The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Charanya Moungjan, 2020-04-23 06:12:50

ผลงานวิชาการ

การพัฒนาผู้ประกอบการชุมชนในการยกระดบั
หม่บู า้ นอตุ สาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจ

อย่างยัง่ ยนื (Creative Industry Village : CIV)

นกั ศึกษา กลุ่มที่ 8

เอกสารวิชาการกลุ่มนเ้ี ป็นสว่ นหนง่ึ ของการศึกษา
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รชัน้ สูง

การบรหิ ารเศรษฐกจิ สาธารณะสาหรบั นักบรหิ ารระดับสงู รุน่ ที่ 18
สถาบันพระปกเกลา้
พ.ศ. 2563

ลขิ สิทธิ์สถาบนั พระปกเกล้า

การพฒั นาผู้ประกอบการชุมชนในการยกระดบั หมบู่ า้ นอุตสาหกรรมสรา้ งสรรค์
สูก่ ารพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยง่ั ยนื (Creative Industry Village : CIV)

โดย

1. นางสาวณฏั ฐิญา เนตยสุภา เลขประจาตัว 621-103-023
2. นางสาวธีรณฏั ฐ์ โพธริ ักษานนท์ เลขประจาตวั 621-103-031
3. นางนวลจติ ต์ เรืองศรีใส เลขประจาตวั 621-103-035
4. นางสาวนิรดา วรี ะโสภณ เลขประจาตวั 621-103-036
5. นายประพนั ไพรองั กูร เลขประจาตวั 621-103-039
6. นางภาวนา เจรญิ ชังมงคล เลขประจาตวั 621-103-054
7. นางรสยา เธียรวรรณ เลขประจาตวั 621-103-063
8. นางรัตตยิ า สวัสดี เลขประจาตวั 621-103-067
9. นางวรรณดี นาคสขุ ปาน เลขประจาตวั 621-103-070
10. นางวรรณปรียา โลหะวฒั นะกุล เลขประจาตัว 621-103-071



บทคัดย่อ

ชือ่ ผ้จู ดั ทำ : นักศึกษาสถาบนั พระปกเกล้า หลักสตู รประกาศนยี บตั รชนั้ สงู การบริหารเศรษฐกิจ
สาธารณะสาหรบั นกั บริหารระดบั สงู รุ่นท่ี 18 กลุ่มท่ี 8

ชื่อหัวข้อเอกสำร : การพฒั นาผู้ประกอบการชมุ ชนในการยกระดบั หมู่บ้านอตุ สาหกรรมสรา้ งสรรค์
สู่การพฒั นาเศรษฐกิจอยา่ งยงั่ ยนื (Creative Industry Village : CIV)

อำจำรย์ท่ปี รกึ ษำ :รศ.ดร.ชมพนู ุท โกสลากร เพิ่มพนู วิวฒั น์

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยใช้ทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การพัฒนา
ประเทศอย่างย่ังยืน เพราะประเทศไทยมีทรัพย์สินทางปัญญาท่ีส่ังสมและสืบทอดมายาวนาน เพื่อสร้าง
มูลค่าเพ่ิมให้กับผลิตภัณฑ์และบริการตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ภายใต้กรอบการปรับโครงสร้าง
อุตสาหกรรมของประเทศ ตลอดจนบูรณาการงานพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับนโยบาย
พฒั นาและสง่ เสริมการท่องเท่ยี ว กลุม่ ท่ี 8 จึงเสนอแนวทางการสร้างสรรค์อตุ สาหกรรมเชงิ วัฒนธรรม เพอ่ื
ยกระดับการพัฒนาให้เกิดทางขนาน 3 ด้านแบบบูรณาการ คือ ผู้ประกอบการ สินค้าและบริการ และ
ระบบ โดยมีเป้าหมาย คือ สร้างการท่องเที่ยววิถีชุมชนที่ยั่งยืน มีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการผลิต
สินค้าและบริการท่ีดึงดูดความสนใจจากนักท่องเท่ียวที่เข้ามาเที่ยวในบ้านมากกว่าการออกไปขายสินค้า
นอกบ้าน ผลิตสินค้าและบริการท่ีเชอื่ มโยงทุนวฒั นธรรม ภูมิปัญญาพื้นบ้าน และพัฒนาระบบการบริหาร
จัดการด้านการท่องเที่ยวท่ีขับเคลื่อนด้วยเสน่ห์ชุมชน ซ่ึงเป็นเป้าหมายหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้าง หรือ
Creative Industry Village (CIV)

CIV มีการต่อยอดมาอย่างต่อเนื่อง ในปีน้ีกลุ่มที่ 8 ร่วมกันดาเนินกิจกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ของชุมชนบ้านศาลาดิน ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ให้ก้าวขึ้นมาเป็นหน่ึงในหมู่บ้าน
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างย่ังยืน รายงานฉบับน้ีจึงเป็นผลผลิตส่วนหนึ่งของการดาเนินกิจกรรมท่ีเน้น
การเพ่ิมขีดความสามารถในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จากองค์ความรู้ท้ังหมดที่ประกอบด้วยการ
สร้างอัตลักษณ์ชุมชน การพัฒนาสินค้าของท่ีระลึกเพ่ือการท่องเท่ียว การหนุนเสริมเคร่ืองมือทาง
การตลาด และการเติมองคค์ วามรูแ้ ขนงตา่ งๆ เพ่อื นาไปสกู่ ารพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ชุมชน
บ้านศาลาดนิ

องค์ความรู้ที่เติมเต็มให้กับหมู่บ้าน CIV กลุ่มที่ 8 ได้น้อมนาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการ
ดาเนินงาน คือ ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม กล่าวคือ ใช้เทคโนโลยีท่ีมีราคาไม่แพง แต่ถูกหลักวิชาการ การมี
ขนาดการผลิตที่เหมาะสม สอดคล้องกับความสามารถในการบริหารจัดการ การไม่โลภและไม่เน้นกาไร



ระยะส้ัน เน้นความซ่ือสัตย์สุจริตในการประกอบการ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค เน้นการกระจายความ
เสี่ยงด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ท่ีหลากหลาย เน้นการบริหารความเส่ียงต่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ก่อหนี้จน
เกนิ ขดี ความสามารถในการจัดการ ตลอดจนการใช้เสนห่ ใ์ นท้องถิน่ ในการขบั เคล่อื น

ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้วิสาหกิจชุมชนสามารถพัฒนาธุรกิจการท่องเท่ียวคู่ขนานกับการพัฒนา
ชุมชนเขม้ แขง็ ได้อยา่ งม่ันคงในระยะยาว หมู่บา้ น CIV จงึ มใิ ช่เนน้ เพยี งการพฒั นาสินคา้ หรือบรกิ ารท่ีใช้ทุน
วัฒนธรรมเป็นแนวทางขับเคล่ือน แต่ยังมีเป้าหมายเพ่ือสร้าง “รากฐาน” ของชุมชนให้สามารถสร้าง
“รายได้ใหม่” ให้ตกอยู่ในชุมชน ส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นใหม่มีอาชีพ ลดการท้ิงฐานบ้านเกิดออกไปหางาน
ทาที่อ่ืน การใช้ทุนวัฒนธรรมเป็นแนวทางในการออกแบบสินค้าและบริการ จึงเท่ากับว่าชุมชนเป็นผู้ส่ง
มอบคุณค่าวัฒนธรรมให้กับผู้มาเยือน รวมท้ังยังทาหน้าที่สืบสานมรดกวัฒนธรรมของแผ่นดินไปด้วยอีก
ทางหน่ึง

The effort is drive forward Thailand’s economy through reliance on the “cultural
capital” and “local wisdom” is one of the policies to develop the country in a sustainable
way. This is because Thailand possesses intellectual properties that have accumulated
and passed down from one generation to the next since antiquity.

This strategy aims to create added-value for products and services under the
Thailand 4.0 Master Plan by utilizing the existing framework by adjusting the industrial
infrastructure of the country. Furthermore, it will integrate with the development of
products and services that coincide with the current development policies and promotion
of tourism.

Therefore, Group 8 has initiated the project to creatively and industrial approach
towards culture in an attempt to elevate development that creates three parallel avenues
of expansion. They are the Business Operators, Products/Services and the overall System.
The main objective is to create sustainable community-based tourism. In order to cultivate
business operators who possess the capacity to create products and services that attract
the attention and interests of tourists who visit Thailand. This is considerably more than
merely selling products. It is the production of products / services that link with the existing
cultural capital and local or folk wisdom of the community. Furthermore, it develops the
overall System and the management of tourism can be driven by the various “charms”



of the community. This is the main objective of the “Creative Industry Village (CIV)
Project”.

The CIV project has enjoyed continue progress. For this year, Group 8 has jointly
carried out various activities to development products made by various villages, under the
Creative Industry Village campaign in Nakhon Pathom province. This is to develop the
capacity of the community in the Sala Din village of Tambol Maha Sawat, Phuttamonthon
district in Nakhon Patom province. This report is the one of the product of this campaign
that emphasized on tourism for focus on local folk wisdom that is a combination of various
works, such as the creation of a unique identity for the community, the development of
products and souvenirs relating to tourism, providing of marketing tools and skills trainings
of various other competence and knowledge. In conclusion, the campaign aims to become
a beacon in leading the way towards a concrete strategic plan to develop the village to
emerge as the Creative Industrial village of the Sala Din community.

Group 8 intends to introduce ideas and knowledge complements a “CIV village”
and reflects the ideals of the Sufficiency Economy theory of His Majesty King Bhumibol
Adulyadej with practical value in real life. For the “CIV village” to adopt and adapt the
Sufficiency Economy theory in practical terms, there are 7 basic points to observe, as
follows: 1) Applying suitable technology, which is inexpensive and have practical value. 2)
Possess an appropriate manufacturing size that is proportionate to the ability to
management and administrate. 3) To not be greedy and focus on only short-term profits.
4) Emphasize on operational honesty and transparency. 5) Diversify risks through a variety
of products and ability to quickly adapt and change products. 6) Downside risk
management that will not generate debts and enhances ability to be competent in
management. 7) Emphasize on the “charms” of the local area and community as the
main selling point

These factors will assist local business operators of the community enterprises
to be able to develop their tourism business in parallel with the development of their
community and grow to become strong with stability and for the long term.



Therefore, the CIV village is not a program that focuses only on the development
of the products or services of the community by utilizing their local cultures and customs
as the driving factor, but also possesses the objective in building a strong foundation for
the community. This will help the community develop and generate a “new source of
revenue” that will truly benefit the community itself. It will also promote the youth and
new generations of the community to have new professions and reduce the abandoning
of their birthplace and community to seek work elsewhere.

In harnessing the power of the cultural capital, it is a new way in designing
products and services. It enables the communities to become ambassadors in showcasing
their cultures and traditions to foreign visitors. Additionally, it also acts as the modulator
or the community to maintain and pass on their cultural heritage from their ancestors to
their descendants. It also empowers the community to act as “proud and benevolent
host” in welcoming foreign guests to their homeland.



กติ ตกิ รรมประกาศ

รายงานวิชาการนี้สาเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาจาก รศ.ดร.ชมพูนุท โกสลากร เพิ่มพูนวิวัฒน์
ที่ได้ให้ข้อเสนอแนะ แนวคิด ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ มาโดยตลอด จนรายงานวิชาการเล่มนี้
เสร็จสมบรู ณ์ คณะผจู้ ดั ทารายงานจงึ ขอขอบพระคุณเปน็ อยา่ งสูง

ขอขอบพระคุณ ดร. ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสักฉัฐ ศิวะบวร ที่
ปรึกษาโครงการ CIV กรมสง่ เสรมิ อุตสาหกรรม ปี พ.ศ.2559 ดร.จักรพรรณ คงธนะ ทีป่ รึกษาโครงการCIV
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ปี พ.ศ.2562 ผู้มีบทบาทสาคัญในการกาหนดนโยบายและการดาเนินโครงการ
CIV: กรณีศึกษาบ้านศาลาดิน ที่ได้กรุณาให้คณะผู้จัดทารายงานได้สัมภาษณ์เชิงลึก และกรุณาให้ข้อมูล
และขอ้ เสนอแนะตา่ ง ๆ

สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณสมาชิกกลุ่ม 8 ทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ช่วยกันผ่าน
ปัญหาต่าง ๆ รวมทง้ั ให้ข้อเสนอแนะและคาแนะนา จนทาให้รายงานวิชาการนเี้ สร็จสมบูรณ์

คุณค่าทั้งหลายที่ได้รับจากรายงานวิชาการฉบับนี้ คณะผู้จัดทารายงานขอมอบเป็น
กตญั ญูกตเวที แด่บดิ ามารดาและบรู พาจารยท์ เี่ คยอบรมสง่ สอน รวมทั้งผ้มู ีพระคณุ ทุกท่าน

นกั ศึกษา กลมุ่ ที่ 8



สารบัญ

บทท่ี หนา้

บทคดั ย่อ ก
กติ ติกรรมประกาศ จ
สารบัญ ฉ
สารบัญตาราง ซ
สารบญั ภาพ ฌ
บทนา
บทที่ 1 1
1
1. ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา 2
1.1 ความเป็นมา 3
1.2 เหตุผลความจาเป็น 3
1.3 การตอบโจทยย์ ุทธศาสตร์ชาติ 4
1.4 ยุทธศาสตร์การพฒั นาอุตสาหกรรม ระยะ 20 ปี 5
6
2. วตั ถปุ ระสงค์การศึกษา 7
3. ขอบเขตการศึกษา
4. แนวทางและวธิ กี ารศึกษา 9
5. ประโยชนท์ ่คี าดวา่ จะได้รบั 9
บทที่ 2
1. วรรณกรรมทีเ่ กย่ี วข้อง 12
17
1.1 ยุทธศาตร์ชาติ 20 ปี ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ชาตดิ ้านการสร้า 25
ความสามารถในการแข่งขนั

1.2 หม่บู ้านอตุ สาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village: CIV)
2. การศึกษากรณีศึกษา: บ้านศาลาดนิ
3. ข้อมูลจากการสัมภาณเ์ ชิงลึกผมู้ ีบทบาทสาคญั ในการกาหนดนโยบาย

และการดาเนนิ โครงการCIV: กรณีศกึ ษาบา้ นศาลาดนิ



สารบญั (ตอ่ )

บทท่ี หนา้

3.1 ดร. ณฐั พล รังสติ พล อธบิ ดกี รมส่งเสรมิ อุตสาหกรรม 25
3.2 ดร. สกั กฉัฐ ศิวะบวร ทีป่ รึกษาโครงการ CIV กรมสง่ เสริมอตุ สาหกรรม 28

ปี พ.ศ.2559 30
3.3 ดร.จักรพรรณ คงธนะ ปรกึ ษาโครงการ CIV กรมส่งเสริมอตุ สาหกรรม
34
ปี พ.ศ.2562 51
บทท่ี 3
บทสรปุ และข้อเสนอแนะ 52
บรรณานุกรม 57
ภาคผนวก 58
ภาพกิจกรรมลงพน้ื ท่ี
แบบสัมภาษณเ์ ชิงโครงสร้าง
ประวตั ิผูศ้ กึ ษา

สารบัญตาราง ซ

ตารางท่ี 1 สรปุ ข้อมลู พ้นื ฐานระดบั หม่บู า้ น(กชช.2ค) ปี 2562 หน้า
21

สารบญั ภาพ ฌ

แผนภาพท่ี 1 กรอบแนวคดิ Double Diamonds หน้า
7

บทท่ี 1 บทนำ

1. ควำมเปน็ มำและควำมสำคัญของปัญหำ

1.1 ควำมเปน็ มำ

อุตสาหกรรมชุมชนของประเทศไทยมีทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาอันประกอบด้วย
ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ประจาท้องถ่ิน ซึ่งเป็นความได้เปรียบ
เชิงเปรียบเทียบของประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานาน กลุ่มที่ 8 หลักสูตรประกาศนียบัตรช้ันสูง
การบริหารเศรษฐกิจสาธารณะสาหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นท่ี 18 (ปศส.18) เล็งเห็นถึงความสาคัญใน
การส่งเสริมให้อุตสาหกรรมชุมชนมีความเข้มแข็งเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจฐานราก (Local
Economy) จึงได้จัดทาแนวทางการพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village:
CIV) เพ่ือสนับสนุนการท่องเที่ยวในจังหวัดนาร่องโดยเป็นการต่อยอดจากแนวคิดการพัฒนาจากหมู่บ้าน
อุตสาหกรรมเพ่ือการทอ่ งเที่ยวตามทกี่ ระทรวงอตุ สาหกรรมได้ดาเนินการมาต้ังแต่ปี 2540 ซงึ่ ไดม้ ีแผนการ
พัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างย่ังยืน โดยเน้นการสร้างมูลค่าเพ่ิมให้
ผลิตภัณฑ์และบริการชุมชนโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชุมชนมี
แนวทางและแผนในการพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชนเช่ือมโยงการท่องเท่ียว สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์ และเสริมสร้างศักยภาพในด้านการบริหารจัดการ และการเข้าถึงช่องทางการตลาดสมัยใหม่
ส่งผลให้ชุมชนมีส่วนร่วมเป็นผู้ผลักดันและยกระดับหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้วยตนเอง และ
สามารถสร้างรายได้ใหก้ บั ชุมชนอย่างยง่ั ยืนในระยะยาวตอ่ ไป

กลุ่มท่ี 8 ซ่ึงประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน การ
ท่องเท่ียว ภาคการผลิต การตลาด และภาคบริการ ครอบคลุมท้ังส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคในพ้ืนท่ี
เป้าหมาย จึงเห็นสมควรท่ีจะอาศัยช่องว่างทางการตลาดจากศักยภาพด้านอุตสาหกรรมท่องเท่ียวของ
ประเทศไทยที่จะสร้างโอกาสในการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน อย่างไรก็ดี เน่ืองจากจานวนกลุ่มลูกค้า
เป้าหมายในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวชุมชนที่เพิ่มข้ึนอย่างต่อเน่ืองทุกปี ประกอบ กับ
ข้อมูลท่ีมีการรวบรวมรายช่ือหมู่บ้านท่ีพร้อมจะพัฒนา หรือต่อยอดในการเป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรม
สรา้ งสรรคส์ ู่การพฒั นาเศรษฐกจิ อย่างย่งั ยนื (CIV) ใหก้ บั กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอตุ สาหกรรม
จึงได้นารายชื่อดังกล่าวหรือกลุ่มเป้าหมายอื่นที่เก่ียวข้องมาดาเนินการศึกษาวิเคราะห์ “กำรพัฒนำ
ผู้ประกอบกำรชุมชนในกำรยกระดบั หมู่บ้ำนอุตสำหกรรมสร้ำงสรรค์สู่กำรพัฒนำเศรษฐกิจอย่ำงยงั่ ยืน
(Creative Industry Village : CIV)” ทัง้ น้ี จากการคดั เลอื กรายชอ่ื กลุ่มเป้าหมายหมบู่ า้ นอุตสาหกรรม

