The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Flower Vase กลกุณฑี 1 Version 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Korakod.kamphaengthong, 2024-02-15 01:42:00

Flower Vase กลกุณฑี 1 Version 1

Flower Vase กลกุณฑี 1 Version 1

花瓶•上 (Huaping 1) Author : 困困 (Kunkun) Chinese edition copyright © 2012 R.O.C. Thai translation copyright © 2013 by Fu Novels This edition was published by arrangement with Uei-Shiang Co., Ltd. ALL RIGHTS RESERVED Cover Illustration by Leila


Flower Vase : กลกุณฑี เล่ม 1 เรื่อง : คุ่นคุ่น ภาพ : Leila แปล : เฟื่อง ออกแบบปกและรูปเล่ม : Tomosou พิสูจน์อักษร : Miu4Y, Jade Vine ตีพิมพ์ครั้งที่ 2 : มีนาคม 2559 จัดทำ : Fu Novels ติดต่อและติดตาม : www.funovels.com [email protected] https://twitter.com/phoenix_fu www.facebook.com/funovels


ซ่า เพราะนอนแช่อยู่ในน�้ำเย็นนานเกินไป กว่ากู้เหยียนจะได้โผล่ขึ้น มาเหนือน�้ำ ก็รู้สึกมึนหัว ตาพร่าไปหมด ขนาดเสียงสั่ง ‘คัต’ ของผู้ก�ำกับ ยังเหมือนดังแว่วมาจากไกลแสนไกล เสี่ยวเฉินผู้ช่วยคนใหม่กางผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่วิ่งโร่เข้ามาห่อร่าง เปียกปอนของเขาเอาไว้ พลางบอกอย่างตื่นเต้น “พี่เหยียน ผู้ก�ำกับเหอ บอกว่าเทคนี้ผ่านแล้วล่ะ” คราวนี้เสียงของเสี่ยวเฉินดังก้องจนเจ็บหู กู้เหยียนหรี่ตารับว่า ‘อืม’ เบาๆ ด้วยเสียงขึ้นจมูก เรือนผมเปียก ชุ่ม หยดน�้ำใสๆ ไหลกลิ้งลงมาตามผิวหน้าขาวสะอาด กระทบแสงไฟเป็น ประกายระยับพราว ยังผลให้ดวงหน้าสว่างไสวเหมือนเปล่งแสงได้ ดูสวย เสียจนชวนใจเต้น ความจริงใบหน้าของกู้เหยียนไม่ได้กระเดียดไปทางผู้หญิง แต่ ด้วยความที่มีนัยน์ตาด�ำสนิท สันจมูกโด่งตรง เครื่องหน้าทุกส่วนได้รูปรับ กันดี จึงใช้ค�ำว่าสวยได้เต็มปาก CHAPTER 1


6 FLOWER VASE 1 แล้วใครบ้างล่ะไม่ชอบมองของสวยๆ งามๆ? ขนาดผู้ก�ำกับยังลืมการแสดงแข็งเป็นท่อนไม้เมื่อครู่นี้โดยสิ้นเชิง รีบสั่งให้เด็กในกองช่วยกันดึงเขาขึ้นจากน�้ำ ตบท้ายด้วยค�ำชมไม่มากไม่ น้อยจนเกินพอดี กู้เหยียนเป็นคนพูดน้อย ไม่ช่างคุย พอเช็กจนแน่ใจว่าวันนี้ตัวเอง ไม่ต้องเข้าฉากไหนแล้ว เขาก็เอ่ยลาผู้ก�ำกับ เดินเอาผ้าขนหนูห่อตัวไปที่ ห้องพัก เสี่ยวเฉินสาวเท้าตามมาพร้อมส่งเสียงฉอดๆ ไม่หยุด “พี่เหยียน เมื่อกี้ผู้ก�ำกับหน้าหงิกสุดๆ เลย ผมยังนึกว่าแกจะเม้งแตกกลางกองแล้ว ซะอีก...แต่พี่แช่อยู่ในน�้ำตั้งนาน จะเป็นไรไหมเนี่ย ยังไงกลับไปก็ไปนอน แช่น�้ำร้อนหน่อยดีกว่า ไม่งั้นถ้า...” เสียงพูดน�้ำไหลไฟดับของผู้ช่วยไม่ได้เข้าหู กู้เหยียนเปลี่ยนเสื้อ ผ้าช้าๆ แล้วเช็ดผมพลางเก็บข้าวของไปพร้อมกัน ก่อนจะหยิบนิตยสาร ก็อสซิปบนโต๊ะมาดูคร่าวๆ นิตยสารเดี๋ยวนี้พาดหัวข่าวเกินจริงขึ้นทุกวันเพื่อถีบยอดขาย ฉบับก่อนพาดหัวว่าดาราชายบางคนมีลูกลับๆ โตจนอยู่ชั้นมัธยมปลาย พอถึงฉบับล่าสุดก็พาดหัวว่าช่วงนี้ดาราสาวคนหนึ่งงานชุกเป็นพิเศษ เพราะมีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง สงสัยกันว่าเธอจะเป็นคู่ขาคนใหม่ของผู้ บริหารระดับสูงบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ เนื้อในบรรยายละเอียดยิบเหมือน คนเขียนข่าวเห็นเองกับตา ซ�้ำยังลงภาพแอบถ่ายมัวๆ เพื่อเพิ่มความ สมจริงให้ข่าว คู่ขา...คนใหม่...? หนังตากระตุกวาบ กู้เหยียนใช้นิ้วกดเปลือกตาเบาๆ วางนิตยสาร คืนที่ แล้วพูดกับเสี่ยวเฉิน “ฉันมีธุระ เดี๋ยวขอไปก่อนแล้วกัน นายกลับ บริษัทเองนะ” “ครับๆๆ”


7 คุ่นคุ่น ถึงเสี่ยวเฉินจะพูดมากอย่างไรก็ยังพูดกันรู้เรื่อง สั่งอะไรท�ำอย่าง นั้น เจ้าตัวเดินตามดาราหนุ่มออกไปข้างนอก เดินมาจนเกือบถึงหน้าประตู กู้เหยียนก็ชะงักเท้า เสี่ยวเฉินแทบชนแผ่นหลังอีกฝ่าย “มีอะไรหรือครับ พี่เหยียน?” “มือถือ...สงสัยจะลืมไว้ในห้องพัก” แค่ข่าวซุบซิบไม่กี่ประโยคใน นิตยสารก็ท�ำเขาใจลอยเสียแล้ว โทรศัพท์มือถือของนักแสดงจะเที่ยววางทิ้งไว้ส่งเดชไม่ได้ เสี่ยวเฉินออกอาสาโดยไม่ต้องรอให้สั่ง “เดี๋ยวผมไปเอาให้ครับ!” พูดยังไม่ทันขาดค�ำก็วิ่งตื๋อกลับทางเดิม ประตูห้องพักเปิดแง้มไว้นิดๆ เสียงคุยจ้อกแจ้กดังออกมาจากข้าง ใน มีทั้งเสียงผู้ชายและผู้หญิง เสี่ยวเฉินจ�ำได้ว่าหนึ่งในนั้นเป็นเสียงของ นักแสดงสมทบหญิง เมื่อครู่เพิ่งจะเข้าฉากกับกู้เหยียนเสร็จหมาดๆ ต้อง ถ่ายใหม่เพราะเขาไปสิบกว่าเทค “...ไหนว่าเป็นดาราใหญ่ เล่นละครโคตรห่วย ดีนะผู้ก�ำกับยังใจ เย็น ไม่ลุกขึ้นมาคว�่ำโต๊ะให้ก่อน” “ฮ่าๆ ไม่รู้หรือไงว่าเขาดังมาจากเรื่องแจกัน จะรับบทไหนก็เล่น ออกมาแข็งทื่อเหมือนเดิมตลอด ดีที่มีขาใหญ่ช่วยหนุนหลังอยู่หรอก ถึง ได้แต่บทพระเอก” “ก็แค่หน้าตาดีแหละว้า” “แหม รู้ได้ไงว่าไม่ใช่เพราะลีลาเด็ด?” ถัดจากนั้นเป็นเสียงหัวเราะคิกคัก ไม่ต้องออกชื่อออกแซ่ คนปัญญาอ่อนยังรู้ว่าพูดถึงใคร เสี่ยวเฉินยังเด็ก เพิ่งมาท�ำงานเป็นผู้ช่วยได้ไม่นาน ไม่เคยเจอ อะไรแบบนี้ เลยได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้าประตู ไม่รู้ว่าควรเข้าไป หรือควรกลับไปดี ระหว่างที่ก�ำลังละล้าละลังอยู่นั้น มือของใครบางคนก็ เอื้อมผ่านไหล่เขาไปผลักประตูห้องพักให้เปิดออกเบาๆ


8 FLOWER VASE 1 เสียงหัวเราะของคนข้างในเงียบกริบลงทันทีเหมือนถูกบีบคอ กู้เหยียนยืนกอดอกตรงหน้าประตู เส้นผมยังเปียกชื้น “มือถือ ล่ะ?” เสี่ยวเฉินตอบอึ้งๆ “ยะ...ยังไม่ได้เข้าไปเอาครับ” ฝ่ายตรงข้ามพยักหน้า แล้วเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือเสียเอง โดยไม่สนใจสีหน้าอิหลักอิเหลื่อของคนที่เหลือ เขากวาดตามองโดยรอบ จากนั้นรอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา “ไม่รบกวนล่ะ เชิญคุยกันต่อตามสบายนะ” พูดจบก็ลากแขนผู้ช่วยเดินออกไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ควบคุมอารมณ์ได้ดีเยี่ยมจนน่าแปลกใจ เสี่ยวเฉินอึ้งอยู่นานกว่าจะหาย แล้วถามกล้าๆ กลัวๆ “พะ...พี่ เหยียน...ไม่โกรธหรือครับ?” “โกรธอะไร?” กู้เหยียนนิ่งคิด ก่อนจะท�ำท่าเหมือนบรรลุ “โกรธที่ พวกนั้นชมว่าฉันลีลาเด็ดน่ะหรือ? อืม ฉันก็ว่าใช้ค�ำสิ้นคิดอยู่เหมือนกัน อย่างน้อยๆ น่าจะบรรยายให้ยาวหน่อย” “......” เสี่ยวเฉินพูดไม่ออก กู้เหยียนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เขาไม่แน่ใจ ว่าฝ่ายนั้นเล่นตลกร้ายหรืออะไรกันแน่ จึงไม่กล้าพูดอะไรอีก วันนี้กู้เหยียนไม่ได้ขับรถมา เจ้าตัวยืนกดโทรศัพท์มือถือตรงหน้า ประตู ไม่ทันไรรถราคาแพงคันหนึ่งก็เลี้ยวจากถนนใหญ่เข้ามาจอดเทียบ จากนั้นคนขับก็เดินลงมาเปิดประตูด้านหลังให้ ดาราหนุ่มโบกมือให้เขา แล้วก้มตัวเข้าไปในรถ ท�ำไมเสี่ยวเฉินจะจ�ำรถประธานกรรมการที่บริษัทไม่ได้ มองจาก มุมที่ยืนจะเห็นว่าในรถมีคนนั่งอยู่แล้วคนหนึ่ง เป็นชายหนุ่มในชุดสูทผูก ไทเนี้ยบกริบ ในรถมืดจึงมองหน้าไม่เห็น เห็นแต่ปลายนิ้วเรียวยาวทรง พลังที่เอื้อมมาจับมือซ้ายของกู้เหยียนไว้อย่างมั่นคง


9 คุ่นคุ่น และเจ้าตัวก็ไม่สลัดออก ตรงข้าม กู้เหยียนยกมุมปากคลี่ยิ้มบางๆ ไม่ต่างอะไรกับคนรักผู้ อ่อนหวานและอ่อนโยน ปัง! ประตูปิดลง รถคันงามเคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล เสี่ยวเฉินอ้าปากค้าง สิ่งที่คนในห้องพักพูดกันเมื่อครู่เป็นความ จริงเสียด้วย ฝีมือการแสดงย�่ำแย่แค่ไหนจะเป็นไรไปเล่า ขอแค่เวลาอยู่นอกบทรู้จักเข้าหาถูกคนก็พอ กู้เหยียนผู้เฉยชาดุจน�้ำแข็งก�ำลังยิ้ม เขาเอนตัวพิงเบาะโดยสารในอิริยาบถผ่อนคลาย ประดับรอยยิ้ม สมบูรณ์แบบไว้บนใบหน้า ริมฝีปากหยักมุมเป็นองศาพอดิบพอดีอย่างที่ ฝึกหน้ากระจกมาไม่รู้กี่ครั้ง เพื่อเอาใจผู้อุปถัมภ์คนส�ำคัญ เขาต้องตั้งอกตั้ง ใจสวมบทบาทแจกันดอกไม้ให้ดีที่สุด และฉินจื้อหย่วนก็อารมณ์ดีมากจริงๆ “ท�ำไมหัวถึงเปียกได้ล่ะ?” นิ้วเรียวลูบหน้าผากเขา ปัดปอยผมสีด�ำสนิทให้เบาๆ น�้ำเสียงทุ้ม นุ่มแฝงไว้ซึ่งความอ่อนโยนและความหวงแหน กู้เหยียนหลับตาลงสบายๆ “เมื่อกี้เพิ่งถ่ายฉากฆ่าตัวตายในห้อง น�้ำมาน่ะครับ” “เหนื่อยหรือเปล่า? ฉันไปส่งให้ที่บ้านก็ได้นะ” “ไม่ต้องหรอก คุณอุตส่าห์ว่างทั้งที” “พรุ่งนี้ฉันลาหยุด” ฉินจื้อหย่วนหัวเราะเบาๆ แล้วโน้มหน้าเข้า


