51 คุ่นคุ่น ไปได้ตลอดกาล แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังหงุดหงิดอยู่ดีที่ต้องมาแพ้ให้ปีศาจ จิ้งจอกพรรค์นี้ จางฉีเล่นบทคนได้รับบาดเจ็บผ่านฉลุยไร้อุปสรรค จนสุดท้ายก็ ได้ฉินจื้อหย่วนช่วยขับรถไปส่งโรงพยาบาลให้สมใจ ต่อเมื่อคนทั้งคู่ไปแล้ว กู้เหยียนถึงค่อยลุกขึ้นจัดเสื้อผ้า ให้ช่างแต่งหน้ามาเติมเครื่องส�ำอางให้ แล้วเข้ากล้องถ่ายท�ำฉากต่อไป ตอนที่เด็กในกองช่วยกันเก็บข้าวของ ไม่แปลกที่จะมีคนงึมง�ำใน คอ “อะไรจะล้มกันง่ายๆ ขนาดนั้น แค่ยืนไม่ดีจริงหรือ?” คนที่พอจะได้ยินข่าววงในมาบ้างเหล่มองกู้เหยียนอย่างอดไม่อยู่ เขาตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มบางๆ รอยยิ้มเสแสร้งปั้นแต่งกันไม่ได้ง่ายๆ ยิ่งการยิ้มให้ดูสนิทสนมเป็น ธรรมชาตินั้นยิ่งเหมือนบททดสอบระดับหินเลยทีเดียว เขามีฝีมือการแสดง น้อยนิด ท�ำเป็นแค่ยิ้มนี่แหละ ดังนั้นต้องใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ คืนนั้นตารางว่าง ไม่มีนัดใดๆ ทั้งสิ้น กู้เหยียนกลับบ้านไปฮัม เพลงจางฉีเหมือนเดิม พอไปกองถ่ายวันรุ่งขึ้น จางฉีมาถึงก่อนแต่เช้า เห็นว่าเด็กหนุ่ม ขาแพลงเล็กน้อย อันที่จริงควรต้องพักฟื้นอยู่กับบ้านสักสองสามวัน แต่ เจ้าตัวยังกัดฟันมาท�ำงานเพราะเกรงจะเป็นเหตุให้การถ่ายท�ำล่าช้า ควร อยู่หรอก อาการเคล็ดแพลงกว่าจะหายต้องกินเวลาสักพัก ปีศาจจิ้งจอกมี คนมารับส่งแบบเช้าถึงเย็นถึง คงเป็นปลื้มจนตัวลอย จะไม่มาอวดให้คน อื่นเห็นอย่างไรไหว คนที่เดาใจยากคือฉินจื้อหย่วน ทั้งที่ก�ำลังรักก�ำลังหลงคู่ขาใหม่ แต่กลับยังไม่สลัดคนเก่าอย่างกู้เหยียนทิ้งเสียที
52 FLOWER VASE 1 คิดจะจับปลาสองมืออย่างนั้นสิ? อันที่จริงก็พอท�ำความเข้าใจได้อยู่เหมือนกัน ขนาดตัวเขาเวลา ฟุ้งซ่านยังจินตนาการถ้าตัวเองคั่วกับจางฉีและฉินเฟิงพร้อมกันจะรู้สึก อย่างไรเลย...แล้วฉินจื้อหย่วนล่ะ อ้อ ฉินจื้อหย่วนลอยอยู่ในอวกาศ นอกจากส่งข้อความหรือโทรศัพท์มาหาบ้าง ผู้ชายในอวกาศคน นั้นไม่มาหากู้เหยียนเลยถึงสองสัปดาห์เต็มๆ มีแต่ผู้จัดการที่โทรศัพท์มา บอกให้เขาไปร่วมงานเลี้ยงฉลองที่หนังอาร์ตฝีมือก�ำกับของจ้าวซินได้รับ รางวัลมาจากต่างประเทศ บริษัทของพวกเขาเป็นคนออกทุนสร้าง เลยต้อง ฉลองเพื่อประกาศความส�ำเร็จกันหน่อย กู้เหยียนเคยอาศัยอิทธิพลของ ฉินจื้อหย่วนแสดงหนังของจ้าวซินเรื่องหนึ่ง จึงได้รับเชิญไปร่วมงานด้วย เขาตอบตกลงไปร่วมงานเพราะก�ำลังอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรท�ำพอดี จากนั้นก็ลุกขึ้นมาเซ็ตผม เลือกสวมสูทสีขาว งานวันนี้เป็นงานเลี้ยงบุฟเฟต์ จัดขึ้นที่ชั้นบนสุดของโรงแรมระดับ สูงแห่งหนึ่ง มองผ่านผนังกระจกลงไปจะเห็นทิวทัศน์งดงามยามค�่ำคืนของ เมืองนี้ได้อย่างชัดเจน โคมระย้าแก้วคริสตัลในห้องจัดเลี้ยงส่องแสงระยิบ ระยับไม่แพ้ทะเลไฟด้านนอก แขกที่มาร่วมงานประชันกันในชุดราตรี หรูหรา กู้เหยียนกวาดตามองเจอคนคุ้นเคยกันไม่น้อย เขาไล่ทักทายไป ตามทาง จากนั้นก็เข้าไปแสดงความยินดีกับจ้าวซินพร้อมกับคนอื่น ผู้ก�ำกับดังเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ไม่อินังขังขอบกับรูปลักษณ์ตัว เองเท่าไหร่ จะกระตือรือร้นกับการถ่ายหนังแค่อย่างเดียวเท่านั้น เจ้าตัว รักที่จะท�ำหนังอาร์ตแปลกแหวกแนวมากกว่าหนังตลาด ได้รับเสียงวิจารณ์ ดี แต่ไม่ท�ำเงิน หากไม่ได้ฉินจื้อหย่วนที่เคยเรียนหนังสือมาด้วยกันช่วย ออกทุนให้ หนังหลายเรื่องคงไม่เป็นรูปเป็นร่าง ฝีมือการแสดงของกู้เหยียนแทบจะท�ำหนังของจ้าวซินเจ๊งมาที
53 คุ่นคุ่น แล้ว พอเห็นเขา ฝ่ายนั้นจึงท�ำหน้าเหมือนเจอศัตรู ราวกับกลัวว่าฝันร้าย จะหวนกลับมาแล้วได้เห็นการแสดงยอดแย่ของเขาอีกครั้ง คนตรงไปตรงมาแบบนี้น่าสนใจดีเหมือนกัน เนื่องจากรู้สึกดีกับอีกฝ่าย กู้เหยียนจึงเอ่ยแสดงความยินดีด้วย รอยยิ้มจริงใจ ยังผลให้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาโดดเด่นจับตากว่าเดิม แต่ถึงอย่างนั้นจ้าวซินก็ยังท�ำหน้าเหมือนอยากสลัดเขาให้พ้นโดย เร็วอยู่ดี กู้เหยียนข�ำอยู่ในใจ จังหวะนั้นฉินจื้อหย่วนเดินเข้ามาในงานพร้อมคู่ควง...แอนนา ถัง ผู้เปล่งประกายเป็นพิเศษในคืนนี้ เธอสวมชุดราตรียาวผ้าก�ำมะหยี่ ขมวด เรือนผมสลวยเป็นมวยตรงท้ายทอย อวดสร้อยเพชรที่ล้อแสงระยับพราว อยู่บนล�ำคอระหง เธอไม่ใช่ผู้หญิงหน้าตาสวยจัด แต่ความแน่วแน่และเชื่อ มั่นในตัวเองที่ฉายชัดอยู่ในแววตาท�ำให้เธอโดดเด่นเหนือดาราสาวหลาย คน ถึงอย่างนั้น กู้เหยียนก็ยังเห็นฉินจื้อหย่วนผู้สุขุมนุ่มนวลตั้งแต่ แวบแรกอยู่ดี แค่แวบเดียวเท่านั้น เขาเบนสายตาออกอย่างไม่ใส่ใจ แล้วหยิบแก้วเหล้าเดินไปยืน หลบมุม ช่วงนี้เป็นขาขึ้นของแอนนา ถัง อัลบัมชุดใหม่มียอดขายถล่ม ทลาย ได้เซ็นสัญญาเล่นหนังอย่างต่อเนื่อง ไม่แปลกที่ฉินจื้อหย่วนจะเลือก เธอเป็นคู่ควงในคืนนี้ ชายหนุ่มรู้จักแยกแยะเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าคู่ขาคน ไหนเลี้ยงเอาไว้แค่เล่นสนุก คนไหนพาออกงานได้ กู้เหยียนจิบเหล้าพลางคิดกับตัวเองเงียบๆ ปีศาจจิ้งจอกนั่นคง ผิดหวังแทบดิ้นที่ไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงคืนนี้ รอยยิ้มขันยังไม่ทันปรากฏ ขึ้นตรงมุมปาก เขาก็เห็นแอนนา ถัง เดินระเหิดระหงเข้ามาทางตัวเองเสีย
54 FLOWER VASE 1 ก่อน เขาและเธอสังกัดบริษัทเดียวกัน ไม่ใช่คนห่างไกลที่ต้องทักทาย อย่างมีมารยาทเมื่อเจอหน้า พอเดินเข้ามาใกล้ เธอก็เอ่ยถาม “ท�ำไมไม่ไปเต้นร�ำล่ะ?” กู้เหยียนหรี่ตาตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “ถ้าเชิญสาวสวยอย่างคุณ ถังเป็นคู่เต้นได้ล่ะก็ ผมยอมเต้นจนขาหักเลย” หญิงสาวหัวเราะ “ขอสูบบุหรี่ได้ไหม?” “ตามสบาย” แอนนาเคาะบุหรี่จากกล่องสวยงามออกมากรีดกรายจุดไฟ ค่อยๆ อัดควันเข้าไปช้าๆ ดวงตาหรี่ปรือเปี่ยมเสน่ห์ กู้เหยียนชื่นชอบผู้หญิงแบบนี้ที่สุด หากเขารักผู้หญิงได้ ก็จะเลือก รักแอนนา ถัง อย่างไม่ต้องสงสัย หญิงสาวเขย่ากล่องบุหรี่เมื่อเห็นเขามอง “เอาสักมวนไหม?” “ไม่ล่ะ ผมไม่สูบบุหรี่” “อ้อ” แอนนาพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะยิ้ม “ฉินจื้อหย่วนไม่ ชอบกลิ่นบุหรี่นี่นะ” กู้เหยียนคลี่ยิ้มคลุมเครือ ยอมรับก็ไม่เห็นเป็นไร เขาคอยสังเกตรายละเอียดต่างๆ จนรู้ดี ว่าฉินจื้อหย่วนชอบไม่ชอบอะไร แล้วระวังตัวไม่ท�ำสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ชอบ เขา ไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ อีกต่อไปแล้ว หากไม่พยายามให้มากเข้าไว้ จะเอาอะไรไปสู้ความอ่อนเยาว์สดใหม่ได้? “ลงทุนไปเท่าไหร่ก็ได้กลับมาเท่านั้น” แอนนาจ้องหน้าเขา “มิน่า ล่ะฉินจื้อหย่วนถึงเอาใจใส่คุณเป็นพิเศษ กรุยทางเอาไว้ให้ทุกอย่าง” “เพราะผมสู้คุณถังไม่ได้ไง ไม่ต้องให้ใครปูทางให้ก็ยังดังเปรี้ยง ปร้างด้วยตัวเองได้อยู่ดี” ผู้หญิงชอบฟังค�ำเยินยอท�ำนองนี้กันทั้งนั้น แอนนา ถัง ก็ไม่เว้น
55 คุ่นคุ่น เธออมยิ้มสูบบุหรี่ไปเรื่อยๆ จนหมดมวน แล้วหันไปมองฉินจื้อหย่วนที่อยู่ ท่ามกลางแขกเหรื่อ “คุณอยู่กับเขามาตั้งนาน ไม่เคยเผลอใจบ้างเลยหรือไง? เขารวย แถมยังหนุ่ม หน้าตาก็ไม่ขี้ริ้ว ที่ส�ำคัญคืออ่อนโยน ช่างเอาใจใส่ ใจป�้ำ ให้ คุณได้ทั้งเงินทั้งชื่อเสียง...คนแบบนี้นี่แหละที่ท�ำให้ใครต่อใครตกหลุมรัก เอาได้ง่ายๆ” ไม่รู้ว่าคนพูดก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยหรือเปล่า เขามองตามสายตาของเธอไปยังชายหนุ่มที่ก�ำลังคลี่ยิ้มนุ่มนวล แล้วตอบทันทีโดยไม่ลังเล “นั่นมันหน้ากากต่างหาก” จะความอ่อนโยนหรือความเจ้าชู้ก็ล้วนแต่เป็นหน้ากากที่ฉินจื้อหย่วนสวมไว้ทั้งนั้น ในเมื่อไม่เห็นใจจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน จะสามารถรัก เปลือกนอกจอมปลอมได้ง่ายๆ หรือ? ไม่ เขาไม่เคยรักหน้ากากอันสมบูรณ์แบบของชายหนุ่ม เขา... ฉินจื้อหย่วนมองข้ามห้องมาทางพวกเขาสองคน ชูแก้วเหล้าให้ จากนั้นก็สาวเท้ายาวๆ เข้ามาหา แอนนายุติบทสนทนาในหัวข้อนั้น แล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องสัพเพ เหระแทน เมื่อฉินจื้อหย่วนเดินเข้ามาสมทบก็คุยกันต่อครู่หนึ่ง ก่อนจะหา ข้ออ้างขอตัวเดินเลี่ยงออกไป กู้เหยียนชนแก้วกับผู้มาใหม่ จากนั้นก็เอ่ยประโยคทักทายที่ เตรียมไว้อยู่ก่อนแล้ว “ไม่เจอกันนานนะครับ” “แค่ครึ่งเดือนก็นับว่านานด้วยหรือ?” คนถูกถามสั่นศีรษะตอบหน้าเครียด “ไม่ใช่ซะหน่อย สี่สิบห้าปี เต็มๆ ต่างหาก” ฉินจื้อหย่วนสงสัยติดหมัดทันที “สี่สิบห้าปีได้ไง?”
