โครงกำรย่อยที่ 2 ศึกษำกำรเจริญเติบโตและผลผลิตข้ำว
ในระบบกำรปลกู ข้ำวแบบเปียกสลบั แห้งในพื้นทล่ี ่มุ ภำคกลำง
คณะผูว้ จิ ยั : วชิ ติ รำ อนิ ทรศรี พงศ์ธร เพียรพทิ ักษ์
สมจนิ ต์ วานชิ เสถยี ร ณรงค์เดช ฮองกูล และธนัญชย์ ดาขา
บทคดั ย่อ : การศกึ ษาการเจริญเตบิ โตและผลผลิตขา้ วในระบบการปลูกข้าวแบบ
เปียกสลับแห้งในพ้ืนท่ีลุ่มภาคกลาง เพื่อศึกษาการเจริญเติบโตและผลผลิตของข้าวที่
ปลกู ในระบบการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งในพ้ืนท่ีจังหวัดสุพรรณบุรี และอ่างทอง
เริ่มต้ังแต่ ตุลาคม 2561 - กันยายน 2562 วางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อก
สมบรู ณ์ (RCBD) จานวน 3 ซา้ ประกอบด้วย 6 วิธีการ ดังน้ี 1) ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับน้า
หมักชีวภาพ 2) ถ่านชีวภาพร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ และน้าหมักชีวภาพ 3) ปุ๋ยอินทรีย์
คร่งึ หนึ่งของอัตราแนะนาร่วมกับปุ๋ยตามคาแนะนาจากโปรแกรม Thai Soil Fertility
Management (TSFM) 4) ถ่านชีวภาพครึ่งหน่ึงของอัตราแนะนาร่วมกับ ปุ๋ยตาม
คาแนะนาจากโปรแกรม Thai Soil Fertility Management (TSFM) 5) ปุ๋ยตาม
คาแนะนาจากโปรแกรม Thai Soil Fertility Management (TSFM) และ 6) ปุ๋ยตาม
คาแนะนาจากโปรแกรม Thai Soil Fertility Management (TSFM) 70 เปอร์เซ็นต์
ของอัตราแนะนา การศึกษาการเจริญเติบโตของข้าวทั้งสองพื้นที่ พบว่า การใช้ปุ๋ย
อินทรยี ์และปยุ๋ เคมที ่ีแตกตา่ งกัน การเจรญิ เตบิ โตของตน้ ขา้ ว องค์ประกอบของผลผลิต
ผลผลิต และองค์ประกอบของฟางขา้ ว ให้ผลไม่แตกต่างกันทางสถิติ โดยข้าวท่ีปลูกใน
พืน้ ท่ีจังหวดั สุพรรณบุรี และอ่างทอง ใหผ้ ลผลติ เฉล่ีย 369.78 และ 389.22 กิโลกรัมต่อ
ไร่ ตามลาดับ สาหรับปริมาณการใช้น้าโดยระบบแบบเปียกสลับแห้ง พบว่าในพื้นท่ี
จังหวัดสุพรรณบุรีและอ่างทองมีปริมาณการใช้น้าตลอดฤดูปลูก 806 และ 901
ลกู บาศก์เมตรต่อไร่ ตามลาดับ สามารถลดการใชน้ ้าจากวิธีขังน้าตลอดฤดูปลูกได้ ร้อย
ละ 10-20 ดา้ นผลตอบแทนทางเศรษฐกจิ ของขา้ วที่ปลูกในพ้ืนที่จังหวัดสุพรรณบุรีและ
อ่างทอง พบว่าการใส่ปุ๋ยตามวิธีการท่ี 6 และ วิธีการที่ 5 ให้รายได้สุทธิสูงสุดเท่ากับ
4,368 และ 4,892 บาทต่อไร่ ตามลาดับ
48
โครงกำรยอ่ ยที่ 3 กำรศึกษำธำตุอำหำรในดินและกำรหำยใจของดิน
ตอ่ กำรปลดปลอ่ ยกำ๊ ซมเี ทนในนำข้ำวแบบเปียกสลบั แหง้
คณะผ้วู จิ ัย : พงศธ์ ร เพียรพทิ กั ษ์ วิชิตรา อนิ ทรศรี สมจินต์ วานิชเสถียร
. ณรงคเ์ ดช ฮองกลู และธนัญชย์ ดาขา
บทคัดย่อ : การศึกษาธาตุอาหารในดินและการหายใจของจุลินทรีย์ดินต่อการ
ปลดปล่อยกา๊ ซมีเทนในนาข้าวแบบเปียกสลับแห้ง โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มใน
บล็อกสมบูรณ์ (RCBD) จานวน 3 ซ้า 6 ตารบั ทดลอง เริม่ ต้ังแต่ตุลาคม 2561 - กันยายน
2562 ผลการศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรีพบว่า ตารับที่ 1 (ปุ๋ยอินทรีย์+น้าหมัก)
ปลดปล่อยก๊าซมีเทนสูงสุด และมีปริมาณธาตุอาหารสูงสุด โดยมีธาตุคาร์บอน
ไฮโดรเจน และไนโตรเจน เทา่ กบั 2.03 0.88 และ 0.18 เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ มีอัตรา
การหายใจของจุลินทรีย์ในดินสูงสุด 418.70 ppm ในขณะท่ีตารับท่ี 5 (ปุ๋ยเคมี)
ปลดปลอ่ ยก๊าซมีเทนตา่ สดุ โดยมีธาตคุ ารบ์ อน ไฮโดรเจน และไนโตรเจน เท่ากับ 1.61
0.80 และ 0.15 เปอรเ์ ซน็ ต์ ตามลาดับ มีอตั ราการหายใจของจุลนิ ทรยี ์ดินต่าสดุ 405.54
ppm สาหรบั จังหวดั อา่ งทอง พบว่า ตารับท่ี 1 (ปุ๋ยอินทรีย์+น้าหมัก) ปลดปล่อยก๊าซ
มีเทนสูงสุด และมีปริมาณธาตุอาหารสูงสุด โดยมีธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน และ
ไนโตรเจนเท่ากบั 2.75 0.86 และ 0.26 เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ มีอัตราการหายใจของ
จุลนิ ทรยี ์ในดินสูงสุด 427.04 ppm ในขณะทีต่ ารบั ที่ 5 (ปุ๋ยเคมี) มีการปลดปล่อยก๊าซ
มีเทนต่าสดุ โดยมีธาตุคารบ์ อน ไฮโดรเจน และไนโตรเจน เท่ากับ 2.49 0.81 และ 0.23
เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ และมีอัตราการหายใจของจุลินทรีย์ดินต่าสุด 419.69 ppm
จงึ สรุปไดว้ า่ ปริมาณธาตุอาหาร และอตั ราการหายใจของจลุ ินทรีย์ดินมคี วามสัมพันธ์กับ
ปรมิ าณการปลดปลอ่ ยกา๊ ซมเี ทนโดยแปรผนั ตามกัน
49
โครงกำรยอ่ ยท่ี 4 กำรจัดกำรดินและนำ้ ในนำข้ำวแบบเปียกสลับแห้ง
ต่อกำรกกั เก็บคำร์บอนในดนิ เหนียวภำคกลำงของประเทศไทย
คณะผู้วิจยั : ณรงค์เดช ฮองกูล พงศ์ธร เพียรพิทกั ษ์ วชิ ติ รา อนิ ทรศรี
สมจนิ ต์ วานชิ เสถียร และธนญั ชย์ ดาขา
บทคัดย่อ : การจัดการดินและน้าในนาข้าวแบบเปียกสลับแห้งต่อการกักเก็บ
คาร์บอนในดินเหนียวภาคกลาง เพื่อประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในนาดิน
เหนียวภาคกลาง ของประเทศไทยภายใต้การจัดการดินและน้าแบบเปียกสลับแห้ง
โดยวางการทดลองแบบสุ่มในบลอ็ กสมบูรณ์ (RCBD) จานวน 3 ซ้า 6 ตารับทดลอง ผล
การศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า ปริมาณอินทรีย์คาร์บอน อินทรียวัตถุ และ
ไนโตรเจนในดิน มีความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญ โดยตารับท่ี 2 (ถ่านชีวภาพ+ปุ๋ย
อินทรีย์+น้าหมัก) มีค่าสูงสุด เท่ากับ 1.98 3.41 และ 0.18 เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ
สาหรับการศกึ ษาในจังหวัดอา่ งทอง พบว่า ปริมาณอินทรีย์คาร์บอน อินทรียวัตถุ และ
ไนโตรเจนในดิน มีความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญ โดยตารับที่ 1 (ปุ๋ยอินทรีย์+น้าหมัก)
มคี า่ สงู สดุ เทา่ กับ 2.82 4.87 และ 0.26 เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ แตไ่ ม่แตกต่างจากตารับ
ที่ 1 (ถา่ นชวี ภาพ+ป๋ยุ อนิ ทรยี +์ น้าหมกั ) สรุปได้วา่ การใช้ถ่านชีวภาพร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์
และนา้ หมกั ชวี ภาพ และการใชป้ ยุ๋ อนิ ทรียร์ ่วมกับนา้ หมักชีวภาพ ส่งผลให้มีปริมาณการ
กกั เกบ็ คาร์บอน อินทรียวตั ถุและไนโตรเจนในดนิ สงู กว่าการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมด้วยหรือการ
ใชป้ ๋ยุ เคมเี พียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม การใช้ถ่านชีวภาพร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์และน้า
หมักชีวภาพ และการใชป้ ๋ยุ อนิ ทรยี ์รว่ มกบั น้าหมักชีวภาพมีสัดส่วนปริมาณคาร์บอนต่อ
ไนโตรเจนของอินทรยี วตั ถุในดนิ (C/N ratio) สูงกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมด้วยหรือการใช้
ปุ๋ยเคมเี พยี งอยา่ งเดียว ท้ังน้ี ยังอยู่ในระดับ ที่เหมาะสมและไม่สง่ ผลเสียตอ่ การขาดธาตุ
อาหารของพชื
50
3.2.2 กำรปรับตัวต่อสภำพภูมิอำกำศที่รุนแรงโดยกำรจัดกำรดินและ
น้ำในพืชเศรษฐกิจบนที่ลุ่มน้ำแม่แจ่ม (ยุทธศำสตร์ อนุรักติพันธุ์)
ประกอบด้วย 4 โครงกำรยอ่ ย ไดแ้ ก่
โครงกำรย่อยท่ี 1 ผลกระทบกำรเปล่ียนแปลงสภำพภูมิอำกำศต่อ
ควำมช้ืนในดินและกำรเจริญเติบโตของข้ำวโพดเลี้ยงสัตว์บนพ้ืนที่สูง
จังหวัดเชยี งใหม่
คณะผ้วู ิจัย : สมจินต์ วำนชิ เสถยี ร พงศ์ธร เพยี รพทิ ักษ์ วชิ ติ รา อินทรศรี
ณรงคเ์ ดช ฮองกูล และธนัญชย์ ดาขา
บทคัดย่อ : การศึกษาความช้ืนในดินและความถีข่ องการใหน้ ้าทเี่ หมาะสมต่อการ
เจรญิ เติบโตและผลผลติ ของข้าวโพดเลีย้ งสตั ว์ วางแผนการทดลองแบบ split-plot โดย
main plot คอื การคลมุ ดิน (M1:ไม่คลุมดิน และ M2:คลุมดินด้วยฟางข้าวและใส่ปุ๋ย
คอก) และ sub-plot คือ การใหน้ ้า (S1:ไมใ่ ห้น้า S2:ใหน้ ้าทกุ วนั S3:ให้น้าทุก 2 วนั S4:
ให้น้าทุก 3 วัน และ S5:ให้น้าทุก 4 วัน) ผลการศึกษาพบว่าการคลุมดินทาให้ความ
หนาแน่นรวมของดนิ มคี า่ ตา่ กวา่ การไม่คลุมดิน แต่การคลุมดินส่งผลให้ความช้ืนในดิน
ความเป็นกรดเปน็ ดา่ งของดนิ ปริมาณอนิ ทรียวัตถุ ฟอสฟอรสั และโพแทสเซียมในดินมี
คา่ สงู ขึ้น และมคี ่าสูงกว่าการไม่คลุมดิน สว่ นการไมใ่ ห้นา้ ทาให้ปริมาณฟอสฟอรัสในดิน
ในปที ี่ 2 มคี ่าสูงสุด ขณะทก่ี ารให้น้าทุกวันทาให้ปริมาณโพแทสเซียมในดินในปีที่ 1 มี
คา่ สูงสดุ สว่ นผลการศกึ ษาองค์ประกอบผลผลติ ของขา้ วโพดเลี้ยงสตั ว์ พบว่าการคลมุ ดนิ
และการให้น้าที่ระยะเวลาต่างกันไม่แตกต่างกันทางสถิติ จึงไม่มีผลต่อความกว้างฝัก
ความยาวฝัก จานวนแถวต่อฝัก จานวนเมล็ดต่อแถว และน้าหนัก 100 เมล็ด ของ
ข้าวโพดเลีย้ งสัตว์ จากผลการศกึ ษาแสดงวา่ อิทธิพลของการคลุมดินและการให้น้าไม่มี
ปฏกิ ริ ยิ าสัมพันธต์ ่อกนั และเมือ่ พจิ ารณาปริมาณผลผลิต และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ
สรุปวา่ การไม่คลมุ ดนิ และการให้นา้ ทกุ 4 วนั เป็นวิธที ี่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ
ข้าวโพดเลย้ี งสัตว์ ซ่ึงมีปริมาณผลผลิตเฉลี่ยสูงสุด 1,390 กิโลกรัมต่อไร่ และมีต้นทุน
เฉลีย่ 3,872 บาทต่อไร่
51
โครงกำรยอ่ ยท่ี 2 ผลกระทบจำกกำรเปล่ียนแปลงสภำพภูมิอำกำศ
และกำรเผำไหมใ้ นพน้ื ท่ีเกษตรกรรม ต่อควำมอุดมสมบูรณ์ของดินและกำร
ชะลำ้ งพงั ทลำยของดนิ ในพืน้ ท่ีปลูกข้ำวโพด บรเิ วณล่มุ น้ำแม่แจ่มตอนล่ำง
คณะผูว้ ิจัย : พงศธ์ ร เพยี รพิทักษ์ วิชติ รา อนิ ทรศรี สมจินต์ วานิชเสถยี ร
ณรงค์เดช ฮองกลู และธนัญชย์ ดาขา
บทคัดย่อ : การศกึ ษาครั้งนีเ้ พอ่ื วิเคราะหจ์ ดุ ความร้อน การเผาไหม้ ความอุดม
สมบรู ณข์ องดนิ และการชะล้างพงั ทลายของดิน ในพื้นที่ปลูกข้าวโพด บริเวณลุ่มน้าแม่
แจ่ม โดยใช้ข้อมูลปริมาณน้าฝนร่วมกับการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
แบบจาลองการชะลา้ งพงั ทลายของดนิ (MMF Model) และการสารวจข้อมูลภาคสนาม
เพื่อประมวลผลความอุดมสมบูรณ์ของดิน พบว่า ลุ่มน้าแม่แจ่มมีพื้นท่ีปลูกข้าวโพด
116,416 ไร่ มจี ดุ ความร้อนเฉลี่ย 21 จดุ ตอ่ ปี คดิ เปน็ พ้ืนท่ีเผาไหม้เฉลี่ย 12,917 ไร่ต่อปี
ทาใหม้ กี ารปลดปล่อยกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์เฉล่ีย 5,683 ตันต่อปี และอทิ ธิพลของฝน
ทาใหเ้ กิดการชะลา้ งพงั ทลายและมกี ารสญู เสยี ดินเฉลี่ย 613,716 ตันต่อปี ในด้านความ
อุดมสมบูรณ์พบว่าปริมาณธาตุอาหารมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึน โดยท่ีมีปริมาณอินทรียวัตถุ