10 FLOWER VASE 1 มากระซิบตรงริมหู “คืนนี้อยู่เป็นเพื่อนเธอได้ทั้งคืน” ฝ่ายตรงข้ามลืมตาขึ้นมอง “ท่านประธานน่าจะงานยุ่งไม่ใช่หรือ?” “เพิ่งกลับจากเมืองนอก ขอพักให้หายเจ็ตแล็กบ้างสิ” คนฟังนึกถึงรูปแอบถ่ายมัวๆ ในหน้านิตยสาร แค่คนหน้าเหมือน... หรือว่าไปฝึกวิชาแบ่งร่างมากันล่ะ? ทว่าเขาเพียงแค่ยิ้มอย่างเข้าอกเข้าใจ ไม่อวดฉลาดว่ารู้ทัน ฉินจื้อหย่วนโอบเอวเขาไว้หลวมๆ พลางสั่งให้คนขับรถเปลี่ยน เป้าหมาย จากนั้นก็โทรศัพท์ไปแคนเซิลร้านอาหารที่จองโต๊ะเอาไว้ล่วง หน้าเป็นเวลานาน ก่อนจะก้มหน้าลงถามเขาว่าคืนนี้อยากกินอะไร อา...ช่างเป็นผู้ชายอ่อนโยนเหลือเกิน ทั้งที่เป็นฝ่ายจ่ายเงินเลี้ยง ดูคนรักแท้ๆ ยังเอาใจใส่ไม่ขาดตกบกพร่อง หาที่ติไม่ได้เลย แถมยังใจดีกับคนรักทุกคนอย่างเท่าเทียม ใจดีจนน่าคันเขี้ยว กู้เหยียนเอนตัวพิงอกกว้างพร้อมกัดฟันกับตัวเอง ความคิดเตลิด ไปเรื่อยๆ จนชักจะง่วงจริงขึ้นมา วันนี้เขาถ่ายแค่ไม่กี่ฉาก แต่ทุกฉากต้องถ่ายไปสิบกว่าเทคถึงจะ ผ่าน โดยเฉพาะกับฉากสุดท้ายที่ต้องแช่น�้ำเย็นๆ ทรมานร่างกายอยู่นาน ดังนั้นระหว่างผู้อุปถัมภ์คนส�ำคัญยังชวนคุยด้วยน�้ำเสียงนุ่มนวล กู้เหยียน ก็เริ่มหาวหวอด แล้วเคลิ้มหลับไปในที่สุดด้วยความง่วงงุน จากนั้นก็ฝัน ฝันว่าก�ำลังถ่ายละคร บทพูดง่ายๆ แค่ประโยคเดียว ไม่รู้ท�ำไมถึงจ�ำไม่ได้เสียที ผู้ก�ำกับ ฟิวส์ขาดจนเขวี้ยงบทใส่หน้าเขาเต็มเหนี่ยว ป้าบ! หัวใจหดเกร็ง กู้เหยียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาพบว่ารถจอดสนิท ท้องฟ้า


11 คุ่นคุ่น ด้านนอกเป็นสีด�ำมืด ดูไม่ออกว่ากี่โมงแล้ว เขาต�ำหนิตัวเองอยู่ในใจ เมื่อ ครู่ดันเผลอหลับให้เสียภาพลักษณ์ไปเสียได้ พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็น ใบหน้าของฉินจื้อหย่วนอยู่ในระยะประชิด ใบหน้าดวงนี้ไม่ได้หล่อเหลาอะไร เพียงแต่เครื่องหน้าได้ส่วน เวลายิ้ม ริ้วบางๆ จะปรากฏขึ้นตรงหางตา เพิ่มความอ่อนโยนให้แก่ดวง หน้า หากใครหนาวสั่นเพราะแช่น�้ำมานานและเพิ่งสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย เป็นต้องหลอมละลายเพราะสายตาคู่นี้ได้ง่ายๆ กู้เหยียนนึกอยากลูบเปลือกตาอีกฝ่ายขึ้นมา ปกติเขาจะส�ำรวมตัว พึงระลึกอยู่เสมอว่าอะไรควรไม่ควร ไม่มี ทางเสียล่ะที่จะลามปาม แต่ตอนนี้เขาหาข้ออ้างมาแก้ต่างว่าตัวเองเพิ่งตื่น ยังไม่หายสะลึมสะลือ แล้วยื่นมือออกไป ฉินจื้อหย่วนนั่งเป็นเพื่อนเขาเงียบๆ อย่างนั้นอยู่นาน อดทนกับ แขนที่ชาดิกเพราะถูกน�้ำหนักตัวเขากดทับ ปล่อยให้เขาใช้ปลายนิ้วเย็นๆ ลูบไล้เปลือกตา ก่อนจะถามขึ้น “คืนนี้อยากกินอะไร?” กู้เหยียนตอบไม่ตรงค�ำถาม “ครึ่งเดือนแล้วนะ” ไม่ว่าจะยุ่งจริงหรือแกล้งยุ่ง ไปต่างประเทศจริงหรือโกหก แต่การ ที่พวกเขาไม่ได้เจอกันถึงครึ่งเดือนเต็มก็เป็นความจริง ดวงตาอ่อนโยนของชายหนุ่มเป็นสีเข้มขึ้น แทบจะพร้อมๆ กับที่ เอี้ยวหน้ามากัดข้อมือกู้เหยียนเอาไว้ กดปลายฟันลงลึกในทีแรก แล้วจึง ค่อยผ่อนแรงลงจนเปลี่ยนเป็นใช้ลิ้นไล้เลียรอยฟันที่ฝากเอาไว้อย่างเล้า โลม กู้เหยียนซ่านระริกตรงปลายนิ้ว ความเจ็บตรงที่ถูกกัดกลายเป็น ความสุขสม ขณะแหงนหน้ารับจุมพิตจากอีกฝ่าย ห้องโดยสารที่มีพื้นที่จ�ำกัดท�ำให้ชายหนุ่มสองคนแนบชิดกันยิ่ง


12 FLOWER VASE 1 ขึ้น ทั้งคู่กอดก่ายกันอย่างเร่าร้อน เหมือนสัตว์ป่าที่ก�ำลังตอบสนองความ ต้องการตามสัญชาตญาณ กู้เหยียนถูกกดตรึงเอาไว้บนเบาะหนังแท้ ต้นขาแยกกว้าง ดัดงอ ในองศาผิดธรรมชาติ เพื่อรองรับการกระทั้นตัวครั้งแล้วครั้งเล่าของร่าง เบื้องบน ความสุขสมที่พลุ่งพล่านไปทั้งกายรุนแรงจนเขาเก็บเสียงคราง เอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจติดขัดขาดหายเป็นห้วงๆ เหมือนจมลงไปในน�้ำอีก ครั้ง ภาพตรงหน้าวูบวาบพร่าพราย ท่ามกลางสติรางเลือน เขายื่นมือออก ไปแตะเปลือกตาคนคนนั้น แล้วปล่อยตัวเองให้จมดิ่งลงลึกขึ้นด้วยความ เต็มใจ หลังบทรักในรถสิ้นสุดลง เมื่อกลับไปถึงบ้านของกู้เหยียน ทั้งคู่ก็ ปรารถนาในกันและกันอีกครั้ง คราวนี้กู้เหยียนเป็นฝ่ายคุมเกมในแบบที่ฉินจื้อหย่วนโปรดปราน ที่สุด เขาขึ้นคร่อมอีกฝ่ายเอาไว้ ขยับสะโพกพลางเล่นกับร่างกายตัวเอง แล้วร้องครางดังลั่นเมื่อถึงจุดสุดยอด...อยากให้เขาเร่าร้อนแค่ไหน เขาก็ สนองได้ทั้งนั้น เมื่อต่างเสร็จสมกันไปทั้งคู่ ฉินจื้อหย่วนนอนหอบหายใจบนเตียง อย่างพึงพอใจ “วันนี้เป็นอะไรไป ดูดิบเป็นพิเศษเลยนะ” เขาย้อนถามยิ้มๆ “ท่านประธานไม่ชอบหรือครับ?” ค�ำตอบที่ได้รับคือจุมพิตที่แนบลงมาบนริมฝีปาก จวบจนความ ร้อนในตัวคนทั้งคู่ค่อยๆ ระอุขึ้นมาใหม่ กู้เหยียนถึงค่อยเปรยขึ้นลอยๆ “ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้ผมตกกระป๋ องซะแล้ว” “ได้ข่าวว่า?” แววตาคู่สนทนาสะดุดไปเล็กน้อย สีหน้าเป็นปกติ ไม่มีพิรุธให้จับได้ “ไปได้ข่าวมาจากไหน?” กู้เหยียนออกชื่อนักแสดงหญิงคนหนึ่งเบาๆ ฉินจื้อหย่วนหัวเราะขัน “ข่าวในนิตยสารนินทาดาราแบบนั้นเธอ


13 คุ่นคุ่น ก็เชื่อด้วยหรือ? ฉันกับแอนนา ถัง เคยไปกินข้าวด้วยกันหลายครั้งก็จริง แต่เพราะงานล้วนๆ” “หมายความว่าเขาไม่ใช่คู่ขาคนใหม่ของคุณงั้นสิ?” ฝ่ายตรงข้ามตอบอย่างมีชั้นเชิง “ตอนนี้ฉันกอดเธออยู่นะ” ไม่ยอมรับ ทว่าก็ไม่ปฏิเสธ ทิ้งพื้นที่ขนาดใหญ่อันแสนคลุมเครือ เอาไว้ให้เขาไปตีความเอง ฉินจื้อหย่วนเป็นอย่างนี้เสมอ กู้เหยียนรู้ดี จะถามก็ถามได้แค่ ระดับหนึ่ง ถามมากไปกว่านั้นเท่ากับล�้ำเส้น ชายหนุ่มจะเลี้ยงคู่ขาสองคน หรือยี่สิบคนก็ไม่ใช่ธุระโกงการอะไรของเขา เขาเป็นแค่คนที่ถูกเลี้ยงเท่านั้น ในเมื่อฝ่ายเลี้ยงดูใจใหญ่ ให้เขาได้ทั้งชื่อเสียงเงินทอง เขาก็ต้อง พึงระลึกเอาไว้เสมอว่าตัวเองอยู่ในฐานะไหน ยิ้มเมื่อควรยิ้ม แกล้งโง่เมื่อ ควรโง่ จะให้กลายเป็นคนส�ำคัญทั้งที่ขายบริการทางเพศ ย่อมเป็นไปไม่ ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งขัน จนกู้เหยียนหัวเราะออกมาจริงๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ฉินจื้อหย่วนลูบแผ่นหลังชื้นเหงื่อของเขาเบาๆ “เรื่องที่ถ่ายอยู่ จวนปิดกล้องแล้วใช่ไหม? ถัดจากนี้มีคิวอะไรต่อ?” “ละครย้อนยุค ผมเล่นเป็นนักฆ่าหน้าตาย” ไม่ต้องแสดงอารมณ์ มาก เหมาะกับเขาที่สุดแล้ว “จ้าวซินมีแพลนเปิดกล้องหนังเรื่องใหม่ ฉันดูบทแล้ว น่าสนใจอยู่ เหมือนกันนะ ถึงไม่ใช่แนวตลาด แต่พอมีลุ้นว่าจะได้รางวัล อยากลองดู ไหม?” กู้เหยียนปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด “ไม่เอาครับ” “เล่นตัวขนาดนี้เลย?” แทนที่จะโกรธ ฉินจื้อหย่วนกลับอารมณ์ดี กับความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย “โกรธที่คราวก่อนโดนเหล่าจ้าวด่าว่าเล่น


14 FLOWER VASE 1 แข็งเป็นท่อนไม้หรือไง?” แปลก เขาเป็นพวกขี้วีนหรือไงนะ? ท�ำไมใครต่อใครถึงชอบคิดว่าเขาจะโกรธอยู่เรื่อย? “ผู้ก�ำกับจ้าวพูดเรื่องจริง ผมจะโกรธไปท�ำไมกัน แต่ผมรับแค่บท พระเอกอย่างเดียว คุณว่าเขาจะยอมไหมล่ะ?” ฉินจื้อหย่วนยังจ�ำเหตุการณ์ที่จ้าวซินโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงครั้ง ก่อนได้ดี เพราะฉะนั้นคงเป็นไปไม่ได้ “ถ้างั้นก็ช่างเถอะ นอนดีกว่า” พูดพลางดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวคนทั้งคู่ ซ�้ำยังเหน็บชายผ้าให้อย่าง เอาใจใส่ พรุ่งนี้คิวงานของกู้เหยียนเริ่มตอนบ่าย เมื่อครู่ได้นอนในรถมา แล้วงีบหนึ่ง ตอนนี้เลยไม่ค่อยง่วง นาฬิกาบนผนังบอกเวลาตีสามของเช้า วันใหม่ เขาลืมตานอนฟังเสียงหายใจของคนข้างตัวเงียบๆ เมื่อคะเนว่า ฉินจื้อหย่วนน่าจะหลับไปแล้ว ก็ค่อยลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าลงจากเตียงเดินไป รินน�้ำดื่มในห้องรับแขก วื้อออ ตอนที่กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง โทรศัพท์มือถือก�ำลังสั่น ท�ำให้ เสื้อผ้าที่กองสุมกันอยู่บนพื้นพลอยสะเทือนเบาๆ ไปด้วย เขากลัวการรับโทรศัพท์ตอนกลางดึก เพราะส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่อง ดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกลั้นใจก้มตัวลงควานหาโทรศัพท์ในกองเสื้อผ้า สุด ท้ายปรากฏว่าโทรศัพท์ที่อยู่ในมือกลับเป็นของฉินจื้อหย่วน ชื่อ แอนนา ถัง ปรากฏอยู่บนหน้าจอ โทรมาหากันกลางดึกกลางดื่นแบบนี้ ไม่ใช่คู่ขาคนใหม่ แต่เป็น คนรู้ใจอย่างนั้นสิ? เขากดดูสายที่ไม่ได้รับ...ทั้งหมดสิบกว่าสาย มีแต่ชื่อ แอนนา ถัง ทั้งนั้น กู้เหยียนปวดหัวขึ้นมานิดๆ เขาผินหน้ามองท้องฟ้าสีด�ำมืดนอก


15 คุ่นคุ่น หน้าต่าง นิ่งรอเงียบๆ จนกระทั่งแสงบนหน้าจอโทรศัพท์ดับลง จึงค่อยเก็บ เสื้อผ้ามากองสุมกันทีละชิ้น แล้วยัดโทรศัพท์กลับเข้าไปเหมือนไม่มีอะไร เกิดขึ้น จากนั้นก็เลิกผ้าห่มเอนตัวลงนอนเคียงข้างชายหนุ่มอีกครั้ง ฉินจื้อหย่วนรู้สึกตัวตื่นเพราะกลิ่นหอมของอาหาร ที่นอนข้างตัวว่างเปล่า ท้องฟ้านอกหน้าต่างสว่างไสว เห็นแล้ว เพิ่งนึกออกว่าเมื่อคืนวานตัวเองลืมกินข้าว เขาหยิบเสื้อผ้าบนพื้นขึ้นมา สวม เข้าห้องน�้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วเดินเข้าไปดูในห้องรับแขก ทว่า แทนที่จะได้เห็นอาหารที่กู้เหยียนสั่งมาจากข้างนอก กลับได้ยินเสียงก๊อก แก๊กดังมาจากทางห้องครัวแทน ชายหนุ่มเดินไปยืนตรงหน้าประตู มองกู้เหยียนเดินไปเดินมาอยู่ ข้างในอย่างประหลาดใจน้อยๆ นานทีปีหนฝ่ายนั้นจะเข้าครัวสักที กู้เหยียนฝันอยากเป็นเชฟมาตั้งแต่เด็ก ฝีมือท�ำอาหารดีกว่าฝีมือ การแสดงไม่รู้กี่เท่า พอความฝันไม่เป็นจริงก็ไม่ยอมเข้าครัวสักเท่าไหร่ ข้อ อ้างคือขี้เกียจ แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าไม่อยากแสลงใจ แม้จะร้างราการท�ำอาหารไปนาน กู้เหยียนก็ยังคล่องแคล่วเหมือน เดิม ไม่ทันไรอาหารเสร็จใหม่ๆ ก็วางเต็มโต๊ะ มีแต่อาหารที่มักจะท�ำกิน กันที่บ้านทั้งนั้น ทุกจานส่งกลิ่นหอมฉุย รสชาติยิ่งไม่ต้องพูดถึง จานเด็ดเป็นก๋วยเตี๋ยวน�้ำสีเขียวหยก ใช้โครงไก่เคี่ยวน�้ำซุป เพิ่ม รสชาติด้วยเห็ดฝานเป็นแว่นกับแฮมแผ่น กลิ่นต้นหอมตลบอบอวลยั่ว น�้ำลาย พอลองใช้ตะเกียบคนดู กลับไม่เห็นเส้นก๋วยเตี๋ยวสักเส้น มีแต่ต้น หอมสีเขียวเข้มที่ตัดโคนตัดปลายทิ้งแล้วลอยขึ้นมา ต่อเมื่อคีบเข้าปากถึง ได้รู้ว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวถูกสอดเข้าไปในใบหอม เคี้ยวแต่ละทีกลิ่นหอมจะ