56 FLOWER VASE 1 “คนเขาว่าไม่เห็นหน้าหนึ่งวันนานเหมือนสามปี สิบห้าวันก็ต้อง เท่ากับสี่สิบห้าปีสิครับ” ฝ่ายตรงข้ามเถียงไม่ขึ้น กลัวว่ายิ่งพูดจะยิ่งเข้าตัว จึงแสร้งท�ำเป็น ถอนหายใจ “คิดเลขเก่งนี่” จากนั้นก็ถามต่อ “เมื่อกี้คุยอะไรกับแอนนา?” “ผมอยากชวนคุณถังเต้นร�ำ แต่เสียดายที่ไม่ส�ำเร็จ” “อืม ตอนนี้สภาพร่างกายเขาไม่เหมาะให้กระโดดโลดเต้นเท่าไหร่ เขา...” วื้อออ พูดยังไม่ทันจบ โทรศัพท์มือถือก็สั่นขึ้นมาเสียก่อน ฉินจื้อหย่วน ยกมือให้กู้เหยียนเป็นเชิงขอตัว แล้วล้วงโทรศัพท์ออกมากดรับ พลางเดิน ออกจากห้องจัดเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเสียงจอแจ กู้เหยียนถือแก้วเหล้าเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้น ประมาณยี่สิบนาที ให้หลัง ฉินจื้อหย่วนถึงค่อยเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง ตอนแรกเขานึกว่าชาย หนุ่มจะมาคุยเรื่องเมื่อครู่กันต่อ ทว่าฝ่ายนั้นกลับทิ้งตัวยืนพิงก�ำแพง คลาย เนกไทออกเล็กน้อย แล้วนวดหว่างคิ้วอย่างอ่อนเพลีย เหนื่อยหรือ? เมื่อครู่ยังยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ดีๆ เดินออกไปคุยโทรศัพท์ได้ไม่ทัน ไรก็เหนื่อยถึงขนาดนี้เชียว? ใครบางคนตะโกนให้จ้าวซินขึ้นไปกล่าวอะไรกับรางวัลที่ได้รับใน ครั้งนี้บ้าง จ้าวซินจะปฏิเสธก็กระไร จึงจ�ำใจเดินขึ้นเวที เขาเป็นคนพูดไม่ เก่งอยู่แล้ว พูดได้ไม่กี่ค�ำก็ชักจะพูดไม่ออก ต้องส่งไม้ต่อให้ฉินจื้อหย่วน ขึ้นมาช่วยบนเวที ฝ่ายหลังสูดหายใจเข้าลึก จัดสูทให้เรียบร้อย ปรับสีหน้า เดินขึ้นเวที กู้เหยียนยืนฟังทุกค�ำของชายหนุ่มอย่างตั้งอกตั้งใจ ตั้งแต่ต้นจนจบมีพูดผิดทั้งหมดสามครั้ง สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
57 คุ่นคุ่น จนลืมว่าจะพูดอะไรต่อสองครั้ง และออกเสียงผิดอีกหนึ่งครั้ง งานวันนี้เป็น งานใหญ่ ฉินจื้อหย่วนจะต้องเตรียมตัวล่วงหน้ามาก่อนแล้วเป็นอย่างดี แล้วท�ำไมคนที่นิยมความสมบูรณ์แบบเช่นเขาถึงได้พลาดเยอะขนาดนี้? ปกติเขาเป็นคนเก็บซ่อนตัวตนที่แท้จริงลึกเสียจนควานค้นไปไม่ถึง น้อย ครั้งที่จะเปิดเผยความรู้สึก หรือว่าคืนนี้...จะเป็นโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่ง กว่ายาก? กู้เหยียนใจเต้นแรง ฝ่ามือเย็นชื้นไปด้วยเหงื่อ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองช่อโคมไฟคริสตัลที่ส่องแสงระยิบระยับ อยู่บนเพดาน แล้วยกยิ้มตรงมุมปาก ก่อนจะฉวยโอกาสที่เสียงปรบมือ ของทุกคนดังเกรียวกราว เดินหลบออกจากห้องจัดเลี้ยงเงียบๆ ฉินจื้อหย่วนลงจากเวทีทันแค่เห็นแผ่นหลังฝ่ายนั้นไวๆ อันที่จริงเขาเตรียมค�ำพูดไว้มากกว่านี้ แต่เหนื่อยล้าเกินไปจนไม่ ได้พูดหมดและไม่ได้เอ่ยเรียกกู้เหยียนเอาไว้ ชายหนุ่มดื่มเหล้าต่ออีกสอง สามแก้ว แล้วให้รู้สึกว่าขมับเต้นตุบๆ จนปวดหัว ในเมื่องานเลี้ยงไม่มีอะไร ต้องท�ำแล้ว เขาก็น่าจะกลับบ้านบ้างดีกว่า ลมฤดูใบไม้ร่วงในคืนนี้เจือไอหนาวเอาไว้บางๆ ลมเย็นที่พัดกระทบตัวท�ำให้อาการปวดหัวรุนแรงขึ้น รถประจ�ำ ตัวจอดรออยู่ตรงหน้าโรงแรม เขาเปิดประตูเดินเข้าไปนั่งเบาะหลัง แล้วสั่ง ทันที “กลับบ้าน” จากนั้นก็หลับตาลงใต้เสียงล้อเคลื่อนตัว ระหว่างทางมีแต่ความเงียบ ทว่าสองฝั่งถนนยังคงพร่าพรายไป ด้วยแสงไฟนีออน ฉินจื้อหย่วนที่หลับตานั่งพักเหมือนจะผล็อยหลับไปงีบ หนึ่ง ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่ารถจอดสนิท แต่ภาพที่เห็นเมื่อมองออกไป นอกหน้าต่างไม่ใช่ประตูบ้านตัวเอง “เกิดอะไรขึ้น? รถเสียกลางทางหรือไง?”
58 FLOWER VASE 1 ในรถมืดสลัว ไม่ได้เปิดไฟ เห็นแต่เพียงร่างที่นั่งอยู่บนเบาะคน ขับเป็นเงาตะคุ่ม ปกติเขาถามอะไร คนขับรถจะต้องตอบทันทีทุกครั้ง นี่ กลับนั่งนิ่ง ชายหนุ่มชักเอะใจว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล คืนนี้เขาใจคอไม่ อยู่กับเนื้อกับตัว จึงไม่ทันสังเกตหลายๆ อย่าง ตอนที่ขึ้นมานั่งบนรถ...ก็ เหมือนจะไม่ได้มองหน้าคนขับให้ชัด ระหว่างที่คิดอย่างนั้น คนที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็หันมายิ้มให้ “ท่าน ประธานประมาทจัง ระวังจะถูกลักพาตัวเอานะครับ” ดวงจันทร์กระจ่างทาบแสงนวลตาลงบนใบหน้าคนพูด ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะปรากฏอยู่บนจอเงิน เวลานี้อยู่ใกล้แค่ มือคว้า ดวงตาสีด�ำสนิทที่ทอดมองเขาหยักโค้ง ทรงเสน่ห์กระตุ้นเร้าหัวใจ อย่างไม่อาจบรรยายด้วยค�ำพูด “ไหงถึงเป็นเธอได้?” ประสาทเกร็งเครียดเมื่อครู่ผ่อนคลายลง ทันตา ฉินจื้อหย่วนยกมือกดหว่างคิ้ว “เหล่าหวางล่ะ?” เหล่าหวางเป็นคนขับรถของเขาที่สนิทกันดีกับกู้เหยียน “ผมโกหกเขาว่าวันนี้ท่านประธานอารมณ์ดี ตั้งใจจะพาผมไปขับ รถเล่นนอกเมือง เขาก็เลยให้กุญแจมา” กู้เหยียนชูกุญแจรถให้ดู “ผมเป็น คนท�ำเองหมดทุกอย่าง ส่วนเขาเป็นผู้เคราะห์ร้าย” ฉินจื้อหย่วนไม่เอาเรื่องเอาราวกับเรื่องขี้ผงแบบนี้อยู่แล้ว เพียง แค่ถามว่า “จะเล่นอะไรอีกล่ะ?” ฝ่ายตรงข้ามยกมือกอดอกท�ำท่าดื่มด�่ำในอารมณ์ แล้วพูดตามบท ละครที่เพิ่งท่องมาไม่นาน “ผมแค่อยากหาโอกาสอยู่กับคุณตามล�ำพัง ไม่ ได้หรือไง?” “แววตาแข็งเกินไป ต้องฝึกให้มากกว่านี้” ชายหนุ่มวิพากษ์ แล้ว ถามขึ้นหลังเหลือบมองแสงไฟฉูดฉาดนอกหน้าต่างรถ “ที่นี่ที่ไหน?” “ย่านบาร์เหล้า” “หือ?”
59 คุ่นคุ่น กู้เหยียนชี้หว่างคิ้วขมวดมุ่นของคู่สนทนา “คุณท�ำหน้าเหมือน อยากกินเหล้าให้เมาเละ” ฉินจื้อหย่วนไม่โกรธที่ถูกอ่านใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แม้สีหน้า จะขาวซีดกว่าปกติ แต่ก็ยังคลี่ยิ้มนุ่มนวลเหมือนทุกที “ฉันไม่กินเหล้า” “ครับๆๆ ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ รักเดียวใจเดียว...” กู้เหยียน ยกนิ้วนับไล่ไปทีละอย่าง “ท่านประธานมีคุณสมบัติสมเป็นผู้ชายที่ดีตาม มาตรฐานสังคมสมัยนี้จริงๆ” พูดๆ ไปก็อดถามไม่ได้ “ท�ำไมถึงอารมณ์ไม่ดีล่ะครับ?” คนถูกถามชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะย้อนถามด้วยรอยยิ้มบางๆ “แล้วท�ำไมถึงคิดว่าฉันอารมณ์ไม่ดีล่ะ?” “พอคุยโทรศัพท์เสร็จ คุณก็ดูแปลกๆ เกี่ยวอะไรกับโทรศัพท์เมื่อ กี้ใช่หรือเปล่า?” เพราะรู้ว่าถามไปย่อมไม่ได้รับค�ำตอบ เขาจึงพูดต่อเอง ทันที “ให้ผมเดานะ บริษัทคุณเจ๊ง และคุณก็ก�ำลังจะล้มละลายใช่ไหม?” ผู้ชายบนเบาะหลังยังมีสีหน้าเรียบเฉย “ผลตรวจร่างกายของคุณออกมาแล้ว หมอบอกว่าคุณเป็นโรคร้าย อยู่ต่อไปได้อีกไม่กี่เดือน?” ฝ่ายตรงข้ามยังนิ่งสนิท “คุณไปมีเรื่องกับมาเฟีย ก็เลยจะถูกตามฆ่า?” ชายหนุ่มนั่งเงียบ “คุณถูกสวมเขา...” ในที่สุดฉินจื้อหย่วนก็พ่ายแพ้ให้กับจินตนาการอันบรรเจิดของคน เดา แล้วเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าปั้นยาก “คืนนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีจริงๆ นั่น แหละ” สิ่งที่กู้เหยียนรออยู่ก็คือประโยคนี้ เขาเลิกเย้าแหย่ เปลี่ยนมาถาม รุกแทน “แล้ว?”
60 FLOWER VASE 1 ทรงผมของฉินจื้อหย่วนยังเรียบกริบ ไม่กระดิกสักเส้น เสื้อเชิ้ต กลัดกระดุมจนถึงเม็ดบนสุด มีเพียงตรงหว่างคิ้วเท่านั้นที่สะท้อนความอ่อน ล้าออกมาบางเบา เพราะแม้แต่น�้ำเสียงก็ยังนิ่งสงบ “ฉันอยากพักผ่อนคน เดียวเงียบๆ ผ่านคืนนี้ไปได้ก็คงดีขึ้นเอง” หลังจากคืนนี้ เขาจะสวมหน้ากากสมบูรณ์แบบกลับเข้าไปใหม่ เป็นฉินจื้อหย่วนผู้สุภาพ สุขุม และอ่อนโยนในสายตาใครต่อใครเหมือน เดิม จะยอมให้หัวใจอ่อนแอลงแค่ชั่วคราวเท่านั้น กู้เหยียนมองเขาเขม็ง ชายหนุ่มถามพลางเสหลบสายตาคู่นั้น “นี่เราก็ได้อยู่ตามล�ำพัง อย่างที่เธอต้องการแล้ว จะให้ฉันกลับบ้านได้หรือยัง?” ผู้อุปถัมภ์ออกปากถึงขนาดนี้ หากเขามีความเป็นมืออาชีพมาก พอก็ควรพาฉินจื้อหย่วนไปส่งแต่โดยดี ถ้ายังเดินต่อไปอีกก้าวหนึ่งจะกลาย เป็นล�้ำเส้นอย่างไม่ต้องสงสัย และผลที่ได้มีอยู่แค่สองอย่าง หนึ่งคือฉินจื้อหย่วนจะโกรธ แล้วโทรศัพท์บอกให้เขาไปรับค่าแยกทางในวันรุ่งขึ้น สองคือเขาจะได้ครอบครองหัวใจของชายหนุ่ม มีสถานะมั่นคง ไม่ต้องสน ใจจางฉี หวางฉี หลี่ฉี หรือจ้าวฉีอะไรอีก ขอเพียงเขากล้าพอที่จะเดิมพัน กู้เหยียนหันไปสตาร์ทรถโดยไม่แม้แต่จะคิด ทั้งที่รู้ดีว่ารถขับออกนอกเส้นทาง ไม่ใช่ทางไปบ้านตัวเอง ผู้ชาย ที่นั่งเบาะหลังก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะโกรธ แค่ถามเรียบๆ “จะไปไหน?” “เดี๋ยวถึงแล้วคุณก็รู้เอง” รถแล่นอย่างนิ่มนวลจนมาหยุดอยู่ตรงชายทะเลนอกเมือง ตอน นั้นดึกมากแล้ว ชายหาดเงียบเหงาไร้ผู้คน มีแต่เพียงลมทะเลพัดอู้ไม่ขาด สาย คลอเสียงคลื่นซัดซ่ามาให้ได้ยินเบาๆ ฉินจื้อหย่วนถอนหายใจ “เชยไปหน่อยนะ”
61 คุ่นคุ่น “ก็ในละครชอบมีฉากแบบนี้นี่นา ในเมื่อท่านประธานไม่อยากกิน เหล้า ผมก็เลยต้องพามาทะเลแทน มาทันตอนคลื่นก�ำลังแรงพอดี” กู้เหยียนพูดพลางลงจากรถมาเปิดประตูให้ ฝ่ายตรงข้ามเอาแต่นั่งประสานมือไว้บนหัวเข่าด้วยท่าทางสง่า งาม ไม่ยอมขยับ โถ มีงอนเสียด้วย เขาก้มตัวลงยื่นมือขวาไปให้ “ท�ำไม ผมบีบน�้ำตาออเซาะแบบคน บางคนไม่เป็น ท่านประธานเลยไม่ให้เกียรติผมอย่างนั้นใช่ไหม?” ได้ยินแบบนี้ ฉินจื้อหย่วนอดจะข�ำไม่ได้ แล้วยอมจับมือข้างนั้น ไว้ในที่สุด ภายใต้แสงจันทร์กระจ่าง ลมกลางคืนเย็นเฉียบพัดโชยปะทะผิว หน้า เจือกระไอเค็มชื้นของน�้ำทะเลมาด้วย เนื่องจากใส่เสื้อผ้าไม่หนานัก ลงจากรถไม่ทันไร กู้เหยียนจึง สะท้านเฮือกด้วยความหนาว ฉินจื้อหย่วนถอดเสื้อนอกคลุมไหล่ให้ แล้ว จับมือเขาเอาไว้อีกครั้ง พลางถามขึ้นเนิบๆ “ไม่คิดว่าเขาเหมือนเธอสมัยก่อนหรือไง?” “ใคร?” “จางฉีน่ะสิ” กู้เหยียนยืนอึ้งอยู่นานถึงค่อยได้สติ เขาน่ะหรือเหมือนปีศาจจิ้งจอกนั่น ตั้งแต่หัวจรดเท้า จุดร่วมเพียง อย่างเดียวมีแต่เพศเท่านั้นแหละ แต่ฉินจื้อหย่วนกลับท�ำท่าเป็นจริงเป็นจัง พูดต่อด้วยเสียงนุ่มนวล เหมือนก�ำลังจมจ่อมกับความหลัง “ตอนที่เธอเพิ่งจะอายุยี่สิบใหม่ๆ ก็เป็น แบบนั้นแหละ นัยน์ตาสีด�ำสนิทเป็นประกาย ชอบนั่งเงียบๆ พูดไม่เก่ง แต่ จางฉีฉลาด รู้ว่าอะไรควรไม่ควรมากกว่าเธอ ถ้าเธอว่าง่ายได้สักครึ่งของ เขา ก็คงมีคนยื่นมือเข้าไปช่วยนานแล้ว ไม่ต้องล�ำบากอย่างที่เคยเป็น
