คำนำ
สานักงาน ก.พ.ร. ได้ส่งเสริมให้ส่วนราชการดาเนินการพัฒนาองค์การตามเกณฑ์คุณภาพ
การบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ซึ่งมีมาตรฐานเทียบเท่าเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติของประเทศ
สหรฐั อเมรกิ า (MBNQA) และเพอื่ สร้างแรงจูงใจให้ส่วนราชการเกิดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการอย่าง
ต่อเน่ืองและยกระดับมาตรฐานให้เทียบเท่าสากล ในปี พ.ศ.2555 ได้จัดให้มีรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการ
ภาครัฐ (PMQA) รายหมวดขึ้น เพ่ือมอบให้กับหน่วยงานภาครัฐท่ีดาเนินการพัฒนาองค์การอย่างต่อเน่ืองและ
มผี ลการดาเนนิ การปรับปรงุ องค์การตามเกณฑ์อย่างโดดเด่น
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไดด้ าเนนิ การพัฒนาองค์การตามเกณฑ์ดังกล่าวมาตั้งแต่
ปี พ.ศ.2550 ถึงปัจจุบัน และส่งสมัครรับรางวัล หมวด 1 รางวัลความเป็นเลิศด้านการนาองค์กรและความ
รับผิดชอบตอ่ สังคม หมวด 2 รางวัลความเป็นเลิศด้านการวางแผนยุทธศาสตร์และการส่ือสารเพื่อนาไปปฏิบัติ
และหมวด 4 การวดั การวเิ คราะห์ และการจัดการความรู้ ซึ่งในปี พ.ศ. 2558 สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ได้รางวัลในหมวด 2 รางวัลความเป็นเลิศด้านการวางแผนยุทธศาสตร์และการส่ือสารเพ่ือนาไปปฏิบัติ จึงได้มี
นโยบายให้นาเกณฑ์คณุ ภาพการบริหารจดั การภาครัฐ (PMQA) มาใชเ้ ป็นเครือ่ งมอื ในการพฒั นาองค์การต่อ
ดังน้ัน เพ่ือการดาเนินการพัฒนาองค์การตามแนวทางเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการ
ภาครัฐ (PMQA) ของสานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล บรรลุ
ตามเป้าหมายที่กาหนด กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ส่งสมัครเข้ารับรางวัล
คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) และจัดทารายงานผลกการดาเนินการ (Application Report)
ส่งสมคั รรับรางวัลดงั กลา่ ว
กลุม่ พัฒนาระบบบริหาร
สานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
สารบญั หน้า
คานา 1
สารบญั 10
อภธิ านศพั ท์ 11
บทสรุปผู้บรหิ าร
สว่ นท่ี 1 ลักษณะสาคญั ขององคก์ าร 11
สว่ นท่ี 2 การดาเนนิ การพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจดั การภาครัฐ 14
17
ส่วนท่ี 2-1 การพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจดั การภาครัฐอยา่ งต่อเนื่อง
ตามเกณฑร์ ะดับพ้นื ฐาน 21
หมวด 2 การวางแผนเชงิ ยุทธศาสตร์ 46
หมวด 3 การใหค้ วามสาคญั กับผรู้ บั บรกิ ารและผู้มีสว่ นได้เสยี 71
หมวด 5 การมุ่งเนน้ บุคลากร
ส่วนที่ 2-2 การดาเนินการทโ่ี ดดเด่นรายหมวดและผลลพั ธ์การดาเนนิ การ
หมวด 1 การนาองค์การ
หมวด 4 การวดั การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้
หมวด 6 การมงุ่ เน้นระบบปฏิบตั กิ าร
ภาคผนวก
สาเนาคาส่งั แตง่ ตง้ั คณะกรรมการติดตามและกากับดแู ลการดาเนนิ การพัฒนาคณุ ภาพ
การบรหิ ารจัดการภาครฐั และ คณะทางานพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจัดการภาครฐั
รายหมวด ของสานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ ปี 2559
อภธิ านศพั ท์
Area Health CPG : Clinical Practice Guidelines
เขตสขุ ภาพ แนวทางเวชปฏิบัติ
Balanced Scorecard CQI: Continuous Quality Improvement
ระบบการบรหิ ารงานและประเมนิ ผลทัว่ องค์กร การพัฒนาคุณภาพอยา่ งต่อเน่ือง
BCG : Bacillus Calmette Guerin Vaccine Criteria for Nursing Performance Excellence
วคั ซีนวณั โรค เกณฑ์คุณภาพการปฏิบัติการพยาบาลทเี่ ปน็ เลิศ
Benchmarking CRM
การเทยี บเคยี งสมรรถนะ การจดั การลูกคา้ สมั พันธท์ ี่มีประสทิ ธิภาพ
Best Practice CSA : Customer Segment Analysis
วิธีปฏบิ ัตทิ เ่ี ป็นเลศิ การวเิ คราะห์กลมุ่ เปา้ หมาย
BMK CSR : Corporate Social Responsibility
การวัดเปรยี บเทยี บ การเทียบเคยี ง ความรับผิดชอบต่อสงั คมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร
BW : Biweekly DHS : District Health System
สองสัปดาห์คร้งั คณะกรรมการระบบสุขภาพอาเภอ
BOD : Bilogical Oxygen Demand DTP : Diphtheria and Tetanus toxoids, and
คา่ ปรมิ าณออกซิเจนทต่ี อ้ งการเพ่ือใช้ไปใน Pertussis Vaccine combined
กระบวนการต่างๆของส่ิงมีชีวิตท้ังหมด วคั ซนี รวม คอตบี - บาดทะยัก-ไอกรน
Calibrate GFMIS : Government Fiscal Management
แผนการสอบเทียบเครื่องมือ Information System
ระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐ แบบอิเล็กทรอนิกส์
CCO : Chief Change Officer GMP : Certification
ผู้นาการเปลี่ยนแปลง มาตรฐานการตรวจสภาพโรงงานและการปฏิบัติงานปกติ
ในภาพรวม
CEO : HA : Hospital Accreditation
ผบู้ ริหารระดับสูง มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ
CFO : Chief Financial Officer HBV : Hepatitis B vaccine
ผนู้ าการเปลยี่ นแปลงด้านการดา้ นการเงิน ไวรัสตับอักเสบบี
CKO : Chief Knowledge Officer HDC : health Data Center
ผูน้ าการเปลย่ี นแปลงดา้ นการจดั การความรู้ ระบบรายงานข้อมูลผลการดาเนนิ งาน
Coaching Health System Reform
ระบบพีเ่ ลย้ี งคอยดูแล การพัฒนา(ปฏริ ปู )ระบบสุขภาพของกระทรวงสาธารณสขุ
Contacting Unit For Regional Complete Home ward
Integrated Care หมอครอบครัว
การจัดบริการเพื่อเพม่ิ ศกั ยภาพในการดแู ลสุขภาพ
ประชาชนเบด็ เสรจ็ แบบไรร้ อยตอ่ M&E : Monitoring & Evalutaion
IA : Internal Auditor การดาเนินงานและประเมนิ ผล
คณะกรรมการตดิ ตามและประเมินผลการปฏบิ ัติ
ราชการตามรบั รองการปฏิบตั ิราชการ M : Measles Vaccine
IC : Infection control วัคซนี หดั
การควบคุมการติดเช้ือ MLS : Moph Leadership System
IHPP เขตบริการสุขภาพ
สานกั งานพฒั นานโยบายสขุ ภาพระหวา่ งประเทศ MMR : Measles Mumps and Rubella Vaccine
IM : Innovation Management combined
การจัดการนวัตกรรม วัคซนี รวม หัด-คางทมู -หดั เยอรมนั
Monitoring & Evaluation เป็นกลไกในการติดตามและ
IPT: Inspectors รายงานผลงานตามตวั ชี้วัด
ผู้ตรวจราชการ NHA : National Health Authority
KSF: Key Success Factors ความร่วมมือระหวา่ งกรมการแพทย์กบั เขตบริการสุขภาพ
ปัจจัยแหง่ ความสาเรจ็ NPHSS : National Public Health Surveillance
JCI : Joint Commission International System
ระบบมาตรฐานการรับรองสถานพยาบาลของ ระบบเฝา้ ระวงั สาธารณสขุ แห่งชาติ
สหรฐั อเมริกา OC : Operating cost
J-iPad : Jhcis For iPad ค่าใช้จา่ ยดาเนินการ
ระบบสารสนเทศเก็บข้อมูลระดบั หลงั คาเรือน One District One Doctor
KM : Knowledge Management แพทย์ 1 คน 1 อาเภอ
การจัดการความรู้ OPSM :
KPIS : Key Performance Indicator ประชุมสานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุขทกุ วนั อังคาร
ระบบข้อมูลตัวชีว้ ัดสาคญั สปั ดาห์ที่ 1 และ 3 ของเดือน
OPV : Oral Polio vaccine
LC : Labor cost วัคซีนโปลโิ อ
คา่ แรง OSS: One-stop Service
Local Level ศนู ย์บริการจดทะเบยี นแรงงานด่างดา้ ว
การจดั ระบบสขุ ภาพระดบั พื้นท่ี ทีม่ กี ารกาหนดพ้นื ที่
Locality Provision PA: Personal Agreement
จดั บริการสขุ ภาพ ตวั ช้วี ดั ของผ้บู ริหารแตล่ ะท่าน
MCH Board : Maternal Child Health Board PCA : Primary Care Award
งานอนามยั แม่และเดก็ เกณฑ์คณุ ภาพ เครือขา่ ยบริการปฐมภมู ิ
PDCA : Plan Do Check Act
วงจรการบริหารงานคณุ ภาพ
PHEOC : Public Health Emergency Strategic map
Operation Center แผนท่ยี ุทธศาสตร์
ศนู ยป์ ฏบิ ัตกิ ารภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และ
สาธารณสุข
PM : Project Manager SYSTEM BUILDING BLOCKS
หน่วยงานตามภารกจิ /หน่วยงานท่ีไดร้ ับมอบหมายให้ กรอบระบบสุขภาพ องค์ประกอบที่พึงประสงค์
เป็นเจา้ ภาพ
PMQA : Public Sector Management Quality The Better Service
Award พัฒนาระบบบริการสขุ ภาพให้ดยี งิ่ ขึ้น (ภายใต้ “ได้พบ
การพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมอ รอไม่นาน ใกล้ไกลได้ยาเดยี วกัน”)
R2R : Routine to Research VOC : Voice of Customer
การพฒั นางานประจาสงู่ านวิจัย ชอ่ งทางรบั ฟงั ผ่านระบบ
RBM : Result Based Management VPN : Virtual Private Network
การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธ์ิ เทคโนโลยกี ารเชอื่ มต่อเครือข่ายนอกอาคาร
Research and Development กพร.
การวจิ ัยและการพฒั นา กลุ่มพัฒนาระบบบรหิ าร
RM : Risk Management คกก.
การบรหิ ารความเสย่ี ง คณะกรรมการวางแผนยทุ ธศาสตร์สานักงาน
ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
Rolling Plan คตป.
การปรับเปลีย่ นแผนปฏบิ ัติการ คณะกรรมการตรวจสอบและประเมนิ ผลภาคราชการ
SDG: Sustainable Development Goals คทง.
เป้าหมายการพัฒนาทีย่ ่ังยืน คณะทางานจัดทารา่ งยทุ ธศาสตร์สานกั งานปลัดกระทรวง
สาธารณสขุ
Service Plan ปปท.
การจัดพน้ื ท่ีบรกิ ารสุขภาพ สานกั งานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ในภาครฐั
SIPOC Model : Supplier Input Process มท.
Output Customer กระทรวงมหาดไทย
หลกั การหนึง่ ที่สามารถนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการจดั การ
ห่วงโซค่ ุณคา่ ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
SOP : Standard Operating Procedure พม.
คมู่ อื มาตรฐานการดาเนินงาน กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์
STEMI : ST-elevation myocardial infarction รง.
โรคกล้ามเน้อื หัวใจขาดเฉยี บพลนั กระทรวงแรงงาน
รพ. สป.สธ.
โรงพยาบาล สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
รพช. สปสช.
โรงพยาบาลชุมชน สานักงานหลักประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ
รพท. สร.
โรงพยาบาลทวั่ ไป สานักงานรัฐมนตรี
รพศ. สรป.
โรงพยาบาลศูนย์ สานักการสาธารณสขุ ระหวา่ งประเทศ
รพสต. สวรส.
โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตาบล สถาบนั วจิ ยั ระบบสาธารณสุข
ศทส. สวส.
ศูนย์เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร สานกั วชิ าการสาธารณสุ
ศปท. สศช.
ศูนยป์ ฏิบตั กิ ารต่อต้านการทุจริต กระทรวง สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
สาธารณสุข แหง่ ชาติ
สตง. สสจ.
สานกั งานคณะกรรมการตรวจเงินแผน่ ดิน สานกั งานสาธารณสุขจงั หวัด
สตป. สสส.
สานกั ตรวจและประเมนิ ผล สานักงานกองทุนสนบั สนนุ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ
สธฉ. สสอ.
สานกั สาธารณสุขฉกุ เฉิน สานักงานสาธารณสขุ อาเภอ
สนย. สสอ.
สานักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ สานกั งานสาธารณสุขอาเภอ
สบช. อย.
สถาบันพระบรมราชชนก สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
บทสรุปผู้บรหิ าร
หมวด 1 การนาองคก์ าร
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) เป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มีภารกิจสาคัญในการ
พฒั นานโยบายและแผนดา้ นสุขภาพ บริหารจดั การด้านแผนงาน คน และงบประมาณของกระทรวง กากับดูแลและประสานงาน
สาธารณสุขในพื้นที่ พัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ ผลิตและพัฒนากาลังคนด้านสุขภาพ พัฒนากฎหมายด้าน
สุขภาพ พัฒนาการสาธารณสุขระหว่างประเทศ และให้บริการสาธารณสุขด้านการส่งเสริม การรักษา ป้องกันฟ้ืนฟู และ
คุ้มครองผู้บริโภค ดาเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรที่เป็นเลิศด้านการบริหาร บริการ และวิชาการทางการแพทย์และ
สาธารณสุขที่มีมาตรฐาน ครอบคลุมและเป็นธรรม เพ่ือคนไทยสุขภาพดี” มีสมรรถนะหลัก คือ 1. บุคลากรมีความเช่ียวชาญ
ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข การจัดระบบบริการสุขภาพท่ีมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล จาเป็นต้องใช้บุคลากรที่มี
ความรู้ ความสามารถ และทักษะของวิชาชีพที่มีความเฉพาะทางเท่าน้ัน ในการให้บริการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การ
รักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสภาพ ด้านสุขภาพแก่ประชาชน 2. การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเชิงรุก เน่ืองจาก
สถานการณ์โรคเปล่ียนแปลงไปในอดีตประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อ แต่ในปัจจุบันประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อที่มี
สาเหตุจากพฤติกรรมการบริโภคเพิ่มขึ้น ดังนั้นการกาหนดนโยบายและแผน 3. บุคลากรมีจิตบริการ บุคลากรที่ปฏิบัติงานใน
สถานบริการถูกหล่อหลอมให้มีจิตบริการ โดยการอุทิศตนเสียสละเวลา แรงกาย สติปัญญา เต็มใจให้บริการส่งเสริมสุขภาพ
ป้องกันโรค รักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสุขภาพแก่ประชาชนทุกระดับอย่างต่อเน่ืองตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุด 4. การสร้าง
ความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย การขับเคลื่อนนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ ต้องประสานภาคีเครือข่ายและการ
สร้างการมสี ่วนร่วม เพ่ือให้องคก์ ารสามารถดาเนนิ การได้บรรลุตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ สป.สธ.ต้องเผชิญกับความท้าทาย คือ
การสร้างความเป็นเลิศด้านคุณภาพการให้บริการของสถาน
บริการ และลดอัตราการป่วยของคนไทย การลดความแออัด
ของสถานบริการ การรักษาคนเก่งให้อยู่ในองค์การ และการ
พัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะท่ีเหมาะสมกับวิชาชีพและ
เตรียมรองรับอาเซียนโดยสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษและ
ภาษาอาเซียนได้ และการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีข้ึน
และอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดสูงข้ึน การเสริมสร้างองค์
ความรู้ให้ประชาชนเข้าใจ และลดพฤติกรรมเส่ียงของโรคติด
เชื้อ (Communicable : CD) และโรค (Non -
communicable Diseases : NCD) ภายใต้ค่านิยม “จิตอาสา
(Public mind) ทางานเป็นทีม (Teamwork) โปร่งใส
(Transparent) ใฝ่รู้ (Enthusiasm) เป็นแบบอย่างสุขภาพดี ภาพท่ี ม.1-1 ระบบการนาองค์การ สป.สธ.
(Health Idol)” (Moph Leadership System: MLS)
การนาองค์กรอยา่ งมธี รรมาภบิ าล
ผู้บริหารสป.สธ. มีความโดดเด่นในการนาองค์การอย่างมีหลักธรรมาภิบาลยึด หลักนิติธรรม ความโปร่งใส และ
ความมีจริยธรรม ในการบริหารจัดการองค์ทุกข้ันตอน ผ่านระบบการนาองค์การ (Moph Leadership System : MLS) ท่ีถูก
พัฒนามาอย่างต่อเน่ืองจากรุ่สู่รุ่นของผู้บริหาร นโยบายเร่งด่วนและกาหนดยุทธศาสตร์การป้องกันและต่อต้านการทุจริตและ
สานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
ประพฤติมิชอบสอดคล้องกับ 5 ยุทธศาสตร์ชาติและดาเนินการ ดังนี้ 1) แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปรามปราบการ
ทุจริตและประพฤติมิชอบในระดับกระทรวงและระดับกรม 2) วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจัยสาเหตุการทุจริตท้ังภายในและ
ภายนอก 3) จัดทาแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี และแผนปฏิบัติการประจาปีด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ
ประพฤติมิชอบ 4) กาหนดกรอบระยะเวลา และมาตรการรองรับยุทธศาสตร์แต่ละด้าน 5) สื่อสารถ่ายทอดให้ทุกหน่วยงานทั้ง
ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคนาไปปฏิบัติ 6) ควบคุมกากับ และติดตามประเมินผล ผ่าน CIPO แต่ละระดับ และผู้บริกหารลง
ตรวจเยี่ยม ณ พ้นื ท่ี รับฟงั ปญั หาอุปสรรค ใหข้ อ้ เสนอแนะ 7) ทบทวนผลการดาเนินการเพื่อวางแผนและปรบั ปรงุ กระบวน
ผู้บริหารประกาศเจตนารมย์ “ต่อต้านทุจริต สร้างจิตสานึก คนสาธารณสุขไม่โกง” ขับเคล่ือนนโยบายดังกล่าว มอบ
ศปท. จัดทาโครงการอบรมให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ ปลุก และปลูกจิตสานึกการต่อต้านการทุจริต ตามค่านิยมความ
“โปร่งใส” (Transparent) ในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกระดับทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สร้างกลไก “10
อรหันต์” ประกอบด้วย (1) กลุ่มกฎหมาย (2) กลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม (3) กลุ่มสันติวิธีสาธารณสุข (4) กลุ่ม
บริหารงานบุคคล (5) แก้วกลัยาสิกขาลัย (6) ศูนย์บริหารจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ (7) กลุ่มคลังและพัสดุ (8) กลุ่มตรวจสอบ
ภายใน (9) กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (10) สานักตรวจและประเมินผล และสร้างเครือข่าย ได้แก่ 1) เครือข่ายพยาบาล เป็น
บุคลากรสาธารณสุขที่มีจานวนมากสุด มี
คุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าท่ี 2)
เครือข่าย อสม. มากกว่า 1 ล้านคน เข้ามามี
บทบาทร่วมตรวจสอบ เฝ้าระวังการทุจริต
ประพฤติมิชอบครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ทุก
ชุมชนท่ัวประเทศ ร่วมกับหน่วยงานภายนอก
ได้แก่ สตง. ปปท. ปปช. เร่งรัดพัฒนาการสร้าง
ระบบธรรมาภิบาล 7 เร่ือง ได้แก่ 1) การจัดซ้ือ
จัดหาพัสดุ 5 กลุ่ม เช่น ยา วัสดุการแพทย์
วัสดุทันตกรรม วัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์
วสั ดุสานกั งาน 2) การจัดทาแผนจัดซื้อและการ
ซื้อร่วมยาและเวชภัณฑ์ในเขตสุขภาพและจังหวัด 3) การจัดทาเกณฑ์จริยธรรมเร่ืองการส่งเสริมการขายและการจัดซื้อยา 4)
การวางแนวทางปฏิบัติเรื่องท่ีเก่ียวข้องกับการจัดซื้อ จัดหา เงินบริจาคท่ีถูกต้องตามระเบียบกระทรวงการคลังท้ังท่ีเป็นตัวเงิน
และไม่ใช่เงิน 5) การสร้าง“โรงพยาบาลคุณธรรม”และได้ขยายผลเป็น “องค์กรคุณธรรม” 6) การพัฒนาระบบบริการให้
ตอบสนองความต้องการของประชาชน 7) การสร้างขวัญกาลังใจแก่บุคลากร ด้วยคัดเลือกผู้ประพฤติปฏิบัติตนด้วยความ
ซื่อสัตย์สุจริตส่งสมัครรางวัล จารกึ สุจรติ ของ ป.ป.ช. ปี2558 มบี ุคลากรในสงั กดั ได้รบั รางวัลดังกล่าว 3 ราย
ผู้บริหาร สป.สธ. จากการประพฤติตนของผู้บริหารตามหลักธรรมาภิบาลในการเป็นต้นแบบด้านคุณธรรมและ
จริยธรรมท่ีโดดเด่น ส่งผลให้ผู้บริหารได้รับการประกาศเกียรติคุณ กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้นาข้าราชการพลเรือนที่
เปน็ ตัวอย่างในการยืนหยัดและรกั ษาจรยิ ธรรมของ กสธ. ประจาปี 2557, ประกาศเกียรติคุณ สานักงาน ก.พ. ข้าราชการ
ผู้ถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ประจาปี 2557 ,ประกาศเกียรติคุณ กระทรวงสาธารณสุข
ผสู้ นบั สนุนกระทรวงสาธารณสขุ ด้านการพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม ประจาปี 2556 , และสป.สธ. ได้รับรางวัลหน่วยงาน
ปฏิบัตติ ามประมวลจริยธรรมขา้ ราชการพลเรือน ประจาปี 2557-2558
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
ระบบการนาองคก์ ารสู่ระบบสุขภาพย่ังยืน
ผูบ้ ริหารสงู สุดของ สป.สธ. มีบทบาทสาคัญย่ิงในการขบั เคลื่อนองค์การ โดยกาหนดทิศทางท่ีชัดเจน และมีการส่งต่อรุ่น
ต่อมาอย่างต่อเนื่อง และในปีพ.ศ. 2559 ผู้บริหารได้ให้ความสาคัญในการการบริหารงานตามหลัก “3 ส” ได้แก่
ความสาเร็จ คือ มีผลสมั ฤทธิ์ของงาน สร้างสง่ิ ดี คอื พัฒนาคนและระบบงานให้ดีข้ึน มีความสุข คือ คนในองค์การ
มีความสุข และหลัก “3 I” ได้แก่ Information คือ ให้ความสาคัญเร่ืองระบบข้อมูล Innovation คือ พัฒนา
นวัตกรรมใหท้ นั กบั การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและวิทยาการ และ Integration คือ บูรณาการแผนแต่ละแผน การ
ทางานร่วมกันของบุคลากรทุกหน่วยงานทุกระดับ และ
ได้มีคาส่ังมอบหมายงานผู้บริหาร (Chief Integrate
Program Officcer : CIPO) ประกอบด้วย 1) บริหาร
ราชการส่วนกลางมี CIPO แต่ละระดับ รับผิดชอบบูรณา
การ กาหนดแนวทาง มาตรการ เป้าหมาย และตัวช้ีวัด
แต่ละแผนบูรณาการร่วมกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง 2)
บริหารราชการส่วนภูมิภาคระดับเขตสุขภาพ/จังหวัด/
อาเภอมี CIPO แตล่ ะระดับ รับผิดชอบหลักในการบูรณา
การแผนงานร่วมกันเน้นความสาเร็จและบรรลุเป้าหมาย
ร่วมกัน และกากับติดตามแบบเข้มข้น เช่น โครงการ
พระราชดาริ โครงการเร่งด่วนของรัฐบาล โครงการ
สาคัญๆ การเบิกจ่ายงบประมาณ ระบบการบันทึก
แผนงานโครงการ และการรายงานผลในการประชุม ภาพที่ ม.1-2 แนวมทางการดาเนินงาน สป.สธ.
ผู้บริหารระดับต่างๆ ประจาทุกเดือน โดยมีเป้าหมาย
หลกั เพ่อื ให้ประชาชนสุขภาพดี ลดอัตราป่วยและลดอัตราตาย ยึด 3 ยุทธศาสตร์เน้นหนัก ได้แก่ ส่งเสริมสุขภาพตามกลุ่มวัย
พัฒนาระบบริการ ระบบบริหารจัดการบริการ เพ่ือพัฒนาระบบริการสุขภาพให้ย่ังยืน ผู้บริหารให้ความสาคัญ การ
พัฒนาศักยภาพของบคุ ลากรใหม้ ขี ีดสมรรถนะสูง ผู้บริหารใหค้ วามสาคญั แผนยุทธศาสตร์กาลังคนของกระทรวงสาธารณสุข ได้
กาหนดกรอบยุทธศาสตร์และจัดทาแผนปฏิบัติการรองรับยุทธศาสตร์ระยะยาว ใช้เป็นกลไกการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์การ
บริหารจัดการกาลังคนด้านสุขภาพในระยะยาวรองรับ Service Plan และกาหนดกรอบอัตรากาลังเพ่ิมใหม่ ได้แก่ แพทย์ ทันต
แพทย์ เภสัชกร ลูกจ้างช่ัวคราว 21 สายวิชาชีพ โดยจัดต้ังศูนย์พัฒนากาลังคนด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขขึ้น เพื่อ
สร้างกลไกลระดับประเทศและระดบั พ้ืนท่ีใหม้ ีประสิทธภิ าพ
จากระบบการนาองค์การและการเป็นต้นแบบที่ดีตามค่านิยม พิสูจน์ได้จากผลลัพธ์การนาองค์การของผู้บริหารท่ีมี
วิสัยทัศน์กว้างไกล กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าปฏิรูป กล้าลงมือปฏิบัติด้วยความมุ่งมั่นต้ังใจเพื่อยกระดับคุณภาพระบบ
บริการสุขภาพสู่มาตรฐานสากลส่งผลให้มีหน่วยงานในสังกัด สป.สธ. ได้รับรางวัลระดับนานาชาติจาก United Nations
Public Service Awards รางวลั บรกิ ารภาครัฐแห่งชาติ รางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม รางวัล
คณุ ภาพการบรหิ ารจัดการภาครฐั จากสานกั งาน ก.พ.ร. รวม 53 รางวัล มาอย่างตอ่ เนื่อง
สานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
องคก์ รจิตอาสา
คณะผู้บรหิ ารได้ตระหนกั วา่ สป.สธ. เป็นองค์การภาครัฐที่มีหน่วยงานและสถานบริการในสังกัดอยู่ครอบคลุมทั่ว
ประเทศ มีบุคลากรท่ีมีศักยภาพและเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสาธารณสุขซึ่งไม่มีหน่วยงานใดเทียบเท่าต้ังแต่ระดับ
ตาบล อาเภอ จงั หวดั และเขตสุขภาพ ครอบคลุมถงึ ร้อยละ 80 ของสถานบริการท้ังหมดของประเทศ ออกโยบายสนับสนุน
ชุมชนและสร้างวัฒนธธรรม “จิตอาสา (Public mind)” ของบุคลากรในการปฏิบัติงานแบบเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามามี
ส่วนร่วมในการดาเนินกิจกรรมสนับสนุนชุมชน โดยใช้เวลาว่างจากการปฏิบัติงานปกติมาทากิจกรรมอาสาร่วมกัน มี
แนวทางการดาเนินการ ดังน้ี 1) กาหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกชุมชน 2) สารวจความต้องการของชุมชน โดย สสจ.ที่เป็น
หน่วยบริหารในสังกัด ทุกแห่งท่ัวประเทศ ดาเนินการประสานผู้นาชุมชนเพื่อสารวจ สอบถามความต้องการของแต่ละ
ชุมชนทค่ี ดั เลือก 3) นาขอ้ มูลท่ีได้มาวเิ คราะห์ วางแผนพัฒนาชุมชน และจัดทาโครงการรองรบั โดยสป.สธ.ส่วนกลางให้การ
สนับสนุนทรัพยากร คน เงิน ของ 4) ลงมือดาเนินตามแผนพัฒนาชุมชน 5) ติดตามประเมินผลหลังดาเนินการและนา
ขอ้ เสนอแนะจากชมุ ชนมาทบทวนปรับปรงุ กระบวนการดาเนินการในปีต่อไป
จากการดาเนินงานท่ีผ่านมาสป.สธ.ให้การสนับสนุนชุมชน ดังตัวอย่างตอไปน้ี ชุมชนทุรกันดารที่ตั้งอยู่ใน
พื้นท่ีห่างไกลความเจริญ ชุมชนด้อยโอกาสท่ีมีฐานะยากจน การคมนาคมไม่สะดวกในการเดินทางเวลาเจ็บป่วย ร่วมออก
หน่วยบริการพอ.สว.ในพ้ืนท่ี 51 จังหวัด ด้วยความสมัครใจ ไม่มีค่าตอบแทน ใช้เวลาว่างจากการปฏิบัติงานประจา
บุคลากรมคี วามสขุ ในการทางาน ประชาชนมคี วามพงึ พอใข ชมุ ชนรอบสถานบริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลใน
รัศมี 5 กม. ผู้บริหารโรงพยาบาลสามารถดาเนินการได้ตามความเหมาะสมในการส่งเสริมชุมชน เพื่อสร้าง
ความสัมพันธ์อันดีในการร่วมมือระหว่างกันที่ผ่านได้ดาเนินการจัดต้ังศูนย์ดูแลต่อเนื่อง (COC) โครงการ Home
Health Care โครงการ Home Visit ที่ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายต่อเนื่องจากโรงพยาบาลถึงบ้าน ชุมชน
แรงงานต่างด้าว โดยการขึ้นทะเบียนหลักประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว ตรวจสุขภาพก่อนรับเข้าทางาน
ควบคุมปอ้ งกันการแพรก่ ระจายโรคเอดส์ วณั โรค มาลาเรยี มาสู่คนไทย
นอกจากนี้ ผ้บู รหิ ารเป็นตน้ แบบผู้นา“จติ อาสา” ทแ่ี สดงน้าใจอันย่ิงใหญ่ในการอุทิศตนเข้าร่วมกิจกรรมช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยพิบัติ และส่งเสริมให้บุคลากรสาธารณสุขทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกิจกรรมโดยไม่เห็นแก่ความลาบากและ
เหน็ดเหน่ือย เช่น ประเทศไทยเกิดคลื่นสึนามิถล่มใน 6 จังหวัดอันดามัน แผ่นดินไหวในประเทศเนปาล น้าท่วมใหญ่ใน
พมา่ เป็นตน้
ปจั จัยแหง่ ความสาเรจ็
1. ผู้นาเปน็ แบบอย่างในการนาองค์การ (Idol) ที่เป็นต้นแบบของผู้บริหารในการประพฤติตนตามหลักธรรมาภิบาล
ดารงตนเป็นข้าราชการที่ดีอยู่ในระบบคุณธรรมและจริยธรรมรับใช้ประเทศชาติ และประกาศนโยบายต่อต้านการทุจริต
คอรปั ช่นั ไม่เอาคนโกง ไมโ่ กงเวลาหลวง พร้อมให้ตรวจสอบทุกขน้ั ตอน และยืนหยัดต่อสู้อย่างชัดเจนมาโดยตลอดจนเป็นท่ีรับรู้
ของบคุ ลากรภายในกระทรวงและบคุ คลภายนอก ได้ริเริ่มให้เกิดความท่ีมีการบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ ประหยัด
ยดึ มน่ั ในสง่ิ ท่ถี กู ตอ้ งบนพ้ืนฐานทางศีลธรรม วฒั นธรรมและหลกั กฎหมาย ใหบ้ ริการด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพมีโรงพยาบาล
ในสังกัดที่ประสบผลสาเร็จแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ ร.พ.ชลบุรี และร.พ.บางมูลนาก ร.พ.สมเด็จพระยุพราชตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
ซึ่งเปน็ โรงพยาบาลต้นแบบใช้เปน็ ท่ีศกึ ษาดงู าน ถา่ ยทอดประสบการณ์การเรียนรู้
สานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
2. ผู้นามีความเป็นผู้นาสูงที่มุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศวัฒนธรรมองค์การและค่านิยมการทางานเป็นทีม
(Team Work) มีส่วนร่วมในการขับเคล่ือนนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ ในรูปแบบของทีมงาน และ
คณะกรรมการ คณะทางานชุดต่างๆ ได้แก่ ทีมผู้บริหารระดับสูง (รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข/ผู้ตรวจราชการกระทรวง
สาธาณสุข/สาธารณสุขนิเทศก์/ผู้ทรุงคุณวุฒิ/ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข) ทีมผู้บริหารระดับกลาง (ผอ.สานัก/กอง)
คณะกรรมการเขตสขุ ภาพ (Area Health Board) 12 คณะ ทีมผู้บริหารระดับจังหวัดหรือทีมงาน 5 ทหารเสือ (นพ.สสจ./ผอ.รพ
ศ./ผอ.รพท./ ผอ.รพช./ ผอ.รพ.สต.) ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทีมหมอครอบครัว (Family Care Team) และคณะกรรมการคร่อม
สายงาน (Crossfunctional) ท่ีมีเครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน (network) เพ่ือทาหน้าท่ีในการกาหนดนโยบาย วางแผน ออกแบบ
ระบบงาน กาหนดแนวทาง วางมาตรการ และขับเคลื่อนการนาไปปฏิบัติ รวมถึงการกากับติดตาม และประเมินผลการ
ดาเนินการ เพือ่ ใหเ้ กดิ การพฒั นาไปสู่เป้าหมายท่ีได้กาหนดไวอ้ ย่างสอดคล้องและเป็นระบบทีช่ ดั เจนยง่ิ ขึ้น
3. การดาเนินการอย่างมีมาตรฐานครบวงจร ภายใต้“การเป็นองค์การท่ีเป็นเลิศด้านการบริหาร บริการ และ
วชิ าการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน ครอบคลุมและเป็นธรรม เพื่อคนไทยสุขภาพดี” สป.สธ. ภารกิจของ
มีความรับผิดชอบพัฒนานโยบายและแผนด้านสุขภาพ บริหารจัดการด้านแผนงาน คน และงบประมาณของกระทรวง
พัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ ผลิตและพัฒนากาลังคนด้านสุขภาพ พัฒนากฎหมายด้านสุขภาพ พัฒนาการ
สาธารณสุขระหวา่ งประเทศ และสนับสนนุ ทรพั ยากร กากบั ดแู ล ประสานงานหน่วยงานสาธารณสุขที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค
รับผิดชอบจัดบริการสุขภาพด้านส่งเสริมสุขภาพ ควบคุมป้องกันโรค รักษาพยาบาล ฟื้นฟูสมรรถภาพ และการคุ้มครอง
ผูบ้ รโิ ภคดา้ นสุขภาพใหแ้ ก่คนไทย ทุกๆภารกิจมีความสาคัญ โดยเฉพาะจัดบริการสุขภาพด้านส่งเสริมสุขภาพ ควบคุม
ป้องกนั โรค รักษาพยาบาล ฟื้นฟูสมรรถภาพ และการคุม้ ครองผ้บู รโิ ภคด้านสขุ ภาพสง่ มอบใหก้ ับมนษุ ย์ท่ีมีชีวิต ดังน้ันการ
ดาเนินงานทุกขั้นตอนต้อมีคุณภาพมาตรฐ สาหรับโรงพยาบาลทุกแห่งดาเนินการตามระบบมาตรฐาน HA และ
ตรวจประเมินโดยหน่วยงานภายนอก (สรพ.)อย่างต่อเน่ือง สถานบริการสุขภาพทุกแห่งต้องดาเนินการตาม
มาตรฐาน DHS-PCA การจดั การของเสียจากการดาเนินการต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.
