The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสอน สรุปวรรณคดี ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เอกสารประกอบการสอน สรุปวรรณคดี ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

เอกสารประกอบการสอน สรุปวรรณคดี ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

Keywords: สรุปวรรณคดี ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

แนวคิดสาคญั

ความรักท่ีต้องการครอบครองเป็นเจ้าของ ละต้องการให้รักน้ันเป็นไปตามด่ังใจ
หมายทกุ อยา่ งมันคือความลุ่มหลงที่จะสร้างแต่ความเจ็บร้าวระทมเพราะรักไม่เป็นย่อม
มีแตค่ วามทุกข์

สรปุ เนื้อเร่ือง

มัทนะพาธา แปลว่า “ความเจ็บปวดหรือความเดือดร้อนเพราะความรัก” บทละคร
พูดคาฉันท์ เรื่องมัทนะพาธาหรือตานานดอกกุหลาบ มีลักษณะเป็นบทละครพูดคาฉันท์
จานวน ๕ องก์ (ตอน) แบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาคสวรรค์และภาคพื้นดิน ตอนที่นามาเรียน
เป็นองก์ที่กล่าวถึงเหตุการณ์บนสวรรค์ เทพบุตรสุเทษณ์หลงรักเทพธิดามัทนา แต่นางไม่
ตกลงปลงใจด้วย ท้าวสุเทษณ์จึงขอให้วิทยาธรมายาวินทาพิธีสะกดพามัทนามาพบ
ทา้ เวนสื้อเุเรทอ่ื ษง ณ์มทั นาเจรจาตอบอย่างคนไม่รู้สึกตัวท้าวสุเทษณ์ถามมายาวินว่าเหตุใดนางมัทนา
จึงพูดเหมือนหุ่นยนต์ มายาวินตอบว่า “ตนเองใช้เวทมนตร์บังคับให้นางมาหาและเจรจา
โต้ตอบได้แต่ไม่สามารถบังคับจิตใจของนางได้” ท้าวสุเทษณ์จึงให้มายาวินคลายมนต์สะกด
และเจรจาขอความรักจากนางมัทนา แต่นางกลับปฏิเสธไม่ใยดี ท้าวสุเทษณ์กร้ิวโกรธด้วย
ความโมโหไม่ได้ดั่งพระทัยปรารถนา จึงสาปนางมัทนาให้ไปจุติยังโลกมนุษย์มัทนาขอให้นาง
ได้เกิดเป็นดอกกุหลาบซ่ึงยังไม่เคยมีในโลกมนุษย์ และจะได้ใช้กล่ินหอมของดอกกุหลาบน้ี
บูชาท้าวสุเทษณ์ ท้าวสุเทษณ์กาหนดว่าให้นางมัทนาสามารถกลายเป็นมนุษย์ได้เฉพาะวัน
เพ็ญเพียงวนั และคนื เดียว ต่อเมอ่ื มคี วามรกั จึงจะสามารถเป็นมนษุ ยไ์ ด้ตลอดไป และหากเปน็
ทกุ ข์ เพราะความรักก็ให้วงิ วอนตอ่ พระองค์ พระองค์จะมาช่วยเอง

สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ๔๗

ประโยชน์และคุณคา่ ท่ีได้จากเรื่อง

ได้รับข้อคิดที่ว่า “ที่ใดมีรัก ท่ีน่ันมีทุกข์ “แล” ต้องรักให้เป็นจึงจะเห็นทาง
แห่งความสขุ ”

สรุปวรรณคดี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ๔๘

คมั ภรี ์ฉันทศาสตร์

แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

เรยี บเรียงและออกแบบ นายกิตตชิ ัย กอ้ นแกว้ โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจนว์ ทิ ยา

สรุปวรรณคดี ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๔๙

ผ้แู ต่ง
พระยาพศิ ณุประสาทเวช

(คง ถาวรเวช)

ลกั ษณะการแตง่
กาพยย์ านี 11 จานวน 77 บท

หนังสือแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ฉบับหลวง รวบรวมโดยพระยาวิศณุ-
ประสาทเวช ไดร้ บั พระอนญุ าตจากสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยา-

ทม่ี า ดารงราชานุภาพ นายกสภาหอสมุดวชิรญาณในขณะน้ันในการนามาเป็น

แบบฉบับนี้ประกอบด้วยองค์ความรู้อันเป็นภูมิปัญญาตะวันออกผสม
ภมู ปิ ญั ญาไทยด้านเวชกรรมและเภสชั กรรม

สรุปวรรณคดี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๕๐

แนวคดิ สาคัญ

ในส่วนท่ีคัดมาเรียนเป็นการกล่าวถึงความสาคัญของแพทย์และคุณสมบัติท่ีแพทย์
พึงมีน้ันคือจรยาบรรณในการประกอบอาชีพดารงอยู่ในศีลธรรมท่ีดีงามซ่ึงจะช่วยให้
รักษาโรคได้ ผลมากกวา่ การมคี วามรเู้ รือ่ งยาอยา่ งเดียว

