The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนงานส่งถ่ายกำลัง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chimamphan443, 2022-11-28 09:21:31

แผนการสอนงานส่งถ่ายกำลัง

แผนการสอนงานส่งถ่ายกำลัง

แผนการจัดการเรียนรู้
รหสั 30101-2005 วชิ า งานส่งถ่ายกาลงั
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง(ปวส.) พุทธศักราช 2563

ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า งานเทคนิคยานยนต์

โดย
นายสัญญา ฉิมอาพนั ธ์

สถาบนั การอาชีวศึกษาภาคกลาง 2 วทิ ยาลยั เทคนิคสิงห์บุรี
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

คาชี้แจงการใช้แผนการเรียนรู้

หลกั สูตร ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง พทุ ธศักราช 2563
ประเภทวิชาอตุ สาหกรรม

แผนการจดั การเรียนรู้วิชา งานส่งถ่ายกาลงั มีส่วนประกอบดงั นี้

1. จุดประสงคร์ ายวิชา / มาตรฐานรายวิชา / คาอธิบายรายวชิ า
2. ตารางวิเคราะหค์ าอธิบายรายวิชา
3. หน่วยการจดั การเรียนรู้
4. ตารางวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้
5. ตารางวิเคราะห์จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
6. โครงการจดั การเรียนรู้รายวิชา
7. แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ า
8. สื่อการสอน ประกอบดว้ ย

8.1 ใบความรู้
8.2 แผน่ ใส
8.3 วซี ีดีช่วยสอน
8.4 ใบงาน
8.5 แบบทดสอบ
8.6 หนงั สือ วิชา งานส่งถ่ายกาลงั
9. ใบประเมินผล

1. คาชี้แจงสาหรับผู้สอน

1.1 ผสู้ อนตอ้ งศึกษาเน้ือหาวิชาและแผนการจดั การเรียนรู้ใหเ้ ขา้ ใจก่อนทาการสอน
และตอ้ งเตรียมวสั ดุ อุปกรณ์ตา่ ง ๆ เพือ่ ใชใ้ นการเรียนการสอนตามท่ีระบุไวใ้ นแผนการจดั การ
เรียนรู้แต่ละหน่วยการเรียน

1.2 ผสู้ อนตอ้ งดาเนินการสอนตามแผนการจดั การเรียนรู้ครบทกุ หน่วยการเรียน
1.3 การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน แบง่ ออกเป็นข้นั ตอนดงั น้ี

ข้นั ที่ 1 นาเขา้ สู่บทเรียน (Motivation)
ข้นั ที่ 2 ใหเ้ น้ือหาความรู้ (Information)
ข้นั ท่ี 3 ใหแ้ บบฝึกหดั และการฝึก (Application)
ข้นั ที่ 4 ตรวจผลการฝึก (Progress)
โดยการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ผสู้ อนจะตอ้ งมีทกั ษะและความชานาญในการ
อภิปรายใหน้ กั เรียนเกิดการเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิผล
1.4 การสรุปบทเรียน เป็นกิจกรรมร่วมระหวา่ งผสู้ อนกบั ผเู้ รียนหรือจะเป็นกิจกรรม
ผเู้ รียนท้งั หมดก็ได้
1.5 หลงั จากเรียนครบหวั ขอ้ เร่ืองในแตล่ ะหน่วยการเรียน แลว้ ใหผ้ เู้ รียนทา
แบบทดสอบ
1.6 หลงั จากผเู้ รียน เรียนจนครบทุกหน่วยเรียนแลว้ ผสู้ อนจะตอ้ งเกบ็ ขอ้ มลู ผลการ
เรียน จดั ทาประวตั ิการเรียนของผเู้ รียน เพื่อดูการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมและความกา้ วหนา้ ของ
ผเู้ รียน

2. บทบาทผ้เู รียน

เน่ืองจากแผนการจดั การเรียนรู้วิชาน้ี เป็นแผนการจดั การเรียนรู้สาหรับครูผสู้ อนเป็น
ผดู้ าเนินการ โดยใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมตามบทบาทผูเ้ รียน ดงั น้ี

2.1 ผเู้ รียนตอ้ งปฏิบตั ิกิจกรรมคาแนะนาของผสู้ อนอยา่ งเคร่งครัด
2.2 ผเู้ รียนตอ้ งพยายามทาแบบฝึกหดั อยา่ งเตม็ ความสามารถ (คาถามท่ีใชเ้ ป็นเพียง
ส่วนหน่ึงของการเรียนเทา่ น้นั )

3. การจัดช้ันเรียน

ใชก้ ารจดั ช้นั เรียนตามปกติ สาหรับการสอนภาคทฤษฎี โดยจดั การเรียนการสอนแบบ
บรรยายหรือถามตอบ สภาพการจดั ช้นั เรียนตอ้ งจดั ใหเ้ หมาะสม สามารถจดั กิจกรรมการเรียนการ
สอนแก่นกั เรียนอยา่ งทว่ั ถึง ส่วนการสอนภาคปฏิบตั ิจดั การเรียนการสอนแบบสาธิตแลว้ ใหผ้ เู้ รียน
ฝึกปฏิบตั ิตามใบงานที่มอบหมาย เพือ่ ใหเ้ กิดทกั ษะผา่ นเกณฑต์ ามใบประเมินผล

4. โครงการจัดการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้

จดั อยใู่ นเอกสารชุดน้ี โดยจดั แบ่งเป็นโครงการจดั การเรียนรู้รายวิชา ซ่ึงจะมีแผนการ
จดั การเรียนรู้แต่ละหน่วย ประกอบอยดู่ ว้ ยทกุ โครงการจดั การเรียนรู้

5. การประเมินผล

ประเมินผลจากการทาแบบทดสอบ การปฏิบตั ิงานที่มอบหมาย และเฉลย
แบบทดสอบ จะอยทู่ า้ ยโครงการจดั การเรียนรู้รายวิชา ของหน่วยการเรียนรู้แตล่ ะหน่วย

หลกั สูตร

รหัสวิชา 30101-2005 ท-ป-น 2-2-3 วชิ า งานส่งถา่ ยกาลงั
ระดบั ช้ัน ปวส. สาขาวชิ า งานเทคนิคยานยนต์
จานวน 3 หน่วยกิต จานวน 72 ชวั่ โมง

1. เขา้ ใจหลกั การทางาน การเคลื่อนท่ี ความเรว็ และความเรง่ ของกลไกชิน้ ตอ่ โยง
2. สามารถคานวณและประลองการทางานของระบบกลไกชิน้ ต่อโยง
3. มีกิจนิสัยท่ีดี ในการสืบเสาะหาความรู้ ในการทางานปฏิบัติงานด้วยความประณีต
รอบคอบประหยัด มีวินัยตรงต่อเวลาตระหนักถึงความปลอดภัยในการทางานและรักษา
สิ่งแวดลอ้ ม

1. แสดงความรูเ้ ก่ียวกบั หลกั การทางาน การเคล่ือนท่ี ความเรว็ และความเรง่ ของกลไกชิน้
ต่อโยง

2. คานวณและประลองการทางานของระบบกลไกชิน้ ตอ่ โยง

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการเคล่ือนท่ีความเร็ว ความเร่ง ของกลไกชิ้นต่อโยง 4 ชิน้ กล
ไกสไลเดอรแ์ ครง้ กลไกสก๊อตโยค กลไกเคล่ือนกลบั เรว็ กลไกเคล่ือนท่ีเสน้ ตรง กลไกลกู เบีย้ ว กลไก
เจนีวาขอ้ ตอ่ กากบาท กลไกเฟืองสรุ ยิ ะ และกลไกสง่ กาลงั เชงิ กลต่าง ๆ

ตารางวเิ คราะห์คาอธิบายรายวิชา

วิชา งานส่งถ่ายกาลงั

จดุ ประสงค์ เนื้อหา กจิ กรรม

ด้านพทุ ธิพสิ ัย 1. ศึกษา
1. เขา้ ใจหลกั การทางาน การ 1. หลกั การทางาน การเคล่ือนที่ ความเร็ว 2. สงั เกต
3. ปฏิบตั ิ
เคลื่อนท่ี ความเร็ว และ และความเร่งของกลไกชิ้นต่อโยง 4. สาธิต
5. เกบ็ รวบรวม
ความเร่งของกลไกชิ้นตอ่ โยง ขอ้ มูล

ด้านจิตพสิ ัย 1. มีกิจนิสัยท่ีดีในการทางาน
1. มีกิจนิสัยท่ีดีในการสืบ
เสาะหาความรู้ในการทางาน
ปฏิบตั ิงานดว้ ยความประณีต
รอบคอบมีประหยดั มีวินยั ตรง
ต่อเวลาตระหนกั ถึงความ
ปลอดภยั ในการทางานและ
รักษาส่ิงแวดลอ้ ม
2. เพื่อใหท้ างานร่วมกบั ผอู้ ่ืน
ได้

ด้านทกั ษะพสิ ัย 1. คานวณและประลองการทางานของ
1. คานวณและประลองการ ระบบกลไกชิ้นต่อโยง
ทางานของระบบกลไกชิ้นต่อ
โยง