16 FLOWER VASE 1 กระจายฟุ้งอยู่ในโพรงปาก ฉินจื้อหย่วนนั่งลงหน้าโต๊ะ คีบกินติดๆ กันหลายค�ำอย่างถูกอก ถูกใจ แล้วอดถามไม่ได้ “นึกยังไงถึงท�ำจานนี้?” กู้เหยียนหยิบตะเกียบนั่งกินบ้าง “ติดใจตั้งแต่ได้กินคราวก่อนแล้ว ครับ ก็เลยมาหัดท�ำดูบ้าง จะได้ให้คุณช่วยชิมด้วย” คราวก่อนที่ว่าเขากับฉินจื้อหย่วนไปเที่ยวต่างเมืองด้วยกัน แล้ว สั่งก๋วยเตี๋ยวชนิดนี้มากินในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ฉินจื้อหย่วนถูกใจตั้งแต่ ตอนนั้น เอ่ยปากชมถึงสองครั้งระหว่างที่กิน เขาจ�ำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ขึ้นใจทุกอย่าง ฉินจื้อหย่วนซาบซึ้งอยู่ในใจ “อร่อยมาก แต่คงเสียเวลาน่าดูเลย สิ” เห็นเป็นแค่ก๋วยเตี๋ยวชามเดียว แต่น�้ำซุปต้องเคี่ยวใหม่ๆ ก๋วยเตี๋ยวก็ต้องสอดเข้าไปในใบหอมทีละเส้นๆ กว่าจะเสร็จต้องใช้ทั้งเวลาและ ความตั้งใจ กู้เหยียนรับค�ำขึ้นจมูกเบาๆ ว่า ‘อืม’ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย จะเอาใจคนใหญ่คนโตแบบนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ ต้องใช้สมองให้มาก เข้าไว้ เพราะประจบมากไปก็ไม่ดี ไม่เอาใจใส่เลยก็ไม่ได้ น่าเหนื่อยใจยิ่ง กว่าเวลาถูกด่ากลางกองถ่ายเสียอีก ต่อให้ไม่มีใจรักงานที่ตัวเองท�ำ ก็ต้อง มีความเป็นมืออาชีพกันบ้าง โชคดีที่ฉินจื้อหย่วนยังถนอมน�้ำใจเขาด้วยการกินก๋วยเตี๋ยวจน เกลี้ยงชาม แล้วพูดขึ้น “เสียดายที่ไม่ค่อยได้กินอาหารฝีมือเธอเท่าไหร่” กู้เหยียนเงยหน้ามายิ้มให้ แต่ยังไม่ทันพูดอะไร เสียงโทรศัพท์มือ ถือสั่นก็ดังขึ้นเสียก่อน เมื่อครู่เจ้าของวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะกินข้าว ดังนั้นแค่หันไปมอง จึงเห็นชื่อ แอนนา ถัง ได้ทันที กู้เหยียนท�ำราวกับไม่ได้ยิน ไม่แม้แต่จะปรายตามองด้วยซ�้ำ ยัง


17 คุ่นคุ่น คงจับตะเกียบด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างเอื้อมข้ามโต๊ะไปวางทาบลง บนหลังมือฝ่ายตรงข้ามอย่างนุ่มนวล มุมปากคลี่ยิ้มบางๆ พร้อมกะพริบ ตา “ถ้างัดทีเด็ดออกมาใช้บ่อยๆ ก็ไม่มีความหมายสิครับ” ฉินจื้อหย่วนใคร่ครวญความนัยในประโยคนั้น พลางจ้องตาเขา อย่างนึกสนุก จากนั้นก็ยิ้มออกมาบ้าง กลายเป็นสายที่ไม่ได้รับไปอีกหนึ่งสาย แสงบนหน้าจอโทรศัพท์ดับไปแล้ว ชายหนุ่มพลิกมือขึ้นจับมือเขา เอาไว้ แล้วถามด้วยเสียงอ่อนโยนไร้ที่ติ “วันนี้มีคิวถ่ายตอนบ่ายใช่หรือ เปล่า? เดี๋ยวฉันไปส่ง”


ครึ่งเดือนให้หลัง แอนนา ถัง ปฏิเสธความสัมพันธ์กับใครบาง คนในรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พร้อมโปรโมต อัลบัมใหม่ที่จะออกมาเร็วๆ นี้ไปในตัว เพื่อยืนยันว่าข่าวที่แพร่สะพัดใน ระยะนี้เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น กู้เหยียนที่ยังไม่ตกกระป๋ องนอนแกว่งรีโมตโทรทัศน์อยู่บนโซฟา วิจารณ์ลอยๆ “เพลงธรรมดาๆ ไม่เห็นมีอะไรแปลกใหม่เลย” ฉินจื้อหย่วนที่เพิ่งสวมสูทเสร็จโน้มตัวลงมาจูบแก้มเขา “แค่ขาย ได้ก็พอแล้ว จะสนใจความแปลกใหม่ไปท�ำไม” เขาดึงเนกไทชายหนุ่มเอาไว้ ตอบกลับด้วยจุมพิตร้อนแรง ก่อน จะถามยิ้มๆ “เพราะงั้นคุณเลยยอมปล่อยมือจากสาวสวยเพื่อยอดขายใช่ ไหม?” “แค่เรื่องงานล้วนๆ น่า” ยังเป็นค�ำตอบที่เหมาะจะออกสื่อเหมือน เดิม ฉินจื้อหย่วนขยับเนกไทให้เข้าที่ กลับไปเนี้ยบกริบตั้งแต่หัวจรดเท้า อีกครั้ง “คืนนี้ฉันต้องไปงานเลี้ยง มาอยู่เป็นเพื่อนไม่ได้นะ” ใครอยู่เป็นเพื่อนใครกันแน่? CHAPTER 2


19 คุ่นคุ่น กู้เหยียนคร้านจะแก้ไขค�ำพูดอีกฝ่าย เพียงแค่โบกมือให้ แล้วเย้า “ไปดีมาดีนะครับนายท่าน” ชายหนุ่มเดินออกไปพร้อมเสียงหัวเราะ เขาทิ้งน�้ำหนักให้จมลงไปบนโซฟาทั้งตัวนอนดูโทรทัศน์ต่อ ละคร ที่ถ่ายท�ำไปช่วงก่อนหน้าเพิ่งจะปิดกล้อง ส่วนเรื่องใหม่ก็ยังไม่เปิดกล้อง ระยะนี้เขาจึงเอาแต่นอนขี้เกียจอยู่กับบ้าน ราวเที่ยง ผู้จัดการโทรศัพท์มาบอกว่าสินค้าที่เคยคุยกันว่าจะให้ กู้เหยียนเป็นพรีเซนเตอร์เริ่มมีความคืบหน้าแล้ว โดยให้เขาไปเทสต์หน้า กล้องช่วงสุดสัปดาห์ ก่อนวางสายยังบอกว่ากว่าจะได้งานนี้มา ประธาน ฉินต้องพาคนของอีกฝ่ายไปเลี้ยงข้าวหลายมื้อ กู้เหยียนเข้าใจทันที นี่เป็นการตอบแทนที่เขาปรนนิบัติเอาใจ ฉินจื้อหย่วนได้อย่างไร้ที่ติ จะได้ไม่ต้องติดค้างกัน บอกแล้วอย่างไรล่ะ ฉินจื้อหย่วนเป็นคนใจป�้ำ เขายกยิ้มตรงมุมปากด้วยความเคยชิน แล้วนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ผู้ อุปถัมภ์ไม่ได้อยู่ด้วย ไม่มีความจ�ำเป็นต้องประดับยิ้มไว้บนหน้า เวลาท�ำหน้าเฉยไม่ยิ้มแย้ม สีหน้าของเขาจะราบเรียบไร้ความ รู้สึก กู้เหยียนดูโทรทัศน์ด้วยใบหน้าแบบนั้นจนเย็น กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าควร โทรศัพท์ไปขอบคุณฉินจื้อหย่วนก็ค�่ำ แน่นอนว่าหากงานเลี้ยงของอีกฝ่าย เลิกแล้ว เขาย่อมมีวิธีขอบคุณที่ตรงไปตรงมากว่านั้น สัญญาณโทรศัพท์ดังอยู่นานถึงค่อยมีคนรับสาย ทว่าไม่ใช่เสียง ของเจ้าของโทรศัพท์ “ฮัลโหล นั่นใครครับ?” เป็นเสียงผู้ชายสะอาดสะอ้าน ระดับกลางๆ ก�ำลังดี ไม่สูงไม่ต�่ำ ฟังแล้วสบายหูอย่างบอกไม่ถูก ถ้าหากเสียงสมตัว...กู้เหยียนคิด...จะต้องเป็นคนหน้าตาดีแน่ ท�ำไมเขาจะไม่รู้รสนิยมของฉินจื้อหย่วน แค่ได้ยินเสียงก็แทบจะจินตนาการ


20 FLOWER VASE 1 ได้เลยด้วยซ�้ำว่าคู่สายหน้าตาอย่างไร แต่ใครจะไปรู้ อาจเป็นแค่บริกร โรงแรมก็ได้ ระหว่างที่ความคิดเตลิดไปอย่างนั้น ทางปลายสายก็ถามแบบเดิม ซ�้ำอยู่หลายครั้ง เขาหัวเราะกลบเกลื่อน “ตอนนี้ประธานฉินไม่สะดวกรับโทรศัพท์ ใช่ไหม?” “ใช่ครับ คุณรู้ได้ไง...” “ไม่มีอะไรหรอก ผมกดเบอร์ผิดน่ะ” เขากดตัดสายอย่างไม่รีบร้อน แล้วโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟา นั่ง คนเดียวในความมืดเงียบๆ สักพัก ก่อนจะกดรีโมตดูโทรทัศน์ต่อเหมือน ไม่เกิดอะไรขึ้นทั้งสิ้น คืนนั้นฉินจื้อหย่วนไม่ได้มาหา สองวันให้หลังถึงค่อยนัดเขาออก มากินอาหารกลางวันด้วยกัน โดยไม่พูดถึงโทรศัพท์ในคืนนั้นแม้แต่ค�ำ เดียว กู้เหยียนเองก็ไม่ถาม ไม่สนใจ และไม่คิด หึ เขารู้อยู่หรอกว่าอะไรควรไม่ควร สุดสัปดาห์มีเทสต์หน้ากล้องตามแผนการ อันที่จริงผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเป็นที่แน่นอนแล้ว กู้เหยียน แค่มาเทสต์เป็นพิธีเท่านั้น เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าสไตล์ต่างกันอยู่หลายชุดไป ยืนโพสต์ท่าหน้ากล้อง เนื่องจากไม่ต้องใช้ฝีมือการแสดง งานในวันนี้จึง เป็นไปอย่างราบรื่น เสี่ยวเฉินวิ่งเข้าวิ่งออกเพื่อยกน�้ำมาเสิร์ฟระหว่างที่พักเติมเครื่อง ส�ำอาง แล้วไม่วายจะพูดมากตามนิสัย “พี่เหยียน ได้ยินว่าลูกค้าพอใจรูปลักษณ์ของพี่มากเลย ดูท่าเรา


21 คุ่นคุ่น น่าจะได้งานนี้แน่ๆ เสื้อผ้ายี่ห้อนี้ไม่ดังมากก็จริง แต่ดีไซน์แปลกใหม่ไม่ ซ�้ำใคร เหมาะกับบุคลิกพี่ด้วย ผมว่า...” “Jacky!” เสียงพูดน�้ำไหลไฟดับของเสี่ยวเฉินมีอันต้องสะดุดลงเพราะเสียง อุทานของผู้หญิง นางแบบที่ถ่ายคู่กับกู้เหยียนวิ่งออกไปที่ประตูทั้งรองเท้า ส้นสูง แล้วโถมตัวเข้ากอดชายหนุ่มในชุดสูทและรองเท้าหนังคนหนึ่ง “นึกอยู่แล้วว่าวันนี้คุณต้องมา!” “นี่มันที่สาธารณะนะ ห่วงภาพลักษณ์หน่อยสิ” ฝ่ายชายติงอย่าง เย็นชา พร้อมถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ท่าทางเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ “เมื่อไหร่จะ เลิกล่ะ ฉันจะพาไปขับรถเล่น” “ใกล้แล้วๆ ถ่ายอีกเซ็ตเดียวก็เสร็จ” ทั้งสองคุยกันแบบไม่หลบสายตาใคร เสี่ยวเฉินที่ชอบสอดเรื่อง ของชาวบ้านเป็นชีวิตจิตใจชะโงกหน้าออกไปสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อน จะหันกลับมากระซิบพลางสะกิดแขนดาราที่ตนดูแล “พี่เหยียน น้องชายประธานฉินครับ” กู้เหยียนชะงัก แล้วเงยหน้าขึ้นมองผ่านกระจกบานใสออกไป พบ ว่าเป็นฉินเฟิงจริงๆ ฝ่ายนั้นอ่อนกว่าเขาหนึ่งปี รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อ เหลา แต่จองหองอย่างร้ายกาจ ถูกตามใจจนเหลิง ชอบมองคนด้วยหาง ตา ผิดกับฉินจื้อหย่วนผู้สุขุมอ่อนโยนราวฟ้ากับเหว เจอหมอนี่ทีไร กู้เหยียนเป็นต้องอัศจรรย์ใจในสิ่งที่เรียกว่ายีนทุก ครั้ง แต่ไม่รู้ท�ำไมฉินเฟิงถึงได้สนอกสนใจในตัวเขานัก พอสายตาของ ทั้งคู่ประสานกัน เจ้าตัวก็ผละจากนางแบบอกอิ่มเอวคอดสาวเท้ายาวๆ เดินเข้ามาทักทายเขาแทน กู้เหยียนผงกศีรษะทักตอบตามมารยาท “คุณฉิน ไม่เจอกันนาน


