The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ปนัดดา แสวขุนทด, 2024-03-25 09:30:17

PLC Panadda

PLC

Keywords: PLC Panadda

จากการประชุมกลุ่ม Mixed maths จากการประชุมกลุ่มพบปัญหา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ของนักเรียนค่อนข้างต่ำ สมาชิกในกลุ่มได้ปรึกษาหารือแนวทางในการแก้ปัญหาการเรียนการสอน คณิตศาสตร์ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) เป็นวิธีสอนที่มีประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ในวิชา คณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการ แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ให้สูงขึ้น 4. สมาชิกร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา สมาชิก สาเหตุของปัญหา 1. ครูปัทมา เทียมอ๊อด - นักเรียนบางคนยังขาดทักษะกระบวนการคิด ความมีเหตุผล การ เรียนรู้ด้วยตนเอง การถ่ายทอดความรู้สู่เพื่อนร่วมชั้นเรียน และ กระบวนการคิดร่วมกัน 2. ครูอมราภรณ์ บริหาร - หากผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้ผลค่อนข้างน้อย แสดงว่าการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น อาจมาจากหลากหลายสาเหตุดังที่ สมาชิกร่วมกันอภิปรายข้างต้น 3. ครูธนภร มั่นสิงห์ - นักเรียนบางส่วนไม่เหมาะกับการเรียนรู้แบบบุคคล อาจจะต้องใช้ กิจกรรมกลุ่ม และเกมเข้ามาช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีที่สุด 4. ครูปนัดดา แสวขุนทด - นักเรียนบางส่วนอ่านหนังสือไม่ออกหรือบางคนไม่ยอมอ่านโจทย์ คิดวิเคราะห์ก่อน นักเรียนบางคนยังไม่เข้าใจ บทเรียนที่ผ่านมา เท่าที่ควร รวมวิธีการคิดคำนวณขั้นพื้นฐานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะ นักเรียนห้องสุดท้าย 5. ครูมโนชา วามะเกตุ - นักเรียนบางคนไม่สนใจในสิ่งที่ครูกำลังอธิบาย และการวิเคราะห์ โจทย์ปัญหา ยังคงไม่มีสมาธิกับการเรียน รวมถึงบางครั้งวิธีการ สอนของครู อาจเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ ไม่มีความกระตุ้น น่าสนใจ เท่าที่ควร 6. ครูสุธิดา สุขตาม - นักเรียนขาดทักษะพื้นฐานการคิดคำนวณ และการนำมา ประยุกต์ใช้ เมื่อนักเรียนเลื่อนชั้นอยู่ในระดับที่สูงขึ้น เนื้อหาที่ เรียนเป็นรูปแบบใหม่ ทำให้นักเรียนรู้สึกว่ายาก ไม่เข้าใจ จึงไม่ อยากเรียน หรือบางครั้งรู้สึกเบื่อ 5. ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม ประธานกลุ่มมอบหมายให้ครูร่วมเรียนรู้ไปศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาจากงานวิจัย หรือรูปแบบที่ มีผู้พัฒนาแล้ว เพื่อนำมาร่วมประชุมครั้งต่อไป และนำผลการประชุมไปบันทึกในแบบบันทึกชั่วโมงภาระงาน ของพนักงานครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเทศบาล ๑ (ขจรเนติยุทธ) เพื่อเก็บเป็นหลักฐานในการ รายงานต่อไป เลิกประชุมเวลา 17.30 น.


ภาพ/ร่องรอย/หลักฐานประกอบ PLCครั้งที่ 2 ( บัตรภาพ/ใบงาน/ชิ้นงาน/ภาพถ่ายประกอบ ) ภาพการจัดกิจกรรม PLC ของกลุ่ม “Mixed maths” ขั้นที่ 1 วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรียนรู้ (Analyze & Plan) ผู้อำนวยการสถานศึกษา และสมาชิกในกลุ่ม ร่วมกันประชุมชี้แจง เพื่อค้นหาปัญหาของ นักเรียน / ขั้นปฏิบัติการสอนซึ่งกันและกัน และวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับการ พัฒนาผมสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน โรงเรียนเทศบาล ๑ (ขจรเนติยุทธ) โดยใช้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้โมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) และมีการปรึกษา หารือแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน ร่วมกันในการคิด วิเคราะห์ ออกแบบ วางแผนและพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อการพัฒนากระบวนการคิดคำนวณของนักเรียน โดยดำเนินการในวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 15.30 – 17.30 น. บริเวณใต้อาคารสีส้ม


1. งาน/กิจกรรม การออกแบบ แนวทางแก้ไขปัญหา 2. ประเด็นปัญหา / สิ่งที่ต้องการพัฒนา จากการประชุมกลุ่ม พบปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนค่อนข้างต่ำ สมาชิกในกลุ่มได้ปรึกษาหารือแนวทางในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ โดยใช้รูปแบบการ จัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology)เป็นวิธีสอนที่มี ประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น และ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ให้สูงขึ้น 3. สมาชิกในกลุ่มเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา สมาชิกในกลุ่มร่วมศึกษาปัญหา แนวทางแก้ไขปัญหา หรือกระบวนการที่จะใช้ในการแก้ไขปัญหา ดังนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียน นายเดช จงรักพงศ์เผ่า ถามถึงการประชุมครั้งที่แล้วที่ผ่านมานั้นมีปัญหา และการแก้ปัญหาในครั้งนี้อย่างไรบ้าง จากการประชุมกลุ่มทุกคนได้เลือกรูปแบบการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการเรียนการสอนโมเดลซิปปา (Cippa Model) และมีการเพิ่มการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน โดยการจัดการเรียนการสอน อย่างเป็นขั้นตอน ตามลำดับและไม่ซับซ้อน เหมาะกับสภาพผู้เรียน 1. ทฤษฎี/หลักการ/แนวคิดของรูปแบบ รูปแบบการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง : โมเดลซิปปา (Cippa Model) หรือรูปแบบ การประสานห้าแนวคิด ได้พัฒนาขึ้นโดย ทิศนา แขมมณี รองศาสตราจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้พัฒนารูปแบบจากประสบการณ์ในการสอนมากว่า 30 ปี และพบว่าแนวคิด จำนวนหนึ่งสามารถใช้ได้ผลดีตลอดมา จึงได้นำแนวคิดเหล่านั้นมาประสานกันเกิดเป็นแบบแผนขึ้น แนวคิด ดังกล่าวได้แก่ 1. แนวคิดการสร้างความรู้ 2. แนวคิดกระบวนการกลุ่มและการเรียนรู้แบบร่วมมือ 3. แนวคิดเกี่ยวกับความพร้อมในการเรียนรู้ 4. แนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ 5. แนวคิดเกี่ยวกับการถ่ายโอนความรู้ เมื่อนำแนวคิดดังกล่าวมาจัดการเรียนการสอนพบว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนได้ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะ เป็นด้านร่างกาย อารมณ์ สติปัญญาและสังคม โดยหลักการของโมเดลซิปปา ได้ยึดหลักการเรียนการสอนที่ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ในตัวหลักการคือการช่วยให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้เรียนมี บทบาทและมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ให้มากที่สุด มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและได้เรียนรู้จากกันและกัน มี การแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ ร่วมกับ การผลิตผลงานซึ่งมีความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลายและสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ให้นักเรียน เป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองตามแนวคิด Constructivism (ทิศนา แขมมณี, 2542 ) แนวคิดทั้ง 5 เป็นที่มาของแนวคิด "CIPPA" ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ สูงสุด โดยการให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเอง จากแนวคิดข้างต้น สรุปเป็นหลักซิปปา (CIPPA) ได้ดังนี้ 1. C มาจากคำว่า Construction of knowledge หลักการสร้างความรู้ หมายถึง การให้ผู้เรียน สร้างความรู้ตามแนวคิดของ Constructivism ซึ่งเชื่อว่าการเรียนรู้เป็นประสบการณ์เฉพาะตนในการสร้าง ความหมายของสิ่งที่เรียนรู้ด้วยตนเอง กล่าวคือ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ดีควรเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนมีโอกาส


สร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจและเกิดการเรียนรู้ที่มีความหมายต่อตนเอง ซึ่งการที่ ผู้เรียนมีโอกาสได้สร้างความรู้ด้วยตนเองนี้เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางสติปัญญา 2. I มาจากคำว่า Interaction หลักการปฏิสัมพันธ์ หมายถึง การให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือ สิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งตามทฤษฎีConstructivism และ Cooperative Learning เชื่อว่าการเรียนรู้เป็น กระบวนการทางสังคมที่บุคคลจะต้องอาศัยและพึ่งพาซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อ การอยู่ร่วมกัน กล่าวคือ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ดีจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับบุคคล และแหล่งความรู้ที่หลากหลาย ซึ่งเป็นการช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางสังคม 3. P มาจากคำว่า Process Learning หลักการเรียนรู้กระบวนการ หมายถึง การเรียนรู้ กระบวนการต่างๆ เพราะทักษะกระบวนการเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไป กว่าสาระ (Content) ของการเรียนรู้ กล่าวคือ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ดีควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ กระบวนการต่างๆ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการทำงาน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการ แก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม ฯลฯ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และเป็นสิ่งที่ผู้เรียนจำเป็นต้องใช้ ตลอดชีวิต รวมทั้งเป็นการช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางด้านสติปัญญาอีกทางหนึ่ง 4. P มาจากคำว่า Physical participation / Involvement หลักการมีส่วนร่วมทางร่างกาย หมายถึง การให้ผู้เรียนมีโอกาสได้เคลื่อนไหวร่างกาย โดยการทำกิจกรรมในลักษณะต่าง ๆ ซึ่งเป็นการช่วยให้ ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางกาย กล่าวคือ การเรียนรู้ต้องอาศัยการเรียนรู้การเคลื่อนไหวทางกายจะช่วยให้ประสาท การรับรู้ "active" และรับรู้ได้ดีดังนั้นในการสอนจึงจาเป็นต้องมีกิจกรรมให้ผู้เรียนต้องเคลื่อนไหวที่หลากหลาย และเหมาะสมกับวัยและความสนใจของผู้เรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการรับรู้และเรียนรู้ 5. A มาจากคำว่า Application หลักการประยุกต์ใช้ความรู้ หมายถึง การนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ กล่าวคือ การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงหรือการปฏิบัติจริง จะช่วยให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์จากการเรียน ทำให้ เกิดการเรียนรู้เพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ และเกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งขึ้น กิจกรรมการเรียนรู้ที่มีแต่เพียงการสอนเนื้อหา สาระให้ผู้เรียนเข้าใจ โดยขาดกิจกรรมการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ จะทำให้ผู้เรียนขาดการเชื่อมโยงระหว่าง ทฤษฎีกับการปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้การเรียนรู้ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร การจัด กิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถ นาความรู้ไปประยุกต์ใช้นี้ เท่ากับเป็นการช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ในด้านใดด้านหนึ่งหรือ หลายๆ ด้านแล้วแต่ลักษณะของสาระและกิจกรรมที่จัดนอกจากนี้ การนำความรู้ไปใช้เป็นประโยชน์ในการ ดำรงชีวิต เป็นเป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษาและการเรียนการสอน 2. วัตถุประสงค์ของรูปแบบ รูปแบบนี้มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เรียนอย่างแท้จริงโดยการให้ผู้เรียนสร้าง ความรู้ด้วยตนเองโดยอาศัยความร่วมมือจากกลุ่ม นอกจากนั้นยังช่วยพัฒนาทักษะกระบวนการต่างๆ จำนวน มาก อาทิ กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม การปฏิสัมพันธ์สังคม และกระบวนการแสวงหาความรู้ เป็นต้น 3. กระบวนการเรียนการสอนของรูปแบบ ซิปปา (CIPPA) เป็นการหลักซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นหลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ให้แก่ ผู้เรียนการจัดกระบวนการเรียนการสอนตามหลัก “CIPPA” นี้สามารถใช้วิธีการและกระบวนการที่หลากหลาย ซึ่งอาจจัดเป็นแบบแผนได้หลายรูปแบบ รูปแบบหนึ่งที่ผู้เขียนได้นำเสนอไว้และได้มีการนำไปทดลองใช้แล้ว ได้ผลดี ประกอบด้วยขั้นตอนการดำเนินการ 7 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่ 1 การทบทวนความรู้เดิม ขั้นนี้เป็นการดึงความรู้เดิมของผู้เรียนในเรื่องที่จะเรียน เพื่อช่วยให้ ผู้เรียนมีความพร้อมในการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมของตน ซึ่งผู้สอนอาจใช้วิธีการต่างๆ ได้อย่าง หลากหลาย


ขั้นที่ 2 การแสวงหาความรู้ใหม่ ขั้นนี้เป็นการแสวงหาข้อมูลความรู้ใหม่ของผู้เรียนจากแหล่งข้อมูลหรือ แหล่งความรู้ต่างๆ ซึ่งครูอาจจัดเตรียมมาให้ผู้เรียนหรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนไป แสวงหาก็ได้ ขั้นที่ 3 การศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล/ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความเดิม ขั้นนี้เป็นขั้น ที่ผู้เรียนจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับข้อมูล/ความรู้ที่หามาได้ ผู้เรียนจะต้องสร้างความหมายของข้อมูล/ ประสบการณ์ใหม่ๆ โดยใช้กระบวนการต่างๆ ด้วยตนเอง เช่น ใช้กระบวนการคิด และกระบวนการกลุ่มในการ อภิปรายและสรุปความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลนั้นๆ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงกับความรู้เดิม ขั้นที่ 4 การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผู้เรียนอาศัยกลุ่มเป็นเครื่องมือในการ ตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตน รวมทั้งขยายความรู้ความเข้าใจของตนเองให้กว้างขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียน ได้แบ่งปันความรู้ความเข้าใจของตนแก่ผู้อื่น และได้รับประโยชน์จากความรู้ ความเข้าใจของผู้อื่นไปพร้อมๆ กัน ขั้นที่ 5 การสรุปและจัดระเบียบความรู้ ขั้นนี้เป็นขั้นของการสรุปความรู้ที่ได้รับทั้งหมด ทั้งความรู้เดิม และความรู้ใหม่ และสิ่งที่เรียนให้เป็นระบบระเบียบเพื่อช่วยให้ผู้เรียนจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ง่าย ขั้นที่ 6 การปฏิบัติ และ/หรือการแสดงผลงาน หากข้อความรู้ที่ได้เรียนรู้มาไม่มีการปฏิบัติขั้นนั้นจะเป็น ขั้นที่ช่วยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงผลงานการสร้างความรู้ของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ เป็นการช่วยให้ผู้เรียนได้ตอก ย้ำหรือตรวจสอบความเข้าใจของตนเองและช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้ความคิดสร้างสรรค์แต่หากต้องมีการ ปฏิบัติตามข้อความรู้ที่ได้ ขั้นนี้จะเป็นขั้นปฏิบัติ และมีการแสดงผลงานที่ได้ปฏิบัติด้วย ขั้นที่ 7 การประยุกต์ใช้ความรู้ ขั้นนี้เป็นขั้นของการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการนำความรู้ความเข้าใจ ของตนไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มความชำนาญ ความเข้าใจ ความสามารถในการ แก้ปัญหาและความจำในเรื่องนั้นๆหลังจากการประยุกต์ใช้ในความรู้ อาจจะมีการนำเสนอผลงานจากการ ประยุกต์อีกครั้งก็ได้ หรืออาจไม่มีการนำเสนอผลงานในขั้นที่ 6 แต่นำมารวมแสดงในขั้นตอนท้ายหลังขั้นการ ประยุกต์ใช้ก็ได้เช่นกัน ขั้นตอนตั้งแต่ขั้นที่ 1-6 เป็นกระบวนการของการสร้างความรู้ (construc-tion of knowledge) ซึ่งครู สามารถจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนมีโอกาสปฏิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน (interaction) และฝึกฝนทักษะ กระบวนการต่างๆ (process learning) อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากขั้นตอนแต่ละขั้นตอนช่วยให้ผู้เรียนได้ทำ กิจกรรมหลากหลายที่มีลักษณะให้ผู้เรียนได้มีการเคลื่อนไหวทางกาย ทางสติปัญญา ทางอารมณ์ และทาง สังคม อย่างเหมาะสม 6 ทีคุณสมบัติตามหลักการ CIPPส่วนขั้นตอนที่ 7 เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผู้เรียนนำความรู้ ไปใช้ (application) จึงทำให้เป็นรูปแบบนี้มีคุณสมบัติครบตามหลักCIPPA Technology for Instruction การใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมการเรียนรู้ในชั้น เรียน เป็นเครื่องมือสำ หรับครูและนักเรียนในกระบวนการ จัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนโดยเน้นหลักการมี ปฏิสัมพันธ์ (interactive) การ เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี ต่าง ๆ ได้แก่ แอปพลิเคชัน ถามตอบในชั้นเรียน ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เช่น Kahoot! ,Wordwall เป็นต้น หรือ แอปพลิเคชัน ถาม ตอบหรือระดมความเห็นในชั้นเรียนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เช่น Google FormGoogle Sheet เป็นต้น 4. ผลที่ผู้เรียนจะได้รับจากการเรียนตามรูปแบบ ผู้เรียนจะเกิดความเข้าใจในสิ่งที่เรียน สามารถอธิบาย ชี้แจง ตอบคำถามได้ดี นอกจากนั้นยังได้พัฒนา ทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นกลุ่ม การสื่อสาร รวมทั้งเกิดความใฝ่รู้ด้วย


