นายกติ ติชยั กอ้ นแกว้
โรงเรยี นไทรโยคมณกี าญจน์วิทยา จังหวดั กาญจนบรุ ี
เอกสารประกอบการสอน
สรุปวรรณคดี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ท่ปี รึกษา
นายไชยพร มะลลิ า ผอู้ านวยการ
นายทินกร ชชู ่วย รองผูอ้ านวยการ
นายวฒุ ิชยั ชูช่ืน รองผู้อานวยการ
นางสุดทัย ลอยเมฆ หัวหนา้ ฝา่ ยวิชาการ
นายมณฑกานต์ จติ กล้า ทป่ี รึกษา
นางสาวชนานันท์ กมุ่ พรม หวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ
รวบรวม/เรียบเรยี ง/ออกแบบ
นายกิตตชิ ยั กอ้ นแก้ว
ตรวจทาน/พสิ จู นอ์ กั ษร
นายวสนิ ท์ ภู่ระหงษ์
เผยแพร่ครั้งท่ี ๑ วันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔
โรงเรยี นไทรโยคมณีกาญจนว์ ิทยา
ตาบลลุ่มสุม่ อาเภอไทรโยค จงั หวัดกาญจนบรุ ี 71150
โทรศัพท์ : 034591016
โทรสาร : 034591181
คานา
เอกสารประกอบการสอน “สรุปวรรณคดี ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย” เล่มน้ี
จัดทาข้ึนเพ่ือใช้ในการประกอบการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ช้ันมัธยมศึกษา
ปีที่ ๔ และชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลายทกุ คน โดยมีเน้ือหาและภาพทเี่ ข้าใจง่าย นอกจากน้ี
ยังมุ่งหวังให้เป็นเอกสารเพ่ือศึกษาค้นคว้าของนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจท่ัวไป
ซ่ึงเป็นวรรณคดีที่กระทรวงศึกษาธิการได้กาหนดให้เรียนในระดับช้ันมัธยมศึกษา
ตอนปลาย จานวน ๑๙ เรือ่ ง โดยแบง่ เปน็ หวั ข้อในการศึกษา ๖ หวั ข้อ ได้แก่
๑. ผูแ้ ต่ง
๒. ลกั ษณะการแตง่
๓. ที่มา
๔. แนวคิดสาคัญ
๕. สรุปเนอื้ เร่ือง
๖. ประโยชน์และคุณคา่ ทไ่ี ด้จากเรือ่ ง
ขอขอบคณุ ท่านผูอ้ านวยการ นายไชยพร มะลลิ า ผู้อานวยการโรงเรียนไทรโยคมณี-
กาญจน์วิทยา ท่านรองผู้อานวยการ หัวหน้าฝ่ายวิชาการ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย และผูม้ สี ่วนเกย่ี วข้องทกุ ทา่ น
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารประกอบการสอนเล่มน้ีคงจะเป็นประโยชน์และ
เพ่มิ พูนความรแู้ ก่นกั เรยี น นักศกึ ษา และผสู้ นใจทัว่ ไป และหากมีความผิดพลาดประการ
ใดกข็ ออภัย มา ณ โอกาสนี้
นายกิตติชยั ก้อนแก้ว
ผู้จัดทา
สรปุ วรรณคดี ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ก
สอา้ารงบอิงัญ หนา้
เร่อื ง 1
5
1. บทนมสั การมาตาปิตุคุณและบทนมัสการอาจรยิ คุณ 9
2. อิเหนา ตอน ศึกกะหมงั กหุ นงิ 13
3. นทิ านเวตาล เร่ืองที่ 10 17
4. นริ าศนรินทรค์ าโคลง 22
5. หวั ใจชายหนมุ่ 26
6. ทุกข์ของชาวนาในบทกวี ๓๑
7. มงคลสูตรคาฉนั ท์ 36
8. มหาชาติหรือมหาเวสสันดรชาดก 40
9. มหาเวสสันดรชาดกกัณฑม์ ัทรี 45
10. ลิลติ ตะเลงพา่ ย 49
11. มทั นะพาธา 53
12. คัมภีรฉ์ ันทศาสตร์ แพทย์ศาสตรส์ งเคราะห์ 57
13. โคลนตดิ ล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน 61
14. ขนุ ชา้ งขุนแผน ตอน ขนุ ชา้ งถวายฎกี า 65
15. สามก๊ก ตอน กวนอูไปรับราชการกับโจโฉ 69
16. กาพย์เห่เรอื 73
17. สามคั คเี ภทคาฉนั ท์ 77
18. ไตรภูมพิ ระร่วง 78
19. ขัตตยิ ะพนั ธกรณี
อ้างองิ
สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๑ข
บทนมสั การมาตาปิตคุ ณุ
และนมสั การอาจรยิ คุณ
เรยี บเรยี งและออกแบบ นายกติ ติชัย กอ้ นแก้ว โรงเรยี นไทรโยคมณีกาญจน์วทิ ยา
สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๑
ผ้แู ตง่
พระยาศรสี ุนทรโวหาร
(นอ้ ย อาจารยางกูร)
ลกั ษณะการแต่ง
อนิ ทรวเิ ชียรฉนั ท์ 11 (จานวน 5 บท)
ตัดตอนมาจากบทสวดมนต์ ซ่ึงกระทรวงศึกษาธิการกาหนดให้
ทมี่ า นักเรยี นสวดมนต์ ไหวพ้ ระในวนั สดุ ท้ายของสปั ดาห์
สรุปวรรณคดี ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ๒
