สำ นักงานคณะกรรมการการอาทยา
แผนการจัดการเรียนรู้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงพุทธศักราช 2567ประเภทวิชาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศกลุ่มอาชีพธุรกิจดิจิทัลและพาณิชอิเล็กทรอนิกส์สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568รหัสวิชา 31910-1002 วิชา ธุรกิจดิจิทัลโดยนางสาวชฎาภรณ์ พิภพตำแหน่ง ครูผู้ช่วยแผนกวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลวิทยาลัยการอาชีพพรหมคีรีสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
รายการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้แผนการจัดการเรียนรู้ รหัสวิชา 31910-1002 ชื่อวิชา ธุรกิจดิจิทัลระดับชั้น ปวส.1 สาขาวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568ครูผู้สอน นางสาวชฎาภรณ์ พิภพ แผนกวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ควรอนุญาตให้ใช้ในการสอนได้ ควรปรับปรุงเกี่ยวกับ ลงชื่อ............................................... (นางสาวนิดาวรรณ อิ่มดี) หัวหน้าแผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ............./................/............... เห็นควรอนุญาตให้ใช้ในการสอนได้ ควรปรับปรุงดังเสนอ อื่น ๆ ลงชื่อ.............................................. (นางสาวนุชเนตร ชูแสง) รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ .........../............./............. อนุญาตให้ใช้ในการสอนได้ อื่น ๆ ลงชื่อ.............................................. (นางบัณฑิตา ทวีเมือง) ผู้อำนวยการ .........../.........../...........
คำนำ แผนการสอน/การเรียนรู้เล่มนี้ จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูอาจารย์ผู้สอนรายวิชาธุรกิจดิจิทัลได้มีเอกสารที่บ่งบอกแนวทางการเรียนการสอน/การเรียนรู้ที่เป็นระบบสอดคล้องสัมพันธ์กันรวมทั้งแสดงขั้นตอนกระบวนการเรียนการสอน/การเรียนรู้ที่เป็นระบบสอดคล้องสัมพันธ์กันทุกเรื่อง รวมทั้งแสดงขั้นตอนกระบวนการเรียนการสอน/การเรียนรู้ที่ก่อให้เกิดสัมฤทธิ์ผลที่ดีแก่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นครูผู้สอนหรือผู้เรียนแผนการสอน/การเรียนรู้เล่มนี้มีทั้งหมด 9 หน่วย ใช้เวลาในการสอน/การเรียนรู้ทั้งหมด 72 คาบสอน วิธีการสอน/การเรียนรู้มีหลายวิธี เช่น บรรยาย อภิปราย ถามตอบ ปฏิบัติ และแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นต้น กิจกรรมที่มอบหมายให้นักเรียนทำเน้นการมีส่วนร่วม การแสดงความคิดเห็น การนำเสนอผลงาน การทำงานเป็นกลุ่ม และการทำงานคนเดียว สำหรับการใช้แผนการสอน/การเรียนรู้เล่มนี้ให้ได้ผลที่สมบูรณ์ที่สุดต้องเป็นผู้ที่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อยู่บ้างพอสมควร จึงจะทำให้แผน การสอน/การเรียนรู้ที่จัดทำขึ้นนี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน และทุกฝ่ายที่มีส่วนช่วยทำให้แผนการสอน/การเรียนรู้นี้ มีความสมบูรณ์ ความดีทั้งหลายขออุทิศให้แก่ผู้มีพระคุณทุกๆ ท่าน ตลอดจนบิดามารดาผู้ให้กำเนิดและครูอาจารย์ผู้สอนสั่งทุกท่าน ลงชื่อ...........................................(นางสาวชฎาภรณ์ พิภพ)ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
สารบัญคำนำ ........................................................................................................................................................................3สารบัญ .....................................................................................................................................................................4ลักษณะรายวิชา........................................................................................................................................................5หน่วยการเรียนรู้........................................................................................................................................................6ตารางวิเคราะห์หลักสูตร...........................................................................................................................................7หน่วยการเรียนรู้ที่ 1................................................................................................................................................10หน่วยการเรียนรู้ที่ 2................................................................................................................................................20หน่วยการเรียนรู้ที่ 3................................................................................................................................................26หน่วยการเรียนรู้ที่ 4................................................................................................................................................33หน่วยการเรียนรู้ที่ 5................................................................................................................................................40หน่วยการเรียนรู้ที่ 6................................................................................................................................................48หน่วยการเรียนรู้ที่ 7................................................................................................................................................55หน่วยการเรียนรู้ที่ 8................................................................................................................................................62หน่วยการเรียนรู้ที่ 9................................................................................................................................................71
ลักษณะรายวิชาหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงประเภทวิชา อุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มอาชีพ ธุรกิจดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สาขาวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลรหัสวิชา 31910-1002 ชื่อวิชา ธุรกิจดิจิทัลทฤษฎี2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ2 ชั่วโมง/สัปดาห์ จำนวน 3 หน่วยกิตอ้างอิงมาตรฐาน-ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชาออกแบบ พัฒนา จัดการ และประยุกต์ธุรกิจดิจิทัล ทำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล พาณิชย์ดิจิทัลนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล ไอโอที (IoT) สำหรับธุรกิจดิจิทัล ด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ละเอียด รอบคอบจุดประสงค์รายวิชา เพื่อให้1. รู้และเข้าใจเกี่ยวกับหลักการธุรกิจดิจิทัล2. มีทักษะในการวิเคราะห์รูปแบบธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัล3. มีความสามารถประยุกต์ใช้ธุรกิจดิจิทัลกับธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ4. มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ละเอียด รอบคอบสมรรถนะรายวิชา1. ประมวลความรู้เกี่ยวกับธุรกิจดิจิทัลตามหลักการ2. ออกแบบกลยุทธ์สำหรับธุรกิจดิจิทัลตามหลักการ3. ประยุกต์ใช้ธุรกิจดิจิทัลกับธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆคำอธิบายรายวิชาศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับ แนวคิดและหลักการเกี่ยวกับธุรกิจดิจิทัล รูปแบบของธุรกิจดิจิทัลผลิตภัณฑ์ดิจิทัล การออกแบบ การพัฒนา การจัดการ และการประยุกต์ธุรกิจดิจิทัล ระบบการทำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล ธุรกิจดิจิทัลโมบาย การพาณิชย์ดิจิทัล การจัดการกลยุทธ์สำหรับธุรกิจดิจิทัล นวัตกรรมสำหรับธุรกิจดิจิทัล ผลกระทบของนวัตกรรมต่อธุรกิจดิจิทัล แนวโน้มนวัตกรรมต่อธุรกิจดิจิทัล ไอโอที (IoT) สำหรับธุรกิจดิจิทัล กฎหมายและจริยธรรมและการทำธุรกรรมดิจิทัลและกรณีศึกษา
หน่วยการเรียนรู้หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จำนวนชั่วโมง สัปดาห์ที่123456789ความรู้พื้นฐานทางธุรกิจดิจิทัลโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจดิจิทัลนวัตกรรมสำหรับธุรกิจดิจิทัลระบบการทำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล.สื่อสังคมออนไลน์กับธุรกิจดิจิทัลธุรกิจดิจิทัลโมบายความมั่นคงปลอดภัยในการทำธุรกรรมดิจิทัลกฎหมายและจริยธรรมทางธุรกิจดิจิทัลกรณีศึกษาธุรกิจดิจิทัลสอบปลายภาค66888888841-22-34-56-78-910-1112-1314-1516-1718รวมทั้งหมด 72
ตารางวิเคราะห์หลักสูตรรหัสวิชา 31910-1002 ชื่อวิชา ธุรกิจดิจิทัลชั้น ปวส. 1 สาขาวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล พฤติกรรม พุทธิพิสัยทักษะพิสัย จิตพิสัย รวม จำนวนคาบ ชื่อหน่วย ความรู้ ความเข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์1. ความรู้พื้นฐานทางธุรกิจดิจิทัล 0 2 5 61.1 ความหมายของธุรกิจดิจิทัล 21.2 เทคโนโลยีที่สนับสนุนธุรกิจดิจิทัล 11.3 การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล 11.4 ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน 12. โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจดิจิทัล 2 3 6 62.1 ความหมายของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 12.2 แนวคิดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล 1 22.3 โครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกิจดิจิทัล 1 13. นวัตกรรมสำหรับธุรกิจดิจิทัล 5 3 7 83.1 ความหมายของนวัตกรรม 1 23.2 องค์ประกอบของนวัตกรรม 23.3 ประเภทของนวัตกรรมธุรกิจ 24. ระบบการทำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล. 5 3 12 84.1 ความหมายของธุรกรรม 1 24.2 ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 1 24.3 ระบบธุรกรรมดิจิทัล 1 24.4 รูปแบบการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 1 25. สื่อสังคมออนไลน์กับธุรกิจดิจิทัล 5 4 12 85.1 ความหมายของสื่อสังคมออนไลน์ 1 25.2 ประเภทของสื่อสังคมออนไลน์ 1 25.3 อุปกรณ์เครื่องมือทางสื่อสังคมออนไลน์ 1 25.4 ประโยชน์และข้อจำกัดของสังคมออนไลน์ 1 2
ตารางวิเคราะห์หลักสูตรรหัสวิชา 31910-1002 ชื่อวิชา ธุรกิจดิจิทัลชั้น ปวส. 1 สาขาวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล พฤติกรรม พุทธิพิสัยทักษะพิสัย จิตพิสัย รวม จำนวนคาบ ชื่อหน่วย ความรู้ ความเข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์6. ธุรกิจดิจิทัลโมบาย 5 5 12 86.1 ความหมายของธุรกิจดิจิทัลโมบาย 1 26.2 ความสำคัญของธุรกิจดิจิทัลโมบาย 1 26.3 แอพพลิเคชันหลักของกลุ่มธุรกิจดิจิทัลโมบาย 1 26.4 โครงสร้างพื้นฐานระบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ ไร้สาย 1 27. ความมั่นคงปลอดภัยในการทำธุรกรรมดิจิทัล 3 4 6 87.1 ภัยคุกคามความมั่นคงในการทำธุรกิจดิจิทัล 17.2 ความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีดิจิทัล 17.3 การทำธุรกรรมดิจิทัลอย่างปลอดภัย 1 27.4 แนวคิดเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยสำหรับธุรกิจดิจิทัล 18. กฎหมายและจริยธรรมทางธุรกิจดิจิทัล 5 4 12 88.1 กฎหมายดิจิทัล 1 28.2 พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) 1 28.3 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 25601 28.4 จริยธรรมในการทำธุรกิจดิจิทัล 1 2
