นิทานทั้งที
ก็ไป
จักรวาล
คู่ขนาน
ซะแล้ว!
[อารัมภบท]
กาลครั้งหนึ่งในจักรวาลอันไกลแสนไกลที่มีความเป็นไปได้นับล้าน
แม้กระทั้งอากาศยังมีรสชาติเหมือนสายไหมไม่มีใครอาจรู้ได้. . .
- chapter 1 -
ชายตัดไม้ กับ เทพารักษ์
เทพธิดา
กาลครั้งหนึ่ง ณ ป่าลึกแห่งหนึ่ง เวลาเที่ยงวัน
ได้มีชายคนหนึ่งได้เข้าไปตัดไม้ และในระหว่างนั้นก็ได้
พลาดทำขวานหลุดมือหายไป..
ทันใดนั้นเทพธิดาก็ได้ปรากฎตัวขึ้น และถามชายตัดไม้ว่า
"นี่ใช่ขวานของเจ้าหรือไม่"
( ชายตัดไม้ก็มองไปที่ขวานที่เทพธิดานำขึ้นมาและพบว่า
เป็นขวานทองคำที่งดงามอย่างมาก )
"การปรากฎตัวของเทพธิดาที่นำขวานทองคำขึ้นมานั้น
เพื่อที่จะทดสอบความซื่อสัตย์ของของข้าเป็นแน่ เพราะ
เมื่อข้าทำขวานหายนางจึงปรากฎตัวขึ้น ต่อไปเทพธิดาก็
คงจะนำขวานเงินขึ้นมาและต่อด้วยขวานของข้า
ถ้าข้ายังยอมตอบคำถามไปเรื่อยๆ
ข้าคงไม่ได้ตัดต้นไม้กลับไปสักต้นแล้วกระมัง"
ชายตัดไม้พิจารณา นึกคิดในใจ
เขาครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่งแล้วจึงตอบว่า
"ข้าเคยได้ยินเรื่องเล่านี้มาแล้ว และข้าไม่สนใจบททดสอบ
ของเจ้า รีบๆคืนขวานของข้ากลับมาได้แล้ว"
เทพธิดาประหลาดใจกับคำตอบของชายตัดไม้ เพราะ
ไม่เคยมีผู้ใดเมินเฉยต่อบททดสอบของนางมาก่อน
นางจึงคืนขวานเหล็กเล่มเก่าให้กับชายตัดไม้
แล้วจึงขอให้ชายตัดไม้รับตนเป็นภรรยา
ชายตัดไม้ไม่อาจเชื่อคำพูดนั้นได้จึงถามถึงเหตุผล
"่ท่านนั้นมีปัญญาเหนือผู้ใดที่ข้าได้พบเจอ และท่าน
ทำให้ข้าเห็นว่าสิ่งที่ข้าทำอยู่นั้นเป็นได้เพียงแค่ละครลิง"
เทพธิดาตอบ
ชายตัดไม้จึงได้ตอบตกลง แล้วทันใดนั้นเองเทพธิดาก็ได้
แปลงโฉมเผยให้เห็นรูปลักษณ์แท้จริงที่แสนงดงาม
"ริมฝีปากสีแดงดั่งกุหลาบ
นัยน์ตาเป็นประกายดั่งไพลินสีฟ้า
เส้นผมสีโอ๊กยาวสลวยมัดไว้ด้วย
เครื่องประดับหรูหรา ช่างงดงามอะไรเช่นนี้"
ชายตัดไม้พึมพัมโดยไม่รู้ตัว
ทั้งสองจึงได้ตกลงปลงใจเป็นสามีภรรยากัน
และไม่นานก็ได้ให้กำเนิดบุตรด้วยกัน 1 คน
- chapter 2 -
กล่องข้าวน้อย...แสนงดงาม...