แนวคดิ สาคญั
บดิ ามารดา และครบู าอาจารย์ลว้ นเป็นผู้มพี ระคณุ ดังนั้นควรสานกึ ในพระคณุ และ
แสดงความกตัญญกู ตเวทีต่อท่าน
สรุปเนอื้ เรอื่ ง
ขอบูชาพระคุณของบิดามารดา ผู้ให้กาเนิดและเล้ียงดูลูกจนเติบใหญ่ เฝ้าฟูมฟัก
ทะนุถนอมไม่เคยห่างไกลแม้จะเหน่ือยยากเท่าใดไม่เคยคิดถึงความลาบากกาย สู้อดทน
ตรากตราต่อความทุกข์ยาก ทะนุถนอมเล้ียงดูและปกป้องอันตรายจนรอดกลายมาเป็น
ตัวเป็นตนได้ พระคุณของพ่อแม่หนักประดุจขุนเขาพื้นแผ่นดินแม้จะกว้างใหญ่ไพศาล
ก็ไม่สามารถเปรียบได้กับพระคุณแห่งบิดามารดา สุดแล้วแต่ลูกจะทดแทนพระคุณได้
หมดจงึ สมควรแก่การบูชาพระคุณอันเปน็ เลศิ และประเสรฐิ ยง่ิ อย่างแท้จริง
เน#ื้อเรนอื่ งมสั การมาตาปิตคุณ = การเคารพเชิดชูคุณของบิดามารดาท่ีเล้ียงดูปกป้องบุตร
บุตรควรกตญั ญูกตเวที
# นมัสการอาจริยคุณ = การเคารพนอบน้อมคุณของครูอาจารย์ ที่อบรมส่ังสอน
วชิ าแกศ่ ษิ ย์ ดังนนั้ ศิษย์ควรระลกึ และตอบแทน
สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ๓
ประโยชนแ์ ละคุณค่าท่ีไดจ้ ากเร่อื ง
๑. ช่วยให้เยาวชนไทยในฐานะลูกและศิษยไ์ ดต้ ระหนกั ถงึ วัฒนธรรมไทยที่ดีงามยิ่ง
เรอื่ งความกตัญญกู ตเวทตี อ่ ผมู้ ีพระคณุ
2. บุตรตอ้ งตอบแทนคุณบดิ ามารดา ศิษยต์ ้องตอบแทนคุณครบู าอาจารย์ ซ่ึงถอื เป็น
การสง่ เสริมใหเ้ ห็นถงึ คุณคา่ ของคนใกลต้ วั และเป็นการปลกู ฝงั นสิ ยั ใหเ้ ห็นคณุ ค่า
ของคนอื่นทที่ าดตี ่อเรา
กตญั ญู = รู้คุณ กตเวที = ตอบแทน
สรุปวรรณคดี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๔
เรียบเรยี งและออกแบบ นายกติ ติชยั ก้อนแก้ว โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วทิ ยา
สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๕
ผแู้ ตง่
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
(รัชกาลท่ี 2)
ลกั ษณะการแตง่
กลอนบทละคร
ตามการบอกเล่าตานานเรื่องนิทานอิเหนาน้ันมีมาต้ังแต่ครั้ง
กรุงศรีอยุธยา ในช่วงรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ โดยพระราชธิดา
ท่มี า ของพระองค์ คือ เจ้าฟ้ากุณฑลและเจ้าฟ้ามงกุฎได้ ฟังนิทานอิเหนา
จากนางกานันชาวมลายูที่ได้มาจากเมืองปัตตานี พระราชธิดาทั้งสอง
พระองค์ทรงนาเค้าเรื่องมาแต่งเป็นบทละคร สมัยรัตนโกสินทร์
รัชกาลที่ 2 ก็ทรงพระราชนิพนธ์บท ละครอิเหนาข้ึน โดยยังคง
เค้าโครงเร่ืองเดิม เพ่ือใช้แสดงละครราซ่ึงได้รับการยกย่องจาก
วรรณคดสี โมสรวา่ เปน็ ยอดแหง่ บทละครรา
แนวคดิ สาคญั
การเปน็ คนมีทฐิ ิเจ้ายศเจ้าอยา่ ง ถือศกั ดศ์ิ รเี หนือเหตผุ ลและความถกู ต้องยอ่ มทาให้
ขาดสติ และนาพาความหายนะมาให้ตนเองและพรรคพวก
สรปุ เน้ือเรื่อง
เม่ือท้าวกะหมังกุหนิงได้ทราบว่าท้าวดาหาไม่ยอมยกนางบุษบาให้วิหยาสะกา
พระโอรสของท้าวกะหมังกุหนิงจึงเตรียมการทาศึกชิงนางข้ึน โดยปรึกษากับระตูปาหยัง
ระตูประหมันและระตูเมืองขึ้นท้ังหลายคัดค้านท้าวกะหมังกุหนิง เลยพยายามจะ
บ่ายเบี่ยงด้วยเหตุผลต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบตนเองเหมือนพรรณไม้ป่าท่ีต้องตายเพราะ
ลแูกลเน้วอื้จเเึงรต่อืเปงร็นียทมมี่ ราับขศอึงกศโกึ ดกยะขหอมกังกาุหลนังิงร ฝ่ายท้าวดาหาคร้ันตอบปฏิเสธทูตท้าวกะหมังกุหนิง
บจากกุเรปัน กาหลัง สังหัดส่าหรี และจรกา
เม่ือท้าวกุเรปันทราบข่าวศึกก็ร้อนพระทัยทรงส่งราชสาสน์ไปถึงเมืองหมันหยาสองฉบับ
ถึงอิเหนาและระตูหมันหยา สั่งให้รีบยกทัพไปช่วยเมืองดาหา เมื่อท้าวกะหมังกุหนิงได้
ทราบจากทตู วา่ ทา้ วดาหาไปขอกาลงั จากเมอื งวงศ์เทวาทั้งสามและเมืองจรกา ก็รีบสั่งให้
จัดทัพมีวิหยาสะกาเป็นกองหน้า ระตูปา หยังและระตูปาหมันเป็นกองหลัง
ท้าวกะหมังกุหนิงเป็นกองหลวง ยกทัพออกจากเมืองเพ่ือเร่งเดินทัพตีหัวเมืองรายทาง
