ท่ี รายละเอยี ดงานทีไ่ ดร้ บั เงินอุดหนนุ เงินกิจกรรมพัฒนา รวม 47
จดั สรร ผเู้ รยี น 2,954,589 หมายเหตุ
1,686,364
4. ฝา่ ยวชิ าการและ 1,268,225
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น 85,038
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ - 136,000 221,038
ภาษาต่างประเทศ 108,000
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ - 52,000 160,000
ศิลปะ 172,500
กลุ่มสาระการเรียนรู้ - - 172,500
สุขศึกษาและพลศึกษา 105,950
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ - 50,000 155,950
การงานอาชีพ 394,200
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ - 166,000 560,200
วิทยาศาสตร์และ 50,915
เทคโนโลยี 80,000 130,915
กล่มุ สาระการเรียนรู้ - 63,000
คณิตศาสตร์ 120,500 183,500
กลุ่มสาระการเรียนรู้ - 75,150
ภาษาไทย 111,200 186,350
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ - 43,000
สงั คมศึกษาฯ 243,445 - 43,000
- แนะแนว 1,204,201 45,000 288,445
หอ้ งสมุด - 1,204,201
- - 500,000
5. ฝ่ายบรหิ ารงานท่วั ไป 500,000
6. โครงการส่งเสรมิ ความ 315,412 315,412
2,800,000 - 2,800,000
เป็นเลศิ -
7. งบกลาง (งบสารอง) 300,000 - 300,000
8. คา่ สาธารณูปโภค 9,061,700 2,698,875 11,760,575
9. คา่ น้ามันเช้อื เพลิง
รวม
48
2. แผนปฏิบัติการประจาปีผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน
นาแผนปฏิบัติการประจาปเี ขา้ ร่วมประชุมชแ้ี จงต่อทีป่ ระชมุ คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน
รปู ภาพการประชมุ คณะกรรมการสถานศึกษาครัง้ ที่ 2/2565
3. มกี ารกากับ ควบคุมการดาเนนิ งานให้เป็นไปตามแผนปฏิบตั กิ ารประจาปี
มีการกากับ ควบคุมการดาเนินงานให้เปน็ ไปตามแผนปฏบิ ัติการประจาปี โดยให้ผู้ท่ีจะจัดซ้ือจัดจา้ ง
ทาบันทึกข้อความขอซื้อหรือขอจ้างพัสดุ ตามโครงกิ/จกรรม เพื่อประมาณการขอซ้ือหรือขอจ้างพัสดุ จากน้ัน
งานแผนงานจะทาการตดั งบประมาณ แลว้ ส่งต่อให้งา่ นพสั ดตุ ามข้ันตอน
บันทกึ ข้อความขอซื้อพัสดุ
49
บันทึกข้อความขอจา้ งพัสดุ
สมดุ บนั ทึกข้อความ สรุปการใช้จา่ ยเงนิ
ประมาณการขอใช้เงิน ปีการศกึ ษา 2565 แผนปฏิบตั ิการปกี ารศึกษา 2565
50
4. การส่งเสรมิ สนับสนนุ ให้มกี ารดาเนนิ งานตามแผนปฏิบัติการประจาปี
ติดตามการดาเนนิ งานของกิจกรรมโดยดูตามปฏทิ นิ การปฏิบัตงิ าน
ปฏิทินการปฏบิ ตั งิ าน
5. กรณีไมส่ ามารดาเนินงานตามแผนปฏิบตั ิการประจาปีได้ มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร
จดั ทาเป็นงบเหลอื จ่าย เพ่อื นาไปใชใ้ นปีต่อไป
รายละเอียดโครงการงบคงเหลือ
51
6. การายงานผลการปฏิบตั ิงานตามแผนปฏิบัติการประจาปี
รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านตามโครงการ กจิ กรรม/หลงั ส้ินสดุ โครงการกิจกรรม/
รายงานผลการปฏิบัตงิ าน สรุปประเมนิ โครงการ
โครงการกิจกรรม/งาน/ ประจาปกี ารศึกษา 2564
ประจาปีการศึกษา 2564
52
การเสรมิ สร้างความปลอดภยั ในสถานศึกษา (Happy and Safety School)
1. แตง่ ต้ังคณะกรรมการความปลอดภยั สถานศกึ ษาและเจ้าหน้าที่ดแู ลระบบ MOE Safety Center
มีการแต่งต้ังคณะกรรมการทางาน เช่น หัวหน้าระดับ รองระดับ ครูท่ีปรึกษา คณะกรรมการ พสนประจา.
โรงเรยี น
2. การบรหิ ารและการดาเนนิ งานทสี่ อดคลอ้ งกับนโยบายของกระทรวงหรือหน่วยงานท่เี กีย่ วข้อง
2. 1มีการรบั แจ้งและรายงานเหตุการณ์ โดยมีเจา้ หนา้ ทีร่ ักษาความปลอดภัยในโรงเรียน
2.2 มีการสอดส่องดูแลภัยอันตรายที่จะเกิดกับนักเรียนตลอดเวลาท่ีนักเรียนอยู่ในโรงเรียน เช่น
มีครเู วร หรอื สภานักเรียนอยตู่ ามจดุ ตา่ งๆของโรงเรยี นทั้งช่วงเช้า พกั กลางวัน และหลังเลกิ เรียน
2.3 มีการประสานส่งต่อไปยังหนว่ ยงานที่เกี่ยวข้อง เชน่ ประสานงานกับตารวจ มีเจ้าหน้าทตี่ ารวจ
ประจาโรงเรียน ประสานยงั โรงพยาบาลใกล้โรงเรยี นกรณีนกั เรียนเกดิ อบุ ัติเหตุ
2.4 มกี ารรายงานผลการดาเนนิ งานประจาภาคเรยี น
3. มีการจดั ทาแผนและมาตรฐานความปลอดภัยของนักเรยี น ครแู ละบุคลากร
ทางการศกึ ษา
3.1 มีโครงการระบบดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียน
3.1.1 กจิ กรรมส่งเสรมิ พัฒนาความประพฤตนิ ักเรียน
3.1.2 กิจกรรมรักษาความปลอดภัยปองกนั อบุ ตั เิ หตุ มวี ินยั จราจร
3.1.3 เสรมิ สร้างความรูเ้ พือ่ ป้องกันภาวะซึมเศร้าในวยั รุน่
3.1.4 มกี ลอ้ งวงจรปดิ
3.2 โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพตดิ
3.3 โครงการสถานศึกษาสขี าวปลอดยาเสพติดและอบายมขุ
4. การรณรงค์ ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ การเรียนรรู้ ะบบแจง้ เหตุ MOE Safety Center
4.1 มีการประชาสัมพนั ธถ์ งึ ครแู ละบุคลากรในโรงเรยี น โดยแจง้ ในการประชุมโรงเรียน
4.2 แจ้งฝ่ายสายงานระบบดู ทางหัวหน้าระดับ หัวหน้าห้อง สภานักเรียน และ To BE NUMBER
ONE
5. การเสริมสร้างศักยภาพการปฏิบัติงาน MOE Safety Center ให้กับ SC-Operator, SC-Action
และครแู นะแนวในสถานศึกษา
6. การติดตาม คุ้มครอง ดูแล ช่วยเหลือ และเยียวยานักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ท่ี
ประสบเหตุกรณีเรง่ ดว่ น
- การใหท้ ุนการศกึ ษาแกน่ กั เรียน
- การช่วยเหลอื นกั เรียนทปี่ ระสบภยั ต่าง ๆ
- การเย่ียมบ้านนักเรียน
7. การสง่ เสริมสนบั สนนุ การดาเนินงาน “โรงเรียนคุม้ ครองเด็ก”
- กจิ กรรมการเสริมภูมิคมุ กันทางจิตให้กับวยั รุน่
- เสรมิ สรา้ งความรู้เพ่อื การป้องกันภาวะซมึ เศรา้ ในวัยร่นุ
8. การประเมนิ ความปลอดภยั สถานศกึ ษา
- มีการสรุปรายงานการปฏบิ ัติหน้าท่งี านรกั ษาความปลอดภัย
53
ประเดน็ ที่ 1: ระบบความปลอดภยั สถานศึกษา (School Safety System)
มคี รูเวรประจาวัน เจา้ หนา้ ทีร่ กั ษาความปลอดภยั ทัง้ กลางวนั กลางคนื ประตโู รงเรียนด้านหนา้
ครูเวรประตูโรงเรยี นดา้ นหน้า ครูประตูหน้าสะพานลอย
54
ครเู วรประจาวนั ประตหู ลัง
เจ้าหนา้ ทตี่ ารวจจากสถานตี ารวจภูธรโพธ์กิ ลางมาแนะนา
และตรวจสภาพรถจักยานยนต์ใหก้ บั นักเรยี นเป็นประจา
55
มีโรงจอดจอดรถจกั ยานยนต์ เป็นสัดสว่ น รัว้ รอบขอบชิด มคี วามปลอดภัย
มกี ล้องวงจรปดิ ตามจุดเส่ียงภายในโรงเรยี น
56
กลอ้ งวงจรปิดตามอาคารและห้องน้า
57
การรณรงค์ปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หายาเสพติดโดยผกู้ ากับสถานีตารวจภูธรโพธกิ์ ลาง
58
โครงการสถานศึกษาสขี าวปลอดยาเสพตดิ และอบายมุข
สรปุ รายงานการปฏิบัตหิ นา้ ทงี่ านรักษาความปลอดภัย
59
ประเดน็ ที่ 2: ระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรียนและการแนะแนว
(Student support and guidance system)
มอบเงนิ ชว่ ยเหลือ นางสาวธัญพร กุลธรลาวัลย์ นักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4/11
ทบ่ี ้านประสบอัคคีภัย ณ บา้ นกดุ คลา้ บานเลขท่ี 69 หมู่ 7 ต.เสมา อ.สงู เนิน จ.นคราชสมี า
เม่อื วนั ท่ี 14 ธันวาคม 2564
การใหท้ นุ การศึกษาแกน่ กั เรียนโดยชุมชนเขา้ มามีส่วนร่วม
60
การให้ทุนการศึกษาแก่นกั เรยี นโดยชุมชนเขา้ มามสี ่วนรว่ ม
การเยี่ยมบา้ นนกั เรียน
61
เยี่ยมไขค้ รอบครัวบคุ ลากรในโรงเรียน
มหี ้องใหค้ าปรึกษาที่มดิ ชิด เป็นสันส่วนเพือ่ ให้คาปรึกษาแกน่ ักเรยี นเพือ่ เป็นการเสริมภูมิคุมกันทางจิต
