The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียนนักศึกษา ปีการศึกษา 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Waree, 2021-06-15 10:33:33

คู่มือนักเรียนนักศึกษา

คู่มือนักเรียนนักศึกษา ปีการศึกษา 2564

คำนำ
หนังสือคู่มือนักเรียน นักศึกษานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ได้ทราบถึงข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับวิทยาลัย
การให้บริการทางการศึกษา ข้อบังคับ ประกาศ ระเบียบต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อกำหนดของสถาบันฯ ฉะนั้น
นักเรียน นักศึกษาจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจโดยละเอียดรอบคอบ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ
วางแผนการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพและประสบผลสำเรจ็ ในการศึกษาสมตามเจตนารมณ์ และสามารถดำรง
ตนใหเ้ ปน็ บคุ คลทีม่ ีคณุ ภาพของประเทศชาตติ ่อไป

งานแนะแนวอาชพี และจดั หางาน
วทิ ยาลยั พณิชยการบงึ พระพิษณโุ ลก

สารบัญ หน้า
1
เรือ่ ง 5
7
ขอ้ มลู วทิ ยาลยั
ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา 11
ขอ้ มูลบุคลากร 20
งานพฒั นาหลกั สตู รการเรียนการสอน 21

หลักสตู รและการจัดการเรียนการสอน 22
โครงสร้างหลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพ (ปวช.)
โครงสร้างหลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชพี ช้นั สูง (ปวส.) 33
งานวัดผลและประเมนิ ผล
ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ด้วยการจัดการศึกษาและประเมินผลฯ 36
งานจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี 39
คณุ สมบัติของผ้เู รยี น
งานทะเบยี น 42
ขั้นตอนของงานทะเบยี น
คำรอ้ ง (งานทะเบียน) 45
งานห้องสมุดและศูนย์วทิ ยบริการ
ระเบียบการใชห้ ้องสมดุ และห้องศนู ย์การเรียนรู้และเทคโนโลยสี ารสนเทศ 48
งานแนะแนวอาชีพและการจัดหางาน
งานแนะแนวอาชพี และการจัดหางาน 56
งานกิจกรรมนกั เรยี นนักศึกษา 58
วัตถปุ ระสงค์ของงานกจิ กรรม 59
งานปกครอง
ระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ ารวา่ ดว้ ยการลงโทษนกั เรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548
กฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรยี นและนักศึกษา พ.ศ. 2548
ระเบียบว่าดว้ ยการตดั คะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2560

ข้อมูลวิทยาลัยพณิชยการบึงพระพิษณโุ ลก

ความเป็นมาของวทิ ยาลัยพณชิ ยการบงึ พระพษิ ณุโลก
วิทยาลัยพณิชยการบึงพระพิษณุโลกเดมิ ชือ่ วิทยาลัยเทคนคิ พิษณุโลกทีก่ รมอาชีวศกึ ษาซื้อกิจการต่อจาก

โรงเรียนเอกชน ในราคา 6,587,800.- บาทเมื่อปี พ.ศ. 2519 ต่อมาในปีพ.ศ. 2522 เปลี่ยนชื่อเป็นวิทยาลัย
พิษณุโลกและปี พ.ศ. 2537 เปลี่ยนชื่อเป็น วิทยาลัยพณิชยการบึงพระพิษณุโลกมีพื้นที่ 74 ไร่2 งาน
27 ตารางวา

ทต่ี ้ัง

วทิ ยาลยั พณิชยการบึงพระพิษณุโลกต้งั อยูเ่ ลขที่410 ถนนพษิ ณโุ ลก - บงึ พระต. บงึ พระ
อ.เมืองจ.พษิ ณุโลก 65000 หมายเลขโทรศัพท์ 0-5533-7551 โทรสาร 0-5533-7553

Website: http://www.bpcc.ac.th e-mail: [email protected]

ไปสถานีตารวจ สถานีรถไฟ
วงเวยี นรถไฟ
ทา่ รถเมล์

ไปแยกสุรสีห์ ไปมหาวทิ ยาลยั นเรศวร
ไปสนามบนิ
ศนู ย์การคา้ ประทมุ ทอง โรงพยาบาล
พทุ ธชินราช ไปสนามบนิ

หมบู่ า้ นการเคหะฯ ถนน ิพษ ุณโลก - ึบงพระ สนามบนิ
วดั พิกลุ วราราม
.

วทิ ยาลยั พณิชยการบงึ พระพิษณุโลก

สาขาวิชาท่ีเปดิ สอน เปดิ สอนหลักสตู รปวส. คณะวิชาบรหิ ารธรุ กิจ สาขาวชิ าการบัญชี
1 กรกฎาคม 2519 สาขาวิชาการตลาดและสาขาวชิ าการเลขานกุ าร
งดเปดิ หลกั สูตรปวส.และเปิดสอนหลักสูตร ปวท. คณะบริหารธุรกิจ
15 มนี าคม 2522 เปดิ สอนหลกั สูตร ปวท.ประเภทวิชาชา่ งอุตสาหกรรมคือ
ปกี ารศึกษา 2525 สาขาวชิ าเทคนิคชา่ งสำรวจ
เปดิ สอนหลักสตู รปวส. สาขาวิชาการตลาด และคอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ
ปีการศึกษา 2530 เปดิ สอนหลกั สตู รปวช.ประเภทวชิ าพาณิชยกรรม สาขาวิชาพณชิ ยการ
ปกี ารศึกษา 2532 เปดิ สอนหลกั สูตรปวส. สาขาวชิ าการบัญชี และสาขาวิชาการเลขานุการ
ปกี ารศกึ ษา 2536 เปิดสอนหลกั สูตรปวส. สาขาวชิ าการเงินการธนาคาร และสาขาวิชา
ปกี ารศึกษา 2537 อตุ สาหกรรมทอ่ งเที่ยวและหลกั สตู รปวช. สาขาวิชาอุตสาหกรรมท่องเทีย่ ว
เปิดสอนหลักสูตรปวช. สาขาวิชาอตุ สาหกรรมท่องเท่ยี ว
ปกี ารศึกษา 2538 กลุม่ วชิ าการโรงแรมในระบบทวภิ าคี
เปดิ สอนหลกั สูตรปวช.ภาคสมทบประเภทวชิ าพาณชิ ยกรรมสาขาวิชาพณชิ ยการ
ปกี ารศึกษา 2539 เปดิ สอนหลกั สูตรปวส.ประเภทวิชาบรหิ ารธุรกจิ สาขาวชิ าการบัญชภี าคสมทบ
เปิดสอนหลักสตู รปวช. สาขาวิชาพณชิ ยการ สาขาวชิ าธรุ กิจคา้ ปลกี
ปกี ารศกึ ษา 2540 ในระบบ ทวิภาคี
เปิดสอนหลกั สตู รปวส. ประเภทวชิ าบริหารธุรกจิ สาขาวิชา
ปีการศึกษา 2541 คอมพิวเตอร์ธรุ กิจภาคสมทบสาขาธุรกิจโรงแรม
สาขาวิชาการตลาดสาขาวชิ าการจัดการธรุ กจิ คา้ ปลกี ระบบทวิภาคี
ปกี ารศึกษา 2546 และสาขาวชิ าธุรกจิ โรงแรมระบบทวิภาคี
ปีการศกึ ษา 2549 เปดิ สอนหลกั สตู รปวส. ประเภทวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ปีการศึกษา 2563 เปิดสอนหลักสูตรปวส. ประเภทวิชาบรหิ ารธรุ กจิ สาขาวิชาการจดั การโลจิสติกส์
เปิดสอนหลักสูตรปวช. ประเภทวิชาพาณิชยกรรมสาขาวิชาการจัดการโลจสิ ติกส์
และประเภทวิชาศลิ ปกรรม สาขาวชิ าคอมพิวเตอร์กราฟิก

การดำเนนิ งานในปจั จบุ นั

ระดบั การศกึ ษา และสาขาวิชาท่เี ปิดสอน
วทิ ยาลัยพณิชยการบงึ พระพิษณุโลกเปดิ ทำการสอนในระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ

ประกาศนียบตั รวชิ าชีพชัน้ สงู (ปวส.) และระดับปริญญาตรี เทคโนโลยีบัณฑิต(ทล.บ.) ดังน้ี

1. ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพ (ปวช.) พุทธศกั ราช 2562

เปดิ สอน 3 ประเภทวชิ า 9 สาขาวชิ า

ประเภทวิชา สาขาวิชา

พาณิชยกรรม การบัญชี

การตลาด

การจัดการสำนักงาน

คอมพิวเตอร์ธรุ กจิ

ธรุ กิจคา้ ปลกี ระบบทวภิ าคี

โลจสิ ตกิ ส์

ศิลปกรรม คอมพิวเตอร์กราฟกิ

อุตสาหกรรมทอ่ งเท่ียว การโรงแรม

การทอ่ งเทีย่ ว

2. ระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศกั ราช 2563

เปดิ สอน 2 ประเภทวิชา 7 สาขาวชิ า

ประเภทวชิ า สาขาวิชา

บริหารธรุ กิจ การบญั ชี ระบบปกติ และระบบทวิภาคี

การตลาดระบบปกติ และระบบทวิภาคี

การจดั การสำนักงาน

เทคโนโลยธี ุรกจิ ดิจิทัล

การจดั การโลจสิ ติกส์และซพั พลายเชน

การจดั การธุรกิจคา้ ปลกี ระบบทวภิ าคี

อตุ สาหกรรมท่องเทย่ี ว การโรงแรม ระบบทวิภาคี

3. ระดับปริญญาตรี เทคโนโลยบี ณั ฑติ (ทล.บ.) เปิดสอน 2 สาขาวิชา
3.1 สาขาวชิ าการโรงแรม (ต่อเน่ือง)
3.2 สาขาวชิ าการตลาด (ต่อเนอื่ ง)

ปรชั ญาวิสัยทศั น์ พันธกจิ อัตลกั ษณ์

ปรชั ญา

วนิ ัยดี มีคณุ ธรรม ล้ำเลิศวชิ า พฒั นาตนเอง เร่งคณุ ภาพทกั ษะ

วินัยดี วิทยาลัยฯ มุ่งเน้นให้นักเรียน นักศึกษา มีระเบียบวินัยในตนเองมีความรับผิดชอบซึ่งทุก
คนต้องปฏิบัติตามกฎของวทิ ยาลัยฯ สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและกระทรวงศึกษาธกิ ารเพ่ือท่ีจะ
ไดอ้ อกไปสู่สงั คมทดี่ ีและไม่ทำตนให้เปน็ ทีเ่ ดือดร้อนแก่บคุ คลและสว่ นรวม

มีคุณธรรม วิทยาลัยฯ มุ่งผลิตนักเรียน นักศึกษาให้มีคุณภาพ ปลูกฝังความคิดด้านคุณธรรม
จริยธรรม ศลี ธรรมอันดีงาม มคี วามซื่อสตั ย์สจุ รติ มคี วามกลา้ แสดงออกกล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง รู้จักอดทน
อดกลั้น และอดออม

ล้ำเลิศวิชา วิทยาลัยฯ เปิดสอนวิชาชีพในสาขาต่าง ๆ ดังนั้นนักเรียน นักศึกษาเมื่อสำเร็จ
การศึกษาในแต่ละระดับต้องมีความรู้ ความเข้าใจด้านวิชาชีพในสาขาที่เรียนและที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี
เพื่อทจ่ี ะนำความรูค้ วามสามารถไป ประกอบอาชพี ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

พัฒนาตนเอง วิทยาลัยฯ มุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษารู้จักพัฒนาตนเองให้
เกิดความ ชำนาญในด้านวิชาชีพ มีประสบการณ์จริงจากการจัดกิจกรรมเสริมหารายได้ระหว่างเรียน จัดทำ
โครงงาน และการฝกึ งานตามสถานประกอบการ เพอ่ื ใหม้ ีทักษะความชำนาญ

เร่งคณุ ภาพทักษะ วิทยาลยั ฯ ม่งุ เนน้ การเรียนการสอน เพือ่ ใหม้ ีความเป็นเลศิ ทางด้านทักษะด้วย
การจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตลอดจนจัดหาครูและบุคลากร ที่มีความเชี่ยวชาญใน
สาขาวชิ าใหเ้ พยี งพอ ในการฝึกทกั ษะวชิ าชพี

วิสยั ทศั น์

วิทยาลัยพณิชยการบึงพระพิษณุโลก "ส่งเสริมคุณธรรม น้อมนำความพอเพียงผลิตและ
พัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพสู่สากล"

พันธกิจ

1. ผลติ และพัฒนานกั เรยี น นกั ศึกษาให้มีคณุ ธรรม ความรู้ ทกั ษะตามมาตรฐานวชิ าชพี สู่สากล
2. พัฒนานวตั กรรม ส่งิ ประดษิ ฐ์ และการวจิ ยั เพอ่ื นำไปใชใ้ นการจัดการเรียนการสอนทม่ี ีคณุ ภาพ
3. บูรณาการจดั การเรียนการสอนภายใตห้ ลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

อตั ลกั ษณ์

"บคุ ลกิ ดี มคี ณุ ธรรม นำความรู้สสู่ งั คม

เปา้ ประสงค์

นักเรียน นักศึกษา ทุกคนพัฒนาได้ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ เป็นมนุษย์สมบูรณ์ท้ัง
ร่างกาย จติ ใจ สติปญั ญา ความรู้และมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและวฒั นธรรมในการดำรงชวี ิตสามารถใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศตามการเรียนรู้ในยุคโลกาภิวัฒน์ให้ผู้เรียนสามารถคิดเองทำเองปฏิบัติเองสร้างความรู้ด้วยตนเอง
จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายมีทักษะวิชาชีพตามมาตรฐานอาชีพที่ตลาดแรงงานต้องการเป็นการบูรณา การ
ความร้แู ละทักษะวิชาชีพ ทัง้ ในระดับประเภทวิชาหรือสาขาวชิ าเพ่ือใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้ลึกรู้กว้างประกอบอาชีพ
ได้อยา่ งหลากหลายและอยใู่ นสังคมไดอ้ ย่างมคี วามสุข

ผู้บริหารสถานศกึ ษา

นางปฏิมา พุฒตาลดง
ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยการวิทยาลัยพณชิ ยการบึงพระพิษณโุ ลก

นางสาวภทั รปภา อนิ ทะจนั ทร์ นางสาวอริสยาภรณ์ เชียงไตร

ตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายบรหิ ารทรัพยากร ตำแหนง่ รองผอู้ ำนวยการฝ่ายพฒั นากิจการนกั เรยี น นกั ศึกษา

นางสาวภทั รปภา อนิ ทะจนั ทร์ นายธนกฤต สขุ มามอญ
ตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝา่ ยวิชาการ ตำแหนง่ รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานและความร่วมมือ

คณะกรรมการสถานศึกษา แผนภมู ิผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา คณะกรรมการท่ปี รึกษา
วทิ ยาลัยพณชิ ยการบึงพระพิษณุโลก

ผู้อานวยการวิทยาลัย
นางปฏิมา พฒุ ตาลดง

รองผูอ้ ำนวยกำร รองผูอ้ ำนวยกำร รองผูอ้ ำนวยกำร รองผูอ้ ำนวยกำร
ฝ่ ำยบริหำรทรัพยำกร ผำ่ ยแผนงำนและควำมร่วมมือ ฝ่ำยพฒั นำกิจกำรนกั เรียนนกั ศกึ ษำ ฝ่ ำยวิชำกำร
นำงสำวภทั รปภำ อนิ ทะจนั ทร์
นำยธนกฤต สุขมำมอญ นำงสำวอริสยำภรณ์ เชียงไตร นำงสำวภทั รปภำ อนิ ทะจนั ทร์
งำนบริหำรงำนทว่ั ไป
นำงเกษณีย์ เอกพนั ธุ์พงษ์ งำนวำงแผนและงบประมำณ งำนแนะแนวอำชีพและกำรจดั หำงำน แผนกวิชำสำมญั สัมพนั ธ์
นำยพงศว์ ทิ ย์ จนั ทร์พฒุ นำงสำววรัฐยำ ชดชอ้ ย ว่ำที่รต.วสันต์ ยนั อินทร์
งำนบุคลำกร
นำงสำววิรุฬพร แกว้ กลำ้ งำนศนู ยข์ อ้ มูลสำรสนเทศ งำนสวสั ดิกำรนกั เรียนนกั ศึกษำ แผนกวิชำกำรบญั ชี
นำยเพชร์พะเยำว์ แยม้ ยนิ ดี นำงนภำวดี รัตนอนนั ต์ นำงสมพร บวั แจม่ รัตนวงศ์
งำนกำรเงิน
นำยสำโรจน์ สอนโต งำนควำมร่วมมือ งำนโครงกำรพิเศษและบริกำรชุมชน แผนกวชิ ำกำรตลำด
นำงสำวเพญ็ พชิ ชำ สิงหกุล นำงสุกญั ญำ เติมลำภ นำยพรณัติชยั มขุ ดี
งำนกำรบญั ชี
นำงบญุ ลอ้ มลกั ษณ์ กณั หำ งำนวิจยั พฒั นำนวตั กรรมและสิ่งประดิษฐ์ งำนครูท่ีปรึกษำ แผนกวิชำกำรเลขำนุกำร
นำยเก้ือกูล วงษเ์ สรี นำงสำวน้ำฝน สอนเคน นำงรัตนต์ ิกรณ์ รพนี ิพนธ์
งำนพสั ดุ
นำงสำววรำภรณ์ ช่วยหวงั งำนประกนั คุณภำพและมำตรฐำนกำรศึกษำ งำนปกครอง แผนกวิชำคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
นำงศิริณย์ ณัฐศรัณยก์ ลุ นำงสุนิตยำ อินเรือน นำงอรพนิ สัจจเสนีย์
งำนอำคำรสถำนที่
นำยนวนิ พรรษแตงเกิด งำนส่งเสริมผลิตผลกำรคำ้ และประกอบ แผนกวชิ ำกำรจดั กำรโลจิสติกส์
ธุรกิจ นำงสำวพิริยำ บุญเยน็
งำนทะเบียน
นำงน้ำคำ้ ง ไพรัตน์ นำงจิรำพร นนั ทิ แผนกวชิ ำกำรโรงแรมและทอ่ งเทย่ี ว
นำยโกวิท บวบนำ
งำนประชำสมั พนั ธ์ งำนกิจกรรมนกั เรียนนกั ศึกษำ
นำงอรุณศิริ เขียวสด นำยตรัยทิพย์ เขียวสด แผนกวชิ ำคอมพิวเตอร์กรำฟิก
นำยคมกริช กลำ้ หำญ