62 FLOWER VASE 1 หรอก” กู้เหยียนชอบมองตรงไปข้างหน้า ไม่ชอบหวนคิดถึงเรื่องเก่าๆ ถึงอย่างนั้นค�ำพูดของคู่สนทนาก็ยังกระตุ้นเตือนความทรงจ�ำอันรางเลือน ได้อยู่ดี เขาตอบยิ้มๆ “ก็ไม่ล�ำบากเปล่านี่ครับ” ใครบ้างไม่มีอดีต? เขาไม่ใช่มนุษย์เหล็กไหล ถึงได้ไม่เคยเจ็บเคยปวด ความขมขื่น ที่ผ่านมานั่นแหละช่วยหล่อหลอมให้เขาเป็นกู้เหยียนในวันนี้ เมื่อก่อนเคย ล�ำบากมามาก ตอนนี้จึงควรจะได้ใช้ชีวิตตามใจชอบเสียที กู้เหยียนเอ่ยถึงอดีตของตัวเองด้วยค�ำพูดสั้นๆ เพียงประโยค เดียว ฉินจื้อหย่วนจึงไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น แล้วหันไปสานต่อบท สนทนาที่คุยค้างเอาไว้ตอนอยู่ในงานแทน “แอนนาท้องแล้ว” “หา!?” “ตอนนี้ยังต้องปิดเป็นความลับว่าพ่อเด็กเป็นใคร แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ ฉัน ฉันเคยบอกแล้วไงล่ะ ว่าระหว่างฉันกับเขามีแค่เรื่องงาน” “เมื่อกี้พูดถึงจางฉี ตอนนี้มาพูดถึงแอนนา ถัง...” ในที่สุดกู้เหยียน ก็เข้าใจความหมายของคู่สนทนาเสียที “คุณก�ำลังแก้ตัวเรื่องนอกใจอยู่ใช่ ไหม?” ชายหนุ่มตอบชนิดให้เก็บไปตีความเอาเอง “แล้วแต่จะคิด” กู้เหยียนคิดไปตามความเข้าใจของตัวเอง เดิมทีเขาก็ไม่ได้มอง แอนนา ถัง หรือปีศาจจิ้งจอกนั่นเป็นคู่ต่อสู้อยู่แล้ว คู่ต่อสู้ของเขามีเพียง คนเดียว...ฉินจื้อหย่วน ทั้งคู่จูงมือกันเดินทอดน่องไปตามชายหาด คืนนี้พระจันทร์สวยจับใจ ลมพัดเสื้อผ้าดังพึ่บพับ กระนั้นเสียงลมหายใจของกันและกันก็ยัง
63 คุ่นคุ่น ดังเข้าหูอย่างชัดเจน บรรยากาศในเวลานี้อบอุ่นนุ่มนวลจนไม่มีใครอยาก เอ่ยอะไรออกมาท�ำลายมันลง จังหวะที่คลื่นลูกใหญ่โถมซัดชายหาดแล้วแตกตัวเป็นฟองสีขาว เงินใต้แสงจันทร์ ฉินจื้อหย่วนพลันกอดเอวเขาไว้จากข้างหลัง แนบอกอุ่นๆ เข้าชิด ใช้ริมฝีปากคลอเคลียใบหูเบาๆ กู้เหยียนรู้สึกตาพร่า หัวใจร้อนซ่านไปทั้งดวง เขาเอี้ยวหน้าจูบปลายคางคนข้างหลัง แล้วถามเสียงพร่า “อยาก ท�ำไหม?” ฉินจื้อหย่วนเตะขาคนถามฉิวๆ “ท�ำไมถึงชอบท�ำหมดมู้ดอยู่ เรื่อย?” กู้เหยียนหัวเราะในคอ “นานๆ ทีลองท�ำข้างนอกบ้างก็ดีเหมือน กัน รับรองตื่นเต้นสุดๆ แน่” เขาเว้นช่วงไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อเบาๆ “ผมไม่ได้จะเค้นจน รู้ให้ได้ว่าคุณคิดอะไรอยู่หรอกนะ” “...อืม” “แค่อยากอยู่เป็นเพื่อนคุณทั้งคืนเท่านั้น” เสียงของเขาแผ่วหวิว เทียบไม่ได้กับเสียงคลื่นในทะเล กู้เหยียน ไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามได้ยินที่เขาพูดหรือเปล่า แต่แน่ใจอยู่อย่างว่าท่อนแขน แข็งแรงที่โอบรอบเอวกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย พอสีทองเริ่มจับขอบฟ้าร�ำไร ฉินจื้อหย่วนก็พากู้เหยียนไปห้อง ชุดของตัวเองที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ในท�ำเลที่ที่ดินแพงยิ่งกว่าทองค�ำ เมื่อมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ จรดพื้นลงไปเบื้องล่าง ภาพที่เห็นคือกระแสธารยวดยานไหลเรื่อยไม่ขาด
64 FLOWER VASE 1 สาย กู้เหยียนเคยมาที่นี่อยู่สองสามครั้ง การตกแต่งภายในหรูระยับสม ฐานะเจ้าของ ทว่าดูเงียบเหงาไร้กลิ่นอายของชีวิต เหมือนเป็นห้องพักใน โรงแรมอย่างไรอย่างนั้น เขากล้าพนันได้เลยว่าฉินจื้อหย่วนเป็นคนที่ ขาดแคลนความอบอุ่นในครอบครัว เวลานี้ยังเช้าอยู่มาก ในลิฟต์จึงไม่มีใครนอกจากพวกเขาสองคน กู้เหยียนกัดริมฝีปากกดปุ่มชั้นสิบแปด “จากชั้นล่างขึ้นไปชั้นบนใช้เวลา นานแค่ไหน? พอให้...จูบกันสักทีหรือเปล่า?” คนฟังยิ้มขัน แล้วแนบริมฝีปากลงไปแผ่วๆ เหมือนแมลงปอล้อ ผิวน�้ำ รอจนประตูลิฟต์เปิดก็จูงมือเขาเข้าไปในบ้าน จับถอดเสื้อผ้าโยนลง บนเตียง ก่อนจะดึงผ้านวมขึ้นมาห่มให้ หือ? จะห่มผ้านอนคุยกันเฉยๆ จริงหรือ? กู้เหยียนนอนลืมตาโพลงมองโคมแก้วบนเพดาน ขมุบขมิบปาก พึมพ�ำ “แก่จนมันไม่สู้แล้วหรือไงครับ?” เจ้าของห้องท�ำหูทวนลมขณะปิดโทรศัพท์มือถือของทั้งคู่ “ไม่ได้ นอนมาทั้งคืน ควรจะพักผ่อนได้แล้ว” อีกฝ่ายรีบบอก “ตอนบ่ายผมต้องไปท�ำงาน...” “แค่ถ่ายภาพปกเท่านั้นไม่ใช่หรือ? ให้ผู้จัดการเปลี่ยนตารางให้ สิ” “อย่างน้อยก็ควรจะโทรไปลาหยุด” “ได้ เดี๋ยวฉันลาให้” เขาเดินออกไปโทรศัพท์ในห้องรับแขกอยู่ครู่หนึ่ง ดูท่าคงจะลา งานให้ตัวเองด้วยไปพร้อมกัน จากนั้นก็กลับมาเอนตัวลงบนเตียง ตบผ้า นวมยุ่งเหยิงดังปุๆ กู้เหยียนกลิ้งตัวเข้าไปซุกอกอีกฝ่าย เมื่อคืนฉินจื้อหย่วนปวดหัวเล็กน้อย พอมาตอนนี้ก็รู้สึกอ่อนเพลีย จนไม่อยากขยับตัวท�ำอะไร จึงนอนกอดเขาไว้เฉยๆ แล้วหลับตาลง จวบ
65 คุ่นคุ่น จนกู้เหยียนนึกว่าเจ้าตัวหลับไปแล้ว เสียงงึมง�ำถึงค่อยดังขึ้นเหนือกระหม่อม “ตอนนั้นคุณแม่ฉันโทรศัพท์มา” กู้เหยียนเงยหน้าขึ้น พบว่าชายหนุ่มยังหลับตาเหมือนเก่า ดังนั้น จึงส่งเสียงแสดงความประหลาดใจออกไปว่า ‘หา’ ฝ่ายตรงข้ามเล่าต่อ “ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอก แค่ว่าคุณแม่ ทะเลาะกับแม่ฉินเฟิงอีกแล้ว” เป็นประโยคบอกเล่าที่แฝงรายละเอียดไว้มากพอดู เขานิ่งอึ้งไป นานถึงเข้าใจความหมายได้ จากข่าวซุบซิบเกี่ยวกับคนในแวดวงไฮโซที่ เคยได้ยินมาหนาหู เขารู้อยู่แล้วว่าสองคนพี่น้องเป็นลูกคนละแม่ แต่เพราะ เป็นข่าวลือนี่แหละจึงฟันธงไม่ได้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ที่แน่ๆ คือได้ยิน ว่าพ่อของชายหนุ่มทั้งสองเก่งกว่าผู้ชายส่วนใหญ่ ถึงได้จับเมียหลวงเมีย น้อยมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันอย่างสมานฉันท์ ...เห็นทีคงจะไม่ใช่เสียแล้ว กู้เหยียนเหลือบตามองคนตรงหน้าเงียบๆ ใบหน้าที่เห็นไม่ได้ สะท้อนความรู้สึกใดออกมาเป็นพิเศษ เพียงแค่ดูเหนื่อยล้ากว่าปกติเท่า นั้น “ฉันยังมีน้องสาวอีกคนเรียนอยู่เมืองนอก อ่อนกว่าฉินเฟิงแค่ห้า เดือน ตลกดีใช่ไหม? พูดหวานกับคนหนึ่ง แต่ก็ยังสาบานรักกับอีกคนไป พร้อมๆ กัน ขนาดรักกันจะเป็นจะตาย อยู่ด้วยกันตั้งแต่เช้ายันเย็น สุดท้าย ก็ยังเปลี่ยนไปได้อยู่ดี” “คุณเลยไม่เชื่อในความรัก?” “อย่างน้อยๆ ฉันก็ไม่เชื่อว่ามันจะอยู่ยืนยาวไปได้ชั่วชีวิต” ฉินจื้อหย่วนลูบเรือนผมสีด�ำสนิทของร่างในวงแขน “ถ้าจะให้พูดว่ารักอย่าง นั้นอย่างนี้ สู้ใช้เงินซื้อของที่ดีที่สุดอย่างฉันดีกว่า” ไว้พอเบื่อเมื่อไหร่ค่อยหาที่ดียิ่งกว่าเดิม
66 FLOWER VASE 1 กู้เหยียนที่นอนซุกอกกว้างต่อให้เงียบๆ ในใจ อุณหภูมิคงต�่ำลง มากแล้วจริงๆ ขนาดนอนอยู่ในผ้านวมผืนหนา เขาถึงได้ยังรู้สึกเย็นปลาย มือปลายเท้า เจ้าของแผ่นอกไม่พูดอะไรต่อหลังจากนั้น เขาอยากเห็นแววตาอีกฝ่ายเหลือเกิน หลังจากที่นิ่งรออยู่นาน นานจนเจ้าตัวหลับไปแล้ว กู้เหยียนถึง ค่อยชะโงกหน้าเข้าไปจูบรอยย่นบางๆ ตรงหางตาชายหนุ่ม ก่อนจะกระซิบ แผ่วเบาคล้ายก�ำลังพูดให้ตัวเองฟัง “ซื่อบื้อ โลกนี้ไม่มีใครไม่เปลี่ยนไปหรอก อยู่ที่ว่าเราจะใช้วิธีไหน ท�ำให้เขาไม่รักเราหรือท�ำให้เขารักเรามากกว่าเดิมต่างหาก”
เพราะเมื่อคืนไปยืนตากลมเย็นๆ ตรงชายทะเล กู้เหยียนจึงล้ม ป่วยในวันถัดมา ทั้งมีน�้ำมูก ตัวร้อน เจ็บคอ อ่อนเปลี้ยไปหมด ต้องนอน ซมอยู่บนเตียงหลังใหญ่ในบ้านฉินจื้อหย่วนทั้งวัน แม้แต่แรงจะลุกขึ้นมา โทรศัพท์ยังไม่มี ฝ่ายฉินจื้อหย่วนยังแข็งแรงดี ตอนเลิกงานยังหิ้วโจ๊กไข่เยี่ยวม้า กลับมาฝากคนป่วย กู้เหยียนนั่งกินโจ๊กอยู่บนเตียง รู้สึกเหมือนฟื้นคืนชีพขึ้นเล็กน้อย ควรอยู่หรอก ตู้เย็นบ้านนี้เป็นรุ่นหรูราคาแพงลิ่ว แต่เหมือนมีไว้ประดับ บ้านเฉยๆ เพราะมีแต่ตู้เปล่าๆ ไม่ได้แช่อาหารเอาไว้เลยสักอย่าง ต่อให้ เขาอยากท�ำกับข้าวก็แสดงฝีมือไม่ได้อยู่ดี ถ้ายังไม่ได้กินอะไรต่อไปเรื่อยๆ น่ากลัวจะหิวตายก่อนป่วยตาย จวบจนโจ๊กหมดชาม ฉินจื้อหย่วนก็ใช้หลังมืออังหน้าผากวัดไข้ ให้ “เหมือนไข้จะลดลงบ้างแล้วนะ” ร่างบนเตียงรับค�ำเสียงอู้อี้ เพราะเสียงขึ้นจมูกกว่าปกติ “ถ้าพรุ่ง CHAPTER 5
68 FLOWER VASE 1 นี้เช้าคุณพอมีเวลาว่างก็ไปส่งผมที่บ้านหน่อยแล้วกัน” “จะกลับพรุ่งนี้เลยหรือ? เธอยังไม่หายดี ท�ำไมไม่อยู่ต่อสักสอง สามวันล่ะ?” “ผมลาหยุดมาสองวันแล้ว ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่โผล่หน้าไปอีก ผู้ก�ำกับ ได้ตามมาฆ่าแน่” ฉินจื้อหย่วนพยักหน้า เพราะเขาเองก็เป็นคนให้ความส�ำคัญกับ งานมากเช่นกัน “จะไปท�ำงานก็ได้อยู่หรอก แต่รอดูอาการพรุ่งนี้แล้วค่อย ว่ากันอีกที ถ้าร่างกายโอเค เดี๋ยวตอนเช้าตามฉันไปเซ็นสัญญาที่บริษัท ก่อน” “สัญญาอะไรครับ?” “ลืมแล้วล่ะสิ” ชายหนุ่มเหล่มองยิ้มๆ “งานพรีเซนเตอร์เสื้อผ้าที่ ให้เธอไปเทสต์หน้ากล้องคราวก่อน ทางนั้นตอบโอเคมาแล้ว” กู้เหยียนเพิ่งจะนึกขึ้นได้ อันที่จริงจ�ำได้หรือไม่ก็ไม่ส�ำคัญ ไม่ว่าจะให้อะไรเขา ฉินจื้อหย่วน จะจัดการให้หมดพร้อมสรรพ สั่งให้เขาไปเทสต์หน้ากล้อง เขาก็ไปเทสต์ สั่งให้เขาไปเซ็นสัญญา เขาก็ไปเซ็น ไม่จ�ำเป็นต้องคิดให้วุ่นวาย ดังนั้นกู้เหยียนจึงไม่ถามอะไรมาก เขาเข้านอนแต่หัวค�่ำ เมื่อตื่น ขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นไม่น้อย เสียแต่ยังมีอาการ ไออยู่บ้างเท่านั้น แต่ฉินจื้อหย่วนยังไม่หมดห่วง เลยให้เขาใส่เสื้อผ้าหนากว่าปกติ อีกสองชั้น ก่อนจะพาออกจากบ้าน กู้เหยียนเซ็นสัญญาเสร็จช่วงเช้า ตกบ่ายไปที่กองถ่ายได้ไม่ทัน ไร ก็ได้รับช่อกุหลาบจากใครบางคน ทุกดอกเป็นสีด�ำสนิท เรียบหรูไม่
