ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปมนาํ้ และพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผรู บั ผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
บทท่ี 1
ระบบอัดอากาศ ปม นํา้ และพัดลม
(Compressed-Air, pump, and fan systems)
ความสาํ คัญของเน้อื หาวิชา (Overview)
ในบทนี้เปนเพียงพ้ืนฐานที่กลาวถึงประเภทและหลักการทํางานของระบบอากาศอัด ปม และพัดลม และ
อุปกรณรวมอ่ืนๆ ตลอดจนการควบคุมการทํางานแบบตางๆ ซ่ึงมีขอดีและขอเสียแตกตางกัน ขึ้นอยูกับการพิจารณา
เลือกใชใหเหมาะสม มิฉะน้ันอาจจะเกิดผลเสียตอระบบหรืออุปกรณได รวมไปถึงการใชงานและควบคุมการใช
งานไดอ ยางไมมปี ระสิทธิภาพและไมม คี วามปลอดภัย รวมไปถึงการใชงานในระบบอากาศอดั ปม และพัดลมใหมี
ประสิทธิภาพสูงสุดและทําใหเกิดงานมากท่ีสุดและไมมีการสูญเสียหรือการรั่วไหลระหวางทางเปนหลักสําคัญของ
การทําใหเกิดการอนุรักษพลังงาน รวมไปถึงการควบคุมตัวแปรตางๆ ที่ดูไดจากสมการหาประสิทธิภาพจะทําให
ทราบเงือ่ นไขในการทาํ งานของระบบอากาศอัด ปม และ พัดลมทตี่ องควบคมุ ท่ีกอ ใหเกิดประสทิ ธภิ าพสูงสดุ
วตั ถุประสงค (Objective)
1. อธบิ ายระบบอากาศอัด ปมนํ้า และพัดลมได
2. อธิบายวิธีการอนรุ ักษพ ลังงานในระบบอากาศอัด ปม นาํ้ และพัดลมได
3. วเิ คราะหแนวทางการอนุรักษพลงั งานในระบบอากาศอัด ปม นาํ้ และพดั ลมได
บทนาํ (Introduction)
เน้ือหาในบทน้ีจะเปนการแนะนําถึงประเภทและหลักการทํางานของระบบอากาศอัด ปม และพัดลม
คุณลักษณะเฉพาะและวิธีการควบคุมการทํางานในแตและแบบที่ใหผลการทํางานท่ีตางกันใหเลือกใชไดตามสภาพ
และความเหมาะสมในการใชงาน
1-1
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปมนา้ํ และพดั ลม ตําราฝกอบรมผูรบั ผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
1.1 ประเภทและหลกั การทํางานของเครื่องอดั อากาศ (Type and principle of operation of air-compressor)
1.1.1 ประเภท และหลักการทาํ งานของเครอื่ งอดั อากาศ
โดยทวั่ ไปเคร่ืองอดั อากาศอาจแบงได 2 ประเภท คือ ประเภทปรมิ าตร และแบบไดนามกิ ส
1) เคร่ืองอัดอากาศประเภทปริมาตรแทนที่เชิงบวก (Positive Displacement) มีหลักการทํางาน คือ ให
อากาศเขาไปในปริมาตรแลวลดปริมาตรอากาศน้ีลงโดยใชพลังงานจากภายนอก เม่ือปริมาตรของอากาศลดลงก็จะ
ทําใหค วามดนั สงู ขน้ึ เคร่อื งอัดอากาศปรมิ าตรมที ัง้ แบบลกู สบู และโรตารี่
2) เครื่องอัดอากาศประเภทไดนามิคส (Dynamics) มีหลักการทํางานคือ ใหพลังงานกลแกอากาศทําให
อากาศมีความเร็วเพิ่มข้ึนโดยผาน โรเตอรแลวอาศัยรูปราง Casing ภายในเครื่องอัดอากาศลดความเร็วลง ทําให
พลังงานจลนของอากาศเปลี่ยนรูปเปนความดัน ของอากาศ เคร่ืองอัดอากาศประเภทน้ี ไดแก Centrifugal
compressor , Turbo compressor , Air jet
รปู ท่ี 1.1 ประเภทของเคร่ืองอดั อากาศ
เคร่ืองอัดอากาศท่นี ิยมใชโดยท่วั ไปแบง ไดเปน 3 กลมุ ใหญๆ คือ
(1) เคร่ืองอัดอากาศแบบลูกสูบ (Reciprocating compressors)
(2) เครอื่ งอดั อากาศแบบโรตาร่ี (Rotary compressors)
(3) เคร่อื งอัดอากาศแบบหมุนเหว่ยี ง (Centrifugal compressors)
1-2
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปมน้าํ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู บั ผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
1) เครอ่ื งอัดอากาศแบบลูกสบู (Reciprocating compressors)
เครอื่ งอดั อากาศประเภทนี้ สว นใหญจะมขี นาดเลก็ ใชแหลงกาํ ลงั ตนกาํ ลังจากมอเตอรห รอื เคร่ืองยนตขนาด
เลก็ โดยมสี ายพานเปน อุปกรณถายทอดกําลังไปสเู คร่อื งอัดเพอ่ื ใหลูกสูบเคล่ือนท่ีอัดอากาศใหมีปริมาตรเล็กลง และ
ความกดดันของอากาศสูงขึ้น อากาศอัดจะถูกสงไปเก็บไวในถังลมกอนท่ีจะนําไปใชงานตอไป เคร่ืองอัดอากาศ
ประเภทนี้สวนใหญจะระบายความรอนดวยอากาศ ดังน้ันบริเวณรอบๆเสื้อสูบของเครื่องอัดจึงทําเปนแผนครีบ
(Vane) เพ่ือเพิ่มพื้นที่ในการระบายความรอนใหมากย่ิงขึ้น การเคลื่อนท่ีของลูกสูบในจังหวะอัดแตละคร้ังจะทําให
อากาศหรือแกสเกิดการอดั ตัวขึ้น และการไหลของอากาศอัดจะมีลักษณะเปนแบบหวงๆ (Pulsation) ไมตอเน่ืองกัน
ซึ่งเปนผลเสียตอระบบทอสง เพราะอาจทําใหเกิดความดันยอนกลับ ณ จุดที่มีการหักเล้ียวในระบบทอสงได ทําให
ทอ สง ไดรบั ความเสียหายในภายหลงั
เนื่องจากในอากาศมีความชื้น หรือไอนํ้าและฝุนละอองปะปนอยูดวยไมมากก็นอย ดังน้ันอากาศท่ีเขาสู
เคร่ืองอัดอากาศจึงมีไอนํ้าและฝุนละอองปะปนเขาไปดวย เม่ืออากาศถูกอัดตัว โมเลกุลของอากาศจะเกิดการเสียดสี
กันทําใหอากาศท่ีถูกอัดมีความรอนสูง ดังน้ัน อากาศท่ีถูกอัดกอนที่จะถูกนําไปยัง ถังอัดอากาศจึงตองมีการระบาย
ความรอนออกเสียกอน เพ่ือปองกันอันตรายจากความรอนซึ่งจะทําให ชิ้นสวนภายในเคร่ืองอัดอากาศไดรับความ
เสียหายข้ึน อากาศอัดดังกลาวเม่ือถูกนําไปเก็บในถังอัดอากาศก็ยังมีความรอนเหลือบาง เม่ืออากาศอัดภายในถัง
อากาศเย็นตัวลง ก็จะทําใหไอน้ํากลั่นตัวเปนหยดนํ้าอยูในถังอัดอากาศ ซึ่งจะกอใหเกิดความเสียหายไดในขณะท่ีนํา
อากาศไปใชง าน ดงั น้นั จงึ ตอ งมกี ารระบายนํา้ สว นนี้ออกไปจากถังอดั อากาศ กอนทจ่ี ะมีการใชงานอยูเ สมอทกุ วัน
รูปท่ี 1.2 ลกั ษณะภายในเครอ่ื งอัดอากาศแบบลกู สบู
2) เครอื่ งอดั อากาศแบบโรตาร่ี (Rotary compressors)
เครื่องอัดอากาศแบบโรตารีหรือแบบลูกสูบหมุนจะอัดอากาศอันเปนผลมาจากการเคล่ือนท่ีผลักดันของโร
เตอรในลักษณะการแทนท่ีของอากาศ อากาศอัดที่ไดจะมีอัตราการไหลอยางสม่ําเสมอแตปริมาณอากาศอัดที่ไดจะ
มีคาความกดดันคอนขางตํ่ากวามาก การหมุนของโรเตอรเพื่ออัดอากาศจะตองหมุนดวยความเร็วรอบที่สูง ซ่ึงจะ
กอใหเกิดเสียงดังและช้ินสวนท่ีเคลื่อนที่ภายในจะมีอัตราการสึกหรอคอนขางสูง เคร่ืองอัดอากาศประเภทนี้
แบงเปนลกั ษณะยอยๆ ดงั น้ี
1-3
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้าํ และพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผรู ับผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
(2.1) Sliding vane compressors
รปู ท่ี 1.3 ลักษณะภายในเคร่ืองอัดอากาศแบบโรตารี่ Vane
เคร่ืองอัดอากาศแบบโรตาร่ีชนิดนี้จะมีแผนกวาด (Vane) เลื่อนเขา และเล่ือนออกในแนวรัศมีอยูภายใน
เครื่องอัด แผนกวาดจะทําหนาที่กวาดอัดอากาศใหมีปริมาตรท่ีเล็กลง และทําการสงอากาศอัดออกไปจากเครื่องอัด
เพอ่ื นาํ ไปใชง านตอไป
(2.2) Liquid piston compressors
เคร่ืองอัดอากาศโรตารชี่ นดิ นี้ ภายในจะมีของเหลวเปนสารทาํ งานซึ่งจะทําหนา ทค่ี ลายกับเปนลูกสูบในการ
อัดอากาศใหมคี วามดนั สูงข้ึน
รปู ท่ี 1.4 ลักษณะภายในของเคร่อื งอัดอากาศแบบโรตารชี่ นิด Liquid piston
(2.3) Two –impeller straight – lobe
เคร่อื งอดั อากาศชนิดนีจ้ ะมีอุปกรณในการอัดอากาศเปนลอน(Lobe) 2 ช้ินหมุนดวยความเร็วรอบท่ีสัมพันธ
กนั เพื่ออดั และสง อากาศไปยงั ระบบตอไป อากาศที่อัดไดใ นระบบน้จี ะมคี วามดันตํ่ามาก
รูปท่ี 1.5 ลกั ษณะภายในของเครือ่ งอดั อากาศแบบโรตารชี่ นิด Straight – lobe
1-4
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปม นํ้าและพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผรู ับผดิ ชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
(2.4) Helical or Spiral lobe
เคร่ืองอัดอากาศชนิดน้ีจะมีอุปกรณในการอัดอากาศเปนลักษณะโรเตอรหมุนอยูภายในตัวเรือนเคร่ือง
อัดอากาศจํานวน 2 ตัว ตัวหน่ึงจะเปนเกลียวตัวผู (Helical) จะทําหนาท่ีในการอัดอากาศ อากาศอัดจะเกิดการ
เคลอ่ื นทใ่ี นลักษณะของการแทนทีอ่ ยางตอ เนื่อง
รปู ท่ี 1.6 ลกั ษณะภายในของเคร่อื งอัดอากาศแบบโรตารช่ี นิด Helical or spiral lobe
3) เครอ่ื งอัดอากาศแบบหมุนเหวย่ี ง (Centrifugal compressors)
เปนเครื่องอัดอากาศที่ใชหลักการทางดานพลศาสตร ทํางานดวยการเปล่ียนพลังงานจลนเปนความกดดัน
ทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศอัดจะถูกเหว่ียงตัวออกไปในแนวรัศมี ลมดูดจะเขาสูแกนตรงกลางเพลาใบพัดและ
ถูกเหว่ียงตัวออกไปในแนวรัศมีของใบพัดสูผนังเคร่ืองอัดและถูกสงไปตามระบบทอ อากาศอัดจะมีความกดดัน
สูงข้ึนแตความเร็วยังคงที่ เมื่อเราตองการอากาศอัดท่ีมีคาความกดดันสูงมากข้ึน เราสามารถกระทําไดโดยการใช
เคร่ืองอัดอากาศหลายสเตจโดยที่อากาศอัดซ่ึงไดจากการอัดในสเตจแรกจะถูกสงตอไปยังสเตจตอไปและอัดอากาศ
ใหไดความดันท่ีตองการ อากาศที่อัดไดในแตละสเตจจะมีความรอนสูงขึ้น ดังน้ันจึงตองมีการระบายความรอน
ออกจากอากาศอัดกอ นท่ีจะสงอากาศอัดไปยงั สเตจตอ ๆไป
รปู ท่ี 1.7 เคร่อื งอัดอากาศแบบหมุนเหวย่ี ง
1-5
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตําราฝกอบรมผูร ับผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
1.1.2 คุณลักษณะและสมรรถนะการทํางานของระบบอากาศอัด
(Characteristics and performane of air-compressor)
1.1.2.1 คุณลกั ษณะและสมรรถนะการทาํ งานของระบบอากาศอดั
เคร่ืองอัดอากาศแบบลูกสูบและแบบสกรูซ่ึงใชวิธีอัดแบบปริมาตร แบงเปนแบบใชน้ํามันกับแบบไมใช
น้ํามัน (Oil free) เครื่องอัดอากาศแบบเทอรโบโดยโครงสรางแลวจะเปนแบบไมใชน้ํามัน แบบใชน้ํามันจะทําการ
ผนึกการร่ัวของอากาศ ดังน้ัน จึงมีกําลังขับจําเพาะ ต่ํากวาแบบไมใชน้ํามัน นิยมใชกันมากในเครื่องอากาศขนาด
เล็กและขนาดกลาง อยางไรก็ตาม ในอากาศที่ดูดเขามาจะมีละอองนํ้ามันหลอล่ืนและไฮโดรคารบอนเขามาปะปน
ดวย เครื่องอัดอากาศแบบสกรูจะมีขนาดใหญต้ังแต 150 [kW] ข้ึนไป สวนใหญจะเปนแบบไมใชน้ํามันเกือบ
ท้งั หมด
เคร่ืองอัดอากาศแบบหลายช้ันจะลดกําลังขับเพลาใหต่ําลงดวยการระบายความรอนของอากาศอัดดวย
อินเตอรคูลเลอรในแตละกระบวนการอัดอากาศ กรณีท่ีความดันขาออกเทากับ 0.7 [MPa] หากเปลี่ยนการอัดอากาศ
1 ช้ันใหเปน 2 ช้ันแลวจะลดกาํ ลงั ขบั เพลาลงไดประมาณ 15 [%] ดว ยความดันเทาน้ี โดยท่ัวไปเครื่องอัดอากาศแบบ
ลูกสูบและแบบสกรจู ะใช 1-2 ชน้ั และแบบเทอรโบจะใช 2-3 ช้ัน
เครือ่ งอดั อากาศแบบลกู สบู จะมกี ารสัน่ สะเทอื นและเสยี งดังมากกวาแบบสกรู รวมทงั้ มีอากาศขาออกจะมี
การกระเพื่อมสูงกวา สวนเคร่ืองอัดอากาศแบบเทอรโบจะไมมีการกระเพื่อม แตจะมีเสียงดังมาก แบบสกรูจะมี
ระยะเวลาบํารุงรักษา 12,000-20,000 ชั่วโมง แตแบบลูกสูบจะมีระยะเวลาส้ันเพียง 1 ใน 4 เทานั้น และแบบเทอรโบ
จะสนั้ ประมาณ 70%
1.1.2.2 ความสน้ิ เปลอื งกาํ ลังขับกบั เง่ือนไขการทํางาน
ยิ่งเครอื่ งอัดอากาศมีความดนั ขาออกสงู เทาใด จะยิง่ ตองใช เครอื่ งอดั อากาศแบบลกู สบู (เปด วาลว ดูดเขา คา งไว)
กําลังขบั มากขึ้นเทานั้น ตัวอยางเชน ถาความดันขาออกลดลงจาก เครอ่ื งอดั อากาศแบบแรงเหว่ยี ง (มภี าระ / ไมม ภี าระ)
0.7 [MPa] เปน 0.6 [MPa] แลว กําลังขับจะลดลงประมาณ 8 เครอ่ื งอดั อากาศแบบสกรู (วาลวสไลด)
เครอื่ งอดั อากาศแบบแรงเหวยี่ ง (หร่ีอากาศขาเขา)
เคร่อื งอดั อากาศแบบสกรู (หรอี่ ากาศขาเขา )
เครอื่ งอดั อากาศแบบสกรู (ควบคมุ การจายอากาศ)
[%] และย่ิงอณุ หภมู ขิ าเขา ของเครือ่ งอากาศมีคาตํ่าเทาใด กําลังขับ
จะยิ่งลดลงเทานั้น หากอุณหภูมิขาเขาลดลง 10 [°C] เคร่ืองอัด
อากาศแบบลูกสูบและแบบสกรูจะใชกําลังขับลดลงประมาณ ํกาลังขับ [%]
2 [%] สวนแบบเทอรโบจะลดลง 1-1.5 [%] จึงสามารถอนุรักษ
พลังงานได ดังน้ัน กรณีที่ดูดอากาศจากภายในอาคารจึงตอง เสน กราฟอุดมคติ
พิจารณาเร่ืองการระบายอากาศใหถ่ีถวน ทั้งน้ี กรณีที่ดูดอากาศ
จากภายนอกอาคารจะตองระมัดระวังเรื่องความดันสูญเสียและ
เสียงดังดว ย ทม่ี า : “การอภนรุากัระษพ[%ล]ังงาน” (ก.พ. 2541) หนา 68
รูปท่ี 1.8 คณุ ลักษณะภาระของเคร่ืองอัดอากาศ
1-6
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผูรบั ผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
ความสิ้นเปลืองกําลังขับในกรณีท่ีเดินเคร่ืองที่ภาระตํ่ากวาพิกัด (เมื่อปริมาณอากาศมีคาต่ํากวาพิกัด) จะ
ข้ึนอยูกับวิธีควบคุม ตัวอยางแสดงไวในรูปท่ี 1.8 จะเห็นวาเมื่อ Load factor มีคาต่ํากวา 100 [%] แมแตในแบบ
ลกู สูบซ่งึ กําลังขบั มีคาต่าํ สุดก็ยงั มกี าํ ลังขับเมอื่ ไมมภี าระไมน อ ยกวาประมาณ 10 [%]