ตารางวิเคราะห์หลักสูตรรหัสวิชา 31910-1002 ชื่อวิชา ธุรกิจดิจิทัลชั้น ปวส. 1 สาขาวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล พฤติกรรม พุทธิพิสัยทักษะพิสัย จิตพิสัย รวม จำนวนคาบ ชื่อหน่วย ความรู้ ความเข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์9. กรณีศึกษาธุรกิจดิจิทัล 5 5 12 49.1 กรณีศึกษาที่ 1 การปรับตัวของยูนิโคล่ (UNIQLO) ใน ยุคดิจิทัล1 26.2 กรณีศึกษาที่ 2 Netflix (เน็ตฟลิกซ์) 1 26.3 จากร้านอาหาร สู่บริการ Food Delivery, Cloud Kitchen และ E-Marketplace1 26.4 กรณีศึกษาที่ 4 Red Bull ที่ใช้ Instargram เข้าถึงผู้บริโภคมากกว่า 1.2 ล้านคน 1 2สอบปลายภาค 4
แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 1หน่วยการเรียนรู้ที่ 1สอนครั้งที่ 1-3ชั่วโมงรวม 6ชื่อเรื่อง ความรู้พื้นฐานทางธุรกิจดิจิทัล จำนวนชั่วโมง 61. สาระสำคัญการสร้างธุรกิจให้เติบโต การปรับเปลี่ยนธุรกิจให้ทันกระแสโลกเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในขณะที่ทุกคนเข้าถึงโลกออนไลน์และการขายสินค้าผ่านโลกดิจิทัล ในขณะเดียวกันหลายคนก็ยังไม่ทราบว่าดิจิทัลคืออะไร และสำคัญอย่างไรต่อผู้ประกอบการ ซึ่งความสำคัญของโลกดิจิทัลคือโอกาสในการเติบโตอีกขั้นหนึ่งของเจ้าของธุรกิจ ซึ่งถ้าสามารถจับจุดได้ และเปลี่ยนธุรกิจของตนเองให้เข้าสู่ธุรกิจดิจิทัลได้ ความสำเร็จอีกขั้นก็อยู่ไม่ไกล2. สมรรถนะประจำหน่วย2.1แสดงความรู้เกี่ยวกับความหมายของธุรกิจดิจิทัล2.2 อธิบายเทคโนโลยีที่สนับสนุนธุรกิจดิจิทัล2.3 อธิบายการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล2.4 อธิบายดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน2.5 เตรียมวัสดุอุปกรณ์เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน2.6 แสดงพฤติกรรมที่มีเจตคติที่ดี ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ละเอียดรอบคอบ3. จุดประสงค์การเรียนรู้3.1 ด้านความรู้3.1.1 เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของธุรกิจดิจิทัล3.1.2 เพื่อให้เข้าใจเทคโนโลยีที่สนับสนุนธุรกิจดิจิทัล3.1.3 เพื่อให้เข้าใจการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล3.1.4 เพื่อให้เข้าใจดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน3.2 ด้านทักษะ3.2.1 อธิบายความหมายของธุรกิจดิจิทัลได้3.2.2 อธิบายเทคโนโลยีที่สนับสนุนธุรกิจดิจิทัลได้3.2.3 อธิบายการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้3.2.4 อธิบายเกี่ยวกับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันได้3.2.5 แยกแยะลักษณะของธุรกิจยุคดั้งเดิม และธุรกิจยุคดิจิทัลได้
3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์3.3.1 มีเจตคติที่ดี 3.3.2 ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ 3.3.3 ซื่อสัตย์ 3.3.4 ละเอียดรอบคอบ4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ความหมายของธุรกิจดิจิทัล (Digital Business)ธุรกิจดิจิทัล (Digital Business) คือการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาพัฒนาธุรกิจที่ทำอยู่ การสร้างสรรค์ของธุรกิจใหม่ที่ออกแบบโดยการทำให้ภาพของโลกดิจิทัลและโลกทางกายภาพเข้าด้วยกัน เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีดิจิทัลและการทำงานของคน ที่ทำให้เกิดสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการต่าง ๆ จุดประสงค์หลักคือการหาทางเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจนั่นเอง เช่น การนำแอพพลิเคชัน (Application) มาช่วยในการเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชอบใช้สมาร์ทโฟน (Smart Phone) การสร้างช่องทางขายผ่านสื่อสังคม (Social media) ต่าง ๆ และการทำโฆษณา รวมไปถึงการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าในแบบออนไลน์ เป็นต้นเทคโนโลยีที่สนับสนุนธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มดิจิทัล หมายถึง โครงสร้างพื้นฐาน หรือ แหล่งรวบรวมสินค้า บริการ เครื่องมือ และข้อมูลดิจิทัลเพื่อใช้ในการสร้างสินค้าหรือบริการใหม่ในทางธุรกิจ เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างผลกระทบเครือข่าย (Network effects) คือยิ่งมีคนใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลจำนวนมาก จะส่งผลให้เกิดต้นทุนต่อผู้ใช้งานลดลง และประโยชน์ต่อผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม (Technology Platform) ได้แก่1. สื่อสังคม (Social Media) หรือเทคโนโลยีสื่อสังคม (Social technology) คือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสื่อกลางที่ให้บุคคลทั่วไปมีส่วนร่วมสร้างและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตได้ เช่น เฟซบุ๊ค (Facebook) ไลน์ (Line) เป็นต้น2. โมบาย (Mobile) คือ อุปกรณ์สื่อสารไร้สายที่เคลื่อนที่ได้ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน (Smart Phone) เท็บแล็ต (Tablet) หรืออุปกรณ์ที่มีความสามารถในการติดต่อสื่อสารแบบเคลื่อนที่ได้ (Mobility) การใช้โมบายแอพพลิเคชัน (Mobile application)3. การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) คือ การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลในเชิงลึก
4. การประมวลผลกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) หรือ คลาวด์ (Cloud) คือบริการที่ครอบคลุมถึงการให้ใช้กำลังประมวลผล หน่วยจัดเก็บข้อมูล และระบบออนไลน์ต่าง ๆ จากผู้ให้บริการ เพื่อลดความยุ่งยากในการติดตั้ง ดูแลระบบ ช่วยประหยัดเวลา และลดต้นทุนในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายเอง5. อิน เตอร์เน็ตของสรรพ สิ่ง (Internet of Things : IoT) คือสภาพแวดล้อม ประกอบด้วย สรรพสิ่งที่สามารถสื่อสารและเชื่อมต่อกันได้ ผ่านโปรโตคอลการสื่อสารทั้งแบบใช้สายและไร้สาย โดยสรรพสิ่งต่าง ๆ มีวิธีการระบุตัวตนได้ รับรู้บริบทของสภาพแวดล้อมได้ และมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบและทำงานร่วมกันได้- เซ็นเซอร์ภายในบ้าน ตรวจจับการเคลื่อนไหวของผู้อยู่อาศัย อาศัย และส่งสัญญาณไปสั่งเปิด/ปิดสวิตซ์ไฟตามห้องต่าง ๆ ที่มีคนหรือไม่มีคนอยู่- เทคโนโลยีที่ช่วยให้สรรพสิ่งรับรู้ข้อมูลในบริบทที่เกี่ยวข้อง เช่น เซ็นเซอร์ ระบบสมองกลฝังตัวการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลสภาพยุคเศรษฐกิจที่มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวนำ (Digital Economy) ในการสร้าง การเติบโตทางธุรกิจ มีลักษณะเด่นอยู่ 3 ประการ คือ1. การใช้ทรัพยากรเมื่อต้องการ (Resource on Demand) ภายใต้เศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากกำลังการผลิตที่เหลือของทรัพยากรหรือสินทรัพย์ที่ มีอยู่ 2. การใช้ศักยภาพของบุคลากรเมื่อต้องการ (Talent on Demand) ในรูปแบบของแรงงานอิสระ (Freelance Workforce) คำว่า “Freelance” หรือ “Freelancer” คือผู้มีอาชีพอิสระไม่ขึ้นตรงต่อหน่วยงานองค์กรใด ๆ Freelance จะต้องจัดตารางเวลาการทำงานของตนเองและรับเงินจากผู้ว่าจ้าง ซึ่งตกลงตามความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย 3. การแสวงหาความรู้และข้อมูลที่จำเป็นเมื่อต้องการ (Intelligence on Demand) ผ่านทาง Crowds และ Cloud โดยการกระจายปัญหาไปยังชุมชนออนไลน์หรือในโลกไซเบอร์เพื่อค้นหาคำตอบและวิธีการในการแก้ปัญหาทางธุรกิจ เรียกว่า Crowdsourcing ส่วนระบบ Cloud คือ แอพพลิเคชันที่ช่วยเก็บข้อมูล ตรวจสอบข้อมูลที่ต้องการด้วยรูปแบบ Saas (Software as a Service) ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานได้ทุกที่ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งเซิร์ฟเวอร์เพื่อเก็บข้อมูลที่มากมาย ลดความยุ่งยาก ไม่ต้องดูแลระบบไอที ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการ ซึ่งจะคอยดูแลระบบตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งซอฟต์แวร์ต่าง ๆ สามารถเรียกข้อมูลใช้เมื่อต้องการเทคโนโลยีที่เป็นหลักในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ประกอบด้วย ระบบไซเบอร์ (Cyber Physical System) ระบบประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing) การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) ระบบความปลอดภัย (System Security) ระบบการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) เทคโนโลยี
การผสมผสานโลกเสมือน (Augmented Reality) และหุ่นยนต์ที่ออกแบบขึ้นมาโดยมีพื้นฐานเลียนแบบร่างกายมนุษย์ (Humanoid Robots) การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลจะอาศัยการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นตัวนำ ซึ่งทำให้สภาพแวดล้อมในการทำงาน รูปแบบกระบวนการทำงานและ กลยุทธ์ ตลอดจนโครงสร้างองค์กรแตกต่างออกไปจากเดิม โดยมีลักษณะที่สำคัญ คือ1. มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ ต่าง ๆ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (Internet) และ แอพพลิเคชัน(Applications) ที่ออกแบบเพื่อรองรับ ความต้องการของแต่ละบุคคล (The Internet of Me) เมื่อดิจิทัล และอินเตอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หรือ Internet of Things (IoT) ผู้บริโภคต้องการให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างไร้รอยต่อ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ผู้บริโภคเริ่มคาดหวังว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทำงานนั้นจะต้องรู้จักตัวตนของผู้ใช้และเข้าใจว่าผู้ใช้ต้องการอะไร รวมทั้งสามารถสื่อสารกับอุปกรณ์อื่น ๆ รอบตัวเพื่อส่งผ่านข้อมูลนั้นไปได้ 2. การเกิดขึ้นของแรงงานที่มีทักษะด้านดิจิทัล ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ มีความสามารถในการใช้และเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว (Digital Natives) ในขณะที่คนรุ่นก่อนหน้าต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกิดขึ้น (Digital Immigrants) ส่วนใหญ่ Digital Natives เป็นกลุ่มที่เกิดหลังปี 1994 ซึ่งระบบอินเตอร์เน็ตมีการใช้อย่างแพร่หลาย ปัจจุบันมีอายุประมาณ 10-29 ปี คนกลุ่มนี้จะคุ้นเคยกับการใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน หรือเพื่อเล่นเกม ทำการบ้าน ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและกิจกรรม ตลอดจนติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นผ่านทางโซเซียลมีเดียต่าง ๆ3. การทำงานและการใช้ชีวิต (Work and Life) เปลี่ยนไป เนื่องจากมีการเชื่อมต่อการทำงานผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย (Social Media) ทำให้พนักงานจะอยู่ที่ใด ใช้อุปกรณ์แบบใด ในเวลาใดก็สามารถทำงานได้ (Any Place Any Time Any Devices) การทำงานแบบ Telecommuting หรือ Work Anywhere เป็นรูปแบบการทำงานที่พนักงานสามารถใช้อินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียทำงานได้จากที่บ้าน ที่พักอาศัย หรือสถานที่อื่น ๆ ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปที่ทำงาน อย่างไรก็ตามองค์ประกอบที่สำคัญคือต้องมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในราคาที่เหมาะสม จึงจะส่งเสริมให้เกิดการทำงานในลักษณ ะ Telecommuting แพร่หลายมากขึ้น4. งานในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) เริ่มถูกแทนที่ด้วยการใช้ระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ (Automation) ทำให้รูปแบบแรงงานในอนาคต (Future Workforce) แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ งานที่จะหายไปเนื่องจากถูกแทนที่ด้วยระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ งานที่อาศัยทักษะและความรู้ควบคุมและใช้งานระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ งานที่เกิดขึ้นใหม่เนื่องจากการใช้ระบบเครื่องจักรอัตโนมัติและงานที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงเนื่องจากไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยระบบเครื่องจักรอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ตกงานในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลแรงงานจำเป็นต้องพัฒนาทักษะใน 3 ด้าน คือ ทักษะในการใช้ประโยชน์จากสื่อ (Media Literacy Ability) ทักษะในการจัดลำดับและแยกแยะข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่มีความสำคัญ (Cognitive Load Management
