The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียนนักศึกษา ปีการศึกษา 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Waree, 2021-06-15 10:33:33

คู่มือนักเรียนนักศึกษา

คู่มือนักเรียนนักศึกษา ปีการศึกษา 2564

งานกิจกรรมนกั เรยี นนกั ศกึ ษา

งานกิจกรรมนักเรยี นนกั ศกึ ษา

วตั ถุประสงค์ของการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม

ตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา

ว่าดว้ ยองคก์ ารนกั วชิ าชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2557

และแนวปฏบิ ัติขององคก์ ารนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2557

(ปรบั ปรงุ พ.ศ.2562)

------------------------------------------

กิจกรรมหลักและการจัดกิจกรรมขององค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย

มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาความเป็นเลิศด้านอาชีวศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพของสมาชิกองค์การนักวิชาชีพ

ใน อนาคตแห่งประเทศไทยให้เป็นคนดีคนเก่งและมีความสุขคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็นปรับตัวหรือสังคมท่ี

เปลี่ยนแปลงมีทักษะความชำนาญตามมาตรฐานวิชาชีพและมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์สามารถดำรงชีวิตอยู่

ในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ

การจัดกิจกรรมขององค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทยให้แบ่งกิจกรรมหลัก

ออกเป็น2 เปา้ หมาย ดังน้ี

เป้าหมายที่ 1 การพัฒนาสมาชิกใหเ้ ป็น คนดีและมคี วามสุข ประกอบดว้ ย แผนพฒั นา 5 แผน ดงั นี้

1 แผนการจัดกิจกรรมเสรมิ สร้างบคุ ลกิ ภาพและความรับผิดชอบตอ่ สงั คม

2 แผนการจดั กิจกรรมเสรมิ สร้างสุขภาพ กีฬาและนนั ทนาการ

3 แผนการจัดกิจกรรมเสริมสรา้ งพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

4 แผนการจัดกิจกรรมสง่ เสริมศาสนา ศิลปะวัฒนธรรม

5 แผนการจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการอนรุ ักษ์ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม

เป้าหมายที่ 2 การพัฒนาสมาชกิ ใหเ้ ปน็ คนเกง่ และมีความสขุ ประกอบดว้ ยแผนพฒั นา 5 แผน ดังน้ี

1 แผนการจดั กจิ กรรมพัฒนามาตรฐานวิชาชพี และจรรยาบรรณวิชาชีพ

2 แผนการจัดกจิ กรรมส่งเสริมความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์

3 แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรแู้ บบบรู ณาการ

4 แผนการจดั กจิ กรรมพฒั นาความรู้ และความสามารถทางวิชาการ

5 แผนการจดั กิจกรรมพัฒนานกั เรียนนักศึกษาใหม้ ีมาตรฐานสูส่ ากล

คําขวัญของ องคก์ ารนักวชิ าชพี ในอนาคตแหง่ ประเทศไทย (อวท.)

เรียนเพอ่ื รูส้ ่ปู ฏบิ ัติ มีสมรรถนะ

อาชีวะบรกิ าร สรา้ งมาตรฐานชีวติ

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยึดมัน่ หลกั พอเพยี ง

เคียงสังคมสมดลุ สทู่ กุ รุน่ ท่ียง่ั ยนื

คตพิ จน์ ขององคก์ ารนักวชิ าชพี ในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.)
“มีคณุ ธรรม ล้ำเลิศความรู้เป็นผ้ชู ำนาญ บรกิ ารดีเยยี่ ม”

คำปฏญิ าณของ องคก์ ารนกั วชิ าชพี ในอนาคตแห่งประเทศไทย ( อวท.)
ขอ้ (1) ขา้ พเจา้ จะจงรกั ภกั ดีตอ่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตรยิ ์
ข้อ (2) ข้าพเจา้ จะบรกิ ารสงั คมดว้ ยจติ สาธารณะอย่างแทจ้ รงิ
ข้อ (3) ขา้ พเจา้ จะยึดม่ันในคติพจน์ และปฏบิ ตั ติ ามคำขวัญด้วยหลักจรรยาบรรณวิชาชีพขององค์การ
ตลอดไป

การเขา้ ร่วมกิจกรรม
1. กิจกรรมหน้าเสาธง (เฉพาะนักเรียนนักศึกษาในระบบชั้นเรียนปกติ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้
นักเรียนนักศึกษา แสดงออก ถึงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีคุณธรรม
จริยธรรมดา้ นความรับผิดชอบ การตรงตอ่ เวลา และมีความมีระเบียบวนิ ัย ฯลฯ และให้นักเรียน
นักศึกษา ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและการนัดหมายจากวิทยาลัย ( ผ่านเกณฑ์การเข้าร่วม
กิจกรรม 80 % )
2. กจิ กรรมสมาชิกชมรม โดยมีวตั ถุประสงค์เพ่ือใหน้ ักเรยี นนักศึกษาเปน็ คนดี คนเกง่ และมีความสุข
ฝึกภาวะผู้นำ ได้แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ และได้จัดกิจกรรมตามความสนใจของ
นกั เรยี นนักศกึ ษา ( ผ่านเกณฑ์การเข้ารว่ มกิจกรรม 80 % )
3. กจิ กรรมพเิ ศษ หรือ กิจกรรมกลาง กจิ กรรมวิทยาลัยฯ (ผ่านเกณฑ์การเขา้ ร่วมกจิ กรรม 80 % )

