The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัย เรื่อง ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในบทบาทภาคีภาคส่วน จากการฝึกอบรมโครงการอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน โดยการใช้ระบบออนไลน์ (Zoom Cloud Meeting)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by trainingphet, 2023-08-15 04:56:38

วิจัย เรื่อง ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในบทบาทภาคีภาคส่วน จากการฝึกอบรมโครงการอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน โดยการใช้ระบบออนไลน์ (Zoom Cloud Meeting)

วิจัย เรื่อง ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในบทบาทภาคีภาคส่วน จากการฝึกอบรมโครงการอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน โดยการใช้ระบบออนไลน์ (Zoom Cloud Meeting)

Keywords: ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ภาคีภาคส่วน ระบบออนไลน์ zoom cloud meeting

83 ทําให้มีการใช้เทคนิคว�ธีการเร�ยนรู้ในเนื้อหาว�ชาต่างๆได้ในระดับมาก จึงสอดคล้องกับ พระมหาสุทิตย์ อาภากโร (2548) กระบวนการเร�ยนรู้ที่สําคัญของชุมชน มักเกิดจากการทดลอง การแสวงหาคําตอบ การฝ�กปฏิบัติจน เกิดความเข้าใจและสร้างระบบคิดขึ้นมา โดยก้าวย่างของการเร�ยนรู้นั้น เป�นกระบวนการที่มีทั้งการยอมรับ การปฏิเสธ การประยุกต์ใช้ การเลิกใช้ และการสร้างใหม่ โดยเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมในชุมชน และบร�บทของสังคมที่เข้าสู่ชุมชน แต่อย่างไรก็ตามการเร�ยนรู้นั้น เป�นการเร�ยนรู้ที่ไม่มีวันเร�ยนจบ มีการ แปรเปลี่ยนไปตามเง�่อนไขที่เกิดขึ้น โดยการเร�ยนรู้ในสังคมไทยมีลักษณะร่วมกันอย่างน้อย 4 ประการ ได้แก่ 1) การเร�ยนรู้ของชุมชนเป�นเร�่องของชีว�ตและการทํางาน 2) ป�ญหา : เคร�่องมือการเร�ยนรู้ของชุมชน 3) การเร�ยนรู้ของชุมชนเป�นการเร�ยนรู้ร่วมกัน 4) การเร�ยนรู้ของชุมชนเป�นการเร�ยนรู้ปฏิบัติจร�ง 2) การนําผลการเร�ยนรู้การฝ�กอบรมโครงการอําเภอบําบัดทุกข์ บํารุงสุข แบบบูรณาการอย่าง ยั่งยืน จากการใช้ระบบออนไลน์ (Zoom Cloud Meeting) ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อบําบัดทุกข์ บํารุงสุขให้กับประชาชน ในบทบาทภาคีภาคส่วนของการทํางานในพื้นที่พบว่า ส่วนใหญ่มีระดับความเห็น ด้วยเกี่ยวกับการนําความรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานฯในว�ชาฝ�กปฏิบัติการ “จิตอาสาพัฒนา เอามื้อสามัคคี” เป�นลําดับแรก มีระดับความสามารถนําไปปรับใช้ในบทบาทภาคีภาคส่วนของการทํางานในพื้นที่ อยู่ในระดับ มากที่สุด รองมาได้แก่ว�ชาฝ�กปฏิบัติการ “จิตอาสาภัยพิบัติ หาอยู่หากิน” สามารถนําไปปรับใช้บทบาทภาคี ภาคส่วนของการทํางานในพื้นที่ อยู่ในระดับมากที่สุด ว�ชาทัศนศึกษาตัวอย่างความสําเร็จพื้นที่พัฒนาคุณภาพ ชีว�ตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา สามารถนําไปปรับใช้บทบาทภาคีภาคส่วนของการทํางานใน พื้นที่ อยู่ในระดับมาก ว�ชาทฤษฎีใหม่ด้านการบร�หารจัดการทรัพยากรดินน�าป�า (ฐานเร�ยนรู้ 10 ฐาน) สามารถ นําไปปรับใช้บทบาทภาคีภาคส่วนของการทํางานในพื้นที่ อยู่ในระดับมาก ว�ชาถอดบทเร�ยนตัวอย่าง ความสําเร็จการขับเคลื่อนงานบําบัดทุกข์บํารุงสุขแบบบูรณาการในบทบาทของ 7 ภาคีภาคส่วน มี อยู่ในระดับ ความสามารถนําไปปรับใช้ฯมาก ว�ชาหลักกสิกรรมธรรมชาติกับระบบเศรษฐกิจพอเพียงและบันได 9 ขั้นสู่ ความพอเพียง อยู่ในระดับความสามารถนําไปปรับใช้ฯมาก ว�ชาเสวนาตัวอย่างความสําเร็จการขับเคลื่อนงาน บําบัดทุกข์บํารุงสุขแบบบูรณาการในบทบาทของ 7 ภาคีภาคส่วน อยู่ในระดับความสามารถนําไปปรับใช้ฯมาก ว�ชาทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่การพัฒนาคุณภาพชีว�ตอย่างยั่งยืน มี อยู่ในระดับความสามารถนําไปปรับใช้ฯมาก ว�ชาหมู่บ้านยั่งยืนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (SV to SDGs) อยู่ในระดับความสามารถนําไปปรับใช้ฯมาก ว�ชา ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศสู่การปฏิบัติ อยู่ในระดับ ความสามารถนําไปปรับใช้ฯมาก ว�ชาการแปลงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหร�อทฤษฎีใหม่สู่รูปธรรม ความสําเร็จอย่างเป�นขั้นเป�นตอน อยู่ในระดับความสามารถนําไปปรับใช้ฯมาก ว�ชาการเขียนโครงการและการ นําเสนอโครงการยุทธศาสตร์เชิงบูรณาการในพื้นที่ระดับอําเภอเพื่อขับเคลื่อนงานพื้นที่จากการจัดทําแผน และประสานแผนพื้นที่ อยู่ในระดับความสามารถนําไปปรับใช้ฯมาก ว�ชาการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจ พอเพียงในบร�บทของการร่วมทุน 3 ภาคี ภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาชน อยู่ในระดับความสามารถ นําไปปรับใช้ฯมาก ว�ชาเหลียวหลัง-แลหน้า 130 ป� แห่งการบําบัดทุกข์บํารุงสุข อยู่ในระดับความสามารถนําไป ปรับใช้ฯมาก ว�ชาศึกษาเร�ยนรู้นิทรรศการ MOI ONE อยู่ในระดับความสามารถนําไปปรับใช้ฯมาก ว�ชาการ เสวนา MOI ONE อยู่ในระดับความสามารถนําไปปรับใช้ฯมาก ว�ชาแนวทางการจัดทําแผนยุทธศาสตร์เพื่อ ขับเคลื่อนงานพื้นที่จากการจัดทําแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ อยู่ในระดับความสามารถนําไปปรับใช้ฯ มาก และว�ชาการจัดทําแผนยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนงานพื้นที่จากการจัดทําแผนและประสานแผนพัฒนา