สรุปเนื้อเรือ่ ง

เร่ิมต้นด้วยบทไหว้ครู ไหว้คุณพระศรีรัตนตรัยท้ัง ๓ ไหว้เทพเจ้าของพราหมณ์ และ
ไหว้หมอชีวกโกมารภัจ (ซ่ึงเป็นแพทย์หลวงของพระเจ้าพิมพิสารแห่งแคว้นมคธและเป็น
แพทย์ผถู้ วายการรักษาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) และไหว้ครูแพทย์โดยทั่วไป ต่อมาก็
กล่าวถึงความสาคัญของแพทย์และคุณสมบัติสาคัญท่ีแพทย์พึงมี ซ่ึงเน้นว่านอกจาก
ควเนาื้อมเรร่ือู้ทงางวิชาการแล้วแพทย์ยังต้องมีความรู้ทางธรรมด้วยโดยรักษาศีล 5 และศีล 8
และยึดไตรรัตน์เป็นสรณะ ไม่ควรมีความโลภเห็นแก่ลาภที่ควรได้จากคนไข้ ฯลฯ
อาชีพแพทย์เป็นอาชีพท่ีสาคัญเพราะเก่ียวกับความเป็นความตายของคน โบราณท่าน
เปรียบเทียบไว้อย่างน่าคิดและคมคายว่า ร่างกายน้ีคือ “กายนคร” คือเปรียบเหมือน
เมือง ๆ หนึ่ง มีดวงจิตคือหัวใจเป็นประหนึ่งพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองเมืองน้ัน ๆ และมี
แพทย์เสมือนเป็นทหารซึ่งทาหน้าท่ีป้องกันข้าศึก ข้าศึกก็คือโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่มา
โจมตีร่างกายของเรา นอกจากทหารแล้วเรามีวังหน้าคือน้าดีคอยป้องกันข้าศึกมิให้เข้า
มาตีบ้านเมืองได้ มีอาหารเป็นเสมือนหน่ึงกองเสบียงเล้ียงไพร่พล แพทย์จึงมีหน้าท่ีรักษา
หัวใจน้าดีและอาหารไวม้ ิให้โรคร้ายตา่ ง ๆ มาจโู่ จมรา่ งกายได้

สรุปวรรณคดี ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๕๑

ประโยชน์และคุณค่าท่ีไดจ้ ากเรอ่ื ง

สามารถนาข้อคิดที่ได้จากการศึกษาคัมภีร์ฉันทศาสตร์ไปใช้ได้ทุกสาขาอาชีพ
เพราะไม่ว่าจะเป็นบุคคลในอาชีพใด ถ้าไม่มีความประมาท อวดดี ริษยา โลภ
เห็นแก่ตัว หลงตัวเอง และการมีศีลธรรมประจาใจ โดยยึดคาสอนในทาง
พระพุทธศาสนาเป็นแนวทางในการชี้นา ย่อมได้รับการยกย่องจากบุคคลต่าง ๆ
โดยเฉพาะในวิชาชีพแพทย์ซึ่งเก่ียวข้องกับความเป็นความตายของชีวิตคนต้องเป็นผู้ที่
รอบรู้จริงตั้งแต่การวินิจฉัยสมมุติฐานโรค การใช้ยาและความรับผิดชอบต่อผู้ป่วยให้
ปฏบิ ัตดิ ว้ ยความรอบคอบไมป่ ระมาท

สรปุ วรรณคดี ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ๕๒

โคลนตดิ ลอ้
ตอนความนิยมเปน็ เสมยี น

เรียบเรยี งและออกแบบ นายกิตตชิ ัย กอ้ นแก้ว โรงเรยี นไทรโยคมณีกาญจนว์ ทิ ยา

สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๕๓

ผูแ้ ต่ง

พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจา้ อย่หู ัว (รชั กาลที่ ๖)
ทรงใชพ้ ระนามแฝงวา่ “อศั วพาห”ุ

ลักษณะการแต่ง
รอ้ ยแกว้ ประเภทบทความ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎกลาเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์
เร่ืองโคลนติดล้อ ซ่ึงมีท้ังหมด 12 ตอน ลงพิมพ์ในหนังสือไทย

ทม่ี า พ.ศ. ๒458 ตอนความนิยมเป็นเสมียน เป็นตอนที่ ๔ ตีพิมพ์ในหนังสือ

สยาม (สยามออบเชอร์เวอร์) ฉบบั วนั ท่ี 3 พ.ค. 2458

สรุปวรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๕๔

แนวคดิ สาคญั

เยาวชนท่ีเรียนจบแล้วเข้าสู่ช่วงการทางานหากมัวแต่ยึดติดกับช่ือเสียงเกียรติยศ
ในการงาน ย่อมทาให้ไม่สามารถนาความรู้ไปพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ

สรปุ เนอื้ เรอื่ ง

บทความเร่ืองโคลนติดล้อ แบ่งออกเป็น ๑๒ ตอน แต่ละตอนเสนอความคิด
เกยี่ วกับปัญหาและอุปสรรคท่ีทาให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าช้ากว่าที่ควร 12 ประการ
แต่ท่ีนามาเรียนคือตอนที่ ๔ ความนิยมเป็นเสมียน = การรับราชการ หรือทางาน
เป็นเนพ้ือเนรื่อกั งงานบรษิ ัททั่วไป เนอ้ื เรอื่ งโดยสังเขปมีดงั น้ี

เสมียนเป็นผู้ท่ีทาหน้าท่ีเก่ียวกับหนังสือ ผู้ที่มีการศึกษานั้นนิยมเป็นเสมียน
คือ นิยมเข้ารับราชการ ไม่สนใจกลับไปทาการเกษตรในภูมิลาเนาของตน ซ่ึงก่อให้เกิด
ประโยชน์ให้ประเทศได้มาก ทั้งนิยมใช้ชีวิตอยู่ในเมือง บุคคลเหล่านี้เห็นว่ากิจการอย่าง
อน่ื ไม่สมเกยี รติยศ คนท่ีได้รับการศึกษาไม่ควรเสียเวลาไปทางานในแบบท่ีคนไม่รู้หนังสือ
ก็ทาได้ เพราะไม่อยากลืมวิชาความรู้ท่ีได้เล่าเรียนมา คนจาพวกนี้ยอมทนใช้ชีวิตอยู่ใน
กรุงเทพมหานคร ท้ังที่เงินเดือนไม่มากแต่รายจ่ายท้ังค่าเดินทาง ค่าท่ีพัก บ้านต้องเช่า
ข้าวต้องซ้ือ แต่งตัวดีตามแฟชั่น ดูหนัง กินข้าวตามกุ๊กช้อป แต่ก็ยอมทน เพียงเพราะ
เกยี รติยศและหน้าตาในสังคม

สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๕๕

สรปุ เน้อื เรอ่ื ง (ต่อ)

บุคคลเหล่าน้ีไม่เข้าใจว่าการทางานอ่ืน ๆ นั้นก็มีเกียรติเท่ากับผู้ท่ีทางานด้วย
ปากกาเหมอื นกนั การทีเ่ ป็นเชน่ น้ถี ือเปน็ ความผดิ ของเราทั้งหลายด้วยถา้ ยังเห็นว่าการเปน็
เสมียน สูงกว่าชาวนาชาวสวน เยาวชนท้ังหลายก็จะทะเยอทะยานอยากเป็น และหาก
ทางกระทรวงทบวงกรมคดั เลือกเสมยี นท่ีมีมากเกนิ ความจาเป็นออกบุคคลเหลา่ น้ีก็ไม่อาจ
เป็นชาวนาได้ ดังน้ันจึงต้องอยู่แต่ในเมืองอายุมากข้ึนโอกาสก็น้อยลงดังคากล่าวท่ีว่า
กาเรนท้ือเารื่องงานอ่ืน ๆ ก็สามารถทาประโยชน์ได้ดีกว่าการเป็นเสมียนจึงเห็นว่าการทางานอ่ืน
ก็มีเกียรติยศเหมือนเสมียนด้วยเช่นกัน “ความนิยมเป็นเสมียนจึงเปรียบเป็นโคลนก้อน
ใหญก่ อ้ นหนึ่งทก่ี ดี ขวาง ความเจรญิ ของประเทศ”

ประโยชนแ์ ละคุณคา่ ทีไ่ ดจ้ ากเรือ่ ง

ได้ข้อคิดเก่ียวกับปัญหาบ้านเมืองในเรื่องค่านิยมท่ีเป็นอุปสรรคทาให้ประเทศเจริญ
ไดช้ ้า ได้แนวคิดวา่ อาชีพอนื่ กส็ ามารถทาประโยชนใ์ ห้แกป่ ระเทศชาตไิ ด้

สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๕๖

เสภาขุนช้างขนุ แผน
ตอน ขุนชา้ งถวายฎกี า
เรียบเรยี งและออกแบบ นายกิตติชัย กอ้ นแกว้ โรงเรียนไทรโยคมณกี าญจน์วทิ ยา

สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๕๗

ผูแ้ ตง่

ไม่ปรากฏนามผ้แู ต่ง
แตเ่ ป็นหนึ่งใน 8 ตอน ทไี่ ดร้ ับการยกยอ่ งจากสมาคมวรรณคดี
สมยั รัชกาลท่ี 7 ว่าแต่งดีเยีย่ ม โดยเฉพาะกระบวนกลอนท่สี ือ่ อารมณ์สะเทือนใจ

ลกั ษณะการแต่ง
กลอนเสภา

เร่อื งน้เี ชอ่ื กนั วา่ เกดิ ขึน้ จริงในสมัยสมเด็จพระพันวษา แห่งกรุงศรีอยุธยา

ตานานเดิมเล่าเพียงว่ามีนายทหารผู้มีฝีมือนายหนึ่งมีตาแหน่งเป็นขุนแผน

ทีม่ า ได้ถวายดาบฟ้าพื้น แด่สมเด็จพระพันวษา ต่อมามีการนาเรื่องขุนช้างขุนแผน
มาแต่งเป็นกลอนสุภาพและใช้เป็นบทขับเสภา โดยใช้กรับเป็นเคร่ืองประกอบ

จงั หวะ

สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๕๘

แนวคิดสาคัญ

ความรกั ท่ีมงุ่ เพียงครอบครองและใชอ้ ารมณเ์ ป็นที่ต้งั มักก่อใหเ้ กิดความสูญเสยี

สรุปเน้อื เร่ือง

ฝ่ายพลายงามหรือพระไวย เมื่อชนะความขุนช้างแล้วก็อยู่มาด้วยความสุขแต่มา
คิดวา่ ยงั ขาดแตม่ ารดาเห็นว่าไมค่ วรค่กู ับขนุ ช้างแล้วคิดว่าจะรับแมก่ ลบั มาอยู่กับขุนแผน
ผู้เป็นบิดาพอตกค่าจึงออกเดินทางไปบ้านขุนช้าง สะกดผู้คนภูตพรายและแก้อาถรรพ์
แล้วสะเดาะกลอน เข้าไปถึงช้ันสามห้องนอน ถอนสะกดนางวันทองแล้วเจรจากัน
พลายงามแจ้งว่าจะมารับนางวันทองกลับไปอยู่บ้านด้วยกัน นางวันทองแนะนาให้นา
เรเ่ือนง้ือขเรึ้นอื่ งกราบทูลพระพันวษา พลายงามไม่เห็นด้วยและจะพาไปให้ได้ นางวันทองจนใจ
จงึ ยอมกลบั ไปกับพลายงาม ขุนช้างตื่นขึ้นมาไม่พบนางวันทอง ให้บ่าวไพร่ค้นหาก็ไม่พบ
ฝ่ายขุนช้างรู้เรื่องเข้าก็โกรธเคืองมากจึงทาร่างฟ้องเสร็จแล้วก็มาที่วังในรออยู่ท่ีใต้
ตาหนักน้ารอถวายฎีกาอยู่ วันรุ่งข้ึนสมเด็จพระพันวษาเสด็จออกว่าราชการเห็นขุนช้าง
ยังเข้าเฝ้าอยู่จึงให้หม่ืนศรีไปเอาตัวนางวันทอง ขุนแผนและพระไวยมาเฝ้าท้ังสามคน
ได้ฟังความก็ตกใจ ขุนแผนจึงจัดการช่วยเหลือนางวันทองด้วยเวทมนตร์ แล้วจึงพากัน
ไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระพันวษาจึงตรัสถามนางวันทองถึงเร่ืองราวทั้งหมดนางวันทองก็
กราบทลู ใหท้ รงทราบ

สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ๕๙

สรุปเนื้อเร่ือง (ตอ่ )

สมเด็จพระพันวษา ได้ฟังก็ทรงขุ่นเคืองพระไวย ที่ทาตามอาเภอใจเพราะแย่งชิง
นางวันทองกันจึงให้นางวันทองตัดสินใจว่าจะอยู่กับใครหรือถ้าไม่อยากอยู่กับท้ังสองคน
จะเลือกอยู่กับลูกก็ได้ นางวันทองเมื่อถึงคราวจะสิ้นอายุไม่สามารถตัดสินใจได้ จึงกราบ
ทูลเนเอ้ืปเร็นอ่ื กง ลางไป เพื่อหวังจะให้สมเด็จพระพันวษาตัดสินให้ เม่ือสมเด็จพระพันวษาได้
ทรงฟังนางวันทองพูดแล้วก็โกรธย่ิงนัก ตรัสประฌามนางวันทองว่าเป็นหญิงหลายใจ
อย่าอยูใ่ หห้ นักแผ่นดนิ เลยให้เอาตวั ไปฆ่าเสีย

ประโยชนแ์ ละคุณค่าท่ีได้จากเรือ่ ง

1. ไดเ้ รยี นรคู้ าราชาศัพท์
2. ไดร้ ู้ถงึ คา่ นยิ มและความเช่อื ของคนในสังคมสมยั อยุธยาโดยเฉพาะเร่อื ง

พระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ยังมีอานาจอยู่เหนือกฎหมาย
และสะท้อนให้เหน็ ในสมัยนนั้ จะมีการตีฆ้องบอกเวลา และจะมเี ร่ืองเกีย่ วความเชอ่ื
เช่น เชอื่ เร่อื งภูตฝีปีศาจ คาถาอาคม โชคชะตาดวง

สรุปวรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๖๐

เรียบเรยี งและออกแบบ นายกิตตชิ ยั กอ้ นแกว้ โรงเรยี นไทรโยคมณกี าญจน์วทิ ยา

สามกก๊

ตอน กวนอูไปรบั ราชการกับโจโฉ

สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๖๑

ผแู้ ตง่
เจ้าพระยาพระคลงั (หน)

ลกั ษณะการแตง่
รอ้ ยแก้ว ประเภทนิทาน

มาจากพงศาวดารจีน “สามก๊กจี่” แต่งขึ้นเพื่อใช้เป็นตาราสาหรับ
ศึกษาอุบายทางการเมือง และการสงคราม ผู้แต่งจริง ๆ น้ันมี
ขอ้ สนั นิษฐานวา่ เป็นชาวจีนชื่อวา่ หลอกว้านจง หรือ ล่อกวนตรงในสมัย

ทมี่ า ต้นราชวงศ์เหมิง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลท่ี 1

โปรดให้เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็นผู้อานวยการแปลและเรียบเรียง
เรื่องสามก๊ก เพ่ือใช้ประโยชน์ราชการบ้านเมืองจากเนื้อหาท่ีเก่ียวกับ
กลยุทธ์และไหวพริบทางการทหาร การปกครองบ้านเมือง และการรู้จัก
ใชค้ น

สรุปวรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๖๒

แนวคิดสาคัญ

คนเราจะแพภ้ ยั ตัวเองถา้ หากคิดอกตัญญูและไมช่ อื่ สตั ยต์ อ่ หนา้ ท่ีการงาน

สรุปเนอ้ื เรอื่ ง

ในสมัยพระเจ้าเห้ียนเต้ โจโฉตั้งตัวเป็นมหาอุปราชสาเร็จราชการแผ่นดิน
คดิ จะกาจัดเลา่ ปซี่ ง่ึ ขณะนั้นครองเมืองซีจิ๋ว เม่อื เล่าป่ีทราบความจงึ สง่ หนงั สอื ไปขอความ
ช่วยเหลือจากอ้วนเส้ียว แต่เขาไม่สามารถมาช่วยเหลือได้ เน่ืองจากบุตรของเขาป่วย
ไมเน่สอ้ืาเมรื่อางรถยกกองทัพมาช่วยได้ แต่บอกว่าหากมีอะไรให้ช่วยเหลือก็จะเต็มใจช่วยอย่าง
เต็มท่ี เมื่อกองทัพของโจโฉยกมาตีเมืองชีจิ๋ว เล่าปี่ไม่สามารถต้านทานได้จึงหนีไปล้ีภัย
ที่เมืองกิจิ๋ว ฝ่ายโจโฉเข้ายึดเมืองชีจิ๋วของเล่าป่ีได้ก็ยกทัพไปตีเมืองแห้ฝือของกวนอู
โจโฉส่งทหารไปล่อให้กวนอูไล่ตามออกนอกเมือง และล้อมจับกวนอูไว้ เตียวเล้ียวเป็น
ทหารของฝา่ ยโจโฉและเปน็ บุคคลที่กวนอูเคยช่วยชีวิตไว้ ขอรับอาสาโจโฉไปเกลี้ยกล่อม
กวนอูให้ไปอยู่กับโจโฉ กวนอูยอมจานนแต่มีเงื่อนไขขอสัญญาจากกวนอู ๓ ข้อ คือ
๑) ขอให้ได้เป็นข้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ 2) ขอให้ได้คุ้มครองและปรนนิบัติพ่ีสะใภ้สองคน
(ภรรยาเลา่ ปี่) 3) ขอไปหาเลา่ ปที่ นั ทีเมื่อรวู้ ่าเลา่ ปอี่ ยู่ท่ีไหน