งำนสื่อกำรเรียนกำรสอน
นำยชวลติ ศรีสุพฒั นะกุล

งำนอำชีวศึกษำระบบทวิภำคี
นำงสำวปนดั ดำ มำกเมือง

งำนพฒั นำหลกั สูตรกำรเรียนกำรสอน
นำงชฎำพร นำคสุทธ์ิ

งำนวดั ผลและประเมินผล
นำงจุฑำมำศ แยม้ จำรัส

งำนวิทยบริกำรและหอ้ งสมดุ
นำงสุกญั ญำ ชูติกำญจน์

ขอ้ มูลบุคลากร วทิ ยาลยั พณชิ ยการบงึ พระพิษณโุ ลก

คณะผูบ้ รหิ าร

นางปฏมิ า พฒุ ตาลดง ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลยั พณชิ ยการบึงพระพษิ ณโุ ลก

นางสาวภัทรปภา อินทะจนั ทร์ รองผ้อู ำนวยการ รบั ผิดชอบฝ่ายบรหิ ารทรัพยากร

นายธนกฤต สขุ มามอญ รองผู้อำนวยการ รบั ผิดชอบฝ่ายแผนงานและความรว่ มมือ

นางสาวอรสิ ยาภรณ์ เชียงไตร รองผู้อำนวยการ รบั ผิดชอบฝา่ ยพัฒนากจิ การนักเรียน นักศึกษา

นางสาวภทั รปภา อนิ ทะจนั ทร์ รองผู้อำนวยการ รับผดิ ชอบฝา่ ยวิชาการ

แผนกวชิ าการบัญชี

ลำดับ ชื่อ-สกลุ ตำแหนง่ วิทยฐานะ วุฒกิ ารศึกษา
ท่ี
ครู ชำนาญการพิเศษ กศ.ม. หลักสตู รและการสอน
1 นางสมพร บวั แจม่ รตั นวงศ์ ครู ชำนาญการพเิ ศษ วท.บ. การบญั ชี
ครู ชำนาญการพิเศษ บธ.บ. การบญั ชี
3 นางสาววสนีย์ เทพนชิ ครู ชำนาญการพเิ ศษ กศ.ม. หลกั สูตรและการสอน
ครู ชำนาญการพเิ ศษ บธ.ม. บริหารธรุ กิจ
4 นางสุกัญญา เติมลาภ ครู ชำนาญการพเิ ศษ บธ.ม. บรหิ ารธรุ กจิ
บธ.ม. การบัญชี
5 นางสาวภิรญา จนั ทร์รักษ์ ครู - บธ.บ. การบญั ชี
ครผู ชู้ ่วย บช.บ. การบญั ชี
6 นางบุญลอ้ มลักษณ์ กณั หา ครูพเิ ศษสอน - บช.บ. การบัญชี

7 นางสาวธนภร โชคศริ วิ ชั ร -

8 นายสาโรจน์ สอนโต
9 นางสาวอญั ชุลี ทวีบญุ
10 นางชนดิ าพา ปิน่ มว่ ง

แผนการวชิ าการตลาด

ลำดบั ชื่อ-สกลุ ตำแหนง่ วทิ ยฐานะ วุฒิการศกึ ษา
ท่ี
ครู ชำนาญการ ศษ.ม.เทคโนโลยกี ารศกึ ษา
1 นายพรณตั ชิ ัย มขุ ดี ครู ชำนาญการ บธ.ม. บรหิ ารธรุ กิจ
ครูผู้ชว่ ย ศศ.บ. การตลาด
2 นางศริ ิณย์ ณัฐศรณั ย์กลุ ครูผูช้ ่วย - บธ.ม. การตลาด
-
3 นางสาวธนพชั ร์ พฒุ ภัทรดา

4 นางสาวนงนชุ หนหู งส์

แผนกวชิ าการเลขานกุ าร

ลำดับ ชอ่ื -สกลุ ตำแหน่ง วทิ ยฐานะ วฒุ กิ ารศกึ ษา
ที่
ครู ชำนาญการพิเศษ ค.ม. การบรหิ ารการศึกษา
1 นางรัตนต์ ิกรณ์ รพนี ิพนธ์ ครู ชำนาญการพเิ ศษ บธ.ม. บริหารธุรกจิ
ครู ชำนาญการพิเศษ ศศ.บ. การจดั การทัว่ ไป
2 นางเกษณยี ์ เอกพันธ์พุ งษ์ ครู ชำนาญการพิเศษ บธ.บ. การเลขานุการ
ครผู ู้ช่วย บธ.ม. บรหิ ารธรุ กิจ
3 นางเจริญพร ปญั โญใหญ่ -

4 นางนภาวดี รัตนอนันต์

5 นางสาวขนษิ ฐา ผยุ มาตย์

แผนกวชิ าคอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ

ลำดบั ชื่อ-สกลุ ตำแหนง่ วทิ ยฐานะ วฒุ กิ ารศึกษา
ที่

1 นางอรพิน สจั จเสนยี ์ ครู ชำนาญการพิเศษ บธ.ม. บริหารธรุ กิจ
ครู ชำนาญการพเิ ศษ ค.ม. การบรหิ ารการศกึ ษา
2 นางสาววริ ฬุ พร แกว้ กลา้ ครู ค.ม. การบริหารการศึกษา
ครู ชำนาญการ กศ.ม. เทคโนโลยีและสอ่ื สารการศกึ ษา
3 นายเพชร์พะเยาว์ แย้มยนิ ดี ครู ชำนาญการพเิ ศษ วท.ม. เทคโนโลยีสารเทศ
ครู วท.บ. เทคโนโลยีอุตสาหกรรม
4 นางจฑุ ามาศ แยม้ จำรสั ครู ชำนาญการ กศ.บ. คอมพิวเตอรศ์ กึ ษา
ค.บ. เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมการศกึ ษา
5 นายพงศว์ ิทย์ จนั ทรพ์ ฒุ พนกั งานบรกิ ารทว่ั ไป -
(คร)ู - บธ.บ. คอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ
6 นายเก้อื กูล วงษ์เสรี -
พนกั งานบรกิ ารทวั่ ไป
7 นางสาววราภรณ์ ช่วยหวงั (ครู) -

8 นางบุษยา พรหมแต้ม

9 นางสาวศศิศร เมฆยม้ิ

แผนกวิชาคอมพิวเตอร์กราฟิก

ลำดับ ชือ่ -สกลุ ตำแหนง่ วทิ ยฐานะ วฒุ ิการศึกษา
ท่ี
ครู - ค.บ.เทคโนโลยีการศกึ ษา
1 นายคมกริช กลา้ หาญ ครู - ศศ.ม.นวตั กรรมหลักสูตรและการเรยี นรู้
ครู - ศษ.บ. การออกแบบศลิ ปประยุกต์
2 นางอรณุ ศิริ เขยี วสด ครูผชู้ ว่ ย - วท.บ. เทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์
ครูผชู้ ่วย - ทล.บ. เทคโนโลยีการถ่ายภาพและ
3 นายนวนิ พรรษ แตงเกดิ ภาพยนตร์
- ศศ.บ.สอ่ื สารมวลชน
4 นางสาวสายสนุ ีย์ เนียมกำเนดิ
- ศป.บ.ออกแบบผลติ ภณั ณแ์ ละบรรจุภณั ฑ์
5 นายจกั รพงศ์ กล่นิ จนั ทร์

6 นายชวลิต ศรสี ุพัฒนะกุล พนักงานบรกิ ารทวั่ ไป

(ครู)

7 นางสาวเบญจมาภรณ์ ฤทธิเกรยี ง พนกั งานบรกิ ารทวั่ ไป
(ครู)

แผนกวิชาการจัดการโลจสิ ตกิ ส์

ลำดบั ชอื่ -สกลุ ตำแหน่ง วทิ ยฐานะ วฒุ กิ ารศึกษา
ที่ ครู
- อส.บ.การจดั การอตุ สาหกรรม
1 นางสาวพริ ิยา บุญเย็น ครู แขนงวชิ า การจดั การผลติ
- ศษ.ม. หลักสูตรและการสอน
2 นายตรยั ทิพย์ เขยี วสด

แผนกวชิ าการโรงแรมและการท่องเทีย่ ว

ลำดับ ช่ือ-สกลุ ตำแหนง่ วิทยฐานะ วฒุ ิการศกึ ษา
ท่ี
ครู
1 นายโกวิท บวบนา ครู ชำนาญการ ค.ม.หลกั สูตรและการสอน
ครู ชำนาญการพิเศษ ศศ.ม. การจดั การโรงแรมและการท่องเทย่ี ว
2 นางสกุ ัญญา ชตู ิกาญจน์ ครู บธ.บ.การจดั การโรงแรมและการท่องเทย่ี ว
ครู - ศศ.บ.อุตสาหกรรมทอ่ งเท่ยี ว
3 นางสาวน้ำฝน สอนเคน ครู ศศ.บ. การโรงแรม
ครูผชู้ ว่ ย - คศ.บ. อาหารและโภชนาการ
4 นางสาวอุมาพร ทับเทศ ครูผชู้ ่วย ค.บ. คหกรรมศาสตร์
- ศศ.บ.การทอ่ งเทยี่ วและการโรงแรม
5 นายกณั ฑฎ์ ภทั ร์ ศุภะกุลสวสั ดิ์
-
6 นางจิราพร นนั ทิ
-
7 นางสาวคฑามาศ เข้าเมอื ง
-
8 นายนฤเบศ เชาว์พานชิ

แผนกวชิ าสามัญสัมพนั ธ์

ลำดับ ช่อื -สกลุ ตำแหนง่ วิทยฐานะ วฒุ กิ ารศึกษา
ท่ี

1 ว่าทร่ี อ้ ยตรวี สันต์ ยนั อินทร์ ครู ชำนาญการพิเศษ กศ.ม. เทคโนโลยแี ละส่อื สารการศกึ ษา
ครู ชำนาญการพิเศษ กศ.ม. ภาษาไทย
2 นางน้ำคา้ ง ไพรตั น์ ครู ชำนาญการพิเศษ วท.ม. สถิตปิ ระยกุ ต์
ครู กศ.ม. จิตวทิ ยาการศกึ ษา
3 นางชฎาพร นาคสุทธ์ิ ครู - น.บ.นิตศิ าสตร์
ครู - ค.ม. หลกั สตู รและการสอนภาษาอังกฤษ
4 นางสาววรฐั ยา ชดช้อย ครู ศศ.บ. ภาษาองั กฤษ
ครู ชำนาญการ ค.บ. ภาษาองั กฤษ
5 นางสาวปนัดดา มากเมอื ง ครผู ู้ชว่ ย ค.บ. ภาษาอังกฤษ
ครผู ชู้ ่วย - ศศ.บ. ภาษาองั กฤษ
6 นางสาวเพญ็ พชิ ชา สงิ หกลุ ครูผู้ช่วย - วท.บ. คณติ ศาสตร์
ครูผู้ช่วย - ค.บ.ชีววทิ ยา
7 นายสวุ ฒั นช์ ัย ฉวศี กั ด์ิ - วท.บ. วทิ ยาศาสตร์ (เคม)ี
พนักงานบริการทว่ั ไป -
8 นางสาวจินตนา ธิน้อยวงค์ (ครู) - วท.บ. ชวี วิทยา
- -
9 นางมณฑา แจง้ ใจ ครูพเิ ศษสอน
-
10 นางสาวดารณุ ี สวุ รรณทา ครพู เิ ศษสอน -
ชาวตา่ งประเทศ
11 นายพรี พงษ์ กระหนาย

12 นางสาวอาลษิ า เมอื งพระฝาง

13 นางสนุ ิตยา อนิ เรอื น

14 นายตรภี พ สจั จเสนีย์
15 Mrs. Alpha R. Pagalian

งานพฒั นาหลกั สตู รการเรยี นการสอน

หลักสตู รและการจัดการเรยี นการสอน

หลักการของหลักสูตร
1. เป็นหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงเพื่อพัฒนา

กำลังคนระดับเทคนิคให้มีสมรรถนะมีคุณธรรมจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวชิ าชีพสามารถประกอบอาชีพได้ตรง
ตามความต้องการของตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คม
แห่งชาติและแผนการศึกษาแห่งชาตทิ ั้งในระดบั ชมุ ชนระดับทอ้ งถนิ่ และระดบั ชาติ

2. เป็นหลักสูตรท่ีเปิดโอกาสให้เลือกเรียนได้อย่างกว้างขวางเน้นสมรรถนะด้วยการปฏิบัติจริง
สามารถเลือกวิธีการเรียนตามศักยภาพและโอกาสของผู้เรียนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเทียบโอน
ผลการเรียนสะสมผลการเรียนเทียบโอนความรู้และประสบการณ์จากแหล่งวิทยาการสถานประกอบการและ
สถานประกอบอาชพี อิสระ

3. เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้ผู้สำเร็จการศึกษามีสมรรถนะในการประกอบอาชีพมีความรู้เต็มภูมิ
ปฏิบตั ไิ ด้จรงิ มีความเป็นผู้นำและสามารถทำงานเปน็ หมู่คณะไดด้ ี

4. เป็นหลกั สูตรที่สนับสนนุ การประสานความรว่ มมอื ในการจัดการศกึ ษารว่ มกนั ระหวา่ ง
หน่วยงานและองคก์ รท่ีเกย่ี วขอ้ งทง้ั ภาครัฐและเอกชน

5. เป็นหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้สถานศึกษาชุมชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร
ให้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับสภาพยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ของประเทศ

จุดหมายของหลกั สูตร
1. เพื่อให้มีความรูแ้ ละทักษะพืน้ ฐานในการดำรงชีวติ สามารถค้นคว้าเพิ่มเตมิ หรือศึกษาต่อใน

ระดับท่สี ูงข้ึน
2. เพอื่ ให้มีทกั ษะและสมรรถนะในงานอาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพ
3. เพอ่ื ใหส้ ามารถบรู ณาการความรูท้ ักษะจากศาสตรต์ ่างๆมาประยกุ ต์ใชใ้ นงานอาชพี

สอดคล้องกบั การเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยี
4. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพมีความมั่นใจและภาคภูมิใจในงานอาชีพรักงานรักองค์กร

สามารถทำงานเปน็ หมู่คณะได้ดีและมีความภาคภูมิใจในตนเองต่อการเรยี นวชิ าชีพ
5. เพ่อื ใหม้ ปี ญั ญาใฝ่รู้ใฝ่เรียนมีความคดิ สร้างสรรค์มีความสามารถในการจัดการการตัดสินใจและ

การแก้ปัญหารู้จักแสวงหาแนวทางใหม่ๆมาพัฒนาตนเองประยุกต์ใช้ความรู้ในการสร้างงานให้สอดคล้องกับ
วชิ าชีพและการพฒั นางานอาชีพอย่างตอ่ เน่อื ง

6. เพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดีมีคุณธรรมจริยธรรมซื่อสัตย์มีวินัยมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงท้ัง
รา่ งกายและจิตใจเหมาะสมกับการปฏบิ ัตใิ นอาชพี นัน้ ๆ

7. เพื่อให้เป็นผู้มีพฤติกรรมทางสังคมที่ดีงามต่อต้านความรุนแรงและสารเสพติดทั้งในการทำงาน
การอยู่ร่วมกันมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวองค์กรท้องถิ่นและประเทศชาติอุทิศตนเพื่อสังคมมีความเข้าใจ
และเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทยภูมิปัญญาท้องถิ่นตระหนักในปัญหาและความสำคัญของสิ่งแวดล้อม

8. เพือ่ ใหต้ ระหนักและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศโดยเป็นกำลงั สำคัญ
ในการผลติ และใหบ้ รกิ าร

9. เพื่อใหเ้ หน็ คุณค่าและดำรงไวซ้ ึ่งสถาบันชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ปฏบิ ตั ิตนในฐานะ
พลเมอื งดีตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข

หลักเกณฑ์การใชห้ ลักสูตร
1. การเรียนการสอน
1.1 การเรียนการสอนตามหลักสูตรน้ีผู้เรียนสามารถลงทะเบียนเรียนได้ทุกวิธีเรียนท่ีกำหนด

และนำผลการเรยี นแตล่ ะวธิ ีมาประเมินผลร่วมกันได้สามารถเทียบโอนผลการเรียนและขอเทยี บโอนความรู้และ
ประสบการณ์ได้

1.2 การจัดการเรียนการสอนเนน้ การปฏบิ ัตจิ รงิ สามารถจัดการเรยี นการสอนได้หลากหลาย
รูปแบบเพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะในวิชาการที่สัมพันธ์กับวิชาชีพในการวางแผนการ
แก้ปญั หาและจดั การทรัพยากรในการดำเนินงานได้อยา่ งเหมาะสมมสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาวชิ าการริเร่ิมส่ิงใหม่มี
ความรบั ผดิ ชอบต่อตนเองผู้อ่ืนและหม่คู ณะเป็นอิสระในการปฏิบตั ิงานที่ซับซ้อนหรือจดั การงานผู้อื่นมีส่วนร่วม
ทเี่ กยี่ วกบั การวางแผนการประสานงานและการประเมินผลรวมทั้งมีคุณธรรมจริยธรรมจรรยาบรรณวิชาชีพเจต
คตแิ ละกจิ นิสยั ท่ีเหมาะสมในการทำงาน

2. การจดั การศกึ ษาและเวลาเรียน
ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)จดั การศึกษาในระบบปกติ ใช้ระยะเวลา 3 ปีการศึกษา

รับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่วนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) จัดการศึกษาใน
ระบบปกติสำหรับผู้เข้าเรียนท่ีสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่าในประเภท
วิชาและสาขาวิชาตามที่หลักสูตรกำหนดใช้ระยะเวลา 2 ปีการศึกษาส่วนผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับ
มธั ยมศกึ ษาตอนปลายหรอื เทยี บเทา่ และผเู้ ขา้ เรียนท่ีสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือ
เทียบเท่าต่างประเภทวชิ าและสาขาวชิ าท่ีกำหนดใช้ระยะเวลาเรียนประมาณ 3 ปีการศกึ ษา

การจัดเวลาเรียนดำเนนิ การดงั น้ี
2.1 ในปีการศึกษาหน่ึงๆให้แบ่งภาคเรียนออกเป็น 2 ภาคเรียนปกติหรือระบบทวิภาคี

ภาคเรียนละ 18 สัปดาห์โดยมีเวลาเรียนและจำนวนหน่วยกิตตามที่กำหนดและสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือ
สถาบันอาจเปิดสอนภาคเรียนฤดูรอ้ นไดอ้ ีกตามท่ีเหน็ สมควร