คาร์บอน และไนโตรเจนเฉล่ีย 3.08 1.79 และ 0.17 เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ ปริมาณ
ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในดินเฉล่ีย 58.13 และ 121.83 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
ตามลาดับ ซึ่งในปี 2562 และ 2563 พบว่า ความอดุ มสมบูรณข์ องดินมีค่าเฉลี่ยเพ่ิมข้ึน
อยา่ งไรกต็ าม ผลการศึกษาดงั กลา่ วสามารถนาไปใชว้ างแนวทางการอนุรักษ์ดินและน้า
การชะลา้ งพังทลายของดิน และแนวทางไมเ่ ผาซังข้าวโพดเพ่อื เตรยี มพ้นื ทีใ่ นปตี อ่ ไป
52
โครงกำรย่อยท่ี 3 อิทธิพลจำกกำรเผำต่อระบบกำรปลูกข้ำวโพด
และคำร์บอนในดินบนพืน้ ทส่ี ูง จังหวัดเชียงใหม่
คณะผวู้ ิจยั : วชิ ติ รำ อนิ ทรศรี พงศ์ธร เพียรพทิ กั ษ์
สมจินต์ วานิชเสถยี ร ณรงคเ์ ดช ฮองกูล และธนญั ชย์ ดาขา
บทคัดย่อ : การศึกษาผลกระทบจากการเผาต่อระบบการปลูกข้าวโพด และ
คาร์บอนในดิน สถานที่ดาเนินงาน อาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ระยะเวลา
ดาเนินการ กันยายน 2561-ตุลาคม 2563 โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อก
สมบูรณ์ (RCBD) จานวน 3 ซา้ 8 ตารับทดลอง พบวา่ ตารบั ที่ 5 (ไมเ่ ผา+ไถกลบซากพืช+
ปุ๋ยตามคาแนะนาจากโปรแกรม Thai Soil Fertility Management (TSFM)+ปุ๋ย
อินทรยี ์ 2 ตนั ตอ่ ไร่) มีแนวโน้มทาให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ โดยมีความเป็นกรดด่าง
6.87 อย่ใู นระดับที่เป็นกลาง ปริมาณอินทรียวัตถุ และคาร์บอนในดินมีค่าเฉล่ีย 2.44
และ 2.32 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในดินมีค่าเฉล่ีย 91.33 และ
434 มิลลิกรัมตอ่ กโิ ลกรมั มคี ่าเฉลยี่ ลดลงจากก่อนดาเนนิ การ เน่ืองจากเป็นธาตุอาหาร
หลักท่พี ชื นาไปใช้ในการเจริญเตบิ โต ซ่ึงในฤดูปลูกท่ี 1 พบว่า ตารบั ท่ี 6 (ไมเ่ ผา+ไถกลบ
ซากพืช+ปุ๋ยตามคาแนะนาจากโปรแกรม Thai Soil Fertility Management
(TSFM)+ปุ๋ยอนิ ทรีย์ 4 ตนั /ไร)่ ตน้ ข้าวโพดเจรญิ เติบโตดีท่สี ุด เมื่ออายุ 60 วันหลังปลูก
มีความสูงเฉลี่ย 276.87 เซนติเมตร ใหผ้ ลผลิตสงู ทสี่ ุด 1,600 กโิ ลกรมั ต่อไร่ ซงึ่ แตกต่างจาก
ตารบั อื่นอย่างมนี ยั สาคญั ทางสถิติ (p<0.05) และให้ผลตอบแทนสงู ท่ีสุด 9,567.90 บาท
ต่อไร่ ดังนั้น การจดั การดินโดยการไถพรวนและการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์จึงเป็น
วิธีที่เหมาะสมในการเพิ่มผลผลิตข้าวโพดได้ นอกจากนี้ ปริมาณมวลชีวภาพข้าวโพด
พบวา่ มคี ่าเฉลยี่ 517.33 - 954.67 ตนั ต่อไร่ แสดงให้เห็นว่า หากเกษตรกรมีการจัดการ
เศษซากพืชกอ่ นปลูกด้วยการไถกลบลงดนิ โดยไม่เผาตอซังจะช่วยเพ่ิมธาตุอาหารและ
เพม่ิ ความอุดมสมบูรณข์ องดนิ ไดใ้ นระยะยาว
53
โครงกำรย่อยท่ี 4 ผลกระทบจำกกำรเผำตอซังและไม่ไถพรวน
ตอ่ สมบตั ิดนิ เพอื่ กำรปลกู ขำ้ วโพดเล้ียงสตั ว์บนพื้นท่ีสูง จงั หวัดเชียงใหม่
คณะผู้วจิ ัย : ณรงค์เดช ฮองกูล พงศธ์ ร เพยี รพิทกั ษ์ วชิ ติ รา อินทรศรี
สมจินต์ วานิชเสถียร และธนัญชย์ ดาขา
บทคัดยอ่ : การศึกษาผลกระทบจากการเผาตอซังข้าวโพด ต่อสมบัติดิน การ
สูญเสียดิน การสูญเสียธาตุอาหารพืช ความชื้นดินและการกักเก็บคาร์บอนในดิน
ดาเนินการในพ้ืนท่ี ตาบลกองแขก อาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ระยะเวลา
ดาเนินการ กนั ยายน 2560- ตุลาคม 2563 พบวา่ การไถพรวนมีผลทาให้เกิดการสูญเสีย
ดนิ ในอัตราท่สี งู กว่าการไม่ไถพรวน การเผาตอซังพชื ส่งเสรมิ การสูญเสียดินมากกว่าการ
สับกลบตอซังพชื ลงดิน การไม่ไถพรวนดนิ มีคา่ ความหนาแนน่ ของดินสงู กวา่ การไถพรวน
และสบั กลบตอซงั การปลกู พืชคลมุ ดินมีปริมาณความช้ืนในดินสูงสุด และการสับกลบ
ตอซังจะมีปรมิ าณความช้นื ในดินสูงกว่าการเผาตอซัง การไถพรวนดินมีค่าสัมประสิทธ์ิ
การนาน้าของดนิ สูงกว่าการไม่ไถพรวน การสบั กลบตอซังค่าสัมประสิทธิ์การนาน้าของ
ดินสูงกว่าการเผาตอซัง การไถพรวนและสับกลบตอซังมีผลให้ปริมาณอินทรียวัตถุ
ปริมาณไนไตรเจนท้ังหมด และปรมิ าณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ในสูงกว่าเผาตอซังพืช
แต่การเผาตอซังพืชส่งผลให้มีปริมาณโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียมท่ีเป็น
ประโยชน์ในดินสูงกว่าการสับกลบตอซัง การไถพรวนดินและการเผาตอซังพืชจะ
กอ่ ใหเ้ กดิ การสญู เสียไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซยี ม แมกนีเซยี ม และแคลเซียม สูง
กวา่ การไมไ่ ถพรวนและการไม่เผาตอซังพชื เมือ่ พจิ ารณามาตรการด้านส่ิงแวดล้อม การ
ไมไ่ ถพรวน ไม่เผาตอซังและปลกู พืชคลมุ ดนิ ในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนพ้ืนท่ีสูงจะ
เปน็ ทางเลือกสาหรบั เกษตรกรอกี ทางหน่ึง
54
3.3 กำรพัฒนำเครอื ข่ำยหมอดนิ อำสำ โครงกำรเกษตรอนิ ทรยี ์ PGS
3.3.1 ผลกำรดำเนนิ งำนโครงกำรอบรมหมอดนิ อำสำ 4.0
ปงี บประมำณ 2564
การอบรมหมอดินอาสา มีเป้าหมายเพื่อให้หมอดินอาสาได้มีเวทีสาหรับ
แลกเปลีย่ นความรปู้ ระสบการณใ์ นการนาเทคโนโลยีในการพัฒนาทดี่ นิ ไปประยกุ ต์ใช้ให้
เหมาะสมกับสภาพพ้ืนท่ีร่วมกัน มีการถอดบทเรียน องค์ความรู้ที่สามารถท่ีสามารถ
นาไปสู่การปฏบิ ัติไดจ้ รงิ และเพอื่ สรา้ งความเข้มแข็งของเครือข่ายหมอดินอาสาในแต่
ละพื้นท่ี หมอดนิ อาสามีโอกาสในการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้เพ่ือนาไป
แกไ้ ขปญั หาดนิ ในพ้ืนทีข่ องตนเองซึ่งกันและกัน พร้อมท้ังได้ถอดบทเรียนองค์ความรู้ที่
หลอมรวมกับหลกั วิชาการของกรมพัฒนาท่ีดิน เพอ่ื เป็นความร้ทู ี่สามารถนาไปปฏิบัติได้
จรงิ ในแต่ละพน้ื ที่ สาหรับใช้เป็นต้นแบบใส่ในถังความร้เู ผยแพร่ลงบนเว็ปไซต์ หมอดิน
อาสากรมพัฒ นาท่ีดิน http://lddmordin.ldd.go.th/lddmordin02.0.html ใน
ระบบ online เพื่อนาไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นท่ีปรับปรุงดิน ให้ใช้ประโยชน์ได้
โดยในปี 2564 ไดม้ กี ารจดั อบรมทง้ั สนิ้ 3 หลกั สูตร ดังนี้
หลักสตู รท่ี 1 การปฏิบตั แิ ละเรยี นรู้ ณ ศนู ยว์ จิ ยั การอนรุ กั ษด์ นิ และน้า (CESRA) อาเภอ
ปากช่อง จงั หวัดนครราชสีมา มีเป้าหมายหมอดินอาสาเข้าร่วมอบรม จานวน 1,460
ราย ระยะเวลา 2 วัน ประกอบด้วย 4 สาขาความรู้ ดงั นี้
สาขาท่ี 1 : การปรุงดินดดี ้วยวสั ดอุ นิ ทรียเ์ ทคโนโลยกี รมพัฒนาทีด่ นิ
สาขาที่ 2 : การแยกขยายเช้อื จุลินทรียจ์ ากแหล่งธรรมชาติ
สาขาที่ 3 : ระบบน้า และระบบปุ๋ย
สาขาที่ 4 : เคร่อื งมือ เครอื่ งจกั รกล สู่ Smart Agriculture
55
หลักสูตรท่ี 2 การปฏบิ ัติและเรยี นรู้ ณ ศนู ยฝ์ กึ หมอดนิ อาสาทวั่ ประเทศ ระยะเวลา
2 วัน มเี ปา้ หมายหมอดนิ อาสาเขา้ ร่วมอบรม จานวน 16,100 ราย
หลกั สตู รที่ 3 การพฒั นาถังความรหู้ มอดินอาสารปู แบบดิจิทัล ระยะเวลา 1 วัน โดย
นักวิชาการประจาสถานีพัฒนาท่ีดินและหมอดนิ อาสา นาองคค์ วามรจู้ ากถงั ความรู้
หมอดินอาสา มารว่ มวิเคราะห์ สังเคราะห์ การใช้ข้อมลู เพ่อื การจัดการดิน น้า ปุ๋ย
และที่ดิน ให้ใช้ประโยชนท์ างการเกษตรได้ ผลิตอาหารได้ สร้างอาชพี ได้ มเี ป้าหมาย
หมอดินอาสาเขา้ ร่วมอบรม จานวน 54,512 ราย
56
3.3.2 ผลกำรดำเนินงำนโครงกำรเกษตรอนิ ทรยี ์ ปี 2564
กรมพฒั นาที่ดนิ โดยกองวิจัยและพฒั นาการจัดการท่ีดิน ได้ดาเนินงานโครงการ
เกษตรอินทรีย์ตาม แผนการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ของกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อให้
สอดคล้องกบั แผนงานยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่า กิจกรรมหลักท่ี 16 ส่งเสริม
เกษตรกรผู้ผลติ เกษตรอินทรยี ์ด้วยระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม โดยได้วางแผนการ
ดาเนนิ และจดั กิจกรรม ภายใต้มาตรการป้องกันและการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของ
เช้อื ไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ 2019 (COVID-19) อยา่ งเหมาะสม ประกอบดว้ ย
กิจกรรมที่ 1 โครงกำรพัฒนำกลุ่มเกษตรกรสู่กำรรับรองมำตรฐำนเกษตรอนิ ทรยี ์
โครงการพัฒนากลุ่มเกษตรกรสู่การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เป็นการ
สนบั สนุนกล่มุ เกษตรกรเขา้ ส่กู ารผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ โดยมีการแบ่งเป็นลาดับ
ข้ันเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จาเป็นตามความ
เหมาะสม รวมถงึ การใหค้ าแนะนากลุ่มเกษตรกรดาเนินตามกระบวนการรับรองแบบมี
ส่วนร่วม พีจีเอส เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
โดยในปี 2564 สามารถดาเนินการได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ จากเป้าหมายท่ีกาหนดไว้
ภายใตส้ ถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน โดยมีผลการดาเนินงาน
ดังนี้
57
กจิ กรรมท่ี 2 กำรฝกึ อบรมด้ำนกำรพัฒนำเกษตรอนิ ทรีย์ เป็นการสนบั สนุนความรู้
ในด้านมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และรวมถึงแนวทาง และขั้นการดาเนินงานตาม
กระบวนการรบั รองแบบมีสว่ นรว่ มสาหรับเกษตรกรท่ีร่วมโครงการแบ่งออกเป็น 2
หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรการขบั เคลอื่ นเกษตรอินทรีย์ด้วยระบบการรับรอง
แบบมีสว่ นรว่ ม PGS สาหรับเกษตรกรกลุ่มข้ันที่ 1 และหลักสูตรตรวจเย่ียมฟาร์ม
เพ่ือนในกระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม สาหรับเกษตรกรกลุ่มขั้นท่ี 2 โดยได้
จดั สรรเป้าหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 และใช้แนวทางจัดการฝึกอบรมเป็นกลุ่มย่อย เพื่อจากัดจานวนผู้
อบรม พร้อมประยุกต์ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น Zoom,Google Meet เป็น
ช่องทางสอ่ื สารระหวา่ งผู้อบรมและวทิ ยากร โดยมีผลการดาเนนิ งานดงั นี้
กำรจดั อบรม จำนวนผู้อบรม
1. กำรอบรมหลักสตู ร "กำรขบั เคลอื่ นเกษตรอินทรยี ์ 640
ด้วยระบบกำรรับรองแบบมสี ว่ นรว่ ม PGS 652
2. กำรอบรมหลกั สูตร “ตรวจเยย่ี มฟำรม์ เพอ่ื น
ในกระบวนกำรรบั รองแบบมีส่วนรว่ ม”
58
กิจกรรมที่ 3 โครงกำรศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ PGS เป็นการจัดตั้งแหล่งเรียนรู้/
สาธิต/ศกึ ษา ด้านการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ และกระบวนการรับรองแบบมีส่วน
รว่ ม สาหรับเกษตรกร และผูท้ ี่สนใจ โดยคัดเลือกกลมุ่ เกษตรกรที่มีการดาเนินกิจกรรม