ให้กับวัยรุน่ สรา้ งความรู้เพอ่ื การปอ้ งกนั ภาวะซมึ เศร้าในวัยรุ่น
โดย คุณพลากร ศรีพนู ทอง นกั จติ วทิ ยาจากเขตพนื้ ที่การศึกษานคราชสมี า
62
การคัดกรองสขุ ภาพจติ และดูแลชว่ ยเหลือนักเรยี นดว้ ยกจิ กรรมการแนะแนว
โดยใช้แบทดสอบจากกรมสุขภาพจติ เพอ่ื คัดกรองนกั เรียนกลุ่มปกติ
กลุ่มเส่ียง กลุ่มปญั หา เพ่อื ช่วยเหลือนักเรียนไดท้ ันท่วงที
63
มีอาคารพยาบาลรองรบั นักเรยี นเจ็บปว่ ย และเกดิ อุบัตเิ หตุ
เพอ่ื ปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น รอการสง่ ต่อ
มีระบบป้องกนั ความปลอดภัยภายในโรงเรียน มถี งั ดบั เพลงิ ตามอาคารเรียน
64
มีการตรวจสอบถงั ดับเพลงิ ตลอดเวลา
65
ประเดน็ ที่ 3: สร้างภูมิค้มุ กนั (Subunit Vaccine)
1. การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
มีการปฏบิ ตั ติ ามมาตรการ
66
สง่ เสรมิ สนับสนนุ การดาเนนิ งานนกั เรยี นแกนนาอบรมโครงการเสรมิ สรา้ งทกั ษะชีวติ ิ
สรา้ งภูมคุ้มกัน สานฝนั เด็กและเยาวชน
67
ประเด็นที่ 4 : การมสี ่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทกุ ภาคส่วนท่ีเกี่ยวขอ้ ง
ในการดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรียน และส่งเสรมิ ความปลอดภัยของสถานศกึ ษา
1. การประชมุ ผู้ปกครอง การสร้างเครือข่ายผ้ปู กครอง
68
ตารวจจากสถานตี ารวจภธู รโพธิ์กลางมาใหค้ วามรเู้ กี่ยวกับโทษ และข้อกฎหมาย
เกี่ยวกบั ยาเสพติดสารเสพติด และตรวจหาสารเสพตดิ ในนกั เรยี นกลมุ่ เสยี่ ง
69
ประเดน็ ท่ี 5 : ความสาเร็จของการดาเนนิ งานระบบการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรยี นและ
ความปลอดภยั ในโรงเรียน/ สถานศึกษา
5.1 โรงเรียนได้รับรางวัลระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจาปี 2561 ระดับทอง อันดับท่ี 1
จากเขตตรวจราชการ ที่ 14
5.2 โรงเรยี นได้สนบั สนนุ การดาเนินโครงการตารวจประสานโรงเรียน (1 ตารวจ 1 โรงเรยี น)
70
5.3 โรงเรียนไดร้ ับรางวัล เสมา ป.ป.ส. ประเภทผลงานดเี ด่นระดับทอง ปีการศกึ ษา 2560 จาก
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
5.4.โรงเรียนไดร้ บั คดั เลือกเป็นสถานศึกษาใหญเ่ ป็นพเิ ศษที่ดาเนินงานแนะแนว ระดบั ยอดเยย่ี ม จาก
สพม. เขต 31 ปกี ารศึกษา 2560
71
5.4. ไดร้ ับการตรวจสอบยกระดับคุณภาพโรงเรยี นคุณธรรม สพฐ.ระดับ 2 ดาว
โครงการพฒั นาโรงเรียนคณุ ธรรม สพฐ. ปีการศึกษา 2561
72
การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและปอ้ งกันการหลุดจากระบบ
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนและการแนะแนว
1. ขับเคลื่อนระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนและแนะแนวในสถานศึกษาให้มีความเข้มแข็ง
ตามมาตรการ “ปอ้ งกนั ปลกู ฝงั ปราบปราม”
- มีครูท่ีปรึกษาเป็นบุคลากรหลักในการดาเนินงาน โดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายที่
เกี่ยวข้องท้ังภายในและนอกสถานศึกษา ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ผู้บริหาร และครู
ทุกคน มีวิธีการและเคร่ืองมือท่ีชัดเจน มีมาตรฐานคุณภาพ
2. การพัฒนาครู/ครูแนะแนวในการให้คาปรึกษา มีครูแนะแนวที่จบจิตวิทยาและการให้คาปรึกษา
และครูแนะแนวท่ีจบจิตวิทยาคลินิก มาช่วยดูและนักเรียนและมีกระบวนการและขั้นตอนของระบบการดูแล
ช่วยเหลือนักเรยี น
3. การคดั กรองสุขภาพจติ และดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรยี นด้วยกิจกรรมการแนะแนว
3.1 การคัดกรองที่ไม่เป็นทางการ (informal screening) คือ การให้ครูสังเกตพฤติกรรมเด็กใน
ห้องเรียน วา่ มีความยากลาบากในการเรยี นอยา่ งไรบา้ งเมอ่ื เปรียบเทียบกับเพ่ือนในหอ้ งเดียวกนั
3.2 การคัดกรองท่ีเป็นทางการ (formal screening) คือ การใช้เครื่องมือคัดกรองชนิดต่าง ๆ
ในการคัดกรองปัญหาการเรียน อาจเป็นแบบฉบับเดียวหรือหลายฉบับก็ได้ มีท้ังแบบให้เด็กประเมินตนเอง ให้
ครูประเมิน และให้ผปู้ กครอง ประเมิน
3.3 นาผลการคัดกรองเขา้ สกู่ ระบวนการใหค้ าปรกึ ษา
4. มรี ะบบสารสนเทศระบบการดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี นและการแนะแนว ดังนี้
4.1 การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล
- การจดั กิจกรรมโฮมรูม
- การเยยี่ มบา้ น
- การจัดประชมุ ผปู้ กครองชนั้ เรยี น (Classroom Meeting)
- การจดั กจิ กรรมเสรมิ สร้างทกั ษะการดารงชีวิต และกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
4.2 การคดั กรองนกั เรยี น
- กลุ่มปกติ
- กลมุ่ เสีย่ ง
- กลุ่มมปี ญั หา
- กลมุ่ พเิ ศษ
4.3 การปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หา
- การใหค้ าปรึกษาเบอ้ื งต้น
- การจัดกิจกรรมเพอ่ื ป้องกนั และแก้ไขปัญหา
4.4 การพฒั นาและส่งเสริมนักเรยี น
4.5 มกี ารสง่ ตอ่
- การสง่ ตอ่ ภายใน ส่งตอ่ ครแู นะแนว ครูพยาบาล ครู ประจาวชิ าหรอื ฝ่ายปกครอง
- การส่งตอ่ ภายนอก ดาเนนิ การสง่ ต่อไปยังผเู้ ชีย่ วชาญ
73
การพัฒนาหลกั สูตร
การพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา และการนากรอบสาระการเรยี นรทู้ องถนิ่ "ของดเี มืองโคราช"
1. การบรหิ ารหลักสตู รสถานศกึ ษาท่เี น้นฐานสมรรถนะ
1. มีหลักสูตรสถานศึกษาที่มีความเช่ือมโยงระหว่างหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 และฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น “ของดี เมืองโคราช”
ฉ.ปป 2565 จุดเน้น ความต้องการของโรงเรียนและ นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ ยุทธศาสตร์
การศกึ ษาชาติ
2. มีหลักสูตรสถานศึกษาท่ีมี องค์ประกอบตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551
3. มีกระบวนการในการพฒั นา/ ปรับปรงุ หลักสูตรทเี่ น้นฐานสมรรถนะ
4. มีคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตรและงานวชิ าการสถานศกึ ษา
5. หลักสูตรได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา และมีการสื่อสารให้บุคลากร
รบั ทราบ
วธิ ีการดาเนินงาน/ ปญั หาอุปสรรค แนวทางแกไ้ ข และข้อเสนอแนะเพ่ือการพัฒนา
1. โรงเรยี นนาสาระการ เรียนรู้ ท้องถน่ิ “ของดีเมือง โคราช” (ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช 2565)
สู่การปฏบิ ัติ ใน สถานศึกษา ในรูปแบบรายวชิ าเพิ่มเตมิ ชื่อรายวชิ า รักษ์แผน่ ดินถน่ิ โคราช รหสั วิชา ส20237
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1เวลา 20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน
จานวน 0.5 หน่วยกติ
2. งานพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
ฝ่ายวิชาการ และคณะกรรมการบริหารหลักสูตรของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้จัดการ
ประชุมเชงิ ปฏิบตั ิการ การพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศกั ราช 25665 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564 เวลา 13.30 –
15.30 น. ณ หอประชุมโรงเรยี นอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา โดยคณะครูได้รว่ มกนั ทบทวน
และปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง 2560) และมีการวิพากษโ์ ครงสร้างเวลาเรียนรวมของหลักสูตรสถานศกึ ษา พทุ ธศกั ราช 2565 ตาม