สรุปวรรณคดี ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ๖๓

สรปุ เนือ้ เรือ่ ง (ต่อ)

ตอนแรกโจโฉไม่ยอมรับเงื่อนไขข้อสุดท้าย เตียวเล้ียวจึงยกนิทานเร่ืองอิเยียง
ผู้กตัญญูมาเล่าเพ่ือช้ีให้เห็นว่ากวนอูนั้นเป็นคนกตัญญูมาก หากโจโฉเข้าใจและเลี้ยงดู
อย่างดีอาจผกู ใจกวนอไู ว้ได้ ดว้ ยเหตผุ ลของเตียวเล้ยี ว โจโฉจึงยอมรบั เงือ่ นไขของกวนอู
หเลนัง้ือจเรา่ือกง น้ันโจโฉพากวนอูไปถวายตัวเป็นทหารของพระเจ้าเหี้ยนเต้ และให้กวนอูกับ
พี่สะใภ้ทั้งสองอยู่อย่างสุขสบาย แต่กวนอูมิได้แสดงน้าใจตอบสนองโจโฉกลับแสดงให้
เห็นว่ายังซ่ือสัตย์และจงรักภักดีต่อเล่าปี่มิเสื่อมคลาย ทาให้โจโฉคิดน้อยใจแต่เชื่อว่า
กวนอูเปน็ คนกตัญญคู งไม่ไปจากตนจนกว่าจะไดต้ อบแทนบุญคณุ

ประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ที่ไดจ้ ากเรื่อง

1. ไดเ้ รียนรปู้ ระวตั ิศาสตร์จีนการเมืองการปกครองสภาพบา้ นเมือง
2. การมีความชอ่ื ตรงและรักษาสตั ย์เปน็ คณุ สมบตั ิของนกั รบทมี่ ี เกยี รติยศชือ่ เสียงดา้ นดี
3. การใหค้ วามสาคญั กบั ผูร้ ว่ มงาน ถือเปน็ คณุ สมบัติทีส่ าคัญของแมท่ ัพและหวั หนา้

สรปุ วรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๖๔

กาพย์เหเ่ รอื

เรยี บเรยี งและออกแบบ นายกติ ตชิ ัย กอ้ นแก้ว โรงเรียนไทรโยคมณกี าญจน์วทิ ยา ๖๕

สรปุ วรรณคดี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

ผูแ้ ตง่
เจ้าฟา้ ธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุรยิ วงศ์

(เจ้าฟา้ กุ้ง)

ลกั ษณะการแตง่
ใชโ้ คลงสส่ี ภุ าพนา 1 บท และแตง่ กาพย์ยานีพรรณนาความเพ่มิ เติมจน

จบเรอื่ งเมอ่ื ขน้ึ ตอนใหม่ก็ใช้โคลงส่ีสุภาพ 1 บทนาอกี

สันนิษฐานกันว่ากาพย์เห่เรือเดิมคงจะแต่งเพ่ือขับเห่กันเม่ือเดิน

ท่มี า ทางไกลในแม่น้าลาคลองแต่ในภายหลังคงมีแต่เจ้านายหรือพระราชวงศ์
ช้ันสูงและสดุ ทา้ ยมีใช้แตใ่ นกระบวนเรือของพระเจา้ แผน่ ดนิ เท่านนั้

สรุปวรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๖๖

แนวคดิ สาคญั

การพรรณนาชมความงามของขบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค การคร่าครวญถงึ
นางอันเปน็ ทรี่ กั พรอ้ มท้งั การชมปลา ชมไม้ และชมนก

สรุปเน้ือเรอื่ ง

เปน็ การพรรณนากระบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคในเวลาเช้าซึ่งประกอบด้วย
เรือพระที่ก่ิงและเรือท่ีมีโขนเรือเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ คือ เรือครุฑยุดนาค เรือไกรสรมุข
เรือสมรรถชัย เรือสุวรรณหงส์ เรือชัย เรือคชสีห์ เรือม้า เรือสิงห์ เรือนาคา เรือมังกร
เรือเลียงผา เรืออินทรี ส่วนการพรรณนาชมปลาในเวลาสายมีปลานวลจันทร์ กระแห
กราย แก้มซ้า คางเบอื น ตะเพียนทอง การพรรณนาชมไม้ในเวลาบ่ายได้แก่ ต้นแก้ว จวง
จิกเน้อื จเราอ่ื ปงา แต้ว บุนนาค ประยงค์ พิกุล พุด จีบ พุทธชาด ลาดวน สายหยุด สุกรม
การพรรณนาชมนกไนเวลาเย็นมีนกต่าง ๆ ได้แก่ สร้อยทอง นกยูง สาลิกา นก สัตวา
โนรีนางนวล ดเุ หวา่ แขกเต้า ไก่ฟา้

สรุปวรรณคดี ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ๖๗

ประโยชน์และคณุ คา่ ท่ีได้จากเรื่อง

๑. เห็นถึงภาพชวี ติ ของคนไทยในปลายกรงุ ศรีอยธุ ยาทใ่ี ช้การสญั จรทางนา้ เปน็ สาคญั
เนื่องจากประเทศไทยมีแม่น้าลาคลองมาก