2.2 การเรียนในระบบช้ันเรียนให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันเปิดทำการสอนไม่
นอ้ ยกวา่ สปั ดาหล์ ะ 5 วันวนั ละไมเ่ กิน 7 ช่ัวโมงโดยกำหนดให้จัดการเรยี นการสอนคาบละ 60 นาที

3. หนว่ ยกติ
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) กำหนดให้มีจำนวนหน่วยกิตตลอดหลกั สตู รไมน่ ้อยกวา่

103 หน่วยกิต และไม่เกิน 120 หน่วยกิต ส่วนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)กำหนดให้มีจำนวน
หน่วยกิตตลอดหลกั สตู รระหว่าง 83–99 หน่วยกติ

การคิดหนว่ ยกติ ถอื เกณฑ์ดังนี้
1) รายวิชาทฤษฎที ใี ช้เวลาบรรยายหรืออภิปรายไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมงเทา่ กับ 1 หนว่ ยกติ
2) รายวชิ าปฏบิ ตั ทิ ่ีใช้เวลาในการทดลองหรอื ฝกึ ปฏิบตั ิในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารไมน่ ้อยกว่า
36 ช่ัวโมงเทา่ กับ 1 หนว่ ยกติ
3) รายวชิ าปฏิบตั ทิ ี่ใช้เวลาในการฝกึ ปฏิบัตใิ นโรงฝึกงานหรือภาคสนามไม่น้อยกว่า
54 ชั่วโมงเทา่ กบั 1 หนว่ ยกิต
4) รายวิชาทใี ช้ในการศึกษาระบบทวิภาคไี ม่นอ้ ยกว่า 54 ชั่วโมงเท่ากบั 1 หน่วยกิต
5) การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพในสถานประกอบการหรือแหล่งวิทยาการ
ไม่นอ้ ยกวา่ 320 ชั่วโมงเท่ากับ 4 หนว่ ยกติ

6) การทำโครงการพฒั นาสมรรถนะวิชาชพี ไมน่ อ้ ยกว่า 54 ช่ัวโมงเทา่ กบั 1 หนว่ ยกติ

การกำหนดจำนวนหน่วยกิตและจำนวนชั่วโมงเรยี นต่อสปั ดาห์ของแตล่ ะรายวิชาให้พิจารณา

ตามมาตรฐานคุณวุฒอิ าชวี ศกึ ษาระดับประกาศนยี บัตรวิชาชพี ช้ันสูงพ.ศ. 2563โดยกำหนดหลกั เกณฑแ์ ละ

วิธีการดังน้ี

ความหมายของท-ป-น

ทหมายถึงจำนวนช่ัวโมงเรยี นทฤษฎตี อ่ หน่ึงสปั ดาห์

ปหมายถึงจำนวนชั่วโมงเรยี นปฏบิ ตั ิตอ่ หน่ึงสปั ดาห์

นหมายถงึ จำนวนหนว่ ยกิตท่ีกำหนดไว้ของแต่ละรายวิชา

ตวั อยา่ งรายวิชาทฤษฎที ใี่ ชเ้ วลาบรรยายหรืออภปิ ราย

3000-1101 ภาษาไทยเพ่ือสื่อสารในงานอาชีพ 3-0-3

กำหนดท-ป-นเทา่ กับ 3-0-3 แปลความหมายได้วา่
3 หมายถึงเรียนทฤษฎี 3 ชั่วโมงต่อหน่ึงสปั ดาหเ์ ท่ากับ 3 หน่วยกิต
(18 สปั ดาห์ x 3 ชั่วโมง = 54 ช่ัวโมงต่อภาคเรยี น)
0 หมายถงึ ไมม่ ีชั่วโมงเรียนปฏิบตั ิเท่ากับ 0 หน่วยกติ
3 หมายถงึ ผลรวมหนว่ ยกิตเทา่ กับ 3 หน่วยกติ

ตัวอย่างรายวชิ าปฏิบัติทใ่ี ชเ้ วลาในการทดลองหรือฝึกปฏิบัติในห้องปฏบิ ตั ิการ

3001-2001 เทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจดั การอาชีพ 2-2-3

กำหนดท-ป-นเทา่ กับ 2-2-3 แปลความหมายไดว้ ่า
2 หมายถงึ เรียนทฤษฎี 2 ชั่วโมงตอ่ หน่ึงสัปดาห์เทา่ กับ 2 หนว่ ยกิต
(18 สัปดาห์ x 2 ช่ัวโมง = 36ช่ัวโมงต่อภาคเรยี น)
2 หมายถึงเรียนปฏิบัตใิ นหอ้ งปฏิบตั กิ าร 2 ช่ัวโมงต่อหน่ึงสปั ดาห์เท่ากบั 1 หน่วยกิต
(18 สปั ดาห์ x 2 ช่ัวโมง = 36 ชั่วโมงตอ่ ภาคเรยี น)
3 หมายถงึ ผลรวมหน่วยกิตเท่ากับ 3 หน่วยกิต

4. โครงสรา้ ง

ระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช.)

โครงสร้างของหลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชพี พทุ ธศักราช 2562แบ่งเป็น 3 หมวดวิชา

และกิจกรรมเสรมิ หลกั สูตรดังน้ี

1. หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางไม่น้อยกวา่ 22 หน่วยกติ

หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางมุ่งเสริมสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ให้ความสำคัญต่อการ

จัดองค์ความรู้และทักษะเ พ่ือให้ผู้เรียนทุกประเภทวิชามีความรู้ความสามารถใช้ทักษะการส่ื อสารการคิดการ

วิเคราะห์การแก้ปัญหาการตัดสินใจสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและบูรณาการความรู้เพ่ื อนำไปใช้ใน

ชวี ติ ประจำวนั และการประกอบอาชีพไดป้ ระกอบดว้ ย 6 กลุ่มวิชาดังน้ี

1.1 กลุม่ วชิ าภาษาไทย ไมน่ อ้ ยกวา่ 3 หนว่ ยกติ

1.2 กลุ่มวิชาภาษาตา่ งประเทศ ไม่นอ้ ยกว่า 6 หนว่ ยกิต

1.3 กลุ่มวชิ าวิทยาศาสตร์ ไมน่ ้อยกวา่ 4 หน่วยกติ

1.4 กลมุ่ วชิ าคณติ ศาสตร์ ไม่นอ้ ยกวา่ 4 หน่วยกติ

1.5 กลมุ่ วิชาสงั คมศึกษา ไมน่ อ้ ยกวา่ 3 หน่วยกิต

1.6 กลุ่มวชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ไมน่ ้อยกว่า 2 หน่วยกิต

2. หมวดวชิ าสมรรถนะวชิ าชพี ไม่น้อยกวา่ 71 หนว่ ยกิต

2.1 กลมุ่ สมรรถนะวชิ าชพี พน้ื ฐาน 18 หนว่ ยกิต

2.2 กลุ่มสมรรถนะวิชาชพี เฉพาะ 24 หนว่ ยกติ

2.3 กลมุ่ สมรรถนะวิชาชีพเลือก ไม่น้อยกวา่ 21 หนว่ ยกิต

2.4 ฝึกประสบการณท์ กั ษะวิชาชพี 4 หน่วยกติ

2.5 โครงการพัฒนาสมรรถนะวชิ าชพี 4 หน่วยกติ

3. หมวดวิชาเลอื กเสรี ไม่น้อยกว่า 10 หน่วยกิต

4. กจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร 2 ช่ัวโมงตอ่ สปั ดาห์

ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพช้นั สงู (ปวส.)

โครงสร้างของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงพุทธศักราช 2563แบ่งเป็น 3 หมวดวิชา

และกิจกรรมเสริมหลักสตู รดงั นี้

1. หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง ประกอบด้วยกลุ่มวิชาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะในการ

ปรับตัวและดำเนินชีวิตในสังคมเห็นคุณค่าของตนและการพัฒนาตนมีความใฝ่รู้แสวงหาและพัฒนาความรู้ใหม่มี

ความสามารถในการใช้เหตุผลการคิดวิเคราะห์การแก้ปัญหาและการจัดการมีทักษะในการส่ือสารการใช้เทคโนโลยี

สารสนเทศและการทำงานร่วมกับผู้อ่ืนมีคุณธรรมจริยธรรมมนุษยสัมพันธ์และมีความรับผิดชอบต่อตนเองและ

สงั คมรวมไม่นอ้ ยกว่า21หน่วยกติ

การจัดวิชาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง สามารถทำได้ในลักษณะเป็นรายวิชาหรือลักษณะ

บูรณาการให้ครอบคลุมกลุ่มวิชาต่างๆในสัดส่วนทีเหมาะสมเพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหมวดวิชาสมรรถนะ

แกนกลาง ดงั รายการตอ่ ไปนี้

1.1กลมุ่ วชิ าภาษาไทย

1.2 กลมุ่ วิชาภาษาต่างประเทศ

1.3 กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์

1.4 กลุ่มวิชาคณติ สาสตร์

1.5กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์

1.6 กลมุ่ วิชามนษุ ยศาสตร์

2. หมวดสมรรถนะวิชาชีพประกอบด้วยกลุ่มวิชาที่พัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะวิชาชีพมี

ความสามารถในการคิดวิเคราะห์วางแผนจัดการประมวลผลแก้ปัญหาควบคุมและสอนงานบูรณาการความรู้และ

ทักษะในการปฏบิ ัตงิ านรวมไม่นอ้ ยกว่า 56 หนว่ ยกติ ประกอบด้วย 5 กลมุ่ ได้แก่

2.1 กลุ่มสมรรถนะวิชาชพี พ้ืนฐาน 15 หนว่ ยกิต

2.2 กลมุ่ สมรรถนะวิชาชีพเฉพาะ 21 หน่วยกิต

2.3 กล่มุ สมรรถนะวชิ าชพี เลือกไมน่ ้อยกว่า12 หน่วยกติ

2.4 ฝกึ ประสบการณส์ มรรถนะวิชาชพี 4 หนว่ ยกติ

2.5 โครงการพฒั นาสมรรถนะวชิ าชพี 4 หนว่ ยกติ

ในการกำหนดให้เป็นสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งต้องศึกษากลุ่มสมรรถนะวิชาชีพพ้ืนฐานและ

กลุ่มวิชาชีพเฉพาะในสาขาวิชานั้นๆรวมไม่น้อยกว่า 30 หน่วยกิตนอกจากนี้กำหนดให้มีการฝึกประสบการณ์

สมรรถนะวิชาชพี จำนวน 4 หน่วยกิตและโครงการพัฒนาสมรรถนะวชิ าชีพจำนวน 4 หนว่ ยกติ

3. หมวดวิชาเลอื กเสรีประกอบดว้ ยวชิ าท่ีเกี่ยวกับสมรรถนะแกนกลาง หรือสมรรถนะวิชาชพี

เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเรียนได้ตามความถนัดและความสนใจเ พ่ือการประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อ

จำนวนไมน่ อ้ ยกว่า 6 หน่วยกติ

4. กิจกรรมเสริมหลักสูตรเป็นส่วนท่ีส่งเสริมการพัฒนาสมรรถะชีวิตหรือสมรรถะวิชาชีพ
ผ้เู รียนทุกคนต้องเข้าร่วมกจิ กรรม2 ช่ัวโมงต่อสปั ดาห์ในทุกภาคเรยี นโดยไมน่ บั หนว่ ยกติ

การยกเว้นการเรียนรายวิชาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ
และหมวดวิชาเลือกเสรีสามารถทำได้โดยการเทียบโอนผลการเรียนหรือโดยการเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์เข้าสู่หน่วยกิตตามหลักสูตรตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กำหนด

จำนวนหนว่ ยกิตของแตล่ ะหมวดวิชาตลอดหลักสูตรให้เปน็ ไปตามท่ีกำหนดไวใ้ นโครงสร้าง
ของแต่ละประเภทวชิ ารายวชิ าแตล่ ะหมวดวชิ าสถานศึกษาอาชวี ศึกษาหรือสถาบนั สามารถจดั ตามท่ีกำหนด
ไวใ้ นหลักสตู รและหรือพัฒนาได้ตามความเหมาะสมตามยทุ ธศาสตร์ของภูมิภาคเพ่ือเพ่ิมขดี ความสามารถในการ
แข่งขันของประเทศทั้งนี้สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันต้องกำหนดรหัสวิชาจำนวนหน่วยกิตและจำนวน
ช่ัวโมงเรียนตามทก่ี ำหนดไว้ในหลักสูตร

5. การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวชิ าชพี
เปน็ การจดั กระบวนการเรียนรโู้ ดยความรว่ มมือระหวา่ งสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษาหรอื สถาบัน

กับภาคการผลติ และหรือภาคบริการหลังจากท่ีผู้เรยี นได้เรียนรภู้ าคทฤษฎีและการฝึกหดั หรือฝึกปฏิบัติเบื้องต้น
ในสถานศึกษาแล้วระยะเวลาหนึ่งท้ังนี้เพ่ือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงได้สัมผัสกับการ
ปฏิบัติงานอาชีพเคร่ืองมือเคร่ืองจักรอุปกรณ์ท่ีทันสมัยและบรรยากาศการทำงานร่วมกันส่งเสริมการฝกึ ทักษะ
การสื่อสารการใช้เหตผุ ลการคิดวเิ คราะหก์ ารแก้ปัญหาและการจัดการการเผชญิ สถานการณ์ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียน
ทำได้คิดเปน็ ทำเป็นและเกิดการใฝ่รูอ้ ย่างต่อเนื่องตลอดจนเกิดความม่ันใจและเจตคตทิ ี่ดีในการทำงานและการ
ประกอบอาชีพอิสระโดยการจัดฝึกประสบการณ์สมรรถนะวชิ าชีพตอ้ งดำเนินการดงั น้ี

5.1 สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันต้องจัดให้มีการฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ
ในรูปของการฝึกงานในสถานประกอบการแหล่งวิทยาการรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐโดยใช้เวลารวมไม่
น้อยกว่า 320 ชั่วโมงกำหนดให้มีค่าเท่ากับ 4 หน่วยกิตโดยให้นำรายวิชาในหมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพที่ตรง
หรอื สมั พนั ธ์กับลักษณะงานไปเรียนหรือฝึกในสถานประกอบการรฐั วสิ าหกจิ หรือหน่วยงานของรฐั ไดโ้ ดยใช้เวลา
รวมกบั การฝกึ ประสบการณส์ มรรถนะวชิ าชพี ไมน่ ้อยกวา่ 1ภาคเรียน

การคิดเวลารวมของการฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพไม่น้อยกว่า 320 ช่ัวโมงคำนวณ
จากจำนวนชั่วโมงการปฏิบัติงานในสถานประกอบการคูณวันคูณสัปดาห์ (8 ชั่วโมงx5วันx8 สัปดาห์)ท้ังน้ี
สถานศึกษาสามารถจัดให้มีฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ 2 รายวิชาคือฝึกงาน 1 และฝึกงาน 2
ใหส้ ถานศึกษาอาชีวศึกษาหรอื สถาบันจดั ใหม้ ชี ่ัวโมงเรยี นตอ่ สัปดาหท์ ่ีเทยี บเคียงกบั เกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น

5.2 การตัดสนิ ผลการเรียนและให้ระดบั ผลการเรียนใหป้ ฏบิ ตั ิเช่นเดียวกับรายวิชาอื่น

6. โครงการพัฒนาสมรรถนะวชิ าชีพ
เป็นรายวิชาที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าบูรณาการความรู้ทักษะและประสบการณ์

จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตามความถนัดและความสนใจต้ั งแต่การเลือกหัวข้อหรือเร่ื องท่ีจะ
ศึกษาค้นคว้าการวางแผนการกำหนดข้ันตอนการดำเนินการการดำเนินงานการประเมินผลและการจัดทำ
รายงานซ่ึงอาจทำเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มก็ได้ทั้งน้ี ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงการนั้นๆโดยการจัดทำโครงการ
ดังกล่าวตอ้ งดำเนนิ การดงั นี้

6.1 สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันต้องจัดให้ผู้เรียนจัดทำโครงการพัฒนาสมรรถนะ
วิชาชีพที่สัมพันธ์หรือสอดคล้องกับสาขาวิชาสำหรับผู้เรียน(ปวช.) ในภาคเรียนที่ 5 และหรือภาคเรียนที่ 6
สำหรับผเู้ รียน (ปวส.) ในภาคเรียนที่ 3 และหรือภาคเรียนท่ี 4รวมจำนวน 4 หน่วยกิต

ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 216 ชั่วโมงคำนวณจากจำนวนช่ัวโมงในการทำโครงการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพคูณหน่วย
กิต (54 ชั่วโมง x 4 หน่วยกิต) ทั้งน้ีสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันสามารถจัดให้ผู้เรียนจัดทำโครงการ
พฒั นาสมรรถนะวิชาชพี ได้ 2 แบบดังนี้

แบบท่ี 1 จัดเป็นรายวิชาเดียวต้องจัดอัตราส่วนช่ัวโมงการจัดทำโครงการพัฒนาสมรรถนะ
วชิ าชพี ในเวลาเรียนต่อนอกเวลาเรยี น 1 ตอ่ 2 ดงั น้ี

อัตราส่วนชั่วโมงในเวลาเรยี น 1 ส่วนเท่ากับ 72 ช่ัวโมงตอ่ ภาคเรยี น (216 ชั่วโมง x 1/3)
อตั ราสว่ นชั่วโมงนอกเวลาเรียน 2 ส่วนเท่ากบั 144 ชั่วโมงต่อภาคเรียน (216 ชั่วโมง x 2/3)

ดังน้ันต้องจัดทำโครงการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพในเวลาเรียนเท่ากับ 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
(72 ชั่วโมง/18สัปดาห์) และนอกเวลาเรียนเทา่ กบั 8ช่ัวโมงตอ่ สัปดาห์ (144 ชั่วโมง/18 สัปดาห์)

แบบที่ 2 จดั เปน็ สองรายวิชาคือโครงการ 1 และโครงการ 2 ให้สถานศึกษาอาชีวศกึ ษา
หรือสถาบันจัดให้มีช่ัวโมงเรยี นต่อสปั ดาห์ที่เทียบเคียงกบั เกณฑ์ดังกลา่ วข้างตน้

6.2 การตัดสินผลการเรยี นและให้ระดบั ผลการเรยี นใหป้ ฏิบตั เิ ช่นเดยี วกบั รายวิชาอ่ืน

7. การศกึ ษาระบบทวิภาคี
เป็นรปู แบบการจัดการศกึ ษาทเี่ กดิ จากข้อตกลงร่วมกนั ระหวา่ งสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือ

สถาบนั การอาชวี ศกึ ษากบั สถานประกอบการรัฐวิสาหกจิ หรอื หน่วยงานของรฐั โดยผู้เรียนใช้เวลาสว่ นหน่ึง
ในสถานศกึ ษาอาชีวศึกษาหรือสถาบนั และเรยี นภาคปฏิบัติในสถานประกอบการรัฐวสิ าหกิจหรือหน่วยงานของ
รัฐเพื่อให้การจัดการศึกษาระบบทวิภาคีสามารถเพ่ิ มขีดความสามารถด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนที่ ตรง
ตามความต้องการของผู้ใช้ตามจุดหมายของหลักสูตรการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีโดยนำรายวิชาทวิภาคีใน
กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเลือกไปกำหนดรายละเอียดของรายวิชาได้แก่จุดประสงค์รายวิชาสมรรถนะ รายวิชา
คำอธิบายรายวิชาเวลาที่ใช้ฝึกและจำนวนหน่วยกิตให้สอดคล้องกับลักษณะงานของสถานประกอบการ
รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐรวมท้ังสมรรถนะวิชาชีพของสาขางานพร้อมจัดทำแผนฝึกอาชีพการวัดและ
ประเมนิ ผลในแตล่ ะรายวิชาท้ังนี้อาจนำรายวชิ าชพี อ่ืนในหมวดสมรรถนะวิชาชพี ไปจัดร่วมดว้ ยก็ได้

จำนวนหน่วยกิตและจํานวนชั่วโมงที่ใช้ฝึกอาชีพของแต่ละรายวิชาทวิภาคีให้เป็นไปตามท่ี
หลักสตู รกำหนดและใหร้ ายงานการพัฒนารายวชิ าใหส้ ำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทราบ

ทั้งน้ีสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษาต้องปฏิบัติตามประกาศ
กระทรวงศึกษาธกิ ารเร่ืองมาตรฐานการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคเี พ่ือให้การจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวิ
ภาคีระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงมคี ุณภาพและประสทิ ธิภาพ

8. การเข้าเรยี น
ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี (ปวช.) ผู้เข้าเรยี นตอ้ งสำเรจ็ การศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับมธั ยมศึกษาปี

ท่ี3 หรือเทียบเท่าและมีคุณสมบัติเป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาและการ
ประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพพุทธศักราช 2562ส่วนระดับประกาศนีบัตรวิชาชีพ
ชั้นสูง (ปวส.) ผู้เข้าเรยี นต้องสำเร็จการศึกษาไมต่ ่ำกว่าระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่าหรือ
สำเรจ็ การศึกษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายหรอื เทียบเท่า

ผู้เข้าเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ท่ีสำเร็จการศึกษาและมีคุณสมบัติ
เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวา่ ด้วยการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทยี บเท่าและ
ผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพต่างประเภทวิชาและสาขาวิชาที่ กำหนดต้องเรียนรายวิชาปรับ
พื้นฐานวิชาชีพให้ครบตามที่ระบุไว้ในหลักสูตรแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชากรณีผู้เข้าเรียนทีสำเร็จ
การศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ผ่านการเรียนรายวิชาท่ีเทียบเท่ารายวิชาปรับพื้นฐานวิชาชีพ

สามารถยืนขอเทียบโอนผลการเรยี นรใู้ นรายวิชาน้ันสถานศึกษาอาจรับโอนผลการเรยี นหรือไม่ก็ได้ท้ังน้ีให้อยู่ใน
ดลุ พินจิ ของสถานศึกษา

การเรยี นรายวชิ าปรบั พื้นฐานวชิ าชีพใหเ้ ป็นไปตามขอ้ กำหนดท่ีระบุไว้ในหลักสตู รสาขาวชิ า
และการตัดสินผลการเรียนให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผล
การเรยี นตามหลักสตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชีพชั้นสูงพทุ ธศักราช2563

9. การประเมนิ ผลการเรยี น
เน้นการประเมนิ สภาพจรงิ ท้ังนี้ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวา่ ด้วยการจดั

การศึกษาและการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562และหลักสูตร
ประกาศนบี ัตรวิชาชพี ชัน้ สูง พุทธศักราช2563

10. กจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร
10.1 สถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษาต้องจดั ให้มีกจิ กรรมเสริมหลักสูตรไม่

น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ทุกภาคเรียนเพื่อพัฒนาวิชาการและวิชาชีพปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมค่านิยม
ระเบียบวินัยของตนเองการต่อต้านความรุนแรงและสารเสพติดส่งเสริมการคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์การทำงาน
ปลูกฝังจิตสำนึกและเสริมสร้างการเป็นพลเมืองไทยและพลโลกใช้กระบวนการกลุ่มในการทำประโยชน์ต่อ
ชุมชนและท้องถิ่นรวมท้ังการทะนุบำรุงขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามโดยการวางแผนลงมือปฏิบัติ
ประเมินผลและปรับปรุงการทำงานทั้งน้ีสำหรับนักศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีให้เข้าร่วมกิจกรรมท่ีสถาน
ประกอบการจัดขนึ้

10.2 การประเมินผลกิจกรรมเสริมหลักสูตรให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่า
ด้วยการจดั การศกึ ษาและการประเมนิ ผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพ พุทธศกั ราช 2562และ
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี ชน้ั สงู พทุ ธศักราช2563

11. การจัดแผนการเรียน
การจดั ทำแผนการเรียนเป็นการกำหนดรายวชิ าตามโครงสรา้ งหลกั สูตรที่จะดำเนินการสอนใน

แต่ละภาคเรียนโดยจัดอัตราส่วนการเรียนรู้ภาคทฤษฎีต่อภาคปฏิบัติในหมวดวิชา สมรรถนะวิชาชีพระดับ
ประกาศนีบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประมาณ 20 : 80 ระดับประกาศนีบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประมาณ 40:60
ทงั้ น้ีขนึ้ อยกู่ บั ลักษณะหรอื กระบวนการจดั การเรียนรู้ของแตล่ ะสาขาวชิ าซ่ึงมขี ้อเสนอแนะดังน้ี

11.1 จัดรายวิชาในแต่ละภาคเรียนโดยคำนึงถึงรายวิชาที่ต้องเรยี นตามลำดับก่อน-หลังความ
ง่าย-ยากของรายวิชาความตอ่ เนื่องและเช่ือมโยงสัมพันธก์ ันของรายวชิ ารวมทั้งรายวิชาท่ีสามารถบรู ณาการจดั
การศกึ ษาร่วมกนั เพอ่ื เรียนเป็นงานและหรอื ช้ินงานในแตล่ ะภาคเรยี น

11.2 จัดให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนรายวิชาชีพเลือกและวิชาเลือกเสรีตามความถนัดความสนใจ
เพอื่ สนับสนุนการประกอบอาชพี หรอื ศึกษาต่อ

11.3 รายวิชาทวิภาคีหรือการนำรายวิชาไปเรียนและฝึกในสถานประกอบการ/แหล่งวิทยาการให้
ประสานงานร่วมกับสถานประกอบการ/แหล่งวิทยาการเพื่อพิจารณากำหนดรายวิชาหรือกลุ่มวิชาท่ีตรงกับ
ลักษณะงานของสถานประกอบการ/แหลง่ วทิ ยาการน้ันๆ

11.4 รายวิชาโครงการสามารถจัดให้นักเรียนสำหรับระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาที่ 5 หรือ 6 ครั้งเดียว ส่วนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาท่ี 3 หรือ 4 ครั้งเดียวจำนวนทั้งสิ้น 4 หน่วยกิตหรือจัดให้ลงทะเบียนเรียน
เป็น 2 ครงั้ ตามเงอื่ นไขของหลักสูตรน้ันๆ

11.5 กิจกรรมเสรมิ หลกั สูตรให้กำหนดกจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู รไวใ้ นแตล่ ะภาคเรยี นโดย
นกั ศึกษาต้องเข้าร่วมกจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตรไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

11.6 จำนวนหน่วยกิตรวมในแต่ละภาคเรียนในแต่ละภาคเรียนปกติสำหรับการลงทะเบียน
เต็มเวลาให้ลงทะเบียนเรียนได้ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิตและไม่เกิน 22 หน่วยกิต ส่วนการลงทะเบียนเรียนใน
ภาคฤดรู ้อนให้ลงทะเบยี นเรยี นได้ไมเ่ กิน 12 หน่วยกติ

หากสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษามีเหตุผลและความจำเป็นในการให้นกั ศึกษาลงทะเบียนรายวิชาที่
แตกต่างไปจากเกณฑ์ข้างต้นอาจทำได้แต่ต้องไม่กระทบต่อมาตรฐานและคุณภาพกา รศึกษาโดยต้องได้รับ
อนญุ าตจากหวั หน้าสถานศึกษา

12. การสำเร็จการศกึ ษาตามหลกั สตู ร
การตัดสนิ ผลการเรียนเพ่ือสำเรจ็ การศกึ ษาตามหลักสูตรใหถ้ ือตามเกณฑต์ ่อไปนี้
12.1 ได้รายวิชาและจำนวนหน่วยกิตสะสมในหมวดวิชาทักษะชีวิตหมวดวิชาสมรรถนะ

วิชาชีพและหมวดวิชาเลือกเสรีครบถ้วนตามท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตรแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชาและตาม
แผนการเรียนทส่ี ถานศึกษากำหนด

12.2 ไดค้ ่าระดบั คะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00
12.3 ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ มาตรฐานวิชาชพี
12.4 ได้เข้าร่วมปฏิบตั ิกจิ กรรมเสรมิ หลักสตู รและ “ผา่ น” ทุกภาคเรยี นตามแผนการเรียน
ทสี่ ถานศึกษากำหนด

โครงสรา้ งหลกั สตู ร
หลักสตู รระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี (ปวช.) พ.ศ. 2562

โครงสรา้ ง สาขาวชิ า

ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี (ปวช.) การ ับญชี
พทุ ธศกั ราช 2562 การตลาด
ธุรกิจค้าปลีก
การเลขานุการ
คอม ิพวเตอร์ธุรกิจ
โลจิสติกส์
คอม ิพวเตอร์กรา ิฟก
การโรงแรม
การท่องเ ีท่ยว

1. หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง

ไม่น้อยกวา่ 22 นก. 333333333

1.1วชิ าภาษาไทยไมน่ ้อยกวา่ 666666666

1.2 วชิ าภาษาต่างประเทศ 444444444

ไม่นอ้ ยกวา่ 444444444

1.3 วิชาวิทยาศาสตร์ไม่นอ้ ยกวา่ 3 3 3 3 3 3 3 3 3

1.4 วิชาคณติ ศาสตรไ์ มน่ ้อยกว่า 2 2 2 2 2 2 2 2 2

1.5 วชิ าสังคมศึกษาไม่น้อยกวา่

1.6 วิชาสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

ไม่น้อยกว่า

2. หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชพี

ไมน่ ้อยกวา่ 71 นก. 18 18 18 18 18 18 18 18 18

2.1 วชิ าชพี พ้ืนฐาน 24 24 24 24 24 24 24 24 24

2.2 วิชาชีพเฉพาะไม่น้อยกว่า 21 21 21 21 21 21 21 21 21

2.3 วชิ าชพี เลอื กไม่น้อยกว่า 444444444

2.4 ฝกึ ประสบการณ์สมรรถนะ 444444444

วิชาชพี

2.5 โครงการพัฒนาสมรรถนะ

วิชาชพี

3. หมวดวชิ าเลือกเสรไี มน่ อ้ ยกวา่ 10 นก. 10 10 10 10 10 10 10 10 10

4. กิจกรรมเสรมิ หลกั สตู ร ไมน่ อ้ ยกว่า 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์

รวมไมน่ ้อยกวา่ (หนว่ ยกิต) 103 103 103 103 103 103 103 103 103

โครงสรา้ งหลกั สูตร
หลกั สูตรระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ช้ันสูง (ปวส.) พ.ศ. 2563

โครงสร้าง สาขางาน

ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวส.) การบัญชี
พทุ ธศักราช 2563 การตลาด
เทคโนโลยีธุรกิจดิ ิจทัล
การ ัจดการ ุธรกิจค้าปลีก
การ ัจดการโล ิจสติกส์และซัพพลายเชน
การ ัจดการสำนักงาน
การโรงแรมและบริการ

1. หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลางไม่น้อยกว่า 21นก. 3333333
1.1กลมุ่ วชิ าภาษาไทย 6666666
1.2 กลมุ่ วชิ าภาษาต่างประเทศ 3333333
3333333
1.3 กล่มุ วิชาวทิ ยาศาสตร์ 3333333
1.4 กลุ่มวชิ าคณิตศาสตร์ 3333333
1.5 กลุม่ วิชาสงั คมศาสตร์
1.6 กล่มุ วิชามนุษยศาสตร์ 15 15 15 15 15 15 15
21 21 21 21 21 21 21
2. หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพไมน่ อ้ ยกว่า 56 (นก.) 12 12 12 12 12 12 12
2.1 กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพพ้นื ฐาน 4444444
2.2 กล่มุ สมรรถนะวิชาชพี เฉพาะ 4444444
2.3 กล่มุ สมรรถนะวชิ าชพี เลอื ก 6666666
2.4 ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวชิ าชพี
2.5 โครงการพฒั นาสมรรถนะวิชาชีพ 83 83 83 83 83 83 83
16 13 13 16 13 15 12
3. หมวดวชิ าเลอื กเสรีไม่น้อยกว่า

4. กิจกรรมเสริมหลกั สตู ร

รวมไม่นอ้ ยกวา่ (หน่วยกติ )

5. หมวดวิชาปรบั พื้นฐานวิชาชพี

งานวัดผลและประเมนิ ผล

ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ว่าด้วยการจดั การศึกษาและการประเมนิ ผลการเรยี นตามหลกั สตู รประกาศนยี บัตรวชิ าชพี

พ.ศ.2562

หมวด3
การประเมินผลการเรียน

สว่ นท2ี่
วธิ กี ารประเมินผลการเรยี น

ข้อ44 ใหใ้ ชต้ ัวเลขแสดงระดับผลการเรยี นในแต่ละรายวชิ าคดิ เปน็ รอ้ ยละตามเกณฑ์ ดังต่อไปน้ี

ร้อยละ 80 ขึ้นไป ระดบั ผลการเรียน 4.0หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นเกณฑ์ดีเยย่ี ม

รอ้ ยละ 75-79 ระดับผลการเรียน 3.5หมายถงึ ผลการเรียนอยใู่ นเกณฑ์ดีมาก

ร้อยละ 70-74 ระดับผลการเรียน 3.0หมายถงึ ผลการเรียนอยใู่ นเกณฑ์ดี

ร้อยละ 65-69 ระดับผลการเรียน 2.5หมายถงึ ผลการเรยี นอย่ใู นเกณฑ์ค่อนข้างดี

รอ้ ยละ 60-64 ระดบั ผลการเรียน 2.0หมายถึง ผลการเรยี นอย่ใู นเกณฑ์พอใช้

รอ้ ยละ 55-59 ระดบั ผลการเรยี น 1.5หมายถึงผลการเรียนอยู่ในเกณฑอ์ ่อน

ร้อยละ 50-54 ระดับผลการเรยี น 1.0หมายถงึ ผลการเรยี นอยู่ในเกณฑ์อ่อนมาก

ตำ่ กว่าร้อยละ 50 ระดับผลการเรียน 0 หมายถึง ผลการเรียนตำ่ กว่าเกณฑ์ (ตก)

ขอ้ 45รายวชิ าใดทแ่ี สดงระดบั ผลการเรียนตามข้อ44ไม่ไดใ้ ห้ใชต้ วั อกั ษรต่อไปน้ี
ข.ร. หมายถงึ ขาดเรียนไมม่ สี ทิ ธ์ิเข้ารบั การวัดผลปลายภาคเรียนเน่ืองจากมีเวลาเรียนตำ่ กว่าร้อยละ
80 โดยสถานศึกษาพิจารณาแลว้ เห็นวา่ ไม่มีเหตผุ ลสมควร
ข.ป. หมายถึงขาดการปฏบิ ตั งิ าน หรอื ปฏิบัติงานไม่ครบโดยสถานศึกษาพจิ ารณาแล้วเหน็ ว่า ไม่มี
เหตผุ ลสมควร
ข.ส. หมายถึง ขาดการวดั ผลปลายภาคเรียนโดยสถานศึกษาพิจารณาแลว้ เหน็ วา่ ไม่มเี หตุผล
สมควร
ถ.ล. หมายถงึ ถอนรายวชิ าภายหลงั กำหนดโดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเหน็ ว่าไมม่ เี หตผุ ลสมควร
ถ. น. หมายถึง ถอนรายวชิ าภายในกำหนด
ท. หมายถงึ ทจุ รติ ในการสอบหรอื งานที่มอบหมายให้ทำ
ม.ส. หมายถึง ไม่สมบรู ณเ์ น่ืองจากไม่สามารถเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน โดยไดร้ ับอนุญาตจาก
หวั หน้าสถานศึกษาหรือไม่ส่งงานอนั เป็นสว่ นประกอบของการเรยี นรายวชิ าตามกำหนด
ม.ท. หมายถงึ ไมส่ ามารถเขา้ รับการวัดผลปลายภาคเรียนทดแทนภายในเวลาทส่ี ถานศึกษา
กำหนด
ผ. หมายถงึ ได้เข้าร่วมกจิ กรรมตามกำหนดหรือผลการประเมินผา่ น
ม.ผ. หมายถงึ ไม่เขา้ ร่วมกิจกรรมหรือผลการประเมนิ ไม่ผา่ น
ม.ก. หมายถงึ การเรยี นโดยไม่นบั จำนวนหนว่ ยกติ มารวม เพื่อการสำเรจ็ การศึกษาตามหลักสูตร
และผลการประเมินผ่าน
ขอ้ 46ในกรณตี อ่ ไปนี้ใหร้ ะดบั ผลการเรียนเป็น0 (ศูนย์) เฉพาะรายวิชา

(1) ได้ ข.ร.
(2) ได้ ข.ป.
(3) ได้ ข.ส.
(4) ได้ ถ.ล.
(5) ได้ ท.
(6) ได้ ม.ท.

