ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้าํ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
การไหลภายในพัดลมท้งั หมดจะมีลกั ษณะคลา ยกัน โดยความสมั พันธร ะหวา งเสน ผา นศนู ยกลาง D
ความเรว็ รอบ n กบั อัตราไหล ความดนั และกาํ ลงั ขับเพลาจะคาํ นวณไดจ ากสูตรตอ ไปน้ี เรยี กวา กฎความคลาย
V1 = n1 ⎜⎝⎜⎛ D1 ⎞⎠⎟⎟3
V2 n2 D2
P1 ⎛⎝⎜⎜ n1 ⎟⎠⎞⎟ 2 ⎝⎜⎜⎛ D1 ⎟⎟⎠⎞2
P2 n2 D2
=
W1 ⎛⎜⎝⎜ n1 ⎞⎠⎟⎟ 3 ⎜⎛⎜⎝ D1 ⎟⎠⎞⎟5
W2 n2 D2
=
1.3.8 การควบคุมพัดลม
ระบบปรับอัตราการไหลของพัดลมใหเหมาะสมกับภาระการใชงาน เรียกวา ระบบปริมาตรอากาศแปรผัน
(VAV : Variable Air Volume)
วธิ ีการควบคมุ อัตราการไหลแปรผนั
1. การควบคุมแดมเปอรข าออก-วาลวขาเขา
2. การควบคมุ ความเร็วรอบ
3. การควบคุม Rotor blade
4. การควบคุม Stationary blade
5. การควบคมุ จํานวนเครอื่ ง (กรณีทีเ่ ดินเครือ่ งขนานหรอื อนกุ รม)
6. การควบคมุ บายพาส
อัตราสวน ํกาลังขับเพลา (%) (1) การควบคมุ แดมเปอรขาออก-วาลวขาออก
(2) การควบคมุ ความเร็วรอบ
(3) การควบคุม Rotor blade (Variable pitch, Axial flow)
(4) การควบคุม Stationary blade (Inlet vane, Centrifugal)
(5) การควบคุมจาํ นวนเคร่ืองรว มกับขอ (1) และ (4)
(6) การควบคุมบายพาส
(7) การควบคมุ Guide vane (Axial flow)
อัตราสวนอตั ราการไหล (%)
รูปท่ี 1.64 คณุ ลกั ษณะการควบคมุ อตั ราไหล
1-51
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปม นา้ํ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผูร บั ผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
1.3.9 ประสทิ ธิภาพของพัดลม
กาํ ลังขบั เคลอ่ื นตามทฤษฎีของพัดลม สามารถหาไดดวยวิธีการคิดเชนเดียวกับปม เม่ือ Q คือปริมาณอากาศ
[m3/min] v คือความเร็วลม [m/s] ρ คือความหนาแนนของอากาศ [kg/m3] H คือความดันลม [Pa] η คือ
ประสทิ ธิภาพเชงิ กล [%] α คอื tolerance Pm กาํ ลังขาออกมอเตอรตอ งมี จะหาคาไดจ ากสูตรตอไปนี้
Pm = ρQv2 ⋅ 100 (1 + α) ×10−3 = QH ⋅ 100 (1+ α) [kW] (1.19)
120 η 60000 η
1.3.10 แนวทางการอนุรกั ษพลงั งานในระบบพดั ลม
จุดท่ีตองมีการตรวจสอบในการอนุรกั ษพลงั งานในระบบพัดลม มีดงั ตอ ไปน้ี
- พัดลมจายลมออกไปในปรมิ าณทีม่ ากกวา ท่จี าํ เปนตองใชหรือไม
- พัดลมเดนิ เคร่ืองอยา งมีประสิทธิภาพสงู หรอื ไม
- กรณีทม่ี ีการเปลยี่ นแปลงปริมาณลม พดั ลมมีคณุ ลกั ษณะท่ีดแี มในชวงปรมิ าณลมนอ ยๆ หรือไม
- วิธีควบคมุ ปรมิ าณลมมีประสทิ ธิภาพสูงสอดคลอ งกบั ความตอ งการของโรงงานหรอื ไม
- ในเรื่องความตานทานของทอ ความเร็วลมสูงเกินไปหรือไม มีความตานทานที่ไมจําเปน เชน มีทองอ
มากเกินไปหรือไม
ประเด็นท่ีสําคัญในการอนุรักษพลงั งานของพดั ลม
1. การลดปรมิ าณลม – ความดันเหมาะสมกบั ท่ภี าระตอ งการ
2. การควบคุมการเดินเครื่องใหเหมาะสมกับการเปลยี่ นแปลงปริมาณทภ่ี าระตองการ
ปญหาเฉพาะตวั พดั ลม ไดแ ก
1. การเลือกใชพดั ลมท่มี ีประสทิ ธภิ าพสูงและมคี ุณลกั ษณะเหมาะกบั การใชง านของภาระ
2. ไมมฝี นุ ละอองสะสมที่ตัวถังและใบพดั ทาํ ใหเ สน ทางของกระแสอากาศลดลง
3. ลดการร่ัวไหลจาก Labyrinth seal ของ Shaft seal และ Balance disk
1.3.10.1 การอนรุ ักษพ ลงั งานพัดลมใหส อดคลองกับภาระ
1. เมอ่ื ปรมิ าณลมทีต่ อ งการลดลงและมกี ารเปลี่ยนแปลงนอ ย
หากวางแผนเผื่อไวมากไปและตองการลดปรมิ าณลมเนื่องจากการลดกําลงั การผลิต หากใชว ธิ ีปรบั ดว ยแดม
เปอรขาออกจะทําใหการเดินเคร่ืองมีกําลังขับสูญเสียสูง วิธีการแกไขในกรณีนี้ คือ ลดขนาดเสนผานศูนยกลางของ
ใบพัดเปลี่ยนไปใชใบพัดท่ีมีคาปาซิต้ีตํ่าลง ลดจํานวนขั้นของโบลวเวอรหลายช้ันปรับมุมใบพัดของพัดลมแบบ
Axial flow
2. เมื่อปรมิ าณลมทตี่ อ งการมีการเปล่ยี นแปลง
- หร่แี ดมเปอรข าออก (กําลงั ขบั จะเลอ่ื นไปตามเสน กราฟกําลังขบั เพลาเทาน้นั )
- การควบคุม Vane ขาเขา (ความสิ้นเปลืองกาํ ลงั ขับจะตํ่ากวา การควบคุมแดมเปอร)
- ควบคุมจํานวนเคร่ือง (กรณีท่ีเดินเคร่ืองพัดลมขนานกันหลายตัว หากลดจํานวนเครื่องท่ีเดินให
สอดคลองกับปริมาณลม จะทาํ ใหพ ัดลมแตละเคร่อื งมีประสิทธภิ าพตาํ่ ลงไมมาก)
- ควบคุม Variable pitch ของ Moving blade ของพัดลม Axial flow (สามารถควบคุมไดอยางมี
ประสิทธภิ าพสงู ในการชว งปรมิ าณลมกวาง)
- ควบคุมความเรว็ รอบ
1-52
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปม นาํ้ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผูรับผดิ ชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
1.3.10.2 วธิ ีตรวจวเิ คราะหเ พอื่ อนรุ ักษพ ลงั งาน
(1) ตรวจสอบเสนกราฟสมรรถนะ – กรณีที่เปนพัดลมรุนเกา ใหสํารวจวามีพัดลมท่ีมีสมรรถนะสูงกวา
หรอื ไม
(2) กรณีทีพ่ ดั ลมมีความสามารถสูงเกินไป มกี ารหรแี่ ดมเปอรหรือวาลวในทอหรอื ไม
(3) กอนและหลงั ที่ตดิ กบั พดั ลมมีทอโคงทีท่ าํ ใหม คี วามดันสูญเสียเพิ่มขนึ้ หรอื ไม
(4) ความเร็วลมในทอมคี าสงู เกนิ ไปทาํ ใหค วามตานทานของทอ มคี าสูงหรือไม
(5) มอี ากาศรัว่ ออกมาจากทอหรอื Flange หรือไม
(6) ไสก รองอากาศอดุ ตัน มีฝุนละอองเกาะอยูใ นทอ ลม ในตวั ถงั และในใบพัดหรอื ไม
(7) มีความสูญเปลา หรือไม เชน จา ยลมในขณะท่ีไมจ าํ เปน เดนิ เคร่ืองขณะท่ีปด ปากทางออกอยู เปน ตน
1.3.11 การประหยดั พลังงานจากการเดินเคร่อื งโดยการควบคมุ ความเรว็ ของเครอ่ื งอดั อากาศและพดั ลม
สําหรับวิธีการที่จะไดมาซ่ึงปริมาณลมและกําลังอัดท่ีจําเปนตอระบบน้ัน เดิมที ไดนําเอาแดมเปอรดูดหรือเปา
มาใช แตในปจจุบันไดทําการควบคุมความเร็วแทนแดมเปอร ซึ่งถาควบคุมปริมาณลมและความดัน ก็จะทําให
สามารถอนุรักษพลังงานไดอยางมาก รูปท่ี 1.65 เปนรูปที่แสดงถึงหลักการเหลาน้ัน ในกรณีท่ีควบคุมแดมเปอร
เน่ืองจากจะเดินเครื่องดวยการเปล่ียนเสนกราฟความตานทานการสงลม จุดการทํางานของพัดลม จะเลื่อนตาม
คุณลักษณะที่ความเร็วพิกดั ในอีกดา นหน่ึง ในกรณีทีใ่ ชว ิธีเปลี่ยนแปลงความเร็ว เสนกราฟความตานทานการสงลม
