479
480
481
482
483
484
485
486
487
488
489
490
491
492
493
494
495
496
497
498
499
500
501
502
503
504
505
506
507
508
509
510
511
512
513
514
515
516
517
518
519
520
521
เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๙๓ ก หน้า ๑ ๗ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา
ขอ้ กำหนดของประธำนศำลฎีกำ
วำ่ ดว้ ยกำรไกลเ่ กล่ยี กอ่ นฟอ้ ง
พ.ศ. ๒๕๖๓
อำศัยอำนำจตำมควำมในมำตรำ ๒๐ ตรี วรรคหน่ึง ประกอบมำตรำ ๒๐ ทวิ วรรคสำม
แห่งประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมแพ่ง ประธำนศำลฎีกำโดยควำมเห็นชอบของท่ีประชุมใหญ่
ศำลฎกี ำออกข้อกำหนดว่ำด้วยกำรไกล่เกล่ียก่อนฟ้อง ดังตอ่ ไปนี้
ข้อ ๑ ข้อกำหนดน้ีเรียกว่ำ “ข้อกำหนดของประธำนศำลฎีกำ ว่ำด้วยกำรไกล่เกลี่ย
ก่อนฟอ้ ง พ.ศ. ๒๕๖๓”
ขอ้ ๒ ข้อกำหนดน้ใี หใ้ ชบ้ งั คบั ตง้ั แตว่ นั ถัดจำกวนั ประกำศในรำชกิจจำนเุ บกษำเปน็ ต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อกำหนดนี้
“คำรอ้ ง” หมำยควำมว่ำ คำร้องขอไกล่เกลี่ยก่อนฟอ้ ง
“เจ้ำหนำ้ ท่ี” หมำยควำมว่ำ เจำ้ หนำ้ ท่ีศนู ย์ไกล่เกลีย่ ประจำศำล
ข้อ ๔ กำรไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องตำมมำตรำ ๒๐ ตรี แห่งประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำ
ควำมแพ่งให้เป็นไปตำมข้อกำหนดน้ี กรณีที่มิได้บัญญัติไว้ในข้อกำหนดนี้โดยเฉพำะ ให้นำข้อกำหนด
ของประธำนศำลฎีกำซ่ึงออกตำมควำมในมำตรำ ๒๐ ทวิ มำใช้บังคับแก่กำรไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องด้วย
โดยอนุโลม
ขอ้ ๕ กำรไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องตำมข้อกำหนดน้ี ให้ใช้ได้กับข้อพิพำททำงแพ่งทุกลักษณะ
เว้นแตเ่ ปน็ กรณตี ้องหำ้ มตำมขอ้ ๙
ข้อ ๖ กำรย่ืนคำร้อง ให้ทำเป็นหนังสือโดยระบุชื่อและภูมิลำเนำของคู่กรณีที่เก่ียวข้อง
รวมท้ังรำยละเอยี ดของขอ้ พิพำท หรือใช้แบบพมิ พ์ตำมท่ีสำนกั งำนศำลยตุ ธิ รรมประกำศกำหนด
ขอ้ ๗ กำรยื่นคำร้องอำจดำเนินกำรได้โดยทำงไปรษณีย์ ผู้รับส่งพัสดุภัณฑ์ โทรสำร
หรอื สอื่ อิเล็กทรอนกิ สอ์ น่ื ตำมทีส่ ำนักงำนศำลยุตธิ รรมประกำศกำหนด
ในกรณีที่ยื่นคำร้องต่อศำลท่ีไม่มีเขตอำนำจให้เจ้ำหน้ำที่แนะนำผู้ร้องตำมสมควรแก่กรณี
เพ่ือให้สำมำรถย่ืนต่อศำลทม่ี เี ขตอำนำจได้
ขอ้ ๘ ให้เจ้ำหน้ำที่สอบถำมข้อเท็จจริงเบ้ืองต้นจำกผู้ร้องเพื่อประกอบกำรพิจำรณำ
ของศำลว่ำมีเหตุผลสมควรท่ีจะรับคำร้องไว้ไกล่เกลี่ยหรือไม่ ในกรณีมีข้อสงสัยศำลอำจส่ังให้ผู้ร้อง
ชีแ้ จงขอ้ เท็จจรงิ เพม่ิ เตมิ ก็ได้
เอกสำรหรอื หลกั ฐำนท่ีไดย้ ื่นในช้นั นใ้ี ห้รวบรวมไวเ้ พอ่ื ใชใ้ นกำรไกล่เกล่ียต่อไป
