The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ach_eit, 2024-01-15 05:08:18

ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม

ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม

มกราคม 2567


ปัญหา… สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ท าโดย คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มกราคม 2567


ก คำนำ สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมที่ใช้ในปัจจุบัน ตามพระราชบัญญัติ การจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ในทางปฏิบัติเกิดปัญหาข้อขัดแย้งระหว่าง หน่วยงานรัฐเจ้าของโครงการกับบริษัทเอกชนที่รับจ้างในสัญญางานต่าง ๆ คือ สัญญาจ้างที่ปรึกษา สัญญา จ้างออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้าง และสัญญาจ้างก่อสร้าง ทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติตามสัญญา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยคณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นปัญหาต่าง ๆ ในสัญญา ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม จึงได้ร่วมมือในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมอบให้คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินการจัดเสวนาขึ้น โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐและสมาคมต่าง ๆ เช่น สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สมาคมวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางแก้ไขปัญหา จากการเสวนาดังกล่าว ได้มีการรวบรวมผลการเสวนาจัดทำเป็นรายงาน ประกอบด้วย การสรุป ประเด็นปัญหาและข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข และการรวบรวมประเด็นปัญหา เหตุผลในการแก้ไขและข้อเสนอ แก้ไขปัญหา ของแต่ละสมาคมวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เป็นภาคผนวกเพื่อนำรายงานดังกล่าว ไปปรึกษาหารือและเสนอกรมบัญชีกลาง และให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาร่วมกันในการปรับปรุง แก้ไขสัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ที่มีปัญหาข้อขัดแย้งในการปฏิบัติงาน ทั้ง 4 สมาคมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กรมบัญชีกลางและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จะมีการ ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขสัญญา การประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เพื่อเกิดความเป็นธรรม กับทุกฝ่าย และมีผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย


สารบัญ คำนำ ก หลักการเหตุผล 1 วัตถุประสงค์ 1 การจัดเสวนา 1 สรุปประเด็นปัญหาสำคัญและข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข สัญญาการประกอบอาชีพวิศวกรรมและ 3 สถาปัตยกรรม ภาคผนวก 1 13 การเสวนา ครั้งที่ 1 เรื่อง “ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม” ภาคผนวก 2 28 การเสวนา ครั้งที่ 2 เรื่อง “ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน” ภาคผนวก 3 38 การเสวนา ครั้งที่ 3 เรื่อง “ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม การก่อสร้างและการควบคุมงานก่อสร้าง” รายนามผู้สนับสนุน คณะกรรมการผู้จัดทำ


1 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ********************** 1. หลักการเหตุผล จากการปฏิบัติวิชาชีพทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ซึ่งต้องมีการทำธุรกรรมผ่านทางสัญญา ระหว่างเจ้าของงานทั้งภาครัฐและเอกชน กับสถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมา และระหว่างผู้รับเหมาหลักกับ ผู้รับเหมาช่วง ในบางครั้งจึงทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติตามสัญญา การเสวนาครั้งนี้เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหาในการปฏิบัติตามสัญญาของการประกอบวิชาชีพ ผู้รับเหมา วิศวกร และสถาปนิก ร่วมให้ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อหาแนวทางแก้ไข และนำเสนอ ต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป 2. วัตถุประสงค์ การเสวนา ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อรวบรวมปัญหาสัญญา เนื่องจากพระราชบัญญัติการจัดซื้อ จัดจ้าง และบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 2) เพื่อรวบรวมปัญหาสัญญาและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการในสมาคมวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม 3) สรุปผลการเสวนาเสนอปัญหาและข้อเสนอแนะให้กับกรมบัญชีกลาง นำไปพิจารณา 4) เพื่อให้มีการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขสัญญาที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 3. การจัดเสวนา การเสวนา ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม คณะกรรมการสิทธิ และจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน และสมาคมต่าง ๆ ดังนี้ - สำนักงบประมาณ - กรมบัญชีกลาง - สภาสถาปนิก - สภาวิศวกร - วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์


2 - สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ - สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ - สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย - สมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย - สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย - สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาเครื่องกลและไฟฟ้าไทย - สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย - นายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย - สมาคมมัณทนากรแห่งประเทศไทย คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการจัดเสวนา ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ 1. การเสวนา ครั้งที่ 1 เรื่อง “ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม” วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม 2566 เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ 2. การเสวนา ครั้งที่ 2 เรื่อง “ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม การออกแบบ โครงสร้างพื้นฐาน” วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2566 เวลา 13.30-16.30 น. ผ่านระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรม Zoom ณ ห้องบอร์ดรูม ชั้น 4 อาคาร วสท. 3. การเสวนา ครั้งที่ 3 เรื่อง “ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม การก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง” ในงานวิศวกรรมแห่งชาติ วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30-16.30 น. ห้อง MR109 CD บอลรูม 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในการเสวนาปัญหา.....สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม รวม 3 ครั้ง ดังกล่าว ข้างต้น ได้มีการสรุปผลการเสวนามีประเด็นปัญหาในหัวข้อต่างๆ ดังนี้ 1. ประเด็นสัญญาจ้างออกแบบและควบคุม (ตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐)


3 2. สัญญาการควบคุมงาน 3. ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไป 4. ขอบเขตของงาน TOR 5. ประเด็นปัญหาสัญญางานก่อสร้าง 6. ประเด็นปัญหาอื่นๆ รายงานฉบับนี้ได้สรุปผลการเสวนาในหัวข้อต่างๆ ข้างต้น และรวบรวมเนื้อหาสาระของสมาคมที่ ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมทั้ง 3 ครั้ง ไว้ในภาคผนวก เพื่อนำไปปรึกษาหารือ และเสนอ ผลการเสวนาให้กรมบัญชีกลาง ในการพิจารณาดำเนินการต่อไป สรุปประเด็นปัญหาสำคัญและข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข สัญญาการประกอบอาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ลำดับ ประเด็นปัญหา ข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข 1. ประเด็นสัญญาจ้างงานออกแบบและงานควบคุม (ตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐) 1.1 ผู้ว่าจ้างนำสัญญาจ้างที่ปรึกษามาใช้กับงานควบคุมการ ก่อสร้าง ทำให้ผู้ควบคุมงานไม่สามารถเรียกร้องค่าจ้าง ควบคุมงานเพิ่มได้ หากเกิดการล่าช้าในการก่อสร้างและ หากมีปริมาณงานที่ต้องควบคุมงานเพิ่มก็จะไม่สามารถ เรียกร้องค่าจ้างควบคุมงานเพิ่มได้เช่นกัน - ต้องมีสัญญาเฉพาะแต่ละประเภทของงาน เช่น สัญญางาน จ้างออกแบบและงานควบคุม - ควรใช้สัญญาจ้างให้สอดคล้องกับประเภทของงาน 1.2 ข้อ ๓ ค่าจ้างและการจ่ายเงิน ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ขอเพิ่มข้อ ๓ วรรคสุดท้าย โดยมีข้อความดังต่อไปนี้ - กรณีที่ผู้ให้บริการต้องปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เพิ่มเติม นอกเหนอจากที่ระบุในขอบเขตงานตามสัญญา เนื่องจากมีเหตุใด ๆ นอกเหนือจากการควบคุมของที่ผู้ ให้บริการเกิดขึ้น และผู้ให้บริการไม่อาจคาดหมาย ล่วงหน้าได้ หรือเนื่องจากคู่สัญญาได้ตกลงเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขงานอันสืบเนื่องมาจากการเรียกร้องของฝ่ายผู้ ว่าจ้าง ผู้ให้บริการได้รับค่าจ้างเพิ่มเติม รวมทั้งค่าใช้จ่าย ที่เบิกคืนได้ (ถ้ามี) โดยคำนวณตามอัตราเดียวกับที่ระบุ ในเอกสารสรุปรายละเอียดค่าจ้าง ผู้ให้บริการใน ภาคผนวก - กรณีที่เกิดความล่าช้า และหรือ มีการขยายระยะเวลา โดยมิได้เกิดจากความผิดของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการจะ ได้รับการขยายระยะเวลาและค่าจ้างเพิ่มเติม รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (ถ้ามี) โดยคำนวณตามอัตรา เดียวกับที่ระบุในเอกสารสรุปรายละเอียดค่าจ้างผู้ ให้บริการในภาคผนวก 1.3 ข้อ ๔.๓ หน้าที่ของผู้ให้บริการงานออกแบบ ข้อ ๔.๓ วรรคสองถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นจากงานตาม สัญญานี้อันเนื่องมาจากการที่ผู้ให้บริการได้ออกแบบงาน - ขอตัดประโยคสุดท้ายที่กำหนดว่า "และโดยส่วนที่ เกี่ยวเนื่องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น" ออก


4 ลำดับ ประเด็นปัญหา ข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการและมาตรฐานวิชาชีพทาง สถาปัตยกรรม วิศวกรรม หรือวิชาการอื่นและ/หรือ บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการจะต้องรีบ ทำการแก้ไขความเสียหายดังกล่าว ภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้าง กำหนดให้ ถ้าผู้ให้บริการไม่สามารถแก้ไขได้ ผู้ให้บริการ จะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง ซึ่งรวมทั้งความ เสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรง และโดยส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากงานตามสัญญานี้ด้วย 1.4 ข้อ ๔.๗ หน้าที่ของผู้ให้บริการงานออกแบบ กรณีที่ผู้ให้บริการทำงานไม่แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดใน ข้อ ๑ ผู้ให้บริการจะต้องเสียค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ..................(...................) ของ วงเงินค่าจ้างตามข้อ ๓ นับถัดจากวันครบกำหนดในข้อ ๑ จนถึงวันที่ผู้ให้บริการปฏิบัติตามสัญญาถูกต้องครบถ้วน - ขอตัดข้อสัญญาเรื่องค่าปรับออกทั้งหมด 2. สัญญาการควบคุมงาน 2.1 ข้อ ๕.๒ และ ข้อ ๕.๓ ข้อตกลงว่าจ้างงานควบคุมงาน ก่อสร้าง ข้อ ๕.๒ ผู้ให้บริการจะต้องควบคุมงานให้เป็นไปตาม สัญญาจ้างก่อสร้าง และถูกต้องตามหลักวิชาการ และ มาตรฐานวิชาชีพทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม และบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องและจะต้อง รับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างจนกว่างานตามสัญญาจ้างก่อสร้าง จะแล้วเสร็จตามแบบ และรายละเอียดประกอบแบบใน ภาค ก. ของสัญญานี้ ข้อ ๕.๓ ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ขอแก้ไขข้อความในข้อ ๕.๒ เป็นดังนี้ "ผู้ให้บริการจะต้องควบคุมงานให้เป็นไปตามสัญญาจ้าง ก่อสร้าง และถูกต้องตามหลักวิชาการและมาตรฐานวิชาชีพ ทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม และบทบัญญัติแห่ง กฎหมายที่เกี่ยวข้องและต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างจนกว่า งานตามสัญญาจ้างก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามแบบและ รายละเอียดประกอบแบบใน ภาค ก. ของสัญญานี้ ภายใต้ กรอบระยะเวลาดำเนินงานโครงการรายละเอียดปรากฏตาม แผนการดำเนินงานของผู้ให้บริการในภาคผนวก" ขอเพิ่มข้อ ๕.๓ โดยมีข้อความดังต่อไปนี้ "ผู้ให้บริการจะปฏิบัติงานตามสัญญา โดยมีกรอบระยะเวลา ดำเนินงานโครงการรายละเอียดปรากฏตามแผนการ ดำเนินงานของผู้ให้บริการในภาคผนวก” 2.2 ข้อ ๖ ค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างและการจ่ายเงิน ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ขอเพิ่มข้อ ๖ วรรคสุดท้าย โดยมีข้อความ ดังต่อไปนี้ - "กรณีที่ผู้ให้บริการต้องปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ระบุในขอบเขตงานตามสัญญา เนื่องจากมีเหตุใด ๆ นอกเหนือจากการควบคุมของผู้ ให้บริการเกิดขึ้น และซึ่งผู้ให้บริการไม่อาจคาดการณ์ ล่วงหน้า หรือเนื่องจากคู่สัญญาได้ตกลงเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขงานอันสืบเนื่องมาจากการเรียกร้องของฝ่ายผู้ ว่าจ้าง ผู้ให้บริการจะได้รับค่าจ้างเพิ่มเติม รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (ถ้ามี) โดยคำนวณตามอัตรา เดียวกับที่ระบุในเอกสารสรุปรายละเอียดค่าจ้างผู้ ให้บริการในภาคผนวก” กรณีที่เกิดความล่าช้า และหรือ มีการขยายระยะเวลาโดย มิได้เกิดจากความผิดของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการจะได้รับ การขยายระยะเวลา และค่าจ้างเพิ่มเติม รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่


5 ลำดับ ประเด็นปัญหา ข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข เบิกคืนได้ (ถ้ามี) โดยคำนวณตามอัตราเดียวกับที่ระบุใน เอกสารสรุปรายละเอียดค่าจ้างผู้ให้บริการในภาคผนวก” ข้อ ๗.๖ (๑) หน้าที่ของผู้ให้บริการงานควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๗.๖ การควบคุมงานตามสัญญานี้ ผู้ให้บริการมีหน้าที่ ดังนี้ (๑) จะต้องดำเนินการควบคุมงานตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างเริ่ม ปฏิบัติงานจนกว่างานตามสัญญาจ้างก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ตามสัญญา ขอแก้ไขข้อความในข้อ 7.6 (1) เป็นดังนี้ “(๑) จะต้องดำเนินการควบคุมงานภายใต้กรอบระยะเวลา ดำเนินงานโครงการรายละเอียดปรากฏตามแผนการ ดำเนินงานของผู้ให้บริการในภาคผนวก" 2.3 ข้อ ๗.๘ หน้าที่ของผู้ให้บริการควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๗.๘ ในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นแก่งานตามสัญญา จ้างก่อสร้าง อันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ให้บริการ ไม่ว่าโดยการละเลยต่อหน้าที่ หรือมิได้ใช้ความรู้ที่ เหมาะสมกับการควบคุมงาน หรือวิชาชีพ หรือมิได้ควบคุม ตรวจสอบให้ผู้รับจ้างดำเนินการดังกล่าวก็ตาม ผู้ให้บริการ ต้องรีบหาทางแก้ไขให้เรียบร้อยด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ ให้บริการเอง และถ้าผู้ให้บริการหลีกเลี่ยงหรือบิดพลิ้วไม่ แก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อย ในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ให้ผู้ว่า จ้างมีสิทธิว่าจ้างผู้อื่นดำเนินการแทน โดยผู้ให้บริการ จะต้องชดใช้ค่าเสียหายเต็มจำนวนทั้งในส่วนที่เกิดขึ้น โดยตรง และในส่วนที่เกี่ยวเนื่องอันเกิดจากความเสียหาย ดังกล่าวนั้นด้วย ตัดประโยคสุดท้ายที่กำหนดว่า "และในส่วนที่เกี่ยวเนื่อง" ออก ข้อ ๘ ค่าจ้างงานควบคุมงานกรณีผู้รับจ้างปฏิบัติงาน ล่วงเลยกำหนดเวลา ข้อ ๘. วรรคหนึ่ง ในกรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติงานล่วงเลยกำหนดเวลาตาม สัญญาจ้างก่อสร้าง เนื่องจากความผิดของผู้รับจ้าง ผู้ให้บริการจะได้รับค่าจ้างตามจำนวนวันที่ได้ปฏิบัติ ล่วงเลยกำหนดเวลานั้นต่อเมื่อผู้ว่าจ้างได้เรียกร้องเอาจาก ผู้รับจ้างมาจ่ายให้ผู้ให้บริการในอัตราวันละ.................บาท (..............................) ขอแก้ไขข้อความในข้อ ๘. วรรคหนึ่ง เป็นดังนี้ "ในกรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติงานล่วงเลยกำหนดเวลาตาม สัญญาจ้างก่อสร้าง เนื่องจากความผิดของผู้รับจ้าง ผู้ให้บริการจะได้รับค่าจ้างตามจำนวนวันที่ได้ปฏิบัติล่วงเลย กำหนดเวลานั้นจากผู้ว่าจ้าง โดยผู้ว่าจ้างจะไปเรียกร้องเอา จากผู้รับจ้างมาจ่ายให้ผู้ให้บริการในอัตราวันละ............... บาท (......................) หากผู้ให้บริการไม่ได้รับชำระค่าจ้าง ภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันได้รับใบแจ้งหนี้ ผู้ให้บริการมีสิทธิ ระงับการทำงานชั่วคราวหรือบอกเลิกสัญญาได้" 3. ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไป 3.1 ข้อ ๙ การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่ายของงาน ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง เพิ่มเติมระบุจำนวนเงินความรับผิดสูงสุดของ ผู้ให้บริการ โดย ขอเพิ่มข้อ ๙. วรรคสี่ โดยมีข้อความ ดังต่อไปนี้ "โดยค่าเสียหายทั้งหมดที่ผู้ให้บริการจะต้องชดใช้ตาม สัญญานี้เป็นจำนวนทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้างตาม สัญญา" ข้อ ๑๔ การระงับการทำงานชั่วคราวและการบอกเลิก สัญญา ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง เพิ่มข้อความดังต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๔.๑ "ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างมิได้ปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบตามที่ สัญญาระบุไว้ ผู้ให้บริการจะมีหนังสือถึงผู้ว่าจ้างระบุ รายละเอียดถึงสาเหตุ และเหตุผลในการระงับการทำงาน หรือขอเลิกสัญญา ถ้าผู้ว่าจ้างมิได้ดำเนินการแก้ไขให้ผู้ให้ บริการพอใจ ภายในระยะเวลา ๓๐ (สามสิบ) วัน นับแต่