กลุม่ ตามกระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม เป็นกลุ่มเกษตรกรที่มี
ความพรอ้ มเขา้ สู่การผลิตตามมาตรฐานเกษตรอนิ ทรยี ์ (ขนั้ ท่ี 2) และไดร้ ับรองการผลิต
ตามมาตรฐานฯ (ขน้ั ท่ี 3) ในปัจจบุ ันมีศนู ย์เรยี นรฯู้ ทัง้ สิน้ 48 แหง่ ทว่ั ประเทศ โดยการ
ดูแลของสานกั งานพฒั นาทดี่ ินเขต 1-12 และสถานีพฒั นาทด่ี นิ ในสังกดั ซง่ึ ในปี 2564 มี
การจัดตั้งศูนยใ์ หม่ จานวน 4 ศูนย์ ดังนี้
ศูนย์ใหมจ่ ำนวน 4 แห่งในปี 2564
หน่วยงำน จำนวน (ศูนย์)
สพด. ขอนแก่น 1
สพด. หนองคำย 1
สพด. ลำปำง 1
สพด. นครศรีธรรมรำช 1
59
3.4 กจิ กรรมวันดนิ โลก ประจำปี 2563
ณ ศนู ย์วจิ ัยกำรอนรุ กั ษด์ ินและน้ำ อำเภอปำกช่อง
จังหวดั นครรำชสีมำ
วนั ดินโลก คอื วันทต่ี ้ังขน้ึ เพอื่ ให้ทวั่ โลกเหน็ ความสาคญั ของทรพั ยากรดิน ตรงกับ
วนั ท่ี 5 ธันวาคมของทกุ ปี ตามมตขิ ององคก์ รสหประชาชาติ กาหนดใหต้ รงกบั วันคลา้ ย
วันพระบรมราชสมภพของในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องจากทรงมีพระราชกรณียกิจที่
เกย่ี วขอ้ งกบั การส่งเสริมและพฒั นาทดี่ ินในประเทศไทยมาอยา่ งยาวนาน และในแต่ละปี
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) จะเผยแพร่คาขวญั วนั ดินโลก เพ่ือ
สรา้ งพันธกิจร่วมกัน สาหรบั คาขวญั วันดินโลก 2563 คือ “Keep soil alive, Protect
soil biodiversity” หรอื “รักษ์ปฐพีคนื ชวี ที ีห่ ลากหลายให้ผนื ดนิ ” โดยมุง่ เน้นเร่ืองการ
สร้างความหลากหลายทางชีวภาพในทรัพยากรดิน เพ่ือสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อ
ส่ิงแวดล้อม
นักวิทยาศาสตร์ด้านปฐพีวทิ ยาจากทว่ั โลก จะจัดกจิ กรรมประชุมเชิงวิชาการเพ่ือ
หารือแนวทางในการสง่ เสริมและพัฒนาทรพั ยากรดนิ ร่วมกนั ท้งั นกี้ ระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ นาโดยกรมพัฒนาที่ดนิ ไดจ้ ดั งานวันดินโลกประจาปี 2563 ณ ศูนย์วิจัยการ
อนุรักษด์ ินและน้า อาเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หรือ ศูนย์ความเป็นเลิศด้าน
การวิจัยดนิ แหง่ ภูมิภาคเอเชีย (CESRA) ระหวา่ งวนั ท่ี 4–8 ธันวาคม 2563 โดยมุ่งเน้น
การมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ชุมชน เกษตรกร และประชาชนท่ัวไป นาไปสู่การ
อนรุ กั ษด์ นิ และนา้ อย่างยัง่ ยืนในอนาคตต่อไป
60
3.5 สถำนภำพกำรชะลำ้ งพงั ทลำยของดินในประเทศไทย
. (Status of Soil Erosion in Thailand)
กรมพฒั นาท่ดี นิ ไดป้ รับปรงุ ฐานข้อมลู สถานภาพการชะล้างพงั ทลายของดินใน
ประเทศไทย เพ่ือให้ข้อมูลมีความถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นมาตรฐานเดียวกัน
สามารถนาไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนการดาเนินงานโครงการและกาหนดนโยบาย
ใหส้ อดคล้องกบั บรบิ ทและสถานการณ์ทีเ่ กดิ ข้นึ ในปัจจุบัน และคาดการณ์สถานการณ์
การเปลยี่ นแปลงทจี่ ะเกิดข้ึนได้ในอนาคต โดยดาเนินการรวบรวมฐานข้อมูลในระดับ
มาตราส่วนท่ีมีความละเอียดในเชิงพื้นที่มากข้ึน ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศทางภูมิศาสตร์ในการจดั ทาแผนท่ีการชะลา้ งพังทลายของดินให้เป็นปัจจุบัน
ทง้ั ระดบั ประเทศและระดับภาค สาหรบั นาไปใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินใน
ระดบั พน้ื ที่
61
3.6 กำรบรกิ ำรวิเครำะหแ์ ละตรวจสอบพันธุ์หญ้ำแฝก
ศูนย์ปฏิบัติการหญ้าแฝก ภายใต้การกากับดูแลของกองวิจัยและพัฒนาการ
จดั การท่ดี ิน เปน็ แหล่งรวบรวม บริการขอ้ มลู องค์ความรู้ และสถานที่แสดงนิทรรศการ
ด้านหญ้าแฝก เพื่อให้นักวิชาการ นักวิจัย และผู้สนใจทั่วไปได้เข้าเย่ียมชมศึกษาหา
ความรู้ นอกจากนี้เป็นศูนย์ที่ให้บริการวิเคราะห์และตรวจสอบพันธ์ุหญ้าแฝกโดยใช้
เทคนิคทางด้านอณวู ิทยา เพอื่ การจาแนกพันธ์หุ ญา้ แฝก ซงึ่ เทคนิคนี้เป็นการตรวจสอบ
เกยี่ วกบั โครงสร้างของหนว่ ยพันธุกรรมในระดับโมเลกุล ทาใหส้ ามารถจดั จาแนกพนั ธ์ุได้
อยา่ งถูกต้อง และมีเปอร์เซ็นต์ความน่าเช่ือถือสูง โดยให้บริการตรวจสอบพันธุ์ให้กับ
หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่มีการดาเนินงานด้านหญ้าแฝก เพื่อการนาไปใช้
ประโยชน์จากการใช้พันธุ์ที่ถูกต้องตามพันธุ์ โดยในปี 2564 ศูนย์ฯ ได้ดาเนินการ
วิเคราะห์ ตรวจสอบพันธุ์หญ้าแฝกให้กับหน่วยงานต่างๆ ท่ีขอรับบริการ ได้แก่ ศูนย์
ศึกษาการพฒั นาหว้ ยฮ่องไคร้ อันเน่อื งมาจากพระราชดาริ สานักงานพัฒนาท่ีดินเขต 6
จงั หวัดเชียงใหม่ สานกั งานพฒั นาที่ดินเขต 12 จังหวัดสงขลา และตัวอย่างจากแปลง
รวบรวมพันธุ์ ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้า อาเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
รวมจานวน 535 ตวั อย่าง
62
3.7 กำรทำแปลงรวบรวมพันธหุ์ ญำ้ แฝก
การจัดงานวันดินโลกปี 2563 “Keep soil alive, protect soil biodiversity
รักษป์ ฐพี คืนชีวที ห่ี ลากหลายให้ผืนดนิ ” ณ ศูนย์วจิ ยั ความเป็นเลศิ ด้านการวิจัยดินแห่ง
ภูมิภาคเอเชีย (CESRA) อาเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา กิจกรรมในพื้นท่ีส่วน
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติท่ีมีชีวิต กองวิจัยและพัฒนาการจัดการท่ีดิน โดยกลุ่มวิจัยและ
พัฒนาการใช้ประโยชน์หญ้าแฝกในการจดั การดิน ร่วมกับสานักงานพัฒนาท่ีดินเขต 9
จงั หวดั นครสวรรค์ จดั กิจกรรมหญ้าแฝกเพอื่ การอนรุ กั ษ์ดนิ และน้า เพือ่ ให้ผเู้ ขา้ ร่วมงาน
วันดินโลก และผู้สนใจทั่วไปได้เข้าไปเยี่ยมชม ศึกษาหาความรู้ นาเสนอข้อมูล
ความสาคญั ของหญ้าแฝกในการนามาใชป้ ระโยชน์เพอื่ การอนรุ ักษ์ดนิ และน้า พันธุ์หญ้า
แฝกทีข่ ้นึ ทะเบยี นของกรมพัฒนาท่ีดนิ 28 พนั ธุ์ การขยายพนั ธุ์ การปลูก การดูแลรกั ษา
รปู แบบการปลูกท่ีเหมาะสม โดยนาเสนอในรูปแบบโปสเตอร์ โมเดลแสดงระบบราก
หญา้ แฝก และการจัดทาแปลงรวบรวมพันธห์ุ ญ้าแฝก 28 พันธุ์ ประกอบด้วยหญ้าแฝก
ลุ่ม 11 พันธุ์ และหญ้าแฝกดอน 17 พันธุ์ ในพื้นที่ 7 ไร่ (1 พันธุ์ 1 งาน) พร้อมป้าย
แสดงลกั ษณะประจาพันธ์ุ ความเหมาะสมในการนาไปใช้ประโยชน์ในพ้ืนที่และความ
เหมาะสมกับชนดิ ดนิ ให้ผูส้ นใจได้เรียนรูจ้ ากตัวอย่างจรงิ
63
บทท่ี 4
โครงกำรควำมรว่ มมอื กบั หนว่ ยงำนอน่ื ๆ
ทั้งในและตำ่ งประเทศ
4.1 หมอดิน Go Inter
โดย : นางสาวบรรเจดิ ลกั ษณ์ จินตฤทธ์ิ และคณะ
นิ ท ร ร ศ ก า ร ผ ล ง า น ค ว า ม ร่ ว ม มื อข อ ง ก อง วิ จั ย แ ล ะ พั ฒ น า ก า ร จั ด กา ร ที่ ดิ น
กรมพัฒนาท่ีดินกับหน่วยงานภายในประเทศ และนอกประเทศ โดยอาศัยต้นแบบ
โครงการหมอดนิ อาสา เป็นเคร่อื งมอื ในการดาเนนิ กิจกรรมต่างๆ ซ่ึงได้จัดแสดงในงาน
วันดินโลก 2564 ณ ทุ่งกุลาร้องไห้ สพด. ร้อยเอ็ด ในการน้ี นางสาวบรรเจิดลักษณ์
จินตฤทธ์ิ ผู้เชีย่ วชาญดา้ นปรบั ปรุงดนิ เปรี้ยวได้กราบบังคมทูลถวายรายงานต่อสมเด็จ
พระกนิษฐาธริ าชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ ซ่ึงเสดจ็ พระราชดาเนนิ ทรงเปิด
งาน ถงึ กจิ กรรมดงั กลา่ วฯ
นทิ รรศการหมอดิน GO Inter ประกอบดว้ ย 6 โครงการดงั นี้
4.1.1 Global Soil Partnership (GSP)
โดย : นางสาวบรรเจิดลกั ษณ์ จินตฤทธ์ิ
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และสมัชชาความร่วมมือ
ทรัพยากรดนิ โลก (GSP) ไดน้ าความสาเร็จของโครงการหมอดินอาสา ของกรมพัฒนาทด่ี นิ
ซึ่งเป็นต้นแบบท่ีดี (BestPractices) ของไทยนามาขยายผลเป็นโครงการหมอดิน
นานาชาติหรือหมอดนิ โลก (Global Soil Doctors Program) มีการเปิดตัวโครงการเมื่อ
วนั ที่ 5 ตุลาคม 2563 ณ กรุงโรม โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ สง่ เสรมิ ให้ทว่ั โลกให้ความสาคัญใน
การจดั การดนิ อย่างย่งั ยืน ซ่ึงนาไปสกู่ ารสรา้ งความเปน็ อยู่ดีกินดีของเกษตรกรและความ
ม่นั คงทางอาหารในระดับโลก
นอกจากน้ี ผูแ้ ทนกรมพฒั นาทด่ี นิ ได้นาเสนอ ผลความสาเร็จของการดาเนินงานโครงการ
หมอดนิ อาสาในหวั ข้อ " The Legacy of Soil Doctors from Thailand"
64
และกล่าวถึงบทบาทของเจ้าหน้าท่ีภาครัฐในการทางานอย่างใกล้ชิดกับหมอดินเพื่อ
สนับสนุนความช่วยเหลือทางวิชาการและปจั จยั การผลติ ท่ีสาคัญแก่เกษตรกร พร้อมได้
นาเสนอวดิ ีทศั นผ์ ลความสาเรจ็ ของหมอดินอาสา (นายยวง เขยี วนิล) ให้ประเทศสมาชิก
ได้ร่วมช่นื ชม
“กล่าวไดว้ า่ หมอดนิ คอื ครูทดี่ ีทีส่ ุดสาหรับเกษตรกรด้วยกัน โดยการถ่ายทอดความรู้
เทคนคิ และประสบการณท์ ดี่ ตี า่ งๆ ในการจดั การดนิ และที่ดนิ สู่ความยง่ั ยนื ”
4.1.2 โครงกำรควำมรว่ มมือแม่โขง-ล้ำนชำ้ ง (Lancang-Mekong
Cooperation)
โดย : นางสาวประภา ธารเนตร
โครงการความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้างได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดาเนิน
โครงการ เรอ่ื ง การพฒั นาและส่งเสริมโครงการหมอดนิ เพื่อการจัดการที่ดินและเกษตร
อย่างย่ังยืนในอนุภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง (Development and promotion of soil
doctor program for sustainable land and agricultural management
practices in Lancang-Mekong countries) ท้ังนเี้ พ่อื มุ่งเน้นพัฒนาโครงการหมอดิน
ให้แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพ และขยายผลโครงการหมอดินในอนุภูมิภาคแม่โขง-
ล้านชา้ ง ใหม้ กี ารจดั การท่ีดินและการเกษตรอย่างยั่งยืน และสร้างความเข้มแข็งของ
เครือข่ายความร่วมมือและแลกเปล่ียนเรียนรู้การจัดการที่ดินระหว่างประเทศ
ผา่ นกิจกรรมการทบทวนและพฒั นากลยทุ ธ์การดาเนินงานและแนวทางการสนับสนุนใน
การจัดตัง้ หมอดนิ อาสา รวมถึงการจัดประชุมเชงิ ปฏิบัตกิ ารและดาเนินงานตามกลยุทธ์
ทว่ี างแผนไว้ตลอดทงั้ โครงการ เป้าหมายของโครงการฯ คือการเผยแพร่แนวทางและ
รปู แบบการจัดต้ังโครงการหมอดินไปยังอนุภูมิภาคลุ่มน้าแม่โขง-ล้านช้าง และเพ่ิมขีด
ความสามารถของเจ้าหน้าทแ่ี ละความเขม้ แขง็ ขององคก์ รในประเทศภายใตอ้ นุภมู ิภาคฯ
ในการสนบั สนุนการจดั การทด่ี นิ และเกษตรอย่างย่ังยืน รวมถงึ การจดั ทาฐานข้อมูลและ
องค์ความรขู้ องเครอื ขา่ ยหมอดินในอนุภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง
65
4.1.3 โครงกำรควำมร่วมมอื ทำงเศรษฐกจิ อิรวดี - เจ้ำพระยำ – แม่โขง
(Ayeyawady - ChaoPhraya - Mekong Economic Cooperation Strategy :
