The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

best ปวิตรา ทิพย์เนตร ภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by คมกริช ปริปุณณะ, 2023-04-24 10:23:35

best ปวิตรา ทิพย์เนตร ภาษาไทย

best ปวิตรา ทิพย์เนตร ภาษาไทย

ค ำน ำ เอกสารการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) เล่มนี้ ได้ปฏิบัติตามจุดเน้นเชิงนโยบาย ส านักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ปีการศึกษา 2566 ซึ่งเป็นผลส าเร็จจากการบริหารจัดการ ศึกษาที่สอดคล้องกับกรอบ จุดเน้นเชิงนโยบาย ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ปี การศึกษา 2566 โดยเป็นกระบวนการในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ประสบความส าเร็จ ประกอบด้วย 7 ประเด็น คือ 1) ความส าคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่น าเสนอ 2) จุดประสงค์และเป้าหมายของการด าเนินงาน 3) กระบวนการผลิตผลงาน หรือขั้นตอนการด าเนินงาน 4) ผลการด าเนินงาน ผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่ได้รับ 5) ปัจจัยความส าเร็จ 6) บทเรียนที่ได้รับ และ 7) การเผยแพร่ การได้รับการยอมรับหรือรางวัลที่ได้รับ ซึ่ง สอดคล้องกับการด าเนินการตามนโยบายของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ครูผู้สอนภาษาไทยมีความรู้ความเข้าใจในแนวทางการขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพการสอนภาษาไทย โดยส่งผล ถึงนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 อ่านออกเขียนได้ ทั้งนี้ครูผู้สอนจึงได้จัดท าเอกสารฉบับนี้ขึ้นเพื่อเป็นการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่สนองต่อนโยบาย ของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้นักเรียนได้มีพัฒนาการในเรื่องการ อ่านออก เขียนได้และส่งผลต่อสมรรถนะในการปฏิบัติหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพต่อไป เป็นการพัฒนาที่ต่อเนื่องจน ท าให้การปฏิบัติหน้าที่มีความสมบูรณ์มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน อันน าไปสู่การพัฒนา ตนเองให้เป็นครูมืออาชีพที่มีมาตรฐานในการปฏิบัติงานอย่างแท้จริงสามารถตรวจสอบได้และพัฒนาสู่ความเป็น วิชาชีพต่อไป นางสาวปวิตรา ทิพย์เนตร ต าแหน่ง ครู


สำรบัญ เรื่อง หน้ำ ค าน า สารบัญ ความส าคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่น าเสนอ จุดประสงค์และเป้าหมายของการด าเนินงาน กระบวนการผลิตผลงาน หรือขั้นตอนการด าเนินงาน ผลการด าเนินงาน ผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่ได้รับ ปัจจัยความส าเร็จ บทเรียนที่ได้รับ การเผยแพร่ การได้รับการยอมรับหรือรางวัลที่ได้รับ บรรณานุกรม ภำคผนวก ก ข 1 4 4 7 9 10 11 12


1 วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ประจ าปี 2566 *************************************** ชื่อผลงาน การพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้Active Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะ ชื่อเจ้าของผลงาน นางสาวปวิตรา ทิพย์เนตร ชื่อผู้เสนอผลงาน นางสาวปวิตรา ทิพย์เนตร หน่วยงาน โรงเรียนบ้านเมืองวาปีปทุม ต าบลหนองแสง อ าเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม สังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 โทรศัพท์มือถือ 095-4656260 E-mail [email protected] 1. ความส าคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่น าเสนอ ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริม สร้าง บุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความข้าใจและ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ท าให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และด ารงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้ อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนา ความรู้ ระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความ ก้าวหน้า ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนน าไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอก จากนี้ยังเป็น สื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี สุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ าค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความช านาญในการใช้ภาษาเพื่อ การสื่อสาร การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อน าไปใช้ในชีวิตจริง (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 1) ภาษาไทยเป็นสมบัติอันล้ าค่าที่แสดงความเป็นชาติไทย โดยใช้ภาษาเป็นสื่อในการแสดงความรู้ ความคิดและ ประสบการณ์ ซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมอันล้ าค่าของชาติที่มีลักษณะเด่น มีเอกลักษณ์ที่น่าภาคภูมิใจอันควรแก่การ ท านุบ ารุง ส่งเสริม อนุรักษ์และสืบทอดให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป ภาษาเป็นสิ่งที่ช่วยให้คนเรามีโอกาสแสวงหา ความรู้ให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นและใช้เป็นสื่อกลางส าคัญในการติดต่อสื่อสาร โดยผูกพันต่อการด ารง ชีวิตของคนไทยมาก ขึ้นเป็นล าดับ ในปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ท าให้การติดต่อสื่อสารได้รับความสะดวกรวดเร็ว ขึ้น ซึ่งมีผลท าให้การใช้ภาษาพูด และภาษาเขียนเปลี่ยนไปจากเดิม หากไม่ได้รับการเอาใจใส่แก้ไขจะท าให้คนไทย


