51
การวดั ผลและประเมินผลการเรียนรู้
วิธกี ารวดั เครื่องมือ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลัง แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน ก่อนเรียนประเมนิ ตามสภาพจรงิ
เรยี นหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 หลังเรียนไดค้ ะแนนร้อยละ 80 ขนึ้ ไป
ตรวจสอบความถกู ต้องในการ ใบงานท่ี 1.5 ความสำคัญของระบบ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ปฏบิ ัติกจิ กรรมสำรวจข้อมูล ประสาทและระบบต่อมไรท้ ่อตอ่ วยั ร่นุ
ภาวะสขุ ภาพทเี่ ก่ียวข้องกบั
ระบบตอ่ มไร้ท่อ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงาน
รายบุคคล
10. สอ่ื /วสั ดอุ ปุ กรณ์/แหลง่ เรยี นรู้
10.1 สอื่ 1.หนังสือเรียน สุขศึกษา ม.1
2. ใบงานที่ 1.5 ความสำคัญของระบบประสาทและระบบต่อมไรท้ ่อต่อวยั ร่นุ
10.2 แหลง่ เรยี นรู้ 1.หอ้ งสมดุ
2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
52
บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1. ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
2. ปญั หา อุปสรรค
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
4. ผลการพัฒนา
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...................................................................ผสู้ อน
(นางสาวขนิษฐา พมุ่ สงวน)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ -
........./................../..............
ลงชื่อ...................................................................
(ว่าที่ ร.ท. อภิชาติ ยิ่งสกุล)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา
........./................../..............
ความคิดเห็น ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผ้ทู ี่ได้รับมอบหมาย (ตรวจสอบ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................................
( นางวรษิ ฐา เหลอิ งอรา่ ม)
ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการโรงเรยี นกลมุ่ บริหารวชิ าการ
........./................../..............
53
ใบงานที่ 1.5 ความสำคัญของระบบประสาทและระบบต่อมไรท้ อ่ ตอ่ วัยรุ่น
1. ใหน้ ักเรยี นเขียนเคร่ืองหมาย หน้าขอ้ ความที่ถกู ตอ้ งและเขียนเครอื่ งหมาย หน้าขอ้ ความทีผ่ ดิ พร้อมทั้งแก้ไข
ข้อความนั้นใหถ้ กู ต้อง
..........1.ปฏิกริ ยิ ารเี ฟลก็ ซ์ ถูกควบคมุ โดยไขสนั หลัง
..........2.ระบบประสาทซมิ พาเทติกทำหน้าทกี่ ระตนุ้ ให้หัวใจเต้นช้าลง
..........3.ตอ่ มไรท้ ่อขับสารคัดหล่ัง ซง่ึ เป็นสารเคมีทเี่ รียกว่า ฮอร์โมน (Hormone) และ ถกู ลำเลยี งไป
ตามกระแสเลือด เพ่ือใหอ้ วยั วะเปา้ หมายตา่ ง ๆ ทำงานได้ ตามปกติ
...…...4.ต่อมพาราไทรอยดเ์ ปน็ ตอ่ มเล็ก ๆ ๒ ตอ่ ม ช่งึ อยู่ในต่อมไทรอยด์
..........5.คณุ สมบัติของตับอ่อนสามารถเป็นไดท้ งั้ ต่อมมที อ่ และตอ่ มไร้ทอ่
..........6.ตอ่ มเพศในเพศชายคอื อณั ฑะ ส่วนตอ่ มเพศหญงิ คอื รังไข่
..........7.อณั ฑะทำหน้าท่ีผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนและดโปรเจสเตอโรน
..........8.หากตอ่ มไพเนียลผลดิ ฮอร์โมนเมลาโทนนิ ออกมามากเกนิ ไป จะส่งผลให้เขา้ ส่วู ัยร่นุ ช้ากวา่ ปกติ
...........9.ต่อมไร้ทอ่ มีขนาดเล็กทสี่ ดุ และมคี วามสำคัญทสี่ ุดคอื ต่อมเพศ
...........10.การดุแลรักษาระบบประสาทและระบบตอ่ มไร้ทอ่ ทำได้โดยการเลอื ก รบั ประทานอาหารท่ีมี
ประโยชนเ์ ท่านัน้
2. ใหน้ กั เรียนนำตัวอกั ษรขอ้ ความเติมลงในขอท่ีทีความสมั พันธก์ นั
ก. ออกซิโทซนิ ข. ไทรออกซนิ ค. อินซูลินและกลคู ากอน ง. วาโซเพรสซิน
จ. โพรแลกติก ฉ. โกรทฮอร์โมน ช. กลูโคอรต์ อคอยด์ ซ. อัณฑะ
ฌ. เมลาโทนนิ ญ. พาราฮอร์โมน
...........1.ควบคมุ การเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย
..........2.ควบคุมน้ำตาลในเลือด
..........3.ควบคุมการทำงานของไตรและประริมาณน้ำในรา่ งกาย
..........4.ควบคมุ การเจรญิ เตบิ ตัวของรา่ งกาย
..........5.ควบคมุ ปริมาณแคลเซยี มและฟอสเฟตเลือด
..........6.กระตนุ้ การเจริญเตบิ โตของเต้านมและต่อมนำ้ นม
..........7.กระตนุ้ การหล่งั นำ้ นมขณะเด็กดดู นม
..........8.ควบคมุ กระบวนการเมแทบอลซิ มึ ในรา่ งกาย
..........9.ยับย้ังการเจริญเติบโตของต่อมเพศในช่วงก่อนเขา้ สู่วยั รนุ่
.........10.ผลิดอสุจแิ ละฮอรโ์ มนเพศชาย
54
3. ใหน้ ักเรียนเตมิ ขอ้ ความลงในแผนผังความคดิ โครงสร้างของระบบประสาท และบอกวธิ ีดูแลรักษาระบบประสาทและ
ต่อมไร้ทอ่ มาอยา่ งน้อย 5 ข้อ
ระบบประสาท
ระบบประสาทสว่ นกลาง ระบบประสาทส่วนปลาย
ไขสนั หลงั สมอง ระบบประสาทสมอง ระบบประสาท
และไขสนั หลัง อตั โนมัติ
วธิ ดี ูแลรักษาระบบประสาทและระบบต่อมไรท้ ่อ
1.หมน่ั สำรวจและดูแลสุขภาพตนเองอยา่ งสม่ำเสมอ
2..........................................................................................................................................................
3..........................................................................................................................................................
4..........................................................................................................................................................
5..........................................................................................................................................................
6..........................................................................................................................................................
7..........................................................................................................................................................
8..........................................................................................................................................................
9..........................................................................................................................................................
10..........................................................................................................................................................
55
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2
เรือ่ ง เตบิ โตสมวัย
รหสั วิชา พ21101 รายวชิ า สขุ ศกึ ษา 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2563 เวลาเรียน 5 คาบเรยี น
ผสู้ อน นางสาวขนษิ ฐา พมุ่ สงวน โรงเรยี นวัดราชโอรส
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย์
ตัวชี้วัด ม.1/3 วิเคราะหภ์ าวะการเจรญิ เติบโตทางรา่ งกายของตนเองกบั เกณฑ์มาตรฐาน
ม.1/4 แสวงหาแนวทางในการพฒั นาตนเองใหเ้ จริญเตบิ โตสมวยั
2. สาระสำคญั
วัยรุ่นแต่ละคนจะมภี าวะการเจรญิ เตบิ โตของรา่ งกายทแ่ี ตกต่างกัน จงึ ตอ้ งมีแนวทางในการพฒั นาตนเอง ให้
เจริญเตบิ โตสมวยั และมนี ้ำหนกั อยูใ่ นเกณฑ์มาตรฐาน เพือ่ การมสี ขุ ภาพท่ีดใี นอนาคต เกณฑม์ าตรฐานการเจรญิ เติบโต
ของร่างกายเป็นขอ้ มลู ตวั ชีว้ ดั ท่นี ำมาใชอ้ า้ งอิงเปรียบเทียบขอ้ มูลระหวา่ ง อายุ น้ำหนกั และ ส่วนสูงหรอื ความยาวของ
รา่ งกายเพ่ือ แสดง ได้ เห็น ถึง ลกั ษณะ และ สภาวะของการเจรญิ เตบิ โต ของ รา่ งกาย ของ บุคคล ใน แต่ละ ชว่ ง วัย
ปจั จบุ นั เกณฑ์ ที่ นยิ ม นำมา ใช้ อ้างองิ และสามารถนำผลที่ได้ ปรับปรงุ ตนเองให้ มี ภาวะ การ เจรญิ เติบโต ของ
รา่ งกาย ตามเกณฑ์มาตรฐาน ตอ่ ไปได้
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1. การวเิ คราะห์ภาวะการเจรญิ เติบโตตามเกณฑ์มาตรฐานและปัจจยั ทเ่ี ก่ยี วข้อง
2. แนวทางในการพัฒนาตนเองให้เจริญเตบิ โตสมวัย
3. เกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กไทย
4. วธิ ีการควบคุมนำ้ หนกั ของตนเองใหอ้ ยใู่ นเกณฑม์ าตรฐาน
3.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิน่
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ( Attitude ) 56
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซอื่ สัตย์สจุ รติ
มงุ่ ม่ันในการทำงาน มวี ินัย รักความเป็นไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มีจติ สาธารณะ เปน็ พลโลก
6. ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เพาว์เวอรพ์ อยท์ เรื่อง แนวทางการปฏบิ ตั ติ นให้มีการเจรญิ เติบโตท่ีสมวยั
7. การวัดผลและประเมินผล
7.1 การประเมินกอ่ นเรียน
- ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2
7.2 การประเมนิ ระหว่างการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ตรวจใบงานที่ 2.1 -2.5
2. การตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นระหว่างเรียน
7.3 การประเมนิ หลงั เรียน
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2
7.4 การประเมินชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เพาว์เวอรพ์ อยท์ เรือ่ ง แนวทางการปฏิบัติตนให้มกี ารเจรญิ เตบิ โตทสี่ มวัย
57
ตัวอย่างการประเมินชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมิน เพาว์เวอรพ์ อยท์ เรอื่ ง แนวทางการปฏบิ ตั ติ นให้มีการเจรญิ เตบิ โตทสี่ มวยั
คำอธิบายระดบั คณุ ภาพ/ระดับคะแนน
ประเด็นการประเมิน ดีมาก ดี ปานกลาง ปรบั ปรงุ
4
3 21
(16-20คะแนน) (12-15 คะแนน) (6-10 คะแนน) (1-5 คะแนน)
1. การวเิ คราะหก์ าร วเิ คราะหก์ ารเจริญ เติบโตทาง วิเคราะหก์ ารเจริญ วเิ คราะหก์ ารเจรญิ วิเคราะหก์ ารเจรญิ
เจรญิ เตบิ โตทางร่างกาย ร่างกายของตนเองกับเกณฑ์ เติบโตทางร่างกายของ เตบิ โตทางรา่ งกายของ เติบโตทางร่างกาย
ของตนเองกบั เกณฑ์ มาตรฐานได้ถกู ต้อง ชดั เจน ตนเองกบั เกณฑ์ ตนเองกบั เกณฑ์ ของตนเองกับเกณฑ์
มาตรฐาน มาตรฐานไดถ้ กู ตอ้ ง มาตรฐานได้ถูกตอ้ ง มาตรฐานไมถ่ กู ต้อง
เป็นสว่ นใหญ่ เปน็ สว่ นน้อย
2. การอธบิ ายแนวทางใน อธิบายแนวทางในการพฒั นา อธบิ ายแนวทางในการ อธบิ ายแนวทางในการ อธิบายแนวทางใน
การพฒั นาตนเองให้ ตนเองให้เจรญิ เตบิ โตสมวัยได้ พฒั นาตนเองให้ พัฒนาตนเองให้ การพฒั นาตนเองให้
เจรญิ เติบโตสมวยั ถกู ตอ้ ง 5 ขอ้ ขึ้นไป เจรญิ เติบโตสมวยั ได้ เจริญเติบโตสมวัยได้ เจรญิ เตบิ โตสมวัย
ถกู ตอ้ ง 4 ข้อ ถูกตอ้ ง 3 ขอ้ ไดถ้ กู ตอ้ ง 2 ข้อ
3. การอธบิ ายวิธกี าร อธบิ ายวิธกี ารควบคุมนำ้ หนกั อธิบายวิธกี ารควบคมุ อธิบายวิธกี ารควบคุม อธบิ ายวิธีการ
ควบคมุ น้ำหนกั ของตนเอง ของตนเองใหอ้ ยู่ในเกณฑ์ น้ำหนกั ของตนเองให้ นำ้ หนกั ของตนเองให้ ควบคมุ นำ้ หนกั ของ
ใหอ้ ยใู่ นเกณฑ์มาตรฐาน มาตรฐานไดถ้ กู ต้อง 5 ขอ้ ขึ้น อยู่ในเกณฑม์ าตรฐาน อย่ใู นเกณฑม์ าตรฐาน ตนเองให้อยใู่ น
ไป ไดถ้ กู ตอ้ ง 4 ขอ้ ได้ถูกตอ้ ง 3 ขอ้ เกณฑม์ าตรฐานได้
ถูกต้อง 2 ข้อ
58
8. กจิ กรรมการเรียนรู้
เรอ่ื งที่ 1 ภาวะการเจริญเตบิ โตและปัจจยั ท่เี กี่ยวข้อง จำนวนเวลเรยี น 1 ช่วั โมง
วิธสี อนโดยการจดั การเรียนรู้แบบรว่ มมือ : เทคนิคคู่คดิ ส่ีสหาย
1. นกั เรียนแตล่ ะคนบอกสว่ นสงู และนำ้ หนักของตนเอง จากน้ันครูถามนกั เรยี นวา่ ทำไมนกั เรยี นแต่ละคนจงึ มีสว่ นสงู
และน้ำหนักที่แตกต่างกนั
