แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดภาษาพาที แผนท่ี ๑
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
บทท่ี ๑๒ ส่ีศิษย์พระดาบส เวลา ๘ ชั่วโมง
หัวข้อเร่ือง การอ่านในใจ เวลา ๑ ชั่วโมง
วนั ที่ ....................................... ผู้ใช้แผน ................................
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพือ่ นาํ ไปใช้
ตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาํ เนินชีวิต และมนี ิสยั รกั การอ่าน
๑. สาระสําคัญ
๑.๑ ความคิดรวบยอด
การอ่านในใจคือการกวาดสายตาไปยงั ขอ้ ความจากหนงั สือ พุ่งความสนใจ
ไปยงั สาระทอ่ี ่าน แลว้ เกบ็ ใจความสาํ คญั ของเรื่องทอี่ ่าน สามารถถา่ ยโอนสาระท่อี ่าน
ไปยงั ผอู้ ื่นไดด้ ว้ ยท้งั พดู และการเขยี น
๑.๒ สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
- ความสามารถในการแกป้ ัญหา
๒. ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๖ / ๓ อา่ นเรื่องส้ันๆ อยา่ งหลากหลายโดยจบั เวลาแลว้ ถาม
เกี่ยวกบั เรื่องทอ่ี ่าน
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ อ่านในใจและเก็บใจความสาํ คญั ของเรื่องได้
๓.๒ ถ่ายโอนสาระเร่ืองราวท่ีอา่ นไปยงั ผูอ้ ืน่ ได้
๓.๓ บอกความหมายคาํ ใหม่ในบทเรียนได้
๔. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๔.๑ รักความเป็นไทย
๔.๒ ใฝ่ เรียนรู้
๔.๓ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ มีวนิ ยั
๔.๕ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๕. สาระการเรียนรู้
๕.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๏ การอา่ นจบั ใจความจากสื่อต่างๆ เช่น
- เร่ืองส้ัน ๆ
๏ การอา่ นเร็ว
๕.๒ สาระการเรียนรู้ย่อย
๏ การอา่ นในใจ
๏ การตอบคาํ ถาม
๖. ชิน้ งาน / หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้
๖.๑ การทาํ แบบทดสอบกอ่ นเรียน
๖.๒ การทาํ ใบงาน
๗. กิจกรรมการเรียนรู้
๗.๑ ครูช้ีแจงความสาํ คญั ของภาษาไทย ลาํ ดบั ข้นั ตอนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
จุดประสงค์ และส่ิงทีน่ กั เรียนตอ้ งเตรียม ในชวั่ โมงน้ีให้นกั เรียนรับทราบ
๗.๒ นกั เรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน บทที่ ๑๒ สี่ศิษยพ์ ระดาบส( ทา้ ยแผน )
จาํ นวน ๒๐ ขอ้ เสร็จแลว้ ครูตรวจสอบและประกาศผลเป็นคะแนนตามจาํ นวนขอ้ ท่ีทาํ ถูก
โดยทีย่ งั ไม่ตอ้ งเฉลย
๗.๓ ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน แตล่ ะกลมุ่ แต่งต้งั หวั หนา้ กลุม่
เลขานุการกล่มุ สมาชิกในกลุ่มทกุ คนอา่ นเรื่อง “สี่ศษิ ยพ์ ระดาบส”ในใจ จากน้นั ช่วยกนั
สรุปเรื่องโดยเลขานุการกลมุ่ เขียนบทสรุปของเรื่องเพื่อเล่าเร่ืองที่หนา้ ช้นั เรียน
๗.๔ นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนเลา่ เร่ือง “ สี่ศิษยพ์ ระดาบส” ทห่ี นา้ ช้นั เรียน
ร่วมกนั ตดั สินกลมุ่ ที่เลา่ เร่ืองไดด้ ี ครูอธิบายสรุปเน้ือหาอกี คร้งั
๗.๖ นกั เรียนทาํ ใบงานที่ ๑ ( ทา้ ยแผน ) ชุด ตอบคาํ ถาม จากน้นั นาํ ส่งครู
ครูเฉลยและตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๘. ส่ือ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล
ลําดบั ท่ี รายการส่ือ กิจกรรมท่ใี ช้ แหล่งทีไ่ ด้มา
๑ รูปภาพ ครูใชป้ ระกอบคาํ อธิบาย ครูจดั เตรียม
ใบงาน ชุดที่ ๑ นกั เรียนทาํ ใบงาน ครูจดั ทาํ
๒ แบบทดสอบกอ่ นเรียน นกั เรียนทาํ แบบทดสอบ ครูจดั ทาํ
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ครูจดั ทาํ
๓ เกณฑก์ ารประเมิน ( Rubric ) สร้างกฎของการประเมนิ ครูจดั ทาํ
๔ แบบประเมนิ การสังเกต บนั ทึกการสังเกตพฤตกิ รรม และ ครูจดั ทาํ
๕ พฤตกิ รรม และแบบ บนั ทกึ ผลงานรายบุคคล
๖ ประเมินผลงานรายบคุ คล
๙. วัดผลประเมนิ ผล เครื่องมือที่ใช้ใน วิธีการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
การประเมนิ
กิจกรรมทีป่ ระเมนิ แบบประเมินการสงั เกต สงั เกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
๑. สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น พฤตกิ รรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้
คุณลกั ษณะอนั พงึ ต่าํ กว่า ๕ = ปรบั ปรุง
ประสงค์
๒. นกั เรียนร่วมกิจกรรม แบบประเมินการสังเกต สังเกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
พฤตกิ รรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้
ต่าํ กวา่ ๕ = ปรับปรุง
๓. นกั เรียนทาํ ใบงาน ชุดที่ ๑ แบบประเมินการสังเกต ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
พฤตกิ รรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้
ต่าํ กวา่ ๕ = ปรับปรุง
๔. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบ แบบประเมนิ การสังเกต ตรวจงานรายบคุ คล ๑๗ - ๒๐ = ดีมาก
ก่อนเรียน พฤติกรรม และแบบ ๑๔ – ๑๖ = ดี
ประเมินผลงาน ๑๐ – ๑๓ = พอใช้
ต่าํ กว่า ๑๐ = ปรบั ปรุง
การประเมิน ด้านทักษะ / กระบวนการ
ประเดน็ การประเมนิ ดี (๒) เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน
พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)
ทักษะการ สรุป สรุปเน้ือหาไดก้ ระชบั สรุปเน้ือหาไดก้ ระชบั สรุปเน้ือหาไดไ้ ม่
ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถว้ น กระชบั ใจความและไม่
เนือ้ หา สามารถสื่อใหผ้ ูอ้ ื่นเขา้ ใจ สามารถส่ือให้ผอู้ นื่ ครบถว้ น สามารถส่ือ
ไดง้ ่าย เขา้ ใจได้ ให้ผูอ้ ื่นเขา้ ใจไดน้ อ้ ย
สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพดู รายงานไดด้ ี
พูดเสียงดงั ฟังชดั ได้ พูดน้าํ เสียงชดั เจน พูดน้าํ เสียงไม่ชดั เจน ไม่
การรายงานหน้าช้ัน สาระชดั เจน วางบคุ ลิก สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาที่ ค่อยสอดคลอ้ งกบั
ในการพดู ไดด้ ีมาก พดู วางบคุ ลกิ ในการ เน้ือหาท่พี ดู วางบคุ ลิก
พดู ไดด้ ี ในการพดู ไมค่ อ่ ยดี
การปฏบิ ตั งิ านตาม มีทกั ษะการปฏิบตั ิงาน มกี ารปฏิบตั ิงานตาม ยงั ไม่สามารถ
ข้นั ตอน ตามข้นั ตอน ไดอ้ ยา่ ง ข้นั ตอนไดต้ ามลาํ ดบั ปฏิบตั งิ านตามข้นั ตอน
ถูกตอ้ งและเหมาะสม ได้
ความคิดสร้างสรรค์ มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี พอมีความคดิ ท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี
สร้างสรรคอ์ ยบู่ า้ ง สร้างสรรค์
ความเป็ นระเบียบ มีทกั ษะสามารถสร้างงาน สามารถสร้างงานท่ีสวน
เรียบร้อยของการทาํ ที่สวยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่มีความสวยงาม และ
ใบงาน ประณีตดี ความประณีตใน ไมป่ ระณีต
บางส่วน
การประเมนิ ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
เกณฑ์การให้ระดับคะแนน
ประเด็นการประเมนิ ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)
ซื่อสัตย์สุจริต
มีวนิ ัย ทาํ งานอยา่ ง ทาํ งานอยา่ ง ทาํ งานอยา่ ง
ใฝ่ เรียนรู้ ตรงไปตรงมา ยอมรับ ตรงไปตรงมา ไม่ ตรงไปตรงมา ไม่
อย่อู ย่างพอเพยี ง ในขอ้ ผดิ พลาดและ ยอมรับในขอ้ ผิดพลาด ยอมรับในขอ้ ผดิ พลาด
มจี ิตสาธารณะ บกพร่องของตนเอง และบกพร่องของตนเอง และบกพร่องของตนเอง
พอใจในส่ิงท่ตี นมี พอใจในส่ิงที่ตนมี ไม่คอ่ ยพอใจในส่ิงทต่ี น
มี
รู้จกั ควบคุมอารมณ์ รู้จกั ควบคมุ อารมณ์ บา้ ง ไม่รู้จกั ควบคุมอารมณ์
ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นระเบียบ ปฏบิ ตั ิตนอยใู่ นระเบยี บ ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นระเบยี บ
วินยั แต่งกายถูกตอ้ ง วนิ ยั การแตง่ กายไม่ วินยั นอ้ ย ไมค่ ่อยแต่ง
ตามระเบียบของ คอ่ ยถูกตอ้ งตามระเบียบ กายถูกตอ้ งตามระเบียบ
โรงเรียนตลอดเวลา ของโรงเรียน ของโรงเรียน
มีความมานะมงุ่ มนั่ ใน มคี วามมานะมงุ่ มนั่ ใน ไม่มีความมานะมงุ่ มนั่
การทาํ งานทีไ่ ดร้ บั การทาํ งานทไ่ี ดร้ ับ ในการทาํ งานท่ีไดร้ บั
มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ไมค่ อ่ ย
คน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง คน้ ควา้ ดว้ ยตนเองเป็น ศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง
ทาํ งานเสร็จทนั เวลาและ บางคร้งั ทาํ งานเสร็จ ทาํ งานเสร็จไมท่ นั เวลา
ถกู ตอ้ ง ทนั เวลาเป็นบางคร้ัง
ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน
ทีร่ าคาถูกและใชอ้ ยา่ ง ใชว้ สั ดอุ ุปกรณก์ ารเรียน ที่ราคาค่อนขา้ งแพงและ
คุม้ ค่าใชจ้ นหมดแลว้ ท่ีราคาค่อนขา้ งแพงและ ใชอ้ ยา่ งคมุ้ คา่ ใชไ้ ม่
ค่อยซ้ือใหม่ ใชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าใชจ้ นหมด หมดแลว้ ซ้ือใหม่
มีความเสียสละเพ่ือ มคี วามเสียสละเพ่ือ ไมค่ อ่ ยเสียสละเพ่ือ
ส่วนรวม ไม่เอาเปรียบ ส่วนรวมเป็ นบางคร้ งั ส่วนรวม ชอบเอา
ไมเ่ ห็นแกต่ วั ช่วยเหลอื ไมเ่ อาเปรียบไม่เห็นแก่ เปรียบคนอน่ื ค่อนขา้ ง
หม่คู ณะไดเ้ ป็นอยา่ งดี ตวั ไมค่ ่อยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย
หม่คู ณะ ช่วยเหลือหม่คู ณะ
๑๐. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………
…….………………………………………………………………………………………
………….…………………………………………………………………………………
๑๑. บนั ทึกผลหลังการสอน
๑๑.๑ ผลการจัดการเรียนการสอน
๑. นกั เรียนจาํ นวน.................... คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้.....................คน คิดเป็นร้อยละ...............