จะไมเปลี่ยนแปลง เสนกราฟคุณลักษณะของพัดลมจะเล่ือนไป โดยความดัน ณ จุดทํางานจะลดต่ําลงอยางมาก
หลักการเหลานี้ จะเหมือนกับกรณีของปม แตสําหรับปมน้ัน เนื่องจากเปนเฮดจริง จึงมีจุดความเร็วตํ่าสุด แตในพัด
ลมนน้ั จะไมม ีจุดความเรว็ ต่าํ สุด ทําใหม ีประสทิ ธภิ าพในการอนุรกั ษพลังงานสูง
จุดทํางานของการควบคมุ แดมเปอร การควบคุมแดมเปอร
การควบคุมความเรว็ จุดทก่ี าํ หนด
ความ ัดนรวม
จดุ ทํางานของการควบคมุ ความเร็ว
อัตราไหล
รูปที่ 1.65 เปรียบเทียบการควบคมุ แดมเปอรก ับการควบคมุ ความเร็ว
1-53
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปม นาํ้ และพดั ลม ตําราฝก อบรมผูรบั ผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
ตวั อยางที่ 1.2 คณุ ลักษณะของโบลวเวอรบ างตัวกับเสน กราฟความตา นทานของระบบทอสามารถหาไดจ ากสตู ร
ประมาณดงั ตอไปน้ี
h = 1.1n2 + 0.5nq − 0.6q2
η* = 2.0⎜⎛ q ⎞⎟ − ⎜⎛ q ⎞⎟2
⎝ n ⎠ ⎝ n ⎠
r = q2 q คอื อัตราไหล
โดย h คอื ความดนั ท้งั หมด n คือ จํานวนรอบ
η* คือ ประสิทธภิ าพ r คอื ความตานทานของทอ
อยา งไรก็ดที ุกปรมิ าณเปน คาท่ี Normalize ดว ยจุดพกิ ัดแลว
จงเปรียบเทียบกําลังขับเพลาในกรณีที่ทําการควบคุมแดมเปอรกับในกรณีท่ีทําการควบคุมความเร็ว เพื่อทํา
ใหอัตราไหลเปน 1/2 ของอตั ราไหลท่ีกําหนด
วิธีทาํ ในกรณขี องการควบคุมแดมเปอร กําหนดให q = 0.5, n = 1
h = 1.2, η* = 0.75
ดงั นนั้ เมือ่ กําหนดใหกําลงั ขบั เพลาที่ Normalize แลว เทา กบั p จะไดว า
qh 0.5×1.2
p =η* = 0.75 = 0.8
ในกรณีของการควบคุมความเรว็ กําหนดให q = 0.5 r = 0.25
และจากการทส่ี งิ่ จะสรา งความสมดลุ กบั ความดันทัง้ หมดของโบลวเวอร
h = 1.1n2 + 0.25n − 0.6 × 0.52 = 0.25
ดงั นั้น n = 0.5 , ซ่งึ ในตอนน้ี η* = 1.0 กําลังขบั เพลาจึงเทา กบั
qh 0.5× 0.25
p = η* = 1.0 = 0.125
จากท่ีกลาวมาท้ังหมด กําลังขับเพลาเมื่อควบคุมแดมเปอรจะเทากับ 80% ของพิกัด ในขณะท่ีการควบคุม
ความเรว็ นนั้ จะสามารถลดกําลังขบั เพลาลงไดม ากกวา คอื 12.5% ของพิกดั
สรุป
เครื่องอัดอากาศ ปม และพัดลม มีหลายชนิด ดังนั้นการเลือกใหเหมาะสมกับการใชงานจึงมีความสําคัญ
และยังทําใหเ กดิ ประสทิ ธิภาพสูงสดุ ในการใชง านดวย
เครื่องอัดอากาศแบบลูกสูบ การไหลของอากาศอัดจะมีลักษณะเปนแบบหวงๆ (Pulsation) ไมตอเนื่องกัน
ซึ่งเปนผลเสียตอระบบทอสง เพราะอาจทําใหเกิดความดันยอนกลับ ณ จุดท่ีมีการหักเลี้ยวในระบบทอสงได ทําให
ทอสงไดรับความเสยี หายในภายหลัง
เคร่อื งอัดอากาศแบบโรตาร่ี อากาศอัดท่ีไดจะมีอัตราการไหลอยางสมํ่าเสมอแตปริมาณอากาศอัดที่ไดจะมี
คาความกดดนั คอนขางตา่ํ กวามาก
1-54
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปม นาํ้ และพดั ลม ตําราฝก อบรมผูรับผดิ ชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
เคร่ืองอัดอากาศแบบหมุนเหว่ียง ลมดูดจะเขาสูแกนตรงกลางเพลาใบพัดและถูกเหวี่ยงตัวออกไปในแนว
รศั มีของใบพัดสูผ นงั เคร่อื งอัด และถกู สงไปตามระบบทอ อากาศอดั จะมีความกดดนั สูงขนึ้ แตค วามเร็วยังคงท่ี
ปมแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนยกลาง นิยมใชอยางแพรหลายมีประสิทธิภาพในการสูบสูงถึง 90 % และยัง
สามารถออกแบบเพอ่ื การทาํ งานท่ีระดับความดนั สงู ได
ปมแบบโรตารี่ ทํางานโดยอาศัยหลักการแทนท่ีของเหลว ภายในหองของตัวปมดวยการเคล่ือนท่ีของ
ช้นิ สวน ปม แบบนจ้ี ะมีอตั ราการสบู ตาํ่ กวา ปมประเภทอนื่ ๆ มีประสิทธิภาพประมาณ 80 – 85 %
ปมแบบเล่ือนชักหรือแบบลูกสูบ จะมีลักษณะการเคล่ือนท่ีกลับไปกลับมาโดยมีลูกสูบทําหนาท่ีในการอัด
ของไหลภายในกระบอกสูบใหมีความดันสูงข้ึน ดวยการเคลื่อนท่ีกลับไปกลับมาเหมาะสําหรับสูบของไหลใน
ปรมิ าณท่ไี มม ากนกั แตต อ งการเฮดในระบบทีส่ งู การไหลของของไหลมลี กั ษณะเปน หวงๆ (Pulsation)
ปมแบบพเิ ศษ เปน ปมท่ีมีลกั ษณะพิเศษ เชน ปมแบบ Canned มีคุณสมบตั ิ คือ สามารถปอ งกันการรั่วไหล
ของของไหลไดอยางสมบูรณ ปมแบบ Intermediate temperature ใชในการขับดันของไหลซึ่งมีอุณหภูมิสูง
ประมาณ 300 °C ปม แบบ Turbo นยิ มใชกับงานท่ตี อ งการความดันดานปลอยสูง ปมแบบ Cantilever จะติดตั้งใน
แนวด่ิงใชกับงานที่ไมตองการใหชุดแบริ่งหรือชิ้นสวนภายในสัมผัสกับของไหลท่ีใชในการสูบ ปมแบบ Vertical
turbine จะใชก บั งานสบู น้าํ บาดาลท่ีมคี วามลึกมากๆ
พัดลมแบบหมุนแรงเหวี่ยง คาความดันของอากาศจะถูกทําใหมีคาสูงข้ึนภายในตัวเรือนของพัดลมซึ่ง
สามารถเพิ่มคาใหสูงข้นึ ไดดวยการเพิ่มขนาดความยาวของใบพัด
พัดลมแบบอากาศไหลตามแนวแกน พัดลมชนิดนี้มีราคาถูก การทํางานของพัดลมมีเสียงดังและมีชวงการ
ทํางานของพดั ลมที่ไมเ สถยี ร จึงเหมาะกับงานระบายอากาศ มขี นาดเล็ก เคลือ่ นยายงาย
แนวทางการอนรุ ักษพลงั งานในคอมเพรสเซอร เคร่ืองอดั อากาศ ปม และพดั ลม
เคร่ืองอัดอากาศ การอนุรักษพลังงานสําหรับระบบ Pneumatic แบงเปนการอนุรักษพลังงานในอุปกรณ
หลักๆ คือเคร่ืองอัดอากาศ ระบบทอและอุปกรณท่ีทํางานดวยลมตางๆ ดังนี้ การลดอุณหภูมิทางดานดูดอากาศเพื่อ
เพ่ิม Cooling effect ในอุปกรณแลกเปลี่ยนความรอน (Inter -cooler) ลดความดันดาน Discharge เพ่ือลดปริมาณลม
ท่ใี ช เลอื กเครือ่ ง อดั อากาศและระบบ เปน แบบท่ีมีประสทิ ธิภาพสูง ปองกันการรัว่ ของลมจากจุดตางๆ ของระบบ
และตัวเครื่องอัดอากาศ ดูแลและบรหิ ารการใชเครื่องอดั อากาศ และระบบอยางดี
ปมนํ้า การใชปมน้ําใหประหยัดพลังงาน พยายามเลือกใชปมน้ําขนาดเล็กจํานวนหลายตัว จะดีกวาใช
ขนาดใหญแตจํานวนนอย ไมควรเผ่ือขนาดเครื่องปมนํ้าใหมีขนาดใหญจนเกินไปและอาจพิจารณาใชระบบปรับ
ความเร็วรอบ (VSD System)
พัดลมและโบวเวอร สามารถดาํ เนนิ การในการประหยดั พลังงานไดดงั น้ี การลดขนาดเสน ผานศูนยกลาง
ของใบพดั การเปลย่ี นใบพดั ใหมคี วามจนุ อ ยลง การควบคุมแดมเปอร การควบคุมใบพดั (Vane) ดานเขา การ
ควบคุมความเร็วในการหมุน
1-55