เวลาก็ได้ล่วงเลยมาหลายปี จนกระทั่ง
วันหนึ่งในฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูกาลแห่งการทำนา
ชายหนุ่มผู้ที่เป็นลูกของชายตัดไม้และนางเทพธิดา
ก็ได้ตั้งใจทำนาอย่างหนัก
จากเช้ามืดจนเวลาผ่านมาถึงเที่ยงวัน
เขารู้สึกเหนื่อยล้าและหิวเป็นอย่างมาก แต่เพราะทุกครั้ง
ผู้เป็นแม่จะนำข้าวมาส่งให้เวลาเที่ยงวัน
เขาจึงหยุดพักและไปนั่งรอผู้เป็นแม่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้นา
เวลาล่วงเลยผ่านไปแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะได้กินข้าว
ชายหนุ่มเริ่มอ่อนเพลียและหิวมากขึ้น
โทสะของเขาก็เริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจเช่นกัน
ทันใดนั้นเองผู้เป็นแม่ก็ปรากฎตัวขึ้น
ภายในมือของเธอถือกล่องข้าวน้อย
ชายหนุ่มเมื่อได้เห็นกล่องข้าวที่มีขนาดเล็กเกินไป
โทสะทั้งหมดจึงปะทุออกมา ชายหนุ่มคว้าเอากล้องข้าว
ภายในมือของผู้เป็นแม่หวังจะบรรดาลโทสะทั้งหมด
ใส่ผู้เป็นแม่ที่ยังยืนนิ่งอยู่ด้วยความสงบ
"แม่รู้ว่าลูกหิวแต่ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ลูก แม่ขอโทษนะที่
วันนี้แม่มาช้า" ผู้เป็นแม่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ชายหนุ่มหยุดชะงัก เขารู้สึกตัวและตระหนักถึงความจริง
ที่ว่าผู้เป็นแม่นั้นสูญเสียความสามารถในการมองเห็นไป
จึงไม่อาจรู้ได้ว่าเขาเกือบจะคร่าชีวิต
ของเธอด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ
"โทสะของเราก่อตัวขึ้นเพราะความหิวและความเหนื่อยแต่
ที่มันยิ่งปะทุขึ้นจนทำให้เราทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังเพียง
เพราะผู้เป็นแม่นำข้าวกล่องขนาดไม่น่าอิ่มท้องมาส่งให้ช้า
กว่าเวลาปกติซึ่งตอนนี้ก็ล้วงเลยเวลาเที่ยงวันมานานแล้ว"
ชายหนุ่มหยุดคิดพิจารณาตัวเอง
"แม่เคยเป็นผู้หญิงที่งดงาม ท่านใจดีและไม่ว่าเมื่อใดท่าน
จะยิ้มอยู่เสมอ แต่เพราะเรามัวแต่ทำงานไม่เคยสนใจดูแล
ท่าน ให้หญิงชราที่พิการทางสายตาต้องมาเดินตากลม
ตากฝนจากหมู่บ้านเพื่อนำข้าวมาส่งให้ทุกวัน"
ชายหนุ่มพึมพำในใจ
"ผมขอโทษครับ แม่ครับ...มากินข้าวด้วยกันเถอะครับ"
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา
และทั้งสองก็นั่งกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุข
- chapter 3 -
เด็กเลี้ยงแกะ
"ช่วยด้วย..ช่วยด้วยครับ-! พวกหมาป่ามันกำลัง
จับแกะของผมกิน!"
เสียงเด็กหนุ่มร้องขอความช่วยเหลือ
ในขณะที่ชายหนุ่มและแม่ของเขากำลังเดินทางกลับบ้าน
เมื่อชาวบ้านได้ยินจึงรับแห่ไปที่เนินเขาที่เด็กหนุ่มบอก
แต่เมื่อไปถึงก็พบเพียงเด็กหนุ่มที่ลงไปนอนขำกลิ้งบนพื้น
ด้วยความสนุกสนาน
"การป่าวประกาศไปทั่วว่าเกิดเรื่องร้ายกับตนเพียงเพื่อ
ความบันเทิงโดยกุเรื่องว่ามีหมาป่ากำลังมาจับแกะของตน
กินตอนกลางวันแสกๆ ทำให้ทุกคนเป็นห่วงถึงจะเชื่อได้
ยากแต่ชาวบ้านทุกคนก็ร่วมใจกันสละเวลาของตนรีบมา
ช่วยเจ้า"
"เจ้าหนู..ถ้าครั้งหน้ามีหมาป่ามาจับแกะเจ้ากินจริงๆ เวลาที่
เจ้าร้องขอความช่วยเหลือ จะมีเพียงสักกี่คนกันเชียวที่จะ
เชื่อคำพูดของเจ้า"
ผู้ใหญ่บ้านพูดทิ้งท้าย
หลังจากนั้น ชาวบ้านก็ต่างพากันว่ากล่าวตักเตือน
เด็กเลี้ยงแกะให้ไม่ทำแบบนี้อีก ทำให้เด็กเลี้ยงแกะได้
สำนึกกับสิ่งที่ตนทำและหงอยไป หลังจากนั้นชาวบ้าน
ก็ต่างพากันแยกย้ายกลับบ้านของตนเอง
คราวหลังอย่าทำ
แบบนี้อีกนะ
เจ้าหนู
- chapter 4 -
กระต่ายตื่นตูม
ในระหว่างที่ชาวบ้านพากันกลับบ้านนั้น ก็ได้เกิดพายุฝนฟ้า
คะนองอย่างหนัก ถึงขึ้นลูกมะพร้าวที่อยู่บนต้น
หล่นลงกระทบพื้นดินอย่างแรง
จนทำให้กระต่ายที่นอนพักผ่อนอยู่ใต้ต้นมะพร้าวนั้น
ถึงกับสะดุ้งตื่นและคิดว่าโลกกำลังจะแตก
กระต่ายสติแตก จึงได้วิ่งไปป่าวประกาศให้สัตว์อื่นๆ
ทราบไปทั่วว่า “พวกมันมาแล้ว..โลกจะแตก–พวกมันจะ
ทำให้โลกแตก”