เรื่อยมาจนประชิตติดเมืองดาหา ท้าวกุเรปันได้แต่งสารกาชับอิเหนาให้เร่งยกทัพไปช่วย
เมืองดาหา ฝ่ายท้าวดาหาเมื่อเห็นอิเหนามาช่วยก็ดีพระทัย ได้อนุญาตให้สุหรานากงยก
ทพั ออกไปรว่ มกับทัพของอิเหนา กะหรดั ตะปาตแี ละระเดน่ ดาหยนั ทัพของกะหมังกหุ นิง
กับอิเหนาได้ประคารมกัน ต่อมาสังคามาระตาสู้รบกับวิหยาสะกาและได้ฆ่าวิหยาสะกา
ตายและอเิ หนากป็ ระหารท้าวกะหมังกุหนงิ ดว้ ยกรชิ วิเศษประจากาย
สรุปวรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๗
ประโยชน์และคณุ ค่าทีไ่ ดจ้ ากเรื่อง
1. ให้ความสนุกสนานและให้ความร้เู รื่องบทละครราและวรรณคดีไทย
2. ให้ข้อคิด คติเตือนใจต่าง ๆ เช่น เร่ืองสงครามจะนามาสู่ความหายนะและในเร่ือง
การแสดงให้เหน็ ถงึ ความรักอันยิ่งใหญข่ องพอ่ แม่ที่มีตอ่ ลูก
สรปุ วรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๘
เรียบเรียงและออกแบบ นายกิตตชิ ัย ก้อนแก้ว โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วทิ ยา
สรปุ วรรณคดี ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๙
ผแู้ ต่ง
พระราชวรวงศเ์ ธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ
ลกั ษณะการแตง่
แต่งเปน็ ร้อยแก้ว
ทมี่ รี อ้ ยกรองแทรกความเรียงแบบนทิ านซอ้ นนิทาน
นิทานเวตาลมีต้นเค้ามาจากวรรณคดีอินเดียช่ือ “เวตาลปัญจวิงศติ”
ทม่ี า (นิทาน 25 เรื่องของเวตาล) กวีชื่อ “ศิวทาส” แต่งเป็นภาษาสันสกฤต
ต่อมามีการแปลอย่างแพร่หลายคร้ังท่ีสาคัญคือกรมหม่ืนพิทยาลงกรณ
ทรงแปลจากฉบับภาษาอังกฤษชื่อว่า Vikram and the Vampire or
Tales of Hindu Devilry ของเชอร์ อาร์ เอฟ เบอร์ตนั
สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๑๐
แนวคดิ สาคญั
คาพดู ทก่ี ล่าวโดยไมใ่ ชส้ ติปญั ญา ไตรต่ รองกอ่ น อาจนาความหายนะ หรอื ปัญหาสู่
ตนเองได้
สรุปเนอ้ื เร่ือง
พระวิกรมาทิตย์หรือพระวิกรมแสน กษัตริย์ในตานานของอินเดียโบราณ
ไดร้ บั ปากกับโยคีชื่อ “ศานตศิ ลี ” จะไปนาตวั เวตาล (อมนุษย์ที่มีลักษณะคล้ายศพมนุษย์
ผสมค้างคาว) ซึ่งห้อยหัวอยู่กับตันอโศก มาให้แก่ฤๅษีเพื่อใช้ในพิธีบูชาเจ้าแม่กาลี โดยมี
พระธรรมธวัชผู้เป็นโอรสติดตามไปด้วย เม่ือพระองค์จับตัวเวตาลได้แล้ว เวตาลก็จะ
พยเนาือ้ ยเรา่อื มง ย่ัวให้พระวิกรมาทิตย์ตรัสออกมาอย่างใดอย่างหน่ึงอยู่เสมอ โดยการเล่านิทาน
อุทาหรณ์ต่าง ๆ แล้วให้พระวิกรมาทิตย์ตัดสินเร่ืองราวในนิทานเหล่านั้น ด้วยขัตติยะ
มานะของกษัตริย์ทาให้พระวิกรมาทิตย์อดไม่ได้ท่ีจะตรัสพระราชวิจารณ์เกี่ยวกับ
เร่ืองราวในนิทานอยู่เสมอ ผลกค็ ือเวตาลไดล้ อยกลับไปอย่ทู ต่ี นั อโศกอันเป็นท่ีอยูเ่ ดมิ ของ
ตน ทาให้พระวิกรมาทิตย์จาต้องกลับไปจับเอาเวตาลกลับมาใหม่ทุกคร้ังเป็นเช่นน้ีอยู่ถึง
24 คร้งั
สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๑๑
สรุปเน้อื เรอ่ื ง (ตอ่ )
จนเร่ืองสุดท้ายพระราชาไม่ทราบคาตอบก็ทรงเงียบไม่พูด เวตาลพอใจในตัว
พระราชามาก เพราะเป็นพระราชาผู้ไม่ย่อท้อ ผู้มีความกล้าหาญ ทาให้เวตาลบอกความ
จริงในความคิดของโยคีเจ้าเล่ห์ ว่าโยคีนั้นแท้จริงแล้วต้องการตาแหน่งราชาแห่งวิทยาธร
โดยจะเอาพระราชาเป็นเคร่ืองสังเวยในการทาพิธี และอธิบายถึงวิธีกาจัดโยดีเจ้าเล่ห์
เนอื้ เรเอื่มง่ือพระราชาเสดจ็ มาถงึ โยคตี ามทนี่ ดั หมายไว้ ก็ปรากฏว่าโยคีได้เตรียมการทาอย่าง
ทเี่ วตาลไดบ้ อกกบั พระราชาไว้ พระราชาจึงแก้โดยทาตามทีเ่ วตาลไดอ้ ธบิ ายให้พระราชาฟัง
พระราชาจึงได้ตาแหน่งราชาแห่งวิทยาธร เวตาลได้บอกกับพระราชาวิกรมาทิต ย์
ว่า “ตาแหน่งนี้ได้มาเพราะความดีของพระองศ์ ตาแหน่งน้ีจะคอยพระองค์อยู่ หลังจากที่
ทรงเสวยสุขในโลกมนษุ ยจ์ นสิน้ อายขุ ัยแล้ว...”