2535 โรงพยาบาลชุมชนก่อสร้างใหม่ต้องวิเคราะห์ EIA ก่อนก่อสร้างตามพ.ร.บ.ส่ิงแวดล้อม พ.ศ. 2535 เพ่ือ
ปอ้ งกันผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมการแพรก่ ระจายเชื้อโรคสู่ชุมชน ระบบบาบัดน้าเสีย และตรวจสอบคุณภาพ
นา้ เสียใหไ้ ด้ตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ ก่อนปลอ่ ยลงสแู่ หล่งน้าธรรมชาติ
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข-1
สว่ นท่ี 1 ลักษณะสาคัญขององค์การ
1.ลกั ษณะองคก์ าร
(1) พันธกจิ หรือหน้าที่ตามกฎหมาย
สป.สธ.เป็นกรมในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขตามพ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ต่อมา
อาศัยอานาจตามความในมาตรา 8 ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไข
เพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2543 รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
สาธารณสุขออกกฎกระทรวงให้ สป.สธ. โดยมีอานาจหน้าที่ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สป.สธ.
กระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ.2552 ลงวันที่ 28 ธนั วาคม 2552 ตามตารางท่ี P1-1 การดาเนินการภายใต้พันธกิจ
ตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลส่งผลต่อความสาเร็จในการบรรลุตามเปูาหมายท่ีกาหนดและ
บังเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์การ ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพตลอดช่วงชีวิต มีสุขภาพแข็งแรงข้ึน อัตราการปุวย
ตายด้วยโรคติเช้ือต่างๆ ลดลง ค่าใช้ในการรักษาท่ีต่าลง สามารถเข้าถึงบริการสะดวกรวดเร็วอย่างท่ัวถึงเป็นธรรม
สป.สธ. มีหน่วยงานและบุคลากรในสังกัดรวมที่มีความพร้อมในการปฏิบัติงานท่ีกระจายอยู่ท่ัวประเทศ
ครอบคลุมร้อยละ 80 ของพน้ื ท่ี สถานบรกิ ารสาธารณสขุ แบ่งออกเปน็ 3 ระดับ คือ 1) ระดับปฐมภูมิ (Primary
Care) 2) ระดับทุติยภูมิ (Secondary Care) 3) ระดับตติยภูมิ (Tertiary Care) เปิดให้บริการตลอด 24 ชม.
มีกฎหมายรองรับครบถ้วนทุกภารกิจสาคัญ และกาหนดแนวทางการให้บริการสุขภาพด้วนระบบมาตรฐาน HA
/JCI/ DHS-PCA ทีม่ ีประสิทธภิ าพและความสมดุลให้กับผ้รู บั บรกิ ารและผมู้ ีส่วนได้สว่ นเสียทกุ กลุม่
ตารางที่ P1-1 พันธกจิ ความสาคญั เชงิ เปรยี บเทียบ
พนั ธกิจ ความสาคัญตอ่ ความสาเร็จองค์การ
1. ศกึ ษา วิเคราะห์ และจดั ทาขอ้ มลู เพ่อื ใชใ้ นการกาหนดนโยบาย เปูาหมาย เปน็ ปัจจัยนาเข้ากระบวนการจัดทายุทธศาสตร์/แผนปฏบิ ตั ริ าชการ
และผลสมั ฤทธ์ิของกระทรวง
2. พัฒนายุทธศาสตรก์ ารบริหารของกระทรวง การบรหิ ารจัดการยทุ ธศาสตรใ์ ห้บรรลเุ ปูาประสงค์เชงิ ยทุ ธศาสตร์
3. แปลงนโยบายเปน็ แนวทางและแผนการปฏบิ ตั ิราชการ ตามท่กี าหนดไว้
4. จดั สรรและบริหารทรัพยากรของกระทรวงเพ่ือให้เกิดการประหยัด คุ้มค่า
และสมประโยชน์
5. กากบั เร่งรดั ติดตาม และประเมินผล รวมท้ังประสานการปฏิบัติราชการ
ของหนว่ ยงานในสังกดั กระทรวง
6. กากับ ดูแล และประสานการบริหารจัดการและการให้บริการด้าน ส่งมอบระบบริการสขุ ภาพด้านดา้ นส่งเสรมิ สขุ ภาพ ควบคมุ ปอู งกนั โรค
การแพทย์และสาธารณสุข รักษาพยาบาล ฟื้นฟูสมรรถภาพ และการคุม้ ครองผบู้ ริโภคดา้ นสุขภาพทมี่ ี
คุณภาพมาตรฐานใหแ้ ก่คนไทย
7. สง่ เสรมิ สนับสนุน และประสานการพฒั นาระบบบรกิ ารสขุ ภาพ ประสานและสรา้ งภาคเี ครืขา่ ยเพือ่ บูณาการแผนรว่ มกนั
8. พัฒนาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื ใชใ้ นการบริหารงานและการบริการ สนบั สนนุ การบรหิ ารจัดการยุทธศาสตรแ์ ละระบบรกิ ารสขุ ภาพ
ของหนว่ ยงานในสังกดั กระทรวง
9. ดูแลงานประชาสัมพันธ์ ความร่วมมือระหว่างประเทศ และดาเนินการ
เก่ยี วกับกฎหมายและพัฒนาปรับปรงุ กฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องให้ทนั สมยั
10. ผลติ และพฒั นาบุคลากรดา้ นสุขภาพ รวมท้ังศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนา
และถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านระบบบริการสขุ ภาพ และด้าน
การพยาบาลแกอ่ งค์กรภาครฐั ภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ -2
(2) วิสยั ทศั น์ค่านิยม สป.สธ. ได้ประกาศวิสยั ทศั น์ เปาู ประสงค์ ค่านยิ ม ดงั ตารางท่ี P1-3
ตารางที่ P1-3 วิสัยทศั น์ เปาู ประสงคห์ ลกั ค่านิยม และวัฒนธรรมองคก์ าร
วิสัยทศั น์ เปน็ องค์กรที่เป็นเลิศด้านการบริหาร บริการ และวิชาการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน ครอบคลุมและเป็นธรรม
(Vision) เพ่อื คนไทยสขุ ภาพดี ภายใน ปี) 2566
เปาู ประสงคห์ ลัก 1. อายุคาดเฉล่ยี เมอ่ื แรกเกิด ไมน่ อ้ ยกว่า 80 ปี
(Goals) 2. อายุคาดเฉล่ียของการมีสุขภาพดี ไมน่ อ้ ยกวา่ 72 ปี
ค่านิยม (Value) จติ อาสา (Public mind) ทางานเป็นทมี (Teamwork) โปร่งใส (Transparent) ใฝุรู้ (Enthusiasm) เป็นแบบอย่างสุขภาพดี
(Health Idol)
วัฒนธรรมองค์กร 1. เสยี สละเวลา แรงกาย สตปิ ัญญา และมีส่วนรว่ มในกิจกรรมสนบั สนนุ ชุมชน
(Culture) 2. ร่วมใจทางาน ปฏิบัตติ ามมาตรฐาน ใส่ใจบรกิ าร มุ่งสู่ปูาหมายเดยี วกนั
3. ยดึ ม่ันในคณุ ธรรมและจรรยาบรรณแหง่ วิชาชีพ เปิดเผยข้อมูล พร้อมรบั การตรวจสอบ
4. หมน่ั พัฒนาตนและงานท่รี ับผิดชอบอย่างตอ่ เนือ่ ง ต่อยอดผลงานวิชาการ สรา้ งสรรค์นวตั กรรม
5. ออกกาลังกายสมา่ เสมอ รับประทานอาหารเพ่ือสุขภาพ หลีกเลย่ี งพฤติกรรมเสี่ยง
สมรรถนะหลกั 1. บุคลากรมคี วามเชย่ี วชาญทางด้านการแพทยแ์ ละสาธารณสุข ตอ้ งความรใู้ นวิชาชีพเฉพาะทาง รักษาดูแลมนษุ ย์
2. การส่งเสริมสขุ ภาพและการปอู งกนั โรคเชิงรุก ต้องใชท้ กั ษะปรับพฤตกิ รรมบรโิ ภคอาหารขยะ (Junk Food) ลดโรค NCD
3. บุคลากรมจี ติ บริการ ตอ้ งการบุคลากรทอี่ ทุ ิศตนเสียสละเวลา แรงกาย สติปัญญา เปดิ บรกิ ารงต่อเน่ืองตลอด 24 ชม.
4. การสร้างความรว่ มมือกับภาคีเครอื ข่าย ตอ้ งการการมีสว่ นรว่ มของภาคีเครอื ข่ายเพอ่ื ขบั เคลอื่ นนโยบายและ
ยุทธศาสตรไ์ ปสกู่ ารปฏิบัติ ให้บรรลุตามเปาู หมายท่กี าหนด
(3) ลกั ษณะโดยรวมของบคุ ลากร
สป.สธ. มีบุคลากรรวมทั้งส้ิน 333,131 คน ประกอยด้วย 2 สายงาน คือ สายงานหลัก ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์
เภสัชกร พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข นักกายภาพบาบัด นักกายอุปกรณ์ นักรังสีการแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ ลฯล
คิดเป็นร้อยละ 88.58 และสายงานสนับสนุน เช่น นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักทรัพยากรบุคคล นักวิชาการเงินและ
บัญชี นักวิชาการสถิติ นักวิชาการตรวจสอบภายใน นักประชาสัมพันธ์ ลฯล คิดเป็นร้อยละ 11.42 บุคลากรส่วนใหญ่
ข้าราชการถึง ร้อยละ 51.75 อายุงานเฉล่ีย 17.45 ปี อายุเฉลี่ย 38.99 ปี รองลงมา คือ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ร้อยละ
30.54 ลูกจ้างประจา ร้อยละ 6.36 ลูกจ้างช่ัวคราว ร้อยละ 9.26 และน้อยสุดเป็นพนักงานราชการ ร้อยละ 2.08 การศึกษา
ส่วนใหญ่ของบุคลากรในภาพรวม ระดับต่ากว่าปริญญาตรี ร้อยละ 56.48 รองลงมาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 42.97 ระดับ
ปรญิ ญาโท รอ้ ยละ 0.52 และนอ้ ยสุดเป็นระดับปริญญาเอก ร้อยละ 0.02 ดงั ตารางที่ P1-4 มี
ตารางท่ี P1-4 จานวนอตั รากาลงั
ประเภท จานวน (คน) ประเภทสายงาน ระดับการศึกษา (คน) ป.เอก เพศ (คน) อายุ อายุ
1.ข้าราชการ ป.ตรี ป.ตรี ป.โท ชาย หญิง เฉลี่ย งาน
สว่ น ส่วน รวม สายงาน สายงาน (ปี) เฉลย่ี
กลาง ภูมภิ าค หลัก สนบั สนุน
(ป)ี
3,052 169,376 172,401 170,729 1,672 64,932 105,869 1,532 68 36,811 135,590 41.06 17.45
2.ลูกจ้างกระจา 450 20,738 21,188 4,432 16,756 20,220 967 1 - 7,978 13,210 53.14 26.63
3.พนักงานราชการ 312 6,635 6,947 6,881 66 2,952 3,926 69 - 1,791 5,156 33.75 2.80
4.ลูกจ้างช่วั คราว 191 30,664 30,855 2,708 19,969 21,679 997 1 - 8,188 22,667 31.46 3.56
5.พนักงาน กสธ. 786 100,289 101,740 101,736 4 78,118 23,519 99 4 28,030 86,043 35.56 1.93
รวม 4,764 328,367 333,131 295,080 38,051 188,168 143,152 1,739 72 84,795 248,336 38.99 10.48
ขอ้ กาหนดพิเศษการปฏิบตั งิ าน บุคลากรท่ีปฏิบัติงานกับรังสี ต้องใช้อุปกรณ์ปูองกันอันตรายจากรังสี ได้แก่ สวม
เส้ือตะก่ัว ปลอกคอกันรังสี ถุงมือตะก่ัว แว่นตากันรังสี และติดตลับฟิมล์วัดปริมาณรังสี ประจาตัวบุคคล ตรวจวัดและ
รายงานผลประจาทุกเดือน หากได้รับปริมาณรังสีสูงเกินกว่า 5 rem หรือ 50 mSv ต่อปี จะเปล่ียนไปปฏิบัติงานที่ไม่สัมผัส
รังสี สาหรับบุคลากรท่ีปฏิบัติงานห้องตรวจชันสูตรโรค ห้องแยกโรคติดเช้ือต้องสวมใส่ชุดกาวน์ หมวกคลุมผม หน้ากาก
สานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ -3
แวน่ ตา ถงุ มอื และรองเท้าบูท เป็นต้น
ตารางที่ P1-5 ปจั จยั ทมี่ ีผลตอ่ การให้ความร่วมมือของแตล่ ะประเภทบุคลากร
ประเภทบุคลากร ปัจจยั ที่มผี ลตอ่ การให้ความรว่ มมอื
1.ข้าราชการ ความก้าวหนา้ ในสายอาชีพ การแต่งต้งั โยกยา้ ยท่โี ปรง่ ใส เป็นธรรม
2.ลกู จ้างกระจา สวัสดกิ ารหลังเกษียณอายุ การขยายเวลาความครอบคลุมในการรกั ษาพยาบาล
3.พนกั งานราชการ สภาพแวดล้อมในการทางานทดี่ ี เงนิ เดือนท่เี หมาะสม
4.ลูกจา้ งชว่ั คราว ผลประโยชน์ตอบแทนทเ่ี พียงพอ และความมน่ั คงของการจ้างงาน
5.พนกั งานกระทรวงสาธารณสขุ สภาพแวดล้อมในการทางานท่ีดี เงนิ เดอื นทีเ่ หมาะสม
(4) สินทรพั ย์
สป.สธ. มีอาคารสถานบริการ อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ท่ีสาคัญ และมีเทคโนโลยีด้านสุขภาพท่ีทันสมัย
รวมทง้ั อปุ กรณ์สิ่งอานวยความสะดวกอน่ื ๆทีส่ าคัญในการบริหารจัดการ การให้บริการ และการปฏิบัติงาน ดังตารางท่ี P1-6
ตารางท่ี P1-6 อาคารสถานที่ เทคโนโลยี และอุปกรณส์ ง่ิ อานวยความสะดวก
สถานบริการ 1) สานักงานสาธารณสขุ จงั หวดั 77 แห่ง 2) สานักงานสาธารณสุขอาเภอ 886 แห่ง 3) ศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูง เฉพาะ
ทางด้านทารก 27 แห่ง เฉพาะทางด้านมะเร็ง 22 แห่ง เฉพาะทางด้านอุบัติเหตุ 23 แห่ง เฉพาะทางด้านหัวใจ 21 แห่ง 4)
สถานบรกิ ารระดับตตยิ ภูมิ ได้แก่ โรงพยาบาลศูนย์ 33 แหง่ โรงพยาบาลทว่ั ไป 83 แหง่ แ 5) สถานบรกิ ารระดับทุติยภูมิ ได้แก่
โรงพยาบาลชุมชน 307 แห่ง 6) สถานบริการระดับปฐมภูมิ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตา บล 9,750 แห่ง และศูนย์
สุขภาพชุมชนเขตเมือง 228 แห่ง 7) โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 20 แห่ง 8) ศูนย์ฝึกอบรม 1 แห่ง (วิทยาลัยนักบริหาร
สาธารณสขุ ) 9) ศูนยแ์ พทย์ศาสตร์ศึกษาช้ันคลินิกสาหรับโรงพยาบาลศนู ยร์ องรบั การฝกึ งานของนักศกึ ษาแพทย์ 33 แห่ง
ส่ิงอานวหย้อคงวปารมะชุม รถตรวจสุขภาพเคล่ือนท่ี ห้องผ่าตัด Open heart รถ Ambulane สาหรับโรงพยาบาลทุกแห่ง, สถานท่ีจอดรถยนต์สาหรับผู้พิการ,
สะดวก ห้องน้าสาหรับผู้พิการ, ทางลาดสาหรับผู้พิการ, ศูนย์ห้องประชุมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก, ห้องฝึกอบรมคอมพิวเตอร์
สาหรับบุคลากร ,ห้อง Tele - conference / Video conference, ลิฟท์สาหรับเคล่ือนย้ายผู้ปุวย ส่วนกลางมีห้องสมุด, โรงอาหาร,
ร้านคา้ บริการอาหารครอ่ื งด่มื , ศูนยก์ ฬี า, สระว่ายนา้ , ธนาคาร, ตู้ ATM, ทที่ าการไปรษณีย์, สถานพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, ร้าน
ขายยาองค์การเภสชั กรรม และป๊มั น้ามันเดก็ เล็ก,บ้านพัก /แฟลต, สนามกีฬา
เทคโนโลยี ระบบ e-Service, ระบบ Video Conference, ระบบ Web Conference, ระบบ HDC,ระบบฐานขอ้ มูล 43 แฟมู , ระบบ DMAIC,ระบบ
EIS, ระบบ GIS, ระบบวสั ดคุ งคลัง [(การบรหิ ารเวชภัณฑ์ Vendor Managed Inventory (VMI)], Wireless
เทคโนโลยีทางการแพทย์ ได้แก่ การส่งกล้องวินิจฉัยระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินปัสสาวะ การผ่าตัดรักษาผ่านกล้อง
(Laparoscoe) เช่น การผ่าตัดไซนัส ผ่าตัดไส้ติง่ การผ่าตัดต่อมลกู หมาก ผา่ ตดั ซ่อมเอน็ เขา่ ผ่านกล้อง ผา่ ตัดนิ่วในไต ในถุงน้าดี ผ่าตัด
ไตออก ผ่าตดั ต่อมหมวกไตออก ผ่าตัดมดลูกออกทางช่องคลอด ผ่าตัดลาไส้ใหญ่ ผ่าตัด Thyroid ผ่าตัดท้องนอกมดลูก การระบาย
ปสั สาวะออกจากกรวยไตทางผิวหน้ง การผา่ ตัดต่อเส้นเลอื ดเทียม ฯลฯ
อปุ กรณ์ ท่ีใชใ้ นการบรหิ ารจัดการ ได้แก่ คอมพวิ เตอร์แม่ข่าย (Server)
ชุดเครอื่ งมือ/อุปกรณ์ประจา Trauma Exceellent Center ศนู ยโ์ รคหวั ใจ ศูนยม์ ะเรง็ ศนู ยด์ แู ลทารกแรกเกิดและวกิ ฤตบาบัด ศูนยไ์ ต
เทียม ศนู ย์สลายนิว่ ศูนยจ์ ุลศลั ยกรรม และชดุ เครอื่ งมอื /อุปกรณ์ในการรักษาพยาบาลด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ ด้านอายุรกรรม
ดา้ นจกั ษุ ดา้ นสูตนิ รเี วชกรรม ด้านโสต คอ นาสกิ ด้านทนั ตกรรม ดา้ นวสิ ัญญีวทิ ยา ดา้ นรงั สีวนิ ิจฉัย เช่น ครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
(CT Scanner) ,เครื่องตรวจอวยั วะภายในดว้ ยสนามแม่เหลก็ ไฟฟาู (MRI), เครือ่ งสลายนว่ิ (ESEL), เครื่องตรวจมะเร็งเต้า (Mammogram),
เครอื่ งช่วยหายใจ, เคร่ืองตรวจคลืน่ หัวใจ (EKG/ECG machine), เครื่องกระตุกหัวใจ (Defibrirator), เครือ่ งกระตนุ้ หัวใจ (pace maker),
เครื่องอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound), เครื่องจ้ีไฟฟูา (Electrosurgery), เครื่องวัดความความดันโลหิต, เคร่ืองวัดออกซเจน (Pulse
oximeter), เครือ่ งดดู เสมหะ (Suction), เคร่อื งพน่ ยา (Nebulizer) รถเข็น (Wheelchair), หุ่นผู้ปุวยจาลองสาธิต (Sim man และ Sim
girl) ใชใ้ นการเรียการสอนของวิทยาลัยพยาบาล หุน่ ฝึกใสส่ ายระบายของเหลวออกจาช่องอก ฯลฯ
(5) กฎหมาย กฎระเบยี บ และขอ้ บงั คบั
สป.สธ. ดาเนินการภายใต้กฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับท่ีสาคัญ ประกอบด้วย ด้านการปฏิบัติงานตามภารกิจ
ดา้ นบุคลากร ดา้ นข้อมลู ขา่ วสาร และดา้ นการกากับดทู ่ดี ี ดังตารางท่ี P1-7
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ -4
ตารางท่ี P1-7 กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคบั ทส่ี าคัญ
กฎหมาย กฎระเบยี บ ขอ้ บังคบั เน้อื หาสาระสาคัญของกฎหมาย กฎระเบียบ ขอ้ บงั คับ สว่ นราชการที่ผ้รู ักษาการ
1. พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ประกนั คณุ ภาพและความปลอดภยั ในการใชย้ าของผบู้ รโิ ภค กสธ.
กรมโรงงานอตุ สาหกรรม
2. พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 - ใหม้ ีการคมุ้ ครองสุขภาพอนามยั ของประชาชน โดยการ
จัดการด้านอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม กสธ.
3. พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ควบคมุ กากบั การดาเนินการสถานพยาบาลให้มปี ระสิทธภิ าพ กสธ.
และปลอดภยั แก่ผปู้ ุวย
สภาวชิ าชีพทกุ สาขา
4. พ.ร.บ.โรคติดตอ่ พ.ศ.2523 ปอู งกนั และควบคุมโรคสาคัญท่สี ามารถแพรก่ ระจายระหว่าง
สปสช.
ประเทศ แพทยสภา
กสธ.
5. พ.ร.บ.วชิ าชพี การพยาบาลและการผดงุ ครรภ์ บคุ ลากรด้านวชิ าชพี ตอ้ งมีใบประกอบวชิ าชีพมจี รรยาบรรณ
สภานติ ิบญั ญตั แิ ห่งชาติ
พ.ศ.2528 แห่งวิชาชพี กสธ.
6. พ.ร.บ.ประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ให้บรกิ ารตามสิทธิที่ระบใุ น พ.ร.บ. จัดบรกิ ารให้ไดม้ าตรฐาน สรพ.
7.พ.ร.บ.ประกอบวิชาชพี เวชกรรม พ.ศ.2525 การควบคุมผ้ปู ระกอบวิชาชีพการรักษาผ้ปู ุวย กรม สบส.
8. พ.ร.บ.การรประกอบโรค การควบคุมผปู้ ระกอบวชิ าชีพการใหก้ ารพยาบาลและ
ศลิ ปะ พ.ศ.2542 การแพทย์
9. พ.ร.บ.สขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ.2550 กาหนดนโยบายยทุ ธศาสตร์ด้านสขุ ภาพของประเทศ
10. ระเบียบกระทรวงสาธารณสขุ วา่ ด้วย หลักเกณฑ์ วธิ ีการและเงอ่ื นไข การจา้ งพนักงานกระทรวง
พนกั งานกระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ. 2556 สาธารณสขุ พ.ศ. 2556
11. มาตรฐานโรงพยาบาลและบรกิ ารสุขภาพ (HA) การรบั รองคณุ ภาพระบบบรกิ ารของสถานพยาบาลเทยี บกับ
มาตรฐานระดบั ชาติ
12. เกณฑค์ ณุ ภาพเครอื ขา่ ยบริการปฐมภูมิ (PCA) การประกนั คุณภาพเครือข่ายหนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิ
(6) โครงสร้างองคก์ าร
สป.สธ. จาแนกโครงสร้างออกได้เป็น 2 ส่วน คือ ราชการบริหารส่วนกลาง และราชการบริหารส่วน
ภูมิภาค ดังภาพท่ี P1-1 สป.สธ. ได้กากับดูแลตนเองท่ีดีครอบคลุม 4 ด้าน คือ ด้านการปฏิบัติงานตาม
แผนปฏิบตั ิราชการ ด้าน
การเงินการปูองกันและ
ปราบปรามการทุจริต
แ ล ะ ป ร ะ พ ฤ ติ มิ ช อ บ
ด้ า น ก า ร ป ก ปู อ ง
ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ข อ ง
ประเทศและผู้มีส่วนได้
ส่ ว น เ สี ย แ ล ะ ด้ า น ธ ร ร
มาภิบาล นอกจากนี้ ยัง
มี ระบบการก ากั บใน
ระดับเหนือ สป.สธ. เช่น
คตป. ปปท. และคตป.
เปน็ ต้น
ภาพท่ี P1-1 โครงสร้างองค์การของ สป.สธ
สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข-5
(7) ผูร้ ับบรกิ ารและผู้มสี ่วนไดส้ ่วนเสีย
สป.สธ. จาแนกกลุ่มผู้รับบริการออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กรมในสังกัด 2) ผู้รับบริการด้านการแพทย์และ
สาธารณสุข 3) นักศึกษาด้านสาธารณสุข และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจานวน 2 กลุ่ม คือ 1) สถานบริการนอกสังกัด
กระทรวง 2) ผ้ไู ดร้ ับผลกระทบจาการรักษาพยาบาล ดงั ตารางท่ี P1-1 และตารางที่ P1-2
ตารางที่ P1-2 กลมุ่ ผู้มีสว่ นได้สว่ นเสียของ สป.สธ.