หน่วยการจัดการเรียนรู้

รหสั 30101-2005 วิชา งานส่งถ่ายกาลงั จานวน 3 หน่วยกติ 4 ชั่วโมง/สัปดาห์

สปั ดาหท์ ี่ ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ จานวนคาบ
4
1 หนว่ ยท่ี 1 หลกั การขนั้ พนื้ ฐาน –
หน่วยท่ี 2 การเคลอื่ นท่ีของกลไก 8
8
2–3 หน่วยท่ี 3 กลไกชิน้ ต่อโยง 4 ชิน้ ใบประลองท่ี 1 กลไกชิน้ ตอ่ โยง 4 ชนิ้ 8
8
4–5 หนว่ ยท่ี 4 กลไกสไลเดอรแ์ ครง้ ใบประลองท่ี 2 กลไกสไลเดอรแ์ ครง้ 12
8
6–7 หนว่ ยท่ี 5 กลไกสก็อทชโ์ ยค ใบประลองท่ี 3 กลไกสกอ็ ทชโ์ ยค 8

8–9 หนว่ ยท่ี 6 กลไกควคิ รเี ทิน ใบประลองท่ี 4 กลไกควิครเี ทนิ แบบวิท 4

เวธิ 4
72
10–12 หนว่ ยท่ี 7 ลกู เบยี้ ว ใบประลองท่ี 5 ลกู เบยี้ ว

13–14 หน่วยท่ี 8 กลไกเจนีวา ใบประลองท่ี 6 กลไกเจนวี า

15–16 หน่วยท่ี 9 กลไกเฟืองแพลเนต ใบประลองท่ี 7 กลไกเฟืองแพลเนต

17 หนว่ ยท่ี 10 กลไกสง่ กาลงั เชิงกล ใบประลองท่ี 8 Hook’s Universal

Joint

ใบประลองท่ี 9 Constant Velocity

Joint

18 วดั ผลสมั ฤทธิ์ปลายภาคเรียน

รวม

ตารางวเิ คราะห์หน่วยการเรียนรู้

รหสั 30101-2005 วชิ า งานส่งถ่ายกาลงั จานวน 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์

พฤตกิ รรมทพี่ งึ ประสงค์ จานวน

หน่วยท่ี ช่ือหน่วยการเรียนรู้ พุทธิพิสยั ทกั ษะ จิตพิสัย คาบ

พสิ ัย (ชม.)

1 หน่วยที่ 1 หลกั การข้นั พ้ืนฐาน 2 2 12

2 หน่วยที่ 2 การเคล่ือนที่ของกลไก 2 2 12

3 หน่วยที่ 3 กลไกชิ้นต่อโยง 4 ชิ้น 2 2 18

4 หน่วยที่ 4 กลไกสไลเดอร์แคร้ง 2 2 18

5 หน่วยท่ี 5 กลไกสก็อตชโ์ ยค 2 2 18

6 หน่วยท่ี 6 กลไกควคิ รีเทิน 2 2 18

7 หน่วยท่ี 7 ลูกเบ้ียว 2 2 1 12

8 หน่วยที่ 8 กลไกเจนีวา 2 2 18

9 หน่วยท่ี 9 ชุดเฟื องแพลเนต 2 2 18

10 หน่วยที่ 10 กลไกส่งกาลงั เชิงกล 2 2 14

วดั ผลสมั ฤทธ์ิปลายภาคเรียน 4

รวม 20 20 10 72

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 หนว่ ยที่ 1
ชือ่ วิชา งานสง่ ถ่ายกำลงั รหสั วิชา 30101-2005 สปั ดาห์ท่ี 1
ชอื่ หน่วย หลกั การข้นั พนื้ ฐาน จำนวน 2 คาบ

หัวข้อเรือ่ ง หลักการข้นั พ้นื ฐาน
1.1 การสง่ ถา่ ยกำลัง
1.2 การเคล่ือนท่ี
1.3 ปรมิ าณฟสิ กิ ส์
1.4 การบวกและลบเวกเตอร์
1.5 ความเร็ว
1.6 ความเร็วเชงิ มุม
1.7 ความเรว็ สมั พัทธ์
1.8 ความเรง่

แนวคิดสำคัญ
การส่งถ่ายกำลัง คือ การนำกำลังที่ส่งจากเครื่องยนต์หรือเคร่ืองต้นกำลังส่งถ่ายกำลังไปยัง

เคร่ืองจักรกลโดยอาศัยกลไกการเคลื่อนท่ีต่าง ๆ เช่น เฟือง สายพาน ชิ้นต่อโยง เป็นต้น ซ่ึงกลไกเหล่านี้
จะเปลยี่ นแปลงความเร็ว ความเร่ง ตามทิศทางการเคล่ือนท่ี สง่ ถา่ ยกำลงั งานไปยงั เครอื่ งกลนัน้ ได้
สมรรถนะยอ่ ย

แสดงความรู้เกี่ยวกบั หลักการข้นั พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งถา่ ยกำลัง
จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม

1. อธบิ ายความหมายการสง่ ถ่ายกำลัง
2. บอกการเคลือ่ นที่แตล่ ะแบบ
3. บอกปริมาณทางฟสิ กิ ส์
4. แสดงวิธกี ารบวกและลบเวคเตอร์
5. เขยี นสตู รสมการความเรว็
6. อธบิ ายความหมายความเร็วเชงิ มมุ
7. เขยี นรูปสมการความเรว็ สัมพทั ธ์
8. เขียนสูตรความเร่ง

เนอ้ื หาสาระ

การส่งถ่ายกำลัง หมายถึง กระบวนการของช้ินส่วนของเครื่องจักรกลหรือช้ินส่วนเคร่ืองยนต์
ทร่ี บั กำลังมาจากต้นกำลงั แล้วสามารถทจ่ี ะนำไปใชง้ านได้ ตามความตอ้ งการ

เครื่องยนต์ เพลาขา้ ง
ลอ้ และยาง
เพลากลาง

คลตั ช์ เกียร์ ขอ้ ต่ออ่อน เฟืองทา้ ย
ขอ้ ตอ่ เลื่อน

รูป ระบบการสง่ ถา่ ยกำลงั ของรถยนต์

การเคล่ือนท่ี (Motion) คือ การเปลี่ยนตำแหน่งของวัตถุในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งวัดโดยผู้สังเกต
การเคลอื่ นทใ่ี นหนึ่งมติ ิ

1.2.1 การเคล่ือนท่ใี นแนวเสน้ ตรง แบ่งเป็น 2 แบบ คอื

1. การเคลื่อนที่ในแนวเส้นตรงท่ีไปทิศทางเดียวกันตลอด
2. การเคลอื่ นทีแ่ นวเส้นตรงแต่มีการกลับทศิ ด้วย

1.2.2 การเคล่อื นทีแ่ บบวงกลม

การเคล่ือนท่ีแบบวงกลม หมายถึง การเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นวงกลมรอบศูนย์กลาง
เกิดข้ึนเน่ืองจากวัตถุท่ีกำลังเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงเสมอ แต่ขณะนั้นมีแรงดึงวัตถุเข้าสู่ศูนย์กลางของ
วงกลม เรียกวา่ แรงเข้าสู่ศูนย์กลางการเคล่ือนที่ จึงทำให้วัตถุเคลื่อนท่ีเป็นวงกลมรอบศูนย์กลาง

ปรมิ าณฟสิ ิกส์ แบง่ เปน็ 2 แบบ คอื

1.3.1 ปรมิ าณสเกลาร์
1.3.2 ปรมิ าณเวกเตอร์

เวกเตอร์สามารถบวกและลบกนั ได้ ซึง่ ในการบวกเวกเตอร์ใชเ้ ครอ่ื งหมาย และการลบ
เวกเตอร์ใช้เครื่องหมาย เช่น A B หมายถึง บวกเวกเตอร์ A และเวกเตอร์ B เข้าด้วยกัน A

B หมายถงึ การลบเวกเตอร์ B ออกจากเวกเตอร์ A

ความเร็ว คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งต่อหน่วยเวลา มีหน่วยเป็น เมตรต่อวินาที

(m/s) ในหน่วยเอสไอ ความเร็วเป็นปริมาณเวกเตอรซ์ ่ึงประกอบด้วยอัตราเร็วและทิศทาง ขนาดของ

ความเร็วคืออตั ราเร็วซ่ึงเป็นปรมิ าณสเกลาร์ ตวั อย่างเช่น “5 เมตรต่อวินาท”ี เป็นอตั ราเรว็ ในขณะที่

“5 เมตรต่อวินาที ไปทางทิศตะวันออก” เป็นความเร็ว ความเร็วเฉล่ีย V ของวัตถุที่เคล่ือนท่ีไปด้วย

การกระจัดขนาดหนึง่ ∆x ในชว่ งหนึ่ง ∆t สามารถอธิบายไดด้ ว้ ยสตู รนี้

V = s
t

อัตราการเปล่ียนแปลงของความเร็ว คือ ความเร่ง คือ การอธิบายว่าอัตราเร็วและทิศทางของ
วตั ถเุ ปลยี่ นไปอย่างไรในช่วงเวลาหนึง่ และเปลี่ยนไปอย่างไร ณ เวลาหน่ึง