ข้อ ๙ กรณีดงั ตอ่ ไปนี้ มใิ หร้ บั คำรอ้ งไวไ้ กล่เกลี่ย
(๑) เม่ือมีเหตุอันควรเช่ือว่ำกำรยื่นคำร้องเป็นไปโดยไม่สุจริตหรือมีเจตนำเอำเปรียบคู่กรณี
หรือบุคคลอ่ืน
522
เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๙๓ ก หน้า ๒ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา
(๒) เมื่อปรำกฏว่ำมีกำรนำขอ้ พิพำทตำมคำรอ้ งไปยื่นฟ้องเป็นคดแี พ่งตอ่ ศำลใดศำลหน่งึ ไว้แล้ว
โดยคกู่ รณีทัง้ สองฝ่ำยเป็นคู่ควำมในคดนี นั้
(๓) เม่ือปรำกฏว่ำข้อพิพำทตำมคำร้องเคยได้รับกำรดำเนินกำรไกล่เกลี่ยตำมข้อกำหนดนี้แลว้
แต่ไมเ่ ป็นผล เวน้ แต่พฤตกิ ำรณเ์ ปล่ยี นแปลงไป โดยระบุพฤติกำรณ์เชน่ วำ่ น้ันมำในคำรอ้ ง
(๔) เมือ่ พิจำรณำถึงพฤติกำรณห์ รอื ลกั ษณะของขอ้ พิพำทแล้วไมเ่ ปน็ สำระที่จะดำเนินกำรไกล่เกล่ีย
ขอ้ ๑๐ ภำยหลังท่ีศำลมีคำสั่งรับคำร้องแล้ว หำกควำมปรำกฏว่ำคำร้องน้ันต้องห้ำม
ตำมข้อ ๙ หรือคู่กรณีฝ่ำยใดนำข้อพิพำทที่อยู่ระหว่ำงกำรไกล่เกล่ียไปฟ้องร้องอีกฝ่ำยหน่ึงให้รับผิด
ทำงแพ่งกใ็ ห้ศำลส่งั ให้ยุตกิ ำรไกล่เกลยี่ ได้
ข้อ ๑๑ กำรสอบถำมควำมสมัครใจของคู่กรณีอีกฝ่ำยหนึ่งในกำรเข้ำร่วมกำรไกล่เกลี่ย
หรือกำรติดต่อประสำนงำนระหว่ำงศำลกับคู่กรณีอำจดำเนินกำรโดยทำงโทรศัพท์ หรือโดยวิธีกำร
ตำมทกี่ ำหนดไว้ในข้อ ๗ กไ็ ด้
ขอ้ ๑๒ เพื่อประโยชน์ในกำรพิจำรณำข้อตกลงหรือสัญญำประนีประนอมยอมควำม
ศำลอำจส่ังให้คู่กรณีให้ข้อมูลเก่ียวกับข้อตกลงหรือสัญญำประนีประนอมยอมควำมน้ันเพิ่มเติม
ตำมทศ่ี ำลเหน็ สมควรกไ็ ด้
ขอ้ ๑๓ เพ่ือป้องกันมิให้มีกำรใช้กระบวนกำรไกล่เกล่ียก่อนฟ้องตำมข้อกำหนดน้ีไปในทำง
ท่ีมิชอบ ในกำรทำข้อตกลงหรือสัญญำประนีประนอมยอมควำมเป็นหนังสือ คู่กรณีต้องลงลำยมือชื่อ
ด้วยตนเอง เวน้ แต่เปน็ กรณมี เี หตจุ ำเปน็ และได้รับอนุญำตจำกศำล
ข้อ ๑๔ กำรขอให้ศำลมีคำพิพำกษำตำมข้อตกลงหรือสัญญำประนีประนอมยอมควำม
คู่สัญญำท้ังสองฝ่ำยต้องย่ืนคำขออย่ำงช้ำในวันที่ทำข้อตกลงหรือสัญญำประนีประนอมยอมควำม
โดยแสดงถงึ เหตผุ ลควำมจำเป็นในกำรรอ้ งขอ
ถ้ำศำลเหน็ วำ่ กรณดี งั กล่ำวมคี วำมจำเป็นทส่ี มควรจะมีคำพิพำกษำไปทันทีในเวลำนัน้ ก็ให้ศำล
มีคำพิพำกษำตำมข้อตกลงหรือสัญญำประนีประนอมยอมควำมต่อไปได้ แต่ถ้ำเห็นว่ำไม่มีควำมจำเป็น
ทีส่ มควรจะมคี ำพิพำกษำในเวลำน้ัน ก็ใหส้ ัง่ ยกคำขอ
ขอ้ ๑๕ กรณีมคี วำมจำเป็นทส่ี มควรจะมคี ำพพิ ำกษำตำมข้อ ๑๔ วรรคสอง ให้รวมถงึ
(๑) ตำมข้อตกลงหรือสัญญำประนีประนอมยอมควำมกำหนดให้คู่กรณีกระทำนิติกรรม
อย่ำงหนึ่งอย่ำงใด หรือต้องดำเนินกำรจดทะเบียนต่อนำยทะเบียนพนักงำนเจ้ำหน้ำท่ี หรือหำกไม่มี
คำพิพำกษำตำมขอ้ ตกลงหรือสญั ญำประนปี ระนอมยอมควำมแล้วอำจเกดิ ข้อขัดข้อง