กลมุ่ ผ้รู ับบริการ ความต้องการ/ แนวทาง/ แนวทาง/วธิ กี ารส่ือสารระหว่างกัน
ความคาดหวงั วิธีการใหบ้ ริการ
1. กรมในสงั กัด กสธ. - นโยบาย ยุทธศาสตร์ ตวั ช้วี ัด และ - มารบั บรกิ ารด้วยตนเองทีส่ ป.สธ. - ประชุมรว่ มกาหนดเปูาหมายและ
ผลลัพธ์ตวั ชีว้ ดั ทีช่ ัดเจน ถกู ต้อง - ส่งเจ้าหน้าท่ีไปใหบ้ รกิ ารท่ีกรม แนวทางการดาเนินงาน/จดั ทา
ทนั เวลา ขอ้ ตกลง/โทรศัพท์/โทรสาร/ Internet
/E-mail/เอกสารราชการ/พบปะพดู คุย
2. ผรู้ บั บริการดา้ น - ช่องทางบริการที่สะดวก รวดเร็ว - ผา่ นหน่วยบรกิ ารสาธารณสขุ ในสังกัด - พบปะพูดคุย/โทรศัพท์/ โทรสาร/
การแพทยแ์ ละ ทั่วถึง เปน็ ธรรม ไดแ้ ก่โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทวั่ ไป/ Internet/เอกสารราชการ
สาธารณสขุ - คณุ ภาพบรกิ ารที่ได้มาตรฐาน โรงพยาบาลชุมชนุ /โรงพยาบาส่งเสรมิ
ปลอดภัยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน สขุ ภาพตาบล ฯลฯ
สขุ ภาพดขี ึ้น - มารบั บริการดว้ ยตนเองทีห่ นว่ ยบริการ
- สถานท่ีไมแ่ ออดั - มารับบริการทห่ี น่วยแพทยเ์ คล่อื นท่ี
- บคุ ลากรให้บรกิ ารสภุ าพ - ผา่ นอาสมัครสาธารณสขุ ประจาหมู่บ้าน
- ไดร้ ับการคมุ้ ครองตามสิทธ์ิ
ผูม้ ีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี ความตอ้ งการ/ แนวทาง/ แนวทาง/วธิ กี ารสื่อสาi
ความคาดหวัง วิธกี ารใหบ้ ริการ ระหวา่ งกัน
1. ผไู้ ด้รับผลกระทบ - ได้รับการรักษาเยียวยาที่รวดเรว็ - มารับบรกิ ารด้วยตนเองท่ีสป.สธ./สถาน พบปะพดู คุย/โทรศัพท์/โทรสาร /
จากการรกั ษา ทันเวลา เปน็ ธรรม บรกิ าร เอกสารราชการ/E-mail
พยาบาล - ส่งเจา้ หนา้ ที่ไปใหบ้ รกิ ารทบ่ี ้าน
8) สว่ นราชการหรอื องค์การท่ีเกีย่ วข้องกนั ในการให้บรกิ ารหรือสง่ มอบงานตอ่ กัน
จากพันธกิจของ สป.สธ. ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นทั้งหน่วยงานกลางและส่วนราชการอ่ืน โดยมี
บทบาทและข้อกาหนดในการปฏบิ ตั งิ านรว่ มกนั ดงั ตารางที่ P1-8
ตารางที่ P1-8 ส่วนราชการหรือองค์การทเ่ี กย่ี วขอ้ งกันในการให้บริการหรือส่งมอบงานตอ่ กัน
ส่วนราชการ/ บทบาทหนา้ ที่ ข้อกาหนดทส่ี าคญั กลไก/วิธกี ารส่งมอบผลผลติ
องค์กรทเ่ี กี่ยวข้อง ในการปฏบิ ัติร่วมกนั ในการปฏบิ ตั งิ านรว่ มกัน และบรกิ าร
ผู้สง่ มอบ - จัดส่งยา, เวชภณั ฑ์ และครภุ ณั ฑ์ - สง่ มอบยา ,เวชภัณฑ์ และครภุ ัณฑ์ - พบปะกับตัวแทน
1. หน่วยงานจาหน่าย ยา เวชภณั ฑ์ ทางการแพทย์ ทางการแพทย์ที่มคี ุณภาพ ตรงตาม - จัดทาTOR/สัญญาจา้ ง/
และครุภณั ฑ์ทางการแพทย์ ระยะเวลา สญั ญาซื้อ
- ต้นทนุ เหมาะสม - โทรศพั ท์/โทรสาร
- ผา่ นระบบ Internet
สานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข-6
สว่ นราชการ/ บทบาทหนา้ ท่ี ข้อกาหนดทสี่ าคญั กลไก/วิธกี ารสง่ มอบผลผลติ
องค์กรทเ่ี กยี่ วข้อง ในการปฏบิ ตั ิรว่ มกนั ในการปฏบิ ตั งิ านร่วมกนั และบรกิ าร
2. หน่วยงานรับจ้างเหมาบรกิ าร - ส่งมอบสินค้าและบริการตามทีจ่ า้ ง
- สง่ มอบสินค้าและบริการมีคุณภาพ - พบปะกบั ตัวแทน
พันธมิตร - ร่วมจัดทาแผนยทุ ธศาสตรแ์ ละ
1. หน่วยงานในกากบั ของกระทรวง แผนปฏบิ ตั ิราชการกระทรวง ตรงเวลา - จดั ทาTOR/สัญญาจ้าง/
สาธารณสุข ได้แก่ สถาบันวจิ ัย สาธารณสุข
ระบบสาธารณสุข ,สานกั งาน - นานโยบายและแผนปฏิบตั ริ าชการ - ต้นทุนเหมาะสม สญั ญาซ้ือ
หลกั ประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ , ของกระทรวงสาธารณสุขไปปฏิบัติ
สถาบันการแพทยฉ์ ุกเฉนิ แหง่ ชาติ , - ปฏิบัตติ ามข้อตกลง - โทรศัพท์/โทรสาร
สานักงานคณะกรรมการสขุ ภาพ รพ.บา้ นแพ้ว
แหง่ ชาติ,สานกั งานกองทนุ สร้าง - ดาเนินงานตามนโยบาย กสธ. ถูกต้องตามกฎหมายและกฎระเบยี บ - ผ่านระบบ Internet
เสริมสุขภาพ,สถาบนั รับรอง - จัดบรกิ ารสุขภาพในพ้ืนท่รี ับผดิ ชอบ
คุณภาพสถานพยาบาล - ดาเนินงานตามนโยบาย กสธ. - เทคโนโลยที ่ีมีประสิทธิภาพ
2. หนว่ ยงานที่ให้บรกิ ารประชาชน - วจิ ัยและพัฒนาวัคซีน
ดา้ นสาธารณสขุ ไดแ้ ก่ ร.พ.บ้าน - ข้อตกรว่ มการปฏิบัตริ าชการตาม ทันสมยั พรอ้ มใช้งาน
แพว้ , สถาบันวัคซีน นโยบายรัฐบาล (MOU)
- แผนยทุ ธศาสตร์และแผนปฏิบตั ิ - ประชุมชี้แจง/หารือ
3. หน่วยงานภาครัฐท่ีบูรณาการ - ผลิตแพทย์ตามโครงการผลิตแพทย์
แผนร่วมกัน ไดแ้ ก่ ก.มหาดไทย/ เพ่ิมเพือ่ ชาวชนบท ราชการมีความสอดคลอ้ งกับ - จดั ทาตกลงร่วมกนั (MOU)
ก.เกษตรฯ/ก.ศกึ ษาธกิ าร./ก.พฒั นา
สังคมฯ - อานวยความสะดวกจัดทาธรุ กรรมใน วิสัยทัศน์ และภารกจิ องคก์ ร - โทรศัพท์/โทรสาร
ผู้ให้ความรว่ มมือ ดา้ นการเงนิ
1. สถาบนั การศกึ ษา - ปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง(MOU) - ประชุมชแ้ี จง/หารือ
2. สถาบันทางการเงิน - ผลการปฏบิ ตั ิราชการเป็นไปตาม - จดั ทาตกลงรว่ มกัน (MOU)
เปูาหมายทกี่ าหนด - รายงานผ่านระบบ 43 แฟูม
- Web Conference
/VDO Conference/
Twitter/Face book /Skype/
E-mail/LINE
- ตอบสนองนโยบายกระทรวง - ประชุมช้ีแจง/หารอื
สาธารณสุข - จัดทาตกลงรว่ มกัน
- บริการไดต้ ามมาตรฐาน ถูกต้อง - โทรศพั ท์/โทรสาร
เป็นธรรม รวดเร็ว - เอกสารราชการ
- ตอบสนองนโยบายกระทรวง - ประชุมชแ้ี จง/หารือ
สาธารณสุข - จัดทาตกลงร่วมกัน
- โทรศพั ท์/โทรสาร
- ส่งมอบขอ้ มูลที่ครบถว้ น ทันสมัย - ประชุมชแ้ี จง/หารอื
ตรงเวลา - จัดทาตกลงรว่ มกนั
- โทรศพั ท์/โทรสาร
- E-mail
- แพทยม์ ีคุณสมบตั ติ ามเกณฑ์ - ประชุมชแ้ี จง/หารอื
มาตรฐานผู้ประกอบวชิ าชีพเวชกรรม - จดั ทาตกลงรว่ มกัน
- ผลิตแพทย์ได้ตามเปาู หมาย - โทรศัพท์/โทรสาร
- ผา่ นระบบ Internet
- รวดเร็ว สะดวก โปร่งใสถูกตอ้ ง - โทรศพั ท์/โทรสาร
- ผ่านระบบ Internet
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ -7
2.สภาวการณ์ขององคก์ าร
(9) สภาพแวดล้อมด้านการแขง่ ขนั ทงั้ ภายในและภายนอกประเทศ
การเทียบเคียงภายในประเทศ สป.สธ.มโี รงพยาบาลและสถานบริการครอบคลุม 77 จังหวัด ครอบคุมพ้ืนที่ถึง
ร้อยละ 80 จัดบริการสุขภาพด้านส่งเสริมสุขภาพ ควบคุมปูองกันโรค รักษาพยาบาล ฟ้ืนฟูสมรรถภาพ และคุ้มครอง
ผู้บริโภค ที่มีคุณภาพมาตรฐาน HA ในสถานบริการ
ระดับเดียวกับภาคเอกชน และจากการเทียบเคียง
ความท่ีค่าใช้จ่ายสุขภาพพบว่า ค่าใช้จ่ายของสถาน
บริการภาคเอกชนสูงกวา่ ภาครัฐ ตามภาพที่ P2-1
ส า ห รั บก า ร เที ย บ เคี ย ง ผ ล ก า ร ป ฏิ บั ติ
ราชการ การพัฒนาองค์การ และการสร้างความ
โปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดยเทียบเคียงกับส่วน
ราชการที่มีภารกิจ ขนาดและโครงสร้างคล้ายคลึงกันพบว่า สป.สธ. มีผลการเทียบเคียงท่ีดีกว่า สป.ศธ. และสป.
มหาดไทย ดงั ตารางที่ P2-1
ตารางที่ P2-1 การเปรยี บเทียบผลการดาเนินงานกบั สว่ นราชการท่ีมโี ครงสรา้ งและภารกจิ คลา้ ยกบั สป.สธ
ประเดน็ การเทยี บเคียง สป.สธ. สว่ นราชการเทยี บเคยี ง สป.มหาดไทย แหลง่ ขอ้ มลู
ผลการ ลาดบั สป.ศธ.
การปฏิบตั ริ าชการ ดาเนินงาน ผลการ ลาดับ สานักงาน
- ผลการปฏิบัติราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2557 4.5984 1 ผลการ ลาดับ ดาเนินงาน ก.พ.ร.
การบรหิ ารจัดการภาครัฐ 5.0000 1 ดาเนินงาน สานกั งาน
- ระดบั ความสาเรจ็ ของการพัฒนาองคก์ าร ก.พ.ร.
ปีงบประมาณ พ.ศ.2557 5.0000 1 3.6513 3 4.1846 2
การบรกิ าร สานกั งาน
- การสรา้ งความโปร่งใสในการปฏบิ ตั ิราชการ 5 รางวลั 1 4.8000 2 4.5290 3 ก.พ.ร.
ปีงบประมาณ พ.ศ.2557
นวตั กรรม 4.5801 2 4.2179 3 สานกั งาน
- จานวนผลงานทีไ่ ดร้ บั รางวลั คณุ ภาพแห่งชาติ ปี 2558 ก.พ.ร.
1-0-
การเทยี บเคยี งประเทศในกล่มุ อาเซยี นทีม่ จี านวนประชากรใกลเ้ คียงพบว่า หญิงไทยมีอายุคาดเฉล่ียเม่ือแรกเกิด
สูงเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นหญงิ ชาวมาเลเซีย และเวียดนาม หญิงฟิลิปปนิ ส์มีอายุคาดเฉลี่ยต่าสุด ในส่วนชายไทย มี
อายุคาดเฉลี่ยเท่ากับชายชาวมาเลเซีย รองลงมาเป็นชายชาวเวียดนาม และต่าสุดเป็นชายชาวฟิลิปปินส์ เนื่องจาก
กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสาคัญกาหนดยุทธศาสตร์ตามกลุ่มวัย เพ่ือแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทยได้อย่างมี
ประภาพประสทิ ธิผลมากกว่าการกาหนยทุ ธแื บบเดมิ ดงั ภาพท่ี P2-2 และ P2-3
สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข-8
การเสียชีวติ ของมารดาจากสาเหตทุ างตรง (direct Cause) ยังเป็นปญั หาสาคัญของประเทศสามารถปูองกันได้
สป.สธ.ได้เทียบเคียงอัตรามารดาตายวิเคราะห์ดูสถานะการณ์ของประเทศไทยกับประเทศในกลุ่มอาเซียน เพ่ือวาง
ยุทธศาสตร์และกาหนดเปูาหมายไว้ 10 ปี จากการดาเนินการ 3 ปีที่ผ่านมาอัตราการตายของมารดามีแนวโน้มลด
เทยี บกับประเทศ มาเลเซยี ฟิลปิ ปินส์ และเวยี ดนาม อตั ราตายประเทศไทยสามารถและลงแต่ยงั ไมบ่ รรลเุ ปาู หมาย
ความคลรอบคลุมของการมีหลักประกันสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่ม ของประชาชนไทย เพ่ิมข้ึนอย่าง
ต่อเนอ่ื งตากรอ้ ละ 71.00 ในปี 2554 เป็นรอ้ ยละ 99.84 ในปี 2557 โดยสัดสว่ นของสิทธิ UCS คดิ เปน็ ร้อยละ 73.80
สทิ ธปิ ระกนั สงั คม รอ้ ยละ 16.90 และสทิ ธสิ วสั ดกิ ารข้าราชการและวิสาหกิจ ร้อยละ 7.39 กระทรวงได้ออกนโยบาย
การเข้าถงึ บรกิ ารทจี่ าเปน็ และมีคุณภาพและออกมาตรการใหส้ ถานบรกิ ารภายใตส้ ังกดั มีการพฒั นาคณุ ภาพมาตรฐาน
อย่างตอ่ เนือ่ งผา่ นกระบวนการรับรองคณุ ภาพโรงพยาบาล (HA) มาตรการการเข้าถึงบริการ เจ็บปุวยฉุกเฉินรักษาได้
ทุกที ฟรีทุกสิทธ์ิ และฝากครรภ์ทุกที่ ฟรีทุกสิทธิ์ เพื่อลดภาระร่ายจ่ายค่ารักษาพยาบาลและสร้างความเช่ือมั่นซ่ึง
เมอ่ื เทียบกบั ประเทศในอาเซียน ตามภาพแผนภมู ิท่ี 10 และ17
สานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ -9
(10) การเปลยี่ นแปลงด้านการแขง่ ขัน
ปจั จยั ทที่ าใหป้ ระสบความสาเร็จ ปัจจัยทม่ี ผี ลต่อสภาพการแข่งขัน
- มีความเชี่ยวชาญในการศกึ ษา วิเคราะห์ และจัดทา - การเขา้ สูป่ ระชาคมอาเซียน (Asian Economic Community : AEC) ในปี 2558 การเตรียมความ
ข้อมูลในการกาหนดนโยบาย เปูาหมายและ พรอ้ มดา้ นบุคลากร ดา้ นระบบบริการสาธารณสุข การสร้างและพฒั นาศกั ยภาพเครือขา่ ยระบบ
ผลสัมฤทธขิ์ องกระทรวงสาธารณสขุ สุขภาพ
- มรี ะบบการกากบั ติดตาม และประเมินผล การ - การเปล่ียนแปลงสภาพภูมอิ ากาศของโลกและภยั พบิ ัตติ ่าง ๆ ทีส่ ่งผลกระทบตอ่ สุขภาพ
ปฏบิ ตั ิราชการทีม่ ีประสิทธิภาพสูง (e-inspection) - การอบุ ตั ิใหมแ่ ละอบุ ัติซา้ ของโรคท่ีรุนแรงมากข้นึ
- มีสมรรถนะสูงในการผลิตบุคลากรทางด้าน - ประชาชนคนไทยบางสว่ นขาดการกลัน่ กรองขอ้ มลู ขา่ วสารด้านสขุ ภาพอย่างรู้ทัน ทาใหเ้ กิด
สาธารณสุขของประเทศ พฤตกิ รรมเส่ยี งต่อการมสี ุขภาพดี
- การปฏริ ปู ระบบราชการของสานักงาน ก.พ.ร. - โครงสร้างประชากรเปลย่ี นแปลงไปและมแี นวโน้มเข้าส่สู ังคมผ้สู ูงอายุ
- การกระจายอานาจสู่ท้องถิ่น - การอพยพแรงงานข้ามชาติ
- การนาเทคโนโลยีสมยั ใหม่มาใช้ในการ - การอพยพย้ายถ่ินจากชุมชนชนบทมาสู่เมืองส่งต่อแบบแผนการบริโภคอาหาร
รักษาพยาบาลและการปอู งกนั โรคมากขึ้น - ภาวะโลกร้อน สง่ ผลเกิดการเสยี ชีวิตจากภยั พิบตั ิและน้าทว่ ม การแพร่ระบาดของโรคตดิ ต่อ โดร
อุบตั ิใหม่ โรคอบุ ตั ซิ ้ามีแนวโน้มรุนแรงข้ึน
- สิง่ แวดล้อมไม่เอื้อตอ่ การมสี ุขภาพทด่ี ี เชน่ มลพษิ ทางอากาศ มลพิษทางนา้ มลพิษทางเสียง
มลพิษจากสารอันตราย มลพิษจากของเสียอันตราย
- เสถียรภาพทางการเมืองของประเทศมีความขัดแย้งส่งผลต่อการขับเคลอื่ นนโยบายด้านสขุ ภาพ
(11) แหลง่ ขอ้ มูลเชิงเปรียบเทียบ
สป.สธ.มีแหล่งข้อมูลภายในประเทศ ได้แก่ ผลงานวิจัยด้านสุขภาพ รายงานผลการดาเนินงานประจาปี ข้อมูล
ผลการตรวจราชการจากหน่วยงานภายใน เช่น สนย./กพร.สป.สธ./สตป./สวส./สบรส และจากหน่วยงานนอกสป.สธ.
เช่น กรมในสงั กดั กสธ./สวรส./สปสช./สสส./สรพ./สานักงาน ก.พ.ร./สานกั งานสถติ ิแหง่ ชาติ เป็นต้น
แหล่งข้อมูงจากต่างประเทศ ได้แก่ องค์กรอนามัยโลก (WHO) องค์การสหประชาชาติ (UNDP) World health
Statistics World Development www.who.org
ข้อจากดั ในการไดม้ าซง่ึ ข้อมลู เชิงเปรียบเทยี บ ไดแ้ ก่ ข้อมูลไมส่ ามารถเปดิ เผยได้ ขอ้ มลู ไมเ่ ปน็ ปจั จุบันเน่ืองจาก
มีการนาเสนอเป็นราย 3 ปี/5ปี การเขา้ ถึงข้อมูลไมส่ ะดวก ไมม่ หี นว่ ยงานกลางรวบรวมข้อมูล
ข.บรบิ ทเชิงยุทธศาสตร์
(12) ความทา้ ทายเชิงยุทธศาสตร์และความได้เปรียบเชงิ ยุทธศาสตร์ ของสป.สธ. ดังตารางที่ P1-14
ตารางที่ P1-14 ความท้าทายและความไดเ้ ปรยี บเชิงยุทธศาสตร์ของ สป.สธ.
ความท้าทายเชิงยทุ ธศาสตร์
ดา้ นพันธกจิ การสร้างความเป็นเลิศด้านคุณภาพการให้บริการของสถานบริการ และลดอัตราการปุวยของคนไทย
ด้านการปฏิบตั กิ าร การลดความแออัดของสถานบรกิ าร
ดา้ นทรัพยากรบคุ คล การรักษาคนเกง่ ให้อยู่ในองค์การ และการพฒั นาบคุ ลากรมีสมรรถนะทีเ่ หมาะสมกบั วชิ าชพี และเตรยี ม
รองรบั กระแสอาเซยี นโดยสามารถสือ่ สารภาษาองั กฤษและภาษาอาเซยี นได้
โอกาสเชิงยุทธยทุ ธศาสตร์
ด้านพนั ธกจิ นโยบายภาครฐั ทเ่ี อ้ือตอ่ การดแู ลสขุ ภาพของประชาชน และการพฒั นา ปรบั ปรุงกฎหมายทางดา้ น
ด้านการปฏบิ ตั กิ าร สาธารณสุขทเี่ ปน็ ประโยชน์ต่อประชาชนไดเ้ อง
หลกั สูตรการผลิตแพทย์และบคุ ลากรทางด้านสาธารณสุขท่ีสอดคล้องกบั ชมุ ชน การมรี ะบบบริการสขุ ภาพ
ด้านบคุ ลากร และเทคโนโลยีการรักษาท่ลี า้ สมัย และการมีสถานบรกิ ารสุขภาพในสังกัดครอบคลุมทั่วประเทศมากกวา่
ร้อยละ 80
ความพึงพอใจและความเชือ่ มัน่ ของผรู้ บั บรกิ าร คณุ ภาพการรักษาทสี่ งู และคา่ รกั ษาพยาบาลทตี่ ่า
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ -10
ค.ระบบการปรับปรุงผลการดาเนนิ การ
(13) ระบบการปรับปรุงผลการดาเนินการ สป.สธ.มรี ะบบงานที่สาคญั 3 ระบบงาน ภายใตว้ ิสัยทัศน์ของ สป.สธ.