ความเร็วเชิงมุม (Angular Velocity, ) หมายถึง มุมที่จุดศูนย์กลางท่ีรัศมีกวาดไปได้ใน 1
หน่วยเวลา มีหนว่ ยเปน็ เรเดียน/วินาที (rad/s)

V

OωO R BV θ = 2π R
t 0
θ OOω
A
OR
O

(ก) (ข)

รูป วัตถเุ คลื่อนทใี่ นแนววงกลมจาก A ไป B

จากรูปที่ (ก) เมื่อวัตถุเคลื่อนท่ี จาก A ไปยัง B รัศมี R จะกวาดมุมท่ีจุดศูนย์กลางเป็นมุม 

ในเวลา t วนิ าที ความเรว็ เชิงมมุ ของวัตถุเมอ่ื เวลา (t) ใด ๆ จะหาไดจ้ าก  =  rad/s
t
เม่ือวัตถุเคล่ือนที่ครบ 1 รอบ ดังรูปท่ี 1.8 (ข) รัศมีจะกวาดรูปที่จุดศูนย์กลาง  = 2  rad

และเวลาครบรอบ คอื คาบเวลา t และมมุ ที่รศั มกี วาดไปครบ 1 รอบเปน็  = 2  rad

ดงั นัน้  = 2 rad/s
t
หรือ  = 2f rad/s

และในการเคลือ่ นท่ีครบ 1 รอบ จะได้ระยะทาง 2r

ดังนน้ั อัตราเร็ว V = 2r
T
จะไดค้ วามสมั พนั ธ์ระหวา่ ง V กบั  เป็น

V = r m/s

 = V rad/s
r
ความเร็วเชิงมุม ของช้ินส่วนต่าง ๆ ของเคร่ืองจักร วดั เป็นรอบ/นาที (n) ในแต่ละรอบของการ

เคลอ่ื นที่ มมุ จะเปลย่ี นไป 2  rad ดังนนั้ จะได้

 = 2n rad/s
60
2rn
และ V = 60 m/s

ถา้ T = ระยะทางของการเคลื่อนที่ครบ 1 รอบ = คาบ (คาบการเคล่ือนที่เป็น

วนิ าท)ี

f = จำนวนรอบทีว่ ตั ถุเคล่ือนท่ไี ด้ใน 1 วินาที หนว่ ยเปน็ เฮิรตช์ (Hz)

v = ความเร็ว หน่วยเปน็ m/s

 =ความเชิงมุม หน่วยเปน็ rad/s

สตู รทไ่ี ด้

1. T = 1f , f = 1
T
2
2. = T = 2f

3. V= r = 2 = 2f
T

ความเร็วสัมพัทธ์ (Relative Velocity) หมายถึง การเปรียบเทียบความเร็วท่ีแตกต่างกันของ
จดุ สองจุดที่กำลงั เคลอ่ื นท่ี

ความเร่ง (Acceleration, a) คือ อัตราการเปลี่ยนแปลง (หรืออนุพันธ์เวลา) ของความเร็ว เป็น
ปริมาณเวกเตอร์ท่มี ีหน่วยเป็นความยาว/เวลา2

กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้นั ตอนการสอนของครูผู้สอน
1. ปฐมนเิ ทศเกี่ยวกับขอบขา่ ยเน้ือหาวิชา วิธีการเรยี น การสอน การวดั ผลประเมนิ ผล
2. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
3. นำเขา้ สูบ่ ทเรยี นหลกั การขัน้ พ้ืนฐาน
4. ใหน้ กั เรียนเข้าศึกษาหน่วยการเรียนที่ 1 เรื่อง หลกั การขัน้ พน้ื ฐาน ตามลำดับขั้นตอนใน
เอกสารประกอบการสอนและสรปุ บทเรียนในสมุดบนั ทึกแต่ละคน
5. ให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั และทดสอบหลังเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ต้องศึกษาหน่วย
การเรยี นใหม่ และทำแบบฝกึ หดั หรือแบบทดสอบจนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด 80 %

กจิ กรรมของผู้เรยี น
1. รบั ใบความรู้โครงการจดั การเรียนจากครผู ้สู อน แล้วศกึ ษารายละเอยี ดต่าง ๆ ใน
ใบความร้เู พ่ือให้เข้าใจวธิ กี ารวัดผล ประเมินผล และวิธีการเรยี น การสอน
2. ทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
3. รับเอกสารประกอบการเรยี น ฟงั บรรยายและปฏิบตั ิตามข้นั ตอนการเรียนประกอบ
ความรู้ ความเขา้ ใจ
4. ศกึ ษาหนว่ ยการเรยี นที่ 1 ตามลำดับข้นั ตอนทกี่ ำหนด ด้วยความต้งั ใจ
5. ศึกษาหนว่ ยการเรยี นที่ 1 ใหม่ และทำแบบฝกึ หดั หรือแบบทดสอบ ถา้ ไม่ผ่านเกณฑ์ท่ี
กำหนด

งานที่มอบหมาย / กิจกรรม
จัดแบ่งกลมุ่ นกั เรียนกลุ่มละ 3-5 คน โดยมีประธานกลุ่ม เลขานกุ าร และกรรมการ

เพอ่ื คน้ ควา้ Weblink ท่ีเก่ยี วขอ้ งเรื่องหลักการขน้ั พน้ื ฐาน มาสง่ ในการเรียนคร้งั ต่อไป กลุ่มละ 1
Website
การประเมินผลระหวา่ งเรียน

1. พฤติกรรมระหว่างเรยี น การบูรณาการคณุ ธรรม จริยธรรม 20 %
1.1 การตรงต่อเวลา
1.2 การแต่งกาย
1.3 กรยิ ามารยาท
1.4 ความรับผดิ ชอบ
1.5 ความรว่ มมือในการทำงาน

2. ผลงาน 20 %
2.1 รายงานกลุ่ม

3. การทดสอบ 60 %
ทดสอบก่อน-หลังเรยี น แบบฝึกหัด

เกณฑ์การประเมินผล

วัดผลสัมฤทธิจ์ ากแบบทดสอบ แบบฝึกหดั มีเกณฑ์ดงั นี้

ร้อยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรียนดี
มาก ผลการเรียนดี
รอ้ ยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรยี น
ร้อยละ 60-69 หมายถึง ผลการเรียน
ปานกลาง ผลการเรยี นไม่
รอ้ ยละ 50-59 หมายถงึ
ผา่ นเกณฑ์ พฤติกรรมดี
ต่ำกว่าร้อยละ 50 หมายถึง พฤติกรรมดี
ผ่านเกณฑ์ พฤติกรรม
พฤตกิ รรมต้อง
แบบประเมนิ คุณธรรมจรยิ ธรรม หมายถงึ

18-20 คะแนน หมายถึง
มาก หมายถงึ
14-17 คะแนน
10-13 คะแนน หมายถงึ
พอใช้
ตำ่ กวา่ 10 คะแนน
ปรบั ปรงุ

แบบประเมนิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม

คำชี้แจง ใหข้ ีดเคร่อื งหมายถูก ✓ในชอ่ งพฤติกรรมของนักเรยี นเพือ่ ประเมนิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม

เกณฑ์การตดั สนิ

4 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมดีมาก
3 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมดี
2 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมพอใช้
1 คะแนน หมายถึง พฤตกิ รรมต้องปรับปรงุ

แบบประเมนิ ผล

วนั ที่ .............. เดือน ............................... พ.ศ. ...............

ลำดับ ผลการประเมนิ

ที่ ช่อื – นามสกลุ ผลงาน การมีสว่ น ความรับผดิ ชอบ รวม

รว่ ม

1 2 3 4 1 2 3 1 2 3 10

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดี = 3 ปานกลาง = 2 ต้องปรบั ปรุง = 1

ดมี าก = 4

แบบประเมินพฤติกรรมของผเู้ รยี น

เลข ช่ือ – สกุล การตรงต่อ การแตง่ กาย พฤติกรรมของนักเรียน
ที่ ผรู้ บั การ เวลา
กริยา ความ ความร่วมมือ
ประเมนิ มารยาท รับผดิ ชอบ ในการทำงาน รวม

1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20
2
3 ดี = 3 ปานกลาง = 2 ต้องปรบั ปรุง = 1
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารให้คะแนน
ดีมาก = 4

ผู้ประเมิน ……………………………….

(…………………………..)

บันทกึ หลังการสอน
ผลการใชแ้ ผนการสอน
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผลการเรยี นของนักเรียน
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปัญหาอปุ สรรคของการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แนวทางปรบั ปรุงแกไ้ ข
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ลงช่อื ...........................................