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2560) รวมท้ังมวี ิทยากร ดร.วันทิ
ตา ทะลาสี ศึกษานิเทศก์ สพม.นครราชสีมา มาให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างเวลาเรียน ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ตามคาสงั่ ของ สพฐ.ท่ี 922/2561 และการจดั การเรียนรู้
ตามหลักสตู รฐานสมรรถนะ
3. งานพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
ฝ่ายวิชาการ และคณะกรรมการบริหารหลักสูตรของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ดาเนินการ
จัดทาหลักสูตรสถานศึกษา ครบท้ัง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยในเล่มหลักสูตรสถานศึกษา มีองค์ประกอบ
ครบถ้วนเป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และฉบับปรับปรุง
พ.ศ. 2560 ดงั นี้
ตอนที่ 1 บทนา
1.1 ความนา
1.2 วสิ ยั ทศั นก์ ลุ่มสาระการเรยี นรู้
1.3 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
74
1.4 คณุ ภาพผเู้ รียน
1.5 สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
1.6 คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1.7 มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชี้วัด และสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ตอนที่ 2 โครงสร้างหลกั สูตรสถานศกึ ษา
2.1 โครงสร้างเวลาเรียน
2.2 โครงสรา้ งหลกั สตู รช้นั ปี
ตอนท่ี 3 คาอธิบายรายวิชาและโครงสรา้ งรายวชิ าตอนท่ี 4 เกณฑ์การจบการศึกษา
4. งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาได้ดาเนินการนาเสนอหลักสูตรสถานศึกษา พ.ศ. 2565 ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) ให้คณะกรรมการ
สถานศึกษาเห็นชอบ ในวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565 เปน็ ท่ีเรยี บรอ้ ยแลว้
2. การจัดรายวิชาพื้นฐาน
2.1 ระบุรายวิชาพ้ืนฐาน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนการศึกษา ขั้นพื้นฐาน จาแนก
แต่ละชั้นปี (ม.ต้น) / ช่วงชน้ั (ม.ปลาย) อย่างชัดเจน
2.2 บูรณาการกรอบสาระท้องถิ่นกับ รายวิชาพ้ืนฐาน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้จาแนกแต่ละช้ันปี
(ม.ต้น) / ช่วงชนั้ (ม.ปลาย) อยา่ งชัดเจน
2.3 บรู ณาการการจัดการศึกษาเพื่อการมงี านทา
2.4 บูรณาการพระบรมราโชบายของ ในหลวงรัชกาลท่ี 10 กับรายวิชาพื้นฐาน 8 กลุ่มสาระการ
เรยี นรจู้ าแนก แตล่ ะชัน้ ป(ี ม.ตน้ ) /ชว่ งช้นั (ม.ปลาย) อยา่ งชัดเจน
2.5 บูรณาการหลักสูตรต้านทุจริต ศึกษากับรายวิชาพื้นฐาน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้จาแนกแต่ละ
ชั้นปี (ม.ตน้ ) / ชว่ งชัน้ (ม.ปลาย) อย่างชัดเจน
วธิ กี ารดาเนินงาน/ ปญั หาอุปสรรค แนวทางแกไ้ ข และขอ้ เสนอแนะเพ่ือการพฒั นา
1. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา ได้ระบุรายวิชา
พ้ืนฐาน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนการศึกษาขั้นพื้นฐาน จาแนกแต่ละช้ันปี (ม.ต้น) / ช่วงชั้น
(ม.ปลาย) อยา่ งชัดเจน ครบถว้ นในโครงสร้างรายวิชา
2. หลักสูตรสถานศึกษาได้บูรณาการกรอบสาระท้องถ่ินกับ รายวิชาพื้นฐาน 8 กลุ่มสาระการ
เรียนรจู้ าแนกแต่ละช้นั ป(ี ม.ต้น) / ช่วงชน้ั (ม.ปลาย) อยา่ งชัดเจน ดงั นี้
- รายวิชาพื้นฐานสังคมศึกษา ม.1 บูรณาการกรอบสาระท้องถ่ิน เรื่อง ประวัติศาสตร์ แหล่ง
โบราณคดี ประเพณี ความเชอ่ื ความเปน็ อยู่ของคนโคราช
- รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ม.1 บูรณาการกรอบสาระท้องถ่ิน เรื่อง ภาษาและวรรณกรรม
นิทานพ้นื บา้ น ของคนโคราช
- รายวชิ าพ้นื ฐานศลิ ปะ ม.2 บรู ณาการกรอบสาระท้องถิ่น เร่ือง ศิลปะประดิษฐ์เสื้อผา้ และการ
แต่งกายของคนในจงั หวัดนครราชสีมา
- รายวิชาพ้ืนฐานการงานอาชีพ ม.3 บูรณาการกรอบสาระท้องถ่ิน เร่ือง อาหารพื้นบ้านโคราช
ในจังหวัดนครราชสีมา
- รายวิชาพ้ืนฐานพละศึกษา ม.6 บูรณาการกรอบสาระท้องถ่ินเรือ่ ง การละเล่นพื้นบ้านของคน
โคราช
- รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ม.2 บูรณาการกรอบสาระท้องถิ่น เรื่อง โคราชจีโอพาร์ค ซาก
ฟอสซิลและซากดึกดาบรรพ์
75
- รายวิชาพ้ืนฐานคณิตศาสตร์ ม.1 บูรณาการกรอบสาระท้องถ่ิน เร่ือง การนาสารสนเทศของ
จังหวัดนครราชสมี า มาเขยี นในรูปแบบต่าง ๆ เชน่ กราฟ รอ้ ยละ อัตราส่วน สถิติ เปน็ ต้น
- รายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ ม.3 บูรณาการกรอบสาระท้องถิ่น เร่ือง การฟัง พูด อ่าน เขียน
โดยใช้ ภาษาองั กฤษ ในการส่ือสารและเผยแพร่สารสนเทศของจงั หวัดนครราชสมี าในรูปแบบตา่ ง ๆ
3. หลักสูตรสถานศึกษาได้บูรณาการการจัดการศึกษาเพ่ือการมีงานทา ในรายวิชาการงานอาชีพ
และกิจกรรมแนะแนว
4. หลักสูตรสถานศึกษาได้บูรณาการพระบรมราโชบายของในหลวงรัชกาลท่ี 10 กับรายวิชา
พื้นฐาน 8 กลุม่ สาระการเรยี นรู้จาแนกแตล่ ะชน้ั ปี (ม.ต้น) /ช่วงชั้น (ม.ปลาย) อย่างชัดเจน ดงั นี้
1. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง บูรณาการในรายวิชาสังคมศึกษา และรายวิชา
ประวัตศิ าสตร์
2. มีพ้นื ฐานชีวติ ที่มัน่ คง – มีคุณธรรม บรู ณาการในรายวิชาสังคมศึกษา หนา้ ท่ีพลเมือง
3. มีงานทา – มีอาชีพ บูรณาการในรายวชิ าการงานอาชีพ และกิจกรรมแนะแนว
4. เป็นพลเมอื งท่ดี ี บรู ณาการในรายวิชาสงั คมศกึ ษา หน้าที่พลเมอื ง กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี
ยวุ กาชาด ผบู้ าเพ็ญประโยชน์ นักศกึ ษาวชิ าทหารกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
5. งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ได้ประชุมและนาหลักสตู รต้านทุจรติ ศึกษา บูรณาการกับ
รายวิชาสังคมศึกษาช้ัน ม.1 - ม. 6 กลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม โดยระบุเนื้อหาที่บูรณาการไว้
ในคาอธิบายรายวชิ าและโครงสรา้ งรายวิชาอย่างชดั เจน
3. การจดั รายวิชาเพิม่ เตมิ
3.1 ระบรุ ายวชิ าเพ่มิ เติม จาแนกแตล่ ะช้ันปี (ม.ตน้ ) /ช่วงชน้ั (ม.ปลาย) อย่างชดั เจน
3.2 ระบุรายวิชาเพิ่มเติม สอดคล้อง กับกรอบสาระท้องถิ่น “ของดีเมือง โคราช” ฉ.ปป 2565
ตามความสนใจ ของนักเรียน จาแนกแต่ละชัน้ ปี (ม. ต้น) / ช่วงชัน้ (ม.ปลาย) อยา่ งชดั เจน
3.3 ระบรุ ายวิชาเพมิ่ เตมิ สอดคล้องกับ การจดั การศกึ ษาเพอื่ การมีงานทา
3.4 ระบุรายวิชาเพิ่มเติมสอดคล้อง พระบรมราโชบายของในหลวงรัชกาล ที่ 10 กับรายวิชา
พื้นฐาน 8 กลุม่ สาระการเรียนรจู้ าแนกแตล่ ะช้นั ปี (ม.ต้น) /ชว่ งช้นั (ม.ปลาย) อย่างชัดเจน
3.5 ระบรุ ายวชิ าเพิ่มเติมสอดคล้อง กับหลักสตู รต้านทจุ ริตศึกษากับ รายวิชาพืน้ ฐาน 8 กลมุ่ สาระ
การ เรยี นรจู้ าแนกแตล่ ะช้นั ป(ี ม.ต้น) /ช่วงชั้น (ม.ปลาย) อยา่ งชดั เจน
วิธีการดาเนนิ งาน/ ปัญหาอุปสรรค แนวทางแก้ไข และข้อเสนอแนะเพ่ือการพฒั นา
1. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นอุบลรัตนราชกญั ญาราชวทิ ยาลัย นครราชสีมา ได้ระบุรายวิชา
เพิม่ เติม จาแนกแต่ละชัน้ ปี (ม.ตน้ ) /ชว่ งช้นั (ม.ปลาย) อย่างชัดเจนและสอดคล้องกับแผนการเรยี นของ
นักเรียน ได้แก่
แผนการเรียน ระดับชนั้ มัธยมศึกษาตอนตน้
1. ห้องเรยี นปกติ จานวน 9 ห้อง
2. ห้องเรียนพิเศษ MEP (Mini English Program) จานวน 1 ห้อง