ประกอบดว้ ย 1) การบริหารยุทธศาศตร์ 2) การบริการด้านสาธารณสุข 3) การประกันคุณภาพมาตรการให้บริการ และ
ระบบงานสนบั สนุนของสป.สธ.ประกอบดว้ ย 1) ระบบบริหารเทคโนโลยสี ารสนเทศ 2) ระบบบริหารการเงนิ การคลงั 3)
ระบบบรหิ ารทรัพยากรบุคคล โดยนาหลกั การ Plan – Do – Check - Act มาใช้เปน็ เคร่ืองมือปรบั ปรุงระบบงานอย่าง
ตอ่ เนื่อง และบณู าการมาตรฐาน HA/ JCI/ DHS-PCA/ และ PMQA ควบคู่ไปกับ 5 ส./ Healthy Workplace/ ISO
14001/7 GREEN/ CQI/ QA/ KM/ R2R/ R&D/ BSC/ RCA Best/ Practices/ Benchmarking/ ระบบการควบคุมภายใน/
IPA/ Infectious disease control ควบกากับดว้ ย KPIs และมีการแลกเปลยี่ นความรู้ ทักษะ ประสบการณจ์ ากงานประจาสู่
การวจิ ัย (R2R) และต่อยอดสนู่ วัตกรรมใหมเ่ พ่ือ สง่ มอบบริการท่ีมีคุณภาพให้แก่ประชาชน
สป.สธ.ให้ความสาคัญกับแนวทางการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนความรู้ตามกระบวนการจัดการความรู้ตาม
แนวทาง 7 - KM Process และรวบรวมความรู้ท่ีฝังลึกในตัวบุคลากร )Tacit knowledge (มาจัดทาเป็นองค์ความรู้
ภายนอก )Explicit knowledge (เช่น คู่มือการปฏิบัติงานของหน่วยงาน มีการส่ือสารให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงความรู้ได้ง่าย
สะดวก และมีการแลกเปล่ียนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากงานประจาสู่การวิจัย (R2R) และต่อยอดสู่นวัตกรรม ผ่าน
ประชมุ วชิ าการประจาปี บอรด์ ประชาสมั พนั ธ์ และ Website KM ของส่วนราชการ
*****************
สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ - 11
ส่วนท่ี 2 การดาเนินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
สว่ นที่ 2-1 การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจดั การภาครัฐอยา่ งตอ่ เน่อื งตามเกณฑ์ระดบั พนื้ ฐาน
หมวด 2 การวางแผนเชงิ ยทุ ธศาสตร์
2.1 การจัดทายุทธศาสตร์
(1) กระบวนการวางแผนยทุ ธศาสตร์ สป.สธ. ไดแ้ ต่งตั้งคณะกรรมการวางแผนยุทธศาสตร์ โดยมีปลัดกระทรวง
สาธารณสุข เป็นประธาน องค์ประกอบของคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานสังกัด สป.สธ. และ
ผอู้ านวยการสานักนโยบายและยทุ ธศาสตร์ เป็นเลขานกุ าร มีกระบวนการจัดทายทุ ธศาสตร์ ดงั น้ี
(1.1) การวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมและปัจจยั ทมี่ ีผลต่อการพัฒนาสุขภาพ เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยนาเข้าใน
การจัดทายุทธศาสตร์ โดยใช้เทคนิค World Café และ SWOT Analysis ประกอบด้วย สภาพแวดล้อมภายนอก อาทิ
นโยบายรัฐบาล สังคมเศรษฐกิจการเมือง สถานการณ์ของโลกปัจจุบันและอนาคตที่มีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว
เทคโนโลยีสารสนเทศ ความคาดหวังของผู้รับบริการ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/ผู้ส่งมอบ/คู่ค้า/คู่ความร่วมมือ สถานะสุขภาพ
ของคนไทย สถานการณ์ด้านสังคมท่ีส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ข้อมูลสถานการณ์ของระบบบริการสุขภาพ สถานการณ์
การเงนิ การคลังดา้ นสขุ ภาพ นามาสกดั เพื่อกาหนดจุดยืนการพัฒนาของแผนยุทธศาสตร์
(1.2) การกาหนดยุทธศาสตร์ ผู้บริหาร สป.สธ.ได้กาหนดทิศทางของส่วนราชการ โดยให้ความสาคัญของ
กรอบทิศทาง ดาเนินการทบทวนวิสัยทัศน์ และพันธกิจ กาหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่เป็นประเด็นหลักของการพัฒนา
โดยใช้ข้อมูลความท้าท้ายเชิงกลยุทธ์ ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ความสามารถพิเศษ นามากาหนดวัตถุประสงค์เชิง
ยทุ ธศาสตร์ และมีกระบวนการปรับแผน เพ่ือตอบสนองต่อการเปลย่ี นแปลง
(1.3) การแปลงยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ ด้วยการจัดทาแผน ปฏิบัติการเป็นเคร่ืองมือการถ่ายทอดแผน
ยทุ ธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติท่ีส่งผลต่อความสาเร็จของยุทธศาสตร์และกาหนดหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักและหน่วยงาน
สนบั สนุน ในการจดั สรรทรัพยากรโดยใช้แผนทย่ี ทุ ธศาสตร์ ในรปู แบบของแผนงาน/โครงการ ทมี่ มี าตรการทางการปฏิบัติ
ท่ีเน้นการใช้ความได้เปรียบ เชิงกลยุทธ์ และความสามารถพิเศษ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กาหนดเป็นแผนงานหลัก และ
กจิ กรรม/ผลผลติ การดาเนินงาน ระยะเวลา งบประมาณ และผรู้ บั ผิดชอบ
(1.4) การกากับติดตาม ประเมินผล สป.สธ.ได้วางระบบการติดตามและประเมินผลการดาเนินงานของ
แผนปฏิบตั กิ ารและตวั ช้ีวดั ท่สี าคญั เป็นรายไตรมาส ผ่านกลไกของผู้ตรวจราชการกระทรวง ด้วยการลงพ้ืนที่ตามแผนการ
ตรวจราชการทุก 3 เดือน และให้ Project Manager ที่รับผิดชอบตัวชี้วัดติดตามรายงานผล และมีระบบข้อมูล และ
จัดทาสรปุ ผลการดาเนินงานตามแผนปฏิบัติการในรอบของปีงบประมาณ
(2) นวัตกรรม เนอื่ งจากนโยบายรฐั บาลใหค้ วามสาคัญกบั การวางรากฐาน พัฒนา และเสริมความเข้มแข็งให้แก่
การให้บรกิ ารด้านสาธารณสุขและสขุ ภาพของประชาชน เนน้ ความท่วั ถึง คณุ ภาพ และประสิทธภิ าพดว้ ยการพฒั นาระบบ
บริการสุขภาพ เน้นการปูองกนั โรคมากกวา่ รอใหป้ ุวยแลว้ จงึ มารักษา สรา้ งกลไกการจัดการสุขภาพ ในระดับเขตแทนการ
กระจุกตัวอยู่ท่ีส่วนกลาง ผลักดันให้เกิดนวัตกรรม “เขตสุขภาพ” เป็นรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหมาะสม
เขตสุขภาพแบ่งเป็น 12 เขต แต่ละเขตประกอบด้วย 4-8 จังหวัด ประชากร 4 - 6 ล้านคน มีภารกิจในการกากับดูแล
ระบบสุขภาพภายในเขต จัดบริการสุขภาพทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ และตติยภูมิข้ันสูง
พัฒนาการจดั บริการรว่ มใน 12 สาขาหลักของแผนพฒั นาระบบบริการสขุ ภาพ บริหารจัดการทรัพยากรด้านสุขภาพ เป็น
รูปแบบการกระจายอานาจจากราชการส่วนกลางไปยังราชการส่วนภูมิภาค มีอานาจการตัดสินใจและบริหารจัดการ
ภายในเขตได้อย่างคล่องตัว ใช้รูปแบบของคณะกรรมการอานวยการเขตสุขภาพและคณะกรรมการเขตสุขภาพ ในการ
บริหารจดั การและตดิ ตามตรวจสอบการดาเนนิ งานของเขตสุขภาพ
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ - 12
(3) การวิเคราะห์และกาหนดยุทธศาสตร์ สป.สธ. ได้มีการดาเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลทาง
ยุทธศาสตร์ และปจั จยั หรือสภาพแวดล้อมภายในหน่วยงานเป็นจุดแข็งหรือจุดอ่อน โดยใช้เคร่ืองมือ PESTEL Analysis,
SWOT Analysis, Trend Analysis, GAP Analysis, etc. และนาปัจจัยท่ีสาคัญอื่นๆ มาใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูลสาคัญ
ในการวิเคราะห์ ได้แก่ กรอบทิศทางของแผนระดับชาติ นโยบายรัฐบาล สถานการณ์ของโลก และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ความคาดหวังของสังคม/ผู้รับบริการ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สภาพการแข่งขันของคู่แข่ง อานาจการต่อรองของผู้ซ้ือและ
Suppliers ท้งั ในระดับอาเซียน และเปาู หมาย MDG สถานะสุขภาพของคนไทย สถานการณ์ด้านสังคมท่ีส่งผลกระทบต่อ
สุขภาพ สถานการณ์ของระบบบริการสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชน สถานการณ์การเงินการคลัง ด้านสุขภาพ ระเบียบ
ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ผลการดาเนินงาน และปัญหาอุปสรรคต่างๆ ในการดาเนินงานที่ผ่านมา
นวัตกรรมและการเปล่ยี นแปลงท่ีสาคัญของการพฒั นาสขุ ภาพ
(4) ระบบงานและสมรรถนะหลักของส่วนราชการ ระบบงานที่สาคัญของ สป.สธ. คือ ระบบบริการสุขภาพ
ระบบสง่ เสริมสุขภาพ ระบบควบคมุ และปอู งกันโรค และระบบค้มุ ครองผูบ้ ริโภคด้านสุขภาพ และระบบงานที่ สป.สธ.ต้อง
อาศัยความร่วมมือจากคู่ค้า/พันธมิตรร่วมดาเนินงานให้เน่ืองจาก สป.สธ.ไม่สามารถดาเนินการได้เองเพราะไม่มีความ
เช่ียวชาญและไม่คุ้มทุน คือ ระบบการผลิตยาและวัคซีน ระบบข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ ท้ังน้ี ประเทศไทยมีความ
ได้เปรยี บในด้านการบรกิ าร ผใู้ หบ้ ริการมี Service Mind และ Hospitality สงู จงึ เป็นโอกาสในการกาหนดสมรรถนะหลัก
ในอนาคตว่าจะเป็นผู้ให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขและมีศูนย์ความเป็นเลิศใน 4 สาขาหลัก (มะเร็ง หัวใจ
อุบัติเหตุ ทารกแรกเกิด) ครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ ท้ังน้ีเนื่องมาจากความเจ็บปุวยมีความซับซ้อนและรุนแรง อัตราการ
เสียชีวิตด้วยโรคก่อนวัยอันควท่ีเกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มข้ึนทุกปี ดังนั้นจึงจาเป็นต้องกาหนดสมรรถนะหลักไว้
ดังกล่าว ท้ังน้ีมีการจัดทายุทธศาสตร์ศูนย์กลางสู่ความเป็นเลิศทางด้านการแพทย์ ในระยะ 5-10 ปีข้างหน้า โดยวาง
แผนการพฒั นาระบบบรกิ าร 4 สาขาหลกั และวางแผนการผลิตกาลงั คนรองรบั
ข. วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ สป.สธ.ได้กาหนดเปูาประสงค์สูงสุดท่ีสาคัญ ระยะยาว 10 ปี คือ 1) อายุคาด
เฉล่ียเมื่อแรกเกิดไม่น้อยกว่า 80 ปี และ 2) อายุคาดเฉล่ียของการมีสุขภาพดีไม่น้อยกว่า 72 ปี และมีวัตถุประสงค์เชิง
ยุทธศาสตร์ 5 ข้อ ซึ่งได้มีการวิเคราะห์สถานะองค์กร และ SWOT Analysis เพื่อหาปัจจัยที่มีผลต่อความสาเร็จของ
วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ โอกาสและความท้าทายท้ังในระยะส้ัน และระยะยาวท่ีสอดคล้องกับความต้องการของทุก
กลุ่มผมู้ ีส่วนได้ส่วนเสยี สามารถวัดถงึ ความสาเรจ็ ไดต้ ามวสิ ยั ทัศน์ทีก่ าหนดไว้
(5) วตั ถุประสงคเ์ ชิงยทุ ธศาสตรท์ สี่ าคญั สป.สธ.ได้จัดทาแผนยุทธศาสตร์ระยะ 4 ปี เพ่ือเป็นกรอบดาเนินงาน
และมีวัตถปุ ระสงคเ์ ชิงยุทธศาสตรท์ ี่สาคัญ 5 ขอ้ ท่มี คี วามคลอบคลุมภารกิจหลกั ระบบงานและสมรรถนะหลักและความ
จาเป็นของพ้ืนที่ของหน่วยงานสังกัดสป.สธ ได้แก่ 1) ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องโดยการจัดการสุขภาพที่
เหมาะสม 2) ประชาชนทุกคนในเขตเครือข่ายบริการได้รับบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานและเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยใน
เครอื ข่ายบริการ 3) ประชาชนผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดได้รับการบาบัดรักษาฟื้นฟูอย่างถูกต้องเหมาะสม 4) ประชาชนใน
เขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ท่ีสอดคล้องกับสภาพปัญหาเฉพาะของพื้นท่ี 5)
ระบบบริการการแพทย์และสาธารณสุขมีศักยภาพสามารถรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และกาหนดตัวชี้วัดด้าน
กระบวนการสาคญั ตอบสนองความท้าทายระยะสั้นและความทา้ ทายเชิงยุทธศาสตรด์ ้านทรัพยากรบุคคล รวมทั้งกาหนด
ตวั ช้ีวดั ดา้ นต่างๆ รองรับยทุ ธศาสตรแ์ ตล่ ะด้าน
(6) การพิจารณาวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ ใช้ผลลัพธ์การดาเนินการด้านสาธารณสุข เป็นตัวบ่งช้ีถึงการ
ดูแลสุขภาพของประชาชน นาความท้าทายทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเป็นโอกาสในการสร้างสมดุลภายในหน่วยงาน
รวมทง้ั นาปัญหาขอ้ เทจ็ จริงในพนื้ ที่ ความตอ้ งการดา้ นสขุ ภาพของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มาใช้เป็นฐานข้อมูล
มากาหนดวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า (ผู้รับบริการ) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คู่ความ
ร่วมมือ สามารถตอบสนองความท้าทายเชิงกลยุทธ์โดยเฉพาะในประเด็นของการจัดพื้นที่บริการสุขภาพแบบเครือข่าย
สานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ - 13
เบ็ดเสร็จในระดับเขต ท้ังนี้วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ข้อ กาหนดค่าเปูาหมายจากผลการดาเนินงานท่ีผ่านมา
ยอ้ นหลงั 3 ปี เทียบกับค่ามาตราฐานสากล
2.2 การนายุทธศาสตรไ์ ปฎบิ ตั ิ
(7) การจัดทาแผนปฏิบัติการ สป.สธ.ได้มีกระบวนการแปลงแผนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ โดยใช้หลักการ
ตามลาดบั ดังนี้ 1) สื่อสารเพื่อใหบ้ ุคลากร ผสู้ ง่ มอบ พันธมติ ร ไดร้ ู้เข้าใจ 2) ขับเคล่ือนหน่วยงานตามยุทธศาสตร์เพ่ือไปสู่
วสิ ยั ทัศน์ การบริหารความเสยี่ งและปจั จัยท่จี ะทาใหก้ ารดาเนินงานไม่สามารถไปสู่เปูาหมายได้ 3) จัดทาแผนปฏิบัติการ
ประจาปี (แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี และ 1 ปี) 4) จัดสรรทรัพยากรท้ังคน เงิน ของ ให้เหมาะสมกับแผนงาน/โครงการ/
กิจกรรม ตามแผนปฏิบัติการประจาปี พร้อมทั้งวางแผนพัฒนาสมรรถนะบุคลากรให้เหมาะสมกับภารกิจที่ได้รับ 5)
กาหนดหน่วยงานผู้รับผิดชอบดาเนินงานตามกรอบวงเงินและระยะเวลาที่กาหนด แผนปฏิบัติการท่ีสาคัญได้แก่ แผน
ปฏริ ูประบบสุขภาพ แผนพฒั นาระบบบริการ
(8) การนาแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติ สป.สธ.ได้แปลงแผนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติให้เกิดรูปธรรม และมีความ
สอดคลอ้ งเปน็ ทิศทางเดียวกันจนถึงระดับบุคคล ใช้ช่องทางการส่ือสารทั้งรูปแบบของการประชุมถ่ายทอด และเผยแพร่
ให้สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้อย่างสะดวก ผ่านเว็บไซด์ และใช้แผนท่ียุทธศาสตร์ เป็นเคร่ืองมือการถ่ายทอดแผน
ยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ โดยได้มีการจัดทาคารับรองการปฎิบัติราชการ มีการลงนามถ่ายทอดตัวช้ีวัดระดับองค์กรสู่
ระดับบุคคลทุกปี
(9) การจัดสรรทรัพยากร สป.สธ. มีหลักเกณฑ์และแนวทางการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจาปี
งบประมาณ พ.ศ. 2558 ของส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยมีหลักเกณฑ์การจัดสรรตามท่ีคณะกรรมการวางแผน
ยุทธศาสตร์ กาหนดไว้ ดังนี้ 1) งบประมาณเพื่อสนับสนุนการดาเนินงานตามภารกิจพ้ืนฐานของสานักงานสาธารณสุข
จังหวดั และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล 2) งบประมาณเพื่อสนับสนุนการดาเนินงานบริหารจัดการของเขตสุขภาพ
12 เขต และ 3) งบบูรณาการการพัฒนาด้านสาธารณสุข (ระบบบริการปฐมภูมิ ระบบบริการทุติยภูมิ และระบบบริการ
ตตยิ ภมู ิ ระบบฉกุ เฉินและส่งตอ่ )
(10) แผนด้านทรัพยากรบุคคล สป.สธ.ได้จัดทาแผนยุทธศาสตร์กาลังคนของกระทรวงสาธารณสุข
พ.ศ. 2556 - 2559 ให้สอดคล้องกับยทุ ธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อเป็นกรอบกาหนดทิศทางการบริหารจัดการกาลังคน ด้าน
สาธารณสขุ ให้มีอตั รากาลังท่ีเพยี งพอตอ่ การให้บริการสขุ ภาพท่ไี ด้มาตรฐานและมีคุณภาพแก่ประชาชน ประกอบด้วย 1)
ระบบและกลไกการบริหารกาลังคน 2) ระบบการจัดการ/การธารงรักษากาลังคน 3) การผลิตและการพัฒนากาลังคน 4)
ระบบภาคีเครือข่ายการจัดการกาลังคน แผนบุคลากรท่ีสาคัญ ได้แก่ โครงการพัฒนาบุคลากรตามแผนพัฒนาระบบ
บริการสุขภาพ โครงการจดั ทาเส้นทางความก้าวหนา้ ในอาชีพของขา้ ราชการ
(11) ตัววัดผลการดาเนินการ สป.สธ. ได้มีระบบการวดั ผลการดาเนินการที่นอกเหนือจากการกากับติดตามทั้ง
3 วิธี คอื 1) การรายงานผลอยา่ งสมา่ เสมอ 2) การประชุมผู้บริหารทุกเดือน 3) การตรวจราชการและการนิเทศงาน และ
กาหนดตวั ชี้วดั ทีส่ าคญั ทเี่ ชอ่ื มโยงกับวตั ถปุ ระสงค์เชิงยทุ ธศาสตร์ เพ่ือใชใ้ นการติดตามความกา้ วหน้าของแผนปฏิบัติการ
และได้วางระบบการวัดผลโดยรวมให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันและครอบคลุมทุกหน่วยงานในสังกัดท้ังราชการ
บริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย 1) การกากับติดตามความก้าวหน้า 2) การประเมินผล 3) การตรวจ
ราชการ ในพ้นื ทีจ่ ังหวัด 2 รอบตอ่ ปี 4) การตรวจสอบ เป็นการควบคุม ตรวจสอบเทียบกับกฎหมาย/ระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง
5) ระบบข้อมูลสารสนเทศ มีระบบ Health Data Center ช่วยในการกากับ ติดตาม ประเมินผล ซึ่งเป็นระบบรายงาน
ข้อมลู ผลการดาเนนิ งานตามตวั ช้วี ดั ผู้บริหารทุกระดบั ประชาชนท่วั ไปสามารถติดตามผลการดาเนนิ งานไดท้ างเวบ็ ไซด์
(12) การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ ได้นากระบวนการปรับแผน มาใช้เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง
และรองรับตามสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ประกอบด้วย 1) ประชุมผู้บริหาร เพื่อกาหนดเปูาหมาย/ทิศทางใหม่ให้
เหมาะสมกบั สถานการณ์ พร้อมทั้งการวเิ คราะหผ์ ลกระทบต่างๆ ทจ่ี ะเกิดขึ้น 2) กาหนดแนวทางระยะส้นั (เรง่ ดว่ น)
สานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ - 14
และระยะยาว 3) ปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณ 4) กาหนดผู้รับผิดชอบในการดาเนินงานท่ีชัดเจน 5) กากับ
ติดตามผลความก้าวหน้าของงานทุกสัปดาห์ และนาการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) มาใช้ในการวิเคราะห์
ผลการดาเนินงานท่ีมีความเส่ยี งทาให้ไมส่ ามารถดาเนินการตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ให้บรรลุผล ทาให้มั่นใจได้ว่าสามารถ
ดาเนินการตามยุทธศาสตร์ได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและปอู งกนั จดุ ออ่ นทอี่ าจเกิดขึน้ ได้ทันเวลา การปรับเปล่ียนแผน กรณี
แผนรองรับโรคตดิ ตอ่ ท่สี าคญั โรคอุบตั ใิ หม่ มีมาตรการ ระบบเฝูาระวังตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ เกิดโรคอุบัติใหม่
ที่ไม่คาดคิดเช่น ไวรัสเมอร์ ทุกหน่วยบริการดาเนินการตามมาตรการปัองกันและควบคุมโรคภายประเทศ ติดตาม
รายงานสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคอย่างใกลช้ ิด มพี ัฒนาระบบเฝาู ระวงั เตอื นภยั สุขภาพทางเว็บไซต์
(13) การคาดการณผ์ ลการดาเนินการ สป.สธ. คาดการณ์ผลการดาเนินการตามกรอบเวลาของการวางแผนทั้ง
ระยะสั้นและระยะยาวขององค์กร โดยเทียบเคียงกับผลการปฏิบัติราชการของหน่วยงานด้านสังคมที่ขนาดองค์กร
ใกล้เคียงกัน ใช้ข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ในการทาแบบจาลองทางการเงิน รวมทั้งมีการวิเคราะห์
การวางแผนด้วยสถานการณ์ และคาดการณ์ ผลการดาเนินงานด้านที่ไม่ใช่การเงินเพื่อวางแผนการเตรียมการจัดสรร
ทรัพยากรในแต่ละ ด้านให้เพียงพอ รวมทั้งได้มีการเทียบเคียง ข้อมูลด้านสุขภาพที่สาคัญท้ังในระดับประเทศ ระดับ
ภูมิภาค และระดับสากล การวิเคราะห์แนวโน้วมากจากผลการดาเนินงานที่ผ่านมาและ เทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว
เช่น อัตราส่วนการตายมารดาไม่เกนิ 15 ตอ่ การเกดิ มีชพี แสนคน จากเปูาหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ สู่เปูาหมายการ
พัฒนาทยี่ ั่งยืน ภายใต้กรอบสหประชาชาติ ที่ต้องการบรรลุภายใน ค.ศ. 2030 คือ ลดอัตราการตายของมารดาทั่วโลกลง
ต่ากว่า 70 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน อัตราทารกตายไม่เกิน 15 ต่อการเกิดมีชีพพันคน เปูาหมายลดอัตราการตายของ
ทารกแรกเกิดไม่น้อยกว่า 12 ต่อการเกดิ มชี พี พนั คน
หมวด 3 การให้ความสาคญั กบั ผูร้ ับบรกิ ารและผมู้ สี ่วนได้สว่ นเสยี
(1) สารสนเทศผู้รับบรกิ ารและผู้มสี ่วนได้สว่ นเสียในปัจจบุ นั
สป.สธ.กับคณะทางาน PMQA ประกอบด้วยผู้แทน
จากทุกหน่วยงานร่วมกันจาแนกกลุ่มผู้รับบริการและผู้มีส่วน
ไดส้ ว่ นเสีย (ข้อ 8) จากการรวบรวบรวมและบูรณาการข้อมูล
ต่างๆ ท่ีได้รับฟังผ่านระบบ VOC (Voice of Customer) ดัง
ภาพท่ี ม.3-1 แสดงช่องทางรับฟังผ่านระบบ VOC ของ
สป.สธ.ซง่ึ มีชอ่ งทางการรับฟงั ประกอบดว้ ยโทรศัพท์ จดหมาย
ศูนย์บริหารจัดการข้อร้องเรียน เว็บไซต์รับแจ้งเบาะแส
ตปู้ ณ. 1111 ศูนยบ์ ริการรว่ ม ต้รู ับฟูงความคดิ เห็น ศนู ย์ดารง
ธรรมประจาโรงพยาบาล ศูนย์สันติวิธีสาธารณสุขใน รพศ./
รพท. ผู้บริหารสรรจรเยี่ยมหน่วยงาน การอบรม ประชุม
สัมมนา และการจัดงานเวทีต่างๆ (ดังตารางท่ี ม.3-1) และจัดเก็บเป็นสารสนเทศผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ใน
ฐานข้อมูล MoPH Database ประกอบด้วย 1)ความต้องการและความคาดหวัง 2)ผลสารวจความพึงพอใจและไม่พึงพอใจ
3)ขอ้ รอ้ งเรยี น/ข้อเสนอแนะ/ข้อคดิ เหน็ /คาชมเชย 4)ผลติ ภณั ฑ์/บรกิ ารและวธิ ีการสง่ มอบ นอกจากนี้ สธ.ได้จาแนกการรับ
ฟังของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งเชิงรับและ เชิงรุกตามการรับรู้ข้อมูลข่าวสารให้เหมาะสมตามกลุ่มวัย โดย
คานึงถึงโครงสร้างประชากร พฤติกรรมการบริโภคของคนแต่ละกลุ่มวัย (ความถนัดด้านการรับรู้ การตัดสินใจ เช่น ระบบ
สารสนเทศ ระบบ Social media และการใช้งาน) และการเปล่ียนแปลงตามสภาพแวดล้อม ซ่ึงข้อมูลท่ีได้ นาไปใช้
ประกอบการจัดทายทุ ธศาสตร์ ตามตารางท่ี ม.3.-1
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข - 15
ตารางที่ ม.3.-1 ชว่ งทางการรบั ฟังของผรู้ บั บรกิ ารและผู้มสี ่วนได้ส่วนเสียตามพันธกิจ
แยกตามกลมุ่ วยั ของผรู้ บั บรกิ าร-ผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสยี
ช่องทางการรบั ฟัง กลุ่มสตรีและ วัยเรียน วัยรุน่ วยั ทางาน วัยผูส้ ูงอายุ กลุม่ ผรู้ บั บรกิ าร ผู้รบั ผดิ ชอบ
เดก็ (0-5 ป)ี (6-14 ปี) (15-21 ปี) (22-60 ป)ี (60 ปขี น้ึ ไป) ผพู้ กิ าร ในอนาคต
เชงิ รบั รพ. ทุกระดบั
1.สายด่วน 1669 ตลอด 24 ชม. ตลอด 24 ชม. ตลอด 24 ชม. ตลอด 24 ชม. ตลอด 24 ชม. ตลอด 24 ชม. ตลอด 24 ชม. สสจ.
2.ศูนยบ์ รกิ ารเบด็ เสรจ็ ดา้ น
แรงงานสาธารณสุข (OSS) ตลอดเวลา ตลอดเวลา ตลอดเวลา ตลอดเวลา ตลอดเวลา ตลอดเวลา ตลอดเวลา สนย./กพร.สป.
3.แบบสอบถาม
4.ศูนย์ดารงธรรมประจา - - ตลอดเวลา ตลอดเวลา ตลอดเวลา - ตลอดเวลา สสจ./รพศ./รพท.
โรงพยาบาล - - วนั ทาการ วันทาการ วนั ทาการ วนั ทาการ วันทาการ
เชงิ รุก สนย./สบรส.
1.ผู้บรหิ ารสัญจร ทุกครง้ั ที่ ทุกครั้งที่ ทุกครงั้ ที่ ทกุ ครัง้ ที่ ทุกครง้ั ท่ี ทกุ ครัง้ ท่ี ทกุ ครง้ั ที่ ทุกหนว่ ยงาน
2.Focus group (ชมรม/ ตรวจเยย่ี ม ตรวจเยย่ี ม ตรวจเยย่ี ม ตรวจเยย่ี ม ตรวจเยยี่ ม ตรวจเยย่ี ม ตรวจเยย่ี ม ทุกหนว่ ยงาน
เครือข่าย) ทกุ ครง้ั ท่ี
3.การจดั งานตา่ ง ๆ ทกุ ครั้งท่ี ทุกครง้ั ที่ ทุกคร้งั ที่ ทุกคร้งั ที่ ทกุ ครง้ั ที่ ทกุ คร้ังท่ี
ประจาปี อบรม อบรม อบรม อบรม อบรม อบรม อบรม
ทกุ คร้งั ทีจ่ ัด ทุกคร้ังท่จี ัด ทกุ คร้ังท่ี ทกุ คร้ังท่ี ทกุ ครั้งท่ี ทุกครัง้ ที่ ทุกครง้ั ท่ี
งาน จดั งาน จดั งาน จดั งาน จดั งาน จัดงาน
งาน
หมายเหตุ : โดยจัดลาดับความสาคัญที่ผรู้ ับบรกิ ารและผู้มสี ่วนไดส้ ว่ นเสยี มารับบรกิ ารมากทีส่ ดุ ทัง้ บริการเชงิ รบั และเชงิ รกุ
ขอ้ มลู ทไ่ี ดร้ บั เป็นขอ้ มูลเกย่ี วกับเร่อื งการรักษาพยาบาล การส่งตัวผู้ปุวยเพ่ือรักษาที่ต่อเนื่องหรือทันท่วงที คุณภาพ
ยา มาตรฐาน บริการและข้อมูลความเช่ียวชาญ อาทิ การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ 13 สาขา เช่น บริการโรคหัวใจหลอดเลือดท่ี
มีการเชื่อมโยงเครือข่ายของสถานพยาบาลแต่ละระดับ ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในสถานพยาบาลและ
เครือขา่ ยใหส้ ามารถผ่าตัดโรคหัวใจและการสวนหัวใจหรือการให้ยาละลายลิ่มเลือดช่วยลดระยะเวลาในการรอคิวผ่าตัดหัวใจและ
เพ่ิมการเข้าถึงการให้ยาละลายลิ่มเลือด ส่งผลต่ออัตราตายจากโรคหัวใจลดลง การบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกันภายในเขต
สขุ ภาพ โดยใช้กลไกการพัฒนาระบบการบริหารจัดการเครือข่ายบริการสุขภาพ(พบส.) ทีร่ ่วมมือและชว่ ยเหลือกนั แบบพี่น้อง
(2) สารสนเทศผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอนาคต
สาหรับความต้องการของผู้รับบริการในอนาคต คือ กลุ่มใช้แรงงานต่างด้าวจากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ กลุ่ม
ประชาคมอาเซียน โดยคาดว่ามีแนวโน้มเช่นเดียวกับผู้รับบริการปัจจุบัน คือ ต้องการบริการที่รวดเร็ว ทันเวลา ถูกต้อง เป็น
ธรรม ชัดเจน มีคุณภาพตามมาตรฐานนาไปปฏิบัติได้จริงและมีแหล่งท่ีมาท่ีน่าเช่ือถือข้อมูลข่าวสารสาธารณสุขมีความถูกต้อง
รวดเรว็ น่าเชื่อถือ ทันสมัย เข้าถึงได้ง่าย กรณีกลุ่มผู้รับบริการในอนาคตกลุ่มชาวต่าง คือ นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักศึกษาและ
กลุ่มแรงงานต่างด้าว สธ.มีการประชาสัมพันธ์กรณีเจ็บปุวยฉุกเฉินแจ้งงสายด่วน 1669 จัดบุคลากรท่ีส่ือสารด้วยภาษาต่าง ๆ
และ อสม.ไว้รองรบั กลมุ่ ผู้ใชแ้ รงงานชาวตา่ งด้าว สธ.จัดตงั้ ศูนย์ One–Stop Service : OSS
(3) ความพึงพอใจและความผูกพันของผรู้ บั บรกิ ารและผู้มีส่วนได้สว่ นเสีย
สป.สธ มีการสารวจความพึงพอใจ ความเชื่อมั่นในการให้บริการ และคาชมของกลุ่มผู้รับบริการ กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วน
เสียในโรงพยาบาล โดยการนาเข้าข้อมูลผ่านโปรแกรมสารวจแบบสอบถาม ตัวอย่างการปรับปรุงผลิตภัณฑ์/บริการใหม่ โดย
สป.สธ. ได้พัฒนาระบบบริการในรูปแบบเครือข่ายบริการสุขภาพ ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย เช่ือมโยงบริการตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ
ทุติยภูมิ และตติยภูมิ และศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูงที่เช่ือมโยงในภาพเครือข่ายบริการเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพ ด้าน
บริหารจัดการ วิชาการ และระบบบริการที่ตอบสนองปัญหาสุขภาพที่สาคัญ Service Plan ๑๓ สาขา เพื่อให้ประชาชนเข้าถึง
บรกิ ารท่ไี ด้มาตรฐานบริการเบด็ เสร็จภายในเครือข่ายบรกิ ารทเี่ ชอ่ื มโยงไร้รอยต่อ จากสถานการณ์สุขภาพของประเทศไทยก้าวสู่
สังคมผู้สูงอายุ สป.สธ. ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการการดูแลสุขภาพในรูปแบบใหม่ เพ่ือเข้าไปดูแลกลุ่มคนอย่างใกล้ชิด ให้มี