4. สมาชิกร่วมกันออกแบบกิจกรรมในการแก้ไขปัญหา สมาชิกร่วมกันนำทฤษฎีการสอนแบบกระบวนการแก้ปัญหาตามแนวคิดของโมเดลซิปปา (Cippa Model) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ขั้นที่ 1 การทบทวนความรู้เดิม ขั้นนี้เป็นการดึงความรู้เดิมของผู้เรียนในเรื่องที่จะเรียน เพื่อช่วยให้ ผู้เรียนมีความพร้อมในการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมของตน ซึ่งผู้สอนอาจใช้วิธีการต่างๆ ได้อย่าง หลากหลาย ขั้นที่ 2 การแสวงหาความรู้ใหม่ ขั้นนี้เป็นการแสวงหาข้อมูลความรู้ใหม่ของผู้เรียนจากแหล่งข้อมูล หรือแหล่งความรู้ต่างๆ ซึ่งครูอาจจัดเตรียมมาให้ผู้เรียนหรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ ผู้เรียนไปแสวงหาก็ได้ ขั้นที่ 3 การศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล/ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความเดิม ขั้นนี้เป็นขั้น ที่ผู้เรียนจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับข้อมูล/ความรู้ที่หามาได้ ผู้เรียนจะต้องสร้างความหมายของข้อมูล/ ประสบการณ์ใหม่ๆ โดยใช้กระบวนการต่างๆ ด้วยตนเอง เช่น ใช้กระบวนการคิด และกระบวนการกลุ่มในการ อภิปรายและสรุปความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลนั้นๆ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงกับความรู้เดิม ขั้นที่ 4 การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผู้เรียนอาศัยกลุ่มเป็นเครื่องมือในการ ตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตน รวมทั้งขยายความรู้ความเข้าใจของตนเองให้กว้างขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียน ได้แบ่งปันความรู้ความเข้าใจของตนแก่ผู้อื่น และได้รับประโยชน์จากความรู้ ความเข้าใจของผู้อื่นไปพร้อมๆ กัน ขั้นที่ 5 การสรุปและจัดระเบียบความรู้ ขั้นนี้เป็นขั้นของการสรุปความรู้ที่ได้รับทั้งหมด ทั้งความรู้เดิม และความรู้ใหม่ และสิ่งที่เรียนให้เป็นระบบระเบียบเพื่อช่วยให้ผู้เรียนจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ง่าย ขั้นที่ 6 การปฏิบัติ และ/หรือการแสดงผลงาน หากข้อความรู้ที่ได้เรียนรู้มาไม่มีการปฏิบัติขั้นนั้นจะ เป็นขั้นที่ช่วยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงผลงานการสร้างความรู้ของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ เป็นการช่วยให้ผู้เรียนได้ ตอกย้ำหรือตรวจสอบความเข้าใจของตนเองและช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้ความคิดสร้างสรรค์แต่หากต้องมีการ ปฏิบัติตามข้อความรู้ที่ได้ ขั้นนี้จะเป็นขั้นปฏิบัติ และมีการแสดงผลงานที่ได้ปฏิบัติด้วย ขั้นที่ 7 การประยุกต์ใช้ความรู้ขั้นนี้เป็นขั้นของการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการนำความรู้ความ เข้าใจของตนไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มความชำนาญ ความเข้าใจ ความสามารถในการ แก้ปัญหาและความจำในเรื่องนั้นๆหลังจากการประยุกต์ใช้ในความรู้ อาจจะมีการนำเสนอผลงานจากการ ประยุกต์อีกครั้งก็ได้ หรืออาจไม่มีการนำเสนอผลงานในขั้นที่ 6 แต่นำมารวมแสดงในขั้นตอนท้ายหลังขั้นการ ประยุกต์ใช้ก็ได้เช่นกัน ขั้นตอนตั้งแต่ขั้นที่ 1-6 เป็นกระบวนการของการสร้างความรู้ (construc-tion of knowledge) ซึ่งครู สามารถจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนมีโอกาสปฏิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน (interaction) และฝึกฝนทักษะ กระบวนการต่างๆ (process learning) อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากขั้นตอนแต่ละขั้นตอนช่วยให้ผู้เรียนได้ทำ กิจกรรมหลากหลายที่มีลักษณะให้ผู้เรียนได้มีการเคลื่อนไหวทางกาย ทางสติปัญญา ทางอารมณ์ และทาง สังคม อย่างเหมาะสม 6 ทีคุณสมบัติตามหลักการ CIPPส่วนขั้นตอนที่ 7 เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผู้เรียนนำความรู้ ไปใช้ (application) จึงทำให้เป็นรูปแบบนี้มีคุณสมบัติครบตามหลักCIPPA Technology for Instruction การใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมการเรียนรู้ในชั้น เรียน เป็นเครื่องมือสำ หรับครูและนักเรียนในกระบวนการ จัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนโดยเน้นหลักการมี ปฏิสัมพันธ์ (interactive) การ เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี ต่าง ๆ ได้แก่ แอปพลิเคชัน ถามตอบในชั้นเรียน ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เช่น Kahoot! ,Wordwall เป็นต้น


หรือ แอปพลิเคชัน ถาม ตอบหรือระดมความเห็นในชั้นเรียนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เช่น Google FormGoogle Sheet เป็นต้น 5. ประเด็น/ ความรู้และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ สามารถนำมาเป็นแนวทางการแก้ปัญหาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อให้ได้ข้อค้นพบหรือคำตอบที่หนักแน่น น่าเชื่อถือ สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และ นำไปใช้ในการพัฒนางานของครูผู้สอนได้จริง 6. ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม ประธานแจ้งในที่ประชุมว่าให้สมาชิกนำผลการประชุมไปบันทึก PPR และบันทึกการเสวนา ของ ตนเอง เพื่อเก็บเป็นหลักฐานในการรายงานต่อไป เลิกประชุมเวลา 17.30 น.


ภาพ/ร่องรอย/หลักฐานประกอบ PLCครั้งที่ 3 ( บัตรภาพ/ใบงาน/ชิ้นงาน/ภาพถ่ายประกอบ ) ขอรับรองว่าข้อมูลดังกล่าวข้างต้นเป็นจริงทุกประการ ภาพการจัดกิจกรรม PLC ของกลุ่ม “Mixed Maths” ขั้นที่ 3 วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรียนรู้ (Analyze & Plan) บันทึกการเสวนาของกลุ่ม และการนับชั่วโมงในการจัดทำ PLC โดยดำเนินการในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2566 เวลา 15.30 – 17.30 น. ประชุมโรงอาหารโรงเรียนเทศบาล ๑


1. งาน/กิจกรรม การเลือกรูปแบบกระบวนการ/นวัตกรรม/ชื่อรูปแบบที่กลุ่มเลือก 2. ประเด็นปัญหา / สิ่งที่ต้องการพัฒนา จากการประชุมกลุ่มพบปัญหา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนค่อนข้างต่ำ สมาชิก ในกลุ่มได้ปรึกษาหารือแนวทางในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) เป็นวิธีสอนที่มีประสิทธิภาพอีกวิธี หนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนส่งเสริมให้ นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชาคณิตศาสตร์ให้สูงขึ้น 3. สมาชิกในกลุ่มร่วมกันจัดทำแผนกิจกรรม จากการประชุมกลุ่มในกิจกรรม PLC ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้หัวข้อการพัฒนานักเรียน คือ รูปแบบการ จัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) หรือรูปแบบการ ประสานห้าแนวคิด ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี มาพัฒนาเป็นกิจกรรมที่ใช้ในการการพัฒนากระบวนการคิด คำนวณของนักเรียน จึงได้มีการวางแผนงาน เพื่อจัดทำแผนกิจกรรมดังนี้ 1) สมาชิกในกลุ่มร่วมกันพิจารณาแผน และขั้นตอนขั้นตอนที่สมาชิกร่วมกันนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) หรือรูปแบบการประสานห้า แนวคิด ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี 2) สมาชิกพิจารณาร่วมกันเกี่ยวกับแผนที่จะนำลงสู่ผู้เรียนเพื่อการพัฒนากระบวนการคิดคำนวณดังนี้ • นำเข้าสู่บทเรียนโดยการสร้างประสบการณ์ • ทบทวนการบวก การลบ การคูณ และการหาร จำนวนนับ • ใช้เกม ซูโดกุ ในการฝึกแนวคิดการพัฒนากระบวนการคิดคำนวณ • ใช้เทคนิคการสอน ที่เน้นการตอบสนองของผู้เรียนเป็นหลัก • ใช้เทคนิคการสอนจากนามธรรมไปสู่รูปธรรม หรือ จากเรื่องที่ง่ายไปสู่เรื่องที่ยาก • ใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มประสิทธิ์ภาพ และดึงดูดความสนใจของ ผู้เรียน 3) จากการเสวนาประธานมอบหมายให้สมาชิกสมาชิกนำข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ไปปรับ ในแผนการจัดการเรียนรู้ตามขั้นตอนที่สมาชิกได้ตกลงร่วมกันในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาพัฒนากระบวนการคิด คำนวณ 4) ผู้อำนวยการแนะนำให้สมาชิกกลุ่ม เชิญผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการเรียนการสอนระดับ ประถมศึกษา ที่มีความชำนาญในการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ มาช่วยเหลือและให้คำแนะนำในการ พัฒนาแผนการสอนของกลุ่ม 5) สมาชิกนำข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ไปสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ของตนเอง 4. สมาชิกร่วมกันออกแบบกิจกรรมในการแก้ไขปัญหา การเรียนการสอนเช่นนี้สามารถนำมาจัดการเรียนรู้และออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ โดยคำนึงถึง บริบทของแต่ละห้องเรียน รวมถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individual Difference) โดยนำการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) หรือ รูปแบบการประสานห้าแนวคิด ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี มาพัฒนาเป็นกิจกรรมที่ใช้ในการพัฒนากระบวนการ คิดคำนวณของนักเรียน ซึ่งในกลุ่ม ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และได้ร่วมกันคิด วิเคราะห์ วางแผน ออกแบบการจัดการเรียนรู้ และนำมาบูรณาการกระบวนการเรียนรู้5 ขั้นตอน ที่จะนำไปสู่การแก้ไข พัฒนากับ นักเรียนที่มีปัญหาการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพอย่าง แท้จริง


5. ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม นำผลการประชุมไปบันทึกใน PPR และบันทึกการเสวนา ของตนเอง เพื่อเก็บเป็นหลักฐานในการ รายงานต่อไป เลิกประชุมเวลา 17.30 น.


