เป็นการกล่าวเปรียบเทียบโดยยกสิ่งหน่ึงมา แล้วยกอีกสิ่ง
หนง่ึ มา จะพบในบทชมปลา ชมไม้ ชมนก บทเหค่ รวญ และการใช้พรรณนาโวหารทุกตอน
ดังตัวอยา่ งบทประพนั ธ์
"ปลาเสอื เหลอื ท่ีตา เลื่อมแหลมกวา่ ปลาท้งั ปวง
เหมือนตาสดุ าดวง ดูแหลมล้าขาเพราคม"
กาพย์เห่เรือ : เจ้าฟ้าธรรมธเิ บศร
เปน็ การกลา่ วทม่ี ุ่งผลทางอารมณ์มากกว่า ดังบทประพันธ์
"แต่เช้าเท่าถงึ เยน็ กลา้ กลนื เข็ญเปน็ อาจิณ
ชายใดในแผ่นดิน ไม่เหมอื นพี่ทต่ี รอมใจ"
กาพย์เห่เรอื : เจา้ ฟา้ ธรรมธิเบศร
เป็นเรื่องเกยี่ วกบั รสชาตขิ องคา ทใ่ี ห้ท้งั รปู รส กลน่ิ เสยี ง แสง สี และสมั ผสั
ดังตวั อย่างบทประพนั ธ์
"ล้าดวนหวนหอมตรหลบ กลนิ่ อายอบสบนาสา
นึกถวลิ กล่ินบุหงา ร้าไปเจา้ เศร้าถึงนาง"
กาพยเ์ ห่เรือ : เจา้ ฟา้ ธรรมธเิ บศร
เป็นการกลา่ วชมดอกไมอ้ ันมีกลน่ิ หอม คือ ดอกลาดวน ทาใหก้ วคี ดิ ถึงกลิ่นของบหุ งาราไป
ซึง่ ปรุงไวเ้ ป็นเคร่ืองหอม
เรามวี ธิ อี นุรักษ์ส่งิ ที่มีคุณคา่ ของบ้านเมอื ง
ได้อยา่ งไรบา้ ง จงยกตวั อย่าง
กาพย์เห่เรือพระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร มีเน้ือความกล่าวถึงการเดินทางด้วยกระบวน
พยุหยาตราทางชลมารค จากกรุงศรีอยุธยาไปจนถงึ ท่าเจ้าสนุก ซึ่งในระหว่างการเดินทาง กวีได้เห็น
ชวี ิตและความเปน็ อยู่ของผ้คู นรมิ สองฝ่ังแมน่ ้า ดงั ต่อไปนี้
การดารงชีวิตของคนไทยย่อมอาศัยปัจจัยส่ี คือ อาหาร ยา
ท่ีอยู่อาศัย เคร่ืองนุ่งห่ม ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ในการดารงชีวิต แต่ในกาพย์เห่เรือของ
เจ้าฟ้าธรรมธเิ บศร มักจะกลา่ วถงึ เคร่อื งนงุ่ หม่ ดังบทประพันธ์
"เพียนทองงามดง่ั ทอง ไม่เหมือนนอ้ งห่มตาดพราย
กระแหแหห่างชาย ดง่ั สายสวาทคลาดจากสม"
กาพยเ์ หเ่ รอื : เจา้ ฟ้าธรรมธเิ บศร
เป็นผ้าที่ใชส้ าหรบั ผูด้ มี สี กุลหรือเจ้านาย
มีลักษณะเปน็ ผ้าทอดว้ ยด้ินทอง ขณะทีถ่ ูกแสงสวา่ งจะสะทอ้ น
เป็นสที องแวววาว เปรยี บไดก้ บั ครีบของปลาตะเพยี นทอง
ทแ่ี หวกว่ายในน้า
ประเพณี คือ ความประพฤติของกลุ่มคนที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็น
เวลานาน จนกลายเปน็ รูปแบบเดยี วกันและเป็นท่ยี อมรับของทกุ คน ซึง่ ในกาพย์เหเ่ รอื ได้สะทอ้ นให้เหน็
ถงึ ดังบทประพนั ธ์
"นาวาแนน่ เป็นขนดั ล้วนรูปสัตวแ์ สนยากร
เรอื ร้วิ ทิวธงสลอน สาครลน่ั ครั่นครนื้ ฟอง
เรือครุฑยุดนาคหิ้ว ลิ่วลอยมาพาผนั ผยอง
พลพายกรายพายทอง รอ้ งโห่เหโ่ อ้เหม่ า"
กาพยเ์ ห่เรอื : เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร
ค่านิยม คือ ความเชื่ออย่างหน่ึงซึ่งมีลักษณะถาวร โดยเชื่อว่าวิถีปฏิบัติ
บางอย่างหรือเป้าหมายของชีวิตบางอย่างนั้น เป็นสิ่งที่ตนเองหรือสังคมเห็นชอบและควรท่ีจะยึดถือ
ปฏิบัติ ภาพสะทอ้ นด้านคา่ นยิ มท่ปี รากฏจากกาพย์เหเ่ รอื
ดงั บทประพันธ์
"แมลงภคู่ ่เู คียงว่าย เห็นคลา้ ยคล้ายน่าเชยชม
คิดความเม่ือยามสม สนทิ เคล้าเจ้าเอวบาง"
กาพยเ์ ห่เรือ : เจ้าฟา้ ธรรมธิเบศร
"จาปาหนาแน่นเนือง ดงั บทประพันธ์
คิดคะนึงถงึ นงราม
คล่กี ลีบเหลอื งเรอื่ งอรา่ ม
ผวิ เหลืองกวา่ จ้าปาทอง"
กาพยเ์ ห่เรือ : เจา้ ฟา้ ธรรมธิเบศร
"นางนวลนวลนา่ รัก คือ ชมว่ามีความนวลงาม ดงั บทประพนั ธ์
แก้วพนี่ ส้ี ดุ นวล
ไมน่ วลพกั ตร์เหมอื นทรามสงวน
ด่งั นางฟา้ หนา้ ใยยอง"
กาพยเ์ ห่เรอื : เจา้ ฟา้ ธรรมธเิ บศร
คอื การกล่าวถึงสตรที ่ีมผี วิ กายหอมต้องใจชาย ดังบทประพันธ์
"พดุ จีบกลบี แสลม้ พิกลุ แกมแซมสกุ รม
หอมชวยรวยตามลม เหมอื นกลนิ่ น้องต้องตดิ ใจ"
กาพยเ์ ห่เรอื : เจ้าฟา้ ธรรมธเิ บศร
ดังที่ปรากฎในกาพยเ์ ห่เรอื ดังบทประพันธ์
"หางไก่วา่ ยแหวกวา่ ย หางไกค่ ล้ายไม่มหี งอน
คดิ อนงคอ์ งคเ์ อวอร ผมประบ่าอ่าเอี่ยมไร"
กาพยเ์ หเ่ รอื : เจา้ ฟา้ ธรรมธิเบศร
"ปลาเสือเหลอื ทีต่ า ดังบทประพนั ธ์
เหมือนตาสุดาดวง
เลอื่ มแหลมกวา่ ปลาทง้ั ปวง
ดแู หลมลา้ ขาเพราคม"
กาพยเ์ หเ่ รือ : เจา้ ฟ้าธรรมธเิ บศร
กล่าวคือ สตรีชั้นสูงในสมัยอยุธยาตอน
ปลายจะตอ้ งเกง่ การบา้ นการเรอื น ดงั บทประพนั ธ์
"ประยงค์ทรงพวงหอ้ ย ระยา้ ย้อยหอ้ ยพวงกรอง
เหมอื นอบุ ะนวลละออง เจ้าแขวนไวใ้ ห้เรียมชม"
กาพยเ์ หเ่ รือ : เจา้ ฟา้ ธรรมธเิ บศร