เห่ชมปลา (ต่อ)
"นวลจนั ทรเ์ ป็นนวลจริง เจ้างามพรง้ิ ยง่ิ นวลปลา
คางเบอื นเบือนหน้ามา ไม่งามเทา่ เจา้ เบือนชาย
ไมเ่ หมอื นน้องห่มตาดพราย
เพยี นทองงามดั่งทอง ดัง่ สายสวาทคลาดจากสม
กระแหแหห่างชาย อนั แก้มนอ้ งชา้ เพราะชม
เหมอื นทกุ ขพ์ ที่ ่ีจากนาง
แกม้ ชา้ ชา้ ใครต้อง ขาวพรายชว่ งสสี าอาง
ปลาทกุ ทกุ ขอ์ กกรม งามเรอื งเร่อื เน้อื สองสี
น้าเงนิ คือเงินยวง กาพยเ์ ห่เรือ : เจา้ ฟา้ ธรรมธเิ บศร
ไมเ่ ทียบเปรยี บโฉมนาง
เห่ชมปลา (ต่อ)
ปลากรายวา่ ยเคียงคู่ เคลา้ กันอยดู่ งู ามดี
แตน่ างหางเหนิ พ่ี เหน็ ปลาเคลา้ เศร้าใจจร
หางไกค่ ลา้ ยไม่มีหงอน
หางไกว่ า่ ยแหวกว่าย ผมประบา่ อ่าเอี่ยมไร
คิดอนงคอ์ งคเ์ อวอร ว่ายเวียนวนปนกนั ไป
ไม่เห็นเจ้าเศรา้ บ่วาย
ปลาสร้อยลอยลอ่ งชล เนอ้ื น้องหรอื ออ่ นทง้ั กาย
เหมือนสร้อยทรงทรามวยั ไม่วายนกึ ตรกึ ตรึงทรวง
เนือ้ ออ่ นอ่อนแตช่ ื่อ กาพยเ์ ห่เรือ : เจ้าฟา้ ธรรมธเิ บศร
ใครต้องขอ้ งจติ ชาย
เห่ชมปลา (ตอ่ )
ปลาเสือเหลือทต่ี า เล่ือมแหลมกวา่ ปลาทง้ั ปวง
เหมือนตาสดุ าดวง ดแู หลมล้าขาเพราคม
เห็นคล้ายคลา้ ยนา่ เชยชม
แมลงภคู่ ู่เคียงวา่ ย สนทิ เคลา้ เจา้ เอวบาง
คิดความยามเมอ่ื สม คดิ สดุ าอ่าองค์นาง
เสน้ เกศสลวยรวยกล่ินหอม
หวีเกศเพศชื่อปลา ชะวาดแอบแปบปนปลอม
หวเี กลา้ เจา้ สระสาง จอมสวาดินาฏบังอร"
ชะแวงแฝงฝ่ังแนบ กาพยเ์ หเ่ รอื : เจ้าฟา้ ธรรมธเิ บศร
เหมือนพีแ่ นบแอบถนอม
๑
๒
๓
เป็นบทชมดอกไม้และพรรณไม้ ๑๘ ชนิด เริ่มต้นด้วยโคลงส่ีสุภาพ ๑ บท และตาม
ด้วยกาพย์ยานี ๑๑ จานวน ๑๒ บท กล่าวชมความงามของพันธ์ุไม้และดอกไม้
ชนิดต่าง ๆ เปรียบเทยี บกับความงามและความคดิ ถงึ ทีม่ ีตอ่ นางอนั เป็นทร่ี ัก
โคลง ๏ เรือชายชมมิง่ ไม้ มพี รรณ
ริมทา่ สาครคันธ์ กลิ่นเกลี้ยง
เพล็ดดอกออกแกมกนั ชูช่อ
หอมหื่นร่ืนรสเพ้ยี ง กลน่ิ เนือ้ นวลนาง ๚
กาพย์ ๏ เรือชายชมมิ่งไม้ ริมทา่ ไสวหลากหลายพรรณ