6 ลำดับ ประเด็นปัญหา ข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าวนั้น ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการ ทำงานหรือบอกเลิกสัญญาได้" เพิ่มข้อความดังต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๔.๒ "ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติงานหรือ ยินยอมให้ไม่มีการปฏิบัติงานตามสัญญานี้ได้ทั้งหมดหรือ แต่เพียงบางส่วน เนื่องจากเหตุสุดวิสัยต่อเนื่องกันเป็นเวลา เกินกว่า ๖๐ วัน นับจากวันแจ้งเหตุสุดวิสัยตามข้อ ๑๐ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยส่งคำบอก กล่าวไปยังคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน" 4. ขอบเขตของงาน TOR 4.1 ขอบเขตของงาน (TOR) ที่ระบุใน TOR มีปัญหาในหลายงาน - งานขออนุญาตเข้าพื้นที่ก่อสร้างในพื้นที่สาธารณะ ที่มีความยุ่งยากใช้เวลานานเป็นอุปสรรคต่องานอื่น และ เป็นภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น - การเบิกเงินค่าจ้าง - การกำหนดงวดเงินออกแบบ - ขอบเขตงานมากกว่าราคากลาง เช่น งานสำรวจภูมิ ประเทศ สำรวจธรณีวิทยา สำรวจจราจร เป็นต้น - ปัญหาการกำหนดเงื่อนไขการเบิกเงินงวดสุดท้ายขึ้นอยู่ กับสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับสมบูรณ์ต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ก่อน - การกำหนดจำนวนวันตามสัญญาแต่เนื้อหากำหนดเงื่อนไข เพิ่มเข้าไป เช่น จนกว่าจะประกาศผลผู้ชนะการคัดเลือก ผู้รับจ้างก่อสร้าง - ขอบเขตงานมากเกินกว่าวัตถุประสงค์ของโครงการ - งานส่วนเพิ่มเติมจาก TOR - การเปลี่ยนแปลงเพิ่มขอบเขตของงาน เพิ่มเนื้อหาด้วย วาจาหรือเปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐบาล - ขอบเขตงานกว้างไม่ชัดเจน เช่น ใช้คำว่าอย่างน้อย หรือไม่ น้อยกว่าหรืองานอื่น ๆ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของ โครงการ - การกำหนดคุณสมบัติและจำนวนของบุคลากรหลัก บุคลากรสนับสนุนไม่สอดคล้องกับงาน - การจัดงบประมาณ - ให้ที่ปรึกษาออกแบบต้องรอการประมูลคัดเลือกผู้รับจ้าง ถ้าไม่ได้ผู้รับจ้างก่อสร้างภายในระยะเวลา.... ปี จะยกเลิก สัญญาและงวดเงินส่วนที่เหลือ - ขอบเขตงานที่ศึกษาและออกแบบรายละเอียดกว้างและ ไม่ระบุรายละเอียดที่ชัดเจน เช่น ระบุเพียงแต่ว่างานอื่น ๆ - การกำหนดเวลาและเงื่อนไขที่ชัดเจนในงานประเภทต่าง ๆ เพื่อลดภาระของผู้ให้บริการ - การจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับปริมาณงานและ กำหนดงวดการเบิกจ่ายให้เหมาะสมกับงาน - จัดงบประมาณโครงการมีเงินส่วนเผื่อขาดโครงการเพื่อ เพิ่มค่าจ้างกรณีมีงานเพิ่มเติม - กำหนดเงื่อนไขว่า เมื่อส่งมอบรายงานการประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้กับเจ้าของโครงการและเจ้าของ โครงการเห็นชอบแล้ว สามารถเบิกเงินงวดสุดท้ายได้ ส่วน การสนับสนุนเจ้าของโครงการในช่วงการพิจารณาของ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) พิจารณา เห็นชอบให้ถือเป็นงานบริการภายหลังการออกแบบ - เสนอให้มีการจัดทำขอบเขตมาตรฐาน (TOR) สำหรับงานจ้าง ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างของงานประเภทต่าง ๆ โดย กรมบัญชีกลางเป็นเจ้าภาพร่วมจัดทำแบบขอบเขตมาตรฐาน ร่วมกับ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงบประมาณ เพื่อให้ ได้ผลงานออกแบบที่มีคุณภาพเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และ หน่วยงานของภาครัฐ สภาวิชาชีพ และองค์กรวิชาชีพต่าง ๆ เช่น สภาวิศวกร สภาสถาปนิก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศ ไทย (วสท.) สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย (วปท.) สมาคมสถาปนิกสยาม (อาษา) สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้าง แห่งประเทศไทย - เสนอปรับปรุงสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงาน ก่อสร้าง รวมถึงสัญญามาตรฐานก่อสร้างเพื่อให้มีความ สอดคล้องกัน ทั้งผู้รับจ้างก่อสร้าง ผู้ออกแบบ และผู้ควบคุม งานก่อสร้างในคราวเดียวกัน - ทบทวนอัตราค่าจ้างออกแบบ รวมถึงกำหนดรายละเอียด ค่าจ้างออกแบบของงานแต่ละประเภทให้ชัดเจน เนื่องจาก หลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ปรึกษาฯ ประกาศใช้เมื่อเดือน


7 ลำดับ ประเด็นปัญหา ข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข ที่เกี่ยวข้อง ระบุให้ที่ปรึกษาสนับสนุนการดำเนินการของ หน่วยงานจนการก่อสร้างแล้วเสร็จ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ครบ ๑๐ ปี แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการ ปรับปรุงเห็นควรที่หน่วยงานภาครัฐทั้งกรมบัญชีกลาง สำนัก บริหารหนี้สาธารณะ และสำนักงบประมาณได้พิจารณา ปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาวะทางเศรษฐกิจ เพื่อให้อาชีพ วิศวกรได้รับแรงจูงใจด้านอัตราค่าจ้าง ทัดเทียมกับวิชาชีพ อื่น ๆ ที่ได้ปรับขึ้นไปตามค่าครองชีพเป็นระยะ ๆ แล้ว 4.2 การกำหนดคุณสมบัติของที่ปรึกษา/ผู้ออกแบบ - คุณสมบัติของผู้ออกแบบ การออกใบรับรองผลงานจาก หน่วยงานสามารถใช้ผลงานที่แล้วเสร็จได้ ไม่ต้องรอช่วง ประกันผลงานของผู้รับเหมาก่อสร้าง - การกำหนดคุณสมบัติของบุคลากรต้องสอดคล้องกับงาน ทั้งคุณวุฒิและประสบการณ์ บางทีหน่วยงานกำหนดโดยใช้ งบประมาณเป็นหลัก - การกำหนดคุณสมบัติของบุคลากร ควรกำหนดคุณวุฒิ และปีประสบการณ์ให้สอดคล้องเหมาะสมกับตำแหน่ง หน้าที่ในโครงการ โดยเฉพาะตำแหน่งผู้จัดการโครงการ และผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ถ้ากำหนดปีประสบการณ์น้อย เกินไปจะมีแนวโน้มว่าไม่สามารถดำเนินโครงการได้สำเร็จ - การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบสูงเกินความจำเป็น/ ความต้องการของงานที่จะดำเนินการ ยกตัวอย่างเช่น คุณสมบัติของที่ปรึกษาในงานควบคุมงาน บางตำแหน่งไม่ จำเป็นต้องกำหนดเป็นวุฒิการศึกษาปริญญาโท และต้องมี จำนวนปีประสบการณ์สูง (โดยการกำหนดเป็นเกณฑ์ “ต้องไม่ น้อยกว่า....”) - การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบในลักษณะเชี่ยวชาญ เฉพาะเจาะจงเกินไป จะทำให้มีปัญหาในลักษณะการตีความ หรือกีดกันการแข่งขันอย่างเป็นธรรม 4.3 การงดหรือลดค่าปรับหรือขยายเวลาการปฏิบัติงาน ออกแบบ ในกรณีที่มีเหตุเกิดจากความผิดหรือความ บกพร่องของผู้ว่าจ้างหรือเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจาก พฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่ผู้ให้บริการที่ไม่ต้องรับผิดตาม กฎหมายหรือเหตุอื่นตามที่กำหนดของกระทรวง การงด หรือลดค่าปรับหรือขยายกำหนดเวลาทำงานตามวรรคหนึ่ง อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าจ้างที่จะพิจารณาตามที่เห็นสมควร ควรจะมีการแก้ไขไม่มีค่าปรับ และการพิจารณาควรจะ เป็นไปตามข้อเท็จจริงไม่ใช่อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าจ้าง 4.4 ปัญหาขอบเขตงานในเชิงปริมาณ งานออกแบบรายละเอียด (DD) ที่ออกแบบในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสม (FS) หรือดำเนินการต่อจากงาน FS มักจะมีการเปลี่ยนแปลง ขอบเขตงานที่ต้องดำเนินการทั้งในทางที่เพิ่มขึ้นหรือ ในทางลดลง - ควรจะพิจารณากำหนดขอบเขตงานให้มีปริมาณงานตามที่ จะดำเนินการงานออกแบบ - กรณีปริมาณงานเพิ่มเติมควรจะต้องมีงบประมาณเพิ่มขึ้น ตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น 4.5 ปัญหาขอบเขตของงานในเชิงคุณภาพ - มีขอบเขตงานบางประเภทที่ไม่มีความชัดเจนในเชิง คุณภาพหรือความต้องการที่แท้จริงในผลลัพธ์หรืองานที่จะ ส่งมอบหรือมีการขอให้ดำเนินการในเชิงคุณภาพที่สูงเกินกว่า ที่กำหนดในขอบเขตงาน - การกำหนดขอบเขตงานในเชิงคุณภาพให้ชัดเจน และ ดำเนินการงานเชิงคุณภาพตามที่ระบุไว้ใน TOR - การให้นิยามของการออกแบบเบื้องต้น การออกแบบ รายละเอียดแก่หน่วยงานหรือคณะกรรมการฯ ของแต่ละ


8 ลำดับ ประเด็นปัญหา ข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข - บางงานในขอบเขตงานไม่ได้กำหนดไว้หรือกำหนดไว้ไม่ ชัดเจน หรือเจ้าของงานต้องการความละเอียดที่มากกว่าที่ กำหนดไว้ในขอบเขตงาน โครงการทำความเข้าใจในเชิงคุณภาพให้มีมาตรฐานและ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน 5. ประเด็นปัญหาสัญญางานก่อสร้าง 5.1 ข้อกำหนดที่ระบุว่า “เพื่อผลประโยชน์ของรัฐเป็นที่ตั้ง” ขอให้เปลี่ยนเป็น “เพื่อผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง” 5.2 การกำหนดเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาไม่สามารถทำงานได้จริง และไม่ชัดเจน เช่น - ระยะเวลาการทำงานที่ไม่สามารถทำงานได้จริง - กติกาไม่ชัดเจน - การแบ่งงวดงาน งวดเงินไม่ชัดเจน - ควรกำหนดเงื่อนไขในสัญญาที่ชัดเจนเป็นไปได้ในทาง ปฏิบัติ 5.3 สัญญาว่าจ้างไม่มีการระบุคุณสมบัติของวิศวกรตามคุณวุฒิ ของสภาวิชาชีพ - ระบุคุณสมบัติของวิศวกรตามคุณวุฒิของสภาวิชาชีพ 5.4 สัญญาไม่เป็นธรรมระหว่างบริษัทใหญ่และบริษัทเล็ก - ควรมีการแยกสัญญาย่อยของงานแต่ละประเภทให้ชัดเจน 5.5 ความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ การจัดซื้อจัดจ้างที่เกิดขึ้น เนื่องจากปัญหาสุดวิสัย - รัฐต้องมีการระบุในสัญญาที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเป็น ธรรมกับทั้งสองฝ่าย - การใช้สัญญา FIDIC เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสอง ฝ่าย แต่ทางราชการยังมีความกังวลในการนำมาใช้ 5.6 ความล่าช้าของงานจากปัญหาต่าง ๆ - หน่วยงานรัฐต้องมีการกำหนดมาตรฐานและแนวทางใน การจัดการปัญหาร่วมกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 5.7 การไม่ได้รับเงินค่าจ้าง กรณีมีการฟ้องร้อง - ควรจัดตั้งกองทุนสำหรับโครงการ โดยผู้ว่าจ้างโอนเงินเข้า กองทุนเพื่อไว้ใช้ในการแก้ไข กรณีเกิดการฟ้องร้อง 5.8 ค่าปรับตามสัญญา - อัตราค่าปรับตามสัญญาไม่ควรเกิน 0.1% ของมูลค่า สัญญาต่อวัน และค่าปรับสูงสุดต้องไม่เกิน 10% ของมูลค่า สัญญา 5.9 การคืนเงินประกันผลงาน เนื่องจากปัญหาความล่าช้า - ต้องคืนเงินประกันผลงาน คืนหนังสืค้ำประกันของธนาคาร ให้แก่ผู้รับเหมางานระบบ (ผู้รับเหมารายย่อย) ตามเงื่อนไข ที่ระบุในสัญญา 5.10 ประเทศไทยไม่มีมาตรฐานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเครื่องกล - มีการกำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน - สมาคมช่วงเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย ได้จัดทำคู่มือ ต่าง ๆ ของงานติดตั้งเพื่อนำไปใช้ให้งานมีมาตรฐานเดียวกัน 5.11 การจัดการความเสี่ยงของงานและผู้รับผิดขอบในงานต่าง ๆ ไม่ชัดเจน - ระบุความเสี่ยงของงานแต่ละประเภท และผู้รับผิดชอบใน งานให้ชัดเจน 5.12 การแก้ไขสัญญาก่อสร้าง - สัญญาต้องมีความชัดเจน เช่น กรณีเกิดความคลาดเคลื่อน จากแบบ ไม่ควรให้ผู้รับเหมาเป็นผู้รับผิดชอบฝ่ายเดียว - ราชการควรมีข้อกำหนดต่อผู้ออกแบบให้มีความรับผิดชอบ จากความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นจากแบบ 5.13 การกำหนดหรือสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อตัดลดยอด เบิกเงินงวด ให้ผู้รับเหมางานระบบฯ เบิกเงินงวด (Interim Payment) ตามผลงานที่ทำได้จริง (Work Progress) อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่กำหนดหรือสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อตัดยอดเบิก 5.14 การตั้งเกณฑ์ให้เบิกเป็นเปอร์เซ็นต์ตามผลงาน ไม่ สอดคล้องกับสภาพเป็นจริง ควรให้เบิกค่า Preliminaries ตามความเป็นจริง ไม่ควรตั้ง เกณฑ์ให้เบิกเป็นเปอร์เซ็นต์ตามผลงาน เนื่องจากงานระบบฯ ในช่วงเริ่มต้นจะมีแต่งานวาง Sleeve ซึ่งมีมูลค่าน้อยมาก


9 ลำดับ ประเด็นปัญหา ข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข 5.15 การขยายระยะเวลาทำงานเป็นปัญหาในการทำงานของ ผู้รับเหมา ควรพิจารณาขยายระยะเวลาการทำงานตามสัญญา (EOT) ตามที่ผู้รับเหมางานระบบฯ ร้องขออย่างเป็นธรรม 5.16 ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการขยายสัญญา ควรพิจารณาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการขยายเวลา (Prolongation Costs) ตามที่ผู้รับเหมางานระบบฯ ขอเบิกอย่างเป็นธรรม 5.17 การนับระยะเวลาการรับประกันผลงาน ไม่สอดคล้องกับ ข้อเท็จจริง ให้นับเวลาประกันผลงานตั้งแต่งานแล้วเสร็จ ไม่รวมงาน แก้ไข Defects และเมื่อออก Certificate of Practical Completion แล้ว ให้เริ่มนับระยะเวลาการรับประกัน ผลงาน (Maintenance Period) 5.18 ปัญหาเรื่องสัญญา จากความล่าช้าของงานก่อนหน้าเป็น ปัญหาของผู้รับเหมางานตกแต่งภายในที่เป็นงานหลังงานอื่น - ขอให้แยกสัญญาผู้รับเหมาตกแต่งภายในออกจากสัญญา ผู้รับเหมาหลัก - มีการประมูลงานแยกกัน 5.19 การปรับเปลี่ยนของเจ้าของงาน เนื่องจากงานก่อสร้าง ล่าช้าทำให้เจ้าของงานปรับเปลี่ยนงาน เป็นการเพิ่มงาน และภาระค่าใช้จ่าย เจ้าของงานไม่ควรปรับเปลี่ยนงานหลังจากเซ็นสัญญา 5.20 ปัญหาไม่ได้หนังสือค้ำประกันสัญญาคืน เพราะผูกกับ ผู้รับเหมา เมื่อผู้รับเหมาทิ้งงานทำให้ไม่ได้หนังสือค้ำ ประกันสัญญาคืน ควรจะแยกหนังสือค้ำประกันสัญญาแต่ละงาน หากมีปัญหา เกิดขึ้นจะได้มีการพิจารณาตามข้อเท็จจริง 6. ประเด็นปัญหาอื่น ๆ 6.1 กระบวนการอนุมัติและตรวจรับงาน - นับระยะเวลาการตรวจงาน อนุมัติงาน ของกรรมการตรวจ การจ้าง หักออกจากวันทำงานของที่ปรึกษาหรือผู้ให้บริการ (หรือกำหนดจำนวนวันที่เหมาะสมในแต่ละงาน เช่น ๗ วัน) - ควรกำหนดรองประธานฯ ทำหน้าที่แทนประธานฯ ใน กรณีที่ประธานฯ ไม่สามารถปฏิบัติงานในเวลาตามกำหนดใน แผนงานได้ - ขอให้ลดหลักประกันสัญญาเหลือร้อยละ ๕ เนื่องจากได้มี การให้จัดทำ PI (Professional Indemnity Insurance) รับผิดชอบครอบคลุมงานออกแบบอยู่แล้ว เพื่อลดค่าใช้จ่าย ที่ซ้ำซ้อน และให้มีสภาพคล่อง - อำนวยความสะดวกในการปรับลดหลักประกันสัญญา ตามช่วงเวลามูลค่าการให้บริการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว - ขอให้ลดประกันผลงานลงเหลือ ร้อยละ ๕ - ในกรณีที่โครงการไม่สามารถกำหนดเวลาแล้วเสร็จ สมบูรณ์ที่แน่นอน เนื่องจากมีการผูกประกันผลงานไว้กับ รายงาน EIA หรือกรณีอื่น ๆ ควรแบ่งจ่ายเงินประกันผลงาน บางส่วน - พิจารณาระยะเวลาการประกันผลงานของผู้ออกแบบ และผู้ควบคุมงานก่อสร้างที่ปฏิบัติงานแล้วเสร็จแล้ว โดยไม่ ไปอ้างอิงยึดกับระยะเวลาการรับประกันผลงานของผู้รับจ้าง (๒ หรือ ๓ ปี) - พิจารณาออกใบรับรองผลงานของผู้ออกแบบ และผู้ ควบคุมงานก่อสร้างที่ปฏิบัติงานแล้วเสร็จแล้ว โดยไม่ไป