2

สร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน กลุ่มที่ 8 ปศส.18 ได้เห็นพ้องตรงกันในการเสนอกรณีศึกษา
“บ้ำนศำลำดิน” ต.มหาสวัสด์ิ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซ่ึงมีประเด็นสาคัญที่สามารถนามาศึกษา
วิเคราะห์ กล่าวคือ บ้านศาลาดิน เปรียบเสมือนศูนย์กลางท่ีรวบรวมองค์ความรู้ภูมิปัญญาแบบพึ่งพา
ตนเองของชุมชน โดยมุ่งเน้นในเรื่องการสร้างรายได้ การแก้ไขปัญหา และการอนุรักษ์ธรรมชาติภายใน
ชุมชน เช่น การสาธิตการทาข้าวตัง การให้ความรู้ในการนาผักตบชวาท่ีก่อปัญหาแก่เส้นทางสัญจรมาทา
เปน็ ปุย๋ การใชว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพ่ือบรหิ ารจัดการน้าในชุมชน ซง่ึ ทง้ั หมดน้ีสามารถเป็นต้นแบบ
ให้ชมุ ชนอื่นมาศึกษาไดด้ ว้ ย

อย่างไรก็ดี กลุ่มที่ 8 จะได้วิเคราะห์แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรม
สร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน กรณีศึกษา “บ้านศาลาดิน” ท่ีเป็นการเตรียมความพร้อมให้
เศรษฐกิจฐานรากระดับชมุ ชนและอุตสาหกรรมชมุ ชนให้มีความได้เปรยี บเชิงแข่งขัน ในกลุ่มอุตสาหกรรม
ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการท่ีมีมูลค่าสูง ( Creative,
Culture & High Value Services) ตามยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาประเทศไทย 4.0 ต่อไป

1.2 เหตุผลควำมจำเป็น

สืบเน่ืองจากสถานการณ์ท่ีเปล่ียนแปลงในช่วงเวลากว่า 10 ปีท่ีผ่านมาน้ี ได้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และส่ิงแวดล้อมในระดับโลกท่ีส่งผลต่อประเทศไทยจานวนมาก อาทิ
ภาวะเศรษฐกิจถดถอย การแข่งขันทางการค้าท่ีมีความรุนแรงมากขึ้น ภัยก่อการร้าย ภาวะโลกร้อน
กระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยอี ยา่ งรวดเร็ว (Disruption) และการเข้าสยู่ ุคอุตสาหกรรม 4.0 (the
4th Industrial Revolution) ซ่ึงเป็นการผสมผสานของรูปแบบทางกายภาพ (Physical) รูปแบบทาง
ชีวภาพ (Biological) และรูปแบบทางดิจิทัล (Digital) ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีการดาเนินชีวิต รูปแบบการ
ดาเนนิ ธุรกิจ ดงั จะเหน็ ได้จากตวั ชว้ี ัดเศรษฐกิจอุตสาหกรรมทีเ่ ก่ียวขอ้ ง อาทิ อตั ราการเติบโตของผลิตภาพ
โดยรวม (TFP) ผลิตภัณฑ์มวลรวมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมใน
สาขาต่างๆ และความเข้มแข็งของสังคมผู้ประกอบการ ยังไม่อยู่ในระดับท่ีน่าพอใจนัก จึงเป็นเหตุผลให้
ต้องมีการเตรียมความพร้อมให้แก่หมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ : บ้านศาลาดิน เพ่ือให้เกิดการปรับตัว
ให้เข้าบรบิ ทปัจจุบันทั้งในมิติของรูปแบบการดาเนินชีวติ และธรุ กิจ รวมถึงเพอ่ื ต้ังรับกับการเปลีย่ นแปลงที่
จะเกดิ ขน้ึ ในอนาคตด้วย

3

1.3 กำรตอบโจทยย์ ุทธศำสตร์ชำติ

การพัฒนาประเทศไทยตามแนวคิดประเทศไทย 4.0 ที่ขับเคล่ือนด้วยความรู้และ
นวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน Sustainable Development Goals (SDGs)
จาเป็นต้องมีการปฏิรูปและปรับเปล่ียนอย่างเป็นระบบขนานใหญ่ เพ่ือให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจและ
สังคมของประเทศเหมาะสมกับภมู ิทัศน์ใหม่ของโลก จึงได้มีการจัดทายุทธศาสตรช์ าติเพื่อเป็นยุทธศาสตร์
การพัฒนาประเทศในระยะยาว ซ่ึงจะช่วยยกระดับคุณภาพประเทศและนาพาให้ประเทศให้หลุดพ้นจาก
สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงสามารถรับมือกับภัยคุกคามและบริหารจัดการกับความเส่ียงทีจ่ ะ
เกิดขึ้นในอนาคต โดยกาหนดวิสัยทัศน์ให้ “ประเทศไทยมีความม่ันคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนา
แล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และมียุทธศาสตร์ท่ีจะใช้เป็นกรอบแนว
ทางการพฒั นาในระยะ 20 ปีต่อจากนีไ้ ป ประกอบด้วย 6 ยทุ ธศาสตร์ ได้แก่

1) ยุทธศาสตรด์ ้านความมัน่ คง
2) ยุทธศาสตร์ดา้ นการสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขัน
3) ยทุ ธศาสตร์การพฒั นาและเสริมสร้างศกั ยภาพคน
4) ยุทธศาสตร์ดา้ นการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทยี มกันทางสงั คม
5) ยุทธศาสตร์ดา้ นการสร้างการเตบิ โตบนคุณภาพชวี ิตทเี่ ป็นมิตรกบั สิง่ แวดลอ้ ม
6) ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการปรับสมดุลและพฒั นาระบบการบรหิ ารจัดการภาครฐั
ในสว่ นของภาคอตุ สาหกรรมมีความเกยี่ วข้องและครอบคลุมแนวทางพฒั นาตามยทุ ธศาสตร์ท่ี
2 ยุทธศาสตร์ท่ี 5 และยุทธศาสตร์ที่ 6 โดยมีเป้าหมายสาคัญคือ การปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยท่ีขับเคล่ือน
ด้วยปัญญา การปฏิรูปนิเวศอุตสาหกรรม (ecosystem) ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญา และการเชื่อมโยง
อุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจโลก
1.4 ยทุ ธศำสตรก์ ำรพัฒนำอุตสำหกรรม ระยะ 20 ปี

กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทาแผนงานของกระทรวงในระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)
โดยยึดถือยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 12 เปา้ หมายการพฒั นาที่ยง่ั ยืน (SDGs) และประเด็นการปฏริ ูปประเทศท่ีเก่ยี วข้อง
โดยมีเปา้ หมายการดาเนนิ งานในแตล่ ะชว่ ง ดังนี้

4

2. วตั ถุประสงคก์ ำรศกึ ษำ
2.1 เพ่ือวิเคราะห์แนวทางการส่งเสริมผู้ประกอบการชุมชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และ

ศักยภาพด้านการบริหารจัดการชุมชนและการนาอัตลักษณ์ หรือจุดเด่นของชุมชนมาประยุกต์สร้าง
มูลคา่ เพม่ิ ให้แก่ผลติ ภัณฑ์และบริการชมุ ชนด้านตา่ งๆ

2.2 เพือ่ เสนอแนวทางการพัฒนาและยกระดบั หมู่บา้ นด้วยอตุ สาหกรรมสรา้ งสรรค์ วัฒนธรรม
และบริการที่มีมูลค่าสูง (Creative, Culture & High Value Services) และก้าวสู่การเป็นหมู่บ้าน
อุตสาหกรรมสรา้ งสรรค์สกู่ ารพฒั นาเศรษฐกิจอยา่ งยั่งยืน

5

2.3 เพื่อนาเสนอรูปแบบการส่งเสริมผู้ประกอบการชุมชนให้สามารถเข้าถึงช่องทางการตลาด
เพ่ือสามารถเผยแพร่วิถีชีวิต อัตลักษณ์ชุมชน การท่องเที่ยวของบ้านศาลาดิน ผ่านสื่อทั้ง Online และ
Offline ได้

3. ขอบเขตกำรศึกษำ

3.1 การศึกษา สารวจพ้ืนท่ี สังเคราะห์ และวิเคราะห์ข้อมูลพ้ืนฐานการพัฒนาผู้ประกอบการ
ชุมชนในการยกระดับหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ( Creative
Industry Village: CIV) กรณีศึกษาบ้านศาลาดนิ

3.2 จัดกิจกรรมสารวจข้อมูลและลงพื้นท่ีศึกษาดูงานชุมชนต้นแบบแบบบูรณาการ ในพ้ืนที่
ชุมชน “เกาะเกร็ด” ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อพิจารณาข้อมูลพ้ืนฐานและฉันทามติของ
ชุมชนในการเลอื กรปู แบบการพัฒนาท่เี หมาะสมตามบริบทและเปา้ หมายการพฒั นา

3.3 จัดทาข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการด้านการ
บริหารจัดการชุมชน หรือการเพ่ิมมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์/บริการชุมชน การนาแนวคิดอัตลักษณ์/จุดเด่น
ของชุมชนหรือผู้ประกอบการชุมชนมาจัดทาร่างข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนา รวมถึงแนวคิดการ
บรหิ ารจัดการหมู่บา้ น และการพัฒนาขยายเครอื ขา่ ยและบรหิ ารจัดการธรุ กิจชุมชนอย่างยง่ั ยนื

3.4 สร้างองค์ความรู้ความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ ร่วมถึงสร้างความสัมพันธ์และสร้าง
เครือข่ายการดาเนินงานรว่ มกันในอนาคต ระหว่างชุมชนหมู่บ้าน CIV และดาเนินกิจกรรมเช่ือมโยงชมุ ชน
เข้ากับการท่องเที่ยว โดยมีการเชื่อมโยงการท่องเท่ียวกับผู้สื่อข่าวสานักต่างๆ เพ่ือกระตุ้นตลาดในกลุ่ม
ชุมชนท่ีประสบความสาเร็จ เพ่ือขยายผลทางด้านการตลาด พร้อมกับดาเนินการลงสื่อในรูปแบบโซเซียล
มีเดีย ซ่ึงเป็นการเพ่ิม ศักยภาพให้กับผู้ประกอบการชุมชนในด้านการตลาดและการเข้าถึงช่องทาง
การตลาดสมัยใหม่ (Online และ Offline) เพ่ือสร้างการรับรู้เก่ียวกับหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่อ
กลุ่มลกู ค้าเป้าหมาย การสร้าง ความสมั พนั ธ์และแนวทางการเชือ่ มโยงเปน็ เครือขา่ ยรว่ มกันในอนาคต

6

4. แนวทำงและวิธีกำรศกึ ษำ

4.1 วิเคราะห์กิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบการชุมชนในการยกระดับหมู่บ้านอุตสาหกรรม
สร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างย่ังยืน ( Creative Industry Village: CIV) กรณีศึกษา
“บ้านศาลาดิน” ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซ่ึงอยู่ภายใต้โครงการยกระดับหมู่บ้าน
อุตสาหกรรมสรา้ งสรรค์สกู่ ารพฒั นาเศรษฐกิจอย่างย่ังยืน

4.2 นาเคร่ืองมือ/กลไกการจัดทานโยบายสาธารณะแบบเร่งรัด (Policy Accelerator) โดย
ดาเนินการตามกรอบแนวคิด Double Diamonds ประกอบด้วย การค้นหาปัญหาหรือเป้าหมาย
(Discover) การระบุประเด็นปัญหาหรือเป้าหมาย (Define) การพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาเพ่ือไปสู่
เป้าหมาย (Develop) และการส่งมอบแนวทางการแก้ปัญหา (Deliver) ทั้งนี้ โดยมีเครื่องมือในการ
ดาเนินงานในแต่ละขั้นตอน อาทิ การสัมภาษณ์เชิงลึก (Insights persona) กับตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียแต่
ละประเภท เช่น ผู้ประกอบการในชุมชน หน่วยงานนโยบายภาครัฐและหน่วยดาเนินงานภาครัฐท่ี
รับผิดชอบเก่ียวข้อง ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงปัญหา อุปสรรค ความท้าทาย และโอกาส และนามาสังเคราะห์
และวิเคราะห์และนาไปสู่แนวทางในการพัฒนาต้นแบบหรือข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาเพ่ือแก้ไข
ปญั หาหรือนาไปสู่เปา้ หมาย

7

ทีม่ า : Global Innovation Policy Accelerator Program, NESTA 201๘
แผนภำพที่ 1 กรอบแนวคดิ Double Diamonds
4.3 จัดทาข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อยกระดับหมู่บ้าน
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Creative Industry Village: CIV) กรณีศึกษา
“บ้านศาลาดิน” ให้ตรงกับแนวนโยบาย CIV และตรงกับบริบทความต้องการและความพร้อมของชุมชน
อาทิ ด้านการบริหารจัดการชุมชน การเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ การปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนา
บรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้า การยกระดับมาตรฐานสินค้า การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่จากวัตถุดิบใน
ชมุ ชน การบรกิ ารของชมุ ชน เป็นต้น
5. ประโยชน์ทคี่ ำดว่ำจะได้รบั
5.1 ผู้ประกอบการในชุมชนมีความตระหนักและมีความเข้าใจเก่ียวกับแนวทางการพัฒนา
ศักยภาพของตนเองเพื่อยกระดับหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (CIV)
เช่น อาจมีแนวคิดริเริ่มในการจัดทาแผนเพ่ือยกระดับหมู่บ้าน CIV “บ้านศาลาดิน” ท่ีสอดคล้องกับ
แนวนโยบายและการสนบั สนุนของรัฐ เป็นต้น

8

5.2 ผปู้ ระกอบการมแี นวคดิ และมีความสามารถในการพัฒนาศักยภาพของตวั เองได้ทงั้ ด้านบริ
หารจัดการชุมชน และการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ รวมถึงมีความแนวคิดและความสามารถในการ
ปรับตัวเพอ่ื รองรับบรบิ ททีเ่ ปลย่ี นแปลงตอ่ ไปได้

5.3 หน่วยงานภาครัฐท้ังหน่วยงานนโยบายและหน่วยดาเนินการท่ีมีหน้าที่สนับสนุนและ
เกี่ยวข้องโดยตรงได้รับข้อมูลท่ีอัพเดทและเข้าใจบริบทของผู้ประกอบการในชุมชน วิถีความเป็นอยู่ และ
การดาเนนิ อตุ สาหกรรมสร้างสรรค์ของหมู่บ้านศาลาดนิ มากขึ้น ซ่งึ สามารถนาไปพัฒนามาตรการและแนว
ทางการพฒั นาเพ่อื ยกระดับหม่บู ้านอุตสาหกรรมสรา้ งสรรคส์ ่กู ารพัฒนาเศรษฐกจิ อย่างยั่งยืน (CIV) ตอ่ ไป

บทท่ี 2

เอกสารและวรรณกรรมทเี่ กี่ยวขอ้ ง

1. วรรณกรรมทเี่ กย่ี วขอ้ ง
การศึกษาทฤษฎีและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องสาหรับเป็นแนวทางการวิเคราะห์เพื่อตอบ

วตั ถุประสงค์ ดงั นี้

1.1 ยทุ ธศาตรช์ าติ 20 ปี ประเดน็ ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้ นการสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขนั

ยุทธศาสตรช์ าติดา้ นการสรา้ งความสามารถในการแข่งขัน : กาหนดแนวทางการพัฒนาโดยให้
ความสาคัญกับการพัฒนากลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคตที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ทั้งในภาค
เกษตร อุตสาหกรรม และบริการและการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการผลิตทาง
การเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าให้สูงขึน้ ขณะที่มีอุตสาหกรรมและบริการแหง่ อนาคตที่จะเป็นกลไกขับเคลื่อน
สาคัญของประเทศด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต รวมทั้งรักษาการเป็นจดุ หมายปลายทางของ
การทอ่ งเท่ยี วระดับโลก ในขณะเดียวกันจาเปน็ ตอ้ งพฒั นาปัจจัย สนบั สนุนต่าง ๆ ทง้ั ในสว่ นของโครงสร้าง
พ้นื ฐานทางกายภาพในด้านโครงขา่ ยคมนาคม พ้นื ที่และเมอื ง รวมถงึ เทคโนโลยแี ละโครงสรา้ งพ้ืนฐานทาง
เศรษฐกิจ เพื่ออานวยความสะดวกและลดต้นทุนในการ เคลื่อนย้ายสินค้า บริการ เงินทุน บุคลากร และ
เช่ือมโยงประเทศไทยกับประชาคมโลก และรบั มอื กบั การเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต โดยกาหนดเป้าหมาย 1)
ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน 2) ประเทศไทยมี
ขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และกาหนดตัวชี้วัดไว้ว่า 1) รายได้ประชาชาติการขยายตัวของ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศและการกระจายรายได้ 2) ผลิตภาพการผลิตของประเทศ ทั้งในปัจจัย
การผลิตและแรงงาน 3) การลงทนุ เพ่อื การวิจัยและพัฒนา 4) ความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ

ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ที่สาคัญต่อการขับเคลื่อน
การสร้างนวัตกรรม ยกตวั อยา่ ง ดงั น้ี

ข้อ 4.3 สร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว โดยรักษาการเป็นจุดหมายปลายทางที่
สาคัญของการท่องเที่ยวระดับโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกระดับและเพิ่มสัดส่วนของนักท่องเที่ยวที่มี
คณุ ภาพสูง มุ่งพัฒนาธุรกิจด้านการท่องเท่ียวใหม้ ีมลู คา่ สงู เพ่ิมมากย่ิงขึ้นด้วยอัตลักษณ์และวัฒนธรรมไทย
และใชป้ ระโยชน์จากขอ้ มลู และภูมปิ ญั ญาท้องถ่ินเพื่อสร้างสรรค์คุณคา่ ทางเศรษฐกิจและความหลากหลาย
ของการท่องเที่ยวให้สอดรับกับทิศทางและแนวโน้มของตลาดยุคใหม่ โดยการสร้างและใช้ประโยชน์จาก
ขอ้ มูลขนาดใหญ่ รวมทั้งเทคโนโลยีและนวตั กรรมในการส่งเสรมิ การตลาด การดแู ล ความปลอดภัย

10

และอานวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมถึงคนพิการและผู้สูงอายุการใช้ประโยชน์จากการ
ท่องเที่ยวให้เอื้อต่อผลิตภัณฑ์ชุมชนและเศรษฐกิจต่อเนื่อง พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิมและสร้างแหล่ง
ท่องเที่ยวใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะโดยคานึงถึงศักยภาพของแต่ละพื้นที่ การส่งเสริมการท่องเที่ยวพานัก
ระยะยาว ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศ และทรัพยากรที่เอื้อต่อการเติบโต
ของการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเพื่อกระจายโอกาสในการสร้างรายได้ไปสู่ชุมชนและเมืองอย่างทั่วถึงและ
ยั่งยืน และพัฒนาการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไทยกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เพื่อการเป็นแม่เหล็กดงึ ดูด
นักท่องเท่ียวอย่างประทับใจตลอดการท่องเทยี่ วจนเกิดการท่องเที่ยวซ้าและแนะนาต่อ โดยมีรายละเอียด
ดังนี้