69 คุ่นคุ่น โฉ่งฉ่าง ไม่สะดุดตาคนอื่น มีแต่จางฉีคนเดียวที่เหลือบมองมากกว่าใคร เพื่อน เขากลับบ้านตัวเองหลังเลิกกอง แล้วได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการ ว่าก�ำหนดตารางงานในช่วงครึ่งปีหลังเอาไว้หมดแล้ว ผู้ก�ำกับชื่อดังคน หนึ่งมีโครงการจะท�ำหนังก�ำลังภายใน ทุ่มทุนมหาศาลกับทั้งนักแสดงและ โปรดักชัน รับประกันว่าสามารถท�ำเงินได้ถล่มทลาย กู้เหยียนได้เล่นเป็นพระเอกเหมือนเดิม นับตั้งแต่มีความสัมพันธ์แบบนี้กับฉินจื้อหย่วน เขาไม่เคยรับบท ตัวประกอบอีกเลย ทั้งที่ฝีมือการแสดงห่วยแสนห่วยก็ยังได้รับบทน�ำทุก เรื่อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเพราะบารมีใคร เขาล้วงโทรศัพท์ออกมา หมายใจว่าจะกดไปขอบคุณใครบางคน หน่อย ปรากฏว่าฝ่ายนั้นชิงโทรศัพท์มาเสียก่อน น�้ำเสียงในสายยังคงอบอุ่น นุ่มนวลไม่เปลี่ยนแปลง ถามถึงอาการของเขาเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ ก�ำชับก�ำชาให้เขากินยาตามเวลาและดื่มน�้ำมากๆ สุดท้ายจึงค่อยบอกว่า ตัวเองงานยุ่ง วันนี้อาจมาหาได้ดึกหน่อย ความหมายแฝงที่อยากบอกก็คือคืนนี้จะไม่มาหานั่นแหละ แค่นี้ท�ำไมกู้เหยียนจะไม่รู้ เขาคุยกับฉินจื้อหย่วนต่ออีกสองสาม ค�ำ ก่อนจะวางสายเดินเข้าห้องครัวไปท�ำอะไรง่ายๆ ให้ตัวเอง พอกินเสร็จ ก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง แล้วนอนหลับสนิทไปทั้งอย่างนั้น จวบจนมาตื่นเพราะเสียงเปิด ประตู ตอนที่ตื่นขึ้นมา เขามึนหัวเล็กน้อย รอบตัวมืดสลัว หยิบโทรศัพท์ มือถือมาดูถึงรู้ว่าเป็นเวลาตีสองของวันใหม่ ทั้งที่ดึกขนาดนี้ ฉินจื้อหย่วน ก็ยังอุตส่าห์มา บ้านเขาอยู่ไกลจากบริษัทพอควร กลับไปนอนที่ห้องชุดตัว เองยังสะดวกกว่า “ท�ำไม? ฉันท�ำให้ตื่นหรือ?” ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้า แล้วสอดตัวเข้า
70 FLOWER VASE 1 มาในผ้าห่ม ยกมือขึ้นกอดเอวเขาเอาไว้ “ยังดึกอยู่เลย นอนต่อเถอะ” กู้เหยียนเปลี่ยนท่าให้นอนสบายขึ้น “อันที่จริงดึกขนาดนี้ไม่ต้อง มาก็ได้นะครับ” ฝ่ายตรงข้ามใช้มือปิดตาเขา พร้อมตอบในทันที “จะทิ้งคนป่วย เอาไว้คนเดียวได้ไงล่ะ นอนเถอะ” เขานึกขัน ไม่ยักรู้ว่าพอล้มป่วยจะมีสวัสดิการแบบนี้ด้วย ทว่าไอ อุ่นที่คุ้นเคยก็ท�ำให้รู้สึกสงบใจขึ้นจริงๆ ไม่ทันไรก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง อย่างรวดเร็ว อาการป่วยของกู้เหยียนทรงๆ ทรุดๆ ไปหลายวัน จริงอยู่ว่าไม่ รุนแรงอะไรมาก แต่ก็ไอไม่หายเสียที ฉินจื้อหย่วนมาก�ำกับให้เขากินยา ทุกวัน บางทีก็รับบทคนขับรถพาเขาไปส่งที่กอง วันนี้เป็นวันเกิดนางเอกของเรื่อง กองถ่ายเตรียมขนมเค้กมา ฉลองให้ หลังตัดเค้กแบ่งกันกินจนหมด เธอก็ชวนทุกคนไปสนุกกันต่อที่ ไนต์คลับ ตอนแรกกู้เหยียนว่าจะไม่ไปด้วยเพราะตัวเองยังไม่หายดี แต่ก็ เกรงว่าถ้าไม่ยอมโผล่หน้าไปเลยจะถูกนินทาว่าหยิ่ง ดังนั้นจึงตอบตกลง ว่าจะไปนั่งสักพัก แล้วค่อยขอตัวกลับก่อน เขาอยากเปลี่ยนใจทันทีที่ไปถึง เสียงดนตรีแผดลั่นสั่นสะเทือนโสตประสาทจนเจ็บหู ควันบุหรี่ที่ ลอยคลุ้งอยู่ข้างในท�ำให้อาการไอของเขารุนแรงกว่าเดิม ที่ยิ่งกว่าอะไร ทั้งหมดคือเขาเจอฉินเฟิงเข้าโดยบังเอิญตรงทางเดิน เจ้าตัวเดินโอบนาง แบบขายาวที่ชื่อลี่ลี่คนนั้น ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาและสะดุดตาตามเคย แต่พอเห็นเขาเข้าเท่านั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วย ความเกลียดชังเหมือนจะกระโจนเข้ามากัดเขาให้ตายคาที่
71 คุ่นคุ่น สนุกดีแฮะ หากร่างกายอยู่ในสภาพกระปรี้กระเปร่าเต็มร้อย กู้เหยียนก็อยาก จะแกล้งหยอกอีกฝ่ายเล่นอยู่หรอก เสียดายที่ตอนนี้สังขารไม่อ�ำนวย เขา จึงแค่ผงกหัวทักทายตามมารยาท ฉินเฟิงแค่นเสียงขึ้นจมูก เดินเชิดหน้าจากไปอย่างเย่อหยิ่งจอง หองเหมือนเดิมเปี๊ยบ กู้เหยียนตามเพื่อนร่วมงานเข้าไปในห้องวีไอพี อากาศในนี้ปลอดโปร่งกว่าข้างนอกเล็กน้อย นั่งลงได้ไม่นานก็มี คนร�่ำร้องอยากเปิดเหล้า เนื่องจากเป็นพระเอกของเรื่อง กู้เหยียนจึงถูก คะยั้นคะยอให้ดื่มไปหลายแก้ว จากนั้นก็ถูกยุให้ดื่มเหล้าคล้องแขนกับ นางเอก เขาเพิ่งจะกินยาแก้หวัดก่อนหน้านี้ไม่นาน พอเหล้าลงท้องจึงรู้สึก โลกหมุนติ้วจนยืนไม่อยู่ คงเพราะเขาหน้าซีดมาก ทุกคนเลยไม่บังคับให้ดื่มต่อ ไม่รู้ใคร สั่งบริกรให้ยกน�้ำอุ่นมาให้ กู้เหยียนนั่งพิงโซฟาจิบน�้ำอุ่นๆ รู้สึกสบายท้อง ขึ้นทันที แต่พอลุกไปเข้าห้องน�้ำ ในหัวกลับมึนตื้อหนักกว่าเก่า เขาตั้งใจ ว่าจะไปลาคนอื่นแล้วขอตัวกลับก่อน ปรากฏว่าเมื่อเดินกลับมาที่ห้องก็พบ ว่าไม่มีใครอยู่ในนั้นแม้แต่คนเดียว เกิดอะไรขึ้น? ออกไปเต้นกันข้างนอกหมดเลยหรือ? เขาเดินลากขาไปนั่งลงบนโซฟาอย่างเชื่องช้า สัมผัสได้อย่าง ชัดเจนว่าสมองท�ำงานแปลกไป ในหัวโหวงๆ หวิวๆ จนตั้งสมาธิไม่ได้ เขา เคยมีอาการประหลาดเช่นนี้มาก่อน เหมือนกับ...เหมือนกับ... กู้เหยียนมองแก้วเปล่าที่อยู่บนโต๊ะ แล้วนึกออกในทันที ใช่แล้ว เหมือนเวลาเสพยาหลอนประสาท ไนต์คลับส่วนใหญ่มียาประเภทนี้กันทั้งนั้น เมื่อเสพเข้าไปแล้วจะ ส่งผลต่อประสาทท�ำให้เกิดจินตนาการเห็นภาพต่างๆ ยิ่งยาออกฤทธิมาก์
72 FLOWER VASE 1 ยิ่งสนุกสุดเหวี่ยง แต่หลังจากนั้นเหมือนจะตายเสียให้ได้ เขาเกลียดเจ้านี่เป็นที่สุด ในหัวสับสนยุ่งเหยิง ภาพมากมายวิ่งผ่านไปตรงหน้า แสงไฟดู เลือนรางและห่างไกล จนเขาต้องทิ้งตัวซบพนักโซฟา กู้เหยียนถอนหายใจเงียบๆ พอจะเดาได้ว่าอะไรเป็นอะไร ช่วงนี้เขามีแต่งานใหญ่ๆ วิ่งเข้าชน ชีวิตก�ำลังอยู่ในขาขึ้น ไม่ แปลกที่จะมีคนหมั่นไส้แล้วหาทางกลั่นแกล้ง เจอแบบนี้จะโทษใครได้ มี แต่ต้องโทษตัวเองที่ชะล่าใจเกินไปนัก ไม่ทันคิดว่ายังมีคนใช้วิธีเชยๆ แบบ นี้อยู่อีก สมัยก่อนเขาเล่นแบบนี้มาจนเอียนแล้ว กู้เหยียนพยายามสูดหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อเรียกสติ แล้วลุกขึ้น เดินไปที่ประตูพลางล้วงโทรศัพท์มือถือออกมากด แต่เพิ่งจะเปิดประตูได้ ก็ชนเข้ากับใครบางคนเสียก่อน คนคนนั้นจับโทรศัพท์เขาเขวี้ยงทิ้งพื้นทันที ก่อนจะก้าวพรวดเข้า มาในห้องพร้อมกดล็อกประตูเสร็จสรรพ กู้เหยียนหรี่ตาเขม้นมองอยู่นาน สองนานถึงจะเห็นหน้าอีกฝ่ายชัด...ใบหน้าหล่อเหลาสะกดใจ... อ้อ ฉินเฟิงนั่นเอง วิธีเด็กๆ แบบนี้ก็เหมาะดีอยู่หรอก หากร่างกายอยู่ในสภาพปกติยังพอไหว แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางจะ ซัดฝ่ายตรงข้ามให้ล้มด้วยก�ำปั้นแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงไม่คาดหวัง แล้วพิง ก�ำแพงเพื่อพยุงตัวแทน “คนอื่นล่ะ?” “ฉันเปิดห้องข้างๆ ให้ ใหญ่และหรูกว่าห้องนี้เยอะ จากนั้นก็เชิญ คนในกองถ่ายนายไปนั่ง ให้สั่งเหล้ากินแล้วลงบิลฉันได้ตามสบาย ส่วน นาย...ฉันให้ใครสักคนไปบอก คนอื่นเลยนึกว่านายกลับไปก่อนกันหมด แล้ว”
73 คุ่นคุ่น กู้เหยียนพยักหน้ารับรู้ วิธีนี้ไม่เลว อยู่ในฐานะอย่างคุณชายฉิน ท�ำได้โดยไม่มีใครเอะใจสงสัยอยู่แล้ว แน่นอนว่าถ้าหากมีคนในให้ความ ร่วมมือด้วยก็ยิ่งส�ำเร็จง่ายขึ้น แล้วคนที่ว่าจะเป็นใครได้ล่ะ? เพียงแค่ใช้ความคิดนิดเดียว สติก็ล่องลอยไปไกลอีกครั้ง ฉินเฟิงก้าวเข้ามาลูบไล้ใบหน้าเขา ก่อนจะพูดด้วยน�้ำเสียงหื่น กระหาย “ห้องที่นี่เก็บเสียงดี ไม่ต้องกลัวเลยว่าคนอื่นจะได้ยิน” กู้เหยียนหัวเราะขัน “คุณชายฉินจะเล่นกับผมสักครั้งให้ได้จริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?” “จะหนึ่งครั้งหรือสองครั้งต้องดูก่อนว่านายท�ำให้ฉันมีความสุขได้ มากแค่ไหน” พอใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้ กู้เหยียนก็พ่นลมใส่เบาๆ “ถ้า คุณชายฉินยอมอยู่ข้างล่างล่ะก็ ผมรับประกันได้เลยว่าจะติดใจไม่รู้ลืม” ฉินเฟิงเบิกตากว้างด้วยโทสะ “นาย...!” “จะโกรธไปท�ำไม? ขนาดพี่คุณยังชอบเลย” “วะ...ว่าไงนะ?” คนถามแทบกัดลิ้นตัวเอง “อย่าบอกนะว่าพี่กับ นาย...เป็นไปไม่ได้...” กู้เหยียนหรี่ตา แล้วเป็นฝ่ายชะโงกหน้าเข้าไปเสียเอง “ผมสงสัย มานานแล้วว่าท�ำไมคุณชอบแย่งของพี่ชายตลอดเลย ตอนนี้พอจะเดาๆ สาเหตุได้แล้วล่ะ คุณน่ะ...แอบหลงรักเขาใช่หรือเปล่า?” ฉินเฟิงโกรธจนหน้าด�ำหน้าแดง ถึงขนาดหาค�ำพูดมาตอกกลับ ไปไม่ได้ในทันที ก่อนจะผลักเขาโดยแรง แล้วตวาดลั่น “โรคจิต!” กู้เหยียนทรงตัวยืนไม่อยู่เป็นทุนเดิม พอถูกผลักจึงทรุดฮวบไป กับพื้น เขาล้มไม่แรง และบังเอิญเหลือเกินที่ล้มลงไปทับโทรศัพท์มือถือ ที่ถูกฉินเฟิงโยนทิ้งเมื่อครู่อย่างเหมาะเหม็ง เพียงแค่ขยับมือนิดเดียวก็จับ