ประโยชนแ์ ละคุณคา่ ท่ีไดจ้ ากเรอ่ื ง
ผลเสียของสงครามและการดว่ นตดั สนิ ใจโดยไมร่ อบคอบ
สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๑๒
นริ าศนรนิ ทรค์ าโคลง
เรยี บเรยี งและออกแบบ นายกติ ตชิ ยั กอ้ นแกว้ โรงเรยี นไทรโยคมณีกาญจน์วทิ ยา
สรุปวรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๑๓
ผแู้ ตง่
นายนรินทร์ธเิ บศร์ (อิน)
ไม่มีบนั ทึกถึงประวัติของผูแ้ ต่งทีแ่ นช่ ดั ทราบแต่วา่
เปน็ ขา้ ราชการตาแหนง่ มหาดเล็กในกรมพระราชวังบรมมหาเสนานุรักษ์
ลกั ษณะการแตง่
นริ าศคาโคลง
โคลงสีส่ ภุ าพและมีรา่ ยสภุ าพนา 1 บท
ที่เรียกว่าบทนมสั การหรอื บทไหวค้ รู แลว้ ตอ่ ดว้ ยโคลงสี่สุภาพตลอดจนจบเรอ่ื ง
ท่มี า แต่งเม่อื นายนรนิ ทร์ธเิ บศร์ (อนิ ) ตามเสด็จกรมพระราชวงั บวรมหาเสนานุรักษ์
ไปปราบพม่า ซง่ึ ยกทัพมาตเี มอื ถลางและชมุ พรใน พ.ศ. 2352 (สมยั รชั กาลท่ี 2)
สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๑๔
แนวคิดสาคัญ
ความสงบร่มเย็นและความเจริญของบ้านเมืองเกิดขึ้นได้ด้วยบุญบารมีและ
การบารุงรกั ษาของกษตั ริย์ทป่ี กครองประเทศด้วยธรรมาภิบาล
สรปุ เน้อื เรือ่ ง
นิราศนรินทร์คาโคลงเริ่มเร่ืองด้วยร่ายสุภาพยอพระเกียรติพระมหากษัตริย์
แล้วกล่าวถึงความเจริญของบ้านเมือง คือ กรุงเทพมหานคร ว่างดงามด้วยปราสาทราชวัง
ปแลรเนะะ้อื กพเรอรอ่ื บรงณกับนคาสวาถมาเนจทรี่ทิญ่ีผร่าุ่งนเรไือปงขโดอยงพนาุทยธนศราินสทนรา์จธาิเบกศนรั้น์ จ(อึงินรา)พไดัน้อถอึงกกาเดรจินาทกานงเารงิ่มอตัน้นเปโด็นยทเ่ีรรักือ
จากคลองขุด ผ่านวัดแจ้งไปเร่ือยถึงเพชรบุรี แล้วออกเดินทางทางบกต่อถึงเมืองตะนาวศรี
เมื่อเร่ิมออกเดินทางกวีได้พรรณนาถึงนางท่ีรักว่าต้องจาใจจากและไม่คิดจะฝากนางไว้กับ
ใคร เมื่อเสร็จภารกิจก็จะกลับมาหาและมีความเช่ือใจนาง บอกให้นางรอวันที่จะได้อยู่
ด้วยกันอกี
สรุปวรรณคดี ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ๑๕
ประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ทไ่ี ด้จากเรือ่ ง
1. การไวใ้ จคนรกั เปน็ เร่อื งทีส่ าคญั ของชวี ิตคู่
2. สานึกรกั ในคณุ งามความดขี องสถาบนั พระมหากษัตริย์ไทยทม่ี ตี ่อประเทศชาติ
3. ไดเ้ หน็ ถึงสภาพสงั คมไทยในสมัยกอ่ น ทงั้ วิถีชีวิตและสภาพบา้ นเมอื งโดยเฉพาะ
ในกรงุ เทพฯ
สรุปวรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๑๖
หวั ใจชายหน่มุ
เรยี บเรยี งและออกแบบ นายกติ ตชิ ัย กอ้ นแกว้ โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วทิ ยา
สรุปวรรณคดี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ๑๗
ผ้แู ตง่
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หวั
(โดยทรงพระนามแฝงวา่ “รามจิตต”ิ )
ลักษณะการแตง่
เปน็ นวนยิ ายเรอื่ งส้ัน นาเสนอในลกั ษณะจดหมาย
รชั กาลที่ 6 ทรงคดั เลอื กจดหมายเฉพาะฉบับทนี่ ่าอา่ นมารวบรวมไว้
ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ดุสิตสมิตรายสัปดาห์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์
ท่ีมา ในรัชสมัยของพระองค์
สรุปวรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๑๘
แนวคดิ สาคัญ
การเลือกรับวฒั นธรรมตะวันตกและร้จู ักนามาปรับใชใ้ หส้ อดคล้องกบั วฒั นธรรมไทย
ท่ดี งี ามจะทาให้สงั คมเจรญิ ก้าวหน้า
สรุปเนือ้ เรือ่ ง
นายประพันธ์เป็นนักเรียนนอกเรียนจบจากประเทศอังกฤษ มีความนิยมวัฒนธรรม
ฝรั่งช่ืนชมผู้หญิงสมัยใหม่ จนได้แต่งงานกับผู้หญิงทันสมัยท่ีขาดคุณสมบัติของภรรยาท่ีดี
ชีวิตประสบอุปสรรคแต่ในท่ีสุดปัญหาต่าง ๆ ก็คล่ีคลายไปได้ โดยนายประพันธ์
ปรเะนอ้ืยเูรร่อื สงิริ ได้เขียน จดหมายเล่าเรื่องราวชีวิตให้เพ่ือนที่อยู่ประเทศอังกฤษทราบ
ชื่อนายประเสิฐ นามสกลุ สวุ ฒั น์ โดยจดหมายทั้งหมดมี 18 ฉบับ
1. หัวจดหมาย ต้ังแต่ฉบับที่ ๑ วันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖- จนถึงฉบับสุดท้าย
วนั ที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖- จะเหน็ วา่ มกี ารเว้นท้ายปี พ.ศ. ไว้
๒. คาข้ึนต้นจดหมาย ทั้ง ๑๘ ฉบับ ใช้คาขึ้นต้นเหมือนกันหมด คือ “พ่อประเสริฐ
เพื่อนรัก”
สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๑๙
ตัวอยา่ งจดหมายฉบับที่ (๑๘)
บ้านเลขท่ี ๐๐ ถนนส่ีพระยา
วันท่ี ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖-
ถึงพอ่ ประเสริฐเพอื่ นรกั
ฉันต้องรีบบอกข่าวดีมาให้ทราบ แม่อุไรได้ตกลงแต่งงานแล้วกับหลวงพิเศษผล