10 ลำดับ ประเด็นปัญหา ข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข อ้างอิงยึดกับระยะเวลาการรับประกันผลงานของผู้รับจ้าง (๒ หรือ ๓ ปี) 6.2 ปัญหาสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง 1) งบประมาณในการจ้างออกแบบและควบคุมงาน มีการ กำหนดเป็นอัตราร้อยละในกฎกระทรวง “กำหนดอัตรา ค่าจ้างผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงาน ก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒” ไม่มีการกำหนดอัตราของงาน บริหารโครงการ (PMC) 2) การกำหนดราคากลางของงานควบคุมงานจะมีการ กำหนดสัดส่วนของค่าตอบแทนบุคลากรและค่าใช้จ่ายตรง เป็นสัดส่วนร้อยละ อาทิเช่น งานควบคุมงานก่อสร้าง ค่าตอบแทนบุคลากรร้อยละ ๘๕-๙๐ ค่าใช้จ่ายตรงร้อยละ ๑๕-๑๐ ตามประกาศหลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ ปรึกษา - กำหนดอัตราค่าบริการของงานบริหารโครงการ (PMC) ให้ ชัดเจน - ให้หน่วยงานของรัฐใช้ราคากลางของงานควบคุมงาน ตาม ประกาศหลักเกณฑ์ราคากลาง การจ้างที่ปรึกษา - ควรปรับงบประมาณจ้างที่ปรึกษาให้สอดคล้องกับขอบเขต งานตามวัตถุประสงค์ของโครงการส่วนเพิ่มเติม โดยอ้างอิง จากราคากลางต่อหน่วย ไม่เหมาะสมกับเนื้อตาม TOR เช่น การฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี ค่าสำรวจทางวิศวกรรม - กำหนดค่าใช้จ่ายงาน EIA ช่วงเข้า สผ. ให้แก่ที่ปรึกษา - กำหนด Charge Rate (อัตราค่าจ้าง ต่อเดือน) ของสำนักงบประมาณ ให้สอดคล้องการจ้างงาน ในตลาด - หน่วยงานภาครัฐควรปรับอัตราค่าจ้าง ที่ปรึกษาให้สะท้อนกับค่าจ้างในปัจจุบัน เพราะหลักเกณฑ์ที่ ใช้ไม่เคยได้รับการปรับราคาทั้งที่ตอนนี้ ค่าใช้จ่าย ค่าแรง เงินเฟ้อขึ้นมาหลายรอบแต่วงเงิน ที่ปรึกษากลับเท่าเดิม - การคิดราคาจ้างที่ปรึกษา จำเป็นต้องปรับราคา ค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับการจ้างงานจริง เพื่อเป็นฐานใน การคิดราคางบประมาณอย่างเป็นธรรม - งานที่ไม่ระบุในขอบเขตงาน แต่จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้ โครงการเสร็จสมบูรณ์ ควรมีการเจรจาต่อรอง ให้เพิ่มค่าจ้างได้ - กรณีที่มีการแก้ไขแบบหรือรายงาน ภายหลังการตรวจรับ งานแล้ว ควรมีการเจรจาให้จ่ายค่าดำเนินการเพิ่มเติมได้ - กรณีข้อกำหนดให้ส่งมอบพัสดุที่ไม่มีระบุคุณสมบัติที่ ชัดเจนไม่ควรเรียกร้องขอพัสดุส่งมอบที่มีมูลค่าเกินกว่าราคา ในสัญญามาก และไม่ควรเรียกร้องบางรายการที่ไม่มีอยู่ใน TOR โดยอ้างว่าเป็นอุปกรณ์จำเป็นประกอบ 6.3 วิธีการคัดเลือกที่ปรึกษา/ผู้ออกแบบโครงการ ไม่เป็นธรรม และไม่ชัดเจนในรายละเอียด - สถาบันการศึกษาต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนเหมือนกับ บริษัทที่ปรึกษาในการเข้าแข่งขันกับบริษัทที่ปรึกษาตาม ขั้นตอนการคัดเลือกที่ปรึกษา - รายละเอียดหลักเกณฑ์การประเมินให้คะแนน - ไม่ควรมีการนำเกณฑ์ด้านราคามาพิจารณาแข่งขันในการ จ้างที่ปรึกษาหรือออกแบบ (ปัจจุบันในวิธีการคัดเลือกฯ ของหลาย ๆ หน่วยงานมีการนำมาใช้ให้น้ำหนักมากถึง ๓๐%) - หน่วยงานภาครัฐมีการใช้วิธีการจ้างแบบเฉพาะเจาะจง กับสถาบันหรือองค์กร หรือมหาวิทยาลัยในงานที่ปรึกษา ออกแบบ ซึ่งขัดกับระเบียบ ประกาศ หรือกฎหมาย


11 ลำดับ ประเด็นปัญหา ข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข ที่เกี่ยวข้อง และเป็นการไม่ส่งเสริมการแข่งขันของ บริษัทที่ปรึกษา - ในกรณีผู้ออกแบบทำงานร่วมกัน ขอให้กำหนดนิยาม กิจการค้าร่วม (Consortium) เอาไว้ใน TOR ด้วย 6.4 การใช้ดุลพินิจทำให้เกิดปัญหาในการแก้ไขข้อขัดแย้ง - ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ควรมีการระบุในสัญญาและ กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน - ควรพิจารณาปัญหาจากข้อเท็จจริง ไม่ควรใช้ดุลพินิจ 6.5 ค่าจ้างไม่เป็นไปตามมาตรฐานกรมบัญชีกลาง - อัตราค่าวิชาชีพควรกำหนดให้ชัดเจน (มีกรณีตีความค่า วิชาชีพ 3-4%) 6.6 งานซ้บซ้อนและซับซ้อนมาก - ควรมีการะบุประเภทและลักษณะงานที่มีความซับซ้อน และซ้บซ้อนมากให้ชัดเจนยิ่งขึ้น 6.7 สัญญางานจ้างออกแบบและงานควบคุมงาน - ควรแยกสัญญางานจ้างออกแบบจากงานควบคุมงาน 6.8 เงินค้ำประกันสัญญามีอัตราสูงเป็นภาระต่อผู้รับจ้าง - ควรกำหนดอัตราที่เหมาะสม ไม่เป็นภาระต่อผู้รับจ้าง 6.9 การเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มงาน - ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มงาน หรือ - การระบุในสัญญาให้มีการเพิ่มค่าจ้างตามงานที่ เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มขึ้น 6.10 มีการนำสัญญาจ้างที่ปรึกษามาใช้กับงานควบคุมการก่อสร้าง มีผลทำให้ผู้ควบคุมงานจะไม่ได้รับค่าควบคุมงานเพิ่มใน กรณีที่มีการขยายระยะเวลาการก่อสร้าง หรือกรณี ขอบเขตของการควบคุมงานที่เพิ่มขึ้น - กรมบัญชีกลางทำความเข้าใจกับหน่วยงานถึงความ แตกต่างระหว่างสัญญาจ้างที่ปรึกษาและสัญญาจ้าง ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ หน่วยงานภาครัฐนำสัญญาไปใช้ผิดประเภท - ต้องมีสัญญาเฉพาะแต่ละประเภทของงาน เช่น สัญญางาน จ้างออกแบบ, สัญญางานควบคุมการก่อสร้าง - TOR ควรเขียนแยกให้ชัดเจนว่าเป็นงานจ้างที่ปรึกษา หรือ เป็นงานจ้างควบคุมการก่อสร้าง 6.11 การให้มหาวิทยาลัยที่ไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้ามารับงาน โดยตรง หรือแข่งขันกับบริษัทที่ปรึกษาและมีการให้ คะแนนแต้มต่อเป็นการไม่ถูกต้อง - มหาวิทยาลัยต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม พรบ.สภา วิศวกร 2542 และตาม พรบ.จัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ.2560 เหมือนบริษัทที่ปรึกษา - ต้องยื่นเสนอแข่งขันเหมือนกับบริษัทที่ปรึกษา 6.12 งานประกวดการออกแบบโครงการต่าง ๆ ใช้สัญญาจ้าง ออกแบบงานจัดซื้อจัดจ้างทั่วไปมาเป็นสัญญาหลัก ต้องใช้ บุคลากรจำนวนมาก และได้งานไม่ตรงกับความต้องการ - งานประกวดออกแบบโครงการต่าง ๆ ควรใช้สัญญาจ้าง การออกแบบเฉพาะ ซึ่งจะต่างกับการจัดจ้างทำของโดยทั่วไป และตรงมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาเป็นคณะกรรมการ 6.13 ขอบเขตการว่าจ้างจากราชการเป็นลักษณะเหมารวมใน อัตราเดียว เช่น ออกแบบอาคารรวมภูมิสถาปัตยกรรม รวมทั้งการทำหุ่นจำลอง เป็นต้น - ควรกำหนดประเภทของงานและระบุลักษณะงานที่ชัดเจน - คิดราคางานแยกตามลักษณะประเภทของงาน 6.14 ลักษณะงานประกอบอาคารมีความซ้บซ้อนมากขึ้น เช่น ระบบอัจฉริยะ อาคารเขียวอนุรักษ์พลังงาน เป็นต้น - ควรมีการกำหนดขอบเขตของงานและความรับผิดชอบที่ ชัดเจนและควรระบุประเภทงานเป็น “งานซับซ้อนมาก” 6.15 งบประมาณการจ้างราคากลาง อัตราค่าจ้างตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2560 และ 2562 กำหนดประโยชน์ของผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างไว้อย่างชัดเจน ควรพิจารณาค่าจ้างให้มีความเหมาะสมกับเนื้องาน เช่น ระยะเวลาทำงาน ต้นทุนของงาน และการเหมารวม 6.16 การรับประกันผลงานออกแบบ - การกำหนดระยะเวลารับประกันผลงาน เช่น กำหนด ระยะเวลารับประกันจนกระทั่งก่อสร้างแล้วเสร็จ หรือหลัง การเริ่มใช้งานไปแล้วเป็นเวลากี่ปี


12 ลำดับ ประเด็นปัญหา ข้อเสนอปรับปรุงแก้ไข - เสนอให้มีการประกันภัยทางวิชาชีพเพิ่มเข้ามาใน TOR ว่า ผู้ออกแบบต้องมีการประกันภัยทางวิชาชีพเพิ่มขึ้นมาด้วย 6.17 วิธีการคัดเลือกต้องเชิญอย่างน้อย 3 ราย และเลือกผู้ชนะ 1 ใน 3 ราย ซึ่งอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด ควรมีการปรับปรุงหรือทบทวนกติกาการคัดเลือกผู้ให้ บริการ 6.18 การกำหนดระยะเวลาการประกวดแบบ 2 สัปดาห์ ควรจะมีการกำหนดระยะเวลาให้สอดคล้องกับขนาดของ โครงการ 6.19 การคิดราคางานตกแต่งภายในอัตราเดียวกับงานออกแบบ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่สะท้อนความเป็นจริง ควรคิดราคางานตกแต่งภายในที่สะท้อนความเป็นจริง


13 ภาคผนวก 1 การเสวนา ครั้งที่ 1 เรื่อง “ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม” วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม 2566 เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ


14 สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา ครั้งที่ 1 เรื่อง “ปัญหา…สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม” วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม 2566 เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ จัดโดย คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยากร นางสาวรุ่งทิพย์ ลิมปาภินันท์ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานงบประมาณ 1 สำนักงบประมาณ นางอัมพวรรณ พุกดำ นิติกรชำนาญการ กรมบัญชีกลาง นายชาญณรงค์ แก่นทอง อุปนายกฯ คนที่ 1 สภาสถาปนิก นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายนิเวศน์ วะสีนนท์ อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายเทิดศักดิ์ พ่วงจินดา อุปนายกในประเทศ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย นายอรรณพ กิ่งขจี นายกสมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย นายบุญศักดิ์เกียรติจรูญเลิศ นายกสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย ดร.เกชา ธีระโกเมน นายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาเครื่องกลและไฟฟ้าไทย นายอภิพงศ์ สาธร นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย ผู้ดำเนินรายการ ดร.ไกร ตั้งสง่า ประธานคณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศ ไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สรุปประเด็นหลัก ปัญหา สัญญาการก่อสร้างและการควบคุมงานก่อสร้าง 1. สัญญาระหว่างรัฐกับเอกชน เป็นสัญญาไม่เป็นธรรมและไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล 2. การจ้างที่ปรึกษาโดยการประกวดราคาทำให้งานที่ปรึกษาด้อยคุณภาพ 3. การกำหนดเงื่อนไขในสัญญาไม่ชัดเจน 4. อัตราค่าจ้างที่ปรึกษาต่ำกว่ามาตรฐาน 5. การใช้ดุลยพินิจที่ระบุในสัญญาทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน 6. ปัญหาในข้อพิพาทตามสัญญาเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อรัฐและไม่เป็นธรรม 7. สัญญาจ้างที่ปรึกษานำมาใช้กับงานควบคุม ทำให้เกิดปัญหาไม่เป็นธรรม 8. สัญญาไม่เป็นธรรมกับบริษัทที่รับเหมาช่วง


15 9. กรรมการตรวจรับงานขาดความรู้ความเข้าใจในงาน ผลการเสาวนา ปัญหา สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 มีปัญหาด้านต่าง ๆ ในประเด็นหลัก โดยสรุปปัญหาและข้อเสนอจากการเสวนาได้ดังนี้ สรุปประเด็นหลัก ปัญหา สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม 2566 ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา 1. สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 1.1 รัฐที่เป็นเจ้าของงาน เป็นผู้ได้เปรียบผู้ รับจ้าง - สัญญาไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล - สัญญาต้องเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย คือ เจ้าของงานและผู้รับจ้าง 1. สมาคมก่อสร้างไทยได้จัดทำสัญญา มาตรฐานสำหรับงานก่อสร้าง ส่งให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรพิจารณา สัญญาข้อไหน ควรจะมีในสัญญา มาตรฐาน 2. พรบ.จัดซื้อจัดจ้างมีปัญหา ค่อนข้างมาก ทางสมาคมฯ ได้ว่าจ้าง TDRI มาศึกษา วิจัยเพื่อนำเสนอ รัฐบาล 3. สัญญางานก่อสร้างที่ปัญหาเกิดขึ้น จากการส่งมอบสถานที่ก่อสร้างล่าช้า บริษัทก่อสร้างไม่สามารถเข้า ดำเนินงานได้ ควรจะมีข้อระบุให้ผู้ รับจ้างขอยกเลิกสัญญาได้ 4. ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นควรมี การระบุในสัญญาและกำหนด ระยะเวลาให้ชัดเจนไว้ด้วย 1.2 กรณีทั้ง 2 ฝ่าย มีข้อขัดแย้ง ไม่มีการ พิจารณาจากข้อเท็จจริง - การตีความตามข้อความในสัญญา ไม่ได้ พิจารณาข้อเท็จจริง 1.3 การใช้ดุลยพินิจทำให้เกิดปัญหาในการ แก้ไขข้อขัดแย้ง - เป็นปัญหาในการบริหารสัญญา 2. สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2.1 ชื่อสัญญาที่เขียนว่า “โครงการจ้างที่ ปรึกษาออกแบบ………” - เนื่องจากเป็นการทํางานคนละส่วนของ โครงการไม่ได้เป็นคนหรือบุคลากรซ้ำ กัน และในการนําเอาไปใช้ในการ ประกวดแบบโครงการอื่นๆ จะได้ คะแนนฝ่ายละ 50% เท่านั้น - แยกชื่อโครงการเป็นโครงการจ้างที่ ปรึกษาและโครงการจ้างออกแบบ 2.2 ข้อมูลทางเทคนิคให้นําเสนอราคาค่า ออกแบบ - งานออกแบบงานสถาปัตยกรรมไม่ สามารถประกวดราคาค่าออกแบบได้ เนื่องจากผิดจรรยาบรรณของสภา สถาปนิก กําหนดโทษให้ยึดใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพได้ - กําหนดราคาค่าออกแบบจากตาราง ค่าออกแบบของราชการเป็นจํานวน เท่าใด เพื่อเป็นข้อสรุปของทุกบริษัทที่ เข้าประกวดแบบ 2.3 การกําหนดคุณสมบัติของผู้เข้าประกวด งานออกแบบโครงการ............................. - ควรจะแยกขนาดของโครงการตาม ราคาค่าก่อสร้าง เช่น 0-50 ล้านบาท - กําหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วม โครงการฯ ที่สามารถทำงานได้จริง


16 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา 51-100 ล้านบาท และ 101-500 ล้าน บาท และสามารถเข้าถึงผู้ออกแบบที่ ครอบคลุมทุกอายุและความสามารถ ในวิชาชีพ 2.4 ข้อกําหนดที่ระบุว่า “เพื่อผลประโยชน์ของ รัฐเป็นที่ตั้ง” - เพื่อเปิดกว้างในการพิจารณาของคณะ กรรมการฯ และความเป็นธรรมในการ ตัดสิน ทั้งนี้ผลประโยชน์งานราชการไม่ ควรคงอยู่ในข้อกำหนดที่มีสมมุติฐานให้ รัฐได้เปรียบเทียบเพียงฝ่ายเดียว โดย ควรคํานึงถึงประโยชน์ของประเทศ ซึ่ง รวมทั้งประชาชนผู้เกี่ยวข้องเป็น ประเด็นสําคัญ - ขอให้เปลี่ยนเป็น “เพื่อผลประโยชน์ ของประเทศเป็นที่ตั้ง” 2.5 งานประกวดการออกแบบโครงการต่าง ๆ ใช้สัญญาจ้างออกแบบงานจัดซื้อจัดจ้าง ทั่วไปมาเป็นสัญญาหลัก - ทําให้งานออกแบบโครงการฯ ต้องใช้ บุคลากรจํานวนมาก และได้งานไม่ตรง กับความต้องการ - งานประกวดออกแบบโครงการต่าง ๆ ควรใช้สัญญาจ้างการออกแบบ โดยเฉพาะ ซึ่งจะต่างกับการจัดจ้างทำ ของโดยทั่วไป ทำให้มีการทํางานอย่าง มีประสิทธิภาพ และง่ายต่อการ ตรวจสอบคุณภาพโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทางมาเป็นคณะกรรมการ 2.6 ปัญหาสัญญาจ้างออกแบบก่อสร้าง ภาครัฐที่เห็นว่าควรแก้ไข ผู้ออก TOR หรือสัญญาอาจไม่ชำนาญ กระบวนขั้นตอนการออกแบบ โครงการ ส่วนใหญ่กำหนดระยะเวลาน้อยเกินไป ไม่ สัมพันธ์กับความซับซ้อนของงาน ทำให้ ผู้รับจ้างต้องเร่งรัดงาน ไม่ได้ดำเนินการใน เวลาที่เหมาะสม ซึ่งหากได้เวลาที่เหมาะสม ผลงานน่าจะออกมาดีกับทุกฝ่าย - ผู้ออก TOR ขาดความรู้ในงานและขาด ประสบการณ์ - ให้มีผู้มีความรู้เฉพาะด้านมีส่วนร่วมใน การออก TOR และควรให้หน่วยงาน วิชาชีพให้ความรู้กับบุคลากรใน หน่วยงานราชการเพิ่มเติม 2.7 อัตราค่าบริการวิชาชีพ มีอัตราเดียวคือ คิด เป็นเปอร์เซ็นต์กับมูลค่างานก่อสร้าง (สร้างใหม่) - อัตราค่าบริการวิชาชีพไม่เป็นธรรม และมีค่าจ้างค่อนข้างต่ำ - ควรมีเกณฑ์คิดค่าบริการที่หลากหลาย มากขึ้น เช่น คิดจากบุคลากร x ชม ทำงาน เป็นต้น หรือเกณฑ์สำหรับงาน ปรับปรุงขนาดเล็ก อาจกำหนดขั้นต่ำ เป็นแบบตีเหมา งานจ้างออกแบบ 2.8 การผ่านการคัดเลือก ถ้ากรรมการหรือ บุคคลในหน่วยงานไม่รู้จักมักจะไม่ได้รับ พิจารณา - การคัดเลือกควรผ่านส่วนกลาง โดย ท้องถิ่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจนงานแล้ว เสร็จน่าจะได้ผลดีกว่า - ควรกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก ให้ชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกัน 2.9 - แบบก่อสร้างภาครัฐที่ประกาศใน Ebidding ใช้ผู้ออกแบบที่ไม่มีใบประกอบ วิชาชีพ (ลงนามในแบบก่อสร้างเพียงคน - กำหนดราคากลางงานอาคารไม่ สอดคล้องกับข้อเท็จจริง - กำหนดราคากลางของอาคารแต่ละ ประเภทให้ชัดเจนเป็นธรรม และมี