เคร่ืองอัดอากาศแบบลูกสูบ ถาควบคุมดวยวิธี Unloader และปริมาณอากาศขาออกลดลงจนความดันของ
เสนทางลมขาออก (Discharge line) ตํ่ากวาคาที่กําหนดไวแลว วาลวลูกสูบ Unloader จะเปดวาลวดูดเขาคางไว ทํา
ใหเกิดการเดินเคร่ืองโดยไมมีการอัดอากาศ ซ่ึงแมวาจะทําใหความดันขาออกกระเพื่อม แตจะมีประสิทธิผลมากใน
การอนุรกั ษพลังงาน
ในเคร่ืองอัดอากาศแบบสกรูที่ใชน้ํามัน จะมีการจายอากาศอัดความดันออกมาโดยปดวาลวดูดเขาพรอมๆ
กับเปดวาลวปรับความดันขาออก เน่ืองจากเคร่ืองจะจายอากาศอัดความดัน การที่ภาระไมเต็มพิกัดจึงมีผลนอยตอ
การอนุรักษพลังงาน ตัวอยางเชน หากปริมาณอากาศที่จายออกลดลง 50 [%] กําลังขับเพลาจะลดลงเพียงประมาณ
15 [%] เทา นัน้
1.1.2.3 ความดนั อากาศทต่ี อ งการ
การออกแบบที่ดีของการสงจายอากาศอัดจะมีความดันลดลงประมาณ 0.7 บาร ณ จุดใชงานดีท่ีสุด เม่ือ
เครื่องมือและอุปกรณของอากาศอัดสวนใหญทํางานท่ีระดับความดัน 6.3 บาร ดังน้ัน ความดันท่ีผลิตตํ่าสุดของ
เคร่ืองอัดอากาศจะอยูที่ 7 บาร ดังน้ันการทํางานของระบบท่ีไมจําเปนของการผลิตอากาศอัดที่มีความดันสูงดังนั้น
จึงเปนสาเหตทุ ําใหตองใชพ ลังงานและคาใชจายเพิ่ม ดงั รูป
ดังนนั้ ควรหลกี เล่ยี งการสง จา ยอากาศทม่ี ีความดนั สูงและปรมิ าณมากๆ ไปยงั อุปกรณท่มี ขี นาดเล็ก แตควร
พจิ ารณาการติดตั้งเคร่ืองอัดอากาศทม่ี ีขนาดเล็กเพมิ่ เติมแทนใหก บั อุปกรณในสถานท่นี ้ันๆ
รูปที่ 1.9 คณุ ลกั ษณะการทํางานเครื่องอดั อากาศ
1.1.2.4 ระดบั คุณภาพของอากาศท่ตี อ งการ
เครื่องอัดอากาศท่ีไมมีน้ํามัน (Oil free compressor) เหมาะท่ีจะนํามาใชผลิตอากาศเพราะอากาศจะมี
คณุ ภาพสูงกวา เคร่อื งอัดอากาศชนิดท่มี นี า้ํ มัน
1-7
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผูรับผดิ ชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
ตารางที่ 1.1 เปรียบเทยี บเครอื่ งอัดอากาศชนดิ ไมม ีนํ้ามนั กับชนิดมีนํา้ มัน
เครือ่ งอัดอากาศชนดิ ไมม ีนาํ้ มนั เครอ่ื งอดั อากาศชนิดมีนํ้ามัน
ขอดี ขอดี
- มีประสทิ ธิภาพมากกวา จึงทําใหมีคาใชจายในการดําเนินการ - สวนมากมีคา ใชจ ายในการลงทนุ ต่ํา
ทีต่ ่าํ กวา - เปนวิธีการท่ีไมย ุงยากสําหรับนํามาใชใ นอตุ สาหกรรม
- มอี ายุการใชงานยาวนานขนึ้ - น้าํ มันมผี ลอยา งมากในการระบายความรอ น
- ใชกับผลิตภัณฑท่ีรับผลกระทบไดงายๆ เชน อุตสาหกรรม - ความเร็วรอบตํ่า / ใชอ ณุ หภมู ิตํ่ากวา
อาหารและเภสัชกรรม
ขอ เสีย ขอ เสยี
- มคี า ใชจายในการลงทนุ สงู - ตอ งทําการซอ มแซมบอ ย
- คา ใชจายในการบํารงุ รกั ษาสูง - มีการบาํ รงุ รกั ษาและเปลย่ี นน้าํ มนั บอ ย
- จําเปนตองอัดอากาศหลายขั้นตอนเพ่ือใหไดความดันที่ - ตน ทนุ การปรับปรุงคุณภาพอากาศจะสูงกวาและคาใชจาย
ตอ งการ ในการดําเนินการมากกวา (เน่ืองจากความดันลดลงท่ีตัว
- เคร่ืองอัดอากาศมคี วามซับซอ นมากกวา กรองนาํ้ มัน)
1.1.2.5 รปู แบบความตองการอากาศอัด
ปริมาณความตองการอากาศอัดแตละโรงงานมีความตองการแตกตางกันขึ้นอยูกับการนําอากาศไปใช
ประโยชน เครือ่ งอัดอากาศจะมปี ระสิทธิภาพสูงสุดเม่ือทาํ งานมโี หลดเตม็ พกิ ดั หรือใกลเคยี งเต็มพกิ ดั
• อตั ราการผลติ อากาศของเครอื่ งอัดอากาศ
คอื การผลิตอากาศใหเพียงพอกบั ความตอ งการโดยมีความดันท่เี หมาะสมและอากาศอดั มีคณุ ภาพ คาใชจาย
ตํ่าสุดเพื่อใหมีการใชพลังงานอยางมีประสิทธิภาพ โดยท่ัวไปประสิทธิภาพของเคร่ืองอัดอากาศท่ีเพ่ิมขึ้นขึ้นอยูกับ
ขนาดทเี่ พมิ่ ขึน้ ดังรปู
ถาเคร่ืองอัดอากาศที่มีขนาดใหญซ่ึงมี ประสิทธิภาพสูงแตนํามาใชกับสภาวะโหลดบางสวนก็คงไม
เหมาะสมเชนกันดังนั้นเคร่ืองอัดอากาศท่ีมีขนาดเล็กแตทํางานใกลเคียงกับพิกัดจะมีประสิทธิภาพการใชงานท่ี
เหมาะสมกวา
รูปท่ี 1.10 อตั ราการผลิตเทยี บกบั พลังงานไฟฟา
1-8
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปม น้าํ และพดั ลม ตําราฝกอบรมผรู บั ผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
1.1.3 การควบคุมการทาํ งานของระบบอากาศอดั (Operation control of air-compressor)
1.1.3.1 การควบคมุ การทํางานของระบบอากาศอดั
เครื่องอัดอากาศสวนใหญที่ใชงานอยูทํางานนอยกวาพิกัดเพราะเปนเร่ืองท่ีหลีกเล่ียงไมไดตามความ
ตอ งการใน แตล ะวนั ดงั นน้ั การควบคมุ การทาํ งานของเครื่องอดั อากาศอยางมีประสิทธิภาพทําใหประหยัดพลังงาน
ไดประมาณ 5-20 เปอรเซ็นตของคาใชจายที่เกิดข้ึนท้ังหมด หลักเกณฑการควบคุม เครื่องอัดอากาศ 3 หลักเกณฑ
ที่ตอ งคาํ นึงถงึ คือ
1. การควบคุมเครือ่ งอัดอากาศแยกแตละเครือ่ ง
2. การควบคมุ เครื่องอัดอากาศแบบหลายเครอื่ ง
3. การควบคุมระบบเคร่อื งอัดอากาศโดยรวม
(1) การควบคุมเคร่ืองอัดอากาศแยกแตละเคร่ือง เครื่องอัดอากาศมีหลากหลายรูปแบบและมีวิธีการควบคุม
เครอื่ งอัดอากาศท่นี ยิ มใชมากท่สี ดุ คอื
ก. การเปด /ปด เฉพาะเครือ่ งขนาดเลก็
ข. มภี าระและปลดภาระ (On-line/Off-line)
ค. ลดโหลด (Unloading) ใชกับเคร่อื งอัดอากาศแบบลกู สูบ
ง. แบบมอดูเลตง้ิ (Modulating)
1.1 ระบบเปด /ปดอตั โนมัติ (Automatic start/stop) ของเครื่องอัดอากาศแบบลกู สบู เวนและสกรู
สําหรับเครื่องอัดอากาศที่มีอัตราการผลิตอากาศนอยกวา 10 ลิตรตอวินาที มอเตอรเคร่ืองอัดอากาศจะปด
เม่ือไมต องการใชง าน จะเปดเมอ่ื มีการทํางานพรอมกับมีการใชพลังงานอยางคงที่ ณ ระดับความดันปกติ อยางไรก็
ตามอาจมีปญหาทห่ี ลีกเลย่ี งไมไ ดเ กิดขนึ้ กบั ความตอ งการที่มีโหลดบางสวนจากการเปด/ปดบอยๆ ดังนั้นวิธีน้ีจึงไม
เหมาะทจ่ี ะนาํ ไปใชก บั เคร่ืองอดั อากาศขนาดใหญ
1.2 ระบบควบคุมแบบมภี าระ/ ปลดภาระ (On-line / Off-line)ของเคร่อื งอัดอากาศแบบลกู สบู เวนและสกรู
เคร่ืองอัดอากาศแบบลูกสูบ เวนและสกรู สวนมากจะใชกับระบบควบคุมแบบมีภาระ/ปลดภาระ (On-
line/Off-line)
รูปที่ 1.11 การควบคมุ แบบมีภาระ / ปลดภาระ (On-line / Off-line)
1-9
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปมนาํ้ และพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผรู ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
จากรูปที่ 1.11 แสดงใหเห็นถึงการควบคุมแบบมีภาระ / ปลดภาระ (On-line / Off-line) โดยมีโหลด
บางสวน และยงั แสดงใหเ ห็นถึงอัตราเฉลี่ยของความตอ งการพลงั งานไฟฟาที่ภาระโหลดเฉพาะ
การควบคมุ เคร่ืองอัดอากาศแบบลูกสูบบางรุนโดยการปดวาลวอยางสมบูรณท่ีทอทางเขาของอากาศการปด
วาลวท่ีตําแหนงทอดูดจะทําใหมีผลตอการปลดภาระ เม่ือระบบความดันอยูท่ีระดับสูงสุดท่ีกําหนดไวจะทําใหการ
ทํางานของเคร่ืองอัดอากาศยอนกลับมาที่มีภาระท่ีระดับความดันตํ่าตามที่กําหนดไว การควบคุมแบบนี้จะทําให
ประหยัดพลังงานไดอยางมากในการใชเครื่องอัดอากาศแบบลูกสูบ การใชพลังงานจะลดลงประมาณ 20 เปอรเซ็นต
ของโหลดเตม็ พกิ ัด
สาํ หรบั เครือ่ งอัดอากาศแบบสกรูและแบบโรตารี่เวนชนดิ มีนา้ํ มัน ปกติจะมีระบบฉีดน้ํามันเพื่อรักษาระดับ
ความดัน ซึ่งจะทาํ ใหมกี ารใชพลงั งานในชวงไมมีภาระโหลดประมาณ 30-40 เปอรเ ซน็ ตของโหลดเตม็ พิกดั
การใช On-line / Off-line ควบคุมการไหลท่ีทอทางเขาของเครื่องอัดอากาศแบบสกูรชนิดไมมีน้ํามัน จะ
คลายกับวิธีการท่ีอธิบายมาแลวขางตน โดยสวนใหญเคร่ืองอัดอากาศชนิดไมมีน้ํามันจะทํางาน 2 ขั้นตอน ใน
ขั้นตอนแรกจะเปนการควบคุมอัตราการไหลเวียนของอากาศ ในข้ันตอนที่ 2 จะนํากลับมาท่ีทอทางเขาเพื่อลด
อณุ หภมู ทิ ่ชี ุดหลอเย็น ซง่ึ วิธีน้ีจะชว ยลดการใชพลังงานไดนอยกวาเคร่อื งอัดอากาศแบบโรตาร่ีสกรชู นิดใชนํ้ามนั
การควบคุมแบบมีภาระ / ปลดภาระและแบบอัตโนมัติ (On-line/ Off-line + Auto) สวิทซปดอัตโนมัติของ
มอเตอร จะทาํ งานเม่ือเครอ่ื งทาํ งานโดยไมมีโหลดตามทผ่ี ูใ ชกําหนดเวลาไวและเครื่องจะเปดใหมเมื่อตองการอากาศ
อัด การหยุด/การเร่ิมเดินอัตโนมัติทําใหสามารถนําระบบซอฟสตารทเตอร (Solf starter) มาใชกับมอเตอร เมื่อ
ตอ งการเปด -ปดเครอื่ งบอยๆ ซึ่งจะทาํ ใหส ามารถประหยดั พลังงานไดอยา งมาก
1.3 การควบคุมแบบหลายขัน้ ตอน (Clearance pocket unloading) เฉพาะเคร่อื งอดั อากาศแบบลูกสูบ
เปนความสัมพันธที่เหมาะสมของอากาศท่ีทอทางเขากับความดันปอนเขาภายในฝาครอบสงเขาไปใน
กระบอกสบู มคี าเทา กับหนงึ่ ในส่สี วนของอตั ราการผลิตอากาศของเครื่องอดั อากาศ ลักษณะเฉพาะของการทาํ งานท่ี
มีภาระโหลดบางสวน จะคลายๆ กับการควบคุมแบบ On-line/Off-line ท่ีใชกับเครื่องอัดอากาศแบบลูกสูบแต
สามารถปรับปริมาณอากาศไดถึง 5 ระดับ คือ 100%, -75%, -50%, -25% และ 0 % อยางไรก็ตามวิธีน้ีถูกมองวามี
ประสิทธภิ าพต่ํา
1.4 การควบคมุ แบบมอดลู เลตงิ้ โดยการหมนุ วาลว (Modulating-by Turn valves) สาํ หรบั เครือ่ งอดั อากาศ
แบบสกรูชนิดฉีดน้าํ มัน
โดยอากาศอัดมีการเปล่ียนแปลงดว ยการแทนท่ีของอากาศดว ยการหมุนวาลว ควบคุมแบบเกลียวกนหอย โดย
การปดทางเขาของทอรองเพ่ือทําใหอากาศสวนเกินไหลยอนกลับไปยังทอทางเขาเครื่อง วิธีการนี้มีประสิทธิภาพ
คลายการควบคุมแบบ On-line/Off-line อยางไรก็ตามระบบน้ีทําใหสามารถควบคุมความดันแตกตางภายในได 0.1
บาร
1.5 การควบคุมแบบมอดูลเลตงิ้ ดว ยคันบังคับการไหลเขา (Modulating-by Inlet Throttling) สําหรับ
เครอื่ งอดั อากาศแบบลูกสบู เวนและสกรู
วิธีการนี้นํามาใชกับการเปล่ียนแปลงชองวาลวโดยยอมใหอากาศบางสวนไหลมาท่ีทอทางเขา ทําใหระบบมี
ความดันเพ่ือขึ้น เพื่อทําใหอากาศท่ีผลิตจากเครื่องลดลง ขอดีของวิธีนี้สามารถรักษาระดับความดันภายในใหมี
ความแตกตา งกันนอ ยท่สี ุด
1-10
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม นา้ํ และพดั ลม ตําราฝกอบรมผรู ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
ถามีการควบคุมการไหลอยางตอเนื่องจะทําใหความดันท่ีทอทางเขาลดลงและอัตราสวนของการอัดอากาศ
เพ่ือข้ึน ทําใหมีความตองการใชพลังงานที่ตํ่า วิธีการควบคุมการไหลของอากาศอัดท่ีผลิตไดวิธีน้ีจะมีประสิทธิภาพ
นอยกวาการควบคมุ แบบ On-line/Off-line และจะนํามาใชกับเครอ่ื งอัดอากาศที่มีภาระโหลดสูงเทาน้ัน
1.6 การควบคุมแบบมอดูลเลต้ิง ดวยคันบังคับการไหลเขา (Modulating-by Inlet Throttling) รวมกับการ
ควบคมุ แบบ On-line / Off-line สําหรับเครือ่ งอัดอากาศแบบลกู สบู เวนและสกรู
การเลือกการควบคุมแบบมอดูเลติ้งหรือควบคุมแบบ On-line / Off-line เพื่อทําใหม่ันใจไดวาการควบคุม
มอดูลเลต้ิงจะไมถกู นาํ มาใชกับการทาํ งานทีม่ ีโหลดตํา่ กวา 70 เปอรเซ็นต
1.7 การควบคุมแบบมอดูลเลต้ิงดวยวาลวท่ีทอดานดูด (Modulating – by Suction Value) ที่ไมมีโหลด ใช
เฉพาะเครอ่ื งอดั อากาศแบบลกู สบู
การทํางานของวาลวท่ีทอดานดูดจะสามารถปรับเพ่ิมเพ่ือรองรับการเปล่ียนแปลงการควบคุมระยะเวลา
ระหวางการเปด วาลว ซงึ่ วิธนี ้สี ามารถท่จี ะนํามาใชควบคุมจังหวะการเปดใหนอยลงจากภาวะที่ไรภาระโหลดจนถึง
ภาวะทีม่ ีโหลดเตม็ พกิ ัด
1.8 การควบคุมแบบมอดูลเลต้ิงดวยวาลวควบคุมการไหลท่ีทางเขารอมกับทอบายพาส (Modulating – by
Inlet throttle with bypass) ใชเ ฉพาะเคร่อื งอัดอากาศแบบเทอรโบ
เครื่องอัดอากาศแบบไดนามิค (Dynamic) จะถูกออกแบบเพื่อทําใหม่ันใจวา จะไมเกิดการเปลี่ยนแปลงอยาง
ฉับพลันของอุณหภูมิสูงและความดันต่ําในแตละวัน ดังแสดงในรูปที่ 1.12 รวมทั้งการไหลยอนกลับของอากาศ
ทนั ทที นั ใดภายในเครอื่ งอัดอากาศ
รูปที่ 1.12 การควบคุมแบบมอดลู เลติง้ ดว ยวาลวควบคุมการไหลทท่ี างเขารอ มกับทอบายพาส
การควบคุมวิธีนี้เปนวิธีที่ทําใหการใชพลังงานอยางมีประสิทธิภาพมากวาการควบคุมแบบมอดูลเลต้ิง การ
ใชพลังงานจะลดลงเหลอื 70 เปอรเซ็นตข องโหลดเต็มพิกัด
1-11
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปมนํ้าและพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผูร บั ผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
1.9 การควบคุมอากาศดวยใบนํารองทางเขากับบายพาส (Inlet Guide Vanes with Atmospheric Bypass)
ใชเฉพาะเครื่องอัดอากาศแบบเทอรโ บ
จะเปนใบพัดชนิดปรับมุมไดท่ีติดต้ังท่ีทอลมดูดของเคร่ืองอัดอากาศแบบเทอรโบ การควบคุมวิธีน้ีนิยมใช
มากกวาการควบคุมการไหลท่ีทอทางเขา ซ่ึงจะทําใหการทํางานท่ีมีโหลดบางสวนมีประสิทธิภาพมากกวาและ
ประสิทธิภาพลดลงภายในระยะทีก่ าํ หนด