พาเนนอ้ื ิชเรื่อพง่อค้าม่ังมี ซ่ึงนัยว่าเป็นโชคดีสาหรับหล่อน เพราะอาจจะหวังได้ว่าจะได้มีความสุข
ต่อไปในชีวิต จริงอยู่หลวงพิเศษน้ันรูปร่างไม่ใช่เทวดาถอดรูป แต่จะหวังไว้ว่าคงจะเข้า
ลักษณะขุนช้าง คือ " ถึงรูปชั่วใจช่วงเหมือนดวงเดือน." แต่ถึงจะใจไม่ช่วงเขาก็พอมีเงิน
พอทจ่ี ะซอ้ื ความสุขให้แมอ่ ไุ รได้
การท่แี มอ่ ไุ รได้ผัวใหม่เปน็ ตัวเปน็ ตนเสียแล้วเช่นนี้ ทาให้ฉันเองรู้สึกสิ้นความตะขิด
ตะขวางห่วงใยและรู้สึกว่า อาจจะคิดหาคู่ใหม่ได้โดยไม่ต้องมีข้อควรรังเกียจรังงอนเลย
พ่อประเสริฐเป็นเพ่ือนรักกันที่สนิทสนมที่สุด เพราะฉะนั้นฉันขอบอกตรง ๆ ว่าฉันได้รัก
ผู้หญิงอยู่รายหน่ึงแล้ว ซ่ึงฉันหวังใจว่าจะได้เป็นคู่ชีวิตต่อไปโดยย่ังยืนจริงจัง หล่อนชื่อ
นางสาวศรีสมานเป็นลูกพระยาพิสิฐเสวก ฉันกับหล่อนได้คุ้นเคยพูดจากันเป็นท่ีต้องใจกัน
แล้ว และเจ้าคุณพิสิฐกับพ่อของฉันก็ชอบกันมาก ฉะน้ันพอพ่อประเสริฐกลับเข้ามาถึง
กรงุ เทพฯ ก็เตรียมตัวไว้เปน็ เพอื่ นบ่าวทีเดียวเถิด! จากเพ่ือนผู้กาลังปล้ืมใจ หลวงบริบาล-
บรมศักด์ิ
สรปุ วรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๒๐
ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าท่ีไดจ้ ากเรือ่ ง
สะทอ้ นให้เห็นสภาพสงั คมไทยในสมยั นนั้ ตลอดจนความร้สู กึ นึกคดิ ของคนรุ่นใหม่
ทีม่ ีความขดั แย้งกบั คานยิ มในสังคมเดมิ เช่น การเลือกคคู่ รองซึ่งยงั มกี ารคลุมถงุ ชน
สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ๒๑
ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี
เรียบเรยี งและออกแบบ นายกติ ตชิ ัย กอ้ นแกว้ โรงเรียนไทรโยคมณกี าญจนว์ ทิ ยา
สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ๒๒
ผ้แู ตง่
สมเด็จพระกนษิ ฐาธริ าชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกมุ ารี
ลกั ษณะการแตง่
บทความแสดงความคิดเห็น
บทความเร่ือง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี มีท่ีมาจากหนังสือ
รวบรวมบทพระราชนิพนธ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม
ที่มา ราชกุมารี เร่ืองมณีพลอยร้อยแสง ซ่ึงทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้จัดพิมพ์
ขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓ ในวโรกาสท่ีพระองค์ทรงเจริญพระชนมายุ
ครบ ๓ รอบ โดยนิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รุ่นที่ 41
สรปุ วรรณคดี ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ๒๓
แนวคดิ สาคญั
ชาวนาทานาผลติ ขา้ วมาใหเ้ รากินดว้ ยความยากลาบาก ดังน้นั เราในฐานะคนบริโภค
ต้องสานกึ ถึงบญุ คุณทช่ี าวนา แลกขา้ วมาดว้ ยหยาดเหงื่อแรงงาน
สรุปเนื้อเรือ่ ง
เนื้อความในตอนแรกของบทความ เรื่องทุกข์ของชาวนาในบทกวีสมเด็จพระ -
กนษิ ฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงยกบทกวีของ
จิตร ภมู ศิ กั ด์ิ ซงึ่ กลา่ วถึงชวี ิตและความทกุ ข์ยากของชาวนาทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
เปิบขา้ วทกุ คราวคา จงสจู าเป็นอาจิณ
เนื้อเรอื่ เงหงอื่ กูทส่ี กู ิน
จึงกอ่ เกดิ มาเป็นคน
ขา้ วนน้ี ่ะมีรส ให้ชนชิมทกุ ชั้นชน
เบอ้ื งหลังสิทุกข์ทน และขมขนื่ จนเขยี วคาว
จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยยี ดยาว
จากรวงเปน็ เม็ดพราว ลว้ นทุกข์ยากลาบากเข็ญ
เหงือ่ หยดสกั กีห่ ยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเยน็
ปูดโปนกีเ่ ส้นเอ็น จงึ แปรรวงมาเปิบกนิ
น้าเหงื่อทเ่ี ร่ือแดง และน้าแรงอนั หลง่ั รนิ
สายเลือดกูท้ังส้นิ ที่สูซดกาซาบฟัน
(จติ รภมู ศิ กั ด์ิ)
สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ๒๔
สรุปเนอ้ื เรื่อง (ต่อ)
ต่อมาพระองค์ได้ทรงแปลบทกวีของชาวจีนบทหนึ่ง มีใจความว่า “หว่านข้าวใน
ฤดูใบไม่ผลิ ข้าวเมล็ดหนึ่งจะกลายเป็นหม่ืนเมล็ดในฤดูใบไม้ร่วง รอบข้างไม่มีนาที่ไหน
ท้ิงเนวอื้ ่าเงรอื่แงต่ชาวนาก็ยังอดตาย ตอนอาทิตย์เที่ยงวันชาวนายังพรวนดิน เหงื่อหยดบนดิน
ภายใต้ดันข้าวใครจะรู้บ้างว่าในจานใบน้ันข้าวแต่ละเม็ดคือความยากแค้นแสนสาหัส ”
(หลเ่ี ชิน) เทคนคิ ในการเขียนของหลี่เชินกับจิตร ภูมิศักด์ิ ต่างกันตรงท่ี หล่ีเชินบรรยาย
ภาพท่ีเห็นเหมือนจิตรกรวาดภาพให้คนชม ส่วนจิตรใช้วิธีเสมือนกับนาชาวนามา
บรรยายเรือ่ งของตนใหผ้ คู้ นฟงั ด้วยตนเอง
ประโยชน์และคุณค่าที่ได้จากเรื่อง
ทาใหผ้ อู้ า่ นได้รับรู้ถึงความลาบากของชาวนาในฐานะผู้บริโภคจึงควรสานึกใน