84 พื้นที่ อยู่ในระดับความสามารถนําไปปรับใช้ฯมาก ตามลําดับ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า ความสามารถในการ นําความรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานบทบาทภาคีภาคส่วนของการทํางานในพื้นที่ จะเป�นการเร�ยนรู้ที่เป�นเร�่อง ของการปฏิบัติที่เกิดจากการดํารงชีว�ตและการปฏิบัติตนอยู่ในว�ถีชีว�ต ทั้งในด้านความรู้สึกนึกคิด การได้ทํา กิจกรรมที่ประทับใจหร�อรู้สึกศรัทธาจนทําให้รู้สึกถึงคุณค่าของเร�่องราวนั้นๆ เป�นความรู้ที่เคยได้ยินได้ฟ�ง หร�อ เคยมีประสบการณ์มาแล้วจากการได้เห็นได้ฟ�ง หร�อการได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองมาแล้ว ทําให้เมื่อเกิดการ ได้เร�ยนรู้ในสิ่ งนั้นเพิ่ มขึ้น หร�อมีมุมมอง แนวทางที่เป�นทางเลือกที่ดี หร�อดีกว่าเดิม จะทําให้เร�ยนรู้ได้เร็ว และ สามารถนําความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ได้เป�นอย่างดี มีประสิทธิภาพสูงตามไปด้วย ซึ่งในเนื้อหารายว�ชาส่วนใหญ่เป�น เร�่องเกี่ยวกับการดําเนินชีว�ตของตนเองเป�นประจํา และเป�นว�ถีของคนไทยอยู่แล้ว เมื่อได้มาเร�ยนรู้และได้พบ เห็นหร�อได้รับข้อมูลที่เกี่ยวกับการดํารงชีว�ตและว�ถีชีว�ตในมุมมองอื่นๆ ในรูปแบบอื่น หร�อประโยชน์ – ผลเสีย ด้านอื่นๆ ซึ่งเป�นข้อมูลความรู้จากการเร�ยนรู้ที่ได้ ก็จะสามารถเข้าใจได้ง่าย เห็นภาพได้เร็ว สามารถสร้าง แนวทางสําหรับการปรับใช้ ประยุกต์ หร�อต่อยอดได้ง่าย รวดเร็ว และเกิดประสิทธิภาพสูง ซึ่งในส่วนของการ เร�ยนรู้ที่ไม่คุ้นชิน หร�อไม่เคยได้ปฏิบัติมาก่อน ก็อาจเป�นเนื้อหาความรู้ที่นําไปปรับใช้ได้ในระดับที่ลดหลั่นลงมา ซึ่งหากพิจารณาจากข้อมูลแล้ว ในเนื้อหาว�ชาอื่นๆ ผู้เข้าอบรมยังคงมีความสามารถนําความรู้ที่ได้เร�ยนรู้ไป ปรับใช้ในการทํางานภายใต้บทบาทภาคีภาคส่วนของการทํางานในพื้นที่ได้ อยู่ในระดับความสามารถระดับมาก เหตุนี้อาจเป�นเพราะในการทํางานในพื้นที่อําเภอ ซึ่งเป�นการทํางานหลังจากการฝ�กอบรมทุกคนได้เร�ยนรู้ใน การสร้างผลงานร่วมกัน ร่วมคิด ร่วมทํา ในกิจกรรมต่างๆของการฝ�กอบรม รวมทั้งมีการช่วยเหลือดูแลกันเป�น อย่างดีในทีมของอําเภอซึ่งนําทีมโดยนายอําเภอ ซึ่งถือเป�นนายกรัฐมนตร�อําเภอ ที่นับเป�นบุคคลสําคัญในการ บร�หารจัดการการทํางานในพื้นที่ที่สําคัญยิ่ ง การฝ�กอบรมร่วมกันของทีมอําเภอทําให้เกิดมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อ กัน ความรู้สึกรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายร่วมกัน และเป�นการทํางานแบบบูรณาการการทํางานใน บทบาทภาคีภาคส่วน ซึ่งต้องใช้หลักของการทํางานร่วมกันเป�นทีม ที่ต้องมีการประสานงาน การสื่อสารพูดคุย มีบรรยากาศของการยอมรับในความแตกต่างในทางความคิดและประสบการณ์ที่แตกต่างกันของแต่ละคน มี ความเคารพซึ่งกันและกัน มีอิสระภาพและการสนับสนุนให้มีการแสดงออก การดูแลช่วยเหลือกัน รวมทั้ง ความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายร่วมกันคือแก้ไขป�ญหา และสร้างความสุขให้กับประชาชน ผนวกกับความรู้ที่ได้รับ เป�นเร�่องที่สามารถทําได้จร�งในพื้นที่ สิ่ งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้สามารถนําความรู้ที่ได้ไป ปรับใช้ในบทบาทของภาคีภาคส่วน ด้วยศักยภาพและความสามารถของการทํางานเป�นทีมที่สามารถส่งผลต่อ ผลสําเร็จของงานตามภารกิจและบทบาทที่ได้รับมอบหมาย สู่เป�าหมายของความสําเร็จร่วมกันของทีมอําเภอ ในการร่วมกันบําบัดทุกข์ บํารุงสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับ ธนู กุลชล (2523) การ ฝ�กอบรมมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการเร�ยนรู้ เนื่องจาก การฝ�กอบรมเป�นกระบวนการหนึ่งซึ่งมุ่ง ก่อให้เกิดการเร�ยนรู้ ซึ่งหมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวร อันเป�นผลสืบเนื่องมาจากการ ปฏิบัติที่มีการเน้นย�าบ่อยๆ โดยที่ผลของการรเร�ยนรู้อาจไม่สามารถสังเกตเห็นได้โดยตรง แต่อาจตรวจสอบ ได้จากผลของการกระทํา หร�อผลงานของผู้เร�ยน นักจิตว�ทยาได้ทําการว�จัยค้นคว้าเกี่ยวกับกระบวนการเร�ยนรู้ ไว้มากมาย ล้วนแต่เห็นว่าการเร�ยนรู้ของผู้ใหญ่แตกต่างจากการเร�ยนรู้ของเด็ก เร�่องที่สําคัญเกี่ยวกับลักษณะ ธรรมชาติในการเร�ยนรู้ของผู้ใหญ่ อาจพอสรุปได้เป�นข้อๆ ดังนี้ 1. ผู้ใหญ่ต้องการรู้เหตุผลในการเร�ยนรู้ และ ผู้ใหญ่จะเร�ยนรู้ต่อเมื่อเขาต้องการจะเร�ยนเนื่องจาก ผู้ใหญ่นั้นเข้าใจตนเอง และรู้ว่าตนเองมีความรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจของตนเองได้ ก่อนการเร�ยนรู้ ผู้ใหญ่มักต้องการรู้ว่า เพราะเหตุใดหร�อทําไมเขาจึงจําเป�นที่จะต้องเร�ยนรู้ เขาจะได้รับประโยชน์อะไรจากการ เร�ยนรู้ และจะสูญเสียประโยชน์อะไรบ้างถ้าไม่ได้เร�ยนรู้สิ่ งเหล่านั้น ผู้ใหญ่จึงมีความพร้อมที่จะเร�ยนรู้ในสิ่ งที่


85 เขาต้องการเร�ยนรู้และพึงพอใจมากกว่าจะให้ผู้อื่นมากําหนดให้ และมักมีแรงจูงใจในการเร�ยนรู้จากภายใน ของตนเองมากกว่าแรงจูงใจภายนอก 2. ลักษณะการเร�ยนรู้ของผู้ใหญ่ในกระบวนการเร�ยนรู้ ผู้ใหญ่ต้องการอย่างมากที่จะชี้นําตนเอง มากกว่าจะให้ผู้สอนมาชี้นําหร�อควบคุมเขา นั่นคือ ผู้ใหญ่อยากที่จะเร�ยนรู้ด้วยตนเองมากกว่า และด้วยการ เร�ยนรู้มีลักษณะเป�นการแนะแนวมากกว่า การสอน ดังนั้น บทบาทของผู้สอนควรจะเป�นการเข้าไปมีส่วน ร่วมกับผู้เร�ยนในกระบวนการค้นหาความจร�ง หร�อที่เร�ยกว่า ผู้อํานวยความสะดวกในการเร�ยนรู้ (Facilitator) มากกว่าที่จะเป�นผู้ถ่ายทอดความรู้ของตนไปยังผู้เร�ยน นอกจากนั้น บทบาทของผู้อํานวยความสะดวกในการ เร�ยนรู้ควรจะต้องเป�นผู้สร้างบรรยากาศในการเร�ยนรู้ ด้วยการยอมรับฟ�งและยอมรับในการแสดงออก ทัศนคติและความรู้สึกนึกคิด เกี่ยวกับเนื้อหาสาระของว�ชาที่เร�ยนของผู้เร�ยน ช่วยให้ผู้เร�ยนได้เข้าใจถึง จุดมุ่งหมายในการเร�ยนรู้ของแต่ละคน และของหลุ่ม ทําหน้าที่จัดหาและจัดการทรัพยากรในการเร�ยนรู้ หร�อ อาจเป�นแหล่งทรัพยากรเพื่อการเร�ยนรู้ที่ยืดหยุ่นเสียเอง 3. บทบาทของประสบการณ์ของผู้เร�ยน ประสบการชีว�ตมีผลกระทบต่อการเร�ยนรู้ของผู้ใหญ่ ข้อ แตกต่างในการเร�ยนรู้ที่สําคัญระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ใหญ่มีประสบการณ์มากกว่า ซึ่งอาจ เป�นได้ทั้งข้อดีและข้อเสีย ทั้งนี้ เพราะว�ธีการเร�ยนรู้เบื้องต้นของผู้ใหญ่ คือ การว�เคราะห์และค้นหาความจร�ง จากประสบการณ์ ซึ่งนักจิตว�ทยาบางคนเชื่อว่า หากเขารับรู้ว่า สิ่งที่เขาเร�ยนรู้นั้นมีส่วนช่วยรักษา หร�อ เสร�มสร้างประสบการณ์ภายใน ตัวเขา ผู้ใหญ่ก็จะเร�ยนรู้ได้มากขึ้น แต่ถ้าหากกิจกรรมใดหร�อประสบการณ์ใด จะทําให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของเขา ผู้ใหญ่ก็จะมีแนวโน้มที่จะต่อต้านโดยการปฏิเสธหร�อ บิดเบือนกิจกรรมหร�อประสบการณ์นั้นๆ นอกจากนั้น ประสบการณ์เป�นสิ่ งที่ทําให้ผู้ใหญ่มีความแตกต่างระหว่างบุคคลเพราะยิ่ งอายุมากขึ้น ประสบการณ์ของผู้ใหญ่ก็ยิ่ งจะแตกต่างมากยิ่ งขึ้น ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเร�ยนรู้สําหรับผู้ใหญ่ จึงควร คํานึงถึงทั้งในด้านของความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้ใหญ่และควรจะอาศัยข้อดีของการมีประสบการณ์ ของผู้ใหญ่ และทําให้ประสบการณ์นั้นมีคุณค่าโดยการใช้เทคนิคฝ�กอบรมต่างๆ ซึ่งเน้นการรเร�ยนรู้โดยอาศัย ประสบการณ์ (Experiential techniques) ทําให้ผู้เร�ยนได้มีโอกาสผสมผสานความรู้ใหม่กับประสบการณ์ เดิมที่มีอยู่ ทําให้การเร�ยนรู้ที่ได้รับใหม่นั้นมีความหมายเพิ่ มเติมขึ้นอีกอาทิเช่น ว�ธีการ อภิปรายกลุ่ม กิจกรรม การแก้ป�ญหา กรณีศึกษา และเทคนิคการฝ�กอบรมโดยอาศัยกระบวนการกลุ่มต่างๆ 4. แนวโน้มการเร�ยนรู้ของผู้ใหญ่ โดยทั่วไปเด็กมีแนวโน้มการเร�ยนรู้โดยอาศัยเนื้อหาว�ชาและมอง การเร�ยนรู้ในลักษณะเอง การแสวงหาความรู้จากเนื้อหาสาระของว�ชาใดว�ชาหนึ่งโดยตรง แต่สําหรับผู้ใหญ่ การเร�ยนรู้จะมุ่งไปที่ชีว�ตประจําวัน (Life-centered) หร�อเน้นที่งาน หร�อการแก้ป�ญหา (Task- centered) เสียมากกว่า นั่นคือ ผู้ใหญ่จะยอมรับและสนใจกิจกรรมการเร�ยนรู้ของเขา หากเขาเชื่อและเห็นว่าการเร�ยนรู้ นั้นๆจะช่วยให้เขาทํางานได้ดีขึ้น หร�อช่วยแก้ป�ญหาในชีว�ตประจําวันของเขา ดังนั้น การจัดหลักสูตรเพื่อการ เร�ยนการสอนผู้ใหญ่ จึงควรจะอาศัยสถานการณ์ต่างๆรอบตัวเขา และเป�นการเพิ่ มความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ ซึ่งมีส่วนช่วยในการแก้ป�ญหาในชีว�ตจร�งของเขาด้วย 5. บรรยากาศในการเร�ยนรู้ของผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จะเร�ยนรู้ได้ดีกว่าในบรรยากาศที่มีการอํานวยความ สะดวกต่างๆ ทั้งกายภาพ เช่น การจัดแสงสว่างและอุณภูมิของห้องให้พอเหมาะ มีการจัดที่นั่งที่เอื้อต่อการมี ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างผู้สอนกับผู้เร�ยน หร�อระหว่างผู้เร�ยนด้วยกันได้สะดวกและมีบรรยากาศของการยอมรับใน ความแตกต่างในทางความคิดและประสบการณ์ที่แตกต่างกันของแต่ละคน มีความเคารพซึ่งกันและกัน มี อิสระภาพและการสนับสนุนให้มีการแสดงออก และมีความเป�นกันเองมากกว่าบังคับด้วยระเบียบกฎเกณฑ์