22 FLOWER VASE 1 นะ” “ท�ำงานอยู่หรือ?” “อืม แต่ใกล้เสร็จแล้ว” “เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะ” เขาเหลือบมองนางแบบสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล “จะไปรบกวนการเดท ของคุณฉินกับแฟนหรือเปล่า?” “แค่เพื่อนธรรมดาน่า” ฉินเฟิงตอบหน้าตาย มีแต่ค�ำตอบแบบนี้นี่แหละที่เหมือนพี่ชายไม่ผิดเพี้ยน กู้เหยียนนึกขัน ทว่าก็ยังปฏิเสธ “ขอโทษที คืนนี้ผมไม่ว่าง” “งั้นก็พรุ่งนี้” “ผมคิวเต็มทุกวันแหละ สงสัยคุณฉินคงต้องนัดล่วงหน้า” ฝ่ายตรงข้ามหน้าบึ้งทันตา กู้เหยียนท�ำเป็นมองไม่เห็น พอดีกับที่ช่างภาพเรียกเข้ากล้อง เขา จึงเอ่ยขอโทษแบบลวกๆ แล้วลุกขึ้นยืน แต่เพิ่งจะเดินออกมาไม่ทันไร น�้ำ เสียงเยาะเย้ยของฉินเฟิงก็ดังขึ้นข้างหลัง “ช่วงนี้พี่ฉันมัวแต่เอาใจคู่ขาคนใหม่ ก็เลยเจียดเวลามาหานายไม่ ได้ล่ะสิ จะมัวเสียเวลาอยู่กับเขาไปท�ำไม?” ปลายเท้าของกู้เหยียนชะงัก “ถ้าหมายถึงคุณถังล่ะก็...” “แอนนา ถัง น่ะแค่ตัวหลอก คนวงในเขารู้กันทั้งนั้นแหละ ว่าพี่ ฉันก�ำลังหลงหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ ปีศาจจิ้งจอกนั่นมันหน้าตาดี ขนาด เสียงยังเพราะเลย พี่ฉันเลยกางปีกปกป้องเต็มที่ ถึงกับยอมใช้แอนนา ถัง เป็นตัวหลอก ไม่ให้นักข่าวเข้ามายุ่งกับมัน” กู้เหยียนนิ่งเงียบ ฉินเฟิงเดินเข้ามายกมือโอบไหล่เขาเอาไว้ แล้วล่อด้วยเหยื่อชิ้น ใหม่ “ช่วงนี้พี่ฉันไปกินข้าวที่ ‘นอคเทิร์น’ ทุกวัน วันนี้ฉันก็ว่าจะไปพอดี สนใจจะไปด้วยกันไหมล่ะ?”


23 คุ่นคุ่น นอคเทิร์นเป็นภัตตาคารระบบสมาชิกที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ฉินจื้อหย่วนมักจะไปกินข้าวที่นั่นบ่อยๆ จริงดังว่า เขานิ่งคิด ค�ำพูดของฉินเฟิงน่าจะจริงเป็นส่วนใหญ่ เท็จเป็นส่วน น้อย เขาจึงนับเลขเงียบๆ อยู่ในใจ หนึ่ง...สอง...สาม...พอนับไปถึงเลข สุดท้าย รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ขณะหันไปบอก “เอาสิ” พูดพลางเบี่ยงตัวหลบมือของฝ่ายตรงข้ามอย่างแนบเนียน “ผม ขอตัวไปถ่ายรูปก่อน” ฉินเฟิงยืนกอดอกรออยู่ข้างๆ ตอนแรกนางแบบสาวไม่ยอมท่า เดียวที่ถูกยกเลิกนัดกะทันหัน แต่แค่ชายหนุ่มขมวดคิ้วใส่ เธอก็กลัวจนไม่ กล้าบ่นอะไรอีก กว่าจะเทสต์หน้ากล้องเสร็จก็เย็นพอดี กู้เหยียนสั่งงานกับเสี่ยวเฉิน ก่อนจะตามฉินเฟิงไปขึ้นรถสปอร์ต คันใหม่ แต่รถสมรรถนะสูงแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ ตอนนั้นเป็นช่วงบริษัท เลิกงาน การจราจรในเขตเมืองแทบจะเป็นอัมพาต ระหว่างทางต้องติดไฟ แดงอยู่หลายแยก ฉินเฟิงเป็นคุณชายเอาแต่ใจ ไม่พอใจอะไรนิดหน่อยก็แสดงออก ทางสีหน้า ต่อเมื่อถึงที่หมายนั่นแหละ หน้าตาถึงค่อยพอดูดีขึ้นบ้าง พนักงานในนอคเทิร์นคุ้นเคยกับเจ้าตัวเป็นอย่างดี พอเห็นหน้าก็ รีบยิ้มแย้มเดินเข้ามาต้อนรับ แล้วน�ำทั้งคู่เข้าไปยังห้องวีไอพีที่จองไว้ อาหารร้านนี้รสชาติปานกลาง ไม่แย่ แต่ก็ไม่เยี่ยม ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ดี ตรงที่ตกแต่งน่ารัก เสิร์ฟใส่จานเล็กๆ ดูกระจุ๋มกระจิ๋ม ช่วยกระตุ้นความ อยากอาหารได้มาก กู้เหยียนกินมากกว่าพูด และไม่ได้เอ่ยถึงฉินจื้อหย่วนเลยแม้แต่ ประโยคเดียว เพื่อนร่วมโต๊ะพักตะเกียบมองเขาเป็นระยะ หลังจากอดทนอยู่


24 FLOWER VASE 1 นาน สุดท้ายก็ทนความอยากรู้ไม่ไหว “ไม่อยากรู้เรื่องพี่หรือไง?” เขาเลิกคิ้วย้อนถาม “ผมมาที่นี่เพื่อทานข้าวกับคุณฉิน เกี่ยวอะไร กับท่านประธานด้วยล่ะ?” โดนตอกกลับมาแบบนี้ ฉินเฟิงชักหมดสนุก เขานั่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน�้ำเสียงเบื่อหน่าย “ถ้าเขาพาปีศาจจิ้งจอกนั่นมา จะมี คนมาส่งซิกให้ฉัน” กู้เหยียนเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ “อาหารที่นี่อร่อยดีเหมือนกันนะ” แผนยุแยงตะแคงรั่วล้มเหลวไม่เป็นท่า ผู้เสียหายไม่มีอาการสน อกสนใจ ฉินเฟิงจึงไม่มีโอกาสได้เป็นมือที่สามเสียที เลยเปลี่ยนวิธีด้วย การหันไปสั่งให้บริกรยกเหล้านอกเข้ามาหลายขวด แล้วคะยั้นคะยอให้เขา ดื่ม เหมือนว่าวันนี้จะต้องจับเขามอมเหล้าให้ได้ กู้เหยียนไม่ใช่คนพูดเก่ง ฉินเฟิงยื่นเหล้าให้กี่แก้วก็รับไปดื่มอย่าง ว่าง่าย ไม่ปฏิเสธหรืออิดออด ตัวฉินเฟิงเองก็ดื่มเข้าไปไม่น้อย แต่ไม่ใช่คนคอแข็งอะไรนัก ดื่ม ไปได้สักพักก็เริ่มเมา นั่งก้มหน้าเปิดๆ ปิดๆ ฝาไฟแช็กเล่นดัง ‘แก๊กๆ’ จวบจนเสียงเคาะประตูดังขึ้น ถึงได้เงยหน้าพรวด ‘ก๊อกๆๆ’ เสียงเคาะดังแค่เพียงสามครั้ง จากนั้นก็เงียบหายไป สงสัยจะเป็นการ ‘ส่งซิก’ ที่ว่า กู้เหยียนคิดอยู่ในใจ แต่ไม่ได้เอ่ย ถาม รอให้ฝ่ายตรงข้ามพูดขึ้นมาก่อน สุดท้ายฉินเฟิงก็ทนไม่ไหวจริงๆ หลังจากที่เหลือบมองไปทาง ประตูอยู่หลายครั้ง ก็หันมาคว้าข้อมือเขาเอาไว้ “นายหน้าตาดีกว่าปีศาจจิ้งจอกนั่นตั้งเยอะ” กู้เหยียนเอ่ยขอบคุณทันทีโดยไม่คิดจะถ่อมตัว อีกฝ่ายโน้มหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดใบ หู “พี่ฉันเป็นพวกได้ใหม่ลืมเก่า ไม่ต้องซื่อสัตย์กับเขานักหรอกน่า”


25 คุ่นคุ่น คู่สนทนาถอนหายใจ แล้วพึมพ�ำกับตัวเอง “คนเราก็ได้ใหม่ลืม เก่าทั้งนั้นแหละ ที่ไม่โยนของเก่าทิ้ง เพราะยังไม่เจอของที่ดีกว่าต่างหาก” เสียงนั้นเบาเกินกว่าที่ฉินเฟิงจะฟังรู้เรื่อง และเจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจ ฟัง กลับยกมือขึ้นลูบแก้มเขาแทน “ฉันถูกใจนายมาตลอดเลยนะ รับรอง ว่าถ้าคบกับฉัน ฉันให้นายได้มากกว่าที่พี่เคยให้” “โอเค ไว้พอเลิกกับท่านประธานเมื่อไหร่ ผมจะพิจารณาคุณเป็น คนแรกแล้วกัน” “นาย...!” เวลาไม่ดื่มเหล้า ฉินเฟิงเป็นคนขี้โมโหอยู่แล้ว พอเหล้า เข้าปากยิ่งฉุนเฉียวง่ายกว่าเดิม “นี่ฉันอุตส่าห์ให้เกียรติแล้วนะ! นายมันก็ แค่ผ้าขี้ริ้วที่พี่ใช้เบื่อแล้วเท่านั้นแหละว้า จะถูกโยนทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ให้ฉัน เล่นต่อจะเป็นไรกันเชียว” พูดจบก็บดขยี้ริมฝีปากลงไปโดยแรง กลิ่นเหล้าฉุนจัดที่พวยพุ่งเข้ามาในโพรงปากท�ำให้กู้เหยียนอยาก จะถอนหายใจอีกสักครั้ง เสียแรงที่คุณชายฉินท�ำตัวเป็นหนุ่มนักรักตามจีบนางแบบกับนัก ร้องได้ทุกวี่ทุกวัน ท�ำไมถึงได้จูบห่วยแตกแบบนี้นะ? มือขวาถูกฉินเฟิงจับไว้แน่น เหลือแต่มือซ้ายที่ยังเคลื่อนไหวได้ โดยอิสระ กู้เหยียนค่อยๆ ไต่มือขึ้นไปวางบนไหล่อีกฝ่าย แล้วใช้ริมฝีปาก ตอบสนองบ้าง เขาปรือตาบดจูบให้ดูดดื่มและร้อนแรงขึ้น ถึงขั้นสอดลิ้น เข้าไปตวัดคลอในโพรงปาก ตอนแรกฉินเฟิงยังรู้สึกพออกพอใจเอามากๆ แต่ผ่านไปนานเข้า ชักหายใจไม่ทัน จากนั้นก็เริ่มเข่าอ่อนจนแทบจับมือกู้เหยียนเอาไว้ไม่อยู่ ระหว่างที่ก�ำลังเคลิ้มไปกับรสจูบ เสียง ‘เพล้ง’ ก็ดังขึ้น เมื่อขวดเหล้านอก ถูกทุบแตก อาการเมาหายไปกว่าครึ่ง ฉินเฟิงลืมตาขึ้น แล้วพบว่ากู้เหยียน ก�ำลังยืนแกว่งขวดปากฉลามมองตนยิ้มๆ ซี่แก้วแหลมคมสะท้อนแสงเป็น


26 FLOWER VASE 1 ประกายเย็นเฉียบ เขาถอยหนีโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ทันไรหลังก็ชนผนังห้อง กู้เหยียน ตวัดแขนข้างที่ว่างโอบคอเขาพร้อมแนบริมฝีปากเข้าหาอีกครั้ง ยิ่งจุมพิต เร่าร้อนเท่าไหร่ ขวดแก้วก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนครูดถากผิวแก้มเขาไปมา น่าเสียวไส้เป็นที่สุด ฉินเฟิงอยากดิ้นหนี แต่เพราะเมื่อครู่ดื่มเข้าไปไม่น้อย มือเท้าเลย ไม่ยอมฟังค�ำสั่ง ท�ำได้แค่ตวาด “คิดจะท�ำอะไร?” “คุณชายฉินอยากเล่นกับผมไม่ใช่หรือ? ผมก็เล่นด้วยแล้วไงล่ะ” กู้เหยียนใช้หัวเข่าเสียดสีส่วนส�ำคัญของฝ่ายตรงข้ามทั้งที่ยังไม่ถอนจูบ นัยน์ตาคู่นั้นพราวเสน่ห์เป็นประกายระยับโดยไม่ต้องพึ่งฝีมือการแสดง คนโดนขู่เย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วตวาดปากคอสั่น เมื่อขวด ปากฉลามถูกลากต�่ำลงไปช้าๆ “อย่าท�ำบ้าๆ นะเว้ย! ถ้านายกล้าท�ำอะไร ล่ะก็ ฉันจะตะโกนล่ะนะ!” “ตะโกนว่าอะไร?” คู่กรณีถามขันๆ “เสียมารยาทหรือ?” ฉินเฟิงพยายามท�ำหน้าดุดันถลึงตามองอีกฝ่าย ทว่าสั่นพั่บๆ ไป ทั้งตัว กู้เหยียนเดาะลิ้นขัดใจ “เอาเข้าจริงคุณชายฉินก็เป็นคนที่เล่นด้วย ไม่ได้หรือเนี่ย” เขาโยนขวดทิ้งอย่างหมดอารมณ์ แล้วค่อยๆ จัดชุดสูทที่ยับไป บ้างเพราะถูกเบียดเมื่อครู่ จากนั้นก็ควานมือลูบไล้คุณชายอวดดีจนทั่ว ก่อนจะเป่าลมใส่ใบหู กระซิบเบาๆ “จ�ำไว้ การคุกคามทางเพศมันต้องแบบนี้” ฉินเฟิงที่โกรธจนหน้าด�ำหน้าแดงแต่พูดอะไรไม่ออกดูตลกเหลือ เกิน เสียดายจริง เขาน่าจะเอากล้องถ่ายรูปติดมือมาถ่ายไว้เป็นที่ระลึก กู้เหยียนคิดอย่างนั้นขณะใช้มือจับขอบโต๊ะพยุงตัวค่อยๆ เดินไปที่ประตูที