17 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา เดียว) สถาปัตยกรรมควบคุม (สถาปัตยกรรมภายใน) ออกแบบตกแต่ง ภายในปรับปรุงอาคารเรียนสูง 4 ชั้น พื้นที่เกิน 500 ตร.ม. และทางกรมโยธาธิ การและผังเมืองภูเก็ต ไม่ทราบถึง กระบวนการจัดจ้างออกแบบฯ และไม่มี หนังสือรับรองใบประกอบวิชาชีพ - ข้อมูลภาคสนามของพื้นที่ออกแบบไม่ ครบถ้วน แต่ให้สถาปนิกรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ด้วย เช่น ค่าทำการ ทดสอบดิน ค่าจัดทำแผนที่ภูมิประเทศ เป็นต้น ประเภทงานที่ครบถ้วนในการ ออกแบบ 2.10 ขอบเขตการว่าจ้างจากราชการเป็น ลักษณะเหมารวมในอัตราเดียว เช่น ออกแบบอาคารรวมภูมิสถาปัตยกรรม รวมทั้งการทำหุ่นจำลอง เป็นต้น - ควรกำหนดประเภทของงานให้ชัดเจน รวมทั้งการระบุลักษณะการจ้างตาม ลักษณะงาน - งานที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ ผู้ออกแบบควรกำหนดให้ชัดเจน เช่น งานสำรวจ งานหุ่นจำลอง งาน ทดสอบดิน ฯ 2.11 ค่าจ้างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน กรมบัญชีกลาง - มีค่าจ้างต่ำกว่ามาตรฐาน - อัตราค่าวิชาชีพควรกำหนดให้ชัดเจน (มีกรณีตีความค่าวิชาชีพ 3-4%) 2.12 ตั้งงบประมาณค่าก่อสร้างต่ำกว่าราคา กลาง - ไม่มีการแยกงานออกแบบอย่างชัดเจน - สัญญาควรแยกส่วนและผลตอบแทน ให้ชัด เช่น งานออกแบบ อาคาร งาน ภูมิสถาปัตยกรรม งานออกแบบ ภายใน เป็นต้น 2.13 การแข่งขันที่ยังไม่เป็นธรรม และงาน สาธารณะที่ไม่มีการทำแบบประกวด - ในงานจ้างออกแบบทั่ว ๆ ไปโดย เฉพาะงานไม่ใช่งานสเกลใหญ่หรือ ประกวดแบบ ขั้นตอนการจัดทำ program และ TOR บางหน่วยงานไม่ สามารถทำได้เองและไม่มีหน่วยงาน ไหนจัดทำให้ ก็ต้องหาสถาปนิกที่ยอม มาทำงานล่วงหน้าก่อน ช่วยศึกษา โครงการ คิดพื้นที่และจัดทำข้อมูล ต่างๆ ให้ก่อนว่าจ้าง เพื่อให้นำไปตั้งงบ ออกแบบและงบก่อสร้างได้ - TOR ที่ไม่เป็นธรรมของเจ้าของ โครงการ (กรณีเอกชน) หรือของรัฐ สัญญาเอาเปรียบผู้รับเหมา - ควรมีผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และ ประสบการณ์ในการจัดทำมาตรฐาน ในการจัดทำ TOR - มาตรฐานในการจ้างงานออกแบบใน งานประเภทต่าง ๆ


18 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา - บุคลากรมีจำนวนน้อยมากในบาง หน่วยงานและเป็นงานที่มีความยุ่งยาก ควรจัดจ้างในงานที่ซับซ้อน - การเพิ่มงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน ออกแบบ แต่ควรเป็นเรื่องที่เจ้าของ โครงการต้องรับผิดชอบ เช่น การ สำรวจดิน/งานสำรวจแผนที่ภูมิ ประเทศ/การทำ green/ etc. - การคิดค่าบริการที่ควรกลับไปใช้ หลักการเดิม และต้องไม่เอาเงื่อนไข ค่าจ้างมากำหนด - ไม่เป็นธรรมกับผู้ออกแบบ ทำให้เกิด ปัญหา คอรัปชั่น เพราะงานออกแบบ ทำแล้วไม่คุ้ม มีผู้เข้ามาแข่งกันน้อยราย เพราะจะมีเฉพาะรายที่รู้ว่าจะผ่านแบบ อย่างไร จึงจะลดต้นทุน หรือการเขียน สเปกเอื้อประโยชน์ต่อผู้จัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์แทนการรับค่าแบบ - ให้มีความชัดเจนข้อกำหนดรายละเอียด สินค้า วัสดุก่อสร้างให้ชัดเจน เพื่อ ประโยชน์ในการใช้งาน และควรให้มี ผู้เข้าร่วมประมูลอย่างน้อย 3 ราย หรือ เป็นผู้ขายสินค้าประเภทเดียวกัน ต่าง ยี่ห้ออย่างน้อย 3 ราย - ลดการ คอรัปชั่นในการจัดจ้าง 2.14 ปัญหาสัญญาจ้างออกแบบก่อสร้างของ เอกชนที่เห็นว่าควรแก้ไข การคิดค่าบริการ ใช้เทียบเปอร์เซ็นต์กับ มูลค่าก่อสร้าง โดยมีการกำหนด รายละเอียดขอบเขตงานกำกับไว้ กรณี ลูกค้าไม่ต้องการทำงานตามขอบเขตงาน ทั้งหมด ยังไม่มีการคิดอัตราที่เหมาะสม - ไม่มีการกำหนดรายละเอียดในการคิด อัตราค่าบริการ - ควรกำหนดรายละเอียดการคิดอัตรา ค่าบริการที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อ สะดวกในการนำไปใช้ 2.15 เอกชนไม่ให้ความร่วมมือ - ออกกฎหมาย กฎระเบียบบังคับที่มี ผลต่อการรับงาน 2.16 - เรื่องกรรมสิทธิ์ในแบบควรกำหนดให้ ชัดเจนกว่าเดิม - ควรใส่รายละเอียด เช่น เรื่องสำคัญเข้า ไปเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการ - ไม่มีการกำหนดเรื่องกรรมสิทธิ์ในแบบ ทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน - ระบุเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ไม่เกินกว่ามูลค่า งานตามสัญญา/ ทั้งนี้ไม่เกินกว่า ค่าจ้างตามสัญญาที่ได้ชำระแก่ผู้ รับจ้างแล้ว


19 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา ก่อสร้างไม่เกิดข้อพิพาท เช่น การระบุ ว่าผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ทั้งสิ้น 3. สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย 3.1 ประเด็นสัญญาจ้างงานออกแบบและงาน ควบคุม (ตาม พรบ.จัดซื้อจัดจ้าง และการ บริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐) - การนำสัญญางานจ้างที่ปรึกษาไปใช้ใน งานออกแบบและงานควบคุมงาน ทำ ให้มีปัญหา สมาคมวิศวกรที่ปรึกษา ยินดีร่วมมือกับ หน่วยงานรัฐในการปรับปรุงสัญญา ว่าจ้างที่ปรึกษา 3.2 ค่าจ้างงานที่ปรึกษาไม่มีการเปลี่ยนแปลง มาหลายปีแล้ว มีอัตราค่าจ้างต่ำ - ค่าจ้างที่ปรึกษาใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 มีอัตราต่ำยังไม่ได้มีการปรับปรุง อยากให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาปรับปรุง อัตราค่าจ้างที่ปรึกษาใหม่ การปรับอัตราค่าจ้างที่ปรึกษา เพื่อให้มี การพัฒนาคุณภาพในวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ ว่าจ้างได้รับผลงานที่ดี 3.3 มีการนำสัญญาจ้างที่ปรึกษามาใช้กับงาน ควบคุมการก่อสร้าง - มีผลทำให้ผู้ควบคุมงานจะไม่ได้รับค่า ควบคุมงานเพิ่มในกรณีที่มีการขยาย ระยะเวลาการก่อสร้าง หรือกรณีขอบเขต ของการควบคุมงานที่เพิ่มขึ้น - กรมบัญชีกลางทำความเข้าใจกับ หน่วยงานถึงความแตกต่างระหว่าง สัญญาจ้างที่ปรึกษาและสัญญาจ้าง ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อ ป้องกันไม่ให้หน่วยงานภาครัฐนำ สัญญาไปใช้ผิดประเภท - ต้องมีสัญญาเฉพาะแต่ละประเภทของ งาน เช่น สัญญางานจ้างออกแบบ, สัญญางานควบคุมการก่อสร้าง - TOR ควรเขียนแยกให้ชัดเจนว่าเป็น งานจ้างที่ปรึกษา หรือเป็นงานจ้าง ควบคุมการก่อสร้าง 3.4 เงินค่าปรับ ถ้าที่ปรึกษาไม่สามารถทำงาน เสร็จตามสัญญาให้อยู่ในดุลยพินิจ ดำเนินการตามสมควร - คำว่า ดุลยพินิจ เป็นสาเหตุให้นำมาใช้ แล้วไม่เหมาะสมเป็นธรรม จะต้องพิจารณาผลงานตามสภาพ ข้อเท็จจริง 3.5 แบบสัญญาที่ใช้ในการจ้างออกแบบและ ควบคุมงานเกิดปัญหาในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ - กรณีมีงานเพิ่มหรือล่าช้า ไม่มีการปรับ เงินค่าจ้างเพิ่มขึ้น - กรณียกเลิกสัญญางานก่อสร้าง ผู้รับจ้าง (ที่ปรึกษา) จะไม่ได้รับเงินค่าจ้างที่ ปรึกษาที่คงค้างจนกว่าการฟ้องร้องจะ สิ้นสุด - การกำหนดเวลาทำงานของที่ปรึกษา ควบคุมงาน ต้องกำหนดเวลาทำงานให้ ชัดเจนทั้งวันปกติและวันหยุดราชการ - แบบสัญญาไม่เป็นธรรมกับผู้รับจ้าง - สัญญาว่าจ้างควรเป็นสัญญาเฉพาะ ตามลักษณะของงาน คืองานออกแบบ และงานควบคุมงาน - สัญญาว่าจ้างต้องมีความเหมาะสม เป็นธรรมกับทุกฝ่าย


20 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา 3.6 การให้มหาวิทยาลัยโดยที่ไม่มีคุณสมบัติ ครบถ้วนเข้ามารับงานแข่งขันกับบริษัทที่ ปรึกษา และการให้คะแนนแต้มต่อไม่เป็น การถูกต้อง - ปัจจุบันการว่าจ้างเอื้อประโยชน์ต่อ มหาวิทยาลัยทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติตาม พรบ.สภาวิศวกร 2542 และผิด พรบ. จัดซื้อจัดจ้างฯ (กรณีควบคุมงานก่อสร้าง) - มหาวิทยาลัยต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน เหมือนบริษัทที่ปรึกษาและต้องยื่นเสนอ แข่งขันเหมือนกับบริษัทที่ปรึกษา - มหาวิทยาลัยต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ในกรณีที่ต้องมาทำงานวิศวกรรม / สถาปัตยกรรมควบคุม ภาค ก. การออกแบบ 3.7 ข้อ 3 ค่าจ้างและการจ่ายเงิน ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ขอเพิ่มข้อ 3 วรรคสุดท้าย โดยมีข้อความ ดังต่อไปนี้ - "กรณีที่ผู้ให้บริการต้องปฏิบัติงาน อย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ระบุในขอบเขตงาน ตามสัญญาเนื่องจากมีเหตุใดๆ นอกเหนือจากการควบคุมของผู้ ให้บริการเกิดขึ้น และผู้ให้บริการไม่ อาจคาดหมายล่วงหน้าได้ หรือ เนื่องจากคู่สัญญาได้ตกลง เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขงานอันสืบ เนื่องมาจากการเรียกร้องของฝ่ายผู้ ว่าจ้าง ผู้ให้บริการจะได้รับค่าจ้าง เพิ่มเติม รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (ถ้ามี) โดยคำนวณตามอัตราเดียวกับ ที่ระบุในเอกสารสรุปรายละเอียด ค่าจ้าง ผู้ให้บริการในภาคผนวก - กรณีที่เกิดความล่าช้า และหรือ มีการ ขยายระยะเวลาโดยมิได้เกิดจาก ความผิดของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการ จะได้รับการขยายระยะเวลาและ ค่าจ้างเพิ่มเติม รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เบิก คืนได้ (ถ้ามี) โดยคำนวณตามอัตรา เดียวกับที่ระบุในเอกสารสรุป รายละเอียดค่าจ้างผู้ให้บริการใน ภาคผนวก 3.8 ข้อ 4.3 หน้าที่ของผู้ให้บริการงานออกแบบ ข้อ 4.3 วรรคสองถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้น จากงานตามสัญญานี้อันเนื่องมาจากการที่ ผู้ให้บริการได้ออกแบบงานไม่ถูกต้องตาม หลักวิชาการและมาตรฐานวิชาชีพทาง - ในกรณีความเสียหายเกิดขึ้นได้มีการ ระบุชัดเจนแล้วไม่จำเป็นต้องมี โดย ส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับความเสียหายที่ เกิดขึ้น - ขอตัดประโยคสุดท้ายที่กำหนดว่า "และโดยส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับความ เสียหายที่เกิดขึ้น" ออก


21 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา สถาปัตยกรรม วิศวกรรม หรือวิชาการอื่น และ/หรือบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการจะต้องรีบทำการ แก้ไขความเสียหายดังกล่าว ภายในเวลาที่ ผู้ว่าจ้างกำหนดให้ ถ้าผู้ให้บริการไม่ สามารถแก้ไขได้ ผู้ให้บริการจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง ซึ่งรวมทั้ง ความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรง และโดย ส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับความเสียหายที่ เกิดขึ้นจากงานตามสัญญานี้ด้วย 3.9 ข้อ 4.7 หน้าที่ของผู้ให้บริการงานออกแบบ กรณีที่ผู้ให้บริการทำงานไม่แล้วเสร็จตาม เวลาที่กำหนดในข้อ 1 ผู้ให้บริการจะต้อง เสียค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวัน ใน อัตราร้อยละ..................(...................) ของ วงเงินค่าจ้างตามข้อ 3 นับถัดจากวันครบ กำหนดในข้อ 1 จนถึงวันที่ผู้ให้บริการ ปฏิบัติตามสัญญาถูกต้องครบถ้วน - ในลักษณะงานออกแบบ ไม่ควรมี ค่าปรับ - ขอตัดข้อสัญญาเรื่องค่าปรับออก ทั้งหมด ภาค ข. การควบคุมงานก่อสร้าง 3.10 ข้อ 5.2 และ ข้อ 5.3 ข้อตกลงว่าจ้างงาน ควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ 5.2 ผู้ให้บริการจะต้องควบคุมงานให้ เป็นไปตามสัญญาจ้างก่อสร้าง และถูกต้อง ตามหลักวิชาการ และมาตรฐานวิชาชีพ ทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม และ บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องและ จะต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างจนกว่างาน ตามสัญญาจ้างก่อสร้างจะแล้วเสร็จตาม แบบ และรายละเอียดประกอบแบบในภาค ก. ของสัญญานี้ ข้อ 5.3 ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง - เนื้อหาตามข้อ 5.2 ขาดความครบถ้วน และชัดเจน ควรมีการระบุถึงระยะเวลา ดำเนินงานโครงการในสัญญาจ้าง ควบคุมงานก่อสร้างที่ชัดเจนด้วย (ภาคผนวก) - ไม่มีเนื้อหารายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ขอแก้ไขข้อความในข้อ 5.2 เป็นดังนี้ "ผู้ให้บริการจะต้องควบคุมงานให้เป็นไป ตามสัญญาจ้างก่อสร้าง และถูกต้องตาม หลักวิชาการและมาตรฐานวิชาชีพ ทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม และบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างจนกว่า งานตามสัญญาจ้างก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ตามแบบและรายละเอียดประกอบแบบ ใน ภาค ก. ของสัญญานี้ ภายใต้กรอบ ร ะ ย ะ เ ว ล า ด ำ เ น ิ น ง า น โ ค ร งก า ร รายละเอียดปรากฏตามแผนการ ดำเนินงานของผู้ให้บริการในภาคผนวก" ขอเพิ่มข้อ 5.3 โดยมีข้อความดังต่อไปนี้ "ผู้ให้บริการจะปฏิบัติงานตามสัญญา โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินงาน โครงการรายละเอียดปรากฏตาม