3. ห้องเรยี นพิเศษวิทยาศาสตรค์ ณติ ศาสตร์ จานวน 1 ห้อง
แผนการเรยี นระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย
1. หอ้ งเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตร สสวท. จานวน 1 ห้อง
2. ห้องเรียนปกติ ประกอบด้วย
- แผนการเรยี น วทิ ยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ จานวน 5 หอ้ ง
- แผนการเรยี น ศลิ ป์คานวณ จานวน 1 ห้อง
76
- แผนการเรยี น ศิลป์สงั คมศึกษา จานวน 2 หอ้ ง
- แผนการเรียน ศิลปภ์ าษาจนี จานวน 2 ห้อง
- แผนการเรยี น ศิลป์ธุรกจิ จานวน 1 หอ้ ง
2. โรงเรยี นนาสาระการเรียนรู้ ทอ้ งถิน่ “ของดเี มือง โคราช” (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช 2565 )
สู่การปฏิบตั ิ ใน สถานศกึ ษา ในรูปแบบรายวิชาเพม่ิ เติม ช่อื รายวชิ า รกั ษ์แผน่ ดินถน่ิ โคราช รหัสวชิ า
ส20237 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1เวลา 20 ชวั่ โมง/ภาค
เรยี น จานวน 0.5 หน่วยกติ
3. รายวิชาเพมิ่ เตมิ สอดคลอ้ งกบั การจัดการศกึ ษาเพ่ือการมงี านทา ได้แก่
- รายวิชา ความรู้เกี่ยวกับอาชีพ
- รายวิชา ขนมอบ
- รายวิชา การขายเบ้ืองตน้
- รายวชิ า ธรุ กจิ การท่องเท่ยี ว
- รายวชิ า การบญั ชีเบ้ืองต้น
- รายวชิ า งานธุรกจิ
รายวิชาเพิม่ เติมแผนการเรียน ภาษาจีน-ธุรกิจ (PIM)
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4
- รายวิชา การจัดการธุรกจิ 1
- รายวิชา การจดั การธุรกจิ 2
- รายวิชา การบัญชีเบื้องตน้ 1
- รายวิชา การบญั ชเี บื้องต้น 2
- รายวิชา การเปล่ยี นผ่านของธรุ กจิ การค้าสมยั ใหม่
- รายวชิ า ความคิดสรา้ งสรรค์ทางธรุ กจิ
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5
- รายวิชา การจัดการธรุ กิจการค้าสมัยใหม่ 1
- รายวชิ า การจัดการธรุ กจิ การค้าสมัยใหม่ 2
- รายวิชา งานสานักงาน
- รายวิชา กฎหมายพาณิชย์
- รายวชิ า การขายสาหรับนักธุรกิจมืออาชพี
- รายวชิ า การตลาดดจิ ิทลั
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 6
- รายวิชา การจัดการธรุ กจิ การคา้ สมัยใหม่ 3
- รายวิชา การจดั การธรุ กิจการค้าสมยั ใหม่ 4
- รายวชิ า ความรู้เกย่ี วกับงานอาชพี
- รายวิชา การประชาสัมพนั ธอ์ งค์กร
- รายวิชา การเป็นผ้ปู ระกอบการ
- รายวชิ า ทักษะนักธุรกิจร่นุ ใหม่
- รายวชิ า การเป็นผปู้ ระกอบการในยุคดจิ ิทัล
77
4. โรงเรยี นนาสาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ “ของดเี มือง โคราช” (ฉบับปรับปรงุ พุทธศกั ราช 2565 )
สกู่ ารปฏิบัติในสถานศึกษา ในรปู แบบ
4.1 สอดแทรกในรายวิชาพื้นฐาน
4.2 จดั ทาเปน็ รายวิชาเพ่ิมเติม
4.3 จดั ในกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน/ ชมรม/ชุมนุม
4.4 จดั ในรปู แบบของการพัฒนาสอื่ นวตั กรรม
4.5 ให้ระบชุ อื่ หลกั สตู รท้องถิ่น/ รายวิชาเพิม่ เติมทเ่ี ป็น “ของดีเมือง โคราช” โรงเรยี นท่ีสอดคลอ้ ง
กับสาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน“ของดีเมืองโคราช” (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2565 ) ปีการศึกษา 2565
ใชส้ อนชนั้ ป.ี .........
วิธกี ารดาเนินงาน/ ปัญหาอุปสรรค แนวทางแกไ้ ข และขอ้ เสนอแนะเพ่ือการพฒั นา
หลกั สตู รสถานศึกษาได้บูรณาการกรอบสาระท้องถน่ิ กบั รายวชิ าพน้ื ฐาน 8 กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้ ดงั นี้
1. รายวิชาพ้ืนฐานสังคมศึกษา ม.1 บูรณาการกรอบสาระท้องถ่ิน เร่ือง ประวัติศาสตร์ แหล่ง
โบราณคดี ประเพณี ความเช่ือ ความเป็นอยขู่ องคนโคราช
2. รายวชิ าพน้ื ฐานภาษาไทย ม.1 บรู ณาการกรอบสาระท้องถ่ิน เรอื่ ง ภาษาและวรรณกรรม นทิ าน
พืน้ บา้ นของคนโคราช
3. รายวิชาพ้ืนฐานศิลปะ ม.2 บูรณาการกรอบสาระท้องถิ่น เร่ือง ศิลปะประดิษฐ์เสื้อผ้าและการ
แต่งกายของคนในจังหวดั นครราชสีมา
4. รายวิชาพ้ืนฐานการงานอาชีพ ม.3 บูรณาการกรอบสาระท้องถ่ิน เรื่อง อาหารพื้นบ้านโคราช
ในจังหวดั นครราชสีมา
5. รายวิชาพื้นฐานพละศึกษา ม.6 บูรณาการกรอบสาระท้องถ่ิน เรื่อง การละเล่นพ้ืนบ้านของคน
โคราช
6. รายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ ม.2 บูรณาการกรอบสาระท้องถ่ิน เร่ือง โคราชจีโอพาร์ค
ซากฟอสซิลและซากดกึ ดาบรรพ์
7. รายวิชาพ้ืนฐานคณิตศาสตร์ ม.1 บูรณาการกรอบสาระท้องถ่ิน เรื่อง การนาสารสนเทศของ
จงั หวดั นครราชสีมา มาเขียนในรปู แบบตา่ ง ๆ เชน่ กราฟ ร้อยละ อตั ราส่วน สถติ ิ เป็นต้น
8. รายวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ ม.3 บูรณาการกรอบสาระท้องถ่ิน เรื่อง การฟัง พูด อ่าน เขียน
โดยใช้ ภาษาองั กฤษ ในการสือ่ สารและเผยแพร่สารสนเทศของจังหวดั นครราชสมี าในรูปแบบตา่ ง ๆ
โรงเรยี นนาสาระการ เรยี นรู้ ท้องถนิ่ “ของดเี มือง โคราช” (ฉบับปรับปรงุ พุทธศกั ราช 2565 )
ส่กู ารปฏบิ ัติ ใน สถานศึกษา ในรูปแบบรายวชิ าเพิ่มเติม ช่ือรายวิชา รักษแ์ ผน่ ดนิ ถ่ินโคราช รหสั วิชา ส20237
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1เวลา 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน
จานวน 0.5 หน่วยกติ
ผลสาเร็จท่เี ป็นแบบอย่างได้
1. คณะครูได้ร่วมกันทบทวนและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุง) 2560แล (มีการวิพากษ์โครงสร้างเวลาเรียนรวมของหลักสูตร
สถานศึกษา พทุ ธศักราช 2565 รวมท้งั มวี ิทยากร ดรนครราชสมี า มาให้.วนั ทติ า ทะลาสี ศึกษานเิ ทศก์ สพม.
2551 ความรู้เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างเวลาเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
922 ท.ี่ ตามคาส่งั ของ สพฐ/และการจัดการเรียนรู้ตามหลกั สตู รฐานสมรรถนะ 2561
78
2. งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ได้ดาเนินการจัดทาเล่มหลักสูตรสถานศึกษา เล่มหลักสูตรกลุ่ม
สาระการเรยี นร้คู รบถว้ นทั้ง 8 กลุ่มสาระ โดยใหค้ ณะกรรมการสถานศึกษาลงนามเรยี บร้อยแลว้
3. หลักสูตรสถานศึกษาได้บูรณาการกรอบสาระท้องถิ่นกับรายวิชาพ้ืนฐาน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
รวมถึงการบูรณาการการจัดการศึกษาเพ่ือการมีงานทา การบูรณาการพระบรมราโชบายของในหลวงรัชกาลท่ี
10 และบูรณาการหลักสูตรต้านทุจรติ ศกึ ษากบั รายวิชาพื้นฐานอยา่ งชัดเจน
4. โรงเรียนนาสาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ ของดเี มือง โคราช (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศักราช 2565)
สู่การปฏิบัติในสถานศึกษา ในรูปแบบรายวิชาเพิ่มเติม ช่ือรายวิชา รักษ์แผ่นดินถิ่นโคราช รหัสวิชา
ส20237 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1เวลา 20 ชั่วโมงภาค/
เรยี นจานวน0.5 หนว่ ยกติ
ปญั หาและอุปสรรค
1. จานวนอตั รากาลงั ในบางกลุ่มสาระการเรียนรู้ฯ ยังไม่สอดคลอ้ งการจัดโครงสรา้ งเวลาเรยี น
2. เดิมจานวนเนื้อหาตามสาระการเรียนรู้แกนกลางมีจานวนมากอยู่แล้ว ทาให้การบูรณาการ
เนื้อหาอ่ืน ๆ ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการเข้าไปในหลักสูตรเป็นไปค่อนข้างยาก
เนอื่ งจากเวลาเรยี นไมเ่ พยี ง
ข้อเสนอและความต้องการของโรงเรียน
1. ควรมีแผนการเรียนที่หลากหลายสอดคล้องกับจุดเน้นของโรงเรียนและความต้องการในการ .