2. ครูอธบิ ายเกีย่ วกบั ภาวะการเจรญิ เติบโตของวัยรุ่นใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ ใหน้ ักเรยี นศึกษาเพ่มิ เตมิ จากคิวอารโ์ ค้
3. ครแู บ่งนกั เรยี นเป็นกลุม่ กล่มุ ละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ แล้วใหส้ มาชิกในกล่มุ จับคู่กันเปน็ 2 คู่ ใหแ้ ต่ละ
ค่รู ่วมกันศึกษาความรู้เรอ่ื ง ปัจจยั ที่เก่ียวข้องกบั การเจรญิ เตบิ โตของวยั รนุ่ จากหนังสือเรียน ดงั นี้
- คนที่ 1 ศกึ ษาความรู้เรอื่ ง ปจั จัยภายใน - คนที่ 2 ศึกษาความรเู้ รือ่ ง ปัจจยั ภายนอก
4. สมาชิกแต่ละคู่นำความรู้ทไี่ ด้จากการศกึ ษามาอธิบายร่วมกันและชว่ ยกันวเิ คราะห์
5. ครสู มุ่ นักเรยี น 5-6 กลมุ่ นำเสนอคำตอบ หนา้ ชนั้ เรียน แลว้ ใหเ้ พือ่ นกลมุ่ อน่ื ช่วยแสดงความคดิ เห็นเพิ่มเติม
6. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั ทำใบงานท่ี 2.1 เรื่อง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของวัยรุน่
นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกนั สรปุ ความรเู้ กีย่ วกับภาวะการเจรญิ เติบโตของวัยรุ่น และปจั จัยทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับการ
เจริญเติบโตของวยั รนุ่
เรือ่ งท่ี 2 เกณฑม์ าตรฐานการเจรญิ เตบิ โตของเด็กไทย จำนวนเวลเรยี น 2 ชว่ั โมง
วธิ สี อนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
1. ครูใหน้ กั เรียน 2 คน ยืนหน้าชน้ั เรยี น แล้วใหเ้ พ่ือนช่วยกนั บอกวา่ ในช่วงอายุของนักเรียนควรมกี ารเจริญเติบโตแบบ
เพ่อื นคนใด เพราะอะไร
2. ครตู ดิ กราฟแสดงเกณฑอ์ ้างองิ การเจริญเตบิ โต บนกระดาน แลว้ ให้นกั เรยี นชว่ ยกันบอกว่าเพอ่ื นคนใด มีนำ้ หนัก
และส่วนสูงตามเกณฑท์ ีก่ ำหนด
3. นักเรียนรว่ มกนั ศึกษาความรเู้ รื่อง เกณฑ์มาตรฐานการเจรญิ เติบโตของเด็กไทย ตามประเดน็ ที่กำหนด
4. สมาชิกแต่ละกลมุ่ นำความรูท้ ี่ได้จากการศึกษามาอธิบายรว่ มกันภายในกล่มุ และช่วยกนั อธิบายเกณฑ์อ้างองิ
การเจริญเติบโตตอ่ ไปนีใ้ ชเ้ ป็นดชั นบี ่งชใี้ นเร่ืองใด
- นำ้ หนักตามเกณฑส์ ่วนสงู - สว่ นสงู ตามเกณฑอ์ ายุ -น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ
5. นกั เรยี นชว่ ยกนั อธิบายความหมายของ BMI จากนั้นครูแสดงวธิ กี ารคำนวณค่า BMI ให้นกั เรียนดู เพอ่ื ให้เข้าใจ
6. สมาชิกแต่ละคนในกล่มุ ทำ ใบงานท่ี 2.2 วัยรุ่นกบั การเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑ์มาตรฐานและ
นกั เรียนทม่ี ีเลขที่ลงท้ายดว้ ย 1 นำเสนอใบงานท่ี 2.3 ปจั จัยทีม่ ผี ลต่อการเจริญเติบโต
หนา้ ชั้นเรียน จากนน้ั ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั เฉลยคำตอบในใบงาน
7. ครูให้นักเรียน 2 คน ยนื หน้าชั้นเรียน แลว้ ให้เพ่ือนช่วยกนั บอกวา่ ในช่วงอายขุ องนักเรยี นควรมกี ารเจรญิ เตบิ โต
แบบเพอ่ื นคนใด เพราะอะไร
8. ครูเปดิ กราฟแสดงเกณฑ์อ้างองิ การเจรญิ เติบโต บนกระดาน แล้วใหน้ กั เรียนช่วยกันบอกว่าเพอ่ื นคนใด
มนี ้ำหนักและสว่ นสงู ตามเกณฑท์ ่ีกำหนด
9. นกั เรียนและครูชว่ ยกนั สรปุ ความหมายของ BMI เพ่ือใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจ
59
เรื่องท่ี 3 การดูแลและควบคมุ น้ำหนกั ตนเองใหอ้ ยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จำนวนเวลเรยี น 1 ชั่วโมง
วิธีสอนโดยใช้ กรณีตวั อยา่ ง
1. ครูอา่ นบทความเกย่ี วกบั อันตรายของยาลดความอ้วนให้นักเรียนฟงั แล้วใหช้ ่วยกนั วเิ คราะหส์ าเหตทุ ่ีทำให้
คนตอ้ งกินยาลดความอ้วน
2. ครูแจกบทความเก่ียวกบั โรคเบาหวานในเด็กและวัยรุน่ ให้นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ อา่ น
3. นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ศกึ ษาความรู้เร่อื ง การดแู ลและควบคุมน้ำหนักตนเองใหอ้ ยใู่ นเกณฑม์ าตรฐาน
จากหนังสอื เรยี น
4. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มนำความรู้ที่ได้จากการศกึ ษามาวิเคราะหบ์ ทความเกยี่ วกบั โรคเบาหวานในเดก็ และวยั ร่นุ
ตามประเดน็ ทคี่ รูกำหนด และตัวแทนกลมุ่ นำเสนอผลการวิเคราะห์บทความเกี่ยวกับโรคเบาหวานในเดก็ และวัยรนุ่ ตาม
ประเดน็ ทีค่ รกู ำหนดหน้าชั้นเรยี น แลว้ ให้เพอ่ื นกลุม่ อืน่ ชว่ ยตรวจสอบความถูกต้อง
เร่อื งที่ 4 การส่งเสริมและพัฒนาตนเองใหเ้ จริญเตบิ โตสมวยั สมวยั จำนวนเวลเรยี น 1 ชั่วโมง
วธิ ีสอนตามรูปแบบ CIPPA Model
1.นักเรยี นช่วยกนั บอกแนวทางในการดูแลและควบคุมน้ำหนักของตนเองเพอื่ ใหอ้ ย่ใู นเกณฑม์ าตรฐาน
2. ครูอธบิ ายเชือ่ มโยงใหน้ กั เรียนเห็นความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาตนเองใหเ้ จริญเติบโตสมวัย
3. นกั เรียนกลมุ่ เดิมจับค่กู นั เปน็ 2 คู่ ให้แตล่ ะค่รู ว่ มกนั ศึกษาความรูเ้ ร่ือง การสง่ เสริมและพัฒนาตนเอง
ใหเ้ จรญิ เติบโตสมวยั และสุขบญั ญัตแิ ห่งชาตเิ พือ่ การเจรญิ เติบโตท่ีสมวยั จากหนงั สอื เรียน
4. สมาชิกแตล่ ะคู่ผลัดกนั อธิบายความรทู้ ไี่ ดจ้ ากการศึกษาให้สมาชิกอกี คู่หนึ่งในกลุม่ ฟงั
5.นักเรยี นแต่ละกล่มุ รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ นกั เรยี นสามารถนำความรเู้ กย่ี วกบั แนวทางการปฏบิ ัตเิ พ่อื ให้
ตนเองมีการเจริญเติบโตท่ีสมวยั ไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวันไดอ้ ย่างไร
10. ส่ือ/วัสดอุ ปุ กรณ/์ แหลง่ เรียนรู้
10.1 ส่ือ 1. หนงั สือเรยี น สขุ ศึกษา ม.1
2. แบบวัดและบันทึกผลการเรยี นรู้ สุขศกึ ษา ม.1
3. เอกสารประกอบการสอน
4. ใบงาน เรือ่ ง ปจั จยั ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับการเจริญเติบโตของวยั ร่นุ
5. ใบงาน เรอ่ื ง การประเมินมาตรฐานการเจริญเตบิ โตของเดก็ ไทย
6. ใบงาน เร่ือง การดแู ลและควบคมุ น้ำหนกั ให้อยู่ในเกณฑม์ าตรฐาน
7. ใบงาน เรือ่ ง แนวทางการพัฒนาตนเองให้เจริญเตบิ โตสมวยั
10.2 แหลง่ เรยี นรู้ 1. ห้องสมุด
2. อินเตอร์เนต
60
แบบทดสอบก่อนเรยี น-หลงั เรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. การประเมินภาวะการเจรญิ เตบิ โตของวยั รนุ่ นยิ มใช้วธิ ีการใด 6. การลดนำ้ หนกั ในข้อใดทป่ี ลอดภยั และได้ผลดที ่ีสดุ
ก. การชง่ั น้ำหนกั และวัดส่วนสงู ก. การควบคมุ อาหารทุกมือ้
ข. การตรวจสขุ ภาพรา่ งกาย ข. การใชย้ าลดความอ้วน
ค. การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ค. การออกกำลังกายทุกวัน
ง. การตรวจวดั EQ และ IQ โดยแพทย์ ง. การงดรับประทานอาหารบางมอ้ื
2. ภาวะการเจริญเติบโตของใครที่เป็นไปตามช่วงของวัยรนุ่ 7. บคุ คลในข้อใดมกี ารพัฒนาตนเองให้เจริญเตบิ โตสมวยั
ก. เดก็ ชายเอมผี มหงอกขนึ้ หลายเสน้ ก. อาภรณม์ โี ลกสว่ นตวั สูงและชอบทำกจิ กรรมคนเดียว
ข. เด็กหญิงบมี ีน้ำหนกั และสว่ นสูงลดลง ข. วาสนาเขา้ กบั คนง่ายและชอบทำงานเป็นกลุ่ม
ค. เดก็ ชายซีเรม่ิ มีหนา้ อกและสะโพกผาย ค. สภุ าพน่ังสมาธทิ ั้งวันทัง้ คนื เพอ่ื พัฒนากายและจติ
ง. เด็กหญงิ แอลเริม่ มีประจำเดอื น ง. นาคาเข้าใจผอู้ นื่ มากกวา่ เข้าใจตนเอง
3. ปัจจัยในขอ้ ใดทเี่ กย่ี วข้องกบั การเจรญิ เตบิ โตของวัยรุ่น 8. ใครไมไ่ ด้ปฏิบัตติ นตามหลักสขุ บญั ญัตแิ หง่ ชาติ
ก. สมชายตวั เตยี้ เพราะมีพ่อและแมส่ ูง ก. นงลักษณพ์ บทนั ตแพทยป์ ีละ 2 ครั้ง
ข. สมหญิงไดร้ ับโครโมโซม x จากพ่อ ข. กชกรตรวจสขุ ภาพประจำปีทุกปี
ค. พ่อของสมหวังเป็นโรคโลหติ จางทำใหส้ มหวัง ค. งามตาพบจิตแพทย์ทกุ วนั เพ่อื ดูแลสุขภาพจติ
มีภมู คิ ุ้มกันทดี่ ีกวา่ คนปกติ ง. ชิดชนกหมน่ั หากจิ กรรมทแ่ี ปลกใหมท่ ำอยู่เสมอ
ง. สมหมายเจรญิ เตบิ โตในชมุ ชนที่เสือ่ มโทรมทำให้มี
พัฒนาการเจริญเติบโตในดา้ นตา่ งๆ ดีกวา่ คนท่วั ไป 9. พฒั นาการของวยั รนุ่ ในขอ้ ใดทเ่ี ป็นภยั ตอ่ สงั คม
ก. สมบัติมกั จะฝนั เปียกทุกวัน
4. สชุ าตมิ ีอายุ 20 ปี มนี ้ำหนกั ตัว 65 กิโลกรมั และมสี ว่ นสงู 175 ข. รินลดาชอบเกบ็ ตวั อยู่คนเดยี วเมือ่ อยู่ท่ีบา้ น
เซนตเิ มตร แสดงว่าสชุ าติ มคี ่า BMI เท่าไร ค. อลงกรณ์มีรปู ร่างกำยำ เรม่ิ มหี นา้ อก และมสี ะโพกผาย
และอยู่ในระดับใด ง. สาครชอบคดิ นอกกรอบและทำตามเพ่อื นในทกุ เรือ่ ง
ก. มคี า่ BMI เทา่ กบั 21.22 และมีนำ้ หนกั ตัวปกติ
ข. มคี า่ BMI เทา่ กับ 21.44 และมนี ำ้ หนักตวั ปกติ 10. ขอ้ ใดเปน็ การเจริญเตบิ โตของวัยร่นุ ทมี่ ีผลมาจาก
ค. มีค่า BMI เทา่ กบั 0.19 และมนี ้ำหนกั ตวั น้อยกวา่ มาตรฐาน สภาพแวดลอ้ มทางสังคม
ง. มคี า่ BMI เท่ากับ 20.97 และมีนำ้ หนกั ตวั เกินมาตรฐาน ก. สมานคกึ คะนองมากจงึ เกิดอบุ ตั ิเหตุ
ดว้ ยรถจักรยานยนตบ์ ่อยๆ
5. การควบคุมน้ำหนักอยา่ งไรเป็นวธิ ีที่ถกู ต้อง ข. วนั ชนะชอบออกกำลังกายกบั เพื่อนๆ ทุกวนั
ก. รับประทานอาหารเย็นมากกว่ามื้ออนื่ ๆ ค. สมพรรบั ประทานอาหารครบ 5 หม่ทู ุกวนั
ข. งดรับประทานอาหารเช้าและเทย่ี ง เพราะมีแมค่ อยเอาใจใส่
ค. รบั ประทานเฉพาะผกั และผลไม้เทา่ นั้น ง. พอ่ แม่ของวีระทะเลาะกนั ทกุ วนั
ง. รับประทานอาหารทมี่ ปี ริมาณไขมันต่ำ ทำใหว้ ีระเป็นเด็กก้าวร้าว
ได้คะแนน คะแนนเตม็
เฉลย 10
1. ค 2. ข 3. ง 4. ก 5. ข 6. ง 7. ค 8. ก 9. ข 10. ค
61
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 6
เรือ่ ง ภาวะการเจริญเติบโตและปจั จัยที่เกยี่ วขอ้ ง
สาระการเรยี นรู้พืน้ ฐาน ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563
รหัสวชิ า พ21101 รายวชิ า สขุ ศึกษา 1 กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา
หนว่ ยการเรียนท่ี 2 เรอ่ื ง เตบิ โตสมวยั เวลาเรียน 2 คาบเรยี น
ชอื่ ผู้สอน นางสาวขนษิ ฐา พมุ่ สงวน โรงเรียนวดั ราชโอรส
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
ตัวชว้ี ัด ม.1/3 วิเคราะหภ์ าวะการเจริญเติบโตทางรา่ งกายของตนเองกบั เกณฑม์ าตรฐาน
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายภาวะการเจริญเตบิ โตของวัยรนุ่ ได้
2. วเิ คราะห์ปจั จยั ที่เก่ียวข้องกับการเจริญเตบิ โตของวยั รนุ่ ได้
3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การเจริญเติบโตทางด้านร่างกายในวัยรนุ่ มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ ทั้งปัจจัยภายในร่างกายและปัจจัย
ภายนอกร่างกาย การเรียนรู้เก่ียวกับวิธีการประเมินภาวะการณ์เจริญเติบโตของร่างกาย การวิเคราะห์เปรียบเทียบ
ภาวะการณ์เจริญเติบโตของร่างกายกับเกณฑ์มาตรฐาน จะทำให้นักเรียนสามารถพัฒนาตนเองให้เติบโตสมวัยได้อย่าง
เหมาะสม
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การวิเคราะห์ภาวะการเจรญิ เตบิ โตตามเกณฑ์มาตรฐานและปจั จยั ทเ่ี ก่ยี วข้อง
4.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถน่ิ
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
62
6. ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ( Attitude )
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยอู่ ย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจรติ
รกั ความเปน็ ไทย
มุง่ ม่นั ในการทำงาน มีวินัย เป็นพลโลก
ใฝเ่ รียนรู้ มีจิตสาธารณะ
7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
เพาวเ์ วอรพ์ อยท์ เรอ่ื ง แนวทางการปฏิบัติตนใหม้ ีการเจรญิ เตบิ โตทีส่ มวัย
8. กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบร่วมมอื : เทคนิคค่คู ิดสีส่ หาย
ขัน้ นำ
1. ครูให้นกั เรยี นแต่ละคนบอกส่วนสงู และน้ำหนกั ของตนเอง ครจู ดคำตอบบนกระดาน
2. ครูถามนกั เรียนวา่ ทำไมนักเรยี นแตล่ ะคนจงึ มีส่วนสงู และน้ำหนกั ทีแ่ ตกต่างกัน
ข้ันสอน