22 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา แผนการดำเนินงานของผู้ให้บริการใน ภาคผนวก” 3.11 ข้อ 6 ค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างและการ จ่ายเงิน ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง - ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง - ขอเพิ่มข้อ 6 วรรคสุดท้าย โดยมีข้อความ ดังต่อไปนี้ - "กรณีที่ผู้ให้บริการต้องปฏิบัติงาน อ ย ่ า ง ใ ด อ ย ่ า ง ห น ึ ่ ง เ พ ิ ่ ม เ ติ ม นอกเหนือจากที่ระบุในขอบเขตงาน ตามสัญญา เนื่องจากมีเหตุใด ๆ นอกเหนือจากการควบคุมของผู้ ให้บริการเกิดขึ้น และซึ่งผู้ให้บริการไม่ อาจคาดการณ์ล่วงหน้า หรือเนื่องจาก คู่สัญญาได้ตกลงเปลี่ยนแปลง หรือ แก้ไขงานอันสืบเนื่องมาจากการ เรียกร้องของฝ่ายผู้ว่าจ้าง ผู้ให้บริการ จะได้รับค่าจ้างเพิ่มเติม รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (ถ้ามี) โดย คำนวณตามอัตราเดียวกับที่ระบุใน เอกสารสรุปรายละเอียดค่าจ้างผู้ ให้บริการในภาคผนวก” - กรณีที่เกิดความล่าช้า และหรือ มีการ ขยายระยะเวลาโดยมิได้เกิดจาก ความผิดของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการ จะได้รับการขยายระยะเวลา และ ค่าจ้างเพิ่มเติม รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เบิก คืนได้ (ถ้ามี) โดยคำนวณตามอัตรา เดียวกับที่ระบุในเอกสารสรุป รายละเอียดค่าจ้างผู้ให้บริการใน ภาคผนวก” ข้อ 7.6 (1) หน้าที่ของผู้ให้บริการงาน ควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ 7.6 การควบคุมงานตามสัญญานี้ ผู้ ให้บริการมีหน้าที่ดังนี้ (1) จะต้องดำเนินการควบคุมงานตั้งแต่ วันที่ผู้รับจ้างเริ่มปฏิบัติงานจนกว่างานตาม สัญญาจ้างก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามสัญญา - ข้อ 7.6 ควรปรับแก้ไขข้อความให้ ชัดเจน ขอแก้ไขข้อความในข้อ 7.6 (1) เป็นดังนี้ “(1) จะต้องดำเนินการควบคุมงาน ภายใต้กรอบระยะเวลาดำเนินงาน โครงการรายละเอียดปรากฏตาม แผนการดำเนินงานของผู้ให้บริการใน ภาคผนวก" 3.12 ข้อ 7.8 หน้าที่ของผู้ให้บริการควบคุมงาน ก่อสร้าง - ประโยคสุดท้ายเป็นส่วนเกินของหน้าที่ ของผู้ให้บริการควบคุมงานก่อสร้าง ตัดประโยคสุดท้ายที่กำหนดว่า "และใน ส่วนที่เกี่ยวเนื่อง" ออก


23 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา ข้อ 7.8 ในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ งานตามสัญญาจ้างก่อสร้าง อันเนื่องมาจาก การกระทำของผู้ให้บริการ ไม่ว่าโดยการ ละเลยต่อหน้าที่ หรือมิได้ใช้ความรู้ที่ เหมาะสมกับการควบคุมงาน หรือวิชาชีพ หรือมิได้ควบคุมตรวจสอบให้ผู้รับจ้าง ดำเนินการดังกล่าวก็ตาม ผู้ให้บริการต้อง รีบหาทางแก้ไขให้เรียบร้อยด้วยค่าใช้จ่าย ของผู้ให้บริการเอง และถ้าผู้ให้บริการ หลีกเลี่ยงหรือบิดพลิ้วไม่แก้ไขให้เป็นที่ เรียบร้อย ในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ให้ผู้ว่า จ้างมีสิทธิว่าจ้างผู้อื่นดำเนินการแทน โดยผู้ ให้บริการจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเต็ม จำนวนทั้งในส่วนที่เกิดขึ้นโดยตรง และใน ส่วนที่เกี่ยวเนื่องอันเกิดจากความเสียหาย ดังกล่าวนั้นด้วย ข้อ 8 ค่าจ้างงานควบคุมงานกรณีผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานล่วงเลยกำหนดเวลา ข้อ 8. วรรคหนึ่งในกรณีที่ผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานล่วงเลยกำหนดเวลาตามสัญญา จ้างก่อสร้าง เนื่องจากความผิดของผู้ รับจ้าง ผู้ให้บริการจะได้รับค่าจ้างตาม จำนวนวันที่ได้ปฏิบัติล่วงเลยกำหนดเวลา นั้นต่อเมื่อผู้ว่าจ้างได้เรียกร้องเอาจากผู้ รับจ้างมาจ่ายให้ผู้ให้บริการในอัตราวันละ .................บาท (..............................) - ไม่มีการระบุระยะเวลาการชำระค่าจ้าง และสิทธิของผู้ให้บริการ ขอแก้ไขข้อความในข้อ 8. วรรคหนึ่ง เป็นดังนี้ "ในกรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติงานล่วงเลย กำหนดเวลาตามสัญญาจ้างก่อสร้าง เนื่องจากความผิดของผู้รับจ้าง ผู้ ให้บริการจะได้รับค่าจ้างตามจำนวน วันที่ได้ปฏิบัติล่วงเลยกำหนดเวลานั้น จากผู้ว่าจ้าง โดยผู้ว่าจ้างจะไปเรียกร้อง เอาจากผู้รับจ้างมาจ่ายให้ผู้ให้บริการใน อัตราวันละ...............บาท (......................) หากผู้ให้บริการไม่ได้รับ ชำระค่าจ้างภายใน 60 วัน นับแต่วัน ได้รับใบแจ้งหนี้ ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับ การทำงานชั่วคราวหรือบอกเลิกสัญญา ได้" ภาค ค. ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไป ข้อ 9 การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และ ค่าใช้จ่ายของงานออกแบบและควบคุมงาน ก่อสร้าง - ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง เพิ่มเติมระบุจำนวนเงินความรับผิดสูงสุด ของผู้ให้บริการ โดย ขอเพิ่มข้อ 9. วรรค สี่ โดยมีข้อความดังต่อไปนี้ "โดยค่าเสียหายทั้งหมดที่ผู้ให้บริการ จะต้องชดใช้ตามสัญญานี้เป็นจำนวน


24 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา ทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าจ้างตาม สัญญา" ข้อ 14 การระงับการทำงานชั่วคราวและ การบอกเลิกสัญญา ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ไม่มีการระบุรายละเอียดในเรื่องหน้าที่ ความรับผิดชอบของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง เพิ่มข้อความดังต่อไปนี้เป็นข้อ 14.1 "ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างมิได้ปฏิบัติหน้าที่ความ รับผิดชอบตามที่สัญญาระบุไว้ ผู้ ให้บริการจะมีหนังสือถึงผู้ว่าจ้างระบุ รายละเอียดถึงสาเหตุ และเหตุผลในการ ระงับการทำงานหรือขอเลิกสัญญา ถ้าผู้ ว่าจ้างมิได้ดำเนินการแก้ไขให้ผู้ให้บริการ พอใจ ภายในระยะเวลา 30 (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว นั้น ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการทำงาน ชั่วคราวหรือบอกเลิกสัญญาได้" เพิ่มข้อความดังต่อไปนี้เป็นข้อ 14.2 "ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ สามารถปฏิบัติงานหรือยินยอมให้ไม่มี การปฏิบัติงานตามสัญญานี้ได้ทั้งหมด หรือแต่เพียงบางส่วน เนื่องจากเหตุ สุดวิสัยต่อเนื่องกันเป็นเวลาเกินกว่า 60 วัน นับจากวันแจ้งเหตุสุดวิสัยตามข้อ 10 คู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีสิทธิบอกเลิก สัญญาได้ โดยส่งคำบอกกล่าวไปยัง คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งล่วงหน้าเป็นเวลาไม่ น้อยกว่า 15 วัน" 4. สภาสถาปนิก 4.1 ประเทศไทยมีอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาต่ำ - การปรับอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อให้มี คนที่มีความสามารถเข้ามาประกอบ วิชาชีพเกิดการพัฒนางานที่มีคุณภาพ มากขึ้น 1. การเพิ่มข้อกำหนดเกินความจำเป็น ควรมีการปรึกษาหารือ 2. สถาปนิก เป็นผู้รับจ้างออกแบบ ดังนั้นในสัญญางานด้านประเภทอื่น ควรแยกประเภทลักษณะงานให้ ชัดเจน เช่น งานฐานราก งาน ตรวจสอบที่ดิน และงานออกแบบ ตามราชการกำหนด เป็นต้น 3. ระบุสถาปนิกให้เป็นผู้ช่วยควบคุม งานก่อสร้าง 4. การกำหนดราคากลาง ควรระบุให้ ชัดเจนว่าผู้ที่ควบคุมงานก่อสร้างต้อง


25 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา อยู่ในงานก่อสร้างตลอดเวลางาน ก่อสร้าง 5. การแบ่งเงินค่าจ้างต้องชัดเจน 6. งานบางประเภทต้องมีการระบุเงิน ค่าจ้าง เช่น งานตรวจแบบไม่มีใน งบประมาณ 4.2 การจ้างที่ปรึกษาใช้การประกวดราคา - ทำให้งานที่ปรึกษาด้อยคุณภาพ - ภาครัฐต้องเน้นงานที่ปรึกษาในการ พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคที่มี คุณภาพ 4.3 งานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิต เช่น งานตกแต่งไม่ควรพิจารณาจากการแข่งขัน ด้านราคา - ได้งานที่ด้อยคุณภาพ เพราะเป็นการ แข่งขันด้านราคา - ควรจะพิจารณาคัดเลือกจากข้อเสนอ ด้านเทคนิคเป็นหลัก 4.4 การกำหนดเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาไม่ สามารถทำงานได้จริงและไม่ชัดเจน เช่น - ระยะเวลา การทำงานที่ไม่สามารถทำได้ จริง - กติกาไม่ชัดเจน - การแบ่งงวดงาน งวดเงินไม่ชัดเจน - เงื่อนไขที่ระบุในสัญญาไม่สามารถ ทำงานได้จริงและไม่ชัดเจน - ควรกำหนดเงื่อนไขในสัญญาที่ชัดเจน เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ 4.5 การตรวจรับงานไม่ได้แต่งตั้งผู้ตรวจรับงาน ที่มีความรู้ความเข้าใจในงาน ผู้ตรวจรับขาดความรู้ความเข้าใจในงาน ทำให้เกิดปัญหาของงาน - การแต่งตั้งผู้ตรวจรับงาน ควรจะมี ความรู้เข้าใจในงาน 5. สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาเครื่องกลและไฟฟ้าไทย 5.1 พรบ. จัดซื้อจัดจ้างเพื่อประโยชน์ของรัฐ แต่เพียงฝ่ายเดียว จึงเป็นสัญญาที่ไม่เป็น ธรรมขัดต่อหลักของ Good Governance ที่เป็นหลักสากล - เพื่อให้สอดคล้องกับการทำสัญญาที่ เป็นธรรมที่รัฐได้ประกาศไว้ และเป็นที่ ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นหลักการ ที่จำเป็นในการบริหารงานภาครัฐ - ให้รัฐอ้างอิง FIDIC ที่เป็นสัญญาที่เป็น ที่ยอมรับในระดับสากลเป็นต้นแบบ ของสัญญา ซึ่งสมาคมวิศวกรที่ปรึกษา แห่งประเทศไทย ได้ทำร่างคู่มือไว้ทั้ง หมดแล้ว 5.2 หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถขับเคลื่อนการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพียงลำพังได้ จึง ต้องส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนกับภาคเอกชน ที่มีความพร้อมมากกว่า - รัฐไม่มีความพร้อมในการรับมือกับการ เปลี่ยนแปลงในทุกด้านทั้งด้านการ ลงทุน ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ จะนำไปสู่ Netzero - ส่งเสริมการพัฒนาประเทศในรูปแบบ ของ PPP-Public Private Partnership อย่างเต็มที่ 5.3 สัญญาจ้างงานสถาปัตยกรรมรวมกับงาน วิศวกรรมทำให้มีนิติบุคคลเข้าร่วมเสนอ งานได้น้อยราย - เพื่อเปิดกว้างให้มีผู้เสนองานภาครัฐ ได้มากขึ้น - แยกสัญญาระบบงานวิศวกรรมออก จากงานระบบสถาปัตยกรรม 5.4 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขในระหว่างการ ก่อสร้าง - เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับ ผู้ออกแบบในเมื่อมีการเพิ่มงานในการ แก้ไขแบบในระหว่างการก่อสร้าง - จะต้องมีข้อตกลงในเรื่องงานเพิ่มลด และแก้ไขแบบในระหว่างการก่อสร้าง


26 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา 5.5 การกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบที่ ชัดเจน - ปัจจุบันงานระบบประกอบอาคารมี ความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ระบบ อัจฉริยะ อาคารเขียว อนุรักษ์พลังงาน - ให้มีการกำหนดขอบเขตของงานที่ ชัดเจน 5.6 งวดการจ่ายเงิน - งานภาครัฐมีงวดการจ่ายเงินเป็นพื้นที่ เป็นชั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับงาน และมี ขั้นตอนที่ล่าช้า - ควรมีงวดจ่ายเงินที่สอดคล้องกับ ความก้าวหน้าของงาน และมีขั้นตอน ในการอนุมัติที่เร็วกว่าเดิม 6. สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย 6.1 งานระบบไฟฟ้าเป็นงานที่ต้องการความ ปลอดภัย สำหรับผู้ทำงาน ผู้อยู่อาศัย บริษัทรับเหมางานต้องมีความเชี่ยวชาญ ตามลักษณะประเภทงาน - ไม่มีการกำหนดระดับบริษัทที่รับงาน ไฟฟ้าเครื่องกลตามความยากง่ายและ ลักษณะงาน 1. มีการกำหนดระดับบริษัทที่รับงาน ไฟฟ้า เครื่องกลตามความยากง่าย และลักษณะงาน 2.สมาคมฯ ได้จัดทำคู่มือ ต้องการให้ ภาครัฐสนับสนุนผลักดันให้ใช้ใน หน่วยงานต่าง ๆ ในระดับประเทศ เพื่อนำไปใช้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน 3.สมาคมฯ มีการออกใบรับรองผู้รับจ้าง ผู้ปฏิบัติงาน ต้องการให้ภาครัฐ นำไปใช้เพื่อให้งานมีมาตรฐาน เดียวกัน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล 6.2 ประเทศไทยไม่มีมาตรฐานติดตั้งอุปกรณ์ ไฟฟ้าเครื่องกล - ไม่มีมาตรฐานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องกล 1.มีการกำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน 2.สมาคมฯ ได้จัดทำคู่มือต่าง ๆ ของงาน ติดตั้งเพื่อนำไปใช้ให้งานมีมาตรฐาน เดียวกัน 6.3 สัญญาว่าจ้างไม่มีการระบุคุณสมบัติของ วิศวกรตามคุณวุฒิของสภาวิชาชีพ - บุคลากรไม่มีคุณภาพและคุณสมบัติ ตามวิชาชีพ - ระบุคุณสมบัติของวิศวกรตามคุณวุฒิ ของสภาวิชาชีพ 7. สมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย 7.1 อัตราค่าจ้างบุคลากรต่ำ - ไม่เกิดการพัฒนาวิชาชีพ - สัญญาจ้างควรมีการแยกงาน สถาปนิกและวิศวกรที่ชัดเจน การ ปรับอัตราค่าจ้างให้เหมาะสม 7.2 ระเบียบในสัญญา - ไม่เหมาะสม - ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข 7.3 ปัญหาจากการใช้ดุลยพินิจ - ไม่ควรระบุการใช้ดุลยพินิจ - พิจารณาตามข้อเท็จจริงและ มาตรฐานตามวิชาชีพ 8. สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย 8.1 ปัญหาในข้อพิพาท สัญญาเอื้อประโยชน์ต่อ ผู้ว่าจ้าง 1. เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้รับจ้างราย ย่อย 2. เป็นปัญหาในการทำงาน 1. สัญญาจ้าง เป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างราย ใหญ่และรายย่อยสามารถเข้าถึงได้มี การระบุลักษณะประเภทของงานที่ ชัดเจน 2. การระบุระยะเวลาการตรวจรับงาน


27 ลำดับ ประเด็นปัญหา สัญญาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและ สถาปัตยกรรม เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอแก้ไขปัญหา 3. ระบุปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและ ระยะเวลาแก้ไขที่เหมาะสม 8.2 สัญญาไม่เป็นธรรมระหว่างบริษัทใหญ่และ บริษัทเล็ก - มีปัญหาในการทำงานและบริษัทเล็ก ไม่ได้รับความเป็นธรรม - มีการแยกสัญญาย่อยของงานแต่ละ ประเภทให้ชัดเจน 8.3 การจัดความเสี่ยงของงานและผู้รับผิดชอบ ในงานต่าง ๆ ไม่ชัดเจน - มีปัญหาระหว่างบริษัทใหญ่และบริษัท เล็ก - ระบุความเสี่ยงของงานแต่ละประเภท และผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน 8.4 งานก่อสร้างมีบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องมาก ควรมีการแยกลักษณะงานเฉพาะที่มีความ ซับซ้อน - มีปัญหาในการทำงานและทำให้งาน ล่าช้า ไม่เสร็จตามเวลา - มีการระบุลักษณะงานเฉพาะที่มีความ ซับซ้อนให้ชัดเจน หมายเหตุ : ประเด็นปัญหา ให้อ้างอิง พรบ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 (ถ้ามี)


28 ภาคผนวก 2 การเสวนา ครั้งที่ 2 เรื่อง “ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน” วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2566 เวลา 13.30-16.30 น. ผ่านระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรม Zoom ณ ห้องบอร์ดรูม ชั้น 4 อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ


29 สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา ครั้งที่ 2 เรื่อง “ปัญหา…สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน” วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2566 เวลา 13.30-16.30 น. ผ่านระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรม Zoom ณ ห้องบอร์ดรูม ชั้น 4 อาคาร วสท. จัดโดย คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยากร นางสาวสุธาสินี ศรีมานะศักดิ์ นิติกรชำนาญการ กรมบัญชีกลาง นางสาวทักษพร รักอยู่ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนา กรมบัญชีกลาง นางสาวอาภรณ์ โชติชื่น นักวิชาการคลังชำนาญการพิเศษ กรมบัญชีกลาง พล.อ.ต.ม.ล.ประกิตติ เกษมสันต์ อดีตนายกสภาสถาปนิก วาระ ปี 2561 – 2565 นายนิเวศน์ วะสีนนท์ อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายเทิดศักดิ์ พ่วงจินดา อุปนายกในประเทศ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย ผู้ดำเนินรายการ ดร.ไกร ตั้งสง่า ประธานคณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สรุปประเด็นหลัก ปัญหา สัญญาการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน 1. เกณฑ์การคัดเลือก อัตราค่าจ้างและความซับซ้อน 2. สัญญางานออกแบบที่ไม่เป็นธรรม 3. ขอบเขตงานที่ไม่ชัดเจน ไม่เป็นตามมาตรฐานและไม่เหมาะสมกับค่าจ้าง 4. การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบ 5. อัตราค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญออกแบบ 6. วิธีการคัดเลือกที่ปรึกษาผู้ออกแบบโครงการ 7. การงดหรือลดค่าปรับ หรือการขยายเวลาการปฏิบัติงานออกแบบ 8. ปัญหาขอบเขตของงานในเชิงปริมาณและในเชิงคุณภาพ ผลการเสวนาปัญหาสัญญาการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานในวันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2566 มีปัญหาในด้านต่าง ๆ ในประเด็นหลักโดยสรุปปัญหาและข้อเสนอจากการเสวนา ได้ดังนี้