1.10 การควบคมุ แบบอัตโนมตั ิ (Automatic dual control ) ใชเฉพาะเครื่องอัดอากาศแบบเทอรโ บ
เพือ่ หลีกเลย่ี งการสญู เสยี ของอากาศอดั จากการทํางานโดยวิธีการควบคุมแบบอัตโนมัติ สามารถที่จะนํามาใช
เพื่อหาเหตุผลของจุดยอนกลับสูงสุดและอยูใกลกับวาลวควบคุมการไหลทอทางเขา การควบคุมวิธีนี้จะใชวิธีการ
เดยี วกบั Modulatimg + On-line/Off-line ซง่ึ จะทําใหการใชพลงั งานนอยลง
1.11 การควบคุมความเรว็ รอบของมอเตอรเคร่ืองอดั อากาศ
การใชอปุ กรณควบคุมความเร็วรอบ ทาํ ใหสามารถผลติ อากาศอัดไดส อดคลองกบั ความตองการ เปน วธิ ที ี่
เหมาะกบั เครื่องอดั อากาศแบบลกู สูบ แบบโรตารเี่ วน และแบบสกรู ท่มี ีโหลดบางสว นเปน ระยะเวลานานๆ แตจะ
ไมเ หมาะกบั เครอื่ งอดั อากาศท่ีมีโหลดเตม็ พิกดั เพราะไมมีผลตอการประหยดั พลังงาน
(2) การควบคุมแบบหลายๆ เครอ่ื ง (Multiple compressor control)
ลักษณะการติดตั้งเคร่ืองอัดอากาศสวนใหญจะมีเครื่องอัดอากาศมากกวา 1 เครื่อง เพื่อใหทํางานรวมกันอยางดี
และเหมาะสมที่สุดเหมาะกับความดันท่ีตองการ วิธีการควบคุมแบบอัตโนมัติที่เหมาะกับเคร่ืองอัดอากาศหลายๆ
เคร่ืองท่นี ิยมใชอ ยู มี 2 วิธี คือ
รปู ท่ี 1.13 การควบคมุ ความดนั ตามลาํ ดับข้นั
1-12
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปมนาํ้ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผูรบั ผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
2.1การควบคมุ ความดนั ตามลาํ ดับขน้ั ( Cascade pressure control)
เปนการควบคุมพ้ืนฐานของสวิทซควบคุมความดันของเคร่ืองอัดอากาศซ่ึงนําไปสูการควบคุมเคร่ืองจํานวน
มากเพือ่ ปองกนั ความดนั ตกคลอม
รปู ที่ 1.14 การควบคุมดว ยอิเลก็ ทรอนิกส
จากรปู แสดงการทาํ งานของเครอ่ื งอดั อากาศ โดย เครอื่ ง 1. “เครือ่ งสําคัญท่ีสุด” ที่กําหนดใหมีความดันสูงที่
สําหรับความตองการอากาศตํ่าๆ ซึ่งถามีการตองการอากาศเพ่ิมข้ึน ความดันจะลดลงนําไปสูการทํางานของเคร่ือง
ที่ 2. และจะสง ตอ ไปยังเคร่อื งตอ ๆไป จนถึงระดับความตองการอากาศสูงสดุ สาํ หรบั เครื่องอดั อากาศ ทงั้ 4 เคร่ือง
2.2 การควบคมุ ดว ยอเิ ล็กทรอนกิ ส (Electronic control)
การควบคุมดวยอิเล็คทรอนกิ สสามารถนํามาใชกับการควบคุมตามลําดับขั้นบนพ้ืนฐานของการรวมความดัน
และความตองการอากาศที่สัมพันธ วิธีน้ีจําเปนตองหลีกเลี่ยงการกําหนดความดันท่ีตอเนื่องกันสําหรับเคร่ืองอัด
อากาศแตล ะเครอ่ื ง ซ่ึงความดันท่ีเกิดขึ้นจะผันแปรสอดคลองกับความตองการความดันอากาศอัดและอาจมีความดัน
ตํ่าเกดิ ข้นึ ระหวา งชว งเย็นและสุดสัปดาห
(3) การควบคุมระบบโดยรวม (Overall system control)
โดยท่ัวไประบบควบคุมที่มีความซับซอนมากจะสามารถยืดหยุนและประหยัดพลังงานท่ีมากข้ึน แตตอง
ระมัดระวังระดับความตองการอากาศของระบบทั้งหมด ตองติดตามตรวจวัดเพ่ือใหมั่นในวาทํางานถูกตองอยาง
ตอเนือ่ งและเชอื่ มตอ กบั ระบบการจัดการอาคารสาํ นกั งาน (Building mangement system)
3.1 การควบคุมอยางงาย
- ระบบจําเปนตองสัมพนั ธกันกบั พ้ืนทีค่ วบคมุ ทไ่ี มซ บั ซอ นและยอมใหบ างสว นของระบบหยุดการทํางาน
เมือ่ ไมไ ดใชงาน
- การควบคุมดวยสวิทซเวลาอยางงายๆ เปนรูปแบบที่นิยมใชกันมากท่ีสุด ซึ่งสามารถนํามาใชกับจุดที่มี
การเปลี่ยนแปลงของการผลติ อากาศท่อี ยูไกลออกไป
3.2 การควบคมุ แบบรวมศนู ย (Integrated control)
การควบคมุ แบบรวมศนู ยอ าจนํามารวมกับระบบการจัดการอาคาร (Building managements system) สามารถ
นาํ มาใชเ ปนเครือ่ งมือตดิ ตามผลปฏิบัติงานในโรงงาน แลวยังสามารถนํามาแสดงใหเห็นถึงความตองการบํารุงรักษา
ตามชัว่ โมงการทํางาน
1-13
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม นํ้าและพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
รปู ที่ 1.15 แสดงการควบคุมแบบรวมศูนย
ตวั อยา งท่ี 1.1 มีปมท่ีมีอัตราการไหลท่ีจุดพิกัด QN = 10 m3/min เฮดรวม HN = 30 m ความเร็วรอบ NN = 1500
min-1 ประสิทธิภาพปม ηN = 60% เม่ือนําความสัมพันธระหวางเฮดรวมของปมกับอัตราไหล และความสัมพันธ
ระหวา งประสิทธภิ าพของปม กับอัตราไหล มาทําใหเ ปนมาตรฐาน (Normalization) ดว ยคาที่จดุ พกิ ดั จะไดสตู รดงั น้ี
h = 1.25n2 − 0.25q2
η* = 2.0 ⎛⎜ q ⎞⎟ − ⎛⎜ q 2
⎝ n ⎠ ⎝ n
⎟⎞
⎠
แต h = H , n = N , q = Q , η* = η
HN NN QN ηN
นอกจากน้ี หากนาํ คุณลกั ษณะความตา นทานของภาระมาทาํ ใหเ ปน มาตรฐาน จะไดส ูตรดังนี้
.γ = 0.5 + 0.5q2
พจนท ่ี 1 ทางขวาของสตู รขางตนหมายถึงเฮดจริง และพจนท ่ี 2 จะหมายถงึ ความสูญเสียของทอ
ใหปมนี้เดินเคร่ืองดวยอัตราไหล Q = 5 m3/min จงเปรียบเทียบกําลังขับเพลาในกรณีที่ปรับวาลวดวยจํานวนรอบท่ี
พกิ ดั และในกรณที ่ปี รับดว ยการควบคุมความเรว็ และใหหาความเร็วในการหมนุ ของปม ในกรณที ค่ี วบคมุ ความเรว็
วธิ ที ํา ในกรณีทีป่ รับวาลว หากกาํ หนดให q = 0.5 และ n = 1 แลว
h = 1.188, η* = 0.75
ดังนน้ั เม่อื กําหนดใหกาํ ลงั ขบั เพลาท่ีทําใหเ ปนมาตรฐานเทากับ p แลว
p = qh = 0.5 ×1.188 = 0.792
η* 0.75
ในกรณขี องการควบคุมความเร็ว หากให q = 0.5 แลว γ = 0.625
1-14
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปมนํา้ และพดั ลม ตําราฝก อบรมผรู ับผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
ซ่ึงปรมิ าณนจี้ ะสมดลุ กับเฮดรวมของปม จะได
h = 1.25n2 − 0.25 × 0.52 = 0.625
ดงั นน้ั n = 0.742 ซง่ึ เวลานี้ η* = 0.894 ดงั น้ัน กาํ ลังขับเพลา จะเทากับ
p = qh = 0.5× 0.625 = 0.350
η* 0.894
ในอีกดานหนึ่ง กําลังขับเพลา PN ของจดุ มาตรฐาน จะเปน
PN = QNHN ⋅ 100 = 81.7 kW
6.12 ηN
จากสง่ิ เหลา นี้ กําลงั ขับเพลาเม่ือปรับวาลวจะเทากับ 64.70 kW กําลังขับเพลาเม่ือควบคุมความเร็วจะเทากับ
26.60 kW การควบคุมความเร็วจะทําใหสามารถลดกําลังขับเพลาไดถึง 36.10 kW นอกจากน้ี ความเร็วรอบของปม
เมื่อทาํ การควบคุมความเรว็ จะเทากับ 1,112 min-1
1.1.4 ประสทิ ธภิ าพของเครือ่ งอดั อากาศ
กําลังขับเคล่ือนตามทฤษฎีของเครื่องอัดอากาศ จะมีความซับซอนเล็กนอย ในกรณีของการอัดไมถายเท
ความรอน ระหวา งความดันกาซกับปริมาตร จะมีความสัมพันธกันดังน้ี
pvκ = คา คงที่ (1.1)
โดย κ คอื Specific heat ratio (Adiabatic index) = ความรอ นจําเพาะท่ีความดนั คงท่ี / ความรอ นจาํ เพาะท่ปี รมิ าตรคงที่
จากความสัมพันธนี้ กําลังขับเคลื่อนตามทฤษฎี P เพื่อทําการอัดปริมาณลม Q [m3/min] ตั้งแตความดัน P1
[Pa] จนถึงP2 [Pa] จะเทากบั สูตรตอ ไปนี้
P = κ ⋅ p1Q ⎢⎢⎡⎣⎢⎝⎜⎛⎜ p2 κ−1 ⎤ [kW] (1.2)
κ −1 60000 p1 −1⎥⎥
⎟⎟⎠⎞ κ
⎥⎦
ดังนั้น หากใหผลคูณของประสิทธิภาพเชิงกลและประสิทธิภาพการก้ันความรอนเทากับ η [%] และให
Tolerance เทากบั αPm กาํ ลังขาออกทใี่ ชใ นเคร่ืองมอเตอร จะหาคาไดจ ากสูตรตอไปน้ี
Pm = κ ⋅ p1Q ⎢⎡⎣⎢⎢⎜⎜⎝⎛ p2 κ−1 ⎤ ⋅ 100 (1 + α) [kW] (1.3)
κ −1 60000 p1 −1⎥⎥ η
⎟⎞⎠⎟ κ ⎥⎦
1.1.5 แนวทางการอนรุ ักษพ ลงั งานในระบบอากาศอัด
ประเด็นสําคญั ในการอนรุ ักษพ ลังงานของระบบอากาศอดั
(1) คํานวณตนทุนของอากาศอัด [บาท/m3] แลวใชตนทุนนี้ในการคํานวณคาใชจายตามปริมาณความ
ส้นิ เปลอื งอากาศของอปุ กรณท ี่ทาํ งานดวยอากาศอัด ในจาํ นวนตนทุนนจี้ ะมคี าไฟฟา ของเครื่องอัดอากาศเปน หลกั
(2) ปริมาณอากาศขาออกของเครื่องอัดอากาศ โดยท่ัวไปจะมีคาประมาณ 7.5-5.5 ที่กําลังขับจําเพาะ
[kW/m3/min] (ANR) กลา วคือเทา กับ 0.13-0.18 [m3/min/kW] (ANR) ตอ 7.5 [kW]
(3) เครื่องอัดอากาศขนาดเล็กจะใชแบบลูกสูบ ขนาดกลางจะใชแบบสกรู และขนาดใหญจะใชแบบเทอร
โบ เปนหลัก ประเด็นสําคัญในการเลือกใชเครื่องปรับอากาศคือ จะใชแบบใชน้ํามันหรือไมใชนํ้ามัน จํานวนชั้น
ของการอัดอากาศ การสนั่ สะเทอื น เสียงดัง และวธิ ีควบคมุ Capacity เม่ือมกี ารเปลีย่ นแปลงภาระ
1-15
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปม นํ้าและพดั ลม ตําราฝกอบรมผรู ับผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
(4) หากมีเครอ่ื งอัดอากาศหลายตวั แลว ใชวธิ คี วบคมุ จาํ นวนเครือ่ งใหสอดคลองกบั การเปล่ียนแปลงภาระ
จะทําใหเดินเครื่องไดอยางอนุรักษพลังงานใกลเคียงกับเสนกราฟกําลังขับในอุดมคติ และในกรณีท่ีทําการจัดกลุม
เครื่องอัดอากาศ ไมควรใหมีกลุมเคร่ืองอัดอากาศประเภทปริมาตรทดแทนเชิงบวก (Positive displacement) รวมกับ
กลุมเคร่ืองอัดอากาศประเภทไดนามิคส (Dynamics) เน่ืองจากในสภาวะ Unload เคร่ืองอัดอากาศประเภทปริมาตร
ทดแทนเชงิ บวก จะสรา งความดันอากาศอยา งตอ เนอ่ื ง ทาํ ใหสูญเสยี พลงั งานไฟฟา
(5) ส่ิงที่สําคัญคือการอนุรักษพลังงานทางดานผูใชอากาศอัด (การปรับความดันใหเหมาะสม การลดการ
ปลอยอากาศทง้ิ และอากาศร่วั เปนตน )
การประหยัดพลังงานของระบบปรับอากาศตองประกอบดวย การออกแบบระบบท่ีดีการเลือกใชประเภท
และขนาดใหเหมาะสม ขนาดของถังเก็บอากาศมีปริมาณท่ีเพียงพอกับลักษณะงาน ขนาดของทอเมนตองโตพอท่ี
ทําใหความเร็วของอากาศไมสูงเกินไปจนทําใหเสียความดัน และสามารถแยกคอนเดนเสทไดดี การใชงานและการ
บํารุงรักษาที่ดี
1.1.5.1 การเลือกเครอ่ื งอัดอากาศ
(1) เครื่องอัดอากาศแบบลูกสูบ เปนเคร่ืองอัดอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง ย่ิงมีจํานวนข้ัน (Stage) เพ่ิมข้ึน
ย่ิงมีประสิทธิภาพสูง สวนใหญใชเพียง 2 ขั้น เครื่องอัดอากาศแบบระบายความรอนดวยน้ําจะมีประสิทธิภาพสูง
กวาการระบายความรอนดวยอากาศ เครื่องอัดอากาศแบบลูกสูบเหมาะสมกับการรับโหลดท่ีไมสม่ําเสมอไดดี
เนื่องจากมีอุปกรณ Un-load ที่ดี การใชอุปกรณ Un-load นอยมากเม่ือเทียบกับเครื่องแบบอื่นๆ การควบคุมยัง
สามารถทําเปนแบบ Multi step ในชว งการเดนิ Part load จะใหประสทิ ธิภาพดี
(2) เครอ่ื งอดั อากาศแบบโรตารีส่ กรู เปน เคร่ืองทม่ี คี วามสกึ หรอนอยเน่ืองจากตัวสกรูไมไดสัมผัสกัน การ
อัดอากาศมีประสิทธิภาพพอสมควรแตโครงสรางเปนตัวสกรูกําหนดใหมีอัตราสวนความดันคงท่ี เคร่ืองอัดอากาศ
แบบโรตาร่ีสกรเู หมาะกับการรับโหลดเตม็ พิกดั และสม่ําเสมอ จงึ จะใหประสทิ ธิภาพท่ดี ไี ด
(3) เครื่องอัดอากาศแบบหอยโขง เปนเครื่องอัดอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงพอควรเหมาะกับระบบท่ีความ
ตอ งการอากาศมาก
1.1.5.2 ทอ ดูดอากาศ
การออกแบบทอดูดอากาศควรใหทอดูดอากาศจากภายนอก โดยอากาศตองเย็น แหงและสะอาด อากาศที่
มีอุณหภูมิตํ่าลง 3 °C จะทําใหใชพลังงานลดลง 1% การอัดอากาศที่แหงจะชวยลดการอัดไอน้ําใหไดความดันเทา
อากาศและความดันไอนํ้าจะควบแนนเปนหยดนํ้า เรียกวา คอนเดนเสท ซ่ึงไมสามารถใชประโยชนใดๆไดและตอง
หาวิธีกําจัดดวยวิธีตางๆ ความสะอาดของอากาศจะมีผลตอฟลเตอร หากมีฝุนมากจะทําใหฟลเตอรอุดตัน มีผลให
อากาศไหลเขา นอย อัตราสว นความดนั จะสูงข้ึน ทาํ ใหใ ชพ ลังงานเพ่ิมขนึ้
1.1.5.3 After cooler
เน่ืองจากอากาศท่ีดูดเขาไปมีความช้ืนผสมอยูดวยถาไมมี After cooler ความช้ืนจะกลั่นตัวเปนหยดน้ํา การ
ตดิ ตั้ง After cooler จะชว ยลดปญหาการเกดิ คอนเดนเสทไดมาก
1.1.5.4 Air dryer
งานบางอยางตองการความชน้ื ในอากาศนอยหรอื มคี วามสะอาดมาก เชน อุตสาหกรรมพนสี อุตสาหกรรม
อาหารและยา Air dryer จะชวยแยกความช้ืนและทาํ ใหอ ากาศมีความแหง มาก
1-16
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปมนาํ้ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
1.1.5.5 ถงั เก็บอากาศ
ระบบท่ีตองการความดันอากาศที่สมํ่าเสมอ ถังเก็บอากาศจะชวยใหลมในระบบมีความสมํ่าเสมอ ถังเก็บ
อากาศยงั ชวยลดอุณหภูมอิ ากาศ ทําใหค อนเดนเสทแยกจากอากาศอดั ไดบางสว น
1.1.5.6 ทอเมน
ทอเมนจะตองมีขนาดใหญพอที่จะไมใหความเร็วของอากาศภายในสูงเกินไป ลักษณะการตอทอเมน ใน
ระบบใหญนิยมตอเปนวงแหวน สําหรับระบบขนาดเล็กตอเปนแนวตรงก็ใชได ระบบทอเมนตองดูแลใหมีการรั่ว
ของอากาศไมเกนิ 5 %
1.1.5.7 ความดันของอากาศอัด
(1) การใชความดันของอากาศอัด ปกติระบบนิวเมติกสจะใชความดันอากาศไมเกิน 5 บาร โรงงานสวน
ใหญผ ลิตอากาศท่ีความดัน 7 บารแลวสงไปตามทอ แลวลดความดันท่ีตรงจุดใชงานตามความตองการของอุปกรณ
การออกแบบลักษณะนี้ประสิทธิภาพดานการใชพลังงานไมดี เนื่องจากตองลดความดันอีกมากที่จุดใชงาน การ