ไม่ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้.....................คน คิดเป็นร้อยละ................
๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
๓. นักเรียนมีความรู้เกดิ ทักษะ
……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………...
๔. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
๕. เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .....................................ครูผูส้ อน
(นางสุคนธา ณรงคเ์ ดชา)
วนั ……………เดือน…………………ปี ………………….
ความคิดเห็นของผู้บงั คับบญั ชา
ความคดิ เหน็ หัวหน้ากลุ่มสาระ
...............................................................................................................................................
...............................…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………
ลงช่ือ ....................................................
(นางกรรณิกา จาํ ปาเต้ยี )
หวั หนา้ กลุ่มสาระภาษาไทย
ความคดิ เห็นหวั หน้าวิชาการ
...............................................................................................................................................
...............................…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………
ลงช่ือ...................................................
(นางสาวสุพาพร สุพงษ)์
รองผอู้ าํ นวยการโรงเรียนกลมุ่ บริหารวิชาการ
ความคดิ เห็นผู้อํานวยโรงเรียน
...............................................................................................................................................
...............................…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………
ลงช่ือ....................................................
(ดร.พมิ พน์ ารา เสาวนิตย)์
ผอู้ าํ นวยการโรงเรียนวดั ชุมพลนิกายาราม
แบบทดสอบ บทที่ ๑๒ สี่ศิษยพ์ ระดาบส
ชี้แจง ใหน้ กั เรียนกาเคร่ืองหมาย ทบั ตวั อกั ษรหนา้ ขอ้ ทถ่ี ูกตอ้ ง
๑. นกั เรียนคดิ วา่ บทเรียนเรื่องส่ีศษิ ยพ์ ระดาบสตอ้ งการสอนคนในดา้ นใด
ก. ใหม้ ุ่งทาํ ความดี ข. ใหร้ กั สามคั คกี นั
ค. ใหท้ าํ ใจจิตใจใหส้ งบ ง. ให้รู้จกั เอ้อื เฟ้ือแบง่ ปันกนั
๒. แสนคาํ ใชเ้ ป็นส่ือสญั ลกั ษณแ์ ทนส่ิงใด
ก. ชาวภาคเหนือ ข. ชาวภาคอสี าน
ค. ชาวภาคกลาง ง. ชาวภาคใต้
๓. นาคนิ ใชเ้ ป็นสื่อสญั ลกั ษณ์แทนส่ิง
ก. ชาวภาคเหนือ ข. ชาวภาคอสี าน
ค. ชาวภาคกลาง ง. ชาวภาคใต้
๔. ปฐพี ใชเ้ ป็นสื่อสัญลกั ษณ์แทนส่ิง ข. ชาวภาคอสี าน
ก. ชาวภาคเหนือ
ค. ชาวภาคกลาง ง. ชาวภาคใต้
๕. นาคนิ มสี ่ิงใดประจาํ กาย ข. ร่ม
ก. แคน
ค. กริช ง. ขลุ่ย
๖. พระดาบสสงั เกตจากส่ิงใดจึงทราบว่า สี่ศิษยม์ ใี จคบั แคบ เห็นแกต่ วั
ขาดน้าํ ใจเอ้อื เฟ้ือ
ก. ต่างถอื ว่าตนเองเก่ง อยากอวดศกั ดาเอาชนะกนั แยง่ กนั เป็นหน่ึง
ข. ต่างฝ่ ายตา่ งไมย่ อมรบั ฝีมือกนั ทาํ ทุกอยา่ งเพ่อื ให้ไดเ้ ป็นศิษย์
ค. แยง่ กนั แสดงอิทธิฤทธ์ิ ปาฏหิ าริย์ เพ่อื ใหไ้ ดเ้ ป็นหน่ึง
ง. ดูถกู ดหู ม่นิ กนั ตา่ งฝ่ ายต่างถอื ทฐิ ิไม่ลงรอยกนั
๗. กระบวนการเดินทพั เรือหรือกระบวนเดินทาง ทางน้าํ ตรงกบั คาํ ศพั ทใ์ ด
ก. ชลมารค ข. พยหุ ยาตรา
ค. แขง่ เรือ ง. ขบั เสภา
๘. ของมีคม เป็นเคร่ืองฟันแทง อาวธุ ตา่ งๆ ตรงกบั คาํ ใด
ก. อาวุธ ข. เครื่องออกทพั
ค. ศสั ตราวธุ ง. เส้ือเกราะ
๙. คาํ ใดไมไ่ ดห้ มายถึง ฤๅษี
ก. ดาบส ข. นกั พรต
ค. บรรณสิทธ์ิ ง. นกั ธุดงค์
๑๐. ขอ้ ใดเป็นวตั ถุประสงคห์ ลกั ของการโฆษณา
ก. เพอ่ื ให้รู้ถึงช่ือสินถา้ หรือการบริการ
ข. เพือ่ ประโยชนใ์ นการขายสินถา้ หรือบริการ
ค. เพือ่ ใหร้ ู้ถึงสรรพคณุ หรือจุดเด่นของบริการ
ง. เพ่อื ประโยชน์ในการประชาสัมพนั ธ์สินคา้ หรือการบริการ
๑๑. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ องคป์ ระกอบทส่ี าํ คญั ของการโฆษณา
ก. ภาพ
ข. ภาษาทใ่ี ช้
ค. การโนม้ นา้ ว
ง. รูปแบบการนาํ เสนอ
๑๒. เน้ือหาของการโฆษณามกั ช้ีให้เห็นถึงเร่ืองใด
ก. แสดงคุณสมบตั ทิ ว่ั ไปของส่ิงทีโ่ ฆษณา
ข. แสดงความดีพิเศษของส่ิงทโ่ี ฆษณา
ค. ของดีจากไร่ ทาํ ไมไมซ่ ้ือไปรับประทาน
ง. แสดงราคา หรือมลู คา่ ของส่ิงทโ่ี ฆษณา
๑๓. การโฆษณาขอ้ ใดใชภ้ าษาทไ่ี ม่ดี
ก. คุม้ เกินคาด สะอาด เกินร้อย
ข. ผกั สดปลอดสรพิษ เพอื่ ชีวิตทีป่ ลอดภยั
ค. ของดีจากไร่ ทาํ ไมไม่ซ้ือไปรบั ประทาน
ง. หวานเกินร้อย แคลอร่ีนอ้ ยกว่าคร่ึง
๑๔. โฆษณาในขอ้ ใดมเี สียงสมั ผสั
ก. เบอร์เดียวเทีย่ วทว่ั ไทย
ข. นี่คอื ลกู ผูช้ ายตวั จริง
ค. ออกกาํ ลงั ทุกวนั ร่างกายแขง็ แรง
ง. อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ ราคากนั เอง
๑๕. การโฆษณาในขอ้ ใดใชภ้ าษาดอ้ ยกวา่ ขอ้ อื่น
ก. คุม้ เกินคาด สะอาด เกินร้อย
ข. ผกั สดปลอดสรพษิ เพอื่ ชีวิตทีป่ ลอดภยั
ค. ของดีจากไร่ ทาํ ไมไม่ซ้ือไปรับประทาน
ง. หวานเกินร้อย แคลอร่ีนอ้ ยกวา่ คร่ึง
๑๖. ขอ้ ใดเป็นคาํ ขวญั ในการโฆษณาท่จี าํ ยาก
ก. หน่ึงในใจคุณ
ข. นกั สู้ผูย้ ง่ิ ใหญ่
ค. เพอื่ นคู่คดิ มติ รคบู่ า้ น
ง. คกู่ ายของทกุ ระดบั นกั ดนตรี
๑๗. ขอ้ ใดเป็นการเตรียมพดู อนั ดบั แรก
ก. การซกั ซอ้ มการพูด
ข. การทาํ เคา้ โครงลาํ ดบั เรื่องท่ีจะพูด
ค. การกาํ หนดจดุ มงุ่ หมาย
ง. การกาํ หนดขอบเขตเรื่องท่ีจะพดู
๑๘. การพดู รายงานใหส้ มั ฤทธิผล ผพู้ ดู ตอ้ งมคี ุณสมบตั ิท่สี าํ คญั ท่สี ุดขอ้ ใด
ก. มคี ุณธรรม
ข. มีความรู้ในเร่ืองทีจ่ ะพูด
ค. ใชเ้ หตุผลสนบั สนุนการพูด
ง. รวบรวมรวมความคิดให้เป็นระบบ
๑๙. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หนา้ ที่ของประธานการโตว้ าที
ก. กล่าวนาํ และช้ีแจงกติกาต่างๆ
ข. เชิญผูโ้ ตว้ าทแี ตล่ ะฝ่ ายพดู
ค. จบั เวลาในการโตว้ าที
ง. ตดั สินแพช้ นะในการโตว้ าที
๒๐. หวั ขอ้ ทใ่ี ชใ้ นการโตว้ าทเี รียกวา่ อยา่ งไร
ก. มติ
ข. ญตั ติ
ค. หวั เรื่อง
ง. ช่ือเร่ือง
เฉลยแบบทดสอบ บทที่ ๑๒
๑. ข ๒. ก ๓. ข ๔. ค ๕. ก
๖. ก ๗. ข ๘. ค ๙. ง ๑๐. ข
๑๑. ง ๑๒. ข ๑๓. ค ๑๔. ก ๑๕. ค
๑๖. ง ๑๗. ข ๑๘. ข ๑๙. ง ๒๐. ข
ใบงาน ชุดท่ี ๑
คําชี้แจง ให้นกั เรียนตอบคาํ ถามต่อไปน้ี
๑. นกั เรียนคิดวา่ บทเรียนเรื่องน้ีตอ้ งการสอนคนในดา้ นใด
๒. แสนคาํ ใชเ้ ป็นส่ือสญั ลกั ษณแ์ ทนส่ิงใด
๓. นาคิน ใชเ้ ป็นสื่อสญั ลกั ษณ์แทนส่ิงใด
๔. อคั นี ใชเ้ ป็นสื่อสญั ลกั ษณแ์ ทนส่ิงใด
๕. ปฐพี ใชเ้ ป็นสื่อสัญลกั ษณ์แทนส่ิงใด
๖. พระดาบสสังเกตจากส่ิงใดจึงทราบวา่ สี่ศิษยม์ ใี จคบั แคบ เห็นแกต่ วั
ขาดน้าํ ใจเอ้อื เฟ้ือ
๗. การจบั มือสามคั คีกนั จะทาํ ใหด้ ินแดนของศิษยท์ ้งั สี่สงบสุขอยา่ งยง่ั ยนื
ไดห้ รือไม่ เพราะเหตใุ ด
๘. เครื่องแตง่ กายของสี่ศิษยพ์ ระดาบสสะทอ้ นถึงดินแดนท้งั ส่ีภาคของประเทศ
ไทยไดห้ รือไม่ เพราะเหตุใด
๙. เหตุใดพระดาบสจึงรบั คนท้งั สี่ไวเ้ ป็นลูกศิษย์
๑๐.นกั เรียนไดข้ อ้ คดิ คุณธรรมใดจากการอา่ นเร่ืองน้ี
กระดาษคําตอบใบงาน ชุดท่ี ๑
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
ชื่อ..............................................................เลขท่ี ..................... ช้ัน...............
แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดภาษาพาที แผนที่ ๒
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
บทท่ี ๑๒ สี่ศิษย์พระดาบส เวลา ๘ ชั่วโมง
หัวข้อเรื่อง คาํ ศัพท์ทใ่ี นบทเรียน เวลา ๑ ช่ัวโมง
วนั ท่ี ....................................... ผู้ใช้แผน ................................
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพอ่ื นาํ ไปใช้
ตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาํ เนินชีวิต และมีนิสยั รกั การอา่ น
๑. สาระสําคญั
๑.๑ ความคดิ รวบยอด
การเรียนรู้คาํ ผเู้ รียนตอ้ งเรียนรู้ท้งั ในดา้ นความหมาย ชนิด หนา้ ท่ีของคาํ และ
หลกั การใช้ จึงจะสามารถนาํ คาํ ไปใชไ้ ดถ้ กู ตอ้ งตามสถานการณ์
๑.๒ สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
๒. ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๖ / ๒ อธิบายความหมายของคาํ ประโยคและขอ้ ความ
ที่เป็ นโวหาร
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ นกั เรียนอ่านคาํ ศพั ทย์ ากไดถ้ กู ตอ้ ง
๓.๒ นกั เรียนบอกความหมายของคาํ ในบทเรียนได้
๓.๓ นกั เรียนใชค้ าํ ไดถ้ กู ตอ้ งตามบริบท
๔. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๔.๑ รกั ความเป็นไทย
๔.๒ ใฝ่ เรียนรู้
๔.๓ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ มวี ินยั
๔.๕ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๕. สาระการเรียนรู้
๕.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๏ การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง
ประกอบดว้ ย
ขอ้ ความทีเ่ ป็นโวหารตา่ งๆ
สาํ นวนเปรียบเทยี บ
๕.๒ สาระการเรียนรู้ย่อย
๏ ความหมายของคาํ
๏ การใชค้ าํ
๖. ชิ้นงาน / หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้
๖.๑ การทาํ ใบงาน
๖.๒ แบบบนั ทึกผลการประเมิน
๗. กจิ กรรมการเรียนรู้
๗.๑ ครูใชบ้ ตั รคาํ ให้นกั เรียนดเู พือ่ ให้นกั เรียนบอกความหมายไดแ้ กค่ าํ ว่า
“ ดาบส นกั พรต นกั สิทธ์ิ บรรณสิทธ์ิ ปาฏหิ าริย์ พยหุ ยาตราทางชลมารค มนุ ี
ศตั ราวธุ สาธยาย ราํ ไร อสิ ตรี โอสถ ” ให้นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ช่วยกนั อธิบายความหมาย
ของคาํ เหล่าน้ี
๗.๒ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มนาํ คาํ ศพั ทใ์ นขอ้ ๗.๒ ไปแต่งประโยคใหไ้ ดค้ าํ ละ
๑ ประโยคแลว้ อ่านใหเ้ พอ่ื นฟัง ร่วมกนั ชมเชยกลุ่มท่แี ตง่ ประโยคไดด้ ี
๗.๓ แบง่ นกั เรียนออกเป็ นกลุ่ม กลุ่มละ ๔ – ๕ คน จากน้นั ให้นกั เรียนแตล่ ะ
กลุ่มเลน่ เกม “ ขนมทองหยอด” ซ่ึงวิธีการเลน่ อยทู่ า้ ยแผน
๗.๔ นกั เรียนทาํ ใบงานท่ี ๒ ( ทา้ ยแผน ) ชุด เขยี นคาํ จากความหมายที่กาํ หนดให้
จากคาํ ทีก่ าํ หนดให้ จากน้นั นาํ ส่งครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๗.๕ นกั เรียนทาํ ใบงานท่ี ๓ ( ทา้ ยแผน ) ชุด นาํ คาํ ที่กาํ หนดให้ ไปแต่งประโยค
เสร็จแลว้ นาํ ส่งครูตรวจสอบความถูกตอ้ งและอ่านประโยคท่ตี นเองแต่งให้เพือ่ นฟัง
๘. ส่ือ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล
ลาํ ดบั ท่ี รายการสื่อ กจิ กรรมทใ่ี ช้ แหล่งทีไ่ ด้มา
๑
๒ เกม “ ขนมทองหยอด” นกั เรียนเล่นเกม ครูจดั เตรียม
๓ ใบงาน ชุดท่ี ๒ – ๓ นกั เรียนทาํ ใบงาน ครูจดั ทาํ
๔ บตั รคาํ นกั เรียนฝึกทกั ษะการอา่ น ครูจดั ทาํ
หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน นกั เรียนอ่านเร่ือง ครูจดั ทาํ
๕ ภาษาไทย ชุดภาษาเพือ่ ชีวติ
๖ ภาษาพาที ช้นั ป.๖ สร้างกฎของการประเมนิ ครูจดั ทาํ
เกณฑก์ ารประเมิน ( Rubric ) บนั ทกึ การสงั เกตพฤตกิ รรม และ ครูจดั ทาํ
แบบประเมินการสงั เกต บนั ทกึ ผลงานรายบุคคล
พฤตกิ รรม และแบบ
ประเมนิ ผลงานรายบุคคล
๙. วัดผลประเมนิ ผล เครื่องมือท่ีใช้ใน วธิ ีการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
การประเมิน
กิจกรรมทีป่ ระเมนิ แบบประเมินการสงั เกต สังเกตรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
๑. สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ต่าํ กว่า ๕ = ปรบั ปรุง
ประสงค์ แบบประเมินการสังเกต
๒. นกั เรียนเล่นเกม พฤติกรรม และแบบ สงั เกตรายกลุม่ ๘ - ๑๐ = ดีมาก
ประเมินผลงาน ๖ – ๗ = ดี
๓. นกั เรียนทาํ ใบงาน ๕ = พอใช้
ชุดท่ี ๒ แบบประเมินการสังเกต ต่าํ กว่า ๕ = ปรับปรุง
พฤตกิ รรม และแบบ
๓. นกั เรียนทาํ ใบงาน ประเมนิ ผลงาน ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
ชุดท่ี ๓ ๖ – ๗ = ดี
แบบประเมนิ การสงั เกต ๕ = พอใช้
พฤตกิ รรม และแบบ ต่าํ กวา่ ๕ = ปรบั ปรุง
ประเมนิ ผลงาน
ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
๖ – ๗ = ดี
๕ = พอใช้
ต่าํ กว่า ๕ = ปรับปรุง
การประเมนิ ด้านทักษะ / กระบวนการ
เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน
ประเดน็ การประเมนิ ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)
สรุปเน้ือหาไดก้ ระชบั สรุปเน้ือหาไดก้ ระชบั สรุปเน้ือหาไดไ้ ม่
ทักษะการ สรุป ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถว้ น กระชบั ใจความและไม่
เนือ้ หา สามารถสื่อใหผ้ ูอ้ ืน่ เขา้ ใจ สามารถสื่อใหผ้ อู้ ืน่ ครบถว้ น สามารถส่ือ
ไดง้ า่ ย เขา้ ใจได้ ให้ผอู้ ่นื เขา้ ใจไดน้ อ้ ย
สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพดู รายงานไดด้ ี สามารถพดู รายงานไดด้ ี
พูดเสียงดงั ฟังชดั ได้ พดู น้าํ เสียงชดั เจน พดู น้าํ เสียงไมช่ ดั เจน ไม่
การรายงานหน้าช้ัน สาระชดั เจน วางบคุ ลิก สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาที่ คอ่ ยสอดคลอ้ งกบั
ในการพดู ไดด้ ีมาก พดู วางบุคลิกในการ เน้ือหาท่พี ดู วางบคุ ลิก
พดู ไดด้ ี ในการพดู ไมค่ อ่ ยดี
การปฏิบตั ิงานตาม มที กั ษะการปฏบิ ตั งิ าน มกี ารปฏบิ ตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถ
ข้นั ตอน ตามข้นั ตอน ไดอ้ ยา่ ง ข้นั ตอนไดต้ ามลาํ ดบั ปฏิบตั ิงานตามข้นั ตอน
ถกู ตอ้ งและเหมาะสม ได้
ความคดิ สร้างสรรค์ มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี พอมีความคดิ ที่ ยงั ขาดความคิดท่ี
สร้างสรรคอ์ ยบู่ า้ ง สร้างสรรค์
ความเป็ นระเบียบ มีทกั ษะสามารถสร้างงาน สามารถสร้างงานที่สวน
เรียบร้อยของการทาํ ที่สวยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่มคี วามสวยงาม และ
ใบงาน ประณีตดี ความประณีตใน ไม่ประณีต
บางส่วน
การประเมิน ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
เกณฑ์การให้ระดับคะแนน
ประเดน็ การประเมนิ ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)
ซื่อสัตย์สุจริต
มวี นิ ัย ทาํ งานอยา่ ง ทาํ งานอยา่ ง ทาํ งานอยา่ ง
ใฝ่ เรียนรู้ ตรงไปตรงมา ยอมรับ ตรงไปตรงมา ไม่ ตรงไปตรงมา ไม่
อย่อู ย่างพอเพยี ง ในขอ้ ผิดพลาดและ ยอมรบั ในขอ้ ผิดพลาด ยอมรับในขอ้ ผดิ พลาด
มีจิตสาธารณะ บกพร่องของตนเอง และบกพร่องของตนเอง และบกพร่องของตนเอง
พอใจในสิ่งทต่ี นมี พอใจในส่ิงที่ตนมี ไม่คอ่ ยพอใจในส่ิงทีต่ น
มี
รู้จกั ควบคุมอารมณ์ รู้จกั ควบคมุ อารมณ์ บา้ ง ไม่รู้จกั ควบคุมอารมณ์
ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระเบียบ ปฏบิ ตั ิตนอยใู่ นระเบยี บ ปฏบิ ตั ิตนอยใู่ นระเบยี บ
วนิ ยั แตง่ กายถกู ตอ้ ง วนิ ยั การแตง่ กายไม่ วินยั นอ้ ย ไมค่ ่อยแตง่