ภาพ/ร่องรอย/หลักฐานประกอบ PLCครั้งที่ 4 ( บัตรภาพ/ใบงาน/ชิ้นงาน/ภาพถ่ายประกอบ ) ภาพการจัดกิจกรรม PLC ของกลุ่ม “Mixed Maths” ขั้นที่ 1วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรียนรู้ (Analyze & Plan) สมาชิกในกลุ่มได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เทคนิควิธีการสอน / ขั้นปฏิบัติการสอนซึ่งกันและกัน และวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาผมสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๑ (ขจรเนติยุทธ) โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) and Technology และมีการปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน ร่วมกันในการคิด วิเคราะห์ ออกแบบ วางแผนและพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหากระบวนการคิด คำนวณของนักเรียน โดยดำเนินการในวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566 เวลา 15.30 – 17.30 น. ประชุมโรงอาหารโรงเรียนเทศบาล ๑


1. งาน/กิจกรรม การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา การสะท้อนผล และ การวางแผนกิจกรรม 2. ประเด็นปัญหา / สิ่งที่ต้องการพัฒนา จากการประชุมกลุ่ม พบปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนค่อนข้างต่ำ สมาชิกในกลุ่มได้ปรึกษาหารือแนวทางในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ โดยใช้รูปแบบการ จัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) เป็นวิธีสอนที่มี ประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น และ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ให้สูงขึ้น จึงทำให้ครูในกลุ่มร่วมกันวางแผนกิจกรรมจากการ ประชุมครั้งที่ผ่านมา ในครั้งนี้ครูในกลุ่มได้ศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาเพิ่มเติมเพื่อมาพัฒนาแผน กิจกรรมร่วมกันในการประชุม PLC ครั้งที่ 5 นี้ 3. ข้อเสนอแนะ/ความเห็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์ ชื่อผู้เชี่ยวชาญ (Expert) นายนที ศรีแย้ม ครูวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนเทศบาล ๑ (ขจรเนติยุทธ) ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรูปแบบการสอน (Teaching model) ได้ยกตัวอย่างเว็บไซต์ cuir.car.chula.ac.th/ เป็นเว็บไซต์แหล่งรวมคลังปัญญางานวิชาการ ตั้งแต่งานวิจัย วิทยานิพนธ์ บทความวิชาการ กระทั่งชุดการเรียนการสอนที่ทางคณาจารย์สร้างขึ้นเลกเชอร์ ต่างๆ เรียกได้ว่าเปิดขุมทรัพย์ความรู้ของจุฬาฯ เพิ่มเติมเพื่อช่วยสนับสนุนการหาวิธีการแก้ปัญหา เป็นเว็บไซต์แหล่งรวมคลังปัญญางานวิชาการตั้งแต่งานวิจัย วิทยานิพนธ์ บทความวิชาการ กระทั่งชุด การเรียนการสอนที่ทางคณาจารย์สร้างขึ้นเลกเชอร์ต่างๆ เรียกได้ว่าเปิดขุมทรัพย์ความรู้ของจุฬาฯ เพิ่มเติมเพื่อ ช่วยสนับสนุนการหาวิธีการแก้ปัญหา สรุปความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ผสานกับความเห็นของกลุ่ม รับรองผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตามทฤษฎีการสอนรูปแบบกระบวนการคิดแก้ปัญหาของ ซิบปา (Cippa Model) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) มีความเหมาะสม ซึ่งสามารถพัฒนาการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ได้จริง กรอบแนวคิดเพื่อพัฒนานวัตกรรม 1. ชื่อนวัตกรรม/กระบวนการ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ 2. วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนให้สูงขึ้น 3. ทฤษฎีการเรียนรู้/หลักการ/แนวคิดที่นำมาใช้ จากปัญหาที่สำคัญที่สุดของกลุ่ม คือ “การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์” สมาชิกใน กลุ่มจึงร่วมกัน กำหนดทิศทาง และแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกันโดยใช้วิธีเดียวกัน ซึ่งสมาชิกในกลุ่มร่วมกัน ตัดสินใจเลือกวิธีการแก้ปัญหา โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการ ใช้เทคโนโลยี (Technology) มาพัฒนาเป็นกิจกรรมที่ใช้ในการการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์จึงได้ศึกษา ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง สมาชิกในกลุ่มร่วมกันเสนอแนะทฤษฎี/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ 1. ครูปัทมาเสนอรูปแบบการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการเรียนการสอนแบบบลูม (Bloom) โดยการจัดการเรียนการ สอนอย่างเป็นขั้นตอน ตามลำดับและไม่ซับซ้อน เหมาะกับสภาพผู้เรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาความรู้สึก/เจต คติ/ค่านิยม/คุณธรรมหรือจริยธรรมที่พึงประสงค์ อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เป็นไปตามความต้องการ 2. ครูอมราภรณ์ บริหาร เสนอรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) โดยการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นขั้นตอน ตามลำดับ


และไม่ซับซ้อน เหมาะกับสภาพผู้เรียน รูปแบบนี้มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เรียนอย่างแท้จริง โดยการให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยอาศัยความร่วมมือจากกลุ่ม นอกจากนั้นยังช่วยพัฒนาทักษะกระบวนการ ต่างๆ จำนวนมาก อาทิ กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม การปฏิสัมพันธ์สังคม และกระบวนการแสวงหาความรู้ เป็น ต้น และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ เป็นการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการทำกิจกรรมประกอบการ เรียนรู้ เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้กระบวนการแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้งจากการสังเกตในสถานการณ์จริง การทดลอง การค้นคว้าจากสื่อสิ่งพิมพ์และจากสื่อ Electronic 3. ครูธนภร มั่นสิงห์ ครูร่วมเรียนรู้เสนอรูปแบบการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการเรียนการสอนแบบ การสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ (Davies’ Instructional Model โดยการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็น ขั้นตอน ตามลำดับและไม่ซับซ้อน เหมาะกับสภาพผู้เรียน รูปแบบนี้มุ่งช่วยพัฒนาความสามารถด้านทักษะ ปฏิบัติของผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทักษะที่ประกอบด้วยทักษะย่อยจำนวนมาก 4. ครูมโนชา วามะเกตุ เสนอรูปแบบการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการเรียนกาณสอนแบบการพัฒนาทักษะ ปฏ ิ บ ั ต ิ ของซ ิ มพ ์ ซ ั น (Instructional Model Based on Simpson’s Processes for psycho-Motor Skill Development)โดยการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นขั้นตอน ตามลำดับและไม่ซับซ้อน เหมาะกับสภาพผู้เรียนเพื่อ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถปฏิบัติหรือทำงานที่ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวหรือการประสานงานของกล้ามเนื้อทั้งหลายได้อย่าง ดี มีความถูกต้องและมีความชำนาญ 5. ครูปนัดดา แสวขุนทด เสนอรูปแบบการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการเรียนการสอนแบบแฮร์บาร์ต (Herbart Method) โดยการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นขั้นตอน ตามลำดับและไม่ซับซ้อน เหมาะกับสภาพผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการสนใจ ฝึกในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างความรู้เก่าและความรู้ใหม่ที่ได้รับและ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถจัดลำดับความรู้จากง่ายไปหายากปละจากความจริงทั่วไปไปสู่หลักเกณฑ์หรือข้อสรุป 6. ครูสุธิดา สุขตาม เสนอรูปแบบการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการเรียนการสอนเน้นความจำ (Memory Model)โดยการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นขั้นตอน ตามลำดับและไม่ซับซ้อน เหมาะกับสภาพผู้เรียน รูปแบบนี้มี วัตถุประสงค์ช่วยให้ผู้เรียนจดจำเนื้อหาสาระที่เรียนรู้ได้ดีและได้นาน และได้เรียนรู้กลวิธีการจำ ซึ่งสามารถนำไปใช้ใน การเรียนรู้สาระอื่น ๆ ได้อีก 4. นวัตกรรมที่นำมาใช้ / ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนแต่ละหน่วยการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ นำผลการประชุมไปบันทึกใน PPRและบันทึกการเสวนาของตนเอง เพื่อเก็บเป็นหลักฐานในการรายงานต่อไป ทั้งนี้ได้นัดหมายวิธีการที่จะดำเนินการในครั้งต่อไป คือ การจัดส่งแผนการจัดการเรียนรู้เฉพาะหน่วยการเรียนที่จะ ดำเนินการใช้นวัตกรรม เลิกประชุมเวลา 17.30 น.