27 คุ่นคุ่น ละก้าว เนื่องจากตัวเองก็ดื่มเข้าไปไม่น้อยเหมือนกัน ไม่รู้ว่าประตูถูกเปิดแง้มเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พอเปิดออกให้กว้าง ขึ้นก็เห็นฉินจื้อหย่วนยืนอยู่ข้างนอกได้ทันที ท่านประธานสวมสูทสากล เรียบกริบ ผมไม่กระดิกสักเส้น เหมือนเพิ่งเดินออกจากห้องประชุมหมาดๆ ใบหน้าประดับรอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนอย่างทุกครั้ง เขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถาม “มาตั้งแต่ เมื่อไหร่ครับ?” “ก็ไม่ช้าเกินไป มาทันได้เห็นพอดีว่าเธอเสียมารยาทกับน้องชาย ฉันยังไงบ้าง” ฉินจื้อหย่วนตอบผ่านรอยยิ้มละมุนตา ไม่มีทีท่าว่าจะโกรธ กู้เหยียนเอนตัวพิงกรอบประตู ดึงเนกไทฝ่ายตรงข้ามเข้ามาหา ตัว “ท่านประธานอยากลองไหมล่ะ?” “เธอเมาแล้วนะ” “อืม เพราะงั้นเลยใช้เหล้าเป็นข้ออ้างได้” มาถึงสองสามค�ำสุดท้าย คนพูดก็ทิ้งตัวไปข้างหน้า ฉินจื้อหย่วนช่วยประคองเอวไว้ให้ “ที่นี่ไม่เหมาะนะ” “ผมกล้าพนัน...” กู้เหยียนเลียริมฝีปาก ดวงตาจ้องมองล�ำคอตรง หน้าเขม็งเหมือนอยากกัดให้จมเขี้ยว “ว่าในห้องน�้ำต้องไม่มีคน” “แล้วถ้าแพ้ล่ะ?” เขาตอบพร้อมๆ กับแนบริมฝีปากลงบนจุดที่หมายตา “จะยอม ให้คุณท�ำตามใจชอบเลย” นัยน์ตาของชายหนุ่มเป็นสีเข้มขึ้น ขณะกดศีรษะเขาลงกับไหล่ เบาๆ แล้วคุยอะไรกับฉินเฟิงที่เดินตามออกมาสองสามค�ำ แอลกอฮอล์ในตัวกู้เหยียนเพิ่งจะออกฤทธิเอาตอนนี้ เขาฟังไม่รู้ ์ เรื่องเลยว่าสองคนพี่น้องคุยอะไรกันบ้าง รู้เพียงแต่ว่าฉินเฟิงหันมาจ้อง หน้าเขาอย่างจงเกลียดจงชังก่อนไป ถึงสีหน้าจะดุดันน่ากลัว แต่ขอบตา


28 FLOWER VASE 1 ทั้งสองข้างกลับแดงเรื่อราวกับกระต่าย กู้เหยียนเห็นแล้วอดจะหัวเราะลั่น ด้วยความขบขันไม่ได้ หัวเราะจนเต็มคราบถึงค่อยพบว่าตัวเองก�ำลังถูกฉินจื้อหย่วนลาก เดิน ฝีเท้าโหวงๆ เหมือนทุกก้าวย�่ำยวบลงบนปุยนุ่น พอเข้ามาใน ห้องน�้ำ เขาตรึงร่างสูงของชายหนุ่มไว้กับประตูทันทีโดยไม่สนใจว่าในนั้น มีใครอยู่หรือไม่ ฉินจื้อหย่วนแค่นยิ้มอ่อนใจ “ทีหลังดื่มให้มันน้อยหน่อยนะ” กู้เหยียนรับค�ำ ก่อนจะปิดปากชายหนุ่มเอาไว้ด้วยปากตัวเอง ทั้งคู่ร่วมรักกันในห้องแคบๆ ยิ่งเสี่ยงถูกคนอื่นเห็นเท่าไหร่ก็ยิ่งตื่นเต้นเท่านั้น พวกเขาโหยหา ในกันและกันอย่างเหือดหิว ฉินจื้อหย่วนสอดใส่เข้าไปทางด้านหลัง แล้ว กระทั้นกายซ�้ำๆ อย่างดุดันจนกู้เหยียนสั่นสะท้านไปทั้งตัว ต้องใช้มือข้าง หนึ่งยันผนังเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงร้อง แต่กระนั้นเสียงหอบหายใจต�่ำๆ ก็ยังดังลอดออกมาเพิ่มดีกรีให้ บทรักอยู่ดี ตอนที่ทะลักทลายออกมาในช่องทางร้อนจัด ฉินจื้อหย่วนจับหน้า กู้เหยียนให้หันมารับจูบ แผ่นหลังของอีกฝ่ายกระตุกเฮือกหนึ่งครั้ง ก่อน จะไล่ตามมาถึงจุดสุดยอดติดๆ พร้อมส่งเสียงครางดังลั่นอย่างควบคุมไม่ อยู่ ชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่ง กู้เหยียนรู้สึกเหมือนวิญญาณก�ำลังลอยเตลิด ออกจากร่าง หากตายไปทั้งแบบนี้ก็มีความสุขดีเหมือนกัน หลังแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เขายันสะโพกพิงอ่างล้างมือ ดื่มด�่ำรส รักเมื่อครู่พลางคิดอย่างนั้น ทั้งที่กลิ่นอายของเซ็กซ์ยังอวลคลุ้งไปทั่วร่าง ฉินจื้อหย่วนก็ขยับ


29 คุ่นคุ่น เนกไทให้เข้าที่ แล้วสบตาเขาผ่านบานกระจก “เข่าอ่อนหรือเปล่า? เข้าไปนั่งห้องฉันดีกว่า” กู้เหยียนมาเพื่อการนี้อยู่แล้ว ทว่ายังแกล้งถามตามมารยาท “สะดวกหรือครับ?” ท�ำไมฉินจื้อหย่วนจะไม่รู้เท่าทัน เจ้าตัวขยุ้มเอวเขาทีหนึ่ง ริ้ว บางๆ ตรงหางตาแลดูมีเสน่ห์เหลือร้ายเมื่อยกยิ้ม “รู้อยู่แล้วยังจะถาม” เขาใช้น�้ำเย็นล้างหน้าที่ยังไม่คลายความร้อน แล้วตีหน้าซื่อไม่รู้ ไม่ชี้ ฝ่ายตรงข้ามจูงมือเขาเดินออกจากห้องน�้ำอย่างไม่เอาเรื่องเอา ราว แล้วเปิดประตูบานในสุดของเฉลียงทางเดิน ห้องนี้กว้างกว่าห้องที่ ฉินเฟิงจองเอาไว้เป็นเท่าตัว ด้านขวามือมีโต๊ะสนุกเกอร์ ส่วนด้านซ้ายมือ มีโต๊ะวางชุดน�้ำชา ต้มทิกวนอิมไว้ในป้านชาจื่อซา1 ปีศาจจิ้งจอกของฉินเฟิงก�ำลังนั่งอ่านบทละครอยู่บนโซฟา เจ้าตัวเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่น ตาเป็นประกายสุกใส สวมเสื้อยืดคอต�่ำ อวดต้นคอขาวเนียนให้เห็นได้ร�ำไร บุคลิกมีเอกลักษณ์ก�้ำกึ่งระหว่างวัย เด็กหนุ่มกับวัยผู้ใหญ่ ตอนแรกยังเอนหลังพิงโซฟาสบายๆ แต่พอเห็นคน เดินเข้ามาก็รีบลุกขึ้นนั่งตัวตรงแหน่วเหมือนเด็กนักเรียน ดวงตากลมโต กะพริบปริบๆ อย่างน่ารักน่าชัง แน่นอนว่าไม่มีพิรุธชวนสงสัยแม้แต่นิดเดียว ฉินจื้อหย่วนนิยมความสมบูรณ์แบบเช่นนี้เสมอ เรื่องจะทิ้งหลัก ฐานให้คนอื่นจับได้ว่าตัวเองนอกใจนั้นไม่มีทาง ชายหนุ่มเดินเข้าไปตบไหล่เด็กคนนั้น แนะน�ำด้วยเสียงราบเรียบ ไม่มีสะดุด “นี่จางฉี เด็กใหม่ที่บริษัทก�ำลังดันอยู่ เขาเป็นพวกขี้ตื่น ฉันเลย 1 เป็นประเภทที่รู้จักกันแพร่หลายที่สุดของป้านชาที่ท�ำจากดินอี๋ซิง จื่อซาแปลตรงตัวว่า ทรายสีม่วง แต่กาน�้ำชาที่เผาออกมาแล้วจะสีน�้ำตาลแดง มีรูพรุนใหญ่ ดูดซับกลิ่นชาได้ดี


30 FLOWER VASE 1 พาออกมาเปิดหูเปิดตา ยังไงต่อไปก็ฝากช่วยดูแลหน่อยนะ” จากนั้นก็ชี้มาที่กู้เหยียน แล้วพูดกับเด็กหนุ่ม “คนนี้ดาราดัง คง ไม่ต้องแนะน�ำหรอกมั้ง” จางฉีพยักหน้า ลุกขึ้นเดินพรวดๆ เข้ามาหากู้เหยียน ทักทาย อย่างนอบน้อม “สวัสดีครับพี่เหยียน” เขาพอจะจ�ำเด็กคนนี้ได้คลับคล้ายคลับคลา รู้สึกจะเริ่มเข้าวงการ จากงานเพลง เห็นว่าเป็นคนเสียงดี หน้าตาก็เข้าท่า เลยมีแฟนคลับเป็น เด็กสาวๆ อยู่บ้าง “พี่เหยียน ขอผมจับมือหน่อยได้ไหมครับ?” ดวงตากลมโตคู่นั้น จ้องมองกู้เหยียน พลางถามกล้าๆ กลัวๆ “ผมเคยดูหนังที่พี่แสดง ผะ... ผมเป็นแฟนพี่ด้วยนะ” กู้เหยียนไม่มีอารมณ์มานั่งจับผิดว่าพูดจริงหรือแกล้งพูด เขา เพียงแต่ลอบมองอีกฝ่ายอย่างพินิจ แล้วสังเกตเห็นว่าเวลายิ้ม จางฉีจะ เอียงคอนิดๆ อวดลักยิ้มบนแก้มให้เห็นถนัดตา คงจะเป็นท่าหากินสินะ เหมือนอย่างรอยยิ้มเสแสร้งที่กู้เหยียน ฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วนนั่นแหละ เด็กคนนี้รู้จักจับจุดเด่นที่สุดของตัวเอง มาแสดงต่อหน้าคนอื่น อายุยังน้อยๆ เท่านี้ก็คิดเป็นแล้ว กู้เหยียนยื่นมือออกไปจับทักทาย เขานับถือคนเก่งทุกคน ไม่ว่าจะเก่งบนเตียงหรือเก่งนอกเตียง ก็ตาม จางฉีทั้งตื่นเต้นทั้งประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ดีใจออกหน้าออกตา จนฉินจื้อหย่วนต้องลากกลับไปนั่งที่โซฟาเหมือนเก่า “นั่งคุยกันดีกว่า” แบบนี้กู้เหยียนจึงต้องนั่งตามไปด้วย เขานึกเสียใจขึ้นมาเล็กน้อย ถ้ารู้ว่าสุดท้ายจะกลายเป็นนั่งคุยกัน


31 คุ่นคุ่น ล่ะก็ วันนี้เขาคงไม่มาหรอก ช่วยไม่ได้ ประธานฉินมักหาวิธีทรมานเส้น ประสาทเขาได้เสมอ เด็กคนนี้เข้าสังคมเก่งเอาการเลยทีเดียว พอนั่งลงก็รีบรินน�้ำชา ให้เขา ก่อนจะซักถามเกี่ยวกับเรื่องการแสดงเป็นกระบุงโกยอย่างสนอก สนใจ จะให้กู้เหยียนตอบอย่างไรได้? เขาเกิดมาเพื่อเป็นแจกันดอกไม้ ไร้ฝีมือการแสดงโดยสิ้นเชิง เล่นกี่เรื่องๆ ก็ได้รับแต่คาแรคเตอร์เดิมๆ ถ้า ประสบการณ์ถูกผู้ก�ำกับด่าสิ มีเยอะเชียวล่ะ ชายหนุ่มอีกคนมองออกว่าเขาไม่สบอารมณ์ จึงเอ่ยขึ้นเพื่อคลี่ คลายบรรยากาศ “เด็กนี่เพิ่งได้รับบทเป็นครั้งแรก เลยเที่ยวอวดใครต่อใคร ไปทั่ว ไม่ต้องสนใจหรอก” จางฉีรีบเสริม “แค่ตัวประกอบเล็กๆ เท่านั้นแหละครับ” ฉินจื้อหย่วนตบศีรษะเจ้าตัวเบาๆ แล้วใช้น�้ำเสียงที่ไม่กรุ้มกริ่ม ชวนคิดลึก แต่แสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมอย่างชัดเจน “สักวันเราต้อง ได้เล่นเป็นตัวเอกบ้างล่ะน่า” รอยยิ้มเต้นระริกในดวงตาคนถูกปลอบจนดูสว่างไสวไปทั้งหน้า หากไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย ป่านนี้จางฉีคงจะขึ้นนั่งตักชายหนุ่มไปแล้ว กู้เหยียนได้แต่มองแล้วอ้าปากหาวหวอดด้วยความเบื่อหน่าย แต่ บทสนทนาของทั้งคู่ก็ท�ำให้เขาได้รู้ว่าจางฉียังเด็กอยู่มาก เพิ่งจะยี่สิบเต็ม เมื่อไม่นาน มิน่าล่ะนัยน์ตาถึงได้เป็นประกาย ผิวทุกตารางนิ้วสดใสเหมือน เปล่งแสงได้ ขนาดเขาเห็นแล้วยังนึกอยากลูบเล่นสักที มีของสดๆ ซิงๆ อยู่ตรงหน้า ใครบ้างจะไม่ชอบ? ในบางแง่มุม ผู้ชายก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มั่นคงอยู่เหมือนกัน ตอนอายุ ยี่สิบชอบเด็กอายุสิบแปด อายุสี่สิบก็ยังชอบเด็กอายุสิบแปด พอถึงอายุ หกสิบ...ความชอบก็ยังไม่เปลี่ยน เขายกมือขึ้นแตะหางตาเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ รู้สึกว่าตัวเองแก่แล้ว