(๒) พฤติกำรณ์หรือลักษณะของข้อพิพำทอำจเกิดข้อพิพำทข้ึนอีกหรือควำมขัดแย้งท่ีรุนแรง
มำกข้นึ
(๓) กรณีมีภำวะควำมจำเปน็ ทำงเศรษฐกจิ ระบบกำรเงนิ กำรลงทุน หรือกำรบริหำรจดั กำร
ในภำครัฐ
523
เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๙๓ ก หน้า ๓ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๓
ราชกิจจานเุ บกษา
(๔) กรณมี คี วำมจำเปน็ อนื่ ใดทตี่ ้องมีคำพิพำกษำตำมขอ้ ตกลงหรือสัญญำประนีประนอมยอมควำม
เมือ่ พิจำรณำถึงประโยชนท์ จ่ี ะเกดิ ข้ึนแกค่ ู่สญั ญำทกุ ฝ่ำย
ขอ้ ๑๖ กรณีใดที่ศำลมีคำพิพำกษำตำมข้อตกลงหรือสัญญำประนีประนอมยอมควำม
ให้ถอื สำนวนไกล่เกลย่ี เปน็ สำนวนควำม และใหศ้ ำลจดแจง้ รำยงำนกระบวนพจิ ำรณำรวมไวใ้ นสำนวน
ให้จัดทำสำรบบควำมและสำรบบคำพิพำกษำสำหรับคดีตำมวรรคหนึ่งเช่นเดียวกับคดีที่มี
กำรยื่นฟ้องโดยแยกจำกคดีทั่วไปและใหเ้ รียกผู้ยืน่ คำรอ้ งเปน็ โจทก์ คูก่ รณอี กี ฝำ่ ยเปน็ จำเลย
ข้อ ๑๗ ในกรณีจำเป็นต้องมีวิธีกำรใดในทำงธุรกำรเพื่อให้กำรปฏิบัติตำมข้อกำหนดนี้
เปน็ ไปโดยเรียบรอ้ ย ให้เลขำธกิ ำรสำนกั งำนศำลยตุ ิธรรมเป็นผกู้ ำหนดวธิ กี ำรนนั้
ขอ้ ๑๘ ใหป้ ระธำนศำลฎีกำเป็นผรู้ ักษำกำรตำมข้อกำหนดนี้
ประกำศ ณ วนั ที่ ๔ พฤศจกิ ำยน พ.ศ. ๒๕๖3
เมทนิ ี ชโลธร
ประธำนศำลฎีกำ
524
แนวทางการปฏิบตั ิงานการไกล่เกลี่ย
ข้อพิพาทก่อนฟ้องคดี
525
แนวทางการปฏิบตั ิงานการไกลเ่ กลี่ยขอ้ พพิ าทกอ่ นฟ้องคดี
********************************
ปัจจุบันการไกล่เกล่ียข้อพิพาทเป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่าเป็น
วิธีการยุตขิ อ้ พิพาทที่สะดวก รวดเร็ว ประหยดั และคู่พิพาทมคี วามพึงพอใจ การสนับสนนุ ใหม้ กี ารระงับ
ข้อพิพาทด้วยวิธีการไกล่เกล่ียข้อพิพาทจึงเป็นประโยชน์ท้ังกับศาลยุติธรรม ประชาชน และระ บบ
เศรษฐกิจของประเทศ นอกจากการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจะเป็นวิธีการยุติข้อพิพาทท่ีมีประสิทธิภาพแล้ว
ยังเป็นวิธีการท่ีสามารถรักษาสัมพันธภาพระหว่างคู่กรณี ซ่ึงส่งผลดีต่อระบบการค้าและการลงทุน
ระหว่างประเทศอีกด้วย สาหรับประชาชนท่ัวไป การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอาจจะเป็นทางเ ลือก
ในการยุติข้อพิพาทระหว่างกัน โดยไม่ต้องนาคดีขึ้นสู่ศาล ดังน้ัน เพื่อให้การอานวยความยุติธรรม
ด้านการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องคดีมีความชัดเจน เป็นท่ียอมรับในระดับสากล ท้ังภายในประเทศและ
ต่างประเทศอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและและเอกชน รวมถึงประชาชนท่ัวไป
ท่ีมีข้อพิพาท สามารถเลือกวิธีการระงับข้อพิพาทได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นธรรม ตลอดจน
