ผลของการจ ั ดก ิ จกรรม โดยช ุ ดก ิ จกรรมว ิ ทยาการค ํ านวณ Unplugged Coding เพ ื่อส ่ งเสร ิ มการค ิ ดเช ิ งค ํ านวณของเด ็ กปฐมว ั ย นางจ ุ ฬาพ ั นธ ์ น ั ยว ั ฒน ์ ตําแหน ่ ง คร ู ว ิ ทยฐานะ คร ู ชํานาญการพ ิ เศษ โรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม สํานักงานเขตพ ื้นที่การศึ กษาประถมศึ กษามหาสารคาม เขต 2 สํานักงานคณะกรรมการการศึ กษาขั้นพ ื้นฐาน กระทรวงศึ กษาธิการ
คค ํ าน ํ าํ าน ํ า การจัด กิจกรรมเชิงรุก Active Learning จึงเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการ สร้างสรรค์ทางปัญญา (Constructivism) ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา เพื่อช่วยให้ผู้เรียน สามารถเชื่อมโยงความรู้หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเอง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงผ่านสื่อหรือกิจกรรมการ เรียนรู้ที่มีครูผู้สอนเป็นผู้แนะนํา กระตุ้น หรืออํานวยความสะดวก ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้น โดย กระบวนการคิดขั้นสูง กล่าวคือ ผู้เรียนมีการวิเคราะห์สังเคราะห์และการประเมินค่าจากสิ่งที่ได้รับจาก กิจกรรมการเรียนรู้ทําให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีความหมายและนําไปใช้ในสถานการณ์อื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพารเรียนรู้ที่มีครูเป็นผู้กระตุ้นเพื่อนําความสนใจที่เกิดจากตัวนักเรียนมาใช้ในการทํากิจกรรม ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวนักเรียนเอง นําไปสู่การเพิ่มความรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติการฟังและการสังเกตจาก ผู้เชี่ยวชาญ โดยนักเรียนมีการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทํางานเป็นกลุ่ม ที่จะนํามาสู่การสรุปความรู้ใหม่มีการ เขียนกระบวนการจัดทําโครงงานและได้ผลการจัดกิจกรรมเป็นผลงานแบบรูปธรรม การเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นรูปแบบหนึ่งของ Child - centered Approach ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทํางานตามระดับทักษะที่ตนเองมีอยู่เป็นเรื่องที่สนใจและรู้สึกสบายใจที่จะทํา นักเรียนได้รับสิทธิใน การเลือกว่าจะตั้งคําถามอะไร และต้องการผลผลิตอะไรจากการทํางานชิ้นนี้โดยครูทําหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน อุปกรณ์และจัดประสบการณ์ให้แก่นักเรียน สนับสนุนการแก้ไขปัญหา และสร้างแรงจูงใจให้แก่นักเรียน คู่มือการจัดกิจกรรมยชุดกิจกรรมวิทยาการคํานวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิง คํานวณของเด็กปฐมวัย ผู้รายงานได้จัดทําขึ้นตามแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ เพื่อให้ครูผู้สอน ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาการคิดเชิงคํานวณของเด็กปฐมวัย โดยที่เด็กได้ศึกษาและปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง เนื้อหาเรียงลําดับจากง่ายไปยาก ผู้จัดทํา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือชุดกิจกรรมวิทยาการคํานวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการ คิดเชิงคํานวณของเด็กปฐมวัย จะเป็นประโยน์ต่อครู้สอน แล ส่เสริม การคิดเชิงคํานวณของเด็กปฐมวัยตามจึด ประสงค์จุฬาพันธ์นัยวัฒน์
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice) นางสาวจุฬาพันธ์์ นัยวัฒน์ ิ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 1 ชื่อผลงาน ผลของการจัดกิจกรรมโดยชุดกิจกรรมวิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย ชื่อเจ้าของผลงาน นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ชื่อผู้เสนอผลงาน นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ หน่วยงาน โรงเรียนอนุบาลลวาปีปทุม สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 โทรศัพท์มือือ 091 - 8354821 โทรสาร 043-799366 [email protected] .......................................................................................................................................................................... รายละเอียดการนำเสนอผลงาน 1. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ การพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ทักษะที่สำคัญทักษะหนึ่ง คือ การคิดเชิงคำนวณ (Computationalthinking: CT) ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งที่ใช้หรือไม่ใช้ คอมพิวเตอร์และใช้หรือไม่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์การคิดเชิงคำนวณเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กคิดด้วยการกำหนด ปัญหาแสดงออกมาเป็นรูปแบบที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ( Wing, 2010) วิทยาการ คำนวณสร้างโอกาสให้เด็กที่จะเติบโตไปในโลกยุคใหม่ เพื่อเตรียมรับอาชีพในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น เพื่อ สามารถแข่งขันในตลาดแรงงานได้โลกยุค 4.0 นี้ เด็ก ๆ จะต้องรู้จักแยกแยะข่าวสาร การตรวจสอบข่าว ปลอม ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ เรียกว่ารู้เท่าทันสื่อโดยเด็กปฐมวัยเป็นบุคคลที่สำคัญและคุ้มค่าในการ ลงทุนพัฒนามากที่สุด เพื่อให้เด็กเติบโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์เผชิญกับปัญหาในโลกยุคใหม่ที่คาดเดาไม่ได้ซึ่ง การฝึกคิดแบบ Unplugged Coding เพื่อให้เด็กมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ทักษะที่โลกยุคใหม่ ต้องการ คือ การเรียนการคิดเชิงคำนวณโดยไม่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านการเล่น กล้าตัดสินใจ กล้าตั้ง คำถามง่าย ๆ เพื่อใช้ชีวิตประจำวัน และสร้างภูมิคุ้มกันการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณเน้นวิธีคิดในการ แก้ไขปัญหา วิทยาการคำนวณสอนให้ สามารถเข้าใจปัญหา วิเคราะห์ปัญหา และคิดแก้ไขปัญหาได้อย่าง เป็นระบบ มีระเบียบขั้นตอนช่วยให้แก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็น พลเมืองโลกในยุคดิจิทัล (กัลยาโสภณพนิช, 2564) โดยการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้กับเด็กแรกเกิดจนกระทั่ง 8 ปีสิ่งที่ต้องคำนึงคือ วิธีการเลือกเครื่องมือ ซึ่งการเรียนรู้การคิดเชิงคำนวณจำเป็นต้องคำนึงถึงวัยของเด็ก ด้วย เพื่อช่วยให้เด็กสามารถค้นคว้า สร้างโอกาส และส่งเสริมให้เด็กมีทางเลือกในการสร้างจินตนาการมื่อ เทคโนโลยีเข้ามาอย่างรวดเร็ว นอกจากจะนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์แแล้ว