ขอ้ 47นกั เรยี นที่ทำการทุจริตหรือส่อเจตนาทจุ ริตในการสอบหรืองานที่มอบหมายให้ทาํ
ในรายวิชาใดให้สถานศึกษาพิจารณาดำเนินการดังนี้

(1)ให้ได้คะแนน 0 (ศนู ย)์ เฉพาะครัง้ นัน้ หรือ
(2) ให้ระดับผลการเรียนเปน็ 0 (ศูนย)์ โดยบันทึก “ท.” ลงในระเบยี นแสดงผลการเรยี น
ช่อง “ผลการเรยี น” ในรายวิชานน้ั หรือ
(3)ดำเนินการตาม (2) และตัดคะแนนความประพฤติตามระเบียบวา่ ด้วยการตัดคะแนน
ความประพฤติที่สถานศึกษากำหนดตามความร้ายแรงแล้วแต่กรณี

ข้อ48การคำนวณคา่ ระดับคะแนนเฉลี่ยให้ปฏิบัตดิ งั นี้
(1) ใหน้ ำผลบวกของผลคูณระหว่างจำนวนหนว่ ยกติ ของแตล่ ะรายวชิ ากับระดับผลการเรียน
หารดว้ ยผลบวกของจำนวนหนว่ ยกติ ของแต่ละรายวิชาคดิ ทศนิยมสองตำแหนง่ ไม่ปดั เศษ
(2) ให้คาํ นวณค่าระดบั คะแนนเฉลย่ี จากรายวิชาทีไ่ ดร้ ะดับผลการเรียนตามข้อ44และข้อ46 สาํ หรบั
รายวชิ าท่นี ักเรยี นเรยี นซ้ำ เรียนแทน ให้ใช้ระดับผลการเรยี นและนบั จาํ นวนหน่วยกิตตามข้อ 49
(3) ใหค้ ํานวณค่าระดับคะแนนเฉลยี่ ดงั นี้

ก. คา่ ระดับคะแนนเฉลย่ี ประจําภาคเรยี นคํานวณจากรายวชิ าทีไ่ ด้ระดับผลการเรียนเฉพาะ
ในภาคเรยี นหนึง่ ๆ

ข. คา่ ระดับคะแนนเฉล่ียสะสมคํานวณจากรายวิชาทีเ่ รยี นมาท้ังหมดและได้ระดบั ผลการเรียน
ตงั้ แต่สองภาคเรยี นขึ้นไป

ขอ้ 49นักเรียนผใู้ ดประสงคจ์ ะเรียนซำ้ รายวชิ าท่ีไดร้ ะดบั ผลการเรยี นต่ำกวา่ 2.0หรือเลอื กเรยี นรายวชิ า
อ่ืนแทนถา้ เปน็ รายวิชาเลือก เพ่ือประเมนิ ปรับค่าระดับคะแนนเฉล่ยี สะสมให้สูงขน้ึ ใหส้ ถานศกึ ษา หรอื สถาน
ประกอบการดําเนนิ การให้เรยี นซ้ำหรือเรยี นแทน ภายในเวลากอ่ นสำเร็จการศกึ ษา

การเรียนซำ้ รายวิชาใหน้ บั จํานวนหน่วยกิตสะสมเพียงคร้ังเดียวส่วนการเรียนแทนให้นับเฉพาะจาํ นวน
หนว่ ยกติ ของรายวชิ าที่เรยี นแทนเป็นจํานวนหนว่ ยกติ สะสม

การนบั จํานวนหน่วยกติ สะสมในกรณนี จี้ ะกระทําเมอ่ื นักเรียนไดร้ ะดบั ผลการเรียนตงั้ แต่2.0ขน้ึ ไป
รายวชิ าท่ีเรียนซ้ำหรอื เรียนแทนแล้วได้ระดบั ผลการเรียน๐ ( ศนู ย)์ ให้ถอื ระดับผลการเรียนต่ำกวา่ 2.0
ตามเดิมยกเวน้ การได้ระดับผลการเรยี น0 (ศูนย)์ ตามข้อ47 (2) หรอื (3)

ข้อ50 กรณีตามข้อ 49 การคิดคา่ ระดับคะแนนเฉลย่ี สะสมถ้าเป็นรายวิชาท่เี รยี นซ้ำใหน้ ับจํานวนหนว่ ย
กติ เป็นตัวหารเพยี งครงั้ เดียวส่วนการเรียนรายวชิ าอ่ืนแทนให้นบั เฉพาะจํานวนหนว่ ยกิตของรายวชิ า ทีเ่ รยี น
แทนมาเปน็ ตัวหาร

ขอ้ 51ผทู้ ี่ได้ม.ส. ตามขอ้ 39และไมส่ ามารถเข้ารบั การวัดผลปลายภาคเรียนทดแทนภายในเวลาที่
สถานศกึ ษากาํ หนดใหส้ ถานศึกษาบันทึก “ม.ท.” ลงในระเบียนแสดงผลการเรียนช่อง “ผลการเรียน”
เวน้ แตไ่ ดม้ .ส. ตามข้อ38 (3) ใหห้ วั หนา้ สถานศึกษาพิจารณาเปน็ รายๆ ไป

กรณผี ้ทู ่ไี ด้ ม.ส. เนอ่ื งจากไม่สามารถส่งงานอนั เปน็ ส่วนประกอบของการเรยี นรายวชิ าได้ตามกำหนด
ให้นกั เรียนสง่ งานน้นั ภายใน10วนั นับแตว่ นั ประกาศผลการเรยี นรายวชิ าหากไมส่ ามารถดำเนนิ การได้
ให้สถานศกึ ษาประเมนิ ผลการเรยี นจากคะแนนที่มีอยเู่ ว้นแต่มเี หตจุ ำเปน็ ท่ีหัวหน้าสถานศึกษาพจิ ารณา
เหน็ สมควรทง้ั น้ีใหด้ ำเนนิ การให้เสร็จส้ินภายในกำหนดการวดั ผลปลายภาคเรยี นของภาคเรียนถดั ไป

ข้อ52นกั เรยี นต้องเข้ารบั การประเมนิ มาตรฐานวิชาชพี เมื่อนกั เรียนไดล้ งทะเบียนรายวิชาครบทกุ
รายวชิ า ตามหลักสตู รแตล่ ะประเภทวิชาและสาขาวิชาหรือตามระยะเวลาท่ีคณะกรรมการประเมนิ มาตรฐาน
วชิ าชีพกำหนดท้งั นี้ ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษากำหนด

นักเรยี นจะสำเร็จการศกึ ษาตามหลกั สตู รไดจ้ ะต้องเข้ารบั การประเมินมาตรฐานวิชาชีพและ
ผลการประเมินผ่านเกณฑท์ ี่กำหนด

ข้อ53นกั เรยี นต้องเข้าร่วมปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเสรมิ หลักสูตรท่ีสถานศึกษาจดั ไมน่ ้อยกวา่ 2ชวั่ โมง
ต่อสปั ดาห์ครบทุกภาคเรียนตามแผนการเรยี นที่สถานศึกษากำหนด โดยมเี วลาเข้ารว่ มปฏิบัตกิ จิ กรรม
ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ60ของเวลาท่จี ดั กิจกรรมในแต่ละภาคเรยี น

เม่ือนักเรียนได้เข้าร่วมปฏบิ ัติกจิ กรรมครบถ้วนตามเกณฑใ์ นภาคเรยี นใด ถอื วา่ ประเมินผ่าน
ในภาคเรียนน้ันใหบ้ ันทึกชือ่ กิจกรรมและตวั อกั ษร “ผ.” ในระเบยี นแสดงผลการเรยี น ช่อง “ผลการเรยี น”

หากนกั เรยี นเข้ารว่ มปฏิบัติกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑใ์ นภาคเรียนใดให้สถานศึกษาพิจารณามอบงานหรือ
กิจกรรมในสว่ นที่นักเรียนผนู้ นั้ ไม่ได้เขา้ รว่ มปฏบิ ัติให้ปฏบิ ตั ิให้ครบถว้ นภายในเวลาท่สี ถานศึกษากำหนด เม่ือ
นกั เรยี นดำเนินการครบถว้ นแลว้ ถอื วา่ ประเมนิ ผา่ นแลว้ จึงบันทกึ ช่ือกจิ กรรมและตวั อักษร “ผ.” ในระเบยี น
แสดงผลการเรยี นของภาคเรยี นนน้ั

ถ้านกั เรยี นดำเนินการไม่ครบถ้วนถือวา่ ประเมนิ ไม่ผา่ นใหบ้ ันทกึ ชอ่ื กจิ กรรมและตวั อักษร “ม.ผ.”
ให้นักเรยี นท่ีเข้าฝึกอาชพี หรือฝึกประสบการณ์สมรรถนะวชิ าชีพในสถานประกอบการเขา้ รว่ มปฏิบัติ
กิจกรรมทสี่ ถานประกอบการจดั ตามเกณฑแ์ ละข้อตกลงรว่ มกันระหวา่ งสถานศึกษากบั สถานประกอบการ

ส่วนท3ี่
การตัดสินผลการเรียน

ข้อ54 การตดั สินผลการเรยี นให้ดำเนนิ การ ดงั นี้
(1) ตดั สินผลการเรียนเปน็ รายวชิ า
(2) รายวิชาที่มีระดับผลการเรียนตั้งแต่ 1.0ขึ้นไปถือว่าประเมินผ่านและให้นับจำนวนหน่วยกิต ของ
รายวชิ านน้ั เปน็ จำนวนหนว่ ยกิตสะสม
(3) เม่ือไดป้ ระเมนิ ผลการเรียนแล้ว นกั เรยี นท่มี รี ะดบั ผลการเรยี น0 (ศูนย)์ ตามข้อ44ให้นกั เรยี นรบั
การประเมินใหม่ไดอ้ ีก1ครัง้ ภายในเวลาที่สถานศึกษาหรือสถานประกอบการกำหนดไม่เกิน10วันนบั แต่วนั
ประกาศผลการเรียนรายวิชาเว้นแต่มีเหตุจำเป็นท่หี ัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาเหน็ สมควร หากผลการประเมินใหม่
ไมผ่ ่านถ้าเป็นรายวชิ าบงั คบั ใหเ้ รยี นซำ้ รายวชิ านัน้ ถา้ เป็นรายวิชาเลือกจะเรยี นซำ้ หรือเรียนรายวิชาอืน่ แทนก็ได้
จำนวนหนว่ ยกิตต้องไม่น้อยกว่ารายวิชาที่เรียนแทนและใหล้ งหมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรยี นวา่ ให้เรียน
แทนรายวิชาใด
(4) การประเมินใหมต่ าม(3) ให้ระดับผลการเรียนได้ไม่เกิน 1.0

ขอ้ 55การตัดสินผลการเรยี นเพอื่ สำเรจ็ การศึกษาตามหลักสูตรให้ถือตามเกณฑต์ ่อไปนี้
(1) ได้รายวิชาและจำนวนหน่วยกิตสะสมในทุกหมวดวชิ าครบถ้วนตามท่ีกำหนดไว้ในหลักสตู รแต่ละ
ประเภทวชิ าและสาขาวิชา และตามแผนการเรียนท่ีสถานศึกษากำหนด
(2) ได้ค่าระดบั คะแนนเฉลย่ี สะสมไม่ตำ่ กว่า 2.00
(3) ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินมาตรฐานวิชาชีพ
(4) ได้เข้าร่วมปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเสรมิ หลักสตู รตามแผนการเรยี นทสี่ ถานศึกษากำหนด
และ “ผ่าน” ทุกภาคเรียน

ข้อ56ใหห้ ัวหนา้ สถานศึกษาเปน็ ผู้อนมุ ตั ผิ ลการเรียนและการสำเร็จการศกึ ษาตามหลักสูตร

ขอ้ 57เม่อื นักเรยี นได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ2ภาคเรียนและไดร้ บั การประเมินใหม่แล้วหากได้ค่าระดับ
คะแนนเฉล่ียสะสมตำ่ กว่า1.50 ให้สถานศกึ ษาพิจารณาวา่ ควรใหเ้ รยี นตอ่ ไปหรือให้พน้ สภาพนักเรยี น

เมื่อได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ4ภาคเรยี นและได้รับการประเมินใหม่แล้วหากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ย
สะสมตำ่ กว่า1.75 ใหส้ ถานศึกษาพิจารณาวา่ ควรใหเ้ รียนต่อไป หรือให้พ้นสภาพนกั เรียน

เมื่อได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ6ภาคเรียนและได้รับการประเมินใหม่แล้วหากได้ค่าระดับคะแนนเฉลย่ี
สะสมตำ่ กว่า1.90 ให้สถานศึกษาพิจารณาวา่ ควรใหเ้ รียนต่อไป หรอื ให้พ้นสภาพนักเรยี น

ข้อ58นักเรียนที่เรียนแบบเต็มเวลาและได้ลงทะเบียนรายวิชารวม6ภาคเรียนแล้ว แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์การ
สําเร็จการศึกษาตามหลักสูตรข้อ55ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักเรียนทั้งนี้ให้
เรยี นไดไ้ มเ่ กิน12ภาคเรียนนบั ตัง้ แตว่ นั ขน้ึ ทะเบยี นเปน็ นักเรยี นโดยไมน่ ับภาคเรยี นท่ลี าพกั การเรียน

นกั เรยี นที่เรียนแบบไม่เตม็ เวลาและได้ลงทะเบียนรายวชิ าครบทกุ ภาคเรยี นตามแผนการเรยี น
ทีส่ ถานศึกษากําหนดแล้วแต่ยังไม่เข้าเกณฑ์การสําเร็จการศึกษาตามหลักสตู รข้อ55ให้สถานศึกษาพจิ ารณา
วา่ ควรให้เรียนตอ่ ไปหรอื ใหพ้ น้ สภาพนักเรียนท้งั นใี้ ห้เรยี นได้ไม่เกนิ 16 ภาคเรยี น นับต้ังแตว่ นั ขึน้ ทะเบียน
เปน็ นักเรยี นโดยไมน่ บั ภาคเรียนทล่ี าพักการเรยี น

ส่วนท่ี4
การเทยี บโอนผลการเรียนรู้

ข้อ59การโอนผลการเรยี นสำหรับนักเรียนจากสถานศึกษาซ่ึงใชห้ ลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี
พุทธศกั ราชเดียวกัน ใหส้ ถานศึกษาทร่ี ับนักเรียนเข้าเรยี นรับโอนผลการเรียนทุกรายวิชานอกจากรายวชิ าที่ได้
ระดับผลการเรยี นตำ่ กวา่ 2.0 สถานศึกษาจะรับโอนหรือจะทำการประเมนิ ใหม่จนเห็นวา่ ไดผ้ ลการเรยี นถึงเกณฑ์
มาตรฐานของสถานศึกษาแลว้ จงึ รับโอนผลการเรียนรายวชิ าน้ันกไ็ ด้

ขอ้ 60สถานศึกษาจะรับโอนผลการเรยี นรายวชิ าจากหลกั สตู รอ่ืน ซึ่งไม่ตำ่ กว่าระดับประกาศนยี บัตร
วชิ าชพี ได้ตามเงื่อนไขต่อไปนี้

(1) เป็นรายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่มีจุดประสงค์และเนื้อหาใกล้เคียงกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และมีจำนวน
หน่วยกติ ไมน่ อ้ ยกว่าหนว่ ยกิตของรายวชิ าทร่ี ะบไุ วใ้ นหลกั สตู ร

(2) รายวิชาทไ่ี ดร้ ะดบั ผลการเรยี นต้ังแต่2.0ขน้ึ ไปโดยสถานศึกษาจะรับโอนผลการเรยี นหรอื จะทำการ
ประเมนิ ใหม่แลว้ จึงรบั โอนรายวชิ าน้นั กไ็ ด้

ข้อ61เมื่อนักเรียนขอโอนผลการเรียนรายวิชาให้สถานศึกษาดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการวัดผล
ปลายภาคเรียน ภาคเรียนแรกท่นี ักเรียนเข้าเรียน

ข้อ62การบันทึกผลการเรียนตามขอ้ 59 และข้อ60ลงในระเบียนแสดงผลการเรยี นให้ใช้รหสั วชิ าและชือ่
รายวิชาตามหลกั สตู รประกาศนยี บัตรวิชาชีพ พุทธศักราชท่ใี ช้ในปจั จุบนั โดยแสดงหมายเหตุวา่ เป็นรายวชิ าที่รบั
โอนผลการเรยี น

ข้อ63 สถานศึกษาจะอนุญาตใหน้ ักเรียนไปเรียนรายวิชาบางรายวชิ าจากสถานศึกษาแห่งอ่นื ในกรณีที่
สถานศึกษาไมส่ ามารถเปิดทำการสอนในรายวิชานน้ั ไดโ้ ดยสถานศึกษาพจิ ารณารายละเอยี ดเกี่ยวกบั เนอ้ื หาของ
หลกั สตู รตามที่เห็นสมควรและใหส้ ถานศึกษาทัง้ สองแห่งทำความตกลงรว่ มกนั ในการจัดสอนและรับโอนผล
การเรียน

ขอ้ 64ในกรณสี ถานศึกษาอนุญาตใหน้ ักเรยี นไปเรยี นจากสถานศึกษาแห่งอื่นตามข้อ63ให้สถานศึกษา
พิจารณารบั โอนผลการเรยี น ดังน้ี

(1) รบั โอนรายวิชาทีม่ ีผลการเรยี นต้ังแต่2.0ขน้ึ ไปหรือ
(2) รายวชิ าทไี่ ดร้ ะดับผลการเรียนตำ่ กวา่ 2.0สถานศกึ ษาอาจรับโอนผลการเรียนหรือไม่ก็ได้ ให้อยู่ใน
ดลุ พินจิ ของสถานศึกษา
ทง้ั นีใ้ หส้ ถานศึกษาแจ้งให้นักเรียนทราบก่อนทีจ่ ะอนุญาตให้ไปเรยี น
การบันทึกผลการเรยี นลงในระเบียนแสดงผลการเรยี นให้ใชร้ หสั วชิ าและช่ือรายวิชาของหลกั สตู ร
ประกาศนียบตั รวิชาชีพ พุทธศักราชที่ใช้ในปัจจบุ ันโดยระบวุ ่ารบั โอนผลการเรียน

ขอ้ 65กรณีที่มกี ารประเมนิ ใหมต่ ามข้อ59 และข้อ60ระดบั ผลการเรียนให้เป็นไปตามที่ได้จาก
การประเมินใหม่ แตต่ ้องไมส่ ูงไปกว่าเดมิ

ข้อ66นักเรยี นท่ีมีความรแู้ ละประสบการณ์ในงานอาชีพหรือฝึกงานในสถานประกอบการ หรือทำงานใน
อาชีพน้ันอย่แู ล้วหรือมีความรู้ในรายวชิ าตรงตามหลักสตู รมาก่อนเข้าเรยี น หรือเข้าเรยี นแลว้ แตไ่ ด้เรียน หรือ
ฝึกปฏบิ ัตใิ นสถานประกอบการ จะขอประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณเ์ พ่ือนบั จำนวนหน่วยกิตสะสม
สำหรบั รายวิชาน้นั ก็ไดโ้ ดยเทียบโอนได้ไมเ่ กนิ ๒ใน๓ของจำนวนหน่วยกติ ตามหลักสตู รแต่ละ ประเภทวชิ าและ
สาขาวิชาและตามแผนการเรียนท่ีสถานศึกษากำหนด

การเทยี บโอนความร้แู ละประสบการณใ์ ห้เปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละแนวปฏบิ ตั ิท่ีคณะกรรมการ
การอาชวี ศกึ ษากำหนด

ถ้าผลการประเมินไม่ผ่านนักเรียนสามารถลงทะเบียนเรียนปกติในภาคเรียนนั้นหรือขอประเมนิ เทียบ
โอนความรแู้ ละประสบการณ์ในภาคเรียนตอ่ ไปก็ได้

ขอ้ 67นกั เรียนท่ีสถานศึกษาใหพ้ น้ สภาพนกั เรียนตามข้อ57หรือข้อ58แลว้ สอบเข้าเรียนใหม่
ในสถานศกึ ษาเดิมหรือสถานศึกษาแห่งใหม่ไดใ้ หส้ ถานศึกษารับโอนผลการเรียนเฉพาะรายวิชาท่ยี ังปรากฏอยู่
ในหลักสตู รทใ่ี ช้ในปจั จุบันและได้ระดบั ผลการเรียนต้ังแต่2.0ขึ้นไป

ระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ว่าดว้ ยการจดั การศึกษาและการประเมินผลการเรยี นตามหลักสตู รประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชน้ั สงู

พุทธศักราช2563

หมวด3
การประเมินผลการเรียน

ส่วนท2ี่
วิธีการประเมินผลการเรียน
ขอ้ 44ใหใ้ ช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละรายวิชา ดังต่อไปนี้
4.0 หมายถึง ผลการเรยี นอยู่ในเกณฑด์ ีเยีย่ ม
3.5 หมายถึงผลการเรียนอยใู่ นเกณฑด์ ีมาก
3.0 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นเกณฑ์ดี
2.5 หมายถงึ ผลการเรียนอยูใ่ นเกณฑ์ดีพอใช้
2.0 หมายถึง ผลการเรยี นอยใู่ นเกณฑ์พอใช้
1.5 หมายถงึ ผลการเรยี นอยูใ่ นเกณฑ์อ่อน
1.0 หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์อ่อนมาก
0 หมายถึง ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ (ตก)
ข้อ45รายวิชาใดที่แสดงระดับผลการเรยี นตามข้อ44ไม่ได้ให้ใชต้ วั อักษรต่อไปนี้
ข.ร. หมายถึงขาดเรียนไม่มีสทิ ธ์ิเข้ารับการวดั ผลปลายภาคเรียนเน่อื งจากมีเวลาเรยี นต่ำ
กว่ารอ้ ยละ80 โดยสถานศึกษาพจิ ารณาแล้วเห็นวา่ ไมม่ เี หตุผลสมควร
ข. ป. หมายถงึ ขาดการปฏบิ ตั ิงานหรือปฏบิ ตั งิ านไมค่ รบโดยสถานศึกษาพจิ ารณาแล้วเหน็ ว่า ไมม่ ี
เหตผุ ลสมควร
ข.ส. หมายถึง ขาดการวัดผลปลายภาคเรียนโดยสถานศึกษาพจิ ารณาแล้วเหน็ ว่าไม่มีเหตผุ ล
สมควร
ถ.ล. หมายถึง ถอนรายวชิ าภายหลงั กำหนดโดยสถานศึกษาพิจารณาแลว้ เหน็ ว่าไมม่ เี หตุผลสมควร
ถ. น. หมายถึง ถอนรายวิชาภายในกำหนด
ท. หมายถงึ ทจุ รติ ในการสอบหรืองานท่ีมอบหมายให้ทำ
ม.ส. หมายถึง ไมส่ มบูรณ์เน่ืองจากไมส่ ามารถเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียนโดยได้รับอนญุ าตจาก
หวั หนา้ สถานศกึ ษาหรือไมส่ ง่ งานอนั เปน็ ส่วนประกอบของการเรียนรายวิชาตามกำหนด
ม.ท. หมายถงึ ไม่สามารถเขา้ รบั การวัดผลปลายภาคเรียนทดแทนภายในเวลาทสี่ ถานศึกษา
กำหนด
ผ. หมายถงึ ได้เขา้ ร่วมกิจกรรมตามกำหนดหรือผลการประเมินผ่าน
ม.ผ. หมายถึงไม่เข้าร่วมกิจกรรมหรอื ผลการประเมนิ ไม่ผ่าน
ม.ก. หมายถึงการเรยี นโดยไมน่ บั จำนวนหน่วยกิตมารวม เพ่ือการสำเร็จการศกึ ษาตามหลักสตู ร
และผลการประเมินผ่าน

ขอ้ 46ในกรณตี ่อไปนี้ให้ระดับผลการเรยี นเป็น0 (ศูนย์) เฉพาะรายวชิ า
(1) ได้ ข.ร.
(2) ได้ ข.ป.
(3) ได้ ข.ส.
(4) ได้ ถ.ล.
(5) ได้ ท.
(6) ได้ ม.ท.

ข้อ47นักศึกษาทที่ ำการทุจรติ หรือสอ่ เจตนาทุจริตในการสอบหรืองานที่มอบหมายใหท้ าํ
ในรายวชิ าใดให้สถานศึกษาพิจารณาดำเนินการดังนี้

(1)ให้ไดค้ ะแนน 0 (ศนู ย)์ เฉพาะครงั้ นนั้ หรือ
(2) ใหร้ ะดบั ผลการเรยี นเปน็ 0 (ศูนย)์ โดยบนั ทกึ “ท.” ลงในระเบียนแสดงผลการเรยี นชอ่ ง
“ผลการเรียน” ในรายวชิ านัน้ หรือ
(3) ดำเนินการตาม (2) และตัดคะแนนความประพฤตติ ามระเบียบวา่ ดว้ ยการตดั คะแนนความประพฤติ
ทีส่ ถานศึกษากำหนดตามความรา้ ยแรงแลว้ แตก่ รณี

ขอ้ 48การคำนวณค่าระดับคะแนนเฉลยี่ ใหป้ ฏบิ ัตดิ ังนี้
(1) ใหน้ ําผลบวกของผลคูณระหว่างจำนวนหนว่ ยกิตของแต่ละรายวิชากบั ระดบั ผลการเรยี นหารด้วย
ผลบวกของจำนวนหน่วยกติ ของแต่ละรายวิชาคิดทศนิยมสองตำแหน่งไม่ปัดเศษ
(2) ใหค้ ำนวณคา่ ระดบั คะแนนเฉลย่ี จากรายวชิ าทไ่ี ดร้ ะดับผลการเรียนตามข้อ44และข้อ46สำหรบั
รายวิชาทนี่ กั ศกึ ษาเรยี นซำ้ เรียนแทนใหใ้ ช้ระดับผลการเรียนและนับจำนวนหน่วยกิตตามข้อ49
(3) ให้คำนวณค่าระดับคะแนนเฉลย่ี ดังน้ี

ก. คา่ ระดบั คะแนนเฉลย่ี ประจำภาคเรียนคำนวณจากรายวิชาทไี่ ด้ระดับผลการเรียนเฉพาะ
ในภาคเรยี นหนง่ึ ๆ

ข. คา่ ระดบั คะแนนเฉลีย่ สะสมคำนวณจากรายวิชาที่เรียนมาทั้งหมดและได้ระดบั ผลการเรียน
ต้ังแตส่ องภาคเรียนขนึ้ ไป

ข้อ49นกั ศึกษาผู้ใดประสงค์จะเรียนซ้ำรายวิชาที่ไดร้ ะดับผลการเรียนต่ำกว่า 2.0หรอื เลือกเรียน
รายวชิ าอ่นื แทนถ้าเปน็ รายวิชาเลอื กเพื่อประเมินปรับคา่ ระดบั คะแนนเฉลยี่ สะสมให้สูงข้ึน ใหส้ ถานศกึ ษาหรือ
สถานประกอบการดำเนินการให้เรยี นซ้ำหรอื เรียนแทนภายในเวลากอ่ นสำเรจ็ การศึกษา

การเรยี นซ้ำรายวชิ าให้นับจำนวนหนว่ ยกติ สะสมเพยี งคร้ังเดยี วสว่ นการเรยี นแทนให้นับเฉพาะจำนวน
หนว่ ยกิตของรายวิชาท่ีเรยี นแทนเปน็ จำนวนหน่วยกิตสะสม

การนับจำนวนหน่วยกิตสะสมในกรณนี ี้จะกระทำเม่อื นักศกึ ษาไดร้ ะดับผลการเรยี นตั้งแต่2.0ขน้ึ ไป
รายวิชาทีเ่ รียนซำ้ หรือเรียนแทนแลว้ ไดร้ ะดับผลการเรียน0 ( ศนู ย)์ ใหถ้ อื ระดบั ผลการเรียนต่ำกวา่
2.0ตามเดมิ ยกเว้นการได้ระดับผลการเรียน0 (ศูนย)์ ตามขอ้ 47 (2) หรอื (3)

ขอ้ 50กรณตี ามข้อ49การคิดค่าระดบั คะแนนเฉลย่ี สะสมถา้ เปน็ รายวิชาทเ่ี รียนซ้ำให้นับจำนวนหน่วย
กติ เป็นตวั หารเพียงครงั้ เดยี วส่วนการเรยี นรายวิชาอน่ื แทนใหน้ ับเฉพาะจำนวนหนว่ ยกิตของรายวิชา ท่ีเรยี น
แทนมาเปน็ ตวั หาร

ข้อ51ผทู้ ไี่ ด้ม.ส. ตามขอ้ 38และไมส่ ามารถเข้ารบั การวัดผลปลายภาคเรยี นทดแทนภายในเวลาที่
สถานศึกษากําหนด ใหส้ ถานศกึ ษาบนั ทกึ “ม.ท.” ลงในระเบียนแสดงผลการเรียนชอ่ ง “ผลการเรยี น”เว้นแตไ่ ด้
ม.ส. ตามข้อ37 (3) ใหห้ ัวหนา้ สถานศึกษาพจิ ารณาเปน็ รายๆ ไป

กรณีผทู้ ไ่ี ดม้ .ส. เน่ืองจากไม่สามารถสง่ งานอันเป็นสว่ นประกอบของการเรียนรายวชิ าไดต้ ามกำหนด
ให้นกั ศึกษาสง่ งานนัน้ ภายใน10วนั นบั แต่วันประกาศผลการเรียนรายวิชาหากไมส่ ามารถดำเนนิ การได้
ให้สถานศกึ ษาประเมนิ ผลการเรยี นจากคะแนนท่ีมอี ยเู่ วน้ แต่มีเหตจุ ำเปน็ ท่หี ัวหนา้ สถานศึกษาพิจารณา
เหน็ สมควรทงั้ น้ีให้ดำเนินการใหเ้ สร็จสิ้นภายในกำหนดการวัดผลปลายภาคเรียนของภาคเรยี นถัดไป

ข้อ52นกั ศึกษาตอ้ งเขา้ รับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพเมือ่ นกั ศกึ ษาได้ลงทะเบียนรายวิชาครบทกุ
รายวชิ า ตามหลักสูตรแต่ละประเภทวชิ าและสาขาวชิ าหรือตามระยะเวลาทีค่ ณะกรรมการประเมนิ มาตรฐาน
วชิ าชพี กำหนดทง้ั นใ้ี ห้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารที่สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษากำหนด

นักศึกษาจะสำเร็จการศึกษาตามหลักสตู รได้จะต้องเขา้ รับการประเมนิ มาตรฐานวชิ าชพี และผล
การประเมินผ่านเกณฑ์ท่ีกำหนด

ข้อ53นกั ศึกษาตอ้ งเข้ารว่ มปฏบิ ัติกิจกรรมเสรมิ หลกั สูตรที่สถานศึกษาจดั ไม่น้อยกวา่ 2ช่ัวโมง
ต่อสปั ดาหค์ รบทกุ ภาคเรียนตามแผนการเรยี นท่สี ถานศึกษากำหนด โดยมเี วลาเข้ารว่ มปฏิบตั ิกิจกรรมไม่นอ้ ย
กวา่ รอ้ ยละ60ของเวลาที่จัดกิจกรรมในแตล่ ะภาคเรียน

เมอ่ื นักศึกษาได้เข้าร่วมปฏบิ ัติกจิ กรรมครบถ้วนตามเกณฑ์ในภาคเรียนใดถือว่าประเมนิ ผ่านใน
ภาคเรียนนน้ั ใหบ้ ันทกึ ช่ือกจิ กรรมและตัวอักษร “ผ.” ในระเบียนแสดงผลการเรียนช่อง “ผลการเรยี น”
ซ่ึงหมายถงึ “ผา่ น”

หากนักศึกษาเขา้ รว่ มปฏบิ ตั กิ ิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ในภาคเรยี นใดให้สถานศกึ ษาพิจารณา
มอบงานหรือกจิ กรรมในสว่ นท่นี ักศึกษาผนู้ ัน้ ไม่ไดเ้ ข้าร่วมปฏบิ ัติ ใหป้ ฏบิ ัติใหค้ รบถว้ นภายในเวลาท่สี ถานศึกษา
กำหนด เม่อื นักศึกษาดำเนนิ การครบถว้ นแลว้ ถอื ว่าประเมนิ ผา่ นแล้วจงึ บนั ทึกชอ่ื กจิ กรรมและตัวอักษร “ผ.”
ในระเบยี น แสดงผลการเรยี นของภาคเรยี นนัน้ ซึ่งหมายถงึ “ผา่ น”

ถา้ นักศึกษาดำเนนิ การไม่ครบถว้ นถือวา่ ประเมินไม่ผ่านให้บันทึกช่ือกจิ กรรมและตัวอักษร “ม.ผ.”
ซง่ึ หมายถึง “ไม่ผา่ น”

ให้นกั ศึกษาทีเ่ ข้าฝกึ อาชพี หรือฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพในสถานประกอบการเข้าร่วมปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมทส่ี ถานประกอบการจัดตามเกณฑแ์ ละข้อตกลงร่วมกนั ระหวา่ งสถานศึกษากับสถานประกอบการ

สว่ นท3่ี
การตัดสินผลการเรียน

ข้อ54การตดั สนิ ผลการเรยี นใหด้ ำเนนิ การ ดังน้ี
(1) ตดั สนิ ผลการเรยี นเป็นรายวชิ า
(2) รายวิชาทีม่ รี ะดับผลการเรยี นตงั้ แต่1.0ขึ้นไปถือว่าประเมินผา่ นและให้นับจำนวนหน่วยกิตของ
รายวิชาน้นั เป็นจำนวนหน่วยกติ สะสม
(3) เมื่อได้ประเมนิ ผลการเรยี นแลว้ นกั ศึกษาทมี่ รี ะดับผลการเรยี น0 (ศูนย)์ ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ถ้า
เป็นรายวชิ าเลือกจะเรยี นซ้ำ หรือเรยี นรายวิชาอ่นื แทนก็ได้ จำนวนหนว่ ยกิตตอ้ งไม่น้อยกวา่ รายวชิ าทเ่ี รียนแทน
และให้ลงหมายเหตุในระเบยี นแสดงผลการเรยี น ว่าใหเ้ รยี นแทนรายวิชาใด
ขอ้ 55 การตัดสินผลการเรียนเพือ่ สำเร็จการศึกษาตามหลกั สูตร ให้ถือตามเกณฑ์ต่อไปนี้
(1) ได้รายวชิ าและจำนวนหน่วยกติ สะสมในหมวดวชิ าสมรรถนะแกนกลาง หมวดวชิ าสมรรถนะ
วิชาชพี และหมวดวิชาเลือกเสรีครบถว้ นตามท่ีกำหนดไวใ้ นหลกั สูตรแตล่ ะประเภทวชิ าและสาขาวชิ าและตาม
แผนการเรียนทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
(2) ได้คา่ ระดบั คะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ตำ่ กวา่ 2.00
(3) ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ มาตรฐานวิชาชีพ

(4) ได้เขา้ รว่ มปฏิบตั ิกจิ กรรมเสริมหลักสูตรและ“ผ่าน”ทุกภาคเรียนตามแผนการเรียนท่ีสถานศกึ ษา
กำหนด

ขอ้ 56ให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผูอ้ นมุ ตั ผิ ลการเรยี นและการสำเร็จการศึกษาตามหลกั สูตร

ข้อ57เม่ือนักศึกษาได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ2ภาคเรียนหากได้ค่าระดบั คะแนนเฉลี่ยสะสมตำ่ กว่า1.75
ใหส้ ถานศึกษาพจิ ารณาว่าควรให้เรยี นต่อไปหรือให้พน้ สภาพนักศึกษา

เมอ่ื ได้ลงทะเบยี นรายวิชาครบ 4 ภาคเรยี น หากได้ค่าระดับคะแนนเฉล่ียสะสมต่ำกวา่ 1.90
ใหส้ ถานศกึ ษาพจิ ารณาว่าควรใหเ้ รียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนกั ศึกษา

ขอ้ 58 นักศึกษาท่ีเรียนแบบเต็มเวลาและไดล้ งทะเบียนรายวิชารวม 4 ภาคเรียนแล้วแตย่ งั ไมเ่ ขา้ เกณฑ์
การสำเรจ็ การศึกษาตามหลักสูตรขอ้ 55 ใหส้ ถานศึกษาพจิ ารณาว่าควรใหเ้ รียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักศึกษา
ทัง้ นใี้ หเ้ รียนได้ไมเ่ กนิ 8 ภาคเรยี นนับตงั้ แตว่ ันข้ึนทะเบียนเปน็ นักศกึ ษาโดยไม่นบั ภาคเรียนท่ลี าพกั การเรียน

นักศึกษาทเี่ รียนแบบไมเ่ ตม็ เวลาและได้ลงทะเบียนรายวชิ าครบทกุ ภาคเรียนตามแผนการเรยี นที่
สถานศกึ ษากำหนดแลว้ แตย่ งั ไมเ่ ข้าเกณฑก์ ารสำเรจ็ การศึกษาตามหลักสตู รข้อ55ให้สถานศึกษา
พจิ ารณาวา่ ควรให้เรียนต่อไปหรอื ให้พน้ สภาพนักศึกษาท้งั น้ีใหเ้ รียนไดไ้ ม่เกิน12ภาคเรยี นนับต้งั แต่วันขน้ึ
ทะเบียนเปน็ นักศึกษาโดยไมน่ ับภาคเรยี นทล่ี าพักการเรียน

สว่ นท4่ี
การเทียบโอนผลการเรยี นรู้

ขอ้ 59การโอนผลการเรยี นสำหรับนักศกึ ษาจากสถานศึกษาซง่ึ ใชห้ ลักสูตรน้ใี หส้ ถานศึกษาทร่ี ับ
นกั ศึกษาเขา้ เรียนรบั โอนผลการเรยี นทกุ รายวิชานอกจากรายวิชาท่ไี ดร้ ะดับผลการเรียนตำ่ กวา่ 2.0 สถานศึกษา
จะรับโอนหรือจะทำการประเมนิ ใหม่จนเห็นวา่ ได้ผลการเรียนถงึ เกณฑม์ าตรฐานของสถานศกึ ษาแล้ว จึงรับโอน
ผลการเรียนรายวชิ านน้ั ก็ได้

ข้อ60สถานศึกษาจะรบั โอนผลการเรียนรายวชิ าจากหลกั สตู รอ่นื ซึง่ ไม่ต่ำกวา่ ระดบั ประกาศนยี บัตร
วิชาชพี ช้นั สงู ไดต้ ามเงื่อนไขต่อไปนี้

(1) เป็นรายวิชาหรือกลุ่มวชิ าท่ีมจี ุดประสงค์และเนอื้ หาใกล้เคยี งกันไมต่ ำ่ กวา่ ร้อยละ 75 และมจี ำนวน
หนว่ ยกติ ไม่น้อยกวา่ หนว่ ยกติ ของรายวิชาท่ีระบุไว้ในหลักสูตร

(2) รายวชิ าทไ่ี ด้ระดับผลการเรียนตงั้ แต่ 2.0 ขน้ึ ไปโดยสถานศึกษาจะรับโอนผลการเรียนหรือจะทำ
การประเมินใหมแ่ ล้วจงึ รบั โอนรายวิชานัน้ กไ็ ด้

ขอ้ 61เมื่อนักศึกษาขอโอนผลการเรยี นรายวชิ าใหส้ ถานศึกษาดำเนนิ การให้แล้วเสรจ็ กอ่ นการวัดผล
ปลายภาคเรยี นภาคเรียนแรกที่นักศึกษาเขา้ เรยี น

ขอ้ 62การบันทึกผลการเรียนตามข้อ59และข้อ60ลงในระเบียนแสดงผลการเรียนให้ใชร้ หัสวิชาและชือ่
รายวิชาตามหลกั สูตรนี้ โดยแสดงหมายเหตวุ า่ เปน็ รายวิชาทรี่ บั โอนผลการเรยี น

ขอ้ 63สถานศึกษาจะอนญุ าตให้นักศึกษาไปเรยี นรายวชิ าบางรายวิชาจากสถานศึกษาแห่งอื่น ในกรณีที่
สถานศึกษาไม่สามารถเปดิ ทำการสอนในรายวิชาน้ันไดโ้ ดยสถานศกึ ษาพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับเน้ือหาของ
หลักสูตรตามที่เห็นสมควรและให้สถานศึกษาท้ังสองแห่งทำความตกลงร่วมกันในการจดั สอนและรบั โอน ผลการ
เรยี น

ข้อ64ในกรณสี ถานศึกษาอนุญาตใหน้ ักศึกษาไปเรียนจากสถานศึกษาแห่งอ่ืนตามข้อ63ให้สถานศึกษา
พจิ ารณารับโอนผลการเรียนดังน้ี

(1) รบั โอนรายวิชาท่ีมผี ลการเรียนต้ังแต่ 2.0ขึ้นไป หรือ
(2) รายวิชาทไ่ี ด้ระดับผลการเรียนต่ำกวา่ 2.0 สถานศึกษาอาจรับโอนผลการเรียนหรอื ไม่กไ็ ด้ให้อยู่ใน
ดลุ พินิจของสถานศึกษา
ท้ังนีใ้ ห้สถานศึกษาแจ้งให้นักศกึ ษาทราบก่อนทจ่ี ะอนุญาตให้ไปเรยี น
การบนั ทึกผลการเรียนลงในระเบยี นแสดงผลการเรยี นใหใ้ ชร้ หัสวชิ าและชอ่ื รายวิชาของหลกั สตู รนโ้ี ดย
ระบุว่ารับโอนผลการเรยี น

ข้อ65กรณีที่มีการประเมินใหมต่ ามข้อ59และข้อ60ระดับผลการเรียนให้เป็นไปตามท่ีได้
จากการประเมินใหม่แต่ต้องไม่สูงไปกว่าเดิม

ข้อ66นักศึกษาที่มีความรูแ้ ละประสบการณ์ในงานอาชีพหรือฝึกงานในสถานประกอบการ หรอื ทำงาน
ในอาชพี นน้ั อยแู่ ลว้ หรือมีความรใู้ นรายวิชาตรงตามหลกั สูตรมากอ่ นเข้าเรียนหรือเขา้ เรยี นแลว้ แต่ได้เรยี นหรือ
ฝกึ ปฏิบัติในสถานประกอบการจะขอประเมินเทยี บโอนความรู้และประสบการณเ์ พื่อนับจำนวนหน่วยกติ สะสม
สำหรับรายวชิ าน้ันกไ็ ด้โดยเทียบโอนไดไ้ ม่เกนิ 2ใน3ของจำนวนหน่วยกิตตามหลักสูตร
แตล่ ะประเภทวชิ าและสาขาวิชาและตามแผนการเรยี นท่สี ถานศกึ ษากำหนด

การเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณใ์ หเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบตั ิที่คณะกรรมการ
การอาชีวศกึ ษากำหนด

ถ้าผลการประเมินไมผ่ า่ นนกั ศึกษาสามารถลงทะเบียนเรยี นปกตใิ นภาคเรียนนนั้ หรือขอประเมนิ เทยี บ
โอนความรแู้ ละประสบการณ์ในภาคเรียนต่อไปก็ได้

ข้อ67นักศึกษาที่สถานศกึ ษาใหพ้ น้ สภาพนกั ศกึ ษาตามขอ้ 57หรอื ข้อ58แลว้ สอบเข้าเรยี นใหม่
ในสถานศกึ ษาเดิมหรอื สถานศึกษาแห่งใหม่ไดใ้ หส้ ถานศึกษารับโอนผลการเรยี นเฉพาะรายวิชาท่ียงั ปรากฏอยู่
ในหลักสูตรนี้และได้ระดับผลการเรียนตงั้ แต่2.0ข้ึนไป

หมวด 4
การจัดการเรียนการสอนและการประเมนิ ผลการเรยี นรายวชิ าปรับพ้ืนฐานวิชาชพี

ขอ้ 68 สถานศึกษาทรี่ ับนักศึกษา ตามข้อ 6 วรรคสอง ต้องจดั ให้นักศกึ ษาเรียนรายวิชาปรับพ้ืนฐาน
วชิ าชพี ตามทก่ี ำหนดไว้ในหลักสูตรแต่ละประเภทวชิ า สาขาวชิ า พรอ้ มชำระเงินค่าธรรมเนยี มตา่ ง ๆ ตามท่ี
สถานศึกษากำหนด หรืออนุญาตใหไ้ ปเรียนจากสถานศกึ ษาอ่ืนทเ่ี ปดิ สอนรายวชิ านัน้ ๆ หรือรายวชิ าท่ีเนอ้ื หา
ใกลเ้ คยี งกนั หรอื ลงทะเบียนเพอ่ื ขอประเมินเทียบโอนความรูแ้ ละประสบการณต์ ามข้อ 66 ก็ได้

ข้อ 69 การประเมินผลการเรยี นรายวชิ าปรับพืน้ ฐานวชิ าชีพ ปฏบิ ัติเช่นเดียวกบั การประเมนิ ผลการ
เรยี นรายวิชาตามหลักสตู ร ทั้งนี้ ผู้ทไ่ี ด้ระดับผลการเรียนต้งั แต่ 1.00 ขน้ึ ไป ถือว่าผา่ น โดยใหบ้ นั ทกึ “ผ” ใน
ระเบียนแสดงผลการเรยี นช่อง “ผลการเรียน”

นกั ศึกษาทลี่ งทะเบียนเรียนรายวชิ าปรบั พ้นื ฐานวิชาชพี ต้องเรียนใหไ้ ดร้ ะดับผลการประเมิน “ผ่าน”
ทกุ รายวิชา

การจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี

การจดั การศึกษาระบบทวิภาคี (Dual Vocational Education)
วิทยาลัยพณชิ ยการบงึ พระพิษณุโลก

การจัดการศึกษาระบบทวิภาคี (DVE) เปน็ การศึกษาทเ่ี น้นให้ผู้เรยี นวิชาชีพได้มีโอกาสฝึกอาชพี
ภาคปฏิบตั ิ ในสถานประกอบการจริง เป็นความรว่ มมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการในการจัด
หลักสตู รการเรียนการสอน การวดั และประเมินผล ใหม้ คี ณุ ภาพตามความต้องการของสถานประกอบการ
โดยผ้เู รยี นใช้เวลาสว่ นหน่งึ ในสถานศึกษา เรียนภาคปฏิบัตใิ นสถานประกอบการ และมีรายได้ระหวา่ งเรยี น

คุณสมบตั ขิ องผู้เรียน
- จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) ศกึ ษาต่อระดบั ปวช. และจบการศึกษาในระดบั

ปวช./ม.6 ศึกษาตอ่ ในระดับ ปวส.หรือพนกั งานท่ีทางสถานประกอบการคัดเลือก
- มีอายตุ ง้ั แต่ 15 ปีขึน้ ไป ในวันทท่ี ำสัญญาการฝึกกับสถานประกอบการ
- มีความมานะอดทนมสี ภาพรา่ งกายแขง็ แรง และมคี วามซื่อสตั ย์สุจริต
- มีใจรกั ในการเรยี นวิชาชีพและการทำงาน
- สามารถฝกึ อาชีพในสถานประกอบการตา่ งจงั หวัดได้

สาขาวิชาทเี่ ปิดสอน
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
* สาขาวิชาธรุ กิจคา้ ปลีก
ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพชนั้ สูง (ปวส.)
* สาขาวิชาการบญั ชี
* สาขาวชิ าการจดั การธรุ กิจค้าปลกี /การตลาด
* สาขาวิชาการโรงแรมและบริการ
* สาขาวิชาการจดั การธุรกจิ ค้าปลีก
ระดบั ปรญิ ญาตรี(หลกั สูตรเทคโนโลยบี ัณฑิต)
* สาขาวิชาการโรงแรม(ตอ่ เน่ือง)
* สาขาวิชาการตลาด (ต่อเน่ือง)

รูปแบบการจดั การเรียนการสอน
1. เรยี นแบบบรู ณาการร่วมกับสถานประกอบการ
2. โมเดล C สำหรับนักเรยี น นักศกึ ษา

ระดบั ชัน้ สาขาวชิ า เรียนในสถานศึกษา ฝึกอาชพี ในสถาน
ประกอบการ
ปวช. สาขาธุรกิจคา้ ปลีก ภาคเรยี นที่ 1-3
ภาคเรียนที่ 1-2, 6 ภาคเรียนที่ 4-6
ปวส. สาขาการจดั การธุรกิจคา้ ปลีก/ เรยี นในสถานศึกษา 2 วัน/สัปดาห์ ภาคเรียนท่ี 3-5
การตลาด เรยี นในสถานศึกษา 1 ปี ฝกึ อาชีพ 4 วนั /สัปดาห์
ปรญิ ญา เรียนในสถานศึกษา 1 ปี ฝึกอาชพี 1 ปี
ตรี สาขาการโรงแรมและบรกิ าร ฝกึ อาชีพ 1 ปี
สาขาวิชาการบัญชี
สาขาวิชาการจัดการโลจิสตกิ ส์ เรยี นในสถานศึกษา 1 ปี ฝกึ อาชีพ 1 ปี
ภาคเรยี นท่ี 1,4 ภาคเรยี นที่ 2-3
สาขาวิชาการโรงแรม (ต่อเนือ่ ง)
สาขาวิชาการตลาด (ต่อเน่ือง)

3. โมเดล D สำหรับพนักงานในสถานประกอบการ คือเรยี นในสถานศกึ ษาสปั ดาห์ละ 1 วนั
ฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ 4 วนั

สวัสดิการทไี่ ดร้ ับ

นกั เรียน นักศึกษาระบบทวิภาคีจะได้รบั ค่าตอบแทนจากการทำงานอย่างนอ้ ยวันละ 200 - 400 บาท

และสวสั ดกิ ารอ่นื ๆ เชน่

- คา่ ทีพ่ กั - คา่ นำ้ -ค่าไฟ

- คา่ อาหาร - ค่าเดนิ ทาง

- ค่าเทอม - ค่าอุปกรณ์การเรียน

- ชุดทำงาน - หลังจบการศึกษาสามารถบรรจุเขา้ ทำงานในสถานประกอบการ

(ตามข้อตกลงของสถานประกอบการ)

หมายเหตุ(ทั้งน้ีขึ้นอยู่กบั แตล่ ะสถานประกอบการ)

สถานประกอบการที่ให้ความร่วมมือในการรับนกั เรียน นกั ศกึ ษา ฝึกอาชีพระบบทวภิ าคี
1. บริษทั เอส แอนด์ พี ซนิ ดเิ คท จำกดั (มหาชน)
2. บรษิ ทั เซ็นทรัล เรสตอรองส์กรุ๊ป จำกัด
3. บริษัท เดอะ ควิ เอสอาร์ ออฟ เอเชยี จำกดั
4. บริษัท ทอ็ ปแลนดอ์ าเขต จำกัด
5. บรษิ ัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)
6. บรษิ ัท โฮม โปรดักส์ เซน็ เตอร์ จำกัด (มหาชน)
7. บรษิ ัท ห้างสรรพสนิ ค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) สาขาพิษณุโลก
8. บรษิ ัท ซพี ี ออลล์ จำกดั (มหาชน)
9. โรงแรมแมนดารินโอเรยี นเต็ลกรุงเทพฯ
10. โรงแรมออร์คิดเดเชยี รีสอร์ท แอนด์สปา
11. โรงแรมเซน็ ทาราแกรนด์ บีช รสี อร์ท ภเู ก็ต
12. โรงแรมดุสิตธานี หวั หนิ จังหวดั ประจวบครี ขี นั ธ์
13. โรงแรมดาราเทวีเชียงใหม่
14. เสม็ด รีสอร์ด กรปุ๊
15. Eagles Air & (Thailand) Co., Ltd.
16. บรษิ ทั โซน่ี เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด

งานทะเบยี น

งานทะเบยี น

ผู้สมัครเข้าเรียนจะมีคุณสมบัติครบถ้วนในการเป็นนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)หรือ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือปริญญาตรี (ต่อเนื่อง)เมื่อได้มอบตัวทำสัญญาการเป็นนักเรียน
นักศึกษาพร้อมหลักฐานต่าง ๆ ของผู้ปกครองและนักเรียนและลงทะเบียนเรียนตามสาขาวิชาที่สมัครเข้าเรียน
ตามระเบียบท่ีกำหนด
การลงทะเบยี นเรียน

1. การลงทะเบยี นรายวชิ าต้องไดร้ ับความเหน็ ชอบจากครทู ป่ี รกึ ษา
2. นักเรียน นักศึกษาลงทะเบียนเรียนรายวิชาด้วยตนเอง ตาม วัน เวลา ที่สถานศึกษากำหนดในกรณีที่
ไม่สามารถมาลงทะเบียนดว้ ยตนเองได้ ตอ้ งมอบหมายให้ผู้อ่ืนมาลงทะเบยี นแทน สถานศึกษาจะพิจารณาเป็น
ราย ๆ ไป
3. นกั เรยี นนกั ศกึ ษาไมไ่ ดล้ งทะเบียนภายในเวลาที่กำหนด จะตอ้ งเสยี เงนิ ค่าปรับตามระเบยี บ
4. นักเรียนนักศึกษาที่ไม่ได้ลงทะเบียนภายในเวลาที่กำหนด ถ้าประสงค์จะรักษาสภาพ ต้องติดต่อ
ลาพักการเรียนภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันสิ้นสุดการลงทะเบียน พร้อมทั้งชำระเงินค่าธรรมเนียม
ตามระเบยี บ
ขน้ั ตอนการลงทะเบยี น
1. พบอาจารยท์ ่ปี รกึ ษาเพือ่ ขอรบั เอกสารการลงทะเบยี น
2. กรอกรายละเอียดในเอกสารลงทะเบยี นให้ครบถ้วนทุกประการ
3. ผา่ นงานปกครองตรวจเคร่ืองแต่งกาย
4. นำเอกสารที่กรอกรายละเอยี ดเรยี บร้อยแล้วไปชำระเงนิ ท่ีงานการเงนิ
5. นำเอกสารการลงทะเบยี นพรอ้ มใบเสรจ็ รบั เงินทุกชนดิ ไปประทับตราลงทะเบยี น
6. งานทะเบยี นจะเกบ็ เอกสารลงทะเบียน 1 ฉบบั และให้นำไปคนื ครทู ่ีปรึกษา 1 ฉบับ
การเปล่ยี น การเพม่ิ และการถอนรายวิชา
นกั เรียนจะขอเปลยี่ นรายวิชาทไี่ ดล้ งทะเบยี นไวแ้ ล้ว หรือขอเพ่มิ รายวชิ าต้องกระทำภายใน 15 วัน
นับแต่วนั เปิดภาคเรยี นหรอื ภายใน 5 วนั นับแต่วนั เปิดภาคเรียนฤดรู ้อน ส่วนการขอถอนรายวิชาต้องทำ
ภายใน 30 วนั นบั แตว่ ันเปิดภาคเรยี นหรอื ภายใน 10 วนั นับแต่วนั เปิดภาคเรียนฤดรู ้อน
การขอเปลย่ี น ขอถอน หรือขอเพิ่มรายวิชา ต้องไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากครทู ีป่ รกึ ษาก่อน
การออกบตั รประจำตวั นกั เรยี นนกั ศึกษา
สถานศึกษาจะทำหนา้ ท่อี อกบัตรประจำตัวนกั เรยี นนักศึกษา บตั รประจำตัวจะมอี ายเุ ท่ากับระยะเวลา
ที่มีสภาพการเป็นนักเรียนนักศึกษา แต่ต้องไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันออกบัตร ถ้าบัตรประจำตัวหมดอายุใน
ระหวา่ งทม่ี ีสภาพเปน็ นักเรียนนกั ศึกษาก็ให้ทำเรื่องขอตอ่ อายบุ ัตรเปน็ ปี ๆ ไป
การพ้นสภาพและคืนสภาพนกั เรียนนกั ศึกษา
การพ้นสภาพนกั เรียนนกั ศกึ ษาให้ปฏิบตั ติ ามกรณีใดกรณีหนึ่งต่อไปน้ี
1. สำเร็จการศึกษาตามหลกั สตู ร
2. ลาออก
3. ถึงแกก่ รรม
4. สถานศกึ ษาสัง่ ใหพ้ ้นสภาพนักเรยี นในกรณีใดกรณหี นึง่ ตอ่ ไปนี้