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม นํา้ และพดั ลม ตําราฝก อบรมผรู ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
1.4 กรณีศึกษา (Case studies)
กรณศี ึกษาที่ 1 การอนุรักษพลงั งานของเคร่อื งอดั อากาศในโรงงาน Forging
<ท่มี า : เอกสารตัวอยา งยอดเยย่ี ม ECCJ 90 No.14>
ประเภทกจิ การ : กิจการผลิตผลติ ภัณฑเ หลก็
ผลิตภณั ฑ : ผลติ ภัณฑเ หลก็ Forging
จํานวนพนกั งาน : 171 คน
ปรมิ าณพลงั งานทีใ่ ชต อป : กําลงั ไฟฟา 10,630 [kWh/ป]
น้าํ มันเตา 1,260 [kL/ป]
(1) กอ นดําเนนิ การ
การใชกําลังไฟฟา 25% ของโรงงาน Forging ส้ินเปลืองไปกับเคร่ืองอัดอากาศ อากาศอัดจะนําไปใชเ ป
นแหลง กําลังขับเคร่ือง Forging และใชใ นการทํา Air blow อยา งไรก็ตาม การเดินเคร่ืองอัดอากาศจะปลอ ยใหเป
นการตดั สินใจของพนกั งานใหส อดคลอ งกับการทํางานของไลนผลิตผลคือทําใหเดินเคร่ืองเคร่ืองอัดอากาศมากเกิน
จําเปน
(2) สภาพปจจบุ นั
การเปลี่ยนแปลงความดันท่ีใชแ ละการเปลี่ยนแปลงภาระกําลังไฟฟาประจําวันแสดงไวใ นรูปท่ี 1.66 และ
รูปที่ 1.67 ตามลําดับ การเปลี่ยนแปลงความดันมีลักษณะกระเพ่ือมรุนแรง มีชวงการเปล่ียนแปลงถึง 2 [kg/cm2]
ขณะท่ีทั้งการเปลย่ี นแปลงกาํ ลังไฟฟาจะมีความสัมพันธก ับการเปล่ียนแปลงความดัน กําลังไฟฟาภาระเฉล่ียมีคาเท
ากับ 620 [kW] การทํา Air blow และปริมาณอากาศร่ัวมีคา 1,590 [m3/h] ซึ่งมีคาสูงกวา Cpacity ของเครื่องอัด
อากาศขนาด 150 [kW] 1 ตัว
ความดันอากาศ [kg/cm2]
ความสิ้นเปลืองกําลังไฟ ฟา [kW]
[เวลา] [เวลา]
รูปที่ 1.66 การเปลย่ี นแปลงความดนั รปู ที่ 1.67 การเปลย่ี นแปลงกําลังไฟฟา
(3) วธิ ดี าํ เนินการ ของเคร่อื งอัดอากาศ
ตรวจสอบการรั่วของอากาศท้ังหมดดว ยเสียงอากาศรั่ว (เสียงชูว...ว) และทําการซอมแซมใหห มด ลด
พื้นที่ชองเปด ของ Air nozzle สําหรับพนสารหลอลื่นแมพ ิมพแ ละอื่นๆ ลดความดันของอากาศท่ีใชในการพน และ
ปรับปรุงวิธีพน ใหม ีประสิทธิผลดียิ่งข้ึน ใชเ ครื่องตั้งเวลาและสวิตซเทาเพ่ือหยุดการปอนอากาศโดยอัตโนมัติเม่ือ
ไมไ ดใ ชง าน
(4) ประสิทธผิ ล
ลดกาํ ลงั ไฟฟาได 1,445 [MWh/ป] (อัตราท่ลี ดไดเทยี บกับคา รวม 11.5 [%])
ลดตน ทุนได 397,375,000 [ บาท/ป]
1-56
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปม นํ้าและพดั ลม ตําราฝก อบรมผูรับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
กรณีศกึ ษาท่ี 2 การอนุรกั ษพ ลงั งานดวยการปรับจํานวนการเดนิ เครอ่ื งเครอื่ งอดั อากาศใหเหมาะสมท่สี ดุ
ผลติ ภณั ฑ : การข้ึนรูปโลหะผสมอลมู ิเนียมดวยวธิ ี Extrusion และกรรมวิธสี รา งชนั้ ออกไซดข ้วั บวก
จาํ นวนพนกั งาน : 276 คน
ปริมาณพลังงานทใ่ี ชตอป : น้าํ มันเตา A 7,412 [kL]
นํ้ามันกาด 785 [kL]
กาํ ลังไฟฟา 40,662 [kWh]
(1) กอนดาํ เนนิ การ
ปจจุบันมีการใชก ําลังไฟฟาไมน อ ยกวา 130,000 [kWh] ทุกเดือนเพื่อผลิตอากาศอัดสําหรับขับเคล่ือน
เครื่องจักรการผลิต จึงต้ังเปา หมายในการลดกําลังไฟฟาของเครื่องอัดอากาศ วิธีการดําเนินการ ปรับปรุงไดแก
การลดเวลา Unload ของเคร่ืองอัดอากาศใหเหลือนอยที่สุดเทา ที่จะทําได โดยเฝาติดตามสภาพการเดินเคร่ืองเคร่ือง
อดั อากาศทงั้ 6 เครอ่ื ง และปรับปรงุ วธิ คี วบคุมการสตารตและหยดุ เครอ่ื ง ทาํ ใหลดปริมาณไฟฟา ลงได 28.1 [%]
(2) สภาพปจจุบันและวิธกี ารแกไข
(2.1) สภาพปจจุบัน
โครงสรา งโดยภาพรวมของระบบอากาศอัด แสดงไวในรูปที่ 1.68 ผลการสํารวจอัตราการเดินเครื่องของ
เคร่อื งอัดอากาศทั้ง 6 เครอ่ื งแสดงไวในรูปท่ี 1.69
พบวาแทบไมมีเวลาหยุดเครื่องเลย / เวลา Unload ใช เวลานาน / ท่ีหนา งานใชว าลว ลด ความดันเพ่ือปรับ
ความดนั ลงใหเ หมาะสมกบั การใชงาน / เครื่องจักรบางตวั มีอากาศรั่ว เปน ตน นอกจากนี้ เม่ือหยดุ เครื่องอัดอากาศที
ละ 1 เคร่ืองเพ่ือทําการ Overhaul แลว กําลังไฟฟาที่ใชจ ะลดลง 21 [%] เทียบกับเวลาปกติ แตก ็ไมไ ดทําใหความดัน
ตกลงจนอากาศไมพอใช ทาํ ใหสามารถดปริมาณการใชไ ฟฟา ลงไดถ งึ 25 [%] ซงึ่ ดกี วา เปาหมายท่ตี ้ังไวเ สยี อีก
เซนเซอรความดนั เครื่องท่ี1 : 37 kW
เคร่อื งท่ี2 : 37 kW
อาคารขนึ้ รูป ถงั รับ เคร่อื งท3ี่ : 37 kW แผงควบคุมรวม
อาคารโคต ต้งิ เคร่ืองท4ี่ : 37 kW
เคร่ืองท5่ี : 37 kW
เครอื่ งท6ี่ : 37 kW
รปู ที่ 1.68 โครงสรา งภาพรวมของระบบอดั อากาศ
1-57
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผูร ับผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
สัดสว นการเดนิ เครอ่ื ง (%) ระหวา ง unload
หยุดเครอื่ งจกั รผลิต
ระหวา ง load
เดอื น/วัน
รูปท่ี 1.69 ผลสํารวจอตั ราการเดนิ เครื่องอัดอากาศ
จดุ ท่ีทําการดดั แปลง
แผงควบคุมรวม ูศนย เซนเซอรควมดนั
โซลินอยดส าํ หรับ
การ load / unload มอเตอร
ถงั รับ เครื่องอัดอากาศ
รูปท่ี 1.70 การติดต้งั เซนเซอรความดัน
(2) การดําเนนิ การไดด าํ เนนิ การดังตอไปนี้
(1) ติดตงั้ เซ็นเซอรความดันอนาล็อกที่ ถังรบั และดดั แปลงอุปกรณใ หสามารถควบคุมเคร่ืองอัดอากาศแต
ละตวั แบบรวมศูนย ไดจากภายนอก (รูปที่ 1.70)
(2) พิจารณาทบทวนวิธีควบคุมและรูปแบบการสตารท - หยุดเคร่ือง (รูปท่ี 1.71) นอกจากนี้ ยังลดความ
ดนั จา ยอากาศจาก 0.686 [MPa] เหลอื 0.588 [MPa] อีกดว ย
(3) สํารวจเครื่องจักรที่มีอากาศร่ัวในวันหยุด จัดทําแผนท่ีอากาศร่ัวและใหทํากิจกรรม ซอ มบํารุงดว ย
ตวั เอง เพ่อื ซอมแซมใหกลบั สภาพเดิม
1-58
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปมนํา้ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู ับผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
(3) ประสิทธิผล
(3.1) สัดสว นการเดินเครอ่ื งเครือ่ งอัดอากาศทงั้ 6 เครื่องหลังจากปรบั ปรงุ
เมื่อเปรียบเทียบปริมาณไฟฟาในปงบประมาณ พ.ศ. 2543 หลังปรับปรุงเทียบกับปริมาณไฟฟาเฉล่ียของป
งบประมาณ พ.ศ. 2540-2541 แลว 96,822 [kWh] / เดือน (ปริมาณไฟฟาเฉลี่ยของปง บประมาณ พ.ศ. 2543) 134,755