ACMECS)
โดย : นางสาวประภา ธารเนตร
โครงการ ACMECS ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง 5 ประเทศ ได้แก่
ราชอาณาจกั รกัมพชู า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพ
เมยี นมา สาธารณรัฐสังคมนยิ มเวยี ดนาม และราชอาณาจักรไทย ประเทศไทยได้เข้าร่วม
เป็นประเทศสมาชิกสมาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 ได้มีการเปลี่ยนแปลง
โครงสรา้ งทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับประเทศ รวมท้ังประเทศทั่วโลกเน้นถึง
ความสาคญั ของทรัพยากรดินและการใช้ประโยชน์ทดี่ ินอย่างย่งั ยนื
การดาเนินงานของกรมพัฒนาที่ดินในช่วงปี พ.ศ. 2560-2564 ได้แก่ การจัดทา
ฐานขอ้ มลู ทรพั ยากรดินและการวางแผนการใช้ทีด่ นิ การใช้เทคโนโลยเี พื่อการพัฒนาที่ดิน
การพัฒนาบุคลากร และการสนับสนุนการสร้างเครือข่ายพัฒนาท่ีดินระหว่างประเทศ
สมาชิกโดยใชต้ น้ แบบหมอดนิ อาสาของประเทศไทย
ผลการดาเนินงานในช่วงที่ผ่านมา ประกอบด้วย เจ้าหน้าท่ีจากประเทศ ACMECS
และหมอดนิ อาสาได้รบั การฝึกอบรม แลกเปลี่ยนเรยี นรู้และฝึกปฏิบัตกิ ารพัฒนาท่ีดิน เช่น
การปรับปรุงบารุงดนิ และการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารพฒั นาท่ีดนิ เป็นต้น
66
4.1.4 โครงกำรควำมร่วมมือ UN-REDD Programme (SFT-LMR)
ภำยใตก้ ำรสนับสนนุ ของ FAO, UNDP และ UNEP
โดย : นางสาวบรรเจดิ ลกั ษณ์ จินตฤทธิ์ และนางสาววรรณพร พลแสง
FAO, UNDP และ UNEP สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนากรอบแนวคิด
เพือ่ จัดทาโครงการความร่วมมือระหว่างกรมพฒั นาท่ีดิน กรมปา่ ไมแ้ ละกรมอทุ ยาน
แห่งชาติ สตั ว์ป่า และพนั ธุ์พืช ในโครงการ SFT-LMR ภายใต้ UN-REDD ในส่วน
ของกรมพฒั นาที่ดิน ประกอบดว้ ย 3 กจิ กรรม
(1) การจดั ทาแผนท่ีแสดงประเภทดินเพอ่ื ส่งเสรมิ พชื เศรษฐกจิ และการปลูกไม้มคี ่า
(2) การสง่ เสริมศกั ยภาพเกษตรกรและหมอดินตามหลกั การ DPSIR
(3) การประเมินปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเปลี่ยนแปลงการ
ใช้ทด่ี นิ บริเวณพ้ืนทีจ่ ัดสรร คทช.
หมอดิน (soil doctors) จะนาเอาขอ้ มูลพื้นท่ีเหมาะสมและขยายผลของการ
ปลูกไม้ยืนต้นเศรษฐกิจไปใช้ในการคัดเลือกพื้นที่และพันธ์ุไม้ท่ีเหมาะสมสาหรับ
พ้ืนท่แี ละภูมภิ าค อาทิ การดาเนนิ งานเกษตรทฤษฎใี หม่ ซึง่ ในสว่ นของการปลูกป่า
ขึ้นในพน้ื ทขี่ องตนเองเปน็ การปลกู ป่า 3 อยา่ ง ประโยชน์ 4 อยา่ ง ก็คือ ปลูกไม้ใช้
สอย ไม้กินได้และไม้เศรษฐกิจ เพ่ือให้ได้ประโยชน์ คือ มีกิน มีอยู่ มีใช้ และมี
ความสมบูรณ์และความร่มเย็น ทั้งยังเป็นการขยายพ้ืนที่สีเขียวให้เพ่ิมขึ้น
จนสามารถเช่ือมต่อผืนป่าให้ถึงกัน เพ่ือสร้างความหลากหลายทางชีวภาพให้
เพิ่มขึ้นและหมอดนิ อาสาเปน็ กลไกสาคญั ในการทาหนา้ ท่ขี ับเคลื่อนการดาเนินงาน
ระดับพื้นที่ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเร่ืองดินและการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืนแก่
เกษตรกรในพ้นื ทีจ่ ัดสรรท่ีดนิ ทากิน
67
4.1.5 โครงกำรสนบั สนนุ จำกกองทุนสิ่งแวดลอ้ มโลก
Global Environment Fund (GEF)
โดย : นางสาวบรรเจดิ ลักษณ์ จนิ ตฤทธ์ิ
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และกรมพัฒนาที่ดิน
(LDD) ได้รว่ มกนั ดาเนนิ การโครงการระดบั โลก โดย
- ปี 2561-2563 ได้รับงบสนับสนุนจากกองทุนส่ิงแวดล้อมโลก (Global
Environment Fund, GEF-5) หน่วยงานท่ีดาเนินการร่วมกัน คือ FAO, WOCAT
และกรมพัฒนาที่ดิน ภายใต้ เรื่อง “การตัดสินใจเพ่ือขับเคล่ือนและขยายผลการ
จัดการที่ดินอย่างย่งั ยืน หรอื Decision Support for Mainstreaming and Scaling
up of Sustainable Land Management, DS-SLM”
- ปี 2565-2568 กรมพัฒนาท่ีดินจะเข้าร่วมโครงการบูรณาการกับกรมป่าไม้ ซ่ึง
กรมป่าไม้ไดข้ อรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่ิงแวดล้อมโลกในรอบท่ี 7
(GEF-7) ภายใต้หัวขอ้ เร่อื ง “การจดั การภูมทิ ัศน์ป่าไม้อยา่ งบรู ณาการเพอ่ื พัฒนาแนว
เช่ือมต่อ
ป่าภาคตะวันออก-ตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ Integrated Forest Landscape
Management for Strengthening Northeast and Eastern Forest Corridors
(IFLMS-NE&E)”
หมอดิน (soil doctors) ของกรมพัฒนาท่ีดิน ได้ดาเนินการและมีส่วนร่วมใน
กจิ กรรมของโครงการ โดยชว่ ยเหลือและสนับสนนุ ภารกิจของโครงการในระดับพ้ืนท่ี
คอื ประสานงานระหวา่ งเกษตรกรกบั เจ้าหน้าทข่ี องกรมพัฒนาท่ีดินและระหว่างหมอ
ดนิ อาสา ในระดับที่เกีย่ วข้อง ตอบแบบสอบถามท่ีเกย่ี วขอ้ งกับโครงการ และทาหน้าท่ี
ผู้ถา่ ยทอดองคค์ วามรู้ และประสบการณ์ รวมทัง้ เทคโนโลยีที่ได้รับให้แก่เกษตรกรใน
พนื้ ท่ตี ลอดจนเขา้ ร่วมกจิ กรรมการประชมุ อบรม สมั มนาภายใตโ้ ครงการ
68
4.1.6 ศนู ยค์ วำมเป็นเลศิ ดำ้ นกำรวจิ ยั ดนิ แหง่ ภมู ิภำคเอเชีย
CENTER OF EXCELLENCE FOR SOIL RESEARCH IN ASIA (CESRA)
โดย : นางสาวบรรเจดิ ลกั ษณ์ จินตฤทธ์ิ
ประเทศไทย ซง่ึ เป็น 1 ใน 24 ประเทศสมาชิกในกลมุ่ ความรว่ มมอื ด้านดนิ ของ
ภูมิภาคเอเชยี (Asian Soil Partnership หรอื ASP) ไดต้ ระหนักถึงประโยชนส์ ูงสุดใน
การบูรณาการข้อมูลวิจัยทางด้านดินของประเทศสมาชิก จึงเสนอให้มีการจัดตั้ง
"ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งเอเชีย" หรือ Center of Excellence for
Soil Research in Asia (CESRA)
ซ่ึงกรมพัฒนาท่ีดินได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิกเป็นผู้นาในการ
ดาเนนิ งานจดั ตั้งศนู ย์ CESRA ขน้ึ ในประเทศไทยโดยมหี นา้ ที่
- สนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มสมัชชาความร่วมมือด้านดินของโลกและ กลุ่มความ
รว่ มมือด้านดนิ ของภูมภิ าคเอเชยี
- สรา้ งระบบขอ้ มลู ดินของเอเชยี เช่อื มโยงกับระบบข้อมลู ดนิ โลก
- สรา้ งความร่วมมอื ระหว่างนักวิชาการทางด้านดินแห่งภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริม
การจัดการทรพั ยากรดนิ ให้สามารถใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ย่างยงั่ ยนื
CESRA กับเครือข่ายหมอดิน มีบทบาทสาคัญในการเป็นตัวแทนของ
กรมพฒั นาทดี่ ิน และผรู้ ่วมงานในระดับต่าง ๆ มีการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบผ่าน
เครือข่าย อีกทั้งนาองค์ความรู้ไปถ่ายทอดให้กับเกษตรกรเครือข่าย หมอดินอาสา
มโี อกาสไดเ้ ขา้ ร่วมรับการฝกึ อบรมจากวิทยากรของกรมพัฒนาที่ดินและเครือข่ายอ่ืน
ทางด้านการเกษตร เพ่ือเพิ่มพูนความรู้ทางการเกษตรด้านต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการ
ส่งเสรมิ และพฒั นาเครอื ข่ายหมอดนิ อาสาของกรมพฒั นาท่ีดนิ ให้เข้มแขง็ มากยิง่ ขน้ึ
69
4.2 โครงกำรส่งเสริมระบบกำรจัดกำรที่ดินเพื่อพัฒนำ
กำรเกษตรแบบยงั่ ยนื ในภูมภิ ำคแมโ่ ขง-ล้ำนชำ้ ง
โดย : นางสาวศนั สนีย์ อรญั วาสน์
วัตถุประสงค์ของโครงการ :1) เพ่ือส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านระบบ
การเกษตรและการจัดการท่ีดินอย่างยั่งยืนของแต่ละประเทศ รวมท้ังถอดบทเรียน
กิจกรรมท่ีประสบผลสาเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน 2) เพื่อเสริมสร้าง
เครือข่ายความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างประเทศสมาชิก3) เพ่ือเป็นข้อมูลและ
ขอ้ เสนอแนะในการกาหนดนโยบายสาหรบั การดาเนินงาน
ดาเนินการศึกษาเบื้องต้นในด้านการจัดการพ้ืนท่ีอย่างยั่งยืนในพื้นท่ีลุ่มน้าโขง
เหนือ ซึ่งเปน็ พ้ืนที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศสมาชิกในภูมิภาค โดยได้ดาเนินการสร้าง
ความรว่ มมอื ทางวิชาการ (MoU) ระหว่างกรมพฒั นาที่ดินกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
เพ่อื แลกเปลี่ยนองคค์ วามรู้และร่วมมือในการศึกษาวิจัยเบ้ืองตันในด้านต่าง ๆ แล้วนา
องค์ความรู้ที่จะเกิดข้ึนน้ีไปแลกเปลี่ยนกับประเทศสมาชิกที่จะเข้าร่วมโครงการ
Promoting integrated and Sustainable Agricultural System in Lancang -
Mekong Countries โดยดาเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการภายใต้หัวข้อดังกล่าว
ในวันที่ 14-16 ธันวาคม 2564 ณ จ.เชียงราย ซ่ึงการจัดประชุมในคร้ังน้ีจะได้องค์
ความรู้ด้านระบบการเกษตรและการจดั การที่ดินอย่างย่ังยืนของแต่ละประเทศสมาชิก
และแผนปฏบิ ัติการความร่วมมือทางวชิ าการเพ่อื การพัฒนาและจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน
ในลุม่ นา้ โขงเหนอื ประเทศไทย
70
4.3 Sustainable Soil Management (SSM)
สมัชชำควำมรว่ มมือทรัพยำกรดินแหง่ ภูมภิ ำคเอเชยี
(Asia Soil Partnership : ASP)
โดย : นางสาวบรรเจิดลกั ษณ์ จนิ จฤทธ์ิ
ควำมตระหนักรขู้ องผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี ทำงกำรเมืองทสี่ ำคญั
1. สนับสนุนการจดั ทาบทสรปุ เชิงนโยบายดา้ นดินของภูมิภาคเอเชีย (Policy
brief on “The multi-faced role of soil in Asia”) โดยบทสรุปเชิงนโยบายด้าน
ดนิ ของประเทศไทยครอบคลุมสุขภาพดนิ เพอ่ื ความมนั่ คงดา้ นอาหารและโภชนาการ
การขาดแคลนน้า การบรรเทาและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การจัดการดินอย่างยง่ั ยนื เพ่ือป้องกันความขัดแย้งในภูมิภาค พร้อมท้ังตัวอย่างการ
บรหิ ารจดั การทรัพยากรดินทป่ี ระสบความสาเรจ็
2. ประเทศไทยประสบความสาเร็จในการจัดงานเฉลิมฉลองวันดินโลกอย่าง
ต่อเนื่อง โดยจัดพิธีมอบเหรียญรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award
ประจาปี 2563 ใหก้ บั สภาวจิ ัยทางการเกษตรและสถาบันวิทยาศาสตร์ทางดินแห่ง
สาธารณรัฐอินเดีย (ICAR-IISS) สาหรับความมุ่งม่ันในการสร้างความตระหนักรู้ถึง
สุขภาพของดินและความสาคัญของการรักษาการผลิตพืชควบคู่ไปกับการปกป้อง
สง่ิ แวดลอ้ มในสัปดาห์แห่งการเฉลิมฉลองภายใต้หัวข้อ “ปกป้องอนาคต ลดการชะ
ล้างดิน” ซึ่งมีผู้ร่วมกิจกรรมมากกว่า 13,000 คน พิธีมอบเหรียญรางวัลดังกล่าว
จัดขึ้นเมื่อวันท่ี 10 มีนาคม พ.ศ. 2564 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ (นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) เป็นผู้มอบเหรียญให้แก่ผู้แทนจากสถาน
เอกอัครราชทตู อินเดยี ประจาประเทศไทยเป็นผู้รับรางวัลแทน ณ ห้องประชุม 115