ภาพ/ร่องรอย/หลักฐานประกอบ PLCครั้งที่ 5 ( บัตรภาพ/ใบงาน/ชิ้นงาน/ภาพถ่ายประกอบ ) ภาพการจัดกิจกรรม PLC ของกลุ่ม Mixed Maths ขั้นที่ 1 วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรียนรู้ (Analyze & Plan) สมาชิกแต่ละคนได้ไปศึกษาค้นคว้าทฤษฎีเทคนิคและกระบวนการจัดการเรียนรู้ต่างๆมาปรับ ใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพิ่มเติมเพื่อจะให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างหลากหลาย โดยดำเนินการในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เวลา 15.30 - 17.30 น. ณ โรงอาหารโรงเรียนเทศบาล๑


1. งาน/กิจกรรม การนำสู่การปฏิบัติ และ การสะท้อนผล การวางแผนกิจกรรม 2. ประเด็นปัญหา / สิ่งที่ต้องการพัฒนา จากการประชุมกลุ่ม พบปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนค่อนข้างต่ำ สมาชิกในกลุ่มได้ปรึกษาหารือแนวทางในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ โดยใช้รูปแบบการ จัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology)เป็นวิธีสอนที่มี ประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น และ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ให้สูงขึ้น จึงทำให้ครูในกลุ่มร่วมกันวางแผนกิจกรรมจากการ ประชุมครั้งที่ผ่านมา ในครั้งนี้ครูในกลุ่มได้ศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาเพิ่มเติมเพื่อมาพัฒนาแผน กิจกรรมร่วมกันในการประชุม PLC ครั้งที่ 6 นี้ 3. สมาชิกในกลุ่มร่วมกันสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้นวัตกรรม ประธานกลุ่มมอบหมายให้สมาชิกนัดหมายการจัดทำแผน การเยี่ยมชั้นเรียน และ การสะท้อนผลการ จัดการเรียนการสอน โดยจับคู่ ครูต้นแบบ (Model teacher) และ ครูร่วมเรียนรู้ (Buddy teacher) และให้มีการ ร่วมวางแผนงาน ดังนี้ 1. สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุม ได้ศึกษาขั้นตอนวิธีการจากครูผู้สอนหลัก ร่วมกันแสดงความคิดเห็น พูดคุย เพื่อนำไปจัดทำและปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ของตนเอง 2. สมาชิกในกลุ่มร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถึงวิธีการขั้นตอน เพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป 3. สมาชิกในกลุ่มแต่ละท่านได้ร่วมกันออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้รูปแบบการจัดการ เรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) 4. ร่วมกันกำหนดบทบาทสมาชิกในการสังเกตการทดลองโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิป ปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) 5. สมาชิกในกลุ่มมีการนัดหมาย เพื่อไปสังเกตการณ์การสอนของครูต้นแบบ Model Teacher ในการ พัฒนารูปแบบการสอนเพื่อแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค่อนข้างน้อย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี(Technology) 6. นำผลที่ได้จากการจัดกิจกรรมมาอภิปรายและสรุปผลร่วมกัน เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงและ พัฒนาต่อไป 4. ประเด็น/ความรู้และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ ประธานนัดหมายให้สมาชิกนำแผนการจัดการเรียนการสอนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันใน PLC ครั้ง ต่อไป โดยให้สมาชิกจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) เพื่อนำเสนอในครั้งต่อไป 5. ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม นำผลการประชุมไปบันทึกใน PPR ของตนเอง เพื่อเก็บเป็นหลักฐานในการรายงานต่อไป เลิกประชุมเวลา 17.30 น.


ภาพ/ร่องรอย/หลักฐานประกอบ PLCครั้งที่ 6 ( บัตรภาพ/ใบงาน/ชิ้นงาน/ภาพถ่ายประกอบ ) ภาพการจัดกิจกรรม PLC ของกลุ่ม Mixed Maths ขั้นที่ 1 วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรียนรู้ (Analyze & Plan) สมาชิกในกลุ่มได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เทคนิควิธีการสอน / ขั้นปฏิบัติการสอนซึ่งกันและกัน และวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาผมสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียน โรงเรียนเทศบาล ๑ (ขจรเนติยุทธ) โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โมเดลชิปปา (CIPPA MODEL) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) และมีการปรึกษา หารือแลกเปลี่ยน ความคิดซึ่งกันและกัน ร่วมกันในการคิด วิเคราะห์ ออกแบบ วางแผนและพัฒนากิจกรรมการเรียน การสอนเพื่อการพัฒนากระบวนการคิดคำนวณของนักเรียน โดยดำเนินการในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เวลา 15.30 – 17.30 น. ณ โรงอาหารโรงเรียนเทศบาล ๑ (ขจรเนติยุทธ)


1. งาน/กิจกรรม การวางแผนกิจกรรม ครั้งที่ 1 2. ประเด็นปัญหา / สิ่งที่ต้องการพัฒนา จากการประชุมกลุ่ม พบปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนค่อนข้างต่ำ สมาชิกในกลุ่มได้ปรึกษาหารือแนวทางในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ โดยใช้รูปแบบการ จัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิป (CIPPA Model) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) เป็นวิธีสอนที่มี ประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น และ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ให้สูงขึ้น 3. ตั้งวงสนทนา / แลกเปลี่ยนแผน (Plan) จากการประชุมกลุ่มในกิจกรรม PLC ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้หัวข้อการพัฒนานักเรียน คือ รูปแบบ โมเดลชิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) มาพัฒนาเป็นกิจกรรมที่ใช้ในการ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน เพื่อจัดทำแผนกิจกรรมดังนี้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค13101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การหารจำนวนไม่เกิน 100,000 เวลาเรียน 13 ชั่วโมง เรื่องการหารที่มีตัวตั้งไม่เกินสี่หลักและตัวหารมีหนึ่งหลัก เวลา 1ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวปนัดดา แสวขุนทด ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.3/7 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารที่ตัวตั้งไม่เกิน 4 หลัก ตัวหาร 1 หลัก 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. อธิบายขั้นตอนแสดงวิธีหาผลหารโดยใช้วิธีการหารยาวและการหารสั้นได้ (K) 2. เขียนแสดงวิธีหาผลหารโดยใช้วิธีการหารยาวและหารสั้นได้ (P) 3. นำความรู้เกี่ยวกับการหารที่มีตัวตั้งไม่เกินสี่หลักและตัวหารไม่เกินหนึ่งหลักไปใช้แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ได้(A) 3.2 ด้านทักษะกระบวนการ 1. ความสามารถในการแก้ปัญหา 2. ความสามารถในการสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ 3. ความสามารถในการเชื่อมโยง


4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1) การหารที่มีตัวตั้งไม่ เกินสี่หลักและตัวหารมี หนึ่งหลัก - ตรวจใบงานที่ 5.3 - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ - ตรวจแบบฝึกหัด - ใบงานที่ 5.3 - กิจกรรมฝึกทักษะ - แบบฝึกหัด -ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การนำเสนอ ผลงาน/ผลการทำ กิจกรรม - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน/ผลการทำ กิจกรรม - แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 3) พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกต พฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 7. กระบวนการเรียนรู้ ขั้นที่1 ทบทวนความรู้เดิม 1. ครูให้นักเรียนร่วมกันเล่นเกม 24 จากโจทย์ที่กำหนดให้ เพื่อให้นักเรียนฝึกทักษะวิธีใช้การบวก ลบ คูณ หาร ระคน ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง 2. ครูทบทวนเกี่ยวกับประโยคสัญลักษณ์การหาร โดยครูนำเสนอทาง PowerPoint เรื่องโจทย์ปัญหาการหาร ดังนี้ พ่อค้ามีข้าวหอมมะลิ 9,875 กิโลกรัม ต้องการบรรจุข้าวหอมมะลิใส่ถุง ถุงละ 3 กิโลกรัม จะได้ข้าวหอมมะลิกี่ถุง และเหลือข้าวหอมมะลิกี่กิโลกรัม เขียนประโยคสัญลักษณ์ 9,875 ÷ 3 = 9,875 คือ ตัวตั้ง 3 คือ ตัวหาร และ 3,291 เศษ 2 คือ ผลลัพธ์ โดยที่ 9,875 ÷ 3 = 3,291 เศษ 2 คือ ตัวตั้ง ÷ ตัวหาร = ผลลัพธ์ ขั้นที่ 2 แสวงหาความรู้ใหม่ 1. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกันตอบว่า ในการหารสั้นและหารยาว จะเริ่มหารหลักใดก่อน (แนวตอบ หลักทางซ้ายมือก่อน)