1. ครอู ธบิ ายเกยี่ วกบั ปจั จัยท่ีทำใหว้ ัยรุ่นมีความแตกตา่ งในการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการ
2. ครูแบง่ นักเรยี นเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ คือ แลว้ ให้สมาชกิ ในกลมุ่ รว่ มกัน
ศึกษาความรเู้ ร่ือง ปจั จยั ทเี่ กี่ยวข้องกบั การเจริญเติบโตของวยั รุ่น จากหนงั สอื เรียน ดงั นี้
เรอื่ งที่ 1 ศึกษาความรเู้ รอ่ื ง ปัจจัยภายใน
เรื่องที่ 2 ศึกษาความรเู้ ร่อื ง ปจั จยั ภายนอก
เรื่องท่ี 3 การเข้าสวู่ ัยเจรญิ พันธุ์ แสดงภาวะการเจริญเตบิ โตของวัยร่นุ ได้อยา่ งไร
เรือ่ งท่ี 4 พนั ธุกรรม มีผลต่อการเจรญิ เติบโตของร่างกายอย่างไร
เรื่องท่ี 5 การอบรมเล้ยี งดูและสมั พันธภาพภายในครอบครวั มคี วามสำคญั ต่อพฒั นาการ
ในดา้ นตา่ งๆ อย่างไร
เรื่องท่ี 6 บคุ คลท่มี ีพืน้ ฐานทางอารมณ์ที่ดี จะสง่ ผลต่อพัฒนาการดา้ นใด
เรอ่ื งท่ี 7 ปัจจยั ภายนอกและปัจจยั ภายใน มีผลต่อการเจริญเตบิ โตของร่างกายอย่างไร
3. ครูสุ่มนกั เรยี น 5-6 กลุม่ นำเสนอคำตอบ หนา้ ช้นั เรยี น แลว้ ใหเ้ พอื่ นกลุ่มอนื่ ชว่ ยแสดงความคดิ เห็น
เพิม่ เติมในสว่ นที่ แตกตา่ งกัน
4. นักเรยี นแต่ละกลุม่ ชว่ ยกันทำใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง ปจั จยั ทีเ่ กย่ี วข้องกับการเจรญิ เติบโตของวยั รุ่น
ขนั้ สรุป
1. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ปจั จยั ใดมีความสำคัญที่สดุ ในการเจริญเตบิ โตของ
รา่ งกาย จงอธิบาย
2. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ช่วยกนั สรุปความรเู้ กี่ยวกับภาวะการเจริญเตบิ โตของวัยรุ่น และปจั จัยที่
เกย่ี วข้องกับการเจริญเตบิ โตของวยั รุ่น
63
9. การวดั ผลและประเมนิ ผล
9.1 การประเมินก่อนเรยี น
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที 2
9.2 การประเมนิ ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ตรวจใบงานเร่ือง ปจั จัยท่ีเก่ียวข้องกับการเจรญิ เติบโตของวัยรุ่น
ตรวจใบงาน เร่ือง การประเมินมาตรฐานการเจรญิ เติบโตของเด็กไทย
9.3 การประเมินหลงั เรยี น
ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรียนรู้ที 2
9.4 การประเมนิ ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เพาเวอรพอยท์ เรื่อง แนวทางการปฏบิ ัตติ นใหม้ กี ารเจรญิ เติบโตที่สมวัย
วธิ กี ารวดั เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี นและหลัง แบบทดสอบกอ่ นเรียนและ รอ้ ยละ 80 ขึน้ ไป
เรยี นหนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 หลงั เรียนหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งใน ใบงาน รปู แบบของกิจกรรมตามทร่ี ะบุในใบงาน ร้อยละ 80 ขน้ึ ไป
สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
10. สอ่ื /วัสดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้
10.1 สอ่ื 1. ภาพหรอื อุปกรณ์ของจริง ได้แก่ ท่ชี ั่งน้าหนกั ที่วดั สว่ นสงู แผน่ ภาพแสดงเกณฑ์
อา้ งอิงการเจริญเตบิ โต
2. หนังสือเรยี น สุขศึกษา ม.1
3. เอกสารประกอบการสอน
4. เพาเวอรพ์ อยท์
10.2 แหล่งเรียนรู้ 1.ห้องพยาบาล
2. อินเตอร์เนต
3. google classroom
64
บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
2. ปญั หา อปุ สรรค
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
4. ผลการพฒั นา
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...................................................................ผสู้ อน
(นางสาวขนษิ ฐา พ่มุ สงวน)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ -
........./................../..............
ลงชื่อ...................................................................
(วา่ ท่ี ร.ท. อภิชาติ ย่งิ สกุล)
หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา
........./................../..............
ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ สถานศึกษาหรือผูท้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย (ตรวจสอบ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ................................................................
( นางวรษิ ฐา เหลิองอรา่ ม)
ผชู้ ่วยรองผู้อำนวยการโรงเรยี นกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
........./................../..............
65
ใบงานที่ 2.1 ปัจจยั ท่ีมีผลต่อการเจรญิ เตบิ โต
ใหน้ ักเรยี นเติมข้อความลงในแผนผังความคิดเกีย่ วกับปัจจยั ท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการเจริญเติบโตของวัยรุน่
ปจั จยั ท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั การ ปจั จัยภายนอก
เจริญเติบโตของวยั รนุ่
ปัจจัยภายใน
พันธกุ รรม ..................................
..................................
..................................... ..................................
.................................. ..................................
.................................. ..................................
..................................
พน้ื ฐานทางอารมณ์ จติ ใจ
..................................
..................................
66
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7
เร่ือง เกณฑ์มาตรฐานการเจริญเตบิ โตของเด็กไทย
สาระการเรยี นรู้พนื้ ฐาน ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
รหสั วชิ า พ21101 รายวชิ า สุขศึกษา 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา
หน่วยการเรยี นท่ี 2 เรื่อง เติบโตสมวยั เวลาเรยี น 2 คาบเรียน
ชื่อผู้สอน นางสาวขนิษฐา พมุ่ สงวน โรงเรียนวัดราชโอรส
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
ตัวช้ีวัด ม.1/3 วิเคราะห์ภาวการณ์เจริญเติบโตทางร่างกายของตนเองกับเกณฑม์ าตรฐาน
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
บอกเกณฑม์ าตรฐานการเจริญเตบิ โตของเด็กไทยได้
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
นำ้ หนักและส่วนสูง สามารถนำมาใช้เปน็ เกณฑม์ าตรฐานในการประเมินพฒั นาการการเจริญเติบโตของเด็กไทย
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- เกณฑม์ าตรฐานการเจริญเตบิ โตของเดก็ ไทย
4.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถนิ่
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน อยู่อย่างพอเพียง ซอ่ื สตั ย์สจุ รติ
ความสามารถในการส่ือสาร มวี นิ ยั รักความเป็นไทย
ความสามารถในการคิด มีจติ สาธารณะ เปน็ พลโลก
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
มงุ่ ม่ันในการทำงาน
ใฝเ่ รียนรู้
67
7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
เพาเวอร์พอยท์ เรือ่ ง แนวทางการปฏิบตั ิตนให้มีการเจริญเติบโตท่ีสมวยั
8. กิจกรรมการเรยี นรู้
วธิ ีสอนแบบ สืบเสาะหา
ขน้ั ที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ
1. ครคู ัดเลือกนักเรียนท่ีมีความสงู และน้ำหนกั ต่างกนั 2 คน ออกมายืนหน้าชนั้ เรียน แล้วให้เพือ่ น
ชว่ ยกนั บอกวา่ ในช่วงอายุของนักเรยี นควรมกี ารเจริญเติบโตแบบเพือ่ นคนใด พร้อมอธบิ ายเหตุผล
ประกอบ
2. ครูเปดิ กราฟแสดงเกณฑอ์ า้ งอิงการเจรญิ เติบโตให้นักเรยี นดู แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกวา่
เพือ่ นคนใดที่มีน้ำหนกั และสว่ นสูงตามเกณฑ์ท่กี ำหนด
ขน้ั ที่ 2 สำรวจค้นหา
นักเรียนจับคู่ ร่วมกนั ศึกษาความรู้เรอื่ ง เกณฑ์มาตรฐานการเจรญิ เตบิ โตของเด็กไทยจากอินเตอร์เนต
และคิวอาร์โค้ตจากหวั ข้อดังนี้
- ความหมายและคำจำกดั ความของน้ำหนักและส่วนสงู
- นำ้ หนกั และส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ
ขนั้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้
1.ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะคอู่ ธิบายวา่ เกณฑอ์ า้ งองิ การเจรญิ เตบิ โตต่อไปนี้ใชเ้ ป็นดัชนีบ่งชีใ้ นเร่ืองใด
- นำ้ หนักตามเกณฑ์สว่ นสงู - นำ้ หนกั ตามเกณฑอ์ ายุ - ส่วนสงู ตามเกณฑ์อายุ
2. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด เกณฑ์มาตรฐานการเจรญิ เตบิ โตของเพศชายและเพศหญงิ มี
ความแตกตา่ งกนั อย่างไร
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
1. ครูให้นักเรียนช่วยกันอธิบายวา่ BMI หมายถึงอะไร มไี วเ้ พอื่ ทำอะไร
2. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารคำนวณค่า BMI ใหน้ กั เรยี นดู หรือให้นกั เรยี นอาสาสมัครออกมาอธบิ ายให้เพ่อื น
ในหอ้ งฟงั
3. ให้นักเรยี นแต่ละคนทำงาน
- ใบงานท่ี 2.2 เรือ่ ง การประเมินมาตรฐานการเจริญเตบิ โตของเดก็ ไทย
- ใบงานที่ 2.3 วัยร่นุ กับการเจริญเติบโตตามเกณฑ์มาตรฐาน
ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล
1. ครูใหน้ กั เรียนท่ีมีเลขค่ี นำเสนอใบงานที่ 2.2 และนักเรยี นทม่ี ีเลขคนู่ ำเสนอใบงานที่ 2.3 หน้าช้ันเรยี น
จากนน้ั ครแู ละนักเรียนร่วมกนั เฉลยคำตอบ
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ในวยั ของนักเรยี นควรมนี ำ้ หนักและสว่ นสงู เท่าไร จึงจะมีการ
เจริญเตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐาน
68
9. การวัดผลและประเมนิ ผล
9.1 การประเมินกอ่ นเรยี น
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน เรอ่ื ง วัยร่นุ กับการเจริญเติบโตตามเกณฑ์มาตรฐาน
9.2 การประเมนิ ระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ตรวจใบงานท่ี 2.2 เรือ่ ง การประเมนิ มาตรฐานการเจริญเตบิ โตของเด็กไทย
ตรวจใบงานที่ 2.3 เร่อื ง การดูแลและควบคมุ นำ้ หนกั ใหอ้ ยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
9.3 การประเมนิ หลังเรยี น
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน เรือ่ ง วัยรนุ่ กับการเจรญิ เติบโตตามเกณฑม์ าตรฐาน
9.4 การประเมนิ ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เพาเวอรพอยท์ เร่อื ง แนวทางการปฏิบัตติ นใหม้ ีการเจรญิ เตบิ โตที่สมวยั
การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรียนรู้
วิธีการวัด เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วย แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ก่อนเรียน ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
การเรียนรู้ท่ี 2 หลังเรียน รอ้ ยละ 80 ขนึ้ ไป
ตรวจสอบความถูกต้องในใบงานที่ รปู แบบของกจิ กรรมตามทร่ี ะบุในใบงาน รอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป
2.2 และใบงานที่ 2.3
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
10. สือ่ /วสั ดุอุปกรณ์/แหล่งเรยี นรู้
10.1 ส่ือ 1. หนงั สือเรียน สขุ ศึกษา ม.1
2.เอกสารประกอบการสอน
3. ใบงานเรอ่ื ง การดแู ลและควบคมุ นำ้ หนักให้อยใู่ นเกณฑม์ าตรฐาน
4. ใบงาน เร่อื ง แนวทางการพัฒนาตนเองใหเ้ จริญเตบิ โตสมวัย
10.2 แหล่งเรยี นรู้ 1.ห้องพยาบาล
2. อนิ เตอรเ์ นต
3. google classroom
69
บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
2. ปญั หา อุปสรรค
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
4. ผลการพฒั นา
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...................................................................ผสู้ อน
(นางสาวขนิษฐา พุ่มสงวน)
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ -
........./................../..............