2 ใช้ภาษาไทยผิดพลาดมากขึ้น ดังที่ฐะปะนีย์ นาครทรรพ กล่าวว่า "ภาษาไทยมีความส าคัญ เพราะเป็นเครื่องมือ สื่อสารของคนในชาติ เป็นสื่อในการถ่ายทอดวัฒนธรรม เป็นปัจจัยก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นไทยร่วมกัน น ามาซึ่ง ความสามัคคีของชนในชาติ เป็นเครื่องมือช่วยในการศึกษาวิชาต่าง ๆ เป็นเครื่องมือช่วยในการประกอบอาชีพ ช่วย ให้คนรู้จักคิดพิจารณาเหตุการณ์และปัญหาต่าง ๆ และสามารถแก้ปัญหาได้ เป็นประโยชน์แก่การด ารงชีวิต มี ลักษณะเฉพาะของภาษาไทยที่ต้องศึกษา เพื่อใช้ให้ถูกต้อง ใช้ในการสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม น่าชื่นชมคือวรรณคดี ช่วยให้กิจการต่าง ๆ สัมฤทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ หากสามารถใช้ภาษาได้ดี ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพของคนและ ท าให้สามารถแสวงหาความรู้เพื่อเสริมปัญญาได้ตลอดชีวิต ภาษาจึงเปรียบเสมือนหัวใจของการติดต่อ สื่อสาร ระหว่างคน ท าให้เกิดความเข้าใจตรงกัน (ดวงใจ ไทยอุบุญ, 2552 : 1-2) การอ่านจึงเป็นเครื่องมือส าคัญในการ แสวงหาความรู้ การรู้และใช้วิธีอ่านที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจ าเป็นส าหรับผู้อ่านทุกคน การรู้จักฝึกฝนอ่านอย่างสม่ าเสมอ จะช่วยให้ผู้อ่านมีพื้นฐานในการอ่านที่ดี ทั้งจะช่วยให้เกิดความช านาญและความรู้กว้างขวาง (สุนันทา มั่นเศรษฐ วิทย์, 2543) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 22 บัญญัติไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียน ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความส าคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้อง ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ และมาตรา 26 บัญญัติไว้ว่า ให้สถานศึกษาจัดการ ประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรม การเรียน การร่วม กิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน ความแตกต่างในด้านเศรษฐกิจ สังคมสภาพ ครอบครัว ตลอดจนการอบรมเลี้ยงดู ท าให้เด็กมีประสบการณ์ภูมิหลังและรูปแบบการเรียนรู้ซึ่งแต่ละคนก็มี ลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ด้วยเหตุนี้เองที่น าไปสู่กระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ โดยจัดการเรียนการสอนที่จะให้ผู้เรียนรู้จักตนเองจะต้องเรียนจากเรื่องของตนเองเป็นอันดับแรก แล้วจึงก้าวไปสู่ สังคมภายนอก หลักสูตรการจัดการเรียนการสอนต้องเป็นหลักสูตรจากชีวิตจริงที่ได้ร่วมกันสร้างขึ้นตามสภาพ บัญหาของสังคมในขณะนั้นๆเพื่อให้ผู้เรียนสามารถน าไปใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ทันที ดังนั้นกระบวนการ สอนครูต้องทุ่มเทความรู้ความสามารถที่มีในการคิดค้นกระบวนการ วิธีการและจัดกิจกรรมให้หลากหลายเพื่อ ฝึกฝนและพัฒนาผู้เรียนให้ประสบความส าเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์แห่งการเรียนรู้ (พระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ. 2542; อ้างอิงมาจาก บุญเลี้ยง ทุมทอง. 2550: 116-117) การจัดการเรียนการสอน ได้เรียนรู้สิ่งที่อยู่รอบตัวและมีความหมายต่อชีวิต สามารถกระตุ้นให้เกิดความคิด พฤติกรรมขึ้นในตัวผู้เรียน น าไปใช้แก้ปัญหาได้จริง ผู้เรียนต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ตาม สภาพจริง ได้มีโอกาสเรียนรู้การบูรณาการความรู้วิชาต่างๆ เพื่อไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ โดยครูและผู้เรียนได้


3 ร่วมกันวางแผนการเรียนเลือกสิ่งที่จะเรียนมาจากความต้องการของผู้เรียนเอง จะท าให้การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่าง รวดเร็วตอบสนองชีวิตจริงได้ การจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองความเชื่อดังกล่าว จึงควรเป็นลักษณะของ การจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่มีอย่างหลากหลายรอบๆ ตัวผู้เรียน ครูต้องเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มี ประสบการณ์ในการใช้สื่อวัสดุการสอนประเภทต่างๆ ที่หลากหลายเพื่อเป็นเครื่อง มือให้เกิดกระบวนการคิดในตัว ผู้เรียน (บุญเลี้ยง ทุมทอง. 2550: 117-118) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/7 โรงเรียนเมืองวาปี ปทุม ต าบลหนองแสง อ าเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มหาสารคามเขต 2 ที่ผ่านมานักเรียนมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการอ่านออกเขียนได้ในรายวิชาภาษาไทย ซึ่งไม่เป็นไป ตามเกณฑ์การประเมินของสถาบันภาษาไทยส านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการซึ่งได้ก าหนดเกณฑ์ในการอ่านออกเสียงค าจ านวน 20 ค าโดยใช้เวลา 5 นาทีหรือ 4 ค าต่อ 1 นาทีและการเขียนค าจากครูอ่านให้ฟังค าละ 2 ครั้งโดยเว้นเวลา 1 นาทีให้นักเรียนเขียนก่อน บอกค าในข้อต่อไป และการเขียนเล่าเรื่องหรือประโยคเพื่อเป็นการวัดความสามารถในการเขียนเรื่องจากภาพจาก ประโยคที่อ่านให้เขียนและจากประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560) ครูผู้สอนในฐานะครูวิชาภาษาไทย ครูประจ าชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/7 โรงเรียนเมืองวาปีปทุม อ าเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม จึงสนใจศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะมาใช้ในการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2/7 รูปแบบของ Active Learning จึงเป็นการจัดการเรียนการสอนเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ทั้งในและนอกห้องเรียน รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะช่วยให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้แบบ Active Learning ได้ดี ดังนั้น Active Learning คือ กระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือกระท ามากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว ต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้โดย การอ่าน การเขียน การโต้ตอบและการวิเคราะห์ปัญหา อีกทั้งให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง ได้แก่ การ วิเคราะห์การสังเคราะห์และการประเมินค่า (ประภัสรา โคตะขุน, 2560 : ออนไลน์) ซึ่งกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning คือ กระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือกระท ามากกว่าการ ฟังเพียงอย่างเดียว โดยมีกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนประยุกต์ใช้ทักษะและเชื่อมโยงองค์ความรู้น าไปปฏิบัติเพื่อแก้ไข ปัญหา โดยมีกระบวนการเรียนรู้โดยการอ่าน การเขียน การโต้ตอบ และการวิเคราะห์ปัญหา อีกทั้งผู้เรียนได้ใช้ กระบวนการคิดขั้นสูง ได้แก่คิดวิเคราะห์สังเคราะห์และการประเมิน การน าเอา Active Learning มาใช้ในการ จัดการเรียนการสอน จะท าให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ส่งเสริมให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน และ