Ability) ทักษะในการแปลความหมายของข้อมูลที่มีอยู่อย่างมากมายมหาศาลไปสู่สิ่งที่เป็นประโยชน์ (Computational Thinking Ability) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Virtual Collaboration)5. รูปแบบการทำธุรกิจต้องเผชิญกับการกดดันจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและทำลายธุรกิจที่ปรับตัวไม่ทันจนต้องล่มสลาย (Disruptive Technology) และถ้าตามพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ทันก็จะล่มสลายเร็ว เนื่องจากสินทรัพย์ส่วนใหญ่จับต้องไม่ได้หรือไม่มีอยู่ในมือ6. องค์กรในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) จะมีรูปแบบที่แบนราบและมีขั้นตอนการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น สายการบังคับบัญชาแบบบนลงล่าง (Top-down) ที่ใช้กันทั่วไปไม่สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้ทัน สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ช้า ขณะเดียวกัน การจัดโครงสร้างแบบการแบ่งทีมตามโครงการ (Project based Organization) ก็ไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรยุคใหม่เสมอไป เนื่องจากปัญหาความซับซ้อน เข้าใจยากและสร้างความสับสนให้พนักงาน แนวคิดใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจคือ การบริหารองค์กรแบบไร้ลำดับชั้น (Holacracy Organization) เพื่อรองรับวิวัฒนาการของธุรกิจในปัจจุบันที่เข้าสู่ยุคการทำงานร่วมกัน ( Collaborative) หรือ เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) หลักการพื้นฐาน คือการยกเลิกอำนาจและโครงสร้างบริหาร ให้ความสำคัญกับการกำหนดบทบาท (Roles) ที่ต้องทำหรือความรับผิดชอบให้ชัดเจน หลังจากนั้นผู้ที่รับผิดชอบก็ดำเนินงานไปโดยไม่ต้องมีหัวหน้ามาคอยควบคุม ความแตกต่างที่สำคัญจากการบริหารแบบเดิมคือ บทบาท (Roles) จะถูกกำหนดโดยงานเป็นหลัก (ไม่ใช่ตัวคน) อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา และคนแต่ละคนก็สามารถทำงานได้หลายบทบาท นอกจากนี้ อำนาจในการตัดสินใจจะถูกกระจายไปยังทีมและผู้ที่ดำรงบทบาทต่างๆ การตัดสินใจจึงเกิดขึ้นในระดับปฏิบัติการ เป็นการบริหารงานด้วยตนเองไม่ใช่ตามสายการบังคับบัญชา ที่สำคัญคือจะมีกฎและแนวทางในการทำงานที่เปิดเผย โปร่งใสและชัดเจน ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตาม มีการใช้แอพพลิเคชัน (Application) หรือ เว็บไซต์(Website) ช่วยประสานร่วมมือการทำงานในลักษณะระบบเวิร์กโฟล์ว (Social Workflow) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อใช้งานได้กับทุกอุปกรณ์ (Any Device) ทำให้การทำงานแบบไร้ลำดับชั้นง่ายขึ้น7. โครงสร้างการบริหารงานจะเปลี่ยนจากรูปแบบปิรามิดที่มีการทำงานร่วมกันระหว่างผู้นำหน่วยงานหลัก และหน่วยงานสนับสนุน ไปเป็นโครงสร้างแบบยืดหยุ่น มีผู้นำและทีมพัฒนานวัตกรรมที่มีอิสระ ตัดสินใจได้เอง นำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้นดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation)ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) คือ การเปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อให้เข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เป็นการปรับเปลี่ยนองค์กรให้ใช้ประโยชน์จากดิจิทัลให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมายธุรกิจ วางแผน พัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนช่องทางการส่งมอบสินค้าและ
บริการให้กับผู้บริโภค เพื่อเปลี่ยนองค์กรให้เป็นองค์กรดิจิทัลที่มีวัฒนธรรมดิจิทัล เป็นตัวตั้งต้น และพัฒนาองค์กรให้เติบโตด้วยเทคโนโลยีต่อไป ซึ่งดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ในธุรกิจสามารถเปลี่ยนแปลงได้ใน 3 ด้าน คือ1. เปลี่ยนแปลงด้านรูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Business Model) รูปแบบของธุรกิจ (Business Model) คือ ภาพรวมการทำงานของธุรกิจประเภทนั้น ๆ ครอบคลุมตั้งแต่วิธีการดำเนินธุรกิจ กลุ่มลูกค้า (Customer Segment) การได้รายรับ (Revenue) รายจ่าย(Cost) ซึ่งแต่ละธุรกิจจะแตกต่างกันออกไป เมื่อเกิดการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันขึ้น บางธุรกิจโมเดลนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในบางส่วนหรืออาจเกิดการเปลี่ยนแปลงหมดทั้งโมเดลก็ได้ อย่างธุรกิจที่เห็นได้ชัดเช่นการใช้บริการรถยนต์โดยสาร เดิมโมเดลธุรกิจประเภทนี้คือการเรียกแท็กซี่ แต่ปัจจุบันเมื่อเกิดแอพพลิเคชั่นแบบแกร็บ (Grab) รูปแบบธุรกิจประเภทนี้ก็เปลี่ยนไป หรือจะเป็นการส่งอาหาร ที่เดิมมีแต่พิซซ่าและฟาสต์ฟู้ดบางรายเท่านั้นที่ให้บริการ แต่ปัจจุบันร้านค้าข้างทางหรือในตลาดก็สามารถให้บริการในส่วนนี้ได้ผ่านแอพลิเคชันสำหรับส่งอาหารโดยเฉพาะ เช่น แกร็บฟู้ด(Grabfood), ไลน์แมน (Lineman) เป็นต้นการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจสำหรับเจ้าของธุรกิจสามารถเริ่มจากเล็ก ๆ คือหยิบยืมธุรกิจที่มีโมเดลช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ มาใช้ได้ เช่น เริ่มต้นด้วยการใช้ช่องทางออนไลน์ในการขาย และใช้บริการขนส่งต่าง ๆ จัดส่งให้กับลูกค้า ก็เป็นการเพิ่มช่องทางและเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจไปได้หลายส่วนเช่นกัน2. เปลี่ยนแปลงด้านการปฏิบัติการ (Business Operation)ในการทำงานแบบยุคก่อนดิจิทัลนั้นพึ่งพากำลังมนุษย์เป็นหลัก อาจมีซอฟต์แวร์บางตัวที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น มีโปรแกรมบางอย่างที่ช่วยในการเก็บสต็อกสินค้า นั่นคือการนำเทคโนโลยีมาใช้ในยุคแรก ๆ แต่เมื่อเกิดดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ก็ได้ช่วยเปลี่ยนวิธีการทำงานและระบบปฏิบัติการให้พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ลดทอนการใช้กำลังมนุษย์ และความซ้ำซ้อนในวิธีการทำงานให้น้อยลง เพราะธรรมชาติของดิจิทัลนั้นมีความแม่นยำมากกว่า และช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ในการทำงานลง เราจะทำงานที่ไหนก็ได้ เพราะดิจิทัลเข้ามาช่วยให้การสื่อสารง่ายขึ้นซึ่งทำให้แต่ละส่วนในองค์กรทำงานอย่างสอดประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากพูดถึงการนำดิจิทัลมาปรับใช้กับองค์กร หลายคนจะคิดถึงการนำมาปรับใช้กับการตลาด แต่ในความเป็นจริงดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน สามารถพัฒนาองค์กรในภาพรวมได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะฝ่ายการตลาดเท่านั้น ฝ่ายบริหาร ฝ่ายบุคคล หรือแม้แต่ฝ่ายผลิตก็สามารถใช้ ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันเพื่อปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้นได้การเปลี่ยนแปลงด้านการปฏิบัติการเพื่อให้สอดรับกับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นนั้น เป็นประโยชน์ตั้งแต่ด้านการวางแผน พัฒนานวัตกรรม ปรับปรุงสินค้าและบริการ การขาย การตลาด ไปจนถึงการวัดผลการทำงานของทั้งองค์กร
3. เปลี่ยนแปลงประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience)เมื่อองค์กรผู้ผลิตสินค้าและบริการเริ่มต้นด้วยการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับย่อมมีความต่างออกไป สิ่งที่เทคโนโลยีดิจิทัลจะสามารถทำได้ในแง่ประสบการณ์เป็นได้ตั้งแต่ความรู้สึก เช่น ง่ายกว่า เร็วกว่า มากกว่า ไปจนถึงสิ่งที่เป็นชิ้นเป็นอันจับต้องได้จริง เช่น การใช้บริการผ่านแอพพลิเคชันโมบายแบงค์กิ้งในโทรศัพท์มือถือ ที่เปลี่ยนและลดทอนการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ลงไปได้มาก ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้นก็คือ ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีที่แล้วใครสักคนต้องการโอนเงินจากบัญชีเงินฝาก สิ่งที่ต้องทำคือเดินออกจากบ้าน ตามหาสาขาธนาคารหรือตู้เอทีเอ็ม สอดบัตรลงไป แล้วกดเลขบัญชีปลายทาง กดโอน และอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นมาหากเป็นการโอนต่างธนาคาร แต่ในปัจจุบันแต่ละธนาคารแข่งขันกันในด้านการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้การใช้จ่ายสำหรับสินค้าบริการต่าง ๆ ง่ายขึ้น รวมถึงการเสียภาษี ธุรกรรมกับราชการ การลงทุน ซื้อประกันภัยประกันชีวิต แม้กระทั่งการบริจาคทำบุญ ก็ทำได้ผ่านโมบายแบงกิ้ง ผลที่ตามมาคือ การเดินออกจากบ้าน บัตรเอทีเอ็ม ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายเมื่อไปธนาคารก็ถูกตัดทอนให้หายไปเช่นกัน ในเมื่อทุกสิ่งผู้ใช้ทำได้ด้วยตัวเอง ธนาคารก็ไม่มีเหตุผลอะไรในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอีกต่อไป5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 การนำเข้าสู่บทเรียน5.1.1 ผู้สอนเตรียมการสอน5.1.2 ผู้สอนเตรียมสื่อเพาเวอร์ พอยต์ (Power Point)5.1.3 ผู้สอนทำการสอนกล่าวทักทายผู้เรียน และแนะนำตัว เนื่องจากเป็นการสอนครั้งแรก 5.1.4 ผู้สอนตรวจสอบรายชื่อผู้เรียน5.1.5 ผู้สอนบอกจุดประสงค์รายวิชา มาตรฐานรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา5.1.6 ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อทดสอบความรู้ของผู้เรียน ผู้สอนเตรียมแบบทดสอบก่อนเรียน 5.2 การเรียนรู้5.2.1 ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับความหมายของธุรกิจดิจิทัล โดยใช้สื่อ Power Point5.2.2 ผู้สอนตั้งคำถามกับผู้เรียนเกี่ยวกับความหมายของธุรกิจดิจิทัล 5.2.3 ผู้เรียนตอบคำถาม5.2.4 ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่สนับสนุนธุรกิจดิจิทัล โดยใช้สื่อ Power Point5.2.5 ผู้สอนตั้งคำถามกับผู้เรียน5.2.6 ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยใช้สื่อ Power Point5.2.7 ผู้สอนอธิบายดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) โดยใช้สื่อ Power Point
5.2.8 ผู้สอนตั้งคำถามกับผู้เรียน5.2.9 ผู้สอนมอบหมายแบบฝึกหัดหน่วยที่ 1 ในเอกสารประกอบการเรียน5.3 การสรุป5.3.1 ประเมินจากแบบฝึกหัดหน่วยที่ 15.4 วัดผลและประเมินผล5.4.1 ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน5.4.2 ประเมินจากแบบทดสอบหลังเรียน6. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.1.1 หนังสือพื้นฐานธุรกิจดิจิทัล. ประภาวรรณ เกษวิริยะการณ์. สำนักพิมพ์เมืองไทย6.2 สื่อโสตทัศน์6.2.1 สื่อการเรียนการสอน Power Point วิชา พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล6.2.2 เครื่องโปรเจ็คเตอร์6.2.3 เครื่องคอมพิวเตอร์7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน)แบบฝึกหัดหน่วยที่ 1 เรื่องความรู้พื้นฐานทางธุรกิจดิจิทัล8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น บูรณาการรายวิชากับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และคุณลักษณะอันพึงประสงค์9. การวัดและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียนวัดผลจากแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 1 เรื่องความรู้พื้นฐานทางธุรกิจดิจิทัล9.2 ขณะเรียน สังเกตขณะนั่งเรียนและทำแบบฝึกหัด สังเกตจากการตอบคำถาม9.3 หลังเรียนประเมินจากการสรุปบทเรียนและการตอบคำถาม
10. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้10.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ......................................10.2 ปัญหาที่พบ ............................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................10.3 แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................