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice) นางสาวจุฬาพันธ์์ นัยวัฒน์ ิ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 2 ยังจำเป็นต้องป้องกันโทษที่อาจะเกิดขึ้นให้เป็นด้วย สิ่งเหล่านี้จะช่วยเป็นเกราะป้องกันน้องๆ ให้เติบโตไป เป็นพลเมืองดิจิทัลที่แข็งแรงในอนาคต และแก้ปัญหาด้วยตนเอง (NAEYC & the Fred Rogers Center, 2012)anic for Public and Private Management Vol. 4 No. 2 May - August 2022 I 12) โค้ดดิ้ง Unplugged Coding สำหรับปฐมวัย คือการเรียนวิทยาการคำนวณโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ เน้นเรียนแบบทำกิจกรรม เกมส์ เป็นต้น เรียนรู้จากการลงมือทำ ดังนั้นจะไม่ใช่แค่วิทยาการคำนวณอย่าง เดียวที่ได้จากการทำกิจกรรม Unplugged ยังได้เรียนรู้ในเรื่อง การเขียนโปรแกรม การสร้างอัลกอริทึม การ ใช้คอมพิวเตอร์วิทยาการแบบพื้นฐาน การแก้ปัญหา และที่สำคัญกิจกรรม Unplugged ยังช่วยให้ผู้สอนและ ผู้เรียนสนิทกันมากขึ้น เปรียบเสมือนกับการเปิดใจก่อนเรียน และกิจกรรม Unplugged สามารถเรียนได้ทั้ง เด็กและผู้ใหญ่ ตามโจทย์ที่ได้ออกแบบ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณสำหรับ เด็กปฐมวัย ในรูปแบUnplugged Coding เป็นการเรียนรู้แบบไม่ใช้คอมพิวเตอร์โดยเรียนรู้ผ่านการเล่น และการใช้ชีวิตประจำวันผ่านกิจกรรมที่เหมาะกับเด็กปฐมวัย เช่น กิจกรรมเกมการศึกษา นิทาน บัตรภาพ หรือบทเพลง (แปลน ฟอร์คิด2564) และครูควรมุ่งเน้นการพัฒนาแนวคิด ความสามารถที่เป็นพื้นฐานของ การคิดเชิงคำนวณ และกเขียนโค้ด ได้แก่แบบรูป การแก้ปัญหา การใช้ตัวแทน และการเรียงลำดับ (กระทรวงศึกษาธิการ. 2563) สอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ของ Dewey (ธีราพร กุลนานันท์, 2561 อ้าง ถึง Dewey, 1933) การจัดเรียนรู้ให้เด็กได้คิดแก้ปัญหา ครูควรหาวิธีการให้เด็กเข้าใจถึงปัญหา โดยให้เด็ก เรียนรู้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง และเกิดความคิดรวบยอดกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ตนเอง และเกิดความคิดรวบยอด กับสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการสังกตการณ์ทำกิจกรรมและประเมินพัฒนาการของเด็กชั้นอนุบาล 3/1 โรงเรียน อนุบาลวาปีปทุม ในช่วงปีการศึกษา 2564 ที่ผ่านมา พบว่า มีเด็กบางคนมีปัญหาในการคิดและการ แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองในสถานการณ์ง่าย ๆ ได้หรือการทำ กิจกรรมต่าง ๆในห้องเรียน เช่น การทำกิจกรรมสร้างสรรค์กิจกรรมเกมการศึกษา กิจกรรมกลุ่ม เด็กไม่วาง แผนการทำงานร่วมกันได้ถ้าเกิดปัญหา เด็กจะนั่งนิ่ง ๆ ไม่กล้าที่จะมาขอความช่วยเหลือจากครูจึงส่งผลให้ เด็กไม่มีการคิดแก้ปัญหาในสถานการณ์เหล่านี้ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ข้าพจ้าจึงได้ จัดทำชุดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริม การคิดเชิงคำนวณให้ดีขึ้น เด็กมีวิธีการคิดแก้ปัญหาและการทำงานอย่างเป็นลำดับชั้นตอน เด็กปฐมวัยมีการ คิดวิเคราะห์แบ่งย่อยของปัญหา กำหนดชั้นตอนในการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ และเขียนโค้ดด้วย สัญลักษณ์โดยจัดผ่านกิจกรรมเกม ดนตรีและเคลื่อนไหวผสาน Unplugged Coding เพื่อสร้างพื้นฐานการ คิดเชิงคำนวณ อันจะเป็นการเตรียมความพร้อมของเด็กปฐมวัยต่อไป
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice) นางสาวจุฬาพันธ์์ นัยวัฒน์ ิ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 3 ความหมายของการคิดเชิงคำนวณ การคิดเชิงคำนวณ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทโนโลยี(2562) กล่าวว่า การคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) เป็นกระบวนการในการแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลเป็น ขั้นตอนเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาในรูปแบบที่สามารถนำไปประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ การคิดเชิง คำนวณนี้ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของความสามารถในการเขียนโปรแกรมหรือ โค้ดดิ้ง Coding) ได้กำหนด องค์ประกอบการ คิดเชิงคำนวณ มี4 ประการ ดังนี้ 1. การแบ่งปัญหาใหญ่ออกเป็นปัญหา/งานย่อย (Decomposition) เป็นการ แบ่งปัญหา/งาน/ส่วนประกอบออกเป็นส่วนย่อยเพื่อให้จัดการกับปัญหาได้ง่ายขึ้น 2. การพิจารณารูปแบบ ของปัญหา หรือวิธีการแก้ปัญหา (Pattern recognition) เป็นการ พิจารณาปัญหาที่เคยพบลักษณะนี้มาก่อน ถ้ามีรูปแบบที่คล้ายกัน นำวิธีการแก้ปัญหานั้นมาประยุกต์ใช้ แก้ปัญหา 3. การพิจารณาสาระสำคัญของปัญหา (Abstraction) เป็นการแยกสาระสำคัญออกจากส่วน สาระที่ไม่สำคัญ 4. การออกแบบอัลกอริทีม (Algorithm) เป็นการกำหนดขั้นตอนในการแก้ปัญหาหรือการ ทำงาน โดยมีลำดับของคำสั่งหรือวิธีการที่ชัดเจนที่คอมพิวเตอร์สามารถปฏิบัติตามได้ จากการคิดเชิงคำนวณ สามารถสรุปได้ว่า การคิดเชิงคำนวณเป็นกระบวณการในการคิด แก้ปัญหา อย่างเป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับเด็กปฐมวัย ทำให้เด็กปฐมวัยมี การคิควิเคราะห์แบ่งย่อยของปัญหา หรืองานและวางแผนกหนดขั้นตอนอย่างเป็นระบบ กรอบแนวคิดในการพัฒนา ตัวจัดกระทำ ตัวแปรตาม การคิดเชิงคนวณ 1. การแบ่งงานใหญ่ออกเป็นงาน/ปัญหาย่อย (Decomposition) 2. การหารูปแบบของปัญหาหรือวิธีการแก้ปัญหา (Patternrecognition) 3. การสรุปสาระสำคัญของปัญหา (Abstraction) 4. การออกแบบขั้นตอนวิธี(Algorithm) - ชุดกิจกรรม Unpluggd coding 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) -