ข้อ 4.3.1 ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม : ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว
เชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ผ่านการสร้างและพัฒนาสินค้าและบริการด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ความคิด
สร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการพัฒนา
ธุรกิจการท่องเที่ยว การทาการตลาด และการบริหารจัดการสถานที่ที่มีความสาคัญทางประวัติศาสตร์วิถี
ชีวิตและวัฒนธรรมเพื่อให้การท่องเที่ยวไทยมีเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ มีการคุ้มครองและปกป้องด้าน
ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการป้องกันการลอกเลียนแบบ ซ่ึงรวมถึงการผลักดันให้เมืองประวัติศาสตร์
วัฒนธรรมและศิลปะ ได้รับการขึ้นทะเบียนดา้ นการอนุรักษ์ และส่งเสริมใหก้ ้าวสูเ่ มืองทีไ่ ด้รบั การยอมรับ
ในเวทีสากล การสร้างภาพลักษณ์และการจดั ทา แผนพัฒนาเมอื งและแหล่งท่องเทีย่ วทีโ่ ดดเด่น พร้อมทั้ง
การส่งเสริมการท่องเที่ยวตามฤดูกาลและตามศกั ยภาพของพื้นท่ีท้ังการท่องเท่ียววิถีชุมชน การท่องเที่ยว
เชิงเกษตร การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์รวมทั้ง การส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีพุทธ เพื่อให้ประเทศไทยเป็น
จดุ หมายปลายทางการทอ่ งเทยี่ ววถิ พี ทุ ธของโลก

ขอ้ 4.3.2 ท่องเทย่ี วเชงิ ธุรกจิ : สร้างแรงดงึ ดดู และสิ่งจูงใจให้ไทยเปน็ จดุ หมายปลายทาง
โดยส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการนานาชาติของโลก ใช้ประโยชน์จากการ
ได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์และความพร้อมด้านการบริการที่เป็นเอกลักษณ์ โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ระบบขนสง่ ระบบดจิ ิทัลเพ่ือการตดิ ต่อส่ือสาร เพือ่ อานวยความสะดวก
ทั้งในการเดิน พร้อมทั้งส่งเสริมการขยายพืน้ ที่จุดหมายปลายทางของการจัดประชุมและนิทรรศการ และ
การพักผ่อนระหว่างประชุมจากเมืองหลักสู่เมืองอื่นที่มีศักยภาพของไทยให้ รวมถึงสร้างพื้นที่หรือ
ช่องทางการจัดแสดงผลงานรูปแบบต่าง ๆ โดยเน้นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและส่งเสริมเศรษฐกิจ
ชุมชน ตลอดจนการสนับสนุนการท่องเที่ยวรูปแบบอ่ืนที่มีศกั ยภาพและเชือ่ มโยงเส้นทางการท่องเที่ยวใน
พื้นที่อื่น เพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกัน ซึ่งรวมถึง การสร้างความพร้อมของธุรกิจอื่นท่ี
เก่ยี วเนือ่ งในห่วงโซ่ธุรกิจ

11

ข้อ 4.3.3 ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย : เป็นการผสาน
“ศาสตร์” และ ความชานาญของการดูแลรักษาดว้ ยภูมิปญั ญาไทย กับ “ศิลป์” และความละเอียดอ่อนใน
การให้บริการ แบบไทย เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์โดยยกระดับมาตรฐานธุรกิจ
บริการด้านการ ส่งเสริมสุขภาพและการเสริมความงามสู่ตลาดระดับสูง โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และ
นวัตกรรมเพ่ือใหเ้ กดิ เป็นเอกลกั ษณ์การใหบ้ ริการตามแบบความเปน็ ไทยทโ่ี ดดเด่นในระดับสากล พร้อมท้ัง
การสร้างความหลากหลายของกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับและเชื่อมโยงกับ
กิจกรรม การท่องเที่ยวอื่น ๆ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานธุรกิจบริการด้านการแพทย์ทางเลือก โดย
ผสานองคค์ วามรู้จากเทคโนโลยีและวิทยาการสมัยใหมเ่ ข้ากบั องค์ความรแู้ ละภมู ปิ ัญญาดงั้ เดิมของไทย

ข้อ 4.4 พัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานผู้ประกอบการยุคใหม่ สร้างและพัฒนา
ผู้ประกอบการยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ กลาง เล็ก วิสาหกิจเริ่มต้น วิสาหกิจชุมชน
หรือวิสาหกิจ เพื่อสังคม รวมทั้งเกษตรกร ให้เป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ท่ีมที ักษะและจิตวญิ ญาณของการ
เป็นผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการแข่งขันและมีอัตลักษณ์ชัดเจนโดยมีนวัตกรรมใน 3 ด้าน คือ
นวัตกรรมในการสร้างโมเดลธุรกิจ นวัตกรรมในเชิงสินค้าและบริการ และนวัตกรรมในเชิงกระบวนการ
ผลิตและบริการ พร้อมทั้งเป็นนักการค้าที่เข้มแข็งที่จะนาไปสู่การสนับสนุนการเป็นชาติการค้า มี
ความสามารถในการเข้าถึง ตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นผู้ประกอบการที่ “ผลิตเก่ง ขายเก่ง” หรือ
“ซื้อเป็น ขายเป็น” บริการเป็น เลิศสามารถขยายการค้าและการลงทุนไปต่างประเทศรวมทั้งส่งเสริมให้
ผปู้ ระกอบการมธี รรมาภิบาล โดยมรี ายละเอียด ดังน้ี

ข้อ 4.4.1 สร้างผู้ประกอบการอัจฉริยะ สร้างและพัฒนาผู้ประกอบการที่มีความสามารถ
สรา้ งและใช้เทคโนโลยีและนวตั กรรมตลอดกระบวนการการผลิตและบริการ การจัดการ และการตลาดให้
สามารถบริหารจัดการธุรกิจและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส โดยการพัฒนาทักษะองค์
ความรู้รอบด้านที่จาเป็น การวิเคราะห์และใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อการวางแผนธุรกิจและสามารถ
บริหารจัดการความเสี่ยงทางธุรกิจได้ไป การวางรากฐานการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบให้กับ
เยาวชนรุ่นใหม่ให้มีทักษะและจิตวิญญาณในการประกอบการ การส่งเสริมผู้ประกอบการให้สร้างความ
แตกต่างของสินค้าและบริการและนาไปสู่การพัฒนาต่อยอดด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่กอ่ ให้เกิดการ
สร้างมูลค่าเพิ่มทางธรุ กิจหรืออุตสาหกรรมอนาคต ตลอดจนการผลิตที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม มีคุณภาพ
มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและสามารถเชื่อมโยงการผลิตกับผู้ประกอบการราย
ใหญ่โดยสร้างระบบและกลไกที่ทาให้เกิดความเชื่อมโยงของห่วงโซ่มูลค่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ
บริหารจัดการการผลิต การขนส่งและโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนและให้ผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างสม่าเสมอ

12

และส่งเสริมการรวมกลุ่มให้เกิดคลัสเตอร์ที่เข้มแข็งที่สามารถเกื้อหนุนและเชื่อมโยงกันทั้งในแนวตั้งและ
แนวนอนเพื่อเพิ่มอานาจการต่อรองในตลาดที่สูงขึ้นและลดต้นทุนการผลิตลง โดยการพัฒนาความ
เชยี่ วชาญเฉพาะดา้ นในกลมุ่ ของตน

1.2 หมู่บ้านอุตสาหกรรมสรา้ งสรรค์ (Creative Industry Village: CIV)
ประเทศไทยมีความได้เปรียบทางต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา มีทรัพยากรธรรมชาติ
และอตั ลักษณป์ ระจาท้องถ่ินทสี่ บื ทอดกันมายาวนาน กรมสง่ เสรมิ อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้
เลง็ เหน็ ความสาคัญในการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมชุมชนมีความเข้มแข็งโดยสรา้ งมลู ค่าเพ่ิมให้กบั เศรษฐกิจ
ฐานราก (Local Economy) โดยการขยายผลโครงการให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมเพื่อการท่องเที่ยวใน
ทุกจังหวัด และได้จักทาแผนการพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village:
CIV) ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์และบริการชุมชนโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชุมชนมีแนวทางและแผนในการพัฒนาอุตสาหกรรม ชุมชนเชื่อมโยงการท่องเที่ยว
สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ และเสริมสร้างศักยภาพในด้านการบริหารจัดการและการเข้าถึงช่องทาง
การตลาดสมัยใหม่ ส่งผลให้ชุมชนมีส่วนร่วมเป็นผู้ผลักดันและยกระดับหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
ดว้ ยตนเอง และสามารถสร้างรายไดใ้ ห้กับชมุ ชนอย่างยง่ั ยนื ในระยะยาวตอ่ ไป
สานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฯ ได้รวบรวมรายชื่อหมู่บ้านกว่า 215 ชุมชน ที่พร้อมจะ
พัฒนาหรือต่อยอดในการเป็นหมู่บ้าน CIV เป็นการเตรียมความพร้อมให้เศรษฐกิจฐานรากระดับชุมชน
และอตุ สาหกรรมชุมชนให้มคี วามได้เปรียบเชิงแข่งขันในกลุ่มอตุ สาหกรรมท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ซ่ึงจัดอยู่
ในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์วัฒนธรรมและบริการที่มีมูลค่าสูง (Creative, Culture & High Value
Services)
ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย 4.0
แนวคิดในการพัฒนาหมบู่ า้ น CIV ประกอบดว้ ย 3 เสาหลักในการพฒั นาอนั ไดแ้ ก่
1. C: Consensus ฉนั ทามติฉันทมตยิ อมรับซ่ึงกันและกนั มสี ว่ นรว่ มเข้าใจกนั
2. I: Identity อัตลกั ษณ์สินคา้ และบริการชุมชนมอี ตั ลักษณช์ ุมชน
3. V:Valuation สร้างมูลค่าเพิ่มสร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชนโดยที่ผ่านมาได้ดาเนินการไป
แล้ว 27 ชมุ ชน

13

1.3 แนวคดิ การสรา้ งมลู คา่ ใหแ้ กผ่ ลติ ภณั ฑช์ มุ ชน
7 GREENS Concept หรือ การท่องเที่ยวสีเขียว การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่มีแนวคิดหลักบน
พื้นฐานของ "การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" โดยสื่อสารผ่านแนวคิดสีเขียว 7 ประการ เพื่อการท่องเที่ยวท่ี
ยั่งยืน
การท่องเที่ยวสีเขียว เป็นอีกแนวทางหนึ่งสาหรับผู้ประกอบการในประเทศไทย ที่จะใช้ในการ
สร้างความแตกต่างให้กบั บริการของตนเอง เพื่อสร้างความสนใจ และความเช่ือมัน่ ในสายตาของผู้บรโิ ภค
โดยมีแนวคิดพื้นฐานที่เน้นความยั่งยืน เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว และประชาชนใน
ท้องถิ่น แตก่ ็สามารถรักษาสภาพแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ดารงอยู่ในสภาพ
เดิมมากที่สุด หรืออาจกล่าวได้ว่า การท่องเที่ยวสีเขียว คือ การท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคม สร้าง
คุณภาพชีวติ ทีด่ ีให้กบั ชุมชน ตระหนกั ตอ่ วฒั นธรรม และสร้างสรรค์ประสบการณ์ทีด่ แี ก่นักท่องเที่ยว

1.4 แนวคดิ การท่องเทยี่ วสีเขียว
การท่องเท่ยี วสีเขยี ว 7 ประการ ประกอบด้วย
1) หัวใจสเี ขียว : Green Heart

การมหี ัวใจทเ่ี คารพในวถิ ีแห่งธรรมชาตติ ระหนักและให้ความสาคัญกับการสร้างทัศนคติท่ีถูกต้อง
ต่อการท่องเทีย่ วทั้งระบบ ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อม และภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อนท่ีมีตอ่ การ
ท่องเที่ยว และที่สาคัญ คือ การลงมือปฏิบัติอย่างจริงจงั เพื่อป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ควบคู่
ไปกับการลดการปลอ่ ยกา๊ ชเรอื นกระจก ด้วยความรู้ ความเขา้ ใจ และวิธีการท่ถี ูกตอ้ งเหมาะสม

2) การเดนิ ทางสเี ขียว : Green Logistics
การเดินทางไปสจู่ ุดหมายปลายทาง โดยเลือกใชพ้ ลังงาน (พาหนะ) ทีเ่ ป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมเป็น
การให้ความสาคัญกับวิธีการเดินทาง และรูปแบบการให้บริการในระบบการคมนาคม หรือการขนส่ง
ทางการท่องเที่ยวจากแหล่งพานักอาศัยไปยังแหล่งท่องเที่ยว ที่นั้นการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงาน
ทดแทน ใช้พลังงานสะอาดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ใช้รถ หรือ
เรอื พลังงานแสงอาทิตย์ ใช้ระบบขนสง่ มวลชนอย่างคุ้มค่า ขจี่ ักรยานเพื่อชมทิวทัศน์รอบเมืองแทนการขับ
รถ ฯลฯ เป็นตน้
3) แหล่งท่องเทยี่ วสเี ขยี ว : Green Attraction :
การคงสภาพด้ังเดิมของแหล่งท่องเที่ยวไว้ ภายใตก้ ารจดั การท่ีมปี ระสิทธิภาพ แหลง่ ทอ่ งเท่ียว
ต้องมีการบริหารจัดการตามกรอบนโยบาย และการดาเนนิ งานในทศิ ทางของการท่องเที่ยวอยา่ งยั่งยนื
เปน็ การประสานการใช้ประโยชน์เพ่ือการท่องเที่ยวกบั สภาพตง้ั เดมิ ของแหล่งไว้ให้ได้อยา่ งลงตัว

14

4) ชมุ ชนสเี ขยี ว : Green Community
ชุมชนทอ่ งเทย่ี ว ต้องมคี วามร้คู วามเขา้ ใจท่จี ะบริหารจดั การการท่องเท่ยี วในทิศทางทีย่ ง่ั ยืน
สรา้ งสรรค์กจิ กรรมทน่ี น้ั การอนุรักษส์ ่ิงแวดลอ้ ม ท่สี าคัญต้องคงไว้ซง่ึ วฒั นธรรม และวถิ ีชวี ิตอัน
เป็นอัตลกั ษณ์ของชุมชน ส่งเสริมให้เกดิ ความภาคภมู ิในถีชีวติ และร้สู ึกเปน็ หนง่ึ เดยี วกบั ชุมชน
5) กจิ กรรมสเี ขยี ว : Green Activity
การเลือกสร้างสรรคก์ จิ กรรมการทอ่ งเทย่ี วท่เี ป็นมิตรกบั สิ่งแวดล้อม ใช้กจิ กรรมเป็นเครื่องมอื ใน
การรกั ษาทรัพยากรรรมชาติ ซึ่งสามารถทาได้เพ่ือความสนุกสนานเพลดิ เพลนิ ตราบเท่าที่ไม่ทาลาย
สงิ่ แวดล้อม เช่น ขี่จักรยาน ปืนเขา ดานา้ ปลกู ปา่ ฯลฯ
6) การบริการสเี ขยี ว : Green Service
การให้บริการของธุรกิจท่องเที่ยวทุกแขนง สามารถสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวได้ด้วย
มาตรฐานคุณภาพท่ีดี ท้งั การเลือกใชว้ ัตถุดบิ ทีเ่ ปน็ มติ รกับสิง่ แวดล้อม การใหค้ วามสาคัญกับการจัดระบบ
บาบัดของเสีย ขยะ สิ่งปฏิกูลที่เกิดจากนักท่องเที่ยวด้วย ตลอดจนการบริการเพื่อการท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้ง
โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และสปา หรือการบาบัดแนวแพทย์แผนไทย ฯลฯ ที่เน้นในเรื่องของความเป็น
ธรรมชาติ
7) ความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คมและสิง่ แวดล้อม : Green Plus
ความรับผดิ ชอบต่อสังคมและสิง่ แวดล้อม เป็นหน้าท่ีของท้ังนักท่องเท่ียว ชมุ ชนเจ้าของพ้ืนท่ีและ
เจ้าของกิจการ การออกแบบธุรกิจการท่องเที่ยว ควรมีกิจกรรม หรือการบริจาคให้คืนกลับแก่สังคมและ
โลก ด้วยความเต็มใจ และมุ่งหวังใหเ้ กิดการสรา้ งส่งิ แวดลอ้ มที่ดีอย่างยงั่ ยนื
นโยบาย 7 Greens หรือ ท่องเที่ยวสีเขียว 7 แบบนี้ ชุมชน/ผู้ประกอบการ สามารถใช้เป็น
เครื่องมือในการสร้างความต่าง และความน่าสนใจให้กับกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวของตนเองได้ และยัง
ไดช้ อ่ื ว่าเป็นผ้หู น่งึ ทไ่ี ดร้ ว่ มรกั ษาโลกสีเขยี วให้เป็นมรดกแลคนรุน่ หลงั สืบไป

1.5 การพฒั นาผลติ ภณั ฑช์ มุ ชน
ผลิตภัณฑช์ มุ ชน เปน็ หนึ่งในปัจจัยท่ีส่งเสริมใหเ้ กิดการเดินทางท่องเทีย่ ว เพ่ือได้มาเรียนรู้ทดลอง
และเลอื กซอ้ื เพือ่ เปน็ ของทีร่ ะลึก และใชส้ อยตามความตอ้ งการของบุคคล
แต่ละชุมชนต่างก็มีผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่แตกต่างกันไป บางชุมชนอาจมีผลิตภัณฑ์ประเภท
เดยี วกนั แตม่ ีรายละเอยี ดที่ไมเ่ หมอื นกนั ดงั นนั้ แต่ละชมุ ชนจึงจาเป็นตอ้ งมกี ารพฒั นาผลิตภณั ฑข์ องชุมชน
อยู่เสมอ ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างต่อเนื่องจึงเป็นเสมือนการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับ
ผลติ ภณั ฑ์ หรือสนิ คา้ ทางการท่องเทีย่ วของชมุ ชน

15

การพัฒนาผลติ ภณั ฑ์ของชุมชน จะประสบผลสาเร็จได้ ตอ้ งอาศยั หลักการกระตุน้ ให้เกิดกระบวน
การมีส่วนร่วมของชุมชนและใช้กลุ่มที่ประสบความสาเร็จเป็นตันแบบในการพัฒนา การหวังเพิ่มเพียง
เทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาอาจเป็นแค่การพัฒนาปลายทางเท่นั้น ซึ่งอาจไม่นาพาไปสู่การพัฒนาอย่าง
ยง่ั ยืนได้จริง

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิม่ ให้แก่สินค้าทางการทอ่ งเที่ยว จึงเป็นเสมือนการร่วมกัน
คิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าหรือบริการด้านการท่องเที่ยว โดยการผนึกกาลัง
ของชมุ ชน เพ่อื ให้สนิ ค้าทางการท่องเท่ียวหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชนเกิดความสนใจ มคี ุณค่าและประโยชน์
ทั้งทางใจ และเพื่อการใช้สอย จนนาไปสู่ความพึงพอใจ ความต้องการ และยินยอมที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อ
สินค้าและบรกิ ารนั้น