เพล็ดดอกออกแกมกนั สง่ กลิน่ เกล้ียงเพียงกลนิ่ สมร
กาพย์ยานี ๑๑ กล่าวถึงพรรณไม้ ดอกไม้ชนิดต่าง ๆ ได้แก่
ดงั บทประพันธ์ "ชมดวงพวงนางแย้ม บานแสล้มแยม้ เกสร
แย้มโอษฐ์ยม้ิ พริม้ พรายงาม
คดิ ความยามบังอร คลกี่ ลบี เหลืองเรอื งอรา่ ม
ผวิ เหลืองกว่าจาปาทอง
จา้ ปาหนาแนน่ เนื่อง ระยา้ ย้อยห้อยพวงกรอง
เจา้ แขวนไวใ้ หเ้ รียมชม
คดิ คะนงึ ถงึ นงราม พกิ ลุ แกมแซมสุกรม
เหมอื นกลนิ่ นอ้ งตอ้ งตดิ ใจ
ประยงคท์ รงพวงหอ้ ย
กาพยเ์ ห่เรือ : เจา้ ฟา้ ธรรมธเิ บศร
เหมือนอบุ ะนวลละออง
พดุ จบี กลบี แสลม้
หอมชวยรวยตามลม
สาวหยดุ พุทธชาด บานเกล่ือนกลาดดาษดาไป
นึกน้องกรองมาลัย วางใหพ้ ข่ี า้ งทน่ี อน
กล่ินหอมหวานซ่านขจร
พิกุลบนุ นาคบาน เห็นจะวอนออ้ นพชี่ าย
แมน้ นชุ สุดสายสมร บานบษุ บงสง่ กลนิ่ อาย
คลา้ ยกลน่ิ ผา้ เจา้ ตราตรู
เต็งแต้วแก้วกาหลง ดอกเปน็ พวงรว่ งเรณู
หอมอยู่ไม่รูห้ าย ชชู นื่ จิตรคดิ วนดิ า
มะลวิ ัลยพ์ นั จกิ จวง กาพยเ์ ห่เรอื : เจ้าฟา้ ธรรมธิเบศร
หอมมาน่าเอ็นดู
ลา้ ดวนหวนหอมตระหลบ กล่ินอายอบสบนาสา
นึกถวลิ กลิ่นบหุ งา ราไปเจา้ เศรา้ ถงึ นาง
คดิ พเี่ คยเชยกลน่ิ ปราง
รวยรินกล่ินรา้ เพย ห่อนแหห่างวา่ งเวน้ วนั
น่ังแนบแอบเอวบาง ศรเี สาวภาคยห์ ลากหลายพรรณ
จะออ้ นพช่ี ีช้ มเชย"
ชมดวงพวงมาลี
วนดิ ามาดว้ ยกนั กาพยเ์ ห่เรือ : เจ้าฟา้ ธรรมธเิ บศร
ทบทวนพนั ธ์ไุ ม้
เป็นบท เริ่มต้นด้วยโคลงสี่สุภาพ ๑ บท ตามด้วย
กาพย์ยานี ๑๑ จานวน ๑๒ บท ชมนกชนิดต่าง ๆ
โคลง ๏ รอนรอนสุรยิ โอ้ อัสดง
เรอ่ื ยเรื่อยลับเมรุลง ค่าแล้ว
รอนรอนจิตจา่ นง นุชพี่ เพียงแม่
เรือ่ ยเรอื่ ยเรยี มคอยแก้ว คลับคลา้ ยเรียมเหลยี ว ฯ
กาพย์ ๏ เรื่อยเรือ่ ยมารอนรอน ทพิ ากรจะตกต่า
สนธยาจะใกลค้ ่า คา่ นงึ หนา้ เจ้าตราตรู
๏ เร่ือยเรอื่ ยมาเรยี งเรียง นกบินเฉียงไปท้ังหมู่
ตัวเดียวมาพลดั คู่ เหมือนพ่ีอยู่ผู้เดยี วดาย
กาพย์ยานี๑๑ กล่าวถงึ นก ๑๐ ชนดิ ได้แก่ นกยงู นกสร้อยทอง นกสาลิกา นกนางนวล นกแก้ว