74 FLOWER VASE 1 โทรศัพท์ได้ เขาแสร้งคู้ตัวช้าๆ ด้วยความเจ็บ ขณะไต่มือเข้าไปหาโทรศัพท์ ทีละนิด มีหมายเลขที่ควรกดมากมาย ทั้งต�ำรวจ ผู้จัดการ หรือไม่ก็เสี่ยวเฉินที่เป็นผู้ช่วย นอกจากนั้น โทรศัพท์ของเขายังตั้งหมายเลขโทรด่วนส�ำหรับกดไปหาคนคนนั้น กู้เหยียนหลับตาควานนิ้วคล�ำปุ่มโทรศัพท์ ฉินเฟิงอารมณ์เย็นลงบ้างแล้ว แต่ยังท�ำหน้าบูดบึ้งและไม่วายถีบ เขาหลายครั้ง จากนั้นก็เค้นเสียงลอดไรฟัน “คนที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือฉินจื้อหย่วนนี่แหละ อะไรที่มันชอบ ฉัน จะท�ำลายทิ้งให้หมด” พูดจบก็ก้มลงมากระชากสาบเสื้อเขาออกจากกัน กู้เหยียนดันมือถือเข้าไปใต้โซฟาเงียบๆ มืออีกข้างยกขึ้นลูบล�ำ คอ พึมพ�ำเสียงแหบพร่า “ร้อน...” ยาออกฤทธิเต็มขั้นแล้ว ์ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นมาบนหน้าผาก ดวงตาฉ�่ำคลอไปด้วย ไอน�้ำ ใบหน้าขาวซีดผิดปกติ ทว่าริมฝีปากกลับแดงก�่ำอย่างน่าประหลาด ยอดอกที่เห็นร�ำไรอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวค่อยๆ แข็งชันขึ้นทีละนิดจากอาการ สั่น ดูเย้ายวนสายตา ฉินเฟิงคอแห้งผาก แต่เพราะยังจ�ำบทเรียนครั้งก่อนได้ไม่ลืม จึงไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้า ถึงตัวกู้เหยียน เปลี่ยนมาจับแขนฝ่ายนั้นลากขึ้นมาบนโซฟา ก่อนจะถอด เนกไทของตัวเองมัดมือทั้งสองข้างของเจ้าตัวเอาไว้เสียก่อน กู้เหยียนร้องครางเบาๆ ในคอ ร่างกายตื่นตัวเต็มที่ รู้สึกเสียวซ่าน ได้แม้จะถูกจับมัด เขาสูดหายใจเข้าปอดลึก ดึงสติที่ล่องลอยไร้ทิศทางกลับ มาอย่างยากล�ำบาก พอเพ่งตามองก็พบว่าฉินเฟิงก�ำลังหยิบกล่องใบหนึ่ง ออกมาจากลิ้นชัก สิ่งที่อยู่ในกล่องมีแต่อุปกรณ์ช่วยเพิ่มรสชาติทางเพศทั้ง
75 คุ่นคุ่น นั้น เส้นขนลุกเกรียวขึ้นไปถึงกระหม่อม ไม่แน่ใจว่าคนที่มีชั้นเชิงระดับฉินเฟิงจะเล่นของพวกนี้ได้อย่าง ปลอดภัยหรือเปล่า น่ากลัวว่าแม้แต่ฉลากยังไม่อ่านเลยด้วยซ�้ำ “คุณชายฉิน” เขาสูดหายใจพยายามเปล่งเสียงออกไป “อย่าบอก นะว่ามีรสนิยมพิเศษ” ฝ่ายตรงข้ามแค่นหัวเราะในคอ “เมื่อก่อนไม่มีหรอก แต่ลองดูกับ นายสักหน่อยก็ไม่เสียหาย” พูดเสียดุดัน ท่าทางคงแค้นฝังหุ่นแน่ๆ ถึงได้คิดจะทรมานเขา ไม่รู้ว่าแค้นจากที่ถูกเขาแกล้งคราวก่อนหรือแค้นที่ถูกกล่าวหาว่าหลงรักพี่ ชายคราวนี้ กู้เหยียนถอนหายใจเฮือก แล้วยกยิ้มตรงมุมปาก ตอบกลับไป เพลียๆ “เวลาท�ำอย่าลืมใส่ถุงยางด้วยแล้วกัน” ทั่วทั้งตัวร้อนวูบวาบ สติพร่าเลือนขึ้นทุกที ร่างของผู้ชายที่อยู่ตรง หน้าส่ายไปส่ายมาอยู่นาน ถึงค่อยก้มหน้าลงสบตาเขาช้าๆ “ฉันรู้ว่านายใช้หน้าตาหากิน” ฉินเฟิงบีบคางเขา เค้นเสียงทีละค�ำ “เพราะงั้นวางใจได้เลย ฉันไม่ท�ำให้หน้านายมีแผลหรอก” ส่วนที่อื่น...ไม่รับปาก ท�ำไมกู้เหยียนจะไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย เพียงแต่เขา ไม่มีแรงจะสนใจแล้วเท่านั้น ในหัวเริ่มเกิดภาพหลอน ร่างกายเบาหวิวเหมือนนอนอยู่บนปุย เมฆ แสงไฟห่างไกลและพร่ามัว ภาพต่างๆ ประเดประดังเข้ามาในหัว ทั้ง ที่เคยคุ้นและไม่เคยคุ้น เขารู้สึกเหมือนตกอยู่ในความฝันประหลาด เต็ม ไปด้วยแสงสีพร่าพราย ตัวละครหลักในความฝันคือฉินจื้อหย่วน ไม่มีใบหน้าหล่อเหลา ไม่มีเสียงทุ้มนุ่มสะกดใจ แต่สายตาที่ทอด
76 FLOWER VASE 1 มองเขาอ่อนโยนเหลือคณา กู้เหยียนเบาสบายไปทั้งตัว เขาคลี่ยิ้มให้ น่าเสียดายที่ฉินจื้อหย่วนในความฝันดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดีนัก ฝ่ายนั้นหยิบของเล่นผู้ใหญ่ ในกล่องมาทิ่มต้นแขนเขา “เฮ้ย ไอ้นี่เล่นยังไง?” เขาเผยอริมฝีปาก องคชาตเทียมสอดพรวดเข้ามาทันที ล�ำคอของกู้เหยียนบีบขย้อนทีหนึ่ง ก่อนจะส�ำลักโดยแรง แต่ถึง อย่างนั้นก็ยังหรี่ตาดูดเลียสิ่งแปลกปลอมในปากแต่โดยดี เนื่องจากมือทั้ง สองข้างถูกมัดจนเคลื่อนไหวไม่ได้ เขาจึงต้องขยับตัวปรับต�ำแหน่งให้ เหมาะสมที่สุด น�้ำลายใสๆ ไหลจากมุมปากลงมาถึงหน้าอกจนเปียกเป็น แถบ ฉินจื้อหย่วนในความฝันหายใจหนักหน่วงได้สักพักก็กระชาก กางเกงเขาออกจากตัว แล้วจับขาเขาแยกจากกันโดยแรง ก่อนจะสอด องคชาตปลอมที่ถูกหล่อลื่นจนชุ่มเข้ามาข้างใน “อื๊อ...” กู้เหยียนร้องครางในคอ ใบหน้าซีดขาวด้วยความเจ็บ ทว่าความ สุขสมก็แล่นตามมาติดๆ แล้วกลืนความเจ็บเสี้ยวเล็กๆ ให้เลือนหายไป อย่างรวดเร็ว เขาเริ่มขยับเอวเสียดสี พลางผงกหัวขึ้นมาหอบหายใจ “เร็ว จูบหน่อย...” ฝ่ายตรงข้ามเหมือนจะผงะไปครู่หนึ่ง แล้วมองเขาด้วยสายตาเย็น ชา เสือกสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องทางให้ลึกขึ้น ก่อนจะขยับเข้าออก โดยแรง “อึก...อือ...” เขากลั้นเสียงร้องไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว ช่องทางเบื้องล่างทั้งเจ็บปวด และสุขสม ท่อนขาที่แยกกว้างหดเกร็งเป็นพักๆ แทบจะถึงจุดสุดยอดเสีย
77 คุ่นคุ่น เดี๋ยวนั้น โครม! เสียงถีบประตูดังขึ้นเสียก่อนที่เขาจะถึงฝั่งฝัน โสตประสาทอื้ออึง เต็มไปด้วยเสียงวิ้งๆ เสียงเมื่อครู่จึงเหมือนดังมาจากโลกอื่นจนเขาไม่ทัน ใส่ใจในตอนแรก จวบจน ‘ฉินจื้อหย่วน’ ที่ทาบทับอยู่ข้างบนถูกต่อยจน หน้าหันแล้วโดนถีบกระเด็นออกไป เขาถึงเพิ่งสัมผัสความผิดปกติได้ หือ? เกิดอะไรขึ้น? กู้เหยียนพยายามลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาโดยลืมไปสนิทใจว่ามือถูก มัดอยู่ ร่างของเขาเกือบล้มกลิ้งลงมาบนพื้น โชคดีมีคนรั้งเอวไว้ได้ทัน ท่วงที “ขอบคุณ” เขาเงยหน้ายิ้มให้ คืนนี้เขายิ้มบ่อยเป็นพิเศษ แต่ยิ้มๆ ไปก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะตรง หน้าก็มีฉินจื้อหย่วนอีกคน แปลกพิลึก เมื่อครู่เขาเห็นฉินจื้อหย่วนถูกถีบ กระเด็นไปกับตา ตอนนี้ยังนอนงอก่องอขิงอยู่ตรงมุมห้องเพราะจุกจนลุก ไม่ขึ้น แล้วท�ำไมถึงมีฉินจื้อหย่วนอีกคนได้ล่ะ? แถมฉินจื้อหย่วนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ยังผิดปกติเอามากๆ ใบหน้า ไม่มีรอยยิ้มเลยสักนิด ดวงตาสีด�ำเข้มดูลึกจนหาจุดสิ้นสุดไม่เจอ ริมฝีปาก บางเฉียบเม้มแน่นเหมือนก�ำลังสะกดกลั้นโทสะอย่างสุดความสามารถ ถ้าหากฉินจื้อหย่วนโกรธก็น่าจะท�ำหน้าแบบนี้แหละ แต่ท�ำไมผู้ชายที่สุภาพอ่อนโยนอยู่เสมอคนนั้นถึงโกรธได้? เขา จะต้องคิดไปเองแน่ๆ ริมฝีปากยังคงโหยหารสจูบ พอเขาจูบแก้มฉินจื้อหย่วนที่อยู่ตรง หน้า ก็เห็นผู้ชายท่าทางเหมือนบอดี้การ์ดสองคนหิ้วปีกฉินจื้อหย่วนอีกคน ขึ้นจากพื้น เจ้าตัวหน้าบวมไปข้างหนึ่งเพราะถูกต่อยเมื่อครู่ สองตาแดงก�่ำ
78 FLOWER VASE 1 จ้องมองเขาอย่างเป็นเดือดเป็นแค้น กู้เหยียนอุทานว่า ‘อ๊ะ’ คราวนี้เขาจ�ำได้แล้วว่านั่นคือฉินเฟิง เขา ทิ้งตัวซบไหล่ฉินจื้อหย่วนหัวเราะร่วน “น้องชายคุณตาบวมเป่งเลย อย่างกับกระต่ายแน่ะ ฮ่าๆๆ...ฉิน เสี่ยวไป๋2 ...” เขารู้ว่าตัวเองก�ำลังพูดไม่รู้เรื่อง แต่ควบคุมอารมณ์สนุกไม่อยู่ จริงๆ นัยน์ตาของฉินจื้อหย่วนเข้มลึกขึ้น ขณะกดศีรษะเขาลงกับอก แต่กู้เหยียนพยายามเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเห็นหนึ่งในบอดี้ การ์ดเดินเข้ามาถาม “จะให้ท�ำยังไงกับคุณชายรองครับนาย?” คนถูกถามคลี่ยิ้มในที่สุด ปกติฉินจื้อหย่วนก็ยิ้มอยู่บ่อยๆ แต่รอยยิ้มในตอนนี้ต่างไปจาก ทุกที เพราะสายตายังเย็นชาจนน่าขนลุก ขณะตอบกลับไปด้วยเสียงแผ่ว แสนแผ่ว “พาไปส่งที่บ้าน” ฉินเฟิงที่เริ่มได้สติโวยวายดังลั่น แต่ไม่นานเสียงนั้นก็ถูกกั้นไว้ นอกประตู เจ้าตัวพูดได้ไม่ผิด ห้องนี้เก็บเสียงดีเยี่ยมจริงๆ กู้เหยียนจูบแก้มฉินจื้อหย่วนต่อเพื่อพิสูจน์ข้อนี้ ชายหนุ่มกอดเอวเขาไว้พลางแกะเนกไทที่พันธนาการมือทั้งสอง ข้างออกให้ พอเห็นรอยแดงที่ทิ้งเอาไว้บนข้อมือก็พูดเสียงขรึม “ฉินเฟิงถูกตามใจจนเหลิงมาตั้งแต่เด็ก แต่ครั้งนี้หนักข้อไปจริงๆ เดี๋ยวฉันต้องกลับไปสั่งสอนเสียหน่อย” “ครับๆๆ พี่น้องจะสั่งสอนกันยังไงก็ตามสบาย แต่ก่อนหน้านั้น ช่วยสนใจผมหน่อยได้หรือเปล่า?” กู้เหยียนกอดรัดร่างตรงหน้าทันทีที่มือ 2 เสี่ยว แปลว่า เล็ก ไป๋ แปลว่า ขาว ในที่นี้หมายถึงกระต่าย
79 คุ่นคุ่น เป็นอิสระ แล้วกระซิบเบาๆ ข้างหู “ยังมีของ...คาอยู่ข้างล่าง...” ฉินจื้อหย่วนกวาดตามองทั่วร่างคนพูด ก่อนจะเข้ามาในนี้ เขาได้ยินเสียงครางจากในโทรศัพท์บ้างแล้วก็ จริง แต่เมื่อมาเห็นกู้เหยียนอยู่ในสภาพเกือบเปลือย มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาว คลุมร่างท่อนบนเอาไว้ องคชาตปลอมขนาดใหญ่สอดคาอยู่ตรงหว่างขา เปียกชุ่มของเหลวเหนียวใสจนหยดลงบนพื้น เขาก็ยังอดขมวดคิ้วไม่ได้ อยู่ดี “เจ้านั่นใช้ยากับเธอหรือ?” “อืม” กู้เหยียนที่สร่างขึ้นเล็กน้อยฝืนยิ้มให้ “แต่คุณมาเร็วจัง” “ดีที่เธอมาเที่ยวกับคนในกองถ่าย โทรศัพท์ถามคนนั้นคนนี้แป๊ บ เดียวก็รู้แล้วว่ามาที่ไหนกัน” หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์ของกู้เหยียน เขาตามหาให้ควักอย่างไร รีบมาที่นี่แค่ไหน ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยถึง เพียงแต่ช่วยดึงสิ่งแปลกปลอมที่ ทรมานเจ้าตัวอยู่ออกจากหว่างขาช้าๆ กู้เหยียนสูดหายใจเบาๆ จริงอยู่ว่ารู้สึกโล่งเมื่อสิ่งนั้นหลุดออกจาก ตัว แต่ที่รุนแรงกว่าคือความโหวงหวิวที่คืบคลานเข้ามา ฤทธิยายังไม่หมด ์ ร่างของเขายังโหยหาไออุ่นจากคนอีกคน ฉินจื้อหย่วนถอดเสื้อนอกมาสวมให้ กู้เหยียนกระชับเสื้อไว้กับตัวแน่นตามความเคยชินที่บ่มเพาะมา หลายปี เมื่อแรกที่ได้เจอกัน เขาอยู่ในสภาพทุเรศทุรังยิ่งกว่านี้ด้วยซ�้ำ ตาม ตัวมีแต่รอยแผลที่ได้เพิ่มมาไม่ขาดสาย ค่าที่รั้นเกินไป ฉินจื้อหย่วนในตอน นั้นก็ถอดเสื้อนอกให้เขาห่อตัวเหมือนอย่างนี้ แล้วบอกเขาด้วยน�้ำเสียง อ่อนโยน “หัดยิ้มให้เป็นบ้างเถอะ” ภายหลังเขาก็หัดยิ้มจนเป็น...บนเตียงของฉินจื้อหย่วน
80 FLOWER VASE 1 ในภายหลังเช่นกันที่เขาเพิ่งตระหนักว่าผู้ชายคนนี้ใจดีกับทุกคน และมีความรักไว้แจกจ่ายอย่างเหลือเฟือ แต่กว่าจะถึงตอนนั้น เขาก็ถล�ำตัว ลงลึกเสียแล้ว ความคิดมึนตื้อสับสน แยกแยะเวลาและสถานที่ไม่ถูก ไม่รู้ว่าเป็น เพราะฤทธิยาหรือไม่ เขาถึงรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปตอนที่ตัวเองอายุ ์ ต้นยี่สิบ ใช้จูบเอาใจฉินจื้อหย่วนอย่างเงอะงะ แล้วบอกเสียงสั่น “ท่านประธาน เดี๋ยวนี้ผมยิ้มเป็นแล้ว...ผมรักษากติกาของเกม... แค่แลกเปลี่ยนกัน ไม่มีความรัก...”