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2 หนว่ ยท่ี 2
ชอ่ื วิชา งานสง่ ถ่ายกำลัง รหสั วชิ า 30101-2005 สัปดาห์ที่ 1
ชอื่ หน่วย การเคลือ่ นท่ีของกลไก จำนวน 2 คาบ

หวั ข้อเรือ่ ง การเคล่อื นท่ขี องกลไก
2.1 ลักษณะการเคล่ือนท่ี
2.2 การสง่ ผ่านการเคล่ือนท่ี
2.3 การเคลอื่ นทโ่ี ดยใชช้ ิ้นต่อโยง

แนวคิดสำคญั
กลไกของเคร่อื งจกั รจะมกี ารเคลื่อนที่เพอ่ื ส่งถ่ายกำลังไปใช้งานโดยส่งผ่านกลไกต่างๆ เช่น เฟอื ง

ชน้ิ ต่อโยงซง่ึ มีท้ังแบบวัตถแุ ข็งและแบบยดื หย่นุ

สมรรถนะย่อย

แสดงความรู้เก่ียวกบั การเคลอ่ื นที่ของกลไก

วตั ถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. บอกลกั ษณะการเคลื่อนท่ีของกลไก
2. บอกแบบการสง่ ผา่ นการเคลอื่ นที่
3. อธิบายลกั ษณะการเคล่อื นที่ของช้นิ ต่อโยง

เนอ้ื หาสาระ

การเคล่อื นที่ของกลไก แบง่ เปน็ 3 แบบ คอื

2.1.1 การเคลื่อนทแ่ี บบหมนุ ตอ่ เนอื่ ง

การเคล่ือนท่ีแบบหมุนต่อเน่ืองเป็นการเคล่ือนที่ของกลไกท่ีหมุนต่อเนื่องโดยไม่มีการหยุด
หรือย้อนกลับในระหวา่ งชิ้นส่วนกลไกนเ้ี คลอ่ื นที่ ดังรปู ที่ 2.1

เฟื องตาม

เฟื องขบั

(ก) เฟอื ง (Gear) (ข) สายพาน (Belt) หรอื โซ่ (Chain)

(ค) คัปปลิ้ง (Coupling) (ง) ข้อตอ่ อ่อน (Universal Joint)

รปู ลักษณะกลไกท่มี กี ารเคลอื่ นทแ่ี บบหมุนตอ่ เน่ือง

2.1.2 การเคลอื่ นที่แบบหยดุ ชัว่ ขณะ

การเคลื่อนท่ีแบบหยุดช่ัวขณะเป็นลักษณะของกลไกท่ีมีการหยุดในช่วงเวลาของการ
เคลอื่ นทแ่ี ลว้ เคลอื่ นทต่ี ่อไปอกี เชน่ เครือ่ งบรรจุนำ้ ขวดต่าง ๆ ลกั ษณะกลไกดงั รูปที่ 2.2

(ก) แรทเช็ท (Ratchet)

(ข) หวั ด้ามกรอกแกรก

Pin

Drive Driven
Wheel Wheel

(ค) เจนวี า (Geneva)

รปู ลักษณะกลไกทีม่ ีการเคล่อื นทแี่ บบหยุดชว่ั ขณะ

2.1.3 การเคลื่อนที่แบบกลับไปกลับมา

การเคลื่อนที่แบบกลบั ไปกลับมาเป็นการเคลือ่ นทข่ี องกลไกย้อนกลับไปมาระหวา่ งรอบของ
การเคลื่อนท่ี

การส่งผ่านการเคล่ือนท่ีของกลไกแบง่ ได้ 3 แบบ คอื

2.2.1 แบบสมั ผัสโดยตรงระหว่างกลไก 2 ชิ้น

2.2.2 แบบใชช้ ้ินต่อโยงตัวกลาง

ช้ินต่อโยง (Link) คือ วัตถุแข็งที่ประกอบด้วยแขนต่อโยงตั้งแต่ 2 ชิ้น นำมาต่อเข้าด้วยกัน เพ่ือใช้
ส่งผา่ นแรงใหเ้ กดิ การเคลื่อนท่ี ปลายของชิ้นต่อโยงแตล่ ะช้ินจะต่อเขา้ กบั ปลายของช้ินต่อโยงอ่ืนอีก ดังรูป

(ก) ลูกหมากคนั ชัก คนั ส่ง (ข) ลูกหมากปกี นก

(ค) กา้ นตอ่ (ง) ก้านสบู

รูป ชนิ้ ตอ่ โยงแบบต่าง ๆ

เมื่อนำชนิ้ ต่อโยงต้ังแต่ 2 ชิ้นมาต่อเขา้ ด้วยกัน เรยี กวา่ กลไกการต่อโยง ซง่ึ แบ่งเปน็ 3 แบบ คอื

2.3.1 การตอ่ โยงแบบยดึ อยกู่ บั ท่ี

ชิ้นต่อโยง 2 และช้ินต่อโยง 3 จะยึดอยู่กับท่ีโดยช้ินต่อโยง 1 การต่อโยงแบบนี้จะไม่มีการ
เคลอื่ นที่ของกลไก

2.3.2 การต่อโยงแบบไมบ่ ังคับการเคลือ่ นท่ี

กลไกประกอบด้วยชิ้นต่อโยงท้ังหมด 5 ชิ้น ซึ่งยึดกับชิ้นต่อโยง 1 ท่ีจุดหมุน O2 และ O5
หากใสแ่ รงท่ีชิ้นตอ่ โยง 2, 3, 4 และ 5 กลไกน้จี ะเคลือ่ นท่โี ดยไม่สามารถกำหนดทิศทางหรือควบคุมได้

2.3.3 การต่อโยงแบบบงั คับการเคลอื่ นท่ี

การต่อโยงของชิ้นต่อโยงที่ต่อเข้าด้วยกันแบบนี้จะเคลื่อนท่ีสัมพันธ์กัน สามารถทราบและ
กำหนดทศิ ทางของแตล่ ะชิน้ ได้ สามารถนำมาใชใ้ นระบบส่งกำลังได้

กจิ กรรมการเรยี นรู้

ข้นั ตอนการสอนของครผู ูส้ อน
1. นำเขา้ สบู่ ทเรียน เรอ่ื ง การเคลื่อนท่ีของกลไก
2. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
3. นกั เรียนศกึ ษา สาระสำคัญ และจุดประสงค์การเรียนรู้จากเอกสาร

3.1 ศกึ ษาเนื้อหาหนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การเคลอ่ื นท่ีของกลไก
3.2 ทำแบบฝึกหัดหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรอื่ ง การเคล่อื นท่ขี องกลไก
3.4 ทำแบบทดสอบหลังเรียน
4. นกั เรียนคนใดทำแบบฝึกหัดหรือทดสอบหลังเรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์ 80 % ต้องเข้าศกึ ษา

หน่วยการเรยี นใหม่ และทำแบบฝกึ หัดหรอื แบบทดสอบจนผา่ นเกณฑ์ท่กี ำหนด

กิจกรรมของผ้เู รยี น
1. ฟังการบรรยาย และจดบนั ทึกในสมุดรายงาน
2. ศกึ ษาหนว่ ยการเรยี นท่ี 2 และทำกจิ กรรมตามลำดบั ข้นั ตอนทกี่ ำหนด ด้วยความต้ังใจ
3. ถ้านักเรยี นคนใดทำแบบฝึกหัดหรอื แบบทดสอบไม่ผา่ นเกณฑท์ ก่ี ำหนด ให้ศึกษาเนื้อหาใหม่
และทำแบบฝกึ หัดหรอื แบบทดสอบจนกระทง่ั ผ่านเกณฑ์ท่ีกำหนด
4. ทำแบบทดสอบและแบบฝึกหัดให้ผ่านเกณฑ์

งานท่ีมอบหมาย / กิจกรรม
จัดแบง่ กลมุ่ นกั เรยี นตามท่แี บ่งในหน่วยการเรยี นท่ี 1 โดยมอบหมายงานดังน้ี
- กลมุ่ ที่ 1 คน้ คว้า Weblink ที่เกี่ยวข้อง เรื่อง การเคลอ่ื นทีข่ องกลไก
- กลุ่มที่ 2 สรุปสาระสำคัญลกั ษณะการเคลื่อนที่
- กลุ่มท่ี 3 สรปุ สาระสำคัญการสง่ ผา่ นการเคล่ือนที่
- กลุ่มที่ 4 สรปุ สาระสำคัญการเคลอื่ นที่โดยใชช้ ิน้ ตอ่ โยง
ให้ผเู้ รยี นมาส่งในการเรยี นครั้งต่อไป

การประเมินผลระหวา่ งเรยี น
1. พฤติกรรมระหว่างเรยี น การบูรณาการคุณธรรม จริยธรรม 20 %
1.1 การตรงตอ่ เวลา
1.2 การแต่งกาย
1.3 กรยิ ามารยาท
1.4 ความรบั ผดิ ชอบ
1.5 ความรว่ มมือในการทำงาน
2. ผลงาน 20 %
2.1 รายงานกล่มุ
3. การทดสอบ 60 %
ทดสอบกอ่ น-หลังเรียน แบบฝึกหดั ใบงาน

เกณฑ์การประเมินผล

วัดผลสัมฤทธจ์ิ ากแบบทดสอบ แบบฝกึ หดั มีเกณฑ์ดงั นี้

รอ้ ยละ 80-100 หมายถึง ผลการเรียนดี
มาก ผลการเรียนดี
ผลการเรียน
ร้อยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรยี น
รอ้ ยละ 60-69 หมายถงึ ผลการเรียนไม่
ปานกลาง
พฤติกรรมดี
รอ้ ยละ 50-59 หมายถงึ พฤตกิ รรมดี
ผ่านเกณฑ์ หมายถึง พฤติกรรม
ตำ่ กวา่ ร้อยละ 50 พฤติกรรมต้อง

ผ่านเกณฑ์

แบบประเมนิ คุณธรรมจริยธรรม หมายถงึ

18-20 คะแนน หมายถึง
มาก หมายถงึ
14-17 คะแนน
10-13 คะแนน หมายถึง
พอใช้
ต่ำกวา่ 10 คะแนน
ปรับปรุง

แบบประเมนิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม

คำชีแ้ จง ใหข้ ดี เครือ่ งหมายถกู ✓ในช่องพฤตกิ รรมของนกั เรยี นเพอ่ื ประเมินคณุ ธรรมจรยิ ธรรม

เกณฑ์การตดั สนิ

4 คะแนน หมายถงึ พฤตกิ รรมดีมาก
3 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมดี
2 คะแนน หมายถึง พฤตกิ รรมพอใช้
1 คะแนน หมายถงึ พฤตกิ รรมต้องปรบั ปรุง

แบบประเมินผล

วนั ที่ .............. เดอื น ............................... พ.ศ. ...............