ลงช่อื ...................................................................
(ว่าที่ ร.ท. อภชิ าติ ยิ่งสกุล)
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
........./................../..............
ความคิดเหน็ ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รับมอบหมาย (ตรวจสอบ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง)
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ................................................................
( นางวริษฐา เหลอิ งอรา่ ม)
ผู้ชว่ ยรองผอู้ ำนวยการโรงเรียนกลุม่ บรหิ ารวิชาการ
........./................../..............
70
เอกสารประกอบการสอน
กราฟแสดงเกณฑ์อ้างองิ การเจริญเตบิ โตของเพศชาย อายุ 5-18 ปี
น้ำหนกั ตามเกณฑ์ส่วนสูง
แสดงความอ้วน-ผอม
ดสู ว่ นสงู ตามแนวนอนว่าอยู่ท่ีจุดใด แล้วไล่ข้นึ ตามแนวต้ังกับนำ้ หนักที่จุดใด อ่านผลตามเกณฑน์ ้ัน : อ้วน เริม่
อ้วน ทว้ ม สมสว่ นค่อนขา้ งผอม ผอม
เป็นดัชนีบ่งช้ีวา่ นำ้ หนกั เหมาะสมกบั สว่ นสูงหรือไม่ สามารถแปลผลภาวะโภชนาการไดโ้ ดยไมต่ อ้ งทราบอายุ
เด็ก ถ้าร่างกายขาดอาหารระยะสนั้ ในปจั จุบนั หรือเกดิ เจ็บป่วย ร่างกายจะผอม น้ำหนกั ตามเกณฑ์ส่วนสงู จะมีค่า
นอ้ ยกวา่ ปกติ แตถ่ ้าไดร้ บั อาหารเกนิ ความต้องการของรา่ งกาย นำ้ หนกั ตามเกณฑส์ ่วนสูงจะเป็นดชั นีบง่ ชีภ้ าวะเริ่ม
อว้ น หรืออว้ นไดด้ ีทเี ดยี ว
หมายเหตุ : เกณฑก์ ารประเมินการเจรญิ เติบโตของเด็กวัยเรยี นทเ่ี หมาะสม ควรใชด้ ัชนีสว่ นสูงตามเกณฑอ์ ายุ
น้ำหนกั ตามเกณฑ์สว่ นสงู ร่วมกบั น้ำหนกั ตามเกณฑ์อายุ
ข้อมูล : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ. 2542 เกณฑอ์ ้างองิ น้ำหนกั สว่ นสูง และเครอื่ งชีว้ ดั
ภาวะโภชนาการของประชาชนไทย อายุ 1 วัน – 19 ปี
71
กราฟแสดงเกณฑ์อ้างอิงการเจรญิ เติบโตของเพศหญิง อายุ 5-18 ปี
72
กราฟแสดงเกณฑ์อา้ งอิงการเจรญิ เตบิ โตของเพศชาย อายุ 5-18 ปี
ส่วนสูงตามเกณฑอ์ ายุแสดงความเจรญิ เตบิ โต น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ แสดงการเจริญเตบิ โตด้านนำ้ หนัก
ดา้ นความสูง เป็นดัชนีบ่งชวี้ า่ นำ้ หนักเหมาะสมกับอายหุ รือไม่ ถ้าร่างกายขาดอาหาร
เปน็ ดชั นบี ง่ ช้ภี าวะโภชนาการระยะยาวท่ผี ่านมาว่าส่วนสูง หรอื เจ็บป่วยจะมีผลกระทบตอ่ ขนาดของรา่ งกาย ทำใหน้ ำ้ หนกั ลดลง และถา้
เหมาะสมกับอายุหรือไม่ ถ้าร่างกายมีการขาดสารอาหารแบบเรื้อรงั ขาดอาหารระยะยาว เดก็ จะผอมและเต้ีย ดังนั้นนำ้ หนักน้อยกวา่ เกณฑอ์ ายุ
เปน็ ระยะเวลานาน จะมีผลกระทบตอ่ การเจริญเติบโตทาง จะบง่ ชก้ี ารขาดสารอาหารโดยรวม และสามารถใชใ้ นการติดตามการเตบิ โต
โครงสร้าง ทำให้เด็กเตีย้ กวา่ เด็กในเกณฑ์ วยั เดียวกัน ของเดก็ ได้
โดยดูอายุตามแนวนอนว่าอยูท่ ีจ่ ุดใด แล้วไลข่ ึน้ ตามแนวตงั้ ว่า โดยดูอายุตามแนวนอนวา่ อย่ทู จ่ี ุดใด แลว้ ไล่ขน้ึ ไปตามแนวตัง้ ว่า
ตรงกบั ส่วนสงู ทจี่ ุดใด อา่ นผลตามเกณฑ์นั้น : สูง ค่อนข้างสูง ตรงกบั นำ้ หนกั ทจี่ ดุ ใด อา่ นผลตามเกณฑ์ : น้ำหนักมากเกนิ เกณฑ์ น้ำหนกั
สว่ นสูงตามเกณฑ์ คอ่ นขา้ งเต้ีย เตีย้ ค่อนข้างมาก น้ำหนักตามเกณฑ์ นำ้ หนักค่อนขา้ งน้อย น้ำหนกั น้อยกวา่ เกณฑ์
หมายเหตุ :เกณฑ์การประเมินการเจริญเติบโตของเดก็ วัยเรียนที่เหมาะสม ควรใชด้ ชั นีส่วนสูงตามเกณฑอ์ ายุ นำ้ หนักตามเกณฑ์
ส่วนสูง ร่วมกับนำ้ หนกั ตามเกณฑอ์ ายุ
ข้อมลู : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2542 เกณฑอ์ ้างอิง นำ้ หนัก ส่วนสงู และเคร่ืองช้ีวดั ภาวะโภชนาการของประชาชน
ไทย อายุ 1 วนั – 19 ปี
73
กราฟแสดงเกณฑ์อ้างอิงการเจรญิ เติบโตของเพศหญิง อายุ 5-18 ปี
74
ใบงานท่ี 2.2 ตามเกณฑม์ าตรฐาน
ให้นักเรียนสำรวจภาวะการเจริญเติบโตของตนเองแลว้ บันทึกในแบบบนั ทกึ น้ำหนกั และส่วนสงู
รายละเอยี ด ม.1
ภาคต้น ภาคปลาย
อาย(ุ ป/ี เดือน)
ส่วนสงู (ซ.ม)
น้ำหนัก(กก)
นำ้ หนักตามเกณฑส์ ว่ นสงู
(อ้วน เริ่มอว้ น ทว้ ม สมสว่ น ค่อนข้างผอม)
นำ้ หนกั ตามเกณฑส์ ่วนสงู
(สูง คอ่ นข้างสงู ส่วนสูงตามเกณฑ์ ค่อนข้างเตยี้ เตย้ี )
น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ
(นำ้ หนักมากเกินเกณฑ์ นำ้ หนกั ค่อนข้างมาก นำ้ หนักตาม
เกณฑ์
น้ำหนักค่อนข้างน้อย น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์)
ให้นักเรียนนำตัวอกั ษรขอ้ ความมาเติมหน้าข้อความที่มคี วามสัมพันธก์ นั
..........1.แสดงการเจรญิ เติบโตดา้ นนำ้ หนกั ก. ส่วนสงู ตามเกณฑอ์ ายุ
.........2. แสดงการเจริญเติบโตด้านความสงู ข. โรคอว้ น
..........3. แสดงความอว้ น – ผอม ค. นำ้ หนกั ตามเกณฑส์ ว่ นสูง
...........4. Body mass index : BMI ง. โรคขาดสารอาหาร
..........5.BMI = ๒๐ หมายความว่า จ. นำ้ หนกั ตามเกณฑอ์ ายุ
..........6.โภชนาการเกนิ ฉ. คา่ ดัชนมี วลกาย
..........7.ทพุ โภชนาการ ช. ปกติ
..........8.BMI = ๒๗ หมายความว่า ซ. นำ้ หนักเกิน
...........9.ผู้ชายเมอ่ื มกี ารเจรญิ เติบโตเข้าสู่วยั รนุ่ จะผลิต ฌ. ประจำเดอื น
ญ. อสุจิ
..........10.ผูห้ ญิงเมือ่ มกี ารเจรญิ เติบโตเขา้ สู่วัยรุ่นจะมี
75
ใบงานท่ี 2.3 วัยรนุ่ กบั การเจรญิ เติบโตตามเกณฑม์ าตรฐาน
คำช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นหาค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) จากขอ้ มูลที่กำหนดให้ พร้อมประเมนิ ผลการ
เจรญิ เตบิ โต โดยเปรยี บเทียบกับเกณฑ์เปรียบเทียบ
เกณฑ์เปรียบเทียบ
สตู รกำรคำนวณ คา่ ท่ไี ด้ นอ้ ยกว่า 18.5 แสดงว่า นำ้ หนกั น้อย
ระหว่าง 18.5 – 22.9 แสดงวา่ ปกติ
BMI = น้ำหนักตวั (กิโลกรัม) ระหวา่ ง 23.0 – 24.9 แสดงวา่ นำ้ หนักเกิน
ส่วนสงู 2 (เมตร)
ระหว่าง 25.0 – 29.9 แสดงวา่ อ้วน
มากกว่าหรอื เทา่ กบั 30 แสดงวา่ อว้ นมากหรอื อว้ นอนั ตราย
บคุ คล อายุ ส่วนสงู น้ำหนัก BMI ผลการเจริญเตบิ โต
(ปี) (เซนติเมตร) (กโิ ลกรัม)
1.เดก็ ชายบาส
2.เด็กหญิงสม้ 13 145 40
3.เด็กหญิงกวาง 14 150 38
4.เดก็ ชายโต้ง 15 147 60
5.เดก็ ชายแมน 13 155 45
6.นายปอ้ บ 14 150 70
7.นางสาวแก้ว 15 180 75
8.นางสาวจ๊บิ 14 165 45
9.นายกล้า 18 160 80
10.นางสาวปุย้ 16 168 85
17 170 50
76
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 8
เรือ่ ง การดแู ลและควบคุมน้ำหนัก
สาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
รหสั วชิ า พ21101 รายวชิ า สขุ ศึกษา 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา
หนว่ ยการเรียนท่ี 2 เรื่อง เติบโตสมวยั เวลาเรียน 1 คาบเรยี น
ชื่อผ้สู อน นางสาวขนิษฐา พุ่มสงวน โรงเรียนวัดราชโอรส
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
ตัวชว้ี ัด ม.1/3 วิเคราะห์ภาวการณ์เจรญิ เติบโตทางร่างกายของตนเองกับเกณฑม์ าตรฐาน
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
อธบิ ายวิธีการดแู ลและควบคุมน้ำหนักตนเองใหอ้ ยู่ในเกณฑม์ าตรฐานได้
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
วยั รนุ่ ควรสร้างสขุ นิสัยที่ดใี นการเลือกรับประทานอาหารท่มี ีประโยชนแ์ ละเหมาะสมตอ่ สุขภาพ เพราะการ
ได้รบั สารอาหารมากเกนิ ไปหรอื น้อยเกินไป ยอ่ มทำให้เกิดปญั หาภาวะโภชนาการ การมีความรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกับ
อาหารและโภชนาการจะช่วยให้สามารถเสริมสร้างสขุ ภาพร่างกายให้เจริญเติบโตสมวยั และการลดน้ำหนักและการเพม่ิ
น้ำหนักเปน็ แนวทางในการดแู ลและควบคุมน้ำหนักให้อย่ใู นเกณฑ์มาตรฐาน
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- วิธีการควบคมุ นำ้ หนกั ของตนเองใหอ้ ยใู่ นเกณฑม์ าตรฐาน
4.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิ่น
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
77
6. ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสตั ย์สุจรติ
รักความเปน็ ไทย
มงุ่ มนั่ ในการทำงาน มีวินัย เปน็ พลโลก
ใฝเ่ รียนรู้ มจี ิตสาธารณะ
7. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
เพาเวอร์พอยท์ เรอ่ื ง แนวทางการปฏบิ ัตติ นให้มีการเจรญิ เตบิ โตที่สมวยั
8. กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนโดยใช้ : กรณีตวั อย่าง
ข้ันนำ
1. ครูใหน้ ักเรียนช่วยกันบอกแนวทางในการดูแลและควบคุมน้ำหนักของตนเองเพ่ือให้อยู่ใน
เกณฑ์มาตรฐาน มาคนละ 1 ขอ้
2. ครูอธบิ ายเชือ่ มโยงให้นกั เรียนเหน็ ความสำคัญของการสง่ เสริมและพัฒนาตนเองให้
เจริญเติบโตสมวยั
ขั้นสอน
1. นักเรยี น จับคู่กันเปน็ 2 คู่ ให้แต่ละครู่ ว่ มกนั ศกึ ษาความรู้ จากหนงั สอื เรียน และ
แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ ตามประเดน็ ที่กำหนด ดงั น้ี
1.1 การส่งเสริมและพฒั นาตนเองใหเ้ จริญเติบโตสมวยั
1.2 สุขบัญญตั ิแหง่ ชาตเิ พ่ือการเจริญเตบิ โตที่สมวัย
แลว้ ช่วยกนั สรปุ ลงในใบงาน
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ การพัฒนาตนเองของวัยรุ่นให้เจริญเตบิ โตสมวัย
ตอ้ งปฏบิ ัติตนอยา่ งไร
ขน้ั สรปุ
1. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการวิเคราะหบ์ ทความเร่ือง โรคเบาหวานในเด็กและวยั รุ่น หน้าชนั้ เรยี น
แลว้ ให้นักเรยี นกลุ่มอ่นื ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกตอ้ งในแต่ละประเด็น
2. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
3 ใหน้ ักเรยี นทำใบงานท่ี 2.4 เตบิ โตสมวยั และ ใบงานท่ี 2.5 น้ำหนกั ตามเกณฑ์
78
9. การวดั ผลและประเมินผล
9.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น เร่ือง วัยรนุ่ กบั การเจริญเตบิ โตตามเกณฑม์ าตรฐาน
9.2 การประเมินระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ตรวจใบงานเร่อื ง การดแู ลและควบคมุ นำ้ หนกั ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
9.3 การประเมินหลงั เรยี น
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น เร่ือง วยั รุ่นกับการเจริญเติบโตตามเกณฑ์มาตรฐาน
9.4 การประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เพาเวอรพอยท์ เรอ่ื ง แนวทางการปฏบิ ตั ติ นให้มกี ารเจริญเตบิ โตที่สมวัย
การวัดผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้
วิธกี ารวัด เครอื่ งมือ เกณฑ์การให้คะแนน
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วย
การเรียนรทู้ ่ี 2 แบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 กอ่ นเรียน ประเมินตามสภาพจรงิ
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งในใบงาน
หลงั เรยี น ร้อยละ 80 ขึน้ ไป
รปู แบบของกิจกรรมตามทรี่ ะบใุ นใบงาน รอ้ ยละ 80 ขน้ึ ไป
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
10. สอ่ื /วัสดอุ ุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้
10.1 ส่อื 1. หนังสอื เรยี น สขุ ศกึ ษา ม.1
2.เอกสารประกอบการสอน
3. ใบงานเรอ่ื ง การดแู ลและควบคมุ นำ้ หนักให้อยใู่ นเกณฑม์ าตรฐาน
4. ใบงาน เรอ่ื ง แนวทางการพัฒนาตนเองใหเ้ จริญเตบิ โตสมวยั
10.2 แหล่งเรยี นรู้ 1.หอ้ งพยาบาล
2. อินเตอร์เนต
3. google classroom
79
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1. ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
2. ปัญหา อปุ สรรค
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
4. ผลการพัฒนา
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...................................................................ผสู้ อน
(นางสาวขนิษฐา พุ่มสงวน)
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ -
........./................../..............