ผลติ ภัณฑช์ มุ ชนและบรกิ ารดา้ นการท่องเทยี่ ว
ผลติ ภัณฑ์ชุมชน หมายรวมถงึ สินคา้ และบรกิ ารทางการท่องเทยี่ วดว้ ย ไดแ้ ก่

- ส่ิงที่เปน็ วัตถุ เช่น งานหตั ถกรรม หรอื สนิ ค้าทางการเกษตร เปน็ ตนั
- การบริการ เช่น การให้บริการท่ีพกั แบบโฮมสเตย์ การบรกิ ารนวดสมนุ ไพร เป็นต้น
- กจิ กรรม เช่น สิง่ ที่ผู้ประกอบการจดั เตรียมสาหรบั ใหน้ กั ท่องเท่ยี วได้ใชบ้ ริการเพ่ือ
ความสนุกสนาน บันเทิง เพอ่ื การพักผอ่ น เช่น ปนื หนา้ ผา ตกปลา พายเรอื ดานา้
ล่องแก่ง เป็นตัน
- สถานที่หรอื แหลง่ ท่องเทยี่ ว เช่น หม่บู ้าน น้าตก สวนเกษตร เป็นตนั
1.6 แนวทางการพัฒนาผลิตภณั ฑช์ มุ ชน
แนวทางการพัฒนาผลิตภณั ฑ์ชมุ ชน เพ่ือเพมิ ลู ค่าใหแ้ ก่สนิ คา้ หรอื บริการดา้ นการท่องเทย่ี ว
อาจทาได้โดย

1) การพัฒนาคุณภาพของสินค้าหรือบริการ (Quality) เพราะคุณภาพของสินค้าและบริการเป็น
ปัจจยั สาคญั หน่ึงในการตัดสนิ ใจเลือกซอ้ื หรือใช้บริการดา้ นการท่องเทย่ี ว นกั ท่องเทีย่ วแต่ละกลุ่มมีอานาจ
ในการซือ้ สินคา้ ไมเ่ ท่ากนั ดงั นน้ั การพฒั นาผลติ ภัณฑช์ ุมชน จาเป็นตอ้ งคานงึ ถึงกลุม่ เป้าหมายท่ีมาซื้อหรือ
ใชบ้ ริการประกอบด้วย อย่างไรกต็ ามเม่อื สนิ คา้ และบริการมีคุณภาพสงู แลว้
ชุมชนสามารถกาหนดราคาท่แี ตกตา่ งจากที่อ่ืนๆ ได้

2) การบรกิ ารทีป่ ระทบั ใจ (Service) เปน็ เสมอื นกิจกรรมทางดา้ นการสง่ เสรมิ การขาย เพราะเปน็
สิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้รับเป็นพิเศษ และเป็นสิ่งที่สามารถจะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้

16

เป็นอย่างดี กล่าวคือ ถ้าบริการดี ทาให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ พึงพอใจ ก็จะสร้างความ
ประทับใจให้เกิดขึ้นไดท้ ันที

ตัวอย่างเช่น การที่นักท่องเที่ยวมาใช้บริการบ้านพักโฮมสเตย์ และได้ร่วมกิจกรรมปลูกตันไม้ใน
ชุมชน หลังจากนักท่องเที่ยวเดินทางกลับไปแลว้ เจ้าบ้านหรือชุมชนทาหน้าที่ดแู ลต้นไม้ที่นักท่องเที่ยวได้
ปลูกไว้เป็นอย่างดี มีการถ่ายรูปส่งให้นกั ท่องเที่ยวได้ดเู ปน็ ระยะ สิ่งเหล่านี้ลว้ นช่วยสรา้ งความประทับใจ
ใหแ้ กน่ กั ทอ่ งเทย่ี ว และทาใหน้ กั ทอ่ งเทยี่ วอยากกลบั มาเที่ยวซา้ อีก เป็นตน้

3) การสรา้ งความตา่ งใหก้ ับสนิ คา้ (Make The Difference) หลายชุมชน มีสนิ ค้าทเี่ ปน็ ผลิตภณั ฑ์
และการบริการที่คล้ายคลึงกัน การจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของตนเองได้ ผู้ประกอบการต้องสร้าง
ความต่างของสินค้าให้เกิดขึ้น เพอื่ ให้นกั ท่องเทีย่ วตดั สนิ ใจซือ้ ได้ง่ายข้นึ บนความต่างท่ีนาเสนอ
ดงั เชน่

- การสร้างความตา่ งบนแนวคดิ ใหม่ เพื่อเอาใจคนเฉพาะกลุม่ เชน่ การผลิตขนมหมอ้ แกง
สาหรับจาหนา่ ยให้กับนักท่องเทย่ี วหรอื บุคคลท่ัวไป กับขนมหมอ้ แกงที่ผลิตขนึ้ สาหรับคนเป็นเบาหวาน
เปน็ ต้น

- การสรา้ งความต่างดว้ ยต้นทนุ ที่ต่ากว่า เพื่อเพิม่ ยอดจาหน่าย และขยายกลมุ่ ผ้มู าใชบ้ ริการ
เช่น สนิ ค้าประเภทเดียวกันกบั ท่อี ืน่ แต่สามารถใช้วตั ถดุ บิ ท่หี าไดใ้ นชมุ ชน สามารถช่วยลดต้นทนุ ใน
การผลติ ทาใหร้ าคาจาหนา่ ยถูกลงกว่าทอ่ี ื่น เป็นตนั

- การสร้างความต่างดว้ ยหน้าท่ี หรือความสามารถของสนิ ค้า ท่จี ะสามารถเอื้อประโยชน์ได้
มากกว่ามปี ระสทิ ธภิ าพท่ดี กี ว่า เปน็ ต้น

- การสร้างความต่างที่วิธีการผลิต เช่น ใช้การผลิตแบบ hand made เป็นจุดขาย หรือกรรมวิธี
การผลติ แบบธรรมชาติ 100% หรอื ความเปน็ หน่ึงเดียว ชิน้ เดยี วในโลก เป็นต้น

- การสรา้ งความตา่ งด้วยบรรจภุ ณั ฑ์ เช่น สนิ ค้าชนดิ เดียวกัน มีการพฒั นารูปแบบบรรจภุ ัณฑ์
ใหม่ให้ดสู วยงาม แปลกตา ใชว้ ัสดุจากธรรมชาติ ก็จะทาให้สนิ คา้ มีความนา่ สนใจ นา่ ใชม้ ากขึ้น เปน็ ต้น

4) การใส่เรือ่ งราวไปในสินค้า (Story Telling)
สินค้าบางชนดิ ผู้ผลิตสามารถใส่เรือ่ งราวความเปน็ มาทนี่ ่าสนใจเกีย่ วกบั ตวั สินคา้ เขา้ ไปไว้ใน
ตวั สนิ ค้าด้วย เพื่อให้สินคา้ น้นั เลา่ เรอื่ งแทน สร้างความสนใจให้แกน่ ักท่องเที่ยวไดม้ ากเชน่ กัน เชน่
- การนาตานานผ้าซึ่งเป็นการสร้างเรื่องราวให้กับสินค้า ทาให้สินค้าน่าสนใจเพิ่มขึ้นมากและใช้
ดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อได้ เช่น การย้อม 60 แดดหรือการย้อม 300 จุ่ม ผ้าย้อมสีธรรมชาติ ผ้าหมัก
โคลน เป็นตน้

17

5) การใส่ใจเรอื่ งสขุ ภาพ (Health Care)
ปัจจุบันการท่องเท่ยี วที่เน้นการห่วงใยเรอ่ื งสขุ ภาพไดร้ บั ความนยิ มเพ่ิมมากขนึ้ นักท่องเทยี่ ว
ส่วนใหญ่หันมาสนใจเร่อื ง Health Tourism และยอมจา่ ยแพงกว่า เพื่อใหไ้ ดส้ ง่ิ ทดี่ กี วา่ เพ่ือสขุ ภาพซ่ึง
สว่ นใหญ่จะเป็นการท่องเทีย่ วเชิงสุขภาพประเภทการทานอาหารสุขภาพ การใชส้ ปาบาบดั การทา
สมาธิ เปน็ ต้น
6) การให้ความสาคัญกบั ส่ิงแวดล้อม (Save The World)
กระแสการท่องเทย่ี วในปจั จุบนั สนใจและใสใ่ จเร่อื งสง่ิ แวดลอ้ มมากขนึ้ ชุมชนท่องเทย่ี วหลาย
แห่งสรา้ งมลู คา่ เพม่ิ ในสินค้าและบริการดา้ นการท่องเท่ยี วโดยอาศัยแนวคิดการอนุรักษ์พลงั งาน การรักษา
สิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า และลดการเกิดขยะ เป็นต้น โดยการใช้วัสดุที่
เปน็ มิตรกับสงิ่ แวดล้อม ไม่กอ่ ใหเ้ กดิ ขยะ ท้ังยังสร้างอาชีพและรายได้ให้แกส่ มาชกิ ในชมุ ชนดว้ ย

2. การศกึ ษากรณีศกึ ษา: บา้ นศาลาดนิ
ประวตั ิความเปน็ มา
ชุมชนบ้านศาลาดิน ตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณคลองมหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม คลอง

สายประวัติศาสตร์เส้นสาคัญท่ีพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว รชั กาลที่ 4 ทรงโปรดเกลา้ ให้ขุดข้ึน
เมื่อปี พ.ศ.2400 เพื่อเชื่อมระหว่างแม่น้าเจ้าพระยากับแม่น้าท่าจีน ให้ใช้เป็นเส้นทางเสด็จพระราช
ดาเนินนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ แต่ต่อมาคลองนี้จึงได้ใช้เป็นคลองเพื่อเป็นเส้นทางการเดินเรือขนส่ง
สินค้าระหว่างแม่น้าเจ้าพระยากบั แม่น้าท่าจีนจึงมีผู้คนมาอาศัยอยรู่ ิมสองฝ่ังคลองมหาสวัสดิ์ จึงทาให้เกิด
เปน็ ชุมชนหลายชุมชน ซ่งึ ในแตล่ ะชุมชนต้องมีการสร้างศาลาไว้เพ่ือใช้ขึ้นลงเรือ โดยจะเรียกขานช่ือศาลา
นั้น ๆ ตามลักษณะของแต่ละชมุ ชน ศาลาของคลองมหาสวัสดิ์นั้นมีทั้งสิ้น 7 ศาลา ซึ่งก่อนหน้านีเ้ คยหมด
ความสาคัญจนกลายเป็นแหล่งทิ้งขยะและเต็มไปด้วยผักตบชวา ชาวชุมชนได้ใช้เวลากว่า 20 ดิน
กลายเป็นต้นแบบในการน้อมนาศาสตร์พระราชาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
รัชกาลที่ 9 ในการบริหารจัดการน้าและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการทาเกษตรแบบผสมผสาน นาวิถีชีวิตและ
ความงามแหง่ อัตลักษณม์ าพัฒนาเปน็ ชมุ ชนท่องเทีย่ วเชิงเกษตรจนมชี ื่อเสียง

ชุมชนบ้านศาลาดิน เดิมเป็นชุมชนที่ประกอบอาชีพทานาเพียงอย่างเดียว เกษตรกรมีปัญหา
ความยากจน ขาดที่ดินทากินเป็นของตัวเอง แต่ในปี 2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้
พระราชทานที่ดินให้แก่เกษตรกร จานวน 1,009 ไร่ จัดสรรให้กับเกษตรกรได้ทากินครัวเรือนละ 20 ไร่
เกษตรกรส่วนใหญ่และรับจ้างท่วั ไป

18

พ.ศ. 2554 เกดิ น้าทว่ มใหญน่ าความสญู เสียและได้นามาซึ่งจดุ เปลี่ยนของชุมชน โดยหันมาให้

ความสาคัญกับสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์และต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจน

ไดร้ บั รางวัลชนะเลศิ ของฝากประจาจังหวัด จากมลู นธิ ิเพื่อนพง่ึ (ภาฯ)ยามยาก

พ.ศ. 2557 เกิดแนวคิดการจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ด้วยการสนับสนุนจากเครือข่ายการ

พัฒนาทั้งหน่วยงานภาครัฐ สานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตรย์ธนาคาร และภาคเอกชนโดยพัฒนา

ยกระดบั กลุม่ ที่มีในชุมชนให้เกดิ ความเข้มแข็ง สร้างผ้นู าให้มีศักยภาพในการนาพาและเป็นต้นแบบแก่คน

ในชุมชน มีความโปร่งใสในการบริหารกลุ่ม เพื่อเตรียมพร้อมสาหรับ การบริหารจัดการชุมชนของตนเอง

ให้มีรายได้เข้าสู่ชุมชนด้วย โดยเน้นการจาหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนผ่านนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวใน

ชุมชน ทาใหบ้ า้ นศาลาดนิ หมู่ 3 มีชื่อเสียงเรื่องเกษตรอนิ ทรยี แ์ ละการจัดการชมุ ชนสง่ิ แวดล้อมมากขึ้น

พ.ศ. 2559 ยกระดับด้านการจดั การทอ่ งเที่ยวของชุมชน ผู้นาชุมชนได้นาชุมชนศาลาดิน เข้า

ร่วมการพัฒนากบั หน่วยงานตา่ งๆ อาทิ ธ.ก.ส.นาเที่ยวทั่วไทย ตามรอยเท้าพ่อ โครงการชุมชนท่องเที่ยว

OTOP นวตวิถีของกรมการพัฒนาชุมชน รวมทั้งหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

(Creative Industry Village: CIV) มีการเชื่อมโยงเครือข่ายที่มีอยู่ดั้งเดิมและเป็นจุดแข็งของชุมชนริม

คลองมหาสวัสดิ์ เช่น นาบัว สวนกล้วยไม้ สวนไม้ผล และอื่นๆโดยเน้น การจัดการรายได้และทรัพยากร

ชุมชนร่วมกันอย่างเป็นระบบมากข้ึน รวมทั้งเริ่มขยายสู่เครือข่ายการท่องเที่ยวต่างอาเภอ เช่น ตลาดสุข

ใจและชุมชนบา้ นหวั อา่ ว อ.สามพรานเป็นตน้

ลกั ษณะของชุมชน

ความโดดเด่นของชุมชน : การนาวิถีชีวิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมชุมชนมาสร้างเป็น

แหลง่ ทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตรรมิ ฝงั่ คลอง ชมุ ชนทเ่ี นน้ การท่องเทีย่ วเชงิ เกษตรทีอ่ ยูแ่ นวรมิ ฝงั่ คลอง

แหล่งทอ่ งเท่ียวบา้ นศาลาดนิ มดี ังน้ี

1. สวนกลว้ ยไม้ กล้วยไม้หลากสีสันภายในพน้ื ท่ีเพาะปลูกแบบธรรมชาติเปน็ อีกหนึ่งแหล่งผลิต
กล้วยไม้ส่งออกที่ใหญ่ของประเทศไทย มีกล้วยไม้หลายสายพันธุ์ อาทิ สกุล

หวาย และสกุลมอคคาร่า แต่ที่โดดเด่นของที่นี่คือ กล้วยไม้สีม่วงสดพันธุ์
“ทัศนีย์” เอกลักษณ์อันล้าค่าหนึ่งเดียวของชาวมหาสวัสดิ์ นอกจากนี้ยังให้

ความรู้เกี่ยวกบั การปลกู และการขยายพนั ธ์ุกลว้ ยไม้

2. บา้ นขา้ วตงั ศาลาดิน การบูรณาการเพื่อการดาเนินชีวิตบนพื้นฐานของหลกั เศรษฐกิจพอเพียงจนทา
ให้เกิดภูมิปัญญาไทยอันเลื่องชื่อข้าวตัง ที่ถูกพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อ

สร้างสรรค์อัตลักษณ์ที่แตกต่างอย่างยั่งยืน โดยข้าวตังบ้านศาลาดิน ขึ้นชื่อ

3. นาบวั ลุงแจม่ 19
4. สวนลงุ บญุ เลิศ
5. บา้ นฟักข้าวณชิ ชา เรอื่ งความอร่อย จนทาใหน้ กั ท่องเท่ียวติดใจ หากใครมาจะต้องแวะซ้ือกลับไป
เปน็ ของฝาก
พื้นที่ปลูกบัวสัตตบงกช สถานที่ที่ดอกบัวถูกเลือกเฟ้นและเก็บเกี่ยวในยาม
ร่งุ สาง
เพื่อความเป็นที่สุดในการบูชาพระตามความเชื่อของชาวพุทธ ท่ามกลาง
บรรยากาศศาลากลางน้า นาบัวที่มีฝูงปลาน้อยใหญ่กาลังแหวกว่ายเพื่อช่วย
สร้างบรรยากาศอันร่มรืน่ พร้อมลมพัดโชยเบาๆ ผสมผสานกับวิวทวิ ทัศน์ของ
ดอกบัวสัตตบงกชสีชมพูงามเด่น ส่งกลิ่นไอความหอมเย็น หากพายเรือ
ทา่ มกลางทิวทัศนท์ ี่รายล้อมไปด้วยดอกบัวหลายพนั ดอกช่วยให้ผ่อนคลายเป็น
อย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งการเรียนรู้วิธกี ารปลกู บัว การดูแลรักษาบัว
การเก็บบัว

เรยี นรู้วิถีชวี ติ แบบชาวสวนชาวไร่ผา่ นการเยยี่ มชมและสูดอากาศบริสุทธิ์บนรถ
อีแต๋น เอกลกั ษณห์ น่ึงของชาวสวนไทยพร้อมชมววิ ทงุ่ นาแบบ 360 องศาท่ีจะ
ทาให้คุณได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของทุ่งนาได้อย่างใกล้ชิด และยังได้ลิ้มรสผลไม้
สดจากสวนที่มีให้ทานอย่างหลากหลายตลอดทั้งปี สวนแห่งนี้เป็นการปลูก
ผลไม้แบบสวนผสม แบ่งพื้นที่ ทานาเลี้ยงปลา ปลูกผลไม้ตามคันดินมีหลาย
ชนิด หมุนเวียนตามฤดูกาล เช่น ส้มโอ มะม่วง ฝรั่งกล้วยหอม หมาก ขนุน
กระทอ้ น มะละกอ เปน็ ตน้

เยี่ยมชมสวนฟักข้าวอันร่มรื่นน่าอยู่ริมคลองมหาสวัสดิ์และลองลิ้มชิมรสกับ
ผลิตภัณฑ์จากฟักข้าว อาทิ น้าฟักข้าว คุกกี้ฟักข้าว หมี่กรอบฟักข้าว
นอกจากนี้ในวันเสาร์อาทิตย์ยังจะได้ชิมก๋วยเตี๋ยวฟักข้าวสูตรพิเศษอีกด้วย ที่
ใช้น้าฟักข้าวเข้มข้นมาแทนน้าเย็นตาโฟให้รสชาติที่กลมกล่อมมีเอกลักษณ์ไม่
เหมือนใคร อกี ทงั้ นา้ ฟักข้าวยังเต็มไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทั้งมีสารต้าน
อนุมลู อสิ ระที่มฤี ทธ์ิตา้ นมะเร็ง ช่วยเสรมิ สร้างภูมิคมุ้ กนั ใหก้ บั รา่ งกายและอุดม
ไปดว้ ยเบตา้ แคโรทีน ซ่ึงเปน็ สารต้ังต้นของวติ ามินอีกด้วย