คุณค่าและความหมายของชาวนาท่ีปลูกข้าวอันเป็นอาหารหลักเพ่ือการมีชีวิตอยู่
รอดของคนไทย
สรปุ วรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๒๕
มงคลสูตรคาฉนั ท์
เรยี บเรยี งและออกแบบ นายกติ ตชิ ยั กอ้ นแกว้ โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วทิ ยา
สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ๒๖
ผแู้ ตง่
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หวั
(รชั กาลที่ 6)
ลกั ษณะการแตง่
กาพย์ฉบัง 16 และอินทรวิเชียรฉันท์ 11
เม่ือ พ.ศ. 2466 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หัว ทรงนามงคลสตู ร
มาทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทร้อยกรองประเภทคาฉันท์ โดยใช้คาประพันธ์
2 ชนิด คือ กาพย์ฉบัง 16 และอินทรวิเชียรฉันท์ 11 ทรงนาคาถาภาษาบาลี
ท่มี า จากพระไตรปิฎกตัง้ แล้ว แปลถอดความเปน็ ร้อยกรองภาษาไทยไดถ้ กู ตอ้ งตรงตาม
บังคับในฉันทลกั ษณ์ โดยไม่เสียเนอ้ื ความจากพระคาถาบาลี
สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๒๗
แนวคิดสาคัญ
ความเจริญรุ่งเรื่องในชีวติ เกดิ จากการประพฤติปฏิบัติของตนเองทั้งสิ้น มิได้เกิดจาก
ผู้อ่ืนสิ่งอื่นหรือวัตถุโชคลางใด ๆ จากภายนอก มนุษย์ควรยึดมงคลสูตร 3๘ ประการ
ในการดาเนินชวี ติ
สรุปเน้อื เรื่อง
กล่าวถึงมนุษย์และเทวดาได้พยายามค้นหาคาตอบว่า อะไรคือมงคล
เป็นเวลานานถึง ๑๒ ปี พระอานนท์ได้เล่าให้ฟังว่าเม่ือครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ประทับ ณ เชตวันมหาวิหาร ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีได้สร้างถวายไว้ ณ เมืองสาวัตถี
มีเทวดาองค์หน่ึงได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในเวลาปฐมยาม และได้ทูลถามเร่ืองมงคล
พรเนะ้ือพเรุทื่องธองค์จึงตรัสตอบถึงส่ิงที่เป็นมงคล ๓๘ ประการ หลังจากรับฟังเทศนาจบ
เหล่าเทวดาก็บรรลุธรรม มงคลทั้ง ๓๘ ประการการ พระพุทธเจ้าทรงแสดงเป็นคาถา
ภาษาบาลีเพียง ๑๐ คาถา แต่ละคาถาประกอบด้วยมงคล ๓-๕ ข้อ และมีคาถาสรุป
ตอนทา้ ย ๑ บท ชีใ้ หเ้ หน็ ว่าเหล่าเทวดาและมนุษยท์ ง้ั หลาย ถ้าปฏิบัติตามมงคลอันสูงสุด
๓๘ ประการนีไ้ ด้ จะไมพ่ ่ายแพ้แก่ข้าศกึ ศัตรู และจะมีแตค่ วามเจริญรุง่ เรอื งสบื ไป
สรปุ วรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๒๘
มงคลสตู ร ๓๘ ประการ
1. ไมค่ บคนพาล 2. คบบณั ฑติ
3. บูชาผ้ทู ค่ี วรบชู า 4. อยู่ในสถานทีอ่ ันสมควร
5. เปน็ ผ้ทู าบญุ ไวใ้ นกาลก่อน 6. ตง้ั ตนไวช้ อบ
7. รบั ฟงั ใหม้ ากกวา่ พดู 8. มศี ลิ ปวทิ ยา
9. มรี ะเบียบวนิ ยั 10. กลา่ ววาจาสุภาษติ
11. บารงุ บดิ ามารดา 12. สงเคราะหบ์ ุตร
เน1้ือ3เร.อื่ งสงเคราะห์ภรรยา 14. ทาการงานไม่คงั่ ค้าง
15. ให้ทาน 16. ประพฤติในศีลธรรมอันดี
17. สงเคราะห์ญาติ 18. ประกอบการงานทีไ่ ม่มีโทษ
19. งดเวน้ จากบาป 20 สารวมจากการดม่ื น้าเมา
21. ไม่ประมาทในธรรมทง้ั หลาย 22. มคี วามเคารพ
23. นอบนอ้ มถ่อมตน 24. มีความสันโดษ (พอเพียงในส่ิงทต่ี นมี)
25. มคี วามกตัญญู 26. ฟงั ธรรมตามกาล
27. มีความอดทน 28. เปน็ ผู้วา่ ง่ายสอนงา่ ย
29. เห็นสมณะ 30. สนทนาธรรมตามกาล
31. บาเพญ็ ตบะ 32. ประพฤตพิ รหมจรรย์
33. เห็นอรยิ สัจ 34. ทาใหแ้ จง้ ซ่งึ พระนพิ พาน
35. มีจติ ไมห่ วน่ั ไหว 36. มีจติ ไมเ่ ศรา้ โศก
37. มจี ิตปราศจากธลุ ี 38. มจี ิตเกษม
สรปุ วรรณคดี ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ๒๙
ประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ท่ีได้จากเรอื่ ง
ข้อปฏิบัติทุกข้อในมงคลสูตรล้วนค่าควรประพฤติปฏิบัติ ซึ่งจะทาให้บุคคลและ
สงั คมเจริญก้าวหน้า
สรุปวรรณคดี ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๓๐
มหาเวสสนั ดรชาดก
เรียบเรียงและออกแบบ นายกิตติชยั กอ้ นแก้ว โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วทิ ยา
สรุปวรรณคดี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๓๑
ผู้แตง่
มผี แู้ ตง่ หลายคน ไดแ้ ก่
๑. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจา้ อยหู่ ัว
๒. สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานชุ ิตชิโนรส
๓. กวสี านักวดั ถนน
๔. กววี ดั สังขจาย
๕. พระเทพโมลี (กลิ่น)
๖. เจ้าพระยาพระคลงั (หน)
ลักษณะการแตง่
รา่ ยยาว
หลังจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ ทาให้
ทมี่ า พระประยรู ญาติ
สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๓๒
แนวคดิ สาคัญ