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
71
กำรสนับสนุนกำรพฒั นำนโยบำย
1. ประเทศไทยเปิดตัวแบบจาลองเศรษฐกิจหมุนเวียนชีวภาพ (Bio-Circular-
Green Economic; BCG) ซง่ึ เป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ในการขับเคลื่อนการเติบโตของ
เศรษฐกจิ และการพัฒนาสังคมของประเทศไทย โดยน้อมนาหลักการปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี งเปน็ หลกั ในการพัฒนาสเู่ ปา้ หมายการพฒั นาทีย่ ่งั ยืน
2. สนบั สนนุ การขับเคล่ือนการเกษตรที่ใช้นวัตกรรมแบบเกษตรอัจฉริยะ (Smart
Agriculture) ต้ังแต่การผลิต-แปรรูป-ตลาด ด้วยสินค้าท่ีมีความปลอดภัย ยกระดับ
มูลค่าด้วยคุณภาพมาตรฐาน ประหยัดทรัพยากรน้า และใช้พื้นท่ีการเกษตรให้เกิด
ประโยชนส์ งู สุดเชงิ เศรษฐกิจและสังคม
3. การสนับสนุนขอ้ มูลเชงิ นโยบายดา้ นการบริหารจัดการทรัพยากรดินของประเทศ
ไทย เช่น สถานภาพทรพั ยากรดนิ ของประเทศไทย สถานภาพการชะล้างพังทลายของ
ดนิ ในประเทศไทย ปี 2563 ปัญหาดินและการจัดการ ฯลฯ
4. การแบง่ ปนั แนวทางการดาเนนิ งานโครงการหมอดนิ อาสา (Global soil doctor
program) กับผู้กาหนดนโยบาย และขณะนี้ได้มีการนาไปใช้ในการดาเนินงานหมอดิน
อาสาในระดับภูมิภาค โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นแนวทางในการสร้างเครือข่ายและ
เสรมิ สร้างศักยภาพในอนภุ มู ภิ าคล้านช้าง-แม่โขง
กำรสง่ เสรมิ กำรศึกษำด้ำนดิน
1. ประเทศไทยพัฒนาหลกั สูตรการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ทางดินท้ังในระดับ
ประถมศึกษา มัธยมศกึ ษา อุดมศกึ ษา
2. จัดหลักสตู รฝกึ อบรมแบบเป็นทางการและไมเ่ ป็นทางการให้แก่เกษตรกร หมอ
ดินอาสา ประชาชนทัว่ ไป ไดต้ ระหนกั ถงึ การดูแลรักษาทรพั ยากรดิน ซง่ึ ในปีงบประมาณ
2564 กรมพัฒนาที่ดนิ ได้ดาเนนิ งานโครงการอบรมหมอดินอาสา 4.0 โดยมเี ปา้ หมายท่ัว
ประเทศจานวน 72,072 ราย ไดแ้ ลกเปลยี่ นความรูป้ ระสบการณ์ในการนาเทคโนโลยีใน
การพัฒนาท่ีดินไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพ้ืนที่ ร่วมกันถอดบทเรียน องค์
ความรู้ท่ีสามารถท่ีสามารถนาไปสู่การปฏิบัติได้จริง และเพ่ือสร้างความเข้มแข็งของ
เครือขา่ ยหมอดินอาสาในแตล่ ะพื้นที่
3. สนบั สนนุ การดาเนนิ งานดา้ นการจัดการที่ดินอย่างย่ังยืนหรือ sustainable soil
management (SSM) โดยกรมพฒั นาทีด่ นิ ไดส้ นับสนนุ งบประมาณเพือ่ ดาเนินงานวิจัย
ในพื้นที่ดินปัญหา ไดแ้ ก่ ดินกรด ดินเค็ม ดนิ ทรายและดนิ ทเ่ี กิดการชะลา้ งพงั ทลาย โดย
ดาเนินการภายใต้ protocol for the assessment of sustainable soil
management ของ FAO
72
ควำมตระหนกั รู้ขององค์กรภำคสังคมตอ่ บทบำทของดินเพอื่ ทุกชีวติ บนโลก
1. ประเทศไทยจัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ระดับชาติวัน
ทะเลทรายและภยั แลง้ โลก ปี 2564 (Desertification & Drought Day) ภายใต้แนวคดิ
“ฟื้นฟูปฐพี ฟ้นื ชีวีทีม่ ่นั คง (Restoration.Land.Recovery)”.ผ่านกจิ กรรมประกวดคลปิ
สนั้ เพ่ือส่ือประชาสมั พันธ์ให้กับเกษตรกร เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้มีความรู้ความ
เข้าใจในการฟ้ืนฟูที่ดินและรักษาทรัพยากรท่ีดิน และใช้เป็นต้นแบบในการขยายผลสู่
แนวปฏิบัติท่ีดี (Best.Practice).ในพื้นท่ีท่ัวประเทศไทย ตลอดเดือนมิถุนายน 2564
ผ่านช่องทางออนไลน์ Website, Facebook, YouTube กรมพัฒนาทด่ี ิน และ UNCCD
Thailand ตัวอยา่ งคลปิ ส้ัน “ฟืน้ ฟดู ินทรายสู่การผลิตพชื อนิ ทรีย์” ผลงานชนะเลิศระดับ
เยาวชน โดย ด.ญ.ธรรมรส ผ่องพนั ธ์ คลปิ ส้ัน “ฟา้ พฒั นาดนิ ” ผลงานชนะเลศิ หน่วยงาน
ในภาคีเครือข่าย โดย นายสมชาย มารศรี (สานักงานสภาเกษตรแห่งชาติ) คลิปส้ัน
“สวนพอเพียง ยง่ั ยืน ฟนื้ คนื ทุกชีวี” ผลงานชนะเลิศหนว่ ยงานในสังกัดกรมพัฒนาท่ีดิน
โดย ศนู ยศ์ กึ ษาวิธกี ารฟ้นื ฟูทด่ี ินเสอื่ มโทรมเขาชะงุ้มอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ และ
คลิปอ่ืน ๆ รวมทัง้ ส้ิน 13 คลปิ
ความตระหนักรขู้ ององคก์ รภาค
สงั คมตอ่ บทบาทของดินเพอ่ื ทกุ
ชีวติ บนโลก
73
กำรบรกิ ำรสว่ นขยำยไดร้ ับกำรสนบั สนุน พฒั นำ และฟ้ืนฟู
1. ประเทศไทยพัฒนาแพลตฟอร์มสาหรับให้บริการข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับ
ทรัพยากรดิน การใช้ที่ดิน การทาการเกษตร ฯลฯ สาหรับเกษตรกร ประชาชนท่ัวไป
นักเรียน นักศึกษา โดยสานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) เป็น
ศูนย์กลางรวบรวมแอปพลิเคชันต่าง ๆ ท่ีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จัดทาขึ้น
เพอ่ื ให้ครอบคลุมการให้บริการ การใชง้ านแอปพลเิ คชนั บนมือถือ เป็นต้น
2. สนับสนุนการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านทรัพยากรดินและการ
กระทาทีเ่ กยี่ วข้องกับ SDGs ส่สู าธารณะ โดยการโฆษณาทางส่อื กระจายเสยี ง (โทรทัศน,์
วิทยุ) สอื่ สงิ่ พิมพ์ สอ่ื โซเชียลมีเดยี ฯลฯ
3. CESRA ไดร้ ับการพฒั นาและเสรมิ ความแข็งแกรง่ เพือ่ ดาเนนิ การจดั การดิน
อย่างยั่งยนื
4. จดั ต้ังคณะกรรมการนโยบายท่ีดินแห่งชาติ เพ่ือให้การบริหารจัดการที่ดินและ
ทรัพยากรดินของประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ไขความเดือดร้อนของ
ประชาชน การกระจายการถอื ครองทดี่ ินอยา่ งเป็นธรรม และพัฒนาศกั ยภาพการใชท้ ด่ี นิ
ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ เปน็ ธรรม และยง่ั ยนื ทัง้ ในดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม สงิ่ แวดล้อม และ
ความมนั่ คงของประเทศ
สง่ เสรมิ และเสริมสรำ้ งควำมรว่ มมอื ทำงวทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคนิค
ประเทศไทยกาลงั ทางานอยา่ งตอ่ เนื่องเพ่อื เสรมิ สร้างความสามารถของเกษตรกร
ไทยและยกระดบั กจิ กรรมการเกษตรเพ่อื การเกษตรแบบย่งั ยืนผา่ นความรว่ มมือกับ
หลายองค์กร เชน่ สมาคมอนุรักษ์ดินและน้าแหง่ ประเทศไทย (SWCST) สมาคมดิน
และปุ๋ยแห่งประเทศไทย (SFST) และมหาวทิ ยาลัยต่าง ๆ
74
4.4 กำรประชมุ รัฐภำคกี รอบอนุสญั ญำสหประชำชำติ
วำ่ ด้วยกำรเปลีย่ นแปลงสภำพภูมิอำกำศ สมยั ที่ 26
(UNFCCC COP26)
โดย : นางสาววิชิตา อินทรศรี
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศท่ีรุนแรงมากข้ึน ทั้งคล่ืนความร้อน น้าท่วม
ไฟป่า ชว่ งทศวรรษทีผ่ ่านมา เป็นช่วงท่ีอุณหภูมิโลกสงู ทีส่ ดุ เปน็ ประวัติการณ์ รัฐบาลใน
หลายประเทศ เห็นพ้องต้องกันในการร่วมมือแก้ปัญหาน้ีอย่างเร่งด่วน ภายใต้ความ
ตกลงปารีส เม่อื ปี ค.ศ. 2015 ประเทศไทยไดใ้ หส้ ตั ยาบนั และได้ปฏบิ ัติตามคาม่ันทใ่ี หไ้ ว้
กับประชาคมโลกอยา่ งตอ่ เนื่อง แมว้ า่ ประเทศไทยปล่อยกา๊ ซเรอื นกระจกออกเพียงร้อย
ละ 0.72.ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วทั้งโลก แต่ประเทศไทยเป็น 1.ใน 10
ประเทศท่ไี ด้รบั ผลกระทบรา้ ยแรงท่ีสดุ จากการเปล่ยี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปล่ียนแปลง
สภาพภมู ิอากาศ ได้จดั ขนึ้ เป็นสมัยที่ 26 (UNFCCC.COP26).ระหว่างวันที่ 31.ตุลาคม
ถงึ 12 พฤศจกิ ายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร พลเอกประยุทธ์ จันทร์
โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เขา้ ร่วมการประชมุ World Leaders Summit ซึ่งเปน็ ส่วนหนึง่
ของการประชุม UNFCCC.COP26.เม่ือวันท่ี 1 พฤศจิกายน 2564 ประเทศไทยได้
ประกาศให้ความสาคัญสูงสดุ กบั การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ
พร้อมใหค้ วามร่วมมือกบั ทกุ ประเทศ ทีผ่ ่านมาประเทศไทยได้กาหนดเป้าหมาย NAMA
(Nationally.Appropriate.Mitigation.Actions).เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ในภาคพลังงานและขนส่งอย่างน้อย.ร้อยละ.7.ภายในปี.ค.ศ..2020.ซ่ึงประเทศไทย
สามารถทาได้เกินเป้าหมายทตี่ ้งั ไวถ้ ึงกวา่ 2 เทา่ กอ่ นกาหนดเวลาถงึ 1 ปี เนอื่ งจากในปี
ค.ศ. 2019.ประเทศไทยลดก๊าซเรือนกระจกได้แล้วถึงร้อยละ17.พร้อมยกระดับ
การแกไ้ ขปญั หาภูมอิ ากาศอย่างเต็มทดี่ ว้ ยทุกวิถที าง เพื่อบรรลเุ ป้าหมายความเป็นกลาง
ทางคาร์บอน (carbon.neutrality).ภายในปี.ค.ศ. 2050.และลดการปล่อยก๊าซเรือน
กระจกสทุ ธเิ ป็นศูนย์ (net zero greenhouse gas emission) ภายในปี ค.ศ. 2065
ที่มา: รฐั บาลไทย (2564) , กระทรวงการต่างประเทศ (2564)
75
สาหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เป็นเจ้าภาพร่วม (Co-host) ร่วมกับ
สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) UK
Research and Innovation (UKRI) Nature Environment Research Council
(NERC) และสถานเอกอคั รราชทตู สหราชอาณาจกั ร ประจาประเทศไทย ในการจัด
สัมมนาออนไลน์ COP26Adaptation and Resilience Online Events หัวข้อ
“Sustainable and Inclusive Climate Adaptation and Resilience:
local leadership for global goal” เมื่อวันท่ี 20 ตุลาคม 2564 ผ่านระบบ
Zoom meeting โดย ดร.ทองเปลว กองจนั ทร์ ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เปน็ ประธานพิธเี ปิด ได้กลา่ วถึงการเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นท่ีทั่ว
โลกใหค้ วามสาคญั ซึ่งรฐั บาลไทยไดก้ าหนดใหเ้ ปน็ วาระแหง่ ชาติ การสัมมนาครั้งน้ี
จึงเปน็ โอกาสในการนาเสนอ (Showcase) งานวิจัยด้านการจัดการทรัพยากรดิน
ด้านปศุสัตว์และข้าว รวมท้ังการผลิตท่ีชาญฉลาดเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ภูมอิ ากาศ (Climate.Smart..Agriculture) และเปน็ เวทีที่สามารถแลกเปล่ียนข้อมูล
ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ข้ อ เ ส น อ แ น ะ ใ น ก า ร ป รั บ ตั ว แ ล ะ เ ต รี ย ม พ ร้ อ ม รั บ มื อ กั บ ก า ร
เปลี่ยนแปลงสภาพภูมอิ ากาศเพอื่ สร้างภูมคิ มุ้ กันใหก้ ับภาคการเกษตรตอ่ ไป
ทัง้ น้ี กรมพฒั นาทดี่ นิ ไดม้ อบหมาย ดร.บรรเจิดลักษณ์ จนิ ตฤทธ์ิ ผู้เช่ียวชาญ
ดา้ นปรบั ปรงุ ดนิ เปรีย้ ว พร้อมดว้ ย น.ส. วิชิตา อินทรศรี นกั วชิ าการเกษตรชานาญ
การพิเศษ และ น.ส. สมจินต์ วานิชเสถียร นักวิชาการเกษตรชานาญการพิเศษ
กองวจิ ัยและพัฒนาการจดั การท่ีดิน เปน็ ผูแ้ ทนหนว่ ยงานเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
โดย ดร.บรรเจิดลักษณ์ จินตฤทธ์ิ ผ้เู ชีย่ วชาญดา้ นปรบั ปรงุ ดนิ เปร้ยี ว ได้บรรยายใน