ลงชอื่ ...................................................................
(วา่ ที่ ร.ท. อภิชาติ ยิ่งสกุล)
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา
........./................../..............
ความคิดเหน็ ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรอื ผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย (ตรวจสอบ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ................................................................
( นางวรษิ ฐา เหลิองอร่าม)
ผชู้ ว่ ยรองผอู้ ำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวิชาการ
........./................../..............
80
เอกสารประกอบการสอน
ชยี้ าลดอ้วนอันตรายถึงตาย
เภสชั กร ม.มหิดล เตอื นสาวลดความอว้ น หา้ มซื้อยาผ่านทางเว็บไซต์เดด็ ขาด ตอ้ งเขา้ พบแพทย์เพอ่ื ตรวจ
ร่างกายและใหค้ ำแนะนำวิธใี ช้ยาอย่างถกู ตอ้ ง เผยยาลดนำ้ หนกั 2 ตัว มีอันตรายถึงแก่ชวี ิต แนะควบคมุ อาหาร
ดีกว่าใชย้ า
รศ.จุฑามณี สทุ ธิสสี งั ข์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหิดล ให้ความรู้ถึงวิธีการใช้ยาลดความ
อว้ นอย่างปลอดภยั วา่ ท่ีผ่านมามกั จะเกดิ ปัญหาการรับประทานยาลดน้ำหนักไมถ่ กู วธิ ี สง่ ผลให้เกิดความเสีย่ งต่อ
สขุ ภาพร่างกายและเป็นอันตรายถงึ แกช่ ีวติ เนื่องจากผู้ปว่ ยไมไ่ ปปรึกษาแพทยท์ ร่ี กั ษาโรคอ้วนโดยตรง แต่ไปหา
ซอื้ ยาผา่ นทางส่อื อินเทอรเ์ นต็ เวบ็ ไซต์ และสอ่ื ต่างๆ ซงึ่ ไมข่ นึ้ ทะเบยี นกับองคก์ ารอาหารและยา รวมทง้ั คลินิก
และสถานเสรมิ ความงามท่ไี มม่ แี พทย์เฉพาะทาง ทำให้ผปู้ ว่ ยรบั ประทานยาลดน้ำหนกั โดยไม่ผ่านการตรวจ
รา่ งกายและซักประวัติ
หากใช้ยาเกนิ ขนาดโดยไมร่ ู้ข้อห้าม หรือขอ้ บ่งใช้สำหรับรกั ษาและควบคุมโรคอ้วน ก็จะยิง่ เพิ่มความเส่ยี ง
ตอ่ การไดร้ บั ผลขา้ งเคยี งทร่ี นุ แรงจนทำใหต้ ายได้ สำหรบั กรณสี าววยั รุ่นท่เี สยี ชีวติ รายลา่ สดุ มีสาเหตจุ ากการกนิ
ยาเกนิ ขนาดโดยไม่ได้รบั คำแนะนำจากแพทย์อย่างถกู ตอ้ ง
อยา่ งไรก็ตาม แม้วา่ การใช้ยาลดความอว้ นจะเป็นวิธีท่มี ปี ระสทิ ธิภาพดีและเห็นผลเร็ว แต่ผลขา้ งเคยี งท่ี
เกิดข้ึน อาจทำให้เกดิ อนั ตรายถงึ ชีวิตได้ ดังน้นั กอ่ นตัดสินใจรบั ประทานยาลดความอ้วนหรอื ยาใด ๆ ก็ตาม ควร
ศกึ ษาวธิ ีการ ใชย้ าท่ีถกู ต้อง และข้อมูลความปลอดภยั ของยาจากเภสัชกร หรอื เข้ารบั คำปรกึ ษาเก่ียวกับการ
รักษาทเี่ หมาะสมจากแพทย์ผู้เช่ยี วชาญ ทัง้ น้ี ผู้ตอ้ งการลดความอ้วนสามารถศึกษาข้อมลู ผ่านทางเว็บไซต์ของ
คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหดิ ล เพอ่ื ไม่ ตกเป็นเหยอ่ื ผ้ลู ักลอบขายยาผา่ นทางเวบ็ ไซต์ ซงึ่ ไมม่ คี วามรบั ผิดชอบตอ่
สังคม
ทีม่ า : http://health.kapook.com/view13508.html (สบื คน้ เมอื่ วนั ที่ 11 ตุลาคม 2555)
81
โรคเบาหวานในเดก็ และวยั รุ่น
โรคเบาหวานในเดก็ และวัยรุ่น (childhood diabetes) หมายถงึ เบาหวานที่เกิดขน้ึ หรือตรวจพบใน
คนทมี่ ีอายนุ ้อยกว่าหรอื เท่ากับ 18 ปี ในประเทศไทยพบได้ไมบ่ อ่ ยเมื่อเทยี บกบั เบาหวานที่พบในผู้ใหญ่ แต่ในชว่ ง
10 ปที ่ีผ่านมา มีข้อมูลวา่ มีเพิ่มมากขึน้ โดยเฉพาะในวัยร่นุ ทีอ่ ว้ น ข้อมูลจากการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2546 จาก
จำนวนผปู้ ว่ ยทง้ั หมด 9,419 คน พบวา่ มีผูป้ ว่ ยเบาหวานในเด็ก และวยั รุ่นที่วนิ จิ ฉยั ก่อนอายุ 18 ปี รอ้ ยละ
2.66 ของผูป้ ่วยโรคเบาหวานท้งั หมด
โรคเบาหวานในเด็กและวยั รนุ่ แบง่ เปน็ 3 กลมุ่ ใหญๆ่ ได้แก่
1. เบาหวานชนดิ ที่ 1 2. เบาหวานชนิดท่ี 2 3. เบาหวานทีม่ ีสาเหตชุ ดั เจน
ในปัจจบุ ันภาวะโภชนาการเกนิ และการขาดการออกกำลงั กายในเด็กวัยร่นุ ล้วนเป็นเหตุสง่ เสรมิ ให้อัตราการเกดิ
เบาหวานประเภทที่ 2 ในเดก็ และวยั รนุ่ มากขน้ึ เรื่อยๆ ขอ้ มูลล่าสดุ ที่สำรวจพบว่า เบาหวานในผปู้ ่วยท่ีมอี ายุน้อย
กวา่ 18 ปี พบว่า เป็นโรคเบาหวานชนดิ ทหี่ นง่ึ ร้อยละ 78 และ รอ้ ยละ 18.4 เปน็ เบาหวานชนดิ ท่ี 2 ทเ่ี หลืออกี
ร้อยละ 3.6 เป็นเบาหวานชนิดอื่นๆ ตา่ งจากขอ้ มูลเมื่อปี พ.ศ. 2534-2536 ท่เี บาหวานชนดิ ท่ี 2 ในเดก็ และวัยรนุ่
มนี ้อยกวา่ รอ้ ยละ 5 จะเหน็ ว่า เบาหวานชนิดท่ี 2 เพ่มิ ข้ึนมากกว่า 3 เท่า ในช่วง 10 ปีทผี่ า่ นมา
สาเหตุ
สาเหตุของโรคเบาหวานในเด็ก พบว่า โรคเบาหวานเป็นเรอ่ื งของกรรมพันธ์ุ และทำปฏิสัมพันธก์ ับ
สิง่ แวดล้อม ซึ่งสิง่ แวดล้อมท่ีสำคญั ท่ีสุด คือ อาหาร ถ้าขณะอยู่ในครรภม์ ารดา เด็กได้รับอาหารไมเ่ พียงพอ เมือ่
เกิดมาตวั เล็ก และพอ่ แม่เล้ียงลูกด้วยนมผง จะทำให้เด็กโตข้ึนอยา่ งรวดเร็ว และมีแนวโน้มว่า เดก็ คนนโี้ ตขนึ้ มา
จะกลายเป็นเดก็ อว้ น และมโี อกาสที่จะเปน็ โรคเบาหวาน
อาการ
1. ผ้ปู ว่ ยท่ีเรม่ิ เป็นเบาหวานจะมอี าการแตกต่างกันในแต่ละคน
2. อาการเริม่ แรกทพ่ี บบ่อยคอื ปัสสาวะบอ่ ยและมาก ดมื่ น้ำมาก และนำ้ หนกั ตวั ลด
3. ผปู้ ่วยเดก็ บางรายมีประวตั ปิ สั สาวะรดทีน่ อนตอนกลางคนื หรอื ปัสสาวะทง้ิ ไว้มีมดตอม
4. อาการดังกล่าวอาจเกดิ ขน้ึ ประมาณ 1-2 เดือน ก่อนมภี าวะคโี ตอะซโิ ดสิสเกิดขน้ึ ผู้ป่วยจำนวนไมน่ อ้ ยมี
คีโตอะซโิ ดสสิ เกิดขึ้นโดยเฉียบพลัน เมือ่ เปน็ ไข้หวดั หรอื การเจ็บปว่ ยอืน่ ๆ ประมาณรอ้ ยละ 10 ของ
ผ้ปู ่วยเบาหวานชนดิ ท่ี 1 ที่วนิ จิ ฉัยใหมม่ อี าการเกดิ ข้นึ อยา่ งรวดเรว็ และรุนแรงมาก โดยที่มปี ระวัตไิ ข้
หรอื มีการตดิ เชื้อ โดยเฉพาะทางเดนิ หายใจสว่ นบนนำมาก่อน จากนัน้ มอี าการทรดุ ลงอย่างรวดเรว็
นำ้ หนกั ลดลง คลืน่ ไส้ อาเจียน ขาดน้ำรุนแรง ปวดทอ้ งมาก หายใจหอบลึก ความรู้สกึ ตวั ลดลง ชอ็ ค
หมดสติ และอาจถึงแก่ชีวิตได้ถ้าไมไ่ ดร้ ับการวินจิ ฉัยและรกั ษาทเ่ี หมาะสมทันท่วงที
5. บอ่ ยครั้งทพี่ บวา่ ผู้ปว่ ยเบาหวานเดก็ ทีม่ ภี าวะคโี ตอะซิโดสิส ไดร้ บั การวินิจฉยั ผิดเปน็ โรคอื่นที่ มีอาการ
คลา้ ยกนั เช่น อาหารเป็นพษิ ลำไสอ้ ักเสบ ไวรัสลงกระเพาะเฉยี บพลนั ทางเดินปัสสาวะอกั เสบ
เฉยี บพลัน เปน็ ต้น ดงั นนั้ ควรคดิ ถงึ โรคเบาหวานชนิดท่ี 1 และภาวะคีโตอะซิโดสิสเสมอ เมื่อพบวา่
ผปู้ ว่ ยเด็กมอี าการดังกล่าว รว่ มกับผลตรวจทางห้องปฏิบตั ิการพบว่า มีภาวะกรดเมตะบอลคิ
ทีม่ า :
http://www.vachiraphuket.go.th/index.php?name=knowledge&file=readknowledge&id=12
82
ใบงานที่ 2.4 เติบโตสมวัย
ให้นกั เรยี นบอกแนวทางในการปฏบิ ตั ิตนในดา้ นตา่ ง ๆเพ่ือให้มีการเจรญิ เตบิ โตที่สมวยั ลงในแผนผงั ดา้ นลา่ ง
........................................ ........................................
................................ ................................
........................................ ........................................
................................ ................................
........................................
................................
การรบั ประทานอาหาร การดืม่ น้ำและนม
การนอนหลบั และ การเจรญิ เตบิ โตทส่ี มวัย
การพกั ผ่อน
การออกกำลังกาย
...........................................
............................. ...........................................
.............................
...........................................
............................. ...........................................
.............................
83
ใบงานที่ 2.5 น้ำหนักตามเกณฑ์
1. ใหน้ ักเรยี นคำนวณหาค่าดัชนมี วลกายของตนเองแล้ววิเคราะห์ผลกับเกณฑม์ าตรฐาน
เพศ.................................อายุ....................ปี น้ำหนัก....................กโิ ลกรัม ส่วนสูง.................เซนติเมตร
ดชั นีมวลกาย (BMI) =…………………………. ผลการวิเคราะห์ (BMI) =…………….
=…………………………. …………………………………….
=…………………………. …………………………………….