เร่อื งการทาความดีของพระพทุ ธเจ้าทง้ั 10 ชาติ
สรุปเนอื้ เรื่อง
มหาชาติ แบง่ เปน็ 13 กณั ฑ์ ดงั น้ี
1. กณั ฑท์ ศพร = นางผุสดีขอพรจากพระอินทร์ 10 ประการ
2. กัณฑ์หมิ พานต์ = พระเวสสนั ดรถูกเนรเทศออกนอกราชวัง เหตเุ พราะประทาน
ช้างคู่บา้ นคูเ่ มอื งใหช้ าวเมอื งอ่นื ไป
3. ทเนา้อื นเรก่ือณัง ฑ์ = พระเวสสนั ดรทรงบาเพญ็ สตั ตสดกมหาทาน แล้วออกเดินทาง
ไปอย่ปู า่ พรอ้ มนางมัทรแี ละพระกมุ าร
4. กัณฑว์ นประเวศน์ = พระเวสสันดรเดนิ ทางไปยงั เขาวงกต
5. กณั ฑ์ชูชก = นางอมิตตาขอใหช้ ูชกเดินทางไปขอกณั หาชาลจี ากพระเวสสนั ดร
6. กณั ฑจ์ ุลพน = พรานเจตบุตรบอกเสน้ ทางไปยงั เขาวงกตแกช่ ูชก
7. กัณฑ์มหาพน = ชชู กใชอ้ ุบายหลอกถามทางพระอัจจตุ ฤๅษีระหว่างเดนิ ทางไป
เขาวงกต
สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ๓๓
แนวคดิ สาคัญ
เร่อื งการทาความดขี องพระพทุ ธเจา้ ทง้ั 10 ชาติ
สรปุ เนอ้ื เรื่อง
8. กัณฑ์กุมาร = พระเวสสันดรประทานสองกมุ ารใหแ้ ก่ชชู ก
9. กัณฑม์ ทั รี = นางมทั รรี อ้ งไห้คร่าครวญถงึ สองกมุ ารกณั หาชาลี
10. กเนณั อ้ื ฑเรือ่ส์ งกั บรรพ = พระอนิ ทร์แปลงกายเป็นพราหมณ์มาขอนางมัทรจี ากพระเวสสนั ดร
11. กัณฑม์ หาราช = ชชู กพาสองกมุ ารหลงทางไปถึงเมืองสีพี จนได้พบพระเจา้ ปพู่ ระเจา้ ยา่
12. กัณฑฉ์ กษตั ริย์ จงึ รบั สั่งใหไ้ ถ่ถอนตัวทั้งสองพระองค์
13. นครกณั ฑ์ = หกกษัตรยิ ไ์ ด้พบกนั และพระอนิ ทร์บันดาลให้เกดิ ฝนโบกขรพรรษ
= พระเวสสันดรเถลงิ ราชสมบัติปกครองนครสีพีโดยทศพิธราชธรรม
บา้ นเมอื งร่มเยน็ เป็นสุขตลอดพระชนมายุ
สรปุ วรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๓๔
ประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ที่ไดจ้ ากเรอ่ื ง
1. ได้เรยี นร้เู รอ่ื งกฎแห่งกรรม
2. เปน็ การเรยี นรู้ทั้งทางด้านพุทธศาสนาและภาษาไทยไปพร้อม ๆ กัน
๓. การบาเพ็ญทานบารมี
สรุปวรรณคดี ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๓๕
มหาเวสสันดรชาดก
กัณฑ์มัทรี
เรียบเรียงและออกแบบ นายกติ ติชยั ก้อนแก้ว โรงเรยี นไทรโยคมณีกาญจน์วทิ ยา
สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๓๖
ผู้แต่ง
เจ้าพระยาพระคลงั (หน)
ลักษณะการแตง่
แตง่ เปน็ รา่ ยยาว
มพี ระคาถาภาษาบาลีนา และพรรณนาเนอื้ ความโดยมี
พระคาถาสลับ เป็นตอน ๆ ไปจนจบกัณฑ์
มาจากร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก ซ่ึงเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด
โดยกล่าวถึงเรื่องราวของ พระโพธิสัตว์ซึ่งเสวยพระชาติเป็น
ทมี่ า พระเวสสันดร เติมแต่งเป็นภาษาบาลี ต่อมามีการแปลเป็นภาษาไทย
ในสมยั กรุงสุโขทยั
สรุปวรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๓๗
แนวคิดสาคญั
ไม่มคี วามรกั ใดย่ิงใหญ่กวา่ ความรักของพอ่ และแม่
สรุปเนื้อเรอ่ื ง
ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีเป็นกัณฑ์ท่ี ๙ โดยมีเนื้อความต่อจากกัณฑ์กุมาร
เริ่มต้นกล่าวถึงเมื่อพระนางมัทรีเข้าป่าหาอาหารพบว่าธรรมชาติผิดไปจากปกติท่ีที่เคยมีดอกไม้
กลับกลายเป็นผลไม้ท่ีที่เคยมีผลไม้กลับเป็นดอกไม้ ท้องฟ้ามืดมิด ขอบฟ้าแดงเป็นสีเดือด ทาให้
พระนางหว่ันพระทัยโดยมีลางร้ายคือไม้คานพลัดตกจากบ่า ขอเกี่ยวผลไม้หลุดจากมือระหว่าง
ทางพบสัตวป์ ่าสามตัวไดแ้ กพ่ ญาไกรสรราชสหี ์ พญาเสือโคร่ง และพญาเสือเหลอื งซง่ึ เป็นเทพยดา
แปลงกายมาสกัดก้ันพระนางไว้ แต่เม่ือเวลาล่วงเลย ไปแล้วหลังจากพระเวสสันดรบาเพ็ญบุตร
ทานบารมีแลว้ จงึ หลกี ทางใหพ้ ระนางกลับอาศรม
เมื่อพระนางกลับมาถึงอาศรมไม่พบสองกุมารก็ทูลถามพระเวสสันดรถึงสองกุมาร
พระเวสสันดรทรงหาวิธีตัดความทุกข์โศกด้วยการแกล้งกล่าวหาพระนางว่าคิดนอกใจไปคบ
ชายอื่นจึงกลับถึงอาศรมในเวลากลางคืน พระนางมัทรีเสียพระทัยจนส้ินสติไป เมื่อทรงพื้นขึ้น
แล้วพระเวสสันดรทรงเล่าความจริงให้ฟังพระนางมัทรีจึงอนุโมทนาในการบาเพ็ญบุญทานบารมี
ของพระเวสสันดร
สรปุ วรรณคดี ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ๓๘
ประโยชนแ์ ละคุณค่าที่ได้จากเร่อื ง
ได้รับรู้ถงึ ความรกั ทย่ี งั ใหญ่ของผู้เปน็ แมท่ ี่มีตอ่ ลูก
สรุปวรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๓๙
ลิลติ ตะเลงพา่ ย
เรยี บเรียงและออกแบบ นายกติ ตชิ ัย กอ้ นแกว้ โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วทิ ยา
สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๔๐
ผแู้ ตง่
สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานชุ ิตชิโนรส
ลักษณะการแตง่
ลิลิตสุภาพ
(โคลงสภุ าพ + รา่ ยสุภาพ)
1. ทรงนิพนธล์ ลิ ติ ตะเลงพ่ายเพือ่ งานฉลองตกึ วัดพระเชตพุ น ทรี่ ชั กาลท่ี 3
โปรดใหส้ ร้าง
ทม่ี า 2. แต่งขึ้นเพ่ือเป็นวรรณกรรมคู่กับลิลิตยวนพ่าย (ซึ่งเฉลิมพระเกียรติ
พระบรมไตรโลกนาถที่เอาชนะพระเจา้ ตโิ ลกราชของเชียงใหมใ่ นสมยั อดตี )
3. แต่งข้นึ เพอ่ื เฉลิมพระเกยี รตสิ มเดจ็ พระนเรศวรทายุทธหตั ถีชนะ
พระมหาอปุ ราชา
สรปุ วรรณคดี ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ๔๑
แนวคิดสาคัญ
ความกล้าหาญของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ทรงปกป้องประเทศด้วย
ชวี ิตเป็น ตัวอย่างของวบี รุ ษุ ทท่ี าใหค้ นในสังคมเกดิ ความรักชาติสามคั คีกัน
มากยิ่งขึ้น
สรปุ เนอื้ เรื่อง
คาว่า ตะเลง หมายถงึ มอญ พ่าย แปลว่า แพ้ ดังน้ัน ตะเลงพ่าย แปลว่า มอญแพ้ แต่พม่า
เปน็ ผ้ทู ่ปี กครองมอญอยู่ คาว่าตะเลงในท่ีนี้จึงหมายถึง พม่าและมอญ เป็นผู้แพ้สงคราม เน้ือหา
ในลิลิตตะเลงพ่ายมี 1๒ ตอน โดยเริ่มต้นเรื่องด้วยร่ายสุภาพและโคลงสี่สุภาพยอพระเกียรติ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กล่าวถึงการส้ินพระชนม์ของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช
ต่อมาสมเด็จพระนเรศวรทรงขึ้นครองราชย์ โดยมีสมเด็จพระเอกาทศรถเป็นพระมหาอุปราช
พระเจ้าหงสาวดีทราบข่าวไทยผลัดเปล่ียนแผ่นดินใหม่ ก็ตรัสว่าจะมาตีไทยเพื่อหย่ังเชิง
จึงมีพระราชบัญชาให้พระมหาอุปราชายกทัพมาตีไทย เม่ือลานางสนมแล้วก็ยกทัพเจ้ามาทาง
เมอื งกาญจนบรุ ี
ฝ่ายสมเด็จพระนเรศวรปรารถนาจะไปตีเมืองเขมร ครั้นรู้ข่าวก็ทรงเตรียมการสู้ศึกพม่า
ทรงตรวจตราและตระเตรียมกองทัพ พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึกแล้ว ยกเข้ามาปะทะ
ทพั หนา้ ของไทย
สรปุ วรรณคดี ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ๔๒
สรุปเน้ือเร่อื ง (ต่อ)
ส่วนสมเด็จพระนเรศวรก็ทรงปรึกษาเพ่ือหาทางเอาชนะข้าศึก เม่ือทัพหลวง
เคลอื่ นพลช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรและช้างของสมเด็จพระเอกาทศรถกาลังตกมัน
ก็เตลิดเข้าไปในวงล้อมของข้าศึก ณ ตาบลตระพังตรุ สมเด็จพระนเรศวรทรงกระทา
ยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา สมเด็จพระเอกาทศรถทรงทายุทธหัตถีกับมางจาชโรและ
ได้รับชัยชนะท้ังสองพระองค์ เมื่อพระมหาอุปราชาถูกฟันคอขาดบนคอช้าง กองทัพ
หงสาวดีก็แตกพ่ายกลับไป เป็นเหตุให้ไทยไม่ถูกรุกรานจากพม่าเป็นเวลายาวนาน
กว่า 1๖๐ ปี สมเด็จพระนเรศวรทรงปูนบาเหน็จทหารและลงโทษนายทัพนายกอง
ท่ีตามช้างทรงเข้าไปในกองทัพพม่าไม่ทัน สมเด็จพระวันรัตทูลขอพระราชทานอภัยโทษ
แทนแม่ทัพ นายกองท้ังหมดสมเด็จพระนเรศวรก็โปรดพระราชทานอภัยโทษให้โดยให้
ยกทพั ไปตีทวายและตะนาวศรีเปน็ การแกต้ วั จากนนั้ ไดท้ รงจัดการทานุบารุงหัวเมืองทาง
เหนือเจ้าเมืองเชียงใหม่มาสวามิภักดิ์ขอเป็นเมืองข้ึน สมเด็จพระนเรศวรทรงรับทูต
เชียงใหม่และจบลงด้วยการยอพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวร ตอนท้ายกล่าวถึงธรรมะ
สาหรับพระเจ้าแผ่นดินและบอกจุดมุ่งหมายในการแต่ง บอกช่ือผู้แต่ง สมัยท่ีแต่งและ
คาอธิษฐานของผู้ทรงนิพนธ์ คือขอให้บรรลุโลกุตรธรรม แต่ถ้าหากยังต้องเวียนว่าย
ตายเกิดอย่กู ็ขอให้ได้เปน็ กวที ุกชาติไป
สรุปวรรณคดี ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๔๓
ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าท่ีไดจ้ ากเร่อื ง
ความกล้าหาญของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ทรงปกป้องประเทศด้วย
ชีวิตเป็น ตวั อย่างของวบี ุรุษทที่ าให้คนในสังคมเกิดความรักชาติสามคั คกี ันมากยง่ิ ขนึ้
สรุปวรรณคดี ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ๔๔
เรียบเรียงและออกแบบ นายกิตติชยั กอ้ นแก้ว โรงเรียนไทรโยคมณกี าญจนว์ ทิ ยา ๔๕
สรปุ วรรณคดี ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ผแู้ ตง่
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยูห่ วั
(รัชกาลที่ 6)
ลกั ษณะการแตง่
เป็นร้อยกรองประเภทบทละครพดู คาฉนั ท์ จานวน 5 องก์
ตอนทน่ี ามาเรยี น เปน็ องก์ท่ี 1 แตง่ ด้วยคาฉนั ทป์ นกาพย์
และมบี ทสนทนาที่มิใชร่ อ้ ยกรองเปน็ บางตอน
เปน็ บทพระราชนิพนธ์จากจนิ ตนาการในพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ วั
ท่มี า
สรปุ วรรณคดี ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๔๖