4 ผู้เรียนกับผู้เรียน จึงถือเป็นการจัดการเรียนการสอนประเภทหนึ่งที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน และเกิดกระบวนการเรียนรู้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ ครูผู้สอนจึงเห็นสมควรว่าควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะขึ้น เพื่อ ช่วยพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้และเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนตระหนักถึงความส าคัญของการใช้ภาษา มี ความแม่นย าในการใช้ภาษาและการอ่านออกเขียนได้ไห้ถูกต้องมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมและแก้ไข ข้อบกพร่องในการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/7 ให้นักเรียนเป็นผู้อ่านและผู้เขียนที่ดี สามารถใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือสื่อสารในการด ารงชีวิตประจ าวันได้ดี 2. จุดประสงค์และเป้าหมายของการด าเนินงาน 1. เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้นวัตกรรมการจัดการ เรียนรู้ Active Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะ 2. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์การอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้นวัตกรรมการ จัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะ 3. กระบวนการผลิตผลงาน หรือขั้นตอนการด าเนินงาน 3.1 การออกแบบผลงาน/นวัตกรรม FLOW CHART Plan : ขั้นวางแผน Do : ขั้นด าเนินงาน


5 เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ ครูผู้สอนก าหนดเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ ซึ่งแยกประเภทเครื่องมือได้ดังนี้ 1. แผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จ านวน 9 แผน 2. แบบทดสอบวัดทักษะการอ่านออก เขียนได้ในรายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2 3.2 ขั้นตอนการด าเนินงานตามกิจกรรม 1. การสร้างแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 รายวิชาภาษาไทยจ านวน 9 แผน ด าเนินการดังนี้ 1.1 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และคู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทย 1.2 ศึกษาสาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและผลการ เรียนรู้ที่คาดหวังรายปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 1.3 ศึกษาเอกสารการสร้างแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง สมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะ ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จากหนังสือ เอกสารและ หลักการสร้างแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เพื่อใช้เป็น แนวทางในการสร้างต่อไป 1.4 ก าหนดโครงสร้างเนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมในการสร้างแผนนวัตกรรมการ จัดการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 วิชาภาษาไทย ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 Check : ขั้นติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล Action : ขั้นพัฒนา แก้ไข/ปรับปรุง


6 1.5 สร้างแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 วิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ตามกรอบเนื้อหา กิจกรรมและจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ก าหนด ไว้ โดยแบ่งเนื้อหา เป็น 9 แผน คือ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เรียนรู้ค าน าเรื่อง - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การอ่านออกเสียง - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การอ่านคิดวิเคราะห์ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ฟังและอ่านค าจากเรื่อง - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง สระเอียะ สระเอีย - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง การอ่านออกเสียง - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง มาตราแม่กน - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง ค าควบกล้ า - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง ค าคล้องจองและการอ่านบทร้อยกรอง 1.6 น าแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่ ครูผู้สอนได้สร้างขึ้นน าไปด าเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ กับกลุ่มเป้าหมายต่อไป 2. การสร้างแบบทดสอบวัดทักษะการอ่านออก เขียนได้รายวิชาภาษาไทย ในหนังสือเรียนภาษาพา ที ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด าเนินการดังนี้ 2.1 ศึกษาวิธีการสร้างแบบทดสอบวัดทักษะการอ่านออก เขียนได้ 2.2 สร้างแบบทดสอบวัดทักษะการอ่านออก เขียนได้ของรายวิชาภาษาไทย ในหนังสือเรียน ภาษาพาที ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2.3 น าแบบทดสอบวัดทักษะการอ่านออก เขียนได้ที่ครูผู้สอนได้สร้างขึ้นน าไปด าเนินการวัด ทักษะการอ่านออก เขียนได้กับกลุ่มเป้าหมายต่อไป 2.4 ประเมินผลการอ่านออก เขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เพื่อดูพัฒนาการการ อ่านออก เขียนได้ตลอดระยะด าเนินการ 2.5 รวบรวมผลข้อมูลเพื่อสรุปผลการด าเนินการจัดกิจกรรมประสบผลส าเร็จบรรลุจุดประสงค์ หรือไม่ 2.6 น าผลข้อมูลที่สรุปได้ หากผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านออก เขียนได้ยังไม่บรรลุตามจุดประสงค์ ก็ ท าการตรวจสอบแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อท าการปรับปรุงแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่าน ออก เขียนได้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เพื่อพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ให้ดียิ่งขึ้น แล้วน าแผน นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้น าไปด าเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ กับ กลุ่มเป้าหมายต่อไป