๒. ได้ความรเู้ กยี่ วกับขบวนพยหุ ยาตรทางชลมารคและประเพณกี ารเห่เรอื
๓. ไดเ้ หน็ ขนบธรรมเนียมประเพณคี า่ นิยมและความเชื่อของคนไทย เช่น ค่านยิ ม

เก่ียวกับความงามของสตรวี า่ จะต้องงามพรอ้ มทัง้ รปู ทรงมารยาท ย้มิ แย้มแจ่มใส
พูดจาไพเราะ และความเชอ่ื เรอ่ื งเวรกรรมตามหลกั พระพุทธศาสนา
4. ไดค้ วามร้เู ร่อื งพนั ธพุ์ ืชและสตั ว์ ปลา นกนานาสายพนั ธ์ุ

สรปุ วรรณคดี ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ๖๘

สามคั คเี ภทคาฉนั ท์
เรยี บเรยี งและออกแบบ นายกติ ติชัย กอ้ นแกว้ โรงเรยี นไทรโยคมณีกาญจนว์ ทิ ยา

สรุปวรรณคดี ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ๖๙

ผู้แต่ง

ชิต บรุ ทัต

ลกั ษณะการแต่ง
คาฉันท์ 19 ชนดิ และกาพย์ฉบงั ๑๖

ในสมัยรัชกาลที่ 6 เกิดเหตุกรณีต่าง ๆ เช่น สงครามโลกคร้ังที่ ๑
และกบฏ ร.ศ.13๐ ทาให้เกิดความต่ืนตัวทางความคิดมีความเห็น

ท่มี า เกี่ยวกับการดาเนินการบ้านเมืองแตกต่างกันเป็นหลายฝ้าย จึงทาให้

ส่งผลกระทบต่อความไม่มั่นคงของบ้านเมือง ในภาวะดังกล่าวจึงมี
การแต่งวรรณคดีปลุกใจให้มีการรักชาติข้ึนโดยเร่ืองสามัคคีเภทแต่งขึ้น
ในปี พ.ศ. 245โดยมุ่งเน้นความสาคัญของความสามัคคีเพ่ือรักษา
บ้านเมือง สามัคคีเภทคาฉันท์เป็นกวี นิทานสุภาษิตว่าด้วย “โทษแห่ง
การแตกสามัคคี” ภายหลังได้รับการยกย่องเป็นตาราเรียนวรรณกรรม
ไทยท่สี าคัญเล่มหน่งึ ทัง้ ในอดีตและปจั จุบัน

สรุปวรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๗๐

แนวคิดสาคัญ

โทษแห่งการแตกสามคั คี

สรปุ เนอื้ เร่ือง

เริ่มเร่ืองด้วยการกล่าวถึงพระเจ้าอชาตศัตรูโอรสองค์แรกของพระเจ้าพิมพิสาร
แคว้นมคธ มีพระประสงค์จะขยายอาณาจักรให้กว้างขวาง แคว้นท่ีต้องพระราชหฤทัย
คอื แคว้นวัชชีของเหลา่ กษตั รยิ ์ลิจฉวี ชาวแคว้นวัชชียืดมั่นในอปริหานิยธรรม ๗ ประการ
เน้นสามัคคีธรรมเป็นหลัก เม่ือใดที่ถูกโจมตีเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีก็จะทรงรวมกาลังกัน
พระเจา้ อชาตศตั รทู รงรับส่ังใหว้ ัสสการพราหมณ์ไปรับราชการกับเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีโดย
เป็นครูสอนศิลปวิทยาแก่บรรดาราชกุมารและดารงตาแหน่งอามาตย์ผู้พิจารณา
พขอิพเนงาือ้เกหเรษ่อืลาง่าอกรษรัตถคริยด์ลีอิีกจตฉาวแี วหัสงสหกนาึ่งรดพ้วยราเหพมื่อณเป์ป็นฏไสิบ้ศัตึกิหกน่อ้ากทาี่ดรท้วยาลคาวยาเมหสตาุแมหา่งรคถวจานมใสนาทมัคี่สคุดี
ก็ม่ันใจว่าตนเป็นที่ไว้วางพระทัยของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี จึงดาเนินการวางอุบายให้
ราชกุมารท้ังหลายผู้เป็นศิษย์หวาดระแวงไม่ไว้ใจช่ือถือต่อกัน และสร้างเหตุให้ทะเลาะ
ววิ าทกนั เป็นประจา เมื่อราชกมุ ารนาความข้ึนทูลพระบิดาของตนก็ทาให้บรรดากษัตริย์
ลิจฉวีเช่ือในถ้อยคาของ โอรสของแต่ละพระองค์ จึงเกิดความแตกร้าวผิดใจกันในเหล่า
กษัตริย์ ความหมาดหมางท่ีสะสมเป็นเวลานานกว่า ๓ ปี จนในท่ีสุดความสามัคคีใน
หมู่กษัตริย์ลิจฉวีถูกทาลายจนหมดส้ิน วัสสการพราหมณ์จึงส่งคนไปแจ้งข่าวเพ่ือให้
พระเจา้ อชาตศตั รยู กทพั มาตีเมืองวชั ชไี ดแ้ ล้ว ผลสุดท้ายก็สามารถยดึ เมอื งไดโ้ ดยงา่ ย

สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๗๑

ประโยชนแ์ ละคุณค่าที่ไดจ้ ากเร่ือง

ได้เรียนรู้ถึงหัวใจสาคัญของเรื่องราวท้ังหมดที่สอนคติเตือนใจอันเป็นผลดีต่อ
การดารงชีวิตนั้นคือการอยู่ร่วมกันในสังคมต้องอาศัยความสามัคคีปรองดองหาก
แตกความสามคั คีกนั แลว้ สงั คมประเทศชาติกจ็ ะไม่สามารถดารงอยู่ไดอ้ ย่างสงบสขุ

สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๗๒

ไตรภูมพิ ระร่วง

ตอน มนสุ สภมู ิ

เรียบเรียงและออกแบบ นายกิตตชิ ยั ก้อนแกว้ โรงเรยี นไทรโยคมณกี าญจนว์ ทิ ยา

สรุปวรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๗๓

ผแู้ ต่ง
พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลไิ ท)

ลกั ษณะการแตง่
เปน็ รอ้ ยแกว้ ประเภทความเรียง แตก่ ม็ ีสัมผสั คล้องจอง

หนังสือไตรภูมิพระรว่ ง เป็นวรรณคดีพุทธศาสนาท่ีพญาลิไท ได้รวบรวม
เนอ้ื หาสาระจากคัมภีร์ในพุทธศาสนาทั้งพระไตรปิฎกอรรถกถา และอ่ืน ๆ

ทม่ี า ไม่น้อยกว่า ๓๐ คัมภีร์ จึงจัดได้ว่าเป็นพระราชนิพนธ์ประเภทค้นคว้า

รวบรวมทดี่ เี ลม่ หนึง่

สรุปวรรณคดี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๗๔

แนวคิดสาคญั

ชี้ให้เห็นคุณและโทษของโลกทั้งสามท่ีไม่มีความแน่นอน เพื่อให้มนุษย์เร่งทาบุญ
หรือกรรมดี ละบาปหรือกรรมช่ัวเพ่ือให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏหรือบรรลุนิพพาน
ท่ีประเสรฐิ กว่าสมบตั หิ รือความสุขใด ๆ ที่มใี นโลกท้ังสามโลก

สรุปเนอ้ื เรอ่ื ง

ไตรภมู พิ ระร่วง ตอน มนสุ สภมู ิ กล่าวถงึ กาเนิดของมนุษยไ์ ว้อย่างละเอียดเป็นขั้นตอน
ต้ังแต่เริ่มปฏิสนธิจนกระทั่งคลอดจากครรภ์มารดา กุมารท่ีมีอายุ ๖ เดือนอาจไม่รอดได้
หากอายคุ รรภ์ 7 เดอื น กมุ ารมักจะมีสขุ ภาพอ่อนแอ กมุ ารผู้มาจากนรกเมื่อคลอดออกมา
จะสง่ เสียงร้องไห้ ส่วนผู้ทม่ี าจากสวรรค์ เมื่อคลอดออกมาจะหวั เราะ กุมารที่เพ่ิงคลอดจะ
ไมเ่นส้ือาเรมอ่ื างรถจดจาส่ิงต่าง ๆ ท่ีผ่านมาได้ ยกเว้นผู้ท่ีเป็นปัจเจกโพธิ เจ้าและผู้ท่ีเป็น
อรหันตาขีณาสพ กาเนิดของมนุษย์เป็นสิ่งท่ียากลาบาก ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้ถือกาเนิด
ออกมาและ อยู่รอดปลอดภัยแล้วก็ควรกระทาความดี เพ่ือให้กุศลผลแห่งการทาความดี
น้ันติดตัวส่งให้ได้ไปเกิดในภพที่ดี ผู้ใดจะเกิดในภูมิใดนั้นอยู่ที่กรรมดีกรรมชั่วท่ีตนทาใน
ชาติก่อน ๆ กรรมเป็นต้นเหตุให้อยู่ในกระแสเวียนว่ายตายเกิด เป็นวัฏสงสารไม่มีวัน
สิ้นสุดจนกว่าจะหาทางหลุดพ้นจาก ภูมิทั้งสามไปสู่โลกุตรภูมิหรือนิพพานจึงจะได้
สุขนิรันดร์ ไตรภูมิพระร่วงคือเรื่องราวของโลกท้ัง ๓ ได้แก่ กามภูมิ, รูปภูมิและอรูปภูมิ
กามภมู ิ : โลกของผู้ทอี่ ย่ใู นกามกิเลสมี 11 สถาน (มนุสสภมู ิอยใู่ นภูมนิ ี้) รปู ภมู ิ : เป็นทอ่ี ยู่
ของพรหมซ่ึงมีฌาณ มี ๑๖ ชั้น อรูปภูมิ : มี 4 ช้ัน เป็นพรหมชั้นสูงสุดเป็นดินแดนของ
พรหมไมม่ ีรูปมีแตจ่ ิตหรือวญิ ญาณ

สรปุ วรรณคดี ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๗๕

ประโยชน์และคุณคา่ ที่ไดจ้ ากเร่อื ง

การเข้าใจเรื่องนรก สวรรค์ จะเป็นอนุสสติเตือนตนเองให้หม่ันทาความดี ละเว้น
ความชั่ว ทาจิตใจให้บริสุทธ์ิละอายที่จะทาบาป เกรงกลัวต่อผลของบาป ซ่ึงมนุษย์ที่ดี
ก็จะทาให้สังคมบา้ นเมอื งสงบสขุ

สรุปวรรณคดี ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ๗๖

ขตั ติยพนั ธกรณี
เรียบเรยี งและออกแบบ นายกติ ตชิ ัย กอ้ นแกว้ โรงเรยี นไทรโยคมณีกาญจน์วทิ ยา

สรุปวรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๗๗

ผู้แต่ง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว (รชั กาลที่ ๕)

และสมเด็จฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพ

ลกั ษณะการแต่ง
โคลงสสี่ ุภาพและอนิ ทรวิเชยี รฉันท์

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนิพนธ์เพ่ืออาลาเจ้านายพระบรมวงศ์