30 สรุปปัญหาและข้อเสนอจากการเสวนา สัญญาการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2566 ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 1. สภาสถาปนิก 1.1 เกณฑ์ราคาในการคัดเลือก ราคาต่ำ อาจได้งานที่ไม่มีความ เหมาะสม ใช้เกณฑ์คุณภาพในการคัดเลือก 1.2 งานซับซ้อนและซับซ้อนมาก ไม่มีการะบุชัดเจน ควรมีการระบุประเภทและลักษณะงาน ที่มีความซับซ้อนและซับซ้อนมาก 1.3 ขอบเขตงานในการจ้างออกแบบ ไม่ชัดเจน ทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงตาม วัตถุประสงค์ ต้องมีการศึกษาที่ชัดเจนก่อนมากำหนด ขอบเขตงานออกแบบ 1.4 งานจ้างที่ปรึกษาและงานออกแบบ ไม่ควรรวมด้วยกัน ควรแยกงานออกแบบออกจากงาน ที่ปรึกษา จ้างที่ปรึกษาทำการศึกษาโครงการก่อน และใช้ผลของการศึกษามากำหนด ขอบเขตในการจ้างออกแบบ 1.5 การกำหนดมาตรฐานของงานทั้งด้าน คุณภาพและปริมาณ กำหนดมาตรฐานไว้ไม่ชัดเจนทำให้ ได้งานคุณภาพต่ำเกินไปหรือผู้ว่าจ้าง มาเข้มงวดกับผู้รับจ้าง ทำให้งาน มีคุณภาพสูงเกินกว่าเหตุ ต้องพิจารณาว่ามาตรฐานของงาน ประกอบด้วยอะไรบ้าง หรือไม่ต้องมี อะไรบ้าง เพื่อที่จะได้ระบุไว้ใน TOR 1.6 การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบ บางครั้งไม่เหมาะสมกับลักษณะงาน พิจารณาจากลักษณะงานเพื่อกำหนด คุณสมบัติผู้ออกแบบมีระดับคุณวุฒิและ ประสบการณ์ให้เหมาะสมกับงาน 1.7 งบประมาณการจ้าง ราคากลาง บางครั้งไม่เหมาะสมกับเนื้องาน อัตราค่าจ้างตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2560 และ 2562 กำหนดประโยชน์ ของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างไว้อย่างชัดเจน ควรพิจารณาค่าจ้างให้มีความเหมาะสม กับเนื้องาน เช่น ระยะเวลาทำงาน ต้นทุนของงาน การเหมารวม 1.8 สัญญางานจ้างออกแบบและงานควบคุม งาน งานออกแบบและงานควบคุม แตกต่างกัน ควรแยกสัญญางานจ้างออกแบบออก จากงานควบคุมงาน 1.9 การส่งมอบงาน คณะกรรมการผู้ตรวจรับงานใช้ เวลานาน ควรระบุระยะเวลาการตรวจรับงานให้ ชัดเจน 1.10 การรับประกันผลงานออกแบบ การกำหนดระยะเวลารับประกัน ผลงาน เช่น กำหนดระยะเวลา รับประกันจนกระทั่งก่อสร้างเสร็จ หรือหลังการเริ่มใช้งานไปแล้วเป็น เวลากี่ปี ถ้าระยะเวลายืดเยื้อออกไป ผู้ออกแบบมีการยกเลิกสัญญาแล้ว ใครจะเป็นคนรับผิดชอบซึ่งเป็น ปัญหาที่ต้องแก้ไข เสนอให้มีการประกันภัยทางวิชาชีพเพิ่ม เข้ามาใน TOR ว่าผู้ออกแบบต้องมีการ ประกันภัยทางวิชาชีพเพิ่มขึ้นมาด้วย 1.11 สัญญาจ้างต้องมีความเป็นธรรม - ระบุงานให้มีความชัดเจน - ไม่ใช่ลักษณะสัญญาที่ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์หรือได้ ประโยชน์ - งานออกแบบแต่ละงานต้องระบุให้ ชัดเจนว่าสถาปนิกต้องทำอะไร วิศวกรต้องทำอะไร


31 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข - เป็นสัญญาที่คู่สัญญาได้ประโยชน์ทั้ง คู่ และเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย 1.12 วิธีการคัดเลือกต้องเชิญอย่างน้อย 3 ราย ทำการแข่งขันและเลือกผู้ชนะ 1 ใน 3 ราย ผู้ให้บริการที่ได้รับการคัดเลืออาจ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด ควรมีการปรับปรุงหรือทบทวนกติกา เรื่อง “การคัดเลือกว่าจะทำอย่างไร” 2. สมาคมสถาปนิกสยามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2.1 การกำหนดระยะเวลาในการประกวด แบบ โครงการขนาดใหญ่เปิดประกวดแบบ ไม่เกิน 2 สัปดาห์ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับ ผู้เข้าร่วมการประกวดแบบ ควรจะมีการกำหนดระยะเวลาให้ สอดคล้องกับขนาดของโครงการ 2.2 ในสัญญาระบุว่าเพื่อผลประโยชน์ของรัฐ เป็นที่ตั้ง สร้างความไม่เป็นธรรม ต้องแก้ไขเป็น “เพื่อประโยชน์ของ ประเทศเป็นหลัก” 2.3 การกำหนดคุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญ มีการกำหนดคุณวุฒิการศึกษา วิสัยทัศน์ที่อาจทำให้ได้คุณภาพ ของคนที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป ในการควบคุมงาน ควรกำหนดคุณสมบัติผู้เชี่ยวชาญให้ เหมาะสมกับงานในด้านประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ 2.4 กรรมสิทธิ์แบบกำหนดว่ากรรมสิทธิ์ใน แบบเป็นของราชการเท่านั้น งานเอกชนกรรมสิทธิ์ในแบบ คนละครึ่งกับผู้ออกแบบ ควรมีการปรับปรุงแก้ไข 2.5 ใบประกันผลงานที่ระบุใน TOR ใน โครงการใหญ่ ทำให้บริษัทเล็ก ๆ ไม่มีโอกาสรับงาน โครงการขนาดใหญ่ มีการแยกการประกวดแบบออกเป็น โครงการเล็ก ๆ หลายสัญญา จะทำให้มี งานหลากหลายขึ้น บริษัทเล็ก ๆ มี โอกาสได้รับงาน มีประสบการณ์ในการ ทำงาน 3. สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย 3.1 สัญญาจ้างออกแบบ ถ้าสิ่งใดหรือการ อันหนึ่งอันใดที่มิได้ระบุไว้ในรายการ ละเอียดแนบท้ายสัญญานี้ แต่เป็นการ อันจำเป็นต้องทำเพื่อให้งานแล้วเสร็จ บริบูรณ์ถูกต้องหรือบรรลุผลตาม วัตถุประสงค์แห่งสัญญานี้ที่ปรึกษาต้อง จัดทำการนั้น ๆ ให้โดยไม่คิดเอา ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือค่าตอบแทน เพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นงานนอกเหนือสัญญาโดยไม่ได้รับ ค่าจ้าง ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่าย เสนอตัดส่วนที่หน่วยงานเขียนเพิ่ม “ที่ปรึกษาต้องจัดทำการนั้น ๆ ให้โดย ไม่คิดเอาค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือ ค่าตอบแทนเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น” ออก 3.2 ผู้ให้บริการจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่ เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง ซึ่งรวมทั้งความ เสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรง และโดยส่วนที่ เกี่ยวเนื่องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก งานตามสัญญานี้ด้วย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้ตัดข้อความ “และโดยส่วนที่ เกี่ยวเนื่องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น จากผลงานตามสัญญานี้ด้วย” ออก 3.3 ๔.๕ ระหว่างดำเนินการออกแบบตาม สัญญาภาค ก. ผู้ว่าจ้างอาจขอให้ผู้ ให้บริการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายละเอียด เล็กน้อยในส่วนที่ไม่กระทบต่อโครงสร้าง สำคัญ และเป็นไปตามมาตรฐานงาน ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้ตัดข้อความ “โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม อีก” ออก


32 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข ก่อสร้างที่ผู้ให้บริการได้ส่งมอบตามงวด งานในสัญญาแล้ว โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพิ่มอีก 3.4 ๔.๗ กรณีที่ผู้ให้บริการทำงานไม่แล้ว เสร็จตามเวลาที่กำหนดในข้อ ๑ ผู้ให้บริการจะต้องเสียค่าปรับให้แก่ ผู้ว่าจ้างเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ .................(.............) ของวงเงินค่าจ้าง ตามข้อ ๓ นับถัดจากวันครบกำหนดใน ข้อ ๑ จนถึงวันที่ผู้ให้บริการปฏิบัติตาม สัญญาถูกต้องครบถ้วน ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เสนอให้ตัดข้อ 4.7 3.5 กระบวนการอนุมัติและตรวจรับงาน - บางหน่วยงานมีกระบวนการ ขั้นตอนในการตรวจรับงานมาก และไม่กำกับควบคุมการอนุมัติ หรือตรวจรับงานให้เป็นไปตาม แผนงานโครงการที่ได้ตกลงกันไว้ - คณะกรรมการตรวจการจ้างบางชุด ให้ความเห็นเพิ่ม ปรับแก้ไขในงานที่ มีการตรวจรับหรืออนุมัติในเรื่องนั้น ไปแล้ว - คณะกรรมการตรวจการจ้างบางชุด ให้ความเห็นให้ทำงานนอก ขอบเขตของงานตีความกว้าง ไม่ ชัดเจน ให้ทำงานเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ - คณะกรรมการตรวจการจ้างบาง ชุด มีความเห็นไม่ตรงกัน ตัดสินใจล่าช้า - คณะกรรมการตรวจการจ้างบาง ชุด มีจำนวนมาก หรือหลากหลาย ด้านเกินความเหมาะสม ตัดสินใจ ล่าช้า (ควรกำหนดจำนวนให้ เหมาะสมกับแต่ละประเภทงาน) - นับระยะเวลาการตรวจงาน อนุมัติงาน ของกรรมการตรวจการจ้าง หักออก จากวันทำงานของที่ปรึกษาหรือผู้ ให้บริการ (หรือกำหนดจำนวนวันที่ เหมาะสมในแต่ละงาน เช่น 7 วัน) - ควรกำหนดรองประธานฯ ทำหน้าที่ แทนประธานฯ ในกรณีที่ประธานฯ ไม่สามารถปฏิบัติงานในเวลาตาม กำหนดในแผนงานได้ - ลดหลักประกันสัญญาเหลือร้อยละ 5 เนื่องจากได้มีให้จัดทำ PI (Professional Indemnity Insurance) รับผิดชอบครอบคลุมงาน ออกแบบอยู่แล้ว เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ ซ้ำซ้อน และให้มีสภาพคล่อง - อำนวยความสะดวกในการปรับลด หลักประกันสัญญาตามช่วงเวลา มูลค่าการให้บริการที่ได้ดำเนินการไป แล้ว - ลดประกันผลงานลงเหลือ ร้อยละ 5 - ในกรณีที่โครงการไม่สามารถ กำหนดเวลาแล้วเสร็จสมบูรณ์ที่ แน่นอน เนื่องจากมีการผูกประกัน ผลงานไว้กับรายงาน EIA หรือกรณี อื่น ๆ ควรแบ่งจ่ายเงินประกันผลงาน บางส่วน - พิจารณาระยะเวลาการประกัน ผลงานของผู้ออกแบบ และผู้ควบคุม งานก่อสร้างที่ปฏิบัติงานแล้วเสร็จ แล้วโดยไม่ไปอ้างอิงยึดกับระยะเวลา การรับประกันผลงานของผู้รับจ้าง (2 หรือ 3 ปี)


33 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข - พิจารณาออกใบรับรองผลงานของ ผู้ออกแบบ และผู้ควบคุมงาน ก่อสร้างที่ปฏิบัติงานแล้วเสร็จแล้ว โดยไม่ไปอ้างอิงยึดกับระยะเวลาการ รับประกันผลงานของผู้รับจ้าง (2 หรือ 3 ปี) 3.6 ปัญหาสัญญาจ้างออกแบบและควบคุม งานก่อสร้าง 1) งบประมาณในการจ้างออกแบบและ ควบคุมงาน มีการกำหนดเป็นอัตรา ร้อยละในกฎกระทรวง “กำหนด อัตราค่าจ้างผู้ให้บริการงานจ้าง ออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง พ.ศ. 2562” ไม่มีการกำหนดอัตรา ของงานบริหารโครงการ (PMC) 2) การกำหนดราคากลางของงาน ควบคุมงานจะมีการกำหนดสัดส่วน ของค่าตอบแทนบุคลากรและ ค่าใช้จ่ายตรงเป็นสัดส่วนร้อยละ เช่น งานควบคุมงานก่อสร้าง ค่าตอบแทน บุคลากรร้อยละ 85-90 ค่าใช้จ่ายตรง ร้อยละ 15-10 ตามประกาศ หลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ ปรึกษา - การตั้งงบประมาณค่าจ้างหรือ ค่าบริการในหลายโครงการ ค่อนข้างต่ำกว่าหลักเกณฑ์หรือ ระเบียบ สามารถจ้างได้ - อัตราค่าจ้างที่ปรึกษา ผู้ออกแบบ ที่ใช้ในปัจจุบันต่ำกว่าค่าใช้จ่าย จริงของเงินเดือนหรือค่าจ้างของที่ ปรึกษาที่ใช้ในการดำเนินงาน - หน่วยงานของรัฐหลายแห่งไม่ได้ ใช้เปอร์เซ็นต์ของค่าก่อสร้างตาม ระเบียบการจ้างออกแบบและ ควบคุมงาน 2562 - ราคากลางไม่ครอบคลุมขอบเขต งาน - งาน EIA เจ้าของงานไม่ได้คิด ค่าใช้จ่ายช่วงเข้า สผ. ให้ที่ปรึกษา - การเรียกร้องขอพัสดุที่มีมูลค่าสูง เกินราคาในสัญญามาก เนื่องจาก ระบุคุณสมบัติไม่ชัดเจน รวมทั้ง เพิ่มบางรายการที่ไม่มีอยู่ใน TOR - อัตราค่าจ้างที่ปรึกษาต่ำ - กำหนดอัตราของงานบริหารโครงการ (PMC) ให้ชัดเจน - ให้หน่วยงานของรัฐใช้ราคากลางของ งานควบคุมงาน ตามประกาศ หลักเกณฑ์ราคากลาง การจ้างที่ ปรึกษา - ควรปรับงบประมาณจ้างที่ปรึกษาให้ สอดคล้องกับขอบเขตงานตาม วัตถุประสงค์ของโครงการส่วน เพิ่มเติม ราคากลางต่อหน่วยบาง รายการไม่เหมาะสมกับเนื้อตาม TOR เช่น การฝึกอบรมถ่ายทอด เทคโนโลยี ค่าสำรวจทางวิศวกรรม - กำหนดค่าใช้จ่ายงาน EIA ช่วงเข้า สผ. ให้แก่ที่ปรึกษา - กำหนด Charge Rate (อัตราค่าจ้าง ต่อเดือน) ของสำนักงบประมาณ ให้ สอดคล้องการจ้างงานในตลาด - หน่วยงานภาครัฐควรปรับอัตรา ค่าจ้างที่ปรึกษาให้สะท้อนกับค่าจ้าง ในปัจจุบัน เพราะหลักเกณฑ์ที่ใช้ไม่ เคยได้รับการปรับราคาทั้งที่ตอนนี้ ค่าใช้จ่าย ค่าแรง เงินเฟ้อขึ้นมาหลาย รอบแต่วงเงินที่ปรึกษากลับเท่าเดิม - การคิดราคาจ้างที่ปรึกษา จำเป็นต้อง ปรับราคาค่าตอบแทนให้สอดคล้อง กับการจ้างงานจริง เพื่อเป็นฐานใน การคิดราคางบประมาณอย่างเป็น ธรรม - งานที่ไม่ระบุในขอบเขตงาน แต่ จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้โครงการ เสร็จสมบูรณ์ ควรมีการเจรจาต่อรอง ให้เพิ่มค่าจ้างได้ - กรณีที่มีการแก้ไขแบบหรือรายงาน ภายหลังการตรวจรับงานแล้ว ควรมี การเจรจาให้จ่ายค่าดำเนินการเพิ่มเติม ได้


34 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข - กรณีข้อกำหนดให้ส่งมอบพัสดุที่ไม่มี ระบุคุณสมบัติที่ชัดเจนไม่ควร เรียกร้องขอพัสดุส่งมอบที่มีมูลค่าเกิน กว่าราคาในสัญญามาก และไม่ควร เรียกร้องบางรายการไม่มีอยู่ใน TOR โดยอ้างว่าเป็นอุปกรณ์จำเป็น ประกอบ - ควรปรับงบประมาณจ้างที่ปรึกษาให้ สอดคล้องกับขอบเขตงานตาม วัตถุประสงค์ของโครงการส่วน เพิ่มเติม 3.7 วิธีการคัดเลือกที่ปรึกษา/ผู้ออกแบบ โครงการ ไม่เป็นธรรมและ ไม่ชัดเจนในรายละเอียด - ความไม่เป็นธรรมในการให้ คะแนนพิเศษเพิ่มเข้าไปกับ สถาบันการศึกษาที่เข้ามาแข่งขัน - การจ้างตรงกับสถานที่ สถาบันการศึกษาโดยตรงไม่ผ่าน ขั้นตอนการคัดเลือกที่ปรึกษา - วิธีการคัดเลือกที่ปรึกษา/ ผู้ออกแบบโครงการไม่มี รายละเอียดที่ชัดเจน - สถาบันการศึกษาต้องมีคุณสมบัติ ครบถ้วนเหมือนกับบริษัทที่ปรึกษาใน การเข้าแข่งขันกับบริษัทที่ปรึกษา ตามขั้นตอนการคัดเลือกที่ปรึกษา - รายละเอียดหลักเกณฑ์การประเมิน ให้คะแนน - ไม่ควรมีการนำเกณฑ์ด้านราคามา พิจารณาแข่งขันในการจ้างที่ปรึกษา หรือออกแบบ (ปัจจุบันในวิธีการ คัดเลือกฯ ของหลาย ๆ หน่วยงานมี การนำมาใช้ให้น้ำหนักมากถึง 30%) - หน่วยงานภาครัฐมีการใช้วิธีการจ้าง แบบเฉพาะเจาะจงกับสถาบันหรือ องค์กร หรือมหาวิทยาลัยในงานที่ ปรึกษาออกแบบ ซึ่งขัดกับระเบียบ ประกาศ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเป็นการไม่ส่งเสริมการแข่งขัน ของบริษัทที่ปรึกษา - ในกรณีผู้ออกแบบทำงานร่วมกัน ขอให้กำหนดนิยามกิจการค้าร่วม (Consortium) เอาไว้ใน TOR ด้วย 3.8 ขอบเขตของงาน (TOR) ที่ระบุใน TOR มีปัญหาในหลายงาน - งานขออนุญาตเข้าพื้นที่ก่อสร้างใน พื้นที่สาธารณะที่มีความยุ่งยากใช้ เวลานานเป็นอุปสรรคต่องานอื่น และเป็นภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น - การเบิกเงินค่าจ้าง - การกำหนดงวดเงินออกแบบ - การกำหนดคุณสมบัติและจำนวนของ บุคลากรหลัก บุคลากรสนับสนุนไม่ สอดคล้องกับงาน - มีต้นทุนในการดำเนินงานสูง ไม่ สามารถควบคุมบริหารงานให้ เป็นไปตามแผนงาน - งวดงานที่ระบุจะเบิกได้ค่อนข้าง ช้า - งบจัดจ้างค่อนข้างต่ำเทียบกับ ขอบเขตงาน - เพิ่มงานเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายของ ผู้ให้บริการแต่ไม่ได้ค่าจ้างเพิ่ม - การกำหนดเวลาและเงื่อนไขที่ชัดเจน ในงานประเภทต่าง ๆ เพื่อลดภาระ ของผู้ให้บริการ - การจัดทำงบประมาณให้สอดคล้อง กับปริมาณงานและกำหนดงวดการ เบิกจ่ายให้เหมาะสมกับงาน - จัดงบประมาณโครงการมีเงินส่วน เผื่อขาดโครงการเพื่อเพิ่มค่าจ้างกรณี มีงานเพิ่มเติม