20

สินค้า/ผลิตภัณฑเ์ ด่น ข้าวตัง น้าฟักข้าว คุกกี้ฟักข้าว หมี่กรอบฟักข้าว และน้าซอสเย็นตาโฟ
ฟักขา้ ว กลว้ ยหอมทองกรอบ 7 รส มะมว่ งกวน ขนมผงิ เม่ียงคาบัวหลวง

1. ขา้ วตงั ขนมที่เกิดจากภูมิปัญญาไทย ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของแม่บ้าน
เกษตรกรชุมชนมหาสวัสดิ์คิดแปรรูปสินค้าทางการเกษตร เพิ่มมูลค่า
ให้กับผลผลิต โดยไดค้ ดิ คน้ และพัฒนาสูตรจนกลายเปน็ ขา้ วตังบ้านศาลา
ดินรสชาติอร่อย ชวนลิ้มลองจนทาให้ต้องติดใจ แถมยังมีจุดเด่นแบบไม่
ซ้าใคร ด้วยวิธีการทาข้าวตากแห้งที่มีทั้งข้าวกล้องและข้าวไรซ์เบอร์รี
ทอดด้วยน้ามันที่ใหม่ ทาด้วยซอส ใส่ไก่หยองพร้อมโรยด้วยเมล็ดงา ทา
ให้ข้าวตังที่ได้มีความกรอบ หอม อร่อย ถึงเครื่องถึงรส ได้แก่ ข้าวตัง
หอมมะลิ, ขา้ วตังหน้าหมหู ยองและขา้ วตังหน้าธัญญพชื

2. ผลติ ภัณฑจ์ ากฟักขา้ ว ฟักข้าวคือ พืชไม้เลื้อยให้ผล และถูกนามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รสชาติ
ชวนรับประทาน เชน่ นา้ จากฟักขา้ ว คุกก้ีฟักขา้ ว หม่กี รอบฟักข้าว และ
น้าซอสเย็นตาโฟฟักข้าว มีสรรพคุณต่างๆ ทั้งวิตามินซี แคลเซียม เหล็ก
ไฟเบอร์ เบต้าแคโรทีน นอกจากนี้ยังนามาผลิตเป็น สบู่ฟักข้าว ยาสระ
ผม ที่ช่วยบารุงผิวและผมเปน็ อย่างดี

3. กลว้ ยหอมทอดกรอบ 7 รส การคัดสรรกล้วยหอมที่มีคุณภาพดี นามาทอดกรอบ และปรุงรสจนได้
รสชาติอร่อยและใหค้ ุณคา่ ทางอาหาร

4. มะม่วงกวน การคัดผลมะม่วงที่สุกกาลังดี นามากวนจนได้รสชาติที่อร่อยหอมหวาน
ในแบบธรรมชาติ

5. ขนมผงิ ขนมโบราณทีท่ าจากแปง้ กะทิ และน้าตาลเป็นหลกั มลี กั ษณะกรอบรว่ น
รสชาตหิ อมหวาน

กาลังดี เม่อื ทานแล้วละลายในปาก

6. เม่ยี งคาบัวหลวง อาหารว่างที่มีสรรพคุณต่างๆจากส่วนผสม เช่น ขิง หัวหอมแดง มะนาว
พริกข้ีหนู ถว่ั ลสิ ง

และนากลบี บวั หลวงมาห่อแทนใบชะพลู ใหร้ สชาตทิ ีอ่ ร่อยและนุ่มละมุน
ลน้ิ ในอกี รปู แบบหน่งึ

21

ผลประเมนิ มาตรฐานชุมชนท่องเทย่ี ว
จากการประเมินมาตรฐานชุมชนท่องเที่ยวตามเกณฑ์มาตรฐานชุมชนท่องเที่ยวแห่งชาติ ปี
2561 การสัมภาษณ์ผู้นาชุมชน และสมาชิกกลุ่มกิจกรรมท่องเที่ยวของชุมชน และข้อมูลจากแหล่งต่างๆ
สรปุ ดงั นี้
1) ดา้ นการบรหิ ารจดั การการท่องเที่ยวชุมชน
มีการจัดตั้งกลุ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชนขึ้นแต่การมีส่วนร่วมของกรรมการในการ
จดั ทาแผนการทอ่ งเทย่ี ว และการบริหารจัดการเพื่อการจดั สรรรายได้และทรัพยากรยังน้อย สมาชิกลุ่มยัง
ขาดทักษะที่จาเป็นต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว ระบบการเงิน บัญชี ยังไม่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับ
ข้อมลู การสัมภาษณ์ซง่ึ จะข้นึ อยกู่ ับผนู้ าเปน็ หลกั จงึ มีความเสี่ยงด้านของความยงั่ ยืน
2) ดา้ นนวัตกรรมผลติ ภณั ฑช์ มุ ชน
มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายจากวัตถุดิบในชุมชน ได้แก่ ข้าวตังทอด ได้รับรางวัล
ผลิตภัณฑ์ดีเด่น ชาสมุนไพรเกสรดอกบัว น้าฟักข้าว ฯลฯ ซึ่งยังต้องการการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าทาง
การตลาดและเศรษฐกจิ
3) ดา้ นเศรษฐกิจ
จากเดิมที่สมาชิกในชุมชนมีรายได้ทางการเกษตรเพียงอย่างเดียว มีรายได้น้อยค่าใช้จ่าย
ทางการผลิตสูง จาหน่ายผลผลิตไม่ได้ราคา ปัจจุบัน ชุมชนมีรายได้จาการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นและผลผลิต
ของสมาชิกในชุมชนจาหน่ายได้ราคาดีและเป็นที่ต้องการของบุคคลภายนอกมากขึ้น รายได้ต่อเดือนของ
คนในชุมชนมีมากข้ึน ในปี 2561 ชมุ ชนมนี กั ทอ่ งเท่ียว 1,130 คน มีการแบง่ ปันจัดสรรรายได้ให้กับชุมชน
และสมาชิก แต่ยังขาดการจัดทาบัญชีที่ดีให้สามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูล จปถ รายได้
เฉลี่ยของครัวเรือต่อปี มีแนวโนม้ ทรงตัวถึงลดลง และเป็นไปในทิศทางเดยี วกับรายได้เฉลี่ยต่อปีของชุมชน
ตามตาราง

22

สรปุ ข้อมลู พ้นื ฐำนระดับหมูบ่ ำ้ น(กชช.2ค) ปี2562

ตำบลมหำสวสั ด์ิ อ.พทุ ธมณฑล จงั หวดั นครปฐม

หมูท่ ่ี จำนวนครวั เรอื น จำนวนประชำกร รำยได้เฉล่ียของครวั เรอื นต่อปี รำยได้เฉลี่ยของหม่บู ำ้ น/ชุมชนต่อปี

ปี2562 ปี2561 ปี2560 ปี2562 ปี2561 ปี2560 ปี2562 ปี2561 ปี2560 ปี2562 ปี2561 ปี2560

1 104 103 103 431 410 420 307,492.51 319,885.44 327,147.57 31,979,221.00 32,948,200.00 33,696,200.00

2 78 79 64 149 155 141 177,937.18 169,716.46 185,828.13 13,879,100.00 13,407,600.00 11,893,000.00

3 187 190 190 482 492 613 360,740.11 363,288.42 384,722.57 67,458,400.00 69,024,800.00 73,097,288.00

4 106 111 111 335 357 411 260,214.38 237,850.45 241,398.41 27,582,724.00 26,401,400.00 26,795,224.00

รวม 475 483 468 1,397 1,414 1,585 1,106,384.18 1,090,740.77 1,139,096.68 140,899,445.00 141,782,000.00 145,481,712.00

ตารางท่ี 1 สรปุ ข้อมูลพ้ืนฐานระดบั หมู่บ้าน (กชช.2ค) ปี 2562

4) ดา้ นสังคม
คนในชุมชนมีความสมัครสมานสามัคคมี ากข้ึน มกี ารส่งเสรมิ การมสี ว่ นร่วมและเปิดโอกาสให้
คนในชุมชนเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของกลุ่มท่องเท่ยี ว รวมทงั้ มกี ารนาความร่วมมอื เครือข่ายภาคีต่างๆ เข้ามา
ช่วยพัฒนาชมุ ชนและส่งเสริมตลาดการท่องเทีย่ วของชุมชน ชุมชนมีความรักหวงแหนประเพณีวัฒนธรรม
ของชุมชนและรักษาสืบทอดอยา่ งตอ่ เนื่องมากขน้ึ
5) ด้านส่ิงแวดลอ้ ม

มีการจัดการผักตบชวามาทาปุ๋ยหมักและเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นในการสร้างรายได้จาก
ผักตบชวา มีการรักษาความสะอาดของลาคลองและชุมชนชัดเจน มีการผลิตโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้นทา
ใหเ้ กดิ ความปลอดภัยในชวี ิต เกิดสภาพสง่ิ แวดล้อมตา่ งๆในชมุ ชน มีความสะอาดและเป็นระบบชัดเจนแต่
ยังไม่มีการกาหนดขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว เพื่อลดผลกระทบทางลบที่จะเกิดขึ้นจาก
การท่องเทีย่ วในชุมชน

6) ด้านคณุ ภาพสง่ิ อานวยความสะดวกและบรกิ าร
โดยภาพรวมยังถือเป็นจุดอ่อนของชุมชนนี้ เนื่องจากยังไม่มีการดาเนินการในหลายได้ เช่น

กลุ่มยังไม่มีการประเมินความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวเพื่อนามาเผยแพร่และปรับปรุง ยังไม่มีสิงอานวย
ความสะดวกสาหรับผู้สูงอายุ ให้สามารถเข้าถึงจุดหรือกิจกรรมของชุมชนได้สะดวกขึ้น ช่องทางการ

ติดต่อสื่อสารกับนักท่องเที่ยวเพื่อจองหรือประสานการบริการ รวมถึงความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่
ชุมชน ท้ังท่ีมีการบริหารจัดการเสน้ ทาง กิจกรรมทอ่ งเทยี่ วในชมุ ชนอย่ใู นเกณฑท์ ด่ี ีเยย่ี ม

23

ผลการวิเคราะห์ชุมชน

ดา้ น จดุ แข็งของชมุ ชน จดุ ออ่ นของชมุ ชน

ดา้ นบุคลากร เป็นชุมชนที่มีผนู้ าเข็มแขง็ และมีวิสัยทศั น์ งานบางอย่างดาเนินการจากผู้นา ขาดความ

ร่วมมือจากคนในชุมชน

ด้านผลิตภัณฑ์/ ผลิตภัณฑ์มีให้เลือกหลากหลายชนิด เป็น จากผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายชนิด ก็ทาให้มี

บรกิ าร ตัวเลอื กให้ลกู ค้าหลากหลายกลุ่ม ความเสี่ยงมากเช่นกนั

ด ้านสถานที่/ สถานที่อย่ใู กลก้ รงุ เทพ ไปมาสะดวก ชุมชนริมคลอง อาจจะไม่สะดวกในการนารถ

ชุมชน เข้าไป (พ้นื ทีจ่ อดรถจากดั )

ดา้ นการอนรุ ักษ์ มีการอนรุ ักษอ์ ตั ลักษณ์ดั้งเดมิ ของชมุ ชน ยงั ขาดการบรู ณาการจากภาครฐั

สภาพปญั หา ต้องการสร้างท่าเรอื ทีเ่ ป็นของชุมชน และต้องการจัดทา Mascot ให้เป็นจดุ เดน่ ของชมุ ชน

ขอ้ สงั เกตจาก ชมุ ชนมคี วามพร้อมในหลาย ๆ ดา้ น และเปน็ หมู่บา้ น CIV มากอ่ น การตอ่ ยอดคงจัดทาได้

ทีป่ รกึ ษา ไมย่ าก

รูปแบบเดิมก่อน บา้ นศาลาดนิ เป็นชุมชนที่เปน็ ต้นแบบของหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มคี วามโดดเด่น

การพฒั นา ในเรื่องการบริหารจัดการ การท่องเที่ยวเป็นที่นิยม มีกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้ามาในชุมชน

จานวนมาก มีผลิตภัณฑ์ชุมชนจาหน่ายหลายประเภท แต่ยังขาดของที่ระลึกที่สะท้อนอัต

ลักษณ์และจุดเด่นของชุมชน จึงมีความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่เระลึกส่วนกลาง

เพอ่ื สรา้ งรายไดเ้ พ่มิ ใหก้ ับชมุ ชน

รปู แบบใหมท่ ่ี มผี ลิตภณั ฑ์ที่เป็นของที่ระลึกของชุมชน เพ่อื สนบั สนนุ การท่องเที่ยวของชมุ ชน โดยการนา

ผา่ นการพฒั นา เอกจุดเด่นของชุมชนออกมานาเสนอ สร้างความแตกต่างด้วยเทคนิค วิธีการที่เน้นให้

แลว ชมุ ชนสามารถผลติ เองได้ ตน้ ทุนการผลติ ไมส่ ูง ซึ่งท่ีปรกึ ษาได้ลงพน้ื ทส่ี อนเทคนิคการกัดสี

ผ้าให้ชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้สร้างสรรค์ชิ้นงานเองได้ตามความต้องการ และเลือก

ผลติ ภัณฑท์ ต่ี อบกระแสนิยมในปัจจุบัน เชน่ กระเปา๋ ผ้า โดยมีผลติ ภัณฑท์ ไี่ ด้รับการพัฒนา

จานวน 6 ชิน้ ผลติ ภัณฑ์เดิม จานวน 1 ช้นิ และผลิตภัณฑ์ใหม่ จานวน 5ช้ิน

ด้าน 24
ผลที่ไดร้ บั จากการพฒั นา
จดุ แขง็ ของชมุ ชน/จดุ ดอ้ ยของชุมชน

1. ไดร้ บั ความรเู้ รอ่ื งการบริหารจดั การชุมชน แนวคดิ ด้าน
การตลาด ช่องทางการตลาดยุคใหม่ การเข้าถงึ ช่องทางการตลาด
แบบ Offline และ Online ความรู้เรอื่ งการใช้ Feature แนวคิด
การประชาสัมพันธแ์ ละการสร้างเนอื้ หาเพื่อความนา่ สนใจ

2. ความรู้พน้ื ฐานเร่อื งผลติ ภัณฑ์ เทคนิค วิธกี ารทสี่ ามารถนาไป
ประยุกต์ใช้กับผลติ ภัณฑท์ ี่ชมุ ชนมอี ย่เู ดิม เช่น การหลอ่ พมิ พ์
ซลิ ิโคน การมัดยอ้ มกดั สีผา้

3. พัฒนาผลิตภณั ฑต์ ามความต้องการของชุมชน จากผลิตภัณฑ์
เดมิ ที่เคยผลติ ปรับรูปแบบให้ชว่ ยลดปัญหา และสร้างมลู ค่าเพ่ิม
จานวน 1 ชน้ิ ได้แก่ ซองใส่ขา้ วตัง ลดลงประมาณ 50% ออกแบบ
บรรจภุ ัณฑเ์ ปน็ แบบทบึ แสง (ฟอยล)์ ลดมปี ัญหาการแตกของขา้ ว
ตงั ภายในบรรจุภณั ฑ์

4. พัฒนาผลิตภณั ฑ์ใหม่ เพื่อสง่ เสริมการท่องเท่ียว สรา้ งความ
แตกต่าง และตอบโจทยค์ วามต้องการของนกั ท่องเท่ยี วในยุค
ปจั จบุ นั จานวน 5 ชนิ้ ไดแ้ ก่

1) ถงุ ผา้ ใสข่ ้าวตัง โดยใชผ้ ้ากระสอบกัดสี ขนาด 10x12 น้วิ

2) ชาดอกไม้ ผลิตจากดอกไม้อบแหง้ ให้อย่ใู นรูปก้อนเพื่อชงนา้ รอ้ น
และบานออกมาเปน็ ดอกไมภ้ ายในแกว้ พร้อมบรรจุภณั ฑ์ให้
สวยงามงาม

3) กระเป๋าจา่ ยตลาด โดยใชเ้ ทคนคิ กระบวนการสกดั สกี ระเป๋าผ้า

4) เสอ้ื สอนทาขา้ วตงั สนิ คา้ ท่ีระลกึ ท่ีแสดงถงึ กระบวนการทาข้าว
ตงั ของชมุ ชน
5) กระเป๋าใส่เคร่ืองเขียน จัดเขา้ ชุดกระเป๋าใสข่ า้ วตัง และกระเปา๋
จ่ายตลาด

25

3. ข้อมลู จากการสมั ภาษณเ์ ชงิ ลึกผมู้ บี ทบาทสาคญั ในการกาหนดนโยบายและการดาเนนิ โครงการ CIV:
กรณศี กึ ษาบา้ นศาลาดนิ

3.1 ดร. ณัฐพล รงั สิตพล อธบิ ดกี รมส่งเสรมิ อุตสาหกรรม

แนวคิดการพัฒนา CIV สู่ความยั่งยืน : แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและการสร้างอัตลักษณ์
ชุมชน

 แนวคิดเศรษฐกจิ พอเพียง: จากการศกึ ษากรณบี ้านศาลาดินพบว่า การพัฒนาส่คู วามยั่งยืน
ควรยึดแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง โดยปัจจุบันชุมชนส่วนใหญ่ทาการเกษตรพื้นฐานซึ่งราคาพืชผลต่า
ทาให้รายไดต้ ่อครัวเรือนต่า แตท่ างออกของปญั หาอาจแก้ได้ดว้ ยการสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง โดยให้
มรี ายได้จากหลายช่องทาง เชน่ การสร้างอตั ลกั ษณ์ของชุมชนให้น่าสนใจ ดึงดดู ใหค้ นเขา้ มาท่องเท่ียวก็จะ
ทาให้มีรายได้มากยิ่งขึ้น รายได้อันดับหนึ่งก็จะเป็นที่อยู่ที่พัก อันดับสองเป็นร้านอาหาร อันดับสามเป็น
การขายสินคา้ ต่าง ๆ ก็จะสามารถทาให้ชุมชนมีความเป็นอยทู่ ่ดี ขี ้นึ ได้

 การพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นจดุ เน้นของ CIV ซง่ึ ตอ้ งมีการประสานกับหลาย
ภาคส่วน เช่น การทาอย่างไรให้มีนักท่องเที่ยวในลักษณะกลุ่มทัวร์เข้ามาเที่ยวในชุมชน ทาอย่างไรให้มี
โครงสร้างพื้นฐานการเดินทางที่สะดวก และเข้าถึงได้ง่าย เช่น มีรถประจาทางเข้าถึงชุมชนได้จะต้อง
ประสานการทางานเช่ือมโยงกับกระทรวงมหาดไทย และอีกหลายกระทรวง สาหรบั ชุมชนเองก็ต้องมีส่วน
ร่วมด้วย ตัวอย่างการทาชุมชน CIV ที่ประสบความสาเร็จ เช่น ในประเทศญีป่ ุ่น ซึ่งเห็นได้ชัดเจนวา่ คนใน
ชมุ ชนน้ัน ๆ เป็นผ้สู ร้างใหช้ ุมชนเข้มแขง็ ข้ึนมาเองได้ แมว้ า่ ในชุมชนนั้นอาจไม่มจี ุดเดน่ ที่น่าสนใจแต่ชุมชน
ได้มีการวางกลยุทธโ์ ดยสร้างความเป็นอัตลักษณข์ ึ้นมา เช่น การสร้างสินค้าของฝากทีเ่ ชื่อมโยงกับสถานท่ี
สาคัญเป็นสินคา้ ที่มีความเปน็ เอกลักษณ์เฉพาะชุมชนขึ้นมา และเป็นไปในทิศทางเดยี วกนั ของชุมชนนั้น ๆ
และรวมถึงการสร้างแบรนด์ใหม้ ีความน่าสนใจด้วย

 การคัดเลือกหมู่บ้าน CIV โดยให้แต่ละจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดคัดเลือกหมู่บ้านที่มี
ศักยภาพ และมีจุดเด่นที่จะพัฒนาเป็นหมู่บ้าน CIV ได้ โดยการประกวด หลังจากนั้นจะมีการแบ่งเขต
ภูมิภาค และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะส่งที่ปรึกษาเข้าไปเพื่อช่วยวิเคราะห์ ให้การช่วยเหลือในการ
พัฒนา จากการดาเนินงานพบว่า หากหมู่บ้านที่มีอัตลักษณ์จะสามารถพัฒนาต่อไปได้โดยการต่อยอดทั้ง
ด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาสินค้า แต่หากหมู่บ้านไม่มีจุดเด่นก็จะไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้
เนื่องจากไม่มีความน่าดึงดูด ซึ่งการพัฒนาชุมชน CIV มีมิติของการท่องเที่ยวว่ามีพื้นเพของความน่าสนใจ
และการพัฒนาสินค้าที่เปน็ ของฝากทอี่ าจไปสร้างคุณค่าเพิม่ ให้แกก่ ารเกษตรในพื้นท่ี นอกจากนี้ การสร้าง

26

กลุ่มคลัสเตอร์ของอาชีพ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง อาจเป็นในลักษณะของกลุ่มอาชีพส่งเสริมกันทาให้ชุมชน
น้ีนา่ สนใจ ทาให้แต่ละอาชีพมีการพฒั นาและสรา้ งรายได้

เป้าหมายสงู สดุ ของการพฒั นา CIV : ชุมชนสามารถดารงอยู่และพงึ่ พาตวั เองได้
 ขณะนี้มีหมู่บ้าน CIV ทั้งหมด 215 หมู่บ้าน ซึ่งแต่ละหมู่บ้านมีศักยภาพและความเข้มแข็ง
ต่างกนั มีเพยี งไม่กี่แห่งทสี่ ามารถพ่งึ พาตวั เองได้ บางแห่งเพ่ิมเรมิ่ ตน้ ในการพฒั นาในขณะที่บางแห่งพัฒนา
ไปไกลแลว้ หากมองให้หมู่บ้านที่พัฒนาแลว้ เปน็ ตน้ แบบเพอ่ื ให้หมูบ่ ้านทยี่ งั ไมแ่ ข็งแรงเลียนแบบก็อาจเป็น
แนวทางหนึ่ง แต่หากมองในมิติของการคิดค้นความเป็นอัตลักษณ์ของตนขึ้นมาได้อาจเป็นแนวทางที่
พัฒนาไปได้ไกลมากกว่า โดยการผลิตสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ภาครัฐอาจต้องให้ความช่วยเหลือ ซึ่งกรม
ส่งเสริมอุตสาหกรรมมีบทบาทในการเข้าไปช่วยสร้างศักยภาพให้แก่หมู่บ้านเหล่านั้นอยู่แล้ว โดยอาจ
รว่ มมอื กับหน่วยงานรฐั อืน่ ๆ ด้วย

กลไกการพฒั นา CIV และบทบาทของกรมส่งเสรมิ อตุ สาหกรรม:
 โดยหลักการต้องทาให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้มากกว่าการพึ่งภาครัฐ ภาครัฐที่มี
หน้าที่เพียงการสนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชนสามารถพึงพาตัวเองได้ โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมใน
ระยะแรกได้มีดาเนนิ การโดยเขา้ ไปพบผูน้ าชมุ ชน โดยหลักการ 2 C คือ

1) Consensus: เพื่อทาความเข้าใจร่วมกันในการพัฒนาชุมชน คือ ต้องการให้ชุมชนมี
ความเห็นรว่ มกัน เช่น การทางานรว่ มกันต้องมกี ารแบ่งปันและไม่กินรวบ ตอ้ งกระจายความสามารถ เช่น
ใครจะทาของฝาก ใครจะทาบา้ นพัก ใครจะทาท่องเทีย่ ว ใครจะทาสนิ คา้ อะไรก็พยายามไม่ใหซ้ า้ กัน

2) Creative: มาจาก Creative Industry Village: ชุมชนต้องมีการสร้างอัตลักษณ์ของ
ตัวเองให้มีความน่าสนใจ และพยายามสร้างใหเ้ กิดมูลค่าและรายไดข้ ึน้ มา โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมี
ทาหน้าที่เป็นตัวกลาง (Moderator) โดยเข้าไปคอยดูแลให้ชุมชนมีความมีส่วนร่วมร่วมกัน มีความเห็น
ร่วมกัน เช่น การเข้าไปช่วยคิดว่าชุมชนมีลักษณะเด่นที่สามารถเป็นอัตลักษณ์ได้ในส่วนใดบ้าง จะสร้าง
สร้างขึ้นมาได้อย่างไร อุปกรณ์ที่เข้าไปช่วยหลัก ๆ เช่น การช่วยทาผลิตภัณฑ์ ช่วยทาบรรจุภัณฑ์
(Packaging) หรือนวัตกรรมชุมชน โดยจัดทีมเข้าไปช่วยเหลือและใช้งบประมาณของโครงการ CIV ซึ่งมี
จานวนไมม่ าก

 กลุ่มเป้าหมายของการพัฒนา : ปัจจุบันกลุ่มที่สร้างรายได้ในชุมชน CIV เริ่มต้นจากคนสูง
วัย ซึ่งคนวัยเกษียณเมื่อมีอาชีพรองรับจากการพัฒนาเป็น CIV ก็ช่วยมีรายได้เพิ่มขึ้น และหากสามารถ
ขยายกลุ่มเป้าหมายไปที่คนวยั หนมุ่ สาวในพ้นื ที่ให้มงี านทา มีรายได้จากการประกอบอาชพี ในชมุ ชนก็จะย่ิง

27

ดี ทาให้ไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน และเกิดการสร้างงานในชุมชน เป็นการกระจายรายได้และลดความเหลือ่ มล้า
ให้แก่ประเทศได้ ในปีนี้มีโครงการทาร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
(อว.) โดยการสรา้ งแพลท์ฟอรม์ (Platform) การมสี ่วนรว่ มของเด็ก โดยเนน้ การสรา้ งสรรค์ทางความคิดให้
เด็กมานาเสนอความคิดโดยไมเ่ น้นการใชเ้ งินทุน แต่เด็กต้องการเครดิต เมื่อเด็กผ่านการฝึกงานก็จะได้รับ
เครดิตเพื่อนาไปต่อยอดในอาชีพต่อไปได้ นอกจากนี้ มีการประกวด โดยการอัดคลิปเข้าประกวดและให้
รางวัลกับหมู่บ้านที่มีความความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนา เช่น การพัฒนาบ่อบัวในพื้นที่ให้เป็นสถานท่ี
ท่องเท่ยี ว เป็นตน้

 การสรา้ งงานของชุมชน : เนน้ ท่กี ารสร้างความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนท่สี ามารถถ่ายทอด
ออกมาเป็นมูลค่าสินค้าสูงในเชิงเศรษฐกิจได้ โดยเป้าหมายสาคัญคือการมีส่วนร่วมและริเริ่มจากคนใน
ชุมชน เช่น การทอผ้าที่มีเอกลักษณ์ในพื้นที่ เช่น ผ้าทอมือที่มีมูลค่าสูงมาก และสามารถทาได้โดยไม่ผ่าน
คนกลาง (Broker) คนในชุมชนสามารถมีรายได้ด้วยตัวเอง โดยคนในชุมชนต้องเห็นคุณค่าก่อน และมี
ความอยากทจ่ี ะพัฒนาให้เกิดขึน้ จากนัน้ หากสินค้าได้รับการสนบั สนุนจะทาให้เกิดรายได้ ดังน้ัน ต้องเน้น
ให้คนในชุมชนสร้างมูลค่าสินค้าขึ้นมาให้ได้เองโดยไม่ยืมจมูกคนอื่นหายใจ และจึงจะเกิดความยั่งยืน มี
รายได้พอเพียงจนถงึ จุดที่สมดุลได้

 การนาระบบซอฟท์แวร์เข้าไปช่วยเก็บข้อมูลสาหรับผู้ประกอบการ โดยปี 2563 นี้ จะนา
ระบบซอฟตแ์ วร์แบบ Cloud Service จดั การข้อมูลโดยไม่ต้องมคี นดูแลข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ โดยให้ใช้
บริการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในระยะ 6 เดือนแรก เพื่อการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบและใช้ข้อมูลเพื่อ
การพัฒนาไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ

 การประชาสัมพันธ์ผ่านส่ือออนไลน์ เชน่ ใน Instagram (IG) สามารถใช้เปน็ ช่องทางในการ
สื่อสารและประชาสัมพันธ์โดยใช้รูปภาพที่ดึงดูด และมีการเชิญผู้มีอิทธิพลทางความคิดในสังคมออนไลน์
(Influencer) ช่วยในการโปรโมทด้วย

การสร้างความมีส่วนรว่ มในการพฒั นา CIV
 กรณีบ้านศาลาดิน : มีประเด็นสาคัญที่ค้นพบคือ บ้านศาลาดินมีผู้นาและยังไม่มีการสร้าง
ความมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ซึ่งถือว่ายังเป็นอุปสรรคต่อการพฒั นาไปสู่เป้าหมาย เนื่องจากการพึ่งพา
ผ้นู าเพยี งคนเดียวอาจไม่สามารถนาชมุ ชนไปสเู่ ป้าหมายได้
 หมู่บ้านแต่ละแห่งมีรูปแบบการพัฒนาแตกต่างกัน เช่น ตลาดขวัญใจ จังหวัดสตูล ซึ่งมี
ความเป็นเอกชนสูงเกิดจากการลงทุนของคุณขวัญใจเพียงคนเดียว โดยการลงทุนซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาเป็น

28

ตลาด และเริ่มจากการปลูกไผ่ขึ้นหลายกอและขยายพื้นที่ จากนั้นมีการเริ่มตั้งตลาดข้างใน ซึ่งผู้ริเริ่มมี
แนวคิดพัฒนาเส้นทาง โครงสร้าง และผลิตภัณฑ์ภายในด้วยไผ่ทั้งหมด เช่น ห้องน้า แก้วน้า หลอด ที่หิ้ว
สินค้า จากนั้นผู้นาการพัฒนาได้ไปดงู านที่เมืองเกียวโต ประเทศญ่ีปนุ่ ซ่งึ มสี ถานทีท่ ่องเที่ยวที่ใช้ไผ่เป็นอัต
ลักษณ์จานวนมากจึงเกิดแนวคิดขยายการพัฒนาตลาดด้วยอัตลักษณ์ไผ่ต่อไป ทาให้ปัจจุบันมีร้านใน
จานวน 168 ร้านที่ดาเนินการโดยเอกชนรายเดียว ซึ่งมีความเสี่ยงสูง หากคุณขวัญใจไม่พัฒนาต่อแล้ว
ชมุ ชนจะดาเนนิ การด้วยตัวเองอย่างไร

 อีกหนึ่งรูปแบบการพัฒนา เช่น ที่จังหวัดนครนายก ได้ใช้ที่ดินของธนาคารเพื่อการเกษตร
และสหกรณ์ (ธกส.) เพื่อพัฒนาพื้นที่ ปัจจุบันเป็นแหลง่ ท่องเที่ยวของพวกไบค์เกอร์ (Biker) พัฒนาเป็นท่ี
จอดรถของพวกบิ๊กไบค์ รวมทั้งมีการนาผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมากจากรุงเทพฯ และนามาขายในพื้นที่เป็นของ
ฝาก มรี ้านกาแฟและมที ่นี อนพกั สาหรับไบค์เกอร์ ซง่ึ รา้ นและทพ่ี ักมกี ารดาเนนิ การโดยเอกชนรายเช่นกัน

 CIV ควรให้ความสาคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน เช่นของฝาก เป็นต้น และควร
มีการจาแนกประเภทของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และการสร้างอัตลักษณ์ ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่า
ให้สินค้า เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนารายได้ของชุมชน ซึ่งส่วนมากปัจจุบันเน้นสินค้าเกษตรและ
อตุ สาหกรรมเล็กในหมบู่ ้าน

3.2 นายสกั ฉัฐ ศิวะบวร ที่ปรึกษาโครงการ CIV กรมสง่ เสรมิ อุตสาหกรรม ปี พ.ศ.2559

ความเป็นมาและเปา้ หมายของโครงการ CIV
 เริ่มต้นจากเมื่อ 10 ปีก่อน มีโครงการที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ทาความร่วมมือ
กับประเทศญปี่ ุน่ เรียกวา่ โครงการเจบคิ เปน็ โครงการช่วยเหลอื ชุมชนดว้ ยการเอาปจั จัยการท่องเท่ียวเข้า
ไปช่วย แต่เนอ่ื งจากขณะน้นั เมื่อ 10 กวา่ ปกี ่อน ประเทศไทยยังสรา้ งปจั จยั ด้านการท่องเท่ียวได้ไม่มากพอ
จึงไมเ่ นน้ ที่ผลิตภัณฑ์ ซึ่งทาใหก้ ารพัฒนาเป็นลักษณะ Supply push และไม่เข้าใจฝ่ังท่ีเป็นความต้องการ
(Demand) หรือความต้องการของผู้บริโภคอย่างที่ชัดเจน หลักจากนั้น ในช่วงที่รองนายกรัฐมนตรี
นายสมคดิ จาตศุ รีพทิ ักษ์ เขา้ มาดแู ลในภาพรวมของเศรษฐกจิ ไดม้ ีการจัดสรรงบประมาณมาท่ี กสอ. เพื่อ
ดาเนินโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ CIV : Creative Industry Village ขึ้น โดยมี กสอ. เป็น
หน่วยงานเจ้าภาพ ในระยะแรก กสอ. ดาเนินการโดยเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการ พัฒนาผลิตภัณฑ์
พัฒนามาตรฐาน ยกระดับต่างๆ ซึ่งยังไม่ครบองค์ประกอบของคาว่าหมู่บ้าน จึงได้เสนอแนะให้เปลี่ยนวิธี
คิดโดยนาเอาความต้องการของผู้ซื้อเป็นตัวตั้ง เนื่องจากโครงการนี้ไม่เหมือนกับ OTOP ที่เดินเข้าไปเพื่อ

29

ซอื้ สินคา้ และเดินออก แตเ่ น่อื งจากคนส่วนใหญ่ค้นุ เคยกบั รูปแบบการพัฒนาแบบโครงการ OTOP จึงเป็น
การยากทป่ี รับเปลีย่ นแนวคิด และสรา้ งความเขา้ ใจแนวทางการพัฒนาหมูบ่ ้าน CIV ขน้ึ ใหม่

 โครงการ CIV มเี ปา้ หมายประการหนึง่ คือการเทิดพระเกียรติในหลวงรชั การที่ 9 ในแนวคิด
ที่นามาใช้กับโครงการนี้คือ เศรษฐกิจพอเพียง และ 2) การระเบิดจากข้างใน หมายถึงการเริ่มต้นจาก
ชุมชน การยอมรับและเห็นพ้องต้องกันกับสิ่งที่จะขับเคลื่อน กสอ.จะทาหน้าที่เพียงสนับสนุนให้เป็นไป
ตามแนวทางการยอมรับของชุมชน แต่ ไม่ใช่ไปบอกว่าต้องเป็นยังไง ไมเ่ อาแนวคิดจากขา้ งนอกไปคลุมทับ
ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่ กสอ. ไม่เคยดาเนินการมาก่อน ดังนั้นจึงต้องพยายามทาความเข้าใจกับเจ้าหน้าท่ี
หน่วยงานภายใน และ อุตสาหกรรมจังหวัด โดยการขอความร่วมมือกับอุตสาหกรรมจังหวัดในการ
สนบั สนนุ โครงการ CIV

การมสี ่วนรว่ มขององคก์ รหรือหน่วยงานภายนอกต่อการพัฒนาโครงการ CIV
 CIV เป็นความร่วมมือของหน่วยงาน กสอ. กับอุตสาหกรรมจังหวัด หมู่บ้านหรือชุมชนถูก
คดั เลอื กโดยอุตสาหกรรมจังหวดั แจง้ เข้ามาโดยการมอบหมายของผวู้ ่าราชการจังหวดั และเนอ่ื งจาก กสอ.
ไม่ได้มีสาขาทุกจังหวัด แต่อุตสาหกรรมมีอยุ่ทุกจังหวัด และ CIV เป็นโครงการระดับประเทศแต่เริ่มทา
โครงการนาร่อง 9 โครงการ
 การทางานรว่ มกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนท่มี ีแนวคิดดั้งเดิมเปน็ เรื่องท้าทาย เนื่องจาก
ต้องอาศยั การปรับเปลย่ี นแนวคิดและร่วมแก้ไขปัญหารว่ มกัน นอกจากนี้ กสอ. เองไม่ได้มีภาพลักษณ์ของ
การพัฒนาชมุ ชนโดยตรงมาก่อน ถงึ แมจ้ ะมสี านักพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชนแตก่ ็เป็นการดูแลผลิตภัณฑ์ให้
ชุมชน จุดสาคัญคือ การดาเนินการในแนวทางที่ถูกต้องเพื่อให้เกิดการต่อยอดและพัฒนาต่อไปได้ไม่ใช่
เพียงแตก่ ารเอาสินค้าเป็นตวั ต้ังตน้ แตจ่ ะตอ้ งดงึ เองเสนห่ ข์ องชมุ ชนเปน็ ตัวนา
 หลายหน่วยงานภาครัฐที่มีการดาเนินการในลักษณะช่วยพัฒนาชุมชน จะช่วยลดความ
เหลื่อมล้า และก่อให้เกิดเศรษฐกิจท้องถิ่น ในหลายโครงการ เช่น เจบิค, CIV, OTOP นวัตวิถี ฯลฯ ซึ่ง
นับว่าเป็นโครงการที่ดี อย่างไรก็ตาม ทุกโครงการควรจะศึกษาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการระเบิด
จากขา้ งในดว้ ย เนอื่ งจากต้องเข้าใจบรบิ ทภายในของชุมชนใหถ้ ่องแท้ก่อนเขา้ ไปดาเนนิ โครงการพัฒนา