สขุ ภาพและคณุ ภาพชวี ิตที่ดีขึ้น ภายใต้ชอื่ “ทีมหมอครอบครัว”
สานกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข - 16
(4) ความพึงพอใจเปรียบเทยี บกับค่แู ข่ง/คเู่ ทียบ
สาหรับการเทียบเคียงความพึงพอใจกับคู่เทียบ สป.สธ. มีมาตรฐานคุณภาพการให้บริการในระดับเดียวกันกับสถาน
บริการท่ีไม่ขึ้นกับกระทรวง สธ. ส่วนการเทียบเคียงผลผลิตหรือการบริการกับส่วนราชการที่มีภารกิจ ขนาด และโครงสร้าง
คล้ายคลึงกัน พบว่า สป.สธ. มีผลการเทียบเคียงท่ีดีกว่าสป.ศธ. , สป.สน. ,สป.พม. ใน 4 ด้าน คือ 1) ขั้นตอนให้บริการ 2)
เจ้าหน้าที่ 3) เคร่ืองมือ 4)คุณภาพบริการ รวมถึงเทียบเคียงความพึงพอใจกับ รพ.เอกชน การให้เกียรติ เคารพในคุณค่าและ
ศักดิ์ศรีความเป็นมนษุ ย์ เปน็ จุดแขง็ สป.สธ. ไดป้ รับปรุงผลผลติ การพัฒนาบริการ และการเพิ่มสมรรถนะด้านการจัดการแบบมี
ส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน เป็นการลดการรับบริการและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาสุขภาพ “สร้างนาซ่อม” ทาให้พื้นท่ีมี
ความเข้มแขง็ สง่ ผลใหเ้ กิด “สขุ ภาวะ” ระดับรายบคุ คล-ครอบครวั -ชุมชน อย่างยงั่ ยืน
(5) ความไมพ่ ึงพอใจ
สป.สธ. มีการสารวจความไม่พึงพอใจของกลุ่มผู้รับบริการและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโรงพยาบาล โดยการนาเข้า
ข้อมูลผ่านโปรแกรมสารวจ แบบสอบถาม : ผลสารวจความพึงพอใจ/ความไม่พึงพอใจของผู้รับบริการในโรงพยาบาลสังกัด
สานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
(6) ผลผลิตและการบรกิ าร
สธ. นาผลสารวจความพงึ พอใจ และความไมพ่ งึ พอใจของผรู้ ับบริการ มาพัฒนาการจัดระบบบริการสุขภาพ เพื่อ
มุ่งแก้ปัญหาสุขภาพของประเทศท่ีเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียปีสุขภาวะ ได้แก่ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคหัวใจ
โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง) การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจร รวมท้ังปัญหาสุขภาพที่เกิดจาก
บรบิ ทของสงั คมทีเ่ ปล่ียนแปลงไป การเขา้ ถึงบรกิ ารสขุ ภาพท่ไี ม่เทา่ เทียม หรือความแออัดในสถานบริการขนาดใหญ่ โดย
กาหนดการพัฒนาระบบบริการของสถานบริการทุกระดับ 4 สาขา (หัวใจ มะเร็ง ทารกแรกเกิด อุบัติเหตุ) เช่ือมโยงกัน
เปน็ “เครือขา่ ยบรกิ ารไรร้ อยตอ่ ” เพอ่ื ลดปุวย ตาย แออดั ระยะเวลารอคอย เช่น สาขาอุบัติเหตุ มีการปรับระบบบริการ
การแพทย์ฉุกเฉนิ ไดท้ กุ โรงพยาบาล (Trauma Fast Track) ในทุกเครือข่าย ผู้ปุวยได้รับการผ่าตัดภายใน ๒ ชั่วโมง สาขา
หัวใจ ขยายบริการผ่าตัดโรคหัวใจและสวนหัวใจ ในโรงพยาบาลศูนย์และขยายบริการให้ยาละลายลิ้มเลือด ยาต้านการ
แขง็ ตวั ของเลือด ในโรงพยาบาลชมุ ชน สาขาการแพทย์แผนไทย ส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรในระบบบริการทางการแพทย์
และการสาธารณสุขในโรงพยาบาลสังกัด สป.เพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถโรงพยาบาล ยกระดับการให้บริการ
สุขภาพ เปน็ ไปตามมาตรฐาน สง่ ผลตอ่ การเขา้ ถึงบรกิ ารของประชาชน
(7) การสนบั สนนุ ผู้รบั บรกิ ารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
สป.สธ กาหนดระบบสนับสนนุ ผรู้ ับบรกิ าร ได้แก่ จัดบริการจองควิ แบบอิเล็กทรอนิกส์ และพัฒนาระบบบริการ
ประชาชนโดยการพัฒนา Web Application และ Web Services (Web Cam) ทาให้คนไข้ได้เสมือนพบแพทย์เมื่ออยู่ใน
ท่ีหา่ งไกล ให้คาปรึกษา Call Center ให้คาปรึกษาเรื่องปัญหาสุขภาพ รวมถึง สธ. มีแผนงานโครงการที่จะต้องเดินหน้า
ต่อเนอ่ื ง เพือ่ ยกระดับคณุ ภาพชวี ติ ของประชาชน โดยดาเนินการมอบนโยบายของขวญั ปใี หมใ่ หป้ ระชาชนทัว่ ทง้ั ประเทศ
(8) การจาแนกผรู้ ับบริการและผมู้ ีสว่ นได้ส่วนเสีย
สป.สธ. ได้มีการทบทวนกลุ่มผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นประจาทุกปี จากการวิเคราะห์และจาแนก
โดยใช้ภารกิจหลักเกณฑ์ในการจาแนก ซงึ่ จาแนกกลุ่มผู้รับบริการเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) กรมในสังกัด 2) ผู้รับบริการด้าน
การแพทย์และสาธารณสุข ส่วนกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบ่งเป็น 1 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้ได้รับผลกระทบจากการ
รักษาพยาบาล มีการทบทวนข้อมูลและความต้องการของกลุ่มเปูาหมายทุกกลุ่มเพ่ือปรับปรุงระบบความต้องการ และ
นามาวิเคราะห์ CSA (Customer Segment Analysis) ร่วมกับข้อมูลแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan)
สามารถประมวลคุณลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันแยกออกจากกันและจัดกลุ่มท่ีมีคงความต้องการและความคาดหวังท่ี
ใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน โดยคานึงถึงความสามารถของ สป.สธ.ในการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ เม่ือสรุปผลการ
จาแนกกลมุ่ ผ้รู บั บริการและผ้มู สี ว่ นได้ส่วนเสียแล้ว สป.สธ.ได้ประกาศแจ้งเวียนและสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งที่เป็น
ทางการและไมเ่ ปน็ ทางการอยา่ งต่อเน่อื งเพอื่ สรา้ งความเขา้ ใจทีต่ รงกนั ให้กบั บคุ ลากร
สานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข - 17
(9) การจดั การความสัมพนั ธ์
สป.สธ. มีกลไกการจัดการสร้างความสัมพันธ์ 4 ระดับ ดังน้ี 1) ระดับรู้จักกัน : การรณรงค์และประชาสัมพันธ์
ผา่ นการแจกเอกสารการจัดบริการ ตารางแพทยต์ รวจตามนัด 2) ระดับประทับใจ : The Better Service “ได้พบหมอ รอ
ไม่นาน อยูใ่ กลไ้ กลได้ยาเดยี วกัน” 3) ระดับผูกพัน : การออกเย่ียมบ้าน 4) ระดับการกล่าวในทางทีดี : โรงพยาบาลได้รับ
ความไว้วางใจจากผู้มีจิตศรัทธาผา่ นเงินบรจิ าคสมทบทนุ
(10) การจดั การกับขอ้ ร้องเรยี น
สป.สธ มีการจัดการข้อร้องเรียน ผ่านช่องทางในการบริหาร
จัดการขอ้ ร้องเรยี นและมีกระบวนการดาเนินงานจัดการข้อร้องเรียน เมื่อ
ได้รับเร่ืองร้องเรียน จากช่องทางต่าง ๆ ที่กาหนดไว้ เรื่องจะถูกส่งมายัง
ศนู ย์รับเร่ืองร้องเรียน เพ่ือบันทึกเร่ืองลงในระบบการจัดการข้อร้องเรียน
อิเล็กทรอนิกส์ และศูนย์ฯ จะส่งเร่ืองให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบรับเร่ือง
เพ่ือไปดาเนินการจัดการข้อร้องเรียนดังกล่าวตามกระบวนการต่อไป
พรอ้ มทง้ั ตอบแจง้ ผลการดาเนินการจัดการข้อร้องเรียนในเบ้ืองต้นภายใน
ระยะเวลา 15 วัน โดยแยกตามประเภท เร่งด่วน จาเป็น วิกฤติ และไม่
เร่งด่วน ไปยังผู้ร้องเรียนให้ได้ทราบผลตามที่อยู่ท่ีปรากฏในฐานข้อมูลผู้
ร้องเรียน หรือดาเนินการแจ้งผลให้ผู้ร้องเรียนทราบด้วยวิธีการทาง
อิเล็กทรอนิกส์ (ผ่านช่องทางการติดตามเร่ืองร้องเรียนของเว็บไซด์ศูนย์
รบั เรือ่ งรอ้ งเรยี นและทางอีเมล์) ดังภาพภาพที่ ม.3-5 กระบวนการจดั การเรอื่ งรอ้ งเรยี น
สป.สธ. มีการแบ่งประเภทข้อร้องเรียน 4 ประเภท ได้แก่ 1) เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงาน 2) การให้บริการ 3)
ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น และคาชม 4) อ่ืน ๆ ซ่ึงเป็นเรื่องต่างๆ ท่ีอยู่ใต้อานาจหน้าท่ีภารกิจ มีการกาหนดแนวทางการ
ปูองกันไม่ให้เกิดข้อร้องเรียนโดย ส่งเสริมให้บุคลากร สป.สธ. ดาเนินการเป็นไปตามกฎระเบียบ ยึดหลักคุณธรรม
จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ มาตรฐานวิชาชีพตามแนวทางเวชปฏิบตั ิและค่มู อื มีการติดตามผลการจัดการข้อร้องเรียน
และผลการประเมินความพึงพอใจ ในกรณีสานัก/กอง/โรงพยาบาล ได้รับข้อร้องเรียนและผลการประเมินความพึงพอใจ
เพ่ือสรปุ รายงานผบู้ ริหาร จดั เกบ็ ข้อมูลภายในระบบ นาข้อมลู ไปสู่การออกแบบ พัฒนา ปรบั ปรงุ ภาพลักษณ์องค์กร การ
จัดทายุทธศาสตร์ สป.สธ. มีแนวทางการเรียกความเชื่อม่ัน ด้วยการสื่อสารกับผู้รับบริการทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น
จดหมายแจ้งผไู้ ด้รับผลกระทบ การแถลงขา่ วโดยโฆษก สธ ผูบ้ รหิ ารพบปะส่อื เพอ่ื สร้างสัมพันธภาพท่ดี ีกับส่อื มวลชน
หมวด 5 การมุ่งเนน้ บคุ ลากร
5.1 สภาพแวดลอ้ มของบุคลากร
(1) สป.สธ. จัดการขีดความสามารถและอัตรากาลังบุคลากรโดยใช้ผู้แทนสายวิชาชีพ ทั้งส่วนกลางและส่วน
ภูมิภาค ร่วมประชุมทบทวนวิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กรมาวิเคราะห์ความต้องการด้านขีดความสามารถขององค์กร
ปริมาณงาน ทรัพยากรที่มีและขีดความสามารถที่สอดคล้องงานที่สาคัญ นอกจากนี้ ยังพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงของ
ประเทศไทยท่ีเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) การเปลี่ยนแปลงในการเปิดประชาคมอาเซียน (AEC) ซึ่งทาให้
ผรู้ บั บรกิ ารด้านสขุ ภาพเพมิ่ มากขนึ้ ภาระงานเพม่ิ ข้ึน รวมทง้ั นโยบายสาธารณสุข ด้านระบบบริการสุขภาพ (service plan)
ตลอดจนการเคล่ือนย้ายของบุคลากรสาธารณสุข รวมกาหนดกิจกรรมหลักและกิจกรรมย่อยของแต่ละสายงาน เวลา
มาตรฐานการทางาน (Standard Time) และข้อมลู ปริมาณงานของหนว่ ยงานในสังกัดท่ัวประเทศ โดยได้กาหนดอัตรากาลัง
ขัน้ ต่าสาหรับบางสายวิชาชีพ ท่ีมีการผลิตได้น้อย กาหนดอัตรากาลังเป็นสัดส่วนต่อประชากร ในหน่วยบริการปฐมภูมิ มี
การเปรียบเทยี บจานวนอตั รากาลังที่ต้องการและจานวนกาลังคนรองรับ เพ่ือนามากาหนดกรอบการจ้างงานขั้นต่าของแต่
ละโรงพยาบาล และเพิม่ ผลติ ภาพกาลงั คนด้วยวิธกี าร outsource บรหิ ารกาลังคนรว่ ม เปน็ ตน้
สานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ - 18
(2) จากแผนภาพท่ี 5.1-2 สป.สธ. ได้จัดระบบการสรรหาบุคลากรเร่ิมจากการนาแผนอัตรากาลังของหน่วยงานใน
สงั กัด โดยใช้หลัก “เครือข่ายบริการท่ีไร้รอยต่อ” (Seamless Health Service Network) แบ่งเป็น 12 เขตบริการสุขภาพ
รวบรวมจัดทาแผนอัตรากาลัง จากน้ันวิเคราะห์สายงานที่ขาดแคลนความรู้และทักษะท่ีต้องการ และคุณสมบัติของ
บุคลากรที่ต้องการ แล้วจงึ เรม่ิ กระบวนการสรรหา ซึ่งการสรรหาบุคลากรแบง่ ออกเปน็ 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) ตาแหน่งข้าราชการ
สายวิชาชีพต่างๆ 2) จากสถาบันการศึกษา การรักษาบุคลากรใหม่ สป.สธ. มีการปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ท่ีอยู่ระหว่าง
ทดลองปฏบิ ัติหน้าที่ราชการ มีการจัดทาคู่มือและมีพี่เล้ียงคอยดูแล (Coaching) พร้อมให้คาที่ปรึกษา และช่วยแก้ปัญหา
ในการปฏิบัติงาน
(3) สป.สธ. ไดก้ าหนดระบบงานและระบบการจดั การด้านทรัพยากรบคุ คลโดยคานึงถงึ “ทศิ ทาง การบริหาร
ทรพั ยากรบุคคลทีส่ อดคล้องและเช่อื มโยงกับทิศทางขององค์กร” ซง่ึ สอดคล้องกบั ระบบการนาองคก์ ร โดยกาหนดรูปแบบ
การจดั ระบบงานดังน้ี
1. การจดั ระบบงานอยา่ งเป็นทางการ สป.สธ. แบ่งภารกิจ ของกระทรวงสาธารณสุขออกเป็น 3 กลุ่มภารกิจ
(Cluster) ดังน้ี 1) กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการแพทย์ 2) กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการสาธารณสุข 3) กลุ่มภารกิจด้าน
สนับสนุนงานบริการสุขภาพ สป.สธ.ปรับโครงสร้างในรูปเครือข่ายบริการออกเป็น 12 เขต ครอบคลุมเขตละ 4-8 จังหวัด
ประชากรประมาณ 4-6 ล้านคน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าด้านการลงทุน และให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ โดยปรับการบรหิ ารจดั การด้านทรัพยากร เช่น การจดั สรรบุคลากร การจดั สรรโควตาแพทย์เฉพาะทาง
2. การจัดระบบงานท่ไี มเ่ ป็นทางการ คือ จัดระบบงานเป็นองค์กรหรือชมรมให้การสนับสนุนการบริหารงาน
ของ สป.สธ. ภายใตป้ ัจจัยและเงื่อนไขท่ีมีลักษณะพิเศษ อาทิ งานนโยบายพิเศษที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่ม
วิชาชีพหรืองานท่ีต้องใช้ทีมปฏิบัติงานเฉพาะกิจ งานเกี่ยวกับการกาหนดนโยบายท่ีสาคัญมีลักษณะพิเศษนอกเหนือจาก
ภาระงานปกติ เช่น ชมรมโรงพยาบาลศูนย/์ โรงพยาบาลท่วั ไป (ชรพ.) สมาคมวชิ าชีพสาธารณสุข
(4) สป.สธ. จัดการการเปลี่ยนแปลงดา้ นบคุ ลากรดาเนินการดังต่อไปน้ี
1) สป.สธ มีการจัดทาแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ เพ่ือพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขให้มีขีด
ความสามารถท่ีรองรับความท้าทายที่สอดคล้องกันทั้งโครงสร้าง บุคลากร และคุณภาพบริการ โดยใช้รูปแบบ การบริหาร
จัดการเครือข่ายบริการให้ส่วนภูมิภาคในเขตสุขภาพ 12 เขตเพื่อพัฒนาระบบบริการทุกระดับให้สามารถเชื่อมโยงและ
พัฒนาระบบส่งต่อภายในเขตสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ ได้ใช้แผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ เป็นกรอบการพัฒนาสถาน
บริการสุขภาพ ให้เกิดการพัฒนาประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบต่อเน่ือง เพ่ือให้บุคลากรในสถานบริการสุขภาพทุกระดับ
สามารถปฏบิ ัตงิ านไดอ้ ย่างผู้ทรงความรู้ ปฏิบัติงานบรรลเุ ปูาหมายภายใต้ทรัพยากรที่มีอย่างจากัดได้ 2) การโยกย้ายที่ทา
ให้เกิดการขาดแคลนบคุ ลากรจะมีการทดแทนบุคลากรโดยวิธี ช่วยปฏิบัติงาน แทนในลักษณะการยืมตัว/การหมุนเวียนไป
ช่วยทางาน 3) กรณีลาออก เกษียณอายุราชการที่ทาให้เกดิ ความ ขาดแคลนอตั รากาลงั หรือสาขาวชิ าชีพท่จี าเป็นหน่วยงาน
จะมีแผนเตรียมบุคลากรเพื่อปฏิบัติงานทดแทนในระยะ เวลาอย่างน้อย 6 เดือนหรือจัดทาแผนพัฒนาขีดความสามารถ
บุคลากรที่มีอยู่ให้สามารถปฏิบัติงานทดแทนกันได้ 4) กรณีที่มีการเพ่ิมบุคลากรองค์กรจะมีการจัดสรรบุคลากรลงใน
หน่วยงานที่ขาดแคลนโดยยึดตามนโยบายแผนอัตรากาลังคนตาม service plan 5) การปรับรูปแบบการจ้างงาน โดย
กาหนดประเภทพนกั งานออกเป็นประเภทพนักงานกระทรวงสาธารณสุขท่ัวไปและพนกั งานกระทรวงสาธารณสขุ พิเศษ
5.1 ข.บรรยากาศการทางานของบคุ ลากร
(5) การมุ่งเน้นการสร้างสภาวะแวดล้อมในการทางานที่ดี เพ่ือกระตุ้นให้บุคลากรมีความสุข ในการทางานและ
รู้สึกปลอดภัยระหว่างปฏิบัติงาน สป.สธ. ได้ค้นหาปัจจัยเส่ียงต่อสุขภาพและความปลอดภัยในการทางาน พร้อมจัดทา
แผนงาน/โครงการและเกณฑ์ในการประเมินแจ้งแก่หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ในการนามาตรการหลายๆด้านมาใช้ในการดูแล
และปรับปรุงส่ิงแวดล้อมให้เหมาะสม ดังน้ี 1) จัดสภาพแวดล้อมของการทางานให้เหมาะสม เช่น ห้องพักผ่อนและออก
กาลังกาย 2) ด้านสุขอนามัยจัดให้มีบริการตรวจสุขภาพบุคลากรประจาปีเพื่อเฝูาระวังสุขภาพพร้อมนาผลการตรวจ
สุขภาพมาส่งเสริมสมรรถภาพของบุคลากรให้มีสุขภาพดี เช่น โครงการคนไทยไร้พุง 3) ด้านความปลอดภัย
สานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ - 19
ของศูนย์ราชการมีบันไดหนีไฟ ถังเคมีดับเพลิงในอาคาร ติดตั้งระบบปูองกันอัคคีภัย จัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัยประจาอาคาร ติดต้ังกล้องวงจรปิด ติดต้ังระบบเตือนภัย 4) ด้านอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานมีตารางการซ่อมบารุง
และมีการปรับปรงุ อปุ กรณก์ ารทางานให้ทันสมัยสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา 5) ด้านการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตกับ
งาน (Quality of Work Life)มี การสารวจความผาสุก ความพึงพอใจของบุคลากรประจาปีเพ่ือนามาปรับปรุงการจัด
สวัสดิการและมรี ้านคา้ สวสั ดิการ 6) การประกวดและมอบรางวัลเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง เช่น รางวัลสานักงานสาธารณสุข
ดเี ด่น เปน็ ตน้ นอกจากน้ี สป.สธ. ยังได้จัดเตรียมแผนความพรอ้ มตอ่ ภาวะฉุกเฉนิ และภัยพิบัติโดยมีแนวทางการดาเนินการ
ดงั น้ี ไดจ้ ัดทาแผนในการปูองกนั เหตฉุ ุกเฉนิ เชน่ การซ้อมหนีไฟ การใช้อุปกรณ์ปูองกันอัคคีภัย มีการทดสอบตามแผนการ
ซักซ้อมอพยพหนีไฟ จดั ทาคู่มือและการประกาศแผนการซกั ซอ้ มใหบ้ ุคลากรทราบโดยทั่วกนั
(6) สป.สธ. ได้กาหนดเกณฑ์สิทธิประโยชน์โดยการจัดทาคู่มือและแจ้งให้ กรม/กอง/สสจ./สสอ./ รพศ./
รพช./รพสต. และเครือข่ายสุขภาพประกาศให้บุคลากรทุกกลุ่มปฏิบัติ โดยแบ่งสิทธิประโยชน์ท่ีเป็นตัวเงิน ได้แก่ เงิน
ประจาตาแหน่งเงินเดือน ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร บุคลากร
สาธารณสุข (อสม.) มีค่าตอบแทนท่ีเป็นตัวเงินได้เดือนละ 600 บาท ฯลฯ และสิทธิประโยชน์ท่ีไม่เป็นตัวเงิน ได้แก่ การ
เลื่อนตาแหน่งการปรับเปลี่ยนสายงาน การได้รับเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์การโยกย้าย การลา เป็นต้น ในส่วนของการดูแล
พนักงานกระทรวง และ ลูกจ้างช่ัวคราว พนักงานใช้สิทธิประกันสังคม มีการสรุป และประเมินผลการปฏิบัติงานเพ่ือ
ปรับปรุงให้มีความสะดวกรวดเร็วและทบทวนค่าตอบแทนพื้นท่ีทุรกันดาร และค่าตอบแทนการข้ึนปฏิบัติงานนอกเวลา
ราชการให้เหมาะสมกับสภาพปัญหา และยังมีสิทธิประโยชน์ทางด้านสุขภาพ มีศูนย์กีฬา จัดรถ – รับส่งเจ้าหน้าท่ี การ
จัดหาของที่ระลึกงานเกษยี ณอายุราชการ อกี ทัง้ ยังมีทุนการศกึ ษาใหก้ บั บตุ รของบุคลากร สาธารณสุขท่ีมผี ลการเรยี นดี
5.2 ความผูกพันของบคุ ลากร
(7)(10)(11) สป.สธ.มีวิธกี ารกาหนดองค์ประกอบท่ีสาคญั ที่มผี ลต่อความผูกพัน ดังนี้
ข้ันท่ี 1 ค้นหาปัจจัยท่ีมีผลต่อความผูกพัน ได้พิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมในการทางาน ดังนี้ 1) กลยุทธ์และ
ความเปลี่ยนแปลงท่ีกาหนดไว้ใน 2) กระบวนการสรรหาบุคลากร 3) การบริหารผลงานและการพัฒนาบุคลากร 4) แนวทาง
ในการรักษาบุคลากรตามกลุ่ม 3 ประเภทได้แก่กลุ่มผู้บริหารระดับสูง/กลาง/ต้น กลุ่มข้าราชการและกลุ่มพนักงานราชการ
พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้างประจาลูกจ้างช่ัวคราว 5) ระบบการส่ือสารท่ีดี ทา Focus Group ขั้นท่ี 2 สป.สธ.
ดาเนินการค้นหาความผูกพันด้วยวิธีการสารวจความคิดเห็นผ่านแบบสอบถามปลายเปิดโดยพบว่ามีปัจจัยความผูกพัน 5
ประการ คือ การจัดสภาพแวดล้อมในการทางาน ความสามารถเหมาะสมกับงานและความรับผิดชอบ จากปัจจัยดังกล่าว
ทาง สป.สธ. ได้ดาเนินการตอบสนองความผูกพันดังนี้ ด้านความปลอดภัยโดยติดต้ังกล้องวงจรปิด การจัดสถานที่พักผ่อน
และ ออกกาลงั กายอยา่ งนอ้ ย 3 วนั ต่อสัปดาห์ สร้างหน่วยงานคุณธรรม (จัดทาโรงพยาบาลคุณธรรม) การจัดเข้าค่ายภาค
ฤดรู ้อนสาหรับบุตรเจ้าหน้าท่ี สนับสนุนการนาบุตรธิดามาเลี้ยงในสถานท่ีทางาน ข้ันที่ 3 การประเมินความผูกพัน สป.สธ.
มวี ิธกี ารประเมนิ ความผกู พันทไ่ี ม่เปน็ ทางการโดยการสอบถาม ความคิดเห็นจากบุคลากรจากข้อคาถามปลายเปิดอย่างง่าย
สรปุ ขอ้ คิดเหน็ เสนอผบู้ รหิ ารสูงสุด ผ้บู ริหารรับทราบและมอบหมายคณะกรรมการที่เกีย่ วขอ้ งดาเนินการแก้ไขปัญหา กรณี
การประเมินความผูกพันท่ีเป็นทางการมีการจัดทาการสารวจความพึงพอใจของบุคลากรผ่านระบบ On Line สาหรับ
บุคลากรทุกระดับ คาถามครอบคลุม ประเด็นความผูกพันและความพึงพอใจของบุคลากร ดาเนินการสารวจปีละ 1 ครั้ง
วิเคราะห์ผลและจัดลาดับความสาคัญเพ่ือให้ได้ปัจจัยสาคัญท่ีส่งผลต่อความผูกพันและความพึงพอใจของบุคลากรแต่ละ
กลมุ่ ตลอดจนความเปน็ ไปได้ในการแก้ปัญหา ข้นั ท่ี 4 รวบรวมผลการสารวจและวิเคราะห์ข้อมูลพร้อมข้อเสนอแนะ ข้ันท่ี 5
นาผลการวิเคราะห์มาจัดทากลยุทธ์และแผนงาน/โครงการดาเนินการแก้ไขปัญหาแบบมีส่วนร่วมประเมินผล การ
ดาเนนิ งานปรับปรุงและพฒั นาระบบการทางานทีเ่ อื้อต่อความผูกพันการทางานในปตี ่อไป
(8) สป.สธ. ออกแบบระบบส่งเสรมิ วัฒนธรรมองค์กรสาหรบั บคุ ลากรทุกระดับ เพือ่ ใหม้ อี ัตลักษณ์ท่ีดี และเป็นที่
จดจาสาหรับผู้รับบริการ ดังนี้ 1) การประเมินวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นอยู่ใช้วิธีการเก็บ ข้อมูลด้านวัฒนธรรมได้ใช้
หลากหลายวิธีเช่นการสัมภาษณ์ การจัด Focus Group การทาแบบสอบถามตั้งอยู่พ้ืนฐานของวัฒนธรรมที่
สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข - 20
สอดรับกบั กลยทุ ธห์ รือทศิ ทางใหม่ที่ตอ้ งการเปล่ยี น 2) การกาหนดค่านิยมเชิงกลยุทธ์เป็นการกาหนดทิศทางการการสร้าง
เสริมวฒั นธรรมองค์กรของ สป.สธ. และแสดงอตั ลักษณข์ ององค์กรในอนาคต ซ่ึงข้ันตอนน้ี ผู้บริหารได้เข้ามาร่วมคิด จนทา
ให้เกิดความรู้สึกมีส่วนร่วม/เห็นถึงความจาเป็นในการปรับเปล่ียน/สนับสนุนในกิจกรรมขั้นอื่นๆต่อไป 3) การจัด
สภาพแวดลอ้ มและกาหนดแนวทางวฒั นธรรมองค์กร 4) สนับสนุนการดาเนินงานโดยการจดั กจิ กรรมต่างๆ สาหรับบุคลากร
เพ่ือสนับสนุนวัฒนธรรมองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม สป.สธ. มีการจัดกิจกรรมเพื่อแลกเปล่ียนเรียนรู้ เช่น มีการจัดประชุม
วิชาการประจาทุกปี โดยมีศูนย์ความเป็นเลิศด้านสุขภาพในสาขาต่างๆ ความรู้เรื่องสุขภาพเพ่ือแลกเปล่ียนความรู้ด้าน
สขุ ภาพ มีการให้ความรู้เสียงตามสาย ในระดับผู้บริหารมีการประชุมทุกวันอังคาร (TBM) เพ่ือติดตามงาน 5) การเสริมแรง
พฤติกรรมทางวฒั นธรรมการยกย่องชมเชยให้รางวัลเพื่อเปน็ แรงจูงใจให้บุคลากรปฏิบัติงานและเป็นต้นแบบของวัฒนธรรม
ส่งผลลัพธท์ ดี่ ใี นการสร้างความผกู พันกับบุคลากรของ สป.สธ. เช่น รางวัลชยั นาทนเรนทร รางวลั คนดีศรสี าธารณสุข
5(9) สป.สธ ได้ออกแบบระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานและการสร้างแรงจูงใจโดยการกาหนดสมรรถนะ
หลักขององค์กรซ่ึงสอดคล้องวิสัยทัศน์และพันธกิจของ สป.สธ.ร้อยละ 30 (Core Competency) และผลสัมฤทธ์ิการ
ปฏบิ ัตงิ านรายบคุ คลร้อยละ 70 (ตัวช้ีวัดรายบุคคล) และนาผลการประเมินมาใช้ในการสร้างแรงจูงใจโดยระบบการบริหาร
คา่ ตอบแทน ผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง ระดับต้น บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน (ข้าราชการลูกจ้างประจาพนักงานข้าราชการ)
และลูกจ้างช่ัวคราวมีการถ่ายทอดแนวทางการปฏิบัติให้กับหน่วยงานในสังกัด สป.สธ. ดาเนินการปีละ 2 คร้ัง และสรุป
ประเมินผลและแจ้งผลการประเมินใหบ้ คุ ลากรรับทราบรายบุคคลและนาผลการประเมินมาปรับปรุงตนเองให้ดาเนินการให้
บรรลตุ วั ช้ีวัดท่ีตั้งไว้ทั้ง 2 ด้านสง่ ผลใหอ้ งคก์ รมีผลการปฏบิ ัติงานในภาพรวมท่ีดขี ้นึ
(12) (13) (14) สป.สธ มกี ระบวนการพฒั นาบุคลากร ท้ังระดบั ปฏิบตั งิ านและผู้บริหารโดยวิเคราะห์ทิศทางการ
พัฒนาจากยุทธศาสตร์ สป.สธ กาหนดสมรรถนะหลักขององค์กรและสมรรถนะหลักรายบุคคล โดยดาเนินการประเมิน
ความรู้ ทักษะ ตามสมรรถนะที่กาหนดรายบุคคลจากน้ันผู้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติงานร่วมกันสรุป GAP รายบุคคล เพื่อ
การจัดทาแผนพัฒนารายบคุ คล โดยจัดทาแผนพัฒนาสมรรถนะบุคคลขององคก์ รทุกระดบั ท้งั ระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่
กลุ่มผู้บริหารระดับสูง กลุ่มผู้บริหารระดับกลาง/ต้น และกลุ่มบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน การพัฒนาสมรรถนะบุคคลวิธีท่ีเป็น
ทางการและไม่เป็นทางการ โดยกระบวนการนี้ต้องมีการติดตามประเมินผลการพัฒนา ประเมินผลลัพธ์ขีดสมรรถนะ
บคุ ลากร ประเมินผลการปฏิบัติงานประจาปี รวมท้งั การประกันคณุ ภาพการฝกึ อบรมและการประเมินตดิ ตามการอบรมเพื่อ
ทบทวน Core Competency และมีการกาหนดความก้าวหน้าสายวิชาชพี แพทย์ ทนั ตแพทยแ์ ละพยาบาล
สานกั งานปลกั ระทรวงสาธารณสขุ -21
ส่วนที่ 2-2 การดาเนนิ การทีโ่ ดดเดน่ รายหมวด
หมวด 1 การนาองค์การ
1.1 การนาองค์การโดยผู้บริหารของส่วนราชการ
(1) วิสยั ทศั นแ์ ละค่านิยม
สป.สธ.กาหนดโครงสร้างการนาองค์การ เพื่อพัฒนาองค์การและขับเคลื่อนให้เกิดการเปล่ียนแปลงไปสู่ “การเป็น
องค์การท่ีเป็นเลิศด้านการบริหาร บริการ และวิชาการทางการแพทย์และสาธารณสุขท่ีมีมาตรฐาน ครอบคลุมและเป็นธรรม
เพ่ือคนไทยสุขภาพดี” โครงสร้างการนาองค์การ มี 2 ส่วน ได้แก่ โครงสร้างการนาองค์การส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดย
ส่วนกลางมีความรับผิดชอบพัฒนานโยบายและแผนด้านสุขภาพ บริหารจัดการด้านแผนงาน คน และงบประมาณของ
กระทรวง พัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ ผลิตและพัฒนากาลังคนด้านสุขภาพ พัฒนากฎหมายด้านสุขภาพ
พัฒนาการสาธารณสุขระหว่างประเทศ และสนับสนุนทรัพยากร กากับดูแล ประสานงานหน่วยงานสาธารณสุขท่ีตั้งอยู่ใน
สว่ นภูมภิ าครับผิดชอบจัดบริการสุขภาพด้านส่งเสริมสุขภาพ ควบคุมป้องกันโรค รักษาพยาบาล ฟ้ืนฟูสมรรถภาพ และการ
คมุ้ ครองผู้บรโิ ภคด้านสุขภาพให้แก่คนไทย
โครงสร้างการนาองค์การส่วนกลาง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้นาสูงสุด (CEO) มีรอง
ปลดั กระทรวงสาธารณสุข 4 คน ทีด่ แู ลด้านบริหาร กลุ่มภารกิจดา้ นพัฒนาการแพทย์ กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการสาธารณสุข
กลุ่มภารกิจด้านสนับสนุนงานบริการสุขภาพ มีผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีที่ปรึกษากระทรวง มีผู้ทรงคุณวุฒิ
มคี ณะกรรมการ และคณะทางานชุดต่างๆ เป็นทีมคร่อมสายงานทาหน้าที่คอยช่วยเหลือการปฏิบัติราชการทั้งในการบริหาร
ราชการส่วนกลาง และส่วนภมู ิภาคตามที่ปลดั กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมาย
สาหรับโครงสร้างการนาองค์การส่วนภูมิภาค
มีผู้ตรวจราชการกระทรวงที่ปลัดแต่งตั้งให้เป็นผู้นา
สูงสุดของเขตสุขภาพ และมีคณะกรรมการเขตสุขภาพ
(Area Health Board) ที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
คัดเลือกจากผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้ทรงคุณวุฒิ
และสาธารณสุขนิเทศก์ จานวน 12 คน โดยมีการมอบ
อานาจให้ทาหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการ แทนผู้บริหาร
ระดับสูงส่วนกลาง นอกจากน้ี ยังมีทีมงาน 5 ทหารเสือ
ในระดับจังหวัด ประกอบด้วย 1) นพ.สสจ. 2) ผอ.รพศ.