ลำดบั ผลการประเมนิ

ที่ ช่อื – นามสกลุ ผลงาน การมสี ่วน ความรับผิดชอบ รวม

ร่วม

1 2 3 4 1 2 3 1 2 3 10

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ดี = 3 ปานกลาง = 2 ต้องปรับปรงุ = 1

ดีมาก = 4

แบบประเมนิ พฤติกรรมของผเู้ รียน

เลข ชือ่ – สกุล การตรงตอ่ การแต่งกาย พฤตกิ รรมของนักเรยี น ความร่วมมือ
ที่ ผู้รบั การ เวลา ในการทำงาน รวม
กรยิ ามารยาท ความ
ประเมิน รบั ผิดชอบ

43214321432143214321
20

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15

16
17
18
19

20

เกณฑก์ ารให้คะแนน

ดมี าก = 4 ดี = 3 ปานกลาง = 2 ต้องปรบั ปรงุ = 1

ผู้ประเมนิ ……………………………….

บนั ทกึ หลังการสอน
ผลการใชแ้ ผนการสอน
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผลการเรียนของนักเรยี น
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปัญหาอุปสรรคของการใช้แผนการจดั การเรียนรู้
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
แนวทางปรับปรงุ แกไ้ ข
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------

ลงชอื่ ...........................................

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 3 หนว่ ยท่ี 3
ชอ่ื วิชา งานสง่ ถ่ายกำลัง รหสั วชิ า 30101-2005 สัปดาห์ท่ี 2-3
ชอ่ื หน่วย กลไกชิ้นตอ่ โยง 4 ชิ้น จำนวน 8 คาบ

หัวข้อเรื่อง กลไกชนิ้ ต่อโยง 4 ชน้ิ
3.1 สว่ นประกอบของกลไกชน้ิ ตอ่ โยง 4 ชน้ิ
3.2 การเกดิ ตดิ ขัดของกลไกช้ินตอ่ โยง 4 ช้นิ
3.3 ลักษณะการเคลอื่ นที่ของกลไกชน้ิ ต่อโยง 4 ช้ิน
3.4 การหาความเรว็ ของกลไกชนิ้ ตอ่ โยง 4 ช้ิน โดยการคำนวณ
3.5 การหาความเร็วของกลไกช้นิ ต่อโยง 4 ชิ้น โดยวธิ กี ราฟฟคิ

แนวคดิ สำคญั
การเคลอื่ นทข่ี องกลไกเครือ่ งจักรท่ปี ระกอบดว้ ยชิน้ ต่อโยง 4 ชิ้น ตอ่ โยงเข้าดว้ ยกันจะทำให้การ

เคลอื่ นที่สัมพนั ธ์ซึ่งกันและกันระหวา่ งชิ้นต่อโยงนั้นๆ ซ่งึ จดุ ทีเ่ ช่ือมโยงสามารถหาความเร็วได้โดยการ
คำนวณและกราฟิก

สมรรถนะย่อย
1. แสดงความรู้เกย่ี วกบั กลไกช้นิ ตอ่ โยง 4 ช้ิน
2. ประลองกลไกชิน้ ต่อโยง 4 ชน้ิ

วตั ถุประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. บอกส่วนประกอบของกลไกช้ินต่อโยง 4 ชน้ิ
2. อธิบายการเกดิ ตดิ ขัดของกลไกชน้ิ ตอ่ โยง 4 ช้ิน
3. อธบิ ายลกั ษณะการเคล่ือนทข่ี องกลไกช้ินต่อโยง 4 ชน้ิ
4. หาความเร็วกลไกชนิ้ ต่อโยง 4 ชิ้น โดยการคำนวณ
5. หาความเรว็ กลไกชิ้นต่อโยง 4 ชนิ้ โดยใชห้ ลักของความเร็วสัมพทั ธ์

เนื้อหาสาระ

ส่วนประกอบกลไกช้นิ ตอ่ โยง 4 ชิน้ ดงั รูป

11
รูป ส่วนประกอบกลไกต่อโยง 4 ชนิ้ (Four–bar Linkage)

ชิ้นต่อโยง 1 เป็นฐานของเครื่องซึ่งอยู่กับที่ (Ground or Frame) โดยสัญลักษณ์ของชิ้นต่อ
โยงคอื

ชิ้นตอ่ โยง 2 เป็นตวั ขบั ซง่ึ อาจหมุนไดค้ รบรอบหรือไมค่ รบรอบก็ได้
ชิ้นตอ่ โยง 3 เป็นตวั ส่งผ่านการเคลอ่ื นที่จากชนิ้ ตอ่ โยง 2 และชน้ิ ต่อโยง 4
ชิน้ ตอ่ โยง 4 เปน็ ตัวตาม

หากชิ้นตอ่ โยง 2 หมุนได้ครบรอบ กลไกต่อโยง 4 ชิ้น น้ีจะไม่เกิดการตดิ ขดั ของช้ินต่อโยงช้ินอื่น แต่
หากกลไกชิ้นต่อโยง 2 เคล่ือนท่ีแบบกลับไปกลับมาหรอื แบบขยับคือเคลื่อนท่ีได้ไม่ครบรอบจะทำให้การ
เคล่อื นทต่ี ิดขดั ได้ จดุ ที่เกดิ การตดิ ขัดเป็นแนวแรงของแรงขบั ขนานกบั ชน้ิ ต่อโยง

ลกั ษณะการเคล่อื นท่ีของกลไกชิน้ ต่อโยง 4 ช้ิน แบง่ เป็น 3 แบบ คอื

3.3.1 แบบแครง้ รอ็ คเกอร์

แบบแคร้งร็อคเกอร์ (Crank Rocker) คือ ตัวขับชน้ิ ต่อโยง 2 หมุนได้ครบรอบ แตต่ ัว
ตามชิน้ ต่อโยง 4 เคล่ือนที่ไม่ครบรอบ หรอื เคล่ือนท่ีกลบั ไปกลับมา

3.3.2 แบบดับเบิลแคร้ง

แบบดบั เบิลแครง้ (Double Crank) คือ ตวั ขบั ช้ินต่อโยง 2 และตวั ตามชิ้นต่อโยง 4
จะมีความยาวเท่ากัน หมุนได้ครบรอบ มีใช้งานในเครื่องจกั รไอน้ำ

3.3.3 แบบดบั เบลิ ร็อคเกอร์

แบบดับเบิลร็อคเกอร์ (Double Rocker) คือ ตัวขับช้ินต่อโยง 2 และตัวตามช้ิน
ต่อโยง 4 เคล่ือนทีไ่ มค่ รบรอบหรอื เคลอ่ื นท่กี ลบั ไปกลับมา

การคำนวณความเรว็ ขอ2งกลไกชิ้นต่อโยง 4 ช้นิ ท่จี ุด A และจดุ B โดยการคำนวณ

การคำนวณความเร็วของกลไกชิน้ ตอ่ โยง 4 ชนิ้ ทจ่ี ุด A และจดุ B โดยการคำนวณ

B B

3 4
B γ
A γ

2

θ2

A O2 A O4
1 1

รปู ท่ี การทำงานของกลไกต่อโยง 4 ชิ้น
จากรูปที่ 3.7
ชน้ิ ต่อโยง 2 จะเคลื่อนทเี่ ป็นวงกลมทศิ ทางตามเขม็ นาฬิกา โดยมี O2 เป็นจุดหมนุ
ชน้ิ ต่อโยง 4 จะเคลือ่ นทแ่ี บบกลบั ไปกลับมา
ชิ้นต่อโยง 3 จะเป็นตวั สง่ กำลังหรือความเร็วจากช้ินตอ่ โยง 2 ไปยงั ชนิ้ ต่อโยง 4

3.4.1 การคำนวณความเร็วท่จี ดุ A

ถ้าให้ O2A เป็นตัวขบั จะคำนวณความเร็วท่ีจุด A ได้ดังน้ี
สูตร

VA = r  โดยที่ VA = ความเรว็ (Velocity) (m/sec, m/min)

= r2πn  = ความเรว็ เชงิ มุม (rad/sec)

= 2πrn n = ความเร็วรอบ (rpm/min, rpm/sec)

= s 1 r = รศั มีหรือความยาวของตวั ขบั O2 A (m)
t
s s = ระยะทาง (m)
VA = t t = เวลา (sec, min)