แนวทางการพฒั นาบา้ นศาลาดนิ ตามหลักการ CIV
 กรณบี า้ นศาลาดิน ต้องการเอาการท่องเทีย่ วเปน็ ตวั ขบั เคลื่อน โดยชมุ ชนต้องมคี วามเข้าใจ
ร่วมกันก่อน โดยไม่พยายามเอาสินค้าไม่กี่รายการเป็นตัวตั้ง เนื่องจากรายได้จะเกิดแค่คนกลุ่มเดียวคือ
เฉพาะกลุ่มของคนสร้างสินค้า แต่แนวคิดของโครงการนี้คือ เราจะต้องสร้างรายได้ให้ชุมชนโดยให้

30

นักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นผู้สร้างรายได้ ดังนั้น ต้องก่อเกิดรายได้ให้ทั้งชุมชนไม่ใช่ให้กับเฉพาะรายในชุมชน
และต่อมาจึงวิเคราะห์ว่าเสน่ห์ชุมชนคืออะไร จึงมีคาว่า 8 เสน่ห์ ได้แก่ 1.อาหาร 2.การแต่งกาย 3.ที่อยู่
อาศัย 4.ประเพณี 5.ภาษา 6.อาชีพ 7.ความเชื่อ 8.ศิลปพื้นบ้าน ก่อนจะทาโครงการจึงต้องมีการเข้าไป
เยี่ยมชมชุมชนก่อนเพื่อจะดูว่าเค้ามีเสน่ห์เร่ืองไหนที่น่าสนใจ แต่ละชุมชนมีจุดแข็งไม่เหมือนกัน เป็นการ
ระเบิดจากข้างในโดยเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นตัวตั้ง สาหรับบ้านศาลาดิน เสน่ห์ก็คือคลอง
มหาสวัสดิ์ และต้องเอาสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นกระแสเป็นที่ตั้งแล้วเชื่อมคนจากตรงนั้นมาหาเรา ดังนั้น
ศาลาดินต้องวิเคราะห์ 8 เสน่ห์ข้ึนมาแล้วก็พัฒนาว่าจะตอ้ งเตรียมปรบั ตัวอะไรบา้ ง เพื่อให้เกิดการพัฒนา
และสรา้ งรายไดท้ งั้ ชุมชน

 บ้านศาลาดินมีการทาแผนธุรกิจชุมชน โดยวิเคราะห์ว่ายังขาดแคลนด้านไหน ควรพัฒนา
ด้านใดอยู่แล้ว เสน่ห์อย่างหนึ่งของศาลาดินคือ คลองมหาสวัสดิ์ และความเป็นเจ้าบ้านของชุมชนที่มี
ความร่วมมือรว่ มกัน หากมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องจะเกดิ ผลดี และสาหรับการพัฒนาสนิ คา้ และ
บริการ มีจุดเน้น 2 ประการ คือ 1. คนไปอยากได้ความประทับใจแล้วเอากลับได้ 2. คนไปแล้วไม่อยาก
เอากลับ ทาให้การพัฒนาเรื่องเส้นทางเดินทางและการขนส่งบริการเป็นอีกเรื่องที่สาคัญ นอกจากนี้ ต้อง
วางแผนเรื่องบรรจุภัณฑ์หีบห่อใหเ้ ปน็ ที่ยอมรบั และมีบรกิ ารฝากสง่ ก็จะพัฒนาต่อไปได้

3.3 ดร.จกั รพรรณ คงธนะ ทป่ี รกึ ษาโครงการ CIV กรมสง่ เสรมิ อุตสาหกรรม ปี พ.ศ.
2562

สถานภาพและจดุ เดน่ ของบ้านศาลาดินที่สามารถพฒั นาต่อยอดได้
 โดยพน้ื ฐาน ศาลาดินมีความเข้มแข็งในระดับดีพอสมควร จงึ ผา่ นการคดั เลอื กเข้ามาเป็น 1
ใน 50 ชุมชนของพื้นที่ภาคกลางที่ทางมหาวิทยาลัยสวนสุนันทาเป็นผู้ดูแล สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างน้อย
ที่สุดตามตัวชีว้ ดั ก็คือผลิตภัณฑ์ แหล่งท่องเที่ยวมีการปรับปรุง ตอนช่วงแรกของการดาเนินการศาลาดิน
ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ ในปีแรกมีจุดเช็คอิน และปีที่2 ปรับปรุงภูมิทัศน์และเพิ่มป้ายบอกทางย่อยๆ เพราะ
ศาลาดินมีทางเข้าหลายทาง จึงเพิ่มป้ายเพื่อให้คนที่เข้ามาท่องเที่ยวไม่หลง มีการปรับปรุงเส้นทางการ
ท่องเที่ยว มีติดป้ายเพิม่ แตล่ ะระยะซึ่งเดิมไม่ได้จัดทา เพราะแต่ละปีมีการพัฒนาตามแผนพฒั นาในชุมชน
โดยขอความเห็นชอบจากกลุ่มและผูน้ าชุมชน ส่วนของผลิตภัณฑ์ก็เชน่ กัน ทางกลุ่มมีการพฒั นาเรื่องขนม
เส้ือผ้า และของท่ีระลกึ ทอ่ี ยากจะต่อยอดพัฒนาขน้ึ มา
 อุปสรรคและปัญหาของของชุมชน คอื โครงสรา้ งของชุมชนไมเ่ ข้มแข็งพอจะไมส่ ามารถ
รองรบั การเติบโตได้ และเกดิ ความเห็นต่างเน่ืองจากบ้านศาลาดินมีหลายชุมชน บางชมุ ชนก็ไม่ไดเ้ ข้าร่วม

31

แตม่ ีความเขม้ แขง็ ของผู้นาซ่ึงเปน็ ลกั ษณะของการนาเด่ียว เม่ือคนในชุมชนเกิดความไมส่ บายใจ ความ
ร่วมมอื กันกจ็ ะลดลง ความเห็นตา่ ง เชน่ การไม่ได้รบั ความเสมอภาคในออกส่อื ต่างๆ เชน่ หนังสอื พมิ พ์ การ
สัมภาษณ์ เปน็ ต้น ซึ่งเรื่องการบริหารจดั การชมุ ชนของบ้านศาลาดินนับเป็นปญั หาสาคัญและเปน็ จดุ ออ่ น
นอกจากน้ี โครงการ CIV ไมใ่ ชโ่ ครงการทงี่ บสนับสนุนไปที่พืน้ ท่ี ในหมูบ่ า้ น ซงึ่ ต้องทาความเข้าใจกบั
หมู่บา้ น ซึง่ หากหมูบ่ า้ นไมเ่ ขา้ ใจและอาจไม่ได้รบั ความร่วมมอื

 ปัญหาการนาเดี่ยวของผู้นามีวิธีการแก้ไขโดยการจัดให้มีทีมบริหารจัดการขึ้น โดยหากมี
ผลประโยชน์ก็สามารถกระจายรายไดใ้ ห้ท่ัวถึงซ่ึงเปน็ เรอื่ งท่ีต้องตกลงรว่ มกัน โดยเรื่องผลประโยชน์ควรทา
ให้เป็นหลักเกณฑ์ โดยสร้างกฎเกณฑ์ในการบริหารจัดการภายใน มีค่าใช้จ่าย มีส่วนแบ่ง และการกาหนด
วาระของผู้นา โดยในการบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ ที่ปรึกษาโครงการจะมีทีมงานเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่ละ
ด้าน นอกจากนี้ โครงการบ้านศาลาดิน มีมหาวิทยาลัยสวนสุนันทาเข้ามาร่วมดาเนินการด้วย โดยมีการ
สร้างความสัมพันธ์ท่ีดี และผู้นาชมุ ชนมีความคิดบวก แต่อย่างไรก็ตามต้องเน้นเรื่องการสือ่ สารเป็นสาคัญ
เนอ่ื งจากชมุ ชนค่อนข้างใหญ่

การดาเนินงานรว่ มกับหน่วยงานอ่นื ๆ เพ่อื พัฒนาโครงการบ้านศาลาดนิ
 จุดมุ่งหมายของโครงการคือการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน ซึ่งหมายความว่ามี
นกั ทอ่ งเท่ียวเขา้ มาอย่างต่อเนื่อง โดยทอ่ี ัตลกั ษณ์หรอื สภาพความเปน็ อยู่พืน้ ฐานของชุมชนนั้นยังอยู่ไม่สูญ
หาย และพัฒนาให้ได้มาตรฐานจริง ๆ โดย กสอ. อยู่ระหว่างประสานความร่วมมือและลงนามความ
ร่วมมือ (MOU) กบั ตลาดหลักทรัพย์ (บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ หรอื SET) โดยตลาดหลกั ทรัพย์มีบทบาท
ในการดึงดูดบริษัทท่องเท่ียวต่างชาติเข้ามาเพื่อท่องเท่ียวและดูงาน โดยชมุ ชนจะต้องเร่งสร้างคุณสมบัติที่
ดขี อง CIV ให้ครบในระดบั มาตรฐานสากล และการสร้างอตั ลกั ษณท์ ่ดี งึ ดูด

คาถาม : ตลาดหลกั ทรัพย์ท่อี าจารย์พดู ถงึ ในไทย? จดทะเบียนไทย?

อาจารย์ : ตลาดหลักทรัพย์ในไทยครับ เป็นบริษัทไทย จดทะเบียนในไทย แต่เชื่อมโยงกับทั่วโลก ที่ทามา
2 เดือนที่แล้ว คือที่เราเข้าไปร่วมมือลักษณะนี้ครับ บริษัทอินเตอร์ก็ค้นหาว่าจะไปเที่ยวประเทศไหน พอ
เลือกประเทศไทยก็จะเห็นว่ามีบริษัทที่เชื่อมโยงกันอยู่ นี่คือเครือข่ายครับ เค้าใช้เงินกองทุนของเค้า
เชื่อมโยงกับบริษทั ท่องเทีย่ วในไทยที่มีชือ่ เสียง ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเชื่อถือได้ แจ้งมาที่
ตลาดหลักทรพั ย์ ตลาดหลักทรัพย์ก็จะแนะนาสถานท่ีให้ เช่น คลองมหาสวัสดิ์ 2-3 เดือนที่แล้วไปเที่ยวท่ี
ลาปาง ผาปังซิตี้ อ.แม่พริก อ.ผาปัง จานวน 40 รายจากออสเตรเลีย อันนีน้ า่ ทาครบั

32

คาถาม : ชาวต่างชาติไปเที่ยวแลว้ เปน็ อยา่ งไรบ้าง?

อาจารย์ : เค้าแฮปปี้ครับ เพราะสกรีนพอสมควรแล้วผ่านตลาดหลักทรัพย์ 1.ตรวจสอบแล้วเชื่อถือได้ 2.
มั่นใจเรื่องสภาพการเงินที่แน่นอน เป็นสถานที่มีการปลูกไผ่ เน้นเรื่องพลังงาน รัฐมนตรีกระทรวง
อุตสาหกรรม, ท่านสนธฯิ , ทา่ นสมคดิ ฯ ไปมาแลว้

กลยุทธในการบรหิ ารจัดการการท่องเทย่ี วและผลิตภัณฑ์ของบ้านศาลาดิน
 การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ ควรมีการแนะนาสินค้าของทุกชุมชนให้ทัว่ ถึง นอกจากสินค้า
เด่นที่มีวางขายอยู่เป็นจานวนมากได้แก่ ข้าวตัง ยังมีกลุ่มสินค้าอื่น ๆ เช่น เครื่องสาอาง, พอกดิน, พอก
สุขภาพ, พอกดินดา (เอาดินมาใส่โอ่ง เหมือนหมักโคลน) ข้าวอินทรีย์, ดอกบัว ซึ่งสามารถต่อยอดนา
ดอกบวั ไปใส่เป็นอาหารได้ หรอื ไปผสมกับขนมเบเกอร่ี แต่ต้องมีการแปรรปู โดยใช้กลิน่ ซึ่งอยู่ระหว่างการ
พยายามสรา้ งอตั ลกั ษณข์ ้นึ มาตามแนวคิดของ CIV
 มีการกระจายข่าวสารและทาให้ศาลาดินเป็นที่รู้จักโดยมีผู้บรรยาย (คุณวันชัย) โดยมีการ
ประชาสัมพนั ธ์ตลาดนดั โดยบรรยายเกี่ยวพันกับตานานที่ครองของกษตั ริยเ์ ดมิ เป็นเสน้ ทางทอ่ งเที่ยวของ
พระราชา โดยในระยะต่อไปทางชมุ ชนควรสร้างผู้บรรยายข้นึ มาอกี จานวนหนง่ึ

ภาพรวมและทศิ ทางการพฒั นาบ้านศาลาดนิ ในอนาคต
 การพฒั นาบ้านศาลาดิน ควรเริ่มตน้ จากความเข้มแข็งจากภายในชุมชนก่อนเปน็ อันดับแรก
โดยระยะต่อมาควรมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพในการบริการนักท่องเที่ยว เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่น โดย
ต้องดึงอัตลักษณ์ตวั เองออกมาผนวกกบั วัฒนธรรม นอกจากนค้ี วรตอ้ งมีการใช้นวตั กรรมเข้ามารว่ มพัฒนา
สินค้า หรือบริการ ตัวอย่างเช่น ที่อาเภทแม่สอด มีการนาดอกกุหลาบไปตากแดดทาน้าหอม ซึ่งอาจต้อง
อาศัยหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน เช่น สานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)เข้าร่วมให้การสนับสนุน รวมถึงการออกแบบ packaging รวมถึง
ความปลอดภัยและความสะอาด
 การใช้เทคโนโลยี เช่น การสรา้ ง Smart community โดยใช้ Solar cell ไปทาใหแ้ หล่งน้า
สะอาดน่าทอ่ งเทย่ี ว และคขู่ นานไปกบั เรือ่ งความสุขภายในชุมชน โดยการพัฒนาอยา่ งรวดเร็วตอ้ งคานึงถึง
ความมีสว่ นร่วมกบั คนในชุมชม ไมน่ าเด่ียวและคานึงถงึ ผลประโยชน์ท่ีกระจายอย่างทว่ั ถงึ
 การพัฒนาต้องทาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการทาให้ได้มาตรฐาน เช่น คลองที่มีความ
สะอาด ที่พักโฮมสเตย์ที่มีมาตรฐานความสะอาดและปลอดภัย เรือท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานสะอาดและ

33

ปลอดภัยเช่นกัน หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นาเอาอัตลักษณ์เข้ามาร่วม เช่น การทาเสื้อผ้าโดยใยของ
ดอกบัว หรือใยไผ่ ที่เป็นผลผลิตของชุมชน เมื่อสินค้าได้มาตรฐานแล้วจึงนาเข้าสู่การสร้างเครือข่ายทาง
การค้า

บทท่ี 3
บทสรปุ และขอ้ เสนอแนะ

สืบเนื่องมาจากปัญหาเร่งด่วนของสถานการณ์ COVID 19 ได้ทาให้เกิดการแพร่ระบาด และ
ส่งผลต่อการดาเนินงานทางธุรกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากที่กลุ่มฯ ได้ดาเนินการศึกษาหมู่บ้าน
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) กรณีศึกษา CIV บ้านศาลาดิน หมู่ที่ 3 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล
จ.นครปฐม ทาให้สถานการณ์ทางธุรกิจอยู่ในสภาวะไม่ปกติ ประชาชนชะลอการซื้อสินค้าต่างๆ
ขณะที่ธุรกิจไม่สามารถเปิดดาเนินการได้ตามปกติ จึงขาดกระแสเงินสดในการหล่อเลี้ยงชุมชนและ
ประชาชน COVID 19 เป็นวิกฤตระดับโลกจากการประกาศของ WHO ยิ่งส่งผลให้กระบวนการทาง
ธุรกิจและซัพพลายเชนธุรกิจทั่วโลกสั่นคลอน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยที่ SMEs มีส่วนสาคัญต่อ
รากฐานทางเศรษฐกจิ มากกว่าร้อยละ 80 ข้ึนไป และเป็นภาคธรุ กิจที่มีการจ้างงานและสัมพันธ์กับคน
ในระดับรากฐาน จึงได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างหนักหน่วง ในภาวะที่ไม่ปกติทาให้การค้าขายหรือ
ดาเนินธุรกรรมไม่สามารถทาได้จึงส่งผลโดยตรงต่อความอยู่รอดของ ธุรกิจ SMEs รวมไปถึงภาพรวม
ระดับมหภาคของเศรษฐกิจไทย ตัวอย่างเช่น ธุรกิจโรงแรมที่พัก การท่องเที่ยว นาเที่ยว ปัจจุบัน
หยุดชะงัก ทาให้ผู้ประกอบการขาดรายได้ ส่งผลต่อการปลดคนงานและเลิกกิจการ ซึ่งนาไปสู่การ
สญู เสยี ความสามารถในการท่องเทยี่ วของประเทศไทย และในอนาคตอาจทาให้ไทยตอ้ งสญู เสยี โอกาส
ทางรายได้จากการท่องเที่ยว เพราะมีกาลังการบริการไม่เพียงพอ เป็นต้น ทั้งนี้ ในสภาวะวิกฤตินี้ยัง
คาดการณ์ไม่ได้แน่ชัดว่าจะจบลงเมื่อใด แต่ผลที่ชัดเจน คือ ความยากลาบากในการฟื้นฟู หลัง
สถานการณ์ COVID 19 ให้เข้าสู่สภาวะปกติ การเตรียมพร้อมผู้ประกอบการ SMEs เพื่อให้ปรับตัว
ตามสถานการณ์ได้ทันโดยเฉพาะผลกระทบหลังจากนี้ที่จะตามมาเป็นระลอกๆ และพร้อมต่อการเร่ง
ฟื้นฟูให้ธุรกิจอยู่รอดได้ (Survive) จึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ภาครัฐควรให้ความสาคัญและเร่งหาแนว
ทางแก้ไข

ในการนี้ กลุ่มที่ 8 จึงเล็งเห็นว่าการบูรณาการทางานร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
ในพื้นที่ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูยกระดับ CIV บ้านศาลาดิน ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย กระทรวง
อุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการ
ท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานภาคเอกชน ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภา
หอการค้าแห่งประเทศไทย ตลอดจนสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อเร่งดาเนินกิจกรรมยกระดับ CIV บ้าน
ศาลาดิน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ด้านผลกระทบของ SMEs ในระดับฐานรากในชุมชน
CIV บ้านศาลาดิน ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ที่ทาให้เกิดการสูญเสียความสามารถในการผลิต
และการบริการ จากการที่ SMEs เป็น Jigsaw สาคัญในทุกๆ Supply Chain ทางธุรกิจ และ