ประกอบอาชีพของนักเรียนในอนาคต
2 .ควรมีการอบรมทาความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทาหลักสตู รฐานสมรรถนะให้กับครูและบุคลากรทาง
การศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนให้มี
ประสทิ ธภิ าพตอ่ ไป
79
รปู ภาพประกอบ
การประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั ิการ การพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง2564) ในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564
ณ หอประชุมโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลยั นครราชสีมา
80
งานพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา ได้ดาเนนิ การจดั ทาเล่มหลักสูตรสถานศึกษา
และเล่มหลักสูตรกลุ่มสาระการเรยี นรู้ครบถว้ นท้งั 8 กลมุ่ สาระ
ภาพการนาเสนอหลักสตู รสถานศึกษา พ.ศ. 2565 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พ.ศ. 2551
(ฉบับปรับปรงุ พุทธศกั ราช 2560) ใหค้ ณะกรรมการสถานศึกษาเห็นชอบ ในวันท่ี 6 มกราคม พ.ศ. 2565
81
เลม่ รายงานผลการใช้หลกั สตู รสถานศึกษา เลม่ หลักสูตรทอ้ งถนิ่ ”ของดเี มืองโคราช“
ปีการศึกษา 2564 เรอ่ื ง รกั ษ์แผ่นดินถิน่ โคราช ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ”1
แบบบันทกึ การนิเทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการจดั การศึกษา ครั้งท่ี 4 ประจาปงี บประมาณ 2565
โครงการยกระดบั คุณภาพการศกึ ษาดว้ ยการนเิ ทศบูรณาการโดยใชพ้ ื้นทเี่ ป็นฐาน
สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษานครราชสีมา
82
83
การจัดกระบวนการเรียนรู้ทางประวตั ศิ าสตร์หนา้ ที่พลเมืองและศีลธรรม
1. โรงเรยี นมีการบรหิ ารจดั การเรียนการสอนประวัติศาสตรอ์ ยา่ งไร
1.1 ใช้แนวทาง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่ครู” เป็นแนวทางใน
การจัดกิจกรรม
1.2 ครูผู้สอนในรายวิชาประวัติศาสตร์ ใช้แนวทางการจัดกิจกรรมในส่วนท่ี 3 ของคู่มือในทางการ
จัดกิจกรรมการเรยี นรู้เข้าสหู่ อ้ งเรียนใหเ้ ป็นรูปธรรมโดยมีแนวปฏบิ ัตดิ ังนี้
1.2.1 ศึกษาโครงสร้างการสอน เลือกหน่วย และเร่ืองในการจัดกิจกรรมมา 1 กิจกรรม หรือ
1 เรื่อง
1.2.2 จัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ ท่ีใช้แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ใน
ส่วนที่ 3 มา 1 กิจกรรมหรอื 1 เรือ่ ง
1.2.3 จดั กิจกรรมตามแนวทางที่วางแผนไว้ในส่วนท่ี 3
1.2.4 นาเสนอผลงานนักเรียนจากการนาแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์
จดั ทาเปน็ แฟม้ ผลงาน เพื่อรวบรวมนาเสนอในกจิ กรรมวันเปิดบา้ น โดยมเี อกสารประกอบดงั น้ี
1) โครงสรา้ งการสอน
2) แผนการจดั การเรยี นรแู้ ละบันทึกหลงั การสอน
3) ภาพถ่ายตัวอย่างผลงานนักเรียนจากการนาแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สู่
การปฏิบตั ิในช้ันเรียน (ผลงานจริงของนกั เรยี นนาเสนอในวันเปดิ บา้ น)
2. การจดั การเรียนการสอนประวัตศิ าสตรม์ ปี ัญหา อปุ สรรคหรือไม่ อยา่ งไร
จากปีการศึกษาท่ีผ่านมา นักเรยี นจะต้องเรียนออนไลน์ทาให้กิจกรรมการเตรียมประวตั ิศาสตร์ที่ไม่
น่าสนใจสาหรับอยู่แลว้ มีปัญหาหนักยงิ่ ขึ้นกวา่ เดิมจึงทาให้กจิ กรรมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไม่เร้าความ
สนใจให้กับนกั เรยี น
3. การแก้ไขปัญหา อุปสรรคอย่างไร
สง่ เสรมิ ให้ครูผสู้ อนในรายวชิ าการทากจิ กรรม 1ครู 1 ผลงาน เพือ่ นาเสนอผลงานในวนั เปดิ บา้ น
4. ขอ้ เสนอแนะเพือ่ การพฒั นาการจดั การเรียนการสอนประวัตศิ าสตร์
จัดกิจกรรม 1 ครู 1 ผลงาน โดยมีรูปแบบการนาเสนอผลงานง่าย ๆ ที่ส่งเสริมการนากิจกรรมใน
คู่มือ แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรูป้ ระวตั ิศาสตร์ นาไปสู่ห้องเรยี นให้เกดิ เป็นผลงานนกั เรยี น
5. โรงเรยี นมกี ารบริหารจัดการเรียนการสอนหนา้ ท่พี ลเมืองอยา่ งไร
5.1 บูรณาการในรายวิชาพื้นฐานของแต่ละระดับชั้นโดยจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอุบล
รตั นราชกัญญาราชวทิ ยาลยั นครราชสีมา พุทธศกั ราช 2565
5.2 ครูผู้สอนใช้ แนวทางการบูรณาการของหลักสูตรสถานศึกษานาเข้าสู่ห้องเรียนให้เกิดเป็น
รูปธรรมดังน้ี
ปีการศึกษา 2565 ม.1, ม.4
ปกี ารศกึ ษา 2566 ม.1 ม.2, ม.4 ม.5
ปกี ารศึกษา 2567 ม.1 ม.2 ม.3, ม.4 ม.5
5.3 ส่งเสริมให้ครูสะท้อนแนวทางการบูรณาการโดยจัดทาเป็นกิจกรรม 1 ครู 1 ผลงาน เพ่ือเป็น
สว่ นหนึง่ ของการนิเทศการสอน และนาเสนอในกจิ กรรมวนั เปดิ บ้าน
6. การจดั กิจกรรมการสอน หน้าทพ่ี ลเมือง มีปญั หา อุปสรรค หรือไม่อยา่ งไร
6.1 การเปิดเป็นรายวิชาเพ่ิมเติม ท่ีผ่านมา ส่งผลต่ออัตรากาลังในภาพรวมของกลุ่มสาระการ
เรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั ธรรม คือทาใหค้ รูมีชั่วโมงการสอนมากเกินไป
84
6.2 ผลการพัฒนากิจกรรม “มารยาทไทย” จากสาระการเรียนรู้ของวิชาหน้าท่ีพลเมืองยังไม่อยู่ใน
จุดที่น่าพอใจ สังเกตุได้จากการร่วมกิจกรรมไหว้ครูของตัวแทนนักเรียนท่ีทาหน้าท่ีถือพาน ในปีการศึกษา
2565
7. มีการแก้ไขปญั หา อปุ สรรคอยา่ งไร (ถา้ มี)
7.1 ในการบูรณาการรายวิชาเพ่ิมเติมหน้าที่พลเมือง ทางกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม มีการกาหนดการจดั กิจกรรมประกวดมารยาทไทยงามยกห้อง ในภาคเรียนท่ี 2 หรือภาคเรยี นท่ี
มีการบูรณาการ โดยใช้ชั่วโมงบูรณาการในรายวิชาพ้ืนฐาน ในเนื้อหาเรื่อง “มารยาทชาวพุทธ” ในสาระการ
เรียนรู้ศาสนา ศีลธรรม และจริยธรรมให้เกิดการส่งเสริมการประกวดแข่งขันในระดับช้ันด้วยกันเอง โดยครู
จะต้องสรา้ งสื่อการเรยี นรใู้ หเ้ ปน็ ไปในแนวทางเดยี วกนั
7.2 ในปีการศึกษา 2565 เป็นต้นไป โรงเรียนมีการปรับปรุงหลักสตู ร เพ่ือแก้ไขอัตรากาลัง ที่ไม่
สอดคลอ้ งกบั รายวชิ าเพ่มิ เตมิ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ให้จดั อยใู่ นรรยวชิ าพ้นื ฐานเพอ่ื เปน็ การบรู ณาการ
8. ข้อเสนอแนะเพือ่ การพฒั นาการจัดการเรียนการสอนหน้าที่พลเมือง
8.1 บรู ณาการจัดกิจกรรม “ ประกวดมารยาทไทย งามยกห้อง” ในชัน้ เรียน เพื่อใหน้ ักเรยี นปฏิบัติ
ตนในโอกาสต่างๆได้อยา่ งถูกตอ้ ง
8.2 ส่งเสริมให้ครูได้สะท้อนแนวทางการบูรณาการ โดยจัดทาเปน็ กิจกรรม 1 ครู 1 ผลงาน โดยมี
โครงสร้างการนาเสนอผลงาน ดังน้ี
1) โครงสร้างการสอน
๒) แผนการจดั การเรียนรู้และบันทกึ หลงั การสอน
๓) ภาพถ่ายตวั อยา่ งผลงานนักเรียน อ่ืน ๆ
85
โครงการปลกุ จิตสานึก สรา้ งคน สร้างชาติ ดว้ ยอดุ มการณ์
นักเรียน ครมู คี วามประทับใจและภาคภมู ใิ จที่เกิดมาบนผนื แผ่นดินไทย
86
การจดั การศกึ ษาเรยี นรวม
โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลยั นครราชสีมา ได้มีการดาเนินงานการจัดการศึกษาเรียนรวม
เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาในโรงเรียนจัดการศึกษาแบบเรียนรวม พัฒนาคุณภาพนักเรียนพิการ
เรียนร่วมให้มีความทัดเทียมในด้านสิทธิและโอกาส และส่งเสริมสนับสนุนครูผู้สอนและครุผู้ดูแลนักเรียนให้มี
ความรู้ ความเข้าใจในการดแู ลนักเรียน ดังต่อไปน้ี
1. การคดั กรองนกั เรยี น (เครอ่ื งมือท่ใี ชใ้ นการคดั กรอง)
ข้นั ตอนการคัดกรอง เบื้องต้น
1. ครูประจาช้ัน ครูผู้สอนประจาวิชา สังเกตเห็นปัญหาของนักเรยี นที่ควรได้รับการช่วยเหลอื
เพ่ือใหส้ ามารถเขา้ ถึงการศกึ ษาเปน็ พิเศษ
2. นาเสนอผบู้ รหิ าร เพ่ือพจิ ารณาดาเนินการใช้แบบคดั กรอง
3. ผู้บริหารหรอื ผูไ้ ด้รับมอบหมายพจิ ารณา ว่าควรไดร้ บั การคดั กรอง
4. ขอความรว่ มมือกบั ครู ผูผ้ ่านการอบรมการคดั กรองเพื่อดาเนนิ การคัดกรอง
5. ทาความเข้าใจกับผูป้ กครองและรว่ มมือกับผ้ปู กครองเพื่อชว่ ยเหลอื นักเรียน
6. ขออนญุ าตทาการคัดกรองจากผู้ปกครอง โดยผปู้ กครองลงนามยินยอมให้คัดกรอง ในแบบ
คัดกรอง รวมทั้งยินดีให้สถานศึกษาจัดบรกิ ารช่วยเหลอื ทางการศึกษาพิเศษเม่ือพบว่ามีแนวโนม้ เป็นผ้ทู ่ีมีความ
บกพร่องตามแบบคัดกรอง
7. เตรียมการคัดกรอง
8. ดาเนินการคดั กรอง ควรมีผดู้ าเนนิ การคดั กรอง 2 คน
9. สรปุ ผลการคดั กรองตามเกณฑ์
10. รายงานผลผบู้ ริหารและผูป้ กครองทราบผลการคดั กรอง
11. กรณไี ม่พบความบกพรอ่ ง ใหจ้ ัดการเรียนการสอนโดยหาสาเหตุอน่ื ๆ เพ่ิมเติม
กรณีพบความบกพร่อง มีแนวโน้มเป็นคนพิการและผู้ปกครองยินยอมให้บริการจัด-
การศึกษาพิเศษควรสง่ แพทย์ตรวจวนิ ิจฉยั ออกใบรบั รองแพทย์วินจิ ฉยั ว่าเป็นคนพิการ
กรณีพบความบกพร่อง และผู้ปกครองไม่ยินยอมให้จัดบริการทางการศึกษาพิเศษ -
สถานศึกษาควรพิจารณาร่วมกบั ผู้ปกครองเพ่ือหาแนวทางการจดั การศึกษาต่อไป
12. เม่ือแพทย์ วินิจฉัยและออกใบรับรอง สถานศึกษาต้องนาใบรับรองและข้อมูลจากการคดั
กรองมาประกอบการพจิ ารณาจดั ทา แผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบุคคล และตดิ ตามผลการจดั การเรียนการ
\สอนตามแผน
13. กรณีใช้แบบคัดกรองมากกว่า 1 ประเภท และพบว่ามีแนวโน้มมีความบกพร่อง 2
ประเภทข้นึ ไป ใหส้ รุปเปน็ บันทกึ ข้อความวา่ มีความบกพร่องในลักษณะพกิ ารซอ้ น
การเตรียมการคัดกรอง
1. แบบคดั กรอง เลือกใช้แบบคดั กรองให้สอดคล้องกบั สภาพปัญหาศึกษาทบทวนเน้ือหา
2. เตรยี มสื่อ อุปกรณ์ ไดแ้ ก่ หนงั สอื เรยี น รปู ภาพ แผ่นภาพสี แบบทดสอบ ฯลฯ
3. การสอบถามหรือการสมั ภาษณ์ ข้อมูล จากผู้เก่ยี วข้อง ไดแ้ ก่ ผูป้ กครอง ครูประจาวชิ า ครู
ประจาชั้น พยาบาลประจาโรงเรยี น ข้อมูลสุขภาพ หรอื เพ่ือนักเรียน
4. การเตรียมสถานการณ์ เชน่ ข้อคาถามให้แสดงพฤตกิ รรม คาสั่งใหป้ ฏิบตั ิ
5. การเตรยี มสถานท่ี เปน็ การกาหนดสถานที่เพ่ือสังเกตพฤติกรรม
87
เครื่องมือทใี่ ช้ในการคดั กรอง
อา้ งอิงมาจาก เว็บไซต์ของ ศูนย์การศกึ ษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 นครราชสมี า
https://www.koratsped-11.go.th/sec11/ สามารถดาวน์โหลดเครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการคดั กรองมาใช้ได้
เคร่อื งมือท่ีใช้คัดกรองไดแ้ ก่ แบบคัดกรองบุคคลที่มคี วามบกพร่องทางการเหน็ -
แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพรอ่ งทางการได้ยนิ
แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่อง -
ทางร่างกาย หรอื การเคลอื่ นไหวหรอื สุขภาพ
แบบคัดกรองบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่อง
ทางการพูดและภาษา แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ แบบคัดกรองคนพิการ
ทางการศึกษา บุคคลออทิสติก แบบคัดกรองบุคคลพิการซา้ ซ้อน
ครผู ้คู ดั กรอง (มีความรูค้ วามเข้าใจในการคัดกรองเดก็ )
1. โรงเรียนดาเนินการสารวจรายช่ือส่งตัวแทนครูเข้ารับการอบรม “ผู้ดาเนินการคัดกรองคน
พิการทางการศึกษา”
2. เมื่อผ่านการอบรม จากหน่วยงานท่ีจัดอบรม หน่วยงานที่จัดอบรมจะทาการส่งรายช่ือผู้
ผ่านการอบรมไปยังสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพ่ือเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการ
การศกึ ษา ขนั้ พน้ื ฐานลงนามในวุฒบิ ัตรและข้ึนทะเบยี นเปน็ “ผู้ดาเนนิ การคัดกรองคนพิการทางการศึกษา” ไว้
ท่ีสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานตามแบบวุฒบิ ตั รในภาคผนวก ผู้ผ่านการอบรมจะได้รับ
วุฒิบัตร พร้อมหมายเลข ผู้คัดกรองคนพิการทางการศึกษา ครูผู้ผ่านการอบรม และได้รับหมายเลขผู้คัดกรอง
ของโรงเรียนอบุ ลรตั นราชกญั ญาราชวทิ ยาลัย นครราชสมี า ไดแ้ ก่
1. นางสาวปารชิ าต สงิ หรา หมายเลขผคู้ ัดกรอง เลขที่ ศกศ นม.11 210/2564
2. นางประณยา เจตนา หมายเลขผ้คู ดั กรอง เลขที่ ศกศ นม .11 209/2564
3. นายเอกนนั ท์ ราชเกษร หมายเลขผคู้ ดั กรอง เลขที่ นม .สพม.31-0045/2559
แนวทางการดาเนินการ เพื่อปรับลดจานวนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ มีแนวทาง
ปฏิบตั ิ ดังนี้
1. พัฒนาและจัดหาเครื่องมือการคัดกรอง ความสามารถในการอ่าน การเขียน และการคิด
คานวณที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ โดยการนาแบบคัดกรองที่เช่ือถือได้จาก ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขต
การศึกษา 11 นครราชสมี า มาใช้ในการคดั กรอง ซ่งึ ผทู้ ี่จะทาการคดั กรองนกั เรยี นจะต้องเป็นผู้ทีผ่ ่านการอบรม
และมีหมายเลขผู้คดั กรองแลว้ เทา่ นน้ั
2. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในการเคร่ืองมือ การคัดกรองอย่างถูกต้อง สนับสนุน
การพัฒนาโดย มีการส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมหลักสูตร “ผู้ดาเนินการคัดกรองคนพิการทาง การศึกษา” ที่
จัดการอบรมโดยสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และศูนย์การศึกษาพิเศษ เพื่อให้ บุคลากรมีความรู้เกี่ยวกับ
ประเภทคนพิการทางการศึกษาตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ทัง้ 9 ประเภทอยา่ งถูกต้อง และผู้ทีผ่ า่ นการ
อบรมจะได้รับหมายเลขผู้คัดกรองทีส่ ามารถนามาคัดกรองนกั เรยี นในโรงเรยี นได้
3. จัดทาแนวทางการช่วยเหลอื วิธีการสอนทม่ี ีประสิทธิภาพสาหรับนกั เรยี นท่ีมีภาวะเสย่ี งต่อ
การเรยี นรู้ในการอ่าน การเขียน และการคดิ คานวณ มดี งั น้ี
3.1 การเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล ครูประจาชั้นจะมีการ เยี่ยมบ้านนักเรียน เพ่ือศึกษาประวัติ
ส่วนตัวของนักเรียน ประวัติครอบครัว หากนักเรียนเป็นบุคคลท่ีมีความบกพร่องประเภทต่าง ๆ จะทาให้
สามารถใหก้ ารช่วยเหลือไดอ้ ย่างเหมาะสม
88
3.2 ครูผู้สอนประจาวิชาสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน หากสังเกตเป็นปัญหาของนักเรียน จะได้ทา
การส่งตอ่ มายงั ครทู ่เี ปน็ ผคู้ ัดกรอง ดาเนนิ การตามขน้ั ตอนการคดั กรองทง้ั 13 ข้นั ตอนได้