3) ผอ.รพท. 4) ผอ.รพช. 5) ผอ.รพ.สต. ทั้งหมดถูกจัดต้ัง
ขึ้นเป็นทีมงาน (Team Work) มีเครือข่ายเช่ือมโยงกัน
ทาหน้าท่ีกาหนดนโยบาย วางแผน ออกแบบระบบงาน
แนวทางมาตรการ และขับเคล่ือนสู่การปฏิบัติ และการ ภาพที่ ม.1-1 ระบบการนาองคก์ าร สป.สธ.
กากับติดตามประเมินผลการดาเนินการ โดย (Moph Leadership System: MLS)
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมีการมอบอานาจการตัดสินใจแทนในการบริหารจัดการงานภายในเขตสุขภาพ เพื่อพัฒนาสู่
เป้าหมายท่ีกาหนด คณะผู้บริหาร ตามโครงสร้างการนาองค์การ ได้นาระบบการนาองค์การของ สป.สธ. (Moph Leadership
System : MLS) ภาพทม่ี .1-1 ที่กาหนดขึ้นพัฒนามาจากแนวคิด PMQA เน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากร ผู้รับบริการและผู้มี
สานกั งานปลกั ระทรวงสาธารณสขุ -22
ส่วนได้ส่วนเสีย คู่ความร่วมมือ พันธมิตร และผู้ส่งมอบ มายึดถือปฏิบัติและใช้เป็นกรอบในการบูรณาการและการบริหาร
จัดการองค์การเพื่อขับเคลื่อน สป.สธ. สู่การบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ภายใต้ระบบธรรมาภิบาล ซึ่งมีการทบทวนระบบการนาองค์การเป็นประจาทุกปี เพ่ือปรับปรุงให้มีความสอดคล้องทันต่อ
สถานการณ์และความต้องการของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เกิดความพึงพอใจในทุกกลุ่มอย่างสมดุลท่ีคานึงถึง
ความยืดหยุ่นคล่องตัว และความไวในการตอบสนองต่อสถานการณ์ของสภาพแวดล้อมท่ีเปลี่ยนแปลงและใช้เป็นกรอบการ
ประเมินผบู้ ริหารดา้ นการนาองคก์ าร มแี นวทาง ดงั น้ี
1) กาหนดทศิ ทาง วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์และสื่อสาร ผู้บริหารตามโครงสร้างการนาองค์การร่วมกาหนดทิศทางของ
องค์การโดยวิธีการระดมสมองด้วยเทคนิค World Café จากการรับฟังปัญหาอุปสรรค ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะของ
บุคลากรทุกกลุ่มทุกระดับ ความต้องการจากผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คู่ความร่วมมือ พันธมิตร ผู้ส่งมอบและทุก
ฝ่ายท่ีเกี่ยวข้อง จากผลการดาเนินการในอดีตที่ผ่าน
มา และผลงานวิจัยด้านสาธารณสุข เป็นต้น ข้อมูล
ทั้งหมดถูกนามาประมวลผลเพื่อกาหนดทิศทางของ
องค์การ ได้แก่ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์
ค่านิยม และเป้าหมายผลการดาเนินการในระหว่าง
การประชุมจัดทาแผนยุทธศาสตร์ประจาปี จากนั้น
ผู้บริหารได้สื่อสารถ่ายทอดทิศทางดังกล่าวสู่บุคลากร
ตามลาดับสายบังคับบัญชาทั้งในส่วนกลางและส่วน
ภูมิภาค รวมทั้งผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ส่งมอบ พันธมิตร ผู้รับบริการ ผ่านช่องทางการ
สื่อสารต่างๆ ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการตาม
ตารางที่ ม.1-2 เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ให้เกิด
ความร่วมมือการบูรณาการแผนแต่ละแผนไปปฏิบัติ ภาพที่ ม.1-2 แนวมทางการดาเนินงาน สป.สธ.
ในทศิ ทางเดียวกันในทุกหน่วยงานทุกระดับ
การนาองค์การโดยผู้บริหารของส่วนราชการ ผู้บริหารสูงสุดของ สป.สธ. มีบทบาทสาคัญย่ิงในการขับเคล่ือน
องค์การ โดยกาหนดทิศทางที่ชัดเจน และมีการส่งต่อรุ่นต่อมาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2559 ผู้บริหารได้ให้ความสาคัญใน
การบรหิ ารงานตามหลัก “3 ส” ได้แก่ ความสาเร็จ คือ มีผลสัมฤทธิ์ของงาน สร้างสิ่งดี คือ พัฒนาคนและระบบงาน
ให้ดีข้ึน มคี วามสุข คือ คนในองค์การมีความสุข และหลัก “3 I” ได้แก่ Information คือ ให้ความสาคัญเร่ืองระบบ
ข้อมูล Innovation คือ พัฒนานวัตกรรมให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสภาพแวดล้อมและวิทยาการ และ
Integration คือ บูรณาการแผนแต่ละแผน การทางานร่วมกันของบุคลากรทุกหน่วยงานทุกระดับ และได้มีคาส่ัง
มอบหมายงานผูบ้ ริหาร (Chief Integrate Program Officcer : CIPO) ประกอบด้วย 1) บริหารราชการส่วนกลางมี CIPO แต่ละ
ระดับ รับผิดชอบบูรณาการ กาหนดแนวทาง มาตรการ เป้าหมาย และตัวชี้วัดแต่ละแผนบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่
เกยี่ วข้อง2)บริหารราชการสว่ นภมู ภิ าค มี CIPO ระดับเขตสุขภาพ/จังหวัด/อาเภอ ท่ีรับผิดชอบหลักในการบูรณาการแผนงาน
ร่วมกนั เน้นความสาเร็จและบรรลุเป้าหมายร่วมกัน และกากับติดตามแบบเข้มข้น เช่น โครงการพระราชดาริ โครงการเร่งด่วน
ของรัฐบาล โครงการสาคัญๆ การเบิกจ่ายงบประมาณ ระบบการบันทึกแผนงานโครงการ และการรายงานผลในการประชุม
สานกั งานปลกั ระทรวงสาธารณสุข -23
ผู้บริหารระดับต่างๆ ประจาทุกเดือน โดยมีเป้าหมายหลักเพ่ือให้ประชาชนสุขภาพดี ลดอัตราป่วยและลดอัตราตาย โดยยึด 3
ยทุ ธศาสตรเ์ น้นหนัก ไดแ้ ก่ สง่ เสรมิ สุขภาพตามกลุ่มวัย พัฒนาระบบริการ ระบบบริหารจัดการบริการ
2) ออกแบบโครงสร้าง ระบบงานและจัดองค์การ คณะผู้บริหารเล็งเห็นความจาเป็นในการพัฒนาระบบบริการ
สขุ ภาพให้มคี ณุ ภาพไดม้ าตรฐานเพิ่มศักยภาพ ส่งเสริมระบบการส่งต่อ ลดความแออัด และจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
ปี 2554 -2555 ได้มีการทบทวนแนวทางการพัฒนาหน่วยบริการให้มีทิศทางท่ีชัดเจนเป็นระบบ ได้จัดทาแผนพัฒนาระบบ
บริการสุขภาพ (Service Plan) ดาเนินการอย่างน้อย 5 ปี มีกรอบการพัฒนาระบบบริการสุขภาพในรูปแบบเครือข่ายแทนการ
ขยายโรงพยาบาลเป็นรายแห่ง ภายใต้หลักการ “เครือข่ายบริการไร้รอยต่อ” ท่ีเช่ือมโยงบริการระบบปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และ
ตตยิ ภูมเิ ขา้ ด้วยกันแต่ละเครือข่ายครอบคลมุ สถานบรกิ ารภายใน 4 – 8 จังหวัด ดูแลประชากร 3 -5 ล้านคน รวม 12 เครือข่าย
[เขตสุขภาพ (Area Health)] มีผู้ตรวจราชการเป็นบริหารสูงสุดของเขตสุภาพ มีคณะกรรมการอานวยการเขตสุขภาพ มี
คณะกรรมการเขตสุขภาพ 12 คณะ เป็นผู้บริหารจัดการแทนส่วนกลางทั้งงบประมาณ ทรัพยากร กาลังคน เตียงผู้ป่วย ไม่ให้
กระจุกตัวท่ีใดท่ีหนึ่ง และสร้างกลไกการบริหารจัดการและจัดบริการเบ็ดเสร็จไร้รอยต่อภายในเขต พัฒนาสถานบริการทุก
ระดับต้ังแตป่ ฐมภูมิ ทุตยิ ภูมิ ตติยภูมิ และศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูง ที่เช่ือมโยงในภาพเครือข่าย และรองรับการส่งต่อได้
อย่างสมบูรณ์ เพ่ือเป็นหลักประกันว่าประชาชนจะเข้าถึงบริการที่ได้มาตรฐานทั่วถึง เป็นธรรม ควบคู่การการดาเนินงานด้าน
ระบบสุขภาพอาเภอที่มี “ทีมหมอครอบครัว” “ทีมแพทย์ผู้เช่ียวชาญ” เช่ือมประสานการทางานร่วมกันระหว่างสถานบริการ
ทกุ ระดับ ตั้งแตช่ ุมชน ภาคีเครือขา่ ย และภาคประชาชนสงั คมในพื้นท่ีสู่ศูนย์ความเชีย่ วชาญระดับสงู อย่างมีคุณภาพ
3) ถา่ ยทอดแผนไปสู่การปฏิบัติและกากับติดตามผลการดาเนินงานให้เป็นไปตามแผน ผู้บริหารได้มอบนโยบาย
ทิศทาง ยุทธศาสตร์และมาตรการในการพัฒนางานสาธารณสุข และขั้นตอนต่อไปสานักนโยบายและยุทธศาสตร์ได้จัดทา
แผนปฏิบัติราชการ แผนปฏิบัติการภายใต้แผนงาน/โครงการ ท่ีมีมาตรการทางการปฏิบัติท่ีเน้นการใช้ความได้เปรียบเชิงกล
ยุทธ์ (Strategic advantages) และความสามารถพิเศษ (Core competency) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Strategy) โดยกาหนด
แผนงานหลกั (Master Plan) และกิจกรรม/ผลผลิตการดาเนินงาน ระยะเวลา งบประมาณ และผู้รับผิดชอบ (Action plan) ที่
ส่งผลต่อความสาเร็จของยุทธศาสตร์และกาหนดหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุน ใช้แผนท่ียุทธศาสตร์
(Strategic map) เป็นเครื่องมือการถ่ายทอดแผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้มั่นใจว่าการกากับติดตามผลการ
ดาเนินงานเป็นไปตามแผนผู้บริหารได้แต่งต้ังคณะทางานขับเคลื่อนและบูณาการตามภารกิจสาคัญของ กสธ. ภายใต้การ
กากับของรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขท้ัง 4 ดังน้ี 1) ด้านบริหาร 13 คณะ 2) ด้านพัฒนาการแพทย์ 20 คณะ 3) ด้าน
พัฒนาการสาธารณสุข 20 คณะ 4) ด้านสนับสนุนงานบริการสุขภาพ 12 คณะ โดยมีการจัดทากลยุทธ์ มาตรการ แผนงาน
โครงการ และขับเคล่ือนตามแผนงาน โครงการที่กาหนดไว้ให้เป็นรูปธรรมและเห็นผลในระยะส้ัน กลาง ยาว ประเมินและ
รายงานผลการดาเนินงานต่อรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและในการประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ต่อเนื่องทุก 3
เดือน นอกจากนี้ ยังกากับติดตามผ่านระบบการตรวจราชการ ณ พื้นที่ปีละ 2 ครั้ง โดยผู้ตรวจราชการร่วมกับสาธารณสุข
นเิ ทศก์และทมี ผ้เู ชีย่ วชาญจากกรมวชิ าการ
4) วัด วิเคราะห์ และทบทวนผลการดาเนินการ ผู้บริหารได้กาหนดตัวช้ีวัดสาคัญที่เช่ือมโยงกับวัตถุประสงค์เชิง
ยุทธศาสตร์ จัดทาข้อตกลงการปฏิบัติงาน (PA) ตามลาดับช้ันการบังคับบัญชาเพ่ือใช้ติดตามความก้าวหน้าของแผนปฏิบัติ
การ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกหน่วยงานในสังกัดท้ังราชการบริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ติดตามวัดผลการ
ดาเนินการจาก 3 วิธี ได้แก่ 1) การประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขทุกเดือน และการประชุมคณะกรรมการวางแผน
ประเมินผลของจงั หวัด เพื่อรายงานผลความคบื หน้าของแผนที่วางไว้ 2) การตรวจราชการและการนิเทศงาน 3) การรายงานผล
สานกั งานปลกั ระทรวงสาธารณสุข -24
อย่างสม่าเสมอทุก 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน 12 เดือน ผ่านระบบข้อมูลตัวชี้วัดสาคัญ HDC/ Dashboard / EIS จัดเก็บไว้ใน
ฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ ตามหัวข้อ 4.1 โดยเปรียบเทียบความสาเร็จกับค่าเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ตามแผนแต่ละแผนทุก
ระดับ หากพบว่า ผลการดาเนินการไม่เป็นตามเป้าหมาย หรือไม่สามารดาเนินการตามแผนต่อไปได้ ส่งผลกระทบต่อการ
บรรลุเป้าประสงค์ขององค์การ ผู้บริหารจะพิจารณาปรับแผน (Rolling Plan) เพ่ือตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง รองรับ
สถานการณ์นั้นๆ โดยมีกระบวนการดังนี้ 1) ประชุมผู้บริหารเพ่ือกาหนดเป้าหมาย/ทิศทางใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
และวิเคราะห์ผลกระทบต่างๆที่จะเกิดข้ึน 2) กาหนดแนวทางระยะสั้น (เร่งด่วน) และระยะยาว 3) ปรับแผนการใช้จ่าย
งบประมาณ 4) กาหนดผูร้ บั ผิดชอบในการดาเนินงานท่ีชัดเจน 5) กากบั ติดตามผลความก้าวหน้าของงานทุกสปั ดาห์
5)ประเมินผลการปฏิบัติงานและสร้างแรงจูงใจบุคลากร ผู้บริหารนาระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน มาเป็น
เครื่องมอื การบรหิ ารผลการปฏบิ ตั ิงานของบุคลากรและผลการดาเนินการของ สป.สธ.ทุกระดับ โดยการถ่ายทอดค่าเป้าหมาย
และตัวช้ีวัดตั้งแต่ระดับกระทรวงลงสู่ระดับกรม สานัก/กอง เขตสุขภาพ จังหวัด อาเภอ และระดับบุคคล และมีจัดทา
ข้อตกลงว่าด้วยผลสัมฤทธิ์ของงานล่วงหน้าระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติทุกระดับ กาหนดพฤติกรรมการปฏิบัติ
ราชการ (สมรรถนะหลกั และสมรรถนะประจาสายงาน) ท่คี าดหวงั ด้วยวธิ ีการวัดผลที่ชัดเจนเป็นธรรม โปร่งใส ประเมินปีละ 2
รอบ และประเมินศักยภาพบุคลากรหาความจาเป็นท่ีบุคลากรต้องได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับภาระงานที่ได้รับ
มอบหมาย เพื่อให้ม่ันใจว่าบุคลากรจะมีความรู้ความสามารถและทักษะเพียงพอต่อการปฏิบัติงานได้สาเร็จ และนา
ผลสัมฤทธิ์ของงานและพฤติกรรมการปฏิบัติราชการที่ประเมินมาเป็นข้อมูลพิจารณาเล่ือนข้ันเงินเดือนของบุคลากร รวมถึง
การให้รางวัลยกย่องชมเชยแก่บุคลากรทุกรระดับ ดังตารางท่ี ม.1-1 เพ่ือสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้บุคลากรได้ใช้ความ
พยายามอยา่ งเต็มศักยภาพในการปฏิบัตงิ านและแสดงพฤติกรรมตามค่านิยมของสป.สธ.
ตารางที่ ม.1-1 การยกยอ่ งชมเชยและใหร้ างวัลแก่บุคลากร
ชอื่ รางวลั ผมู้ ีสิทธิได้รับรางวัล ประเภท ผ้มู อบรางวัล หนว่ ยงานทรี่ บั ผดิ ชอบ
รางวัลชยั นาทนเรนทร บุคลากรด้าน อทุ ิตตนในการปฏิบัติงานอยา่ ง สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราช สถาบันพระบรมราช
สาธารณสขุ เสียสละ อตุ สาหะและทมุ่ เท เจา้ ฟา้ มหาวชริ าลงกรณ สยาม ชนก
รางวลั คนดีศรี มกุฎราชกมุ าร
สาธารณสุข บคุ ลากรสาธารณสขุ เกียรติคณุ สดดุ บี คุ คลทีท่ าคุณ พระเจา้ วรวงศ์เธอ พระองคเ์ จา้ แก้วกัลยาสิขาลัย
ทุกสายงาน ความดีต่อสงั คมและเปน็ โสมสวลี พระวรราชาทนิ ดั ดา สถาบนั พระบรมราช
รางวลั เพชรกาสะลอง แบบอยา่ งทีด่ ี มาตุ ชนก สป.สธ.
(รางวัลพยาบาลดเี ด่น บคุ ลากรพยาบาล เกียรติคุณบคุ คลที่ปฏบิ ัติการ พระเจา้ วรวงศ์เธอ พระองค์เจา้ สานกั การพยาบาล
ของ กสธ.) ของ กสธ. พยาบาลด้วยความวริ ิยะ โสมสวลี พระวรราชาทินัดดา สป.สธ.
รางวลั ข้าราชการพล อตุ สาหะ เสยี สละ มาตุ
เรอื นดเี ด่นสานักงาน ขา้ ราชการและ การดารงตนตามจรรยาบรรณ นายกรฐั มนตรี กลุม่ บรหิ ารงานบคุ คล
ก.พ. ลูกจา้ งประจาฝา่ ยพล ขา้ ราชการ และมีผลงานโดด สป.สธ.
รางวัลอาสาสมัคร เรือน เดน่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ประจาหมบู่ า้ นดเี ดน่ อาสาสมคั รประจา เสียสละแรงกายแรงในและทนุ สาธารณสุข กรมสนบั สนุนบริการ
รางวัลแพทยใ์ นชนนบท หมู่บา้ น (อ.ส.ม.) ทรัพยใ์ นการปฏบิ ัตงิ าน คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริ สขุ ภาพ
ดีเด่น แพทย์ในชนบท เชดิ ชูเกียรติแพทย์ ผ้อู ทุ ศิ ตน ราชพยาบาล ม.มหดิ ล คณะแพทยศาสตร์ศิริ
รางวัลหน่วยงานดีเด่น ปฏบิ ตั หิ นา้ ทใี่ นชนบท ปลัดกระทรวงสาธารณสขุ ราชพยาบาล
ดา้ นการกากับดูแล หน่วยงานในสงั กดั เชิดชเู กียรตหิ นว่ ยงานที่ ก.พ.ร.สป.
องค์การท่ดี ี ดาเนินการตามนโยบายการ
กากบั ดแู ลองคก์ ารทดี่ ี
6) การเรียนรู้ การปรับปรุง และการพฒั นาอยา่ งตอ่ เนื่อง ผู้บริหารใช้โมเดล Plan-Do-Check-Act ในการ
พัฒนา สป.สธ.อย่างต่อเน่ือง ในทุกๆ ระบบและกระบวนการ รวมถึงระบบการนาองค์การด้วย โดยใช้ข้อมูลจาก
วิเคราะห์สภาพแวดล้อมท่ีเปลี่ยนแปลงท้ังปัจจัยภายในและภายนอก ข้อมูลการรับฟังและเรียนรู้
สานักงานปลกั ระทรวงสาธารณสุข -25
ความต้องการ ความคาดหวัง ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียนของบุคลากรและผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วน
เสยี รวมถึงผ้เู กยี่ วขอ้ งและบุคคลภายนอกองค์การทร่ี วบรวมได้จากระบบ VOC เช่น การพบปะพดู คยุ โดยตรงระหว่าง
กัน การสารวจ การประชุมสัมมนา Focus Group รวมทั้งผ่านส่ือสาธารณะ เช่น กระทู้ใน pantip.com, blog เพ่ือ
นามาเป็นขอ้ มลู ในการปรับปรุงพัฒนากระบวนการและบริการที่ตอบสนอง นอกจากน้ี ได้ส่งเสริมบุคลากรให้เรียนรู้
จุดบกพร่องจากการปฏิบตั ิงานและคดิ วิธีการปรบั ปรุงกระบวนการใหด้ ขี ้ึน กอ่ ใหเ้ กิดนวัตกรรมบริการใหม่ วิธีปฏิบัติ
ใหม่ ทีเ่ ป็นตน้ แบบ (Best practice) ของหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และนามาแลกเปลี่ยนโดยการถอด
บทเรียนเร่ืองเล่าเร้าพลังท่ีบอกต่อสิ่งที่ผิดพลาดไม่ควรทาซ้าอีกและวิธีปฏิบัติที่ดีจากหน่วยงานหน่ึงไปสู่อีกหลายๆ
หน่วยงาน ดังตัวอย่างท่ีปรากฎใน 4.1 ค (8) ที่เป็นรูปธรรม เช่น นวัตกรรมเคาะประตูสู่นาพ้ืนน้อย: กางเกงตรวจ
มะเรง็ ปากมดลูก โปรแกรมการจดั เก็บและสง่ ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เปรียบเทียบคุณภาพหลอดเลอื แดง 3 มิติเพื่อ
การวนิ ิจฉยั โรค ระบบ STEMI Fast Track แบบควบคุมเวลา เป็นต้น
7) บรู ณาการทุกภาคสว่ นอย่างมีดุลยภาพ ผู้บริหารได้นาความต้องการของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วน
เสีย พันธมิตร คู่ความร่วมมือ ผู้ส่งมอบ และบุคลากร มาบูรณาการร่วมกับระบบการนาองค์กรภายใต้กรอบ Six
Building Blocks of Health System ของ WHO ประกอบด้วย 1) ระบบบริการ 2) กาลังคนด้านสุขภาพ 3) ระบบ
ข้อมูลข่าวสาร 4) เทคโนโลยีทางการแพทย์ 5) ค่าใชจ้ ่ายด้านสุขภาพ 6) ภาวะผู้นาและธรรมภิบาล มาเป็นกรอบในการ
พัฒนาขดี ความสามารถของระบบบริการสุขภาพท่ีสามารถบริการเบ็ดเสร็จภายในเขตสุขภาพ 12 เขต รองรับ Service
Plan เพอื่ ใหป้ ระชาชนเข้าถงึ บรกิ ารที่มีคุณภาพมาตรฐาน สะดวกรวดเร็ว ท่ัวถึงเป็นธรรม นอกจากนี้ ผู้บริหารได้แสดง
พฤติกรรมการเปน็ แบบอยา่ งท่ดี ีตามคา่ นยิ มมาอย่างต่อเนอ่ื ง ดังน้ี
“จิตอาสา” (Public mind) ผู้บริหารเป็นต้นแบบผู้นาท่ีแสดงน้าใจอันย่ิงใหญ่ในการอุทิศตนเข้าร่วมกิจกรรม
ชว่ ยเหลอื ผยู้ ากไรใ้ นถ่ินทรุ กันดาน ผ้ปู ระสบภยั พบิ ตั ิตา่ งๆ และส่งเสริมให้บุคลากรสาธารณสุขทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมใน
กิจกรรมโดยไม่เห็นแก่ความลาบากและเหน็ดเหนื่อย เช่น กิจกรรมออกหน่วยแพทย์เคล่ือนท่ีกับมูลนิธิ พอ.สว. ประเทศ
ไทยเกิดคลื่นสนึ ามิถล่มใน 6 จงั หวดั อันดามนั แผน่ ดนิ ไหวในประเทศเนปาล นา้ ทว่ มใหญใ่ นพมา่ เปน็ ตน้
“ทางานเป็นทีม”(Teamwork) ผู้บริหารมีความมุ่งมั่นอย่างสูงในการขับเคล่ือนนโยบายไปสู่การปฏิบัติท่ีบังเกิด
ผลลัพธ์ที่ดีต่อประชาชนในพ้ืนท่ีให้มีสุขภาพดีขึ้น โดยการจัดต้ังทีมงานในรูปของคณะกรรมการชุดต่างๆ เช่น ทีม
ผ้บู รหิ ารเฉพาะกจิ ในส่วนกลาง ทาหน้าที่เตรียมการและวางแผนก่อนการดาเนินการในเร่ืองสาคัญๆ และส่วนภูมิภาค มี
ทีมงาน 5 ทหารเสือ คณะกรรมการอานวยการเขตสุขภาพ คณะกรรมการเขตสุขภาพ และ CIPO เพื่อบริหารจัดการ
ทรัพยากร คน เงนิ ของ แทนส่วนกลางได้สอดคลอ้ งเหมาะสมกบั สภาพปัญหาของพน้ื ที่ เป็นตน้
“ใฝ่รู้” (Enthusiasm) ผู้บริหารเป็นต้นแบบของการ Share Best practice ของเขตสุขภาพไปสู่เขตสุขภาพอ่ืนๆ
เพื่อขยายวิธีปฏิบัติท่ีดีด้วยตนเองขณะลงตรวจราชการ เช่น “คลองขลุงโมเดล”นวัตกรรมต้นแบบคลินิกชลอไตเสื่อม
“ลาสนธิโมเดล" ตน้ แบบหมอประจาครอบครัว และ“ลพบุรีโมเดล”ตน้ แบบตาบลจัดการสขุ ภาพแบบบรู ณาการ เป็นต้น
“เปน็ แบบอย่างสุขภาพดี”(Health Idol) ผู้บริหารได้ริเรมิ่ “โครงการผู้บริหาร สธ. ไร้พุง” นาออกกาลังกายด้วย
ตนเอง โดยเชิญชวนผู้บริหารทุกท่านและบุคลากรทุกระดับเข้าร่วมกิจกรรมออกกาลังกาย ครั้งละ 30 นาทีต่อวัน อย่าง
นอ้ ย 5 วันต่อสัปดาห์ การดแู ลตนเองตามหลกั 3อ. 2ส. 1ฟ. รับประทานผกั และผลไม้ทกุ มอ้ื ลดการรับประทานหวาน มัน
เคม็ ดืม่ น้าเปลา่ แทนนา้ หวานหรือนา้ อัดลม ลดเครือ่ งดื่มที่มีแอลกอฮอล์ จดั อาหารวา่ งเพื่อสุขภาพทุกครั้งท่ีมีการประชุม
ลดการสบู บหุ ร่ี ผอ่ นคลายความเครียด อารมณ์ดี รักษาฟันให้แข็งแรงและแปรงฟันอย่างถูกวิธีตามหลัก 2 2 2 ตระหนัก
สานักงานปลกั ระทรวงสาธารณสขุ -26
และมงุ่ ม่นั ควบคมุ นา้ หนกั ใหอ้ ยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
จากระบบการนาองคก์ ารและการเป็นต้นแบบทด่ี ีตามคา่ นยิ ม พิสูจน์ได้จากผลลัพธ์การนาองค์การของผู้บริหารที่
มวี สิ ยั ทศั นก์ ว้างไกล กลา้ คิด กลา้ ตัดสนิ ใจ กล้าปฏิรปู กลา้ ลงมอื ปฏิบตั ดิ ้วยความมุง่ มนั่ ตง้ั ใจเพ่ือยกระดับคุณภาพระบบ
บรกิ ารสุขภาพสูม่ าตรฐานสากล ส่งผลให้มีหน่วยงานในสังกัด สป.สธ. ได้รับรางวัลระดับนานาชาติจาก United Nations
Public Service Awards รางวลั บรกิ ารภาครัฐแห่งชาติ รางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม และ
รางวลั คณุ ภาพการบรหิ ารจดั การภาครฐั จากสานกั งาน ก.พ.ร. มาอย่างต่อเน่อื งถึงปจั จุบัน รวม 53 รางวลั
(2) การส่งเสริมการประพฤตปิ ฏิบัติตามหลักนติ ิธรรม ความโปรง่ ใส และความมจี ริยธรรม
ผู้บริหารให้ความสาคัญกับการสร้างระบบธรรมาภิบาล ได้กาหนดนโยบายเร่งด่วนและกาหนดยุทธศาสตร์การ
ป้องกันและต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบสอดคล้องกับ 5 ยุทธศาสตร์ชาติและดาเนินการ ดังนี้ 1) แต่งตั้ง
คณะกรรมการปอ้ งกันและปรามปราบการทจุ รติ และประพฤติมิชอบในระดับกระทรวงและระดับกรม 2) วิเคราะห์สถานการณ์
ปัจจัยสาเหตุการทุจริตท้ังภายในและภายนอก 3) จัดทาแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี และแผนปฏิบัติการประจาปีด้านการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ 4) กาหนดกรอบระยะเวลาและมาตรการรองรับยุทธศาสตร์แต่ละด้าน
5) ส่อื สารถ่ายทอดให้ทกุ หน่วยงานท้ังส่วนกลางและส่วนภูมิภาคนาไปปฏิบัติ 6) ควบคุมกากับ และติดตามประเมินผล ผ่าน
CIPO แตล่ ะระดบั และผบู้ ริกหารลงตรวจเย่ียม ณ พื้นที่ รับฟังปัญหาอุปสรรค ให้ข้อเสนอแนะ 7) ทบทวนผลการดาเนินการ
เพ่ือวางแผนและปรบั ปรุงกระบวนการในปีต่อไป
ผู้บริหารประกาศเจตนารมย์ “ต่อต้านทุจริต สร้างจิตสานึก คนสาธารณสุขไม่โกง” และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว
มอบ ศปท. จดั ทาโครงการอบรมให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ ปลุก และปลูกจิตสานึกการต่อต้านการทุจริต ตามค่านิยมความ
“โปร่งใส” (Transparent) ในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าท่ีทุกระดับท้ังส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สร้างกลไก
“10 อรหันต์” ประกอบด้วย (1) กลุ่มกฎหมาย (2) กลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม (3) กลุ่มสันติวิธีสาธารณสุข (4)
กลุ่มบริหารงานบุคคล (5) แก้วกลัยาสิกขาลัย (6) ศูนย์บริหารจัดการเร่ืองราวร้องทุกข์ (7) กลุ่มคลังและพัสดุ (8) กลุ่ม
ตรวจสอบภายใน (9) กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (10) สานักตรวจและประเมินผล และสร้างเครือข่าย ได้แก่ 1) เครือข่าย
พยาบาล ที่เป็นบุคลากรสาธารณสุขมีจานวนมากสุด มีคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ 2) เครือข่าย อสม.