ครูยกตัวอย่างโจทย์การหารที่ตัวตั้งมีสี่หลัก ตัวหารมีหนึ่งหลัก หารแบบไม่ลงตัว และพิมพ์ขั้นตอนการหารยาว ใส่ ใน PowerPoint พร้อมกับอธิบายขั้นตอนการหารให้นักเรียนเข้าใจว่า เป็นการตั้งหารตัวตั้งทีละหลัก เริ่มจากหาร หลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทางขวามือ ขั้นที่3 การศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล/ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความเดิม 2. ครูนำเสนอ PowerPoint ขั้นตอนการหารยาว พร้อมกับอธิบายขั้นตอนการหารยาวให้นักเรียนเข้าใจว่า เป็น การตั้งหารตัวตั้งทีละหลัก เริ่มจากหารหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทางขวามือจากนั้นทำ การตรวจคำตอบ ครูนำเสนอ PowerPoint ขั้นตอนการหารสั้น โดยใช้โจทย์ตัวอย่างเดียวกับการหารยาว พร้อมกับอธิบายขั้นตอน การหารให้นักเรียนเข้าใจว่า เป็นการตั้งหารตัวตั้งทีละหลัก เริ่มจากหารหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลัก ถัดไปทางขวามือ จากนั้นทำการตรวจคำตอบ ขั้นที่ 4 การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม 3. ครูยกตัวอย่างการหารยาวและการหารสั้น โจทย์การหารแบบลงตัวเพิ่มเติมอีก 2–3 ตัวอย่าง เพื่อให้นักเรียน เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ขั้นที่5 การสรุปและจัดระเบียบความรู้ 4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกันในการหารยาวและหารสั้นว่า “การหารยาวและการหารสั้น เป็นการตั้งหารโดยนำตัวหารไปหารตัวตั้งทีละหลัก เริ่มหารจากหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลัก ถัดไปทางขวามือ ซึ่งในการหารลงตัวจะมีเศษของการหารเป็นศูนย์และการหารไม่ลงตัวจะมีเศษมากกว่า 0” ขั้นที่6 การปฏิบัติ และ/หรือการแสดงผลงาน 5. ครูให้นักเรียนพิจารณาโจทย์ปัญหา จากใบงานที่ 5.3 โดยใช้วิธีการหารที่ตัวตั้งมีสี่หลัก ตัวหารมีหนึ่งหลัก ด้วยวิธีการหารยาวและหารสั้น จากนั้นขออาสาสมัครนักเรียนชาย 1 คน และ นักเรียนหญิง 1 คน นำเสนอ แสดงวิธีหาผลหาร โดยใช้วิธีหารยาวและหารสั้น โดยครูและเพื่อนที่เหลือช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นที่7 การประยุกต์ใช้ความรู้ 6. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 5.3 เรื่อง การหารไม่ลงตัว เมื่อทำเสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอหน้าชั้น เรียน โดยนักเรียนที่เหลือช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบใน ใบ งานที่ 5.3 8. สื่ออุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้ 1) หนังสือแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป. 3 เล่ม 1 หน่วยที่ 5 การหารจำนวนไม่เกิน 100,000 4. การปรับปรุง / พัฒนา การสอน (Do) สิ่งที่ทำได้ดีครูผู้สอนจัดกิจกรรมได้ครอบคลุมกับวัตถุประสงค์ในการจัดการเรียนการสอนแล้ว และ กิจกรรมของนักเรียนมีความเหมาะสมและเป็นไปได้รวมถึงมีการวัดและประเมินผลสอดคล้องกับกิจกรรมการ เรียนรู้ในส่วนของการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับรูปแบบการสอนในปัจจุบัน ปัญหาและอุปสรรค นักเรียนบางคนยังไม่เข้าใจขั้นตอนการหารและยังตั้งหารไม่เป็น จึงเป็นอุปสรรค ในการสอนในห้องล้าช้า


ควรพัฒนา ทำการพัฒนาและปรับปรุงแผนครั้งที่ 1 โดยครูอมราภรณ์ บริหาร ครูร่วมเรียนรู้ (Buddy Teacher) ร่วมกันลงความเห็นว่า สามารถนำแผนการจัดการเรียนรู้นี้ไปจัดการเรียนการสอนได้ ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ (นายนที ศรีแย้ม) แผนการจัดการเรียนรู้เขียนจุดประสงค์ได้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ มีตัวอย่างที่หลากหลายที่ชัดเจน มีการนำสื่อมาใช้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน 5. ประเด็น/ความรู้และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ ชื่อรูปแบบการสอน/สื่อ/นวัตกรรมและเทคโนโลยีการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง การหารที่มีตัวตั้งไม่เกินสี่หลักและตัวหารมีหนึ่งหลัก จำนวน 1 ชั่วโมง ใช้วิธีการสอนแบบ โมเดลซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) ทั้งนี้ได้นัดหมายสังเกตการณ์การสอนของครูต้นแบบ ในพุธ ที่ 6 กันยายน 2566 คาบเรียนที่ 3 รายวิชา ค 14101 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 6. ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม นำผลการประชุมไปบันทึกใน PPR และบันทึกการเสวนา ของตนเอง เพื่อเก็บเป็นหลักฐานในการ รายงานต่อไป เลิกประชุมเวลา 17.30 น


ภาพ/ร่องรอย/หลักฐานประกอบ PLCครั้งที่ 7 ( บัตรภาพ/ใบงาน/ชิ้นงาน/ภาพถ่ายประกอบ ) ภาพการจัดกิจกรรม PLC ของกลุ่ม “Mixed Maths” ขั้นที่ 1วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรียนรู้ (Analyze & Plan) สมาชิกในกลุ่มได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เทคนิควิธีการสอน / ขั้นปฏิบัติการสอนซึ่งกันและกัน และวางแผน กิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับเทคนิคการสอนรูปแบบการพัฒนากระบวนการคิดคำนวณของโมเดลซิปปา (Cippa Model)ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) และมีการปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและ กัน ร่วมกันในการคิด วิเคราะห์ ออกแบบ วางแผนและพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน โดยดำเนินการในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566 เวลา 15.30 – 17.30 น. โรงอาหารโรงเรียนเทศบาล ๑ (ขจรเนติยุทธ)


1. งาน/กิจกรรม เยี่ยมชั้นเรียน ครั้งที่ 1 2. ประเด็นปัญหา / สิ่งที่ต้องการพัฒนา จากการประชุมกลุ่ม พบปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนค่อนข้างต่ำ สมาชิกในกลุ่มได้ปรึกษาหารือแนวทางในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ โดยใช้รูปแบบการ จัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) เป็นวิธีสอนที่มี ประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น และ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ให้สูงขึ้น 3. สังเกตการณ์สอน / เยี่ยมชั้นเรียน (see) แบบสังเกตการสอน ชื่อแผนการสอน/แบบฝึกปฏิบัติเรื่อง การบวกเศษส่วนและจำนวนคละ ชื่อ Model Teacher สอน/ฝึกปฏิบัตินางอมราภรณ์ บริหาร สถานที่สอน/ฝึกปฏิบัติห้อง ป .4/1 วันที่สังเกตการสอน/ฝึก/กิจกรรม พุธ ที่ 6 กันยายน 2566 เวลา 10.30- 11.30 น. จำนวน 1 ชั่วโมง รายการสังเกตการสอน/การฝึก/จัดกิจกรรม ปฏิบัติ ไม่ ปฏิบัติ 1. การให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ของผู้เรียน ✓ 2. การร่วมมือรวมพลังของครูผู้สอน ผู้บริหารศึกษานิเทศก์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ✓ 3. การทำงานร่วมกันด้วยความสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน ✓ 4. นำแนวทางการแก้ไขปัญหาสู่การปฏิบัติในชั้นเรียน ✓ 5. การนำสื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนตามบริบท ของสถานศึกษา ✓ 6. สมาชิกร่วมสังเกตการสอนและเก็บข้อมูล ✓ 7. อภิปรายผลการสังเกตการสอนและปรับปรุงแก้ไข ✓ 8. การตรวจสอบการปฏิบัติงานของครูกับผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ✓


รายการสังเกตการสอน/การฝึก/จัดกิจกรรม ปฏิบัติ ไม่ ปฏิบัติ 9. สรุปผลวิธีการแก้ปัญหาที่ได้ผลดีต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ✓ 10. การเรียนรู้ทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่องระหว่างการปฏิบัติงาน ✓ 11. บันทึกทุกขั้นตอนการทำงานกลุ่ม: ระบุปัญหา วิธีแก้การทดลองใช้ ผลที่ได้ ✓ 12. การปรับปรุงการเรียนการสอนในชั้นเรียน ✓ 13. แบ่งปันประสบการณ์ ✓ 14. การสร้างขวัญและกาลังใจในการปฏิบัติงานข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ✓ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ๕. ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม นำผลการสังเกตการสอนไปบันทึกการเสวนา ของตนเอง เพื่อเก็บเป็นหลักฐานในการรายงานต่อไป เลิกสังเกตการสอนเวลา 11.30 น. ลงชื่อ..................................................... นางสาวปนัดดา แสวขุนทด ตำแหน่ง ผู้ช่วยครู ผู้สังเกตการสอน ลงชื่อ..................................................... นางอมราภรณ์ บริหาร ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ ผู้สอน


ภาพ/ร่องรอย/หลักฐานประกอบ PLCครั้งที่ 8 ( บัตรภาพ/ใบงาน/ชิ้นงาน/ภาพถ่ายประกอบ ) ภาพการจัดกิจกรรม PLC ของกลุ่ม “Mixed Maths” ขั้นที่ 2 ปฏิบัติและสังเกตการเรียนรู้ (Do & See) การเยี่ยมชั้นเรียนของครูผู้ร่วมเรียนรู้ ครูอมราภรณ์ บริหาร ในการจัดการเรียนการสอน เรื่อง การบวกเศษส่วนและจำนวนคละ โดยดำเนินการในวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566 เวลา 10.30 – 11.30 น. ณ ห้อง ป.4/1


1. งาน/กิจกรรม สะท้อนผลการปฏิบัติ ครั้งที่ 1 2. ประเด็นปัญหา / สิ่งที่ต้องการพัฒนา จากการประชุมกลุ่ม พบปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนค่อนข้างต่ำ สมาชิกในกลุ่มได้ปรึกษาหารือแนวทางในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ โดยใช้รูปแบบการ จัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) เป็นวิธีสอนที่มี ประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น และ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ให้สูงขึ้น 3. สะท้อนผลการปฏิบัติ (Reflection) ประเด็นจากการสังเกตการสอน 1) ประเด็นด้านผู้เรียน - นักเรียนมีความสนใจและกระตือรือร้นในการเรียน มีปฏิกิริยาตอบโต้กับครูในการถามตอบแต่ละ คำถาม 2) ประเด็นด้านกิจกรรม - กิจกรรมยึดตามแบบ โมเดลซิปปา (Cippa Model)ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) มุ่งเน้น การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีการสาธิตการทำกิจกรรมและมีกิจกรรมออนไลน์ให้นักเรียนได้ปฏิบัติ - มีการจัดลำดับขั้นตอนและความต่อเนื่องของกิจกรรมดีและสามารถปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างลื่นไหล ทำให้การจัดการเรียนการสอนมีความชัดเจน เรียนรู้ง่ายมากยิ่งขึ้น - กิจกรรมมีความเหมาะสม สอดคล้องกับจุดประสงค์กิจกรรมการเรียนรู้และการวัดและประเมินผล โดยครูผู้ร่วมเรียนรู้ได้แนะนำให้คงการเขียนโจทย์คำถามและเขียนตอบลงสมุดเพื่อฝึกการเขียน - วิธีการคุมชั้นเรียน ทำได้เหมาะสมดีคุณครูมีบุคลิกภาพที่ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างบรรยากาศที่เป็น กันเองให้กับนักเรียน ทำให้นักเรียนกล้าที่จะตอบคำถาม - การมีปฏิสัมพันธ์/การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนและครูกับผู้เรียน มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดและการตอบคำถาม - กิจกรรมการเรียนรู้นำไปสู่การพัฒนาความสามารถของผู้เรียนได้โดยการสังเกตจากการส่งงาน 3) ประเด็นด้านครู - มีปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนและครูกับผู้เรียนได้ดี - มีการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และลำดับขั้นตอนการทำกิจกรรมได้เหมาะสมกับผู้เรียน เพื่อนำไปสู่ การพัฒนาความสามารถของผู้เรียน 4) ประเด็นสื่อการสอน - สื่อการสอนที่คุณครูนำมาใช้ในครั้งนี้ทำให้นักเรียนมีความสนใจและตื่นเต้นในการเรียนรู้เพิ่มขึ้น - สื่อมีความเพียงพอและเหมาะสมสำหรับให้นักเรียนได้เรียนรู้ 5) ประเด็นด้านบรรยากาศ - บรรยากาศในการจัดการเรียนการสอนเน้นให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ทำให้นักเรียนมีความ กระตือรือร้นในการเรียนรู้ มีการสร้างความสนใจให้กับผู้เรียนซึ่งครูผู้สอนสามารถจัดทำออกมาได้เป็นอย่างดี และมีสื่อที่มีคุณภาพ


6) จุดแข็งจุดอ่อนของการสอน - ข้อดีครูผู้สอนมีน้ำเสียงที่ดึงดูดให้ผู้เรียนมีความสนใจฟัง และมีการใช้สื่อที่หลากหลายให้นักเรียน ได้ร่วมทำกิจกรรม - ปัญหาหรืออุปสรรค เนื่องจากยังมีนักเรียนบางคนยังช้าและส่งงานไม่ทัน 4. ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม นำผลการประชุมไปบันทึกใน PPR และบันทึกการเสวนา ของตนเอง เพื่อเก็บเป็นหลักฐานในการ รายงานต่อไป เลิกประชุมเวลา 18.30 น.


ภาพ/ร่องรอย/หลักฐานประกอบ PLCครั้งที่ 9 ( บัตรภาพ/ใบงาน/ชิ้นงาน/ภาพถ่ายประกอบ ) ภาพการจัดกิจกรรม PLC ของกลุ่ม “Mixed Maths” ขั้นที่ 3 สะท้อนความคิดและปรับปรุงใหม่ (Reflect & Redesign) ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และ สมาชิกในกลุ่ม ร่วมกันสะท้อนความคิดเกี่ยวกับ การจัดการเรียนการสอน เรื่อง การหารที่มีตัวตั้งไม่เกินสี่หลักและตัวหารมีหนึ่งหลัก ของครูปนัดดา แสวขุนทด โดยดำเนินการในวันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566 เวลา 15.30 – 18.30 น. ห้องธุรการโรงเรียนเทศบาล ๑ (ขจรเนติยุทธ)


บันทึกหลังการสอน ชื่อวิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 13101 วันที่สอน 19 ก.ย. 2566 หน่วยที่5 การหารจำนวนไม่เกิน 100,000 เรื่อง การหารที่มีตัวตั้งไม่เกินสี่หลักและตัวหารมีหนึ่งหลัก จำนวน 1 ชั่วโมง ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2566 ชั้น ป.3/2 จำนวนผู้เรียน เต็ม 24 คน เข้าเรียน 23 คน ขาดเรียน 1 คน 1. เนื้อหาที่สอน (สาระสำคัญ) การหารยาวและการหารสั้น คือ การตั้งหารโดยนำตัวหารไปหารตัวตั้งทีละหลัก เริ่มหารจากหลักทางซ้ายมือ ก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทางขวามือ ซึ่งในการหารลงตัวจะมีเศษของการหารเป็น 0 และในการหารไม่ลงตัวจะมีเศษ ของการหารไม่เท่ากับ 0 ซึ่งเศษนั้นต้องมากกว่าหรือเท่ากับศูนย์ 2. ผลการสอน นักเรียนให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นอย่างดี และสามารถบอกขั้นตอนการการ ตั้งหารโดยนำตัวหารไปหารตัวตั้งทีละหลัก เริ่มหารจากหลักทางซ้ายมือก่อน แล้วจึงหารในหลักถัดไปทางขวามือได้ 3. ปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน เนื่องจากนักเรียนบางคนขาดความรู้พื้นฐานเรื่องการบวก ลบ คูณ ที่แม่นยำจึงทำให้นักเรียนบางคนช้า และแสดงวิธีหารไม่ได้หรือ ควรต้องส่งเสริมต่อในชั่วโมงซ่อมเสริม หรือ เวลาว่าง ๆ อื่น ๆ เพื่อพัฒนาเป็น รายบุคคลต่อไป 4. แนวทางการแก้ปัญหาของครูผู้สอน (แนวทางการทำวิจัย) ควรพัฒนานักเรียนกลุ่มอ่อนให้มีพื้นฐานเรื่องการบวก ลบ คูณ ให้แม่นยำ เพื่อที่จะสามารถต่อยอดการ เรียนรู้ในขั้นต่อไปได้อย่างเหมาะสม โดยใช้วิธีการศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคลเข้ามาช่วย และจัดกลุ่มนักเรียนเพื่อ นำมาพัฒนาให้ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...............................หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ (นางสาวปัทมา เทียมอ๊อด) ลงชื่อ................................................ผู้สอน (นางสาวปนัดดา แสวขุนทด)


1. งาน/กิจกรรม การวางแผนกิจกรรม ครั้งที่ 2 2. ประเด็นปัญหา / สิ่งที่ต้องการพัฒนา จากการประชุมกลุ่ม พบปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนค่อนข้างต่ำ สมาชิกในกลุ่มได้ปรึกษาหารือแนวทางในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ โดยใช้รูปแบบการ จัดการเรียนรู้แบบโมเดลชิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) เป็นวิธีสอนที่มี ประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น และ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ให้สูงขึ้น 3. ตั้งวงสนทนา / แลกเปลี่ยนแผน (Plan) จากการประชุมกลุ่มในกิจกรรม PLC ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้หัวข้อการพัฒนานักเรียน คือ รูปแบบ โมเดลซิปปา (Cippa Model) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) มาพัฒนาเป็นกิจกรรมที่ใช้ในการ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน เพื่อจัดทำแผนกิจกรรมดังนี้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค13101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง ปริมาตรและความจุ เวลาเรียนทั้งหมด 14 ชั่วโมง เรื่อง การวัดปริมาตรและความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวปนัดดา แสวขุนทด ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัดและนำไปใช้ ตัวชี้วัด ป.3/11 เลือกใช้เครื่องตวงที่เหมาะสม วัดและเปรียบเทียบปริมาตรความจุเป็นลิตรและ มิลลิลิตร 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. เปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตรได้(K) 2. วัดปริมาตรและความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตรได้ (P) 3. ใช้เครื่องตวงได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม (P) 4. นำความรู้เกี่ยวกับการวัดปริมาตรและความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตรไปใช้ในชีวิตจริงได้ (A)


3.2 ด้านทักษะกระบวนการ 1. ความสามารถในการแก้ปัญหา 2. ความสามารถในการสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ 3. ความสามารถในการเชื่อมโยง 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 การประเมินก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อน เรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 10 ปริมาตรและความจุ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - แบบทดสอบ ก่อนเรียน - ประเมินตามสภาพจริง 7.2 ประเมินระหว่างการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) การวัดปริมาตร และความจุเป็น ลิตรและมิลลิลิตร - ตรวจใบงานที่ 10.1 - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ - ตรวจแบบฝึกหัด - ใบงานที่ 10.1 - กิจกรรมฝึกทักษะ - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การนำเสนอ ผลงาน/ผลการทำ กิจกรรม - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน/ผลการทำ กิจกรรม - แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3) พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์


รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 4) พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 5) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 7. กระบวนการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ทบทวนความรู้เดิม 1. ครูถามคำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า ถ้าต้องการรู้ปริมาตรของสิ่งของต่าง ๆ จะมีวิธีการ อย่างไร และใช้เครื่องมืออะไรในการหาปริมาตร (แนวตอบ พิจารณาตามดุลยพินิจของครูผู้สอน) 2. ครูถามคำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเพิ่มเติมว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา นักเรียนเคยเห็น เครื่องตวงชนิดใดบ้าง และมีลักษณะเป็นอย่างไร (แนวตอบ พิจารณาตามดุลยพินิจของครูผู้สอน) 3. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยการนำถ้วยตวงและถ้วยปกติหรือแก้วน้ำมาให้นักเรียนดู จากนั้น ครูถามคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียนว่าถ้วยตวงแตกต่างจากถ้วยปกติหรือแก้วน้ำอย่างไร (แนวตอบ มีเส้นบอกปริมาตรของของเหลว และมีตัวเลขกำกับ) 4. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนเรียนในหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 2 หน้า 65 จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบ ขั้นที่ 2 แสวงหาความรู้ใหม่ 1. ครูนำถ้วยตวงขนาดใหญ่ที่มีปริมาตร 1 ลิตร มาให้นักเรียนดู จากนั้นให้นักเรียนสังเกตถ้วยตวง แล้ว ตอบคำถาม ดังนี้ • ถ้วยตวงประกอบไปด้วยเส้นขีดบอกปริมาตรทั้งหมดกี่เส้น (แนวตอบ 10 เส้น) • ถ้วยตวงนี้สามารถวัดปริมาตรของของเหลวได้สูงสุดเท่าไร (แนวตอบ 1 ลิตร หรือ 1,000 มิลลิลิตร)


2. ครูอธิบายว่าการบอกปริมาตรของของเหลวให้พิจารณาระดับของของเหลวว่าสูงพอดีกับขีดที่ระบุ ปริมาตรไว้เท่าใด ซึ่งลิตร และมิลลิลิตร เป็นหน่วยมาตรฐานที่ใช้บอกปริมาตรและความจุ จากนั้นครูให้ นักเรียนศึกษาเกร็ดคณิตในหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 2 หน้า 68 ขั้นที่3 การศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล/ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความเดิม 3. ครูนำน้ำมาเทใส่ถ้วยตวง เพื่อให้นักเรียนเห็นภาพและเข้าใจมากขึ้น แล้วให้นักเรียนตอบคำถาม ดังนี้ • ถ้าครูเทน้ำใส่ถ้วยตวงปริมาตร 500 มิลลิลิตร จะเท่ากับกี่ลิตร (แนวตอบ ครึ่งลิตร) • ถ้าครูเทน้ำใส่ถ้วยตวงปริมาตร 1,000 มิลลิลิตร จะเท่ากับกี่ลิตร (แนวตอบ 1 ลิตร) • ถ้าครูเทน้ำใส่ถ้วยตวงปริมาตร 2,000 มิลลิลิตร จะเท่ากับกี่ลิตร (แนวตอบ 2 ลิตร) • ถ้าครูเทน้ำใส่ถ้วยตวงปริมาตร 1,800 มิลลิลิตร จะเท่ากับกี่ลิตร (แนวตอบ 1 ลิตร 800 มิลลิลิตร) • การบอกปริมาตรของของเหลวในถ้วยตวงสามารถทำได้อย่างไร (แนวตอบ ให้พิจารณาระดับของของเหลวว่าสูงพอดีกับขีดที่ระบุปริมาตรไว้เท่าใด) ขั้นที่ 4 การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม - ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน (คละกันตามความสามารถทางคณิตศาสตร์) ให้ นักเรียนร่วมกันศึกษาการวัดปริมาตรและความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร จากหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 2 หน้า 66-67 จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาอภิปรายหน้าชั้นเรียน โดยครูและ นักเรียนที่เหลือร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง - ครูเปิดวิดีโอเกี่ยวกับการวัดปริมาตรและความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร จาก QR Code ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.3 เล่ม 2 หน้า 66 ให้นักเรียนชม ซึ่งครูอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนเข้าใจมากขึ้น ขั้นที่5 การสรุปและจัดระเบียบความรู้ - ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาสาธิตการตวง และบอกผลการหาปริมาตร จากนั้นครูและ นักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบ - ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการวัดปริมาตรด้วยถ้วยตวง ขั้นที่6 การปฏิบัติ และ/หรือการแสดงผลงาน - ครูให้นักเรียนจับกลุ่มเดิม แล้วแจกถ้วยตวงและใบงานที่ 10.1 เรื่อง รู้หรือไม่...ฉันมีปริมาตรเท่าไหร่ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม จากนั้นแจกสิ่งของที่ต้องการให้หาปริมาตร เช่น นม น้ำมัน น้ำเปล่า น้ำชา ให้


กลุ่มละ 3 ชนิด ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มตวงสิ่งของตามที่กำหนด แล้วบันทึกปริมาตรที่ตวงได้ลงในใบ งาน ขั้นที่7 การประยุกต์ใช้ความรู้ 1. ครูนำขวดที่ประจุน้ำเปล่ามาให้นักเรียนดู สุ่มตัวแทนนักเรียนออกมาหาปริมาตรของน้ำเปล่าในขวดโดย ใช้ถ้วยตวง จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถามว่าน้ำเปล่ามีปริมาตรเท่าไร 2. ครูนำสิ่งของอื่น ๆ มาตวงเพิ่มประมาณ 2-3 สิ่ง จากนั้นให้ตัวแทนนักเรียนออกมาอ่านปริมาตรว่า สิ่งของดังกล่าวนั้นมีปริมาตรเท่าไร ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบ 4. การปรับปรุง / พัฒนา การสอน (Do) สิ่งที่ทำได้ดี ครูผู้สอนจัดกิจกรรมได้ ครอบคลุมกับวัตถุประสงค์ในการจัดการเรียนการสอนแล้ว และ กิจกรรมของนักเรียนมีความเหมาะสมและเป็นไปได้ รวมถึงมีการวัดและประเมินผลสอดคล้องกับกิจกรรมการ เรียนรู้ ในส่วนของการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับรูปแบบการสอนในปัจจุบัน ปัญหาและอุปสรรค นักเรียนบางคนยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับเศษส่วนและยังอ่านไม่ถูกหลักการอ่านของ เศษส่วน การส่งงานล่าช้าไม่ตามเวลาที่กำหนด ควรพัฒนา ทำการพัฒนาและปรับปรุงแผนครั้งที่ 2 โดยครูอมราภรณ์ บริหาร ครูร่วมเรียนรู้ (Buddy Teacher) ร่วมกันลงความเห็นว่า สามารถนำแผนการจัดการเรียนรู้นี้ไปจัดการเรียนการสอนได้ ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ (นายนที ศรีแย้ม) แผนการจัดการเรียนรู้เขียนจุดประสงค์ได้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ มีตัวอย่างที่หลากหลายที่ชัดเจน มีการนำสื่อมาใช้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน 5. ประเด็น/ความรู้และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ ชื่อรูปแบบการสอน/สื่อ/นวัตกรรมและเทคโนโลยีการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง การวัดปริมาตรและความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร จำนวน 1 ชั่วโมง ใช้วิธีการสอนแบบ โมเดลซิปปา (Cippa Model) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) ทั้งนี้ได้นัดหมายสังเกตการณ์การสอนของครูต้นแบบ ในวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2566 คาบเรียนที่ 2 รายวิชา ค 14101 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 6. ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม นำผลการประชุมไปบันทึกใน PPR และบันทึกการเสวนา ของตนเอง เพื่อเก็บเป็นหลักฐานในการ รายงานต่อไป เลิกประชุมเวลา 17.30 น.


ภาพ/ร่องรอย/หลักฐานประกอบ PLCครั้งที่ 10 ( บัตรภาพ/ใบงาน/ชิ้นงาน/ภาพถ่ายประกอบ ) ภาพการจัดกิจกรรม PLC ของกลุ่ม “Mixed Maths” ขั้นที่ 1วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรียนรู้ (Analyze & Plan) สมาชิกในกลุ่มได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เทคนิควิธีการสอน / ขั้นปฏิบัติการสอนซึ่งกันและกัน และวางแผน กิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับเทคนิคการสอนรูปแบบการพัฒนากระบวนการคิดคำนวณของโมเดลซิปปา (Cippa Model) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี (Technology) และมีการปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและ กัน ร่วมกันในการคิด วิเคราะห์ ออกแบบ วางแผนและพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน โดยดำเนินการในวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 เวลา 15.30 – 17.30 น. โรงอาหารโรงเรียนเทศบาล ๑ (ขจรเนติยุทธ)


Click to View FlipBook Version