ออกแบบทออากาศสว นใหญการสูญเสยี ความดันตอ งไมเ กนิ 5 % ถาระบบตองการความดันไมเกิน 5 บาร อาจตอง
ผลิตอากาศท่ี 5.6 บาร เมือ่ เกิดการลดในทอ 5 % จะเหลือความดันท่ปี ลายทอ 5.3 บาร ซงึ่ เพียงพอกับการใชง าน
(2) ในกรณีที่ความดันของอากาศ แบงออกเปน 2 ระดับ เชน กลุมหน่ึงใชความดัน 6 บาร อีกกลุมหนึ่งใช
ความดัน 3 บาร ทง้ั สองกลมุ มปี ริมาณการใชอากาศใกลเ คียงกัน โรงงานสวนใหญมักจะผลิตอากาศท่ีความดัน 7 บาร
แลวลดความดันลงใหเหมาะกับจุดท่ีใชงาน ซ่ึงกลุมที่ใชความดัน 3 บาร จะส้ินเปลืองพลังงานอยางมาก การใชงาน
ลักษณะนี้ควรผลิตอากาศแยกระบบโดยระบบแรกผลิตท่ีความดัน 7 บาร เพ่ือความตองการความดัน 6 บาร และอีก
ระบบผลิตที่ความดัน 3.5 – 4 บาร เพ่ือใชกับความตองการ 3 บาร จะทําใหลดพลังงานลง 33% เมื่อแบงเปนสอง
ระบบแลวอาจจะตอทอ และลดความดนั ระหวางระบบท้ังสองเพื่อใชในกรณฉี กุ เฉิน
(3) ในกรณที ีค่ วามดนั ของอากาศ แบงเปน 2 ระดับ แตในระดับสูงมีจํานวนใชที่นอยกวา เชน โรงงานแหง
หนึ่งใชความดันที่ 6 บาร และ 10 บาร แตความดันท่ี 10 บาร มีความตองการใชอยูระหวาง 10-15% ของการใช
ทั้งหมด ลักษณะนี้อาจจะผลิตอากาศท่ีความดัน 7 บาร แลวติดตั้ง Booster เพื่ออัดอากาศจากความดัน 7 บาร เปน 11
บาร เพือ่ ปอนใหกลับความดนั 10 บาร การจัดการลกั ษณะน้ีจะชว ยลดการใช พลงั งานไดอยางมาก
การดูแลรกั ษา
ตรวจสอบเครื่องตน กาํ ลังหรือเครอ่ื งอดั ลม และอปุ กรณ
ตรวจสอบประสิทธภิ าพของเคร่อื งอดั ลม
ตรวจสอบตาํ แหนงของทอ นาํ ลมเขา
ตรวจสอบขนั้ ตอนในการบํารุงรกั ษา
ตรวจสอบการจัดระบบควบคมุ
ตรวจสอบปริมาณของลมอดั ท่จี ายไปใช
ตรวจสอบอุณหภูมิ และความดันทจี่ าย
ตรวจสอบการรัว่ ตางๆ
การร่วั ตอ งมีการปองกนั
ตรวจสอบคา ความดนั ที่จุดใชงาน
ตรวจสอบการใชงานของเคร่ืองอัดลม
1-17
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผรู ับผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
ตรวจสอบลักษณะของการใชงาน
การตดิ ตัง้ และดแู ลรกั ษา
การติดตงั้ ทอ ลมหลัก
การตอ ทอยอยออกจากทอ ลมหลัก
การเดินทอ เมื่อมีสง่ิ กีดขวาง
การตดิ ต้ังอุปกรณร องรับทอ ลมหลัก
ตําแหนงของกรองอากาศ
ตาํ แหนงของอุปกรณป รับความดัน
ตําแหนงของอปุ กรณเ ติมสารหลอลน่ื
• เลอื กใชอ ปุ กรณถา ยทอดแรงขบั ทเี่ หมาะสม
• บาํ รงุ รักษาท่เี หมาะสม (การรว่ั การทาํ ความสะอาดแผน กรองและไสก รอง เปนตน )
• พจิ ารณารูปแบบการเดนิ เคร่ืองและกาํ หนดใหเ หมาะสม
1.2 ประเภทและหลกั การทํางานของปม
ปมมีการประยุกตใชกันอยางกวางขวาง ซึ่งถูกนํามาใชงานในหลายๆ ดาน สวนปริมาตรก็มีต้ังแตรอยกวาวัตต
จนถงึ 6,000 kW ประเภทของปม ที่มีการนาํ มาใชงานจริงน้นั สามารถแบง ออกไดเ ปน 2 ลักษณะ ดังนี้
1.2.1 ประเภทของปม
1) ปมแบบแรงเหวี่ยง (Centrifugal pump) เปนปมประเภทที่สามารถผลิตเฮดนํ้าโดยการเพ่ิมความเร็วของ
ของนาํ้ ซ่งึ เกดิ จากการหมุนของใบพัดไปตามตวั เรือนของปม ซ่ึงอัตราการไหลของนํ้าจะแปรผันตามความดันดานขา
ออก (Discharge) เชน End suction pump, In-line pump, Double suction pump, Vertical multistage pump,
Horizontal multistage pump, Submersible pumps, Self-priming pumps, Axial-flow pumps, และ Regenerative
pumps
2) ปมแบบปริมาตรแทนที่เชิงบวก (Positive displacement pump) เปนปมประเภทท่ีใหนํ้าเขาไปแทนท่ีอยู
ในปริมาตรในเรือนปมอยางตอเนื่อง ซ่ึงจะสามารถใหอัตราการไหลของน้ําที่คงที่ ถึงแมวาความดันดานขาออก
(Discharge) จะมกี ารแปรผัน เชน Reciprocating pumps, Power pumps, Steam pumps, และ Rotary pumps
ปมทําหนาท่ีในการสูบของเหลว จากจุดท่ีมีเฮดกดดันต่ํา (Low pressure head) โดยสงของเหลวดังกลาว
ออกไปตามระบบทอ ดวยเฮดความกดดันท่ีสูงกวาเดิม (High pressure head) การท่ีจะใหของไหลไหลจากจุดท่ีมี
เฮดกดดันตํ่ากวาไปยังจุดท่ีมีเฮดความกดดันสูงนั้น จะตองใชปมทําหนาที่ในการปอนพลังงานกลใหแกของไหล
น้ันๆ เพ่ือท่ีจะทําใหของไหลมีพลังงานท่ีจะใชขับเคล่ือนตัวเอง โดยสามารถเอาชนะความตานทานท่ีจะเกิดขึ้นตอ
การไหลภายในระบบน้นั ปม จะสบู ของไหลจากทางดา นดูด (Suction) และปลอยไปยังอีกดานหน่ึง (Delivery) โดย
รับพลงั งานจากเครื่องตน กาํ ลัง อาทิ เครือ่ งยนต มอเตอรไฟฟา เปนตน
1-18
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปมนํ้าและพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผรู ับผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
ปม สามารถจําแนกออกเปนลักษณะทางดานไฮดรอลคิ ส ไดเปน 4 ลักษณะ คอื
(1) แบบแรงเหว่ยี งหนศี ูนยกลาง (Centrifugal pump)
(2) แบบโรตาร่ี (Rotary pumps)
(3) แบบเล่ือนชกั หรอื แบบลูกสบู (Recipprocating pump)
(4) แบบพเิ ศษ (Specialized pumps)
ตารางท่ี 1.2 ประเภทและหลักการทาํ งานของปม
ประเภทของ จาํ นวนชัน้ และรปู แบบ N5 หลักการทํางาน
ปม การดดู
turbine* pump 1 ช้นั 100 - น้ําจะไหลเขามาที่ขั้วใบพัดใน แปลง dynamic head เปน static
แบบดดู เขาขางเดยี ว 250 ทิศทางเกือบตั้งฉากหรือเฉียง head ดวย guide vane และ spiral
แบบดูดเขาสองขา ง เล็กนอยกับเพลา จะกําเนิด static casing
centrifugal pump หลายชัน้ 120 - head และ dynamic head จากแรง
200 เหวีย่ งของใบพัด
1 ชนั้ แบบดูดเขาขา ง 100 - ไมมี guide vane จะแปลง dynamic
centrifugal pump เดียว 450 head เปน static head ดวย spiral
1 ชนั้ แบบดดู เขา สอง 120 - casing เทา น้ัน
ขาง 750
หลายชนั้ 120 -
200
mixed flow 700- มีโครงสรางท่ีอยูระหวาง mixed flow pump กับ axial flow pump น้ําจะเขา
pump 1200 ไปในใบพัดในทิศทางเฉียงๆ กับแกน และไหลออกในแนวเฉียง ปมน้ีจะ
กําเนดิ static head และ dynamic head ดว ยแรงเหวย่ี งของใบพดั และแรงสบู
axial นํ้าจะไหลเขาไปในใบพัดตามทิศทางเพลา แลวไหลออกในทิศทางเพลา
1200-2000 เชนกนั ซึ่งจะกําเนดิ static head และ dynamic head จากแรงสบู ของใบพัด
* หมายถึง Centrifugal pump ทมี่ ี Guide vane
(1) แบบแรงเหว่ยี งหนศี นู ยกลาง (Centrifugal pump)
ปม ประเภทน้ีนิยมใชอยางแพรหลายในการสูบน้ํา นม สารหลอล่ืน สารละลายเคมี วัสดุทางการเกษตรท่ีใช
ในการแปรรูป เปนตน มีประสิทธิภาพในการสูบสูงถึง 90 % และยังสามารถออกแบบเพื่อการทํางานที่ระดับความ
ดันสูงได ช้ินสวนท่ีหมุนอยูภายในเรือนปมจะทําใหเกิดการขับดันของไหล เรียกวาโรเตอร (Rotor) หรือใบพัด
(Impeller) ตัวแพกระจายนํ้า (Diffuser) จะเปนสวนท่ีอยูกับที่ ทําหนาที่ในการเปลี่ยนเฮดความเร็ว (Velocity head)
ใหอยใู นรปู ความดันสถติ (Static pressure) ของไหลที่ถกู สบู จะไหลผานเขาสชู อ งทางเขา ซงึ่ ขนานกับพืน้ ระนาบ และ
ถกู ผลักดนั ออกไปตามแนวรัศมขี องใบพัดหรือโรเตอร
กลไกการสงผานพลังงานในโรเตอรหรือใบพัด จะเปนผลจากการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมของของไหล
กอใหเกดิ ความแตกตางความดนั ภายในระบบเกดิ การขบั ดันของไหลใหเกิดการไหลในแนวเสนรอบวง (Tangentail
1-19
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตําราฝก อบรมผูรับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
flow) เปนผลใหเกิดแรงเหวี่ยงหนีศูนยกลาง (Centrifugul force) ทําใหเกิดการไหลจากจุดศูนยกลางของใบพัดของ
ใบพัดออกไปสูแนวเสนรอบวง ทุกทิศทางออกไปทางทอสง ดังน้ัน ของไหลที่ถูกขับดันออกมาก็จะมีทิศทางการ
ไหลที่เกิดจากผลรวมของแรงทั้งสอง ดังรูปท่ี 1.16
รูปท่ี 1.16 ทิศทางการไหลของของไหลขณะผานออกจากใบพัดของ Centrifugal pump
รปู ท่ี 1.17 ลกั ษณะทวั่ ๆ ไปของ Centrifugal pump
(1.1) ปม แรงเหวยี่ งหนีศนู ยก ลางแบบ Volute
เปนปมประเภทแรงดันต่ํา ใหความดันดานปลอยนอยกวา 30 เมตรของน้ํา ครีบใบพัดจะหมุนและเหวี่ยง
ของไหลออกไปกระแทกกบั ภายในของเรือนปม ดงั รปู ที่ 1.18
รูปที่ 1.18 ปม แรงเหวย่ี งหนีศนู ยก ลางแบบ Volute
1-20
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปม นา้ํ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู บั ผดิ ชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
ในกรณีที่ใบพัดหมุนจะเกิดแรงในแนวรัศมีข้ึนซ่ึงจะมีผลกระทําตอเพลาของใบพัดอาจทําใหเพลาไดรับ
ความเสยี หายได จึงออกแบบใหปมมีชอ งเพิม่ ขนึ้ เปนสองชอง (Double volute) ดงั รูปที่ 1.19
รปู ท่ี 1.19 ปม แรงเหว่ียงหนีศูนยก ลางแบบ Double volute
(1.2) ปมแรงเหว่ียงหนีศูนยกลางแบบ Diffuser
เปนปมประเภทแรงดันปานกลาง (สูงกวาแบบ Volute) จะมีลักษณะเหมือนกับปมแบบ Volute แตจะมี
แผนกระจายของไหล (Guide vane) ติดอยูรอบๆเรือนของปมและยังทําหนาท่ีควบคุมทิศทางการไหลของของไหล
เพ่อื ที่จะทาํ ใหเกดิ ความดนั ท่สี ูงขึน้
รปู ที่ 1.20 ปมแรงเหว่ยี งหนศี ูนยก ลางแบบ Diffuser
(1.3) ปมแรงเหวีย่ งหนีศูนยกลางแบบ Regenerative turbine
เปนปมประเภทแรงดันสูง ภายในมีชุดใบพัดหลายใบติดอยูบนเพลาเดียวกัน ใบพัด 1 ชุด เรียกวา 1 สเตจ
ของไหลทถ่ี ูกสบู เม่ือไหลออกมาจากสเตจทหี่ นึง่ ก็จะถูกสง ไปยงั สเตจตอ ๆไป ทําใหของไหลมคี วามดนั สงู ข้นึ นน่ั เอง
1-21
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปมนํ้าและพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผรู บั ผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
รูปที่ 1.21 ปม แรงเหวย่ี งหนีศูนยก ลางแบบ Regenerative turbine
(1.4) ปม แรงเหวี่ยงหนีศูนยกลางแบบ Axial flow
ปมแบบนี้ของไหลจะไหลในแนวแกนเพลาขับ สามารถใชไดกับของไหลที่มีสารแขวนลอยปะปนมาดวย
นยิ มใชมากในโรงงานอตุ สาหกรรมตางๆ ซงึ่ ตอ งการเฮดความดนั ตํา่ ๆ แตม อี ตั ราการไหลสูง
รปู ที่ 1.22 ปม แรงเหวย่ี งหนศี ูนยก ลางแบบ Axial flow
(1.5) ปมแรงเหว่ียงหนีศูนยก ลางแบบ Mixed flow
ปม แบบนี้จะทาํ ใหก ารไหล มีการไหลท้งั ในแนวแกนและในแนวรัศมีของใบพัดซึ่งจะทําใหเกิดแรงในแนว
รัศมีและแรงในแนวแกนข้ึนซึ่งจะชวยในการขับดันของไหล นิยมใชกับงานที่ตองการเฮดความดันตํ่าๆ แตมีอัตรา
การไหลสงู
1-22
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปม นํา้ และพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผูรับผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
รปู ท่ี 1.15 แสดงปม แรงเหวี่ยงหนศี นู ยก ลางแบบ Mixed flow
รูปที่ 1.23 ปม แรงเหวีย่ งหนีศนู ยก ลางแบบ Mixed flow
(2) แบบโรตารี่ (Rotary pumps)
ทํางานโดยอาศัยหลักการแทนท่ีของเหลวภายในหองของตัวปมดวยการเคล่ือนท่ีของช้ินสวน ซ่ึงหมุนเพ่ือ
ทําใหเกิดความแตกตางของความดันภายในระบบ ของเหลวจะถูกดูดเขาและอัดใหเกิดแรงดันสูงข้ึนแลวปลอย
ออกมาทางดานปลอย ชิ้นสวนที่หมุนดังกลาวเรียกวา โรเตอร การหมุนของโรเตอร จะกอใหเกิดการแทนที่ของ
ของเหลวขึน้ อยางตอเน่อื ง ทาํ ใหข องไหลท่ีไหลผา นปม มอี ัตราการไหลอยาง ตอเนอื่ งตลอดเวลา
ปมแบบน้ีจะมีอัตราการสูบต่ํากวาปมประเภทอ่ืนๆ เนื่องจากอัตราการแทนที่ของเหลวมีคาต่ําโดยทั่วไปจะ
มปี ระสิทธภิ าพประมาณ 80 – 85 % ขึ้นอยูกับการสูญเสียเนื่องจากความเสียดทานและคุณลักษณะของของไหลท่ีใช
สบู หรือมากกวา นท้ี ง้ั น้ีขึน้ อยกู บั เง่ือนไขที่ดีกวา
(2.1) ปมโรตารี่แบบเกยี ร (Gear type)
นิยมใชกันแพรหลาย ของเหลวจะถูกสูบดวยอัตราที่ตอเนื่องกัน ทําใหการไหลเปนไปอยางตอเนื่อง
ตลอดเวลา เหมาะกับงานที่ตองการสูบของเหลวที่มีความหนืดสูง เชน ในระบบไฮดรอลิกส ในระบบหลอล่ืนของ
เคร่ืองยนตทั่วๆไป เปนตน ภายในตัวเรือนประกอบดวยเฟองเกียร 2 ตัว หมุนขบกันอยู ซ่ึงงายตอการซอมแซม ทํา
ความสะอาด และสามารถถอดประกอบไดงาย ประสิทธิภาพการทํางานของปมประเภทน้ีคอนขางสูงเมื่อทํางานกับ
ของไหลท่ีมคี ุณสมบัตเิ ปนสารหลอล่ืน
1-23
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตําราฝก อบรมผรู บั ผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
ปม ประเภทนีแ้ บง ยอยตามลักษณะการวางของเฟอ งเกียรเ ปน 2 ลักษณะ ดงั รูป
รปู ท่ี 1.24 External gear pump รปู ที่ 1.25 Internal gear pump
จากรูปท่ี 1.24 และรูปที่ 1.25 แสดงปมโรตารีแบบเกียร จะเห็นไดวาจํานวนและขนาดฟนเกียรจะมีผลตอ