พูดพลางคลี่ยิ้มน้อยๆ รอยยิ้มสมบูรณ์แบบไร้ที่ติที่เขาเฝ้าฝึกฝนหน้ากระจกมานับครั้ง ไม่ถ้วน ปกติฉินจื้อหย่วนจะพอใจกับความว่าง่ายของกู้เหยียนอย่างมาก แต่ตอนนี้พอได้ฟังประโยคพึมพ�ำเมื่อครู่ มือที่โอบเอวอีกฝ่ายเอาไว้ก็ชะงัก ไปเล็กน้อย ก่อนจะกอดรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม “พอแล้ว ไม่ต้องยิ้มแล้วล่ะ” เขาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้า ผากชื้นเหงื่อให้ จูบเปลือกตาฉ�่ำคลอด้วยหยาดน�้ำเบาๆ ทอดเสียงอ่อนโยน “กลับบ้านกันเถอะ” กู้เหยียนจ�ำไม่ได้ว่ากลับมาถึงห้องชุดของฉินจื้อหย่วนได้อย่างไร ยาที่น่ากลัวยังออกฤทธิอยู่ในร่างกาย ท� ์ำให้เขาร้อนวูบวาบจน ต้องสีตัวเข้ากับร่างสูงใหญ่ไม่หยุด เดินตุปัดตุเป๋ พูดจาเลื่อนเปื้อนออกไป ไม่รู้เท่าไหร่ สุดท้ายเมื่อล้มตัวลงบนเตียงหลังใหญ่ก็นอนมองเพดาน หัวเราะไม่รู้เรื่อง CHAPTER 6
82 FLOWER VASE 1 ร่างอุ่นร้อนของฉินจื้อหย่วนทาบทับลงมาช้าๆ ดวงตากู้เหยียนเต็มไปด้วยแสงสีพร่าพรายจนมองไม่เห็นว่าฝ่าย ตรงข้ามมีสีหน้าเช่นไร รู้เพียงแต่ว่าเสียงทุ้มยังนุ่มนวลอ่อนโยนไม่ผิดจาก ตอนที่ได้เจอกันเป็นครั้งแรก ชายหนุ่มเข้ามาในตัวเขาอย่างค่อยเป็นค่อย ไป พรมจูบรอยห้อเลือดบนข้อมือซ�้ำแล้วซ�้ำเล่า จากนั้นก็กระซิบเสียงต�่ำๆ ตรงริมหู “จะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว” ผู้ชายคนนี้พูดจริงท�ำจริงเสมอ น�้ำเสียงที่ใช้ยิ่งนุ่มนวล ความตั้งใจก็ยิ่งแน่วแน่ กู้เหยียนร้องครวญครางอย่างหลงลืมตน แล้วอ้าปากกัดไหล่หนา โดยไม่รู้ตัว ฉินจื้อหย่วนปล่อยให้เขากัดโดยไม่ห้ามปราม เพียงแค่รวบข้อ มือทั้งสองข้างของเขาเอาไว้พลางหยัดเอวไปข้างหน้า หลอมรวมสองร่าง ให้แนบสนิทกว่าเดิม ภายใต้อ้อมกอดอันมั่นคง เขามาถึงปลายทางแห่งความสุขสม อย่างรวดเร็ว ทุกสิ่งทุกอย่างสวยงามราวกับความฝัน ส่วนราคาของความฝันนั้นคือการนอนแบ็บอยู่บนเตียงไปเป็น อาทิตย์ ก็ควรอยู่หรอก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กู้เหยียนใช้ยาชนิดนี้ จึงรู้ดีว่ามัน มีผลข้างเคียงต่อร่างกายร้ายแรงเพียงไร แค่ต้องนอนพักฟื้นไม่กี่อาทิตย์ ก็ควรแอบดีใจได้แล้ว คราวนี้ฉินจื้อหย่วนยืนกรานหนักแน่นไม่ให้เขากลับ บ้านตัวเอง นอกจากนั้นยังช่วยเขาลาหยุดกับกองถ่าย แล้วจ้างพยาบาล มาให้น�้ำเกลือเขาถึงสองวันเต็มๆ กินๆ นอนๆ ได้หนึ่งอาทิตย์ ร่างกายก็ฟื้นตัวขึ้นมาก ระหว่างนั้นฉินจื้อหย่วนผู้ยุ่งกับงานอยู่เสมอเหมือนจะมีเวลาว่าง เหลือเฟือ เพราะเห็นเลิกงานกลับบ้านมาอยู่เป็นเพื่อนเขาได้ทุกวัน แม้
83 คุ่นคุ่น กระทั่งวันที่งานล้นมือจริงๆ ก็ยังอุตส่าห์หอบเอกสารกลับมานั่งอ่านบน เตียง น่าอยู่หรอก ที่เขาตกอยู่ในอันตรายครั้งนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งเป็น เพราะฉินจื้อหย่วนจริงๆ หากผู้ชายคนนี้ไม่โปรยเสน่ห์จนใครต่อใครหลง รักไปทั่ว ฉินเฟิงจะมองเขาเป็นศัตรูหัวใจได้อย่างไรกันล่ะ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังรู้สึกว่ามากไปอยู่ดีที่ชายหนุ่มชดเชยให้ถึงขนาดนี้ ทุกครั้งที่ทักท้วง ฉินจื้อหย่วนจะเพียงแค่จูบหน้าผากเขา แล้ว ตอบกลับมาด้วยประโยคเดิมๆ “จะปล่อยให้คนป่วยอยู่คนเดียวได้ไงล่ะ?” สมกับเป็นคนรักผู้สมบูรณ์แบบ คิดมาถึงตรงนี้ กู้เหยียนอดหันไปจ้องอีกฝ่ายไม่ได้ สายตาของเขาคงจะโจ่งแจ้งเกินไป ฉินจื้อหย่วนถึงเงยหน้าจาก เอกสารขึ้นมาถาม “มองอะไร?” “ผมก�ำลังคิดถึงปัญหาส�ำคัญ” “หืม?” “คืนนั้นท่านประธานถูกผมรีดจนแห้งไปแล้วหรือเปล่า?” ไม่อย่างนั้นท�ำไมถึงไม่ท�ำเรื่องอย่างว่าเลยหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ เอา แต่นอนกอดเขาแล้วหลับไปอย่างเดียว? ผู้ถูกกล่าวหาข�ำพรืด แล้วดึงผ้านวมมาห่มให้ “พักรักษาตัวให้หาย ดีก่อนเถอะน่า” กู้เหยียนแสร้งท�ำหน้าล�ำบากใจเหมือนกลัดกลุ้มเหลือประมาณ “ถ้าหากท่านประธานไม่อยากได้ร่างกายผม แล้วผมควรจะตอบแทนที่คุณ ช่วยชีวิตยังไงดีล่ะ?” คราวนี้ชายหนุ่มข�ำจนหยุดไม่ได้ ถึงกับวางเอกสารไว้อีกทาง ท�ำ ท่าครุ่นคิดเป็นจริงเป็นจัง
84 FLOWER VASE 1 “ฉันไม่ได้กินกับข้าวฝีมือเธอมานานแล้ว” หือ อยู่ๆ ก็ดึงเข้าเรื่องในบ้านเฉยเลย ฉินจื้อหย่วนชอบกินอาหารรสมือกู้เหยียนมากมาแต่ไหนแต่ไร ทว่าไม่ชอบบังคับคนอื่น ปกติหากกู้เหยียนไม่เข้าครัวเอง เขาก็จะไม่พูด ถึง ที่เอ่ยปากขอขึ้นมาเองอย่างครั้งนี้นับว่าหายาก กู้เหยียนถูกอีกฝ่ายขุนอย่างดีมาอาทิตย์กว่าจนมีเนื้อมีหนังขึ้นไม่ น้อย จะให้ปฏิเสธเรื่องแค่นี้ก็กระไรอยู่ เขาพยักหน้าตอบตกลงอย่างรวด เร็ว “โอเค แต่คุณต้องซื้อของมาใส่ตู้เย็นให้เต็มก่อน แล้วค่อยว่ากัน” สองวันให้หลังเมื่อถึงวันหยุด ฉินจื้อหย่วนขับรถออกไปซูเปอร์ มาร์เก็ตแต่เช้า แล้วซื้อของมาเติมตู้เย็นบ้านตัวเองจนเต็มตามความหมาย ตรงตัว กู้เหยียนเห็นแล้วหนังตากระตุก แค่ดูก็รู้ว่าท่านประธานใหญ่ไม่เคยเข้าครัว เลยไม่รู้จักส่วน ประกอบของอาหาร เอาแต่ซื้อของที่ตัวเองชอบกินกลับมาเป็นพะเรอ เกวียน ชนิดที่ว่าถ้าเอามาท�ำทั้งหมดจริงๆ คงจะจัดงานเลี้ยงขนาดกลาง ได้สบาย เขาพิจารณาสภาพร่างกายตัวเอง แล้วตัดสินใจท�ำอาหารง่ายๆ สามสี่อย่าง ฉินจื้อหย่วนอาสาตัวเข้ามาช่วยหยิบจับในครัวเพราะกลัวเขาจะ เหนื่อย แต่แค่หมุนไปหมุนมาสองรอบก็ถูกพ่อครัวตัวจริงไล่ออกมาเสีย ก่อน ด้วยกลัวจะท�ำครัวไหม้ เนื่องจากพักผ่อนมานาน กู้เหยียนจึงมือแข็งไปบ้าง ดีที่รสมือยัง ไม่ตก อาหารทุกจานที่ท�ำหน้าตาน่ากินและส่งกลิ่นหอมฉุยเหมือนเดิม โดย
85 คุ่นคุ่น เฉพาะหมูตงโพว3 ที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปาก ขนาดตัวเขาชิมเองยัง ว่าอร่อย เขายกอาหารขึ้นโต๊ะ เงยหน้าดูนาฬิกาบนผนังห้อง พบว่าใช้เวลา เข้าครัวไปหลายชั่วโมง ไม่รู้ว่าฉินจื้อหย่วนหายไปไหนเสียแล้ว กู้เหยียนเดินไล่หาไปที ละห้อง สุดท้ายไปเจอตัวในห้องหนังสือ ชายหนุ่มไม่ได้นั่งตรวจเอกสาร แต่ก�ำลังล�ำเลียงข้าวของบนชั้นหนังสือไปใส่ไว้ในลังกระดาษ เขาเคาะประตู “ยุ่งอยู่หรือครับ?” “เปล่าหรอก แค่จัดของนิดหน่อย” ฝ่ายนั้นหันมายิ้มให้ “กลิ่น กับข้าวหอมฉุยมาถึงนี่ อีกแป๊ บเดียวก็เสร็จแล้วล่ะ” กู้เหยียนพยักหน้าพลางเดินเข้าไปในห้อง ลังกระดาษเต็มไปด้วย สมุดบันทึกกับอัลบัมรูป เขาคันมือด้วยความอยากรู้ เลยหยิบอัลบัมเล่ม บนสุดขึ้นมาเปิดดู แววตาของฉินจื้อหย่วนไหววูบ แล้วเอื้อมมือมาจับมือเขาไว้ใน ทันที หมายความว่าอย่างไร? เขาชะงัก ขณะที่ชายหนุ่มหันไปเก็บของที่เหลือต่อ พร้อมเปรย ขึ้นลอยๆ เหมือนไม่ใส่ใจนัก “ย้ายมาอยู่นี่เถอะ” เจ้าตัวไม่หันมามองด้วยซ�้ำ ทว่ามือที่จับเขาไว้กระชับแน่นขึ้น ขนาดลองบิดออกก็ยังไม่ยอมปล่อย กู้เหยียนยืนอึ้ง ล�ำบากใจเสียละมาก เขาไม่เห็นด้วยกับความคิด นี้ของฉินจื้อหย่วนเลย ตอนนี้ย้ายเข้ามา ทีหลังก็ต้องย้ายออกไป เมื่อถึง 3 東坡肉 หมูสามชั้นเคี่ยวกับซอสที่มีเหล้าเป็นส่วนผสมจนเปื่อย ใช้เวลาเคี่ยวนาน ร่วมสี่ชั่วโมง กินกับผักใบเขียวหรือขิงแก้เลี่ยน เชื่อว่าซูตงโพว กวีชื่อดังแห่งราชวงศ์ซ่ง เป็นผู้คิดค้นหรือมีอิทธิพลต่อการคิดค้นอาหารจานนี้
86 FLOWER VASE 1 เวลานั้นจะกระอักกระอ่วนกันเปล่าๆ แถมเขายังเล่นบทกระอักกระอ่วนไม่เก่งเสียด้วย แต่ในขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นโอกาสที่ดี เหมือนคนสองคนก�ำลังนั่งเล่นหมากล้อม ฉินจื้อหย่วนเดินหมาก แล้วตาหนึ่ง ตัวเขาควรรุกหรือควรถอย? กู้เหยียนกลอกตาตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ทว่าไม่รีบร้อนให้ค�ำ ตอบเลยตอนนี้ เพียงแค่บีบมือกลับ “กินข้าวได้แล้วครับ” ฉินจื้อหย่วนพยักหน้าพลางโยนหนังสือเล่มสุดท้ายใส่ลังกระดาษ อาหารมื้อนั้นเป็นไปด้วยบรรยากาศรื่นรมย์ ชายหนุ่มเอ่ยชมรส มือเขาอย่างตรงไปตรงมา พอกินเสร็จเรียบร้อยแล้วยังม้วนแขนเสื้อเดิน เข้าครัวไปล้างจานให้เอง จากนั้นก็ใช้ผ้าขนหนูซับน�้ำตามแขน พูดอย่าง ยังไม่หายอยาก “มื้อเย็นถ้าได้กินปลาเปรี้ยวหวานก็ดีสิ” กู้เหยียนตอบกลับอย่างรวดเร็ว “อยากได้เบอร์ร้านอาหารไหมล่ะ ครับ?” ฝ่ายนั้นเหล่มองเขายิ้มๆ ช่วงบ่ายกู้เหยียนนั่งอ่านหนังสือตรงระเบียง พอตกเย็นค่อยเข้า ครัวไปท�ำเมนูตามที่คนกินเรียกร้อง ถึงอย่างไรในตู้เย็นก็มีเครื่องปรุงพร้อม อยู่แล้ว จะปล่อยให้เสียของก็ใช่ที่ วันต่อๆ มาเป็นไปในลักษณะนั้น หากของในตู้เย็นพร่องไปสัก นิด ใครบางคนจะรีบไปซื้อมาเติมอย่างเงียบเชียบ แน่นอนว่าคนที่มีหน้า ที่เอามาปรุงเป็นอาหารคือกู้เหยียน จนเขาชักสงสัยว่าอันที่จริงฉินจื้อหย่วน อาจก�ำลังหาพ่อครัว เลยวางแผนหลอกให้เขามาอยู่ด้วย แต่ถ้าให้ท�ำงาน ควบสองต�ำแหน่ง เห็นทีต้องขอโก่งค่าตัวกันหน่อยล่ะ ฉินจื้อหย่วนไม่ได้เอ่ยปากชวนให้เขาย้ายมาอยู่ด้วยกันอีก ส่วน
87 คุ่นคุ่น กู้เหยียนก็ไม่ได้บอกว่าอยากกลับบ้านตัวเอง ยังคงอยู่ในห้องชุดหรูหรา แห่งนั้นต่อไปอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ ต่อให้ไม่ย้ายข้าวของมาก็ไม่เป็น ปัญหา เพราะเจ้าของบ้านเตรียมเสื้อผ้า รองเท้า รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ ในชีวิตประจ�ำวันไว้ให้พร้อมสรรพ ไม่มีอะไรตกหล่น มีแต่จะมากเกินความ ต้องการ เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด สมกับเป็นคนรักผู้อ่อนโยน กู้เหยียนพักผ่อนอยู่แต่ในบ้านครึ่งเดือนเต็มๆ จนกระทั่งอู้ต่อไป ไม่ได้อีกแล้ว ฉินจื้อหย่วนถึงอนุญาตให้เขากลับเข้ากองถ่าย การถ่ายท�ำ ล่าช้าไปมากเมื่อขาดเขาซึ่งเป็นพระเอก แต่ท่านประธานคนส�ำคัญจัดการ ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อเขากลับเข้ากอง ทุกคนจึงต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้ม แย้มแจ่มใส พากันไถ่ถามถึงสุขภาพเขาอย่างห่วงใย จางฉีเงียบขรึมกว่าแต่ก่อนผิดหูผิดตา ตอนที่เข้ามาทักทายเขา ไม่ได้ยิ้มหวานอย่างน่ารักเหมือนเคย พอถึงช่วงพักก็หลบไปนั่งท่องบท เงียบๆ คนเดียว ประหลาด จู่ๆ ปีศาจจิ้งจอกก็กลายเป็นคนเรียบร้อยไปแล้วหรือ? เรื่องชาวบ้านแบบนี้ สืบจากเสี่ยวเฉินรับรองไม่มีพลาด กู้เหยียนเพียงแค่เปรยลอยๆ ผู้ช่วยก็เล่าให้ฟังน�้ำไหลไฟดับ “ยัง จะอะไรได้ล่ะครับ ไปล่วงเกินระดับบิ๊กเข้าน่ะสิ เห็นว่าอันที่จริงเขาใกล้จะ ออกอัลบัมใหม่อยู่แล้ว แต่ถูกสั่งระงับจนพ้นช่วงโปรโมตไป งานแถลงข่าว เปิดตัวที่เตรียมๆ ไว้ก็ยกเลิกหมด ไม่รู้ไปกวนโมโหผู้บริหารคนไหนใน บริษัทเข้า ผมว่าน่าจะถูกจับแช่แข็งเลยแหละ” คนฟังรับค�ำว่า ‘อื้ม’ นึกรู้อยู่ในใจ หลังกลับจากไนต์คลับในคืนนั้น เขาไม่เคยเล่าว่าตัวเองถูกฉินเฟิง วางยาได้อย่างไร แต่ลองว่าถ้าฉินจื้อหย่วนอยากรู้ก็ต้องตามสืบจนรู้ จางฉีมีบทบาทอะไรในเหตุการณ์ครั้งนั้น เขาไม่คิดจะสืบสาวราวเรื่อง ยังคง ปฏิบัติต่ออีกฝ่ ายด้วยท่าทีเช่นเดิม และถ่ายละครที่เหลือต่ออย่างไม่
88 FLOWER VASE 1 วอกแวก แต่คนที่ไม่วอกแวกยิ่งกว่าคือฉินจื้อหย่วน ชายหนุ่มกลับบ้านหลังเลิกงานตรงเวลาทุกวัน กินมื้อเย็นที่เขาท�ำ จากนั้นถ้าไม่ไปนั่งตรวจเอกสารในห้องหนังสือ ก็จะนั่งดูโทรทัศน์อยู่บน โซฟา มีเพียงครั้งเดียวที่ไม่อยู่บ้าน...ซึ่งก็คือครั้งที่ชวนเขาออกไปดูการ แสดง คืนนี้มีนักเปียโนชื่อดังมาเปิดแสดง ฉินจื้อหย่วนซื้อบัตรไว้ล่วง หน้า พอตกเย็นก็ออกไปพร้อมกู้เหยียน สถานที่จัดแสดงบรรยากาศดี นัก เปียโนบรรเลงยอดเยี่ยม กว่างานจะเลิกก็ดึกมากแล้ว ลมใบไม้ร่วงเย็นรื่น โชยพัดมาชวนให้ดื่มด�่ำเป็นระยะ ลานจอดรถอยู่ค่อนข้างไกล ทั้งสองคนเดินทอดน่องไปตามทาง เดินช้าๆ ภายใต้อากาศปลอดโปร่ง รอบตัวค่อนข้างมืด ต่อให้ผู้ชายสอง คนเดินจูงมือกันก็ไม่มีใครสังเกต ดังนั้นฉินจื้อหย่วนจึงจับมือเขาเดินไปเรื่อยๆ เหมือนอย่างที่ชาย ทะเลในคืนนั้น กู้เหยียนรู้สึกว่าควรจะพูดอะไรบ้าง แต่คิดหาค�ำพูดเหมาะๆ อยู่ นาน สุดท้ายที่พูดออกมาก็เป็น... “ช่วงนี้ไม่เห็นมีใครโทรมาหาคุณเลย” “อืม” ฉินจื้อหย่วนยังคงยิ้มละไม สีหน้าไม่เปลี่ยนสักนิด “ตอนนี้ เป็นเวลาส่วนตัว ปกติฉันจะไม่รับโทรศัพท์เรื่องงาน” เป็นค�ำตอบที่ล้างความคลุมเครือก่อนหน้านี้ได้หมดจดดีจริง เขารู้ว่าเถียงไปก็ไม่ชนะ จึงไม่พูดอะไรต่อ เดินไปได้สักพัก รอบตัวมืดลงกว่าบริเวณอื่นเพราะไฟทางตรงนี้ ดับ ตอนที่ทั้งคู่เดินผ่านจุดนั้น ฉินจื้อหย่วนรั้งฝีเท้าอย่างจงใจ แล้วดึงเขา เข้าไปกอด กู้เหยียนสะดุ้งเฮือกเมื่อตกอยู่ใต้วงแขนแข็งแรงทั้งตัว ลมหายใจ
89 คุ่นคุ่น อุ่นๆ เป่ากระทบใบหูขณะที่อีกฝ่ายพูดขึ้นเหมือนเด็กๆ “ฉันมีของเล่นจะให้” พูดพลางจับมือเขาแบออก แล้ววางอะไรบางอย่างลงไป เขาก้มหน้าลงมอง พบว่าเป็นกุญแจรถ “ให้ผมท�ำไมกันครับ?” “เดี๋ยวนี้เธอย้ายมาอยู่บ้านฉัน เลยไกลจากที่ถ่ายท�ำกว่าเดิม ฉัน ก็ไม่ว่างจะไปส่งทุกวันเสียด้วย เปลี่ยนรถเป็นรุ่นที่สมรรถนะสูงๆ หน่อยดี กว่า” สวัสดิการดีเป็นบ้า กู้เหยียนนึกสงสัย นี่เป็นผลตอบแทนจากบริการด้านไหนของเขา กันล่ะ? เมื่อก่อนเขาขับรถอีโคคาร์ที่เน้นการใช้งานทั่วๆ ไป เห็นโลโก้บน กุญแจรถที่ถืออยู่แล้วอดจะผิวปากหวือในใจไม่ได้ เฮ้อ น่ากลัวว่าพอขับไป กองถ่ายคงต้องโดนอิจฉาตาร้อนอีกแน่ แต่ไม่เห็นเป็นไร อยู่ในวงการนี้ ถ้าไม่ถูกคนอิจฉาเลยก็เท่ากับไม่ ประสบความส�ำเร็จน่ะสิ เขาก�ำกุญแจรถ เอ่ยขอบคุณอย่างนอบน้อม ฉินจื้อหย่วนยิ้มบางและยังคงกอดเขาไม่ปล่อย “ถ้าอยากขอบคุณ ฉันจริง ก็ต้องตอบค�ำถามมาตามตรง” กู้เหยียนถามกลับอย่างว่าง่าย “ค�ำถามอะไรครับ?” พอถามกลับไปอย่างนั้น ชายหนุ่มกลับไม่เอ่ยถามทันที เอาแต่ ทอดตามองเขาอย่างจดจ่อ ภายใต้ความมืดสลัวของรัตติกาล ดวงตายาวรี เหมือนจะทอยิ้มได้ ดูทรงเสน่ห์จนน่าโน้มตัวเข้าไปจูบ แต่กู้เหยียนไม่ได้ท�ำอย่างนั้น เพราะเสียงแผ่วๆ ของฝ่ายตรงข้ามดังขึ้นมาเสียก่อน “ถ้าหากคน วัยอย่างฉันเพิ่งจะคิดได้ว่าควรกลับเนื้อกลับตัว เธอว่ามันสายเกินไปหรือ เปล่า?”
90 FLOWER VASE 1 คิดอะไรได้? และกลับเนื้อกลับตัวไปหาอะไร? เขานิ่งอึ้ง เหมือนจะเข้าใจค�ำถามนั้น ทว่าก็สับสนงุนงงไปพร้อม กัน ฉินจื้อหย่วนยังคงยืนรอค�ำตอบเงียบๆ “จะสายเกินไปได้ไงล่ะ? คนอย่างคุณน่ะ ต่อให้ชั่วชีวิตก็ไม่มีค�ำ ว่าสาย” เขานิ่งคิด รู้สึกว่าค�ำตอบตัวเองเลื่อนลอยเกินไป จึงย�้ำไปอีกรอบ “อืม ไม่สายเกินไปหรอกครับ” ประโยคนั้นมาจากใจจริงล้วนๆ ไม่มีจุดประสงค์แอบแฝง ความจริงใจคงส่งผ่านไปถึง ฝ่ายตรงข้ามจึงก้มลงจูบเขาทันที ริม ฝีปากบางเฉียบบดเคล้าอย่างดูดดื่มเร่าร้อน แรงเสียจนกู้เหยียนเจ็บ พอถอนจูบ ฉินจื้อหย่วนถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อครู่เผลอควบคุมตัวเอง ไม่อยู่ แต่ก็ไม่รู้สึกเสียใจสักนิด เพียงแค่ลูบแก้มเขาเบาๆ “ดีจัง เมื่อก่อนฉันพลาดอะไรไปหลายอย่าง ยังกลัวว่าตัวเองคิด ได้เมื่อสายไปแล้วเสียอีก” พูดจบก็จูงมือเขาออกเดินต่ออย่างอารมณ์ดี ไม่คิดจะอธิบาย ความหมายของประโยคเมื่อครู่ ...ทิ้งพื้นที่ไว้ให้จินตนาการมากเกินไป กู้เหยียนอ่านใจชายหนุ่มไม่ออกเลย ฉินจื้อหย่วนที่เขารู้จักมักจะสุขุมอ่อนโยน ควบคุมอารมณ์เก่ง แทบไม่เคยเลยสักครั้งที่จะแสดงความรู้สึกแท้จริงออกมาให้เห็น คืนนี้ชาย หนุ่มท�ำตัวแปลกจากเดิมราวหน้ามือเป็นหลังมือ เป็นลางอะไรหรือเปล่า นะ? เขารู้จักฉินจื้อหย่วนมานาน ล�ำพังแค่ขึ้นไปอยู่บนเตียงอีกฝ่ายก็ ใช้เวลานานพอดู จากนั้นก็กลายเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ด้วยยืดที่สุดใน บรรดาคู่ขาที่ผ่านมาแล้วผ่านไป อาจเป็นได้ว่าขอแค่เดินต่อไปอีกก้าวเดียว เขาก็จะเข้าไปอยู่ในหัวใจฉินจื้อหย่วน ทว่าก็เป็นไปได้เหมือนกันว่าเขาจะ
91 คุ่นคุ่น ทึกทักไปเอง เบื้องหน้ายังมีหุบเหวกว้างใหญ่ที่ลึกจนน่าใจหาย หากก้าว พลาดแล้วตกลงไป มีแต่จะร่างแหลกเละเท่านั้น แต่กู้เหยียนก็รู้ว่าตัวเองต้องเดินไปข้างหน้า ต่อให้เขาวางแผนรอบคอบเพียงไร ก้าวเดินอย่างใจเย็นแค่ไหน ก็ยังแพ้ฉินจื้อหย่วนอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ...เพียงเพราะเผลอมีใจให้ก่อน กู้เหยียนยกมือแตะขมับ รู้สึกอ่อนล้าอย่างบอกไม่ถูก พอกลับมา ถึงห้องชุดของฉินจื้อหย่วนก็รีบอาบน�้ำเข้านอน เขาเป็นคนนอนหลับยาก และมักจะหลับไม่สนิท จึงสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฝันร้าย จ�ำไม่ได้ แล้วว่าฝันเห็นอะไรบ้าง แต่สัมผัสเหงื่อเย็นชื้นบนแผ่นหลังได้อย่างชัดเจน จากนั้นนอนพลิกกลับไปกลับมาอย่างไรก็ไม่ยอมหลับอีกเลย ฉินจื้อหย่วนเองก็หลับไม่สนิท เขาขยับตัวไม่ทันไรก็ตื่นตามบ้าง แล้วเอื้อมมือมากอดเอวเขาไว้ “ท�ำไม? นอนไม่หลับหรือ?” “นิดหน่อย เมื่อตอนหัวค�่ำคงกินมากไปมั้งครับ” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ “อาหารข้างนอกอร่อยสู้ที่เธอท�ำไม่ได้ หรอก” กู้เหยียนรับค�ำว่า ‘อื้ม’ อย่างไม่กระดากปาก เขาไม่เคยถ่อมตัว ในเรื่องนี้ ฉินจื้อหย่วนเห็นแล้วนึกขัน จากที่ยังสะลึมสะลืออยู่บ้างเมื่อครู่ก็ ตาสว่างขึ้น แล้วถามพลางลูบผมเขา “ไหนๆ ก็นอนไม่หลับแล้ว คุยเป็น เพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?” “คุยอะไรครับ?” “อืม...ก็คุยเรื่องของเธอ ปกติเธอไม่ค่อยพูด ยิ่งเรื่องเกี่ยวกับตัว เองยิ่งพูดถึงน้อยเข้าไปใหญ่ นานๆ ทีก็คุยให้ฉันฟังบ้างสิ” ที่ไม่พูดเพราะคนบางคนไม่เคยถามต่างหาก ในเมื่อเจ้าตัวเอ่ยปากถามขึ้นมาก่อน กู้เหยียนก็ไม่มีเหตุผลที่จะ
92 FLOWER VASE 1 ไม่ตอบ อันที่จริงเรื่องที่น่าพูดถึงมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเรื่องถ่ายละครเอย เรื่องของจางฉีเอย แต่สุดท้ายเขากลับพูดแค่ว่า “ผมชอบท�ำอาหารมาตั้งแต่เด็ก ตั้งใจมาตลอดว่าโตไปจะเป็นเชฟ ตามโรงแรม” “แล้ว?” “แล้ว...ก็กลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้” เขาตอบสั้นกระชับได้ใจ ความ แล้วเตะขาฝ่ายตรงข้ามใต้ผ้าห่ม “ตาคุณแล้ว” “หา?” “จะให้ผมพูดอยู่คนเดียวหรือไง?” ฉินจื้อหย่วนเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วใช้คางเสียดสีต้นคอเขาไปมา “สมัยเด็กๆ ฉันเกลียดพ่อตัวเองมาก สิ่งที่อยากท�ำที่สุดก็คือออกจากบ้าน แล้วฉันก็เหม็นขี้หน้าฉินเฟิงมากจนถึงขนาดคิดหาวิธีแกล้งเขาไว้ต่างๆ นานา แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ท�ำเลยสักอย่าง” คนเล่าถอนหายใจแผ่วๆ “ฉันเป็นลูกกับพี่ชายที่ดีมาสามสิบกว่า ปี” “อาจเพราะตัวตนคุณเป็นอย่างนั้นก็ได้” “ไม่จริงหรอก ฉันแค่ไม่กล้าพอต่างหาก” ฉินจื้อหย่วนกอดรัดเขา ไว้จากด้านหลัง แล้วเรียกชื่อเบาๆ “กู้เหยียน...กู้เหยียน...ความจริงแล้ว ฉันเป็นคนขี้ขลาดนะ” กู้เหยียนใจเต้นตึก ต่อให้ชายหนุ่มไม่พูด เขาก็รู้มาตั้งนานแล้ว เขารู้ว่าฉินจื้อหย่วนไม่กล้าให้ใจใครง่ายๆ ดังนั้นเขาจึงเก็บง�ำ ความรู้สึกตัวเองไว้อย่างมิดชิด เป็นได้ทุกอย่างที่อีกฝ่ายอยากให้เป็น เพื่อ ก้าวเข้าไปอยู่ข้างกายเจ้าตัวอย่างไร้อุปสรรค กู้เหยียนขยับริมฝีปาก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พูดออกมาตาม ความคิด