2. การดาเนนิ งานสง่ เสรมิ สนับสนุนการจดั การศึกษาเรียนรวมในโรงเรียน
3. ครผู สู้ อนนักเรียนพกิ ารเรียนรวมจดั ทาแผน IEP และ IIP
4. ผปู้ กครองและชมุ ชนุ ใหก้ ารสนบั สนนุ
89
โครงการโรงเรยี นมาตรฐานสากลและการจัดการเรียนรู้ IS
ผู้บริหารมีการส่งเสริมและสนับสนุนการดาเนินการทั้งระบบ ด้านหลักสูตร ด้านการจัดการเรียนการ
สอน และด้านการบริหารจัดการ โดยมีจุดมุ่งหมายและแนวทางทีช่ ดั เจน ดังนี้
1.เพือ่ ยกระดับการจัดการเรยี นการสอนใหเ้ ทียบเคยี งมาตรฐานสากล โรงเรยี นมีการใชก้ ระบวนการคัด
กรองในระบบดูแลช่วยเหลอื ผ้เู รยี นเป็นรายบุคคล เพื่อใหส้ ามารถพฒั นาไปสูจ่ ดุ สงู สุดแหง่ ศกั ยภาพ
2.เพ่ือยกระดับการบริหารจัดการของโรงเรียนให้มีการบริหารด้วยระบบคุณภาพตามเก ณฑ์รางวัล
คุณภาพระดับโรงเรียน (School Quality Award : ScQA) และระดับสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พ้นื ฐาน (Office of the Basic Education Commission Quality Award : OBECQA) โดยรูปแบบและแนว
ทางการบริหารจัดการของโรงเรียนให้มีการบริหารด้วยระบบคุณภาพในแต่ละระดับ ทาให้โรงเรียนเกิดการ
พัฒนาอยา่ งมีขัน้ ตอน สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันและบริบทของโรงเรียน
3.เพ่ือพัฒนาผู้เรียนใหม้ ีศักยภาพเป็นพลโลก เน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ ส่ือสารสองภาษา ล้าหนา้
ทางความคิด ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์ และร่วมกนั รบั ผดิ ชอบต่อสงั คมโลก
โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา มีการจัดสอน IS: Independent Study
ในระดับฃั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 และ ม.6 ห้องทวิศกึ ษา 1 ห้อง
90
การพฒั นากระบวนการเรียนรแู้ ละวดั ประเมินผล
การฟนื้ ฟภู าวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (Learning Loss Recovery)
จากการศึกษาผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ท่ีมีต่อการศึกษาในโรงเรียนจากนักเรียนและครู
โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ พบว่านักเรียนและครูที่
ตอบแบบสอบถามมีขนาดกลุ่มตวั อยา่ งที่ระดับความเชือ่ ม่นั .05 มีจานวนสามารถยอมรับได้ในทางสถติ ิ
ผลการสอบถามนักเรียน นักเรียนมีความคิดเห็นว่าตนเองมีความถดถอยในการเรียนรายวิชา
คณิตศาสตร์มากที่สุด (57.72%) รองลงมาได้แก่ รายวิชาวิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ ตามลาดับ ใน
ด้านความใส่ใจ นักเรียนเห็นว่าตนเองมีความเครียดและกังวลกับการเรียนมากท่ีสุด (60.71%) และยังรู้สึกว่า
ตนเองตง้ั ใจ ใส่ใจ และทุ่มเทใหก้ ับการเรยี นลดลง และรูส้ กึ ไมม่ แี รงจูงใจในการเรียน รองลงมาตามลาดับ ในการ
สอบถามประเด็นทางด้านผู้ปกครอง ด้านทักษะการสอนของครู ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน
และปัจจัยแวดล้อมอ่ืน ๆ นักเรียนมีความคิดเห็นในระดับปานกลางทุกประเด็นสอบถาม แต่นักเรียนมีความ
คิดเห็นว่าการมีเวลาใส่ใจของผู้ปกครอง (68.68%) ครูมีวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนมีความน่าสนใจและทาให้
อยากเรียน (67.32%) จานวนคาบเรียนและระยะเวลาของคาบเรียน (65.56%) การเดินทางมาเรียนและ
ค่าใช้จา่ ยในการโรงเรยี น (69.25%) และสภาพสงั คมและสงิ่ แวดล้อมในโรงเรียน (69.25%) มรี อ้ ยละคา่ เฉล่ีย
น้อยกวา่ ประเด็นสอบถามอ่นื ในประเดน็ ด้านเดียวกัน
ผลการสอบถามครู ครูผู้สอนมีความเห็นว่าตนเองมีทักษะการสอนมีค่าเฉล่ียในระดับมากที่สุดในทุก
ประเด็นสอบถาม และพบว่าพฤติกรรมของนักเรียนในห้องเรียนมีความต้ังใจ ใส่ใจ และทุ่มเทให้กับการเรียน
ลดลงมากทีส่ ุด (67.04%) สาหรับประเด็นด้านการปฏิบัตหิ น้าที่ ครมู คี วามคดิ เหน็ ว่าการวัดและประเมินผลให้
สะท้อนความรู้ความสามารถของนักเรียน และจานวนคาบสอนและภาระงานอยู่ในระดับน้อยกว่าประเด็น
สอบถามอ่ืน (81.13%) สาหรับด้านการบริหารและการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน มีระดับความ
คิดเห็นเฉลี่ยในระดับมากถึงมากที่สุดในทุกประเด็นสอบถาม แต่ประเด็นเรื่องโรงเรียนมีงบประมาณสนับสนุน
การจดั การเรียนการสอน (77.46%) น้อยกว่าประเดน็ อืน่ เช่นเดียวกบั ปัจจยั แวดลอ้ มอ่ืน ๆ
ดงั นนั้ จงึ สรุปได้ว่าสถานการณโ์ ควิด-19 ส่งผลตอ่ การศึกษาในโรงเรยี นในระดับปานกลาง โรงเรยี นจึง
ควรฟ้ืนฟูการจัดการเรียนการสอนให้กลับมามีประสิทธิภาพโดยปรับวิธีการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนให้
นักเรียนเกิดแรงจูงใจในการเรยี น ปรับเปล่ียนหัวข้อหรือรายวิชาท่ีเรียนให้น่าสนใจและสอดคล้องกับเหตุการณ์
ปัจจุบัน โดยเฉพาะรายวิชาคณิตศาสตร์ท่ีมีความยากในตัวอยู่แล้ว นอกจากนี้การปรับจานวนคาบสอนและ
จานวนรายวิชาลงน่าจะทาให้นักเรียนมีความเครียดและความกังวลในด้านการเรียนลดลง และสามารถทุ่มเท
ใหก้ ับการเรยี นได้มากขึ้น รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมใหน้ ักเรยี นรสู้ ึกอยากมาเรยี น นา่ จะแนวทางในการฟื้นฟู
การจัดการเรยี นการสอนให้นกั เรียนกลับมาเรยี นได้
Learning Loss ทาใหเ้ ดก็ ตอ้ งสญู เสยี อะไรบ้าง
1. มีปัญหาพัฒนาการด้านภาษาและการส่ือสาร เม่ือเด็กต้องเรียนออนไลน์ท่ีบ้านมักจะไม่ค่อยได้คุย
กบั ใคร นอกจากพ่อแม่ก็ไม่ได้เลน่ กับเพื่อน ไมม่ ีปฏสิ ัมพนั ธ์กับคุณครู การดู YouTube เล่น iPad หรือเล่นเกม
ไม่ได้พัฒนาทักษะภาษาของเด็ก ๆ เมื่อต้องกลับเข้าสู่โรงเรียน ประสิทธิภาพในการเรียนรู้และศักยภาพในการ
ใชภ้ าษาของเขากจ็ ะลดลง
2. ทักษะด้านความสัมพันธ์ถดถอย เด็กบางคนอยู่บ้านจนเกิดความเคยชิน ถ้าถึงวันที่ต้องไปโรงเรียน
อาจเกดิ ภาวะ School Phobia หรือกลวั การไปโรงเรยี น ไม่ชอบ ไมอ่ ยากไปขน้ึ ได
91
3. ขาดระเบียบวินัยความรับผิดชอบ โดยเฉพาะเด็กอนุบาลหรือเด็กประถม เม่ือตอนท่ียังไปโรงเรียน
ได้ เด็กจะถูกฝึกจากโรงเรียน มีแรงจูงใจจากเพ่ือน ๆ และคุณครู เม่ือเด็กมีวินัยทาตามกฎของโรงเรียน
ของหอ้ งเรยี นก็จะไดร้ บั คาชม เป็นกลไกหนึง่ ในการหลอ่ หลอมเขา
4. บุคลิกภาพไม่ได้รับการพัฒนา เม่ืออยู่บ้านนานเกินไป เด็กจะขาดทักษะการเข้าสังคม ซึ่งการเข้า
สงั คม การคบเพ่ือน การทากิจกรรมกบั เพ่ือนของเด็ก ๆ เป็นการพัฒนาบคุ ลิกภาพอย่างหนง่ึ ของเขา
5. การเรียนรชู้ า้ ในแง่ของวชิ าการอ่านเขียน เดก็ อาจมีความรูค้ วามสามารถทางวชิ าการท่ชี ้างลง
ท่ีมาและความสาคญั ของปัญหา
1. การระบาดของ COVID-19 นักเรยี นไมไ่ ดไ้ ปโรงเรียน
1.1 มกี ารแพรร่ ะบาดในโรงเรยี น สง่ ผลใหน้ กั เรยี นยงั คงต้องเรียนทางไกล หรือเรยี น
ดว้ ยวิธีการอ่ืนที่ ไมไ่ ด้มาเรยี นที่โรงเรียนแทน
1.2 ผู้ปกครองเปน็ หว่ งบุตรหลาน จงึ เลือกใหบ้ ตุ รหลานเรียนทางไกล หรือเรยี นด้วย