แบบประเมินผลคำชี้แจง ให้นักศึกษาใส่เครื่องหมาย ✓ ในระดับคะแนนที่เห็นว่าเหมาะสมมากที่สุดชื่อกลุ่มที่ถูกประเมิน............................................................................................................................. .................ที่ รายการประเมินคะแนนข้อคิดเห็น3 2 11 ความถูกต้อง2 ผลการวิเคราะห์ อภิปรายและสรุป3 การแสดงแนวคิด รวมผู้ประเมิน...........................................................วันที่..........เดือน......................... พ.ศ. ..............เกณฑ์การให้คะแนนความถูกต้อง3 คะแนน = เนื้อหาถูกต้อง สื่อความหมายชัดเจน ส่งตรงเวลา2 คะแนน = เนื้อหาถูกต้อง สื่อความหมายไม่ชัดเจน ส่งตรงเวลา1 คะแนน = เนื้อหาถูกต้อง สื่อความหมายไม่ชัดเจน ส่งไม่ตรงเวลาผลการวิเคราะห์ อภิปรายและสรุป3 คะแนน = ประเด็นครบถ้วน ชัดเจน ถูกต้อง2 คะแนน = ประเด็นครบถ้วนแต่ไม่ชัดเจน หรือไม่ถูกต้อง1 คะแนน = ประเด็นไม่ครบถ้วนการแสดงแนวคิด3 คะแนน = มีแนวคิดแปลกใหม่ ดึงดูดความสนใจ สร้างสรรค์2 คะแนน = มีคุณสมบัติ 2ใน 3เรื่องข้างต้น1 คะแนน = มีคุณสมบัติ 1ใน 3เรื่องข้างต้น
แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 2หน่วยการเรียนรู้ที่ 2สอนครั้งที่ 4-6ชั่วโมงรวม 6ชื่อเรื่อง โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจดิจิทัล จำนวนชั่วโมง 121. สาระสำคัญการจะปรับเปลี่ยนธุรกิจแบบดั้งเดิมมาเป็นธุรกิจในแบบดิจิทัล สิ่งสำคัญเริ่มต้นตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นการผสมสานเทคโนโลยีจนเป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อให้กลายเป็นนวัตกรรมในการพัฒนาธุรกิจดิจิทัล ซึ่งทางภาครัฐได้ให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจดิจิทัลในหลาย ๆ ด้าน นอกจากนี้หน่วยงาน หรือองค์กรต้องเรียนรู้และพร้อมจะปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ ทั้งผู้นำองค์กร พนักงาน กระบวนการทำงาน สิ่งแวดล้อมในองค์กรและรูปแบบการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร2. สมรรถนะประจำหน่วย2.1แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล2.2 จำแนกความแตกต่างของโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกิจดิจิทัล2.3 จำแนกโครงสร้างธุรกิจแบบธุรกิจดั้งเดิมและธุรกิจดิจิทัล 2.4 เตรียมวัสดุอุปกรณ์เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน 2.5 แสดงพฤติกรรมที่มีเจตคติที่ดี ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ละเอียดรอบคอบ3. จุดประสงค์การเรียนรู้3.1 ด้านความรู้3.1.1 เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล3.1.2 เพื่อให้เข้าใจแนวคิดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล3.1.3 เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกิจดิจิทัล3.1.4 เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างธุรกิจแบบธุรกิจดั้งเดิมและธุรกิจดิจิทัล3.2 ด้านทักษะ3.2.1 อธิบายความหมายของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้3.2.2 อธิบายแนวคิดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลได้3.2.3 อธิบายโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกิจดิจิทัลได้3.2.4 จำแนกความแตกต่างของโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกิจดิจิทัลได้
3.2.5 จำแนกโครงสร้างธุรกิจแบบธุรกิจดั้งเดิมและธุรกิจดิจิทัลได้3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์3.3.1 มีเจตคติที่ดี 3.3.2 ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ 3.3.3 ซื่อสัตย์ 3.3.4 ละเอียดรอบคอบ4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ความหมายของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หมายถึง โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) โทรคมนาคม (Telecommunication) และการแพร่ภาพกระจายเสียง (Broadcast) รวมทั้งการหลอมรวมของเทคโนโลยี (Convergence) ทั้งสามด้านที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแนวคิดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล หมายถึง เศรษฐกิจและสังคมที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (หรือที่เรียกว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อให้ทันยุคสมัย) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระบวนการผลิต การดำเนินธุรกิจ การค้า การบริการ การศึกษา การสาธารณสุข การบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคม และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และมีคณะกรรมการเฉพาะด้านทำหน้าที่ช่วยเหลือคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ชี้นำทิศทางของการพัฒนาให้แก่หน่วยงานทั้งภาคเอกขนและภาครัฐ และกำหนดนโยบายสนับสนุนด้านการสร้างแรงจูงใจ (Incentive) นวัตกรรม (Innovation) จัดหาตลาดให้แก่เอกชน เพื่อร่วมกันสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งและพัฒนาคนไทยที่มีความสามารถ โดยคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลแห่งชาติ ประกอบด้วย คณะกรรมการเฉพาะด้าน 5 ด้านคือ1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Hard Infrastructure)2. การสร้างความมั่นคงปลอดภัย และความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Soft Infrastructure) 3. โครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการให้บริการ (Service Infrastructure)4. การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Economy Promotion)5. การสร้างสังคมดิจิทัลที่มีคุณภาพและการพัฒนาคลังทรัพยากรสารสนเทศของประเทศ (Digital Society)
โครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกิจดิจิทัลองค์กรและธุรกิจต่าง ๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจแบบเดิม เป็นรูปแบบธุรกิจดิจิทัล ทำได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของธุรกิจดังนี้1. ผู้นำองค์กร ในฐานะผู้กำหนดทิศทางและนำทางขององค์กร ผู้นำจึงต้องทำหน้าที่ในการส่งเสริมการทำงานอย่างเข้มแข็งและเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ในช่วงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญขององค์กรพนักงานทุกคนจะต้องเข้าใจเป้าหมายขององค์กรและมีการดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อลงมือปฏิบัติงานได้ทันทีและรวดเร็วดังนั้น ผู้นำจะต้องแสดงให้เห็นว่าตนให้การสนับสนุนกลยุทธ์ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ซึ่งรวมไปถึงการกำหนดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่มีเป้าหมายและแนวทางที่ชัดเจน และเป็นต้นแบบที่ดี ในด้านบุคลิกภาพ ค่านิยมและวิธีในการบริหารนั้น ผู้นำในทุกระดับจะต้องมีใจกว้าง มองโลกในแง่ดี เปิดรับฟังความคิดต่างอย่างจริงใจ และต้องตัดสินใจได้รวดเร็ว2. พนักงาน พนักงานนั้นจะต้องมีทัศนคติที่ดีต่อการปรับเปลี่ยน สิ่งที่มักพบได้บ่อย ๆ คือ พนักงานมักเข้าใจว่าเมื่อมีองค์กรหรือ ธุรกิจมีการปรับเปลี่ยนเป็นดิจิทัล ก็แสดงว่าองค์กรจะปรับลดจำนวนพนักงานลงดังนั้น ลำดับแรกองค์กรจะต้องทำให้พนักงานเข้าใจตรงกันก่อนว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น ทำให้พนักงานมีเวลาให้ความสำคัญกับงานที่ต้องการความคิดและความสามารถได้มากขึ้น แทนที่จะคิดว่าเทคโนโลยีจะมาแทนและมาแย่งงานของตน เช่น การนำเครื่องมือการขาย (Sales Tool) มาใช้กับการสั่งซื้อออนไลน์ และการติดตาม (online order และ tracking) นั้นจะช่วยให้ชีวิตการทำงานสะดวกและรวดเร็วขึ้นสร้างกระบวนการทำงานแบบแพลตฟอร์ม (Platform)เมื่อพนักงานมีความพร้อมด้านทัศนคติแล้ว ต้องมีการปรับวิธีการทำงานด้วยเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีช่วยให้การติดต่อประสานงานเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว แต่ถ้ารูปแบบการทำงานยังเป็นแบบปิดกั้น เราก็จะไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยรูปแบบการทำงานที่เหมาะสมนั้น จะต้องเป็นแบบ Open Platform และต้องไม่มีการทำงานเป็น ต่างคนต่างทำอีกต่อไป ต้องสร้าง การทำงานที่เชื่อมต่อกัน เพื่อใช้ประโยชน์ของความชำนาญที่แตกต่างกันของแต่ละแผนกให้สูงสุด1. สร้างสิ่งแวดล้อมเพื่อความคล่องตัว นอกจากตัวคนซึ่งเป็นส่วนสำคัญและวิธีการทำงานที่เป็นฟันเฟืองหลักแล้ว การสร้างสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลก็มีความสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ สิ่งแวดล้อมดังกล่าวนั้น รวมถึง การสร้างบรรยากาศ สิ่งอำนวยความสะดวก และวิถีชีวิตในที่ทำงาน2. สร้างการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น จะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้หากขาดการสื่อสารภายในองค์กรอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง โดยต้องเริ่มจากการสื่อสารถึงประโยชน์ของธุรกิจดิจิทัล ด้วยคอนเทนต์ที่น่าสนใจ น่าติดตาม กระชับ เข้าใจง่ายและตรงจุดทั้งนี้ ไม่จำเป็นว่าการสื่อสารเรื่องดิจิทัลจะต้องทำผ่านสื่อดิจิทัลเท่านั้น สื่อต่าง ๆ ที่พนักงานพบเห็นบ่อย ๆ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เช่น สโลแกนที่ช่วยให้จดจำ เสื้อยืดสกรีนโลโก้ เป็นต้น
5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 การนำเข้าสู่บทเรียน5.1.1 ผู้สอนเตรียมสื่อเพาเวอร์ พอยต์ (Power Point)5.1.2 ผู้สอนเตรียมสื่อเพาเวอร์ พอยต์ 5.1.3 ผู้สอนทำการสอน และกล่าวทักทายผู้เรียน5.1.4 ผู้สอนตรวจสอบรายชื่อผู้เรียน5.1.5 ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อทดสอบความรู้ของผู้เรียน ผู้สอนเตรียมแบบทดสอบก่อนเรียน 5.2 การเรียนรู้5.2.1 ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับความหมายของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยใช้สื่อ Power Point5.2.2 ผู้สอนตั้งคำถามกับผู้เรียนเกี่ยวกับความหมายของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 5.2.3 ผู้เรียนตอบคำถาม5.2.4 ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับแนวคิดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล โดยใช้สื่อ Power Point5.2.5 ผู้สอนตั้งคำถามกับผู้เรียน5.2.6 ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกิจดิจิทัลโดยใช้สื่อ Power Point5.2.7 ผู้สอนมอบหมายแบบฝึกหัดหน่วยที่ 2 ในเอกสารประกอบการเรียน5.2.8 ผู้สอนเตรียมแบบฝึกหัด5.3 การสรุป5.3.1 ประเมินจากแบบฝึกหัดหน่วยที่ 25.4 วัดผลและประเมินผล5.4.1 ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน5.4.2 ประเมินจากแบบทดสอบหลังเรียน6. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.1.1 หนังสือพื้นฐานธุรกิจดิจิทัล. ประภาวรรณ เกษวิริยะการณ์. สำนักพิมพ์เมืองไทย6.2 สื่อโสตทัศน์6.2.1 สื่อการเรียนการสอน Power Point วิชา พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล
6.2.2 เครื่องโปรเจ็คเตอร์ 6.2.3 เครื่องคอมพิวเตอร์ 6.2.4 ระบบอินเตอร์เน็ตในการเรียนออนไลน์7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน)แบบฝึกหัดหน่วยที่ 2 เรื่อง โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจดิจิทัล8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น บูรณาการรายวิชากับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และคุณลักษณะอันพึงประสงค์9. การวัดและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียนวัดผลจากแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 2 9.2 ขณะเรียน สังเกตขณะนั่งเรียนและทำแบบฝึกหัด สังเกตจากการตอบคำถาม9.3 หลังเรียนประเมินจากการสรุปบทเรียนและการตอบคำถามประเมินจากแบบทดสอบหลังเรียน10. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้10.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ ......................................................................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... ......................................10.2 ปัญหาที่พบ ............................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................10.3 แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................