มีระบบการขึ้นทะเบียนผู้ประนีประนอมเพื่อทาหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทดังกล่าวได้อย่างเพียงพอและ
ตรงตามความต้องการของคูพ่ พิ าท เพ่ือเปิดโอกาสใหภ้ าคประชาชนเขา้ มามสี ่วนรว่ มในกระบวนการระงบั
ข้อพิพาทอย่างฉันมิตร มีประสิทธิภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกันจึงจาเป็นต้องมีแนวทางการไกล่เกลีย่
ขอ้ พิพาทก่อนฟอ้ งคดี ดังน้ี
1. การดาเนนิ การให้มีการไกลเ่ กล่ีย
1.1 ในกรณีท่ีคู่พิพาททุกฝ่ายประสงค์จะให้มีการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง คู่พิพาทสามารถแจ้ง
ความประสงค์ต่อศาลหรือสานกั ส่งเสริมงานตุลาการ หรือแจ้งผ่านช่องทาง QR Code เพื่อให้ศาลหรือสานัก
สง่ เสริมงานตลุ าการ นัดประชุมคู่พิพาทและแตง่ ตัง้ ผไู้ กล่เกล่ียและดาเนินการไกลเ่ กลยี่ ตอ่ ไป
1.2 ในกรณีท่ีคู่พิพาทฝ่ายใดประสงค์จะไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ให้แจ้งความประสงค์ต่อศาล
หรอื สานักส่งเสริมงานตุลาการ พรอ้ มรายละเอียดหรอื แจง้ ผ่านช่องทาง QR Code
1.3 ให้ศาลหรือสานักส่งเสริมงานตุลาการ ส่งหนังสือแจ้งให้คู่พิพาทอีกฝ่ายหน่ึงทราบ
โดยเร็ว เพอื่ ให้ตอบรับกลบั มายังศาลหรอื สานักสง่ เสริมงานตลุ าการ หรอื ตอบรับผา่ นชอ่ งทาง QR Code
ภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับสาเนาคาร้อง หากคู่พิพาทอีกฝ่ายหน่ึงตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบกลับมา
ภายในระยะเวลาที่กาหนด ให้ถือวา่ ไมม่ กี ารดาเนินกระบวนการไกลเ่ กล่ียตอ่ ไป
1.4 ในกรณีที่คู่พิพาททุกฝ่ายประสงค์จะให้มีการไกล่เกล่ียข้อพิพาทก่อนฟ้องคดี คู่พิพาท
อาจแจ้งความประสงค์ต่อศาลหรือสานักส่งเสริมงานตุลาการ หรือแจ้งผ่านช่องทาง QR Code เพื่อให้ศาล
หรอื สานักส่งเสรมิ งานตุลาการดาเนินการนดั ประชุมตามขอ้ 1.5
1.5 หากคู่พิพาทผู้ได้รับหนังสือเห็นชอบในการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกล่ีย ให้ศาลหรือ
สานักส่งเสริมงานตุลาการนัดประชุมคู่พิพาทเพ่ือแต่งต้ังผู้ไกล่เกล่ียภายในเจ็ดวัน และดาเนิน
กระบวนการไกลเ่ กลีย่ ต่อไป
1.6 ให้ศาลจัดให้คู่พิพาททุกฝ่ายลงนามตกลงนาข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการ
ไกล่เกลี่ย เมื่อคู่พิพาทลงนามตกลงดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าคู่พิพาทยอมรับและผูกพันในกระบวนการ
ไกล่เกลี่ยตามข้อตกลง ถ้าคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงไม่ยอมลงนามตกลง ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะเข้า
สกู่ ระบวนการไกล่เกลย่ี
1.7 เม่อื ค่พู ิพาท...