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice) นางสาวจุฬาพันธ์์ นัยวัฒน์ ิ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 4 2. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน 2.1 จุดประสงค์ 2.1.1 เพื่อสร้างนวัตกรรมชุดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อ ส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย 2.1.2 เพื่อเปรียบเทียบการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม ด้วยชุดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding 2.2 เป้าหมาย 2.2.1 เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม จำนวน 101 คน มี การคิดเชิงคำนวณหลังการจัดกิจกรรมด้วยชุดกิจกรรมวิทยาการคำนวณ Unplugged Coding สูงขึ้น
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice) นางสาวจุฬาพันธ์์ นัยวัฒน์ ิ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 5 3. กระบวนการจัดทำ/พัฒนาผลงาน หรือขั้นตอนการดําเนินงาน : ประยุกต์ใช้วงจร PDCA
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 6 3.1 ขั้นวางแผนปฏิบัติงาน (Plan : P) เป็นขั้นตอนการจัดทำแผนในการดำเนินการ สร้างชุดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณ ของเด็กปฐมวัย 3.1.1 วิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ที่ เกี่ยวกับความสอดคล้องสาระการเรียนรู้สาระที่ควรเรียนรู้ วิเคราะห์หลักสูตร จัดทำ แผนการจัดประสบการณ์
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 7 ใ 3.1.2 ออกแบบการจัดกิจกรรมการจัดประสบการณ์ใช้กิจกรรมการ เรียนรู้Unplugged Coding วิธีการสอนแบบสืบเสาะ แบ่งออกเป็น 5 ชั้นตอน คือ 3.2.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 3.2.2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 3.2.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.2.4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 3.2.5 ขั้นประเมิน (Evaluation)
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 8
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 9 3.1.3 กำหนดวิธี เครื่องมือ และเกณฑ์การวัดผลประเมินผล โดยการประเมินผลงาน ชิ้นงาน ประเมินจากแบบสังเกตพฤติกรรม และประเมินการนำเสนอผลงาน 3.2 ขั้นตอนการทำตามแผน (DO : D) จัดประสบการณ์โดยใช้ชุดกิจกรรมวทวิทยาการ วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย โดยการจัดประสบการณ์โดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อ ส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย วัยได้แบ่งชุดออกเป็นได้แบ่งชุดกิจกรรมออกเป็น 5 กิจกรรม ได้แก่
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 10 3.2 ขั้นการปฏิบัติ Do กิจกรรมที่ 1 พื้นฐานวิทยาการคำนวณ ( หน่ายเทคโนโลยี หน่วยการสื่อสาร ) จุดประสงค์ - เพื่อให้เด็ก บอกความหมาย ของเทคโนโลยีได้ - เพื่อให้เด็กนำเสนอ ชิ้นงาน ประเมิน ชิ้นงาน และแสดงความคิดเห็นต่อ ชิ้นงานได้
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 11 กิจกรรมที่ 2 Sorting XO ( หน่วยเทคโนโลยี หน่วยการสื่อสาร หน่วยของเล่นขอใช้ หน่วยการสื่อสาร ) จุดประสงค์ - เพื่อให้เด็กบอกเป้าหมาย ของการเขียนสัญลักษณ์ บอกความหมายของป้าย ต่าง ๆ ได้ - เพื่อให้เด็กเล่นเกม Sorting ได้ - เพื่อให้เด็กเล่นเกม XO ได้ - เพื่อให้เด็กนำเสนอ ประเมิน ชิ้นงาน และแสดงความคิดเห็นต่อชิ้นงานได้
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 12 กิจกรรมที่ 3 อัลกอริทึม (Algorithm) ( การพับ เกมเรียงลำดับเหตุการณ์ ) (หน่วยเทคโนโลยี หน่วยดอกไม้ หน่วยอาหารดีมีประโยชน์ หน่วยการสื่อสาร หน่วยตัวเรา) จุดประสงค์ - เพื่อให้เด็กบอกขั้นอนในการพับได้ - เพื่อให้เด็กเรียงลำดับและ บอกได้ ว่ากิจกรรมใดที่ ปฏิบัติก่อนและเหตุการณ์ ใด ปฎิบัติทีหลังและเหตุการณ์ใด กิจกรรมใดที่ ต้องปฏิบัติตามลำดับ - เพื่อให้เด็กนำเสนอ การออกแบบ ชิ้นงาน ประเมิน ชิ้นงาน และแสดงความ คิดเห็นต่อชิ้นงานได้ การพับเป็นการให้เด็กได้เรียนรู้กระบวนการขั้นตอนในการพับซึ่งต้อง ทำตาม ขั้นตอน จึงจะได้ ผลงานที่ถูกต้องและเป็นผลสำเร็จ
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 13
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 14 กิจกรรมที่ 4 สัญลักษณ์Coding ( หน่วยเทคโนโลยี หน่วยดอกไม้ หน่วยอาหารดีมีประโยชน์ หน่วยการสื่อสาร หน่วยคมนาคม หน่วยชุมชนของเรา ) จุดประสงค์ - เพื่อให้เด็กอ่านสัญลักษณ์ Coding ได้ - เพื่อให้เด็กเขียนโปรแกรม Unplugged coding แบบง่ายได้ - เพื่อให้เด็กนำเสนอ การออกแบบ ชิ้นงาน ประเมิน ชิ้นงาน และ แสดงความคิดเห็น ต่อชิ้นงานได้
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 15 ชุดที่5 Unplugged Coding ( หน่วยการสื่อสาร หน่วยคมนาคม หน่วยชุมชนของเรา ) จุดประสงค์ - เพื่อให้เด็กออกเขียน โปรแกรม Unplugged Coding แบบง่าย ๆ ได้ - เพื่อให้เด็ก จัดเรียงความสคัญของปัญหาและร่วมมือกันแก้ปัญหได้ - เพื่อให้เด็กนำเสนอ การออกแบบ ชิ้นงาน ประเมิน ชิ้นงาน และแสดงความ คิดเห็นต่อชิ้นงานต่อการเขียนโปรแกรม Unplugged Coding แบบง่าย ๆ ได้
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 16 โดยในการจัดประสบการณ์ในแต่ะกิจกรรมใช้การจัดประสบการณ์ แบบ สืบเสาะ โดยมี 5 ชั้นตอนดังนี้ กระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) 5Es ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำ คัญ ดังนี้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ (engagement) เป็นการนำเข้าสู่บทเรียนหรือเรื่องที่ สนใจ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเอง จากความสงสัย หรืออาจเริ่มจากความสนใจของตัวเด็กเอง หรือ เกิดจากการอภิปรายในกลุ่ม เรื่องที่ น่าสนใจอาจมาจากเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ใน ช่วงเวลานั้น หรือเป็นเรื่อง ที่เชื่อมโยงกับความรู้เดิมที่เพิ่ง เรียนรู้มาแล้ว เป็นตัวกระตุ้นให้ เด็กสร้างคำถาม กำหนดประเด็นที่จะศึกษาในกรณีที่ยังไม่มีประเด็นใด น่าสนใจ ครูอาจให้ ศึกษาจากสื่อต่าง ๆ หรือเป็นผู้กระตุ้น ด้วยการเสนอประเด็นขึ้นมาก่อน