วธิ กี ารอนื่ ทีไ่ มไ่ ด้มาเรียนทีโ่ รงเรยี นแทน
2. นักเรียนไม่ไดไ้ ปโรงเรยี น นักเรียนเข้าถงึ การศึกษาที่ลดลง
2.1 ความไม่พร้อมในการเรียนของผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ CT เช่น สมาร์ทโฟน
แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ หรือ อินเทอร์เน็ตด้านอุปกรณ์การเรียน การ (เคร่ืองเขียน สมุด โต๊ะ เก้าอี้)
เขา้ ถงึ ไฟฟา้ รวมถงึ บรรยากาศภายในบ้านทีไ่ ม่เออ้ื ตอ่ การเรียนรู้
3. นักเรียนเขา้ ถงึ การศกึ ษาท่ลี ดลง ภาวะถดถอยทางการเรยี นรู้
3.1 การเรยี นทางไกลส่งผลใหน้ ักเรียนขาดปฏสิ ัมพันธก์ ับเพือ่ นและครู
3.2 การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานนามาซ่ึงความอ่อนล้า ความเครยี ด และ ปัญหาสขุ ภาพจิต
3.3 เกิดความเหลื่อมล้าระหว่างนักเรียนท่ีมีความพร้อมในการเรียนที่บ้านกับนักเรียนท่ีไม่
พร้อม รวมถึงโรงเรียนขนาดใหญ่ท่ีมีความพร้อมทางด้านทรัพยากรการจัดการเรียนการสอนมากกว่าโรงเรียน
ขนาดเล็ก
3.4 คณุ ภาพผู้เรยี นลดลง เนอ่ื งจากการเรยี นรู้ของเด็กเล็กลดลงเหลือเพียง 1 -296 จากการ
เรียนรู้ 100% เม่ือเปิดโรงเรียนปกติ
สถานการณ์ถดถอยทางการเรียนรู้
The Active ยืนยันผลการศึกษาธนาคารโลกสานักงานประเทศไทยเกี่ยวกับผลกระทบของโควิด-19
ต้ังแต่มกราคม 2563 ถึงปจั จุบัน ประเทศท่ีถือว่าจัดการศึกษาออนไลน์ในระดับที่ประสบความสาเรจ็ เชน่ จีน
ครูกว่า 70% ยืนยันว่า เคร่ืองมือและระบบท่ีพร้อม มีความเสถียร ช่วยให้การจัดการศึกษาเข้าถึงนักเรียนได้
เพยี ง 60% 40% ของนักเรยี น สพฐ. 6,612,199 คน (2,644,880 คน)
จดุ ประสงค์
1. เพื่อฟืน้ ฟูภาวะถดถอยทางการเรยี นรู้
2. เพ่ือลดความเหล่อื มล้าทางการศกึ ษา
3. เพื่อเพ่ิมคุณภาพการเรียนรู้และคุณภาพชีวิต
92
นโยบายการจัดการเรียนการสอนในการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (Learning Loss)
โรงเรยี นอุบลรตั นราชกัญญาราชวทิ ยาลยั นครราชสมี า มนี โยบายการจัดการเรียนการสอนในการฟ้นื ฟู
ภาวะถดถอยทางการเรยี นรู้ ดังน้ี
1. โครงการ “พานอ้ งกลบั มาเรยี น”
นโยบายเร่งด่วนของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ภายใต้แนวคิด “จะไม่ท้ิงใครไว้ข้างหลัง” ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
(COVID-19) ในประเทศ ไทย ส่งผลกระทบต่อทกุ ภาคสว่ นของสังคมไทย รวมถึงการจดั การศกึ ษา ซงึ่ ทาให้การ
จัดการเรียนการสอนเปล่ียนไป นอกจากนี้ยังพบว่ามีนักเรียนตกหล่น ออกกลางคัน หรือหลุดออกจากระบบ
มากข้ึน รวมถึงเด็กท่ีขาดโอกาส ไม่มีความ พร้อม และอาจทาให้เด็กเหลา่ นี้ ต้องเผชิญกับปัญหาการใชแ้ รงงาน
ตลอดจนส่งิ ผดิ กฎหมายตา่ ง ๆ ซงึ่ ทาให้เสยี โอกาส ในการพฒั นาตนเอง การมีคุณภาพชีวิตท่ดี ี รวมถึงการมีงาน
ทดี่ ที า ดังนั้นสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายนาเด็กที่ขาดโอกาส
เหล่าน้ีกลับสู่ห้องเรียน โดยจะมีโครงการส่งเสริมโอกาสความเสมอ ภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา “พา
นอ้ งกลบั มาเรียน”
ดังน้ันทางงานฝ่ายวิชาการโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา ได้มีการ
สารวจนักเรียน ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ปีการศึกษา 2564 และปีการศึกษา 2565 ตามลิงค์
รายละเอยี ด ดังน้ี
1. ฝ่ายวิชาการขออนุญาตสารวจรายช่ือนักเรียนท่ีขาดเรยี นนานเกิน 14 วัน หรือติดต่อไม่ได้
ในปีการศกึ ษา 2564 (ตามโครงการพานอ้ งกลับมาเรยี นของสพฐ.)
2. งานฝ่ายกิจการนักเรียนได้กากับติดตามโดยให้ครูหัวหน้าระดับให้ครูที่ปรึกษากรอกข้อมูล
ให้รายละเอียด เพ่อื กากับตดิ ตามนักเรยี นใชร้ ะบบดชู ่วยเหลือนักเรียน ดงั น้ี
3. ครูที่ปรึกษากากับติดตามนกั เรียนท่ีมีปัญหา ขาดเรียนนาน ติด 0,ร,มส มีปัญหาทางสภาพ
ครอบครัวของนักเรียนและปัญหาอ่ืนๆที่เป็นสาเหตุให้นักเรียนออกกลางคัน หรือหลุดออกจากระบบมากข้ึน
รวมถึงเด็กที่ขาดโอกาส ไม่มีความพร้อม และอาจทาให้เด็กเหล่านี้ ต้องเผชิญกับปัญหาการใช้แรงงานต่าง ๆ
เปน็ ต้น
4. ครูแนะแนวให้ความช่วยเหลือดูแลนักเรียนท่ีมีปัญหาขาดเรียนนาน ติด 0,ร,มส มีปัญหา
ทางด้านเศรษฐกิจ มีปัญหาทางสภาพครอบครัวของนักเรียนและปัญหาอ่ืนๆท่ีเป็นสาเหตุให้นักเรียนออก
กลางคัน หรือหลุดออกจากระบบมากข้ึน รวมถึงเด็กที่ขาดโอกาส ไม่มีความพร้อมในการเรียนเพ่ือหาแนว
ทางแก้ไขปญั หานักเรียนกลุม่ นีต้ ่อไป
5. ปัญหานักเรยี น
93
94
ภาพกิจกรรม “พานอ้ งกลบั มาเรียน”
95
คาส่งั โรงเรียนอุบลรตั นราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมาท่ี 2565/
เรือ่ ง การแตง่ ตงั้ คณะกรรมการดาเนินงานตดิ ตามคน้ หานกั เรียนตกหล่นและนักเรียนออกกลางคนั
ให้กลบั สเู่ ขา้ ระบบการศกึ ษา ปกี ารศกึ ษา 2565
**************************************************
ตามที่ นโยบายรัฐบาลมีนโยบาย โดยให้ความสาคัญกับประชาชนทุกกลุ่มให้ ”ไม่ท้ิงใครไว้ข้างหลัง“
ได้รับสิทธิ์และโอกาสอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน กระทรวงศึกษาธิการไดเ้ ลง็ เห็นความสาคัญในการดาเนินการ
ตามบทบาทและภารกจิ การจัดการการศึกษาตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล โดยเฉพาะในชว่ งสถานการณ์การแพร่
ระบาด ของโรคติดต่อเช้ือไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ท่ีส่งผลกระทบทาให้เด็กหลุดออกจากระบบ
การศึกษาจานวนมาก จึงจะทาโครงการส่งเสริมโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา พา“
โดยบรู ณาการดาเนนิ การรว่ ”นอ้ งกลับมาเรยี นมกัน ) หนว่ ยงานภายใตบ้ ันทึกข้อตกลงความรว่ มมือ 12MOU(
เพื่อสร้างโอกาสให้กับเด็กท่ีหลุดออกจากระบบการศึกษาทั้งเด็กปกติและเด็กพิการให้ได้ รับการศึกษาที่ดีมี
คณุ ภาพ
จึงอาศัยอานาจตามมาตรา วรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ 39
ศ.2546.กระทรวงศึกษาธิการ พและมาตรา (1) 27แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการและบุคลากร
ทางการศึกษา พ ศ.2547.แต่งตั้งคณะกรรมการดาเนินการติดตาม ค้นหานักเรียนตกหล่นและเด็กออก
กลางคนั ใหก้ ลับเข้าสรู่ ะบบการศกึ ษา แตง่ ต้งั ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาปฏิบัตหิ น้าทด่ี ังต่อไปนี้
นางพรรษสรณ์ ภรู ิวฒั น์วงษ์ นางสาววนิดา ชยั โชค
6/6 ก ข
ชนั้ ห้อง ครทู ปี่ รึกษา หอ้ ง ครูท่ปี รกึ ษา
ข นางสาววนัสนันท์ นาตรีชน
6/7 ก นางวิภาดา จริตธรรม
6/8 ก นางบังอร ชศู รียง่ิ ข นางสาวมณีรัตน์ โพธพ์ิ รม
6/9 ก นายกาเพลิง พันธุด์ ี ข นายศกั ดิ์ชยั จริตธรรม
6/10 ก นางสาวหนงึ่ ฤทยั หาญนอก ข นายวศิ รตุ หนกู ลาง
6/11 ก นายบุญชอบ เพ่มิ พลู ข นายบุญชอบ เพมิ่ พลู
6/12 ก นางสาวนอ้ มจิตร เฉลยไกร ข นางสาวนอ้ มจิตร เฉลยไกร
96
2. กิจกรรมของนักเรยี นท่ีบาเพญ็ ประโยชน์