ตามระเบียบของ คอ่ ยถูกตอ้ งตามระเบียบ กายถูกตอ้ งตามระเบียบ
โรงเรียนตลอดเวลา ของโรงเรียน ของโรงเรียน
มีความมานะมงุ่ มนั่ ใน มคี วามมานะมงุ่ มนั่ ใน ไม่มีความมานะมุ่งมน่ั
การทาํ งานท่ีไดร้ บั การทาํ งานทไ่ี ดร้ ับ ในการทาํ งานที่ไดร้ บั
มอบหมาย ศกึ ษา มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ไมค่ อ่ ย
คน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง คน้ ควา้ ดว้ ยตนเองเป็น ศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง
ทาํ งานเสร็จทนั เวลาและ บางคร้งั ทาํ งานเสร็จ ทาํ งานเสร็จไม่ทนั เวลา
ถูกตอ้ ง ทนั เวลาเป็นบางคร้ัง
ใชว้ สั ดุอปุ กรณก์ ารเรียน ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณ์การเรียน
ทีร่ าคาถูกและใชอ้ ยา่ ง ใชว้ สั ดอุ ุปกรณก์ ารเรียน ที่ราคาค่อนขา้ งแพงและ
คุม้ ค่าใชจ้ นหมดแลว้ ท่ีราคาค่อนขา้ งแพงและ ใชอ้ ยา่ งคมุ้ คา่ ใชไ้ ม่
ค่อยซ้ือใหม่ ใชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าใชจ้ นหมด หมดแลว้ ซ้ือใหม่
มคี วามเสียสละเพ่ือ มคี วามเสียสละเพ่อื ไมค่ อ่ ยเสียสละเพ่ือ
ส่วนรวม ไม่เอาเปรียบ ส่วนรวมเป็ นบางคร้ งั ส่วนรวม ชอบเอา
ไมเ่ ห็นแกต่ วั ช่วยเหลอื ไมเ่ อาเปรียบไม่เห็นแก่ เปรียบคนอน่ื ค่อนขา้ ง
หมูค่ ณะไดเ้ ป็นอยา่ งดี ตวั ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย
หม่คู ณะ ช่วยเหลือหม่คู ณะ
๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………
…….………………………………………………………………………………………
………….…………………………………………………………………………………
๑๑. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
๑๑.๑ ผลการจัดการเรียนการสอน
๑. นกั เรียนจาํ นวน.................... คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้.....................คน คดิ เป็นร้อยละ...............
ไมผ่ า่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้.....................คน คดิ เป็นร้อยละ................
๒. นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
๓. นักเรียนมีความรู้เกดิ ทักษะ
……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………...
๔. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
๕. เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ .....................................ครูผูส้ อน
(นางสุคนธา ณรงคเ์ ดชา)
วนั ……………เดือน…………………ปี ………………….
ความคิดเหน็ ของผู้บังคบั บัญชา
ความคดิ เห็นหวั หน้ากลุ่มสาระ
...............................................................................................................................................
...............................…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………
ลงชื่อ ....................................................
(นางกรรณิกา จาํ ปาเต้ยี )
หวั หนา้ กลุ่มสาระภาษาไทย
ความคดิ เหน็ หัวหน้าวชิ าการ
...............................................................................................................................................
...............................…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………
ลงช่ือ...................................................
(นางสาวสุพาพร สุพงษ)์
รองผอู้ าํ นวยการโรงเรียนกลมุ่ บริหารวิชาการ
ความคดิ เหน็ ผู้อํานวยโรงเรียน
...............................................................................................................................................
...............................…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………
ลงช่ือ....................................................
(ดร.พิมพน์ ารา เสาวนิตย)์
ผอู้ าํ นวยการโรงเรียนวดั ชุมพลนิกายาราม
เกม ขนมทองหยอด
จุดม่งุ หมาย
๑. เพอื่ ให้นกั เรียนสามารถคิดและเขยี นคาํ ใหม่จากคาํ เดมิ
๒. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนสามารถฝึกฝนการสะกดใหค้ ลอ่ งแคลว่ โดยใชพ้ ยญั ชนะตน้
ชนิดตา่ งๆ
ส่ือ
๑. บตั รคาํ เขียนวา่ ขนมทองหยอด
๒. กระดาษ ดินสอ
วิธีดาํ เนินกิจกรรม
กิจกรรมน้ีอาจเลน่ เป็นหมู่ หรือเลน่ เป็นรายบคุ คลก็ได้ ถา้ หากเลน่ เป็นหมู่ ก็แบ่งผู้
เล่นออกเป็ นหม่ยู อ่ ยๆ หม่ลู ะ ๓ คน แลว้ แจกกระดาษดินสอใหแ้ ตล่ ะหมู่ เร่ิมจากการเล่น
โดยครูตดิ บตั รคาํ “ขนมทองหยอด” ไวใ้ นกระดานแลว้ ใหเ้ วลาประมาณ ๕ นาที ให้แตล่ ะ
หมรู่ ีบเขียนคาํ ตา่ งๆ ทีแ่ ยกไดจ้ ากคาํ ว่า “ขนมทองหยอด” เขยี นใส่ลงในกระดาษของหมู่
ของตน เม่อื หมดเวลาครูก็เก็บกระดาษของแต่ละหมู่ ตรวจดูวา่ หม่ใู ดท่ีหาคาํ ไดม้ ากทีส่ ุด
และสะกดไดถ้ กู ตอ้ งกจ็ ะเป็นผูช้ นะการแขง่ ขนั
ตวั อย่าง คาํ ที่แยกมาไดจ้ ากคาํ “ขนมทองหยอด” ไดแ้ ก่ ขม นม ทอ หยด มอง
ทอด มอด ขอด หอย งอน หอม ฯลฯ (ผเู้ ลน่ ตอ้ งใชก้ ารสลบั สบั เปลย่ี นตาํ แหน่งตา่ งๆ
ของอกั ษรท่ีกาํ หนดให้เทา่ น้นั จะหาตวั อ่นื นอกเหนือจากน้ีมาเพ่มิ เติมไม่ได)้
ข้อเสนอแนะ
๑. กิจกรรมน้ีนาํ ไปใชไ้ ดด้ ีในข้นั นาํ เขา้ สู่บทเรียนเกี่ยวกบั ตวั สะกดมาตราตา่ งๆ
๒. คาํ ตา่ งๆ ทีจ่ ะนาํ มาใชแ้ ยกข้นึ อยกู่ บั จดุ ม่งุ หมายของครู อาจดดั แปลงใช้
วรรณยกุ ตห์ รือสระอน่ื ๆ เพิ่มเติมไดอ้ ีก
๓. ในการเล่นเมื่อจบรอบหน่ึงๆ ก็เปล่ยี นคาํ ชุดใหมต่ อ่ ไป
๔. ไมจ่ าํ กดั วยั ของผูเ้ ล่น ท้งั น้ีความยากง่ายข้นึ อยกู่ บั คาํ ท่จี ะนาํ มาใช้
๕. ในการใหค้ ะแนนอาจนบั ตามจาํ นวนคาํ ท่แี ยกออกได้ ถา้ หากมีคาํ ท่จี ะเลน่
หลายชุดอาจนบั คะแนนสะสมของแตล่ ะรอบมารวมกนั
ใบงาน ชุดที่ ๒
คาํ ชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนเขียนคาํ จากความหมายท่กี าํ หนดให้ต่อไปน้ี
ท่ี ความหมาย คาํ
๑ นกั ปราชญ์ , ฤๅษี , พระสงฆ์
๒ เล็กนอ้ ย
๓ ยาแกโ้ รค , ยารักษาโรค
๔ กระบวนการเดินทพั เรือหรือกระบวนเดินทาง ทางน้าํ
๕ ของมคี ม เป็นเคร่ืองฟันแทง อาวุธตา่ งๆ
๖ ส่ิงทนี่ ่าอศั จรรย์ เหลอื เช่ือ
๗ ฤๅษี , ผูส้ าํ เร็จ
๘ ฤๅษี , ผอู้ ยใู่ นสาํ นกั หรือกฏุ อิ นั มงุ บงั ดว้ ยใบไม้
๙ ฤๅษี , ผูบ้ าํ เพญ็ พรต มศี ีล เป็นตน้
๑๐ ฤๅษี , ผปู้ ระพฤติตามลทั ธิความเชื่อ เช่น จาํ ศลี
๑๑ ผูห้ ญงิ
๑๒ การทอ่ ง การสวด
๑๓ พ้ืนแผน่ ดิน
๑๔ ไฟ
๑๕ สายฟ้า
ชื่อ..............................................................เลขท่ี ..................... ช้ัน...............
ใบงาน ชุดที่ ๓
คําชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนนาํ ที่กาํ หนดให้ต่อไปน้ีไปแตง่ เป็นประโยคใหไ้ ดใ้ จความ
ที่ คาํ ประโยค
๑ อคั คี
๒ นาคิน
๓ นกั พรต
๔ ดาบส
๕ บรรณสิทธ์ิ
๖ รําไร
๗ ปฐพี
๘ อสิ ตรี
๙ โอสถ
๑๐ สาธยาย
๑๑ ศตั ราวุธ
๑๒ ปาฏหิ าริย์
๑๓ มนุ ี
๑๔ นกั สิทธ์ิ
๑๕ อธิษฐาน
ชื่อ.................................................................เลขท่ี ..................... ช้ัน...............
แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดภาษาพาที แผนท่ี ๓
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
บทท่ี ๑๒ ส่ีศิษย์พระดาบส เวลา ๘ ช่ัวโมง
หัวข้อเร่ือง การอ่านคิดวิเคราะห์ เวลา ๑ ชั่วโมง
วนั ที่ ....................................... ผู้ใช้แผน ................................