93 คุ่นคุ่น “ไม่เป็นไรหรอกครับ จะหันหลังกลับตอนไหนก็ไม่มีค�ำว่าสายเกิน ไปหรอก” ดูเหมือนฉินจื้อหย่วนจะหลับไปแล้ว ถึงได้ไม่ส่งเสียงตอบรับ แต่ แขนที่กอดเอวเขาไว้ไม่คลายออกแม้แต่น้อย เพราะนอนกอดกันอย่างนั้นจนหลับไป พวกเขาจึงหลับไม่สนิท ด้วยกันทั้งคู่ พอตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ทั้งสองมีสีหน้าย�่ำแย่จากอาการนอนไม่ เต็มอิ่ม ฉินจื้อหย่วนยังดีกว่าหน่อยตรงที่แค่ต้องเข้าบริษัทไปท�ำงานตาม ปกติ ขณะที่กู้เหยียนมีคิวถ่ายท�ำหลายฉาก ช่างแต่งหน้าต้องตบแป้งให้ เขาหนาเป็นพิเศษถึงปิดรอยคล�้ำเป็นวงชัดเจนใต้ตาได้ โชคดีอยู่อย่างที่วันนี้มีแต่ฉากง่ายๆ หนึ่งในนั้นคือฉากที่เขาเก็บ ปิ่นปักผมที่นางเอกของเรื่องท�ำหล่นไปนั่งเหม่อบนศาลาพลางคิดถึงคน ที่รัก ระหว่างนั้นมีฉากย้อนความแทรกเข้ามาหลายช่วง ฉากอารมณ์แบบ นี้ยุ่งยากที่สุดแล้วส�ำหรับกู้เหยียน เขามีใบหน้าเย็นชาเหมือนน�้ำแข็ง น่า กลัวเหลือเกินว่าเข้ากล้องไปเรื่อยๆ แล้วสีหน้าจะราบเรียบจนไร้ความรู้สึก ไปเอง หลังท�ำความเข้าใจบทกับผู้ก�ำกับ กู้เหยียนเดินเข้าไปนั่งในศาลา จับปิ่นปักผมในมือเล่น แล้วท�ำหน้าดื่มด�่ำกับความรู้สึกตามบท ไม่รู้ท�ำไม พอเล่นไปได้พักหนึ่ง เขาจึงได้นึกถึงฉินจื้อหย่วนขึ้นมา นึกถึงค�ำพูดเมื่อคืนของชายหนุ่ม ไม่ว่าจะมากหรือน้อย...ถ้อยค�ำเหล่านั้นก็น่าจะมีใจจริงแฝงอยู่บ้าง ใช่ไหม? มุมปากหยักขึ้นนิดๆ โดยไม่รู้ตัว กู้เหยียนได้สติฉับพลัน แล้วพบ
94 FLOWER VASE 1 ว่าเมื่อครู่ตัวเองเผลอใจลอยไป แต่ผู้ก�ำกับสั่งคัตเรียบร้อยแล้ว “เยี่ยมมากๆ เทคนี้ผ่าน เตรียมตัว ถ่ายฉากต่อไป” เด็กในกองเดินเข้ามาขนย้ายอุปกรณ์ออกไป ทว่ากู้เหยียนยังยืน อึ้งอยู่กับที่ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้ถ่ายฉากเมื่อครู่แบบเทคเดียวผ่าน ส�ำหรับคนที่มีฝีมือการแสดงยอดแย่อย่างเขา นี่เป็นประสบการณ์ที่หาได้ น้อยครั้ง แต่สรุปแล้วเขาแสดงอะไรออกไปกันแน่? ระหว่างช่วงพัก กู้เหยียนเดินเข้าไปดูจอมอนิเตอร์กับผู้ก�ำกับ ตัว เขาในหน้าจอใส่เสื้อผ้าสีด�ำทั้งชุด ใบหน้าหล่อเหลาดูเย็นชาอย่างชัดเจน แม้จะพลิกปิ่นดอกไม้ในมือกลับไปกลับมา ดวงตากลับไม่มีจุดโฟกัสนัก แต่ไม่รู้ท�ำไมมองๆ ไปแววตาถึงได้อ่อนโยนขึ้น พร้อมกับที่ริมฝีปากหยัก มุมบางๆ เหมือนอย่างลมอุ่นอ่อนในฤดูใบไม้ผลิที่พัดเข้ามาละลายหิมะ เหมือนอย่างคนเย็นชาไร้หัวใจก�ำลังนึกถึงความรักที่อบอุ่น อ่อน โยน และเร้นลับที่สุด “ตรงนี้แทรกฉากแฟลชแบ็คเข้าไปได้” ผู้ก�ำกับตบไหล่เขาอย่าง พออกพอใจ “วันนี้ท�ำได้ดีมาก รักษามาตรฐานไว้นะ” กู้เหยียนพูดไม่ออก ได้แต่ยกมือขึ้นจับขมับ รู้สึกปวดหัวขึ้นมา นิดๆ ฝีมือการแสดงของเขาพัฒนาขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ขนาดตัวเองยังดูไม่ ออกว่าตอนนั้นยิ้มจริงหรือยิ้มเสแสร้ง หากฉินจื้อหย่วนมาเห็นสีหน้าแบบนี้เข้าล่ะก็ เขายังจะเล่นละคร ตบตาอีกฝ่ายต่อไปได้อย่างไร อาจเพราะได้รับอิทธิพลจากความเปลี่ยน แปลงของฉินจื้อหย่วน ระยะนี้เขาจึงเลินเล่อเกินไปและห่างไกลจากค�ำว่า มืออาชีพขึ้นทุกที ไม่ได้การ ต้องปรับความรู้สึกกันหน่อยแล้ว หลังเลิกกอง เขาได้รู้จากผู้ก�ำกับว่าละครถ่ายท�ำไปกว่าครึ่ง เดือน
95 คุ่นคุ่น หน้าจะเริ่มถ่ายท�ำนอกสถานที่ โดยเลือกแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติใน เมืองข้างๆ น่าจะใช้เวลาถ่ายท�ำหนึ่งเดือนโดยประมาณ อยู่ห่างฉินจื้อหย่วนตอนนี้ดีหรือไม่ดีกันแน่นะ? บางทีฝ่ายนั้น อาจจะตั้งใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจริงๆ แต่ก็เป็นไปได้เหมือนกันว่าเมื่อ เขาเสร็จงานกลับมา อาจได้เห็นใครบางคนควงคู่ขาคนใหม่ออกงานหน้า ชื่น กู้เหยียนค่อนข้างกลุ้มกับเรื่องนี้ พอกลับบ้านไปบอกตารางงาน ให้ฉินจื้อหย่วนรู้ ฝ่ายนั้นก็ท�ำท่าเสียดาย “สงสัยเดือนหน้าทั้งเดือนฉันคงต้องพึ่งบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปแล้วสิ เนี่ย” เขายิ้มขัน “ร้านอาหารดีๆ มีอยู่ตั้งเยอะนี่ครับ” ชายหนุ่มตบหลังมือเขาเบาๆ “แต่ไม่มีใครกินเป็นเพื่อนเนี่ยสิ” กู้เหยียนยิ้มเฉยไม่ตอบค�ำ จากนั้นฉินจื้อหย่วนก็ร�่ำร้องว่าอยากกินมื้อดึก ระยะนี้กู้เหยียนท�ำอาหารจนติด พอได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มคันไม้คัน มือ จึงเข้าครัวไปท�ำติ่มซ�ำแบบห่อเอง แป้งบางเนียนเป็นพิเศษ ตัวไส้เป็น เนื้อหมูผสมเนื้อกุ้ง ส่งกลิ่นหอมฉุยยั่วน�้ำลายเมื่อนึ่งสุก จากนั้นก็เอาใส่จาน ยกออกมาที่ห้องหนังสือ คนรอกินก�ำลังนั่งอ่านอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่ เอกสารงาน แต่เป็นแคตตาล็อกตกแต่งบ้าน เขามองอย่างสนใจ “อะไรกัน อยากแต่งบ้านใหม่หรือครับ?” “อืม ไม่ค่อยชอบสไตล์ตอนนี้เท่าไหร่” ชายหนุ่มกวักมือเรียกเขา เข้าไปใกล้ “มาช่วยกันออกไอเดียหน่อยสิ” “อยากได้อะไรเป็นพิเศษล่ะครับ?” ฉินจื้อหย่วนหยิบตะเกียบคีบติ่มซ�ำเข้าปาก พลางครุ่นคิดจริงจัง “ถ้าจะให้ดี...ก็อยากให้มีบรรยากาศเหมือนบ้าน” กู้เหยียนข�ำพรืด “ความหมายกว้างจัง”
96 FLOWER VASE 1 ฝ่ายนั้นหันมามองเขา “ห้องอื่นน่ะยังไงก็ได้ แต่ห้องครัวต้องท�ำ ใหม่ เอาให้กว้างกว่านี้สักเท่าตัว แล้วท�ำเป็นแบบเปิดโล่ง จะได้ใส่เครื่อง ครัวเข้าไปได้เยอะๆ” พูดพลางพลิกแคตตาล็อกโฆษณาอุปกรณ์ห้องครัวยี่ห้อดังให้ดู กู้เหยียนไล่สายตาดูไปเรื่อยๆ มีแต่เครื่องครัวแบบตะวันตกทั้ง นั้น เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง ล�ำพังแค่จ�ำนวนชิ้นในชุดก็มากเสียจนน่าตกใจ อย่าบอกนะว่าคิดจะซื้อครบทั้งชุด? ระหว่างที่เล่าว่าตั้งใจจะแต่งห้องครัวอย่างไร สายตาของฉินจื้อหย่วนตรึงอยู่บนใบหน้ากู้เหยียนตลอด เหมือนก�ำลังก้าวเข้ามาในความ คิดเขาทีละนิด หัวใจของกู้เหยียนหดเกร็ง ได้แต่นั่งเงียบอยู่นานถึงค่อยเอ่ยเย้า “ที่แท้ท่านประธานก็อยากเปิดร้านอาหารที่บ้านหรือครับเนี่ย?” “แล้วเธอจะมาเป็นเชฟให้ได้ไหมล่ะ?” ค�ำชวนทรงอานุภาพเย้ายวนรุนแรงจนเขาปฏิเสธไม่ได้ กู้เหยียน ขยับเข้าไปกอดเอวชายหนุ่ม แล้วเป็นฝ่ายแนบริมฝีปากเข้าหา จากนั้นก็ ถามเสียงอู้อี้ “ก็ต้องดูก่อนว่าค่าตอบแทนดีหรือเปล่า” แผนปรับปรุงห้องชุดของฉินจื้อหย่วนถูกก�ำหนดไว้ดังนี้ ห้องนอน กับห้องหนังสือคงสภาพเดิม จะท�ำใหม่ก็แต่ห้องรับแขกกับห้องครัว เจ้า ตัวหาทีมช่างได้แล้ว ตั้งใจว่าจะเริ่มงานหลังจากที่กู้เหยียนไปต่างเมือง กว่า เขาจะกลับมาก็คงตกแต่งเกือบเสร็จพอดี วันเดินทางทางกองถ่ายให้ไปรวมตัวกันที่จุดนัดหมายแต่เช้า ตอนกลางคืนฉินจื้อหย่วนช่วยจัดกระเป๋ าให้เขา เตรียมของจ�ำเป็นไว้พร้อม
97 คุ่นคุ่น สรรพ ตั้งแต่เสื้อผ้าที่จะใช้ผลัดเปลี่ยนรวมไปถึงของใช้ในชีวิตประจ�ำวัน พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ขับรถไปส่งเขาแต่ไก่โห่ กู้เหยียนไม่ต้องกระดิกตัวท�ำอะไรเลยสักอย่าง กระนั้นระหว่าง ทางฉินจื้อหย่วนก็ยังไม่วายก�ำชับซ�้ำๆ “ตอนนี้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว อากาศกลางเขาเย็นกว่าข้างล่าง ต้อง ใส่เสื้อผ้าหนาๆ เข้าไว้ล่ะ...ข้าวก็ต้องกินให้ครบสามมื้อ ถ้าเกิดอะไรขึ้นต้อง โทรหาฉัน...” เขาพยักหน้ารับค�ำตลอด ตัวเขาไม่มีอะไรจะขอจากฉินจื้อหย่วน หวังแต่เพียงว่าเมื่อกลับ มาหลังถ่ายละครเสร็จ จะไม่ต้องเล่นบทจับชู้ได้คาหนังคาเขา โดยเฉพาะในบ้านที่มีห้องครัวสุดหรูแห่งนั้น ช่วงเช้าตรู่รถไม่ติด ใช้เวลาแค่ครู่เดียวก็ถึงจุดนัดหมาย กู้เหยียน โบกมือลาคนขับ แล้วหิ้วกระเป๋ าลงจากรถ แต่เพิ่งจะเดินออกมาไม่กี่ก้าว ฉินจื้อหย่วนก็วิ่งตามมาพันผ้าพันคอให้ ท�ำแบบนี้ในที่สาธารณะไม่ต่างจากประกาศความสนิทสนมให้คน อื่นเก็บไปคิดลึก ฉินจื้อหย่วนให้ความส�ำคัญกับภาพลักษณ์เสมอ เป็นไปไม่ได้ที่ จะไม่รู้ตัว แต่ชายหนุ่มก็ยังท�ำเช่นนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนที่เคยถอด เสื้อนอกมาคลุมให้เขาตอนที่พบกันครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ก็แค่นิสัยเท่านั้น แต่กลับท�ำให้คนอีกคนเผลอใจจนถอนตัวไม่ขึ้น กู้เหยียนยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ยกมือแตะผ้าพันคอเบาๆ อุณหภูมิที่ ตกค้างบนผืนผ้าก�ำซาบซ่านเข้ามาในฝ่ามือ ให้ความรู้สึกเหมือนสัมผัสไอ อุ่นจากผิวกายของใครคนนั้น เขาไม่คาดหวังความรักหวานชื่นดูดดื่ม ขอ แค่ได้ครอบครองความอบอุ่นช่วงสั้นๆ ก็พอ เหมือนอย่างที่แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
98 FLOWER VASE 1 เขาโผบินเข้าไปหาฉินจื้อหย่วน