2. ใหน้ กั เรียนเสนอแนวทางการควบคุมน้ำหนกั ตวั ให้อยู่ในเกณฑม์ าตรฐานและห่างไกลโรค 10 ขอ้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
วาดภาพ/ตดิ ภาพรา่ งกายที่แขง็ แรง สมส่วนในความคิดของนักเรยี น
84
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3
เรือ่ ง เพศพัฒนา
รหัสวิชา พ21101 รายวิชา สขุ ศึกษา 1 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา
ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2563 เวลาเรยี น 4 คาบเรยี น
ผสู้ อน นางสาวขนิษฐา พุ่มสงวน โรงเรียนวดั ราชโอรส
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วดั
มาตรฐาน พ2.1 เขา้ ใจและเหน็ คุณคา่ ตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดำเนนิ ชวี ติ
ตัวชี้วัด ม.1/1 อธบิ ายวธิ ีการปรับตัวตอ่ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และพฒั นาการทางเพศ
อย่างเหมาะสม
2. สาระสำคัญ
วยั รนุ่ มีลักษณะการเปลีย่ นแปลงทางร่างกายอย่างรวดเรว็ จงึ ตอ้ งรูห้ ลกั ของการเปลย่ี นแปลง ยอมรับและปรบั ตวั
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและจะต้องรจู้ กั วธิ ีการปรบั ตวั ตอ่ การเปล่ียนแปลงทางจิตใจและอารมณ์ได้อยา่ งเหมาะสม
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
การเปล่ยี นแปลงทางรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศ
- ลกั ษณะการเปลยี่ นแปลงทางรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ และพฒั นาการทางเพศ
- การยอมรบั และการปรับตวั ตอ่ การเปลี่ยนแปลงทางรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศ
- การเบยี่ งเบนทางเพศ
3.2 สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
(พจิ ารณาตามหลักสูตรสถานศกึ ษา)
4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
ความสามารถในการสือ่ สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
มุง่ ม่ันในการทำงาน มีวินยั รักความเป็นไทย
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ิตสาธารณะ เปน็ พลโลก
85
6. ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เพาเวอร์พอยทเ์ ร่อื ง การปรบั ตัวตอ่ การเปลยี่ นแปลงทางรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ และพฒั นาการ ทางเพศ
7. การวัดผลและประเมนิ ผล
7.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 รือ่ ง เพศพัฒนา
7.2 การประเมนิ ระหว่างการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ตรวจใบงาน เรือ่ ง การเปลีย่ นแปลงทางรา่ งกายของวัยรนุ่
2. ตรวจใบงาน เรอ่ื ง การเปล่ียนแปลงทางจติ ใจและอารมณ์ของวัยรนุ่
3. ตรวจใบงาน เรอื่ ง คณุ ค่าของการปฏิบตั ิตนทเี่ หมาะสมกบั เพศของตนเอง
7.3 การประเมินหลังเรยี น
ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรอ่ื ง เพศพัฒนา
7.4 การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เพาเวอรพ์ อยท์เร่อื ง การปรบั ตัวต่อการเปลีย่ นแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์
และพฒั นาการทางเพศ
86
ประเมนิ เพาเวอร์พอยท์ เรอื่ ง การปรบั ตวั ต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย
จติ ใจ อารมณ์ และพฒั นาการทางเพศ
รายการประเมิน ดีมาก (4) คำอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน ปรบั ปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)
1. การอธิบายลกั ษณะ อธิบายลักษณะการ อธบิ ายลกั ษณะการ อธิบายลักษณะการ อธบิ ายลักษณะการ
เปลยี่ นแปลงทางรา่ งกาย เปล่ยี นแปลงทางร่างกาย
การเปลีย่ นแปลงทาง เปลยี่ นแปลงทางรา่ งกาย เปลี่ยนแปลงทางรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ และ จติ ใจ อารมณ์ และ
พัฒนาการทางเพศได้ พฒั นาการทางเพศได้
ร่างกาย จติ ใจ จติ ใจ อารมณ์ และ จติ ใจ อารมณ์ และพัฒนาการ ถกู ตอ้ งเป็นสว่ นใหญ่แต่ ถูกตอ้ งเป็นบางสว่ น แต่
เขา้ ใจยาก เขา้ ใจยาก
อารมณ์ และ พัฒนาการทางเพศ ได้ ทางเพศไดถ้ ูกตอ้ ง ละเอียด
พัฒนาการทางเพศ ถูกต้อง ละเอยี ด ชัดเจน ชัดเจนเป็นสว่ นใหญ่ และ
และเข้าใจง่าย เขา้ ใจง่าย
2. การอธบิ ายวิธีปรบั ตัว อธบิ ายวิธปี รบั ตัวต่อการ อธบิ ายวิธีปรบั ตวั ต่อการ อธิบายวิธีปรบั ตัวต่อการ อธิบายวิธีปรับตัวต่อการ
ต่อการเปลีย่ นแปลง เปลีย่ นแปลงทางร่างกาย เปลย่ี นแปลงทางรา่ งกาย จิตใจ เปล่ยี นแปลงทางร่างกาย เปล่ยี นแปลงทางร่างกาย
ทางรา่ งกาย จติ ใจ จิตใจ อารมณ์ และ อารมณ์ และพฒั นาการทาง จิตใจ อารมณ์ และ จิตใจ อารมณ์ และ
อารมณ์ และ พัฒนาการทางเพศ ได้ เพศ ได้ถกู ต้อง ละเอียด ชดั เจน พัฒนาการทางเพศ ได้ พฒั นาการทางเพศ ได้
พฒั นาการทางเพศ ถูกตอ้ ง ละเอยี ด ชดั เจน เปน็ สว่ นใหญ่ และเขา้ ใจงา่ ย ถูกต้องเปน็ ส่วนใหญ่ แต่ ถูกต้องเป็นบางส่วน แต่
และเขา้ ใจงา่ ย เขา้ ใจยาก เขา้ ใจยาก
3. การบอกแนวทางใน บอกแนวทางในการ บอกแนวทางในการปรบั ตวั ตอ่ บอกแนวทางในการ บอกแนวทางในการ
การปรบั ตัวต่อการ ปรบั ตวั ตอ่ การ การเปลย่ี นแปลงทางรา่ งกาย ปรับตัวต่อการ ปรับตัวตอ่ การ
เปลี่ยนแปลงทาง เปล่ยี นแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และพัฒนาการ เปลย่ี นแปลงทางร่างกาย เปล่ยี นแปลงทางรา่ งกาย
รา่ งกาย จิตใจ จิตใจ อารมณ์ และ ทางเพศอยา่ งเหมาะสม จิตใจ อารมณ์ และ จิตใจ อารมณ์ และ
อารมณ์ และ พฒั นาการทางเพศอยา่ ง ละเอียด ชัดเจนเป็นส่วนใหญ่ พฒั นาการทางเพศอย่าง พัฒนาการทางเพศอย่าง
พัฒนาการทางเพศ เหมาะสม ละเอยี ด และนำไปปฏิบัติได้งา่ ย เหมาะสมเปน็ ส่วนใหญ่ เหมาะสมเปน็ บางสว่ น
อยา่ งเหมาะสม ชัดเจน และนำไปปฏิบตั ิ แตน่ ำไปปฏิบัติไดย้ าก แต่นำไปปฏบิ ตั ไิ ดย้ าก
ได้ง่าย
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน 11 - 12 9 - 10 6 - 8 ต่ำกว่า 6
ระดับคณุ ภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ
87
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
เรอื่ งที่ 1 การเปล่ยี นแปลงทางร่างกายของวัยรุน่ จำนวนเวลาเรียน 1 ชั่วโมง
วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
1. ครูใหน้ กั เรียนรวมกลุม่ กนั กลมุ่ ละ 4 คน คละเพศชาย-หญงิ จากนน้ั ให้สมาชิกในกลมุ่ สงั เกตความแตกต่าง
ของลักษณะภายนอกท่ีสงั เกตได้ของสมาชกิ กลมุ่ เพศชายและเพศหญิง แลว้ บนั ทกึ ผล
2. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาความร้เู รอ่ื ง การเปล่ียนแปลงทางรา่ งกายของวัยร่นุ จากหนงั สือเรยี น
3. ครใู ห้สมาชิกแตล่ ะกลุ่มแลกเปล่ยี นข้อมูลกนั จากนนั้ ช่วยกนั จำแนกความแตกต่างของลกั ษณะภายนอก
ทสี่ งั เกตได้ของสมาชกิ กลมุ่ เพศชายและเพศหญงิ แล้วใหต้ ัวแทนกล่มุ ออกมานำเสนอผลการจำแนก
หนา้ ชน้ั เรียน
4. ครูใหน้ กั เรยี นยกตัวอยา่ งการเปลี่ยนแปลงทางรา่ งกาย แล้วแลกเปลย่ี นข้อมูลกับสมาชิกในกลุ่ม
5. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเหน็ พร้อมยกตวั อย่างประกอบ จากนน้ั สรุปผลและส่งตัวแทน
นำเสนอหน้าช้นั เรยี น
6. ครอู ธิบายให้นักเรียนเขา้ ใจถงึ ผลของการเปลย่ี นแปลงทางร่างกายของวยั รุน่
7. นักเรียนทำใบงานที่ 3.1 เรื่อง การเปล่ียนแปลงทางร่างกายของวยั รนุ่
8. ครูใหน้ ักเรียนทกุ คนบนั ทกึ ผลการปฏิบัตติ นตามแนวทางในการปฏิบัติตนเพื่อการยอมรับและปรับตัวตอ่
การเปลย่ี นแปลงทางรา่ งกายของวยั รุ่น เปน็ ระยะเวลา 2 สปั ดาห์ จากนน้ั นำผลบันทกึ มาส่งครู
เร่ืองที่ 2 การเปลย่ี นแปลงทางจิตใจและอารมณ์ของวัยรุ่น จำนวนเวลาเรยี น 1 ชั่วโมง
วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสรา้ งความตระหนกั
1. นักเรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคิดนักเรียนคิดว่า อารมณ์ของนักเรยี นในปัจจบุ ันแตกต่างจากในช่วงวัยเดก็
อย่างไร
2. ครูแจกเรื่องส้นั ตะปสู อนใจ ให้นักเรียนแต่ละกลมุ่ (กลุม่ เดมิ จากแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1) อ่าน แล้วส่มุ ตัวแทน
นกั เรยี นวิเคราะห์ลักษณะอารมณ์ของตัวละครในเร่อื ง
3. ครแู จกบทความ สุขภาพจติ วยั รนุ่ ให้นกั เรยี นสังเกตวา่ นกั เรียนมพี ฤตกิ รรมหรอื อารมณ์เหล่านหี้ รอื ไม่ อย่างไร
แล้วเขยี นบอกใตบ้ ทความส่งครู
4 . นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ รว่ มกนั ศกึ ษาความรูเ้ ร่อื ง การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและอารมณ์ของวัยรนุ่ จากหนงั สือเรยี น
หรือคน้ ควา้ ขอ้ มลู จากหอ้ งสมุด
5. ครแู จกข่าวเกย่ี วกบั ปญั หาวัยรนุ่ ให้สมาชิกแตล่ ะกลุม่ นำข้อมูล จากการศึกษาและคน้ คว้ามาวิเคราะหห์ าสาเหตุ
ของปญั หา ท่เี กดิ ขน้ึ กบั วยั รุ่นในปจั จุบนั วา่ มีสาเหตุมาจากอะไรบ้างแลว้ เขยี นแนวทางแกป้ ัญหา จากนั้นให้
นกั เรียนส่งตัวแทนกล่มุ ออกมานำเสนอ หน้าชนั้ เรียน
6. ครูให้นกั เรียนทกุ คนทำใบงานที่ 3.2 เรือ่ ง การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและอารมณข์ องวัยรุน่ เสรจ็ แล้วนำส่ง
88
เร่ืองที่ 3 การเบี่ยงเบนทางเพศ จำนวนเวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง
วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการสรา้ งค่านยิ ม
1. ครใู ห้นักเรียนพจิ ารณาบัตรภาพท่นี ำมาแสดง หน้าชัน้ เรียน ตามประเดน็ ทีค่ รูกำหนด
2. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายและแสดงความคิดเหน็ ต่อความสำคัญของการแสดงออกทางเพศที่เหมาะสมกับเพศของ
ตนเอง
3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ นักเรียนมคี วามรู้สึกอยา่ งไร กับบุคคลทมี่ ีลักษณะเบี่ยงเบนทางเพศ
4. ครใู หน้ ักเรียน รว่ มกนั ศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง การเบ่ียงเบนทางเพศจากอนิ เตอรเ์ นต
5. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั สรุปผลและนำเสนอผลการวิเคราะหแ์ ละอภปิ รายเชงิ เหตุผลเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้
กบั กลุ่มอ่ืนๆ
6. ครใู ห้นกั เรียนร่วมกนั ยกตวั อยา่ งพฤติกรรมหรอื การแสดงออกทางเพศทีไ่ ม่เหมาะสม
7. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั เขียนแผนผังความคิดแสดงวธิ กี ารสร้างภมู ิคุ้มกนั ตนเองจากพฤตกิ รรมเบ่ยี งเบนทาง
เพศลงในกระดาษโปสเตอร์ท่ีครูแจกและตกแต่งให้สวยงาม จากนั้นตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงาน พรอ้ มอธบิ าย
ประกอบ หนา้ ช้ันเรยี น
8. นักเรยี นแต่ละคนนำแนวทางในการปฏบิ ัติตนให้เหมาะสมกับเพศของตนเอง และเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทยไป
ปฏบิ ัติในชีวิตประจำวัน
9. นักเรยี นทกุ คนทำใบงานท่ี 3.3 เร่ือง คุณค่าของการปฏบิ ตั ิตนท่ีเหมาะสมกับเพศของตนเอง โดยครูกำหนด
ระยะเวลาในการส่งใบงาน
10. ส่ือ/วสั ดุอุปกรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
10.1 ส่ือ 1. หนงั สือเรยี น สขุ ศึกษา ม.1
2. แบบบนั ทกึ ผล ลักษณะการเปลีย่ นแปลงทางร่างกายของวัยรนุ่
3. บทเรยี นจาก google classroom
4. เรอื่ งสนั้ ตะปูสอนใจ
5. บทความ สขุ ภาพจิตวัยรนุ่