แต่ไม่ควรบังคับให้ เด็กยอมรับประเด็นหรือคำถามที่ครูกำลังสนใจเป็นเรื่องที่จะใช้ศึกษา เมื่อมีคำาถามที่ น่าสนใจ และเด็ก ส่วนใหญ่ยอมรับให้เป็นประเด็น ที่ต้องการศึกษาจึงร่วมกันกำหนด ขอบเขตและแจกแจงรายละเอียดของเรื่อง ที่จะศึกษาให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น อาจรวมทั้ง การรวบรวมความรู้ประสบการณ์เดิม หรือความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ที่จะ ช่วยให้น าไปสู่ ความเข้าใจเรื่อง หรือประเด็นที่จะศึกษามากขึ้น และมีแนวทางที่ใช้ในการส ารวจตรว จสอบ อย่างหลากหลาย 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (exploration) เมื่อทำความเข้าใจในประเด็น หรือคำาถามที่สนใจจะศึกษา อย่างถ่องแท้แล้ว ก็มีการวางแผนกำหนดแนวทางการสำรวจ ตรวจสอบ ตั้งสมมติฐาน กำหนดทางเลือกที่เป็นไป ได้ ลงมือปฏิบัติเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อสนเทศ หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ วิธีการตรวจสอบอาจทำได้หลายวิธี เช่น ทำการ ทดลอง ทำกิจกรรมภาคสนาม การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยสร้างสถานการณ์จำลอง (simulation) การศึกษาหาข้อมูลจากเอกสารอ้างอิงหรือจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ ได้มาซึ่งข้อมูลอย่างเพียงพอที่จะใช้ใน ขั้นต่อไป 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (explanation) เมื่อได้ข้อมูลอย่างเพียงพอจาก การสำรวจตรวจสอบแล้ว จึงนำข้อมูล ข้อสนเทศที่ได้มาวิเคราะห์ แปลผล สรุปผล และ นำเสนอผลที่ได้ในรูปต่าง ๆ เช่น บรรยายสรุป สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ หรือวาด รูป สร้างตาราง ฯลฯ การค้นพบในขั้นนี้อาจเป็นไปได้หลายทาง เช่น สนับสนุนสมมติฐาน ที่ตั้งไว้โต้แย้งกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ได้ก าหนดไว้ แต่ผลที่ได้จะ อยู่ในรูปใดก็สามารถสร้างความรู้และช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 17 4. ขั้นขยายความรู้ (elaboration) เป็นการนำความรู้ที่สร้างขึ้นไปเชื่อมโยงกับ ความรู้เดิมหรือแนวคิด ที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติมหรือนำแบบจำลองหรือข้อสรุปที่ได้ไปใช้อธิบาย สถานการณ์หรือเหตุการณ์อื่น ถ้าใช้อธิบาย เรื่องต่าง ๆ ได้มาก็แสดงว่าข้อจำกัดน้อย ซึ่งก็ จะช่วยให้เชื่อมโยงกับเรื่องต่าง ๆ และทำให้เกิดความรู้กว้างขวาง ขึ้น 5. ขั้นประเมิน (evaluation) เป็นการประเมินการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต่าง ๆ ว่าเด็กมีความรู้ อะไรบ้าง อย่างไรและมากน้อยเพียงใด จากขั้นนี้จะนำไปสู่การนำความรู้ ไปประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่น ๆ การนำ ความรู้หรือแบบจำลองไปใช้อธิบายหรือประยุกต์ใช้กับ เหตุการณ์หรือเรื่องอื่น ๆ จะนำไปสู่ข้อโต้แย้งหรือ ข้อจำกัดซึ่งก่อให้เป็นประเด็นหรือ คำถาม หรือปัญหาที่จะต้องสำรวจตรวจสอบต่อไป ทำให้เกิดเป็น กระบวนการที่ ต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ จึงเรียกว่า inquiry cycle กระบวนการสืบเสาะหาความรู้จึงช่วยให้ เด็กเกิดการเรียนรู้ทั้งเนื้อหาหลัก และหลักการ ทฤษฎี ตลอดจนการลงมือปฏิบัติเพื่อให้ได้ ความรู้ซึ่งจะเป็น พื้นฐานในการเรียนรู้ต่อไป 3.3 ขั้นตรวจสอบและประเมินผล (Check : C) การประเมินผลที่ได้รับจากการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ทราบว่า ในขั้นตอนการ ปฏิบัติงานสามารถบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ แต่สิ่งสำคัญก็คือ ต้อง รู้ว่าจะตรวจสอบอะไรบ้างและบ่อยครั้งแค่ไหน เพื่อให้ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบเป็น ประโยชน์สำหรับขั้นตอนถัดไป
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 18 3.3.1 ประเมินผลงานเด็ก 3.3.2 สังเกตพฤติกรรม พฤติกรรมการทำงานของเด็ก 3.3.3 บันทึกผลหลังการจัดประสบการณ์ 3.3.4 ประเมินจากการนำเสนอผลงาน 3.3.5 เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล แปลความหมาย 3.3.6 จัดทำรายงานผลการจัดประสบการณ์ 3.4 ขั้นนำผลการประเมินมาปรับปรุง (Action : A) ขั้นตอนการดำเนินงานให้เหมาะสมจะพิจารณาผลที่ได้จากการตรวจสอบ ซึ่งมีอยู่ 2 กรณี คือ เด็กบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ เกิดการเรียนรู้ ตามจุดประสงค์ที่วางไว้ ก็นำแนวทางกิจกรรม ดังกล่าว มาจัดทำให้เป็นมาตรฐาน พร้อมทั้งหาวิธีการที่จะปรับปรุงกิจกรรม ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งอาจหมายถึง สามารถบรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่าเดิม หรือทำให้คุณภาพของชุดกิจกรรมดียิ่งขึ้นก็ได้แต่ถ้าหากไม่บรรลุ วัตถุประสงค์ ได้นผลการจัดกิจกรรม มาปรับดังนี้ ปัญหาที่เกิด 3.4.1 ปรับปรุงนวัตกรรม ชุดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย แผ่น sorting เด็กยังสับสนเรื่อง ซ้าย ขวา จึงได้ทำสัญลักษณ์ ให้ ว่าสิ่งของมีขนาดใหญ่กว่า ให้เดินไปลูกศร สีน้ำเงิน
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice)ิ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 19 แผ่น sortingเดิม แผ่น sorting ปรับปรุง 3.4.2 นําข้อเสนอแนะในการนําไปใช้และการศึกษาค้นคว้าครั้งต่อไปให้สอดคล้องกับบริบทการ การจัดประสบการณ์ของโรงเรียน 3.4.4 ปรับปรุงพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์โดยนําข้อเสนอแนะและข้อควร ปรับปรุงพัฒนาให้ สอดคล้องกับชุดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย ) ที่ปรับปรุงแล้ว 3.4.5 ขยายเครือข่ายนวัตกรรมชุดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย ให้แก่ผู้สนใจ และ หน่วยงานอื่นที่ เกี่ยวข้อง