[kWh] / เดือน (ปริมาณไฟฟา เฉล่ียของปง บประมาณ พ.ศ. 2540-2541) = 0.719 เทา กับสามารถลดกําลังไฟฟาลงได
28.1 [%] มูลคาประสทิ ธิผลท่ีคํานวณไดจ ากปริมาณอากาศทีใ่ ช
จะเทา กับ 1,116,097.59 บาทตอ ป (คา ไฟฟา 2.75 บาท/kWh) ระยะเวลาคุมทุนเมื่อใชเงินปรับปรุงและ
คา วสั ดุ 0.03 ป กลา วคือ การดัดแปลงเพียงเลก็ นอยแตมปี ระสิทธผิ ลสงู
ความดัน 3 นาที 3 นาที อัตราสวนการเดนิ เคร่ือง [%]
(MPa)
หยดุ เครือ่ ง
ระหวา ง unload
หยดุ 1 เคร่ือง load ระหวา ง load
unload
สตารต 1 เคร่อื ง หยุดเครือ่ ง
เวลา
หยุดเครือ่ งจกั รผลิต
วันท่ี
รูปท่ี 1.71 วิธีการควบคมุ และรูปแบบการสตารท รปู ท่ี 1.72 สดั สว นการเดินเคร่อื งอัดอากาศ
กรณศี กึ ษาที่ 3 การอนรุ กั ษพลงั งานไฟฟาดวยการใชพ ดั ลมระบายอากาศขนาดเลก็ ประสทิ ธิภาพสูง
<ทีม่ า : “การอนุรกั ษพลังงาน” รายเดือน Vol.39 No.11>
ประเภทกจิ การ : กิจการผลติ โลหะทไ่ี มใ ชเ หลก็
ผลิตภณั ฑ : ผลติ ภณั ฑอลูมิเนยี มหลอ
(1) กอนดําเนนิ การ
พดั ลมระบายอากาศในอปุ กรณบําบัดกาซไอเสียจากเตาหลอมอลูมิเนียมมีขนาดใหญถึง 300 [kW] อยางไร
ก็ตามในสภาพการเดินเครื่องตามปกติจะใชว ิธีหร่ีแดมเปอร ขาเขา ทําใหม องไดวาพัดลมระบายอากาศมีขอกําหนด
จาํ เพาะสงู เกินไป จงึ พจิ ารณาความเปนไปไดในการลดขนาดใหเ ล็กลง
(2) สภาพปจ จุบนั
ผลการจากเก็บขอมูลการเดินเครื่องพัดลมระบายอากาศในสภาพการเดินเคร่ืองตามปกติ พบวาปริมาณ
อากาศมีคา 1,100 [m3/min] ในขณะท่ีขอกําหนดจําเพาะระบุไว 1,300 [m3/min] สวนความดันมีคา 400 [mmAq]
ในขณะท่ีขอกําหนดจาํ เพาะระบไุ ว 450 [mmAq] จึงสรปุ ไดวาพัดลมมีขนาดใหญเกนิ ไปเทียบกับจุดใชงาน
(3) วิธกี ารดาํ เนินการ
(1) เมื่อแจกแจงหวั ขอทีส่ ามารถทาํ การอนรุ ักษพ ลังงานของพัดลม จะไดด ังตารางท่ี 1.6 ในจํานวนน้ันได
พิจารณาเจาะจงที่มาตรการสาํ คญั 3 หวั ขอ ดงั ตอไปนี้
- พิจารณาปริมาณลมและความดันสถิตที่ออกแบบไว
- เปลย่ี นไปใชพัดลมทีม่ ปี ระสิทธภิ าพสงู
- วธิ ีปรับปริมาณลมทสี่ อดคลองกับเงอ่ื นไขการเดินเครือ่ ง
1-59
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปมนํ้าและพดั ลม ตาํ ราฝก อบรมผูรบั ผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
(2) สาํ หรบั มาตรการปรับเปลย่ี นปรมิ าณลมใหเหมาะสมประกอบดวย
- ลดขนาดใบพัด (จากปจ จบุ นั 1,980 → 1,700 [mm ø])
- ลดความเรว็ รอบ (จากปจจุบัน 1,485 → 1,300 [rpm])
- เปลย่ี นไปใชพดั ลมทีม่ ีปรมิ าณลมทเี่ หมาะสม
(3) ผลสรุปไดว า จะใชวิธีปรบั ปรมิ าณลมใหเหมาะสมรว มกับการใชพ ดั ลมขนาดเล็ก ประสทิ ธิภาพสงู
ตารางที่ 1.6 การอนุรักษพ ลังงานของพัดลม
(1) ควบคุมแดมเปอรข าออก
(2) ควบคุมแดมเปอรข าเขา
1. ปรับดว ยกลไกดานพดั ลม (3) ควบคุม vane ขาเขา
(4) ควบคุม Vane ของ Fixed blade
(5) variable Pitch ของ Moving blade
(6) ควบคุมดว ยอินเวอรเ ตอร
ิวธีอนุ ัรกษพลังงานของพัดลม 2. ปรับดว ยวิธขี บั พดั ลม ควบคุม (7) Pulley ปรับความเร็วได
ความเรว็ รอบ (8) Torque converter
(9) เปล่ียน Pulley
(10) ขบั ดวยกงั หันไอนา้ํ
(11) เปลย่ี นไปใชใบพดั ท่มี ี Capacity ต่ําลง
(12) นําใบพัดไปเจียรเสนผานศูนยกลางออก
3. ปรบั ดวยโครงสรา งของพดั ลม (13) ปรับมมุ ของ Diffuser vane
(14) ลดจํานวนขั้นของใบพดั
(15) นําใบพัดไปแปรรปู ความกวางทางออก(ใบพดั
เปด)
(16) ควบคุมจํานวนเครือ่ งดว ยการเดินเครื่อง
4. ปรบั ดว ยวิธเี ดนิ เครอ่ื ง ขนาน
(17) ควบคุม ON-OFF
(18) ควบคุมรูปแบบ
(4) ประสทิ ธิผล
กําลังไฟฟา ทล่ี ดได 1,080 [MWh/ป]
กําลังไฟฟาของพดั ลมท่ีลดลง 150 [kW]
ตน ทุนท่ลี ดได 30,470,000 [บาท/ ป]
กรณศี ึกษาที่ 4 การอนุรกั ษพลังงานไฟฟา ดว ยการนาํ อปุ กรณร ะบายอากาศเฉพาะทมี่ าไวบริเวณเดียวกนั
<ทม่ี า : ตวั อยา งการปรับปรุง ECCJ 25-No.15>
ประเภทกิจการ : กจิ การผลิตเครอ่ื งจกั รขนสง
ผลิตภณั ฑ : ช้นิ สวนอลูมิเนียมสาํ หรบั รถยนต
ปรมิ าณพลังงานทีใ่ ชต อป : กาํ ลงั ไฟฟา 54,940 [MWh]
เชื้อเพลงิ 15,900 [kL]
1-60
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปมน้ําและพดั ลม ตําราฝก อบรมผรู ับผดิ ชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
(1) กอนดําเนินการ
มีการติดต้ังเคร่ืองดักฝุน ขนาดเล็กในการผลิตชิ้นสวนอลูมิเนียมหลอ ตามมาตรการดาน ส่ิงแวดลอมไป
แลว หลังจากนั้นจึงพิจารณามาตรการอนุรักษพลังงานไฟฟา ดว ยการเปลี่ยนผังเลยเ อาตของ โรงงานผลิตใหม
เพอื่ ใหการเดนิ เครื่องอยางมีประสทิ ธิภาพสงู โดยการระบายอากาศเฉพาะที่จากบริเวณเดียวกัน
(2) สภาพปจจบุ นั
- ไมส ามารถรกั ษาคามาตรฐานสภาพแวดลอมในการทาํ งานของบริษัท (0.5 [mg/m3N]) ได
- ระบบไสกรองอากาศอาจไหมเสียหายเนื่องจากการดูดประกายไฟเขา ไปในขณะท่ีแกะ ช้ินงานออก
จากแบบ
- มีการเดนิ เครอ่ื งพดั ลมระบายอากาศเฉพาะทแ่ี มในขณะทีเ่ ครื่องจกั รไมไ ดเ ดินเครื่อง
- การปรบั ปริมาณอากาศท่ดี ูดออกไปใชว ิธีหร่แี ดมเปอร
(3) วิธีดาํ เนนิ การ
ผลจากการพจิ ารณาตารางที่ 1.7 ไดเ ลอื กใชว ธิ รี ะบายอากาศจากบริเวณเดียวกนั
ผลจากการพิจารณาตารางที่ 1.8 ไดเลือกใชว ิธกี ารควบคมุ ปรมิ าณอากาศที่ดูดออกไปโดยใชอนิ เวอรเ ตอร
ใชต ารางท่ี 1.9 พจิ ารณาปญ หาในการใชอ นิ เวอรเ ตอรและวิธีแกไ ข
ตารางที่ 1.7 การพิจารณาเปรียบเทยี บวธิ ีลดกาํ ลังขบั
วิธีระบายอากาศเฉพาะท่ี วธิ ีระบายอากาศเฉพาะท่ี
จากหลายบริเวณ จากบริเวณเดียวกัน
การลงทนุ สัดสวนการลงทนุ 1.0 ○ สัดสวนการลงทุน 1.2 Δ
○
ตนทนุ เดนิ เคร่อื ง-ซอ มบํารุง ตนทุนสูงเนือ่ งจากมหี ลายบรเิ วณ Δ ตน ทุนตํ่าเน่อื งจากอยบู รเิ วณเดยี วกัน Δ
○
การเลยเ อาตรองรับ รองรบั ไดด ี ○ รองรับไดค อ นขา งยาก
○
การดักจบั ฝุนละออง มปี ระสิทธภิ าพในการดักฝุนต่าํ กวา Δ มีประสิทธิภาพในการดกั ฝนุ ดี
○
อัคคภี ัย มีความเส่ียงสูงเน่ืองจากเปนแบบ × ไมม ีความเสย่ี งเน่ืองจากเปน แบบเปยก Δ
แหง