86 ต่างๆ ผู้ใหญ่ก็จะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมๆได้มากกว่า ตรงกันข้ามหากผู้ใหญ่ตกอยู่ในสิ่ งแวดล้อมหร�อ สถานการณ์ที่ข่มขู่ เขาก็มักจะยืนหยัด ไม่ยอมยืดหยุ่น หร�อไม่ยอมปรับตนเอง ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมนั้น แต่ถ้าหากเขารู้สึกว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เขาจะยอมรับและปรับตนเองให้เข้ากับประสบการณ์ และสิ่งแวดล้อมนั้นๆได้ ซึ่งจากแนวคิดดังกล่าวทําให้ผู้เข้าอบรมสามารถเร�ยนรู้ได้ดี มีประสิทธิภาพ และ สามารถนําความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ได้ในระดับมาก ตลอดรวมถึงการทํางานเป�นทีมที่มีประสิทธิภาพจากการเข้า ร่วมเร�ยนรู้และมีส่วนร่วมคิดร่วมทําของทีมซึ่งนายอําเภอเป�นผู้นําทีมในการปฏิบัติงาน สอดคล้องกับ กุลฤดี โชติรัตน์ ได้ พบว่า ความหลากหลายภายในทีมทางด้านเพศและช่วงวัยไม่มีอิทธิพลเป�นตัวแปรกํากับอิทธิพล การมุ่งเน้นการเร�ยนรู้ของทีม สมรรถนะการเร�ยนรู้ของทีม และประสิทธิผลของการทํางานเป�นทีม โดยที่การ มุ่งเน้นการเร�ยนรู้ของทีมมีอิทธิพลทางตรงกับ ประสิทธิผลของการทํางานเป�นทีมและสมรรถนะการทํางาน เป�นทีม รวมถึงสมรรถนะการทํางานเป�น ทีมมีอิทธิพลเป�นตัวแปรส่งผ่าน โดยนักทรัพยากรมนุษย์มีว�ธีการ จัดการความหลากหลายในการทํางาน เป�นทีม คือ 1) การเตร�ยมข้อมูลและการลงมือปฏิบัติงานในรูปแบบ Proactive 2) เลือกว�ธีการสื่อสาร กับสมาชิกภายในทีมให้เหมาะสม 3) เป�ดใจยอมรับและเร�ยนรู้สิ่งใหม่ๆ และ 4) ขอความช่วยเหลือ จากผู้บร�หาร หร�อหัวหน้าทีม และสอดคล้องกับ ทองทิพภา ว�ร�ยะพันธุ์ (2551) ใน หลักของการทํางานเป�นทีม ผู้บร�หารต้องให้ความสําคัญ ดังนี้ 6. สมาชิกในทีมต้องยอมรับผลสะท้อน หร�อการตอบรับของสมาชิกในทีม ทีมที่มีประสิทธิภาพสมาชิก ในทีมต้องมีความรู้สึกสบายใจที่จะแสดงออก โดยบรรยากาศในการทํางานสร้างความอึดอัดให้แก่สมาชิก หัวหน้าทีมและสมาชิกต้องพร้อมที่จะรับฟ�งความคิดเห็น หร�อว�พากษ์ว�จารณ์ในการสร้างสรรค์ของผู้ที่อยู่ใน ทีม เพื่อมาปรับปรุงการทํางานให้ดีขึ้น 7. การทํางานเป�นทีมต้องทําด้วยความเต็มใจ มีการเตร�ยมความพร้อม และมีการเตร�ยมใจที่จะ สนับสนุนสมาชิกของทีมในการดําเนินงาน คือ สมาชิกในทีมต้องพร้อมที่จะช่วยเหลือแก่สมาชิกภายในทีม เพื่อเป�นการแสดงน�าใจต่อเพื่อนร่วมทีม และเป�นการทําให้งานประสบความสําเร็จ 8. การทํางานเป�นทีมต้องมีการรวบรวมความคิดเห็นของสมาชิกในทีมเพราะความสําเร็จของทีม ขึ้นอยู่กับความร่วมมือ ร่วมใจของสมาชิกในทีม 9. การทํางานเป�นทีมต้องสนับสนุนเกื้อกูลระหว่างกันและกัน 10.ผู้นํามีความสําคัญกับทีม และส่งผลการดําเนินงานของทีมงาน สอดคล้องกับ แมคเกรเกอร์ McGregor (1960) ได้กําหนดลักษณะการทํางานเป�นทีมที่มี ประสิทธิภาพว่า บรรยากาศการทํางานต้องไม่เคร่งครัด สบาย ยอมรับฟ�งเหตุผลซึ่งกันและกัน มีการตัดสินใจ ในความคิดเห็นร่วมกัน มีการเป�ดเผย ทุกคนมีอิสระในการแสดงความรู้สึกนึกคิดในการทํางานที่จะนํามาเป�น เคร�องมือแก้ป�ญหาการทํางาน หร�อวัตถุประสงค์ สมาชิกทุกคนพร้อมที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การ มอบหมายงานได้รับความร่วมมือย่างดีจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง และยังสอดคล้องกับ สมพร เฟ�้ องจันทร์ (2547) ได้กล่าวถึง ลักษณะสําคัญและองค์ประกอบด้าน การทํางานเป�นทีม ดังนี้ 5. ทําให้ทุกคนมีเป�าหมายที่ชัดเจน มีทิศทางเดียวกัน 6. บทบาท (Roles) ทีมต้องกําหนดข้อกําหนดงาน (Job Description) ของแต่ละบุคคลและการ กระจายความรับผิดชอบของแต่ละคน 7. กระบวนการ (Procedures) ทีมที่ดีจะต้องกําหนดกระบวนการการทํางานไว้อย่างชัดเจน


87 8. ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Interpersonal Relations) ทีมที่ดีจะต้องทํางานร่วมกันอย่าง ใกล้ชิด เพื่อบรรลุเป�าหมาย ทีมต้องมีความไว้วางใจ ช่วยเหลือสนับสนุน เคารพซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ ระหว่างผู้นําทีมกับทีมงาน มีอิสระและสามารถตัดสินใจในการทํางานด้วยตนเอง ในส่วนระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมขององค์ประกอบของหลักสูตรของผู้ตอบ แบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นด้วยอยู่ในระดับเหมาะสมมาก ทั้งว�ธีการถ่ายทอดของว�ทยากร รูปแบบการ ถ่ายทอดแบบออนไลน์(Zoom Cloud Meeting) การนําเสนอผลงานแบบออนไลน์ถึงแม้ว่าจะเป�นเร�่อง ใหม่และไม่คุ้นชิน แต่ได้รับผลการแสดงความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมมาก อาจเป�นเพราะในการฝ�กอบรม ครั้งนี้ มีการเตร�ยมพร้อมทั้งด้านระบบฯ ด้านวัสดุอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ที่มีคุณภาพ รวมทั้งระบบการอํานวย ความสะดวกในการเตร�ยมการนําเสนอ โดยมีการแจ้งข้อมูลต่างๆล่วงหน้า การช่วยเตร�ยมข้อมูลการนําเสนอ ว�ธีการขั้นตอนและช่วงเวลาสําหรับการนําเสนอ รวมทั้งการได้ชมการนําเสนอของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน แห่งอื่นที่นําเสนอกก่อนหน้า ทําให้ผู้เข้าอบรมสามารถทําได้ดีไม่ติดขัดถึงแม้อาจจะเป�นสิ่ งใหม่ในการนําเสนอ ผลงาน แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนได้มีการเตร�ยมความพร้อมในงานที่ได้รับมอบหมายเพื่อการอํานวยความสะดวก ให้แก่ผู้อบรมเป�นอย่างดี ทําให้เกิดความพึงพอใจและมีความเห็นในด้านความเหมาะสมของหลักสูตรอยู่ใน ระดับมาก สอดคล้องกับ สังคม ภูมิพันธุ์ (2549) การจัดการเร�ยนการสอนผ่านเว็บมีข้อคํานึง ดังนี้ 5. ความพร้อมและความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของผู้เร�ยน 6. เคร�่องมือในการใช้เทคโนโลยีที่ผู้เร�ยนต้องมีระบบคอมพิวเตอร์ และวัสดุอุปกรณ์ต่อเนื่องต่างๆ 7. ความพร้อมของเทคโนโลยีและการลงทุน ความคุ้มค่าของการลงทุน 8. การสร้างและจัดหลักสูตร ว�ธีการประเมินผล ซึ่งผู้รับผิดชอบในการสร้าง และจัดหลักสูตรควรต้อง หาว�ธีการและอาจต้องมีการปรับว�ธีการ หร�อหลักการในการเร�ยนการสอน พร้อมทั้งว�ธีการประเมินผลให้ เหมาะสมกับระบบใหม่ที่ใช้ นอกจากนี้ความเหมาะสมขององค์ประกอบของหลักสูตร ต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการที่ดีและการให้ ความสะดวกในการอํานวยความสะดวกในด้านต่างๆเป�นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับ คาร์ล โรเจอร์ ซึ่ง เป�นนักจิตว�ทยาในกลุ่มมนุษยนิยม ได้ให้แนวทางความคิดเกี่ยวกับการสอนผู้ใหญ่ว่า โดยให้ความสําคัญกับ บทบาทของครูที่สอนผู้ใหญ่ว่า ควรจะเป�นผู้อํานวยความสะดวกเพื่อการเร�ยนรู้ นอกจากนั้นได้กล่าวถึงบทบาท และความสัมพันธ์ระหว่างผู้อํานวยความสะดวกกับผู้เร�ยนว่า ขึ้นอยู่กับทัศนคติของผู้อํานวยความสะดวกรวม 3 ประการที่เป�นคุณสมบัติสําคัญคือ 1. การให้ความไว้วางใจ และความนับถือยกย่องแก่ผู้เร�ยน 2. การมีความจร�งใจต่อผู้เร�ยน 3. การมีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ รวมทั้งการตั้งใจฟ�งผู้เร�ยนพูด นอกจากทัศนคติ 3 ประการที่กล่าวมานี้แล้ว โรเจอร์ยังได้ชี้ให้เห็นแนวทางเพื่อการอํานวยความ สะดวกในการเร�ยนรู้ รวมทั้งสิ้ น 10 ประการ ดังนี้ 1. ต้องเร�มต้นในการสร้างบรรยากาศภายในกลุ่มเพื่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีในชั้นเร�ยน ่ 2. ควรช่วยให้เกิดจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ของแต่ละบุคคลในชั้นเร�ยน รวมทั้งจุดมุ่งหมายของ กลุ่มด้วย 3. ควรจะดําเนินการเร�ยนการสอนไปตามความต้องการของผู้เร�ยนแต่ละคน เพราะว่ามีความหมาย สําหรับนักศึกษาอย่างมาก และถือว่าเป�นพลังจูงใจที่จะก่อให้เกิดผลสําเร็จทางการเร�ยนอัน สําคัญยิ่ ง 4. จะต้องพยายามจัดการเกี่ยวกับแหล่งการเร�ยนรู้ (Resource for Learning) ให้เป�นไปได้อย่าง กว้างขวางและแลดูเป�นเร�่องง่ายๆ สําหรับผู้เร�ยนด้วย


88 5. ควรจะต้องมีความเข้าใจตนเองในฐานะเป�น "แหล่งความรู้ที่มีความคล่องตัวและยืดหยุ่นได้" ใน การที่สมาชิกในกลุ่มอาจจะสามารถนํามาใช้ให้เกิดคุณประโยชน์ต่อการเร�ยนรู้ 6. ในการแสดงออกต่อสมาชิกในกลุ่มผู้เร�ยน เขาจะต้องยอมรับทั้งทางด้านเนื้อหาว�ชาการและด้าน ทัศนคติหร�ออารมณ์ของผู้เร�ยน คือพยายามที่จะก่อให้เกิดความพอดีกันทั้งสองด้าน สําหรับสมาชิกแต่ละคน และรวมทั้งกลุ่ม 7. เพื่อที่จะให้บรรยากาศในห้องเร�ยนดําเนินไปด้วยดี ผู้อํานวยความสะดวกสามารถช่วยให้เกิดขึ้นได้ ด้วยการเปลี่ยนฐานะตนเองเป�นเสมือนหนึ่งผู้เร�ยน เช่น มีฐานะเป�นสมาชิกของกลุ่มโดยการร่วมแสดงความ คิดเห็นได้เช่นเดียวกับผู้เร�ยนแต่ละคน 8. ควรจะได้เร�มต้นแสดงความรู้สึก ให้เกิดขึ้นในกลุ่มเมื่อมีความคิดเห็น แต่ไม่ใช่โด ่ยการบังคับหร�อ ว�ธีการข่มขู่ ซึ่งความคิดที่แสดงออกมานั้นสมาชิกอื่นๆ อาจจะยอมรับฟ�งหร�อไม่รับฟ�งก็ได้ 9).ตลอดเวลาของการมีประสบการณ์ร่วมกันในห้องเร�ยน ผู้อํานวยความสะดวกจะต้องมีความว่องไว อยู่ตลอดเวลา ในการแสดงออกเพื่อการรับรู้อารมณ์ต่างๆ อย่างลึกซึ้ง 10. และจะต้องพยายามรับรู้และยอมรับว่าตัวเองก็ย่อมจะมีข้อจํากัดอยู่หลายประการด้วยกัน 3) แนวทางการนําความรู้จากการฝ�กอบรมแบบออนไลน์(Zoom Cloud Meeting) เพื่อนําไป ปรับใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ 3.1) การฝ�กอบรมแบบออนไลน์(Zoom Cloud Meeting) เป�นการฝ�กอบรมโดยใช้ระบบ IT เป�น ส่วนหลักสําคัญ ดังนั้นควรมีการคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถด้าน ITระบบสารสนเทศ ร่วมอยู่ในทีมจะทําให้ทีม สามารถเร�ยนรู้ได้รวดเร็วและสามารถรวบรวมข้อมูลความรู้ให้แก่ทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่ งขึ้น 3.2) ทีมงานที่เกี่ยวข้องควรจัดตั้งกลุ่มไลน์ เพื่อให้สมาชิกทุกคนรับรู้ข้อมูลการทํางานและสามารถ นําข้อมูลความรู้ต่างๆที่เกี่ยวข้องไปใช้ประโยชน์ในการทํางานร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม และเป�นแนวทาง เดียวกัน สามารถประสานงานได้ตลอดเวลาอันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทํางานมากยิ่ งขึ้น 3.3 ทีมงานสามารถนําการเร�ยนรู้ด้วยระบบออนไลน์(Zoom Cloud Meeting) ไปปรับใช้ในการ ชี้แจงให้ความรู้ความเข้าใจการทํางาน การปฏิบัติงาน การติดตามงาน ตลอดจนการรายงานผลการดําเนินงาน ให้ทีมงานทราบ การรายงานผู้บังคับบัญชา ตลอดการชี้แจงแนวทางการทํางานเพื่อขยายไปสู่เคร�อข่ายการ ทํางานอื่นๆในพื้นที่ได้ เพื่อลดป�ญหาด้านการเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆได้ 5.3 ข้อเสนอแนะการว�จัย ข้อเสนอแนะเชิงพื้นที่ 1) หลักสูตรการอบรมต่างๆทั้งแบบออนไลน์ (Zoom Cloud Meeting) และแบบออฟไลน์ อาจมี ความต่อเนื่องนานหลายชั่วโมงในแต่ละวัน หร�ออาจมีกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนถึงภาคค�า จึงควรต้องมีการ ประสานงานที่ถูกต้อง ครบถ้วนเพื่อการเตร�ยมความพร้อมให้แก่พื้นที่เป�าหมายในการคัดเลือกผู้เข้ารับการ อบรมที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และตรงตามเป�าหมายที่กําหนด เพื่อลดป�ญหาด้านสุขภาพขณะฝ�กอบรมที่อาจ เกิดขึ้น 2) หน่วยฝ�กอบรมควรมีการเตร�ยมความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ ระบบอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพ ทันสมัย มีมาตรฐาน เหมาะสมและเพียงพอสําหรับใช้ในกระบวนการตามกิจกรรมหลักสูตรการฝ�กอบรม รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ในการประสานงานเกี่ยวกับระบบที่มีความสามารถเพื่อรองรับการฝ�กอบรมระบบออนไลน์


89 (Zoom Cloud Meeting) ทั้งที่หน่วยงานจัดเองและการให้การสนับสนุนหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้เกิดการ เร�ยนรู้ที่เป�นมาตรฐาน และเป�นประโยชน์ต่อการนําไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานของผู้เข้ารับการอบรมอย่างมี ประสิทธิภาพสูงสุด ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 1) ควรมีการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานในระดับจังหวัดและอําเภอเพื่อสนับสนุนโครงการ/ กิจกรรมจากการนําเสนอของทีมอําเภอเพื่อร่วมขับเคลื่อนงานบําบัดทุกข์บํารุงสุขแบบบูรณาการให้แก่ ประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่ งขึ้นจากการมีส่วนร่วมของพื้นที่ 2) สนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาหน่วยฝ�กอบรมด้านวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ทันสมัย มีมาตรฐาน อย่างเพียงพอและเหมาะสม เพื่อรองรับและอํานวยความสะดวกด้านการฝ�กอบรมประชาชนที่มีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลต่อการเร�ยนรู้และการนําไปปรับใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ข้อเสนอแนะในการว�จัยครังต่อไป ้ 1) ควรศึกษากระบวนการในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของภาคีภาคส่วนหลังการฝ�กอบรมของ หน่วยงานต้นสังกัดในแต่ละภาคีภาคส่วน เพื่อใช้เป�นแนวทางปฏิบัติ หร�อการช่วยเหลือสนับสนุนการ ปฏิบัติงานของทีมงานอําเภอบําบัดทุกข์บํารุงสุขอย่างเหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด 2) ควรมีการศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชน หน่วยงานภาคีองค์กรอื่นๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ชุมชน ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมของภาคีภาคส่วนในการปฏิบัติงาน เพื่อนําข้อมูลวางแผนเป�นแนว ทางการสร้างการมีส่วนร่วมการทํางานในพื้นที่ให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน


90 บรรณานุกรม กลฤดี โชติรัตน์ (2563). ความหลากหลายภายในทีมทางด้านเพศและทางด้านช่วงวัยในฐานะ ตัวแปร กํากับอิทธิพลของการมุ่งเน้นการเร�ยนรู้ของทีมต่อสมรรถนะการเร�ยนรู้ของทีมและ ประสิทธิผล ของการทํางานเป�นทีมในบร�บทของนักทรัพยากรมนุษย์. การค้นคว้าอิสระ ปร�ญญา บร�หารธุรกิจมหาบัณฑิต. คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาว�ทยาลัยธรรมศาสตร์. กิตติ์ ธเนศ สว่างวรนาถ , ชมสุภัค ครุฑกะ. (2561). การพัฒนาหลักสูตรฝ�กอบรมทักษะทางป�ญญา ของผู้สูงอายุ : วารสารพยาบาลทหารบก. โกว�ทย์ พวงงาม. (2551). การจัดการตนเองของชุมชนและท้องถิ่ น. มหาว�ทยาลัยธรรมศาสตร์ จันทนา อินทฉิม, (2561). การจัดการชุมชนเข้มแข็ง ตามแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : กรณีศึกษาศูนย์การเร�ยนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตําบลบางปลา อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ. มหาว�ทยาลัยราชภัฏธนบุร� นลินี ทองประเสร�ฐ, (2552), กลยุทธ์ในการเพิ่ มประสิทธิภาพการเร�ยนการสอนแบบห้องเร�ยน เสมือนของมหาว�ทยาลัยราชภัฏ : มหาว�ทยาลัยราชภัฏอุบราชธานี. พรพิมล มีทอง. (2557), การพัฒนาการทํางานเป�นทีมของข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน. ว�ทยานิพนธ์นี้เป�นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรสังคม สงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต มหาว�ทยาลัยธรรมศาสตร์. พิสณุ ฟองศร�, (2553). การประเมินโครงการฝ�กอบรม, กรุงเทพมหานคร.ด่านสุธาการพิมพ์. มารุต พัฒผล, (2562). แนวคิดการพัฒนาหลักสูตร (ออนไลน์) สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 2564 จาก www.curriculumandlearning.com. ระว� สัจจโสภณ, (2557). รายงานการว�จัย เร�่องการพัฒนานวัตกรรมการเร�ยนรู้เพื่อเสร�มสร้าง สมรรถนะของแกนนําชมรมผู้สูงอายุรุ่นใหม่.นครปฐม : มหาว�ทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว�ทยา เขตกําแพงแสน ศิร�พรรณ พลสมัคร. (2564), การทํางานเป�นทีมของบุคลากรต่างเจนเนอร์เรชั่นกับประสิทธิผลของ การทํางาน กรณีศึกษา ข้าราชการพลเร�อนสามัญในกรุงเทพมหานคร. มหาว�ทยาลัยธรรมศาสตร์ สุวัฒน วัฒนวงศ, (2547). จิตว�ทยาเพื่อการอบรมผู้ใหญ่ พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร.


91 ภาคผนวก


92 ภาคผนวก ก แบบสอบถามการว�จัย


93 แบบสอบถามการว�จัย ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในบทบาทภาคีภาคส่วน จากการฝ�กอบรมโครงการอําเภอบําบัดทุกข์ บํารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน โดยการใช้ระบบออนไลน์ (Zoom Cloud Meeting) ........................................................... คําชี้แจงเบื้องต้น แบบสอบถามนี้ใช้เพื่อการทําบทความว�จัย เร�่องการเพิ่ มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในบทบาทภาคี ภาคส่วน จากการฝ�กอบรมโดยการใช้ระบบออนไลน์ Zoom Cloud Meeting โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา กระบวนการเร�ยนรู้การฝ�กอบรมโครงการอําเภอบําบัดทุกข์ บํารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน จากการใช้ ระบบออนไลน์ Zoom Cloud Meeting ศึกษาการนําผลการเร�ยนรู้การฝ�กอบรมโครงการอําเภอบําบัดทุกข์ บํารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน จากการใช้ระบบออนไลน์ Zoom Cloud Meeting ไปปรับใช้ในการ ปฏิบัติงาน และนําเสนอแนวทางเพิ่ มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน จากการเร�ยนรู้ของการฝ�กอบรมตาม หลักสูตรของโครงการอําเภอบําบัดทุกข์ บํารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน จากการใช้ระบบออนไลน์ Zoom Cloud Meeting เป�นแนวทางในการฝ�กอบรมต่างๆต่อไป จึงใคร่ขอความร่วมมือจากท่านตอบ แบบสอบถาม แสดงความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะอื่นๆ คําตอบทั้งหมดจะนําไปใช้ประโยชน์ในการ ศึกษาว�จัยเท่านั้น รายละเอียดแบบสอบถามประกอบด้วย 4 ตอน คือ - ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม - ตอนที่ 2 เทคนิคว�ธีที่ใช้การเร�ยนรู้ที่ท่านใช้ในการฝ�กอบรม - ตอนที่ 3 ความคิดเห็นเกี่ยวกับการนําไปปรับใช้ และ ความคิดเห็นเกี่ยวกับความ เหมาะสมของเนื้อหาว�ชาตามหลักสูตรการฝ�กอบรมโครงการอําเภอบําบัดทุกข์ บํารุงสุขแบบบูรณาการอย่าง ยั่งยืน - ตอนที่ 4 ข้อเสนอแนะเพิ่ มเติมและอื่นๆ โดยทีมว�จัยขอความร่วมมือท่านดําเนินการกรอกข้อมูลในแบบสอบถาม โดยทําเคร�่องหมาย ลงใน พร้อมกับระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้องในแต่ละข้อคําถามให้ครบถ้วนทุกข้อ คํารับรองการยินยอมให้ข้อมูลในการว�จัย ข้าพเจ้า ได้รับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการทําว�จัย รายละเอียดต่างๆที่ต้องปฏิบัติ ตามรายละเอียดที่ชี้แจงไว้ในคําชี้แจงเบื้องต้น และมีความเข้าใจเป�นอย่างดีแล้ว ข้าพเจ้าจึงสมัครใจร่วมให้ ข้อมูลในการว�จัยนี้ ข้าพเจ้ายินยอมให้ข้อมูลในการว�จัยครั้งนี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านเป�นอย่างสูงที่ท่านให้ความอนุเคราะห์ในการตอบคําถาม ผู้ว�จัย ทีมงานศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุร�


94 แบบสอบถามการว�จัย เร�่อง ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในบทบาทภาคีภาคส่วน จากการฝ�กอบรมโครงการอําเภอ บําบัดทุกข์ บํารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน โดยการใช้ระบบออนไลน์ (Zoom Cloud Meeting) ………………………………… ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 1.1 เพศ ชาย หญิง 1.2 อายุ ต�ากว่า 30 ป� ระหว่าง 31 – 40 ป� ระหว่าง 41 - 50 ป� ระหว่าง 51 – 60 ป� มากกว่า 60 ป�ขึ้นไป 1.3 วุฒิการศึกษาสูงสุด ประถมศึกษา ปวช./ปวส. ปร�ญญาตร� ปร�ญญาโท ปร�ญญาเอก 1.4 ตําแหน่งของท่านในการทํางานในพื้นที่...................................................................................................................... 1.5 ตําแหน่งในบทบาทภาคส่วนในการฝ�กอบรมตามโครงการฯ ภาคประชาชน /ผู้นํา /ปราชญ์ชุมชน ภาคศาสนา ภาคว�ชาการ/สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม / บร�ษัท /ห้างร้าน ภาครัฐ /ส่วนท้องถิ่ น ภาคประชาสังคม/องค์กรชุมชน ภาคสื่อสารมวลชน


95 ตอนที่ 2 เทคนิคว�ธีที่ใช้การเร�ยนรู้ที่ท่านใช้ในการฝ�กอบรม คําอธิบาย : โปรดทําเคร�่องหมาย ลงในส่วนที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านให้ครบถ้วนทุกข้อ คําถาม ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละระดับ ดังนี้ 5 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ “มากที่สุด” 4 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ “มาก” 3 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ “ปานกลาง” 2 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ “น้อย” 1 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ “น้อยที่สุด” ว�ธีการเร�ยนรู้ต่อไปนี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเร�ยนรู้ของท่านในระดับใด เทคนิคว�ธีการเร�ยนรู้ ระดับความคิดเห็น 5 4 3 2 1 1. ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร ดูภาพหน้าจอและมีการจดบันทึกลงสมุด 2. ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร ดูภาพหน้าจอโดยไม่มีการจดบันทึกลงสมุด 3. ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร และอ่านไฟล์เอกสารที่ส่งในไลน์กลุ่ม โดยมี การจดบันทึกลงสมุดด้วย 4. ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร และอ่านไฟล์เอกสารที่ส่งในไลน์กลุ่ม โดยไม่มี การจดบันทึกลงสมุด 5. ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร ดูภาพหน้าจอและใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพจาก หน้าจอ พร้อมกับจดบันทึกลงสมุดด้วย 6. ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร ดูภาพหน้าจอและใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพจาก หน้าจอ โดยไม่มีการจดบันทึกลงสมุด 7. ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร ดูภาพหน้าจอ ดูไฟล์เอกสารที่ส่งทางไลน์ พร้อมทั้งมีการจดบันทึกลงสมุดด้วย 8. การแลกเปลี่ยนเร�ยนรู้กับผู้เข้ารับการอบรม และ ศพช.อื่นๆ 9. การสืบค้นข้อมูลเพิ่ มเติมจากอินเทอร์เน็ต


96 ตอนที่ 3 ความคิดเห็นเกี่ยวกับการนําไปปรับใช้ และ ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของ เนื้อหาว�ชาตามหลักสูตรการฝ�กอบรมโครงการอําเภอบําบัดทุกข์ บํารุงสุขแบบบูรณาการอย่าง ยั่งยืน คําอธิบาย : โปรดทําเคร�่องหมาย √ ลงในส่วนที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านให้ครบถ้วนทุกข้อ คําถาม ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละระดับ ดังนี้ 5 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ “มากที่สุด” 4 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ “มาก” 3 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ “ปานกลาง” 2 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ “น้อย” 1 หมายถึง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ “น้อยที่สุด” 3.1 การนําความรู้ที่ได้เร�ยนรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อบําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับประชาชน เนื้อหาว�ชา ระดับความสามารถในการนําไปปรับใช้ 5 4 3 2 1 1.ทัศนศึกษาตัวอย่างความสําเร็จพื้นที่พัฒนาคุณภาพชีว�ต ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นาฯ 2.เหลียวหลัง-แลหน้า แบ่งกลุ่มถอดบทเร�ยนสิ่ งที่ผ่านมา หัวข้อ 130 ป�แห่งการ “บําบัดทุกข์บํารุงสุข” 3. ทฤษฎีใหม่ด้านการบร�หารจัดการทรัพยากร ดิน น�า ป�า สู่การพัฒนาตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ (ฐานเร�ยนรู้ 10 ฐาน) 4. หลักกสิกรรมธรรมชาติกับระบบเศรษฐกิจพอเพียง และบันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียง 5. เสวนาตัวอย่างความสําเร็จการขับเคลื่อนงาน “บําบัดทุกข์ บํารุงสุข” แบบบูรณาการในบทบาทของ 7 ภาคีภาคส่วน 6. ถอดบทเร�ยนตัวอย่างความสําเร็จการขับเคลื่อนงาน “บําบัดทุกข์ บํารุงสุข” แบบบูรณาการในบทบาทของ 7 ภาคีภาคส่วน 7. การแปลงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหร�อทฤษฎีใหม่สู่ รูปธรรมความสําเร็จอย่างเป�นขั้นเป�นตอน 8. หมู่บ้านยั่งยืนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (SV to SDGs) 9. ศึกษาเร�ยนรู้นิทรรศการ MOI ONE 10. เสวนา MOI ONE


97 ตาราง (ต่อ) เนื้อหาว�ชา ระดับความสามารถในการนําไปปรับใช้ 5 4 3 2 1 11. ทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่การพัฒนาคุณภาพชีว�ตอย่างยั่งยืน 12. การเขียนโครงการและการนําเสนอโครงการยุทธศาสตร์ เชิงบูรณาการในพื้นที่ระดับอําเภอเพื่อขับเคลื่อนงานพื้นที่ จากการจัดทําแผนและประสานแผนพื้นที่ 13. ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อ การปฏิรูปประเทศสู่การปฏิบัติ 14. การขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงในบร�บทของ การร่วมทุน 3 ภาคี ภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาชน 15 ฝ�กปฏิบัติการ “จิตอาสาพัฒนา เอามื้อสามัคคี” 16. ฝ�กปฏิบัติการ “จิตอาสาภัยพิบัติ หาอยู่หากิน” 17. การจัดทําแผนยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนงานพื้นที่จากการ จัดทําแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ 18.แนวทางการจัดทําแผนยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนงานพื้นที่ จากการจัดทําแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ 3.2 ความเหมาะสมของขององค์ประกอบของหลักสูตร องค์ประกอบ ระดับความสามารถเหมาะสม 5 4 3 2 1 1. จํานวนวันในการฝ�กอบรม 2. การกําหนดช่วงระยะเวลาการฝ�กอบรมในแต่ละวัน 3. จํานวนรายว�ชาของหลักสูตร 4. ว�ธีการถ่ายทอดและการให้ความรู้ด้วยระบบ Zoom Cloud Meeting (ออนไลน์) 5. ว�ธีการถ่ายทอดและการให้ความรู้ออนไลน์ โดยใช้ระบบ Zoom Cloud Meeting (ว�ทยากรภายนอก) 6. ว�ธีการถ่ายทอดและการให้ความรู้ออฟไลน์ โดยไม่ใช้ระบบ Zoom Cloud Meeting (ว�ทยากรภายใน) 7. รูปแบบการนําเสนอผลงาน แบบออนไลน์ โดยใช้ระบบ Zoom Cloud Meeting 8. การอํานวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ ในการนําเสนอผลงาน 9. ประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้รับจาก ศพช.อื่น


98 ตอนที่ 4 ข้อเสนอแนะเพิ่ มเติมและคําแนะนําอื่นๆ เพื่อการพัฒนากระบวนการเร�ยนรู้ กิจกรรม/ว�ธีการ เร�ยนรู้ เนื้อหาว�ชาการ 4.1 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับว�ธีการจัดการเร�ยนรู้ ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... 4.2 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกิจกรรมการเร�ยนรู้ ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... 4.3 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเนื้อหาว�ชา ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... 4.4 ข้อเสนอแนะอื่นๆ ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ขอขอบคุณทุกท่านแป�นอย่างสูง ที่กรุณาให้ข้อมูลในการศึกษาว�จัยครัง้ นี้ ทีมงานศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุร�....


99 ภาคผนวก ข ผลการว�เคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นจากโปรแกรม SPSS


100 การว�เคราะห์จากโปรแกรม SPSS ตอนที่ 2 เทคนิคว�ธีการที่ใช้การเร�ยนรู้ในการฝ�กอบรม ตารางที่ 2 ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร ดูภาพหน้าจอและมีการจดบันทึกลงสมุด Statistics ดูหน้าจอ จดบันทึก N Valid 140 Missing 0 Mean 4.18 Std. Deviation .732 ดูหน้าจอ จดบันทึก Frequen cy Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 2 1.4 1.4 1.4 ปานกลาง 15 10.7 10.7 12.1 มาก 77 55.0 55.0 67.1 มากที่สุด 46 32.9 32.9 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 3 ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร ดูภาพหน้าจอโดยไม่มี การจดบันทึกลงสมุด Statistics ดูหน้าจอ ไม่จดบันทึก N Valid 140 Missing 0 Mean 3.44 Std. Deviation .892 ดูหน้าจอ ไม่จดบันทึก Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 6 4.3 4.3 4.3 น้อย 14 10.0 10.0 14.3 ปานกลาง 38 27.1 27.1 41.4 มาก 76 54.3 54.3 95.7 มากที่สุด 6 4.3 4.3 100.0 Total 140 100.0 100.0


101 ตารางที่ 4 ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร และอ่านไฟล์เอกสารที่ส่งในไลน์กลุ่ม โดยมีการจดบันทึกลงสมุด ด้วย Statistics ฟ�ง ไม่จดบันทึก N Valid 140 Missing 0 Mean 3.48 Std. Deviation .971 ฟ�ง ไม่จดบันทึก Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 7 5.0 5.0 5.0 น้อย 14 10.0 10.0 15.0 ปานกลาง 37 26.4 26.4 41.4 มาก 69 49.3 49.3 90.7 มากที่สุด 13 9.3 9.3 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 5 ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร และอ่านไฟล์เอกสารที่ส่งในไลน์กลุ่ม โดยไม่มี การจดบันทึกลง สมุด Statistics ฟ�ง ไม่จดบันทึก N Valid 140 Missing 0 Mean 3.48 Std. Deviation .971 ฟ�ง ไม่จดบันทึก Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 7 5.0 5.0 5.0 น้อย 14 10.0 10.0 15.0 ปานกลาง 37 26.4 26.4 41.4 มาก 69 49.3 49.3 90.7 มากที่สุด 13 9.3 9.3 100.0 Total 140 100.0 100.0


102 ตารางที่ 6 ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร ดูภาพหน้าจอ และใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพจากหน้าจอ พร้อมกับจด บันทึกลงสมุดด้วย Statistics ฟ�ง ดู โทรศัพท์ จดบันทึก N Valid 140 Missing 0 Mean 4.14 Std. Deviation .732 ฟ�ง ดู โทรศัพท์ จดบันทึก Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 23 16.4 16.4 17.1 มาก 71 50.7 50.7 67.9 มากที่สุด 45 32.1 32.1 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 7 ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร ดูภาพหน้าจอ และใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพจากหน้าจอ โดยไม่มี การ จดบันทึกลงสมุดด้วย Statistics ฟ�ง ดู โทรศัพท์ ไม่จด N Valid 140 Missing 0 Mean 3.43 Std. Deviation .946 ฟ�ง ดู โทรศัพท์ ไม่จด Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 7 5.0 5.0 5.0 น้อย 14 10.0 10.0 15.0 ปานกลาง 41 29.3 29.3 44.3 มาก 68 48.6 48.6 92.9 มากที่สุด 10 7.1 7.1 100.0 Total 140 100.0 100.0


103 ตารางที่ 8 ฟ�งการบรรยายจากว�ทยากร ดูภาพหน้าจอ ดูไฟล์เอกสารที่ส่งทางไลน์พร้อมทั้งมีการจดบันทึก ลงสมุดด้วย Statistics ฟ�ง ดูเอกสาร จดบันทึก N Valid 140 Missing 0 Mean 4.15 Std. Deviation .739 ฟ�ง ดูเอกสาร จดบันทึก Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 1 .7 .7 .7 น้อย 1 .7 .7 1.4 ปานกลาง 20 14.3 14.3 15.7 มาก 72 51.4 51.4 67.1 มากที่สุด 46 32.9 32.9 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 9 การแลกเปลี่ยนเร�ยนรู้ กับผู้เข้ารับการอบรมท่านอื่นๆ Statistics แลกเปลี่ยน N Valid 140 Missing 0 Mean 4.24 Std. Deviation .685 แลกเปลี่ยน Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 14 10.0 10.0 10.7 มาก 75 53.6 53.6 64.3 มากที่สุด 50 35.7 35.7 100.0 Total 140 100.0 100.0


104 ตารางที่ 10 การสืบค้นข้อมูลเพิ่ มเติมจากอินเทอร์เน็ต Statistics สืบค้นข้อมูล N Valid 140 Missing 0 Mean 4.04 Std. Deviation .708 สืบค้นข้อมูล Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 26 18.6 18.6 19.3 มาก 78 55.7 55.7 75.0 มากที่สุด 35 25.0 25.0 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตอนที่ 3 ความคิดเห็นเกี่ยวกับการนําไปปรับใช้ และความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของเนื้อหาว�ชา ตามหลักสูตรการฝ�กอบรมโครงการอําเภอบําบัดทุกข์ บํารุงสุขแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ตารางที่ 11 ทัศนศึกษาตัวอย่างความสําเร็จพื้นที่พัฒนาคุณภาพชีว�ตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นาฯ Statistics ว�ชา ทัศนศึกษา N Valid 140 Missing 0 ว�ชา ทัศนศึกษา Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อย 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 6 4.3 4.3 5.0 มาก 64 45.7 45.7 50.7 มากที่สุด 69 49.3 49.3 100.0 Total 140 100.0 100.0


105 ตารางที่ 12 ว�ชาเหลียวหลัง แลหน้า แบ่งกลุ่มถอดบทเร�ยนสิ่ งที่ผ่านมา หัวข้อ 130 ป�แห่งการ “บําบัดทุกข์ บํารุงสุข” Statistics ว�ชา เหลี่ยวหลัง แลหน้า N Valid 140 Missing 0 Mean 4.24 Std. Deviation .726 ว�ชา เหลี่ยวหลัง แลหน้า Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อย 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 21 15.0 15.0 15.7 มาก 62 44.3 44.3 60.0 มากที่สุด 56 40.0 40.0 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 13 ว�ชาทฤษฎีใหม่ด้านการบร�หารจัดการทรัพยากร ดิน น�า ป�า สู่การพัฒนาตามหลักกสิกรรม ธรรมชาติ (ฐานเร�ยนรู้ 10 ฐาน) Statistics ว�ชา ทฤษฎีใหม่ N Valid 140 Missing 0 Mean 4.39 Std. Deviation .583 ว�ชา ทฤษฎีใหม่ Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ปานกลาง 7 5.0 5.0 5.0 มาก 72 51.4 51.4 56.4 มากที่สุด 61 43.6 43.6 100.0 Total 140 100.0 100.0


106 ตารางที่ 14 ว�ชาหลักกสิกรรมธรรมชาติกับระบบเศรษฐกิจพอเพียง และบันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียง Statistics ว�ชา หลักกสิกรรม N Valid 140 Missing 0 Mean 4.35 Std. Deviation .645 ว�ชา หลักกสิกรรม Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ปานกลาง 13 9.3 9.3 9.3 มาก 65 46.4 46.4 55.7 มากที่สุด 62 44.3 44.3 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 15 ว�ชาเสวนาตัวอย่างความสําเร็จการขับเคลื่อนงาน “บําบัดทุกข์ บํารุงสุข” แบบบูรณาการการ ในบทบาทของ 7 ภาคีภาคส่วน Statistics ว�ชา เสวนาตัวอย่าง N Valid 140 Missing 0 Mean 4.32 Std. Deviation .671 ว�ชา เสวนาตัวอย่าง Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อย 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 13 9.3 9.3 10.0 มาก 66 47.1 47.1 57.1 มากที่สุด 60 42.9 42.9 100.0 Total 140 100.0 100.0


107 ตารางที่ 16 ว�ชาถอดบทเร�ยนตัวอย่างความสําเร็จการขับเคลื่อนงาน “บําบัดทุกข์ บํารุงสุข” แบบบูรณา การในบทบาทของ 7 ภาคีภาคส่วน Statistics ว�ชา ถอดบทเร�ยน N Valid 140 Missing 0 Mean 4.35 Std. Deviation .667 ว�ชา ถอดบทเร�ยน Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อย 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 12 8.6 8.6 9.3 มาก 64 45.7 45.7 55.0 มากที่สุด 63 45.0 45.0 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 17 การแปลงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหร�อทฤษฎีใหม่สู่รูปธรรมความสําเร็จอย่างเป�นขั้นเป�น ตอน Statistics ว�ชา แปลงปรัชญา N Valid 140 Missing 0 Mean 4.29 Std. Deviation .594 ว�ชา แปลงปรัชญา Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ปานกลาง 10 7.1 7.1 7.1 มาก 79 56.4 56.4 63.6 มากที่สุด 51 36.4 36.4 100.0 Total 140 100.0 100.0


108 ตารางที่ 18 หมู่บ้านยั่งยืนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (SV to SDGs) Statistics ว�ชา หมู่บ้านยั่งยืน N Valid 140 Missing 0 Mean 4.29 Std. Deviation .662 ว�ชา หมู่บ้านยั่งยืน Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ปานกลาง 16 11.4 11.4 11.4 มาก 67 47.9 47.9 59.3 มากที่สุด 57 40.7 40.7 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 19 ว�ชาศึกษาเร�ยนรู้นิทรรศการ MOI ONE Statistics ว�ชา เร�ยนรู้นิทรรศการ N Valid 140 Missing 0 Mean 4.21 Std. Deviation .676 ว�ชา เร�ยนรู้นิทรรศการ Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อย 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 17 12.1 12.1 12.9 มาก 73 52.1 52.1 65.0 มากที่สุด 49 35.0 35.0 100.0 Total 140 100.0 100.0


109 ตารางที่ 20 ว�ชาเสวนา MOI ONE Statistics ว�ชา เสวนา MOI ONE N Valid 140 Missing 0 Mean 4.20 Std. Deviation .701 ว�ชา เสวนา MOI ONE Frequency Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อย 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 20 14.3 14.3 15.0 มาก 69 49.3 49.3 64.3 มากที่สุด 50 35.7 35.7 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 21 ว�ชาทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่การพัฒนาคุณภาพชีว�ตอย่างยั่งยืน Statistics ว�ชา ทฤษฎีใหม่ประยุกต์ N Valid 140 Missing 0 Mean 4.31 Std. Deviation .586 ว�ชา ทฤษฎีใหม่ประยุกต์ Frequency Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ปานกลาง 9 6.4 6.4 6.4 มาก 79 56.4 56.4 62.9 มากที่สุด 52 37.1 37.1 100.0 Total 140 100.0 100.0