ท่มี า เพราะทกุ ข์โทมนัสเสยี ใจ เนื่องจากฝร่งั เข้ามาคุกคามอธิปไตยในประเทศสยาม

สรุปวรรณคดี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ๗๘

แนวคดิ สาคญั

ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตรยิ ์ เปน็ สิ่งคนไทยทุกคนควรมี

สรุปเนือ้ เรอื่ ง

ขตั ตยิ พนั ธกรณีสะท้อนสภาพสังคมไทยขัดแย้งกับฝร่ังเศสเก่ียวกับปัญหาดินแดน
ของเขมรจากวิกฤตการณ์ รศ.๑๑๒ ได้มีการยื่นคาขาดเรียกร้องดินแดนฝั่งตะวันออก
ของแม่น้าโขง ด้วยเหตุน้ีจึงทาให้รัชกาลท่ี ๕ ทรงเสียพะราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง
จนทรงพระประชวรหนักไมย่ อมเสวยพระโอสถใด ๆ ในระหวา่ งน้ันได้ทรงพระราชนิพนธ์
บทโคลงและฉันท์ระบายความทุกข์โทมนัสในพระราชหฤทัยจนไม่ทรงปรารถนา
ท่ีเจนะือ้ เดรื่อางรงพระชนม์ชีพอีกต่อไป ได้ทรงส่งบทพระราชนิพนธ์ไปอาลาเจ้านายพ่ีน้อง
บางพระองค์รวมทั้งสมเด็จกรมพระยาดารงฯ ซ่ึงเป็นพระเจ้าน้องยาเธอด้วยเม่ือทรง
ได้รับสารแล้วสมเด็จกรมพระยาดารงฯ ก็ทรงนิพนธ์บทประพันธ์ถวายตอบทันที ทาให้
กาลังพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง
กลับเสวยพระโอสถทาให้พระกาลังดีขึ้น และเสด็จออกว่าราชการได้ในไม่ช้า
ส่วนพระนิพนธข์ องสมเดจ็ กรมพระยาดารงราชานุภาพน้ัน เป็นอินทรวิเชียรฉันท์ทั้งหมด
มีเน้ือความแสดงความวิตกและความทุกชของประชาชนชาวไทยที่เป็นห่วงเป็นกังวล
ในพระอาการประชวรของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าฯ

สรปุ วรรณคดี ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๗๙

สรุปเน้อื เรอื่ ง (ต่อ)

สาหรับตัวพระองค์เองนั้น ถ้าเลือดเน้ือของพระองศ์เจือยาถวายให้
หายประชวรได้ก็ยินดีจะทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จกรมพระยาดารงฯ
ทรงเปรยี บตัวพระองค์เองเหมือนม้าท่ีเป็นพระราชพาหนะ เตรียมพร้อมท่ี
จะรับใช้เทียบหน้าพลับพลา คอยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ
ประทบั และทรงบญั ชาการให้ม้าไปทางใด ก็ยินดีจะทาตามพระราชบัญชา
ทเนร้ืองเรขือ่ อง ให้อานาจแห่งคาสัตย์ของพระองค์ดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าฯ ทรงหายจากการประชวรท้ังพระวรกายและพระราช
หฤทยั และขอให้สาเร็จพระราชประสงค์ที่ทรงปรารถนา ให้เหตุทาให้ทรง
ขุนขัดพระราชหฤทัยเคล่ือนคลายเหมือนเวลาหลายปีได้ผ่านพ้นไป และ
ขอให้ดารงพระชนม์ชีพยืนนานเพ่ือเกื้อกูลและสร้างความเจริญแก่
ประเทศไทยตลอดไป

ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าทไ่ี ด้จากเรื่อง

1. ชาติบ้านเมอื งมีความสาคัญย่ิงกว่าชีวติ
2. เข้าใจชวี ิตว่ามสี ุขก็มีทกุ ข์
3. ได้รวู้ ่าคนฐานะสูงหรอื ต่าต่างก็มีความทุกข์ แตต่ า่ งกนั ตาม

ภาระหน้าทขี่ องแตล่ ะคน

สรุปวรรณคดี ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๘๐

อา้ งอิง
อา้ งอิง

สิรมิ งคล ศรีบุญ และคณะ.(2560). ภาษาไทย ม.ปลาย Intensive Book.
กรงุ เทพมหานคร : บรษิ ทั สานกั พมิ พ์ พ.ศ.พัฒนา จากดั .

ปทั มา ดาประสทิ ธิ์ และคณะ.(256๑). วรรณคดีและวรรณกรรมไทย.
กรุงเทพมหานคร : บรษิ ัท สานกั พมิ พ์เอมพันธ์ จากัด.

วศิ ลั ย์ศยา รดุ ดิษฐ์ และคณะ. (2561). วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ช้ันมัธยมปที ี่ 4. กรุงเทพมหานคร : พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว).

สรุปวรรณคดี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๑

ประวตั ผิ จู้ ดั ทา

ช่อื -สกุล นายกิตติชัย กอ้ นแก้ว

ท่ีอยู่ บา้ นเลขท่ี ๓๔ หมู่ ๔ บ้านวังยาง ตาบลศรฐี าน
อาเภอภูกระดึง จงั หวัดเลย

การศึกษา พุทธศาสตรบัณฑติ สาขาวขิ า การสอนภาษาไทย
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวขิ า หลกั สตู รและการสอน
วชิ าเฉพาะการสอนภาษาไทย มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่

ตาแหนง่ ครูผชู้ ว่ ย โรงเรียนไทรโยคมณกี าญจนว์ ิทยา จงั หวัดกาญจนบรุ ี

ดาวนโ์ หลดแบบ PDF


Click to View FlipBook Version