35 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข - การจัดงบประมาณ - ขอบเขตงานมากเกินกว่า วัตถุประสงค์ของโครงการ - งานส่วนเพิ่มเติมจาก TOR - การเปลี่ยนแปลงเพิ่มขอบเขตของงาน เพิ่มเนื้อหาด้วยวาจาหรือ เปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐบาล - ขอบเขตงานกว้างไม่ชัดเจน เช่น ใช้คำ ว่าอย่างน้อย หรือไม่น้อยกว่าหรืองาน อื่น ๆเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ของโครงการ - ขอบเขตงานมากกว่าราคากลาง เช่น งานสำรวจภูมิประเทศ สำรวจ ธรณีวิทยา สำรวจจราจร เป็นต้น - ปัญหาการกำหนดเงื่อนไขการเบิก เงินงวดสุดท้ายขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับสมบูรณ์ต้องได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ก่อน - การกำหนดจำนวนวันตามสัญญา แต่เนื้อหากำหนดเงื่อนไขเพิ่มเข้าไป เช่น จนกว่าจะประกาศผลผู้ชนะ การคัดเลือกผู้รับจ้างก่อสร้าง - ให้ที่ปรึกษาออกแบบต้องรอการ ประมูลคัดเลือกผู้รับจ้าง ถ้าไม่ได้ผู้รับ จ้างก่อสร้างภายในระยะเวลา.... ปี จะยกเลิกสัญญางวดเงินส่วนที่เหลือ - ขอบเขตงานที่ศึกษาและออกแบบ รายละเอียดกว้างและไม่ระบุ รายละเอียดที่ชัดเจน เช่น ระบุเพียง แต่ว่างานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระบุให้ ที่ปรึกษาสนับสนุนการดำเนินการ ของหน่วยงานจนการก่อสร้างแล้ว เสร็จ - การเบิกเงินงวดสุดท้ายล่าช้า เพราะขึ้นอยู่กับการเห็นชอบ รายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม - การใช้เวลานานในการประมูล โครงการเพื่อให้ได้ผู้รับจ้าง แต่ ไม่ได้พิจารณาเงินเพิ่มให้ที่ปรึกษา - ขอบเขตงานไม่ระบุรายละเอียด ชัดเจนเป็นการเพิ่มภาระผู้รับจ้าง - การตีความตามดุลยพินิจของ ผู้ตรวจรับงาน ส่งผลต่อระยะเวลา และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น - สภาพหน้างานที่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากใช้ระยะเวลาหลายปีจะ เริ่มงานก่อสร้าง ต้องเปลี่ยนแปลง แบบแต่ที่ปรึกษาไม่ได้รับเงินเพิ่ม - กำหนดเงื่อนไขว่า เมื่อส่งมอบ รายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม (EIA) ให้กับเจ้าของ โครงการและเจ้าของโครงการ เห็นชอบแล้ว สามารถเบิกเงินงวด สุดท้ายได้ ส่วนการสนับสนุนเจ้าของ โครงการในช่วงการพิจารณาของ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) พิจารณาเห็นชอบให้ถือเป็น งานบริการภายหลังการออกแบบ - เสนอปรับปรุงสัญญาจ้างออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึง สัญญามาตรฐานก่อสร้างเพื่อให้มีความ สอดคล้องกัน ทั้งผู้รับจ้างก่อสร้าง ผู้ออกแบบ และผู้ควบคุมงาน ก่อสร้างในคราวเดียวกัน - ทบทวนอัตราค่าจ้างออกแบบ รวมถึง กำหนดรายละเอียดค่าจ้างออกแบบ ของงานแต่ละประเภทให้ชัดเจน เนื่องจากหลักเกณฑ์ราคากลางการ จ้างที่ปรึกษาฯ ประกาศใช้เมื่อเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2556 ครบ 10 ปี แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการปรับปรุงเห็นควรที่ หน่วยงานภาครัฐทั้งกรมบัญชีกลาง สำนักบริหารหนี้สาธารณะ และ สำนักงบประมาณได้พิจารณา ปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาวะทาง เศรษฐกิจ เพื่อให้อาชีพวิศวกรได้รับ แรงจูงใจด้านอัตราค่าจ้าง ทัดเทียม กับวิชาชีพอื่น ๆ ที่ได้ปรับขึ้นไปตาม ค่าครองชีพเป็นระยะ ๆ แล้ว - เสนอให้มีการจัดทำขอบเขต มาตรฐาน (TOR) สำหรับงานจ้าง ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างของ งานประเภทต่าง ๆ โดย กรมบัญชีกลางเป็นเจ้าภาพร่วมจัดทำ แบบขอบเขตมาตรฐานร่วมกับ สำนัก บริหารหนี้สาธารณะ สำนัก งบประมาณ เพื่อให้ได้ผลงาน ออกแบบที่มีคุณภาพเป็นประโยชน์ ต่อส่วนรวม และหน่วยงานของ ภาครัฐ สภาวิชาชีพ และองค์กร วิชาชีพต่าง ๆ เช่น สภาวิศวกร สภา


36 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข สถาปนิก วิศวกรรมสถานแห่ง ประเทศไทยฯ (วสท.) สมาคมวิศวกร ที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย (วปท.) สมาคมสถาปนิกสยามฯ (อาษา) สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ 3.9 การกำหนดคุณสมบัติของที่ปรึกษา/ ผู้ออกแบบ - ต้องรอช่วงประกันผลงานของ ผู้รับเหมาก่อสร้าง - ไม่สอดคล้องกับงานทั้งคุณวุฒิ และประสบการณ์ - ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ในโครงการ - กำหนดคุณสมบัติสูงเกินความ จำเป็น - กำหนดคุณสมบัติในลักษณะ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเจาะจงเกินไป - คุณสมบัติของผู้ออกแบบ การออก ใบรับรองผลงานจากหน่วยงาน สามารถใช้ผลงานที่แล้วเสร็จได้ ไม่ ต้องรอช่วงประกันผลงานของ ผู้รับเหมาก่อสร้าง - การกำหนดคุณสมบัติของบุคลากร ต้องสอดคล้องกับงาน ทั้งคุณวุฒิและ ประสบการณ์ บางทีหน่วยงาน กำหนดโดยใช้งบประมาณเป็นหลัก - การกำหนดคุณสมบัติของบุคลากร ควรกำหนดคุณวุฒิและปี ประสบการณ์ให้สอดคล้องเหมาะสม กับตำแหน่งหน้าที่ในโครงการ โดยเฉพาะตำแหน่งผู้จัดการโครงการ และผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ถ้า กำหนดปีประสบการณ์น้อยเกินไปจะ มีแนวโน้มว่าไม่สามารถดำเนิน โครงการได้สำเร็จ - การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบ สูงเกินความจำเป็น/ความต้องการ ของงานที่จะดำเนินการ ยกตัวอย่าง เช่น คุณสมบัติของที่ปรึกษาในงาน ควบคุมงาน บางตำแหน่งไม่ จำเป็นต้องกำหนดเป็นวุฒิการศึกษา ปริญญาโท และต้องมีจำนวนปี ประสบการณ์สูง (โดยการกำหนดเป็น เกณฑ์ “ต้องไม่น้อยกว่า....”) - การกำหนดคุณสมบัติของผู้ออกแบบ ในลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเจาะจง เกินไป จะทำให้มีปัญหาในลักษณะ การตีความ หรือกีดกันการแข่งขัน อย่างเป็นธรรม 3.10 การงดหรือลดค่าปรับหรือขยายเวลาการ ปฏิบัติงานออกแบบ ในกรณีที่มีเหตุเกิด จากความผิดหรือความบกพร่องของ ผู้ว่าจ้างหรือเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจาก พฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่ผู้ให้บริการที่ ไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายหรือเหตุอื่น ประเด็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการ แก้ไขต้องไม่มีค่าปรับ ควรจะมีการแก้ไขไม่มีค่าปรับ และการ พิจารณาควรจะเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง


37 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญา การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข ตามที่กำหนดของกระทรวง การงดหรือ ลดค่าปรับหรือขยายกำหนดเวลาทำงาน ตามวรรคหนึ่งอยู่ในดุลยพินิจของผู้ ว่าจ้างที่จะพิจารณาตามที่เห็นสมควร 3.11 ปัญหาขอบเขตงานในเชิงปริมาณ งาน ออกแบบ DD ที่ออกแบบในขั้นตอน FS หรือดำเนินการต่อจากงาน FS มักจะมี การเปลี่ยนแปลงขอบเขตงานที่ต้อง ดำเนินการทั้งในทางที่เพิ่มขึ้นหรือในทาง ลดลง - กรณีเปลี่ยนแปลงในทางลดลง ผู้ว่า จ้างก็จะลดค่าจ้างหรือค่า บริหารงานออกแบบลง หรือ เพิ่มเติมปริมาณงานในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้ ผู้ว่าจ้างเสียประโยชน์ - กรณีปริมาณเพิ่มขึ้นจากขอบเขตงาน ตามสัญญา ที่ปรึกษา/ผู้ออกแบบ จะไม่สามารถคิดค่าจ้างเพิ่มเติมได้ - ควรจะพิจารณากำหนดขอบเขตงาน ให้มีปริมาณงานตามที่จะดำเนินการ งานออกแบบ - กรณีปริมาณงานเพิ่มเติมควรจะต้อง มีงบประมาณเพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน ที่เพิ่มขึ้น 3.12 ปัญหาขอบเขตของงานในเชิงคุณภาพ - มีขอบเขตงานบางประเภทที่ไม่มี ความชัดเจนในเชิงคุณภาพหรือความ ต้องการที่แท้จริงในผลลัพธ์หรืองานที่ จะส่งมอบหรือมีการขอให้ดำเนินการ ในเชิงคุณภาพที่สูงเกินกว่าที่กำหนด ในขอบเขตงาน - บางงานในขอบเขตงานไม่ได้กำหนด ไว้หรือกำหนดไว้ไม่ชัดเจน หรือ เจ้าของงานต้องการความละเอียดที่ มากกว่าที่กำหนดไว้ในขอบเขตงาน - ทำให้มีงานมากกว่าขอบเขตงาน ที่ระบุไว้ - ทำให้ผู้ให้บริการมีค่าใช้จ่าย โครงการเพิ่มขึ้นจากงบของ โครงการ - มีการตีความหรือให้นิยามในด้าน คุณภาพที่แตกต่างกันของ คณะกรรมการตรวจรับ - การกำหนดขอบเขตงานในเชิงคุณภาพ ให้ชัดเจน และดำเนินการงานเชิง คุณภาพตามที่ระบุไว้ใน TOR - การให้นิยามของการออกแบบ การ ออกแบบระดับหน่วยงานหรือคณะ กรรมการฯ ของแต่ละโครงการทำ ความเข้าใจในเชิงคุณภาพให้มี มาตรฐานและเป็นในทิศทางเดียวกัน


38 ภาคผนวก 3 การเสวนา ครั้งที่ 3 เรื่อง “ปัญหา...สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม การก่อสร้างและการควบคุมงานก่อสร้าง” ในงานวิศวกรรมแห่งชาติ วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30-16.30 น. ห้อง MR109 CD บอลรูม 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


39 สรุปปัญหาและข้อเสนอในการแก้ไขจากการเสวนา ครั้งที่ 3 เรื่อง “ปัญหา…สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม การก่อสร้างและการควบคุมงานก่อสร้าง” ในงานวิศวกรรมแห่งชาติณ ห้อง MR109 CD ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30-16.30 น. จัดโดย คณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยากร นายสามารถ แสงรินทร์ นิติกรชำนาญการพิเศษ กรมบัญชีกลาง รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ กรรมการจรรยาบรรณ สภาวิศวกร นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายชวลิต จันทรรัตน์ นายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย นายนิเวศน์ วะสีนนท์ อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายอนันต์ พ่วงสมจิตต์ กรรมการ สภาสถาปนิก นางกรกช คุณาลังการ นายกสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย นายมังกร ชัยเจริญไมตรี นายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย นายบุญศักดิ์ เกียรติจรูญเลิศ นายกสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย ผู้ดำเนินรายการ ดร.ไกร ตั้งสง่า ประธานคณะกรรมการสิทธิและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศ ไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สรุปประเด็นหลัก ปัญหา สัญญาการก่อสร้างและการควบคุมงานก่อสร้าง 1. สัญญาระหว่างรัฐและบริษัทเอกชน เป็นสัญญาไม่เป็นธรรมเพราะเป็นสัญญาที่เอื้อประโยชน์กับ ภาครัฐ 2. รูปแบบสัญญาที่ใช้ในปัจจุบัน เป็นสัญญาที่ไม่เป็นมาตรฐานสากล 3. เงินค้ำประกันผลงาน มีอัตราสูงเกิน 4. การกำหนดระยะเวลาการทำงาน ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง 5. ราคากลาง ไม่เหมาะสมตามขอบเขตงานใน TOR 6. วิธีการคัดเลือกผู้ควบคุมงานก่อสร้างไม่เป็นธรรม และไม่ชัดเจนในรายละเอียด


40 7. สัญญาจ้างออกแบบควบคุมงานก่อสร้างและสัญญาก่อสร้าง ไม่เป็นมาตรฐานสากลและไม่มี ความสอดคล้องกัน 8. อัตราค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้าง ไม่เหมาะสมกับสภาวะทางเศรษฐกิจ 9. ควรมีการจัดทำขอบเขตมาตรฐาน (TOR) สำหรับงานจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างของงาน ประเภทต่าง ๆ ผลการเสวนา “ปัญหา…สัญญาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม การก่อสร้างและการ ควบคุมงานก่อสร้าง” ในวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 มีปัญหาด้านต่าง ๆ ในประเด็นหลัก โดยสรุป ปัญหาและข้อเสนอจากการเสวนาได้ดังนี้ สรุปปัญหาและข้อเสนอจากการเสวนา ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้อง 109CD ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 1. สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 1.1 สัญญาระหว่างรัฐและบริษัทเอกชน ไม่เป็นธรรมเพราะสัญญาเอื้อ ประโยชน์กับภาครัฐ - ควรมีการแก้ไขสัญญาที่เป็นธรรมกับ ทั้งสองฝ่าย - สมาคมก่อสร้างไทยได้จัดทำสัญญา มาตรฐานสำหรับงานก่อสร้าง ส่งให้ หน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องพิจารณา เพื่อนำมาใช้ในสัญญา 1.2 การใช้ดุลยพินิจ ทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน ควรใช้การพิจารณาตัดสินจากข้อเท็จจริง ตามหลักทางวิชาการ 1.3 การแก้ไขสัญญาก่อสร้าง ไม่เป็นธรรม - สัญญาต้องมีความชัดเจน เช่น กรณีเกิด ความคลาดเคลื่อนจากแบบ ไม่ควรให้ ผู้รับเหมาเป็นผู้รับผิดชอบฝ่ายเดียว - ราชการควรมีข้อกำหนดต่อผู้ออกแบบ ให้มีความรับผิดชอบจากความคลาด เคลื่อนที่เกิดขึ้นจากแบบ 1.4 ความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ การจัดซื้อ จัดจ้างเกิดขึ้นเนื่องจาก ปัญหาสุดวิสัย ไม่มีความชัดเจนในสัญญา ทำให้ ผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบ - รัฐต้องมีการระบุในสัญญาที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสอง ฝ่าย - การใช้สัญญา FIDIC เพื่อให้เกิดความ เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย แต่ทาง ราชการยังมีความกังวลในการนำมาใช้