110 ตารางที่ 22 ว�ชาการเขียนโครงการและการนําเสนอโครงการยุทธศาสตร์เชิงบูรณาการในพื้นที่ระดับ อําเภอเพื่อขับเคลื่อนงานพื้นที่จากการจัดทําแผนและประสานแผนพื้นที่ Statistics ว�ชา การเขียนโครงการ N Valid 140 Missing 0 Mean 4.29 Std. Deviation .594 ว�ชา การเขียนโครงการ Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ปานกลาง 10 7.1 7.1 7.1 มาก 79 56.4 56.4 63.6 มากที่สุด 51 36.4 36.4 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 23 ว�ชายุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศสู่การปฏิบัติ Statistics ว�ชา ยุทธศาสตร์ N Valid 140 Missing 0 Mean 4.29 Std. Deviation .629 ว�ชา ยุทธศาสตร์ Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ปานกลาง 13 9.3 9.3 9.3 มาก 73 52.1 52.1 61.4 มากที่สุด 54 38.6 38.6 100.0 Total 140 100.0 100.0


111 ตารางที่ 24 ว�ชาการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงในบร�บทของการร่วมทุน 3 ภาคี ภาครัฐ ภาค ประชาชน และภาคประชาชน Statistics ว�ชา การขับเคลื่อน N Valid 140 Missing 0 Mean 4.28 Std. Deviation .635 ว�ชา การขับเคลื่อน Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ปานกลาง 14 10.0 10.0 10.0 มาก 73 52.1 52.1 62.1 มากที่สุด 53 37.9 37.9 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 25 ว�ชาฝ�กปฏิบัติการ “จิตอาสาพัฒนา เอามื้อสามัคคี” Statistics ว�ชา ฝ�กปฏิบัติจิตอาสา N Valid 140 Missing 0 Mean 4.51 Std. Deviation .662 ว�ชา ฝ�กปฏิบัติจิตอาสา Frequency Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 7 5.0 5.0 5.7 มาก 50 35.7 35.7 41.4 มากที่สุด 82 58.6 58.6 100.0 Total 140 100.0 100.0


112 ตารางที่ 26 ว�ชาฝ�กปฏิบัติการ “จิตอาสาภัยพิบัติ หาอยู่หากิน” Statistics ว�ชา ฝ�กปฏิบัติ อาสาภัยพิบัติ N Valid 140 Missing 0 Mean 4.51 Std. Deviation .704 ว�ชา ฝ�กปฏิบัติ อาสาภัยพิบัติ Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 1 .7 .7 .7 น้อย 1 .7 .7 1.4 ปานกลาง 8 5.7 5.7 7.1 มาก 45 32.1 32.1 39.3 มากที่สุด 85 60.7 60.7 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 27 ว�ชาการจัดทําแผนยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนงานพื้นที่จากการจัดทําแผนและประสาน แผนพัฒนาพื้นที่ Statistics ว�ชา การจัดทําแผน N Valid 140 Missing 0 Mean 4.18 Std. Deviation .660 ว�ชา การจัดทําแผน Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อย 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 17 12.1 12.1 12.9 มาก 78 55.7 55.7 68.6 มากที่สุด 44 31.4 31.4 100.0 Total 140 100.0 100.0


113 ตารางที่ 28 ว�ชาแนวทางการจัดทําแผนยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนงานพื้นที่จากการจัดทําแผนและ ประสานแผนพัฒนาพื้นที่ Statistics ว�ชา แนวทางการจัดทําแผน N Valid 140 Missing 0 Mean 4.19 Std. Deviation .663 ว�ชา แนวทางการจัดทําแผน Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อย 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 17 12.1 12.1 12.9 มาก 77 55.0 55.0 67.9 มากที่สุด 45 32.1 32.1 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 29 จํานวนวันในการฝ�กอบรม Statistics ความเหมาะสมกับจํานวนวัน N Valid 140 Missing 0 Mean 3.80 Std. Deviation .875 ความเหมาะสมกับจํานวนวัน Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 1 .7 .7 .7 น้อย 9 6.4 6.4 7.1 ปานกลาง 37 26.4 26.4 33.6 มาก 63 45.0 45.0 78.6 มากที่สุด 30 21.4 21.4 100.0 Total 140 100.0 100.0


114 ตารางที่ 30 การกําหนดช่วงระยะเวลาการฝ�กอบรมในแต่ละวัน Statistics ความเหมาะสมช่วงระยะเวลา N Valid 140 Missing 0 Mean 3.57 Std. Deviation 1.067 ความเหมาะสมช่วงระยะเวลา Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อยที่สุด 7 5.0 5.0 5.0 น้อย 13 9.3 9.3 14.3 ปานกลาง 41 29.3 29.3 43.6 มาก 51 36.4 36.4 80.0 มากที่สุด 28 20.0 20.0 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 31 จํานวนรายว�ชาของหลักสูตร Statistics ความเหมาะสมรายว�ชาหลักสูตร N Valid 140 Missing 0 Mean 3.96 Std. Deviation .728 ความเหมาะสมรายว�ชาหลักสูตร Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ปานกลาง 40 28.6 28.6 28.6 มาก 66 47.1 47.1 75.7 มากที่สุด 34 24.3 24.3 100.0 Total 140 100.0 100.0


115 ตารางที่ 32 ว�ธีการถ่ายทอดและการให้ความรู้ด้วยระบบ Zoom Cloud Meeting (ออนไลน์) Statistics ความเหมาะสมว�ธีการถ่ายทอด N Valid 140 Missing 0 Mean 4.04 Std. Deviation .656 ความเหมาะสมว�ธีการถ่ายทอด Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อย 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 24 17.1 17.1 17.9 มาก 83 59.3 59.3 77.1 มากที่สุด 32 22.9 22.9 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 33 ว�ธีการถ่ายทอดและการให้ความรู้ผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้ระบบ Zoom Cloud Meeting (ว�ทยากรภายนอก) Statistics ความเหมาะสมว�ธีการถ่ายทอด (วก.นอก) N Valid 140 Missing 0 Mean 4.06 Std. Deviation .643 ความเหมาะสมว�ธีการถ่ายทอด (วก.นอก) Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อย 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 22 15.7 15.7 16.4 มาก 85 60.7 60.7 77.1 มากที่สุด 32 22.9 22.9 100.0 Total 140 100.0 100.0


116 ตารางที่ 34 ว�ธีการถ่ายทอดและการให้ความรู้แบบออฟไลน์ โดย ไม่ใช้ ระบบ Zoom Cloud Meeting (ว�ทยากรภายใน) Statistics ความเหมาะสมว�ธ๊การถ่ายทอด (วก.ใน) N Valid 140 Missing 0 Mean 4.16 Std. Deviation .653 ความเหมาะสมว�ธ๊การถ่ายทอด (วก.ใน) Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid น้อย 1 .7 .7 .7 ปานกลาง 17 12.1 12.1 12.9 มาก 80 57.1 57.1 70.0 มากที่สุด 42 30.0 30.0 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 35 รูปแบบนําเสนอผลงาน รูปแบบออนไลน์ โดยใช้ระบบ Zoom Cloud Meeting Statistics ความเหมาะสมรูปแบบการนําเสนอ ผลงาน N Valid 140 Missing 0 Mean 4.06 Std. Deviation .578 ความเหมาะสมรูปแบบการนําเสนอผลงาน Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ปานกลาง 19 13.6 13.6 13.6 มาก 93 66.4 66.4 80.0 มากที่สุด 28 20.0 20.0 100.0 Total 140 100.0 100.0


117 ตารางที่ 36 การอํานวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ ในการนําเสนอผลงาน Statistics การอํานวยความสะดวก N Valid 140 Missing 0 Mean 4.44 Std. Deviation .553 การอํานวยความสะดวก Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ปานกลาง 4 2.9 2.9 2.9 มาก 70 50.0 50.0 52.9 มากที่สุด 66 47.1 47.1 100.0 Total 140 100.0 100.0 ตารางที่ 37 ประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้รับจาก ศพช.อื่น Statistics ประโยชน์จากการแลกเปลี่ยน ศพช.อื่น N Valid 140 Missing 0 Mean 4.34 Std. Deviation .609 ประโยชน์จากการแลกเปลี่ยน ศพช.อื่น Frequenc y Percent Valid Percent Cumulative Percent Valid ปานกลาง 10 7.1 7.1 7.1 มาก 72 51.4 51.4 58.6 มากที่สุด 58 41.4 41.4 100.0 Total 140 100.0 100.0


118 ภาคผนวก ค ภาพประกอบ


119 ภาพการจัดเก็บข้อมูลการว�จัย


120


121


122 ภาคผนวก ง ประวัติผู้จัดทําว�จัย


123 ประวัติการศึกษา ชื่อ นางสาวอัญชิษฐา สิงห์สุทัศน์ วุฒิการศึกษา รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาว�ทยาลัยรามคําแหง ตําแหน่งงาน นักทรัพยากรบุคคลชํานาญการ สังกัด ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุร� สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย สถานที่ทํางาน ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุร� อําเภอชะอํา จังหวัดเพชรบุร� ประวัติการศึกษา ชื่อ นางสาววาสนา ยึดเหนี่ยว วุฒิการศึกษา ปร�ญญาตร� (บร�หารธุรกิจบัณฑิต) มหาว�ทยาลัยราชภัฎเพชรบุร� ตําแหน่งงาน นักว�ชาการพัฒนาชุมชนชํานาญการ สังกัด ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุร� สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย สถานที่ทํางาน ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุร� อําเภอชะอํา จังหวัดเพชรบุร�


Click to View FlipBook Version