หัวข้อเร่ือง Soil resource management and its impact on climate
change (soil carbon sequestration) เป็นการนาเสนองานวิจัยด้านการจัดการ
ทรัพยากรดนิ และลดผลกระทบต่อการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู ิอากาศทางการเกษตร
อยา่ งยงั่ ยนื ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนโยบายประเทศ
ที่มา : สานักงานปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (2564)
76
4.5 กำรประชมุ เชิงปฏิบัติกำร กำรบรู ณำกำรงำน
วชิ ำกำรดำ้ นดินเพือ่ ขบั เคล่ือนศนู ย์ควำมเป็นเลิศ
ดำ้ นกำรวิจัยดนิ แห่งภมู ิภำคเอเชยี (CESRA)
โดย : นางสาวภรภัทร นพมาลยั และคณะทางาน
การประชุมเชงิ ปฏบิ ัติการการบรณู าการงานขบั เคล่ือนศูนยค์ วามเป็นเลิศด้านการ
วจิ ัยดนิ แห่งภูมภิ าคเอเชยี (CESRA)).มีวัตถุประสงค์เพ่ือระดมความคดิ เหน็ จากผ้ทู มี่ สี ่วน
เกี่ยวข้องในการกาหนดทศิ ทางการพัฒนาการดาเนินงานของศนู ยฯ์ และสร้างเครือข่าย
ความร่วมมือระหวา่ งผู้ท่มี สี ว่ นร่วมในการขับเคล่ือนการดาเนินงานของศูนย์ความเป็น
เลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย มีการจัดประชุม 2 วัน โดยมีการบรรยาย
การระดมความคิดเห็น การประชุมผ่านระบบ Zoom.meeting.จานวน 7 ประเทศ
ประกอบด้วยสมาชิกจากประเทศบังกลาเทศ ราชอาณาจักรภูฏาน ราชอาณาจักร
กัมพูชา สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ประเทศเนปาล
ประเทศมองโกเลียและประเทศไทย การประชมุ ดงั กล่าวมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 144
คน ประกอบดว้ ย (1) วทิ ยากร (2) เจา้ หนา้ ทีก่ รมพัฒนาที่ดิน (3) มหาวิทยาลัย ได้แก่
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกาแพงแสน
มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ มหาวทิ ยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม (4) หน่วยงานอ่นื ๆ ไดแ้ ก่ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริม
การเกษตร กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สานักงานปฏิรูป
ท่ีดินเพื่อเกษตรกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตร สานกั งานพฒั นาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
ศูนยค์ วามเปน็ เลศิ ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ องค์การอาหารและการเกษตรแห่ง
สหประชาชาติ (FAO)
77
สรุปไดด้ ังน้ี 1. แนวทางการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงขอ้ มูล มี 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1
ประเทศไทย มีความเข้มแข็งและเป็นผู้นา ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลดิน โดยการ
พัฒนาระบบฐานขอ้ มลู กลาง ระยะที่ 2 สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับประเทศ
เพ่ือนบา้ น เชน่ โครงการ ACMECS ระยะที่ 3 ขยายความร่วมมือไปสู่ประเทศสมาชิก
2. แนวทางการขบั เคลือ่ นศูนย์ CESRA มดี ังน้ี (1) การพัฒนาฐานข้อมูลดินมีความสาคัญ
และต้องเกิดจากการบูรณาการของภาครัฐ สถาบันการศึกษา เอกชน ท้ังด้านการวิจัย
การประยกุ ตใ์ ช้เทคนิค เทคโนโลยีและนวตั กรรม (2) ประเทศไทยมีขอ้ มลู ดนิ ทพ่ี ร้อมจะ
นาไปตอ่ ยอดในงานด้านต่างๆ ได้ในระดบั หน่ึง ซ่งึ สามารถทาเป็นตน้ แบบใหก้ ับประเทศ
สมาชกิ และเชอ่ื มโยงแลกเปล่ยี นได้อย่างมีประสิทธิภาพ (3) การพัฒนาฐานข้อมูลดิน
จะต้องสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ในระดับภูมิภาคและสอดคล้องกับแนวทางของ
GSP/ASP
78
4.6 ยุทธศำสตร์ควำมร่วมมือทำงเศรษฐกิจ
อริ วด-ี เจำ้ พระยำ–แมโ่ ขง
โดย : นางสาวประภา ธารเนตร
ประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawa - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation
Strategy: ACMECS) ซึง่ เปน็ โครงการความร่วมมือระหว่าง 5 ประเทศสมาชิก ได้แก่
ราชอาณาจกั รกัมพูชา สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมยี นมา สาธารณรฐั สังคมนิยมเวียดนาม
สาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจกั รไทย โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์เพื่อ
ลดการเหลอื่ มล้าทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศในภูมภิ าคและสร้างความเข้มแข็งให้แก่
กรอบความรว่ มมอื อาเซยี น
ในชว่ งท่ผี า่ นมา กรมพัฒนาทดี่ ิน ไดต้ ระหนกั ถงึ ความสาคัญของทรัพยากรดนิ และ
การใชป้ ระโยชนท์ ีด่ ินอย่างย่ังยืนที่มีผลต่อเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
ของประเทศสมาชิก ACMECS ในช่วงท่ีผ่านมา กรมพัฒนาที่ดินได้มีความร่วมมือ
ด้านต่างๆ เพือ่ ให้เกดิ การใชป้ ระโยชน์ทีด่ นิ อย่างยัง่ ยนื เช่น การสารวจ จาแนก และทา
แผนท่ีดิน การประเมินความเหมาะสมของที่ดิน การประเมินศักยภาพพ้ืนที่และ
กระบวนการวางแผนการใช้ที่ดิน รวมถึงการอบรมเชิงปฏิบัติการในประเด็นต่างๆ
ดงั กลา่ ว การขบั เคล่ือนโครงการภายใต้กรอบความร่วมมือ ACMECS ได้ดาเนินการมา
อย่างต่อเนื่องในการให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการ การวิจัย การพัฒนา และการ
แลกเปลี่ยนขอ้ มลู และเพ่ือใหเ้ กิดการพัฒนาไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับ
นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ การดาเนินงานโครงการ
ภายใต้กรอบความร่วมมือ ACMECS เน้นการพัฒนาท่ีดินเพื่อการใช้ประโยชน์ทาง
การเกษตรอย่างย่งั ยนื และมคี วามสอดคล้องกับเหตกุ ารณป์ ัจจุบันของโลกและภูมภิ าค
(ขอ้ มลู โครงการเพ่มิ เตมิ https://www.ldd.go.th/Web_ACMECS/page1.html)
79
4.7 งำนวันดนิ โลก ปี 2564 “Halt soil salinization,
boost soil productivity” พิชิตดินเคม็
เตมิ เตม็ ผลผลติ สรำ้ งชวี ิตเกษตรกร“
โดย : นางสาวกมลทิพย์ ศศธิ ร
ตามท่สี หประชาชาติ (United Nations) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ
ให้ วนั ท่ี 5 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันดินโลก” (World Soil Day) เพ่ือใช้เป็นโอกาส
ในการขบั เคลื่อนกิจกรรมการรณรงค์และเผยแพร่ความรู้ทางด้านดิน และสร้างความ
ตระหนกั -ถงึ ความสาคัญของดินทั้งในระดับประเทศ และระดับโลกต่อมนุษยชาติและสภาพ
แวดลอ้ ม อยา่ งเป็นรปู ธรรมและต่อเน่ืองนั้น ในแต่ละปีองค์การอาหารและการเกษตร
แห่งสหประชาชาติ (FAO) จะกาหนดหวั ข้องานวนั ดินโลกแตกต่างกันไป สาหรับหัวข้อ
งานวันดินโลกปี 2564 คือ Halt soil salinization, boost soil productivity ซ่ึง
ทมี่ า ของชื่อน้ีได้มาจากข้อเสนอของสมาชิก Global Soil Partnership จากประเทศ
โคลัมเบีย โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกประเทศต่างๆ และในการประชุม
Eighth Session of the Global Soil Partnership Plenary Assembly ระหว่าง
วันท่ี 3-5 มิถุนายน 2563 ที่ประชุมได้รับรองหัวข้องานวันดินโลกปี 2564 คือ
“Halt soil salinization, boost soil productivity” เพอ่ื เป็นการสรา้ งความตระหนัก
ในปญั หาดินเค็มและผลกระทบต่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมนวัตกรรมทาง
เทคโนโลยีเพื่อจัดการและฟ้ืนฟูดินท่ีได้รับผลกระทบจากเกลือ FAO ได้รวบรวมองค์
ความรู้ที่เกี่ยวกับสถานะของดินท่ีได้รับผลกระทบจากเกลือในระดับโลก เพื่อกาหนด
วิธีจัดการความเสื่อมโทรมของดินในภาพรวม พัฒนานโยบายและกาหนดแนวทาง
ดาเนนิ การ เพื่อเปน็ หลักในการบริหารจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน ฟ้ืนฟูดินเส่ือม
โทรมในพน้ื ท่ที ไ่ี ด้รบั ผลกระทบจากความเคม็ และสง่ เสริมการจัดการดนิ เคม็ อย่างย่งั ยนื
จากการประชมุ คณะกรรมการขับเคล่อื นวันดนิ โลก ครั้งที่ 1/2564 วนั
พฤหัสบดที ี่ 8 เมษายน 2564 มมี ตเิ หน็ ชอบหัวข้อภาษาไทยของงานวนั ดนิ โลก ปี 2564
คือ “พิชิตดนิ เค็ม เตมิ เต็มผลผลติ สร้างชวี ติ เกษตรกร”
80
บทท่ี 5
กำรเผยแพร่ประชำสมั พนั ธ์
5.1 โครงกำรฝกึ อบรม หลักสูตร “กำรพฒั นำทีด่ นิ
ตำมแนวปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง” (ออนไลน์)
วัตถปุ ระสงค์ในการจัดฝึกอบรมเพ่ืออบรมถ่ายทอดความรู้เรื่องดิน การพัฒนา
ทีด่ นิ การปรบั ปรุงบารงุ ดนิ ด้วยอินทรียวัตถุ การอนุรักษ์ดินและน้า และการทาการ
เกษตรตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนเป็นการสร้างเครือข่ายการ
พัฒนาทด่ี นิ ขยายผลสู่ชมุ ชน เกษตรกรและประชาชนทั่วไป
แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเน่ืองจึงได้
เป็นการปรับเปล่ียนการอบรมเป็นในรูปแบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom.meeting
ระหวา่ งวันท่ี 4 – 5 กันยายน 2564 ณ ศนู ย์วิจัยการอนุรักษ์ดนิ และน้า อาเภอปากช่อง
จังหวัดนครราชสีมา ทั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าว
จานวน 238 คน
โครงการฝกึ อบรม หลกั สูตร
“การพฒั นาที่ดินตามแนวปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียง” (ออนไลน์)
8811
5.2 กำรจดั กำรควำมรขู้ องกองวจิ ยั และพฒั นำ
กำรจัดกำรทีด่ ิน (Knowledge management)
จากการอบรมการจัดการความรู้เพ่ือพัฒนาศักยภาพบุคลากรสู่ความเป็นเลิศ
ของกรมพัฒนาท่ีดิน.ระหว่างวันที่.8.-.9.กันยายน 2564 ผ่านระบบ Zoom.Meeting
มีตัวแทน ขา้ ราชการ 2.ทา่ น ร่วมอบรม คือ นางสาววรรณพร พลแสง นกั วชิ าการเกษตร
ชานาญการพิเศษ และนางสาวจารุวรรณ เฮียงมะณี นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ
โดยหลงั จากการอบรมได้จัดทาการจดั การความรขู้ องกองวิจยั และพฒั นาการจดั การที่ดิน
ออกมาเพ่ือเผยแพร่ให้กับเกษตรกรและประชาชน เร่ือง “การผลิตน้าดอกไม้สีทอง
นอกฤดู”
สื่อเผยแพร่ การจดั การความรู้ “การผลิตนา้ ดอกไม้สที องนอกฤด”ู
กองวจิ ัยและพัฒนาการจัดการท่ีดิน กรมพฒั นาที่ดนิ
82
5.3 กำรดำเนนิ งำนโครงกำรนำร่อง
โรงเรยี นหมอดนิ อำสำทำงอำกำศ
การดาเนินงานโครงการนารอ่ งโรงเรยี นหมอดินอาสาทางอากาศ เป็นโครงการที่
กรมพัฒนาทดี่ นิ ร่วมมือกบั มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสถานีวิทยุ ม.ก. นาร่องใน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นครั้งแรก โดยทางกรมพัฒนาท่ีดินจะทาหน้าที่จัดตั้ง
คณะกรรมการจัดทาหลกั สูตร กากบั ดแู ลเน้ือหาสาระทางวิชาการ ส่วนสถานีวิทยุ ม.ก.