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพอ่ื นาํ ไปใช้
ตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาํ เนินชีวติ และมนี ิสยั รักการอ่าน
๑. สาระสําคัญ
๑.๑ ความคิดรวบยอด
การวเิ คราะห์เร่ือง เป็นการพิจารณาเร่ืองราวต่าง ๆ อยา่ งละเอยี ดต้งั แตต่ น้ จนจบ
เพ่ือแยกแยะขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คดิ เห็น มีการใชเ้ หตผุ ลในการแยกส่วนดี ส่วนบกพร่องของ
เรื่องน้ัน ๆ การจะยอ่ ความและวเิ คราะหเ์ ร่ืองไดด้ ีนอกจากจะเป็นคนชอบอา่ นแลว้ ยงั ตอ้ ง
หมน่ั ฝึกการยอ่ ความและวเิ คราะหเ์ ป็นประจาํ ดว้ ย ดงั น้นั จะตอ้ งเรียนรู้และนาํ ไปใชใ้ ห้
ถูกตอ้ ง จึงจะถอื วา่ ประสบความสาํ เร็จในการเรียนภาษา
๑.๒ สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
๒. ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๖ / ๔ แยกขอ้ เท็จจริงและขอ้ คดิ เห็นจากเร่ืองทอี่ ่าน
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ นกั เรียนต้งั คาํ ถาม – ตอบคาํ ถามเรื่องทอี่ ่านได้
๓.๒ นกั เรียนแยกขอ้ เท็จจริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้
๓.๓ นกั เรียนสรุปขอ้ คิดทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นได้
๔. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๔.๑ รกั ความเป็นไทย
๔.๒ ใฝ่ เรียนรู้
๔.๓ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ มีวินยั
๔.๕ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๕. สาระการเรียนรู้
๕.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๏ การอา่ นจบั ใจความจากสื่อตา่ งๆ เช่น
- เร่ืองส้ัน ๆ
- งานเขยี นประเภทโนม้ นา้ ว
๕.๒ สาระการเรียนรู้ย่อย
๏ การต้งั คาํ ถามและตอบคาํ ถาม
๏ การแยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็น
๖. ชิน้ งาน / หลักฐานร่องรอยแสดงความรู้
๖.๑ การทาํ ใบงาน
๖.๒ แบบนั ทกึ ผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละผลงาน
๗. กิจกรรมการเรียนรู้
๗.๑ ทบทวนความรู้เดิมทเี่ รียนในชวั่ โมงท่ีแลว้ ดว้ ยการใหแ้ ต่ละคนอา่ นประโยค
ทตี่ นเองแต่งข้นึ ในใบงาน ชุดท่ี ๓ ให้เพือ่ นฟัง ร่วมกนั ตดั สินประโยคทแ่ี ตง่ ไดด้ ี
๗.๒ แบง่ นกั เรียนออกเป็ นกลุม่ กลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน ใหแ้ ต่ละกลุม่ เลอื ก
ประธานกลมุ่ รองประธานกลมุ่ และเลขานุการกลุ่ม ครูอธิบายบทบาทและหนา้ ที่ของ
สมาชิกทุกคนในกลมุ่ ให้นกั เรียนทราบ
๗.๓ ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มอ่านในใจเน้ือหาบทเรียน จากหนงั สือภาษาไทย
ชุด ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖ บทที่ ๑๒ “ ส่ีศษิ ยพ์ ระดาบส” จากหนา้ ๑๘๒ ถงึ
หนา้ ๑๘๗ อีกคร้ัง จากน้นั ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ต้งั คาํ ถามให้กลมุ่ อืน่ ตอบ กล่มุ ละ ๒ คาํ ถาม
๗.๔ นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้เร่ือง “ การวิเคราะหข์ อ้ เท็จจริงและขอ้ คิดเห็น”
( ทา้ ยแผน ) ครูอธิบายสรุปเพม่ิ เตมิ จากน้นั ครูต้งั คาํ ถามต่อไปน้ีใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ตอบ
เหตุใด บทเรียนน้ีจึงต้งั ชื่อวา่ “ สี่ศิษยพ์ ระดาบส”
ปมปัญหาของเรื่องน้ีคอื อะไร
ขอ้ เท็จจริงเป็นอยา่ งไร
นกั เรียนคิดวา่ เหตุการณจ์ ะดาํ เนินต่อไปอยา่ งไร
นกั เรียนไดข้ อ้ คิดอยา่ งไรในการอ่านเร่ืองน้ี
ให้แตล่ ะกลุ่มช่วยกนั เขยี นคาํ ตอบลงในแผน่ กระดาษ จากน้นั ส่งตวั แทนออกมา
อา่ นคาํ ตอบที่หนา้ ช้นั เรียน ครูชมเชยกล่มุ ที่ตอบไดด้ ี
๗.๕ ร่วมกนั สนทนาถึงเน้ือหาของเร่ือง “ ส่ีศิษยพ์ ระดาบส” ครูซกั ถามนกั เรียน
วา่ นกั เรียนไดอ้ ะไรบา้ งจากการอา่ นเร่ืองน้ี ครูสรุปวา่ เหตใุ ดพระดาบสจึงทราบวา่ ส่ีศิษยม์ ี
จิตใจคบั แคบ เห็นแก่ตวั ขาดน้าํ ใจเอ้อื เฟ้ือ
๗.๖ นกั เรียนทาํ ใบงานที่ ๔ ( ทา้ ยแผน ) ชุด วิเคราะห์ขอ้ เท็จจริงและแสดงความ
คดิ เห็นจากขอ้ ความทีก่ าํ หนดให้ เสร็จแลว้ ครูแนะนาํ แนวทางการตอบ
๗.๗ นกั เรียนทาํ ใบงานที่ ๕ ( ทา้ ยแผน ) ชุด บอกส่ิงท่ีไดจ้ ากการอา่ นเร่ือง
“ ส่ีศิษยพ์ ระดาบส” ถา้ ไม่เสร็จไปทาํ เป็นการบา้ น
๘. ส่ือ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล
ลาํ ดบั ที่ รายการสื่อ กิจกรรมท่ีใช้ แหล่งทไี่ ด้มา
๑
๒ เกม “ แขง่ ขนั เลา่ เรื่อง” นกั เรียนเล่นเกม ครูจดั เตรียม
๓ ใบงาน ชุดที่ ๔ – ๕ นกั เรียนทาํ ใบงาน ครูจดั ทาํ
๔ แถบประโยคคาํ ถาม นกั เรียนฝึกทกั ษะการตอบคาํ ถาม ครูจดั ทาํ
หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน นกั เรียนอ่านเรื่อง ครูจดั ทาํ
๕ ภาษาไทย ชุดภาษาเพอื่ ชีวติ
๖ ภาษาพาที ช้นั ป.๖ สร้างกฎของการประเมนิ ครูจดั ทาํ
เกณฑก์ ารประเมนิ ( Rubric ) บนั ทกึ การสังเกตพฤติกรรม และ ครูจดั ทาํ
แบบประเมินการสังเกต บนั ทกึ ผลงานรายบคุ คล
พฤติกรรม และแบบ
ประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
๙. วัดผลประเมนิ ผล เคร่ืองมือที่ใช้ใน วิธกี ารประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
การประเมิน
กิจกรรมท่ปี ระเมิน แบบประเมนิ การสงั เกต สังเกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
๑. สงั เกตพฤติกรรมดา้ น พฤตกิ รรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้
คณุ ลกั ษณะอนั พึง ต่าํ กวา่ ๕ = ปรบั ปรุง
ประสงค์
๒. นกั เรียนต้งั คาํ ถาม – ตอบ แบบประเมนิ การสังเกต สงั เกตรายกลุ่ม ๘ - ๑๐ = ดีมาก
คาํ ถาม พฤตกิ รรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้
ต่าํ กว่า ๕ = ปรับปรุง
๓. นกั เรียนทาํ ใบงาน แบบประเมนิ การสังเกต ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
ชุดที่ ๔ พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้
ต่าํ กวา่ ๕ = ปรับปรุง
๓. นกั เรียนทาํ ใบงาน แบบประเมินการสังเกต ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
ชุดที่ ๕ พฤตกิ รรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้
ต่าํ กว่า ๕ = ปรับปรุง
การประเมนิ ด้านทกั ษะ / กระบวนการ
ประเดน็ การประเมนิ เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)
ทักษะการ สรุป สรุปเน้ือหาไดก้ ระชบั สรุปเน้ือหาไดก้ ระชบั สรุปเน้ือหาไดไ้ ม่
ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถว้ น กระชบั ใจความและไม่
เนือ้ หา สามารถสื่อให้ผูอ้ ืน่ เขา้ ใจ สามารถส่ือให้ผอู้ นื่ ครบถว้ น สามารถส่ือ
ไดง้ า่ ย เขา้ ใจได้ ให้ผูอ้ ื่นเขา้ ใจไดน้ อ้ ย
สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพดู รายงานไดด้ ี
พดู เสียงดงั ฟังชดั ได้ พูดน้าํ เสียงชดั เจน พูดน้าํ เสียงไม่ชดั เจน ไม่
การรายงานหน้าช้ัน สาระชดั เจน วางบคุ ลิก สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาที่ ค่อยสอดคลอ้ งกบั
ในการพดู ไดด้ ีมาก พดู วางบคุ ลกิ ในการ เน้ือหาท่พี ดู วางบคุ ลิก
พดู ไดด้ ี ในการพดู ไมค่ อ่ ยดี
การปฏบิ ัติงานตาม มีทกั ษะการปฏิบตั งิ าน มกี ารปฏิบตั ิงานตาม ยงั ไม่สามารถ
ข้นั ตอน ตามข้นั ตอน ไดอ้ ยา่ ง ข้นั ตอนไดต้ ามลาํ ดบั ปฏิบตั งิ านตามข้นั ตอน
ถกู ตอ้ งและเหมาะสม ได้
ความคิดสร้างสรรค์ มีความคิดสร้างสรรคด์ ี พอมีความคดิ ท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี
สร้างสรรคอ์ ยบู่ า้ ง สร้างสรรค์
ความเป็ นระเบียบ มที กั ษะสามารถสร้างงาน สามารถสร้างงานท่ีสวน
เรียบร้อยของการทาํ ที่สวยงาม และมคี วาม งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่มีความสวยงาม และ
ใบงาน ประณีตดี ความประณีตใน ไม่ประณีต
บางส่วน
การประเมิน ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การให้ระดับคะแนน
ประเดน็ การประเมนิ ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)
ซ่ือสัตย์สุจริต
มีวนิ ยั ทาํ งานอยา่ ง ทาํ งานอยา่ ง ทาํ งานอยา่ ง
ใฝ่ เรียนรู้ ตรงไปตรงมา ยอมรับ ตรงไปตรงมา ไม่ ตรงไปตรงมา ไม่