526
2
1.7 เม่ือคู่พิพาทลงนามในข้อตกลงตามขอ้ 1.6 แล้ว ในการไกล่เกล่ีย ให้ผู้บริหารศาลหรอื
ผู้อานวยการสานักส่งเสริมงานตุลาการ แต่งต้ังผู้ไกล่เกลี่ยหน่ึงคนโดยความเห็นชอบของคู่พิพาทเป็น
ผูด้ าเนนิ การไกลเ่ กล่ีย
หากคู่พิพาททั้งสองฝ่ายประสงค์จะต้ังผู้ไกล่เกลี่ยมากกว่าหน่ึงคน ต้องได้รับความ
เห็นชอบจากผู้บริหารศาลหรือผู้อานวยการสานกั ส่งเสริมงานตุลาการ
1.8 ผู้ไกล่เกลี่ยที่ได้รับการแต่งตั้ง จะต้องลงนามในข้อตกลงรับเป็นผู้ไกล่เกล่ียและต้อง
เปิดเผยข้อมลู อันเกี่ยวกับส่วนได้เสียหรอื ความเก่ียวขอ้ งเป็นส่วนตัวกบั คู่พิพาททุกฝ่ายต่อศาลหรอื สานัก
ส่งเสริมงานตลุ าการ
2. ผู้ไกล่เกลย่ี
2.1 ทะเบียนรายชื่อผู้ไกล่เกลี่ย ให้สิ้นผลตามทะเบียนรายช่ือผู้ประนีประนอมที่ได้ขึ้น
ทะเบยี นกบั สานักงานศาลยตุ ิธรรมตามขอ้ กาหนดของประธานศาลฎกี าว่าดว้ ยการไกลเ่ กลีย่ พ.ศ.๒๕5๔
การส้ินผลของทะเบียนรายช่ือตามวรรคหนึ่งไม่กระทบถึงการแต่งต้ังผู้ไกล่เกลี่ยท่ีได้
ดาเนนิ การไปก่อนแล้ว และให้ผูไ้ ด้รบั การแตง่ ต้ังนน้ั ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ตี ่อไป
2.2 ผไู้ กลเ่ กล่ยี จะต้อง
(๑) เตรียมการไกลเ่ กล่ีย
(๒) ผูกพนั ตามขอ้ ตกลงที่ทาไว้ตามขอ้ 1.6
(๓) ช่วยเหลือสนับสนุนการเจรจาระหว่างคู่พิพาท แนะนาแนวทางแก้ปัญหาเพื่อการ
ยุติข้อพพิ าท
(๔) ไม่ออกความเห็นในลักษณะใด ๆ ท่ีเป็นการวนิ ิจฉยั ช้ีขาดขอ้ พิพาท เว้นแตค่ ู่พพิ าท
จะได้ตกลงกนั ใหผ้ ู้ไกลเ่ กลี่ยออกความเหน็ เชน่ ว่านน้ั
(๕) ชว่ ยเหลอื คู่พิพาทในการรา่ งสญั ญาประนปี ระนอมยอมความ
(๖) ดาเนินการไกลเ่ กล่ียจนกระบวนการไกล่เกล่ยี ส้นิ สุด
2.3 ผู้ไกล่เกลยี่ จะตอ้ งปฏิบตั หิ น้าท่ีใหเ้ ป็นไปดว้ ยความเรยี บร้อย โดยคานึงถึงผลประโยชน์
สงู สดุ ของค่พู พิ าท
2.4 ผู้ไกล่เกลี่ยไม่ตอ้ งรับผิดต่อคู่พิพาทในการกระทาใด ๆ ที่ได้ดาเนินการไปเพื่อการไกล่เกลี่ย
และระงับข้อพิพาท เว้นแต่การกระทาหรือละเว้นการกระทาของผู้ไกล่เกล่ียเป็นไปโดยจงใจ ประมาท
เลนิ เล่ออยา่ งร้ายแรง หรือไมเ่ ปน็ ไปตามแนวทางน้ี จนเปน็ เหตุให้ค่พู ิพาทเสียหาย
2.5 ในกรณีดังตอ่ ไปนี้ ให้ผูไ้ กลเ่ กล่ยี พน้ จากหน้าท่ี