แบบประเมินผลคำชี้แจง ให้นักศึกษาใส่เครื่องหมาย ✓ ในระดับคะแนนที่เห็นว่าเหมาะสมมากที่สุดชื่อกลุ่มที่ถูกประเมิน............................................................................................................................. .................ที่ รายการประเมินคะแนนข้อคิดเห็น3 2 11 ความถูกต้อง2 ผลการวิเคราะห์ อภิปรายและสรุป3 การแสดงแนวคิด รวมผู้ประเมิน...........................................................วันที่..........เดือน......................... พ.ศ. ..............เกณฑ์การให้คะแนนความถูกต้อง3 คะแนน = เนื้อหาถูกต้อง สื่อความหมายชัดเจน ส่งตรงเวลา2 คะแนน = เนื้อหาถูกต้อง สื่อความหมายไม่ชัดเจน ส่งตรงเวลา1 คะแนน = เนื้อหาถูกต้อง สื่อความหมายไม่ชัดเจน ส่งไม่ตรงเวลาผลการวิเคราะห์ อภิปรายและสรุป3 คะแนน = ประเด็นครบถ้วน ชัดเจน ถูกต้อง2 คะแนน = ประเด็นครบถ้วนแต่ไม่ชัดเจน หรือไม่ถูกต้อง1 คะแนน = ประเด็นไม่ครบถ้วนการแสดงแนวคิด3 คะแนน = มีแนวคิดแปลกใหม่ ดึงดูดความสนใจ สร้างสรรค์2 คะแนน = มีคุณสมบัติ 2ใน 3เรื่องข้างต้น1 คะแนน = มีคุณสมบัติ 1ใน 3เรื่องข้างต้น
แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 3หน่วยการเรียนรู้ที่ 3สอนครั้งที่ 7-10ชั่วโมงรวม 8ชื่อเรื่อง นวัตกรรมสำหรับธุรกิจดิจิทัล จำนวนชั่วโมง 201. สาระสำคัญเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้รูปแบบธุรกิจที่มีอยู่เกิดความต่อเนื่องมากขึ้น หรือเกิดเป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่ทำให้ธุรกิจที่แตกต่างกันสามารถเชื่อมถึงกันได้ทั้งหมด ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการใหม่ หรือประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้านข้อมูลและเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองการสื่อสารสองทาง และเรียลไทม์ให้แก่ลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมด้านดิจิทัลที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจและธุรกิจ ทำให้องค์กรต่าง ๆ เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องพัฒนากลยุทธ์เพื่อให้สามารถรักษาการตลาดไว้โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล2. สมรรถนะประจำหน่วย2.1แสดงความรู้เกี่ยวกับความหมายของนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล 2.2 จำแนกข้อดีและข้อควรคำนึงถึงของนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล 2.3 อธิบายนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัล 2.4 เรียงลำดับนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัล 2.5 เตรียมวัสดุอุปกรณ์เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน 2.6 แสดงพฤติกรรมที่มีเจตคติที่ดี ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ละเอียดรอบคอบ3. จุดประสงค์การเรียนรู้3.1 ด้านความรู้3.1.1 เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล3.1.2 เพื่อให้เข้าใจข้อดีและข้อควรคำนึงถึงของนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล3.1.3 เพื่อให้เข้าใจนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัล3.1.4 เพื่อให้เข้าใจนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัล3.1.5 เพื่อให้เข้าใจลำดับนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัล3.2 ด้านทักษะ3.2.1 อธิบายความหมายของนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัลได้3.2.2 จำแนกข้อดีและข้อควรคำนึงถึงของนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัลได้
3.2.3 อธิบายนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัลได้3.2.4 เรียงลำดับนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัลได้3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์3.3.1 มีเจตคติที่ดี 3.3.2 ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ 3.3.3 ซื่อสัตย์ 3.3.4 ละเอียดรอบคอบ4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้นวัตกรรมธุรกิจดิจิทัลนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Digital Business Innovation) หมายถึง ธุรกิจผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่เกิดจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่ปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนบนพื้นฐานของการหลอมรวมเทคโนโลยี ที่เรียกว่า สแมคไอ (SMACI)สแมคไอ(SMACI) หัวใจสำคัญของธุรกิจดิจิทัล เพื่อสนับสนุนธุรกิจดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพองค์ประกอบสำคัญทั้ง 5 ประการนี้เป็นสิ่งที่องค์กรควรนำมาใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด1. Social (S)ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เก็บโปรไฟล์ของลูกค้า2. Mobile (M) ช่องทางการติดต่อสื่อสารและเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน3. Analytics (A) วิเคราะห์ความต้องการและค้นหาความสัมพันธ์ต่าง ๆ จากฐานข้อมูลโปรไฟล์ลูกค้า4. Cloud (C) เทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยให้สามารถเปิดธุรกิจใหม่และกระจายสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วInternet of Things (I) อุปกรณ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น การขับรถ เพื่อให้สามารถคำนวณเบี้ยประกันจากวิธีการขับรถได้ เป็นต้นข้อดีและข้อควรคำนึงถึงของนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล1. ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มมากขึ้น2. กำไรที่เพิ่มขึ้น3. ประสบการณ์ของความสำเร็จจาการล้มเหลว4. สร้างคุณค่าต่อชีวิตและสังคม
ข้อควรคำนึงถึงของนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล1. นวัตกรรมธุรกิจดิจิทัลเป็นค่าใช้จ่าย2. ตลาดผู้บริโภคไม่พึงประสงค์3. พนักงานวิกฤตินวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัลนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัล หมายถึง นวัตกรรมเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาประเทศหรือดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งในระดับประเทศหมายถึงแนวทางใหม่ ๆ ในการเปลี่ยนหรือพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนและก้าวไกลบนเวทีโลกระดับองค์กรนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัล คือ กลไกสำคัญที่จะเปลี่ยนและนำองค์กรให้ประสบความสำเร็จอย่างมีคุณค่าต่อสังคมและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยในปัจจุบันนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัลส่วนใหญ่ในประเทศไทย มักเป็นการพัฒนามาจากโมเดลธุรกิจแบบดั้งเดิมแล้วนำมาทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ การเรียนการสอนออนไลน์ที่เป็นการนำคลิปวิดีโอของผู้สอนหรือติวเตอร์มาอยู่บน แพลตฟอร์มออนไลน์ โดยผู้เรียนสามารถเลือกเรียนวิชาหรือเนื้อหาใดก็ได้ตามความต้องการแล้วชำระเงินเป็นรายครั้ง สังคมยุคดิจิทัลในปัจจุบัน ได้เอื้อให้เกิดข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) โดยหากผู้ประกอบการรายใดสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาทำการสังเคราะห์และวิเคราะห์ได้ ก็จะสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและยังสามารถสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมได้ มากขึ้น การวิเคราะห์ฐานข้อมูลทางด้านการรักษาพยาบาลและการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อนำเสนอแพ็คเกจประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ข้อเสนอแนะในการสร้างนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัล1. การออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่หมด โดยการพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ว่าในปัจจุบันจะสามารถเปลี่ยนแนวคิดหรือนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้แทนได้อย่างไร หรือมีโอกาสทางธุรกิจใหม่และธุรกิจสามารถแสวงหาผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นได้จากการนำเสนอโมเดลธุรกิจใหม่ที่พลิกโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง2. การปรับเปลี่ยนรูปแบบโมเดลธุรกิจเดิมให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับน้อยกว่าวิธีแรก อาจทำได้โดยการทบทวน ปรับเปลี่ยน เพิ่มความคล่องตัวหรือสร้างความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นกระบวนการสร้างนวัตกรรมสำหรับธุรกิจดิจิทัล1. การจัดการประสบการณ์ลูกค้า เป็นกลยุทธ์ นโยบาย และกระบวนการที่บริษัทใช้ในการออกแบบ และส่งมอบการโต้ตอบระหว่างลูกค้ากับองค์กรประสบการณ์ของลูกค้า คือการรับรู้ที่สะสมของลูกค้า ทั้งในอดีตและในอนาคตของบริษัทผลิตภัณฑ์หรือบริการจากการสังเกตการณ์ การเผชิญหน้า และการทำธุรกรรม การขายสินค้าและบริการในตลาดที่มีการแข่งขันมากขึ้น ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและความต้องการที่ชะลอตัว ความเป็นไปได้ในการเติบโต
ของธุรกิจ ผ่านคุณสมบัติผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นนวัตกรรมมักจำกัดอยู่ ในขณะเดียวกัน ธุรกิจมีแนวโน้มที่จะได้รับผลดีจากคู่แข่งและแนวคิดที่มีต้นทุนต่ำกว่า และในขณะที่ข้อเสนอที่น่าสนใจมากมาย ทำให้ความภักดีของลูกค้าโดยรวมลดลง นอกจากนี้บริษัทต่าง ๆ ยังมีการเปิดรับและเปิดเผยต่อสาธารณชนทั่วไปมากขึ้น รวมถึงความคิดเห็นที่ไม่เป็นที่พอใจของผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ตีพิมพ์บนอินเตอร์เน็ต หรือประสบการณ์ในการให้บริการลูกค้าที่ไม่ดีที่แชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการแพร่ขยายอาจส่งผลต่อยอดขายและผลกำไรขององค์กร บริษัทที่ต้องการเพิ่มความเป็นศูนย์กลางของลูกค้า และความพึงพอใจของลูกค้า รวมถึงการบริหารประสบการณ์ลูกค้าเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ และแปลงกลยุทธ์ให้เป็นธุรกิจจริง แม้ว่าแนวทางการจัดการประสบการณ์ลูกค้า จะมุ่งเน้นไปที่ลูกค้า และพนักงาน โดยคำนึงถึงเทคโนโลยีด้วย2. นวัตกรรมทางสินค้าและบริการ นวัตกรรมทางสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ เป็นการนำนวัตกรรมมาพัฒนาและปรับปรุงสินค้าใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและ คุณสมบัติในการใช้งาน วิธีใช้งาน หรือยืดอายุการใช้งาน/การเก็บรักษา เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าเพื่อตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการกําหนดราคาขายได้สูงขึ้นนวัตกรรมการบริการ เป็นการนำนวัตกรรมมาพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบและขั้นตอนการให้บริการ เพื่อบริการที่ตรงกับความต้องการลูกค้า โดยเน้นการอํานวยความสะดวก และความรวดเร็วในการเข้ารับบริการ เพื่อสร้างความแตกต่างในการบริการ เพื่อความพึงพอใจให้กับลูกค้า3. เทคโนโลยีดิจิทัล บริษัทและองค์กรได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อปรับปรุงส่วนงาน ต่าง ๆ เช่น การตลาด รูปแบบการทำงาน การดำเนินงาน และการบำรุงรักษายิ่งไปกว่านั้น โครงการปรับปรุงดังกล่าวได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางด้านธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เช่น รายได้เพิ่มขึ้น สัมพันธภาพกับลูกค้าดีขึ้นกว่าเดิม เป็นต้น การเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างคุณประโยชน์ที่สำคัญสำหรับธุรกิจและสังคม จะถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ4. การปฏิบัติตามดิจิทัล ผู้ใช้งานสื่อดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ที่เข้าใจบรรทัดฐานของการปฏิบัติตัวให้เหมาะสมและมีความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารในยุคดิจิทัลเป็นการสื่อสารที่ไร้พรมแดน พลเมืองดิจิทัลจึงต้องเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม เห็นอกเห็นใจและเคารพผู้อื่น มีส่วนร่วม และมุ่งเน้นความเป็นธรรมในสังคม
5. การจัดการความเสี่ยง เป็นกระบวนการในการระบุ (Risk Identification) การวิเคราะห์ (Risk Analysis) การประเมิน (Risk Assessment) การดูแลตรวจสอบและควบคุมความเสี่ยง (Risk Control) ที่สัมพันธ์กับกิจกรรมและกระบวนการทำงาน เพื่อให้องค์กรลดความเสียหาย จากความเสี่ยงมากที่สุด อันเนื่องมาจากความเสี่ยงที่องค์กรต้องเผชิญในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ในการทำธุรกิจ องค์กรย่อมมีการกำหนดวัตถุประสงค์ของภาพรวม (Objective Establishment) องค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ที่ชัดเจน และสามารถวัดผลได้6. การปรับปรุง การควบคุมดูแลกิจการ การกำกับดูแลกิจการเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์กร ซึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายจัดการ คณะกรรมการ เจ้าของและผู้มีส่วนได้เสียอื่น การกำกับ ดูแลกิจการยังช่วยให้เกิดโครงสร้างที่สำคัญ ซึ่งเป็นกลไกในการกำหนดวัตถุประสงค์ของกิจการ และการกำหนดวิธีที่จะบรรลุวัตถุประสงค์เหล่านั้น รวมถึงการสอดส่องดูแลผลการปฏิบัติงานของกิจการ5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 การนำเข้าสู่บทเรียน5.1.1 ผู้สอนเตรียมสื่อเพาเวอร์ พอยต์ (Power Point) ตามลิงค์5.1.2 ผู้สอนเตรียมสื่อเพาเวอร์ พอยต์ ตาม QR-CODE5.1.3 ผู้สอนทำการสอนทั้งในห้องเรียน และ ทางออนไลน์ กล่าวทักทายผู้เรียน5.1.4 ผู้สอนตรวจสอบรายชื่อผู้เรียน5.1.5 ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อทดสอบความรู้ของผู้เรียน5.1.6 ผู้สอนเตรียมแบบทดสอบก่อนเรียน ตาม QR-CODE5.2 การเรียนรู้5.2.1 ผู้สอนอธิบายนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล โดยใช้สื่อ Power Point5.2.2 ผู้สอนตั้งคำถามกับผู้เรียนเกี่ยวกับนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล 5.2.3 ผู้เรียนตอบคำถาม5.2.4 ผู้สอนอธิบายข้อดีและข้อควรคำนึงถึงของนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล โดยใช้สื่อ Power Point5.2.5 ผู้สอนตั้งคำถามกับผู้เรียน5.2.6 ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัลโดยใช้สื่อ Power Point5.2.7 ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับข้อเสนอแนะในการสร้างนวัตกรรมโมเดลธุรกิจดิจิทัล โดยใช้สื่อ Power Point5.2.8 ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับกระบวนการสร้างนวัตกรรมสำหรับธุรกิจดิจิทัล โดยใช้สื่อ Power Point5.2.9 ผู้สอนมอบหมายแบบฝึกหัดหน่วยที่ 3 ในเอกสารประกอบการเรียน
5.2.10 ผู้สอนเตรียมแบบฝึกหัด5.3 การสรุป5.3.1 ประเมินจากแบบฝึกหัดหน่วยที่ 35.4 วัดผลและประเมินผล5.4.1 ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน5.4.2 ประเมินจากแบบทดสอบหลังเรียน6. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.1.1 หนังสือพื้นฐานธุรกิจดิจิทัล. ประภาวรรณ เกษวิริยะการณ์. สำนักพิมพ์เมืองไทย6.2 สื่อโสตทัศน์6.2.1 สื่อการเรียนการสอน Power Point วิชา พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล6.2.2 เครื่องโปรเจ็คเตอร์ 6.2.3 เครื่องคอมพิวเตอร์ 6.2.4 ระบบอินเตอร์เน็ตในการเรียนออนไลน์7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน)แบบฝึกหัดหน่วยที่ 3 เรื่อง นวัตกรรมสำหรับธุรกิจดิจิทัล8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น บูรณาการรายวิชากับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
9. การวัดและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียนวัดผลจากแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 3 9.2 ขณะเรียน สังเกตขณะนั่งเรียนและทำแบบฝึกหัด สังเกตจากการตอบคำถาม9.3 หลังเรียนประเมินจากการสรุปบทเรียนและการตอบคำถามประเมินจากแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 310. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้10.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้................................................................................................10.2 ปัญหาที่พบ............................................................................................................................10.3 แนวทางแก้ปัญหา................................................................................................................
แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 4หน่วยการเรียนรู้ที่4สอนครั้งที่ 11-14ชั่วโมงรวม 8ชื่อเรื่อง ระบบการทำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล จำนวนชั่วโมง 281. สาระสำคัญโลกออนไลน์ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมและทัศนคติของผู้บริโภคในการทำธุรกรรมทางการเงิน และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในโลกการเงินได้ส่งผลให้เกิดรูปแบบการให้บริการทางการเงินต่าง ๆ ที่อำนวยความสะดวก และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงินสมัยใหม่ที่สามารถทำธุรกรรมการเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา รวดเร็ว และสะดวกสบาย ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต เป็นต้น โดยผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะใช้บริการดิจิตอลแบงค์กิ้ง (Digital Banking) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้บริการอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง (Internet Banking) และโมบายแบงค์กิ้ง (Mobile Banking) เพราะสะดวกสบายกว่า และสามารถทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วตลอดเวลาด้วยตนเองโดยไม่ต้องไปที่สาขาของธนาคาร2. สมรรถนะประจำหน่วย 2.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับความหมายของของธุรกรรมและธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 2.2 จำแนกความแตกต่างของรูปแบบการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 2.3 เลือกใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการทำธุรกรรมดิจิทัล 2.4 จำแนกข้อดีและข้อเสียของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อทำธุรกรรม 2.5 เตรียมวัสดุอุปกรณ์เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน 2.6 แสดงพฤติกรรมที่มีเจตคติที่ดี ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ละเอียดรอบคอบ3. จุดประสงค์การเรียนรู้3.1 ด้านความรู้3.1.1 เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของของธุรกรรมและธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์3.1.2 เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างของรูปแบบการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์3.1.3 เพื่อให้เข้าใจนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการทำธุรกรรมดิจิทัล3.1.4 เพื่อให้เข้าใจข้อดีและข้อเสียของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อทำธุรกรรม
3.2 ด้านทักษะ3.2.1 อธิบายความหมายของธุรกรรมและธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้3.2.2 จำแนกความแตกต่างของรูปแบบการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้3.2.3 เลือกใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการทำธุรกรรมดิจิทัลได้3.2.4 จำแนกข้อดีและข้อเสียของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อทำธุรกรรมได้3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์3.3.1 มีเจตคติที่ดี 3.3.2 ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ 3.3.3 ซื่อสัตย์ 3.3.4 ละเอียดรอบคอบ4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ความหมายของธุรกรรมธุรกรรม (transaction) หมายถึง กิจกรรมที่เกี่ยวกับการทำนิติกรรม สัญญา หรือการดำเนินการใด ๆ กับผู้อื่น การประกอบกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะด้านธุรกิจและการเงิน เช่น การฝากเงินในธนาคารเป็นการทำธุรกรรมอย่างหนึ่ง การจ่ายค่าบริการโดยหักบัญชีจากธนาคาร เป็นธุรกรรมที่นิยมกันมากในปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตทำให้เราสามารถทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องใช้กระดาษธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transaction) หมายถึง กิจกรรมใด ๆ ที่กระทำขึ้นระหว่างหน่วยธุรกิจ บุคคล รัฐ ตลอดจนองค์กรเอกชนหรือองค์กรของรัฐใด ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ การค้า และการติดต่องานราชการ โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ยกตัวอย่าง เช่น การซื้อ-ขายสินค้าผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์การสมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ การตกลงทำสัญญาซื้อ-ขาย หรือสัญญาตกลงตามข้อบังคับต่าง ๆ บนเครือข่าย การโอนเงินด้วยระบบอัตโนมัติผ่านระบบเครือข่าย การสื่อสารรับ-ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยเครือข่ายการสื่อสาร และการสอบถามข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้นระบบธุรกรรมดิจิทัลในยุคดิจิทัลที่แทบจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างเบ็ดเสร็จ เพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมใด ๆ ก็สามารถทำผ่านแค่ปลายนิ้ว ผ่านสมาร์ทโฟน ได้แทบทุกที่และทำได้ทุกคนที่มีบัญชีธนาคารหรือมีพร้อมเพย์ ร้านค้าร้านอาหารต่างก็มีบริการระบบจ่ายเงิน ชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด (QR code) ซึ่งสร้างความ
สะดวกสบาย อีกทั้งทุกการจ่ายและชำระเงินนั้นก็จะบันทึกลงไปอย่างอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบการโอนได้แบบ เรียลไทม์ (Real Time) ไม่ต้องคอยเช็คสมุดเงินฝาก (Bank book) ให้เสียเวลา กล่าวได้ว่าระบบธุรกรรมดิจิทัลนั้นได้เข้ามามีบทบาทกับสังคมไทย ทุกธนาคารนั้นต่างก็มีแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการทำธุรกรรมรูปแบบการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการทำธุรกรรม มี ดังนี้1. คิวอาร์โค้ด (QR Code) ระบบชำระเงินรูปแบบใหม่ ไม่ต้องใช้เงินสด QR Code มาจากคำว่า \"Quick Response Code\" ซึ่งเป็นรหัสที่พัฒนาต่อยอดมาจากบาร์โค้ด (Barcode) ให้สามารถใช้งานง่ายขึ้น เก็บข้อมูลได้มากกว่า เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน ก็สามารถสแกนข้อมูลผ่าน QR Code ได้แล้ว ทำให้จะเห็นว่าปัจจุบันนิยมนำ QR Code มาเป็นช่องทางเข้าถึงข้อมูลในเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันต่าง ๆ เช่น การเพิ่มเพื่อนในไลน์ก็เป็นหนึ่งในความสามารถของ QR Code เช่นกัน2. อินเทอร์เน็ตแบงค์กิ้ง (Internet Banking) การธนาคารอินเทอร์เน็ต โดยมีชื่อเรียกมากมาย เช่น อีแบงค์กิ้ง (E-Bankin) การธนาคารเสมือนจริง (Virtual Banking) การธนาคารออนไลน์ (Online Banking) การธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Banking) เป็นระบบที่ใช้ในการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีลูกค้าของสถาบันการเงินทำธุรกรรมทางด้านการเงิน เช่น ซื้อสินค้า เสื้อผ้า กระเป๋า ได้หลายรูปแบบโดยผ่านเว็บไซน์ของสถาบันการเงินนั้น ๆ ที่ลูกค้าเป็นสมาชิกอยู่ โดยตัวระบบการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์มักเชื่อมต่อกับระบบธนาคารแกน โดยระบบธนาคารแกนจะมีสถาบันการเงินเป็นผู้บริหารจัดการ โดยจะมีความแตกต่างจากการธนาคารสาขาซึ่งการธนาคารสาขาจะมีวิธีการแบบดั้งเดิมคือต้องให้ลูกค้าเข้าถึงการบริการของการธนาคารเอง3. โมบายแบงค์กิ้ง (Mobile Banking) โมบายแบงค์กิ้ง (MobileBanking) คล้ายอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง (Internet Banking) เพียงแต่เป็นการใช้บริการผ่านแอพพลิเคชันของธนาคาร ทำให้สามารถโอนเงิน สอบถามยอดในบัญชี ซื้อสินค้าและบริการจ่ายบิลต่าง ๆ ผ่านแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนได้เลย ซึ่งแต่ละธนาคารมีการพัฒนาแอพพลิเคชันโมบายแบงค์กิ้ง ให้อำนวยความสะดวกในการซื้อขายของออนไลน์มากขึ้นเพื่อเข้ากับพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคในปัจจุบัน เช่น K PLUS ของธนาคารกสิกรไทยเป็นต้น4. พรอมต์เพย์ (PromptPay) เดิมมีชื่อว่า AnyID คือ ระบบการทำธุรกรรมแบบ E-Payment ที่ผูกบัญชีเงินฝากไว้กับหมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือเลขบัตรประชาชน ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาจำเลขบัญชีที่ยาวและจำยาก โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย5. บัตรเครดิต (Credit Card) คือ บัตรที่ธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตออกให้กับลูกค้าที่รายได้ต่อเดือนถึงเกณฑ์ เพื่อที่จะสามารถนำเงินมาใช้จ่ายล่วงหน้า ทั้งซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ทั้งยังซื้อของออนไลน์ จองตั๋วเครื่องบิน และจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ โดยต้องชำระหนี้ในภายหลังพร้อมอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ นอกจากนี้บัตรเครดิตยังช่วยลดการพกพาเงินสดจำนวนมากที่เสี่ยงต่อการสูญหาย
6. บัตรกดเงินสด (Cash Card) คือ บัตรที่ใช้กดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็มในวงเงินที่ได้รับอนุมัติ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการกดเงินสดเหมือนกับบัตรเครดิต แต่ไม่สามารถใช้ซื้อสินค้าหรือซื้อสินค้าออนไลน์ได้ ยกเว้นสำหรับบางบัตรที่ใช้ผ่อนสินค้ากับร้านค้าที่ร่วมรายการได้7. อีวอลเล็ท (e - Wallet) มีชื่อเรียกอย่างอื่นว่า โมบายวอลเล็ท (Mobile Wallet) หรือ ดิจิทัล วอลเล็ท (Digital Wallet) คือ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยเติมเงินจากบัญชีธนาคารเข้าแอพพลิเคชั่น อีวอลเล็ท ไม่มีกำหนดขั้นต่ำ สำหรับผู้ที่เคยสมัครพรอมต์เพย์ (PromptPay) โดยใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือ สามารถนำมาสมัครได้เช่นกัน โดยจะเพิ่มรหัสบริษัทผู้ให้บริการอีก 5 หลัก รวมเป็น 15 หลัก เวลาจะเติมเงินเข้าอีวอลเล็ทต้องระบุหมายเลข 15 หลัก ไม่อย่างนั้นจะเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารแทน5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 การนำเข้าสู่บทเรียน5.1.1 ผู้สอนเตรียมสื่อเพาเวอร์ พอยต์ (Power Point)5.1.2 ผู้สอนเตรียมสื่อเพาเวอร์ พอยต์ 5.1.3 ผู้สอนทำการสอนทั้งในห้องเรียน และ ทางออนไลน์ กล่าวทักทายผู้เรียน5.1.4 ผู้สอนตรวจสอบรายชื่อผู้เรียน5.1.5 ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อทดสอบความรู้ของผู้เรียน5.1.6 ผู้สอนเตรียมแบบทดสอบก่อนเรียน 5.2 การเรียนรู้5.2.1 ผู้สอนอธิบายความหมายของธุรกรรมโดยใช้สื่อ Power Point5.2.2 ผู้สอนตั้งคำถามกับผู้เรียนเกี่ยวกับความหมายของธุรกรรม 5.2.3 ผู้เรียนตอบคำถาม5.2.4 ผู้สอนอธิบายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้สื่อ Power5.2.5 ผู้สอนตั้งคำถามกับผู้เรียน5.2.6 ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับระบบธุรกรรมดิจิทัล โดยใช้สื่อ Power Point ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับรูปแบบการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้สื่อ Power Point5.2.7 ผู้สอนอธิบายยกตัวอย่างรูปแบบการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้สื่อ Power Point5.2.8 ผู้สอนมอบหมายแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4 ในเอกสารประกอบการเรียน5.2.9 ผู้สอนเตรียมแบบฝึกหัด