32 FLOWER VASE 1 จริงๆ อีกแค่สองปีเขาก็จะเหยียบเลขสาม จะเอาอะไรไปสู้กับเด็กหนุ่มๆ อายุแค่ยี่สิบได้ ถ้าอยากรักษาสถานะตอนนี้เอาไว้ต้องพยายามให้มากขึ้น เคี่ยวเข็ญตัวเองให้ได้มาตรฐานมืออาชีพ ระหว่างที่ก�ำลังคิดอย่างนั้น เขาอดจะเหลือบมองฉินจื้อหย่วนไม่ ได้ นึกไม่ถึงว่าฝ่ายตรงข้ามก�ำลังมองเขาอยู่แล้ว ดวงตายาวรีทอยิ้ม เป็นประกาย เจ้าตัวคุยกะหนุงกะหนิงกับจางฉี ขณะเอื้อมมือมาจับมือเขา ไว้เงียบๆ ใต้โต๊ะ หมายความว่าอย่างไร? จะเหมาหมดสองคนเลยหรือ? ไม่แน่ว่าอาจอยากเล่นแบบสามคน ความคิดของกู้เหยียนแล่นไป โดยอัตโนมัติว่าควรใช้ท่าไหนถึงจะสะดวกสุด แต่กลับกลายเป็นว่าฉินจื้อหย่วนแค่นั่งคุยไปเรื่อยๆ เหมือนอย่าง ที่พูดไว้ ไม่วอกแวกท�ำอย่างอื่น กู้เหยียนเบื่อจนนั่งสัปหงก ขณะที่จางฉีถึงกับผล็อยหลับไปบน โซฟาเลยด้วยซ�้ำ...ขนาดตอนนอนยังน่ามอง ใบหน้าดวงนั้นไร้ความระแวด ระวัง ผิวแก้มขาวเนียน ขนตาดกหนากระเพื่อมไหวนิดๆ เหมือนผีเสื้อขยับ ปีก เห็นแล้วเสียดาย ดูเหมือนฉินจื้อหย่วนจะอ่านความคิดเขาออก ถึงได้ตรึงเขาไว้กับ โซฟา แล้วแนบจูบอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพึมพ�ำถามติดหน้าผาก “ในห้องน�้ำเมื่อกี้ยังไม่อิ่มอีกหรือไง?” “ผมนึกว่าท่านประธานชอบอะไรตื่นเต้นๆ เสียอีก” “แล้วเวลาเธอเสียมารยาทกับฉันไม่ตื่นเต้นพออีกหรือ?” ชายหนุ่ม หัวเราะเบาๆ ก่อนจะจูบเขาต่อ “แค่นี้ก็พอแล้ว” จุมพิตที่ได้รับท�ำให้กู้เหยียนหายใจแทบไม่ทัน ท�ำความเข้าใจ


33 คุ่นคุ่น ตามไม่ได้ว่าพอแล้วที่ว่าหมายถึงอะไร เขาเอนตัวเล็กน้อยจนทับต้นขา จางฉี แล้วพบว่าร่างของอีกฝ่ายขยับนิดๆ หึ ที่แท้ก็แกล้งหลับ กู้เหยียนนึกสนุกขึ้นมาทันที “คุณไปส่งเสี่ยวจางกลับบ้านก่อนดี กว่า” อันที่จริงถึงเขาไม่พูดก็น่าจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว จะปล่อยให้เจ้า หญิงนิทรานอนค้างอ้างแรมริมถนนได้อย่างไรล่ะ ในเมื่อเขาไม่ได้อยู่ใน ฐานะเป็นต่อ ก็จ�ำต้องท�ำตัวใจกว้างและอ่อนโยนให้ถูกที่ถูกทาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหูไปอีกสักพักใหญ่ ฉินจื้อหย่วนถึง ยอมขยับตัวลุกขึ้นนั่งตรง “แล้วเธอกลับยังไง?” “แท็กซี่” “โอเค” ชายหนุ่มพยักหน้า ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา พลางสรุป “เดี๋ยวฉันจะสั่งให้คนขับรถส่งเขากลับบ้าน แล้วเรากลับแท็กซี่ด้วยกัน” คนฟังประหลาดใจกับทางเลือกนี้นิดๆ แต่นายใหญ่สั่งอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น ใครจะไปกล้าออก ความเห็น ไม่ว่าฉินจื้อหย่วนพูดอะไร กู้เหยียนก็โอนอ่อนผ่อนตามทุกอย่าง ทว่าก่อนจะเดินออกจากห้อง เขาเหลือบตามองจางฉีที่แกล้งหลับ แล้วอด เสียดายความพยายามที่สูญเปล่าของฝ่ายนั้นไม่ได้ ตอนกลางคืนเรียกรถง่าย ถนนก็โล่ง พวกเขาจึงถึงบ้านภายใน เวลาไม่นาน บางทีฉินจื้อหย่วนก็มานอนค้างที่บ้านเขาอย่างนี้เหมือนกัน เพียงแค่นอนกอดเขาไว้แล้วหลับไปเฉยๆ ไม่มีการระบายความต้องการ ทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่คืนนี้ท�ำอย่างไรกู้เหยียนก็ข่มตาไม่ลง เหมือนเช่นหลายๆ คืนที่นอนไม่หลับ เขาลุกขึ้นมาเปิดหน้าต่าง


34 FLOWER VASE 1 บิดปุ่มโคมไฟตรงหัวเตียง นั่งมองแมลงเม่าบินปรี่เข้ามาหาแสง พุ่งตัวใส่ หลอดไฟครั้งแล้วครั้งเล่า ก�ำลังนั่งดูเพลินๆ ฉินจื้อหย่วนที่คงตื่นเพราะแสงไฟก็ขยับเข้า มากอดเอวเขาไว้ “ท�ำไมนั่งดูแมลงเม่าอีกแล้วล่ะ?” เขาตอบทั้งที่สายตายังจดจ่ออยู่ที่เดิม “ก็มันสนุกดี” “นอนเถอะ” ฝ่ายนั้นใช้คางไถแก้มเขา แล้วปิดไฟให้อย่างมัดมือ ชก จากนั้นก็กอดเขานอนลงบนเตียงอีกครั้ง กู้เหยียนไม่ขัดขืน แม้จะอยู่ในความมืด เขาก็ยังจินตนาการภาพแมลงเม่าถลาบิน เข้าหาไฟอย่างไม่เสียดายชีวิตได้อยู่ดี เปรี๊ยะ...เปรี๊ยะ... เสียงแมลงตัวบางๆ ลุกไหม้ดังอยู่ในหู กู้เหยียนนอนนิ่งอยู่ในวงแขนแข็งแรง หลับตาลงช้าๆ รู้สึกว่าเสียง นั้นไพเราะเหลือเกิน


เมื่อละครเรื่องใหม่เปิดกล้องหลายวันหลังจากนั้น กู้เหยียนก็ได้ เจอเซอร์ไพรส์ จางฉีเดินยิ้มแย้มเข้ามาทักทายเขาในห้องแต่งตัว ดวงตากลมโต กะพริบปริบๆ “พี่เหยียน วันก่อนต้องขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแล ผมดีใจมาก จริงๆ ที่มีโอกาสได้เล่นละครร่วมกับพี่” กู้เหยียนเพียงแค่รับค�ำในคอ เขาเก็บความแปลกใจไว้เงียบๆ ไม่ เอ่ยออกมา แถมยังถามสารทุกข์สุกดิบอีกฝ่ายอย่างเป็นธรรมชาติ พอหัน กลับมาแต่งหน้าต่อถึงได้รู้จากเสี่ยวเฉินว่าผู้ใหญ่ยัดจางฉีมารับบทตัว ประกอบในละคร โดยได้เล่นเป็นน้องชายนางเอกในเรื่อง เป็นบทคุณชาย ตระกูลใหญ่ผู้อ่อนต่อโลก เอะอะอะไรก็เขินหน้าแดง ไม่ใช่บทส�ำคัญและ ไม่ต้องใช้ฝีมือการแสดง แต่เป็นตัวละครที่มักจะได้รับคะแนนนิยมจากคน ดู จางฉีเพิ่งเข้าวงการได้ไม่นาน รับบทนี้เหมาะสมดีอยู่แล้ว เพราะ ไม่ดูข้ามหน้าข้ามตารุ่นพี่ ในขณะเดียวกันก็สร้างฐานแฟนคลับได้ง่าย CHAPTER 3


36 FLOWER VASE 1 แต่...ท�ำไมถึงต้องมาเล่นเรื่องเดียวกับเขาด้วยนะ? เขาทบทวนบทสนทนาเมื่อหลายคืนก่อน ฉินจื้อหย่วนพูดจริงๆ นั่นแหละว่าเด็กคนนี้ได้เล่นละคร ออกจะบอกใบ้ชัดเจนขนาดนั้น เขากลับ มัวแต่คิดถึงเรื่องอื่นจนไม่ทันฉุกใจ เรื่องนี้เป็นตัวประกอบ เรื่องหน้าคงได้เป็นพระเอกสินะ เขาเองก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ? เมื่อก่อนได้รับแต่บทตัวประกอบ เล่นเป็นแจกันดอกไม้หน้าตาย มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง โดนด่ามาจนหูชา ต่อเมื่อปีนขึ้นเตียงท่านประธาน ใหญ่นั่นแหละถึงได้ถูกดันให้รับบทพระเอกในชั่วข้ามคืน หลังจากนั้นทุก คนในวงการต่างรู้ดี ว่ากู้เหยียนจะไม่รับบทตัวประกอบเด็ดขาด ควรอยู่หรอกที่ใครต่อใครจะแย่งกันท�ำตัวเป็นแมลงเม่าบินเข้าไป หากองไฟที่ชื่อว่าฉินจื้อหย่วน การแข่งขันในด้านนี้ดุเดือดกว่าในอาชีพนัก แสดงด้วยซ�้ำ เขาเป็นคนธรรมดาๆ ไม่ได้มีสามเศียรหกกร แล้วจะไม่ให้ พยายามมากหน่อยได้อย่างไรกัน? กู้เหยียนมองใบหน้าหล่อเหลาที่สะท้อนอยู่ในกระจก นึกเสียใจ สุดซึ้งที่ระยะนี้ตัวเองขี้เกียจเฉื่อยชามากไปหน่อย ดังนั้นตอนเข้ากล้องถ่าย รูปโปรโมตละคร รอยยิ้มของเขาจึงระยิบระยับบาดตาเป็นพิเศษ จางฉีที่ได้ยืนตรงมุมคลี่ยิ้มจนเห็นลักยิ้มเล็กๆ ตรงข้างแก้ม ดูใส ซื่อไร้พิษภัย คู่ขาเก่า คู่ขาใหม่ ชิงดีชิงเด่น เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าท�ำไมฉินจื้อหย่วนถึงได้ท�ำแบบนี้ สรุปแล้ว อยากเห็นเขาหึงหรือไม่หึงกันแน่? หรือว่าท่านประธานคนส�ำคัญจะนึกเบื่อ ขึ้นมา เลยอยากลองเล่นอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ บ้าง? ด้วยความคิดนั้น ตอนที่กินข้าวเย็นกับฉินจื้อหย่วนในคืนเดียวกัน เขาแสร้งเปรยถึงบทของจางฉีขึ้นลอยๆ


37 คุ่นคุ่น ความจริงชายหนุ่มรู้ดียิ่งกว่าเขาว่าเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นอย่างไร แต่พอถูกถามกลับตอบด้วยท่าทางเป็นการเป็นงาน “เขาบอกอยู่เหมือนกันว่ารับเล่นละครพีเรียด เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเล่น เรื่องเดียวกับเธอ แต่ก็ดีแล้วล่ะ เขาเพิ่งเข้าวงการมาใหม่ๆ ยังไม่รู้เรื่องรู้ ราว คอยช่วยสอนเขาทีนะ” “เรื่องการแสดงผมไม่มีปัญญาจะสอนหรอก แต่ถ้าเป็นลีลาบน เตียงน่ะได้อยู่” เนื่องจากอยู่ในบ้านตัวเอง กู้เหยียนจึงใช้ฝ่าเท้าเสียดสีหน้า แข้งฝ่ายตรงข้ามเล่นใต้โต๊ะอาหาร พลางถามหน้าซื่อ “ท่านประธานอยาก ให้ผมสอนเขาเรื่องไหนล่ะ?” ฉินจื้อหย่วนหรี่ตาอย่างพึงพอใจกับการยั่วเย้า แล้วเอ็ดยิ้มๆ “อย่า พูดเหลวไหลน่า” “หรือว่าผมเดาผิด? ผมนึกว่าคุณให้ผมช่วยสอนจางฉีเพราะเขา ดีพร้อมไปหมดทุกอย่าง เสียแต่เวลาอยู่บนเตียงจะแข็งทื่อเป็นท่อนไม้เสีย อีก” “ใช่ที่ไหนกันเล่า” “งั้นก็หมายความว่าไม่มีที่ติเลยสิเนี่ย? อืม หัวก็อ่อน หน้าตาก็ น่ารัก แถมยังเก่งเรื่องบนเตียงอีก ถ้าผมมีเงินจะต้องหาแบบนี้มาเลี้ยงสัก คน” ยิ่งพูดยิ่งเหลวไหลขึ้นทุกที แต่ฉินจื้อหย่วนไม่ถือสา “ดาราดัง อย่างเธอจะจนแค่ไหนกันเชียว?” “ก็ผมเป็นพวกหัวสูงนี่นา ท�ำงานกี่ปีๆ เลขศูนย์ในบัญชีก็ยังไม่ มากพออยู่ดี ไว้เก็บเงินได้มากๆ เมื่อไหร่จะลองท�ำตัวเป็นเสี่ยเลี้ยงเอ๊าะๆ บ้าง” คู่สนทนาหัวเราะขัน “จะเลี้ยงเด็กแบบไหนล่ะ?” เขานิ่งเงียบ ก่อนจะชะโงกตัวเข้าไปจนใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่าง ฉินจื้อหย่วนไม่ถึงคืบ แล้วกระซิบ


38 FLOWER VASE 1 “...คุณ” ชายหนุ่มหรี่ตาจ้องเขาเขม็ง กู้เหยียนกลั้นหายใจเล็กน้อย แล้วพูดต่อ “คุณน้องชายของคุณ” ความรู้สึกต่างๆ หายวับไปจากใบหน้าของฉินจื้อหย่วน จากนั้น เจ้าตัวก็ดึงเขาเข้ามากอด กึ่งฉิวกึ่งขัน “ห้ามสนใจน้องชายฉัน” “อืม” “ห้ามสนใจจางฉีด้วย” “อืม” “แต่สนใจฉันได้นะ” กู้เหยียนหัวเราะลั่น ก่อนจะแหงนหน้าจูบปลายคางอีกฝ่าย แล้ว เป่าลมหายใจรด “ลีลาบนเตียงผมใช้ได้อยู่นะ...” ฉินจื้อหย่วนเข้าใจการเชิญชวนที่แฝงมากับประโยคดังกล่าวใน ทันที แต่ถึงอย่างนั้น คนรักที่แสนอ่อนโยนเอาใจใส่อย่างเขาก็ยังไม่ลืมที่ จะถาม “ละครเรื่องใหม่เพิ่งเปิดกล้องไม่ใช่หรือ? พรุ่งนี้ต้องท�ำงานหรือ เปล่า?” เขาย้อนถาม “คืนนี้คุณต้องไปไหนต่อไหมล่ะ? ถ้าไปได้หนึ่งยก ไม่ไปได้สอง” คนถูกถามเพิ่งส่ายหน้า เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทันทีอย่างบังเอิญ เหลือเชื่อ ไม่ใช่เสียงสั่นเหมือนปกติ แต่เป็นริงโทนเพลงรักท่วงท�ำนองเนิบ นาบ กู้เหยียนยิ้ม “คิวทองจริงๆ” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มาดูหน้าจอทีหนึ่ง ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ ใหม่ “ไม่ต้องสนใจหรอก”


39 คุ่นคุ่น เขาโอบคออีกฝ่ายเอาไว้ “งั้นตกลงว่ายกเดียวหรือสองยกครับ?” ค�ำตอบของฉินจื้อหย่วนคือจุมพิตที่แนบลงบนริมฝีปาก กู้เหยียนหลับตาลง ไม่ได้เหลือบมองหน้าจอว่าคนที่โทรศัพท์เข้า มาเป็นใคร เมื่อคืนเขาคงเดินเกมได้ดีพอควร เพราะเมื่อตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น แผ่นหลังก็ปวดระบมไปถึงก้นกบ แถมฉินจื้อหย่วนยังพาเขามาส่งถึงกอง ถ่าย ตอนที่ไปถึง จางฉีเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเข้าฉากเรียบร้อยแล้ว ก�ำลังซ้อมบทกับนักแสดงหญิงคนหนึ่ง เจ้าตัวเห็นแล้วว่าเขาลงจากรถ ฉินจื้อหย่วน แต่ไม่แสดงสีหน้าแม้แต่นิดเดียว ยังคงเข้ามาคุยด้วย เรียกพี่ เหยียนอย่างนั้นพี่เหยียนอย่างนี้ด้วยความสนิทสนม ระหว่างช่วงพักก็คอย ตามติดเขาแจ ซักถามเรื่องต่างๆ เหมือนชื่นชมเขานักหนา ในสายตาคน อื่นๆ ในกอง จางฉีเป็นแฟนคลับของเขา และพวกเขาสองคนก็สนิทกัน มาก ขนาดช่วงพักเที่ยงกินข้าวกล่อง จางฉียังอุตส่าห์มานั่งกับเขาด้วย เวลากู้เหยียนไม่สนใจก็นั่งร้องเพลงเบาๆ กับตัวเอง เพลงนั้นท�ำให้กู้เหยียนสะดุดใจ เป็นเพลงรักท่วงท�ำนองเนิบนาบ ผสมผสานกลิ่นอายดนตรีชาติ อื่น รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเมื่อคืนเพิ่งจะได้ยินมาจากที่ไหน เขา นั่งเงียบๆ ฟังจางฉีร้องจนจบ พอเสี่ยวเฉินกลับจากซื้อน�้ำ ก็ถามเปรยๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก ผู้ช่วยหนุ่มให้ความกระจ่างได้ในทันที ไม่เสียแรงที่ได้ชื่อว่าเป็น เจ้าพ่อขาเมาท์


40 FLOWER VASE 1 “เคยฟังสิครับ ก็เพลงโปรโมตของจางฉีตอนเข้าวงการใหม่ๆ ไง ดังพอตัวอยู่เหมือนกัน ถึงจะไม่เปรี้ยงปร้าง แต่ก็ติดชาร์ตหลายที่ อันที่จริง ผมว่าเสียงเขาก็งั้นๆ แหละ ดีที่หน้าใสๆ น่ารักๆ ไร้พิษภัย แฟนคลับสาวๆ เลยชอบ” ไม่ใช่แค่แฟนคลับสาวๆ หรอก คนได้ใหม่ลืมเก่าบางคนก็ชอบเหมือนกัน กู้เหยียนอมยิ้มพึมพ�ำ “เพลงเพราะดี น่าเอาไปใช้เป็นริงโทนอยู่ หรอก” เสี่ยวเฉินที่ก�ำลังพูดน�้ำลายแตกฟองถามงงๆ “พี่เหยียนว่าอะไร นะ?” “เปล่า ท่องบทอยู่” เขาโบกมือพร้อมก้มหน้าอ่านบทต่อ สายตาพลันสะดุดเข้ากับ ประโยคหนึ่ง แล้วอ่านออกเสียงเบาๆ คนไร้เดียงสาโหดเหี้ยมกว่าคนอื่น คนมากรักไร้หัวใจกว่าคนอื่น ในช่วงไคลแมกซ์ของเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างพระนางแตกหัก นี่เป็นประโยคที่พระเอกพูดกับนางเอก พระเอกที่รับบทโดยกู้เหยียนเป็นนักฆ่าเลือดเย็น แต่พอได้พบ กับนางเอกซึ่งเป็นลูกสาวขุนนางใหญ่ที่หนีออกจากบ้าน ความเย็นชาก็ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรักอันลึกล�้ำ แม้จะผ่านการหักหลังและแผน ร้ายนับไม่ถ้วน แต่สุดท้ายก็ยังกลับมาปรับความเข้าใจกับคนที่รักได้ใหม่ แน่นอนว่าระหว่างนั้นสอดแทรกเนื้อเรื่องยอดนิยมอย่างบุญคุณความแค้น ในยุทธภพกับการแก่งแย่งชิงดีในราชวงศ์ไว้ด้วย เรียกว่าเนื้อหาเข้มข้น และน�้ำเน่าสะใจ ตอนแรกกู้เหยียนเพียงแค่เปิดบทอ่านผ่านๆ เพิ่งจะมาสนใจจริง จังก็ตอนที่เห็นประโยคนั้น เขาจึงใช้เวลาช่วงบ่ายที่ค่อนข้างว่างท�ำความ เข้าใจฉากส�ำคัญๆ โดยละเอียด


41 คุ่นคุ่น จางฉีมีบทไม่มาก เวลาว่างชอบมาป้วนเปี้ยนรอบตัวเขาพร้อม ฮัมเพลงนั้นซ�้ำไปซ�้ำมา สองแก้มบุ๋มเป็นแอ่งเล็กๆ เหมือนก�ำลังอารมณ์ดี อย่างมาก ออกนอกหน้าเกินไปแล้ว กู้เหยียนรู้อยู่เต็มอกว่าเด็กหนุ่มจงใจอวดให้เขารู้ แต่เรื่องเก็บ อารมณ์น่ะ เขาไม่เป็นสองรองใคร เขารักษามารยาทได้ดีเยี่ยม ไม่แสดง อาการหงุดหงิดใส่ ตอนเลิกกองยังส่งยิ้มน้อยๆ ไปให้ก่อนกลับ โลกนี้มีไม้ตายที่ไร้คู่ต่อสู้หรือเปล่า? แน่นอนว่ามี ไม้ตายที่ว่าก็คือต่อให้แพ้มาสักกี่ครั้งก็ยังสามารถ ควบคุมจิตใจให้เยือกเย็น ปลอดโปร่ง ขอเพียงมีชีวิตอยู่ได้นานกว่าคนอื่น สุดท้ายก็ต้องได้เป็นผู้ชนะสักวัน ดังนั้นเมื่อกลับมาถึงบ้าน กู้เหยียนจึงกินข้าวแล้วไปนอนแช่น�้ำ อย่างสบายใจ จากนั้นก็เปิดคอมพิวเตอร์เข้าอินเตอร์เน็ต หาอัลบัมของ จางฉีมาฟังจนครบทุกเพลง เสี่ยวเฉินพูดถูก เสียงร้องของจางฉีไม่มีอะไร พิเศษ เท่าที่ฟังมีแต่เพลงโปรโมตเท่านั้นที่เด่นหน่อย เพลงดังกล่าวชื่อ ‘รู้ตัวช้า’ คนแต่งรู้จักแต่งท�ำนองให้ได้กลิ่นอายเพลงย้อนยุค พอใส่เสียง ร้องเข้าไปแล้วฟังดูเศร้าบีบหัวใจ ช่วยดึงเอกลักษณ์ในเนื้อเสียงคนร้องออก มาได้ กู้เหยียนฟังๆ ไปชักติดหู ช่วงที่คนบางคนไม่มาหา เขาเปิดเพลง นี้ฟังทุกวัน ฉินจื้อหย่วนคงยุ่งกับการสับราง ความถี่ที่มาหาเขาจึงลดฮวบ ฮาบลงจนเห็นได้ แต่ก็ยังอุตส่าห์ส่งข้อความมาให้เสมอ บอกว่าก�ำลัง ประชุมบ้างล่ะ ออกไปคุยกับลูกค้าบ้างล่ะ ที่แน่ๆ คือยุ่งอยู่กับงานตลอด


42 FLOWER VASE 1 กู้เหยียนนึกสงสัยว่าท่านประธานใหญ่อาจจะดาวน์โหลดแอพลิ- เคชันใส่โทรศัพท์มือถือเอาไว้ ช่วยให้ส่งข้อความหาบรรดาคนรักทั้งหลาย ได้ตามเวลาและจ�ำนวนที่ก�ำหนด ไม่อย่างนั้นจะเจียดเวลาให้แต่ละคน อย่างไร? เขาถึงกับสองจิตสองใจว่าควรจะตุ๋นน�้ำแกงไปบ�ำรุงร่างกายชาย หนุ่มสักหน่อยดีหรือเปล่า แต่โครงการนี้ยังไม่ทันเป็นจริง ฉินจื้อหย่วนก็โทรศัพท์มาหาเสีย ก่อน แล้วถามว่าคืนนี้ว่างหรือไม่ กู้เหยียนต้องตอบไปว่าว่างอยู่แล้ว ช่วงนี้คิวถ่ายท�ำไม่ค่อยยุ่ง พอดี เขาจึงกลับบ้านเร็วหน่อยเพื่อมาเตรียมความพร้อม เมื่อฉินจื้อหย่วนเปิดประตูเข้ามาในตอนค�่ำ สิ่งแรกที่ทักทายก็คือ เสียงเพลงของจางฉี ท่วงท�ำนองหวานเศร้าลอยอ้อยอิ่งไปทั่วห้อง กระตุ้น หัวใจให้หวามไหวอย่างน่าประหลาด เสียดายที่ชายหนุ่มไม่มีอารมณ์จะสนใจฟัง เพียงแค่ขมวดคิ้ว แล้ว ส่งเสียงเรียก “กู้เหยียน?” ไม่มีใครตอบรับ ฉินจื้อหย่วนไล่เดินหาไปทั่ว ห้องรับแขกไม่มี ห้องครัวไม่มี กระทั่ง ในห้องหนังสือก็ยังไม่มี สุดท้ายเมื่อผลักประตูห้องนอนถึงได้เห็นกู้เหยียน อยู่บนเตียง ...ในชุดผู้หญิง โคมไฟหัวเตียงถูกหรี่ให้สลัวแสง เจ้าตัวแต่งหน้าบางๆ ใส่วิกผม ยาวรุ่ยร่ายบนบ่า ชุดนี้น่าจะเป็นชุดตัวละครหญิงในเรื่อง ไม่รู้ว่ายุคไหน ตัวชุดห่อร่างเขาไว้อย่างหมิ่นเหม่ ผูกผ้าคาดเอวลวกๆ อวดแผ่นอกขาว เนียนราวหิมะ ฉินจื้อหย่วนเห็นแล้วยืนกลั้นหายใจอยู่ตรงประตูครู่หนึ่ง ก่อนจะ ถามขึ้น “ชุดนี้มันอะไรกัน?”


43 คุ่นคุ่น “ยืมมาจากกองถ่ายน่ะครับ” กู้เหยียนขยับตัวเล็กน้อย เผยให้เห็น ท่อนขาเพรียวยาวใต้กระโปรง เนื้อผ้าสีแดงสดตัดกับสีผิว ยวนตายวนใจ ชายหนุ่มปิดประตูเดินมาที่เตียง “ไม่ยักรู้ว่าเธอมีงานอดิเรกแบบ นี้ด้วย” ร่างบนเตียงลุกขึ้นนั่ง ลูบปอยผมเล่นยิ้มๆ “ผมจะมีหรือไม่มีก็ไม่ ส�ำคัญหรอก ส�ำคัญที่ท่านประธานชอบหรือเปล่าต่างหาก” ฉินจื้อหย่วนกวาดตามองคนตรงหน้าอย่างพิจารณาโดยไม่เอ่ย ค�ำ กู้เหยียนไม่เร่งร้อน เขาอมยิ้มสบตาฝ่ายตรงข้าม ขาทั้งสองข้าง ไขว้ซ้อนกันวอมแวมอยู่ใต้กระโปรง สายตาที่มองจ้องมาร้อนแรงขึ้นทีละนิด ฉินจื้อหย่วนคลายเนกไท เอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “...ก็เข้าทีอยู่เหมือนกัน” ด่านนี้ผ่านแล้ว...หางตากู้เหยียนกระดกขึ้นเล็กน้อย ขณะขยับ เข้าไปกอดเอวอีกฝ่ายเอาไว้ ใช้ฟันกัดซิปกางเกงรูดลง ชายหนุ่มสูดหายใจเฮือก แล้วขยุ้มผมเขา กู้เหยียนครางเบาๆ ในคอขณะอ้าปากรับความแข็งขึงที่ร้อนจัด เอาไว้ ดุนเข้าออกซ�้ำไปซ�้ำมาอย่างช�ำนาญ ซ�้ำยังจงใจดูดเลียเสียงดังเป็น พิเศษ ใบหน้าแหงนขึ้นมองฝ่ายตรงข้าม ดวงตาวาววามที่เห็นผ่านหน้าม้า บางๆ กระตุ้นหัวใจให้เต้นผิดจังหวะ ริมฝีปากที่อ่อนนุ่ม การปรนเปรออันเร่าร้อน เสียงหอบหายใจของฉินจื้อหย่วนหนักหน่วงขึ้นทุกที ไม่นานเขาก็ถอนกายออกจากโพรงปากอุ่น แล้วกดร่างอีกฝ่าย ลงบนเตียง เพลงรักหวานเศร้ายังดังไปทั้งห้อง