จะทาหน้าท่ีเผยแพร่เนื้อหาออกสู่สาธารณชน ออกอากาศทั้ง 4 ภูมิภาค ในระบบ
เอ.เอ็ม.สเตอริโอ และยังสามารถรับชม-รับฟังทั้งภาพและเสียงผ่าน Mobile
Application (kuradio app : สถานีวิทยุ ม.ก.) ท้ังในระบบ Android และ iOS
รวมถงึ ผา่ นส่อื โซเชียล Facebook Live (ช่อง สถานีวิทยุ ม.ก.) และ YouTube Live
(ช่อง KU Radio Thailand) ซ่ึงสามารถรับชม-รับฟังย้อนหลังได้ โดยออกอากาศ
จานวน 20 ตอน ตอนละ 25 นาที โครงการน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อให้หมอดิน
อาสาทราบถึงบทบาทหน้าที่ของหมอดินอาสาประจาแต่ละท้องที่ ในข้อมูลการร่วม
ปฏิบตั งิ านถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารพัฒนาที่ดิน 2) เพ่ือเพ่ิมทักษะและความรู้ให้แก่หมอ
ดนิ อาสาในเรอ่ื งข้อมลู ดิน 3) เพ่อื เสรมิ สรา้ งความรู้ และความเข้าใจในการพัฒนาท่ีดิน
ให้แก่เกษตรกร บุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนที่เก่ียวข้อง และผู้ที่สนใจท่ัวไป
4) เพ่อื ดาเนินการใหเ้ ปน็ โรงเรยี นหมอดนิ อาสาทางอากาศในคร้ังน้ี เป็นต้นแบบในการ
พัฒนา และต่อยอดโครงการดังกลา่ วฯ ในอนาคต 5) เพ่ือขยายฐานกลุ่มผ้ฟู งั เครือข่าย
สถานีวิทยุ ม.ก.
83
โดยเม่ือวันท่ี 3 ธนั วาคม 2564 อธิบดกี รมพัฒนาท่ดี ิน (นางสาวเบญจพร ชาครา
นนท์) เป็นประธานพธิ เี ปิด (Kick off) และปฐมนเิ ทศ โครงการนาร่องโรงเรียนหมอดิน
อาสาทางอากาศพร้อมด้วย นางสาวภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองอธิบดีกรมพัฒนาท่ีดิน
ผศ.อนุพร สุวรรณวาจกกสิกิจ ผู้อานวยการใหญ่ สถานวี ิทยุ ม.ก. และคณะผบู้ ริหารจาก
กรมพัฒนาที่ดนิ และสถานีวิทยุ ม.ก. ณ เวทีกลาง งานวันดินโลก 2564 สถานีพัฒนา
ทด่ี ินร้อยเอ็ด อ.สวุ รรณภมู ิ จ.ร้อยเอด็
ซง่ึ พธิ เี ปิดและปฐมนเิ ทศ โครงการฯ ในครั้งนี้ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย
คณะผูบ้ ริหารไดร้ ่วมกนั มอบวทิ ยุและของท่รี ะลกึ งานวันดินโลกปี 2564 ให้กับหมอดิน
อาสาที่เข้าร่วมโครงการ โดยภายหลังจากพิธีฯ ได้มีการแนะนาวิธีการศึกษาผ่านส่ือ
วิทยุกระจายเสียงและส่ือโซเชียล พร้อมท้ังแนะนาวิธีการทาแบบสอบถาม ประเมิน
ความรกู้ อ่ นการศกึ ษา วิธกี ารศึกษาเน้อื หาหลกั สูตรตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม และ
ภายหลังจากจบโครงการจะมีการประเมินผลการดาเนินโครงการตามหลักวิชาการ
เพื่อใหใ้ ช้เป็นตน้ แบบในการอบรมหมอดนิ อาสาในยคุ เทคโนโลยดี จิ ิตอล (Digital) โดยมี
หมอดินอาสาจากจงั หวัดขอนแกน่ เข้าร่วมโครงการในครง้ั น้ี จานวนท้งั สิ้น 40 คน
84
5.4 กำรเผยแพรป่ ระชำสมั พนั ธผ์ ลงำนท่ปี ระสบควำมสำเรจ็
ของหมอดนิ อำสำดีเดน่ ประจำปี 2564
กรมพัฒนาที่ดินมีการดาเนินการคัดเลือกหมอดินอาสาดีเด่น เป็นประจาทุกปี
เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่หมอดินอาสาที่มีผลงานโดดเด่นและประสบ
ความสาเร็จในการพัฒนาพ้ืนที่ทางการเกษตรของตนเอง ตลอดจนเป็นการให้
ความสาคญั และสรา้ งขวัญกาลังใจใหแ้ กห่ มอดินอาสา เพื่อให้เป็นแบบอย่างให้แก่หมอ
ดินอาสาคนอ่ืน ๆ ให้มีแรงบันดาลใจในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนงาน
ดา้ นการพฒั นาท่ีดนิ ร่วมกบั กรมพัฒนาที่ดินต่อไป
กวจ. จงึ ได้มีการเผยแพรป่ ระชาสัมพนั ธผ์ ลงานที่ประสบความสาเร็จของหมอดิน
อาสาดีเด่น ประจาปี 2564 ในรูปแบบของโรลอพั และปา้ ยไวนิลใหป้ รากฏต่อสาธารณะ
ซง่ึ มหี มอดนิ อาสาดเี ด่นทไ่ี ด้รับคัดเลือกจานวนทง้ั ส้นิ 12 ราย โดยหมอดินอาสาที่ได้รับ
รางวัลชนะเลิศหมอดินอาสาดีเด่น จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับพระราชทาน
โล่รางวลั เกษตรกรดีเดน่ แห่งชาติ สาขาการพฒั นาทดี่ นิ เพื่อเกษตรกรรม รายช่ือหมอดิน
อาสาดีเดน่ ประจาปี 2564 ท้งั 12 ราย มดี งั นี้
1. นายวเิ ชียร บญุ รอด รางวัลชนะเลศิ และ เกษตรกรดเี ด่นแหง่ ชาติ
สาขาการพัฒนาท่ดี นิ เพื่อเกษตรกรรม สพด.ราชบุรี
2. นายพิชิต ชมู ณี รางวลั รองชนะเลิศอนั ดับ 1 สพด.กระบี่
3. นายประกจิ จติ รใจภักดิ์ รางวัลรองชนะเลศิ อันดับ 2 สพด.ตรงั
4. นายไกรวรรณ์ อคั รกุล รางวัลหมอดนิ อาสาดีเดน่ สพด.สกลนคร
5. ว่าทรี่ ้อยตรีชนะ ไชยชนะ รางวลั หมอดินอาสาดีเด่น สพด. ลาพูน
6. นายสารอง อาพนพงษ์ รางวลั หมอดินอาสาดีเดน่ สพด.ยโสธร
7. นางมณั ยภา อ่ิมผ่อง รางวัลหมอดนิ อาสาดเี ด่น สพด.จันทบุรี
8. นางสาวเอมพิกา แสนสระ รางวัลหมอดินอาสาดเี ดน่ สพด.ชัยภูมิ
9. นายสายนั ต์ โฉมเชดิ รางวลั หมอดินอาสาดเี ด่น สพด.ชัยนาท
10. นายจานงค์ นาคประดบั รางวลั หมอดนิ อาสาดีเด่น สพด.พะเยา
11. นายบอวร พิมสารี รางวลั หมอดินอาสาดีเดน่ สพด.พิษณุโลก
12. นายชายแดน แกว้ กลม รางวลั หมอดนิ อาสาดีเด่น สพด.ตาก
https://bit.ly/3rHTEKc
85
5.5 กำรประชำสัมพันธโ์ ครงกำรเกษตรอินทรีย์ PGS
ประจำปี 2564
กรมพัฒนาท่ีดิน โดย กองวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน ได้ขับเคลื่อนการ
ส่งเสรมิ การทาเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง เพ่ือให้เกษตรกรเข้าสู่การ
รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างความเชื่อม่ัน
สาหรบั ผบู้ ริโภคมากย่ิงข้ึน และสนับสนุนการทาเกษตรอินทรีย์ซึ่งเป็นนโยบายสาคัญ
ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังน้ันเพอื่ ให้เกิดความตระหนัก สร้างการรับรู้ในวง
กว้าง และเชิญชวนเกษตรกรที่สนใจเข้าโครงการดังกล่าว กองวิจัยและพัฒนาการ
จัดการที่ดินจึงได้จัดทาการประชาสัมพันธ์ ความสาเร็จของกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วม
โครงการกบั กรมพัฒนาท่ีดิน และความเข้าใจในการทาเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม
ผ่านช่องทางส่ือต่างๆ อาทิ หนังสือพิมพ์ ส่ือวิดีทัศน์ในช่องยูทูป เพ่ือให้เข้าถึง
กลุม่ เปา้ หมายไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ และเป็นส่ือประกอบการอบรมเกษตรกรได้เป็น
อย่างดี
สกปู๊ ขา่ ว เกษตรอนิ ทรยี ์ PGS สอื่ วดิ ีทัศน์ การทาเกษตรอินทรีย์ PGS
กรมพัฒนาทีด่ นิ ในช่องยทู ปู กรมพฒั นาทดี่ นิ
86
5.6 กิจกรรมแจกจ่ำยฟำ้ ทะลำยโจร สู้โควิด - 19
ศนู ย์วจิ ัยกำรอนรุ กั ษ์ดินและน้ำ อำเภอปำกช่อง
จงั หวดั นครรำชสีมำ
กรมพฒั นาทด่ี นิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นความสาคัญในการขับเคล่ือน
การปลูกพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจร โดยการสนับสนุนและส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร
เป็นทางเลือกในการรักษาโรค เพื่อสร้างการพ่ึงพาตนเองในระดับครัวเรือน โดยการ
นาไปปลูกเพ่ือขยายพันธ์ุและเป็นการสร้างและพัฒนาชุมชนในการประกอบอาชีพ
ในการน้ี ทางศูนย์วจิ ยั ฯ ปากช่อง ได้สนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิชาการต่างๆ เก่ียวกับ
การพัฒนาท่ดี นิ และการปรับปรุงบารงุ ดิน ในการปลกู ฟา้ ทะลายโจร เพื่อยกระดับการ
พัฒนาสมนุ ไพรไทยสู่ภาคอตุ สาหกรรม เปน็ การสรา้ งความมน่ั คงดา้ นรายไดอ้ ย่างยั่งยนื
กรมพฒั นาทด่ี ินจึงมอบหมายให้ สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด สานักงานพัฒนา
ทีด่ ินเขต 1 - 12 เรง่ สนับสนนุ การปลกู พืชสมนุ ไพรฟา้ ทะลายโจร และแจกจ่ายกล้าฟ้า
ทะลายโจรให้กับเกษตรกรและชมุ ชนทวั่ ประเทศ เพ่ือนาไปปลูกขยายพันธ์ุในครัวเรือน
และนาไปใช้เปน็ ทางเลอื กในการรักษาผปู้ ว่ ยติดเชื้อโควิด-19 ในระยะเร่ิมต้น โดยกอง
วิจยั และพัฒนาการจัดการที่ดินไดม้ อบหมายให้ศนู ย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้า อาเภอ
ปากช่อง จงั หวดั นครราชสีมา ดาเนนิ การประชาสัมพันธ์การแจกจ่ายกล้าฟ้าทลายโจร
ใน Facebook : ศูนย์วจิ ยั การอนุรักษด์ นิ และนา้ และในเพจ : ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดิน
และน้า และดาเนนิ การแจกจ่ายกล้าฟ้าทะลายโจรให้กับหนว่ ยงานและประชาชนท่ัวไป
แลว้ ทั้งสิน้ 12,000 กล้า
แจกจ่ายฟา้ ทะลายโจร ส้โู ควิด - 19
ศูนย์วจิ ยั การอนรุ ักษด์ นิ และนา้
อาเภอปากชอ่ ง จังหวัดนครราชสีมา
87
5.7 กจิ กรรมแจกจ่ำยกลำ้ หญำ้ แฝก
ศูนยว์ จิ ยั กำรอนุรักษด์ นิ และน้ำ อำเภอปำกช่อง
จังหวดั นครรำชสีมำ
ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้า อาเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาได้
รับมอบหมายจากกรมพัฒนาที่ดิน ในการผลิตกล้าหญ้าแฝกเพ่ือแจกจ่ายให้กับ
เกษตรกรหน่วยงาน องค์กรต่างๆ และประชาชนท่ัวไป ในการนาไปปลูกเพ่ือ
ป้องกนั การชะล้างพงั ทลายของดินและการฟ้ืนฟทู รัพยากรดินและรกั ษาสภาพแวดล้อม
ปีงบประมาณปี 2564 ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้า อาเภอปากช่อง
จังหวัดนครราชสีมา ได้ผลิตและดาเนินการแจกจ่ายกล้าหญ้าแฝกให้กับเกษตรกร
และผู้ทส่ี นใจ จานวนท้ังสิน้ 2,000,000 กลา้
แจกจา่ ยกล้าหญา้ แฝก
ศนู ย์วจิ ัยการอนรุ กั ษ์ดนิ และนา้
อาเภอปากชอ่ ง จงั หวัดนครราชสมี า
88
5.8 โครงกำรปลูกไมย้ ืนต้นเพือ่ กำรอนุรักษ์ดนิ และนำ้
เฉลมิ พระเกียรติพระบำทสมเดจ็ พระวชริ เกลำ้ เจำ้ อยู่หวั
เนอื่ งในโอกำสวันเฉลิมพระชนมพรรษำ 68 พรรษำ