(๑) ผูไ้ กล่เกลย่ี ได้กระทาการใด ๆ ในฐานะเปน็ ผ้แู ทนหรอื กระทาการใดแทนค่พู พิ าท
(๒) ผไู้ กลเ่ กลี่ยมีสว่ นได้เสียหรอื เกี่ยวขอ้ งกับคู่พพิ าทฝ่ายใดอันเกี่ยวกบั ปัญหาท่พี พิ าทนั้น
(๓) เม่อื ผู้ไกลเ่ กลี่ยถกู ลบชอ่ื ออกจากทะเบียนรายชื่อ
(๔) เมื่อผู้บริหารศาลหรือผู้อานวยการสานักส่งเสริมงานตุลาการมีคาสั่งถอดถอน
ผู้ไกล่เกล่ียนั้น เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ไกล่เกลี่ยกระทาการบกพร่องต่อหน้าท่ี หรือละเลย
ไม่ปฏิบัตติ ามหนา้ ท่ี
ใหผ้ ้บู ริหาร...
527
3
ให้ผู้บริหารศาลหรือผู้อานวยการสานักส่งเสริมงานตุลาการ แต่งต้ังผู้ไกล่เกลี่ยคนใหม่
โดยความเห็นชอบของคู่พิพาท การแต่งตั้งผู้ไกล่เกล่ียคนใหม่ตามข้อนอ้ี าจดาเนนิ การในเวลาใด ๆ ก่อน
กระบวนการไกลเ่ กลีย่ ส้ินสุดลงก็ได้
2.6 คู่พิพาทอาจคัดค้านผู้ไกล่เกลี่ยได้ หากปรากฏข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเหตุอันควรสงสัย
ถึงความเป็นกลางของผู้ไกล่เกลี่ย แต่คู่พิพาทจะคดั ค้านผู้ไกลเ่ กลยี่ ซึง่ ตนไดใ้ หค้ วามยินยอมในการแตง่ ต้งั มิได้
เวน้ แตค่ ู่พพิ าทฝา่ ยนั้นไมร่ ูห้ รือไมม่ ีเหตุอันควรรูถ้ งึ เหตุแห่งการคดั ค้านในขณะท่ใี หค้ วามยนิ ยอม
2.7 คู่พิพาทที่ประสงค์จะคัดค้านผู้ไกล่เกล่ีย ต้องแจ้งเหตุแห่งการคัดค้าน ให้ผู้บริหารศาล
หรือผู้อานวยการสานักส่งเสริมงานตุลาการทราบก่อนเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ย หรือภายในเจ็ดวันนับ
แต่วันที่ได้รถู้ งึ ข้อเทจ็ จริงแลว้ แตก่ รณี ท้ังนี้ ต้องกระทากอ่ นกระบวนการไกลเ่ กลย่ี สน้ิ สุดลง
การท่ผี ู้ไกล่เกลยี่ ถอนตวั ไมถ่ ือวา่ เปน็ การยอมรับขอ้ เทจ็ จริงตามทีค่ ู่พิพาทยกขึ้นคัดค้าน
ในกรณีท่ีมีการคัดค้าน ให้ผู้บริหารศาลหรือผู้อานวยการสานักส่งเสริมงานตุลาการ
ที่แตง่ ต้งั ผู้ไกลเ่ กล่ียเป็นผพู้ จิ ารณาและมคี าสัง่ ตามทเี่ ห็นสมควร
3. กระบวนการไกล่เกล่ยี
3.1 คู่พิพาทที่เป็นบุคคลธรรมดาพึงเข้าร่วมประชุมไกล่เกล่ียด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุ
สุดวิสัยหรือมีเหตุจาเป็นอ่ืนอันไม่อาจก้าวล่วงได้ คู่พิพาทน้ันอาจแต่งตั้งตัวแทนที่มีอานาจตัดสินใจ