6. ข่าวปัญหาวัยรุ่น
7. บตั รภาพ
8. ใบงาน เร่ือง การเปลยี่ นแปลงทางร่างกายของวัยรนุ่
9. ใบงาน เรื่อง การเปลีย่ นแปลงทางจติ ใจและอารมณข์ องวัยรุ่น
10. ใบงาน เรื่อง คณุ คา่ ของการปฏบิ ตั ติ นท่ีเหมาะสมกบั เพศของตนเอง
10.2 แหล่งเรยี นรู้
1. หอ้ งสมุด
2. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://pangpondapp.blogspot.com/2011/01/blog-post.html
89
แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3
คำช้ีแจง ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ฝนั เปยี ก มีความหมายตรงกบั ข้อใด 6. การสรา้ งฮอร์โมนที่ควบคมุ การเผาผลาญอาหาร
ก. การฝันขณะนอนหลบั กลางคนื เป็นหนา้ ท่ีของต่อมในข้อใด
ข. การมีนำ้ ลายไหลขณะนอนหลับ ก. ต่อมเพศ
ค. การหลัง่ นำ้ อสจุ ขิ ณะนอนหลบั ข. ต่อมหมวกไต
ง. การมเี พศสัมพันธข์ ณะนอนหลับ ค. ตอ่ มไพเนียล
2. ข้อใดไมใ่ ช่การเปล่ยี นแปลงทางร่างกายของวยั รนุ่ หญิง ง. ตอ่ มไทรอยด์
ก. ใบหนา้ สดใส 7. เมอ่ื ร่างกายขาดธาตไุ อโอดนี ต่อมไทรอยด์จะมีลกั ษณะ
ข. มไี หลก่ วา้ งมากขนึ้ อย่างไร
ค. มปี ระจำเดือน ก. ต่อมไทรอยดจ์ ะมีลักษณะคงท่ี
ง. เริ่มมหี นา้ อก ข. ตอ่ มไทรอยดจ์ ะมลี ักษณะหดตวั ส้นั ลงกวา่ ปกติ
3. การระบายอารมณ์ทีถ่ กู ตอ้ งเหมาะสม ตรงกบั ข้อใด ค. ตอ่ มไทรอยด์จะมีลักษณะขยายตัวใหญ่ขน้ึ
ก. ปอชวนเพอื่ นเลน่ เกมออนไลน์ ง. ต่อมไทรอยด์จะมีลกั ษณะทีย่ ดื หดตวั อยตู่ ลอดเวลา
ข. ป่านชวนเพ่อื นไปเดนิ หา้ งสรรพสนิ ค้า 8. เมอื่ ถึงวัยชรา ต่อมในข้อใดมลี ักษณะการเจริญเติบโตชา้ ลง
ค. โป้งชวนเพ่ือนไปขบั ขีจ่ กั รยานยนต์ ก. ต่อมไทมสั ข. ต่อมหมวกไต
ง. ปา้ งชวนเพื่อนเลน่ ฟุตบอลที่สนามในหมูบ่ ้าน ค. ต่อมไพเนียล ง. ต่อมไทรอยด์
4. ขอ้ ใดไม่ใช่สาเหตุทท่ี ำใหเ้ กิดการเบ่ียงเบนทางเพศ 9. การเบี่ยงเบนอารมณ์ทางเพศสง่ ผลดอี ย่างไร
ก. พันธุกรรม ก. ทำให้สมองปลอดโปรง่
ข. การมีประสบการณ์ทางเพศท่ีไมเ่ หมาะสม ข. ทำให้มเี วลาวา่ งมากขึน้
ค. การเลย้ี งดูทีไ่ มถ่ ูกต้องตามเพศจากครอบครัว ค. ทำใหม้ ปี ญั หาทางเพศลดลง
ง. สภาพแวดลอ้ ม สง่ิ ยวั่ ยุตา่ งๆ จากสังคม ง. ทำให้มีความสขุ ในการทำกิจกรรมอน่ื ๆ
5. ต่อมท่มี หี น้าที่ผลิตฮอร์โมนทไี่ ปกระตุน้ ใหเ้ กิด 10. ขอ้ ใดไม่จัดวา่ เป็นพฤติกรรมเบ่ยี งเบนทางเพศ
ลกั ษณะเฉพาะ เชน่ เสยี งห้าว คือตอ่ มใด ก. เลียนแบบพฤตกิ รรมของเพศตรงข้าม
ก. ตอ่ มเพศ ข. พูดจาหรอื หยอกล้อในเร่ืองลามก
ข. ตอ่ มหมวกไต ค. มีเอกลกั ษณ์ทางเพศตามสถานภาพตนเอง
ค. ต่อมไพเนยี ล ง. มีการสำเร็จความใคร่ดว้ ยตนเองอย่างสม่ำเสมอ
ง. ต่อมไทรอยด์
ได้คะแนน คะแนนเตม็
10
เฉลย
1. ค 2. ข 3. ง 4. ก 5. ก 6. ง 7. ค 8. ก 9. ง 10. ค
90
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 9
เรื่อง การเปล่ียนแปลงทางรา่ งกายของวัยรนุ่
สาระการเรยี นรพู้ ื้นฐาน ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2560
รหสั วิชา พ21101 รายวชิ า สขุ ศกึ ษา 1 กล่มุ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
หน่วยการเรียนท่ี 3 เรอ่ื งเพศพัฒนา เวลาเรียน 1 คาบเรียน
ช่อื ผสู้ อน นางสาวขนิษฐา พุ่มสงวน โรงเรียนวดั ราชโอรส
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน 2.1 เขา้ ใจและเหน็ คุณค่า ตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดำเนนิ ชีวติ
ตัวช้ีวัด ม.1/1 อธบิ ายวธิ กี ารปรับตัวตอ่ การเปล่ยี นแปลงทางรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ และพฒั นาการทางเพศ
อยา่ งเหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายลกั ษณะการเปล่ียนแปลงทางรา่ งกายของวัยร่นุ ได้
2.บอกแนวทางในการยอมรับและการปรับตวั ตอ่ การเปล่ียนแปลงทางร่างกายของวยั รุ่นได้
3. อธบิ ายลกั ษณะการเปล่ียนแปลงทางจิตใจและอารมณข์ องวัยรุ่นได้
4. บอกแนวทางในการยอมรบั และการปรับตวั ตอ่ การเปล่ียนแปลงทางจิตใจและอารมณ์ของวัยรุน่ ได้
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
วยั ร่นุ มีลกั ษณะการเปลี่ยนแปลงทางรา่ งกายอย่างรวดเรว็ จงึ ตอ้ งรูห้ ลักของการเปลีย่ นแปลง ยอมรบั และปรบั ตวั
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและจะต้องรู้จักวธิ กี ารปรบั ตัวต่อการเปลีย่ นแปลงทางจิตใจและอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย
- ลกั ษณะการเปลยี่ นแปลงทางร่างกาย
- การยอมรับและการปรับตวั ต่อการเปลย่ี นแปลงทางร่างกาย
4.2 สาระการเรียนรูท้ ้องถิ่น
5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการสือ่ สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
91
6. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ( Attitude )
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสตั ยส์ ุจรติ
มงุ่ ม่ันในการทำงาน มีวนิ ัย รกั ความเปน็ ไทย
ใฝเ่ รียนรู้ มจี ติ สาธารณะ เป็นพลโลก
7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
-
8. กจิ กรรมการเรียนรู้
วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
ขน้ั ที่ 1 สงั เกต
ครูใหน้ ักเรยี นรวมกลมุ่ กัน กลุ่มละ 4 คน คละเพศชาย-หญิง จากน้ันให้สมาชกิ ในกลมุ่ สงั เกตความแตกตา่ งของ
ลกั ษณะภายนอกท่สี ังเกตไดข้ องสมาชกิ กลมุ่ เพศชายและเพศหญงิ แล้วบนั ทึกผล
ขั้นท่ี 2 จำแนกความแตกตา่ ง
1. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกันศึกษาความรู้เร่อื ง การเปลยี่ นแปลงทางรา่ งกายของวัยรุน่ จากหนังสือเรยี น
2. ครใู หส้ มาชกิ แต่ละกล่มุ แลกเปลี่ยนขอ้ มูลกัน จากน้ันช่วยกนั จำแนกความแตกต่างของลกั ษณะภายนอก
ท่ีสงั เกตได้ของสมาชิกกลุม่ เพศชายและเพศหญงิ โดยใหว้ าดภาพเปน็ องค์ประกอบ แลว้ ให้ตัวแทนกลุ่มออกมา
นำเสนอผลการจำแนกหน้าชั้นเรียน
ขั้นท่ี 3 หาลักษณะรว่ ม
1. ครูใหน้ ักเรียนยกตวั อย่างการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย แล้วแลกเปล่ยี นขอ้ มูลกับสมาชกิ ในกลมุ่
2. ครใู ห้นักเรียนรว่ มกันพจิ ารณาความแตกต่างของการเปล่ยี นแปลงทางร่างกายของวัยรุน่ ชายกบั วยั รนุ่ หญงิ
ข้นั ท่ี 4 ระบชุ ือ่ ความคิดรวบยอด
1. ครอู ธิบายให้นกั เรยี นเขา้ ใจถงึ ผลของการเปล่ียนแปลงทางรา่ งกายของวัยรนุ่
2. นักเรียนรว่ มกนั วเิ คราะห์แนวทางในการปฏบิ ัตติ นเพ่ือการยอมรับและปรบั ตัวตอ่ การเปลยี่ นแปลงทางรา่ งกาย
ของวัยรนุ่ พรอ้ มสรุปแนวทาง
ข้ันที่ 5 ทดสอบและนำไปใช้
1. นักเรียนทำใบงานท่ี 3.1 เรื่อง การเปลย่ี นแปลงทางร่างกายของวยั รนุ่ เป็นรายบคุ คล
2. ครูให้นักเรียนทุกคนบนั ทกึ ผลการปฏิบตั ิตนตามแนวทางในการปฏบิ ัติตนเพือ่ การยอมรบั และปรับตัวตอ่ การ
เปล่ียนแปลงทางรา่ งกายของวยั รนุ่ เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ จากนั้นนำผลบนั ทึกมาส่ง
92
9. การวดั ผลและประเมินผล
9.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 เร่ือง เพศพัฒนา
9.2 การประเมนิ ระหว่างการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ใบงานที่ 3.1 วัยรนุ่ และพฒั นาการทางเพศ
9.3 การประเมนิ หลังเรยี น
แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เรื่อง เพศพัฒนา
9.4 การประเมนิ ชนิ้ งาน/ภาระงาน
เพาเวอรพ์ อยท์เรือ่ ง การปรบั ตวั ต่อการเปล่ยี นแปลงทางรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ และพฒั นาการ
ทางเพศอยา่ งเหมาะสม
การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ เคร่อื งมอื เกณฑ์การใหค้ ะแนน
วิธีการวดั แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ก่อนเรยี นประเมนิ ตามสภาพจรงิ
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 หลังเรียนไดค้ ะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป
ทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม • ผา่ นเกณฑ์เฉล่ียระดับคณุ ภาพ 4 ขน้ึ ไป
แบบประเมนิ การเขา้ ร่วมกจิ กรรม
สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออกของ
นกั เรยี น
10. สอื่ /วัสดอุ ปุ กรณ/์ แหล่งเรยี นรู้
10.1 สอ่ื 1. หนังสอื เรยี น สุขศกึ ษา ม.1
2. วดี โี อแสดงการเปล่ยี นแปลงของวัยรนุ่
3. ใบงานที่ 2.1 วัยรนุ่ และพัฒนาการทางเพศ
10.2 แหลง่ เรียนรู้ 1. Google classroom
2. ห้องสมุด
93
บนั ทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
2. ปญั หา อปุ สรรค
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
4. ผลการพฒั นา
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...................................................................ผสู้ อน
(นางสาวขนิษฐา พุ่มสงวน)
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ -
........./................../..............
ลงชื่อ...................................................................
(ว่าที่ ร.ท. อภิชาติ ยงิ่ สกุล)
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา
........./................../..............
ความคิดเห็น ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศึกษาหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย (ตรวจสอบ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ................................................................
( นางวรษิ ฐา เหลอิ งอร่าม)
ผ้ชู ว่ ยรองผอู้ ำนวยการโรงเรยี นกลุม่ บริหารวชิ าการ
........./................../..............
94
ใบงานที่ 3.1 วยั รุ่นและพฒั นาการทางเพศ
1. ให้นักเรียนเขยี นเครื่องหมาย หน้าข้อความทถ่ี ูกตอ้ ง และเขยี นเคร่ืองหมาย หน้าข้อความทผี่ ิด พร้อมทง้ั
แก้ข้อความให้ถูกต้อง
...............1.พฒั นาการทางเพศของวยั รุ่นชายจะเร็วกวา่ วัยรุน่ หญงิ
................................................................................................................................................................
...............2.เด็กหญิงจะสูงขึ้นอยา่ งรวดเร็วในชว่ งอายุ 10-14 ปี
................................................................................................................................................................
...............3.พฒั นาการทางเพศเม่อื เขา้ สวู่ ัยรุ่นของแต่ละคนจะแตกตา่ งกนั
................................................................................................................................................................
...............4.ฮอร์โมนเพศชายผลิตจาครังไข่
................................................................................................................................................................
...............5.ฮอร์โมนเพศหญงิ คือ เทสโทสเตอโรนและเอสโตรเจน
................................................................................................................................................................