อย่อู ย่างพอเพยี ง ในขอ้ ผดิ พลาดและ ยอมรบั ในขอ้ ผดิ พลาด ยอมรับในขอ้ ผดิ พลาด
มีจิตสาธารณะ บกพร่องของตนเอง และบกพร่องของตนเอง และบกพร่องของตนเอง
พอใจในส่ิงท่ตี นมี พอใจในส่ิงทีต่ นมี ไม่คอ่ ยพอใจในส่ิงทต่ี น
มี
รู้จกั ควบคุมอารมณ์ รู้จกั ควบคุมอารมณ์ บา้ ง ไม่รู้จกั ควบคุมอารมณ์
ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระเบียบ ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นระเบยี บ ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นระเบยี บ
วนิ ยั แต่งกายถกู ตอ้ ง วนิ ยั การแตง่ กายไม่ วินยั นอ้ ย ไมค่ ่อยแต่ง
ตามระเบียบของ คอ่ ยถกู ตอ้ งตามระเบียบ กายถูกตอ้ งตามระเบียบ
โรงเรียนตลอดเวลา ของโรงเรียน ของโรงเรียน
มีความมานะมงุ่ มนั่ ใน มคี วามมานะมุง่ มนั่ ใน ไม่มีความมานะมงุ่ มนั่
การทาํ งานทีไ่ ดร้ ับ การทาํ งานทไี่ ดร้ ับ ในการทาํ งานท่ีไดร้ บั
มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ศกึ ษา มอบหมาย ไมค่ อ่ ย
คน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง คน้ ควา้ ดว้ ยตนเองเป็น ศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง
ทาํ งานเสร็จทนั เวลาและ บางคร้งั ทาํ งานเสร็จ ทาํ งานเสร็จไมท่ นั เวลา
ถูกตอ้ ง ทนั เวลาเป็นบางคร้ัง
ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน
ที่ราคาถูกและใชอ้ ยา่ ง ใชว้ สั ดุอปุ กรณ์การเรียน ที่ราคาค่อนขา้ งแพงและ
คุม้ คา่ ใชจ้ นหมดแลว้ ท่ีราคาคอ่ นขา้ งแพงและ ใชอ้ ยา่ งคมุ้ คา่ ใชไ้ ม่
ค่อยซ้ือใหม่ ใชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าใชจ้ นหมด หมดแลว้ ซ้ือใหม่
มีความเสียสละเพ่ือ มคี วามเสียสละเพ่อื ไมค่ อ่ ยเสียสละเพ่ือ
ส่วนรวม ไม่เอาเปรียบ ส่วนรวมเป็ นบางคร้ งั ส่วนรวม ชอบเอา
ไมเ่ ห็นแกต่ วั ช่วยเหลอื ไมเ่ อาเปรียบไม่เห็นแก่ เปรียบคนอน่ื ค่อนขา้ ง
หมู่คณะไดเ้ ป็นอยา่ งดี ตวั ไมค่ ่อยช่วยเหลือ เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย
หม่คู ณะ ช่วยเหลือหม่คู ณะ
๑๐. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………
…….………………………………………………………………………………………
………….…………………………………………………………………………………
๑๑. บนั ทึกผลหลงั การสอน
๑๑.๑ ผลการจัดการเรียนการสอน
๑. นกั เรียนจาํ นวน.................... คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้.....................คน คิดเป็นร้อยละ...............
ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้.....................คน คิดเป็นร้อยละ................
๒. นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
๓. นักเรียนมีความรู้เกดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………...
๔. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
๕. เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ .....................................ครูผูส้ อน
(นางสุคนธา ณรงคเ์ ดชา)
วนั ……………เดือน…………………ปี ………………….
ความคิดเหน็ ของผู้บงั คับบญั ชา
ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มสาระ
...............................................................................................................................................
...............................…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………
ลงช่ือ ....................................................
(นางกรรณิกา จาํ ปาเต้ยี )
หวั หนา้ กลมุ่ สาระภาษาไทย
ความคิดเห็นหวั หน้าวิชาการ
...............................................................................................................................................
...............................…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………
ลงช่ือ...................................................
(นางสาวสุพาพร สุพงษ)์
รองผอู้ าํ นวยการโรงเรียนกลมุ่ บริหารวชิ าการ
ความคดิ เหน็ ผู้อาํ นวยโรงเรียน
...............................................................................................................................................
...............................…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………
ลงช่ือ....................................................
(ดร.พมิ พน์ ารา เสาวนิตย)์
ผอู้ าํ นวยการโรงเรียนวดั ชุมพลนิกายาราม
เกม แข่งขนั เล่าเรื่อง
จุดม่งุ หมาย
๑. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนสามารถฟังและเลา่ เรื่องราวโดยเรียงร้อยขอ้ ความใหต้ ่อเนื่องกนั
๒. เพื่อให้นกั เรียนสามารถใชค้ วามคิดในการเลือกสรรหาคาํ หรือขอ้ ความตา่ งๆ มา
ใชไ้ ดอ้ ยา่ งคล่องแคล่วรวดเร็ว
๓. เพอ่ื ให้นกั เรียนสามารถนาํ ความรู้ไปใชใ้ นการเขียนเรียงความ
ส่ือ
รูปภาพขนาด ๒๐ × ๓๐ นิ้ว (อาจใชร้ ูปภาพโปสเตอร์พมิ พส์ อดสีเป็นภาพวิว
ทิวทศั น์ หรืออน่ื ๆ ตามความเหมาะสม)
วธิ ีดาํ เนนิ กิจกรรม
ครูติดรูปภาพไวบ้ นกระดาน แบง่ ผเู้ ล่นออกเป็น ๒ ฝ่ าย นง่ั หนั หนา้ เขา้ หากนั เร่ิม
การเลน่ โดยครูใหผ้ ูเ้ ล่นท้งั ๒ ฝ่ าย ส่งตวั แทนออกมาจบั ฉลากวา่ ใครจะเป็นฝ่ ายเร่ิมเล่น
ก่อน เมื่อจบั ไดเ้ รียบร้อยแลว้ ผูเ้ ลน่ ฝ่ ายทเ่ี ร่ิมก่อน ซ่ึงนง่ั อยหู่ วั แถวก็จะเลา่ เร่ืองเป็นนิทาน
จากภาพมา ๑ ประโยค ทนั ทีทพ่ี ูดจบลง ผูเ้ ล่นของอกี ฝ่ ายหน่ึงกจ็ ะตอ้ งรีบลกุ ข้นึ ต่อ
เร่ืองราวใหส้ ัมพนั ธก์ บั ภาพและขอ้ ความท่อี กี ฝ่ ายหน่ึงพดู มา โดยตอ้ งพยายามต้งั ใจฟังเพอ่ื
จะไดต้ อ่ เรื่องราวไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ถา้ ฝ่ ายใดต่อไดช้ า้ กวา่ ๓ วินาที ก็จะตอ้ งสละสิทธ์ใน
รอบน้ัน และเสียคะแนนไป ๑ คะแนน ฝ่ ายใดทีส่ ามารถโตต้ อบต่อขอ้ ความไดค้ ร้ังหน่ึงๆ
ก็จะได้ ๑ คะแนน การเลน่ ดาํ เนินไปเร่ือยๆ จนจบเร่ือง
ข้อเสนอแนะ
๑. ในการจดั กิจกรรมน้ีครูอาจตอ้ งคอยช่วยขดั เกลาขอ้ ความ หรือเสนอแนะคาํ พดู
ให้เหมาะสม และหลงั จากกิจกรรมน้ีส้ินสุดลง กค็ วรมกี ารสรุปโยงเขา้ สู่วิธีการเขียน
เรียงความที่ดีดว้ ย
๒. อาจดดั แปลงเป็นแบบฝึกหดั ใหน้ กั เรียนเขยี นลงสมุดมาส่ง โดยครูเริ่มขอ้ ความ
ตอนตน้ ให้แลว้ ให้นกั เรียนเขยี นต่อให้จบเรื่อง
ใบงาน ชดุ ท่ี ๔
คาํ ชีแ้ จง ให้นกั เรียนวิเคราะหข์ อ้ ความตอ่ ไปน้ีลงในตารางท่กี าํ หนดให้
“ ขา้ พอใจสิ่งท่พี วกเจา้ แสดงใหเ้ ห็น ทุกคนมีความดีต่างกนั เสียดายอยวู่ า่
ความดีของพวกเจา้ ถกู กาํ จดั ดว้ ยใจท่ีคบั แคบ เห็นแกต่ วั และขาดน้าํ ใจเอ้อื เฟ้ือ จึงพา
ให้ความดขี องแคบไปดว้ ย ขา้ ตรึกตรองดูแลว้ ขา้ จะรบั พวกเจา้ เป็นศษิ ยท์ กุ คน เขา้ มา
ใกลๆ้ ยน่ื มอื มาประสานกนั จบั กนั ใหม้ น่ั ”
เม่อื ชายหนุ่มท้งั สี่คนจบั มือกนั แลว้ พระฤๅษีกว็ างมือทบั ลงไปพร้อมท้งั
สาธยายมนต์ สลายความเห็นแกต่ วั ขจดั มานะทิฐิถอื ดี และสอนว่า
“ เยงแต่พวกเจา้ จบั มือสามคั คีกนั ดินแดนท้งั สี่ของพวกเจา้ กจ็ ะสงบสุขอยยู่ ้ยั ง
ยนื จนชว่ั กลั ปาวสาน”
ข้อเทจ็ จริง ข้อคิดเห็น
เฉลยข้นึ อยกู่ บั ดุลยพินิจของครูผูส้ อน
ใบงาน ชุดท่ี ๕
คําชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนบอกสิ่งทไี่ ดจ้ ากการอ่านเร่ือง “ สี่ศิษยพ์ ระดาบส”
โดยเขียนลงในแผนภาพต่อไปน้ี
ส่ิงท่ีไดจ้ ากการอ่านเรื่อง “ ส่ีศิษยพ์ ระดาบส”
ช่ือ.................................................................เลขท่ี ..................... ช้ัน...............
แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดภาษาพาที แผนที่ ๔
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
บทที่ ๑๒ สี่ศิษย์พระดาบส เวลา ๘ ชั่วโมง
หวั ข้อเร่ือง การอ่านบทอ่านเสริม เวลา ๑ ชั่วโมง
วันที่ ....................................... ผู้ใช้แผน ................................