มากกว่า 1 ล้านคน ให้เข้ามามีบทบาทร่วมตรวจสอบ เฝ้าระวังการทุจริตประพฤติมิชอบครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชนท่ัว
ประเทศ และร่วมกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ สตง. ปปท. ปปช. นอกจากน้ี ผู้บริหารเร่งรัดพัฒนาการสร้างระบบธรรมา
ภิบาล 7 เรื่อง ได้แก่ 1) การจัดซ้ือจัดหาพัสดุ 5 กลุ่ม เช่น ยา วัสดุการแพทย์ วัสดุทันตกรรม วัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์
วัสดุสานักงาน 2) จัดทาแผนจัดซื้อและการซื้อร่วมยาและเวชภัณฑ์ในเขตสุขภาพและจังหวัด 3) จัดทาเกณฑ์จริยธรรมเร่ือง
การส่งเสริมการขายและการจัดซื้อยา 4) วางแนวทางปฏิบัติเรื่องท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดซ้ือ จัดหา เงินบริจาคท่ีถูกต้องตาม
ระเบียบกระทรวงการคลังท้ังท่ีเป็นตัวเงินและไม่ใช่เงิน 5) สร้าง“โรงพยาบาลคุณธรรม”ภายใต้แนวคิด “คุณภาพ (Quality
Hospital)” ควบคู่ “คุณธรรม (Moral Hospital)” ให้บุคลากรทุกคนมีส่วนร่วมกาหนดทิศทางการพัฒนาด้านคุณธรรมตาม
บริบทและกาหนดอัตลักษณ์ของหน่วยงาน เพ่ือขจัดคอร์รัปช่ัน ไม่โกงเวลาปฏิบัติงาน มีความรับผิดชอบ และตรงต่อเวลา
ปัจบันได้ขยายผลเป็น “องค์กรคุณธรรม” ให้ครอบคลุมทุกหน่วยงาน 6) การพัฒนาระบบบริการ (Better Service) ให้
ตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน 7) สรา้ งขวัญกาลังใจแกบ่ คุ ลากร เช่น คัดเลือกผู้ประพฤติปฏิบัติตนด้วยความซ่ือสัตย์
สจุ รติ ส่งสมคั รรางวลั จารึก สจุ ริต ของ ป.ป.ช. ปี2558 มีบุคลากรในสังกัดได้รับรางวัลดังกล่าว 3 รายจาก 33 ราย สป.สธ.ได้
เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสการทุจริตท่ี WWW.stopcoorruption.moph.go.th และตู้ไปรษณีย์ 9 ปณฝ. กระทรวง
สานักงานปลักระทรวงสาธารณสขุ -27
สาธารณสุข 11000 จากการดาเนินการดังกล่าวพบว่า ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดาเนินงานของ
หน่วยงานภาครฐั (ITA) ตามภาพที่ 7.4 -1
ผู้บริหารได้ประพฤติตนตามหลักธรรมาภิบาล เป็นแบบอย่างข้าราชการที่ดีอยู่ในระบบคุณธรรมและจริยธรรมรับใช้
ประเทศชาติ รวมทัง้ ประพฤตติ นแบบเรยี บง่าย ไดแ้ ก่ การต้อนรับผู้บริหารเวลาลงพื้นที่ตรวจเย่ียม งดป้ายภาพผู้บริหารท้ังใน
และนอกสถานท่ี กิจกรรมบนเวทีให้เรียบง่าย กระชับ ประหยัด ซุ้มนิทรรศการให้สมเหตุสมผล จัดเล้ียงด้วยอาหารประจา
ท้องถิ่นหรืออาหารจานเดียวราคาไม่แพง ไม่ต้องมีของฝากหรือของทีร่ ะลึก เปน็ ตน้
(3) การสรา้ งองคก์ ารคณุ ภาพท่ีย่ังยืน
คณะผู้บริหารฯ มีบทบาทสาคัญกับการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้และความผูกพันของบุคลากร ส่งเสริม การสร้าง
ผลงานวิจัยและนวัตกรรม การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีขีดสมรรถนะสูง การพัฒนาผู้นาในอนาคต การวางแผนสืบ
ทอดตาแหนง่ เพ่อื พฒั นาระบบริการสุขภาพให้ยัง่ ยืน ดงั นี้
การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีขีดสมรรถนะสูง ผู้บริหารให้ความสาคัญแผนยุทธศาสตร์กาลังคนของ กสธ.
ได้กาหนดกรอบยุทธศาสตรแ์ ละจัดทาแผนปฏบิ ตั กิ ารรองรับยุทธศาสตร์ระยะยาว ใช้เป็นกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การ
บริหารจดั การกาลงั คนด้านสุขภาพรองรับ Service Plan โดยการวิเคราะห์กรอบอัตรากาลังคน (FTE) ให้เหมาะสมกับภารกิจ
และเช่ือมโยงฐานข้อมูลกาลังคนสานักงาน ก.พ. และกาหนดนโยบายและมอบแนวทางการดาเนินงาน HRM HRP HRD PMS
เช่น การกาหนดกรอบอัตรากาลังเพ่ิมใหม่ ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร ลูกจ้างชั่วคราว 21 สายวิชาชีพ นอกจากน้ี
ผู้บริหารได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวิเคราะห์สมรรถนะ ทักษะความรู้ ปัญหาในการปฏิบัติงาน และร่วมจัดทาแผนพัฒนา
บคุ ลากรดา้ นสขุ ภาพและออกแบบหลกั สตู รการพัฒนาแพทย์ผู้เช่ยี วชาญสาขาต่างๆ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาลเวชปฏิบัติ
เพ่ือสร้างสมรรถนะการปฏิบัติงาน Service Plan ในแต่ละสาขา เพ่ือให้มั่นใจว่าบุคลากรทุกตาแหน่งจะมีปริมาณและขีด
ความสามารถอย่างเพียงพอในการยกระดับบริการให้มีคุณภาพมาตรฐาน โดยจัดตั้งศูนย์พัฒนากาลังคนด้านสุขภาพของ
กสธ.ข้นึ เพื่อสร้างกลไกลระดบั ประเทศและระดับพ้นื ที่ให้มีประสิทธิภาพ มีบคุ ลากรทไ่ี ดร้ บั การพฒั นาตามภาพท่ี 7.3 - 6
การสร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรม ผู้บริหารได้ออกนโยบาย Innovation เป็น I ตัวที่ 2 โดยจัดทา Road map
การส่งเสรมิ การสรา้ งนวัตกรรมปรับปรงุ กระบวนการบริการ และส่งิ ประดิษฐ์ใหม่ด้านสาธารณสุขให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์
ของสป.สธ. ตาม 6.2 ง.(10) โดยการทบทวนผลการดาเนินการและวิเคราะห์หาสาเหตุ การเทียบเคียงกับหน่วยงานอื่นๆ การ
สง่ เสริมกระตุ้นให้บุคลากรศึกษา ค้นคว้า วิจัยในลักษณะงานประจาสู่งานวิจัยหรืองานวิจัยจากงานประจา (R2R) สนับสนุน
ทุนวิจัย ศึกษาดงู าน สรา้ งแรงจูงใจด้วยการประกวดผลงานนวัตกรรมจากระดับจังหวัด สู่ระดับเขตสุขภาพ สู่ระดับกระทรวง
และต่อยอดสู่การเสนอขอรับรางวัลระดับประเทศและนานาชาติ ได้แก่ รางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ รางวัล UN Awards
ตามภาพที่ 7.4 - 8
การเรียนรู้ขององค์การ ผู้บริหารออกนโยบายและตัวชี้วัดการประกันคุณภาพบริการของสถานบริการในสังกัด เริ่ม
แต่การประเมินความเส่ียงท่ีมีผลต่อคุณภาพการรักษาพยาบาล ผ่านกระบวนการวิเคราะห์สาเหตุ ด้วยเครื่องมือต่างๆ พร้อม
ทั้งสารวจความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพ่ือนามาปรับปรุงกระบวนการบริการ การกาหนดเป็น
นโยบายการบริหารเข็มมุ่งตามบริบทของสถานบริการ พร้อมกับผลักดันให้สถานบริการดาเนินการตามมาตรฐานเช่น HA,
DHS-PCA, JCI ผ่านการตรวจรับรองจาหน่วยงานภายนอกเพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจถึงคุณภาพและการบริการเทียบเท่าระดับ
นานาชาติ จากการดาเนินการพบว่า มีสถานบริการสุขภาพภาครัฐผ่านการรับรองมาตรฐาน HA/JCI และสถานประกอบการ
เพือ่ สุขภาพได้รบั การพัฒนาตามมาตรฐาน DHS - PCA และสป.สธ. เป็นสานักงปลัดกระทรวงแห่งแรกท่ีได้รับรางวัลคุณภาพ
สานักงานปลักระทรวงสาธารณสุข -28
การบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 2 ด้านการวางแผนยุทธศาตร์ และการสื่อสารเพื่อนาไปปฏิบัติจากสานักงาน ก.พ.ร. จน
กลายเป็นวฒั นธรรมการให้บรกิ ารทีส่ ร้างความประทบั ใจให้แกผ่ ้รู บั บริการมากกว่าสหสั วรรษ ตามภาพที่ 7.4 - 7
การพัฒนาผนู้ าในอนาคตและแผนการสืบทอดตาแหน่ง ผู้บริหารกาหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ในการการพัฒนา
ผู้นาในอนาคต วางแผนสืบทอดตาแหน่งสาคัญ ตั้งแต่การสรรหาผ่านคณะกรรมการพิจารณากล่ันกรองในแต่ระดับชั้นเร่ิม
จากระดับจงั หวดั ไประดับเขตสุขภาพ ระดับกระทรวง ผู้บริหารและคณะกรรมการร่วมพิจารณา และเสนอ อ.ก.พ.ร.กสธ. ตาม
ขั้นตอน เป็นกระบวนการคัดเลือกคนเก่งและดีเข้าสู่ตาแหน่งผู้บริหาร/ผู้นาในอนาคตท่ีโปร่งใส เป็นธรรม และปราศจากการ
แทรกแซงทางการเมือง และได้วางหลักสูตรพัฒนาผู้บริหารเฉพาะตาแหน่ง ได้แก่ หลักสูตรพัฒนารองแพทย์สาธารณสุข
จังหวัดสาหรับนายแพทย์ด้านเวชกรรมป้องกัน หลักสูตรผู้บริหารทางการพยาบาลโรงพยาบาลชุมชนท่ียกระดับ และ
หลักสูตรเตรียมผู้บริหารขึ้นสู่ตาแหน่ง เช่น หลักสูตรฟ้ืนฟูศักยภาพผู้ผ่านการอบรมรองผู้อานวยการวิทยาลัยพยาบาลใน
สงั กัดสถาบันพระบรมราชชนก หลักสูตรการพัฒนารองผู้อานวยการฝ่ายการแพทย์ในรพศ./รพท. และรพ.ในสังกัด กสธ. เป็น
ต้น มบี ุคลากรท่ไี ดร้ ับการพัฒนาตามแผนสบื ทอดตาแหนง่ ตามภาพที่ 7.4 – 11
การสร้างสภาพแวดล้อมเพ่ือการบรรลุเป้าหมาย จากกระบวนการจัดทายุทธศาสตร์ประจาปี ผู้บริหารได้จัดทา
ข้อตกลงว่าด้วยการประเมินผลการปฏิบัติงาน (PA) ตามลาดับช้ันสายบังคับบัญชา ผ่านตัวช้ีวัดที่กาหนดตามวัตถุประสงค์
เชิงยุทธศาสตร์และกากับติดตาม และประเมินผลด้วยตนเอง ผ่านการประชุม และระบบ HDC เช่ือมสู่การกาหนดเกณฑ์การ
จ่ายค่าตอบเแทนตามคุณภาพงาน (P4P) การสร้างแรงจูงใจผ่านกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานตามระดับผลงานท่ี
โปรง่ ใส เปน็ ธรรมเพ่อื เล่อื นเงินเดอื นรวมถงึ การยกย่องชมเชยบุคลากรท่ีมีผลปฏิบัติงานในระดับดีมากข้ึนไปทั้งท่ีเป็นเงินและ
ไม่ใช่เงิน ท้ังนี้ ผู้บริหารได้ทบทวนปรับแผนและวิธีการทางานเพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถดาเนินการได้บรรลุยุทธศาสตร์
และผลการปฏบิ ัติราชการท่ีเหนือกว่าค่าเป้าหมายตามภาพที่ 7.4– 12
การสร้างความผูกพันและการเรียนรู้ของบุคลากร ผู้บริหารบ่งช้ีความต้องการในการศึกษาและพัฒนารวมท้ังความ
ผูกพันของบุคลากรที่มีต่อ สป.สธ. ด้วยการกาหนดนโยบายและจัดหาสวัสดิการ ค่าตอบแทนท่ีเหมาะสม เพ่ือการพัฒนา
บุคลากร ให้มีความก้าวหนา้ และอยู่รว่ มกันอยา่ งมีความสุขในการทางาน มีความภาคภูมิใจในองค์การและรักองค์การ จากผล
การสารวจความผาสุกของบุลากรที่มีต่อองค์การ พบว่าระหว่างปี พ.ศ. 2556- 2558 บุคลากรที่มีความสุขในการทางาน
เพิ่มข้นึ ตามภาพท่ี 7.3 –3 และภาพท่ี 7.3 –4
ข.การส่ือสารและผลการดาเนินการขององค์การ
(4) การส่ือสาร การส่ือสารทิศทางขององ์การผู้บริหารฯของสป.สธ. ให้ความสาคัญ และมอบนโยบายโดยใช้ Motto
“งานสาเร็จ คนมคี วามสุข ระบบสขุ ภาพย่ังยนื ”เป็นสโลแกนในการสื่อสารทุกเวที เพ่ือมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจสู่บุคลากร
ให้รับรู้ ความเข้าใจ และนาไปปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน มีการประชุมผู้บริหารระดับกระทรวงเป็นประจาทุกเดือน ประชุม
ผู้บริหารทุกระดับในสป.สธ. และผู้บริหารต้องไปดาเนินการจัดประชุมบุคลากรในสังกัดเพื่อส่ือสารให้ทุกคนรับรู้และเข้าทิศ
ทางการดาเนินการของสป.สธ.อย่างท่ัวถึง รวมทั้งการสร้างความผูกพัน การรับฟังความต้องการของบุคลากรทุกระดับอย่าง
เน่ืองเพื่อlร้างความใกล้ชิดระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติ ผู้บริหารยังส่ือสารไปยังกลุ่มผู้รับบริการ 2 กลุ่ม คือ 1) กรมใน
สังกัด 2) ผู้รับบริการด้านสาธารณสุข กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 1 กลุ่ม คือ ผู้ได้รับผลกระทบจากบริการทางการแพทย์
พันธมิตร คู่ความร่วมมือ และผู้ส่งมอบ เพ่ือสร้างการรับรู้ ความเข้าใจท่ีถูกกต้องช่วยให้ได้รับข้อมูลข่าวสารท่ี “ถูกต้อง
รวดเร็ว”พรอ้ มรบั ฟงั ความคิดเห็น ความต้องการผ่านระบบการนาองค์การ ตามภาพที่ ม.1-1 และระบบ VOC และช่องทางตาม
สานกั งานปลักระทรวงสาธารณสุข -29
ตารางที่ ม.1-2 เพ่ือนาข้อมูลที่ได้จากช่องทางต่างๆ มาวิเคราะห์กาหนดนโยบาย วางแผนยุทธศาสตร์ ปรับปรุงกฎหมาย และ
กาหนดมาตรการกลไกการส่งมอบบริการสุขภาพ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างย่ังยืน สป.สธ.ได้จัดทาโครงการอบรมเชิง
ปฏิบัติการให้กับบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน สสจ. รพศ. รพท. รพช.
รพ.สต. เพื่อสร้างเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ในเขตสุขภาพให้มี
ทักษะด้านการส่ือสารและประชาสัมพันธ์ การผลิตและการใช้
สื่อรูปแบบใหม่ๆท่ีเข้าถึงประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างมี
ประสทิ ธิภาพอกี ดว้ ย นอกจากนผี้ ้บู ริหาร สป.สธ. ได้ลงพ้ืนท่ี
ตรวจราชการดว้ ยตนเองพร้อมทีมผู้บริหาร และผู้แทนกรม
วิชาการในสงั กดั ปลี ะ 2 ครงั้ พบปะบุคลากรที่ปฏบิ ตั งิ านใน
ระดับเขตสุขภาพ จังหวัด อาเภอ อสม. และประชาชน ทา
ให้รับรู้ปัญหาต่างๆ โดยตรงนามาแก้ปัญหาและปรับแผน
ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณให้
มีความสอดคล้องกบั สภาพปัญหาของแตล่ ะพื้นที่ และยังใช้
เป็นช่องทางสาคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคี
เครือข่ายในการบริหารงานของสป.สธ.ให้บรรลุตาม
เป้าประสงค์ที่กาหนดไว้ สาหรับสถานบริการสาธารณสุข
และโรงพยาบาลที่มีอยู่ทั่งประเทศ ผู้บริหาร หัวหน้างาน
แพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุลากรสาขาอาชีพอ่ืนท่ี
เกี่ยวข้อง (ทีมสหสาขาวิชาชีพ) ร่วมกันจัดให้มีการส่ือสาร
กับผู้ป่วยและญาติ โดยวิธีการตรวจเย่ียมประจาวัน
(Daily Round-Up) ตรวจเย่ียมกรณีเม่ือเร่งด่วน (Quick
rounding) เ พื่ อ น า ข้ อ มู ล ม า ใ ช้ ใ น ก า ร ว า ง แ ผ น ก า ร
รักษาพยาบาล และทบทวนปรับการรักษาพยาบาลให้
เหมาะสม และมีคุณภาพ เกิดผลลัพธท์ ่ดี ี
ผู้บริหารระดับสูงของ กสธ. ได้ให้ความสาคัญกับ ตารางท่ี ม.1-2 ช่องทางการสอ่ื สาร
การประเมินประสิทธิภาพของช่องทางส่ือสารที่มีอยู่ใน
ปัจจุบัน ว่า Website ของ สป.สธ. และของหน่วยงานภายใต้สังกัด ยังไม่มีความสะดวกในการเข้าถึง ข้อมูลไม่เป็น
ปัจจุบัน รูปแบบไม่ดึงดูด ได้มอบให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นแกนหลักในการปรับปรุง Website ของ สป.สธ.
และให้ทุกหนว่ ยงานดาเนินการปรบั ปรงุ Website ของหนว่ ยงานด้วย โดยกาหนดใหม้ ีการตดิ ตามประเมินผลช่องทาง
การสื่อสารดังกล่าวหลังมีการปรับปรุงทุก 6 เดือน รวมถึงติดตามการรับรู้ทิศทางองค์การและการนาไปปฏิบัติของ
บุคลากร ตาม 7.1-2.1 และกลุ่มผู้รับริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ีมีต่อระบบการนาองค์การของผู้บริหารพบว่ามี
แนวโน้มสูงขึ้น ตามภาพที่ 7.2- 1 และยังได้คานึงถึงกลุ่มผู้รับบริการกลุ่มใหม่ที่เป็นชาวต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่ม
สูงขึ้น (AEC) พบว่า ช่องทางการสื่อสารท่ีมีอยู่ในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุม ได้ทาข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง
สานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมอาเซียนแห่งมหาวิทยาลัยมหิดลและสานักงาน
สานักงานปลกั ระทรวงสาธารณสขุ -30
กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดทาแอปพลิเคช่ัน “Docter Aaks” ข้ึน มาใช้เป็นช่องทางการ
ส่ือสาร ประกอบด้วย 1) ด้านการซักถามประวัติการเจ็บป่วย 2) ด้านการสอบถามตามกลุ่มอาการ 3) คาแนะนา
คาบ่งใช้ยา เพ่อื รกั ษาอาการเจ็บปว่ ยตามอาการตามโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน ซ่ึงเป็นช่องทางการสื่อสารที่ช่วย
ใหผ้ ู้รบั บรกิ ารสามารถเขา้ ถึงบรกิ ารสขุ ภาพไดส้ ะดวก และรวดเร็วขนึ้ มีการจดั ทาเปน็ ภาษาพม่าดว้ ย
(5) การทาใหเ้ กดิ การปฏบิ ตั อิ ยา่ งจริงจัง
คณะผบู้ ริหารฯมงุ่ มนั่ ต่อการบรรลุวิสยั ทศั น์ “เปน็ องค์กรท่ีเป็นเลศิ ด้านการบริหาร บริการ และวิชาการทางการแพทย์
และสาธารณสขุ ทม่ี มี าตรฐาน ครอบคลุมและเป็นธรรม เพ่ือคนไทยสุขภาพดี”โดยการสร้างกลไกการกากับทิศทาง นโยบายและ
การพัฒนาระบบริการสุขภาพ5 เรื่อง ได้แก่ 1. โครงสร้างกลการดาเนินงานการจัดบริการและการบริหารร่วมภายในเขตสุขภาพ
2. การจัดทา Service Plan 10 สาขา ได้แก่ มะเร็ง อุบัติเหตุ หัวใจและหลอดเลือด จิตเวช ตาและไต
ทารกแรกเกิด บริการ5สาขาหลักไดแ้ ก่ (1)สตู ิกรรม(2)อายรุ กรรม(3)กุมารเวชกรรม(4)ศลั ยกรรม(5)กระดูก ทันตก
รรม บริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และสุขภาพองค์รวม และ โรคไม่ติดต่อ 3 โรคสาคัญ ได้แก่ (1) เบาหวาน (2) ความดัน
โลหิตสูง (3) โรคถุงลมปอดอุดก้ันเร้ือรัง รวมถึงที่แผนการลงทุนด้านการก่อสร้างและแผนกาลังคน 3. คุณภาพการจัดบริการ
รักษาพยาบาล (Better Service) 4. การบริหารจัดการร่วมเชื่อมโยง ทั้งกาลังคน งบประมาณ และการจัดการ 5. ผลลัพธ์ที่เกิด
ข้ึนกับประชาชนจริง เช่น การเข้าถึงบริการ คิวรอการรักษาพยาบาล จานวนการเจ็บป่วย อัตราเสียชีวิตของประชาชน โดย
เปรียบเทยี บผลลพั ธก์ ารดาเนินการก่อนการปฏิรูปกบั หลงั การปฏริ ปู และสามารถเทียบเคยี งผลการดาเนนิ การจากการนาข้อมูล
ท่มี อี ยูใ่ นส่วนกลางระบบข้อมูลตวั ชว้ี ัดสาคัญ มาวิเคราะห์ความเชือ่ มโยงระหวา่ งภาพรวมของเขตกับรายจังหวดั นอกจากน้ี จะดู
ความแตกต่างบริบทของแต่ละเขต กับจังหวัด และดูความแตกต่างบริบทของแต่ละพ้ืนท่ีด้วย เช่น เขตเมือง เขตปริมณฑล
เขตทุรกันดาร ชายแดน และประเมินประสิทธิภาพการบริหารจัดการแต่ละเขต โดยดูจากผลผลิตที่เกิดกับสุขภาพประชาชน
เปรยี บเทยี บกับทรพั ยากรตามเขตสุขภาพ
คณะผบู้ ริหารฯใชข้ อ้ มูล SDGsมาวเิ คราะหแ์ ละเทยี บเคยี งเป้าหมายการพฒั นาระบบการบรกิ ารสขุ ภาพกบั ภาคเอกชน
และประเทศในอาเซียน UNDP และ WHO เพื่อทราบสถานะขององค์การและกาหนดทิศทางและการคาดการณ์ การขับเคลื่อน
ยทุ ธศาสตรใ์ หส้ ามารถบรรลุเปา้ หมายดา้ นสาธารณสขุ ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน เช่น การเข้าถึงระบบหลักประกันสุขภาพของ
ประชาชนอายคุ าดเฉล่ยี และภาวะสขุ ภาพดี สถติ โรคตดิ ตอ่ (CD)โรคไมต่ ดิ ตอ่ (NCD) คา่ ใช้จ่ายการรกั ษาพยาบาล จานวนแพทย์
พยาบาล เป็นต้น โดยคานึงถึงความต้องการและการตอบสนองทุกกลุ่มอย่างสมดุล เพ่ือให้คนไทยมีสุขภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยการเปดิ โอกาสใหท้ กุ ฝ่ายเขา้ มามีส่วนร่วมในการบรหิ ารงานและตรวจสอบการปฏบิ ตั งิ านดงั นนั้ เพื่อสร้างความสมดุลของทุก
กล่มุ ภายใตภ้ ารกิจหลักขององค์การเป็นความท้าทายทส่ี าคัญในการบริหารเพ่ือให้ทุกกลุ่มสมประโยชน์ เช่น การบริหารกองทุน
บตั รทองพ.ร.บ.หลักประกนั สขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ผูบ้ รหิ ารสป.สธ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมทั้งสองฝ่ายระหว่าง สปสช.