พน้ื ที่ ใชพ ้ืนท่มี ากเน่อื งจากมีหลายบรเิ วณ Δ ใชพ ้นื ที่นอ ยเนอ่ื งจากอยูบ ริเวณเดยี วกนั
มลพษิ เสียงรบกวนดัง ไมต อ งบําบัดนํา้ ท้ิง Δ เสียงรบกวนคอ ย ตอ งบาํ บัดน้ําท้งิ
1-61
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตําราฝก อบรมผรู ับผิดชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
ตารางท่ี 1.8 การพิจารณาเปรียบเทียบวิธีดักฝนุ
ใชแดมเปอร ใช axial flow ของ variable blade ใช inlet vane ใชอ นิ เวอรเตอร
สูง
ประสิทธิผล ต่าํ Δ ปานกลาง ○ ตา่ํ Δ
การลงทนุ ปานกลาง ○
การซอมบํารงุ ตํา่ ปานกลาง ○ ปานกลาง ○ สะดวก ○
ชว งการควบคมุ กวาง
สะดวก ○ สะดวก ○ สะดวก ○
แคบ Δ ปานกลาง ○ ปานกลาง ○
ตารางที่ 1.9 ปญ หาในการใชอ นิ เวอรเ ตอรแ ละวธิ แี กไ ข
ปญหา สาเหตุ วธิ แี กไ ข
การสน่ั สะเทือน
เสียงรบกวน การเรโซแนนซกบั ระบบเชงิ กล ตดิ ตั้งแทนกันสัน่
สญั ญาณรบกวน
การแผค วามรอน เสียงรบกวนจากสาเหตุขา งตน ตดิ ต้งั หองเกบ็ เสียง
การเกดิ คล่ืนฮารโมนกิ ตดิ ต้ังฟล เตอรกรองคล่ืน (ยังไมไ ดท ํา)
การแผความรอ นจากพัดลม ระบายอากาศ-ความรอนในหอ งเก็บเสยี ง
(4) ประสทิ ธผิ ล
ลดกาํ ลังไฟฟา ได 903 [MWh/ป]
(อตั รากาํ ลังไฟฟา ระบายอากาศเฉพาะท่ที ล่ี ดได 32 [%])
ลดตนทุนได 5,683,200 [ บาท/ป]
กรณีศกึ ษาที่ 5 การอนรุ กั ษพลังงานไฟฟา ดวยการปรับความเร็วของพัดลม <ที่มา : FE95064>
ผลติ ภัณฑ : poval (กาว สารจดั การผวิ กระดาษฟล ม )
จํานวนพนักงาน : 190 คน
ปรมิ าณพลังงานท่ใี ชตอป : นา้ํ มันเตา C 7,300 [kL/y]
Oil coke (เทียบเปน นา้ํ มันเตา) 12,500 [kL/y]
กําลงั ไฟฟา 36,000 [kWh/y]
(1) กอนดําเนินการ
ในระบบจายเชื้อเพลิงใหห มอไอน้ําจะใชเครื่องมิลลบ ด Oil coke แลวใชพัดลมระบายอากาศดูดมาดักดวย
Bag filter ในจํานวนนนั้ ไดพ จิ ารณาสนใจท่รี ะบบพัดลมระบายอากาศที่ มีขนาดใหญเ กินไป ผลคอื ไดวธิ ีอนุรักษพ ลัง
งานดว ยการเปลยี่ นอัตรา สว นของ Pulley เพ่ือลดความเร็ว กระบวนการของระบบเปาหมายแสดงไวใ นรปู ที่ 1.73
(2) รายละเอยี ด
1) สภาพปจ จุบนั และการวเิ คราะห
- ขอกําหนดจาํ เพาะของพัดลม ปริมาณลม Q = 320 [m3/min]
ความดนั P = 700 [mmAq] ความเรว็ รอบ N = 2,260 [rpm]
- ขอ กําหนดจาํ เพาะของมอเตอร พิกดั กาํ ลงั ขาออก L = 75 [kW] A = 123 [Amp] N = 1,770 [rpm]
- มอเตอรม พี ิกัด 123 [Amp] แตม ีกระแสภาระเพยี งประมาณ 80 [Amp]
- ออกแบบปริมาณลมไว 320 [m3/min] แตม ีภาระเพียง 170 [m3/min]
1-62
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปมนํ้าและพดั ลม ตําราฝก อบรมผรู ับผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
- ระดับการเปด แดมเปอร ควบคุมพัดลมระบายอากาศมีคาเพียงประมาณ 15 องศายิ่งกวานั้นเมื่อ
เดนิ เครอื่ งดว ยภาระต่ํา ยงั เกดิ ปรากฏการณ Surging อีกดว ย (มีการส่ันรุนแรง)
2) การพิจารณา
เมอื่ ชัดเจนวาเครือ่ งจักรมขี นาดใหญเกนิ ไป จึงไดพ ิจารณาวาสามารถลดความเร็วรอบไดถ ึงเทา ใดจึงจะยังมี
ความดนั สถิตตามที่ตอ งการ
การสาํ รวจความดันสญู เสียของระบบปจจบุ ัน (ดูรปู ที่ 1.74)
- ความดันสูญเสียของแดมเปอร = 700 - (360 + 50 + 30) = 260 [mmAq]
- คาดการความดนั สูญเสียทย่ี อมรบั ไดข องแดมเปอร
- ทําการสาํ รวจและกําหนดไวที่ 50 [mmAq]
- มาตรการรองรบั การเปลี่ยนความเรว็ รอบ
- สามารถลดความเร็วรอบไดดว ยอนิ เวอรเตอร แตจากเรื่องคาใชจา ย จึงเปล่ยี น Pulley ของมอเตอรใ หม ี
เสน ผา นศนู ยก ลางเล็กลง
- เสนผา นศูนยก ลาง Pulley ของมอเตอร 0.309 [m] → 0.257 [m]
mill feed hopper bag filter
ไซโลเก็บ chin feeder bin เก็บ oil coke ปน แดมเปอรควบคมุ
oil coke bin เก็บ-ชัง่ oil coke ปน พัดลมระบาย
300 m3 beld conveyer เครอื่ งมิลล อากาศ
เคร่ืองปอ นปริมาตรคงที่
beld conveyer หมอ ไอน้าํ โบลวเวอรลาํ เลยี ง
รปู ที่ 1.73 กระบวนการของระบบเปา หมาย ปลอ ยออก
สูภายนอก
แดมเปอรค วบคมุ
bag filter พัดลมระบายอากาศ
ลมรอ น เครื่องมิลล
รปู ที่ 1.74 ภาพโครงสรางของสวนทเ่ี กิดความดัน
1-63
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปม นํา้ และพดั ลม ตําราฝกอบรมผูรับผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
(3) ประสิทธผิ ล
ตารางท่ี 1.10 ประสิทธผิ ลของการปรับปรุงดว ยการปรบั ความเรว็ พัดลม
No. หัวขอ กอน หลัง หมายเหตุ
ปรบั ปรงุ ปรับปรุง
1 เสนผานศูนยกลาง Pulley ของมอเตอร 30.9 25.7 คากอสรา ง = 31,820 บาท
[cm]
2 ความเรว็ สายพาน [m/s] 28.6 23.8
3 ความเร็วรอบของพดั ลม [rpm] 2,260 1,880
4 ความดนั สถิต [mm-Hg] 700 484
5 กําลงั ขบั [kW] 49 34 อนุรักษพ ลังงานไฟฟา ประมาณ 592,000 [บาท/ป]
6 กระแสไฟฟา [Amp] 80 55
7 ปรมิ าณลมสงู สุด [m3/h] 19,200 15,900
8 ระดับการเปด แดมเปอร [°] 15 35
กรณศี กึ ษาที่ 6 การอนรุ กั ษพลังงานดวยการปรับ Capacity ของปมนํา้ ใหเหมาะสม
<ทม่ี า : พน้ื ฐานการใชพ ลังงานไฟฟาอยางมปี ระสทิ ธผิ ล และตัวอยางเชิงปฏิบัติ ECCJ 25 No.13>
ประเภทกจิ การ : กิจการผลติ ผลติ ภัณฑยาง
ผลติ ภัณฑ : ยางรถยนต
ปริมาณพลงั งานที่ใชตอ ป : กําลงั ไฟฟา 33,750 [MWh]
กาซ (เทยี บเปน นาํ้ มันดิบ) 6,120 [kL]
(1) กอนดําเนนิ การ
แตเ ดิมเคยดําเนินการลดตนทุนกําลังขับโดยเนนระบบการผลิตเปน หลักมาแลว ในครั้งน้ีไดพิจารณาระบบ
Utility เพื่ออนรุ ักษพ ลังงานไฟฟา ของระบบนํ้า
(2) สภาพปจจุบนั
นาํ สภาพการใชไ ฟฟาในปจจุบนั มาวาดเปน Pareto diagram ซึ่งยืนยันไดว า กําลังไฟฟา สําหรับนํ้ามีสัดสวน
11 [%] ของท้ังหมด จัดทาํ System flow ของทอ นํา้ ทัง้ หมด เพ่ือพิจารณาความเหมาะสมของระบบนี้
(3) วิธดี ําเนนิ การ
1) ใชปม สําหรับเครื่องทํานํ้าออนสําหรับหมอไอน้ําในการทํา Backwash และ Wash โดยเฉพาะโดย
ตดิ ตงั้ ปมขนาดเลก็ เพิม่ เขา มาสําหรับสง น้าํ ตามธรรมดา เพอ่ื ลดพลงั งานไฟฟาลง (ดรู ูปที่ 1.75)
2) น้ํารอ นท่ีนํากลับมาใชจากเคร่ืองแลกเปลี่ยนความรอ นตางๆ ในกระบวนการผลิต เปลี่ยนจากการ