หมายเหตุ นกั เรยี นนกั ศกึ ษาต้องผ่านทั้ง 3 กิจกรรม จึงถือว่าผ่านการประเมนิ กจิ กรรมในภาคเรียนน้นั

**** นกั เรียน ระดบั ปวช. 1 ทกุ คน ต้องเรยี นกจิ กรรมลกู เสอื -เนตรนารวี สิ ามัญถ้าตก

กจิ กรรมลูกเสอื -เนตรนารวี สิ ามัญ
ตอ้ งลงทะเบียนเรยี นใหมใ่ นภาคเรียนน้นั ๆ ของปีการศกึ ษาถดั ไป ไมส่ ามารถซอ่ มได้

ถา้ ไมผ่ า่ นกิจกรรมลกู เสือจะไม่สำเรจ็ หลกั สตู ร ปวช.

แนวปฏิบตั ิขององค์การนักวชิ าชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย อวท.

แนวปฏบิ ัติของ องค์การนักวชิ าชีพในอนาคตแหง่ ประเทศไทย อวท.พ.ศ. 2557 ว่าด้วยการ
ประเมินผลกิจกรรมชมรม

ขอ้ 1วตั ถปุ ระสงคแ์ ละผู้เข้ารับการประเมิน
(1) การประเมินผลกิจกรรมชมรมตามแนวปฏิบัตินี้เปน็ การประเมินเพื่อให้สมาชกิ ได้สำเร็จการศึกษา

ครบตามกำหนดในหลักสูตรน้ันๆและหรือเพ่อื รับหนงั สือรบั รองการร่วมกจิ กรรมขององค์การ ระดับสถานศึกษา
(2) ผเู้ ข้ารับการประเมินผลคือสมาชิกสามัญขององค์การทีเ่ รียนในทุกหลักสูตรทุกระดับและทุกระบบ

ท่จี ดั การเรยี นการสอนในสถานศึกษานัน้ ๆ

ข้อ2 ประเภทของกิจกรรม
(1) กิจกรรมสำหรับนักเรียนนักศึกษาในระบบชั้นเรียน คือ กิจกรรมที่จัดโดยสถานศึกษาหรือชมรม

ได้แกก่ จิ กรรมหน้าเสาธงกจิ กรรมชมรมตามเวลาที่กำหนดและกจิ กรรมกลางของวิทยาลัย หรือกิจกรรมอื่น
(2) กิจกรรมสำหรับนักเรียน นักศึกษานอกระบบชั้นเรียน คือ กิจกรรมที่จัดโดยหน่วยงาน ชมรม

สมาคมหรือองค์กรอื่นนอกสถานศึกษา อันได้แก่ กิจกรรมประจำหน่วยกิจกรรมงานนั้น ๆ กิจกรรมพิเศษท่ี
หน่วยงานกำหนด กิจกรรมทีส่ มาชิกเข้ารว่ มกับ ชมุ ชนสงั คม หรอื องคก์ รพเิ ศษอนื่ ๆ

ขอ้ 3 การเขา้ ร่วมกจิ กรรมของสมาชกิ
(1) สมาชิกชมรมต้องชำระเงินค่าลงทะเบียนกิจกรรมอย่างครบถ้วนและถูกต้องตามระเบียบองค์การ

นักวชิ าชพี ในอนาคตแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2557 ขอ้ 31
(2) ใหน้ ายทะเบยี นชมรมแต่ละชมรมบันทกึ รายชื่อของสมาชกิ (ตามแบบ อวท. 15)
(3) สมาชิกมสี ทิ ธเิ ข้าร่วมในกจิ กรรมต่างๆ ท่กี ำหนดไว้ในข้อ 2
(4) ให้นายทะเบียนของชมรมหรือผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมายจากประธานกรรมการบริการองค์การนักวิชาชีพ

ในอนาคตแห่งประเทศไทยระดับสถานศกึ ษาบนั ทึกหลกั ฐานเข้ารว่ มกจิ กรรมของสมาชิกทุกครั้งและเกบ็ เอกสาร
หรือหนังสือรับรองการเข้าร่วมกิจกรรม ตามข้อ 2 (1) และหรือข้อ 2 (2) ไว้เพื่อตรวจสอบ และรายงานต่อ
คณะกรรมการประเมินผลกิจกรรมชมรมตามท่ีกำหนด