7 3.3 การใช้ทรัพยากร ครูผู้สอนได้มีการน าคู่มือนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้เข้าร่วมขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน ระดับประถมศึกษาตอนต้น (ป.1 -ป.3) ประจ าปีการศึกษา 2565 ของส านักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับบริบทที่ใช้สอนกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/7 โรงเรียนเมืองวาปี ปทุม อ าเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ให้ได้เห็นผลในเชิงประจักษ์ และพัฒนาการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้ของนักเรียนให้มีการพัฒนาการเรียนรู้ที่ดียิ่งขึ้น มีการน าสื่อนวัตกรรมมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอน มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ (Active Learning) โดยใช้สื่อที่หลากหลาย เน้น กระบวนการคิดและทักษะการสังเกต มีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง โดยใช้เครื่องมือได้อย่าง หลากหลาย 4. ผลการด าเนินงาน/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ 4.1 ผลที่เกิดตามจุดประสงค์ 1. ผลจากการพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้นวัตกรรมการ จัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะ พบว่านักเรียนมีทักษะการอ่านออก เขียนได้หลังใช้ นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะ แสดงว่าแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 รายวิชาภาษาไทย ที่ครูผู้สอนได้ น ามาใช้สามารถช่วยให้นักเรียนได้มีการพัฒนาทักษะในการอ่านออก เขียนได้ให้สูงมากยิ่งขึ้น 2. ผลจากการยกระดับผลสัมฤทธิ์การอ่านออก เขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะ พบว่ามีผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านออก เขียนได้ สูงขึ้นและมีพัฒนาการเกิดการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้นสามารถพัฒนาทักษะการอ่านออก เขียนได้ ของนักเรียนให้สูงขึ้น แสดงว่า นักเรียนมีทักษะในการอ่านออก เขียนได้หลังใช้แผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่าแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับแบบฝึก ทักษะนี้มีประสิทธิภาพเหมาะที่จะน ามาใช้ในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ 4.2 ผลสัมฤทธิ์ของงาน จากผลการปฏิบัติตามการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะ ท าให้เห็นถึงพัฒนาการการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น นักเรียนมี ความสุข มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เนื้อหาใหม่ๆในบทเรียน โดยแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Active


8 Learning ร่วมกับแบบฝึกทักษะนี้เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเป็นระบบมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้น ผู้เรียนเป็นส าคัญ (Active Learning) โดยใช้สื่อที่หลากหลาย เน้นทักษะการสังเกตและกระบวนการคิด ช่วย ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน มีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง โดยใช้เครื่องมืออย่างหลากหลาย ใช้เครื่องมือการวัดและประเมินผลที่มีคุณภาพ และมีความหลากหลายในการประเมินอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะและกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้ผลงาน ชิ้นงาน แบบฝึก โดยการวัดผล ประเมินผลดังกล่าวครอบคลุมทุกๆด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ การปฏิบัติ กระบวนการและคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของนักเรียนทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปัญญา และมีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้นักเรียนมีพัฒนาการที่ดี มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตลอดจนมีการ บันทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างสม่ าเสมอ ทั้งนี้เพื่อจะได้ช่วยแก้ไขข้อบกพร่องให้กับนักเรียนที่มี ปัญหารวมไปถึงสภาพที่พึงประสงค์ที่ส าคัญของผู้เรียน และน าผลไปใช้ในการพัฒนาในล าดับขั้นต่อไป 4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ 1. ประโยชน์ที่ได้รับต่อตนเอง ได้มีการจัดหา พัฒนา ประยุกต์และใช้สื่อนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ สามารถน าไปใช้ให้ได้เกิดผลดี มีการใช้ความคิดเชิงระบบในการพัฒนางานอย่างครบวงจร มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง และน าความรู้ด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนให้ได้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลได้ดียิ่งขึ้น ส่งเสริมการคิดที่เน้นผลคุณภาพที่ตัวผู้เรียน มีการน าวิธีการวิจัยและพัฒนามาแก้ปัญหา พร้อมทั้งพัฒนางานอย่าง ครบวงจรต่อเนื่อง พัฒนาผู้เรียนด้านคุณธรรม จริยธรรมความมีวินัยในตนเอง ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ โดยจัดท า นวัตกรรม การพัฒนาจัดหา ประยุกต์ใช้สื่อ นวัตกรรม ตลอดจนได้ร่วมพัฒนาบุคลากรในโรงเรียน โดยมีการ แลกเปลี่ยน เรียนรู้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละสายชั้น เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นโดย มีบุคลากรในโรงเรียนเป็นผู้ขับเคลื่อนงานทางวิชาการ ให้โรงเรียนเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไปและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง โดยมีการเผยแพร่ผลงานทางด้านวิชาการ ทั้งในและนอกหน่วยงานพร้อมทั้งโรงเรียนยังมีการสนับสนุน และส่งเสริมให้บุคลากรได้พัฒนาสื่อและนวัตกรรมอีกด้วย 2. ประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อผู้เรียน การจัดกิจกรรมการการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ (Active Learning) มีการให้ นักเรียนได้ฝึกการ ปฏิบัติจริง เพื่อให้นักเรียนได้เกิดทักษะต่างๆ ตลอดจนสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม ความมีวินัยในตนเอง ส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัยในตนเอง มีสัมมาคารวะมีมารยาทตามวัฒนธรรม ไทย มีความสามารถในการใช้ภาษาในการสื่อสาร และการมีจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ โดยมีการวัดผล


9 ประเมินผลตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และการน านวัตกรรมมาพัฒนานักเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีพัฒนาการ สมวัย มีระดับทักษะและกระบวนการทางการคิดผ่านตามเกณฑ์ มีระดับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผ่านตามเกณฑ์ มีผลงานที่สะท้อนความคิดพัฒนาการเป็นเชิงประจักษ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เรียนสามารถน าความรู้ความเข้าใจและทักษะ ไปบูรณาการและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันเป็นการเพิ่มพูนสมรรถนะตนเองได้ให้ดีมากยิ่งขึ้นและส่งผลให้การใช้ ชีวิตในภายหน้า อยู่บนพื้นฐานคุณธรรม น าความรู้ และเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่าง มีความสุข 3. ประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อสถานศึกษา สถานศึกษาได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครอง หน่วยงาน องค์กรต่างๆ เพื่อให้มีบรรยากาศทั้งใน และนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของครูและผู้เรียน เป็นแหล่งเรียนรู้ของสถานศึกษาหรือหน่วยงานต่างๆ การนิเทศติดตามผลการปฏิบัติงานของครูท าให้การปฏิบัติงานมีความสมบูรณ์ และเป็นไปตามเวลาที่ก าหนดมี ระบบการท างานเป็นทีมมากขึ้น มีแนวปฏิบัติด้านเอกสาร หลักฐานทางการศึกษาที่ถูกต้อง การพัฒนางานเป็น ระบบถูกต้องและครบวงจร มีเป้าหมาย ทิศทางในการด าเนินงานเพื่อพัฒนานักเรียนให้ดียิ่งขึ้น โดยมีการจัด กิจกรรม โครงการต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนักเรียนและครูมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม ท าให้ผลการ ด าเนินงานเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง ชุมชน ท้องถิ่น มีการนิเทศติดตามผลการปฏิบัติงานของครูท าให้การ ปฏิบัติงานมีความสมบูรณและเป็นไปตามเวลาที่ก าหนด 4. ประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อชุมชน ชุมชนได้เกิดความเชื่อมั่น ภาคภูมิใจ และไว้ใจที่จะส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนที่โรงเรียนเมืองวาปี ปทุมมากขึ้น ตลอดจนให้ความร่วมมือและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน จนท าให้เกิดความรักความเข้าใจ ต่อองค์กร เพื่อหาแนวทางในการช่วยกันร่วมพัฒนาโรงเรียน พัฒนานักเรียนและพัฒนาวิชาการให้พัฒนาไปในทาง ที่ดียิ่งขึ้น 5. ปัจจัยความส าเร็จ ปัจจัยที่มีผลส าเร็จในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณผู้อ านวยการโรงเรียนเมืองวาปีปทุม รองผู้อ านวยการโรงเรียน เมืองวาปีปทุม หัวหน้าสายชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ตลอดจนคณะครูในสายชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้ส่งเสริม ให้เข้าร่วมขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน ระดับประถมศึกษาตอนต้น (ป.1 – ป.3) ประจ าปีการศึกษา 2565 ขอขอบคุณ ทีมวิทยากร คณะอาจารย์ทุกท่าน และส านักส่งเสริมวิชาการและ งานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ร่วมกับคณะคุณครูโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครูใน


10 จังหวัดมหาสารคามระดับประถมศึกษาตอนต้น (ป.1-ป.3) ที่ได้ร่วมกันจัดท าคู่มือนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ด้านการอ่าน การเขียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 นี้ เพื่อเป็นเครื่องมือเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ด้านการ อ่าน การเขียน ส าหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น (ป.1-ป.3) โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เพื่อยกระดับ คุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ที่ได้เป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ของนักเรียน ระดับประถมศึกษาตอนต้นและยกระดับคุณภาพของการศึกษา 6. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) 6.1 ข้อสรุป ผลการปฏิบัติตามกิจกรรมที่ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนนวัตกรรม ท าให้เห็น ถึงพัฒนาการการเรียนรู้ของนักเรียนว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นไปตามที่จุดประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ นักเรียนมี ความสุข และกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เนื้อหาใหม่ๆ แผนที่ใช้มีความแปลกใหม่ มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ (Active Learning) โดยใช้สื่อที่หลากหลาย สอดคล้องกับ พีรภรณ์บุญสมพร (2564, น. 10) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Active Learning เป็นการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิด Active Learning เพื่อส่งเสริมความสามารถทักษะการอ่าน-การเขียน นักเรียนได้เป็นผู้สร้างความเข้าใจด้วยตนเองด้วยการปฏิบัติจริงในการเรียนรู้ผู้เรียนเป็นผู้กระท าปฏิบัติด้วย ตนเองและ มีการวิเคราะห์งาน วางแผนการท างาน ปฏิบัติงาน และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นไปตามขั้นตอนของ การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Active Learning ทฤษฎีการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (Inquiry Learning) รวมทั้ง สังเกตและสรุปความรู้ที่เกิดจากการได้ปฏิบัติ ท าให้สร้างความรู้ด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล รวมทั้งการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียนรู้ตามทฤษฎีแนวคิด Active Learning ทฤษฎีการเรียนรู้ แบบสืบเสาะ (Inquiry Learning) เป็นวิธีการเรียนที่เป็นรูปแบบใหม่ที่นักเรียนต้องน าไปใช้ในการเรียนรู้ 6.2 ข้อเสนอแนะ 1. การสร้างแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ควรยึดหลักจิตวิทยาการศึกษาว่าเนื้อหาต้องสอดคล้องกับ ความสนใจ ความต้องการ และความพร้อมของผู้เรียน ควรน าเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจ าวันของ นักเรียน จะท าให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีมากยิ่งขึ้น 2. ครูผู้สอนควรยืดหยุ่นเวลาที่ใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมในแต่ละแผนนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เนื่องจากนักเรียนบางคนมีทักษะในการเรียนรู้ช้า ครูผู้สอนควรตรวจสอบความรู้พื้นฐานของนักเรียนและน า ข้อมูลมาจัดกิจกรรม การเรียนการสอนให้เหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคลต่อไป


11 6.3 ข้อควรระวัง ควรศึกษาตัวแปรต่าง ๆ เช่น โรคประจ าตัว สภาพความเป็นอยู่ ความรู้พื้นฐานของผู้เรียน เป็นต้น ที่ อาจมีผลต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของนักเรียน หลังจากได้รับการสอนโดยใช้แผนนวัตกรรมการ จัดการเรียนรู้ 6.4 ข้อเสนอในการน าไปใช้ ควรมีการศึกษาสภาพปัญหาของการฟังและการพูด เพื่อน ามาปรับปรุงแก้ไขและส่งเสริมให้เกิดการ พัฒนาด้านทักษะต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง 7. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ - จัดนิทรรศการเผยแพร่ให้แก่นักเรียน และคณะครูภายในโรงเรียน - จัดนิทรรศการเผยแพร่กาคณะครู และโรงเรียนเครือข่าย นอกหน่วยงาน ณ ห้องประชุมรองศาสตราจารย์ สมเจตน์ ภูศรี ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม - ได้รับโล่เกียรติยศระดับชั้น ป.1-ป.3 จากส านักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาสารคาม - ได้รับเกียรติบัตร Best Practice ครูผู้สอนภาษาไทย ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งผลงานที่มี คุณภาพระดับ “ระดับดีเยี่ยม” ของ สพป. มค. 2 - เกียรติบัตร Best Practice O-BEC Content Center ประเภทครูผู้ใช้สื่อเทคโนโลยี มีผลงาน “ระดับดี เยี่ยม” ของ สพป. มค. 2 - เกียรติบัตร รางวัลชนะเลิศ วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคามเขต 2


12 บรรณานุกรม Bunsomporn, P. (2021). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Active Learning เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษา ไทยโดยใช้นิทานพื้นบ้านปักษ์ใต้บ้าน เราส าหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 The Development of Learning Management Model based on the Concepts of Active Learning to Develop Thai Reading and Writing Skills through Folktale,“Paktai, Our Home” for Prathomsuksa 3 Students. Academic Journal of Mahamakut Buddhist University Roi Et Campus Vol, 10(2). กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. ดวงใจ ไทยอุบุญ. (2552). ทักษะการเขียนภาษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บุญเลี้ยง ทุมทอง. (2550). แนวทางพัฒนาการสอนกระบวนการคิด. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ประภัสรา โคตะขุน. (2566). Active Learning คืออะไร. สืบค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2566. จาก http:// prapasara.blogspot.com/2011/09/active-learning.html วีณา ประชากูล และประสาท เนืองเฉลิม. (2563). รูปแบบการเรียนการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 4. ขอนแก่น : คลังนานาวิทยา. สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์. (2543). หลักและวิธีการสอนอ่านภาษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.


ภาคผนวก เอกสารอ้างอิง ภาพถ่าย


๑.๔ นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


จัดนิทรรศการเผยแพร่แก่นักเรียน และคณะครูภายในโรงเรียน


จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนนวัตกรรม


ผ่านการอบรมโครงการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ด้าน การอ่าน การเขียน ระดับชั้น ป.1-ป.3 ปีการศึกษา 2565 ของ ส านักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม


จัดนิทรรศการเผยแพร่แก่คณะครู และโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนา วิชาชีพครูในจังหวัดมหาสารคามระดับประถมศึกษาตอนต้น(ป.1-ป.3) ณ ห้องประชุมรองศาสตราจารย์สมเจตน์ ภูศรี ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม


ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศ โครงการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรม การเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน ระดับชั้น ป.1 - ป.3 ปีการศึกษา 2565 ของส านักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม


ได้รับรางวัลชนะเลิศ วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคามเขต 2


PLC ร่วมกันกับคณะครู และฝ่ายบริหารภายในโรงเรียน


เผยแพร่การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสู่โลกออนไลน์บน YouTube


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านออก เขียนได้


เกียรติบัตร Best Practice ครูผู้สอนภาษาไทย ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ผลงานที่มีคุณภาพระดับ “ระดับดีเยี่ยม” ของ สพป. มค. 2 เกียรติบัตร Best Practice O-BEC Content Center ประเภทครูผู้ใช้สื่อเทคโนโลยี มีผลงาน “ระดับดีเยี่ยม” ของ สพป. มค. 2