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice) ์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ 20 แผนภูมิกระบวนการสร้างนวัตกรรม ชุดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice) ์ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ 21 4. ผลการดำเนินงาน / ผลสัมฤทธิ์ / ประโยชน์ที่ได้รับ (Outcome) 4.1 สำหรับครู 4.1.1 เป็นสื่อในการจัดการเรียนรู้ท ี่ ต้องการพัฒนาเด็กระดับปฐมวัย เพื่อให้เกิด การเรียนรู้ เกี่ยวกับ เทคโนโลยี และ Unplugged Coding 4.1.2 เป็นสื่อท ี่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ท ี่ สอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) ที่กล่าวว่า การท ี่ ผู้เรียนจะสร้างองค์ความรู้ได้ต้องผ่านกระบวนการสืบเสาะหาความรู้(Inquiry process) และเก็บเป็นข้อมูลไว้ในสมองได้อย่างยาวนานและนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยการ สร้างสรรค์ชิ้นงาน (Constructionism) ที่กล่าวว่าหากผู้เรียนได้สร้างความคิดและนําความคิดของตนเองไป สร้างสรรค์ชิ้นงานจะมีความหมายต่อผู้เรียนความรู้จะอยู่คงทน ไม่ลืมง่าย สามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้และความรู้ที่ สร้างขึ้นนี้ยังเป็นฐานให้ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ใหม่ต่อไปได้อีกอย่างไม่มีวันส ิ้ นสุด 4.1.3 เป็นสื่อที่ใช้ในการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และจุดหมายของหลักสูตรปฐมวัยโรงเรียน อนุบาลวาปีปทุม พุทธศักราช 2560 ที่เน้นสมรรถนะเด็กปฐมวัย ตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ที่นําไปสู่การ ปฏิบัติมุ่งให้ เกิดความสามารถในการสื่อสารและความสามารถในการคิด เพื่อให้เกิดการจดจำที่ยาวนาน 4.1.4 เป็นหลักฐานหรือร่องรอยในการพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้มีกระบวนการคิดสำหรับเตรียมความ พร้อมใน การเรียนั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และการประเมินภายนอกของ สมศ. ด้านผู้เรียน ที่ผู้เรียนควรมีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดอย่างมีระบบ คิดไตร่ตรอง คิดสร้างสรรค์อย่างมีแบบแผน 4.1.5 เป็นสื่อที่นำทฤษฎีแบบ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) มาสร้างสรรค์นวัตกรรม และใช้ควบคู่การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบสืบเสาะ 5E ซึ่งกลวิธีนี้จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ อย่างมีประสิทธิภาพ และ เกิดความรู้ที่คงทนถาวร รวมทั้งเกิดประสิทธิผลในด้านการสร้างองค์ความรู้ทักษะกระบวนการคิด การจัดเรียง ความสำคัญของปัญหา การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ 4.1.6 เป็นสื่อที่ใช้ในการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนจากกิจกรรมง่าย ๆ และ เชื่อมโยงจาก นามธรรมไป รูปธรรมอย่างง่ายๆ เหมาะสมกับวัยของเด็กปฐมวัย ใช้กระบวนการสอนแบบเรียนปนเล่น การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) 4.1.7 เป็นการกระตุ้นครูผู้สอนให้สนใจใฝรู้สืบเสาะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตนเองอย่าง ต่อเนื่อง และนําสิ่งใหม่ๆมาใช้เพื่อพัฒนาการจัดประสบการณ์ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
เอกสารประกอบการพิจารณา นวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice) นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ์ตำแหน่ง ครูโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 22 4.2 สำหรับเด็ก 4.2.1 เป็นชุดกิจกรรมที่เด็กสามารถเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง 4.2.2 ชุดกิจกรรมท ี่ สามารถใช้กระบวนการคิดได้อย่างหลากหลาย 4.2.3 เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม จำนวน 101 คน มีการคิดเชิงคำนวณหลัง การจัดกิจกรรมด้วยชุดกิจกรรมวิทยาการคำนวณ Unplugged Coding สูงขึ้น 4.2.4 เด็กสามารถ ออกแบบ วางแผน คิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ได้ 4.2.5 เด็กมีพัฒนาการสูงขั้นในทุกๆ ด้าน 4.3 สำหรับผู้ปกครอง 4.3.1 เป็นสื่อท ี่ ผู้ปกครองสามารถใช้สอนเด็กได้ 4.3.2 เป็นสื่อท ี่ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้เพิ่มเติม โดยเชื่อมโยงกับ เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน 5. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Key Success) 5.1 บุคลากรที่มีส่วนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้บรรลุเป้าหมายและประสบผลสำเร็จ คือ ผู้บริหาร โรงเรียนที่มีการ สนับสนุนและส่งเสริมให้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายตามศักยภาพของผู้เรียน ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูจัดทำสื่อ/นวัตกรรมเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ 5.2 ใช้หลักการจัดกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม โดยอาศัยความร่วมมือของผู้บริหารครู เด็ก ผู้ปกครอง และ ชุมชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5.3 ผู้บริหาร ให้การนิเทศ ติดตาม และเยี่ยมชั้นเรียนอย่างเป็นกัลยาณมิตร รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุน การ จัดกิจกรรม อย่างต่อเนื่อง
23 ครู ผู้บริหาร แผนภาพปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Key Success) 6. บทเรียนที่ได้รับ /ข้อเสนอแนะ /ข้อควรระวัง (Lesson learned) ๖.๑ บทเรียนที่ได้รับ 6.1.1 ชุดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริม การคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย ทให้เด็กเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและเป็น ขั้นตอน จัดเรียงความสำคัญของปัญหา ซึ่งส่งผลให้พัฒนาคุณภาพเด็ก พัฒนาทักษะ กระบวนการคิด ผสมผสาน เกิดวิทยาการใหม่ในการศึกษาหาความรู้ ความจริงจนได้ข้อสรุป เป็นองค์ ความรู้ใหม่ และองค์ความรู้ที่ได้ เมื่อเด็กได้ปฎิบัติจริงจะเป็นความรู้ที่เด็กนำไป แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ 6.1.2 ชุดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิง คำนวณของเด็กปฐมวัย) เป็นุดกิจกรรม ปลูกฝังให้เด็ก เกิดความกระตือรือล้นในการเรียน มีความ มั่นใจในตัวเองเพราะทุกกิจกรรม เด็กจะได้นำเสนอผลงาน และ ชื่นชมผลงานของตนเองและของผู้อื่น 6.2 ข้อเสนอแนะ 6.2.1 ควรนำไปต่อยอดในการจัดกิจกรรม Unplugged Coding ที่มีความซับซ้อน มากยิ่งขึ้น 6.2.2 ควรนำไปต่อยอดในการจัดกิจกรรม Coding โดยการใช้ Computer ผู้ปกครอง ชุมชน
24 7. การเผยแพร่ผลงาน (Publish results) ผู้เสนอผลงานได้มีการเผยแพร่ผ่านช่องทางดังน 7..1 โรงเรียนในกลุ่ม เครือข่ายพัฒนาคุณภาพที่ 1 7.2 Facbook โรงเรอนุบาลวาปีปทุม 7.3 เว็บไซต์โรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม 7.4 ผ่าน you tube ห้องสื่อครูจี๋ 8. การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ (Award) 8.1 โรงเรียนพระราชทานระดับก่อนประถมศึกษา ขนาดกลาง ปี 2562 8.2 รางวัลเหรียญทอง การสร้างภาพจากการฉึกตัดปะ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ปี 2562 8.3 รางวัลคุรุสดุดีปี 2563 8.4 รางวัลการส่งนานเข้าร่วมประกวด สสวท.ปี 2565 8.5 เกียรติบัตรวิทยากรอบรมไสโคป สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 8.6 เกียรติบัตรวิทยากรบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยทดแทนผู้เกษียณอายุราการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ลงชื่อ (นางจุฬาพันธ์นัยวัฒน์) ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
25 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุ สภาลาดพร้าว. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุ สภาลาดพร้าว. ทิศนา แขมณีและคณะ (2544). ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด : ต้นแบบการเรียนรู้ ทางด้านทฤษฎีและแนวปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา แห่งชาติสำนักนายกรัฐมนตรี. กระทรวงศึกษาธิการ .หลักสูตรอบรม การจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาการคํานวณ ระดับอนุบาล สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน https://sites.google.com/site/naranya2010/1 - http://biology.ipst.ac.th/?p=688 ค้นหาเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565
26 ภาคผนวก สำเนาเกียรติบัตร
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39 คู่มือชุดกิจกรรม
40 นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ ครูวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคามเขต ๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ คู่มือการใช้ชุดกิจกรรมวิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย
41 คำนำ การจัด กิจกรรมเชิงรุก Active Learning จึงเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการ สร้างสรรค์ทางปัญญา (Constructivism) ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา เพื่อช่วยให้ ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเอง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงผ่านสื่อหรือ กิจกรรมการเรียนรู้ ที่มีครูผู้สอนเป็นผู้แนะนำ กระตุ้น หรืออำนวยความสะดวก ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ขึ้น โดยกระบวนการคิดขั้นสูง กล่าวคือ ผู้เรียนมีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินค่าจากสิ่งที่ ได้รับจากกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีความหมายและนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพารเรียนรู้ที่มีครูเป็นผู้กระตุ้นเพื่อนำความสนใจที่เกิดจากตัวนักเรียนมาใช้ในการ ทำกิจกรรมค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวนักเรียนเอง นำไปสู่การเพิ่มความรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติการฟัง และการสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญ โดยนักเรียนมีการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม ที่จะนำมาสู่ การสรุปความรู้ใหม่ มีการเขียนกระบวนการจัดทำโครงงานและได้ผลการจัดกิจกรรมเป็นผลงานแบบ รูปธรรม คู่มือการจัดกิจกรรมยชุดกิจกรรมวิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิด เชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย ผู้จัดทำได้จัดทำขึ้นตามแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ ครูผู้สอนใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย โดยที่เด็กได้ศึกษา และปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง เนื้อหาเรียงลำดับจากง่ายไปยาก ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือชุดกิจกรรมวิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อ ส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย จะเป็นประโยน์ต่อครู้สอน แล ส่เสริม การคิดเชิงคำนวณของ เด็กปฐมวัยตามจึดประสงค์ จุฬาพันธ์ นัยวัฒน์
42 เรื่อง หน้า หลักการและเหตุผล ๑ ลักษณะทั่วไปของ การเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรม 3 กระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) 5Es 3 ความหมายของการคิดเชิงคนวณ 4 กรอบแนวคิดในการพัฒนา 4 จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน 4 กิจกรรมที่ 1 พื้นฐานวิทยาการคำนวณ 7 กิจกรรมที่ 2.1 Sorting 9 กิจกรรมที่ 2.2 XO 11 กิจกรรมที่ 3.1 อัลกอริทึม (Algorithm) (การพับจรวด ) 13 กิจกรรมที่ 3.2 อัลกอริทึม (Algorithm) (การพับแมว ) 15 กิจกรรมที่ 3.3 เกมเรียงลำดับ 19 กิจกรรมที่ 4.1 สัญลักษณ์ Coding 21 กิจกรรมที่ 5 Unplugged Coding 23 บรรณานุกรม สารบัญ
43 หลักการและเหตุผล พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๖ การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อ พัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและ วัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข” การพัฒนาเด็กปฐมวัยมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากสมองของเด็กได้รับการสร้าง และพัฒนาอย่างรวดเร็ว การพัฒนาเด็กในช่วงนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนา ตลอดชีวิต ซึ่งถ้าเราปล่อยให้เวลาอันมีค่านี้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ก็จะไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ เพราะการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ของมนุษย์จะเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ในช่วงปฐมวัยเท่านั้น เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็นต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นวัยที่มี การพัฒนาทางสติปัญญาสูงที่สุดของชีวิต ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะที่ส่งเสริมให้เด็ก ปฐมวัยสามารถคิดหาเหตุผล แสวงหาความรู้สามารถแก้ปัญหาได้ตามวัยของเด็ก เด็กจะได้มีโอกาส เรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยเรียนรู้ผ่านกระบวนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เป็นกระบวนการขั้น พื้นฐานหรือทักษะเบื้องต้นที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ตัดสินใจ วางแผน ค้นหา สืบค้น ลงมือปฏิบัติการจริง เด็กสามารถแสดงออกได้อย่างหลากหลาย มีความกระตือรือร้น และสนุกสนานในการทดลอง รวมทั้ง สามารถพัฒนาเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม สติปัญญา การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กโดยเฉพาะในระดับปฐมวัย ควรคำนึงถึงธรรมชาติและ ความต้องการของเด็กควรมุ่งให้เด็กได้พัฒนาความสามารถของตนในทุกด้าน และเป็นการเตรียมความ พร้อมหรือปูพื้นฐานในการเรียนรู้วิชาต่าง ๆ เมื่อถึงวัยที่พร้อมจะเรียน การจัดกิจกรรมเด็กปฐมวัย ควรมี คู่มือการใช้ชุดจัดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย
44 ลักษณะที่ไม่เป็นทางการ และให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนาทักษะต่าง ๆ เช่น การสำรวจ การค้นคว้า การ ทดลอง การสังเกต การตัดสินใจการแก้ปัญหา การรวบรวมข้อมูล การคิดอย่างมีเหตุผล การสรุปผล และท้ายที่สุด การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ฯลฯ รวมทั้งการได้ใช้ความสามารถของตนในการปฏิบัติ หรือกระทำสิ่งต่าง ๆที่ตนพอใจ และสนใจอย่างเต็มที่ โค้ดดิ้ง Unplugged Coding สำหรับปฐมวัย คือการเรียนวิทยาการคำนวณโดยไม่ใช้ คอมพิวเตอร์ เน้นเรียนแบบทำกิจกรรม เกมส์ เป็นต้น เรียนรู้จากการลงมือทำ ดังนั้นจะไม่ใช่แค่ วิทยาการคำนวณอย่างเดียวที่ได้จากการทำกิจกรรม Unplugged ยังได้เรียนรู้ในเรื่อง การเขียน โปรแกรม การสร้างอัลกอริทึม การใช้คอมพิวเตอร์วิทยาการแบบพื้นฐาน การแก้ปัญหา และที่สำคัญ กิจกรรม Unplugged ยังช่วยให้ผู้สอนและผู้เรียนสนิทกันมากขึ้น เปรียบเสมือนกับการเปิดใจก่อนเรียน และกิจกรรม Unplugged สามารถเรียนได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตามโจทย์ที่ได้ออกแบบ การจัด ประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณสำหรับเด็กปฐมวัย ในรูปแบUnplugged Coding เป็นการเรียนรู้แบบไม่ใช้คอมพิวเตอร์โดยเรียนรู้ผ่านการเล่น และการใช้ชีวิตประจำวันผ่านกิจกรรมที่ เหมาะกับเด็กปฐมวัย เช่น กิจกรรมเกมการศึกษา นิทาน บัตรภาพ หรือบทเพลง (แปลน ฟอร์คิด2564) และครูควรมุ่งเน้นการพัฒนาแนวคิด ความสามารถที่เป็นพื้นฐานของการคิดเชิงคำนวณ และกเขียนโค้ด ได้แก่แบบรูป การแก้ปัญหา การใช้ตัวแทน และการเรียงลำดับ (กระทรวงศึกษาธิการ. 2563) สอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ของ Dewey (ธีราพร กุลนานันท์, 2561 อ้างถึง Dewey, 1933) การจัด เรียนรู้ให้เด็กได้คิดแก้ปัญหา ครูควรหาวิธีการให้เด็กเข้าใจถึงปัญหา โดยให้เด็กเรียนรู้ลงมือปฏิบัติด้วย ตนเอง และเกิดความคิดรวบยอดกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ตนเอง และเกิดความคิดรวบยอดกับสิ่งที่ได้เรียนรู้จาก การสังกตการณ์ทำกิจกรรมและประเมินพัฒนาการของนักเรียนชั้นอนุบาล 3/1 โรงเรียนอนุบาลวาปี ปทุม ในช่วงปีการศึกษา 2564 ที่ผ่านมา พบว่า มีเด็กบางคนมีปัญหาในการคิดและการแก้ปัญหาใน สถานการณ์ต่าง ๆ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองในสถานการณ์ง่าย ๆ ได้หรือการทำกิจกรรม ต่าง ๆในห้องเรียน เช่น การทำกิจกรรมสร้างสรรค์กิจกรรมเกมการศึกษา กิจกรรมกลุ่ม เด็กไม่วาง แผนการทำงานร่วมกันได้ถ้าเกิดปัญหา เด็กจะนั่งนิ่ง ๆ ไม่กล้าที่จะมาขอความช่วยเหลือจากครูจึง ส่งผลให้เด็กไม่มีการคิดแก้ปัญหาในสถานการณ์เหล่านี้ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ข้าพจ้าจึงได้ จัดทำชุด กิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณให้ดีขึ้น เด็กมีวิธีการคิดแก้ปัญหาและการทำงานอย่างเป็นลำดับชั้นตอน เด็กปฐมวัยมีการคิดวิเคราะห์แบ่งย่อยของปัญหา กำหนดชั้นตอนในการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ และเขียนโค้ดด้วยสัญลักษณ์โดยจัดผ่านกิจกรรมเกม ดนตรีและเคลื่อนไหวผสาน Unplugged Coding เพื่อสร้างพื้นฐานการคิดเชิงคำนวณ อันจะเป็นการเตรียมความพร้อมของเด็กปฐมวัยต่อไป
45 ลักษณะทั่วไปของ การเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรม รูปแบบของการจัดการเรียนรู้แบบ พอจะกล่าวได้ดังนี้ 1. ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้อย่างแท้จริง (student-centered learning) 2. จัดกลุ่มผู้เรียนให้มีขนาดเล็ก (ประมาณ 3 – 5 คน) 3. ครูทำหน้าที่ เป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) หรือผู้ให้คำแนะนำ (guide) 4.ใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้น (สิ่งเร้า)ให้เกิดการเรียนรู้ 5. ลักษณะของปัญหาที่นำมาใช้ต้องมีลักษณะคลุมเครือ ไม่ชัดเจน มีวิธีแก้ไขปัญหาได้ อย่างหลากหลาย อาจมีคำตอบได้หลายคำตอบ 6. ผู้เรียนเป็นผู้แก้ปัญหาโดยการแสวงหาข้อมูลใหม่ๆ ด้วยตนเอง (self-directed learning) 7.การประเมินผล ใช้การประเมินผลจากสถานการณ์จริง(authentic assessment) ดู จากความสามารถในการปฏิบัติของผู้เรียน โดยในการจัดประสบการณ์ในแต่ะกิจกรรมใช้การจัดประสบการณ์ แบบ สืบเสาะ โดยมี 5 ชั้นตอนดังนี้ กระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) 5Es ประกอบด้วยขั้นตอนที่ สำ คัญ ดังนี้ 5. ขั้นสร้างความสนใจ (engagement) เป็นการนำเข้าสู่บทเรียนหรือเรื่อง ที่สนใจ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเอง จากความสงสัย หรืออาจเริ่มจากความสนใจของตัวนักเรียน เอง หรือเกิดจากการอภิปรายในกลุ่ม เรื่องที่ น่าสนใจอาจมาจากเหตุการณ์ที่กำลังเกิด ขึ้นอยู่ในช่วงเวลานั้น หรือเป็นเรื่อง ที่เชื่อมโยงกับความรู้เดิมที่เพิ่ง เรียนรู้มาแล้ว เป็น ตัวกระตุ้นให้นักเรียนสร้างคำถาม กำหนดประเด็นที่จะศึกษาในกรณีที่ยังไม่มีประเด็น ใด น่าสนใจ ครูอาจให้ศึกษาจากสื่อต่าง ๆ หรือเป็นผู้กระตุ้น ด้วยการเสนอประเด็น