ขอ้ 4 เกณฑก์ ารประเมินผล
(1) สมาชิกชมรมจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมตามข้อ 2 (1) และหรือ 2 (2) และผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน

ทก่ี ำหนดในข้อ4 (2) จงึ ถือว่าผ่าน (ผ) กิจกรรมชมรมในภาคเรยี นน้นั เพอื่ สำเรจ็ เหลกั สูตรได้ และหรือเพ่ือรับ
หนังสือรับรอง การเข้ารว่ มกิจกรรมขององคก์ ารฯ ระดับสถานศกึ ษาน้นั ๆ

(2) การประเมนิ ผลการเข้าร่วมกิจกรรม ให้ประเมนิ ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพให้ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ
60 ของการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ตามข้อ 2(1) หรือขอ้ 2(2)หรอื ข้อ

(3) หลักฐานที่ใช้ในการประเมินผลอาจเป็นระเบียนบันทึกการเข้าร่วมกิจกรรมที่ อวท. ระดับ
สถานศึกษา กำหนดหรือหลักฐาน/หนังสือรับรองการเข้าร่วมกิจกรรม ของหน่วยงานได้/องค์กรภายนอก
สถานศึกษากไ็ ด้

(4) สมาชิกชมรมที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินตามข้อ 4(2) ถือว่าไม่ผ่าน (มผ.) กิจกรรมในภาคเรียน
นนั้ ๆ

ข้อ5 วิธปี ระเมินผล
(1) ประธานคณะกรรมการบริหารอวท. ระดับสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลกิจกรรม

ชมรมประกอบดว้ ยรองผู้อำนวยการฝ่ายพฒั นากจิ การนักเรยี นนักศกึ ษาเปน็ ประธาน หวั หน้างานกิจกรรมฯเป็น
รองประธานครูที่ปรึกษาอวท. ระดับสถานศึกษา ครูที่ปรึกษาชมรม นายก อวท. ระดับสถานศึกษา
นายทะเบียนทุกชมรมเป็นกรรมการและนายทะเบียนอวท.ระดับสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ
(ตามแบบ อวท.16เป็นปีๆ ไป)

(2) นายทะเบียนของชมรมตามข้อ3 (4) นำหลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรมของสมาชิกตามข้อ 2 เสนอ
ผา่ นประธานชมรม ครทู ี่ปรึกษาชมรม และคณะกรรมการประเมนิ ผลกิจกรรมชมรมตามลำดบั

(3) ให้คณะกรรมการประเมนิ ผลกิจกรรมชมรมพิจารณาและประเมนิ การเขา้ ร่วมกิจกรรมของสมาชิก
ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 4อนุมัติให้แล้วเสร็จภาย ในสัปดาห์สุดท้ายของภาคเรียนนั้น ๆ (ตามแบบ อวท. 17)
โดยให้ประธานคณะกรรมการประเมินผลกิจกรรมชมรมเป็นผู้ลงนามอนมุ ัติ

(4) ให้นายทะเบียนแต่ละชมรม คัดสำเนาผลการประเมนิ ผลกจิ กรรมชมรมที่อนุมตั ิแล้วเป็น4 ชุดโดย
มอบให้งานทะเบียนของสถานศึกษา 1 ชุดงานวัดผลและประเมินผลของสถานศึกษา1 ชุดอวท. ระดับ
สถานศึกษา 1 ชดุ และมอบให้ชมรมติดประกาศแจ้งให้สมาชกิ ชมรมของตนทราบ 1 ชุด

ขอ้ 6 การซอ่ มกจิ กรรมชมรม
(1) สมาชกิ ชมรมผใู้ ดไมผ่ ่านกิจกรรมชมรม (มผ) ตามขอ้ 4(4) ซ่ึงไม่อาจสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร

ได้ และ/หรือไม่อาจได้รับหนังสือรับรองการเข้าร่วมกิจกรรมของ อวท. ระดบั สถานศึกษาได้ จะต้องย่ืนคำร้อง
ขอซ่อมกิจกรรมชมรม ต่อคณะกรรมการประเมินผลกิจกรรมชมรม (ตามแบบ อวท.18) พร้อมกับชําระเงิน
คา่ ลงทะเบียนซอ่ มกิจกรรมภาคเรียนละ 150.- บาท ตามระเบยี บองค์การนักวชิ าชีพในอนาคตแหง่ ประเทศไทย
พ.ศ. 2557 ข้อ 31(2) ภายในสปั ดาหท์ ี่ 2 ของภาคเรยี นถัดไปทีง่ านการเงินของวิทยาลยั