ก. ขาดเรียน หรือขาดการฝึกอาชีพติดต่อกันเกิน 15 วัน โดยสถานศึกษาหรือสถาน
ประกอบการพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควร หรือมีพฤติกรรมอย่างอื่นที่แสดงว่าไม่มีความตั้งใจที่จะ
ศึกษาเลา่ เรียน หรอื รบั การฝกี อาชีพ

ข. ไม่มาตดิ ตอ่ เพอื่ รักษาสภาพนักเรียน
ค. ประพฤติฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษา หรือสถานประกอบการหรือของทาง
ราชการ หรอื ประพฤตผิ ดิ ศลี ธรรมอยา่ งร้ายแรง จนเป็นท่เี สือ่ มเสยี ชื่อเสียงแก่สถานศึกษา หรือประพฤติตนเป็น
ภัยต่อความสงบเรียบร้อยของบา้ นเมอื ง
ง. ต้องโทษคดีอาญาโดยคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือ
ความผดิ ทีไ่ ด้กระทำโดยประมาท
จ. ขาดพนื้ ความรูห้ รือคุณสมบตั ิของผ้เู ข้าเรยี น
ผู้ที่พ้นสภาพนักเรียนนักศึกษาถ้าประสงค์จะขอคืนสภาพเพื่อกลับเข้าเรียนในสถานศึกษา
จะต้องยื่นคำร้องต่อสถานศึกษาภายใน 1 ปี นับแต่วันถัดจากวันพ้นสภาพนักเรียนนักศึกษา เมื่อสถานศึกษา
พจิ ารณาเห็นสมควรก็ใหร้ บั เขา้ เรียนตอ่ ใหป้ ฏิบตั ดิ งั น้ี
1. ตอ้ งเข้าเรยี นภายในสัปดาห์แรกของภาคเรยี น เว้นแต่กลบั เข้าเรยี นในภาคเรยี นเดยี วกนั
2. ต้องเรียนตามหลกั สตู รที่ใช้อยู่ในขณะน้ัน
3. ให้นำจำนวนหรือหน่วยกิตของรายวชิ าท่ีประเมินไดไ้ ว้ และเป็นรายวิชาที่ยังปรากฏอยู่ใน
หลกั สตู รนีม้ านบั รวมเพ่อื พจิ ารณาตดั สนิ การสำเรจ็ การศึกษาตามหลักสตู ร
การพักการเรียน
นักเรยี นนกั ศกึ ษา มีเหตุจำเปน็ กรณีใดกรณหี น่งึ ต่อไปนี้
1. ไดร้ บั ทุนการศึกษาให้ไปศึกษา หรือดูงาน หรือเปน็ ตวั แทนของสถานศกึ ษา หรอื สถานประกอบการ
ในการเขา้ รว่ มประชมุ หรือกรณีอน่ื ๆ อนั ควรแกก่ ารสง่ เสริม
2. เจบ็ ป่วยตอ้ งพกั รักษาตวั
3. เหตุจำเป็นอยา่ งอืน่ ตามทส่ี ถานศกึ ษา และหรอื สถานประกอบการจะพจิ ารณาเห็นสมควร
นักเรียนนักศึกษาที่ลาพักการเรียนต้องชำระเงินค่ารักษาสภาพนักเรียนนักศึกษาตามประกาศ
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง กำหนดการเก็บเงินบำรุงการศึกษาในสถานศึกษาสังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แต่ถ้านักเรียนได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ครบถ้วนสำหรับภาค
เรยี นน้ันแล้วกไ็ ม่ต้องชำระเงินค่ารกั ษาสภาพนกั เรียนนักศึกษาสำหรบั ภาคเรยี นน้ันอีก
นักเรียนนักศึกษาที่ขออนุญาตลาพักการเรียนสถานศึกษาโดยต้องยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ
สถานศกึ ษามผี ปู้ กครองเป็นผู้รบั รอง เมือ่ ไดร้ บั อนุญาตแล้วจึงได้พักการเรียนได้ มิฉะนนั้ จะถือว่าขาดเรียน เว้น
แตเ่ หตุสุดวสิ ยั
นักเรียนนักศึกษาที่ลาพักการเรียนเมื่อครบกำหนดเวลาที่ลาพักแล้วให้ยื่นคำขอกลับเข้าเรียนพร้อม
ด้วยหลักฐานการอนุญาตให้ลาพักการเรียนต่อหัวหน้าสถานศึกษาภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันครบ
กำหนด หากพ้นกำหนดน้ใี หถ้ อื ว่าพ้นสภาพนกั เรยี น เว้นแตเ่ หตุสดุ วิสัย

การลาออก
1. นักเรยี นนกั ศึกษาประสงคจ์ ะลาออก จากการเปน็ นักเรยี นนักศกึ ษา ต้องใหผ้ ู้ปกครองเป็นผู้รับรอง

การลาออก เว้นแต่ผทู้ บี่ รรลุนิตภิ าวะ
2. นักเรียนนักศึกษาที่ลาออกแล้วได้รับอนุญาตให้กลับเข้าเรียนในภาคเรียนเดียวกัน ให้ถือว่า

นักเรยี นนกั ศกึ ษา ผ้นู ้นั มสี ภาพนกั เรียนนกั ศึกษามาตั้งแต่ตน้ ภาคเรียนนั้นทกุ ประการ

คำรอ้ ง

ข้าพเจ้า………………………………………….……………………เปน็ นักศกึ ษาชน้ั ……………………

รหสั ประจำตัว………………………..แผนกวิชา…………………………….สาขางาน………………….

มีความประสงค์ ( ) พกั การเรียน ( ) ลาออก( ) ขอย้ายสถานศกึ ษา

ในภาคเรียนที่ ……………………………………..………….ปีการศกึ ษา……………………………………………………………….

สาเหตุ……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ขอแสดงความนับถือ

(ลงช่ือ)…………………………………………
(…………………………………………)

ความเหน็ ผปู้ กครอง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

(ลงช่อื )…………………………………………………
(……………………………………………….)

ความเหน็ ครูที่ปรึกษา…………………………………………………………………….......................................................
........................................................................................................................................................................

หัวหน้าแผนกวิชา.............................................................................................................. .............................
............................................................................................................................. ..........................................

หัวหนา้ งานทะเบยี น……………………………………………………………………………………………..…………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..………………

รองผู้อำนวยการฝ่ายบรหิ ารทรพั ยากร………………………..………………………………………...............................
…………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………..………………………………

ผอู้ ำนวยการวิทยาลยั ………………………………………………………………….…………………………………………….......
…………………………………………………………………………………………………………………………..…………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………….……………….

คำร้องขอใบรับรองการเปน็ นกั เรยี นนักศกึ ษา

วนั ท่.ี ..........................เดือน.........................พ.ศ...............
เรื่อง การขอใบรบั รองการเปน็ นักเรยี นนักศกึ ษา
เรยี น ผูอ้ ำนวยการวิทยาลัยพณชิ ยการบงึ พระพษิ ณุโลก

ข้าพเจ้า..................................................................................รหัสประจำตัว............................................
รหัสประชาชน
ชนั้ ปที ่.ี ................................ระดบั ..............................แผนกวชิ า.......................................................................
เกดิ วนั ท.ี่ .....................เดอื น..........................................................................................พ.ศ..............................
บดิ าชอ่ื (มยี ศใส่ยศเต็มด้วย)................................................................นามสกลุ ...............................................
มารดาช่อื ...........................................................................................นามสกลุ ..................................................
ประเภทวิชา.................................................................สาขางาน........................................... ............................

มคี วามประสงค.์ ..................................................................................................................................
....................................................................................................... ...................................................................

เพื่อ........................................................................................................................ ..............................
............................................................................................................................................................ ..............

จึงเรียนมาเพอื่ โปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ

(ลงชื่อ)...........................................................
(.................................................................)

หมายเหตุนำรูปถ่ายขนาด 1 นว้ิ 1 รูปมาดว้ ย

คำรอ้ งท่วั ไป

วันท.่ี .................เดอื น....................................พ.ศ................
เร่อื ง................................................................................

เรียน ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลยั พณชิ ยการบงึ พระพิษณุโลก

ขา้ พเจ้า(นาย/นาง/นางสาว)...................................................................รหสั ประจำตวั ...........................
เลขทบ่ี ตั รประชาชน............................................................ปีท่ี.............กลุ่ม...........สาขางาน...............................
ท่ีอยู่ทสี่ ามารถตดิ ต่อได.้ .................................................................................................................................
............................................................................................................................................................. .............

มีความประสงค์....................................................................................................... ..........................

ด้วยเหตุผลดงั น.้ี ...................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ....................................................................................

จงึ เรียนมาเพ่ือโปรดพจิ ารณา

ลงช่ือ.............................................................
(นาย/นาง/นางสาว.............................................................)

ความเห็นของ ความเห็นของ ความเห็นของ ความเห็นของรองผ้อู ำนวยการ
ครทู ี่ปรกึ ษา หวั หน้าแผนกวชิ า
หวั หนา้ งานทะเบยี น ฝา่ ยบริหารทรัพยากร

ขอ้ พิจารณาของผ้อู ำนวยการวิทยาลัยฯ
.................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................................(ผู้อำนวยการ)
(................................................)

งานวทิ ยบรกิ ารและห้องสมดุ

ระเบยี บการใชห้ ้องสมุด

1.แตง่ กายให้สุภาพเรียบรอ้ ย
2.หา้ มนำกระเปา๋ ถุง ยา่ ม เข้ามาในห้องสมุด ให้วางไวท้ ชี่ น้ั วางของทเี่ ตรียมไวใ้ ห้ ยกเวน้ ทรพั ยส์ ินทมี่ ีคา่ ให้นำ
ตดิ ตัวเขา้ มาได้
3. ห้ามนำอาหาร เคร่ืองด่มื เขา้ มาในห้องสมดุ ยกเว้นการรับประทานในบริเวณทหี่ อ้ งสมุดจดั ไวเ้ ท่านน้ั
4. ห้ามส่งเสยี งดงั รบกวนผ้อู ื่น
5. ห้ามฉกี หนงั สอื วารสารหนังสอื พิมพห์ รือขโมยทรัพย์สินของห้องสมดุ มิฉะนนั้ จะถูกลงโทษตามระเบียบของ
งานปกครองและแจง้ ผปู้ กครองทราบ
6. เมอื่ อา่ นหนงั สือเสรจ็ แลว้ ให้นำหนังสือไปวางทีโ่ ตะ๊ พักหนงั สือ
7. การยืมหนงั สือต้องใช้บตั รนักศกึ ษาของตนเองเทา่ นัน้ สมาชิก 1 คน ยืมหนังสอื ได้จำนวน
ครงั้ ละ 3 เลม่ ในเวลา 7 วนั
8. หนงั สืออา้ งองิ ทมี่ ีตวั อักษร “อ” หรอื “R” ปรากฏอยู่ หา้ มยมื
9. วารสาร หนังสอื พมิ พ์ ยมื ได้เฉพาะฉบับลว่ งเวลา
10. การคืนหนังสือหากเกินกำหนดตอ้ งเสยี ค่าปรับเล่มละ1บาท/วัน
11. เมือ่ ลกุ ออกจากที่นง่ั กรุณาเลอ่ื นเกา้ อี้เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย

ระเบียบการใช้หอ้ งศนู ยก์ ารเรยี นรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ

1. ลงชอ่ื กอ่ นใช้งาน และก่อนออก ลงเวลาออกทุกคร้ัง
2. เครื่องมปี ัญหา แจ้งเจ้าหน้าที่ ห้ามเปลีย่ นหรอื ย้ายเคร่ือง หรืออปุ กรณ์ใดๆ ทเี่ กยี่ วข้องก่อนได้รบั อนญุ าต
4. ห้ามนำน้ำเครือ่ งดม่ื และอาหารเขา้ มา
5. หา้ มส่งเสียงดงั เปดิ เพลง หรือรบกวนผอู้ ืน่
6. หา้ มเล่นเกมส์ออนไลน์ และเปิดเว็บไซต์หรือรูปภาพ ท่ีไม่เหมาะสม
7. เลิกใชง้ านแล้วปิดเครอ่ื งทุกคร้ัง
8. หา้ มท้ิงขยะในหอ้ ง
9. คอมพวิ เตอร์ 1 เครื่อง ตอ่ 1 คนหา้ มเปิดหลายเคร่ือง
10. การลงโทษสำหรับผ้ฝู า่ ฝืน

10.1 ตักเตอื นด้วยวาจา
10.2 ตกั เตือนด้วยลายลักษณอ์ กั ษร
10.3 ตดั คะแนนความประพฤตติ ามระเบียบของฝา่ ยปกครองและแจง้ ให้ผูป้ กครองทราบ

งานแนะแนวอาชพี และการจัดหางาน

งานแนะแนวอาชพี และการจดั หางาน

1. การเก็บข้อมูลนักเรียน นักศึกษา เป็นรายบุคคล โดยให้นักเรียน นักศึกษาทุกคน กรอกข้อมูล
ในแบบรวบรวมข้อมลู นักเรยี น นักศกึ ษา

2. ใหบ้ รกิ ารข้อมลู ขา่ วสาร สารสนเทศตา่ ง ๆ
- การศกึ ษาต่อท้งั ภายใน และภายนอก
- การพัฒนาตนเอง ด้านสงั คม อารมณ์ ร่างกาย
- การงานและอาชีพ รวบรวม เผยแพร่ และให้บริการข้อมูลการศึกษาวชิ าชพี
- การประกอบอาชีพ ขอ้ มูลตำแหน่งงานว่าง เทคนิคการหางาน และรับสมคั รงาน
3. ให้บริการคำปรึกษา สำหรับการพัฒนา แก้ไขปัญหา และช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ในด้านต่าง ๆ ท้ัง

รายบคุ คล และรายกลุม่
4. ระบบการดูแลช่วยเหลอื นกั เรียน นักศกึ ษา โดย
- การจัดหาทุนการศึกษา ทั้งภายใน และภายนอกพรอ้ มท้งั การจัดสรรทุนเพ่อื การศึกษา
- บริการให้กูย้ ืมเงนิ กองทุนเงินใหก้ ยู้ ืมเพ่ือการศึกษา
5. การติดตามผลผู้สำเร็จการศึกษา จะดำเนินการเมื่อนักเรียน นักศึกษา จบการศึกษาไปแล้ว เพื่อนำมา

ปรบั ปรงุ การเรยี นการสอน โดยจะจดั สง่ แบบติดตามผลไปใหน้ กั เรียน นักศกึ ษาตอบกลบั มายงั วิทยาลัยฯ

ทุนการศกึ ษา
ข้ันตอนในการขอรบั ทุนการศึกษา

1. นกั เรยี น นักศึกษา กรอกใบสมัครขอรับทุนการศกึ ษา ยื่นต่องานแนะแนวฯ
2. เข้ารับการสมั ภาษณจ์ ากคณะกรรมการพจิ ารณาคดั เลอื ก และจัดสรรทนุ การศึกษา
3. ตดิ ตามการประกาศผลการพิจารณาคดั เลือก
4. เข้ารับการทุนการศึกษาตามนัดหมายจากคณะกรรมการฯ

กองทนุ เงนิ ใหก้ ูยืมเพือ่ การศึกษา

กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัยและกระทรวงแรงงานและสวัสดิการ
สังคมได พิจารณาเห็นถึงความสำ คัญอย่างยิ่งของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อรองรับความเจริญเติบโต
ทางเศรษฐกิจ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงเห็นสมควรกำหนดเป็นนโยบายใน
ภาครัฐบาลสนับสนุนทางการเงิน โดยการจัดตั้งกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแกนักเรียนนักศึกษาท่ีมา
จากครอบครวั ทม่ี ีรายไดน้อย

เมอื่ วนั ที่ 28 มีนาคม 2538 คณะรฐั มนตรี (นายชวน หลกี ภัย นายกรฐั มนตรี) มีมติเหน็ ชอบในหลกั การ
โครงการจัดตั้ง“กองทุนเงินให้กูยืมเพื่อการศึกษา” โดยมีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ 3 หน่วยงาน คือ
กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการและทบวงมหาวิทยาลัยเริ่มให้นักเรียน นักศึกษากูยืมไดตั้งแต่
ปีการศกึ ษา 2539 เปน็ ต้นมา บนพ้ืนฐานของหลกั การดงั น้ี

1. เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาในระดับสูงขึ้นแกผู้ที่มาจากครอบครัวที่มีรายไดน้อยซึ่งด้อยโอกาส
ทางการศึกษา อันจะมีส่วนสำคัญในการยกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชน และเป็นการสนองต่อนโยบาย
การกระจายรายได

2. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการศึกษาทางด้านอุปสงค์ โดยการเพิ่มขีดความสามารถในการ
รับภาระค่าใช้จ่ายทางการศกึ ษา ของประชาชน จงึ ไดประกาศใช้พระราชบญั ญตั ิ
“กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา” พ.ศ. 2541 ซึ่งส่งผลให้การดำเนินงานกองทุนเงินให้กูยืมเพื่อการศึกษา
มคี วามม่ันคงถาวรข้นึ

วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือให้นกั เรยี น นิสติ หรือนักศึกษาท่ีขาดแคลนทนุ ทรัพย์ไดกูยืมเงิน เพื่อเปน็ ค่าเล่าเรยี นคา่ ใช้จา่ ย
ทเี่ กยี่ วเนื่องกบั การศึกษา และค่าใช้จา่ ยทจี่ ำเป็นในการครองชพี ระหว่างศกึ ษา ไดมโี อกาสศึกษาต่อในระดับ
สูงกว่ามธั ยมศึกษาตอนต้นไม่วา่ จะเปน็ การศึกษาในระบบหรือนอกระบบจนถึงระดับปริญญาตรี

งานกจิ กรรมนกั เรยี นนักศกึ ษา


Click to View FlipBook Version