และ กสธ. 2 ชุด คือ คณะกรรมการ 7 คูณ 7 ซึ่ง มีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน และมีเลขาธิการ สปสช.เป็นประธาน
รว่ ม และคณะกรรมการ5คณู 5มีผู้ตรวจกระทรวงสาธารณสขุ เป็นประธานและมี ผอ.สปสช.เขตเปน็ ประธานร่วมเพ่อื เปน็ กลไก
ประสานการทางานร่วมกันท้ังระดับส่วนกลางและระดับเขตสุขภาพเพ่ือความร่วมมือเพิ่มมากข้ึน เพ่ือดูแลด้านบริการและ
งบประมาณควบคู่กันไป การเข้าถึงการรักษาที่จาเป็นท้ังหมดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายท่ีเป็นประโยชน์สูงสุดกับประชาชน เช่น
โครงการเจ็บป่วยฉกุ เฉินรกั ษาทุกที่ ฟรที ุกสทิ ธ์ิ และโครงการฝากครรภท์ กุ ท่ี ฟรีทุกสทิ ธิ์ เป็นต้น
สานกั งานปลักระทรวงสาธารณสขุ -31
1.2 การกากบั ดแู ลองคก์ ารและความรบั ผิดชอบต่อสงั คม
ก.การกากับดูแลองค์การ (6) ระบบการกากับดูแลองค์การการท่ีดี ผู้บริหารมีความมุ่งม่ันต่อการบริหารราชการ
ตามหลักธรรมมาภิบาล สป.สธ. มีการวางระบบที่แสดงถึงวิธีการกากับดูแลตนเองท่ีดี ดังภาพที่ ม.1-3 เพื่อกากับติดตาม
ตรวจสอบให้เกิดการปฏิบัติงานอย่างมีธรรมภิบาล และสร้างความเชื่อม่ัน ภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์การ ดังน้ี 1) มีความ
รับผดิ ชอบตอ่ การปฏบิ ัติงานของสว่ นราชการได้แก่ (1) มีระบบการจัดทาข้อตกลงว่าด้วยผลการปฏิบัติงานระดับกรม ระดับ
สานัก/กอง ระดับเขตสุขภาพ ระดับจังหวัด ระดับหน่วงาน และระดับบุคคล (2) มีระบบการตรวจราชการแบบบูรณาการ
ร่วมกับหน่วยงานภายนอกท่ีมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ และการตรวจราชการกรณีปกติของกระทรวง (3) มี
ระบบการติดตามและการรายงานผลผ่านระบบ HDC (4) นาระบบสากลมาใช้เป็นแนวทางในการทางาน เช่น HA JCI DHS-PCA
CPG GAP GMP EIA HIA ISO 14001 (5) กาหนดโครงสร้างการกากับดูแลตนเองที่ดีภายในประกอบด้วย กลุ่มตรวจสอบภายใน
กรมกลุ่มคลังและพัสดุ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มงานคุ้มครอง
จริยธรรม สานักตรวจและประเมินผล สานักนโยบายและยุทธศาสตร์ ทาหน้าท่ีตรวจสอบ ติดตาม กากับตามภารกิจที่
รับผิดชอบ (6) การบริหารความต่อเนื่องในสภาวะวิกฤต 2) ความรับผิดชอบด้านการเงินและการป้องกันการทุจริตและ
ประพฤติมิชอบ ได้สป.สธ. ดาเนินการ ดังน้ี (1)
แต่งตั้ง CFO ท้ังส่วนกลางและเขตสุขภาพ 12
เขต (2) วิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วย และนา
ข้อมูลมาประกอบการจัดสรรงบประมาณ (3)
ดาเนินการตามระบบ GFMIS (4) นาเครื่องมือใน
การบริหารจัดการ เช่น GG PMQA PART และ
การรายการทางการเงิน RM การควบคุมภายใน
การตรวจสอบภายใน (5) คณะกรรมการและ
คณะอนุกรรมการชุดต่างๆ เช่น อ.ก.พ.ร. กรม,
คณะกรรมการจริยธรรม สป.สธ. พิจารณา
ข้อเท็จจริงและลงโทษผู้กระทาความผิด 3) การ
รักษาปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ (1) เปิดโอกาสให้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เข้ามามีส่วนร่วมในการกากับการดาเนินงานโดยแต่งตั้งให้ร่วมเป็นคณะกรรมการในชุดต่างๆ เช่น คณะกรรมการพัฒนาเขต
สุขภาพ คณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาล (2) การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทางราชการ การประชาพิจารณ์รับฟังข้อคิดเห็น
ข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียนผ่านระบบ VOC (3) ดาเนินการภายใต้การกากับดูแลของหน่วยงานกลาง เช่น กสธ. สานัก
นายกรฐั มนตรี คณะกรรมการกฤษฎีกา สานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สานักงาน ก.พ. สานักงาน ก.พ.ร.สานักงานตรวจเงิน
แผ่นดิน (ส.ต.ง)สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) คณะกรรมการตรวจสอบและ
ประเมินผลภาคราชการ (ค.ต.ป.) จากการกากับดูแลองค์การที่ดีอย่างเข้มข้นของผู้บริหาร 3 ปีที่ผ่านมาทาให้ผลการประเมิน
คุณธรรมและความโปร่งใสในการดาเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) มแี นม้ โน้มสูงขึน้ อยา่ งต่อเนื่อง
นอกจากน้ีผูบ้ ริหาร สป.สธ.ได้กาหนดและประกาศนโยบายการกากับดูแลองค์การที่ดีของสป.สธ. อย่างเป็นทางการ
ผ่านชอ่ งการส่ือสาร เช่น เวทีประชุม สป.สธ. หนังสือเวียน ป้ายประชาสัมพันธ์ Website คู่มือ เพ่ือให้หน่วยงานนานโยบาย
ไปสู่การปฏิบัติตามแนวทางท่ีจัดทาไว้ท้ัง 4 ด้าน คือ (1) ด้านรัฐ สังคม และส่ิงแวดล้อม (2) ด้านผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้
สานกั งานปลักระทรวงสาธารณสุข -32
ส่วนเสีย (3) ด้านองค์การ และ (4) ด้านผู้ปฏิบัติงาน โดยหน่วยงานไปจัดทา แผนงาน/โครงการ และตัวชี้วัดรองรับในแต่ละ
ด้าน และปฏิบัติให้เกิดผลสาเร็จที่เป็นรูปธรรม มีการประชุมคณะกรรมการฯ ติดตามผลการดาเนินงาน ทุก 3 เดือน และ
จัดทารายงานสรุปผลการดาเนินการประจาปีในภาพรวมของสป.สธ. เสนอผู้บริหาร และแจ้งหน่วยงานทราบ เพื่อเป็นข้อมูล
ในการวางแผนดาเนินงานในปีต่อไปตามภาพที่ 7.4 - 2
(7) การประเมินผลการดาเนนิ การ
ในกระบวนการจัดทาแผนยทุ ธศาสตร์ สป.สธ. ได้กาหนดวิสัยทศั น์ พันธกจิ เป้าประสงค์ ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์
แผนงาน โครงการ และกิจกรรมตามลาดับ กาหนดผู้รับผิดชอบ จัดสรรงบประมาณการดาเนินการอย่างเหมาะสม เพ่ือให้
ม่ันใจว่า สป.สธ.จะสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ตามท่ีกาหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสทธิผลในแผนยุทธศาสตร์และ
แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปี จึงไดก้ าหนดตวั ชวี้ ัดสาคัญในแต่ละระดบั ต้งั แต่ตัวชว้ี ัดการบรรลุเป้าประสงค์ระยะส้ันและระยะ
ยาว จากนั้นเป้าประสงค์จะถูกแปลงมาเป็นแผนงาน โครงการ และกิจกรรม ผู้บริหารให้ความสาคัญกับ 3 ยุทธศาสตร์
เน้นหนัก (Strategic Focus) คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาสุขภาพตามกลุ่มวัย มี 9 ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ท่ี 2 พัฒนาและ
จัดระบบบริการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ครอบคลุม ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ มี 6 ตัวช้ีวัด ยุทธศาสตร์ท่ี 3 พัฒนา
ระบบบริหารจดั การเพื่อสนบั สนนุ การจัดบรกิ าร มี 6 ตัวชวี้ ดั ซง่ึ สป.สธ.ไดก้ าหนดและจัดทามาตรการ/เป้าหมายความสาเร็จ
ของงานในแต่ละระยะการติดตาม/ประเมิน (Small Success) ทุก 3 เดือน จากน้ันดาเนินการถ่ายทอดค่าเป้าหมายและ
ตัวชี้วัดตามระบบข้อตกลงว่าด้วยผลการปฏิบัติงาน ตั้งแต่ระดับกรมลงสู่สานัก/กอง เขตสุขภาพ จังหวัด อาเภอ และระดับ
บุคคล ซึ่งเป้าหมายและตัวชี้วัดผลตามยุทธศาสตร์เน้นหนักถูกกาหนดเป็นตัวช้ีวัดสาคัญของผู้บริหาร โดยปลัดกระทรวง
สาธารณสุขเป็นผู้ให้คารับรับรองกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ จากน้ันปลัดกระทรวง
สาธารณสุขได้ถ่ายทอดค่าเป้าหมายและตัวช้ีวัดเหล่าน้ันลงสู่รองปลัดกระทรวงท้ัง 4 คน และรองปลัดกระทรวงท้ัง 4 คน
สื่อสารถ่ายทอดค่าเป้าหมายและตัวชี้วัดเหล่าน้ันลงสู่ผู้อานวยการสานัก/กองตามภารกิจท่ีรับผิดชอบ แล้วผู้อานวยการ
สานัก/กองได้ถ่ายทอดลงสู่บุคลากรภายในสานัก/กองรายบุคคลผ่านระบบการจัดทาคารับรองการปฏิบัติราชการและระบบ
การบริหารผลการปฏิบัติงาน สาหรับในส่วนภูมิภาคปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ถ่ายทอดค่าเป้าหมายและตัวชี้วัดเหล่านั้น
ลงสู่ผู้บรหิ ารสูงสดุ เขตสุขภาพ และผูบ้ ริหารสงู สุดเขตสขุ ภาพได้ถ่ายทอดลงสู่ผู้บรหิ ารเขตสุขภาพ จงั หวัดและรายบคุ คล
ผู้บริหารได้ติดตามผลการดาเนินการใน 4 ด้าน ดังน้ี 1) ด้านการบริหารงบประมาณ ติดตามด้วยตัวชี้วัดการเบิกจ่าย
งบประมาณจากระบบ GFMIS เป็นรายเดือน 2) ด้านการปฏิบัติราชการตามนโยบายและยุทธศาสตร์ ติดตามด้วยตัวชี้วัดตาม
แผนยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ จากระบบ HDC เป็นรายเดือน 3) ด้านการปฏิบัติตามคารับรองการ
ปฏิบัตริ าชการ ติดตามด้วยตัวช้ีวัดตามคารับรองการปฏิบัติราชการจากระบบ e-SAR Card รอบ 6, 9 และ 12 เดือน 4) ด้าน
การบริหารผลการปฏิบตั ิราชการ ติดตามด้วยตวั ชว้ี ดั รายบคุ คล จากระบบ PMS ปีละ 2 ครงั้
ตารางที่ ม.1-4 การตดิ ตามผลการดาเนินการ
ด้าน ความถ่ี ระบบท่ใี ช้ รายละเอียด
การบรหิ ารงบประมาณ (GFMIS)
การปฏบิ ตั ริ าชการตามนโยบายและยทุ ธศาสตร์ ทกุ เดอื น/ตามตอ้ งการ GFMIS ติดตามการเบิกจา่ ยเงนิ งบประมาณ
การปฏบิ ัติราชการตามคารบั รองการปฏบิ ตั ิ
ราชการ (PSA) ทุกไตรมาส/ทกุ เดอื น M & E ติดตามผลการดาเนินงานตาม Service Plan
การบรหิ ารผลการปฏิบตั ิราชการ (PMS) 6, 9 และ 12 เดอื น e-SAR Card ติดตามผลการดาเนินงานรายตัวช้ีวัดตามคา
รับรองการการปฏิบัติราชการประจาปีในระดับ
กรม และระดับสานกั /กอง
ทกุ 6 เดอื น PMS ติดตามผลการดาเนินงานตามตัวช้ีวัดท่ีได้ทา
ขอ้ ตกลงรว่ มกัน
สานกั งานปลักระทรวงสาธารณสขุ -33
ผู้บริหาร สป.สธ.ได้แต่งตั้งคณะทางานขับเคลื่อนและบูรณาการตามภารกิจสาคัญของกระทรวง (CIPO) ทั้งหมด 67
คณะ และวางระบบการติดตามและประเมินผลการดาเนินการออกเป็น 3 ระดับ ดังภาพที่ ม.1-6 ซึ่งแต่ละระดับดาเนินการ
ดังน้ี 1) ระดับนโยบาย ผบู้ ริหารมตี ดิ ตามประเมนิ ความก้าวหน้าผลการดาเนินการและทบทวนผลการดาเนินการตามนโยบาย
สาคัญทเ่ี ปน็ เงื่อนไขความสาเร็จของเป้าหมายยทุ ธศาสตรข์ องกสธ. นโยบายรัฐบาล ตลอดจนตัวช้ีวัดที่สาคัญของสป.สธ. ดังนี้
(1) การประชุมทีมผู้บริหารระดับสูงติดตามนโยบายสาคัญและเร่งด่วนทุกวันอังคาร (2) การประชุมผู้บริหารระดับกสธ./
สป.สธ.ทกุ เดอื น (3) การประชมุ ผู้บริหารระดบั สานกั /กองทุกเดือน (4) ประชุมระดับเขตสุขภาพทุกเดือน 2) ระดับหน่วยงาน
ผบู้ รหิ ารระดบั สานกั /กอง และระดับจงั หวดั มกี ารประชุมภายในหนว่ ยงานเพือ่ ติดตาม กากับ และประเมินผลการดาเนินงาน
ของบุคลากร ทุกเดือน 3) ระดับปฏิบัติการ หัวหน้างาน/กลุ่ม/ฝ่ายในหน่วยงานมีประชุมหารือประจาวัน และ Morning
Round ก่องลงมอื ปฏิบตั งิ าน และกากับติดตามการดาเนินงานของบคุ ลากรให้เป็นไปตามตัวชี้วัดที่กาหนด
ตารางที่ ม.1-6 ระดับการตดิ ตามและประเมนิ ผลการดาเนนิ การ
ระดับการประเมนิ วิธกี ารประเมนิ ความถี่ ประเดน็ พิจารณา
ระดับนโยบาย ประชุมผู้บริหาร กสธ. ทุกเดือน ติดตามนโยบายสาคัญของรัฐบาล
ประชุม TBM ทุกสัปดาห์ ติดตามนโยบายสาคัญตามยทุ ธศาสตร์
ระดับหนว่ ยงาน ผู้บรหิ ารระดับสูงสดุ ลงพนื้ ท่ีตรวจเยีย่ มเปน็ กรณพี เิ ศษ
ระดบั ผูป้ ฏิบตั ิ ประชุมผู้บริหาร สป.สธ. ทุกเดือน ของ กสธ.
ประชมุ ผู้บริหาร CEO เขตสุขภาพ ทกุ เดือน ติดตามสภาพแวดล้อมทเ่ี ปลีย่ นแปลงไป/
การตรวจเยย่ี ม ณ พ้ืนท่ี ทุก 3 เดอื น
ประชมุ ผบู้ ริหารผู้อานวยการสานกั /กอง ทุกเดือน สถานการณฉ์ กุ เฉนิ
ประชุมคณะกรรมการเขตสขุ ภาพ/ ทุกเดือน ติดตามนโยบายสาคัญตามยุทธศาสตร์
คณะทางานสานัก/กอง
ประชุมหัวฝ่าย /กลุ่มงาน ทกุ วัน/ สป.สธ.
สัปดาห์ การแลกเปล่ยี นประสบการณ์ของทีม/
บคุ ลากรท่ีประสบความสาเรจ็ ในการ
ปฏิบัติงาน (Share Best practice)
รบั ฝังปัญหา อปุ สรรคจากผูป้ ฏิบัตงิ าน
การประเมินผลผู้บริหาร ผู้ได้นาได้รับการประเมินผล ดังนี้ 1) ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานใน 2 มิติคือ (1)
ด้านผลสัมฤทธิ์ของงานร้อยละ 70 โดยประเมินจากตัวชี้วัดตามข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับมอบหมายงานและการประเมินผลการ
ปฏบิ ตั ริ าชการตามคารับรองท่ไี ด้ลงนามตกลงกบั ผู้บังคับบัญชาตามระดับช้ันไว้ล่วงหน้า (2) ด้านพฤติกรรมการปฏิบัติราชการ
หรือสมรรถะเทียบกับระดบั ทีค่ าดหวังร้อยละ30 ประเมินปีละ 2 ครั้ง 2) ตามระบบการจัดทาคารับรองการปฏิบัติราชการ ตาม
แนวทางของสานักงาน ก.พ.ร. โดยประเมินผลใน 2 มิติ คือ (1) มิติภายนอก ประกอบด้วย ประเมินประสิทธิผลและการประเมิน
คุณภาพ(2)มติ ิภายใน ประกอบด้วย การประเมินประสิทธิภาพและการพัฒนาองค์การ โดยประเมินตามรอบปีงบประมาณ ทุก
รอบ 6, 9 และ 12 เดือน 3) ระบบการประเมินตนเอง เพื่อประเมินความสามารถในการนาองค์การของผู้บริหาร โดยประเมินจาก
ระบบการนาองค์การ ปีละ 1 คร้ัง ตามตารางท่ีม.1-5 นอกจากน้ี สป.สธ. กาหนดแนวทางการประเมินระบบการนาองค์การ โดย
สารวจความคิดเห็นของบุคลากร ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และพันธมิตร คู่ความร่วมมือ เกี่ยวกับบทบาทการนา
องค์การทาการประเมินปีละ 2 ครั้ง ผลการประเมินจะถูกแจ้งกลับให้ผู้ได้รับการประเมินได้ทราบผลการประเมิน และนาไป
ปรับปรุงระบบการนาองค์การของ สป.สธ.ต่อไป ผลการประเมินดังกล่าวจะถูกใช้ประกอบการพิจารณาความดีความชอบของ
ผบู้ ริหารในการเลื่อนเงินเดือนปลี ะ 2 ครง้ั ใชป้ ระกอบการแต่งให้ดารงตาแหนง่ ในระดับที่สูงข้ึน
สานักงานปลักระทรวงสาธารณสุข -34
ตารางที่ ม.1-5 การประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านของผู้บริหาร
ระดบั ผูป้ ระเมนิ ความถ่ี ระบบประเมิน ประเด็นการประเมนิ วิธกี ารประเมิน
ปลัดกระทรวง รัฐมนตรีวา่ การ กสธ. ปีละ 2 คร้ัง ระบบ PMS ผลสัมฤทธขิ์ องงานและพฤตกิ รรม ประเมินตามระบบมาตรฐานท่ี ก.พ.
สาธารณสุข การปฏิบตั ิราชการ กานด
สานักงาน ก.พ.ร. 6, 9,12 เดือน ระบบ PA ผลการปฏิบตั ิราชการตามคา ประเมินคารับรองการปฏบิ ตั ิราชการ
รบั รอง โดยผู้ตรวจประเมินภายนอก
ประเมินตนเอง ปีละ 2 ครั้ง ระบบ SA ความสามารถในการนาองคก์ าร ประเมินโดยใชโ้ มเดล Moph
Leadership System
รองปลัด ปลัด กสธ. ปีละ 2 คร้ัง ระบบ PMS ผลสัมฤทธขิ์ องงานและพฤติกรรม ประเมินตามระบบมาตรฐานท่ี ก.พ.
กระทรวง ปลดั กสธ. 6, 9,12 เดอื น ระบบ PA การปฏิบตั ริ าชการ กาหนด
สาธารณสุข
ผลการปฏบิ ัติราชการตามคา ประเมินคารบั รองการปฏิบตั ิราชการ
รับรอง โดยประเมนิ ภายใน
ประเมินตนเอง ปลี ะ 2 ครั้ง ระบบ SA ความสามารถในการนาองคก์ าร ประเมินโดยใชโ้ มเดล Moph
Leadership System
ผอู้ านวยการ ปลัด กสธ./รองปลัด ปลี ะ 2 ครั้ง ระบบ PMS ผลสัมฤทธข์ิ องงานและพฤติกรรม ประเมินตามระบบมาตรฐานที่ ก.พ.
สานกั /กอง กสธ.ที่กากบั 6, 9,12 เดอื น ระบบ PA การปฏิบัติราชการ กาหนด
ปลัด กสธ./รองปลัด ผลการปฏิบตั ิราชการตามคา ประเมินคารบั รองการปฏบิ ัติราชการ
กสธ.ท่ีกากับ รบั รอง โดยผ้ปู ระเมนิ ภายใน
ประเมินตนเอง ปลี ะ 1 คร้ัง ระบบ SA ความสามารถในการนาองคก์ าร ประเมินโดยใช้ระบบการนาองค์การ
(Moph Leadership System)
ข. การประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและอยา่ งมีจรยิ ธรรม
(8) การประพฤติปฏิบตั ติ ามกฎหมายและกฎระเบียบ ผู้บริหารสป.สธ.ให้ความสาคัญถึงผลการดาเนินการตามภารกิจ
ที่จะเป็นสาเหตุการเกิดผลกระทบทางลบต่อสังคม ได้มอบแนวทางการดาเนินการตามภาพท่ี ม.1-7 เร่ิมตั้งแต่การวิเคราะห์
การคาดการณป์ ัจจัยสาเหตุของผลกระทบทางลบท่ีอาจเกิดจากการดาเนินงานตามแผนงาน/โครงการ โดยผู้รับผิดชอบวิเคราะห์
ความเสยี่ งผา่ นกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้เก่ียวข้อง หากยังไม่เกิดผลกระทบ แต่อาจมีแนวโน้มเกิดข้ึนได้ในอนาคต ให้จัดทา
แผนป้องกันและเฝ้าระวังป้องกัน หากพบว่ามีผลกระทบทางลบเกิดข้ึนแล้วให้ผู้รับผิดชอบจะทาการประเมินความรุนแรงของ
ผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ ทนั ทว่ งทีและวิเคราะหห์ าสาเหตุ ปัจจยั ท่ีทาใหเ้ กิดผลกระทบดังกลา่ ว เพ่อื กาหนดจดั ทาแผนเผชิญเหตุหรือ
แผนฉุกเฉิน กาหนดมาตรการแก้ไขเยียวยาโดยเร็วและเป็นธรรมโดยให้จาแนกระดับผู้ได้รับผลกระทบทางลบเพ่ือช่วยเหลือ
เยียวยาตามมาตรการที่กาหนด ในกรณีที่ไม่สามารถยุติโครงการได้จาเป็นต้องดาเนินโครงการดังกล่าวต่อไปให้ดาเนินการตาม
แผนที่กาหนดอย่างเข้มข้น และให้จัดทาส่ือประชาสัมพันธ์ พร้อมเชิญส่ือมวลชนเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงสร้างความเข้าใจกับ
ผู้เก่ียวข้องทุกภาคส่วนเพ่ือลดความกังวลของผู้ได้รับผลกระทบและสังคม ผู้บริหารติดตามและประเมินผลการดาเนินการตาม
แผนที่กาหนดไว้อย่างอย่างต่อเนื่องและลงพื้นท่ีภายใน 24 – 48 ชม.เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรค ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ
ข้อร้องเรียน นอกจากน้ี สป.สธ. ได้จัดตั้งกองทุนเพ่ือเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบโดยรวดเร็วและเป็นธรรมข้ึน และจัดให้มี
การพัฒนาระบบความปลอดภัย กระบวนการจัดการผลกระทบทางลบได้รับการทบทวนและถอดบทเรียนเพ่ือแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์และวธิ ีปฏบิ ตั ทิ ี่ดีสหู่ น่วยงานอน่ื ๆและเพอ่ื ป้องกนั ผลกระทบไมใ่ หเ้ กิดซ้าหรือความผดิ พลาดเดมิ ๆขนึ้ อีก
สป.สธ.มีแผนบูรณาการด้านสิ่งแวดลอ้ มและสุขภาพ มีเป้าประสงค์ลดปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมท่ีมีผลกระทบต่อ
สุขภาพ กาหนดมาตรฐานการดาเนนิ การ 6 มาตรการ คือ 1) เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ.2535 และกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ.2545 2) เสริมสร้างการพัฒนาคุณภาพระบบบริการ
อนามัยส่ิงแวดล้อมของอปท.การจัดการมูลฝอยชุมชน มูลฝอยติดเช้ือและมูลฝอยอันตราย 3) พัฒนาระบบการจัดการมูล
สานักงานปลักระทรวงสาธารณสุข -35
ฝอยติดเช้ือของสถานบริการสาธารณสุข 4) พัฒนาระบบเฝ้าระวังเตือนภัยและส่ือสารสาธารณะ 5) ส่งเสริมบทบาท อสม.
และชุมชนให้เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาขยะในชุมชน 6) พัฒนากลไกการดาเนินงานส่ิงแวดล้อมและสุขภาพท่ีเชื่อมโยงกัน
ทุกระดบั
การจัดการมูลฝอยในโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข และห้องปฏิบัติการเชื้ออันตรายท่ีมีการจ้าง
บริษัทเอกชนดาเนินการกาจัดแทน มีการควบคุมระบบการกากับการขนส่งมูลฝอยติดเช้ือ (Manifest System) ในการ
ควบคุมตรวจสอบการขนส่งและการกาจัดมูล
ฝอยติดเชื้อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่
บุคคล ชุมชนและส่ิงแวดล้อมให้สสจ.จัดอบรม
บคุ ลากรทุกระดับ พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้
เป็นผตู้ รวจประเมิน และเจ้าหน้าท่ีศูนย์และเขต
ออกใบรับรองโดย ส่งริมความร่วมมือกับ
ส านั กงานร่ ามสิ่ งแวดล้ อมภาคและอ ปท.
เทศบาล จัดตั้งศูนย์กาจัดมูลฝอยติดเช้ือ จัดต้ัง
ศูนย์รวบรวมขยะอันตราย พัฒนารูปแบบ
เครือข่ายระหว่างเทศบาลและหน่วยงาน
สาธารณสุขในระดับจังหวัด สป.สธ. ได้ผลักดัน
การออกกฎกระทรวงสาธารณสุขท่ีเกี่ยวข้องกับ
การจัดการมูลฝอย ได้แก่ ร่างกฏกระทรวงว่า
ด้วยอัตราค่าธรรมเนียมในการให้บริการการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย พ.ศ…ร่างกฏกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะการ
จัดการมูลฝอยท่วั ไป
สาหรับโรงพยาบาลทกุ แหง่ ดาเนนิ การตามระบบมาตรฐาน HA โดยจัดต้ังศูนย์พัฒนาคุณภาพ ทาหน้าที่ส่งเสริมการ
พฒั นาคุณภาพและการประเมินเพ่อื รบั รองคุณภาพของ รพ. ตรวจประเมินโดย สรพ.อย่างต่อเนื่อง สถานบริการสุขภาพทุก
แห่งต้องดาเนินการตามมาตรฐาน DHS-PCA และการจัดการของเสียจาการดาเนินการต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ส่ิงแวดล้อม
พ.ศ. 2535 เช่น โรงพยาบาลชุมชนก่อสร้างใหม่ต้องวิเคราะห์ EIA ก่อนก่อสร้างเป็นมาตรการเชิงรุกป้องกันผลกระทบต่อ
สภาพแวดล้อมการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่ชุมชน ระบบบาบัดน้าเสีย และตรวจสอบคุณภาพน้าเสียให้ได้ตามมาตรฐานของ
กรมควบคุมมลพิษ ก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้าธรรมชาติ สป.สธ.ได้ส่งเสริมให้โรงพยาบาลและสถานบริการในสังกัดเข้าร่วม
โครงการสาธารณสุขรวมใจรณรงค์ลดโลกร้อน นาระบบ ISO 14001, 7 GREEN มาใช้ และใช้ค่า Carbon Footprint เป็น
ตัววัดประสทิ ธิภาพการลดกา๊ ซเรือนกระจก เรมิ่ โครงการปี 2553 จนถึงปัจจุบัน มีสถานบริการสาธารณสุขเข้าร่วมโครงการ
จานวน 3,952 แห่ง มีและพัฒนางต่อยอดเป็นสถานบริการสาธารณสขุ ต้นแบบลดโลกร้อน จานวน 13 แห่ง เช่น ตลาดนัดสี
เขยี ว ส่โู รงพยาบาลต้นแบบ (Green Market…Green Hospital) ของรพ.ปทุมธานี กลอ่ งโคมไฟฟ้ารีไซเคิลของรพ.อินทร์บุรี
กาลักน้าใบลานตากระบบบาบัดน้าเสียของรพ.สมเด็จพระยุพราชบ้านดุง โรงตากผ้า 3 ฤดูพลังงานแสงอาทิตย์ของรพ.
สมด็จพระยุพราชจอมบึงเป็นต้นท้ังสป.สธ.มีแผนส่งเสริมสนับสนุนให้โรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขเข้าร่วม
โครงการครบทกุ แหง่ ตามภาพที่ 7.4-15
ตารางที่ ม 1–7 กระบวนการ เปา้ ประสงค์ ตวั ชี้วัด
ผลกระทบทางลบ เปา้ ประสงค์การจดั การผลกระทบทางลบ กระบวนการการจัดการ
ผลกระทบทางลบ
ขยะตดิ เชอ้ื ของโรงพยาบาลและ - เพ่ือป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่
สถานบรกิ ารในสังกัด ชุมชน และลดมลภาวะที่เป็นพิษ - วิธีการฝงกลบตามหลักสุขาภบิ าล
น้าเสียจากโรงพยาบาล - ป้องกนั การแพรก่ ระจายเชื้อโรคลงสู่ - ขยะมพี ิษและขยะติดเชอื้ จ้างบรษิ ัทเอกชนรบั ข
แหล่งน้า
- ลดมลภาวะจากนา้ เสียที่ปลอ่ ยลงสู่แหล่ง เชิงรับ
นา้ รอบชุมชนรอบสถานบรกิ าร - จัดใหม้ ีระบบบาบัดนา้ เสียทมี่ ปี ระสิทธิภาพตาม
กรมควบคมุ มลพษิ
- ใช้ผลิตภัณฑท์ าความสะอาดที่เปน็ มิตรกับสง่ิ แ
- ควบคมุ ระบบบาบดั นา้ เสยี ใหท้ างานอยา่ งมีปร
ความผิดพลาดในการใหบ้ ริการ ลดอบุ ตั กิ ารณก์ าร เชิงรุก
- การถ่าย-ส่งภาพเอกซเรยผ์ ดิ คน - ถา่ ย-สง่ ภาพเอกซเรย์ผดิ คน ผดิ ตาแหน่ง - โรงพยาบาลชุมชนก่อสร้างใหมต่ ้องดาเนินการว
ผิดตาแหน่ง - การให้ยาผิดคน
- การให้ยาผิดคน - การให้เลอื ด - พฒั นาการบ่งชี้ผปู้ ว่ ยใหถ้ กู ต้อง
- การให้เลอื ดผิดคน - ควบคุมกากับใหฏ้ ิบตั ติ าม CPG
- เพื่อสร้างความเช่ือม่ันในคุณภาพการ - ดูแลรกั ษาพยาบาลโดยเร็ว
คุณภาพมาตรฐานโรงพยาบาล/ ให้บริการสขุ ภาพ - ชว่ ยเหลือเยยี วยาโดยการชดเชยความเสียตามก
สถานบริการ - ทา Case Conference Case Study
- ควบคมุ กากับใหโ้ รงพยาบาลทุกแห่งต้องดาเนิน
มาตรฐาน HA/JCI
- ควบคุมกากับให้บคุ ลากรวชิ าชพี ปฏบิ ัตติ าม พ.
วชิ าชีพฯ และพ.ร.บ.ประกอบโรคศิลปะฯ
คณุ ภาพของยาและเวชภัณฑ์ เพ่ือสรา้ งความม่ันใจผู้รับบริการได้รับยาท่ี - ตรวจสอบวนั ผลติ –วันหมดอายุทุกคร้ังกอ่ นใช้
มมี าตรฐานเดียวกัน - ใช้โปรแกรม VMI
ผลกระทบจากการปล่อยกา๊ ซ เพือ่ ลดภาวะโลกร้อน - ระบบมาตรฐาน 5 ส./ISO 14001/7 GREEN/He
เรอื นกระจก
Workplase
สานักงานปลกั ระทรวงสาธารณสขุ -36
ด และเปา้ หมายในการจดั การกับผลกระทบทางลบ เป้าหมายองค์การ เป้าหมายท่ี กม.
ร้อยละ 100 กาหนด
ตัวชี้วัด
ร้อยละ 100
- รอ้ ยละโรงพยาบาลและสถานบรกิ ารในสังกดั
ขยะไปกาจัด จดั การขยะตดิ เชอ้ื ได้ตามมาตรฐาน 20 มก./ล. หรือดีกวา่ 20 มก./ล.
- ค่า BOD
มมาตรฐาน 3000 MPN/100 มล. 5000 MPN/100 มล.
- ค่า Coliform bacteria หรอื ดกี ว่า 0.5-1.5 มก./ล.
แวดล้อม
ระสิทธิภาพ - ค่าคลอรนี ตกคา้ ง 0.52 -1.32 มก./ล.
หรอื ดกี ว่า
วิเคราะห์ EIA - อบุ ตั กิ ารณก์ ารถา่ ย-สง่ ภาพเอกซเรยผ์ ดิ คน/ผิด 0.15% ของผรู้ ับบรกิ าร 0.15% ของ
กรณี ตาแหน่ง หรอื ดีกวา่ ผู้รับบริการ
- อบุ ตั ิการณก์ ารใหย้ าผิดคน 0 เกณฑ์ไมก่ าหนด
- อุบัติการณก์ ารให้เลอื ดผดิ คน 0 เกณฑ์ไมก่ าหนด
นการตาม - รอ้ ยละความพงึ พอใจของผูร้ ับบริการตอ่ รอ้ ยละ 85 หรือดีกว่า รอ้ ยละ 85
.ร.บ.ประกอบ โรงพยาบาล/สถานบรกิ าร
ร้อยละ 95.88 รอ้ ยละ 92
- ร้อยละของ รพศ./รพท. มคี ุณภาพมาตรฐานผ่าน
การรับรอง HA/JCI ร้อยละ 69.84 รอ้ ยละ 60
- รอ้ ยละของ รพช. มีคุณภาพมาตรฐานผ่าน การ
รบั รอง HA รอ้ ยละ 0.1 รอ้ ยละ 0.2
- ร้อยละของยาและเวชภัณฑ์ที่ส่งมอบไม่หมดอายุ
ealthy - ได้รับการรับรองมาตรฐาน Healthy Workplase ร้อยละ 72 รอ้ ยละ 60
ผบู้ รโิ ภคผลิตภณั ฑส์ ุขภาพได้รับ เพอ่ื ผ้บู ริโภคใช้ผลติ ภัณฑ์ที่ไดร้ บั รอง มอก. - บงั คับใช้กม.ควบคมุ กากบั แหล่งผลิตและ
การคุ้มครอง และ อย. - จดั ทาร่างพ.ร.บ. กองทุนคุ้มครองผู้ได้รบั ผลกระ
บริการสาธารณสุข พ.ศ….