3.4.2 การคำนวณความเรว็ เฉลีย่ (Vm) ทจ่ี ุด B

ระยะทางที่จุด B เคล่ือนที่กลับไปกลับมาให้ b = Arc Length และทำให้เกิดมุม α =

Sector Angle ระยะทางที่จุด b เคลือ่ นท่ี b = dπ 

360

ทจ่ี ดุ O2O2 A หมนุ 1 รอบ ไดร้ ะยะทางทีจ่ ุด B = 2b

O2 A หมุน n รอบ ได้ระยะทางท่ีจดุ B = 2bn

ความเรว็ เฉลี่ย (Vm) ทจ่ี ดุ B

Vm = 2bn , เมื่อ b มีหน่วยเป็น มม. n มีหน่วยเป็น รอบ/นาที จะได้สมการ
1000

( )สูตรVm =2dn  m
1000 min
360

สรปุ ความเร็วเฉลยี่ ของกลไกตอ่ โยง 4 ชิ้น สามารถคำนวณไดจ้ ากสูตรเมื่อทราบคา่ ต่าง ๆ
เชน่ ความเรว็ รอบ (n) ความยาวของแขนชิ้นต่อโยง (r) เปน็ ต้น

VA A3 B
2 4

ω2 แนว VBA 1 O4
2 1 O2 VA
แนว VB
แนว VA

VBA VB O

รปู กลไกตอ่ โยง 4 ชนิ้

จากรูป การวเิ คราะหค์ วามเรว็ โดย

1. พจิ ารณาทีจ่ ุด O2 และ A

VA = VO2 VAO2 (VO2 = 0 เพราะเป็นจุดทีย่ ดึ อยกู่ ับท่ี)

VA = AO2 2 (D O2A ท่ีจุด A ไปตามทศิ ทาง ω2)
2. พิจารณาที่จดุ O4 และ B

VB = VO4 VBO4 (VO4 = 0 เพราะเป็นจุดทีย่ ึดอยูก่ บั ท่ี)

VB = BO4 4 (D O4B ทจ่ี ุด B ไปตามทศิ ทาง ω4)
3. พจิ ารณาทจี่ ดุ A และ B

VB = VA VBA

VB, D O4B ; VBA, D AB

จากสมการท่ี 3 ไมท่ ราบขนาดของ VB และ VBA สามารถเขยี นรูปโดยใช้หลักของความเรว็ สมั พัทธ์

และหา 3 = VBA และ 4 = VB
AB O4B

D หมายถงึ Direction คอื ทิศทางของความเรว็ ทีท่ ราบค่า

M หมายถึง Magnitude คือ ขนาดของความเร็วทีท่ ราบคา่

กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้ันตอนการสอนของครูผ้สู อน
1. นำเข้าสูบ่ ทเรียน เร่ือง กลไกช้ินต่อโยง 4 ชิ้น
2. ใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
3. นกั เรียนศึกษา สาระสำคัญ และจุดประสงค์การเรยี นร้จู ากเอกสาร
3.1 ศึกษาเนือ้ หาหน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 เร่ือง กลไกชิ้นตอ่ โยง 4 ช้ิน
3.2 ทำแบบฝึกหดั หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรอื่ ง ไมโครมิเตอร์
3.3 ทำแบบทดสอบหลังเรียน
3.4 ประลองกลไกชน้ิ ตอ่ โยง 4 ชน้ิ
4. นักเรยี นคนใดทำแบบฝกึ หัดหรือทดสอบหลงั เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ 80 % ต้องเข้าศึกษา
หน่วยการเรยี นใหม่ และทำแบบฝกึ หัดหรอื แบบทดสอบจนผา่ นเกณฑ์ทกี่ ำหนด
1. สาธติ ประลองกลไกชน้ิ ต่อโยง 4 ช้ิน

กจิ กรรมของผูเ้ รยี น
1. ฟงั การบรรยาย และจดบนั ทึกในสมุดรายงาน
2. ศกึ ษาหนว่ ยการเรียนท่ี 3 และทำกจิ กรรมตามลำดบั ขั้นตอนที่กำหนด ดว้ ยความตง้ั ใจ
3. ถา้ นกั เรียนคนใดทำแบบฝกึ หัดหรือแบบทดสอบไมผ่ ่านเกณฑ์ท่กี ำหนด ให้ศึกษาเน้ือหาใหม่

และทำแบบฝกึ หัดหรอื แบบทดสอบจนกระท่ังผา่ นเกณฑ์ที่กำหนด
4. ปฏบิ ตั ปิ ระลองกลไกชิน้ ต่อโยง 4 ชนิ้

งานท่ีมอบหมาย / กจิ กรรม
จัดแบง่ กลุ่มนกั เรียนตามท่แี บง่ ในหนว่ ยการเรียนท่ี 3 โดยมอบหมายงานดังน้ี
- กลุ่มท่ี 1 คน้ ควา้ Weblink ที่เก่ียวข้อง เรื่อง กลไกชน้ิ ต่อโยง 4 ชิ้น
- กล่มุ ท่ี 2 สรุปสาระสำคัญสว่ นประกอบของกลไกช้นิ ต่อโยง 4 ชน้ิ
- กลุ่มท่ี 3 สรปุ สาระสำคัญการเกดิ ติดขัดของกลไกช้นิ ต่อโยง 4 ช้ิน
- กลุม่ ที่ 4 สรปุ สาระสำคัญลกั ษณะการเคล่ือนท่ีของกลไกต่อโยง 4 ชนิ้
ให้ผเู้ รยี นมาสง่ ในการเรียนครง้ั ต่อไป

การประเมนิ ผลระหว่างเรยี น
1. พฤติกรรมระหว่างเรยี น การบรู ณาการคณุ ธรรม จริยธรรม 20 %
1.1 การตรงตอ่ เวลา
1.2 การแต่งกาย
1.3 กรยิ ามารยาท
1.4 ความรบั ผิดชอบ
1.5 ความร่วมมือในการทำงาน
2. ผลงาน 50 %
2.1 รายงานกลุม่
2.2 การประลอง
3. การทดสอบ 30 %
ทดสอบกอ่ น-หลังเรียน แบบฝึกหัด ใบงาน

เกณฑ์การประเมินผล

วัดผลสัมฤทธจ์ิ ากแบบทดสอบ แบบฝกึ หดั มีเกณฑ์ดังน้ี

รอ้ ยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรยี นดี
มาก ผลการเรยี นดี
ร้อยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรียน
รอ้ ยละ 60-69 หมายถงึ ผลการเรียน
ปานกลาง ผลการเรยี นไม่
รอ้ ยละ 50-59 หมายถงึ
ผ่านเกณฑ์ พฤติกรรมดี
ตำ่ กวา่ ร้อยละ 50 หมายถึง พฤติกรรมดี
ผ่านเกณฑ์ พฤติกรรม
พฤติกรรมต้อง
แบบประเมนิ คุณธรรมจริยธรรม หมายถงึ

18-20 คะแนน หมายถึง
มาก หมายถงึ
14-17 คะแนน
10-13 คะแนน หมายถงึ
พอใช้
ต่ำกวา่ 10 คะแนน
ปรับปรุง

แบบประเมนิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม

คำชีแ้ จง ใหข้ ดี เครือ่ งหมายถกู ✓ในช่องพฤตกิ รรมของนักเรียนเพอ่ื ประเมินคุณธรรมจริยธรรม

เกณฑ์การตดั สนิ

4 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมดีมาก
3 คะแนน หมายถงึ พฤตกิ รรมดี
2 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมพอใช้
1 คะแนน หมายถงึ พฤตกิ รรมต้องปรบั ปรุง

แบบประเมินผล

วนั ที่ .............. เดอื น ............................... พ.ศ. ...............

ลำดบั ผลการประเมนิ

ที่ ช่อื – นามสกลุ ผลงาน การมสี ่วน ความรับผิดชอบ รวม

รว่ ม

1 2 3 4 1 2 3 1 2 3 10

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ดี = 3 ปานกลาง = 2 ต้องปรับปรงุ = 1

ดีมาก = 4

แบบประเมนิ พฤติกรรมของผูเ้ รยี น

เลข ช่อื – สกุล การตรงตอ่ การแตง่ กาย พฤตกิ รรมของนักเรยี น ความร่วมมอื
ที่ ผู้รบั การ เวลา ในการทำงาน รวม
กริยามารยาท ความ
ประเมนิ รบั ผดิ ชอบ

43214321432143214321
20

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

เกณฑก์ ารให้คะแนน

ดมี าก = 4 ดี = 3 ปานกลาง = 2 ตอ้ งปรับปรงุ = 1

ผู้ประเมนิ ……………………………….

(…………………………..)

บันทกึ หลังการสอน
ผลการใช้แผนการสอน
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผลการเรยี นของนักเรียน
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปัญหาอปุ สรรคของการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
แนวทางปรบั ปรงุ แกไ้ ข
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------

ลงชอื่ ..............................................
( ...................................... )

ตำแหน่ง ......................................
วนั ที่ .......... เดือน .................... พ.ศ. ............
บนั ทกึ การตรวจสอบและคำชแ้ี นะของผู้บังคบั บญั ชา
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------

ลงช่อื ...........................................
( ...................................... )

ตำแหนง่ ......................................
วนั ที่ .......... เดือน .................... พ.ศ. ...........