5.3 การสรุป5.3.1 ประเมินจากแบบฝึกหัดหน่วยที่ 45.4 วัดผลและประเมินผล5.4.1 ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน5.4.2 ประเมินจากแบบทดสอบหลังเรียน6. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.1.1 หนังสือพื้นฐานธุรกิจดิจิทัล. ประภาวรรณ เกษวิริยะการณ์. สำนักพิมพ์เมืองไทย6.2 สื่อโสตทัศน์6.2.1 สื่อการเรียนการสอน Power Point วิชา พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล 6.2.2 เครื่องโปรเจ็คเตอร์ 6.2.3 เครื่องคอมพิวเตอร์ 6.2.4 ระบบอินเตอร์เน็ตในการเรียนออนไลน์7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน)แบบฝึกหัดหน่วยที่ 4 เรื่องระบบการทำธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น บูรณาการรายวิชากับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และคุณลักษณะอันพึงประสงค์9. การวัดและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียนวัดผลจากแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 4 9.2 ขณะเรียน สังเกตขณะนั่งเรียนและทำแบบฝึกหัด สังเกตจากการตอบคำถาม9.3 หลังเรียนประเมินจากการสรุปบทเรียนและการตอบคำถามประเมินจากแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 4
10. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้10.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ ......................................................................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... ......................................10.2 ปัญหาที่พบ ............................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... .................................................10.3 แนวทางแก้ปัญหา
แบบประเมินผลคำชี้แจง ให้นักศึกษาใส่เครื่องหมาย ✓ ในระดับคะแนนที่เห็นว่าเหมาะสมมากที่สุดชื่อกลุ่มที่ถูกประเมิน............................................................................................................................. .................ที่ รายการประเมินคะแนนข้อคิดเห็น3 2 11 ความถูกต้อง2 ผลการวิเคราะห์ อภิปรายและสรุป3 การแสดงแนวคิด รวมผู้ประเมิน...........................................................วันที่..........เดือน......................... พ.ศ. ..............เกณฑ์การให้คะแนนความถูกต้อง3 คะแนน = เนื้อหาถูกต้อง สื่อความหมายชัดเจน ส่งตรงเวลา2 คะแนน = เนื้อหาถูกต้อง สื่อความหมายไม่ชัดเจน ส่งตรงเวลา1 คะแนน = เนื้อหาถูกต้อง สื่อความหมายไม่ชัดเจน ส่งไม่ตรงเวลาผลการวิเคราะห์ อภิปรายและสรุป3 คะแนน = ประเด็นครบถ้วน ชัดเจน ถูกต้อง2 คะแนน = ประเด็นครบถ้วนแต่ไม่ชัดเจน หรือไม่ถูกต้อง1 คะแนน = ประเด็นไม่ครบถ้วนการแสดงแนวคิด3 คะแนน = มีแนวคิดแปลกใหม่ ดึงดูดความสนใจ สร้างสรรค์2 คะแนน = มีคุณสมบัติ 2ใน 3เรื่องข้างต้น1 คะแนน = มีคุณสมบัติ 1ใน 3เรื่องข้างต้น
แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 5หน่วยการเรียนรู้ที่ 5สอนครั้งที่ 15-18ชั่วโมงรวม 8ชื่อเรื่อง สื่อสังคมออนไลน์กับธุรกิจดิจิทัล จำนวนชั่วโมง 361. สาระสำคัญปัจจุบันการสื่อสารของมนุษย์ได้รับการพัฒนาให้สื่อสารถึงกันอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลมาจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น สื่อชนิดหนึ่งที่ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมสร้าง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้คือ สื่อสังคม (social media) หรือที่นิยมเรียกว่า สื่อออนไลน์ หรือ สื่อสังคมออนไลน์สื่อสังคมออนไลน์(Social Media) เป็นรูปแบบการสื่อสารข้อมูลที่เข้าถึงผู้คนทุกระดับในปัจจุบัน โดยมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ภายใต้การพัฒนาตลอดเวลาของเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ซึ่งมีแนวโน้มจะกลายเป็นสื่อหลักสำหรับผู้คนในโลกอนาคต2. สมรรถนะประจำหน่วย2.1แสดงความรู้เกี่ยวกับความหมายของสื่อสังคมออนไลน์ 2.2 จำแนกประเภทของสื่อสังคมออนไลน์ 2.3 เลือกใช้อุปกรณ์เครื่องมือทางสื่อสังคมออนไลน์ 2.4 จำแนกประโยชน์และข้อจำกัดของสังคมออนไลน์ 2.5 จำแนกข้อดีและข้อเสียของสื่อสังคมออนไลน์ 2.6 เลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์ 2.7 เตรียมวัสดุอุปกรณ์เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน 2.8 แสดงพฤติกรรมที่มีเจตคติที่ดี ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ละเอียดรอบคอบ3. จุดประสงค์การเรียนรู้3.1 ด้านความรู้3.1.1 เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของสื่อสังคมออนไลน์3.1.2 เพื่อให้เข้าประเภทของสื่อสังคมออนไลน์3.1.3 เพื่อให้เข้าใจอุปกรณ์เครื่องมือทางสื่อสังคมออนไลน์3.1.4 เพื่อให้เข้าใจประโยชน์และข้อจำกัดของสังคมออนไลน์3.1.5 เพื่อให้เข้าใจข้อดีและข้อเสียของสื่อสังคมออนไลน์
3.1.6 เพื่อให้เข้าใจการใช้สื่อสังคมออนไลน์3.2 ด้านทักษะ3.2.1 อธิบายความหมายของสื่อสังคมออนไลน์ได้3.2.2 จำแนกประเภทของสื่อสังคมออนไลน์ได้3.2.3 เลือกใช้อุปกรณ์เครื่องมือทางสื่อสังคมออนไลน์ได้3.2.4 จำแนกประโยชน์และข้อจำกัดของสังคมออนไลน์ได้3.2.5 จำแนกข้อดีและข้อเสียของสื่อสังคมออนไลน์ได้3.2.6 เลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์3.3.1 มีเจตคติที่ดี 3.3.2 ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ 3.3.3 ซื่อสัตย์ 3.3.4 ละเอียดรอบคอบ4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ความหมายของสื่อสังคมออนไลน์สื่อสังคมออนไลน์(social media) หมายถึง สื่อดิจิทัลซึ่งเป็นสื่อกลางที่ให้บุคคลทั่วไปมีส่วนร่วมสร้างและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตได้ เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการทางสังคม (Social Tool) เพื่อใช้สื่อสารระหว่างกันในเครือข่ายทางสังคม (Social Network) ผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรมประยุกต์บนสื่อใด ๆ ที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยเน้นให้ผู้ใช้ทั้งที่เป็นผู้ส่งสารและผู้รับสารมีส่วนร่วม (Collaborative) อย่างสร้างสรรค์ ในการผลิตเนื้อหาขึ้นเอง (User-GenerateContent: UGC) ในรูปของข้อมูล ภาพ และเสียง สื่อเหล่านี้เป็นของบริษัทต่าง ๆ ที่ให้บริการผ่านเว็บไซต์ของตน เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ วิกิพีเดีย เป็นต้นประเภทของสื่อสังคมออนไลน์1. เว็บบล็อก (Weblogs) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า บล็อก (Blogs) คือ สื่อส่วนบุคคลบนอินเทอร์เน็ตที่ใช้เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ข้อคิดเห็น บันทึกส่วนตัว โดยสามารถแบ่งปันให้บุคคลอื่น ๆ โดยผู้รับสารสามารถเข้าไปอ่าน หรือแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ ซึ่งการแสดงเนื้อหาของบล็อกนั้นจะเรียงลำดับจากเนื้อหาใหม่ไปสู่เนื้อหาเก่า ผู้เขียนและผู้อ่านสามารถค้นหาเนื้อหาย้อนหลังเพื่ออ่านและแก้ไขเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา เช่น เอ็กซ์ทีน (Exteen) บล็อกแก๊งค์ (Bloggang) เวิร์ดเพรส (Wordpress) บล็อกเกอร์ (Blogger) เป็นต้น
2. เครือข่ายสังคมออนไลน์(Social Networking) หรือเครือข่ายทางสังคมในอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นเครือข่ายทางสังคมที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล เพื่อให้เกิดเป็นกลุ่มสังคม (Social Community) เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันทั้งด้านธุรกิจ การเมือง การศึกษา เช่น เฟสบุ๊ค (Facebook) ลิงค์อิน (Linkedin) มายสเปซ (MySpace) เป็นต้น3. บล็อกจิ๋ว (Micro Blogging และ Micro Sharing) ซึ่งเป็นเว็บเซอร์วิสหรือเว็บไซต์ที่ให้บริการแก่บุคคลทั่วไป สำหรับให้ผู้ใช้บริการเขียนข้อความสั้น ๆ ประมาณ 140 ตัวอักษร ที่เรียกว่า “Status” หรือ “Notice” เพื่อแสดงสถานะของตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ หรือแจ้งข่าวสารต่าง ๆ แก่กลุ่มเพื่อนในสังคมออนไลน์(Online Social Network) ทั้งนี้การกำหนดให้ใช้ข้อมูลในรูปข้อความสั้น ๆ ก็เพื่อให้ผู้ใช้ที่เป็นทั้งผู้เขียนและผู้อ่านเข้าใจง่าย ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายคือ ทวิตเตอร์ (Twitter)4. วิดีโอออนไลน์(Online Video) เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการวิดีโอออนไลน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเนื้อหาที่นำเสนอในวิดีโอออนไลน์ไม่ถูกจำกัดโดยผังรายการที่แน่นอนและตายตัว ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถติดตามชมได้อย่างต่อเนื่อง เพราะไม่มีโฆษณาคั่น รวมทั้งผู้ใช้สามารถเลือกชมเนื้อหาได้ตามความต้องการและยังสามารถเชื่อมโยงไปยังเว็บวิดีโออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้จำนวนมากอีกด้วย เช่น ยูทูป(Youtube) เอ็มเอสเอ็น (MSN) ยาฮู (Yahoo) เป็นต้น5. บริการแชร์ภาพ (Photo Sharing) เป็นเว็บไซต์ที่เน้นให้บริการฝากรูปภาพ หรือวิดีโอผ่าน ไอคลาวด์ (iCloud)โดยผู้ใช้บริการสามารถอัพโหลดและดาวน์โหลดรูปภาพเพื่อนำมาใช้งานได้ ที่สำคัญนอกเหนือจากผู้ใช้บริการจะมีโอกาสแบ่งปันรูปภาพแล้ว ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่เพื่อเสนอขายภาพที่ตนเองนำเข้าไปฝากได้อีกด้วย เช่น ฟลิคเกอร์(Flickr) โฟโตบัคเก็ต ( Photo bucket) เป็นต้น6. วิกิ (Wikis) เป็นเว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็นแหล่งข้อมูลหรือความรู้(Data/Knowledge) ซึ่งผู้เขียนส่วนใหญ่อาจจะเป็นนักวิชาการ นักวิชาชีพหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ซึ่งผู้ใช้สามารถเขียนหรือแก้ไขข้อมูลได้อย่างอิสระ เช่น วิกิพีเดีย (Wikipedia) กูเกิ้ลเอิร์ท (Google Earth) เป็นต้น7. โลกเสมือน (Virtual Worlds) คือ การสร้างโลกจินตนาการโดยจำลองส่วนหนึ่งของชีวิตลงไป จัดเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่บรรดาผู้ท่องโลกไซเบอร์ใช้เพื่อสื่อสารระหว่างกันบนอินเตอร์เน็ตในลักษณะโลกเสมือนจริง (Virtual Reality : VR) ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการอาจจะบริษัทหรือองค์การด้านธุรกิจ ด้านการศึกษา รวมถึงองค์การด้านสื่อ เช่น สำนักข่าวรอยเตอร์ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อพื้นที่เพื่อให้บุคคลในบริษัทหรือองค์กรได้มีช่องทางในการนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ไปยังกลุ่มเครือข่ายผู้ใช้สื่อออนไลน์8. ปัญญารวมหมู่ (Crowd Sourcing) มาจากการรวมของคำสองคำ คือ Crowd และ Out sourcing เป็นหลักการขอความร่วมมือจากบุคคลในเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยสามารถจัดทำในรูปของเว็บไซต์ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อค้นหาคำตอบและวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งทางธุรกิจ การศึกษา รวมทั้งการสื่อสาร