อัตราการไหลของของไหล โดยที่ปมประเภทนใ้ี ชก บั งานท่อี ัตราการไหลของของไหลไมมากนัก
(2.2) ปม โรตารีแ่ บบลอน
ปมแบบน้ีจะมีลักษณะคลายคลึงกับปมแบบ External gear pump นอกจากวาจํานวนลอน (Lobe) จะมี
จํานวนนอยกวาและมขี นาดใหญก วา ซงึ่ จะมผี ลทาํ ใหสามารถสบู ของไหลไดใ นปริมาณทมี่ ากกวา แตอตั ราการไหล
จะไมค อยคงที่
ก. แสดง Single – lobe rotary ข. แสดง Three – lobe rotary
ค. แสดง Four –lobe rotary
รปู ท่ี 1.26 ปม โรตารแ่ี บบลอน
1-24
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้าํ และพดั ลม ตําราฝก อบรมผูร บั ผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
(2.3) ปม โรตารแ่ี บบเกลียว
ภายในปมโรตารีแบบเกลียว (Screw) น้ี ภายในจะมีลักษณะเปนเกลียวหมุนขบกัน การหมุนขบกันของ
เกลียวจะทําใหเกดิ ความแตกตางของแรงดนั ขึ้นภายในระบบ ทาํ ใหส ามารถขับดันใหของไหลเกดิ การเคลอ่ื นที่ได
ก. Single – screw rotary ข. Two – screw rotaty
ค. Three – screw rotary
รูปที่ 1.27 ปม โรตาร่ีแบบเกลยี ว
(2.4) ปม โรตารีแบบแผนกวาด
ปมโรตารีแบบแผนกวาด (Vane) ภายในปมจะมีครีบหรือแผนกวาด ซ่ึงสามารถเล่ือนเขา-ออกไดภายใน
เรือนปม แรงจากการหมุนของแผน กวาดจะทําใหของไหลถูกขับดันและเกิดการเคล่ือนท่ี สวนปลายของแผนกวาด
จะสัมผัสกับผนังของเรือนปมอยูตลอดเวลา ในขณะท่ีหมุนกวาดอยูภายในเรือนปมจะทําใหสวนปลายของแผน
กวาดเกิดการสึกหรอเร็วแตไมมีผลกระทบตอการลดลงของความดันภายระบบเพราะวา แผนกวาดสามารถที่จะ
เล่อื นออกมาจนสัมผสั กบั ผนงั ของเรอื นปม ไดเหมือนเดิม
ก. Sliding vane rotary ข. External vane rotary
รปู ที่ 1.28 ปม โรตารีแ่ บบแผนกวาด
1-25
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้าํ และพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผรู บั ผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
(3) ปม แบบเลอ่ื นชกั หรอื แบบลกู สูบ (Reciprocating pumps)
ปมแบบเลื่อนชักจะมีลักษณะการเคลื่อนที่กลับไปกลับมาโดยมีลูกสูบทําหนาท่ีในการอัดของไหลภายใน
กระบอกสูบใหมีความดันสูงขึ้น ดวยการเคล่ือนที่กลับไปกลับมาเหมาะสําหรับสูบของไหลในปริมาณที่ไมมากนัก
แตต อ งการเฮดในระบบท่สี ูง ของเหลวทใ่ี ชปม ประเภทนจี้ ะตองมีความสะอาดเพียงพอทีไ่ มท ําใหชิ้นสวนท่ีเคลื่อนท่ี
ภายในกระบอกสบู เกิดการสกึ หรอท่ีเรว็ ข้นึ การอัดตวั ของของไหลแตล ะคร้งั จะเปน จังหวะตามการเคลื่อนที่กลับไป
มาของสบู ไมม ีการตอเนอ่ื งกันจงึ ทาํ ให การไหลของของไหลมีลักษณะเปนหว งๆ (Pulsation)
(3.1) ปมเล่อื นชกั แบบขับดนั โดยตรง (Direct acting)
ปมแบบน้ีจะใชน้ํามันไฮดรอลิกสหรือไอน้ํา เปนตัวเพิ่มพลังงานใหแกลูกสูบเคล่ือนท่ีอัดของไหลใหมี
ความดันสูงข้ึน ลักษณะการสรางจะมี 2 แบบ คือ แบบลูกสูบเดียว (Simplex) และแบบ (Duplex) รูปท่ี 1.29
แสดงภาพปมเล่ือนชกั แบบ Duplex ดานซายของภาพเปนสว นที่ไอนํา้ เขา และดา นขวาเปน สวนท่ีของไหลออก
รูปท่ี 1.29 ปม เลื่อนชกั แบบขบั ดันโดยตรง
(3.2) ปม เลื่อนชกั แบบกาํ ลัง (Power)
ปมแบบนี้จะใชพลังงานจากภายนอก มาใชในการขับสูบ พลังงานดังกลาวไดจากเครื่องยนตหรือมอเตอร
เปนเครอื่ งตน กําลงั ถายทอดกาํ ลงั โดยสายพานหรือเพลาท่ีความเร็วคงท่ีปมแบบน้ีจะสูบของไหลไดในอัตราที่เกือบ
คงที่ ปมแบบน้ีจะใหแรงดันขับที่สูง ดังนั้นในการติดต้ังสูบประเภทนี้จะตองติดต้ังล้ินระบายความดัน เพ่ือชวย
ปองกันระบบทอ สง และตวั ปม ไมใหไดรับความเสยี หาย เนือ่ งจากแรงดันท่ีสูงเกนิ ไป
รปู ที่ 1.30 ปม เลื่อนชกั แบบกาํ ลัง
1-26
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปม นาํ้ และพดั ลม ตําราฝก อบรมผูรับผดิ ชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
(3.3) ปม เล่ือนชกั แบบไดอะแฟรม
ปมแบบนี้จะมีแผนไดอะแฟรมทําดวยอโลหะ ซ่ึงมีความหยุนตัวและแข็งแรงจะทําหนาที่ในการดูดและ
อัดของไหลใหมีความดันสูงขึ้น แผนไดอะแฟรมจะถูกยึดติดอยูกับท่ีนิยมใชกับงานที่อัตราการสูบไมมากนักและ
ของไหลมีสารแขวนลอยปะปนมาดว ย
รปู ที่ 1.31 ปมเลอื่ นชกั แบบไดอะแฟรม
(4) แบบพเิ ศษ (Specialized pumps)
ปมแบบพิเศษ เปนปมท่ีมีลักษณะพิเศษนอกเหนือไปจากปมแบบตางๆ ท่ีกลาวมาขางตน ปจจุบันปมแบบ
พิเศษมีใชอยางแพรหลายดงั นี้
(4.1) ปม พิเศษแบบ Canned
ปมแบบนี้มีคุณสมบัติพิเศษกวาแบบตางๆ คือ สามารถปองกันการร่ัวไหลของของไหลไดอยางสมบูรณ
ภายในเรือนปมจะมี Impeller rotor หมนุ ขับดนั ของไหล โดยไดรบั กําลงั จากมอเตอร
รูปที่ 1.32 ปม พิเศษแบบ Canned
1-27
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้าํ และพดั ลม ตําราฝก อบรมผรู ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
(4.2) ปม พเิ ศษแบบ Intermediate Temperature
ปมแบบน้ีใชในการขับดันของไหลซ่ึงมีอุณหภูมิสูงประมาณ 300 °C ชิ้นสวนภายในปม ถูกออกแบบมา
เปนพเิ ศษเพอื่ สามารถทําใหทนทานตอความรอ นจากทีไ่ หลจากของไหลท่จี ะใชส บู ได
รูปที่ 1.33 ปม พิเศษแบบ Intermediate temperature
(4.3) ปม พิเศษแบบ Turbo
ปมแบบนี้จะเปนการรวมเอากังหันไอน้ํา (Steam turbine) มาใชในการขับเคลื่อนปมแรงเหว่ียงหนี
ศูนยก ลางปม แบบน้ีนยิ มใชก ับงานท่ตี องการความดันดานปลอยสูงมีทั้งแบบหนึ่งสเตจหรอื สองสเตจ
รปู ท่ี 1.34 ปมพิเศษแบบ Turbo
1-28
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปม น้าํ และพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผูรับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
(4.4) ปม พิเศษแบบ Cantilever
ปม แบบนี้จะตดิ ต้ังในแนวด่ิงใชกบั งานทไ่ี มตองการใหชุดแบร่ิงหรือช้ินสวนภายในสัมผัสกับของไหลท่ีใช
ในการสูบเนอ่ื งจากปมแบบน้ีไดออกแบบใหชดุ ใบพดั ยึดติดกับเพลาขบั โดยไมม ีแบรงิ่ ในตัวปม แสดงดังรปู ท่ี 1.35
รูปท่ี 1.35 ปม พิเศษแบบ Cantilever รูปท่ี 1.36 ปม พิเศษแบบ Vertical turbine
(4.5) ปมพเิ ศษแบบ Vertical turbine
ปมแบบน้ีจะใชกับงานสูบนํ้าบาดาลท่ีมีความลึกมากๆ ดังน้ันจึงมีหลายสเตจในเพลาขับเดียวกันเพื่อที่จะ
เพ่ิมความดันของของไหลใหมีคาสูงขึ้นในแตละสเตจ ทําใหสามารถสูบนํ้าจากกนบอที่มีความลึกมาสูปากบอบน
พ้นื ดินได ดงั แสดงในรูปท่ี 1.36
1-29
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปมน้าํ และพดั ลม ตําราฝกอบรมผรู ับผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
1.2.2 คณุ ลักษณะและสมรรถนะการทํางานของปม
คุณลักษณะเม่ือเดินเคร่ืองปมดวยความเร็วรอบคงที่แสดงไวในรูปที่ 1.37 โดยถือวาอัตราไหล เฮด
ประสทิ ธภิ าพกําลังขับเพลาท่ีจุดประสิทธิภาพสูงสุด (จุดอางอิง) เทากับคาอางอิง (100%) ณ จุดอางอิงในรูปขางตน
เมอ่ื กําหนดให
Q คือ ปริมาณน้ําออก ณ จุดอา งองิ [m3/min] แตใ นปมแบบดดู เขาสองขา งนั้นใหเ ทา กบั (1/2) Q
H คอื เฮดจรงิ ณ จดุ อางองิ [m] แตใ นกรณีของปมหลายชน้ั จะใหเ ปนคาของแตละชนั้
N คอื ความเรว็ รอบ [min-1]
ในกรณีน้ี จะเรียกคา Ns ตามสตู รตอไปน้ี
Ns = N Q (1.4)
3
H4
ความเร็วจําเพาะเปนสิ่งข้ึนกับลักษณะของใบพัด ดังจะเห็นไดจากสูตรวา ย่ิงปมท่ีมีอัตราไหลสูงและมีเฮด
ต่ํา (เชน Axial flow pump) Ns จะมีคามากข้ึน และยิ่งปมที่มีอัตราไหลตํ่าและมีเฮดสูง (เชน Turbine pump) Ns จะมี
คา นอ ยลง รูปท่ี 1.38 แสดงใหเห็นถึงความสัมพนั ธข องความเร็วจาํ เพาะกับลักษณะของใบพดั
เมื่อเปลี่ยนความเร็วรอบของปม ทั้งอัตราไหลและเฮดจะเปล่ียนไปดวย แตจากการท่ี Ns มีคาคงท่ี
ความสัมพันธพ้ืนฐาน ของปม จงึ มีดังตอ ไปนี้ โดย P เทา กับกาํ ลงั ขับเพลา
Q ∝ N, H ∝ N2, P ∝ N3 (1.5)
เฮดรวม H / ประสิทธิภาพ η / กําลัง ัขบเพลา P [%]
เฮดรวม H / ประสิทธิภาพ η / ํกาลัง ัขบเค ื่ลอนแกน P [%]
อัตราไหล Q [%] อัตราไหล Q [%]
คณุ ลักษณะพเิ ศษของ centrifugal pump (ก) คุณลกั ษณะพเิ ศษของ axial flow pump (ข)
รปู ท่ี 1.37 คุณลักษณะของปม
1-30
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม นํ้าและพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู ับผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
ลกั ษณะของใบพัด แบบ radial flow แบบ mixed flow แบบ diagonal flow แบบ axial flow
ปม centrifugal pump mixed flow pump axial flow pump
รูปท่ี 1.38 ลกั ษณะของใบพดั กบั ความเรว็ จําเพาะ
ในการเลือกปม เม่ือพิจารณาความเร็วจําเพาะจากเง่ือนไขของ Q และ H จะสามารถระบุแนวทางไดวาจะ
เลอื กประเภทใด
ปมน้ันไมจํากัดวาจะถูกเดินเครื่องดวยเงื่อนไขคงท่ีตลอดเวลาหรือไมวาจะพิจารณาสภาพการเดินเคร่ือง
ไหนก็ตาม การเดินเครื่องในขณะน้ันจะมีเสถียรภาพเสมอ ซึ่งสามารถแสดงสภาพทั้งหมดของระบบปมที่รวมถึง
วาลว นาํ้ เขาและวาลวนาํ้ ออก และการเดนิ ทอกอ นและหลังปม อยใู นสภาพท่ีสมดุล ในสภาพสมดุลน้ี เฮดรวมของปม
จะเทากับผลบวกระหวางเฮดจริง ซ่ึงเทากับผลตางของระดับนํ้าขาเขาและดานขาออก กับเฮดสูญเสีย เชน ความ
สูญเสียของการเสียดสีของทอตามการไหลของ ของไหล ดังนั้น ดังท่ีแสดงไวในรูปท่ี 1.39 จุดเดินเคร่ืองของปมน้ัน
จะระบุไดด ว ยจุดตดั ของเสน กราฟเฮดของปม กบั เสน กราฟความตา นทานของทอ (เฮดจรงิ + เฮดสูญเสีย)
เฮดรวม เสนกราฟเฮดของปม จุดเดินเครอื่ งของปม
เสน กราฟความตา นทานระบบทอ
ความตานทานของระบบทอ
เฮดจริง
อตั ราไหล
รูปที่ 1.39 จดุ การเดนิ เคร่อื งของปม
(1) กาํ ลงั ขับเพลากบั ความสิน้ เปลืองพลงั งานของพัดลมและปม
พลงั งานที่ตอ งใชใ นการขบั ดันของไหลใหไหลไปในระบบทอ ลาํ เลียงของไหลคํานวณไดจ ากสตู รตอไปนี้
พลงั งาน = แรง × ความเร็วของของไหล (ความเรว็ ของกระแส)
= ความดัน × พน้ื ที่หนาตดั ของเสนทางในทอ × ความเร็วของของไหล
= ความดัน × อัตราไหล (1.6)
ดังนั้น จึงสามารถคํานวณหากําลังขับเพลา กําลังไฟฟาขาเขา และพลังงานไฟฟาที่ใชไปของมอเตอรท่ีจะ
ปอนพลังงานทีต่ อ งใชในการขับพดั ลมใหลําเลียงอากาศไดจ ากสตู รตอไปนี้
กําลงั ขับเพลาของมอเตอร = ความดัน × อตั ราไหล / ประสิทธภิ าพของพดั ลม(1.7)
กําลงั ไฟฟา ขาเขาของมอเตอร = กาํ ลงั ขับเพลาของมอเตอร / ประสทิ ธภิ าพของมอเตอร (1.8)
1-31
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปม นาํ้ และพดั ลม ตําราฝกอบรมผรู ับผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
พลงั งานไฟฟาที่ใชไปของมอเตอร = กําลงั ไฟฟาขาเขา ของมอเตอร × ระยะเวลาท่เี ดนิ เคร่อื งมอเตอร (1.9)
หนวยท่ใี ชในทน่ี ี้ ความดนั [kPa] อัตราไหล [m3/s] และกาํ ลังขบั เพลาของมอเตอร [kW]
(2) เสน กราฟคุณลักษณะของปม
เสนกราฟคุณลักษณะของปม หมายถึง เสนกราฟท่ีแสดงการเปล่ียนแปลงเฮด กําลังขับเพลา และ
ประสทิ ธิภาพของปมเทยี บกับอัตราไหลในขณะทเ่ี ดินเครื่องดังรูปที่ 1.40 อนึ่ง คําวา เฮด หมายถึง แรงดันสงนํ้าที่ปม
กําเนิดข้ึน ซ่ึงมีคาเทากับผลบวกของความดันเทียบเทากับความสูงของสามารถสูบนํ้าข้ึนไปจริง (เฮดจริง) กับแรง
ตา นของระบบทอ เชน แรงตานจาก แรงเสียดทานของทอ แรงตานจากอปุ กรณตางๆ และกบั ความดันน้ําท่ีปลายทอ
ขาออก (ดูรูปที่ 1.41) ซ่ึงเฮดในที่น้ีจะเทากับเฮดรวม ในสูตรที่ (1.18) กรณีท่ีระบบทอเปน วงจรปด เชน ปม
หมุนเวียนในระบบปรับอากาศ จะมเี ฮดจรงิ เทากบั ศูนย
ประสิทธิภาพ
กําลังขับ
เฮด
อตั ราไหล
รูปท่ี 1.41 กราฟคณุ ลักษณะของปม
การทําความเขาใจคุณลักษณะของปม และกฎการแปรผันที่จะกลาวตอไปน้ี รวมท้ังความสัมพันธระหวาง
การเปลย่ี นแปลงความเร็วรอบกับพลังงาน และคณุ ลกั ษณะท่ีขึ้นอยูกับระบบทอตางๆ เปนความรูพ้ืนฐานท่ีจําเปนใน
การเดินเครื่องปมอยางเหมาะสมและอนุรักษพ ลังงาน
(3) กฎการแปรผันและกฎความคลา ยของปม
อัตราไหลของของไหลจะแปรผนั ตามความเรว็ รอบของปม ความดนั สูญเสียในทอลมและทอนํ้าท่ีตออยูกับ
ปม จะแปรผันตามกําลังของของความเร็วของกระแส (ความเร็ว) ตามสูตร (1.5) น่ันคือ แปรผันตามอัตราไหลกําลัง
สองนน่ั เอง ดังน้ัน หากความเร็วรอบเปลี่ยนแปลง ความดันจะแปรผันตามกําลังสองของความเร็วรอบ และกําลังขับ
เพลาจะแปรผันตามกําลังสามของความเร็วรอบ ตามสูตร (1.7) ความสัมพันธน้ีเรียกวากฎการแปรผัน ซึ่งแสดงได
ดวยสตู รตอ ไปน้ี
V1 = n1 (1.10)
V2 n2 (1.11)
(1.12)
P1 = ⎜⎝⎜⎛ n1 ⎟⎠⎟⎞2
P2 n2