นําไปผา นถังพัก เปนปอนใหถ ังน้ําเลยี้ งหมอไอนาํ้ โดยตรง (ดูรูปท่ี 1.76)
3) ติดต้ังเครื่องดักฝุนในระบบนํานํ้ารอนของถัง Vulcanization กลับมาใช โดยเปลี่ยนเปนปม ประสิทธิ
ภาพสูง
4) ปรับ Capacity ของปมนํ้าระบายความรอ นสําหรับรองรับภาระตามฤดูกาลใหสอดคลอ งกับสภาพ
ภาระ
1-64
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู บั ผิดชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
เครอ่ื งทาํ น้ําออน เคร่ืองแลกเปลย่ี น
ความรอน
กอนปรับปรง กอนปรับปรุง ถงั นา้ํ เลีย้ ง
ถงั นํ้าเลีย้ ง
ปรมิ าณขาออก ถงั นาํ้ รอน
เครอื่ งทาํ นาํ้ ออน เครื่องแลกเปลย่ี น
ความรอน
ห ัลงปรับปรง ห ัลงปรับปรง
ถังนํา้ รอน
ปรมิ าณขาออก
รูปที่ 1.75 การลดกําลงั ไฟฟาสําหรับปม นาํ ความรอน รปู ที่ 1.76 การลดกาํ ลังไฟฟา ของปม น้ําออ น
ทิ้งกลับมาใช สาํ หรับหมอ ไอน้าํ
(4) ประสิทธผิ ล
ลดกําลงั ไฟฟาได 570 [MWh/ป]
อตั ราท่ลี ดไดเ ทียบกบั กําลงั ไฟฟารวม 1.7 [%]
ลดตนทุนได 1,567,500 [บาท/ป]
ระยะเวลาคุมทนุ 0.8 [ป]
กรณศี กึ ษาที่ 7 การอนรุ ักษพลังงานไฟฟา ของปม สง นํ้าดว ยการเจียรใบพดั <ท่มี า : FE96048>
ประเภทกจิ การ : กจิ การผลิตเครือ่ งไฟฟา
ผลิตภณั ฑ : วงจรรวมสารกง่ึ ตวั นาํ
ปริมาณพลังงานทใ่ี ชตอป : กาํ ลงั ไฟฟา 416,300 [MWh]
กา ซ (เทยี บเปนนํ้ามนั ดบิ ) 12,700 [kL]
(1) กอ นดําเนินการ
กระบวนการลา งดวยนํ้าบริสุทธ์ิจะใชน ํ้าเปน จํานวนมาก โครงการนี้จะลดการใชก ําลัง ไฟฟา สําหรับ
ลําเลียงของไหล
1-65
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปมนํ้าและพดั ลม ตําราฝกอบรมผรู บั ผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
(2) สภาพปจ จบุ ัน
ผลจากการสํารวจเฮดทีจ่ าํ เปน ของปมสําหรับสงน้าํ ผาน Activated carbon สําหรับผลิตนา้ํ บริสุทธิ์ พบวาเฮด
ทีจ่ าํ เปน จรงิ ๆ มี คา เพียงประมาณ 50 [%] ของขอกาํ หนดจําเพาะในปจ จุบนั เทานน้ั
ผลการสํารวจแสดงไวในตารางที่ 1.11
ตารางที่ 1.11 ประมาณการกาํ ลงั ไฟฟาหลงั ปรบั ปรุงปม
Activated ปริมาณขา สภาพปจ จุบนั ปริมาณขา หลังปรบั ปรงุ เปาหมายการ
carbon ออก ออก อนุรักษ
No. [m3/h] เฮดรวม กําลังไฟฟา ของ [m3/h] เฮดรวม กําลงั ไฟฟาของ พลังงาน
120 [m] ปม [m] ปม [kW]
No.1 [kW] 120 [kW] 8.5
No.2 118 33.5 19.1 18.5 8.5
No.3 7.7
No.4 125 33.5 17.3 118 18.5 7.7
No.5 7.2
No.6 115 32.5 16.6 125 18.5 7.2
No.7 7.4
No.8 100 33.5 16.6 115 18.5 7.4
รวม 6.4
100 31.5 15.6 100 18.5 6.4
6.5
100 32.5 15.2 100 18.5 6.5
6.4
100 31.5 15.6 100 18.5 6.4
6.7
32.5 15.6 100 18.5 6.7
56.8
131.6 74.8
(3) วธิ ีการดําเนินการ
ผลจากการพิจารณาตารางท่ี 1.12 และตารางที่ 1.13 เพ่ือพิจารณากําหนดขอ กําหนดจําเพาะที่ สูงเกินไป
ของปม ใหเ หมาะสม ไดเ ลอื กวิธีเจียรใบพัดของปม นํามาปฏิบตั ิ
ขอเสนอปรับปรุง ตารางที่ 1.12 วธิ ีปรบั ปรงุ ปม
ใชอนิ เวอรเตอร
เจยี รใบพัด เนื้อหาการปรับปรุง
เปล่ียนปม ควบคุมความเร็วรอบของมอเตอรเ พอ่ื ปรับจุดเดนิ เคร่ืองใหเ หมาะสมทสี่ ุด
นาํ ใบพัดของปมไปเจียรใหมเี สน ผานศูนยก ลางเหมาะสมทส่ี ุดเพ่อื ลดเฮดรวมลง
เปลีย่ นไปใชป ม ท่มี ีคณุ สมบัตใิ กลเคียงกบั จุดสมรรถนะทตี่ องการ
ตารางที่ 1.13 ผลการพจิ ารณาวธิ ปี รับปรุงปม
ขอเสนอปรบั ปรุง มูลคา ประสิทธิผล มูลคา ลงทุน ระยะคุม ทนุ ระยะเวลา การประเมนิ
โดยภาพรวม
ใชอินเวอรเ ตอร [บาท/ป] [ บาท ] [ป] กอสรา ง
เจียรใบพัด ×
เปลยี่ นปม ○ (995,300) × (8,140,000) × (8.2) × ○
Δ (556,480) ○ (444,000) ○ (0.8) ○ ○
○ (1,259,850) Δ (5,291,000) ○ (4.7) ○
1-66
ตอนท่ี 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปมนํ้าและพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผูรับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
(4) ประสทิ ธิภาพ 118 [MWh/ป]
ลดกาํ ลงั ไฟฟา ได 20.8 [%]
อัตราทลี่ ดกาํ ลงั ไฟฟา ของปม ลงได 324,500 [บาท/ป]
ลดตน ทนุ ได 0.8 [ป]
ระยะเวลาคมุ ทนุ
กรณศี ึกษที่ 8 การอนุรกั ษพลังงานดว ยการปอ งกนั ปมดูดอากาศเขาไป <ที่มา : FE94051>
ประเภทกจิ การ : กจิ การเหลก็ กลา
ผลิตภัณฑ : วัสดเุ หลก็ เหลก็ เสน
ปรมิ าณพลังงานทีใ่ ชตอป : 5,883 × 109 [kcal]
(1) กอนดําเนนิ การ
ผลจากการพิจารณาทบทวนจุดเร่ิมตนของกิจกรรมอนุรักษพ ลังงานโดยมี เง่ือนไขอยูบ นการทํางานอยา ง
ปลอดภัยในฐานะที่เปน กลุม ซอ มบํารุงอุปกรณ ไดนําเรื่องนี้ข้ึนมาเปน หัวขอ หนึ่งในการขยายผลกิจกรรมอนุรักษ
พลังงานดว ยระบบใหม
(2) สภาพปจจุบนั
ขดผลิตภัณฑของไลนม ว นเหล็กเสนจะถูกระบายความรอ นดว ยการพรมน้ําระหวางทางไปเคร่ือง Buncher
แตข ณะที่ไมมีชิ้นงานอยู นํ้าพรมจะถูกบายพาสไปยังถังน้ําดิบและปมระบายความรอนจะเดินเคร่ืองตลอดเวลา
สาเหตทุ ่ีตอ งบายพาสคอื เพือ่ ปอ งกันปญ หาจากการดูดอากาศเขามาขณะทีห่ ยดุ ปม
(3) วิธีดาํ เนนิ การ
ตดิ ต้ังเฮดแทง กเ พอ่ื ปองกันการดูดอากาศเขา มายังดานขาเขาของปม นํ้าระบายความรอ น แลวติดตั้งอินเตอร
ล็อคลําเลียงช้ินงานเพื่อใหส ามารถเดินเครื่อง-หยุดเคร่ืองปมไดโดยอัตโนมัติ นอกจากนั้นยังตัด Pump suction foot
valve ออก เพ่อื ใหซ อ มบํารุงไดสะดวก
ภาพหลักการกอนและหลังการปรบั ปรุงแสดงไวในรปู ที่ 1.77 และรปู ท่ี 1.78
(4) ประสิทธผิ ล
ลดกําลังไฟฟา ได 44 [MWh/ป] (อัตราคา ไฟฟา สาํ หรบั ปม ทีล่ ดได 60 [%])
ลดตน ทนุ ได 121,000 [บาท/ป]
1-67
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอดั อากาศ ปมน้ําและพดั ลม ตําราฝกอบรมผูรับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
วาลวสามทาง พน น้ําระบาย วาลวสามทาง พนนา้ํ ระบาย
ความรอ น ระบบเฮดแทง ก ความรอ น
กลับ
กลบั
ปม ปม
Pit ระบายความรอ น ตดั Foot value ออก Pit ระบายความรอ น
ดวยนา้ํ ดว ยนํ้า
Foot value ตะกรนั
ตะกรัน