นกไกฟ่ า้ นกแขกเตา้ นกดเุ หว่า นกโนรี และนกสตั วา ดังบทประพันธ์
เห็นฝูงยงู ราฟอ้ น คิดบังอรรอ่ นรากราย
สรอ้ ยทองย่องเย้ืองชาย เหมือนสายสวาทนาดนวยจร
สาลกิ ามาตามคู่ ชมกันอยู่สู่สมสมร
แตพ่ นี่ อี้ าวรณ์ หอ่ นเห็นเจา้ เศร้าใจครวญ
นางนวลนวลน่ารัก ไมน่ วลพกั ตรเ์ หมอื นทรามสงวน
แกว้ พีน่ สี้ ดุ นวล ดัง่ นางฟา้ หน้าใยยอง
นกแกว้ แจว้ แจ่มเสียง จับไม้เรียงเคยี งคู่สอง
เหมือนพนี่ ี้ประคอง รบั ขวัญน้องต้องมอื เบา
กาพยเ์ หเ่ รือ : เจา้ ฟา้ ธรรมธิเบศร
ไก่ฟ้ามาตวั เดียว เดินท่องเท่ยี วเล้ยี วเหลีย่ มเขา
เหมอื นพรากจากนงเยาว์ เปล่าใจเปลย่ี วเหลียวหานาง
แขกเต้าเคลา้ คูเ่ คยี ง เรยี งจบั ไม้ไซ้ปกี หาง
เรยี มคะนงึ ถงึ เอวบาง เคยแนบขา้ งรา้ งแรมนาน
ดเุ หวา่ เจ่าจบั ร้อง สนนั่ ก้องซอ้ งเสยี งหวาน
ไพเราะเพราะกงั วาน ปานเสียงนอ้ งร้องสงั่ ชาย
กาพยเ์ หเ่ รอื : เจา้ ฟ้าธรรมธเิ บศร
โนรีสปี านชาด เหมอื นช่างฉลาดวาดแตม้ ลาย
ไม่เท่าเจา้ โฉมฉาย ห่มตาดพรายกรายกรมา
คอยหาคูอ่ ยเู่ อกา
สตั วาน่าเอ็นดู ครวญหาเจา้ เศรา้ เสียใจ
เหมอื นพท่ี ่ีจากมา บา้ งชมกนั ขนั เพรียกไพร
ลว้ นหลายหลากมากภาษา
ปกั ษีมหี ลายพรรณ
ยิง่ ฟงั วงั เวงใจ กาพยเ์ หเ่ รอื : เจ้าฟา้ ธรรมธเิ บศร
อ
ทบทวนพันธ์นุ ก
“นอกจากรปู แบบในการประพนั ธ์ กาพยเ์ หเ่ รอื
ทก่ี ลมกลืนกบั เน้ือหาอยา่ งแนบเนียนแลว้
ยังมีกลวิธีในการประพนั ธ์อีกประการไหนบ้าง
จงยกตัวอย่าง”
เป็นจุดเด่นในพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร เพราะทรงเลือกใช้คาได้ไพเราะ
และเหมาะสม เชน่ กลา่ วคือ ทรงใชค้ าทีท่ าใหเ้ ห็นความงามอย่างกว้างขวาง มีสง่า สมฐานะ
ดังบทประพนั ธ์
"ปางเสด็จประเวศดา้ ว ชลาลัย
ทรงรัตนพิมานชยั กง่ิ แกว้
พรงั่ พร้อมพวกพลไกร แหนแห่
เรอื กระบวนตน้ แพร้ว เพริศพรง้ิ พายทอง"
กาพยเ์ ห่เรือ : เจา้ ฟา้ ธรรมธเิ บศร