W1 = V1P1 = ⎛⎜⎝⎜ n1 ⎟⎞⎟⎠3
W2 V2 P2 n2
ในสูตรขางตน V1, V2 แทนอัตราไหล n1, n2 แทนความเร็วรอบ P1, P2 แทนความดันW1, W2 แทนกําลังขับ
เพลา นอกจากนี้ เมื่อเดินเครื่องปมท่ีลักษณะคลายกันภายใตสภาวะท่ีคลายกัน (เชน จุดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด)
1-32
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปมน้ําและพดั ลม ตําราฝก อบรมผูร บั ผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
และสมมติวาประสิทธิภาพของปมเทาเดิมแลว การไหลภายในปมท้ังหมดจะมีลักษณะคลายกัน โดยความสัมพันธ
ระหวางเสนผานศูนยกลาง D ความเร็วรอบ n กับอัตราไหล ความดัน และกําลังขับเพลาจะคํานวณไดจากสูตร
ตอไปนี้ เรียกวา กฎความคลาย
V1 = n1 ⎝⎜⎛⎜ D1 ⎠⎞⎟⎟3 (1.13)
V2 n2 D2 (1.14)
(1.15)
P1 ⎝⎛⎜⎜ n1 ⎟⎠⎞⎟ 2 ⎛⎝⎜⎜ D1 ⎞⎠⎟⎟2
P2 n2 D2
=
W1 = ⎜⎜⎝⎛ n1 ⎟⎞⎠⎟3 ⎛⎝⎜⎜ D1 ⎟⎟⎞⎠5
W2 n2 D2
กฎการแปรผันและกฏความคลายบอกเราวาหากเรามีปมท่ีมีกําลังมากเกินไป (มีขนาดใหญเกินไป) ไม
เพียงแตการลดขนาดทอนํ้าเพื่อใหเกิดแรงตานมากข้ึนเทาน้ัน แตหากเปล่ียนขนาดของปม (ใบพัด) หรือความเร็ว
รอบ กส็ ามารถลดการใชพลังงานลงอยางมปี ระสิทธิผลอกี ดว ย วธิ ีการน้ีเปน กลวธิ อี นุรักษพลังงานท่ีสําคัญอยางหน่ึง
ในการเลอื กใชหรอื ดดั แปลงอปุ กรณท ีท่ าํ งานดวยของไหล
1.2.4 คณุ ลักษณะการเดินเครื่องของปม เฮดจ ิรง (static head)
่ีทสูเฮบดึ้ขจน ิรมงา เฮดจ ิรงท่ีดันออกไป
1) การเดนิ เคร่อื งปม (ไมเ ิกน 98 [kPa] (10 [mAq])) เฮดจ ิรงรวม (static head)
ตอไปน้ีจะยกปมมาเปนตัวอยางในการอธิบายจุด ถงั เปด สบู รรยากาศ ถังเปด สูบรรยากาศ
เดินเครื่องโดยใชกราฟคุณลักษณะ กราฟท่ีแสดง
ความสัมพันธของปริมาณน้ํากับแรงตานในระบบทอ ระดบั นํ้า ปม
เรียกวากราฟแรงตาน ตามท่ีอธิบายในหัวขอท่ีแลววาแรง เม่ือหยดุ
ตานของระบบทอจะแปรผันตามกําลังสองของอัตราไหล ปม กรณีที่สบู
ดังน้ัน กราฟแรงตานจึงสามารถแสดงไดดวย เสนโคง น้ําขึ้น
กําลังสอง เม่ือนําไปวาดซอนกับกราฟคุณลักษณะของปม ปม
จะไดรปู ท่ี 1.41
ความดันบรรยากาศ 98 [kPa] (10 [mAq])
ในรปู ท่ี 1.41 ปมจะเดินเคร่ืองท่ีจดุ ตัด (1)
กรณที ่ดี นั นาํ้ ข้ึน
ระหวา งเสน กราฟ a ทีแ่ สดงการเปลี่ยนแปลงของเฮดของ
รูปที่ 1.41 เฮดของปม
ปม กับเสนกราฟแรงตาน จากการเดินเครอื่ งปม เมือ่ อตั ราไหลสูงกวา อตั ราไหลทีก่ ําหนด จะตอ งทําการปรบั อัตรา
ไหลดว ยวธิ ีใดวธิ หี น่ึง ในกรณีนี้ โดยทว่ั ไปจะปรบั อัตราไหลดว ยการปรบั วาลว อยา งไรก็ตาม การทําเชน น้ีเทากับ
การยายจุดเดนิ เคร่ืองจาก (1) ไปยัง (2) ในรูปที่ 1.42
1-33
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปมนํ้าและพดั ลม ตําราฝก อบรมผูรับผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
ข ก V ออตตัั รราาไไหหลลเทรก่ีิมําตหน นด
อตั ราไหล V' เเสสนนกกรราาฟฟเเฮฮดดกหอลนงั ปปรรบัับออตััตรราาไไหหลล
เเสสนนกกรราาฟฟแแรรงงตตาานนกหอลนงั ปปรรบัับออตัตั รราาไไหหลล
เฮดจ ิรง a จจุุดดเเดดินนิ เเคครรืออื่่ งงเหรลิม่ ังตปน รับวาลว
เฮด b จดุ เดนิ เคร่ืองหลงั ปรบั ความเร็วรอบ
กข
((12))
(3)
รูปท่ี 1.42 คณุ ลกั ษณะการเดินเครอื่ งปม
กรณีท่ีไมใชวาลวปรับอัตราไหล แตใชวิธีควบคุมความเร็วรอบ เนื่องจากเฮดจะแปรผันตามกําลังสองของ
ความเร็วรอบตามเสนกราฟ b ในรูปที่ 1.42 ดวย ดังนั้น จุดเดินเครื่องจึงยายไปอยูท่ี (3) เทียบกับจุดเดินเครื่อง (2)
แลวจะสามารถเดินเครื่องไดโดยอนุรักษพลงั งานมากกวา ซึ่งสอดคลองกบั ทอี่ ธิบายไปแลวในหัวขอ กอ น
2) การเดนิ เครือ่ งขนานและการเดินเครือ่ งอนุกรม
ในอุปกรณจริงๆ บอยคร้ังที่เราตองเดินเคร่ืองปมและพัดลมแบบขนานหรืออนุกรมเพ่ือรองรับคุณลักษณะ
ของภาระการใชงาน ในที่น้ีจะอธิบายจุดเดินเครื่องเมื่อเดินเครื่องขนานและเดินเคร่ืองอนุกรมโดยใชเสนกราฟ
คุณลักษณะ
กรณีท่ีเดินเคร่ืองขนานและเดินเครื่องอนุกรม เราตองนําคุณลักษณะของปมมาคํานวณประกอบกันเปน
คุณลักษณะลัพธ โดยใชหลักการวาในการเดินเคร่ืองขนาน ปมแตละตัวจะมีความดันเทาน้ัน และในการเดินเครื่อง
อนุกรม ปมแตล ะตัวจะมอี ัตราไหลเทากัน แรงตานลัพธในกรณีที่ตอขนานปมท่ีมีความจุ (Capacity) เทากัน 2 ตัว จะ
เทากับแรงตานในแนวแกนอัตราไหลของปม 2 ตัวบวกกันตามรูปที่ 1.43 (a) และในกรณีท่ีตออนุกรมปม 2 ตัว จะ
เทา กบั แรงตานแนวแกนเฮดของปม 2 ตัวบวกกัน ตามรูปที่ 1.43 (b)
ดังน้ัน จดุ เดินเครอ่ื งจงึ อยทู ่จี ุดตดั ระหวางเสนกราฟเฮดและแรงตานลัพธที่คํานวณไดตามขางตน กรณีที่ตอ
ปม ตง้ั แต 2 ตัวขึ้นไปหรอื กรณที ่ีขนาด (ความจ)ุ ของปม ไมเทา กนั ก็สามารถใชว ธิ ีคิดเชนเดยี วกนั ได
เสน กราฟแรงตาน
เสนกราฟแรงตา น จุดเดินเครื่องลัพธ
จุดเดินเครอ่ื งลัพธ ของปม 2 ตวั
ของปม 2
เฮด เสน กราฟเฮดลัพธ
เฮด ของปม 2 ตัว
เสน กราฟเฮดของปม 1 ตัว
จดุ เดินเครอื่ ง จุดเดินเคร่อื ง
ของปม 1 ตัว ของปม 1 ตวั
อัตราไหล อัตราไหล
(a) การเดินเครอ่ื งขนานปม (b) การเดินเคร่อื งอนุกรมปม
รปู ที่ 1.43 การเดินเคร่ืองขนานและอนุกรมปม
1-34
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปมน้าํ และพดั ลม ตําราฝกอบรมผรู ับผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
1.2.3 การควบคมุ การทาํ งานของปม
ในการใชง าน เน่อื งจากจะเดินเคร่ืองปม เฉพาะทบี่ ริเวณใกลเคียงกับจุดพิกัด โดยที่ไมจําเปนตองปรับอัตราไหล
ปรับแรงดัน และเดินเคลื่องดวยความเร็วคงที่ก็เพียงพอแลว ทั้งยังมีปญหาในการเดินเครื่องที่มีภาระนอย จึงใช
มอเตอรเหนยี่ วนํา 3 เฟสแบบกรงกระรอก โมเมนตความเฉอ่ื ยของปมเองก็มีไมมาก ซึ่งหากสตารทเครื่องในสภาพที่
ปดวาลวขาออก ในกรณีของ Centrifugal pump จะไมมีปญหาใดๆ เปนพิเศษ แตสําหรับปมที่มีความเร็วจําเพาะสูง
หากเปนความเร็วในการเดินเคร่ืองในสภาพที่ปดวาลวขาออก ก็จะมีบางตัวท่ีใชกําลังขับเพลาข้ึนไปมากเกินกวา
200% ดังในรูปท่ี 1.44 ปมลักษณะน้ีจะตองสตารทโดยปดวาลวขาออก แลวเปดวาลวไปพรอมๆ กับเรงความเร็ว
หากเดินเครื่องปมดวยความเร็วแปรผันโดยใชอินเวอรเตอร จะทําใหปญหาในตอนสตารทหมดไป ทั้งยังมี
ประสทิ ธิภาพในการอนุรักษพลังงานดังที่จะอธิบายในหัวขอตอไป ในกรณีท่ีตองหยุดและสตารทเครื่องบอยๆ หรือ
ในกรณีที่จําเปนที่จะตองสตารทเคร่ืองดวยแรงดันตํ่า จําเปนท่ีจะตองพิจารณาใหดี ซึ่งรวมถึงการนําการขับเคล่ือน
ดว ยความเร็วแปรผันดวยอนิ เวอรเ ตอรม าใชดว ย
ํกาลัง ัขบเพลา
[% ตอ ุจดประสิทธิภาพสูงสุด]
สภาพปด วาลวขาออก
รปู ท่ี 1.44 ความสมั พนั ธร ะหวา งความเรว็ จาํ เพาะ Ns กับ กําลังขับเพลา
ในกรณีท่ีจําเปนตองปรับอัตราไหลและแรงดัน หรือใชงานอัตราไหลท่ีมีการเปลี่ยนแปลงมาก หาก
เดินเครื่องปมดวยความเร็วแปรผันของปม จะทําใหมีประสิทธิภาพอยางมากในการอนุรักษพลังงาน ดังน้ัน การ
ขับเคล่ือนดวยความเร็วแปรผันดวยอินเวอรเตอรจึงเปนท่ีแพรหลายไดอยางรวดเร็ว ขอดีของการขับปมแบบ
อินเวอรเตอรม ดี ังตอ ไปนี้
- ลดกาํ ลงั การเดินเครอ่ื งเมือ่ มีภาระไมเตม็ พกิ ดั
- ลดความสูญเสยี จากการหรี่ เพอื่ กําหนดจดุ ทาํ งาน
- การควบคุมความดนั และอตั ราไหลตา งๆ ทําไดส ะดวก
- สามารถทําการสตารท และหยดุ บอยๆ ได
1.2.4 การควบคุมความดันและอตั ราไหล และการอนุรกั ษพ ลงั งานจากการเดินเครือ่ งดวยความเร็วแปรผัน
สําหรับวิธีดําเนินการเพื่อควบคุมความดันและอัตราไหลนั้น วิธีท่ีเปนไปไดประกอบดวย (a) การปรับวาลว
ขาออกและวาลวปรับ (b) การควบคุมความเร็ว (c) การควบคุมจํานวนเคร่ือง การควบคุมจํานวนเคร่ืองนั้น เปน
วิธีการที่เปนขั้นตอน ซ่ึงในการท่ีจะทําการควบคุมอยางตอเน่ืองน้ัน จําเปนท่ีจะตองใชควบคูไปกับวิธีการท่ีเหลือ
อยางใดอยา งหนง่ึ
1-35
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปม น้าํ และพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผรู บั ผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
รูปที่ 1.45 ไดแสดงหลักการในกรณีที่ทําการควบคุมความดันท่ีปลายทางของปมใหคงท่ีดวยการปรับวาลว
และในกรณีท่ีทําการควบคุมความเร็ว เสนโคง H (N1) เปนเฮดรวมของปมท่ีความเร็วรอบเทากับ N1 ถาให R1 แสดง
เฮดสูญเสียทีท่ อ และ Hr แสดงความดันนํ้า ณ จุดซ่ึงแปลงเปนเฮดแลว เฮดรวมของปมท่ีอัตราไหล Q ที่จุดตัด A ของ
H (N1) กบั เสน กราฟ R1 + Hr จะสมดลุ กับเฮดของภาระ ในกรณีทอ่ี ตั ราไหลลดลงเปน Q2 ในการควบคุมความเร็ว จะ
ลดความเร็วรอบเปน N2 และเปลี่ยนเสนกราฟของเฮด รวมเปน H (N2) ซ่ึงจะเปนการเดินเครื่องท่ีจุดสมดุลใหม B
ในกรณีท่ีใชวิธีปรับวาลว หากหร่ีวาลวลงเพื่อใหเฮดสูญเสียเทากับ R2 แลวจุดสมดุลจะเลื่อนไปท่ี C และจะสามารถ
รักษาความดันท่ีปลายทางใหคงท่ีได หากแตกําลังขับเพลาน้ัน จะแปรผันตามผลคูณระหวางอัตราไหลกับเฮดรวม
ซึง่ แมอตั ราไหลจะเทา กัน จดุ B ซง่ึ มเี ฮดรวมต่ําจะไดเปรยี บกวา มากในแงก ารอนรุ กั ษพ ลงั งาน
ในการควบคุมความดันดวยการควบคมุ ความเรว็ จะแบงเปนกรณีท่ีรักษาความดันที่ปลายทางใหคงท่ีกับกรณี
ท่ีรักษาความดันขาออกของปมใหคงท่ี ซ่ึงความสัมพันธระหวางอัตราไหลกับเฮดรวมของปมจะเปนดังรูปท่ี 1.46
และการควบคมุ ความดันปลายทางใหค งที่จะเปนการอนรุ ักษพลังงานมากย่ิงขน้ึ อน่งึ ในการดาํ เนินการควบคุมความ
ดันปลายทางใหคงที่นั้น จําเปนท่ีจะเขาใจถึงความสูญเสียของวาลวตางๆและการเดินทออยางถูกตอง ซึ่งสามารถใช
วิธีบนั ทึกเสน โคงความสูญเสยี จากภาระไวทไ่ี มโครคอมพวิ เตอรได
สําหรับขอควรระวังในกรณีที่จะทําการควบคุมความเร็วนั้น ปมสวนใหญจะมีเฮดจริง ซ่ึงจะมีขีดจํากัด
ตํ่าสดุ ดวยความเร็วรอบ สําหรับรอบหมุนท่ีตํ่ากวาความเร็วรอบน้ี ในกรณีที่ไมมี Non return valve จะทําใหเกิดการ
ไหลยอนกลับ และถงึ แมวา จะมี Non return valve กต็ าม ก็จะกลายเปน การใชกําลงั การขับเคลอ่ื นโดยสญู เปลา
อินเวอรเตอรสําหรับปมสวนใหญจะไดรับมาจากผูผลิต แตโดยทั่วไปแลวจะทําการควบคุม V/f ของ
มอเตอรเหนี่ยวนําแบบกรงกระรอก สําหรับปมเน่ืองจากแรงบิดที่ตองใชท่ีความเร็วตํ่า มีคาตํ่า จะสามารถเลือกแบบ
ของ V/f ในชวงยกกําลัง 1 ถึง 2 ใหตรงกับคุณลักษณะของปม และอินเวอรเตอรโดยท่ัวไปจะมีฟงกชันการเดิน
เครื่องแบบอนุรักษพลังงานโดยมีการปรับแรงดันอยางเหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพื่อใหทํางานแบบจํากัดความถ่ีการ
เดนิ เคร่ืองตํา่ สุด และลดความสูญเสยี ของมอเตอรใหน อยทสี่ ดุ
เฮด เสน กราฟเฮดของปม (ความเรว็ พิกดั )
H
ควบคุมวาลว จดุ พิกัด
เฮดรวม ควบคมุ ความดนั ขาออกคงที่
ควบคุมความดนั
คงท่ีที่ปลายทาง
เสน กราฟความตา นทานของ
เฮดจรงิ
อตั ราไหล อตั ราไหล
รปู ท่ี 1.45 การควบคมุ ความดันท่ปี ลายทางของปม รูปท่ี 1.46 การควบคมุ ความดันปลายทางคงทีแ่ ละ
การควบคุมความดันขาออกคงท่ี
1-36
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม นํา้ และพดั ลม ตําราฝก อบรมผรู ับผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
1.2.5 ประสทิ ธภิ าพของปมนํา้
กาํ ลังขับปม P นน้ั หากกาํ หนดให Q คือ อตั ราการไหล [m3/min] H คอื เฮดรวม [m] ρ คือ ความหนาแนน
ของของไหล [kg/m3] (สาํ หรบั น้าํ จะเปน 1) จะไดวา
P = ρQgH = 9.8 ρQH = QH [kW] (1.16)
60 60 6.12
เวลาที่จะกําหนดกําลังขาออกของมอเตอรน้ัน หากใหมี Tolerance α ท่ีเฮดสักเล็กนอย และใหประสิทธิภาพของปม
เปน η [%] จะได
QH ⋅100
Pm = 6.12 η (1 + α ) [kW] (1.17)
ซ่ึงไดแ สดงประสทิ ธิของปม ไวใ นรูปท่ี 1.47 และไดแ สดง tolerance α ไวในตารางที่ 1.3
รูปท่ี 1.47 ประสทิ ธิภาพของปมมาตรฐานท่วั ไป
1.2.6 แนวทางการอนุรักษพลงั งานในระบบปม
จากการตรวจสอบระบบสูบน้ําและวิเคราะหจ ดุ ที่มีปญหาประกอบจนแนวทางการแกท่เี กิดขึ้นสามารถนํามาจัด
กลุม ไดด งั นี้
- การบาํ รงุ รกั ษา
- การดัดแปลงแกไขอุปกรณห รือการเดินเครื่อง
- การจดั การตรวจสอบ
1-37
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผูร ับผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
รปู ท่ี 1.48 การซอ มบาํ รงุ ทีม่ ผี ลตอคณุ ลกั ษณะสมบตั ิของปม นํ้า
1.2.6.1 การบาํ รงุ รักษา
การทจ่ี ะทาํ ใหป ม ที่สึกหรอกลบั มาสมบูรณและมีประสิทธิภาพใกลเ คยี งกับตอนเริ่มตน อยางนอยที่สุดตอง