และทาสญั ญาประนปี ระนอมยอมความเขา้ รว่ มประชุมไกล่เกล่ียกไ็ ด้
คู่พิพาทท่ีเป็นนิติบุคคลพึงแต่งตั้งตัวแทนท่ีมีอานาจตัดสินใจและทาสั ญญา
ประนีประนอมยอมความเข้าร่วมประชุมไกล่เกลี่ย โดยทาเป็นหนังสือส่งต่อเจ้าหน้าท่ีประจาศาลหรือ
เจ้าหน้าท่ีสานักสง่ เสริมงานตุลาการ เว้นแต่จะไดแ้ ต่งตั้งผู้มอี านาจทาสัญญาประนปี ระนอมยอมความไว้
ในคดแี ล้ว เมอ่ื เจ้าหน้าท่ปี ระจาศาลได้รับหนงั สอื แต่งตัง้ ตวั แทนแล้ว ให้ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของผมู้ อบ
อานาจและผู้รับมอบอานาจและขอบเขตอานาจที่ได้รับมอบ ในกรณีที่หนังสือมอบอานาจมีข้อบกพร่อง
หรือมีข้อจากดั เกี่ยวกับขอบเขตอานาจทไ่ี ด้รบั มอบ ใหแ้ จง้ ใหผ้ ู้ไกลเ่ กล่ยี ทราบ
3.2 ในกรณที ค่ี ู่พพิ าทมิได้ตกลงไวเ้ ป็นอยา่ งอนื่ ผู้ไกลเ่ กล่ยี อาจกาหนดขนั้ ตอนหรอื แนวทาง
ในการดาเนินการไกล่เกลี่ยตามท่ีเห็นสมควร โดยคานึงถึงพฤติการณ์แห่งคดี ความประสงค์ของคู่พิพาท
การปฏิบัติตอ่ คู่พิพาทอยา่ งเป็นธรรม และความต้องการท่จี ะระงบั ขอ้ พิพาทด้วยความรวดเรว็
ก่อนไกล่เกล่ีย ให้ผู้ไกล่เกลี่ยแจ้งขั้นตอนการไกล่เกล่ียให้คู่พิพาททราบว่าข้อเสนอ
และคาแถลงเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในชั้นไกล่เกลี่ย ศาลหรือสานักส่งเสริมงานตุลาการจะเก็บเป็นความลบั
คู่พิพาทไม่มีสิทธิใช้อ้างอิงไม่ว่ากรณีใด ๆ และไม่ผูกมัดคู่พิพาทหรือศาลหรือสานักส่งเสริมงานตุลาการ
ให้ต้องปฏิบัตติ าม
3.3 เพื่อประโยชน์ในการไกล่เกล่ีย ผู้ไกล่เกล่ียอาจให้คู่พิพาทเสนอข้อเท็จจริงหรือข้อมูล
เบื้องต้นแห่งข้อพิพาท ตลอดจนข้อเสนอในการระงับข้อพิพาทต่อผู้ไกล่เกลี่ย หรืออาจเสนอให้มีการ
แลกเปล่ยี นข้อมูลดังกล่าวระหวา่ งคู่พพิ าทกไ็ ด้
คู่พิพาทอาจขอให้ผู้ไกล่เกล่ียดาเนินการตามความในวรรคก่อนก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้
ผไู้ กลเ่ กลีย่ จะจัดใหม้ ีการดาเนินการตามท่ีคู่พพิ าทขอหรือไม่ก็ได้
3.4 การไกล่เกล่ียจะทาด้วยวิธีใด ณ วันเวลาและสถานที่ใด ให้เป็นไปตามแนวทาง
ท่ีศาลหรือสานกั ส่งเสรมิ งานตุลาการกาหนด โดยต้องแจ้งให้คู่พิพาททกุ ฝ่ายทราบ
3.5 เพ่ือประโยชน.์ .. 528