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพอื่ นาํ ไปใช้
ตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาํ เนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน
๑. สาระสําคญั
๑.๑ ความคดิ รวบยอด
การอ่านเสริมบทเรียนเป็นการเพม่ิ ประสบการณด์ า้ นการอา่ น ปลูกฝังให้ผเู้ รียน
รักการอ่านและศึกษาหาความรู้เพม่ิ เติม ขยายขอบเขตการเรียนรู้ให้ผูเ้ รียนไดเ้ ปิ ดโลกทศั น์
ทก่ี วา้ งไกล รู้จกั คดิ วิเคราะห์เร่ืองท่อี ่านและนาํ มาปรบั ใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ได้
๑.๒ สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
๒. ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๖ / ๓ อา่ นเร่ืองส้ันๆ อยา่ งหลากหลาย โดยจบั เวลาแลว้ ถาม
เกี่ยวกบั เร่ืองท่ีอา่ น
๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ นกั เรียนอา่ นและเกบ็ ใจความสาํ คญั ของเร่ืองได้
๓.๒ นกั เรียนคดิ วเิ คราะหส์ รุปเรื่องราวทอี่ า่ น
๓.๓ นกั เรียนต้งั คาํ ถาม – ตอบคาํ ถามเร่ืองที่อา่ นได้
๔. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๔.๑ รกั ความเป็นไทย
๔.๒ ใฝ่ เรียนรู้
๔.๓ มจี ิตสาธารณะ
๔.๔ มวี ินยั
๔.๕ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๕. สาระการเรียนรู้
๕.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๏ การอา่ นจบั ใจความจากส่ือต่างๆ เช่น
เร่ืองส้ัน ๆ
บทความ
๕.๒ สาระการเรียนรู้ย่อย
๏ การอา่ นบทอ่านเสริม “ ส่ีศิษยพ์ ระดาบส”
๖. ชิน้ งาน / หลักฐานร่องรอยแสดงความรู้
๖.๑ การทาํ ใบงาน
๖.๒ แบบบนั ทึกผลการประเมิน
๗. กจิ กรรมการเรียนรู้
๗.๑ ทบทวนเน้ือหาท่ีเรียนในชวั่ โมงท่แี ลว้ ดว้ ยการให้นกั เรียนนาํ ใบงาน
ชุดท่ี ๔ – ๕ มาร่วมกนั ตรวจสอบและเฉลยอกี คร้งั
๗.๒ นกั เรียนแบง่ กลมุ่ เดิมในชวั่ โมงท่ีแลว้ เลน่ เกม “ แขง่ ขนั เลา่ เร่ือง” โดยครู
กาํ หนดขอ้ ความใหใ้ ห้ ( วิธีการเล่นอยทู่ า้ ยแผน ) ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ลงคะแนนตดั สินวา่ กลมุ่ ใด
เล่าเร่ืองไดด้ ีที่สุด ร่วมกนั ชมเชยกลมุ่ ที่เล่าเร่ืองไดด้ ีและไดค้ ะแนนมากที่สุด
๗.๓ นกั เรียนอา่ นในใจบทอ่านเสริม “ส่ีศิษยพ์ ระดาบส” จากน้นั นกั เรียน
ร่วมกนั อภิปราย ซกั ถามเน้ือหาสาระการเรียนรู้ ครูต้งั คาํ ถามใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนั
คดิ หาคาํ ตอบ ตวั อยา่ ง เช่น
ศิษยท์ ้งั ส่ีของพระดาบสมีความเกง่ กลา้ อยา่ งไรบา้ ง
แต่ละคนมีเคร่ืองดนตรีชนิดใดประจาํ กาย
ส่ิงใดทสี่ ามารถประสานใหส้ ี่ศษิ ยร์ กั กนั เป็นน้าํ หน่ึงใจเดียวกนั
ฝีมอื ความเก่งกลา้ จะไมม่ ปี ระโยชนถ์ า้ ขาดคณุ ธรรมขอ้ ใด
เหตุใดศิษยท์ ้งั สี่จึงมีน้าํ ใจคบั แคบในเบ้ืองตน้
ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนตอบคาํ ถามท่ีหนา้ ช้นั เรียน จากน้นั ครูอธิบายสรุป
๗.๔ นกั เรียนทุกคนเขยี นคาํ ถามและคาํ ตอบลงในสมดุ นกั เรียนและครูช่วยกนั
สรุปเน้ือหาสาระการเรียนรู้ท้งั หมดอกี คร้ังหน่ึง
๗.๕ นกั เรียนทาํ ใบงานท่ี ๖ ( ทา้ ยแผน ) ชุด อธิบายความหมายของบทร้อยกรอง
“ ส่ีศษิ ยพ์ ระดาบส” จากน้นั นาํ ส่งครู ครูเฉลยและนกั เรียนแลกเปล่ยี นกนั ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
๗.๖ นกั เรียนทาํ ใบงานท่ี ๗ ( ทา้ ยแผน )ชุดเขยี นตอบคาํ ถามจากบทอ่านเสริม
เสร็จแลว้ นาํ ส่งครู ครูแนะนาํ คาํ ตอบและตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
๘. สื่อ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล
ลําดบั ที่ รายการสื่อ กจิ กรรมท่ใี ช้ แหล่งที่ได้มา
๑
๒ รูปภาพ ครูใชป้ ระกอบการอธิบาย ครูจดั เตรียม
๓ ใบงาน ชุดท่ี ๖ – ๗ นกั เรียนทาํ ใบงาน ครูจดั ทาํ
๔ เกม “ แข่งขนั เล่าเร่ือง” นกั เรียนเล่นเกม ครูจดั ทาํ
หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน นกั เรียนอ่านเร่ือง ครูจดั ทาํ
๕ ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่อื ชีวติ
๖ ภาษาพาที ช้นั ป.๖ สร้างกฎของการประเมนิ ครูจดั ทาํ
เกณฑก์ ารประเมิน ( Rubric ) บนั ทกึ การสงั เกตพฤติกรรม และ ครูจดั ทาํ
แบบประเมนิ การสังเกต บนั ทกึ ผลงานรายบคุ คล
พฤติกรรม และแบบ
ประเมนิ ผลงานรายบุคคล
๙. วดั ผลประเมินผล เคร่ืองมือทใ่ี ช้ใน วิธกี ารประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
การประเมิน
กิจกรรมที่ประเมิน แบบประเมนิ การสังเกต สังเกตรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
๑. สังเกตพฤติกรรมดา้ น พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี
ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้
คุณลกั ษณะอนั พงึ ต่าํ กว่า ๕ = ปรบั ปรุง
ประสงค์ แบบประเมนิ การสังเกต
๒. นกั เรียนร่วมกิจกรรม พฤติกรรม และแบบ สังเกตรายกลุ่ม ๘ - ๑๐ = ดีมาก
ประเมนิ ผลงาน ๖ – ๗ = ดี
๓. นกั เรียนทาํ ใบงาน ๕ = พอใช้
ชุดท่ี ๖ แบบประเมนิ การสงั เกต ต่าํ กว่า ๕ = ปรับปรุง
พฤติกรรม และแบบ
๓. นกั เรียนทาํ ใบงาน ประเมินผลงาน ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
ชุดที่ ๗ ๖ – ๗ = ดี
แบบประเมนิ การสงั เกต ๕ = พอใช้
พฤติกรรม และแบบ ต่าํ กว่า ๕ = ปรบั ปรุง
ประเมนิ ผลงาน
ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก
๖ – ๗ = ดี
๕ = พอใช้
ต่าํ กวา่ ๕ = ปรับปรุง
การประเมิน ด้านทกั ษะ / กระบวนการ
ประเดน็ การประเมนิ ดี (๒) เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน
พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)
ทักษะการ สรุป สรุปเน้ือหาไดก้ ระชบั สรุปเน้ือหาไดก้ ระชบั สรุปเน้ือหาไดไ้ ม่
ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถว้ น กระชบั ใจความและไม่
เนือ้ หา สามารถสื่อใหผ้ ูอ้ ืน่ เขา้ ใจ สามารถส่ือให้ผอู้ นื่ ครบถว้ น สามารถส่ือ
ไดง้ า่ ย เขา้ ใจได้ ให้ผูอ้ ื่นเขา้ ใจไดน้ อ้ ย
สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพดู รายงานไดด้ ี
พูดเสียงดงั ฟังชดั ได้ พูดน้าํ เสียงชดั เจน พูดน้าํ เสียงไมช่ ดั เจน ไม่
การรายงานหน้าช้ัน สาระชดั เจน วางบคุ ลิก สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาที่ ค่อยสอดคลอ้ งกบั
ในการพดู ไดด้ ีมาก พดู วางบคุ ลกิ ในการ เน้ือหาท่พี ดู วางบคุ ลิก
พดู ไดด้ ี ในการพดู ไมค่ อ่ ยดี
การปฏิบตั ิงานตาม มที กั ษะการปฏิบตั งิ าน มกี ารปฏิบตั ิงานตาม ยงั ไม่สามารถ
ข้นั ตอน ตามข้นั ตอน ไดอ้ ยา่ ง ข้นั ตอนไดต้ ามลาํ ดบั ปฏิบตั งิ านตามข้นั ตอน
ถกู ตอ้ งและเหมาะสม ได้
ความคดิ สร้างสรรค์ มคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ี พอมีความคดิ ท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี
สร้างสรรคอ์ ยบู่ า้ ง สร้างสรรค์
ความเป็ นระเบียบ มีทกั ษะสามารถสร้างงาน สามารถสร้างงานท่ีสวน
เรียบร้อยของการทาํ ที่สวยงาม และมคี วาม งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่มีความสวยงาม และ
ใบงาน ประณีตดี ความประณีตใน ไม่ประณีต
บางส่วน
การประเมิน ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน
ประเด็นการประเมนิ ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)
ซ่ือสัตย์สุจริต
มวี ินยั ทาํ งานอยา่ ง ทาํ งานอยา่ ง ทาํ งานอยา่ ง
ใฝ่ เรียนรู้ ตรงไปตรงมา ยอมรบั ตรงไปตรงมา ไม่ ตรงไปตรงมา ไม่
อย่อู ย่างพอเพยี ง ในขอ้ ผดิ พลาดและ ยอมรับในขอ้ ผิดพลาด ยอมรับในขอ้ ผดิ พลาด
มีจิตสาธารณะ บกพร่องของตนเอง และบกพร่องของตนเอง และบกพร่องของตนเอง
พอใจในส่ิงท่ตี นมี พอใจในส่ิงทต่ี นมี ไมค่ อ่ ยพอใจในส่ิงทีต่ น
มี
รู้จกั ควบคุมอารมณ์ รู้จกั ควบคุมอารมณ์ บา้ ง ไมร่ ู้จกั ควบคมุ อารมณ์
ปฏิบตั ิตนอยใู่ นระเบยี บ ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระเบียบ ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระเบยี บ
วนิ ยั แต่งกายถูกตอ้ ง วนิ ยั การแตง่ กายไม่ วนิ ยั นอ้ ย ไม่ค่อยแตง่
ตามระเบียบของ ค่อยถูกตอ้ งตามระเบยี บ กายถกู ตอ้ งตามระเบียบ
โรงเรียนตลอดเวลา ของโรงเรียน ของโรงเรียน
มีความมานะมุง่ มนั่ ใน มีความมานะมุ่งมนั่ ใน ไม่มีความมานะมงุ่ มนั่
การทาํ งานทีไ่ ดร้ บั การทาํ งานที่ไดร้ บั ในการทาํ งานท่ีไดร้ บั
มอบหมาย ศกึ ษา มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ไมค่ อ่ ย
คน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง คน้ ควา้ ดว้ ยตนเองเป็น ศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง
ทาํ งานเสร็จทนั เวลาและ บางคร้งั ทาํ งานเสร็จ ทาํ งานเสร็จไมท่ นั เวลา
ถูกตอ้ ง ทนั เวลาเป็นบางคร้ัง
ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน ใชว้ สั ดุอปุ กรณก์ ารเรียน
ทีร่ าคาถูกและใชอ้ ยา่ ง ใชว้ สั ดุอุปกรณ์การเรียน ท่รี าคาค่อนขา้ งแพงและ
คมุ้ คา่ ใชจ้ นหมดแลว้ ท่รี าคาคอ่ นขา้ งแพงและ ใชอ้ ยา่ งคมุ้ ค่าใชไ้ ม่
ค่อยซ้ือใหม่ ใชอ้ ยา่ งคมุ้ คา่ ใชจ้ นหมด หมดแลว้ ซ้ือใหม่
มีความเสียสละเพือ่ มีความเสียสละเพอ่ื ไมค่ อ่ ยเสียสละเพ่ือ
ส่วนรวม ไม่เอาเปรียบ ส่วนรวมเป็ นบางคร้ งั ส่วนรวม ชอบเอา
ไม่เห็นแกต่ วั ช่วยเหลือ ไม่เอาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ เปรียบคนอืน่ ค่อนขา้ ง
หมูค่ ณะไดเ้ ป็นอยา่ งดี ตวั ไม่ค่อยช่วยเหลือ เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย
หมู่คณะ ช่วยเหลอื หมูค่ ณะ
๑๐. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………
…….………………………………………………………………………………………
………….…………………………………………………………………………………
๑๑. บันทกึ ผลหลังการสอน
๑๑.๑ ผลการจดั การเรียนการสอน
๑. นกั เรียนจาํ นวน.................... คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้.....................คน คดิ เป็นร้อยละ...............