ซอมใหญ อาจจะรวมถึงการเปล่ียนชิ้นสวนหมุน (ใบพัดและแหวน) แบร่ิงและประเก็น อยางไรก็ตามภายหลังการ
ซอมใหญระยะชองวางตางๆ ภายในโครงสรางของปมจะไมเหมือนชวงติดตั้งใหม ดังน้ันประสิทธิภาพปมจะลดลง
จากชวงที่ติดต้งั ใหม ประโยชนทีไ่ ดจากการซอมใหญ ควรพิจารณาเปนกรณีๆ ไป คาใชจายของปมน้ําสวนใหญแลว
เปนคาใชจายในการเดินเคร่ืองโดยรวมตลอดการใชงาน ดังน้ันการท่ีประสิทธิภาพสูงข้ึนเพียงเล็กนอยก็ถือวา คุมคา
ในการปรับปรุง และมีขอสังเกตวา ปมนํ้าที่สึกหรอ อัตราการไหลจะลดลง ถาทําการซอมบํารุงใหญควรปรับอัตรา
การไหลใหตํา่ ลงมาจากจดุ ทาํ งานเดิม เพอื่ ใหไ ดผ ลประหยดั มากท่สี ุด ดงั แสดงในรูปที่ 1.48
การบาํ รุงรักษาทชี่ วยสงเสริมการประหยัด
- การทําความสะอาดตวั กรองท่ีบริเวณทอทางเขาของปมอยา งสมาํ่ เสมอ
- การตรวจสอบวาลวกนั การไหลยอ นกลับ (Check valve) อยางสม่าํ เสมอ
- การซอ มแซมรอยร่วั ตางๆ
1.2.6.2 การปรับปรุงอปุ กรณ
(1) การเคลอื บผิวภายใน
ไดม ีการพัฒนากลุมของวสั ดุที่ใชส ําหรับเคลอื บผวิ เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของพ้ืนผิวของวัสดุด้ังเดิมเพื่อลด
การกัดกรอ น/การกัดเซาะ
วัสดุเคลือบผิวประเภทนี้เหมาะสําหรับปมนํ้าที่เสียหายรุนแรงอันเนื่องมาจากการใชงานกับของเหลวที่มี
ฤทธิ์กัดกรอน วัสดุเคลือบผิวจะชวยเคลือบปองกันไมใหพื้นผิวถูกกัดกรอนและไมทําใหระยะชองวางตางๆ ภายใน
ปมนํา้ เปล่ยี นแปลง
1-38
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปมน้าํ และพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผูรบั ผดิ ชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
รปู ที่ 1.49 การเคลอื บผิวทมี่ ีผลตอคณุ ลกั ษณะสมบตั ิของปม นํา้
การเคลือบผวิ เพอ่ื ลดการเสยี ดทาน
การเคลือบผิวเพ่ือลดการเสียดทานแมวาจะมีประสิทธิภาพในการลดการกัดกรอนไมเทาสารเคลือบผิวเพ่ือ
ลดการกดั กรอ นและการกัดเซาะ แตกย็ งั เปน วิธที ี่สามารถนาํ มาใชเพ่ือปอ งกันการกดั กรอนไดดี จุดประสงคหลักของ
วิธีน้ีก็เพ่ือปรับพ้ืนผิวใหมีความเรียบมากที่สุด (เม่ือเปรียบเทียบกับพ้ืนผิววัสดุเดิม) และเกิดการเสียดทานนอยที่สุด
ขณะทอ่ี ตั ราความเร็วของน้าํ สูง ซงึ่ วธิ ีนจ้ี ะทาํ ใหป ม นาํ้ มีความดนั และอัตราการไหลสูงขึ้น ดังนั้นการเคลือบผิวดวย
วิธนี ้ีจะทําใหมปี ระสิทธิภาพเพม่ิ มากขนึ้
การเคลือบผวิ เพือ่ เพมิ่ ประสทิ ธิภาพปม นาํ้ มักจะเคลือบเฉพาะโครงปมนาํ้ และดานนอกของใบพัดเพ่อื ลด
ความสญู เสยี จากการเสยี ดทานหลกั ซงึ่ ก็คือ ความสูญเสยี ที่ผวิ ของโครงปม นา้ํ และความสูญเสยี จากการเสียดทานท่ี
ใบหมนุ
สรปุ ประโยชนทไี่ ดร ับเพม่ิ อยางมปี ระสิทธภิ าพจากการเคลอื บผิว ไดแ ก
- ปรับปรงุ ประสิทธภิ าพของปมนํา้ ทาํ ใหต นทุนของการเดนิ เคร่อื งลดลง
- มีความคงทนตอ การกดั กรอ นบนชน้ิ สว นทไี่ ดเคลอื บพ้ืนผวิ ไว
- ยืดอายุการทํางานใหมีประสิทธิภาพสูงและทําใหอายุการใชงานยาวขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปมน้ําที่ไมได
เคลอื บพื้นผิว
1-39
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู ับผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
รูปท่ี 1.50 ผลการลดขนาดของใบพดั ตอ คณุ ลกั ษณะสมบตั ปิ ม น้าํ
รปู ที่ 1.51 ผลจากการใชปม นา้ํ ท่ีมขี นาดเล็กลง
(2) การเปล่ียนขนาดของใบพดั
ปมน้ําที่ใชกันอยูทั่วไปในอุตสาหกรรมใชกับใบพัดไดหลายขนาด โดยใบพัดที่มีขนาดใหญท่ีสุด จะทําให
การใชงานมีประสิทธภิ าพสงู ท่ีสดุ ดังแสดงในรปู ท่ี 1.52
การเปล่ียนขนาดของใบพัดจะชวยประหยัดพลังงานจากการสูบนํ้าได เชน ถาปมนํ้าหรี่วาลวควบคุมการ
ไหลอยูเสมอ จะทําใหไมสามารถทํางานไดที่ประสิทธิภาพสูงสุด จึงอาจนําใบพัดขนาดเล็กมาใชเพ่ือทําใหมีอัตรา
การไหลเทา เดิมในระดบั ของความดันต่าํ ทําใหมกี ารใชพ ลังงานลดลง
1-40
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตําราฝกอบรมผรู ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
(3) การใชป ม นํ้าทม่ี ขี นาดเล็กลง
การใชปม นํา้ ท่มี ีขนาดเล็กลงจะคุมคา ถา
- ปม มีขนาดใหญเ กินกวาภาระสงู สุดของปม น้าํ มาก
- ปมนาํ้ มีประสทิ ธิภาพนอ ยกวา 80%
ณ ระดบั ของภาระโหลดสงู สุด
- มกี ารใชพ ลังงานสงู น่นั คือ เมือ่ ปม นา้ํ ขนาดใหญเดินเคร่ืองเปนระยะเวลานาน เชน ถาปมน้ําที่ติดต้ังวาลว
ควบคุมการไหลเพ่ือควบคุมอัตราการไหลใหไดตามความตองการ อาจใชปมนํ้าที่มีขนาดเล็กลงกวาท่ีออกแบบ
เพอ่ื ใหสงจายนาํ้ ดวยอัตราการไหลเทา เดิมแตดว ยประสิทธิภาพทส่ี ูงข้ึน ดงั แสดงในรปู ท่ี 1.53
รูปที่ 1.52 การเปลีย่ นแปลงประสิทธิภาพของมอเตอรมาตรฐานและมอเตอรประสทิ ธิภาพสงู ขนาด 7.5 kW
(4) มอเตอรไ ฟฟาประสิทธภิ าพสงู
ปกติการขับเคลื่อนของมอเตอรไฟฟาจะมีประสิทธิภาพสูงกวาปมนํ้าที่มอเตอรนั้นขับโดยเฉพาะอยางย่ิง
การใชมอเตอรไฟฟาประสิทธิภาพสูง (Higher Efficiency Motor : HEMS) ซ่ึง HEMS จะมีประสิทธิภาพสูงกวา
มอเตอรไฟฟามาตรฐานท่ัวๆ ไปประมาณ 3 เปอรเซ็นต นอกจากน้ีมอเตอรไฟฟาประสิทธิภาพสูงยังปรับปรุงคาตัว
ประกอบกําลัง (PF) ใหสงู ขนึ้
1.2.6.3 การจดั การตรวจสอบ
- การตรวจวัดประสิทธิภาพของปมน้ําเปนเร่ืองที่มีความยุงยากและขอจํากัดมากมาย ทําใหโอกาสในการ
ประเมินประสิทธิภาพของปมน้ํามีไมมากนัก จึงมีการพัฒนาเทคนิคทางเทอรโมไดนามิคสมาคํานวณหาคา
ประสิทธิภาพไดโดยตรงเพียงวัดอุณหภูมิและความดันตกครอมปมนํ้า ผลที่ไดสามารถนําไปเปรียบเทียบกับ
คุณลกั ษณะสมบัตปิ ม นํ้าตามท่ีผูผลิตใหรายละเอยี ดไว
- การติดตามตรวจวัดการทํางานของปมน้ํา จะเปนประโยชนอยางมากถาติดต้ังมาตรวัดความดันที่ทอดูด
และทอสงของปมนํ้าทุกเคร่ืองและติดต้ังแอมปมิเตอรสําหรับมอเตอรไฟฟาเพ่ือใหแนใจวาทอดูดไมอุดตัน
ความสามารถในการทํางานของปมนํ้าเม่ือเปรียบเทียบกับคุณลักษณะสมบัติของปมนํ้า การคํานวณคาใชจายในการ
เดินปมนาํ้
1-41
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปมนา้ํ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
- การติดตามตรวจวัดการทํางานของระบบ สําหรับปมน้ําขนาดใหญจะมีความคุมคาท่ีจะใชระบบติดตาม
บันทึกคาการใชงานดว ยคอมพิวเตอร ซึ่งมคี วามสามารถในการควบคุมการเดินปมน้ําไดอกี ดวย ทําใหเห็นศักยภาพ
ในการ ปรับการเดินปม น้าํ ใหสอดคลอ งกับความตองการการใชน า้ํ การสูบนา้ํ เกนิ ความตองการ การร่วั ของนํ้า
1.3 ประเภทและหลกั การทํางานของพัดลม
1.3.1 ประเภทของพดั ลม
มาตรฐาน JIS กาํ หนดไวว า พดั ลมที่มแี รงดนั ลมตํ่ากวา 1,000 (mm-น้ํา) เรียกวา แฟน (Fan) สวนพัดลมที่มี
แรงดันลมต้ังแต 1,000 (mm-น้ํา) ขึ้นไป แตไมถึง 10 (M-น้ํา) (0.1 MPa) เรียกวา โบลวเออร (Blower) ท้ังสองชนิด
เรยี กรวมๆ กันวา พัดลม
พัดลมมีหลายชนิด ตามขนาดอัตราไหลและความดันของของไหลที่ลําเลียง และตามวัตถุประสงคการใช
งาน ดังตารางที่ 1.4 แบงเปนประเภทใหญๆ ไดเปนแบบ Centrifugal ซึ่งทํางานดวยการให แรงหนีศูนยกลางใหเกิด
กระแสในทิศทางต้ังฉากกับแกน แบบ Axial flow ซ่ึงสรางกระแสของไหล (อากาศ) ในทิศทางเดียวกับเพลา แบบ
Cross flow ซึ่งมีคุณสมบัติอยูระหวางทั้งสองแบบขางตน และแบบอื่นๆ อยางไรก็ตาม เพื่อสามารถติดตั้งและ
เชื่อมตอกับทอตางๆ ไดสะดวก พัดลมแบบ Centrifugal บางคร้ัง ดูภายนอกแลวจะมีลักษณะเหมือนกับแบบ Axial
flow โดยท่ัวไปพัดลมแบบ Axial flow จะเหมาะกับ ความดันตํ่า-อัตราไหลสูง สวนแบบ Centrifugal จะเหมาะกับ
ความดันสูง
ตารางท่ี 1.4 พัดลมประเภทตา งๆ
ขอบเขตความจุ (Capacity)
แบบ ประเภท รปู รางใบพดั และตัวถงั (บน) อตั ราไหล [m3/min] การใชง าน
(ลาง) ความดันสถติ [mmHq]
พัดลม Multiblade 0.5 - 20,000 การปรบั อากาศ-ระบายอากาศ
(Sirocco) 0.5 - 7.5 [kPa] งานอุตสาหกรรม
พัดลม Centrifugal พดั ลม Backward ~ 40,000
curved wheel fan ~ 15 [kPa] ทอลมความเร็วสงู
(Turbo) blower ~ 5,000 งานอุตสาหกรรม
~ 0.1 [kPa]
พัดลม Airfoil ~ 40,000 ทอลมความเร็วสูง การปรับอากาศ
~ 10 [kPa] ขนาดกลาง-ใหญ งานอตุ สาหกรรม
พดั ลม Propeller ~ 500 พัดลมระบายอากาศ Unit heater, Unit
พัดลม Axial flow ~ 0.1 [kPa] cooler หอทาํ นาํ้ เยน็ งานอุตสาหกรรม
พัดลม Tube ~ 40,000 ระบายอากาศเฉพาะที่ หอทําน้ําเย็น
~ 10 [kPa] ขนาดใหญ งานอตุ สาหกรรม
พัดลมมี Vane ~ 60,000 การปรบั อากาศ-ระบายอากาศ
~ 0.1 [kPa] งานอตุ สาหกรรม
พดั ลม Cross flow ~ 500 Fan coil unit
~ 1 [kPa] งานอตุ สาหกรรม
อยางไรก็ตาม พัดลมแบบ Axial flow ท่ีสามารถรองรับความดันไดพอสมควร และแบบ Centrifugal ที่
รองรับอัตราไหลไดพอสมควรก็พอมีอยู พัดลมแบบ Multiblade บางครั้งก็เรียกวา พัดลมแบบ Sirocco นิยมใชกัน
มากท่สี ุดกับการปรบั อากาศและระบายอากาศ
1-42
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปมน้าํ และพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผูรับผดิ ชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
การจําแนกพัดลมสามารถแบงไดเปนประเภทใหญๆ ตามลักษณะการเคลื่อนท่ีของอากาศได 2 ลักษณะ
ดังน้ี
(1) พดั ลมแบบหมุนแรงเหว่ยี ง (Centrifugal flow or radial fans)
(2) พดั ลมแบบอากาศตามแนวแกน (Axial flow fans)
(1) พัดลมแบบหมุนแรงเหวยี่ ง (Centrifugal flow or Radial fans)
พัดลมแบบแรงเหวี่ยงหรือพัดลมซึ่งมีการไหลของอากาศในแนวรัศมี จะประกอบดวย ใบพัดหมุนอยู
ภายในตวั เรือนของพดั ลม (Fan house) ชดุ ใบพัดจะประกอบดวยแผนใบเล็กๆประกอบเขาดวยกันเปนลักษณะกงลอ
คาความดันของอากาศจะถูกทําใหมีคาสูงขึ้นภายในตัวเรือนของพัดลมซ่ึงสามารถเพ่ิมคาใหสูงข้ึนไดดวยการเพิ่ม
ขนาดความยาวของใบพัด ซงึ่ จะทําใหแรงเหวี่ยงหนีศูนยกลางภายในระบบมากย่ิงขึ้นน่ันเอง อากาศจะไหลผานเขา
ไปในทอทางเขาโดยมีทิศทางขนานกับแกนของใบพัด และไหลออกในทิศทางต้ังฉากกับแกนของใบพัดในทอ
ทางออก พัดลมประเภทน้ีจําแนกตามลักษณะรปู รา งของใบพดั เปน 3 แบบ คอื
(1.1) แบบใบพัดตรง (Straight blade หรือ Radial fans)
พัดลมชนิดน้ีมีจํานวนใบนอยที่สุดประมาณ 6 ถึง 20 ใบ และใบพัดจะอยูในระนาบรัศมี จากเพลา ใบพัด
หมนุ ดว ยความเร็วรอบอยา งต่ําประมาณ 500-3000 รอบ/นาที ดงั นัน้ จึงเหมาะกับงานท่ีตองการปริมาตรของอากาศท่ี
ถูกขับเคลือ่ นจํานวนนอ ยๆ ทม่ี ีคา ความกดดนั ของอากาศสูงๆ
(1.2) แบบใบพัดโคงไปขางหนา (Forward curved blade fans)
พัดลมชนิดน้ีจะมีใบพัดโคงไปขางหนา ในทิศทางเดียวกับการหมุนของชุดใบพัด จะมีจํานวนแผนใบพัด
ประมาณ 20 – 60 ใบ ชุดใบพัดจะมีลักษณะคลายกับกรงกระรอก (Squirrel cage) เพลาใบพัดจะมีขนาดเล็กหมุน
ดวยความเร็วรอบท่ีสูงกวาพัดลมชนิดใบพัดตรง การทํางานของพัดลมชนิดน้ีมีเสียงเบาท่ีสุด มีขอเสียคือจะมี
ลักษณะท่ีมอเตอรจะทํางานเกินกําลังและมีชวงการทํางานของพัดลมท่ีไมเสถียร ดังน้ันจึงไมควรใชกับงานหรือ
ระบบท่ีมีอัตราการไหลของอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พัดลมชนิดนี้จะใหคาความดันลมและอัตราการไหลของ
อากาศสูงทีส่ ดุ
(1.3) แบบใบพดั โคงไปขา งหลงั (Backward curved blade fans)
พัดลมชนิดน้ีจะมีใบพัดเอียงไปขางหลัง ในทิศทางตรงกันขามกับทิศทางการหมุนของใบพัด จะมีจํานวน
ใบพัดประมาณ 10 –50 ใบ และเปนพัดลมท่ีมีความเร็วรอบสูง ไมกอใหเกิดเสียงดังเกินควร ไมมีลักษณะที่มอเตอร
จะทํางานเกินกาํ ลัง และไมมีชวงการทํางานท่ีไมมีเสถียร เหมาะที่จะใชงานระบายอากาศและอากาศท่ีใชตองสะอาด
ดวย เน่ืองจากสามารถท่ีจะควบคุมความกดดันและปริมาณลมไดงาย พัดลมชนิดนี้จะมีราคาสูงกวาชนิดอื่นๆ เมื่อ
เทียบกับขนาดทเ่ี ทากนั
1-43
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปมนํา้ และพดั ลม ตําราฝก อบรมผรู บั ผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
รปู ที่ 1.53 การไหลของอากาศผา นตัวพดั ลมแบบหมนุ
รูปที่ 1.54 พดั ลมแบบหมนุ เหว่ยี งชนิดใบพดั โคงไปขางหนา
รูปที่ 1.55 พัดลมแบบหมุนเหว่ยี งชนิดใบพดั โคงไปขา งหลัง
1-44
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปม น้าํ และพดั ลม ตําราฝก อบรมผูร ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
(2) พดั ลมแบบอากาศไหลตามแนวแกน (Axial flow fans)