(2) ให้คณะกรรมการประเมินผลกิจกรรมชมรมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายดําเนินการให้สมาชิกผู้ยื่นคํา
ร้องขอซ่อมกิจกรรมชมรม ได้ปฏิบัตกิ ิจกรรมท่ีได้รับมอบหมาย ตามวัตถุประสงคส์ ำคัญของชมรม ให้กรรมการ
ประเมินผลรวบรวมหลักฐานดำเนินการเพื่อการประเมินผล แล้วรายงานผลการซ่อมกิจกรรม (ตามแบบ อวท.
19)

(3) ในกรณีทส่ี มาชิกผู้ขอซอ่ มกิจกรรมชมรม ไม่ผ่านการประเมนิ ผลตามเกณฑใ์ หด้ ำเนินการตามเกณฑ์
ที่กำหนด (มผ.) ให้ดำเนินการตามข้อ 6(1) และข้อ 6(2) จนกว่าจะผ่านเกณฑ์การประเมินผล (ผ.) ทั้งนี้ต้องให้
แล้วเสร็จในภาคเรยี นท่ีลงทะเบยี นซอ่ ม

ขอ้ 7 ในกรณที สี่ มาชกิ ชมรมลงทะเบียนเรียนเพื่อปรบั ค่าระดับคะแนนให้สูงขึ้นหรือเรยี นซำ้ บางรายวิชาเรียน
ภาคฤดรู ้อนเรียนระหวา่ งภาค โดยท่ีสมาชกิ ผนู้ ้นั ได้ปฏบิ ตั ิกิจกรรม(ผ.) ไมต่ ้องปฏิบัติกจิ กรรมชมรมในภาคเรียน
ที่ลงทะเบียนเรียนนั้น

ข้อ 8 ในกรณีทส่ี มาชิกชมรมไดร้ บั อนญุ าตจากผู้อำนวยการสถานศกึ ษา ให้ออกฝึกงานหรอื ฝกึ อาชีพใสถาน
ประกอบการตามหลักสูตรที่กำหนดให้ประเมินผลและนำผลการเข้าร่วมกิจกรรมของสมาชิกในสถาน
ประกอบการ โดยครูผรู้ ับผดิ ชอบ และครูฝึกในสถานประกอบการ
ข้อ9ในกรณีที่สมาชกิ ชมรม ยา้ ยสถานศึกษา ให้สถานศกึ ษาเดิมจัดส่งหลักฐานการเขา้ รว่ มกิจกรรม และหรือ
หนังสือรบั รองการเขา้ ร่วมกิจกรรมตามข้อ๑๑๔พรอ้ มหลักฐานการประเมินผลกิจกรรมอื่นๆของสมาชิกน้ันไปยัง
สถานศกึ ษาใหม่ โดยแนบไปกับระเบยี นผลการเรียน (รบ.) ของสถานศึกษา

ข้อ10 ในกรณีที่สถานศึกษาจัดตั้งชมรมอื่นๆให้ประเมินผลภายใต้แนวปฏิบัติว่าด้วยการประเมินผลของ
องคก์ ารนักวชิ าชพี ในอนาคตแห่งประเทศไทย

แนวปฏบิ ตั ิของ องค์การนกั วชิ าชพี ในอนาคตแห่งประเทศไทย อวท.

แนวปฏบิ ตั ขิ อง องค์การนักวิชาชพี ในอนาคตแหง่ ประเทศไทย อวท.พ.ศ. 2557 วา่ ด้วยเรอ่ื ง
การเงิน
ขอ้ 1 รายไดข้ ององค์การนกั วิชาชพี ในอนาคตแห่งประเทศไทย ไดม้ าจาก

(1) รายไดข้ ององค์การทุกระดบั ใหเ้ ป็นไปตามระเบียบองค์การนักวชิ าชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2557 ขอ้ 31 (1) (2) (3) (4) (5) (6)

(2) เงินรายไดต้ าม (1) ให้นำมาจัดสรรเป็น 3 ส่วน ดังนี้
1) เปน็ ค่าใชจ้ า่ ยของชมรมในการทำกจิ กรรมตามแผนงานโครงการกจิ กรรมหรือ

กิจกรรมอ่นื ๆของสถานศึกษาท่ีไดร้ บั อนุมัติจากผู้อำนวยการสถานศึกษารอ้ ยละ 50ของเงนิ รายได้ทง้ั หมด
2) เป็นค่าใชจ้ ่ายในการจัดกิจกรรมเก่ยี วกับชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ และงานประเพณี

วฒั นธรรมหรอื กิจการอืน่ ๆ ทีส่ ถานศึกษาเห็นสมควรร้อยละ 30 ของรายได้ทัง้ หมด
3) เป็นค่าใช้จ่ายในการพัฒนาองค์การระดบั สถานศกึ ษาร้อยละ 20 ของเงนิ รายได้ท้ังหมด