รปู ที่ 1.77 รูปโครงสรางระบบปมระบายความรอน รูปที่ 1.78 สถาพการปรบั ปรงุ ระบบเฮดแทง ก
1.5 กิจกรรม (Activity)
1. จงเปรียบเทียบขอด-ี ขอ เสยี ของเครอื่ งอดั อากาศแบบลูกสูบและแบบโรตารี่สกรู
2. จงอธิบายวธิ ีการควบคุมเพื่อใหเกดิ การอนรุ กั ษพ ลงั งาน ของเครอ่ื งอดั อากาศ ปม และพัดลม อธบิ ายพอสังเขป
3. จงอธิบายวิธีการทําใหเกดิ ประสทิ ธิภาพสูงสดุ ในระบบอากาศอัด
4. จงบอกมาตรการหรอื วธิ ีการทท่ี ําใหเกดิ การอนรุ ักษพ ลังงานในระบบอากาศอดั ปม และพดั ลม
เฉลยกิจกรรม
1. จงเปรยี บเทียบขอ ด-ี ขอ เสียของเครือ่ งอดั อากาศแบบลูกสูบและแบบโรตาร่ีสกูร
ตอบ เครื่องอัดอากาศแบบลูกสูบและแบบสกรูใชว ิธีอัดแบบปริมาตร แบง เปนแบบใช น้ํามันกับแบบ
ไมใชน้ํามัน (Oil free) เครื่องอัดอากาศแบบลูกสูบจะมีการสั่นสะเทือนและเสียงดังมากกวาแบบสกรู รวมท้ังมี
อากาศขาออกจะมกี ารกระเพือ่ มสูงกวา แบบสกรจู ะมีระยะเวลาบํารุงรักษา 12,000-20,000 ชั่วโมง แตแบบลูกสูบจะ
มรี ะยะเวลาสนั้ เพยี ง 1 ใน 4 เทานั้น
2. จงอธบิ ายวิธกี ารควบคมุ เพือ่ ใหเ กดิ การอนุรกั ษพ ลังงาน ของเครอ่ื งอดั อากาศ ปม และพัดลม อธิบายพอสังเขป
ตอบ เคร่ืองอัดอากาศแบบลูกสูบ ถาควบคุมดว ยวิธี unloader และปริมาณอากาศขาออกลดลงจนความ
ดันของไลนข าออก (Discharge line) ต่ํากวาคา ที่กําหนดไวแ ลว วาลวลูกสูบ Unloader จะเปดวาลว ดูดเขา คางไว ทํา
ใหเ กิดการเดินเคร่ืองโดยไมม ีการอัดอากาศ ซ่ึงแมว า จะทําใหค วามดันขาออกกระเพื่อม แตจ ะมีประสิทธิผลมากใน
การอนรุ ักษพลังงาน
ในเครื่องอัดอากาศแบบสกรูท่ีใชน้ํามัน จะมีการจา ยอากาศอัดความดันออกมาโดยปดวาลวดูดเขา พรอ มๆ
กบั เปดวาลว ปรบั ความดนั ขาออก เนือ่ งจากเครือ่ งจะจา ยอากาศอดั ความดัน การทภ่ี าระไมเต็มพิกัดจึงมีผลนอ ยตอกา
รอนุรักษพลังงาน ตัวอยาง เชน หากปริมาณอากาศที่ จายออกลดลง 50 [%] กําลังขับเพลาจะลดลงเพียงประมาณ 15
[%] เทาน้ันในการควบคุมดว ยอินเวอรเตอร จะเดินเคร่ืองอัดอากาศดวยความเร็วรอบสูงสุด โดยคํานวณความเร็ว
รอบใหสอดคลอ งกับภาระตามสัญญาณจากเซ็นเซอร ความดันที่ไลน ขาออก จึงสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลง
ความตอ งการปริมาณอากาศไดอยา งยืดหยุน ความดันขาออกมีการกระเพื่อมนอ ย และมีประสิทธิผลสูงในการอนุ
รักษพลังงาน
1-68
ตอนที่ 4 บทที่ 1 ระบบอดั อากาศ ปมนํา้ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู ับผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
การควบคุมการทํางานเคร่ืองปมและพัดลม ระบบปรับอัตราไหลของปมใหเ หมาะสมกับภาระการใชง าน
เรยี กวา ระบบปรมิ าตรนาํ้ แปรผนั (VWV: Variable Water Volume) ระบบปรับอัตราไหลของพัดลมใหเหมาะสมกับ
ภาระการใชง าน เรียกวา ระบบปริมาตรอากาศแปรผัน (VAV: Variable Air Volume) สว นระบบท่ีรักษาอัตราไหล
ใหคงที่ โดยการเปล่ียนอุณหภูมิหรือบายพาส (Bypass) เล่ียงไป เรียกวา ระบบอัตราไหลคงที่ (CWV: Constant
Water Volume, CAV:Constant Air Volume)
3. จงอธิบายวิธกี ารทาํ ใหเ กิดประสิทธภิ าพสงู สุดในระบบอากาศอดั
ตอบ ประสิทธภิ าพของเครอ่ื งอัดอากาศ
กําลงั ขาออกทีใ่ ชใ นเคร่ืองมอเตอร จะหาคาไดจากสตู รตอ ไปน้ี
Pm = κ ⋅ p1Q ⎢⎢⎢⎣⎡⎝⎛⎜⎜ p2 κ−1 − ⎤ ⋅ 100 (1 + α) [kW]
κ −1 60000 p1 1⎥⎥ η
⎟⎠⎞⎟ κ ⎦⎥
4. จงบอกมาตรการหรอื วธิ กี ารทที่ าํ ใหเ กิดการอนรุ กั ษพ ลงั งานในระบบอากาศอัด ปม และพัดลมมาพอเขาใจ
ตอบ
1. แนวทางการอนุรักษพลังงานในระบบอากาศอดั
(1) การเลอื กเครื่องอัดอากาศ
(1) เครื่องอัดอากาศแบบลูกสูบ เปนเคร่ืองอัดอากาศท่ีมีประสิทธิภาพสูง เหมาะสมกับการรับโหลดที่ไม
สมํ่าเสมอ
(2) เครอื่ งอัดอากาศแบบโรตาร่สี กรู การอัดอากาศมีประสิทธิภาพพอสมควรแตมีความดันคงท่ี เหมาะกับ
การรับโหลดเต็มพกิ ัดและสมํ่าเสมอ จงึ จะใหประสทิ ธภิ าพทีด่ ไี ด
(3) เครื่องอัดอากาศแบบหอยโขง เปนเคร่ืองอัดอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงพอควรเหมาะกับระบบท่ีความ
ตองการอากาศมาก
(2) ทอดูดอากาศ
การออกแบบทอดูดอากาศควรใหทอดูดอากาศจากภายนอก โดยอากาศตองเย็น,แหงและสะอาด อากาศท่ี
มีอุณหภูมิต่ําลง 3 °C จะทําใหใชพลังงานลดลง และ หากมีฝุนมากจะทําใหฟลเตอรอุดตัน ทีผลใหอากาศไหลเขา
นอ ย อตั ราสวนความดันจะสงู ขนึ้ ทําใหใชพลังงานเพิ่มขึ้น
(3) After cooler การตดิ ตั้ง After cooler จะชวยลดปญ หาการเกิดคอนเดนเสทไดมาก
(4) Air dryer ชว ยแยกความชนื้ และทําใหอ ากาศมีความแหง มาก
(5) ถังเก็บอากาศ จะชวยใหลมในระบบมีความสมํ่าเสมอ ชวยลดอุณหภูมิอากาศ ทําใหคอนเดนเสทแยกจาก
อากาศอัดไดบ างสว น
(6) ทอเมน ตองมีขนาดใหญพอที่จะไมใหความเร็วของอากาศภายในสูง ระบบทอเมนตองดูแลใหมีการรั่วของ
อากาศไมเกนิ 5 %
(7) ความดันของอากาศอัด
(1) การใชค วามดันของอากาศอัด การออกแบบดา นการใชพลังงานไมดีตองลดความดันอกี มากที่จุดใชง าน
(2) ในกรณที ี่ความดนั ของอากาศ แบง ออกเปน 2 ระดับ เชน โรงงานสวนใหญมักจะผลิตอากาศท่ีความดัน
7 บาร แลวลดความดันลงใหเหมาะกับจุดท่ีใชงาน ซ่ึงกลุมท่ีใชความดัน 3 บาร จะส้ินเปลืองพลังงานอยางมาก การ
ใชงานลักษณะนี้ควรผลิตอากาศแยกระบบ โดยระบบแรกผลิตท่ีความดัน 7 บาร เพื่อความตองการความดัน 6 บาร
และอีกระบบผลติ ที่ความดัน 3.5 – 4 บาร เพือ่ ใชกบั ความตองการ 3 บาร จะทาํ ใหล ดพลงั งานลง 33%
1-69
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปมนา้ํ และพดั ลม ตําราฝก อบรมผรู ับผดิ ชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดานความรอ น
(3) ในกรณีท่คี วามดันของอากาศ แบงเปน 2 ระดับ แตในระดับสูงมีจํานวนใชท่ีนอยกวา เชน โรงงานแหง
หน่ึงใชความดันท่ี 6 บาร และ 10 บาร แตความดันท่ี 10 บาร มีความตองการใชอยูระหวาง 10-15% ของการใช
ท้ังหมด ลักษณะน้ีอาจจะผลิตอากาศท่ีความดัน 7 บาร แลวติดตั้ง Booster เพื่ออัดอากาศจากความดัน 7 บาร เปน 11
บาร เพอ่ื ปอ นใหก ลับความดนั 10 บาร การจดั การลกั ษณะน้จี ะชวยลดการใชพลงั งานไดอยา งมาก