เนือ่ งในโอกาสวันเฉลมิ พระชนมพรรษา 68 พรรษา พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทร
รามาธิบดศี รีสินทรมหาวชิราลงกรณมหิศรภูมิพลราชวรางกูรกิติสิริสมบูรณอดุลยเดช
สยามินทราธิเบศรราชวโรดมบรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28
กรกฎาคม 2563 กรมพฒั นาท่ีดนิ ไดร้ ิเริ่ม “โครงการปลูกไม้ยืนต้นเพื่อการอนุรักษ์ดิน
และน้าเฉลิมพระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิม
พระชนมพรรษา 68 พรรษา” เพอื่ อนรุ กั ษด์ นิ และน้า เพิ่มพน้ื ท่ปี ่า รกั ษาระบบนิเวศและ
ปลูกจิตสานึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างความม่ันคงทาง
อาหาร โดยรณรงคป์ ระชาสัมพนั ธ์ให้บคุ ลากรกรมพฒั นาทีด่ ิน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน
และประชาชนท่ัวไปได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ในที่ดินของตนเอง พื้นท่ีหน่วยงาน พ้ืนท่ี
สาธารณะ ศาสนาสถาน ตลอดจนพ้ืนท่ีโครงการต่าง ๆ ของกรมพัฒนาที่ดิน โดยมี
เปา้ หมายปลกู ไม้ยนื ตน้ จานวน 1,000,000 ต้น พร้อมท้ังบารุงรักษาต้นไม้ให้เจริญงอก
งาม เป็นการร่วมกนั แสดงออก อันเปน็ การถวายความจงรักภักดี และน้อมราลึกในพระ
มหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตราบนานเทา่ นาน
89
5.9 ประชำสมั พนั ธ์กจิ กรมงำนวันดนิ โลก ปี 2564
“Halt soil salinization, boost soil productivity”
พชิ ิตดนิ เค็ม เตมิ เตม็ ผลผลิต สรำ้ งชวี ติ เกษตรกร
การจัดงานวันดินโลกในปี 2564 จัดขึ้น ณ สถานีพัฒนาท่ีดินร้อยเอ็ด
สานักงานพฒั นาที่ดินเขต 4 ระหว่างวันที่ 2 – 5 ธันวาคม 2564 โดยรปู แบบการจดั งาน
ได้แก่ การจดั นิทรรศการเฉลมิ พระเกยี รติ การจดั ประชุม/นทิ รรศการทางวิชาการ และ
การจัดกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ สาหรับกองวิจัยและพัฒนาการจัดการท่ีดินได้รับ
มอบหมายให้จัดนิทรรศการวันดินโลกในส่วนของโซน A และร่วมเป็นวิทยากร
ประจาบอรด์ ดังน้ี
นายไพรัช พงษ์วิเชียร ผู้เช่ียวชาญด้านการปรับปรุงดินเค็ม เฝ้าฯ รับเสด็จ
และกราบบังคมทูลถวายรายงานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี เร่ืองความเปน็ มาของรางวัล
King Bhumibol World Soil Day Award
เจา้ หนา้ ที่ กวจ. ร่วมเปน็ วิทยากรประจานทิ รรศการวนั ดนิ โลกในสว่ นของโซน A
90
บทท่ี 6
ผลงำนควำมภำคภมู ิใจ
6.1 กำรนำเสนอผลงำน Soil Symposium หวั ข้อดินเค็ม
กำรประชุม Global Symposium on Salt – Affected Soils
2021 during 20 – 22 October, 2021
(Virtual meeting)
นายไพรชั พงษ์วิเชียร ผู้เชีย่ วชาญดา้ นปรับปรุงดินเค็ม และนางสาวกมลทิพย์
ศศธิ ร นกั วชิ าการเกษตรชานาญการพเิ ศษ ไดเ้ ขา้ รว่ มประชุม Global Symposium
on Salt – Affected Soils 2021 ระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคม 2564 และได้
นาเสนอผลงานทางวิชาการภาคบรรยาย เร่ือง Agronomic Management for
Rice Cultivation in Inland Saline Soil of Northeast Thailand และเรื่อง
Halophyte (Dixie Grass) Plantation for Rehabilitation Severely Saline
Soil in Northeastern Region, Thailand. ในวันท่ี 22 ตุลาคม 2564 ของ
Testimonies from the field - Good practices to manage salt-affected
soils.
91
สรปุ กำรประชุม Global Symposium
on Salt-Affected Soils 2021
ท่มี า: Ronald Vargas
แปลและเรยี บเรยี งโดย : นางสาวกมลทิพย์ ศศิธร
Ronald Vargas เลขานุการขององค์กร Global Soil Partnership (GSP)
ไดร้ วบรวมและสรุปการประชุม Global Symposium on Salt-Affected Soils 2021
ไวด้ ังน้ี
1) ดนิ เค็ม (Salt-Affected Soils) มิใชป่ ัญหาทีร่ นุ แรง แตใ่ หค้ ิดว่าเป็นของขวัญ
ทโ่ี ลกสร้างมาพร้อมกับมนษุ ย์ สาหรับ Kristina Toderich และ Angelica Kaus มคี วาม
คิดเห็นท่ีคล้ายกันว่า ดินเค็มไม่ใช่ศัตรู เปรียบเสมือนเพื่อนของเราที่ต้องอยู่ร่วมกัน
แบบมีประโยชน์ซ่ึงกันและกัน
2) การเกดิ ดินเค็มมสี าเหตุหลักจากธรรมชาตแิ ละการเส่ือมโทรมของการใช้ท่ีดิน
แตไ่ ม่ควรมองข้ามกจิ กรรมและการกระทาของมนษุ ย์ตอ่ การใชพ้ น้ื ทไ่ี ม่เหมาะสม รวมท้ัง
สภาพปัจจุบันท่ีโลกต้องเผชิญกับการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ นับว่าเป็นตัวเร่ง
สาคญั ทีท่ าให้เกิดการขยายของพื้นท่ีดนิ เคม็ ได้
3) การจัดทาฐานข้อมูลและแนวทางการจัดการพ้ืนท่ีดินเค็ม เพ่ือเป็นเคร่ืองมือ
และคาแนะนาด้านการแก้ไขดินเค็ม ภายใต้การกากับดูแลของหน่วยงาน INSAS ที่
ประกอบด้วย แผนทดี่ นิ เค็มตามระดับความเคม็ ตา่ งๆ ความรแู้ ละเทคโนโลยีการแก้ไขดนิ
เคม็ พืชทางเลือกทนเคม็ ทม่ี มี ูลค่าสูง และบทเรียน (Good.Practices).ท่ีสาเร็จสาหรับ
เกษตรกร
4) การสร้างสานกึ และความตระหนกั แก่ผู้มสี ว่ นได้ส่วนเสีย นบั ว่าเป็นแนวทางที่
ดีและเป็นประโยชน์มาก และการดาเนนิ การต้องอาศัยความร่วมมอื จากองคก์ รตา่ งๆ ทั้ง
ภาครฐั และเอกชน รว่ มกับการถา่ ยทอดบทเรียนทด่ี ี (Good.Practices).ให้กับเกษตรกร
โดยมีหมอดนิ (Soil.Doctors).เปน็ ผ้ขู บั เคล่ือนการปฏบิ ัตแิ ละขยายผลในพื้นท่ี
92
6.2 กำรนำเสนอผลงำนในกำรประชุมและสัมมนำวชิ ำกำร
กำรประชุมวชิ ำกำรกรมพฒั นำท่ดี นิ ปี 2564
ระหวา่ งวันที่ 27.–.28 กนั ยายน 2564 ด้วยระบบทางไกลผ่านจอภาพ (Virtual
Conference)
1) กำรนำเสนอผลงำนภำคบรรยำย
นางสาววรรยา สุธรรมชัย นักวิชาการเกษตรชานาญการพิเศษ กลุ่มวิจัยและ
พัฒนาการปรับปรุงบารุงดิน นาเสนอผลงานภาคบรรยาย เร่ือง การศึกษาคุณภาพ
เมล็ดพันธ์ุปอเทือง และเมล็ดพันธุ์ถั่วพร้าในระบบการผลิตร่วมกับเกษตรกร :
กรณีศึกษาพ้ืนท่ีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากการ
นาเสนอผลงานภาคบรรยาย สาขาปรบั ปรงุ บารงุ ดิน
2) กำรนำเสนอผลงำนโปสเตอรภ์ ำคนิทรรศกำร
นางสาวสมจนิ ต์ วานิชเสถียร ได้นาเสนอผลงานโปสเตอร์ ภาคนิทรรศการ เร่ือง :
ผลกระทบการเปล่ยี นแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความชื้นในดินและการเจริญเติบโตของ
ข้าวโพดเล้ียงสตั ว์บนพ้นื ท่สี ูง จังหวดั เชยี งใหม่
ผลกระทบการเปล่ยี นแปลงสภาพ
ภูมิอากาศตอ่ ความชื้นในดินและการ
เจรญิ เตบิ โตของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
บนพนื้ ทีส่ ูง จังหวัดเชยี งใหม่
93
2) กำรนำเสนอผลงำนโปสเตอร์ภำคนทิ รรศกำร (ตอ่ )
นางสาววิชิตา อินทรศรี นักวิชาการเกษตรชานาญการพิเศษ ได้รับรางวัลรอง
ชนะเลศิ อนั ดับ 1 ภาคนทิ รรศการ เรอื่ ง ศกั ยภาพการกักเกบ็ คารบ์ อนในพนื้ ทีเ่ กษตร
นายณรงคเ์ ดช ฮองกลู นักวชิ าการเกษตรชานาญการ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ
อันดบั 2 ภาคนิทรรศการ เรือ่ ง ผลกระทบจากการเผาตอซงั และไม่ไถพรวนต่อสมบัตดิ ิน
เพ่ือการปลกู ข้าวโพดเลย้ี งสตั ว์บนพ้ืนทีส่ ูง จังหวดั เชยี งใหม่
94
6.3 รำงวลั เลิศรฐั ประจำปี 2564 สำขำกำรบริหำร
รำชกำรแบบมีส่วนร่วม ประเภทเล่อื งลอื ขยำยผล
(Participation Expanded) ระดับดี
กองวจิ ยั และพฒั นาการจัดการที่ดิน ร่วมกบั สถานีพฒั นาทีด่ ินยโสธร สถานีพัฒนา
ที่ดินอานาจเจริญ ส่งผลงานโครงการปลูกฮักท้องถิ่น หมอดินอินทรีย์ วิถียโสธร
บ้านโนนยาง จังหวดั ยโสธร และบ้านโนนสูง จงั หวัดอานาจเจรญิ ซ่งึ โครงการฯ น้ีได้นา
แนวคดิ วธิ กี ารของโครงการปลูกฮักท้องถิ่น หมอดินอินทรีย์ วิถียโสธร ท่ีได้รับรางวัล
เลิศรัฐประจาปี 2561 สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทรางวัล
สมั ฤทธผิ ลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดีเด่น มาต่อยอดและขยายผล โดยมีเกษตรกร
กลมุ่ ปลูกฮักขับเคลื่อนการดาเนินงานรว่ มกับเจา้ หนา้ ที่กรมพัฒนาท่ีดิน จนได้รับรางวัล
ภาครัฐ ประจาปี 2564 สาขาการบรหิ ารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทเลอ่ื งลอื ขยาย
ผล ระดับดี มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน
และมอบรางวัล ผ่านระบบการอิเล็กทรอนิกส์ (Zoom.Meeting) เม่ือวันท่ี 16
กนั ยายน 2564
95
บทท่ี 7
กำรพัฒนำบคุ ลำกร
7.1 กำรพฒั นำบคุ ลำกร
7.1.1 กำรฝกึ อบรมและกำรสมั มนำพเิ ศษ
1) นำยวฒุ ชิ ยั จนั ทรสมบตั ิ นักวิชาการเกษตรชานาญการพเิ ศษ
อบรมหลกั สูตร นกั บริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับสูง (กษ.) รุ่นที่ 78
ระหว่างวนั ท่ี 7 มิถุนายน ถึง วันท่ี 4 สงิ หาคม 2564
2) นำยอศั วนิ เนตรถนอมศกั ด์ิ นักวชิ าการเกษตรชานาญการ
อบรมหลกั สตู ร นกั บริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับกลาง (กษ.) ร่นุ ท่ี 96
ระหว่างวนั ท่ี 19 พฤษภาคม ถงึ วันที่ 28 มถิ นุ ายน 2564
3) นำงสำววรรยำ สธุ รรมชยั นกั วชิ าการเกษตรชานาญการพเิ ศษ กลุ่มวจิ ัยและ
พฒั นาการปรบั ปรุงบารงุ ดนิ อบรมหลักสูตร “นักบริหารการพฒั นาการเกษตรและ
สหกรณ์ ระดับกลาง (นบก.)” โดยการเรยี นรู้บนระบบออนไลน์ (Online Learning)
หลักสตู ร นักบรหิ ารการพฒั นาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับกลาง (นบก.) รุ่นท่ี 97
ระหว่างวันที่ 7 มิถุนายน – 13 กรกฎาคม 2564
96
7.2 ผลงำนทำงวิชำกำรทีเ่ ผยแพรโ่ ดยผู้เชีย่ วชำญ
7.2.1 นำงสำวบรรเจดิ ลักษณ์ จินตฤทธิ์
ผู้เชย่ี วชาญด้านปรับปรงุ ดินเปรีย้ ว
97