ข้อ2 การจัดเก็บการรกั ษาการเบิกจ่ายเงิน และการรายงานใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบองค์การนกั วชิ าชีพในอนาคต
แหง่ ประเทศไทยพ.ศ. 2557 ขอ้ 33 ข้อ 34 และขอ้ 35
ข้อ 3 ให้เหรญั ญกิ ของ ชมรม หรอื ของ องคก์ าร ฯเปน็ ผู้จัดทำบญั ชี รายรบั รายจา่ ยและควบคุม ค่าใชจ้ ่าย
ข้อ 4 การใช้จา่ ยเงนิ ขององคก์ ารระดับสถานศึกษา ใหป้ ฏบิ ตั ิเป็นไปตามข้อ1 (2)

งานปกครอง

ระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ าร
ว่าดว้ ยการลงโทษนกั เรียนและนกั ศึกษา

พ.ศ. 2548

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษาไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษาพ.ศ. 2548”
ขอ้ 2 ระเบยี บน้ีใหใ้ ชบ้ ังคับตัง้ แต่วันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาพ.ศ. 2543
ข้อ 4 ในระเบียบนี้ “ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา” หมายความว่าครใู หญ่อาจารย์ใหญผ่ ู้อำนวยการ
อธิการบดีหรือหัวหน้าของโรงเรียนหรือสถานศึกษาหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นของโรงเรียนหรือสถานศึกษา
นัน้
“กระทำความผิด” หมายความว่าการที่นักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของ
สถานศึกษาหรือของกระทรวงศึกษาธิการหรือกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา
“การลงโทษ” หมายความว่าการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิดโดยมีความมุ่งหมายเพื่อ
การอบรมสั่งสอน
ข้อ 5 โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถานดังนี้

5.1 ว่ากลา่ วตักเตือน
5.2 ทำทัณฑ์บน
5.3 ตัดคะแนนความประพฤติ
5.4 กจิ กรรมเพอื่ ให้ปรบั เปล่ยี นพฤตกิ รรม
ข้อ 6 ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรงหรือแบบกลั่นแกล้งหรือลงโทษด้วยความโกรธหรอื
ด้วยความพยาบาทโดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษาและความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการ
ลงโทษด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนกั ศึกษาใหเ้ ป็นไปเพื่อเจตนาทีจ่ ะแก้นสิ ยั และความประพฤติไม่ดีของนักเรียน
หรือนกั ศกึ ษาให้รสู้ ำนึกในความผิดและกลับประพฤติตนในทางทด่ี ีต่อไปใหผ้ ู้บรหิ ารโรงเรียนหรือสถานศึกษาหรือผู้
ที่ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษามอบหมายเป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษนักเรียนนักศึกษา
ข้อ 7 การว่ากล่าวตักเตือนใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง
ข้อ 8 การทำทัณฑ์บนใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียนหรือ
นกั ศึกษาตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาหรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้วแต่ยังไม่
เข็ดหลาบการทำทัณฑ์บนให้ทำเป็นหนังสือและเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรั บทราบความผิดและ
รับรองการทำทัณฑ์บนไวด้ ้วย
ข้อ 9 การตัดคะแนนความประพฤติให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤติ
นักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนดและให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 10 ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดท่ี
สมควรต้องปรบั เปลี่ยนพฤตกิ รรมการจดั กิจกรรมใหเ้ ปน็ ไปตามแนวทางทก่ี ระทรวงศึกษาธิการกำหนด

ข้อ 11 ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธกิ ารรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบน้ีและใหม้ ีอำนาจตีความและวนิ ิจฉยั
ปญั หาเกยี่ วกับการปฏิบตั ิตามระเบยี บนี้

ประกาศณวันท่ี 18 มกราคมพ.ศ. 2548

อดศิ ยั โพธารามกิ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ

กฎกระทรวง
กำหนดความประพฤตขิ องนักเรียนและนกั ศกึ ษา

พ.ศ. 2548

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 64 แห่งพระราชบญั ญตั ิคุ้มครอง เด็ก พ.ศ. 2546 อนั เปน็
กฎหมายที่มีบทบัญญตั บิ างประการเก่ียวกับการจำกัดสิทธิและเสรภี าพของบุคคล ซง่ึ มาตรา 29 ประกอบกับ

มาตรา 31 มาตรา 34 มาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนญู แห่ง
ราชอาณาจักรไทย บญั ญัตใิ ห้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบญั ญัติแหง่ กฎหมาย รฐั มนตรวี า่ การ
กระทรวงศกึ ษาธิการออกกฎกระทรวงไวด้ งั ตอ่ ไปนี้
ข้อ 1นักเรียนและนักศึกษาต้องไม่ประพฤติตน ดังตอ่ ไปนี้
(1) หนีเรยี นหรอื ออกนอกสถานศึกษาโดยไม่ได้รบั อนญุ าตในช่วงเวลาเรยี น
(2) เลน่ การพนนั จดั ให้มีการเลน่ การพนัน หรือมวั่ สุมในวงการพนัน
(3)พกพาอาวุธหรือวัตถุระเบดิ
(4)ซื้อ จำหนา่ ย แลกเปลย่ี น เสพสุรา หรือเครื่องดืม่ ท่มี ีแอลกอฮอล์ สิง่ มึนเมา บุหรี่
หรือ ยาเสพตดิ
(5)ลักทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ ข่มขู่ หรือบงั คับขืนใจเพื่อเอาทรัพยบ์ ุคคลอน่ื
(6)ก่อเหตทุ ะเลาะวิวาท ทำร้ายรา่ งกายผู้อื่น เตรยี มการหรือกระทำการใดๆ อนั น่าจะก่อใหเ้ กิด
ความไมส่ งบเรยี บร้อย หรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
(7)แสดงพฤติกรรมทางชู้สาวซงึ่ ไม่เหมาะสมในทส่ี าธารณะ
(8)เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี
(9)ออกนอกสถานท่ีพกั เวลากลางคนื เพ่ือเท่ยี วเตร่หรอื รวมกลมุ่ อนั เปน็ การสร้างความ
เดอื ดรอ้ นใหแ้ ก่ตนเองหรือผ้อู ่ืน

ขอ้ 2ให้โรงเรยี นหรือสถานศึกษากำหนดระเบียบว่าดว้ ยความประพฤตขิ องนักเรยี นและนักศกึ ษาได้เท่าที่ไม่ขดั
หรอื แย้งกับกฎกระทรวงน้ี

ให้ไว้ ณ วันท่ี 27 ธันวาคม พ.ศ. 2548

จาตุรนต์ ฉายแสง
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ระเบียบวทิ ยาลยั พณชิ ยการบงึ พระพษิ ณโุ ลก
วา่ ดว้ ยการตัดคะแนนความประพฤตินกั เรียนและนกั ศกึ ษา พ.ศ. 2564

อาศัยอำนาจตามข้อ 9 แหง่ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ด้วยการลงโทษนักเรยี นและนกั ศึกษา
พ.ศ. 2548 วิทยาลยั พณชิ ยการบึงพระพษิ ณุโลก จึงกำหนดระเบยี บเกยี่ วกบั การตัดคะแนนความประพฤติ
นักเรียนและนักศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้

ขอ้ 1 ระเบยี บนี้เรียกวา่ “ระเบียบวทิ ยาลัยพณิชยการบึงพระพษิ ณุโลก
ว่าดว้ ยการตดั คะแนนความประพฤตินักเรียนและนกั ศกึ ษา พ.ศ. 2564”

ขอ้ 2 บรรดาระเบียบข้อบังคบั และคำสัง่ อ่นื ใด ซ่งึ ขดั แย้งกบั ระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบยี บน้ีแทน
ขอ้ 3 ในระเบยี บนี้

“ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา” หมายความวา่ ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา วิทยาลัยพณชิ ยการ-
บึงพระพิษณุโลก หรือผูร้ กั ษาการในตำแหน่งผ้อู ำนวยการวิทยาลยั พณิชยการบึงพระพิษณุโลก

“นกั เรียน” หมายความวา่ นักเรียนระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ (ปวช.) วทิ ยาลัยพณิชย
การบึงพระพษิ ณโุ ลก

“นกั ศึกษา” หมายความวา่ นักศึกษาระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ชนั้ สูง (ปวส.)
วทิ ยาลัยพณิชยการบงึ พระพิษณุโลก

“กระทำความผิด” หมายความวา่ การทีน่ ักเรียนและนกั ศึกษาไม่ปฏบิ ตั ติ ามระเบียบหรือ
ฝา่ ฝืนระเบียบของวิทยาลัยฯ หรือของกระทรวงศึกษาธิการ

ขอ้ 4 การตัดคะแนนความประพฤตินักเรยี นและนกั ศกึ ษา ให้พิจารณาระดบั ความผดิ ตามความ
เหมาะสมแห่งกรณีความผิดเป็นราย ๆ ไป โดยคะแนนความประพฤติในหนงึ่ ภาคเรยี นมี 50 คะแนน
และผลของการถูกตัดคะแนนความประพฤติ มดี ังนี้

4.1 การตัดคะแนนใหเ้ ป็นไปตามบญั ชีการตดั คะแนนความประพฤติทแี่ นบท้ายระเบียบน้ี
4.2 ผลของการถูกตดั คะแนน

4.2.1 กรณถี ูกตดั คะแนนรวมทงั้ ส้ิน 5– 20คะแนนเสนอเอกสารตามลำดบั ข้นั ถงึ
ผูอ้ ำนวยการ แจง้ รองผู้อำนวยการฝ่ายวชิ าการ ครูผสู้ อน ตดั คะแนนจติ พสิ ัยทุกรายวิชา ทง้ั น้ขี นึ้ อย่กู บั ดลุ ยพนิ จิ
ของครผู ู้สอน