2. แนวทางการอนุรักษพ ลงั งานในระบบปม
จากการตรวจสอบระบบปมและวิเคราะหจุดที่มีปญหาประกอบจนแนวทางการแกที่เกิดข้ึนสามารถนํามา
จดั กลุมไดดังนี้
(1) การบํารุงรักษา
การที่จะทาํ ใหปมน้ําที่สกึ หรอกลบั มาสมบูรณม ปี ระสทิ ธภิ าพใกลเ คียงกับตอนเริ่มตนตองซอมใหญ เปลี่ยน
ชิน้ สวนหมนุ (ใบพดั และแหวน) แบร่ิงและประเก็น การซอมใหญ ควรพิจารณาเปนกรณีๆ ไป คาใชจายของปมน้ํา
สวนใหญแลวเปนคาใชจายในการเดินเครื่องโดยรวมตลอดการใชงาน ดังน้ันการที่ ประสิทธิภาพสูงขึ้นเพียง
เลก็ นอ ยกถ็ อื วาคุม คา ในการ
การบาํ รงุ รักษาที่ชวยสงเสริมการประหยัด
- การทาํ ความสะอาดตัวกรองทบี่ ริเวณทอทางเขา ของปม อยา งสม่ําเสมอ
- การตรวจสอบวาลวกันการไหลยอนกลบั (Check valve) อยางสม่าํ เสมอ
- การซอ มแซมรอยรวั่ ตา งๆ
(2) การปรับปรงุ อุปกรณ
1. การเคลอื บผวิ ภายใน
เพื่อลดการกัดกรอน/การกัดเซาะ เพ่ือลดการเสียดทาน การเคลือบผิวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพปมนํ้ามักจะ
เคลอื บเฉพาะโครงปมนํา้ และดา นนอกของใบพดั เพอื่ ลดความสญู เสยี จากการเสียดทานหลกั
สรปุ ประโยชนทีไ่ ดรบั เพ่ิมอยางมปี ระสิทธภิ าพจากการเคลือบผิว ไดแ ก
- ปรับปรุงประสิทธิภาพของปม น้ําทําใหต นทนุ ของการเดนิ เคร่ืองลดลง
- มีความคงทนตอการกดั กรอนบนชนิ้ สวนทไี่ ดเ คลอื บพน้ื ผวิ ไว
- ยืดอายุการทํางานใหมีประสิทธิภาพสูงและทําใหอายุการใชงานยาวข้ึนเม่ือเปรียบเทียบกับปมน้ําท่ีไมได
เคลือบพน้ื ผวิ
2. การเปล่ยี นขนาดของใบพดั
การเปลย่ี นขนาดของใบพัดจะชว ยประหยดั พลงั งานจากการสูบนํา้ ได เชน ถา ปมนํ้าหร่วี าลว ควบคุมการ
ไหลอยเู สมอ จะทาํ ใหไมส ามารถทาํ งานไดที่ประสิทธิภาพสงู สุด จงึ อาจนําใบพดั ขนาดเลก็ มาใชเพอื่ ทาํ ใหมีอัตรา
การไหลเทาเดิมในระดบั ของความดนั ต่ํา ทําใหมกี ารใชพลังงานลดลง
3. การใชปม น้ําท่ีมีขนาดเลก็ ลง
การใชปมน้าํ ทม่ี ีขนาดเล็กลงจะคุมคา ถา
- ปม นา้ํ มขี นาดใหญเ กนิ กวา ภาระสูงสดุ ของปม นา้ํ มาก
- ปมนํ้ามปี ระสทิ ธภิ าพนอยกวา 80% ณ ระดบั ของภาระโหลดสูงสุด
- มีการใชพลังงานสงู นั่นคือ เมื่อปมน้าํ ขนาดใหญเดนิ เคร่อื งเปนระยะเวลานาน
4. การใชม อเตอรไ ฟฟา ประสิทธิภาพสูง
1-70
ตอนท่ี 4 บทที่ 1 ระบบอัดอากาศ ปม น้ําและพดั ลม ตําราฝก อบรมผรู บั ผดิ ชอบดา นพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
(3) การจัดการตรวจสอบ
- การตรวจวัดประสิทธิภาพของปมน้ําเปนเร่ืองที่มีความยุงยากและขอจํากัดมากมาย จึงมีการพัฒนา
เทคนิคทางเทอรโ มไดนามิคสมาคาํ นวณหาคาประสิทธิภาพไดโ ดยตรงเพยี งวัดอุณหภูมิและความดันตกคลอมปมนํ้า
ผลทไี ดส ามารนาํ ไปเปรียบเทียบกบั คณุ ลกั ษณะสมบตั ิปม น้าํ ตามทผี่ ูผลติ ใหร ายละเอยี ดไว
- การติดตามตรวจวัดการทํางานของปมนํ้าจะเปนประโยชนอยางมากถาติดตั้งมาตรวัดความดันที่ทอดูด
และทอสงของปมน้ําทุกเคร่ืองและติดตั้งแอมปมิเตอรสําหรับมอเตอรไฟฟา เพื่อใหแนใจวาทอดูดไมอุดตัน
ความสามารถในการทํางานของปมน้ําเมื่อเปรียบเทียบกับคุณลักษณะสมบัติของปมนํ้า การคํานวณคาใชจายในการ
เดินปม น้าํ
- การติดตามตรวจวัดการทํางานของระบบ สําหรับปมน้ําขนาดใหญจะมีความคุมคาที่จะใชระบบ
ติดตามบันทึกคาการใชงานดวยคอมพิวเตอร ซ่ึงมีความสามารถในการควบคุมการเดินปมน้ําไดอีกดวย ทําใหเห็น
ศกั ยภาพในการปรับการเดนิ ปม น้าํ ใหสอดคลองกับความตองการการใชนํา้ การสบู น้าํ เกินความตองการ การรั่วของ
นา้ํ
3. แนวทางการอนุรักษพลงั งานในระบบพัดลม
ประเด็นท่ีสําคญั ในการอนรุ ักษพลังงานของพดั ลม
1. การลดปรมิ าณลม – ความดนั เหมาะสมกบั ทภ่ี าระตองการ
2. การควบคุมการเดินเครื่องใหเหมาะสมกบั การเปลย่ี นแปลงปริมาณทภ่ี าระตอ งการ
ปญ หาเฉพาะตวั พัดลม ไดแก
1. การเลอื กใชพ ดั ลมทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพสูงและมคี ณุ ลกั ษณะเหมาะกับการใชง านของภาระ
2. ไมม ฝี ุนละอองสะสมทต่ี ัวถังและใบพดั ทําใหเ สน ทางของกระแสอากาศลดลง
3. ลดการรัว่ ไหลจาก Labyrinth seal ของ Shaft seal และ Balance disk
1-71
ตอนที่ 4 บทท่ี 1 ระบบอัดอากาศ ปม นา้ํ และพดั ลม ตาํ ราฝกอบรมผรู บั ผดิ ชอบดานพลงั งาน(ผชพ) ดา นความรอ น
เอกสารอา งอิง
[1] MOTOKI MAYSUO. เทคนิคการประหยัดพลังงานไฟฟาในอุตสาหกรรม. แปลโดย ดร.บัณฑิต
โรจนอ ารยานนท และคณะ. กรุงเทพฯ. สํานักพิมพ ส.ส.ท. สมาคมสง เสรมิ เทคโนโลยี (ไทย-ญ่ปี ุน), 2543
[2] วัชระ มั่งวิทิตกุล. กระบวนการและเทคนิคการลดคาใชจายพลังงาน สําหรับอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม.
กรงุ เทพฯ. ศนู ยอนรุ กั ษพ ลงั งานแหง ประเทศไทย, 2544
[3] ศิริพรรณ ธงชัย และ พิชัย อัษฎมงคล. การอนุรักษพลังงานไฟฟา. : สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนคร
เหนอื , 2548.
[4] กองทุนเพื่อสงเสริมการอนุรักษพลังงาน สํานักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแหงชาติ.
การบาํ รุงรักษาระบบอากาศอดั . กรุงเทพฯ.,2545
[5] กองทุนเพื่อสงเสริมการอนุรักษพลังงาน สํานักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแหงชาติ. การอนุรักษ
พลังงานในระบบอากาศอดั . กรงุ เทพฯ.,2545
[6] เอกสารเผยแพร คูมอื การใชเ ชื่อเพลงิ อยางมปี ระสทิ ธภิ าพ หมายเลข 7. การใชพลังงานในเคร่ืองอัดอากาศ. ศูนย
ทรพั ยากรการฝก อบรมเพ่ือการอนรุ ักษพลังงาน. กรุงเทพฯ 2545
[7] คูมือการฝกอบรมการอนุรักษพลังงานภาคปฏิบัติดานไฟฟา, กองฝกอบรม กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและ
อ นุ รั ก ษ พ ลั ง ง า น ก ร ะ ท ร ว ง พ ลั ง ง า น , อ ง ค ก ร ค ว า ม ร ว ม มื อ ร ะ ห ว า ง ป ร ะ เ ท ศ ญ่ี ปุ น , (JICA),
ศูนยพ ลังงานแหงประเทศไทย
[8] อนุตร จําลองกุล. เคร่ืองสูบ เครื่องอัด พัดลม.. กรุงเทพฯ. คณะวิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร สถาบัน
เทคโนโลยีราชมงคล, 2541
[9] เอกสารการอนรุ กั ษพ ลงั งานของญปี่ นุ
1-72