44 FLOWER VASE 1 กู้เหยียนสูดหายใจพลางส่งเสียงครางเบาๆ ฉินจื้อหย่วนถอดเสื้อ สูทออกจากตัว ก่อนจะทึ้งผ้าคาดเอวพลางจับต้นขาเขาแยกออกจากกัน แล้วทาบตัวลงมา แก่นกายที่ทั้งแข็งและอุ่นจัดดันแทรกอย่างรวดเร็ว แม้จะร้อนวูบวาบไปทั้งตัว กู้เหยียนก็ยังมีสติพอที่จะร้องเตือน “อย่าท�ำชุดเลอะ...ผมต้องเอาไปคืนกอง...” “ช่างเถอะน่า” ผู้กระท�ำกดสะโพกด�ำดิ่งเข้ามาในร่างเขาอย่างหนัก หน่วง “เดี๋ยวฉันใช้ให้” ชายหนุ่มจับเอวเขาไว้เมื่อพูดจบ แล้วกระทั้นกายแรงๆ บทรักอันดุดันท�ำให้กู้เหยียนถึงกับร้องไม่ออก สองขาสั่นระริก แทบหุบไม่ลง ท่ามกลางสติอันพร่าเลือน เขาอดคิดกับตัวเองไม่ได้ ว่าดีแล้ว ที่ไม่ตุ๋นน�้ำแกงบ�ำรุงร่างกายให้เสียเวลาเปล่า เขาถูกจับพลิกคว�่ำพลิกหงายทั้งคืน จนเช้าวันรุ่งขึ้นอ่อนเปลี้ยไป ทั้งตัวเหมือนกระดูกจะหลุดเป็นชิ้นๆ จึงต้องให้ฝ่ายตรงข้ามขับรถไปส่ง อีกครั้ง คราวนี้จางฉีเก็บสีหน้าไม่นิ่งเหมือนคราวก่อน ถึงจะยังเรียกเขาว่า พี่เหยียนอย่างนั้นพี่เหยียนอย่างนี้ แต่ก็ดูฝืนๆ เล็กน้อย ฉินจื้อหย่วนพูดจริงท�ำจริง ไม่กี่วันให้หลังก็มีคนเอาชุดกระโปรง รูปแบบเหมือนชุดที่ใช้ในการถ่ายท�ำทุกประการมาส่งให้เขาถึงบ้านสอง ชุด เป็นชุดกระโปรงผ้าไหมสีแดงเพลิง มีลายดอกโบตั๋นสีด�ำ ตัดเย็บ อย่างประณีต ชุดหนึ่งให้เขาเอาไปคืนกองถ่าย ส่วนอีกชุดให้เขาเก็บไว้ กู้เหยียนพับชุดนั้นโยนเข้าตู้เสื้อผ้า รู้ดีว่าจากนี้ไปตัวเองจะไม่แตะต้องมัน เป็นครั้งที่สอง ของแบบนี้เล่นสักครั้งยังแปลกใหม่ดี ถ้าเล่นหลายครั้งก็เข้าข่าย โรคจิตแล้ว แต่เขาอารมณ์ดีเอามากๆ ถึงกับฮัมเพลงจางฉีทั้งวัน แถมยังท�ำ


45 คุ่นคุ่น เป็นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือ แน่นอนว่าวิธีที่จะท�ำให้ฉินจื้อหย่วนเปลี่ยนเสียงเรียกเข้ามีอยู่ มากมาย แต่จะยุ่งยากไปท�ำไม ในเมื่อวิธีนี้ให้ผลดีกว่า ต่อไปเวลาชายหนุ่ม ได้ยินเพลงนี้ นอกจากนึกถึงคนร้องแล้ว ยังจะต้องนึกถึงค�่ำคืนอันเร่าร้อน คืนนั้นอย่างห้ามไม่ได้ทุกครั้งไป ตอนนี้เขาไม่รู้สึกอะไรแล้วหากจางฉีจะโทรศัพท์ไปหาคนคนนั้น หึ ยิ่งโทรบ่อยเท่าไหร่ยิ่งดี หลังจากนั้นเมื่อฉินจื้อหย่วนนัดเขาออกไปกินข้าวข้างนอก แล้ว สังเกตเห็นว่าเขาเปลี่ยนเสียงเรียกเข้าใหม่ สีหน้าก็แปร่งไปเล็กน้อย “ท่าทางเธอชอบเพลงนี้จังนะ” “อืม ก็เพราะดีออกนี่ครับ” กู้เหยียนตอบเรียบๆ โดยไม่เอ่ยชื่อจางฉีแม้แต่ค�ำเดียว ตัวชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ แล้วหันไปถามเรื่องอื่นแทน “ช่วง นี้งานเป็นยังไงบ้าง? อากาศร้อนขนาดนี้คงล�ำบากแย่เลยสิ” เดือนกันยายนยังไม่หมดหน้าร้อน ถ่ายละครย้อนยุคต้องสวมเสื้อ ผ้าหนาๆ ใส่วิกผมอะไรต่อมิอะไรวุ่นวาย ก็ไม่สบายจริงๆ นั่นแหละ แต่ กู้เหยียนร่างกายแข็งแรงและได้รับการดูแลจากกองถ่ายเป็นอย่างดี จึงไม่ ถึงขนาดล�ำบากมากมายนัก เขาตอบคู่สนทนาไปตามจริง ฝ่ายตรงข้ามส่งสายตาอ่อนโยนมาให้ “มะรืนฉันว่างช่วงบ่าย ไป เยี่ยมกองถ่ายเธอหน่อยดีไหม?” เป็นรางวัลให้เขาอย่างนั้นหรือ? เขาทุ่มเทไปเท่าไร ฉินจื้อหย่วนก็ตกรางวัลให้เท่านั้น ยุติธรรมดี เหมือนกัน ความคิดพลันสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง กู้เหยียนนึกขึ้นได้อย่าง


46 FLOWER VASE 1 รวดเร็วว่าวันมะรืนเขาต้องเข้าฉากกับจางฉี ฉินจื้อหย่วนเป็นนายใหญ่ของ บริษัท อยากรู้คิวถ่ายละครของดาราในสังกัดย่อมท�ำได้ง่ายๆ อยู่แล้ว ที่ เลือกไปเยี่ยมกองถ่ายในวันนั้นก็เพื่อจะเอาใจคนรักสองคนพร้อมกันอย่าง นั้นสิ? ไร้จรรยาบรรณจริงๆ เขาสู้อุตส่าห์พยายามท�ำตัวให้สมเป็นมือ อาชีพ อีกฝ่ายกลับขี้เกียจเสียอย่างนั้น แต่ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เขาเป็นฝ่ายถูกเลี้ยงกันล่ะ? เพราะอย่างนี้เขาจึงต้องรักษามาตรฐานของตัวเอง คลี่ยิ้มเอ่ย ขอบคุณไปเหมือนอย่างทุกครั้ง ฉินจื้อหย่วนพอใจกับความว่าง่ายของเขาอย่างมาก ถึงกับมานอน ค้างที่บ้านเขาติดกันสองคืน ไม่ ‘งานรัดตัว’ เหมือนอย่างที่ผ่านมาอีก พอ บ่ายวันที่สามก็ไปถึงกองถ่ายตั้งแต่บ่าย แล้วแสดงความใจดีด้วยการเลี้ยง ไอศกรีมทุกคนในกอง ดูเหมือนจางฉีจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าชายหนุ่มจะมา เจ้าตัวเดิน เข้าไปทักทายอย่างนอบน้อม ใช้ดวงตากลมโตสุกใสจ้องมองอีกฝ่าย สายตาเป็นประกายร้อนแรงขนาดกู้เหยียนเห็นแล้วยังใจเต้น น่าเสียดายที่ฉินจื้อหย่วนจ�ำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ผู้ชายสมบูรณ์แบบ เวลามีคนอื่นอยู่ด้วยจะเป็นห่วงเรื่องมารยาทและระวังตัวเสมอ อาจแสดงท่าทีคลุมเครือได้บ้าง แต่จะไม่หลุดการควบคุมตัวเป็นอันขาด และใจดีกับทุกคน ค�ำชมด้วยน�้ำเสียงเป็นการเป็นงานท�ำให้จางฉีผิดหวังอย่างเห็น ได้ชัด ขณะที่กู้เหยียนวางเฉย เพียงแค่ผงกศีรษะทักทายชายหนุ่มเล็กน้อย แล้วกลับไปนั่งหลบมุมท่องบทเงียบๆ ฉินจื้อหย่วนถามไถ่สารทุกข์สุกดิบผู้ก�ำกับตามประสาคนคุ้นเคย กัน จากนั้นก็เดินเตร่เข้ามาหาเขา แสร้งท�ำเป็นก้มหน้าอ่านบท “เยี่ยมกองก็เยี่ยมไปแล้ว ท่านประธานยังไม่กลับอีกหรือ?”


47 คุ่นคุ่น “วันนี้ฉันว่าง รอให้เธอท�ำงานเสร็จค่อยกลับด้วยกันดีกว่า” เขาปรายตามองจางฉี “ไม่กลัวใครบางคนหึงหรือครับ?” ฉินจื้อหย่วนก้มหน้าต�่ำอีกนิดจนริมฝีปากบางเฉียบปัดผ่านผม เขา พลางถามยิ้มๆ “ใครบางคนที่ว่านี่ใคร?” โถ ตีบทแตกกว่าเขาเสียอีก กู้เหยียนรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ จึงท่องบทต่อไปเงียบๆ ไม่นานนักก็ถึงซีนที่เขาต้องเข้าฉากกับจางฉี ซีนนี้มีแต่บทพูด ไม่มีบทบู๊ เนื้อหาก็ค่อนข้างง่าย คุณชายอ่อนต่อโลกที่สวมบทโดยจางฉี เข้ามาคุยกับเขา จากนั้นก็พูดจาผิดหูจนทะเลาะกันใหญ่โต กู้เหยียนต้อง ผลักอีกฝ่ายทีหนึ่ง ก่อนจะชักดาบออกมาฟันมุมโต๊ะ ผู้ก�ำกับเรียกนักแสดงทั้งสองเข้าไปท�ำความเข้าใจบท แล้วให้ซัก ซ้อมกันอยู่นาน พอเริ่มเดินกล้องถ่ายจริงจึงเป็นไปอย่างลื่นไหล จางฉีตะเบ็งเสียงหน้าด�ำหน้าแดงสมกับเป็นคุณชายจอมจองหอง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังดูไร้เดียงสาน่ารัก บทพูดของกู้เหยียนมีอยู่นิดเดียว ส่วนใหญ่แค่แค่นยิ้มหรือไม่ก็แค่นเสียงขึ้นจมูก ท้ายที่สุดถึงค่อยท�ำหน้า ร�ำคาญแล้วยกมือผลักอกอีกฝ่าย... โครม! ตามบทจางฉีจะต้องเซแซดๆ ไปข้างหลังสองก้าว แล้วถลึงตา อย่างเป็นเดือดเป็นแค้น ถูกล่ะว่าตอนนี้เจ้าตัวเบิกตากว้าง ทว่ากลับเสีย หลักล้มโครมไปบนพื้นเหมือนถูกผลักเต็มแรง กู้เหยียนอึ้งไปสนิทใจ เมื่อครู่เขาผลักจางฉีจริงๆ แต่...ดูเหมือนจะไม่ได้ใช้แรงขนาดนั้น นะ “ซี้ด...” เด็กหนุ่มพยายามลุกขึ้นยืน ทว่าไม่ส�ำเร็จ ได้แต่นั่งลูบๆ คล�ำๆ ข้อเท้าพลางส่งเสียงโอดโอย ผู้ก�ำกับสั่งคัตทันที


48 FLOWER VASE 1 คนในกองเข้ามามุงดูกันใหญ่ “เกิดอะไรขึ้น?” “บาดเจ็บหรือเปล่า?” “ท่าทางเท้าจะแพลงนะ” อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอในกองถ่าย กู้เหยียนตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว แล้วเดินเข้าไปช่วยจับแขนคนเจ็บ จางฉีเบี่ยงตัวหนีแขนเขาอย่างแนบเนียน ก่อนจะหันไปพูดกับ กลุ่มคนที่ส่งเสียงจ้อกแจ้ก “ไม่มีอะไรครับ ไม่มีอะไร แค่เจ็บเท้านิดหน่อย พักแป๊ บเดียวก็ หาย เมื่อกี้ผมยืนไม่ดีเอง ไม่เกี่ยวกับพี่เหยียนหรอก...” ท�ำไมจะไม่เกี่ยว เมื่อครู่สายตาไม่รู้กี่คู่ต่อกี่คู่เห็นกันทั้งนั้นว่าเจ้าตัวล้มลงไปกอง กับพื้นหลังถูกกู้เหยียนผลัก แต่แรงผลักมากน้อยแค่ไหน มีแต่พวกเขาสอง คนเท่านั้นที่รู้ กู้เหยียนดึงมือกลับมาเงียบๆ รู้สึกเย็นวาบตรงปลายนิ้ว จางฉีกัดฟันลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แต่ไม่ส�ำเร็จอยู่ดี พอถอดถุงเท้า รองเท้าออก ก็พบว่าข้อเท้าบวมขึ้นมานิดๆ ดวงตากลมโตฉ�่ำคลอเหมือน ใกล้จะร้องไห้เต็มแก่ ทว่ายังพยายามกลั้นน�้ำตาเอาไว้ “ไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาซิ!” “ไม่รู้กระดูกเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันว่าไปโรงพยาบาลดีกว่านะ” เกิดเหตุวุ่นวายขนาดนี้ ฉินจื้อหย่วนซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทยืนเฉย ไม่ได้อยู่แล้ว ร่างสูงเดินเข้ามาจับไหล่จางฉีเอาไว้ แล้วเอ่ยขึ้นในจังหวะที่ เหมาะสม “เดี๋ยวผมพาเขาไปโรงพยาบาลเอง” เด็กหนุ่มส่ายหน้ายิก พูดอย่างมีสปิริต “ข้อเท้าบวมแค่นี้เองครับ อย่าท�ำเป็นเรื่องใหญ่เลยดีกว่า ผมยังเข้าฉากต่อได้”


49 คุ่นคุ่น พูดจบก็พยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แต่ทันทีที่เท้าแตะพื้นก็ต้องสูด หายใจเฮือกด้วยความเจ็บ จางฉีกะพริบตาปริบๆ ในที่สุดน�้ำใสๆ ก็ร่วงเผาะอย่างห้ามไม่อยู่ แล้วไหลกลิ้งไปตามใบหน้าน่ารัก ดูน่าสงสารเป็นที่สุด ทว่าจากมุมที่ยืนอยู่ เขาเหมือนจะเห็นมุมปากของเจ้าตัวยกขึ้นนิดๆ


รอยยิ้มนั้นถูกจางฉีปกปิดไว้อย่างรวดเร็ว หากไม่เพราะกู้เหยียน เป็นคนตาดี จะต้องนึกว่าตัวเองมองผิดแน่นอน เป็นปีศาจจิ้งจอกจริงเสียด้วย นับว่าฉินเฟิงตาแหลมพอดูที่เรียกเจ้าตัวอย่างนี้แต่แรก ผิดกับ เขาที่คงเล่นละครมากเกินไป มองอะไรก็เห็นว่าปลอมไปหมด ขนาดเด็ก มัธยมแย่งแฟนกันยังไม่ใช้วิธีเชยๆ แบบนี้เลย แต่คนบางคนอาจอยากกระโจนลงไปในหลุมพรางตื้นๆ เสียเอง ก็ได้ กู้เหยียนยืนมองจนเมื่อย เลยเดินไปหาที่นั่ง รอดูฉากต่อไปอย่าง ตั้งอกตั้งใจ ฉินจื้อหย่วนคงจะสัมผัสสายตาของเขาได้ จึงได้เงยหน้าขึ้นมอง ด้วยดวงตาเข้มลึก แล้วส่งยิ้มที่อ่านความหมายยากมาให้ เปลือกตากู้เหยียนกระตุกวาบ นี่เป็นลางบ่งบอกว่าเขาจะตกกระป๋ องแล้วใช่ไหม? เขาเองก็รู้ตัวว่าไม่มีทางคงความอ่อนเยาว์แล้วเป็นที่โปรดปราน CHAPTER 4


Click to View FlipBook Version