4.2.2 กรณีถกู ตัดคะแนนรวมทงั้ ส้ิน 30 คะแนน เชิญผู้ปกครองพบ เพ่อื ร่วมกันแก้ไข
พฤติกรรม โดยครทู ป่ี รกึ ษาหรืองานปกครอง

4.2.3 กรณถี ูกตัดคะแนนรวมท้งั สน้ิ 40 คะแนน ไม่มสี ิทธริ์ ับใบรบั รองความประพฤติ
4.2.4 กรณีถกู ตดั คะแนนรวมทง้ั ส้นิ 50 คะแนน ใหเ้ ขา้ ร่วมโครงการบำเพ็ญประโยชน์
เพอื่ ปรบั เปลี่ยนพฤติกรรมเป็นเวลา 7-15 วนั
4.2.5 กรณีถูกตดั คะแนนมากกว่า 50 คะแนน ในระหว่างการมสี ภาพนักเรียนและ
นกั ศึกษาให้เปล่ยี นสถานท่เี รยี น
4.2.6 นกั เรยี น นกั ศึกษาท่ถี ูกตัดคะแนนความประพฤติ สามารถเข้าร่วมโครงการบำเพญ็
ประโยชน์ เพื่อปรับเปล่ยี นพฤตกิ รรม โดยบำเพ็ญประโยชน์ 10 ช่ัวโมง จะลดคะแนนท่ถี กู ตดั คะแนนความ
ประพฤติ 5 คะแนน
ข้อ 5 การตดั คะแนน 5 คะแนน ให้ครูในสถานศึกษามีอำนาจหนา้ ทส่ี ั่งตดั คะแนนได้ แลว้ แจ้งงานปกครอง
ข้อ 6 การตัดคะแนน 10 คะแนน ให้คณะกรรมการปกครองของแผนกวิชา พจิ ารณาความประพฤติ
นักเรียน นักศกึ ษา มีอำนาจหน้าท่สี ่ังตัดคะแนนได้ แลว้ แจ้งงานปกครอง

ขอ้ 7 การตดั คะแนน ต้งั แต่ 15 คะแนนข้นึ ไป ให้หัวหน้างานปกครองมีอำนาจหน้าทส่ี ั่งตดั
คะแนนได้ แลว้ รายงานเป็นลายลักษณ์อกั ษร ผ่านรองอำนวยการฝ่ายพฒั นากจิ การนกั เรียน นักศกึ ษา
ให้ผอู้ ำนวยการรับทราบ

ขอ้ 8 การแต่งกายนกั เรยี น นกั ศึกษาหญิง เพ่ือใหม้ รี ะเบียบวนิ ัยและไม่ถูกตัดคะแนนความ
ประพฤติ ให้ปฏิบตั ิดังนี้

8.1 เส้ือเชิต้ สขี าวเรยี บ ไมบ่ าง ไมร่ ดั รปู ไม่มีลวดลาย ผูกเนค็ ไท กระดุมเครื่องหมาย
สถานศกึ ษา ระดบั ปวช. แขนสนั้ ระดับปวส. แขนยาว

8.2 ระดบั ปวช. กระโปรงพรีชสดี ำ ความยาวคลุมเข่า เอวไม่ตำ่
ระดบั ปวส. กระโปรงทรง A สีดำ ความยาวคลุมเขา่ เอวไมต่ ่ำ

8.3 ทรงผม จะไว้สัน้ หรือยาวกไ็ ด้ ถา้ ไวผ้ มยาวให้ผูกรวบให้เรียบร้อย หา้ มดดั ห้ามทำสีผม
หา้ มตกแต่งในรปู แบบลักษณะทไ่ี ม่สภุ าพ

8.4 เข็มขัดหนงั สดี ำ มีเครื่องหมายตราสถานศึกษา เข็มกลดั เสือ้ ติดที่อกเบื้องซ้าย เข็มกลัด
ปกคอดา้ นซา้ ย ปา้ ยชอ่ื ตดิ ท่ีอกเบ้อื งขวา จำนวนรูปดาวบอกระดบั ชัน้ ปี ติดปกเสื้อดา้ นขวา โดยระดบั ปวช.
ดาวสีเขยี ว ระดบั ปวส. ดาวสมี ่วง