9. พอดแคสติ้ง (Podcasting หรือ Podcast) มาจากการรวมตัวของสอง คือ “Pod” กับ “Broad casting คำ” ซึ่ง “POD” หรือ PersonalOn - Demand คือ อุปสงค์หรือความต้องการส่วนบุคคล ส่วน“Broadcasting” เป็นการนำสื่อต่าง ๆ มารวมกันในรูปของภาพและเสียง หรืออาจกล่าวง่าย ๆ พอดแคสท์ คือการบันทึกภาพและเสียงแล้วนำมาไว้ในเว็บเพจ (Web Page) เพื่อเผยแพร่ให้บุคคลภายนอก (The public in general) ที่สนใจดาวน์โหลดเพื่อนำไปใช้งาน เช่น วิกกลีพอดคาสท์(Wiggly Podcast) เป็นต้น10. การแลกเปลี่ยนความเห็น/การทบทวน/ ความคิดเห็น (Discuss / Review/ Opinion) เป็นเว็บบอร์ดที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตสามารถแสดงความคิดเห็น โดยอาจจะเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ประเด็นสาธารณะทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เช่น พันทิป (Pantip) เย็ลพ (Yelp) เป็นต้นปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์สื่อสังคมออนไลน์ อาจไม่เป็นกลาง สามารถที่จะก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างทั้งด้านความคิดอารมณ์ ความรู้สึกของสมาชิก หรือผู้รับสื่อสังคมออนไลน์ ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจมีทั้งข้อดีและข้อเสียและไม่สามารถควบคุมได้ กรณีที่เผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ผู้สร้างข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไข และสามารถกําหนดเงื่อนไข ความรับผิดชอบ การควบคุมเนื้อหาสาระได้ขณะที่การเผยแพร่ข้อมูลผ่าน สื่อสังคมออนไลน์ผู้เผยแพร่ไม่สามารถเป็นผู้กําหนดขอบเขตความรับผิดชอบได้เองแต่ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์จะเป็นผู้กําหนดขอบเขตความรับผิดชอบ ผู้ใช้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ซึ่งมีทั้งที่ เป็นทางการและไม่เป็นทางการสื่อสังคมออนไลน์มีความเป็นทางการ และควบคุมการทํางานได้น้อย ขาดความยืดหยุ่น แต่เปิดกว้าง ทําให้ขาดความน่าเชื่อถือ ขาดการเคารพกฎเกณฑ์ของสังคม การสื่อสารและการแลกเปลี่ยนข้อมูล มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วกว่าสื่อในรูปแบบเดิมทําให้สามารถสร้างกระแสต่อสังคมในด้านต่าง ๆ ทั้งกระแสที่ดีและไม่ดี การละเมิดลิขสิทธิ์และสิทธิส่วนบุคคล อาญากรรมคอมพิวเตอร์ รวมทั้ง อาจเป็นภัยคุกคาม ทางความมั่นคง แต่เป็นความท้าทายของหน่วยงานของรัฐ หรือ หน่วยงานที่เป็นทางการ เช่น รัฐสภา รัฐบาล ที่จะนํามาประยุกต์ใช้ เป็นต้นข้อดีและข้อเสียของสื่อสังคมออนไลน์ข้อดีของสื่อสังคมออนไลน์1. สามารถใช้สร้างเป็นพื้นที่ในการสนทนา/ สื่อสารแก่สาธารณะได้2. หน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ สามารถเข้าไปใกล้ชิดกับสาธารณชนมากขึ้น3. สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจ4. สนับสนุนความโปร่งใส และธรรมาภิบาล5. สร้างโอกาสให้บุคคลหรือกลุ่มที่ 3 ในการเข้ามามีส่วนร่วม และสนับสนุนเผยแพร่6. การส่งต่อข้อมูลในลักษณะทําซ้ำตัวเองเป็นทอดๆ (Viral distribution) ทําให้มีการ กระจายข้อมูลอย่างรวดเร็ว7. ลดต้นทุนการดำเนินการ8. ช่วยให้เข้าใจความคิดเห็นของประชาชนได้มากขึ้น
9. สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา10. ลดเวลาที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารลง11. สามารถที่จะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ใน การสื่อสาร และเป็นสื่อกลางในการขยายการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเผยแพร่ข่าวสารข้อเสียของสังคมออนไลน์1. มารยาทและรูปแบบการใช้งานแตกต่างจากสื่อรูปแบบอื่น2. มีความเสี่ยงของความไม่แท้จริง การหลอกลวง ความซื่อสัตย์และความไม่ โปร่งใสในการใช้งาน3. มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอยู่เหนือการควบคุมของเจ้าของ4. การหาเครือข่ายใหม่ การสร้างเรื่องใหม่ ๆ เป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาได้ว่าจะมีจํานวน ผู้ใช้เท่าใดและไม่มีการรับรองผลว่าการ สื่อสารจะเกิดขึ้นและส่งสารไปยังผู้รับสาร5. สื่อสังคมออนไลน์ไม่ใช่ทางลัด ที่มีประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียวแต่ยังต้องนําสื่อหลักและหลักการสื่อสารที่ดีมาใช้ควบคู่กันไป5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 การนำเข้าสู่บทเรียน5.1.1 ผู้สอนเตรียมสื่อเพาเวอร์ พอยต์ (Power Point)5.1.2 ผู้สอนตรวจสอบรายชื่อผู้เรียน5.1.3 ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อทดสอบความรู้ของผู้เรียน5.1.4 ผู้สอนเตรียมแบบทดสอบก่อนเรียน 5.2 การเรียนรู้5.2.1 ผู้สอนอธิบายความหมายของสื่อสังคมออนไลน์โดยใช้สื่อ Power Point5.2.2 ผู้สอนตั้งคำถามกับผู้เรียนเกี่ยวกับความหมายความหมายของสื่อสังคมออนไลน์5.2.3 ผู้เรียนตอบคำถาม5.2.4 ผู้สอนอธิบายประเภทของสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้สื่อ Power 5.2.5 ผู้สอนตั้งคำถามกับผู้เรียน5.2.6 ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องมือทางสื่อสังคมออนไลน์โดยใช้สื่อ Power Point5.2.7 ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับประโยชน์และข้อจำกัดของสังคมออนไลน์ โดยใช้สื่อ Power Point5.2.8 ผู้สอนอธิบายพัฒนาการของสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้สื่อ Power Point5.2.9 ผู้สอนอธิบายปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์โดยใช้สื่อ Power 5.2.10 ผู้สอนอธิบายข้อดีและข้อเสียของสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้สื่อ Power Point
5.2.11 ผู้สอนอธิบาย การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทย โดยใช้สื่อ Power Point5.2.12 ผู้สอนมอบหมายแบบฝึกหัดหน่วยที่ 5 ในเอกสารประกอบการเรียน5.2.13 ผู้สอนเตรียมแบบฝึกหัด5.3 การสรุป5.3.1 ประเมินจากแบบฝึกหัดหน่วยที่ 55.4 วัดผลและประเมินผล5.4.1 ประเมินจากแบบทดสอบก่อนเรียน5.4.2 ประเมินจากแบบทดสอบหลังเรียน6. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.1.1 หนังสือพื้นฐานธุรกิจดิจิทัล. ประภาวรรณ เกษวิริยะการณ์. สำนักพิมพ์เมืองไทย6.2 สื่อโสตทัศน์6.2.1 สื่อการเรียนการสอน Power Point วิชา พื้นฐานธุรกิจดิจิทัล6.2.2 เครื่องโปรเจ็คเตอร์6.2.3 เครื่องคอมพิวเตอร์6.2.4 ระบบอินเตอร์เน็ตในการเรียนออนไลน์7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน)แบบฝึกหัดหน่วยที่ 5 เรื่องสื่อสังคมออนไลน์กับธุรกิจดิจิทัล8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น บูรณาการรายวิชากับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
9. การวัดและประเมินผล 9.1 ก่อนเรียนวัดผลจากแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 5 9.2 ขณะเรียน สังเกตขณะนั่งเรียนและทำแบบฝึกหัด สังเกตจากการตอบคำถาม9.3 หลังเรียนประเมินจากการสรุปบทเรียนและการตอบคำถามประเมินจากแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 510. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้10.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................... ......................................10.2 ปัญหาที่พบ............................................................................................................................. ...................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .................................................10.3 แนวทางแก้ปัญหา ............................................................................................................................. ...................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .................................................
แบบประเมินผลคำชี้แจง ให้นักศึกษาใส่เครื่องหมาย ✓ ในระดับคะแนนที่เห็นว่าเหมาะสมมากที่สุดชื่อกลุ่มที่ถูกประเมิน............................................................................................................................. .................ที่ รายการประเมินคะแนนข้อคิดเห็น3 2 11 ความถูกต้อง2 ผลการวิเคราะห์ อภิปรายและสรุป3 การแสดงแนวคิด รวมผู้ประเมิน...........................................................วันที่..........เดือน......................... พ.ศ. ..............เกณฑ์การให้คะแนนความถูกต้อง3 คะแนน = เนื้อหาถูกต้อง สื่อความหมายชัดเจน ส่งตรงเวลา2 คะแนน = เนื้อหาถูกต้อง สื่อความหมายไม่ชัดเจน ส่งตรงเวลา1 คะแนน = เนื้อหาถูกต้อง สื่อความหมายไม่ชัดเจน ส่งไม่ตรงเวลาผลการวิเคราะห์ อภิปรายและสรุป3 คะแนน = ประเด็นครบถ้วน ชัดเจน ถูกต้อง2 คะแนน = ประเด็นครบถ้วนแต่ไม่ชัดเจน หรือไม่ถูกต้อง1 คะแนน = ประเด็นไม่ครบถ้วนการแสดงแนวคิด3 คะแนน = มีแนวคิดแปลกใหม่ ดึงดูดความสนใจ สร้างสรรค์2 คะแนน = มีคุณสมบัติ 2ใน 3เรื่องข้างต้น1 คะแนน = มีคุณสมบัติ 1ใน 3เรื่องข้างต้น
แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 6หน่วยการเรียนรู้ที่ 6สอนครั้งที่ 19-22ชั่วโมงรวม 8ชื่อเรื่อง ธุรกิจดิจิทัลโมบาย จำนวนชั่วโมง 441. สาระสำคัญในยุคแห่งอนาคตที่จะถูกควบคุมด้วยระบบดิจิทัลผ่านสมาร์ทโฟน การผสมผสานเทคโนโลยีการสื่อสารเข้ากับแพลตฟอร์ม การเชื่อมโยงส่วนต่าง ๆ ในองค์กร (Connecting Value) ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนวิถีชีวิตและกระบวนการทำงาน ตั้งแต่วิธีการสื่อสาร ติดต่อ รับส่งข่าวสารต่าง ๆ ได้หลากหลาย และสะดวกมากขึ้น ความห่างไกลไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป เกิดการเชื่อมต่อที่มีมูลค่าที่นำไปสู่ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) เพื่อบันทึกและจัดเก็บ การค้นหา การแบ่งปัน และการวิเคราะห์ข้อมูลได้ภายในอนาคต2. สมรรถนะประจำหน่วย2.1แสดงความรู้เกี่ยวกับความหมายของธุรกิจดิจิทัลโมบาย2.2 อธิบายความสำคัญของธุรกิจดิจิทัลโมบาย2.3 เลือกใช้แอพพลิเคชันหลักของกลุ่มธุรกิจดิจิทัลโมบาย2.4 เลือกใช้ระบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ไร้สาย2.5 เตรียมวัสดุอุปกรณ์เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน 2.6 แสดงพฤติกรรมที่มีเจตคติที่ดี ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ละเอียดรอบคอบ3. จุดประสงค์การเรียนรู้3.1 ด้านความรู้3.1.1 เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของธุรกิจดิจิทัลโมบาย3.1.2 เพื่อให้เข้าใจความสำคัญของธุรกิจดิจิทัลโมบาย3.1.3 เพื่อให้เข้าใจแอพพลิเคชันหลักของกลุ่มธุรกิจดิจิทัลโมบาย3.1.4 เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างพื้นฐานระบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ไร้สาย3.1.5 เพื่อให้เข้าใจเลือกใช้ระบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ไร้สาย
3.2 ด้านทักษะ3.2.1 อธิบายความหมายของธุรกิจดิจิทัลโมบายได้3.2.2 อธิบายความสำคัญของธุรกิจดิจิทัลโมบายได้3.2.3 เลือกใช้แอพพลิเคชันหลักของกลุ่มธุรกิจดิจิทัลโมบายได้3.2.4 อธิบายโครงสร้างพื้นฐานระบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ไร้สายได้3.2.5 เลือกใช้ระบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ไร้สายได้3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์3.3.1 มีเจตคติที่ดี 3.3.2 ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ 3.3.3 ซื่อสัตย์ 3.3.4 ละเอียดรอบคอบ4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ความหมายของธุรกิจดิจิทัลโมบายธุรกิจดิจิทัลโมบาย (Digital Mobile Business) เป็นกระบวนการทำธุรกิจออนไลน์ต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีเคลื่อนที่ไร้สาย เนื้อหาของธุรกรรมอยู่ในรูปของข้อมูลสารสนเทศที่เป็นสัญญาณดิจิทัลในรูปของข้อความ ภาพ และเสียง รวมถึงการให้บริการต่าง ๆ ผ่านเทคโนโลยีเคลื่อนที่ไร้สายความสำคัญของธุรกิจดิจิทัลโมบาย1. สามารถสนับสนุนให้ผู้ใช้งานทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ง่าย ในเวลาใดและจากสถานที่ใด ๆ ก็ได้ เป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการให้บริการของธุรกิจ รักษาลูกค้าและผู้ใช้บริการให้คงอยู่ และส่งผลให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้2. สามารถปรับเปลี่ยนระบบการให้บริการได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน เป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการให้บริการของธุรกิจ รักษาลูกค้าและผู้ใช้บริการให้คงอยู่ และส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม3. สามารถรองรับโมบายแอพพลิเคชันสำหรับบริการธุรกิจดิจิทัล จากหลากหลายผู้ให้บริการหรือนักพัฒนาแอพพลิเคชันทั่วไปได้ เป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการให้บริการของธุรกิจ รักษาลูกค้าและผู้ใช้บริการให้คงอยู่ และส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม4. สามารถรองรับเทคโนโลยีหรือเทคนิคใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการให้บริการของธุรกิจ รักษาลูกค้าและผู้ใช้บริการให้คงอยู่ และส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม