไฟธาตุทุรนทุรายฝนน�้าซาวข้าว กินเอาดินสิวดิบ ร�าหัดหายแล ฯ ถ้าเป็นด้วยวาโยธาตุ ให้เท้าเย็นหิวอ่อนฝนน�้ามะนาวกิน ฯ ลมให้จับปลายเท้า เสียวทั้งตัวมืดตาฝนน�้าขิงกิน ฯ ถ้าลมหนักตัวกินอาหารมิได้ฝนน�้าค้างกิน ฯ ถ้างูขบลายน�้าขิงกิน ฯ ถ้าณรงค์ สงครามฝนทาหน้าผากใส่พก ไปชนะแล ฯ ถ้าไปสู่ขุนนางฝนทาหน้าผากแลปลายคางแล ฯ ถ้าจะแก้มูตรแดง เป็นยาส�าหรับภายใน เอาตุกะโรหินี ๑ น�้าประสานทอง ๑ รากชาพลู ๑ สมอไทย ๑ ลูกดอม ๑ บอระเพ็ด ๑ รากสะอึก ๑ สน ๑ จันทน์ ๑ เอาเท่ากันต้มกินแล ฯ ถ้ามิฟังเอายานี้ต้มกินเล่า เอาเทียนด�า ๑ ดีปลี ๑ กระวาน ๑ เปราะ ๑ หัวกะทือ ๑ ไพล ๑ กระชาย ๑ พริก ๑ กระเทียม ๑ ต้มกินแก้มูตรแดงแล ฯ ยาแก้ตรีโทษ มันย่อม ให้เป็นล�าดับกันไปให้เอาดิน บวมบก 70 ที่มันเป็นอยู่ที่บนกิ่งไม้ไผ่นั้นมาบดให้ละเอียดแล้วจึงเอาน�้าสาเหล้าลาย ทาบวมหายแล ฯ อนึ่งอันว่าตรีโทษนั้นมีลักษณะ ๓ ประการ อนึ่งเป็นเพื่อวาโยนั้นผัด ๑๐ วัน ถ้าเพื่อเสมหะ ให้ผัด ๑๒ วันแล ถ้าเพื่อก�าเดานั้นให้ผัด ๗ วันแล ถ้าโรคพร้อมกันทั้งสามประการนั้นแล้วท่านให้แพทย์พึงผัด ๗ วันแล จักกล่าวถึงเลือดอันมันให้โทษเนื้อให้โทษนั้น คือว่าตัวนั้นขาว เลือดนั้นขาว ท่านให้กินอย่า หวาน ขม 70บวมบก น่าจะหมายถึง บัวบก 35 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ผักเสี้ยนผี ที่มา : https://medthai.com ขมิ้นอ้อย ที่มา : https://medthai.com 36 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
เผ็ดตัวเหลือง เลือดนั้นเหลือง ให้กิยอย่าส้ม เค็ม เผ็ด ขม อย่าขมนัก ตัวด�าเลือดด�า ให้กินขมแลหวาน อันเลือดเขียว เหลือง แดง นั้นก็ดี ให้พึงรู้ว่าเลือดนั้นให้โทษ เพื่อลมนั้นประการหนึ่ง อันว่าถูกบาดเจ็บนั้น ประการหนึ่ง ท่านให้ดูเลือด ถ้าเลือดนั้นกระจ่างดังเหยี่ยวก็ดี ดุจดังน�้าอัญชันก็ดี ให้พึงรู้ว่าเลือดนั้นเป็นโทษ เพื่อก�าเดานั้น อันว่าเลือดดังกล่าวมานี้ให้โทษแล ทีนี้กล่าวถึงยาส�าหรับเลือดร้ายให้โทษเป็นเรื่องราวกันไป ท่านให้เอา ตะกั่วบริสุทธิ์ ๑ ตะกั่วด�า ๑ ทองส�าริด ๑ เงิน ๑ ทองค�า ๑ เหล็ก ๑ ยาทั้งนี้แช่น�้าอาบบ�าบัดโรค โลหิตให้โทษแล ฯ แก้โลหิตขนานหนึ่งเล่า เอารากอึก ๑ คุนทีสอ ๑ เปลือกไม้แดง ๑ เปลือกเพกา ๑ เปลือก มะตูม ๑ ยา ๕ สิ่งนี้ต้มกินแก้โลหิตร้ายให้โทษ ได้กินยา ไม่พักอยู่ไฟ 71 เลือดตกสิ้นแล ฯ ยาแก้มูตรแดง เอารากผักสาบ ๑ รากย่านาง ๑ รากผักหวาน ๑ รากตะไคร้น�้า ๑ ยาทั้งนี้ฝนด้วยน�้ามะพร้าวให้กินแก้ปากแห้ง แก้มูตรแดงหาย ฯ แก้มูตรแดง เอาโกฐก้านพร้าว ๑ จันทน์ทั้ง ๒ บอระเพ็ด ๑ ลูกดอม ๑ 72 พาโหม ๑ ขิง ๑ เอาเท่ากันต้ม ๓ เอา ๑ กินแก้มูตรแดง แก้จุกอกเจ็บหลังเสียดราวท้องเบาแดง เหลือง ก็ดี ให้แดงออกมาเป็น ประการใด ๆ ก็ดี ถ้าผู้ใดให้มูตรแดงเป็นน�้าหมากก็ดี กินยานี้หายแล ฯ จักกล่าวยาผีไม้ ผีไทรแลคุณ แลไข้เลือด แลลม ๑๐๘ จ�าพวกอาจารย์กล่าวไว้ เอาว่านหางช้าง ๑๒ ใบลงพระเจ้า ๑๖ ใบหนาด ๑๒ ใบลงพระเจ้า ๑๖ ถอยหลัง ไพลสามแว่นลง มะ อะ อุ ขิงสามแว่นลง อุ อะ มะ บอระเพ็ด ๙ 71ไม่พักอยู่ไฟ = ไม่ต้องอยู่ไฟ 72 ลูกดอม = กระดอม 37 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
แว่นลง อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ พญามือเหล็ก ๔ ลงด้วย ฤ ฤา ภ ภา พญาหญ้า ๗ ลงด้วย สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ แห้วหมู ๑๐๘ ลงอิติปิโส ใบมะนาว ๓๖ ลง เกสา โลมา แก่นขรูลงตรีนิสิงเห หวายลิง ๕ ลงพระเจ้า ๕ ห้าพระองค์ หัวหวายขม ๕ ลงพระเจ้า ๕ องค์ถอยหลัง หัวผักหนาม ๗ ลง อะ อะ อะ อะ อะ อะ อะ แก่นแสมทะเล แก่นแสมสาร ๕ ลง เถาวัลย์เปรียง ๗ ลงนี้ รากตอกแตก ๔ ลง ชุมเห็ด ๔ ลง อะ อิ อะ อี ข่า ๑๒ แว่นลง อ อา อิ จนจบ อะ แววนกยูง ๓ ลง อ อา ขี้เหล็ก ๕ ลงประจุชาด สมอทั้ง ๓ ลงด้วยนี้ ใบมัดกา ๒๙ ใบ ลงนะโมถอยหลัง โกฐทั้ง ๕ ลง เทียนทั้ง ๕ ลงตัวนี้ ตาไม่ไผ่ ๔ ลง กะ จะ ภะ สะ หัวคล้า ๔ ลง อิ กะ วิ ติ ก้านเดา ๓๓ ก้านลงการ ๓๒ พริกถ้วย ๑ ลั่นทม ๓๓ รากหมากผู้ ๑ รากหมากเมีย ๑ รากปราง ๑ เปลือกม่วงคัน ๑ เปลือกไข่ไก่ฟัก ๓ ลง ฝักราชพฤกษ์ ๓ ฝัก ยาทั้งนี้เมื่อต้มขึ้นเสกด้วยพระเจ้า ๑๖ อิติปิโสถอด นะ โม ถอยหลัง เสกด้วยประจุชาดอาการ ๓๒ ตรีนิสิงเห คาถาออกพรรษา ค�านับครูหมาก ๓ ค�า เทียน ๓ เล่ม ดอกไม้ ๓ ดอก เงินผูกคอหม้อ ๑ บาท บายหน้าไปบูน 73 ยันต์ก้นหม้อ สัพเพ เท ฯ ยาฝีโดะ ฝีดัน ฝีไหม้ท่านให้เอาหัวยาจีน ๑ ชั่ง มะพร้าวงอกเอาซีกผู้ซีก ๑ หญ้าหนูต้น ๑ รากไหลเผือก ๑ รากน�้าข้าว ๑ รากหมุ่ยด�า ๑ รากโดกไก่ ๑ 74 ยาหนู ๑ สลึง เอาเสมอภาคต้ม 73บ่ายหน้าไปบูน คือ บ่ายหน้าไปทิศตะวันออก (บูน = บูรพา คือ ทิศตะวันออก) 74รากโดกไก่ = รากกระดูกไก่ 38 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
กินแล ห้าม อย่ากินปลาเมลือกปลาคาว อย่ากินแล้วให้ออกชื่อเจ้าของยา ชื่อตาเจ้านาคประสิทธิ์แล ฯ ยาต้มแก้เปื่อย เอาโดกเวียงผา ๑ 75 กระดูกควายขาว ๑ ชามบินรง ๑ 76 หญ้าข้าวเย็น ๑ ทั้ง ๒ หนอนตาย หยาก ๑ รากอ้อยแดง ๑ รากหงแดง ๑ รากไม้ไผ่สีสุก ๑ รากหญ้าคา ๑ รากมะพร้าวไฟ ๑ รากไม้ไผ่รวก ๑ ยาแก้เปื่อย ฟกทมได้สิ้นแล ขี้เรื้อนก็ได้ ราช ๖ บาท เงินผูกคอหม้อ ๑ บาทแล้วกินแล ฯ ยาต้มแก้เปื่อยท่าน ให้เอายาจีน ๑ ชั่ง สุพัน ๓ บาท ยาด�า ๑ บาท พร้าวงอกข้างตัวผู้ซีก ๑ เถาคุย ๑ เมื่อต้มนั้นล�าลึกนึกถึงท่าน ก�าแพงสิทธิแล ฯ ขนาน ๑ เอาหัวยาจีน ๑ ชั่ง สุพัน ๒ บาท พร้าวงอกข้างตัวผู้เอาซีก ๑ ไม้ขื่อผี ๑ กาฝาก ชุมแสง ๑ เนื้อกวาง ๑ รากยวงหนุน ๑ เมื่อต้มให้ล�านึกถึงครูสิทธิแล ฯ ขนาน ๑ แก้ฟก ยาต้มเอาพร้าว งอกซีก ๑ หัวยาจีน ๑ ชั่ง สุพัน ๓ บาท ผักเป็ดแดง ๑ ขี้แรด ๑ ชั่ง ตาไม้ไผ่สีสุก ๓ ตา รากหงแดง ๑ ต้มกิน แก้ฟกทุมทั้งปวง เมื่อจะต้มให้ล�านึกถึงจีนฮ่อแล ฯ ยาต้มแก้คุณเสียดลม เอาหนาม ๑๐๘ ใบไม้สรรพทุกสิ่ง ๑ รากเชือกทั้ง ๒ รากคันทรง ๑ รากธรณีสาร ๑ รากหฺมฺรุยทั้ง ๒ 77 รากนมแมว ๑ รากหวายลิง ๑ รากผักหนาม ๑ รากลั่นทม ๑ รากโซเซ ๑ รากผักเสี้ยนผี ๑ รากเงิน ๑ รากทอง ๑ รากหมากผู้ ๑ รากชุมเห็ด ๑ รากหัสคุณทั้ง ๒ ก้านสะเดา ๓๓ ก้าน ใบมัดกา ๑ บาตรแตก ๑ แสกขาด ๑ 78 ส�าริด ๑ ทองแดง ๑ ตะกั่ว ๑ เหล็ก ๑ เงิน ๑ ทอง ๑ สมอไทย ๑ สมอพิเภก ๑ ลูกดอม ๑ แห้วหมู ๑ รากทนดี ๑ รากแว้งทั้ง ๒ รากเขือขื่น ๑ กาฝากขรี ๑ แหละ ๑ แก่นหาด ๑ 79 แก่นปรู ๑ แก่นขี้เหล็ก ๑ แก่นต�าเสา ๑ แก่นโด 80 75โดกเวียงผา = กระดูกเลียงผา 76ชามบินรง = ชามเบญจรงค์ 77หมรุยทั้ง ๒ = หมรุยมัน และหมรุยขม 78 แสกขาด = สาแหรกขาด 79แก่นหาด = แก่นมะหาด 80แก่นโด = แก่นประดู่ 39 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
สน ๑ สัก ๑ ดอกค�า ๑ เลือดแรด ๑ เอาเท่ากันต้มแล ฯ โอมปิดตาข้ามีเห็น สวาหะ ๑๐๘ คาบ เสกน�้ามัน ทามือ ดูคนไข้แล ชื่อมหาชังกาแล ฯ น�้ามันนีระเบิกด้วยกันแล ฯ ลงไส้เทียน ๗ เส้นแล้วเอาผ้าขาวคลุมแล้วภาวนาพลางกว่าจะเห็นฯ เทวา คัจฉันติ อากาเสนะ เสฏฐะวัง ทิระนัง ถะหูโร เทยยุตโต สิฏฐาติ วัฏฐติ ฯ ๗ ที ฯ อุเปตา พุทธะธัมเมหิ ฯ หัวใจวิปัสสิสแล ฯ โอมหึงหาย สรรพพรายราย วินาสสันติ ฯ ก�ามราบพรายแล ฯ พุทธังบังตาผี บังพระธรณี สวาหะฯ บังตาผีแล ฯ ยันต์ลงไข่ไก่เสก ด้วยตัว อุ ตัง เท่านี้ตั้งไข่ใกล้องค์คนเจ็บให้รู้ ว่าถูกอะไรรู้แล ฯ ยันต์นี้ลงผ้าขาวห่อแม่ตีนจ�าผีแล ฯ สิทธิการิยะ ฯ แก้ลมจุกเสียดเอาผิวมะกรูด ๑ สลึง ผิวมะนาว ๑ สลึง ผิวส้มซ่า ๑ สลึง ผิวมะงั่ว ๑ สลึง ใบผัก เสี้ยนผี ๑ สลึง ใบคุนทีสอ ๑ บาท ใบผักเป็ด ๑ บาท การบูร ๑ บาท ๓ สลึง กานพลู ๑ บาท ๒ สลึง มหาหิงคุ์ ๑ บาท ๒ สลึง ลายน�้าขิงข่ากินหายแล ฯ ยาก�าลังเอากระเทียมทั้ง ๕ หนักสิ่ง ๑ สลึง พริกไทย ๑ บาท ขิงแห้ง ๑ บาท ดีปลี ๑ บาท เปล้าน้อย ๑ บาท ลูกจันทน์ ๑ บาท ดอกจันทน์ ๑ บาท ๒ สลึง กานพลู ๒ สลึง อ�าพัน ๑ สลึง เกสรบัวหลวง ๑ สลึง ดอกหนาด ๑ สลึง รากข้าว ๑ สลึง รากถิน ๑ 81 สลึง ยาฝิ่น ๑ สลึง กัญชา ๑ บาท น�้ามะนาวเคล้าทั้งปวง เอาน�้าผึ้งรวง ๑ น�้าตาลกรวด ๑ น�้าตาลทราย ๑ ประสมกันลายกินเถิดมีก�าลังแล ฯ ยาบิดท้อง ท้องขึ้นให้ขี้เหม็นนัก ท่านให้เอาพริก ๒ สลึง มหาหิงคุ์ ๑ สลึง ชรา ๒ สลึง บดเป็นแท่นไว้ลาย น�้ามะนาวกินถ่ายแล ฯ ยาซางไฟ ท่านให้เอากรามแรด ๑ กรามช้าง ๑ ลูกโหพา ๑ 82 81รากถิน = รากกระถิน 82โหพา = โหระพา 40 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
เขากวาง ๑ นิลโพสี ๑ จันทน์แดง ๑ ลูกราชดัด ๑ สมุลแว้ง ๑ ดีงูเหลือม ๑ บดด้วยน�้าเปลือกหมาก ส่งทาลิ้นซางไฟ ถ้าผู้ใดเป็นริดสีดวงในปากทาหายแล ฯ สิทธิท่านอาจารย์ให้เอาลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กานพลู ๑ กระวาน ๑ ดีปลี ๑ การบูร ๑ ยาฝิ่น ๑ ยา ๗ สิ่งนี้เอาเท่ากันแล้วเนยลายบดจงละเอียดท�าเป็น กลอนเท่าลูกพริก ๓ ลูกกินเช้าค�่า ทุกวันบ�าบัดพยาธิทั้งปวงอันเกิดแก่คนทั้งหลาย หืดไอผอมเหลือง มงคร่อ ลงท้องลงบิดลงเลือด แลให้เป็นขี้มูกสรรพตานซาง ร�าโหะ ร�ามะนาดแลเป็นหนองในไส้กลอนแลริดสีดวงพิษนี้ เจ็บทั่วสรรพางค์ เจ็บอกเจ็บคอกินข้าวมิได้ อันกล่าวมาทั้งนี้ก็หายสิ้นทุกประการแล เว้นไว้แต่คนหาบุญมิได้ เว้นไว้แต่คนมีกรรม ถึงแก่อนิจกรรมมิหาย ถ้าใครได้กินยานี้เป็นจ�าเริญอายุเดินทางประมาณ ๓ โยชน์มิรู้ เหนื่อยเมื่อยล้าเลย ถ้าผู้ใดได้กินยานี้เหมือนได้น�้า สุราปุริด 83 ยานี้ชื่อเทพนิมิต ฯ สิทธิการิยะ ฯ ต้องคุณวัน ๑ ใบขี้กา ๑ ใบอันมีรสแช่น�้าอาบหายแล ฯ ถ้าต้องวัน ๒ เอาหญ้าตีนกา ๑ หญ้าพานงู ๑ แช่น�้าอาบหายแล ฯ ถ้าต้องวัน ๓ เอาใบส้มทั้งปวงมาแช่น�้าอาบหายแล ฯ ถ้าต้องวัน ๔ เอายาเกร็ดหอย ๑ ใบอันเผ็ด แช่น�้าอาบ หายแล ฯ ถ้าต้องวัน ๕ เอาใบอันหวานอันหอมแช่น�้าอาบหายแล ฯ ถ้าต้องคุณวัน ๖ เอาใบอันฝาดทั้งปวง แช่น�้าอาบหายแล ฯ ถ้าต้องคุณวัน ๗ เอาใบอันเผ็ดมาแช่น�้าอาบหายแล ฯ โอมแม่กูชื่อ พระปริเมสูน 84 นิ้วชี้ กูชื่อจักรนารายณ์ นิ้วกลางกูชื่ออุณรุท นิ้วนางกูชื่อนางอมราภักดี นิ้วก้อยกูชื่อพระจันทกุมาร ผลาญศัตรู ทั้งหลาย ให้วินาศวินายสายะ โอมครูกูบายธิยาย สวาโหม ถ้าท�าด้วยเนื้อหนัง เอาใครศรีมหาโพธิ์ ไจดี 85 83สุราปุริด น่าจะหมายถึง สุรามริด 84พระปริเมสูน = พระปรเมศวร คือ พระอิศวร 85ไจดี = เจดีย์ 41 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ตอกลางคลอง ฝนทากระหม่อมแลตัวหายแล ถ้าท�าด้วยไข่ไก่ เอาบุก ๑ รากน�้าลายนาคราช ๑ สรรพคุณ ๑ ต�าเอาน�้ากินทาหายแล ฯ ให้รู้จักถ่องแท้ให้เอาชะดัดมาฝนให้กิน ถ้าคุณมีอมเลย ฯ เอาใบชะดัดมาต�าน�้ายั่น ให้กิน ฯ ท่านให้เอารากหญ้าครุน ๑ รากกรูด ๑ สับปะรด ๑ เผาลายน�้าเหล้าให้กินพาออกแล ฯ ยาแก้คุณ เอาข้าวทั้งปวง หญ้าคา ๑ หญ้าแพรก ๑ หญ้าพานงู ๑ 86 หญ้าขัดมอน ๑ ต�าน�้ายั่นให้กินออกสิ้นแลเสกด้วย สักกัตตะวาแล ฯ ใบดาด ๑ รากเหม็ดชุน ๑ 87 รากเฉียงพร้า ๑ รากหูควาย ๑ รากต่างดอก ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ยาทั้งนี้เอามาพ่นคุณออกสิ้นแล ยาคุณจบเท่านี้ ฯ ถ้าเป็นตาเดือน เอาชะเอาะขมิ้น ก็สารบดโปะหาย ฯ ยาตา เดือนเอาหัวล�าเจียกบดด้วยขมิ้นสารทาหายแล ฯ ยาตาเดือนเอาใบกระเหนียด 88 บดด้วยขมิ้นสารทาหายแล ฯ ยาตาเดือนเอาขมิ้น หัวบอน ใบชะพลูบดทาหายแล ฯ ถ้าจะท�ายาเป็นฝีตาเดือน สรรพเปื่อยทั้งเพ เอาเปลือก กรูด เปลือกกระทู้ ขมิ้น ไพล กระเทียม หัวหอม เอาเท่ากันบดให้ละเอียดหุงด้วยน�้ามันงาก็ได้ น�้ามันมะพร้าว ก็ได้ปรุงพริก ขี้เสียดเทศ ขี้เสียดไทย 89 สอสี 90 ยาด�า ดีงู การบูร เอาเท่ากันใส่ลงทาบาดเจ็บแล ฯ ถ้าเป็นรวด ให้เอาดองดึง หน่วยละมุด ลูกสวาด ลูกสะบ้า สอสี สลอด อุตพิด บุก ยาหนู เอาเท่ากันลายน�้ามะนาวทั้ง ถ้วยแล ฯ ยาผอมให้เอาเจตะมูน ๒ ต�าลึง ขิง ๒ ต�าลึง พริก ๑ ต�าลึง ดีปลี ๑ ต�าลึง หัวเปล้า ๑ ต�าลึง บุกรอ ๑ ต�าลึง ยาทั้งนี้ตากจงแห้ง ต�าผงไว้ถ้าเจ็บท้องลายเหล้ากิน ถ้าไข้ลายน�้าร้อนกิน ถ้าผอมลายน�้าเหล้ากิน ถ้าอยู่ดีคุลีการด้วยน�้าผึ่งรวงกิน ฯ ถ้าเหยี่ยวมิออกเอาข้าวเหนียวด�าคั่วตอกลายน�้าตาลก็ได้ น�้าผึ่งรวงกิน 86หญ้าพานงู = หญ้าพันงู 87เหม็ดชุน = เสม็ดชุน 88กระเหนียด = เสนียด 89ขี้เสียดเทด ขี้เสียดไทย = สีเสียดเทศ สีเสียดไทย 90สอสี น่าจะเป็น สีสอ 42 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
๒๙ ใบ ลงนะโมถอยหลัง โกฐทั้ง ๕ ลง เทียนทั้ง ๕ ลงตัวนี้ ตาไม่ไผ่ ๔ ลง กะ จะ ภะ สะ หัวคล้า ๔ ลง อิ กะ วิ ติ ก้านสะเดา ๓๓ ก้านลงอาการ ๓๒ พริกถ้วย ๑ ลั่นทม ๓๓ รากหมากผู้ ๑ รากหมาก เมีย ๑ รากปราง ๑ 91 เปลือกม่วงคัน ๑ เปลือกไข่ไก่ฟัก ๑ ลง ฝักราชพฤกษ์ ๓ ฝัก ยาทั้งนี้เมื่อต้ม ขึ้นเสกด้วยพระเจ้า ๑๖ อิ ติ ปิ โส ถอด นะ โม ถอยหลังเสกด้วยประจุขาดอาการ ๓๒ ตรีนิสิงเห คาถาออก พรรษา ค�านับครูหมาก ๓ ค�า เทียน ๓ เล่ม ดอกไม้ ๓ ดอก เงินผูกคอหม้อ ๑ บาท บ่ายหน้าไปบูน 92 ยันต์ก้น หม้อ สัพเพ เท แล ฯ ยาต้มแก้ผีไม้ผีไทรแก้คุณแลชมบ เอาใบโพธิ์บาย ๑๐๘ ลงพระเจ้า ๑๖ หัวไพล ๓๒ ลงการ ๓๒ ขมิ้นอ้อย ๙ แว่นลงพระเจ้า ๕ องค์ รุนโท ๑๖ ลงพระเจ้า ๑๖ กรูด ๙ ใบลง อะ สัง วิ สุ โล ในนาว ๗ ลง สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ แมงลักขาลง มะ อะ อุ หัวข่า ๔ ลง นะ มะ พะ ทะ ผีหน่าย ๑ ผีพราย ๑ สะหม รุยทั้ง ๒ พริก ๑ เทียม ๑ หาหึง ๑ 93 ว่านน�้า ๑ หญ้าตราบ ๑ เฉียงพร้าหอม ๑ พลับพลึง ๑ ฆ้องสามย่าน ๑ ผักเสี้ยนผี ๑ คุนทีสอ ๑ หัวข่าเล็ก ๗ ลงเลข ๒ ก�าจัด ๑ ก�าจาย ๑ ไม้ฟ้าผ่า ๑ ต้มกินหมาก ๓ ค�า เทียนเล่ม ๑ เงิน ๑ บาท ค�านับครูจงดีกินเถิดหายแล ฯ ยาลมจุกอกให้เอาพริกล่อน ๑ ยาด�า ๑ มหาหิงคุ์ ๑ การบูร ๑ บดลายน�้าร้อนกินหายแล ฯ ยาแก้ป้างเอาเปลือกพิกุล ๑ มะรุม ๑ ว่านน�้า ๑ ดีปลี ๑ กระเทียม ๑ ไพล ๑ กะทือ ๑ 91รากปราง = รากมะปราง 92บูน = บูรพา คือ ทิศตะวันออก 93หาหึง = มหาหิงคุ์ 43 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ขมิ้นอ้อย ๑ พริก ๑ ข่าทั้ง ๒ หัวหอม ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากันทั้งกินทั้งทาแล้ว เผาเหล็กแดงพอนสามที กินหายแล ฯ ยาแก้ลมจุกตายปัจจุบัน เอาหัวหอม ๑ กระเทียม ๑ พริก ๑ ข่า ๑ ขิง ๑ สมอร่องแร่ง ๑ บดด้วย น�้ามะนาวท�าแท่นไว้ ถ้าจะกินลายน�้ามะกรูด มะนาวดีนัก ท่านตีค่าไว้ ๑ ต�าลึงทองแล ฯ ยาตามืด เอาหัวหอม ๑ ใบอัญชัน ๑ ขิงแดง ๑ เอาเท่ากันบดละเอียดตากน�้าค้างไว้จนรุ่งแล้วห่อผ้าขาวบีบใส่ตาแจ้งแล ฯ ยามือตาย ตีนตาย กระดูกตาย เอ็นตาย เอาหัวพลู ๑ ถั่วพู ๑ รากหัสคุณ ๑ รากหญ้าขัดมอน ๑ รากลัมแย ๑ 0 หัวตะไคร้ ๑ ต้มสามเอา ๑ ถ้าองคชาติตายถึง ๗ ปี ๘ ปี ๙ ปี เป็นดีแล ฯ ยาบาดเครื่องศัตราวุธ ถ้ายามิทัน ห้ามมิให้เนื้อเน่า เอาพริกคั่วให้ไหม้ บดลายน�้าผึ้งรวงทาให้ห่างกับแผลสัก ๓ นิ้วอยู่ได้ ๓ วันมิเน่าเลย ฯ จึงหุง น�้ามันทา เอาจันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ รากเทียนก�ามือ ๑ ขี้เสียดเทศ ๑ ต�าใส่น�้ามันงาเคี้ยวให้เดือดไว้ใส่ทา แต่อย่าให้ต้องปากฝี ทาให้ห่าง ถ้าเจ็บข้างหน้า ทาข้างหลัง ให้ทาแต่รอบแผล ให้ห่างสัก ๘ นิ้ว ๓ วันหายแล ฯ ยาขี้เรื้อนแล้วตกแต่งดอกไม้ ธูปเทียน หมากพลู บูชาเสกด้วยคาถานี้ อะมะรัตตะนัตตายะ มะหาเตโช อันตะ ราตัสสะ เตชะสะฑุ นิทธิตา ตัตตะรายะ ยะทาตตะ สาวาหะ ฯ เสกด้วยคาถานี้แล้วใส่ขวดไว้อย่าให้ต้องลม ถ้าเป็นป้างก็ดี ลมเสียดร้าย ตีนขัดก็ดี เอายานี้ลายน�้ามะงั่ว น�้าร้อนบีบน�้ามะงั่วหน่อยหนึ่งกินหายแล ฯ ถ้าไข้เจ็บหัว เจ็บทั้งตัว สะท้านก็ดี องคชาติละลอกก็ดี เอายานี้ลายน�้ามะงั่วน�้านาว อุ่นไฟกินหายเมื่อยล้า ลายน�้าร้อนกินหายแล ฯ รากลัมแย น่าจะเป็น รากต�ำแย 94 44 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ถ้าเป็นขี้เรื้อนลายน�้ามะนาวกินหาย ถ้าลูกมิออกตายในท้องลายน�้ามันงากินออกแล ถ้าเป็นฝีนานลายน�้า ชุบขนไก่หยอดหายแล ถ้าตัวแดงดั่งลูกขลบ 0 ลายด้วยน�้าฝาง ถ้าตามืดลายน�้ามะนาวทาหาย ถ้าเป็นแมงคุด แมงลาย ลายน�้าผึ้งรวงทาหายแล ฯ ได้เชื่อแล้วหลายหน ฯ ยาแก้ไอ เอาผักแสมต�าเอาน�้า ๒ ถ้วย น�้ากระเทียม ๒ ถ้วย น�้ามะขามเปียกถ้วย ๑ น�้าอ้อยแดงถ้วย ๑ น�้าผึ้งรวง ๒ ถ้วย ยาทั้งนี้เคี้ยวท�ากลอนกิน ไว้ถึง ๓ ปี ๔ ปี หายแล ฯ ยานี้ถ้าโยนีเจ็บ พยาธิเจ็บร้อนนัก เป็นพยาธิดั่งน�้าปลาก็ดี ตัวเหลืองก็ดี ขาวดั่งหยวกก็ดี เอาอัญชัน ดอกขาว ๑ ขมิ้นเครือ ๑ ลูกหมากตูม ๑ ต้มสามเอา ๑ กินหาย ฯ ภาคหนึ่งเอาขมิ้น ๑ ลูกชุมเห็ด ๑ สลัดได ๑ เกลือ ๑ ทากระก็ได้ ขี้เรื้อนก็ได้หายแล ฯ จักกล่าวก�าเนิดลักษณะซางอันชื่อแสงพระจันทร์ขึ้นเติบเท่าเมล็ด ข้าวโพดสีเหลือง ให้ยาขนานนี้แก้ เอารากทับทิม ๑ รากมะพร้าว ๑ รากตานด�า ๑ รากตานหม่อน ๑ เอาเท่ากัน ต้มสามเอา ๑ กินแก้ตานขโมยแล ฯ ขนาน ๑ เอามะกรูด ๓ ลูก ผ่าสี่เสียส่วน ๑ เอา ๓ ซุง เอาน�้าอ้อย ๓ งบปั้น สี่ส่วน เสียส่วน ๑ เอาสามส่วน เอาเล็บมือนาง ๗ ต้นต้มให้กินแก้ตานซางหาย ฯ ยาบิดให้เอาเปลือกยาง ๑ เปลือกเคียน ๑ เปลือกสะเดา ๑ จันทน์ทั้ง ๒ ขมิ้นอ้อย ๗ แว่น บอระเพ็ด ๗ แว่น สะค้าน ๑ แห้วหมู ๑ ลูกดอม ๑ ขิง ๑ ต้มกินแก้บิดเป็นเลือดหายแล ฯ ยาปวดเอาเปลือกกอก 0 มาต้มเอาน�้าแล้วจึงเอายาฝิ่น นิดหนึ่งไล่ปลายเข็มลนควันเทียนลายน�้ากินแก้บิดตกมูกหายแล ฯ ยาบิดให้พลีเอาเปลือกล�าพูฝนด้วยน�้าปูน ใสให้กินหายแล ฯ ยาบ�ารุงธาตุทั้ง ๔ เอารากสะค้าน ๑ รากชาพลู ๑ ขิง ๑ ลูกขลบ = ลูกตะขบ เปลือกกอก = เปลือกมะกอก 95 96 45 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
สะค้าน ที่มา : https://medthai.com รสสุคนธ์ ที่มา : http://www.bansuanporpeang.com 46 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ดีปลี ๑ เปลือกตูม ๑ ต้มกินแก้ลมท้องขึ้น เป็นยาบ�ารุงธาตุแล ฯ ถ้าเป็นซางให้เป็นหน่วยเอียดให้แตก ให้ลอกให้แสบ เอาขนลิงลม ๑ สอสี ๑ ดีงู ๑ เจียเมล็ดล�าพง ๑ ขนลิงลมกับเจียล�าพงคั่วไหม้บดเข้ากันสอสี ดีงูหุงกับไม้ ใส่ขี้ผึ้งทาซางที่ปากหายแล ฯ กูจัดปัดตานซางในปาก ร�ามะนาดในลิ้นกะเมาไร ชั้นเอกทั้งปอดปู กูจะสั่นฆ้องด�า ฆ้องแดง กะแลงแม่เจ้า อย่าเอามาให้กู โอมสิทธิกู สิทธิครู สวาโหม ฯ ชาดก่อนบดให้ละเอียด ทาเข้าแค่ คาดชุบน�้าเขือขื่นตากแดดให้แห้งแลห่อสูบแก้ริดสีดวง หมูก 0 หรดาลก่อนบดให้ละเอียดลายน�้า มะนาวชุบใต้ตาตากแดดให้แห้งห่อสูบแก้ริดสีดวงหมูก ฯ เจตมูนดอกแดง ๑ หัวขมิ้นอ้อย ๑ ข่าทั้ง ๒ ขิง ๑ ไพล ๑ เปราะ ๑ กระชาย ๑ ใบเสนียด ๑ ใบไม้มูก ๑ พริก ๑ กัญชา ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากันต�าผงปรุงเครื่องเทศ ลายน�้าผึ้งรวงท�ากลอนเท่าลูกพุทราเสกด้วย สักกัตตะวา กินเช้าค�่า ยาท้องขึ้นให้ขี้ให้เสียดไส้พองดีแล