46 ขึ้นมาก่อน แต่ไม่ควรบังคับให้ นักเรียนยอมรับประเด็นหรือคำถามที่ครูกำลังสนใจเป็น เรื่องที่จะใช้ศึกษา เมื่อมีคำาถามที่น่าสนใจ และนักเรียน ส่วนใหญ่ยอมรับให้เป็น ประเด็น ที่ต้องการศึกษาจึงร่วมกันกำหนดขอบเขตและแจกแจงรายละเอียดของเรื่อง ที่จะศึกษาให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น อาจรวมทั้งการรวบรวมความรู้ประสบการณ์เดิม หรือความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ที่จะ ช่วยให้น าไปสู่ความเข้าใจเรื่อง หรือประเด็นที่จะ ศึกษามากขึ้น และมีแนวทางที่ใช้ในการส ารวจตรวจสอบ อย่างหลากหลาย 6. ขั้นสำรวจและค้นหา (exploration) เมื่อทำความเข้าใจในประเด็น หรือคำาถามที่สนใจจะศึกษา อย่างถ่องแท้แล้ว ก็มีการวางแผนกำหนดแนวทางการ สำรวจตรวจสอบ ตั้งสมมติฐาน กำหนดทางเลือกที่เป็นไป ได้ ลงมือปฏิบัติเพื่อเก็บ รวบรวมข้อมูล ข้อสนเทศ หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ วิธีการตรวจสอบอาจทำได้หลายวิธี เช่น ทำการทดลอง ทำกิจกรรมภาคสนาม การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยสร้าง สถานการณ์จำลอง (simulation) การศึกษาหาข้อมูลจากเอกสารอ้างอิงหรือจาก แหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลอย่างเพียงพอที่จะใช้ใน ขั้นต่อไป 7. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (explanation) เมื่อได้ข้อมูลอย่างเพียงพอ จากการสำรวจตรวจสอบแล้ว จึงนำข้อมูล ข้อสนเทศที่ได้มาวิเคราะห์ แปลผล สรุปผล และนำเสนอผลที่ได้ในรูปต่าง ๆ เช่น บรรยายสรุป สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ หรือวาดรูป สร้างตาราง ฯลฯ การค้นพบในขั้นนี้อาจเป็นไปได้หลายทาง เช่น สนับสนุน สมมติฐานที่ตั้งไว้โต้แย้งกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ได้ก าหนด ไว้ แต่ผลที่ได้จะ อยู่ในรูปใดก็สามารถสร้างความรู้และช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้ 8. ขั้นขยายความรู้ (elaboration) เป็นการนำความรู้ที่สร้างขึ้นไปเชื่อมโยง กับ ความรู้เดิมหรือแนวคิด ที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติมหรือนำแบบจำลองหรือข้อสรุปที่ได้ไปใช้ อธิบายสถานการณ์หรือเหตุการณ์อื่น ถ้าใช้อธิบาย เรื่องต่าง ๆ ได้มาก็แสดงว่าข้อจำกัด น้อย ซึ่งก็จะช่วยให้เชื่อมโยงกับเรื่องต่าง ๆ และทำให้เกิดความรู้กว้างขวาง ขึ้น 5. ขั้นประเมิน (evaluation)เป็นการประเมินการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต่าง ๆ ว่านักเรียนมีความรู้ อะไรบ้าง อย่างไรและมากน้อยเพียงใด จากขั้นนี้จะนำไปสู่การ
47 นำความรู้ ไปประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่น ๆ การนำ ความรู้หรือแบบจำลองไปใช้อธิบายหรือ ประยุกต์ใช้กับเหตุการณ์หรือเรื่องอื่น ๆ จะนำไปสู่ข้อโต้แย้งหรือ ข้อจำกัดซึ่งก่อให้เป็น ประเด็นหรือคำถาม หรือปัญหาที่จะต้องสำรวจตรวจสอบต่อไป ทำให้เกิดเป็น กระบวนการที่ต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ จึงเรียกว่า inquiry cycle กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้จึงช่วยให้ นักเรียนเกิดการเรียนรู้ทั้งเนื้อหาหลัก และหลักการ ทฤษฎี ตลอดจนการลงมือปฏิบัติเพื่อให้ได้ความรู้ซึ่งจะเป็น พื้นฐานในการเรียนรู้ต่อไป ความหมายของการคิดเชิงคำนวณ การคิดเชิงคำนวณ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทโนโลยี(2562) กล่าวว่า การคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) เป็นกระบวนการในการแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลเป็น ขั้นตอนเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาในรูปแบบที่สามารถนำไปประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ การคิด เชิงคำนวณนี้ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของความสามารถในการเขียนโปรแกรมหรือ โค้ดดิ้ง Coding) ได้ กำหนดองค์ประกอบการ คิดเชิงคำนวณ มี4 ประการ ดังนี้ 1. การแบ่งปัญหาใหญ่ออกเป็นปัญหา/งานย่อย (Decomposition) เป็นการ แบ่งปัญหา/งาน/ส่วนประกอบออกเป็นส่วนย่อยเพื่อให้จัดการกับปัญหาได้ง่ายขึ้น 4. การพิจารณารูปแบบ ของปัญหา หรือวิธีการแก้ปัญหา (Pattern recognition) เป็น การพิจารณาปัญหาที่เคยพบลักษณะนี้มาก่อน ถ้ามีรูปแบบที่คล้ายกัน นำวิธีการแก้ปัญหานั้นมา ประยุกต์ใช้แก้ปัญหา 3.การพิจารณาสาระสำคัญของปัญหา (Abstraction) เป็นการแยกสาระสำคัญออกจากส่วน สาระที่ไม่สำคัญ 4. การออกแบบอัลกอริทีม (Algorithm) เป็นการกำหนดขั้นตอนในการแก้ปัญหาหรือการ ทำงาน โดยมีลำดับของคำสั่งหรือวิธีการที่ ชัดเจนที่คอมพิวเตอร์สามารถปฏิบัติตามได้ จากการคิดเชิงคำนวณ สามารถสรุปได้ว่า การคิดเชิงคำนวณเป็นกระบวณการในการ คิดแก้ปัญหา อย่างเป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับเด็กปฐมวัย ทำให้เด็ก ปฐมวัยมีการคิควิเคราะห์ แบ่งย่อยของปัญหา หรืองานและวางแผนกหนดขั้นตอนอย่างเป็นระบบ
48 กรอบแนวคิดในการพัฒนา ตัวจัดกระทำ ตัวแปรตาม 2. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน 2.1 จุดประสงค์ 2.1.1 เพื่อสร้างนวัตกรรมชุดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย 2.1.2 เพื่อเปรียบเทียบการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัด กิจกรรมด้วยชุดกิจกรรม วิทยาการคำนวณ Unplugged Coding 2.2 เป้าหมาย 2.2.1 เด็กนักกเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม จำนวน 101 คน มีการคิดเชิงคำนวณหลังการจัดกิจกรรมด้วยชุดกิจกรรมวิทยาการคำนว Unplugged Coding สูงขึ้น การคิดเชิงคนวณ 1. การแบ่งงานใหญ่ออกเป็นงาน/ปัญหาย่อย (Decomposition) 2. การหารูปแบบของปัญหาหรือวิธีการแก้ปัญหา (Patternrecognition) 3. การสรุปสาระสำคัญของปัญหา (Abstraction) 4. การออกแบบขั้นตอนวิธี(Algorithm) - ชุดกิจกรรม Unpluggd coding 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) -