๑.๒ ใช้คาได้เหมาะสมกับเวลา เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรทรงบรรยายการเดินทางตั้งแต่เวลาเช้า คือ
เร่ิมพรรณนากระบวนเรือ เมื่อเรือออกจากท่าเห็นหมู่ปลาหลายชนิดก็ชมปลา ยามเท่ียงแดดร้อนเรือ
ก็เลียบฝ่งั เชน่ ในบทเห่ชมนกไดบ้ อกเวลาเอาไวช้ ัดเจนว่าเปน็ ตอนเย็นใกล้ค่า ดงั ตัวอยา่ งบทประพันธ์
"รอนรอนสุริยโอ้ อสั ดง
เร่ือยเรื่อยลบั เมรลุ ง ค่าแลว้ "
กาพยเ์ ห่เรือ : เจ้าฟา้ ธรรมธเิ บศร
โดยมักเป็นเหตุการณ์ท่ีเกี่ยวกับความรัก เช่น การพลัด
พรากจากนางอันเป็นท่ีรักทาให้เกดิ ทกุ ข์ เมื่อสมหวงั กม็ คี วามสขุ ดงั ตวั อย่างบทประพันธ์
"เร่อื ยเร่ือยมาเรียงเรียง นกบินเฉยี งไปทั้งหมู่
ตวั เดียวมาพลดั คู่ เหมอื นพีอ่ ย่ผู ู้เดยี วดาย"
กาพยเ์ หเ่ รือ : เจา้ ฟ้าธรรมธิเบศร
จากตัวอยา่ งจะเห็นวา่ การพลัดพรากจากคนรักนน้ั เป็นความทกุ ขใ์ หญห่ ลวง เกิดความรู้สึก
วา้ เหว่ เหงา อ้างว้าง เพราะอยู่ตวั คนเดยี ว
คอื การใชค้ าให้มเี สยี งหนกั เบา ส้นั ยาว สงู ตา่ เพือ่ ทาใหส้ ง่ สัมผัสถึงกนั ไดอ้ ยา่ งไพเราะ
จะมีท้งั สมั ผสั นอกและสัมผสั ใน ดงั ตัวอยา่ งบทประพนั ธ์
"สมรรถชัยไกรกาบแกว้ แสงแวววับจับสาคร
เรยี บเรียงเคียงคู่จร ดังร่อนฟ้ามาแดนดิน"
กาพยเ์ ห่เรอื : เจ้าฟา้ ธรรมธิเบศร
มกั จะเป็นสมั ผัสใน ดังตวั อยา่ งบทประพนั ธ์
"เร่ือยเรื่อยมารอนรอน ทิพากรจะตกต่า้
สนธยาจะใกลค้ ่า คานงึ หน้าเจา้ ตราตรู
"
กาพยเ์ ห่เรือ : เจา้ ฟา้ ธรรมธิเบศร
ดังตวั อยา่ งบทประพนั ธ์ เป็นการเลียนเสียงสัตว์ ฟ้าร้อง ฝนตก ลมพัด ฯลฯ
"นกแก้วแจ้วแจ่มเสยี ง
จับไม้เรยี งเคียงคู่สอง
เหมอื นพน่ี ี้ประคอง รับขวัญนอ้ งต้องมอื เบา"
กาพยเ์ หเ่ รือ : เจา้ ฟา้ ธรรมธเิ บศร
คือ การซา้ คา ซา้ ความ ซา้ อักษร เหมอื นการใช้สัมผัส ดังตวั อย่างบทประพันธ์
"แกม้ ช้าช้าใครต้อง อันแก้มน้องช้าเพราะชม
ปลาทุกทุกขอ์ กกรม เหมอื นทกุ ขพ์ ่ีทจี่ ากนาง"
กาพยเ์ ห่เรอื : เจ้าฟา้ ธรรมธเิ บศร