2. ให้นกั เรียนดูภาพและอธิบายการเปล่ยี นแปลงทางร่างกายของวยั ร่นุ ชายและหญงิ มาพอสงั เขป
95
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10
เรือ่ ง การเปลย่ี นแปลงทางจติ ใจและอารมณข์ องวัยรุน่
สาระการเรยี นรู้พ้นื ฐาน ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2563
รหัสวิชา พ21101 รายวิชา สขุ ศกึ ษา 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา
หน่วยการเรียนท่ี 4 เร่อื ง เพศพฒั นา เวลาเรียน 1 คาบเรยี น
ชื่อผู้สอน นางสาวขนษิ ฐา พมุ่ สงวน โรงเรยี นวดั ราชโอรส
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชี้วดั
มาตรฐาน 2.1 เข้าใจและเหน็ คุณค่า ตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมที กั ษะในการดำเนนิ ชวี ติ
ตวั ชีว้ ัด ม.1/1 อธบิ ายวธิ กี ารปรบั ตัวตอ่ การเปล่ียนแปลงทางรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ และพฒั นาการทางเพศ
อย่างเหมาะสม
2.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายลักษณะการเปล่ียนแปลงทางจิตใจและอารมณ์ของวยั รุน่ ได้
2. บอกแนวทางในการยอมรับและปรับตวั ตอ่ การเปล่ยี นแปลงทางจิตใจและอารมณ์ของวยั รนุ่ ได้
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
วัยรุ่นมพี ฒั นาการทางเพศอยา่ งรวดเร็ว หากมคี วามรู้และเขา้ ใจการเปล่ียนแปลง จะชว่ ยให้ปรบั ตวั ต่อการ
เปล่ยี นแปลงไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และยังมกี ารเปลีย่ นแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศอยา่ ง
รวดเร็ว จงึ ควรมีวิธกี ารปรับตัวตอ่ การเปล่ียนแปลงดังกล่าว เพื่อยอมรับและปรับตวั อย่างเหมาะสม
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
การเปลย่ี นแปลงทางจิตใจและอารมณ์
- ลักษณะการเปลีย่ นแปลงทางจติ ใจและอารมณ์
- การยอมรบั และการปรบั ตวั ต่อการเปลีย่ นแปลงทางจติ ใจและอารมณ์
4.2 สาระการเรียนร้ทู อ้ งถิ่น
(พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)
4. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
96
6. ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ อยู่อย่างพอเพียง ซ่อื สตั ย์สจุ ริต
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ มวี นิ ยั รักความเป็นไทย
มุ่งมั่นในการทำงาน มีจติ สาธารณะ เปน็ พลโลก
ใฝเ่ รียนรู้
7. ชิน้ งาน/ภาระงาน
-
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างความตระหนัก
ขั้นนำ
1. นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ นกั เรยี นคิดว่า อารมณ์ของนกั เรยี นในปจั จบุ ันแตกตา่ งจากในช่วงวัยเดก็
อย่างไร
2. ครูแจกเรอ่ื งสน้ั ตะปูสอนใจ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคอู่ ่านแลว้ สมุ่ ตวั แทนนักเรยี นวิเคราะห์ลักษณะอารมณข์ อง
ตัวละครในเรอื่ ง
3. ครูแจกบทความ สุขภาพจิตวยั รุ่น ใหน้ กั เรยี นสงั เกตว่า นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมหรืออารมณเ์ หลา่ นี้หรอื ไม่
อย่างไรแล้วเขียนบอกใต้บทความส่งครู
ขั้นสอน
1. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาความรู้เร่อื ง การเปลีย่ นแปลงทางจิตใจและอารมณข์ องวยั ร่นุ
2. ครแู จกข่าวเกีย่ วกบั ปญั หาวัยรุ่น ให้สมาชิกแต่ละกล่มุ นำขอ้ มูล จากการศกึ ษาและคน้ คว้ามาวิเคราะหห์ าสาเหตุ
ของปัญหาทเ่ี กิดข้ึนกบั วยั รนุ่ ในปจั จุบนั ว่า มีสาเหตมุ าจากอะไรบ้าง แลว้ เขียนแนวทางแก้ปญั หา จากน้ันให้
นักเรียนสง่ ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอ หน้าช้นั เรียน
3. ครใู หน้ ักเรียนทุกคนทำใบงานท่ี 3.2 เร่อื ง การเปลี่ยนแปลงทางจติ ใจและอารมณข์ องวัยร่นุ เสรจ็ แล้วนำส่ง
ขั้นสรุป
1. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ นกั เรียนคดิ ว่า การเปลยี่ นแปลงทางจติ ใจและอารมณข์ องวัยรนุ่ มีผลตอ่
การดำรงชีวติ ประจำวันอยา่ งไร
2. ครใู หน้ ักเรยี นยกตวั อย่างการเปล่ียนแปลงทางจติ ใจและอารมณข์ องตนเองทส่ี ังเกตได้ และครจู บั สลากเลือก
ตัวแทนกลมุ่ กลุ่มละ 1 คน ออกมาสรุปแนวทางในการยอมรับและปรบั ตวั ต่อการเปล่ยี นแปลงทางจิตใจและ
อารมณข์ องวยั รนุ่ หนา้ ชั้นเรยี น
97
9. การวดั ผลและประเมนิ ผล
9.1 การประเมนิ กอ่ นเรียน
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เร่ือง เพศพัฒนา
9.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ใบงานที่ 3.2 เร่ือง การเปล่ียนแปลงทางจิตใจและอารมณข์ องวัยรนุ่
9.3การประเมินหลงั เรียน
แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เร่อื ง เพศพัฒนา
9.4 การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน
การวดั ผลและประเมลิ ผลการเรยี นรู้ เครอื่ งมือ เกณฑ์
วธิ ีการ
แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั ก่อนเรยี นประเมนิ ตามผสภาพจรงิ
ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 เรียนหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 หลังเรยี นไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 80 ขึน้ ไป
ตรวจใบงานที่ 3.2
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน ใบงานท่ี 3.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล
10. สอื่ /วัสดุอปุ กรณ/์ แหลง่ เรยี นรู้
10.1 สอ่ื
1. หนงั สือเรยี น สขุ ศกึ ษา ม.1
2. เรื่องสน้ั ตะปสู อนใจ
3. บทความ สขุ ภาพจติ วยั รนุ่
4. ข่าวปญั หาวยั รนุ่
5. ใบงานท่ี 3.2 เรอ่ื ง การเปล่ยี นแปลงทางจติ ใจและอารมณข์ องวยั รุ่น
10.2 แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน สขุ ศกึ ษา
2. อินเตอรเ์ นตแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://pangpondapp.blogspot.com/2011/01/blog-post.html
- http://kidsquare.com/content/content_detail.php?id=227&catid=118
- http:www.ryt9.com/tag/ปัญหาเด็กติดเกม
- http://paidoo.net/tag/วยั ร่นุ ตีกนั
98
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
2. ปญั หา อุปสรรค
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
4. ผลการพฒั นา
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...................................................................ผสู้ อน
(นางสาวขนษิ ฐา พุ่มสงวน)
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ -
........./................../..............
ลงช่อื ...................................................................
(ว่าท่ี ร.ท. อภชิ าติ ย่งิ สกุล)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา
........./................../..............
ความคิดเหน็ ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศึกษาหรือผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย (ตรวจสอบ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ................................................................
( นางวริษฐา เหลิองอรา่ ม)
ผชู้ ่วยรองผอู้ ำนวยการโรงเรยี นกลุ่มบริหารวชิ าการ
........./................../..............
99
เอกสารประกอบการสอน
เรอ่ื งสั้น ตะปูสอนใจ
เดก็ น้อยคนหนึง่ เป็นคนอารมณ์รา้ ย หงดุ หงดิ งา่ ยชอบทะเลาะกับผูอ้ ื่นเปน็ ประจำ พอ่ เลยนำตะปมู าใหก้ ำ
หน่ึง พร้อมกับบอกวา่ เมอ่ื ใดที่เจ้าหงดุ หงิด เจา้ จงไปตอกตะปูท่รี ้ัวบา้ นหนึ่งตัว วนั แรกเดก็ น้อยคนนก้ี ต็ อกตะปู
ไปสามสิบกว่าตัว วันต่อๆ มากเ็ ร่มิ ลดลงเร่อื ยๆ เพราะเร่ิมจะคดิ ไดว้ ่า การควบคมุ อารมณ์โกรธนัน้ งา่ ยกว่าการ
ไปตอกตะปูต้ังเยอะ
จนกระทงั่ เดก็ คนนัน้ สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ จนเลกิ ตอกตะปูไดแ้ ล้ว จึงไปหาพ่อบอกว่า พ่อครบั
ผมสามารถระงับความโกรธไดเ้ ดด็ ขาดแล้ว พอ่ จงึ บอกให้เจา้ พิสจู น์ซิ เจ้าอาจจะขเี้ กยี จตอกตะปูก็ได้ ถา้ เมอ่ื ใดก็
ตาม ที่เจ้ารูส้ ึกว่า เจ้าระงบั ความโกรธได้จริง เจา้ กไ็ ปถอนตะปอู อกมาตัวหนึง่ ผา่ นไปไม่นาน รัว้ บ้านน้ันกถ็ กู
เด็กน้อยถอนตะปูไปจนหมดส้นิ เดก็ น้อยจึงดใี จวิง่ ไปหาพ่อบอกวา่ ตัวเองสามารถแกไ้ ขนสิ ยั อารมณ์หงุดหงดิ ง่าย
ได้เด็ดขาดจริงๆ แลว้
แล้วพ่อก็พาเดก็ นอ้ ยมาทรี่ ัว้ บ้าน พร้อมกบั บอกวา่ "เจา้ เห็นไหม ถงึ แมเ้ จ้าจะสามารถถอนตะปูได้หมดแลว้ แต่
มันกย็ งั เหลือร่องรอยตะปทู เ่ี จา้ ไดต้ อกไว้ ก็เปรียบเสมือนกับจติ ใจคนเรานัน่ เอง ถึงแม้เจ้าจะไดแ้ ก้ไขในการ
กระทำของเจา้ แล้ว แต่มันก็ยงั คงมีบางส่งิ บางอยา่ งตดิ คา้ งในใจ ในสง่ิ ที่เจ้าได้ทำลงไป ตอ่ ไปเจ้าจงคิดใหด้ ๆี ใน
สิง่ ทเ่ี จ้าจะทำต่อไป เจ้าจะได้ไมเ่ สยี ใจภายหลัง สร้างมิตรเทา่ ไหร่ก็ไม่เคยพอ แตม่ ศี ัตรเู พียงคนเดยี วกม็ าก
เกนิ ไปแล้ว"
ทม่ี า : http://pangpondapp.blogspot.com/2011/01/blog-post.html
100
บทความ สขุ ภาพจิตวัยร่นุ
ชอบร้องไหบ้ ่อยๆ สาเหตุอาจเกิดจากการรอ้ งไห้เพอื่ ต้องการเรียกรอ้ งความสนใจจากพ่อแม่ หรอื เพ่ือน
หรอื เพอ่ื ทดสอบว่า พอ่ แม่หรือเพ่ือนรกั เราจริงไหม รกั เทา่ คนอ่ืนไหม หรอื เรยี นรมู้ าต้ังแตเ่ ดก็ วา่ ใครขดั ใจก็จะ
ร้องไหจ้ นตดิ เปน็ นสิ ยั วธิ ีการชว่ ยเหลอื กรณตี ดิ เป็นนสิ ัย จะตอ้ งใชเ้ วลานานในการแกไ้ ข พอ่ แมค่ วรจะหนกั แน่น
และให้ความเอาใจใส่ และให้ลกู ฝกึ หาวิธแี สดงออกดว้ ยวิธีอ่นื ๆ สำหรบั การร้องไห้ เพอื่ เรียกรอ้ งความสนใจ พ่อ
แม่ควรไตร่ตรองหรือพดู คยุ ทำความเข้าใจกบั ลกู วา่ การรอ้ งไหค้ รัง้ นเ้ี พือ่ ถามหาความรกั ความเช่ือมัน่
ทดสอบวา่ รักไหม ยตุ ธิ รรมไหม เม่ือทราบแล้วก็พูดคยุ ทำความเข้าใจ หรือใหใ้ นสิง่ ท่เี ขาถามหา พร้อมทง้ั อธบิ าย
ด้วยว่าให้เพราะอะไร
ในกลุม่ ของนักเรียนมเี พ่ือนๆ ที่มพี ฤติกรรมนจ้ี ำนวน คน
เมอื่ ถูกขัดใจ จะรสู้ ึกโกรธอย่างรุนแรง วัยรุน่ บางคนเมอ่ื ถกู ขัดใจจะรู้สกึ โกรธอย่างรุนแรง บางครั้ง
ควบคมุ ตนเองไมไ่ ด้ และทำลายข้าวของ มีสาเหตุมาจากพ่อแม่ตามใจจนเป็นนสิ ยั หรอื อาจจะเปน็ การเรียกร้อง
ความสนใจ ความยุติธรรม (ในกรณีท่ีพอ่ แมม่ ลี กู มากกว่า 1 คน) ทางแกไ้ ขอย่ทู พี่ ่อแมค่ วรจะค้นหาว่า เหตุท่ีลูก
โกรธนัน้ เพราะต้องการอะไร พ่อแม่ควรหนกั แนน่ และมีใจเปิดกวา้ ง ไม่โกรธ เมอื่ ลูกไมเ่ ป็นไปตามมาตรฐานท่ี
ตวั เองตัง้ ไว้ ควรห้ามปรามความโกรธนน้ั แต่เนิ่นๆ ไม่ปล่อยใหต้ ิดเป็นนสิ ยั ด้วยการให้ความเอาใจใส่ ดแู ล มี
เวลาพูดคุยใหม้ ากขึน้
ในกลมุ่ ของนกั เรียนมเี พอื่ นๆ ท่มี ีพฤติกรรมนีจ้ ำนวน คน
อยากทำรา้ ยผ้อู ่ืน สาเหตอุ าจเกิดจากเหตกุ ารณ์ปกตทิ ว่ี ัยร่นุ มีอารมณร์ ุนแรง เมอื่ โกรธจดั จึงทำร้ายผู้อน่ื
ทุกกรณีโดยไม่มีเหตุอันควร วิธกี ารช่วยเหลอื พอ่ แมค่ วรจะใจเยน็ หนักแนน่ และเอาใจใส่ลกู เพราะวยั รนุ่ เป็น
ช่วงเวลาแหง่ การเปลยี่ นแปลง อารมณข์ ึ้นสูงสุดต่ำสุดไดง้ ่าย ในกรณที ำร้ายโดยไมม่ ีสาเหตุอนั ควร ควรปรึกษา
ผ้เู ช่ียวชาญ เพอื่ ใหไ้ ด้รบั การรักษาที่ถูกต้อง
ในกลมุ่ ของนกั เรียนมีเพ่ือนๆ ทีม่ พี ฤตกิ รรมนี้จำนวน คน
เซง็ ชีวิต หดหู่ใจ และส้นิ หวงั สาเหตอุ าจเกิดจากการตั้งมาตรฐานไวส้ งู เกนิ ไป หรือไปเปรยี บเทียบกับ
คนที่ เกง่ กว่า ดีกวา่ รวยกว่า หลอ่ กว่า หรอื มองความสำเรจ็ จากการทำเร่อื งใหญๆ่ เท่านน้ั ซงึ่ มกั มีโอกาสท่ีจะ
สำเรจ็ ไดย้ าก ทางแกไ้ ขควรจะเรมิ่ ต้นทำโครงการเลก็ ๆ ให้สำเร็จ และสามารถเหน็ ผลโดยเร็ว เข้ากลุ่มตา่ งๆ
เชน่ ชมรมรักธรรมชาติ และเริ่มตน้ จากการให้ ซ่ึงจะได้รบั การยอมรับ แทนท่จี ะเป็นแต่ผูร้ ับผลประโยชนห์ รือ
อวดเก่ง ซึ่งจะมแี ตค่ นปฏิเสธและทำใหก้ ลบั มาหดหู่อกี
ในกลมุ่ ของนักเรียนมเี พอ่ื นๆ ที่มีพฤติกรรมนีจ้ ำนวน คน
ทีม่ า : http://kidsquare.com/content/content_detail.php?id=227&catid=118