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 4 หน่วยที่ 4
ช่อื วิชา งานส่งถ่ายกำลงั รหสั วิชา 30101-2005 สปั ดาห์ท่ี 4-5
ชื่อหน่วย กลไกสไลเดอรแ์ คร้ง จำนวน 8 คาบ

หวั ข้อเร่ือง กลไกสไลเดอร์แครง้
4.1 หลกั การและส่วนประกอบของกลไกสไลเดอร์แคร้ง
4.2 การเกดิ ติดขัดของกลไกสไลเดอร์แครง้
4.3 การหาความเรว็ ของกลไกสไลเดอร์แคร้ง โดยการคำนวณ
4.4 การหาความเรว็ ของกลไกสไลเดอร์แครง้ โดยใชห้ ลักของความเร็วสัมพทั ธ์

แนวคิดสำคัญ
กลไกสไลเดอรแ์ คร้ง (Slider Crank Mechanism) เปน็ กลไกต่อโยง 4 ช้ินทน่ี ำมาใชก้ ับ

เครื่องยนต์ และเครื่องกลอืน่ เชน่ เคร่อื งสั่นสะเทือน เครื่องเจาะกระแทก เปน็ ตน้ โดยใส่กำลังขบั ทเี่ พลา
ขอ้ เหวี่ยงชิ้นส่วนที่ 2 สง่ กำลังไปยงั ชน้ิ ส่วนท่ี 4 เพ่ือนำไปใช้งาน

สมรรถนะย่อย

1. แสดงความร้เู กยี่ วกบั กลไกสไลเดอร์แครง้
2. ประลองกลไกสไลเดอร์

วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. บอกหลักการและสว่ นประกอบกลไกสไลเดอร์แครง้ ได้
2. อธิบายการเกิดติดขดั ของกลไกสไลเดอร์แคร้งได้
3. หาคา่ ความเรว็ ของกลไกสไลเดอร์แคร้งโดยการคำนวณได้
4. หาค่าความเร็วของกลไกสไลเดอร์แครง้ โดยใช้หลกั ของความเรว็ สัมพัทธ์ได้

เนื้อหาสาระ

A

2 34
ω2
B
O2

1

รูป ลกั ษณะของกลไกสไลเดอร์แครง้

กลไกสไลเดอร์แครง้ พัฒนามาจากกลไกตอ่ โยง 4 ชน้ิ มสี ่วนประกอบ ดงั นี้
ชิ้นสว่ นเครอ่ื งจกั รที่ 1 เปน็ โครงหรือฐานของเครือ่ งเป็นช้ินส่วนที่อย่กู ับท่ี
ชนิ้ ส่วนเครื่องจักรท่ี 2 เปน็ ตวั ขบั หรอื เพลาขอ้ เหวี่ยง
ชิ้นส่วนเครอื่ งจกั รท่ี 3 เปน็ ตวั ส่งกำลังหรอื กา้ นสบู
ชิน้ สว่ นเคร่ืองจักรท่ี 4 เปน็ ลูกสบู เคลอื่ นที่กลับไปกลบั มา

จากรูป จุดท่ีจะทำให้การเคล่ือนที่ของช้ินส่วนเครื่องจักรเกิดการติดขัดมี 2 จุด คือ จุดที่ลูกสูบ
เคล่อื นที่ไปทางขวาสดุ และซา้ ยสดุ

การแก้ไข ต้องใส่ล้อช่วยแรง (Flywheel) ไว้ที่ช้ินส่วนเคร่ืองจักรที่ 2 เพ่ือให้การหมุนครบรอบหรือ
หมนุ ต่อเน่ืองได้

A

23 l
O2
4
C

11

รูป การเคลื่อนท่ขี องกลไกสไลเดอรแ์ ครง้

ที่จดุ O2 เมื่อเพลาข้อเหวย่ี งหมนุ 1 rpm ได้ระยะทาง = 2  l

เม่ือหมุน n rpm ไดร้ ะยะทาง = 2  l  n

ฉะน้ัน ความเร็วเฉลยี่ ลูกสบู (Vm) = 2  l  n

เมื่อ Vm= ความเร็วเฉล่ีย (m/min, m/sec)

n = จำนวนรอบ (rpm, rps)

l = ระยะชกั (mm)

จากรูป ทราบความเร็ว VA และความเร็วเชิงมุม (ω2) และต้องการหาความเร็วของ VB สามารถหา
ไดจ้ ากรูปดงั ตอ่ ไปน้ี

VA 3 4
A B

O2 ω2 1
1

VA

VBA O2
VB

รูป การหาความเรว็ โดยการเขียนรูปใช้หลกั การของความเรว็ สัมพทั ธ์

VA มที ิศตั้งฉากกับรัศมีของการหมนุ O2 A
จาก V = ω  R
VA = ω2  O2 A

จากสมการความเรว็ สมั พทั ธ์
VB = VA VBA

VB ไม่ทราบขนาด แตท่ ราบทศิ ทาง
VA ทราบท้ังขนาดและทิศทาง
VBA ไมท่ ราบขนาด แตท่ ศิ ทางตั้งฉากกับ AB
เขียนรูปความเร็ว จะได้ค่าของ VB โดยวัดจากเวกเตอร์แล้วเปรียบเทียบกับสเกลท่ีกำหนดไว้กับ VA
ทที่ ราบค่าแล้ว

กิจกรรมการเรยี นรู้

ขนั้ ตอนการสอนของครูผสู้ อน
1. อธบิ ายเน้อื หาสาระโดยยอ่ ของหนว่ ยการเรียนท่ี 4 เรอื่ ง กลไกสไลเดอร์แครง้

2. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยการเรียนที่ 4 เรอ่ื ง กลไกสไลเดอร์แคร้ง
3. นกั เรียนคนใดทำแบบฝึกหดั หรือทดสอบหลงั เรียนไมผ่ า่ นเกณฑ์ 80 % ต้องเขา้ ศกึ ษา
หนว่ ยการเรียนใหม่ และทำแบบฝกึ หัดหรือแบบทดสอบจนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
4. สาธติ ประลองกลไกสไลเดอร์แคร้ง

กิจกรรมของผเู้ รียน
1. นักเรยี นต้งั ใจฟังเนื้อหาสาระโดยย่อของหน่วยการเรยี นท่ี 4
2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ศึกษาหนว่ ยการเรียนท่ี 4 และทำกจิ กรรมตามลำดบั ขน้ั ตอนที่กำหนด ดว้ ยความต้งั ใจ
3. ถ้านักเรยี นคนใดทำแบบฝึกหดั หรือแบบทดสอบไม่ผา่ นเกณฑท์ ่ีกำหนด ให้ศึกษาเน้ือหาใหม่

และทำแบบฝึกหดั หรอื แบบทดสอบจนกระทง่ั ผ่านเกณฑ์
4. ปฏิบัตปิ ระลองกลไกสไลเดอรแ์ คร้ง

งานท่ีมอบหมาย / กิจกรรม
- กล่มุ ที่ 1 ค้นคว้า Weblink ทเ่ี กีย่ วข้อง เรื่อง กลไกสไลเดอรแ์ คร้ง
- กลุ่มท่ี 2 สรุปสาระสำคัญหลักการและส่วนประกอบของกลไกสไลเดอรแ์ ครง้
- กล่มุ ท่ี 3 สรปุ สาระสำคญั การเกดิ ติดขดั ของกลไกสไลเดอร์แครง้
- กลุม่ ที่ 4 สรุปสาระสำคัญการหาความเร็วของกลไกสไลเดอรแ์ คร้งโดยการคำนวณ ให้
ผเู้ รยี นมาส่งในการเรียนครั้งต่อไป

การประเมนิ ผลระหวา่ งเรยี น
1. พฤตกิ รรมระหว่างเรียน การบรู ณาการคณุ ธรรม จริยธรรม 20 %
1.1 การตรงตอ่ เวลา
1.2 การแตง่ กาย
1.3 กริยามารยาท
1.4 ความรับผดิ ชอบ
1.5 ความรว่ มมือในการทำงาน
2. ผลงาน 50 %
2.1 รายงานกลมุ่ 2.2 การประลอง
3. การทดสอบ 30 % ทดสอบก่อน-หลังเรียน แบบฝึกหัด

เกณฑ์การประเมินผล

วัดผลสัมฤทธจ์ิ ากแบบทดสอบ แบบฝกึ หดั มีเกณฑ์ดังน้ี

รอ้ ยละ 80-100 หมายถงึ ผลการเรยี นดี
มาก ผลการเรยี นดี
ร้อยละ 70-79 หมายถงึ ผลการเรียน
รอ้ ยละ 60-69 หมายถงึ ผลการเรียน
ปานกลาง ผลการเรยี นไม่
รอ้ ยละ 50-59 หมายถงึ
ผ่านเกณฑ์ พฤติกรรมดี
ตำ่ กวา่ ร้อยละ 50 หมายถึง พฤติกรรมดี
ผ่านเกณฑ์ พฤติกรรม
พฤติกรรมต้อง
แบบประเมนิ คุณธรรมจริยธรรม หมายถงึ

18-20 คะแนน หมายถึง
มาก หมายถงึ
14-17 คะแนน
10-13 คะแนน หมายถงึ
พอใช้
ต่ำกวา่ 10 คะแนน
ปรับปรุง

แบบประเมนิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม

คำชีแ้ จง ใหข้ ดี เครือ่ งหมายถกู ✓ในช่องพฤตกิ รรมของนักเรียนเพอ่ื ประเมินคุณธรรมจริยธรรม

เกณฑ์การตดั สนิ

4 คะแนน หมายถงึ พฤติกรรมดีมาก
3 คะแนน หมายถงึ พฤตกิ รรมดี
2 คะแนน หมายถึง พฤติกรรมพอใช้
1 คะแนน หมายถงึ พฤตกิ รรมต้องปรบั ปรุง

แบบประเมินผล

วนั ที่ .............. เดอื น ............................... พ.ศ. ...............