8.5 ห้ามใส่เครื่องประดบั ที่ไม่เหมาะสมกบั สภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา
8.6 รองเทา้ คัชชูสีดำแบบเรยี บ ไม่มีลวดลาย ส้นสงู ไม่เกิน 2 นิว้
ข้อ 9 การแตง่ กายนักเรยี น นักศกึ ษา ชาย เพ่อื ให้มรี ะเบยี บวนิ ัยและไม่ถกู ตัดคะแนนความ
ประพฤติ ให้ปฏิบตั ิดังน้ี
9.1 เสอ้ื เชต้ิ สขี าวเรียบ ผกู เน็คไท กระดุมขาว ไม่บาง ไม่รดั รปู ไม่มีลวดลาย
ระดบั ปวช. แขนสนั้ ระดับปวส. แขนยาว
9.2 กางเกงขายาวทรงสภุ าพ (ไม่ใช่กางเกงยีนส)์ ผา้ สดี ำ ไม่รดั รปู
ไมม่ ีลวดลายไม่ใช่ขาเดฟ
9.3 ทรงผม ความยาวดา้ นขา้ งและด้านหลังไม่เกนิ ตนี ผม ไมไ่ วห้ นวดเคราและจอนผม
9.4 เขม็ ขัดหนงั สีดำ มีเครือ่ งหมายตราสถานศึกษา เข็มกลัดเส้ือตดิ ที่อกเบื้องซ้าย ปา้ ยชือ่
ตดิ ทีอ่ กเบ้ืองขวา จำนวนรปู ดาวบอกระดับช้ันปี ติดปกเสื้อด้านขวา โดยระดบั ปวช. ดาวสีเขยี ว ระดบั
ปวส. ดาวสีมว่ ง
9.5 ห้ามใส่เครอ่ื งประดับทีไ่ ม่เหมาะสมกับสภาพการเปน็ นกั เรยี น นกั ศึกษา
9.6 รองเทา้ คชั ชูหนงั สีดำห้มุ ส้น ไมม่ ีลวดลาย ไม่มสี สี นั
ขอ้ 10 ใหใ้ ช้ระเบียบนี้ตั้งแตบ่ ัดน้ีเป็นต้นไป

นางปฏมิ า พฒุ ตาลดง
วิทยาลัยพณชิ ยการบึงพระพิษณุโลก

บญั ชีลกั ษณะความผดิ ของนักเรยี นนกั ศึกษาทถ่ี ูกตดั คะแนนความประพฤติ

ลักษณะความผิด คะแนนท่ถี กู ตัด หมายเหตุ
1. ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรของสถานศึกษา 5
2. แต่งกายไมถ่ ูกตอ้ งตามระเบียบสถานศกึ ษา 5
3. ไม่เข้าเรยี นในเวลาเรียน โดยไม่มเี หตุผลอันสมควร 5
4. แสดงกิรยิ าวาจาไม่สุภาพกับครู 10
5. ขัดคำสงั่ ทีช่ อบด้วยเหตผุ ลของครู 10
6. สูบบหุ ร่ี ด่ืมสรุ า ของมึนเมา เสพสารเสพติดในที่เปดิ เผย 10
7. ทะเลาะววิ าท 20
8. ยยุ งใหเ้ กดิ ความกระด้างกระเด่อื งและฝ่าฝนื ระเบียบของสถานศึกษา 20
9. สูบบหุ ร่ี ดื่มสุรา ของมนึ เมา เสพสารเสพติดในสถานศึกษา 20
10. เลน่ การพนนั มีอปุ กรณ์การเลน่ พนันไว้ในครอบครอง 20
11. พฤติกรรมชู้สาว 20
12. ออกนอกสถานท่ีพักเวลากลางคืนเพื่อเทยี่ วเตร่ หรือรวมกล่มุ อนั เป็นการ 20

สรา้ งความเดอื ดร้อน ให้แกต่ นเองหรอื ผู้อ่นื 40
13. มีอาวุธหรอื วตั ถรุ ะเบิดไวใ้ นครอบครอง 40
14. ทำลายทรพั ยส์ ินของสถานศึกษาหรือของผู้อ่ืนโดยเจตนา 40
15. ลักทรพั ย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ รีดเอาทรพั ย์ ชงิ ทรพั ย์ ปล้นทรัพย์ 40
16. ทำรา้ ยร่างกายผู้อน่ื บาดเจ็บสาหสั 50
17. จำหน่าย ผลิตยาเสพตดิ 50
18. เกี่ยวขอ้ งกบั การคา้ ประเวณี 50
19. ปลอมแปลงเอกสาร หลักฐานทางราชการ
50
20. แอบอ้างช่ือสถานศึกษา ใหด้ ำเนนิ การอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าต
จนเกดิ ความเสียหายแก่ชอื่ เสียงสถานศึกษา 50
อยู่ในดุลยพินจิ
21. ถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคกุ แต่ใหร้ อลงอาญา
22. อ่ืนๆ ให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของคณะกรรมการปกครองวทิ ยาลัยฯ ของ

คณะกรรมการ

ปกครอง

หมายเหตุนกั เรยี น นักศึกษา ทุกคน กรณุ าแตง่ กายให้ถูกต้อง ตามทีว่ ิทยาลัยฯ กำหนด ผใู้ ดผิดระเบยี บ
งานปกครองจะดำเนนิ การตามขนั้ ตอน ท้ังน้ตี ้งั แตเ่ ปิดภาคเรียน เปน็ ตน้ ไป


Click to View FlipBook Version