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้.....................คน คดิ เป็นร้อยละ................
๒. นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรียนมีความรู้เกิดทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………...
๔. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
๕. เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ .....................................ครูผูส้ อน
(นางสุคนธา ณรงคเ์ ดชา)
วนั ……………เดือน…………………ปี ………………….
ความคิดเหน็ ของผู้บงั คบั บัญชา
ความคดิ เห็นหวั หน้ากล่มุ สาระ
...............................................................................................................................................
...............................…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………
ลงช่ือ ....................................................
(นางกรรณิกา จาํ ปาเต้ยี )
หวั หนา้ กลมุ่ สาระภาษาไทย
ความคดิ เหน็ หวั หน้าวชิ าการ
...............................................................................................................................................
...............................…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………
ลงชื่อ...................................................
(นางสาวสุพาพร สุพงษ)์
รองผอู้ าํ นวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวชิ าการ
ความคิดเห็นผู้อํานวยโรงเรียน
...............................................................................................................................................
...............................…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..……………
ลงชื่อ....................................................
(ดร.พมิ พน์ ารา เสาวนิตย)์
ผูอ้ าํ นวยการโรงเรียนวดั ชุมพลนิกายาราม
เกม “ แข่งขนั เล่าเรื่อง”
แข่งขนั เล่าเร่ือง
จุดม่งุ หมาย
๑. เพื่อให้นกั เรียนสามารถฟังและเลา่ เรื่องราวโดยเรียงร้อยขอ้ ความให้ต่อเนื่องกนั
๒. เพ่ือใหน้ กั เรียนสามารถใชค้ วามคดิ ในการเลือกสรรหาคาํ หรือขอ้ ความตา่ งๆ มา
ใชไ้ ดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคลว่ รวดเร็ว
๓. เพ่ือให้นกั เรียนสามารถนาํ ความรู้ไปใชใ้ นการเขียนเรียงความ
ส่ือ
รูปภาพขนาด ๒๐ × ๓๐ นิ้ว (อาจใชร้ ูปภาพโปสเตอร์พมิ พส์ อดสีเป็นภาพวิว
ทวิ ทศั น์ หรืออื่นๆ ตามความเหมาะสม)
วิธดี าํ เนินกิจกรรม
ครูตดิ รูปภาพไวบ้ นกระดาน แบง่ ผูเ้ ลน่ ออกเป็น ๒ ฝ่ าย นง่ั หนั หนา้ เขา้ หากนั เร่ิม
การเลน่ โดยครูให้ผูเ้ ล่นท้งั ๒ ฝ่ าย ส่งตวั แทนออกมาจบั ฉลากวา่ ใครจะเป็นฝ่ ายเร่ิมเลน่
กอ่ น เม่ือจบั ไดเ้ รียบร้อยแลว้ ผูเ้ ลน่ ฝ่ ายที่เร่ิมกอ่ น ซ่ึงนง่ั อยหู่ วั แถวก็จะเลา่ เรื่องเป็นนิทาน
จากภาพมา ๑ ประโยค ทนั ทีท่ีพูดจบลง ผเู้ ล่นของอีกฝ่ ายหน่ึงก็จะตอ้ งรีบลกุ ข้นึ ต่อ
เร่ืองราวใหส้ ัมพนั ธ์กบั ภาพและขอ้ ความท่ีอีกฝ่ ายหน่ึงพดู มา โดยตอ้ งพยายามต้งั ใจฟังเพือ่
จะไดต้ ่อเร่ืองราวไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ถา้ ฝ่ ายใดตอ่ ไดช้ า้ กว่า ๓ วินาที กจ็ ะตอ้ งสละสิทธ์ใน
รอบน้ัน และเสียคะแนนไป ๑ คะแนน ฝ่ ายใดท่ีสามารถโตต้ อบต่อขอ้ ความไดค้ ร้ังหน่ึงๆ
ก็จะได้ ๑ คะแนน การเลน่ ดาํ เนินไปเร่ือยๆ จนจบเรื่อง
ข้อเสนอแนะ
๑. ในการจดั กิจกรรมน้ีครูอาจตอ้ งคอยช่วยขดั เกลาขอ้ ความ หรือเสนอแนะคาํ พดู
ใหเ้ หมาะสม และหลงั จากกิจกรรมน้ีส้ินสุดลง กค็ วรมกี ารสรุปโยงเขา้ สู่วธิ ีการเขยี น
เรียงความท่ีดีดว้ ย
๒. อาจดดั แปลงเป็นแบบฝึกหดั ให้นกั เรียนเขยี นลงสมุดมาส่ง โดยครูเริ่มขอ้ ความ
ตอนตน้ ใหแ้ ลว้ ใหน้ กั เรียนเขียนตอ่ ให้จบเรื่อง
ใบงาน ชดุ ท่ี ๖
คําชีแ้ จง ให้นกั เรียนเขยี นอธิบายความหมายของบทร้อยกรอง
“ สี่ศิษยพ์ ระดาบส” เป็นสาํ นวนร้อยแกว้
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
ชื่อ.................................................................เลขที่ ..................... ช้ัน...............
ใบงาน ชดุ ที่ ๗
คาํ ชีแ้ จง ให้นกั เรียนตอบคาํ ถามตอ่ ไปน้ี
๑. ศษิ ยท์ ้งั ส่ีของพระดาบสมคี วามเก่งกลา้ อยา่ งไรบา้ ง
๒. แต่ละคนมีเครื่องดนตรีชนิดใดประจาํ กาย
๓. ส่ิงใดทสี่ ามารถประสานใหส้ ่ีศิษยร์ กั กนั เป็นน้าํ หน่ึงใจเดียวกนั
๔. ฝีมอื ความเกง่ กลา้ จะไมม่ ีประโยชนถ์ า้ ขาดคุณธรรมขอ้ ใด
๕. เหตใุ ดศิษยท์ ้งั ส่ีจึงมีน้าํ ใจคบั แคบในเบ้อื งตน้
๖. การขาดความรกั สามคั คกี นั เปรียบเสมอื นสิ่งใด
๗. บทร้อยกรองบทน้ีมุง่ เนน้ ส่ือสาระใดแก่ผูอ้ ่าน
๘. ถา้ สี่ศิษยพ์ ระดาบสมคี วามสมานสามคั คกี นั ชาตไิ ทยเราจะเป็นอยา่ งไร
๙. ส่ีศษิ ยพ์ ระดาบส เป็นสญั ลกั ษณ์แทนสิ่งใด
๑๐.นกั เรียนไดข้ อ้ คดิ อยา่ งไรในการอ่านบทร้อยกรองน้ี
กระดาษคาํ ตอบ ใบงานชุดท่ี ๗
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………..
ชื่อ.................................................................เลขที่ ..................... ช้ัน...............
แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดภาษาพาที แผนที่ ๕
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖
บทที่ ๑๒ ส่ีศิษย์พระดาบส เวลา ๘ ช่ัวโมง
หัวข้อเร่ือง การโฆษณา เวลา ๑ ช่ัวโมง
วันที่ ....................................... ผู้ใช้แผน ................................
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาํ ไปใช้
ตดั สินใจ แกป้ ัญหาในการดาํ เนินชีวิต และมนี ิสยั รักการอา่ น
๑. สาระสําคัญ
๑.๑ ความคดิ รวบยอด
การโฆษณาเป็นการประชาสัมพนั ธ์ เพ่อื เผยแพร่สินคา้ หรือการบริการอยา่ งใด
อยา่ งหน่ึงแกค่ นทว่ั ไป ขอ้ ความทใี่ ชใ้ นการโฆษณาจะเป็นการเชิญชวน ชกั จงู โนม้ นา้ ว
ใจให้ผูอ้ ่านหรือผูฟ้ ังให้เห็นคลอ้ ยตาม เชื่อถือและปฏิบตั ิตาม
๑.๒ สมรรถนะสําคญั ของผู้เรียน
- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
๒. ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๖ / ๕ อธิบายการนาํ ความรู้และความคดิ จากเรื่องท่อี ่านไป
ตดั สินใจแกป้ ัญหา ในการดาํ เนินชีวติ
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ นกั เรียนหลกั การโฆษณาได้
๓.๒ นกั เรียนออกแบบโฆษณาได้
๔. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๔.๑ รกั ความเป็นไทย
๔.๒ ใฝ่ เรียนรู้