ลำดบั ผลการประเมนิ

ที่ ช่อื – นามสกลุ ผลงาน การมสี ่วน ความรับผิดชอบ รวม

ร่วม

1 2 3 4 1 2 3 1 2 3 10

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ดี = 3 ปานกลาง = 2 ต้องปรับปรงุ = 1

ดีมาก = 4

แบบประเมนิ พฤติกรรมของผูเ้ รยี น

เลข ช่อื – สกุล การตรงตอ่ การแตง่ กาย พฤตกิ รรมของนักเรยี น ความร่วมมอื
ที่ ผู้รบั การ เวลา ในการทำงาน รวม
กริยามารยาท ความ
ประเมนิ รบั ผดิ ชอบ

43214321432143214321
20

1
2
3
4

5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารให้คะแนน

ดมี าก = 4 ดี = 3 ปานกลาง = 2 ตอ้ งปรับปรงุ = 1

ผู้ประเมนิ ……………………………….

(…………………………..)

บันทกึ หลังการสอน
ผลการใชแ้ ผนการสอน
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผลการเรยี นของนักเรียน
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปัญหาอุปสรรคของการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
แนวทางปรบั ปรงุ แกไ้ ข
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------

ลงชื่อ ...........................................
( ...................................... )

ตำแหน่ง ......................................
วนั ท่ี .......... เดือน .................... พ.ศ. ............
บันทึกการตรวจสอบและคำชีแ้ นะของผ้บู ังคบั บญั ชา
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------

ลงช่ือ ...........................................
( ...................................... )

ตำแหน่ง ......................................
วันที่ .......... เดอื น .................... พ.ศ. ...........

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5 หนว่ ยที่ 5
ช่อื วิชา งานส่งถ่ายกำลงั รหสั วชิ า 30101-2005 สัปดาห์ที่ 6-7
ช่อื หน่วย กลไกสก็อทช์โยค จำนวน 8 คาบ

หวั ข้อเรอื่ ง กลไกสก็อทช์โยค
5.1 สว่ นประกอบของกลไกสกอ็ ทช์โยค
5.2 ลักษณะการเคลื่อนทขี่ องกลไกสก็อทช์โยค

แนวคดิ สำคญั
กลไกสกอ็ ทชโ์ ยค เป็นกลไกส่ีช้ินสว่ นเครอ่ื งจักรแบบงา่ ย ชิ้นส่วนทนี่ ำไปใชง้ านเคล่ือนที่เข้า ออกใน

แนวนอน หรือแนวตั้ง เปน็ การเคลอ่ื นทีด่ ว้ ยความเร็วท่ีเท่ากนั

สมรรถนะย่อย
1. แสดงความรูเ้ กี่ยวกับกลไกสกอ็ ทชโ์ ยค
2. ประลองกลไกสก็อทชโ์ ยค

จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. บอกส่วนประกอบของกลไกสก็อทช์โยคได้
2. อธบิ ายลักษณะการเคลือ่ นทข่ี องกลไกสก็อทช์โยคได้

เนื้อหาสาระ

y

3 P ωr
P r
O θr Q 
2 4
O2

1 1 

(ก) (ข)
รปู ท่ี 5.1 กลไกสกอ็ ทชโ์ ยค

จากรูปท่ี 5.1 สว่ นประกอบมี 4 ชิ้นสว่ น คอื
ชิน้ สว่ นเครื่องจกั รที่ 1 เป็นฐานของเครือ่ งซึ่งอยกู่ ับที่
ชิ้นสว่ นเครื่องจักรท่ี 2 เปน็ ตัวขบั หมนุ ไดร้ อบ
ชนิ้ สว่ นเครอ่ื งจกั รท่ี 3 เคลอื่ นที่ในร่องของช้ินส่วนเครอื่ งจกั รท่ี 4
ชนิ้ สว่ นเครอื่ งจักรท่ี 4 เคล่อื นที่ไปมาบนช้นิ ส่วนเครือ่ งจกั รที่ 1

จุด O เคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์โมนิก (Simple Harmonic Motion) ถ้าความเร่งของจุด O เป็นปฏิภาค
ตรงกับระยะทางจากจุดกำหนดไว้ และมีทิศทางจากจุดน้ันเสมอ ในการเคล่ือนที่แบบซิมเปิลฮาร์โมนิก
จุด O เคลื่อนที่ในแนวเส้นตรงด้วยความเร่งในแนวเส้นตรงน้ัน ซ่ึงเป็นปฏิภาคกับระยะทางและมีทิศไปทางจุด
น้นั เสมอ

aa

L L
P

x

O
รูปท่ี 5.2 ลกั ษณะการเคลอื่ นทข่ี องกลไกสกอ็ ทช์โยค

ตามไดอะแกรมขา้ งบน อนุภาค P กำลงั เคลื่อนท่แี บบ SHM ตามแนวเสน้ LL
จดุ L จุดที่กำหนดท่ีการเคล่ือนที่ของอนภุ าคผ่านจุดนี้ และเรียกว่าเป็นศูนย์กลางการเคลอ่ื นที่ หรือเป็น
ตำแหน่งตวั กลาง (Mean Position)

a คอื ชว่ งการแกว่งของ P จากจุด O ไปดา้ นซา้ ยและขวาสดุ
x ระยะทางของ P เคลื่อนทใี่ นเวลา t
ที่ O อตั ราเร็วสงู สดุ และความเร่งเป็นศูนย์
กลไกเครื่องจักรน้ีใช้กับเคร่ืองทดสอบการสั่นสะเทือน รูป (ก) รูป (ข) ช้ินส่วนเคร่ืองจักรท่ี 2 แทนด้วย
รศั มี r หมุนด้วยความเรว็ รอบคงท่ี ωr การเคล่ือนท่ขี องจุด P ในแนวแกน x หาคา่ x ได้ x = r – r cosθr ถ้า
θr = ωrt จะได้ x = r (1 – cosωrt)

กิจกรรมการเรยี นรู้

ขน้ั ตอนการสอนของครูผู้สอน
1. ครกู ล่าวนำเนอื้ หาสาระโดยย่อหนว่ ยการเรียนที่ 5 เรอ่ื ง กลไกสก็อทช์โยค
2. ใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยการเรียนที่ 5 เรื่อง กลไกสก็อทช์โยค
3. นักเรียนศึกษาเนือ้ หาหนว่ ยการเรียนท่ี 5 เร่ือง กลไกสก็อทช์โยค
4. นกั เรยี นคนใดทำแบบฝึกหดั หรือทดสอบหลังเรียนไมผ่ ่านเกณฑ์ 80 % ต้องเข้าศึกษา
หน่วยการเรยี นใหม่ และทำแบบฝึกหดั หรือแบบทดสอบจนผา่ นเกณฑ์ท่ีกำหนด
5. ครูสาธติ การประลองกลไกสก็อทช์โยค

กิจกรรมของผู้เรียน
1. นกั เรยี นตงั้ ใจฟงั เนื้อหาสาระโดยยอ่ ของหน่วยการเรียนท่ี 5
2. ศกึ ษาหน่วยการเรยี นที่ 5 และทำกจิ กรรมตามลำดบั ข้นั ตอนท่กี ำหนดในเอกสารประกอบการ
สอน ดว้ ยความต้งั ใจ
3. ถา้ นักเรยี นคนใดทำแบบฝึกหัดหรอื แบบทดสอบไมผ่ า่ นเกณฑ์ทก่ี ำหนด ให้ศกึ ษา เน้ือหา ใหม่
และทำแบบฝกึ หัดหรือแบบทดสอบจนกระทง่ั ผ่านเกณฑ์
4. ประลองกลไกสก็อทช์โยค

งานท่ีมอบหมาย / กจิ กรรม
- กลมุ่ ที่ 1 ค้นควา้ Weblink ทเ่ี กยี่ วข้อง เร่ือง กลไกสก็อทช์โยค
- กลมุ่ ที่ 2 สรุปสาระสำคัญ เร่อื ง ส่วนประกอบของกลไกสกอ็ ทช์โยค
- กล่มุ ท่ี 3 สรุปสาระสำคัญ เรอ่ื ง ลักษณะการเคลอ่ื นทข่ี องกลไกสก็อทชโ์ ยค
- กลุม่ ท่ี 4 สรปุ สาระสำคัญ เร่อื ง การประลองกลไกสก็อทช์โยค
ให้ผูเ้ รยี นมาสง่ ในการเรียนครง้ั ต่อไป

การประเมินผลระหวา่ งเรียน


Click to View FlipBook Version