เผยแพร่การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสู่โลกออนไลน์บน YouTube เกียรติบัตร รางวัลชนะเลิศ วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคามเขต 2


แผนการจัดการเรียนรู้ที่8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่1 เรื่อง การอ่านออก เขียนได้ จ านวน 10 ชั่วโมง หน่วยย่อยที่8 เรื่อง ค าควบกล้ า (ค าควบกล้ าแท้) เวลา 1 ชั่วโมง จัดกิจกรรมวันที่ ........ เดือน ................... พ.ศ. .............. เวลา........................น. ครูผู้สอน นางสาวปวิตรา ทิพย์เนตร 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ป.2/1 อ่านออกเสียงค า ค าคล้องจอง และข้อความสั้นๆ ท 1.1 ป.2/2 อธิบายความหมายของค าและข้อความที่อ่าน ท 1.1 ป.2/8 มีมารยาทในการอ่าน สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท 4.1 ป.2/2 เขียนสะกดค าและบอกความหมายของค า 2. สมรรถนะที่เกิดกับผู้เรียน 1. สมรรถนะการจัดการตนเอง - มีมารยาทในการอ่านได้ 2. สมรรถนะการสื่อสาร - อ่านออกเสียงค าควบกล้ าแท้ได้ - บอกลักษณะค าควบกล้ าแท้ได้ 3. สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง - มีส่วนร่วมในกิจกรรม 3. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. รักความเป็นไทย 2. ใฝ่เรียนรู้


3. มุ่งมั่นในการท างาน 4. มีวินัย 4. สาระส าคัญ ค าควบกล้ า คือ ค าที่มีพยัญชนะต้น 2 ตัวเรียงกัน ประสมสระเดียวกันและอ่านออกเสียงพยัญชนะ ต้นทั้ง 2 ตัว พร้อมกัน ออกเสียงกล้ ากัน พยัญชนะตัวกล้ า คือ พยัญชนะตัวหลัง ซึ่งพยัญชนะตัวกล้ า มี เพียง 3 ตัว ได้แก่ ร ล ว 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนมีมารยาทในการอ่าน (A) 2. นักเรียนอ่านออกเสียงค าควบกล้ าได้ถูกต้อง (S) 3. นักเรียนบอกลักษณะค าควบกล้ าแท้ (K) 6. สาระการเรียนรู้ ค าควบกล้ าแท้ 7. การจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Bain-based Learning : BBL กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นเตรียมความรู้ (Preparation) 1. ครูกล่าวค าทักทายนักเรียนแล้วสนทนาเกี่ยวกับความรู้เดิมที่นักเรียนได้เรียนในชั่วโมงที่ผ่าน มา 2. ครูบอกเนื้อหาที่จะเรียนในชั่วโมงนี้ เรื่อง ค าควบกล้ าแท้ให้นักเรียนทราบ 3. ครูชี้แจงล าดับขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จุดประสงค์ วิธีการวัด ประเมินผลอย่างไร และ สิ่งที่นักเรียนต้องเตรียมตัวในชั่วโมงนี้ให้นักเรียนรับทราบ


2. ขั้นปรับความรู้ (Relaxation) 1. ครูติดแผนภูมิเพลง “เพลงตบตัก ตบมือ ตบไหล่” บนกระดาน ดังนี้ เพลง ตบตัก ตบมือ ตบไหล่ มือ มือ มือ ตบตัก ตบมือ ตบมือ ตบไหล่ มือ มือ มือ ตบตัก ตบมือ ตบมือ ตบไหล่ แล้วสลับ แล้วสลับ กันไป แล้วสลับ แล้วสลับ กันไป ตบตัก ตบไหล่ ตบมือ ตบมือ Brain Break DLTV 2. ครูเปิดเพลง “เพลงตบตัก ตบมือ ตบไหล่” ใน YouTube ให้นักเรียนฟังเป็นตัวอย่าง 1 รอบ 3. ครูให้นักเรียนท าท่าทางประกอบตามจังหวะเพลง เพื่อเป็นการเตรียมสมอง จิตใจ และร่างกายให้ พร้อมกับการเรียนรู้ความรู้ใหม่ 3. ขั้นปฏิบัติ (Action) 1. ครูอธิบายเนื้อหาเรื่อง ค าควบกล้ าแท้โดยใช้ Powerpoint น าเสนอเนื้อหาบทเรียน 2. นักเรียนอ่านออกเสียงค าควบกล้ าแท้จากบัตรค าตามครู ได้แก่ค าว่า กรอง กราบ ขรึม ขรุขระ ครู ใคร ตรวจ เตรียม โปรด ปรุง พร้อม พราน กลอง กลืน ขลาด เขลา คลอง คล้าย ปลอบ ปลวก ผลิเผลอ เพลง เพลิน ความ ควัน กวาด เกวียน ขว้าง ขวา 3. นักเรียนอ่านค าควบกล้ าแท้พร้อมกันแล้วอ่านเป็นกลุ่มอีกครั้งหนึ่ง 4. นักเรียนช่วยกันระดมความคิดจัดกลุ่มค าควบกล้ าแท้ โดยนักเรียนแสดงความคิดเห็นหรือเหตุผล ที่เลือกบัตรค าเข้ากลุ่ม 4. ขั้นอภิปราย (Discussion) 1. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยพร้อมตรวจสอบความถูกต้องค าควบกล้ าแท้ที่นักเรียนช่วยกันจัดกลุ่ม 2. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปถึงลักษณะของค าควบกล้ าแท้ ค าควบกล้ าแท้ หมายถึง พยัญชนะ 2 ตัวเรียงอยู่ติดกัน เวลาออกเสียงให้ออกเสียงพร้อมกันทั้ง 2 ตัว 5. ขั้นน าความรู้ไปใช้ (Application) 1. นักเรียนท าใบงานที่ 1 เรื่อง ค าควบกล้ าแท้ที่ปรากฏในชีวิตประจ าวัน 2. นักเรียนน าเสนอใบงานที่ 1 เรื่อง ค าควบกล้ าแท้หน้าชั้นเรียน


8. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. แผนภูมิเพลง ตบตัก ตบมือ ตบไหล่ 2. บัตรค าควบกล้ าแท้ 3. Powerpoint เรื่อง ค าควบกล้ าแท้ 4. ใบงานที่ 1 เรื่อง ค าควบกล้ าแท้ 9. การวัดและประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน นักเรียนมีมารยาทในการ อ่าน (A) ประเมินพฤติกรรมการ มีมารยาทในการอ่าน แบบประเมินพฤติกรรม การมีมารยาทในการ อ่าน คะแนนพฤติกรรมผ่าน เกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป นักเรียนอ่านออกเสียงค า ควบกล้ าได้ถูกต้อง (S) - ประเมินพฤติกรรม การอ่านออกเสียง - แบบประเมินการ อ่านออกเสียงชนิด Scoring Rubrics คะแนนพฤติกรรมผ่าน เกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป นักเรียนบอกลักษณะค า ควบกล้ าแท้(K) - การท าใบงานที่ 1 เรื่อง ค าควบกล้ าแท้ - ใบงานที่ 1 เรื่อง ค า ควบกล้ าแท้ ได้ 6 คะแนนขึ้นไป


ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบ ไม่ครบ 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เหมาะสม ไม่เหมาะสม 3. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ สอดคล้องกับกิจกรรม ไม่สอดคล้องกับ กิจกรรม 4. การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ สอดคล้องกับจุดประสงค์/ตัวชี้วัด ไม่สอดคล้องกับ จุดประสงค์/ตัวชี้วัด ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….…………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………...…………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.................................................... (นางโชติกานต์ ละอองค า) ต าแหน่งรองผู้อ านวยการโรงเรียนเมืองวาปีปทุม .................../................../................... ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….…………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………...…………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.................................................... (นายณัฐพล ค าหารพล) ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนเมืองวาปีปทุม .................../................../...................


บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….…………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………...…………………………………………………………………………………………………………………… …….…………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….…………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………...…………………………………………………………………………………………………………………… …….…………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….…………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………...…………………………………………………………………………………………………………………… …….…………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.................................................... (นางสาวปวิตรา ทิพย์เนตร) ต าแหน่ง ครู .................../................../................... กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….…………...………………………………………………………………………………………………………………………………………


แบบประเมินการมีมารยาทในการอ่าน ค าชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนนลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของนักเรียน เกณฑ์การผ่าน คะแนนพฤติกรรมผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป เลขที่ ชื่อ-สกุล คะแนนที่ได้ สรุป หมายเหตุ ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19


แบบประเมินการอ่านออกเสียง ค าชี้แจง : พิจารณาใส่คะแนน (3, 2, 1) ลงในช่องว่างให้ตรงกับพฤติกรรมของนักเรียน เกณฑ์การให้คะแนน 3 = ดีมาก 2 = ดี 1 = พอใช้ เกณฑ์การผ่าน มีผลการประเมินในระดับดีขึ้นไปหรือ มีค่าเฉลี่ย 2.00 ขึ้นไป เลขที่ ชื่อ-สกุล อ่านได้ชัดเจนถูกต้องตามอักขรวิธี แบ่งวรรคตอนถูกต้อง คล่องแคล่วไม่ตะกุกตะกัก คะแนนที่ได้ (9 คะแนน) สรุป หมายเหตุ ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15


เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมการอ่าน รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 3 2 1 1. อักขระถูกต้อง อ่านออกเสียงถูกต้อง ชัดเจนร้อยละ 90 ของ ค าทั้งหมดขึ้นไป อ่านออกเสียงถูกต้อง ชัดเจนมากกว่าร้อยละ 60 น้อยกว่าร้อยละ 90 ของค าทั้งหมดขึ้นไป อ่านออกเสียงถูกต้อง ชัดเจนน้อยกว่าร้อยละ 60 ของค าทั้งหมด 2. เว้นวรรคตอน ถูกต้อง อ่านเว้นวรรคตอน ถูกต้อง ร้อยละ 90 ของ ค าทั้งหมดขึ้นไป อ่านเว้นวรรคตอน ถูกต้อง มากกว่าร้อยละ 60 น้อยกว่าร้อยละ 90 ของค าทั้งหมดขึ้นไป อ่านเว้นวรรคตอน ถูกต้อง น้อยกว่าร้อยละ 60 ของค าทั้งหมด 3. ความคล่องแคล่ว อ่านได้คล่องแคล่วหาก อ่านพลาดสามารถแก้ไข การอ่านให้ถูกต้องได้ รวดเร็ว อ่านติดบางค า แต่ สามารถแก้ไขให้ถูกต้อง ได้เร็ว อ่านติดบ่อยๆ แก้ไขให้ ถูกต้องได้ช้า ต้องให้ผู้อื่น บอก


Click to View FlipBook Version