35

ผลกระทบต่อรายได้และกาลังซื้อของชุมชนในระดับรากหญ้า เนื่องจาก SMEs เป็นหน่วยที่มีการจ้าง
งานของแรงงานระดับรากหญ้า ดังนั้น การสูญเสียของธุรกิจ SMEs จึงส่งผลต่อกาลังซื้อ และความ
เป็นอย่ขู องคนรากหญ้า และอาจส่งผลต่ออัตราการว่างงาน การที่ธุรกิจ SMEs ในพื้นท่ีหากมีแนวโน้ม
ต้องปิดตัวลง จะส่งผลต่อการจ้างงานที่น้อยลงหรือการปลดคนงาน และปัญหาอาชญากรรมที่จะ
ตามมาจากการว่างงาน และปัญหาเชิงลูกโซ่อื่นๆ ที่จะตามมา กลุ่มที่ 8 จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบาย
ดังต่อไปนี้

ข้อเสนอที่ 1 เพ่อื สร้างผูป้ ระกอบการรายใหมใ่ นการขบั เคล่ือนเศรษฐกจิ ของชมุ ชน
CIV บ้านศาลาดนิ เพ่ือสร้างมลู ค่าเพิ่ม และยกระดับผลติ ภณั ฑ์ในชุมชนให้มีมูลคา่ สูงข้ึน และเพื่อสร้าง
รายได้ให้กับชุมชนบ้านศาลาดินอย่างยั่งยืน กลุ่มที่ 8 จึงได้เสนอกิจกรรมต่างๆ เพื่อยกระดับหมู่บ้าน
CIV ดงั น้ี

กจิ กรรมท่ี 1 กิจกรรมสรา้ งคน สร้างอาชพี เป็นการยกระดบั ประชาชนในชมุ ชนให้
กา้ วพน้ จากการเปน็ เกษตรกรทปี่ ลูกพชื หรือทากิจกรรมทเี่ ป็นเพียงแรงงานในพน้ื ท่เี กษตรในหมบู่ ้าน
CIV บ้านศาลาดิน ไปส่คู วามเปน็ ผปู้ ระกอบการธรุ กิจอตุ สาหกรรม โดยการนาแนวคิดของการบริหาร
จัดการ ทรัพยากร ตัง้ แต่คน วัตถดุ ิบ เครอ่ื งจกั ร และกระบวนการผลติ สินคา้ และบริการให้มี
ประสิทธภิ าพสูงและตรงกบั ความตอ้ งการของลกู คา้ เพือ่ เปล่ยี นวธิ ีการคดิ ใหม่จาก “เกษตรเชงิ เดย่ี ว”
มาเป็น “เกษตรแบบผสมผสาน” ท่ีมกี ารวางแผนเป็นเกษตรแม่นยา รวมถึงเนน้ ให้เกิดการแปรรปู
สนิ คา้ ทางการเกษตรเพ่ือใหเ้ กิดการสร้างมูลค่าเพ่ิม และเชื่อมโยงทางการตลาด พฒั นาอาชพี จาก
เกษตรกร เปน็ ผปู้ ระกอบการเกษตรอตุ สาหกรรม ประกอบดว้ ย

(1) กจิ กรรมฝกึ อบรมเชงิ ปฏบิ ัติการ “นกั ธรุ กจิ ขัน้ ตน้ ” โดย
กิจกรรมเป็นการให้ความรูส้ ร้างแรงบันดาลใจในการประกอบธรุ กจิ และการสร้างทัศนคติ มมุ มองจาก
การทาเกษตรแบบดั้งเดิมเป็นการทาเกษตรสมัยใหม่ พัฒนาองค์ความรู้ด้านเกษตรอุตสาหกรรม การ
วางแผนการทาเกษตรแบบผสมผสานเพื่อให้เกิดกาไรในการดาเนินการ รวมถึงองค์ความรู้เรื่องการ
บริหารจัดการ เบื้องต้นรวมถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลศักยภาพของชุมชนบ้านศาลาดิน ประเด็น
ปัญหา-อุปสรรคในการประกอบอาชีพ แหล่ง รายได้ของพื้นที่ และความคาดหวังที่ต้องการได้รับการ
พัฒนา

(2) กิจกรรมอบรมเชิงปฏบิ ัติการสรา้ งศกั ยภาพการเป็น
“ผู้ประกอบการ” เป็นการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ เกษตรกรที่มีความต้องการยกระดับ
ตัวเองเพื่อเป็นผู้ประกอบการ ให้มีการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ที่มั่นคงในอนาคตได้ ด้วยการ

36

อบรมเชิงปฏิบตั ิการและการให้คาแนะนาถา่ ยทอดองคค์ วามรู้ในการวางแผนธุรกิจ และจัดทาโครงการ
ยกระดบั ธรุ กจิ รายกจิ การ พรอ้ มกับการศึกษาดูงานสถานทีท่ ่ีเกยี่ วเนอ่ื ง

กิจกรรมที่ 2 สร้างธุรกิจ สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ในชุมชน CIV บ้านศาลาดิน เป็นการ
พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและการท่องเที่ยวเป็นการนา
แนวคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรด้วยการแปรรูปให้มีความหลากหลายและมีบรรจุ
ภัณฑท์ ม่ี ีความโดดเด่นและดึงดูด สนับสนุนการเขา้ ถึงเทคโนโลยี เครอ่ื งมอื เครื่องจักร และนวัตกรรม
ใหม่ๆ อย่างเหมาะสม พัฒนาให้เกิดการแปรรูปขั้นพื้นฐานเพื่อให้เป็นวัตถุดิบสาหรับอุตสาหกรรม
หรือแปรรูปผลิตภัณฑ์ใหม่ ด้วยการนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและงานวิจัยเข้ามาสร้าง
มูลค่าเพิ่มพร้อมบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมถึงการวิเคราะห์
ทดสอบ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลติ พรอ้ มท้งั การผลติ สินค้าตน้ แบบเพือ่ ทดลองจดั จาหนา่ ย

กิจกรรมที่ 3 สรา้ งผู้นากล่มุ ทมี วทิ ยากรกลุ่ม ประจาหมูบ่ า้ น CIV บ้านศาลาดนิ เป็น
การสร้างผู้นากลุ่ม และเฟ้นหาทีมผู้นาเพื่อใช้ในการผลักดันและขับเคลื่อนการดาเนนิ งานของกลุ่มใน
อนาคต โดยการจดั ต้ังกลุม่ และคดั เลอื กผู้นากลมุ่ พร้อมทงั้ ทีมดาเนินงาน การจดั ทาแผนการดาเนินงาน
ในอนาคตของกลมุ่ และการนาเสนอแผนการดาเนินงานในอนาคตของกลมุ่

กิจกรรมที่ 4 สร้างกลุ่มเครือข่ายผู้นาระดับชุมชน CIV บ้านศาลาดิน เป็นกิจกรรม
เพื่อการขับเคลื่อนชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง ด้วยการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการกลุ่มหรือ
เครือข่ายเพื่อพัฒนาธุรกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน โดยการนาผู้นากลุ่มมาร่วมทากิจกรรมสร้างเครือข่าย
เพอ่ื ใหเ้ กิดการเชอ่ื มโยงระหวา่ งชุมชน และรว่ มกันผลักดันใหข้ ัยเคลือ่ นในระดับประเทศได้

กิจกรรมท่ี 5 สร้างโอกาสทางการตลาดและการเงินให้กับชุมชน โดยการสร้างโอกาส
ทางการตลาด เป็นการดาเนินกิจกรรม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของชุมชนแต่ละชุมชนให้เป็นที่รู้จักของ
ตลาดและนักท่องเที่ยวให้สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี และขายผลิตภัณฑ์ได้ตลอด เพื่อเป็นการสร้าง
โอกาสทางการตลาดให้กบั พนื้ ท่ี กจิ กรรมประกอบดว้ ย

(1) ศกึ ษา จัดทาทริปทอ่ งเท่ยี ว พร้อมทงั้ จัดทาสื่อวดี ทิ ศั น์หรือแผ่น
พับท่องเท่ียวแนะนาข้อมลู กลุม่ รา้ นอาหาร ทพี่ ัก สถานท่ีสาคัญ ผลิตภณั ฑเ์ ด่นของชุมชน เช่น ทริป 2
วนั 1 คนื หรือ 1 Day-Trip โดยร่วมมือกับหน่วยงานในพืน้ ท่ี

(2) จัดทาหรือปรับปรุงจุด Check in หรือ จุด Land Mark ของ

ชุมชน อย่างน้อย 3 จุด

37

(3) จัดกิจกรรมสื่อสัญจร เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้าน
ศาลาดินสูอ่ ุตสาหกรรมท่องเท่ียวของประเทศ เพอื่ ประชาสัมพันธ์แนะนาพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
สร้างกระแสการท่องเที่ยว และการซ้ือสนิ ค้าในพื้นท่ี โดยการนาสื่อมวลชนจากสว่ นกลาง และท้องถ่ิน
เขา้ รว่ มเพ่อื เยย่ี มชมอตุ สาหกรรมเกษตรแปรรปู และแหลง่ ท่องเทยี่ วในพนื้ ท่ี

(4) จัดงานแสดงศักยภาพพื้นที่ เพื่อแสดงศักยภาพของชุมชนบ้าน
ศาลาดนิ ทงั้ ผลิตภณั ฑแ์ ละแหลง่ ท่องเทีย่ วให้เปน็ ท่รี จู้ ัก โดยเป็นการนาสนิ ค้า ผลิตภัณฑใ์ นชุมชนมาจัด
จาหนา่ ย รวมท้งั การจัดนิทรรศการแสดงความก้าวหนา้ และศักยภาพของผปู้ ระกอบการในชมุ ชน และ
กิจกรรมอนื่ ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด เชื่อมโยงธรุ กิจ ประชาสมั พันธ์แนะนาให้เกิด
การท่องเที่ยวตลอดทงั้ ปี และผลิตภณั ฑ์ ไดร้ บั การยอมรับของตลาด

อย่างไรก็ดี กิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจ เป็นการเชื่อมโยงและสร้างโอกาสทางการตลาด
ให้ผูซ้ ้อื ทม่ี ีความต้องการผลิตภัณฑ์ของชุมชนบ้านศาลาดินท้ังผลิตภัณฑแ์ ปรรูป และแบบสด กับผู้ขาย
เพื่อให้สามารถกาหนดราคาได้และเป็นการสร้างความมั่นคง ของรายได้ให้กับผู้ประกอบการเกษตร
และการเชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน แหล่งเงินทุน ธนาคาร เช่น ธ.ก.ส. SME Bank และธนาคารออม
สนิ หรอื กองทนุ หมบู่ า้ น เปน็ ต้น

ในการนี้ จากการที่กลุ่มที่ 8 ได้มีการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561-
2580 ซึ่งได้กาหนดยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน อันมีเป้าหมายการพัฒนา
คือ การยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ รวมทั้งการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ
การปรับรูปแบบวิธีผลิต และการดาเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของ ตลาด ซึ่งเศรษฐกิจ
สรา้ งสรรค์ (Creative Economy) จะเป็นองคป์ ระกอบสาคัญของยุทธศาสตร์การพฒั นา ประเทศตาม
นโยบายของรัฐบาล ด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่บนพื้นฐานของการใช้องค์ความรู้ ความคิด
สร้างสรรค์ และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เชื่อมโยงกับทุนทางวัฒนธรรม เทคโนโลยีและนวัตกรรม
สมัยใหม่ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรม เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ สร้างโอกาสให้กับ
ผู้ประกอบการ รุ่นใหม่ และเป็นส่วนหน่ึงในการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตของประชาชน โดยโมเดลเศรษฐกิจ
สร้างสรรค์ จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตประจาวันของผู้คนในสังคมในการต่อยอดสร้างสรรค์
ผลิตภัณฑ์หรือบริการ เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้หลากหลายขึ้นและ
ตอบสนองต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการสร้าง
มูลคา่ เพ่มิ ใหผ้ ลติ ภณั ฑห์ รอื บรกิ ารและสรา้ งมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกจิ ของประเทศในภาพรวมอีกดว้ ย

38

กลมุ่ ที่ 8 จึงได้เสนอแผนดาเนินกิจกรรมเพื่อต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากให้กับหมู่บ้าน
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นกิจกรรมหลักที่จะสามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การ
พัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ตามแนวทางของยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
เศรษฐกิจยุคใหม่ ด้วยการดึงพลังจากนักศึกษาคนรุน่ ใหมใ่ นหลายสาขาได้รว่ มพัฒนาชุมชนทั้งในด้าน
การบริหารจัดการ การท่องเที่ยว สินค้าและบริการ เทคโนโลยีการผลิต การตลาด เป็นต้น โดย
ดาเนินงานแบบมีส่วนร่วมกับหน่วยงานและชุมชน ซึ่งนักศึกษาคนรุ่นใหม่จะได้ใช้องค์ความรู้
แนวความคิดใหม่ๆ ร่วมกับเทคโนโลยี นวัตกรรม ที่สอดคล้องกับตัวตนของแต่ละพื้นที่ เพื่อยกระดับ
ชุมชนบ้านศาลาดินให้เป็นชุมชนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สามารถสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับกิจกรรมต่างๆ
ของชมุ ชน และสนับสนนุ การพฒั นาเศรษฐกจิ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ข้อเสนอที่ 2 เพื่อให้ชุมชน CIV บ้านศาลาดินได้รับโอกาสในการพัฒนาชุมชนในมิติ
ต่างๆ และเกิดนวัตกรรมจากการสร้างสรรค์ใหม่ๆ แก่ชุมชน และเพื่อให้นักศึกษา คนรุ่นใหม่ ได้นา
องค์ความรู้และความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาชุมชน ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของตน พร้อมทั้ง
เรียนรู้การดาเนนิ ธุรกิจจากประสบการณจ์ ริง เพิ่มศักยภาพ ก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานหรอื การประกอบ
ธุรกิจ และเรียนรู้การบูรณาการทางานร่วมกันโดยใช้แนวทางพัฒนาที่เหมาะสม รวมทั้งเพื่อเป็นการ
ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ศักยภาพของชุมชนที่จะสามารถเชื่อมโยงเข้ากับการท่องเที่ยวแนวใหม่
เชน่ โอกาสทางการตลาด และการเข้าถงึ ชมุ ชนของนักท่องเท่ียวที่แสวงหา ประสบการณ์และพลังชีวิต
ใหม่ๆ

กลุ่มเป้าหมาย : CIV บ้านศาลาดิน และการขยายผลไปยังหมู่บ้านอุตสาหกรรม
สร้างสรรค์ที่มีศักยภาพและได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนต่างๆ มา
ระดับหนึ่ง ในพื้นที่/ภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ตลอดจนกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 ใน
สาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น สาขาการบริหารจัดการ/การตลาด ด้านการพัฒนาการผลิต เทคโนโลยี
อุตสาหกรรม ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อสารมวลชน ด้านการ
ท่องเที่ยว และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินงานในแต่ละ CIV/ชุมชน/ภูมิภาค เพื่อดาเนิน
กิจกรรม Creative Buildup ภายใต้นโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนา
เศรษฐกิจอยา่ งยงั่ ยนื โดยมขี ้อเสนอเพอื่ ดาเนินกิจกรรม ดงั น้ี

กิจกรรมที่ 1 จัดตั้งคณะทางานบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ
ขับเคลอ่ื นกจิ กรรมและประสานงานกับหน่วยงานรว่ มดาเนินการท่ีเกย่ี วข้อง

39

กิจกรรมที่ 2 จัดทาแผนการดาเนินกิจกรรมในภาพรวมตั้งแต่เริ่มตน้ จนสิ้นสุด พร้อม
ทั้งแนวทางการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการ
อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถาบันการศึกษา สานักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชน
เมอื งแหง่ ชาติ (กทบ.) ฯลฯ

กิจกรรมที่ 3 จัดทาข้อเสนอแนวคิดในการพัฒนาสร้างองค์ความรู้ การพัฒนา
ศักยภาพการประกอบธุรกิจ และจัดทาเกณฑ์ในการคัดเลือกชุมชน CIV เป้าหมายทั่วประเทศเพื่อ
ขยายผลต่อยอดจากชุมชนบ้านศาลาดิน ซึ่งเป็น CIV ที่มีศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนา และ
เปน็ หมู่บ้านอุตสาหกรรมสรา้ งสรรคท์ ี่สามารถบูรณาการและเชื่อมโยงการดาเนินกิจกรรม ยวุ ชนอาสา
ภายใตโ้ ครงการยุวชนสร้างชาติ ของกระทรวงการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรมได้

กิจกรรมที่ 4 จัดทาพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวง
อุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรม สถาบนั การศึกษา และชุมชน
CIV นาร่อง เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการนาองค์ความรู้ นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ มาแก้ไข
ปัญหาชุมชน

กิจกรรมที่ 5 จัดกจิ กรรมอบรมเชิงปฏบิ ัติการ (Work Shop) ใหแ้ ก่ทีมนักศึกษาและ
ชุมชน เพื่อเติม เต็มองค์ความรู้ การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ร่วมกับเทคโนโลยี
นวัตกรรมที่สอดคล้อง กับอัตลักษณ์และเรื่องราวของชุมชน เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการที่
เชื่อมโยงกบั การทอ่ งเท่ียวชมุ ชน และให้ความรเู้ รอื่ งการประกอบธุรกจิ แก่นกั ศกึ ษา เพ่ือสง่ เสริมให้เกิด
ผูป้ ระกอบการรนุ่ ใหม่

กจิ กรรมที่ 6 ใหค้ าปรึกษาแนะนารายกลุ่ม โดยจบั คู่ชมุ ชนกบั สถาบันการศึกษาท่ีเข้า
ร่วมเพื่อพัฒนาศักยภาพการประกอบธุรกิจ และเกิดนวัตกรรมสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่สามารถสร้าง
มูลค่าเพิ่มให้กับผลติ ภัณฑ์หรือ บริการชุมชน ซึ่งการให้คาปรึกษารายกลุ่มดงั กล่าวจะมีเจ้าหน้าท่ีของ
หนว่ ยรว่ มดาเนินการ

กิจกรรมท่ี 7 จัดงานแสดง Success Case และนาเสนอแผนการพัฒนาธุรกิจชุมชน
รวมถึงการตดิ ตาม ประเมินผล และมอบรางวัลหรือเกียรตบิ ัตรแกผ่ ูเ้ ขา้ ร่วมกิจกรรม

ในการน้ี กลมุ่ ที่ 8 หวงั ไว้ว่าข้อเสนอเชงิ นโยบายที่จะไดร้ บั การผลักดันและขับเคลื่อน
กิจกรรมต่างๆ จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรรค์ ทาให้เกิดมูลค่าทาง
เศรษฐกิจ ชุมชนได้รับการพัฒนาศักยภาพ เพิ่มโอกาสในการพัฒนาต่อเนื่องจากการสร้างสรรค์ใหม่ๆ


Click to View FlipBook Version