ถ้าพอง ทั้งตัวเอารากย่านขมิ้นฝนด้วยน�้าปูนใสลายยาทาหาย ถ้างูขบ เข็บ 0 ขบก็ดีลายน�้ามะนาวทา ถ้าเป็นปวงลาย น�้าร้อนกิน แทรก ดินสิว 0 สุกลงแก้ปวงแล ฯ รากเสนียด ๑ ลูกราชพฤกษ์ ๑ รากชาพลู ๑ แห้วหมู ๑ ดีปลี ๕ ดอก พริก ๗ เมล็ด รากทองงูแดง ๑ รากทองงูขาว ๑ รากในลูกฤษีสม ๑ ยานี้ต้มกินแก้ไข้ในกาลหนาวให้ อยากน�้า ไข้เป็นเวลาปาใด ก็ดีต้มกินเถิด ฯ รากขอบนางทั้ง ๒ ย่านอีคุย ๑ รากไทรห้อย ๑ รากหลุ่มนกต้น ๑ รากขรูผู้ ๑ หัวยาจีนชั่ง ๑ หมากหมก ๑ เอาเท่ากัน ต้มกินหายพอง ให้ฟกขึ้นตามข้อ ให้แตก ให้เปื่อย แต่ ไม่เจ็บไม่เมื่อย ต้มยานี้กินเถิด ฯ ใบไม้มูก ๑ ใบสานดิน ๑ พริก ๑ ใบกรุงเขมา ๑ หมูก = จมูก เข็บ = ตะเข็บ ดินสิว = ดินประสิว 97 98 99 47 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
ใบหมากหลอด ๑ ดีปลีเชือก ๑ แห้วหมู ๑ ใบหมากตูม ๑ ดีปลีนก ๑ ยาทั้งนี้เอาเท่ากันใบหมากหลอด หน่อยหนึ่ง ต�าผงลายน�้าผึ้งรวงแก้ริดสีดวง ลมให้พุงขึ้น ให้เสียดให้ขี้เป็นมูกเป็นเลือดท�ากินเถิด ฯ เล็บครุฑ ๑ ทนดี ๑ รากเสนียด ๑ หัวว่าว ๑ รากชุมบา ๑ ถั่วแรด ๑ รากก�าช�า ๑ เปลือกมะพร้าว ๑ ใบขาม ๑ เอาเท่ากัน ต้มอาบแก้ไข้ให้พอง ให้เชื่อมให้ตัวเหลืองให้หนักตัวทั้งกินทั้งอาบ ฯ แก้ร้อนไข้ภายใน เอาสารเหนียวด�าคั่วให้ เกรียมให้เอาหง่าวบัวหลวง ฝาน 0 ให้ละเอียดน�้าตาลกรวดแทรกลงแช่ไว้กินแก้ร้อนภายใน ฯ หัวคล้า ๑ หัวบุกนา ๑ หัวข่าใหญ่ ๑ ใบเมื่อยนก ๑ เอาเท่ากันต�าเอาน�้าท�าเปียกใส่เครื่องเทศกินแก้ให้ท้าน 0 ไข้เว้น ไข้จับ กินเถิด ฯ ยาไข้ให้ร้อนเอารากนูด ๑ 0 รากแฝกหอม ๑ ใบพลู ๑ ใบอีหล่ม ๑ ข้าวสาร ๑ เอาเท่ากันต�าให้ ละเอียดท�าแท่นให้ลายน�้าท่าทั้งกินทั้งชโลมแก้ร้อนแล ฯ รากขมิ้นย่าน ๑ ครั่งมด ๑ สารส้มหน่อย ๑ พิมเสน หน่อย ๑ ใส่ลงในน�้ายอดคล้าใส่ในจอก ใบพลูตัดเท่าปากจอก ถุ่งให้ลุ 0 ปิดลงปากจอกอุ่นขึ้นบนไฟจุ่มน�้าใส นั้นมาใส่ตาเจ็บดีแล ฯ แก้โรคบุรุษเอารากน�้าหม้อ ๑ สารส้ม ๑ เมล็ดถั่วเขียวก�ามือ ๑ ต้มกิน ฯ หัวทือ ๑ น�้าส้มนาวเป็นกระสายกินแก้โรคบุรุษอุปทุมรายตีนคล่องแล ฯ ใบสนเทศ ๑ ต้นตายปลายเป็น ๑ รากหญ้า หนูต้น ๑ รากโดกไก่ ๑ 0 ยอดด�า ๑ รากทองปลิงยอดด�า ๑ เอาเท่ากันต้มกินแก้กลอนลงเส้นทั้งตัวก็ดีลงฝัก ก็ดี กระษัยในท้องก็ดี ต้มกินเถิด ฯ ฝาน = หั่น ท้าน = สะท้าน รากนูด = รากชะลูด ถุ่งให้ลุ = แทงให้ทะลุ โดกไก่ = กระดูกไก่ 100 101 102 103 104 48 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
รากคัดเค้า ๑ สายหยุด ๑ รากจิ้งจาย ๑ หญ้าครุน ๑ หัวเว้า ๑ รากขี้เหล็ก ๑ เอาเท่ากันต้ม ๓ เอา ๑ กินแก้นวดไข้เส้นไข้เว้นอยู่นานให้ผอมเหลืองเพศหนี กินเถิด ฯ ต้นขี้เหล็ก ๑ หญ้าทองงู ๑ เตยหนู ๑ จิ้งจาย ๑ ยาทั้งนี้เผาเอาเท่าทุกสิ่งตวงให้เท่ากันแล้วกวนเข้ากันลายน�้าผึ้งรวงท�ากลอนกินแก้ลงฝักก็ดี แก้ษัย 0 ในท้องก็ดี ลมเข้าเส้นเหน็ดมือเหน็ดตีน เจ็บเอวสันหลังทั่วตัวทั้งปวง ท�ากินเถิด ฯ ขิง ๑ ดินสอด�า ๑ ยอดทองหลางเมีย ๑ เทียม ๑ หัวพลู ๑ เอาเท่ากันบดละเอียดลายน�้ามะนาวโป๊ะ หม่อม 0 เจ็บหัว เวียนหัว หายแล ฯ ก้านสะเดา สิบสามก้าน ๑ รากมะนาว ๑ รากผักเสี้ยนผี ๑ ใบย่านาง ๓ ใบ ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ เอาเท่ากันต้มกินแก้ไข้รังเรื้อ ให้สะท้านไข้เว้นก็ดีให้อยากน�้าก็ดี ต้มกินเถิด ฯ ยาปวงเอาคล้าฝนให้กินหาย ฯ ยาปวงเอารากขรบ ๑ รากแป้น ฝนให้กินหาย ฯ ถ้าตาเป็นหมอกเอากระเทียม ๑ ขมิ้น ๑ เกลือหน่อย ๑ หมกไฟให้สุกใส่ตาหมอกฝนด้วยน�้า ท่าใส่หายแล ฯ อนึ่งปวงเอารากนุมแมว ฝนให้กินหาย ฯ อนึ่งยาปวงเอารากก�าช�า ๑ รากสาวเหลาฝนให้กิน หาย ฯ ยาปวงเอาลูกสะบ้ามาเผาลายน�้าให้กินหาย ฯ ยาปวงเอาสะเดาฝนให้กินหายแล ฯ ถ้าเงี่ยงมิออกปาก ก็ดี บ้าลมให้ลืมตัวก็ดี ครั้นกินยานี้หาย ฯ เอาเข็ดมูนเพ็ดมาตากให้แห้งต�าผงจงได้ทะนาน ๑ เอาเครื่องเทศ ใส่ลงตามได้สับให้ผงกวนในกระทะให้สุก ตั้งมุนทุน 0 เคี้ยวและเสกได้ ๗ ที ๓ ที แก้พยาธิทั้งปวงหายสิ้น กินถึงปี ๑ พิษปืนและงูขบมิ ษัย = กระษัย หม่อม = กระหม่อม มุนทุน = มณฑล 105 106 107 49 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา
เจ็บ ยานี้วิเศษนักแล ฯ เอาลูกชาพลู ๑ ดีปลี ๑ กระวาน ๑ ลูกจันทน์ ๑ ชราด�า ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ยาทั้งนี้ เอาเท่ากันเอาสิ่ง(ละ)บาท กัญชาเท่ายาทั้งหลาย ต�าผงลายน�้าผึ้งรวงกินท�าลายพยาธิทั้งปวงแล ฯ ยาดับโรค ทั้งปวงจ�าเริญอายุท่านให้เอาลูกในล�าพงทะนาน ๑ แล้วแช่น�้าไว้คืน ๑ แช่น�้าขิงไว้คืน ๑ แช่เหล้าไว้คืน ๑ แช่น�้ามะพร้าวไว้คืน ๑ แช่น�้าอ้อยแดงไว้คืน ๑ แล้วส่งตากให้แห้งจึงขั้วให้สุกต�าให้แหลกเอาเนยเป็นกระสาย กวนให้ประสบกันจึงเอายานี้ปรุงลูกจันทน์ ๑ เฟื่อง ดอกจันทน์ ๑ เฟื่อง ดีปลี ๑ เฟื่อง ขิง ๑ เฟื่อง ก�ายาน ๑ เฟื่อง ตานเสี้ยน ๑ เฟื่อง ชะเอม ๑ เฟื่อง การบูร ๑ เฟื่อง พริกล่อน ๑ เฟื่อง พริกหาง ๑ เฟื่อง บดปรงลงปิด เอาไว้กินเท่าพริกไทยทุกวันพยาธิทั้งหลายหายสิ้นแล ตาหูผู้นั้นดั่งพญาครุฑ รูปบริสุทธิ์มีก�าลังดั่งช้างสาร บ่หอน จะรู้ไข้เจ็บเลย มีปัญญาอายุยืนมาก ถ้าเรียนทันจบปิฎกกัณฑ์ไตร ถ้ากินถึงปี ๑ หาโรคทั้งปวงมิได้อายุยืน ๑๐๐ แล ฯ ถ้าเมื่อยเจ็บเสียดแทงแห่งใด ๆ บดผักหนอกทาที่เจ็บเมื่อย ฯ ถ้างูขบบดผักหนอกให้กินให้ทาปากแล ฯ ถ้าเป็นฝีก็ดีเอาผักหนอก ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ น�้ามันหมูประสมเข้าด้วยกันจึงพอกแลแก้เลือดในอก ฯ ถ้าแลแมงคา เข้าหูให้เอาผักหนอก ๑ ขิง ๑ ลายน�้ามันหมูพอกยอดเขาไปถูกตัวมันตายแล ฯ ถ้าเป็นฝีลูกหนูก็ดีเอาผักหนอก ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ บดลายน�้ามันหมูพวกหายแล ฯ ถ้าถูกปืนก็ดี ตกต้นไม้ก็ดี เอายานี้ประคบหาย ถ้าเป็นลมเมื่อย ทั้งตัวเอาผักหนอกส้มป่อยต้ม ๓ เอา ๑ แล ฯ ถ้าเป็นลมทั้งปวงก็ดีเอาผักหนอก ๒ ต�าลึง พริก ๑ ต�าลึง บดลาย น�้าร้อนกินแก้ลม ๘ จ�าพวกริดสีดวงก็หาย ชุบไฟธาตุและลมจุกเสียด ฯ ภาค ๑ ให้เอาผักหนอก ๑ เปลือกมะยม ๑ ต้มใส่น�้าสามกระบวย หมาก 50 การศึกษาต�ารายาสมุนไพรแผนโบราณ ฉบับวัดบ้านลุ่ม อ�าเภอนาทวี จังหวัดสงขลา