พัดลมแบบนี้อากาศจะไหลขนานกับแกนของใบพัด และต้ังฉากกับระนาบการหมุนของใบพัด ชุดใบพัด
จะถูกติดต้ังบนแกนเพลาขับของมอเตอรตนกําลัง ซ่ึงอยูภายในตัวพัดลม ทําใหมอเตอรสามารถระบายความรอน
ออกไปกับอากาศท่ีถูกขับเคล่ือน พัดลมชนิดน้ีมีราคาถูก การทํางานของพัดลมมีเสียงดังและมีชวงการทํางานของ
พัดลมท่ีไมเสถยี ร จงึ เหมาะกับงานระบายอากาศ มีขนาดเลก็ เคลอื่ นยา ยงา ย สามารถแบงได 2 ลกั ษณะคือ
(1) ลกั ษณะที่พัดลมเปน เกลียว (Tube axial fans)
(2) ลกั ษณะท่พี ัดลมเปน เสน ตรง (Vane axial fans)
(2.1) ลักษณะทีพ่ ดั ลมเปนเกลียว (Tube axial fans)
พัดลมแบบอากาศไหลตามแนวแกนชนิดน้ี จะมีโครงสรางประกอบดวยชุดใบพัดซ่ึงหมุนอยูภายในทอรูป
ทรงกระบอก ลมที่ถูกขับเคล่ือนใหผานชุดใบพัดจะหมุนเปนเกลียว มีลักษณะการไหลแบบปนปวน พัดลมชนิดน้ี
ใหค าความกดดนั ของลมปานกลาง
(2.2) ลกั ษณะที่พดั ลมเปนเสนตรง (Vane axial fans)
พัดลมแบบอากาศไหลตามแนวแกนชนิดนี้ จะมีแผนครีบเพ่ือใชในการบังคับการไหลของอากาศ ที่ถูก
ขับเคล่ือน ติดต้ังอยูภายในตัวเรือนของพัดลม บริเวณทอทางออกบริเวณดานหลังชุดใบพัดเพื่อชวยในการไหลของ
อากาศท่ีถูกขับเคล่ือน มีการไหลเปนเสนตรงมากที่สุด ซึ่งจะชวยลดลักษณะการไหลของอากาศปนปวนลดลง และ
ลดพลังงานสูญเสียเน่ืองจากการไหลของอากาศปนปวนภายในระบบใหนอยลง ทําใหประสิทธิภาพการใชงานและ
ราคาสูงกวา พดั ลมชนดิ Tube axial fans
รปู ที่ 1.56 พัดลมแบบอากาศไหลตามแนวแกนชนิด Tube axial fans
รูปที่ 1.57 พดั ลมแบบอากาศไหลตามแนวแกนชนดิ Vane axial fans
1-45
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
1.3.2 คุณลกั ษณะและสมรรถนะการทํางานของพัดลม
ขณะทพี่ ัดลมทาํ งาน จะทาํ ใหอากาศเกิดการเคลอื่ นท่ไี ดดว ยคา ความกดดันทีเ่ กดิ ข้ึน เม่อื อากาศเคลอ่ื นท่ีออกไป
ไดดวยระยะทางที่เพ่ิมมากข้ึน จะทําใหความกดดันลดลง ถานําคาความกดดันในชวงตางๆ มาเขียนกราฟเทียบกับ
อัตราการไหลของอากาศท่ีไดในชวงความกดดันนั้นๆ ถาคาความกดดันดังกลาวเปนคาความกดดันรวมของระบบ
เมื่อนาํ คา ความกดดนั รวมทล่ี ดลงของระบบมาหกั ออกจากคา ความกดดนั
รูปที่ 1.58 การหาจุดทํางานของพดั ลมท่ีเหมาะสมจากกราฟคณุ ลกั ษณะของระบบพัดลมแบบหมุน
เหว่ียง ชนิดใบพดั โคงไปขา งหลงั ขนาด 27 นิว้ ที่ 1,080 รอบตอ นาที
ความเรว็ จะไดกราฟอกี เสนซงึ่ แสดงถึงความดันสถิตของระบบ เราสามารถนํากราฟดังกลา วไปใชในการ
เลอื กจดุ ทาํ งานท่ีเหมาะสมท่ีของพัดลมชนิดน้นั ได
เนื่องจากปริมาณอากาศที่ไดจากพัดลมตามที่กําหนดจากผูผลิต ปกติแลวจะทําการทดสอบ ณ สภาวะ
แวดลอ มมาตรฐาน เชน ทอี่ ณุ หภมู ิ 15 °C มีความกดดนั บรรยากาศแวดลอ มเทา กับ 1 บาร และความสูงเทียบเทากับ
ระดับนํ้าทะเล ปานกลาง เปนตน ซ่ึงสภาวะดังกลาวอาจแตกตางจากสภาวะจริงที่ติดตั้ง ใชงานจึงทําใหสภาวะการ
ใชงานไมเปนไปตามขอ กาํ หนด
เน่ืองจากสมรรถนะของพัดลมจะแปรผันตามการเปล่ียนแปลงของสภาวะแวดลอมตางๆ อาทิ อุณหภูมิ
ความเร็วรอบ และความหนาแนนของอากาศ ดังน้ัน The Air Moving and Condition Association (AMCA) จึงได
พัฒนามาตรฐานการทดสอบพดั ลมขนึ้ และไดทาํ การทดสอบเพ่อื หากราฟสมรรถนะของพดั ลมชนิดตา งๆ ดงั น้ี
จากรูปที่ 1.58 แสดงใหเห็นวา เม่ือเปอรเซ็นตของปริมาตรท่ีเปดกวางมีคาสูงข้ึนจะทําใหคากําลังท่ีปอนให
เพลาของพัดลมมีคาสูงข้ึนตามไปดวย ซึ่งมีผลทําใหมอเตอรของพัดลมทํางานเกินกําลัง ในขณะที่ความตานทาน
ของระบบมีคาลดลง ดังนั้น จึงไมควรใชพัดลมชนิดน้ีกับระบบท่ีมีอัตราการไหลของอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ชวงที่เหมาะสมสําหรับการทํางานของพัดลมชนิดนี้ คือ ชวงเปอรเซ็นตของปริมาตรท่ีเปดกวางประมาณ 30 – 50 %
ซง่ึ จะทําใหก ารทํางานของพดั ลมมคี า ประสิทธิภาพสงู สุด เสนกราฟคาความดันสถิต จะมีชวงการทํางานของพัดลม
ท่ีไมมีความเสถียรภาพคือชวงเปอรเซ็นตของปริมาตรท่ีเปดกวางในชวงไมเกิน 40% ดังนั้นจึงไมควรใชปริมาตรที่
เปด กวา งใหอากาศเขา สตู วั เรอื นของพดั ลมในชว งนี้
1-46
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้าํ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
1.3.2.1 พดั ลมแบบหมนุ เหว่ียงชนิดใบพดั โคง ไปขางหนา (Forward curved blade fans)
รปู ที่ 1.59 สมรรถนะของพัดลมแบบหมุนเหวยี่ งชนิดใบพัดโคงไปขางหนา
1.3.2.2 พดั ลมแบบหมุนเหวี่ยงชนดิ ใบพัดโคงไปขา งหลัง(Backward curved blade fans)
รปู ที่ 1.60 กราฟสมรรถนะของพดั ลมแบบหมนุ เหว่ียงชนิดใบพัดโคง ไปขางหลัง
จากรูปที่ 1.60 จะเห็นไดวาชวงที่เหมาะสม สําหรับการทํางานของพัดลมชนิดน้ี คือ ชวงเปอรเซนตของ
ปริมาตรที่เปดกวางใหอากาศเขาสูตัวเรือนของพัดลม มีคาประมาณ 50 – 65 % ซ่ึงจะทําใหการทํางานของพัดลม
ชนิดนี้มีประสิทธิภาพสูงสุด คาประสิทธิภาพของพัดลมจะมีคาสูงสุดเมื่อใชกําลังในการขับเพลาของพัดลมสูงดวย
เชนกัน พัดลมชนิดน้ีจะไมมีลักษณะที่มอเตอรจะทํางานเกินกําลังและไมมีชวงการทํางานของพัดลมที่ไมมี
เสถียรภาพ
1.3.2.3 พดั ลมแบบหมนุ เหว่ียงชนดิ ใบพดั ตรง (Straight curved blade fans)
กราฟสมรรถนะของพัดลมชนิดนี้ จะเหมือนกับกราฟสมรรถนะของพัดลมชนิดใบพัดโคงไปขางหนา
กลาวคือเสนกราฟกําลังของพัดลมจะมีคาสูงข้ึนเร่ือยๆ แมวาคาความกดดันของระบบจะลดลงก็ตาม แตความเร็ว
ของอากาศที่ไหลผานตัวเรอื นพัดลมชนิดน้ีจะมคี าตํ่ากวาพดั ลมชนดิ ใบพัดโคง ไปขางหนา
1-47
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปม น้าํ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู บั ผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
1.3.2.4 พดั ลมแบบอากาศไหลตามแนวแกน (Axial flow fans)
จากรูปท่ี 1.61 จะเห็นวาเสนกราฟของเฮดสถิตและเฮดรวมของระบบจะลดลงและเพ่ิมขึ้น ในชวง
เปอรเซ็นตของปริมาตรเปดใหอากาศเขาสูตัวเรือนพัดลมมีคาอยูประมาณ 30 – 50 % ถาพัดลมชนิดนี้ทํางานอยู
ในชว งดงั กลา วจะกอ ใหเกิดความไมเ สถยี รภาพขึน้ ภายในระบบ และชวงท่ีเหมาะสมสําหรับการทํางานของพัดลมก็
คือ ชวงเปอรเซนตของปริมาตรท่ีเปดกวางประมาณ 55 – 75 % ซึ่งจะทําใหการทํางานของพัดลมมีประสิทธิภาพ
สูงสุด สามารถขับเคล่ือนอากาศไดปริมาณท่ีมาก และใชกําลังในการขับเลื่อนไมมากจนเกินไป เสนกราฟการ
ทํางานของพัดลมจะคอนขางแบนราบ โดยเฉพาะอยางยิ่งภายในชวงการทํางานที่มีคาเปอรเซนตของปริมาตรเปด
กวา งประมาณ 40 % น่ันคอื กําลังท่ีใชใ นการขบั เคลอื่ นพดั ลมภายในชวงดังกลา วจะมีคา คอนขา งคงที่
รูปที่ 1.61 กราฟสมรรถนะของพดั ลมแบบอากาศไหลตามแนวแกน
1.3.3 การเปรียบเทียบประเภทและคุณสมบตั ิของพดั ลมกบั เครอ่ื งอดั อากาศ
พัดลมและเครื่องอัดอากาศ ถูกจําแนกดังในตารางที่ 1.5 โดยใชความดันขาออกเปนเกณฑ หากจําแนกจาก
หลักการทํางานแลว จะแบงใหญๆ ไดเปน แบบเทอรโบและแบบปริมาตร ย่ิงไปกวานั้น แบบเทอรโบจะมีระบบ
Axial flow และระบบ Centrifugal สวนแบบปริมาตรจะมีระบบลูกสูบและระบบหมุน ซึ่งจะมีชวงของปริมาณลม
และความดันท่ีเหมาะสมขึ้นอยูกับรูปแบบ การเลือกใชจะเลือกรูปแบบท่ีเหมาะสม ท่ีสุดตามปริมาณลมและความ
ดันที่ตองการใชงาน
(1) ระบบ Axial flow มโี ครงสรา งทหี่ มุนใบพัดดวยความเร็วสูง แลวใหอากาศไหลไปในทิศทางเพลาดวย
แรงยกของใบพัดพัดลม Axial flow นั้น จะหมุนใบพัดดวยความเร็วสูง จึงทําใหทั้งพัดลมและมอเตอรมีขนาดเล็ก
และมีขอดีอยูตรงท่ีสามารถติดตั้งในบางสวนของทอได ซึ่งถูกนํามาใชในการถายเท การปอนลม การปลอยลมออก
การถายเทอากาศภายในอุโมงค ตางๆ เปนตน สําหรับเครื่องอัดอากาศแบบ Axial flow น้ัน ถูกนํามาใชในการปอน
ลมเขาสเู ตา Blast furnace สาํ หรบั ถลุงเหล็ก อปุ กรณอ ดั อากาศสาํ หรบั แยกอากาศ เปนตน
(2) ระบบ Centrifugal มีโครงสรางท่ีทําใหอากาศไหลไปในทิศทางรัศมีดวยแรงเหว่ียงของใบพัด ซ่ึงจะ
เรียกพัดลมแบบหลายใบพัดวา Sirocco fan ถึงแมจะมีประสิทธิภาพตํ่า แตเน่ืองจากมีโครงสรางไมซับซอน จึงมี
ราคาถูก และถูกนํามาใชเปนพัดลมสําหรับอุปกรณระบายอากาศ หรือเครื่องปรับอากาศ สําหรับเครื่องอัดอากาศ
เทอรโบนั้น ถกู นํามาใชเ ปนเครอ่ื งอดั กาซของโรงงานตางๆ เชน โรงงานอตุ สาหกรรมเคมี เปนตน
(3) เคร่ืองอัดอากาศระบบลูกสูบ เนื่องจากมีประสิทธิภาพมากท่ีสุด และมีกําลังอัดสูง จึงถูกนํามาใชเปน
เครอ่ื งอัดอากาศอยางแพรหลาย
1-48
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม นํ้าและพดั ลม ตําราฝกอบรมผรู บั ผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
(4) เคร่ืองอัดอากาศระบบหมุน แบงเปนพัดลม Roots blower เคร่ืองอัดอากาศแบบทํางานโดยใบพัด และ
พัดลม Screw compressor ระบบหมุนนี้จะตางกับระบบลูกสูบ ซ่ึงจะมีขอดีอยูที่สามารถทําใหอุปกรณมีขนาดเล็ก
และนาํ้ หนักเบาโดยเพ่มิ จํานวนรอบใหสูงขนึ้ ได
รูปท่ี 1.62 แสดงความดันรวม กําลังขับเพลา และประสิทธิภาพของโบลวเออรซ่ึงนํามา Normalize ดวยคา
ณ จุดพิกัดเทียบกับอัตราไหลเม่ือเดินเคร่ืองเทอรโบโบลวเออรดวยจํานวนรอบท่ีพิกัด ซึ่งจะคลายกับ Centrifugal
pump
ตารางท่ี 1.5 พัดลม เคร่ืองอัดอากาศ
การจําแนก ความดันขาออก ประเภท
Fan ไมถึง 9.8 kPa แบบเทอรโบ (Axial flow, Sirocco, Radial flow, Turbo)
โบลเวอร ไมถ งึ 9.8-98 แบบเทอรโบ (Axial flow, Radial flow, Turbo)
kPa แบบปริมาตร (Roots blower)
เครอ่ื งอัดอากาศ สงู กวา 98 kPa แบบเทอรโ บ (Axial flow, Radial flow, Turbo)
แบบปรมิ าตร ระบบหมุน (เครอ่ื งอดั อากาศแบบทาํ งานโดยใบพดั Screw compressor)
ระบบลกู สบู (เครือ่ งอัดอากาศแบบลกู สบู )
ความ ัดนรวม H ํกา ัลงขับเพลา P
ประ ิสทธิภาพ η [%]
ปริมาณลม [%]
รูปที่ 1.62 คณุ ลักษณะของเทอรโ บโบลเวอร
1.3.4 ความสน้ิ เปลอื งพลังงานของพดั ลม
พลงั งานทต่ี องใชในการขบั ดันของไหลใหไ หลไปในระบบทอ ลําเลียงของไหลคาํ นวณไดจากสตู รตอไปนี้
พลังงาน = แรง × ความเรว็ ของของไหล (ความเรว็ ของกระแส)
= ความดัน × พ้ืนท่ีหนาตัดของเสนทางในทอ × ความเรว็ ของของไหล
= ความดนั × อัตราไหล
ดังนั้น จึงสามารถคํานวณหากําลังขับเพลา กําลังไฟฟาขาเขา และพลังงานไฟฟาที่ใชไปของมอเตอรท่ีจะ
ปอนพลงั งานทตี่ องใชใ นการขบั พัดลมใหลาํ เลียงอากาศไดจากสตู รตอไปนี้
กาํ ลงั ขบั เพลาของมอเตอร = ความดนั × อัตราไหล / ประสทิ ธิภาพของพดั ลม
กําลังไฟฟาขาเขา ของมอเตอร = กําลังขับเพลาของมอเตอร / ประสิทธภิ าพของมอเตอร
พลงั งานไฟฟา ทใ่ี ชไปของมอเตอร = กาํ ลังไฟฟา ขาเขาของมอเตอร × ระยะเวลาที่เดนิ เคร่อื ง
หนวยท่ีใชในท่ีน้ี ความดัน [kPa] อัตราไหล [m3/s] และกาํ ลังขับเพลาของมอเตอร [kW]
1-49
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปมนาํ้ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู บั ผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
ในทํานองเดียวกับกรณีของพัดลม กําลังขับเพลาของมอเตอรที่จะปอนพลังงานท่ีตองใชในการขับปมให
ลาํ เลียงของเหลวได สามารถคาํ นวณไดจากสตู รตอไปน้ี
กําลังขบั เพลาของมอเตอร = ความดนั × อตั ราไหล / ประสิทธิภาพของปม
= 9.8 × เฮดรวมของปม × อตั ราไหลมวลขาออก / ประสิทธภิ าพของปม (1.18)
หนว ยท่ใี ชในท่นี ี้ อัตราไหลมวลขาออก [m3/s] กําลงั ขบั เพลาของมอเตอร: [kW] เฮดรวม: [m]
1.3.5 เสนกราฟคณุ ลักษณะของพดั ลม
เสนกราฟคุณลักษณะของพัดลม หมายถึง เสนกราฟท่ีแสดงการเปล่ียนแปลงความดันสถิต กําลังขับเพลา และ
ประสิทธภิ าพของพัดลมเทยี บกับอตั ราไหลในขณะทเ่ี ดนิ เคร่อื งดงั รปู ที่ 1.63
รูปที่ 1.63 กราฟคุณลักษณะของพัดลม
1.3.7 กฎการแปรผันและกฎความคลา ยของพดั ลม
อัตราไหลของของไหลจะแปรผันตามความเร็วรอบของพัดลม ความดันสูญเสียในทอลม ท่ีตออยูกับพัด
ลมจะแปรผันตามกําลังของของความเร็วของกระแส (ความเร็ว) น่ันคือ แปรผันตามอัตราไหลกําลังสองน่ันเอง
ดงั นนั้ หากความเร็วรอบเปล่ยี นแปลง ความดันจะแปรผันตามกําลังสองของความเร็วรอบ และกําลังขับเพลาจะแปร
ผนั ตามกําลังสามของความเร็วรอบ ความสัมพนั ธน ้เี รยี กวากฎการแปรผัน ซงึ่ แสดงไดดวยสูตรตอ ไปน้ี
V1 = n1
V2 n2
P1 = ⎜⎜⎛⎝ n1 ⎞⎠⎟⎟2
P2 n2
W1 = V1P1 = ⎜⎛⎜⎝ n1 ⎠⎞⎟⎟3
W2 V2 P2 n2
จาก V1, V2 แทนอัตราไหล n1, n2 แทนความเรว็ รอบ P1, P2 แทนความดนั W1, W2 แทนกําลงั ขับเพลา
1-50