41 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 1.5 ความล่าช้าของงานจากปัญหาต่าง ๆ เกิดผลกระทบต่อผู้รับเหมาหลักและ ผู้รับเหมาย่อย หน่วยงานรัฐต้องมีการกำหนดมาตรฐาน และแนวทางในการจัดการปัญหาร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 1.6 การไม่ได้รับเงินค่าจ้างกรณีมีการ ฟ้องร้อง ผู้รับเหมาทั้งหมดจะไม่ได้รับเงิน ค่าจ้างจนกว่ามีการตัดสิน ควรจัดตั้งกองทุนสำหรับโครงการ โดย ผู้ว่าจ้างโอนเงินเข้ากองทุน เพื่อไว้ใช้ใน การแก้ไขกรณีเกิดการฟ้องร้อง 2. นายกสมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย 2.1 สัญญารับเหมางานระบบที่เป็นสัญญา กับผู้รับเหมาหลัก เกิดปัญหาในการทำงานและการ เบิกจ่ายทำให้งานล่าช้า ให้ผู้รับเหมางานระบบฯ ทำสัญญา โดยตรงกับเจ้าของโครงการ โดยทั้งสอง ฝ่ายถือเป็นคู่สัญญาตามกฎหมาย 2.2 การหักคืนเงิน Advance จากมูลค่า การเบิกจ่ายค่าผลงานแต่ละงวด ไม่ควรเกินอัตราการจ่ายเงิน Advance กรณีมีการจ่ายเงิน Advance 10 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าสัญญาอัตราการหักคืน ก็ไม่ควรเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ 2.3 การหักเงินประกันผลงาน มีอัตราสูงเป็นภาระต่อผู้รับเหมา อัตราการหักเงินประกันผลงานจากมูลค่า การเบิกจ่ายค่าผลงานในแต่ละงวด ไม่ควร เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ 2.4 เจ้าของโครงการตัดรายงานวัสดุใน BOQ ไปดำเนินการเองภายหลัง เซ็นสัญญา กระทบต่อแผนการเงินของผู้รับเหมา งานระบบฯ เนื่องจากมูลค่าสัญญา ลดลง เจ้าของโครงการไม่ควรตัดรายการวัสดุใน BOQ ไปจัดซื้อเอง 2.5 การหักคืนเงิน Advance ค่าอุปกรณ์ หลัก (Main Equipment) ทั้งที่มีการ ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เป็นภาระต่อผู้รับเหมางานระบบ และไม่เป็นธรรม ควรให้ผู้รับเหมางานระบบฯ เบิกค่า อุปกรณ์หลัก (Main Equipment) เฉพาะ ค่าวัสดุตามราคาใน BOQ ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อนำอุปกรณ์หลักนั้นวางบน แท่นเครื่องแล้ว ยอดที่เบิกไม่ควรหักคืน เงิน Advance และหักเงินประกันผลงาน 2.6 การกำหนดหรือสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติม เพื่อตัดลดยอดเบิกเงินงวด เป็นภาระต่อผู้รับเหมางานระบบ ให้ผู้รับเหมางานระบบฯ เบิกเงินงวด (Interim Payment) ตามผลงานที่ทำได้ จริง (Work Progress) อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่กำหนดหรือสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติม เพื่อตัดลดยอดเบิก 2.7 ฐานราคาต่อหน่วยของค่าแรงติดตั้งไม่ สอดคล้องกับราคาในตลาดแรงงาน มีฐานราคาต่อหน่วยต่ำกว่า ตลาดแรงงาน ขอปรับฐานราคาต่อหน่วยใน BOQ สำหรับค่าแรงติดตั้งงานระบบฯ ให้ ทันสมัยสอดคล้องกับค่าแรงขั้นต่ำและ การจ้างงานจริงในตลาดแรงงาน สำหรับ การยื่นประมูลโครงการใหม่


42 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 2.8 การตั้งเกณฑ์ให้เบิกเป็นเปอร์เซ็นต์ ตามผลงาน ไม่สอดคล้องกับสภาพเป็นจริง ควรให้เบิกค่า Preliminaries ตามความ เป็นจริง ไม่ควรตั้งเกณฑ์ให้เบิกเป็น % ตามผลงาน เนื่องจากงานระบบฯ ในช่วง เริ่มต้นจะมีแต่งานวาง Sleeve ซึ่งมีมูลค่า น้อยมาก 2.9 ค่าปรับตามสัญญา มีอัตราค่าปรับสูงเกินไป อัตราค่าปรับตามสัญญาไม่ควรเกิน 0.1% ของมูลค่าสัญญาต่อวัน และค่าปรับสูงสุด ต้องไม่เกิน 10% ของมูลค่าสัญญา 2.10 การนำวิธีการ Prime Cost Rate มา ใช้ในการทำสัญญาจ้างงานระบบ วิธีการดังกล่าวเป็นการสร้าง ข้อจำกัดให้กับผู้รับเหมางานระบบ มากเกินไป ควรทบทวนการนำวิธีการ Prime Cost Rate หรือ PC Rate มาใช้ในการทำ สัญญางานระบบฯ 2.11 การขยายระยะเวลาทำงาน เป็นปัญหาในการทำงานของ ผู้รับเหมา ควรพิจารณาขยายระยะเวลาการทำงาน ตามสัญญา (EOT) ตามที่ผู้รับเหมางาน ระบบฯ ร้องขออย่างเป็นธรรม 2.12 ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการขยายสัญญา ผู้รับเหมาไม่ได้รับความเป็นธรรม ควรพิจารณาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจาก การขยายเวลา (Prolongation Costs) ตามที่ผู้รับเหมางานระบบฯ ขอเบิกอย่าง เป็นธรรม 2.13 กระบวนการ BIM สำหรับงานระบบ ประกอบอาคาร ไม่มีการดำเนินการประสานงาน ร่วมกัน กระบวนการ BIM (Building Information Modeling) สำหรับงาน ระบบประกอบอาคาร เจ้าของโครงการ ต้องส่งมอบ Model งานระบบฯ ที่สร้าง โดยผู้ออกแบบและผ่านขั้นตอนการอนุมัติ แบบ Combine ระหว่างงานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ งานตกแต่งภายในจน ปราศจาก Major Clash เป็นที่เรียบร้อย แล้ว เพื่อให้ผู้รับเหมางานระบบฯ สามารถ นำไปใช้การพัฒนาระบบความละเอียด Model ต่อได้จริง 2.14 การนับระยะเวลาการรับประกัน ผลงาน ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ให้ถือว่าการแล้วเสร็จของงานในลักษณะ Practical Completion จะไม่รวมงาน แก้ไข Defects และเมื่อออก Certificate of Practical Completion แล้ว ให้เริ่ม นับระยะเวลาการรับประกันผลงาน (Maintenance Period) 2.15 การจ่ายค่าจ้างภายในระยะเวลาที่ กำหนดในสัญญา ปัญหาความล่าช้า ต้องจ่ายค่าจ้างภายในระยะเวลาที่กำหนด ในสัญญา (Terms of Payment) การ


43 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข จ่ายค่าจ้างล่าช้า หรือไม่จ่ายค่าจ้างจะมี ผลกระทบต่อการทำงานตามสัญญา และ จะกลายเป็นข้อพิพาทฟ้องร้อง 2.16 การคืนเงินประกันผลงาน ปัญหาความล่าช้า ต้องคืนเงินประกันผลงาน คืนหนังสือค้ำ ประกันของธนาคารให้แก่ผู้รับเหมางาน ระบบฯ ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา 3. สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ 3.1 เงินค้ำประกันสัญญา มีอัตราสูงเป็นภาระต่อผู้รับจ้าง ควรกำหนดอัตราที่เหมาะสม ไม่เป็นภาระ ต่อผู้รับจ้าง 3.2 การกำหนดคุณสมบัติของบุคลากร หลัก บุคลากรเสริม - กำหนดคุณสมบัติสูงเกินความ จำเป็น - คุณสมบัติไม่สอดคล้องกับหน้าที่ ในโครงการ - กำหนดคุณสมบัติบางตำแหน่ง เจาะจงเกินไป - ควรกำหนดคุณสมบัติของบุคลากรให้ สอดคล้องกับงานทั้งคุณวุฒิและ ประสบการณ์ 3.3 การให้คะแนน - ความไม่เป็นธรรมในการให้ คะแนนพิเศษเพิ่มเข้าไปกับ สถาบันการศึกษาที่เข้ามาแข่งขัน - เกณฑ์การให้คะแนนไม่ชัดเจน - กำหนดหลักเกณฑ์การให้คะแนนที่ โปร่งใสและเป็นธรรม 3.4 คณะกรรมการตรวจรับ - มีจำนวนกรรมการหลายท่าน ทำ ให้การตรวจรับงานช้า - กรรมการขาดความรู้ความเข้าใจ ในโครงการ - กำหนดจำนวนกรรมการตรวจรับให้ เหมาะสมและเป็นผู้มีความรู้ความ เข้าใจในโครงการ - กำหนดระยะเวลาการตรวจรับให้ ชัดเจน 3.5 งานสำรวจด้านวิศวกรรม (ธรณีวิทยา และการตรวจสอบคุณสมบัติทางด้าน ปฐพีกลศาสตร์) ไม่ควรรวมกับงานในสัญญา ผู้จ้างเป็นผู้รับผิดชอบแยกการว่าจ้าง ต่างหาก 4. สภาสถาปนิก 4.1 การเปลี่ยนแปลงหรือการเพิ่มงาน เป็นปัญหาผู้รับจ้าง เป็นภาระ ค่าใช้จ่าย - ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มงาน หรือ - การระบุในสัญญาให้มีการเพิ่มค่าจ้าง ตามงานที่เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มขึ้น 4.2 คณะกรรมการมีหลายชุด ทำให้เกิดปัญหากับงานและ ความล่าช้า ควรปรับคณะกรรมการให้น้อยชุด และ ประกอบด้วยผู้รู้เข้าใจในงาน ทำงาน ต่อเนื่อง 4.3 ความต้องการที่ไม่เหมือนกันแต่ละ หน่วยงาน มีการปรับแก้ไขแบบเป็นภาระต่อผู้ รับจ้าง เจ้าของงานควรมีผู้จัดการโครงการที่ ประสานงานและเข้าใจความต้องการของ


44 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข แต่ละหน่วยงานเพื่อนำมาให้ผู้รับจ้าง ทำงานได้ตามต้องการ 4.4 คณะกรรมการมีจำนวนคนมากเกินไป เกิดปัญหาขาดการจัดการที่ดี แต่งตั้งหัวหน้าโครงการหรือประธาน กรรมการต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ เกี่ยวกับงาน 4.5 เวลาในการประมูลมีจำกัด งานมีหลากหลายด้านต้องใช้เวลาใน การทำข้อเสนอ การกำหนดเวลาให้เหมาะสมกับขนาด โครงการ 4.6 ราคากลางตามขอบเขตงานใน TOR มีโอกาสทำได้และทำไม่ได้ ควรพิจารณาการกำหนดราคากลาง ต้อง เหมาะสมตามขอบเขตงานใน TOR 5. สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย 5.1 ระยะเวลาการทำงาน ผลกระทบจาก ความล่าช้าของงานอื่น ๆ งานภูมิสถาปัตย์เป็นงานขั้นตอน สุดท้าย ควรมีการระบุในสัญญาเพื่อพิจารณา ระยะเวลาการทำงานภูมิสถาปัตย์เป็นไป ตามข้อเท็จจริง 5.2 การคิดราคางานรวมกับงานประเภท อื่น แยกประเภทงานตามลักษณะงาน และสภาพพื้นที่ การพิจารณากำหนดราคาต่อหน่วย ตาม ที่ตั้งโครงการสภาพดิน และต้นไม้ เป็นต้น 5.3 การคิดราคาต่อหน่วย ในปัจจุบันคิดราคาแบบเหมาจ่าย การคิดราคาต้องคำนึง - การเตรียมพื้นที่ - การปรับปรุงดิน - การขนส่ง เป็นต้น 6. สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย 6.1 ปัญหาเรื่องสัญญา ความล่าช้าของงานก่อนหน้าเป็น ปัญหาของผู้รับเหมางานตกแต่ง ภายในที่เป็นงานหลังงานอื่น - ขอให้แยกสัญญาผู้รับเหมาตกแต่ง ภายในต่างหากจากสัญญาผู้รับเหมา หลัก - มีการประมูลงานแยกกัน 6.2 BOQ การกำหนดประเภทงาน ไม่ชัดเจน BOQ มีการกำหนดตามประเภทและ ลักษณะงานให้ชัดเจน 6.3 ความชัดเจนของ TOR - ไม่ชัดเจน ขอบเขตงานและ คุณสมบัติ - ผู้รับเหมาตกแต่งภายในเข้า ทำงานพร้อมผู้รับเหมาหลัก แต่ ไม่มีค่าจ้าง - ควรกำหนดงานและคุณสมบัติผู้ควบคุม งานตกแต่งภายในให้ชัดเจน - การระบุเวลาและเงินค่าจ้างให้ ผู้รับเหมาตกแต่งภายในที่มีการเริ่มงาน พร้อมผู้รับเหมา 6.4 ปัญหาการขยายสัญญา ไม่ได้รับเงินค่าจ้าง ควรมีการระบุในสัญญาให้กำหนดค่าจ้าง ผู้ควบคุมงานตกแต่งภายใน ในกรณีขยาย สัญญา 6.5 การคิดราคางาน คิดอัตราเดียวกับงานออกแบบ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่สะท้อน ความเป็นจริง ควรคิดราคางานตกแต่งภายในที่สะท้อน ความเป็นจริง


45 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข 6.6 การปรับเปลี่ยนงานของเจ้าของงาน เนื่องจากงานก่อสร้างล่าช้า ทำให้ เจ้าของงานปรับเปลี่ยนงานตามเวลา ที่ล่าช้า เพิ่มงานและภาระค่าใช้จ่าย - เจ้าของงานไม่ควรปรับเปลี่ยนงาน หลังจากเซ็นสัญญา 6.7 ปัญหาไม่ได้หนังสือค้ำประกัน สัญญาคืน ผูกกับผู้รับเหมาเมื่อผู้รับเหมาทิ้งงาน ไม่ได้หนังสือค้ำประกันสัญญาคืน ควรจะแยกหนังสือค้ำประกันสัญญาแต่ละ งาน หากมีปัญหาเกิดขึ้นจะได้มีการ พิจารณาตามข้อเท็จจริง 7. สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย 7.1 สัญญาจ้างออกแบบ ถ้าสิ่งใดหรือการอันหนึ่งอันใดที่มิได้ ระบุไว้ในรายการละเอียดแนบท้าย สัญญานี้ แต่เป็นการอันจำเป็นต้องทำ เพื่อให้งานแล้วเสร็จบริบูรณ์ถูกต้อง หรือบรรลุผลตามวัตถุประสงค์แห่ง สัญญานี้ที่ปรึกษาต้องจัดทำการนั้น ๆ ให้โดยไม่คิดเอาค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือค่าตอบแทนเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นงานนอกเหนือสัญญาโดยไม่ได้ รับค่าจ้าง ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่าย เสนอตัดส่วนที่หน่วยงานเขียนเพิ่ม “ที่ปรึกษาต้องจัดทำการนั้น ๆ ให้โดยไม่ คิดเอาค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือ ค่าตอบแทนเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น” ออก 7.2 ผู้ให้บริการจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่ เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง ซึ่งรวมทั้งความ เสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรง และโดยส่วน ที่เกี่ยวเนื่องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น จากงานตามสัญญานี้ด้วย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้ตัดข้อความ “และโดยส่วนที่เกี่ยวเนื่อง กับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลงานตาม สัญญานี้ด้วย” ออก 7.3 ๔.๕ ระหว่างดำเนินการออกแบบตาม สัญญาภาค ก. ผู้ว่าจ้างอาจขอให้ผู้ ให้บริการเปลี่ยนแปลงแก้ไข รายละเอียดเล็กน้อยในส่วนที่ไม่ กระทบต่อโครงสร้างสำคัญ และ เป็นไปตามมาตรฐานงานก่อสร้างที่ ผู้ให้บริการได้ส่งมอบตามงวดงานใน สัญญาแล้ว โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้ตัดข้อความ “โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม อีก” ออก 7.4 ๔.๗ กรณีที่ผู้ให้บริการทำงานไม่แล้ว เสร็จตามเวลาที่กำหนดในข้อ ๑ ผู้ให้บริการจะต้องเสียค่าปรับให้แก่ ผู้ว่าจ้างเป็นรายวัน ในอัตรา ร้อยละ .................(.............) ของ วงเงินค่าจ้างตามข้อ ๓ นับถัดจากวัน ครบกำหนดในข้อ ๑ จนถึงวันที่ผู้ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เสนอให้ตัดข้อ 4.7


46 ลำดับ ประเด็น ปัญหาสัญญาการก่อสร้าง และการควบคุมงานก่อสร้าง เหตุผลในการแก้ไข ข้อเสนอในการแก้ไข ให้บริการปฏิบัติตามสัญญาถูกต้อง ครบถ้วน 7.5 ๗.๘ ในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้น แก่งานตามสัญญาจ้างก่อสร้าง อัน เนื่องมาจากการกระทำของผู้บริการ ไม่ว่าโดยการละเลยต่อหน้าที่ หรือมิได้ ใช้ความรู้ที่เหมาะสมกับการควบคุม งานหรือวิชาชีพ หรือมิได้ควบคุม ตรวจสอบให้ผู้รับจ้างดำเนินการ ดังกล่าวก็ตาม ผู้ให้บริการต้องรีบหา ทางแก้ไขให้เรียบร้อยด้วยค่าใช้จ่าย ของผู้ให้บริการเอง และถ้าผู้ให้บริการ หลีกเลี่ยงหรือบิดพลิ้วไม่แก้ไขให้เป็น ที่เรียบร้อยในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิว่าจ้างผู้อื่นดำเนินการ แทน โดยผู้ให้บริการจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายเต็มจำนวนทั้งในส่วน ที่เกิดขึ้นโดยตรง และในส่วน ที่เกี่ยวเนื่องอันเกิดจากความเสียหาย ดังกล่าวนั้นด้วย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตัดข้อความ “และในส่วนที่เกี่ยวเนื่อง อันเกิดจากความเสียหายดังกล่าวนั้นด้วย” ออก 7.6 การเลือกใช้สัญญาจ้างที่ปรึกษามาใช้ กับงานจ้างควบคุมงานก่อสร้าง เช่น - การต่อขยายสัญญาให้กับผู้รับจ้าง เนื่องจากงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ตามแผน - ผู้ให้บริการจะไม่ได้รับเงินเพิ่มจาก การทำงานเพิ่มในระยะเวลาการ ก่อสร้างที่ขยายเพิ่มขึ้น ไม่ควรนำมาใช้กับสัญญางานควบคุม งานก่อสร้าง - ควรใช้สัญญาจ้างให้สอดคล้องกับ ประเภทของงาน - ต้องมีสัญญาเฉพาะแต่ละประเภทของ งาน เช่น สัญญาจ้างออกแบบและ สัญญาจ้างงานควบคุมงานก่อสร้าง 7.7 การเบิกจ่ายเงินผู้ควบคุมงานก่อสร้าง นั้น ไม่ได้ไปผูกกับความก้าวหน้างาน ของผู้รับจ้าง คณะรัฐมนตรีได้มีมติยกเลิกการผูก การจ่ายเงินค่าจ้างผู้ควบคุมงาน ก่อสร้างกับเปอร์เซ็นต์ความก้าวหน้า ผลงานของผู้รับจ้างก่อสร้างแล้ว เสนอกรมบัญชีกลางได้โปรดแจ้งให้ หน่วยงานต่าง ๆ ได้ถือปฏิบัติอย่าง เคร่งครัดต่อไป 7.8 เจ้าของงานขยายระยะเวลาก่อสร้าง แต่ไม่มีค่าควบคุมงานเพิ่ม โดยความ ล่าช้ามิได้เกิดจากความผิดหรือ บกพร่องของผู้ให้บริการ เป็นการเพิ่มการค่าใช้จ่ายแก่ผู้ให้ บริการ โดยไม่เป็นธรรม ตั้งหน่วยงานกลาง เช่น กรมบัญชีกลาง เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์และดำเนินงานให้ ความเป็นธรรมแก่คู่สัญญา


Click to View FlipBook Version